Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: tesstrossa

[Play][V.1][Start !!] Role : The world

  [คัดลอกลิงก์]
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 23-6-2010 22:42:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด nutchsnon เมื่อ 24-6-2010 09:09

ความเดิมตอนที่แล้ว


Lan Blado Item
Lan Blado Recovery skill
Lan Blado Passive skill 1
Lan Blado Passive skill 2
Lan Blado Active skill
Lan Blado Speacial ability

ยามเย็นอันสงบเงียบ ดูเหมือนว่าหญิงสาวผมสีม่วงคนนั้นจะเดินกลับมาหาเร็นที่ห้องอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับยื่นหัวกะหล่ำปลีให้เขาหนึ่งหัว พร้อมกับจ้องชายหนุ่มด้วยแววตาที่เป็นประกาย โดยที่ไม่สนใจเรย์อิเซนและริวโคที่นั่งอยู่ข้างๆแรนเลย

? ? ? : . . . . . - ดูเหมือนเธออยากจะกินอาหารฝีมือของแรนอีกครั้งหนึ่ง -

หลังจากที่เธอวางหัวกะหล่ำไว้ที่แรนแล้วเธอก็เดินวนรอบๆห้องอีกที แน่นอนล่ะที่นี่มันโณงพยาบาลจะมีห้องครัวในห้องได้อย่างไรกัน หญิงสาวค่อยๆเดินมาที่แรนและหยิบหัวกะหล่ำเขียวคืนทันที จากนั้นเธอก็นั่งลงแทะมันเล่นทีล่ะใบ ทีล่ะใบ


แรนหน้าซีดเพราะความงงนิดหน่อย ตื่นขึ้นมาก็เจอเด็กคนนี้อีกแล้ว สรุปจะเอายังไงแน่นะ == ==''' แรนหยิบหัวผักกาดจากสาวน้อยแล้วยิ้มบางๆให้

Lan : เอาไว้กลับบ้านก่อนเดี๋ยวจะทำให้ทาน.... - aitakute! aitakute! koe ni naranai koe de!!  เสียงเพลงดังสนั่นขึ้นมาทันที ทุกคนมองหาต้นเสียงนั้นและก็มาหยุดอยู่ที่เรย์อิเซน ...
Lan : เรย์อิเซน ซ่อนอะไรไว้ข้างหลังน่ะ? - แรนมองทำหน้าจับผิดใส่เธอ - เรย์อิเซน ทำท่าลุกลี้ลุกลนแล้วแก้ตัว
Reisen: ปะเปล่านะ ข้าไม่ได้ซ่อนอะไรซะหน่อย อ่ะฮะๆๆๆ - เธอหัวเราะกลบเกลื่อน sore de ii no dare yori mo taisetsu na anata~! และเสียงเพลงก็ดังขึ้นอีกครั้ง แรนถอนหายใจเบาๆก่อนจะขอมือเหมือนกับบอกว่า ถ้าให้ตอนนี้จะยกโทษให้ - เรย์อิเซนกลัวท่าทีแบบนั้นจึงยอมให้แต่โดยดี แรนรับโทรศัพท์มือถือจากเรย์อิเซนแล้วกดรับสาย

Lan : โมชิหนึ่งกล่อง? เอ้ยไม่ใช่ ฮาโหล?

เสียงของหญิงสาวที่เขาน่าจะรู้จักดังขึ้นตอบรับการโทรมาของเขา

? ? ? : สวัสดีค่ะคุณนักเดินทางตอนนี้คงจะพอมีแรงขึ้นมารับโทรศัพท์แล้วสินะค่ะ - เสียงของหญิงสาวดังขึ้นและถามถึงอาการของเขา - เรื่องค่ารักษาดูเหมือนว่าจะมีเด็กผู้หญิงผมสีม่วงเสนอตัวจ่ายให้แทนก่อนนะค่ะ แต่ก็ดีแล้วล่ะชั้นเองจะได้ไม่ต้องเก็บเสริมลงค่าห้องด้วย อืม . . . ดูเหมือนเธอจะไม่ได้ประสงค์ลงนามไว้นะค่ะแต่ดูเหมือนเธอเองก็ไม่พูดอะไรมากไปกว่าตอนจ่ายค่ารักษาอีกด้วย - หญิงสาวอธิบายเหตุการณ์ระหว่างที่แรนนั้นได้หมดสติลงไปดูเหมือนว่าเธอจะพูดติดจรวดมากเหมือนกำลังคุยเรื่องธุรกิจเลยทีเดียว - เอาเป็นว่าชั้นจะดูแลห้องพักไว้ให้พร้อมกับไม่เก็บค่าเช่าตอนที่คุณยังรักษาตัวอยุ่ที๋โรงพยาบาลแล้วกันนะค่ะ มีคำถามอะไรอื่นรึเปล่าค่ะ คุณนักเดินทาง ?


แรนถึงกับเหงื่อตกกับคำพูดติดจรวดของคู่สาย แต่ก็ชัดเจนและเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นตอนที่เค้าสลบไป แรนนึกเรื่องที่จะถามครู่หนึ่งแล้วถามคู่สายว่า

Lan : ก่อนอื่นก็ขอโทษที่ทำให้ลำบากนะครับ เอ่อ? -  แรนหยุดช่วงไปพักหนึ่งเพราะไม่รู้ว่าพนักงานคนนั้นคือใคร

โทโด โคโยริ : ขออภัยที่ไม่ได้แนะนำตัวค่ะ ดิชั้นชื่อ โทโด โคโยริ ค่ะ เป็นพนักงานโรงแรมที่คุณได้มาจองห้องพักไว้น่ะค่ะ อืม . . . แล้วก็เบอร์โทรและโทรศัพท์ชั้นได้ทิ้งไว้ให้เผื่อติดต่อกลับมาได้ทุกเมื่อนะค่ะ - หยิงสาวเอ่ยต่อถึงเรื่องกระดาษเบอร์โทรและโทรศัพท์พกพาที่ทิ้งไว้ให้ -


แรนทำตาดุไปที่เรย์อิเซนอีกครั้ง พร้อมกับขอมืออีกหนึ่งครา

Lan : เอามาเดี๋ยวนี้เลยเรย์อิเซน - แรนเอ็ดเรย์อิเซนที่ไม่ยอมยื่นมาให้พร้อมกัน  เรย์อิเซนสะดุ้งนิดๆก่อนจะค่อยๆยื่นกระดาษเล็กๆให้กับชายหนุ่ม แล้วกระโจนใส่ริวโคที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม

Reisen : แง๊ แรนดุเค้าอ้า~~!! - ริวโคสับสันมือลงหัวเรย์อิเซนเบาก่อนจะถอนหายใจในความไม่เอาไหนของหล่อน Ryuko : ก็ข้าเตือนเจ้าแล้วนะว่าอย่าไปซ่อนน่ะ นี่แรนไม่โกรธก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ เอ้าเลิกร้องให้แล้วกินนี่ซะ - ริวโค หยิบแอปเปิ้ลที่เรย์อิเซนปลอกไว้ใส่ปากของหล่อนเพื่อให้หยุดร้องซะที

แรนยิ้มบางๆให้คู่นี้ก่อนจะหันไปคุยธุระต่อ

Lan : คุณโคโยริสินะครับ ขอบคุณที่อุส่าลำบากเพราะเรานะครับ แต่ว่าไม่ต้องดูแลห้องของผมก็ได้ครับ เดี๋ยวก็จะกลับไปแล้ว อ้า ถ้ายังยืนกรานว่าจะดูแลให้ งั้นรบกวนจัดที่ฟูกสำหรับนอนให้ผมซักชุดนะครับ - แรนเว็นจังหวะหายใจพอเป็นพิธีก่อนจะพูดต่อ
Lan : ส่วนเรื่องอื่นๆเอาไว้ผมจะถามคุณตอนคุณว่างจากที่ทำงานนะครับ อ้อเดี๋ยวผมจะเอาเงินค่าโทรศัพท์เครื่องนี้ไปให้นะครับ เดวะ~ แรนพับโทรศัพท์ลงแล้วหันมาหาสาวน้อยผมสีม่วงก่อนจะเอามือลูบหัวเธอเบาๆ

Lan : ขอบคุณที่จ่ายค่ารักษาให้นะ เอาไว้จะทำของโปรดให้ทานเป็นการตอบแทนก็แล้วกัน - ว่าแล้วแรนก็จัดการเรื่องเสื้อผ้าของตัวเองเสร็จสรรพจากนั้นก็เดินทางออกจากโรงพยาบาลเพื่อไปส่งเควสและขายของที่เก็บมาได้จากการล่าเมื่อคืนนี้  ส่ง NM-1 และขายชิ้นส่วนมอนเตอร์ที่หาได้ทั้งหมด เสร็จธุระแล้วแรนก็เดินจูงมือสาวน้อยแวะไปที่ตลาดเพื่อซื้อวัตถุดิบในการปรุงอาหารสำหรับคืนนี้ (เอาเป็นอยู่ในงบ 50G ก็แล้วกันนะ) แรนเลือกซื้อผลไม้และผักไว้เยอะเป็นพิเศษเพราะท่าทางเด็กคนนี้ต้องขอกินไปเดินไประหว่างทางแน่ ซึ่งมันก็เป็นไปตามคาด แรนยื่นผลบิ๊กแอปเปิ้ลให้เธอ และพากันเดินกลับไปยังโรงแรม ทันทีที่ถึงโรงแรมแรนไม่เห็นพนังงานสาวคนนั้นอยู่ที่เคาเตอร์จึงคิดว่าเธอคงอยู่ที่ห้องของเค้าอยู่แน่ เลยเดินกลับไปที่ห้องทันที และก็ได้พบกับ โคโยริที่กำลังวางฟูกลงข้างๆเตียงของแรนอีกครั้ง

Total > Gain : 840 g - 50 g > 790 g - รอการอั้พเดท -

ดูเหมือนว่าโคโยริจะกำลังจัดห้องให้กับแรนอยู่อย่างที่ชายหนุ่มคิดไว้ เธอค่อยดึงผ้าตามขอบให้ผ้าปู้นั้ดูเรียบร้อยและดึงผ้าห่มอย่างเท่าๆกันเพื่อไม่ให้ดูแปลกเมื่อวางทับลงบนที่นอน เธอค่อยหันหลังมาและสะดุ้งเล็กน้อยและ้เอ่ยทักทายที่แรน

โทโด โคโยริ : ยินดีต้อนรับกลับค่ะ ~ - หญิงสาวโค้งคำนับเ็ล็กน้อยแต่ใบหน้าของเธอกลับแข็งและเฉยเมินเหมือนเดิมไม่ปเลี่ยนแปลงดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยได้เข้าสังคมวักเท่าไรนัก - ชั้นได้จัดเตรียมที่นอนให้ตามที่บอกแล้วนะค่ะ ถ้ามีอะไรอื่นเพิ่มเติมก็สามารถบอกได้นะค่ะ - หญิงสาวได้โคงคำนับอีกรอบก่อนที่จะเดินลงไปที่เคาร์เตอร์เพื่อนั่งทำงานของตัวเองต่อไป -

เมื่อกลับมาถึงห้องแล้วยังไม่ทันที่แรนจะได้นั่งลงพักหญิงสาวผมสีม่วงก็ได้ดึงเสื้อเขาเบาๆก่อนที่จะยื่นผักที่เหลือคืนให้กับชายหนุ่ม เธอได้เดินเข้าไปด้านในห้องและทำท่าจะกระโดดขึ้นเตียงอีกทันที


อ่าฮะๆ ท่าทางจะเข้าไปคุยกับเธอยากอยู่เหมือนกันนะ แต่ท่าทางเธอจะรู้อะไรเยอะแน่ๆ เอาไว้ไปถามดีกว่า แรนว่า พลางเดินไปทำอาหารสำหรับมื้อนี้ หลังจากทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อย แรนก็เข้าไปจัดการเรื่องที่นอนให้พร้อม แล้วหันมาหาสาวน้อยที่กำลังกระโดดอยู่บนเตียงของเค้า

Lan : คราวนี้ห้ามหนีไปไหนอีกนะ จนกว่าฉันจะตอบแทนค่ารักษาให้ ^^  ก่อนอื่นไปอาบน้ำก่อนเถอะ เดี๋ยวจะเอาชุดนอนไปให้เปลี่ยนนะ - แรนลุกขึ้นแล้วลูบหัวสาวน้อยเบาๆก่อนจะเดินไปหยิบชุดนอนที่เตรียมไว้ (ก็จากงบ 50G นั่นน่ะแหละ) ไปวางไว้ตรงลิ้นชักหน้าห้องน้ำ

Lan : เดี๋ยวฉันจะไปทำธุระซักหน่อยนะ อ้อถ้าเหงาล่ะก็ - แรนเรียกเรย์อิเซนออกมาในร่างของมนุษย์
Reisen : มีอะไรหรอแรน? - ไม่ทันที่เรย์อิเซนจะพูดจบ แรนก็ยื่นชุดนอนให้กับเธอ
Lan : อาบน้ำเป็นเพื่อนกับเค้าหน่อย แล้วก็ฝากดูแลเด็กคนนี้ด้วยนะ เดี๋ยวฉันมา - ว่าแล้วแรนก็เดินจากไป ลงมายังฟอร์นด้านล่างเพื่อคุยกับโคโยริ - โคโยริ ซัง ขอเวลาซักครู่ได้ไหมครับ - แรนส่งเสียงเรียกโคโยริขณะที่เธอกำลังยืนดูตารางอะไรซักอย่างอยู่ - พอเธอหันมาแรนก็ยก ชาขาวกระป๋องขึ้นมาเป็นสัญญาณบอกว่า ขอเวลาเดี๋ยวได้ไหมครับ?

โคโยริ ละสายตาจากตารางนั่นแล้วเดินมาหาแรน แรนพาโคโยริไปนั่งตรงโซฟา ที่ห้องโถงเพื่อสอบถามเรื่องราวต่างๆ

Lan : คือเรื่องที่อยากถามก็มีเรื่องของแกรนฟอล์ แล้วก็เรื่องของ ... ทูติที่ชื่ออัลดิเน่น่ะครับ พอจะทราบลายละเอียดอะไรบ้างหรือเปล่า? - แรนพูดด้วยสีหน้าที่คาดหวังหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขา เพื่อเป้าหมายที่จะเอากาฝากที่อยู่ในตัวเขาออกไปให้ได้ แล้วก็เรื่องถอนพันธสัญญาอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าหากว่าเราไม่มีเจ้ากาฝากนี่อยู่ เราก็อยากให้อัลดิเน่อยู่ข้างกายเราเหมือนกันเพราะออร่าที่แผ่ออกมาจากร่างกายนางนั้นช่างเหมือน ท่านแม่ของเราจริงๆ ...

หญิงสาวค่อยๆบรรจงชงชาที่ชายหนุ่มถือติดมือมาด้วยและแบ่งเป็นสองแก้ว เธอยกถ้วยชาขึ้นช้าๆและตอบคำถามของชายหนุ่ม

โทโด โคโยริ : อยากจะรู้ไปทำไมเหรอค่ะ ? - หญิงสาวค่อยๆจิบชาทีล่ะน้อยๆ และจ้องมาที่แรน -

ทางด้านห้องของแรนเองนั้นดูเหมือนหนูน้อยผมม่วงจะซนใช่เล่นเหมือนกันเธอได้ดึงผมของเรย์อิเซนเล่นและสาดน้ำใส่ด้วยความสนุกสนานขณะที่กำลังชำระล้างร่างกายอยู่นั่นเอง ~


แรนชะงักไปครู่หนึ่งแล้วก้มหน้าลงเล็กน้อย มือทั้งสองกุมแก้วชาไว้แน่น ก่อนจะค่อยพูดด้วยน้ำเสียงสั่นคลอ

Lan : ผมมีความจำเป็นที่ต้องไปที่นั่นน่ะ ... ส่วนเรื่องของทูติที่ชื่ออัลดิเน่ ก็แค่อยากรู้ความเป็นมาหรือศาตราเวทย์ของนางเท่านั้น - แรนพูดพลางถอดถุงมือข้างขวาที่มีอักขระพันธะสัญญาของอัลดิเน่ให้ หญิงสาวตรงหน้าดู - เพราะเหตุผลบางอย่างเลยไม่อยากให้เธอต้องหายไปเพราะผมน่ะ ก็เลยหนีเธอมาอยู่ที่นี่ ... - บรรยากาศของแรนเริ่มซีเรียสเข้าไปทุกที่ แต่ก็ยังพยายามพูดออกมาด้วยรอยยิ้มทั้งแบบนั้น

(ฉลองครบ 10 หน้า)ที่ห้องของแรน ~ขณะที่ราชสีห์สาวกำลังอาบน้ำให้กับสาวน้อยปริศนาอยู่~

หลังจากที่เข้าห้องน้ำกันไปได้ซักพัก เรย์อิเซนพยายามดูแลสาวน้อยผมสีม่วงตามที่แรนบอก แต่ว่ามันไม่ง่ายเลยอย่างที่พูดไว้เพราะเธอซนมากกว่าจะจับมาสระผมได้ก็ใช้เวลาอยู่พักหนึ่ง เรย์อิเซนค่อยๆสระผมให้กับสาวน้อยตรงหน้าเธออย่างอ่อนโยน ขณะนั้นก็เผลอพูดตามความคิดของตัวเองไปต่างๆนาๆ

Reisen : ผมของเธอสวยจังเลยน้า~ นุ่มด้วย~ ฮิๆ - เรย์อิเซนยิ้มแล้วค่อยๆ จับร่างของสาวน้อยเอนลงมาที่หน้าอกเธอเบาๆ - หลับตาไว้นะจะล้างหัวให้จ๊ะ - ว่าแล้วก็ค่อยๆเอาฝักบัวเปิดน้ำล้างผมให้กับสาวน้อยตรงหน้าเธอ - เฮ้อ~ ดีจังเลยน้า เมื่อก่อนริวโคก็ได้อาบน้ำกับแรนบ่อยๆ เราเองก็อยากจะอาบกับแรนบ้างจัง แต่ทำไมแรนกถึงไม่ยอมให้อาบด้วยนะ หรือเพราะร่างมนุษย์ของเรายังไม่สวยพอกันนะ (เอ่อ สวยอยู่แล้วล่ะจ๊ะเจ๊ แต่แรนคงจะไม่กล้าอาบกับผู้หญิงหรอกจริงมะ?) - เรย์ค่อยๆจับหน้าอกตัวเองแล้วถอนหายใจเบาๆ มารู้สึกตัวอีกทีสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าก็ไปอยู่ข้างหลังเธอซะแล้ว หญิงสาวทำการกระโจนเข้าข้างหลังเรย์อิเซนอย่างไม่รีรอ

Reisen : ว๊าย!~ เดี๋ยวสิ ทำอะไรน่ะ อ๊ะ! - เหมือนว่าคราวนี้เรย์อิเซนจะโดนแกล้งเองซะแล้วเพราะสาวน้อยดึงทั้งผม และลูบไล้หน้าอกงามๆของเธอไม่หยุด จนเรย์อิเซนเสียหลักล้มลงไปในอ่าง (เหมือนมาฟูยุในเควเซอร์)  จากนั้นสาวน้อยก็เอาหน้าของเธอแนบกับหน้าอกของเรย์อิเซนด้วยความร่าเริงอยู่แบบนั้น มือทั้งสองก็โอบเอวของเรย์อิเซนไว้อยู่เช่นกัน - โถ่~~ นี่ข้าควรจะโกรธ จะอาย หรือจะเอ็ดดูเธอดีล่ะเนี่ย = //// ='' เรย์อิเซนเบ้ปากเล็กน้อย ก่อนจะลูบผมของสาวน้อยตรงหน้าอย่างอ่อนโยน แล้วทั้งสองคนก็อาบน้ำด้วยกันจนเสร็จพิธีจ้า~ ( หมด Event ห้องอาบน้ำเท่านี้) หลังจากเรย์อิเซนใส่เสื้อผ้าให้กับสาวน้อยตรงหน้าเสร็จเธอก็ใส่บ้างและพากันไปที่ห้องของแรนเพื่อพักผ่อนหลังอาบน้ำ ริวโคที่นั่งอ่านหนังสือ (หนังสืออะไรไม่บอก) อยู่ก็หันไปเห็นทั้งสองคนเดินเข้ามาพอดีพร้อมกับลุกขึ้น

Ryuko : อาบกันเสร็จแล้วสินะ งั้นเดี๋ยวข้าไปอาบบ้างก็แล้วกัน - ริวโค ยื่นนมรสผลไม้สองขวดเล็กให้กับเรย์อิเซนแล้วเดินตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำทันที
Reisen : อะไรกันนะเจ้าบ้าริวโค เลดี้ใส่ชุดนอนมาทั้งทีจะชมว่าน่ารักหนอยก็ไม่ได้เชอะ - เธอบ่นอุบอิ๊บแต่นมที่รับมาจากริวโคก็เป็นรสโปรดเหมือนกัน จึงยอมยกโทษให้ เธอยื่นนมอีกขวดนึงให้สาวน้อยแล้วพูดขึ้นว่า - ว่าแต่เรายังไม่ได้แนะนำตัวกันเลยสินะ เราชื่อ Reisen จ๊ะ ส่วนพี่ชายผมสีแดงท่าทางดุๆตะกี้ชื่อ Ryuko นะ แล้วก็พี่ชายผมสีน้ำตาหน้าตาหล่อกว่าริวโคนิดหน่อยเป็น อ่อ.. เจ้านายของเราเองชื่อ LAN BLADO จ๊ะ แล้วเธอล่ะ ... - เรย์อิเซนแนะนำทุกคนซะเสร็จสรรพเพราะความร่าเริงหลังจากได้อาบน้ำมาทำให้หญิงสาวอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก (นึกว่าอารมณ์ดีเพราะ...อะไรกันน้า~) (ตรงนี้ไม่ต้องไปต่อก็ได้นะเทรสจังเพราะตอนนี้แรนจะกลับขึ้นมาพอดีแล้วค่อยทำความรู้จักกัน)

อ่านต่อเรปหน้า
โพสต์ 24-6-2010 01:39:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 25-6-2010 01:44

ความเดิมตอนที่แล้ว



Stella Item
Stella Recovey skill
Stella Passive skill
Stella Active skill
Stella Special ability

"ฮึกๆๆ แง้ๆๆๆ เค้าเหงามากเลยนะ แถมยังหลงป่าด้วย ฮือๆๆ"สเตล่าโผเข้ากอดมิโคโตะทันที เธอปล่อยโฮออกมาลั่น ก่อนจะซุกไซ้หน้าอกของมิโคโตะไปมา ถึงจะดูเฉยๆกับเรื่องแบบนี้ แต่ความเป็นจริงเธอก็เป็นแค่เด็กเท่านั้น เหตุการณ์อันเลวร้ายผ่านพ้นไปแล้ว ถึงเวลาที่สเตล่าจะได้กลับบ้านซักที

ภายในห้วงแห่งความมืดมิด ดูเหมือนว่าโดมินิคจะไม่ได้สนใจเด็กสาวเลยตั้งแต่ตอนที่เขาหายไป ชายหนุ่มยังคงนอนตะแคงอยู่อย่างนั้น แต่เมื่อเขาได้ยินเสียงของมิโคโตะโดยฟังผ่านสเตล่า รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายก็ผุดขึ้นบนใบหน้าของเขาอีกครั้ง...
หญิงสาวโอบสเตล่าไว้ในอ้อมแขนและลุบหัวเธอเบาๆ

มิซากะ มิโคโตะ : โอ๋ ~ ขี้แยไปได้ชั้นอยู่นี่แล้วไง เดี๋ยวก็ได้กลับบ้านกันแล้วล่ะนะ - หญิงสาวยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับเด็กสาวที่กำลังร้องให้อยู่ - ดูเหมือนว่าหมอนั่นจะช่วยคนอื่นเป็นเหมือนกันนะ - มิซากะยิ้มบางๆออกมา - เอาล่ะหิวรึยังเอ่ย ? ดึกขนาดนี้แล้วคงจะหิวแย่แล้วล่ะสิ - หญิงสาวหยิบหน้ากากที่ดูเหมือนของคุณหนูรวยค้ำฟ้าผมสีเหลืองคนหนึ่งออกมาและยื่นให้สเตล่า - เอาล่ะแค่นี้ก็ไม่มีใครจำเธอได้แล้ว - หญิงสาวยิ้มให้พร้อมกับยื่นเครื่องมือป้องกันตัวให้กับสเตล่า -


เวลาที่เหลือบนเรือทั้งหมด สเตล่าต้องไส่หน้ากากที่มิโคโตะให้มาทุกครั้งที่เธอออกจากห้อง ไม่นานนักเรือก็เทียบท่า เด็กสาวเดินเกาะแขนมิโคโตะลงมาจากเรือแบบระวังสายตาของคนรอบข้างสุดๆ ก่อนที่เธอจะตรงกลับบ้านทันที

ปึง !! ประตูคฤหาสน์ของมิโคโตะค่อยๆเปิดออก เช่นเดียวกับที่สเตล่าค่อยๆพลิกหน้ากากของเธอไปด้านข้าง

"กะ...ก...ลั...บ..." เด็กสาวลังเลอยู่ครู่นึง แต่เมื่อเธอหันไปมองหน้าของมิโคโตะที่ยืนอยู่ข้างๆ ทำให้เธอตัดสินใจ "กลับมาแล้วค่ะ !!"

ชิราอิ คุโรโกะ : ยัยเด็กบ้า !! - หญิงสาวโผเข้ากอดสเตล่าอย่างอบอุ่นทันทีที่เธอกลับมายังบ้านพัก - จะไปตายที่ไหนไม่เคยบอกก่อนเลยนะ รู้รึเปล่าว่าคนอื่นเค้าเป็นห่วงน่ะ - หญิงสาวยิ่งกอดสเตล่าแน่นเข้าไปอีกจนทำให้เธอรู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออก - ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ - เธอค่อยๆปล่อยออกมาและยิ้มให้กับเด็กสาว

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : ไง สเตล่า - ชายหนุ่มยื่นโลลี่ป้อปให้กับหยิงสาวแต่เขาก็ต้องรีบเก็บมันก่อนที่จะโดนถีบเสียก่อนและหยิบสร้อยคอล้อกเก็ตท่าทางน่ารักขึ้นมาให้กับเธอด้านในของมันก็คือเข็มทิศนั่นเอง - ชั้นนั่งทำให้น่ะกลัวว่าเธอจะหลงทางจนกลับมาช้าแบบนี้อีก ฮ่าๆๆๆ - ชายหนุ่มหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงสุขใจและยิ้มให้กับเด็กสาว - ยินดีต้อนรับกลับบ้าน สเตล่า

มิซากะยิ้มบางๆออกมา ดูเหมือนว่าเธอจะเริ่มมีมิตรสหายเพิ่มขึ้นอีกแล้ว แม้ว่าเด็กสาวจะเป็นที่กักเก็บพลังที่อาจจะทำลายล้างโลกหรือหายนะไว้ก็ตามแต่พวกเขาก็ไม่เคยที่จะคิดว่าสเตล่าเป็นตัวอันตรายใดๆเลยแม้แต่น้อย

มิซากะ เซ็ทสึโบ คุโรโกะ ร่วมปาร์ตี้ - รอการอั้พเดท -


"อื..อ อือ..."สเตล่ายิ้มตอบเพื่อนๆที่ออกมาต้อนรับเธออย่างอบอุ่น น้ำตาไสๆไหลรินออกมาจากดวงตาของสเตล่าด้วยความปิติ นี่คือความอบอุ่นที่เธอไม่ได้สำผัสมาแรมปี หลังจากการต้อนรับอันอบอุ่น เด็กสาวก็ขอตัวไปพักผ่อนในห้องของเธอ "ฝีมือดีขึ้น แต่ยังงี่เง่าเหมือนเดิมนะ" เสียงของโดมินิคดังขึ้นในหัวของสเตล่า ทำลายความสุขของเด็กสาวจนหมดสิ้น "อะไรของนายยะ ปล่อยชั้นไว้แบบนั้นยังจะมาพูดอะไรอีกล่ะ"เด็กสาวปิดตาซ้ายพลางพูดตอบ "ชั้นแค่อยากจะบอกว่า พวกเรายังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลยตังหากล่ะ" เสียงของชายหนุ่มเริ่มเย็นชามากขึ้น ก่อนจะหายไปจากสำนึกของสเตล่า หนทางที่เด็กสาวเลือกจะไม่มีวันเป็นหนึ่งเดียวกับอีกร่างในตัวเธอได้เลยหรือ ความคิดที่สวนทางจนมิอาจมาบรรจบกันได้ของสองดวงจิตนี้ จะเป็นของใครกันแน่ที่จะต้องเป็นฝ่ายหายไป....

