Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: tesstrossa

[Play][V.1][Start !!] Role : The world

  [คัดลอกลิงก์]
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 7-7-2010 11:11:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 10-7-2010 09:32



Lan Blado Item
Lan Blado Recovery skill
Lan Blado Passive skill 1
Lan Blado Passive skill 2
Lan Blado Active skill
Lan Blado Speacial ability

Lan : ดะเดี๋ยวก่อน... รบกวนด้วยนะ... - แรนมองตามแผ่นหลังที่รีบร้อนของเธอก่อนจะถอนหายใจเบาๆ - เป็นอะไรไปนะ? ทำไมถึงดูเกร็งๆกว่าตอนเจอกันครั้งแรกซะอีก? - หลังจากที่จัดโต๊ะอาหารเสร็จแล้ว แรนก็ได้ไปปลุกริวโคที่กำลังนอนอยู่ก่อนจะวานให้เค้าไปปลุกอีกสองคนในห้อนนอนให้ลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตาก่อนจะมาทานอาหาร - เราเองก็ไปอาบน้ำซะหน่อยดีกว่า... - แรนว่าพลางตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำ แต่ก่อนจะผ่านครัวไปแรนเบรกครู่หนึ่งก่อนจะมองไปที่อัลดิเน่ที่กำลังพยายามล้างจานอยู่ - (ท่าทางอยู่ที่ปราสาทใต้น้ำมันแทบจะไม่มีคราบสกปรกเลยสินะ) ก่อนจะยิ้มแห้งและตรงเข้าห้องน้ำทันที ซู่ว แปะๆ เสียงน้ำจากฝักบัวไหลออกมากระทบร่างกายของชายหนุ่ม (หือ?) เบาๆ แรนนั่งลงและมองไปที่กระจกเพื่อตรวจสอบว่ากาฝากได้เริ่มเคลื่อนไหวอีกรึเปล่าแต่ก็ไม่มีอะไร มันยังคงสงบอยู่ -
Lan : ... จะทนได้อีกนานเท่าไหร่นะ.... - แรนพูดพลางใช้มือทั้งสองข้างยันกระจกไว้
Syzer : เหอ~ ภูติตนนั้นน่ารักไม่หยอเลยนะ~ แรน.. - ใบหน้าของแรน (ตอนเป็น Evil) ผุดขึ้นมาในกระจก ทำเอาแรนตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่แสดงอาการอะไร
Lan : ต้องการอะไร? - แรนพูดหยั่งเชิง
Syzer : เปล่า~ พอดีข้าแค่เบื่อๆน่ะ ก็เลยอยากหาอะไรทำหน่อย~ - ไซเซอร์ว่าพลางมุมมองในกระจกเลื่อนไปที่ รีเน่
Lan : รีเน่!? - แรนตะโกนเรียก แต่ท่าทางน้องสาวของเค้าจะไม่ได้ยินเสียง - บัดซบ! แกทำอะไรกับรีเน่น่ะ!
Syzer : ไม่เอาน่าๆ ข้าไม่ทำอะไรน้องสาวเจ้าหรอก สิ่งที่ข้าต้องการมีแค่อย่างเดียวนะอย่าลืม~...  - ไซเซอร์เว้นช่วงก่อนจะยื่นหน้ามาใกล้ๆกระจก -นั่นก็คือตัวเจ้า...
Lan : ฮึ่ม... -เหมือนมีกระแสไฟมาช็อตที่แขนของเขาผ่านกาฝาก
Syzer : เจ้าเองก็รู้ว่าไม่มีทางต่อกรกับข้าได้ ส่วนข้าก็แค่ชอบเห็นเจ้าทรมานก็เท่านั้นเอง~ แต่ถ้ารีบตายมันก็น่าเบื่อแย่สิจริงไหม?~ - ไซเซอร์พูดพลางแรบลิ้นออกมา (อย่างกับพวกโรคจิต) นี่แรนรู้ไหมข้าน่ะ...- ไซเซอร์กำมือขึ้น ส่งผลให้กาฝากในตัวแรนเริ่มเคลื่อนไหวสร้างความเจ็บปวกใหักับไหล่ซ้ายของแรนมาก - ไม่สบอารมณ์สุดๆเลยล่ะที่เจ้าอยู่ใกล้ๆกับภูติตนนั้นแล้วก็ท่าทางใจดีของเจ้าที่มอบให้กับจอมเวทย์จิ๋วนั่นอีก...
Lan : อึก! - Syzer : แต่ก็เอาเถอะ - ไซเซอร์คลายมือออกและความเจ็บปวดก็หายไป - ยังไงซะในไม่ช้าเจ้าก็จะกลายเป็นของๆข้าอยู่ดี  ตราบใดที่สิ่งนั้นของเจ้ายังอยู่กับข้าคนนี้ เจ้าก็ไม่มีวันที่จะหนีข้าพ้นหรอก ฮ่าๆๆ~! - ไซเซอร์หัวเราะลั่น แรนเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้ทำได้เพียงทนฟังเสียงของมันเท่านั้น
Rine : พี่...คะ.. - จู่ๆเปลือกตาของรีเน่ผู้เป็นน้องที่แรนสุดรักก็ลืมตาขึ้นพร้อมกับเอ่ยนามของพี่ชายตัวเอง
Lan : รีเน่! รีเน่ เจ้าได้ยินพี่ไหม! รอก่อนนะ พี่จะพาเจ้ากลับมาให้ได้!.. อึก! - แรนพยายามใช้กระแสเวทย์ติดต่อผ่านกระจกนั่นไปถึงน้องสาวตัวเองอย่างสุดกำลัง
Rine : ไม่ได้นะ... พี่จะมาช่วยหนูไม่... - จู่ๆภาพบนกระจกก็เลือนหายไปกลับมาเป็นปรกติดังเดิม
Lan : รีเน่... ฮึกก.. อ๊า!!! แรนซะอื้นไห้เล็กน้อยและนี่ก็อีกครั้งทีเ่ค้าไม่สามารถทำอะไรได้ เมื่อประจันหน้ากับไซเซอร์ แรนปล่อยให้สายน้ำที่ไหลออกมาจากฝักบัว ตกกระทบศรีษะของตัวเองเพื่อลบล้างน้ำตาและความอ่อนแอของตัวให้ปนไปกับน้ำอุ่นๆนี้ให้หมด ก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำ ด้วยความล้า

เมื่อชายหนุ่มได้ย่างก้าวออกมาจากห้องน้ำของเขาก็ได้พบกับโซฟีที่กำลังนั่งเล่นผมของเรย์อิเซนที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงอยู่อย่างเงียบสงบ ดูเหมือนว่าเธอจะพยายามไม่ให้เรย์อิเซนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ทางด้านอันดิเน่เองก็ได้ทำความสะอาดภาชนะเสร็จแล้วด้วยการช่วยเหลือจากพลังวารีของเธอ ( ไม่ใช่การล้างจานแบบทั่วไป !! ) ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีใครตื่นขึ้นมานอกจากอัลดิเน่กับแรนและริวโค


Lan :อ๊ะล้างเสร็จแล้วสินะ ขอบคุณ~ ... - แรนมองไปรอบๆห้องก็ยังไม่เห็นเรย์อิเซนอยู่ในห้องนั่งเล่น - เอาอีกแล้วหรอ... - แรนเดินตรงดิ่งไปที่ห้องนอนเพื่อไปปลุกเรย์อิเซน พอเขาเดินเข้าไปก็พบว่าโซฟีเองก็ตื่นแล้วเช่นกัน - นี่เรย์อิเซน.. ตื่นซะทิ ... เหวอ! - ขณะที่แรนเขย่าหล่อนให้ตื่นก็ถูกรอบท้ายทอยไปยังร่างของเธอก่อนจะถูกจูบอรุณสวัสดิ์~ไปตามระเบียบ (อร๊างง~)  แต่แรนกับยื่นนิ่งๆก่อนจะเริ่มกำขัดนิ้วตัวเองและทำการผละร่างของเรย์อิเซนออกทันที
Lan : เรย์อิเซน!! เอาอีกแล้วหรอ..!! - แรนว่าพลางดีดหน้าผากขาวๆนั่นดังเพี๊ยะ~!
Reisen : โอ๊ก ยอมแล้วๆ ไม่ทำอีกแล้วค่า! > X <
Lan : เจ้าก็พูดแบบนี้มากี่หนแล้ว ข้าบอกแล้วไงว่าอยากมาขอเติมพลังเวทกับข้าตอนที่ข้าไม่รู้ตัวน่ะ - แรนแวดใส่เรย์อิเซน
Reisen : เชอะซื่อบื้อ ข้าไม่ได้เอาพลังเวทย์ของท่านออกไปเลยแม้แต่เสี้ยวเดียวแท้ๆ ... - เรย์อิเซนเบ้ปากก่อนจะเดินดุ่มๆออกไปจากห้องนอน
Lan : เห้อให้มันได้แบบนี้สิ อ้อ โซฟี อาหารเช้าเสร็จแล้วนะ ไปทานด้วยกันสิ มีสลัดด้วยนะ~ - แรนยิ้มพลางเดินไปหาโซฟี - เดี๋ยวเราจัดการเรื่องเก็บที่นอนให้ ไปเล่นกับริวโคแล้วก็ทานอาหารเช้าซะนะ แรนว่าพลางแตะศรีษะน้อยๆของโซฟีเบาๆ (เหมือนพี่ชายลูบหัวน้องสาวเรยแฮะ)

หญิงสาวนิ่งเงียบและมองที่ใบหน้าของแรน เธอลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆและเดินตรงไปที่ห้องอาหารทันทีโดยก่อนที่เธอจะเดินออกไปได้หันมาทางแรนและพูดขึ้นทิ้งท้ายเบาๆไว้

โซฟี : ทุกคนรออยู่นะ . . . . . - จากนั้นเธอเองก็ค่อยๆเดินหันหลังให้แรนและออกไปยังโต๊ะอาหาร -

ณ ห้องโต๊ะอาหารดูเหมือนหลายๆคนจะตื่นขึ้นมากันแล้วและนั่งกินอาหารพร้อมหน้ากัน ดูเหมือนว่าวันนี้แรนเองก็มีนัดคุยธุระกับโคโยริค้างไว้เสียด้วย


Lan : ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวขอลงไปข้างล่างซะหน่อยนะ - แรนทานอาหารไปครึ่งเดียวก่อนจะเก็บจานของตัวเอง
Ryuko : แรน.. อย่าบอกนะว่า...
Lan : (ส่ายหน้า) ไม่มีอะไรหรอก จะไปคุยธุระน่ะ เผลอจะได้พามาทำความรู้จักด้วย ไปก่อนนะ ฝากดูแลทุกคนด้วย - แรนพูดพลางเรียบเดินออกไปจากห้อง ริวโคมองตามแผ่นหลังนั่นก่อนจะหันมาหาเรย์อิเซน
Reisen : ตาของแรนแดงๆนะ .. หรือว่าจะฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว?
Ryuko : ข้าเอกก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ว่าดูจากท่าทีแล้ว คงจะมากกว่านั้น... ไม่แน่เจ้าไซเซอร์มันจะ... - ริวโครู้สึกไม่สบอารมณ์เมื่อพูดถึงชื่อนั้นทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเริ่มแย่ลงไปบ้างและสร้างความสงสัยให้กับภูติสาวที่จ้องมาที่ริวโคและเรย์อิเซนที่กำลังคุยกันตาไม่กระพริบ

อันดิเน่ : ปีศาจตัวนั้นชื่อไซเซอร์สินะ . . . - หญิงสาวเอ่ยขึ้นและนั่งเหม่อลอยซักพักและหยิบชาขึ้นมาจิบทีล่ะนิด -

ดูเหมือนว่าโซฟีจะไม่เอะใจอะไรเท่าไรและตั้งหน้าตั้งตากินต่อตามประสาของเด็กทั่วไป ( ล่ะมั้ง ) ขณะที่เธอกำลังนั่งกินอยู่นั้นเธอก็เหลือบไปจ้องสายตากับริวโคเข้าซักพักหนึ่ง . . . - หมับ - เด็กสาวขโมยแซนวิชยามเช้าในจานริวโคมากินอย่างหน้าตาเฉย 1 ชิ้นทันที


Ryuko : อ๊ะ เฮ้! นั่นมัน... - ริวโคต้องสะลดหลังจากที่โซฟีหยิบแซนวิสของเขาไปและกินมันทันที (ไวแท้เจ้า = ='') แต่เขาเองก็ไม่อยากปิดเรื่องนี้ไว้มากเท่าไหร่จึงทำหน้าจิงจังขึ้น
Reisen : นี่ๆ เจ้าน่ะเครียกับโซฟีก่อนเถอะนะ พี่ชาย~ - เรย์อิเซนทำท่าเย้ย กับท่าทีที่จะโกรธโซฟีก่อนดีหรือว่าจะเล่าเรื่องของไซเซอร์ - น่าๆ เดี๋ยวชั้นเล่าให้ท่านอัลดิเน่ฟังเอง -
เรย์อิเซนยิ้มให้ราชสีห์หนุ่มก่อนที่เค้าจะตอบโต้ด้วยกานแฮ๊บ ผักกาดขาวใบใหญ่มากินทันที (ตายแล้ว อายุเป็นร้อยปีแล้วนะเธอว์ แกล้งเด็ก = [ ] ='')  ส่วนทางด้านเรย์อิเซนก็หันมาทางอัลดิเน่ที่นั่งอยู่ข้างๆบ้าง
Reisen : อือ ใช่แล้วล่ะ ... เท่าที่ดูจากอาการของแรนเมื่อซักครู่นี้ เจ้านั่นคงจะแอบติดต่อกับแรนอีกแน่ ... หวังว่าคราวนี้มันคงจะไม่บังคับให้แรนทำอะไรไม่ดีอีกหรอกนะ... - เรย์อิเซนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นอีกถึงอดีตของแรน
Reisen : ตอนนั้นเป็นช่วงหลังจากที่รีเน่ถูกไซเซอร์พาตัวไป  เป็นช่วงที่บ้านเมืองกำลังวุ่นวายในหลายๆเรื่องด้วย ตอนนั้นแรนกำลังพยายามหลบหนีจากการตามล่าอยู่ภายในอนาจักร อยู่ๆเจ้าไซเซอร์ก็ติดต่อกับแรนเข้า ตอนนั้นแรนเองก็หนีพวกเราไปเหมือนกัน ทำให้ต้องตามหากันนานอยู่แล้วก็ไปพบเค้าที่สุสานแห่งท้องฟ้า.... เจ้าไซเซอร์สั่งให้แรนคอยถ่วงเวลาพวกข้าไว้โดยที่เอาชีวิตของท่านรีเน่เป็นข้อต่อรองไม่ให้เค้าปฏิเสธ และสุดท้ายเมืองนั้นก็ต้องสูญเสีย หินประจุดพลังแห่งท้องฟ้าไป และนั่นจึงทำให้แรนไม่อาจกลับไปที่อณาจักรบ้านเกิดของตัวเองได้อีก และพวกเพื่อนๆที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ตามล่าเขาไม่เว้นวันเชียวล่ะ - หลังจากที่เล่าเสร็จพวกเค้าก็เริ่มทานอาหารกันต่อไปจนเสร็จ

ทางด้านของแรน ที่ลงมาที่ล็อบบี้ก็พบโคโยริที่เดินไปเดินมาอยู่หน้าฟอร์น และเห็นว่าเธอไม่ได้ใส่ชุดพนักงานแล้ว
Lan : อรุณสวัสดิ์ คุณโคโยริ - แรนทักทายยามเช้ากับเธอ

ในห้องของแรน โซฟีเองได้นั่งตกใจชั่วครู่ ดูเหมือนว่าม่านตาของเธอจะโตขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าเกิดว่าไม่สังเกตุดีๆจะไม่เห็นความแตกต่างจากใบหน้าเดิมของเธอเลยและรีบคว้าผักที่เหลือบนจานของเธอกินจนหมดอย่างรวดเร็วทันที

อันดิเน่เองที่ได้ยินเรื่องราวของแรนดังนั้นจึงทำให้เธอแสดงใบหน้าที่หมองเศร้าออกมา

อันดิเน่ : ทั้งสหายที่กลายเป็นศัตรูและไม่สามารถกลับไปยังที่ที่สมควรจะเป็นที่สงบจิตใจลงได้โดยที่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแท้ๆ . . . . . . . - หญิงสาวนิ่งเงียบไปซักพักก่อนที่จะเอ่ยถามต่อไปว่า - บ้านเกิดของแรนอยู่ทีไ่หนเหรอ ?

ทางด้านแรนเองที่ได้ลงมาพบกับโคโยริที่ด้านล่างของโรงแรม

โทโด โคโยริ : อรุณสวัสดิ์ค่ะ ตื่นเช้าดีนะค่ะคุณแรน - หญิงสาวยิ้มให้กับชายหนุ่มเล็กน้อยเป็นการทักทายและพาเขาไปนั่งตรงโต๊ะนั่งเล่นที่เดิมเหมือนกับเมื่อวาน - ตกลงว่าชั้นได้จัดการเรื่องทางโรงแรมเสร็จแล้วนะค่ะ คงจะออกเดินทางไปกับพวกคุณได้ทุกเมื่อแล้วล่ะค่ะตอนนี้


Reisen : บ้านเกินของแรนชื่อ มาจิ๊กดรีม (Magic Dream)  น่ะ เป็นอาณาจักรที่่เจริญรุ่งเรื่องด้านเวทมนต์และควบคู่กับเทคโนโลยีน่ะ แต่เป็นประเทศกลางคอยให้ความช่วยเหลืออาณาจจักรอื่นๆ และยังเป็นที่ท่องเที่ยวสำหรับ มนุษย์และภูติจากทางช้างเผือกอย่างพวกเราอีกด้วย - เรย์อิเซนยิ้มบางๆให้อัลดิเน่
Ryuko : ส่วนแรนเอง อันที่จริงเป็นโอรสองค์แรกของราชวงศ์นั่นแหละนะ แต่เพราะเป็น ซีร่อน จึงถูกเนเทศออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนเสียกำลังใจเลยมอบตำแหน่งให้กับ อัลเบอร์ วิส โอรสลำดับที่สามรับตำแหน่ง ส่วน รีเน่ที่เป็น พระธิดาลำดับที่สอง จึงได้รับสืบทอดเป็นราชินีต่อไป ... - ริวโคเล่าแบบสั้นๆกระทัดรัดก่อนจะรีบหยิบแซนวิสที่เหลืออยู่ทานก่อนที่จะโดนโซฟีฉกไปอีก
Reisen : อือ ก็อย่างที่ริวโคว่าแหละ เราได้ยินมาแค่ว่าแรนน่ะเป็นนักดาบมือหนึ่งประจำกองทัพทีเดียว แต่สุดท้ายก็ต้องถูกเนรเทศตอนอายุ 15 ปีเพราะถูกตรวจสอบได้ว่าเป็น ซีร่อน น่ะ น่าเสียดายนะ ตอนที่พ่อของข้าพบกับแรนเป็นครั้งแรกน่ะ ท่านบอกว่าแรนเป็นเด็กที่มีนัยตาที่เข็มแข็งและซื่อตรงมาก เหมาะกับการครองราชเป็นที่สุด แต่ท่านก็เสียดายที่ราชวงศ์เห็นชื่อเสียงเป็นสำคัญกว่าบุตรของตัวเอง ... - เรย์อิเซนรู้สึกตัวว่าตัวเองพูดมากเกินไปจึงหยุดพูด - อ๊ะ แหม เผลอเล่าอะไรออกไปเนี่ยชั้น ฮะๆ โซฟี พวกเราไปอาบน้ำกันดีกว่านะ~ - ว่าแล้วเรย์อิเซนก็ทำท่าจะไปลากโซฟีไปอาบน้ำด้วย และตรงดิ่งเข้าห้องน้ำไปทันที ปล่อยให้ริวโคนั่งอยู่กับอัลดิเน่สองคน
Ryuko : ท่านไม่ต้องใส่ใจกับเรื่องของแรนมากก็ได้ท่านอัลดิเน่ ยังไงซะตอนนี้แรนเองก็เป็นคนบอกว่าจะรับชะตากรรมนี้ไว้เพียงคนเดียวและอีกอย่างอดีตมันก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้วนอกจากจะยอมรับมันแล้วก้าวต่อไปเท่านั้น - ริวโคยื่นแก้วชาที่อัลดิเน่ชงให้ - ชาอร่อยมาก ข้าลองใส่น้ำผึ้งลงไป ลองดื่มดูสิ รสอาจจะดีกว่าก็ได้นะ~

ทางด้านของแรน
Lan : อย่างนั้นหรอครับ ก่อนอื่นเราคงต้องคุยกันเรื่องสถานที่ๆเราจะไปกันก่อน ยังไงเชิญที่ห้องก่อนสิครับ มีทั้งชาแล้วก็อาหารว่างรออยู่แล้ว - แรนยิ้มอย่างอารมณ์ดี เพื่อไม่ให้คนตรงหน้าเห็นรอยแดงๆในนัยตาขาวที่เิพิ่งจะปล่อยโฮไปยกใหญ่ตอนเช้า
ทางด้านของแรน โคโยริได้ตกลงคำเชื้อเชิญของเขาและไปหารือกันที่ห้องก่อนจะวางแผนออกเดินทาง

โทโด โคโยริ : ได้สิ ยังไงซะเราก็จะร่วมเดินทางไปด้วยกันอยู่แล้วให้ชั้นไปทำความรู้จักกับพวกของนายก่อก็ดีนะ - หญิงสาวพูดขึ้นพร้อมเดินตามแรนไปที่ห้อง -

ณ ที่ห้องของแรนขณะที่อันดิเน่นั่งดื่มชาที่ริวโคยื่นคืนมาให้นั้นได้รีบวางแก้วชาลงทันทีและหันมามองทางโคโยริอย่างตกใจ

อันดิเน่ : แม๊กซ์เวล . . . . - หญิงสาวตกใจขึ้นพร้อมกับก้มหน้าลงและพูดด้วยเสียงที่เบาเล็กน้อย - เอ่อ . . . .

