Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: tesstrossa

[Play][V.1][Start !!] Role : The world

  [คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 15-6-2010 00:06:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 22-6-2010 21:46

ความเดิมตอนที่แล้ว

Megurine Ruka : jeloly


Ruka Item
Ruka Recovery skill
Ruka Passive skill
Ruka Active skill
Ruka Special ability
Room mate :


" ให้พวกนั้นเข้ามาก่อนก็ได้ ... "

ลูกะตอบกลับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะนั่งทบทวนความฝันเมื่อซักครู่ หลังจากนั้นไม่นานลูกะก็ก็หยิบผ้าเช็ดตัว เสื้อคลุมและเซตโต คันนะ ดาบคู่ใจของเธอ เดินเข้าห้องน้ำไปในทันที

" ชั้นอาบน้ำก่อนนะมายูมิ ... ให้พวกนั้นไปรอแถวๆห้องนั่งเล่นก่อน ... "

ดูเหมือนลูกะจะช้าไปเพียงไม่กี่นาที ดูเหมือนว่าพวกคนที่มารอเข้าพบเธอเมื่อตอนเช้าจะไม่อยู่เสียแล้ว

มายูมิ ไทม์ : พี่ลูกะดูเหมือนว่าพวกเขาจะไปกันแล้วล่ะค่ะ หนูคิดว่าตอนเย็นนี้พวกเขาคงจะกลับมาอีก - เด็กสาวตะโกนผ่านประตูห้องน้ำมาบอกลูกะที่กำลังอาบน้ำอยู่ -


ลูกะเงียบไปซักพักไม่ได้ตอบอะไรรูมเมทของเธอ ซักพักเธอก็ลุกออกจากอ่างน้ำเดินออกไปทานอาหารที่มายูมิทำไว้

" พวกนั้นมีอะไรหรือปล่าวมายูมิ ? ทำไมบางคนถึงจะรู้จักเธอเลยหละ หรือว่าเคยเป็นเพื่อนกับเธอมาก่อน ? "

ลูกะถามรูมเมททันทีระหว่างทานอาหาร
หญิงสาวทำหน้านึก แต่ดูเหมือนว่าเธอก็จะไม่รู้จักคนพวกนั้นเช่นกัน

มายูมิ ไทม์ : เอ . . . ดูเหมือนหนุเองก็ไม่รู้จักพวกเขามาก่อนนะค่ะ แปลกจังเลยน้า ~ - ระหว่างที่หญิงสาวกำลังพูดอยู่ก็ได้มีเสียงพูดคุยอยู่นอกบ้านของเธอ -

ลูกะได้เหลือไปเห็นชายหนุ่มสีฟ้ากำลังเร่งรีบมุ่งหน้าไปยังทิศหนึ่งของเมืองอยู่ดูเหมือนเขาจะกระวนกระวายมากๆ โดยปล่อยชายหนุ่มผมสีขาวและหญิงสาวที่ติดตามเขามาไว้หน้าบ้านของมายูมิ


ลูกะรีบแต่งตัวอย่างรวดเร็ว จนทำให้ทำให้เธอลืมใส่แม้กระทั่งบราเซียและแพนตี้ของเธอ วิ่งคว้าเซตโต คันนะ แล้วออกไปจากบ้านพักอย่างรวดเร็ว

" เจอกันดึกๆนะมายูมิ อย่าลืมทำกับข้าวรอไว้หละ !!! "

เธอตะโกนบอก และมุ่งหน้าไปยังทางทิศเดียวกับชายหนุ่มผมฟ้า

ดูเหมือนว่าเขาจะหยุดลงอย่างกระทันหันบนถนนที่เงียบสงัดสายหนึ่ง ปรากฏภาพของหญิงสาวในชุดโกทิคยาวสีดำผมสีเหลืองอร่ามที่ยืนหันหลังให้กับเขา ยังไม่มีแม้แต่เสียงใดๆเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของทั้งสอง สถานการณ์นั้นเงียบสงัดเหมือนกับไม่มีคนอยู่บนทางเดินสายนั้นเลย


