Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: tesstrossa

[Play][V.1][Start !!] Role : The world

  [คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 4-8-2010 00:17:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 10-8-2010 07:40

Megurine Ruka : jeloly


Ruka Item
Ruka Recovery skill
Ruka Passive skill
Ruka Active skill
Ruka Special ability
Room mate :


คำเตือนเนื้อหาเริ่มรุนแรงขอซ่อน ใครอายุไม่ถึง 18+ อย่ากด


คำเตือนเนื้อหาเริ่มรุนแรงขอซ่อน ใครอายุไม่ถึง 18+ อย่ากด


คำเตือนเนื้อหาเริ่มรุนแรงขอซ่อน ใครอายุไม่ถึง 18+ อย่ากด


คำเตือนเนื้อหาเริ่มรุนแรงขอซ่อน ใครอายุไม่ถึง 18+ อย่ากด


คำเตือนเนื้อหาเริ่มรุนแรงขอซ่อน ใครอายุไม่ถึง 18+ อย่ากด


คำเตือนเนื้อหาเริ่มรุนแรงขอซ่อน ใครอายุไม่ถึง 18+ อย่ากด


คำเตือนเนื้อหาเริ่มรุนแรงขอซ่อน ใครอายุไม่ถึง 18+ อย่ากด


คำเตือนเนื้อหาเริ่มรุนแรงขอซ่อน ใครอายุไม่ถึง 18+ อย่ากด


เรนะ : อีะแย่แล้ว !!! - หญิงสาวลืมไปเสียสนิทว่าพวกเธอไม่มีอะไรที่จะใช้ทำความสะอาดตัวขณะเปียกปอนได้เลย เธอค่อยๆก่อกองเพลิงขึ้นและผึ่งเสื้อผ้าที่เปียกโชกของทั้งคู่ไว้ในมุมลับๆในถ้ำเพื่อไม่ให้ใครมาเจอพวกเธอเข้าระหว่างนี้ - คงจะเหนื่อยแล้วสินะ - หญิงสาวพูดพึมพำกับตัวเองและยิ้มให้กับลูกะที่นั่งอยู่ข้างๆเธอ เรนะค่อยๆหยิบข้าวปั้นที่เธอพกติดตัวมาด้วยและยื่นให้กับลูกะ - รองท้องซะก่อนนอนแล้วกันนะเดี๋ยวก็นอนไม่หลับพอดี ~ ♫ - หญิงสาวยิ้มให้พร้อมกับหยิบส่วนของตัวเองขึ้นมาแกะห่อทานด้วย


ลูกะนั่งกินข้าวปั้นของเรนะ ก่อนจะจ้องหน้าเรนะอย่างไม่ละสายตาไปที่อื่น

ลูกะ : ไอนี่อร่อยดีนะ ~


น้ำเสียงของเธอเองดูท่าทางจะมีความสุขสุดๆ เธอยังคงนั่งกินข้าวปั้นต่อไปเรื่อยๆจนหมด ก่อนจะหอมแก้มอีกฝ่ายคืน และหันไปหยิบเซตโต คันนะ และกินโซมาวางด้านหน้า

ลูกะ : ที่จริง ... ชั้นว่า ... ชั้นแค่ทิ้งเจ้าพวกนี้ไป ชั้นก็คงใช้ชีวิตได้เหมือนคนอื่นๆ สินะเนี่ย

เธอนั่งมองเซตโต คันนะ และ กินโซตรงหน้าที่ถูกวางเอาไว้บนพื้น ก่อนจะหันไปถามเรนะที่นั่งอยู่ข้างๆเธอ

ลูกะ : นี่เรนะ ... เธอเคยสูญเสียใครไปบ้างไหมในชีวิตของเธอหนะ ?

หญิงสาวเงียบไปซักพักและโอบลูกะไว้กับตัวเธอ

เรนะ : เคยสิ . . . . แต่ถึงอย่างนั้นเราก็เรียกพวกเขากลับคืนมาไม่ได้ ชั้นเลยถึงยังคงมีชีวิตอยู่เพื่อใช้ชีวิตแทนในส่วนของพวกเขาไงล่ะ - หญิงสาวจับมือของเรนะไว้และเอ่ยต่อ - บางครั้งมันก็หนักเกินไปที่จะแบกรับคนเดียว แต่ตอนนี้ชั้นจะอยู่ตรงนี้กับเธอเอง อีกอย่างนึงเธอยังมีน้องสาวรออยู่ไม่ใช่เหรอ ? - เรนะได้ยิ้มให้ลูกะและโอมหญิงสาวไว้ - ชั้นสัญญา ชั้นจะอยู่กับเธอตลอดไป ชั้นรักเธอนะ ลูกะ


ลูกะ : อะ ... อื้ม ... ชั้นก็รักเธอนะเรนะ ... นี่ก็ดึกมากแล้ว จะกลับไปหาพวกเอเซีย หรือ ว่าเราจะนอนพักกันอยู่ตรงนี้เลยดีหละ ?

ลูกะถามเรนะด้วยความเป็นห่วง เพราะดูเหมือนว่าในตอนนี้ก็เริ่มดึกมากแล้ว อีกทั้งร่างกายของเธอยังฟื้นคืนไม่เต็มหลังจากที่เล่นสนุกกับเรนะไป
เรนะ : กลับไปตอนนี้โดนล้อตายเลยแถวดูเหมือนอาเธน่าจะขี้บ่นซะด้วย ไว้ล่าอะไรไปฝากพวกเขารุ่งเช้าเพื่อเป็นการแก้ตัวดีกว่า ~♫ - เรนะเริ่มปล่อยอารมณ์ขันของเธออกมาปกติเหมือนเดิมทันที - นอนพักซะก่อนเถอะ เดี๋ยวชั้นจะนั่งยามให้ เธอจะได้ไม่ขาดความอบอุ่นไงล่ะ - ว่าแล้วเรนะก็ได้ให้ลูกะหนุนตักของเธอพลางลูบหัวของเธอเบาๆ -


ลูกะ : ถ้าจะนอนก็นอนพร้อมกันเลย ชั้นเองก็ไม่ชอบเอาเปรียบใครเหมือนกัน เอาเป็นว่าวางกับดักอะไรไว้หน้าถ้ำซะหน่อยละกัน เวลามีอะไรเข้ามาภายในถ้ำจะได้รู้สึกตัว

ว่าแล้วลูกะก็ไปหาเศษใบไม้แห้ง และกิ่้งไม้แห้งๆ มารวมกองๆไว้บริเวณหน้าทางเข้าถ้ำ และไ่ล่มาเรื่อยๆตามทาง ก่อนจะหาผ้าที่แห้งพอจะใช้มาสำหรับทำเป็นผ้าห่ม และ ที่รองพื้นสำหรับนอนชั่วคราว
เรนะเองก็ได้วางกับดักไว้หลายจุดตามทางถ้ำที่ส่อมาถึงตัวพวกเธอตามสไตล์ของนักล่า จากนั้นก็ได้นั่งลงข้างๆลุกะ

เรนะ : นอนก่อนเลยก็ได้นะชั้นยังไม่ค่อยง่วงเท่าไรน่ะ - หญิงสาวยิ้มให้ลูกะพร้อมกับจูบราตรีสวัสดิ์แฟนสาวของเธอ - โอยาสึมินาไซ ~ ♥


ลูกะไม่ขัดขืนแต่อย่างใด ได้แต่นอนอยู่ข้างๆ พร้อมทั้งจับมือเรนะเอาไว้แน่น จนในที่สุดเธอก็เผลอหลับไป

เช้าวันรุ่งขึ้นดูเหมือนว่าจะไม่มีคนผ่านไปมาแถวนี้เลยทำให้บรรยากาศเงียบสงบมาก แสงสว่างได้ส่องผ่านช่องของถ้ำทำให้ลูกะรู้สึกตัวขึ้นมา ด้านหน้าของเธอเป็นใบหน้าของเรนะที่ได้ใช้ไม้ขีดไฟค้ำตาของตัวเองพร้อมกับขอบตาหมีแพนด้าและกำลังนั่งผงกหัวอยู่

ดูเหมือนว่าเสื้อผ้าของพวกเธอจะแห้งแล้ว และดูเหมือนพวกเธอจะแยกจากพวกเอเซียมานานพอตัวเหมือนกัน


ลูกะลุกนั่งขึ้นมาซักพักนึง ก็หาผ้าห่มมาให้เรนะและจับนอนลงบนตักของเธอพร้อมทั้งลูบหัวอย่างเบาๆ เพื่อใ้ห้เจ้าตัวได้พักผ่อนซะบ้าง พร้อมทั้งหยิบเซตโต คันนะ และ กินโซ เอามาวางไว้ใกล้ๆมือ
เวลาผ่านไปชั่วโมงเศษๆหญิงสาวได้สะดุ้งตื่นขึ้นมาและหันซ้ายขวาด้วยความตกใจ แต่เธอก็ได้ถอนหายใจออกมาเบาๆและยิ้มให้กับลูกะพร้อมกับจุมพิศเธอแต่เช้า ~

เรนะ : ใส่เสื้อซะก่อนเถอะ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก ~ ♫ - หญิงสาวได้หยิบชุดที่ตากแห้งเรียบร้อยแล้วมาให้กับลูกะและก็ได้ใส่เสื้อผ้าของตัวเอง - พวกเอเซียคงรอเก้อแล้วล่ะ ไปกันเถอะ - หลังจากที่ทั้งคู่แต่งตัวเสร็จแล้วเรนะก็ได้จับมือของลูกะและออกเดินทางกลับไปยังที่พักทันที -

ดูเหมือนว่า ณ จุดพักเองจะไม่มีวี่แววของพวกเอเซียเลยแม้แต่น้อย แต่ว่าก็ได้มีทูติลมตัวนึงเฝ้าของอยู่ มันได้บ่งบอกทิศทางของพวกเอเซียให้ลูกะได้รู้ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไปไกลแล้ว เรนะและลูกะจะทำอย่างไรต่อไปดีล่ะเนี่ย . . . .


ลูกะมองดูทูติตัวนั้นอยู่ซักพักก่อนจะัตัดสินใจเดินทางทันที

ลูกะ : ไปกันเถอะเรนะ ถ้ารีบตามไปตอนนี้อาจจะทันพวกเอเซีย ... แต่ถ้าไม่ไหวยังไงบอกชั้นนะเรนะ เพราะเธอพึ่งจะได้นอนไปนิดเดียวเอง ...

ลูกะแสดงความเป็นห่วงออกมาก่อนจะรีบจูงมือเรนะวิ่งไปยังทิศทางที่ทูติลมบอก เพื่อให้ทันเอเซียที่ออกเดินทางไปก่อนหน้านี้ มือข้างหนึ่งยังคงจับมือเรนะเอาไว้แน่น เช่นเดียวกับอีกฝ่ายที่กุมเซตโต คันนะ และกินโซ เอาไว้แน่นเช่นกัน

ดูเหมือนว่าพวกเอเซียจะไปไกลกว่าที่พวกลูกะคาดไว้ซักหน่อย แถมแถวๆนี้ก็ยังปลอดผู้คนด้วยเนื่องจากตอนที่พวกเธอไม่อยู่ได้มีมอนสเตอร์พิเศษชนิดหนึ่งบุกมาแต่ตอนนี้ได้ล่าถอยออกไปแล้ว ( ข้อมูลจากใบประกาศที่ลูกะเห็นตอนออกจากค่ายมา )

เรนะ : หรือว่าหมอนั่นจะไปช่วยคนอีกแล้วน้า . . . . . - หญิงสาวทำหน้าครุ่นคิด - ชอบทำให้คนอื่นลำบากอยู่เรื่อยเลยนะ - หญิงสาวบ่นขึ้นเบาๆพร้อมกับยิ้มให้เรนะและนำทางเรนะไปตามทางเรื่อยๆ -

ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะไม่เข้าข้างพวกเธอในการค้นหาซักเท่าไรนัก เพียงแค่ครู่เดียวเมื่อพวกเธอได้เดินมาด้านหน้าเรื่อยๆ หมอกก็ได้ก่อตัวขึ้นหนาและปกปิดทางเดินให้มองยากขึ้น

Action : 1 ) ดำเนิการค้นหาต่อ  2 ) กลับไปรอที่แคมป์  3 ) อื่นๆเชิญจ้า


ลูกะ : บรรยากาศชักจะไม่เป็นใจแล้วสิ เรนะกลับไปรอที่แคมป์ก่อนก็ได้นะ เด๋วชั้นจะรีบตามหาเอเซียแล้วกลับไปหาเธอทันที โอเคไหม หรือว่าเธอจะไปพร้อมกับชั้นเลยหละ ?

ลูกะหยุดเดินเพื่อยื่นข้อเสนอให้แฟนสาวของเธอตกลงก่อนว่าจะเอายังไง

เรนะ : ชั้นทิ้งเธอไปไม่ได้หรอกลูกะ ~ ♫ - หญิงสาวยิ้มแป้นขึ้นและจูงมือของลูกะลุยหมอกควัญเข้าไป - เพียงครู่เดียวเมื่อพวกเธอได้เดินฝ่ากลุ่มหมอกไป พวกลูกะก็ได้พบเอเซียและอาตันที่กำลังนั่งอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง



ดูเหมือนว่าเธอจะทำท่ารำคาญเอเซียอยู่และหันตัวหลบชายหนุ่มตลอดเวลาพร้อมกับอาตันเองที่คอยตีเอเซียอยู่เป็นจังว่ะเช่นกัน

เรนะ : ทำอะไรกันน่ะ - หญิงสาวมองด้วยสายตาแปลกๆจากระยะไกล - จะเข้าไปตอนนี้มันก็ดูเหมือนขัดๆอยู่นา . . . .


ลูกะยังคงมองยืนรักสามเศร้าของเอเซียอีกครั้ง ก่อนจะจูงมือเรนะเดินผ่านทันที

ลูกะ : ดูเหมือนว่า เราจะมาขัดจังหวะรักสามเศร้าของนายเอเซียละมั้งเรนะ เรารีบเดินทางไปกันต่อเถอะ ...

ขณะเดียวกันกับที่ลูกะได้เดินกลับออกมาเธอก็สัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลมาจากทางภูเขา พื้นที่สีแดงและน้ำเงิน ( ไม่ใช่มวยนะ ) ได้ขยายใหญ่ขึ้นมากจนสามารถสังเกตุเห็นได้ ดูเหมือนว่าจากการต่อสู้ พลังที่แผ่ขยายออกมานั่นจะทำให้ลูกะรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับมายูมิเป็นอย่างมาก . . . .

ทันใดนั้นเองในฝูงหมอกก็ได้ปรากฏกองทัพเห็ดจำนวนมากออกมาขวางพวกลูกะไว้ก่อนทันที !! - ฉัวะ !! - เสียงธนูของเรนะยิงฝ่าเปิดทางตรงกึ่งกลางฝูงเห็ดออกไปก่อนอย่างรวดเร็ว แต่มันก็ยังดูเหมือนว่าจะไม่พอกับการฝ่าออกไป


Player Reaction : จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 4-8-2010 01:57:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด nutchsnon เมื่อ 4-8-2010 14:45



Lan Blado Item
Lan Blado Recovery skill
Lan Blado Passive skill 1
Lan Blado Passive skill 2
Lan Blado Active skill
Lan Blado Speacial ability

ด้านของไซเซอร์

เด็กหนุ่มปริสนาหัวเราะออกมาอย่างขบขันก่อนที่จะมีมืออีกอันหนึ่งยื่นมากุมตัวของเด็กสาวที่ถูกมัดกับดาบไว้

? ? ? : อย่าเอาผมไปเปรียบกับทูติแห่งธรรมชาติระดับต่ำๆพวกนั้นสิ - รอยยิ้มของเขายังชื่นชอบกับเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นอย่างมาก - ไม่ต้องอยู่ชมหรอก ระดับพลังของพวกเรามันต่างกันอย่างสิ้นเชิง - ชายหนุ่มยิ้มขึ้นภายใต้ผ้าคลุมของเขาพร้อมกับการชิงตัวของเด็กสาวไป พร้อมกับกรงเล็บอีกข้างที่ได้โผล่ออกมากระซวกเข้าที่ไซเซอร์อีกครั้งโดยที่ไม่สามารถจับสัมผัสอะไรได้เลย - กระแสพลังที่ไหลเวียน ความอ่านนึกคิด อนาคต ธรรมชาติ ความตาย ทุกอย่างล้วนอยู่ใต้คำบัญชาของผม แค่กระดิกนิ้วก็สามารถทำให้แผ่นดินไหวหรือฝนตกลงมาได้ - รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยกลิ่นคาวของวิญญาณผู้คนมากมายได้แสดงออกมาตลอดเวลาที่เด็กหนุ่มคนนั้นปรากฏร่างอยู่ - ลองทดสอบพลังของคุณสิ . . . .

ทางด้านของแรน

โซฟีเองได้เพ่งเล็กน้อยที่ร่างของแรนและหยิบริวโคและเรย์อิเซนขึ้นมา เสียงฝีเท้าของเด็กสาวดังขึ้นและพุ่งดาบตรงหาแรนทันที - เคร้ง !!! - เสียงหอกสามง่ามดังขึ้นและเบี่ยงปลายดาบในมือของโซฟีออก แต่ดูเหมือนว่าหอกของเธอจะกระเด็นหลุดออกจากมือไประยะกลางๆเลยทันที

โซฟี : อันดิเน่ . . . . - โซฟีเองถือริวโคและเริย์อิเซนไว้แน่นและค่อยๆลดดาบลงในท่ายืนทั่วไป -

อันดิเน่ : เร็ม จะทำอะไรน่ะ !! แรนน่ะ . . . แรนน่ะ . . . . . - หญิงสาววิ่งเขาหาชายหนุ่มและกอดรั้งด้านหลังของเขาไว้ทันที - แรนนน !!


ไซเซอร์ : อั่ก! - เลือดสีดำสนิทพุ่งออกมาจากปากของจอมมาร แต่ยังคงรอยยิ้มนั้นไว้อยู่ - ฮึๆ ท่าทางในโลกนี้ข้าจะด้อยกว่าเจ้ามากโขนัก... - เขาถีบตัวเองออกมาจากมือนั่นพลางใช้ความมืดรักษาบาดแผล - เอาเถอะ ข้าเองก็ไม่ใช่พวกโง่ ที่พุ่งใส่คนที่ตัวเองไม่มีทางชนะหรอกนะ อ้อแล้วก็เด็กคนนั้นน่ะ ไม่ใช่ของข้าหรอกนะ และเจ้าเองคงจะไม่คืนให้ด้วยสิท่า งั้นฝากดูแลด้วยก็แล้วกัน - ชายหนุ่มพูดพลางสร้างหมอกสีดำมาปกคลุมร่างของตัวเอง - ซักวันเจ้านั่นแหละจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของข้า หึๆ - ควันสีดำค่อยๆจางหายไป และมีแสงสีน้ำเงินเข้าไปสู่ร่างกายของรีเน่ที่สลบอยู่...

ทางด้านแรน
ชายหนุ่มที่มองหญิงสาวทั้งสองคนประดาบกันอยู่ ไม่พูดอะไรออกมาและยังคงสะภาพเดิมของตัวเองอยู่
แรน : กลับไปซะ... อีกหน่อยกลุ่มของแอนนาก็จะมาถึงกระท่อมแล้ว... ข้าจับสัมผัสได้ถึงตราเวทที่ให้ไป  พวกเจ้ามีเรื่องที่ต้องทำอยู่.... - ทุกคำพูดที่ออกมาจากริมฝีปากนั่นไม่มีน้ำเสียงไม่มีอารมณ์ไม่มีความรู้สึกแต่อย่างใด - ข้ามีเรื่อง... ที่ต้องไปทำ... รีเน่....- เสียงของเขาเริ่มออกอาการโศกเศร้าขึ้นเมื่อถึงชื่อน้องสาวของตัวเอง น้ำตาของชายหนุ่มเริ่มอ่อล้นออกมาจากดวงตาที่ว่างเปล่าทั้งสองนั่น ทั้งๆที่ไม่ได้อยากจะร้องแต่เขากลับหยุดน้ำตาที่ไหลออกมานี่ไม่ได้ ร่างกายหนักอึ้ง และมีเสียงกระซิบบอกเขาว่า ' อย่าขยับไปไหนอีกเลย' หรือ ' อยู่ที่นี่เถอะ อยู่ตรงนี้' วนเวียนอยู่ในหัวของเค้า คงเป็นเพราะเห็นใบหน้าของอันดิเน่ที่เป็นห่วงเค้าเป็นแน่ ที่เหมือนกับเป็นแสงที่ดึงชายหนุ่มให้มีสติถึงแม้จะเล็กน้อยก็ตาม....