โทโด โคโยริ : ไม่ต้องห่วงไปหรอกไม่มีใครรู้หรอกว่าพวกเราอยู่ที่นี่ เซคุนเดซอยู่บนแกรนด์ฟอล์นะจำไม่ได้รึยังไง ? - หญิงสาวยิ้มขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับอธิบายให้อันดิเน่ฟัง -

ริวโคที่นั่งอยู่ด้วยสามารถรับรู้ถึงพลังของธรรมชาติทั้งสี่ทิศ( ดิน น้ำ ลม ไฟ )ได้อย่างชัดเจนจากตัวของหญิงสาวผมสีม่วงตรงหน้า และดูเหมือนเธอจะยังมีพลังแห่งความมืดและแสงประกอบอีกปานกลางเสียด้วย

อันดิเน่ : จริงด้วยสินะ . . . - หญิงสาวค่อยๆนั่งลงบนโต๊ะที่เดิมและถอนหายใจออกมาเบาๆ -

โทโด โคโยริ : หืม . . . . ชั้นได้กลิ่นของเร็มที่นี่ด้วย ถึงจะบางเบามากๆก็เถอะ . . . . สงสัยจะอำพรางพลังอีกแล้วสินะ - หญิงสาวหยิบพัดของเธอขึ้นมาถือไว้เหมือนบัทฑิตและนั่งลงจิบชาบนโต๊ะอาหาร - ยินดีที่ได้รู้จักนะชั้นชื่อ โทโด โคโยริ ชายหนุ่มคนนั้นแรนนั่นล่ะได้มาขอความช่วยเหลือจากชั้นในการเดินทางครั้งนี้น่ะ ตัวชั้นเองเห็นว่าน่าจะสำคัญไม่น้อยเลยตัดสินใจมาร่วมเดินทางด้วย


Player Reaction : ล้นแล้วขึ้นใหม่งิ
ราชินีงู
โพสต์ 9-7-2010 09:53:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 14-7-2010 10:49

Anna : tourt0ur
Action sloth [- - - - l - - - - l - - - - l - - - - l - - - - ]


Anna Item
Anna Recovery skill
Anna Passive skill
Anna Active skill
Anna Special ability
Room mate :

ที่อยู่อาศัย :


"ห๊าว......ว อรุณสาหวาด~~~" เธอห้าวพลางบิดขี๊เกียจ "เมื่อคืนหลับสบายม๊ายยยย" เธอยังคงสะลึมสะลือ อยู่ แล้วเธอก้อเดินโซเซไปล้าหน้าให้สดชื่น "เอาล่ะ เก็บของ เดินทางกันได้เลย" เธอได้เก็บข้าวของแล้วเดินทางต่อไป แต่ทว่าระหว่างทางเธอได้เจอกับ ฝูงแกะเข้าโดยบังเอิญ "แกะนี่ แปลว่าเราน่าจะใกล้ตัวเมืองแล้ว  .... ขอลองไรซักหน่อยเถอะ" ว่าแล้วเธอก้อหยิบดาบวารีที่ undine ให้เธอมา แล้ววาดดาบนั้นไปบนอากาศ "ข้าแต่เจ้าแห่งสายน้ำที่ยิ่งใหญ่ จงแสดงความโกรธเกรี๊ยวให้ศัตรูข้าได้เห็นด้วย" ทันในนั้นเบื้องหน้า anna ได้เกิดกำแพงน้ำขึ้น เธอได้เอาปลายดาบไปแตะทำแพงน้ำนั้น พลางหลับตาคิดภาพมังกรขึ้นมาก กำแพงน้ำนั้นค่อย ๆ ก่อตัวเป็น มังกรขึ้น "ไปเลยมังกรวารี!!!" มังกรน้ำไปพุ่งเข้าโจมตีเหล่าฟูงแกะแล้วหายไปในพริบตา anna ถึงกับทรุดตัวลง "แฮ่ก ๆ ทำได้จิง ๆ ด้วย " เธอพูดพลางวิ่งไปกอดโทโด "ว๊าย ...ขอโทษค่ะ" เธอรีบพลักตัวเองออกมาด้วยใบหน้าที่แดงซ่าน "พอดีเมื่อคืนชั้นฝันว่าพ่อมาสอนท่านี้ให้น่ะ" แล้วทั้งคู่ก้อเดินมาถึงทางเข้าเมือง

ชายหนุ่มตกตะลึงกับพลังจากดาบและความสามารถของผู้ใช้ในครั้งแรกมาเลยทีเดียว เขาไม่นึกว่าแอนนาจะสามารถใช้พลังจากดาบนั่นได้ในครั้งแรกที่หยิบจับขึ้นมา และด้วยรีแอคชั่นของแอนนาหลังเสียพลังไปทำให้เข้ายิ้มแห้งๆออกมาด้วย

โทโด : อะฮ่าๆๆ ไม่เป็นไรครับผม . . .  - ชายหนุ่มยกมือขึ้นเกาหัวเล็กน้อย - แต่ว่าคุณแอนนาแค่ฝันไปก็ทำตามได้ขนาดนี้แล้วก็นับว่าอัจฉริยะสายดาบแล้วล่ะครับผม


"อัจฉริยะ งั้นหรอ ..... ไปกันเถอะ" แววตาเธอดูเศร้าลงถนัดตา เพราะว่าคำ ๆ นี้ เธอจะได้ยินจากอารย์เอ่ยถึงพ่อของเธอแบบนี้อยู่บ่อย ๆ นั่นเอง เมื่อทั้งคู่ เดินมาถึงกลางเมือง อยู่ดีดี anna ก็ ทรุดตัวลง "อ๊ะ" แล้วอยู่ดีดี ตัวเธอได้มีแสงประหลาดพุ่งออกมา นัยตาเธอดูเลื่อนลอย เธอหันมาพูดกับโทโดโดยที่ปากไม่ขยับ "สวัสดี" เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของเธอเป็นเสียงของผู้ชาย "นายนะ โทโด สินะ ผู้ที่มีสายเลือดของ เจ้าแห่งรัตติกาล" เธอ(????) เงียบไปพักหนึ่งก่อนที่จะพูดต่อ "เราคือ Vayne เป็นพ่อของเด็กคนนี้ ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้ เราต้อง อยู่ในร่างของเด็กคนนี้ ไม่ต้องห่วงหรอก มันไม่มีผลกระทบต่อตัวเด็กคนนี้หรอก " แล้วเธอ(????) ก้อหันหน้าไปทางบ้านหลังใหญ่ ๆ หลังหนึ่ง "อยู่กันเพียบเลยนะ ที่เมืองนี้นะ" แล้วก้อเดินตรงไปอย่างไม่ลังเลพลางพูดว่า "ตามมาซิ เรามีเรื่องที่ต้องช่วยแอนนาทำซักหน่อย" ทุก ๆ ย่างก้าวที่เดินไปนันทุกอย่างดูเงียบสงบแม้แต่เวลา พอถึงประตูหน้า ประตูก้อเปิดออกโดยที่ไม่ได้ถูกสัมผัสแต่อย่างใด

ชายหนุ่มได้แต่งุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกับเดินตามใครซักคนที่อยู่ในร่างของแอนนาที่ได้อ้างว่าเป็นพ่อของหญิงสาว

โทโด : เอ่อ . . . คุณวาย์เนีย . . . . . จะไปทำอะไร ยังไง ที่ไหน เหรอครับ ผมงงไปหมดแล้ว แล้วก็แอนนาเองนั่นเธอออกเดินทางเพื่อช่วยเหลือโลกใบนี้นิครับ - ชายหนุ่มได้เดินตามร่างของแอนนาที่เหมือนจะถูกควบคุมในตอนนี้ -  . . . . แล้วจะมีธุระอะไรกับที่เมืองแห่งนี้เหรอครับ ?


(อ่านว่า เวน นะ - -) <<<< ( ให้เรียกปล่อยมุขไปก่อนแนะนำตัว ฮ่าๆๆ ตอนแรกกะจะให้เรียก วายแน่ >_<" )

"ชิส์ !!! มาไม่ทันหรอเนี๊ยะ เริ่มแล้วซินะ การต่อสู้ของเหล่าภูติ ดูท่าต้องเสี่ยงกันหน่อยแล้วละ  นี่ เรื่องรายละเอียดไว้ถ้าเราเจอกันอีกจะเล่าให้ฟัง ตอนนี้ ฝากร่างของ แอนนาด้วย"
เมื่อพูดจบ ร่างของ anna ได้มีแสงสว่างออกมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ร่างของเธอได้ล้มลง แล้วได้ปรากฏร่างของชายหนุ่ม ผมสีเงินนัยตาสีฟ้า มือข้างหนึ่งเป็นดาบ อีกข้างเป็นกงเล็บ ที่หลังมือทั้ง 2 ข้างมี ดวงตาของแมวอยู่



"ไม่ได้ออกมาแบบนี้นานเท่าไรแล้วหนิ รออยู่นี่แป๊ปนะ" ว่าแล้ว เขาก้อได้พุ่งทะยานไปทางที่มีการเคลื่อนไหวของพลังของเหล่าภูติทั้นที Vayne ได้ไปโผล่ของกลางวงต่อสู้พอดี
ดูเหมือนว่าสถานการณ์เบื้องหน้าจะสงบลงเล็กน้อยก่อนที่ชายหนุ่มจะเข้ามาถึงในตอนแรกมากแล้ว ดูเหมือนว่าจะมีกำแพงย้อนกระแสของแมกซ์เวลป้องกันระหว่างด้านของปีศาจตนใหม่อีกด้านหนึ่งกับอีกฝั่งของพวกเธอไว้ ดูเหมือนว่าแมกซ์เวลจะต้องการกั้นตัวของเร็มออกห่างออกมาเนื่องจากเร็มเองเป็นทูติแห่งแสงที่มีความทะนงในตัวสูงและเกลียดชังทุกสรรพสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความมืด ด้วยพลังของตัวเธอเองที่ต้องมี อันดิเน่ ซิลฟ์ และอีฟรีท ในการอัญเชิญจึงไม่ค่อยจะฟังใครคนอื่นซักเท่าไรนัก แต่ดูเหมือนว่าแมกซ์เวลก็จะใช้วิธีบังคับให้เธอสงบลงไปบ้างแล้ว


vayne ยกมือข้างที่มีตาแมวขึ้น "ว่าแล้วว่าต้องเป็น maxwell กับ rem ส่วนเจ้า Syzer งั้นรึ " ชายหนุ่มนิ่งเงียบเพื่อวิเคราะห์เหตุการณ์ตรงหน้า "งั้ยไม่เจอกันนานเลยนะ undine เป็นครั้งแรกสินะที่เห็นรูปร่างของเรา" ว่าแล้ว vayne ได้เดินไปหา ผู้ที่ชื่อ Syzer "เรามาที่นี่เพราะเรามีธุระกับคนเหล่านี้ไม่ใช่เจ้าจงกลับไปซะ" เมื่อพูดจบเขาได้ยืนมือข้างที่เป็นกงเล็บไปที่กลางหน้าอก ของ syzer "ถึงตอนนี้เราจะสูญเสียพลังอันมหาศาลไปแต่ทว่าแค่ผนึกเจ้านั่นตอนนี้ก้อสามารถทำได้ เพราะฉะนั้น จงกลับไปซะ" ทันใดนั้นได้มีแสงพุ่งออกจากตัวของ vayne ที่ปลายทือของเขาได้มีวงแหวนเวทย์ปรากฏขึ้นมา
ทันทีที่วงแหวนเวทย์ผุดขึ้นมา แสงประกายจากจุดที่เร็มได้โจมตีลงไปก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่ามันจะเป็นทักษะเดิมของเธอที่ใช้มาก่อนหน้านี้และกำลังจะระเบิดตัวออกแต่ก็ได้หายไปเสียก่อนเพราะว่าแมกซ์เวลได้รีบรวบตัวของเร็มไว้ก่อน

แมกซ์เวล : หยุดก่อนหน่า เร็ม แล้วก็คุณคนแปลกหน้าด้วย ถึงคราวนี้ฝ่ายตรงข้ามจะดูไม่น่าไว้ใจก็ตามเถอะเป้าหมายของเขานั้นคือแค่การออกมาทักทายเท่านั้น อย่าให้เรื่องมันมากไปกว่านี้อีกเลย มันจะได้ปล่อยตัวนักดาบคนนั้นออกมาก่อนด้วย


"ก็สิ่งที่เราจะทำนั่นแหละคือวิธีที่จะช่วยเด็กนั่นออกมา ไม่ต้องห่วงเรื่องสถานที่หรอก เห็นแบบนี้เราก็เป็น อัลเคมิสนะ" เมื่อพูดจบ vayne ได้พุ่งไปหาเป้าหมายทันที

จริงอยู่ที่การโจมตีของฝ่ายตรงข้ามจะค่อนข้างเร็วและต่อเนื่องช่องโหว่ก็ น้อย แต่ก็ไม่อาจโจมตีผ่านท่อนไม้ที่ไซเซอร์ถืออยู่ได้เลยแม้แต่น้อย ไซเซอร์รับกระโดดขึ้นหลังจากที่ชายหนุ่มฟาดดาบลงและมีบางสิ่งผุดขึ้นมาโจมตี เขา แต่ก็ไม่เป็นผล ไซเซอร์ยืนบนดาบที่พุ่งออกมาอย่างสบายๆ ปีศาจตรงหน้าได้หันไปหยอกล้อเล่นกับทูติแห่งดาบของเจ้าของร่าง ก่อนที่มันจะได้ค่อยๆสลายร่างหายไปทิ้งไว้เพียงร่างของชายหนุ่มที่กำลังสลบไปเนื่องจากมนต์ลวงตา


"วิญญาณที่เต็มไปด้วยความชิงชัง ยากที่จะเยียวยา" เขาบ่นออกมาอย่างแผ่วเบา แล้วได้ส่งกระแสจิตไปหาโทโดให้พาร่างแอนนามาหา พลางเดินไปดูอาการของนักดาบหนุ่มพร้อมกับทุกคน "เด๋วตัวเราจะจัดการกับสถานที่แห่งนี้ให้" แล้วก้อวาดวงแหวนเวทย์ขึ้น สภาพห้องที่เสียหายได้กลับไปสู่สภาพเดิมทันที

ทางด้านแอนนา เธอได้สติขึ้นมาแล้ว "หือ? โทโด ชั้นเป็นไรไปน่ะ เกิดไรขึ้นหรอ ทำไม ร่างกายชั้นเหมือนกันไม่มีแรง"

ชายหนุ่มนิ่งเงียบซักครู่หนึ่งและหันไปหาหญิงสาวพร้อมกับพยุงตัวเธอขึ้นมา

โทโด : ผมก็ยังไม่แน่ใจน่ะครับเอาเป็นว่าผมจะนำทางคุณแอนนาให้ก่อนแล้วกันนะครับ - ชายหนุ่มพยุงตัวของหญิงสาวขึ้นและเดินมาที่หน้าห้องที่เวนส่งกระแสจิตมาทันที - คุณวาย์เนียครับอยู่ในนั้นรึเปล่า ?


ก่อนหน้าที่ จะได้ยินเสียงของโทโดเรียก Vayne ได้เข้าไปพูดกับนักดาบหนุ่ม "เจ้าไม่ต้องโทษตัวเองหรอก ถ้าคนพวกนั้นเป็นเพื่อนเจ้าจริง ๆ ล่ะก็ เค้าจะเข้าใจเจ้าและให้อภัยเจ้าได้ทุกเรื่อง เพราะเราเองก็เคยเข้าสู้กับเหล่าพวกพ้องของเราอย่างเต็มกำลังเช่นกัน" เขาพูดเพราะเขามองเห็นเหตุการณ์ที่นักดาบหนุ่มเจอมาผ่านจากนัยตาของเจ้าตัวนั่นเอง "เอาล่ะ เราจะไปรอพวกเจ้าทั้งคู่ข้างล่างล่ะกัน เสร็จธุระแล้วตามมานะ เรามีเรื่องจะคุยด้วย ทุกคนเลยนะ" ว่าแล้วเขาก้อเดินออกไป

จังหวะเดียวกับกับที่โทโด พาแอนนามาถึง พอแอนนาได้ยินชื่อที่โทโดเอ่ยขึ้นก็ถึงกับตกใจแถมยังเห็น พ่อของตัวเองเปิดประตูออกมาจากห้องอีก "ท่านพ่อ!!!!" เธอเดินโซเซเข้ากิดร่างของชายหนุ่มผมเงินไว้แน่น พลางกับร้องไห้ "ท่านพ่อ ๆ หายไปไหนมา ไปอยู่ไหนมานะ" vayne ได้พา anna ลงไปข้างล่าง พร้อมพูดว่า "ไว้จะเล่าให้ฟังทีหลังนะ เราลงไปรอ ทุกคนข้างล่างเถอะ นายด้วยนะ โทโด"  

ชายหนุ่มเองตกใจเล็กน้อยที่บิดาของแอนนาจะเป็นผู้ที่มีพลังมหาศาลและลึกลับอีกด้วย ชายหนุ่มได้ค่อยๆเดินตามเวนลงไปที่เคาร์เตอร์ด้านล่างกลางดึกคืนนั้นแมกซ์เวลเองก็ได้เดินตามเวนลงมาทันทีเพื่อไม่ห้ใเป็นการเสียเวลาไปมากกว่าเดิม

( โทโด โคโยริ ) แมกซ์เวล : ชั้นโทโด โคโยริ หรือแมกซ์เวลที่นายว่านั่นล่ะ ร่างนี้เป็นร่างชั่วคราวหลังการเกิดใหม่ของเราทุกๆหมื่นปีแสง จึงอาจจะไม่มีความสามารถที่คงที่เท่ากับร่างหลักได้ - หญิงสาวนั่งลงพร้อมกับถ้วยชาและแก้วเล็กๆจำนวนมากที่ถือมาด้วย - มีธุระอะไรกับพวกเราทูติธรรมชาติงั้นเหรอ ? ถ้าเรื่องช่วยโลกละก็เร็มก็อยู่ที่ห้องนั้นแล้วเธอสามารถเปิดสะพานแห่งแสงได้โดยที่พวกคุณไม่ต้องไปตามหาซิลฟ์และอีฟริทแล้วล่ะนะ แต่ดูเหมือนจะยังไม่ลงมาน่ะ แต่ว่าเร็มออกจะหัวดื้อไปซักหน่อยเนื่องจากมันใจในพลังของตนมากรวมทั้งเธอยังอ่อนประสบการณ์อีกด้วย . . . .


"ดูเหมือนเราจะไม่ต้องเล่าอะไรเลยนะ สมแล้วที่เจ้า rem เป็นแบบนั้นรึ เหมือนกับหมอนั่นจิง ๆ (Roxis)" anna รู้สึกประหลาดใจที่ พ่อของตนเองรู้เรื่องพวกนี้ด้วย "พ่อรู้ได้งัยอ่ะคะ ละ..แล้วท่านแม่" เมื่อ vayne ได้ยิน เธอถามเรื่องแม่ จึงตอบแบบเลี่ยง ๆ ไป "แม่เจ้าน่ะ ออกเดินทางไปฝึกอ่ะนะ นิสัยแม่เจ้าก็เป็นแบบนี้ล่ะ" "หรอค่ะ งั้นเด๋วนู่ไปทำอาหารให้ทานนะ เอ่อ คุณ โคโยริ ขอยืมครัวหน่อยนะค๊ะ" ว่าแล้วเธอก็เดินเข้าครัวไป

vayne ถอนหายใจเมื่อ anna เดินเข้าครัวไปแล้ว "เอาล่ะโทโดในเมื่อลูกเราไว้ใจเจ้า เราจะเล่าทุกอย่างให้ฟังเอง อยากรู้อะไร ถามมาได้เลย"

โทโด โคโยริ : อ๊ะ !! เดี๋ยวสิครัวด้านล่างมันครัวใหญ่เดี๋ยวเราจะเปิดทางให้เอง - หญิงสาวเดินตามแอนนาไปที่ห้องครัวโดยปล่อยให้ชายหนุ่มทั้งสองนั่งคุยกันอยู่ที่โต๊ะนั่งเล่นในคาเฟ่ด้านล่าง

โทโด : คุณแอนนาชอบผู้ชายแบบไหนครับ . . . - ชายหนุ่มทำหน้าซีเรียส แต่เขาเองก็ต้องรีบสะบัดมือขึ้นมา - เอ้ย !! ไม่ใช่ ผมล้อเล่นน่ะ มุกน่ะครับฮ่าๆๆ - ชายหนุ่มรินชาให้ว่าที่ ~ Father in Law ~ ในอนาคตของเขา ( ล่ะมั้ง ) และรินใส่แก้วตัวเดิมเพื่อที่จะได้จิบชาไประหว่างพูดคุย - ตอนนี้ผมยังไม่มีเรื่องอะไรสงสัยหรอกครับ ผมคิดว่าหลังจากช่วยโลกแล้วก็อาจจะใช้ชีวิตทั่วไปคนเดียวหรือไม่ก็คงเป็นกับแอนนานั่นล่ะ . . . โอ๊ะ โอวว ~ ผมหมายถึงคู่หูน่ะครับ ฮ่าๆๆ ยังไงเราก็อยู่ด้วยกันมาซักพักหนึ่งอยู่แล้ว ~


"หึ เจ้าเก็บความรู้สึกไม่เก่งซินะ ชอบลูกเราซินะ" vayne แกล้งกระเซ้า โทโด "ก็ไม่น่าแปลกหรอกเพราะแม่ของแอนนานั้น เสน่ห์แรงอยู่ สงสัยได้แม่มาเต็ม ๆ " เขาวกกลับเข้าเรื่อง "เราขอฝากสิ่งนี้ไว้ให้เจ้าทีนะ" เขายื่นมือออกมา ก็ได้มีสร้อยคอปรากฏขึ้น "การที่เราออกมาจากร่างของแอนนาแบบนี้ ทำให้พลังที่เราสะสมมากำลังลดลงเรื่อย ๆ แล้วมันอาจจะทำให้พลังที่น่ากลัวของเรามีสืบทอดมาสู่แอนนาได้ตื่นขึ้น ถ้าเกิดอะไรขึ้น เจ้าช่วยเอาสร้อยคอนี้ ไปใส่ให้เธอทีนะ มันเป็นสิ่งที่ใส่วิญญาณของแม่ของเธออยู่ ฝากแอนนาด้วยนะ" ชายหนุ่มฝากฝั่งแอนนาไว้กับโทโด "เรารู้ถึงความรู้สึกแอนนาดี เธอชอบเจ้านะ"

ชายหนุ่มนั่งฟังเวนอย่างตั้งใจและเก็บสร้อยคอนั่นไว้ติดตัวของเขา

โทโด : วิญญาณของแม่ของคุณแอนนา . . .  . หรือว่า . . !! - ชายหนุ่มนิ่งเงียบลงซักพักและพูดคุยกับเวนต่อไป - ผมเองก็รู้สึกดีใจเหมือนกันนะครับที่คุณแอนนาไม่รังเกียจที่ผมเป็นแวมไพร์แบบนี้แถมคุณวาย์เีนีย ( ยังไม่เลิก คุคุ ) เองก็ยังไม่ปฏิเสธในตัวของผมเองอีกด้วย  แต่ผมเองก็ไม่แน่ใจว่ามนุษย์และผีดูดเลือดอย่างผมจะอยู่ร่วมกันได้จริงๆรึเปล่า . . . . - เสียงของชายหนุ่มแผ่วเบาลงเล็กน้อย -

โซฟี ( เร็ม ) : ปีศาจ มารร้าย วิญญาณ ภูติผี และทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความมืดมิดเป็นสิ่งที่อภัยให้ไม่ได้ - แววตาและสีหน้าของเธอยังนิ่งขรึมเหมือนเดิมและเอ่ยขึ้นขัดจังว่ะชายหนุ่มทั้งสองเสียก่อน ซึ่งดูเหมือนว่าคำพูดนั้นจะทำให้โทโดสะอึกใจขึ้นมาเล็กน้อย - เราลงมาตามคำชวญแล้ว . . . . . - สีหน้าของเธอช่างไร้อารมณ์และชีวิตชีวาเสียจริงๆ เสียงนิ่งไร้อารมณ์และบางเบาของเธอได้เอ่ยขึ้นต่อหน้าของเวน -


Player Reaction : เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 9-7-2010 10:07:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 26-7-2010 02:09

Megurine Ruka : jeloly


Ruka Item
Ruka Recovery skill
Ruka Passive skill
Ruka Active skill
Ruka Special ability
Room mate :


ลูกะรีบวิ่งออกไปดูทันที เมื่อได้ยินเสียงเอเซียบอกว่าพาคนที่สามารถช่วยใ้ห้มายูมิกลับมาเดินได้อีกครั้ง

ลูกะ : เราไม่ต้องพามายูมิออกไปไหนแล้วใช่ไหม ??


