Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: tesstrossa

[Play][V.1][Start !!] Role : The world

  [คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 25-7-2010 13:28:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด BoSs-KuNg~ เมื่อ 12-8-2010 09:05

ความเดิมตอนที่แล้ว



Stella Item
Stella Recovey skill
Stella Passive skill
Stella Active skill
Stella Special ability

"ความจริง แค่ชั้นคนเดียวก็เกินพอ แต่ชั้นไม่รู้วิธีการผนึกภูติ ไม่สิ ถ้าชั้นลงมือคนเดียว คงได้เผลอฆ่ามันทิ้งแน่....." โดมินิคพูด

"และอีกอย่าง... ราชันย์น่ะ เค้าไม่มัวมานั่งกังวลเรื่องความสามารถที่ได้เปรียบเสียเปรียบหรอกนะ...." พูดจบชายหนุ่มก็อัดพลังไฟฟ้าไว้ที่ขาทั้งสองข้างทันที แต่เขายังคงรั้งมันไว้กับพื้นเพื่อพูดอะไรบางอย่างต่อ

"ชั้นไม่สนเรื่องสองรุมหนึ่ง เธอรอโอกาสที่จะปิดผนึกมันไว้ก็พอ" สิ้นเสียง สายฟ้าทมิฬก็ได้พาร่างของมารร้ายพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง ก่อนจะทิ้งดึ่งลงมาอย่างแรงบริเวณที่ทำการไปรษณีย์จนพังพินาจในพริบตา.....

"ตั้งท่าซะไอ้สวะ.... ถ้าตั้งใจสู้ดีๆ แกก็อาจจะได้รู้...... ว่าตัวเองตายยังไง !!" ชายหนุ่มนัยน์ตาสีแดงดำที่ร่างกายเต็มไปด้วยประจุไฟฟ้าสีดำ ค่อยๆย่างสามขุมออกมาจากกองเพลิงในซากปรักหักพัง ด้วยรอยยิ้มที่เปรียบเสมือนการต้อนรับ ภูติแห่งเปลวไฟ เข้าสู่โลกแห่งการเข่นฆ่าของมารร้าย.....
ชายหนุ่มตกใจเล็กน้อยกับท่าทางของจอมมารที่ปรากฏตัวออกมาตรงหน้าทั้งๆที่เขายังไม่รู้เรื่องอะไรแท้ๆ

อิฟรีท : เอ่อ . . . . เดี๋ยวก่อนสิมีอะไรค่อยๆคุยกันก่อนก็ได้ เราไม่เคยมีเรื่องบาดหมางอะไรกัน จะบอกเหตุผลที่จะต้องสู้กันก่อนได้รึเปล่า ? - ชายหนุ่มพูดพลางใจเย็นและรอคำตอบของจอมมารตรงหน้า -


"ชั้นจะไม่พูดซ้ำ.." พูดจบ เขี้ยวบินหนึ่งตัวจากพื้นดินด้านล่างของอิฟรีทก็ยิงลำแสงสีแดงพุ่งเฉี่ยวหน้าเขาไปไม่กี่มิล "ชั้นเบื่อพวกที่ถ้าไม่มีเหตุผลอันสวยหรูมารองรับแล้วจะไม่ยอมจับดาบต่อสู้...." ขณะที่ชายหนุ่มกำลังพูดอยู่ ท้องฟ้าโดยรอบก็เริ่มแตกร้าวและฉีกขาดออก จนเผยให้เห็นม่านมิติสีดำแดงข้างในนั้น

"และถ้าอยากได้เหตุผลในการต่อสู้นักล่ะก็.. ชั้นก็จะหาให้แก รู้อะไรมั้ย ? ไอ้ภูติสวะ... ว่ายัยเด็กผู้หญิงที่อยู่กับแกเมื่อกี้น่ะนะ มันอยู่ในพันธนาการของชั้นมาโดยตลอด.... ถูกแย่งชิงอิสระภาพ ถูกควบคุมทั้งร่างกายและจิตใจได้ทุกเวลา ยอมถูกซื้อด้วยเศษเงินเพียงเพื่อเอาชีวิตรอดไปวันๆ ลมหายใจของมัน มีไว้เพื่อเป็นบรรใดให้ชั้นได้เป็นราชันย์เท่านั้น !!!" ชายหนุ่มพูดทุกอย่างออกมาด้วยใบหน้าที่ไม่รู้สึกทุกข์ร้อนอะไรเลย แถมสีหน้านั่นยังดูเหมือนกำลังสนุกด้วยซ้ำไป

"และหนึ่งในกุญแจที่จะนำชั้นไปสู่ตำแหน่งราชันย์ ก็คือแกยังไงล่ะ ไอ้สวะ !!"

ชายหนุ่มหยุดนิ่งอยู่ซักพักหนึ่งก่อนที่เขาจะมองมายังโดมินิคด้วยสายตาที่แน่นิ่ง

อิฟรีท : ชีวิตของนาย กับ ชีวิตของสเตล่านั้นไม่ใช่คนเดียวกัน ซักวันหนึ่งนายจะเข้าใจว่าการดูถูกคนที่อ่อนแอกว่าน่ะมันจะทำให้นายอ่อนแอลงเอง - ชายหนุ่มยิ้มออกมาเล็กๆและพิงลงที่กำแพงเดิม - ชีวิตน่ะมันไม่สวยหรูและง่ายดายไปตลอดหรอก สเตล่าเอง อาจจะต้องผ่านอุปสรรค์ในเบื้องต้นของชีวิต แต่มันก็คือบทเรียนที่มีค่าถ้าเธอสามารถผ่านไปได้นอกจากพลังแล้วเด็กสาวจะได้โตกลายเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอีกด้วย - ทูติแห่งไฟเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอย่างใจเย็น - เวลาจะเป็นตัวพิสูจน์เอง แต่ตอนนี้ผมเองก็คงจะไม่ยอมให้ใครมาจับตัวไปง่ายๆหรอกนะ ถ้าต้องการจะสู้อีกจริงๆละก็ ให้เริ่มโจมตีมาก่อนได้เลย - แววตาของชายหนุ่มแน่วแน่และเผจิญหน้ามองกับจอมมารตรงหน้าเขาทันที -


"ไอ้ความมั่นใจและปากเน่าๆนั่น ชั้นจะขยี้มันไม่ให้เหลือ ฆ่ามันแฟรงค์ !!!!" ชายหนุ่มตะโกนลั่น ซึ่งเป็นสัญญาณแห่งการเข่นฆ่าของเขา เขี้ยวนับสิบใต้พื้นดินรอบๆตัวอิฟรีทต่างพากันยิงลำแสงมรณะขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง แต่ดูเหมือนมันจะเป็นการยิงขึ้นมาเฉี่ยวๆเพื่อข่มขวัญกันเสียมากกว่า

"ชั้นจะอ่อนแอลงอย่างงั้นรึ ? น่าขัน ไม่มีใครหน้าไหนจะโค่นล้มชั้นได้หรอกเว้ย ราชันย์น่ะ แพ้ไม่เป็น !!!" สิ้นเสียงการโจมตีจากพื้นดินระลอกสองก็เริ่มขึ้น พร้อมๆกับที่เขี้ยวบินจำนวนมหาศาลต่างกรูกันออกมาจากรูโหว่บนน่านฟ้า ก่อนจะเริ่มกระหน่ำยิงไส่อิฟรีท โดยครั้งนี้ พวกมันหมายเอาชีวิต !!!!
เปลวเพลิงได้สะบั้นขึ้นขึ้นและเผาผลาญเขี้ยวของโดมินิคลงก่อนที่ลำแสงจะมาถึงตัวของชายหนุ่ม ร่างของอิฟรีทได้เคลื่อนที่ออกจากจุดเดิมทางด้านข้างเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น - กริ้ก - เสียงดีดนิ้วของชายหนุ่มดังขึ้น เปลวเพลิงจำนวนมหาศาลได้พุ่งเข้าใส่โดมินิคทางด้านหน้าทันทีแต่ดูเหมือนว่าจะเป็นแค่สะเก็ดไฟเท่านั้นที่สามารถเสียดสีกับตัวของชายหนุ่มได้ ( Luck 20 , Agi 33 หลังจากสลับค่าพลังกับสเตล่าแล้ว ( ของเก่าที่ยังไม่ได้อั้พเพิ่ม )

อิฟรีท : ถ้ายังคิดจะสู้ต่อล่ะก็ผมจะไม่รั้งพลังไว้แล้วล่ะนะ !! - ชายหนุ่มจ้องมองไปที่จอมมารตรงหน้าของเขา -


"คิดว่ามีแต่แกที่รั้งเอาไว้รึไง ?"ชายหนุ่มถามขึ้นพลางยิ้มกว้างออกมาอย่างน่าขนลุก "ไปแฟรงค์ !!"เขี้ยวจำนวนนึง บินมาลอยไปลอยมาอยู่ด้านหลังของโดมินิค ก่อนที่พวกมันจะเริ่มเปิดฉากยิงอีกครั้ง !!

"เตรียมตัวไว้ให้ดีล่ะ ไอ้สวะ..." ชายหนุ่มดีดร่างของเขาออกไปด้วยความเร็วสูง กระแสไฟฟ้าสีดำสนิทเริ่มไหลมาห่อหุ้มอยู่ที่อุ้งมือของเขา(พันปักษา)ทีละนิด จนเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล "แฟรงค์" ฝูงเขี้ยวบินอีกกลุ่มทางด้านบน ยิงลำแสงกวาดไส่บริเวณด้านหน้าของอิฟรีทจนเกิดควันขโมงฟุ้งไปทั่ว

ตูม !!!! ร่างของมารร้ายที่ถูกห่อหุ้มด้วยกระแสไฟฟ้า พุ่งทะลุพื้นดินด้านล่างของอิฟรีทขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อมๆกับหััตถ์สายฟ้ามรณะที่ยื่นเข้าไปใกล้ขั้วหัวใจของเป้าหมาย !!!

เปลวเพลิงได้กางออกและผ่าเขี้ยวที่โจมตีทูติไฟจากรอบด้านพร้อมกับแทนที่ฝุ่นตวัญด้วยเปลวเพลิงทันที ฝ่ามือของโดมินิคเฉียจุดตายของอิฟรีทออกไปและถากเศษผ้าพร้อมกับเนื้อที่อกของทูติแห่งเพลิงออกไปส่วนหนึ่ง แต่ทว่าไม่มีแม้กระทั่งเลือดหรือกล้ามเนื้อปรากฏให้เห็นตรงหน้าของจอมมารเลย ดูเหมือนว่ารอยแผลที่ถากออกไปจะเหมือนการฉีกเศษหนังออกจาตัวหุ่นเสียมากกว่า ทันใดนั้นเปลวเพลิงก็ได้ซัดลงตรงส่วนด้านหน้าของจอมมารที่พุ่งขึ้นมากระเด็นออกไป

อิฟรีท : . . . . . - ชายหนุ่มยืนตั้งท่าของเขาด้วยท่าทางใจเย็น -


ชายหนุ่มฉีกยิ้มออกมา ก่อนจะพลิกตัวลงพื้นพร้อมๆกับฟาดมือทั้งสองข้างอัดกับพื้นดินจนละทุลงไป "แฟรงค์ !!" เขี้ยวบินกว่า20ตัวพุ่งออกมาจากรอยโหว่บนท้องฟ้า ก่อนที่พวกมันจะบินมาจับกลุ่มกันจนเกิดรูปร่างคล้ายปากกระบอกปืนขึ้น

"จะใช้ไอ้ไฟนั่นป้องกันอีกซักกี่น้ำ ฆ่ามัน !!!" สิ้นเสียง ลำแสงสีแดงขนาดใหญ่ก็ยิงเข้าตรงไปยังอีฟริทจากด้านบนทันที !!
( ไม่ได้หลบน้า ) ร่างของทูติแห่งไฟได้เคลื่อนออกอย่างรวดเร็วมาปรากฏด้านหน้าของจอมมารโดมินิคทันที ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถจับสัมผัสของวิชาพิเศษอะไรได้เลยจากตัวของทูติแห่งไฟนั้น - เปรี๊ยะ - เสียงดีดนิ้วดังขึ้นตรงหน้าเขาเพียงไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น เปลวเพลิงได้ซัดให้ตัวของโดมินิคกระเด็นไปอีกครั้งหนึ่งทันที

อิฟรีท : . . . . . . - ชายหนุ่มยืนนิ่งและจ้องมองมาที่จอมมารที่ติดอยู่กับฝากำแพงนั่นอย่างใจเย็น - สเตล่าได้ยินรึเปล่า ? - ชายหนุ่มเอ่ยเสียงบางเบาออกมาตรงหน้าของร่างจอมมารในตอนนี้ - ชั้นรออยู่นะ . . . . . - เมื่อกล่าวจบเปลวเพลิงก็ได้ซัดซ้ำลงที่ตัวของจอมมารตรงหน้าทันที -


ร่างของโดมินิคพุ่งทะลุเปลวไฟนั่นขึ้นไปบนฟากฟ้า พร้อมกับเขี้ยวบินสองตัวที่พุ่งมาเป็นฐานรองให้กับเขา (สู้แบบนี้ต่อไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา มีแต่จะทำให้เราเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ความรู้สึกปวดไปทั่วร่างกายก็เริ่มมาอีกแล้ว)

"ให้ตายสิ ทำอะไรไม่สะดวกเลยจริงๆ" ชายหนุ่มพูดขึ้นมาลอยๆพลางรวบรวมพลังไฟฟ้าเอาไว้ในมือ (ไม่มีเวลาเล่นแล้ว ขอชั้นดูฝีมือของแกหน่อยก็แล้วกัน ยัยผู้ใช้ดิน) "จงสำนึกเสียใจซะเถอะ ที่ทำให้ชั้นต้องใช้การโจมตีแบบนี้....." โดมินิคดีดนิ้วของเขาขึ้น เขี้ยวบินนับร้อยต่างพากันมาบินวนรอบๆตัวของชายหนุ่มจนแทบมองไม่เห็นตัว ทันใดนั้น สายฟ้าสีดำก็พวยพุ่งออกมา โดยเข้าไปหลอมรวมกับเขี้ยวบินเหล่านั้น

"Death Fang.." สิ้นเสียง เขี้ยวบินที่ถูกฉาบไว้ด้วยสายฟ้า ก็พุ่งเข้าหาร่างของอิฟรีทจากทุกทิศทาง

ตูม !!! ด้วยความเร็วที่มากเกินกว่าจะควบคุมจากการเสริมพลัง เขี้ยวบินตัวนึงได้เสียการควบคุมจนไปอัดเข้ากับพื้นดินจนเกิดการระเบิดขนาดกลางขึ้น ใช่แล้ว การโจมตีครั้งนี้ไม่ใช่การพุ่งเสียบสังหาร หรือการยิงลำแสงปลิดชีพ แต่มันคือกองทัพระเบิดอิเล็กตรอนที่มีความเร็วกว่า 1,079,252,848.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง !!
ตูม !! เสียงระเบิดดังอึกก้องไปทั่วเป็นระยะๆซัดเปลวเพลิงลอยหายไปกับควัญไฟเสียจนหมดสิ้น เมื่อหมอกควัญต่างๆได้เริ่มเบาบางลงร่างที่ด้านหน้าของโดมินิคก็ได้เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับอวาตาร์แห่งเพลิงที่ลอยอยู่ด้านหลังของเขา



อิฟรีท ( ร่างอวาตาล ) : ตราบใดที่ยังมีอ๊อกซิเจนอยู่คุณก็ไม่สามารถแตะต้องตัวผมได้หรอกครับ - ชายหนุ่มยืนขึ้นพร้อมกับความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้ตึกที่อยู่ด้านข้างนั้นหลอมลงเหมือนกับน้ำเลยทีเดียว - ครืน - เสียงเปลวเพลิงดังขึ้นและปรากฏล้อมตัวของโดมินิคและเผาจอมมารทันทีโดยไม่กล่าวเตือนใดๆ


เขี้ยวบินนับไม่ถ้วนบนท้องฟ้าต่างพากันระเบิดเป็นฝุ่นทราย รอยโหว่นับสิบบนท้องฟ้าก็ค่อยๆสมานตัวกลับเป็นเหมือนเดิม ดูท่าการต่อสู้นี้คงจะจบลงเสียแล้ว....

ตูม !! มือของโดมินิคพุ่งทะลุจากพื้นดินเข้าจับข้อเท้าของอิฟรีทไว้แน่น "ถ้าเป็นชั้นอาจจะจับตัวแกไม่ได้ แต่ถ้าเป็นยัยนี่ล่ะก็อมันอีกเรื่อง!!!"เสียงของมารร้ายพุ่งผ่านพื้นดินขึ้นมา พร้อมๆกับกระแสไฟฟ้าที่พุ่งเข้าโอบล้อมทั้งคู่เอาไว้จนเกิดเป็นรูปร่างกล่องสี่เหลี่ยมพื้นผ้าตั้งตรง

"เอฟฟี่ !!!!!" สัญญาณของการปิดผนึกภูติได้เริ่มขึ้นแล้ว !!
ร่างของหญิงสาวได้ปรากฏออกมาพร้อมกับอาคมเวทย์มนต์ที่มีรูปร่างคล้ายวงกลมขนาดใหญ่ห่อหุ้มบริเวณรอบนอกโดมินิคเอาไว้

เอฟฟี่ : ร่างจริงของอิฟรีทยังไม่ดผล่ออกมาเลยนะ . . . . ถ้าจะให้ได้ผลชัวร์คงจะต้องตัดกำลังอีกหน่อยก่อนล่ะ


(ให้ตายสิวะ แค่ตรึงมันไว้กับที่ก็เปลืองแรงไปตั้งมากแล้วแท้ๆ !!) "ลองแบบนี้หน่อยเป็นไง พ่อคนเก่ง ?" โดมินิคเอาร่างท่อนบนของเขาขึ้นจากพื้นดินมาพร้อมกับใช้แขนอีกข้างจับขาของอิฟรีทเอาไว้

"Cross Destination...." ชายหนุ่มเอ่ยออกมาเบาๆ แต่เพียงแค่นั้น ท้องฟ้าด้านบนของทั้งสองก็ถูกเปิดออก พร้อมๆกับสายฟ้าขนาดใหญ่ที่ยิงลงมาอัดไส่โลงศพสายฟ้าที่พันธนาการทั้งสองคนเอาไว้ !!

- ซูม !! - แสงสีขาวได้ตัดลงมาเป็นเส้นตรงเล็กๆด้านหลังของทูติแห่งเพลิงเพียงไม่กี่เซนติเมตร แต่นั่นไม่ใช่แสงจากสายฟ้าของจอมมารที่เรียกลงมา

อิฟรีท : Explosion . . . .



พลังแห่งอัคคีได้ระเบิดลงมาทันทีเมื่อสิ้นเสียงของชายหนุ่มลง พลังทั้งหมดสะบั้นออกจนเมืองหลอมละลายไปเหมือนกับสายน้ำ รอบด้านของจอมมารตอนนี้มืดมิดไร้ซึ่งวิวของตัวเมือง - เปรี๊ยะ - เศษร้าวของโล่พสุธาได้แตกออกจนทำให้จอมมารเห็นร่างของทูติแห่งเพลงที่ยังยืนอยู่ภายนอกในร่างอวาตาร์ของเขา ดูเหมือนว่าจะมีออร่า จากร่างอื่นในตัวขยายออกมาชั่วขณะและดับหายไป

อิฟรีท : ผมไม่ยอมให้คุณผนึกได้ง่ายๆหรอกครับ . . . . - ชายหนุ่มยืนนิ่งในร่างกายที่ใหม่เอี่ยมไร้ฝุ่นของเขา ดูเหมือนว่าทูติแห่งเพลิงจะได้ใช้พลังอะไรบางอย่างที่ไม่ได้เผยออกมาเมื่อช่วงสั้นๆนั้นปกป้องตัวเองไว้ได้ -

โล่แห่งดินที่ล้อมตัวของจอมมารไว้ได้สลายออกปรากฏร่างของเอฟฟี่ที่นอนนิ่งอยู่ด้านหลังของเขา ทันทีที่โดมินิคออกมาได้นั้นก็พบว่าความร้อนได้กัดผิวเขาเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ทำความเสียหายมากมายนัก เอฟฟี่ได้ดึงชายเสื้อของโดมินิคไว้และเอ่ยขึ้นมาด้วยแรงที่มีเหลือของเธอ

เอฟฟี่ : เจ้าแห่งอัศนีย์ . . . . เจ้าแห่งเพลิงได้ตายไปแล้วนะ . . . . . อย่าหายไปอีกคนล่ะ . . . . . . . - หญิงสาวค่อยๆพยุงตัวเองขึ้นมานั่งและรวบรวมพลังกลับคืนมา - รามือก่อนจะดีไหม ?


"เจ้าแห่งเพลิง ?" ชายหนุ่มถามทวนเพื่อความแน่ใจ "หมอนั่น.... รวบรวมพลังเพลิงได้เท่าไหร่ ?" โดมินิคถามขึ้นอีกครั้งโดยจับจ้องไปที่อิฟรีทอย่างอำมหิตยิ่งกว่าเดิม

เอฟฟี่ : 2 ส่วนเท่ากับนายในตอนนี้นั่นล่ะ . . . . - หญิงสาวค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างยากเย็นและกางวงเวทย์ผนึกของเธอ ออก - คู่ต่อสู้ของเขาได้กินร่างกายเข้าไปแล้วทำให้ไม่เหลือสายพลังเร็ดรอดออกมาเลย . . . . - เสียงหอบจากการลดถอยของพลังของหญิงสาวดังออกเป็นระยะๆ - . . . . . . - หญิงสาวประจำที่อย่างแน่นิ่งพร้อมกับรอฟังคำสั่งถัดไปจากจอมมาร -


Player Reaction : จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า

To Be Continue
โพสต์ 26-7-2010 09:14:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 3-8-2010 23:32

Megurine Ruka : jeloly


Ruka Item
Ruka Recovery skill
Ruka Passive skill
Ruka Active skill
Ruka Special ability
Room mate :


ลูกะยืนนิ่ง ร่างกายของเธอเริ่มสั่น จนทำให้ขาของเธอไม่สามารถก้าวออกไปจากบริเวณที่ยืนอยู่ได้

ลูกะ : ไม่จริง ........

เธอกำเซตโต คันนะ และกินโซ เอาไว้แน่นพร้อมกับเตรียมรับการโจมตีของอีกฝ่ายแทน แต่ดูเหมือนคราวนี้เธอไม่คิดที่จะเป็นฝ่ายเริ่มก่อนแต่อย่างใด

Iainuki Activated

ลูกะ : ทำไมกัน ... เธอต้องการอะไรกันแน่ ...
? ? ? : ฮ่าๆๆๆ - หญิงสาวหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ทำให้บรรยากาศของนักล่าแต่ล่ะคนแถวๆนั้นหดหู่ลงอย่างเห็นได้ชัด - คราวนี้น่ะชั้นไม่ได้ตั้งใจมาหาเธอหรอกนะ เพียงแต่มาเจอกันโดยบังเอิญเท่านั้นเอง - หญิงสาวแลบลิ้นออกมาข้างๆปลายดาบของเธอด้วยท่าทางโรคจิตและกระหายเลือด - เธอจะต้องเป็นตุ้กตาของชั้น !! - ว่าแล้วซุยกินโตะก็ฟาดคลื่นสังหารของเธอมาประทะกับลูกะทันที ทำให้นักล่าคนอื่นโดยรอบกระเด็นออกไปโดยไม่ทันจะหายใจออกมา ดูเหมือนว่าคราวนี้จิตของลูกะนั้นจะสั่นคลอนลง ไม่เหมือนกับการเจอกันครั้งแรกของพวกเธอเลย - อะไรกัน !! เธอกลัวชั้นอย่างนั้นเหรอ . . . . ไม่เอาน่า ~ เธอน่ะต้องไร้ซึ่งอารมณ์และจิตใจสิ นั่นล่ะคือพลังของพวกเรา !! - หญิงสาวฟาดคลื่นอมหิตของเธอออกมาอีกครั้งหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่โดนตัวของลูกะในคราวนี้ - แกเป็นใคร !!