ด้านของไซเซอร์

- คว้าง !! - ใบหน้าของวิญญาณเพลิงที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งได้ปรากฏขึ้นดักแสงด้านหน้าของรีเน่และกัดสลายมันออกไปทันที

ฮาโอ : คุณก็เป็นคนที่น่าสนใจดี ผมคงไม่เสียดายเท่าไรถ้าคุณสามารถก้าวผ่านผมได้อย่างสมบูรณ์แบบ - ชายหนุ่มได้จุดไฟวิญญาณขึ้นมาที่มือด้านขวาของเขาและควัญสีน้ำเงินอีกด้านที่ค่อยๆระเหยออกไป - อีกอย่างผมชอบของที่สะอาดบริสุทธิ์มากกว่าของที่มีตำหนิ เพราะฉะนั้นในเมื่อฝากไว้แล้วผมจะถือว่าเป็นของ ของผมล่ะนะ - ชายหนุ่มยิ้มส่งไซเซอร์ที่ค่อยๆหายไป - ฮาโอ ผู้ที่จะเป็นราชันย์ จำไว้ด้วยล่ะ -
หลังจากกล่าวจบดูเหมือนว่าวิญญาณแห่งเพลิงจะยังสิงสถิต ณ ร่างของเด็กหนุ่มเช่นเคย ปากของมันอ้าออกกว้างอย่างน่าขนลุกพร้อมกับเสียงเพรียกจากวิญญาณต่างๆที่ร้องโหยหวนภายในตัวที่ดังก้องกังวาล หลุมอันมืดมิดนั้นได้มาหยุดตรงหน้าของรีเน่และถอยห่างออกมาพลางถือร่างของเด็กสาวไว้ - รีเน่ . . . นามสกุลบราโด้มันไม่เหมาะกับเธอหรอกนะ ทำไมไม่ใช้นามสกุลจริงของเธอซะล่ะ ? - ชายหนุ่มยิ้มขึ้นเล็กน้อยและถือร่างของตนพร้อมกับนั่งข้างๆริเน่บนมือยักษ์นั่น - อย่าเข้าใจผิดล่ะ ผมมองคนสองแบบเท่านั้น คือพวกที่ใช้การได้และพวกที่ไม่มีประโยชน์ เธอคงยังมีประโยชน์ต่อการใช้งานอยู่ . . . . - ชายหนุ่มหันออกไปเล็กน้อย - แต่ว่าหมอนั่นไม่ได้บอกว่าให้ตัวเธอกับผมเพราะฉะนั้นผมก็คงต้องดูแลไปซักพักล่ะนะ - ว่าแล้วชายหนุ่มก็ได้กดเล็บเพลิงลงที่วิญญาณของรีเน่อย่างทารุณและเรียกเสียงของเธอกลับคืนมา - ผมไม่ชอบให้คนที่ใช้จะงานทำตัวไม่สบอารมณ์ซักเท่าไรเพราะมันจะทำให้ผมเสียอารมณ์เป็นอย่างมาก ก่อนจะไปยังอีกโลกหนึ่งผมจะให้คุณทำอะไรที่ต้องการก่อนหนึ่งเรื่อง จากนั้นคุณเองก็ต้องทำตามที่ผมสั่งด้วยเช่นกัน - ชายหนุ่มยิ้มให้กับเด็กสาวในอุ้งมือของเขา ดูเหมือนว่าข้อเสนอของเขาจะอ่อนข้อให้เล็กน้อยและดูเหมือนว่าจะไม่สามารถปฏิเสธได้อีกด้วย -
ทางด้านแรน

ทูติสาวได้กอดหลังของชายหนุ่มไว้แน่นโดยไม่ปล่อยไปไหนทั้งสิ้นเธอค่อยๆเอ่ยออกมาต่อแรนที่กำลังทุกข์ระทมอยู่ในตอนนี้

อันดิเน่ : ไปสิ . . . ชั้นจะไปกับแรนเอง . . . . . ไปช่วยรีเน่ด้วยกันเถอะ . . . อย่าแบกรับมันไว้อีกคนเดียวเลย

ทางด้านโซฟีเองก็ได้เอาดาบสีกันเพื่อให้ทั้งคู่กลับร่างเป็นคนคืนมา


ทางด้านรีเน่  หญิงสาวได้แต่มองฮาโอ(?) ด้วยสายตาหวาดกลัวกับรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยแรงอาฆาตนั่น ตอนนี้เธอคิดว่าอยู่กับไซเซอร์ยังรู้สึกปลอกภัยกว่าเสียอีก
รีเน่ : ขะเข้าใจแล้ว เราจะทำตามที่คุณบอก... - เธอพยายามข่มใจตัวเองให้เข็มแข็งและตอบฮาโอไปด้วยสายตามุ่งมั่น เพราะเธอเองก็ไม่อยากตายทั้งๆที่ยังไม่ได้ช่วยอะไรพี่ชายของเธอเองเช่นกัน

ทางด้านแรน ริวโคและเรย์อิเซนที่ถูกปลดปล่อยออกมาอยู่ในสภาพอ่อนแรงทั้งคู่เพราะถูกแรนฝืนไม่ให้ต่อต้าน
ริวโค : อือ นึกว่าจะได้สลบไปอีกรอบซะแล้ว จู่ๆแรนก็หน้ามืดขึ้นมาเล่นเอาทำอะไรไม่ได้เลย
เรย์อิเซน : งือ เรากลัวแรนที่เป็นแบบนั้นอ่ะ T_T - ขณะที่ทูติทั้งสองคนกำลังบ่นนู่นนี่ให้โซฟีฟัง(ถึงแม้เธอจะทำหูทวนลมก็ตาม) ทางด้านแรนที่ถูกกอดไว้ก็ไม่ได้พูดอะไร ดวงตาว่างเปล่าสีแดงนั่นค่อยๆกลับมาเป็นสีน้ำตาลดังเดิม รอยยิ้มของเขาเริ่มผุดขึ้นมาบนใบหน้า แต่ก็ต้องรู้สึกสะดุ้งเมื่อเขาจับสัมผัสของไซเซอร์ไม่ได้แต่รู้สึกว่ารีเน่กำลังอยู่กับใครบางคนที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร ทำให้ชายหนุ่มเหงื่อตก
แรน : พวกเราต้องรีบแล้วล่ะ เรารู้สึกสังหรใจไม่ดีเลย รีบขึ้นไปบนยอดเขานั่นกันเถอะ...- แรนหันไปทางชายหนุ่มอีกคน - คุณก็มากับพวกเราเถอะ ที่นั่นเป็นศูนย์รวมของเหล่าผู้กล้าแต่ละคนที่จะมารวมตัวกันที่นี่ คนที่คุณพูดถึงจะต้องมารวมที่นี่แน่นอน - แรนพูดแต่เขาก็ไม่ได้บังคับแต่อย่างไร ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินนำไปก่อน (ขอให้ปลอดภัยเถอะนะรีเน่!)

แต่ระหว่างทางนั้น เป็นพื้นที่สีแดง กลุ่มของแรนก็ถูก FireFox (20)และ Crow (15) เข้ามาขวางทางเดินไว้
แรน : อย่ามาขวางน่า ! - แรนรู้สึกถึงพลังที่เพิ่มขึ้นเมื่อใช้ดาบคู่พร้อมกับตราเวทที่ยกระดับขึ้นของอันดิเน่ทำให้ร่างกายเขาเบาหวิวและมีกำลังจนรู้สึกได้เลยทีเดียว แรนรวบรวมไฟสองสี Rule Activeและเริ่มตีฝ่ากลุ่มมอนฯพวกนั้นเพื่อให้พวกมันสับสนและค่อยๆโจมตีประสานกับโซฟีและอันดิเน่ไปเรื่อยๆ

อันดิเน่ : แรน !! - หญิงสาวเรียกชายหนุ่มขึ้นพร้อมกับรอยสักของแรนที่ส่องแสงสว่างออกมาพร้อมกับดาบวารีที่จะเป็นพลังใหม่ให้กับเขาด้วย -



เปลวเพลิงและพลังแห่งวารีทีทีวคูณขึ้นของชายหนุ่มได้ปัดเอาสเก็ดไฟจากหมาไฟด้านหน้าและอีกาเหล็กกระเด็นไปมาตามคลื่นดาบของชายหนุ่มทันที ดูเหมือนว่าโซฟีเองก็จะได้วิ่งตามแรนไปตามปกติของเธอเหมือนเคยแล้วพร้อมกับชายหนุ่มแปลกหน้านามว่าฮาเซโอะด้วย ดูเหมือนว่าฝีมือของเขาก็เขาขั้นใช้ได้เลยทีเดียว

[quote]ฮาเซโอะ : ไง ยินดีต้อนรับกลับมานะ ~ ♫ - ชายหนุ่มพูดขึ้นพร้อมกับเงียบลงซักพัก - ว่าแต่ . . . ทำไมชั้นต้องตามนายมาด้วยเนี่ย . . . . . ช่างเถอะยังไงเป้าหมายชั้นก็อยู่บนยอดเขานั่นอยู่ดี

เสียงเสต็บเท้าของโซฟีได้หยุดลงพร้อมกับร่างของชายหนุ่มผมสีฟ้าด้านหน้าที่ยืนดักรอใครบางคนอยู่ . . . .



? ? ? : ยินดีต้อนรับ . . . ฮาเซโอะ - เสียงของชายหนุ่มเอ่ยเชื้อชวญชายหนุ่มแปลกหน้าที่เพิ่งปรากฏตัวออกมาทันที -

ฮาเซโอะ : แก !!!! - ร่างของชายหนุ่มได้มีอวาตาร์สีแดงขึ้นรอบๆตัวของเขา แต่ว่าเขาเองก็ได้สงบสติอารมณ์ลงก่อนเพราะว่าพวกแรนนั้นกำลังเร่งรีบอยู่ ถ้ามีการปะทะอวาตาร์กันที่นี่การต่อสู้คงจะไม่จบลงจนกว่าจะได้ผู้ชนะเป็นแน่ ซึ่งมันจะทำให้คนรอบด้านติดเข้าไปในพื้นที่นั้นด้วย - นายน่ะ . . . . . - ชายหนุ่มชี้นิ้วเอ่ยมายังแรน - วิ่งนำไปก่อนเลย ชั้นก็มีหน้าที่ที่สำคัญไม่แพ้กันต้องทำที่นี่ รีบไปเสียก่อนที่มันจะเกิดขึ้นเร็ว !!


แรน : เข้าใจแล้ว ระวังตัวเองด้วย - แรนรีบรุดหน้าไปที่ยอดเขาทันที ฝีเท้าของแรนค่อยๆช้าลงเมื่อเห็น ทูติสีแดงสดที่สูงเฉียดฟ้าและมีเด็กหนุ่มสวมผ้าคลุมสีขาวนั่งอยู่บนไหลของมัน - นั่นมัน... - แรนค่อยมองลงมาเรื่อยก็พบกับน้องสาวที่ตัวเองตามหาอยู่ ตาของแรนลุกวาว ก่อนจะตะโกนเรียกหล่อน - รีเน่!!!

Ran HP + 105 , MP + 105 , LV : 21 //  Str + 9 agi + 13 int + 9 vit + 4 dex + 4 luck + 6

& &

? ? ? : รีเน่ ผมจะให้เวลาทักทายแค่ไม่นานเท่านั้น อย่าลืมล่ะว่าต้องทำความเข้าใจกับพวกเขาให้เข้าใจด้วยนะ - ชายหนุ่มยิ้มขึ้นและวางตัวของรินเน่ลงที่พื้นด้านหน้าของเขา - หลังจากทำธุระกันเสร็จแล้วเราจะรีบเดินทางกันทันที

- ซูม !!! - คลื่นตัวจองเร็มสะบั้นขึ้นและทำท่าที่จะพุ่งออกไปโจมตีใส่ก่อนทันที แต่ดูเหมือนวารีเน่จะได้ยกมือของเธอห้ามไว้อย่างกระทันหันเสียก่อนทำให้โซฟีเองชะงักลง -

โซฟี : . . . . . . . . - เด็กสาวกุมมือแน่นและตั้งท่าเตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลาตรงหน้าของวิญญาณแห่งเพลิงตรงหน้า -

บรรยากาศรอบด้านช่างกดดันลงมากเหลือเกินแม้กระทั่งการหายใจก็เริ่มรู้สึกติดขัดขึ้นมาทั้งๆที่ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก

อันดิเน่ : น้องสาว . . . . ของแรนงั้นเหรอ . . . . - หญิงสาวพูดจบก็พลางมองไปทางเด็กหนุ่มคนนั้นทันที - ทำไมถึงอยู่กับคนแบบนี้ได้กันล่ะ . . . . .


สายตาที่มีแต่ความปิติยินดีของแรนทำให้ น้องสาวที่อยู่ต่อหน้าเขารู้สึกหนักใจเล็กน้อยก่อนจะเดินมาหาแรน

แรน : รีเน่! - แรนรีบวิ่งไปกอดผู้น้องตัวเองแน่น พลางร่ำไห้ด้วยความดีใจของเขาที่ไม่อาจจะเก็บมันไว้ได้
รีเน่ : อือ เราไม่เป็นอะไรหรอกท่านพี่ ไซเซอร์ดูแลเราอย่างดีเลย แต่ว่า... - รีเน่กำเสื้อของแรนแน่น - ตอนนี้เขาถูก ฮาโอ ทำร้ายจนบาดเจ็บแล้วกลับโลกของตัวเองไปแล้ว...
แรน : อะไรนะ? - แรนสะดุ้งทันที่ที่ได้ยินคำนั้น - เธอบอกว่าไซเซอร์ถูกทำร้ายหรอ?  - หญิงสาวพยักหน้า
รีเน่ : ขอร้องล่ะท่านพี่ ที่นี่อันตราย กลับไปเถอะนะ เรารู้ว่าท่านพี่มาที่นี่เพื่อตามหาเรา แต่ว่าฮาโอน่ะ. แข็งแกร่งเกินไป ลำพังท่านพี่ไม่มีกำลังมากพอที่จะชนะเขาได้หรอก อ๊ะ... - แรนดึงร่างของน้องสาวตัวเองมากอดอีกครั้ง พลางจูบที่หน้าผากของเธออย่างโหยหา
แรน : ไม่เป็นไร ถึงพี่จะหายไปก็จะไม่ปล่อยให้เธอถูกใครพาไปต่อหน้าต่อตาอีกแล้วล่ะ - แรนปล่อยมือออกจากหญิงสาว
รีเน่ : ท่านพี่บ้าที่สุดเลย ไม่เคยคิดถึงตัวเองเลย ฮึก... - รีเน่เริ่มร้องไห้เพราะความดื้อดึงของผู้เป็นพี่ แรนลูบหัวเธอเบาพลางยิ้มให้
แรน : ก็นะ พี่ของเธอก็เป็นซะแบบนี้แหละ - แรนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะชักมือกลับมา - กลับไปหาฮาโอก่อนเถอะ ท่าทางเขาจะจ้องมาทางนี้ตาไม่กระพริบเลย พี่จะพยายามทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ก็แล้วกันนะ.. - ถึงแรนจะรู้สึกกดดันแต่ก็พยายามยิ้มให้น้องสาวตัวเองรู้สึกสะบายใจขึ้นบ้าง รีเน่พยักหน้าพลางเดินถอยออกมาจากกลุ่มของแรนและเดินกลับไปหาฮาโอ ส่วนแรนเดินมาจับไหล่โซฟีให้ใจเย็นๆก่อนหันไปทางฮาโอ

แรน : นายคือคนที่มาพบเราตอนนั้นสินะ! แล้วที่รีเน่อยู่กับเจ้าไม่ใช่ไซเซอร์น่ะมีจุดประสงค์อะไรงั้นรึ? - แรนตะโกนถามฮาโอพลางกำดาบเล่มใหม่แน่นเพื่อสะกดแรงกดดันที่คุกคามจิตใจเขาให้สงบลง


Player Reaction : เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 4-8-2010 15:06:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด

ธอ

แก้ไขล่าสุด nutchsnon เมื่อ 5-8-2010 02:39



Lan Blado Item
Lan Blado Recovery skill
Lan Blado Passive skill 1
Lan Blado Passive skill 2
Lan Blado Active skill
Lan Blado Speacial ability

ฮาโอ : ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ . . . . . ว่าไซเซ . . .  เร็น . . . . - ชายหนุ่มเงียบลงไปซักพักหนึ่งเมื่อเห็นหน้าของรีเน่เปลี่ยนสีไป - ไม่ต้องห่วงหรอกเราตกลงกันไว้แล้วนี่ - ชายหนุ่มยิ้มให้กับรี่เน่ก่อนที่จะพาตัวเธอขึ้นมาไว้บนมือของสปิริตออฟไฟร์ - ใช้งานยังไงล่ะ . . . . . .  - ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นตอบคำถามของแรน - พลังเวทย์มนต์ที่ตัวผมไม่สามารถมีได้นั้นถ้าได้มาครอบครองและใช้งานน่าจะทำให้อะไรๆ สะดวกขึ้นไป เช่น การควบคุมมาน่าของที่ใหญ่เช่นด้านบนนั่นไงล่ะ - ชายหนุ่มชี้นิ้วขึ้นบนฟ้า - คุณคงจะรู้ดีสินะว่าถ้าสถานที่สำคัญๆไม่มีพลังหล่อเลี้ยงแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ในแง่กลับกัน ถ้ามีคนควบคุมพลังนั่นได้ จะเกิดอะไรกับโลกด้านล่าง คุณเองน่าจะเคยมีประสบการณ์มาแล้วนี่นา - ชายหนุ่มยังคงยิ้มระรื่นอยู่อย่างนั้นและหันตัววิญญาณแห่งเพลิงกลับเข้าด้านใน - ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าเกิดว่าไม่มีปัญหาใดๆผมรับรองว่าจะไม่มีใครแตะต้องตัวของรีเน่ได้แน่นอน - เด็กหนุ่มได้หันหลังเดินเข้าไปและลงมาจากที่เขายินอยู่ - แล้วก็ เร็ม . . . . ไม่ต้องใช้ร่างอวาตาร์ให้เสียพลังปล่าวหรอกนะ พลังธรรมชาติน่ะไม่สามารถทำอะไรผมได้หรอก - ว่าแล้วฮาโอก็ได้เปิดสะพานแห่งแสงออกและพารีเน่ไปยังอีกโลกด้านหนึ่งทันที - จนกว่าจะพบกันใหม่ . . . . .

ดูเหมือนว่าโซฟีเองจะนิ่งไปพักใหญ่ ดูเหมือนว่าเธอจะตกใจกับคำพูดที่แน่นอนของชายหนุ่มตรงหน้าและการล่วงรู้จิตใจของเขาดูเหมือนว่ามันจะยิ่งทำให้เด็กสาวโกรธเคืองขึ้นเป็นอย่างมากที่ตัวเองไม่สามารถทำอะไรได้

อันดิเน่เองก็ได้เดินมายืนข้างๆแรนและกุมมือของชายหนุ่มที่บีบดาบของเขาจนแน่น ณ ตอนนี้โดยไม่เอ่ยอะไรออกมา


รีเน่มองมาทางแรนและยิ้มบางๆให้พร้อมกับพูดอะไรบางอย่าง ซึ้งแรนสามารถอ่านและเข้าใจได้ดังนี้ ' ไม่ต้องห่วง พี่ต้องทำได้แน่' แต่แรนเองก็รู้สึกสะกิดใจและไม่ไว้วางใจฮาโออย่างมาก ตอนแรกชายหนุ่มคิดว่าเขาเป็นเพียงแค่ผู้กล้าที่จะขึ้นไปทำให้แกรนลอฟเป็นปรกติแต่เขากลับคิดจะครอบครองมันไว้เพียงคนเดียว

แรน : ท่าไม่ดีแล้วสิ เจ้าฮาโอตั้งใจจะใช้พลังเวทย์ของรีเน่เป็นตัวขับเคลื่อนแกรนลอฟ แต่ว่าสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่แบบนั้น... เจ้านั่นรู้อยู่แล้วสินะว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าให้รีเน่ควบคุมมัน ฮึ่ม... - ชายหนุ่มกัดริมฝีปากตัวเองแน่น แต่ก็พยายามเรียกสติตัวเองกลับมาและหันไปทางโซฟี
แรน : เจ้านั่นบอกว่าธาตุธรรมชาติทำอะไรเขาไม่ได้สินะโซฟีแต่ท่าทางหมอนั่นพลาดไปอย่างหนึ่ง ไฟของริวโคกับเรย์อิเซนน่ะไม่ได้มีต้นกำเนิดมาจากธรรมชาติหรอก แต่เป็นพลังจากดวงดาวและจักรวาลต่างหาก ซึ่งแน่นอนว่าความเข้มข้นของมันย่อมสูงกว่าของที่อยู่บนโลกนี้...
ริวโค : แต่ท่านคงจะใช้มันไม่ได้หรอก เนื่องจากกระแสเวทของท่านยังไม่เข็งแกร่งพอ (Int น้อย)ถ้าฝืนใช้มีหวังกระแสเวทขาดล่ะก็แย่เลยแต่ถ้าปลุกกระแสเวทที่หลับไหลอยู่นั่นให้ตื่นขึ้นมาได้นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง

แรน : เรื่องนั้นเอาไว้ว่ากันทีหลังเถอะ ก่อนอื่นต้อง...!- ครืนนน... จู่ๆแผ่นดินก็ไหวตัวอย่างรุนแรงทำให้ยากต่อการทรงตัวแต่โชคดีที่ยอดเขามีแต่พื้นราบจึงไม่ทำอันตรายให้ใคร

-ซูม!! - เสียงบางอย่างดังขึ้นมาจากเหนือหัวของชายหนุ่ม มันคือลูกไฟขนาดใหญ่ ที่ถูกยิงมาจากไหนไม่รู้
แรน : อันตราย!! - แรนรีบผลักอันดิเน่และใช้เรย์อิเซนฟาดคลื่นพลังเบาๆผลักโซฟีให้ทั้งคู่ถอยออกไปห่างจากตัวเอง ก่อนจะรับลูกไฟนั่นเต็มๆ



แรงระเบิดจากลูกไฟสร้างกลุ่มควันและแรงดันอากาศออกไปรอบๆบริเวณแต่คงไม่สร้างความเสียหายให้กับอันดิเน่และโซฟีเท่าไหร่ แต่ว่าคนยืนรับลูกไฟล่ะ?

หมอกควัญจากแรงระเบิดค่อยๆซาลงเรื่อยๆปรากฏร่างของทูติสาวอันดิเน่ออกมา เมื่อทูติสาวได้รู้สึกตัวและตั้งสติได้สายตาของเธอก็ได้วนหันไปทางชายหนุ่มทันที

อันดิเน่ : แรน !!! - หญิงสาวได้รีบมองหาตัวของชายหนุ่มและวิ่งเข้าไปด้านข้างพร้อมกับเริ่มทำการรักษาทางกายภาพของเขาโดยไม่สนใจสถานการณ์อื่นรอบด้านใดๆทั้งสิ้น -

ดูเหมือนว่าตอนนี้ในเหตุการณ์จะเหลือเพียงแค่ริวโคและเรย์อิเซนเท่านั้น พร้อมกับอันดิเน่ที่นั่งอยู่ด้านข้างร่างของแรนที่รับพลังเพลิงนั่นเข้าไปอย่างจัง


ริวโค : บ้าที่สุด จู่ๆ ลูกไฟนั่นก็ตกลงมาไหน!? - ริวโคกางม่านพลังครอบอันดิเน่กับแรนไว้
เรย์อิเซน : ข้าเองก็ไม่ทันตั้งตัวเหมือนกัน รู้ตัวอีกทีลูกไฟนั่นก็อยู่ตรงหน้าตัวเองแล้ว - สายลมเริ่มพัดแรงขึ้น เหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างบินอยู่เหนือพวกเขา - นั่น! - เรย์อิเซนชี้ขึ้นไปบนฟ้า ให้คนข้างๆเธอมองขึ้นไป
ริวโค : นั่นมัน บ้าชิบ! มังกรที่ท่านโคโยริพูดถึงนี่! - ริวโครีบเข้าไปในม่านแล้วพยุงร่างของแรนขึ้นทันทีโดยที่ไม่สนใจว่าอันดิเน่กำลังรักษาเขาอยู่ - ท่านอันดิเน่เรื่องรักษาเอาไว้ก่อน ขืนอยู่ต่อมีหวัง..- บรึ๊ม!! ลูกไฟถูกยิงออกมาจากบนฟ้าอีกครั้ง ยิ่งทำให้สถาณการ์ณตอนนี้ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก ส่วนแรนเองที่รับลูกไฟเข้าไปเต็มๆ ยังคงหมดสติอยู่ ริวโคเห็นท่าไม่ดีจึงรีบพาร่างของแรน ไปหลบอยู่หลังก้อนหินใหญ่ พร้อมกับเรย์อิเซนที่รีบจูงมืออันดิเน่วิ่งหนีมาตั้งหลักก่อน

เรย์อิเซน : เดี๋ยวริวโค! โซฟีล่ะ!? - เรย์อิเซนถามหาเด็กสาวทันที เพราะตอนนี้เธอมองไม่เห็นโซฟีเลย
ริวโค : บ้าที่สุด ยัยนั่นไปอยู่ไหนกัน!? - ริวโคกัดฟันแน่น ก่อนจะเดินออกมาจากที่กำบัง - เดี๋ยวข้าจะไปตามหาเอง ฝากคุ้มกันแรนกับท่านอันดิเน่ด้วย ! -  ชายหนุ่มพูดเสร็จพร้อมกับวิ่งออกไป เรย์อิเซนเองก็ไม่รอช้ารีบกางม่านพลังทันที
เรย์ิอิเซน : ขอให้้ปลอดภัยนะ ริวโค,โซฟี...

