Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: tesstrossa

[Play][V.1][Start !!] Role : The world

  [คัดลอกลิงก์]
ราชินีงู
โพสต์ 14-7-2010 11:00:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tourt0ur เมื่อ 19-7-2010 10:01

Anna : tourt0ur
Action sloth [- - - - l - - - - l - - - - l - - - - l - - - - ]


Anna Item
Anna Recovery skill
Anna Passive skill
Anna Active skill
Anna Special ability
Room mate :


vayne จ้องหน้า เด็กสาวที่เป็น rem "ความรู้สึกที่สุดโต่งเกินไปมันจะเป็นดาบ 2 คมนะ เอาเถอะ ยังงัยนั่งลงก่อนเราจะขอให้เจ้าช่วยพวกเด็ก ๆ นี่เปิดประตูแห่งแสงที ต้องใช้เวลาเท่าไรล่ะ " vayne รีบเข้าประเด็นทันที เพราะ พลังในร่างของตนยังงัยก็เป็นความมืดอยู่ การที่ประชันหน้ากับ rem จึงทำได้ไม่ดีนัก

ทางด้าน anna
"เอาล่ะ เรียบร้อยแล้ว แกงส้มแป๊ะซ่ะ ผัดเห็ด 3 สหาย ล๊อบเตอร์เผา แหม โรงแรมนี่ดีจิง วัตถุดิบเยอะจัง คุณ โคโยริ ช่วยกินยกหน่อยค่า" เมื่อพวกเธอจัดโต๊ะอาหารเสร็จจึงมาตามทุกคนไปทานอาหาร

ดูเหมือนว่าเร็มเองจะยังคงตีสีหน้านิ่งเฉยเหมือนเคยและนั่งลงที่เก้าอี้บนโต๊ะซึ่งห่างออกไปจากชายหนุ่มทั้งสองพอสมควร

โซฟี ( เร็ม ) : ประตูแห่งแสงเราจะเปิดมันออกเมื่อไรก็ได้ แต่ว่าเมื่อไปถึงยอดเขาเซนท์เท่านั้นเราถึงจะเปิดประตูแห่งแสงให้ แต่ว่าก็ต้องมีเหตุผลที่หนักพอที่จะโน้มน้าวจิตใจของเราได้เช่นกัน

ทางด้านของแอนนาเองโคโยริได้ช่วยแอนนาถือถาดอาหารมาทีล่ะน้อยๆเนื่องจากเธอเองนั้นไม่ใช่นักรบและไม่ค่อยจะมีแรงเท่าไร ( Str 1 ) แต่เนื่องจากเธอนั้นฝึกงานด้านบริการโรงแรมจึงทำให้ท่าทีของเธอดูสง่าไม่แพ้แอนนาเลย

โทโด โคโยริ : ของในโรงแรมมันแพงนะ ใช่ว่าจะเลี้ยงกันง่ายๆ พอกินเสร็จแล้วเราจะขอเก็บเงินเลยแล้วกันนะ - หญิงสาวเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังช่วยกันขนย้ายอาหารไปวางเสริฟบนโต๊ะ -


"สมกับเป็นโรงแรมเลย แหะ ๆ ส่งบิลไปเก็บที่อาณาจักร N แล้วกันนะ " anna ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ  vayne กำลังคุยกับ rem ต่อไป "เหตุผลที่จะช่วยโลกไม่ให้ล่มสลายนี่ไม่พอเหรอ " "ทุกคนค่ะ ทานอาหารค่ะ" anna ได้เรียกทุกคน vanye ได้เดินมาหา anna "พ่อขอคุยไรด้วยหน่อยสิ ตามมาข้างนอกนะ" แล้วเข้าก้อเดินออกข้างนอกไป "โทโด เด๋วเรามานะ กินกันไปก่อนเลย" ว่าแล้วเธอก็เดินตาม พ่อตนออกไป

ณ.ด้านนอกโรงแรม

"แอนนา พ่อต้องไปแล้ว " เวนพูดพลางกอดแอนนาไว้" "เห๋..... จะไปไหนคะ แล้วจะกลับมาเมื่อไร" anna ถามอย่างเป็นห่วง ส่วนทาง vayne นั้น ได้เงียบไปซักพักแล้วเริ่มอธิบาย "เคยได้ยินจากอาจารย์แล้วใช่มั๊ยว่า พ่ออยู่ในร่างเด็กคนหนึ่ง "    "ค่ะอาจารย์บอกแล้วหรือว่า"   "ใช่แล้ว พ่ออยู่ในตัวของลูกนั่นแหละ พอดี ตัวลูกนั้นมีพลังมีชั่วร้ายที่เคยมีอยู่ตัวพ่อเช่นกัน พ่อเลยต้องป้องกันไว้ก่อน ตอนนี้ พ่อพลังเหลือน้อยเต็มทีแล้ว คงต้องลาจากกันจริง ๆ แล้ว จำไว้นะว่า ไม่ว่ายังงัยอย่าเชื่อคำที่ได้ยินจากภายในร่างกายอีกเด็ดขาด  แล้วก็ มีความสุขมาก ๆ นะ กับโทโดน่ะ ไปนะ" พอพูดจบร่างของ vayne ก็ค่อย ๆ หายไป พอดีกับฝนที่เริ่มลงเม็ดมาพอดี anna เธอได้ยืนเงยหน้าตากฝนอยู่อย่างนั้น

ทางด้านชายหนุ่มเองรู้สึกลางสังหรไม่ค่อยจะสู้ดีซักเท่าไรนักจึงได้เดินตามแอนนาออกมา เขาได้ใช้เสื้อนอกของเขาคลุมลงที่แอนนา

โทโด : เป็นอะไรรึเปล่าครับคุณแอนนา ตอนนี้ฝนตกแล้วรีบเข้าข้างในกันดีกว่านะครับ - ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นและใช้ผ้าเช็ดหน้าของเนาซับน้ำตาบนแก้มของหญิงสาวเบาๆ เขายิ้มให้บางๆโดยไม่เอ่ยอะไรออกมาหลังจากนั้น -


anna ได้ซบลงที่อกของโทโด "นี่นายชอบฝนหรือป่าว ชั้นชอบนะ มันทำให้คนมองไม่เห็นเวลาเราร้องไห้" เธอได้เดินตามโทโดเข้าไปในโรงแรม เข็ดเนื้อเช็ดตัว แล้วก็ออกมาหาทุกคนโดยที่แววตายังแฝงไปด้วยความเศร้าสร้อย
ช่วงเวลาก่อนที่พวกเขาจะกลับมายังคาเฟ่ชายหนุ่มได้กอดหญิงสาวไว้แน่นท่ามกลางสายฝนนั้น

โทโด : คุณแอนนา . . . . . ผมจะอยู่คู่กับคุณเองครับ คุณแอนนาจะไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป ตราบใดที่ผมยังมีลมหายใจอยู่ !! - ชายหนุ่มเงียบลงซักพักหนึ่งและสะบัดมือแก้ต่าง - อ๊ะ . . !! หมายถึงผมจะเป็นคู่หูให้กับคุณแอนนาตลอดไปน่ะครับ ฮ่าๆๆ

หลังจากที่บทสนทนาจบลงพวกเขาก็ได้กลับมาที่โต๊ะในคเาฟ่ด้านล่าง ดูเหมือนว่าโคโยริและแรนกำลังปรึกษาเรื่องอะไรกันอยู่เกี่ยวกับเร็มและภูเขาเซนท์ที่เป็นจุดหมายเดินทางของพวกเขาต่อไป


anna ได้นั่งฟัง อยู่อย่างเงียบ ๆ อยู่พักใหญ่ ๆ จึงพูดว่า "เอ่อ ขอโทษนะคะ ชั้นจะขอเดินร่วมเดินทางไปด้วยไปป่าวคะ ชั้น anna ส่วนนี่ โทโดแล้วก็........ มะ..ไม่มีอะไรค่ะ"

แรนหันไปทางต้นเสียงก็พบกับนักดาบสาวที่เคยเจอกันตอนที่อยู่ปราสาทใต้น้ำของอันดิเน่
Lan : ทางนี้เองก็ยินดีเช่นกัน ถ้ามีคนไปกันเยอะๆน่าจะอุ่นใจกว่า ลำพังตัวผมเองก็ไม่รู้จะปกป้องทุกคนได้รึเปล่า แต่ถ้าได้คุณกับเพื่อนของคุณช่วย ผมคงจะสะบายใจไปได้เยอะเชียว - แรนตอบด้วยน้ำเสียงยินดี นักดาบสาวเองก็เริ่มแนะนำตัว - ยินดีที่ได้รู้จัก แรน บราโด้ ครับ ส่วนคนหัวแดงช้ำรักตรงนั้นริวโค คนที่หลบอยู่ข้างหลังก็คือโซฟี (หนีเรย์อิเซนมา) คนที่ผมสีฟ้ากำลังเข้าโลกส่วนตัีวคือ เรย์อิเซน ครับส่วนอันดิเน่กับคุณโคโยริ พวกคุณคงจะรู้จักกันแล้วสินะ


แววตายังดูหดหู่อยู่ เธอนิ่งเงียบซักพัก สุดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เธอปรับอารมณ์ของเธอให้เป็นปกติแล้วจึงพูดต่อว่า "เราสังเกตุเห็นว่า rem น่าจะเปิดใจให้นายมากที่สุดนี่ เอ่อ...อ่อ ใช่ไหมแรน" เธอพูดพลางเอาผ้าเข็ดผมที่ยังคงไม่แห้งอยู่

- แรนแนะนำตัวเองกับคนอื่นๆบ้าง และพูดเกี่ยวกับโซฟี - ไม่หรอกครับ ผมว่าทางนี้ต่างหากที่เปิดใจให้กับเค้า เพราะโซฟี ช่วยผมในหลายๆเรื่องมากเลย ผมเองก็ตอบแทนได้แค่พวกอาหารที่เธอชอบเท่านั้นเอง ... อีกอย่าง โซฟีมีหลายอย่างเหมือนกับน้องสาวที่ถูกพรากไปจากไปมากๆเลย เพราะงั้น . . . จึงเหมือนกับโซฟีคอยเติมเต็มช่วงเวลาที่เราเคยได้อยู่กับน้องสาวมากๆเลยล่ะ - ใช่จริงอยู่ที่เหมือนกับการเติมเต็มแต่มันก็เหมือนกับดาบสองคม มันยิ่งทำให้แรนรู้สึกโหยหาและอยากให้รีเน่ผู้เป็นน้องของตนถูกปลดปล่อยจากไซเซอร์มากเข้าไปอีก

ชายหนุ่มได้เอ่ยบอกแนะนำเกี่ยวกับสมาชิกของเขาและความเป็นมาของโซฟีระหว่างเขาให้กับแอนนาและโทโดได้ฟัง ทางด้าน โทโดเองก็ได้จับมือแอนนาและหยิบผ้าขนหนูมายืนซับผมให้พร้อมกับยิ้มบางๆให้เธอโดยไม่พูดอะไรออกมา

โทโด : ถ้างั้นก็หมายความว่าคุณโซฟีเอง . . .  เอ๊ะ . . คุณเร็ม . . . . . เอ้ย คุณโซฟี ก็ยังไม่ไว้ใจพวกเรางั้นสินะครับ . . . จะทำยังไงให้เธอหันมาช่วยเราดีล่ะครับคุณแอนนา ถ้าได้พลังของคุณโซฟีมาก็น่าจะเปิดประตูแห่งแสงได้ทันทีเลย โดยไม่ต้องไปรวบรวมทูติทั้งสองที่เหลือด้วย ภารกิจของเราน่าจะเบาลงไปอีกหน่อยนะครับผม


"เรื่องนั้นค่อย ๆ คิดระหว่างเดินทางก็ได้น่า  ถ้าเรื่องเก็บ LV. ชั้นเห้นด้วยนะ แต่ ชั้นคิดว่า เราไม่ควรจะไปเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ถึงคนมากจะช่วยกันต่อสูได้ดีแต่ ต่างคนก้อต่างความคิด มันอาจจะทำให้รูปแบบการโจมตีดูสับสนได้ เราว่าให้แยกเป็น 2 กลุ่ม แล้วให้เดินทางห่างกันประมาณ 1 วัน โดยกลุ่มแรกให้เดินทางโดยอ้อมไปซักหน่อยเพื่อให้ LV. เพื่อให้เก็บ LV. ได้มาก ๆ กลุ่มนีควรจะเป็นผู้ที่จะเป็นแม่ทัพ เอ๊ย คนที่สามารถออกคำสั่งกับคนอื่น ๆ และคนอื่น ๆ ยอมรับฟัง ชั้นคิดว่าน่าจะเป็นนายนะ แรน ส่วนอีกกลุ่มให้ตามหลังไปในคนล่ะทางที่สั้นกว่า โดยเส้นทางนี้อาจจะได้พบเจอกับคนที่สามารถมาช่วยเราได้อีกแรงก็ได้" เธอพูดพลงวาดแผนที่ขึ้นมา "ถ้าเดินทางตามนี้ เราจะไปถึงที่หมายได้พร้อม ๆ กันล่ะนะ ทุกคนคิดว่างัยคะ" ไม่แปลกที่เธอจะคิดได้รวดเร็วเช่นนี้ เพราะเธอได้นำทัพออกรบมาหลายต่อหลายครั้งประสบการณ์ยอมมีอยู่มากมาย "อ่อ แล้วเราน่าจะมีคนที่สามารถติดต่อสื่อสารกับกลุ่มทั้ง 2 ได้ด้วยนะ เพื่อในแต่ละวันของการเดินทาง เราจะได้มาประชุมสรุปผลกันได้" เธอพูดเสร็จแล้วก็กำลังจัดทรงผมเข้าที่

ทางด้านแรนเองก็ได้เสนอความเห็นของตนที่คล้ายคลึงกลับแอนนาด้านการฝึกฝน และต้องการจะคุ้นเคยกับทักษะของหลายๆคนก่อนเพื่อที่จะได้ประยุกค์ใช้กันในยามต่อสู้ด้วยและดูเหมือนแรนเองก็น่าจะรับภารกิจผู้นำไว้

โทโด โคโยริ : ถ้างั้นชั้นจะไปกับแอนนาแล้วกันนะ เรื่องการติดต่อชั้นสามารถติดต่อไปยังเร็มและอันดิเน่ได้ไม่ยากนัก - หญิงสาวเอ่ยขึ้นและเดินไปอีกฝั่งหนึ่ง -

โซฟี : เรย์อิเซน . . . . . . - หญิงสาวพูดขึ้นเบาๆก่อนจะไปยืนเกาะชายเสื้อของเรย์อิเซนด้านหลัง หลังจากที่เธอวิ่งหลบไปเมื่อซักครู่ -

อันดิเน่ : เราเองคงต้องอยู่กับแรนล่ะนะ เพราะว่านอกจากคู่พันธสัญญาแล้วเราก็ยังเป็นห่วงแรนอยู่ด้วย

จากบทสนทนาข้างต้นทำให้แอนนาตัดสินใจขึ้นว่า . . . . .


เธอนั่งวิเคราะห์อยู่ซักพัก
"โอเค งั้นเอาตามนี้ล่ะกันนะ กลุ่มนำคือ แรน อันดีเน่ แล้วก็ โซฟี นะ ส่วน โคโยริ ชั้น และ โทโด อยู่ทีมรอง วันนี้เตรียมตัวกันให้เรียบร้อยนะ ชั้นว่าเริ่มเดินทางกันวันพรุ่งนี้เลยล่ะกัน ไปพักผ่อนกันเถอะ วันนี้ทุกคนเหนื่อยมามากแล้ว "
หลังจากที่ทั้งหมดได้แยกย้ายกันไปพักผ่อนแ้ล้ว ก็ได้มาถึงวันเดินทางเสียที เช้าวันใหม่ที่ดูเหมือนจะสดใส โทโดเองได้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทำอาหารเช้าเหมือนปกติแต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้สมัครงานพาทไทม์เหมือนเคย ชายหนุ่มจึงเบื่อนิดหน่อยเนื่องจากไม่มีอะไรทำเหมือนแต่ก่อน

โทโด : เฮ้อ ~ พอว่างงานแล้วรู้สึกไม่ดีเลยแฮะ ไว้คุณแอนนาตื่นขึ้นมาแล้วชวนไปฝึกต่อดีกว่า - ชายหนุ่มนั่งคิดพลางเล่นๆ ในขณะที่รอหญิงสาวทั้งสองตื่นขึ้นมา -

ทางด้านแอนนาที่กำลังนอนหลับสบายอยู่นั้นก็ได้จับสัมผัสรุนแรงบางอย่างที่เกิดขึ้นที่ห้องด้านข้างได้ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นห้องของแรน พลังนั่นดูเหมือนจะข่มรังสีต่างๆออกจนหมดสิ้นเหลือเพียงแต่พลังที่มหาศาลอยู่เท่านั้น

โทโด โคโยริ : ตื่นแล้วเหรอ แอนนา - หญิงสาวกระซิบเบาๆ - ท่าทางแขกจะเยอะจังเลยนะ ดูเหมือนว่าแขกไม่ธรรมดาจะเยอะซะด้วย


"ค่ะ ตื่นแล้วค่ะ มีเรื่องไรกันคะ" เธอล้างหน้าล้างตาแล้วตามโคโยริลงไปด้านล่าง "แล้วโทโดล่ะคะ"เธอพูดขณะเดินลงมา "อ๊ะ!! คน ๆ นั้นหรอที่ว่าเป็นแขกน่ะ" anna ได้ลงมาเจอกับชายหนุ่มในผ้าคลุม เธอรู้สึกได้ทันทีว่า แข็งแกร่ง ตัวเธอสั่นเล็กน้อย



ชายหนุ่มปริศนายิ้มให้กับหญิงสาวที่วิงหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องและเอ่ยขึ้น

? ? ? : ไม่ต้องตกใจไปหรอกครับผมไม่ได้มีเจตนามาทำร้ายพวกคุณหรอก ผมแค่ต้องการพบคนที่อยู่ในตัวคุณแค่นั้นเองไม่ต้องกลัวไปหรอกครับ


(รู้ได้งัย)เธอนึกในใจ "คุณรู้ด้วยหรอ......แต่คนที่คุณต้องการหาน่ะเค้าไม่อยู่แล้ว" ทันใดนั้นอยู่ดีดีเธอก็ได้ยินเสียงจากข้างในหัวตัวเองอีกครั้ง "ถึงหมอนั่นจะไม่อยู่แต่ชั้นยังอยู่นะ ตั้งกะที่หมอนั้นไปแล้วค่อยมีอิสระหน่อย" เธอตกใจ "เธอคือใครกัน"  เสียงนั้นดูเหมือนเสียงของตนเองมากแต่ดู น่ากลัวกว่า "ชั้นน่ะหรอ ชั้นก้อคือเธองัย คือพลัง คือความกลัว คือความโกรธ คือความเศร้า  คือบาปทั้งมวลของเธอ " อยู่ดีดี แอนนาก็ตะโกนออกมาหลังจากที่เงียบไป(พูดกับจิตใจตัวเองอยู่) "ไม่!!! ไม่ใช่ อ๊ะ... ขะ...ขอโทษค่ะ ตอนนี้ท่านพ่อของชั้น เค้าหายไปแล้วล่ะค่ะ " แววตาเธอเศร้าลงทันที

โทโดแตะที่หลังของหญิงสาวเบาๆและเอ่ยขึ้นกับเธอ

โทโด : เป็นอะไรไปรึเปล่าครับ คุณแอนนา ไม่ต้องกังวลไปนะครับผมยังอยู่ตรงนี้กับคุณ - ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมกับมองไปที่เด็กชายปริศนาตรงหน้าเขา -

? ? ? : ไม่ต้องลำบากไปหรอกครับ ผมเข้าใจยังไงซะก็ไม่ค่อยมีคนต้องการต้อนรับผมอยู่แล้ว อีกอย่างทางด้านคุณแอนนาเองก็ดูเหมือนจะไม่สามารถติดต่อกับคนๆนั้นได้อีกต่อไปแล้ว จะเหลือก็เพียงแค่เสี้ยวพลัีงที่ผมไม่สนใจซักเท่าไร แต่ว่าผมเองก็ยังมีหวังเล็กๆที่จะได้พบบางคนที่ยังเหลืออยู่ในตัวของคุณ - แววตาของเขาจับจ้องมาที่แรนและยิ้มขึ้นเล็กน้อย จากนั้นร่างของเขาก็ได้สลายไปพร้อมกับเปลวเพลิง - จนกว่าจะถึงเวลา . . . .


"เฮ้อ......" เธอถอนหายใจพร้อมกับทรุดตัวลง "พลังมากมายขนาดนั้น" นี่เป็นครั้งแรกที่แอนนารู้สึกว่าเจอกับคนที่แข็งแกร่ง และเป็น ครั้งที่ 2 ที่เธอรับรู้ถึงความกลัว "ขอบใจนะโทโดที่คอยอยู่ข้าง ๆ ชั้น ..... " แอนนายังคงสงสัยในสิ่งที่จิตใจตัวเองบอกไม่หาย

โทโด : กลับไปพักที่ห้องก่อนดีไม๊ครับคุณแอนนาเรายังมีเรื่องที่จะต้องไปทำอีก อย่าเพิ่งกังวลเรื่องอื่นๆมากเลยนะครับ - ชายหนุ่มพยุงหญิงสาวขึ้นและนำทางเธอกลับไปที่ห้อง -

โทโด โคโยริ : ดูเหมือนว่าการเดินทางครั้งนี้จะมีขวากหนามมากกว่าเก่าเสียอีกนะ - หญิงสาวเอ่ยขึ้นขณะที่แอนนาและโทโดอยู่ในห้อง - พวกแรนจะออกเดินทางก่อนสินะ ส่วพวกเราจะตามไปทีหลัง ถ้างั้นหลังจากทานอาหารมื้อเช้าเสร็จ ก็ลองไปซ้อมวิธีการต่อสู้กันหน่อยดีกว่านะ เวลาต่อสู้ประสานจะได้ไม่ชนกัน


อ่านต่อเรปหน้า
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 14-7-2010 13:33:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด nutchsnon เมื่อ 17-7-2010 11:29



Lan Blado Item
Lan Blado Recovery skill
Lan Blado Passive skill 1
Lan Blado Passive skill 2
Lan Blado Active skill
Lan Blado Speacial ability
Room mate :


หลังจากทานอาหารกันไปซักพักหนึ่ง แรนจึงทำหน้าจิงจังก่อนจะถามเหตุการณ์ที่ผ่านมา

Lan : ทุกคนคงจะพบกับไซเซอร์ผ่านร่างกายของเราแล้วสินะ - แรนวางถ้วยข้าวลงก่อนจะเริ่มเข้าประเด็นทันที - หวังว่าเจ้านั่นคงไม่ได้ทำอะไรแผลงๆตอนที่ผมหลับอยู่หรอกนะครับ - แรนพยายามปิดบังเรื่องที่ตัวเองถูกขังอยู่ในคุกแห่งความทรงจำนั่น โดยที่ไม่รู้ว่า ทุกคนเห็นเหตุการณ์ที่แรนประสบจนหมดแล้ว

โทโด โคโยริ : แรน ทุกคนเห็นหมดแล้วล่ะตอนที่นายสู้กับกลุ่มอัศวินที่คาดว่าเป็นเพื่อนของนายในตอนนั้นน่ะ . . . . . แล้วก็เจ้าปีศาจนั่นไม่ได้ทำอะไรหรอกในครั้งแรกคือการทักทายเฉยๆ - หญิงสาวเอ่ยอธิบายให้กับชายหนุ่มฟังถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น - แต่ว่าอย่าเพิ่งกังวลกับเรื่องที่ผ่านมาแล้วเลย เริ่มคิดก่อนดีกว่าว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี ตอนนี้เองหญิงสาวคนที่เดินออกไปเมื่อครู่นี้ก็ได้ระบุตำแหน่งที่จะใช้ไปยังโลกอีกด้านแล้ว เหลือแค่ให้เร็มให้ความร่วมมือด้วยก็จะเปิดประตูแห่งแสงได้น่ะ แต่ว่า . . . . . - โคโยริเหล่ตาไปทางโซฟีเล็กน้อยและถอนหายใจออกมาเบาๆ -


Lan : ต้องการความช่วยเหลือจากโซฟีสินะ ถึงจะเปิดประตูที่ว่าได้ ... - แรนกอดอกคิดเล็กน้อย - ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ทางที่พวกเราจะไปคงจะสั้นลงสินะ ตอนนี้ที่ห่วงคือมอนส์เตอร์ในระแวกนั้น คุณโคโยริพอจะมีข้อมูลบ้างรึเปล่า? อย่างน้อยเราก็ยังพอจะเตรียมตัวไว้บ้างก็ยังดีอีกอย่าง แขนข้างซ้ายก็เป็นปรกติดีแล้ว คงจะสู้ได้เต็มที่แล้วล่ะ
โคโยริหยิบภาพรูปนึงขึ้นมาจากสมุดจดเล็กๆของเธอและยื่นให้แรนได้เห็นภาพ

โทโด โคโยริ : มังกรตัวนี้เป็นสัตว์ร้ายตัวเดียวบนยอดเขานั่น อาคันทอร์ . . . . .



โทโด โคโยริ : เนื่องจากมังกรตนนี้จะอาศัยอยู่ใต้ดินที่บรรจุความร้อนสูงไว้ ถ้าเราไม่ส่งเสียงดังออกไปมันก็คงจะไม่ได้ยินหรอก เีราจะช่วยปกปิดทางด้านกระแสจิตให้เอง - หญิงสาวเอ่ยขึ้นอธิบายแก่แรน - ตอนนี้คงต้องเกลี้ยกล่อมให้เร็มยอมช่วยพวกเราก่อนล่ะนะ . . . . .