เสร็จสิ้น : รับนอมอลเควส 1 กับ 2 ล่าแมงมุมกับด้วงอย่างละ 3 ฝูง ตามด้วยแกะอีก 5 ฝูง และไม้ 5 ตัว รวมถึงเริ่มซัพอีเวนท์เก็บเลเวลรูมเมทอีกสองเลเวลด้วยนะจ๊ะ ~

AS : [        l         l        l       - l - - - - ] ( กำหนดการต่อสู้ 1 ช่องใหญ่ , ย้ายแผนที่ต่อ 1 ฝูงสูงสุด 5 ฝูง 10 ขีดย่อย , 2 เควส 1 ขีดย่อย )

ถึงจะมีเม็มเบอร์หลายคนแต่เซ็ทสึโบคือเม็บเบอร์หลักคนเดียว ซึ่งยังไม่สามารถเปลี่ยนได้ใน V 1

- เลเวลเม็มเบอร์อั้พแล้ว รอการอั้พเดท - Status point เช็คได้ใน Info เลยจ้า

Total : Insect leg 352 , Insect horn 380 , Insect body 532 , Branch 158 , Beesting 150 , Honey 50 , Cotton 50 ( ที่เหลือไหม้ไปกับกระแสไฟฟ้า )

มิซากะ มิโคโตะ : เอาล่ะวันนี้ชั้นตัดสินใจแล้ว กินเนื้อแกะบาบีร์คิวกันตรงนี้แล้วกันนะ - หญิงสาวยิ้มขึ้นพร้อมคุ้ยซากแกะที่ถล่มไปมา 4 - 5 ตัว - เอ . . . ว่าแต่ จะย่างยังไงดีล่ะ ถึงจะมีเตาพลังงานไฟฟ้าขายก็จริงอยู่แต่จะให้ชั้นนั่งใช้ไฟฟ้าย่างแกะมันก็ยังไงๆอยู่นา . . . .

ชิราอิ คุโรโกะ : โอเน๊ซามะ ~ เรื่องนั้นปล่อยให้คุโรโกะจัดการเอง เดี๋ยวเดี๊ยนจะแว้บไปเอาที่ย่างจากที่บ้านมาเดี๋ยวนี้ล่ะ - หญิงสาวทำท่าเหมือนจะวาบกลับไปทันทีแต่ว่าเซ็ทสึโบก็ได้ยกมือห้ามไว้ก่อนและขยับแว่นเก๊กขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง -

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : หึหึ !! เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก ตั้งแต่ที่ชั้นอยู่คู่ฟ้านี้กับสเตล่ามา ก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่ไม่สามารถพึ่งพาชายหนุ่มผู้ี้นี้ได้ - คำพูดนี้อาจจะทำให้สเตล่าสำลักน้ำผลไม้ที่ติดกระเป๋ามาด้วย ชายหนุ่มค่อยๆหยิบกล่องสี่เหลี่ยมที่มีขอบไวไฟขึ้นมา กล่องไม้ขีดไฟนั่นเอง - เอาล่ะที่เหลือก็แค่หาฟืนล่ะนะ คงเอา Branch แถวนี้มาแทนก่อนได้ล่ะ

หญิงสาวทั้งสองทึ่งในความมีประโยชน์ของเซ็ทสึโบขึ้นมาทันที ชายหนุ่มขยับเก๊กแว่นตาอีกครั้งและเปิดกล่องออก

มิซากะ & คุโรโกะ : 1 ก้าน . . . . . - หญิงสาวมองหน้ากันและมองไม้ขีดไฟที่เหลืออยู่แค่ก้านเดียวในภาชนะบรรจุนั่นด้วยความเอือมระอา - เฮ้อ ~

มิซากะ มิโคโตะ : สเตล่าเธอพอจะมีอะไรที่ใช้จุดไฟได้มั่งรึเปล่า ? - หญิงสาวตะโกนถามเธอขึ้นขณะที่กำลังก่อเชื้อเพลิง -


สเตล่าที่กำลังเช็ดน้ำผลไม้ที่เลอะเทอะเต็มปากของเธอ ตาเป็นประกายทันทีเมื่อมิโคโตะส่งเสียงเรียกเธอ "ฮึ ~ นั่นสินะ ถ้าไม่มีชั้นคนนี้พวกหล่อนก็ทำอะไรกันไม่เป็นเลยสินะ โฮ๊ โฮะ โฮะ โฮะ"สเตล่าขว้างขวดน้ำผลไม้ไส่หัวของเซ็ทสึโบ ก่อนจะลุกขึ้นมาเชิดท่าแถมด้วยการหัวเราะเสียงสูงสุดๆ

"ออกมาเลย ริคคุง คุณเซชิเลีย !!"สิ้นเสียง หนวดโลหะคู่ก็พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน เข้ามาคลอเคลียร่างบางๆของเด็กสาวทันที "คุณเซชิเลีย ริคคุง ช่วยย่างเจ้าแกะพวกนี้ ให้พวกสามัญชนพวกนี้ได้รับประทานหน่อยสิคะ ~ " หนวดโลหะทั้งคู่ทำท่ารับคำสั่ง ก่อนที่พวกมันจะพุ่งเข้าล้อมซากแกะที่กองพะเนินอยู่กับพื้น ในขณะที่พลังไฟฟ้าก็เริ่มไปกระจุกอยู่ที่ปลายของพวกมันเช่นกัน

"อื้อ ~ ไม่ต้องห่วงเลยพวกเธอ ชั้นนะควบคุมพลังของตัวเองได้ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนตั้งเยอะ ~"เด็กสาวยกมือส่งสัญญาณห้ามพวกมิโคโตะ เมื่อเธอเห็นท่าทีกระวนกระวายของเพื่อนๆ

"ใช้พลังแค่พอย่างให้สุกนะคะ ริคคุ....ฮัดเช่ยยยยย !!!!!!!!!"ยังไม่ทันที่สเตล่าจะออกคำสั่งจบ เธอก็หลุดจามเบ้อเริ่มออกมาแทน พลังไฟฟ้าที่พอประมาณกลายเป็นขยายใหญ่ขึ้นอย่างมหาศาลและถูกยิงอัดไส่ซากแกะที่อยู่บนพื้น

บรึ้มมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!!

การระเบิดครั้งใหญ่ที่สุดในรอบปีบังเกิดขึ้น ณ ป่าข้างเมือง Deidon Hold อนุภาคของมันทำให้สามารถมองเห็นได้ถึงเมืองใกล้เคียงเลยทีเดียว....

เสร็จสิ้น : Use - Int : 4 Luck : 5 - รอการอั้พเดท -

เสียงร้องแปดบ้านของหญิงสาวดังขึ้นทันทีเมื่อเห็นมื้อเย็นอันโอชะกลายเป็นเศษตะกั่วสีดำสนิทไปต่อหน้าต่อตา

ชิราอิ คุโรโกะ : ยัยสเตล่า !! เธอทำอาร๊ายยย !! - เธอจับไหล่ทั้งสองข้างของเด็กสาวและเขย่าร้องทุกข์อย่างโหยหวน -

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : หึหึ !! สเตล่าเนี่ยชอบก่อควาเดือดร้อนทุกทีเลยนะ - ชายหนุ่มเก๊กพร้อมขยับแว่นและเอ่ยขึ้นอย่างผู้ใหญ่ -

ชิราอิ คุโรโกะ : ลื้อ เองก็ด้วยแหละ !! สงสัยเพราะความอาภัพของดวงนายทำให้หนุสเตล่าติดเชื้อมาด้วยแน่ๆ !! - หญิงสาวชี้นิ้วมาทางเซ็ทสึโบซึ่งประโยคนี้ทำให้หอกหลายด้ามทิ่มแทงตัวของเซ็ทสึโบจนลงไปนอนชักกับพื้นทันที ดูเหมือนหนูสเตล่าอาจจะเห็ฯด้วยกับประโยคข้างต้นที่คุโรโกะเอ่ยกระมัง -

มิซากะ มิโคโตะ : อะ . . . . ฮ่าๆๆๆ ไม่เป็นไรหรอกน่า แหมๆ แค่เนื้อแกะเองเดี๋ยวเอาเป็นว่าชั้นพาไปเลี้ยงในเมืองวันนี้แล้วกันนะ - หญิงสาวหัวเราะแห้งๆก่อนที่จะห้ามพวกเพื่อของเธอไม่ให้ทะเลาะกันเอง -
? ? ? : พวกแกทั้งหมดยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น - เสียงปริศนาดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มปริศนาทั้งสองอีกครั้งหนึ่ง -

+
[quote]
? ? ? ( 1 ) : ส่งตัวของเด็กสาวคนนั้นมาซะ - ชายหนุ่มนัยตาสีแดงจ้องเล็งมายังสเตล่าทันทีและยื่นมือออกมาด้านหน้า -

กระแสไฟฟ้าของมิโคโตะกระจายขึ้นเล็กน้อยจากตัวของเธอและค่อยๆหันหน้ามา

มิซากะ มิโคโตะ : พวกนายเป็นใครกัน ? ยังไงก็ตามชั้นไม่มีทางจะให้ตัวเพื่อนคนสำคัญของชั้นกับพวกนายหรอกนะ . . . . - หญิงสาวตั้งท่าขึ้นพร้อมกับกระแสไฟฟ้าจำนวนมากที่ไหลออกมาจากตัวของเธอ

คุโรโกะได้ยืนขึ้นบังที่หน้าของสเตล่าและหยิบแท่งแหลมขึ้นมาเตรียมพร้อมไว้ทันที

ชิราอิ คุโรโกะ : โฮ๊ โฮะ โฮะ โฮ่ะ หนูสเตล่าท่าทางจะก่อเรื่องเอาไว้เยอะสินะค่ะเนี่ย - เธอยิ้มขึ้นพลางแซวเด็กสาวที่กำลังเรียกหนวดเหล็กมหากาลของเธอขึ้นมา -

ทางด้านเซ็ทสึโบเองดูเหมือนจะัยังช้อกกับการ่ี่โดนตำหนิดวงของตัวเองและนอนราบอยู่กับพื้น โดยรอให้คุณหนูพูดงดงามมาปลุกจากนิทรา ~

? ? ? ( 2 ) : งั้นก็คงจะต้องใช้กำลังกันแล้วสินะครับเนี่ย - ชายหนุ่มท่าทางประหลาดหยิบดาบฟันปลาฉลามของเขาออกมาและเตรียมพร้อมรุกทันที -

? ? ? ( 1 ) Hp 800 / 800 : ? ? ? ( 2 ) Hp 1000 / 1000


"ชะ.... ชั้นไม่รู้นะยะ !! เจ้าพวกนี้อ้ะ ไม่เคยเห็นหน้าด้วยซ้ำอ้ะ [หนูสเตลไม่สามารถรับรู้ภาพร่วมกับโดมินิคได้]"เด็กสาวตอบคุโรโกะที่ยืนเป็นโล่ให้กับเธอ

"นายก็ลุกขึ้นมาช่วยกันสิยะ ไอ้เจ้าตัวไร้ประโยชน์ !!!" สเตล่าวิ่งไปเตะเสยปลายคางของชายหนุ่มกระบองเพชรเข้าอย่างแรง ก่อนจะตามไปกระชากคอเสื้อของเขาขึ้นมา "ฟังนะเจ้าโง่ ท่าโจมตีหนึ่งครั้งต่อหนึ่งวันของนาย ถ้าได้จังหวะล่ะก็ช่วยทีนะ..."เด็กสาวกระซิบข้างหูของเซ็ทสึโบ แม้น้ำเสียงของเธอจะยังนิ่งอยู่ แต่ร่างกายของเธอกลับสั่นไปหมด

"ช่วยทีนะยะ ยัยอิเล็กตรอน !! ยัยโลลิโรคจิต !! ริคคุง คุณเซชิเลีย !!!" สเตล่าหันกลับมาประจันหน้ากลับชายชุดคลุมปริศนาทั้งสองคน พร้อมๆกับหนวดโลหะคู่ที่พุ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว !!!

ตูม !! เสียงหนวดเหล็กของสเตล่าซัดลงที่พื้นตำแหน่งที่ชายหนุ่มในชุดคลุมนั่นยืนอยู่ทันทีด้วยความเร็วสูง แต่ดูเหมือนว่ามันจะยังไม่เข้าเป้าหมาย

? ? ? ( 1 ) Hp 800 / 800 : เร็ว . . . . - ชายหนุ่มอุทานออกมาพร้อมกับยืนนิ่งในกลุ่มควัญด้านหน้าของหนวดเหล็กขนาดมหึมาของสเตล่า -

? ? ? ( 2 ) Hp 1000 / 1000 : ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ปล่อยเวลาให้เสียปล่าวเปมหือนกันนะครับเนี่ย - ชายหนุ่มยืนลังเล เขายังจำการต่อสู้ครั้งเก่าที่เผลอใช้คาถาออกมาอย่างบุ่มบ่ามได้จนทำให้เสียท่าแก่จอมมารไปครั้งหนึ่ง - คาถา ปืนใหญ่ฉลาม - เขาได้เรียกปลาฉลามที่เกิดขึ้นมาจากน้ำด้วยพลังของเขาเองและพุ่งเข้าโจมตีทันที -

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : ( ให้นึกถึงหน้า นากาซึมิ จาเซโตะโนฮานาโยเมะตอนวิ่งหลบอาวุธในห้องเซโร่ ) หึหึ !! ฝ่าฟันรอยเท้าของสเตล่ามาทุกวี่ทุกวัน ( แต่ไม่เคยหลบได้ ) เรื่องแบบนี้น่ะจิ๊บจ้ . . . - พรืดดดด เสียงสะดุดชายกางเกงของชายหนุ่มดังครืดกลิ้งหลบคาถาน้ำของฝ่ายตรงข้ามไปอย่างเฉียดฉิว เขาค่อยๆกลิ้งตัวและกระโดดตีลังกาสามตลบขึ้นมายืนอีกครั้งหนึ่ง - ม . . . มะ . . เมื่อกี้ เป็นแผนที่ชั้นวางไว้หลอกให้พวกแกตายใจต่างหากฮ่าๆๆ - ชายหนุ่มหัวเราะออกมาอย่างไม่น่าเชื่อถือซักเท่าไรนัก -

ชิราอิ คุโรโกะ : ถ้ายังมีเวลาเล่นได้ก็มาช่วยกันก่อนสิย๊า !! - หญิสาวเริ่มออกตัววิ่งออกทางด้านของสนามรบทันที เพื่อจับจังว่ะของศัตรูที่เธอไม่เคยประมือด้วย -

มิซากะ มิโคโตะ : ไม่หรอก . . . ชั้นคิดว่าเราไม่สมควรจะพึ่งพาชายคนนั้นมากกว่านะ - หญิงสาวยิ้มแห้งๆออกมาก่อนที่จะโหลดเหรียญของเธอเตรียมพร้อม -

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : หึหึ !! จะพูดแบบนั้นมันก็ไม่ถูกนะครับ เนื่องจากศึกครั้งนี้น่ะผมได้เลเวลอั้พมาแล้ว ดูให้ดี !! - ออร่ารวบรวมพลังของเขาเปร่งประกายขึ้นเป็นแสงวูบวาบๆ - สกิลใหม่ของชั้น !! - ชายหนุ่มรวบรวมลมปราญของเขาไว้ที่ท้องน้อยและเปล่งออกฝ่ามือ ทันใดนั้นคลื่นพลังก็ได้ซัดลงกับอากาศโดยรอบทำเอาต้นไม้ด้านหลังชายหนุ่มสองคนนั้นล้มระเนระนาดไม่เป็นแถวเลยทีเดียว แต่นี่ยังเป็นแค่เสี้ยวนึงของพลังวืดของเซ็ทสึโบเท่านั้น - ฮ่าๆๆๆๆ

ชายหนุ่มในชุดคลุมทั้งสองยืนตกใจอยู่ครู่นึง ไม่แพ้กับพวกเดียวกันเองเลย พวกชุดดำยกมือขึ้นมาแตะที่เสื้อผ้าตัวเองและทำหน้างุนงงขึ้น

? ? ? ( 1 ) Hp 800 / 800 : ไม่เห็นจะมีอะไรเลย . . . . - ชายหนุ่มพูดออกมาเบาๆ พร้อมกับยกมือขึ้นเพื่อเตรียมใช้คาถา -

? ? ? ( 2 ) Hp 1000 / 1000 : แปลกจังเลยนะครับเนี่ย พลังแปลกๆแบบนี้ . . . - ชายหนุ่มถือดาบและพุ่งตัวสวนกลับมาทันที -

มิซากะ มิโคโตะ : . . . . . . . . . .  - อึ้งจนพูดไม่ออก -

ดูเหมือนว่าสกิลใหม่ของเขาจะทำให้สเตล่านึกภาพเหตุการ์์ณอันแสนซาบวึ้งและโรแมนติกสุดแสนจะประทับใจเหมือนครั้งในตอนแรกที่เขาได้สบตามองกับชายหนุ่มที่ป่าแห่งนี้ขึ้นมาทันที


Player Reaction : เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 24-6-2010 09:09:21 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด nutchsnon เมื่อ 26-6-2010 10:11



Lan Blado Item
Lan Blado Recovery skill
Lan Blado Passive skill 1
Lan Blado Passive skill 2
Lan Blado Active skill
Lan Blado Speacial ability

กลับมาที่แรนกันบ้าง แรนที่กำลังครุ่นคิดเรื่องต่างๆที่เริ่มเข้ามาในหัวของชายหนุ่มอีกครั้ง ทำให้คนตรงหน้าสังเกตุบรรยากาศของเค้าได้ในต่อนี้ เธอจึงไม่อยากขัดที่เรื่องที่เค้าอยากจะรู้แต่ก็ไม่อยากเล่ามากจนทำให้คนที่กำลังนั่งเครียดอยู่ตรงหน้าเครียดหนักเข้าไปใหญ่ -หลังจากคุยกันเสร็จแรนก็ขอตัวกลับเข้าไปที่ห้องของตัวเอง แต่ระหว่างทางจู่ๆข้อมือของแรนก็ส่องแสงเล็กๆขึ้น ตุบ!? อะไรน่ะ? ข้อมือเรารู้สึกร้อนนิดๆ หรือว่าอัลดิเน่จะ เชื่อต่อกับเราผ่านอักขระนี่? แรนพยายามกุมข้อมือไว้ แล้วพยายามปฏิเสธการเชื่อมต่อจากอัลดิเน่ เพราะถ้าเธอเป็นถึงทูติระดับสูงคงจะตามหาแรนได้ไม่ยาก เรายังพบเธอตอนนี้ไม่ได้แรนคิดแบบนั้นและการปฏิเสธการเชื่อมต่อระหว่างอักขระของพันธสัญญาเป็นการฝืนธรรมชาติจึงทำให้แรนสูญเสียพลังเวทไปมากพอสมควรแต่เค้าก็ยังคงเดินกลับไปที่ห้องทั้งแบบนั้น แรนเดินเข้าไปในห้องได้ยินเสียงคนกำลังอาบน้ำอยู่ แรนมองไปที่เสื้อผ้าที่กองอยู่ก็รู้ว่าเป็นริวโค พอเดินเข้าไปที่ห้องรับแขกก็ไม่เห็นเรย์อิเซนกับเด็กคนนั้นเลยเดินไปที่ห้องนอนแทน ก็ได้ยินเสียงเรย์อิเซนที่กำลังแนะนำตัวเองและคนอื่นๆอยู่อย่างสนุกสนาน แรนเคาะประตูก่อนแต่รู้สึกคนในห้องจะไม่ได้ยินจึงเปิดประตูเข้าไป

Lan : ยินดีที่ได้รู้จักนะ เราชื่อแรนเป็นนักดาบเวทน่ะ แล้วเธอล่ะ? - แรนนั่งลงข้างๆ เรย์อิเซนแล้วหันมาถามสาวน้อยที่นั่งถัดไปจากเรย์อิเซน (แรนนั่งทางขวาส่วนสาวน้อย Loli นั่งอยู่ทางซ้าย)

บรึ้ม!!!!!!! ยังไม่ทันจะได้แนะนำตัวก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้น แรนรีบลุกขึ้นไปดูที่หน้าต่างก็เห็นกลุ่มคันที่เหมือนกับนิวเคลียเพิ่งจะลงไปตรงนั้นหมาดๆก็ว่าได้  แรนรีบตรงไปที่ประตูทันที

Lan : เรย์อิเซนอยู่ที่นี่ไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะลองไปดูที่นั่นหน่อย อาจมีคนได้รับบาดเจ็บอยู่ก็ได้ - แล้วแรนก็วิ่งออกไปจากโรงแรม ตรงไปยังกลุ่มควันที่ลอยออกมาทันที

ทันทีที่ชายหนุ่มวิ่งมาถึงสถานการณ์ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเรื่องปกติของกลุ่มคนที่มีพลังพิเศษเท่านั้น ดูเหมือนพวกเขาจะทำอะไรผิดไปนิดหน่อยทำให้บาร์บีคิวมื้อเที่ยงของพวกเขาเกิดระเบิดขึ้น ซากแกะที่น่าสงสารถูกย่างเป็นเตาตะโกกองเป็นเพนินสูงดูเหมือนว่าเรื่องราวจะไม่มีอะไรสำคัญนักจนกระทั่งชายหนุ่มในชุดคลุมดำปรากฏตัวออกมา ดูเหมือนพวกเขามีเป้าหมายในการลักพาตัวเด็กสาวตัวเล็กที่สุดในกลุ่มนั้น โดยไม่ไ่ด้เอ่ยเหตุผลที่แน่นอนไว้เสียด้วย ดูเหมือนว่าการต่อสู้ที่หนักหน่วงกำลังจะเกิดขึ้นที่ข้างๆเมืองนี้เสียแล้ว ขณะที่แรนกำลังหลบตัวดูสถานการณ์อย่างใจจดใจจ่อและมีสมาธิ ก็ได้มีบุคคลผู้หนึ่งมาสกิดเขาที่ด้านหลังขึ้น



? ? ? : ผมไม่ได้มีเป้าหมายมาทำอันตรายใดๆคุณทั้งนั้นเพราะฉะนั้นไม่ต้องตกใจกลัวไปหรอกนะครับ - ชายหนุ่มนำมือของเขาออกและก้มตัวลงมองไปยังสถานการณ์ทันทีโดยไม่ได้ใส่ใจแรนซักเท่าไร - อืม . . . . .


Lan : คุณเองก็มีธุระกับเด็กคนนั้นงั้นหรอ? - แรนถามชายที่นั่งอยู่ข้างแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบใด - แรนหันกลับมาดูสถานการณ์ตอนนี้อยู่ ดูท่าว่าทางฝ่ายเด็กผู้หญิงจะถือไพ่รองกว่าฝ่ายชายชุดดำ แต่ว่าตอนนี้แรนเองก็ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้เท่าไหร่ อีกทั้งร่างกายและดาบของเค้าก็ยังไม่พร้อมด้วย กว่าจะเรียกเรย์อิเซนกับริวโคกลับมาต้องใช้เวลาอยู่นิดหน่อย ระหว่างรอเราก็สังเกตุการณ์ไปก่อนก็แล้วกัน ... แรนวาดวงเวทขึ้นเพื่อกางกำแพงเวทย์บางๆเพื่อป้องกันลูกหลงจากการต่อสู้

? ? ? : ไม่ต้องเสียแรงไปหรอก กำแพงเวทย์ทั่วไปไม่สามารถต้านทานพลังของชารินกัน ( เนตรวงแหวน ) ได้ - ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะตอบโดยเบี่ยงเบนคำถามของแรนออกไป -

ขณะเดียวกันชายหนุ่มในชุดคลุมดำคนนึงก็ได้ใช้สกิลน้ำที่มีรูปร่างเหมือนปลาฉลามพุ่งเข้าโจมตีพวกของเด็กคนนั้นทันที ดูเหมือนชายที่ใส่แว่นตาจะมีท่าหลบที่ผิดแปลกไปจากชาวบ้านเล็กน้อย กระนั้นเขาก็ได้หมุนตัวตีลังกาขึ้นมาด้วยท่าสิบแต้มและใช้สกิลสวนกลับไปทันที ตูมมม !! เสียงคลื่นพลังเสียดสีกับอากาศไปกระทบกับกองต้นไม้ด้านหลังของชายชุดดำทั้งสองถล่มราบ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นนอกเหนือจากนั้นเลย . . . .


