Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: tesstrossa

[Play][V.1][Start !!] Role : The world

  [คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 29-6-2010 08:45:37 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 9-7-2010 09:01

Megurine Ruka : jeloly


Ruka Item
Ruka Recovery skill
Ruka Passive skill
Ruka Active skill
Ruka Special ability
Room mate :


ลูกะไม่ได้เอ่ยคำใดๆออกมา เธอได้แต่นั่งนิ่งก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินออกไปจากบริเวณที่สนทนา

ลูกะ : งั้น ..... พรุ่งนี้ให้ชั้นลองถามดูก่อนว่าเธอจะไปด้วยไหม ถ้าเธออยากไป ชั้นก็คงห้ามอะไรไม่ได้แ้ล้วหละ ...... ยังไงก็คืนนี้หาที่นอนตามใจชอบเลยนะ .... ชั้นขอตัวละ ...

เธอบอกลาวงสนทนากลับไปที่ห้องนอนของเธอและมายูมิทันที เธอยังคงถอดเสื้อผ้าของเธอทั้งหมดพาดไว้ที่เก้าอี้ภายในห้อง เหลือไว้เพียงแค่ร่างอันเปลือยเปล่าพร้อมกับ เซตโต คันนะ และ กินโซ ที่เธอหยิบติดมือมาด้วย เธอล้มตัวลงนอนที่เตียงขนาดใหญ่ทันที เซตโต คันนะ และ กินโซ นั้นเธอยังก็คงเอาวางเอาไว้ข้างๆตัวเอง และหันไปกอดรูมเมทมายูมิจนเธอหลับไปในที่สุด

ขณะที่ลูกะกำลังนอนหลับอยู่นั้นก็ได้เสียงเบาๆผ่านกำแพง ดูเหมือนว่าเอเวียกับอาเธน่าจะกำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่ตามลำพังสองคน

อาเธน่า เทนนอส : เอาล่ะเอเซีย อยากจะรู้เรื่องไหนมากที่สุดก่อนล่ะ ? ถ้าชั้นตอบได้ชั้นจะบอกนายทั้งหมดเลย


ลูกะสะลึมสะลือขึ้นมาจากเตียงและนั่งอยู่ซักพัก เธอเดินเปลือยออกจากห้องไปโดยไม่สนใจว่า มีแขกมาพักอาศัยอยู่ในบ้าน ลูกะมุ่งหน้าไปที่ตู้เย็นภายในห้องครัวเอาหาน้ำซักขวดนึง ก่อนจะหยุดนิ่งแล้วมองหน้าเอเซียและอาเธน่า

ลูกะ : ทำไมต้องมีลับลมคมในด้วยหละทั้งสองคน ......

เธอสะลึมสะลือพูดขึ้นมาในชุดวันเกิดของเธอ

อาเธน่าที่อยุ่ข้างๆฮายาเตะถึงกับเลือดกำเดาพุ่งก่อนที่จะใช้พัดตีหัวของฮายาเตะเข้าไปก่อนเปรี้ยงหนึ่งเพื่อไม่ให้เขาเห็นภาพเหตุการณืที่อยู่ตรงหน้า

อาเธน่า เทนนอส : ห. . . ห้าม มองน้าาาาาาาา !! - โครม - เสียงพัดกระทบที่หัวของเอเซียเปรี้ยงใหญ่ก่อนที่เขาจะลงไปนอนนับดาวอยู่บนพื้น - เธอก็เหมือนกัน !! - หญิงสาวรีบดึงลูกะไปที่ห้องของเธอทันทีโดยปล่อยให้เอเซียนอนนับดาวอยู่แถวนั้น - นี่ !! จะเดินออกไปไหนก็ใส่ชุดซะก่อนสิ รู้ไม๊ว่ามันสำคัญน่ะ !! - หญิงสาวยิมผ้าขนหนูในตู้ในห้องในบ้านหลังนี้มัดตัวลูกะไว้อย่างแน่นหนา -

คังโดริ มิทสึ : - จี่ - สายตามีลับลมคมในของเธอจดจ้องมาที่คู่หยิงสาวข้างหน้าและยกมือข้างนึงขึ้นมาปิดปากไว้ด้วยสายตาเหล่มอง - เห . . . . .?


ลูกะรีบสะบัดตัวออกจากผ้าที่อาเธน่าจะมัดเธอ เธอรีบจับแขนทั้ง 2 ข้างของอาเธน่าไว้และดันติดฝาผนังทันที

ลูกะ : หือ ... ชั้นไม่ได้สนใจหมอนั่นซะหน่อย ที่ชั้นสนใจหนะตัวเธอมากกว่า

ลูกะกระซิบข้างๆหูอาเธน่าเบาๆ ก่อนจะใช้ปากงับเข้าที่ใบหูของเธอทันที มือทั้ง 2 ของลูกะยังคงจับข้อมืออาเธน่าไว้อย่างแน่นเพื่อไม่ให้เธอดิ้นหลุดไปได้

หญิงสาวได้รีบดันลูกะออกจากเธออย่างสุดกำลังและสบัดหน้าหนีจากเธอทันที

อาเธน่า เทนนอส : ชั้นรักเอเซียคนเดียวเท่านั้น !! และชั้นจะไม่ยอมปล่อยให้อารมณ์ชั่วครู่มาเป็นรอยบากในจิตใจของพวกเราได้หรอกนะ - หญิงสาวกล่าวออกมาและรีบชิงหนีออกไปด้านนอกก่อนทันที -


ลูกะรีบวิ่งตามไปทันที ดูเหมือนจะไม่ได้สนใจคำพูดของอาเธน่าที่บอกว่ารักเอเซียคนเดียวเท่าไหร่เลย เธอรีบวิ่งไปจับมืออาเธน่าไว้

ลูกะ : ก็ .... ก็ ..... ก็ชั้นชอบเธอแล้วมันผิดหรอไง .......

คำพูดของเธอออกมาเบาแค่พอให้อาเธน่าได้ยินคนเดียว ใบหน้าของลูกะเองก็เริ่มแดงขึ้นมา

อาเธน่าได้แต่ตกใจอ้าปากค้างคงไม่ต่างกับชายหนุ่มที่ค่อยๆลุกขึ้นมาข้างๆเธอซักเท่าไร หญิงสาวกระพริบตาปริปๆและมองมายังลูกะ

อาเธน่า เทนนอส : เอ่อ . . . . - หญิงสาวได้แต่นิ่งเงียบและยืนค้างอยู่อย่างนั้น - แต่ว่า . . . . . ชั้นไม่ได้ชอบเธอนี่นา . . . - หญิงสาวค่อยๆหันหน้าหลบลูกะ -


ลูกะยืนนิ่งไม่ได้เอ่ยคำใดๆออกมาจากปาก เธอได้แต่ยืนตัวสั่น น้ำตาค่อยๆไหลรินลงมา นี่เป็นครั้งแรกที่เธอสารภาพรักและถูกปฏิเสธทันที

อาเธน่าเองก็กำลังอึกๆอักๆอยุ่ที่หน้าของลูกะ ดูเหมือนเธอมีอะไรบางอย่างจะบอกกับเธอแต่ว่าเอเวียก็ได้รีบดึงอาเธน่าหนีออกไปทางหน้าต่างก่อนทันที


ลูกะเช็ดน้ำตาตัวเองออก ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ เปิดน้ำใส่อ่าง และนอนแช่เพื่อล้างคราบน้ำตาออก ไม่ให้รูมเมทของเธอสงสัย

ลูกะ : เรานี่มันบ้าจริงๆเลยเน๊อะ ..........


เธอบ่นพึมพำออกมาขณะนอนแช่อ่างอาบน้ำ

อาเธน่าเองได้เดินกลับมาที่บ้านลูกะเพียงลำพัง เธอยืนนิ่งอยู่ซักพักหนึ่งก่อนที่จะเคาะประตูบ้านของลูกะ


เธอลุกออกจากอ่างในสภาพตัวเปียกน้ำเช่นทุกครั้ง ไม่ได้เช็ดให้แห้งแต่อย่างใด เพียงแต่คราวนี้เธอค่อยๆแง้มประตูเปิดออกมาดูว่าใครอยู่ข้างนอก

ลูกะ : มีอะไรหรอ ......... คะ ...........

เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั่น เมื่อรู้ว่าด้านนอกคนที่เคาะประตูอยู่คืออาเธน่า คนที่เธอสารภาพรักและปฏิเสธในทันควัน

ลูกะ : ....... ถ้าจะกลับมาขอโทษ ..... ก็ช่างมันเถอะ ...... พวกเธอคงไม่อยากค้างที่นี่สินะ ท่าทาง ........

หญิงสาวมองหน้าของลุกะไว้แน่แน่วและจับมือของหญิงสาวไว้แน่นขึ้นมา

อาเธน่า เทนนอส : ลูกะ . . . . ยังไงก็ตามชั้นคิดว่าชั้นจะวิ่งหนีไปทั้งๆแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ - หญิงสาวมองไปที่ดวงตาที่เศร้าสร้อยของลุกะในตอนนี้ - ชั้นขอโทษจริงๆนะลูกะ . . . แต่ว่าตอนนี้หัวใจของชั้นนั้นมีเพียงแค่คน คนเดียวเท่านั้น ถึงแม้ว่าเขาจะหายไปก็ตามชั้นก็คงจะรักเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น ชั้นขอโทษด้วยที่ไม่สามารถรับความรู้สึกของเธอไว้ได้ . . . . . ชั้นขอโทษนะ - หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับมองไปที่ลุกะด้วยสายตาที่ไม่สั่นคลอนในการตัดสินใจของเธอ -


ลูกะนั่งทรุดลงกับพื้น เป็นไปตามที่คาดไว้ อาเธน่ากลับมาบอกความในใจกับเธออีกครั้ง เธอนั่งนิ่งไปซักพักก็ลุกขึ้นมายิ้มให้อาเธน่า

ลูกะ : อืม ..... ชั้นก็ว่างั้น .... อยู่ดีๆโดนบอกรักแบบเป็นใครก็ตกใจหละเน๊อะ ...... คืนนี้ก็ค้างที่บ้านชั้นก่อนละกัน พรุ่งนี้ค่อยออกเดินทางพร้อมกัน ..... อ๋อเรียกอีก 2 คนนั้นมาด้วยหละก่อนจะหนาวตายอยู่ข้างนอก ..... ชั้นขอตัวไปอาบน้ำต่อละนะ

เธอเปิดประตูให้ทั้ง 3 คน ก่อนที่จะเดินกลับไปที่ห้องอาบน้ำ เพื่อนอนแช่ในอ่างต่อ

ลูกะ : .................................

สายน้ำในอ่างนิ่งไม่เคลื่อนไหวพร้อมกับความสงบในห้องน้ำลูกะอาจจะทำให้เธอเริ่มมีสมาธิคิดอะไรเรื่อยเปื่อยของเธอไปเรื่อยๆ . . . . จนกระทั่งมีเสียงคนมาเคาะที่ประตูหน้าห้องน้ำของเธอ

มายูมิ ไทม์ : พี่ลูกะขา ~ เป็นอะไรรึเปล่า ? ปกติพี่ลูกะจะไม่ตื่นมาตอนกลางคืนนี่นา ถ้ามีอะไรก็คุยกับหนุก็ได้นะค่ะพี่ลูกะ ~ - หญิงสาวกล่าวหน้าประตูห้องน้ำไปยังพี่สาวของเธอที่กำลังนอนแช่น้ำอยู่ -


ลูกะ : ไม่เป็นไรจ้าาา ........... พวกข้างนอกเข้ามาในบ้านยังมายูมิ ??

มายูมิ ไทม์ : อ่าค่ะ ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วน้า ~ - หญิงสาวพูดตอบกลับไปยังลูกะ - ดูเหมือนว่าผู้ชายผมสีฟ้าจะออกไปข้างนอกนะค่ะส่วนคนอื่นๆพักกันอยู่ที่ห้องรับรองน่ะค่ะ พี่ลูกะ ~



ลูกะ : งั้นหรอ ..... งั้นมายูมิก็กลับไปนอนก่อนได้เลย พี่อยากจะแช่น้ำอยู่อีกซักพักหน่อยหนะ พอดีมีเรื่องให้คิดหลายๆอย่าง ........


ลูกะตะโกนบอกรูมเมทของเธอ นอนคิดอะไรเพลินๆต่อ

ลูกะ : จะเอายังไงดีนะ ......


มายูมิ ไทม์ : ค่า ~ พี่ลูกะอย่านอนดึกน้า ~ - หญิงสาวพูดจบก็ได้เข็นรถกลับไปที่ห้องนอนของเธอกลับไป -

หญิงสาวที่กำลังนอนแช่น้ำอยู่ในห้วงแห่งความเงียบกำลังคิดอะไรอยู่นั้นไม่สามารถมีใครรู้ได้ เธอจะตัดสินใจทำอะไรกันแน่นะ . . . .


ลูกะนอนแช่อยู่อีกซักพักนึง ก็ลุกออกจากห้องน้ำทันที ดูเหมือนว่าจะได้เวลาที่ควรจะพักผ่อนแล้ว เธอเดินออกจากห้องน้ำไปหาของกินที่ตู้เย็นอีกครั้ง นั่งรอตัวแห้งในสภาพเปลือยเ่ช่นเดิม

ลูกะ : พรุ่งนี้จะมองหน้าอาเธน่าได้ไหมนะ ..... โดนปฏิเสธ 2ครั้งในวันเดียว ฮะ ๆ ๆ ๆ ๆ ..............

เธอนั่งหัวเราะอยู่คนเดียวในห้องอาหารที่เงียบสงบ
ดูเหมือนว่าบรรยากาศยามเช้าจะมาเยือนท้องฟ้า แสงแดดอ่อนๆสาดส่องเข้าที่บานหน้าต่าง ผ้าขนหนูและผ้าคลุ่มผืนใหญ่ได้ห่อร่างของหญิงสาวทับกันสองชั้นอยู่เมื่อเธอลืมตาตื่นขึ้นมา แก้วนมอุ่นๆค่อยๆทาบลงบนใบหน้าของเธอเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มอันสดใสของมายูมิต้อนรับเธอจากนิทรา

มายูมิ ไทม์ : เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะค่ะ พี่ลูก ~ - หยิงสาวยื่นนมอุ่นให้กับหญิงสาวและเข็นรถเข็นของเธอกลับไปในครัวต่อ -


ลูกะสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา มองตามมายูมิที่กำลังเข้าไปในครัวเพื่อทำอะไรซักอย่าง

ลูกะ : เช้าแล้วหรอมายูมิ ................

เสียงเธอยังคงสะลึมสะลือสุดๆ เธอมองแก้วนมอุ่นๆที่อยู่ใกล้ๆกับหน้าของเธอตรงโต๊ะ ซึ่งมันก็ยังไมได้ช่วยให้เธอสามารถลืมตามา 100% ได้

ลูกะ : คนอื่นๆ หละ ..............

มายูมิ ไทม์ : คนอื่นๆนอนหลับอยู่น่ะค่ะพี่ลูกะ ส่วนผู้ชายผมฟ้ายังไม่กลับมาเลยค่ะ - หญิงสาวตอบกลับมาผ่านห้องครัว -


ลูกะ : งั้น ....... หรอ ............

เป็นคำสุดท้ายที่ออกมาจากปากของลูกะ ก่อนที่เธอจะนอนนิ่งอยู่บนโต๊ะกินข้าว แต่ในไม่ช้าเธอก็นึกสิ่งนึงขึ้นมาและรีบลุกขึ้นพรวดทางรูมเมทเธอทันที

ลูกะ : มายูมิ อยากออกไปผจญภัยดูบ้างไหม

หญิงสาวยิ้มขึ้นอย่างดีใจเล็กน้อยก่อนที่จะหยุดนิ่งซักพักและหันกลับไปต้มซุปในครัวของเธอต่อ

มายูมิ ไทม์ : หนูคิดว่าหนูคงออกไปไหนนานๆแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ พี่ลูกะ ~ - หญิงสาวตอบกลับไปที่ลูกะ - ถ้าพี่ลูกะมีอะไรสำคัญจะออกไปทำ มายูมิจะเฝ้าบ้านให้เองค่ะ ~


ลูกะ : นั่นสินะ .....

ลูกะเงียบไปซักพักก็ดื่มนมในแก้วที่มายูมิเตรียมไว้ให้ก่อนจะเดินเปลือยไปที่ห้องของแขกอีก 2 คนที่นอนอยู่ เธอค่อยๆเปิดบานประตูอย่างเบาๆเพื่อมองหาหญิงสาวที่ปฏิเสธเธอเมื่อคืน

ดูเหมือนว่าอาเธน่าจะตื่นขึ้นมาแล้ว เธอกำลังนั่งจิชาอยู่ที่บนโต๊ะเล็กๆในห้องนั่นเอง พร้อมกับแววตาเหม่อลอยของเธอที่มองออกไปนอกหน้าต่าง แต่เธอก็กลับตัวหันมาที่ลูกะที่เข้ามาในห้องเสียก่อน

อาเธน่า เทนนอส : - อึ้ง - หญิงสาวค่อยๆวางแก้วชาลงและหยิบเสื้อขนหนูที่ใช้ในตอนอาบน้ำมาคลุ่มให้ลูกะทันที - ทำไมเดินเปลือยแบบนี้อีกแล้วนะเธอเนี่ย . . .


ลูกะ : อืม ... ก็ชั้นชอบแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆละ ทำไมหรอ ???

คำตอบที่ออกมาจากปากลูกะ ช่างดูไม่ต่างอะไรกับเด็กไร้เดียงสาเสียจริง แต่เธอก็ยอมใส่เสื้อคลุมที่อาเธน่าเอามาให้และเดินเข้าไปในห้อง พร้อมทั้งล๊อคประตูทันที

อาเธน่า เทนนอส : มีอะไรรรึเปล่า ลูกะ ? - หญิงสาวเอ่ยถามขึ้นในห้อง -


ลูกะวิ่งเข้าไปจับไหล่อาเธน่าและเอ่ยคำๆนึงออกมาทันที

ลูกะ : ชั้นมีเรื่องอยากจะขอร้องอะไรซักอย่าง ...

สายตาของลูกะมองไปตาของอีกฝ่ายอย่างแน่แน่ ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยมือแต่อย่างใด
หญิงสาวซะดุ้งเล็กน้อยและมองกลับไปที่ลูกะตรงหน้าเธอ

อาเธน่า เทนนอส : มีเรื่องอะไรเหรอ ? . . .


ลูกะ : ไม่ต้องให้มายูมิไปได้ไหม .... ชั้นรู้สึกไม่ค่อยดีเลย ...

สีหน้าของลูกะ ดูซึมเศร้าลงไปเพราะเธอกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับรูมเมทของเธอไปมากกว่านี้

อาเธน่า เทนนอส : ไม่ต้องห่วงไปหรอกชั้นเองไม่คิดจะให้มายูมิจังไปเสี่ยงอันตรายอยู่แล้ว เอเซียเองก็เหมือนกันน่ะ - เธอหยุดพูดครู่นึงและพูดต่อไปว่า - แต่ว่า ระหว่างการเดินทางมันอาจจะมีหนทางช่วยมายูมิก็ได้นะ ชั้นไม่รู้ว่าพวกเราจะค้นพบมันเจอเมื่อไร ถ้าเกิดว่ามันไกลเกินไปจาตัวของมายูมิเองก็ไม่มีความหายเหมือนกัน


ลูกะได้แต่พยักหน้า เธอไม่ได้พูดอะไรออกมา ก่อนที่เธอจะเดินออกไปจากห้องนั้น เธอใช้ความรวดเร็วเฉพาะตัวรีบ ประกบปากจูบอาเธน่าทันที

ลูกะ : ขอบคุณนะ > w < ~

รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของลูกะ ให้อาเธน่าได้เห็นเต็มๆตา ก่อนที่เธอจะไปนั่งลงตรงเตียง มองดูหญิงสาวอีกคนหลับ

หญิงสาวยืนนิ่งหน้าแดงก่ำอยู่กับที่ในขณะที่ลูกะไปนั่งบนเตียงแล้ว

อาเธน่า เทนนอส : ทะ . . . ทำอะไรน่ะ !! เธอเนี่ยแปลกคนจริงๆเลย . . .  - อาเธน่าเสียงค่อยลงเล็กน้อยและยิ้มขึ้นมาให้กับลูกะ - เอาล่ะชั้นไปข้างล่างก่อนล่ะนะ


ลูกะรีบคว้ามืออาเธน่าไว้ทันที เมื่อเห็นภาพเด็ดตรงหน้าเพียงแค่แว๊ปเดียว

ลูกะ : แหนะ ... อาเธน่าจัง ยิ้มอะไรเอ่ย ? ~ หรือว่าอยากจะให้ชั้น จูบ อีกซักทีหละ ~

ลูกะแซวหญิงสาวทันที

หญิงสาวยิ้มขึ้นให้กับลูกะและหัวเราะออกมาเบาๆ

อาเธน่า เทนนอส : ก็เธอน่ะเหมือนกับเด็กน่ะสิ - หญิงสาวยิม้ให้ลูกะและวางมือของเธอลงพร้อมกับหันออกไปทางประตู -

เอเซีย : " คุณลูกะ ผมพาคนที่รู้จัก คนที่จะสามารถรักษาอาการของมายูมิจัง มาแล้วนะครับ !!~ " - ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะจูงมือหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาและบอกว่าเธอคนนี้น่าจะรู้เรื่องราวของใครบางคนที่อาจจะสามารถรักษามายูมิจังให้หายจากโรคของเธอได้ -



Player Reaction : จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 29-6-2010 21:41:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 4-7-2010 22:37

ความเดิมตอนที่แล้ว



Stella Item
Stella Recovey skill
Stella Passive skill
Stella Active skill
Stella Special ability
Room mate :


"แฮ่กๆๆๆ.... หึ หึ หึ หึ จะใช้ประโยชน์จากชั้นก็บอกกันโต้งๆแบบนี้เลยงั้นเรอะ" โดมินิคค่อยๆยันตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบากพลางพูดขึ้น "เอาเถอะ เพราะชั้นไม่ชอบค้างหนี้บุญคุณใคร ถึงแม้เธอจะไม่ใช่ระดับเดียวกับพวกสวะนั่นก็เถอะนะ"

(เรื่องในอนาคตที่แกจะได้ประโยชน์ร่วมงั้นเรอะ มันจะไม่มีทางเป็นไปได้ชั่วนิรันดร์) ชายหนุ่มคิดพลางแสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย โดยไม่ให้หญิงสาวเห็น....

ทางด้านสเตล่า เด็กสาวโผเข้ากอดมิโคโตะเอาไว้แน่น "ฮือๆๆ ชั้นขอโทษ... เป็น....เพราะ... เป็นเพราะชั้นใช่มั้ย... ที่เธอต้องเจอเรื่องเลวร้ายอะไรมา.... เป็นเพราะชั้นใช่มั้ย ฮือๆๆ"เด็กสาวปล่อยโฮออกมา น้ำตาไสๆไหลออกมาอาแก้มของเธอไปทั่ว

หญิงสาวตกใจเล็กน้อยพลางลูบหัวของสเตล่ายังอ่อนโยนมืออีกขา้งนึงของเธอได้โอบสเตล่าไว้และแนบแกมของเธอลงทั่วหัวของเด็กสาว

มิซากะ มิโคโตะ : ไม่ใช่ความผิดของสเตล่าหรอก - หญิงสาวยิ้มเล็กน้อยและโอบสเตล่าไว้ในอ้อมแขน - มันไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้นล่ะทั้งสเตล่าและหมอนั่นก็คงจะอยากมีชีวิตที่มีความสุขเหมือนกับคนอื่นเหมือนกันนั่นล่ะ แม้ว่าหนทางนั้นจะลำบากกว่าคนอื่นเสียหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอกนะ - หญิงสาวพยายามปลอบโยนเด็กน้อยที่กำลังร้องไห้และโทษตัวเองอยู่ในขณะนี้ -

ขณะเดียวกันสเตล่าก็ได้สัมผัสถึงจิดตสังหารท่าทางโรคจิตแปลกๆจากด้านหลัง ทันใดนั้น คุโรโกะก็ได้กระโจนเข้าใส่สเตล่าทันทีพร้อมกับล้อกตัวของเธอไว้

ชิราอิ คุโรโกะ : บังอาจจจ เล่นทีเผลอตอนชั้นหลับเหรอย๊ะ !! หล่อน !! - หญิงสาวกระโดดตะครุบสเตล่าลงจากมิโคโตะทันที -

มิซากะ มิโคโตะ : คุโรโกะ !! - หญิงสาวอิดคุโรโกะเล็กน้อยก่อนที่จะช๊อตให้เธอลงไปนอนสลบเหมือดกับพื้น - เฮ้อ ~ เล่นไม่เป็นเวลาเลยนะ - หญิงสาวยิ้มออกมาเล็น้อยและหันมายิ้มให้กับสเตล่า -


สเตล่ายิ้มฝืนๆกลับไปให้กับมิโคโตะ ก่อนที่เธอจะค่อยๆลุกขึ้นพลางยกมือขึ้นปกปิดรอยอักขระบริเวณไหล่ซ้ายของเธอเดินออกไปนอกห้อง เด็กสาวไม่อยากบอกเรื่องอักขระต้องสาปนี้ให้กับใครรู้ เธอไม่อยากให้เพื่อนๆต้องเป็นห่วง เพราะตอนนี้ทุกคนต่างก็ได้รับผลกระทบจากการต่อสู้ครั้งใหญ่นั่นมาพอๆกัน

"อ๊ะ... นี่มันอะไรกันล่ะเนี่ย ?" สเตล่ารู้สึกถึงวัตถุบางอย่างที่อยู่ในเสื้อของเธอ เด็กสาวอุทานขึ้นก่อนจะค่อยๆคลำหาวัตถุนั้นออกมาดู....