Lan : มังกรหรอ... ถ้าเป็นริวโคคงจะพอทำอะไรได้บ้างล่ะนะ - แรนกลับมาคิดอีกครั้ง
Ryuko : เรื่องสู้กับมังกรน่ะข้าชำนาญที่สุดแล้วล่ะแรน ตอนข้าอยู่ที่ทางช้างเผือกข้าก็รับงานปราบมังกรที่อยู่ไม่ค่อยสงบบ่อยๆ - ริวโคเท้าเอวเหมือนผู้มีประสบการณ์เต็มรูปแบบ
Reisen : ส่วนที่เหลือเราก็ต้องขอยืมแรงจากโซฟีจังน่ะแต่ว่าหลังจากเจอกับไซเซอร์โซฟีดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยอ่ะ จากที่น่ารักๆเชื่อฟังพี่สาว กลายเป็นดื้อซะงั้น T_T ไม่น้าาา - เรย์อิเซนบ่นพลางเข้าไปสวมกอดโซฟี แต่ท่าทางเธอจะไม่อยากโดนเรย์อิเซนกอดซักเท่าไหร่ ส่วนแรนก็หันมาหัวเราะเบาๆกับการกอดวืดๆของเรย์อิเซน
Lan :  ท่าทางจะไม่ชอบไซเซอร์มากเลยสินะโซฟีจัง ขอโทษนะที่ปล่อยให้เจ้านั่นยึดร่างไปจนได้เจอกับหมอนั่นเข้า - แรนพูดเสียงสำนึกผิด ก่อนจะกลับมาทำหน้ายิ้มเหมือนเดิม
- ตอนนี้เราเองก็ต้องการความช่วยเหลือจากทุกคนเพราะอย่างนั้น โซฟีจังช่วยเปิดประตูแห่งแสงให้พวกเราหน่อยได้รึเปล่า ? ถ้าไม่อยากทำก็ไม่เป็นอะไรนะ ไม่ต้องฝืนหรอก เพราะมันอาจจะมีทางอื่นก็ได้ เนอะ~ - แรนเองก็ไม่อยากฝืนหากโซฟีไม่ต้องการที่จะทำ แต่เขาก็ไม่อยากเสียโอกาสที่สามารถทำให้ทางที่จะไปสั้นลงและสะดวกขึ้นเหมือนกัน

"เอ่อ ขอโทษนะคะ ชั้นจะขอเดินร่วมเดินทางไปด้วยไปป่าวคะ ชั้น anna ส่วนนี่ โทโดแล้วก็........ มะ..ไม่มีอะไรค่ะ" แววตายังดูหดหู่อยู่ เธอนิ่งเงียบซักพัก สุดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เธอปรับอารมณ์ของเธอให้เป็นปกติแล้วจึงพูดต่อว่า "เราสังเกตุเห็นว่า rem น่าจะเปิดใจให้นายมากที่สุดนี่ เอ่อ...อ่อ ใช่ไหมแรน"


แรนหันไปทางต้นเสียงก็พบกับนักดาบสาวที่เคยเจอกันตอนที่อยู่ปราสาทใต้น้ำของอันดิเน่
Lan : ทางนี้เองก็ยินดีเช่นกัน ถ้ามีคนไปกันเยอะๆน่าจะอุ่นใจกว่า ลำพังตัวผมเองก็ไม่รู้จะปกป้องทุกคนได้รึเปล่า แต่ถ้าได้คุณกับเพื่อนของคุณช่วย ผมคงจะสะบายใจไปได้เยอะเชียว - แรนตอบด้วยน้ำเสียงยินดี นักดาบสาวเองก็เริ่มแนะนำตัว - ยินดีที่ได้รู้จัก แรน บราโด้ ครับ ส่วนคนหัวแดงช้ำรักตรงนั้นริวโค คนที่หลบอยู่ข้างหลังก็คือโซฟี (หนีเรย์อิเซนมา) คนที่ผมสีฟ้ากำลังเข้าโลกส่วนตัีวคือ เรย์อิเซน ครับส่วนอันดิเน่กับคุณโคโยริ พวกคุณคงจะรู้จักกันแล้วสินะ - แรนแนะนำตัวเองกับคนอื่นๆบ้าง สีหน้าของแอนนาดูหดหู่ชอบกลแต่เธอก็ปรับให้กลับมาเป็นปรกติได้ (?) และพูดเกี่ยวกับโซฟี - ไม่หรอกครับ ผมว่าทางนี้ต่างหากที่เปิดใจให้กับเค้า เพราะโซฟี ช่วยผมในหลายๆเรื่องมากเลย ผมเองก็ตอบแทนได้แค่พวกอาหารที่เธอชอบเท่านั้นเอง ... อีกอย่าง โซฟีมีหลายอย่างเหมือนกับน้องสาวที่ถูกพรากไปจากไปมากๆเลย เพราะงั้น... จึงเหมือนกับโซฟีคอยเติมเต็มช่วงเวลาที่เราเคยได้อยู่กับน้องสาวมากๆเลยล่ะ - ใช่จริงอยู่ที่เหมือนกับการเติมเต็มแต่มันก็เหมือนกับดาบสองคม มันยิ่งทำให้แรนรู้สึกโหยหาและอยากให้รีเน่ผู้เป็นน้องของตนถูกปลดปล่อยจากไซเซอร์มากเข้าไปอีก

โทโด โคโยริ : น้องสาวงั้นเหรอ . . . . - หญิงสาวจิบแก้วชาเล็กน้อยและวางลง - ไม่แน่เร็มเองอาจจะยอมเชื่อฟังนายก็ได้นะ ทั่วสองโลกมีแค่สามคนเท่านั้นที่เร็มในตอนนี้จะยอมช่วยเหลือโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ คนแรกเลยก็คือ เซคุณดูซ ทูติแห่งกาลเวลาน่ะ ด้วยพลังที่เป็นหนึ่งในหมู่ทูติด้วยกันและความจริงจังกับความอ่อนโยนของเขา อาจจะบอกว่าเร็มชอบคนที่จะดูแลเธอได้และเก่งกว่าตัวเองล่ะมั้งนะ คนที่สองก็คือผู้ที่ถูกเลือกฟรีเบียและจำเป็นต้องแสดงด้วยการปลดพลังของตนออกมาทั้งสามส่วนเสียก่อนเร็มถึงจะยอมรับไว้พิจารณา และคนสุดท้ายนั้นก็คืออัศวินมนุษย์ธรรมดาๆเหมือนนายนั่นล่ะ แรน ชื่อของเขาคือ สตาน เขาเป็นทั้งผู้ที่ถูกเลือกและออกเดินทางเพื่อช่วยน้องสาวของตัวเองและโลกในเวลาเดียวกัน บาบาร์ทอส ชื่อของจอมมารในมหาภัยครั้งนั้น . . . . และยังวนเวียนอยู่ ณ เวลาปัจจุบันนี้ แต่ว่าสตานเองก็ได้ช่วยเหลือทั้งโลกและน้องสาวไว้ได้ด้วยการเสียสละตัวเองและดาบของเขา . . . . ถึงแม้ว่าเร็มจะไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้อีกแล้วก็ตาม . . . . คีรีย์ เป็นบุตรของสตานซึ่งอยู่อีกโลกด้านหนึ่ง เขาได้รับการถ่ายทอดวิชาต่างและทักษะการต่อสู้จากเร็ม เร็มทำแบบนั้นเพื่อตอบแทนสตานที่เสียสละตัวเองเพื่อโลกใบนี้ แต่เธอเองก็ได้จากคีรีย์ไปเมื่ออายุของคีรีย์ได้ 10 ปี . . . . . นายอาจจะขอความช่วยเหลือจากเขาก็ได้ล่ะนะเมื่อไปถึงโลกอีกด้าน แต่ว่าจากที่ชั้นเรียงลำดับบุคลที่เร็มยอมไว้ใจได้ระดับหนึ่ง นายเองก็คงจะรู้แล้วสินะว่าเร็มนั้นกีดกันโลกด้านนอกและสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นอย่างมาก ความจริงแล้วมันก็เป็นเรื่องในอดีตน่ะ . . . . .

เมื่อโคโยริได้เล่ามาถึงจุดดังกล่าวโซฟีเองก็ได้หายตัวไปด้านหลังด้วยการยืนหันหลังให้กับโคโยริทันที

โซฟี : . . . . . .

โทโด โคโยริ : เข้าใจแล้วน่า . . . . - หญิงสาวหลับตาลงพูดและพูดตอบแรน - ชั้นคงจะเล่าให้นายฟังไม่ได้ล่ะนะขอโทษด้วย เอาเป็นว่ามันเป็นเรื่องระหว่าง ทูติแห่งแสง มนุษย์ และ ปีศาจที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันก็แล้วกัน

ทางด้านโซฟีเองได้เดินไปอย่างเงียบๆและหันไปมองริวโคเล็กน้อยก่อนที่เธอจะเดินออกไปด้านนอกในขณะที่ฝนตกอยู่ ณ ตอนนี้

โทโด โคโยริ : การที่จะให้เร็มนั้นมาช่วยเหลือคงจะไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยล่ะนะ . . . . - หญิงสาวหลิ่วตามองไปที่ริวโคใต้พัดของเธอเองและทำหน้าสงสัยเล็กน้อย -


แรนเองก็มองไปที่ริวโคเหมือนกัน ท่าทางเหตุผลที่เธอยอมช่วยคงจะไม่ใ่ช่แค่แรนซะล่ะมั้ง
Ryuko : อะไร อย่ามองข้าแบบนั้นนะ ข้าไม่ได้ใจดีเหมือนกับแรนหรอกนะ ที่จะมาคอยดูแลยัยนี่หรอกนะ - ริวโคทำตาขวางเหมือนแมวใส่โซฟี (เป็นไปได้ใส่เสียง ฟ่อ ด้วยดีไหมนี่คุๆ)
Reisen : ปากบอกไม่ชอบดูแลแต่ก็เห็นเล่นกันอยู่ตลอดเลยนี่นา~ - เรย์อิเซนแซวขึ้นทันที
Ryuko : หรอ... แล้วใครกันนะที่แอบอู้ไม่ยอมเล่นกับเค้าจน โซฟีต้องมาอยู่กับข้าน่ะ บอกมาสิ...
Reisen : อ่ะจ้าๆ ยอมแล้ว เค้าผิดเองแหละ ก็แหม เค้าเองก็อยากเห็นหน้าแรนตอนหลับนี่นา คุๆ~
Lan : นี่ๆ มันนอกเรื่องที่เราคุยกันอยู่ไม่ใช่หรอ? ส่วนเรื่องที่คุณโคโยริเล่ามาท่าทางเร็มเองก็ไม่ใช่ว่าจะปฏิเสธในการขอความช่วยเหลือซักทีเดียวสินะครับ ฟังแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมจู่ๆโซฟีถึงมาพบกับผมได้เหมือนกัน ทั้งๆที่ตอนเจอกันครั้งแรกนึกว่าขโมยซะอีก~ , แต่ก็ถือว่าโชคดีแล้วล่ะที่ได้พบกันเนอะ~  - แรนยิ้ม
Ryuko : เชอะข้าไม่ให้จะยินดีเลย เจอกันครั้งแรกก็เล่นทำเอาข้าหัวใจแทบวาย (ตอนยกสำรวจ)
Reisen : อ๊ะคิดถึงตอนโดนเมินแล้วแอบเจ๊บจี๊ดนิดๆแฮะโซฟีจัง T~T
Lan : อ่า...แฮ่ม กลับมาเข้าเรื่องกันก่อน ก่อนอื่นขอถามความเห็นของทุกคนหน่อยนะ คิดว่าตอนนี้พวกเราควรจะไปที่นั่นเลย หรือว่าควรจะเก็บเลเวลในระแวกนั้นไปก่อน? - แรนเริ่มถามคิดเห็น
Ryuko : เห้อ สมกับเป็นหัวหน้าอัศวินจริงๆ สำหรับข้าแล้วไม่มีปัญหาหรอก ข้าพร้อมจะเป็นดาบเป็นโล่ให้ท่านเสมอ
Reisen : แต่ข้าว่าควรจะเก็บเลเวลกันก่อนนะ เจ้ามังกรตัวนั้นน่ากลัวอ่ะ T=T - เรย์อิเซนพูดพลางทำหน้าหยี๋ใส่
Lan : ส่วนทางนี้คิดว่าน่าจะเก็บเลเวลก่อน เพราะผมเองก็ยังไม่รู้จักความสามารถของพวกเราดีพอ ผมคงจะต่อสู้ประสานไปด้วยไม่ได้ (แนวหน้า) ตอนนี้ผมเองก็รู้แค่วิชาบางอย่างของอันดิเน่เท่านั้น อาจจะซัพพ็อตได้ไม่ดีนักหากยังไม่เรียนรู้มากกว่านี้
แอนนาเองได้เสนอแนวทางการเดินทางของเธอที่คล้ายแรนบางกรณี นั่นคือด้านการต่อสู้แต่ว่าเธอเองก็คิดว่าในกลุ่มนั้นยังไม่สามารถเข้ากันได้ดีซักเท่าไรนักและเพื่อความรวดรเ็วในการเดินทาง เธอก็ได้เสนอให้แยกกลุ่มเป็น 2 กลุ่มด้วยกัน โดยกลุ่มแรกจะออกเดินทางไปก่อนและมุ่งหน้าฝึกฝนสำหรับคนที่ยังด้อยทักษะ อีกด้านหนึ่งจะตามไปสมทบทีหลัง ด้วยเหตุผลข้างต้นที่ภายในกลุ่มเองยังไม่สนิทสนมกันมาก และเธอเองก็ได้เสนอแรนเป็นผู้นำกลุ่มอีกด้วย

โทโด โคโยริ : ถ้างั้นชั้นจะไปกับแอนนาแล้วกันนะ เรื่องการติดต่อชั้นสามารถติดต่อไปยังเร็มและอันดิเน่ได้ไม่ยากนัก - หญิงสาวเอ่ยขึ้นและเดินไปอีกฝั่งหนึ่ง -

โซฟี : เรย์อิเซน . . . . . . - หญิงสาวพูดขึ้นเบาๆก่อนจะไปยืนเกาะชายเสื้อของเรย์อิเซนด้านหลัง หลังจากที่เธอวิ่งหลบไปเมื่อซักครู่ -

อันดิเน่ : เราเองคงต้องอยู่กับแรนล่ะนะ เพราะว่านอกจากคู่พันธสัญญาแล้วเราก็ยังเป็นห่วงแรนอยู่ด้วย

จากบทสนทนาข้างต้นทำให้แรนตัดสินใจขึ้นว่า . . . . .


แรนนั่งมองแผ่นที่พร้อมกับคิดหาเส้นทางที่คิดว่าใช้เวลาอ้อมน้อยที่สุดก่อนจะเริ่มตัดสินใจ
Lan : ถ้าหากอ้อมไปอาจคลาดเคลื่อนเรื่องเวลาได้... และอาจมีความเสี่ยงเรื่องจะพบกับเจ้ามังกรนั่นก่อนด้วยถ้าอย่างนั้น เรย์อิเซน -แรนหันไปทางเรย์อิเซนเหมือนกำลังจะบอกอะไรบางอย่างขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งลงยิ้มให้โซฟีอยู่
Reisen : ตราเวทเคลื่อนย้ายน่ะหรอ? แต่ว่าแบบนั้นมันกินพลังเวทย์ของแรนมากเลยนะ
Lan : ไม่เป็นไร ป้องกันไว้ก่อน อย่างน้อยมันก็ย่นเวลาให้การเคลื่อนที่ได้มากเลยนะ - แรนอธิบาย
Ryuko : ก็นะ อย่างน้อยพอใช้มันก็สามารถไปหาอีกกลุ่มได้ทันทีนี่นา สะดวกออก

อ่านต่อเรปหน้า
โพสต์ 15-7-2010 18:42:46 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 11-8-2010 07:47

ความเดินตอนที่แล้ว

MelloN : melontaro


MelloN Item
MelloN Recovery skill
MelloN Passive skill
MelloN Active skill
Mellon Special ability
Room mate :


อืมเมล่อนก็พูดขึ้น เวลาก็ล่วงเลยมาไกลแล้วแหะไงๆก็กลับไปที่โรงแรมก่อน เหมือนเมล่อนเปิดเข้ามาในห้อง

ก็ทักขึ้นกับอลิสและอาสะจังว่า แผนที่นั้นเหมือนจะเป็นแผนที่ของสมบัติในสถานที่แห่งหนึ่งเนี่ยล่ะ
ชิงุเระ อาสะ : สมบัติงั้นเหรอ !!! - หญิงสาวเอ่ยขึ้นและตาลุกวาว - น่าจะมีค่ามากพอจะใช้จ่ายได้อย่างสบายไปทั้งชาติเลยนะเนี่ย - หญิงสาวเคลิ้มและเริ่มเข้าสู่โลกของตัวเอง -

อลิซ : เก็บแผนที่ไว้ก่อนก็ได้นะ - หญิงสาวพูดเสร็จก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสั่งอาหารอย่างเคย - เอาเป็นว่าเตรียมออกเดินทางกันดีกว่า พรุ่งนี้เราจะไปที่เทือกเขาเซนท์กัน


เมล่อนตอบรับอืม ลงไปทางใต้ของทวีปสินะ อาสะจังแค่ แสนโกลด์ก็ใช้ได้นานแล้ว คงไม่มีเรื่องให้ใช้เงินมากหรอก

ว่าแล้วเมล่อนก็เตรียมสัมภาระสําหรับออกเดินทาง

อลิซได้ขึ้นไปนั่งขดและหลับลงบนโซฟาก่อนที่จะเริ่มออกเดินทางกัน ณ พรุ่งนี้ ส่วนอาสะเองก็ได้เก็บข้าวของเล็กๆน้อยที่เธอพกติดตัวมาก่อนที่จะหลงทางในหมู่บ้านนั่นมาถึงที่นี่กับเมล่อนและหลับไปเพื่อรอการเดินทางของวันรุ่ง


ยามช่วงกลางตอนดึก เวลาได้ผ่านพ้นไปจนถึงรุ่งสางของวันใหม่ ซึ่งถึงวันที่เป็น การเดินทางสู่

เซาท์เม้าท์เท้น เมล่อนได้เตรียมของเรียบร้อยแล้ว ( สั่งอาหารขึ้นมากินยามเช้า ) . . .

อลิซ : เอาล่ะ กินเสร็จแล้วก็รีบออกเดินทางกันเลยดีกว่า - หยิงสาวว่าเสร็จก็เดินตัวปลิวเนื่องจากเธอไม่ได้เตรียมอะไรมาด้วย -

ชิงุเระ อาสะ : ว่าแต่เราจะไปไหนกันเหรอ เมล่อน ?


ก็ลงไปแถวๆตอนใต้ละมั้งเพราะ ไปภูเขาทางตอนใต้เนี่ยละ คงจะมีไรซักอย่างละมั้ง

สะพานแห่งแสงตามที่อลิสบอกละมั้งน่ะ
อลิซ : เราจะออกไปทางตะวันตกต่างหากเทือกเขาเซนท์อยู่กึ่งกลางระหว่างของเส้นรุ้งและเส้นแวงของโลกใบนี้ โดยแกนเส้น 0 องศา ของลองติจูดและ 0 องศา ละติจูดจะบรรจบกันพอดีที่โบสถ์นั่น และที่ยอดเขาเซนท์ยังเป็นจุด Horizon ซึ่งก็คือจุดที่พวกเรามองเห็นขอบฟ้านั่นเอง  - หญิงสาวเดินพลางอธิบายพวกเมล่อน แต่ดูเหมือนความรู้จะไม่ค่อยเขาหัวของอาสะจังซักเท่าไรนัก -

ชิงุเระ อาสะ : เอาเป็นว่าเราจะไปทำอะไรกันที่นั่นเหรอ ? - หญิงสาวรีบเปลี่ยนเรื่องถามมาที่เรื่องง่ายๆทันที -

อลิซ : ชั้นจะเดินทางไปอีกโลกด้านหนึ่ง . . . . เห็นว่าเมล่อนสนใจด้วยน่ะก็เลยออกเดินทางมาด้วยกันด้วยเลย

ชิงุเระ อาสะ : โลกอีกด้านงั้นเหรอ . . . . - หญิงสาวเงียบลงเล็กน้อยและเดินตามเป็นระยะๆ -


โลกอีกด้าน มอนเตอร์ก็คงน่าจะดรอปของดีกว่าพวกแมลงมุมละน่ะ อาสะจัง คงได้ตู้คาราโอเกะเร็วขึ้น

แล้วที่โบสถ์นั่นก็มีสมบัติอยู่จากปากคําของเจ้าจิ้งจอกน่ะนะ แถมเป็นจุดขอบฟ้าพอดีคงจะเห็น วิวสวยๆด้วย ( ละมั้ง )

เมล่อนพูดคุยกับอาสะจังขนาดเดิน และก็เดินตาม อลิซ ต่อไปเป็น ระยะ ระยะ
ซักพักหนึ่งพวกของเมล่อนก็ได้มาหยุดลงระหว่างป่ากลางทางเดิน ดูเหมือนว่าพวกเธอจะสามารถมองเห็นยอดภูเขาเซนท์ลางๆแล้ว และสีขาวทีเ่ป็นประกายของโบสถ์จากระยะไกลอีกด้วย

อลิซ : ใกล้ถึงแล้วล่ะ วันนี้พักกันแถวนี้ก่อนแล้วกันนะ

ชิงุเระ อาสะ : เห !!! พักกลางป่าเนี่ยเหรอ !!


เรื่องปกติไม่ใช่หรอนั่น เมล่อนเริ่มกางเต้นค์ ขึ้นแล้วเริ่มก่อไฟ ไว้ข้างๆ เต้นท์

เมล่อนก็ได้นึกขึ้นต้องออกไปล่า มอนเตอร์มาทําอาหารสินะ เมล่อนก็หันไปทาง ต้นไม้ด้านหนึ่ง

เมล่อนบอกก็คงราวๆทางนี้ถ้าเจอตัวอะไรจะจับมา ทําอาหารน่อ เมล่อนก็เดินลงไปในทางลาดชัน

เมื่อเมล่อนได้เดินออกมาจากตัวที่พักเล็กน้อยก็ได้พบกับแพะสามตัว ดูเหมือนว่าพวกมันจะกำลังกินหญ้ามื้อเย็นก่อนที่จะกลับรังอยู่



เมล่อนย่องลงเข้าที่พุ่มไม้หวังจะตาม แพะทั้ง3ตัว เพื่อล่ายกฝูง ไว้ทั้งพรุ่งนี้ มะรืนนี้ และ เมื่อนี้ แล้วก็ วันนี้ ( ชักงงละตรู -*- )

ดูเหมือนแกะทั้งสามตัวจะจับสัมผัสถึงความกระหายโลภของเมล่อนได้จึงยอมพลีกายกระโดดเข้าโจมตีเพื่อรักษาเส้นทางกลับรังของพวกมันทันที !!


เมล่อนยิ้มขึ้น และพูดกับตัวเอง สมกับเป็นสัตว์ มีสัญชาตญาณ ดีนี่ เมล่อน คว้าสว่าน

พุ่งเข้าไปทะลวงแกะทั้งสามตัว ด้วยความรวดเร็ว

- ฉัวะ - ปลายสว่านทิ่มทะลวงแพะรับบาปตัวหน้าสุดดับลมหายใจไปทันที ขณะเดียวกันที่แพะทั้งสองตัวที่เหลือก็ได้รุมโจมตีเข้าที่เมล่อนทันทีเหมือนกัน เพื่อทดแทนการเสียสละของเพื่อนของพวกมันไม่ให้ศูนย์เปล่า

Mellon : Hp 35 / 40


เมื่อแพะทั้ง2ตัวเข้ามารุมโจมตี เมล่อนได้จับเขาของแพะหนึ่งตัวและหักเขาของมัน พร้อมกับใช้สว่านปั่น

เข้าไปที่ใบหน้าของแพะตัวที่2 และ ชะโลมเลือดเพื่อขู่ให้กับตัวที่3 เพื่อ ทําให้เสียขวัญ

ดูเหมือนว่าแพะตัวที่สามนั้นจะตกใจกลัวจนทำให้มันติดสภาพหวาดผวา ( กลัวนั่นแหละ ) ตัวของมันสั่นอยู่กับที่และไม่สามารถขยับหนีไปไหนได้ แววตาร้องขอชีวิตของแพะน้อยตาดำๆได้อ้อนวอนตรงหน้าเมล่อน

Action : 1 ) ไม่รอด ไม่ต้องมาง้อ 2 ) จะไว้ชีวิตเจ้าก็ได้ 3 ) ถ้ามีของแลกเปลี่ยนจะไว้ชีวิต 4 ) อื่นๆโปรดระบุ


เมล่อน เอ่ยขึ้น จะปล่อยชีวิตเจ้าไปก็ได้แต่ว่า ต้องทําสัญญาว่าแพะทั้งหมดจงมาเป็นพวกฉันซะ

แพะรับบาปที่เร็ดรอดชีวิตมาได้นั้นได้แต่เหงื่อแตกซีด ดูเหมือนว่ามันจะไม่สามารถตอบกลับมายังเมล่อนได้ ( ตอบกลับได้ก็แปลกแล้วล่ะ ) ดูท่าทางแล้วแพะตัวนี้คงจะเป็นแค่ส่วนเล็กๆของกลุ่ม จึงไม่มีอำนาจมากมายอะไรขนาดไปขอให้สมาชิกแพะทั้งหลายมาลงทะเบียนร่วมกลุ่มได้ตามที่เมล่อนเสนอ


เมล่อนมองสีหน้าของแพะรับบาป ก็ได้รู้ทันที แพะตนนี้คงไม่มีความสามารถพอจะยื่นเสนอให้แพะทั้งหมดมาเป็นพวกได้

เมล่อนจึงถามต่อ จะให้เข้าร่วมก็คงไม่ได้ แกน่ะมี ไอเท็มไรอยุ่กับตัวมั้ย เมล่อนเอ่ยถามกับแพะ

แพะน้อยผู้น่าสงสารที่โดนยักษ์จิ๋วเรียกค่าไถ่ยื่นขอเสนอแบบขูดรีดหมดตัวได้สะบัดของของตัวเองออกมายื้อเวลาไว้จนหมดสิ้น

Item ที่เห็น : Cotton , Scaret bug , Apple gel , Orange gel


มีแค่นี้สินะ เมล่อนเอ่ยขึ้นงั้นเจ้าก็จงไปซะเจ้าแพะน้อย ข้าหมดธุระกับเจ้าแล้ว เมล่อน ตอบกลับ

ไปอย่างเย็นชา และเดินกลับไปเส้นทางเดิม สู่แคมป์ ที่ อลิสและอาสะ อยู่ . . .