ลูกะแอบหลังต้นไม้คอยสังเกตเหตุการณ์อยู่ห่างๆทั้ง 2 คน แต่เธอเองก็ตั้งท่าเตรียมรับการโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามเช่นกัน

? ? ? : มีธุระอะไรกับชั้นงั้นเหรอ ? - หญิงสาวถามเสียงเรียบ -

ชายหนุ่มผมสีฟ้า : " อ่ะ... อา... " - ดูเหมือนว่าชายหนุ่มผมสีฟ้าจะอึ้งไปชั่วครู่ก่อนที่เขาจะรวบรวมเสียงทั้งหมดตะโกนออกไปด้านหน้า - " ผมไง... ผมเอง... เอเซียยังไงล่ะ !! "

? ? ? : ชั้นจำนายไม่ได้หรอกเอเซีย - หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปากทันทีหลังจากที่เธอเผลอหลุดปากพูดชื่อของชายหนุ่มออกไป - เจ้าคนบ้า !! คนหลายใจ !! เมื่ออาทิตย์ก่อนควงผู้หญิงผมสีชมพู !! สองวันต่อมาเดินไปกับเทพธิดา !! แถมเมื่อเช้ายังบุกบ้านเด็กตัวเล็กนิดเดียวอีก !! ชั้นไม่สนใจนายแล้วจะไปไหนก็ไปเลยนะ !! - หญิงสาวตะโกนออกมาต่อหน้าชายหนุ่มทันทีและทำท่าจะวิ่งหนีไป -

ดูเหมือนว่าลูกะจะได้แอบฟังบทสนทนาของคู่รักคู่หนึ่งที่ไม่ค่อยสำคัญอะไรเท่าไรนัก


ลูกะได้แต่ยืนนิ่งดูเหมือนเหตุการณ์ข้างหน้ามันไม่เกี่ยวอะไรกับเธอเลย เธอจึงฉวยโอกาศนี้หยิบเซตโต คันนะ และพุ่งใส่ชายหนุ่มผมฟ้าจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว

เลือดสีแดงสดไหลรินลงมาจากร่างกายของชายหนุ่มคนนั้นทันที ดูเหมือนว่าคมดาบของเธอจะทะลวงทะลุร่างกายของเขาเข้าไปลึกเสียแล้ว เลือดกระเซ็นไปตามแนวดาบที่หญิงสาวกระชากออกมา ร่างของชายหนุ่มค่อยๆล้มลงไปกองกับพื้น

? ? ? : อ. . . อา. . . เอ. . . เอเซีย !! - หญิงสาวกรีดร้องขึ้นพร้อมกับมีพลังบางอย่างพุ่งกระจายออกมาอย่างบ้าคลั่งจากร่างของหญิงสาวคนนั้นทันที ดูเหมือนว่าเธอจะยังควบคุมมันได้ไม่ทั้งหมด เธอกัดปากตัวเองไว้แน่นจนมีเลือดออกมาเพื่อเรียกสติตัวเองให้กลับคืนมาก่อนที่จะใช้ความมืดนั่นแบกตัวเอเซียขึ้น - ทำอย่างนี้ทำไมน่ะ !! ทั้งที่ไม่รู้จักกันแท้ๆ !!

ดูเหมือนหญิงสาวกำลังจะเรียกอะไรบางอย่างออกมา แต่เธอก็หยุดไปเสียก่อนเพราะว่าเป็นห่วงชายที่ิอยู่ในอาการย่ำแย่นั่นเอง เธอได้รวบรวมสติของเธอไว้เพื่อไม่ให้โดนพลังของเธอเองครอบงำร่างกายไป และซัดพลังความมืดมิดลงยังพื้นเบื้องหน้าทันที หลังจากที่มองควัญดำด้านหน้าของลูกะได้หายไปหญิงสาวปริศนาและร่างของชายหนุ่มนั้นก็ได้เลือนหายไปกับหมอกด้วย แต่ดูเหมือนเธอจะยังสามารถสะกดรอยตามได้จากหยดเลือดที่หล่นลงระหว่างทาง