แผนที่แสดงตำแหน่งของสถานที่แปลกตา ที่สเตล่าไม่เคยเห็นปรากฏอยู่เต็มหน้ากระดาษ เด็กสาวพยายามเพ่งอ่านตัวหนังสือที่มีอยู่ประปรายบนหน้ากระดาษอย่างตั้งใจ....
ดูเหมือนในแผนที่นั่นจะแสดงจุดต่างๆโดยมีเครื่องหมายกาดอกจันทร์บ่งบอกไว้เป็นจุดต่างๆ และมีจุดหนึ่งในเมืองแห่งนี้เสียด้วย ดูเหมือนว่ามันจะวงไว้ที่ปลายขอบเมืองอย่างไม่ละเอียดเท่าไรเพื่อป้องกันคนนอกค้นพบ ดูเหมือนว่าสเตล่าคงจะต้องออกไปตามหาสถานที่นั้นเองเสียแล้ว นอกจากนั้นภายในแผนที่ยังมีรูปชายผู้หนึ่งอีกด้วยดูเหมือนว่าจะมีข้อมูลสำคัญเขียนไว้ด้านหลังกำกับไว้ด้วยว่า " อันตรายระดับ 9 / 10 ' จับเป็น ' "



"บางทีเจ้าหมอนี่อาจจะรู้อะไรเกี่ยวกับแผนที่นี้ก็ได้ ดีล่ะ"เด็กสาวเก็บแผนที่นั่นลงจุดเฉพาะของผู้หญิง(หน้าอก) ก่อนที่เธอจะค่อยๆรวมพลังไฟฟ้าไว้ที่ปลายนิ้วของเธอ....

"โทษทีนะยะยัยอีเล็กตรอน ยัยโลลิโรคจิต เจ้าแว่นไร้ประโยชน์ ชั้นจะออกไปเที่ยวเล่นคนเดียวซักหน่อย ไปต้องห่วงนะ ~" ตัวหนังสือขนาดใหญ่ที่สลักด้วยรอยไหม้ ปรากฏเต็มระเบียงหน้าห้องที่เพื่อนๆของสเตล่ายังอยู่ข้างใน เด็กสาวออกวิ่งไปยังจุดมาร์กบนแผนที่นั่นทันที โดยไม่สนใจว่าเธอจะวิ่งไปเฉี่ยวชนใครบ้างรึปล่าว

ดูเหมือนว่าสถานที่ที่เธอมาถึงหลังจากตามรอยแผนที่มาแล้วจะเป็นสุสานหลังโบสถ์ บรรยากาศนั้นเงียบสงัดมาก ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครอยู่ที่นี่เลยแม้แต่คนเดียว แม้กระทั่งโบสถ์ก็ยังไม่มีบาทหลวงดูแล ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครมาห้ามเด็กสาวจากการรื้อค้นสถานที่นี้ด้วย


"ฮึ ฮือ... แบบนี้ก็หวานสิคะเนี่ย ~"สเตล่าเลียปากพลางเผยแววตาสุดชั่วร้ายของตัวเองออกมา "ริคคูงงงง ~"สิ้นเสียง หนวดโลหะก็พุ่งขึ้นมาจากด้านหลังของสเตล่า ก่อนที่มันจะเข้าไปคลอเคลียกับนายของมันเช่นเคย

"ช่วยรวบรวมข้อมูล(ทำลายล้าง) จากบริเวณรอบๆนี้ให้หมดเลยนะ ริคคุง ~"เด็กสาวสั่งการหนวดโลหะของเธอด้วยรอยยิ้มแบบอินโนเซนต์ สุดๆ เจ้าหนวดโลหะนั่นบิดเขินๆเล็กน้อย ก่อนที่มันจะเริ่มพุ่งเข้าไปงัดหลุมศพทีละหลุมอย่างเพลิดเพลิน ~


? ? ? : เดี๋ยวววววววววววว !!!! - ชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งมาขวางไว้และก็ต้องถูกหนวดเหล็กของสเตล่าฟาดลอยขึ้นไปสูงเหนือขอบเมฆและตกลงมาบนต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีใบห่อหุ้มมาก จึงทำให้เขารอดชีวติมาได้แต่ดูเหมือนว่าจะสลบเหมือดจากแรงกระแทกเมื่อกี้นี้ - โอ้ววว . . .ดาว 1 ดวง ดาว 2 ดวง ดาว 3 . . .


"กรี๊ดดดดดด !!! ริคคุง ทำอะไรลงปายยยยยยย !!!"เด็กสาวร้องเสียงหลงออกมาทันที เมื่อจากหลุมศพที่เป็นเป้าหมายของเธอ ดันกลายเป็นผู้ชายที่ดูเหมือนจะเป็นเจ้าของที่นี่ ที่โดนหนวดโลหะของเธอซัดเข้าให้

"แบบนี้คงต้องช่วยแล้วสิเนี่ย ริคคุง ~"สเตล่าชี้นิ้วออกคำสั่งหนวดโลหะของเธอ กระแสไฟเล็กๆเริ่มมารวมอยู่ที่ปลายของหนวดโลหะเส้นนั้น ก่อนที่มันจะพุ่งเข้าหาชายแปลกหน้าที่กำลังนอนนับดาวคนนั้นเพื่อช่วยเหลือ ? ทันที

? ? ? : มะ . . . ไม่ต้องหรอก . . . เดี๋ยววววววววววววววววววววว ฟังก่อนนนนนน !!!! - ไม่ทันเสียแล้ว ปลายหนวดที่กำลังจะปั้มหัวใจเรียกสตินักบวทคคนหนึ่งให้ตื่นขึ้นมาด้วยความหวังดีได้กระแทกร่างของเขาติดดินอีกรอบนึง - อั้กกกก !! คร่อก - ชายหนุ่มนอนตาเหลือกน้ำลายฟูมปากขณะที่ตัวเขากำลังชักดิ้นชักงอกับกระแสไฟฟ้าของหนวดเหล็กมหากาลนั่น -


"อ้าว ทำไมไม่ฟื้นล่ะ ทำอะไรพลาดไปรึปล่าวริคคุง ?"สเตล่าเดินไปถามหนวดโลหะที่พึ่งจะช่วยเหลือ ? ชายแปลกหน้าคนนั้น เจ้าหนวดโลหะเส้นเดิมส่ายปลายของมันไปมาแสดงถึงการปฏิเสธความผิดพลาดระหว่างช่วยเหลือ ?

"นั่นสินะ ชั้นกับริคคุงจะไปทำพลาดได้ยังไงล่ะเนอะ ~ ร่างกายของหมอนี่ต้องผิิดปกติแหงๆ นี่แหน่ะๆ"เด็กสาวเดินไปนั่งยองๆทางด้านบนของชายแปลกหน้าคนนั้นพลางใช้นิ้วมือ จิ้มๆไปที่แก้มของเขา

บาทหลวงต้องละเมิดกฏของผู้ถือศีลโดยมิได้ตั้งใจเมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นมาพบกับสีของท้องฟ้าที่เปลี่ยนไป . . .

? ? ? : อืม . . . . ทำไมโลกทุกวันนี้มันช่างคับแคบลงอย่างนี้นะ ทั้งมนุษย์ที่มีจิตใจหมองมัวขึ้นเรื่อยๆ . . . . เอ๊ะ . . . ทำไมท้องฟ้ามันเป็นสีชมพููแล้วก็ไม่เคลื่อนไหวด้วย . . . . - ชายหนุ่มค่อยๆลุกขึ้นมาแต่ก็ชนกับ * * * * สเตล่าและล้มลงไปนอนอีกครั้งหนึ่ง - อะไรเนี่ย . . . ? รึว่าเราจะตายแล้ว ?


"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด !!!!!"เด็กสาวกรีดร้องลั่นที่สุดในชีวิต ทำเอาเจ้าหนวดโลหะคู่ใจของเธอสะดุ้งโหยง "ไอ้เจ้าโรคจิต วิปริต ผิดมนุษย์ !!! ไอ้*@-4#sf$&% !!!"สเตล่ารัวเท้าไส่ใบหน้าของบาทหลวงคนนั้นไม่ยั้งยิ่งกว่าที่เธอเคยทำกับเซ็ทสึโบหลายสิบเท่า ก่อนที่เธอจะวิ่งไปนั่งกอดเข่าอยู่คนเดียวหน้าหลุมศพหลุมนึง

"ฮือๆๆ ชั้....น...... เค้....า เค้าเป็นเจ้าสาวไม่ได้แล้วอ้า.... แง้ๆๆๆๆๆ"เด็กสาวนั่งนิ่งอยู่ครู่นึงก่อนจะปล่อยโฮออกมา โดยมีเจ้าหนวดโลหะเส้นเดิมหมุนไปหมุนมาใกล้ๆ ท่าทางมันคงกำลังพยายามปลอบเจ้านายของมันอยู่
NPC บาทหลวงปริศนา > [ Dead ]

ดูเหมือนว่าด้วยพลังฝ่าพระบาทและหนวดเหล็กแรงกล้าจะคร่าชีวิตของบาทหลวงหนุ่มที่วิ่งเข้ามาห้ามหนูสเตล่าไปจากพุทธศักราชนี้เสียแล้ว ร่างไร้วิญญาณได้ค่อยๆจมลงไปใต้ดินด้วยแรงของเครื่องจักนาโน ( รัวเท้า ) ของเด็กสาว ดูเหมือนว่าเธอจะกระทืบจนกระดูกคอของเขาหักจึงเกิดเป็นสาเหตุการตายขึ้น แต่ก็คงไม่มีใครมาเก็บศพเขาเนื่องจากแถวนี้ได้รกร้างไปเสียแล้ว สเตล่าคงจะต้องหาข้อมูลเองใหม่ตั้งแต่ต้นเสียแล้ว


"ฮึกๆๆๆ ถะ... ถึ..ง... ถึงจะเป็นริคคุงก็เถอะ.... แต่เค้าก็เป็นเจ้าสาวของริคคุงไม่ได้หรอก(เข้าใจอย่างงั้นได้ไงเนี่ย) แง้ๆๆๆๆ"สเตล่าปล่อยโฮชุดที่สองออกมาอีกครั้งพลางตะกุยพื้นดินตรงหน้าของเธออย่างบ้าคลั่ง เจ้าหนวดโลหะที่พึ่งจะถูกสลัดรัก ? ยังพยายามจะเข้าไปปลอบเจ้านายของมัน แต่ก็โดยเศษหินดินทราย กระเด็นไส่จนทำอะไรไม่ถูก....

ผลจากความบ้าคลั่ง(ตะกุยดิน)ของเด็กสาว ทำให้แผนที่ ที่เธอเหน็บไว้ที่หน้าอกมันค่อยๆปลิ้นออกมา ก่อนจะถูกลมพัดจนปลิวออกไป "ว้ายยยย แผนที่ๆๆๆๆ ริคคุง !!!"สเตล่าดิ้นพรวดพราดอยู่กับพื้นพักนึง ก่อนจะรวบรวมสติสั่งการหนวดโลหะของเธอ เมื่อได้ยินเสียงของเจ้านายที่น่ารักสุดๆ เจ้าหนวดโลหะผู้ภักดีก็พุ่งเข้าช้อนร่างของเด็กสาวให้ลอยขึ้นไปบนอากาศ "ทำดีมากจ้า ริคคุง เอ้า ฮึบ !!"  สเตล่าหันมันส่งยิ้มให้กับหนวดโลหะของเธอ ก่อนจะยื่นไปคว้าแผนที่นั่นสุดแขน

"ทำได้แล้ว !!!! เอ๊ะ..... กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด !!"
แม้สเตล่าจะเซพได้สวย แต่เธอดันลืมไปว่าตอนนี้เธอลอยอยู่เหนือพื้นด้านล่างกว่า 9 เมตร "ช่วยด้วยค่าาาาาาาาาาาาาา !!!!!" เด็กสาวตะโกนออกมาทั้งน้ำตา หนวดโลหะด้านล่างที่เสียจังหวะไปกับการส่งตัวเด็กสาว ทำให้มันออกตัวมารับร่างเล็กๆนั่นไม่ทันซะแล้ว !!!!

เปลวเพลิงได้ลอยขึ้นมาอย่างรวดเร็วจากตัวโบสถ์ ปรากฏร่างชายหนุ่มรับสเตล่าไว้กลางอากาศพร้อมกับลงสู่พื้นอย่างนิ่มนวล



? ? ? : ไม่เป็นไรนะ ? สาวน้อยผู้น่ารัก - เขายิ้มออกมาและส่องประกายออกมา -


"งืม.... อือ....."สเตล่าค่อยๆลืมตาขึ้น ภาพที่เธอเห็นคือผู้ชายท่าทางแปลกๆที่บังอาจมาอุ้มร่างของเธอเอาไว้ "อะ... เอ่..อ.. ขอ...บ...คุณ...ค่ะ... เอ๊ะ ?"แทนที่เด็กสาวจะซัดเปรี้ยงชายแปลกหน้าคนนี้ แต่เธอกลับเอ่ยปากขอบคุณเขาซะงั้น !! เกิดอะไรขึ้นกับสาวน้อยสเตล่ากัน !!! หรือว่าเธอจะถูกครอบงำเข้าแล้ว.... ว่าไปนั่น...

เด็กสาวค่อยพละออกจากชายหนุ่มคนนั้น มายืนตรงหน้าเขาก่อนที่เด็กสาวจะฉุกคิดขึ้นได้ว่าคุ้นหน้าผู้ชายคนนี้ที่ไหนพลางคลี่แผนที่แผ่นเดิมออก.... "เอ๊ !!!!! นี่นาย !!!!!!!!"ภาพในแผนที่กับชายหนุ่มตรงหน้าเหมือนกันไม่มีผิดเพื้ยน นั่นทำให้เด็กสาวอุทานออกมาพลางชี้นิ้วไปที่หน้าของผู้ชายคนนั้น

? ? ? : หืม ? อะไรเหรอ ? - ชายหนุ่มมองไปยังรูปภาพที่สเตล่าถือไว้ในมือ - โอ้ว นี่ขนาดถึงกับเก็บรูปชั้นไว้เลยเหรอเนี่ย ~ - ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆเล็กน้อย - ล้อเล่นน่ะ ฮ่าๆๆ ว่าแต่มีธุระอะไรกับชั้นเหรอจ๊ะ ? - ชายหนุ่มยิ้มให้กับสเตล่าและรอฟังคำตอบจากเธอ -


"อะ....อะ...อะ.... ตัวอันตรายระดับ 9 !!!" สเตล่าตะโกนขึ้นพลางชี้ไปที่ชายหนุ่มคนนั้น "อ๊ะ... ไม่ใช่สิๆ นายรู้อะไรเกี่ยวกับแผนที่นี้กันน่ะ พวกชั้นถูกคนประหลาดสวมชุดคลุมสีดำทำร้ายมา แล้วชั้นก็เก็บแผนที่นี่มาได้จากพวกมันด้วย อ๊ะ.... หรือว่านายก็เป็นพวกเดียวกับเจ้าพวกนั้นด้วย อ๊า.... เค้างงไปหมดแล้วน้า....."เด็กสาวพูดกลับไปกลับมาอย่างกระวนกระวาย จนจบลงด้วยการจับหัวของตัวเองอย่างสิ้นหวัง.....

ชายหนุ่มค่อยๆย่อตัวลงที่ด้านหน้าสเตล่าและจับมือข้างซ้ายของหญิงสาวลงอย่างนุ่มนวลไว้ที่ด้านหน้าของเขา

? ? ? : ไม่ต้องกังวลอะไรไปหรอกนะ ชั้นอยู่ตรงนี้แล้วกับเธอทั้งคน - ชายหนุ่มยิ้มเก๊กให้สเตล่าพร้อมกับจุมพิศที่ฝ่ามือของเด็กสาวอย่างบางเบา และนั่งลงข้างๆตัวของเธอ - ชายชุดดำงั้นเหรอ ? พวกนั้นคงจะตามล่าอะไรบางอย่างอยู่น่ะนะ เป้าหมายพวกนั้นชั้นเองก็ยังไม่รู้แน่ชัดนักหรอก แต่ไม่ต้องกังวลไปนะชั้นไม่ใช่พวกเดียวกับพวกนั้นหรอก


เด็กสาวรีบดึงมือซ้ายไปเก็บไว้ด้านหลังทันที โดยที่มือขวากำลังปิดปากด้วยความตกใจ "งะ....งะๆๆ งั้น นายรู้อะไรเกี่ยวกับแผนที่นี้บ้าง บอกมาให้หมดเลยนะ !!"สเตล่าชูแผนที่ไส่หน้าชายคนนั้นสุดแขนจนเกือบจะชนหน้าของเขา (ถ้าเป็นเซ็ทสึโบคงเต็มหน้าไปแล้ว~)
? ? ? : เอ๋ ? - ชายหนุ่มหยิบแผนที่จากสเตล่าขึ้นมาและกลับแผนกระดาษดูเล็กน้อยพร้อมกับจุดไฟขึ้นอังแผ่นกระดาษ - อืม . . . ไม่ใช่ลายแทงสมบัติแฮะ - ชายหนุ่มหัวเราะเล็กน้อยและจับมือสเตล่าไว้ - ไปหาที่นั่งคุยสะดวกๆกันดีกว่า ชอบของหวานไม๊ล่ะ ?


Player Reaction : จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 29-6-2010 22:51:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 10-7-2010 23:44

AS : [ - - - - l - - - - l - - - - l - - - - l - - - - ]
Ryougi .S. Shiki : KonaKona


Shiki Item
Shiki Recovery skill
Shiki Passive skill
Shiki Active skill
Shiki Special ability
Shiki Special ability 2

Room mate :


สีดำ : บรรยาย
สีแดงเข้ม : การพูด
สีส้มเข้ม : ความคิด
สีเขียวเข้ม : ใช้สกิล


"นี่เธอ จะไปไหนน่ะ?" ชิกิ ถามด้วยความสงสัยแต่เจ้าตัวก็หายไปเสียแล้ว ข้างนอกก็เริ่มอันตรายแล้วด้วย บางทีเราควรจะไปตามกลับมา
" นี่แอล เดียวชั้นมานะ " เธอลูบหัวแฟนสาวอย่างช้าๆ " เดียวชั้นจะกลับมา เธอนอนไปก่อนก็ได้นะเกิดอะไรขึ้นให้เรียกชั้นนะ " เธอพูดพร้อมส่งยิ้มให้ ก่อนจะเดินออกไป
เอ.. ไปทางไหนล่ะเนี่ย... เอาเถอะ.. Death Eye ชิกิก็ได้เปิดเนตรออกมา เนตรนี้สามารถทำลายสิ่งมีชีวิตได้ แน่นอนว่ามันบอกว่ามีมนุษย์อยู่ตรงไหนบ้าง เธอค่อยๆเดินไปตามทางที่เธอเชื่อ..

วัลคิวรี่สาวได้เดินตรวจตามแคมป์ต่างๆของเมืองและตรวจดูความเรียบร้อยเท่านั้นเอง ดูเหมือนว่าชาวเมืองแต่ละครจะมีท่าทางหวาดหวั่นเมื่อหญิงสาวเดินผ่านที่หน้าแคมป์ หลังจากที่ทำงานตรวจลาดลาวเสร็จแล้วดูเหมือนว่าเธอจะย้ายไปนั่งหลบเงียบๆที่ริมหน้าน้ำตกแถวๆทะเลสาบแทน

โซเลม : เฮ้อ ~ - หญิงสาวถอนหายใจออกมาฟอดใหญ่และนั่งกอดเข่าอยู่หน้าน้ำตกนั่นลำพัง -


หลังจากที่เดินมาซักพัก ก็ได้ตรวจพบคลื่นมนุษย์อยู่ห่างออกจากแคมป์ เนื่องจากอาการสงสัย จึงเดินตามทางนั้นไปอย่างช้าๆ และเงียบงันจนได้ยินเสียงลม
เท้าค่อยๆ แหวกหญ้าออกอย่างช้าๆ ไร้สิ้นแม่แต่เสียงเสียดสี ดูเหมือน เธอจะชำนาญด้านกลบการคงอยู่ ของเธอ ค่อยๆชักมีดออกมาเตรียมตัวเมื่อใกล้ถึง กระโดดไปชิดต้นไม้ข้างๆ ก่อนจะค่อยๆเหลือบมอง ก็ได้พบกับ วัลคิรี่สาวกำลังกอดเข่าอยู่ หญิงสาวโล่งใจนิดหน่อย ค่อยๆเก็บมีด แล้วเดินเข้าไปข้างหลังโดยที่ไม่ให้คนข้างหน้ารู้ตัว ก่อนจะนั่งลงด้านหลัง " เธอชอบที่นี่งั้นเหรอ? " หญิงสาวพูดออกมาเบาๆ แต่นั่นก็เพียงพอที่จะให้ฝ่ายตรงข้ามได้ยินอย่างชัดเจน

หญิงสาวซะดุ้งตกใจพร้อมกับถอยหลังพรืดทั้งที่ยังนั่งอยู่ออกห่างจากชิกิทันที

โซเลม : แว้กกก !! ผี . .  เอ้ยไม่ใช่ๆ คุณชิกิ - ดูเหมือนว่าเธอจะกลัวอะไรแปลกๆที่วัลคิวรี่ส่วนใหญ่จะไม่กลัวกันซะอย่างนั้น - มาทำอะไรแถวนี้เหรอค่ะ ? - เธอยิ้มแห้งๆพร้อมถามกับหญิงสาวที่แอบย่องมาข้างหลังเธอ -


"โทษทีที่ทำให้ตกใจ แฮะแฮะ ไม่มีอะไรหรอก.. เห็นเธอออกมาข้างนอกคนเดียว ชั้นก็เลยเป็นห่วงน่ะนะ" ชิกิยิ้มให้กับโซเลมก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปนั่งใกล้ๆ " ดาวสวยดีนะ..  " ชิกิ ยื่นมือขึ้นไปข้างบนคล้ายกับกำลังคว้าดวงดาวที่อยู่ห่างไกล " ว่าแต่..เธอมาทำอะไรที่นี่คนเดียวเหรอ? " เธอหันหน้าไปหา วัลคิรี่สาวเล็กน้อย  
โซเลมเงยหน้าขึ้นเหม่อลอยออกไปยังท้องฟ้าด้านบนที่มีดวงดาวประกรายเต็มท้องฟ้าเนื่องจากวันนี้เป็นคืนที่ฟ้าโปร่ง

โซเลม : มาฝึกฝนตนเองน่ะค่ะ . . . . - หญิงสาวเงยขึ้นไปมองบนฟากฟ้าและเหม่อลอย - ชั้นยังขาดอะไรไปอีกนะ . . . . . ถึงไม่ใช่คนที่ถูกเลือก . . . - หญิงสาวก้มหน้าลงและนั่งกอดเข่าเช่นเดิม - นี่คุณชิกิ นอกจากคำสั่งและบรรลุภารกิจได้สมบูรณ์แล้วมันยังจะมีอะไรสำคัญกว่านั้นอีกเหรอค่ะ ? - หญิงสาวถามเอ่ยขึ้นกับชิกิ โดยดูเหมือนน้ำเสียงของเธอกำลังน้อยใจอะไรบางอย่างอยู่เสียด้วย -


" ถ้าจะถามว่าอะไรสำคัญที่สุดล่ะก็..  " ชิกิค่อยๆเขยิบไปใกล้ๆวัลคิรี่สาว ก่อนจะจิ้มลงตรงหน้าอกด้านซ้าย " ความรู้สึกของเธอน่ะสิ.. " หญิงสาวยิ้มให้น้อยๆ
ชิกิค่อยยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆใบหน้าของโซเลม " ที่สำคัญที่สุดก็คือความรู้สึกของเธอน่ะสิ จงทำตามที่ตัวเองต้องการเถอะ มันเป็นสิ่งที่ดีนะ " เธอค่อยๆยื่นหน้ากลับมา ก่อนจะจับหน้าอกแล้วก็นวดเล็กน้อย..ก่อนจะทำหน้าแมวออกมา "อื้อ นุ่มดีจัง แฮะ แฮะ "  


วัลคิวรี่สาวที่กำลังจะเอ่ยขอบคุณหญิงสาวจากคำแนะนำกลับต้องตกใจขึ้นทันทีเมื่อชิกิเริ่มแตะต้องส่วนหวงของเธอ

โซเลม : กรี๊ด !!!! - หญิงสาวกำปั้นแน่นแล้วทุบลงที่หัวของชิกิด้วยความลืมตัวทันที - . . . . . . คุณชิกิ !!! - หญิงสาวตะโกนออกมาหลังจากเรียกสติกลับคืนมาได้เมื่อเผลอทุบกำปั้นเหล็กของเธอลงไปกลางหัวของชิกิเสียแล้ว -


" อื้อ.. ไม่เห็นต้องทุบขนาดนี้เลยนี่ ว่าแต่ ร้องเสียงหลงเลยนะเธอ ฮะฮะ " ชิกิหัวเราะน้อยๆออกมา แม้ว่ากำลังกุบขมับอยู่ก็ตาม
" ขอโทษทีนะ ชั้นก็แค่ไม่อยากให้เธอดูเศร้า ก็เท่านั้นเองล่ะ " หญิงสาวนั่งขัดสมาสข้างๆ มองไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ประดับไปด้วยดวงดาวนับล้านดวง..