อลิส : กลับมาแล้วเหรอ ~ - หญิงสาวพูดพลางหมุนตัวเข้ามาหาเมล่อนช้าๆ - ได้อะไรน่ากินมาบ้างรึเปล่า ~♫ - ดูเหมือนว่าอลิซเองจะสนใจแต่เรื่องอาหารอย่างเดียวเลยเท่านั้น -

ชิงุเระ อาสะ : เป็นไงบ้างเมล่อน ? แถวนี้คงไม่มีอะไรอันตรายล่ะมั้ง ใช่มะ ? - หญิงสาวเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับยื่นซุปเห็ดที่ได้บรรจุใส่กะลาไว้ ให้กับเมล่อน ดูเหมือนว่าเธอกับอลิซจะช่วยกันเก็บผักต่างๆแถวนี้มาทำอาหาร รอระหว่างที่เมล่อนไปออกล่านั่นเอง -


ก็ล่าแพะมาได้ทั้งสองตัวละน่ะ ดูเหมือนเจ้าพวกนั้นจะสู้ขาดใจ ไม่ยอม ให้ไปถึงรังของมัน

ก็เลยล่ามาแค่ 2ตัว แต่ก็คงพอทําอาหารของ เย็นนี้ละ เมล่อนยื่นซากศพแกะให้กับอลิส

อลิซ : กินสดๆเลยได้ไม๊เนี่ย ~ - หญิงสาวมองซากศพที่เปลอะเศษเลือดที่แห้งแล้วจากฝีมือของเมล่อนอย่างน้ำลายสอ - ชั้นล้อเล่นน่า ~ แหม ~ ใครจะไปกินได้เล่า ~ เอาล่ะ ย่างดีกว่าน่าจะไวกว่าต้ม ♫

ชิงุเระ อาสะ : เมล่อน ~ ไปถึงโลกนู้นแล้วจะทำอะไรกันดีอ่า ? ชั้นยังไม่รู้เลยว่าฝั่งนู้นจะเป็นยังไง ~ จะมีอะไรแปลกๆบ้างรึเปล่า ~ - อาสะจังนั่งถามเมล่อนขณะที่พวกเธอกำลังนั่งทานอาหารระหว่างการเดินทางอยู่ -


เมล่อนตอบกลับ อาสะจัง โลกนู้นก็ไม่น่าจะแปลกเกินกว่าโลกนี้หรอกพวกสัตว์ปีศาจอย่าง แกะ หรือ แมลง แปลกๆ

ก็คงมีเหมือนกัน แล้วฉันว่าหมู่บ้านผีที่เราพึ่งไป ยังดูแปลกสุดในทวีปนี้เลยละมั้ง ทางนํ้าเชื่อมาซะ มาสุดทวีปเลย
อลิซ : ไม่ต้องห่วงหรอกหน่า พอถึงก็รู้เองแหละ ~♫ - หญิงสาวพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดีและนั่งกินอาหารต่อไปจนหมด -

หลังจากที่กินอาหารกันเสร็จแล้วหนูอาสะจังก็ได้วิ่งไปหาลำธารใกล้ๆเพื่อแปรงฟันของเธอ โดยลากเมล่อนไปด้วยเหมือนกับทุกที อลิซเองได้นั่งหลับทันที ณ จุดพักนั่น

ญ ริมสายธารยังไม่ทันที่อาสะจังจะได้เข้าใกล้เมล่อนเองก็ได้รู้สึกถึงอะไรบางอย่างมาจากแม่น้ำ !! ดูเหมือนว่าบ่อนี้สายธารนี้จะมีปลาปิรัญย่ากินคนเต็มไปหมด ( เอ แต่มันควรจะอยู่น้ำเค็มไม่ใช่เหรอ )


เมล่อนลองโยน เศษกระดูกแกะ  ที่้เหลืออยู่ลงไปใน สายธาร เพื่อดูสถานการณ์

ไม่ทันที่เมล่อนจะได้กระพริบตาเศษกระดูกนั่นก็โดนกวาดซะเรียบจนไม่เหลือชิ้นดี ดูเหมือนวาพวกมันจะหิวโซเป็นอย่างมากและพร้อมที่จะกินทุกอย่างที่ขวางหน้า ดูเหมือนว่าอาสะจังเองจะไม่กล้าเข้าใกล้ริมหนองน้ำซะแล้ว เธอค่อยๆย่องมาหลบด้านหลังเมล่อน

ชิงุเระ อาสะ : ทำไงดีงะ เมล่อน มันจะมีอยู่ทั้งสายเลยรึเปล่าเนี่ย ?


เมล่อน อืมเป็นสถานการณ์ แบบนี้คง จะแปรงฟันไม่ได้แล้วละมั้ง เพราะปลาพวกนี้ฉัน ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะจัดการยังไง
ดูเหมือนว่าครั้งนี้อาสะจังเองจะไม่ได้งองแง ซักเท่าไรนักเพราะเข้าใจสถานการณ์ด้านหน้า เธอได้เดินกลับเตนท์มากับเมล่อนและพักผ่อนลงทันที

เช้าวันรุ่งขึ้น อาสะได้เอาน้ำจากสเบียงมาใช้ในการแปรงฟันแทนซะอย่างนั้น เมื่อเสณ็จธุระแล้วดูเหมือนว่าอลิซและอาสะจะพร้อมออกเดินทางในวันนี้แล้ว เมื่อทั้งสามได้ออกเดินทางมาใกล้กับภูเขาขึ้นเรื่อยๆเมล่อนก็ได้พบกับฝูงเห็ด( 30 ตัว )ซึ่งกำลังหลับกันไม่ตื่นเลย ดูเหมือนว่าสถานทีกลางป่าแบบนี้จะเหมาะแก่การลอบโจมตีเป็นอย่างมาก

อลิซ : หึหึหึหึ !!! เธอคิดเหมือนที่ชั้นคิดรึเปล่า ~ ♫ - หญิงสาวยิ้มขึ้นอย่างชั่วร้ายก่อนที่จะค่อยๆร่างด้ายเวทย์มนต์ของเธอออกมา - อาสะห้ามร้องเพลงนะ


เมล่อนพยักหน้าตอบกับอลิส แล้วให้สัญญาณว่า พร้อมเมื่อไหร่ก็ลุยเข้าไปเลย เมล่อน

รอทางด้านอลิส และเมื่อเริ่มโจมตี เมล่อนได้พุ่งเข้าไปใช้สว่าน ตบทะลวงลงไปที่ฝูงเห็ด

สวบ !!! เห็นด้านหน้าได้ติดสว่านเมล่อนมาเหมือนกับไม้เสียบลูกชิ้น ทางด้านอลิซเองก็ได้ใช้โซ่ของเธอรวบตัวเห็ดที่เพิ่งละเมอตื่นมาเพราะเสียงการต่อสู้ที่เริ่มขึ้น แต่ดูเหมือนว่าจำนวนพวกมันจะเยอะเกินกว่าโซ่จะล่ามไว้หมดได้ เห็ด 2 ตัวที่หลุดออกมาได้ทำท่าจะวิ่งไปเรียกพวกมาเพิ่มทันที !!


เมล่อนรีบแก้ไข สถานการณ์พุ่งเข้าไป เสียบ เห็ด2ตัวที่กําลังจะวิ่งหนี และ พยายาม ใช้สว่านพาดกับเข้าไปในวงในของโซ่

ที่อลิส ใช้รวบเห็ดที่เพิ่งละเมอตื่นเพราะเสียงการต่อสู้ที่เริ่มขึ้น . . .

- สวบ !!! - สว่านจิ้มทะลุเห็ดผู้น่าสงสารสองตัวนั้นอย่างเหี้ยมโหด ดูเหมือนว่าด้านอลิซเองก็จะได้จัดการกับเห็ดล่วงหน้าเสียก่อนแล้วเนื่องจากไม่อยากจะรอให้เมล่อนเป็นคนปิดฉากซักเท่าไรเนื่องจากเธอกำลังเบื่อๆอยู่ด้วยเช่นกัน -

Mellon LV 10 // Hp +50 Mp +50 // Status point : 27 point

อลิซ : เฮ้อ ~ ไปกันเถอะ เบื่อจะตายอยู่ละ - หญิงสาวได้เดินนำพวกเมล่อนไปยังภูเขาก่อนทันที -

ดูเหมือนว่าอาสะจังจะแอบงกเล็กน้อย เธอได้ก้มเก็บซากเห็ดที่น่าจะพอกินได้หรือขายได้ติดมือมาด้วยระหว่างจะออกเดินทางต่อกันอย่างรวดเร็ว

ณ ภูเขา ดูเหมือนว่าทางด้านล่างจะโล่งผิดปกติเพราะนักผจญภัยคนอื่นๆที่ได้จัดการมอนสเตอร์แถวนี้ไปซะเรียบหมดแล้วทำให้มันดูโล่งเป็นพิเศษ

อลิซ : ก็ดีเหมือนกันนะ ~ ♫ - หญิงสาวฮำเพลงเล็กน้อยพร้อมกับเดินนำพวกเมล่อน แต่เธอก็ได้หยุดลงชั่วขณะก่อน - ดูเหมือนว่าจะมีคนใช้อยู่แฮะ ไว้ไปแจมเอาดีกว่าจะได้ไม่เหนื่อย ♥ - หญิงสาวยิ้มออกมาเล็กๆและพาพวกเมล่อนไปนั่งในระแวกใกล้ๆนี้ -

ทันใดนั้นเองก็ได้มีฝูงหมาหิวโซโผล่ออกมา ดูเหมือนว่ามันพร้อมที่จะกินพวกของเมล่อนได้ทุกเมื่อเลยทีเดียว

ชิงุเระ อาสะ : - ดึงเขาเมล่อน - เมล่อน . . . . เมล่อน . . . ช่วยด้วยสิ . . . . .  นั่นมันๆๆ !!

อลิซ : กำลังดีเลยพวกเรากำลังหาอะไรฆ่าเวลาอยู่ด้วย - หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างพวกกระหายการต่อสู้และใช้โซ่ของเธอฟาดหมาผู้หิวโหยคอหักกระเด็นอย่างเลือดเย็นก่อน 1 ตัวทันที -


Player Reaction : จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 17-7-2010 09:37:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 24-7-2010 06:15

ความเดิมตอนที่แล้ว




Stella Item
Stella Recovey skill
Stella Passive skill
Stella Active skill
Stella Special ability

เด็กสาวหน้าแดงเล็กน้อยกับการกระทำของชายหนุ่มตรงหน้า แต่ดูเหมือนว่าสเตล่าจะเริ่มชินกับอิฟรีทมากขึ้น ทำให้เธอไม่ได้รู้สึกประหม่าเหมือนตอนที่เจอกันครั้งแรกมากนัก "แล้ว.... จะไปทางไหนดีล่ะ ?"เด็กสาวถามขึ้นเมื่อพวกเธอเดินมาจนถึงทางแยกอีกครั้ง

ชายหนุ่มยืนคิดอยู่ซักพักก่อนที่จะหยิบไม้ยาวท่อนนึงขึ้นมา ชายหนุ่มได้ตั้งแท่นไม้นั้นตรงดิ่งและปล่อยมันออก ทันใดนั้น !!! ท่อนไม้ก็ได้ล้มไปทางด้านขวา

อิฟรีท : ทางนี้ !! - ชายหนุ่มชี้นิ้วไปทางขวาอย่างมั่นใจก่อนที่จะลุกขึ้นมาหัวเราะเบาๆ - ล้อเล่นน่า ~ - เมื่อพูดจบเขาก็ได้หยิบแผนที่ขึ้นมา ( มีก็ไม่บอก ) พร้อมกับเมจิกสีดำ - เอาล่ะตอนนี้อยู่ตรงนี้ . . .  ไปทางนี้น่ะ - ชายหนุ่มได้เดินนำสเตล่าไปเรื่อยๆจนถึงกับห้องโถงใหญ่ใต้ซากโปราณสถาน - กว้างจังเลยนะ ว่าไม๊ ? - ชายหนุ่มจูงมือสเตล่าเอาไว้เพื่อไม่ให้เด็กสาวหลงทางแต่แล้วเขาก็ได้หยุดเดินลงกระทันหันและดึงสเตล่าไว้ -



? ? ? : โฮ่ . . . . นึกไม่ถึงว่าจะได้มาเจอกันแบบนี้ช่างน่ายินดีจริงๆ

อิฟรีท : สเตล่าอยู่ข้างหลังชั้นไว้นะ - ชายหนุ่มนำมือมาขวางไว้หน้าสเตล่าและยืนด้านหน้าของเด็กสาวทันที - ต้องการอะไร ? - ชายหนุ่มหันไปถามอย่างเย็นชาที่ชายหนุ่มชุดเมฆแดงด้านหน้า

? ? ? : คุณก็น่าจะรู้อยู่แล้วนี่ครับ ที่ผมต้องการน่ะคื . . . . - ไม่ทันที่เชาจะพูดจบเปลวเพลิงก็ได้ระเบิดขึ้นตรงจุดที่ยืนอยู่ทันที - ว้ากก !! - เสียงกระเด็นชนกำแพงดังครืนของเขาดังขึ้นพร้อมกับเสียงของสิ่งก่อสร้างที่ล้มลงเป็นแถวๆ -

อิฟรีท : รีบไปกันเถอะสเตล่า - ชายหนุ่มได้อุ้มเด็กสาวขึ้นพร้อมกับจุดพลังเพลิงช่วยในการเคลื่อนที่ออกมาด้านหลังโบราณสถานนั่นทันที และค่อยๆหยิบถ้วยแปลกๆดูเก่าแก่ขึ้นมาหมุนดูเล่นขณะที่อุ้มเด็กสาวไว้ - อืม . . . . . - ชายหนุ่มทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย -


"ว้ายยยยย"เด็กสาวอุทานออกมาเมื่อเกิดการระเบิดขึ้น แต่เมื่อรู้สึกตัวก็อยู่ในอ้อมแขนของอิฟรีทซะแล้ว "นี่มันเรื่องอะไรกันน่ะ แล้วเจ้าหน้ากากนั่นมันเป็นใคร แล้วทำไมนายต้องหนีด้วย ?"สเตล่ารัวคำถามไส่ชายหนุ่มเป็นชุดๆ

"แถมชุดแบบนั้น มันเป็นพวกเดียวกับเจ้าคนที่เล่นงานเพื่อนๆของชั้นด้วยนะ..... อึ้ก...... อ๊าาาาาาา"ยังไม่ทันที่สเตล่าจะพูดจบ รอยอักขระสาปก็เริ่มบุกรุกร่างกายของเธออีกครั้ง เด็กสาวทำได้แค่เพียงกรีดร้องอย่างทรมานเท่านั้น....
ชายหนุ่มค่อยๆวางเด็กสาวลงพร้อมกับใช้เข็มแทงที่แขนของเขาเพื่อนำเลือดออกมาจากนั้นเขาก็ได้แตะหยดเลือดลงที่ปากสเตล่าและวาดวงแหวนเวทย์ขึ้นมาที่รอยอักขระบนแขงของหญิงสาวทันที ผลึกสีแดงก้อนขนาดใหญ่กลางๆได้ส่องแสงออกมาและคลายความเจ็บปวดให้สเตล่าลง

อิฟรีท : เป็นยังไงบ้าง อย่าฝืนตัวล่ะ - ชายหนุ่มค่อยๆป้อนน้ำปล่าวให้กับสเตล่าหลังจากรักษาอาการชั่วครู่ เมื่อกี้นี้ - ดูเหมือนเธอจะถามคำถามเยอะจังเลยนะ ฮะๆๆ เอาเป็นว่าพักผ่อนซะก่อนเถอะพอตื่นขึ้นมาชั้นจะค่อยๆเล่าให้ฟังเอง


"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ชั้นไม่เชื่อหรอกว่าอย่างนายจะไม่รู้อะไรเลย"ภายในห้วงแห่งความมืดมิด สเตล่าถามเสียงแข็งไส่ชายหนุ่มที่ร่างกายเต็มไปด้วยควันต้องสาปที่พวยพุ่งออกมา

"ใครจะไปรู้...."

ซูม !!!!!!!!!!!! ยังไม่ทีนที่ชายหนุ่มจะตอบจนจบประโยค สายฟ้าสีน้ำเงินก็พุ่งเฉี่ยวใบหน้าของเขาไปไม่กี่ ซม.

"ชั้นเบื่อที่จะเป็นแค่ภาชนะเฉยๆแล้วนะ เจ้าปีศาจ" เด็กสาวเอ่ยเสียงเรียบ โดยยังมีสะเก็ดไฟฟ้าติดอยู่ที่มื่อข้างที่เธอเล็งไปยังโดมินิค

"กล้าดีนี่ ยัยเด็กสวะ !!!"ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่กระหายการต่อสู้ เช่นเดียวกับสายฟ้าสีดำที่พุ่งออกมาจากร่างกายของเขาอย่างไร้การควบคุม "ชั้นคงไม่ปล่อยให้มันจบแค่แผลถลอกหรอกนะ !!" สิ้นเสียง ร่างของมารร้ายก็ได้วาปมาโผล่ตรงหน้าสเตล่าก่อนจะปล่อยหมัดขวาอัดเข้าไปที่ท้องของเด็กสาว

"อึ้ก !! อย่างนายน่ะ.... อย่างนายน่ะ ทำไมชั้นจะเอาชนะไม่ได้กันเล่า !!!!!"เด็กสาวตะโกนขึ้นก่อนจะเสยปลายคางของโดมินิคด้วยหมัดที่หุ้มไปด้วยสายฟ้า ชายหนุ่มกระโดดกลับหลังลงถึงพื้นได้อย่างนิ่มนวลเช่นเคย ก่อนจะซัดลูกบอลสายฟ้าไส่สเตล่าเป็นชุดๆ

บรึ้มๆๆๆๆ เปรี๊ยะๆๆๆๆ ระเบิดสายฟ้าดังสนั่นไปทั่วบริเวณอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าจะหยุดลง พร้อมๆกับเสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งของมารร้ายที่ขว้างปาลูกบอลสายฟ้าไส่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเมามันส์ [นึกสภาพเบจิต้ายิงบอลพลังจิตมั่วถั่วดู]

ซวบ !!! หัตถ์สายฟ้าของเด็กสาวเสียบทะลุท้องจากด้านหลังของโดมินิคทำลายความบ้าคลั่งโดยสิ้นเชิง "แบบนี้สินะที่นายชอบใช้ทำร้ายคนอื่นหลายต่อหลายครั้ง...."เด็กสาวพูดขึ้นด้วยสภาพร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลมากมายจากการระเบิด

เช่นเดียวกัน เลือดของมารร้ายก็ไหลรินลงสู่พื้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่เจ้าตัวยังคงยิ้มเยาะอยู่อย่างนั้น ? "เก่งขึ้นแล้วสินะ ยัยเด็กปากเสีย แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่เธอจะก้าวข้ามชั้นคนนี้อยู่ดี" พูดจบ พลังไฟฟ้าสีดำก็พุ่งทะลุพื้นความมืด เข้าดีดร่างของสเตล่าจนกระเด็น...........

"อา.... ค่อยยังชั่วแล้วล่ะ ช่วยเล่าเรื่องทั้งหมดให้ชั้นฟังหน่อยสิ..."เด็กสาวลืมตาขึ้นมาพลางลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะถามอิฟรีทขึ้นอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม แต่รอยยิ้มของเด็กสาวครั้งนี้ มันช่างเป็นรอยยิ้มที่งดงามและเป็นธรรมชาติที่สุดในชีวิตของเธอ.....

ชายหนุ่มเหม่อลอยไปซักครู่หนึ่งในรอยยิ้มของสเตล่าที่เผยออกมาให้เขาเห็น ชายหนุ่มค่อยๆทำสีหน้าเหมือนเดิมและยิ้มให้กับเธอเล็กน้อย

อิฟรีท : น่ารักจังเลยนะ - ชายหนุ่มพูดขึ้นมาลอยๆและเริ่มอธิบายเข้าเรื่อง - ชายใต้ชุดคลุมคนนั้นที่ใส่หน้ากากด้วย เป็นคนที่กำลังวางแผนที่จะยึดมานาที่ใช้หล่อเลี้ยงโลกทั้งสองอยู่น่ะ และนอกจากนั้นดูเหมือนว่าเขาจะวางแผนอย่างอื่นอีกด้วย ชั้นเองก็ยังไม่แน่ใจนักหรอกนะ แต่ว่าดูเหมือนเขาจะต้องการพลังจากสิ่งที่มีพลังกล้าแกร่งแต่ยังไม่สมบูรณ์น่ะ เช่นสัตว์หางต่างๆที่สถิตในตัวผู้ใช้ ถ้าเกิดถูกดึงออกมาโดยที่ผู้ใช้ยังไม่สามารถควบคุมได้พวกนั้นก็อาจจะชิงพลังไปได้ง่ายๆและใช้ในทางที่ไม่ดีน่ะสิ


"ถ้างั้นพวกเราก็มาถูกทางแล้วสิ....."เด็กสาวพูดพลางยกมือแกะริบบิ้นเพื่อปล่อยผม "ยิ่งถ้าตัวหัวหน้ามันอยู่แค่นี้ ถ้าจัดการกับมันได้ เรื่องก็จบ..... ไปกันเถอะอิฟรีท...."สเตล่าลุกขึ้นพูด ก่อนจะสอดมือสยายผมไปด้านหลัง

อิฟรีท : อย่าวู่วามไปสิ หมอนั่นน่ะมีพลังอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้แสดงออกมา เมื่อกี้ชั้นแค่โจมตีตอนที่มันเผลอเท่านั้นเอง - ชายหนุ่มดึงสเตล่าไว้ - เธอมีเป้าหมายอะไรรึเปล่าล่ะตอนนี้น่ะ ?


"ชั้น....."เด็กสาวกลืนคำพูดเมื่อครู่ลงไป ก่อนจะหันหน้ามาตอบชายหนุ่มอีกครั้ง "เจ้าพวกชุดดำนั่น ทำให้เพื่อนๆคนสำคัญของชั้นต้องบาดเจ็บ ชั้นจะไม่ปล่อยพวกมันไว้เฉยๆหรอก แล้วก็......."สเตล่าลังเลที่จะพูดต่อ แต่เธอก็สะบัดหน้าไปมาพร้อมกับพูดต่อด้วยสีหน้าเศร้าๆ "ชั้นจะไม่เป็นภาชนะอีกแล้ว....."

ชายหนุ่มลูบหัวของเด็กสาวเบาๆและยิ้มให้กับเด็กสาวที่มีเป้าหมายที่แน่วแน่เป็นของตัวเองในขณะนี้

อิฟรีท : ไม่ต้องห่วงไปหรอก เมื่อถึงเวลาชั้นจะให้เธอร่วมสู้กับพวกชายชุดดำนั่นแน่นอน แต่ตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลานะ - ชายหนุ่มยิ้มพลางจับมือของสเตล่า - บางอย่างมันก็ต้องใช้เวลาในการช่วยตัดสินด้วย และคิดให้รอบคอบ เอาเป็นว่าตอนนี้เราก็มีเป้าหมายบางอย่างที่เหมือนกันแล้วนะ - ชายหนุ่มปล่อยมือของสเตล่าลงและสร้างเปลวเพลิงขึ้นมาในอุ้งมือของเขาเพื่อตรวจดูทิศทางของสายลม - จริงด้วยสิ เพื่อของเธอล่ะ ? - เขาเอ่ยถามขึ้นขณะที่กำลังตรวจสอบทิศทางที่จะมุ่งหน้าต่อไป -


"นั่นสินะ แล้วนายรู้จักราชินีเรลกันรึปล่าวล่ะ ตอนนี้ชั้นพักอยู่กับยัยนั่นล่ะ สถานที่ก็......"เด็กสาวนึกอยู่นาน ปิ๊ง ~ ก่อนจะแสดงท่าทางที่บ่งบอกว่าคิดออกแล้ว "คฤหาสน์หลังใหญ่ๆ ในเมือง Deidon hold....... ล่ะมั้ง แหะๆ"เด็กสาวตอบออกไปอย่างมั่นใจ ก่อนจะจบประโยคด้วยการแลบลิ้นและลูบหัวตัวเองเพราะคำว่า "ล่ะมั้ง ~"

อิฟรีท : Deidon Hold ? งั้นเราก็ต้องย้อนกลับไปทั้งหมดเลยล่ะนะ แหะๆๆ - ชายหนุ่มยิ้มแห้ง - เอาเป็นว่าไว้หาทางติดต่อกับพวกเขาระหว่างทางข้างหน้าแล้วกันนะ - ชายหนุ่มจูงมือของสเตล่าและเดินนำไปยังทางด้านหน้าต่อทันที -

เมื่อทั้งสองเดินมาได้ครู่หนึ่งจากเขาวงกตด้านใต้ก็มาถึงเมืองแห่งหนึ่ง ดูเหมือนว่าเมืองนี้จะตั้งอยู่ริมมหาสมุทรเสียด้วย

อิฟรีท : หลงมาไกลถึง Zaphias เลยเหรอเนี่ย เอาเถอะเดี๋ยวไปส่งจดหมายถึงเพื่อนของเธอก่อนแล้วก็หาที่พักกันนะ - ชายหนุ่มเดิจูงสเตล่าไปที่จุดบริการไปรษณีย์ก่อนทันที -


{ถึงยัยอิเล็กตรอน ตอนนี้ชั้นเที่ยวเล่นอยู่กับอิฟรีทที่ Zaphias คิดว่าอีกสองสามวันคงจะกลับ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ...... อ๊ะ ฝากบอกยัยโลลิค่อนวิปริตด้วยนะว่า ยัยแผ่นกระดาน โฮะ โฮะ โฮะ โฮะ ~}เด็กสาวหัวเราะคิกๆเมื่อเขียนจดหมายเสร็จ ก่อนจะทำการหย่อนมันลงไปในตู้ไปรษณีย์ แต่ทันใดนั้นเองร่างวิญญาณของโดมินิคก็พุ่งออกมาปิดปากของสเตล่าเอาไว้แน่น จนทำให้จดหมายในมือของเด็กสาวตกลงสู่พื้นดิน....

"ไม่นึกเลย... ว่ามันจะเลือกที่ตายด้วยตัวเองแบบนี้ จากนี้ไปมันเป็นงานชั้น ยัยเด็กกะโปโลอย่างแกน่ะอยู่เงียบๆไปซักพักเถอะนะ !!"สิ้นเสียงของชายหนุ่ม ดวงตาข้างซ้ายของสเตล่าก็เปลี่ยนเป็นสีแดงทันที ก่อนที่มารร้ายจะออกเดินไปโดยเหยียบจดหมายฉบับนั้นโดยไม่สนใจใยดี

"จะไปห้องน้ำ ไม่ต้องตามมา..."เด็กสาวบอกอิฟรีทโดยไม่แม้แต่จะหันไปมอง เธอเดินผ่านด้านข้างของชายหนุ่มไปดื้อๆ ก่อนจะลับสายตาไป..... เด็กสาวเร่งสปีดในการเดินขึ้น จนกลายเป็นการวิ่ง

"ได้เวลาที่จะต้องใช้ยัยนั่นแล้วสินะ.."เด็กสาวเอ่ยขึ้นพลางยกมือขึ้นสุดแขน พลังไฟฟ้าสีดำได้พุ่งเข้าห่อหุ้มร่างของเด็กสาวเอาไว้ ก่อนจะมีเขียวบินจำนวนหนึ่งพากันบินออกมาจากกลุ่มก้อนไฟฟ้านั่น กระจัดกระจายกันออกไปบนท้องฟ้า

"หาตัวยัยผู้หญิงที่ควบคุมดินนั่นให้เจอ[เอฟฟี่] มันต้องอยู่ที่เมืองนี้แน่ เมื่อเจอแล้วให้นำเสียงของชั้นนี่ฝากไปถึงมันด้วยว่า....."เสียงของมารร้ายดังลอดผ่านกลุ่มก้อนพลังไฟฟ้าออกมา ก่อนที่พลังไฟฟ้าเหล่านั้นจะเริ่มไหลกลับเข้าไปในร่างกายของสเตล่าที่เปลี่ยนไป

"ภูติตัวที่สอง อยู่ที่นี่แล้ว !!"