เรนะ : ลูกะเป็นอะไรรึเปล่า ? - หญิงสาวได้จับลูกะหลบจิตสังหารที่เหมือนกับจะฆ่าคู่ต่อสู้ได้ออกห่างมาและหยิบคันธนูของเธอขึ้นมาทันที -



ลูกะ : ไม่ ... เ็ป็น ... ไร ...


เสียงของลูกะ สั่นทำให้เรนะเห็นได้ชัด ดูเหมือนว่าเธอจะกลัวตามที่ื คู่ต่อสู้บอกจริงๆ

ลูกะ : เรนะ ... อย่าสู้นะ ... ขอร้องหละ ... ไม่งั้นเธอ ....

ลูกะจับเสื้อเรนะเอาไว้แน่น ดูเหมือนว่าเธอพยายามจะหนีจากคู่ต่อสู้คนนี้มากกว่า จิตสังหารของเธอในสมัยที่เจอกันครั้งแรกนั้นดูท่าทางจะหายไปหมดแล้ว

หญิงสาวจับไหล่ของลูกะและค่อยๆพยุงเธอขึ้นมา

เรนะ : ชั้นก็คิดจะหนีเหมือนกันแหละ แหะๆๆ ชั้นไม่ชอบการต่อสู้ซักเท่าไรนักด้วยแล้วดูเหมือนว่าจากที่ยัยนั่นพูดมาเมื่อกี้นี้คงจะไม่ทำอะไรพวกเราถ้าพวกเราไม่ยื่นมือเข้าไปล่ะนะ - เรนะหันไปมองทางหญิงสาวผมเงินที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆทุกทีๆ -

? ? ? : ถูกแล้วล่ะ คราวนี้ชั้นไม่ได้มาหาเธอเป็นการส่วนตัว - แววตาของเธอเพ่งลงมายังลูกะในอ้อมแขนของเรนะ - คราวนี้มันไม่สนุกเหมือนคราวก่อนเสียด้วยชั้นจะรามือไปก่อนแล้วกันนะ - รอยยิ้มที่มอบให้ลูกะของเธอแฝงไปด้วยรังศีฆ่าฟันเต็มไปหมด หลังจากเอ่ยจบเธอเองก็ได้เดินผ่านกลุ่มนักล่ามากมายที่ได้แต่ยืนแข็งกันระหว่างทาง -


ลูกะถอนหายใจออกมาดังจนทำให้เรนะได้ยิน

ลูกะ : นึกว่า ... จะต้องสู้กันอีกครั้งซะแล้ว ...

ลูกะยิ้มออกมาแห้งๆให้เรนะได้เห็น แต่ร่างกายของเธอ มือที่เคยกุมเซตโต คันนะ และ กินโซ อย่างมั่นใจนั้น มันกลับสั่นไม่หยุดจนเห็นได้ชัด ก่อนที่เธอจะนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก

เอลฟ์สาวจับมือทั้งสองของลูกะที่กำดาบไว้ขึ้นมาและยิ้มให้กับเธอ

เรนะ : อย่ากลัวไปสิ เธอยังมีน้องสาวที่ต้องปกป้องไม่ใช่เหรอ ? กำดาบของเธอไว้ให้มั่นคง ทางเดินข้างหน้าเราก็ยังไม่รู้ว่าจะเจออะไรที่มันหนักกว่านี้อีกรึเปล่า - หญิงสาวส่งยิ้มให้กับลูกะและให้กำลังใจเธอ - กลับไปที่จุดพักกันเถอะ เดี๋ยวพวกนั้นมาไม่เจอจะวุ่นวายกันไปใหญ่ - ว่าแล้วเรนะก็ได้จูงมือของลูกะกลับไปยังจุดพักทันที -


ลูกะนิ่งเงียบไม่ได้พูดอะไร เพราะเรนะยังไม่รู้ความสามารถของอีกฝ่ายถึงพูดแบบนั้นออกมา แต่รับรองว่าถ้าหากเกิดการปะทะกันอีกครั้ง เรนะจะมีอาการแบบเดียวกับเธอแน่นอน เมื่อเดินกลับมาถึงจุดพักลูกะยังคงไม่พูดอะไรเหมือนเดิม ออร่าสีดำของเธอก็เริ่มลุกโชนขึ้นมา หรือว่าอาการเดิมของเธอจะกลับมาอีกครั้งแล้ว

เรนะเองได้นั่งลงที่ใต้ต้นไม้เดิมและมองไปรอบๆ

เรนะ : ดูเหมือนว่าพวกนั้นจะยังไม่กลับมานะ . . . - หญิงสาวค่อยหันมาทางลูกะและถามขึ้น - ลองไปสอดแนมในเมืองกันไม๊ ? - เธอยิ้มออกมาแบบแก่นๆและชักชวนลูกะ -


ลูกะเธอยังคงนิ่งเช่นเดิม ไม่มีคำพูดอะไรหลุดออกมาจากปาก เธอลุกขึ้นจับเซตโต คันนะ และ กินโซ เอาไว้แน่น ก่อนจะมองไปที่เรนะ เพื่อเป็นสัญญาว่าพร้อมที่จะออกเดินทางไปกับเธอแล้ว

" อะไรกัน !! เธอกลัวชั้นอย่างนั้นเหรอ . . . . ไม่เอาน่า ~ เธอน่ะต้องไร้ซึ่งอารมณ์และจิตใจสิ นั่นล่ะคือพลังของพวกเรา !! "

เสียงที่อยู่ในหัวของลูกะ ที่เธอจะไม่มีวันลืมมัน เพราะอาจจะจริงอย่างที่หญิงสาวคนนั้นได้พูดไว้

เรนะ : เป็นอะไรไปรึเปล่า ? ลูกะ - หญิงสาวถามด้วยความเป็นห่วง - ถ้าเธอยังไม่อยากไปไหนก็ไม่เป็นไรนะ รอพวกนั้นอยู่ที่นี่ก่อนก็ได้


ลูกะ : ออกไปตามหาพวกนั้นจะดีกว่า ...

คำพูดและน้ำเสียงที่หลุดออกมาจากปากของลูกะในขณะนี้ ดูเฉยชา ไร้อารมณ์ความรู้สึก เธอเดินนำหน้าเรนะไปก่อนทันที โดยไปตามเส้นทางที่พวกเอเซียและอาเธน่านำไปก่อนหน้านี้
เรนะ : . . . . . - หญิงสาวเดินเงียบๆข้างๆลูกะ เธอมองลูกะด้วยสายตาที่กังวลของเธอ -

ทางหน้าปากดันเจี้ยนดูเหมือนว่าจะมีนักล่าระดับกลางๆอยู่หลายกลุ่ม ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ค่อยพอใจกับการมาของนักผจญภัยกลุ่มอื่นๆนัก

ลิ้วล่อ 1 : เห้ย !! มาแถวนี้ช่างไม่เจียมตัวซะจริงๆ รีบกลับบ้านไปได้แล้วล่ะม้าง ~

ลิ้วล่อ 2 : ฮ่าๆๆ ดูิแค่ผู้หญิงสองคนจะมาทำอะไรได้

เรนะเองไม่ได้ตอบโต้กลับแต่อย่างใด เพียงแต่เธอยังคนยืนเฉยและจูงมือของลูกะเดินหน้าต่อไปเท่านั้น


ลูกะเองก็ไม่ได้เอ่ยวาจาใดๆออกมาจากปากของเธอ แต่ในขณะที่เดินผ่านไปแล้วนั่นเอง ลูกะหยุดการเคลื่อนไหวของเรนะไว้ก่อนที่จะเข้าไปในถ้ำ
เธอหันกลับมามองลิ้วล่อทั้ง 2 ด้วยจิตสังหารอันรุนแรงไปที่พวกเขาก่อนจะเดินจูงเรนะเข้าไปภายในถ้ำ

นักล่ามือสมัครเล่นทั้งสองได้แต่นิ่งเงียบกันพักใหญ่พร้อมกับหันหลังกลับไปทางทิศทางเดิมทั้งสองคนด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว

เรนะ : ลูกะ . . . . . - หญิงสาวเอ่ยออกมาเบาๆ พร้อมกับเดินตรงเข้าไปด้านในพร้อมกับลูกะเช่นเคยโดยไม่ปล่อยมือของเธอ ออกไประหว่างทางเลย - นี่ลูกะ เธออยู่ตัวคนเดียวมาตลอดเลยรึเปล่า ?  - หญิงสาวถามขึ้นขณะที่พวกเธอกำลังเดินเข้าไปด้านในถ้ำอยู่ -


ลูกะ : ทำไมถึงอยากรู้เรื่องชั้นขึ้นมาหละ ... หรือว่าคำพูดของยัยนั่นทำให้เธอข้องใจในตัวชั้น ? ....

น้ำเสียงของลูกะยังคงเย็นชาเช่นเดิมหลังจากที่เจอสาวปริศนาคนนั้น เธอยังคงจูงมือเรนะเช่นเดิม แต่ในทางกลับกัน เซตโต คันนะ และกินโซ ที่อยู่อีกข้างยังคงถูกกำเอาไว้เอาไว้จนแน่น
เรนะ : ไม่ใช่หรอก ชั้นไม่สงสัยเพื่อนร่วมทีมเดียวกันอยู่แล้ว - เธอยิ้มให้กับลูกะ - ชั้นแค่กังวลขึ้นมาเพราะว่าแววตาของเธอมันช่างโดดเดี่ยวและอ้างว้างเหลือเกินหลังจากเจอกับผู้หญิงคนนั้นน่ะ


ลูกะ : ..............

ลูกะนิ่งไปพักใหญ่ ในขณะที่เดินเข้าไปภายในถ้ำเพื่อสำรวจสิ่งต่างๆ

ลูกะ : จำคำพูดที่ยัยนั่นพูดได้ไหมหละ ที่ว่า " เธอน่ะต้องไร้ซึ่งอารมณ์และจิตใจสิ " นั่นหนะเป็นตัวตนในสมัยก่อนที่ชั้นพยายามจะลบมันออกไปจากหัว แต่ก็ทำไม่ได้ ....... ไม่ว่าจะพยายามลืมแค่ไหน ...... ชั้นก็จะยิ่งจดจำมันมากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้น ....... มันอาจจะจริงอย่างที่ยัยนั่นพูดก็ได้ การที่ชั้นเป็นคนที่ไร้ซึ่งอารมณ์และจิตใจเหมือนสมัยก่อน อาจจะดีกว่าที่เป็นตอนนี้ก็ได้ ...


คำพูดที่หลุดออกมานั้น น้ำเสียงของเธอช่างดูอ่อนโยนกว่าที่เธอพูดไปก่อนหน้านี้ เพียงแต่น้ำเสียงที่ดูอ่อนนุ่มกลับให้ความรู้สึกอันโดดเดี่ยวของตัวเธอ

เรนะ : ไม่จริงหรอก !! ลูกะ !! - หญิงสาวค้านความเห็นของเธอขึ้น - ถึงพวกเราจะเพิ่งเริ่มออกเดินทางมา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธออ่อนแอลงเพราะว่ามิตรภาพของทุกคนซักหน่อย . . . . . - หญิงสาวเงียบลงซักพัก เรนะดึงตัวของลูกะเข้ามาในอ้อมแขนของเธอและกอดตัวของลูกะไว้แน่น - ชั้นคงจะดีแต่พูดสินะ . . . . . - หญิงสาวได้ยื่นหน้าเข้ามาจุมพิศลงที่ลูกะในอ้อมแขนของเธอช้าๆ - . . . . ชั้นจะพิสูจน์เอง ที่เคยคุยกันไว้น่ะชั้นจะขอตกลงล่ะนะ


ลูกะ : ..........

ลูกะพูดอะไรไม่ออก เธอได้แต่ยืนนิ่งภายในความมืดมิดโดยไม่คิดว่าเพื่อนคนใหม่ของเธอจะเป็นฝ่ายรุกเสียเอง ร่างกายของเธอที่โดนจุมพิศอยู่ในตอนนี้ค่อยๆอ่อนล้า ก่อนที่เธอจะโอบกอดเรนะเอาไว้แน่นเช่นกัน โดยไม่ยอมให้เรนะหยุดจุมพิศเธอแต่อย่างใด เพียงแต่คราวนี้ลูกะกลับเป็นฝ่ายที่สอดลิ้นเข้าไปภายในปากของเพื่อนคนใหม่ของเธอ ก่อนที่จะใช้มืออีกข้างที่เคยจับมืออยู่นั้นค่อยๆลูบไล้แขนขึ้นมาเรื่อยๆ จนมาถึงบริเวณหน้าอกของเจ้าตัว

ดูเหมือนเรนะเองจะสะดุ้งตกใจเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะรีบคว้ามือของลูกะไว้ก่อนที่ลูกะจะเคล้าคลึงไปมากกว่านี้

เรนะ : ดะ . .  เดี๋ยวสิ . . . - เสียงของเธออ่อยลงอย่างชัดเจน ใบหน้าของเรนะนั้นค่อยๆแดงขึ้นทีล่ะนิดๆ แต่ดูเหมือนว่าหญิงสาวเองก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาต่อ - . . . . . .

บรรยากาศกลางถ้ำดันเจี้ยนนั้นเงียบลงเหลือแต่เพียงหญิงสาวสองคนเท่านั้น ดูเหมือนเรนะเองก็ได้หลบสายตาของลูกะออกไปแต่ทว่าแขนของเธอนั้นก็ยังโอบกอดลูกะไว้อยู่


ลูกะ : ไหนเธอบอกว่าจะพิสูจน์ไงหละ เรนะ .....

ลูกะเองก็ยังคงกอดเอาเรนะเอาไว้แน่น โดยสายตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่หญิงสาวที่หลบสายตาของเธออยู่ ก่อนที่ลูกะจะค่อยๆเลื่อนใบหน้าของตนเองลงมาที่ซอกคอของเรนะ และทำการดูดจนเป็นรอยจ้ำสีแดงสดไว้บริเวณต้นคอของเจ้าตัว

ลูกะ : ขอแค่นี้ก็ได้ ... ยังไงก็ ... เรื่องอื่นไว้ค่อยว่ากันหลังจากเจอพวกเอเซีย และ อาเธน่า ละกันนะ ....

เรนะเองได้เม้มปากของเธอไว้เพื่อไม่ให้ส่งเสียงลอดออกมา ดูเหมือนว่าเธอเองจะไม่เคยทำเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย เรนะเองได้กอดลูกะเอาไว้ซักพักหนึ่งก่อนที่จะคลายมือของเธอออกมา

เรนะ : ถ้าเกิดเธอมองใครอื่น ขณะที่ชั้นยังไม่จากเธอไปล่ะก็ ~ - หญิงสาวได้ใช้นิ้วจิ้มแก้มของลูกะเบาๆ - ชั้นจะไม่ยกโทษให้เธอเด็ดขาดเลยล่ะ - ว่าแล้วเรนะเองก็ได้โอบตัวของลูกะลงมาทับด้านบนของตัวเองไว้พร้อมกับยิ้มออกมาเล็กๆให้กับหญิงสาว เรนะเองได้ค่อยๆหลับตาลงพร้อมกับรอบแขนของเธอที่ได้กอดลูกะไว้อีกครั้งหนึ่ง


ลูกะ : ไม่ว่าอะไรนะ ถ้าชั้น ...

คำเตือนเนื้อหาเริ่มรุนแรงขอซ่อน ใครอายุไม่ถึง 18+ อย่ากด


คำเตือนเนื้อหาเริ่มรุนแรงขอซ่อน ใครอายุไม่ถึง 18+ อย่ากด


คำเตือนเนื้อหาเริ่มรุนแรงขอซ่อน ใครอายุไม่ถึง 18+ อย่ากด


คำเตือนเนื้อหาเริ่มรุนแรงขอซ่อน ใครอายุไม่ถึง 18+ อย่ากด


Player Reaction : เต็มแล้วไปต่อเร็บหน้า
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 27-7-2010 10:21:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 31-7-2010 06:55



Lan Blado Item
Lan Blado Recovery skill
Lan Blado Passive skill 1
Lan Blado Passive skill 2
Lan Blado Active skill
Lan Blado Speacial ability

แรนมองหญิงสาวพลางแอบหัวเราะเบาๆ เพื่อไม่ให้ทำให้คนตรงหน้าอายมากไปกว่านี้ ชายหนุ่มเขยิบมาด้านใกล้ๆอันดิเน่พลางรวบเอวน้อยๆนั่น
แรน : หืม~ อะไรกัน ทั้งๆที่ตอนอยู่ที่โรงแรม อันดิเน่เป็นฝ่ายเริ่มก่อนแท้ๆ - แรนพูดใกล้ๆหูของอันดิเน่ที่ร้อนผ่าวนั่น พลางจุฟที่ต้อนคอหญิงสาวเบาๆ ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ๆหูของทูติสาวอีกครั้ง
แรน : ถ้างั้น ตาเราเริ่มก่อนบ้างนะ~ - แรนค่อยๆพลิกให้อันดิเน่ให้หันมาทางชายหนุ่มและยื่นหน้าไปใกล้ๆเธอ - ทานล่ะนะ~ - ว่าแล้วก็ทำการจูบทูติสาวอย่างอ่อนโยน ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็กุมมือของทูติสาวไว้เพื่อไม่ให้เธอหนีเพราะความอาย ก่อนจะยอมแต่โดยดี - อือ... อืม... - หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีแรนก็ถอนลิ้นออกมาเป็นอันเสร็จภาระกิจ ก่อนจะยิ้มให้ทูติสาวที่หอบและใบหน้าแดงแป๊ดตรงหน้าเขา - ขอบคุณสำหรับอาหารนะ~ (โอคาเระซามะ) - แรนพูดพลางหอมแก้มเธออีกหนึ่งฟอด เพราะอดใจแกล้งคนตรงหน้าไม่ไหวแล้ว

- ตุบ !! - เสียงของอันดิเน่ฟุบสลบลงบนหน้าอกของแรนทันทีหลังจากที่เขาหอมแก้มปิดท้ายเธอ

อันดิเน่ : . . . . . . . . . . . - ไม่มีเสียงตอบกลับจากทูติวารีตรงหน้าของเขาใดๆทั้งสิ้น ดวงตาของเธอกลายเป็นลูกอมหมุนไปมาพร้อมกับสีของใบหน้าที่ไม่สามารถลบออกไปได้ -


แรน : หวา แกล้งมากไปหรอนี่ = w =''' - แรนยกนิ้วชี้มาเกาแก้มตัวเองพลางยิ้มแห้งๆ แต่เขาก็ค่อยๆกระชับแขนที่รวบเอวของหญิงสาวไว้อย่างอ่อนโยน - เอาเถอะ นอนให้สะบายเถอะนะ ...- แรนพูดพลางจุฟที่ศรีษะของหญิงสาวเบาๆ พลางลูบผมของเธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะปล่อยให้เธอนอนอยู่บนร่างของเขาทั้งแบบนั้น
ริวโค : แรนมีเรื่องจะ... - ริวโคเดินมาหาแต่ก็ถูกแรนหยุดด้วยไว้ก่อน
แรน : ชี่ ~ เดี๋ยวรอให้อันดิเน่ตื่นก่อน เดี๋ยวเราจะไปหานะ - แรนโทรจิตไปหาริวโค พลางยิ้มให้
ริวโค : อ้อ ได้สิ ว่าแต่ ท่านอันดิเน่เป็นอะไรไปหรอ? ถึงได้ไปซบอกท่านแบบนั้นน่ะ?
แรน : ฮะๆ เผลอแกล้งเขามากไปนิดนึงน่ะ เมื่อกี้กำลังเพลียๆด้วยเลยปล่อยตัวมากไ ปหน่อย - แรนยิ้มแห้งๆให้คนตรงหน้า - แต่ได้รับการเติมกระแสเวทย์แล้ว ตอนนี้สะบายดีแล้วล่ะ~
ริวโค : เอาเถอะไว้คุยกันที่หลังก็ได้ อยู่แบบนั้นระวัง โซฟีจะหึงนะ - ริวโคแซว
แรน : เราว่าโซฟีไม่หึงเราหรอก ริวโคนั่นแหละอย่าอยู่ใกล้เรย์อิเซนมากเกินไปล่ะ คุๆ - แรนยิ้ม
ริวโค : ห๋า? ข้ากับโซฟีเนี่ยนะ ไม่มีทาง ยัยเด็กนั่นชอบหาเรื่องข้าอยู่ประจำ คิดแล้วชวนหงุดหงิดจะตาย - ริวโคหน้าแดงนิดหน่อยก่อนจะหันหลังให้แรน
แรน : จะเป็นแบบนั้นรึเปล่าน้า ~ - หลังจากนั้นริวโคก็เดินกลับไปที่กลุ่มของริตโตะตามเดิม
เรย์อิเซน : แรนเป็นไงบ้าง?  - เรย์อิเซนหันมาหัวเราะคิกๆก่อนจะถามริวโคผ่านทางโทรจิต
ริวโค : .... กอดกันกลมอยู่ตรงนั้นน่ะ - ริวโคชี้ไปทางแรน
เรย์อิเซน : กรีสสส แบบนี้ ท่านอันดิเน่ก็เป็นสาวไปอีกขั้นแล้วสิ!!! - เรย์อิเซนกระดี้กระด้าทันที ริวโคไม่ตอบอะไรแต่หันมาหาโซฟี
ริวโค : ว่าแต่โซฟี ตอนที่ไซเซอร์เรียกเธอให้ไปน่ะ คุยอะไรกันหรอ? - ริวโคนั่งลงให้ระดับสายตาอยู่พอดีกับสาวน้อยตรงหน้าตัวเองพลางถามขึ้นด้วยความสงสัยและเป็นห่วง - เจ้านั่นคงพูดอะไรกรอกหูเธออีกสิท่า?