วัลคิวรี่สาวหันมามองทางหญิงสาวเล็กน้อย เธอเองนั้นกำลังอมยิ้มโดยที่ไม่รู้ตัวอยู่ด้วย

โซเลม : อะ . . . อื้ม ฮะๆๆ - หญิงสาวหัวเราะเบาๆออกมาก่อนที่จะลุกขึ้นมายืนอีกครั้งหนึ่ง - กลับกันเถอะ ชั้นรู้สึกดีขึ้นมาเยอะแล้วล่ะ ขอบคุณนะคุณชิกิ - หญิงสาวยิ้มให้และเดินกลับไปทางแคมป์ทันที -


"ไม่ต้องเรียกว่าคุณก็ได้ ชิกิเฉยๆก็พอแล้วล่ะ" ชิกิเอ่ยขึ้นพร้อมกับลุกเดินตามไป สายลมกลางคืนค่อนค่างหนาวเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรกับเธอคนนี้ ซักเท่าไหร่นัก หญิงสาวถอดเจ็คเก็ตออกแล้วคลุมให้วัลคิรี่สาวที่เดินอยู่ข้างๆ " ระวังจะเป็นหวัดไปนะ ฮิฮิ " เธอยิ้มน้อยๆให้ก่อนจะเดินต่อไปเรื่อยๆ แต่ตอนนี้หญิงสาวก็ไม่ได้กรบเสียงเดินเท่าไหร่นัก มันจึงดัก ซวบ ซวบ ตลอดเวลาที่ก้าวขาออกไป แล้วเสียงก็ได้หยุดลง " นี่โซเลม เธออยากจะเข้าปาร์ตี้กับชั้นรึเปล่า? ชั้นกำลังท่องเที่ยวอยู่น่ะ แล้วก็หาข้อมูลนิดหน่อย เลยคิดว่า ถ้ามีคนมาช่วยเพิ่มมันน่าจะดีขึ้น แอลเองก็คงดีใจ " ชิกิถามขึ้นในช่วงขณะที่ใกล้ถึงแคมป์ ก่อนจะเดินเข้าไปแล้วก็ฝากคำพูดไว้ " ค่อยให้คำตอบพรุ่งนี้ก็ได้นะ ชั้นรอได้ " เธอเดินเข้าไปอย่างเร็วกว่าเดิมหน่อย " เจอกันพรุ่งนี้นะ โซเลม " แล้วเงาของเธอก็หายไป ก่อนจะไปโผล่ที่เต๊นท์ของตัวเอง แล้วค่อยๆเข้าไป ไม่ให้คนข้างในได้ยิน  

วัลคิวรี่สาวได้ยืนนิ่งซักพักและครุ่นคิดอะไรบางอย่างหญิงสาวยิ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะเดินเข้าแคมป์ไปและนำเสื้อแจ้กเก็ตของชิกิพาดไว้บนเกา้อี้ ดูเหมือนว่าแอลกำลังนอนเล่นบนเตียงอยู่เพื่อรอชิกิกลับมาอยู่ในเต้นด้วย

เวียเซกิ แอล : เมื่อไรจะกลับมาน้า ~ ชิกิเนี่ยช้าจริงๆเลย - หญิงสาวนอนบ่นคนเดียวบนเตียง -


" กลับมาแล้วล่ะ " ชิกิค่อยๆเดินออกมาจากมุมของเต๊นท์ อย่างช้าๆ ดูเหมือนตะกี้เธอจะหลับแล้วกลบจิตไป ทำให้แอลไม่รู้สึกตัว
" จริงๆชั้นก็มานานแล้วนะ แต่รู้สึกเหนื่อยๆนิดหน่อยเลยนอนพักไปน่ะ แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วล่ะ " เธอเดินมาลูบหัว แอลอย่างช้าๆก่อนจะเข้าไปนอนบนเตียงด้วย
" นี่...แอล ถ้าชั้นคิดจะพาโซเลมเข้าปาร์ตี้เราด้วยเธอจะว่าอะไรรึเปล่าล่ะ? แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าเธอจะเข้าน่ะนะ " ชิกิพลิกด้านเข้าหาหน้าแอลอย่างช้าๆ...  


แอลยิ้มให้ชิกิและก็กอดแฟนสาวของเธอไว้เหมือนเคย

เวียเซกิ แอล : ได้สิคนเยอะก็น่าจะสนุกขึ้นไปด้วย ชั้นไว้ใจชิกิอยู่แล้ว ~ - หญิงสาวหยุดพูดซักพักและก็ลุกขึ้นมาเหมือนกับนึกอะไรขึ้นออก - แต่ว่าโซเลมต้องทำหน้าที่ที่นี่ไม่ใช่เหรอ ? เขาจะว่างมากับพวกเราเหรอ ? ชิกิ


"มันก็ขึ้นอยู่กับตัวเธอน่ะนะแอล" ชิกิยิ้มให้เล็กน้อย ก่อนลูบหัวอีกครั้ง " นอนเถอะ พรุ่งนี้ต้องเดินทางอีกนะ " เธอกอดแฟนสาวเอาไว้ ก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทรา..

หญิงสาวยิ้มขึ้นเล็กน้อยบ่งบอกชิกิว่าตกลงก่อนที่จะหลับตาลงเข้าสู่นิทรากับแฟนสาวของเธอ เช้าวันรุ่งขึ้นมาเยือนเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเดินทางครั้งใหม่ของพวกเธอ วัลคิวรี่สาวในชุดเกราะได้เดินเข้ามาหาชิกิและเอ่ยคำตอบของเธอขึ้น

โซเลม : ความจริงแล้วชั้นก็อยากไปด้วยหรอกนะ . . . แต่ว่าพอดีกลุ่มอัศวินเรามีงานใหม่ขึ้นมาน่ะ แหะๆ - หญิงสาวยิ้มแห้งๆก่อนที่จะพูดต่อไป - พวกเธอต้องระวังกลุ่มคนในชุดคลุมสีดำลายเมฆาสีแดงไว้ด้วยนะ กลุ่มอัศวินของเราได้จัดไว้ในอันตรายระดับที่ยังไม่สามารถระบุได้ ซึ่งถือว่าอันตรายมากๆ เป้าหมายก็ยังไม่รู้แน่ชัดนัก ชั้นเลยถูกเรียกตัวกลับไปพร้อมกับคนอื่นๆเพื่อปฏิบัติภารกิจบางอย่าง ถ้ากลับมาที่นี่อีกครั้งคงจะไม่เจอชั้นแล้วล่ะนะ - หญิงสาวเอ่ยเกริ่นข้อมูลบางอย่างขึ้นมา - เอาเป็นว่าคงต้องลากันตรงนี้แล้วล่ะ


"อื้อ แล้วชั้นจะระวัง ต้องลากันแล้วสินะ"  ชิกิเดินเข้าไปแตะไหล่วิคิลี่สาวอย่างช้าๆ ก่อนจะเชยคางของสาวคนตรงหน้าขึ้น " ถ้าเธอยิ้มล่ะก็..จะน่ารักมากเลยนะ รู้รึเปล่า?  "  และถอยหลังออกมาพร้อมกับยิ้มน้อยๆไปด้วย " ไม่ต้องห่วงนะ เราต้องได้พบกันอีกแน่... เมื่อถึงเวลา "  หญิงสาวเดินไปโอบเอวแฟนสาวตัวเองเอาไว้ก่อนจะค่อยๆก้าวเดินต่อไป  " แล้วเจอกันนะ.. โซเลม.. "  ทันทีที่สิ้นเสียง ทั้งคู่ก็ได้หายไปจากตรงนั้นทันทีด้วยฝีมือการพรางตัวของชิกิ เธอเดินขึ้นมาบนที่ราบสูงและมองหาทิศทางเป้าหมายที่จะเดินต่อไป " เจอแล้วล่ะแอล เดินทางกันต่อเถอะ " ท้องฟ้าครามที่สดใสกับสายลมและเสียงของธรรมชาติ อันไพเราะ หวังว่าคงจะมีเรื่องดีๆเกิดขึ้น..

วัลคิวรี่สาวหน้าแดงเล็กน้อยก่อนที่จะยิ้มขึ้นมาอย่างยากลำบากให้กับชิกิและแอลเพื่อส่งพวกเขาเดินทาง ทันทีที่พวกเขามาถึงเมืองก็ได้ตกเย็นเสียแล้ว ดูเหมือนระยะทางจะไกลไม่น้อยเลยทีเดียว ดูเหมือนว่าตอนนี้ตัวเมืองนั้นจะสงบเงียบปกติ มันจะเป็นแค่ภาพลวงตาชั่วครู่รึเปล่านะ . . .

เวียเซกิ แอล : เมืองนี้เหรอ ? จะมาทำอะไรที่นี่ล่ะชิกิ - หญิงสาวเอ่ยถามขึ้น -


จะว่าไปเรามาทำอะไรหว่า... ? เอาเถอะลืมไปซะแล้วแฮะ.. " ชั้นมาทำธุระน่ะแอลไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอก ก็แค่อยากเดินทางกับเธอนั่นแหละ " ชิกิ คุยไปเรื่อยๆ พร้อมกับเดินหา ที่พักที่จะนอนในคืนนี้ ไม่งั้นเธอคงต้องออกไปนอนข้างนอกเลยก็คงจะไม่ดี ก่อนจะเจออยู่ที่นึง เข้าไปไซน์อิน ก่อนจะขึ้นไปพักในห้องของตน..

ภายในห้องแอลได้เริ่มจัดเสื้อผ้าของตนลงบนเตียงและเข้าไปชำระร่างกายก่อนทันที

เวียเซกิ แอล : ไม่ได้แตะน้ำมาตั้ง 1 วันแหนะ ผิวสกปรกหมด ชั้นไปอาบน้ำก่อนนะชิกิ - หญิงสาวพูดขึ้นพร้อมกับเตรียมอุปกรณ์ของเธอเข้าไปยังห้องน้ำ -


"รอชั้นด้วยสิแอล" ชิกิรีบปลดยูกาตะอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินตามไป เธอเปิดประตูเข้าไปอย่างช้าๆ ค่อยเดินอย่างสงบเงียบ แล้วก็ค่อยๆตะครุบเหยื่อข้างหน้าอย่างไม่ให้เจ้าตัวรู้ตัว " จับได้แล้ว ฮิฮิ " ชิกิ คว้าคนตรงหน้าจากด้านหลังเอาไว้ ยิ้มแสยะและก็จับหน้าอกของแอลไว้อยู่ " อื้ออ นุ่มนิ่มดีจัง >w < "  

หญิงสาวตกใจขึ้นเล็กน้อย ยังไงเธอก็ยังไม่ชินเท่าไรกับเรื่องแบบนี้ซักเท่าไร เธอค่อยๆจับมือของชิกิออกอย่างช้าๆ

เวียเซกิ แอล : แหม ~ ชิกิเนี่ยทะลึ่งจริงๆเลยนะ - หญิงสาวทำเสียงงอลเล็กน้อยและเดินเข้าไปเปิดฝักบัวขึ้น - นี่ห้องน้ำน้าก็ต้องอาบน้ำก่อนสิ ~ - หญิงสาวฉีดน้ำจากฝักบัวใส่หน้าของชิกิและจับแฟนสาวของเธอนั่งลงพร้อมกับนั่งถูหลังให้กับชิกิ -


"ก็เห็นรูปร่างเธอแล้วมันอดไม่ได้น่ะสิ ขอโทษทีนะ แหะ-" ไม่ทันพูดเสร็จ ก็โดนน้ำจากฝักบัวฉีดเข้าเต็มหน้า "แค่ก แค่ก" ชิกิสำลักน้ำเล็กน้อย ก็ได้โดนจับให้นั่งลงและถูหลังให้ เสียงเสียดสีระหว่างมือและผิวหนังเบาซะจนไม่ได้ยิน อาจจะเป็นเพราะเสียงน้ำจากฝักบัวก็เป็นได้ อื้อ สบายจังเลยน้า
เวลาก็ค่อยๆผ่านไปอย่างช้าๆ ก่อนชิกิจะรู้สึกตัวขึ้น " พอก็ได้นะ เดียวชั้จะถูหลังให้เธอเอง ฮิฮิ " ชิกิยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะหันตัวอย่างรวดเร็ว มาตรงหน้า " หันตัวไปทางนั้นสิ หรือจะให้ชั้นถูข้างหน้าดีเอ่ย? "


แอลได้ค่อยๆหันหลังให้กับแฟนสาวของเธอ

เวียเซกิ แอล : แค่หลังก็พอแล้วล่ะมั้งจ๊ะ ชิกิ ~ แต่ว่าก็แล้วแต่ชิกิล่ะนะ - หญิงสาวหันหลังพูดตอบกลับไปยังชิกิ -


Player Reaction : เชิญจ้า
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 30-6-2010 22:51:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด nutchsnon เมื่อ 3-7-2010 10:10



Lan Blado Item
Lan Blado Recovery skill
Lan Blado Passive skill 1
Lan Blado Passive skill 2
Lan Blado Active skill
Lan Blado Speacial ability

หลังจากที่เดินทางกลับมาที่หน้าโรงแรม แรนต้องหยุดชะงักไปแป๊บหนึ่ง ก่อนจะหันมาหาริวโค

Lan : ริวโค ตอนนายพาพวกเค้ามาที่นี่คุณโคโยริเห็นสินะ ... - แรนเหงื่อตกนิดหน่อย เพราะถ้าคนที่เอาจริงเอาจังอย่างเธอรู้เข้ามีหวังโดนดุแหงมๆ
Ryuko : วางใจได้ สภาพแบบนั้นใครเห็นเข้าคงจะเป็นเรื่องแน่ ข้าเลยใช้มนเคลื่อนย้ายพวกเค้าไปที่ห้องน่ะ
Lan : ถ้างั้นตอนนี้ปัญหาอยู่ที่... - แรนหันมาที่อัลดิเน่ ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ - เอาเถอะ ถ้าอธิบายดีๆ คุณโคโยริคงจะเข้าใจล่ะมั้ง  - แต่อยู่แรนก็ฉุดคิดขึ้นมาได้ถึงเด็กผู้หญิงที่นอนอยู่ห้องก่อนหน้านี้
Ryuko : ถ้าเด็กคนนั้นล่ะก็ไม่ต้องห่วง เราพาแขกพวกนั้นไปพักอีกห้องหนึ่งน่ะ แต่ป่านนี้คงจะตื่นแล้วล่ะ - ริวโคหันไปมองระเบียงของห้องแรน
Reisen : น่าๆ เอาเป็นว่าตอนนี้รีบกลับไปที่ห้องกันก่อนดีกว่า เรื่องท่านอัลดิเน่ล่ะก็ อธิบายดีๆเดี๋ยวโคโยริก็เข้าใจเองแหละ -เรย์อิเซนพูดขึ้น แต่ว่าตรงช่วงท้ายๆเสียงของเธอจะประชดอยู่นิดหน่อย

และทั้งสี่คนก็เดินเข้าไปที่พักของพวกเค้า
ดูเหมือนว่าแขกส่วนใหญ่จะตื่นขึ้นมาแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเด็กผุ้หญิงคนเดียวเท่านั้นที่จะหายออกไปจากห้องนี้ก่อนเสียแล้ว ผู้หญิงผมสีน้ำตาลอ่อนที่นั่งสะลึมสะลือเล็กน้อยอยู่บนเตียงก็ได้หันมาทางแรนทันทีที่ชายหนุ่มเดินเข้ามา

? ? ? ( บิริบิริ ) : พวกนายคงจะเป็นคนที่ช่วยพวกเรามาสินะ - หญิงสาวยิ้มบางๆและหันมามองทางชายหนุ่ม - ขอบคุณมากนะ ถ้าไม่ได้พวกนายช่วยไว้ตัวเราเองก็ไม่รู้ว่าจะได้มานั่งอยู่ตรงนี้รึเปล่า ต้องขอขอบคุณจริงๆ - หญิงสาวก้มหัวให้เล็กน้อยขอบคุณพวกแรน -

? ? ? ( เทเลพอท ) : เอ่อ . . . นอกจากนั้นแล้วชั้นก็สงสัยอะไรบางอย่างนะค่ะุ คุณเจ้าของห้อง - เธอลุกขึ้นมาจากพื้น ( ดูเหมือนจะโดนช๊อตลงไปกอง ) และชี้นิ้วไปยังเด็กผู้หญิงผมสีม่วงคนหนึ่งในห้องที่กำลังนั่งรื้อตู้เย็นอยู่ - นั่นขโมยหรือว่า . . . . .

( เรย์อิเซนรู้ชื่อของเด็กคนนั้นแล้วคนเดียว " โซฟี " ) ดูเหมือนว่าเด็กสาวกำลังจะนั่งกินใบหัวกะหล่ำปีอยู่เช่นเคยโดยไม่สนใจแขกในบ้านซักเท่าไร คงจะเป็นเพราะว่าเธอซ่อนตัวในห้องจนหิวตาลาย จึงออกมาหาเสบียงตามนิสัยของเธอ


Lan : อ้อ เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอก... - แรนพูดก่อนจะหันไปทางสาวน้อยที่กำลังรื้อตู้เย็นอยู่ - ส่วนเด็กคนนั้นไม่ใช่ขโมยหรอก เป็นเพื่อนร่วมห้องน่ะเพิ่งมาอยู่ไม่นานมานี้
Reisen : เด็กคนนั้นชื่อ โซฟี ล่ะ ว่าจะแนะนำให้แรนรู้จักอยู่ แต่ดันมีเรื่องหลายๆอย่างเกิดขึ้นน่ะ - เรย์อิเซนพูดขึ้น
Ryuko : เห ยัยจิ๋วนี่ ชื่อเพราะไม่หยอกเลยแฮะ - ริวโคหัวเราะเบาๆ - แรนเดินไปหาโซฟี่ แล้วนั่งลงหาของในตู้เย็นบ้าง - ว่าแต่ อีกคนนึงไปไหนล่ะ? - ริวโคมองไปรอบๆไม่เจอหญิงสาวอีกคนหนึ่งในห้องนี้เลย
Lan :เดี๋ยวก็คงกลับมาล่ะมั้ง เด็กคนนั้นไม่ค่อยน่าห่วงเท่าไหร่หรอก - แรนพูดพลางหยิบหัวกะหล่ำปลีที่โซฟี่ยังไม่ได้ทานเข้าไปออกมาจากมือของเธอ - ขอโทษที่หายไปนานนะ คงจะหิวแล้วสินะ ? - แรนยิ้มให้เธอ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นบิกแอปเปิ้ลให้ - ถ้ายังไงเรามาทานอาหารกลางวันกันก่อนไหม? - แรนหันไปถามคนในห้องนอน

เด็กสาวได้แต่นักพยักหน้าและค่อยๆแทะกินแอปเปิ้ลที่แรนส่งให้ ดูเหมือนทางด้านหญิงสาวที่นั่งพักฟื้นอยู่บนเตียงจะไม่ค่อยมีอารมณ์กินอาหารซักเท่าไรนัก

? ? ? ( บิริบิริ ) : ชั้นยังไม่อยากกินเท่าไรน่ะ . . . . . - หญิงสาวก้มหน้าลงเล็กน้อย - เอาเป็นว่าพวกเราจะกลับไปที่ห้องก่อนดีกว่า ขอบคุณที่อุส่าห์ช่วยเหลือมานะ กลับเถอะคุโรโกะ - หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมพยุงตัวขึ้นและเดินออกไปกับคู่หูของเธอทันที - อ้อ จริงด้วยหมอนั่นยังไม่ตื่นแต่ยังไงซะตอนนี้พวกเราก็อยู่ที่พักเดียวกัน ฝากเขาไว้ที่ห้องก่อนแล้วกันนะ


Lan : อือ ไปดีมาดีนะ - แรนพูดส่งแขกก่อนจะออกจากห้องไป ส่วนแรนเองก็เริ่มทำอาหารทันที
Ryuko : ให้ข้าช่วยไหม? - ริวโคเสนอตัว
Lan : ได้สิ ถ้างั้นมาทางนี้หน่อย - แรนเรียกให้ริวโคมาทางเค้า ระหว่างที่หนุ่มๆกำลังทำอาหารอยู่ในครัวแล้วเรย์อิเซนเลยมีรอยยิ้มผุดออกมาบนใบหน้าของเธอ
Reisen : นี่โซฟี่ ท่านอัลดิเน่ พวกเราไปอาบน้ำรอทานอาหารกันไหม? - เธอพูดพร้อมกับออกลูกอ้อนกับคนที่เธอชวน

โซฟีมองเรย์อิเซนด้วนท่าทางที่ไม่อยากไปซักเท่าไรเนื่องจากเธอเพิ่งอาบน้ำไปไม่นานนี่เองและเธอก็ไม่ค่อยจะอาบน้ำซะด้วย . . . . ส่วนทางอันดิเน่เองก็ไม่จำเป็นต้องชำระล้างร่างกายเนื่องจากเธอเป็นทูติวารีจึงสามารถขจัดสิ่งสกปรกออกไปได้ด้วยวิธีของทูติ

โซฟี : . . . . . . - หญิงสาวนิ่งเฉยและส่ายหน้าทันที -

อันดิเน่ : เอ . . . เราเองก็ไม่จำเป็นที่จะต้องชำระล้างร่างกายแบบพวกมนุษย์ซะด้วยสิ . . . - หญิงสาวอธิบายขึ้นมา -


Reisen : ชิ~ - เธอเบ้ปากเล็กน้อยด้วยความผิดหวัง - Ryuko : สมน้ำหน้า เจ้าอยากคิดเรื่องไร้สาระเองนะ~ -ริวโคโทรจิตมาเย้ยเรย์อิเซนอย่างผู้ชนะ
Reisen : กรี๊ด! หนอยแน่ริวโค ฝากไว้ก่อนเถอะ! - Ryuko : โฮ่ แล้วจะรอนะจ๊ะ สาวน้อย~ Lan : นี่ทั้งสองคนน่ะพอได้แล้ว ... - แรนแทรกขึ้นก่อนจะเรียกให้เรย์อิเซนมารับอาหารไปจัดโต๊ะ

Lan : ว่าแต่อัลดิเน่เค้าทานอะไรกันนะ?? แรนคิดในใจ หรือว่าเธอไม่ทานอาหารแต่กินวิญญาณจากธรรมชาติรึเปล่าหว่า...?  -  แต่สุดท้ายก็คิดไม่ตกต้องหันมาถามเจ้าตัวแทน
Lan : นี่อัลดิเน่ เธอทานอาหารแบบพวกเราได้สินะ? แรนถามทูติสาว

หญิงสาวยิ้มขึ้นเล็กน้อยและตอบกลับไปยังชายหนุ่ม

อันดิเน่ : เรากินได้ทุกอย่างนั่นล่ะ แต่ความจริงแล้วเราไม่ต้องกินอะไรก็อยู่ได้น่ะ - หญิงสาวตอบกลับและเดินไปช่วยเรย์อิเซนถือจานและอาหาร -

ทางด้านโซฟีเองก็ได้เดินวนรอบห้องอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นเธอก็เดินไปที่โวฟาในห้องรับแขกและนอนกลิ้งเล่นรอจนอาหารเสร็จ


เมื่อได้ฟังเช่นนั้นแรนจึงนำอาหารมาเสริฟที่โต๊ะทันที
Lan : เอาล่ะ นี่ของ โซฟี่นะ ผัดผักรวมมิตร~ ริวโคก็เต้าหู้ผัดพริก (เรียบง่ายจัง) เรย์อิเซนก็ข้าวหน้าเนื้อสินะ ส่วนอัลดิเน่ ผมไม่รู้ว่าเธอชอบทานอะไรคงทานเหมือนกับเรย์อิเซนได้สินะ?
Ryuko : แต่ข้าว่าท่านอัลดิเน่ไม่ทานเยอะเหมือนแม่นี่หรอก - ริวโคแซว
Reisen : ริวโคเจ้าจะกัดข้าแม้แต่เวลากินข้าวเรอะ!
Lan : นี่ๆ พอเลยทั้งสองคน.. จริงสิ จะว่าไปคนๆนั้นยังไม่ตื่นเลยนี่นา แต่เห็นแขกบอกว่าไม่เป็นอะไร งั้นไม่ปล่อยให้เค้านอนต่อไปก่อนก็แล้วกัน - แรนนั่งลงหลังจากที่เสริฟอาหารเสร็จ
Reisen : อ้าวแรน? ทำไมอาหารของท่านมีแค่ ถั่วหมักล่ะ? - เรย์อิเซนถามด้วยความสงสัย
Lan : หือ? อ้อ พอดีไม่ค่อยหิวเท่าไหร่น่ะ ไม่ต้องห่วงทางนี้หรอก ทานกันให้อิ่มเถอะ- แรนพูดพลางยิ้มแห้งๆก่อนจะลุกเดินไปที่ระเบียง.. ปล่อยให้คนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะอาหารมองตามแผ่นหลังนั้นไป..