Lan : งั้นหรอ - แรนว่าพลางลดม่านพลังเวทลงไป น่าแปลกที่อยู่ๆพลังของชายที่ใส่แวนเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลแต่จู่ๆก็หายไปทั้งแบบนั้น ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพราะอะไร แต่ตอนนี้แรนสามารถเรียกริวโคกลับมาได้แล้ว
Lan : ท่าทางคุณจะรู้จักคนพวกนั้นจริงๆด้วยสินะครับ - แรนลุกขึ้นยืนหลังต้นไม้ แล้วตั้งท่าร่ายมนต์ - ผมเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ยังไงซะกระแสเวทของฝ่ายคนที่คุณรู้จักก็ยังเหนือกว่าพวกเค้าอยู่ดี ด้วยผลของสกิลกิลพิเศษ ทำให้รู้ถึงความต่างของพลังแต่ละคนในตอนนี้ได้ แต่เนื่องจากยังเลเวลน้อยจึงรู้แค่ว่าฝ่ายใครเสียเปรียบเท่านั้นไม่อาจรู้ถึงคาถาหรือรายละเอียดวิชาของผู้อื่นได้ แรนรวบรวมสมาธิไปและพลังเวทย์ไว้ที่ดวงตาของตัวเองเพื่อมองมาน่าของทั้งสองฝ่ายอีกครั้ง - คนที่ใช้คาถาน้ำท่าทางจะมีพลังทำลายสูง ... ส่วนอีกคนตรวจสอบอะไรไม่ได้เลยแฮะ ปิดกั้นกระแสพลังได้ยอดเยี่ยมจริงๆ - ปากว่าไปพลางส่วนมือของแรนก็เริ่มรวบรวมพลังเวทใส่เข้าไปกับริวโค

Lan : ถึงจะรู้ว่ามันเป็นการเสียมารยาท แต่จะให้ทนดูอยู่เฉยๆก็คงไม่ได้ ช่วยหาช่องว่างให้การโจมตีของเราสำเร็จทีเถอะนะ ทุกคน

Rule : Active NPC (2) รวบรวมพลังโจมตีไว้แบบนั้นก่อน และรอให้สถานการณ์ของฝ่ายสเตล่าเสียเปรียบก่อนจึงเริ่มซัด Rule ออกไป

? ? ? : มั่นใจในพลังของตัวเองมากเหลือเกินนะ . . . . คิดว่าดาบเวทย์มนต์ของนายจะงัดกับดาบซาดาเมฮะได้งั้นเหรอ ? อย่าออกไปเสียดีกว่านะก่อนที่จะตายโดยไม่รู้ตัวน่ะ - ชายหนุ่มเอ่ยเตือนก่อนที่จะชี้นิ้วขึ้นมาที่ตัวเอง - ถ้าไม่เชื่อก็ลองฟาดดาบลงที่ตัวผมอย่างเต็มกำลังสิ . . . ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกโล่เวทยมนต์ของผมน่ะป้องกันทั้งกายภาพและเวทย์มนต์ในเวลาเดียวกัน แค่เก็บพลังของคุณเองไม่ให้ใครรู่ว่าพวกเราอยู่ตรงนี้ก็พอ . . . แต่ว่าถ้ายังถึงขนาดกับไม่แน่ใจกับทักษะซ่อนพลังของตัวเองก็นั่งลงนิ่งๆซะเถอะ


Lan : .... - แรนลดดาบลงตามที่เขาได้เตือนไว้ - เรื่องนั้นผมรู้อยู่แล้วล่ะว่าพลังมันต่างกัน อีกอย่างคงรู้สินะว่าผมบาดเจ็บอยู่น่ะ ? - แรนพูดพลางนั่งลงเพื่อสังเกตุการณ์ต่อ
ภายในใจคิด : บ้าที่สุดทั้งๆที่เราก็อยู่ตรงนี้แท้ๆ กลับทำอะไรไม่ได้เลยหรอ? อ่อนแอชะมัด เพราะแบบนี้ ท่านแม่ถึง - แรนขบฟันแน่น แต่ก็ต้องยอมรับสภาพในตอนนี้ทั้งด้านพลังกายและพลังเวทของเขายังไม่พร้อมดีซักเท่าไหร่ - มีอะไรที่เราพอจะทำได้บ้างนะ .... - ถ้าตอนนี้อัลดิเน่อยู่กับเราล่ะก็คงพอจะทำอะไรได้บ้าง ... แรนชะงักไปครู่หนึ่งที่อยู่ๆกลับคิดถึงทูตสาวที่เคยช่วยและทำพันธสัญญาแห่งทูตเพื่อช่วยชีวิตเขาไว้ - ไม่ได้ๆ เราจะคิดแบบนั้นได้ยังไง เราทำผิดทำผิดกับอัลดิเน่มาแล้วครั้งหนึ่ง จะไปมีหน้าขอยืมพลังจากนางได้ยังไงกัน ... - แรนบีบข้อมือของตัวเองแน่น ก่อนที่จะนั่งสังเกตุการณ์ต่อไป

ดูเหมือนว่าการตอบสนองของพันธสัญญาของแรนจะหลุดส่งไปยังอันดิเน่ขณะที่เขากำลังควบคุมสติตัวเองอยู่ ดูเหมือนว่าการที่แรนปฏิเสธการติดต่อจากอันดิเน่จะทำให้นางกระวนกระวายใจเป็นอย่างมาก จนกระทั้งการติดต่อนั้นค่อยๆดับลง

อันดันเน่ : ถ้าเจ้ายังไม่ตอบเรา เราจะไปหาเจ้าเดี๋ยวนี้แหละ - เสียงของเธอดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะตัดหายไป -

? ? ? : คู่คอนแทคของอันดิเน่ . . . . - ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเบาๆ พร้อมกับจ้องมาที่แรนทันที - . . . . . . - ชายหนุ่มยกมือซ้ายของเขาขึ้นมาฉับพลันพร้อมกับนิ่งเงียบไปอีกซักพักหนึ่ง - อืม . . . . . นายคิดจะทำอะไรกับทูติแห่งธรรมชาติน่ะ ? - ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงเรียบพร้อมกับก้มตัวลงหลบหลังพุ่มไม้เช่นเดิม -

ดูเหมือนว่าภายด้านหน้าเด็กสาวจะสามาถจับตัวของชายหนุ่มเนตรสีแดงได้สำเร็จ พร้อมกับพวกเพื่อนของเธอที่ได้พร้อมใจกันใช้จังว่ะนั้นรุมโจมตีทันที แต่เหมือนมันจะง่ายไปหน่อยรึเปล่านะ ?


Lan : เปล่า เราไม่ได้ตั้งใจจะให้อัลดิเน่มาเกี่ยวข้องกับตัวเราเลย แต่เพราะเราอ่อนแอ นางเลยต้องมาทนรับความเจ็บปวดของร่างกายแบบนี้ ... แรนตัดสินใจ ปักริวโคลงใกล้ๆและเรียก B.katana ออกมา ที่ B.katana ไม่มีคมดาบก็เพราะแรนไม่ต้องการจะทำร้ายมนุยษ์ด้วยกันถึงแม้จะถูกตามล่าก็ตาม แรนใช้คมดาบค่อยๆบาดหัวไหล่ด้านซ้ายของเค้าช้าๆ เผยให้ชายหนุ่มตรงหน้าเห็นโลหิตสีดำสนิท พร้อมกับไอความชั่วร้ายที่ซ่อนอยู่ในผิวหนังสีดำนั่น

Lan : ถ้าตอนนั้นข้าตายซะตั้งแต่ตอนนั้น นางก็คงไม่ได้พบกับร่างกายต้องสาบแบบนี้หรอก... - Ryuko : แรน นี่เจ้า .... - แรนจู่ๆแรนก็เงียบไป และนั่งลงเหมือนเดิม ไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากแรนอีก ในตอนนี้จิตใจของเค้ามีแต่ความสิ้นหวังและรู้สึกผิดที่มีคนมากมายต้องยื่นมือมาช่วยเหลือ แต่เขากลับตอบแทนพวกเค้าไม่ได้เลย นอกเสียจากความตายเท่านั้น...

อันดันเน่ : ถ้าเจ้ายังไม่ตอบเรา เราจะไปหาเจ้าเดี๋ยวนี้แหละ - เสียงของเธอดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะตัดหายไป -


แรนตาสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงอัลดิเน่ลอยเข้ามาให้หัวของเค้า แรนหันไปมองรอบๆว่าเสียงมาจากทางไหนแต่ก็ไม่พบกับใครเลยน้องจากชายหนุ่มผมสีขาวที่นั่งอยู่ข้างๆเค้า
คิดไปเองงั้นหรอ? อัลดิเน่....

เด็กชายผมสีเงินจ้องมองที่ใบหน้าของแรนอีกครั้งหนึ่งก่อนที่เขาจะสงบลงและเอ่ยขึ้นอย่างเรียบๆ

? ? ? : พยามยามเข้าสิ ถ้ามีแต่คนช่วยนายอย่างที่ว่าจริงๆล่ะก็ พวกเขาเองคงจะเชื่อว่าวักวันหนึ่งนายจะต้องแข็งแกร่งขึ้นด้วนตัวเองได้อย่างแน่นอน - เด็กหนุ่มยิ้มให้เขา -

ดูเหมือนสถานการณ์ด้านหน้าเขาจะย่ำแย่ลงอย่างมากด้วยฝีมือของชายหนุ่มชุดคลุมผู้ถือพลังเนตแค่คนเดียวเท่านั้น ทั้งผู้หญิงที่ใช้กระแสไฟฟ้าระดับสูงและเด็กคนนั้นต่างค่อยๆล้มลงไปกับพื้น ดูเหมือนว่าหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่มีพลังในการหายตัวจะวิ่งเข้ามาสมทบแล้วดูเหมือนว่าจะไม่ทันการเสียแล้ว . . . . แต่แล้วการโจมตีของเขาก็ต้องชะงักลงด้วยรองเท้าแตะเพียงข้างเดียว . . .


Lan : ถ้าเป็นอย่างที่นายว่าคงจะดีไม่น้อยเลยล่ะ - แรนพูดเสียงนิ่งๆ แต่เพราะคำพูดของเขาทำให้แรนเริ่มมีแรงฮึดขึ้นมา แรนกำ B.katana แน่น และพยายามอ่านวิชาของแต่ละคนให้ได้ เพื่อจับทางการโจมตีให้ได้และเริ่มหากลยุทธที่จะเอาไว้รับมือ ชายชุดดำให้ได้

Lan ; เรย์อิเซนตอนนี้ก็เรียกกลับมาได้แล้ว เด็กคนนั้นคงหลับไปแล้วสินะ - แรนเรียกเรย์อิเซนออกมาเพื่อให้นางช่วยประจุพลังเวทไปที่ดวงตาของแรนเพื่อให้สามารถอ่านการเคลื่อนไหวอของชายชุดดำให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ - แต่ก็ต้องชะงัก เพราะเหมือนจะมี เกี๊ยะไม้บินไปถูกหัวชายชุดดำที่กำลังบีบคอเด็กผู้หญิงที่ใช้หนวดเหล็กๆนั่นกระเด็นไปนิดหน่อย - การโจมตีแบบนั้น เกิดมาเพิ่งเคยเจอเลยอ่ะ = ^ =''' - แรนคิดแบบนั้น

ดูเหมือนจะเกิดการระเบิดพลังครั้งใหญ่เกิดขึ้น พลังทำลายล้างสูงได้ซัดกลุ่มคนกระเด็นไปทั่ว คลื่นพลังนั้นได้ถูกแหวกออกต่อหน้าของแรนโดยมีชายหนุ่มผมเงินยืนบังไว้อยู่หน้าเขา

? ? ? : ฮึ่ม !! - ดูเหมือนว่าเขาจะป้องกันพลังที่ระเบิดออกมาได้ทันเวลา -

ภาพเบื้องหน้าของแรนมีแต่เพียงหลุมกว้างที่เกิดจากแรงระเบิดและเปลวเพลิงสีดำที่ลุกโ๙นขึ้นที่ร่างของเด็กสาวข้างหน้า


หลังจากที่เหตุการณ์นั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว เร็วเหลือเกินจากที่เสียเปรียบอยู่เมื่อครู่ แต่ทุกอย่างกลับจบลงด้วยการเพียงแค่ครั้งเดียว แต่ว่ากลุ่มนักเดินทางของเด็กผู้หญิงคนนี้ก็ได้รับบาดเจ็บกันตามๆกัน ที่เหลืออยู่ก็แค่ตอนนี้มีร่างสองร่างที่สะบักสะบอมอยู่ นั่นก็คือ ชายชุดดำและสาวน้อย?? ไม่สิตอนนี้กลายเป็นชายหนุ่มที่มีออกร่าสีดำครอบคลุมร่างกายนั่นไว้ซะแล้ว

Lan : นี่เป็นอะไรรึเปล่า - แรนหันมาหาคนที่บังแรงระเบิดให้เค้าเมื่อซักครู่นี้ด้วยความเป็นห่วง

? ? ? : ด้วยพลังแค่นั้นยังไม่สามารถจะทะลุผ่านโล่ของผมมาได้หรอก - ชายหนุ่มค่อยๆลดมือลงและยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย - คงจะเหลืออยู่ไม่กี่รายแล้วสินะ . . .

เมื่อเด็กหนุ่มผมเงินเริ่มปล่อยวางจากการต่อสู้เบื้องหน้า ก็ได้ปรากฏร่างโครงกระดูกที่ห่อหุ้มไปด้วยพลังแห่งความตายขึ้นมากลางสนามระหว่างชายผู้หนึ่งที่ได้ปรากฏตัวออกมาจากร่างของเด็กสาวตัวเล็กๆนั่น ดูเหมือนว่การต่อสู้นี้จะไม่จบลงง่ายๆเสียแล้ว


อ่านต่อเรปหน้า
โพสต์ 25-6-2010 08:21:36 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด BoSs-KuNg~ เมื่อ 26-6-2010 10:38

ความเดิมตอนที่แล้ว



Stella Item
Stella Recovey skill
Stella Passive skill
Stella Active skill
Stella Special ability

(งี่เง่า)เด็กสาวคิด แต่เธอไม่คิดจะไปเสียจังหวะกับการกระทืบคู่หูของเธอ ในขณะที่ชายชุดคลุมทั้งสองกำลังตกใจกับพลังวืดของเซ็ทสึโบ "คุณเซชิเลีย !!"สิ้นเสี้ยง หนวดโลหะเส้นนึงที่กองพะเนินอยู่ก็พุ่งเข้าซัดดาบเล่มยักษ์ของชายชุดคลุม 2 เพื่อให้ปลิวหลุดมือไป

"Go To Hell !!" หนวดโลหะอีก 4 เส้นพุ่งทะลวงพื้นดินออกมาจากมุมอับของชายชุดคลุม 2 อย่างรวดเร็ว และผลจากการโจมตีครั้งนี้คือ !!!!

สเตล่า Hp 121 / 121 : Mp 93 / 97 : เซ็ทสึโบ Hp 160 / 160 : มิซากะ Hp 800 / 800 : คุโรโกะ Hp 650 / 650

? ? ? ( 1 ) 800 / 800 : ? ? ? ( 2 ) 1000 / 1000

หนวดเหล็กอันทรงพลังของสเตล่าได้เข้าพันร่างของชายหนุ่มไว้อย่างแน่นหนาอย่างง่ายดาย พร้อมกันกับมิซากะที่ไม่ปล่อยให้โอกาศนี้หลุดลอยไปได้เธอได้ใช้กระแสไฟฟ้ายิงผ่านเหล็กไปยังตัวของชายผู้นั้นทันที คุโรโกะเองก็กำลังใช้แท่งเหล็กต่อสู้อยู่กับชายหนุ่มหน้าตาประหลาด ดูเหมือนว่าความสามารถของเธอจะได้เปรียบความเชื่องช้าของฝ่ายตรงข้ามจึงทำให้ไม่ค่อยน่าจะเป็นห่วงซักเท่าไร เซ็ทสึโบได้คว้าก้อนหินในระแวกขึ้นมาและระดมปาไปที่ชายแปลกหน้านั่นทันทีเพื่อ ( ? ) ช่วยต่อสู้ แต่ดูเหมือนว่าบางอย่างมันอาจจะง่ายเกินไปรึเปล่านะ . . .


"เสร็จล่ะแบบนี้ ครอส !!" สเตล่าวางมือข้างนึงลงกับพื้น กระแสไฟฟ้าหลายสายเริ่มตีวงล้อมชายชุดคลุมที่ถูกตรึงไว้ด้วยหนวดโลหะ ก่อนที่พลังไฟฟ้าพวกนั้นจะพุ่งขึ้นมาเหมือนกระจก "ไปเลยยยยยย !!!"เด็กสาวตะโกนสุดเสียง หนวดโลหะอีกสองเส้นพุ่งทะลุพื้นดินขึ้นมาตั้งป้อมปืนขนาดใหญ่ตรงหน้าสเตล่า " ไปตายซ้าาาา !!!!" สิ้นเสียง กระสุนไฟฟ้าลูกยักษ์ก็ถูกยิงออกไปจากปากกระบอกปืนด้วยความเร็วสูง โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ ห้องกระจกไฟฟ้าที่ล้อมกรอบชายชุดคลุมเอาไว้ !!!

สายฟ้าทั้งหมดได้พุ่งเข้าที่เป้าหมายอย่างจัง เสียงแซ๊บๆช้อตร่างของชายชุดดำอย่างต่อเนื่องจนร่างของเขาค่อยๆรวงลงสู่พื้นดินช้าๆดังปึ้ก ร่างกายปวกเปียกนั่นนอนแน่นิ่งอยู่เป็นเวลานานมาก แต่ดูเหมือนคู่หูของเขาจะไม่ได้สนใจอะไรเลยและลงมือต้านคุโรโกะต่อไป

? ? ? ( 1 ) : ไม่ใช่เธอสินะ . . . . - เสียงแว่วออกมาจากด้านหลังของสเตล่า พร้อมกับขนสีดำของปักษาที่กระจายฟุ้งออกไป นิ้วของชายชุดคลุมได้แตะที่ท้องน้อยของเธอ ทันใดนั้นความรู้สึกเหมือนถูกหอกแหลมแทงทะลุจากด้านหน้าออกผ่านตัวของเธอ ทว่ากลับไม่มีเลือดออกแต่อย่างใด -

มิซากะ มิโคโตะ : สเตล่าา !! - หญิงสาวรีบพลิกตัวกลับมาและเตรียมที่จะยิงประจุไฟฟ้าของเธออกไปแต่ก็ต้องหยุดไปเสียก่อนเมื่อเห็นชายหนุ่มคนนั้นอยู่ใกล้สเตล่าเสียเกินกว่าเธอจะบุ่มบ่ามโจมตีมั่วออกไปได้ -

? ? ? ( 1 ) : พลังของเรลกันจะทำให้สถานการณ์นั้นยุ่งยากขึ้น คงจะต้องให้เธอออกไปจากสนามรบนี้เสียก่อนแล้ว - ดวงตาของเขาค่อยๆลืมขึ้นมาอย่างช้าๆและจ้องไปยังมิซากะทันที - ซึเคียวโยมิ . . . .

แววตาทีแดงสดที่กระหายไปด้วยการต่อสู้ส่องผ่านจิตใต้สำนึกของหญิงสาว สีหน้าของเธอนั้นค่อยๆเปลี่ยนไป ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สามารถทำได้แม้กระทั่งควบคุมขาของตัวเองให้ลุกยืนขึ้นมา

? ? ? ( 2 ) :  หึหึ !! - ชายหนุ่มสะบัดผ้าที่ห้อหุ้มดาบของเขาที่ปลายออกและฟาดไปที่ร่างที่หายไปขอคุโรโกะทันที -

ชิราอิ คุโรโกะ : อะไรน่ะ !! - ดูเหมือนว่าการเทเลพอของเธอจะถูกดึงกลับด้วยพลังอะไรซักอย่างที่ออกมาจากดาบนั่น -

ปลายดาบได้ฟาดลงที่กลางตัวของหญิงสาว รอยถากนั้นเฉี่ยวจุดตายไปเพียงไปกี่เซนติเมตรและถากเอาเสื้อและเศษเนื้อที่สะเอวของคุโรโกะติดออกมาจนพื้นหญ้าเป็นสีแดงไปหมด

? ? ? ( 2 ) : เลิกขัดขืนดีกว่านะครั . . . .  - เลือดสีแดงสดค่อยๆไหลออกมาจากผ้าคลุมสีดำนั่นของเขาเองพร้อมกับขาอีกข้างหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถขยับได้ดั่งใจนึก แท่นแหลมของคุโรโกะได้ปักลงไปที่เส้นเอ็นทั้งด้านหน้าและหลังพร้อมกับทั่วบริเวณท้องขึ้นไปยังอกของชายหนุ่มตรงหน้า -

ชิราอิ คุโรโกะ : อย่ามาดูถูกชาวอาคาเดมี้นะค๊ะ - ว่าแล้วเธอก็หยิบแท่นแหลมเพิ่มขึ้นมาและวิ่งอ้อมกลับมาสมทบกับพวกสเตล่าทันที - สเตล่าอย่าพึ่งเป็นอะไรไปนะ !!

ดูเหมือนว่าจะไม่ทันการเสียแล้ว ชายหนุ่มค่อยๆบีบคอของเด็กสาวร่างบางตรงหน้าขึ้นมาช้าๆ เนตรของเขาได้ถูกเปิดขึ้นอีกครั้งซึ่งเป็นบางสัญญาณบางอย่างที่ทำให้แม้กระทั่งสิ่งที่อยู่ในตัวเธอสัมผัสได้

? ? ? ( 1 ) : จงนิ่งไปซักระยะเถอะนะ - แววตาสีแดงฉานของเขาเบิกออกมาตรงหน้าของสเตล่าทันที -

เปรี้ยงงง !! เสียงซัดของเกี๊ยะไสตล์ญี่ปุ่นดังขึ้นที่หัวของชายหนุ่มอย่างมิได้นัดหมาย รองเท้าบินพิฆาตซึ่งเป็นสกิลเดียวที่เคยเข้าเป้าหมายบินโฉบกระโหลกด้านข้างของชายหนุ่มอย่างจังจนเขาพลั้งมือปล่อยร่างของเด็กสาวลงไปกับพื้น

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : อย่ามาแตะต้องสเตล่านะ !! - เสียงของชายหนุ่มดังขึ้นหลังจากที่ปาอัดด้วยรองเท้าคู่บาทาของเขาข้างหนึ่ง -

? ? ? ( 1 ) : . . . . . . - เสียงของชายหนุ่มเงียบลงไปก่อนที่เขาจะหันไปทางเซ็ทสึโบและค่อยๆชี้นิ้วขึ้นมา -


หนวดโลหะอีก 4 เส้นพุ่งทะลุพื้นดินออกมาเข้าโจมตีไส่ชายชุดคลุม 1 ก่อนที่เขาจะได้ทำอะไรต่อ

ตูมมมมม !!!!

"อย่าหันหลังให้ชาวบ้านชุ่ยๆสิ แกน่ะ"ห่างจากจุดที่โจมตีไปไม่กี่เซ็นติเมตร ร่างของสเตล่าที่ยังยืนได้ไม่เต็มที่พูดขึ้น โดยที่ดวงตาข้างซ้ายของเธอเริ่มกระพริบเปลี่ยนเป็นสีฟ้า

ร่างในชุดคลุมได้สลายไปเป็นภาพจางติดค้างบนอากาศ พร้อมทั้งปรากฏตัวขึ้นที่ด้านข้างของหญิงสาว

? ? ? ( 1 ) : แววตานี่มัน . . . . - เขาค่อยๆเอี้ยวตัวกระโดดถอยมาด้านหลังก่อนที่จะหยิบมีดสั้นขึ้นมาเพื่อเตรียมพร้อมหนึ่งเล่มใต้แขนเสื้อคลุมของเขา -

ร่างของชายชุดคลุมคนที่สองนั้นได้จางหายกลายเป็นน้ำไปและปรากฏตัวขึ้นที่ด้านข้างของคุโรโกะทันที

? ? ? ( 2 ) : มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ - เขากวาดดาบออกไปยังหญิงสาวที่กำลังวิ่งเข้ามาหาสเตล่าอย่างรีบเร่งโดยไม่ทันระวังตัวเองทันที -

บึ้กกก  !! เสียงขอบผ้าที่หุ้มดาบไว้กระทบทีตัวของคุโรโกะลอยไปชนกับต้นไม้ต้นหนึ่งในระยะทันที

ชิราอิ คุโรโกะ : อ้อกก !! - หญิงสาวกระอักเลือดกองใหญ่ออกมาด้านหน้า ดูเหมือนว่าโชคของเธอจะยังไม่หดหู่จนถึงชีวิตแต่กระนั้นก็อาจจะทำให้กระดูกซี่โครงของเธอหักลงหลายซี่เหมือนกัน -

? ? ? ( 1 ) : - ชายหนุ่มค่อยๆโยนมีดสั้นของตัวเองเปิดทางมาที่หญิงสาวก่อนทันที -

สเตล่า Hp 71 / 121 : Mp 93 / 97 : เซ็ทสึโบ Hp 160 / 160 : มิซากะ Hp 800 / 800 สถานะ : ถูกชารินกันครอบงำจิต : คุโรโกะ Hp 550 / 650

? ? ? ( 1 ) 800 / 800 : ? ? ? ( 2 ) 980 / 1000


เด็กสาวพุ่งเข้าไส่มีดนั่นโดยไม่หลบ เพื่อสร้างแรงกดดันให้ฝ่ายตรงข้าม หนวดโลหะที่โจมตีพลาดไปทั้งหมด เริ่มพุ่งตีวงเข้าล้อมชายชุดคลุม 1 อีกครั้งนึง 4 เส้น ยิงลูกบอลสายฟ้าเข้าไส่จากหลายทิศทาง อีก 2 พุ่งโจมตีจากด้านบน และพุ่งเสียบทะลุพื้นดินขึ้นมาจากด้านล่าง

? ? ? ( 1 ) : สงสัยว่าจะต้องเรียกให้ออกมาซะแล้วล่ะนะ - ชายหนุ่มได้พุ่งตัวหลบหนวดเหล็กอย่างคล่องแคล่วก่อนที่จะยื่นมือไปบีบคอของสเตล่าและยกร่างบางๆนั่นขึ้นมา - รึว่าแกจะกลัวชั้นคนนี้ ? - แววตาสีโลหิตจับจ้องผ่านมายังดวงตาของสเตล่า ในขณะเดียวกันเขาก็ได้ปาดาวกระจายแยกเงาออกไปที่เซ็ทสึโบเพื่อไม่ให้มีใครมายุ่งกับเหตุการณ์ขณะนี้ -

ฉึก ฉับ เฟี้ยว - เสียงดาวกระจายนับไม่ถ้วนผ่านร่างของชายหนุ่มไป เขาได้แต่ใช้แขนและเอี้ยวร่างหลบเท่านั้น แต่ก็ไม่สามารถหลบพ้นมันไปได้ทั้งหมด ชายหนุ่มยังสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วถึงจะช้าลงไปบ้างแต่เขาก็ไม่สามารถจะแสดงพลังอะไรได้มากเท่าไรเนื่องจากเขาเองนั้นเป็นแค่คนธรรมดาเท่านั้นเอง

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : ฮึ่ย !! อะไรกันทั้งๆที่ไม่รู้เรื่องอะไรแท้ๆ . . . .

เสียงฝีเท้าที่หนักอึ้งค่อยๆพุ่งไปที่ชายหนุ่มพร้อมกับดาบเขี้ยวฉลามของเขา ฉึก !! เสียงแท่งแหลมจำนวนหนึ่งพุ่งเข้าที่ปลายเท้าของชายชุดคลุมนั่นก่อนที่เขาจะเคลื่อนที่เพื่อวาดดาบออกไป ดูเหมือนว่าแท่งเหล็กของคุโรโกะจะไม่เข้าเป้าหมายเสียโดยตรงแต่ก็ทำให้เขาชะงักและถอยกลับไปตั้งหลักได้

? ? ? ( 2 ) : คาถา ปืนใหญ่วารี - หลังจากที่กล่าวจบ ฉลามยักที่เกิดขึ้นจากน้ำก็ได้แยกตัวออกและพุ่งเข้าหาคุโรโกะตรงหน้าทันที -

ตูม !! เสียงแรงอัดน้ำดังขึ้นสนั่นไปทั่วบริเวณจนเกิดเป็นฝนขนาดย่อมๆ ร่างของคุโรโกะกระเด็นไปตามแรงดันน้ำนั่นกระแทกกับพื้นลงสองตลบ หลังจากที่หมอกที่เกิดจากการระเบิดค่อยๆหายไปชายชุดคลุมก็ได้สัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลหนึ่งขึ้น แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ขยับตัว ลูกบอลที่ประจุพลังขนาดใหญ่ก็ได้ถูกส่งออกมายังตัวของเขาทันที

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : เอานี่ไปกิน !! - เสียงของชายหนุ่มดังขึ้นพร้อมกับรวบรวมพลังทั้งหมดของเขายิงลำแสง 1 Time Per Day ( 1ครั้งต่อ1วัน ) ออกไปทันที -

เสียงพลังแสบแก้วหูซัดเข้าที่ร่างของชายหนุ่มปริศนาหน้าตาคล้ายปลาเข้าอย่างจัง พลังนั่นได้ก่อให้เกิดคลื่นพลังในบริเวณทำให้แต่ล่ะคนกระเด็นออกไปยังทิศทางต่างๆทันที ภายใต้หมอกควัญขนาดใหญ่ชายหนุ่มเนตรวงแหวนได้ลากร่างของสเตล่าออกมาจากหมอกควัญและยืนมองเหตุการณ์อย่างแปลกใจเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเขาเองก็จะไม่สามารถหลบพลังนั่นได้ทั้งหมดเหมือนกัน

? ? ? ( 1 ) : เอาเถอะยังไงซะเป้าหมายเราก็คงจะสำเร็จแล้วล่ะนะ . . .