เด็กสาวนิ่งเงียบไม่ได้ตอบอะไรริวโคกลับไป

โซฟี : นี่ . . . . ไซเซอร์ . . . เป็นใครเหรอ ? - หญิงสาวเอ่ยถามริวโคขึ้นด้วยน้ำเสียงบางเบาของเธอ -ชายหนุ่มที่ถามกลับไม่ได้คำตอบจากเด็กสาวแต่ดันถูกถามอีกที ริวโคเห็นท่าทีที่แปลกไปของโซฟี ท่าทางเธออยากจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับไซเซอร์สินะ

ริวโค : เอาเถอะ ปิดไว้ก็เท่านั้นล่ะนะ แต่ว่าเรื่องนี้แรนยังรู้เรื่องนี้นะ เพราะแรนฝังใจกับรีเน่มาก ข้าเลยไม่อยากทำให้แรนสับสนน่ะ - สายตาที่คมสวยนั่นมองมาที่ดวงตาของโซฟี ก่อนจะพูดต่อ - ที่จริงแล้วไซเซอร์น่ะ เป็นโอรสคนรองของกษัตริย์มาจิ๊กดรีม ส่วนรายละเอียดคงต้องมีเวลามากกว่านี้น่ะนะ เพราะเรื่องมันยาวมากเหลือเกิน อีกอย่างข้าเองก็ไม่อยากให้เจ้าต้องคิดมากกับเรื่องของแรน และข้าเองก็กลัวว่าแรนจะรู้เรื่องนี้เข้าเหมือนกัน เพราะงั้นไม่ต้องเป็นห่วงนะ พวกข้าจะพยายามจัดการเรื่องนี้เอง - ริวโคยิ้มบางๆให้สาวน้อยตรงหน้า
ทางด้านอันดิเน่เองก็ค่อยๆซลึมซลือขึ้นมาหลังจากที่เผลอสลบไปครู่หนึ่ง

อันดิเน่ : . . . . - หญิงสาวผละออกจากอกของแรนอย่างรวดเร็วพร้อมกับถอยพรวดออกห่างจากชายหนุ่ม - แรน . . . . - หญิงสาวก้มหน้าเล็กน้อยและประสานนิ้วชี้ของเธอทั้งสองข้างเข้าหากัน - เอ่อ . . . . คือว่า . . . . . - ทูติสาวพูดอึกๆอักและไม่กล้ามองใบหน้าของนักดาบหนุ่ม -


แรนยิ้มแหย๋ๆ ให้กับท่าทีระแวงนั่นของอันดิเน่ ท่าทางเขาจะเผลอปล่อยตัวเองเพราะความอ่อนเพลียมากเกินไปซะแล้ว
แรน : อือๆ (ส่ายหน้า) ขอโทษนะที่ฝืนเธอน่ะอันดิเน่  - แรนพูดด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด -แล้วก็... ขอโทษเรื่องที่คนที่อยู่สู้ด้วยไม่ใช่เราแต่เป็นไซเซอร์นะ อยู่ๆ เราก็รู้สึกเหมือนกับโดนบางอย่างสะกดไ้ว้แล้วก็ได้ไซเซอร์ช่วยเอาไว้ น่าเจ็บใจจริงๆที่ต้องให้เจ้านั่นยื่นมือมาช่วย... - ชายหนุ่มกำมือแน่น แต่ก็รู้สึกตัวได้ว่าตัวเองเริ่มแสดงความอ่อนแอออกมาอีกแล้วจึงรีบดึงตัวเองกลับมา - จะจริงสิ อันดิเน่... คือ.. อ๊ะ หลับมานานแล้วไป ไปเก็บเลเวลกันเถอะ  - ว่าแล้วแรนก็รีบจูงมืออันดิเน่วิ่งไปที่ประตูทันที
แรน : ริวโค เรย์อิเซน โซฟี ไปหามอนใกล้ๆนี่กันก่อนดีกว่า เดี๋ยวค่อยกลับมาพักที่นี่อีกที  ^ = ^ - แรนหันไปเรียกกลุ่มของตัวเองที่กำลังคุยกันอยู่
เรย์อิเซน : อือ ไปกันเถอะโซฟีจัง~ - เรย์อิเซนยิ้มพลางคว้าแขนน้อยๆนั่นทันที
ริวโค : อ้าวเฮ้ คอยก่อน เป็นอะไรกันหมดล่ะเนี่ย ริโต๊ะ เดี๋ยวพวกข้ากลับมานะ ไปล่ะ - ริวโครีบตามพวกที่เดินออกไปด้านนอกทันที ไม่ทันที่ริโตะจะส่งพวกเขาเลยซะด้วยซ้ำ (อ๊ายแรนอายกับเค้าก็เป็น) หลังจากเดินออกไปจากบ้านนิดหน่อยก็พบกับทุ่งหญ้าใกล้ๆนี้ แต่ว่าแรนถึงกับต้องอึ้ง
แรน : นะนะนี่มันอะไรกันล่ะเนี่ย? เพราะRM แอบอู้เรอะไหงมอนมันกระจุกดันเยอะแยะแบบนี้! - แรนกุมขมับตัวเองพลางบ่นขึ้น เพราะภาพตรงหน้านี่มันเป็นงานสามัคคีหรืองานร่วมรุ่นมอนหรืออย่างไร ทั้งแกะทั้งด้วงทั้งอะไรต่อมิอะไรอยู่กันเต็มไปหมด
แรน : เอาเถอะบ่อเลเวลอยู่ตรงหน้าแล้ว คงต้องลุยกันล่ะนะ - แรนเรียกริวโคกับเรย์อิเซนมาไว้บนมือ ก่อนจะตั้งท่าพร้อมสู้ - ไปกันเถอะอันดิเน่ โซฟี!
ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะไม่ค่อยเข้าข้างชายหนุ่มซักเท่าไรนัก แมลงต่างๆ ต่างได้ตกลงไปอยู่ในท้องฝูงแกะแถวๆนั้นหมดเสียแล้วและดูเหมือนว่าฝูงมอสเตอร์ไม้ที่แรนเห็นเมื่อครั้งแรกจะห่างหายเหลือเพียงไม่กี่ตัวซะแล้ว


แรน : .... - แรนอึ้งไปพักหนึ่งก่อนจะเก็บดาบกลับที่เดิม - อืม... แถวๆนี้แปลกๆจริงๆ้ด้วยนะ เราว่ากลับไปรวมกันที่บ้านหลังนั้นก่อนจะดีกว่า เผื่อ ... ริโตะสินะ จะรู้เรื่องแถวนี้ - แรนออกความเห็น
ริวโค : นั่นสินะ ข้าเองก็รู้สึกไม่ค่อยดีกับแถวๆนี้เหมือนกัน กลับไปพักกันซักหน่อยดีกว่า พวกเราเดินกันมาทั้งวันแล้ว - ริวโคพูด พลางเดินนำไปก่อน และตามด้วยคนอื่นๆ

พอมาถึงบ้านหลังเดิมแรนเดินดุ่มๆตรงดิ่งมาที่เก้าอี้ทันที ก่อนจะหยิบแผนที่ออกมาดู
แรน : .... - ชายหนุ่มให้ความสนใจกับแผนที่อย่างมากเพราะเขาต้องวางแผนในการเก็บเลเวลด้วย เพื่อเตรียมความพร้อมในการเผชิญหน้ากับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะยังอยู่ในเขตุปลอดภัย แต่ทว่ารอบๆด้านของเขาเต็มไปด้วยเขตุอันตรายระดับกลางเสียแล้ว และตัวเขาเองก็สามารถมองเห็นยอดเขาจากบ้านของเฟย์อีกด้วย

ทางด้านโซฟีเหมือนจะครุ่นคิดเรื่องอะไรบางอย่้างเองอยู่โดยไม่ได้บอกคนอื่น แต่ดูเหมือนว่าเธอเองก็อยากจะได้คำตอบจากริวโคก่อนเช่นกัน


แรน :( ถ้าดูจากบริเวณรอบๆแล้ว มีมอนที่น่าจะเก็บเลเวลได้อยู่เหมือนกัน ) - แรนหยิบสมุดบันทึกข้อมูลมอนฯที่อยู่บริเวณรอบๆขึ้นมาเปิดเทียบกัน -  (ลำพังกำลังของเราตอนนี้คงจะล่าได้แค่ Firefox ... แต่ถ้าอันดิเน่กับโซฟีอยู่ด้วย ก็น่าจะล่าเป็นกลุ่มได้บ้าง...) ... (ถ้าเราใช้ท่านั้นก็จะปราบ Firefox ได้ 3 ครั้งต่อตัว... ถ้ามัวแต่เสียเวลาโจมตีธรรมดา...) - ชายหนุ่มเริ่มมีอาการคิดหนักขึ้นมาทันที เพราะเคยเป็นถึงหัวหน้าอัศวินมาก่อนและเป็นคนเกลียดการสูญเสียจึงจำเป็นต้องรอบคอบให้มากที่สุดจนลืมคนอื่นๆไปแล้วตอนนี้
เรย์อิเซน : มาทางนี้เถอะท่าอันดิเน่ ปล่อยให้แรนอยู่คนเดียวเถอะ นะ~ - เรย์อิเซนเดินมาแตะไหล่อันดิเน่พลางยิ้มอย่างร่าเริง
ริวโค : .... - เม็ดเหงื่อเริ่มผุดบนใบหน้าของชายหนุ่ม เพราะสายตาของโซฟีที่อยากจะรู้เรื่องราวที่ชายหนุ่มไม่ได้บอกกับเธอให้ละเอียด - นี่เธออยากรู้มากขนาดนั้นเลยหรอโซฟี ? - ริวโคถามสาวน้อยตรงหน้าตัวเองพลางกุมขมับ

โซฟี : ใช่ . . . . . - เสียงเล็กๆดังออกจากปากของเธอตอบริวโคตรงหน้าด้วยใบหน้าที่แน่นิ่งของเธอ -

ทางด้านอันดิเน่เองก็ได้ดึงเรย์อิเซนไว้และกระซิบคุยกันข้างหลังของแรน

อันดิเน่ : ปล่อยไว้จะดีเหรอ ? - หญิงสาวกระซิบถามเพราะเธอเห็นว่าแรนท่าทางจะกำลังคิดหนักอยู่เลยทีเดียว -


เรย์อิเซน : น่าๆ ปล่อยเขาไปก่อนเถอะ เดี๋ยวก็เสร็จแล้วล่ะ ~ - เรย์อิเซนยิ้ม ส่วนทางด้านริวโคที่เริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกเด็กตัวเล็กๆกดดันอยู่นั่นเอง
ริวโค : ... เฮ้อ ก็ได้ๆ ถ้างั้นฟังให้ดีๆล่ะ - ริวโคเดินไปนั่งตรงบรรไดข้างๆโซฟี - แล้วอย่าให้แรนรู้เรื่องนี้นะ... - ริวโคเว้นเสียงก่อนจะเริ่มเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังทันที

ที่จริงแล้วไซเซอร์ก็คือ เร็น บลาโด้ โอรสคนรองของพระราชา เป็นน้องชายของแรน แต่เร็นนั้นไม่เหมือนกับแรน เร็นมีกระแสเวทที่เข้มข้นกว่าแรนมาก ทั้งๆที่เกิดราศีเดียวกันแต่แค่ต่างเดือนเท่านั้น จึงได้รับตำแหน่งสืบทอดในการขึ้นครองราชครั้งต่อไป ซึjงแรนเองก็เห็นด้วยและยอมรับเรื่องนั้น แต่เพราะ เร็นเป็นคนฉลาดและเล่ห์เหลี่ยมเยอะกว่าแรนที่เป็นคนซื่อและอ่อนโยน ทำให้ไม่ค่อยถูกกับพวกชิแสที่อยู่ในวังสักเท่าไหร่ ข้าได้ยินมาว่า เจ้าพวกนั้นบิดเบือนคำพยากรว่า เร็นจะเป็นคนทำให้อณาจักรพินาจ จนทำให้ต้องถูกสกดอยู่ในถ้ำแห่งการจองจำอยู่ร่วมสองปี ส่วนแรนที่พยายามจะช่วยก็ถูกลบความทรงจำเกี่ยวกับเร็นออกไปจนหมด และสร้างความทรงจำเกี่ยวกับน้องสาวขึ้นมาแทน ซึ่งนั่นก็คือ รีเน่ เจ้าพวกนั้นใช้นางให้เป็นโซ่ตรวนไม่ให้แรนเกิดสะกิตใจเรื่องที่ว่าตัวเองมีพี่น้องร่วมสายเลือดอยู่ แต่โชคไม่เข้าข้างเจ้าพวกนั้นเท่าไหร่ที่เร็นนั้นตอบรับความมืดของซาตานเข้าและถูกปลดปล่อยออกมาจนมีร่างมารและเปลี่ยนชื่อตัวเองเป็นไซเซอร์ หลังจากนั้นไม่นานไซเซอร์ก็ยกกำลังบุกมาจิ๊กดรีมและฆ่าชินแสที่คิดกฏบต่อตัวเองจนหมด รวมทั้งพระราชาและราชินีด้วย ส่วนแรนที่เป็นพี่ชายของตัวเอง ก็ได้ฝังกาฝากเอาไว้ และลงคำสาปไม่ให้รักใครไว้ จนทำให้คนที่อยู่ใกล้ๆเริ่มล้มตายเพราะคำสาปนั้นแต่แรนก็ได้รีเน่คอยช่วยเหลืออยู่บ้าง เพราะนางมีกระแสเวทที่เข้มข้นเหมือนกัน แต่เพราะแรนไม่สามารถที่จะต่อกรกับไซเซอร์ได้จึงทำให้นางถูกไซเซอร์พาตัวไป และนั่นจึงทำให้ข้าไม่อาจที่จะบอกความจริงกับเขาได้ ข้าเองก็ไม่คิดว่าไซเซอร์เป็นคนดีหรอกนะ เพราะเจ้านั่นทำให้ผู้คนต่างล้มตายและสร้างความทรมานให้กับแรนผู้เป็นพี่ตัวเองอีกด้วย ...


ริวโคเงียบไปคู่หนึ่งพลางชำเลืองมองเด็กสาวที่อยู่ใกล้ๆ - นี่แหละคือความจริงที่ข้ารู้และไม่อยากให้นายของข้าได้รับรู้ความจริงนี้ เพราะจิตใจที่จะช่วยรีเน่นั้นบริสุทธิ์เกินไป ข้ากลัวว่าถ้ามนุษย์รู้ความจริงที่โหดร้ายนี่ จะทำให้เขาสับสนและไม่อาจดำรงเส้นทางของตัวเองไว้ได้อีก เพราะอย่างนั้น ขอให้เจ้าปิดเรื่องนี้กับแรนด้วย ส่วนท่านอันดิเน่นั้น ข้าเองก็เกรงว่าถ้าเล่าให้นางฟัง นางอาจเผลอเล่าให้แรนฟังเพราะความเมตตาและความสงสารของท่านก็เป็นได้ แต่ถ้าเจ้าอยากจะเล่าให้นางฟังข้าก็ไม่ว่าอะไรแต่ขออย่าให้แรนรู้เรื่องนี้ก็พอ... - ริวโคก้มหน้าลงสีหน้าดูเงียบขรึมกว่าปรกติ เป็นการบ่งบอกว่าตัวเองพูดจบแล้ว

ทางด้านอันดิเน่เองก็ได้เดินตามเรย์อิเซนไปพลางเหลียวหลังกลับมามองแรนที่กำลังวางแผนการเดินทางอยู่ . . . . . . .

โซฟีเองที่ได้ฟังความจากริวโคก็ได้นั่งเงียบและคิดอะไรซักอย่างเพียงลำพังไปพักใหญ่ๆ

โซฟี : รีเน่ . . . ก็เหมือนกันเหรอ ? - เด็กสาวยังซักถามริวโคอย่างต่อเนื่อง - ถ้าไม่ . . . . ทำไม . . . . ไม่บอกแรน . . . . . . . - โซฟีเงียบออกไปและนักนึกอะไรคนเดียวเหมือนเคยระหว่างรอคำตอบจากริวโค -


Player Reaction : เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
น้องสาวเซะซี่
 เจ้าของ| โพสต์ 29-7-2010 01:05:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แผนที่ล่าสุด บ่งบอกตำแหน่งของแต่ล่ะคนที่กำลังเล่นอยู่ในขณะนี้



Last Event : ขึ้นไปยังยอดของภูเขา Saint
โพสต์ 30-7-2010 15:51:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 2-8-2010 10:05

ความเดิมตอนที่แล้ว



Stella Item
Stella Recovey skill
Stella Passive skill
Stella Active skill
Stella Special ability

"งั้นรึ..." ชายหนุ่มตอบรับสั้นๆ แววตาของเขาดูสงบลงแต่ยังคงจับจ้องไปที่เป้าหมายคนเดิม "ไปซะ..." โดมินิคพูด

"ล้มเลิกการจับภูติตัวที่แห่งไฟ เธอน่ะไปพักฟื้นร่างกายซะก่อน แล้วค่อยมาว่ากันอีกที....." ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่หันมามองที่เอฟฟี่เช่นเคย

"ชั้นยังมีเหตุผลที่ต้องอยู่ซัดกับมันที่นี่ต่อ ไม่สิๆ สำหรับพวกสวะมันคงจะเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่อง...." โดมินิคพูดพลางชาจพลังไฟฟ้าเอาไว้ที่ขาทั้งสองข้างอีกครั้ง

"แต่สำหรับราชันย์อย่างชั้น มันไม่มีทางจบเรื่องแค่บาดเจ็บแล้วเลิกรากันไปเด็ดขาด !!!" ชายหนุ่มดีดร่างของเขาเข้าไส่มหาเปลวเพลิงตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

"อั้ก !! ถุด... แฟรงค์ !!!!!!" โดมินิคสำลักเอาเลือดสีดำออกมาจากปาก ร่างกายของเขาก็เริ่มเกิดรอยร้าวพร้อมๆกับควันต้องสาปที่ค่อยๆพุ่งออกมา แต่ชายหนุ่มก็ยังดึงดันที่จะใช้พลังเรียกเอาข้ารับใช้ของเขาออกมา

และนั่นทำให้ท้องฟ้าทางด้านหลังของเขาเปิดออก กลุ่มเขี้ยวบินราวๆสิบตัวก็ต่างพากันมาอารักขานายของพวกมันทันที

"นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วพวกแก.. แฟรงค์ !!" ลำแสงสีแดงยิงเข้าไส่อิฟรีททันทีเมื่อสิ้นคำสั่ง ก่อนที่โดมินิคจะกระโดดขึ้นมาย่อตัวบนเขี้ยวบินอีกสองตัวพร้อมๆกับชาจพลังไฟฟ้าขนาดยักษ์ไว้ที่มือขวา(พันปักษา) โดยเขี้ยวบินที่เหลือก็เริ่มกางลำแสงเป็นโล่สำหรับการบุกตะลุยทันที !!

- หมับ !! - ข้อแขนเล็กของเอฟฟี่ได้รวบรอบเอวของโดมินิคเพื่อที่รั้งชายหนุ่มไว้

เอฟฟี่ : พอก่อนเถอะ !!! ร่างกายของนายน่ะมันรับไม่ไหวแล้วนะ !! - หญิงสาวร้องขึ้นพร้อมกับจับตัวของจอมมารไว้แน่น -

ทางด้านอฟรีทเองที่ชูมือยื่นออกมาด้านหน้าก็ได้หยุดลงกระทันหันและเพ่งมองมาที่ศัตรูของเขาด้านหน้า


ชายหนุ่มค่อยๆหันมาชำเลืองมองเอฟฟี่อย่างช้าๆ โดยที่ใบหน้ากว่าครึ่งของเขาเริ่มกระเทาะออกเป็นควันต้องสาปไปเสียแล้ว "ปล่อยมือซะ.... เธอกำลังดูถูกชั้นอยู่นะ..." โดมินิคกระชากแขนของเขาออกจากมือของเอฟฟี่อย่างแรงก่อนจะหันหน้ากลับไปหาคู่ต่อสู้ของเขา

"อย่าลืมจุดยืนของพวกเราสิ ถ้าเป็นชั้นเมื่อตอนก่อนจะได้พลังแห่งอัสนีสายที่สองมาครอบครอง ก็คงจะเลือกที่จะหนีเหมือนกับเธอ....." ชายหนุ่มพูดพลางก้มหน้าลงเล็กน้อย

"แต่ตอนนี้ !!! ด้วยพลังขนาดนี้ !!! ถ้าชั้นหนีไป !!! ชั้นก็จะกลายเป็นแค่ไอ้หมาขี้แพ้ที่มีดีแค่การเอาพลังมาโชว์เปล่าๆเท่านั้น !!!" สิ้นเสียง โดมินิคจะอัดพลังไฟฟ้าไส่เข้ากับเขี้ยวบินฐานรองทั้งสอง พร้อมกับพุ่งเข้าไส่กลุ่มพลังเพลิงของอิฟรีททันที

บรึ้ม !! สายขนาดใหญ่ระเบิดขึ้นมาจากพื้นดินเข้าขั้นกลางทั้งสองคน แต่เมื่อควันจางลงก็เห็นเพียงฝุ่นควันเท่านั้น

"แกจะจบการต่อสู้นี้ยังไง ฮึ ไอ้สวะ !!" ร่างของสเตล่าที่ถูกโดมินิคควบคุมปรากฏขึ้นทางด้านล่างของอิฟรีท [ความต่างของส่วนสูง] เสียงของชายหนุ่มดังซ้อนออกมาจากเสียงเล็กๆของเด็กสาว พร้อมกับหนวดโลหะที่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดินทั้งสี่ทิศทาง {Use Skill Go To Hell}
เอฟฟี่เองได้แปลกใจเล็กน้อยกับคำพูดของโดมินิค เธอค่อยยืนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับยิ้มออกมา

เอฟฟี่ : ท่านราชันย์ . . . . . .

ทางด้านอิฟรีทเองก็ได้ตกใจกับวิธีที่โดมินิคได้ใช้ทำให้เขาไม่สามารถหลบเส้นโลหะตรวนที่พุ่งขึ้นมาอย่างกระทันหันได้

อิฟรีท : HP 980 / 1400

ดูเหมือนว่าโซ่พันธนาการของสเตล่าจะสามารถโจมตีโดนอิฟรีทได้เพียงแค่แว้บเดียวเท่านั้น จากนั้นทูิติแห่งเพลิงก็สามารถสะบัดตัวหลุดออกมาได้อย่างรวดเร็ว

อิฟรีท : ฮึ่ย !!!! - ชายหนุ่มกัดฟันกรอดพร้อมกับล้อมรอบตัวเองไว้ด้วยกำแพงเพลิง -


"ฮ๊า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า !!!! ว่าไงเล่าไอ้คุณสุภาพบุรุษ !!! แกกล้าโจมตีไส่ชั้นรึปล่าว !! ไม่สิ แกกล้าโจมตีไส่ร่างกายของยัยเด็กนี่รึปล่าว !!!!" โดมินิคหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ภายใต้การควบคุมของมารร้าย ตอนนี้ใบหน้าของสเตล่าไม่เหลือความน่ารักหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย

ซูม !!!!! สายฟ้าสีดำพวยพุ่งเข้าห่อหุ้มร่างกายของเด็กสาวเอาไว้ ก่อนจะแผ่กระจายออกไปอย่างกว้างขวางด้วยความเร็วสูง "รับมือให้ได้ทั้งหมดก็แล้วกันนะเว้ย !!!!" เสียงของโดมินิคดังขึ้นโดยไม่มีเสียงซ้อนของสเตล่าในกลุ่มก้อนสายฟ้า ท้องฟ้าโดยรอบฉีกขาดออกอีกครั้ง พร้อมกับฝูงเขี้ยวบินนับสิบที่ถูกฉาบไปด้วยสายฟ้ามรณะของมารร้าย

"จงสำนึกเสียใจซะให้พอ ถ้าต้องมาเจอกับชั้น !!!!" ร่างของชายหนุ่มกระโดดออกมาจากกลุ่มก้อนสายฟ้าที่ห่อหุ้มตัวของเขาเอาไว้ พร้อมๆกับเขี้ยวบินที่เริ่มทำการระเบิดพลีชีพครั้งใหญ่อีกครั้งนึง

บรึ้มๆๆๆๆๆๆ !! เสียงระเบิดต่อเนื่องดังสนั่นไปทั่ว พร้อมๆกับสะเก็ดไฟฟ้าที่เผาไหม้เอาพื้นดินโดยรอบจนกลายเป็นฝุ่นผง บนอากาศ ร่างกายของโดมินิคแตกสลายเป็นฝุ่นทรายและปรากฏร่างของสเตล่าขึ้นมาอีกครั้ง

"กระโดด เอฟฟี่ !!" สเตล่าตะโกนสั่งหญิงสาวที่ยืนรออยู่ด้านล่าง ทันใดนั้นหนวดโลหะเส้นนึงก็พุ่งขึ้นมาจากพื้นดินขึ้นมารองรับร่างของเด็กสาวเอาไว้ ก่อนที่จะมีหนวดโลหะอีกนับสิบเส้นที่แหวกทะลวงบริเวณรอบๆตัวของอิฟรีท [ฝูงแฟรงค์ยังพุ่งไประเบิดไส่อยู่อีก2-3ตัว] ขึ้นมาเปิดปลายปากของพวกมันอย่างพร้อมเพรียงโดยมีกลุ่มก้อนไฟฟ้าขนาดยักษ์เตรียมชาจอยู่ที่ปลายของพวกมันอีกด้วย

ตูม !!!!!!!!!