ชายหนุ่มที่อุส่าห์ทุ่มเทอดอาหารเพื่อเพื่อนร่วมทีมได้มานั่งกินนัตโตะกับข้าวอยู่คนเดียวริมระเบียงอย่างโดดเดียวภายใต้แสงโคมไฟในเมืองที่มืดมัวนี้ เมื่ออันดิเน่เห็นดังนั้นก็ได้เดินเข้ามาหาแรนและคีบเนื้อป้อนให้กับชายหนุ่ม ( เรียนวิธีใช้ตะเกียบมาจากแอนนาแล้ว )

อันดิเน่ : อ้าปากสิ - หญิงสาวเอ่ยขึ้นเรียบๆและคีบเนื้อในจานป้อนให้กับชายหนุ่ม - เราไม่ต้องการพลังงานเหมือนมุนษย์หรอก แรนกินซะครึ่งนึงแล้วเราจะกินที่เหลือเอง ยังไงซะแรนก็ต้องดูแลทุกคนในทีมอยู่แล้วนิ - หญิงสาวยิ้มให้เล็กน้อยพร้อมกับป้อนชายหนุ่ม -

ขณะเดียวกันด้านล่างโคโยริเองก็ได้มองขึ้นมาที่ระเบียงและเห็นแรนกำลังถือถ้วยถั่วหมักอยู่และมีใครบางคนกำลังป้อนอาหารให้เขา เธอก็เลยยิ้มบางๆออกมา พร้อมกับยกซองชาขาวที่แรนมอบให้ขึ้นมาบ่งบอกชายหนุ่ม

(เล่นกันให้เลือกแบบนี้เรยหยอ) แรนชะงักไปครู่หนึ่งที่อยู่ดีๆอัลดิเน่ คีบเนื้อมาให้เค้า แต่แรนก็ไม่ได้ขัดขวางความหวังดีของเธอเช่นกัน แรนค่อยๆทานเนื้อชิ้นใหญ่พอสมควร (เพราะไม่รู้ว่าต้องแบ่งเนื้อเป็นชิ้นเล็กๆก่อนมั้ง คุๆ)
Lan : ขอบคุณนะ~ แต่ว่านะอัลดิเน่ เวลาใช้ตะเกียบน่ะ ต้องใช้ด้านที่แหลมกว่าใช้คีบนะ ส่วนที่ใหญ่กว่า เขาเอาไว้เป็นที่จับน่ะ : แรนพูดพลางยิ้มแห้งๆให้กับความไร้เดียงสาของเธอ ก่อนจะเหลือบมาเห็นโคโยริที่ยืนอยู่ด้านล่าง - ??.. - แรนเอามือจับผมสวยของอัลดิเน่ก่อนจะพูดขึ้น - เดี๋ยวทานอาหารกับพวกเรย์อิเซนไปก่อนนะ เดี๋ยวผมมา ไม่ต้องห่วงนะ - แรนยิ้มให้เพื่อให้คนตรงหน้าแสดงสีหน้าเป็นห่วงและจูงมือที่ว่างอยู่ของอัลดิเน่ไปส่งเธอที่โต๊ะ ก่อนจะวางถ้วยถั่วหมักลงที่โตะ - ริวโคฝากเก็บครัวด้วยนะ เดี๋ยวเราลงไปข้างล่างหน่อย - แรนว่าพลางเดินไปหยิบเลม่อนพลางเดินออกจากห้องไปด้านล่าง

หญิงสาวนั่งรอชายหนุ่มบนโต๊ะในคาเฟ่เล็กๆของโรงแรมพร้อมกับกล่องเบนโตะเซ็ทสำหรับสองที่

โทโด โคโยริ : ถ้าไม่กินอะไรเลยจะดูแลพวกเขาได้ยังไงล่ะค่ะ ? - หญิงสาวพูดพร้อมกับรินชาขาวที่แรนให้เธอไว้และเลื่อนไปให้ด้านที่นั่งของแรน - แฟนน่ารักดีนะค่ะ - หญิงสาวเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังนั่งจิบชากันอยู่ - เอาเป็นว่าชั้นจะบอกเรื่องที่คุณเคยถามไว้เมื่อครั้งก่อนก็แล้วกันนะ เห็นคุณแบบนี้แล้วชั้นเลยนึกถึงใครคู่นึงขึ้นมาเลยล่ะ - หญิงสาววางตะเกียบไว้บนกล่องเบนโตะด้านของแรน และเปิดเบนโตะของฝั่งตัวเองขึ้นมา - เอาล่ะค่ะอยากทราบเรื่องไหนก่อนล่ะค่ะ ? ชั้นจะให้ข้อมูลเป็นกรณีพิเศษ


Lan : อันที่จริงไม่ค่อยอยากอาหารเท่าไหร่น่ะครับ - แรนนั่งลงตามคำเชิญของโคโยริ แต่เค้าก็ได้แค่รับกล่องเบนโตะ จากเธอเท่านั้น คงจะยังไม่ทานตอนนี้แน่
โคโยริ : แฟนน่ารักดีนะ - แรนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะทำหน้ากลุ้มใจเล็กน้อย -
Lan : คือ ผมก็ไม่รู้หรอกนะครับว่าคุณหมายถึงใคร แต่ว่าผมไม่ได้มีสัมพันธ์ลึกซึ้งแบบนั้นกลับใครหรอกครับ ไม่สิ ...  มีไม่ได้มากกว่า - แรนกุมแขนซ้ายแน่น
โคโยริ : เอาเป็นว่าชั้นจะบอกเรื่องที่คุณเคยถามไว้เมื่อครั้งก่อนก็แล้วกันนะ เห็นคุณแบบนี้แล้วชั้นเลยนึกถึงใครคู่นึงขึ้นมาเลยล่ะ - โคโยริพูดพลางส่งแก้วชามาให้
Lan : ขอบคุณ ส่วนเรื่องที่จะถามก็อย่างที่เคยบอกไปนั่นแหละครับ เรื่องแรกก็คือ แกรนลอฟ.... ผมอยากรู้ว่าผมจะไปที่นั่นได้อย่างไรและก็อยากทราบลายละเอียดของที่นั่นด้วย ... - แรนเว็นช่วงก่อนจะเริ่มพูดต่อ - แล้วก็ เรื่องของทูติแห่งวารีที่ชื่อ อัลดิเน่ ... - แรนไม่รู้ว่าโคโยริรู้รึเปล่าว่า หญิงสาวที่อยู่กับเค้าตรงระเบียงคืออัลดิเน่ แต่เขาก็ไม่คิดว่าเธอจะเป็นเรย์อิเซนแน่นอน (เพราะตอนกลับจาก รพ. เดินมาด้วยกันนี่นะ)
โทโด โคโยริ : ถ้ายังคิดว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้ล่ะก็ ก็จะไม่มีวันทำมันสำเร็จได้นะ - หญิงสาวเอ่ยเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยขึ้นว่า - แกรนด์ฟอลก็คือท้องฟ้าทุกวันนี้ยังไงล่ะ ดูเหมือนว่าพลังที่คอยเลี้ยงดูมานาของโลกทั้งสองด้านก็จะไหลมาจากแกรนด์ฟอล์นั่นล่ะ ถ้าอยากไปที่แกรนด์ฟอล์ละก็คงต้องไปหาข้อมูลที่โลกอีกด้านหนึ่ง " เซเลสเทีย " เอาล่ะนะ ชั้นเองก็ยังไม่รู้เรื่องอะไรลึกซึ้งมากเหมือนกัน - หญิงสาวหยุดจิบชาเล็กน้อยและเอ่ยต่อไปว่า - ส่วนเรื่องทูติวารีอันดิเน่ที่อยู่กับนายที่ระเบียงนั้น ไม่ไปถามเจ้าตัวเองเหรอ ? - หญิงสาวเหล่เล็กน้อยผ่านแก้วชาของเธอที่กำลังยกขึ้นอยู่ -


อ่านต่อเรปหน้า
ราชินีงู
โพสต์ 2-7-2010 08:22:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 9-7-2010 09:24

Anna : tourt0ur
Action sloth [- - - - l - - - - l - - - - l - - - - l - - - - ]


Anna Item
Anna Recovery skill
Anna Passive skill
Anna Active skill
Anna Special ability
Room mate :

ที่อยู่อาศัย :


"หือ? เสียงไรแว่ว ๆ " แต่เธอไม่ได้สนใจมากนักได้อาบน้ำต่อไปจนเสร็จ "......" เธอนึกขึ้นได้ว่าเธอลืมเอาชุดมาเปลี่ยนในห้องน้ำ โดยปกติแล้วเธอจะนุ่งผ้าเช็ดตัวไปเปลี่ยนในห้องนอน แต่ทว่าตอนนี้ ความรู้สึกของเธอที่มีต่อ โทโด ได้เปลี่ยนไปแล้ว เธอจึงอายที่จะต้องแต่งตัวน้อยชิ้นออกไป "โทโด โทโดคะ ช่วยไปหยิบชุดในห้องนอนชั้นให้หน่อยสิ มันจะอยู่ในตู้ ตรงด้านบนขวาอ่ะค่ะ " เธอนิ่งไปซักครู่ " อ่อ แล้วก็ ห้าม ไปยุ่งกะลิ้นชักซ้ายล่างนะ" เธอยืนรอพลางคิดในใจว่า (ชุดชั้นในค่อยขึ้นไปใส่บนห้องดีกว่า ใครจะให้เค้ามาหยิบให้ล่ะ น่าอายจะตาย อ๊ะ แต่ถ้าเค้าเปิดดูล่ะ ไม่หรอก ๆ เค้าคงไม่ทำแบบนั้น) เธอคิดอย่างกระวนกระวายใจ

หลังจากที่ชายหนุ่มได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือจากหญิงสาวในห้องน้ำ เขาก็ทราบได้ทันทีว่ามันเป็นสัญญาณฉุกเฉินและต้องรีบกระทำโดยไวชายหนุ่มได้หรี่ไฟที่ต้มซอสราดพลาสต้าลงและขารับแอนนา

โทโด : ดะ . . . ได้ ครับ คุณแอนนา - ชายหนุ่มได้เดินอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เสียฟอร์ม ( แอนนาอยู่ในห้องน้ำ ) และหยิบชุดนอนที่ใกล้มือที่สุดเมื่อเขาเปิดตู้ออกมาให้กับหญิงสาวโดยเขาได้ท่องไว้ในใจว่าห้ามยุ่งกับลิ้นชักด้านซ้าย จากนั้นชายหนุ่มก็ยังเดินเก๊กลงบรรไดมา - เออ . . . เราจะทำ ทำไมนะ  . . . .- ชายหนุ่มสะบัดหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะเคาะประตูห้องน้ำเบาๆ - ได้ชุดแล้วนะครับคุณแอนนา -


"ขะ  ขอบใจจ่ะ" เธอยืนออกมาแต่มือแล้วรีบปิดประตูทันที เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเส็ดเธอได้เดินออกมา(ปล่อยผมอยู่) "กินไปก่อนเลยนะ เด๋วลงมา" เธอรีบวิ่งไปข้างบนเข้าห้องไป "เฮ่อ  undine ก้อยังไม่มา จะรออีกวันหนึ่งหรือเดินทางไปหาเลยดีน้า" เธอเปิดตู้ดู เธอก็ได้เห็นชุดที่อาจารย์ให้มาก่อนเดินทาง มันเป็นชุดที่อาจารย์เคยใช้และเป็นชุดที่อาจารย์ให้มาก่อนเดินทาง "ว่าไปลองใส่ดูดีกว่า"

(ชุดแบบนี้อ่ะแต่เปงตัวละครของเค้าใส่อ่ะนะ จินตนาการเองน่อ =w=)

"รุงรังไปนิดแหะ" เธอเดินลงข้าวล่างเพื่อมาขอคงามคิดเห็นจาก โทโด "นี ๆ ชุดนี้ นายว่าเปงงัยมั้ง"

( จากการให้ข้อมูลของตัวละครกับชุดใหม่ + ข้อมูลเก่า = แอนนามีผิวสีแทน ถือดาบคู่ ผมสีฟ้า-น้ำเงิน ชุดแดง-ขอบส้ม,แสด - มีสายรัดดำ ( เบลท์หรืออะไรก็ตามแต่ ) และขอบในกระโปรงสีแดง-ดำ + กับพยายามไม่เผาแล้ว ( แต่ว่าก็ยังเผาอยู่ดี สังเกตุจากขอบขาวๆที่ยังแซมๆเต็มไปหมด เราเลยได้รูปแอนนา+ชุดใหม่ออกมาแบบนี้ จิ้ม ~ * ) ไม่รู้ว่าจะตรงกับที่คนแต่งคิดไว้รึเปล่า คอมเมนท์ได้เลยนะ

ชายหนุ่มมองแอนนา ที่เปลี่ยนเครื่องแบบของเธอจากชุดเกาะอกกางเกงขาสั้นเป็นชุดคลุมยาวที่ดูสง่าขึ้นมาก เขามองแอนนาอยู่นิ่งนานซักพักและซะดุ้งเล็กน้อยก่อนที่จะตอบคำถามหญิงสาว

โทโด : สวยดีนะครับ คุณแอนนา - ชายหนุ่มยิ้มให้เล็กน้อย - เหมือนกับอัศวินจริงๆเลยล่ะครับ


(เรื่องชุด โอเคดี ไม่ซิ เซ๊กซี่มากถูกใจ กรั่ก ๆ  เด๋วนะ แปลว่าได้ ไอเท็มใหม่แล้ว สินะ สินะ สินะ)

"แหะ ๆ ขอบใจนะ ถ้านายชอบต่อไปชั้นจะเปลี่ยนไปใส่แบบนี้ทุกวันเลยล่ะกัน" เธออมยิ้มแล้วนั่งลง เตรียมทานข้าว เมื่อทานเสร็จ เธอจึงไปเก็บของในครัวให้เรียบร้อย "อ๊ะ!!" เธอรู้สึกถึงอะไรบางอย่างมาจากที่ที่ห่างไกล "คิดไปเองมั้ง" เธอได้เดินมาหาโทโด "กินข้าวเสร็จแล้วอยู่เฉย ๆ เดี๋ยวก็อ้วนหรอก"เธอพูดพร้อมกับลากโทโดออกไปข้างนอกอย่างร่าเริง พร้อมกับโยนท่อนไม้ให้ "เรื่องเดินทางไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยไปดีกว่า ก่อนอื่น เรามาฝึกมือกันหน่อยมั๊ย" เมื่อพูดจบ แววตาที่ดูร่าเริงของ anna เปลี่ยนไปเป็นแววตาที่แน่วแน่พร้อมกับคว้าท่อมไม้ 2 ท่อน ต่าง ดาบคู่ พุ้งมาทางโทโดทันที "รับมือ!!"
ชายหนุ่มตวัดท่อนไม้ขึ้นเหมือนกับการใช้หอกของเขาและเสียดดาบไม้แอนนาออกไปอย่างรวดเร็ว

โทโด : หลังกินข้าวอาจจะจุกก็ได้นะครับคุณแอนนา - ชายหนุ่มยิ้มแห้งๆเล็กน้อย - ไม่รอย่อยก่อนเหรอคร้าบ ~ - ชายหนุ่มตวัดทวนรับดาบของหญิงสาวที่กำลังไฟแรงกับการฝึกฝนอยู่ด้วยวิธีรับดาบเหมือนที่บุคคลทั่วไปนิยมฝึกฝนกัน -


"หรอแต่ปกติเมื่อก่อนชั้นก็ฝึกแบบนี้ตลอดอะ มีพักนี้แหละ ห่าง ๆ ไป " เธอออกแรงต้านแรงปะทะ แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ "เข้าใจมั๊ยจ๊ะ" เธอส่งแววตาน่ารักน่าเด็นดูออกไป แล้วยิ้มให้ "อ่อ เวลาจับอาวุธแล้วอ่ะ สมาธิเป็นส่วนสำคัญนะ" เธออาศัยจังหวะที่โทโดเผลอ งัดทวนไม้ของโทโดขึ้น "เจอช่องว่างแล้ว~~~~"

ท่อนไม้ได้กระเด็นหลุดมือจากชายหนุ่มไป เขาเอี้ยวตัวหลบอย่างทันควัญและกระโดดตีลังกากลับหลังถอยไป

โทโด : หวาาา - ชายหนุ่มเซเล็กน้อยก่อนที่จะทรงตัวขึ้นมายืนอีกครั้งหนึ่ง - เอ่อ . . . . อ่า . . . คือ . . คือ . . . . อะ ฮ่าๆๆๆ ขอโทษคร้าบผมจะพยายามตั้งใจ แหะๆ - ชายหนุ่มหยิบท่อนไม้ยาวขึ้นมาและตั้งท่าขึ้นอีกรอบ -

ดูเหมือนว่าหลังจากช่วงเวลาผ่านเลยมาช่วงนึงแล้ว แอนนาเองก็ไม่ได้รับการติดต่อกลับมาจากอันดิเน่เลย


ทั้งคู่ซ้อมมือกันจนมืด "เอาล่ะพอแค่นี้ก่อนดีก่า เธอไปอาบน้ำเลยนะ" เธอเดินขึ้นไปบนห้อง "เฮ้อ~~~~ ซ้อมมือแบบชวนให้คิดถึง 'จารย์ จิง ๆ " เธอเหม่อออกไปนอกหน้าต่างซักพัก แล้วจิงเดินลงไปบอกโทโดที่กำลังอาบน้ำอยู่ว่า "ท่าทางคืนนี้ undine คงจะไม่กลับแล้วล่ะ เด๋วพรุ่งนี้เราไปหานางกันนะ ละ....แล้วก็ นะ...นายจะขึ้นมานอนข้างบนก็ได้นะ ขะ....ข้างล่างมันนอนไม่สะดวกหรอก" เธอพูดอย่างตะกุกตะกักแล้วเธอก็เดินไปล้างหน้าล้างตาที่ซิ๊งล้างจาน จึงเดินขึ้นไปนอน "เค้าจะมามั๊ยล่ะ" ดูเหมือนว่าเธอจะนอนไม่หลับเพราะมัวแต่คิดฟุ้งซ่านอยู่

โทโด : ( นะ . . . นี่มัน บัตรเชิญ !! ) - ชายหนุ่มคิดในใจพร้อมกับอ้าปากค้าง - ( ไม่ได้ๆ เราจะไปทำอย่างงั้นได้ยังไงคุณแอนนาเป็นผู้หญิงนะ ถ้าเขาเป็นผู้ชายค่อยว่าไปอย่าง ยังไงซะเราก็นอนข้างล่างได้อยู่แล้ว ) เอ่อ คุณแอนนาครับผมคงไม่ไปนอนข้างบนด้วยหรอกนะคร้าบ ~ ผมขอตัวนอนข้างล่างดีกว่าจะได้คอยดูแลบ้านด้วย เกิดมีอะไรขึ้นผมจะได้บอกคุณแอนนาได้ทัน - ชายหนุ่มรีบพูดแก้ขัดทันที -


รุ่งเช้า "อ้าวเราหลับไปตอนไหนหว่า ........ แล้วโทโดล่ะ" เธอรีบหันหลังไปดูก็พบกับความว่างป่าว "อ่าวแปลว่าเมื่อคืนเค้านอนข้าวล่าง" เธอเลยเปลี่ยนผ้าแล้วลงมาล้างหน้าล้างตา "โทโดเด๋วกินข้าวเส็แล้วเราออกเดินทางกันเลยนะ" เธอบอกแล้วเข้าไปทำอาหารในครัว

ดูเหมือนว่าชายหนุ่มก็ได้ตื่นแต่เช้ามาและกำลังจะลงมือทำอาหารแล้วเหมือนกันกับหญิงสาว

โทโด : ตื่นแล้วเหรอครับ คุณแอนนา - ชายหนุ่มยิ้มให้หญิงสาวและควงมีดในมือของเขาและเริ่มหั่นผัก - ผมกะจะทำอาหารเช้าให้อยู่น่ะครับ มาช่วยผมทำก็แล้วกันนะ - ชายหนุ่มค่อยๆลงมือหั่นส่วนผสมอย่างอารมณ์ดียามเช้า -


(ทำไมวันนี้อารมณ์ดีจังหรือว่าเมื่อคืน!!!!) เธอเริ่มคิดฟุ้งซ่านในใจดูเหมือนว่าโรคคิดเองเออเองของเธอนั้นจะได้รับอิทธิพลมาจาก อาจารย์ของเธอเต็ม ๆ (อ้างอิงจาก mana khamia ภาค1บน psp) "โอ๊ย" เป็นเพราะเธอกำลังคิดอะไรต่อมิอะไรอยู่ในใจจึงทำให้เธอโดนมีดบาด

โทโด : เป็นอะไรรึเปล่าครับ คุณแอนนา - ชายหนุ่มรีบดึงผ้าชุบน้ำหมาดในห้องครัวมาและอมนิ้วของหญิงสาวข้างที่เลือดไหลไว้ทันที - ต้องห้ามเลือดก่อนแล้วก็ . . . - ชายหนุ่มใช้ผ้าชุบน้ำเย็นแตะไว้ที่แผลแอนนาซักพักก่อนที่จะติดพลาสเตอร์ลงไป - อาจจะเป็นแผลเป็นเล็กๆแต่แค่นี้คงจะช่วยได้แล้วล่ะครับ - เขายิ้มให้กับหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขาก่อนที่จะหันกลับไปลงมือทำอาหารต่อ -


"........" anna ถึงกับพูดอะไรไม่ออก เมื่อเธอโดนโทโด ดูด!!! เฮ้ย ดูดนิ้ว ได้แต่ก้มหน้าที่แดงกล่ำของเธอ "ขะ  ขอบใจนะ  ชะ   ชั้นขอไปเตรียมของที่ห้องก่อนนะ" เธอพูดเส็ดก็รีบวิ่งขึ้นไปข้างบน เธอยืนพิงประตูอยู่ในห้อง พลางเอามือกุมนิ้วที่เป็นแผลไว้ "ทำไมรู้สึกแปลก ๆ อย่างนี้ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะเลย" ดูเหมือนว่ายิ่งนานวันความรู้สึกของเธอที่ไม่ต่อโทโดเริ่มจะพัฒนาไปเป็นความรักมากขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อคู่บ่าวสาว เอ้ยไม่ใช่ คู่หนุ่มสาวได้เตรียมข้าวของที่จำเป็นต้องใช้ในการออกเดินทางแล้วก็ได้รวมตัวกันที่หน้าบ้านและออกเดินทางกันทันที

โทโด : จะไปทิศไหนเหรอครับ ? คุณแอนนา - ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้น -


"เมืองที่ undine ไปน่าจะอยู่ทางเหนือนะ" ว่าแล้วเธอก็มุ่งหน้าเข้าป่าไป "เดินเร็ว ๆ หน่อยซิจ๊ะ ได้เลือดชั้นไปแล้ว น่าจะคึกคักนี่" เธอหันมายิ้มอย่างร่าเริง
ชายหนุ่มหน้าแดงขึ้นและอ้าปากค้างเล้กน้อย จากนั้นเขาก็รีบหันหน้ามาทำเป็นปกติทันที

โทโด : อะ ฮ่าๆๆๆ - เขาเดินพลางพยายามไม่ตอบอะไรกลับไปให้เป็นที่เข้าใจผิดจากบทสนทนานั้น จนกระทั่งทั้งสองมาถึงแคมป์กลางป่าระหว่างทาง -


"ครึ่งทางแล้วซินะ โอ๊ย เหนื่อย ๆ" เธอเดินเข้าไปใรบริเวณแคมป์นั้น "มีใครอยู่หรือป่าวหว่า" เธอเดินเข้าไปพลางตะโกนเรียกคน "สวัสดีค่ะ"

ในขณะที่เธอเดินเข้ามาก็ได้พบกับวัลคิวรี่สาวคนหนึ่งกำลังเก็บข้าวของอยู่เหมือนจะออกเดินทางไปที่ไหนซักแห่ง ดูเหมือนเธอจะเป็นเจ้าของแคมป์นี้ซะด้วย



? ? ? : หืม . . . มีอะไรให้ช่วยงั้นเหรอค่ะ ?