เธอรีบวิ่งไปจับมือเอเซียและถามขึ้นทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลาโดยไม่ได้คำนึงถึงความสัมพันธ์ของเอเซียและอาเธน่า ( อีกครั้ง ) ใบหน้าของลูกะนั้นเต็มไปด้วยความหวังสุดๆในเวลานี้

เอเซีย : " ครับ ! มายูมิจัง ไม่ต้องออกไปเสี่ยงอัตรายแล้วล่ะครับ !  คุณเรนะ รู้ใช่ไหมครับว่าตอนนั้น เขาคนนั้นอยู่ที่ไหน ช่วยนําทางไปได้ไหมครับ ? "

เรนะ : ชั้นก็รู้อ่าว่าตอนนี้เขาอยู่ไหน แต่ชั้นก็ไม่รับปากว่าเขาจะช่วยรึเปล่านะ . . . - หญิงสาวเอ่ยตอบขึ้น - เร็มอยู่ที่ Deidon Hold ทางด้านเหนือของที่นี่ตอนนี้น่ะ


ลูกะ : ไม่ต้องห่วง เีดี๋ยวชั้นจะทำให้หมอนั่นมารักษาให้มายูมิเอง ... หึหึึหึหึ

เสียงหัวเราะของลูกะชวนทำให้บรรยากาศดูอึมครึม มืดมน แต่สุดท้ายเธอก็เดินอย่างสดใสไปหารูมเมทของเธอเช่นเดิม

ลูกะ : ให้พี่ช่วยนะ มายูมิ ~

รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของลูกะอีกครั้งต่อหน้ารูมเมทของเธอ

มายูมิ ไทม์ : ขอบคุณค่ะ ^^ พี่ลูกะ ~ - หญิงสาวยิ้มขึ้นเล็กๆและทำอาหารมื้อเช้าของวันนี้ด้วยกันกับพี่สาวในตอนนี้ของเธอ -

หญิงสาวปริศนาที่เพิ่งเข้ามาใหม่นั้นกำลังนั่งคุยรายละเอียดต่างๆกับพวกเอเซียอยู่ด้วย แต่ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นคนอารมขันมากทีเดียวซึ่งต่างกับลูกะเองโดยสิ้นเชิง


ลูกะจัดเตรียมอาหารต่างๆวางลงบนโต๊ะกินข้าวให้พอกับจำนวนแขก ซึ่งวันนี้เธอก็ยังลงทุนทำอาหารเองอีกครั้ง และปล่อยให้รูมเมทตัวน้อยของเธอช่วยในสิ่งที่ไม่หนักจนเกินไป ส่วนเมนูวันนี้คือ อาหารเช้าแบบฝรั่ง ซึ่งประกอบไปด้วย ไส้กรอกที่ทอดออกมาเป็นรูปปลาหมึกตัวเล็ก เบคอน ไข่ดาว ขนมปังปิ้ง แต่ภายในจานของลูกะเองมีแค่เพียงขนมปังชิ้นเดียวเท่านั้น ดูเหมือนว่าเธอจะทำอาหารเป็นซะทุกอย่าง แต่เธอดันไม่ชอบกินซะเอง

ดูเหมือนมายูมิจะไม่ค่อยพอใจกับการดื้ออาหารของพี่สาวของเธอซักเท่าไรนัก หญิงสาวได้หั่นใส้กรอกในจานของเธอและป้อนให้กับหญิงสาว

มายูมิ ไทม์ : ไม่กินอะไรเลยเดี๋ยวจะไม่โต แล้วก็ไม่แข็งแรงด้วยนะค่ะ ~ ♫ แล้วพี่ลูกะจะดูแลมายูมิยังไงล่ะ ~ ♫ อ้ามมม ~ - หญิงสาวยิ้มให้กับลูกะและยื่นใส้กรอกไปให้เธอ -

เอเซีย : " เอ่อ... พูดถึง จะออกเดินทางกันวันนี้เลยไหมครับ ? " ชายหนุ่มถามขึ้นขอความเห็นจากทุกคน

เรนะ : ก็ดีเหมือนกันนะ เพราะเร็มอยู่ไม่ค่อยเป็นที่อยู่ซะด้วย - หญิงสาวแสดงความคิดเห็นของเธอขึ้นนมาลอยๆขณะนั่งร่วมวงกินอาหารอยู่ -


ลูกะกินในส่วนที่มายูมิยื่นให้จนหมด ก่อนจะหันไปหาเอเซีย

ลูกะ : อืม เดินทางกันวันนี้หละ แต่ชั้นอยากให้มีคนอยู่เป็นเพื่อนมายูมิด้วยหนะ

? ? ? : ชั้นอยู่ดูแลมายูมิเอง ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก รีบกลับมากันแล้วกันนะ - หญิงสาวผมสีชมพูอาสาตัวขึ้น -


ลูกะหันไปมองหญิงสาวคนนั้นที่อาสาจะช่วยดูแลรูมเมทตัวน้อยของเธอ

ลูกะ : ได้ .... แล้วเธอชื่อ ?

คังโดริ มิทสึ : อ๊ะลืมแนะนำตัวให้กับคุณลูกะเลย ชั้นชื่อคังโดริ มิทสึค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงมายูมินะ ชั้นจะดูแลให้อย่างดีเลยล่ะ

เอเซีย : " ให้ผมอยู่ด้วยไหมครับ... - ทันใดนั้นเองชายหนุ่มก็รู้สึกเสียวสันหลังวูบจนต้องเปลี่ยนประโยคพูดของเขาทันที - ผมไปด้วยดีกว่า คนเยอะ ๆ น่าจะปลอดภัยกว่า ไปกันเลยไหมครับคุณลูกะ "


ลูกะทำหน้า งงๆ กับอาการของเอเซียก่อนจะพูดออกไป

ลูกะ : งั้นชั้นไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ ...... มายูมิอยู่กับคังโดรินะ พี่จะออกไปทำธุระหลายวันหน่อย แต่ไม่ต้องห่วง พี่จะกลับมาหาแน่นอน

ลูกะมอบรอยยิ้มให้รูมเมทของเธอเช่นเดิม ก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องของตนเองเพื่อหาุชุดใส่พร้อมกับคว้า เซตโต คันนะ และ กินโซ ติดมือมากับเธอทันที

ลูกะ : ชั้นพร้อมหละ เราไปกันเถอะจะได้ไม่เสียเวลา
พวกลูกะที่ได้ออกเดินทางมาซักพักหนึ่งก็ได้พบกับชุมชนกลางดันเจี้ยนดูเหมือนว่ามันจะเป็นแหล่งพักของนักเดินทางที่มาจากต่างสถานที่กันและรวมไปทั้งนักล่าหลายกลุ่มอีกด้วย การเดินทางข้างหน้าอาจจะต้องใช้เวลาซักหน่อย คืนนี้พวกเขาคงจะต้องค้างอยู่ที่นี่เสียแล้ว


ลูกะ : ไม่คิดเลยนะ ว่าคนจะเยอะขนาดนี้ ...

เธอเดินหาจุดที่มีผู้คนน้อยที่สุดเพื่อหาที่พักผ่อนสำหรับคืนนี้ มือเธอยังคงกำ เซตโต คันนะ และ กินโซ เอาไว้แน่น ก่อนจะหันไปมองทางเอเซีย

ลูกะ : แล้วตกลงเราต้องไปอีกไกลแค่ไหน กว่าจะเจอคนที่สามารถช่วยมายูมิได้ ?

ลูกะถามพรรคพวกของเธอด้วยสำเนียงที่ไม่ค่อยเป็นมิตรซักเท่าไหร่ ดูเหมือนว่าเธออยากคนอื่นๆนอกจากกลุ่มเธอรู้ว่า เธอเป็นคนที่ไม่ค่อยน่าคบหาซักเท่าไหร่
ดูเหมือนว่านักเดินทางทั่วไปจะลีกเลี่ยงสายตาจากหญิงสาวเองด้วยจิตสังหารของเธอ นักล่าทั่วไปเองนั้นก็ไม่พยายามที่จะเข้ามายุ่งกับเธอเองดั่งที่เธอกระทำ

เรนะ : อาจจะเป็นพรุ่งนี้นะเพราะวันนี้พวกเราอาจจะพักกันที่นี่ก่อนอ่า - หญิงสาวเอ่ยตอบลูกะ -


ลูกะ : อืม ...

ลูกะไม่ได้ตอบอะไรมาก เธอหาที่นั่งพิงเพื่อพักผ่อน แต่ในมือเธอยังคงกำเซตโต คันนะ และ กินโซ เอาไว้แน่น

" รู้สึกจะมีห้องพักอยู่หัวมุมตรงโน่นนะครับ อาตัน กับ คุณลูกะช่วยเดินสํารวจเส้นทางแถว ๆ นี้หน่อยนะครับ เดี๋ยวผมจะไปที่ห้องพักกับคุณเรนะเอง เอ่อ... เดี๋ยวผมแบกข้าวของไปให้เองนะครับ "

พอพูดจบ ผมไม่สนคําตอบของทุกคนใช้ลมยกข้าวของลอยเหนือพื้นเล็กน้อยพร้อมจูนมือคุณเรนะ
เดินไปทางห้องพักทันที

เรนะ : เดี๋ยวสิ นี่มันกลางป่านา ก็ต้องหาที่พักกลางป่าสิ - หญิงสาวดึงมือเอเซียกลับมาที่กลุ่มทันที - เฮ้อ ~ นายเนี่ยพาชั้นไปเสียแรงอีกและ - หญิงสาวแซวเอเซียเล่นและนั่งลงที่ต้นไม้ด้านข้างลูกะ -


ลูกะ : เรนะ ...... ชอบเอเซียเหมือนกันหรอ ?

ลูกะถามเพื่อนใหม่ทันที ที่เห็นท่าทางแบบนั้น โดยเธอก็ยังคงถามด้วยสีหน้าอันใสซื่อบริสุทธ์เหมือนเดิม
เรนะ : ชั้นไม่ชอบเขาในทางแบบนั้นหรอก - หญิงสาวยิ้มและหัวเราะออกมาเบาๆ - ชั้นแค่เข้ากับคนอื่นง่ายน่ะ แล้วก็มันก็สนุกดีด้วยที่มีเพื่อนมากกว่าศัตรูน่ะนะ - หญิงสาวตอบกลับไปที่ลูกะ -



ลูกะ : เห ... ถ้างั้นสำหรับเพศเดียวกันเธอก็คงไม่เกี่ยงใช่ไหม ?

ลูกะค่อยเขยิบเข้าไปหาเรนะ และมองหน้าเธอด้วยสายตาอันบริสุทธ์ผุดผ่อง ซึ่งเต็มไปด้วยแผนการชั่วร้ายในหัวสมองมากมาย ตาทั้งสองข้างจ้องที่ใบหน้าของเรนะอย่างใจจดใจจ่อกับคำตอบที่เธอจะได้รับ

เรนะ : เอ . . . . ชั้นไม่เกี่ยงเพศหรอกนะถ้าใครคนนั้นรักชั้นจริงๆน่ะ - หญิงสาวตอบกลับด้วยการหยุดคิดเพียงครู่เดียวของเธอ - แล้วก็ถ้าใครคนนั้นรักชั้นคนเดียวด้วยล่ะนะ - หญิงสาวพูดต่อไปและยิ้มให้กับลูกะ - เธอล่ะ ?


ลูกะ : แล้วเค้าคนนั้นไม่ได้รักเธอคนเดียวขึ้นมาหละ เรนะ ... เอาเป็นแบบเค้าชอบผู้หญิงดูน่ารัก น่ากอด น่าจับกด อะไรประมาณนี้ ~

ลูกะยังคงยิงคำถามใส่เพื่อนสนิทคนใหม่เรื่อยๆ ดูเหมือนว่าเธอจะได้เหยื่อรายใหม่แทนอาเธน่าเสียแล้ว

เรนะ : ถ้าเกิดเขาไม่ได้มายุ่งอะไรกับชั้นล่ะก็จะรักซักกี่คนก็ไม่ใช่เรื่องของชั้นหรอก แต่ถ้าเกิดเจ้าชู้ักับชั้นล่ะก็ . . . . - หญิงสาวยิ้มขึ้นเล็กน้อย - เธอก็เป็นผู้หญิงเหมือนกันนี่นา น่าจะรู้นะว่าชั้นจะทำยังไงน่ะ - ดูเหมือนว่ารอยยิ้มของเธอจะฆาตกรคนที่บังอาจมาเล่นลิ้นกับเธอได้เลยทกเมื่อ -


ลูกะ : ฮ่ะๆๆๆ ... ก็พอจะรู้อยู่นะ ~

ลูกะค่อยๆเขยิบร่างกายตัวเองเข้าไปแนบชิดเรนะมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น จนแขนข้างหนึ่งของเธอไปติดกับเรนะ พร้อมกับมือที่กำเซตโต คันนะ และ กินโซ เอาไว้แน่นเช่นเดิม ก่อนจะเคียงคอนอนซบเรนะ อยู่ตรงนั้น ดูเหมือนว่าลูกะจะเป็นฝ่ายรุกก่อนเช่นเดิม

เรนะ : หืม ? เป็นอะไรไปน่ะ ? ง่วงแล้วเหรอ ? - หญิงสาวถามด้วยท่าทางขี้เล่นของเธอและยิ้มให้กับลูกะ -


ลูกะ : ก็ ... นิดหน่อย ... หนะ

ลูกะนั่งสะลึมสะลืออยู่ข้างเรนะ แม้เธอจะง่วงมากเพียงไหนแต่ดูเหมือนเธอยังคงกำ เซตโต คันนะ และ กินโซ เอาไว้แน่นดูเหมือนว่าภาระกิจครั้งนี้ เูธอดูจริงจังมากเหลือเกิน

ลูกะ : ไม่ง่วงหรอเรนะ .......

เรนะ : ชั้นยังไม่ง่วงหรอก เดี๋ยวชั้นง่วงเมื่อไรก็หลับลงไปเองแหละ ฮะๆๆ - หญิงสาวหัวเราะเบาๆ -

เอเซีย : " ผมขอตัวไปฝึกฝนในดันก่อนนะครับ จะไปด้วยกันไหมครับ ทุกคน ? ถือเป็นการฝึกฝนตอนคํ่าด้วย " ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนและถามทุกๆคนในทีมของเขา

อาเธน่า : ชั้นไปด้วยแล้วกันนะเอเซีย

เรนะ : เอ . . . ยังไงก็ต้องมีคนอยู่เฝ้าที่พักกับข้าวของนา ไว้ชั้นอยู่เฝ้าให้แล้วกัน ลูกะ น่าจะถนัดด้านต่อสู้มากกว่าัชั้นนะ


ลูกะ : ถึงจะถนัดสู้มากก็เถอะ ... แต่ก็เฉพาะบางเวลาหนะ อีกอย่างชั้นไม่อยากไปขัดขวางความสุขระหว่าง 2 คนนั้นซะหน่อย เน๊อะ อาเธน่า ~

เธอส่งสายตาให้อาเธน่า บอกเป็นนัยๆว่า ใช้เวลาที่อยู่ด้วยกันให้คุ้มนะ ก่อนจะหันมาหาเรนะอีกที

ลูกะ : งั้นชั้นของีบซักพักนะ ... เมื่อวานพอดีพักผ่อนไม่พอเท่าไหร่เลย ...

หลังจากเธอพูดจบ ลูกะขอนอนพิงเรนะอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่คราวนี้เธอควงแขนเพื่อนใหม่เอาไว้ด้วย เหมือนจะไม่ยอมให้เรนะได้ไปไหนทั้งนั้น

หญิงสาวรู้สึกแปลกๆกับการกระทำของลูกะแต่ก็ไม่ได้กังวลอะไรซักเท่าไรเนื่องจากเป็นผู้หญิงเหมือนกัน ดูเหมือนว่าเรนะเองจะยังไม่หลับลงพักผ่อนเลยเนื่องจากเธอต้องดูและสัมภาระของพวกเอเซียที่ทิ้งไว้แถวๆจุดพักนี้


ลูกะสะลึมสะลือขึ้นพบว่า เรนะยังคงทำหน้าที่เป็นยามเฝ้าของให้พวกเอเซียและอาเธน่าเช่นเดิม ดูเหมือนว่าเธอคงจะอยู่เฝ้าได้อีกนานพอสมควร ก่อนที่ลูกะจะหาวออกมาจนทำให้เรนะ รู้สึกตัว

ลูกะ : นี่เรนะ ... เฝ้าของอย่างนี้ไม่เบื่อหรอ ... ชั้นว่ามาหาอะไรทำรอ 2 คนนั้นกลับมาดีกว่า ...

ลูกะปล่อยมือที่จับเซตโต คันนะ และ กินโซ และค่อยๆลูบไล้แขนของเรนะ เพื่อนสาวคนใหม่ของเธอก่อนจะไปหยุดอยู่ตรงบริเวณใบหน้าของเธอ

ลูกะ : ไม่ว่าอะไรใช่ไหม ... ถ้าชั้นจะ ...

ลูกะเลื่อนใบหน้าของตนเองเข้าไปใกล้ใบหน้าของเรนะจังเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าอีกเพียงไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น ปากของทั้งสองก็จะประกบกันแล้ว

หญิงสาวหลบออกอย่างรวดเร็วและใช้มือแตะที่หน้าผากของลูกะไว้ซักครู่หนึ่ง

เรนะ : ไม่สบายเหรอ ? - หญิงสาววัดไข้อยู่ซักพักแล้วก็ยื่นหน้าออกมาจากลูกะ - เอ อุณหภูมิก็ปกตินี่นา . . .


ลูกะยังคงพยายามต่อไป เธอค่อยๆเข้าไปใกล้ๆตัวเรนะเช่นเดิม

ลูกะ : ร่างกายหนะ ... ไม่เป็นไร ... แต่ทนไม่ไหว ... แล้ว ...

ลูกะหอบออกมาเป็นระยะๆ หน้าของเธอก็เริ่มแดงกล่ำขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะพุ่งเข้ากอดเรนะอย่างรวดเร็ว

ลูกะ : ให้ตาย ... ชั้นก็ไม่ยอมปล่อย ... เรนะ ... ไปเป็นอันขาด ...

เธอยังคงกอดเพื่อนสาวคนใหม่เอาไว้อย่างแน่น ไม่ให้ดิ้นหลุดออกไปได้

ใบหน้าของหญิงสาวซีดลงเหมือนเงินหายไปซักครึ่งกระเป๋าพร้อมกับค่อยๆจับที่ไหล่ของลูกะทั้งสองข้างไว้และดันออกมา

เรนะ : ทะ . . . ทะ . . . ทำอะไรน่ะ !! - หญิงสาวสั่นแง่กๆ และมองไปที่ลูกะอย่างกับเห็นของแปลกปลอมจากนอกโลก - เลิกคิดซะเดี๋ยวนี้เลยนะ - หญิงสาวใช้นิ้วจิ้มที่หน้าผากของลูกะเบาๆก่อนที่จะค่อยๆอธิบายต่อไป - เราเพิ่งรู้จักกันเอง ชั้นจะยอมให้เธอมาทำอะไรแบบนี้ได้ยังไงเล่า อีกอย่างชั้นเองก็ยังไม่อยากรับเธอไว้ด้วย เอาเป็นว่าค่อยๆดูใจกันไปก่อนแล้วกันนะ - หญิงสาวยิ้มให้ลูกะเล็กน้อยและเกี่ยวก้อยสัญญากับเธอ - ชั้นจะไม่นอกใจเธอ แต่ถ้าเธอเกิดชอบใครขึ้นมาล่ะก็ต้องบอกชั้นก่อนเลยนะ แต่ยังไงก็ตามชั้นยังไม่ตัดสินใจหรอกนะ ก็อย่างที่ว่าแหละชั้นต้องเข้าใจเธอมากกว่านี้ก่อน


ลูกะ : ชิ ....

ลูกะสะบัดหน้าหนีหลังจากเกี่ยวก้อยสัญญากับเรนะ ก่อนจะหยิบเซตโต คันนะ และ กินโซ ออกไปเดินเล่นบริเวณใกล้ๆ

ลูกะ : ชั้นไปเดินสำรวจแถวนี้หน่อยนะ ...

ดูเหมือนว่ารอบๆบริเวณจะไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไรนัก จะมีก็แต่พวกนักล่าทั่วๆไป ดูเหมือนว่านักล่าระดับกลางและนักล่ามืออาชีพจะไม่ค่อยสนใจบริเวณรอบนอกที่พักแห่งนี้ซักเท่าไรเนื่องจากว่ามีนักล่าอยู่หลายกลุ่มจึงคาดการได้ว่าไม่น่าจะได้อะไรที่มันคุ้มค่าจากการเฝ้าปราการนี้นัก ขณะที่ลูกะกำลังเดินดูลาดราวอยู่นั้นก็ได้มีกลุ่มนักล่ากลุ่มหนึ่งวิ่งหนีกันมาหัวซุกหัวซุน ดูเหมือนว่าพวกเขาเองก็จัดอยู่ในกลุ่มระดับกลางได้เสียด้วย ทันใดนั้นเองเสียงคมดาบก็ได้ฉีกร่างขอนักล่าคนหนึ่งผ่านเสื้อเกราะเหล็กของเขาพร้อมกับเสียงร้องตกตระหนื่นจนทำให้นักล่าคนอื่นๆในระแวกขอบกำแพงค่ายวิ่งกรูกันออกมาทันที



? ? ? : ฮ่าๆๆๆๆ - เสียงหัวเราะอันคุ้นเคยของหญิงสาวปรากฏขึ้นกลางกองสายเลือด แววตาของเธอได้แปรเปลี่ยนไปทันทีเหมือนได้เห็นกับลูกะที่กำดาบไว้แน่น - อ๊ะ !! เธอเองนี่นา - หญิงสาวยิ้มขึ้นให้กับลูกะและชักดาบของเธอออกมาจากซากนักล่าคนดังกล่าวทันที -

นักล่า 1 : นั่นมันใครฟะ !! จะหาเรื่องกันรึยังไง !! - ชายหนุ่มวิ่งกรูเข้าไปพร้อมกับพักพวกในกลุ่มของเขาอีกสามคน แต่แล้วเสียงอึกทึกนั้นก็ได้เงียบลงภายใต้การนองเลือดเพียงชั่วพริบตา -


Player Reaction : ล้นแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 9-7-2010 19:46:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 14-7-2010 10:54



Angel Item
Angel Recovery skill
Angel Passive skill
Angel Active skill
Angel Special ability
Room mate :



เทนชิ : แล้ว คุณเฟทจะกลับไปโลกที่พวกเรามามั้ยค่ะ แล้วก็ถึงโลกแห่งนี้ไม่เกี่ยวข้อง แต่ถ้าคนพวกนั่นคิดที่จะทำลายโลกแห่งนี้ละ เทนชินึกถึงตอนที่สู้กับหญิงสาวชุดดำคนนั่น
เทนชิ : อืม . . . จริงสิ ในโลกเวทย์มนต์ มีที่รับเควสมั้ยค่ะ  เด็กสาวถามเฟทก่ิอนที่จะลุกไปที่ห้องครัวเพื่อที่จะล้างจาน
เฟท เทสทารอสซ่า : ไม่ต้องห่วงไปหรอกจ๊ะ เรื่องนั้นพวกเราก็กำลังพยายามหาทางหยุดยั้งคนพวกนั้นอยู่ พวกเราจะพยายามรักษาโลกทั้งสองด้านนั้นไว้ด้วยความสามารถทั้งหมดที่มีอยู่ ชั้นรับรองว่าพวกเธอจะได้กลับไปยังบ้านของพวกเธออย่างแน่นอน - เฟทได้เดินตามเทนชิเข้ามาในครัวและช่วยทำความสะอาด - ชั้นทำเองก็ได้นะ ส่วนเรื่องเควสที่นี่น่าจะไม่เหมือนกับที่โลกของเธอล่ะมั้ง ที่นี่เป็นระบบภารกิจแทนน่ะจ๊ะ ( Mission ) ลองตาม เอียริโอ้คุง กับ เคียโร่จัง ไปดูสิน่าจะเข้าใจได้ไม่ยากนะ