ดูเหมือนว่ารูปร่างมังกรนั่นจะไม่เหมือนกับที่โคโยริเอ่ยไว้เท่าไรนัก ดูเหมือนว่านอกจากสถานะมังกรแล้วเจ้าตัวนี้ยังเป็นสิ่งมีชีวิตเวทย์มนต์อีกด้วย เสียงคำรามของมันพร้อมที่จะสังหารหมู่พวกของแรนดด้วยลูกเพลิงนัดถัดไปทันที !!!!





- วิ๊ง !! - ลูกแก้วปะจุพลังเวทย์ขนาดมหาศาล ลอยผ่านหน้าของริวโคที่กำลังจะออกตัววิ่งออกไป อย่างรวดเร็วสีของลูกแก้วนั้นเปลี่ยนจากสีไข่มุขธรรมชาติเป็นสีเขียวสดและหยุดอยู่ตรงหน้ามังกรนั่นทันที



โซฟี : Wild wind . . . . . - สิ้นเสียงลมทั้งหมดก็ได้ถูกสูบเข้าไปรวมกับหนทางเดียวกันกับที่ลูกแก้วนั้นลอยผ่านริวโคไปปรากฏร่างของโซฟีที่ได้หยุดอยู่หน้าลูกแก้วนั่น พร้อมกับแรงลมมหาศาลที่ได้นำกำแพงด้านบนของโบราณสถานออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว - เคี๊ยดดด !! - เสียงลมตัดกับร่างของมังกรนั่นลำกลางตัวทำให้เกิดเสียงเสียดสีดังขึ้นจนโบราณสถานเริ่มทะลายลงมา -

อันดิเน่ : ลูกแก้วแห่งจินตนาการ . . . . - หญิงสาวเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนที่จะปักหอกของเธอไว้ด้านหน้าและกางม่านวารีขึ้นเป็นแนวตั้งด้านหน้า -

- ครืนนนนน !! - แรงลมสวนกระแสสะท้อนกลับออกทุกทิศทางหลังจากที่พลังหมัดของโซฟีได้ซาลง - เพร้ง !!!! - เสียงโล่วารีได้กระจายออกเมื่อสิ้นจังว่ะนั้น ดูเหมือนว่าโล่ของอันดิเน่เองก็จะไม่สามารถรับพลังทั้งหมดนั่นไว้ได้

+
เร็มร่างอวาตาล ( โซฟี )

โซฟี : . . . . . . - แววตาของเธอหลิ่วมามองที่ริวโคคนแรกและหันไปมองคนอื่นๆ เด็กสาวค่อยๆหันกลับไปด้านหน้ามังกรที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นและกำลังพยุงตัวขึ้นมาต่อทันที เมื่อเพื่อร่วมทีมของเธอไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ จากลูกเพลิงลูกที่สามที่กำลังจะปล่อยออกมาเมื่อครู่นี้ -


ริวโคยืนอึ้งกับร่างอวตารของโซฟีอยู่พักหนึ่ง เพราะร่างกายของเธอเปลี่ยนไปมากและมากล้นไปด้วยพลังที่แข็งแกร่ง จนตัวเองไม่รู้ว่าพลังที่เหนือกว่าของโลกนี้จะทัดเทียมกับเธอได้รึเปล่า ชายหนึ่งสะบัดไล่ความคิดฟุ้งซ่าออกไปพลางถอดหายใจอย่างโล่งอก
ริวโค : เฮ้อ อย่าทำให้เป็นห่วงสิเด็กบ้า.... - เขาบ่นอุ๊บอิ๊บ

ทางด้านของอันดิเน่ที่ม่านพลังถูกทำลายก็ถูกพลังนั้นพลักออกไปชนกับร่างของแรนที่คอยรับเธอเอาไว้
แรน : แฮก เป็นอะไรรึเปล่า อุบ... - แรนกระอักเลือดออกมาเล็กน้อย ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรอยไหม้สีดำๆ และลอยทะลอกของเศษหินที่ปลิวมาบาดเขาตอนที่เกิดระเบิดขึ้นทำให้ชายหนุ่มขยับร่างกายได้ไม่เต็มที่เท่าไหร่
เรย์อิเซน : แรน ! - เรย์อิเซนวิ่งมาหาเขาแต่ก็ถูกหยุดไว้ -
แรน : ไม่เป็นไร เดี๋ยวจะฟื้นพลังเวทให้นะ อึก.. - แรนค่อยๆพยุงร่างของตัวเองออกมาและกางวงเวทขึ้น - รวบรวม... ปล่อยปล่อย... รักษา!... Lion Soul แสงสีฟ้าค่อยๆปรากฏขึ้นและทำการฟื้นฟูให้กับทูติทั้งสองคน - โอเค เรียบร้อย...แค่ก! - แรนทรุดตัวลงไปพร้อมกับกระอั่กเลือดออกมา ท่าทางไฟที่เขาโดนเข้าไปจะรักษาด้วยพลังเวทย์ดวงดาวไม่หายเสียแล้ว ชายหนุ่มกัดฟันแน่น ก่อนจะพยายามลุกขึ้นยืนอีกครั้ง - ปะไปหาริวโคกับโซฟีกันเถอะ... -  ชายหนุ่มพูด ถึงจะสะบักสะบอมมากไปหน่อยแต่ก็ยังพอขยับได้บ้างแล้ว

อันดิเน่ได้ช่วยกันกับเรย์อิเซนรั้งตัวแรนออกไปด้านนอกลานต่อสู้ทันที

อันดิเน่ : เราไม่ยอมให้แรนออกไปสู้ทั้งๆแบบนี้เด็ดขาด - หญิงสาวเอ่ยเสียงดุเล็กน้อยและรั้งตัวแรนไว้กับโซ่วารีของเธอด้านนอก -

ทางด้านใน

โซฟีเองได้เงียบลงและเอียงด้านข้างของเธอกลับมาที่ริวโค

โซฟี : ขอบคุณนะ . . . . . . - เธอ อมยิ้มเล็กน้อยแต่ดูเหมือนว่าจะสามารถเห็นได้ยากเล็กน้อยเนื่องจากเด็กสาวได้ยิ้มแค่มุมปากเล็กๆ และได้รีบหันกลับไปยังฉากเบื้องหน้าทันที -

ลูกเพลิงขนาดใหญ่กว่าเดิมได้พุ่งมาด้วยความเร็วสูงกวาดเศษอิฐรอบด้านออกเป็นจุลวึ่งพุ่งตรงมาตรงหน้าของเด็กสาวทันที !!! - พรึบ !!! - ฝ่ามือเล็กๆของเธอได้สะบัดไฟนั้นออกเป็นผุยผงในพริบตา ลูกแก้วนั้นได้ลอยอยู่ที่ปลายมือของโซฟีและเปลี่ยนสีออกไปอีกครั้งหนึ่ง



โซฟี : Ten no suzaku - เปลวเพลิงเล็กได้ห่อหุ้มลูกแก้วที่มือของหญิงสาวไว้ พร้อมๆกับการหายไปโผล่ยังด้านบนของมังกรนั่นทันที ดูเหมือนว่าตัวของโซฟีเอวจะยังคงอยู่กับที่ไม่เคลื่อนย้ายไปไหนทั้งสิ้น . . . . . . ไม่มีปฏิกริยาใดๆทั้งสิ้นก่อนที่ร่างของโซฟีเองจะได้หายไปและอยู่ด้านบนเหนือร่างของมังกรนั่นพร้อมกับเปลวเพลิงที่พุ่งลงมากลางหลังของมังกรนั่นอย่างจัง !! - แว้บ !! - เปลวเพลิงระลอกแรกได้ดับหายไปกลายเป็นแสงสีขาวพุ่งลงมาแตะที่กลางลำตัวของมังกรและระเบิดคลื่นพลังออกไปด้านข้างอย่างรุนแรงก่อนที่จะเกิดเพลิงระเบิดออกจากใต้ตัวของมังกรนั่นทันที !!!!

วิหารที่ทนการต่อสู้ครั้งแรกมาได้เริ่มสั่นอึกทึกและใกล้จะถล่มลงมาเต็มทนแล้ว ถ้าเกิดว่าเกิดการโจมตีที่รุนแรงอีกครั้งหนึ่งขึ้นมา มันอาจจะถล่มลงมาได้โดยไม่เตือนใครทั้งสิ้นเลยก็ได้

ทางด้านมังกรนั่นยังคงลุกขึ้นมาได้หลังจากรับเพลิงแห่งพลังอมตะเข้าไป ดูเหมือนว่ามันเองก็จะไม่ใช่แค่มอนสเตอร์ทั่วๆไปเช่นกัน แม้ว่าโล่จากตัวมันจะรับเพลิงนั้นไว้แต่ก็ยังบ่งบอกให้เห็นสภาพที่สบักสะบอมของมันเองอย่างเห็นได้ชัด !!!


ไซเซอร์ : กับอีแค่มังกรกระจอกๆ ตัวเดียวเธอถึงกับเปลืองแรงขนาดนี้เลยหรอ? - ร่างของแรนที่อยู่ในสภาพของ Evil โผล่มาตรงหน้าของมังกรตนนั้น พร้อมกลับดาบ Frozen ที่อยู่ในมือของเขา ทำให้อันดิเน่ที่ต้องหันกลับมามองตำแหน่งที่แรนน่าจะอยู่ด้านหลังเธอด้วยความตกใจ
ไซเซอร์ : รู้ไหมเจ้าน่ะโชคร้ายมากเลยนะ - ไซเซอร์ค่อยชำแหละร่างของมังกรทีละน้อยๆ เลือดที่ไหลออกมาค่อยๆถูกซับเข้าไปใน Frozen B. กลายมารักษาอาการบาดเจ็บของร่างต้นช้าๆ - เพราะข้าน่ะเพิ่งจะโดนหยามไปหมาดๆ ไม่พอเจ้ายังมาทำร้ายร่างกายที่ข้าหวงสุดๆอีก ...- จอมมารหนุ่มพูดพลางบิดดาบให้ปากแผลยิ่งเหวอะออกมา เห็นหัวใจของมังกรตนนั้นเต้นตุบๆอย่าเห็นได้ชัด - เขาว่ามังกรไม่ว่าจะฆ่าเท่าไหร่ก็ไม่ตายซักที... - ไซเซอร์เอามือขวานเข้าไปกำที่หัวในของมังกรตนนั้นแน่น - แต่ถ้าทำลายหัวใจมันได้ทุกอย่างก็จบ!!- ว่าแล้วเขาก็กระชากหัวใจของมังกรนั่นออกมาจากปากแผล เลือดสีแดงสดพวยพุ่งออกมาจากปากแผลนั่น เสียงร้องดังกังวาลอันน่าสยดสยองของมังกรดังต่อเนื่องก่อนจะค่อยๆล้มลงไป

ไซเซอร์ : ... - ชายหนุ่มมองที่หัวใจที่ตัวเองเพิ่งคว้านออกมาจากมังกรก่อนจะค่อยๆกัดกินเข้าไปช้าๆ - ชิ รสชาติห่วยชะมัด - เขาเลียเลือดสดๆที่อยู่บนอุ้งมือของตัวเองและแสยะยิ้มอย่าปิติยินดี ก่อนจะหันกลับมาหาโซฟีและริวโคที่กำลังยืนอึ้งอยู่
ไซเซอร์ : ย๊ะโฮ~ แหมๆ โซฟีจังไม่เจอกันแป๊บเดียวสวยขึ้นเยอะเลยนะ~... - จอมมารยิ้มหวานให้โซฟีที่ท่าทางเธอพร้อมที่จะต่อยเขาทุกขณะ...

NPC : เชิญจ้า
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 5-8-2010 02:35:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด nutchsnon เมื่อ 6-8-2010 10:23



Lan Blado Item
Lan Blado Recovery skill
Lan Blado Passive skill 1
Lan Blado Passive skill 2
Lan Blado Active skill
Lan Blado Speacial ability

แรน ( ไซเซอร์ ) : HP 64 / 127   MP 120 / 149 ( ฤทธิ์ดาบ )

ดูเหมือนว่าถึงดาบนั่นจะกินพลังของผู้ใช้อย่างมากแต่ก็ได้ส่งผลที่คุ้มค่าต่อการใช้ในการต่อสู้เสียด้วย เพลงดาบของเขาได้ฝังทะลุร่างของมังกรเข้าไปผ่านเกร็ดหนาๆนั่นได้อย่างง่ายดาย ( ตามความสามารถดาบ )

โซฟี : . . . . . . . - หญิงสาวหันกลับมามองที่ร่างของไซเซอร์เล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา -

แม้ว่าหัวใจจะสลายไปแล้วแต่ดูเหมือนว่ามังกรตัวนั้นจะยังสามารถเคลื่อนที่ต่อได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ตัวของมันได้ลุกขึ้นมาและยังพ่นไฟที่คงไปด้วยพลังเหมือนเคยสวนกลับมา โซฟีเองไม่ทันได้เอ่ยทักทายไซเซอร์แต่อย่างใดและรีบพุ่งตัวไปปัดเพลิงนั่นออกทันที !!! แต่ว่าคราวนี้มังกรนั่นไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น มันได้โฉบลงมาด้วยทันทีด้วยกรงเล็บมหึมาของมันอย่างกระทันหัน !! ( โดยที่โซฟีไม่สามารถรับไว้ได้เนื่องจากเอื้อมไม่ทันเพราะว่าตัวเล็กเกินไป ) กรงเล็บนั้นได้ผ่านหัวของโซฟีไปและโผล่พรึ้บมาด้านหน้าไซเซอร์และริวโคทันที


ไซเซอร์ : ... ริวโค มานี่ - จังหวะนั้นไซเซอร์ไม่ได้ตกใจอะไรกับความเร็วและกรงเล็บนั่นเท่าไหร่ก็เก็บ Frozen B.และเรียกริวโคกลับเป็นดาบมาปัดกงเล็บนั่นออกไป(ถือคู่กับ B.katana) - เทียบกับเจ้าฮาโอแล้ว โจมตีเรียบง่าย + อ่านทางง่ายมั่กๆเลยล่ะเธอว์~ - ท่าทางตอนที่เขาพลาดท่าให้กับฮาโอคงจะสร้างบทเรียนดีๆให้กับจอมมารเยอะเลยทีเดียว - แถม ดื้อด้านตายยากแบบนี้ อยากให้ข้าทรมาณมากไปกว่านี้สินะ~ - ชายหนุ่มแสยะยิ้ม ก่อนจะหันมายิ้มหวานให้โซฟี - ใจจริงก็อยากจะกอดขอบคุณที่ช่วยปัดลูกไฟนั่นให้นะ แต่ว่าโซฟีจังคงไม่ยอมใช่ม้า~  งั้นมาเก็บเจ้ามังกรนี่ด้วยกันเถอะนะ~ - ไซเซอร์พูดทั้งใบหน้ายิ้มแย้มนั่นส่วนมือวาดดาบเวทย์ Rule Active ฟาดฟันร่างของมังกรตนนั้นไปพลาง ท่าทางเขากำลังลงความโกรธที่มีให้กับฮาโอกับมังกรตนนี้ซะแล้ว - อย่าหวังว่าข้าจะประมาทซะให้ยากเลย เจ้าจะได้ทรมานจนไม่อยากจะเกิดเป็นมังกรอีกเลยล่ะ~

แรน ( ไซเซอร์ ) : HP 64 / 127   MP 120 / 149
ดูเหมือนว่าการ์เดี้ยนตนนี้จะเรียนรู้เร็วเหมือนกันกับพวกของแรนมันได้เอี้ยวตัวถอยออกมาและพุ่งตัวออกด้านข้างสองเสต็บเพื่อหลบท่า Rule ของไซเซอร์และพ่นไฟสวนกลับมาทันที - พรึบ !! - โซฟีได้ปรากฏขึ้นด้านหน้าไซเซอร์อีกครั้งและปัดลูกเพลิงออก แต่ดูเหมือนว่าคราวนี้มังกรตนนั้นจะไม่ได้พุ่งเข้ามาโฉบหรือโจมตีอย่างต่อเนื่องแล้ว ทว่ามันได้ทิ้งตัวลงกระทืบพื้นเพื่อให้กำแพงโบราณสถานร่วงหล่นลงมาทั้งหมดแทนทันที !!


ไซเซอร์พุ่งตัวหลบสากโบราณที่ถล่มลงมาก่อนจะยืนมองมังกรตัวนั้นด้วยความหมั่นไส้และก่อนให้เกิดรอยหยักขึ้นบนหน้าของเขาเสียแล้ว
ไซเซอร์ : แค่นี้ยังแสบไม่พอคราวนี้จะเล่นปิดสะพานแสงถาวรเรอะ... - ไซเซอร์กระโดดด้วยความเร็วต่อจากซากโบราณที่ค่อยๆร่วงลงมาเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ตรงหน้ามังกรตนนั้นพอดี เขาควงดาบริวโคไว้ด้านหลังเพื่อรวบรวมพลังเวทย์ก่อนจะฟาดดาบออกไปตรงจุดที่มันยืนอยู่ให้กระเด็นออกไปห่างจากสถานที่ทำพิธีและกระโดดตามร่างมังกรที่ปลิวออกไปติด
ไซเซอร์ : (ครั้งสุดท้ายล่ะนะ) - ไซเซอร์เปลี่ยน B.Katana ให้กลายเป็น Frozen B. และเริ่มทกการตัดร่ง 8 ส่วน นั่นคือ ปีก ขา แขน หาง และหัวจนร่างกายของมังกรตนนั้นถูกผ่าออกอย่างง่ายดาย (เพราะดาบที่ใช้) ก่อนจะใช้ดาบริวโคแทงเข้าที่หัวของมันปักคาพื้นอยู่แบบนั้น
ไซเซอร์ : ข้าบอกแล้วไง ว่าข้าไม่ประมาทไม่มีความปราณีหรอกนะ เจ้าโชคร้ายเองนะที่มาให้ข้าเห็นตอนที่อารมณ์เสียสุดๆน่ะ - ไซเซอร์เหยียบท้องของมันที่ดิ้นพล่านไปทั่วด้วยความเจ็บปวด - ถึงจะตายยากนัก แต่ลงโดนเข้าขนาดนี้จะยังทำอะไรได้ล่ะหือ? - ระหว่างที่กำลังเย้ยยันอยู่ก็มีความคิดวิ่งเข้ามาในหัวเขาดังปึกทันที - เออจริงสิ แล้วเจ้านี่มันฆ่ายังไงหว่า ไอ้เราก็คิดว่าแยกส่วนมันออกจนหมดคงจะดับไปแล้ว ไหงมันยังดิ้นพล่านอยู่อีกฟะ? - ไซเซอร์เกาหัวตัวเองด้วยความรำคาญสิ่งมีชิวิตที่อยู่ตรงแทบเท้่าของเขา
ไซเซอร์ : นี่โซฟี ลงมาหาข้าหน่อยสิ -ไซเซอร์ ยื่นมือไปทางสาวน้อยที่ถอยอยู่บนฟ้าเพื่อต้องการความช่วยเหลือ - ข้าไม่ค่อยรู้เรื่องพวกสัตว์เวทย์ของโลกนี้ซักเท่าไหร่ เจ้าช่วยจัดการมันให้ทีสิ ข้าเริ่มรำคาญแล้วล่ะ~ - เขาพูดด้วยน้ำเสียงหวานหยดเยิ้มกับโซฟีพลางกดดาบริวโคให้ตรึงร่างมังกรไว้ไม่ให้ขยับไปไหนเพื่อความชัวร์

Ran HP + 125 , MP + 125 , LV : 25 // Gain status 12 point // Str + 9 agi + 13 int + 9 vit + 4 dex + 4 luck + 6

เด็กสาวค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ๆกับร่างมังกรนั่นและเปลี่ยนสีของลูกแก้วของเธอกลับไปเป็นสีแรก เด็กสาวมองที่ตัวมังกรซักพักและเหลียวกลับไปมองรอบๆ

โซฟี : ไม่ใช่ . . . . . . - หญิงสาวเอ่ยออกมาเบาๆในขณะที่ยืนอยู่ข้างๆร่างนั่น -

ทันใดนั้นแสงแว้บสีเขียวอ่อนก็ได้ปรากฏขึ้นที่ส่วนขาซ้ายของมังกรนั่นที่ถูกไซเซอร์ตัดออกไป ดูเหมือนว่านั่นจะเป็นร่างจริงของการ์เดี้ยนเวทย์มนต์ตัวนี้ก่อนที่มันจะกลายมาเป็นมังกร !!! แสงนั่นช่างอลังการแสบตาจนแม้กระทั่งไซเซอร์ก็ยังต้องปิดตาบดบังแสงออกไป เมื่อจบสิ้นลงร่างอัน ( . . . . . ) สง่างามพร้อมกับผิวหนังสีเขียวของมันก็ได้โผล่ขึ้นมาอีกครั้งและเตรียมเข้าต่อสู้ยกที่สองทันที !!