ระเบิดอีเล็กตรอนขนาดมหึมาขยี้เอาพื้นที่โดยรอบไปหลายร้อยเมตร และตอนนี้ ณ พื้นเบื้องล่างนั้น เต็มไปด้วยสะเก็ดไฟฟ้าจำนวนมากและควันจากการทำลายล้างอันบ้าคลั่ง

อิฟรีท : ครั้งหนึ่งได้มีการปะทะขึ้นที่เมืองที่รกร้างไปแล้วแห่งหนึ่ง . . . . . ระหว่าง LV 5 แห่งเมืองอาคาเดมีกับชายหนุ่มปริศนา . . . - เสียงนั้นค่อยๆลอดออกมาจากกองควัญในสนามรบแห่งนั้น - คุณเองสินะ . . . - ร่างกายของอิฟรีทเองยังคงสภาพใหม่เอี่ยมไว้ มีแต่เพียงรอยไฟฟ้าไหม้ที่ชายเสื้อของเขาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เปลวเพลิงได้ลุกโชญขึ้นอีครั้งหนึ่งและพุ่งมายังร่างของเด็กสาวเบื้องหน้าเขาทันที แต่แล้วมันก็ได้หักมุมออกไป ทางด้านหนวดโลหะรอบๆตัวของเด็กสาว ( ? ) แทน พร้อมกับหลอมเขี้ยวบินรอบๆตัวของเขาลง - สเตลล่า !!!! - ชายหนุ่มตะโกนขึ้น ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่เลิกล้มความตั้งใจของเขาลง -


"อย่าพูดถึงยัยตัวแสบนั่นพล่อยๆสิวะ ไอ้สวะ...." สเตล่าพูด "เอาไว้ชั้นฆ่าแกที่นี่เสร็จแล้ว ชั้นค่อยกลับไปฆ่ายัยนั่นอีกทีเป็นไง !!!" เด็กสาวตะโกนถามอิฟรีทด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวไปด้วยอารมณ์ที่เริ่มบ้าคลั่งของโดมินิค ก่อนที่พลังไฟฟ้าจำนวนมหาศาลจะพวยพุ่งออกมาอีกครั้ง

"อีกอย่างนะเว้ย !! ร่างกายของยัยนี่น่ะ มันพาชนะของชั้น !! คิดว่ามันจะต่อต้านชั้นได้รึไงวะ !! อึ้กกกกก !!!!! " ใบหน้าของสเตล่าเริ่มทุเรศขึ้นเรื่อยๆจากทั้งท่าทางและคำพูดของมารร้ายที่เริ่มเสียสติจากการฝืนใช้พลังจนร่างกายรับไม่ไหว แต่แล้วชายหนุ่มก็ชะงักไปด้วยสาเหตุบางอย่าง {ก.....ลั.....บ.....ไ....ป....ซ....ะ.....} ร่างวิญญาณของสเตล่าค่อยๆปรากฏขึ้นซ้อนออกมาจากร่างกายของเธออีกทอด [งงอ่ะดิ]

"บะ... บ้...า..... นี่มันบ้าชัดๆ !!" ร่างวิญญาณของโดมินิคเองก็เริ่มฉีกตัวออกมาจากร่างกายของสเตล่าเช่นกัน "หนะ... นี่....แก.... คิดจะ... ต่อต้านชั้นงั้นเรอะ..... นี่แกคิดว่าจะ.... ควบคุมชั้น.... ได้รึยังไง !!!!!! " ร่างวิญญาณของโดมินิคเบียดเอาร่างวิญญาณของสเตล่าจมหายลงไปอีกครั้ง

"แฮ่กๆๆ... ไอ้บ้านี่ !! ชั้นจะฆ่าแก !!!!" เด็กสาวกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่เธอจะทิ้งร่างเล็กๆนั่นให้ร่วงลงสู่พื้นดินอีกครั้ง

ซูม !!! หลังจากลงกระแทกจนเกิดการระเบิด ร่างของเด็กสาวก็วิ่งตรงเข้าหาอิฟรีทอีกครั้งพร้อมกับมือขวาที่ชโลมไปด้วยสายฟ้าสีดำ แต่ดูเหมือนว่ามารร้ายจะเสียสติไปซะแล้ว การโจมตีครั้งนี้ของเขา ไร้ซึ่งความเยือกเย็นใดๆ จะมีก็เพียงความเกรี้ยวโกรธอันไร้เหตุผลเท่านั้น...

อิฟรีท : ย้ากกกก !!! - ชายหนุ่มยืดแขนของเขาออกมาพร้อมๆกับออร่าเพลิงบนหลังของเขา - สวบ !!!! - เสียงหัตไฟฟ้าทะลุระหว่างร่องแขน ( รักแร้ ) ของชายหนุ่มไป เขาได้หนีบแขนข้างนั้นไว้และพลิกตัวของสเตล่า ( ? ) พร้อมกับกดไว้กับพื้น - สเตลล่า !!!!

อิฟรีท : HP 780 / 1400

ดูเหมือนว่านี่จะเป็นการโจมตีครั้งที่สองที่สามารถโดนตัวของทูติแห่งเพลิงได้ ชายหนุ่มยังคงพยายามที่จะลากตัวของเด็กสาวออกมาให้จงได้


"อิฟรีท.... อิฟรีท !! อิฟรีท !!!" ภายในห้วงแห่งความมืดมิด เด็กสาวพยายามที่จะส่งเสียงของเธอเรียกหาภูติแห่งไฟด้านนอกอย่างสุดความสามารถ แต่มันก็ไร้ผล จิตวิญญาณของเธอถูกมารร้ายผนึกเอาไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของความมืดในจิตใจไปเรียบร้อยแล้ว รวมถึงเสียงเรียกของอิฟรีทที่ค่อยๆเบาลงเรื่อยๆ.....

"หึ.. ทำดีมากเลยนะไอ้สวะ !! ชั้นรอเวลาที่แกจะเข้ามาใกล้ชั้นขนาดนี้มานานแค่ไหนรู้มั้ย ?"ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างสะใจ พลังไฟฟ้าเริ่มพวยพุ่งออกมาอีกครั้ง พร้อมๆกับอักขระสาปที่ไหล่ซ้ายที่ค่อยๆกลืนกินร่างกายของสเตล่า พลังที่ถูกใช้จนเกินลิมิตมันได้ไปกระตุ้นคำสาปมรณะของชายชุดคลุม 1 เข้าเสียแล้ว..... แต่โดมินิคไม่ได้สนใจคำสาปนั่นแม้แต่น้อย เขาค่อยๆขยับนิ้วมือที่ยังว่างอยู่เพื่อส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง ก่อนที่จะใช้มือข้างนั้นคว้าร่างของอิฟรีทเข้ามากอดไว้แน่น

ตูม !! หนวดโลหะสี่เส้นกระโจนขึ้นมาจากพื้นดินอย่างรวดเร็วพร้อมๆกับพลังไฟฟ้าขนาดมหึมาที่คาอยู่ที่ปลายของมันโดยพร้อมจะยิงได้ทุกเมื่อ !! "อย่าคิดว่าไฟของแกจะใช้ปกป้องร่างของยัยเด็กนี่ได้เชียวนะ เพราะแค่พริบตาที่แกปกป้องมัน มือขวาของชั้นก็จะกระซวกหัวใจของแกออกมา หึ หึ หึ หึ ระยะแค่นี้ ไม่ว่าจะเป็นโล่ไฟหรือสัญชาตญาณ มันก็ใช้หลบไม่ได้อีกแล้ว !!!"ชายหนุ่มพูดออกมาอย่างใจเย็น ใช่แล้ว โดมินิคไม่ได้สูญเสียความเยือกเย็นไปแต่อย่างใด ทั้งหมดคือการตบตาเพื่อให้อิฟรีทเข้าไกล้ตัวของเขาให้มากที่สุด !!

"ทำให้มันจบซะ !! นี่คือของขวัญชิ้นสุดท้ายที่ชั้นจะมอบมันให้กับเธอ !! เอฟฟี่ !!!!" สิ้นเสียงตะโกน กระแสไฟฟ้าก็ถูกยิงออกมาจากหนวดโลหะทั้งสี่ ยิงเข้าอัดร่างกายของผู้เป็นนายของมัน พร้อมๆกับอิฟรีทที่พยายามช่วยเหลือร่างกายนั้นอย่างเลือดเย็น

บรึ้ม !!!!!

เสียงระเบิดพลีชีพซะท้อนกังวาลไปทั่วทุกสารทิศ ทูติแห่งเพลิงเองไม่ได้เกรงกลัวคำพูดของโดมินิคที่หมายจะเอาชีวิตของเขาเลยแม้แต่น้อย ในเสี้ยวเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น ชายหนุ่มได้ตัดสินใจโยนร่างของสเตลล่าออกไปนอกมุมลำแสงเพื่อรักษาร่างกายนั้นไว้

. . . . . . สิ้นเสียงและเหตุการณ์ทำลายล้างด้านหน้าลงไปพร้อมๆกับกลุ่มหมอกควัญที่ลอยกระจายออกไปกับสายลม เอฟฟี่เองก็ไม่ได้มัวรีรอพิธีตรีตรองแต่อย่างใด เธอได้กางวงเวทย์ผนึกออกเพื่อที่จะทำการจับตัวทูติแห่งเพลิงไว้ทันที - ครืน !! - เปลวเพลิงยังคงลุกไหม้ขึ้นและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงทำให้เอฟฟี่เองต้องรีบผละตัวหลบออกมาเสียก่อน

เอฟฟี่ : ทูติทุกตัวดูถูกไม่ได้เลยจริงๆนะ . . . . . - หญิงสาวคงพลังของเธอไว้และถามโดมินิคขึ้น - ถ้าผนึกตอนนี้ยังมีโอกาศที่จะไม่สำเร็จอยู่บ้าง จะให้ชั้นเสี่ยงดูก่อนเลยรึเปล่า ?

อิฟรีท : HP 580 / 1400

สเตลล่า : Hp 31 / 151


"แฮ่กๆๆๆ อา.... ชั้นคงทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะนะ.." เด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา มันไม่ได้เกิดจากความกลัวใดๆ แต่มันคือน้ำเสียงของคนที่กำลังจะตาย ด้วยผลจากขักระสาปทำให้ตอนนี้ร่างกายของสเตล่าไม่สามารถมองเห็นได้แล้ว

"ถ้าทำให้มันเสียเวลาป้องกันอีกซักหนก็คงดี หลังจากนั้นคงต้องฝากเธอแล้วล่ะ...." เด็กสาวยื่นแขนที่ไร้เรี่ยวแรงนั้นให้กับเอฟฟี่อย่างยากลำบาก

"อีกครั้งนึง.... ชั้นยังยิง...มันได้...อีกครั้ง....นึง.... แต่ชั้นมองไม่เห็นอะไรเลย... ช่วยจับมือชั้นแล้วเป็นตาให้ชั้นที...." เมื่อพูดจบ พลังไฟฟ้าจำนวนนึงก็มารวมอยู่ที่อุ้งมือขวาของสเตล่าพร้อมที่ยิงได้ทุกเมื่อ โดยครั้งนี้จะเป็นเอฟฟี่ที่เป็นคนลั่นไก !!
เอฟฟี่นั้นไม่รอให้โดมินิคหรือทูติไฟได้หยุดหายใจก่อนทั้งสิ้นเธอจับแขนของโดมินิคไว้อย่างมั่นคงและปล่อยพลังนั่นออกไปทันทีในระหว่างที่ทั้งสองคนนั้นยังคงสับสนกับสถานการณ์อยู่ - ซูม !!!! - เสียงพลังไฟฟ้าของโดมินิคได้ยิงออกไปอย่างรวดเร็วทันทีที่จอมมารได้รวมพลังเสร็จสิ้น ฉากระเบิดครั้งสุดท้ายจากพลังนั่นตกสะเก็ดสะท้อนมาด้านของโดมินิคและเอฟฟี่ด้วยเนื่องจากมันเป็นระยะที่ใกล้เกินไป

เอฟฟี่ : ทนไว้ก่อนนะ !! โดมินิค !! - หญิงสาวผละออกจากร่างของเด็กสาวที่อาการหนักหนาสาหัษพร้อมกับพุ่งตัวไปยังอีกด้านนึงทันที -

เสียงเหมือนกับเศษแก้วเสียดสีกันดังเป็นระยะและแตกออกอย่างรวดเร็วจนแสบแก้วหูไปรอบด้าน ไม่นานนักร่างของเอฟฟี่ก็ได้กระเด็นกลับออกมาจากจุดเกิดเหตุ และกลิ้งลงกับพื้นหลายตลบพร้อมกับควัญเพลิงที่ยังไหม้ติดตัวของเธอ

เอฟฟี่ : . . . . . . . - หญิงสาวค่อยๆชูมือที่เป็นรอยแผลไหม้ไม่แพ้ชุดของเธอ ออกมาด้านหน้าของจอมมารที่กำลังนอนซอมซ่ออยู่เช่นกัน ผลึกสีแดงสดที่มีไฟลุกไหม้ด้านในนั้นได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าของจอมมาร - ท่านราชันย์ . . . . อุ้บ !! - หญิงสาวรีบเอามือปิดปากตัวเองและหน้าแดงขึ้นทันที เธอได้ใช้เรี่ยวแรงที่มีอยู่ทั้งหมดลุกขึ้นนั่งและหันหลังไปทันที - ชั้นยังไม่ยอมรับในตัวนายหรอกนะ !! - เธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ต่างไปจากเสียงเย็นชาของเธอมาก พร้อมกันกับวางผลึกนั่นลงไว้ในมือของร่างเด็กสาวที่โดมินิคกำลังใช้งานอยู่ - พลังแห่งเพลิงใช้ให้เป็นประโยชน์ล่ะ รักษาไว้ด้วย



อิฟรีท


Player Reaction : เชิญจ้า
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 31-7-2010 08:39:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 3-8-2010 10:43



Lan Blado Item
Lan Blado Recovery skill
Lan Blado Passive skill 1
Lan Blado Passive skill 2
Lan Blado Active skill
Lan Blado Speacial ability

ริวโคส่ายหน้า ริวโค: เด็กคนนั้นไม่ได้ต้องการจะปิดแรนเรื่องนี้ไว้หรอก แต่ที่ปิดเรื่องนี้ไว้คงเพราะความใจดีของแรนและกลัวว่าหากแรนรู้เรื่องนี้เข้าตัวเองอาจโดนเกลียด นางไม่อยากให้ความทรงจำที่ได้อยู่กับแรนหายไปล่ะมั้ง - ริวโคตอบเพียงสั้นๆเท่านั้น ขณะที่เรย์อิเซนเดินมาหาเขาพอดี
เรย์อิเซน : หืม? กำลังคุยอะไรกันเอ่ย หน้าตาเคร่งเครียดเชียว ~ ^_^ - หญิงถามด้วยสีหน้าและน้ำเสียงร่าเริง
ริวโค: = _ = นิดหน่อยน่ะ เพิ่งจะคุยกันเสร็จพอดี มีอะไรหรอ? - เขาถามกลับ
เรย์อิเซน : อืม... ข้าแค่อยากหาอะไรทำระหว่างรอแรนน่ะ - เธอชี้นิ้วไปที่ชายหนุ่มที่กำลังนั่งอ่านอะไรบางอย่างอยู่ใจจดใจจ่อ
ริวโค : ... แต่สีหน้าเจ้าร่าเริงแปลกๆนะวางแผนอะไรไว้อีกล่ะ?
เรย์อิเซน : เปล๊า ข้าไม่ได้คิดทำอะไรเลยนะ~ ข้าแค่ ... - หญิงสาวยิ้มพลางมองร่างกายของอันดิเน่สลับกับโซฟี - ไม่มีอะไรหรอก ^ y ^''' - หญิงสาวแล่บลิ้นกลบเกลื่อนเจตนาของตัวเองพลางหัวเราะเบาๆ ส่วนทางด้านแรน
แรน:  (เอาล่ะ ถ้าเดินไปตามทางเรื่อยๆ ก็สามารถล่า Firefox ได้ทีละ 5-7 ตัว พอเลเวลอัพแล้วค่อยเพิ่มจำนวนได้อีก... กว่าจะถึงยอดเขาคงจะ 12 ทันล่ะนะ) - แรนจดบันทึกพลางเก็บทุกอย่างเข้าไปในกระเป๋าของตัวเอง พลางพิงพนักเก้าอีกแล้วถอนหายใจเบาๆ - บนยอดเขานั่นจะมีอะไรรอพวกเราอยู่บ้างนะ - อ๊ะ ว่าแต่เราเผลอเข้าโลกส่วนตัวไปซะนานเลยแฮะ ทุกคนไปไหนกันหมดแล้วล่ะ? - แรนหันซ้ายหันขวาหากลุ่มของตัวเอง ก็พบว่ากำลังคุยอะไรกันอยู่ตรงบรรได ชายหนุ่มมองเงียบๆก่อนจะค่อยๆลุกและเดินไปหา ขณะที่ พวกอันดิเน่ยังคงต่อบทสนทนากันอยู่

ริโตะ : โย่ว์ - ชายหนุ่มทักทายและกอดคอแรนทักทาย - วางแผนซะนานเลยนะ รอบคอบเสียจริงๆนะ

ทางด้านโซฟีเองก็ได้ลุกขึ้นและเดินไปทางด้านนอกบ้านทันทีหลังจากได้ข้อมูลที่เธออยากรู้จากริวโคแล้ว

โซฟี : ขอบคุณนะ . . . . . - หญิงสาวเอ่ยขึ้นทางริวโคและเดินออกไปด้านนอก เพียงลำพัง -

ดูเหมือนว่าอันดิเน่เองก็จะยังคงซ่อนอยู่ด้านหลังเรย์อิเซนเหมือนเธอเห็นหน้าแรน ดูท่าทางเธอจะยังไม่หายอายซักเท่าไรนัก
Action บังคับเลือกได้ข้อเดียวเท่านั้น ( ไม่ได้ส่งผลให้คนอื่นที่ไม่ได้ทำ Event ด้วยความสัมพันธ์ลดลงแต่อย่างใด ) : 1 ) ( เลือกตัวละคร ) ตามโซฟีออกไปด้านนอก ( กรุณาต่อจนถึงบททักทาย ) 2 ) แรนเท่านั้น ออกไปเดินเล่นข้างนอกยามค่ำคืนกับอันดิเน่สองคน 3 ) นั่งปรึกษาหนทางด้านหน้าและวิธีไปยังเทือกเขา Saint กับริโตะในบ้านพัก 4 ) ไม่ทำอะไรทั้งนั้น


Selection : 2)
แรน : อืม.. อย่างน้อยระมัดไว้ก่อนดีกว่าไม่ระวังล่ะนะ - แรนหันมาตอบริตโต๊ะ - ขอโทษนะ ตอนนี้เรารู้สึกเหนื่อยๆน่ะ ขอออกไปสูดอากาศด้านนอกหน่อยก็แล้วกัน - แรนค่อยๆแกะมือของริตโตะออก ก่อนจะเดินออกไปด้านนอก สายลมที่ไม่มีอะไรบนบังช่างแรงและทำให้รู้สึกเปล่าเปลี่ยวเหลือเกิน

ไซเซอร์ : อะไรกัน คนซื่อๆอย่างเจ้ารู้สึกโศกเศร้าก็เป็นรึ?
แรน : ... หนวกหูน่ะ มีธุระอะไร? - แรนหลี่ตาลงพลางถามน้ำเสียงนิ่งๆ
ไซเซอร์ : เปล่า~ ข้าก็แค่เบื่อๆน่ะ ก็เลยแวะมาหาเจ้านิดหน่อย
แรน : หืม ถึงกับแวะมาหาคนที่คิดจะฆ่าเจ้า? นี่เจ้าว่างมากขนาดนั้นเลยรึ?
ไซเซอร์ : ก็นะ รีเน่น้องสาวเจ้าออกจะเป็นเด็กดีนี่นา ไม่เหนื่อยเวลาดูแลด้วย
แรน : ...
ไซเซอร์ : ไม่เอาน่า ข้าบอกแล้วไง ข้าไม่ทำร้ายน้องสาวของเจ้าหรอก... ถึงมันจะไม่ใช่เรื่องจริงก็เถอะ..
แรน :  ห๊ะ เจ้าว่าไงนะ?
ไซเซอร์ : เปล๊า ข้าบอกว่าลมพัดเย็นดี อ๊ะมีคนตามเจ้ามาแน่ะ - ไซเซอร์พูดพลางหายไป ส่วนแรนที่หันไปตามนิ้วที่ไซเซอร์ชี้ก็พบกับอันดิเน่ที่เดินตามเขามา?
แรน : อ้าว ออกมาเดินเล่นเหมือนกันหรอ - ชายหนุ่มฝืนยิ้มให้กับหญิงสาวตรงหน้า - อาการข้างนอกหนาวนะ เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก ... - แรนฉุดคิดอะไรบางอย่างได้พลางยิ้มแห้งพร้อมกับเกาแก้มตัวเอง - จริงสิ ทูติคงไม่ได้เป็นหวัดเหมือนมนุษย์สินะ ฮะๆ ... - บรรยากาศรอบๆเริ่มเงียบลง คงเป็นเพราะบริเวณรอบๆที่เป็นแค่ทุ่งกว้าง ทำให้รู้สึกว่าทุกอย่างมันว่างเปล่าไปหมด...