เทนชิ : อืม . . . ค่ะ หลังจากที่เด็กสาวล้างจานกับเฟทเสร็จ ก็เดินกลับมาที่ห้องรับประทานอาหารแต่ดูเหมือนว่า เคียโร่ กับ เอียริโอ้จะกลับห้องไปแล้ว เหลือแต่รูริจังนั่งคอยอยู่
เทนชิ : งั้นเราขอตัวกลับห้องก่อนนะค่ะ โอยาสึมินาไซ ~ เด็กสาวบอกกับเฟทแล้วก็เดินกลับห้องไปกับรูริ พอถึงที่ห้องเทนชิก็บอกกับรูริว่า "พรุ่งนี้เราจะไปทำภารกิจกันนะ เตรียมตัวด้วย" แล้วเด็กสาวก็จับมือรูริเข้าไปอาบน้ำ แล้วก็เข้านอนทันที

เช้าวันรุ่งขึ้นรูริเองได้ตื่นแต่เช้าและเตรียมอาหารกล่อง ( เบนโตะ ) และอุปกรณ์ที่น่าจะได้นำไปใช้ระหว่างภารกิจเผื่อไว้ให้เทนชิด้วย ทางด้านเอียริโอ้เองก็ได้ตื่นขึ้นมาเตรียมตัวแล้ว แต่ดูเหมือนที่ห้องของเคียโร่จะยังปิดตายอยู่อย่างเงียบเชียบ ( อู้อยู่นั่นเอง )


เทนชิ : อืม . . . ~ เด็กสาวลุกขึ้นมาจากที่นอนด้วยหน้าตาที่งัวเงีย เด็กสาวคิดได้ว่าวันนี้ต้องทำภารกิจกับพวกคุณเอียริโอ้ กับเคียโร่ จึงรีบลุกขึ้นมาแล้วอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็ว แต่ . . . เด็กสาวก็คิดหนักว่าจะใส่ชุดอะไรดี โกทิค เซเลอร์ วันพีช ฯลฯ ซึ่งเยอะเหลือเกิน แล้วแต่ละชุดนี่ดูเด่นสะดุดตามาก
เทนชิ : อืม . . . ชุดนี้ละกัน เด็กสาวหยิบชุดที่ดูไม่สะดุดตามากเกินไป

รูปใหญ่ไปป่าวหวๅ - -

แล้วเด็กสาวก็เดินออกจากห้อง ไปที่ห้องนั่งเล่น เพื่อที่จะไปเจอเอียริโอ้ กับรูริจัง แต่ดูเหมือนเคียโร่จะยังไม่ออกมา
เทนชิ : แล้วคุณเคียโร่ละค่ะ ?? เด็กสาวถามเอียริโอ้ด้วยหน้าตาสงสัย แต่ดูเหมือนเอียริโอ้จะหน้าแดงนิดๆ แล้วดูเหมือนรูิริจะอาสาไปตามเคียโร่เอง

ซักพักหนึ่งเคียโร่ก็ได้รีบวิ่งออกมาทันทีพร้อมกับสภาพที่ยังจัดทรงผมไม่เรียบร้อยนักพร้อมกับกอดเทนชิทักทายยามเช้าก่อนเหมือนอย่างเคย

เคียโร่ รู รัชชี่ : อรุณสวัสดิ์จ้า เทนชิจัง ~ - หญิงสาวโอบกอดเทนชิไว้แน่นเหมือนกับเป็นตุ้๊กตาส่วนตัวของเธอเหมือนอย่างทุกที -

ทางด้านรูริก็ได้เริ่มสอบถามข้อมูลภารกิจที่จะไปทในวันนี้กับเอียริโอ้และข้อมูลเกี่ยวกับเมืองที่สำคัญและได้บันทึกลงไว้ในฐานข้อมูลของตัวเองทันที

ดูเหมือนว่าเฟทเองจะไม่ไ่ด้อยู่ที่บ้านแล้ว คาดว่าเธอคงอาจจะออกไปทำหน้าที่ของเธอก่อนหน้านี้


Player Reaction : เชิญจ้า ( พยายามอย่ากำหนด NPC น้าให้ใช้เป็นคำถามแทน )

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้อง ลงชื่อเข้าใช้ เพื่อดาวน์โหลดหรือดูไฟล์แนบนี้ คุณยังไม่มีบัญชีใช่ไหม? สมัครสมาชิก

x
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 10-7-2010 10:00:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด nutchsnon เมื่อ 11-7-2010 12:39



Lan Blado Item
Lan Blado Recovery skill
Lan Blado Passive skill 1
Lan Blado Passive skill 2
Lan Blado Active skill
Lan Blado Speacial ability
Room mate :


บรรยากาศในโต๊ะอาหารตอนนี้นำพาความงุนงงให้กับแรนพอสมควรเพราะเขาเองก็ยังไม่รู้จักกับโลกแห่งนี้มากเท่าไหร่นัก

Lan : ท่าทางจะรู้จักกันมาก่อนแล้วสินะ~ - แรนแปลกใจถึงพูดออกมา
Lan : ถ้าอยางนั้นขอแนะนำตัวอีกทีนะ เราชื่อ แรน... - แรนยังแนะนำตัวไม่จบริวโคก็พูดแทรกขึ้น
Ryuko : แรน บราโด้ โอรสเอกแห่งมาจิ๊กดรีม ...
Lan : นะนี่ ริวโค ...
Ryuko : ท่านน่ะอย่ามัวแต่ใช้ชื่อ แรน บราโด้ นักดาบเพนจรอยู่เลย อีกอย่างพวกนางเองก็เป็นเพื่อนร่วมเดินทางกับท่าน จะปิดบังตัวกันเองมันก็แปลกๆอยู่ - ริวโคพูดพลางจิบชา - ส่วนเราชื่อ Ryuko แต่คงบอกสัญญาลักษณ์ประจำตัว(นามสกุล) ไม่ได้หรอกนะ มันเป็นกฏน่ะ
Reisen : โคโยริคือแม็กซ์เวล จริงๆด้วยสินะ เรย์อิเซน ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก - เรย์อิเซนนุ่งผ้าขนหนูเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี
Lan : เฮ้อ.. เรย์อิเซน เราเอาเสื้อผ้าของเจ้าไปวางไว้หน้าห้องน้ำแล้วไม่ใช่หรอ? (เหมือนทุกที) ไหงเจ้าเดินออกมาทั้งชุดแบบนี้อีกแล้วล่ะ มันเสียมารายาทนะ = =''' - แรนพูดเสียงเนือยๆ ปนดุเรย์อิเซน
Reisen : น่าๆ ข้าเองก็ไม่ได้โชว์ใครซักหน่อยนี่ อีกอย่างในนี้ก็มีคนที่น่าจะสนใจเรือนร่างของข้าแค่คนเดียวด้วย เพราะงั้นข้าไม่อายหรอก ^ - ^/ -เรย์อิเซนพูดเป็นนัยๆ แต่แรนเองก็รับมุขเธอไม่ได้เหมือนทุกที
Lan : จ้าๆ เฮ้อ เราว่าเจ้าโตกว่าโซฟีอีกนะ ไหงโซฟีเรียบร้อยกว่าเจ้าได้ล่ะเนี่ย - แรนหันไปทางโซฟีที่เดินออกมาในชุดใหม่ (ก็ตัวเดิมล่ะมั้ง เอาเป็นว่าซื้อมาให้เผื่อเปลี่ยน)
Reisen : ค่าๆ ท่านพ่อ แหม... - เรย์อิเซนเบ้ปากพลางยกมือขึ้นร่ายมนต์ให้ชุดลอยมาหาเธอและสวมมันตรงนั้น (ด้วยเวทมนต์) - แค่นี้ก็พอแล้วสินะคะ.. - ไม่วายก็แอบบ่นอีกเล็กน้อยก่อนจะมานั่งข้างๆอัลดิเน่ โซฟีเองก็กลับมานั่งที่เดิมเช่นกัน

Lan : มากันพร้อมแล้วถ้างั้นก็.. อึก! - จู่ๆแรนก็เจ็บที่แขนซ้ายขึ้นมาแบบกระทันหัน ทำให้ประโยคที่จะพูดต่อหลุดลอยออกไปจากหัวของเขา
Lan ; บ้าที่สุด เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่ ไซเซอร์?
Syzer ; หึๆ ข้าก็แค่คิดเรื่องสนุกๆได้ก็เท่านั้น แล้วก็ - ไซเซอร์บังคับร่างของแรนให้ไปมองที่โคโยริ
Syzer ; โห มีพวกเป็นแม็กซ์เวลด้วยอย่างนั้นหรอนี่ ไม่เลวเลยนะเจ้าน่ะ ดีจริงๆ แบบนี้ข้าคงอยู่เฉยๆไม่ได้แล้วล่ะ~
Lan ; เดี๋ยวเจ้าคิดจะทำอะ? - ความเจ็บปวดเมื่อหรู่ก็พลันหายไปหมดและรอบๆห้องก็กลับมาเป็นปรกติเหมือนเดิม

Lan : อ๊ะ ถ้าอย่างนั้นเรามาคุยเรื่องแผนการเดินทางกันก่อนดีกว่า เดี๋ยวเรื่องแผนการเดินทางให้คุณโคโยริอธิบายน่าจะสะดวกกว่านะครับ? - แรนเอ่ยเปิดประชุมและมอบหน้าที่ผู้รู้(GURU) ให้กับโคโยริ

โคโยริได้ยกพัดขึ้นมาปิดปากและเหล่สายตาไปทางแรนเล็กน้อยกับเหตุการณ์ทีเ่กิดขึ้นเมื่อครู่นี้

โทโด โคโยริ : แรน บราโด้ เป็นชื่อที่ฟังดูไพเราะดีนะ ทูติพันธสัญญาก็น่าจะมีสกุล บราโด้ ติดไปด้วยเช่นกัน - หญิงสาวค่อยๆเหล่สายตาขึ้นและมองตรงมายังชายหนุ่มที่ท่าที่ได้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็วภายใต้บรรยากาศที่เงียบสงบนั่นทันที - ตอนนี้ดาบของนาย ใช้ชื่อเรียกว่าอะไรงั้นเหรอ ? - หญิงสาวเอ่ยเป็นนัยขึ้นและจับจ้องไปยังตัวของแรนที่นั่งอยู่ ณ ตอนนี้ -

อันดิเน่เองได้แต่นั่งสงสัยในคำพูดของโคโยริ แต่ทางโซฟีเองก็เหมือนกับเธอจะไม่เปลี่ยนแปลงไปจากปกติเสียเท่าไรด้วยท่าทางที่นิ่งเฉยและสีหน้าที่ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงไปของเธอทำให้เดาใจของเธอได้ยาก

อันดิเน่ : หมายความว่ายังไงเหรอ ? แมกซ์เวล . . .

โทโด โคโยริ : ตัวชั้นเองแค่อยากจะแน่ใจว่า แรน บราโด้ คือ แรน บราโด้ จริงๆในตอนนี้น่ะ . . . . อย่างเช่น การเรียกควบคุมทูติแห่งดาบของนายเป็นยังไงล่ะ ?


Lan : ... อืม... ถ้าอย่างนั้น ริวโครบกวนด้วย - แรนเรียกให้ริวโคมาใกล้ๆเค้า ริวโคเองก็ทำตามที่บอกอย่างว่าง่าย และแรนเริ่มใช้แขนซ้ายที่ดำสนิทของเค้าร่ายตราเวทขึ้น
และเกิดแสงสีทองมัวๆขึ้น จนร่างของริวโคกลายเป็นราชสีห์ดั่งเดิม - นี่คือร่างที่แท้จริงของริวโค แล้วก็... - แบบมือออกปรากฏผลึกสีทองออกมาแต่มันไม่ได้เป็นสีทองซะทีเดียว หลายส่วนบนผลึก ถูกสีดำปกคลุมไปกว่าครึ่งแล้ว - ส่วนสิ่งนี้คือ หินประจุพลังเวท เป็นเหมือนกับหัวใจของนักเวทย์ ... - แรนพูดเสียงเหนื่อยๆ เรย์อิเซนเดินมาหาเขาและเอามือกุมหินนั่นไว้
Reisen : พอเถอะแรน การเอาสิ่งนี้ออกมามีแต่จะทำให้ สิ่งนั้นยิ่งลุกลามร่างกายของท่านซะเปล่าๆ
Lan : ไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อยตอนนี้ล่ะนะ ...  แล้วก็ยังมีดาบอีกเล่มหนึ่ง เดี๋ยวจะเรียกออกมาให้ก็แล้วกันนะ - แรนหยิบ B.katana ขึ้นมาก่อนจะลุกออกไปห่างจากคนอื่นๆ เรย์อิเซนทำท่าจะมาขวางไม่ให้เรียกออกมาแต่ก็ถูกห้ามด้วยรอยยิ้มของแรน
Lan : ไม่รู้ว่าจะควบคุมได้รึเปล่า กางบาเรียคลุมห้องนี้ไว้หน่อยก็แล้วกันนะครับ - แรนพูดก่อนจะเริ่มอัญเชิญดาบแห่งรัตติกาลออกมา (Forzen B.)

ดูเหมือนโคโยริกำลังทดสอบอะไรแรนอยู่บางอย่าง ด้วยแววตาที่นิ่งเฉยขของเธอและจ้องอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งไม่เหมือนสายตาปองร้ายแต่อย่างใด หากแต่จะเหมือนกับผู้ที่สงสัยในอะไรบางอย่างเท่านั้น

ขณะที่แรนกำลังจะดึงดาบแห่งรัตติกาลนั่นออกมากโซฟีเองก็ได้หายตัวไปและมาโผล่ด้านหน้าของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว ปีกของเธอได้ถูกกางออก สีของปีกนั้นช่างบางเบาจนเกือบจะเป็นพื้นเดียวกับอากาศและกำแพงห้องเลยทีเดียว ทันทีที่มือของโซฟีได้ไปสัมผัสที่รอยกาฝากของดาบนั่น ก็ได้เกิดการรบกวนการอัญเชิญดาบของแรนขึ้นมาทันที และยิ่งไปกว่านั้นร่างกายของแรนยิ่งแสดงผลปฏิเสธโต้ตอบกับปีศาจที่อยู่ในร่างกายของเขามากขึ้นด้วย พร้อมทั้งกาฝากบนแขนของเขาก็ได้ร้อนขึ้นมา ถ้าเกิดว่าเป็นเพียงคำสาปธรรมดาๆ อาจจะเกิดการ สวนกลับของพลัง ทั้งร่างกายของแรนเองและไซเซอร์ไปแล้วเป็นแน่ หญิงสาวเริ่มบีบมือแรงขึ้นที่รอยเวทย์ที่แรนกำลังจะดึงดาบนั่นออกมา เกร็ดเยือกเย็นของปีศาจได้เริ่มลามบนมือของเด็กสาวแต่ดูเหมือนว่ามันจะลามไปได้แค่เล็บของเธอเท่านั้น สีหน้าของเธอนั้นยังคงเป็นแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

โซฟี : เก็บดาบนั่นลงซะ . . . . - หญิงสาวเอ่ยขึ้นเบาๆแบบเดิมที่เธอทำอยู่เสมอๆ พร้อมกับกดมือของเธอลงที่รอบดาบนั่นหนักขึ้น ดูเหมือนว่าตัวของเธอและพลังของเธอนั้นจะขัดแย้งกับปีศาจในร่างของแรนเป็นอย่างมาก รวมไปถึงดาบของมันด้วย -

โทโด โคโยริ : แย่แล้ว !! - โคโยริได้ลุกขึ้นมาและรีบหันไปทางเรย์อิเซนทันที - เรย์อิเซน !! เรียกริวโคกลับมาช่วยแรนก่อนเถอะ !! ดูเหมือนว่า เร็ม จะไม่ต้องการอะไรบางอย่างีท่แรนกำลังจะทำต่อไปน่ะ - หญิงสาวพูดขึ้นพร้อมกับเสริมพลังธาตุน้ำให้กับเรย์อิเซนเพื่อช่วยเหลือเล็กน้อย เนื่องจากว่ายังไงก็ตามโคโยริ หรือ แมกซ์เวลเองก็เป็นทูติแห่งธรรมชาติจึงไม่สามารถช่วยเหลือด้านเวทย์มนต์ของพวกเรย์อิเซนและริวโคได้มากเท่ากับทูติทางด้านนั้นเอง - ชั้นคงจะช่วยได้แค่นั้นล่ะนะ ไม่ต้องห่วงเรื่องเขตุป้องกันหรอกนะ

หลังจากที่โคโยริกล่าวจบอันดิเน่เองก็ได้ปักหอกของเธอลงไปที่พื้นบนห้องและเรียกกำแพงวังวารีของเธอมาล้อมคลุมห้องไว้ทันที ในบรรดาทูติทั้งหมดอันดิเน่เองเป็นเลิศด้านการเยียวยาและอันดับกลางๆในด้านการป้องกัน กำแพงวารีของเธอจึงอาจจะไม่สมบูรณ์แบบเท่ากับกำแพงแห่งเงามายามากนักแต่ก็สามารถรับมือพลังระดับสูงได้พอสมควรเหมือนกัน

อันดิเน่ : แรน . . . . - หญิงสาวรวบรวมจิตของเธอทั้งหมดไว้ที่บาเรียคุ้มกันห้องแห่งนี้ไม่ให้ลามออกไปยังจุดอื่น -


Lan : เดี๋ยว โซฟี... อั่ก!!! - กาฝากเริ่มสั่นไหวและเริ่มต่อต้านโซฟีและทำท่าจะลุกลามไปยังร่างของเด็กสาว แต่ก็ไร้ผล โซฟีสะท้อนมันออกไปและกลับไปยังที่หัวไหลแรนอีกครั้ง ตอนนี้แรนเริ่มควบคุมวงจรเวทย์ของตัวเองไม่ได้เสียแล้ว ทางด้านโคโยริเองก็รีบเข้าไปช่วย ส่วนเรย์อิเซนย์และริวโคนั้นยังคงต้านพลังของกาฝากไว้อยู่ อย่างกับว่ามันไม่ตองการให้ใครเข้าใกล้แรนในตอนนี้
Syzer ; โห~ มีคนเรียกข้าคนนี้ด้วยหรอนี่ เอาเถอะไปทำความรู้จักกันหน่อยก็ไม่เลวนะ~ - เปรี้ยง!! จู่ๆสายฟ้าสีดำสนิทก็ฝาดลงมาที่ร่างของแรน เกิดกลุ่มควันฟุ้งกระจายไปทั่ว
Reisen : นี่มัน... ไม่จริง... - เรย์อิเซนยืนขึ้นมองกลุ่มควันที่ปกคลุมร่างของเจ้านายของตัวเองอยู่แบบนั้น
Ryuko : บ้าที่สุด ออกมาในเวลาแบบนี้เนี่ยนะ ... ไซเซอร์!!! - กลุ่มควันค่อยลอยออกไป จนเหลือแต่ร่างที่แปลงเปลี่ยนไปของแรนเท่านั้น (Evil Lan)
Syzer : ไง~ ริวโค เรย์อิเซน~ ไม่ได้เจอกันซะนานเชียว ยังเขี้ยวสวยเหมือนเดิมเลยนะ~~ - ไซเซอร์พูดกลั้วหัวเราะตามสไตล์ของตัวเองและเขามองไปรอบๆห้องก็แสยะยิ้มขึ้น
Syzer : หืม~ แรนมีเพื่อนเป็นภูติระดับสูงๆทั้งนั้นเลยนี่นา~  - จู่ๆร่างของไซเซอร์ก็ไปโผล่ตรงหน้าของอัลดิเน่ - โอะโอ ท่าทางข้าจะเจอศัตรูหัวใจเข้าให้แล้วสินะ~ คิกๆ~

อันดิเน่ตกใจกับแววตาและกลิ่นอายเลือดของจิตสังหารของปีศาจที่อยู่ตรงหน้าเล็กน้อยแต่เธอก็ยังสามารถควบคุมสติไว้และสร้างบาเรียต่อไปได้ เมื่อแววตาของไซเซอร์และอันดิเน่ได้สบกันชั่วครู่ก็ได้มีพัดเข้ามาขวางกั้นไว้ทันที

โทโด โคโยริ : จะถามว่าต้องการอะไรก็คงไม่ได้สินะเพราะคนที่รบกวนกระแสเวทย์ก็คือฝ่ายของเรา งั้นเอาเป็นจะทำให้นายกลับเข้าไปยังไงดีกว่านะ - เธอตวัดพัดมาด้านหน้าของไซเซอร์เพื่อให้ปีศาจหนุ่มหลบออกไปจากการทักทายที่ใกล้ชิดเกินไปเสียก่อน -

แต่ไม่ทันที่จะมีใครเอ่ยอะไรขึ้นต่อ โซฟีก็ได้เหวี่ยงหมัดของเธอมาทางไซเซอร์เสียแล้วดูเหมือนว่าจะไม่สามารถรับรู้ถึงแรงที่เธอส่งออกมาได้เลยเนื่องจากความเร็วนั้นสูงมากทีเดียว

โซฟี : . . . . . - ใบหน้าที่แน่นิ่งของเธอทำให้ยากที่จะเดาความคิดความอ่านของเธอในทุกๆขณะและวินาทีได้ -

โทโด โคโยริ : อ๊ะ !! เดี๋ยวสิ เร็ม !! เธอห้ามทำการต่อสู้ตรงนี้นะ !! - ดูเหมือนว่าโคโยริจะเรียกโซฟีในอีกชื่อหนึ่งและพยายามร้องห้ามไว้แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล - ทำยังไงดีล่ะ . . . ริวโค เรย์อิเซน ดูเหมือนว่า เร็ม ก็จะไม่ยอมฟังเราแล้วเสียด้วย - หญิงสาวกัดฟันกรอดเล็กน้อย ดูเหมือนเธอจะไม่อยากให้โซฟีนั้นเริ่มทำการต่อสู้ในระแวกเมืองซักเท่าไรนัก -


อ่านต่อเรปหน้า
โพสต์ 11-7-2010 01:45:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 29-7-2010 01:13

AS : [ - - - - l - - - - l - - - - l - - - - l - - - - ]
Ryougi .S. Shiki : KonaKona


Shiki Item
Shiki Recovery skill
Shiki Passive skill
Shiki Active skill
Shiki Special ability
Shiki Special ability 2

Room mate :


สีดำ : บรรยาย
สีแดงเข้ม : การพูด
สีส้มเข้ม : ความคิด
สีเขียวเข้ม : ใช้สกิล


" อะอือ " ชิกิค่อยถูหลังแอลอย่างเกร็งๆและก็แอบลูบๆอยู่หน่อยๆ นุ่มดีจังน้า.. แหะแหะ ชิกิยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะลงมือถูอย่างช้าๆต่อไป " นี่แอลถูแต่ข้างหลังมันจะไปสะอาดได้ยังไงล่ะ.. ฮิฮิ " ชิกิก็ได้จับแขนของแอลลงไปกับพื้น ส่วนตัวเองก็คร่อมอยู่ข้างบนและก็ได้ลงมือ อาบน้ำให้กับแฟนสาวตัวเองแม้ว่าเจ้าตัวจะขัดขืนไปบ้าง แต่ก็ไม่มีแรงพอจะสู้หญิงสาวได้ จริงๆก็คงแค่เขินนั่นแหละ ชิกิค่อยๆบรรจงลูบไล้ร่างกายพร้อมกับสบู่ทีเต็มมือ ค่อยถูอย่างช้าๆ เสียงน้ำไหลจากฝักบัวที่ตกอยู่ก็ดังไม่ขาดสาย หากใครเข้ามาเห็นสภาพนี้คงจะตกใจไม่น้อย เมื่อ ชิกิก้มลงไปจูบแฟนสาวที่ตัวเองกำลังคร่อมอยู่อย่างช้าๆ ..  