โซฟี : . . . . . - หญิงสาวเหล่มองสัตว์แปลกประหลาดด้านหน้าก่อนที่เธอถอนหายใจออกมาและเดินไปยังลานเปิดประตูแห่งแสงเพื่อเตรียมทำหน้าที่แทน -



ไซเซอร์ : อ้าวเดี๋ยวก่อน...โซฟีจัง...- ยังไม่ทันที่ไซเซอร์จะรั้งเธอไว้โซฟีก็เดินออกไปไกลซะแล้ว ชายหนุ่มหันกลับมามองเจ้าสัตว์ปะหลาดสีเขียวที่ขู่พร้อมจะเข้ามางาบเค้าด้วยสายตาสีทองอันคมกริบนั่นแฝงไปด้วยความต้องการละเลงเลือดอันไม่มีที่สิ้นสุด
ไซเซอร์ : ม๊ะ~ ถ้าโซฟีจังไม่ทำ ข้าทำเองก็ได้~ - ไซเซอร์ดึงดาบริวโคออกมาจากซากร่างแรกของมันขึ้นมา -ริวโค ฝากอันดิเน่ด้วย - ชายหนุ่มปลดปล่อยตราเวทและส่งให้ริวโคกลับไปอยู่ข้างๆทูติสาวที่ยังอยู่รอบนอกเขตการต่อสู้ - อืม... ข้าเองก็อยากลองใช้ดาบที่ทูติสาวนั่นให้มาเหมือนกันแฮะ~ ไหนดูสิ - ไซเซอร์มองไปที่ตราเวทย์ที่ข้อมือของชายหนุ่มก่อนจะจับมัน ในตอนนั้นเอง ก็เกิดไฟฟ้าช็อตมือของชายหนุ่มจนต้องชักกลับไป

ไซเซอร์หันไปทางอันดิเน่ก่อนจะทำตัวซึนๆอีกครั้ง : นี่เธอรังเกียจข้าถึงกับไม่ยอมให้ใช้ดาบนั่นเชียวเรอะอันดิเน่~? = x ='' - เขาเริ่มงอแงขึ้นแต่ขณะนั้นเองเจ้าสัตว์ปะหลาดสีเขียวหน้าตาเหมือนมอนฯ ในเรื่องราวของต้นเมเปิ้ลก็กระโจนมาด้านหลังเขา ผั้ว! ตุบ!~ เสียงขาขวาของไซเซอร์กระแทกแบบ Uppercut ไปที่ปากของมันจนลอยขึ้นและตามซ้ำด้วยการเขกลงมาติดพื้น

ไซเซอร์ : คนกำลังซีเรียสอยู่ อย่ามาสอดได้มะ? เชอะ ไม่ใช้ก็ได้ - ไซเซอร์ทำหน้าบูด ก่อนจะเรียก B.katana กลับมาอีกครั้ง - ถึงท่าทางเจ้าจะไม่ใช่มอนฯอ่อนแออะไรนัก แต่ข้าก็ไม่ออมมือให้หรอกนะ~ - ไซเซอร์พูดพลางวาดดาบขึ้นบนฟ้าและเหวี่ยงเป็นรูปครึ้งวงกลมซัดร่างของสัตว์ปะหลาดสีเขียวนั่นกระเด็นออกไป

เรย์อิเซน : เดี๋ยวพวกเราไปรวมกับโซฟีนะ รีบๆตามมาล่ะตาบ้า! - เรย์อิเซนตะโกน ก่อนจะรีบจูงมืออันดิเน่ไปรวบกลุ่มกับโซฟีโดยมีริวโคคอยระวังหลังให้ตลอด

ท่าทางการต่อสู้ของไซเซอร์จังยังไม่จบง่ายๆเสียแล้ว รูปร่างของมันไม่ได้น่ากลัวอะไรนัก แต่ทำไมมันถึงได้ถึกแบบนี้ ไซเซอร์คิดแบบนั้น

- แปะ . . .  - เสียงนอนแผ่คาพื้นของสัตว์หน้าเขียวดูเหมือนว่ามันจะหมดเรี่ยวแรงสู้และหัวใจวายตายไปยังหน้าไซเซอร์นั่นเอง นอกจากนั้นแล้วหนังมันยังเหนียวสุดๆอีกด้วยทำให้ซากของมันไม่หายไปง่ายๆ และติดหนึบกับพื้นแถวๆนั้น

หลังการต่อสู้ไซเซอร์ที่ได้เดินมารวมกลุ่มทีหลังก็ได้พบว่าโซฟีได้เปิดประตูแห่งแสงออกแล้ว ยอดเส้นทางสูงลัดฟ้าไปยังอีกด้านหนึ่งของโลกทันที ดูเหมือนว่าพวกเขาเองคงจะได้ไปยังดินแดนใหม่ด้านตรงข้ามแล้ว เวทย์มนต์เคลื่อนย้ายได้ถูกกางออกเป็นวงกว้างพร้อมที่จะส่งพวกเขาไปยังโลกอีกด้านทันที

- แกร๊ก !! - เสียงก้อนหินตกกระทบดังขึ้น ร่างของจรเจ้ ( จองเวร ) ได้กระโดดเข้ามากางพิธีและระเบิดตัวเองพลีชีพ ( จองกรรม ) ออกทำให้ลานเวทย์มนต์นั้นเกิดพังขึ้นมาจริงๆและแปรปรวนขึ้น ตัวของริวโคและเรย์อิเซนได้ถูกดูดเข้าไปก่อนทันทีและร่างของไซเซอร์ที่กำลังถูกแรงดึงดูมหาศาลดึงไปด้วย !!

Action บังคับข้อเดียว : 1 ) แรนได้แทรกร่างของไซเซอร์คืนทันทีและดึงมือของอันดิเน่ไว้  2 ) ไซเซอร์ได้ควบคุมแรนไว้จนถึงหยดสุดท้ายและดึงตัวโซฟีไปด้วยแม้ว่าเธอจะไม่สนใจก็ตาม  3 ) ไม่พาใครไปเลยเพราะดึงไม่ทัน ~   4 ) เสี่ยงด่วงด้วยลีลาการต่อระดับสูง ถ้าไม่ถูกใจ RM อดทั้งคู่ แต่ถ้าต่อได้น่าอนุมัติอาจจะได้ทั้งคู่ก็ได้ ( ถ้าต่อลีลาสวยแต่ช่วยคนเดียวก็คนเดียวน้า )


ไซเซอร์ปัก B.katana ให้เป็นฐานไว้ : ฮึ่ม เจ้าเจรเข้สวะนั่น!!! อึก!...- ท่าทางแรงดึงของเกทจะมหาศาลเกินกว่าจะเอื้อมมือไปหาโซฟีที่ยืนไกลจากเขาได้ ถึงแม้ว่าโซฟีเองจะไม่ค่อยสนใจไซเซอร์ตอนนี้ซักเท่าไหร่ (ใจร้าย T_T)

Selection : 4) The Last Hope


แรน: ไซเซอร์!... - เสียงของแรนดังเข้ามาในหัวของเขา - ไซเซอร์! ออกไปจากร่างของข้าซะ เจ้าไม่อยากแยกกับโซฟีไม่ใช่เรอะ!
ไซเซอร์ : นี่เจ้า คิดจะให้ข้าดึงกาฝากออกจากร่างไปพาโซฟีเข้าเกจด้วยเนี่ยนะ? เรื่องสิ
แรน : นี่ไม่ใช่เวลามาคิดแบบนั้นนะเฟ้ย! หรือแกอยากจะจากโซฟีไปทั้งแบบนี้!
ไซเซอร์ : ....
แรน: เอาเถอะน่าไม่มีเวลาแล้ว!!
ไซเซอร์ : บ้าที่สุด!!! - ไซเซอร์ กุมไปที่กาฝากตรงหัวไหล่ซ้ายก่อนจะร่ายมนต์ปลดปล่อย ร่างของไซเซอร์ หลุดออกมาจากร่างของแรนด้วยแรงส่งที่แรนผลักเขาไปอยู่ไม่ห่างจากโซฟีเท่าไหร่นัก จอมมารหนุ่มรีบวิ่งไปหาโซฟีก่อนจะรวบรัดอุ้มเธอแบบเจ้าหญิงขึ้น โดยไม่สนใจแล้วว่าเธอจะทุบจะตบจะกัดจะตีเขายังไงบ้าง
ไซเซอร์ : โทษทีนะข้าชักถูกใจเจ้าซะแล้วล่ะ ไม่ยอมให้จากกันไปง่ายๆหรอก - ไซเซอร์ยิ้มหวานพลางรีบวิ่งเข้าประตูไปก่อน แต่ทางแรนที่พยายามตรึงร่างของตัวเองไว้คงเป็นเพราะแรงดึงที่มหาศาลทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถเอื้อมมือไปถึงได้
แรน : บ้าที่สุด โถ่เว้ย!! - แสงสีฟ้าในตัวของแรนส่งประกายขึ้นดาบที่แรนถืออยู่จาก B.katana กลายเป็นดาบของอันดิเน่และตราเวทที่ข้อมือเขาก็เริ่มส่องสว่างขึ้นและปลดปล่อยเปลวเพลงสีน้ำเงินและวารีล้อมรอบร่างของแรนไว้ดวงตาของแรนกลายเป็นสีฟ้าอ่อน NEW Active Skill Soul Link!! Lion Bave Supprot active ทำให้แรงดึงนั่นน้อยลงไปบ้าง แต่คงใช้ได้อีกไม่นานนักเพราะมันกินพลังงานของชายหนุ่มเป็นอย่างมาก แรนพยายามไคว่คว้ามือเรียวบางของอันดิเน่ไว้ ก่อนจะยิ้มให้เธอ
แรน : ไปด้วยกันเถอะนะ - แรนดึงอันดิเน่เข้ามาสู่อ้อมกอดของเขาก่อนจะปล่อยให้แรงดึงดูดนั่นดูดกลืนพวกเค้าเข้าไปในบานประตูก่อนจะปิดตัวลง...

The End  ''The Light Door'' Role play V1
Lan Blado Clear Last Event   
Lv. 25 Hp 147    Mp 169
STR 19
AGI 24
VIT 11
INT 19
DEX 13
LUCK 7
Point : 12
Gold : 3520
Item Etc : (เยอะอยู่เหมือนกัน เอาให้เทรสจังแปลงเป็น เงินไปเลยก็แล้วกันนะ)
โพสต์ 7-8-2010 07:58:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 10-8-2010 09:47

ความเดิมตอนที่แล้ว



Stella Item
Stella Recovey skill
Stella Passive skill
Stella Active skill
Stella Special ability


"หืม..? มีของดีเหมือนกันนี่ไอ้สวะ อึ้ก !!" ชายหนุ่มที่กำลังจะหมุนตัวกลับหลังลงพื้นอย่างทุกที เกิดชะงักไปเพราะน้ำหนักตัวที่มากขึ้น

ตูม !!! กร๊อบ !!! ร่างของโดมินิคร่วงหล่นลงสู่พื้นดินอย่างแรง โดยมีเสียงชิ้นส่วนกระดูกช่วงขาที่แหลกเป็นเสี่ยงๆดังขึ้นตามมาอย่างน่าสยดสยอง "ชิ !! ไอ้สวะนี่ คราวก่อนไม่เห็นจะมีลูกเล่นแบบนี้เลยนะ แต่ยังไงผลลัพธ์มันก็ไม่เปลี่ยน... อึ้ก !!" ชายหนุ่มที่พยายามจะลุกขึ้นยืนเพื่อจัดการขั้นเด็ดขาดกับคู่ต่อสู้ของเขา กลับไม่สามารถทำได้ !!

กระดูกตั้งแต่เท้าถึงหัวเข่าของโดมินิคแตกละเอียด แถมยังมีกระดูกที่แตกบางชิ้นเสียบทะลุเนื้อหนังของเขาออกมาปรากฏให้เห็น "ฮึ่ม !!" โดมินิคทุบพื้นดินด้วยมือทั้งสองข้างอย่างแรง ทันใดนั้น กระแสไฟฟ้าจำนวนมหาศาลก็ไหลเข้าโจมตีพวกเอเลี่ยนนั่นอย่างรวดเร็ว [พันปักษาหลั่งไหล] ราวกับอสรพิษที่กำลังไล่ล่าเหยื่อ !!

- เฟี้ยว - เสียงกระแสไฟฟ้าตัดอากาศผ่านไปที่ร่างแยกเล็กๆของ 200 เมตรทันที ดูเหมือนว่ากระแสไฟฟ้าของเขาจะไม่ได้โดนดึงลงไปด้วยเลยแม้แต่น้อย - Zabbb - เสียงกระแสไฟฟ้าช้อตทะลายฝูงเอเลี่ยนแถวหน้าลงจนหมดสิ้นแต่ก็ยังเหลือฝูงด้านหลังอยู่ประปรายเล็กน้อย พวกมันได้ยืดเขี้ยวร้ายที่สามารถกัดแม้กระทั่งเหล็กให้แตกออกได้ง่ายๆมาที่ร่างของจอมมารที่กำลังนอนนิ่งอยู่ที่พื้นทันที !!!!


"บ้าจริง !! น้ำหนักมัน..." ชายหนุ่มพยายามใช้วิธีกลิ้งตัวหลบแต่ก็ล้มเหลว เพราะไวรัสแรงดึงดูดในขณะที่คมเขี้ยวของเจ้าเอเลี่ยนตัวกระจ้อยกำลังไกล้เข้ามา

"อย่าดูถูกกันให้มากนักนะเว้ย !!!" โดมินิคตะโกนออกมา พร้้อมๆกับฟาดฝ่ามือทั้งสองของเขาลงไปบนพื้นอย่างแรง

บรึ้ม !!!!! ระเบิดอิเล็กตรอนขนาดใหญ่ซัดเอาร่างของชายหนุ่มให้กระเด็นจนพ้นจากการโจมตีนั่น แต่ด้วยไวรัสแรงดึงดูด มันกำลังจะพาร่างของชายหนุ่มอัดเข้ากับพื้นดินอีกครั้ง

"แฟรงค์ !!" สิ้นเสียง เขี้ยวบินตัวนึงก็พุ่งลงจากมาท้องฟ้าเข้ามาให้โดมินิคคว้าเอาไว้ ก่อนที่มันจะใช้ความเร็วของมัน ลากร่างที่หนักอึ้งของผู้เป็นนายไปยังผลึกพลังที่เป็นเป้าหมายทันที
- ฉัวะ - เสียงเฉี่ยวของเขี้ยวมฤตยูได้ถากแขนของโดมินิคเป็นรอยแผลเล็กๆที่ไม่ถึงกับชีวิต ดูเหมือนว่าความสามารถในการใช้เขี้ยวบินเป็นเท้ามือให้กับตัวเองของจอมมารจะสามารถผ่าวงล้อมออกมาได้อย่างฉิวเฉียด - ครืดดดด !!! - เสียงเขี้ยวบินที่พยายามนำร่างนายของมันออกจากคมเขี้ยวของศัตรูลากทั้งตัวมันเองและโดมินิคแถไปตามพื้นและได้ดีดตัวของจอมมารออกเพราะว่าขีดจำกัดของการเคลื่อนที่ของจำนวนเขี้ยวบินนั้นได้เลยขึีดจำกัดไปเสียแล้ว ร่างของจอมมารกระเด็นลงพื้นอีกรอบหนึ่งพร้อมกับเศษกระดูกที่ทิ่มออกมาจากตัวเขาอย่างน่าสยดสยอง ปลายเท้าของเขาได้รวบทับผลึกนั่นไว้ แต่ทว่ามันก็ยังไม่หายส่องประกายและพร้อมที่จะหายไปได้ทุกเมื่อ ดูเหมือนว่าอุปกรณ์เสริมพลังนี้จะมีไว้บริโภคเพื่อใช้งานมากกว่าการสัมผัสภายนอก


สายตาของมารร้ายจับจ้องไปที่ผลึกเรืองแสงนั่นแบบไม่กระพริบ (เรารู้สึก... ถึงอะไรบางอย่างจากไอ้ผลึกนั่น....) "น่าสนุกดีนี่ !!! มันจะเป็นยังไง ชั้นเองก็อยากรู้เหมือนกัน !!" ชายหนุ่มพูดขึ้น พลางอัดพลังไฟฟ้าไส่ขาที่แหลกละเอียดดทั้งสองข้าง ก่อนที่เขาจะใช้พลังไฟฟ้าควบคุมขาข้างนึงเตะเอาผลึกพลังนั่งขึ้นไปบนฟ้า

อึ้ก !! ผลึกพลังร่วงหล่นลงไปในปากของโดมินิคก่อนที่มันจะหายไปอย่างฉิวเฉียด ชายหนุ่มไปรอช้า เขารีบกลืนผลึกนั่นลงไปทันที และตอนนั้นเอง !!!
กระแสไฟฟ้าสีดำของเขาชักพร้อมกับร่างกายที่บิดงอไปมาไม่เป็นทิศทางของเขาพร้อมกับความเจ็บปวดปานคนที่โดนเครื่องทรมาณบีบบิดลำตัวอยู่ตลอดเวลา พลังงานไฟฟ้านั่นได้ซัดพวกเอเลี่ยนสลายออกเป็นผุยผงและสลายไปในอากาศ ในขณะที่ร่างกายของจอมมารได้กลับมาลุกขึ้นยืนได้อย่างปกติสุขดีหลังจากการตอบรับของพลังนั่นแล้ว !! ดูเหมือนว่าความเจ็บปวดนั่นจะเป็นแค่ความทรงจำเท่านั้น ตอนนี้ร่างกายของเขาพร้อมที่จะออกไปดำเนินภารกิจของเขาต่อแล้ว

Special ability : LV 4 ( ดองไว้ก่อน คุคุ )


ชายหนุ่มพลิกฝ่ามือทั้งสองข้างขึ้นมาดูอย่างประหลาดใจ ก่อนที่เขาจะฉีกยิ้มออกมาอย่างซาดิสม์ "หึ หึ หึ หึ หึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า !!!!" เสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งของมารร้ายสั่นคลอนท้องฟ้าและทั่วทั้งพื้นป่า พลังไฟฟ้าจำนวนมหาศาลแผ่กระจายปกคลุมไปทั่วอณาเขตุอย่างไร้การควบคุม

"พลังๆๆๆๆๆ !!! พลังเต็มร่างกายไปหมด !! สะใจจริงๆ !!" พลังไฟฟ้ายิ่งเพิ่มมากขึ้นจนเผาไหม้ผืนป่าไปทั่ว "ภูเขานั่นสินะ !!" โดมินิคพูด พลางยิงพลังไฟฟ้าออกมาจาก มือ เท้า ก่อนจะที่เขาจะบินขึ้นไปบนท้องฟ้าโดยมีเป้าหมายคือ ภูเขาที่เป็นจุดนัดพบ

บนยอดเขาดูเหมือนว่าเอฟฟี่เองจะยังมาไม่ถึง แต่กลับมีคนที่โดมินิคไม่คิดว่าจะมีความสามารถขึ้นมาถึงยอดเขาได้อยู่แทน ชายหนุ่มสี่ตาไร้ความสามารถพร้อมกับดวงสุดต่ำนั่นเอง



เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : จ้ากกก !!! - ชายหนุ่มสะดุ้งตกใจและลุกขึ้นไปหลบหลังก้อนหินแถวนั้นทันที - อันธพาลในร่างสเตลล่านี่นา . . . . . - ชายหนุ่มเอ่ยออกมาเบาๆและแอบมองโดมินิคที่ค่อยๆลอยลงมาที่พื้น -


"อ้าว ไอ้สวะสี่ตานี่หว่า ตกใจเลยนะเนี่ย ~" ชายหนุ่มพูดทักทายน้ำเสียงระรื่น แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามคู่สนทนาของเขาอย่างเต็มเปี่ยม "เฮ้อ ว่าแต่ที่สูงๆแบบนี้นี่หายใจลำบากชะมัดเลย...... อึ้ก !!!" จู่ๆคำพูดของมารร้ายก็หยุดลงพร้อมกับร่างของเขาที่ทรุดเข่าลงกับพื้น (นี่มันอะไรกัน !! เหมือนมีอะไรซักอย่าง แทรกเข้ามาในหัว)

{ถูกอัญเชิญมาด้วยวิทยาการของมนุษย์นี่นะ}
.
.
{อัสนีบาตสามสาย คือกุญแจที่จะนำไปสู่การสร้างร่างเทวะชั่วนิรันต์}
.
.
{เมื่อชั้นกลับมาที่นี่อีกครั้ง ชั้นก็จะเป็นราชันย์ที่แท้จริง}
.
.
{ความทรงจำในระหว่างเคลื่อนย้ายจะถูกผนึกเอาไว้ จงอย่าลืมความทะเยอทะยานนี้ไปซะล่ะ เขี้ยวมาร}
.
.
{ความทรงจำสำหรับชั้น มันไม่จำเป็นหรอก พลังเท่านั้นที่จะเป็นผู้ชี้นำทุกสิ่ง}
.
.
{พลัง} {พลัง} {พลัง} {พลัง} {พลัง} {พลัง}

"อึ้ก.... นี่...มัน..." โดมินิคบีบขมับของตัวเองไว้แน่น บทสนทนามากมายดังก้องอยู่ในหัวของเขา พร้อมๆกับความเจ็บปวดที่สุดจะหยั่งถึง

{ราชันย์}

กึก !! ร่างกายของมารร้ายค่อยหยุดสั่นจนกลับมาเป็นปกติ ชายหนุ่มค่อยลุกขึ้นมาพลางปัดเส้นผมที่ปรกหน้าของเขาออกไป และนั่นเผยให้เห็นนัยต์ตาสีแดงดำที่เต็มไปด้วยความอำมหิต สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้มันจะดูสงบเยือกเย็น แต่ก็แฝงไปด้วยความบ้าคลั่งที่พร้อมจะประทุออกมา

"ตาแก่นั่นบอกว่าต้องกลับไปให้ได้ก่อนความทรงจำถึงจะกลับคืนมาสินะ เพราะว่าอยู่ใกล้ทางเข้า ? หรือเพราะผนึกความทรงจำมันคลายออก ? จะยังไงก็ช่างเถอะ.... โลกนี้มีขุมพลังที่ชั้นไม่รู้จักซุกซ่อนอยู่มากมาย อัสนีบาตสองสาย ผลึกพลังต่างมิติ[จาก 200 เมตร] และ ผลึกพลังแห่งทูติ.... ถึงจะยังไม่เท่าการรวบรวมอัสนีบาตสามสาย แต่ด้วยวัตถุดิบเพียงเท่านี้ ก็มากพอที่จะสร้างร่างเทวะได้แล้ว" โดมินิคพูดมากกว่าที่เคย แต่ทุกๆคำพูดของเขานั้น แฝงไปด้วยเจตนาร้ายแทบทั้งสิ้น ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอันไพศาลพร้อมกับรอยยิ้ม "เหลืออีก... แค่อย่างเดียวเท่านั้น...."