ลูกะเดินตามรอยเลือดไปหาเป้าหมายที่ยังสะสางไม่เสร็จ

" ... " ลูกะไม่ได้พูดอะไรเดินเข้าไปหาหญิงสาวปริศนากับชายหนุ่มผมฟ้า มือข้างหนึ่งถือมีดที่เธอได้รับมาในการช่วยให้รูมเมทของเธอกลับมาเดินได้อีกครั้ง ส่วนอีกข้างก็กำเซตโต คันนะเอาไว้แน่น สายตาของเธอดูแล้วไม่ได้ล้อเล่นแต่อย่างใด รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของหญิงสาวอีกครั้ง

" ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ " ลูกะหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ค่อยๆเดินเข้าไปหาบุคคลทั้ง 2 ออร่าความมืดกลืนกินชีวิตของลูกะอีกครั้ง เช่นเดียวกับตอนที่เธอสังหารพ่อแม่ของเธอเอง

ชายหนุ่มได้ยืนรอลูกะที่หน้าประตูคฤหาศพร้อมกับดาบในมือของเขา ดูเหมือนว่าเขาเองจะไม่ชอบการต่อสู้นักแต่มีบางสิ่งที่เขาจำเป็นต้องปกป้องอยู่ด้านหลังกำแพงอิฐนี้ ดูเหมือนเขาจะเตรียมตัวและเตรียมใจไว้แล้ว ดูเหมือนอาการบาดเจ็บของเขายังจะไม่หายดีนักแต่ก็ทุเลาลงไปส่วนนึงแล้ว เขายืนนิ่งอยู่กับที่เพื่อตั้งรับการโจมตีของลูกะที่เดินเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง


" ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ " เธอหัวเราะพร้อมกับค่อยๆก้าวขาเข้าไปหาชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว มือข้างหนึ่งถือมีดสั้นสำหรับภารกิจ อีกข้างก็เป็นเซตโต คันนะ ดาบคู่ใจของเธอ สายตาเย็นชายังคงจ้องมองไปที่ตาของอีกฝ่าย ดูเหมือนเธอจะไม่เกรงกลัวต่อความสามารถอีกฝ่ายเลย จนในที่สุดลูกะก็เป็นฝ่ายหยุดการเคลื่อนไหวของตนเองห่างจากชายหนุ่มประมาณ 10 เมตร

" ................. "

Iainuki Activated

Ruka : Hp 10 / 10 : Mp 2 / 2 : Atk 15 Evade 50 Def 16 Magic 2 Dex 4 Critical 10 Lucky Dodge 5 : ใช้สกิล : Iainuki โจมตี

Asia : Hp 18 / 18 : Mp 2 / 2 : Atk 44 Evade 18 Def 24 Magic 2 Dex 2 Critical 2 Lucky Dodge 1 : รับการโจมตีจากลูกะ

Ruka Atk 15 Dex 4 > Asia Def 24 Evade 18 > Miss > Ruka Critical 10 > Ruka Atk*2 > 30 - 24 = 6 - 18 > 12 / 18
จิตสังหารของลูกะเฉือดเฉือนลงที่ร่างกายของชายหนุ่มตรงหน้าทันที เลือดสีแดงสดกระจายออกเป็นแนวตามคมจิตสังหารของหญิงสาวอย่างไร้ปราณี ขณะเดียวกันชายหนุ่มก็ได้ตะโกนถามหญิงสาวขึ้น

? ? ? : " คุณลูกะ... ทําไมถึงต้องการชีวิตผมรึครับ "


" ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ " ลูกะยังคงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งสายตาของเธอยังคงหมายที่จะเอาชีวิตของอีกฝ่ายอย่างแน่นอน

" เพื่อให้มายูมิ เดินได้ ....... แม้ต่อให้ฆ่านายซัก 10 รอบ ........ ชั้นก็จะทำ " รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอช่างไม่มีอ่อนโยนเสียเลย แฝงไปด้วยความโหดร้ายทั้งสิ้น แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ยอมพุ่งเข้าใส่เป้าหมายก่อนแต่อย่างใด