หญิงสาวเกร็งตัวเล็กน้อยเมื่อชิกิกเริ่มสัมผัสไปบนเรือนร่างของเธอ ดูเหมือนเธอจะขัดขืนเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น หน้าของเธอแดงก่ำออกมากจนเห็นได้ชัดแต่ซักพักนึงเธอก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรชิกิซักเท่าไรนัก เสียงของเธอครางเบาๆในลำคอขณะที่แฟนสาวของเธอกำลังประกบปากกับเธออยู่ เมื่อผ่านไปได้ครู่หนึ่งเธอก็ถอนปากออกมาจากชิกิและนอนหอบเบาๆกับพื้นและหลับตาพริ้ม ดูเหมือนว่าเธอจะเริ่มเหนื่อยมากแล้วจากเพียงแค่ไม่นานเท่าไรนัก หญิงสาวได้เริ่มชำระล้างกายเธอกับแฟนสาวอีกครั้งหนึ่งก่อนที่ทั้งคู่จะเดินออกมาจากห้องน้ำ

เวียเซกิ แอล : ชิกิจ๋า ~ ♥ ชั้นขอตัวไปนอนก่อนเลยแล้วกันนะ - หญิงสาวยิ้มขึ้นให้กับแฟนสาวของเธอพร้อมกับจูบราตรีสวัสดิ์ก่อนที่เธอจะล้มตัวลงนอนบนเตียงคู่ในห้อง -


" คงเหนื่อยมากสินะ " ชิกิพูดขึ้นเบาๆให้ตัวเองได้ยินเท่านั้น พร้อมกับลูบหัวแฟนสาวที่นอนหลับไปเรียบร้อยแล้ว เอาเถอะ..พรุ่งนี้ก็ได้ แล้วชิกิก็ได้เดินไปปิดไฟห้อง ก่อนจะเข้ามานอนที่เตียงตัวเอง แล้วเข้าสู่ห้วงนิทรา

เช้าวันใหม่พร้อมกับอากาศอันสดชื่นที่เมืองทางใต้นี่ช่างต่างกับเมือง Deidon Hold ที่มืดสนิทตลอดเวลามากเลยทีเดียว สายลมอ่อนที่พัดเข้ามาที่ระเบียงของเธอบ่งบอกถึงรุ่งอรุณส่อง ดูเหมือนว่าแอลเองก็จะยังหลับอยู่ข้างๆตัวของเธอ


"อะ..อือ .." ชิกิลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ ทำหน้าง่วงๆแล้วขยี้ตาเพื่อปลดความง่วงก่อนจะยืนแขนข้างนึงขึ้นหมุนคอเล็กน้อย ค่อยๆออกจากเตียงไปยังห้องน้ำ หมุนก๊อกน้ำ ทันใดนัน สายน้ำก็ไหลออกมาไม่หยุด เสียงซ่าๆกระทบกับอ่างล้างหน้า ชิกิวางมือลงเพื่อรองน้ำ และล้างหน้า พร้อมกับมองตัวเองในกระจก หยิบผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ข้างๆ เช็ดหน้าให้หายเปียก

กร็อบ.. ชิกิ ยืดแขนตัวเองอีกครั้งแต่ครั้งนี้มีเสียงกระดูกดังออกมาด้วย แล้วก็ได้ลงมือแปลงฟัน หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ดูเหมือนแฟนสาวของเธอจะยังไม่ตื่น เธอจึงไม่อยากรบกวน เดินเข้าไปนอนบนเตียง ก่อนจะนอนมองหน้าของหญิงสาวที่กำลังหลับใหลอยู่นั้น..  


แอลเองได้ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาและมองย้อนกลับไป เธอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนที่จะยิ้มออกมาให้กับชิกิ

เวียเซกิ แอล : ชิกิเนี่ย ~ เล่นอะไรก็ไม่รู้แต่เช้าเลย - เธอยื่นห้นาเข้ามาใกล้ชิกิและจุมพิศอรุณสวัสดิ์ - อรุณสวัสดิ์จ๊ะ ~ ♫ ชิกิ


" อือ อรุนสวัสดิ์ " เธอยิ้มให้น้อยๆให้ "ไปอาบน้ำสิ เดียวจะต้องออกไปข้างนอกนะ  " ว่าแล้วชิกิ ก็จับเปลื้องผ้าแฟนสาวก่อนจะอุ้มเข้าไปในห้องน้ำ ..

หลังจากที่ทำธุระกันเสร็จแล้ว ชิกิ ก็พา แอลออกไปเดินเที่ยวข้างนอกอย่างสบายใจ เธอฮัมเพลงไปเรื่อยเปื่อย ในยามเช้าที่ผู้คนพลุ่กพล่าน เสียงจอแจดังซะจน ไม่รู้ว่าพูดอะไร
เธอไปหยุดอยู่ตรงร้าน ที่ชื่อว่า เมดลาเต้ .. ก่อนจะเข้าไป เพื่อว่า จะหาอะไรทานยามเช้ากัน ..




Maid : ยินดีต้อนรับค่ะ คุณหนู ~ - เมดสาวยิ้มต้อนรับด้านหน้าคาเฟ่และเดินนำชิกิและแอลไปยังโต๊ะรับรองในร้านทันที พร้อมกันกับวางเมนูอาหารให้กับพวกเธอ - กรุณาเลือกเมนูอาหารระหว่างรอมารับออเดอร์นะค่ะ - ว่าแล้วหญิงสาวก็ได้เดินออกไปทำหน้าที่ของเธอต่อที่ด้านหน้าเมดลาเต้ -


" เฮ้อ..  " ชิกิถอนหายใจอย่างแผ่วเบาจนคนรอบข้างไม่ได้ยิน แต่กระนั้น เธอก็ยังยิ้มอยู่เสมอ หลังจากที่ได้สั่งอาหารไปแล้ว ก็ได้มาเสิร์ฟในเวลาถัดมา หญิงสาวมองไปรอบๆ ก็พบแต่ลูกค้าผู้ชาย ดูเหมือนเธอจะเข้าผิดร้านซะแล้ว .. ( อย่างนั้นหรือ? ) แต่ทั้งสองก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก จึงได้รับประทานอย่างสบายใจต่อไป ในเวลาต่อมา ทั้งคู่ที่ได้ทานเสร็จเรียบร้อยก็ได้เดินออกจากนอกร้านไป ..
นึกถึงตอนนั้นแล้ว เราทำถูกรึเปล่านะที่ได้เลือกมาอย่างนี้ .. เธอคิดเรื่อยเปื่อยพร้อมกับตอบคำถามของแฟนสาวที่เดินอยู่ข้างๆ ดูเผินอาจจะเป็นแค่เพื่อนกัน แต่บางที.. มันก็มีอะไรมากกว่านั้น .. ชิกิ เดินผ่านร้านตุ๊กตา ไปเพียงเล็กน้อย ก็ได้หันกลับมาดู พร้อมกับลากแอลเข้ามาด้วย เธอเดินมองของในร้านอย่างมีความสุข พร้อมกับ จับมาดูทีละตัว ก็ไปชะงักกับ .. เฮ้ย.. นี่มัน.. พีโดแบร์นี่หว่า.. แย่ละ..  หญิงสาวหน้าซีดทันทีพร้อมกับพาแฟนสาวออกไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เดินมาทั้งวันดูเหมือนทั้งคู่จะเริ่มเหนื่อย จึงได้แวะพักที่สวนสาธารณะ
" เดียวชั้นไปซื้อซอร์ฟครีมมาให้นะ เธอรออยู่ที่นี่ก่อนนะ " ชิกิยิ้มให้ก่อนจะค่อยๆเดินออกไปยังร้านซอร์ฟครีมที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ เสร็จจากการซื้อแล้ว เธอก็ได้เดินกลับมา พร้อมกับยื่นซอร์ฟครีมให้ ดูเหมือนรสชาดจะแตกต่างกันระหว่างของเธอเป็นช็อกโกแล็ต และแอลเป็นวานิลา ชิกิค่อยเลีย อย่างช้าๆ ท่าทางคล้ายๆกับแมว ตามความจริงแล้ว คุณเธอเป็นโรคเสียวฟัน และ ลิ้นแมว ไม่สามารถทานทั้งร้อนและเย็นได้ ซวยนะ.. อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนชิกิจะมีประสบการ์ณที่ทำให้ทานได้ไวเหมือนคนทั่วไป มันก็ได้เริ่มหมดลงพร้อมๆกับคนข้างๆ ชิกิสังเกตุเห็นถึง ซอร์ฟครีมที่ติดอยู่บนหน้าแฟนสาวจึงได้ ค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ.. พร้อมกับเลียซอร์ฟครีมตรงขอบริมฝีปาก และค่อยๆบรรจง จุมพิศลงที่เธอ ในสวนสาธารณะ ยามที่พระอาทิตย์ เริ่มที่จะค่อยๆพลันหายไป ..  

เมื่อเวลาผ่านไปครู่หนึ่งแอลก็ได้ถอนปากออกมาจากชิกิ เธอทำหน้าสงสัยเล็กน้อยและเอ่ยถามแฟนสาวของเธอ

เวียเซกิ แอล : นี่ ชิกิ ~ เธอบอกว่ามีเรื่องสำคัญมาทำที่เมืองนี้ไม่ใช่เหรอ ? - หญิงสาวถามขึ้นด้วยความสงสัย - แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก ยังไงซะเธอก็บอกว่าอยากออกเดินทางอยู่แล้วด้วยนี่นา ~ ♫


Player Reaction : เชิญจ้า
โพสต์ 11-7-2010 01:48:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด BoSs-KuNg~ เมื่อ 17-7-2010 09:38

ความเดิมตอนที่แล้ว



Stella Item
Stella Recovey skill
Stella Passive skill
Stella Active skill
Stella Special ability

สเตล่าเขย่าขมับของตัวเองไปมาเพื่อบรรเทาอาการวินเวียนศรีษะ ก่อนจะหันไปหาเจ้าของเสียงนั้น "วะๆๆๆ ว่าไงนะย้า !!!! บอกว่าคนอื่นเป็นปีศาจทั้งๆที่พึ่งเคยเจอกันครั้งแรกเนี่ยนะ เดี๋ยวก็ย่างซะเล.... อึ้ก !!"เด็กสาวลุกขึ้นชี้หน้าด่าเด็กผู้ชายคนนั้นเป็นชุดๆทั้งๆที่ยังอยู่ในอุ้งมือของเขา แต่ก่อนที่เธอจะปล่อยวาจาแสนสุภาพของเธอไปมากกว่านี้ ดวงตาของเธอก็เริ่มกระพริบเปลี่ยนเป็นสีฟ้าไปมาอีกครั้ง

"ให้ตายสิ มองเห็นชั้นด้วยเรอะเนี่ย น่ากลัวๆ น่ากลัวจริงๆน้า ~"ร่างวิญญาณของโดมินิคเริ่มปรากฏออกมาให้เห็นซ้อนกับร่างของสเตล่า ก่อนที่จะมีพลังไฟฟ้าสีดำพวยพุ่งออกมาห่อมหุ้มร่างทั้งร่างของสเตล่าเอาไว้

ซูม !!!!

ร่างของโดมินิคกระโดดออกมาจากสายฟ้านั่น ก่อนจะมีเขี้ยวบินสองตัวพุ่งมาเป็นแท่นเหยียบให้กับเขา ให้ลอยอยู่บนอากาศตรงหน้าเด็กชายคนนั้น "เรื่องคราวนี้ ชั้นไม่เกี่ยวด้วยหรอกนะ ยัยเด็กปากเสียนี่เป็นคนติดสินใจเอาเอง...

"ชายหนุ่มพูดขึ้นพลางหลับตาลงช้าๆ "แกรู้อะไรเกี่ยวกับไอ้ไฟสวะข้างล่างนั่นสินะ เกี่ยวข้องกับการรวมภูติทั้งสามรึปล่าว ?" โดมินิคลืมตาขึ้นพลางยกมือขึ้นดีดนิ้ว ท้องฟ้าด้านหลังของเขาเริ่มฉีกขาด โดยมีลำแสงสีแดงเป็นจุดๆอยู่ข้างในม่านมิติมืดสีดำนั่น

"แค่ถ้าแกบอกว่าไม่รู้เรื่องภูติล่ะก็...... ชั้นก็กำจัดแกทิ้งซะ !!"สิ้นเสียง สายฟ้าสีดำจำนวนมากก็พวยพุ่งออกมาจากโดมินิคปกคลุมไปทั่วน่านฟ้าทันที !!!

? ? ? : ฮะ ฮะ ฮะ จะกำจัดผมงั้นเหรอ ? มันไม่ง่ายนักหรอก - ชายหนุ่มยิ้มระรื่นพร้อมกับ Spirit of fire คู่กายของเขา ดูเหมือนว่าเด็กชายคนนั้นช่างใจเย็นกับเรื่องที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างมาก - ผมไม่สนใจเรื่องพลังของทูติหรอกนะ แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าไม่รู้ พลังของธรรมชาติของผมในตอนนี้น่ะมากเกินพอ กว่าที่จะต้องจับทูติทั้งสามมาเปิดประตูแห่งแสงออกแล้วล่ะ - เด็กชายหนุ่มหันไปมองตรงมุมอื่นและเอ่ยต่อไป - ในเมื่อคุณไม่ได้ตั้งใจมาที่นี่เองก็ถือซะว่าไม่เคยเห็นผมแล้วกันนะ - เขายิ้มให้กับจอมมารที่ลอยอยู่ตรงหน้า -


"ฮ่า ฮ่า ฮ่า พลังแห่งธรรมชาติที่มากพอที่จะเปิดประตูแห่งแสงได้งั้นเรอะ น่าสนุกดีนี่..."ชายหนุ่มหัวเราะออกมาอย่างอดกลั้นพร้อมๆกับกระแสไฟฟ้าที่ปกคลุมท้องฟ้าเริ่มหดตัวลงทีละนิดๆ

"ช่วยแสดง.... พลังนั่นให้ชั้นคนนี้ได้เห็นหน่อยซิ !!!!"พูดจบโดมินิคก็กระโดดกลับหลังเพื่อไม่ให้ขวางทางรูโหว่ขนาดยักษ์ด้านหลังของเขา เมื่อร่างของชายหนุ่มพ้นระยะ เลเซอร์สีแสงนับร้อยก็ถูกยิงออกมาอย่างพร้อมเพรียงไปที่เด็กชายคนนั้น !!!

เด็กหนุ่มหลับตาลงพร้อมกับยิ้มระรื่นให้กับลำแสงเบื้องห้นาที่พุ่งตัวเข้ามาหาเขาอยากไม่ตื่นตระหนกใดๆทั้งสิ้นมือของวิญญาณแห่งไฟขนาดใหญ่นั่นได้ยกมือขึ้นป้องกันร่างของเขาไว้โดยที่เด็กหนุ่มคนนั้นไม่ต้องออกแรงขยับตัวเลย

? ? ? : แค่นั้นมันยังไม่สามารถแตะต้องผมได้หรอกนะครับ - เด็กหนุ่มนั่งมองนิ่งอย่างใจเย็น โดยไม่ขยับตัวไปไหนทั้งสิ้น - ผมยังไม่อยากจะมีเรื่องกับใครซักเท่าไร ผมจะทำเป็นไม่รู้จักคุณมาก่อนก็แล้วกันนะ - เขาค่อยๆลุกขึ้นยืนบนไหล่ของวิญญาณเพลิงนั่นและจ้องมองจอมมารลงมาจากตำแหน่งที่สูงกว่า - ตัวคุณเองมีความฝันหรือเป้าหมายรึเปล่าล่ะ ?


"ร่างเทวะชั่วนิรันดร์... การจะได้มันมาครอบครองนั้น จำเป็นต้องใช้พลังแห่งอัสนีถึงสามสาย เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสร้างร่างเทวะ...."โดมินิคเงยหน้าตอบเด็กผู้ชายคนนั้น "เพราะอัสนีบาต คือพลังที่ใกล้เคียงกับพระเจ้ามากที่สุด แต่ว่าเรื่องนั้นมันไม่เกี่ยว ไม่ว่าจะพระเจ้าหรือไอ้หน้าไหนที่มันบังอาจขวางทางชั้น มันจะต้องหายไป !!!"สิ้นเสียง ลำแสงสีแดงนับไม่ถ้วนก็ถูกยิงขึ้นมาจากหลุมไม่มีก้นด้านล่าง[ตั้งใจจะฆ่าตัว200เมตรนั่นแหละ] พุ่งเสียบไปทั่วท้องฟ้าอย่างบ้าคลั่ง "เพราะว่าชั้นคนนี้แหละ คือราชันย์ !!"

ร่างของวิญญาณแห่งเพลิงตรงหน้าเขาได้หลบออกจากลำแสงมากมายที่พุ่งขึ้นมาหมายจะจู่โจมนายของมัน

? ? ? : ได้มาแล้วจะทำยังไงต่อไปล่ะ ? - ชายหนุ่มยิ้มขึ้นเล็กน้อยและเอ่ยต่อไปว่า - ถ้าจะเป็นราชันย์ล่ะก็ ก็ต้องข้ามผมคนนี้ไปก่อนล่ะนะ เพราะว่าผมเองก็มีเป้าหมายที่จะเป็นราชันย์เหมือนกัน - หลังจากว่าจบสายลมก็ได้เปลี่ยนทิศทางโหมพัดไปทางจอมมาร แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่เป็นอันตรายใดๆต่อเขา - แค่ออกคำสั่งธรรมชาติก็จะทำตามที่เอ่ย นี่ล่ะคือพลังที่เหนือกว่าทูติแห่งธรรมชาติทั้งปวงน่ะ


"......."ท่ามกลางสายลมที่พัดเข้าไส่ ชายหนุ่มยังคงนิ่งเงียบไม่ไหวติง สิ่งที่ดวงตาของมารร้ายมองเห็นตรงหน้าตอนนี้ คือกำแพงสูงชันที่มองไม่เห็นแม้แต่ยอด "ถูกโค่นล้ม...."โดมินิคเอ่ยออกมาเบาๆ ท้องฟ้ารอบๆเริ่มฉีกขาดเป็นรอยโหว่ทีละจุดๆ

"ชั้นจะยืนอยู่บนจุดสุดยอดเพื่อรอวันที่จะถูกโค่นล้มลงไปยังไงเล่า !!!!!" ชายหนุ่มตะโกนออกมาพร้อมๆกับฝูงเขี้ยวบินจำนวดมหาศาลที่บินออกมาจากหลุมมิติบนท้องฟ้า

"ได้เป็นราชันย์ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ถ้าหากมีคนที่เหนือกว่านั้นปรากฏตัวขึ้นมาเพื่อโค่นล้มบัลลังก์นั่น มันน่าสนุกจะตาย !!!"โดมินิคอัดพลังไฟฟ้าไส่เขี้ยวบินที่เป็นแท่นเหยียบของเขาให้พุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วสูง ขณะเดียวกัน ฝูงเขี้ยวบินนับไม่ถ้วนที่บินวนไปมาทั่วน่านฟ้าก็เริ่มเปิดฉากยิงเลเซอร์สีแดงไส่เด็กชายกับปีศาจเพลิงยักษ์นั่นทันที !!!

เด็กชายตรงหน้ายังคงนั่งอยู่กับที่โดยไม่ขยับไปไหนทั้งสิ้นและรับการโจมตีทั้งหมดของจอมมารทันที สิ้นควัญตรงหน้าได้ปรากฏเกราะจากวิญญาณไฟตนนั้นห่อหุ้มร่างของเด็กชายเอาไว้

ฮาโอ : ยังไม่พอ . . . . . แต่นี่คงยังไม่ใช่ความสามารถสูงสุดของนายสินะ - เขาหันมองลงมาที่จอมมารและยิ้มแสยะ - ไม่ต้องห่วงหรอกเราจะได้พบกันอีกแน่บนสนามรบที่ยิ่งใหญ่ บนสนามรบที่จะตัดสินสิ่งที่นายเองหวังไว้ - รอยเขี้ยวบินบาดลงเฉี่ยวๆที่หน้าของเด็กชายตรงหน้า พร้อมกันกับรอยแผลบาดเล็กน้อยที่แก้มของโดมินิคเองเหมือนกัน - รอยแผลเป็นของนักสู้ที่สมควรจะจดจำ . . . . . ฮาโอ จำไว้ให้ดีๆล่ะ - เด็กชายหัวเราะขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะเดินทางกลับไปอีกทิศทางนึงด้วยร่างเดิมของวิญญาณแห่งเพลิงคู่กาย -


รอยแผลเล็กน้อยที่แก้มของโดมินิคเริ่มฉีกกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ จนลามไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว ควันสีดำปนม่วงค่อยๆลอยออกมาจากปากแผลของมารร้าย แต่ดูเหมือนว่าจากการช่วยเหลือของหญิงสาวปริศนา[ซาเอะ]ทำให้โดมินิคไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดทรมาณจากคำสาปมรณะนี่ "ไม่มีเวลาให้เอ้อระเหยอีกแล้วสินะ"ชายหนุ่มพึมพัมออกมา ก่อนจะเขาจะอัดพลังไฟฟ้าไปที่เขี้ยวบินที่เขายืนอยู่เพื่อบินหาจุดลงจอด
ทุ่งหิมะขาวโพลนไปทั่ว จนเหมือนกับว่าจุดไหนๆก็เป็นสถานที่เดียวกันซะทั้งหมด ดูเหมือนว่าไม่ว่าจะลงตรงไหนก็ตามก็เหมือนกับพื้นที่เดียวกันไปเสียหมด ไม่ว่าจะลงตรงไหนก็ตามจอมมารเองก็ยังคงเห็นทุ่งกว้างขาวสุดลูกหูลูกตา


"ให้มันได้อย่างงี้สิ"โดมินิคพึมพัมออกมาเบาๆ ก่อนจะเร่งความเร็วในการบินขึ้น เพื่อหาจุดที่เหมาะสมต่อไป

ในที่สุดจอมมารก็ได้เห็นยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะเหมือนเคยเพียงแต่ว่าสามารถมองเห็นโขดหินรำไรได้บ้าง อย่างน้อยๆมันก็น่าจะเป็นหลักยืนให้ได้บ้างขณะเดียวกันนั่นเองแผ่นดินแถวนั่นก็ได้สั่นไหวจนหิมะที่คลุมพื้นดินหล่นออกไปหมดจนเห็นเป็นทางเลียดเขา พร้อมกับการปรากฏตัวของ 200 เมตรอีกครั้งหนึ่ง



HP 700 / 700


"โฮ่ ขนาดแค่ยัยเด็กปากเสียนั่น แกยังแทบแย่เลยไม่ใช่รึไง ?"ชายหนุ่มพูดขึ้นพลางแสยะยิ้มให้กับสัตว์ประหลาดร่างยักษ์นั่นอย่างดูถูก ขณะเดียวกัน ควันต้องสาปก็ยิ่งพุ่งออกมาจากรอยร้าวตามร่างกายของโดมินิคมากขึ้นเรื่อยๆ

"ถ้ามาเจอกับชั้น แกก็ชะตาขาดแล้วว่ะ ไอ้เศษขยะ !! ฆ่ามันแฟรงค์ !!"สิ้นเสียง ท้องฟ้าด้านหลังชายหนุ่มก็ฉีกขาดออก เหล่าเขี้ยวบินหลายสิบตัวพากันกรูเข้าไส่ ปีศาจ 200 เมตรนั่นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยิงลำแสงมรณะอัดเข้าไส่จากทุกทิศทาง !!! (Use Skill Death Fang)

เขี้ยวของชายหนุ่มระดมยิงสัตว์ประหลาดหากยาก ( มีตอนล่ะตัว ) 200 เมตรด้านหน้าลงด้วยเขี้ยวที่พุ่งออกมานับพันด้านของเขาทำให้สัตว์ 200 เมตรเซล้มลงมาทับที่ตัวของจอมมารลงบนทุ่งหิมะที่หนาวเหน็บทันที

HP 7 / 700 >> จากผลสกิล Death Fang ไม่สามารถโจมตีในการตอบกลับครั้งต่อไปได้


ตูม !!! ร่างของโดมินิคพุ่งทะลุพื้นดินขึ้นมา ก่อนจะกระโดดหมุนตัวลงถึงพื้นอย่างนิ่มนวล "หึ หึ หึ หึ สภาพน่าสมเพชจริงๆเลยนะ ไอ้สวะ"ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาร่างของปีศาจยักษ์นั่นพลางพูดขึ้น ก่อนจะมานั่งยองๆข้างหน้าบริเวณใบหน้าของมัน "รู้มั้ยว่า ทำไมชั้นถึงไม่ชอบการโจมตีให้สิ้นชีวิตในครั้งเดียว..."ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบพลางเล่นกับพลังไฟฟ้าในมือ

"เพราะสภาพของสิ่งมีชีวิตที่ใกล้จะตายเพราะถูกไว้ชีวิต มันเป็นอะไรที่น่าดูที่สุดเลยยังไงล่ะ !!!! ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า !!!!!"โดมินิคฉีกยิ้มน่าทุเรศออกมาก่อนจะลุกขึ้น หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับฝูงเขี้ยวบินนับพันๆตัวที่บินเข้ามาจ่อทุกส่วนของร่างกายเจ้าสัตว์ยักษ์นั่น เพื่อเตรียมยิงสังหาร !!