สเตล่า Hp 71 / 121 : Mp 93 / 97 : เซ็ทสึโบ Hp 160 / 160 : มิซากะ Hp 800 / 800 สถานะ : ถูกชารินกันครอบงำจิต : คุโรโกะ Hp 400 / 650

? ? ? ( 1 ) 700 / 800 : ? ? ? ( 2 ) 430 / 1000


"สำเร็จ ? นี่แกละเมออยู่รึไง ?" สเตล่าลืมตาขึ้นพลางยื่นมือไปบีบที่ข้อแขนของชายชุดคลุม 1 อย่างแรง ดวงตาข้างซ้ายของสเตล่าตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีฟ้าไปเรียบร้อยแล้ว "แกกล้ามากนะ ที่เข้าใกล้ตัวชั้นขนาดนี้ !!!" เสียงของโดมินิคซ้อนทับเสียงของสเตล่าออกมา และเมื่อสิ้นเสียง พลังสายฟ้าของเด็กสาวพวยพุ่งเข้าไส่ชายชุดคลุม 1 ทันที
? ? ? ( 1 ) : หึหึ !! ออกมาแล้วสินะ ก็ดีเหมือนกัน ทางเราไม่ได้มีความจำเป็นกับร่างเด็กสาวตัวเล็กๆคนหนึ่งที่แกใช้เป็นเครื่องพักพิงหรอก - เลือดสีแดงฉานได้ไหลออกมาจากดวงตาของเขา เปลวเพลิงสีดำค่อยๆลุกไหม้ขึ้นที่ร่างกายของจอมมารที่อยู่ในร่างเด็กสาวทันที - ถ้าไม่ยอมออกมาก็จงกลายเป็นผงทุลีไปซะเถอะ !!

ดูเหมือนว่าสถานการณ์ที่ย่ำแย่ตรงหน้าของเขา ไม่มีผู้ใดที่เร็ดรอดออกมาจากแรงระเบิดนั้นเลย เหลือเพียงแต่พวกเขาสองคนลำพังเท่านั้นในตอนนี้

สเตล่า Hp 121 / 121 : Mp 97 / 97 : เซ็ทสึโบ Hp 160 / 160 : มิซากะ Hp 800 / 800 สถานะ : ถูกชารินกันครอบงำจิต : คุโรโกะ Hp 400 / 650

? ? ? ( 1 ) 650 / 800 : ? ? ? ( 2 ) 430 / 1000


สายฟ้าสีดำพุ่งผ่าเข้าไส่ร่างของสเตล่าจากด้านบนอย่างรุนแรง เพื่อหยุดเปลวไฟสีดำนั่น "ท่าทางแกคงจะอยากให้ชั้นฆ่าเหลือเกินนะ ไอ้สวะ" ท่ามกลางประจุไฟฟ้าสีดำที่แผ่กระจายไปทั่วพื้นที่ ร่างของโดมินิคก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าชายชุดคลุม 1

"ดูเหมือนว่าแค่นิ้วมือของแก ก็ทำให้เกิดภาพหลอนได้แล้วสินะเนี่ย"ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพลางยิ้มที่มุมปาก ขณะเดียวกัน ท้องฟ้าโดยรอบก็เริ่มปรากฏรอยโหว่ขึ้นทีละจุดสองจุด

"ชั้นเห็นพลังของแกมามากพอแล้ว จากนี้ไปตังหาก ที่จะเป็นของจริง" เมื่อชายหนุ่มพูดจบ ท้องฟ้าก็เริ่มกรีดร้องทันที สายฟ้าจำนวนมหาศาลพวยพุ่งลงมาฉาบพื้นที่ด้านล่างจนทั่ว และเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นรูปโดมขนาดใหญ่

"ไป !! แฟรงค์ !!" เขี้ยวบินนับไม่ถ้วนพุ่งแหวกน่านฟ้าออกมาเข้าไส่ชายชุดคลุมนั่นทันที โดยแบ่งการโจมตีทั้งการพุ่งเข้าเสียบสังหารและการยิงลำแสงสีแดงไส่เป็นชุดๆ ทางโดมินิคเอง ก็เหมือนกำลังรวมพลังไฟฟ้าขนาดใหญ่อยู่เช่นกัน...

? ? ? ( 1 ) : ใช่แล้ว !! - ชายหนุ่มตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่งก่อนที่จะแสยะยิ้มด้วยใบหน้าีที่เขาไม่เคยทำมาก่อน - คราวนี้ล่ะจะเป็นของจริง !! คาถา อัญเชิญ !! ซูซาโนะ !! - เมื่อเสียงสงบลงก็ได้เผยโครงกระดูกร่างยักออกมาจากด้านหลังของชายปริศนาตรงหน้าของจอมมารทันที -

ดูเหมือนว่าเขี้ยวมรณะจะไม่สามารถโจมตีฝ่าโล่กระดูกจักระตรงหน้าไปได้เลย พลังต่างๆ ต่างถูกปัดออกอย่างง่ายดายและรวดเร็ว ภาพด้านหน้าของจอมมารเหมือนกับฝ่ามือจากแดนยมโลกที่กำลังกวักมือเรียกเขาอยู่

สเตล่า Hp 121 / 121 : Mp 97 / 97 : เซ็ทสึโบ Hp 160 / 160 : มิซากะ Hp 800 / 800 : คุโรโกะ Hp 400 / 650

? ? ? ( 1 ) 650 / 800 : ? ? ? ( 2 ) 430 / 1000


To Be Continue
โพสต์ 25-6-2010 22:28:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 29-6-2010 22:09

AS : [ - - - - l - - - - l - - - - l - - - - l - - - - ]
Ryougi .S. Shiki : KonaKona


Shiki Item
Shiki Recovery skill
Shiki Passive skill
Shiki Active skill
Shiki Special ability
Shiki Special ability 2

Room mate :


สีดำ : บรรยาย
สีแดงเข้ม : การพูด
สีส้มเข้ม : ความคิด
สีเขียวเข้ม : ใช้สกิล

ชิ.. ทำยังไงดีนะ ดูเหมือนต้องสู้อย่างเดียวซะแล้วแฮะ  "แอล ช่วยแช่แข็งมันต่ออีกซักหน่อยนะ!! "ชิกิฝากฝังคำขอให้กับแอลและวิ่งตรงไปยังมังกรตัวนั้นด้วยความเร็วสูงจนเห็นเป็นแค่เงาทิ้งไว้ด้านหลัง ก่อนจะชักมีดออกมา

Brad Rail... จากมีดสั้นก็กลายเป็นดาบคาตาน่ายาวหลายฟุต ชิกิกระโดดขึ้นไปบนอากาศ แล้วกระโดดอีกรอบจนไปถึงตัวของมังกร
Mugen..!! สิ้นเสียงประกาศกึกก้อง คมดาบที่ไม่อาจมองเห็นก็ได้ฟาดฟันมังกรนับไม่ถ้วน!

พลังแช่แข็งของแอลได้จับตัวกันเพื่อไม่ให้มังกรนั่นมีทางเลือกในการหลบหลีกมากนัก เสียงดาบเหล็กในมือของหญิงสาวได้ดังออก ดูเหมือนว่ามันผ่าเนื้อและเกร็ดที่แข็งแกร่งไปได้อย่างง่ายดาย เนตรแห่งความตายของชิกิได้ค่อยๆเปิดออก ฉัวะ เสียงมีดสั้นกระชากวิญญาณของเธอดังขึ้นบ่งบอกว่าเนตรมรณะของเธอนั้นเริ่มทำงานแล้ว

ชิกิ Dex 15 > จอร์มันการ์ด Luck 1 * 2 = 2 > 7.5 % * 6 ( Mugen ) 45 % + Bard bail 10 % = โอกาศ Death Eye 55 % สำเร็จ !!

[quote]LV up 20 : Lv ปัจุบัน 21 : รูมเมท LV Up - รอการอั้พเดท -

Hp + 100 / Mp + 100 : Get 60 Status point

Gain : 99 Gold : Legend Dragon Scale * 5 / Jormungand Fang * 2 / Jormungand Avatar * 1 / Aquamarian * 20

Jormungand Avatar : เป็นเครื่องประดับสามารถเรียกจอร์มันการ์ดออกมาเพื่อใช้พลังของมังกรโบราณได้

ของอื่นๆเป็น Etc ทั่วๆไปแต่สามารถขายได้ราคาสูง

ซากมังกรโบราณได้ถูกจับแช่เย็นเป็นผลึกก่อนที่จะจมหายไปยังก้นทะเลสาบพร้อมกับกลุ่มนักล่าที่ยืนมองสาวน้อยในชุดยูกาตะด้วยความตกใจกับฝีมือของเธอ แอลกระโดดกอดแฟนสาวของเธออย่างดีใจ

เวียเซกิ แอล : สำเร็จแล้วน้า ชิกิ ~ ♥ - หญิงสาวยิ้มขึ้นพร้อมกับจุมพิศกับแฟนของเธอต่อหน้านักล่าอย่างไม่เกรงใจ -

นักล่าหมายเลข 1 : ไม่จริ๊ง !! แค่หญิงสาวสองคนเนี่ยนะ !! ข้ารับไม่ได้ !! - ชายหนุ่มตะโกนออกมาพร้อมชี้ดาบมาทางชิกิทันที - ส่งของมีค่าทั้งหมดมาให้ข้าซะ !! - เสียงพาลหาเรื่องของชายหนุ่มดังขึ้น ดูเหมือนว่ากลุ่มนักผจญภัยอันตพาลก็จะมีอยุ่ในกลุ่มนี้บ้าง -

เวียเซกิ แอล : ไปกันเถอะจ๊ะ ~ ♥ - เธอยิ้มให้แฟนสาวของเธอโดยไม่ใส่ใจนักล่าพวกนั้นเลย -

นักล่าหมายเลข 2 : หนอยแน่ มันจะมากไปแล้ว !! - เขาค่อยๆวิ่งเข้ามาด้านหลังของชิกิและเงื้อขวาญขึ้น -



? ? ? : เลิกทำตัวเป็นเด็กปัญญาอ่อนได้แล้ว - เสียงของหญิงสาวคนนึงดังขึ้นและฟาดด้ามดาบลงไปที่หัวชายคนนั้นทันที -

นักล่าทั้งหลาย : เห้ย !! การ์ดมา !! - พวกเขาทั้งหมดต่างรามือจากหญิงสาวทันทีและวิ่งกระจัดกระจายออกไปตามทางต่างๆ -

? ? ? : ไม่เป็นไรใช่ไม๊ค่ะ ? - เธอเอ่ยถามขึ้นเสียงเรียบ -


''อะ..อือ ไม่ได้เป็นอะไรหรอก ขอบคุณนะ ลำบากเธอซะแล้วสิ แหะแหะ= w =''"" ชิกิลูบหัวตัวเองเล็กน้อยแล้วโค้งขอบคุณอย่างสุภาพ แล้วก็ได้เก็บมีดไว้ยังที่เดิม
เห... ชุดเกราะ อย่างกับเกราะวาคัลลี่เลยแฮะ...   "เอ่อ...ชั้นชื่อชิกิ.. เรียวกิ ชิกิ ส่วนนี้แฟนชั้นเอง เวียเซกิ แอล เธอชื่ออะไรเหรอ? " หญิงสาวในชุดยูกาตะที่ทับด้วยเจ็คเก็ตแดง แนะนำตัวเองกับแฟนสาวของตน
บางที คนๆนี้อาจจะเป็นคนดีก็ได้... มั้ง?

โซเลม : ชั้นมีนามว่าโซเลม เป็นการ์เดี้ยนพิเศษ หนึ่งในกลุ่มอัศวินต้องห้าม ตอนนี้เรามีหน้าที่ในการดูแลพื้นที่ในดันเจี้ยนนี้เป็นงานพิเศษน่ะ - เธอเหลือบมองไปยังเวียเวกิแอลข้างๆชิกิและยิ้มขึ้น - โอ้ . . . เวียเซกิ แอล หนึ่งในผู้มีพลังพิเศษระดับสูง LV 5 ช่างเป็นคู่ที่เข้ากันได้จริงๆนะ เอาเถอะ คุณชิกิสินะ อีกไม่นานข่าวอาจจะแพร่ออกไปแล้วก็ได้ - หญิงสาวหันกลับไปมองทางแคมป์ในดันเจี้ยน - จะไปพักอยู่ที่นั่นก่อนไม๊ล่ะ ? ดูเหมือนพวกเธอก็คงจะเดินทางอยุ่สินะถึงมาแถวนี้ได้น่ะ


" อือ พวกเรากำลังจะเดินทางไปเมือง Halure น่ะ "หืม.. อัศวินต้องห้าม.. ? มันคืออะไรล่ะนั่น? ดันเจี้ยนงั้นเหรอ บางทีอาจจะมีอะไรดีๆก็ได้ล่ะมั้ง? ลองไปดูดีไหมนะ? แต่ว่าเราจะไป Halure นี่นา เอ๋ ? ยังไงกันแน่เนี่ย... ชิกิยืนครุ่นคิดอยู่นานพอสมควร
"เอ่อ...แอล เธออยากไปที่ไหนล่ะ? แต่ชั้นว่าไปยังไงก็ต้องผ่าน แคมป์นั่นอยู่ดี โซเลม ที่แคมป์เธอพอจะมีเรือข้ามฝั่งบ้างรึเปล่า? " ชิกิถามอย่างสงสัย


โซเลม : ไม่ต้องห่วงหรอกเพราะว่าที่ปลายทางพวกเธอสามารถเดินหรือจะนั่งรถม้าไปยัง Halure ก็ได้โดยไม่ต้องข้ามมหาสมุทรน่ะ - หญิงสาวอธิบายขึ้น -

เวียเซกิ แอล : เอ . . . ยังไงเราก็ต้องผ่านแคมป์นั่นนี่นา งั้นค้างซักคืนหนึ่งก่อนก็ได้เนอะ ชิกิ ~ - แอลยิ้มขึ้นและเกาะแขนของชิกิไว้เพื่อรอการตัดสินใจจากแฟนสาวของเธอ -


เดินทางกลางคืนอาจเป็นอันตรายกับคนอย่างแอล... บางทีเราน่าจะควรหาที่พักกันก่อน.. "นั่นสินะ ยังไงวันนี้เราไปพักที่นั่นก็่น่าจะดี นี่ก็ใกล้ค่ำแล้วด้วยสิ " ชิกิพูดขึ้นพร้อมกับมองท้องฟ้าที่เริ่มเปลื่ยนเป็นสีแสดทั่วพื้นฟ้า
"โซเลมถ้าไม่ลำบากเธอล่ะก็ พวกเราจะขอไปค้างคืนทีนั่นซักวันได้รึเปล่า? แค่วันเดียวน่ะ" หญิงสาวในชุดยูกาตะเอ่ยคำถามขึ้นกับโซเลม


โซเลม : ได้สิ ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้วล่ะ - หญิงสาวพูดขึ้นและนำทางพวกชิกิไปยังแคมป์ทันที -

ดูเหมือนจะมีสายตาหลายคู่จับจ้องมายังชิกิ สงสัยจะเป็นเพราะว่าข่าวลืมที่เธอล้มมังกรนั่นลงได้ด้วยฝีมือของเธอและคู่หูแค่สองคนเท่าันั้นจึงทำให้หลายๆคนติดใจในความเป็นมาของเธอ

โซเลม : ไม่ต้องสนใจหรอกเดี๋ยวข่าวลืมก็จะซาลงไปเองนั่นล่ะ - เธอเปิดเตนท์ขนาดใหญ่ขึ้นและเดินเข้าไปด้านใน -


" อะ..อือ " ชิกิเดินผ่านผู้คนมากหน้าหลายตา ก็ค่อยๆยกมือให้เป็นการทักทายเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินตาม โซเลมต่อไป
" นี่โซเลม ชั้นว่าจะถามตั้งนานแล้ว แคมป์นี้มีไว้ทำไมเหรอ? " หญิงสาวพูดขึ้นอย่างเรียบๆ แต่ก็ยังเดินหน้าพร้อมกับจับมือแอลไปด้วยเช่นกัน...

วาคิวรี่สาวถอดหมวกและเพราะของเธอออกพร้อมกับเริ่มอธิบายให้พวกชิกิฟังถึงความเป็นมาของแคมป์นี้

โซเลม : ความจริงแล้วดันเจี้ยนนี้เป็นที่อยู่ของทูติแห่งน้ำอันดิเน่น่ะ แต่ทว่าในป่าเองนั้นก็มียาวิเศษอยู่หลายชนิดเหมือนกันซึ่งที่มีค่าและหายากมากที่สุดก็คือไข่มุขใต้บาดาลของอันดิเน่นั่นเอง แต่ทว่ายังไม่มีใครเคยพบกับวังใต้บาดาลของนางเลยมันก็เลยเป็นปริศนาและข้อสงสัยที่กำลังถกเถียงกันอยู่ว่าทูติแห่งน้ำอันดิเน่อาจจะไม่มีตัวตนอยู่จริงก็ได้ จนกระทั่งมังกรจอร์มันการ์ด สิ่งที่คอยปกป้องทะเลสาบได้ตื่นขึ้นมาไม่กี่วันนี่ทำให้นักล่าแห่กันมาพิสูจน์อีกครั้งนึงทางเรามีหน้าที่คุ้มกันไม่ให้นักล่าที่มีฝีมือระดับสูงมาทำอันตรายอันดิเน่ได้น่ะ . . . . เพราะฉะนั้นความจริงแล้วแคมป์แห่งนี้ก็เป็นของกลุ่มอัศวินต้องห้ามนั่นเอง


"งะ..งั้นแสดงว่า ชั้นฆ่า ผู้ที่ปกป้องทะเลไปแล้วอย่างนั้นเหรอ.. ?" ชิกิพูดขึ้นอย่างเบาๆ
เห.. มังกรนั่นเป็นถึงขนาดนั้นเลยแฮะ..  ชิกิครุ่นคิดอยู่ซักพักนึง ก่อนจะเอ่ยคำพูดออกมา
" ทำไมพวกเธอไม่ลองลงไปหาวังใต้บาดาลอะไนนั่นดูล่ะ? "


โซเลม : ไม่ต้องกังวลไปหรอกตราบใดที่อันดิเน่ยังอยู่มังกรนั่นก็จะฟื้นคืนชีพมาอีก - หญิงสาวนั่งลงบนโต๊ะในแคมป์และเปิดแผนที่โบราณแผ่นหนึ่งขึ้นมา - พวกเราเคยลงไปหาดูแล้วน่ะ แต่ว่าสิ่งที่เจอก็คือความว่างเปล่า จากจุดต่างๆในแผนที่นี่ไม่เคยมีคนเจอโบราณสถานนั่นเลย ยังไงก็ตามพวกเรายังไม่มีความจำเป็นใดๆที่ต้องพบอันดิเน่หน้าที่ของพวกเราคือป้องกันนักล่าที่มาตามล่าตัวของนางได้น่ะ . . . . .  - หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองที่ชิกิอย่างช้าๆ - แต่ไม่ต้องห่วงหรอกอย่างที่ว่า ว่าพวกเธอเป็นนักเดินทางที่ผ่านมาเท่านั้นและเผลอโดนร่างแห ร่วมไปด้วยกับการต่อสู้นั้นน่ะ ชั้นเข้าใจ - หญิงสาวเอ่ยขึ้นและชี้ไปที่้ห้องด้านข้างในแคมป์ - ใช้เตียงนอนในห้องนั้นไปก่อนแล้วกันนะแล้วก็อาหารที่นี่อาจจะไม่หรูซักเท่าไรแต่ก็คงจะไม่ถึงกับแย่มากล่ะนะ - วัลคิวรี่สาวเดินกลับเข้าไปในห้องอีกทางหนึ่งของแคมป์และกระเทาะหินก่อไฟโดยปล่อยให้พวกชิกิพักผ่อนตามสบายขณะรออาหาร -

เวียเซกิ แอล : ชิกิ ~ - หญิงสาวกระซิบข้างหูของแฟนสาวเธอเบาๆ - ไปช่วยเขาทำอาหารดีไหม ? ชั้นคิดว่านอกจากจุดไฟกับย่างเนื้อแล้วอัศวินที่อยู่แต่การฝึกอย่างเธอคงจะทำอาหารไม่ค่อยจะหลากหลายล่ะมั้ง . . . .


"อือ ไปสิชั้นคิดว่าเธอคงไม่ว่าหรอกแต่อย่าไปดูถูกล่ะ บางทีเธออาจจะทำได้ดีสุดๆเลยก็เป็นได้ มั้งนะ ฮะฮะ" หลังจากพูดเสร็จ ก็ลุกขึ้น
" ไหนๆเราก็มาขออาศัยแล้ว ช่วยทำอาหารแค่นี้สบายมากไม่ใช่เหรอ แอล? " หญิงสาวยิ้มให้กับแฟนน้อยๆก่อนจะจูงมือออกไปหาวัลคิวรี่ตรงนั้นพร้อมกับฮัมเพลงไปด้วย
" มีอะไรให้พวกเราช่วยรึเปล่า? โซเลม " เธอถามออกมาด้วยคำพูดที่สดใส ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว มีแต่ แสงไฟจาก ตรงฟื้นที่ลุกไหม้เท่านั้น แต่ก็ยังพอมองเห็นทางเดินจากคบไฟรอบๆแคมป์ ที่เงียบสงบ บางทีเหล่าอัศวินอาจจะนอนพักกันก็เป็นได้ ชิกิฮัมเพลงอย่างช้าๆให้ตัวเองอีกครั้ง

ดูเหมือนว่าหญิงสาวอัศวินจะย่างเนื้อเป็นอย่างเดียวเท่านั้นตามที่คาดกันไว้ เธอโรยเกลือเล็กน้อยที่เนื้อติดกระดูกขนาดกำลังพอเหมาะและนั่งหมุนมันปนแท่นวางไม้

เวียเซกิ แอล : แหม ~ ไม่ต้องลำบากนั่งหมุนเนื้อย่างแล้วล่ะโซเลมเดี๋ยวให้พวกเราจัดการเองดีกว่า - แอลหยิบเนื้อที่ยังไม่สุกขึ้นมาจากแท่นวางก่อนที่จะหันมายิ้มกับชิกิ - ขอยืมห้องครัวในแคมป์ก่อนล่ะนะ

ดูเหมือนว่าครัวขนาดย่อมในแคมป์นี้จะมีอุปกรณ์และเครื่องปรุงครบครันและใหม่เอี่ยม เพียงแต่ว่าเตาจุดไฟและโดยรอบจะดูเลอะฝุ่นไปซักหน่อย ดูเหมือนว่าโซเลมเองจะไม่เคยแตะต้องมันเลย


ชิกิเริ่มทำการหั่นเนื้อโดยใช้มีดทำครัวอย่างชำนาญ.. Death Eye ช่วยในการเสริมสร้างระบบประสาท... ไม่ใช่แล้ว เธอตัดเนื้อออกมาอย่างเรียบสวยและง่ายดาย โดยการจิ้มไปเพียงจิ๊กเดียว ดูเหมือนหน้าที่ของเธอจะหมดลงเนื่องจากถนัดทำแต่เส้นเท่านั้นเอง เธอก็ได้ เดินไปเตรียม ที่โต๊ะอาหารปล่อยให้แอลปรุงอาหารต่อไป..