Iainuki Activated

Asia : Hp 12 / 18 : Mp 2 / 2 : Atk 44 Evade 18 Def 24 Magic 2 Dex 2 Critical 2 Lucky Dodge 1 : ใช้ 1 As ( ใช้ลมสบัดหมอกทราย 1 , สร้างร่างปลอมจากลม 1 ) AS : [   - - - l - - - - l - - - - l - - - - l - - - - ] ( ร่างปลอมที่สร้างขึ้นมาถือว่าเป็นสิ่งไม่มีชีวิต )

Ruka : Hp 10 / 10 : Mp 2 / 2 : Atk 15 Evade 50 Def 16 Magic 2 Dex 4 Critical 10 Lucky Dodge 5 : ใช้สกิล : Iainuki โจมตี

Ruka Atk 15 Dex 4 > Asia Def 24 Evade 18 > Ruka agi 25 > Asia agi 9 > Iainuki โจมตีโดนเป้าหมายก่อนที่จะหลบซ่อนตัวสำเร็จ > Critical 10 > 6 - 12 > 6 / 18

ชายหนุ่มได้สร้างร่างปลอมขึ้นมาเพื่อบิดเบือนเป้าหมายของสายตาของลูกะ ดูเหมือนว่าจิตสังหารเมื่อครู่ของเธอจะโดนเป้าหมายเข้าอย่างจัง แต่ทว่าตอนนี้สนามรบได้เต็มไปดว้ยหมอกทรายเสียแล้ว

ลมหมอกทราย > Ruka Dex = 0


ลูกะดูท่าทางเธอจะไม่ตกใจเลยกับการโจมตีของชายหนุ่ม เตรียมพร้อมรับการป้องกันแทน ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ยอมขยับเขยื้อนของจากจุดที่เธอยืนแต่อย่างใด

Iainuki Activated

ชายหนุ่มตะโกนขึ้นพร้อมกระโจนออกมาจากที่หลบภัยของเขา

? ? ? : " คุณลูกะ ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณนะครับ ถ้าเป็นผมแต่ก่อน อาจจะยอมมอบชีวิตของผมให้เลยก็ได้... " - เขายังพูดต่อเสริมไปว่า - " แต่ตอนนี้ผมก็มีสิ่งที่อยากปกป้องเหมือนกัน ร่วมทั้งมายูมิจังด้วย !! "

Asia : Hp 6 / 18 : Mp 2 / 2 : Atk 44 Evade 18 Def 24 Magic 2 Dex 2 Critical 2 Lucky Dodge 1 : ใช้ 1 As ( แยกร่างปลอมลมจำนวนมาก 4 , ฝังระเบิดพลังลมในแต่ล่ะร่างแยก 4 , ร่างลมพันธนาการ 2 ) AS : [        l         l         l - - - - l - - - - ] ( ร่างปลอมที่สร้างขึ้นมาถือว่าเป็นสิ่งไม่มีชีวิต )

Ruka : Hp 10 / 10 : Mp 2 / 2 : Atk 15 Evade 50 Def 16 Magic 2 Dex 4 Critical 10 Lucky Dodge 5 : ใช้สกิล : Iainuki โจมตี

Ruka Activated : Iainuki ใส่ Asia > เนื่องจากฉากที่ไม่สามารถมองเห็นทำให้จิตสังหารของลูกะคลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่ว่าเธอก็สามารถโจมตีร่างปลอมที่เห็นในระยะสายตาใต้หมอกลมนี้ได้ > Asia Damage 0 เนื่องจากร่างปลอมถูกใช้รับการโจมตีแทนไปด้วย > ร่างแยกลมได้ระเบิดเฉี่ยวลูกะไปบางส่วนเนื่องจากไม่ขยับที่ ( Agi 25 ) Ruka 4 - 10 > 6 / 10