ขณะที่ชายหนุ่มกำลังหัวเราะอย่างได้อารมณ์ตรงหน้าสัตว์ 200 เมตร ( เดี๋ยวจะลืม ) นั่น มันก็ได้ใช้แรงเฮือกสุดท้ายงาบกลางตัวของโดมินิคยึดไว้กับตัวของมันเอง แสงเริ่มส่องประกายออกจากตัวของสัตว์ประหลาดตัวนั้นพร้อมกับกลิ่นเหม็นไหม้ ทันใดนั้นร่างายของมันก็ได้ระเบิดพลีชีพใส่จอมมารที่อยู่ในเขี้ยวของมันทันที


ควันจากปรมาณูแห่งการพลีชีพของสัตว์ยักษ์ฟุ้งกระจายไปทั่วน่านฟ้า ก่อนจะเริ่มบางตาลงในเวลาไม่นานนัก แสงเลเซอร์สีแดงหลายสิบเส้นยิงล้อมร่างกายของโดมินิคเอาไว้เพื่อป้องกันความเสียหายจากการโจมตีนั่นไว้ได้อย่างเฉียดฉิว

แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังไม่พอ ความตายของปีศาจยักษ์ 200 เมตร ได้กระชากเอาร่างกายซีกซ้ายของโดมินิคไปทั้งยวง เป็นของแถม.... "ถุด.. เป็นการโจมตีที่สมกับเป็นเศษสวะชั้นต่ำจริงๆนะ"ชายหนุ่มถมน้ำลายปนเลือดไส่เศษเนื้อของสัตว์ยักษ์ที่กระจัดกระจายเต็มพื้น

"ชิ เริ่มมองไม่เห็นซะแล้วสิ ขอชั้นพักซักหน่อยก็แล้วกัน...."พูดจบ ร่างของมารร้ายก็ค่อยสลายเป็นฝุ่นทรายทีละน้อย จนกลายเป็นร่างของสเตล่าที่ถูกเศษทรายทับถมกันไว้แทน

"งืมๆๆ.... หือ.. อ๊ะ.. คราวนี้อะไรอีกล่ะเนี่ยยยยยย !!!!"เด็กสาวที่กำลังสะลืมสะลือลุกขึ้นมาจากกองทราย กรีดร้องขึ้นอย่างสิ้นหวัง เมื่อเธอเห็นสภาพรอบตัวของเธอที่เต็มไปด้วยเศษเนื้อและโลหิตที่ชโลมไปทั่วทั้งยอดเขา....

สภาพลานน้ำแข็งสีแดงตรงหน้าเธอดูเหมือนว่าจะไม่ทำให้เด็กสาวตกใจเสียเท่าไร แต่ยังไงก็ตามก็ยังไม่พบสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจาก 200 เมตรเลย แต่ว่าตอนนี้เด็กสาวสามารถมองเห็นควัญไฟจางหลัดๆจากด้านหน้าได้แล้ว และดูเหมือนว่าพายุหิมะจะลดถอยลงแล้วด้วย จากควัญไฟนั่นเด็กสาวสามารถเดาได้เลยว่ามันไม่ไกลมากนักจากจุดที่เธอยืนอยู่


"ควันไฟๆๆ ควันไฟล่ะ !!!"เด็กสาวตาเป็นประกายทันที เมื่อเห็นสิ่งที่จะช่วยคลายร้อนให้กับเธอได้ ไม่ช้าสเตล่าก็ออกวิ่งไปยังจุดที่มีควันไฟลอยฟุ้งอยู่นั่นทันที

อิฟรีท : โอ๊ะ โอ ความรักของชั้นมันส่งไปถึงหัวใจของเธอได้สินะ นี่สินะที่เขาว่ากันว่าระยะทางไม่ใช่อุปสรรคน่ะ - ชายหนุ่มยิ้มเก๊กให้กับหนูสเตล่าที่วิ่งเข้ามาหากองเพลิงที่เขาจุดไว้อย่างร่าเริง - เข้ามานั่งในอิ้กลูสิชั้นอุส่าห์เสียเวลานั่งปั้น ฮ่ะๆๆๆ - ว่าแล้วเขาก็จับสเตล่ามานั่งข้างๆใต้กระท่อมน้ำแข็งทันที - อะ นี่มันฝรั่งเผา เขานิยมกินกันในที่หนาวๆแบบนี้อยู่แล้วสินะ - ชายหนุ่มยังคงยิ้มให้กับสาวน้อยและนั่งก่อฟืนไม่ให้ไฟนั้นดับลง -


สเตล่าทำหน้างงๆเล็กน้อยก่อนจะรับเอามันฝรั่งจากอิฟรีทมาสวาปามอย่างมีมารยาทเช่นเคย (อาห์ นี่สินะความสุขที่แท้จริง~) [ ] "อ๊ะ จริงด้วยๆ นายหลงทางอยู่ในเขาวงกตนั่นสินะ[เข้าใจอย่างงั้น] ได้อะไรมาบ้างล่ะ ?"เด็กสาวเงยหน้าถามพลางเลียเศษมันเผาในมือ

อิฟรีท : ได้มาเจอสาวน้อยท่ามกลางทุ่มหิมะนี่ไงล่ะจ๊ะ - ชายหนุ่มตอบกลับและหัวเราะออกมาเบาๆพร้อมกับจิ้มที่หน้าผากของสเตล่าก่อนที่จะปาดเศษมันฝรั่งบนแก้มเธอออกและกินลง - ฮ่ะๆๆๆ อืม . . . . นอกจากนั้นชั้นก็เจอทางไปต่อในทุ่งหิมะนี้แล้วนะ รีบไปกันดีกว่าชั้นเองก็ไม่ค่อยชอบอากาศหนาวเหมือนกัน - ชายหนุ่มพูดเสร็จก็ลุกขึ้นและจูงมือสเตล่าเดินไปยังบรรไดทางขึ้นแห่งหนึ่ง - ที่นี่ล่ะ พวกเราคงจะต้องกลับไปผจญภัยต่อในเขาวงกตนั่นล่ะนะ


Player Reaction : เชิญจ้า

To Be Continue
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 11-7-2010 12:09:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด nutchsnon เมื่อ 12-7-2010 19:58



Lan Blado Item
Lan Blado Recovery skill
Lan Blado Passive skill 1
Lan Blado Passive skill 2
Lan Blado Active skill
Lan Blado Speacial ability
Room mate :


Syzer: หึๆ~ ไม่ต้องห่วงๆ ข้าไม่ใช่ปีศาจที่อ่อนหัดถึงขนาดย้ายดวงจิตออกจากร่างใครไม่ได้หรอกนะ~ ข้าก็แค่.... - ไม่ทันที่ไซเซอร์จะพูดจบ โซฟีก็ประเคนหมัดมาที่ไซเซอร์เสียก่อน แต่ถึงแม้จะเร็ว แต่ด้วยประสบการณ์ที่ถูกลอบทำร้ายมานับครั้งไม่ถ้วนจึงไม่อาจจะชกโดนเขาได้ ไซเซอร์จับข้อมือน้อยๆ นั่นก่อนจะย่อตัวลงไปใกล้ๆโซฟี
Syzer : เห~ คุณหนูคนนี้ใจร้อนจังเลยนะ~ คึกๆ - ไซเซอร์พูดพลางเลียปาก แต่คนตรงหน้าเขาก็ไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมา
Ryuko : ปล่อยโซฟีซะ ไซเซอร์! - ริวโคตะคอกให้ไซเซอร์หยุดทำอะไรไปมากกว่านี้ ด้วยแววตาอาฆาต
Syzer : โอเคๆ ปล่อยก็ปล่อย~ แหมเจ้านี่น่ากลัวไม่เปลี่ยนเลยนะ โอ๊ะ~ - ไซเซอร์หันมาทางเรย์อิเซน - แหม~ มองดีๆเจ้างามกว่าเมื่อก่อนอีกนะ เรย์อิตัน~ - ไซเซอร์ยิ้มแบบเจ้าเล่ห์พลางชมเรย์อิเซน แต่คนที่ถูกชมกลับไม่สบอารมณ์ซักเท่าไหร่
Reisen : อย่ามาเล่นลิ้นน่า! อยู่ๆ เจ้าออกมาแบบนี้ต้องการอะไรกันแน่! แล้วแรนอยู่ที่ไหน!? - เรย์อิเซนถามด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว
Syzer : ไม่ต้องห่วง~ ข้าก็แค่ขังแรนไว้ในความทรงจำที่มีแต่ความโศกเศร้านั่นเท่านั้นเอง เรื่องจะดึงกลับมาน่ะง่ายมาก~~ เอาไว้เสร็จธุระของข้าเดี๋ยวก็ได้คุยกัน~ - แต่ขณะที่กำลังพูดด้วยอารมณ์ขันอยู่ก็มีใครบางคน เหาะมาหยุดอยู่ตรงด้านนอกของหน้าต่างแล้ว
Syzer : หือ? แหมๆ ท่าทางแขกจะเยอะเป็นพิเศษเลยนะ - ไซเซอร์พูดพลางกุมศรีษะตัวเองหัวเราะเบาๆ ทางด้านริวโคที่พยายามขยับไปใกล้ๆอัลดิเน่และโคโยริก็เริ่มกระซิบผ่านโทรจิต
Ryuko : ท่าทางสถาณการณ์ตอนนี้ทางเราได้เปรียบแล้วสินะ เพราะข้ารู้สึกได้ถึงพลังที่คุ้นเคยของชายหนุ่มคนนั้น(แอนนา?) เดี๋ยวข้าจะใช้วงเวทย์ตรึงร่างของเจ้านั่นไว้ให้ พวกท่านช่วยขับไล่มันไปก็แล้ว ... - ริวโคสัมผัสได้ถึงสายตาอัมหิตที่แผ่ออกมาจากไซเซอร์ที่เหมือนกับว่าเขาจะได้ยินบทสนทนาเมื่อซักครู่
Syzer : อย่าดีกว่าน่าริวโค~ ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรอว่าไม่ได้มาต่อสู้แต่แค่มาทักทายเฉยๆน่ะ~ ถ้ายังไม่ฟังอีกล่ะก็~ - ไซเซอร์ดีดนิ้ว ปรากฏกระจก ขนาด 10x10 นิ้ว และฉายภาพแรนกำลังต่อสู้กับกลุ่มอัศวินสีดำอยู่
Reisen : นั่นมัน... หยุดนะไซเซอร์!! - เรย์อิเซนตะโกนให้เขาหยุดทำอะไรบางอย่าง
Syzer : หึๆๆ~ ทำไมล่ะ ความเจ็บปวดที่ต้องฆ่าเพื่อนของตัวเองซ้ำไปซ้ำมาน่ะ มันวิเศษสุดๆนะ~ - ไซเซอร์หัวเราะลั่น ภาพที่ฉายออกมานั้นคือเหตุการณ์ที่แรนเคยถูกไซเซอร์บังคับให้ถ่วงเวลาเหล่าอัศวินและริวโคกับเรย์อิเซน ตอนอยู่ที่สุสานแห่งท้องฟ้านั่นเอง
Reisen : ฮึ่มม..!  ไอ้โรคจิต นี่แกคิดจะทรมาณจิตใจนายของข้าไปถึงเมื่อไหร่!! - เรย์อิเซนทำท่าจะฟิวขาดอยู่แต่ริวโคก็เข้ามาทำให้เธอสงบลง
Ryuko : เดี๋ยวใจเย็นๆก่อนเรย์อิเซน ตอนนี้ยอมฟังมันไปก่อน เพื่อเป็นการดีต่อตัวแรนและท่านรีเน่ อย่าให้มันปั่นหัวสิ- ริวโคเตือนสติเรย์อิเซนจนเธอสงบลงแต่ก็เห็นมือข้างที่ไม่ได้แตะไหล่เธอกำมือแน่นจนเลือดออกมา
Syzer : ถ้าเข้าใจก็ดี~  อ้อจริงสิ ข้านี่เสียมารยาทจัง ลืมธรรมเนียมของมนุษย์ไปซะสนิทเลย ข้าชื่อ ไซเซอร์ เดวิลเดะรุค ธุระของข้าในวันนี้ก็แค่ - ไซเซอร์หันไปทางอัลดิเน่ก่อนพูดต่อ - ข้าไม่ยอมให้ใครมาแย่ง 'ของเล่น' ของข้าเด็ดขาดไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม~ -

อันดิเน่ยังคงควบคุมม่านวารีของเธอป้องกันไม่ให้สิ่งมีชีวิตภายนอกเข้ามาเกี่ยวพันกับการต่อสู้นี้อยู่ และตอบกลับไปที่ไซเซอร์

อันดิเน่ : ถึงเราจะยังไม่มั่นใจในตัวของแรนในตอนนี้มากนัก แต่ซักวันหนึ่งเขาจะต้องหลุดพ้นออกจากอดีตและตัวเจ้าด้วยพลังของเขาเองอย่างแน่นอน - แววตาของเธอนั้นแน่วแน่และเปี่ยมไปด้วยความหวังในตัวของชายหนุ่ม -

โทโด โคโยริ : ตัวชั้นมีชื่อว่า โทโด โคโยริ - หญิงสาวแนะนำตัวตัวกลับตามมารยาท - ดูเหมือนว่าอาจจะเปลี่ยนการเจรจาเป็นการต่อสู้ได้ทุกเมื่อถ้าคำตอบไม่สบอารมณ์สินะ - หญิงสาวกางพัดออกมาและหลิ่วตามองที่ไซเซอร์ - เอาเถอะ ถ้าตัวเจ้าเองไม่เริ่มลงมือก่อนล่ะก็ . . . . . .

ไม่ทันที่โคโยริจะพูดจบจุดที่โซฟีลงหมัดเมื่อครู่ก็ได้มีแสงสว่างขึ้นมา ทันใดนั้นพลังนั่นก็ได้ระเบิดออกภายใต้กำแพงวารีในห้องนี้เป็นวงกว้าง ดูเหมือนว่าหมัดของเธอจะไม่ใช่แค่การทักทายเสียแล้ว โซฟีเองยังคงพุ่งเข้าโจมตีไซเซอร์อย่างต่อเนื่องทันทีด้วยกำปั้นของเธอ

โทโด โคโยริ : หยุดนะ !! เร็ม !! - หญิงสาวกางกำแพงพลังขึ้นกั้นระหว่างโซฟีและไซเซอร์ไว้ทันที ดูเหมือนว่าโซฟีเองก็ได้ม้วนตัวหลบกำแพงนั่นและหยุดลงทันที - ถึงฝ่ายตรงข้ามจะเป็นปีศาจและเป็นศัตรูก็ตาม ถ้าต่อสู้กันอย่างไร้เหตุผลแบบนี้เธอเองก็ไม่ต่างกันหรอกนะ

โซฟี : !! - หญิงสาวตกใจขึ้นเล็กน้อยกับคำพูดของโคโยริก่อนที่เธอจะเริ่มนิ่งลงไปและกระโดดถอยห่างออกมาจากไซเซอร์ -

ขณะเดียวกันนั้นเองก็ได้ปรากฏร่างของชายหนุ่มปริศนาออกมากลางวงการต่อสู้ขึ้นทันที


อันดิเน่ : ถึงเราจะยังไม่มั่นใจในตัวของแรนในตอนนี้มากนัก แต่ซักวันหนึ่งเขาจะต้องหลุดพ้นออกจากอดีตและตัวเจ้าด้วยพลังของเขาเองอย่างแน่นอน - แววตาของเธอนั้นแน่วแน่และเปี่ยมไปด้วยความหวังในตัวของชายหนุ่ม -

Syzer : โห~ ถ้าเจ้าคิดแบบนั้นคงจะเป็นไปไม่ได้หรอกนะ~ เพราะยังไงซะ แรนก็ไม่มีทางหลุดพ้นไปจากข้าได้หรอก ฮ่าๆ ทำไมน่ะหรอ? ก็ข้าน่ะ ถือไพ่เหนือกว่าแรนตั้งเยอะนี่นา~ - ไซเซอร์หัวเราะลั่น
โทโด โคโยริ : ตัวชั้นมีชื่อว่า โทโด โคโยริ - หญิงสาวแนะนำตัวตัวกลับตามมารยาท - ดูเหมือนว่าอาจจะเปลี่ยนการเจรจาเป็นการต่อสู้ได้ทุกเมื่อถ้าคำตอบไม่สบอารมณ์สินะ - หญิงสาวกางพัดออกมาและหลิ่วตามองที่ไซเซอร์ - เอาเถอะ ถ้าตัวเจ้าเองไม่เริ่มลงมือก่อนล่ะก็ . . . . . .

Syzer : เฮ้อ ข้าล่ะเบื่อหน่ายจริงๆที่ต้องพูดอะไรซ้ำซาก ก็ข้าบอกแล้วนี่นาว่าไม่ได้มาเพื่อต่อสู้น่ะ - แต่จู่ๆโซฟีก็พุ่งเข้ามาปล่อยหมัดใส่ไซเซอร์ด้วยความเร็ว ปุๆๆๆ หมัดหลายสิบคอมโบ้พุ่งใส่ชายหนุ่ม แต่ก็ถือเพียงแต่มือที่คอยปัดป้องออกไปเท่านั้น หมับ กึด!
Syzer : ไม่เอาน่า คุณหนู เล่นเข้ามาโจมตีใส่กันแบบนี้ไม่ดีนะ~ - จู่ๆ โคโยริก็เตือนสติโซฟีและเธอก็ล่าถอยออกไป ...

ทางด้านของแรนที่กำลังสู้กับอัศวินสีดำอยู่

Lan ; ฮึ่ม อะไรกันคนพวกนี้ทำไมถึง - ขณะประดาบแรนกับรู้สึกว่าเพลงดาบของพวกเค้านั้นล้วนแต่เป็นเพลงดาบที่คุ้นเคยทั้นั้น
Lan ; ฮึบ แรนฟาดดาบขึ้น หมวกของอัศวินก็หลุดลอยไป ปรากฏโฉมหน้าที่คุ้นเคย
Lan ; คารัว? หรือว่า - แรนหันไปหาอัศวินชุดดำคนอื่นๆ ต่างก็พากันถอดหมวกออก
Lan ; ไม่จริง แอ็กเล่ กราเซอร์ จิล - และคนสุดท้ายที่ถือดาบคู่มาเหมือนกัน แรนหน้าซีดคำพูดมากมายกระอักอยู่ในลำคอของเค้า
Lan ; ยะยูน่า... - ใช่จริงๆด้วย นี่คือบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์สุสานแห่งท้องฟ้าทั้งนั้น มีอัศวิน 5 คนบุกเข้าไปเพื่อป้องกันหินประจุพลังและได้ปะทะดาบกับแรนเข้า (Evil Lan)
Lan ; อึก หยุดนะ! ข้าไม่อยากสู้ - ดาบทั้ง 6 เล่มต่างกรูเข้ามาฟาดฟันที่ร่างของชายหนุ่มด้วยคำสาปของกาฝากเขาจึงไม่อาจถูกทำร้ายได้ และทำการโต้ตอบโดยที่ตัวเองไม่ได้ตั้งใจจะฆ่า
Lan ; อะ... อ๊าาาาาา!!!!!!!!!!!!!!