เพียงครู่เดียวร่างของเอฟฟี่ก็ได้ปรากฏขึ้นด้านหน้าของจอมมารในคราบเด็กสาวทันที

เอฟฟี่ : . . . . - หญิงสาวยืนนื่งเงียบและหันมาที่จอมมาร - รู้ชื่อของภูติตัวนั้นรึเปล่า ? - คำถามแรกได้ตั้งขึ้นมาทันทีของบทสนทนาเมื่อพวกเขาได้พบกัน - อีกอย่างหนึ่ง . . . . . - หญิงสาวทำหน้าเศร้าลงเล็กน้อย ดูเหมือนว่าจะมีเพียงไม่กี่ครั้งที่เธอได้แสดงสีหน้าของเธอออกมา - อัคนี . . .  อัคนิคณะ . . . . . - หญิงสาวก้มหน้าลงและเผยแววตาเศร้าสร้อยออกมาเมื่อเธอพูดถึงเทพแห่งไฟที่ได้มีชะตากรรมบางอย่างเกี่ยวข้องกับพวกเธอ แต่หญิงสาวก็ไม่สามารถเอ่ยออกมาได้ -


มารร้ายไม่ได้สนใจความเศร้าสร้อยในดวงตาของเอฟฟี่เลยแม้แต่น้อยสายฟ้าสีดำสนิทค่อยๆคลุมร่างของเด็กสาวอีกครั้ง ก่อนที่ร่างของโดมินิคจะเดินออกมาจากกลุ่มก้อนพลังไฟฟ้า

"ชั้นต้องการเดินทางไปยังประตูแห่งแสง ยัยเด็กนี่มันเริ่มต่อต้านชั้นแล้ว ถึงจะไม่ใช่เรื่องยากที่จะกำราบมัน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปลี่ยนความต้องการของมัน และแน่นอนว่า ชั้นไม่คิดจะไปเสียเวลากับเรื่องพรรค์นั้น"ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนที่เขาจะนึกขึ้นได้ว่าหญิงสาวตรงหน้าได้ถามอะไรเอาไว้

"ถึงจะได้ยินตอนที่สิทธิ์ควบคุมอยู่ที่ร่างหลักก็เถอะ ยังไงชั้นก็คิดว่าไม่ผิดตัวแน่นอน....." ชายหนุ่มหลับตาลงพร้อมกับเขี้ยวบินที่แยกตัวออกไปก่อนหน้านี้ที่เริ่มทยอยกลับมาบินวนไปวนมารอบๆโดมินิค ก่อนที่ชายหนุ่มจะลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยแววตาของสัตว์นักล่าที่เป็นสีแดงดำ

"ภูติแห่งไฟ...... อิฟรีท !!"

เอฟฟี่ : อิฟรีท . . . งั้นเหรอ ? - สีหน้าที่เศร้าสร้อยของเธอกลับมาเยือกเย็นดั่งเดิมอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะยิ้มออกมาเล็กๆ - ถ้าเราจับร่างอวาตาร์ของอิฟรีทได้ก็จะเหลือแค่อันดิเน่ตัวเดียวเท่านั้น . . . . แต่ว่าเหมือนมันจะกระทันหันไปซักหน่อยนะ ที่ชั้นจับตัว ซิลฟ์ มาได้ก็เพราะว่าธาตุของชั้นนั้นได้เปรียบทาง . . . . คิดว่าแค่สองคนจะกำราบ ทูติแห่งเพลิงลงเหรอ ? - หญิงสาวถามย้ำโดมินิค -

ทางด้านของอิฟรีทเองก็ได้ยืนงงอยู่ที่เดิมและรอเด็กสาวพร้อมกับหวังดีส่งจดหมายใกับเธอด้วย

อิฟรีท : ไปทำอะไรของเขาน้า ไหนบอกว่าจะส่งจดหมายก่อนไงเล่า - ชายหนุ่มหย่อนจดหมายยับๆนั่นลงตู้และยืนพิงผนังแถวๆนั้นรอสเตล่า -


Player Reaction : เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 17-7-2010 11:29:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด nutchsnon เมื่อ 20-7-2010 15:04

Reisen : ชิส์ ก็ได้ - เรย์อิเซนย์ดึงผมของตัวเองออกมาสองเส้นก่อนจะลงอาคมเวทย์มนจนเส้นผมสีน้ำเงินกลายเป็น ดาวสีเงินสองดวง - ได้แล้วล่ะ ตราเวทย์เคลื่อนย้าย แต่ว่าเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับตัวแรนแนะนำเคลื่อนย้ายครั้งละ 3 คนพอนะ - เรย์อิเซนยื่น 1 อันให้แรน และอีก 1 อันให้แอนนา - วิธีใช้ไม่ยากเลยค่ะ แค่ชูเจ้านี่ขึ้นฟ้าแล้วเรียกชื่อของคนที่ถือตราเวทย์อีกอัน ก็จะสามารถเคลื่อนย้ายไปหาตราเวทย์อีกอันได้ในพริบตา แต่ว่าแนะนำให้ใช้แค่วันละครั้งพอนะคะ มากกว่านั้นเกรงว่าร่างกายของแรนจะรับภาระหนักจนเกินไป
Lan : นี่ๆ อย่าไปพูดให้พวกเค้าเป็นห่วงสิ - แรนแอบเอ็ด
Reisen : ง่า เหนื่อยอ่ะ แรนขอเติมพลังหน่อย... - เรย์อิเซนเดินเหมือนคนหมดแรง (ทั้งๆที่พลังเวทที่ใช้เขียนเป็นของแรนทั้งนั้น) มาหาแรน
Lan : ... หยุดเลย - แรนเอามือดันหน้าผากของหล่อนไว้พลางบีบเบาๆ
Reisen : แง เค้าเหนื่อยอ่ะ หมดแรงด้วย อุ๊บ.. - ขณะที่เรย์อิเซนกำลังงอแง แรนก็เอานิ้วชี้ ไปแตะที่เขี้ยวของเรย์อิเซนจนเลือดออกมา
Lan : รอบนี้ให้ผ่านเลือดก็พอนะ
Reisen : ชิ... - ถึงจะทำท่าต่อต้านแต่ก็ยังคงดื่มเลือดของแรนผ่านทางนิ้วอย่างมีความสุขต่อไป
Ryuko : เจ้าเนี่ยน้า เพราะใช้แรงกับเรื่องไร้สาระมากๆเข้าน่ะสิ อึก... - ขณะริวโคกับแซวเรย์อิเซนอยู่ก็มี ก้อนน้ำแข็งสีแดงสนิทวิ่งเข้าไปในปากของชายหนุ่มทันที
Lan : ทำเป็นพูดดีไป เรายังไม่เห็นเจ้าเติมพลังเวทย์ซักที อย่าฝืนตัวเองเลยน่า - แรนยิ้ม ที่แท้เขาแอบใช้พลังเวทย์บรรจุเลือดเป็นก้อนสี่เหลี่ยมเล็กๆก่อนโยนให้ริวโคนั่นเอง

แอนนา :"โอเค งั้นเอาตามนี้ล่ะกันนะ กลุ่มนำคือ แรน อันดีเน่ แล้วก็ โซฟี นะ ส่วน โคโยริ ชั้น และ โทโด อยู่ทีมรอง วันนี้เตรียมตัวกันให้เรียบร้อยนะ ชั้นว่าเริ่มเดินทางกันวันพรุ่งนี้เลยล่ะกัน ไปพักผ่อนกันเถอะ วันนี้ทุกคนเหนื่อยมามากแล้ว "



Lan : ... - แรนหันไปหาโคโยริก่อนจะถอนหายใจเบาๆ
Lan : เข้าใจแล้วครับ เอาตามนั้นก็ได้ ถ้าอย่างนั้นวันนี้ก็พักผ่อนกันก่อนก็แล้วกันนะ ส่วนห้องพักของคุณแอนนา... รบกวนคุณโคโยริเปิดให้เธอใช้ไปก่อนได้รึเปล่า? - แรนว่าพลางหันไปถามความเห็น หลังจากเคลียแผนการกันเรียบร้อยแล้ว แรนจึงปิดการประชุมและให้ทุกคนกลับไปที่ห้องนอนทันที (ส่วนแรนกับริวโคก็เหมือนเดิมนอนห้องรับแขก XD)

Ryuko : จะดีหรอแรนที่ให้โคโยริอยู่กลุ่มของแอนนาน่ะ?
Lan : เอาเถอะถึงทางเราจะเป็นฝ่ายขอร้องเค้า แต่ว่าเรย์อิเซนเองคงไม่ยอมให้ใช้ตราเวทย์นั่นเคลื่อนย้ายทีละ 4 คนแน่ๆ
Ryuko : บอกตามตรงนะข้าไม่ค่อยไว้ใจ แอนนาซักเท่าไหร่เลย เพราะข้าจับสัมผัสไม่ได้เลยว่านางเป็นอะไรกันแน่ กระแสพลังชีวิตมันยุ่งเหยิงไปหมด
Lan : น่าๆ มาไม่ไว้ใจกันก่อนออกเดินทางแบบนี้ก็แย่น่ะสิ ว่าแต่ ไปซ้อมดาบกันข้างนอกหน่อยไหม? ไม่ได้ซ้อมกับเจ้ามานานแล้วนะ
Ryuko : ได้สิเดี๋ยวข้าสร้างโดมให้ เสียงจะได้ไม่รอดออกไป - ริวโคว่าพลางดีดนิ้วโดมสีแดงก็ถูกสร้างคลุมห้องนั่งเล่นไว้  - เอาล่ะแบบนี้คงไม่ต้องกลัวเรื่องข้าวของเสียหายและเสียงจะไปรบกวนคนอื่นด้วย เริ่มกันเลยไหม - ริวโคยิ้มอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเรียกดาบประจำกายออกมา
Lan : ฮะๆ เจ้านี่ชอบการต่อสู้ซะจริงนะ - แรนเองก็เรียก B.Katana ออกมาเช่นกัน
Ryuko : ตัดสินกันแค่รอยแผลเดียวนะใครแพ้ต้องทำตามคนชนะบอกนะ~ - Lan : น่าสนุกเหมือนกัน ถ้างั้นข้าบุกก่อนล่ะนะ~ -ว่าแล้วแรนก็เริ่มพุ่งใส่ริวโคและริวโคเองก็ตั้งท่ารับมือเหมือนกัน ทั้งคู่เริ่มประดาบกันไปผลัดกันรุกกันรับไปตามสถานการณ์ของตัวเอง
Lan : ว่ามั้ยไม่ได้ซ้อมสนุกๆกันแบบนี้มานานแล้วนะ~  - แรนยิ้มพลางฟาดดาบใส่ริวโค
Ryuko : โอ้ ข้าเองก็ชอบซ้อมกับท่านเหมือนกัน - ริวโคเองก็ตอบรับด้วยการกวาดดาบเป็นแนวนอนใส่แรน แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครฟาดคมดาบใส่ใครได้เลย
Lan : แฮกๆ.. กะ...กินกันไม่ลงเหมือนเดิมเลยนะ - Ryuko : นะนั่นสินะ ว่าแต่ก่อนอื่นไปอาบน้ำก่อนเถอะ เหงื่อเต็มตัวเลย - ริวโคว่าพลางยกเลิกโดมเวทย์
Lan : เฮ้อ ทูตินี่ดีจังเลยนะเหงื่อไม่ออกซักกะนิด นอนก่อนเลยก็ได้ - แรนว่าพลางเดินตรงไปที่ห้องน้ำทันทีหลังจากอาบน้ำเสร็จก็เดินไปที่ห้องนอนเพื่อหยิบชุดมาเปลี่ยน พลางหันไปยิ้มให้สามสาวที่นอนอยู่บนเตียงก่อนจะเดินไปที่นอนของตัวเอง

เช้าวันรุ่งขึ้นโซฟีเองได้ตื่นขึ้นมาก่อนใครเพื่อนและนั่งอยู่ที่ริมระเบียงแล้ว ดูเหมือนว่าเธอกำลังจะเหม่อลอยคิดอะไรอยู่คนเดียวด้านนอก ถึงกระนั้นใบหน้าของเธอก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยจะสังเกตุได้แค่จากแววตาของเธอเท่านั้นเอง อันดิเน่เองก็ยังนอนหลับอยู่บนที่นอนกับเรย์อิเซนนั่นเอง ท้องฟ้าวันนี้ปรอดโปร่งเหมาะกับการออกเดินทางเป็นอย่างมาก ทันทีที่แรนตื่นขึ้นมานั่นเองก็ได้พบกับเด็กผู้ชายใต้ผ้าคลุมคนนึง



ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะอยู่คนเดียวและได้เข้ามาที่โรงแรมแห่งนี้ คนทั่วไปเข้ามาหาที่พักมันคงจะไม่ใช่เรื่องแปลกนะ แต่ที่สะดุดแรนมากที่สุดคงน่าจะเป็นพลังวิญญาณของเขา ทันใดนั้นร่างของชายคนนั้นก็ได้หายไปและโผล่มาที่ระเบียงของแรนทันทีพร้อมกับวิญญาณแห่งเพลิงประจำตัวของเขา



โซฟีเองที่นั่งอยู่ขอบระเบียงได้เคลื่อนออกอย่างรวดเร็วและโจมตีสวนไปโดยไม่เอ่ยกล่าวขึ้นทันที

? ? ? : โอ๊ะ !! ใจเย็นๆก่อนสิครับ ผมไม่ได้ตั้งใจมาหาเรื่องซักหน่อยแค่จับสัมผัสของคนที่น่าจะมีประโยชน์ขึ้นมาได้เท่านั้นเอง - ชายหนุ่มใช้มืออีกด้านของิวญญาณของเขาเป็นกำแพงบังหมัดของโซฟีออก แต่ดูเหมือนว่าการโจมตีทั่วไปของโซฟีนั้นจะส่งผลมากกว่าที่เด็กหนุ่มคิดไว้ แสงเวทย์มนต์จากหมัดของเธอได้ระเบิดออกที่ด้านหลังของฝ่ามือยักนั่นทันทีที่เธอถอยออกมา - พลังธรรมชาิติน่ะ ทำอะไรผมไม่ได้หรอกครับ คุณเร็ม - ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมกับแสงระเบิดของโซฟีที่แหวกทางให้กับเขา - ธรรมชาิติน่ะคือส่วนนึงของผมเพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งทำอะไรดีกว่านะครับ - เขายิ้มให้กับโซฟีและหันมาทางแรน -

ดูเหมือนว่าโซฟีเองได้หยุดชะงักลงทันทีเมื่อเธอได้ยินคำเตือนของชายหนุ่มตรงหน้านั่น

โซฟี : ควบคุมธรรมชาติ . . . . - หญิงสาวยืนจ้องที่ชายหนุ่มตรงหน้าและดูเหมือนว่าเธอทำท่าจะรวมสนับมือของเธอเข้าด้วยกันด้วยวงแหวนเวทย์มนต์ที่ผุดออกมาข้างหน้าเธอ แต่ก็ได้หยุดดูสถานการณ์เสียก่อนเมื่อเด็กหนุ่มคนนั้นหันมาที่แรน -

? ? ? : ผมอยากจะพบโฮมุนครูซที่เคยอยู่ที่ห้องนี้หน่อยน่ะครับ หรือถ้าสะดวกจะเป็นคนที่ฝังรากปีศาจไว้ในตัวของคุณก็ได้ - เด็กหนุ่มยิ้มระรื่นต่อหน้าของแรนพร้อมกับเอ่ยคำเชื้อชวญถึงคนที่ฟังดูแล้วไม่น่าจะเรียกออกมาซักเท่าไรนัก - ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ เราจะได้เจอกันอีกแน่เพราะว่าสถานที่ที่พวกเราจะไปมันก็เป็นที่เดียวกัน - ดูเหมือนว่านอกจากควบคุมพลังธรรมชาติแล้วเด็กหนุ่มคนนี้จะมีพลังในการอ่านใจอีกด้วย -


แรนเดินเข้ามาหาโซฟีพลางแตะไหล่ให้เธอสงบลง
Lan : เราจะเชื่อคุณ เพราะคุณเองก็ไม่มีออร่ามุ่งร้ายอะไรหรือว่าปิดซ่อนไว้ก็ตาม แต่เราจะเชื่อตามที่คุณบอก แล้วก็ขอโทษด้วย คุณหนูคนนี้เค้าไม่ค่อยถูกกับพวกวิญญาณน่ะ  - แรนพูดลดพลางโค้งเล็กน้อย - เอาเป็นว่าเดี๋ยวทางนี้จะเตรียมเครื่องดื่มกับของหวานให้ก็แล้วกันนะ จะมาพบคุณแอนนาใช่ไหม? - แรนถามพลางจูงมือโซฟี - โซฟี พวกเราไปที่ครัวกันเถอะ เดี๋ยวจะทำของว่างให้นะ~ - แรนพูดพลางจูงมือโซฟีตรงดิ่งไปที่ครัวทันที แต่ว่าน้ำเสียงและคำพูดของแรนที่ใช้เรียกโซฟีแปลกไปจากทุกที โซฟีเองก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกัน

? ? ? : ไม่ต้องลำบากไปหรอกครับ ผมเข้าใจยังไงซะก็ไม่ค่อยมีคนต้องการต้อนรับผมอยู่แล้ว อีกอย่างทางด้านคุณแอนนาเองก็ดูเหมือนจะไม่สามารถติดต่อกับคนๆนั้นได้อีกต่อไปแล้ว จะเหลือก็เพียงแค่เสี้ยวพลัีงที่ผมไม่สนใจซักเท่าไร แต่ว่าผมเองก็ยังมีหวังเล็กๆที่จะได้พบบางคนที่ยังเหลืออยู่ในตัวของคุณ - แววตาของเขาจับจ้องมาที่แรนและยิ้มขึ้นเล็กน้อย จากนั้นร่างของเขาก็ได้สลายไปพร้อมกับเปลวเพลิง - จนกว่าจะถึงเวลา . . . .


??? : ฮึๆ ท่าทางจะร้ายได้ใจเลยเนอะคุณหนู - ใบหน้าของแรนสแยะยิ้มขึ้น พลางมองโซฟีด้วยดวงตาสีเลือด นั่นก็คือไซเซอร์นั่นเอง
ไซเซอร์ : แต่ว่าเจ้าก็ไม่ไหวเลยน้า เห็นอะไรนิดหน่อยก็ประเคนหมัดไปหาเค้าแล้ว ระวังแรนจะไม่รักเอานะตัวเอง~ - ไซเซอร์บ่นอย่างอารมณ์ดี - แต่ว่าเจ้านั่นท่าทางจะไม่เป็นมิตรซักเท่าไหร่เลยนะ~ - ไซเซอร์ยืนกอดอกคิด - ช่างเถอะ ก่อนอื่นช่วยอุบเรื่องที่ข้าออกมาก่อนนะ~ ข้าอยากจะถามอะไรริวโคกับเรย์อิเซนนิดหน่อย อดทนไว้ก่อนเดี๋ยวจะให้ต่อยหมัดนึงนะจ๊ะ~ - ไซเซอร์ว่าพลางเอารีบตรงดิ่งไปที่ครัวทันที

หมัดของเด็กสาวเกือบที่จะประเคนเข้าตรงหน้าของไซเซอร์พร้อมกับเวทยมนต์แห่งแสงของเธอทันทีที่เธอได้ยินเสียงของปีศาจร้าย แต่ก็ได้หยุดลงเสียก่อนเมื่อเห็นท่าที่แปลกๆของไซเซอร์ที่ไม่ค่อยเหมือนธรรมชาติดังปีศาจทั่วๆไปซักเท่าไร

โซฟี : ชั้นก็มีเรื่องจะคุยกับนาย . . . . - หญิงสาวเอ่ยขึ้นเบาๆก่อนที่จะหันหลังให้และเดินไปในห้องครัว -


ไซเซอร์ : ขอบคุณ อ่ะนี่ ดังโกะ~ ไม่ต้องห่วงข้าใช้ความรู้ของแรนทำขึ้น กินได้รับลองความอร่อย เป็นเด็กดีนั่งทานอยู่ตรงนี้ก่อนนะจ๊ะ แล้วจะมาตอบปัญหาให้ทุกข้อเลย~ - ไซเซอร์ว่าพลางเดินตรงไปที่ห้องนั่งเล่นขณะริวโคกับเรย์อิเซนกำลังเตรียมตัวกันอยู่
ริวโค : อ้าว... มีธุระอะไร? - ริวโคถามเสียงเรียบเมื่อจับสัมผัสกับดวงตาสีเลือดนั่นได้
ไซเซอร์ : แหมๆ พวกเจ้านี่ไม่เคยต้อนรับข้าด้วยน้ำเสียงที่ดีกว่านี้เลยนะ
ริวโค : มีอะไรก็รีบๆว่ามา
ไซเซอร์ : ก็ได้ๆ เข้าเรื่องล่ะนะ~ ข้าแค่จะมาบอกว่า เจ้าพวกนั้นเริ่มเคลื่อนไหวแล้วนะ - ทันทีที่ริวโคเอ่ย สีหน้าของริวโคและเรย์อิเซนเปลี่ยนไปทันที
เรย์อิเซน : มาจิ๊กดรีม เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว? - ไซเซอร์ : ปิ๊งป่องแล้วคราวนี้ท่าทางจะตามล่าแรนกับข้าแบบถึงไหนถึงกันซะด้วยสิ~ อ้อเกือบลืมเรื่องที่ข้าจะถามพวกเจ้าไปเลยแหะ - เรย์อิเซนและริวโคมองหน้ากันและเงียบไป เจ้านี่จะมาไม้ไหนกันนะ? - ตอนนี้ดวงจิตของแรนกับรีเน่มันอ่อนกำลังแปลกๆ พวกเจ้าพอจะรู้สึกได้บ้างรึเปล่า? ตอนข้ากลับไปข้าเห็นรีเน่หมดสติอยู่ ส่วนแรนเองก็ดวงจิตอ่อนแอลงแปลงๆ ข้าเลยว่าจะมาลองถามเจ้าดู (ปรกติจะออกมาไม่ได้ถ้ากระแสเวทสับสนหรือถูกทำให้อ่อนแอลง) - แต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไรกลับมาชายหนุ่มจึงถอนหายใจเบาๆ
ไซเซอร์ : เฮ้อ งั้นข้าจะอยู่แบบนี้ไปก่อนก็แล้วกัน ว่าแต่ได้เวลาออกเดินทางแล้วนี่? ทูติวารีนางนั้นไปไหนซะแล้วล่ะ? - ไซเซอร์มองหาอันดิเน่ แต่ก็ไม่พบหล่อนอยู่ในห้องนั่งเล่น
เรย์อิเซน : เขายังอยู่ที่ห้องอยู่เลย ว่าแต่เจ้ามีธุระกับอันดิเน่รึ?
ไซเซอร์ : เห ชื่อน่ารักดีนะ ท่าทางแบบนั้นก็ดูไร้เดียงสาดีด้วย แต่ก็ช่างเถอะข้าเองก็ไม่อยากถูกเหม็นหน้าไปมากกว่านี้หรอกนะ - ไซเซอร์ว่าวางชี้ไปที่โซฟีที่จ้องเค้าต้าไม่กระพริบ - เอาล่ะเดินทางกันก่อนเถอะ ข้าอ่านความคิดของแรนหมดแล้ว  - ไซเซอร์พูดพลางเดินไปที่ประตูห้อง และแล้วก็ถึงเวลาเดินทางไปยัง Saint mountain กันแล้ว
เรย์อิเซน :ถ้าอย่างนั้นพวกเราฝากคุณโคโยริด้วยนะคะ คุณแอนนา - เรย์อิเซนพูดพลางโค้งให้ก่อนจะเดินจากไป ขณะเดินไปตามถนน คู่ที่เดินนำหน้า (ไซเซอร์กับโซฟี) ที่มีบรรยากาศแปลกเหมือนกับว่าเด็กสาวที่เดินอยู่ข้างๆพร้อมที่จะเขมือบชายหนุ่มได้ตลอดเวลาอย่างไรอย่างนั้น
ไซเซอร์ : นี่อย่ามองข้าแบบนั้นสิ มันอายนะ แล้วเรื่องที่จะคุยล่ะ?

อ่านต่อเรปหน้า
โพสต์ 17-7-2010 20:58:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 3-8-2010 11:19

Asia : Eureka_GL_World


Asia Item
Asia Recovery skill
Asia Passive skill
Asia Active skill
Asia Special ability

" คงต้องแบบนั้นจริง ๆ สินะครับ งั้นพวกเราไปหาที่พักกันเถอะครับ "

ผมพูดพร้อมเดินไปถามคนตามทางว่าที่ไหนมีที่พักอะไรยังไงที่ไหนบ้าง

" รู้สึกจะมีห้องพักอยู่หัวมุมตรงโน่นนะครับ อาตัน กับ คุณลูกะช่วยเดินสํารวจเส้นทางแถว ๆ นี้หน่อยนะครับ เดี๋ยวผมจะไปที่ห้องพักกับคุณเรนะเอง เอ่อ... เดี๋ยวผมแบกข้าวของไปให้เองนะครับ "

พอพูดจบ ผมไม่สนคําตอบของทุกคนใช้ลมยกข้าวของลอยเหนือพื้นเล็กน้อยพร้อมจูนมือคุณเรนะ
เดินไปทางห้องพักทันที

เรนะ : เดี๋ยวสิ นี่มันกลางป่านา ก็ต้องหาที่พักกลางป่าสิ - หญิงสาวดึงมือเอเซียกลับมาที่กลุ่มทันที - เฮ้อ ~ นายเนี่ยพาชั้นไปเสียแรงอีกและ - หญิงสาวแซวเอเซียเล่นและนั่งลงที่ต้นไม้ด้านข้างลูกะ -


" อ่ะ ขอโทษครับ ผมคิดเองเออเองไปหน่อย "

ถ้างั้นคงต้องเป็นถุงนอน ไม่ก็เต้นท์สินะมีใครพกมากันหรือเปล่าหว่า
แต่เราก็ยังมีเรื่องที่ต้องบอกกับคุยเรนะอยู่ เอาล่ะรีบ ๆ พูดไปดีกว่า

ผมค่อย ๆ เดินไปนั่งใกล้คุณเรนะ

" ขอโทษนะครับคุณเรนะ พอมาคิดดูดี ๆ อยู่ ๆ ผมก็ลากตัวคุณมาโดยไม่ได้ถามความต้องการจากคุณเลย ขอโทษนะครับ ผมมันเห็นแก่ตัว... "
เรนะ : ไม่หรอกหน่า - หญิงสาวตบหลังของชายหนุ่มลงเบาๆและยิ้มระรื่น - นายทำเพื่อช่วยมายูมิไม่ใช่เหรอ ? นายไม่ได้เห็นแก่ตัวหรอก โลลิค่อนคุง ~ - เธอเอ่ยขึ้นและตบท้ายด้วยการแซวเล่นเช่นเคยของเธอ - ฮ่าๆๆ โจ้กน่ะ โจ้ก~

ลูกะ : เรนะ ...... ชอบเอเซียเหมือนกันหรอ ?