เธอได้สังเกตุจากการแต่งกายแล้วรู้ทันทีว่า คนที่อยู่ตรงหน้าเธอท่าทางฝีมือจะไม่ธรรมดา "เอ่อ ขอโทษที่ว่ารบกานนะคะ คือว่า เรากำลังจะเดินทางไปยังเมือง Deidon hold น่ะค่ะ เราจะขอพักที่นี่ได้หรือป่าว" (วัลคิวรี่นี่มีจริง ๆ ด้วยแหะ) เธอนึกในใจ "คุณเป็นเจ้าของแคมป์นี้หรอคะ"
? ? ? : ใช่ชั้นเป็นผู้ดูแลพื้นที่ส่วนนี้ทั้งหมดและเป็นเจ้าของแคมป์นี้ด้วย ตอนนี้ชั้นกำลังจะออกเดินทางน่ะ ถ้ามีความจำเป็นจะต้องใช้แคมป์นี้ล่ะก็เราจะให้พวกเธอยืมใช้งานก่อนก็ได้ - หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นแม่กุญแจ่ที่ใช้คล้องซิบด้านในกับกุญแจให้กับแอนนา - ชั้นมีธุระด่วนเดี๋ยวจะออกเดินทางเย็นวันนี้แล้วน่ะ ขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้อยู่ช่วยเหลือทั้งๆที่มันเป็นหน้าที่แท้ๆ - ดูเหมือนสีหน้าของเธอจะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงไปเท่าไรนักขณะที่พูดคุยกัน -


"ขอบคุณค่ะ ใจดีจัง~~ ว่าแต่ จะไปไหนหรอ" เธอถามพลางรับกุญแจมา "อ่อ ยังไม่ได้แนะนำตัวเลย  ชั้น anna ค่ะ ส่วนชายคนนี้ชื่อ โทโด คุณชื่อ?" เธอถามพลางวางสัมภาระลง แล้วหันไปหาโทโด "ท่าทางคืนนี้เราต้องพักที่นี่ก่อนแล้วล่ะนะ ตอนกลางคืนมันเดินทางลำบาก"

โซเลม : ชั้นชื่อ โซเลม น่ะ ตอนนี้มีเรียกประชุมด่วนในกลุ่มอัศวินต้องห้ามที่ชั้นสังกัดอยู่ รายระเอียดชั้นคงจะบอกไม่ได้หรอกนะ


"อื้อ ชั้นเข้าใจ งั้นขอรับไว้ละกันนะ สถานที่แห่งนี้น่ะ" แล้ว anna ก้อเดินพาเข้าไปจัดของที่จำเป็นไว้ใช้สำหรับคืนนี้ "นี่โทโด ผู้หญิงคนนั้นใช้วัลคีรี่หรือป่าว เพราะว่าโดยปกติแล้วตามตำนานของชาวไวกิ้ง วัลคีรี่จะมารับวิญญาณของผู้กล้าที่พลีกายลงเพื่อพาไปยัง การต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่ แล้ว ทำไมถึงมาอยู่ที่แห่งนี้กันล่ะ?" เธอหันไปถามความคิดเห็นของโทโด พลางจัดเตรียมอาหาร
ชายหนุ่มจัดแจงวางข้าวของลงและตอบกับแอนนา

โทโด : อาจจะไม่ใช่วัลคิวรี่ตามตำนานของชาวไวกิ้งก็ได้ล่ะมั้งครับ หรือไม่แน่เขาอาจจะแต่งตัวคล้ายก็ได้ อีกอย่างนึงจากที่ฟังแล้วเธอเป็นสมาชิกกลุมอัศวินต้องห้ามด้วยน่ะครับคงจะมีอะไรที่แตกต่างออกไปจาคนธรรมดา - ชายหนุ่มเกริ่นเล็กน้อยถึงข้อมูลอื่นในขณะที่ตอบกลับ -


(ทำไมชีวิตต้องเจอแต่แค่คนที่ไม่ใช่คนหว่า =w=) เธอคิดในใจ "เอาล่ะ กินข้าวดีกว่า  แล้วรีบนอนซะนะ พรุ่งนี้ต้องเดินทางกันแต่เช้า" เมื่อทานอาหารเส็ด "โทโด ชั้นรู้สึกไม่ค่อยดียังงัยไม่รู้อ่ะ ยิ่งเข้าใจเมือง Deidon hold  อะไรนั่น เท่าไร มันรู้สิกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก" หน้าเธอดูเครียดขึ้นถนัดตา "อย่าใส่ใจเลย เข้านอนเถอะ" เธอพูดแล้วยิ้มแบบปกติ แล้วขอตัวไปนอน
ตกดึก เธอก้อยังนอนไม่หลับ ซึ่งเธอไม่รู้ว่าเป็นเพราะ สิ่งที่อยู่ในตัวเธอมันตอบสนองต่อ เหล่าพลังต่าง ๆ ที่อยู่ในเมืองนั้น นั่นเอง
ชายหนุ่มกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับอาการของแอนนา แต่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจู่ๆถึงรู้สึกเป็นห่วงเธอขึ้นมา ทั้งๆที่หญิงสาวเองก็เป็นผู้มีทักษะยุทธเหมือนกันแท้ๆ ชายหนุ่มค่อยๆล้มตัวลงนอนที่เตียงอีกด้านหนึ่งข้างๆหญิงสาวและหลับไปเพื่อเก็บแรงไว้เดินทางต่อในวันรุ่ง


Player Reaction : จะเต็มแล้วเชิญขึ้นใหม่จ้า
โพสต์ 3-7-2010 05:56:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 15-7-2010 05:54

ความเดิมตอนที่แล้ว

MelloN : melontaro


MelloN Item
MelloN Recovery skill
MelloN Passive skill
MelloN Active skill
Mellon Special ability
Room mate :


ในขณะที่ดูทีวีกันไปพลาง ภายในก็เริ่มมีเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาและทันใดนั้นประตูได้เปิดขึ้นมาเบาๆทีละนิด

ผู้ที่ประตูนั้นเข้ามาคือ . . . . .

พนักงานที่เข้ามาเสิร์ฟอาหารนั่นเอง ดูเหมือนว่าอลิซจะแอบสั่งอาหารขึ้นมาโดยไม่ให้เมล่อนรู้ตัวและใช้เงินของเธอจ่ายค่าอาหารตามฟอร์มเดิม ~

อลิซ : เอาน่า ~ กองทัพก็ต้องเดินด้วยท้องจริงมะๆ - หญิงสาวนั่งลงและลงมือทานอาหารทันที - เดี๋ยวอาสะจังกลับมาเธอก็ได้เงินคืนแล้วล่ะ ~

Gold - 50


ขนาดที่เมล่อนกําลังกินอาหารกับอลิสอยู่ในห้องนั้น เมล่อนก็นึกบางอย่างได้แล้วเริ่มถามกับอลิส

อลิส เธอรุ้เรื่องเกี่ยวกับหมู๋บ้านที่อยู่หลังถํ้านั้นมั้ย ฉันว่าฉันสนใจนิดหน่อยแต่ก็ยังไม่คิดว่าจะกลับไปตอนนี้หรอกน่ะ

แค่เห็นว่ามันน่าสนใจ ถ้าคิดว่าหลังจากฉันเ้ก่งๆแล้วจะเก็บไว้สร้าง ปราสาทกิลด์ ทํานองนั้นน่ะ

อลิซ : เอ . . . ชั้นเคยบอกไปแล้วนาว่ายังไม่ได้เข้าไปหลังถ้ำนั้นน่ะ ชั้นว่าเธอน่าจะรู้เรื่องของสถานที่หลังถ้ำนั้นมากกว่าชั้นนะ - หญิงสาวนั่งกินอาหารต่อและพูดต่อไปว่า - ชั้นว่าทำเลมันดูไม่รื่นหูรื่นตาเลยง่า ไปตั้งที่อื่นจะดีกว่าล่ะมั้ง


ฉันก็ว่าทํานองนั้น แถวๆนั้นมีจําพวกวิณญาญ หรือพวกผีแปลกๆเยอะด้วยละมั้ง ทั้งโจมตีแล้วทะลุตัว หรือโพล่ตามกําแพง

แถมมีผู้ชายผมขาวบอกด้วยว่าต้องโจมตีด้วยกล้อง ถึงจะได้กล้องกับฟิลม์มาแล้วแต่ก็ยังไม่ได้ลองถ่ายเลยแหะ

ว่าแต่อลิส เธอน่ะรู้จักสถานที่แบบไหนบ้างเหรอ?

อลิซ : เอ . . . . ก็สะพานแห่งแสง ถ้ำชาโดว์ โบสถ์มาเทล ที่เก็บสมบัติวันพีซ . . . . - หญิงสาวนั่งนับนิ้วและหันมาพูดต่อว่า - เยอะแยะไปหมดนั่นล่ะ มีที่ไหนที่อยากไปเป็นพิเศษงั้นเหรอ ?


สะพานแห่งแสงอืมที่แห่งนี้ดูไม่ค่อยน่าสนใจ โบสถ์มาเทลฉันก็ไม่ค่อยชอบเข้าโบสถ์ซะด้วยแหะ ที่น่าสนใจจากที่เธอบอกมาคงเป็น

ถํ้าชาโดว์ กับ ที่เก็บสมบัติวันพืชนั่นละ ถํ้าชาโดว์ นี่คือถํ้าที่มีพวกมอนเตอร์ประเภทเงาอาศัยอยู่อย่างงั้นเหรอ

ส่วน วันพืช นี่ใช่สมบัติในตํานานหรือเปล่าน้า จากที่เคยได้ยินมา เมล่อนถามกับอลิส . . .

อลิซ : วันพีซก็เป็นที่เก็บสมบัตินั่นล่ะ แต่ว่ายังไม่เคยมีใครหาสมบัติในนั้นเจอเลย ส่วนถ้ำชาโดว์ เป็นถ้ำของทูติแห่งความมืดน่ะ ไม่มีมอนสเตอร์ประเภทเงาหรอกนะ จะมีก็มีแต่พวก ยมทูติทั้งหลายนะ คุคุ - หญิงสาวหัวเราะเล็กน้อย และนั่งกินอาหารต่อ - ชั้นคิดว่าชั้นจะไปที่สะพานแห่งแสงน่ะ


สะพานแห่งแสงอย่างงั้นเหรอ ชื่อดูน่าสนใจเหมือนกันแหะ ส่วนมากก็ชื่อสะพานตามปกติเหมือนชื่อสถานที่

แต่นี่มีแสงเข้ามาด้วย เป็นสถานที่แบบไหนเหรอ ยังไงก็ว่างอยู่แล้วก็คงต้องขอติดตามไปด้วยละน่อ . . .

อลิซ : อื้ม ไว้ใจได้เลยชั้นจะนำทางพวกเธอไปเอง - ขณะที่พวกเมล่อนกำลังคุยกันอยู่ก็ได้มีเสียงคนเปิดประตูิวิ่งเข้ามาด้วยความรีบเร่ง -

ชิงุเระ อาสะ : เมล่อนนนนน !! ชั้นจับฉลากได้ลุ้นรางวัลที่หนึ่งอีกต่อนึงละ ตั้ง 1 ล้านโลกด์เลยงะแต่ชั้นเลือกไม่ถูกง่า ชั้นกลัวว่าจะชวด ฮือๆๆๆ มาช่วยชั้นหน่อยสิ - หญิงสาวลากเมล่อนออกไปโดยที่ไม่ถามความเห็นของฝ่ายตรงข้ามแม้แต่น้อย -

ที่ลานเสี่ยงดวงต่างมีผู้คนมากมายจดจ้องที่ผลรางวัลที่กำลังจะออกมาในไม่ช้านี้ ด้านหน้าของเมล่อนคือแทนหมุนวัดดวง 3 อันนั่นเอง

Action : 1 ) เลือกหมายเลข 1 เหมาะกับรางวัลที่ 1 ดี  2 ) เราต้องเดินทางสายกลางไว้ก่อน  3 ) ที่หลังดังกว่างั้นต้องเลขท้ายสุด  4 ) อื่นๆโปรดระบุ


อืมเมล่อนเริ่มคิดหนัก จะเลือกหมายเลข1ก็ยังไงอยู่ส่วนมากเลขหน้าๆหรือท้ายๆก็ไม่ค่อยจะน่าติดด้วยแหะ

ตอนนี้ปาร์ตี้พวกเรามีกัน 3 คน งั้นก็เอาเลข3เถอะ เมล่อนแนะนําให้อาสะจัง

ชิงุเระ อาสะ : อื้ม !! - หญิงสาวค่อยๆหมุนเปิดพิธีรางวัลชิ้นใหญ่จากเครื่องเสี่ยงดวงหมายเลขสามตามที่เมล่อนบอก และผลที่ออกมาก็คือ . . . . -

ตัวประกอบ 1 : ยินดีด้วยคร้าบ ~ คุณได้รับรางวัลเงินสดหนึ่งแสนโกลด์นะครับผม - ชายหนุ่มวางกระเป๋าคอนเทนเนอร์บรรจุเงินไว้ให้พวกเมล่อนตรงหน้า -


อะฮึ้ยได้มาตั้ง 1แสนโกลด์ แหะ ได้แค่1/10ของรางวัลใหญ่เองแหะ ว่าแต่อาสะจัง ถ้าได้เงินมาแบบนี้

มันน่าจะเกิดอีเว้นท์ ประมาณว่าโดน ชิงกลางเมืองน่ะนะ เพราะงั้นเก็บกระเป๋าคอนเทนเนอร์ไว้ให้ดีละ

เมล่อนบอกกับอาสะจัง ว่าแต่มันมี เสี่ยงโชคต่อมั้ยเนี่ย ?

ชิงุเระ อาสะ : อย่าเสี่ยงต่อเลยเดี๋ยวจะหมดตัวซะก่อน - เด็กสาวพูดพลางลากเมล่อนไปกับกระเป๋าทันที -

ระหว่างทากลับก็เป็นไปตามที่เมล่อนคิดเอาไว้ แต่ดูเหมือนเมล่อนเองจะรู้อยู่แล้วมือด้านที่เธอจับกระเป๋าไว้จึงเหนียวแน่นเป็นพิเศษ พร้อมกับปรากฏชายในหน้ากากกำลังทำท่าแย่งกระเป๋าจากพวกเธอ



? ? ? : รู้ได้ยังไงกัน !! - เขาหยุดนิ่งพร้อมกับตกใจเล็กน้อยกับความหนึบของเมล่อน -


เมล่อนทักกลับไป นายน่ะเล่นคอสเพย์อย่างงั้นเหรออย่างกับ เจ้าหน้ากากจิ้งจอก

ว่าแต่ได้เงินก้อนโตมามันก็ต้องมีอีเว้นท์ที่โดนจ้องขโมยสินั่น เมล่อนยืนจอกเหล้าให้ชายปริศนา

แล้วถามขึ้นลองกินดูกระชับมิตรมั้ยล่ะ ?
? ? ? : หึหึ !! จะทดสอบข้าคนนี้เรื่องสุรางั้นเรอะ - ชายหนุ่มได้ยื่นเหล้าจอกหนึ่งคืนให้ักับเมล่อนคืนมา จากประสบการณ์นักดื่มเหล้าของเมล่อนสามารถสัมผัสได้ว่าเหล้านั่นไม่ได้มีพิษแต่อย่างใด ดูเหมือนจะเบาบางกว่าเหล้าของเธอเสียด้วย - ถ้าเจ้าเผลอสลบไปอย่าหาว่าข้าใจร้ายขโมยเงินล่ะ . . . . - ตุ้บ . . . ชายหนุ่มลงไปนอนกองทันทีหลังจากจิบเหล้ารศแรงของเมล่อนเข้าไป -

ชิงุเระ อาสะ : เหหหห !!! เมล่อนนั่นมันยาพิษเหรอ !! ?


เมล่อนตอบกลับไปหาอาสะจัง ก็ไม่ใช่ยาพิษหรอกก็ เหล้าที่ฉันกินตามปกตินั่นละ หลังจากนั้น

เมล่อน เริ่มจับตัวหน้ากากจิ้งจอก มัดแขนขา และแบกกลับไปที่โรงแรม และเริ่มค้นหาไอเท็มในตัวของหน้ากากจิ้งจอก

ดูเหมือนว่าจะไม่มีสิ่งของสำคัญใดๆติดตัวหมอนี่มาเลย แม้เต่เงินทั้งตัวยังมีแค่ยี่สิบโกลด์เท่านั้นเอง ดูเหมือนว่าชายหนุ่มปริศนาจะเมายา ( ? ) ของเมล่อนซลึมซลือไม่ตื่นขึ้นมาอีกหลายวันเลยทีเดียว แต่แล้วเมล่อนก็ได้เศษกระดาษแผนที่รูปร่างหนึ่งจากชายเสื้อของหน้ากากจิ้งจอกนั่น ดูเหมือนอย่างน้อยก็ยังมีอะไรติดตัวมาบ้างล่ะนะ
Gain : แผนที่ปริศนา


เมื่อเมล่อนอุ้มชายปริศนา กลับมาถึงที่โรงแรมด้วยเปิดประตูห้องแล้วทักขึ้น อลิสอยู่มั้ย

ฉันไปเจอคนแปลกๆมาด้วยละ แต่เหมือนจะไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่แหะ

อลิซ : เอ . . . . ใครกันน้า - หญิงสาวใช้ปลายเท้าของเธอเขี่ยคางของชายหนุ่มใต้หน้ากากขึ้นมาดู - ก็คงขโมยกระเป๋าข้างถนนล่ะมั้ง มีอะไรสำคัญจากหมอนี่รึเปล่าล่ะ - หญิงสาวปล่อยเท้าออกและหันมาถามทางเมล่อน


ก็ไม่ค่อยมีอะไรสําคัญ นอกจากแผนที่ปริศนานี่หรอก เมล่อนยื่นแผนที่ให้กับอลิส และเริ่ม นําสิ่งของ

ตามตัว ( เสื้อผ้าอุปกรณ์ ETC ที่มันอยุ่ในทั้งหมด ) ออกมาเพื่อนําไปขาย ( รวมหน้ากากด้วย ) อืม อลิสรู้เกี่ยวกับแผนที่นี่มั้ย?

อลิซได้หยิบกระดาษแผนที่ที่เมล่อนยื่นขึ้นมา มาดูและหมุนไปหมุนมาอยู่ซักพัก

อลิซ : แผนที่อะไรเนี่ย . . . เก็บไว้ก่อนแล้วกันน่าจะมีประโยชน์ซักวันน่ะ - หญิงสาววางแผนที่ไว้บนโต๊ะห้องนั่งเล่นและไปขดตัวบนโซฟาที่เดิมทันที -

ชิงุเระ อาสะ : เมล่อน . . . . เอาเสื้อเขาไปขายแล้ว จะเอาเขาไปทิ้ง . . เอ้ย ไปคืนไว้ส่วนไหนของเมืองล่ะ . . . . แบบว่ามัน . . .  อ๋า ~ - หญิงสาวส่ายหน้าไปมาและยกมือทั้งสองข้างเธอขึ้นมาจับที่แก้มตัวเองไว้ -

ดูเหมือนว่าหน้ากากเท่านั้นที่เมล่อนจะไม่สามารถดึงให้หลุดออกมาได้ ดูเหมือนว่ามันจะถูกเชื่อมไว้ด้วยพลังบางอย่างอย่างเหนียวแน่น


งั้นฉันจะเอาไปไว้แถวๆนอก เมืองละกัน คงจะไม่ค่อยสะดุดสายตาเท่าไหร่ หลังจากนั้นเมล่อนได้แบก

หน้ากากจิ้งจอก ออกจากโรงแรม ภายในป่าข้างเมือง เมล่อนได้วางหน้ากากจิ้งจอกลง กับพื้นข้างต้นไม้

เมล่อนได้กล่าวขึ้น สงสัยต้องฝึกซักหน่อยแล้วละมั้ง ทันใดนั้นก็มี ฝูงแมลงมุม ซัก 20 ตัวปรากฎออกมา

เมล่อนก็พูดต่อนั่นไงละ ใช้ฝึกได้พอสมควรเลยละมั้ง และพุ่งตรงใช้สว่าน เข้าทะลวง ทั้ง20ตัว . . .

* ไว้จะอั้พเดทเรื่อง Info ให้ทีหลังนะ

แมงมุมทั้งหลายได้ถูกเมล่อนละเลงด้วยสว่านอย่างไม่เหลือซาก จนทำให้เด็กสาวไม่สามารถเก็บอะไรกลับไปขายได้เลย ขณะเดียวกันชายหนุ่มที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ก็ได้สติขึ้นมาแต่ยังคงซลึมซลือจากฤทธิ์ของเหล้าอยู่

? ? ? : เฮ้ยๆๆ !!! เอาชุดของข้าไปไหนแล้วเนี่ย !! เอาคืนมาเดี๋ยวนี้นะ !!


อืมหืม ~ นาย หน้ากากจิ้งจอกนี่ ฉันว่าอยากจะถามอะไรนายหน่อยน่ะ พอดีๆ เค้าบอกให้เอานายมาทิ้ง

ฉันก็เลยกะจะ ส่งนายมาแถวๆป่าหน่อยๆ แล้วก็เหมือนหน้ากากนายจะแกะไม่ออกน่ะ

ฉันว่าอยากจะถามเกี่ยวกับเรื่องแผนที่ปริศนา ที่อยู๋กับนายหน่อยน่ะ ช่วยบอกได้มั้ย

แล้วก็นายน่ะชื่ออะไรกันล่ะ จะได้เรียกกันง่ายๆ หน้ากากจิ้งจอกน่ะมันยาวไป เมล่อนตั้งสว่านขึ้น ( ทําทีเหมือนขู่ )

? ? ? : หนอยแน่ !! ข้าไม่ยอมเอ่ยนามให้กับคนแปลกหน้าก่อนหรอกนะ แล้วข้าก็ไม่ยอมก้มหัวขอชีวิตและบอกข้อมูลลับในแผนที่นั่นออกไปหรอก - ชายหนุ่มยังคงดันทุรังและไม่ทำตามที่เมล่อนบัญชา -


เ้มล่อนพูดขึ้น ไม่เ้อ่ยนามกับคนแปลกหน้า แต่รับของจากคนแปลกหน้าเนี่ยนะ = = ( เหล้า )

แล้วฉันก็ไม่ได้ขอให้ก้มหัวขอชีวิตซักหน่อย แค่เอามาปล่อยทิ้งในป่า และท่าทางแผนที่นั่นจะเป็น ข้อมูลลับสินะ มีสมบัติ ซ่อนอยู่งั้นเหรอ?

? ? ? : หึหึ !! เรื่องสุราก็เรื่องสุราสิ เรื่องคนแปลกหน้าก็อีกเรื่องหนึ่ง - ชายหนุ่มเอ่ยตอบแถไปเรื่อย - และแผนที่นั่นก็ไม่ใช่แผนที่สมบัติด้วย อ่าว !! หนอยแน่ !! เจ้าหลอกถามข้างั้นรึ !! ข้าจะไม่ตอบอะไรเจ้าอีกแล้ว


เมล่อนเริ่มทําหน้างุนงง ว่าไปหลอกเจ้าหน้ากากจิ้งจอกตอนไหน ว่าแต่นั่นก็เป็นแผนที่สมบัติจริงๆสินะเนี่ย อยู่ที่ไหนเหรอ

ว่าแต่นายน่ะพักอยู่ที่ไหนหรอ ถ้าอยู่ในเมืองเดินแก้ผ้าเข้าไปก็คงไป กินข้าวแดงในห้องกรงนั่นละ

? ? ? : หนอยแน่ !! ขู่ข้างั้นรึ ข้าไม่กลัวตำรวจหรอกนะ !! หึหึ !! และข้าก็จะไม่บอกอะรเจ้าด้วยว่าแผนที่สมบัตินั่นมันซ่อนอยู่หลังโบสถ์ . . . . . - ชายหนุ่มนิ่งเงียบวักพักและคอตก - หนอยแน่ เจ้าหลอกถามข้าแบบนี้มันไม่ยุติธรรมเลยนี่นา !!


นายไม่กลัวตํารวจอย่างงั้นเหรอ งั้นกลัวอะไรล่ะ? ว่าแต่หลังโบสถ์สินะใช่ โบสถ์มาเทลหรือเปล่าละ

ระหว่างที่คุยกันอยุ่นาน ย่อมเป็นการปลุกสัตว์ให้ตื่นขึ้นอยุ่แล้วยิ่งในยามคํ่าคืน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สัตว์ทั้งหลายออกหากิน

ฝูงแกะแปลกๆที่โพล่มาจํานวนถึง 30 ตัว เมล่อนถามกับ หน้ากากจิ้งจอก เอาไงละ จะหนีหรือว่าจะช่วยกันสู้ละ เมล่อนตั้งสว่าน

เตรียมพร้อมที่จะทะลวงฝูงแกะ ตามคําตอบที่ หน้ากากจิ้งจอกจะเอ่ยขึั้นมา

? ? ? : หึหึ !! ถึงตัวข้าจะไร้ซึ่งอาวุธแต่นักรบอย่างข้านั้นก็ไม่เคยหนีถอย เอาเป็นว่าข้าจะแสดงฝีมือทักษะให้เจ้าได้เห็นก็แล้วกัน - ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนทั้งๆที่โดนมัดอยู่และพุ่งเข้าไปหาพวกแกะฝูงนั้นอย่างรวดเร็ว - เสร็จข้าล่ะ . . . . - เขาได้พยายามเงื้อมือของตัวเองออกมาแต่ลืมตัวไปว่าโดนมัดไว้อยู่จึงทำให้โดนฝูงแกะรุมสะกรัม จนทำให้เมล่อนต้องยื่นมือเข้าไปช่วยอย่างกระทันหัน และทำให้เมล่อนไม่ต้องออกแรงหลบฝูงแกะทีกำลังตั้งเป้าหมายไปยังหน้ากากจิ้งจองนั่นเพียงคนเดียวอีกด้วย -


เมล่อนพุ่งตรงเข้าไปแล้วง้างสว่าน เพื่อ โจมตีเข้าด้านหลังของฝูงแกะ และช่วยหน้ากากจิ้งจอกออกมา

เมล่อนได้พูดกับหน้ากากจิ้งจอกว่า กล้าหาญดีนี่มาเป็นพวกกันมั้ยล่ะ ?