เสียงร้องของแรนทำให้ไซเซอร์สแหยะยิ้มออกมา
Syzer : หึๆ ฮ่าๆๆ!!! ไพเราะเหลือเกิน เสียงร้องอันน่าเจ็บปวดนั่น ฮึๆๆ
Reisen : แรน!! ตั้งสติไว้นั่นมันแค่ภาพลวงตานะ!!! - เรย์อิเซนพยายามตะโกนเรียกชายหนุ่มผ่านกระจกนั่นแต่ท่าทางจะไม่ได้ยิน
Syzer : หือ? ไซเซอร์มองไปด้านบนก็พบกับชายหนุ่มปริศนาอยู่เหนือศรีษะของตัวเอง



ชายหนุ่มปริศนาได้เริ่มการตรวจสอบขึ้นต่อหน้าของไซเซอร์และทางของทูติด้วยในเวลาเดียวกัน

? ? ? : "ว่าแล้วว่าต้องเป็น maxwell กับ rem ส่วนเจ้า Syzer งั้นรึ " ชายหนุ่มนิ่งเงียบเพื่อวิเคราะห์เหตุการณ์ตรงหน้า "งั้ยไม่เจอกันนานเลยนะ undine เป็นครั้งแรกสินะที่เห็นรูปร่างของเรา" เมื่อชายหนุ่มเอ่ยพูดกับทูติแห่งวารีจบก็ได้หันมาทางปีศาจร้าย "เรามาที่นี่เพราะเรามีธุระกับคนเหล่านี้ไม่ใช่เจ้าจงกลับไปซะ ถึงตอนนี้เราจะสูญเสียพลังอันมหาศาลไปแต่ทว่าแค่ผนึกเจ้านั่นตอนนี้ก้อสามารถทำได้ เพราะฉะนั้น จงกลับไปซะ" ทันใดนั้นได้มีแสงพุ่งออกจากตัวของเขาเอง ที่ปลายทือของเขาได้มีวงแหวนเวทย์ปรากฏขึ้นมา

ทันทีที่วงแหวนเวทย์ผุดขึ้นมา แสงประกายจากจุดที่โซฟีได้โจมตีลงไปกับไซเซอร์ที่ได้ใช้มือรับไว้ก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่ามันจะเป็นทักษะเดิมของเธอที่ใช้มาก่อนหน้านี้และกำลังจะระเบิดตัวออกแต่ก็ได้หายไปเสียก่อนเพราะว่าโคโยริได้รีบรวบตัวของโซฟีไว้

โทโด โคโยริ : หยุดก่อนหน่า เร็ม แล้วก็คุณคนแปลกหน้าด้วย ถึงคราวนี้ฝ่ายตรงข้ามจะดูไม่น่าไว้ใจก็ตามเถอะเป้าหมายของเขานั้นคือแค่การออกมาทักทายเท่านั้น อย่าให้เรื่องมันมากไปกว่านี้อีกเลย มันจะได้ปล่อยตัวนักดาบคนนั้นออกมาก่อนด้วย



Syzer : โห~ เจ้าพูดเรื่องน่าสนใจขึ้นมาแล้วสิ~ - ไซเซอร์พูดพลางหยิบไม้ที่อยู่ใกล้ๆขึ้น - ขอดูพลังของเจ้าที่ว่าจะใช้ผนึกข้าหน่อยสิ~  สำหรับเจ้าข้าคุงไม่ต้องใช้ B.katana ของแรนก็ได้มั้ง แค่เศษไม้นี่ก็เพียงพอแล้วล่ะ - ไอสีดำปกคลุมไม้ที่ไซเซอร์ถือไว้จนกลายเป็นสีดำสนิท

Ryuko : เจ้าคิดจะเผาเมืองนี้รึไงไซเซอร์? - ริวโคเดินออกมาประจันหน้ากับไซเซอร์
Reisen : ถ้าเจ้าคิดจะสู้พวกข้าจะเป็นคู่มือให้เอง - เรย์อิเซนเองก็พูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจังเช่นกัน

Syzer : ไม่ต้องห่วง~ ข้าไม่ทำลายสิ่งปลูกสร้างพวกนี้หรอก ส่วนคนที่ทำลายก่อนก็เป็นแม่หนูคนนั้นไม่ใช่รึ? เพราะงั้นสะบายใจได้ สำหรับการเล่นสนุกครั้งนี้ ข้าใช้พลังแค่ 1 ใน 10 ก็ได้นะ~ - ไซเซอร์พูดพลางแสยะยิ้ม - ว่าไงล่ะพ่อหนุ่มตรงนั้นน่ะ ถ้าไม่ลงมาข้าจะขึ้นไปหาล่ะนะ~

อ่านต่อเรปหน้า
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 12-7-2010 19:59:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 14-7-2010 13:08



Lan Blado Item
Lan Blado Recovery skill
Lan Blado Passive skill 1
Lan Blado Passive skill 2
Lan Blado Active skill
Lan Blado Speacial ability
Room mate :


ร่างของชายหนุ่มด้านบนของปีศาจไซเซอรืได้พุ่งผ่านตัวเขาไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับคมดาบ ดูเหมือนว่าการโจมตีครั้งแรกจะเป็นแค่การเปิดทางเข้าสู่ตัวคู่ต่อสู้เท่านั้น ทันใดนั้นเองการโจมตีที่แสนหนักหน่วงและท่วงท่ามากมายก็ได้โหม กระหน่ำลงที่ไซเซอร์อย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมกับการปิดฉากด้วยดาบโซ่ของชายหนุ่มที่พุ่งเข้าโจมตีไซเซอร์ทันที


(เนื่องจาก LV ต่างกัน และค่า AGI สูงกว่าขอเล่นเหนือกว่าล่ะนะ)

จริงอยู่ที่การโจมตีของฝ่ายตรงข้ามจะค่อนข้างเร็วและต่อเนื่องช่องโหว่ก็น้อย แต่ก็ไม่อาจโจมตีผ่านท่อนไม้ที่ไซเซอร์ถืออยู่ได้เลยแม้แต่น้อย ไซเซอร์รับกระโดดขึ้นหลังจากที่ชายหนุ่มฟาดดาบลงและมีบางสิ่งผุดขึ้นมาโจมตีเขา แต่ก็ไม่เป็นผล ไซเซอร์ยืนบนดาบที่พุ่งออกมาอย่างสะบายๆ

Syzer : โห~ ก็ไม่เลวนะ แต่ว่า ช้าเป็นบ้าเลยล่ะ~ -ไซเซอร์หัวเราะเบาๆ - นี่ริวโค~ รอบนี้ข้าไม่ผิดนะ เค้าเป็นคนทำพื้นเป็นรูเองเน้อ~ - ไซเซอร์หันไปโบกมือให้ริวโค แต่ชายหนุ่มเองได้โอกาสจึงงัดดาบขึ้นจนร่างของไซเซอร์ลอยขึ้นไป เขาสร้างดาบขนาดใหญ่ขึ้นมาและพุ่งไปที่ไซเซอร์ ทันทีที่ดาบใกล้เข้ามาไซเซอร์ได้ใช้กิ่งไม้นั่นปัดดาบออกไปและถือไม้ไว้ทั้งแบบนั้น
Syzer : เห~ ดาบใหญ่ดีนี่นา~  เอ้าคืนไป - ไซเซอร์โยนดาบเมื่อซักครู่คืนให้กับเขา - เน่เรย์อิตัน ข้าขอเอาคืนบ้างได้ไหม~
Reisen : อย่ามาเรียกชื่อแปลกๆนะยะ!! จะทำอะไรก็ทำถ้าเจ้าทำให้เมืองเสียหายล่ะก็ ข้าจะฆ่าเจ้าแน่! - เรย์อิเซนตะวาดกลับไป
Syzer : แหมๆ น่ากลัวจัง~ แต่ก็เอาเถอะพอแค่นี้ก่อนดีกว่า - ไซเซอร์ล่อนตัวลงสู่พื้นก่อนจะหันมามองกลุ่มของโคโยริ
Syzer : วันนี้ข้าได้รับความบันเทิงมามากพอแล้วล่ะ  เอาไว้พบกันใหม่ก็แล้วกันนะ ลาก่อนทุกท่าน~- ว่าแล้วไซเซอร์ก็เรียกหมอกออกมาปกคลุมตัวเองและสลายไป เหลือแต่เพียงร่างของแรนที่ทรุดลงสู่พื้น
Ryuko&Reisen : แรน!! - ทั้งสองคนรีบวิ่งไปที่ร่างนั้น และรีบตรวจสอบพลังกายกับเวทย์มนต์ที่ถูกใช้ไปทันที
Ryuko : ไม่เป็นไร แค่สลบไปเพราะภาพลวงตาน่ะ
Reisen: บ้าที่สุด ข้าไม่มีวันอภัยให้เจ้านั่นแน่นอน ไม่มีทาง... - เรย์อิเซนพูดพลางเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาของแรน

ขณะที่ร่างของจอมมารค่อยๆจางหายไปแมกซ์เวลเองก็ได้ปล่อยร่างของโซฟีออกและโค้งหัวลาไซเซอร์

โทโด โคโยริ : คราวนี้ทางเราเองก็จะขอลาจากเพียงเท่านี้ไปก่อน ขอบคุณที่ยังพอมีเหตุผลบ้างในบางเรื่อง แต่คราวหน้าเราเองอาจจะรั้งเร็มไว้ไม่อยู่เพราะร่างกายของเราในตอนนี้ที่เหมือนกับมนุษย์ธรรมดา - หญิงสาวเหล่ไปทางโซฟีที่กำลังยืนตีสีหน้าแบบเดิมอยู่และมองไปที่ไซเซอร์พร้อมกับหันไปมองทางด้านชายหนุ่มปริศนาที่เพิ่งปรากฏตัวออกมา -

โซฟี : ครั้งหน้า . . . . จะเป็นครั้งสุดท้าย . . . . . - หญิงสาวเอ่ยขึ้นเบาๆด้วยสีหน้าที่แน่นิ่งของเธอในขณะที่ไซเซอร์ค่อยๆจางหายไป -
Syzer : เอาไว้ข้าจะรอถึงเวลานั้นก็แล้วกันนะ คุณหนู~ ฝากดูแลของๆข้าไว้ให้ดีล่ะ~ - ไซเซอร์ยิ้มให้ก่อนหายไป
ตุ้บ !! เสียงร่างของชายหนุ่มหล่นลงกับพื้นพร้อมกับทูติแห่งดาบทั้งสองที่วิ่งเข้าไปหาเพื่อดูอาการ อันดิเน่เองก็รีบคลายกำแพงวารีออกและวิ่งเข้ามาดูอาการของแรนด้วยทันที เมื่อเธอได้ยินว่าริวโคพูดขึ้นว่าเป็นแค่การสลบไปจากภาพลวงตาก็ทำให้เธอหายเป็นห่วงได้เปราะหนึ่ง

อันดิเน่ : โจมตีทางจิตใจของแรนสินะ . . . . . - อันดิเน่เผลอกุมมืออีกด้านของแรนไว้แน่นจนเรย์อิเซนที่กำลังอินกับบทอยู่หันมามองเข้าทำให้เธอรีบผละออกจากมือของแรนทันที - ปะ . . . ปะ . . . ปล่าวนะ . . . . . เราแค่เป็นห่วงแรนเฉยๆน่ะ . . . - หญิงสาวนิ่งเงียบซักครู่ก่อนที่จะหน้าแดงขึ้นมาเพราะคำพูดของตัวเอง - ไปเตรียมชารอแรนตื่นขึ้นมาดีกว่า - ทูติสาวได้เปลี่ยนเรื่องทันทีก่อนที่เธอจะหลุดปากไปมากกว่านี้ - เรย์อิเซนยิ้มพลางถอนหายใจก่อนจะเริ่มถ่ายพลังเวทย์ให้

โซฟีเองได้เดินเข้ามาที่ริวโคและเรย์อิเซนที่นั่งอยู่ข้างๆแรนและก้มหน้าลงเล็กๆ

โซฟี : ขอโทษนะ . . . . - เด็กสาวเอ่ยขึ้นเบาๆและได้แบ่งพลังเวทย์มนต์ของเธออกให้ ริวโค แรน และ เรย์อิเซน เพื่อที่จะได้ทำหน้าีที่ของพวกเขาต่อได้อย่างไม่ติดขัด -


หลังจากจบเหตุการณ์นั้นไป ทุกคนก็กลับมาที่ห้องของแรนเหมือนอย่างเคย จากเหตุการณ์เมื่อซักครู่ ทำให้แรนสลบไปเป็นเวลาครึ่งวันเลยทีเดียว
เจ้าของร่างสูงค่อยลุกขึ้นมาจากเตียงนอนอย่างช้าๆ พร้อมกับอาการปวดที่หน้าอก เขามองไปรอบๆก็พบว่ามีคนนั่งเฝ้าเขาอยู่
แรนยิ้มให้กับคนตรงหน้าและพูดประโยคสั้นๆ
Lan : กลับมาแล้ว -

ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าชายหนุ่มคืออันดิเน่ที่นอนฟุบบนหน้าอกของเขาอยู่ ดูเหมือนตอนนี้จะเป็นเวลาค่ำคืนยามดึก หญิงสาวซลึมซลือเล็กน้อยก่อนจะโผออกจากแรนอย่างรวดเร็ว

อันดิเน่ : ปะ ปะ ปล่าวนะ . . . เราแค่เผลอหลับไปน่ะ - หญิงสาวหน้าแดงเล็กน้อยและยิ้มให้กับแรนที่ตื่นขึ้นมา - รู้สึกยังไงบ้าง ?


แรนมองท่าทางลุกลี้ลุกลนนั่นจนทำให้เค้าแอบหัวเราะเบาๆออกมา
Lan : อ่ะฮะๆ เข้าใจแล้วๆ ขอบคุณที่อยู่เฝ้ามาตลอดนะ - แรนยิ้มแห้งๆให้แล้วหันมาทำสีหน้าหดหู่อีกครั้ง พร้อมกับมองมาที่มือที่สั่นริกๆของตัวเอง - เอาอีกแล้ว... เราฆ่าเพื่อนสนิทด้วยมือคู่นี้อีกแล้วสินะ ... - แรนยังคงมองมือที่สั่นไม่หยุดครู่หนึ่งก่อนจะมายิ้มแห้งๆให้อัลดิเน่ - เราคงไม่ต่างจากเจ้าไซเซอร์เลยสินะ ขนาดฆ่าเพื่อนสนิทอีกครั้งแท้ๆ กลับไม่มีน้ำตาออกมาเลยแม้แต่น้อย .. ฮะๆ...

ชายหนุ่มปริศนาได้เข้าไปพูดกับนักดาบหนุ่มก่อนที่เขาจะลงไปยังด้านล่าง "เจ้าไม่ต้องโทษตัวเองหรอก ถ้าคนพวกนั้นเป็นเพื่อนเจ้าจริง ๆ ล่ะก็ เค้าจะเข้าใจเจ้าและให้อภัยเจ้าได้ทุกเรื่อง เพราะเราเองก็เคยเข้าสู้กับเหล่าพวกพ้องของเราอย่างเต็มกำลังเช่นกัน" เขาพูดเพราะเขามองเห็นเหตุการณ์ที่นักดาบหนุ่มเจอมาผ่านจากนัยตาของเจ้าตัว นั่นเอง "เอาล่ะ เราจะไปรอพวกเจ้าทั้งคู่ข้างล่างล่ะกัน เสร็จธุระแล้วตามมานะ เรามีเรื่องจะคุยด้วย ทุกคนเลยนะ" ว่าแล้วเขาก้อเดินออกไป

แรนไม่ได้พูดอะไรออกไปได้แต่มองตามแผ่นหลังนั่นเดินออกไปจากห้องไปแล้วหันอยู่ในอาการหดหู่ตามเดิม
Lan : ไม่ใช่แบบนั้นหรอก... กรณีของเราน่ะ... - แรนกำมือแน่น
อันดิเน่เองตีสีหน้าเศร้าสร้อยออกมา และก้มหน้าลงชั่วครู่หนึ่ง จากนั้นเธอก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาและพูดขึ้นกับชายหนุ่ม

อันดิเน่ : นั่นเป็นเพราะว่านายป้องกันตัวไม่ใช่เหรอ ? อีกอย่างนายไม่ได้อยากจะทำแบบนั้นซักหน่อยเพราะว่าสถานการณ์มันบังคับให้นายลงมือไม่ใช่เหรอ . . . . . - ดูเหมือนว่ามันอาจจะไม่ได้ช่วยชายหนุ่มซักเท่าไรนักเนื่องจากตัวเขาเองก็น่าจะรู้ตัวดีอยู่แล้วเพียงแต่ว่ายังยอมรับมันไม่ได้เท่านั้นเอง อันดิเน่เองได้นั่งนิ่งสังพักในบรรยากาศที่หดหู่และเงียบสงบในห้องนี้ - แรน . . . . . - อันดิเน่เองได้ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆแรน

Lan : เอะ? ... อึก!.. - ตาของแรนลุกวาวทันทีที่อัลดิเน่ประทับจุมพิศลงที่ชายหนุ่มก่อนที่จะรีบยื่นหน้าออกมาอย่างรวดเร็ว -
อันดิเน่ : พิสูจน์สิว่านายไม่เหมือนกับปีศาจในร่างของนาย เราจะอยู่ข้างแรนตรงนี้ตลอดไป เพราะฉะนั้นพยายามอีกซักครั้งนึงสิ แรน . . . .


แรนอึ้งไปพักหนึ่งเพราะไม่คิดว่าอันดิเน่ที่แสนจะขี้อายอีกทั้งยังไร้เดียงสาเรื่องราวๆนี้กลับมาจุฟเค้าตอนทีเผลอได้แต่ก็ดึงตัวเองกลับมาได้ในที่สุด เขายิ้มนิดก่อนจะเอามือของตัวเองลูบศรีษะของหญิงสาวเบาๆ

Lan : ไม่ใช่ว่าไม่พยายามหรอกนะ อันดิเน่... แต่เราพยายามไม่ได้ต่างหาก... ยิ่งเราต่อต้านกาฝากมากเท่าไหร่ ความปลอดภัยของ รีเน่ น้องสาวเพียงคนเดียวของเราจะยิ่งน้อยลงเท่านั้น... และนั่นเป็นเหตุผลที่เราไม่อาจจะ ขัดคำสั่งที่เจ้านั่นให้ไว้ได้เลย.... - แรนหยุดไปครู่หนึ่งก็จะมองออกไปทางหน้าต่างพร้อมกับชักมือของเขากลับมากุมไว้ที่หน้าอก -แต่ก็ยังมีอีกทางเลือกนึงที่นะ ที่จะทำให้รีเน่ปลอยภัย - แรนหันมาทางอันดิเน่และยิ้ม - นั่นก็คือฆ่าเราซะแล้วไซเซอร์จะพาร่างของเรากลับไปที่ๆมันต้องการ เจ้านั่นน่ะต้องการแค่ร่ากายและวิญญาณของเราเท่านั้น ที่พา รีเน่ ไปก็เป็นเหมือนกับหลักประกันว่าเราจะไม่คิดต่อต้าน ถึงเราจะอยากฆ่าเจ้านั่นก็ตามแต่ก็ต้องพา รีเน่ กลับมาให้ได้ก่อน นี่.. อัลดิเน่...
ถ้าเราอยากจะช่วยน้องสาวของตัวเองจนทนไม่ไหว แล้วเกิด... เราขอให้เธอฆ่าเราขึ้นมา... อันดิเน่จะทำตามที่เราขอรึเปล่า..?
อันดิเน่ : แรนจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเมื่อไซเซอร์ได้ร่างกายของแรนแล้วมันจะปล่อยรีเน่ตามสัญญา แรนอาจจะกลายเป็นคนที่ฆ่าน้องสาวตัวเองอีกก็ได้ . . . . หรือไม่ถึงไซเซอร์จะปล่อยน้องสาวของแรนออกมาจริงๆ เธอก็คงทนอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ไม่ได้หรอกนะ - หญิงสาวกุมมือของแรนขึ้นมาไว้แน่น - เราต้องการจะให้แรนพยายามเพื่อตัวเองและน้องสาวของแรนด้วยในเวลาเดียวกันต่างหากล่ะ - แววตาของเธอแน่วแน่และจ้องมาที่แรน - ทุกเรื่องที่แรนต้องการ แม้ว่าจะให้เราลงมือกับแรนด้วยปลายหอกของเรา เราก็จะทำให้แรนเอง

Lan : ถึงจะไม่มีอะไรเป็นหลักประกันว่าเจ้านั่นจะปล่อยรีเน่รึเปล่า.. แต่เราเองก็รู้ว่าเจ้าไซเซอร์น่ะต้องการอะไรก็เลยคิดว่ารีเน่น่าจะปลอดภัยล่ะนะ แล้วก็รีเน่น่ะเป็นเด็กที่เข็มแข็งมากเลยนะ ถึงเราจะไม่อยู่ก็ยังมีริวโค เรย์อิเซน เผลอๆ เด็กคนนั้นอาจจะติดอัลดิเน่ก็ได้นะ~ - แรนพยายามฝืนยิ้มออก
Lan : อันที่จริงแล้ว เราน่ะไม่ได้มีเป้าหมายจะฆ่าเจ้าไซเซอร์แต่แรกแล้วล่ะ เราก็แค่อยากจะช่วยรีเน่ออกมาให้ได้เท่านั้นเอง ถ้าแค่ปกป้องน้องสาวเพียงคนเดียวยังไม่ได้ร่างกายของเราจะเป็นยังไงก็ช่างมันเถอะ... แล้วก็ขอบคุณนะแล้วก็ขอโทษที่ถามแปลกๆ เรารู้ว่าถ้าให้อันดิเน่ฆ่าเรา.. อันดิเน่ต้องเก็บความทรงจำแย่ๆนั่นไปอีกนานแน่ เพราะงั้นเราไม่ฝืนให้เธอทำเรื่องแบบนั้นหรอก วางใจเถอะนะ แล้วก็... - แรนเว็นช่วงนิดหน่อยก่อนจะอดหัวเราะเบาๆไม่ได้ - เดี๋ยวนี้ใจกล้าขึ้นนะอันดิเน่ เป็นฝ่ายรุกก่อนด้วยเล่นเอาเราตกใจเชียวล่ะ
หญิงสาวหน้าแดงก่ำพร้อมกับโยนมือของแรนคืนทันทีและถอยพรวดออกมาพร้อมเก้าอี้ที่นำมานั่งข้างๆชายหนุ่ม เธอก้มหน้าลงและพูดติดๆขัดๆเหมือนกับอันดิเน่คนเดิมทันที

อันดิเน่ : เรา . . . เราไม่ได้จะล่วงเกินแรนนะ . . . . คือว่า . .  แบบว่า . . . . เอ่อ . .  คือ . . . . . - หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาและยกมือประกอบท่าทีเหมือนนึกอะไรออก - จริงด้วย !! แรนมีธุระต้องไปคุยกับชายหนุ่มแปลกหน้าดา้นล่างนี่นา ~ - หญิงสาวเปลี่ยนเรื่องทันทีด้วยความสามารถเดิมของเธอ และค่อยๆเดินออกไปจากห้องของแรน เธอแง้มประตูนิดๆและซ่อนข้างหลังพร้อมกับโผล่ใบหน้าของเธอมาเพียงครึ่งเดียว - แรน . . . . ทั้งตัวของแรนเอง. . .  และน้องของแรน พยายามหาทางออกที่ดีที่สุดใ้ห้กับตัวเองแล้วกันนะ - หญิงสาวพูดติดๆขัดๆก่อนที่จะค่อยๆปิดประตูลง -


Lan : อ่าฮะๆ ท่าทางจะแกล้งมากไปแฮะ ขอโทษนะอันดิเน่ > w <'' แรนคิดในใจพลางลุกขึ้นมาจากเตียง ก่อนอื่นก็ลองไปข้างล่างก่อนก็แล้วกัน จะได้คุยกันหลายๆเรื่องด้วย
แรนเดินออกจากประตูและลงมาข้างล่างก็พบกับ โซฟี และ ชายหนุ่มปริศนากำลังนั่งคุยกันท่ามกลางบรรยากาศมาคุ~
ดูเหมือนบนโต๊ะอาหารในตอนนี้บรรยากาศจะค่อนข้างเป็ฯงานเป็นการอย่างมาก และดูเหมือนโซฟีเองก็จะยังเข้มงวดกับชายหนุ่มทั้งสองบนโต๊ะนั่นเช่นเดิม ดูเหมือนว่าพวกเขาน่าจะมีพลังที่เกี่ยวโยงกับด้านมืดเป็นแน่

โซฟี ( เร็ม ) : ประตูแห่งแสงเราจะเปิดมันออกเมื่อไรก็ได้ แต่ว่าเมื่อไปถึงยอดเขาเซนท์เท่านั้นเราถึงจะเปิดประตูแห่งแสงให้ แต่ว่าก็ต้องมีเหตุผลที่หนักพอที่จะโน้มน้าวจิตใจของเราได้เช่นกัน


อ๊ะโซฟีพูดแล้วแฮะ... อืมมเหมือนกับที่คุณโคโยริเคยพูดถึงเลยนะ เอาเถอะ~
Lan: ขอโทษที่ให้รอนะ~ เห อาหารน่าทานจังเลย~ - แรนพูดพลางเดินดุ่มๆ มาที่โต๊ะอาหาร นั่งคู่กับเรย์อิเซน
Reisen : ร่างกายท่านไม่เป็นอะไรแล้วนะ? - หล่อนถามแรนเบาๆ
Lan : อือไม่ต้องห่วง ขอบคุณนะ~ - แรนยิ้มน้อยๆให้ - ว่าแต่ขอโทษนะครับ เป็นเจ้าบ้านแท้ๆ ดันไม่ได้เตรียมอาหารให้แขกเลย - แรนยิ้มแห้งๆแบบรู้สึกผิดให้ผู้ร่วมรับประทานทุกคน ก่อนจะสังเกตุบางอย่างว่า - อ้าวไม่มีสลัดนี่นา? โซฟีรอก่อนนะเดี๋ยวไปทำมาให้ - แรนว่า พลางรีบลุกออกจากโต๊ะและรีบกลับไปที่ห้องพร้อมจัดแจงทำสลัดด้วยความเร็วสูง - ได้แล้ว~ นี่จ๊ะ~ -แรนยกชามสลัดเน้นหัวผักกาดวางตรงหน้าสาวน้อย ก่อนจะกลับไปนั่งที่
Lan : ทานล่ะนะ~

ดูเหมือนว่าโซฟีเองนั้นจะเกลียดชังสิ่งชั่วร้ายและสิ่งที่เกี่ยวข้องกับพลังความมืดเป็นอย่างมาก กระนั้นทั้งๆที่เธอรู้ว่าปีศาจไซเซอร์เองก็ได้อยู่ในตัวของแรนแต่เธอเองก็ไม่ได้รังเกียจแรนเหมือนกับปีศาจตนอื่นๆ เธอนั่งกินสลัดผักที่แรนทำให้เงียบสนิทด้วยสีหน้าแบบเดิมของเธอ ดูเหมือนว่าจะมีแค่ริวโคคนเดียวเท่านั้นที่เธอแสดงท่าทีแปลกๆออกมาบ่อยครั้งที่สุด

โซฟี : . . . . . - หญิงสาวเอ่ยอะไรบางอย่างเบาๆและหันไปมองที่ด้านประตูที่ชายหนุ่มปริศนาเดินออกไป -


Player Reaction : เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 13-7-2010 18:17:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด matrix5246 เมื่อ 14-8-2010 02:20



Letas Item
Letas Recovery skill
Letas Passive skill
Letas Active skill
Letas Special ability

หึ...
Action  : 1 ) โจมตีสวนข้างหลัง !! ชั้นรู้หรอกน่า !!
ดูเหมือนว่าวิญญาณร้ายนั่นจะไม่ได้มาทางด้านหลังของชายหนุ่มแต่กลายเป็นด้านล่างและเฉียงแนวหลังแทน !!