แอลได้เริ่มลงมือปรุงกับแกงต่างๆเพื่อให้มีรศชาติเข้าเส้นที่ชิกิได้ทำขึ้น โดยมีวัลคิวรี่สาวในชุดลำลองนั่งมองพวกเธอทำอาหารอย่างใจจดใจจ่อพร้อมกับสมุดจดเล่มหนึ่ง ดูเหมือนว่าเธอจะชอบทำอาหารเสียด้วย หลังจากที่ลงมือทำอาหารกันเสร็จแล้ว ชิกิ แอล และโซเลม ก็ได้มานั่งร่วมกันบนโต๊ะเล็กๆในแคมป์ ดูเหมือนว่าโซเลมจะไม่มีตะเกียบให้ใช้เหมือนที่บ้านของพวกเธอเอง ดังนั้นพวกเธอก็เลยจำเป็นต้องใช้ซ้อมและมีดแทนไปก่อน ~

โซเลม : ซุโก๊ . . . - หญิงสาวทำหน้าเหมือนจะตะโกนออกมาแต่ก็หุบเงียบไว้ซะก่อนและก้มหน้าก้มตากินทันที - อร่อยมากเลยล่ะค่ะ แหะๆๆๆๆ - หญิงสาวพูดบิดเบือนรีแอคชั่นของเธอเล็กน้อย -


"อร่อยก็บอกมาเถอะ ฮิฮิ ชั้นอ่ะน้า ชอบตรงนี้ของแอลมากเลยล่ะอื้อ (>w < " ชิกิทำหน้าแมวพร้อมกับเลียแก้มที่เปื้อนเศษอาหารอย่างดีใจ เนื่องจากพุ่งตัวเข้าไปกอดจึงทำให้ทั้งคู่ตกลงสู่พื้น ชิกิมองหน้าแอลพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆก่อนจะเอ่ยว่า
"แล้วชั้นก็ชอบตรงนี้มากที่สุดเลยล่ะ~ ทานล่ะนะคะ~"  สิ้นเสียง ริมฝีปากของชิกิก็ได้ประกบกับริมฝีปากของแอลค่อยๆลิ้มรสชาดในปากของแฟนสาว แม้ว่าเธอจำทำท่าทางขัดขืนเล็กน้อย เธอก็ยังคงไม่ปล่อยไปง่ายๆ หลังจากผ่านไปไม่กี่วิ ชิกิก็ได้ ปล่อยออกมา หายใจหอบเล็กน้อย ก่อนจะเช็ดปากของตัวเอง
" ขอบคุณสำหรับอาหาร อื้อ~ (>w < " เธอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พร้อมกับพยุงตัวแอลขึ้นมา

วัลคิวรี่สาวถึงกับสำลักอาหารที่กำลังเคี้ยวุต้ยๆในปากทันที ดูเหมือนว่าบรรยากาศด้านหน้าจะทำให้เธอติดขัดในลำคอจนต้องกินน้ำตามไปทันที

โซเลม : เอ่อ  อา โน๊ . . . . - หญิงสาวได้แต่พูดเบาๆกับตัวเองคนเดียว เพราะเธอไม่รู้จะเอ่ยอะไรขึ้นก่อนดี -

หลังจากที่ชิกิได้พยุงตัวขึ้นแอลก็ได้ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหันมาบอกว่า

เวียเซกิ แอล : ไว้ทีหลังแล้วกันนะเดี๋ยวโซเลมจะช้อกซะก่อน - เธอหัวเราะออกมาเบาๆก่อนทีจะลุกขึ้นมากับชิกิ - อืม . . . นะ้สินะวันนี้คงจะไม่ได้อาบน้ำซะล่ะมั้งอย่างน้อยๆก็ไปแปรงฟันกว่าเนอะ ~ - แอลยิ้มให้แฟนสาวของเธอก่อนจะหยิบแปรงสีฟันออกมายื่นให้ -

โซเลม : อา . . . เอาเป็นว่า ห้องนอนของพวกเธออยู่ด้านโน้นของแคมป์นะเชิญใช้ได้ตามสะดวก ชั้นขอตัวก่อนแล้วกัน ขอบคุณสำหรับอาหารนะ ฮ่าๆๆๆ - หญิงสาวหัวเราะแห้งๆและพูดติดจรวดก่อนทีจะรีบออกไปจากแคมป์ทันที -


Player Reaction :  เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 26-6-2010 10:11:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด nutchsnon เมื่อ 28-6-2010 23:19



Lan Blado Item
Lan Blado Recovery skill
Lan Blado Passive skill 1
Lan Blado Passive skill 2
Lan Blado Active skill
Lan Blado Speacial ability

Lan : งั้นหรอ ... - แรนถอนหายใจเบาๆ - ดูท่าการต่อสู้ครั้งนี้... คงจะไม่จบแบบไม่มีใครต้องเสียชีวิตซะแล้วสิ.. - แรนกำมือแน่น การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ทุกครั้งที่ทั้งคู่ปะทะกันออร่าสีดำก็พวยพุ่งออกมาไม่ขาดสาย (นึกภาพตอนคราวกับเซฟิรอทสู้กันใน FF7 the movie) ทำให้แรงดันวิญญาณบริเวณรอบๆนี้เริ่มแปลปรวนเข้าทุกขณะ

Lan : เดี๋ยวก่อน... แล้วคนอื่นๆล่ะ? - แรนพยายามกวาดสายตามองหาเม็มเบอร์ของสาวน้อยที่ใช้หนวดเหล็กอีกครั้งก็พบว่า แต่ละคนได้หมดสติเพราะแรงระเบิดเมื่อซักครู่ แต่ว่าเขากลับไม่เห็นวี่แววชายชุดดำอีกคนหนึ่งเลย - หนีไปแล้วงั้นหรอ? - ยิ่งการต่อสู้ดุเดือดมากขึ้นเท่าไหล่ออร่าสีดำก็ยิ่งแผ่กระจายออกไปบ้างเท่านั้น ซึ่งไม่เป็นผลดีแน่ หากมันไปสัมผัสกับร่างกายของมนุษย์เข้าขณะไม่ได้สติแบบนั้น - Lan : ขืนปล่อยพวกเค้าโดนลูกหลงของการต่อสู้คงไม่ดีแน่ - แรนหันไปหาชายหนุ่มผมสีเงิน - ขอร้องล่ะ ขอยืมพลังของนายหน่อยเถอะ ช่วยเราพาร่างของเม็มเบอร์ที่นอนสลบอยู่แถวๆนั้นด้วย .... - แรนขอร้องชายหนุ่มตรงหน้า แต่ถึงแม้ว่าเค้าจะไม่ให้ความร่วมมือ แรนก็ไม่อยากเห็นใครถูกความมืดเข้าครอบงำร่างกายเหมือนกับแรนและก็เด็กผู้หญิงคนนั้น (ถึงจะเป็นร่างอวตารของโดมีนิกก็เถอะ)

แล้วแรนก็วิ่งออกไปช่วยคนที่ใกล้ที่สุดก่อนนั่นก็คือ เด็กผู้หญิงที่ใช้เหล็กบินที่นอนสลบอยู่ใกล้ๆที่ซ่อนของแรน

? ? ? ( 2 ) : อย่ามายุ่งเรื่องนี้จะดีกว่านะครับ - ปลายดาบฟันฉลามทาบลงที่ไหล่ของแรนพร้อมที่จะกระชากแขนเขาออกมาพร้อมรอยถากได้ทุกเมื่อ - ผมจะทำเป็นไม่รู่ไม่เห็นก็แล้วกันนะรีบหนีไปซะดีกว่า อย่าให้ผมต้องลงมื . . . . - ไม่ทันที่ชายหนุ่มหน้าตาประหลาดจะพูดจบดาบคู่กายของเขาก็ค่อยๆลอยไปบนอากาศในขณะที่ลำตัวของเขากำลังถูกหินกลืนกิน -

? ? ? : Stone Requiem . . . . เอาล่ะนายน่ะจะช่วยคนก็รีบๆทำซะ ถ้าคนแค่นี้ยังช่วยไม่ได้นายจะไปตอบแทนผู้มีพระคุณของนายได้อย่างไรกัน - เด็กหนุ่มยืนเก๊กหันหลังให้กับแรนและรับหน้าชายชุดดำตรงหน้าทันที -

VS
ปัญหาเดียวของชายหนุ่มในตอนนี้ก็คือการรวบรวมกลุ่มคนที่บาดเจ็บให้ครบและอยู่ในที่ปลอดภัยโดยที่ไม่ให้พวกชายชุดดำรู้ได้ว่าเขาได้ไปหลบซ่อนที่ไหน ในเวลาที่จำกัดนั่นเอง

? ? ? : 600 / 600 / ? ? ? ( 2 ) : 430 / 1000


Lan : ขอบคุณ! - แรนไม่รอช้า รีบวิ่งไปหาร่างของสาวน้อยทวินเทล(คุรุโกะ)ก่อนทันที - ไม่เป็นไรนะ ทำใจดีๆไว้! - แรนรีบมนต์คุ้มครองคลุมร่างของหญิงสาวไว้แล้วรีบอุ้มเธอขึ้นพร้อมกับดีดตัววิ่งไปที่ป่าด้านหลังทันที (หัก AS ไปเลยก็ได้นะเทรสจัง เอาให้ห่างจากที่นี่ซักครึ่งแม็พก็ได้)  - เอาล่ะจากตรงนี้คงจะตามมาไม่ได้สินะ คนๆนั้นจะถ่วงเวลาให้เราได้นานเท่าไหร่กัน .... ไม่มีเวลามาคิดแบบนั้นแล้ว ต้องเชื่อมั่นในตัวเค้า - แรนทิ้งเรย์อิเซนไว้กับหญิงสาวเพื่อคอยคุ้มครองหญิงสาวไว้ก่อนจะรีบวิ่งกลับไปหา ชายใส่แว่นทันที

AS [        l        l - - - - l - - - - l - - - - ] ( ย้าย คน 2 คน + วิ่งไป - กลับ 8 ขีดย่อย )

ดูเหมือนว่าการช่วยเหลือบุคคลแรกจะสำเร็จไปได้ด้วยดีแต่ว่าการเคลื่อนที่ด้วยพลังเร็วสูงจะทำให้พลังของแรนลดลงไปนิดหน่อยแต่ถ้าใช้ต่อเนื่องกันอาจจะเป็นอันตรายต่อตัวเขาเองก็ได้ ชายหนุ่มคนที่สองที่แรนได้พาวิ่งหลบออกมานั้นดูเหมือนโชคชะตาจะไม่เข้าข้างเขาซักเท่าไรนักด้วยเหตุผลบางประการระหว่างทางเขาจึงถูกฝูงแมลงตัวน้อยไล่จิ้มทั้งๆที่น่าจะหนีไปกับการต่อสู้เมื่อครู่หมดแล้วแท้ๆ

Hp:  25/45 // Mp : 27/47


Lan : บ้าที่สุดเสียเวลากับแมลงพวกนี้ไปเปล่าประโยชน์ซะแล้วสิ แบบนี้ต้องเร่งอีกหน่อยแล้ว - หลังจากแรนวางชายสวมแว่นลงก็รีบจ้ำกลับไปที่สนามต่อสู้อีกครั้งเพื่อไปช่วย หญิงสาวผมสั้น (มิซากะ) - แต่เนื่องจากใช้การเคลื่อนที่เร็วเป็นเวลานานๆ ทำให้ร่างกายเริ่มแบกรับภาระมากและสูญเสียพลังเวทย์เยอะกว่าทุกทีเพราะไม่ได้ถือเรย์อิเซนมาด้วย (หัก HP/MP ตามสะดวกจ้า) ในที่สุดแรนก็มาถึงแต่เนื่องจากเธอถูกทำให้ขยับไม่ได้ด้วยคาถาบางอย่างที่แรนไม่รู้จักจึงต้องเสี่ยงเข้าไปช่วยเธอจากข้างใน ใช้ SP Skill เพื่อช่วยมิซากะทันที แรนพยายามดำดิ่งลงไปในจิตใจของหญิงสาวเผื่อช่วยเธอจากคาถานี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!!

แต่ระหว่างที่เขากำลังดำดิ่งลงไปนั้นจู่ๆหน้าอกของแรนก็เริ่มแน่นขึ้นอีกครั้ง เพราะการเข้าไปในจิตใจของคนอื่นนั้นต้องใช้พลังเวทย์สูงพอสมควร (หัก MP ตามสะดวก) จึงทำให้กาฝากเริ่มคลายผนึกได้และเริ่มคุกครามร่างกายของแรนอีกครั้ง (ตอนนี้ กาฝากกลืนไปถึงข้อศอกของแรนแล้ว) - บ้าที่สุดอย่าเพิ่งมากวนกันตอนนี้จะได้ไหม! แรนรีบดำลงไปค้นหาจิตสำนึกของหญิงสาวเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เวลายิ่งบีบไม่ให้แรนต้องเร่งมือมากเข้าไปทุกทีซะแล้ว....

AS : [       l - - - - l - - - - l - - - - l - - - - ] ( ขึ้นวันใหม่ละเพิ่มก่อน , หัก 1 ช่องเนื่องจากใช้ Special ability ควบคู่พลังเวทย์ของตน และเป็นการใช้ขั้นสูงออกไปทีเดียว )

ภาพใต้จิตสำนึกที่แรนเห็นเบื้องหน้าเต็มไปด้วยกองเลือดและเสียงกรีดร้องของหยิงสาวที่ไม่มีทางสู้ ปีศาจร่างมนุษย์ข้างหน้าของแรนและหญิงสาวกำลังมีความสุขกับการแยกส่วนร่างของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนอยู่ตรงหน้า

มิซากะ มิโคโตะ : ไม่ . . . ไม่ !!! หยุดนะ !! - เสียงกรีดร้องของเธอดังขึ้นพร้อมกับร่างชายหนุ่มผมเงินคนหนึ่งซึ่งกำลังเข่นฆ่าผู้หญิงอีกคนหนึ่งตรงหน้าเธออย่างเลือดเย็น รอยยิ้มอันชั่วร้ายของชายคนนั้นทำให้มิซากะสั่นคลอนไปด้วยความหวาดกลัว - หยุดนะ . . . . หยุดน้าาาาาาาา !!!!


Lan : บ้าที่สุด! ริวโค! - Rule & SP Skill Active (เนื่องจากอยู่ภายในจิตสำนึกของคนอื่น จำเป็นต้องจำกัดพลังทำลายแค่คาถาเท่านั้น ไม่ให้ทำร้ายจิตสำนึกของมิซากะ) แรนใช้พลังเวทย์ครอบคลุมไฟของริวโคไว้อย่างหนาแน่เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อ จิตสำนึกของหญิงสาว ก่อนจะฟาดออกไปเป็นเคลื่อนเพื่อทำลายภาพหลอนที่ลุมทำร้ายเธออยู่ - Lan : เข็มแข็งไว้! มันก็แค่ภาพหลอนเท่านั้น รีบส่งมือมาเร็วเข้า อึก!! - แรนพยายามเอื้อมมือฝ่าเพลงของริวโคและของชายหนุ่มปริศนา เพื่อดึงร่างของหญิงสาวออกมาจากคาถานั้นให้จงได้

ดูเหมือนว่าคาถาลวงตาจะคลายออกอย่างง่ายดายเกินที่แรนคาดไว้ ดูเหมือนว่าตัวผู้ใช้จะไม่ได้อยู่ในบริเวณนี้อีกแล้วด้วย เมื่อเขาได้ช่วยจิตสำนึกของหญิงสาวออกมาภาพภายนอกก็ประกอบไปด้วยกองโลหิตสีดำและสีแดงไปทั่วแต่มีเพียงร่างของเด็กสาวคนเดียวเท่านั้นที่กำลังนอนสลบอยู่กลางสนามต่อสู้นั้น


หลังจากที่แรนออกมาจิตของหญิงสาวผมยาวได้แล้ว ก็พบว่าการต่อสู้จบลงไปแล้ว แรนเรียกให้ริวโคออกมาอยู่ในร่างมนุษย์และให้พาหญิงสาวที่เพิ่งช่วยออกมาจากคาถา(บิริๆ) ไปที่จุดนัดพบก่อน

Lan : ไปก่อนเลยริวโค เสร็จแล้วฝากให้เรย์อิเซนเตรียมวงเวทสำหรับรักษาให้ที - Ryuko : แรน ถ้าท่านรักษาทีพร้อมกันทีเดียว 4 คนตัวท่านจะ... - แรนหยุดไม่ให้ริวโคพูดต่อ
Lan : ช่างเถอะ ยังไงซะอย่างน้อย สิ่งที่พอจะทำได้ก็มีแค่นี้แหละ - แรนกำมือแน่นก่อนที่จะตรงไปยังเด็กสาวที่นอนสลบอยู่กลางหญ้าที่ถูกแผดเผาด้วยเพลิงสองสีจนดำสนิทไปหมดแล้วทันที... แรนรีบวิ่งไปที่ร่างของสาวน้อยทันที Lan : ร่างกายสูญเสียพลังไปมาก ส่วนบาดแผลก็สาหัสอยู่ต้องรีบแล้วสิ - แต่พอแรนพยุงร่างของสาวน้อยขึ้น กาฝากแรนก็เริ่มคลุ้มคลั่งขึ้นอีกครั้ง แรนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบพาร่างของเธอไปที่จุดนัดพบทันที

เมื่อแรนมาถึงจุดนัดพบ เรย์อิเซนก็เตรียมวงเวทย์ไว้พร้อมแล้ว  แรนวางร่างของสาวน้อยลงที่วงเวทย์นั้นด้วย ก่อนจะเดินมาอยู่ตรงหน้าวงเวท

Lan : จะเริ่มล่ะนะ - แรนเริ่มตั้งสมาธิเพื่อร่ายเวทมนต์รักษาขนาดใหญ่ทันที - ไฟ... น้ำ... ไม้... เหล็ก... สายลม..-  แรนรวบรวมธาตุต่างๆ มาไว้ที่วงเวทย์อย่างระมัดระวัง เนื่องจากแรนใช้พลังเวทไปมากแล้ว ร่างกายแรนตอนนี้เองก็เริ่มจะมีบาดแผลขึ้นตามตัวแล้วเช่นกัน เรย์อิเซนมีท่าทีจะเข้าไปห้ามพิธี แต่ก็ถูกริวโคห้ามไว้เช่นกัน
Lan : รวบรวม... ประสาน... เติมเต็ม... รักษา!!!! -Recovery Skill Active

หลังจากเสร็จพิธี แรนก็ทรุดตัวลงนั่งทันที - ตุบๆๆๆๆ!!! - เสียหัวใจของแรนเริ่มเต้นถี่ขึ้น กาฝากในร่างกายเริ่มจู่โจมแรนอีกครั้ง คราวนี้แรนสูญเสียพลังไปมากทำให้มันรุกรานแรนได้ง่ายกว่าปรกติ Reisen : ไม่ได้การแล้ว! ว้าย!! - เรย์อิเซนพยายามจะเข้าไปในร่างแรนแต่ก็ถูกดีดออกมาโดยนายของตัวเอง

Lan : พวกเธอสองคนช่วยพาพวกเค้าเข้าเมืองไปก่อน... แค่ก!- แรนกระอักเลือดสีดำออกมาเล็กน้อย ก่อนจะพยายามพยุงร่างของตัวเองขึ้น - ตอนนี้ต้องให้... มันได้อาละวาดซักหน่อยซะแล้ว... เรา... จะออกไปไกลจากที่นี่เท่าที่จะทำได้ เอาไว้หลังจากที่มันสงบลง ค่อยตามหา..เราก็แล้วกัน... - ว่าแล้วแรนก็รีบเดินจากพวกเรย์อิเซนไปทันที เรย์อิเซนและริวโคเองก็เร่งมือ พาทั้งสีคนกลับไปที่เมือง DH เช่นกัน

ชายหนุ่มได้วิ่งหอบร่างปวกเปียกของเขาไปตามป่าที่ตัดออกห่างจากเมืองไปเรื่อยๆจนกระทั่งสุดขอบมหาสมุทร ดูเหมือนมันจะไกลพอที่จะไม่ให้มีใครเข้ามาพบเจอได้แล้ว ร่างของชายหนุ่มกำลังโดนพลังมืดกลืนกินเข้าไปทุกๆวินาีที ร่างของเขาได้ล้มลงริมยอดผา ขณะที่เขาวูบหมดสติไปได้เพียงชั่วครู่ดวงตาของเขาก็สามารถลืมขึ้นมาอย่างช้าๆแต่ก็ยังรู้สึกเหนื่อยเพลียด้วยพลังเวทย์ที่ยังไม่หวนคืนกลับมาหมดรวมทั้งปราศจากริวโคและเรย์อิเซนด้วย ดูเหมือนว่าจะเร็วกว่าเวลาทั่วไปที่จอมมารนั้นสิงร่างของเขา กาฝากบนตัวเขากำลังลดถอยลงอย่างช้าๆ - แปะๆ - เสียงน้ำหยดลงตรงพื้นข้างๆใบหน้าที่คว่ำอยู่กับพื้นของเขา เลือดนั่นเอง . . . . เมื่อชายหนุ่มได้เอียงหน้าขึ้นก็ได้พบกับหญิงสาวที่ตามเขามาจากอีกฟากหนึ่งของมหาสมุทรนี้นั่นเอง

อันดิเน่ : ตื่นแล้วเหรอ ? - เลือดกำลังไหลออกดั่งสายน้ำจากปากของเธอพร้อมกันกับออร่าแห่งวารีที่คอยหุ่มตัวเป็นเกราะคุ้มกันร่างของเธอที่หายไปจนหมดแล้ว - เรียกดาบของนายกลับมาสิ . . . . . - หญิงสาวทรุดเข่าลงกับพื้น หอกไทรเด้นของเธอกลิ้งหลุดออกจากมือและกาฝากนั่นก็เริ่มชิงร่างขึ้นมาใหม่อีกครั้ง หญิงสาวยังไม่ยอมแพ้แม้ว่าเธอจะทรุดหนักลงแต่ก็ยังพยายามคงเวทย์ผนึกของเธอไว้ ตอนนี้คงจะเป็นการต่อสู้ทางจิตเสียมากกว่า ทว่า . . . พลังวารีของเธอลำพังมิอาจจะผนึกพลังของความมืดนั่นได้เสมอไปเนื่องจากเธอไม่ใช่ทูติเฉพาะทางจากโลกของแรน แต่กระนั้นด้วยความสามารถสายทูติพิเศษของเธอก็สามารถเยียวยามันลงได้ด้วยการใช้พลังที่เท่าๆกัน ดูเหมือนนอกจากจะยับยั้งกาฝากแล้วเธอยังช่วยเพิ่มพลังเวทย์ของแรนอีกด้วยแต่ดูเหมือนพลังฟื้นฟูเวทย์มนต์ของเธอจะด้อยกว่าการฟื้นฟูพลังกายจึงไม่สามารถฟื้นฟูเวทย์มนต์ของแรนให้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนกับเด็กผมสีม่วงคนนั้นได้ -


อ่านต่อเรปหน้า
โพสต์ 26-6-2010 10:37:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 29-6-2010 20:37

ความเดิมตอนที่แล้ว



Stella Item
Stella Recovey skill
Stella Passive skill
Stella Active skill
Stella Special ability
Room mate :


(นั่นมันตัวบ้าอะไรกัน ? การโจมตีใช้ไม่ได้ผลงั้นรึ ?)ชายหนุ่มเริ่มครุ่นคิด แต่ความคิดของเขาก็หยุดลงซะก่อนเมื่อเขาเห็นชายชุดคลุมคนนั้นแสดงสีหน้าแบบนั้นออกมา "โฮ่ สีหน้าดีเหมือนกันนี่หว่า มันต้องแบบนี้สิ ครอส !!!!"ชายหนุ่มฉีกยิ้มกว้างอย่างซาดิสม์ ก่อนที่พลังไฟฟ้าสีดำจะพวยพุ่งออกมาจากด้านหลัง ราวกับปีกของวิหก....

ซูม !!! พลังไฟฟ้าพุ่งทะลุขึ้นมาจากพื้นดินอย่างรวดเร็ว เข้าพันธนาการทั้งชายชุดคลุมและโครงกระดูกยักษ์นั่น "ฆ่ามันแฟรงค์ !!!!" เขี้ยวบินทุกตัวที่บินว่อนอยู่บนอากาศพุ่งเข้าล้อมโลงศพสายฟ้าทมิฬ ในขณะเดียวกัน ปีกสายฟ้าของโดมินิคก็ยิ่งขยายตัวมากขึ้นจนปกคลุมน่านฟ้า พร้อมทั้งยังฉีดเข้าไส่เขี้ยวบินทุกตัวเพื่อเพิ่มพลังทำลายล้างสูงสุด

"ไปตายซะ !!" ชายหนุ่มเหวี่ยงมือขวาของเขาไปด้านข้างอย่างแรง พริบตานั้น เขี้ยวบินทุกตัวก็ยิงกระสุนสายฟ้าขนาดใหญ่กว่าปกติร่วม 3 เท่า พุ่งเข้าเสียบโลงศพนั่นจากหลายทิศทางราวกับการเล่นมายากล กล่องมรณะ.... [ไม่ใช่การโจมตีทุกทิศทาง ไม่ใช่สกิล Death Fang นะจ๊ะ]

"แสดงให้ชั้นเห็นสิ พลังที่จะโค่นล้มชั้นคนนี้ได้น่ะ ไอ้สวะ"โดมินิคตะโกนเข้าไปหลังการโจมตีนั่นพลางย่อตัวต่ำลง และเริ่มชาจเอาพลังไฟฟ้าอัดไว้ที่มือขวา (พันปักษา) กระแสไฟฟ้าจำนวนมหาศาลยังคงพวยพุ่งออกมาไม่หยุดหย่อนจนทำให้รอบๆจุดที่โดมินิคยืนอยู่นั้นถูกสายฟ้าเผาไหม้จนแหลกสลาย

"Cross Destination...." ชายหนุ่มพูดขึ้นโดยเพ่งสายตาของเขาไปที่โลงศพ ท้องฟ้าด้านบนโลงศพถูกเปิดออกพร้อมๆกันกับสายฟ้าขนาดมหึมาที่พุ่งซัดโลงศพสีดำนั่นจนเกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง โดมินิคพุ่งเข้าไส่กลุ่มควันหลังการโจมตีนั่นทันทีโดยลากเอามือขวาที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้ามหาศาล พร้อมจะตัดทุกสิ่งที่ขวางหน้า !!!

? ? ? ( 1 ) : ฮ่าๆๆๆๆ - ฝ่ามือสายฟ้าฟาดของโดมินิคได้คานิ่งอยู่ที่หน้าของชายชุดดำตรงหน้าโดยไม่สามารถฟาดฟันทะลุเข้าไปแตะต้องตัวของชายหนุ่มคนนั้นได้เลย พร้อมกับเขี้ยวบินจำนวนมากที่กำลังพยายามฝ่าฟันเขตุแดนป้องกันของร่างทรงปีศาจข้างหน้านั่น - พลังป้องกันของชั้นน่ะมันแน่นอนกว่าพลังโจมตีของแก !! - ชายหนุ่มตะโกนขึ้นพร้อมเสียงหัวเราของเขาและฟาดร่างของจอมมารตกลงไปที่พื้นดินอย่างง่ายดายด้วยฝ่ามือของปีศาจตนนั้น - อ้อกก !! ชายหนุ่มกระอักเลือดกองใหญ่ออกมาจากตัวเขา ดูเหมือนว่าพลังนั่นจะทำให้ร่างกายต้องแบกรับมากเกินไปเสียด้วย -

และในขณะนั้นเองช่องโหว่แห่งโล่สุดแกร่งก็ได้บังเกิดขึ้น ทาศรับใช้ที่ซื่อสัตย์ของโดมินิคได้พุ่งตัวผ่าร่างเนื้อใต้ชุดคลุมนั่นออกเป็นทางยาวทันที ดูเหมือนว่ามันจะเป็นแค่ช่วงจังว่ะสั้นๆเท่านั้นที่การโจมตีนั้นสามารถบุกทะลวงเข้าไปได้

โดมินิค Hp 100 / 121 : Mp 97 / 97

? ? ? ( 1 ) 499 / 800


"จะสู้ ก็สู้ได้ดีนี่หว่า แต่ว่า พลังของแก ก็ไม่อาจโค่นล้มชั้นคนนี้ได้ !!!!" โดมินิคดีดตัวขึ้นจากพื้นทิ้งระยะห่างจากชายชุดคลุมไปประมาณ 2 เมตร ก่อนที่พลังไฟฟ้าจำนวนมหาศาลจะพวยพุ่งออกมาจากแขนทั้งสองข้างเป็นทางยาว ชายหนุ่มจะยกแขนทั้งสองข้างมาประสานกันเหนือหัว(ทรานซั่มไรเซอร์)และฟาดพลังสายฟ้าขนาดมหึมานั่นไส่ชายชุดคลุมทันที..... พร้อมๆกัน เหล่าเขี้ยวบินจำนวนหนึ่งก็พุ่งขึ้นมาจากพื้นบินตรงเข้าเสียบสังหารชายชุดคลุมโดยไม่ทันให้เขาได้ตั้งตัวใดๆทั้งสิ้น

สายฟ้าฟาดผ่าโครงกระดูกตรงหน้าของจอมมารลงไปเป็นรอยไหม้ สีแดงสดจากความร้อนของกระแสไฟฟ้ายังคงประทับอยู่บนร่างอวาตาลนั่น แต่แล้วรังศีแห่งความอมหิตก็ได้แพร่กระจายออกมาอีกครั้งนึงพร้อมกับภาพร่างกระดูกนั่นที่ดูเป็นสัดส่วนมากขึ้น

? ? ? ( 1 ) : แกกกกกกกกกก !!! - เสียงของชายหนุ่มตะโกนลั่นพร้อมกับทุบมือลงที่จอมมารอย่างหนักหน่วงจนพื้นดินรอบข้างแตกเป็นรอยลึก -

โดมินิค Hp 50 / 121 : Mp 57 / 97 ( Effect เยอะตระกาลตาอลังการงานสร้าง )

? ? ? ( 1 ) 239 / 800


ชายหนุ่มค่อยๆยันตัวขึ้นมาอย่างยากลำบากต่างจากตอนที่เขาโดนเล่นงานหนแรกลิบลับ การที่เขารับการโจมตีของโครงกระดูกยักษ์นั่นเข้าไป ใช่ว่ามันจะไร้ผล เพราะร่างกายของเขา มันค่อยๆตายไปตั้งแต่การโจมตีด้วยเพลิงสีดำนั่นแล้ว (ตาขวามองไม่เห็นซะแล้วสิ ที่ปวดแปล๊บๆที่แขนซ้ายนี่ก็ด้วย หักซะแล้วเรอะ)

"ไม่ชั้นก็แก วันนี้คงจะเป็นใครซักคนที่จะต้องตาย เพราะชั้นจะไม่มีวันปล่อยให้แกรอดชีวิตกลับไป และเพื่อไม่ให้เป็นเช่นนั้น แกจะต้องหยุดยั้งชั้นด้วยความตายของชั้น"ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ ประจุไฟฟ้าสีดำเริ่มแผ่ขยายเข้าปกคลุมพื้นที่นี้อีกครั้ง

เปรี๊ยะๆๆๆๆๆๆ - เสียงประจุไฟฟ้าที่เสียดสีกับอากาศดังสนั่นขึ้นเป็นจังหวะ มือทั้งสองข้างของโดมินิคถูกห่อหุ้มไปด้วยประจุไฟฟ้าจำนวนมหาศาล (พันปักษาคู่) ก่อนที่ชายหนุ่มจะกระทืบพื้นตรงหน้าของเขาจนเกิดการระเบิดขึ้น

ควันจากการระเบิดเริ่มเข้าบดบังวิศัยทัศน์ของชายชุดคลุม พลังไฟฟ้าจำนวนมากจากในกลุ่มควันไหลมาตามพื้นดินราวกับการเคลื่อนไหวของอสรพิษ(พันปักษาหลั่งไหล) เข้าจู่โจมเป้าหมายอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกัน ด้านบนเหนือหัวของชายชุดคลุม ฝูงเขี้ยวบินนับร้อยเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบก่อนที่พวกมันจะกระหน่ำยิงแสงเลเซอร์สีแดงลงมาเป็นสายฝน

เปรี๊ยะๆๆๆๆ - สายฟ้าสีดำสนิทจากมือของมารร้ายถูกลากผ่านพื้นดินจนเกิดเสียงดังสนั่นไปทั่ว หลังจากการโจมตีชุดใหญ่ โดมินิคพุ่งเข้าไส่ชายชุดคลุมนั่นจากด้านหน้าด้วยความเร็วสูงสุด !!!