ลูกะถามเพื่อนใหม่ทันที ที่เห็นท่าทางแบบนั้น โดยเธอก็ยังคงถามด้วยสีหน้าอันใสซื่อบริสุทธ์เหมือนเดิม

เรนะ : ชั้นไม่ชอบเขาในทางแบบนั้นหรอก - หญิงสาวยิ้มและหัวเราะออกมาเบาๆ - ชั้นแค่เข้ากับคนอื่นง่ายน่ะ แล้วก็มันก็สนุกดีด้วยที่มีเพื่อนมากกว่าศัตรูน่ะนะ - หญิงสาวตอบกลับไปที่ลูกะ -


จะโต้ของใครก่อนดีเนี้ย งั้นไปตามลําดับ

" ผมไม่ใช่โลลิค่อนนะครับ ! แล้วคุณลูกะอย่าถามอะไรที่ทําให้ผมรู้สึกถึงจิตสังหารอีกเลยนะครับ "

อ่ะจริงสิ ยังมีเรื่องที่อยากทําอีกอย่างนิ

ผมเดินไปนั่งใกล้ ๆ อาตันแล้วถามคําถาม

" อาตัน... ผมมีเรื่องอยากจะข้อร้อง... มีวิธีที่จะทําให้ผมแกร่งขึ้นไหมครับ ? "

ผมถามด้วยนํ้าเสียงเบา ๆ แต่หนักแน่น ด้วยใบหน้าที่จริงจัง

ดูเหมือนว่าคำพูดของชายหนุ่มจะส่งไปไม่ถึงสองสาวที่กำลังนั่งคุยกันซักเท่าไรนัก และเมื่อเขาได้เอ่ยถามอาตันหญิงสาวเองก็ได้ตอบกลับมาว่า

อาตัน : ฝึกฝนเข้าสิเหมือนที่ทำอยู่ทุกวันนี่ไงล่ะ เอเซีย นายคงจะไม่เก่งขึ้นอย่างกระทันหันได้หรอก - หญิงสาวตอบแนวบ่นๆเล็กน้อย - แต่ว่าในตัวนายก็มีพลังแอบแฝงอยู่นี่นา ถ้าเรียนรู้วิธีใช้จากสถานที่ฝึกฝนก็น่าจะทำให้นายแข็งแกร่งขึ้นได้นะ


ก็นั้นสินะ... แต่ผมอยากได้วิธีที่ทําให้เก่งขึ้นได้ทันทีนิ...
แต่ก็จริงอย่างที่อาตันพูดนั้นแหละ คนเราจะเก่งขึ้นอย่างกระทันหันได้ยังไง

" ถ้างั้น ผมขอตัวไปฝึกฝนในดันก่อนนะครับ จะไปด้วยกันไหมครับ ทุกคน ? ถือเป็นการฝึกฝนตอนคํ่าด้วย "

ผมลุกขึ้นยืนแล้วถามทุก ๆ คน

อาตัน : ชั้นไปด้วยแล้วกันนะเอเซีย - หญิงสาวตอบชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและวิ่งเข้ามาหา -

เรนะ : เอ . . . ยังไงก็ต้องมีคนอยู่เฝ้าที่พักกับข้าวของนา ไว้ชั้นอยู่เฝ้าให้แล้วกัน ลูกะ น่าจะถนัดด้านต่อสู้มากกว่าัชั้นนะ


" อ๊ะ ขอบคุณมากครับ แต่รู้สึกว่าคุณลูกะจะไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่นะครับนั้น... "

ผมมองคุณลูกะที่คับคล้ายคับคาจะหลับอยู่ข้าง ๆ คุณเรนะ

" งั้นฝากด้วยนะครับ ไปกันเถอะ อาตัน "

ผมเดินไปพร้อม ๆ กับอาตันเพื่อมุ่งตรงเข้าไปในดันเจี้ยน

" ที่นี้สินะ... ที่ ๆ จะทําให้เราแกร่งขึ้น... "

บรรดานักล่าที่อยู่โดยรอบแผ่รังศีกดดันให้กับนักล่าหน้าใหม่คนอื่นๆและเอเซียเองเป็นอย่างมาก ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ค่อยต้อนรับผู้ที่อ่อนแอกว่าตนเองซักเท่าไรนัก

อาตัน : เอเซียไปตรงอื่นกันเถอะดูเหมือนพวกมนุษย์ . . . เอ้ยพวกคนพวกนี้จะไม่ค่อยน่าคบหาด้วยซักเท่าไร - หญิงสาวเดินจูงมือเอเซียไปยังทางอื่นทันที -


" อ๊ะ เดี๋ยวสิครับ อาตัน เดินไปไหนมาไหนแบบนั้น เดี๋ยวจะหลงเอานะครับ ! เหวอ ~  "

ผมที่ถูก อาตัน ลากตัวไปเพื่อให้ไกลจากผู้คนเหล่านั้น อาตันจะพาผมไปไหนนั้นผมก็มิอาจทราบได้
แต่ยังไงก็เถอะ การอยู่รวมกันเป็นกลุ่มมันก็ดีกว่าไม่ใช่หรือไงกัน

" อาตันครับจะพาผมไปไหนรึครับ "

ผมเอ่ยถามอาตันไป ในขณะที่ตัวผมก็วิ่งตามอาตันที่จูงมือผมไว้อยู่

หญิงสาวได้หยุดลงกระทันหันทันทีเมื่อเอเซียได้ยิงคำถามขึ้น

อาตัน : ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกันน่ะ . . . . ชั้นแค่พาพวกเราออกมาจากกลุ่มนักล่าน่ารำคาญพวกนั้นเอง - หญิงสาวตอบพร้อมกับหัวเราะเบาๆออกมา -

ทันใดนั้นเองก็ได้มีเพื่อนเก่าของชายหนุ่มปรากฏตัวขึ้นมาต่อหน้าเขา ดูเหมือนว่าถ้ำนี้จะมีช่องให้แสงลอดผ่านมาได้แค่ไม่กี่จุดเท่านั้นเอง



Hp 500 / 500

อาตัน : เอเซีย !! - หญิงสาวตะโกนขึ้นพร้อมกับหยิบพัดพกพาของเธอขึ้นมาเตรียมพร้อมทันที -


" อาตัน ระวังตัวด้วยนะครับ แมงมุมตัวคล้าย ๆ ตัวนี้ ผมเลยปะมือมาแล้วครั้งนึง ทําเอาผมตายไปเลยทีเดียว "

คงทําเป็นเล่นไม่ได้แล้วล่ะ คงต้องรีบจัดการ...

ดาบขนาดหนัก ๆ พุ่งมาเข้าที่มือของผมอย่างรวดเร็ว
จากนั้นก็ไม่คอยอะไรแล้ว พุ่งเข้าไปเพื่อทําอย่างโจมตีแบบปกติก่อนเลย 1 ที

" อาตัน ! รีบจัดการมันก่อนที่มันจะระเบิดตัวเองนะครับ ! "

อาตัน : ระเบิดเหรอ !! - หญิงสาวตกใจเล็กน้อยและวิ่งอ้อมออกด้านข้างของแมงมุมนั้นทันที -

- ฉัวะ - เสียงดาบของเอเซียเปิดฉากการต่อสู้ลงที่ด้านข้างของแมงมุมนั่นอย่างรวดเร็ว พร้อมกันกับปลายพัดของอาตันที่ตวัดลงที่อีกข้างหนึ่งของแมงมุมตัวนั้นด้วย

Asia : Atk 44 โจมตี แมงมุมยักษ์ Def ? ? ? > Hp 14 - 500 = 486 / 500

อาตัน : Atk 60 โจมตี แมงมุมยักส์ Def 30 > Hp 30 - 486 = 456 / 500

ดูเหมือนว่าการเปิดฉากของพวกเขาจะไม่ได้ทำให้แมงมุมกระทบกับแสงที่ส่องลงมาตามร่องของถ้ำแต่อย่างใด และดูเหมือนว่ามันจะตั้งท่าโจมตีสวนกลับมาแล้วด้วย !!


อย่าดูถูกกันนะ... คู่ต่อสู้ที่เคยปะมือกับผมน่ะ ผมจะไม่มีทางลืมพวกเขาได้...
เพราะอย่างงั้น การเคลื่อนไหวของเจ้าน่ะ ผมมองออกผมล่ะ !

" อาตัน ! มันกลัวแสงแดดนะครับ ช่วยหาที่ ๆ แสงส่องลงมาเยอะที่สุดให้ผมด้วยครับ "

ผมตะโกนออกคําสั่งกับอาตัน ก่อนที่จะกระโจนออกห่างจากตัวแมงมุมไปยังที่ ๆ มีแสงส่องผ่าน
เพื่อที่จะทําให้มันไม่เข้ามาโจมตี

" ภูตลม หน่วย ต่อต้าน ! "

หลังจากนั้นผมก็สร้าง ภูตลมตัวขนาดเท่าหัวของผม 4 ตัว
มีรูปร่างเป็นหมาจิ๊งจอก พุ่งเข้าไปโจมตีตัวของแมงมุม

AS : [     - - l - - - - l - - - - l - - - - l - - - - ]

ดูเหมือนว่าพลังของภูติลมจะไม่สามารถเจาะผ่านเกร็ดของแมงมุมไปได้เลย ดูเหมือนว่าพลังโจมตีของทูติลมนั้นจะเบาบางเกินไปที่จะใช้ต่อสู้ในสถานการณ์นี้

Asia : Def 24 ถูกโจมตี แมงมุมยักษ์ ATK ? ? ? > Hp 14 - 18 = 4 / 18

อาตัน : Atk 60 โจมตี แมงมุมยักส์ Def 30 > Hp 30 - 456 = 426 / 500
อาตันเองก็ได้หาจังว่ะโจมตีสวนไปที่แมงมุมยักษ์เช่นกันในขณะที่เธอได้ใช้พัดโบกโจมตีบนกำแพงด้านบนไปด้วยเหมือนกัน

- 1 / 8 ของถ้ำมีแสงส่องลงมา -


การโจมตียังรุนแรงเหมือนเดิมแฮะ...
อย่างงี้ต้อง

ผมสร้างร่างปลอมของผมขึ้นมานับไม่ถ้วนเพื่อทําให้แมงมุมสับสน
ครึ่งนึง พุ่งโจมตีไปที่กําแพงด้านบน 1 ในนั้นก็มีร่างจริงซึ่งคือผมอยู่ด้วย
อีกครึ่้งนึงพุ่งเข้าโจมตีแมงมุมเพื่อก่อความวุ่ยวาย

เอาล่ะ ต้องทําให้มันได้เห็นแสงสว่างให้ได้
AS : [         l     - - l - - - - l - - - - l - - - - ] ( ร่างแยกนับไม่ถ้วน )

อาตัน : จะใช้วิธีนั้นสินะ !! เอเซีย ~ - หญิงสาวยิ้มขึ้นและโจมตีหลอกล่อเบี่ยงเบนความสนใจของแมงมุมยักษ์ -

อาตัน : Def ? ? ? ถูกโจมตี แมงมุมยักษ์ ATK ? ? ? > อาตัน Evade ? ? ? > Miss > Hp 600

- 1 / 4 ของถ้ำมีแสงส่องลงมา -


25 % แล้วสินะอย่างงี้ต้องทุ่มสุดตัวก่อนที่ตัวเองจะตายซะแล้ว
ไม่ได้ใช้มานาน... เอาล่ะ !

" Super Cyclone ! "

ลมจํานวนมากโหมกระหนํ่ามารวมที่ดาบของผม
คล้ายกับตอนที่เซเบoร์ กําลังใช้เo็กคาลิเบอร์ นั้นแหละ

" ย๊ากก !!! "

ผมทุ่มพลังทั้งหมดที่รวบรวมไว้ยัดเข้ากําแพงถํ้า

- 1 / 2 ของถ้ำมีแสงส่องลงมา -

ดูเหมือนว่าแมงมุมตัวนั้นจะเริ่มขยับตัวอย่างยากลำบากเพื่อหลีกเลี่ยงแสงที่สาดส่องลงมาในถ้ำแห่งนี้ ทำให้การเคลื่อนที่ของมันเริ่มจำกัดมากขึ้นเรื่อยๆ

Asia : Hp 14 / 18     Mp : 0 / 2 - ได้รับผล Nature Recovery จากอาตัน -

- ดูเหมือนแมงมุมจะไม่สามารถหมุนตัวเองได้อย่างสะดวกนักในตอนนี้ทำให้มีช่องว่างด้านข้างลำตัวเปิดขึ้น -


อ๊ะ ช่องว่าง

" อาตัน ! มันเปิดช่องว่างแล้ว โจมตีไปทางด้านข้างลําตัวเลยครับ !! "

เอาล่ะ ผมก็ต้องโจมตีเหมือนกัน

ผมยกมือที่ไม่ได้ถือดาบขึ้นเหนือหัว แล้วรวบรวมพลังลมที่รุนแรงมารวมกันไว้ที่มือข้างนั้น
จากนั้นผมก็เอาพลังลมนั้นยัดเข้าไปในดาบ ทําให้กระแสลมไม่หมุนอยู่รอบ ๆ ตัวดาบ

" อ๊ า ก ! ! พลังลม ! อิน GL Swords "

ประโยดคุ้น ๆ เหมือนมาจากคนชื่อ อาซากุระ โo แฮะ แต่... ใครกันน่ะ ช่างเถอะ ๆ โจมตี !

ผมพุ่งเข้าโจมตีไปที่ช่องว่างของแมงมุม แล้วพลังลมที่ผมรวบรวมมาทําให้
ตอนที่ดาบโดนเข้าไปที่ตัวแมงมุม จะคล้ายเหมือนถูกเลื่อยด้วยเลื่อยไฟฟ้า

หลังจากโจมตีเข้าไปก็กระโจมออกห่างตัวแมงมุม ไปยังที่ ๆ มีแสงส่องมาก ๆ
แล้วเริ่มทําลายกําแพงถํ้าต่อ

AS : [         l       - l - - - - l - - - - l - - - - ]

Asia : Atk 44 โจมตี แมงมุมยักษ์ Def 30 > Hp 14 - 426 = 412 / 500

อาตัน : Atk 60 โจมตี แมงมุมยักส์ Def 30 > Hp 30 - 412 = 382 / 500

ใบมีดลมจากดาบ Dmg 5 ต่อ 1 ตา

แมงมุมยักษ์ Hp 5 - 382 = 377 / 500
แสงจากภายในถ้ำได้แตกออกตามช่องที่ผนังที่เอเซียและอาตันได้ถล่มลง ดูเหมือนว่าใบมีดลมที่ชายหนุ่มสร้างขึ้นนั้นจะทำให้แมงมุยักษ์ไม่สามารถขยับตัวหลบแสงที่สาดส่องลงมาได้ทัน !!

แมงมุมยักษ์ Hp 50 - 377 = 327 / 500
Asia : Hp 18 / 18     Mp : 2 / 2 - ได้รับผล Nature Recovery จากอาตัน -

อาตัน : ยังไงซะก็อย่าเพิ่งประมาทไปล่ะ !! เอเซีย - หญิงสาวส่งรอยยิ้มให้กับชายหนุ่ม ดูเหมือนว่าพวกเขาจะแท้กทีมคู่กันได้อย่างคล่องแคล่วมากเลยทีเดียว -


" ไว้ใจผมได้เลยครับ อาตัน ! "

ผมยิ้มตอบอาตันด้วยสีหน้ามั่นใจ

กําแพงถูกทําลายแล้วสินะตอนนี้ เจ้านั้นคงจะเคลื่อนไหวได้ไม่สะดวกนัก
ต้องอาศัยจังหวะตอนนี้ล่ะ ก่อนที่มันจะตั้งหลักได้

ผมสร้างร่างแยกคามิคาเซ่ จํานวนมากพุ่งเข้าไประเบิดที่ตัวแมงมุม ก่อนที่จะพุ่งเข้าไปฟันที่กลางหน้าของมันอีก 1 ที
และกระโจมออกมาตั้งหลังดูท่าที ทันที

AS : [         l         l   - - - l - - - - l - - - - ]

แสงในถ้ำได้บั่นทอนพลังของแมงมุมยักษ์ลง Hp 50 - 327 = 277 / 500

พร้อมกันนั้นกับเอเซียเองที่ได้แยกร่างระเบิดพลังลมของเขาออกมาโจมตีแมงมุมยักนั่นพร้อมกับปลายดาบของเขาที่ตวัดใส่อย่างรวดเร็วทำให้แมงมุมยักษ์ได้เสียหลักกลิ้งล้มลงไปทันที

เอเซีย โจมตีคอมโบ(ร่างแยกระเบิดลม,ดาบออร่าพลังลมยังคงอยู่,) ใส่แมงมุมยักษ์ Hp 40 - 277 = 237 / 500

อาตัน : Atk 60 โจมตี แมงมุมยักส์ Def 30 > 30 - 237 = 207 / 500

ดูเหมือนว่าแมงมุมตัวนั้นจะยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ขณะที่มันได้ล้มลงไปนั้นดูเหมือนว่าการโจมตีทั้งหมดของมันจะได้พิการไปทั้งหมดทันที แต่ว่าตัวมันเองก็ยังมีความเป็นนักฆ่าอยู่ ด้วยความอมหิตที่ไม่เคยนึกคิดถึงคำว่าชีวิตแมงมุมตนนั้นจึงได้รวมพลังเขาที่ร่างของมันและพร้อมจะระเบิดตัวเองทันที !!!!

ดูเหมือนว่าทางด้านอาเธน่าเองจะไม่สามารถรับรู้ถึงทุกกระบวนท่าของแมงมุยักษ์นั่นได้ ถ้าเกิดเธอไม่เห็นด้วยตัวเองทำให้หญิงสาวจับสัมผัสของพลังแปลกๆจากแมงมุมนั่นได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น !!


หรือว่า... ระเบิดตัวเอง ! ดูจากท่าทีแล้วอาตันคงยังไม่รู้ตัวสินะ !

" อาตัน !! ถอยออกมาเร็วครับ มันจะระเบิดตัวเองแล้ว !! "

ต้องทําอะไรสักอย่างแล้ว !

ผมรีบพุ่งไปด้านหน้าอาตันแล้วนําดาบปักไว้กับพื้นด้านหน้า
พร้อมใช้พลังทั้งหมด ( ใ ช้ A S ที่ มี ทั้ ง ห ม ด เ ห ลื อ ไ ว้ 1 ขี ด  )
ครอบตัวแมงมุมเอาไว้เพื่อไม่ให้แรงระเบิดรุนแรงมากนัก
จากนั้นก็ค่อย ๆ ทําให้กระแสลมอันรุนแรงที่คลุมตัวแมงมุมอยู่นั้นแคบลง
เพื่อให้กระแสทําการขีดข่วนเนื้อหนังของแมงมุมอย่างรุนแรง

AS : [         l         l          l          l - - - - ] ( ให้เหลือ 1 ช่องแล้วกัน )

- ครืนนนน !! - เสียงถ้ำสั่นเล็กน้อยพร้อมกับเสียงระเบิดใต้บาเรียลมของชายหนุ่ม บ่งบอกว่าแมงมุมตัวนั้นได้ลาจากโลกนี้ไปแล้ว ทันทีที่เขาคลายพลังออกก็ได้พบกับควัญที่กระจายฟุ้งเต็มไปทั่วกับเศษซากที่ไม่เหลือชิ้นดีของแมงมุมตัวนั้นเลย

อาตัน : ขะ . . . ขอบคุณนะเอเซีย - หญิงสาวตกใจเล็กน้อยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกับนั่งพิงอยู่ระหว่างอ้อมแขนของชายหนุ่ม -

Asia > Level 16

Gain : Status point : 45 // Hp + 75 , Mp + 75

อดของเพราะแมงมุมระเบิดพาไปด้วยแล้ว


Player Reaction : เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
ราชินีงู
โพสต์ 19-7-2010 10:01:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 31-7-2010 09:23

Anna : tourt0ur
Action sloth [- - - - l - - - - l - - - - l - - - - l - - - - ]


Anna Item
Anna Recovery skill
Anna Passive skill
Anna Active skill
Anna Special ability
Room mate :



"ชั้นไม่เป็นไรมากแล้วล่ะ เราไปคุยกับคุณโคโยริเรื่องการเดินทางดีกว่า"เธอได้ชวนโทโดออกมาหาโคโยริ "เอ่อ...คุณโคโยริคะ คุณคือ maxwell สินะ น่าจะมีความรอบรู้ค่อนข้างมาก คุณพอจะรู้จักวิชาการแปรธาตุหรือป่าวคะ  ชั้นอยากเรียนอ่ะค่ะ ทั้งท่านพ่อ-ท่านแม่ ก้อต่างเป็นวิชานี้หมด ชั้นอยาก เรียนมั่งอ่ะค่ะ แล้วก็ ชั้นอยากเห็นสไตร์การต่อสู้ของคุณจังเลย ^^"เธอพูดพลางทำความสะอาดดาบทั้ง 3 เล่ม ของเธอ
หญิงสาวยิ้มออกมาเล็กน้อยและตอบกลับที่แอนนาขณะที่หญิงสาวกำลังทำความสะอาดดาบของเธออยู่

โทโด โคโยริ : อีกโลกด้านหนึ่งวิชาเล่นแร่แปรธาตุถือว่าเป็นศาสตร์คู่เมืองเลยทีเดียวล่ะ ถ้าได้ไปทางโน้นเมื่อไรชั้นรับรองได้ว่าเธอน่าจะหาความรู้ได้ดีกว่าจากตอนนี้แน่ แต่ว่าชั้นเองก็จะไม่ปล่อยให้เธอเสียเวลาเปล่าๆหรอกนะ - หญิงสาวโบกพัดขึ้นเล็กน้อยและหันมาที่แอนนา - ศาษตร์เล่นแร่แปรธาตุ ก็คือการแลกเปลี่ยนสิ่งที่เท่าเทียมกันเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการและมีมูลค่าเท่ากับสิ่งที่แลกออกไป แต่ว่า . . . . เพราะเหตุใดถึงไม่สามารถเรียกชีวิตคนที่ตายไปแล้วกลับมาได้แม้จะแลกเปลี่ยนด้วยสิ่งที่มีค่าเท่ากันหรือมากกว่าล่ะ ? - หญิงสาวเอ่ยถามแอนนาขึ้น -

ดูเหมือนว่าโทโดเองก็จะสนใจในวิชาเล่นแร่แปรธาตุเสียด้วย เขาเองได้นั่งลงและตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อข้างๆแอนนา


"อืม....." เธอนั่งคิดอยู่นานพอสมควร เธอไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้เลย ถึงอาจารย์ของเธอจะเรียนมาเหมือนพ่อเธอก็ตาม "ชั้นคิดว่าชีวติมนุษย์นั้นมีค่าเกินไปที่จะหาสิ่งใดมาแทนได้ ถึงแม้เราจะสามารถสร้างร่างกายมาได้ก็จิงแต่เราไม่สามารถเรียกจิตใจกลับมาได้.....แต่ถึงพูดไปชั้นก้อคือผลพวงของชีวิตสังเคราะห์เหมือนกัน" แววตาเธอดูเศร้าเล็กน้อย

โทโด โคโยริ : ไม่ต้องกังวลไปหรอก ชีวิตของเธอก็คือของเธอ ตัวของเธอในตอนนี้ก็คือเธอเอง ไม่ใช่ใครอื่น และคำตอบของเธอก็น่าสนใจดีนะ - หญิงสาวหัวเราะออกมาเบาๆ - ที่จริงแล้วชั้นเองก็ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องให้เธอหรอก - โทโดเองได้แต่นั่งค้างเมื่อได้ยินโคโยริเอ่ยขึ้นแบบนั้น เขารู้สึกดีที่ไม่ได้ตอบออกไปเพราะเหมือนว่าโดนหลอกถามยังไงชอบกลอยู่ - สไตล์การต่อสู้ของชั้นคือเวทย์มนต์น่ะ แต่ร่างจริงของชั้นยังไม่สามารถแสดงออกมาได้ไว้ถึงเวลาชั้นจะบอกอีกทีนะ - หญิงสาวยิ้มให้แอนนาและยื่นหนังสือให้เธอหนึ่งเล่ม - คำตอบนั้นมีมากกว่า 1000 แต่ความหมายทั้งหมดรวมเป็นหนึ่งเดียว ฝึกฝนให้มากๆล่ะ - หญิงสาวพูดทิ้งท้ายไว้และเดินเข้าไปในห้องที่แอนนานอนในห้องพักของโรงแรม -


เธอได้มองตามโคโยริไปจนโคโยริเข้าห้องไป "เป็นคนที่อ่านยากจริง ๆ นะ ว่ามั๊ยโทโด แล้วหนังสือนี่มันอะไรหว่า เปิดก็ไม่ออก" เธอนั่งแงะอยู่พักหนึ่ง "โทโด..." เธอก้มหน้านิ่งไป "ตอนที่ท่านพ่อหายไปชั้นคิดว่าชั้นไม่เหลือใครอีกแล้ว แต่ตอนนี้เธอก็ได้เข้ามา มาอยู่ข้าง ๆ ชั้น ยะ......ยะ อย่า จากชั้นไปอีกคนนะ" เธอหันหน้ามายอ้มให้โทโดทั้ง ๆ ที่น้ำตาคลอเบ้า "ขอบคุณที่คอยอยู่เคียงข้างชั้นตลอด" เธอเอามือบาดน้ำตาตัวเองแล้วเดินไปหาโคโยริ "ที่ว่าจะฝึกซ้อมกันนี่เริ่มตอนไหนดีคะ"

ชายหนุ่มยิ้มให้กับหญิงสาวทางด้านหลัง ดูเหมือนเธอจะมีเป้าหมายที่แน่วแน่ในการเดินทางครั้งนี้แล้ว เมื่อเธอได้เข้ามาในห้องและถามโคโยริ หญิงสาวก็ได้ตอบกลับมาที่แอนนาโดยทันที

โทโด โคโยริ : ก็เริ่มจากหนังสือเล่มนั้นแล้วกัน การฝึกน่ะได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ที่ชั้นตั้งคำถามขึ้นกับเธอแล้วล่ะ - หญิงสาวใช้พัดปิดปากของเธอไว้และหลิ่วตาไปที่แอนนา - เธอจะต้องแข็งแกร่งขึ้นด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นลองไขปริศนา " คำตอบนั้นมีมากกว่า 1000 แต่ความหมายทั้งหมดรวมเป็นหนึ่งเดียว " จากอุปกรณ์ที่ชั้นให้ไปดูแล้วกันนะ ชั้นจะช่วยเธอแค่สามครั้งเท่านั้นถ้ายังไม่สามารถหาคำตอบได้ล่ะก็ ชั้นจะถือว่าเธอไม่มีคุณสมบัติพอที่จะฝึกฝนต่อไปนะ


"ห๊ะ...... งั้นก็ใบ้เลยซิค่ะ = =  นายก้อมาช่วยกันคิดเร็วโทโด" เธอพูดพร้อมลากโทโดมาใกล้ ๆ "โหดกว่าที่คิดเน๊อะ" เธอกระซิบกับโทโด
โทโด โคโยริ : ก็ได้งั้นชั้นจะนับครั้งแรกเลยแล้วกันนะ - หญิงสาวหัวเราะขึ้นเบาๆ พร้อมกับโทโดที่อ้าปากค้างอยู่ข้างๆแอนนา -

โทโด : เข้มงวดจริงๆด้วยงะ แอนนา - ชายหนุ่มกระซิบตอบหญิงสาวเบาๆ -

โทโด โคโยริ : คำใบ้แรก สิ่งที่ชั้นให้ไปน่ะมันคืออะไรในสายตาของเธอ ? ตำรา คัมภีร์ หนังสือ หรือว่า . . .  ซึ่งคำตอบนั้นเธอก็จะต้องหาเอาเองนะ - หญิงสาวยิ้มแบบเป็นนัยให้กับแอนนา


"นี่ใบ้แล้วหรอ......เราไปหาคำตอบกันดีกว่าโทโด" เธอเดินพาโทโดไปช่วยนั่งคิด "นายคิดว่างัยอ่ะ ว่ามันเป็น ตำรา คำภีร์ หนังสือ แล้วไอ้ ..... คือไรอ่ะ - -" เธอปรึกษากันกับโทโด

โทโด : เอ . . . มันก็ดูเหมือนหนังสือนะครับคุณแอนนา . . . . . - ชายหนุ่มหยิบสิ่งของที่ดูเหมือนหนังสือขึ้นมาและเปิดมันออก - ดูยังไงมันก็เป็นหนังสือนะครับผม


"หรือว่าจะเป็นอาวุธ  ....  ว่าแต่ลืมถามโคโยริเลยว่า ให้เวลากี่วัน   นายอ่านออกมั๊ย " เธอเดินมานั่งข้าง ๆ แล้วยื่นหน้ามาเกือบจะชนกับหน้าของโทโด ตอนนี้เธอลืมคิดถึงเรื่องนั้นไปสนิทเพราะกำลังสนใจ ของที่โคโยริให้มาอยู่

ชายหนุ่มหน้าแดงขึ้นเล็กน้อยแต่ก็พยายามไม่คิดถึงเรื่องอื่นที่ไร้สาระนอกจากการไขปริศนาเพื่อช่วยส่งเสริมแอนนาในตอนนี้

โทโด : มันก็เหมือนกันหนังสือนิยายทั่วไปนะครับเนี่ย . . .  - ชายหนุ่มค่อยๆเปิดอ่านไล่ทีล่ะหน้าๆ อยู่ซักพักหนึ่ง - ผมว่ายังไงมันก็เป็นหนังสือนิยายนะครับคุณแอนนา


"เออ .... มันจะง่าย ๆ อย่างนี้เลยหรอ" เธอพูดแล้วลุกขึ้นบิดขี้เกียจ "ใส่สมองมาก ๆ แล้วหิวแหะ ชั้นจะออกไปหาไรกิน นายจะไปด้วยกันมั๊ย หรือจะเอาอะไรหรือปล่าว" เธอเดินไปกระซิบข้างหูโทโด "ของโรงแรมมันแพงอ่ะ ช่วงนี้ยิ่งไม่มีตังอยู่"
โทโด : งั้นออกไปหาอะไรทานกันข้างนอกก็ได้ครับคุณแอนนา - ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมกับหยิบหนังสือติดมือเขาไปด้วย - พักขั้นเวลาหน่อยก็ดีนะครับ - ชายหนุ่มลุกขึ้นและกางแผนที่ออกมา - ผมเองก็ไม่เคยไปไหนไกลด้วยคงต้องอาศัยแผนที่ล่ะนะครับผม คุณแอนนาว่าจะไปกินอะไรกันดีล่ะครับ ?