Action :  1) ยาราไนก้ะ ? 2 ) - ตกใจเล็กน้อย - เข้าข้างหลังเรอะ !!  3 ) ชั้นรู้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะ !! - ฟาดดาบลงไปที่เป้าหมาย 4 ) อื่นๆ โปรดระบุ


Action ตูรู้ตั้งแต่แรกแล้วเว้ย !! - ฟาดดาบลงไปที่เป้าหมาย

ดาบไม้ฟาดเข้าที่ใบหน้าคุซาบิเต็มๆ

ปลายดาบไม้ซัดกลางหน้าคุซาบิจนแหงนจมหายไปใต้พื้นด้านล่างทันที ดูเหมือนว่าตอนนี้จะเป็นโอกาศของชายหนุ่มที่จะต้องรีบพาคุณประธานนักเรียนและอิสึกิออกจากถ้ำโดยเร็วก่อนที่วิญญาณร้ายนั่นจะโผล่ขึ้นมาอีกครั้ง !!

Action : 1 ) เผ่นสิอยู่ทำไม !! - ลากสองคนนั้นติดมาด้วย - 2 ) เผ่นก่อนล่ะ !! - ชิ่งคนเดียว - 3 ) ไม่ไป จะรอฆ่าวิญญาณตัวนั้นก่อน 4 ) อื่นๆโปรดระบุ



Action : 1 ) เผ่นสิอยู่ทำไม !! - ลากสองคนนั้นติดมาด้วย

เลเตสวิ่งเข้าไปแบกฮินะกับอิสึกิแล้ววิ่งไปทางออกถ้ำ

ดูเหมือนว่าแม้จะชิ่งออกมาได้แล้วบรรยากาศด้านนอกก็ยังคงมืดครึ้มและน่ากังวลอยู่ดี ท้องฟ้าสีแดงฉานใต้พระจันทร์ดวงใหญ่ที่กำลังส่องแสงด้านบน บ่งบอกว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า หลังถ้ำยังมีอีกหมู่บ้าน ทั้งๆที่ชายหนุ่มสามารถสัมผัสได้ถึงฝีเท้าของเด็กแปลกๆสองคนนั่นรอดออกมาโดยสวัสดิภาพแท้ๆ แต่ดูเหมือนว่าดวงของเขาจะยังไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ

คัตสึระ ฮินากิคุ : อะไรเนี่ย !! - หญิงสาวเอ่ยออกมาพร้อมกับใบหน้าที่ซีดเซียวของเธออย่างสิ้นหวัง -

ทาจิบาน่า อิสึกิ : เอ่อ . . . เราน่าจะหลุดออกมาจากเขตุหมู่บ้านแล้วนี่ครับ . . . . แล้วทำไม . . . ?

ดูเหมือนว่าเรื่องวุ่นๆของชายหนุ่มวิถีฮาเร็มจะไม่จบลงง่ายๆเสียแล้ว และอีกอย่างระดับฮาเร็มของเขาก็ยังไม่ขยิบไปไหนเลยตั้งแต่เข้ามาในหมู่บ้านนี้แล้ว


"ดูเหมือนมันจะไม่ง่ายอย่างที่คิดซะแล้วสิไอหมู่บ้านบ้าๆนี ชักจะทำให้หงุดหงิดหน่อยๆละ... "
เลเตสพูดเสร็จก็เริ่มมีน้ำโหขึ้นมาเพราะไอเหตุการณ์แบบนี้มันคงจะเกิดขึ้นนานเกินไปแล้วสำหรับเขา
"ยังไงก็รีบเดินกันเถอะ ขืนชักช้าไอผีบ้านั่นตามมาอีกเดี๋ยวจะยุ่งเอา"
เลเตสพูดเสร็จก็เดินนำทั้ง2ไปทันที

เมื่อชายหนุ่มเริ่มออกก้าวขาเดินก็ได้มีมือยื่นมาแตะทีไหล่ของชายหนุ่มทันที ดูเหมือนว่ามือนั้นจะเย็นเฉียบและเปี่ยกชุ่มไปด้วยน้ำ เมื่อชายหนุ่มได้ค่อยๆหันมาดูก็ได้พบกับหญิงสาวในชุดมิโกะที่ยืนเปียกชุ่มไปทั้งตัว เรย์มุนั่นเอง

ฮาคุเรย์ เรมุ : ฮัดชิ่ว !! - หญิงสาวจามออกมาเบาๆก่อนที่จะเอ่ยทักทายเลเตส - ไหนบอกว่าจะขึ้นไปรับชั้นยังไงล่ะ เลเตส ~ - หญิงสาวลากเสียงยาวหลังชื่อของชายหนุ่มก่อนที่จะจ้องมาที่นักดาบหนุ่มตาเขม็ง -


"...."
"อ๊ะ..."
เลเตสคิดไปสักพักเพิ่งนึกขึ้นได้(จริงๆคนเล่นเองก็ลืมไปละ)
"ขอโทษนะ พอดีมันมีหลายๆอย่างน่ะเลยไม่ได้ขึ้นไปรับ^ ^"
เลเตสพูดพลางยิ้มให้ แต่... ดูเหมืือนอีกฝ่ายจะไม่ยิ้มตอบแฮะ...
(เวรล่ะตู...)

หญิงสาวไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนักและถอนมือลงจากอัศวินหนุ่ม

ฮาคุเรย์ เรมุ : ชั้นเข้าใจอยู่แล้วน่า . . . . . - หญิงสาวพูดขึ้นและหยิบกระดาษขึ้นมาพับเป็นบ่วงเพื่อแขวนบนไม้ไล่วิญญาณของเธอ -

ทาจิบาน่า อิสึกิ : ผมเห็นแสงสว่างแล้วครั . . .  - ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดจบฮินะกิคุเองก็ได้วิ่งมาชนชายหนุ่มออกจากทางไปทันที -

คัตสึระ ฮินากิคุ : ไหนๆๆ !!

ดูเหมือนว่าเลเตสเองก็จะสังเกตุเห็นแสงตะวันลับๆอยู่ไกลๆด้วยซึ่งมันช่างตัดกับบรรยากาศที่แห่งนี้ได้ดีเหลือเกิน


"...ในที่สุดก็เห็นซะทีแสงอาทิตย์จะยามเช้าหรือยามบ่ายไม่สนล่ะ ถ้าไปตามทิศนั้นเราคงจะหลุดจากหมู่บ้านนี้ได้..."
เลเตสเอ่ยขึ้นมองไปบนท้องฟ้าทิศที่มีแสงตะวันอยู่ลับๆ
"เอาล่ะทุกคนไปกันเถอะ เพื่อจะได้ออกจากหมู่บ้านบ้าๆนี่ซะที"
เลเตสพูดเสร็จก็เดินต่อทันที จุดหมาย ทิศแสงตะวัน!
พวกเขาทั้งหลายได้ตั้งความหวังลงที่อัศวินหนุ่มในตอนนี้พร้อมกับแสงรำไรที่คล้ายกับ Fake การ์ตูนที่เห็นได้ทั่วไปตาม Youtube หลังจากที่พวกเขาได้เดินมาซักพักหนึ่งก็ต้องพบกับหมู่บ้านผีสิงอีกครั้งหนึ่ง เพียงแต่ว่าคราวนี้มันดูมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิม ทั้งรอยเลือดและกลิ่นเหม็นเน่าที่ฟุ้งไปทั่วพร้อมกับบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกกดดันอย่างมาก

คัตสึระ ฮินากิคุ : นี่ . . . ระ . . เรากลับกันดีกว่านะ . . . . - หญิงสาวเอ่ยเสียงอ่อย ดูเหมือนว่าเธอจะลืมไปหมดแล้วว่าพวกเธอนั้นกำลังหลงทางอยู่ -

ฮาคุเรย์ เรมุ : แรงกดดันวิญญาณสูงเหลือเกิน . . . . - หญิงสาวหยิบเข็มทิศขึ้นมากับแผนที่ของเธอ -

ทาจิบาน่า อิสึกิ : มีแผนที่แล้วทำไมไม่บอกล่ะครับ !! - ชายหนุ่มกระโดดออกมาจากพุ่มไม้ที่ตัวเองตกลงจากครั้งก่อน -

ฮาคุเรย์ เรมุ : ถึงจะรู้ทางไปที่ถูกต้องแต่ก็ไม่แน่ว่าจะได้ไปทางเส้นนั้นๆรึเปล่านะ ชั้นเลยยังไม่อยากพึ่งแผนที่ซักเท่าไร


เลเตสหันมามองทั้ง3คน
"เรย์มุ ช่วยนำทางหน่อยละกันไหนๆก็มีทั้งเข็มทิศทั้งแผนที่ ไอเรื่องไปถูกรึไม่คงต้องลองกันก่อนล่ะนะ"
(แต่จะว่าไปมันก็แปลกๆมาตั้งแต่เดินมา ทั้งที่บรรยากาศรุนแรงกว่าเดิมแต่ทำไมไม่ยักมีผีสักตัวโผล่มา)
(ช่างเถอะ... ถ้ามันอยากโผล่เดี๋ยวมันก็โผล่มาเองล่ะมั้ง)

เรมุเองได้เดินนำทางชายหนุ่มตามที่เขาบอก ดูเหมือนว่าระหว่างทางจะไม่มีอะไเรเลยจริงๆ ทำให้อีกสองคนที่เดินตามเขาเกิดความรู้สึกวังเวงขึ้นมาเช่นกัน ด้วยความสามัคคีทั้งสามคนที่เดินนำและตามได้พร้อมใจกันเงียบลง ทำให้บรรยากาศวังเวงขึ้นทันตาเห็น ทางด้านเลเตสเองที่เดินอยู่ตรงกลางก็ได้รู้สึกเสียวหลังวาบๆ แต่นั่นก็คือ ฮินากิคุ และ อิสึกิที่เดินตามข้างหลังเขานั่นเอง

ฮาคุเรย์ เรมุ : แปลกจังเลยนะ . . . . แต่ก็ดีเหมือนกันนะแบบนี้ - หญิงสาวเดินนำทางไปต่อเรื่อยๆจนเลเตสเห็นเงาของอะไรซักอย่างด้านหน้า -

? ? ? : โชคชะตาช่างเล่นตลกกับเราเหลือเกิน !!! - เสียงโหยหวนซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นผู้ชายดังขึ้นจากเงานั้น -


"นั่นใครฟะ!"
เลเตสชักดาบออกมาเตรียมไว้



? ? ? : คนด้วยกันนี่ล่ะ . . . - ชายหนุ่มเดินออกมาพร้อมกับหน้าเบื่อโลกของเขา - พวกนายก็หลงทางมาสินะ

ฮินากิคุ & อิสึกิ : นึกว่าจะช่วยได้แล้วแท้ๆ . . . . เฮ้อ ~ - พวกเขาต่างพากันถอนหายใจให้กับคนที๋โผล่มาตรงหน้าทันที -

ดูเหมือนว่าเลเตสจะเจอบุคคลที่ไม่น่าโผล่มาในช่วงเวลาแบบนี้เข้าอีกคนซะแล้ว

Skill : Super Bad Luck Active


(สัมผัสได้ถึงลางไม่ดีแฮะ...)
เลเตสตัดสินใจเอ่ยปากถามไอหนุ่มข้างหน้า
"นายจะร่วมขบวนหาทางออกจากที่นี่ไหม? รวมคนเยอะๆน่าจะดีกว่า ชั้นชื่อเลเตส แล้วนายล่ะ"
โทวมะ : ชั้นชื่อ โทวมะ อะ ขอร่วมติดไปด้วยคนแล้วกัน - ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะรีบรับคำของเลเตสและเข้าร่วมเดินทางทันที -

ดูเหมือนว่าสกิลดวงตกของพวกเขาจะไม่ทำงานซักเท่าไรนัก พวกเลเตสทั้งหมดได้ออกมายังเขตุนอกหมู่บ้านอย่างปลอดภัยโดยไวแล้ว พวกเขาทั้งหมดได้เดินข้ามสะพานระหว่างหมู่บ้านกับหุบเขาทันที แต่ทว่า . . . . !!! - กึดดด - เสียงเชือกที่ตรึงสะพานไว้ได้ขาดหล่นลงไปในขณะที่เลเตสและโทว์มะกำลังเดินข้ามสะพานอยู่นั่นเอง ( แค่ 2 คน คนอื่นรอด ) ด้วยความว่องไวของเลเตสจึงทำให้เขาได้คว้าเชือกเอาไว้ได้ทัน !!! แต่ดูเหมือนว่าน้ำหนักที่เขารับไว้มันจะหนักผิดปกติ ไม่ใช่เพราะว่าโทว์มะแต่ดูเหมือนว่ายังมีอะไรอย่างอื่นที่เกาะขาเขาอีกด้านหนึ่งอยู่ด้วย !!



เรมุ : แย่แล้ว !!!! - หญิงสาวหยิบยันต์ขึ้นมาวาดลายขึ้นและปาลงมาที่ตัวคุซาบิ แต่ดูเหมือนว่าโชคจะเริ่มเล่นตลกกับเขา สายลมได้ดันพัดกระหน่ำมาที่จังว่ะนั้นพอดิบพอดี - อะไรเนี่ย !!!!

คัตสึระ ฮินากิคุ : เลเตสรับ !!! - หญิงสาวได้หย่อนดาบคาตานะไม้ของเธอลงมาให้ที่มืออีกข้างนึงของเลเตสที่ไม่ได้จับสะพานไว้ทันที -


"ไอผีเวรปล่อยนะเฟ้ย!!"
เลเตสเอาดาบฟันไปที่หน้าคุซาบิซ้ำหลายๆครั้งหวังให้ปล่อยมือ
"เอะ เราฟันมือที่มันจับขาเราก็จบแล้วนี่นา"
เลเตสคิดก็ฟันมือคุซาบิที่จับขาเลเตสอยู่ทันที

ดูเหมือนว่าดวงจะไม่เข้าข้างชายหนุ่มซักเท่าไรนัก ดาบไม้ที่เขาได้กระหน่ำลงตีได้หลุดมือของเขาลงไปพร้อมกับตัวคุซาบิ และ ตัวของเขาเองด้วยพร้อมกับโทว์มะ โดยทิ้งให้พวกผู้หญิงนั้นยืนงงกับความโชคร้ายของทั้งคู่

- ตึก !! - เสียงของชายหนุ่มลงมาอย่างสวยงามที่พื้สูงชันด้านล่าง ด้านหน้าของเขาปรากฏตัวของคุซาบิและบรรยากาศโดยรอบที่เป็นลานต่อสู้ที่ไม่สามารถหนีไปได้ !!

โทว์มะ : โชคชะตาช่างเล่นตลกกับเราเหลือเกิน !!!


"มันคงจะเล่นตลกกับเราจริงนั่นแหละนะ.. เฮ้อ"
เลเตสพูดพลางถอนหายใจ
"ช่วยไม่ได้ ตอนนี้พวกเราก็ต้องสู้ล่ะนะ"
เลเตสเอ่ยถามโทมะ
"ถ้ามีอะไรที่ทำได้ก็คอยสนับสนุนละกัน ชั้นขอลุยก่อนล่ะ"
เลเตสกำดาบไม้แน่นแล้วใช้เท้าดีดตัวพุ่งเข้าหาคุซาบิ แล้วใช้ดาบไม้ฟันไป

โทว์มะได้ทำหน้าเครียดขึ้นและชูมือของเขาขึ้นมามองตาปริบๆ

โทว์มะ : มันเป็นวิญญาณนี่นา อาจจะได้ผลก็ได้ - ชายหนุ่มได้วิ่งเข้าช่วยเลเตสต่อสู้และยื่นมือของเขาไปใกล้ตัวของวิญญาณตรงหน้าแต่ก็ต้องหลบออกมาก่อนเพราะฝีมือการบีบคอไม่เท่ากัน - ชิส์ !!

ดาบไม้ของเลเตสซัดลงตรงหน้าของคุซาบิอย่างจังจนทำให้วิญญาณนั่นกระเด็นหลุดลอยไปตกใต้ฉากต่อสู้และหายไปทันที ดูเหมือนว่ามันจะได้เริ่มวิธีการต่อสู้แบบลอบกัดแล้ว


"ฮึ่ม... หายไปไหนของมัน"
เลเตสหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาคุซาบิที่ตอนนี้มันจะปรากฏตัวมาได้ทุกที่
(แต่ถ้ากลับกัน วิธีที่จะทำให้เข้ามาใกล้เรามาที่สุดก็คือลอดผ่านวัตถุ ความเป็นไปได้ที่น่าจะมากที่สุดก็คงเป็นใต้พื้น)
"โทมะ นายมีความสามารถอะไรไหม! เออระวังรอบๆตัวเองด้วยนะ ไอผีตัวนั้นมันลอดผ่านวัตถุได้"
เลเตสหันไปตะโกนถามพร้อมเตือนโทมะ ทันใดนั้น!

ทันใดนั้น! ร่างของผีตายซาก เอ๊ะ . . . มันไม่มีซากนี่นา ร่างของผีจองล้างจองผลาญก็ได้ปรากฏออกมาดึงขากางเกงของเลเตสหลุดออกไป แต่รู้สึกว่าดวงของพวกเขาจะไม่ดีนักทำให้ฝ่ามือของมันดึงเนื้อหนังของเลเตสถลอกไปด้วย

โทว์มะ : จะไปไหน !!! - ชายหนุ่มได้กระโดดครูดพื้นและใช้มือขวาของเขาจับตัววิญญาณไว้ได้ !! - สั่งสอนมันเลย !! - ชายหนุ่มพูดพร้อมยกตัวของคุซาบิขึ้นมาและโยนไปทางเลเตสทันที !! -


"ฮ่วยดีนะ แค่ถลอก แต่ว่า ..."
เลเตสกำดาบไม้แน่นสอดไว้ที่ข้างเอว
"แกก็มาได้เท่านี้แหละ!!"
ทันทีที่คุซาบิกระเด็นมาใกล้ถึงตัวเลเตสก็ตวัดดาบ5ครั้งใส่คุซาบิ
"Sonic Slash!"
ร่างของคุซาบิเกิดรอยฟันขึ้น5จุด บริเวณ คอ แขน ขา ทั้ง 2ข้าง
แล้วหันหลังควงดาบเก็บเข้าฝักทั้งที่ไม่มีฝักให้เก็บ(ใช้มือจับเอา)
"Gotsu no Seishin no Ha....(คมดาบ5วิถีปลิดวิญญาณ)"

เสียงดาบไม้กระทบตัวของวิญญาณนั่นอย่างจังจนทำให้ร่างนั่นกระเด็นออกไป ดูเหมือนว่ามันยังจะไม่เลิกความพยายามในการลอบจู่โจมและพุ่งมาโจมตีเลเตสอีกครั้งหนึ่ง !!

โทว์มะ : ก็บอกว่าไม่ให้ไปไหนยังไงเล่า !! - ชายหนุ่มใช้มือขวาของเขาดึงช่วงขาของคุซาบิลงตรงหน้าของเลเตสอีกครั้งหนึ่งทันที !! แต่ดูเหมือนว่าคราวนี้มันจะมีลูกเล่นใหม่โดยการปล่อยหมอกพิษออกมาเพื่อขู่เลเตสไม่ให้โจมตีมันอย่างต่อเนื่อง -


"คิดว่าของแค่นี้จะขู่ชั้นได้เรอะ ชั้นเป็นผู้ใช้ลมนะเฟ้ย!!"
"Kaze no Stigma!!"
เลเตสใช้พลังลมพัดควันพิษออกไป
"คราวนี้ล่ะ!"
เลเตสตั้งท่าดาบแบบง้างเป็นเส้นตรงแล้วแทงคุซาบิ5ครั้งแต่เร็วเหมือนครั้งเดียว
"Sonic Slash! ดาบที่ 2 ผนึกดาบ5วิถีทะลวงวิญญาณ!!"

เพลงดาบพลังวายุของนักดาบหนุ่มวิถีฮาเร็มได้ฟันฝ่าหมอกพิษของฝ่ายตรงข้ามออกสะบั้นและส่งตัวของวิญญาณนั้นไปผุดไปเกิดใหม่ทันที !!!! - ฟิ้ว ~ - ดูเหมือนว่าร่างของมันจะได้หายไปเสียก่อนทีคมดาบสุดท้ายจะถึงตัว ชายหนุ่มอาจจะได้เจอกับวิญญาณนั่นอีกครั้งเมื่อกลับมาก็เป็นได้

- ครืน !!! - เสียงแผ่นดินถล่มของพื้นที่นี้ได้ดังขึ้น พื้นที่ด้านล่างได้ถล่มลงไปทันทีที่ร่างของวิญญาณร้ายนั่นหายไป ก่อให้เกิดประตูมิติแห่งความมืดที่ดูดกลืนชายหนุ่มทั้งสองลงไปลึกยิ่งกว่าเคย !!


"จะซวยอะไรมากกว่านี้ชั้นก็คงไม่แปลกใจแล้วล่ะนะ... หวังว่าพวกเธอคงออกจากหมู่บ้านแห่งนั้นได้.. "
(ถ้ามีวาสนาคงได้พบกับพวกเธออีก(ยกเว้นอิสึกิตูไม่อยากเจอเอ็ง)ละมั้ง)
เลเตสหลับตาแล้วตกสู่ห้วงมิติต่อไป...

หมดเนื้อเรื่องแล้ว...
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 18-4-2021 12:38 , Processed in 0.461799 second(s), 24 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้