? ? ? ( 1 ) : ว้ากกกกกกกกกกกกกกก !! - เสียงตะโกนของชายหนุ่มตรงหน้าทั้งสองดังอย่างบ้าคลั่ง -

ฉัวะ !! เลือดสีแดงกระเซ็นทั่วไปบริเวณ ปลายขอบหญ้าเขียวขจีกลายเปลี่ยนสีแดงสนิท ฝ่ามือของจอมมารพุ่งอัดทะลุร่างของเป้าหมายคว้ากระดูกในติดมือพร้อมทั้งลากเนื้อก้อนที่ฉีกขาดติดมือของเขา รวมไปทั้งร่างกระดูกที่คงไว้แต่แขนข้างใหญ่ตรงหน้าได้กระชากแขนอีกด้านหนึ่งของจอมมารออก เศษเนื้อที่ฉีกขาดพร้อมเสื้อผ้ากองตามพื้นปะเลือดสีดำปนแดงสดกระเด็นรวมกันมั่วไปรอบบริเวณ

? ? ? ( 1 ) : หึหึ !! ดูเหมือนว่าจะรู้ผลกันแล้วล่ะนะ - ฝ่ามือยักได้บีบตัวจอมมารโดมินิคลงจนเป็นเลือดกระเซ็นออกมาตามรอยนิ้ว แต่ทว่าชายในชุดดำก็ต้องตกใจเมื่อเขี้ยวบินนั้นเปลี่ยนเป็นหนวดเหล็กเสียแทน - ไม่จริง !! หรือว่า !! - ชายหนุ่มกระอักเลือดออกมาก่อนที่จะมองร่างของเด็กสาวที่กำลังรวบรววมสติและแรงฮึดสุดท้ายตรงหน้าของเขา -

กลับคืนร่าง : สเตล่า Hp 61 / 121 : Mp 49 / 97

? ? ? ( 1 ) 39 / 800


"อ...ย่..า....มา... อย่า...ม...า   อย่ามาเตะต้องเพื่อนๆของชั้นน้า !!!!! "เด็กสาวตะโกนขึ้นพร้อมกับแววตาที่มุ่งมั่นพลางรวบรวมสมาธิทั้งหมดเพื่อสั่งการหนวดโลหะด้านล่าง

"ชั้....น... ชั้น....จะ.... ชั้นจะหยุดนายเอง !!!!!!!!!"สเตล่าตะโกนสุดเสียง หนวดโลหะเส้นสุดท้ายพุ่งเข้าไส่ชายชุดคลุมนั่นตามความปรารถนาสุดท้ายของผู้เป็นนาย ด้วยความเร็วสูงสุดที่มันทำได้ !!!!!
? ? ? ( 1 ) : ไม่จริง !! -ดูเหมือนคำพูดที่ชายหนุ่มคิดนั้นอาจจะตรงกับบางส่วนของจอมมารในร่างของสเตล่าเองก็เป็นได้ - แค่เด็กตัวแค่นี้ !! มันน่าจะหมดสติไปตั้งนานแล้ว !! เด็กตัวแค่นี้จะมาล้มชั้นคนนี้ที่ต่อสู้อย่างสูสีกับร่างมารนั่นเรอะ !! - ดวงตาของชายหนุ่มค่อยๆลืมขึ้น - อเมทาริ . . .

สวบ !! เสียงเหล็กทะลุรอยเดิมซ้ำคว้านช่องเนื้อออกจนกว้างเป็นรูโบ๋เห็นได้ชัดพร้อมกับร่างของชายชุดดำที่ลอยขึ้นไปหลายเมตรและตกลงกับพื้นดังพลั้ก

? ? ? ( 1 ) : อา . . . . - ชายหนุ่มตาพรือนอนนิ่งอยู่กับพื้นดิน - ไม่จริงหน่า . . . กับแค่เด็กสาวตัวแค่นั้น . . . . . - ชายหนุ่มประสานอินขึ้นอย่างยากลำบากด้วยร่างที่ปวกเปียกนั่น -

Gain : 8 Lv up : Lv ปัจุบัน 27 : 24 Status point Left

Item ( ได้เฉพาะสเตล่าเท่านั้น ) > แผนที่แสดงตำแหน่งของสะพานแห่งแสง , เนตรวงแหวนระดับต้น ( Sharingan Lv 1 ) , อักขระ

เงาดำได้เข้ากลืนกินร่างส่วนหนึ่งของสเตล่าและจากคาถาต้องสาบของชายหนุ่ม รอยอักขระสีดำได้ปรากฏขึ้นบนร่างของสเตล่าครึ่งตัวและค่อยๆหายออกไปพร้อมกับป้านแปลกๆบนไหล่ของเธอ ชายหนุ่มได้หายตัวไปยืนห่างจากระยะหนวดเหล็กของสเตล่าและยิ้มขึ้น

? ? ? ( 1 ) : หึหึ !! มันยังไม่จบหรอกนะ !! - ร่างของเขาค่อยๆหายไปพร้อมกับปีกปักษาที่กระจายฟุ้งว่อนไปทั่วบริเวณ -

ดูเหมือนว่าตอนนี้จะมีคนช่วยเหลือเพื่อนๆของสเตล่าไป ณ ที่อื่นเสียแล้ว เนื่องจากเธอไม่สามารถมองเห้นพวกเขาได้เลยในรอบบริเวณ


หนวดโลหะล้มตึงลงกับพื้น โดยไม่มีการขยับเขยื้อนใดๆอีก "แฮ่กๆๆๆ อื....อ.... อื......อ"สเตล่าค่อยๆล้มลงไปใกล้ๆกับหนวดโลหะเส้นนั้น เธอค่อยๆยื่นมือมาจับไหล่ที่มีรอยอักขระสาปนั่น "เ...จ็บ.... เจ็....บ.....เจ็บจัง... มิ...โ.ค..โ...ตะ.... ยั...ย...โ...ล..ลิ...(หนูสเตลยังไม่รู้ชื่อเลย)....น..า..ย...สิ้..น...ห...วั....ง...(รู้ชื่อแต่ไม่เคยเรียก)"สเตล่าพยายามพาร่างกายของเธอคลานออกไปอย่างเชื่องช้าพร้อมๆกับสติที่เลือนลางเต็มที....

บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยเปลวไฟเป็นหย่อมๆ กระแสไฟฟ้าที่ยังช็อตไปมาบนอากาศ ต้นไม้รอบๆถูกเผาไหม้จนมอด ควันสีดำแห่งการทำลายล้างลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างไร้จุดหมาย อะไรกันคือสิ่งที่ได้จากการต่อสู้ครั้งนี้ เลือดเนื้อที่สูญไปนั้นจะได้รับสิ่งใดตอบแทนรึปล่าว ? สายลมที่เริ่มพัดผ่านเข้ามา กับท้องฟ้าที่ค่อยๆเปลี่ยนสีมืดครึ้ม เป็นสัญญาณสู่การชำระล้าง โลหิตแห่งมารร้ายที่ชโลมไปทั่วพื้นดิน.....

เสร็จสิ้น : Use Agi 11 Dex 3  Luck 5 Vit 2 Int 2 Str 1 - รอการอั้พเดท -

สีท้องฟ้าที่มืดครึ้มปรอยฝนเม็ดลงมาที่หน้าผากของสเตล่า ดูเหมือนว่าพวกเธอจะอยู่กันที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมือง Deidon hold และปลอดภัยจากการต่อสู้นั่นแล้ว และดูเหมือนว่าพวกพ้องของเธอจะยังไม่ได้สติคืนกันมาเท่าไร ในห้องนั่นมีชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งสเตล่าไม่เคยรู้จักมาก่อนนั่งอยู่ในห้อง


"อะไรกัน พวกนาย !!" สเตล่าอุทานขึ้นเมื่อเห็นคนแปลกหน้าถึงสองคนนั่งอยู่ในห้องเดียวกับเธอ "หยะ.... อย่าเข้ามานะยะ ไม่งั้นจะย่างให้เกรียมจริงๆด้วย"เด็กสาวดึงผ้าห่มมาปิดร่างของตัวเองไว้พลางยกมือที่สั่นเทาเล็งไปที่ชายหญิงสองคนที่นั่งอยู่ ประจุไฟฟ้าเล็กๆเริ่มก่อตัวขึ้นที่ฝ่ามือ พร้อมที่จะยิงออกไปได้ทุกเมื่อ....

"อึ้ก... อ๊าาาาาาาา !!!!!!"สเตล่ากรีดร้องออกมาอย่างทรมาน เธอหยุดมือจากการเตรียมโจมตีมาจับบริเวณไหล่ซ้ายของเธอเอาไว้แน่น รอยปานสีดำเล็กๆที่ไหล่ซ้ายของเด็กสาวค่อยๆขยายขึ้นทีละนิด ยิ่งมันขยายตัวมากขึ้นเท่าไหร่ ความเจ็บปวดก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ...... นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ ?
ยังไม่ทันที่สองคนแปลกหน้าจะตอบคำถามของสเตล่า พวกเขาก็ได้หายแว้บไปทันทีด้วยเวทย์มนต์เคลื่อนย้าย ในขณะเดียวกันรอยอักขระก็ได้ขยายตัวขึ้นที่ไหล่ของสเตล่าจนเกือบกลืนกินร่างของเธอทั้งหมด แต่มันก็ค่อยๆจางหายลงไป ดูเหมือนว่านี่จะเป็นแค่การตักเตือนถึงอันตรายของคำสาปนี้ ทางด้านเพื่อนร่วมชะตาของเธอแต่ล่ะคนโทรมไม่แพ้กัน ถึงจะดูเหมือนว่าได้รับการรักษามาส่วนหนึ่งแล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าจะมีเซ็ทสึโบคนเดียวที่มีสภาพใหม่เอี่ยมที่สุด เนื่องจากพลังฟื้นตัวของเขา และภาพที่สเตล่าไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นมาก่อนบนเตียงข้างๆของเธอ คราบน้ำตาที่ค้างคาบนแก้มและซึมออกมาเล็กน้อยจากดวงตาของมิซากะ ดูเหมือนว่าใบหน้าของเธอตอนนี้จะกำลังเศร้าสร้อยและสิ้นหวังจากอะไรบางอย่าง


เมื่ออาการจากรอยอักขระสาปค่อยๆบรรเทาลง สเตล่าก็ค่อยๆลุกขึ้นพลางค่อยๆเดินประคองตัวไปตามขอบเตียงจนมานั่งลงข้างๆมิโคโตะ "...... ฮึก... ฮือๆๆๆ"เด็กสาวพยายามจะใช้มือปาดคราบน้ำตาของมิโคโตะ แต่เธอก็ต้องหยุดลงและค่อยๆฟุบหน้าลงไปร้องไห้ข้างๆมิโคโตะแทน เด็กสาวรู้ซึ้งจากหัวใจของเธอดี ว่าตัวเธอตอนนี้ ไม่เข้มแข็งพอจะซับน้ำตาให้กับใครได้ แม้แต่กับตัวเธอเอง......

ภายในห้วงแห่งความมืดมิด ร่างของโดมินิคนอนคุดตัวลงอย่างทรมาณ ควันสีดำค่อยๆพวยพุ่งออกมาจากรอยร้าวตามร่างกาย ชายหนุ่มกัดริวฝีปากล่างของตัวเองจนเลือดไหลออกมาเพื่อเก็บอาการเจ็บปวดนี้ "อึ้กก.... ทำ.... ทำได้แสบมากนะ ไอ้ตาแดงสวะ...."ชายหนุ่มพึมพำออกมา เลือดสีแดงสดเริ่มไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างของเขา รอยร้าวมากมายบนร่างของโดมินิคเริ่มฉีกขาดจนเกิดแผลเหวอะหวะนับไม่ถ้วน ก่อนมันจะระเบิดเอาเลือดสดๆออกมา

"อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก !!!!!" เสียงร้องของมารร้ายก้องกังวานไปทั่วความมืดมิด มารร้ายที่ไม่อาจตายได้ในห้วงมิตินี้ ต้องแบกรับความเจ็บปวดทรมาณจากคำสาปของชายชุดคลุมตลอดไปเช่นนั้นหรือ ?

มืออุ่นๆได้มาแตะที่แก้มของสเตล่าและปาดน้ำตาออก หญิงสาวที่นอนพักผ่อนอยู่ได้ลืมตาตื่นขึ้นมามองที่เด็กสาวและยิ้มให้กับเธอ

มิซากะ มิโคโตะ : เป็นอะไรไปเหรอ ? สเตล่า . . . - หญิงสาวยิ้มถามอย่างอ่อนโยนต่อสเตล่าที่กำลังร้องไห้อยู่ข้างๆที่เธอนอนอยู่นั้น -

ภายใต้ความมืดมิด จอมมารที่กำลังดิ้นพรวดพราดด้วยความเจ็บปวดอยู่ตัวคนเดียวในห้วงแห่งความมืดมิดนั้นได้เหลือบไปเห็นผีเสื้อแดงบินผ่านไปสองตัวในมิติของเขาเอง ดูเหมือนว่าเขาคงจะรับรู้แล้วว่าได้มีแขกมาเยือนถึงที่



? ? ? : ไปเจออะไรมาล่ะ ? - หญิงสาวได้ก้มลงมองและใช้ยันต์ประหลาดอัหนึ่งแปะไว้ที่ร่างของเขา ทันใดนั้นความเจ็บปวดของจอมมารก็ทุเลาลง เพียงแต่บาดแผลที่กำเริบนั้นค่อยๆแสดงผลช้าลงแต่ก็ยังกำเริบอยู่เป็นระยะๆ ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะไม่รู้สึกเหนื่อยล้าหรือเจ็บปวดใดๆเลยทั้งที่ร่างกายไม่ใช่อย่างนั้น - ขอโทษด้วยนะชั้นรักษาบาดแผลไม่ได้แต่คงจะพอทุเลาคำสาปนี่ได้ล่ะนะ - หญิงสาวกัดนิ้วของเธอและกระชากเสื้อของโดมินิคออกพร้อมกับใช้เลือดเขียนอักขระบางอย่างลงบนตัวเขา - อย่าขัดขืนล่ะ . . . - หญิงสาวแตะนิ้วลงที่ร่างของโดมินิค ทันใดนั้นกระแสไฟฟ้าของเขาก็พุ่งกระจายออกไปทั่วทิศทาง บาดแผลของเขายังคงเหวอะอยู่เพียงแต่คำสาปนั่นได้เริ่มทุเลาลงไปมากจนเขาสามารถควบคุมมันได้เองแล้ว - ต่อไปนี้นายคงมีภาระเพิ่มล่ะนะ . . . . นายคงจะรู้สินะว่าถ้านายเกิดใช้พลังมากเกินไปจะเกิดอะไรขึ้น . . . - หญิงสาวเอ่ยขึ้นและหันหลังให้กับจอมมารตรงหน้า - ชั้นไม่ได้ช่วยนายเพราะความพิศวาสส่วนตัวหรอกนะ แต่ว่าในอนาคตนายมีบางอย่างที่จะก่อให้สำเร็จและชั้นเองก็จะได้ผลประโยชน์ไปด้วย แค่นั้นล่ะ . . . - หญิงสาวยังยืนหันหลังนิ่งให้กับจอมมารก่อนที่ตัวเองจะกลับไป ดูเหมือนเธอจะทิ้งท้ายให้จอมมารเริ่มเอ่ยอะไรซักหน่อยเสียก่อน -


Player Reaction : เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
ราชินีงู
โพสต์ 26-6-2010 20:04:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tourt0ur เมื่อ 2-7-2010 08:13

Anna : tourt0ur
Action sloth [- - - - l - - - - l - - - - l - - - - l - - - - ]


Anna Item
Anna Recovery skill
Anna Passive skill
Anna Active skill
Anna Special ability
Room mate :

ที่อยู่อาศัย :


"อ้าว ตื่นอยู่หรอ.... จะไปหาเค้าสินะ นักดาบคนนั้นน่ะ ถ้าอยากเจอขนาดนั้นเด๋วพรุ่งนี้ลองไปตามหาเค้ากันมั๊ย" anna พูดอย่างอ่อนโยน ดูเหมือนเธอจะรับรู้ได้โดยอัตโนมัติ อาจเป็นเพราะเธอก็กำลังคิดถึงคนอื่นอยู่เหมือนกันนั่นเอง เธอนิ่งไปซักครู่ แล้วพูดขึ้นมาว่า "ตอนนั้นน่ะ ในถ้ำนั้นน่ะ ตอนชั้นหหมดสติไปเกิดไรขึ้นหรอ ตอนนั้นชั้นฝันว่า ท่านพ่อมา" แววตาเธอดูเศร้าสร้อยมากพอพูดถึงพ่อของตน "ชั้นน่ะจำเรื่องเกี่ยวกับท่านพ่อ-ท่านแม่ ไม่ได้เลย ที่รู้ก็มาจาก ปากอาจารย์เท่านั้น" แล้วเธอก็เริ่มเล่าต่อ อาจเห็นว่าเป็น หญิงสาวเหมือนกัน เธอจึงตัดสินใจ เล่าให้ฟัง
"อาจารย์เล่าว่า สมัยเรียนอยู่ที่โรงเรียน อาจารย์ได้อยู่กลุ่มเดียวกันท่านพ่อ-ท่านแม่ แล้วก็เพื่อน ๆ ของท่าน ทุกวันมีความสุขมาก จนกระทั้ง วันนั้นก็มาถึง วันที่ ท่านพ่อของชั้น ได้รับรู้ความจริงที่ว่า ท่านไม่ใช่ มนุษย์ เป็นสุดยอดสิ่งมีชีวิตที่สุดยอดนักเล่นแร่แปรธาตุสร้างขึ้นเพื่อรักษาโรคต่าง ๆ ของมนุษย์   พลังนั่นไม่ได้มีแต่ด้านดีอย่างเดียว ท่านจึงตัดสินใจจะหายไปจากโลกนี้ตามลำพัง  แต่เพื่อน ๆ ของท่านช่วยกันทำให้ท่านคิดได้ แล้วก็ทำลายพลังที่ว่านั้น"  เธอนิ่งเงียบไป แล้วเล่าต่อ " แล้วท่านพ่อก็ไปใช้ชีวิตกับท่านแม่ จนมีลูก 3 คน ชั้นเป็นคนสุดท้อง   แต่แล้วพลังนั่นก็กลับมาอีกครั้ง ทำให้ทุกคนต้องรวมตัวกันอีกครั้ง แต่คราวนี้ มีแต่ท่านพ่อ กับ อาจารย์ เท่านั้นที่รอด ท่านพ่อกลัวว่าพลังนั่นจะกลับมาอีกจึงได้ใช้วิชาแปรธาตุขั้นสูง หลอมวิญญาณ ตัวเองเข้ากับเด็กคนหนึ่ง อาจารย์ไม่ยอมบอกว่าเด็กคนนั้นเป็นใคร"

หญิงสาวแน่นิ่งไม่ตอบกลับใดๆทั้งสิ้นเธอไม่อยากที่จะผิดสัญญากับร่างจำแลงโฮมุนครูซตนนั้นที่อยู่ในตัวแอนนาเนื่องจากดูเหมือนเขาจะเป็นห่วงแอนนามาก แต่เธอก็ไม่อยากจะโกหกแอนนาและปล่อยให้เธอรอคำตอบจากจุดหมายที่ไม่มีวันเอื้อมถึงได้  รวมทั้งตอนนี้เธอเองก็กำลังเป็นห่วงคู่พันธสัญญาของเธอเองด้วยเช่นกัน

อันดิเน่ : แอนนา . . . . . พลังนั่นถึงจะเหมือนดาบสองคมแต่มันก็ขึ้นอยู่กับผู้ที่ใช้พลังนั่นด้วย . . . จำคำพูดของเราไว้ล่ะ - หญิงสาวกัดฟันกรอดและพูดต่อว่า - เด็กคนนั้นน่ะ . . . . - หญิงสาวนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งและจ้องมองมาที่แอนนา - เมื่อเวลามาถึงเธอก็จะรับรู้เอง . . . . - หญิงสาวได้คว้าไทรเด้นของตนเองขึ้นมาโดยฉับพลันและเปิดหน้าต่างออก - เราจะเดินทางไปที่ Deidon Hold เราจะกลับมาพรุ่งนี้สายๆหน่อยนะ . . . - เธอเอ่ยขึ้นพร้อมกับทะยานออกไปนอกหน้าต่างทันที -


"ค่อยไปพรุ่งนี้นี้ก็ได้ อ้าว ไปซะแล้ว" เธอยังพูดไม่ทันจบ undine ก็หายวับไปแล้ว "แล้วที่พูดเมื่อกี๊หมายความว่างัย" เธอมีคำถามอยู่เต็มหัวใจ ไหนจะทำพูดที่ว่า พลังนั่น อีก ซึ่งเธอไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร เธอคิดมากจนเหนื่อยแล้วหลับไป

"ว้าย!!! สายแล้ว ๆ " เธอรีบวิ่งโครมคราม ๆ ลงมาด้านล่าง กลัวว่าโทโดจะหิวจนตาลายไปแล้ว

ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะได้ออกไปทำงาน Part time ของเขาเสียแล้วโดยทิ้งอาหารมื้อเช้าที่เขาได้ทำเผื่อไว้ให้แอนนาบนโต๊ะอาหาร ดูเหมือนว่าชายหนุ่มเองจะไม่ยอมหยุดนิ่งเฉยๆกับที่ทั้งที่ใกล้จะเดินทางกันวันนี้อยู่แล้ว


"อ้าว... ไปไหนเนี๊ยะ โดนทิ้งเลยเรา" เธออาบน้ำ กินข้าว แล้วได้ออกไปรอรับโทโดที่ร้านเดิม โดยที่ในใจคิดถึงคำพูดของ undine อยู่ตลอด ระหว่างทางเธอแวะ ร้านอัพเกรดสกิล เธอได้เดินไปหยิบ passive skill มา 1 เล่น แล้วเดินไปที่เคาร์เตอร์ "ขอ อัพ speedy ค่ะ" เมื่ออัพเส็ดเธอก็มานั่งที่ม้านั่งตัวเดิมเพื่อรอโทโด "undine จะกลับมายังน้า" เธอจึงส่งกระแสจิตผ่านดาบวารีไปบอก undine ว่าตนอยู่ตรงไหนเผื่อ เธอกลับมาที่บ้านแล้วไม่เจอใคร

Skill Speedy LV 2 - รอการอั้พเดท - เงินคงเหลือ 234

ดูเหมือนว่าอันดิเน่จะรับรู้ถึงการติดต่อของแอนนาเพียงแต่ว่าเธอไม่ได้ตอบกลับมาเท่านั้นเอง ดูเหมือนว่าเธอจะกำัลังเพ่งสมาธิไปยังจุดๆเดียวอยู่ ทางด้านของแอนนาที่ยินรอโทโดยที่หน้าร้านก็ได้เห็นชายหนุ่มกำลังนั่งตบแต่งเค้กอยู่ ดูเหมือนว่าเขาเองจะยังไม่เคยทำของหวานให้แอนนากินเลยด้วย ทัทนทีที่เขาได้เหลือมาเห็นหญิงสาวชายหนุ่มก็ได้ส่งยิ้มให้และส่งสัญญาณมือบอกว่าอีกซักพักนึงถึงจะออกไปหาได้


เมื่อเธอได้เห็นรอยยิ้นของโทโดเธอหน้าแดงทันที เธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย นี่อาจจะเป็นรักแรกของเธอก็เป็นได้ "เค้กหรอ..... ไว้ว่าง ๆ ชวนหมอนั่นทำดีกว่า" เธอรออยู่อีกซักพักโทโดก็เลิกงานพอดี "undine ไปธุระน่ะ เรากลับไปเตรียมของกันเถอะ" ดูเหมือนเธอจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เธอเดินกึ่งวิ่งนำโทโดไปอย่างร่าเริง

หลังจากกลับเตรียมของได้ซักพักหนึ่งก่อนจะถึงเวลาชายโทโดก็ได้นั่งคุยเล่นกับแอนนาตามปกติทั่วไป

โทโด : ใกล้วันเดินทางแล้วสินะครับเนี่ยคุณแอนนา . . . . อาจจะเป็นการเดินทางที่ยาวนานน่าดูก็ได้นะครับ - ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเสียงเรียบและหันมาถามแอนนาขึ้น - รู้จักกันมาตั้งนานแล้วแต่ผมยังไม่รู้วันเกิดของคุณแอนนาเลย ? - ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นโดยดูเหมือนเรื่องที่ถามจะไม่ตรงกับประเด็นซักเท่าไรนัก -