เซ็ทสึโบได้แอบมองจอมมารอยู่หลังโขดหินเหมือนเคย ชายหนุ่มได้สังเกตุท่าทีของจอมมารที่เปลี่ยนไป เขาได้ค่อยหาทางหลบหนีจากหุบเขา แต่ว่าเขาก็ไม่สามารถไปไหนได้เพราะยังเป็นห่วงสเตลล่าอยู่ เขารู้ตัวเองดีว่าไม่สามารถไปตีรันฟันแทงกับใครได้อย่างแน่นอน

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : หึหึ !! ยังไงเจ้าก็ไปอีกฟากหนึ่งไม่ได้อยู่แล้ว เพราะว่าเจ้าไม่สามารถเชื่อมสะพานแห่งแสงได้ยังไงล่ะ - ชายหนุ่มเริ่มวิธีโต้วาทีของเขาขึ้นมาแทนเพื่อถ่วงเวลาจอมมาร - ปล่อยตัวสเตลล่ามาดีกว่าหน่า ~ เจ้าน่ะล้มเหลวแล้ว


"ล้มเหลว ?" ชายหนุ่มทวนคำพูดของเซ็ตสึโบ "คิดว่าชั้นมาที่โลกแห่งนี้โดยไม่ได้คิดวิธีที่จะกลับไปรึยังไง ?" ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบพลางสะบัดข้อมือเบาๆ ทันใดนั้น สายลมที่พัดผ่านบนยอดเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นพลังไฟฟ้าจำนวนมหาศาล พุ่งผ่านร่างของเซ็ตสึโบไป

เปรี๊ยะๆๆๆๆ ท้องฟ้าที่ถูกสายฟ้านั่นพุ่งผ่านไป เกิดบิดเบี้ยวจนผิดรูปไปหมด พื้นดินเองก็ถูกสะบัดด้วยกระแสไฟฟ้าจนแหลกละเอียด ถ้าหากมนุษย์โดนเข้าไปคงไม่ต้องพูดถึง แต่ดูเหมือนมารร้ายจะไม่ได้มีความคิดที่จะโจมตีเซ็ตสึโบ

"ฆ่าสวะชั้นต่ำสุดๆอย่างแกไป ก็รังแต่จะทำให้เสียบรรยากาศ..... จะบอกอะไรให้อย่างนะ สำหรับชั้น วิธีการหรือเงื่อนไขไร้สาระ มันไม่จำเป็น แค่พลังก็พอ พลังที่จะสะบัดทุกกำแพงที่ขวางหน้าจนแหลกเละ...." ชายหนุ่มพูดพลางพลิกฝ่ามือของเขาขึ้นมา

"ใกล้ได้เวลาที่เหล่าวัตถุดิบจะมาแล้ว อีกไม่นานหรอก.... อีกไม่นาน...."

ชายหนุ่มได้แว่นตกลงและแสดงสีหน้าซีดเซียวออกมา เขาได้ล้มคุกเข่าลงตรงหน้าของจอมมารด้วยความกลัว แต่เขาก็ได้รวบรวมความกล้าที่หลงเหลืออยู่ของเขาลุกขึ้นมายืนค้ำกำแพงไว้

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : ฮึ่ย !!!

ทันใดนั้นเอง เอฟฟี่ก็ได้ปรากฏตัวออกมาตามที่โดมินิคได้นัดเอาไว้

เอฟฟี่ : . . . . . . มาแล้ว - หญิงสาวได้เอ่ยขึ้นสั้นๆพร้อมกับยื่นกล่องใบหนึ่งให้กับจอมมาร - คนที่ใส่หน้ากากแปลกๆฝากมาน่ะ . . . .

- ฟุ้บ !! - เสียงปรากฏตัวของมิซากะและคุโรโกะดังขึ้นตรงบรรไดด้านล่าง

+

ภาพเบื้องหน้าจอมมารในตอนนี้เหมือนกับผู้ถือครองตำแหน่งบรรลังของราชันย์อย่างแท้จริง โดยบรรไดที่ทอดลงในสายตามุมต่ำของเขาได้ปรากฏร่างของคู่แข่งคนสำคัญคนหนึ่งที่เคยประลองกันเมื่อครั้งอดีต . . . .

มิซากะ มิโคโตะ : โดมินิค . . . . - หญิงสาวมองตรงมาที่ชายหนุ่มและทำหน้าปกติของเธอ - หายไปนานเลยนะ . . . . - ดูเหมือนว่าเธอจะยังคงจำครั้งที่โดมินิคได้พาร่างของเด็กสาวออกไปรักษาตัวและไม่ปรากฏต่อหน้าพวกเธออีกเลยอยู่นานทีเดียว ได้ -


(วัตถุดิบครบแล้ว..) "นานจริงๆนั่นแหละ แต่ชั้นก็ไม่คิดว่า เราควรทักทายกันแค่นี้นะ" ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบพลางรับกล่องปริศนาจากเอฟฟี่มาเก็บไว้ด้านในเสื้อนอก

บรึ้ม !! ทันทีที่เขาเก็บกล่องนั่นเสร็จ ระเบิดอิเล็กตรอนก็ซัดผ่ากลางพวกมิโคโตะทันที "ถ้าจะให้จบ ก็คงต้องฆ่าพวกมันก่อน เลือกตัวที่อยากฆ่าได้ตามสบาย..." คำพูดของโดมินิคขาดไปพร้อมๆกับร่างกายที่วาปหายไปของเขา

"แต่ยัยนี่ ชั้นขอ...." ลิ่มสายฟ้ามรณะเสียบขึ้นจากพื้นด้านหน้าของมิโคโตะ พร้อมกับร่างของมารร้ายที่ชาจพลังเอาไว้เต็มฝ่ามือ

ตูม !!!!! เปรี๊ยะๆๆๆ ระเบิดอิเล็กตรอนขนาดใหญ่บังเกิดขึ้นอีกครั้ง โดยที่มีโดมินิคลอยอยู่บนท้องฟ้า[ยิงบูซแบบไอร่อนแมนอีกแล้ว]พร้อมกับรอยยิ้มที่ชวนสยดสยอง
มิซากะ มิโคโตะ : !! - หญิงสาวได้ใช้กระแสไฟฟ้าของตนเบี่ยงเบนพลังไฟฟ้าของโดมินิคออก ก่อนที่จะกระโดดถอยออกห่างด้วยสีหน้าที่ตกใจของเธอ - ชิ !! ยังไงเราก็คงไม่สามารถยกเลิกชะตากรรมนี้ได้สินะ !!! - หญิงสาวได้เร่งพลังไฟฟ้าของเธอ ออกมาและเข้าสู่สนามรบที่จอมมารหยิบยื่นให้ทันที -

ชิราอิ คุโรโกะ : โอเน๊ซามะ !! - หญิงสาวตะโกนขึ้นพร้อมกับทำท่าเหมือนจะยื่นมือเข้ามาแต่ก็ได้โดนเอฟฟี่ดักทางไว้เสียก่อน -

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : มันต้องมีอะไรที่เราพอจะทำได้สิน่า . . .  - ชายหนุ่มคิดขึ้นพลางวิ่งออกไป -


"หึ..." ชายหนุ่มเหวี่ยงแขนขวาของเขาอย่างแรงจนสายลมเปลี่ยนทิศเข้าไส่มิโคโตะ และชั่วพริบตา สายลมเหล่านั้นก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นพลังไฟฟ้าจำนวนมากแทน "เธอนะ ไม่ถนัดสู้ประชิดสินะ" มารร้ายปรากฏขึ้นทางด้านข้างของมิโคโตะ พร้อมกับเหวี่ยงอะไรบางอย่างเข้าไส่เด็กสาวอย่างรวดเร็ว

"คราวก่อนชั้นพลาดเองที่เลือกศึกระยะไกล แต่คราวนี้ถึงคราวเธอต้องหอบ แฮ่กๆ บ้างแล้วนะ คุณเรลกัน" ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบกับสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนแปลง มือขวาของเขานั้นก็ปรากฏให้เห็นสิ่งที่เขาพึ่งใช้โจมตีไปเมื่อครู่ มันคือเขี้ยวบินตัวนึงที่ลำแสงของมันยังค้างอยู่ที่ปลายเหมือนกับดาบเลเซอร์



- ฟ้าว !! - เสียงดาบเลเซอร์ของโดมินิคได้ตวัดผ่าเส้นผมบางๆของมิโคโตะหลุดออกมาก่อนที่หญิงสาวจะรีบถอยห่างจากคู่ต่อสู้อีกทันทีพร้อมกับสวนพลังไฟฟ้ากลับมาทันที !!! - เปรี๊ยะ !! - เสียงกระแสไฟฟ้าขั้นกลางได้กระทบโดนตัวของชายหนุ่มแต่ดูเหมือนว่ามันจะทำความเสียหายน้อยลงอย่างรู้สึกได้ชัดเจน ตอนนี้กระแสไฟฟ้าระดับกลางของมิโคโตะได้มีอาณุภาพเหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อแตะตัวของชายหนุ่ม แต่กระนั้นถ้าเขาโดนเข้าไปบ่อยๆเข้าก็อาจจะช๊อตได้เหมือนกัน ( เนื่องจาก Special abiltiy LV 4 )


Player Reaction : เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 7-8-2010 23:20:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด KonaKona เมื่อ 10-8-2010 23:28

AS : [ - - - - l - - - - l - - - - l - - - - l - - - - ]
Ryougi .S. Shiki : KonaKona


Shiki Item
Shiki Recovery skill
Shiki Passive skill
Shiki Active skill
Shiki Special ability
Shiki Special ability 2

Room mate :


สีดำ : บรรยาย
สีแดงเข้ม : การพูด
สีส้มเข้ม : ความคิด
สีเขียวเข้ม : ใช้สกิล


"ดูเหมือน สิ่งที่ชั้นกำลังตามหาจะไม่อยู่ที่นี่แล้วล่ะมั้ง .. ?" หืม... ตะกี้เหมือนจับพลังอะไรบางอย่างได้ อยู่ทางเหนืองั้นเหรอ .. ไกลจังเลยนะ.. ชิกิครุ่นคิดก่อนจะ ลุกขึ้น " เอาล่ะ แอลเราจะไปที่อื่นกันต่อนะ กลับไปเก็บของกันเถอะ " เธอยิิ้มให้น้อยๆ ก่อนจะอุ้มแฟนสาวในท่าเจ้าสาว ขึ้นมา และเดิน ผ่านแถบนั้นโดยที่ผู้คนแอบมองจำนวนมาก ดูเหมือน เจ้าตัวที่โดนอุ้มอยู่จะเขินอายอย่างมาก เธอจึงกระโดดขึ้นไปบนหลังคาแทน ( ทางดีๆมีไม่ชอบเดินอ้า ) แสงอาทิตย์ ค่อยๆ ทอประกายแสงสีส้ม ก่อนที่มันจะเริ่มเข้าสู่ชั่วค่ำ.. ดูเหมือน ใกล้จะถึงแล้ว เธอจึงลงมายัง โรงแรมที่ได้ เช็คอินไว้ พร้อมกับบอกพนักงานหน้าเคาท์เตอร์และจ่ายเงินไป เธอเดินขึ้นตามแฟนสาวที่ขึ้นไปก่อนแล้ว ดูเหมือน เมื่อเปิดประตูเข้าไป ของทุกอย่างก็ได้ถูกเก็บเรียบร้อยอยู่แล้ว เพราะทั้งคู่ ไม่ได้แยกของอะไรมากนัก จึงสะดวกในการเก็บอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่ค่อยๆ เดินลงบรรได มาพร้อมกับ สนนทาเรื่อยเปื่อย เมื่อถึงหน้าฟรอนท์แล้วชิกิก็ได้แบกของทั้งหมด(คนเดียว)( คิดซะว่าเหมือนวิลเฮลมิน่าละกันนะ ) แล้วค่อยๆมุ่งหน้าไปยังทิศเหนือ แสงไฟเริ่มหมด เพราะว่าได้ออกมาจากตัวเมือง ตามทั่วไปแล้ว การเดินทางตอนกลางคืนถือว่าอันตรายมาก แต่สำหรับ ชิกิ มันปลอดภัยที่สุด เพราะ เธอถนัดตอนกลางคินมากกว่าช่วงเช้าอยู่แล้ว

เมื่อเดินไปได้เป็นเวลาหลายชั่วโมง ดูเหมือนจะเริ่มเข้าสู่วันใหม่ซะแล้ว( ตี1-2 )  " แอล ถ้าเธอง่วงเธอจะนอนก็ได้นะ เกาะบ่าชั้นไปก็ได้ ฮะฮะ " เธอย่อมรู้ดีว่า หากนอนตอนกลางคืนจะอันตรายมาก แต่นั่นมันสำหรับคนทั่วไป ยกเว้นชิกิ ..

หญิงสาวแอบยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะรีบเปลี่ยนสีหน้าของเธอกลับด้วยความเขิญอายทันที

เวียเซกิ แอล : มะ ไม่ได้หรอก ~ ถ้าชิกิไม่นอนชั้นก็ไม่นอน - หญิงสาวตอบกลับแฟนสาวของเธอและเดินเกาะแขนของชิกิไว้และเดินไปพร้อมกันตลอดทางเดิน -

ดูเหมือนว่าระหว่างทางจะมีซากมอนสเตอร์เต็มไปหมด ดูเหมือนว่านักเดินทางคนอื่นจะได้จัดการพวกมันซะเรียบตลอดทางเดินเลยทีเดียว

จนกระทั่งมาถึงชานภูเขาดูเหมือนว่าจะมีมังกรขนาดมหึมาดักรออยู่แล้วด้วย ดูเหมือนว่ามันจะยืนทื่อกั้นทางเดินของพวกเขาไว้ซะมิดชิดเลยทีเดียว นอกจากการอ้อมไปปีนด้านข้างที่แสนลำบากแล้ว ดูเหมือนว่าจะไม่มีทางอื่นเลยนอกจากต้องล้มมังกรตัวนี้ซะ เพื่อเปิดทางเดินขึ้นไปยังยอดเขา



" มะ.. มังกร ..? " เอาจริงเหรอเนี่ยยยยย!!? แย่แล้วมั้งนะ .. ชิกิและแอลค่อยๆแอบเดินไปอย่างช้าๆ แต่ดูเหมือน เจ้ามังกรจะไม่ให้ยอมผ่านไปอย่างง่ายๆ ถึงกับคำรามออกมาอย่างรุนแรง
แบบนี้มัน .. ยิ่งกว่าแย่ซะอีกแฮะ ... "แอล ช่วยแช่แข็งขามันและคอยสนับสนุนชั้นทีนะ  " เธอกระซิบเบาๆ ก่อนจะชักมีดออกมา Brad Rail.. ชิกิเพิ่มมวลสะสารของมีดให้แหลมคมและ หนามากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะได้ตัดหนังของมังกรได้ พร้อมกับได้เบิกเนตรมรณะออกมา .. Death Eyes.. สีตาของชิกิก็เริ่มมีแสงสีแดงประหลาดวนเวียนอยู่ภายใน เธอสามารถมองเห็นเส้นและจุดตายของมังกร ได้ แต่มันก็ไม่ง่ายที่จะตัดให้โดนจุดนั้น วินาทีนั้นเอง ร่างที่เคยอยู่ตอนนั้นก็ได้หายไป Shadow Phase .. พร้อมกับ มีด ที่ตรงดิ่งมาจากทางด้านหลังของมังกร! DEATH CALL!


แอลเองได้รีบทำตามที่ชิกิบอกทันที ไอเย็นจากไนโตรเจนที่ก่อตัวขึ้นจากสสารในอากาศได้แปรเปลี่ยนเป็นน้ำแข็งที่ได้ก่อตัวเริ่มจับขาของมังกรนั่นไว้ - แกร๊ก !! - ดูเหมือนว่าพลังตามธรรมชาติของมังกรนั้นจะเป็นธาตุที่ได้ทางพลังไนโตรเจนของแอล มันคือธาตุไฟนั่นเอง . . . .

- จึก !! - เสียงมีดของชิกิได้แทงลงที่ขอบตัวของมังกร ดูเหมือนว่ามันจะคลาดเคลื่อนออกไปจากจุดที่ชิกิได้เล็งไว้ในตอนแรกเล็กน้อยทำให้มังกรนั่นยังมีลมหายใจอยู่ ปากที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อยทุกรายของมันได้เคลื่อนเข้ามาหาชิกิกอย่างรวดเร็วในขณะที่ตัวหญิงสาวอยู่กลางอากาศ !!!!! - กึก !! - ทันใดนั้นร่างกายของมังกรนั่นก็ได้หยุดลงกระทันหัน ร่างของมันได้นิ่งเฉยไปด้วยอาการกล้ามเนื้อฉีกขาดทำให้การเคลื่อนไหวของมันแปลกไปนัก ( ผล ของสกิล Death call ) ทำให้ชิกิพอจะมีเวลาในการต่อสู้อย่างปลอดภัยขึ้นอีกซักพักนึง

ทางด้านแอลเองเมื่อเธอเห็นว่าไนโตรเจนของเธอนั้นใช้ไม่ได้ผลแล้วจึงเปลี่ยนมาเป็นการใช้วิชาเล่นแร่แปรุธาตุแทนทันที เธอได้แประธาตุ แยกพื้นดินตรงตัวของมังกรนั่นออกเพื่อความยากลำบากในการเคลื่อนที่ของมัน


เป็นไปตามที่คาดไว้ .. มันขยับไม่ได้แล้ว .. ตอนนี้แหละจะเป็นโอกาศของเรา .. " แอล ทำไมเธอไม่ลองสร้างหอกน้ำแข็งจากไฮโดรเจนเหลวแล้วโจมตีมันดูล่ะ! " ชิกิพูดขึ้นดังๆ พร้อมกับกระโดดกลับเข้ามา แล้วพุ่งตรงเข้าไปยังหน้าของมังกรนั่น Combine Skill "Mugen Kai" (Mugen+Death Eyes) สิ้นเสียงคำพูดเบาๆ คมมีดก็ฟันมังกรไปอย่างรวดเร็ว!

ปลายมีดของชิกิได้ทิ่มแทงเฉือดเฉือนเป้าหมายเข้าไปลึกผ่านเกร็ดหนามนั่นได้อย่างง่ายดายแต่เธอก็ต้องแลกกับการโดนถากเล็กน้อยเนื่องจากทั้งตัวของมันหุ้มไปด้วยหนามแลหมนั่นเอง แต่ดูเหมือนว่ามังกรตนนั้นจะยังไม่ตายในทันที !!! เพราะว่าด้านในเกร็ดหนามของมันยังมีเกร็ด 2 ชั้นหุ้มไว้อีกรอบหนึ่งซึ่งเหนียวหนากว่าเดิมยากที่จะสามารถแทงทะลุผ่านได้นัก ( ไม่ใช่แปรงสีฟันนะ )

ทางด้านแอลเองก็ได้ทำตามที่ชิกิบอก น้ำแข็งรูปทรงคล้ายหอกได้ซัดแทงเกร็ดของมังกรนั่นจนกระจายออกไปเป็นส่วนๆ แต่ก็ยังคงเหลือเกร็ดภายในโผล่ให้เห็นอยู่ มีบางจุดเท่านั้นที่เนื้อหนังได้โผล่หลุดออกมา


ชิ.. ทำไมหนังหนาแบบนี้นะ แต่ว่า ก็ไม่เท่าไหร่ Brad Rail .. มีดของชิกิ แปรสภาพจากมีดค่อยยืดออกยาวขึ้น ยาวขึ้น จนกลายเป็น ดาบคาตานะยาวราวๆ 1.2 เมตร ในทันที ก่อนจะกระโดดขึ้นไปบน ฟากฟ้า " แอล ใช้หอกแบบเมื่อกี้โจมตีตรงจุดที่เห็นเนื้อมันซะ! " เธอตะโกนให้ดังเพื่อที่่แอลจะได้ยินอย่างชัดเจน หลังจากที่กำลังล่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า ( สูงไม่กี่เมตรหรอก ) หอกจำนวนมากก็ได้โหมกระหน่ำ โจมตีใส่จุดนั้นเพียงจุดเดียว ดูเหมือนมันจะขยายกว้างมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาศดีสำหรับเธอ ที่กำลังทิ้งตัวลงมา Mugen Kai พริบตานั้นเอง มังกรนั้นก็ได้ถูกกระหน่ำแทงด้วยคาตานะอย่างรวดเร็วจนมองไม่เห็น ..   

ไอจากความเย็นที่ปะทะร่างกายที่ร้อนแรงของมังกรนั่นได้ระเหยออกเป็นไอ แต่ว่ามันก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับดวงตาของชิกินัก เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดของมังกรนั่นได้ดังขึ้นเล็กน้อย กระนั้นมันก็ยังไม่ได้มีทีท่าว่าจะตายลงแต่อย่างใดมันได้สะบัดหลังของมันออกเพื่อไล่ชิกิลงไปทันทีและต่อเนื่องการโจมตีของมันด้วยการเหยียบฝ่าเท้าขนาดมหึมาของมันลงที่หญิงสาว !!! - เปรี๊ยะ !! - เสียงแปรธาตุที่พื้นของหญิงสาวดังขึ้น พื้นที่ชิกิได้นอนล้มอยู่ได้กลายเป็นหลุมโหว่ขนาดเล็กและลึกลงไปเพื่อป้องกันเท้านั่นเหยียบลงที่ตัวของชิกิโดยตรง - ตึง  !!!! - เสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ฝ่าเท้ามหึมาได้เหยียบลงบนพื้นดินด้านบนโดยมีชิกิอยู่ภายใตหลุมลึกนี้ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้รับความเสียหายอะไรจากมังนั่น


" ชะอ่าว.. แล้วจะออกไปยังไงล่ะเนี่ย เฮ้อ .. เอาเถอะ ลองดูซะหน่อยละกัน " Jormungand Avatar ..ร่างกายของชิกิเริ่มมีหิมะเกาะหนาขึ้นจนกลายเป็นน้ำแข็งเกาช่วงๆบ่า สีผมของเธอ เริ่มย้อมกลายเป็นขาวพร้อมกับยูกาตะ Brad Rail ชิกิประคองดาบของตัวเองและแปรสภาพให้กลับกลายเป็นมีดและอัดพลังธาตุและความหนาแน่นไปด้วย มันจึงกลายเป็นมีดน้ำแข็ง ที่มีอุณภูมิ -90 องศา ที่จะจับศัตรูให้กลายเป็นน้ำแข็งได้ " เอาล่ะนะ! " Bizzard หญิงสาวในสภาพเหมือนยูกิฮิเมะนั้นที่กำลังพึมพำอยู่ ก็ได้ชูมือขึ้นบนปากหลุม รอบตัวของเธอจากดินอุ่นๆกลับกลายเป็นสภาพแข็งตัวอย่าง ไม่น่าเชื่อ " MUGEN " เธอกระโดดขึ้น ไปด้วยความเร็วที่มนุษย์ทั่วไปไม่อาจทำได้ และได้ ตัดฟันทุกสิ่งที่ขวางหน้า(เท้ามังกรและหลุม)เป็นระยะกว้าง เธอลอยตัวอยู่บนท้องฟ้าได้ราวๆ ไม่กี่วินาที Bizzard ..  เธอแช่แข็ง มังกรตัวนั้นอีกรอบ และค่อยๆทิ้งตัวลงมา ณ ตรงหัวของมังกร
" ตายๆไปซะ!! MUGEN KAI!! "   


เงาของมังกรวารีได้ปรากฏออกเป็นเงาของชิกิ พื้นที่โดยรอบเกิดแข็งตัวขึ้นทันใด จากพื้นดินสีน้ำตาลของภูเขาได้แปรเปลี่ยนเป็นลานน้ำแข็งขนาดใหญ่พร้อมกับอุณหภูมิที่ลดลงอย่างรวดเร็ว พายุหิมะได้โหมกระหน่ำลงจากการสั่งการของชิกิ ปลายมีดสั้นที่หญิงสาวได้เสริมพลังจนมันมีขนาดยาวเหมือนดาบคาตานะ พร้อมกับความเย็นขั้นพื้นฐานของพลังของเธอในตอนนี้ได้ข่มมังกรเพลิงด้านหน้าลงอย่างง่ายดาย ปลายคมของเธอได้ทะลุลงและดับร่างเพลิงที่เคยลุกไหม้อยู่อย่างสิ้นเชิง !!!!