"กินไรเบา ๆ ก็พอ  เอาเป็น เค้กดีกว่า" เธอยังคงเหมือนสาว ๆ ทั่ว ๆ ไปที่ชอบของหวานเป็นชีวิตจิตใจ "ว่าแต่นายมีแผนที่ด้วยหรอ = = ไม่อยากจะเชื่อเลย" ว่าแล้วเธอก็เดินเกาะแขนโทโดเดินออกไปข้างนอกอย่างร่าเริง "ขนมเค้ก ๆ ๆ"

ชายหนุ่มหน้าแดงขึ้นและตกใจเล็กน้อยเมื่อจู่ๆแอนนาเองก็ดันมาเกาะแขนเขาซะดื้อๆ แต่ว่าชายหนุ่มก็ไม่ได้เอ่ยปฏิเสธแต่อย่างใด เพราะยังไงซะตอนนี้เขาก็สัญญาไว้แล้วว่าจะอยู่ข้างเธอตลอดไปนับจากนี้

โทโด : ได้ครับผมงั้นไปกันที่ร้านนี้แล้วกันนะครับ คุณแอนนา - ชายหนุ่มเดินนำทางหญิงสาวไปยังร้านเบเกอรี่เล็กๆในเมือง แม้จะเป็นร้านเล็กๆแต่มันก็เพียงพอสำหรับอาหารมื้อเช้าเบาๆท้องแล้วล่ะ -


"น่ากินทั้งนั้นเลย เอาไอนี่ ไอนั่น ๆ ๆ ๆ แล้วก้ออันนู้น" เธอเลือกขนมมื้อเบา ๆ (????) ของเธอเสร็จก้อมานั่งกินกะโทโด ณ. สวนสาธารณะ  "อร่อยจัง จะว่าไปชั้นทำของพวกนี้ไม่เป็นเลยอ่ะ สอนชั้นทีจิโทโด นายเคยทำงานแนวนี้นี่ ...... ถ้ามีโอกาสได้อยู่กับนายอย่างนี้ตลอดไปก็คงดี" ประโยคหลังน้ำเสียงของเธอดูแปลก ๆ "อ๊ะ ครีมติดปากนายอ่ะ อยู่นิ่ง ๆ " เธอยื่นมือมาเข็ดครีมออกจากปากโทโดแล้วเอามาเข้าปากตัวเอง "ฮี่ ๆ "

ชายหนุ่มหน้าแดงขึ้นก่อนที่เขาจะค่อยดูดโกโก้อุ่นที่ซื้อมาด้วยจากร้านนั้น

โทโด : เอ๊าะ อ๋อ !! ได้สิครับคุณแอนนา ไว้ผมจะสอนให้เองไม่ต้องห่วงนะครับ - ชายหนุ่มตอบกลับด้วยอาการออกนอกหน้าและแก้มที่เป็นสีแดงของเขา - อะ แหะๆๆๆ - โทโดพลางเอามือลูบหัวตัวเองเบาๆและยิ้มให้กับแอนนา - ได้คำตอบรึยังล่ะครับ ? คำถามนั้นน่ะ ?


"เฮ่อ.... คิดไม่ออกเลย แต่ไม่เปงไรนะชั้นเชื่อนาย นายบอกยังงัยก้อเป็นหนังสือ หนิ เอาตามนั้นล่ะกัน"  ขณะที่เธอกำลังคุยเล่นกับโทโดอยู่นั้นเอง ณ. ภายในจิตใจแอนนา"มีความสุขจริงนะ หึหึ ให้เวลารำลากันก่อนก็ได้"  ทั้งคู่ได้เดินกลับไปยังที่พัก เพื่อจะไปตอบคำถามของ โคโยริ

โทโด : เห !! ? ตอบง่ายๆแบบนั้นเลยเหรอครับ !! - ชายหนุ่มร้องตกใจออกมา - ก็ได้ครับลองกันดูซักตั้ง - ว่าแล้วชายหนุ่มก็พาแอนนาเดินกลับเข้ามาที่ห้องตัวเอง


" โอ่ย อิ่มแล้วก้อง่วงเลย ......." เธอล้มตัวลงนอนในห้องของโทโด "ถ้า.....เจอ....โค...โย...ริ.....แล้วปลุกที.....น้า...." เธอพูดแบบง่วงเต็มที่แล้วหลับปุ๊ยไปเลย "อย่าทิ้งชั้นไปไหนนะ" เมื่อนอนไปซักพัก แอนนา เธอละเมอออกมาเบา ๆ แล้วยัง นอนดิ้นมาก

โทโด : กินแล้วนอนระวังน้ำหนักจะขึ้นนะครับคุณแอนนา - ชายหนุ่มแซวหญิงสาวเบาๆ - เอ . . . คุณโคโยริน่าจะอยู่ที่ระเบียงของห้องเรานะครับคุณแอนนา


รู้สึกว่าเธอจะไม่ได้ยินเสียงของโทโดแล้ว เพราะเธอหลับสนิทไปแล้ว!!!!(หลับเร็วมาก = =) "สวัสดี....." เสียงหญิงสาวลึกลับดังขึ้นภายในจิตใจของแอนนาอีกครั้ง เสียงนั่นทำให้เธอตกใจมากเพราะมันเป็นเสียงของตัวเอง "จะตกใจไปทำไมชั้นก็บอกแล้วว่าชั้นคือเธอ" เมื่อสิ้นเสียงก้ไปปรากฏร่างของแอนนาขึ้นมา ทุกอย่างดูเหมือนกันหมดยกเว้นแววตาอันดูว่างปล่าว "เห็นมั๊ยล่ะ" "เธอต้องการอะไรจากชั้น" แอนนาได้ถามขึ้น "หึ...ไม่ไว้ใจชั้นซินะ ไม่เป็นไรชั้นไม่อยากใช้กำลังบังคับเธอหรอกมันจะทำให้ชั้นเสียแรงปล่างด้วย ที่ชั้นมาหาเธอวันนี้ก็เพราะว่า ชั้นอยากจะสอนวิธีใช้พลังที่หลับอยู่ของเธอน่ะ"
"พลังที่หลับอยู่ของชั้น"
"ใช่แล้วล่ะอาจารย์เธอเคยพูดถึงเรื่องสีดวงตาใช่มั๊ย นั่นแหละพลังที่แท้จริงของเธอล่ะ แต่ตอนนี้เธอยังควบคุมไม่ได้ ว่างัยล่ะชั้นจะสอนวิควบคุมให้เอามั๊ย...ไม่ต้องรีบตอบหรอกนะ"  แล้วร่างนั้นก็ได้หายไป แอนนาได้คิดถึงคำพูดของพ่อตัวเองว่าอย่าเชื่อเสียงในจิตใจอีก แต่เธออยากเข็งแกร่งขึ้น เมื่อก่อนอาจจะเป็นเพราะตัวเองแต่ตอนนี้เพราะเธอมีคนที่อยากปกป้องเพิ่มขึ้นอีกคนแล้ว นั่นก็คือโทโด

ชายหนุ่มได้นั่งเงียบๆข้างๆแอนนา ระหว่างที่หญิงสาวกำลังหลับไหลอยู่นั้นโคโยริเองก็ได้เดินกลับเข้ามาพอดี

โทโด โคโยริ : กลับมากันแล้วเหรอ ? - หญิงสาวยิ้มแบบเป็นนัยให้กับโทโดที่กำลังนั่งอยู่ข้างๆแอนนา -

โทโด : ยิ้มแบบนั้นหมายความว่ายังไงครับ คุณโคโยริ - ชายหนุ่มทำหน้าเศร้าเหมือนถูกเข้าใจผิดเล็กน้อยก่อนที่จะขยับตัวแอนนา - คุณแอนนา คุณโคโยริมาแล้วนะครับผม


แอนนางัวเงียลืมตาขึ้นมา "ได้นอนแล้วค่อยสดชื่นขึ้นหน่อย อ่อคุณโคโยริ ที่คุณถามว่าสิ่งนี่คืออะไร....... " เธอลังเลใจซักพัก "ชั้นว่ามันคือหนังสือค่ะ........"ในใจเธอตอนนี้เป็นกังวลมากเพราะเธอไม่มั่นใจในคำตอบของตัวเองเลย "วะ....ว่างัยค่ะ ใช่หรือปล่าว"
หญิงสาวยิ้มขึ้นพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ

โทโด โคโยริ : ใช่แล้ว มันก็คือหนังสือธรรมดานี่เอง ทำไมพวกเธอถึงคิดนานนักล่ะ - หญิงสาวโบกพัดเบาๆพร้อมกับหยิบหนังสือคืนมา - ความจริงไม่มีวันที่จะเปลี่ยนแปลงได้ ความจริงคือสิ่งไม่ตาย แต่บางครั้งคนเราก็จะมองข้ามมันไป บ้างก็ไม่ยอมรับมัน ทำให้ไม่สามารถพบกับความจริงได้ ชั้นอยากจะให้เธอยอมรับความจริงให้ได้ ก่อนที่จะเริ่มเรียนวิชาเล่นแร่แปรธาตุ เพราะหลักการคือความ เข้าใจ สร้างขึ้น และแยกส่วน ซึ่งเป็นกฏพื้นฐานอยู่แล้ว แต่การที่จะเข้าใจได้อย่างถ่องแท้นั้น จะต้องรู้ถึงความจริงนั้นๆเสียก่อน - หญิงสาวได้ยื่นคำภีร์เล่มหนึ่งมาให้แอนนา - วชาเล่นแร่แปรธาตุเบื้องต้นน่ะ เมื่อเข้าใจหมดแล้วเราจะเริ่มหลักสูตรต่อไปกัน ชั้นไม่ใจดีเหมือนอาจารย์คนที่ผ่านๆมาของเธอหรอกนะ


"แหะ ๆ อาจารย์ที่ผ่าน ๆ มาของชั้นไม่ใจดีหรอก" เธอยิ้มแห้ง ๆ ออกมาเพราะนึกถึงความหลังที่ผิดมนุษย์มนา ของอาจารย์ตัวเอง  เธอรับหนังสือมา "งั้นเราเริ่มเดินทางกันพรุ่งนี้เช้าเลยนะ ไปพักผอนกันเถอะ"
ตกกลางคืน
"เมื่อเย็นไม่น่านอนเลย นอนไม่หลับแหะ...." เธอเลยขึ้นไปนั่งตากลมบนหลังคาของโรงแรม "พรุ่งนี้จะเป็นการเดินทางที่แท้จริงแล้วซินะ...." เธอเอ่ยขึ้นเบา ๆ พลางเอนตัวลงมองดวงดาวบนท้องฟ้า "อวยพรให้นู๋ด้วยนะ ท่านพ่อ"

เช้าวันรุ่งขึ้นกับบรรยากาศที่แจ่มใสบ่งบอกเธอว่าได้ฤกษ์ของการออกเดินทางแล้ว เป้าหมายของเธอนั้นยังไม่แน่ชัดเท่าไรนัก แอนนาเองคงจะต้องถามข้อมูลเพิ่มเติมจากโคโยริก่อนจะออกเดินทางซะแล้ว


Player Reaction : เต็มแล้วจ้าขึ้นใหม่ได้เลย
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 20-7-2010 15:07:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 22-7-2010 09:51

ความเดิมตอนที่แล้ว



Lan Blado Item
Lan Blado Recovery skill
Lan Blado Passive skill 1
Lan Blado Passive skill 2
Lan Blado Active skill
Lan Blado Speacial ability

เด็กสาวเอ่ยออกมาเบาๆกับไซเซอร์ที่กำลังเดินข้างๆเธอในร่างของแรนอยู่

โซฟี : ทำไม . . . ถึงกลายเป็นปีศาจ . . . ? ทำไมถึงเป็นแรน . . . ? เพราะว่าสนุกอย่างเดียว . . . อย่างนั้นเหรอ ? - คถามของเธอไม่ค่อยจะปะติปะต่อกันเท่าไรนักแต่ก็พอที่จะรวมกันเป็นคำถามได้ รวมไปถึงน้ำเสียงที่ค่อนข้างเบาบางและนิ่งของเธอทำให้ยากต่อการได้ยินซักหน่อย -


ไซเซอร์: นี่เธอกะจะย้อนรอยกันใช่รึเปล่าเนี่ย = ='' - ไซเซอร์ถอนหายใจ - แต่ก็เอาเถอะก็คิดอยู่แล้วล่ะนะว่าต้องถามประมาณนี้ งั้นข้าจะบอกให้นิดหน่อยก็แล้วกันน๊ะจ๊ะ ฟังให้ดีๆล่ะ - เว้นพลางพูดต่อ - อันที่จริงแล้วน่ะ มาจิกดรีมมีโอรสสายเลือดตรงสองพระองค์ ทั้งๆที่เป็นฝาแฝดกันแต่แฝดคนพี่กลับไม่มีพลังใดๆเลย แต่แฝดคนน้องกลับมีพลังมหาศาลตั้งแต่ยังเด็ก จากนั้นก็ถูกจับแยกกันไปเรียนต่างสายกัน คนพี่เรียนดาบ คนน้องเรียนเวทย์มนต์ แต่เพราะเกิดราศีสิงห์ทำให้ความเข้มข้นของพลังนั้นสูงมากจนทำให้คนในราชวงศ์ที่หวังจะอยู่ในตำแหน่งนานๆน่ะ เกิดหวาดกลัว แล้วรู้ไหมถ้าไม่อยากให้ตัวเองเด้งออกจากตำแหน่งน่ะต้องทำยังไง?- ไซเซอร์หลี่อย่างคนเจ้าเหล่ห์ - แน่นอนว่าพวกมันต้องหาเรื่องใส่ความให้โอรสคนนั้นด้วยการทำนายจอมปลอมนั่น สุดท้ายพระโอรสทั้งสองอายุครบ 10 ปีก็ถูกเรียกไปรับคำทำนาย คนพี่ได้รับคำทำนายน่ายกย่องทั้งนั้น ส่วนคนน้องได้รับคำทำนายว่าจะเป็นคนทำลายอณาจักรแห่งนั้น แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้มันสร้างความตื่นตระหนกให้คนแก่ในนั้นได้ดีทีเดียว ก็เลยมีรับสั่งให้ขังโอรสคนรองไว้ที่คุก ที่ถูกกางวงเวทย์กักกันไว้เต็มรูปแบบ ส่วนคนพี่ก็ถูกพาไปเลี้ยงในปราสาทและลบความทรงจำที่เกี่ยวกับน้องชายของตัวเองแล้วสร้างความทรงจำใหม่ขึ้นมาว่าตัวเองมีแต่น้องสาวเท่านั้นหลังจากนั้น 2 ปี ความอาฆาตรของพระโอรสคนรองเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วจนทำให้ตอบรับกับอำนาจของราชาปีศาจมาก และนั่นก็คือเรื่องราวของมาจิ๊กดรีม ก็อย่างที่ข้าเล่าล่ะนะ มนุษย์น่ะมันสกปรกจะตาย ขอให้ตัวเองอยู่ในที่สะบายๆ จะทำอะไรก็ยอมได้ทั้งนั้น แล้วที่ข้าเลือกแรนน่ะข้าไม่ได้แค่อยากจะหาความสำราญอย่างเดียวนะ ข้าก็แค่อยากจะให้หมอนั่นตาสว่างซักทีก็เท่านั้น - ไซเซอร์พูดจบก่อนจะเดินนำโซฟีไป

อันดิเน่เองที่เดินกับเรย์อิเซนและริวโคก็ได้สงสัยเล็กน้อยเนื่องจากปกติแล้วโซฟีเองจะสุงสิงกับทูติด้วยกันเองมากกว่าสิ่งมีชีวิต

อันดิเน่ : นี่ เรย์อิเซน เร็มมีธุระอะไรกับแรนเหรอ ? - ดูเหมือนว่าหญิงสาวเองจะไม่ได้จับสัมผัสของไซเซอร์ในตอนนี้เลยเนื่องจากว่าเธอคงจะไว้ใจในตัวแรนมากจนเกินไป


เรย์อิเซน : อืม ข้าเองก็ไม่ค่อยรู้เหมือนกันว่าพวกเค้ากำลังคุยอะไรกันอยู่เหมือนกัน แต่ว่าท่าทางจะเป็นเรื่องซีเรียสนะ
ริวโค : เจ้านั่นคงไม่เล่าอะไรแผลงๆให้โซฟีฟังหรอกนะ - ริวโคพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ ส่วนทางด้านไซเซอร์ที่เดินๆอยู่นั้นก็หยุดฝีเท้าของตัวเองลง
ไซเซอร์ : .... -เขามองไปรอบๆ แถวๆนี้เงียบผิดปรกติ กระแสลมก็มีแต่กลิ่นแปลกๆเต็มไปหมด มันเกินอะไรขึ้นกับที่แห่งนี้กันแน่?

ดูเหมือนว่ามันจะเป็นทุ่งร้างที่ไกลสุดลูกหูลูกตา จากภาพเบื้องหน้านั้นน่าจะเกิดจากการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่ล่วงเลยผ่านมานานแล้ว มีเพียงกระท่อมร้างหลังหนึ่งที่ยังตั้งไว้ดูจากสภาพแล้วมันน่าจะเก่าเกินอายุของมันและไม่น่าจะรอดมาได้ รวมไปทั้งไม่น่าจะมีใครอยู่ที่นั่นแล้วด้วย

โซฟี : คืนนี้ . . . ชั้นอยากจะคุยด้วย . . .  - เด็กสาวเดินนำไซเซอร์ไปยังกระท่อมแปลกปลอมที่ตั้งอยู่ตรงกลางลางโล่งๆแห่งนี้ -

อันดิเน่ : แปลกจังเลยนะ ทั้งๆที่รอบบริเวณนั้นดูเหมือนกับถูกลบออกไปจากแผนที่แล้ว แต่ทำไมบ้านหลังนั้นถึงยัง . . .


ไซเซอร์มองตามแผ่นหลังของโซฟีไปพลางหันไปทางริวโคและเดินตามโซฟีไป
ไซเซอร์ : หืม... กระท่อมนี่โซมชะมัดเลยแฮะ ท่าทางจะเก่าน่าดู - ไซเซอร์พูดพลางมองไปรอบๆ
ริวโค : แต่ที่นี่ก็เงียบแปลกๆนะ ถึงจะเป็นที่โล่งแต่ทำไมมันทำให้รู้สึกอึดอัดแปลกๆ
เรย์อิเซน : ท่านอันดิเน่ไหวรึเปล่า? นั่งพักกับข้าตรงนี้ก่อนเถอะ - เรย์อิเซนถามทูติสาวพลางพาเธอไปหยุดอยู่ตรงชานบรรได ไซเซอร์หันไปมองอันดิเน่พลางเดินไปใกล้ๆเพื่อสังเกตุเธอให้ชัดๆ
ไซเซอร์ : อืม.... เจ้านี่ดูยังไงก็สวยไม่ใช่เล่นเลยแฮะ ในหมู่ทูติที่ข้าเห็น..เจ้าทั้งสวยแถมบริสุทธิ์กว่าตนอื่นๆอีกนะ~ - ไซเซอร์ใช้ใบหน้ากับเสียงกล่าวชมอันดิเน่ที่ไม่รู้ว่าตอนนี้คนที่ชมเธออยู่ไม่ใช่แรน แต่เป็นไซเซอร์
เรย์อิเซน : จ้าๆ แล้วเจ้าจะมองอีกนานไหม หลีกๆไกลๆเลย - เรย์อิเซนว่าพลางดึงอันดิเน่กลับมาใกล้ๆ ไซเซอร์หัวเราะเบาๆพลางเดินกลับไปหาโซฟี
ไซเซอร์ : เอาล่ะ มีอะไรจะถามข้าอีกงั้นรึ คุณหนู?



หญิงสาวปริศนา : ใครน่ะ - เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับปรากฏร่างออกมาด้านบนชั้นสองของชานบรรไดที่เรย์อิเซนและอันดิเน่นั่งอยู่ - รู้รึเปล่าว่าบ้านหลังนี้มีเจ้าของ และก็เจ้าของสถานที่ไม่อยากให้ใครมารบกวนซักเท่าไรด้ว . . . . . - ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบก็ได้มีชายหนุ่มคนนึงโผล่ออกมาด้านหลังของหญิงสาวปริศนาและสวมกอดเธอทันที -



ชายหนุ่มปริศนา : อะไรเหรอ ? เฟย์ อารมณ์เสียแต่เช้าเลยระวังจะแก่เร็วนะ . . . . - ผลัก !! เสียงข้อศอกกระทบใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้นทันที ก่อนที่หญิงสาวจะหันกลับมาแว้ดๆใส่เขาด้วยหน้าที่แดงก่ำของเธอ -

หญิงสาวปริศนา : จะบ้าเหรอ !! ทำอะไรหัดดูสถานการณ์มั่งสิ เฮ้อ ~  - เธอถอนหายใจเล็กน้อยและหันกลับมามองยังด้านล่าง - อย่างที่ชั้นกล่าวมานั่นล่ะ ชั้นไม่อนุญาติให้คนอื่นเข้ามาในสถานที่ของชั้นเพราะฉะนั้. . . - ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะเอ่ยจบชายหนุ่มปริศนาคนนั้นก็ได้ลุกขึ้นมาอีกรอบหนึ่งพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเขา -

ชายหนุ่มปริศนา : เอาน่า ~ ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่นา นานๆจะมีคนผ่านมาซักทีเขาผักผ่อนไม่กี่วันก็ไปแล้ว เนอะๆ - ชายหนุ่มหันมากโบกมือให้พวกของแรนและดูท่าทางเป็นมิตรมากกว่าหญิงสาวปริศนาคนนั้นก่อนที่เขาจะโดนถีบร่วงบรรไดลงมาจากชั้นบน -

หญิงสาวปริศนา : ริโตะ !! - หญิงสาวตะโกนออกมาขณะที่ถีบตัวของชายหนุ่มลงไปยังด้านล่างด้วยความโมโหเล็กน้อย ดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยชอบรับแขกเสียเท่าไรนัก -

ริโตะ : อุ้บ !! - หน้าของเขากระทบพื้นดังผลักก่อนที่จะค่อยๆลุกขึ้นมายืนอีกครั้งนึงพร้อมกับปัดฝุ่นจากเสื้อของเขา - เจ็บนะ เฟย์งะ แหม ~ รู้งี้ไม่พาออกร่วมเดินทางไปฝึกด้วกย็ดีหรอกจะได้ควบคุมง่ายๆหน่อย - ชายหนุ่มแซวเล่นพร้อมกับปลายดาบเวทย์มนต์ไร้ธาตุที่พุ่งใส่เขาอย่างไม่ยั้ง - แว้กก !! - ดูเหมือนว่าจะไม่มีเล่มไหนเข้าเป้าเลยหรือแม้แต่เฉียดตัวเขาไปเลยแม้แต่น้อย ก่อนที่หญิงสาวปริศนาคนนั้นจะหันหลังเดินกลับไปที่ชั้นบน - ขอโทษด้วยนะ เฟย์ ไม่คุ้นเคยกับคนเท่าไรน่ะ ผมชื่อ ริโตะ เป็นนักล่าปีศาจ

โซฟี : . . . . ไว้จะคุยด้วยทีหลัง - หญิงสาวตอบกลับไซเซอร์และรีบเดินไปหาเรย์อิเซนทันที -

อันดิเน่ : แปลกจังเลยนะค่ะคุณสองคนเนี่ย - หญิงสาวหัวเราะออกมาเบาๆและแนะนำตัวเอง - ชั้นชื่อ อันดิเน่ค่ะ เป็นทูติ . . . - หญิงสาวแนะนำตัวโดยดูเหมือนเธอจะลืมที่จะปกปิดสถานะของตนเองไว้ด้วย -


ไซเซอร์ : ไซ... แรน บลาโด้ เป็นนักดาบเวท อีกสองสามคนที่เหลือ คือ ริวโค โซฟี และเรย์อิเซน โทษทีนะที่มารบกวนช่วงเวลาหวานแหวน่ะ - ไซเซอร์ยิ้ม
เรย์อิเซน : มีอะไรหรอโซฟี? - เรย์อิเซนนั่งลงถามสาวน้อยที่เดินมาใกล้ๆเธอ ทางด้านริวโคที่พยายามประเมิณสถานการณ์อยู่ข้างอันดิเน่อยู่จึงถามขึ้น
ริวโค : เห็นว่าเป็นกระท่อมร้างนึกว่าจะไม่มีคนใช้ซะอีก ดูจากรูปการแล้วพวกท่านคงจะอยู่ที่นี่ได้ซักพักแล้วสินะ?  : ริวโคถามริโตะ แต่ก่อนที่ริตโต๊ะจะตอบไซเซอร์ก็ไปเท้าไหล่ริโต๊ะเสียแล้ว
ไซเซอร์ : เฮ้ๆ แม่สาวน้อยคนนั้นก็น่ารักดีนะ~ ว่าแต่เจ้าสอยไปรึยังเอ่ย เห็นกอดกันแบบนั้นคง(ห้ามออกอากาศ)ไปแล้วสินะ~~~ - ไซเซอร์พูดแซวใกล้ๆหูชายหนุ่มริตโตะ