อันดิเน่ : . . . . . . . . .  - ทูติสาวได้หยุดนิ่งและยืนมองแรนที่หันมาทักทายเธออยู่พักใหญ่ ไม่มีเสียงใดๆเล็ดรอดออกมาจากหญิงสาว - อะ . . . . . อื้ม ~ - เธอได้รีบหันหลังกลับไปอีกทางหนึ่งและตอบกลับอย่างสั้นๆเพื่อปกปิดใบหน้าที่จู่ๆก็ได้เปลี่ยนสีไปของเธอในขณะนั้น โดยที่เธอเองก็ยังไม่รู้ว่าชายหนุ่มได้เอ่ยทักทายว่ายังไงบ้าง - ทะ . . . ทำไมออกมาคนเดียวล่ะ ? แรน เป็นเรื่องเดิมของตัวเองงั้นเหรอ ? - ทูติสาวได้รีบเปลี่ยนเรื่องทันทีและเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม -


แรนหัวเราะเบาๆ ก่อนจะตอบทูติสาวที่กำลังทำสีหน้าเป็นห่วงเขาอยู่
แรน : ฮะๆ ไม่หรอกๆ พอดีรู้สึกอยากออกมาเดินเล่นน่ะ ... - แรนมองออกไปตามทุ่งหญ้าที่ไกลสุดลุกหูลุกตา - แต่บรรยากาศแถวๆนี้ มันว่างเปล่าไปหมดเลยเนอะ... - ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า

อันดิเน่ได้เดินเข้ามาด้านข้างนักดาบหนุ่มและพิงตัวลงที่ไหล่ด้านข้างของเขา

อันดิเน่ : ถึงจะว่างเปล่า. . . แต่ก็ยังมีพวกเราอยู่ตรงนี้ยังไงล่ะ - หญิงสาวตอบกลับไปที่แรนที่กำลังเก็บความทุกข์ไว้ในใจเพียงผู้เดียว - นี่ . . . . . - เสียงของเธอได้ขาดหายไปซักพักหนึ่ง แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ได้แต่ยืนพิงอยู่ข้างๆชายหนุ่มเท่านั้น -


แรน : นั่นสินะ... ถึงจะว่างเปล่าถึงจะดูโหยหาแต่ตรงนี้ก็ยังมีอันดิเน่ยืนเคียงข้างเราอยู่เสมอ... - แรนพูดพลางมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มีดวงดาวระยิบระยับเต็มไปหมด ส่วนอันดิเน่เองยังคงพิงไหล่ของเขาอยู่แบบนั้น แรนจับไหลของทูตสาวที่อยู่ข้างๆเขา ก่อนจะสวมกอดเธอเบาๆ - ขอบคุณนะ... ขอบคุณที่เป็นห่วง...ขอบคุณที่คอยยืนข้างๆเราทั้งๆที่ตัวเองจะต้องเจอกับอันตราย.. - แรนพยายามพูดออกมาไม่ให้ทูติสาวรู้ว่าตอนนี้เขากำลังสะอื้นอยู่ แต่ก็คงจะไม่มีทางที่ฝ่ายตรงข้ามจะไม่รู้ล่ะนะ - ถ้าเกิด... เรามีความรู้สึกรักชอบล่ะก็... เราคงจะตอบรับอันดิเน่ได้มากกว่านี้แน่ๆ ขอโทษนะ ที่ตอนนี้..! - จู่ๆ แรนก็หยุดพูดไป เสียงหัวใจของชายหนุ่มเองก็เริ่มดังโครมครามขึ้น เกิดอะไรขึ้น? จู่ๆหัวใจก็เต็นแรงขึ้นมาซะแบบนั้น? ใบหน้าของชายหนุ่มเริ่มแดงไปถึงใบหูและเกร็งจนขยับไม่ได้ดั่งใจนัก ในหัวเริ่มขาวโพลนไม่รู้จะทำอะไรต่อไปดี ไม่รู้จะพูดยังไงต่อดี นี่มันหรือว่าจะเป็น ' อาย ' งั้นหรอ? บ้าน่า ก็เราไม่มีความรู้สึกรักชอบนี่ จะอายได้ยังไง? แรนพยายามกดเสียงหัวใจไม่ให้มันดังจนทำให้ทูติสาวได้ยินแต่ไม่ว่าจะทำยังไงเขาก็กดมันไว้ไม่อยู่ ไม่เอานะ แบบนี้อันดิเน่ก็ได้ยินพอดีน่ะสิ...
ไซเซอร์ ; ฮึๆ -จู่ๆเสียงของไซเซอร์ก็ดังเข้ามาในหูของแรน
แรน ; แฮก อึก ไซเซอร์ นี่เจ้าทำอะไร?
ไซเซอร์ ; เปล่านี่ ข้าไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย นั่นมันเกิดจากความรู้สึกที่เจ้ามีให้กับอันดิเน่ต่างหาก ข้าก็แค่เห็นสีของความรักชอบมันบานสพรั่งซะจนข้าอยากเห็นอะไรสนุกๆ ก็เลยคืนให้เจ้าแบบกระทันหันแบบนี้ไงล่ะ เป็นไงบ้าง ความรู้สึกที่เจ้าไม่เคยมีและไม่ได้รับรู้มาก่อนเลย แน่นหน้าอกใช่ไหม? อยากให้อันดิเน่เป็นของตัวเองคนเดียวสิท่า?
แรน ; ฮึ่ม...
ไซเซอร์ ; เอาเถอะ ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า เจ้าจะต้านทานความรู้สึกทีมากมายขนาดนี้ได้สักกี่น้ำ - จู่ๆเหมือนกับว่าไซเซอร์มาหายใจข้างๆหูของแรน - ครั้งแรกน่ะอย่ารุนแรงนักนะ~ - แล้วเสียงของไซเซอร์ก็หายไป ส่วนแรนที่หน้าแดงก่ำ และเริ่มหายใจแรง พยายามกลั้นความรู้สึกตัวเองไว้ แต่ไม่ว่าจะยังไงมันก็มากเกินไปสำหรับคนซื่อๆแบบเค้าที่ไม่เคยรู้สึกรักใครชอบใครมาก่อน ชายหนุ่มผละตัวเองออกมาจากทูติสาวก่อนจะทรุดตัวลงนั่ง อีกทั้งยังหายใจติดๆขัดๆด้วย
แรน : แฮกๆ... อะอันดิเน่.. ระเรา.. แฮก.. - แรนกุมหน้าอกตัวเองแน่นพลางหายใจแรงเข้าไปทุกขณะ ชายหนุ่มไม่คิดมาก่อนเลยว่าความรู้สึกนี้จะทำให้ตัวเองคิดฟุ้งซ่านไปต่างๆนาๆได้ขนาดนี้และยิ่งกดมันไว้ไม่ให้แสดงออกมามันยิ่งทำให้ร่างกายและหัวใจของเขาเต็นแรงเข้าไปทุกขณะ
ดูเหมือนว่าทูติสาวจะยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองนั้นเป็นต้นเหตุหลักที่ทำให้แรนอาการในช่วงนี้กำเริบออกมา

อันดิเน่ : แรน เป็นอะไรไปรึเปล่า ? - ดูเหมือนว่านอกจากจังว่ะหัวใจที่เต้นถี่ของชายหนุ่มแล้วอาการภายนอกของเขายังจะสะดุดตามากขึ้นอีกด้วย ซึ่งต่างจากเขาคนเดิมโดยสิ้นเชิง - อันดิเน่ได้นั่งลงข้างๆและทาบหน้าผากของเธอลงที่หน้าผากของแรนโดยมีแค่มือเล็กๆของเธอขั้นไว้เท่านั้น - ตัวก็ไม่ได้รอนนี่นา . . . ทำถึงหน้าแดงจังเลยล่ะ ? - หญิงสาวค่อยๆถอยหน้าของเธอออกมาจากชายหนุ่มและนั่งมองมาที่แรนโดยตรง -


อึก! แรนตาลุกวาวเมื่อทูติสาวยื่นหน้ามาใกล้ๆชายหนุ่มยิ่งทำให้ชายหนุ่มหลับตาปี๋ไม่ให้และยิ่งอยากให้หัวใจหยุดเต้นไปเลยได้ยิ่งดี แต่เธอก็ถอนตัวเองและนั่งจ้องเขาตาไม่กระพริบ

แรน : มะไม่รู้.. เราไม่เข้าใจเหมือนกัน.. แต่... - แรนพยายามเรียบเรียงคำพูดให้เป็นภาษาคนก่อนที่ตัวเองจะพูดเป็นภาษาที่ไม่มีใครเข้าใจ - พะพออยู่กับอันดิเน่แล้ว.. จู่ๆหัวใจมันก็.. อึก..- แรนพยายามส่ายหน้าที่แดงของตัวเองเพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป แต่ท่าทางจะไม่เป็นผล เพราะมันมากมายเหลือเกิน เขาเพิ่งจะเข้าใจเมื่อครู่นี้นี่เองว่า ที่อันดิเน่หน้าแดงและสลบไปตอนที่เขาจูบเธอ มันกลับเข้าตัวเขาเองแล้ว

แรน : ... อันดิเน่ ... ได้โปรด... ช่วยเราด้วย ... - แรนยื่นมือที่อ่อนแรงของตัวเองแตะที่แก้มของทูติสาว ด้วยสายตาอ้อนเหมือนลูกสุนัขและใบหน้าที่แดงก่ำของเขา
ทูติสาวได้จับมือของแรนที่ยื่นมาสัมผัสที่แก้มของตัวเองไว้ แผ่นฝ่ามือของแรนได้สัมผัสคงที่ไว้ที่แก้มด้านข้างของทูติสาวที่ได้ใช้มือทั้งสองข้างกุมมือของชายหนุ่มไว้ด้วยกัน แววตาของเธอได้หลิ่วลงเล็กน้อยด้วยความเขิญอาย พร้อมกับแก้มของเธอที่เป็นสีชมพูอ่อนๆในขณะนี้

อันดิเน่ : นี่ . . . . - ประโยคแรกของหญิงสาวได้เอ่ยออกมาอีกครั้งหนึ่ง คืนฟ้ามืดภายใต้แสงดาวระยิบระยับและบรรยากาศที่เงียบสงัดนี้ - แรนรู้สึกยังไงกับเราเหรอ ?


แรน : อึก! - ชายหนุ่มถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าที่แดงเข้าไปทุกที - มะไม่รู้... เราก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน... จู่ๆเราก็รู้สึก... - ชายหนุ่มหยุดพูดไปเพราะมันคงจะเป็นเรื่องน่าอายแน่นอนและเค้าเองก็ไม่รู้ว่าถ้าพูดไปแล้วมันจะเป็นคำพูดที่ถูกต้องรึเปล่าแต่ถ้าไม่พูดให้ชัดเจนก็จะยิ่งทำให้อันดิเน่ไม่น้อยใจก็เป็นได้ -ระรู้สึก... ระ..อึก.. - แรน  แรนพยายามเปล่งเสียงของตัวเองให้คนตรงหน้าได้ยิน แต่มันอายเหลือเกินอ่ะ ความรู้สึกแบบนี้ T_T
แรน : ระรักอันดิเน่เข้าซะแล้ว! - ชายหนุ่มหลับตาปี๋และสาราภาพรักออกมาเหมือนสาวซึนเดเระ ด้วยความกล้าทั้งหมดที่ต่ออันดิเน่ทำให้ชายหนุ่มเข้าใจแล้วว่าอันดิเน่สำคัญต่อเขามากขนาดไหน . .

อันดิเน่เองได้กุมมือของแรนไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม เธอไม่อยากจะให้ฝ่ามือของชายหนุ่มขยับออกไปจากใบหน้าของเธอเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนของเธอที่มีต่อแรนนั้นไม่เคยเปลี่ยนไปแม้แต่เสี้ยววินาทีและมันก็ยังคงอยู่บนใบหน้าที่มีให้กับชายหนุ่มคนเดียวเท่านั้น ไม่มีเสียงตอบรับใดๆออกจากปากของทูติสาว น้ำตาของเธอได้ค่อยๆไหลลงมาพร้อมกับรอยยิ้มอย่างปิติภายใต้ท้องฟ้าราตรีนี้


ไซเซอร์ที่ยืนที่นั่งอยู่บนหลังคาบ้านและกำลังใช้สายตาปีศาจจ้องมองสองคนตรงนั้นอยู่พลางยิ้มด้วยความพอใจ
ไซเซอร์ : เอาเถอะถึงจะ กดตัณหาของตัวเองไว้ได้ก็ถือว่าสอบผ่านล่ะนะ เอาล่ะข้าเองก็ต้องไปเตรียมการใหญ่ต่อล่ะนะ ฮึๆ - ชายหนุ่มหัวเราะพลางสะลายหายไป ส่วนทางด้านแรนที่เพิ่งจะสารภาพรักทูติสาวไป ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นเม็ดน้ำใสผุดออกมาจากดวงตาของหญิงสาวและมีคำหนึ่งวิ่งเข้ามาในหัวเขาทันที ' น่ารัก!?'
แรน : นะนี่ ร้องไห้ทำไม่น่ะอันดิเน่ เราทำให้ลำบากใจหรอ ขอโทษ... ขอโทษนะ - แรนใช้มืออีกข้างปาดหยดน้ำตาของทูติสาวออกเบาๆพลางขอโทษด้วยสีหน้าสำนึกผิด

รอยอักขระแสดงถึงพันธสัญญาของชายหนุ่มได้มีแสงออกมา ความรู้สึกนั้นช่างต่างกันตอนแรกที่เขาต้องการจะลบมันออกในตอนแรกอย่างสิ้นเชิงเลยทีเดียว



อันดิเน่ : ไม่ใช่นะ แรน เราดีใจต่างหากล่ะ - หญิงสาวยังคงยิ้มออกมาพร้อมกับน้ำตาของเธอที่ดูเหมือนว่ามันจะไม่หยุดลงง่ายๆแม้ว่าแรนจะได้ปาดมันออกไปบ้างแล้วก็ตาม เธอได้ซบหน้าลงที่อกของแรนและวางมือของเธอไว้พร้อมๆกัน เธอค่อยๆหลับตาลงและซบ อกของชายหนุ่มอยู่อย่างนั้นโดยปล่อยให้เวลาและสายลมผ่านไป -


Player Reaction : เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
ราชินีงู
โพสต์ 1-8-2010 08:47:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 10-8-2010 08:03

Anna : tourt0ur
Action sloth [- - - - l - - - - l - - - - l - - - - l - - - - ]


Anna Item
Anna Recovery skill
Anna Passive skill
Anna Active skill
Anna Special ability
Room mate :


หลังจากที่เธอเตรียมตัวเสร็จจึงลงมารอทุกคนข้างหน้าโรงแรม ดูเหมือนว่าโคโยริจะลงมาแล้ว เธอจึงเดินเข้าไปถามข้อมูล "ยอดเขาเซนท์ อยู่ทางไหนจากเมืองนี้อ่ะคะ  อ่อ แล้วคุณใช้เวทย์มนต์สายไหนหรอ โจมตีหรือรักษา ถ้ารักษาได้นี่แจ่มเลยล่ะ ^^"

โทโด โคโยริ : เทือกเขาเซนท์อยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองน่ะเดินตรงไปเรื่อยๆจะเห็นยอดเอง - หญิงสาวเอ่ยตอบแอนนาและยื่นแผนที่ให้ - เรื่องการต่อสู้ชั้นใช้เวทย์มนต์ไร้ธาตุน่ะ ส่วนด้านรักษาก็พอทำได้อยู่นะ

ทางด้านโทโดเองก็ดูเหมือนว่าจะจัดของ ของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วและได้เดินมาหาแอนนาเพื่อรวมกลุ่มอีกครั้งหนึ่ง

โทโด : ผมพร้อมแล้วล่ะครับ คุณแอนนา ~


"เอาล่ะ ออกเดินทางกันดีกว่า~~~~~" เธอออกเดินทาง เข้าไปในป่า ก็ได้พอกับ Bee 1ฝูง (5 ตัว) "โอ๊ะ  มีมอร มาให้วอร์มแล้ว เอาแบบนี้นะคะ เด๋วชั้นกับโทโด อยู่ด้านหน้า แล้วคอยให้คุณโคโยริที่อยู่ด้านหลัง ค่อยยิงเวทย์นะ" เข้าต่อสู้ (เปิดมาให้ใช้สกิล strom blade จนกว่าจะไม่สามารถใช้ได้ แล้วฟันแบบปกติไปเรื่อย ๆ )

เพลงดาบของแอนนาได้กระหน่ำรัวใส่ฝูงผึ้งตรงหน้าก่อนที่พวกมันจะทันตั้งหลักทำให้ผึ้งสามตัวแรกนั้นร่วงตกลงไปกับพื้นพร้อมๆกันทันทีพร้อมกันกับโทโดที่ได้โจมตีอย่างต่อเนื่องในทักษะประสานที่เขาได้ฝึกฝนกับแอนนาอยู่บ่อยครั้ง โดยที่โคโยริเองก็ได้ร่ายเวทย์มนต์เสริมพลังขั้นพื้นฐานให้กับทั้งสองคนระหว่างศู้ด้านหลังด้วย

Anna : Hp 25 / 30   Mp : 0 / 24 // อีก 171 Exp เลเวลจะเพิ่มขึ้น

โทโด : Hp 12 / 14     Mp : 5 / 20

โคโยริ : Hp 6 / 6      Mp : 36 / 40

ได้รับ
Item : Beesting * 5 , Honey * 2
Gold : 50


"จะ....จบแล้ว ถ้าไม่ได้คุณโคโยรินี่แย่เลย  หาที่พักกันก่อนเถอะ" เธอเดินหาร่มไม้เพื่อพักผ่อน "รับน้ำชามั๊ยคะ" เธอถามพลางยื่นแก้วชาให้คุณโคโยริ พร้อมหน้าที่ยิ้มแย้ม "ไม่ได้อยู่กับคนเยอะ ๆ มาตั้งนานแล้ว สนุกจังเลย " (3 คนนี่เยอะเน๊อะ = =)
โคโยริยิ้มรับและค่อยๆหยิบถ้วยน้ำชาจากแอนนามา

โทโด โคโยริ : ขอบคุณนะ ~ ♫ - หญิงสาวนั่งอ่านหนังสือของเธอต่อพร้อมกับจิบชาที่แอนนาชงให้อย่างร่าเริง -

โทโด : ตอนนี้ผมเห็นยอดเขาจากตรงนี้แล้วล่ะครับคุณแอนนา คาดว่าอีกวันนึงเราน่าจะไปเหยียบบริเวณนั้นได้ช่วงเย็นนะครับผม


"งั้นอีกไม่นานเราก็จะตามพวก แรน ทันแล้วซินะ  เอาล่ะ เราไปล่าผึ้งกันต่อดีกว่า อ่อ ถ้าคุณโคโยริ เติมพลังให้ทีนะคะ แหะ ๆ "  เธอเดินหาเป้าหมายต่อไป  เธอก้อไปพบกับผึ้ง อีก 1 ฝูง (10 ตัว)

Anna : LV 6 > EXP อีก 16 เลเวลจะเพิ่ม // Gain : 3 status point

Gain : Gold 100 ( 150 ) // Beesting 10 ( 15 ) , Honey 5 ( 7 )

Anna : Hp 35 / 35   Mp : 29 / 29

โทโด : Hp 14 / 14     Mp : 20 / 20

โคโยริ : Hp 6 / 6      Mp : 30 / 40

ดูเหมือนว่าโคโยริเองจะไม่ได้ช่วยพวกแอนนาสู้ซักเท่าไรเลย ตัวเธอเองยังนั่งจิบชาและซัฟพอทพลังขั้นพื้นฐานให้กับพวกของแอนนาอยู่ที่เดิม


AS : [         l - - - - l - - - - l - - - - l - - - - ] ( กำหนดการต่อสู้ )

"นี่ ๆ โทโด คิดเหมือนชั้นมั๊ย =w=" เธอกระซิบกับโทโด "แต่ก้อยังดีที่คอยเพิ่มพลังให้........ เรามาลองของกันมี๊ย" ว่าแล้วเธอก้อวิ่งหายไปในป่า ซักพักเธอก้อวิ่งแน๊ปออกมาตามด้วย Horny 15 ตัว  "ช่วยด้วยค่า........" เธอวิ่งหน้าตั้งผ่านโทโดไป.....ผ่านโคโยริไป.....
เข้าสู่การต่อสู้

Anna : LV 10 // Gain : 15 status point // Hp ทั้งหมด + 50 , Mp ทั้งหมด + 50 ( จาก LV 1 )

ดูเหมือนว่าฝูงเห็ดทั้งหมดจะมากมายเกินไปสำหรับแอนนาเล็กน้อยรวมทั้งโทโดเองด้วย แต่กระนั้นพวกเขาก็ได้ฝ่าฟันออกมาได้ โดยที่โคโยริเองก็ยังอู้อีกเช่นเคยโดยเธอแค่ซัพพอทให้พวกแอนนาทีล่ะนิดเรื่อยๆเท่านั้นเอง

โทโด โคโยริ : อ๊ะ !! ใช้พลังร่างของมนุษย์หมดซะแล้ว . . . .

ดูเหมือนว่ามันจะเป็นจังว่ะที่พอดีกับการกระเด็นของดอกเห็ดสุดท้ายที่แอนนาฟันทะลวงกระเด็นขึ้นไปบนยอดฟ้าตกลงมาทิ่มหัวของเธอพอดี - เป๊ง !! -

โทโด : คุณแอนนา !!!


เสียงสุดท้ายที่เธอได้ยินคือเสียงเรียกของโทโดแล้วตามมาด้วยความมืดสนิท "นี่เราตายแล้วงั้นหรอ......เรานี่มันอ่อนแอจริง ๆ "  แล้วห้อมีเสียงที่คุ้นเคยดังลอดเข้ามา
"ตายที่ไหนกันเล่า..... เฮ้อ เธอนี่น้า~~ชอบฝืนตัวเองอยู่เรื่อยเลย"
"เป็นห่วงชั้นทำไมล่ะ ถ้าชั้นตายเธอก็จะได้ใช้ร่างกายชั้นงัย"เธอพูดพลางค่อย ๆ ลุกขึ้นมองไปยังเบื้องหน้าซึ่งปรากฏขึ้นเป็นตัวเธออีกคนหนึ่ง
"ตอนแรกก็อยากจะทำแบบนั้นอยู่หรอกนะ .... แต่ คิด ๆ ดูแล้ว ชั้นอยากจะเห็นบทสรุปของการใช้ชีวิตที่ชอบนึกถึงแต่คนอื่นไม่นึกถึงตัวเองแบบเธอดูน่ะ  อีกอย่าง .....ช่างมันเถอะ"
"ชั้นตัดสินใจแล้วนะ ชั้นต้องการใช้พลังที่แท้จริงของชั้น ช่วยสอนทีนะ"
"แน่ใจนะ...... เอาล่ะงั้นตั้งใจฟังให้ดี  เธอคงรู้แล้วว่าเมื่อเธออยู่ในสภาวะหนึ่ง ดวงตาของเธอจะกลายเป็นสีม่วงแต่นั่นมันเป็นเพียงแค่สีตาเท่านั้น เธอไม่ได้เป็นผู้ที่มี นัยตาต้องสาป"
"นัยตาต้องสาป??"
"อือ มันเป็นพลังที่มีเฉพาะตัวของชายที่ได้รับขนานนามว่า เทพอสูร ซึ่งในโลกนี้หรือโลกไหน ๆ ก็มีเพียงคนเดียว"
"พ่อชั้น???"
"ไม่ใช่ แหม อะไร ๆ ก้อยกให้หมอนั่นหมดเลยนะ เอาเป็นว่าชายคนนั้นไม่ได้เกี่ยวกับใครทั้งหมดในตอนนี้ก็แล้วกัน  เอาล่ะเข้าเรื่องต่อ ถึงไหนแระนะ อ่อ.. พลังที่แท้จริงของเธอคือสิ่งนี้" แอนนาNo.2 ได้หลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง กลางนัยตาของเธอมีตราประทับไม้กางเขนอยู่ "เห็นมั๊ยนี่แหละ พลังของเธอ เรียกกันว่า ไม้กางเขน"
"ไม้กางเขน... เหมือนเคยได้ยิน"
"รู้จัก มุเคนโจ มั๊ยล่ะ  มันเป็นตึกระฟ้าที่สร้างไม่เสร็จอยู่ที่ด้านหลังของชินจุกุ ว่ากันว่า มันจะแบ่งเป็น 2 ชั้น โดยแบ่งเป็น โลวเออร์ทาว และ บาบิลอนซิตี๊ และข้างบนของบาบิลอนซิตี๊จะมีประตูอยู่ประตูหนึ่ง ผู้ที่ข้ามผ่านไปจะดดนตีตราไม้กางเขนนี้ ถึงมันจะทำให้ผู้นั้นมีพลังมากแต่มันเป็นเหมือนคำสาป"
"แปลว่าชั้นเคยไปที่นั้น"
"ไม่ใช่หรอก เมื่อก่อนเคยมีกรณีที่มีเด็กเกิดมาก็มีไม่กางเขนติดมาตั้งแต่เกิด  เธอเป็นแบบนั้นแหละ....มันทำให้เกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้น"
"เรื่องน่าเศร้า???"
"ช่างเถอะ.... ตอนนี้เธอยังใช้มันไม่ได้หรอก แต่มันมีวิธีลัดนะ คือ เธอต้องอยู่ในสถานะการล่อแหลม หรือไม่ก็อันตรายถึงชีวิตอ่ะ มันจะทำให้ อะดรีนารีน ในตัวหลั่งออกมาจนถึงขีดสุดทำให้เกิดสภาวะไม้กางเขน  เหมือนกันคนที่แบกโอ่งตอนไฟไหม้น่ะ   แต่ว่า เธอแปลกตรงที่ว่าร่างกายนี้จะผลิตอะดรีนารีนมามากจนผิดปกติ ทำให้ศักยภาพเธอพุ่งถึงขีดสุด แต่ในทางกลับกัน อะดรีนารีนในตัวเธอมันไม่มีระบบหยุดตัวเอง ถ้าเธอควบคุมมันไม่ได้เธอจะเกิดอาการคลั่ง  ควบคุมตัวเองไม่ได้"

ขออณุมัติการใช้สภาวะพิเศษ
(ไม้กางเขน สามารถใช้สภาวะนี้ได้แค่เดือนล่ะ 2 ครั้ง ตามเวลาจริง เมื่อใช้ สเตตัสของ แอนนา จะ คูณ 2 แต่จะไม่สามารถใช้สกิลหรือไอเท็มใด ๆ ได้เลย โดยระยะเวลาของสภาวะในแต่ละครั้ง จะกินเวลาประมาณ 2 ช่วงโรล คือ นับโดยการต่อโรลจากครั้งของ RM ต่อครั้งที่ 2 )

"อือ ชั้นจะจำไว้"
"วันนี้พอแค่นี้แหละ พักผ่อนซะ แฟนเธอเป็นห่วงแย่แระ"
ทั้งหมดก็กลับสู่ความมืดอีกครั้ง

สกิลขอดองไว้ก่อน

เมื่อแอนนาได้ลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าโทโดได้นั่งอยู่ข้างๆกายของเธอและมีโคโยริคอยตรวจดูอาการอยู่เป็นระยะๆ

โทโด โคโยริ : ไม่ไหวแล้ว สงสัยจะไม่รอด - หญิงสาวพูดขึ้นพร้อมทำสีหน้าจริงจัง แต่อันที่จริงแล้วชีพจรของแอนนานั้นได้กลับมาปกติแล้ว โดยที่แอนนาเองก็น่าจะรู้ตัวอยู่ - มีวิธีเดียว . . . . . นายจะต้องจุมพิศเธอเพื่อแลกเปลี่ยนพลังวิญญาณ - ดูเหมือนว่าโคโยริจะแถอย่างมีหลักการมาก หรือว่านี่จะเป็นนิสัยแอบๆของเธอกันนะ -

โทโด : ไม่ได้หรอกครับ !! ผมจะไปทำอย่างนั้นได้ยังไงเล่า !!! - ชายหนุ่มหน้าแดงก่ำและก้มลงมองที่แอนนา - แต่ว่า . . . . ถ้ามันช่วยแอนนาได้ล่ะก็ . . . . - ชายหนุ่มค่อยๆก้มหน้าลงมาเล็กน้อยและหยุดกระทันหันที่หน้าของแอนนาที่กำลังทำตาแป๋วตื่นขึ้นมา - แว้กกกกก !! - ชายหนุ่มพุ่งตัวพรวดพร้อมกับโยนแอนนาออกจากอ้อมแขนของเขาทันที - ปล่าวนะครับ!!! ผมไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นนะครับ !!!!!