ชิกิ LV + 4 // Hp + 20 : Mp + 20 : Status point 20 + 12 = 32
Gain : Light orb ( ลูกแก้วแห่งแสงไว้เปิดประตูไปอีกโลกหนึ่ง จากมังกร )

ร่างของมังกรตรงหน้าได้สลายไปเหมือนกับน้ำที่ราดลงบนพื้นทะเลทรายแห้งๆทันที - กึดด !! - ดูเหมือนว่าร่างอวาตาร์นี้จะกินพลังเวทย์มนต์ของผู้ใช้เป็นอย่างมากเสียด้วย ร่างกายของชิกิเริ่มรู้สึกเย็นขึ้นเล็กน้อย ไอเย็นค่อยๆเริ่มจับตัวบนผิวหนังของเธอ แต่ดูเหมือนว่ามันยังไม่ได้เข้าขั้นอันตรายใดๆมากมายนัก ดูเหมือนว่าหญิงสาวจำเป็นที่จะต้องคลายร่างนี้ออกก่อนเสียแล้ว


Cancel Skill Jormungand Avatar .. ฟู่่ว .. น้ำแข็งที่เคยเกาะอยู่บนตัวของชิกิและบริเวณรอบๆก็ได้แตกกระจายกลายเป็นหยดน้ำไปรอบๆ " เฮ้อ .. หนาว .. "  
แต่สกิลตะกี้ มันก็ดีเหมือนกันแฮะ .. ยังไงดีล่ะ ฮะฮะ " เอาล่ะไปกันเถอะ คุณหนู " ชิกิยื่นมือไปช่วยพยุงแอลขึ้นมาแล้วค่อยๆควงแขน เดินขึ้นไปบนยอดเขานั้นต่อไป ..


แสงสว่างจากอวาตาร์ของเธอได้ส่องประกายขึ้นระหว่างทางและเปิดจุดวาบหนึ่งขึ้นมาโดยฉับพลันเมื่อพวกเธอเดินได้ถึงครึ่งทางของภูเขา ดูเหมือนว่านี่คงจะเป็นสะพานแห่งแสงที่ใช้ในการไปโลกต่อไป

เวียเซกิ แอล : . . . . ? นี่มันอะไรเหรอ ? ชิกิ ?


" เป็นแสงที่จะนำพาพวกเราไปยังอีกโลกยังไงล่ะ มันก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายของชั้นเหมือนกัน " หญิงสาวพูดบรรยายแม้จะเพียงสั้นๆแต่ก็สามารถรับรู้ได้ถึงใจความของคำพูดนั้น

และเธอก็ได้พูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆว่า " เธอช่วย .. ไปกับชั้น ได้รึเปล่า ..? "  


หญิงสาวได้นิ่งเงียบลงพักหนึ่ง ดูเหมือนว่าเธอเองก็จะยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องที่อาจจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอไปตลอดกาลได้เหมือนกัน กระนั้นแขนของเธอก็ยังได้เกาะกับชิกิไว้แน่น

เวียเซกิ แอล : ชิกิ จะไปที่ไหน ชั้นก็จะตามไปด้วยนั่นล่ะ - หญิงสาวยิ้มออกมาให้กับแฟนสาวของเธอและตัดสินใจออกมาอย่างเด็ดขาด -


"ขอบคุณนะ .. " หญิงสาวยิ้มขึ้นมา ในหน้าที่เป็นรอยยิ้มที่มาจากใจเป็นครั้งแรก เธอค่อยๆ ประกบลงบนริมฝีปากของแอล ชั่วขณะ ..
" ชั้นสัญญา ชั้นจะปกป้องเธอเอง ..  " ถึงตอนแรกจะยังลังเล ..
แต่ตอนนี้ชั้นมั่นใจแล้ว ..
ชั้นจะปกป้องเธอ ..
และจะอยู่เคียงข้างเธอตลอดไป ..

หญิงสาวทั้งคู่ก็ได้ค่อยๆเดินเข้าไป และรางหายไปอย่างช้าๆ ไปสู่อนาคต ที่กำลังรอ พวกเขาอยู่ .. แต่ไม่ว่าอะไรจะมาขัดขวาง เธอทั้งคู่ ก็จะฟ่าฟันไปได้อย่างแน่นอน เธอเชื่ออย่างนั้น ..
                            .....  - FIN -
ราชินีงู
โพสต์ 10-8-2010 08:13:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tourt0ur เมื่อ 12-8-2010 11:50

Anna : tourt0ur
Action sloth [- - - - l - - - - l - - - - l - - - - l - - - - ]


Anna Item
Anna Recovery skill
Anna Passive skill
Anna Active skill
Anna Special ability
Room mate :


"นั่นซิ -.- แต่ว่าก็ดีเหมือนกัน กะลังอยากหาไรสนุก ๆ ทำอยู่พอดี เน๊อะ คุณโคโยริ" แอนนาได้เดินไปทางที่จับสัมผัสอันชั่วร้ายได้ "หือ??" เธออยู่ ๆ ก้อหยุดชะงักเพราะได้รับเสียงเตือนจากตัวเองอีกคน "เธอจะไปหาที่ตายหรอ....ทางนั้นมีผู้ที่มีพลังเทียบเท่า ราชาแห่งมุเคนโจ เชียวนะ "  "เอาเถอะน่าไม่ไปแล้วเมื่อไรจะได้ไปฝากนู้นล่ะ" ว่าแล้วเธอก็เดินทางต่อจนมาพบกับ

Anna ปัจจุบัน LV 10

ดูเหมือนว่าพลังไฟฟ้าสีดำจะกั้นเขตุโดยรอบไว้อย่างหนาแน่นทำให้แอนนาไม่สามารถเข้าไปในตอนนี้ได้อย่างง่ายๆเท่าไรนัก

โทโด โคโยริ : ช่วยไม่ได้แฮะ ตอนนี้ร่างกายของชั้นก็ยังกลับคืนร่างทูติแห่งธรรมชาติไม่ได้ด้วย เราคงต้องใช้ห้องลับกลางเขากันแล้วล่ะ ~ - หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับกระโดดนำพวกแอนนาลงไปทางด้านล่าง -

ภายในห้องลับกลางภูเขาที่ดูเหมือนว่าจะมีเฉพาะทูติธรรมชาติเท่านั้นที่จะสามารถเข้ามาได้ ทันใดนั้นเองก็ได้ปรากฏร่างจำลอง 3 มิติของชายคนหนึ่งขึ้น



โทโด โคโยริ : เซคุณดูซ !!

เซคุณดูซ : ไม่ต้องกังวลไปนี่คือระบบรักษาความปลอดภัยของระบบเคลื่อนย้ายที่ข้าได้สร้างขึ้นไว้นี่ โดยมนุษย์ที่สามารถผ่านบททดสอบได้จะสามารถใช้พลังของข้าได้เท่านั้น ดึงอาวุธของตัวเองออกมาซะ ระบบจะทำการหยุดทันทีเมื่อพบว่าเจ้าไม่มีคุณสมบัติพอ ไม่ต้องกังวลไปหรอกแม้ว่าข้าจะเป็นทูติที่มีพลังมากที่สุดก็ตาม ร่างจำแลงนี่มีพลังแค่เศษเสี้ยวของข้าเท่านั้น การตัดสินข้าจะประลองกับเจ้าด้วยดาบเพียงเล่มเดียวและจะไม่ใช่สกิลใดๆทั้งสิ้น พวกเจ้าสามารถเข้ามาพร้อมกันได้เลย ยกเว้นผู้ที่เป็นทูติไม่อนุญาติให้เข้ามาร่วมช่วยได้ - ดาบ 9 เล่มที่ได้หมุนวนรอบๆตัวได้หลุดออกมาเล่มนึงและลอยเข้ามายังฝ่ามือของทูติแห่งกาลเวลา ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเล่มที่บางที่สุด - ข้าไม่เคยดูถูกคู่ต่อสู้เหตุผลที่ข้าใช้ดาบเล่มนี้ก็คือความเร็วและความปลอดภัยในการต่อสู้ ถ้าพร้อมแล้วก็เข้ามาได้ !!


"โทโด พร้อมนะ "เธอพูดพร้อมหยิบดาบทั้ง 2 เล่มออกมาส่วน ดาบวารี นั้นได้วางไว้ใกล้ ๆ เท้า "ลุยเลย" เธอพุ่งตัวเข้าไปพร้อมทั้งเอาเท้าเตะดาบวารีนำไปก่อน ทั้ง ๆ ที่ในใจรู้ดีว่าไม่มีทางชนะแน่ ๆ เธอรีบตามไปฟันหลังจากดาบวารีไปพุ่งไปแล้ว "โทโด!!" เธอส่งสัญญาณให้โทโดตามมาสนับสนุน พอโทโดพุ่งเข้าโจมตี แอนนาได้กระโดดขึ้นข้างบนพร้อมสับดาบทั้ง 2 ลงมา

- เคร้ง !! - เสียงรับดาบดังขึ้นด้วยมือเพียงด้านเดียวของชายหนุ่มตรงหน้าและอีกมือก็ได้จับลงที่ด้ามหอกของโทโดที่ได้วางไว้ใกล้ๆคมหอกเลยทีเดียว พร้อมกับเตะทั้งสองจนกระเด็นออกไป เซคุณดูซเองได้ยืนตั้งท่าไว้โดยไม่ประมาทลงเลยแม้แต่นิดเดียว

โทโด : แย่จริงๆเลยความเร็วของเรามันค่อนข้างจะต่างกันเสียด้วย . . . . - ชายหนุ่มพูดขึ้นพร้อมกับใช้ความสามารถพิเศษของเขา - Metamourusuroa !!! - ทันใดนั้นตัวของแอนนาเองก็ได้รู้สึกเบาลงอย่างรู้สึกได้ทันที แต่ดูเหมือนว่ามันอาจจะยังไม่เพียงพอกับการโต้กันครั้งนี้ก็เป็นได้ แต่ก็น่าจะดีขึ้นกว่าไม่มีอะไรซัพพอทเลย -


"มีของดีไม่บอกกันเลยนะจ๊ะ" เธอโจมตีกลับไปอีกครั้งด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นจนรู้สึกว่าจะถึงขีดสุดแล้ว "ย๊ากกกกกกกก" เธอกระหน่ำเพลงดาบโดยไม่เว้นจังหวะ  "metramorphosis"  เธอลดแรงประทะให้กับดาบของเธอ และ โทโด (เริ่มจะไม่ไหวแล้ว) เธอนึกในใจ

เพลงดาบของแอนนาได้ถูกปัดออกอย่างง่ายดาย รวมไปทั้งกระบวนท่าหอกของโทโดเองด้วย แต่ดูเหมือนว่าแรงปะทะจากดาบจะเบาลงปานกลางแต่กระนั้นก็ยังไม่สามารถช่วยอะไรพวกของเขาได้มากมายนักอยู่ดี โทโดเองจึงได้ควงหอกประจำกายของเขาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งและเปลี่ยนเป็นเทคนิคใหม่ที่เขาไม่เคยแสดงออกมา !!!

โทโด : Sen ha no akuma !!! ( 1000 demon blade ) - โทโดได้บรรเลงกระบวนท่าหอกของเขาบุกเบิกด้วยความเร็วสูงทันทีที่ตั้งหลักได้ทันที

- เคร้ง !! ครืดดดด !! - เสียงลับปลายคมจากหอกของโทโดดังขึ้นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ดูเหมือนว่าแม้แต่ปลายคมหอกของโทโดเองในตอนนี้ก็จะไม่มีทีท่าว่าจะเฉี่ยวตัวของทูติแห่งกาลเวลาได้เลย แต่กระนั้นชายหนุ่มเองก็ยังไม่ได้ล้มเลิกความตั้งใจของเขาไป - ครืดดด !! - เสียงสไลด์ตัวออกมุมต่ำของโทโดพร้อมกับฟาดด้ามหอกกลับด้านพร้อมกับแรงพลิกตัวของเขาเพื่อให้เกิดความรุนแรงและรวดเร็วขึ้นตรงลำตัวของเซคุณดูซ - เคร้ง !! - เสียงตวัดหอกของชายหนุ่มขึ้นฟ้ากระเด็นออกไปจากสนามรบและปลายดาบที่ยื่นมาตรงหน้าของเขาบ่งบอกถึงผลของการประลอง

โทโด : ยังซักหน่อย !!! ผมน่ะไม่ได้มีแค่ตัวคนเดียวเท่านั้น !!!


"โทโด!!!!" เธอรีบพุ่งไปหาเซคุนดูซดีครั้ง เธอทำท่าจะฟันดาบไปแต่พอ คู่ต่อสู้จะเอาดาบมารับเธอได้ชักดาบกลับเอาร่างของเธอรับดาบแทน ฉั๊ว!! "หึ จับได้ซักทีนะ นายบอกว่าจะใช้ดาบเล่มเดียวซินะ ถ้าดาบหลุดมือล่ะ" แอนนาเกรงเนื้อตรงส่วนที่มีดาบฝังอยู่เพื่อไม่ให้ดึงดาบออก "ย๊าก..........ก"เธอพาร่างจำลองของเซคุนดูซเคลื่อนที่เป็นวงกลมด้วยความเร็วสูงสุดของตัวเธอเอง จนเกิดเป็นพายุหมุนขึ้น แรงลมที่เกิดจากพายุหมุนที่แอนนาสร้างทำให้ผนังห้องสะเทือน เมื่อถึงจุดที่ไม่สามารถเพิ่มความเร็วต่อไปได้เธอได้ผลักเซคุรดูซให้หลุดออกไป และด้วยแรงหมุนได้พาร่างของเซคุนดูซลอยขึ้นไปแต่ดาบยังอยู่ที่ร่างแอนนา เธอเอามือจับดาบไว้อีกทีเพื่อไม่ให้ชักกลับ ระหว่างที่ยังยื้อกันอยู่นั้น"โทโดตอนนี้แหละ!!!" แอนนาตะโกนบอกโทโด

ชายหนุ่มไม่รอช้า แต่ดูเหมือนว่าเขาจะเริ่มพุ่งตัวสะดุดเล็กน้อยเนื่องจากเป็นห่วงอาการของแอนนา แต่ว่าเขาเองคงจะไม่มีเวลาทำให้การตัดสินใจที่โลเลของเขาทำให้แอนนาต้องเสียเลือดไปโดยเปล่าประโยชน์ ปลายหอกของโทโด ได้พุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว แต่ว่าเขาก็ได้หยุดมือไว้ก่อนเมื่อได้เห็นทูติแห่งกาลเวลายกมือขึ้นมาตรงหน้าของเขา

โทโด : แย่แล้ว !!! หรือว่า . . . . !!!

- แปะๆๆ - เสียงปรบมือของชายหนุ่มดังขึ้นและตัดฉากการต่อสู้ลง รอยแผลและดาบของเขาที่อยู่กับแอนนาได้หายไปพร้อมกันทันที

เซคุณดูซ : ยอมเสียสละได้แม้กระทั่งตัวเองเพื่อคนที่รัก ข้าช่างอิจฉาพวกเจ้าเสียจริงๆ - ชายหนุ่มยิ้มให้เล็กน้อย ดูเหมือนว่าอาการบาดเจ็บจากการต่อสู้ทั้งหมดจะหายไปแล้ว - ข้าตกลงให้พวกเจ้าใช้พลังเคลื่อนย้ายของข้าได้ และถ้าได้พบกันอีกเมื่อเจ้าแข็งแกร่งขึ้นแล้ว ข้าจะพิจารณาเรื่องพันธสัญญาให้เป็นพิเศษ - ชายหนุ่มยิ้มให้กับพวกเขาทั้งสองและหายไป -

ขณะเดียวกันก็ได้มีกลุ่มเด็กสาววิ่งผ่านพวกแอนนาและชิงใช้วาร์ปก่อนหน้าพวกเธอที่อุส่าห์สู้อย่างเหน็ดเหนื่อยทันที

+ +

เด็กสาวผมสีขาวในชุดโกธิคสีขาว : ขอบคุณมากน้า ~ ♫

(สู้กับเซคุนดูซเวลไม่ขึ้นมั่งหรอ )
"เย้ย"แอนนาตกใจเล็กน้อยที่อยู่ดีดี มีคนวิ่งเข้าวาปตัดหน้าเธอไป เธอจึงไม่รอช้า วิ่งลากโทโด ตามไป "คุณโคโยริ มาด้วยกันซิคะ" แล้วเธอก็เข้าวาร์ปได้ทันก่อนมันจะปิดลงพอดี

จบแว้ว ไว้จะส่งรายละเอียดไปทาง pm น่อ
โพสต์ 10-8-2010 10:00:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด BoSs-KuNg~ เมื่อ 12-8-2010 09:06

ความเดิมตอนที่แล้ว



Stella Item
Stella Recovey skill
Stella Passive skill
Stella Active skill
Stella Special ability


"เบาเหลือเกินนะ.... พลังของเธอเนี่ย !!" ชายหนุ่มวิ่งเข้าไส่อีกครั้งทันที พร้อมกับกระสุนสายฟ้าที่ยิงอัดลงมาจากฟากฟ้า

ตูมๆๆ เปรี๊ยะๆๆ กระสุนสายฟ้าที่กระทบถูกพื้นดินระเบิดเป็นหย่อมๆ และในกระสุนไฟฟ้านั่น ได้มีเขี้ยวบินซ่อนอยู่ด้วย ทำแสงสีแดงสดถูกยิงซ้ำออกมาจากควันระเบิดทันที พร้อมกับร่างของมารร้ายที่กวัดแกว่งดาบเข้ามาใกล้ทุกทีๆ

- ซูม !!! - เสียงพลังเรลกันของหญิงสาวยิงเฉี่ยวใบหน้าของโดมินิคออกไปเนื่องจากควัญได้ปกปิดพื้นที่เอาไว้ รอยบาดคมกริบจากเหรียญได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าชายหนุ่มพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาเพียงเล็กน้อย ดูเหมือนว่าตัวของจอมมารเองจะยังไม่สามารถรับพลังทั้งหมดของคู่ต่อสู้ได้ แต่ดูเหมือนว่าโดมินิคเองจะเดาทางได้ถูกเรื่องระยะการต่อสู้เช่นกัน ดูเหมือนว่าทางด้านมิซากะเองจะคอยเน้นระยะห่างจากตัวของจอมมารไว้ตลอดเลยทีเดียว


ลำแสงจากเขี้ยวบินนับไม่ถ้วนเริ่มระดมยิงไส่เด็กสาวอีกครั้ง ชายหนุ่มกระโดดเปลี่ยนฐานยืนเขี้ยวบินพุ่งไปด้านหน้าหลายครั้งเพื่อสร้างความสับสนในการโจมตีให้กับมิโคโตะ

บรึ้ม !!! บอลสายฟ้าถูกเหวี่ยงออกมาจากมือซ้ายของโดมินิคจนเกิดการระเบิดขึ้น และเมื่อควันจางลง "อยู่นึ่งๆไปซักพักเถอะนะ คุณเรลกัน" ชายหนุ่มพูดขึ้นโดยมีดาบลำแสงจ่ออยู่ที่คอหอยของมิโคโตะ พร้อมกับฝูงเขี้ยวบินที่พุ่งเข้าไส่ร่างของทั้งคู่จากทุกทิศทาง

มิซากะเองได้สะบั้นพลังไฟฟ้าของเธอขึ้นเพื่อปัดเขี้ยวบินจากทั่วสารทิศนั่นออกพร้อมกับตัวของโดมินิคที่อยู่ใกล้กับเธอตอนนี้ด้วย หญิงสาวได้วิ่งใต่พื้นดินที่ร่วงลงมาจากแรงระเบิดไปยังอีกด้านหนึ่งทันทีเพื่อความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ - กริ๊ง !! - เสียงเหรียณนั้นได้ดีดออกจำนวนมากในทิศทางที่ต่างกัน - ครืน !! - เสียงเหรียญอันแรกได้พุ่งเข้าซัดกับร่างของจอมมารทันที !!


เปรี๊ยะๆๆ   โล่ลำแสงได้กางออกมาจากเหล่าเขี้ยวบินเพื่อปกป้องผู้เป็นนายจากเรลกันที่พุ่งแหวกอากาศเข้ามา "เป็นอะไรไป ชั้นตึงมือเธอมากรึไงฮึ คุณเรลกัน ?" ชายหนุ่มถามขึ้นด้วยท่าทีที่กวนโทสะ พลางปล่อยให้เขี้ยวบินยิงลำแสงโจมตีอย่างต่อเนื่อง

"แต่คำตอบมันก็ออกมาเรียบร้อยแล้วล่ะ เธอคงไม่รู้ตัวสินะ ว่าอณาเขตทั้งหมดนี้ มันคือเขตแดนของชั้นเรียบร้อยแล้ว" สิ้นเสียงของโดมินิค ทั่วทั้งบริเวณก็ถูกปกคลุมไปด้วยกระแสไฟฟ้าสีดำ สภาพของยอดเขาในตอนนี้ ราวกับโลกต่างมิติ ทั่วทั้งภูเขาเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่พร้อมจะกระชากวิญญาณของผู้ใดก็ตามที่มาสัมผัสมัน

"ยัยเด็กเทเลพอตนั่นคงดึงมือเบี้ยของชั้นพอสมควร แต่ด้วยอณาเขตนี้ ไม่ว่ามันจะวาปไปไหนก็ไร้ผล..." โดมินิคย่างสามขุมเข้าหามิโคโตะ โดยที่ห่ากระสุนลำแสงยังคงยิงอยู่อย่างต่อเนื่อง

"มันจบแล้วล่ะ มิซากะ มิโคโตะ ทั้งโลกนี้ และชีวิตของเธอ..." พูดจบกระแสไฟฟ้าจำนวนหนึ่งก็พวยพุ่งออกมาจากแผ่นหลังของมารร้าย[ปีกอนุภาค GN]ก่อนที่เขาจะพุ่งตัวเข้าไส่เด็กสาวตรงหน้าพร้อมกับหัตถ์สายฟ้ามรณะที่ง้างไปด้านหลังสุดแขน พร้อมจะสังหารทุกชีวิตที่ถูกมันจับต้อง !!!