เธอได้แต่ก้มหน้าตอบเพราะเธอไม่อยากให้โทโดเห็นหน้าที่แดงแจ๋ของเธอ "ชั้นจำวันเกิดของชั้นไม่ได้หรอกไม่เคยมีใครบอกแม้แต่อาจารย์ ถ้าไม่รังเกียจ นายช่วยตั้งให้ชั้นหน่อยได้มั๊ย" เธอทิ้งช่วงซักพัก "แล้วนายล่ะ?"
โทโด : ผมเกิดวันที่ 29 กุมพาน่ะครับ ฮ่ะๆๆๆ - ชายหนุ่มหัวเราะแห้งๆออกมาเนื่องจากวันเกิดของเขานานๆจะมีซักทีนึง - แต่ว่าปีหน้าก็จะถึงวันเกิดผมแล้วล่ะครับ - ชายหนุ่มนั่งคิดอยู่ซักพักหนึ่งและเอ่ยขึ้นว่า - เอาเป็นวันเดียวกับผมไม๊ล่ะครับคุณแอนนา ? จำง่ายดีด้วยนะครับ - ชายหนุ่มยิ้มให้กับแอนนาและหยิบกล่องเค้กขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะที่พวกเขากำลังนั่งคุยกันอยู่ - เนื่องจากคุณแอนนาไม่เคยมีงานวันเกิดของตัวเอง ผมเลยนำเค้กมาด้วยน่ะครับ กะจะเอามาให้ทานดูแต่คงมีคุณค่ามากกว่านั้นแล้วล่ะ - โทโดยื่นช็อตเค้กรศส้มให้กับแอนนาพร้อมกับซ้อมเล็กๆให้ -


เธอมองมาทางโทโดทันนีเมื่อได้ยินประโยคข้างต้น น้ำตาอุ่น ๆ ของเธอเริ่มไหลรินออกมา เธอยิ้มทั้งน้ำตา "ข...ขอบใจนะ ขอบใจมาก ชั้นดีใจสุด ๆ เลย เด๋วไปหยิบจานกะมีดก่อนนะ" เธอปาดน้ำตาแล้ววิ่งเข้าไปในครัว แล้วออกมาพร้อมอปกรณ์ "นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ได้ฉลองมันเกิด" เธอพูดพลางยืนชิ้นเค้กให้โทโด "เพราะว่าเมื่อก่อนไม่ไปทำงานก็ ฝึก เป็นอย่างนี้ตลอด" เธอเล่าพลางตักเค้กเข้าปาก "อร่อยจัง!!!" เธอทานจนหมดเกลี้ยง โดยไม่กลัวเรื่องอ้วน!! เธอเดินเอาของไปเก็บ แล้วก็ออกมานั่งรอ undine กับโทโด "โทโด" เธอเรียกชายหนุ่ม "นี่คือสิ่งที่แทนคำขอบคุณของชั้น วันนี้ชั้นมีความสุขมาก" เธอได้ยื่นหน้าไปหอมแก้มโทโดอย่างนุ่มนวล แล้วยิ้มให้ทั้ง ๆ ที่หน้ายังแดงอยู่

ชายหนุ่มนั่งนิ่งหน้าแดงก่ำพร้อมกับมองไปยังแอนนาด้วยใบหน้าที่แปลกใจจนทำให้เขานึกถึงเรื่องเมื่อครั้งเจอกันครั้งแรกในฝัน(เรื่องจริง)ที่เกิดขึ้นวันนั้น เขาไม่สามารถนึกคำอะไรขึ้นมาเอ่ยได้เลย บรรยากาศนั้นเงียบสงัดลงใต้แสงอาทิตย์ยามเย็น ใบหน้าของโทโดนั้นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงอ่อนๆ ก่อนที่ชายหนุ่มจะค่อยๆเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ใบหน้าของแอนนาที่ล่ะน้อย

โทโด : แว้กกกก !!! ขอโทษครับ ขอโทษครับ ผมผิดไปแล้ววว ~ - ชายหนุ่มรีบกระโดดขึ้นและกราบขอคะมาหญิงสาวอย่างเร่งรีบจากพื้นบ้าน -


anna ยิ้มเล็กน้อย "ไม่ต้องขอโทษขอโพยหรอก" เธอพูดพลางนั่งยอง ๆ จ้องหน้าโทโด "เอ้า ลุกขึ้นมานั่งดีดี" แอนยื่นมือไปจะจับตัวโทโดให้ลุกขึ้นแต่เด๋วความที่ว่าเธอก็นั่งยอง ๆ อยู่เธอจึงหกล้มกลิ้งไปกับโทโดบนลานจอดรสหน้าบ้าน เมื่อฝุ่นจางลง ภาพที่ปรากฏคือ   โทโดคร่อมทับตัวแอนนาอยู่ "อูย...ย เจ็บตรงไหนหรือป่า...." เธอพูดไม่ออกเพราะสภาพตอนนี้ มันล่อแหลมซะเหลือเกิน
ชายหนุ่มได้แต่นิ่งเงียบและจ้องมองที่ใบไหนของแอนนา เขาค่อยๆเอื้อมมืดของเขาขึ้นเพื่อจับไหล่ของแอนนาไว้จากนั้น ก็ค่อยๆดันตัวหญิงสาวขึ้นมาและยิ้มให้เล็กน้อย

โทโด : แหะๆๆๆ . . . - ชายหนุ่มนิ่งไปซักครู่หนึ่งก่อนที่จะซะบัดหน้าไปมาและรีบพูดขึ้น - ลุกขึ้นก่อนเถอะครับคุณแอนนาแถวนี้มันอยู่นอกบ้านนะครับผม - ชายหนุ่มพยายามเล่นมุขที่ขเาคิดขึ้นมาได้ทั้งหมดตอนนี้ขึ้นมาและพยุงตังเองและหยิงสาวขึ้น -


"จ....จ๊ะ" เธอได้ลุกขึ้นแล้วป้ดฝุ่นตามตัวออก "ไหนว่าว่าจะไปแปปเดียวงัย ชักนานแล้วแหะ เอ่อ... เราเข้าไปรอในบ้านกันมั๊ย"
ณ.ห้องรับแขก ทั้งคู่นั่งอยู่บนโซฟา นั่งดู ทีวีรอ undine anna เธอไม่คิดจะติดต่อไปอีกเพราะคิดว่าเด๋วเส็ดธุระก็คงกลับมาเอง "จะเที่ยงแล้ว โทโด อยากกินอะไรเป็นพิเศษมั๊ย" เห็นได้ชัดว่าตอนนี้เธอก็ยังไม่หายเขิน
ทางด้านชายหนุ่มก็ไม่แพ้แอนนาเหมือนกันตอนนี้เขาหัวตื้อไปหมดคิดอะไรไม่ออก ในหัวของเขามีแต่ใบหน้าตอนที่หญิงสาวเขินอายด้วยท่าทีน่าัรักลอยเต็มไปหมด เขาค่อยๆสะบัดหน้าแล้วหันมาตอบหญิงสาว

โทโด : คุณแอนน . . . เอ้ย !! ไม่ใช่ !! ผมหมายถึงกินอะไรก็ได้ที่คุณแอนนาเป็นคนทำน่ะครับ - ชายหนุ่มรีบโบกมือปฏิเสธเป็นวักเป็นเวงก่อนที่จะตอบเข้าเรื่อง -


"ห๊ะ!!! อ่อ ได้ซิ " แล้วเธอก็เดินไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ พลางคิดในใจว่า "อาจารย์ขา นี่แปลว่านู๋ชอบเค้าแล้วใช่มั๊ย"  เมื่อเธอเส็ดกิจแล้วจึงออกมาทำกับข้าว "มื้อเที่ยง เอาเป็นพลาสตาดีกว่า" แล้วเธอก็เริ่มลงมือ

ทางด้านชายหนุ่มนั่งสับสนกับชีวิตอยู่บนโต๊ะอาหาร เขาค่อยๆรวบรวมสมาธิและเพ่งจิต แต่กลับกลายเป็นหน้าของแอนนาขึ้นมาให้เขานั่งเพ่งแทน ชายหนุ่มรีบสับดหัวและนอนก้มหน้าบนโต๊ะอาหาร

โทโด : โอว . . . ไม่นะ . . ขนาดถามว่าจะกินอะไรเรายังตอบว่าจะกินคุณแอนนาเลย จะรอดไม่เนี่ยเรา เฮ้อ ~ - ขณะเดียวกันหญิงสาวก็ได้เดินออกมาจากห้องน้ำและตะโกนบอกชายหนุ่มว่าเธอจะทำอาหารมื้อเที่ยงนี้ - คะ . . . . ครับ !! - โทโดยืนขึ้นตัวตรงและตะโกนออกมาตอบรับหญิงสาวก่อนที่เขาจะนั่งก้มหน้าลงด้วยความอายบนโต๊ะอาหาร - เอ่อ . . . - ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปซักพักก่อนที่จะก้มหน้าลงอีกครั้งหนึ่ง - ปล่าวครับไม่มีอะไรหรอก


เธอทำพาสต้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว "ทำของหวานสักหน่อยดีกว่า" เธอคิดที่จะทำแพนเค้ก เธออบแพ้นเค้กเส็ดก็อเตรียมน้ำผึ้ง และก็ วิปครีม "อ๊ะ...อ้าว ไมบีบไม่ออก" เธอเขย่าแล้วเขย่าอีกมันก็ยังไม่ออก เลยเดินไปให้โทโดดูให้ "นี่ โทโด ดูนี่ให้หน่อยสิ มันไม่ออกอ่ะ ... ว๊ายยย!!" ขณะที่เธอเดินมานั้น วิปครีมก็ได้กระฉูดออกมา เลอะ เสื้อ ผ้า หน้า ผม เต็มไปหมด เธอได้นั่งลงเพราะตกใจพลางหันมาแลบลิ้นแก้เก้อกับโทโด "แหะ ๆ ออกแล้ว"

ชายหนุ่มได้ทำหน้าแบบนางาสึมิเวลาเห็นพ่อซันขึ้นมาทันใด ดูเหมือนว่าเขาจะกำลังคิดอะไรอยุ่หลายๆเรื่อง

โทโด : ( อะไรกันพระเจ้าท่านเล่นตลกอะไรกับผมงั้นเหรอครับ !! ) - ชายหนุ่มสะบัดหน้าก่อนที่จะพยุงแอนนาขึ้นมา - รีบไปอาบน้ำซะก่อนเถอะครับเดี๋ยวผมจะ . . . เอ้ย เดี๋ยวจะเลอะเหนอะหนะไปทั้งบ้านเสียก่อน


"ได้ซิ แต่ว่าทำไมหน้าแดง ๆ ล่ะ ไม่สบายหรอ ไหน ๆ ดูหน่อย" เธอได้เอาหน้าผากไปชนกับหน้าผากของโทโด "ตัวร้อนจี๋เลย" เธอจึงหยิบทิชชูมาเช็ดหน้าไปก่อนแล้วรีบเอา อาหร และยา มาให้โทโด "เอ้ากินซะแล้วกินยาด้วยนะ เด๋วไม่สบายไปละแย่เลย ต้องการอะไรก็เรียกนะ ไปอาบน้ำก่อนล่ะ เริ่มเหนียวตัวแระ" เธอยิ้มก่อนจะวิ่งเข้าห้องน้ำไป "สระผมเลยดีกว่า"
anna กำลังอาบน้ำอย่างสบายอารมณ์ ส่วนทางด้านโทโด....

ทางด้านโทโดนั้นได้นั่งจินตนาการอย่างสูงส่งและล้ำลึก ตอนนี้หอวิวากำลังบินเล่นอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มเสียแล้ว เขาได้ละเมอหัวกระแทกโตีะทันทีในขณะที่กำลังฝันหวานและเหม่อลอยอยู่

โทโด : อ้ากกกกกกกกกซ์ ( S ) เอาล่ะ !! พาสต้าสินะ !!! - ชายหนุ่มตะโกนขึ้นมาเหมือนปลดปล่อยอะไรบางอย่างออกไปและเดินเข้าไปที่ครัวทันที - พาสต้าชั้นรักนายมาก !! - ดูเหมือนว่าชายหนุ่มกำลังพยายามสงบสติตัวเองอยู่ ด้วยสายเลือดเฉพาะด้านของเขาเองจึงทำให้การควบคุมอารมณ์ชั่ววูบนั้นทำได้ยาก ว่าแล้ว ชายหนุ่มก็ได้ลงมือต้มเส้นและเตรียมทำซอสราดทันที -


เต็มแร้วอ่ะขึ้นใหม่นะ
โพสต์ 26-6-2010 20:42:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 3-7-2010 22:30

Asia : Eureka_GL_World


Asia Item
Asia Recovery skill
Asia Passive skill
Asia Active skill
Asia Special ability

" มีดเล่มนี้มัน... "

มีดที่คุณลูกะคิดจะแทงตัวเองนิ

" มันเกี่ยวอะไรกับเหตุการ์ณครั้งนี้รึครับ "

คังโดริ มิทสึ : กินโซ . . . - คังโดริอุทานออกมาเบาๆพร้อมกับจ้องมองที่มีดเล่มนั้น -

ดูเหมือนว่าอาตันจะนั่งเงียบกริบและทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับมีดเล่มนั้น


" กินโซ่... มีดเล่มนี้ชื่อเท่ดีจังนะครับ... "

แค่ชื่อก็บอกแล้วว่ามันแปลก ต้องมีอะไรแน่ ๆ
ทุก ๆ คน เงียบกันไปหมดแบบนี้

" คุณลูกะครับ ไปได้มีดเล่มนี้มาจากไหนรึครับ "

ลูกะ : รู้สึกว่าจะมีคนรู้เกี่ยวกับเจ้านี่อีกแล้ว ใช่ไหมคุณคังโดริ ..... เพราะว่าชั้นได้มาจากชายคนนึงโดยที่เค้าบอกว่าให้สังหารผู้ชายผมฟ้า ก่อนที่จะไปถึงสะพานแห่งแสงอะไรซักอย่าง และรู้สึกว่าชายผมฟ้าก็คงเป็นนายนั่นแหละเอเซีย ..... ว่าแต่อีกคนชื่ออะไรยังไม่ได้ถามเลยเพราะรู้สึกจะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้เหมือนกันนะนายหนะ


ฮาเซโอะ : ผมชื่อฮาเซโอะน่ะครับ แต่ผมคิดว่าผมคงไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องมีดนี้หรอก แต่เป็นเรื่องของเด็กผู้หญิงที่นั่งรถเข็นคนเมื่อกี้น่ะฮะ - ชายหนุ่มอธิบายขึ้นต่อลูกะ -

คังโดริ มิทสึ : กินโซ . . . มันเป็นกริชของยมทูติที่เอาไว้สังหารเหล่าผู้ที่เดินบนเส้นทางแห่งแสงสว่างน่ะ ผู้ที่โดนมีดเล่มนี้เข้าไปจะถูกทำลายพลังทั้งหมดลงทันที . . . รวมไปทั้งพลังที่หลับไหลในตัวของเอเซียด้วย - หญิงสาวทำหน้าครุ่นคิดซักครู่หนึ่ง - ดูเหมือนอีกฝ่ายก็จะเริ่มเคลื่อนไหวแล้วสินะ . . .

ฮาเซโอะ : เอ่อ . . . ถ้าเป็นสะพานแห่งแสงผมขอตามไปด้วยคนได้รึเปล่าครับ ? เนื่องจากผมก็ไม่รู้ตำแหน่งที่แน่นอนของสถานที่นั้นเหมือนกัน แต่ผมคาดว่าพวกเราน่าจะได้เจอคนที่ทำให้มายูมิกลายเป็นแบบนั้นไปนะครับ - ชายหนุ่มยิงข้อเสนอขึ้นมา -

อาตัน : เอเซีย - หญิงสาวกระซิบเบาๆที่ข้างหูของชายหนุ่ม - ไว้คืนนี้ชั้นจะเริ่มเล่ารายละเอียดที่ชั้นรู้ให้นายฟังนะ ชั้นไม่อยากจะคุยรวมกลุ่มกับคนอื่นๆซักเท่าไร . . .


ผมพยักหน้าตอบรับอาตัน
แล้วหันมาถามคําถามข้อต่อไป

" แล้ว... ทําไมคุณลูกะถึงต้องทําตามที่เขาบอกด้วยล่ะครับ "
ลูกะ : ขอเสนอที่น่าสนใจไงหละ .......... - ลูกะได้แต่พูดอ้อมๆไป - ตกลงพรุ่งนี้จะไปกันทั้งหมดเลยไหม หรือว่าใครไม่อยากไป ?

คังโดริ มิทสึ : คุณลูกะยังมีอีกเรื่องนึงน่ะ คือว่าเราต้องการความช่วยเหลือจากมายูมิจังด้วยน่ะสิ . . . - หญิงสาวเอ่ยขึ้นเบาๆเหมือนไม่อยากจะให้ใครได้ยินซักเท่าไรนัก -


จริงด้วย ถ้าหากถ้าข้ามสะพานแห่งแสงล่ะก็ ต้องพึ่งพลังของมายูมิจังนิ
แต่ร่างกายของเธอน่ะ...

" แต่ร่างกายของเธอ... "

ลูกะไม่ได้เอ่ยคำใดๆออกมา เธอได้แต่นั่งนิ่งก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินออกไปจากบริเวณที่สนทนา

ลูกะ : งั้น ..... พรุ่งนี้ให้ชั้นลองถามดูก่อนว่าเธอจะไปด้วยไหม ถ้าเธออยากไป ชั้นก็คงห้ามอะไรไม่ได้แ้ล้วหละ ...... ยังไงก็คืนนี้หาที่นอนตามใจชอบเลยนะ .... ชั้นขอตัวละ ...

เธอบอกลาวงสนทนากลับไปที่ห้องนอนของเธอและมายูมิทันที


" นั้นสินะครับ คุณคังโดริกลับกันเถอะครับ ผมยังมีจดหมายที่ยังไม่ได้ส่งทิ้งไว้ที่ห้องพักด้วย... อาตันมาด้วยกันก่อนสิครับ "

ผมชวนคุณคังโดริแล้วอาตันกลับไปที่ ที่พัก ก่อนที่จะหันมาถามคุณ ฮาเซโอะต่อ

" แล้วคุณ ฮาเซโอะ มีที่พักแล้วใช่ไหมครับ "

ฮาเซโอะ : ชั้นมีที่พักแล้วล่ะไม่ต้องห่วง - ชายหนุ่มยกมือโบกขึ้นและเดินออกไป -

ทางด้านอาตันและคังโดริที่เดินตามเอเซียมาด้วยความเงียบ อาตันเองก็ได้เอ่ยถามขึ้นก่อนทันที

อาตัน : จะส่งจดหมายให้ใครเหรอ ? - หญิงสาวถามขึ้นและเอ่ยต่อ - ตอนนี้ที่ส่งคงจะปิดไปแล้วล่ะมั้งไว้พรุ่งนี้ก็ได้ ~ เอเซีย

คังโดริ มิทสึ : อ่าจริงอย่างงที่คุณอาเธน่าว่านะค่ะ . . .  - หญิงสาวก้มหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะเงยขึ้นมาและเอ่ยราตรีสวัสดิ์เอเซียและอาเธน่า - งั้นชั้นขอตัวก่อนแล้วกันนะค่ะ โอยาสึมิ - หญิงสาวเดินกลับหลังไปยังห้องพักที่ลูกะบอกทันที -

อาตัน : เอาล่ะเอเซีย อยากจะรู้เรื่องไหนมากที่สุดก่อนล่ะ ? ถ้าชั้นตอบได้ชั้นจะบอกนายทั้งหมดเลย - หญิงสาวรีบคุยเข้าประเด็นทันที -


" จดหมายน่ะ ผมใช้ภูตลมไปส่งใหก็ได้น่ะครับ "

ผมยิ้มตอบถามอาตันก่อนที่จะถามคําถาม

" สิ่งที่ผมอยากรู้... เอ่อ... ผมก็อยากรู้ไปหมดนั้นแหละครับ โดยเฉพาะเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้... "
ลูกะ : ทำไมต้องมีลับลมคมในด้วยหละทั้งสองคน ...... - เธอสะลึมสะลือพูดขึ้นมาในชุดวันเกิดของเธอ -

อาตันที่อยุ่ข้างๆฮายาเตะถึงกับเลือดกำเดาพุ่งก่อนที่จะใช้พัดตีหัวของเอเซียเข้าไปก่อนเปรี้ยงหนึ่งเพื่อไม่ให้เขาเห็นภาพเหตุการณืที่อยู่ตรงหน้า

อาตัน : ห. . . ห้าม มองน้าาาาาาาา !! - โครม - เสียงพัดกระทบที่หัวของเอเซียเปรี้ยงใหญ่ก่อนที่เขาจะลงไปนอนนับดาวอยู่บนพื้น - เธอก็เหมือนกัน !! - หญิงสาวรีบดึงลูกะไปที่ห้องของเธอทันทีโดยปล่อยให้เอเซียนอนนับดาวอยู่แถวนั้น -

เพียงครู่เดียวเท่านั้นอาตันก็ได้เดินกลับมาปลุกเอเซียขึ้นมากทันทีหลังจากเอาพัดฟาดหัวเขาไปเปรี้ยงใหญ่

อาตัน : ตื่นได้แล้ว ~ เอเซีย - หญิงสาวจ้องหน้าเอเซียครู่หนึ่งก่อนที่จะเอ่ยขึ้นว่า - วันนี้เราคงต้องไปคุยกันในห้องที่นายจะพักล่ะนะ รีบไปกันเถอะ - ดูเหมือนว่าเธอจะพูดอย่างเร่งรีบเหมือนหนีอะไรมาบางอย่าง -


ผมค่อย ๆ ได้สติกับมาจากการนับดาว ผมจําได้ว่านับได้ 66 ดวงแล้ว แต่มีคนมาขัดจังหวะ
ผมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาดูหน้าคนที่ขัดจังหวะการนับดาวของผม
และคนที่มาปลุกผมคนนั้น ก็คือคนที่ทําให้ผมได้มีโอกาศไปนับนั้นเอง

" อาตัน... โหดร้ายง่ะ... "

แต่เอ๋... แล้วทําไมอาตันถึงต้องตีหัวผมด้วยหว่า ลืมไปอีกแล้วแฮะ
รู้สึกช่วงนี้โดนกระแทกหัวบ่อยจริง ๆ คงไม่กลายเป็นคนสติไม่ดีไปหรอกนะ

" เป็นอะไรไปรึครับ รีบร้อนมาเชียว ? "

ผมค่อย ๆ ลุกมายืนตั้งหลักแล้วถามอาตัน

ดูเหมือนว่าลูกะเองก็จะวิ่งตามอาตันออกมาด้วยร่างว่างเปล่าของเธอ ก่อนที่ชายหนุ่มจะตกใจและเอ่ยอะไรขึ้นก่อน ลูกะก็ได้ชิงพูดขึ้นมาที่อาตันก่อน ดูเหมือนว่าลูกะจะเอ่ยอะไรเบาๆกับอาตันทำให้เอเซียไม่สามารถได้ยินชัดเจนนัก ซึ่งเอเซียอาจจะพอเดาได้บางคำจากการขยับของปาก


คุณลูกะพูดอะไรหว่า ไม่ได้ยินเลย...

ระ...รัก... เหรอ คุณลูกะบอกรักใครกัน ผมก็คงไม่น่าใช่ อาตันก็เป็นผู้หญิง
หรือว่าเราอ่านปากผิดไปนะ แต่ว่าคุณลูกะ !

ผมตกใจกับคุณลูกะที่อยู่ในสภาพ... จึงรีบจับมืออาตันวิ่งหนีออกจากบ้าน

" คุณคังโดริ ! ยังอยู่แถว ๆ นี้สินะครับ ! หนีกันเถอะคร้าบ !! "

ขณะที่ชายหนุ่มกระโดดออกไปหน้าต่างพร้อมกับอาตันนั้นได้สังเกตุเห็น ลูกะที่ยืนนิ่งไม่ได้เอ่ยคำใดๆออกมาจากปาก เธอได้แต่ยืนตัวสั่น น้ำตาค่อยๆไหลรินลงมา

อาตัน : . . . . . - หญิงสาวก้มหน้าหลบจากลูกะและแสดงสีหน้าเศร้าสร้อยของเธอ ออกมาในขณะที่หนีมากับเอเซีย -

ขณะเดียวกันคังโดริก็ได้แว้บออกมาจากบ้านของลูกะทันทีและ

คังโดริ มิทสึ : สงสัยเราคงจะเดินทางไปกับพวกเขาไม่ได้แล้วล่ะมั้งค่ะคุณเอเซีย . . .