โทโด โคโยริ : อ้าว ~ ตื่นแล้วเหรอ ? - โคโยริยิ้มต้อนรับแอนนาที่ตื่นขึ้นมากระทันหัน -


"หือ? เล่นอะไรกันหรอ แล้วนายไปทำอะไรตรงนั้นน่ะโทโด??"  แต่ดูเหมือนเธอจะรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้าที่เธอจะลืมตาขึ้นเธอนึกในใจ(น่าจะลืมตาช้ากว่านี้แหะ =w=) "เอาล่ะ ชั้นรู้สึกดีขึ้นมาแระ เราเดินทางกันต่อเถอะ" ทั้ง 3 ได้เดินทางจนพลบค่ำ จนมาหยุดตรงหน้าป้ายบอกทางที่ว่า "อันตราย เขตมอนสเตอร์ระดับกลาง" แอนนาจึงเสนอให้พักค้างแรมกันที่นี่ก่อนเพราะถ้าเข้าไปในเขตนั้นตอนกลางคืนอาจจะไม่ปลอดภัย  หลังจากกางเต็นท์ ทานอาหารกันเสร็จแล้ว เธอได้เดินไปหาโทโด "เอ่อ.... คืนนี้ชั้นมีเรื่องอยากจะคุยด้วยหน่อยนะ ตอนเที่ยงคืนมาเจอชั้นตรงนั้นทีนะ" เธอชี๊นิ้งไปที่ต้นไม้ใหญ่ แล้วก็เดินไปนอน
ตกดึก
เธอรอให้โคโยริหลับ แล้วจึงออกมาข้างนอกมารอโทโด

ชายหนุ่มได้เดินมาหาแอนนายามค่ำคืน ณ จุดนัดพบที่หญิงสาวบอกไว้

โทโด : มาแล้วคร้าบ คุณแอนนา ~ ทำไมนัดซะดึกดื่นแบบนี้ล่ะครับผม ~ หรือว่าจะฝึกซ้อมอะไรก่อนเดินทางต่อไปเหรอครับ ?


เมื่อเธอเห็นโทโดมาแล้ว เธอจึงเดินมาหา "ป่าวหรอกมีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ  เพราะว่าเด๋วก้อจะถึงจุดหมายแล้วอาจจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อไรก็ได้ มานั่งนี่ก่อนซิ" เธอพาโทโดมานั่งใต้ต้นไม้  "เมื่อตอนกลางวันที่ชั้นสลบไปชั้นนึกว่าจะไม่ได้เจอนายอีกแล้ว ..... ชั้นมีเรื่องจะข้อร้องอย่างหนึ่งได้หรือป่าว  เลิกเรียกชั้นว่าคุณแอนนาได้แล้วเรียกแอนนา ธรรมดาเถอะ ละ... แล้วก้อ" เธอเริ่มหน้าแดง "ชั้น.......รัก......นายนะ  แล้วนายล่ะ รู้สึกอย่างงัยกับชั้นหรือป่าว" เธอค่อย ๆ หลับตาลง ค่อย ๆ ยื่นหน้ามาหาโทโด ......

ชายหนุ่มตกใจสะดุ้งโหยงพร้อมกับจับไหล่ของแอนนาไว้ก่อนทันทีที่ใบหน้าของเธอจะเข้ามาใกล้กับเขามากไปกว่านี้

โทโด : คะ คุณแอนนา เอ้ย !!! แอนนา . . . . - ชายหนุ่มนิ่งไปซักพักหนึ่งพร้อมด้วยใบหน้าทีแดงก่ำของเขา - อ๋า ~ คือว่า . . . ผม . . . . ผม . . . . . . . ก็ชอบแอนนาเหมือนกันนะครับ เอ้ย !! เหมือนกันนะ !! ผมชอบแอนนามาตั้งนานแล้วล่ะ - ชายหนุ่มยิ้มให้กับหญิงสาวและเอ่ยต่อไปว่า - แต่ว่าผมไม่อยากจะทำตัวเหมือนผู้ชายทั่วไป . . . . ไม่สิ เหมือนมนุษย์ผู้ชายทั่วไป เพราะว่าผมเป็นแวมไพร์สายเลือดแท้และเป็นสายเลือดที่สืบทอดกันมานานแล้วด้วย ผมอยากจะให้เกียรติคุณแอนนาได้เป็นฝ่ายเลือกเอง ผมจึงไม่อยากจะบอกความในใจออกไปเมื่อในอดีต แต่ว่าทุกลมหายใจของผม ยังเป็นคุณแอนนาอยู่เสมอ - ชายหนุ่มค่อยๆเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ๆหญิงสาว แต่ว่าเขาก็ได้หยุดลงพร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำของเขา - ไม่ได้ !!!!! ผมจะหลอกขโมยจูบแอนนาเวลาเผลอได้ยังไงกัน !!! - ชายหนุ่มได้กุมมือซ้ายของแอนนาไว้แน่นและหยิบแหวนวงนึงขึ้นมา -



โทโด : คุณแอนนา . . . เอ้ย !!!! แอนนา . . . ผมอยากจะขอเป็นคนที่จะคอยอยู่เคียงข้างคุณตลอดไปได้ไม๊ครับ ?


เธอหน้าชาไปทั้งใบหน้าเพราะความเขินอาย "อะ....อื้อ" เธอตอบรับเสียงเบา ๆ แล้วยอมให้รับแหวนของโทโดมาทั้งน้ำตา "วันนี้ชั้นมีความสุขที่สุดเลย" ว่าแล้วเธอก้อโผกอดโทโด แล้วค่อย ๆ ประคองใบหน้าโทโดมาจูบ

ชายหนุ่มได้สวมแหวนที่นิ้วนางด้านซ้ายของแอนนาไว้และกอดหญิงสาวเอาไว้ในอ้อมแขนของเขา จุมพิศของเจ้าชายแห่งรัตติกาลทีอ่อนโยนได้ถูกมอบให้กับแอนนา ชายหนุ่มค่อยๆถอยหน้าของเขาออกมาช้าๆและยิ้มให้กับหญิงสาว

โทโด : ไว้เรื่องราวทั้งหมดจบลงก่อน . . . . . ผม . . . ผม . . . . . . ผมจะขอแอนนาแต่งงานอย่างเป็นทางการอีกทีนะครับ - รอยยิ้มของเขาได้ผุดขึ้นมาอย่างอ่อนโยน - เราไปพักผ่อนกันก่อนดีกว่านะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเดินทางไม่ไหว


"อะ...อื้ม แต่เด๋วก่อนนะ" เธอถอดแหวนที่โทโดให้ออกมา แล้วรอยมันเข้ากับสร้อยคอของเธอ "คือว่าฉันต้องต่อสู้อ่ะ กลัวมันหล่อนหาย ขอไว้ที่คอนี่นะ ไว้ถ้าอะไร ๆ มันจบลงแล้ว มาใส่มห้ชั้นอีกทีนะ" แล้วเธอก็ขอตัวไปนอน

รุ่งเช้า ทั้ง 3 ไปเดินทางเข้าสู้เขตอันตราย พวกเธอได้เดินมาเรื่อย ๆ จนมาถึงหน้าทางขึ้นเขา "จะถึงแล้วซินะ"

สภาพอากาศที่ตีนเขาได้เย็นผิดปกติ อีกด้านหนึ่งที่แอนนาสามารถมองเห็นได้ไม่ไกลมากนัก ร่างของหญิงสาวในชุดยูกาตะและหญิงสาวผมสีแดงได้ยืนคู่กันพร้อมกับยิ้มดีใจอะไรบางอย่าง ดูเหมือนมันจะไม่ค่อยเกี่ยวกับพวกเธอซักเท่าไรนัก ระหว่างทางขึ้นยอดเขาช่วงกลางๆ พวกเธอก็ได้พบกับพื้นที่การต่อสู้ประหลาด ดูเหมือนว่ามันจะกีดกั้นผู้ที่เข้าไปไม่ให้ออกมาได้จนกว่าการต่อสู้จะจบลงไปเสียด้วย โทโดเองได้เบี่ยงเบนทิศทางนั้นไปและอ้อมขึ้นภูเขาทางอื่นกับพวกแอนนาแทน ทว่าระหว่างที่พวกเธอจะถึงยอดเขานั้น ทั้งสามก็ได้รู้สึกถึงพลังอะไรบางอย่างที่รุนแรง . . . . ดูเหมือนว่าจะมีจอมมารแห่งอัศนีย์อยู่ด้านบนยอดเขาในเวลานี้ด้วย

โทโด : แย่จริงๆเลยนะครับแอนนา ^^ . . . ดูเหมือนพวกเราจะเจอแจ้กพอทตลอดทางเลย


Player Reaction : จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 2-8-2010 18:55:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด BoSs-KuNg~ เมื่อ 7-8-2010 08:00

ความเดิมตอนที่แล้ว



Stella Item
Stella Recovey skill
Stella Passive skill
Stella Active skill
Stella Special ability

เด็กสาวยังคงนิ่งเงียบไม่พูดอะไรตอบกลับมา ด้วยร่างกายที่เต็มไปด้วยอักขระสาปเห็นจะมีก็แต่เสียงลมหายใจที่ถี่รัวเท่านั้น "ตอน.....นี้ ชั้นผนึกจิตวิญญาณของร่างหลักเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจ...."เสียงของโดมินิคพูดซ้อนผ่านร่างของสเตล่าออกมาอย่างยากลำบาก

"ถ้าเปลี่ยนร่างกลับคงสะดวกกว่านี้ แต่ตอนนี้.... คงต้อง..ขอพัก..ก่...อน......" เสียงของชายหนุ่มหยุดลง พร้อมกับผลึกสีแดงที่ค่อยๆร่วงหล่นจากมือของเขา

เอฟฟี่ : โดมินิค !!! - เสียงของหญิงสาวดังขึ้นก่อนที่ดวงตาของจอมมารจะค่อยๆหลับลงจนไม่ได้ยินเสียงใดๆของหญิงสาวอีกทั้งสิ้น -

เวลาผ่านไปได้นานพอสมควร สติได้เริ่มกลับคืนมาที่ร่างของหญิงสาว ( ? ) ที่กำลังพักฟื้นตัวอยู่ ดูเหมือนว่าการบอบช้ำภายในและนอกจังยังไม่หายดีซักเท่าไรนัก รอบๆด้านเป็นต้นไม้และพงหญ้าเต็มไปหมด ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่กลางป่าแห่งหนึ่งที่ไกลจากเขตุการต่อสู้เมื่อครู่นี้ ผ้าพันแผลที่พันไว้รอบตัวของเธอนั้นยังดูใหม่อยู่ ดูเหมือนว่ามันจะพันซะเกือบทั้งตัวของเธอเลยทีเดียว ร่างนั่นที่ตื่นขึ้นมาคือเด็กสาวน้อยตัวเล็กๆหรือว่าจอมมารกันแน่นะ

เอฟฟี่ : อย่าเพิ่งขยับตัวนะ - หญิงสาวได้จับร่างของสเตล่าไว้เพื่อให้เธอนอนพักอยู่ก่อน - มันไม่หายง่ายๆหรอก ทูติแห่งไฟนี่นา


กระแสไฟฟ้าสีดำค่อยๆพุ่งออกมาจากร่างของเด็กสาวจนคลุมไปทั่วทั้งตัว "ไม่ใช่เพราะทูติแห่งไฟหรอก..." เสียงของโดมินิคดังขึ้นพร้อมๆกับแขนข้างนึงที่ยื่นออกมาจากประจุไฟฟ้านั่น "แต่เพราะวิชาของไอ้ตาแดงสวะนั่น ทำให้ร่างกายทั้งของชั้นและร่างหลักย่ำแย่ทุกครั้งที่ปล่อยพลัง..." ชายหนุ่มพูดพลางลดพลังของเขาลง

"วิธีที่จะคลายคำสาปนี่ ก็คงจะมีแต่คนที่ใช้เท่านั้นที่รู้.... แต่ชั้นคงไม่มีเวลาว่างขนาดนั้นหรอก" โดมินิคดีดผลึกสีแดงเพลงนั่นคืนให้เอฟฟี่ "เหลืออีกแค่ตัวเดียวสินะ..."

เอฟฟี่ : ใช่ . . . ทูติแห่งน้ำ อันดิเน่ ตอนนี้ถึงจะยังจับสัมผัสของทูตินั่นไม่ได้แต่คาดว่าน่าจะได้เจอกันที่ยอดเขาถ้าเกิดไปถึงทันเวลานะ - เธอหัวเราะออกมาเบาๆก่อนที่จะตีสีหน้าเย็นชาแบบเดิม - พลังของนายนั้นได้เปรียบสายของทูติ ปัญหาเดียวก็คือ เร็ม ทูติแห่งแสงนั้นอยู่กับอันดิเน่ด้วยในตอนนี้ ชั้นเองก็ยังไม่เคยพบตัวจริงของเร็มเลยแม้แต่ครั้งเดียว . . . - หญิงสาวหยุดพูดลงซักพักนึงก่อนที่จะเอ่ยต่อไป - จะไม่พักฟื้นตัวก่อนเหรอ ?


"ชั้นมองไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องพัก" ชายหนุ่มยืดแขนออกไปด้านข้างพร้อมกับยิงพลังไฟฟ้าออกไปอย่างแรงจนทำให้ป่าบริเวณนั้นถูกเผาไหม้เป็นจุล "แต่ก็ไม่นึกว่าจะมีทูตมากกว่าสามตัว แถมยังเป็นทูติแสง ชั้นรู้สึกขยะแขยงพวกสายพลังศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่น้อยเลยด้วย" โดมินิคพูดต่อพลางดึงแขนข้างนั้นกลับมาล้วงกระเป๋ากางเกง

"แต่ถ้าอยากจะดูว่าชั้นพร้อมเต็มร้อยรึปล่าว จะใช้เจ้าพวกสวะนี่เป็นเครื่องทดสอบก็ไม่ว่ากัน" ชายหนุ่มพูดพลางสะบัดหน้าไปทางผืนป่าด้านหลังที่มีฝูงมอนสเตอร์อยู่ประปราย

Gain : Max Level V 1 : 30 // Item เปลี่ยนไปเป็นเงินให้แล้วน้า
เสียงสัตว์ป่าร้องโหยหวนอย่างทรมาณภายใต้บรรยากาศท้องฟ้าสีแดงฉาน ดูเหมือนว่าหลังจากเอฟฟี่ได้เห็นท่าทีของโดมินิคแล้วเธอก็ไม่ได้พูดยื้อชายหนุ่มไว้อีกต่อไป

เอฟฟี่ : . . . . . อืม . . งั้นพบกันอีกทีที่ยอดเขาแล้วกันนะ - ว่าแล้วหญิงสาวก็ได้หายตัวไปในพริบตาทันที -


"ยอดเขาอย่างงั้นเรอะ... ก็ดีหวังว่าจะไม่มีตัวป่วนอะไรอีกนะ" ชายหนุ่มมองไปที่ภูเขาที่อยู่ไกลนแทบจะมองไม่เห็นพลางพูดขึ้น ก่อนที่เขาจะเดินไปเหยียบขยี้มอนสเตอร์ที่ยังเหลือลมหายใจเพียงน้อยนิดอีกตัวนึง

ที่เมือง Zaphias โดมินิคเดินทางกลับมาที่เมืองนี้โดยใช้เวลาไม่มากนัก ชายหนุ่มกลับมาที่นี่เพื่อหาเส้นทางที่ดีพอจะเดินทางไปยังหุบเขาที่เป็นจุดนัดพบ แต่สิ่งที่เขาพบกลับเป็นข่าวทาง TV เรื่องความเสียหายครั้งใหญ่ในเมืองนี้ที่เขาเป็นผู้ก่อขึ้นแทน

"เฮอะ.. ไอ้พวกสวะนี่มันตื่นตูมกันจริงๆ ถึงจะถามหาเส้นทางอะไรไปก็ป่วยการ ใช้ไอ้นี่เลยดีกว่า..." โดมินิคเอ่ยขึ้น ก่อนที่เขาจะไปสะดุดเข้ากับร้านขายมอเตอร์ไซค์แห่งนึงเข้า

เพล้ง !! หมัดของชายหนุ่มทะลวงกระจกของร้านนั้นอย่างแรงจนเสียงกระจกแตกดังสนั่นไปทั่ว และด้วยพลังสายฟ้าประจุเล็กๆจากฝ่ามือของเขาทำให้กระจกของร้านทั้งร้านระเบิดกระจายเป็นผุยผงในพริบตา

"ขอคันนี้ก็แล้วกันนะ" ชายหนุ่มคว้าเอามอเตอร์ไซต์ประเภท Dual Purpose คันนึงมาขึ้นขี่หน้าตาเฉยก่อนที่เขาจะใช้พลังสายฟ้าของเขาเป็นตัวขับเคลื่อน จนทำให้รถพุ่งออกไปจากร้านด้วยความเร็วสูง จนขีดวัดอัตราเร็วพุ่งจนแตกกระจาย ดูเหมือนว่าโดมินิคจะต้องการแค่พาหนะเอาไว้คลายเมื่อยเท่านั้น......

หลังจากที่จอมมารได้ปล้นสดมพร้อมกับตกแต่งร้านให้สวยหรูแล้วเขาก็ได้แว้นมอไซค์ออกมาทันทีโดยไม่สนใจกลุ่มคนที่ต่างร้องโหวกเหวกกันเลยแม้แต่น้อย ถนนข้างหน้าที่ค่อยๆมืดลงเรื่อยๆ พร้อมกับมอเตอร์ไซค์ที่เขาได้อัดพลังไฟฟ้าเข้าไปมาเกินไปจนทำให้มันเกือบจะพังอยู่แล้ว ระหว่างทางนั้นเองแผ่นดินใต้มอเตอร์ไซค์ของเขาก็ได้ดีดตัวขึ้นมาทำให้มอเตอร์ไซค์วิบากของเขาได้พังก่อนเวลาอันควร ปรากฏร่างของ 200 เมตร ( ค่าตัวแพงเอาออกมาก่อน ) ที่ชายหนุ่มน่าจะได้ฝังศพมันลงไปที่ซากโบราณสถานนั่นแล้ว ดูเหมือนว่ามันจะยังไม่ตายและได้หวนกลับมาเพื่อที่จะล้างแค้นกับชายหนุ่มตรงหน้านั่นเอง


HP 500 / 500


"ไอ้บ้าเอ๊ย แกทำรถชั้น (?) พังหมด.... แล้วนี่อะไรฮึ อยากให้ชั้นฆ่าแกอีกรอบรึยังไง ? " ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองไปยังสัตว์ยักษ์ตัวนั้นอย่างใจเย็น

"แต่โทษทีว่ะ ชั้นไม่มีเวลาว่างพอจะมาเล่นกับแกหรอกนะ" โดมินิคเดินข้ามซากมอเตอร์ไซต์ของเขา ? ไปก่อนจะโบกมือทำท่าร่ำลาเจ้าสัตว์ยักษ์นั่นไปพลางออกเดินผ่านข้างตัวมันไปพลาง

ดูเหมือนว่า 200 เมตร ( กลายเป็นชื่อเล่นไปแล้ว ) จะฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง ( ไม่น่าจะแปลก ) มันได้หาที่ตายเหมาะๆและลงเล็บด้านข้างของจอมมารทันที !!!


ร่างของชายหนุ่มหายวับไปก่อนที่กรงเล็บนั่นจะพุ่งมาถึงตัวเขา "แกนี่มันโง่จริงๆเลยนะ" โดมินิคปรากฏตัวขึ้นโดยอยู่ห่างจากเจ้า 200 เมตรนั่นหลายสิบเมตร "ระวังรถของชั้นหน่อยนะ ชั้นอัดพลังไส่ลงไปมาก อีกเดี๋ยวก็คงจะ...."

บรึ้ม !!!!!!!! ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดจบ ระเบิดของรถมอเตอร์ไซต์ที่ถูกอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าก็ซัดเข้าไส่เจ้า 200 เมตร นั่นอย่างแรง โดมินิคไม่รอช้า เขาอัดพลังไฟฟ้าไส่ขาทั้งสอง ดีดตัววิ่งไต่ร่างกายของเจ้าสัตว์ยักษ์นั่นหน้าตาเฉย โดยที่เส้นทางที่สายฟ้าจากเท้าของเขาพุ่งผ่านไปนั้น ยังคงถูกเผาไหม้ด้วยความร้อนแรงของสายฟ้ามรณะ

"ขอแขนแกไปชิมซักข้างก็แล้วกัน" ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมกับกระชากมือขวาที่ตอนนี้เต็มไปด้วยพลังไฟฟ้าจำนวนมหาศาลง้างไปข้างหลังสุดแขน

ซูม !!!! เสียงฟาดแขนของโดมินิคพุ่งผ่าอากาศอย่างรวดเร็วจนทำให้รูปร่างของมันบิดเบี้ยว แขนขวาที่ตอนนี้เปรียบเหมือนดาบคาตานะความเร็วสูง ที่กำลังจะสะบัดแขนยาวๆของเจ้า 200 เมตรนั่นอย่างเลือดเย็น

ดูเหมือนว่าหนังของสัตว์ประหลาดยักษ์ตรงหน้าจะเหนียวกว่าที่ชายหนุ่มคิดไว้จะมีก็แค่เศษน้ำเหนียวๆเลอะเปรอะเปลื้อนติดออกมา ดูเหมือนว่ามันจะสะบัดร่างของจอมมารลงด้วยความเจ็บปวดและแทงแขนซ้ำลงมาด้วยควาเร็วที่ตกลงไปทันที !!!!