? ? ? : ฝันไปเถอะ เพราะว่าข้าถูกมัดไว้หรอกถึงได้เป็นแบบนี้ ฝากไว้ก่อนเถอะยัยคอทองแดง ไว้คราวหน้าข้าจะกลับมาล้างแค้น - ว่าแล้วชายหนุ่มใต้หน้ากากก็ได้จ้ำอ้าวชิ่งหนีไปทันที -

ดูเหมือนว่าเมล่อนจะออกมาทิ้งขยะ ( ? ) จนเวลาได้ล่วงเลยจนสายแล้วท้องฟ้าภายด้านนอกเมืองเริ่มเปลี่ยนสีกลับคล้ายกับเมืองเข้าทุกทีๆ

Gain : กุญแจปริศนา ( ชายจิ้งจอกทำตก )
= ตอนนี้มีแผนที่ลายแทง และ กุญแจ


Player Reaction : จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 3-7-2010 10:11:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด nutchsnon เมื่อ 5-7-2010 00:46



Lan Blado Item
Lan Blado Recovery skill
Lan Blado Passive skill 1
Lan Blado Passive skill 2
Lan Blado Active skill
Lan Blado Speacial ability

Lan : นั่นสินะ ถ้าเรื่องของเจ้าตัวต้องถามเค้าเองดีที่สุด ... - แรนพูดเนือยๆ ก่อนจะยกชาดื่มบ้าง - จริงสิ ผมเอาแต่ถามคุณฝ่ายเดียวคงจะไม่ยุติธรรมแน่ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน ผมจะบอกสาเหตุที่ไม่อาจมีคนรักได้ก็แล้วกันนะครับ - แรนพูดเสร็จแล้วมองดูรอบๆว่ามีคนอยู่ในระยะทางที่เสียงของเขาจะไปถึงหูคนอื่นรึเปล่า ก่อนจะดคงผ้า (ผ้าคลุมไหล่แบบคราว คุๆ) ออก
Lan: (จากนี้ข้อมูลอ้างอิงจาก ตราบาปและคำสาปแห่งซาตาน ในนิยายรักญี่ปุ่นนะจ๊ะ ปล. บอกไม่ได้ว่าเรื่องอะไรเพราะลืมชื่อไปแล้ว จำได้แต่เงื่อนไขกาฝาก กรั่กๆ)
ในโลกของผมน่ะ มีเหล่าปีศาจหลากหลายระดับชั้นมาก ยิ่งระดับสูงเท่าไหร่จะยิ่งมีแข็งแกร่งมากเท่านั้น แต่ปีศาจพวกนั้นมักจะอยู่ในที่ๆของตัวเองไม่ค่อยมารังควานมนูษย์อย่างพวกเราเท่าไหร่และปีศาจระดับสูงพวกนั้นยังสามารถฝัง 'กาฝาก' ไว้กับร่างของมนุษย์เพื่อเป็นประตูในการปรากฏกายและยังดูกลืนพลังชีวิตของผู้ที่ถูกฝังไว้ด้วย - แรนหยุดเล่าไปครู่หนึ่งสีหน้าของเขาเริ่มไม่สู้ดีทุกครั้งเมื่อเอ่ยถึงชื่อนั้น - และนี่ก็คือกาฝากที่ฝังอยู่ในร่างกายของเรา ส่วนเจ้าของกาฝากนี่ก็คือ... ราชาปีศาจของโลกเรา ' ไซเซอร์' (รูปไซเซอร์ก็รูปในดาบของ ฟรอเซ็นนะจ๊ะ) แต่ว่าจุดประสงค์ของมันต่างไปจากปีศาจตัวอื่นๆ  สิ่งที่มันต้องการคือตัวเรา... มันต้องการให้เรากลายเป็นพวกของมัน ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ
- แรนกำมือแน่น เมื่อต้องเล่าสิ่งที่ตัวเองกำลังเผชิญหน้าอยู่ให้โคโยริฟัง ถึงจะรู้ว่ามันก็เหมือนกับการเล่าปัญหาของตัวเองให้คนอื่นรับรู้อย่างไรอย่างนั้น - เพราะแบบนั้น คำสาปของกาฝากนี้ก็คือจะพรากชีวิตของคนที่คิดจะแย่งตัวเราไปจากเจ้านั่น... เพราะงั้นทั้งเพื่อนๆของเรา น้องสาวเราและท่านแม่ถึงอึก... - แรนก้มหน้าลงพรางร่ำไห้เบาๆแต่ยังไงซะน้ำตาที่หยดลงบนโต๊ะ ก็ไม่อาจปิดบังความรู้สึกของเขาในตอนนี้ได้
Lan : ถ้าเรา... เผลอไปมีใจให้กับอัลดิเน่... เราเกรงว่านางจะ...
หญิงสาวยิ้มขึ้นเล็กน้อยและวางแก้วชาลงและหันมาคีบอาหารขึ้นแทน

โทโด โคโยริ : งั้นก็คงเป็นอันดิเน่สินะค่ะ - หญิงสาวหัวเราะขึ้นเล็กน้อยและนั่งกินอาหารในกล่องเบนโตะด้านของเธอ - อัลดิเน่เองเป็นเทพที่ไม่ค่อยจะรู้เรื่องราวของโลกมนุษย์เสียเท่าไรนัก เรียกได้ว่าคล้ายๆพวกหลังเขาน่ะค่ะ แต่เธอจะชอบช่วยเหลือทุกๆคนที่พบเจอและถ้าเธอสามารถช่วยได้ ประมาณว่ารู้จักคำว่าให้มากกว่าคำว่ารับ น้อยคนนักจะได้พบร่างจริงๆของเธอเพราะว่าเธอไม่ค่อยจะออกมาจากวังวารีนัก และด้วยเหตุผลที่ชอบช่วยเหลือพวกมนุษย์มากเกินไปจึงทำให้เซคุนดูซไม่ค่อยชอบอันดิเน่ซักเท่าไรนัก - หญิงสาวเกริ่นเล็กน้อยเกี่ยวกับอันดิเน่ให้แรนฟัง - สิ่งที่เธอชอบนั้นมีอยู่ไม่มากนัก ถ้าคุณเผลอไปมีใจให้กับเธอ ก็ ~ - หญิงสาวทำเป็นเบี่ยงสายตาเล็กน้อยโดยใช้ตะเกียบบังส่วนปากไว้เหมือนกับแซวแรนเล่นเล็กน้อย แต่ดูเหมือนท่าทางของเธอจะดูเป็นการแซวแบบผู้ใหญ่เสียมากกว่าแซวเล่นๆทั่วไป - เธอชอบดอกไม้บนยอดภูเขาน้ำแข็งที่จะมีอายุ 1 อาทิตย์ในรอบ 1 ปีเท่านั้น ชื่อดอกไม้คือ ชิโรฮานะ ถ้าคุณแรนเองยังจะเดินทางต่อไปน่าจะได้เจอดอกไม้พร้อมกับเซลซิอุสนะค่ะ อีกอย่างก็คือเธอชอบน้ำผึ้งมากด้วยล่ะ - ดูเหมือนหญิงสาวจะไม่ติดใจเรื่องคำสาปหรือความอันตรายใดๆจากตัวแรนเลย และยังพูดคุยกับเขาปกติเหมือนทั่วไป -


Lan : เอโตะ คุณโคโยริ สรุปคุณรู้จักอัลดิเน่ดีเลยไม่ใช่หรอครับ = ='' - แรนอึ้งไปครู่หนึ่งกับข้อมูลที่ได้รับ - ถ้าได้คุณมาร่วมทางด้วยอะไรๆคงจะง่ายขึ้นไม่น้อยเลยนะครับ - แรนเช็ดน้ำตาของตัวเองออกพลางเปิดกล่องอาหารบ้าง - ถ้าไม่รังเกียจจะช่วยเดินทางไปกับพวกเราหน่อยได้รึเปล่าครับ ทางนี้เองก็มีเรื่องที่ไม่รู้เกี่ยวกับโลกนี้เยอะแยะไปหมดเลย ถ้าได้คุณโคโยริร่วมเดินทางด้วยแล้วคงจะทำอะไรได้สะดวกกว่า - แรนว่าพลางทานอาหารไปพลาง

หญิงสาวยิ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะมองมาที่แรนและพูดต่อไปว่า

โทโด โคโยริ : จะดีเหรอ ? ถ้ามีทูติร่วมเดินทางมากขึ้นนายอาจจะตกเป็นเป้าหมายก็ได้นะ - หญิงสาวเอ่ยขึ้นและนั่งคีบอาหารกินต่อทีล่ะนิดๆ - จะให้ชั้นออกเดินไปทางไปด้วยก็ได้นะ แต่ชั้นต้องจัดการเรื่องทางโรงแรมนี่ก็ด้วย


Lan : ไม่เป็นไรครับ ส่วนเรื่องทางโรงแรมผมเองก็อยากจะช่วยพูดให้บ้างเหมือนกันแต่ตอนนี้ที่ผมมั่นใจก็คือผมต้องการคุณครับคุณโคโยริ . . .

หญิงสาวรวบตะเกียบลงกล่องเบนโตะพร้อมกับหยิบถ้วยชาขึ้นมานั่งจิบเล็กน้อย

โทโด โคโยริ : ถ้าพูดแบบนั้นคนอื่นอาจจะเข้าใจผิดก็ได้นะค่ะ คุณคงจะตั้งใจบอกว่าต้องการความช่วยเหลือจากชั้นสินะค่ะ - หญิงสาวหลิ่วตามาทางแรนเล็กน้อยและเอ่ยต่อไปว่า - เรื่องโรงแรมนั้น ตัวชั้นเองจะเป็นประธานบริษัทคนต่อไปจากคุณพ่อ ก็เลยมาลองนั่งฝึกงานแบบพนักงาน้อนรับทั่วไปบ้าง ไว้โอกาศหน้าชั้นค่อยกลับมารับหน้าที่ันั้นต่อจากคุณพ่อก็ได้ - เธอเก็บเบนโตะและแก้วชาของแรนพร้อมกับลุกขึ้นจากโต๊ะนั่งเล่น - เอาไว้คุยรายละเอียดกันต่อพรุ่งนี้เช้านะค่ะ ตอนนี้ดึกมากแล้ว


Lan : = =''' เอะ? เราพูดเรื่องน่าอายไปแล้วหรอ? - แรนคินในใจพลางนั่นทบทวนสิ่งที่ตัวเองพูดอีกครั้ง ก่อนจะแยกกับโคโยริขึ้นไปที่ห้องของตัวเอง -
Ryuko : ลงไปหาโคโยริมาหรอ? - ริวโคที่กำลังล้าจานอยู่ถามขึ้น
Lan :  อืม ลงไปคุยเรื่องสำคัญมานิดหน่อยน่ะ - แรนพูด
Ryuko : แรน... ท่านร้องไห้รึ? -ริวโคสังเกตุเห็นคราบน้ำตานิดหน่อยตรงขอบตาของแรนเลยถามเจ้าตัวแบบนั้น
Lan : หือ.. อ้อพอดีนึกถึงความหลังได้น่ะ - แรนพยายามเช็ดออกให้หมด
Ryuko : เอาเถอะ อย่าให้ท่านอัลดิเน่เห็นก็แล้วกัน ส่วนนางก็นั่งรอท่านอยู่ตรงนั้นน่ะ - ริวโคชี้นิ้ว - ส่วนเรย์อิเซนกับโซฟี อยู่ที่ห้องแล้ว ไม่ต้องห่วงสองคนนั้นหรอก เดี๋ยวข้าดูแลพวกเค้าเอง
Lan : ฮึๆ ริวโค เจ้านี่เป็นพ่อที่ดีได้เลยนะ~ - Ryuko : ข้าว่าคำนั้นน่าจะพูดกับท่านมากกว่านะ เอาอย่ามัวแต่ยืนคุยตรงนี้เลย .. ไปหานางเถอะ - ริวโครีบไล่ให้แรนไปหาอัลดิเน่ทันที แรนเดินเข้าไปในห้องก็พบกับอัลดิเน่ที่กำลังนั่งรออยู่
Lan : ขอโทษนะ รออยู่หรอ?

หญิงสาวค่อยๆกลับตัวหันมาทางชายหนุ่มด้วยใบหน้าที่ไร้เดียงสาของเธอ

อันดิเน่ : กลับมาแล้วเหรอ แรน - เธอค่อยๆยิ้มให้ชายหนุ่มเล็กน้อยและนั่งเงียบดูเหมือนว่าเธอจะไม่เอ่ยอะไรขึ้นมาหลังจากนั้น -


Lan : อือทาไดมะ~ ว่าแต่ยังไม่นอนหรอ? ใช้เตียงที่ห้องของเราก็ได้นะ นอนกับโซฟีแล้วก็เรย์อิเซน เดี๋ยวผมกับริวโคจะนอนตรงห้องนั่งเล่นเอง~ - แรนพูดพลางเดินมานั่งโซฟาข้างๆอัลดิเน่
อันดิเน่ : อ่า . . . อื้ม - หญิงสาวตอบกลับสั้นๆ และมองมายังแรนเล็กน้อยก่อนที่จะเดินเข้าไปยังห้องนอนที่เรย์อิเซนและโซฟีนอนเล่นอยู่บนเตียง - นี่ เรย์อิเซน เรื่องที่คุยกันไว้ . . . เราไม่กล้าถามแรนน่ะ . . .


Reisen : หืม เรื่องอดีตของแรนน่ะหรอ? ว่าแล้วเชียวว่าท่านต้องไม่กล้าถามแรนตรงๆแน่ ถ้าอย่างนั้นเราจะเล่าให้ฟังก็แล้วกันนะ~ - เรย์อิเซนตบที่นอนเพื่อเป็นการบอกให้คู่สนทนาของเธอมานั่งใกล้ๆ แล้วจึงเริ่มเล่าขึ้น

Reisen : ตอนที่ข้าได้พบกับแรนน่ะ คือตอนที่แรนกำลังต่อสู้กับจอมมารไซเซอร์ที่บุกเข้าไปยังปราสาทของพระราชา ตอนนั้นแรนก็จะพลาดท่าให้กับไซเซอร์แล้วล่ะแต่ว่า

อ่านต่อเรปหน้า
โพสต์ 3-7-2010 23:09:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 17-7-2010 09:48

Asia : Eureka_GL_World


Asia Item
Asia Recovery skill
Asia Passive skill
Asia Active skill
Asia Special ability

" ให้ตายสิ เป็นซะแบบนี้ เราจะเก่งขึ้นไหมเนี้ย เอาล่ะ "

ผมใช้พลังลม อ่อน ๆ พัดไปรอบ ๆ เพื่อค้นหาที่อยู่ของมอนสเตอร์

" อืม... ไปที่ ๆ อยู่กันเป็นกลุ่มดีกว่า "

ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะไม่สามารถออกล่าแมงมุมยามค่ำคืนได้เลย แต่ล่ะหนแห่ง ก็ได้พบเจอเพียงฝูงแมงมุมที่นอนอยู่บนต้นไม้เท่านั้น มันเหมือนกับพวกที่ชอบลอบกัดเสียมากกว่าเวลาที่แทงข้างหลังผู้อื่่นเวลาหลับ ชายหนุ่มจึงไมไ่ด้ตัดสินใจโดยทันทีที่จะสู้กับแมงมุมพวกนั้น

Action : 1) ไม่สนจะตีซะอย่าง 2) ไม่ได้ๆเราเป็นพระเอกจะทำแบบนั้นได้ยังไง มันไม่ยุติธรรม 3) พวกนั้นกำลังหลับอยู่เราลอบฆ่าไม่ใช่เรื่องน่าเกลียดแต่มันเป็นวิถีของนักฆ่าต่างหาก 4 ) อื่นๆโปรดระบุ


ให้ตายเถอะ ทั้ง ๆ ที่อยากแกร่งขึ้น แต่้ก็ไม่อยากทําแบบนี้
แต่ยังไงก็นอนไม่หลับแล้ว... จะไม่ทําอะไรเลยก็ใช่ที...

ผมเงยหน้ามองแมงมุมตัวน้อย ๆ ที่กําัลังหลับอยู่อย่างสงบสุข ปล่อยให้ผมคิดมากอยู่คนเดียว
พอคิดอะไรไปเยอะแยะ ก็เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา

ผมเริ่มลงมือเก็บของป่าจากทั่วทั้งป่า มาต้มยําทําแกงจากนั้นก็ทิ้งไว้เพื่อให้แมงมุมตื่นมาทานกัน

ผมนิมัน... ใจอ่อนจริง... ชักเริ่มง่วงแล้วแฮะ... หลับมันตรงนี้เลยล่ะกัน
มันกลับไม่เป็นไปไว้อย่างที่ชายหนุ่มคิด กลับกลายเป็นว่ามอนสเตอร์ทั่วทุกสารทิศได้มารวมตัวกันกินอาหารที่ชายหนุ่มได้ทำขึ้น ดูเหมือนว่าเสียงอึกกระทึกจะโครมครามดังมากจนทำให้ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาพบกับฝูงมอนสเตอร์ที่นั่งตั้งวงกันกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ดูเหมือนว่าจะไม่มีมอนสเตอร์ตัวไหนจะต้องการเป็นศัตรูกับเขาเลย ณ ตอนนี้



? ? ? : นายเนี่ยทำอะไรแปลกไปจากคนทั่วไปจริงๆนะ - หญิงสาวท่าทางแปลกหน้าคนหนึ่งได้ยืนมองเขาข้างๆ พร้อมกับใบหูที่ยาวกว่าคนธรรมดาทั่วไป -


เอ๋... ผมทําอะไรแปลกหว่า ที่แปลกก็เธอเองไม่ใ่ช่เหรอ ?

นั้นเป็นสิ่งที่ผมอยากจะพูดไป

" เอ๋... ผมทําอะไรแปลกเหรอครับ แล้วทําไมคุณถึงมาแต่งตัวแบบนี้... จริงสิ ! วันนี้มีงาน โอxชิ คอสเพล จัดขึ้นในป่าสินะครับ !!~ "

ผมชี้หน้าหญิงสาวหูยาวคนนั้น แล้วตะโกนพูดกับเธอ อารมณ์ประมาณกําลังเฉลยคําตอบในรายการแฟนพันธุ์แท้

? ? ? : งานโอxชิจบไปแล้วไม่ใชเหรอ ได้พูดชนะเลิศแล้วด้วย อ่าว . . . เดี๋ยว นี่มัน Role นะ !! - หญิงสาวเอ่ยขึ้นและตอบกลับทันที - เอาล่ะๆ เลิกเรื่องโจ้ก ข้าวต้มหมูสับ ไว้เพียงเท่านี้ก่อนแล้วกันนะ - หญิงสาวเก๊กเล็กน้อยและเก็บธนูของเธอลงที่ด้านหลัง - เอาเป็นว่านายน่ะแปลกคนแล้วกัน ฮ่าๆๆๆ ปกติน่ะไม่ค่อยจะมีคนทำอไะรให้กับมอนสเตอร์แถวนี้นอกจากล่าอยู่แล้วน่ะ นะ พอชั้นเห็นการกระทำของนายเข้ามันก็เลยเตะตา


" ฮะฮะฮะ ขอโทษครับ เอ่อ... ผม เอเซียครับ ไม่ทราบว่าคุณ ? "

ผมเอ๋ยถามผู้หญิงพี่พกคันธนูตรงหน้า

จากที่ดู ๆ ทั้งดู เสื้อผ้า ...
หรือ !!
จะเป็นภูตผู้รักษาป่าแห่งนี้ !!!

เรนะ : เราชื่อเรนะ เอเซียสินะ ชื่อเหมือนทวีปเลยแฮะ ชั้นจะเรียกเอเชียแล้วกัน แล้วนอกจากมาทำอาหารให้แมงมุมแล้วนายมาทำอะไรที่ป่านี่อีกล่ะ - หญิงสาวเอ่ยถามขึ้น -


'' ที่จริงผมก็เหมือนกับคนอื่นนั้นแหละครับ มาตามล่าเหมือนกัน แต่... ก็เป็นอย่างที่เห็นนั้นแหละครับ "

ผมยิ้มแหะ ๆ ประมาณไม่พอใจตัวเอง

" ทั้ง ๆ ที่อยากแกร่งขึ้นแท้ ๆ แต่เพราะนิสัยใจอ่อนของผม... ผมมีสิ่งที่ต้องปกป้อง แต่ผม... "

ผมก้มหน้ามองไปที่ฝ่ามือทั้งสองของตน

เรนะ : ผู้ที่มีสิ่งที่ต้องปกป้องจะแข็งแร่งขึ้นอย่างแน่นอน - หญิงสาวชูนิ้วโป้งเก๊กให้กับชายหนุ่ม - มอนสเตอร์แถวนี้ก็คงไม่คิดว่านายเป็นศัตรูอีกแล้วล่ะ งั้นเอางี้แล้วกัน เห็นมหาสมุทรทางทิศตะวันออกของเมืองไม๊ล่ะ แถวๆขอบผา ที่ใต้น้ำจะมีทางเข้าสู่ดันเจี้ยนอยู่ มันไม่น่าจะยากเกินไปสำหรับนายนะ


" อ๊ะ ขอบคุณมากครับ แต่... มันไปยังไงเหรอครับ "

ผมยิ้มแล้วถามทางคุณเรนะอย่างใจเย็น

" แต่ตอนนี้ก็เช้าแล้ว คงต้องกลับไปหาเพื่อน ๆ ก่อนน่ะครับ "

นั้นสินะ จะมัวไปที่นั้นโดยที่วันนี้ต้องออกเดินทางไม่ได้เด็ดขาดเลยแฮะ


แต่มายูมิจัง...

" คุณเรนะ... พอจะช่วยรักษาขาเด็กสาวคนนึงได้ไหมครับ "

หญิงสาวหยุดนิ่งทำหน้าครุ่นคิด อิงเก๊กเล็กงน้อยถึงปลานกลางชั่วครู่และลืมตาช้าๆพร้อมกับหันมาทางเอเซีย

เรนะ : เอ๋ ? รักษา เธอคนนั้นเป็นโรคอะไรล่ะถ้าเป็นไข้ทั่วไปชั้นก็พอต้มน้ำร้อนเช็ดตัวให้ได้นะ - หญิงสาวยังปล่อยมุขออกมาไม่หยุดยั้งจากที่เจอกันครั้งแรก -


" อ๊ะ เปล่าครับ ยังไงไปกับผมไหมล่ะครับ... "

ในตอนนั้นผมรู้สึกหวั่น ๆ เพราะการเดินทางวันนี้คงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน
จึงอยากได้พรรคพวกมาเพิ่ม สักคนก็ยังดี
แ่ต่นี้ก็อาจจะเกินไปหน่อย ยังเจอกันได้ไม่ถึง 10 นาทีเลยแฮะ ๆ
คุยกันยังไม่ถึง 10 ประโยค...

" อ๊ะ ขอโทษนะครับ ทําเป็นไม่ได้ยินไปล่ะกันนะครับ "
เรนะ : พะ พะ เพล์บอยเหมือนกันนี่นา ~ เจอกันไม่ได้ชั่วโมงชวนออกเดทซะแล้ว - หญิงสาวสอกเบาๆที่เอวของชายหนุ่มและหัวเราะออกมา - ไปดูอาการเด็กคนนั้นใช่มั้ยล่ะ ? ชั้น ไม่เด่นด้านรักษาซะด้วย คงจะช่วยอะไรไม่ได้นักหรอก แต่ว่าทูติแห่งการรักษาเร็มเพิ่งจะออกเดินทางไปยังเมือง Deidon hold น่ะ เธอน่าจะช่วยเด็กผู้หญิงที่นายหมายถึงได้นะ เร็มมีผมสีม่วงทวินเทลรูปร่างเหมือนเด็กทั่วไปน่ะ - หญิงสาวพูดขึ้นพร้อมกับอธิบายลักษณะของเร็มให้ชายหนุ่มฟัง -


" จริงเหรอครับ ! เขาสามารถรักษาได้สินะครับ ! "

ผมรีบหันมานํามือทั้งสองกุมไหล่ทั้ง 2 ของคุณเรนะไว้แน่น มือของผมเริ่มสั่นเล็กน้อย

ตอนนั้นไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด เหมือนจิตใจมันหลุดออกจากร่างไปแล้ว
แค่เพียงแค่ มีคนบอกว่า สามารถมีคนรักษามายูมิให้เดินได้ ผมก็ดีใจสุด ๆ แล้ว

" งั้นมากับผมเลยครับ !! "

ผมอุ้มคุณเรนะโดยที่ผมยังไม่คิดอะไรเลย
ตอนนั้นให้หัวผมมีแต่เพียงว่า ต้องช่วยมายูมิจัง
ต้องพาคุณเรนะ ไปพบกับคุณลูกะ

หลักจากอุ้มคุณเรนะได้แล้วผมก็ใช้ลมบินขึ้นไปบนท้องฟ้า
แล้วลอยไปทางบ้านของมายูมิจังทันที

หญิงสาวใช้สองแขนเกาะคอชายหนุ่มไว้และมองลงไปที่พื้นด้านล่าง

เรนะ : ให้คนหล่อๆแบบนายอุ้มมันก็คงไม่เสียหายเท่าไรล่ะมั้ง - หญิงสาวยิ้มเล็กน้อยและเริ่มอธิบายต่อไป - เร็มค่อนข้างจะหยิ่งซักหน่อยน่ะ แล้วก็ไม่คุ้นคนด้วยถ้าเธอไม่แน่ใจว่านายคิดยังไงกันแน่หรือไม่รู้จักนาดีพอ เธอจะไม่สนใจนายเลยล่ะนะ - และแล้วทั้งสองก็ได้ลงมาหยุดที่หน้าบ้านมายูมิ -


" เรื่องนั้นน่ะ... คงต้องลองดูสักตั้งล่ะนะครับ "

ผมปล่อยคุณเรนะลงมายืนเช่นเดิม

" ขอโทษนะครับที่พาตัวมาอย่างกระทันหัน แต่ผมต้องการคุณจริง ๆ เข้าไปกันเถอะครับ "

ผมจูงมือคุณเรนะเดินไปเปิดประตูบ้านของมายูมิจังอย่างรวดเร็วพร้อมตะโกนเรีัยกคุณ ลูกะ

" คุณลูกะ ผมพาคนที่รู้จัก คนที่จะสามารถรักษาอาการของมายูมิจัง มาแล้วนะครับ !!~ "

ลูกะ : เราไม่ต้องพามายูมิออกไปไหนแล้วใช่ไหม ??