เกิดอะไรขึ้นกันทําไม ผมไม่รู้เรื่องอะไรอีกแล้วเหรอ แต่เท่าที่เห็น ผมทําอะไรผิดไปหรือเปล่า

ผมหยุดวิ่งหนีแล้วหันมามองอาตัน

" อาตัน... ไม่เป็นไรนะครับ "

หลังจากถามอาตัน ผมก็มองไปทางคุณลูกะ ที่มีสถาพไม่แตกต่างกับอาตัน

" เดี๋ยวผมนะรอตรงนี้นะครับ "

ผมยิ้มให้อาตัน พร้อมพลักเธอไปทางคุณลูกะเบา ๆ

" ผมทําถูกแล้วใช่ไหมครับ คุณคังโดริ... "

อาตันหันหลังกลับมามองชายหนุ่มพร้อมกับสายตาแน่วแน่ของเธอ

อาตัน : รอก่อนนะ . . . เอเซีย

คังโดริ มิทสึ : ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะคุณเอเซีย อาตันของคุณเขาคงจะไม่เปลี่ยนใจง่ายๆหรอก - หญิงสาวยิ้มบางๆพร้อมทั้งถอนหายใจออกมาเล็กน้อย -  เอาล่ะค่ะ คุณเอเซียจะทำยังไงต่อไปล่ะค่ะ ตอนนี้เราก็อยู่กันด้านนอกแล้วเสียด้วย


" ก็คงรออาตันอยู่ตรงนี้ล่ะครับ มืดแล้วด้วยนั่งรอกันแถว ๆ นี้ล่ะครับ "

ผมตอบคุณคังโดริ พร้อมมองไปรอบ ๆ เพื่อหาบริเวณที่จะสามารถนั่งได้

" ดื่มอะไรร้อน ๆ หน่อยไหมครับ เดี๋ยวผมไปซื้อมาให้ "

คังโดริ มิทสึ : ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ชั้นว่าพวกเรานั่งรอแถวๆนี้ก่อนดีกว่า - หญิงสาวเดินหาม้านั่งในระแวกนั้นและนั่งลง ดูเหมือนที่ข้างๆม้านั่งจะมีตู้กดเครื่องดื่มและอาหารสำเร็จรูปเสียด้วย -


" ไม่เป็นไรไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวก็หนาวตายกันพอดี "

ผมกดชาอุ่น ๆ ออกมาจากตู้ขายของอัตโนมัติ 2 กระป๋อง แล้วเดินมานั่งข้าง ๆ คุณคังโดริ

" อ่ะ นี้ครับ ถ้าไม่ดื่มก็จับไว้ ให้รู้สึกอุ่น ก็ได้นะครับ "

ผมยื่นนํ้าให้คุณคังโดริ 1 กระป๋อง ก่อนที่จะมาเปิดของตัวเองแล้วยกขึ้นดื่ม

" ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้อยู่กับคุณคังโดริตามลําพังแบบนี้ แค่แปปเดียว แต่ผมรู้สึกเหมือนนานเป็นวัน ๆ เลยนะครับ "

ผมเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มีดวงดาวมากมายประดับอยู่

" ตั้งแต่ได้รู้จักกับคุณคังโดริ ก็ได้เจอเรื่องต่าง ๆ มากมาย มีทั้งเรื่องที่ยากลําบาก แล้วเรื่องที่ทําให้รู้สึกดีใจ "

ทําไมอยู่ ๆ ถึงพูดขึ้นมานะ... คงจะเป็นเพราะไม่มีโอกาศที่จะพูดคํา ๆ นั้น
ตอนนี้ถึงเวลาที่จะต้องพูดออกไปสักที

" คุณคังโดริช่วยผมไว้มากมาย ทําให้ผมได้เดินทางมาที่เมืองนี้ เมืองที่อาตันอยู่ แถมยังช่วยชีวิตผมเอาไว้ด้วย
ถ้าหากคุณคังโดริไม่ช่วยผมไว้ ผมก็คงตายไปแล้ว... ใช่แล้ว ผมน่ะตายไปแล้ว
เหลือแต่ชีวิตที่คุณคังโดริมอบไว้ให้ผม "

ผมหันมามองคุณคังโดริที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แล้วพูดต่อไปอีก

" เพราะอย่างงั้นชีวิตของผมตอนนี้ ก็เปรียบเหมือนเป็นของคุณคังโดริ
เพราะฉะนั้น ถ้าหากคุณคังโดริต้องการให้ผมช่วยอะไร ตะโกนเรียกชื่อผมดัง ๆ เลยนะครับ
ผมจะกลายเป็นสายลมมาหาคุณเอง "

ผมยิ้มให้คุณคังโดริก่อนที่จะพูดสิ่งที่ผมอยากพูดมานานกับคุณคังโดริ

" ขอบคุณมากนะครับ ที่ให้ชีวิตแก่ผม ทําให้ผมเกิดมาใหม่ และได้พบกับเรื่องดี ๆ ขอบคุณมากครับ "

หญิงสาวกัดฟันแน่นครู่หนึ่งน้ำตาของเธอซึมออกมาจากตาของเธอเล็กน้อยก่อนที่เธอจะเช็ดมันออกก่อนที่ชชายหนุ่มจะสังเกตุเห็นเสียก่อนพร้อมกับหยิบขวดน้ำชาอุ่นจากชายหนุ่มมานั่งดื่ม

คังโดริ มิทสึ : ฝุ่นเข้าตาน่ะ ฮะๆๆ - หญิงสาวเองมีคำเพียงคำเดียวที่เธอจะไม่สามารถบอกกับชายหนุ่มได้ตลอดไป เธอจะต้องเก็บมันไว้ในใจตราบนานเท่านานเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องแตกแยกระหว่างเขาและหญิงสาวของเขาได้ - อื้ม !! ไม่เป็นไรหรอก เอาเป็นว่าเมื่อไรก็ตามที่ชั้นมีอะไรให้นายช่วยชั้นจะเรียกชื่อนายออกมาแล้วกันนะ - หญิงสาวยิ้มและเอ่ยขึ้น -

ขณะเดียวกันอาตันเองก็ได้เดินกลับมาแล้ว เธอได้ยิ้มให้เอเซียเล็กน้อยและเดินเข้ามาใกล้

อาเธน่า เทนนอส : เอาล่ะ กลับไปที่บ้านของพวกลูกะกันก่อนเถอะ พรุ่งนี้เราต้องออกเดินทางกันแล้วล่ะนะ


" อ่ะครับ ไปกันเถอะครับ คุณคังโดริ "

ผมกับคุณคุงโดริ และอาตัน เดินกับเข้าไปในบ้านของคุณลูกะ
ผมเดินไปส่งทั้งคู่ที่ห้องนอนของแต่ละคน

" อาตันเรื่องที่จะคุยเอาไว้เป็นวันหลังนะครับ วันนี้เหนื่อยกันมามากแล้ว พักผ่อนสักหน่อย แล้วพรุ่งนี้ค่อยคุยกันดีกว่าครับ "

ผมบอกกับอาตันไปแบบนั้น

ไม่ง่วงเลยแฮะ... สงสัยวันนี้หลับมาเยอะแน่ ๆ เลย เอาล่ะอย่าทําเวลาให้เสียเ้ปล่าเลย
ต้องไปฝึกฝน ๆ

หลังจากที่ทุกคนเข้านอนกันหมด ผมก็ออกมายังห้องพักที่เช่าไว้ตอนมาถึงเมือง เพื่อไปเอาจดหมายที่วางว้อยูบนโต๊ะ
ผมเรียกภูตลมออกมา 1 ตน แล้วยื่นจดหมายให้

" เอาจดหมายฉบับนี้ไปส่งให้ถึงมือเลเตสนะ ฝากด้วยล่ะ "

ผมยิ้มให้กับภูตลมสาวที่กอดจดหมายไว้แน่น ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ บินจากไป

เอาล่ะ ฝึกฝน ๆ ๆ

หลังจากที่ส่งจดหมายเรียบร้อย ผมก็เดินออกมานอกเมืองเพื่อตามหาแมงมุม โดยลําพัง

คืนนี้ขอฝึกตนหน่อยล่ะกัน ตอนเช้านอนมาเยอะแล้ว
ดูเหมือนยามค่ำคืนแมงมุมเมืองนี้ก็จะได้ฤกษ์เข้านอนเหมือนกันกับคนซึ่งแตกต่างจากแมงมุมทั่วไป แต่ช่างเรื่องเวลานอนของแมงมุมมันดีกว่านะ ทันทีที่ชายหนุ่มกระโดดเตะ ( ตามข้อมูลจะชักดาบเมื่อเอาจริงสินะ ) ก็ได้พบว่าตัวเขานั้นวืดแมงมุมไปอย่างฉิวเฉียด คงไม่ใชเพราะแมงมุมนั้นมีควาเร็วสูงแต่คงจะเป็นเพราะมันตัวเล็ก เมื่อชายหนุ่มได้เดินมาเตะในท่าเบสิคก็พบว่าแมงมุมตัวนั้นได้ปลิวลอยกระเด็นทุ่งข้าวสาลีไปในทันที ดูเหมือนว่าเขาจะสามารถส่งแมลงทั้งหลายไปโลกเบื้องหน้าด้วยพละกำลังของเขาในตอนนี้

Gain : Exp 90 - อีก 210 เลเวลจะอั้พ // Insect body * 3


Player Reaction : จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 28-6-2010 23:19:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 30-6-2010 22:34

ความเดิมตอนที่แล้ว


Lan Blado Item
Lan Blado Recovery skill
Lan Blado Passive skill 1
Lan Blado Passive skill 2
Lan Blado Active skill
Lan Blado Speacial ability

แรนตกตะลึงที่เห็นอัลดิเน่อยู่กับเค้าทั้งๆที่ไม่น่าจะตามหาเค้าเจอได้ แรนในตอนนี้พอจะมีแรงที่จะขยับได้บ้างแล้ว แต่ถึงจะไม่มากแต่เค้าก็ใช้แรงที่เหลืออยู่ผละให้อัลดิเน่ถอยออกไปจากตัวเขาพอประมาณ...
Lan : เธอเนี่ยนะ... บ้าจริงๆเลย... - แรนใช้เลือดของตัวเองและเลือดของอัลดิเน่เริ่มวาดวงเวทย์ ขึ้น
Lan : เราอาจจะ... ขี้โกงที่เอาแต่ทำให้เธอเป็นห่วง... และไม่คิดว่าจะชดใช้ความผิดนี้ได้รึเปล่า... แต่ว่าคราวนี้ชั้นจะไม่หนีเธอแล้วล่ะ.... - แรนยื่นมือที่วาดวงเวทย์แตะที่แก้มของหญิงสาว ในตอนนี้ทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะไม่ทำให้อัลดิเน่หายไปคือการทำให้พันธสัญญาแห่งทูตของเธอสมบูรณ์ แรนในตอนนี้ยอมรับในความหวังดีของอัลดิเน่แล้วและพร้อมที่จะปกป้องเธอเท่ากับที่เธอคอยปกป้องเขาเช่นกัน
แรนวาดวงเวทย์เรียกเรย์อิเซนและริวโคกลับมา เพื่อเป็นพยานในการทำพันธะสัญญาในครั้งนี้
Lan : ข้า.. Lan Blado  ข้อขอยอมรับและให้คำมั่นว่าจะเป็นผู้แบกรับชะตากรรมของทูตแห่งวารี Undene และขอสาบานว่าข้าจะไม่ทรศนางจนกว่าชีวิตของข้านั้นดับสูญไป...
Ryuko&Reisen : ข้าราชสีห์ทอง/เงินแห่งดวงดาว ข้าขอเป็นพยานการประกาศทำพันธสัญญานี้ ด้วยตราเวทของเหล่าข้าว่า Lan Blado นายของข้าได้ยอมรับ ทูตแห่งวารี Undene เป็นคู่พันธสัญญาอย่างเต็มตัวแล้ว... - จิตแห่งไฟและวารีของริวโคและเรย์อิเซนออกมาและเข้ามาหลอมรวมกับวงเวทเพื่อรักษาพลังเวทย์ของทั้งคู่ไว้

Lan : ขอโทษที่ทำให้ลำบากนะ... แต่หลังจากนี้คนที่อยู่ตรงหน้าเธออาจจะไม่ใช่ แรน บราโด้อีกก็ได้ ขอให้เธอร่วมมือกับพวกริวโค สังหารเราด้วยมือของพวกเธอก็แล้วกันนะ - แรนค่อยๆ จุมพิษที่ฝ่ามือของหญิงสาวเบาๆ และค่อยเลื่อนไปที่ริมฝีปากของเธอ Recovery Skill Active - แรนมอบกระแสเวทย์ของตัวเองเพื่อเข้าไปฟื้นฟูพลังเวทย์ของอัลดิเน่ผ่านริมฝีปากของเค้า ก่อนจะถอนออกมาช้าๆ อักขระที่เจือจางบนข้อมือขวาของแรนเริ่มเปล่งแสงและอักขระเริ่มกลายเป็นรูปเป็นร่างสวยงามกว่าแต่ก่อน

Lan : เท่านี้ เธอคงไม่รู้สึกทรมานแล้วล่ะ ขอโทษ...นะ- แล้วแรนก็สลบไปเพราะความเหนื่อย ส่วนกาฝากนั้นจู่ๆก็หยุดรุนรานแรนและกลับมาสงบอีกครั้งหนึ่ง สายฝนที่ตกลงมาเริ่มซาลงและเผยแสงสว่างออกมาร่ำไร ( ในที่สุดเจ้าก็ยอมเปิดใจให้กับนางแล้วสินะ แรน...)

เมื่อแรนได้เอ่ยจะยอมรับความช่วยเหลือจากอันดิเน่แล้วก็ทำให้เธอโล่งใจขึ้นมาเพราะว่าเธอจะได้ไม่ต้องทำให้ชายหนุ่มนั้นกังวลมากขึ้นอีกพร้อมกับยังสามารถใช้พลังช่วยเหลือเขาได้อย่างเต็มที่เสียด้วย หญิงสาวยิ้มเล็กๆให้แรนเหมือนเคยปกติและกำลังจะเอ่ยวิธีทำพันธสัญญาในคนละแบบที่เธอคิดไว้ตอนแรก

อันดิเน่ : - กำแพงวารีเริ่มกลับมาห่อหุ้มตัวเธอไว้อีกครั้งหนึ่งพร้อมกับอาการที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด - ถ้างั้นก็ . . . - ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะเอ่ยขึ้นแรนก็ได้เริ่มทำพันธสัญญาในแบบฉบับของตัวเองทันที แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้ขัดอะไรเนื่องจากเป้าหมายของเธอก็คือการช่วยเหลือแรนจากกาฝากนั่น นั่นเอง - แรน เรายังมีีีีีเรื่ . . . . - ไม่ทันทีอันดิเน่จะเอ่ยขึ้น ชาหยนุ่มก็ได้ยกมือเธอขึ้นมาประทับรอยจุมพิศไว้ มันทำให้มาดทูติสาวที่แสนอ่อนโยนของเธอแตกออกทันที ใบหน้าที่แดงก่ำของเธอเผยอย่างเห็นได้ชัดเจนพร้อมกับแววตาที่ตกใจในการกระทำของชายหนุ่ม - เดี๋ . . . - ตาของเธอลุกโพลนขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่ตกใจอย่างสุดขีดของเธอเมื่อแรนได้จุมพิศเธอลงที่ริมฝีปาก หญิงสาวได้แต่แน่นิ่งเงียบและหน้าแดงก่ำเป็นลูกตำลึงและจ้องมองแรนอย่างแปลกใจ - นี่เจ้า . . . . - ร่างของแรนได้ค่อยๆทรุดตัวลงและล้มสลบไปบนตักของทูติสาวต่อหน้าของริวโคและเรย์อิเซนที่อยู่ในเหตุการณ์ - . . . . . . . - อันดิเน่ได้แต่นิ่งเงียบและรวบรวมสติของเธอกลับคืนมา ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอจะเริ่มคิดอะไรบางอย่างกับชายหนุ่มมากกว่าการช่วยเหลือเขาเสียแล้ว . . . . . -


Ryuko : ขอบคุณท่านมาก ท่านอัลดิเน่ เพราะท่านอยู่ข้างกายแรนในตอนนี้ ทำให้กาฝากนั่นไม่กลืนกินเค้าและสร้างความเสียหายให้กับป่าที่อุดมสมบูรณ์นี้ - ริวโคเดินมาหาร่างของแรนแล้วนำมือแตะที่ตราเวทของแรน
Reisen : อย่างที่ท่านเห็นนะท่านอัลดิเน่ จริงอยู่ที่กาฝากในตัวของนายข้าสงบลงไปแล้ว แต่ว่ามันก็กลืนกินแขนซ้ายของแรนไปเรียบร้อยแล้ว แต่ข้าก็อยากจะขอบคุณท่านนะเพราะพลังรักษาของท่านทำให้มันหยุดการรุนรานได้มากเลยทีเดียว - เรย์อิเซนนั่งลงและกุมมือของอัลดิเน่แน่น ด้วยความดีใจและโล่งอกของเธอทำให้น้ำตาเม็ดใสค่อยๆผุดออกมาจากใบหน้าของนาง
Reisen : ขอบคุณนะ ...ขอบคุณจริงๆ.. ฮึก! - หักจากคืนนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นและสิ่งที่แรนได้ตัดสินใจทำลงไปนั้น อาจจะไม่ถูกเสียทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็ทำให้ชายหนุ่มหลับได้อย่างสะบายใจ เพราะวันนี้เขาได้ช่วยเหลือคนไว้มากกว่าที่เค้าคิดไว้เสียอีก...

Lan : โอ๊ย!! - แรนสะดุ้งลุกขึ้นมา ทำให้เรย์อิเซนและอัลดิเน่ที่กำลังซึ้งกันอยู่นั้นตกใจ
Ryuko : ตื่นแล้วสินะ - ดูท่าทางริวโคจะเป็นคนทำให้แรนตื่นขึ้นมาเพราะไฟของเค้า
Lan : ริวโคนี่เจ้า ! อ้าว... - แรนรู้สึกว่าพลังกายและพลังเวทของเค้ากลับมาแล้ว และแรนที่กำล้งจะทะเลาะกับริวโคก็หันไปเห็นอัลดิเน่พอดีแล้วเรื่องตอนทำพันธสัญญาของเค้าก็ยิงมาที่หัวของแรนอย่างรวดเร็ว (เฮดช็อท) หน้าของแรนเริ่มแดงขึ้นมาเล็กน้อยถึงตอนนั้นจะจำไม่ค่อยแม่นนัก แต่เรื่องที่ตัวเองฝืนให้อัลดิเน่ทำสัญญาเพื่อช่วยรักษาพลังเวทย์ของเธอก็เป็นเรื่องจริงและแน่นอนว่าเรื่องจุมพิศสาบานนั่นก็เป็นเงื่อนไขของการทำสัญญาด้วย (ริวโคก็โดนขโมยจูบไปแล้วนะเออ~) แรนทำท่าลุกลี้ลุกลนเพราะความเขิลอายก่อนพูดไม่เป็นศัพท์

Lan : คะ คือว่า ไม่ใช่นะ... คือเราแค่ไม่อยาก... ให้เธอทรมานน่ะ... = ='' - จากที่เขิลอยู่กลับกลายเป็นชายหนุ่มรู้สึกผิดทันที เพราะดันไปจูบหญิงสาวแบบกระทันหันแบบนั้นใครไม่โกรธก็แปลกแล้วล่ะ

Lan : ขอโทษนะ... ที่ฝืนให้ทำสัญญาด้วยน่ะ ...

หญิงสาวนั่งก้มหน้าเล็กน้อยก่อนที่เธอจะยกมือทั้งสองข้างมาทาบแก้มของตัวเองไว้และมองมาที่หน้าของแรน เธอนิ่งเงียบไปซักพักพร้อมกับหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ดูเหมือนว่าทูติสาวจะอ่อนต่อโลกภายนอกเป็นอย่างมาก แม้ฝีมือการต่อสู้ของเธอจะสูงส่งก็ตาม ดูเหมือนว่ากริยาของอันดิเน่จะแปลกๆไปจนทำให้ผู้หญิงเหมือนกันรับรู้ได้ ทูติวารีรีบเปลี่ยนทิศทางมายังเรย์อิเซนทันทีก่อนที่เธอจะมีอาการมากไปกว่านี้

อันดิเน่ : ม . . .ไม่เป็นไรหรอก . . . เราก็แค่ช่วยเหลือคนที่ลำบากอยู่เท่าันั้นแหละ . . . - ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นพวกปากไม่ตรงกับใจซักเท่าไรเสียด้วยเมื่อเอ่ยมาถึงเรื่องของตัวเอง - . . . . . . - ดูเหมือนว่าเธอเองคงจะนิ่งเงียบไปอีกพักใหญ่ๆ โดยที่ตัวเธอเองก็ได้ลืมไปแล้วว่าตัวเองก็ยังมีหน้าที่อีกหน้าที่หนึ่งอยู่หลังจากมาหาแรนแล้ว -


บรรยากาศตอนนี้เริ่มมาคุลงไปทุกทีเพราะความเงียบแต่สุดท้ายริวโคก็รำคาญจนต้องทำลายความเงียบด้วยตัวเอง

Ryuko : เอาล่ะๆ ถ้าท่านอัลดิเน่และแรนไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว แต่ก่อนอื่นเรายังมีเรื่องที่ต้องคุยกันอีก - ริวโคมองมาที่แขนซ้ายของแรน - ก่อนอื่นก็แขนซ้ายของท่าน ..- แรนหันมามองที่แขนซ้ายของตัวเองแล้วถอนหายใจเบาๆ
Lan : อ้อนี่น่ะหรอ ตอนที่ดำลงไปในจิตใจของเด็กผู้หญิงคนนึงตอนที่ช่วยเธอออกมาจากคาถาของชายชุดดำนั่นเลยเผลอใช้กระแสเวทมากไปหน่อย จนกาฝากมันลุกลามเข้าให้หน่ะ - แรนยิ้มพลางพูดไปตามแบบฉบับของเค้า ซึ่งทำให้คู่สนทนาของเค้ารู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง
Ryuko : ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ก่อนจะเริ่มพิธีท่านน่ะจะให้ข้าและเรย์อิเซน ขับไล่กาฝากที่เพิ่งก่อตัวในแขนของท่านออกก่อน...
Lan :แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าก็ไม่มาห้ามเราใช่ไหมล่ะ? -แรนยิ้ม
Ryuko : ชิ ตามใจท่านก็แล้วกัน แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง กลุ่มคนที่ท่านช่วยเหลือไว้น่ะ ตอนนี้พวกเค้าอยู่ที่ห้องของท่านนะตอนนี้
Reisen : แถมก่อนจะมาหาท่าน รู้สึกว่าเด็กผู้หญิงที่ใช้หนวดเหล็ก (สเตล่า) นั่นจะระแวงพวกเราเกินเหตุด้วยล่ะ - เรย์อิเซนแอบบ่นอุบอิ๊บเล็กน้อยเพื่อเบนความสนใจ อัลดิเน่ที่หน้าแดงก่ำอยู่ตอนนี้ - 'นี่ท่านอัลดิเน่ ข้าเองก็ตกใจเหมือนกันนะที่ท่านหน้าแดงแบบนี้น่ะ - -* เล่นเอาข้าอดหัวเราะท่านไม่ได้จริงๆ แต่ก็เอาเถอะตอนข้าทำสัญญากับแรนเองก็รู้สึกอายเหมือนกัน เพราะงั้นพยายามทำตัวให้เหมือนปรกติเข้าไว้นะค่ะ แรนน่ะซื่อบื้อเรื่องพวกนี้จะตาย ขนาดเราแอบลักหลับไปตั้งเยอะยังไม่รู้สึกอะไรเลย ชิ...' - เรย์อิเซนแอบกระซิบกับอัลดิเน่เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง

Lan : เอาเถอะถึงมันจะกลืนไปทั้งแขนแล้วแต่ก็ใช่ว่าจะใช้การไม่ได้น่ะนะ ก็ยังขยับได้เหมือนปรกตินั่นแหละถ้าถือริวโคหรือเรย์อิเซนอยู่ คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก - แรนลุกขึ้นพลางหันมาทางอัลดิเน่ - คงจะแอบออกมาสินะ? ถ้ายังไงกลับไปที่บ้านพักของเราก่อนแล้วเราจะเดินทางไปกับเธอด้วยก็แล้วกันนะ...-แรนเว้นช่วงไว้ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มออกอาการอายเล็กน้อย - ก็... พวกเราเป็นคู่สัญญากันแล้วนี่นา~ -แรนยิ้มกลมเกลื่อนความอายเข้าสู้อีกครั้ง

ทูติวารีได้แต่นั่งเงียบเมื่อได้ยินว่าเรย์อิเซนนั้นแอบลักหลับแรนตั้งหลายรอบแล้ว . . . . เธอได้เงยหน้าขึ้นและถามเรย์อิเซน

อันดิเน่ : ลักหลับมันคืออะไรเหรอ ? เขาทำกันยังไงล่ะ . . . ? - เธอถามด้วยใบหน้าไร้เดียงสาของเธอและมองมาที่เรยือิเซน ดูเหมือนว่าเธอจะถามเสียงไม่ดังเท่าไรนักแต่ก็ไม่ได้กระซิบถามที่หูริวโคซึ่งดูเป็นผู้ใหญ่ที่สุดจึงได้ยินบางอย่างไม่ค่อยชัดชึ้น -


เรย์อิเซนอึ้งไปพักหนึ่งก่อนที่เธอจะเริ่มเข้าโลกส่วนตัวไปซะแล้ว
Reisen : อ๊ายย ท่านอัลดิเน่ล่ะก็ น่ารักจังเยย~ คือว่านะ ลักหลับน่ะหมายถึง ฟุตฟิตโฟไฟล์ เซ็ทซึโบช่า!!! (แล้วแต่เทรสจังจะใส่ความรู้อะไรไปให้นะจ๊ะ) - เรย์อิเซนพูดถึงเรื่องลักหลับอย่างเมามันจนทำให้คนที่เป็นคู่สนทนาด้วยเริ่มหน้าแดงก่ำมากเข้าไปอีก
Ryuko : พอเลยเจ้าน่ะ กะอีแค่นั่งจ้องหน้าแรนตอนหลับแค่นั้นเอง พูดออกไปซะไกลเชียวนะ... - ริวโคเดินมายกร่างของเรย์อิเซนขึ้น (ด้วยมือเดียว) - ท่านอัลดิเน่เองก็อย่าไปฟังยัยนี่มากเถอะครับ ที่ยัยนี่บอกกับท่านไปตะกี้อย่าเผลอเอาไปใช้กับแรนนะ.... ถ้าจะลักหลับแรนล่ะก็ต้อง ฟุตฟิตโฟไฟท์ - ริวโคเองก็คงรู้สึกอดใจที่จะให้ความรู้ผิดๆไปให้กับอัลดิเน่ที่ไร้เดียงสาไม่ไหวเหมือนกัน (แต่ว่าเล่าเรื่องแบบนี้หน้าตายมันก็ยังไงอยู่นะ ริวโคคุง = w =)
Reisen : นี่หยุดเลยนะริวโค ผู้หญิงเค้าไม่จับผู้ชายกดหรอกนะยะ จะลักหลับต้องแอบทำซี่!- เรย์อิเซนแย้ริวโคขึ้นตอนนี้ทั้งสามคนกำลังอยู่ในโลกส่วนตัวโดยที่ลืมแรนไปเสียแล้ว

Lan : อ่ะโน มินนะซัง? คุยอะไรกันอยู่หรอก๊ะ?

หญิงสาวหันมามองทางแรนด้วยสีใบหย้าที่ยังไม่เปลี่ยนไปเธอค่อยๆรวบรวมสติและเอ่ยขึ้นว่า

อันดิเน่ : ก็เรย์อิเซนกับริวโคบอกว่าลั . . .  - ดูเหมือนว่าไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดจบทั้งสองทูจิประจำดาบก็รีบนำมือมาปิดปากอันดิเน่ทันที ยิ่งทำให้แรนสงสัยเข้าไปอีก - อ๋า ไม่มีอะไรหรอก . . . - ดูเหมือนว่าริวโคและเรย์อิเซนจะใช้วิธีโทรจิตบอกอันดิเน่เพื่อปกปิดความลับอย่างมิดชิด - กลับกันดีกว่า ~ - หญิงสาวลุกขึ้นและรีบเปลี่ยนเรื่องทันที -


Lan : ? - แรนจ้องไปที่ริวโคกับเรย์อิเซนด้วยสายตาจับผิด แต่เพราะอัลดิเน่บอกว่าไม่มีอะไรไรแรนจึงไม่คิดมาก
อัลดิเน่ : กลับกันดีกว่า~  - หญิงสาวพูดขึ้นเหมือนกับจะเปลี่ยนเรื่องคุยทั้งแบบนั้น
Lan : นั่นสินะ ป่านนี้แขกที่อยู่ที่บ้านพักคงจะฟื้นกันหมดแล้วล่ะมั้ง คงต้องทำอาหารมื้อใหญ่แล้วสิ - แรนพูดด้วยอารมณ์สนุกสนาน -  งั้นพวกเรากลับกันเถอะ - (อืม...ฉากนี้จะขอจูงมือไปดีไหมนะ - . -'' อย่าเลยดีกว่าเดี๋ยวอัลดิเน่หน้าเป็นมะเขือเทศไม่หายกันพอดี) แรนพูดขึ้นพลางหันมาหาอัลดิเน่และยิ้มให้เธอ ก่อนจะทำท่าเหมือนกับรอให้ทั้งสามคนเดินตามเขามา กลับเมือง DH จ้า

เมื่อกลับมาที่ห้องแล้วก็ดูเหมือนว่าแขกจะตื่นกันเสียส่วนใหญ่แล้ว เหลือแต่ชายหนุ่มสวมแว่นตาคนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่ลุกขึ้นมา ดูเหมือนว่าร่างกายของเขาจะฟื้นตัวเร็วกว่าคนอื่นเสียด้วยเพียงแต่ว่าคงจะต้องอาศัยระยะเวลาซักระยะสั้นๆเท่านั้น


Player Reaction : จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 18-4-2021 13:54 , Processed in 0.186601 second(s), 24 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้