- ตูม !!!! - ฝ่ามือของโดมินิคซัดเข้าที่กลางลำตัวของมิซากะอย่างรุนแรง !!! แต่ดูเหมือนว่าพลังไฟฟ้าทั้งหมดที่เขาได้รวมไว้จะกระจายหายออกไปจนเหลือเพียงแค่เรี่ยวแรงของเขาเพรียวๆเท่านั้น !! กระนั้นก็ยังรุนแรงในระดับหนึ่งอยู่ดี มิซากะได้สำลักออกมาสำรอกใหญ่ - ซูม !!! - ทันใดนั้นเอง !! เหรียญไฟฟ้าที่ได้ลอยกลางอากาศที่ยังคงเหลืออยู่ก็ได้พุ่งเข้าซัดหลังของ โดมินิคอย่างจัง !!!

มิซากะ มิโคโตะ : แฮ่กๆๆ - หญิงสาวหอบออกมาและมองไปที่ตาของโดมินิค - เหรียญทุกอันคือตัวลูกเหล็กที่ชั้นได้ประจุพลังไฟฟ้าเข้าไปและดึงมันกลับมาด้วยกระแสที่มีขั้วเดียวกับตัวชั้น มันจึงได้รับพลังจากไฟฟ้าของชั้นได้โดยตรงยังไงล่ะ . . . .


"..........." ทุกอย่างในตอนนี้ถูกปกคลุมด้วยความเงียบ ร่างของมารร้ายยังคงหยุดนิ่งไม่ไหวติง "หึ.."

โครม !!!! ชายหนุ่มใช้กำลังเพียวๆกดร่างของเด็กสาวลงกับพื้นอย่างแรงด้วยฝ่ามือที่ยังประทับอยู่ที่ลำตัวของมิโคโตะพร้อมๆกับขึ้นคร่อมร่างกายของเด็กสาวเอาไว้เพื่อไม่ให้หนีจากเขาไปได้[ใช้กำลังของผู้ชายเอาชนะเพียวๆ]

"เอาแต่จับตามองการเคลื่อนไหวของชั้น มันไม่พอจะเอาชนะได้หรอกนะ...." ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น ด้วยสีหน้าที่ยังคงความเยือกเย็นไว้ ราวกับว่าการโจมตีของราชินีแห่งอิเล็กตรอนเมื่อครู่มันไม่ได้เกิดขึ้นยังไงอย่างงั้น

เคร้ง !! เสียงเขี้ยวบินตัวนึง ที่สภาพถูกผ่าครึ่งแหลกเละ ร่วงหล่นลงมาจากแผ่นหลังที่เป็นจุดที่มิโคโตะโจมตีเมื่อครู่ "ก็อย่างที่เห็น ถึงชั้นจะสลายพลังไฟฟ้าของเธอไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็ทำให้มันอ่อนกำลังลงได้ง่ายๆ แค่เหรียญติดไฟฟ้าอันกระจ้อย แฟงค์แค่ตัวเดียวก็เอาอยู่...." โดมินิคพูดพลางมองร่างของมิโคโตะที่อยู่ในกำมือของเขาด้วยสายตาดูถูก

"พลังกับความบ้าคลั่งที่ไร้ความทรงจำ... มันก็เป็นองค์ประกอบที่ไม่เลว แต่ถ้าหากเป็นอย่างนั้น มันก็ไม่ต่างจากสัตว์ร้ายที่ดีแต่อาละวาดอย่างโง่เขลา...." เมื่อพูดจบเขี้ยวบินหนึ่งตัวก็พุ่งลงมาจากฟากฟ้า เข้าไปอยู่ในมือซ้ายของโดมินิคอย่างรวดเร็ว

"บางที..... การมีความทรงจำมันก็ไม่เลวเหมือนกัน" ดาบลำแสงทิ่มแทงลงมาอย่างรวดเร็ว โดยผ่านดวงตาและใบหูของมิโคโตะไปไม่กี่มิล

"ลาก่อน มิซากะ มิโคโตะ..." ชายหนุ่มบอกลาเด็กสาวตรงหน้าด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ เมื่อสิ้นเสียงเหล่าเขี้ยวมรณะต่างก็พากันเสียบเสื้อผ้าส่วนต่างๆของมิโคโตะเพื่อตรึงร่างกายของเธอเอาไว้ และยังมีเขี้ยวบินอีกกลุ่มกางตาข่ายลำแสงเอาไว้อีกชั้นเพื่อกันตัวเธอออกไปจากการต่อสู้อีกด้วย

"ต่อไปก็.... ร่างเทวะชั่วนิรันดร์"

มิซากะเองไม่ได้ขยับตัวออกแต่อย่างใด ตอนนี้เธอกำลังสับสนเล็กน้อยกับการที่จอมมารไม่ได้ลงมือปลิดชีพเธอเหมือนกับทุกครั้งไปและดูเหมือนว่าคำพูดคำจาของเขาจะเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก ซึ่งไม่เหมือนกับคนเดิมที่มุ่งแต่การต่อสู้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นอีกแล้ว

มิซากะ มิโคโตะ : . . . . . . . - หญิงสาวได้นอนนิ่งใต้ตาข่ายลำแสงที่โดมินิคได้สร้างขึ้นไว้ พร้อมกับเขี้ยวบินจำนวนหนึ่งที่ได้ยึดเสื้อผ้าของเธอไว้กับพื้น -

ดูเหมือนว่าด้านของเอฟฟี่เองจะทำแค่การตอดคุโรโกะให้หมดแรงเนื่องจากใช้พลังของตัวเองมากเกินไปเท่านั้น


"ตึงมือกว่าที่คิดรึไง ?" เสียงของโดมินิคดังขึ้นท่ามกลางการต่อสู้ของทั้งสอง "แต่ก็เอาเถอะ ความสามารถน่ารำคาญแบบนั้นก็สมควรอยู่ แต่ว่า...." ชายหนุ่มเริ่มขยับข้อมือทั้งสองข้างของเขา

"มันหมดเวลาเล่นสนุกแล้ว !!" สิ้นเสียง กระแสไฟฟ้าที่ปกคลุมทั่วทั้งภูเขาก็ทวีความเข้มข้นขึ้น เสียงการเสียดสีทั้งอากาศและพื้นดินของกระแสไฟฟ้าดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง สภาพของท้องฟ้าที่ถูกพลังมหาศาลทำให้บิดเบี้ยว รวมถึงสายฝนที่เริ่มสาดซัดลงมายังพื้นที่แห่งนี้

เปรี้ยง !!!! ชายหนุ่มยกมือของเขาขึ้นเหนือหัว ทันใดนั้นก็เกิดฟ้าผ่าลงมาไส่จุดที่คุโรโกะยืนอยู่อย่างแม่นยำ พื้นดินที่ชโลมไปด้วยแอ่งน้ำกำลังถูกสายฟ้าไหลเข้ามารวมกันและ...

บรึ้ม !!!!!!!!!!

กระแสไฟฟ้าจากจอมมารได้ระเบิดสะบั้นออกไปทั่วทุกสารทิศ แต่ดูเหมือนว่ามิซากะจะไม่ได้รับอันตรายใดๆจากไฟฟ้าของเขาเลย แต่ทว่า เธอเองก็ยังโดนแรงดันจากระเบิดกับเศษหินกระทบอยู่ดีเนื่องจากเคลื่อนที่ไปไหนไม่ได้

ทางด้านคุโรโกะเองก็ได้หายไปพร้อมๆกับแรงระเบิดที่ซาลงพร้อมกับมองควัญที่คอ่ยๆจางออกไป ดูเหมือนว่าตอนนี้จะไม่มีร่องรอยของบุคคลอื่นเลยนอกจาก เอฟฟี่ และมิซากะที่นอนอยู่กับเศษพื้นที่ถล่มลงไปจากแรงระเบิดเมื่อครู่นี่


ชายหนุ่มกำหมัดของเขาอย่างแรงจนกระแสไฟฟ้าแลบออกมาจากอุ้งมือของเขา ทันใดนั้นเองพลังไฟฟ้าที่ปกคลุมทั่วทั้งภูเขาก็ค่อยๆลดลง จนเหลือแค่สะเก็ดไฟเท่านั้นที่ยังคอยกัดเซาะทั่วทั้งหุบเขาอยู่

"แกนี่มันเหลือเกินจริงๆเลยนะตาแก่ กล้าเดิมพันให้ชั้นที่ไร้ความทรงจำเดินทางมาจนถึงที่นี่ โดยมีแค่ความทะเยอทะยานเท่านั้น"ชายเอ่ยขึ้นพลางขยับแขนเสื้อของเขาขึ้น

เปรี๊ยะๆๆ สายฟ้าเล็กๆได้สะบั้นข้อมือขวาของโดมินิคจนเลือดสาดกระจายออกมา ชายหนุ่มยิ้มขึ้นที่มุมปาก พลางใช้นิ้วมือเปื้อนเลือดวาดตราเวทย์ประหลาดขึ้นบนอากาศ ตราเวทย์ที่ถูกเขียนด้วยเลือดของมารร้ายค่อยๆขยายตัวมากขึ้น จนมันมีขนาดใหญ่เท่ากับมนุษย์ บนตราเวทย์นั้น ได้ปรากฏวงกลมเล็กๆอยู่สามจุดรอบนอก และมีสี่เหลี่ยมเล็กๆที่หนึ่งตรงกลางตราเวทย์

"เอฟฟี่ เอาผลึกทูติทั้งหมดไปติดเอาไว้ที่ตราเวทย์ซะ" ชายหนุ่มออกคำสั่งพลางค่อยๆถอยห่างออกมาเพื่อให้หญิงสาวติดผลึกได้สะดวก

หญิงสาวได้วางผลึกทูติลงตามที่โดมินิคได้บอกและถอยห่างออกมา เสียงท้องฟ้าคำรนพร้อมกันกับเสียงสายฟ้าที่ผ่าลงมาอย่างต่อเนื่องต้อนรับร่างใหม่ของจอมมาร


Player Reaction : เชิญจ้า

"ผลึกทูติแห่งเปลวเพลิง จะเป็นตัวสร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่น รวมไปถึงพละกำลังอันมหาศาลของธาตุไฟ ผลึกทูตแห่งลม จะเป็นตัวสร้างกระดูกที่สมดุลเพื่อเพิ่มแรงสปริงและความเร็วอันมหาศาลของธาตุลม...." ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพลางเดินไปหยุดลงตรงหน้าตราเวทย์

"พลังแห่งอัสนีบาต จะเป็นบ่อเกิดขุมพลังทั่วทั้งร่างกาย" สายอัสนีค่อยๆไหลออกมาจากหน้าอกของโดมินิค ผิวของมันส่องแสงเป็นประกาย ช่่างเป็นพลังที่งดงามยิ่งนัก ต่างกับผู้ครอบครองมันราวฟ้ากับดิน

ซูม....... กระแสไฟฟ้านั้นได้เข้าไปแทนที่วงกลมช่องที่สาม ก่อนที่พลังไฟฟ้าจะค่อยๆไหลไปทั่วทั้งตราเวทย์ "ด้วยพลังที่ยิ่งใหญ่ทั้งสามนี่ จะเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศในการสร้างร่างเทวะชั่วนิรันดร์...." ชายหนุ่มเดินถอยออกมาจากตราเวทย์มายืนข้างๆเอฟฟี่ "แต่จะเหลือก็เพียงอย่างเดียวเท่านั้น..."

ฟุบ !!! ซวบ !!!!!! ชายหนุ่มขยับตัวไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้ฝ่ามือที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่หนาแน่นกว่าทุกๆครั้ง เสียบทะลวงด้านหลังของเอฟฟี่ เข้าไปถึงหัวใจ [แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ ~ ]

"หัวใจแห่ง.... ผืนปฐพียังไงล่ะ..." สิ้นเสียง หัวใจที่ยังเต้นอยู่ก็ถูกกระชากออกมาจากทรวงอกของหญิงสาวอย่างเลือดเย็น เลือดสีแดงสดพุ่งกระจายออกมานองเต็มพื้นดิน ชายหนุ่มหันมามองเอฟฟี่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เขาจะเดินไปยังตราเวทย์นั่นอีกครั้ง.....

เอฟฟี่ : อั้กก !! - หญิงสาวนอนแน่นิ่งกับพื้นพร้อมกับสำลักเลือดออกมานองพื้นประกอบด้วยซากเลือดของตัวเองที่นองเต็มไปหมด - โดมินิค . . . . . ทำไมล่ะ . . . - หญิงสาวนอนก้มหน้าลงกับพื้นพร้อมกับหายใจเบาลงเรื่อยๆ -

มิซากะ มิโคโตะ : นั่นมันพวกเดียวกับนายไม่ใช่เหรอ !!!! ทำไมนายถึงกับต้องฆ่าเธอด้วยล่ะ !! - หญิงสาวตะโกนออกมาถามจอมมาร แต่ดูเหมือนว่าเธอเองก็ยังจะขยับไปไหนไม่ได้เหมือนเคย -


Player Reaction : เชิญจ้า

To Be Continue The End
โพสต์ 10-8-2010 11:25:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด jeloly เมื่อ 15-8-2010 22:16

Megurine Ruka : jeloly


Ruka Item
Ruka Recovery skill
Ruka Passive skill
Ruka Active skill
Ruka Special ability
Room mate :


ลูกะรีบตั้งท่าเตรียมต่อสู้ทันทีที่เห็นเรนะเป็นคนเริ่มเปิดฉาก

ลูกะ : งี้สิ การเดินทางมันถึงจะไม่น่าเบื่อ ...

รอยยิ้มแฝงด้วยความโหดร้ายผุดขึ้นบนใบหน้าของลูกะอีกครั้ง เธอเข้าไปในกลางดงเห็ดด้วยความเร็วสูง พร้อมกับส่งจิตสังหารไปที่เหล่าหมู่เห็ดจำนวนมากตรงหน้าของเธอ

Iainuki Activated
จิตสังหารของลูกะได้ฝ่าฝูงเห็ดกระจายออกไป เปิดทางกว้างออกด้านหน้าของลูกะ แต่ดูเหมือนว่าฝูงเห็ดนั้นก็จะยังไม่ยอมแพ้ต่อพวกลูกะเช่นกัน ดูเหมือนว่าพวกเธอน่าจะฝ่าวงล้อมออกไปได้ไม่ยากนักถ้าจะรีบพุ่งตัวไปยังภูเขานั่นในตอนนี้


ลูกะยังคงเดินเข้าไปหาฝูงเห็ดอย่างช้าๆ ด้วยจิตสังหารเช่นเดิม

ลูกะ : อย่ามาขวาง !!!

เธอตะโกนออกมาเสียงดัง และก้าวขาต่อไปเรื่อยๆ มือข้างหนึ่งยังคงจับเซตโต คันนะ เอาไว้แน่น อีกข้างก็กำ กินโซ เอาไว้

Iainuki Activated

คลื่นสังหารของลูกะได้ฝ่าแนวป้องกันของฝูงเห็ดออกไปอย่างง่ายดาย โดยที่เธอยังไม่ได้ชักดาบออกมาเลยแม้แต่น้อย ทางที่เริ่มเปิดออกทำให้ลูกะและเรนะได้เร่งฝีเท้าไปยังจุดหมายอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนว่าระยะทางมันออกจะไกลเกินไปซักหน่อย พวกเธอได้เริ่มเห็นซากมอนสเตอร์ที่ตายเกลื่อนอย่ระหว่างทางบ้างแล้ว ดูเหมือนว่ามันจะเป็นสัญญาณของจุดหมายทางด้านหน้า ทันใดนั้นเอง !!!



ฮาเซโอะ : อั้ก !! - ร่างของชายหนุ่มผมขาวที่พวกลูกะเคยเจอได้กระเด็นตกลงมาจากที่สูงบนเขากลิ้งลงมาแนวลาดพื้น -



? ? ? : ยังใช้ไม่ได้เลยนะ ฮาเซโอะ

ร่างของชายผมสีฟ้าคนหนึ่งซึ่งปกคลุมไปด้วยความมืดมิดพร้อมกับยืนจ้องลงมาด้านล่าง

เรนะ : โอ๊ะ . . . . - หญิงสาวมองที่แขนข้างหนึ่งของชายหนุ่มใส่แว่นตรงหน้าและยิ้มออกมาอย่างซีเรียส - แขนเท่ดีนี่นา . . . .

ชายหนุ่มผมสีฟ้าไม่ได้ตอบกลับใดๆและยิ้มให้บางๆเท่านั้น เขาได้ค่อยๆใส่ปลอกแขนปกปิดไอปีศาจนั่นไว้เหมือนเคยและขยับแว่นเล็กน้อย

? ? ? : ถ้าไม่มีอะไรแล้ว . . . . . . .

ฮาเซโอะ : เดี๋ยวก่อน !!!! - ชายหนุ่มได้พยุงตัวเองขึ้นมาและกำปืนของเขาไว้แน่น - แกจะต้องบอกวิธีช่วยคนที่ได้กลายเป็นเหยื่อของไวรัส Aida นั่นมาก่อนที่จะไปไหนทั้งสิ้น !! - อั้กก !! - ชายหนุ่มได้คุกเข่าลงและหอบออกมา

? ? ? : เมื่อใดที่เจ้าสามารถเอาชนะข้าได้ . . . . คนที่ได้รับอาการขั้น โคม่า หรือที่พิการ จากไวรัสพวกนั้นก็จะถูกช่วยเหลือเองนั่นล่ะ . . . - ชายหนุ่มได้ค่อยๆหันหลังกลับและกำลังจะเดินจากไป -



ลูกะ : งั้นแกก็จะจบชีวิต ตรงนี้แหละ !!


ลูกะตะโกนขึ้นไปทางชายหนุ่มผมสีฟ้าทันที เมื่อได้ยินเกี่ยวกับอาการที่ชายคนนั้นเอ่ยถึง ซึ่งตรงกับลักษณะของที่มายูมิเป็นอยู่ เธอไม่ได้สนใจฮาเซโอะแต่อย่างใด วิ่งขึ้นไปหาชายหนุ่มผมสีฟ้าทันที

ลูกะ : แกห้ามไปไหนทั้งนั้น ... จนกว่าแกจะตายตรงนี้ และทำให้มายูมิกลับมาเดินได้อีกครั้ง ...

จิตสังหารเธอยังไม่ลดหย่อน พุ่งไปที่หลังของชายคนนั้นทันที และค่อยๆเดินเข้าไปอย่างช้าๆ

Iainuki Activated

คลื่นสังหารของลูกะได้ฟันเปิดผ่าหลังเสื้อของชายคนดังกล่าวออกจนทำให้เขาได้รีบหันมาทันทีเพื่อตั้งรับดาบของลูกะที่ได้สวนเข้ามา

? ? ? : นี่เดี๋ยวสิจะทำอะไรน่ะ . . . . - เขาหยุดนิ่งลงชั่วขณะพร้อมกับยิ้มขึ้นมาเล้กน้อยที่มุมปาก - อ๋อ . . . มายูมิ ไทม์ น่ะเหรอ ? - เขาได้หยุดเงียบลงและดันลูกะกลับไป - พลังของเด็กคนนั้นจะทำให้แผนการที่ข้าวางไว้นั้นพินาศหมดก็เลยต้องผนึกไว้ก่อน แต่ถ้าเจ้าอยากจะช่วยเด็กสาวคนนั้นล่ะก็ ก็ต้องนำเลือดของข้าไปให้ได้ล่ะนะ

เรนะ : ลูกะไม่เป็นไรนะ - เรนะได้รับลูกะที่กระเด็นกลับมาไว้และเตรียมพร้อมสู้ทันที -



ลูกะ : ไม่เป็นไรขอบคุณนะ เรนะ


เธอรีบลุกขึ้นและมองไปยังคู่ต่อสู้ของเธอทันที

ลูกะ : ไม่ว่าแกจะทำให้ไอหมอนั่นหมดทางสู้แค่นไหน แต่แค่เลือดแกนะสบายอยู่แล้วสำหรับชั้น ...

ลูกะรีบลุกขึ้นพุ่งเข้าไปใส่ชายหนุ่มปริศนาทันที เธอตะวัดเซตโต คันนะเป็นวงกว้างไปด้านหน้าด้วยมือข้างหนึ่ง ก่อนจะใช้กินโซเสียบเข้าไปตรงๆทันที

- สวบ !!! - เสียงมีดของเธอแทงลงที่แขนของชายหนุ่มเพียงแต่ว่ามันไม่มีเลือดใดๆหยดลงมาเลย !! เพียงแต่ว่าผลลัพธ์ที่ให้นั้นต่างกัน รอยยิ้มของชายหนุ่มผุดขึ้นตรงหน้าและกำลังจะเงื้อคมดาบแห่งความมืดมาที่ลูกะ - กึดด !! - เสียงรั้งแขนของเขาเสียดกับเสื้อผ้า ดูเหมือนว่ามีดเล่มนั้นจะไม่ได้ทำแค่โจมตีเท่านั้น !! - ครืนนนน - ปฏิกริยาของมีดที่ตอบสนองและดูดร่างของชายหนุ่มตรงหน้าไว้อย่างแน่นโดยไม่ให้เขาที่พยายามจะสลัดแขนหนีออกหลุดไปได้ ขณะเดียวกันที่มีดเล่มนั้นเองก็ได้ดูดพลังเวทย์มนต์ของ,ูกะอย่างมากมายจนทำให้ลูกะรู้สึกหน้ามืดขึ้นมาเลยทีเดียว


ลูกะรีบถีบชายหนุ่มปริศนาออกห่างจากตัวเองและดึงกินโซกลับมาทันที

ลูกะ : นี่แก .......

ลูกะตกใจเล็กน้อยกับการโจมตีของเธอ ที่คู่่ต่อสู้ไม่มีแม้แต่เลือดหยดเดียวออกมาจากรอยแผลจากกินโซ และการโจมตีของคู่ต่อสู้ที่ทำให้เธอรู้สึกหน้ามืดได้ แต่รอยยิ้มก็ผุดบนใบหน้าของลูกะอีกครั้ง ซึ่งทั้งสายตาและรอยยิ้มใบบนหน้าของเธอนั้น ชั่งเต็มไปด้วยความอยากที่จะสังหารฝ่ายตรงข้ามให้เป็นชิ้นๆ

ลูกะ : ไม่ยอมแพ้แค่นี้หรอก !!