ชายหนุ่มได้หันไปตอบกับริวโคที่ดูท่างทางจริงจังก่อนจะกลับมาหยอกล้อเล่นกับไซเซอร์

ริโตะ : ความจริงแล้วนี่เป็นบ้านของเฟย์น่ะ เธอเป็นวิญญาณเร่ร่อนที่เสียความทรงจำไป ชั้นเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนักหรอกแต่หลังจากที่เดินทางกันได้ซักพักนึงพลังของเธอก็ค่อยๆโผล่ออกมาจนชั้นคิดว่าจะไม่ใช่วิญญาณทั่วไปแล้วน่ะสิ - ชายหนุ่มตอบกับริวโคและพูดต่อไปว่า - กระท่อมหลังนี้ถึงจะดูโทรมแต่ก็พอมีห้องที่พักได้อยู่นะ ตามมาสิ - ขณะที่ชายหนุ่มเดินนำทางก็ได้หันกลับไปตอบกลับไซเซอร์ในร่างของแรนเกี่ยวกับเรื่องคำถามเมื่อครู่นี้ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะกระซิบกระซากเข้าคอกันได้ดีนัก -  แฮ่มๆ ยังหรอกน่า ชั้นไม่ใช่พวกบ้ากามขนาดนั้นซักหน่อยอีกอย่างเฟย์เองน่ะซึนๆมากเลยล่ะนะ กว่าจะได้เขยิบมาทีล่ะนิด ทีล่ะนิดขนาดนี้ก็ยากเหมือนกันอยู่นา แล้วนายล่ะ ผู้หญิงเต็มกลุ่มเลยไม่เบาเหมือนกันนี่นา - ดูเหมือนว่าด้านหน้าจะเริ่มเจรจาเรื่องของผู้ชายกันเสียแล้วทำให้คนที่ตามมาด้านหลังจับจ้องอย่างมีพิรุธเล็กน้อย -


ไซเซอร์ : ไม่หรอกน่าๆ นั่นไม่ใช่ผู้หญิงของข้าซักหน่อย อีกอย่างเจ้าตัวก็ออกจะซื่อ+ไม่มีความรู้สึกรู้สาเรื่องราวๆนั้นอีก (เพราะใครล่ะจ๊ะ) แล้วก็ข้าแค่ยืมร่างของเจ้าของร่างนี้มาก็เท่านั้นเอง อ้อ ตอนนี้เจ้าของร่างกำลังหลับอยู่น่ะ คุๆ แต่ว่า แต่ละคนโมเอะมากเลยใช่ไหมล่า~~ แต่ว่านะ ระวังเด็กตัวเล็กๆนั่นให้ดีล่ะ ถ้าเธอรู้ว่าแฟนนายเป็นวิญญาณล่ะก็มีหวังได้ประเคนหมัดใส่แหงมๆ ขนาดข้าแม่นางยังต่อยมาไม่อั้นเรย T^T - ไซเซอร์บีบน้ำตาเหมือนเป็นผู้เสียหายพลางก่อนจะปล่อยชายเสื้อริโตะ
ไซเซอร์ : เอาไว้คุยกันทีหลังดีกว่า เดี๋ยวข้าขอไปรวมกลุ่มกันก่อนนะ ส่วนเรื่องที่พักก็ฝากเป็นธุระให้ด้วย~- ไซเซอร์หันหลังกลับไปหาพวกอันดิเน่ที่จ้องเค้าตาไม่กระพริบอยู่ทันที
เรย์อิเซน : เจ้าคงไม่ได้คุยอะไรแปลกๆกับหมอนั่นหรอกนะ - ท่าทางเรย์อิเซนจะไม่ไว้ใจริตโตะจากเหตุการณ์ที่ชายหนุ่มแอบย่องเข้าข้างหลังหญิงสาวปริศนาเมื่อครู่
ไซเซอร์ : อะไรกัน เจ้าหึงข้าร- ! - ยังไม่ทันพูดจบหมัดของเรย์อิเซนก็พุ่งใส่ท้องของไซเซอร์ทันที
เรย์อิเซน : อย่ามาพูดอะไรแปลกๆ ข้าไม่มีทางหึงคนอย่างเจ้าหรอก รีบๆกลับไปโลกของเจ้าได้แล้วมั้ง ไซเซอร์ - เมื่อเรย์อิเซนเรียกชื่อนั้นออกมาทำให้สีหน้าของอันดิเน่เปลี่ยนไปทันที ไซเซอร์เห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของอันดิเน่เลยนึกสงสัยขึ้น
ไซเซอร์ : อ้าวมีคนไม่รู้ด้วยหรอว่าเป็นข้าไม่ใช่แรนน่ะ = ='' นี่อันดิเน่ เธอเริ่มสาวใสไร้สมองที่ครองใจชายทั้งโลกเข้าไปทุกทีแล้วนะ = ='' - ไซเซอร์พูดเหนือยๆ - แต่ก็เอาเถอะ แบบนี้ก็ไม่น่าเบื่อเหมือนกัน - เขาพูดพลางยืนหน้าไปใกล้ๆหูหญิงสาว - ข้าอ่านความทรงจำของแรนแล้วนะ ใจกล้าไม่เบานี่นาเป็นฝ่ายรุกก่อนด้วย คิกๆ
ก่อนที่ไซเซอร์จะไปรวมกลุ่มริโตะเองก็ได้ชูนิ้วโป้งขึ้นให้บ่งบอกว่าสถานการณ์น่าจะราบรื่น หลังจากที่ไซเซอร์ได้มาร่วมกลุ่มและการพูดจาของไซเซอร์ก็ทำให้เธอหน้าแดงขึ้นและวิ่งไปหลบข้างหลังเรย์อิเซนทันที

อันดิเน่ : เราปล่าวนะ . . . . - หญิงสาวตอบกลับเสียงอ่อยลงเล็กน้อยและซ่อนใบหน้าของเธอไว้ด้านหลังของเรย์อิเซน -

โซฟี : รู้สึก . . . วิญญาณ . . . . - หญิงสาวมองไปรอบๆห้องก่อนที่จะเรียกสนับมือของเธอออกมาอีกครั้งหนึ่งทันที -


ไซเซอร์ : ฮิๆ - ไซเซอร์ห้วเราะคิกๆกับท่าทีของอันดิเน่แต่
เรย์อิเซน : ขอเถอะไอ้นิสัยแกล้งคนอื่นน่ะ เดี๋ยวแม่ก็จับมัดแล้วลากไปสำเร็จโทษที่ทางช้างเผือกซะหรอก
ไซเซอร์ : จ้าๆ ว่าแต่ท่าทางเราจะมีเพื่อนมาเยี่ยมนะคุณหนู - ไซเซอร์เองก็เรียก B.katana ออกมาเช่นเดียวกันกับโซฟีที่เรียกสนับมือของตัวเองออกมา

ผีเสื้อสีแดงเลือดได้บินผ่านหน้าของพวกเขาไป บรรยากาศโดยรอบได้เปลี่ยนสีเป็นภาพขาวดำในทันที



? ? ? : อันดิเน่อยู่ที่นี่สินะ - หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับมองไปรอบๆด้วยใบหน้าที่มีผมปกปิดของเธอ - ชิ !! เร็ม - ดูเหมือนหญิงสาวจะไม่พอใจเท่าไรนักที่ทูติธาตุที่ได้เปรียบด้านพลังของเธอนั้นอยู่ตรงนี้ด้วย -

โซฟี : . . . . .

? ? ? : เอาเถอะ ~ ไหนๆก็มาถึงนี่แล้ว - มือทั้งสองของวิญญาณสาวตรงหน้าได้ประสานกันและใช้คาถาอะไรบางอย่างออกมา ทำให้พื้นที่โดยรอบกลายเป็นฉากหมู่บ้านร้างในทันที -

อันดิเน่ : นี่มัน . . . Physco Graviton !! - หญิงสาวเอ่ยออกมาและรวมพลังเวทย์ของเธอขึ้นทันที - ระวังตัวนะทุกคน พื้นที่นี้เป็นพื้นที่มายาของฝ่ายตรงข้ามที่ศัตรูสามารถควบคุมมันได้ดังใจนึก อย่าเพิ่งวู่วาม . . . - ยังไม่ทันที่อันดิเน่จะเอ่ยจบ โซฟีเองก็ได้หายไปเสียแล้ว - เร็ม !!

ดูเหมือนว่าโซฟีเองจะไม่ได้ฟังคำเตือนของอันดิเน่เลยและประเคนหมัดของเธอไปยังหญิงสาวตรงหน้าทันที แต่ว่าเธอเองก็ได้หยุดลงกลางคันเมื่อเฟย์ได้ถูกฟิลด์นี้ดึงเข้ามาด้วยอย่างกระทันหัน

เฟย์ : - ตุ้บ !! - โอ้ย !!! - เสียงหญิงสาวหล่นลงพื้นตรงหน้าดังตุ้บทำให้พวกของแรนและวิญญาณสาวตกใจไม่น้อย -

? ? ? : ไม่นึกว่าจะมีวิญญาณอยู่แถวนี้ด้วยนะ . . . .

เฟย์ : หืม . . . ? เธอเป็นใคร ? - หญิงสาวค่อยๆลุกขึ้นยืนและถามไปยังวิญญาณสาวปริศนาตรงหน้าเธอทันที - ชั้นไม่ชอบให้ใครมาเข้าบ้านชั้นโดยไม่ได้รับอนุญาติซักเท่าไรนะ

? ? ? : งั้นก็คงต้องไล่ออกไปละนะ !! - สิ้นเสียงก็ได้ปรากฏเงาแหลมพุ่งตรงเข้าโจมตียังเป้าหมายทุกเป้าบนพื้นที่นี้ทันที -


Player Reaction : เต็มแล้วเชิญขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 22-7-2010 10:05:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด nutchsnon เมื่อ 25-7-2010 10:41



Lan Blado Item
Lan Blado Recovery skill
Lan Blado Passive skill 1
Lan Blado Passive skill 2
Lan Blado Active skill
Lan Blado Speacial ability

ไซเซอร์ : เรย์อิเซนมานี่! - ไซเซอร์พูดออกมาเป็นภาษาอักขระเวทย์ทำให้เรย์อิเซนกลายเป็นดาบและกลับไปอยู่ในมือของไซเซอร์ - จะเสียมารายาทก็ให้มันน้อยๆหน่อยก็ดีนะจ๊ะ~~~
Rule Active
ไซเซอร์ฟาดดาบออกไปเป็นคลื่อพลังสามครั้ง ฟาดออกไปสะกัดหนามให้กับเฟย์ 1 อีกสองพุ่งไปยังตัวของวิญญาณปริศนา ก่อนที่เขาจะรีบไปพาเฟย์มาอยู่กับกลุ่มของตัวเอง

ไซเซอร์ : ยัยบ๊อง เธอก็เป็นวิญญาณเหมือนกันไม่ใช่เรอะ แล้วไหงอยู่ๆ โผล่มากกลางการต่อสู้แบบนี้เนี่ย!? แล้วเจ้าริโตะไปไหนซะล่ะ? - ไซเซอร์ตะวาดเล็กน้อย เพราะการช่วยคนอื่นนั้นเป็นสิ่งที่เขาไม่ถนัดเอาเสียเลย

Ran ( ? ) Hp 49 / 49 : Mp 6*3 =18 - 55 = 37 / 55

ดูเหมือนพลังเวทย์จากดาบเรย์อิเซนนั้นจะไม่เพียงพอเมื่อต้องโจมตีต่อเนื่องอย่างรวดเร็วทำให้ปลายแหลมของเงาบางส่วนยังพุ่งเข้ามาที่เป้าหมาย

เฟย์ : จะไปรู้ได้ยังไงเล่า !! - หญิงสาวตอบกลับไปยังไซเซอร์ด้วยท่าทางอารมณ์เสียเล็กน้อย - เคร้ง !! - เสียงของเงามืดกระทบกับกำแพงบางอย่างที่อยู่รอบตัวของเฟย์พร้อมกับเงาที่สะท้อนไปหาหญิงสาวปริศนาคนนั้นด้วยทันที - เธอน่ะ !! ใช้เวทย์มนต์ไม่ได้งั้นสินะ !! - เฟย์ยืนนิ่งพร้อมกับค่อยๆลุกขึ้นมายืน - ทั้งเงาและพื้นที่นี้ล้วนแต่เป็นคาถาที่ไม่สถิตพลังเวทย์เลยทั้งนั้น - เฟย์ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยและชี้นิ้วออกมาด้านหน้า - เอาล่ะ !! พวกนายน่ะจัดการเลย !! - ดูเหมือนหญิงสาวจะโบ้ยภารกิจอันใหญ่หลวงให้กับพวกแรนทันที -

อันดิเน่ : เอ๋ !! ? - หญิงสาวหลุดปากลากเสียงยาวออกมาก่อนที่จะตั้งคำถามขึ้นมาว่า - คุณรู้ข้อมูลศัตรูดีที่สุดและน่าจะเป็นคนที่มีโอกาศทำความเสียหายได้มากที่สุดในการต่อสู้ไม่ใช่เหรอค่ะ ?

เฟย์ : ย . . ยุ่งน่า !! แค่นี้ชั้นไม่จำเป็นต้องออกแรงหรอก - หญิงสาวกอดอกพูดเสียงติดขัดเล็กน้อยและหันหน้าไปทางอื่นทันที -

? ? ? : ฮึ่ม !! กำแพงนั่น . . . คงจะไม่ใช่หรอกล่ะมั้ง - หญิงสาวประสานมือของเธอขึ้นอีกครั้งและใช้เงาแยกออกโจมตีอีกครั้งหนึ่ง -

ดูเหมือนว่าตอนนี้โซฟีเองจะหายไปจากจุดที่เธอยืนอยู่แล้ว


ไซเซอร์ : เห~ ไอ้ที่ปล่อยออกมาตะกี้ไม่ใช่การโจมตีทางเวทย์มนสินะ~ อันดิเน่จัง ฝากสนับสนุนทีนะ~ - ไซเซอร์ยิ้มอย่างคนเจ้าเลห์ พลางเรียกริวโคกลับไปอยู่ในมือ - (ตอนนี้คุณหนูนั่นคงคิดจะทำอะไรซักอย่างอยู่สินะ เชอะไม่ชอบเลยแฮะต้องมาสร้างโอกาสให้คนอื่นโจมตีเนี่ย) ไซเซอร์คิด แต่ก็ยังไม่ถอดสีหน้าที่สนุกสนานนั่น

ไซเซอร์ : ถ้าเรื่องความเร็วล่ะก็ ทางนี้ก็ไม่เป็นสองรองใครเหมือนกัน  - ไซเซอร์ตั้งท่าพร้อมต่อสู้ และรวบรวมพลังไว้ที่ดาบทั้งสองเล่ม - มาลองกันหน่อยไหมคุณผู้ใช้เงา ว่าเงาของเจ้ากับดาบของข้าใครจะไวกว่ากัน~ - ไซเซอร์ปลดปล่อยพลังเวทย์ที่รวบรวมไว้ออกมาเป็นคลื่นรูปกากะบาททำลายเงาที่อยู่ตรงหน้าและพุ่งไปยังตัวผู้ใช้เงาเช่นกัน พร้อมกับวิ่งตามคลื่นพลังนั่นไปติดๆ หลังจากคลื่นพลังเกิดระเบิดเล็กๆขึ้น ไซเซอร์ก็ฟาดดาบใส่ร่างผู้ใช้เงาทันที
ไซเซอร์ : ข้างหลังมีช่องว่างเต็มไปหมด ฝากที่เหลือด้วยนะ คุณหนูโซฟี~ -

ดูเหมือนว่าด้านความเร็วไซเซอร์นั้น ( Agi 30 ) จะสูงอยู่ก็จริงแต่ดาบของเขายังไม่สามารถเอื้อมเข้าไปที่ตัวของหญิงสาวปริศนาคนนั้นได้เลยด้วยเงาที่คอยห้อมล้อมตัวหญิงสาวคนนั้นไว้ ทันใดนั้นมือของหญิงสาวก็ได้ยืดมาจับคอของไซเซอร์และบิดลงอย่างรวดเร็ว . . . . . ภาพรอบด้านของเขามืดมัวลงเรื่อยๆและหูที่อื้อไปของเขา แต่ทว่า. . . . ชายหนุ่มก็เรียกสติของตัวเองขึ้นมาได้เสียก่อน ( Int 11 ) ดูเหมือนว่ามันจะเป็นภาพลวงตาที่เกิดขึ้นในพื้นที่นี้ชั่วขณะเท่านั้น และมืดของเธอในด้านความเป็นจริงก็กำลังยืดมาและพร้อมจะกระทำการชำแหละคอของแรน ( ? ) ลงทันที

Ran ( ? ) Hp 49 / 49 : Mp 37 / 55    ติดสถานะ : ต้านทานภาพลวงตาชั่วขณะ , คำสาปผีเสื้อโลหิต ( ทำให้ร่างกายขยับไม่คล่องแคล่วอย่างใจนึก : Action ต่างๆจะช้าลงแต่ไม่ส่งผลต่อ Status ใดๆ )

โซฟี : . . . . .

แสงสว่างจ้าออกจากด้านหลังของหญิงสาวปริศนา แม้ว่าสนับมือของโซฟีจะต่อยถูกโล่เงาเพียงอย่างเดียว แต่เวทย์มนต์แสงของเธอก็ได้ผ่านทะลุเข้ามาเหมือนกับตอนที่ใช้สู้กับไซเซอร์ ดูเหมือนว่านี่จะเป็นทักษะพื้นฐานของโซฟีในตอนนี้

? ? ? : !!! - หญิงสาวรวบมือกลับไป พร้อมกับกระโดดหลบออกจากลำแสงเวทย์มนต์ที่กำลังจะระเบิดตัวออกทันที -

ดูเหมือนว่าข้อเสียของมันก็ยังมีอยู่ในเรื่องความเชื่องช้าของท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าโซฟีเองก็ไม่ได้กังวลกับเรื่องนั้นซักเท่าไรนัก

ริโตะ : เฟย์น่ะ มีเวทย์มนต์โจมตีแค่ 2 บทเท่านั้นและทั้งสองบทก็เป็นแบบไร้ธาตุด้วย เธอเลยไม่สามารถสู้กับวิญญาณด้วยกันเองได้ถนัดนักน่ะ - ชายหนุ่มปรากฏตัวขึ้นจากด้านหลังของไซเซอร์และใช้เถาวัลย์จับหญิงสาวปริศนาไว้ทันที - Ivy Rush รากไม้น่ะมันโผล่มาจากด้านล่าง เงาของเธอคงจะป้องกันจากรอบตัวเธอสินะ

เฟย์ : เงียบนะ !! ริโตะ !! - หญิงสาวตะคอกเล็กน้อยก่อนที่จะกอดอกและทำหน้าบูดทันที -

? ? ? : !! - หญิงสาวทำท่าตกใจเล็กน้อยก่อนที่ร่างจะสลายไปเป็นผีเสื้อสีแดงบินรอบออกมา -

ริโตะ : หายไปไหนแล้ว . . .

ดูเหมือนว่าเธอเองจะยังคงอยู่แถวๆนี้เพราะว่าพื้นที่จากคาถาของเธอยังคงอยู่ไม่คลายหายไปไหน


ไซเซอร์ : อืม... ถึงจะเจ็บใจแต่ก็ ฟันไม่ผ่านเงาพวกนั้นจริงๆแฮะ แถมคาถาที่ยัยนั่นร่ายมาขยับตัวลำบากชะมัด เป็นคาถาที่น่ารำคาญจริงๆแฮะ~ - ไซเซอร์บ่นอุบอิบที่ตัวเองทำอะไรฝ่ายตรงข้ามไม่ได้
ริวโค : ช่วยไม่ได้นี่ เจ้าเล่นฟัดวิญญาณดุ้นๆ (ไร้ธาตุ) แบบนั้นมันจะผ่านเงาไปได้ไงล่ะ = ='''
เรย์อิเซน : ถ้าเจ้าทำให้ร่างของแรนมีริ้วรอย ข้าไม่ยกโทษให้แน่!
ไซเซอร์ : หา? นี่ข้าต้องทำตามที่พวกเจ้าบอกด้วยรึ? มะ เอาเถอะ ว่าแต่นายหายไปไหนมาน่ะริโตะ? - ไซเซอร์เปลี่ยนเรื่องคุยหันมาถาม ก่อนจะยิงอีกคำถาม - นายพอจะรู้วิธีแก้คาถาของยัยนี่มะ ขยับตัวยากๆ แบบนี้แล้วมันหงุดหงิดแฮะ จะเปลี่ยนเป็นร่างอวตานซะเลยดีไหมนี่ = =+ - ท่าทางเขาจะเริ่มไม่สบอารมณ์กับร่างมนุษย์ที่มีแต่ข้อจำกัดซะแล้ว
เรย์อิเซน : หยุดเลย เจ้าคิดจะให้กาฝากนั่นรุกลามร่างของแรนไปมากกว่านี้รึ?
ไซเซอร์ : เชอะ ก็มันคุ้มสำหรับข้านี่นา มีแต่ได้กับได้~ เอาล่ะๆเลิกทะเลาะกันดีกว่า - ไซเซอร์ยิ้มพลางมองหาวิญญาปริศนานั่น - คิดจะซ่อนตัวไปถึงเมื่อไหร่! ทำแสบนักนะ ข้าเผาเจ้าด้วยไฟสีน้ำเงินของกิ๊กข้าซะให้เป็นเถ้าถ่าน! - ไซเซอร์ว่าพลางเลียเรย์อิเซนย์
เรย์อิเซน : กรี๊ดดดด!!!! หยุดน้า อย่าเลีย อ๊ะ~ นี่ข้าเป็นกิ๊กเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่ห๊ะ!!!! - เรยอิเซนสะบัดตัวดาบใส่หน้าไซเซอร์ ก่อนจะยอมให้ถือเหมือนเดิม

ริโตะ : ก็กำลังเตรียมห้องให้พวกนายอยู่นะซี่ แต่พอกลับไปดูที่ห้องของเฟย์เจ้าตัวเองก็หายไปซะแล้ว ปกติไม่ค่อยออกมาจากกำแพงซักเท่าไรด้วย ฮะๆๆ - ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆออกมา ทำให้เฟย์ที่ยืนอยู่นั้นหน้าแดงขึ้น แต่เธอเองก็เงียบไม่พูดอะไรพร้อมกับหลบสายตาจากทุกคนทันที - เรื่องคำสาปเดี๋ยวมันก็คงหายไปหลังจากการต่อสู้จบนั่นล่ะ ลืมไปแล้วเหรอว่า FF 13 หลังสู้จบระบบจะรักษาตัวเองให้น่ะ - ชายหนุ่มยิ้มให้พร้อมกับชูนิ้วโป้งขึ้นมา ดูเหมือนว่าเขายังจะทำเป็นเล่นมุขตลกได้แม้กระทั่งเวลาแบบนี้ -

- ซูม ~ - เสียงลมพัดผ่านตัวของพวกไซเซอร์ที่กำลังยืนอยู่ทันที ดูเหมือนว่าที่มือเธอจะมีอักขระลักษณะแปลกๆ และตอนนี้เป้าหมายของเธอก็คืออันดิเน่ที่ยืนอยู่ด้านหลังนั่นเอง - กึก !! - เสียงหยุดฝีเท้าลงของเธอพร้อมกับฝ่ามือที่เกือบเอื้อมไปถึงคอของทูติสาวพร้อมกับปลายหอกสามง่ามแห่งวารีที่ได้ตั้งตรงยังส่วนหัวของวิญญาณปริศนาเองเหมือนกัน ดูเหมือนว่าอันดิเน่เองก็คงจะไม่ได้รอดมาทุกวันนี้ด้วยการพึ่งพาโล่วารีและมังกรน้ำที่คอยปกป้องเธอซะอย่างเดียวเหมือนกัน

? ? ? : ชิ !! ได้ยินว่าเป็นทูติที่เด่นด้านรักษา ไม่นึกว่าจะมีความสามารถด้านการต่อสู้ด้วย - วิญญาณสาวเองได้หยุดนิ่งค้างและรีบหักตัวพร้อมกับยืดมือโจมตีทันที -

เนื่องจากอาวุธของอันดิเน่นั้นมีธาตุหลักที่เป็นน้ำจึงสามารถโจมตีโดนร่างวิญญาณได้ไม่ยากนัก ปลายด้ามของหอกได้ตีลงที่ข้อพับแขนของวิญญาณสาวและกดฝ่ามือของเธอลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับปลายแหลมหอกที่ปักพื้นลงด้วยง่ามคมทั้งสามโดยมีคอของวิญญาณสาวคนนั้นอยู่ระหว่างช่องโหว่ของหอกวารี - เสียงสั่นกระดิ่งที่เหมือนกับในศาลเจ้าดังขึ้น - ทันใดนั้นร่างของหญิงสาวก็ได้สลายออกเป็นผีเสื้อแดงอีกครั้งทันที

โซฟี : . . . . . . - ดูเหมือนว่าเด็กสาวเองจะเริ่มเรียนรู้การโจมตีของคู่ต่อสู้ขึ้นมาได้บ้างแล้ว สายตาของเธอจดจ้องไปที่ทิศตะวันตกของพื้นที่มายานี้ทันที -

- ซูม ~ - เสียงสายลมเริ่มพัดผ่านมาอีกครั้งหนึ่ง !!