เธอรีบวิ่งไปจับมือเอเซียและถามขึ้นทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา ใบหน้าของลูกะนั้นเต็มไปด้วยความหวังสุดๆในเวลานี้


" ครับ ! มายูมิจัง ไม่ต้องออกไปเสี่ยงอัตรายแล้วล่ะครับ ! "

ผมในตอนนี้เต็มไปด้วยความดีใจ

" คุณเรนะ รู้ใช่ไหมครับว่าตอนนั้น เขาคนนั้นอยู่ที่ไหน ช่วยนําทางไปได้ไหมครับ ? "

ผมรีบถามคุณเรนะทันที

เรนะ : ชั้นก็รู้อ่าว่าตอนนี้เขาอยู่ไหน แต่ชั้นก็ไม่รับปากว่าเขาจะช่วยรึเปล่านะ . . . - หญิงสาวเอ่ยตอบขึ้น - เร็มอยู่ที่ Deidon Hold ทางด้านเหนือของที่นี่ตอนนี้น่ะ


" งั้นพวกเราเลื่อนการเดินทางสู่เส้นทางแห่งแสงไปก่อน แล้วเดินทางไปกับ Deidon Hold กันเถอะครับ "

ผมเดินไปหามายูมิจังพร้อมยิ้มให้

" มายูมิจังรออยู่ที่บ้านได้นะครับ "

เรนะ : ดะ ดะ เดี๋ยวสิ - เธอพูดติดอ่างเล็กน้อยเหมือนกับรายการล้อเลียน - จะไปทำไมที่อะไรแห่งแสงนั่น Deidon Hold มันอยู่ทางเหนือที่นี่แค่นั่งเรือไปก็ได้ - หญิงสาวทำหน้าของเธอกวนประสาทเล็กน้อยเหมือนกับเด็กสาวหัวฟ้าจากเรื่องดาวโชคดี ดูๆไปแล้วบางทีเธออาจจะขี้เล่นเกินไปหน่อยก็ได้ซึ่งไม่ค่อยเหมาะสมในบางโอกาศซักเท่าไรนัก -

อาตัน : นี่ใครน่ะ เอเซีย - หญิงสาวกระซิบที่ข้างหูของชายหนุ่มเบาๆ - ท่าทางแปลกๆจังเลย . . . นายคงไม่ได้ไปช่วยใครที่กำลังเดือดร้อนอีกแน่นะ ?


" ไม่นิครับ ผมยังไม่ได้ช่วยใครเอาไว้เลย "

ผมกระซิบตอบอาตัน

" เอ่อ... พูดถึง จะออกเดินทางกันวันนี้เลยไหมครับ ? "

ผมขอความเห็นจากทุกคน

เรนะ : ก็ดีเหมือนกันนะ เพราะเร็มอยู่ไม่ค่อยเป็นที่อยู่ซะด้วย - หญิงสาวแสดงความคิดเห็นของเธอขึ้นนมาลอยๆขณะนั่งร่วมวงกินอาหารอยู่ -

ลูกะกินในส่วนที่มายูมิยื่นให้จนหมด ก่อนจะหันไปหาเอเซีย

ลูกะ : อืม เดินทางกันวันนี้หละ แต่ชั้นอยากให้มีคนอยู่เป็นเพื่อนมายูมิด้วยหนะ


" นั้นสินะครับ เพื่อความปลอดภัยของตัวมายูมิจังเองด้วย แล้วใคร... จะเป็นคนอยู่้ล่ะครับ ? "

ตัดคุณเรนะทิ้งไปได้เลย เพราะคุณเรนะเป็นคนที่รู้จักหน้าตาของคุณเร็มคนเดียวซะด้วย
ส่วนอาตันก็น่าจะเป็นกําลังหลักในการเดินทาง คุณคังโดริก็ด้วย...
ผมเหรอ... ? ไม่ดีมั้ง...

" เอ่อ... มีใครจะเสนอตัวบ้างครับ "

ตังโดริ มิทสึ : ชั้นอยู่ดูแลมายูมิเอง ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก รีบกลับมากันแล้วกันนะ - หญิงสาวอาสาตัวขึ้น -


อ๊ะ ถ้าคุณคังโดริอยู่ล่ะก็คงหายห่วง... แต่ก็ยังน่าเป็นห่วงอยู่ดี...

" ให้ผมอยู่ด้วยไหมครับ... "

พอผมพูดไปด้วยความรู้สึกหวังดี
กับมีสิ่งที่ทําให้ผมรู้สึกไม่ดีมาจากข้างหลัง...

" ผมไปด้วยดีกว่า คนเยอะ ๆ น่าจะปลอดภัยกว่า ไปกันเลยไหมครับคุณลูกะ "
ลูกะ : งั้นชั้นไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ ...... มายูมิอยู่กับคังโดรินะ พี่จะออกไปทำธุระหลายวันหน่อย แต่ไม่ต้องห่วง พี่จะกลับมาหาแน่นอน

ลูกะมอบรอยยิ้มให้รูมเมทของเธอเช่นเดิม ก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องของตนเองเพื่อหาุชุดใส่พร้อมกับคว้า เซตโต คันนะ และ กินโซ ติดมือมากับเธอทันที

ลูกะ : ชั้นพร้อมหละ เราไปกันเถอะจะได้ไม่เสียเวลา


" ครับ ! แต่สักครู่นะครับ "

ก่อนที่จะออกเดินทาง ผมเดินไปหาคุณคังโดริ แล้วยื่นแหวนสีขาววงนึงไว้ให้กับเธอ
แล้วก็ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบเบา ๆ

" คุณคุงโดริ ช่วยพกแหวนวงนี้ติดตัวไว้ตลอดด้วยนะครับ "

ผมยิ้มให้คุณคังโดริอีกครั้ง ก่อนที่จะวิ่งออกไปรวมกลุ่มกับทุกคน

" ออกเดินทางกันเถอะครับ ! "

เอาล่ะ แค่นี้ก็หายห่วงไปอีกหน่อยแล้วล่ะนะ

หญิงสาวแปลกใจเล็กน้อยพร้อมกับมองดูแหวนแปลกๆที่เอเซียมอบให้และเก็บลง พร้อมกับโบกมือลาส่งชายหนุ่ม
พวกเอเซียที่ได้ออกเดินทางมาซักพักหนึ่งก็ได้พบกับชุมชนกลางดันเจี้ยนดูเหมือนว่ามันจะเป็นแหล่งพักของนักเดินทางที่มาจากต่างสถานที่กันและรวมไปทั้งนักล่าหลายกลุ่มอีกด้วย การเดินทางข้างหน้าอาจจะต้องใช้เวลาซักหน่อย คืนนี้พวกเขาคงจะต้องค้างอยู่ที่นี่เสียแล้ว


" คนเยอะดีนะครับนิ คุณเรนะผมว่าวันนี้ค้างที่นี้กันเถอะครับ "

คนพวกนี้คือคนที่ต้องการมาลงดันกันสินะ...
น่าสนใจแล้วสิ ไม่แน่ผมอาจจะเก่งขึ้นถ้าได้ลงดันนะ...
ไว้มืด ๆ ค่อยออกไปดีกว่า

" อาตัน พอจะรู้จักคนชื่อเร็มหรือเปล่าน่ะครับ "

ผมโน้มตัวลงมาถามอาตันเบา ๆ

อาตัน : เคยได้ยินว่าเป็นทูติแห่งแสงสว่างน่ะ ตัวจริงๆชั้นเองก็ไม่เคยเห็นหรอก - หญิงสาวตอบกลับไปที่เอเซีย -

ลูกะ : ไม่คิดเลยนะ ว่าคนจะเยอะขนาดนี้ ...

เธอเดินหาจุดที่มีผู้คนน้อยที่สุดเพื่อหาที่พักผ่อนสำหรับคืนนี้ มือเธอยังคงกำ เซตโต คันนะ และ กินโซ เอาไว้แน่น ก่อนจะหันไปมองทางเอเซีย

ลูกะ : แล้วตกลงเราต้องไปอีกไกลแค่ไหน กว่าจะเจอคนที่สามารถช่วยมายูมิได้ ?

ลูกะถามพรรคพวกของเธอด้วยสำเนียงที่ไม่ค่อยเป็นมิตรซักเท่าไหร่ ดูเหมือนว่าเธออยากคนอื่นๆนอกจากกลุ่มเธอรู้ว่า เธอเป็นคนที่ไม่ค่อยน่าคบหาซักเท่าไหร่

เรนะ : อาจจะเป็นพรุ่งนี้นะเพราะวันนี้พวกเราอาจจะพักกันที่นี่ก่อนอ่า - หญิงสาวเอ่ยตอบลูกะ -


Player Reaction : ขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 4-7-2010 23:45:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด BoSs-KuNg~ เมื่อ 11-7-2010 01:54

ความเดิมตอนที่แล้ว



Stella Item
Stella Recovey skill
Stella Passive skill
Stella Active skill
Stella Special ability
Room mate :


"นี่ๆๆๆ เดี๋ยวสิยะ โธ่..."เด็กสาวพยายามจะสลัดมือของชายหนุ่มคนนั้น แต่สุดท้ายก็ยอมให้เขาจับมือแต่โดยดี ถึงจะดูแปลกคน แต่สเตล่าก็ไม่ได้รู้สึกถึงอันตรายจากชายคนนี้เลยแม้แต่น้อย

"แล้วนี่ จะบอกเรื่องที่นายรู้ให้ชั้นฟังได้รึยังล่ะยะ"สเตล่าเดินตามชายหนุ่มคนนั้นไปพลางถามคำถามเดิมๆซ้ำไปซ้ำมาไปพลาง
? ? ? : อืมจะสั่งอะไรดีล่ะ ? เอาเป็นว่าชั้นเลือกให้แล้วกันนะฮ่าๆๆ - ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้สนใจที่สเตล่าถามซักเท่าไรและยื่นเครปมาให้เธอหนึ่งอัน - อะ ถือไว้ซะ - ชายหนุ่มยิ้มให้เด็กสาว ก่อนที่เขาจะจูงมือสเตล่าไปที่สุดขอบผาของเมืองที่เงียบสงัด - เอาล่ะแถวนี้คงไม่มีใครมาเห็นแล้วล่ะนะ ชายหนุ่มค่อยๆนั่งลงข้างๆสเตล่า - โบสถ์นั่นถูกปิดร้างมานานแล้วล่ะนะ ชั้นเองก็คิดว่ามันน่าจะมีทางลับอะไรอยู่เลยเข้ามาดู แต่ก็พบว่ามีคนอาศัยอยู่คงจะเป็นบาทหลวงที่เธอเพิ่งสังหารโหดไปเมื่อกี้นั่นล่ะ ฮะๆๆๆ ชั้นก็เลยไม่ได้ถามอะไรเขาเลย แต่ยังไงซะชั้นก็เจอทางลับที่โบสถ์นั่นแล้วล่ะ แต่ได้ยินเสียงของเธอก่อนเลยรีบออกมาช่วยไว้น่ะ


(บาทหลวงที่เค้าพูดถึงนี่ใครกันอ้ะ) เด็กสาวคิดพลางสวาปามเครปที่ชายหนุ่มคนนั้นให้มาอย่างมีมารยาท จนมันเปรอะเต็มปากไปหมด ดูเหมือนว่าสเตล่าจะจำผู้ชายที่เธอพึ่งจะส่งเค้ากลับบ้านเก่าไปด้วยปลายเท้าเมื่อกี้ไม่ได้ซะแล้ว....

"งั้น !!! พาชั้นไปไอ้ทางลับที่ว่านั่นด้วยคนสิ" เด็กสาวเงยหน้าขึ้นอ้อนชายหนุ่มตรงหน้าด้วยดวงตาที่เป็นประกาย

ชายหนุ่มค่อยๆก้มหน้าลงมาเลียครีมที่เลอะตรงมุมปากของหนูสเตล่าและถอยห่างออกมาเล็กน้อย

อิฟรีท : ถ้าเป็นเธอล่ะก็ จะอยากไปที่ไหนชั้นก็จะพาไปทั้งหมดทุกที่เลยนั่นล่ะ - ชายหนุ่มยิ้มให้กับสเตล่า และลุกขึ้นยืนเขาจับมือของสเตล่าและเดินพาเธอกลับไปที่โบสถ์นั่นทันที - ว่าแต่เธอชื่ออะไรล่ะ ? ชั้นชื่อ อิฟรีทนะ


(ทะๆๆๆๆๆๆ ทำอะไรยะ บังอาจมาแต๊ะอั๋งเลดี้อย่างชั้นแบบนี้ เดี๋ยวก็ย่างซะเลยนี่ -*- ตะๆๆๆ แต่ทำไมพูดไม่ออกล่ะเนี่ยยยยย T^T) สเตล่าหน้าแดงก่ำไม่พูดใดๆตอบออกไป เด็กสาวเดินตามอิฟรีทมาจนถึงหน้าโบสถ์โดยระหว่างทาง ยังคงอยู่ในความเงียบ[ของสเตล่า] "สะ...ส..ะ..เ...ต...ล่...า"เด็กสาวก้มหน้าพลางพูดออกไปเบาๆ

"ชะๆๆๆ ชั้น บะๆๆๆ บอกชื่อ ปะๆๆๆ ไปแล้วนะยะ รีบๆพาไปทางลับที่ว่านั่นเร็วๆสิ.... โธ่... ทำไมไม่เป็นตัวของตัวเองเลยนะ"สเตล่าสะบัดมือของเธอออกจากอิฟรีท พลางหยิบโทรศัพท์มือถือของเธอขึ้นมาดูรูปด้านใน เพื่อสงบสติอารมณ์ แต่รูปแรกที่แสดงอยู่บนจอของโทรศัพท์ ดันเป็นภาพฉากสวีทของเธอกับคุโรโกะซะงั้น

"ตายแล้ว !!!"เด็กสาวอุทานออกมา โดยเผลอทำโทรศัพท์หลุดมือจนมันกระเด็นไปที่เท้าของอิฟรีท "กรี๊ดดดดดดดดดดดดด ห้ามดูนะย้า !!!!!!!!!!!!!"สเตล่าร้องลั่น ก่อนจะกระโดดถีบหน้าของอิฟรีทเต็มแรงเพื่อไม่ให้เค้าเห็นรูปสุดหวานในมือถือของเธอ ~
ชายหนุ่มหลบได้อย่างเฉียดฉิว ปลายเท้าของสเตล่าผ่านผมของเขาไปเพียงแค่ไม่กี่เซนติเมตร เขาค่อยๆพับมือถือลงและยื่นคืนให้กับสาวน้อย

อิฟรีท : แหม ~ ไม่เห็นต้องใจร้อนเลยนี่นา ชั้นไม่แอบดูของเลดี้หรอกนะ - ชายหนุ่มยิ้มเก๊กและจิ้มที่หน้าผากของสเตล่า - สเตล่าสินะ เป็นชื่อที่น่ารักดีนะ - ชายหนุ่มพาสเตล่ามายังหน้าต่างข้างๆโบสถ์หลังหนึ่งและเปิดมันออกเหมือนประตูเลื่อน - กลไกของโบสถ์น่ะ แปลกใช่ไมีล่ะทั้งๆที่ร้างอยู่อย่างนี้ - ภายในโบสถ์ดูเหมือนจะเก่าและทรุดโทรม ภายในมีกระดาษหนังสือพิมพ์ของบุคคลที่เพิ่งจะลาโลกไปไม่กี่ตอนนั้นวางอยู่พร้อมกับอาหารกระป๋อง ดูแล้วน่าสงสารยิ่งนัก - ไม่ต้องไปมองเศษขยะแถวัน้นหรอกนะ ฮ่าๆๆๆ ตรงนี้ล่ะ - ชายหนุ่มเลื่อนตู้หนังสือออกเผยให้สเตล่าเห็นทางลับใต้ดินที่อยู่ใต้โบสถ์นี้ -


(ผู้ชายที่อยู่ในโบสถ์อะไรของเค้านะ?)สเตล่าทำท่าครุ่นคิดอยู่นาน แต่เธอก็นึกถึงผู้ชายท่าทางแบบนั้นไม่ออก "ว้าววว ~ เหมือนที่เคยเห็นใน อนิเมะ(ของบิริบิริ)เลยอ้ะ ของแบบนี้ ช้าหมด อดสมบัติ ชั้นขอลวงหน้าไปก่อนเลยน้า~"เด็กสาวตาเป็นประกาย ก่อนจะหันมาทำท่ายูริเป้และวิ่งลงไปยังทางลับที่ว่า ~
อิฟรีท : อะ . . . อ่าว ไปซะแล้ว ~ แหม เด็กสมัยเนี่ยรีบร้อนจังเลยนะ - ชายหนุ่มยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะเดินลงไปที่ทางลับนั่นบ้าง - อ๊ะ !! แย่แล้ว ยังไม่ได้ขอเบอร์กับภาพถ่ายเลย !!

ทางด้านล่างเหมือนจะเป็นเขาวงกต ดูเหมือนสเตล่าจะสามารถย้อนกลับไปด้านบนได้ด้วยทางเดินที่ตรงมาเมื่อครู่นี่ได้ไม่ยากนัก แต่ทางด้านหน้าอาจจะไม่ง่ายอย่างที่เธอคิดก็ได้

Action 1 ) แยกซ้าย 2 ) แยกขวา 3 ) ตรงไปข้างหน้า 4 ) ปีนกำแพงด้านข้าง 5 ) อื่นๆโปรดระบุ


"ฮึ ฮือ ~ คิดว่าชั้นเป็นคนโลเลรึไงกัน ของแบบนี้มันต้องเข้าบวกสิคะ !!"เด็กสาวพูดพลางกำมือแน่นก่อนจะวิ่งตรงไปข้างหน้าอย่างร่าเริง ~

ดูเหมือนทางตรงไปด้านหน้าจะมีทางแยกอีกเสียแล้ว หลังจากที่เพิ่งผ่านมาได้ไม่นานนัก

Action 1 ) ตรงต่อไปไม่สนใจทางอื่น 2 ) เลี้ยวซ้ายบ้างดีกว่า ขวาร้ายซ้ายดี 3 ) เสี่ยงดวงฝืนศรัทธาขอทางขวา 4 ) อื่นๆโปรดระบุ


1 ) ตรงต่อไปไม่สนใจทางอื่น

แกร๊ก !! เสียงกับดักทำงานพื้นที่โหว่ออกไปเป็นช่องทำให้สเตล่าตกลงสู่เบื้องล่างทันที หนองน้ำตื้นๆด้านล่างที่หนาวเหน็บและเต็มไปด้วยตะไคร่รองรับร่างของเด็กสาวที่หล่นลงมาด้านล่างไว้เพื่อไม่ให้อันตราถึงกับชีวิต ดูเหมือนว่าทีนี่จะเป็นทางน้ำใต้ดินของทางวงกฏนั่น


"ว้ายยยยย นี่มันอะไรกันยะเนี่ยยยย !!!"สเตล่าตะโกนพลางตะกุยน้ำไปมา เด็กสาวดิ้นพล่านไปมาอยู่พักนึง ก่อนจะรู้ว่าหนองน้ำนั่นมันสูงแค่เข่าของเธอเท่านั้นเอง

"บ้าจัง เปียกเข้าไปถึงข้างในเลยนะ โธ่.... ทำไมถึงได้ซวยแบบนี้ !!!!"เด็กสาวบ่นอุบอิบซักพัก ก่อนจะเริ่มออกเดินต่อไปเรื่อยๆ จนเธอสังเกตุเห็นแสงไฟที่อยู่ไม่ไกลนัก

ดูเหมือนว่าแสงด้านหน้าของเด็กสาวจะเป็นแค่แสงครกเพลิงตามทางที่เก่าและใกล้จะมอดหมดแล้ว ถ้าขืนว่าเธอชักช้าล่ะก็อาจจะมองไม่เห็นทางไปต่อด้านหน้าเลยก็เป็นได้ ในขณะเดียวกันที่ทางภายด้านหน้าก็ได้มีลมหนาวพัดเข้ามาเป็นระยะๆ ถึงมันจะเป็นลางดีบ่งบอกถึงทางออกของถ้ำ แต่มันก็ทำให้สเตล่าที่ตัวเปียกชื้นอยู่นี้แข็งโป้กได้เลยทีเดียว


"ฮัดดดชิ้ววววว !!!! หนาวจังๆๆ ยังไงก็รีบออกไปจากที่นี่ก่อนดีกว่า"สเตล่าพูดพลางลูบแขนของตัวเองไปมาเพื่อคลายความหนาว ก่อนที่เด็กสาวจะรีบจ้ำอ้าวออกไปเพื่อหาทางออกไปจากถ้ำแห่งนี้

เมื่อเด็กสาวเดินออกมาพบกับโลกด้านนอกก็ต้องเผชิญหน้ากับพายุหิมะที่โหมกระหน่ำและน้ำแข็งทั่วบริเวณเมื่อโผล่ออกมาคนล่ะโลกกันเลยทีเดียว รอบตัวไม่มีแม้แต่ต้นไม้ซักกะต้นรวมไปถึงวี่แววของเมืองหรือสิ่งมีชีวิตเลยด้วย . . . . .


"นี่ชั้นกำลังฝันอยู่รึปล่าวเนี่ย T^T"เด็กสาวพึมพัมออกมาเบาๆ น้ำตาเม็ดเล็กๆเริ่มผุดขึ้นที่ดวงตา เพราะอะไรกัน ทำไมถึงมีแต่เธอที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ในใจของสเตล่าได้แต่คิดเช่นนั้น

"นี่.. จะทำยังไงดีล่ะ"สเตล่ากุมตาซ้ายของเธอไว้พลางพูดขึ้น เด็กสาวพยายามที่จะติดต่อกับโดมินิค แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมตอบอะไรกลับมาเช่นเคย เด็กสาวถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่เธอจะเดินออกไปยังทุ่งหิมะนั่นอย่างเดียวดาย

สภาพอากาศ + กับสภาพเสื้อผ้าของสเตล่า ทำให้แค่ไม่กี่เสี้ยววินาทีตัวเธอก็แข็งเสียจนน้ำแข็งจับแล้ว ดูเหมือนว่าถ้าเธอเดินทางต่อไปอีกไม่กี่นาทีตัวเธอเองอาจจะต้องแข็งตายซะที่นี่ก็เป็นได้ ทันใดนั้นเองเธอก็ได้พบกับสิ่งมีชีวิตแรกของผืนน้ำแข็งที่แสนหนาวเหน็บนี้ปรากฏกายออกมาตรงหน้าของเธอ



ลำตัวขนาด 200 เมตรสูงเด่นตรงหน้าหญิงสาวเหมือนกับจะทะลุออกไปนอกโลกกำลังคำรามก้องตรงหน้าของหญิงสาว ลมปากกลิ่นโหยหวยซัดคราบน้ำแข็งเกาะบางๆบนตัวของสเตล่าหลุดออกไปจนหมดสิ้นเลยทีเดียว


"........."

"ไอ้ตัวอภิมหาไร้มารยาท !!!!!!! นี่แกกล้าปล่อยสิ่งอภิมหาสกปรกไส่เลดี้อย่างงั้นหรอย้าาาาา !!!!!" เด็กสาวตะโกนด่าสัตว์ประหลาดตรงหน้าของเธออย่างเมามัน โดยไม่สนว่ามันจะรู้เรื่องด้วยหรือไม่.....

"ริคคุง คุณเซลิเลีย ทุกคน !!!!" สิ้นเสียงเรียก หนวดโลหะกว่า10เส้นก็กระโจนออกมาจากพื้นหิมะ ก่อนที่พวกมันจะเริ่มจับคู่กันประกอบร่างเป็นป้อมปืนขนาดใหญ่เข้าล้อมสัตว์ยักษ์นั่น....

"ย่างมันซะเลย !!"สเตล่าออกคำสั่งพลางวาดมือไปด้านซ้าย กระสุนไฟฟ้าขนาดใหญ่จากป้อมปืนหนวดโลหะก็ถูกยิงออกมาพร้อมๆกันเข้าทำลายล้างเป้าหมายของผู้เป็นนายทันที

บรึ้ม !!!!!!!!!!!!!!!!!!

กระแสไฟฟ้านับพันเส้นพุ่งตรงเข้ากระทบเกร็ดที่แข็งไปด้วยความเย็นตรงหน้าสเตล่าดังแสบแก้วหูกังวาลไปทั่วจนเศษน้ำแข็งรอบด้านตกลงมากระทบเป็นแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ จนทำให้สเตล่าตกลงไปยังผืนดินที่ต่ำกว่าเดิมเข้าไปทุกทีๆ


Player Reaction : เชิญจ้า

หนวดโลหะเส้นหนึ่งพุ่งขึ้นมาจากก้นเหว เข้ารับร่างของสเตล่าเอาไว้ได้ทัน ก่อนที่มันจะค่อยๆวางเด็กสาวลงพื้นอย่างนิ่มนวล "หนอย ไอ้เจ้าตัวไร้มารยาทนี่ ชั้นโมโหแล้วนะ !!"สเตล่าพูดพลางกระทืบพื้นอย่างเสียอารมณ์ ก่อนที่เด็กสาวจะค่อยๆประสานมือไปด้านหน้า คลื่นพลังไฟฟ้าจำนวนมหาศาลเริ่มพวยพุ่งออกมาจากร่างบางๆของเด็กสาว

ขณะเดียวกัน ป้อมปืนหนวดโลหะที่เข้าล้อมสัตว์ยักษ์นั่นเริ่มคลายตัวออกและมุดหายลงไปยังพื้นดิน ไม่นานนักหลังจากพวกมันมุดหายไป เหล่าหนวดโลหะนับ10เส้นก็พุ่งขึ้นมาใกล้ๆกับจุดที่สเตล่ายืนอยู่ พร้อมๆกับที่กระแสไฟฟ้ารอบๆตัวของเด็กสาวเริ่มถ่ายโอนไปยังหนวดโลหะเหล่านั้น..... "See You Again..."

ซูม !!!!!!

สิ้นเสียงของสเตล่า ประจุพลังงานไฟฟ้าจากปลายของหนวดโลหะนับ10ก็ถูกยิงออกไปอย่างพร้อมเพรียง

บรึ้มๆๆๆๆๆๆๆ ลูกบอลสายฟ้ายังคงยิงถล่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวต่อเนื่องไปทั่วบริเวณ กระแสไฟฟ้าจำนวนมากเสียดสีกับอากาศจนดังแสบแก้วหู พื้นดินเริ่มสั่นสะเทือนจากพลังทำลาย แผ่นน้ำแข็งโดยรอบค่อยๆแตกร้าวอย่างต่อเนื่อง พื้นที่โดยรอบเริ่มแสดงถึงสัญญาณของ หิมะถล่ม !!!!