ลูกะพุ่งด้วยความเร็วของเธออีกครั้ง พร้อมกับตะวัดเซตโต คันนะ เป็นวงกว้างแทนที่จะโจมตีระยะประชิด เพื่อให้รู้ว่ามีจุดไหนที่ทำให้คู่ต่อสู้ของเธอเลือดออกมาได้บ้าง

ปลายดาบของเธอเฉี่ยวลงที่ข้อแขนของชายหนุ่ม แต่ดูเหมือนว่ามันก็จะยังไม่มีเลือดออกมาเหมือนเคย เขาได้เอี้ยวทรงตัวกลับมาและยิงปืนพลังสูงกลับคืนมาทันที

- เคร้ง !! - เสียงดาบขนาดยักษ์ของเอเซียได้ตวัดคลื่นพลังนั้นออกจนมันเฉียงออกไปทำลายพื้นที่ด้านล่างลงจนพินาศ รวมทั้งดาบของเอเซียเองที่กระเด็นตกลลงไปพร้อมกันอีกด้วย

ปลายดาบของลูกะได้โดนเงามืดสีดำที่แขนของชายหนุ่มผมสีฟ้าปัดออกไปอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะหันไปสนใจทางด้านเอเซียเสียมากกว่า - โครม !! - เสียงปะทะของดาบลมขนาดเล็กที่เอเซียได้สร้างขึ้นโดยฉับพลันได้รับคมดาบแห่งความมืดเข้าไปอย่างจังจนตัวของชายหนุ่มกระเด็นตกลงไปด้านล่าง

เอเซีย : " คุณลูกะ ! รู้สึกว่าคุณโอวานจะไม่ถูกกับกินโซ นะครับ !! " - เอเซียตะโกนออกคุณลูกะพร้อมลุกขึ้นมาตั้งท่าเตรียมสู้อีกครั้ง -


ลูกะ : ก็เมื่อกี้ชั้นเสียบเข้าไปแล้ว ไม่เห็นมันจะเป็นอะไรเลย !!   ลูกะตะโกนกลับไปหาเอเซียก่อนจะยืนนิ่งซักครู่

ลูกะวิ่งเข้าไปหาชายหนุ่มปริศนาอีกครั้ง โดยพยายามหลบการโจมตีทั้งหมด แต่เปลี่ยนมาใช้กินโซโจมตีไปที่ส่วนของหัว และ ลำตัวแทน

- ฟุบ !! - เสียงคลื่นดาบของเอเซียฝ่าลมผ่านไปยังด้านหน้าของชายหนุ่มตรงหน้าลูกะทันทีด้วยความเร็วสูง !! - ตูม !! - เสียงฝ่ามือปีศาจบนหัวไหล่ของเขาได้ซัดสวนคลื่นพลังนั่นจนกลายเป็นแรงดันสะท้อนออกไปทั่วบริเวณ

เรนะ : ไม่ยอมหรอกหน่า !!! - หญิงสาวได้รวบเอวของลูกะและกระโจนต้านแรงดันจากลมที่ระเบิดออกนั่นทันทีและส่งตัวของลูกะไปยังด้านหน้าเพื่อเข้าโจมตี!! -

- แปะ !! - เสียงรับคมมีดด้วยฝ่ามือของชายปริศนาตรงหน้าเธอดังขึ้น พร้อมกับยิ้มออกมาอย่างเหนื่อยใจ

? ? ? : พอก่อนๆ แค่เลือดไม่กี่ลิตรข้าให้พวกเจ้าก็ได้ อย่าเอามีดเล่มนั้นมาไล่แทงกันอีกเลยนะ - ชายหนุ่มนั่งลงช้าๆก่อนที่จะใส่ปลอกแขนเหล็กของเขาขึ้นเหมือนเคย - ถึงจะไล่ฟันข้าไปซักเท่าไรเลือดมันก็ไม่ไหลออกมาหรอกหน่า - เขาพูดขึ้นพร้อมกับเรียกกลุ่มพลังสีดำขึ้นมาเกาะตัวกันเป็นทรงผลึกกลมๆเล็กๆบนฝ่ามือ - นี่คือผลึกเลือดของข้า จะเอาไปทำอะไรก็เชิญ - ชายหนุ่มวางผลึกนั่นไว้ที่พื้นก่อนจะหันหลังเดินจากไป -


ลูกะนั่งอึ้งเล็กน้อย ไม่ิคิดว่าจะได้เลือดมาง่ายๆแบบนี้ เธอกอดผลึกเลือดชิ้นนั้นเอาไว้แน่นพร้อมกับยิ้มออกมา

ลูกะ : มายูมิ ... พี่จะกลับไปช่วยเธอเีดี๋ยวนี้แหละ เธอหันหน้าไปหาเพื่อนๆกลุ่มเธอทันทีพร้อมกับวิ่งไปกอดเรนะทันที

ลูกะ : ตกลงพวกเราจะกลับไปหามายูมิกันหมดเลยใช่ไหม หรือ ว่าใครมีธุระอะไรปล่าว ?

ทันใดนั้น !! กระแสเวทย์บนยอดเขาก็ได้เกิดรวนขึ้นมาและดึงตัวของพวกเขาทั้งหมดขึ้นไปยังสะพานแห่งแสงที่เชื่อมไปยังโลกต่อไปโดยมิอาจะหลีกเลี่ยงได้ทันที !! ดูเหมือนว่าสิ่งที่ลูกะขวนขวายมาด้วยความยากลำบากจะหลุดมือออกไปในเสี้ยววินาทีสุดท้ายเสียแล้ว


ลูกะลอยตัวขึ้นไปกลางอากาศ ซึ่งร่างกายของเธอก็ไม่สามารถต้านทานกระแสเวทย์นี้ได้ ได้แต่คว้ามือออกไปจับเรนะให้ได้

ลูกะ : เรนะ !!!

ลูกะตะโกนออกมาดังลั่น ซึ่งเธอเองก็พยายามทรงตัวร่างกายไปจับเรนะไว้ให้ได้
โพสต์ 10-8-2010 16:35:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด Eureka_GL_World เมื่อ 15-8-2010 15:17

Asia : Eureka_GL_World


Asia Item
Asia Recovery skill
Asia Passive skill
Asia Active skill
Asia Special ability

พลังอะไรกันนิ... ช่างรุนแรงเหลือเกิน
เกิดอะไรขึ้นบนนั้นกันนะ คงไม่มีใครกําลังต่อสู้กันอยู่หรอกนะ...
ต้องรีบไปดู ต้องรีบไป...
แต่ด้วยพลังของเราตอนนี้ จะพาทุกคนบินไปที่นั้นเป็นเรื่องยากสุด ๆ ...
แต่ถ้าหากลองขอร้องคุณหมาดูล่ะก็...

" โธ่เว้ย ! "

ผมเอากําปั้นตนเองต่อยพื้นดิน ด้วยความเจ็บใจ

" ทั้ง ๆ ที่ผมอยากเจอคุณหมาเพื่อจะเป็นเพื่อนแท้ ๆ แต่ทําไมอยู่ ๆ เราถึงคิดจะใช้ประโยชน์คุณหมาแบบนี้ ! ผมมันใช้ไม่ได้เลย !!! "

หญิงสาวผมสีแดงที่เอเซียได้เพิ่งพบได้แต่นั่งหันหลังและกัดฟันกรอดๆพร้อมกับใบหน้าโมโหเล็กน้อยของเธอตลอดเวลาที่เอเวียได้เอ่ยคำว่าหมาออกมา แต่เธอก็ได้เก็บอารมร์ไว้และนั่งเล่นกับทูติลมของเอเซียต่อไปเงียบๆ

อาตัน : นายแค่อยากจะช่วยคนอื่นไม่ใช่เหรอ ? อย่าโทษตัวเองเลยหน่า - หญิงสาวได้ดึงมือของชายหนุ่มีท่กำไว้แน่นออกมาจับไว้ - รีบไปกันเองก็ได้ ไว้ค่อยหาทางติดต่อกับพวกลูกะที่หลัง ถ้าไปตอนนี้อาจจะยังทันก็ได้


" นั้นสินะครับ ต้องรีบไป... "

ผมตอบรับคําแนะนําของอาตัน จากนั้นผมจึงเดินไปหาผู้หญิงผมแดง

" ถ้าชอบขนาดนั้นเก็บไว้ก็ได้ แล้วถ้าหากเธอเจอคุณหมา... ไม่สิ มังกรสีแดงตนนั้นล่ะก็ ฝากบอกขอโทษ ที่ปาหินใส่ด้วยนะ แล้วก็ช่วยบอกมังกรตัวนั้นไปว่า ผมชอบสีขนของคุณมาก ๆ สวยมาก ๆ เลยล่ะ ประมาณนี้แหละ"

ผมยิ้มไปและพูดไปอย่างภาดภูมิใจ ก่อนที่จะลุกแล้วเดินไปหาอาตัน

" อ๊ะ จริงสิ ขอบคุณนะที่อยู่ให้เล่นด้วย และไม่ต้องห่วงหรอกนะ ตราบใดที่ผมยังไม่ตาย ภูตตนนั้นไม่มีทางหายไปแน่ ๆ "

ผมหันมายิ้มแล้วกล่าวขอบคุณอีกครั้ง

" ไม่คิดจะบอกชื่อหน่อยรึครับ "

ผมเอ่ยคําถามสุดท้ายก่อนลา
ทีโอ : ที่โอ . . . . . - หญิงสาวเอ่ยเบาๆพร้อมกับกลับหลังหันไม่หันกลับมามองยังเอเซีย แต่ว่าเธอเองก็ยังได้กอดทูติลมของเอเซียไว้แน่น -

อาตัน : ไปกันเถอะ !! - หญิงสาวได้วิ่งนำหน้าชายหนุ่มออกไปจนถึงชานเขาทันที -

เมื่อมาถึงได้แค่กลางทางเท่านั้นเขาก็ได้พบกับลูกะและเรนะที่ได้ลงมือต่อสู้อยู่กับโอวาน โดยมีฮาเซโอะที่นั่งอยู่ที่ขอบการต่อสู้นั่น

อาตัน : โอวาน . . . .


" คุณโอวาน !! "

ทําไมคุณโอวานถึงสู้กับคุณลูกะอยู่ล่ะ ?
รู้สึกการพบกันอีกครั้ง จะทําให้ยุ่งยากแล้วล่ะสิ
ไหนจะที่ยอดเขานั้นอีก เกิดอะไรขึ้นบ้าง ทําไมผมมันไม่รู้อะไรเลย !!

" หยุดนะ ! ทั้งคู่ !! "

ผมกระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้า
ดาบคู่ใจได้ลอยมาหาผมบนท้องฟ้า จากนั้นผมพุ่งลงฟันพื้น
ตรงกลางระหว่างคุณลูกะกับคุณโอวานเพื่อทําให้ทั้งคู่หยุดต่อสู้กัน

" หยุดนะครับ ทั้งคู่ทําไมถึงมาสู้กันแบบนี้ล่ะครับ !! "
โอวานเองได้ยิ้มให้กับเอเซียเล็กน้อยและตอบคำถามของชายหนุ่มตรงหน้า

โอวาน : ผู้ที่ถูกเลือก . . . . เจ้าเองสินะ เราเคยเจอกันมาก่อนแล้วนี่นะ - เขายิ้มออกมาเล็กน้อยให้กับเอเซีย - ข้าเป็นคนที่ทำให้มายูมิต้องเดินไม่ได้และมีชะตากรรมแบบนั้นเอง การจะรักษาเด็กน้อยคนนั้นก็คือการนำเลือดของข้าไปให้กับเด็กสาวคนนั้นดื่มเท่านั้น - เขาได้เตรียมพร้อมในท่าต่อสู้และยิ้มกระหยิ่มออกมา -

อาตัน : ระวังนะเอเซีย หมอนั่นน่าจะคิดอะไรบางอย่างนอกจากการต่อสู้อยู่ . . . . . - หญิงสาวได้กระซิบบอกชายหนุ่มพร้อมกับเก็บพัดของเธอลงและอัญเชิญปีศาจของเธอออกมาทันที -



" อะไรบางอย่าง... ?! "

ถ้าสิ่งที่คุณโอวานพูดเป็นเรื่องจริงล่ะก็ เขาทําไปเพื่ออะไรกัน
แต่ถึงยังไงก็เถอะ เรื่องที่เราต้องเอาเลือดของเขาไปให้มายูมิก็เป็นเรื่องที่ต้องทําอยู่ดี

" คุณโอวาน คุณเคยช่วยผมไว้ ผมไม่อยากหันคมดาบเข้าหาคุณเลย เพราะงั้นผมขอเลือดของคุณสักนิดได้ไหมครับ "

พูดไปเล่น ๆ คําตอบที่ได้มาคงเป็น ไม่ ชัวร์ ๆ อยู่แล้ว
หลังจากการต่อสู้กับคุณซาเอะ ตอนนั้น ผมรู้ดีว่าคุณโอวานน่ะไม่ธรรมดา
ต้องดูท่าทีไปก่อน...

โอวาน : ข้าคงจะไม่ให้เจ้าได้ง่ายหรอก . . . - ชายหนุ่มยิ้มขึ้นและขยับแว่นของเขาเล็กน้อย - คงจะต้องเข้ามาชิงเอาเท่านั้นล่ะนะ ฟรีเบีย


เป็นไปตามที่คาคเลย ถ้าอย่างงั้น

" ก็ได้ครับ ผมคงต้องหันคมให้คุณจริง ๆ สินะ ... อย่างผม ไม่ได้ชื่อ ฟรีเบีย !! "

สิ้นเสียงผมก็ปล่อยกระสุนลมขนาดใหญ่ออกจากมือพุ่งตรงเข้าไปที่ตัวคุณโอวานทันที
แต่ลมกับพุ่งลงพื้นทําให้เกิดฝุ่น

" ระวังตัวด้วยนะ อาตัน ... พลังลม ! อิน ดาบ !!! "

ผมรวบรวมพลังลมใส่ไว้ที่ดาบอีกครั้ง กระแสลมตอนนี้หมุนอยู่รอบ ๆ ตัวดาบ
ผมพุ่งเข้าฟาดดาบแถว ๆ กลุ่มควันทันทีหวังเพื่อจะให้ได้เลือดของคุณโอวานมาด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
- ฟุบ !! - เสียงดาบของชายหนุ่มฝ่าลมออกไปปรากฏให้เห็นความว่างเปล่าหลังหมอกควัญนั่น

- ควับ - เสียงลูกะปรากฏตัวขึ้นด้านข้างของเอเซียและใช้กินโซเสียบเข้าไปตรงๆทันที !!!!

- สวบ !!! - เสียงมีดของเธอแทงลงที่แขนของชายหนุ่มเพียงแต่ว่ามันไม่มีเลือดใดๆหยดลงมาเลย !!

- กึดด !! - ดูเหมือนสถานการณ์ด้านหน้าจะแปลกไป โอวานเองที่พยามยามจะสลัดแขนออกจากลูกะนั้นได้แต่นิ่งเฉยและทำสีหน้าซีดลงพร้อมกับลูกะที่ยืนนื่งอยู่ตรงนั้น -


ทั้งคู่ดูแปลก ๆ แฮะ แต่จังหวะนี้ล่ะ !

ผมรีบพุ่งเข้าไปหวังจะฟันคุณโอวานในขณะที่ ทั้งคู่นิ่งอยู่กับที่

" ผมเลือดไปล่ะนะครับ !! ''

ผมตวัดดาบสายลมไปที่คุณโอวานทันที

- เคร้ง !! - เสียงดาบขนาดยักษ์ของเอเซียได้ตวัดคลื่นพลังนั้นออกจนมันเฉียงออกไปทำลายพื้นที่ด้านล่างลงจนพินาศ รวมทั้งดาบของเอเซียเองที่กระเด็นตกลลงไปพร้อมกันอีกด้วย

โอวาน : ไม่นึกว่าพวกของเจ้าจะมีมีดเล่มนั้นด้วยนะ !! - ชายหนุ่มได้ตวัดดาบเงามืดของเขามาใส่เอเซียทันที !! -


แย่แล้ว ! ดาบ ! ไม่ทันแล้วถ้างั้น !

ผมสร้างดาบโดยใช้ลมทํารูปร่างให้เป็นดาบเล็กออกมาพร้อมกัน
แต่เมื่อกระทบกับดาบความมืดของคุณโอวานมันก็ระเบิด
ตัวผมได้ลอยไปทางที่ดาบตกอยู่

" คุณลูกะ ! รู้สึกว่าคุณโอวานจะไม่ถูกกับกินโซ นะครับ !! "

ผมตะโกนออกคุณลูกะพร้อมลุกขึ้นมาตั้งท่าเตรียมสู้อีกครั้ง
โอวานเองไม่รอช้ารีบใช้ปืนเล็งมาทางชายหนุ่มเพื่อไม่ให้ตั้งตัวได้ทันที - ซูม !!! - เสียงปืนผ่าลำแสงยิงฝ่าอากาศมายังตัวชายหนุ่มที่นังคาอยู่กับที่และไร้การป้องกันใดๆทันที !! - แว้บ !! - เสียงกำแพงโครงกระดูกได้โผล่ขึ้นด้านหน้าของเอเซียพร้อมกับปัดป้องพลังนั้นออกให้ชายหนุ่มทันที

อาตัน : ไม่เป็นไรนะ !! เอเซีย - หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับใช้โครงกระดูกของเธอโจมตีเปิดทางให้กับชายหนุ่มทันที !! -


" ขอบคุณครับ อาตัน "

อาตันเปิดช่องทางให้แก่เราแล้ว ผมต้อง !
แต่ว่า... ถ้าหากใช้มันล่ะก็ ดาบจะทนไม่ไหว... แต่...

" ขอโทษนะ GL ย๊ากกกกกกกก "

ผมกําดาบด้วยมือทั้ง 2 ข้าง
ตัวดาบปล่อยพลังลมออกมาด้วยความแรงที่เกินกว่าปกติ
มือของผมสั่นไปตามดาบที่กําลังสั่นอยู่มันรุนแรงมาก
หากดาบมันหลุดมือไป ก็ไม่ใ่ช่เรื่องแปลกเลย
และอยู่ ๆ ดาบก็ส่องประกายสีเขียวบาง ๆ พร้อมดาบที่หยุดสั่นลง ( AS 2 = ช่อง )

" ขอเดิมพันกับการโจมตีครั้งนี้ เพลงดาบแห่งสายลม ! " คมเขี้ยววายุ !! " "

ผมตวัดดาบไปด้านที่คุณโอวานยืนอยู่
ประกายสีเขียวพุ่งตรงกลายเป็นการระเบิดของลมอันรุนแรงพุ่งเข้ามาตัวคุณโอวานทันที
- เพล้ง ! - เสียงของดาบของผมดังขึ้นเบา ๆ รู้สึกว่าตัวดาบจะถึงกับร้าวกับการโจมตีครั้งนี้

- ฟุบ !! - เสียงคลื่นดาบของเอเซียฝ่าลมผ่านไปยังด้านหน้าของชายหนุ่มตรงหน้าลูกะทันทีด้วยความเร็วสูง !! - ตูม !! - เสียงฝ่ามือปีศาจบนหัวไหล่ของเขาได้ซัดสวนคลื่นพลังนั่นจนกลายเป็นแรงดันสะท้อนออกไปทั่วบริเวณ

หมอกควัญจากแรงระเบิดได้ซาลงจนเห็นรูปของลูกะและโอวานคุยอะไรกันบางอย่างก่อนที่ชายหนุ่มจะหันหลังและเดินกลับไป


... เกิดอะไรขึ้นน่ะ ทําไมคุณลูกะถึงปล่อยให้คุณโอวานไปง่าย ๆ แบบนี้
หรือว่าจะได้เลือดมาแล้ว ? ต้องเป็นแบบนั้นแน่ ๆ

" คุณลูกะ !! ได้เลือดมาแล้วสินะครับ !! รีบไปหาคุณมายูมิกันเถอะครับ "

ผมวิ่งเข้าไปหาคุณลูกะ

ทันใดนั้น !! กระแสเวทย์บนยอดเขาก็ได้เกิดรวนขึ้นมาและดึงตัวของพวกเขาทั้งหมดขึ้นไปยังสะพานแห่งแสงที่เชื่อมไปยังโลกต่อไปโดยมิอาจะหลีกเลี่ยงได้ทันที !!


อะไรกัน ! ! นี้มัน ! !

ตัวผมที่ลอยสูงขึ้นเรื่อย ๆ รู้สึกได้ว่าจะต้องจากลาโลกใบนี้ซะแล้ว

ทั้ง ๆ ที่ จะช่วยมายูมิได้อยู่แล้ว ทําไม ! คุณคังโดริ... อ๊ะ จริงสิ !!

ผมหยิบสร้อยคอที่ใส่อยู่ออกมา ที่สร้อยนั้นมีแหวนแบบเดียวกับที่ผมให้คุณคังโดริไว้ประดับอยู่
ผมกําแหวนวงนั้นไว้ จากนั้นแหวนก็คอย ๆ เปล่งแสงสีเขียวออกมา

" คุณคังโดริ... คุณคังโดริ ! นิผมเองนะ เอเซียครับ ถ้าได้ยินผมล่ะก็... ผมขอโทษนะครับ ผมคงต้องลาไปก่อนแล้วล่ะครับ...
ไม่ต้องตามหาหรอกนะครับ เพราะยังไงผมก็ต้องหายไปจากโลกนี้สักพักนึง คุณคังโดริไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะครับ
ถ้าคุณยังคงเก็บแหวนวงนั้นไว้อยู่พวกเราต้องได้เจอกันอีกแน่ ... แล้วพบกันใหม่นะครับ ยามเมื่อแหวนส่งประกายสีเขียวอีกครั้งนึง "

ขอโทษนะครับ... แต่ผมจะไม่มีวันลืม วันคืน ที่ได้สนุกกับทุกคน ณ. โลกใบนี้
คุณคังโดริ... มายูมิจัง... ทีโอ... อาตัน... เลเตส... ทุก ๆ คน...

" ฮ้ า ว ว ว ~ อ รุ ณ ส วั ส ดิ์ เ อ เ ซี ย " เสียงปริศนาดังขึ้นภายในตัวของผม

" เสียงนี้... หรือว่า... เอ็กซ์เซีย ? ทําไมมาตื่นเอาตอนนี้ " ผมตกตะลึงกับเสียงที่ผมรอคอยมาตลอด

" เ อ า ล่ ะ ๆ ห ลั บ ต่ อ ล่ ะ น ะ เ ดี๋ ย ว จ ะ ตื่ น อี ก ที ต อ น ไ ป ถึ ง อี ก โ ล ก นึ ง แ ล้ ว เ ดี๋ ย ว จ ะ ซ่ อ ม ด า บ ใ ห้ ไ ม่ สิ อั พ ค ว า ม แ ข็ ง แ ก ร่ ง ขึ้ น ม า อี ก ด้ ว ย "

" GL น่ะเหรอ ? "

" เ อ อ . . . เ พ ร า ะ งั้ น ข อ ห น่ อ ย ล่ ะ กั น ค ว า ม ท ร ง จํ า ทั้ ง ห ม ด ข อ ง น า ย จ น ถึ ง ต อ น นี้ ! "

" ว่าไงนะ ! อย่านะมันเป็นความทรงจําที่...สําคัญ... "

อยู่ ๆ ผมก็เกิดง่วงขึ้นมาซะเฉย ๆ ... อะไรกันนิ โธ่เว้ย ขัดขื่น ไม่ได้เลย...
แล้วนี้เราจะไปไหนกันนะ...

E N D V . 1

T s u z u k u !
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 18-4-2021 13:43 , Processed in 0.223158 second(s), 24 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้