ไซเซอร์ : ... - รอยหยักขึ้นที่ใบหน้าของชายหนุ่มเป็นการแสดงออกว่าปีศาจที่มักจะอารมณ์ดีอยู่เสมอเริ่มจะอารมณ์เสียซะแล้ว เขาปักดาบทั้งสองเล่มลงกับพื้นพลางร่างเวทย์
เรย์อิเซน : นี่เจ้าคงไม่?
ไซเซอร์ : ตรงตามที่เจ้าคิดเลยล่ะ ข้าชักรำคาญแม่นั่นเต็มทนแล้วสิ โจมตีตอดไปตอดมาเหมือนยุงแบบนี้ มันตะหงิดๆอารมณ์ข้ายังไงชอบกล อีกอย่างแค่ทำลายฟิลนี่ได้ทุกอย่างก็จบ ถึงจะคลื่นย้ายและใช้ภาพลวงตาได้มันก็ได้แค่ระยะรอบๆฟิลนี้เท่านั้นเอง
ริวโค : ... มั่นใจจังเลยนะแล้วถ้ากระท่อมนี่พังขึ้นมาจะทำยังไง?
ไซเซอร์ : อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ขอบเขตพลังของพวกเจ้านะ ไฟของพวกเจ้ามันไม่กระจอกถึงขนาดกับแผดเผาไปซะทุกอย่างหรอกจริง อีกอย่างข้ามีแผนดีๆ ที่ไม่ต้องเคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้า ตามหาแม่นั่น สู้จำกัดพื้นที่ของมันซะก็จบ ~ - ไซเซอร์พูดจบก็เริ่มสั่งสมเปลวไฟของริวโคขึ้น ส่วนเรย์อิเซนนั้นสั่งสมน้ำคอยสนับสนุนการสั่งสมเปลวไฟให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ไซเซอร์ : ถ้าแม่นั่นโผล่ออกมา ตามจุดที่ไม่มีไฟลามไปถึงก็ฝากเก็บกวาดแม่นั่นทีนะจ๊ะโซฟีจัง ส่วนถ้ามันมาทางนี้ ริโตะ เจ้าเองคงไม่ให้พวกผู้หญิงรับมือหรอกนะ~?- ไซเซอร์มองมาทางริโตะด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหันกลับไปทางเดิมการเตรียมการก็เสร็จพอดี
ไซเซอร์ : ถ้างั้นเริ่มล่ะนะ~ - ทันทีที่สิ้นเสียงเปลวไฟของริวโคก็ลุกลามไปทั่วพื้นที่ ดูเหมือนว่าไฟของริวโคจะเผาเพียงแค่ฟิลเท่านั้น และเนื่องจากได้น้ำที่เรย์อิเซนรวบรวมไว้จึงไม่มีผลต่อกลุ่มของไซเซอร์

เปลวเพลิงจากริวโคได้ลุกโชญเผาพื้นที่มายาทั้งหมดทันที ขณะเดียวกันเองก็ดูเหมือนว่าขอบเขตุนั้นกำลังหดตัวลงมาเรื่อยๆพร้อมกับเปลวเพลิงนั้นด้วย

อันดิเน่ : Aqua Blessing !! - ทูติสาวได้วิ่งมาตรงกลางวงของกลุ่มของแรนและกางม่านวารีขึ้นทันที ดูเหมือนว่าโล่แห่งวารีนี้จะช่วยรักษาอาการผิดปกติต่างๆออกไปด้วย - เรย์อิเซนรบกวนเสริมพลังโล่วารีของเราด้วย

Ran ( ? ) Hp 49 / 49 : Mp 37 / 55    สถานะ : ปกติ , Aqua Blessing : สามารถป้องกันการโจมตีทั่วไปได้ 1 ครั้ง และ สะท้อนเวทย์มนต์ได้ 3 ครั้ง ( สามารถประยุกใช้กับเวทย์มนต์ของตัวเองได้ )

ทันใดนั้นเองเปลวเพลิงของริวโคก็ได้รวมกลับมาพร้อมกับฟิลด์มายานั่นทันที - ซูม - เสียงเปลวเพลิงปะทะกับโล่วารีก่อตัวเป็นไอน้ำไปทั่วบริเวณทำให้ไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่าพื้นที่ที่พวกเขายืนอยู่นั้นยังเป็นของศัตรูอยู่รึไม่

- ตึ้ก !! - เสียงฝ่าเท้าหยุดลงกลางวงของพวกแรนทันที ดูเหมือนว่าร่างของวิญญาณสาวปริศนาจะปรากฏขึ้นตรงจุดนั้นและซัดฝ่ามือออกมาด้วยความเร็วสูงไปยังอันดิเน่ทันที !!

อันดิเน่ : !! - ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะร้องตกใจออกมาร่างของเธอก็ได้กระแทกลงกับพื้นพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนขนาดทำให้แผ่นดินกลางบ้านแยกออกเป็นสองด้านทันที แต่จากผลของสกิล Aqua Blessing ดูเหมือนว่าจะทำให้เธอไม่ได้รับความเสียหายทางกายภาพนั้น หญิงสาวได้รีบกลับปลายหอกของเธอและปักลงที่พื้นทันที ทันใดนั้นก็ได้ปรากฏปาคารน้ำขึ้นรอบๆตัวของเธอและพุ่งเข้าซัดหญิงสาวเบื้องหน้าทันที -

ดูเหมือนว่าร่างของวิญญาณสาวนั้นจะได้กลับกลายเป็นผีเสื้อไปอีกครั้งเพื่อหลบการโจมตีของอันดิเน่และพื้นที่มายาก็ยังไม่หายไปด้วย

? ? ? : พลาดงั้นเหรอ . . . . . - เธอดึงมือของเธอกลับไปและมองไปรอบๆด้านทันที - โล่วารีนั้นพลังป้องกันเหนือจินตนาการจริงๆ ถ้าเกิดว่าเป็นโล่ของชาโดว์น่าจะรับมือลำบากกว่านี้อีกแฮะ - ร่างของเธอได้สลายเป็นผีเสื้อสีเลือดอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะหายไปอยู่ตำแหน่งเดิมที่ปรากฏตัวออกมา - ไว้พบกันคราวหน้าแล้วกันนะ . . . . - ร่างของเธอได้สลายออกกับเงาหายไปพร้อมๆกับพื้นที่ที่เธอสร้างขึ้นมาทันที -


Player Reaction : เต็มขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 25-7-2010 10:40:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 27-7-2010 09:55



Lan Blado Item
Lan Blado Recovery skill
Lan Blado Passive skill 1
Lan Blado Passive skill 2
Lan Blado Active skill
Lan Blado Speacial ability

เปลวเพลิงจากริวโคได้ลุกโชญเผาพื้นที่มายาทั้งหมดทันที ขณะเดียวกันเองก็ดูเหมือนว่าขอบเขตุนั้นกำลังหดตัวลงมาเรื่อยๆพร้อมกับเปลวเพลิงนั้นด้วย

อันดิเน่ : Aqua Blessing !! - ทูติสาวได้วิ่งมาตรงกลางวงของกลุ่มของแรนและกางม่านวารีขึ้นทันที ดูเหมือนว่าโล่แห่งวารีนี้จะช่วยรักษาอาการผิดปกติต่างๆออกไปด้วย - เรย์อิเซนรบกวนเสริมพลังโล่วารีของเราด้วย


เรย์อิเซน : เข้าใจแล้ว - กระแสน้ำค่อยๆประทุขึ้นจากดาบและครอบคลุมร่างกายของทุกคนในกลุ่มไว้

Ran ( ? ) Hp 49 / 49 : Mp 37 / 55    สถานะ : ปกติ , Aqua Blessing : สามารถป้องกันการโจมตีทั่วไปได้ 1 ครั้ง และ สะท้อนเวทย์มนต์ได้ 3 ครั้ง ( สามารถประยุกใช้กับเวทย์มนต์ของตัวเองได้ )

ทันใดนั้นเองเปลวเพลิงของริวโคก็ได้รวมกลับมาพร้อมกับฟิลด์มายานั่นทันที - ซูม - เสียงเปลวเพลิงปะทะกับโล่วารีก่อตัวเป็นไอน้ำไปทั่วบริเวณทำให้ไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่าพื้นที่ที่พวกเขายืนอยู่นั้นยังเป็นของศัตรูอยู่รึไม่

- ตึ้ก !! - เสียงฝ่าเท้าหยุดลงกลางวงของพวกแรนทันที ดูเหมือนว่าร่างของวิญญาณสาวปริศนาจะปรากฏขึ้นตรงจุดนั้นและซัดฝ่ามือออกมาด้วยความเร็วสูงไปยังอันดิเน่ทันที !!

อันดิเน่ : !! - ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะร้องตกใจออกมาร่างของเธอก็ได้กระแทกลงกับพื้นพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนขนาดทำให้แผ่นดินกลางบ้านแยกออกเป็นสองด้านทันที
ไซเซอร์ : นี่มันอะไรกันเนี่ย! - ไซเซอร์พยายามทรงตัวเองจากแผ่นดินไหวเมื่อครู่ และพยายามเข้าไปคุ้มกันอันดิเน่แต่จากผลของสกิล Aqua Blessing ดูเหมือนว่าจะทำให้เธอไม่ได้รับความเสียหายทางกายภาพนั้น หญิงสาวได้รีบกลับปลายหอกของเธอและปักลงที่พื้นทันที ทันใดนั้นก็ได้ปรากฏปาคารน้ำขึ้นรอบๆตัวของเธอและพุ่งเข้าซัดหญิงสาวเบื้องหน้าทันที -

ดูเหมือนว่าร่างของวิญญาณสาวนั้นจะได้กลับกลายเป็นผีเสื้อไปอีกครั้งเพื่อหลบการโจมตีของอันดิเน่และพื้นที่มายาก็ยังไม่หายไปด้วย

? ? ? : พลาดงั้นเหรอ . . . . . - เธอดึงมือของเธอกลับไปและมองไปรอบๆด้านทันที - โล่วารีนั้นพลังป้องกันเหนือจินตนาการจริงๆ ถ้าเกิดว่าเป็นโล่ของชาโดว์น่าจะรับมือลำบากกว่านี้อีกแฮะ - ร่างของเธอได้สลายเป็นผีเสื้อสีเลือดอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะหายไปอยู่ตำแหน่งเดิมที่ปรากฏตัวออกมา - ไว้พบกันคราวหน้าแล้วกันนะ . . . . - ร่างของเธอได้สลายออกกับเงาหายไปพร้อมๆกับพื้นที่ที่เธอสร้างขึ้นมาทันที -


ไซเซอร์ : ... จบแล้วงั้นหรอ? เฮ้อ ซึมาไน~ - ไซเซอร์พูดพลางถอนหายใจและโยนริวโคกับเรย์อิเซนออกไปข้างหน้า
ริวโค : เฮ้นี่เจ้าคิดจะใช้ก็ใช้จะทิ้งก็ทิ้งเลยเรอะ! - ริวโคจำแลงกายเป็นร่างมนุษย์ก่อนตะหวาดใส่ไซเซอร์
ไซเซอร์ : เอ๋~ ก็ช่วยไม่ได้นี่นา ถือดาบนานๆมันหนักอ่ะ~ - ไซเซอร์พูดพลางผิวปาก
เรย์อิเซน : พอหมดเรื่องล่ะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเชียวนะเจ้าน่ะ - เรย์อิเซนบ่น ไซเซอร์เองได้ยินเช่นกันจึงเดินมาใกล้ๆเธอ
ไซเซอร์ : แหม เรย์ตันนี่รู้เรื่องเค้าดีจังเลยนะ~ หลงรักข้าแล้วสิ!- - ผลั่กกำปั้นงามๆของเรย์อิเซนกระแทกเข้าไปที่ท้องของไซเซอร์ทันที - หนะไหนบอกห้ามให้ร่างของแรงมีแผลไง แค่ก แต่เจ้ากลับทำเองเนี่ยนะ! - เขาโวยวาย
เรย์อิเซน : เฮอะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวถ้าแรนเป็นอะไรไปข้าจะรับผิดชอบเอง~ - เรย์อิเซนพูดเสียงหวานใส่ชายหนุ่ม
ไซเซอร์ : ชิ ...  ว่าแต่อันดิเน่ เจ้าน่ะไม่เป็นอะไรใ่ช่ไหม? - ไซเซอร์เปลี่ยนเรื่องหันมาหาคนที่ตกเป็นเป้าหมายการลอบทำร้ายในครั้งนี้ - ข้าเองก็ไม่ค่อยเข้าใจนะว่าทูติสายรักษาอย่างเจ้าจะมีศัตรูกับเค้าด้วย ไปทำอะไรให้ใครไม่พอใจไว้รึเปล่าล่ะนั่น? แล้วก็ ริโตะ เจ้านี่ไม่มีประโยชน์เอาซะเลยนะ  ยืนแอ็คเท่อย่างเดียวเลยนะเจ้า

ทูติสาวนั่งเงียบเฉยด้วยสีหน้าที่ยังไม่เข้าใจกับเหตุการณ์ซักเท่าไรนัก

อันดิเน่ : เราเองก็ไม่เคยออกไปยังโลกภายนอกเลยเราจะไปสร้างความลำบากให้กับคนอื่นได้ยังไงกัน . . . . - หญิงสาวพูดออกมาลอยๆพร้อมกับลุกยืนนิ่ง - หรือว่าเพื่อเปิดประตูแห่งแสงกันแน่นะ . . . . .

โซฟี : . . . . . . - หญิงสาวได้แต่ยืนเงียบไม่พูดอะไรออกมาและเดินหันหลังไป -
ไซเซอร์ : อย่างนั้นหรอ ? อืมม... จะว่าไปมันก็แปลกๆแฮะ มาเล็งทำร้ายทูติสายรักษานี่พิลึกคนแฮะ
ริโตะ : แหม ~ อะไรกันเล่า ชั้นก็ช่วยปรากฏตัวออกมาแล้วไง ไม่เห็นบทพูดของชั้นเหรอ ลองย้อนกลับไปอ่านหน้. . .  - ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดจบก็ได้ถูกฝ่ามือของเฟย์ตบกระเด็นร่วงออกไปทันที -
เรย์อิเซน : หวา - เรย์อิเซนยืนอึ้งนิดหน่อย เพราะแรงที่เธอใช้กระทำนั้นต่างจากตัวเองมากเลยทีเดียว
เฟย์ : ริโตะ !! บ้าจริงเลยทำไมไม่ยอมช่วยเลยเล่า อย่างน้อยๆก็ช่วยทำลายฟิลด์นั่นหน่อยก็ได้ - เฟย์ได้บ่นใส่ริโตะกับนิสัยที่ทำเป็นเล่นได้ทุกเวลาของเขา -

ริโตะ : ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่นาก็ชั้นเห็นว่าพวกเขายังรับมือได้หรอกหน่า ~ - ชายหนุ่มตอบกลับพลางหัวเราะเบาๆออกมา - เอาล่ะ !! บ้านหักแบบนี้พวกเราคงต้องไปพักห้องเฟย์กันล่ะนะ ~ - ชายหนุ่มยิ้มอย่างร่าเริงออกมาแต่ก็โดนปฏิเสธทันทีก่อนที่จะได้เอ่ยอะไรต่อ -

เฟย์ : ผู้หญิงเท่านั้นย่ะ !! ชั้นจะอนุญาติให้ครั้งนี้ก็ได้ ส่วนผู้ชายก็หาที่นอนด้านล่างนั่นเอาแล้วกัน - หญิงสาวเอ่ยขึ้นและลอยขึ้นไปยังชั้นบนทันที ทันใดนั้นเองกำแพงชั้นบนก็ได้เปิดออกและเผยบรรไดวนออกมา ดูเหมือนมันจะเป็นทางเดินไปสู่ห้องของเฟย์ - จะพักเมื่อไรก็เข้ามาแล้วกัน เฉพาะผู้หญิงเท่านั้นนะ !!


ไซเซอร์มองตามแผ่นหลังเล็กๆนั่นไป ก่อนที่จะหันมาทางริโตะ
ไซเซอร์ : ข้าเชื่อแล้วล่ะว่า เฟย์ซึนจริงๆ แต่ว่าถ้าอยู่กันสองต่อสองนี่ข้าสู้ตายเลยนะ คุๆ - ไซเซอร์หัวเราะเบาๆ แต่จู่ๆสีหน้าเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย - หืม?
เรย์อิเซน : มีอะไรรึ? เอะ? - เรย์อิเซนเองก็รึสึกถึงอะไรบางอย่างเหมือนกัน
ริวโค : มาจิ๊กดรีมไงล่ะ ความรู้สึกแบบนี้เป็นสัญญาณบอกว่าที่นั่นมีราชามาครองราชแล้ว - ริวโคอธิบาย
ไซเซอร์ : หืม... ถ้างั้นที่ดวงจิตของแรนกับรีเน่อ่อนแรงลงคงเพราะ พิธีเลือกสรรค์สินะ เจ้านั่นคงจะใช้วิธีโกงคำทำนายแหงๆ ประเทศนั้นจะไปไหนรอดไหมน้า - ไซเซอร์พูด ท่าทางเขาจะปิติยินดีกับเรื่องนี้ไม่เหมือนกับริวโคและเรย์อิเซนที่กำลังกังวลถึงการโกงพิธีเลือกสรรค์อยู่
เรย์อิเซน : ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้หรอก แต่เอาเถอะ พวกเราเองก็ยังมีภาระกิจที่แรนมอบหมายไว้ให้อยู่ ว่าแต่ไซเซอร์ แรนเป็นยังไงบ้างตอนนี้? - เรย์อิเซนถามด้วยสีหน้าจริงจัง
จนทำให้ชายหานุ่มตรงหน้าหลี่ตาลงพลางถอดหายใจ
ไซเซอร์ : ก็ไม่ถึงกับเลวร้ายเท่าไหร่ แต่คนน้องไม่ต้องห่วงตอนนี้คงตื่นแล้วล่ะ - ไซเซอร์พูดยังไม่ทันจบ ดาบของริวโคก็จี้มาที่คอเขาระยะประชิดแล้ว
ริวโค : ถ้าเจ้าคิดทำอะไรตุกติกกับสองคนนี้ล่ะก็ อย่าหวังว่าข้าจะยกโทษให้เจ้าเชียว - ริวโคพูดเสียงเรียบ ไซเซอร์เองจากหน้าตายิ้มๆอยู่ สีหน้าก็กลับมาเป็นเงียบขรึมทันที
ไซเซอร์ : เสียใจด้วยนะ ข้าเองก็ยังคงเป้าหมายเดิมของตัวเองอยู่ แต่ข้าบอกไปแล้วไง ข้าแค่ พารีเน่ มาเป็นข้อได้เปรียบแรนเท่านั้น เมื่อหมดธุระกับคนน้องแล้วข้าก็จะส่งกลับมาจิ๊กดรีมเอง... - ริวโคกัดฟันแน่น แต่ตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะไซเซอร์ยังอยู่ในร่างกายของแรน เขาถอนดาบออกก่อนจะทำให้หายไป ไซเซอร์เองก็ทรุดตัวลงนั่งทันที ท่าทางเขาจะอ่อนแรงมากกว่าปรกติ
ไซเซอร์ : ชิเพราะย้ายดวงจิตระยะไกลๆแล้วก็ต่อเนื่องนานเกินไปแฮะ.. - ไซเซอร์พูดเบาๆ พลางนึกอะไรบางอย่างออกก่อนจะหันไปทางโซฟี - นี่โซฟีจัง มาทางนี้หน่อยสิ~ - เขาโบกมือเรียกพลางยิ้มหวานๆให้เด็กสาว
หญิงสาวหลิ่วตาเล็กน้อยไปทางไซเซอร์ด้วยท่าทีนิ่งเฉยของเธอเหมือนเคย เด็กสาวกอด อกยืนมองไซเซอร์อยู่วักพักหนึ่งก่อนที่จะค่อยๆเดินเข้ามาหา

โซฟี : . . . - แววตาและใบหน้าที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปของเด็กสาวเหลือบมองไปที่ไซเซอร์ที่กำลังนั่งอยู่ -


หลังจากที่โซฟี เข้ามาใกล้ๆ ไซเซอร์ก็เข้าประเด็นทันที
ไซเซอร์ : ตรงนี้คงไม่มีใครได้ยินที่เราคุยกันหรอก  ข้าเองก็มีเวลาไม่มากแล้ว เรื่องที่เจ้าอยากจะคุยกับข้า ตอนนี้ยังทันนะ - ไซเซอร์พูดชี้นิ้วไปที่ดวงตาของตัวเอง ให้โซฟีเห็นว่า ตอนนี้ดวงตาของแรนกลับมาแล้วข้างหนึ่ง
หญิงสาวนั่งลงตรงหน้าของไซเซอร์ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นและพูดออกมา

โซฟี : . . . . . . - หญิงสาวยังคงนิ่งเงียบเหมือนเดิมอยู่พักใหญ่ - ไซเซอร์ . . . . ปีศาจ . . . กลับใจได้รึเปล่า ? - หญิงสาวถามคำไม่ปะติปะต่อกันซักเท่าไรเช่นเดิมเหมือนปกติของเธอ - เราเคย . . . เดินทางกัน . . . 3 คน . . . . . . . มนุษย์ . . . ปีศาจ . . . ทูติ . . . แต่ว่า . . . ปีศาจนั้น . . . . . ฆ่ามนุษย์ลง . . . . เพราะตัวเองชิงชัง . . . . ชิงชังในการเกิดมาของตน . . . . จากน้ำมือของมนุษย์อื่น . . . . . . มันไม่สมควรเลย . . . . มนุษย์ได้หยุดหายใจลง . . . . . . และทูติก็ได้ผนึกปีศาจลง . . . ยังอีกโลกหนึ่ง . . . . - ดูเหมือนว่าเธอจะพูดติดๆขัดๆตามสไตล์ของเธอ จนไม่สามารถแน่ใจได้ว่า แรน หรือไซเซอร์เป็นคนฟังอยู่กันแน่ -


ไซเซอร์ได้ฟังเช่นนั้นก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะลูบหัวโซฟีเบาๆ ไม่แน่ใจว่าที่ำทำแบบนี้เพราะความใจดีของแรนรึเปล่า
ไซเซอร์ : ฟังนะ โซฟี ปีศาจอย่างพวกข้าน่ะมีหลายประเภท ทั้งแบบที่ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นและแบบนี่จะเป็นเพราะอยากได้พลังอยากเก่งกาจ สำหรับปีศาจกับเทพน่ะ มีกำแพงบางๆกั้นไว้อยู่แค่นิดเดียวเอง เพราะฉะนั้น การที่ปีศาจจะกลับไปเป็นเทพหรือเทพกลายเป็นปีศาจน่ะทำได้อยู่แล้ว อย่าข้าเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นปีศาจซักเท่าไหร่หรอกนะ แต่เพราะข้าแค่อยากจะทำให้อาณาจักรกลับมาปรกติเหมือนเดิม เลยปล่อยให้พี่ชายของข้าคอยดูแล แต่สุดท้ายพี่ชายของข้าก็ถูกเนรเทศออกมาจากพวกเห็นแก่ตัวนั่น... อะไรเนี่ยพอข้าอยู่กับเจ้าแล้วไม่เป็นตัวของตัวเองเลยชิ - ไซเซอร์หลบหน้าที่เริ่มแดงเล็กน้อยหนีโซฟี - เอาเป็นว่า ถ้าเจ้าสามารถเปิดใจปีศาจตนนั้นได้ เขาจะกลับมาเป็นมนุษย์หรือเทพก็ได้ทั้งนั้น จงเชื่อมั่นในตัวปีศาจตนนั้นซะ แล้วเจ้าจะพาเขากลับมาได้.. อุ๊บ! - ไซเซอร์บีบที่หน้าอกตัวเองแน่น - ทะโทษทีนะ ท่าทางแรนจะตื่นแล้วล่ะ เอาไ้ว้คุยกันใหม่นะ - ว่าแล้วดวงตาของไซเซอร์ก็จางหายไปพร้อมกับร่างของแรนที่นอนราบไปกับพื้น
ก่อนที่ร่างของไซเซอร์จะหายไปโซฟีเองก็ได้จับจ้องมายังเขา ดูเหมือนว่าเธอจะหลิ่วสายตาไปทางอื่นเหมือนกับบอกว่าไม่ได้ตั้งใจจะพูดขึ้นให้กับไซเซอร์

โซฟี : ปีศาจเนี่ย . . . . . โกหกเก่งทุกตัวเลยสินะ . . . . . - นั่นคือเสียงจากประโยคสุดท้ายของเธอที่เอ่ยไปยังไซเซอร์ก่อนที่ร่างของเขาจะค่อยๆหลุดออกไปจาแรน -



หลังจากนั้นไม่นานแรนก็ลืมตาขึ้นมา พบกับสถานที่ๆตัวเองไม่รู้จักเลยแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นความทรงจำที่ไซเซอร์อยู่ในร่างของตัวเองก็ยังคงอยู่ทำให้ชายหนุ่มเข้าใจสถานการณ์ได้เร็วกว่าปรกติ

แรน : คิกๆ โซฟียิ้มแล้วสินะ  เจ้าไซเซอร์เองท่าทางจะแพ้ทางเธอนะ - แรนยิ้มให้พลาง
เรย์อิเซน : กลับมาแล้วหรอแรน? เป็นยังไงบ้าง - เรย์อิเซนเดินเข้ามาใกล้ๆพลางจับหน้าผากของแรนเพื่อตรวจสอบพลังเวทย์ - ท่านอันดิเน่มาทางนี้หน่อย -เรย์อิเซนหันไปเีรียกทูติสาวที่กำลังคุยอยู่กับพวกริโตะ - ดวงจิตของแรนดูสับสนยังไงไม่รู้ คงต้องให้ท่านช่วยเพิ่มกระแสเวทย์ให้หน่อย รบกวนด้วยนะคะ -เรย์อิเซนยิ้มแบบมีเล่นัยพลางจูงมือโซฟีไปหาพวกริโตะ - ปล่อยให้พวกเค้าอยู่กันสองคนดีกว่าเนอะโซฟีจัง~  ^ ^ b แรนมองตามแผ่นหลังของเรย์อิเซนไปด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ
แรน : เฮ้อ ทั้งที่ตัวเองก็ทำได้แท้ๆ ขอโทษที่รบกวนเธอนะอันดิเน่ - แรนพูดขึ้น

ใบหน้าของเด็กสาวได้แน่นิ่งเหมือนเดิมดูเหมือนว่าถ้าแรนไม่ได้เห็นกับตัวเองแล้วจะไม่สามารถจำภาพนั้นติดตาออกมาได้เลย เด็กสาวได้ตามเรย์อิเซนที่กำลังจูงตัวเธอไปยังตรงอื่น ทางด้านอันดิเน่เองก็ได้นั่งลงข้างๆแรนและยิ้มออกมาเล็กน้อย

อันดิเน่ : ยินดีต้อนรับกลับมานะ ~ - หญิงสาวยิ้มให้กับแรนที่ควบคุมร่างตัวเองได้แล้วในตอนนี้ - ว่าแต่เพิ่มกระแสเวทย์ให้กับแรนต้องทำยังไงเหรอ ? - หญิงสาวถามนักดาบหนุ่มด้วยหน้าตาที่ใสซื่อของเธอ -


แรน: ตรงนี้น่ะ ^ ^'' - แรนเอามือชี้ไปที่ริมฝีปากของอันดิเน่ก่อนจะพูดเบาๆ - ถ้าอันดิเน่ไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวปล่อยไปซักพักคงจะดีขึ้นเอง เพียงแต่ว่าตอนนี้เรี่ยวแรงคงมีไม่มากพอจะทำอาหารได้หรอกฮะๆ  - แรนหัวเราะเบาๆก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่ง - เจ็บรึเปล่า? เป็นอะไรมากไหม? ตอนที่ล้มลงไปน่ะ? - ด้วยความเป็นห่วงคนตรงหน้าและนิสัยมาจากเมื่อก่อนเวลาที่รีเน่หกล้ม เลยเผลอเอามือไปรวบเอวของอันดิเน่ พร้อมค่อยๆกดนิ้วลงไปตามจุดที่น่าจะระบม

ทูติสาวได้แต่นั่งหน้าแดงอยู่ในอ้อมแขนของแรน ดูเหมือนว่าเธอจะพูดอะไรไม่ออกทั้งสิ้นในเวลาขณะนั้น เธอค่อยๆรวบรวมสติของเธอกลับมาและถอยพรวดออกห่างจากเร็นทันที

อันดิเน่ : มะ . . . มะ . . ไม่เป็นไรหรอก . . . . ขอบคุณนะ . . - หญิงสาวพูดขึ้นเบาๆพร้อมกับยิ้มให้กับแรน - จริงด้วย !! เพิ่มพลังเวทย์สินะ - หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับเข้ามาใกล้แรนเหมือนเดิม - . . . . . . . - หญิงสาวนิ่งไปพักใหญ่ก่อนที่จะค่อยๆหลับตาของเธอลง . . . . . . - อาา . . . . - หญิงสาวใช้มือทั้งสองข้างแปะที่แก้มของตัวเองและหันหลังไปอย่างรวดเร็ว - แรน เราขอโทษด้วย เราทำไม่ได้ ~ - หญิงสาวนั่งสะบัดหน้าโดยหันหลังให้กับชายหนุ่มที่กำลังนั่งอยู่แถวๆนั้น -


Player Reaction : เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 18-4-2021 12:59 , Processed in 0.312849 second(s), 24 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้