200 เมตร : HP 450 / 500


"ไอ้เนี่ย มันเรียกว่าการโจมตีหรอวะ ไอ้สวะ !!" ชายหนุ่มรับการโจมตีของเจ้า 200 เมตรนั่นด้วยมือปล่าวหน้าตาเฉย

"การโจมตีน่ะ มันต้องแบบนี้ !!" สิ้นเสียง ลำแสงขนาดยักษ์ก็ถูกยิงออกมาจากมือข้างที่รับการโจมตีของสัตว์ร้ายนั่นออกไป ด้วยความทรงพลังของกระสุนสายฟ้านี้ ทำให้ท้องฟ้าที่ลำแสงนี่พุ่งผ่านไป บิดเบี้ยวจนผิดรูปด้วยพลังแห่งอัสนีบาต

( กรี๊ดดด !! เอ้ยไม่ใช่ !! )  ก๊าซซซซซ !! เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดของสัตว์ร้ายตรงหน้าดังขึ้นพร้อมกับแขนที่หลุดออกไปด้านหนึ่งของมัน แขนยักษ์นั่นได้หล่นลงมากระทบตัวของโดมินิคที่ยืนเก๊กอยู่ด้านล่างทันทีพร้อมกับน้ำเหลืองเยิ้มสกปรก แขนของมันได้งอกออกมาอีกครั้งหนึ่งอย่างรวดเร็วและเหวี่ยงมาทางจอมมารด้วยความเร็วสูงทันที !!!

โดมินิค Hp 146 / 156 ( โดนแขนทับ )    Mp 180 / 180


"งั้นเรอะ รอดมาได้เพราะพลังฟื้นตัวนี่สินะ เป็นพลังที่สมกับเป็นพวกสวะซะจริงๆ" ชายหนุ่มยังพูดออกมาอย่างสบายใจ ทั้งๆที่ตรงหน้าของเขามีแขนของสัตว์ยักษ์ 200 เมตร กำลังพุ่งตรงเข้ามา

"ฮึ่มมมม !!!!! เอ้า !! เอาคืนไป !!!!!"โดมินิคใช้แรงแขนของเขายกแขนข้างที่ขาดของ 200 เมตร ขึ้นมา ก่อนที่เขาจะเหวี่ยงมันไส่เจ้าปีศาจนั่นที่กำลังเหวี่ยงแขนมาทางเขา [หมัดเคาร์เตอร์]

200 เมตร : HP 380 / 500

- เปรี้ยง !!! - ฉากหมัดเคาร์เตอร์แบบก้าวแรกสู่สังเวียนเผยขึ้นน้ำลาย ( ? ) ของ 200 เมตรกระจายฟูมปากหันออกไปพร้อมกับแขนที่วืดหัวของโดมินิคไปอย่างเฉียดฉิว ร่างของมันเซ โง เงน ออนเป็นสะพานไปด้านข้างตามแรงซัดนั่น ดูเหมือนว่าด้วยขนาดตัวจะทำให้มันลำบากมากในการเอี้ยวตัวกับคืนมาดั่งเดิม


ชายหนุ่มวิ่งเข้าไส่ร่างจะล้มไม่ล้มแหล่ของเจ้า 200 เมตร นั่นแบบติดจรวด ก่อนจะรัวหมัดที่หุ้มไปด้วยสายฟ้าไส่เจ้าสัตว์ยักษ์นั่นแบบไม่นับ
- ตูม !! - เสียงล้มดังสนั่นของสัตว์ประหลาดตรงหน้าได้ล้มลงไปสู่พื้นก่อให้เกิดแผ่นดินไหวและเสียงดังสนั่นขึ้น เกร็ดหนามที่ลำตัวของมันได้พุ่งออกลอบกัด ทำร้ายโดมินิคในจังว่ะที่มันกำลังเสียกลางทรงตัวกลางอากาศทันที !!

โดมินิค Hp 136 / 156 ( สเก็ดหนาม )    Mp 180 / 180

200 เมตร : HP 310 / 500


ชายหนุ่มดึงเอาเศษหนามที่ทิ่มแทงอยู่บนร่างของเขาออกแบบชิลๆ ก่อนที่เขาจะกระโดดขึ้นฟ้าไปพร้อมๆกับระดมยิงกระสุนสายฟ้าออกมาจากฝ่ามือนับไม่ถ้วนไส่เจ้า 200 เมตร ที่กำลังล้มตึงอยู่กับพื้นอย่างเลือดเย็น

เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดของปีศาจตรงหน้าดังขึ้น ร่างของมันแผ่นิ่งอยู่บนพื้นไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ด้วยกำปั้นนับไม่ถ้วนของโดมินิคที่ประเคนให้อย่างสนุกสนาน ดูเหมือนว่าไม่ว่าทางใดมันก็คงจะไม่สามารถรอดพ้นไปจากมือของจอมมารได้แล้ว มันจึงได้ตัดสินใจใช้วิธีสุดท้าย !! ทันใดนั้นแสงวู้บก็ได้ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าชายหนุ่ม การระเบิดตนเองนัั่นเอง มันพร้อมที่จะพาจอมมารไปลงนรกด้วยในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าเท่านั้น !!

200 เมตร : HP 250 / 500


เขี้ยวบินสองตัวพุ่งทะลุจากพื้นดินมาเป็นฐานรองให้กับโดมินิค ก่อนที่จะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง "แกนี่มันอภิมหาสวะเลยนะ ถ้าแกหมดมุขแค่นี้ล่ะก็...." ชายหนุ่มหยุดพูดไปเพราะระดับความสูงที่เพิ่มทวีคูณมากขึ้นเรื่อยๆ

"จงกลายเป็นแค่เศษสวะที่ปลิดชีวิตตัวเองอย่างสูญปล่าวซะเถอะ !!" สิ้นเสียง ท้องฟ้าเหนือหัวชายหนุ่มขึ้นไปอีกก็ฉีกขาดออก พร้อมกับฝูงเขี้ยวบินมรณะที่พากันออกมากางตาข่ายลำแสงเพื่อปกป้องเจ้านายของมันจากแรงระเบิดที่กำลังจะเกิดขึ้น !!!!

- Zabbb !! - เสียงระเบิดนั้นต่างจากการระเบิดทั่วไปอย่างได้ยินได้ชัดแสงระเบิดของมันได้กระจายออกลอดช่องตาข่ายลำแสงที่โดมินิคสร้างขึ้นมาเป็นปลายหอกระเบิดที่คงอาณุภาพไว้ซัดร่างของโดมินคิลงมาจากบัลลังทันที !!!

สเตลล่า ( โดมินิค ) Hp 136 / 156 ( ไม่ลดลงแต่อย่างใดเนื่องจาก Special Ability )    Mp 180 / 180 : ติดสภาวะไวรัสนอกโลก : ทำให้ขยับตัวลำบากขึ้นเหมือนกับถูกแรงโน้มถ่วงของโลกดึงไว้มากขึ้นกว่าปกติทั่วไปหลายเท่า
จากซาก 200 เมตรนั่นได้เผยชิ้นส่วนเสี้ยวแห่งพลังที่ดูเหมือนจะมีประโยชน์ต่อชายหนุ่มใช่น้อยเลยทีเดียว ( ถ้าสามารถเก็บได้ทันเวลา Special ability จะเพิ่มเป็น LV 4 ) - พรึบ !!! - เศษร่างกายของมันได้กระจายออกมาเป็นเอเลี่ยนตัวเล็กๆเพื่อขัดขวางชายหนุ่มทันที !!



Player Reaction : อีก 3 เทิร์นผลึกพลังจะหายไป เชิญจ้า

To Be Continue
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 3-8-2010 11:39:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด nutchsnon เมื่อ 4-8-2010 01:57



Lan Blado Item
Lan Blado Recovery skill
Lan Blado Passive skill 1
Lan Blado Passive skill 2
Lan Blado Active skill
Lan Blado Speacial ability

แรนได้แต่ปล่อยให้ทูติสาวที่ใบหน้าในตอนนี้มีแต่รอยยิ้มและน้ำตาซบอกเขาอยู่แบบนั้น ถึงหน้าของแรนตอนนี้ยังคงแดงอยู่แต่รอยยิ้มก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้าของชายหนุ่มเพราะตอนนี้เขาเริ่มจะเข้าใจคำว่า ความสุขแห่งรัก แล้วแต่ไม่เขาคงจะรู้สึกและรับรู้ถึงมันครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย... หลังจากนั้น ชายหนุ่มพาทูติสาวเดินกลับไปที่บ้านพักก่อนที่เขาจะไปส่งที่หน้าบันไดชั้นสอง (เพราะเฟย์ห้ามให้ตัวผู้ขึ้นไป)

แรน : หลับให้สะบายนะ พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางกันแล้ว - แรนพูดส่งท้ายก่อนจะเดินจากอันดิเน่ไปหยุดอยู่หน้ากระท่อมหลังนี้
แรน : อยู่แถวๆนี้สินะไซเซอร์... - ชายหนุ่มหลี่ตาลงก่อนจะพูดชื่อคนที่พิงกำแพงอยู่
ไซเซอร์ : รู้ดีจังเลยนะ - ไซเซอร์พูดพลางเดินไปเท้าไหล่ชายหนุ่ม - ไม่เบาเหมือนกันนี่หว่า ที่ไม่ xxx หล่อนน่ะ~
แรน : ... มีธุระอะไรอีก? หมูนี้เจ้าแสดงตัวออกมาบ่อยเหลือเกิน มีจุดประสงค์อะไรกันแน่?
ไซเซอร์ : ก็นะ พวกเจ้าจะมาแดนของข้านี่นา ข้าเลยมีข้อเสนอที่เจ้าปฏิเสธไม่ได้มาคุยกับเจ้าน่ะ - ไซเซอร์ยิ้มแบบมีเล่ห์นัย แรนกัดฝันแน่นมือข้างที่มีอักขระเวทย์กำแน่นพร้อมที่จะชกคนตรงหน้า
ไซเซอร์ : หืม ว้าวกลายเป็นตราเวทระดับสองแล้วหรอนี่ ยอดเยี่ยมๆ แต่ว่าน่าเสียดายนะ เพิ่งจะยกระดับความสัมพันกันแท้ๆ แต่เดี๋ยวก็ต้องสู้กันแล้ว น่าสงสารๆ - ไซเซอร์หัวเราะพลางจับหน้าผากตัวเอง - เงื่อนไขไม่มีอะไรมาก เมื่อเร็มเปิดประตูบานนั้นออกเจ้าแค่ขัดขวางไม่ให้พวกเร็มเข้ามาในโลกฝั่งนั้นก็พอ อ้อแล้วคนที่เข้าไปต้องมีแค่เจ้าคนเดียวนะ ไม่งั้นข้าไม่ส่งน้องสาวเจ้าคืนพวกเร็มจริงๆด้วย - ไซเซอร์พูดใกล้ๆหูของแรน ชายหนุ่มสะบัดไหล่ตัวเองไล่จอมมารออกไปด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียวนิดหน่อย
แรน : นี่เจ้า...
ไซเซอร์ : แลกกับน้องสาวคนสำคัญแล้ว เจ้าคงไม่ปฏิเสธสินะ~ - ไซเซอร์เดินถอยออกมาก่อนจะโดนแรนเรียกดาบออกมาฟันเขา - เอาเถอะ ข้าจะไปรอที่ยอดเขาพร้อมกับน้องสาวของเจ้าก็แล้วกัน ไว้เจอกันตอนนั้นน่ะ คู่หู~ - ไซเซอร์ค่อยๆเดินถอยหลังหายไปในความมืดส่วนแรนที่ยืนมองร่างนั้นด้วยความโกรธก็ค่อยปรับอารมณ์ตัวเองให้กลับมาเหมือนเดิม
แรน : รีเน่.... - เขากำมือแน่นพลางมองตราเวทบนข้อมือของตัวเอง ก่อนจะเดินกลับไปพักผ่อนที่กระท่อม...

เช้าวันรุ่งขึ้น

แรนลุกตื่นแต่เช้ามืด เผื่อลุกออกมาฝึกร่างกายเหมือนปรกติ ชายหนุ่มเดินออกไปรอบๆทุ่งกว้างนี้เพื่อหา มอนเตอร์ สู้ในเขตสีฟ้าเพียงลำพัง เขาเรียกเรย์อิเซนและริวโคไว้บนมือ เดินไปซักพักก็พบกับ Bee (10) และ Mill (10) กำลังเชยชมบรรยากาศที่สดในรอบๆนี้อยู่ ดวงตาที่ไร้ความรู้สึกของชายหนุ่มจ้องมองไปที่เหยื่อพวกนั้น ก่อนจะกำมือแน่น และเริ่มล่าทันที
แรน : พวกเจ้าอย่าได้โกรธแค้นกันเลย ข้าแค่ต้องแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น.. - ไฟสองสีลุกขึ้นบนดาบทั้งสองเล่มก่อนจะฟาดใส่กลุ่มเหยื่อพวกนั้นอย่างไร้ความปราณี Rule Active ชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองว่างเปล่าเหลือเกินและทุกอย่างเชื่องช้าไปหมด ในหัวไม่รู้และไม่อยากจะคิดอะไรทั้งนั้น เพราะยิ่งคิดยิ่งมีแต่จะทำให้ตัวเองเป็นทุกข์และสับสนเปล่าๆ จึงได้แต่ไล่ฆ่าฟัดเหล่ามอนเตอร์ผู้โชคร้ายที่กลายเป็นที่ระบายของชายหนุ่มไปซะแล้ว

Ran HP +10 , MP +10 , LV : 8 // EXP อีก 776 เลเวลจะอั้พ // Gain status 6 point

เหล่ามอนสเตอร์ทั้งหลายได้ตายลงด้วยเปลวดาบแห่งเพลิงและวารีดูเหมือนพลังเวทย์มนต์ของดาบก็จะได้ดึงพลังเวทย์ของแรนไปมากมายเช่นเดียวกัน สายลมอ่อนๆที่แสนโดดเดี่ยวพัดผ่านตัวของชายหนุ่มไปด้วยความอ้างว้าง ความทุกข์และความโศกเศร้าของเขาในตอนนี้กำลังกลับมาขโมยความสุขเพียงชั่วครู่ของเขาอีกครั้ง หรือว่าแรนเองจะไม่สามารถหนีไปจากอดีตของตัวเองได้เลยกันแน่

ขณะเดียวกันนั้นเอง โซฟีเองก็ได้ออกมาฝึกฝนที่ด้านนอกเหมือนกันกับชายหนุ่ม แม้ตอนอยู่คนเดียวตามลำพังเธอก็ยังคงกริยาที่แน่นิ่งของเธอไว้เสมอๆ เด็กสาวค่อยๆเดินออกไปตามลำพังในป่าด้านตะวันตกของบ้านพัก

ในขณะเดียวกับที่ชายหนุ่มกำลังเก็บดาบของตัวเองหลังจากจัดการกับพวกมอนสเตอร์จนหมดสิ้นแล้ว ก็ได้ปรากฏร่างของชายหนุ่มวัยเดียวกับเขาเดินควงปืนคู่ที่มีรูปร่างแปลกๆมาจากทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ดูเหมือนว่าจะไม่มีจิตสังหารจากชายหนุ่มผู้นั้นแต่อย่างใด



ฮาเซโอะ : เฮ้อ ~ ไปไหนกันหมดซะแล้วล่ะเนี่ย . . . . หรือว่าเราจะมาช้าไปนะ . . . . . . - ดูเหมือนว่าตัวเขาเองจะกำลังหลงทางอยู่ซะด้วย ชายหนุ่มควงปืนพกคู่ของเขาเก็บลงไปที่ที่ยึดด้านหลังกางเกงของเขาและหยุดเดินลงใกล้ๆกับแรน - เอ่อ . . . ขอโทษด้วยครับ คุณพอจะเห็นกลุ่มคนที่มีผู้หญิงผมสีชมพู ท่าทางดุๆ หน่อย กับชายหนุ่มผมสีฟ้าหน้าตาแอ้บแบ้ว ผ่านมาแถวนี้บ้างรึเปล่าครับ ? - ชายหนุ่มถามแรนด้วยวาจาสุภาพเรียบร้อย แต่ดูเหมือนมันจะผิดเล็กน้อยตรงที่เขาไม่ได้แนะนำตัวเองเสียก่อนตามธรรมเนียม -

Use poit up : Str 2 agi 1 int 1 dex1 luck1

แรน : .... - ไม่มีเสียงตอบกลับจากแรนแต่อย่างใด สายตาที่ไม่มีแววตาความรู้สึกจ้องมองชายหนุ่มที่คุยกับเค้าครู่หนึ่งก่อนจะหยิบดาบที่ปักไว้บนพื้นขึ้นและเดินต่อไปไม่แม้แต่กระทั่งจัดการกับเลือดของมอนเตอร์ที่เปื้อนบนใบหน้าของเขาเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขามองไปที่บนยอดเขาเซนต์ และเหมือนกับบ่นพึมอะไรซักอย่างก่อนจะเดินต่อไป... ต่อไปเรื่อยๆ(อยู่ในโซนเดิมนั่นแหละ) ตุบ... เหมือนกับว่าเขาเดินไปสะดุดบางอย่าง เขามองด้วยหางตาสิ่งนั้นคือตัว Wood ที่กำลังแทะเล็มหญ้าใกล้ๆนี้อยู่นั่นเอง
แรน : .... - ฉึก! ดาบของชายหนุ่มทิ่มกลางร่างของ Wood ตัวนั้นแบบไม่ให้ตั้งตัว เสียงโอดครวญของมันดังมากทำให้ตัวที่อยู่ในระแวกนั้น(19 รวมกับตัวที่ถูกแทงไปเป็น20)พร้อมกับ Bee (20) ที่ตามกลิ่นเลือดของกลุ่มที่ถูกฆ่าไปก่อนหน้านี้ เข้ามาด้านหน้าของชายหนุ่ม สายตาที่จ้องมองมอนเตอร์พวกนั้นยังคงนิ่งเฉยและแฝงไปด้วยแรงอาฆาตอีกทั้งยังมีแรงกดดันมหาศาลเพราะตอนนี้เขาต้องการเพียงแค่ทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นนั่นเอง ชายหนุ่มเรียกไฟสองสีออกมาอีกครา ก่อนจะค่อยเดินออกไปช้าๆ ก้าวเร็วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเป็นการวิ่งเข้าใส่กลุ่มมอนฯพวกนั้น Rule Active เปลวไฟที่แผดเผาเพียงแค่เป้าหมายที่ผู้ใช้ต้องการเผาเท่านั้นแต่ตอนนี้กลับกายเป็นเปลวไฟที่เผาทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในรัศมีของมันไปซะแล้ว  ทำให้กลุ่มมอนฯที่อยู่อาศัยอยู่ในป่าระแวกนี้ต่างตื่นตระหนกและเข้ามาลุมล้อมชายหนุ่ม (Beetle 30 ,Horny เห็ด 10 , Horny นก 15 , Trixter 30 และ Butterfly 5) (สู้รอบที่สอง) ชายหนุ่มที่ยืนอยู่บนศพของ Wood ที่เพิ่งจะฆ่าเสร็จ ยังคงมีสายตาที่ว่างเปล่าและพร้อมที่จะฆ่าทุกอย่างที่สามารถทำให้ตัวเองแข็งแกร่งมากกว่านี้เข้าไปอีก
แรน : รวบรวม... ปลดปล่อย ... รักษา ... Lion soul ชายหนุ่มรวบรวมธาตุที่อยู่บริเวณรอบๆฟื้นฟูกำลังของตัวเอง เขาดูดพลังธรรมชาติรอบๆให้เป็นของตัวเองจนหมด ก่อนจะเริ่มล่าต่อไปทั้งแบบนั้นRule Active ...

ทางด้านไซเซอร์ที่เฝ้ามองแรนที่กำลังคลุ้มคลั่ง(?) พลางเสยะยิ้มด้วยความยินดี
ไซเซอร์ : หืม... นี่คิดจะแข็งแกร่งขึ้นเพื่อให้ซักวันจะสามารถฆ่าข้าได้สินะ ฮึๆ ช่างเป็นพี่ชายที่ประเสริฐเหลือเกินนะ รีเน่... - จอมมารหนุ่มหันไปทางสาวสวยผมทองชุดเมดสีดำที่ถูกมัดไว้กับดาบ Frozen.B ขนาดยักและกำลังมองมาที่ลูกแก้วที่ฉายใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกของผู้เป็นพี่ชายอย่างเวทนา
ไซเซอร์ : ก็นะ ชั้นขโมยเสียงของเธอมาเพื่อไม่ให้ร่ายเวทย์ได้ แต่ชั้นรู้นะว่าเธอกำลังจะบอกอะไร - ชายหนุ่มเดินมาใกล้ๆหญิงสาวและยื่นหน้ามาใกล้ๆเธอ - '' ขอร้องล่ะ หยุดเถอะ...'' หรือว่าจะเป็น '' ได้สติซะทีเถอะค่ะ ท่านพี่'' แบบนี้ใช่ม้าz~  - ไซเซอร์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงของคู่สนทนาก่อนจะหัวเราะออกมาและหันมาพูดกับเธออีกครั้ง
ไซเซอร์ : แต่เสียใจด้วยนะ ลงแบบนั้นแรนไม่มีทางปฏิเสธข้อเสนอของข้าและต้องมาเป็นพวกของข้าในที่สุดก็เพื่อปกป้องเจ้าเชียวนะ คุณน้องสาวจอมปลอม - ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงสอดเสียดพลางสะบัดแขนไปชี้ไปที่ลูกแก้วนั่น - เอาล่ะการล่าอย่างปีศาจของแรนเริ่มขึ้นแล้ว เชิญชมกันให้หนำใจไปเลยนะ รีเน่ บลาโด้ ฮ่าๆๆ!!!! - จอมมารหนุ่มหัวเราะลั่น รีเน่เองได้แต่กัดริมฝีปากของตัวเองพร้อมกับน้ำตาเม็ดใสที่เริ่มผุดออกมาบนใบหน้า สายตาของเธอไม่อยากจะเห็นภาพที่พี่ชายของตัวเองละเลงเลือดของตัวเองกับเหล่ามอนฯเตอร์ที่ถูกฆ่าอย่างไร้ความปราณีนั่นเลยแม้แต่น้อย และแน่นอนภายในใจของเธอก็ยังหวังให้ใครซักคนมาหยุดเขาไว้ก่อนที่เขาจะมุ่งหน้ามาที่ยอดเขาลูกนี้

? ? ? : ช่างเล็กเหลือเกิน - เสียงแว่วบนยอดเขาในห้องพิธีเปิดประตูแห่งแสงดังขึ้นเป็นเสียงเด็กชายผู้หนึ่งพร้อมกับมือยักษ์ที่เปิดฉากกระซวกกรงเล็บเข้าที่ไซเซอร์ก่อนที่เม็ดเลือดแดงสดจะกระเด็นไปเปรอะหน้าของหญิงสาวที่กำลังถูกมัดอยู่ใกล้ๆ -



? ? ? : ไม่นึกว่าจะมีแหล่งพลังถึงสองจุดที่น่าจะใช้การได้บนยอดเขานี้ซะด้วยนะ - ชายหนุ่มยิ้มขึ้นเล็กๆก่อนที่วิญญาณแห่งเพลิงขนาดมหึมาด้านหลังของเขาจะจับจ้องลงมาตามสายตาของนายของมันด้วยแววตาที่ขาวโพลน - ดูท่าทางแล้วเด็กคนนั้นน่าจะจัดการได้ง่ายกว่านายนะ ถ้างั้นเอาเป็นนายก่อนแล้วกัน !! - กรงเล็บแห่งเพลิงได้กระซวกอออกพร้อมกับทิ้งเพลิงอเวจีเผาผลาญไว้ที่ร่างของไซเซอร์ ก่อนที่ลมบนหุบเขานั้นจะเปลี่ยนกระแสไปตามที่เด็กหนุ่มตรงหน้าต้องการทันที -