ดูเหมือนว่าจุดยืนของสเตล่าจะช่างมั่นคงเสียจนผิดแปลกมาก แม้ว่าหิมะจะทับถมลงบนตัวของสเตล่ามากเพียงใด หรือพื้นดินด้านหน้าจะสั่นสะเทือนมากเสียจนทำให้เอเลี่ยนตรงหน้าของเธอร่วงลงไปอีกขั้นนึงแล้ว จุดที่หยิงสาวยืนอยู่นั้นก็ไม่กระทบใดๆเลย เมื่อหิมะได้ผละออกจากตัวของสเตล่าก็ได้พบว่าแท่นยืนของเธอนั้นเป็นโขดหินที่พรุ่งตรงมาจากด้านล่างซึ่งตัดขาดจากพื้นดินโดยรอบนั่นเอง (คิดถึงหินย้อยหัวกลับแล้วเด็กสาวคนเดียวยืนอยู่บนนั้นท่ามกลางพายุหิมะ) ตอนนี้หญิงสาวมีแค่พื้นวงกลมเล็กๆสำหรับนั่งและเหวรอบด้านที่สูงชันจนไม่เห็นก้นด้านล่างเลยทีเดียว อีกทั้งแผ่นดินด้านหน้าของเธอก็ดูห่างไกลจากแท่นหินมากเสียด้วย ถ้าเธอพลาดจากการข้ามไปด้วยพลังของเธอล่ะก็ อาจจะศพไม่สวยเป็นแน่


"ฮึ ฮือ ~ โฮ๊ โฮะ โฮะ โฮะ โฮะ เป็นยังไงบ้างล่ะคะ ฝีมือล้วนๆเลยนะขอบอก ~"เด็กสาวพูดเยอะเย้ยสัตวฺ์ยักษ์ที่จมลงไปยังเหวไร้ก้นพลางหัวเราะด้วยสำเนียงชั้นสูงของเธอ "อืมๆๆ ไม่มีทางให้เดินแบบนี้แย่เลยแฮะ ช่วยไม่ได้ ทุกคน ช่วยหน่อยนะ ~"สเตล่าส่งเสียงเรียกหนวดโลหะของเธอ ไม่นานนักพวกมันก็พุ่งขึ้นมาเปิดปลายของพวกมันออก กลายเป็นทางเดินสุดหรูให้กับผู้เป็นนายของมัน

"เรานี่เก่งเหมือนกันนะ ฮุฮุ เอาล่ะ หาทางออกไปจากที่นี่ดีกว่า ~"พูดจบสเตล่าก็ก้าวกระโดดไปตามทางที่หนวดโลหะของเธอปูเอาไว้ให้อย่างร่าเริง [นึกถึงอีโมต้นหอมวิ่ง~] จนลืมไปซะสนิทว่า หนวดโลหะของเธอพึ่งจะอาบเอาน้ำที่เย็นติดลบหลายสิบองศาขึ้นมา จนมันเริ่มตกเป็นผลึกน้ำแข็งไปแล้ว

พรืด ~ เป็นไปตามคาด เด็กสาวที่หลับหูหลับตาวิ่งไปอย่างสบายใจเฉิบ ลื่นเอาผลึกน้ำแข็งที่เกาะอยู่ตามหนวดโลหะ ร่วงลงอยู่เหวที่ไร้ก้นบึ้งนั่นด้วยความเร็วสูงทันที

"กรี๊ดดดดดดดดดดด !!!!! ช่วยด้วยค่าาาาาาาาาาาา !!!!!!"

เปลวไฟได้ปรากฏขึ้นอีกครั้งหนึ่งรอบตัวของสเตล่า ดูเหมือนว่าจะมีมือสีแดงขนาดมหึมารองรับหญิงสาวไว้อยู่ และเด็กผู้ชายอีกคนหนึ่งซึ่งนั่งเกีกบนปีศาจสีแดงขนาดมหึมาตรงหน้าของสเตล่า



? ? ? : ไง . . . ต้องการอะไรแถวนี้งั้นเหรอ ? เจ้าปีศาจระดับสูง


Player Reaction : เชิญจ้า

To Be Continue
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 5-7-2010 00:46:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด nutchsnon เมื่อ 7-7-2010 11:11
เคร้ง!! เปรี้ยง! เสียงดาบกระทบกันดังกึกก้องท้องพระโรงไปหมด แรนฟาดฟันดาบของเค้าอย่างบ้าคลั่งหลังจากที่ไซเซอร์ได้ทำร้ายราชินีของอนาจักรนี้เข้า

Syzer :เยี่ยมจริงๆ! ความโกรธของเจ้าช่างบริสุทธิ์ยิ่งนัก
Lan : ฮ่า!! - เค้ง! ดาบของแรนกระเด็นออกไปตามแรงของจอมมารและถูกดาบของจอมมารแทงทะลุแขนซ้ายของเค้า
Syzer : โห~ นี่เจ้าเองก็เป็นพวกเดียวกับข้าหรือนี่ ... ฮ่าๆๆ! วิเศษ วิเศษจริงๆ!! - ไซเซอร์หัวเราะลั่น ก่อนที่ดาบของเขาจะรวบรวมไอปีศาจสีดำฝังเข้าไปยังร่างของแรน
Syzer : นี่แรน ข้าล่ะอยากได้เจ้ามาเป็นคู่หูของข้าจริงๆ เรานี่ช่างมีอะไรเหมือนกันซะจริงนะ - ไซเซอร์ว่าพลางบิดดาบที่ฝังลึกลงไปในร่างของแรน
Lan : แต่ข้า.... จะฆ่าเจ้า!!! อ๊ากก! - แรนพยายามฝืนให้คมดาบของไซเซอร์หลุดออกไปจากร่าง
Syzer : ไม่เอาน่า อย่าพูดแบบนั้นสิ - อยู่ๆไซเซอร์ก็ถอนดาบออกแล้วกางวงเวทย์ลงมใต้เท้าของแรน  -  ข้าน่ะ จะมอบคำสาป อันแสนเจ็บปวดให้เจ้า จนเจ้าไม่อยากจะมีชีวิตแบบมนุษย์อีก! - วงเวทย์สีดำสนิทเริ่มตรึงร่างของแรนไว้กับที่ ไอปีศาจเริ่มก่อนตัวมาที่เขามาจนไม่อาจมองเห็นร่างของแรนในกลุ่มไอนั่นเลยแม้แต่น้อย
Syzer : ข้าขอฝังกาฝากนี้ไว้กับตัวเจ้า และขอมอบคำสาป การพรากจาก ไว้กับเจ้า ไม่ว่าใครก็ตามที่เจ้ารักหรือรักเจ้า มันผู้นั้นจะถูกคำสาปของข้าเล่นงานจนหายไปในที่สุด! -
Lan : อ๊ากกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!! - หลังสิ้นเสียงของไซเซอร์ ความมืดทั้งหมดก็เข้าไปอยู่ในร่างกายของแรนผ่านบาดแผลที่แขนซ้ายของเขา แรนร้องโอดควรญอย่างทรมาร แต่จู่ๆก็มีเปลงเพลงสีแดงและสีฟ้า พุ่งเข้าใส่กลุ่มวงเวทย์นั่นจนเกิดแรงระเบิดขึ้น ร่างของแรนกระเด็นออกไปจนติดกำแพงของท้องพระโรง ส่วนไซเซอร์ไหวตัวทันล่าถอยออกมาห่างจากเปลวไฟนั่น

Syzer : โห~ ไม่คิดว่าข้าจะได้เจอกับ ราชสีห์ทั้งสองในที่แบบนี้ เป็นเกียรติจริงๆ วิเศษ~ วิเศษเหลือเกิน~ - ไซเซอร์พูดพรางปรบมือดังๆเป็นจังหวะ

ริวโค : ไซเซอร์ เจ้าน่ะมันโลภมากเกินไปแล้ว ที่เข้ามาบุกรุกเผ่าพันธ์มนุษย์แบบนี้ อีกทั้งยังสังหารสาวกแห่งทางช้างเผือกไปอีกด้วย! -ริวโคเรียกเปลวไฟสีแดงออกมาจากมือของเขา - บาปในครั้งนี้ เจ้าไม่มีวันได้รับการอภัย! - ริวโคพุ่งเข้าใส่ไซเซอร์ด้วยความรวดเร็ว ทั้งสองคนต่อสู้กันอย่างดุเดือนและสูสีกันซะเหลือเกิน ส่วนทางด้านของแรน ก็มีหญิงสาววิ่งออกไปจากเปลวไฟสีฟ้า ตรงไปยังร่างของเขา

Reisen : เจ้าไม่เป็นอะไรนะ! - เรย์อิเซนพยุงร่างของแรนขึ้น ก่อนจะเห็นปากแผลของเขา - ไม่ได้การแล้ว ความมืดมัน... อ๊ะ! - จู่ๆร่างของแรนก็ปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาทำให้เรย์อิเซนพละตัวออกไป - เขาลุกขึ้นมาพร้อมกับหายใจเป็นไอสีดำ
Lan : เหอ... อ๊ากกก!!!!!!!!!- ร่างกายของแรนเริ่มถูกความมืดกลืนกินจนร่างกายของเขาเริ่มจะเปลี่ยนแปลงลักษณะภายนอกออกไปเล็กน้อย
ทางด้านไซเซอร์และริวโคที่กำลังสู้กันอยู่ต้องชะงักเพราะไอปีศาจที่แผ่ออกมาจากอีกจุดๆหนึ่งมันเด่นชัดเสียจนต้องหันไปมอง

Evil Lan: ต้องฆ่า.. ต้องฆ่า... ต้องฆ่า!!!- แรนหยิบดาบที่ตกอยู่ข้างๆขึ้น ไอปีศาจครอบคลุมตัวดาบจนเปลี่ยนสะภาพไป(กลายเป็น Frozen) และเริ่มวิ่งเข้าไปจู่โจมไซเซอร์ด้วยความเร็วสูงทันที

Syzer : หืม...- ไซเซอร์เองก็ผละออกจากริวโคและเข้ามาประดาบกับแรนอีกครา - โห เจ้าในตอนนี้ช่างน่าเกรงขามนัก - เคร้ง เปรี้ยง!! เคร้ง แรนตะวัดดาบและฟาดฟันใส่ไซเซอร์อย่างแม่นยำและหนักหน่วง แต่ท่าทางไซเซอร์เองก็รับมือการต่อสู้นี้ได้ไม่ยากเท่าไหร่นัก ไซเซอร์งัดดาบขึ้นจนทำให้ร่างของแรนกระเด็นออกไป

Syzer: วิเศษมาก ความบริสุทธิ์ของตราเวทของเจ้าตอบรับจิตสังหารและความแค้นซึ่งเป็นพลังของความมืดของข้าได้ดีทีเดียว ลงแบบนี้ข้าก็หายห่วง ถ้าอย่างนั้น ไว้เจอกันใหม่ก็แล้วกัน - ร่างของไซเซอร์จู่ๆก็ถูกปกคลุมด้วยไอสีดำก่อนจะสะลายหายไป แรนเองตอนนี้ก็เริ่มคุมสติของตัวเองไม่ได้แล้วและคุ้มคลั่งขึ้น

Reisen : ริวโค! - Ryuko : เออ รู้แล้วน่า!! ริวโครีบกางวงเวทย์ชำระล้างขั้นสูงขึ้นส่วนเรย์อิเซนเองก็รีบใช้พลังเวทย์ของเธอตรึงร่างของแรนไว้เช่นกัน และการชำระล้างก็สิ้นสุดลง ร่างของแรนกลับมาเป็นปรกติอีกครั้ง แต่ว่ากาฝากยังคงฝังอยู่ในแขนเขาแบบนั้น...


Reisen : หลังจากนั้น แรนก็ถูกตราว่าเป็นทายาทของจอมมารและถูกพวกทหารกับชาวบ้านไล่ล่าอยู่ไม่เว้นวัน พวกข้าเองก็ไม่สามารถทำร้ายมนุษย์ได้เพราะกฏของทูติและแรนเองก็ไม่อยากฆ่ามนุษย์ด้วยกันแต่โชคดีที่ได้พระธิดาของเมืองนั้นช่วยไว้ ซึ่งเธอคนนั้นจริงๆแล้วคือน้องสาวแท้ๆของแรนนั่นเอง เด็กคนนั้นชื่อ รีเน่ บราโด้ เป็นน้องสาวแท้ๆของแรน และยังเกิดราสีห์สิงเหมือนกับแรนด้วยแต่ว่าเธอมีพลังเวทย์สูงส่งมาก ไม่เหมือนกับแรนที่ไม่มีกระแสเวทย์เลยแม้แต่น้อย แต่สุดท้ายเพราะคำสาปนั่นทำให้น้องสาวของแรนถูกของไซเซอร์พาตัวไป ที่ไม่ฆ่าคงเพราะพลังเวทย์ของเธอและสายสัมพันธ์ระหว่างแรนคงจะสร้างความบันเทิงให้กับมันเป็นแน่ เป็นคนที่ชั่วช้าบริสุทธิ์หาที่เปรียบไม่ได้แล้วล่ะ...- เรย์อิเซนเว้นช่วงก่อนจะเริ่มเล่าต่อ - ต่อมาก็มีทหารที่คิดจะช่วยแรนอยู่เหมือนกัน (ส่วนใหญ่เป็นหญิงอ่ะนะ) มีทั้งเพื่อนในสมัยที่เรียนดาบด้วยกัน มีทั้งจอมเวทย์ที่เรียนด้วยกันมาต่างก็พากันล้มตายเพราะคำสาปนั่น ทำให้แรนไม่กล้าที่จะคบหาใครเพราะเกรงว่าจะทำให้คนๆตายเพราะคำสาปของตัวเอง จนในที่สุดพวกเราจึงตัดสินใจเป็นคู่สัญญากับแรน อย่างน้อยพลังเวทของพวกเรายังพอที่จะต่อต้านไม่ให้คำสาปสำริดผลได้ก็จริง แต่มันก็ต้องแลกสิ่งที่เรียกว่า'' ความรู้สึกรักชอบ'' ของแรนเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันของคำสาปไม่ให้ทำลายร่างของเขา..- เรย์อิเซนนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะวีนออกมา - อ๊ายยย!!! เพราะแบบนี้แหละ ข้าถึงอ่อยแรนไม่สำเร็จซักที นี่รู้ไหมอัลดิเน่ ร่างกายบอบบางแต่ซ่อนกล้ามเนื้อที่มีพละกำลังแบบนั้นน่ะ ถ้าได้มานอนกอดหรือซอบตรงนั้น ข้าคงจะมีความสุขมั่กๆเรยล่ะ   > w <b - เรย์อิเซนวีดว้ายขึ้น ก่อนพร้อมกับเล่าตรรหาของเธอให้อัลดิเน่ฟัง ยาวยืด (เปลี่ยนเรื่องได้ไวจริงๆ)
Reisen : เฮ้อ แต่ว่าข้าคงไม่มีหวังซะแล้วล่ะมั้ง~ - เรย์อิเซนเหล่ตามาทางอัลดิเน่ - ก็ท่านทั้งสองเหมาะกันซะแบบนั้น ข้าจะเอาอะไรไปสู้ล่ะเนี่ย (หลายๆความหมาย)

หญิงสาวหน้าแดงขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับก้มหน้าลงโดยพยายามไม่หันไปมองที่เรย์อิเซน

อันดิเน่ : ระ . . . เราคงไม่ไปลำบากแรนหรอกนะ - หญิงสาวตอบเสียงบางเบาและหยุดคิดซักครู่หนึ่ง - คำสาปนั่น ช่างโหดร้ายเหลือเกิน ถ้าเราสามารถกลายเป็นคนรักของแรนได้ล่ะก็ . . . . . . - หญิงสาวแน่นิ่งไปนานกว่าเดิมพร้อมกับหน้าของเธอที่แดงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด - ระ . . เราไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นหรอกนะ . . . เราหมายความว่า . . . . - หญิงสาวนั่งเงียบไปอีกซักพักหนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา - นอนดีกว่า - เธอรีบเปลี่ยนเรื่องทันทีและล้มตัวลงนอนพร้อมกับหับหลังให้เรย์อิเซนและโซฟีที่นั่งอยู่บนเตียง -

โซฟี : เรย์อิเซน . . . - หญิงสาวเอ่ยขึ้นเบาๆเล็กน้อยก่อนที่จะพูดต่อเนื่องไปว่า - ทูติแห่งธรรมชาติ แมกซ์เวล . . . - หญิงสาวหันหน้าออกไปมองทางด้านระเบียง ดูเหมือนว่าจะมีหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ด้านล่างระเบียงนั่น พนักงานโรงแรมคนที่ให้กุญแจแรนมานั่นเอง ( โคโยริ แต่เรย์อิเซนยังไม่รู้จักชื่อ )


Reisen : ฮี่ๆ ท่านอัลดิเน่ น่ารักจังเรยน้า~ - เรย์อิเซน พูดด้วยน้ำเสียงอารมณ์ก่อนจะหันมาทางโซฟีที่เรียกเธอ - ?... ขอโทษนะทำให้ตื่นหรอ? - เรย์อิเซนลูบผมของโซฟีเบาๆ - งั้นเรานอนกันเถอะนะ - เรย์อิเซนไม่ได้ฉุกคิดถึงสิ่งที่โซฟีเอ่ย (คงเพราะฟังไม่ค่อยชัด) จึงล้มตัวนอนลงระหว่างโซฟีและอัลดิเน่จนพร้อยหลับไป (แหมเตียงกว้างนอนได้สามคนเลยแฮะ คุๆ )

ส่วนทางด้านแรนที่กำลังนั่งคุยอยู่กับริวโคอยู่นั้น
Ryuko : อย่างนั้นหรอกเราต้องไปที่นั่นก่อนสินะ... - Lan : อืม กว่าจะหาเบาะแสอะไรได้คงต้องขอความช่วยเหลือจากคุณโคโยริ - แรนว่าพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำมาเช็ด
Ryuko : แรนแขนของท่านรู้สึกยังไงบ้าง? - Lan : ไม่ต้องห่วง... ตอนนี้มันยังไม่กำเริบขึ้นมาหรอกนะ ต้องขอบคุณกระแสเวทของอัลดิเน่ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายนี้จริงๆ -แรนว่าพลางกุมมือไว้ที่หน้าอก

Lan : นี่ริวโค.... คำว่า ' รัก ' กับ ' ชอบ ' น่ะ มันต่างกันยังไงหรอ?  - แรนพิงโซฟาก่อนจะพูดออกมาเนือยๆ
Ryuko : ... ขอโทษข้าคงบอกเรื่องนั้นกับท่านไม่ได้หรอก เพราะ... -ริวโคเงียบไปครู่หนึ่ง
Lan : ฮึๆ ไม่ต้องพูดหรอก เรารู้อยู่แล้ว ถ้าจะรักษาร่างของเราและไม่ให้คนอื่นเป็นอันตราย พวกเจ้าจึงเอาความรู้สึกรักชอบของเราไปล่ะสิ  เราเองก็เคยอ่านผ่านๆในหนังสือเหมือนกันว่าคำว่า รัก จะมอบพลังที่ยิ่งใหญ่ให้ ที่คำสาปยอมล่าถอยไปเพราะสัญญาแบบนั้น คงเพราะไซเซอร์คงจะเดาได้อยู่แล้วว่าสิ่งนี้จะทำให้เราขัดขืนเขาไม่ได้ -
Ryuko : แต่ไม่ว่ายังไงข้าก็จะลากมันกลับไปรับโทษที่ทางช้างเผือกให้ได้พร้อมกับเอากาฝากบ้าๆนั่นออกไปจากร่างท่านด้วย ...
Lan : ขอบคุณ เอาเถอะ หยุดเรื่องซีเรียสไว้ก่อนดีกว่า เดี่ยวขอไปเอาฟูกที่ห้องก่อนนะ - แรนพูดพลางลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้อง เมื่อเปิดประตูเข้าไปแรนก็พบว่า...

ดูเหมือนว่าอันดิเน่เองจะยังไม่หลับสนิทดีนักแต่เธอกำลังพยายามข่มตาตัวเองลงอยู่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทางด้านโซฟีนั้นก็ได้เหม่อลอยมองออกไปด้านนอกผ่านระเบียงห้องก่อนที่จะจ้องมาที่แรนอย่างไม่คลาดสายตาขณะที่ชายหนุ่มเดินเข้ามา

โซฟี :  . . . . . .


Lan : อะไรกันยังไม่นอนอีกหรอ โซฟี แรนเข้ามาหาพลางนั่งลงข้างๆเตียง ซึ่งคนที่ไม่น่าจะหลับได้ตอนนี้อย่างเรย์อิเซนกลับหลับสนิทไปซะแล้ว = =''
Lan : มีอะไรรึเปล่า ? - แรนถามเพราะโซฟีจ้องเค้าตาแทบไม่กระพริบเลยก็ว่าได้
หญิงสาวไม่ได้เอ่ยอะไรขึ้นมาเพียงแต่ส่งสายตาออกไปนอกหน้าต่างผ่านระเบียงไป ดูเหมือนว่าแรนจะเห็นแค่หลังของคังโดริหลัดๆและจากนั้นเธอก็เดินไปยังจุดอื่นเสียแล้ว

โซฟี : แมกซ์เวล . . . - หญิงสาวพูดเบาๆขึ้นอีกครั้งนึงและหันมาทางชายหนุ่ม - ง่วงแล้ว . . . . ปิดไฟด้วย . . .  - หญิงสาวพูดจบเธอก้มุดตัวลงไปใต้ผ้าห่มทั้งตัวทันที -


Lan : อือ ไ้ด้สินะ - แรนลูบผมของโซฟีเบาๆก่อนจะเดินหอบฟูกไปที่โคมไฟ - โอยาซึมินะ โซฟี แล้วก็ - แรนหันไปหาอัลดิเน่ - รีบหลับเข้านะอัลดิเน่ - แรนยิ้มพลางค่อยๆปิดประตูห้องนอน แล้วจัดการเืรื่องฟูกสำหรับนอนคืนนี้
Syzer : แรน~~~ - จู่ๆเสียงของไซเซอร์ก็เข้ามาในหัวของแรน ทำให้ชายหนุ่มรีบหันหน้าออกไปทางหน้าต่างที่เป็นต้นเสียงทันที แต่ว่าตรงนั้นไม่มีใครอยู่เลย
Lan : คิดไปเองงั้นหรอ... - แรนเก็บดาบลงและนั่งขยี้หัว - บ้าที่สุด ยิ่งมันกลืนกินร่างกายไปมากเท่าไหร่ ยิ่งรู้สึกว่าเจ้านั่นอยู่ใกล้ๆตลอดเลย... - แรนสะบัดไล่ความคิดไร้สาระออกไปก่อนจะล้มตัวนอนบนโซฟาและพล้อยหลับไป (ฟูกให้ริวโคนอน แต่ตอนนี้ไปอาบน้ำ เจ้าสำอางเหมือนกันนะริวโคคุง อาบสองรอบแน่ะ ครุๆ)

เช้าวันรุ่งขึ้นได้มาเยือนฟ้าวันใหม่ ดูเหมือนว่าอันดิเน่เองจะตื่นแล้ว และโซฟีเองก็ไม่อยู่ที่เตียงนอนแล้วเสียด้วย

อันดิเน่ : อรุณสวัสดิ์ แรน - หญิงสาวนั่งชงชาน้ำผึ้งอยู่ในห้องครัวด้วยวิธีค่อนข้างโบราณ ( ใบชา ต้มในหม้อดิน และตักน้ำชาเอา . . . ) -


เช้าวันรุ่งขึ้นแรนลุกขึ้นมาพร้อมกับอาการงวงเงียนิดหน่อย เพราะเสียน้ำเดือดเขาตื่นขึ้นมาพร้อมกับมองไปที่ต้นเสียงก็เห็นอัลดิเน่กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ที่ครัว
หญิงสาวเห็นแรนลุกขึ้นมาจากโซฟาจึงทักอรุณสวัสดิ์พร้อมกับยิ้มบางๆให้
Lan : อรุณสวัสดิ์ หอมจังเลย ชาโบราณสินะ - แรนพูดพลางเดินไปที่ครัวเช่นกัน - รอก่อนนะเดี๋ยวก่อนนะ เดี๋ยวจะทำของว่างไว้ทานคู่กันให้~ - แรนยิ้มอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเริ่มทำคัพแซนวิส (แซนวิสที่ประกอบไปด้วยไข่ดาวผัก เหมาะสำหรับทานคู่กับชากาแฟในตอนเช้ามาก เพราะทานง่ายและทำง่ายสารอาหารครบท่วน) ข้างๆอัลดิเน่ ตอนนี้บรรยากาศเหมือนกับคู่แต่งงานใหม่ยังไงอย่างงั้น (ถ้าแรนมีความรู้สึกรักชอบล่ะก็นะ~)
เมื่อทั้งสองทำอาหารเสร็จก็ได้ช่วยกันวางเสริฟบนโต๊ะอาหารก่อนที่คนอื่นๆจะตื่นขึ้นมา อันดิเน่ได้พยามยามทำตัวใกล้ชิดกับแรนให้มากขึ้นแต่ดูเหมือนเธอจะไม่สามารถทำได้ซักเท่าไรนัก

อันดิเน่ : . . . . . แรน จัดโต๊ะตรงนั้นแล้วกันนะเดี๋ยวเราจะทำความสะอาดอุปกรณ์เอง - หญิงสาวเอ่ยขึ้นเบาๆและรีบหันกลับไปที่อ่างล้างจานทันที -


อ่านต่อเรปหน้า
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 18-4-2021 11:57 , Processed in 0.257148 second(s), 24 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้