ทางด้านของแรนชายหนุ่มที่มาเห็นแรนกำลังฆ่ามอนสเตอร์ที่อ่อนแอกว่าอย่างเลือดเย็นและไร้สติ เขาจึงได้หยิบเคียวของเขาออกมาและผนึกร่างของชายหนุ่มไว้ก่อนทันที

ฮาเซโอะ : เดี๋ยวก่อนเซ่ !!! เป็นอะไรไปน่ะ !! - ชายหนุ่มเขย่าตัวแรน และมองไปที่ตาไร้แววของเขา - ชิ !! จะทำตัวแบบนี้ไปถึงเมื่อไรกัน !!! - กำปั้นได้ซัดเข้าที่ใบหน้าของแรนทันทีเหมือนชายหนุ่มได้เห็นใบหน้าที่ตายด้านของชายหนุ่มตรงหน้า - กึด !!! - เสียงฝ่ามือหนึ่งได้รับหมัดนั้นเอาไว้ โซฟีนั่นเอง หญิงสาวส่ายหน้าเบาๆด้วยสีหน้าที่เหมือนเดิม จากนั้นเธอก็ค่อยๆเดินเข้าไปหาแรน -

โซฟี : ริวโค . . . . เรย์อิเซน . . . - ด้วยพลังเวทย์ที่มากกว่าจึงทำให้เด็กสาวดึงดาบออกมาจากมือของแรนได้อย่างง่ายดายโดยที่ชายหนุ่มไม่สามารถขัดขืนได้ด้วยพลังเวทย์ที่ต่างกันของเขา เด็กสาวค่อยๆปักดาบลงกับพื้นข้างหลังตัวเองและเดินผ่านด้านข้างของแรน - ถ้าอันดิเน่รู้เข้า . . . . เธอคงผิดหวังมาก . . . . - ว่าแล้วเด็กสาวก็ได้เดินหวนกลับไปทางกระท่อมทันที -


ไซเซอร์ : หืม... มีคนมาถึงที่นี่โดยที่ข้าไม่รู้สึกตัวด้วยหรอ~ - ร่างของไซเซอร์ที่อยู่บนกรงเล็บนั่นค่อยๆหายไปและร่างของไซเซอร์ก็ไปโผล่ที่ดาบยักแทน - ?? นี่เจ้า... อีฟรีท? ไม่สิ คิดไปเองรึ? - จอมมารหนุ่มทำท่าคิดเล็กคิดน้อย - ว่าแต่ เล่นเอามือมาแทงข้างหลังกันไม่ให้ซุ่มไม่ให้เสียงแบบนี้จะหาเรื่องกันรึไงนั่น? เฮ้อ ข้าล่ะเบื่อโลกฟากนี้จริงๆ มีแต่เริ่มยุ่งๆให้ข้าต้องเปลืองแรงอยู่เรื่อย จอมมารเรียกดาบ Frozen B. ดาบประจำกายของตัวเองออกมา
ไซเซอร์ : เมื่อกี้เจ้าบอกว่าดวงจิตที่ใช้การได้สินะ ไม่ลองอยู่ชมจนถึงที่สุดก่อนรึ?เจ้าน่ะ - ไซเซอร์ยิ้มมีเล่ห์นัยพลางถามชายหนุ่มตรงหน้าของเขา

ทางด้านแรน

ชายหนุ่มค่อยลุกขึ้นสายตายังคงว่างเปล่าเหมือนเดิมจับจ้องมาที่โซฟี
แรน : เกะกะ... - พูดเสียงเรียบและใบหน้าที่เย็นชาสนิทใส่สาวน้อยตรงหน้าเขาก่อนจะทำท่าเหมือนกับจะเดินแทรกทั้งสองคนเพื่อไปล่าต่อทั้งแบบนั้น (ดวงตากลายเป็นสีแดงสนิทไปแล้ว)

Ran HP +50 , MP +50 , LV : 18 // Gain : point 30 // Str 8 agi 11 int 7 vit 3 dex 1 luck 6
[/quote]

อ่านต่อเรปหน้า
โพสต์ 3-8-2010 16:51:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 10-8-2010 08:21

Asia : Eureka_GL_World


Asia Item
Asia Recovery skill
Asia Passive skill
Asia Active skill
Asia Special ability

เฮ่อ... เหนื่อยจริง ๆ เอาอีกแล้วนะ... เจ้าแมงมุม

ผมก้มหน้าเล็กน้อยเพื่อให้แก้มของตัวเองไปโดนผมของอาตันที่มาพิงผมอยู่

" ไม่เป็นไรนะครับ อาตัน "

จากนั้นตามคอนเซ็ป ผมสร้างสุสานเล็ก ๆ ให้กับแมงมุมตัวนี้

" ... ไปกันเถอะครับ อาตัน ผมว่าคุณเรนะ กับ คุณลูกะคงเป็นห่วงกันแล้วล่ะครับ "

ผมพูดกับอาตัน แล้วเดินกลับไปยังที่ ที่เดินมา

ข อ อั พ ส เ ต ตั น น ะ ค รั บ S t r + 2 0 d e x + 1 5 v i t + 1 0 ( รอการอั้พเดท )

หลังจากที่กลับมาที่พักนั้นดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะไม่ได้รออยู่ที่ที่นัดกันไว้ คาดว่าพวกเธออาจจะลงตามเอเวียไปหรืออาจจะไม่ทำธุระอื่นกันสองคนระหว่างที่พวกเขาไม่อยู่ แต่ยังโชคดีที่ของนั้นยังอยู่ครบถ้วน

อาตัน : เอ . . . หายไปไหนกันน้า ~ แย่จริงๆเลย - หญิงสาวบ่นเล็กน้อยพลางปัดฝุ่นที่พื้นและนั่งลง - ชั้นว่าเราน่าจะหามอนสเตอร์ในระแวกใกล้ๆฝึกฝนระหว่างรอได้อีกซักพักล่ะนะเอเซีย ยังไงซะเราก็ต้องออกเดินทางไปพร้อมกันอยู่แล้ว


" นั้นสินะครับ ถ้างั้น "

ผมสร้างภูตลมตัวเล็ก ๆ ขนาดเท่าฝ่ามือขึ้นมา รูปร่างคล้ายแมว

" ฝากเฝ้าของด้วยนะ ถ้าหากมีใครเข้ามาขโมยล่ะก็รีบมารายงานทันทีเลยนะ "

ภูตของผมพยักหน้าแล้วลอยไปซ่อนตัวแถว ๆ นั้น

" แบบนี้คงใช้ได้แล้วมั้งครับ ไปกันเถอะครับอาตัน "

ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังเดินออกมาจากจุดพัก บรรดานักล่าทั้งหลายก็ได้วิ่งสวนทางกันกลับมาเป็นกองทัพ เหมือนกับวิ่งหนีอะไรกันมาซักอย่าง เสียงฝีเท้าที่ดังกว่าปกติเล็กน้อยพร้อมกับอากาศที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆจนเหมือนกับจะเผาผลาญป่าให้ราบเลยทีเดียว ด้านหน้าของชายหนุ่มได้ปรากฏภาพมังกรโบราณแห่งเพลิงขึ้นซึ่งดูเหมือนมันจะกำลังวิ่งไล่ตะครุบเหยื่อผู้โชคร้ายอยู่ !!



" ... หมาติดปีก... ไม่ใช่สิ มังกร !! ไหงถึงมีตัวอันตราย มาเดินอยู่แถวนี้ได้ล่ะเนี้ย !! "

ตอนผมเห็นมังกรตัวนั้นก็ตกใจสุด ๆ แต่เมื่อได้ยินเสียงร้องของนักล่าทั้งหลายที่กําลังวิ่งหนี มังกรตัวนั้นอยู่
บางสิ่งบางอย่างในหัวผมก็ได้บังคับให้ผมทําในสิ่งที่ส่วนลึกของนิสัยผมต้องการ

" อาตัน ไปช่วยพวกเขากันเถอะครับ !! "

ต้องเข้าไปถ่วงเวลาก่อนสินะ ให้มาสนใจแค่เราต้องดึงดูดความสนใจ
ผมรีบวิ่งเข้าไปหยิบหินก้อนเล็ก ๆ ที่ตกอยู่กับพื้นพร้อมอัดพลังลมไว้
แล้วปาให้ไปที่หัวของมังกรตนนั้น
อาตัน : จะบ้าเหรอ !!! เอเซีย เดี๋ . . . . . . - ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะเอ่ยเสร็จก้อนหินของชายหนุ่มก็ได้ลอยหลุดมือไปซะแล้ว -

ก้อนหินกระทบหัวมังกรดังแปะ ดูเหมือนว่ามันจะหยุดวิ่งลงและหันมาทางเอเซีย มันค่อยๆเดินเข้ามาหาชายหนุ่มอย่างช้าๆด้วยความร้อนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และจ้องหน้าชายหนุ่ม กลิ่นปากเหม็นหึ่งได้ลอยออกมาพร้อมกับเสียงคำรามและน้ำลายที่บูดเน่าของมังกรตรงหน้าใส่เอเซียทันที !! แต่ดูเหมือนว่ามันยังไม่ได้โจมตีอะไรชายหนุ่มนอกจากการขู่ ( และตัดกำลังทางอ้อม )


โห... จากความรู้สึกแล้วต้องหนีสินะ ใช่แล้วต้องหนี แต่...
ผมมองไปดูคนที่กําลังวิ่งหนีมังกรตัวนั้น

ต้องให้คนอื่นหนีออกไปก่อน
ต้องทําอะไรสักอย่างแล้ว

" เอ่อ... คุณหมาขนาดใหญ่ฮะ อารมณ์เสียอยู่รึครับ ? "

ผมตะโกนเพื่อจะสื่อสารกับหมาตัวนั้น ... มังกรนิ ไม่ใช่หมา
แล้วจะฟังกันรู้เรื่องเปล่านิ

ผมจ้องมังกรตัวข้างหน้าโดยไม่กระพริบตา ก่อนที่จะเอามือขวามาเกาหัวตัวเอง

" แฮะ ๆ "
- ผัวะ !! - อุ้งมือของมังกรตรงหน้าได้ตบเอเซียไปทางอื่นทันทีด้วยความเสียอารมณ์และหงุดหงิดของมังกรตรงหน้า หลังจากนั้นมันก็ได้เดินเหยียบตัวของชายหนุ่มและเดินผ่านร่างของเขาที่ติดแบนบนพื้นและกลับเข้าป่าทันที

อาตันเองได้แต่ยื่นนิ่งพร้อมกับยิ้มแห้งๆออกมา เธอเองก็ไม่ค่อยเข้าใจสถานการร์นักแต่ดูเหมือนว่ามังกรจะไปแบบ งงๆ แล้ว


" โอย... หมาตัวนั้น ... "

ผมค่อย ๆ ลุำกขึ้นมาในสภาพแย่สุด ๆ
จากนั้นผมก็เดินไปหาอาตัน

" หมาตัวนั้น ต้องเป็นหมาที่นิสัยดีแน่ ๆ อาจกําลังจะเหงาอยู่ก็ได้ "

ผมบอกอาตันไปแบบนั้น
ไม่ใช่หมานิ... มังกรต่างหาก...

หญิงสาวได้ดึงตัวชายหนุ่มกลับที่พักทันทีเมื่อเห็นนิสัยเดิมของเจ้าตัวเผยออกมา

อาตัน : นี่แน่ะ !! จะช่วยมายูมิ หรือจะช่วยทั้งโลกกันแน่ เอเซีย ~ - หญิงสาวได้ลากตัวของเอเซียกลับไปทันทีก่อนที่เขาจะหาเรื่องวุ่นให้ตัวเองอีก -

ณ ที่พัก ดูเหมือนว่าพวกเรนะและลูกะเองก็จะยังไม่กลับมาเช่นเคย . . . . พวกเขาไปทำอะไรกันแน่นะ

อาตัน : หรือว่าจะล่วงหน้าไปก่อนแล้ว . . . .  - หญิงสาวทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยและหันมาถามชายหนุ่ม - จะลองไปกันก่อนเลยดีไม๊เอเซีย ?


" ผมว่าที่พวกเขาไม่อยู่ ก็เพราะออกไปตามหาพวกเราเหมือนกันนะครับ อยู่รอดีกว่านะครับ อีกอย่างผมอยากเห็นหมาตัวนั้นอีกน่ะครับ "

ผมยิ้มตอบอาตัน ท่าทีของผมเหมือนเด็กที่กําลังได้ของขวัญวันปีใหม่อะไรเทือกนี้เลย

" เอาอย่างงี้ล่ะกันครับ เดี๋ยวผมจะสร้างภูตลมไปตามหาคุณลูกะอีกแรงล่ะกันครับ "

ไม่รอช้าผมสร้างภูตลมตัวเล็ก ๆ จํานวนมาก ลอยตามหาตัวคุณลูกะตามคําสั่ง

" เอาล่ะครับ เดี๋ยวถ้าคุณลูกะมาตรงที่พักพวกเราจะรู้ได้ทันที เพราะงั้นไปตามหาคุณหมากันเถอะครับ ! "
อาตันได้แต่นั่งเงียบและจ้อมมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่แปลกใจ . . . .

อาตัน : จะไปหามังกรตัวนั้นทำไมน่ะ เอเซีย ? - หญิงสาวยังข้องใจไม่หายกับการตัดสินใจของชายหนุ่ม ถึงมันจะเป็นการใช้เวลาว่างระหว่างรอแต่ดูเหมือนว่ามันออกจะพิศดารไปซักหน่อย -


" ผมอยากรู้จักคุณหมาตัวนั้นให้มากกว่านี้น่ะครับ "

ผมยิ้มตอบอาตันทันที

" ผมว่าถ้าหากพยายามจะสื่อสารกับเขาล่ะก็ เขาต้องเข้าใจแน่ ๆ เลย รีบไปกันเถอะครับ เดี๋ยวคุณลูกะจะกลับมาซะก่อน ! "

ผมจูงมืออาตันวิ่งตามหาคุณหมาทันที
อาตัน : เอ๋ !!!! - หญิงสาวได้แต่ร้องตกใจพร้อมกับโดนชายหนุ่มดึงออกไปยังลานกว้างเมื่อครู่ทันที -

ดูเหมือนว่าหมา . . . . เอ้ย !!! มังกรตัวนั้นจะได้หายไปเสียแล้ว จะมีก็แค่การทิ้งรอยเท้าบางๆไว้บนทุ่งหญ้าเท่านั้น เมื่ออกจากเขตุทุ่งหญ้าขจีไปก็ดูเหมือนว่าไม่น่าจะสามารถตามร่องรอยได้ง่ายๆ


" ทั้ง ๆ ที่ตัวใหญ่และร้อนขนาดนั้นแท้ ๆ ทําไมถึงไม่เหลืองร่องรอยเลยนะ "

แต่เพราะตัวใหญ่แบบนั้น คงต้องมีคนเห็นแน่ ๆ ต้องลองถามคนแถว ๆ นี้ดู

" อาตัน ช่วยผมตามหาหมาตัวนั้นอีกแรงนะครับ ขอร้องล่ะครับ "

ผมขอร้องอาตันด้วยสีหน้าจริงจัง

หญิงสาวได้แต่เดินถามตามที่ชายหนุ่มบอกเธอ เธอเองก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะให้หามังกรตัวนั้นไปเพื่ออะไรกัน !!!

อาตัน : เอเซียนะเอเซีย อยู่ดีๆจะไปหามังกร อะไรของเค้า - หญิงสาวบ่นเบาในใจพลางเดินหาคนถามแถวๆนั้นแต่ดูเหมือนด้วยนิสัยหลักของเธอจะทำให้ไม่ได้ข้อมูลอะไรมากมาย -

ทางด้านเอเซียเองที่ได้เริ่มเดินถามดูเหมือนว่าจะไม่มีใครแถวนั้นตอบเขาได้เลย ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะไม่สามารถพึ่งพานักล่าระดับต้นแถวๆนี้ได้เสียแล้ว


แย่จัง... ไม่มีเบาะแสอะไรเลย...
หมาตัวนั้นน่ะ... ทําไมถึงได้ออกมาไล่ผู้คนแบบนั้นนะ...
ถ้าหากมันต้องการชีวิตคนจริง ๆ ล่ะก็ ทําไมถึงกลับไปง่าย ๆ แบบนั้น
นี้คือสิ่งที่ผมคิดมาตลอด ตั้งแต่ที่หมาตัวนั้นเดินจากไป...

" มันอาจกําลังเหงาอยู่ก็ได้... อาจจะต้องการให้มีคนไปเล่นกับมันด้วย... "

ผมพูดกับตัวเองเบา ๆ
ก็เหมื่อนตัวผมในอดีต... แต่ผมก็มีอาตันมาช่วยเอาไว้ ผมจึงไม่ต้องอยู่คนเดียวอีก

ผมก้มลงหยิบก้อนหินที่พื้นขึ้นมา แล้วอัดพลังลมเข้าไป
ทําให้มีรูปร่างคล้ายลูกบอล จากนั้นผมก็ปาขึ้นไปบนท้องฟ้า

ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่... สิ่งที่จะทําก็ไม่ได้เสียเปล่าซะหน่อย
ไม่มีสัญญาณตอบรับจากมังกรตนนั้น อาตันเองได้แต่เงยหน้ามองตามก้อนหินนั่นไปอย่างเหนื่อยใจ

อาตัน : . . . . . . . - เธอได้ถือพัดของเธอขึ้นมาปิดปากไว้และเหล่มองชายหนุ่ม -


ผมหันมายิ้มให้อาตัน
ผมรู้สึกผิดหวังนิด ๆ แต่ที่ทําแบบนั้นก็ออกจะงี่เง่าไปจริง ๆ นั้นแหละ

" อาตัน คิดเหมือนผมไหมว่า หมาตัวนั้นเหมือนกับผมแต่ก่อน มันอาจจะเหงาอยู่จริง ๆ ก็ได้นะครับ ! "

ผมตอบอาตันที่ส่งสายแปลก ๆ มาที่ผม

ผมจูงมืออาตันแล้ววิ่งออกตามหาคุณหมาไปอย่างไร้จุดหมาย...

ยิ่งออกมาไกลเท่าไรยิ่งไร้วี่แววเท่านั้น ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะคว้าน้ำเหลวจริงๆซะแล้ว ไม่มีแม้แต่ประกายไฟหรือรังศีความร้อนออกมาจากทิศทางใดเลย

ระหว่างที่กำลังสิ้นหวังอยู่นั่นเองเขาก็ได้เหลือไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่ริมแม้น้ำ ดูเหมือนว่าระแวกนี้จะออกมาไกลจากเต้นเป็นอย่างมากแล้วเสียด้วย ซึ่งสีตาและสีผมของผู้หญิงคนนั้นมันสะดุดตาของเอเซียเป็นอย่างมากเหมือนกับเขาเพิ่งเคยเห็นจากที่ไหนเร็วๆนี้มาก่อน ( ผมแดง ตาน้ำเงิน ) ( ขนแดง ตาน้ำเงิน )



ผู้หญิงคนนั้น... ทําอะไรอยู่กันนะ
แต่ผมสีแดงนั้น... สะดุดตาดีจังแฮะ รู้สึกคุ้น ๆ ยังไงก็ไม่รู้

ผมยังคงจูงมืออาตันแล้วเดินไปหาผู้หญิงผมแดงคนนั้น

" นิเธอ... ทําอะไรอยู่น่ะ ? มานั่งอยู่คนเดียวแบบนี้มันอันตรายนะ ... เราเคยพบกันมาก่อนหรือเปล่า ? "

ผมถามจากด้านหลังของผู้หญิงคนนั้น ก่อนที่จะลงไปนั่งทีริมแม่นํ้า
ผมหยิบก้อนหินแบน ๆ แถว ๆ นั้นโยนลงแม่นํ้า
1 ... 2 ... 3 ... 4 ... เด้งเองแฮะ

" จริงสิเธอเห็นคุณหมาสีแดงติดปีกผ่านมาแถว ๆ นี้ไหม ?? อ๊ะ ผมชื่อเอเซียนะ ส่วนนี้ อาเธน่า นะ ยินดีที่ได้รู้จัก "

ผมยิ้มแนะนําตัว แต่ก็ยังไม่ลืมจุดประสงค์หลักที่จะตามหาหมาติดปีก

? ? ? : หมาเหรอ ห๊า !!!! - หญิงสาวลุกพรวดพร้อมตะหวาดแว้ดใส่เอเซียทันทีก่อนที่เธอจะเงียบลงและหันไปทางอื่นด้วยท่าทางไม่ค่อยจะเป็นมิตรของเธอ - ไม่รู้ . . . ไม่เห็นอะไรผ่านมาซักตัว - เธอยังคงเชิดใส่เอเซียและนั่งลงที่เดิมพร้อมกับหันหลังให้กับชายหนุ่ม -

อาตัน : อะไรกันน่ะ คนเค้าถามดีๆ เห๊อะ ~ * - อาตันทำท่าอารมณ์เสียเล็กน้อยและตีพัดของเธอลงที่ฝ่ามืออย่างอารมณ์เสีย -

ดูเหมือนว่าเอเซียจะดันไปเจอคนที่มีนิสัยทั่วไปเหมือนกับผู้หญิงที่เขาเคยเจออยู่บ่อยครั้งซะแล้ว และดูเหมือนว่าเธอจะไม่ค่อยให้ความร่วมมือซักเท่าไรด้วย แต่ว่าเธออาจจะไม่รู้จริงๆก็ได้ ~


" ฮะฮะ ผู้หญิงที่ผมรู้จักทุกคนแบบนี้กันหมดเลยสินะ "

เพราะเป็นแบบนี้กันหมด จึงได้ผูกพันล่ะมั้ง

ผมค่อย ๆ เดินไปด้านหน้าของหญิงสาวคนนั้น แล้วก็นั่งให้ใบหน้าผมกับเธออยู่ระดับเดียวกับเธอ
จากนั้นผมก็กํามือทั้ง 2 ข้างของผมไว้ด้วยกันแล้วยกขึ้นไปใกล้หน้าเธอแล้วแบนออก
ก็ได้มีภูตลมรูปร่างเป็นหมาตัวเล็ก ๆ กระโจมออกจากมือไปยังหน้าของเด็กผู้หญิงคนนั้น

" อย่างที่ผมบอกนั้น อยู่คนเดียวแบบนี้มันอันตรายนะ อีกสักพักเพื่อนร่วมกลุ่มของผมก็คงจะตามมา ให้พวกเราอยู่เล่นเป็นเพื่อนนะครับ คงไม่เป็นการรังเกลียดสินะครับ "

ผมยิ้มพูดกับผู้หญิงคนนั้น

? ? ? : เชอะ !! น่ารำคาญที่สุดเลยนายเนี่ย . . . . . ชั้นอยู่คนเดียวได้หรอกน่า - หญิงสาวได้หันหลังให้กับชายหนุ่มและหันไปเล่นกับทูติลมที่เอเซียได้เสกขึ้นมาแทน -

- วิ๊ง !! - สัญชาตตญาณของชายหนุ่มได้ส่องแววมาจากยอดหุบเขาที่พวกเขากำลังจะเดินทางไปอยู่ ดูเหมือนว่าคลื่นพลังหลายจุดจากที่นี่นจะซัดกันอย่างไม่เป็นระเบียบอย่างมาก ดูเหมือนว่ายอดเขานั่นจะต้องเกิดอะไรขึ้นเป็นแน่ !!! เพียงแต่ว่าด้วยกำลังของเขาตอนนี้อาจจะไม่ทันการก็เป็นได้ ทั้งยังมีพวกลูกะที่ชายหนุ่มจะต้องพาไปด้วยเพื่อช่วยมายูมิในเวลาเดียวกันด้วย เพียงแต่ว่า . . . . ถ้ามีภาหนะที่เคลื่อนที่ได้ไวและสามารถพาพวกเขาทั้งหมดไปได้พร้อมกันล่ะก็ . . .


Player Reaction : จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 18-4-2021 13:20 , Processed in 0.247544 second(s), 24 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้