ลมหมอกทราย > Ruka Dex = 0

Asia > ร่างแยกจำนวนเริ่มถดถอยลงอย่างมาก


" แล้วทำไมนายต้องทำให้มายูมิพิการด้วยหละ ห๊ะ !!! " ลูกะตะโกนออกไปทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเป้าหมายของเธออยู่ที่ใด ก่อนจะเริ่มวิ่งออกจากจุดที่ยืนอยู่ฝ่าออกไปจากลมหมอกทรายให้ได้ แต่คราวนี้เธอกลับไม่ได้จะโจมตีสวนแต่อย่างใด ได้แต่วิ่งฝ่าลมหมอกทรายออกไปเรื่อยๆจนกว่าจะพ้นขอบเขต ลูกะลดการป้องกันและโจมตีสวนกลับทั้งหมด และเพ่งสมาธิไปที่การโจมตีของอีกฝั่งเพื่อที่จะหาทางหลบหลีกแทน

" นายเคยคิดบ้างไหม ว่ามายูมิจะต้องทนใช้ชีวิตแบบนี้มานานแค่ไหน !!! นายมันก็แค่ผู้ชายทั่วไป ที่ไม่เห็นหัวผู้หญิงเหมือนกับพ่อชั้นนั่นแหละ !!! "

Asia : Hp 12 / 18 : Mp 2 / 2 : Atk 44 Evade 18 Def 24 Magic 2 Dex 2 Critical 2 Lucky Dodge 1 : ใช้ 1 As ( อาณาเขตลมขนาดใหญ่ 2 ) AS : [        l         l         l     - - l - - - - ] ( ร่างปลอมที่สร้างขึ้นมาถือว่าเป็นสิ่งไม่มีชีวิต )

Ruka : Hp 6 / 10 : Mp 2 / 2 : Atk 15 Evade 50 Def 16 Magic 2 Dex 4 Critical 10 Lucky Dodge 5 : ใช้สกิล : ตั้งรับการโจมตี

Asia Atk 44 Evade 18 Dex 2 > Ruka Def 16 Evade 50 Luck 5 > การโจมตีทั้งหมดพลาดเป้าหมาย(รวมร่างแยกด้วย) MISS > ลูกะได้รับผลจากทรายเสียดสี Hp 1 - 6 > 5 / 10


ลูกะยังคงหาทางหลบหลีกไปเรื่อยๆแต่ดูเหมือนแผนของเธอจะไม่ได้ผลเท่าไหร่ เธอเปลี่ยนมาเป็นการวิ่งฝ่าลมหมอกทรายเพ่งสายตาไปที่เงาของชายหนุ่มคนนั้นเพื่อเข้าโจมตีทันทีที่พบ

พายุทั้งหลายได้ลดตัวลงทันที ชายหนุ่มได้ทำหน้างุนงงปนตกใจและหยุดการต่อสู้ของเขาลงทันที

? ? ? : " มายูมิจัง เดินไม่ได้เพราะผมอย่างงั้นเหรอ... ไม่จริงน้า... ไม่จริงใช่ไหมครับ ทั้ง ๆ ที่ ผมเพิ่งได้รู้จักกับมายูมิจังเมื่อเช้านี้เอง จะไปทําแบบนั้นได้ยังไงกัน ! " - ชายหนุ่มตะโกนถามลูกะขึ้นมาทันทีระหว่างการต่อสู้อันดุเดือด -


ลูกะรีบฉวยโอกาศพุ่งเข้าไปหาชายหนุ่มพร้อมกับผลักให้ล้ม และขึ้นคร่อมร่างของคู่ต่อสู้ของเธอทันที ปลายแหลมคมของเซตโต คันนะ จ่อตรงหน้าของเขา

" ........ " ลูกะนิ่งไปดื้อๆ เธอไม่ได้สังหารชายหนุ่มผมสีฟ้าแต่อย่างใด เซตโต คันนะที่จ่อหน้าคู่ต่อสู้ของเธออยู่นั้นกลับสั่นจนเห็นได้ชัด ไม่ยอมทิ่มลงมา หน้าของลูกะค่อยๆแดงกล่ำ สายตาที่เคยเย็นชาอยู่ๆก็เริ่มมีน้ำตาคลอจนเห็นได้ัชัด ดูเหมือนภาพที่เธอเคยสังหารพ่อตัวเองกลับมาหลอกหลอนอยู่ในหัวของลูกะอีกครั้ง
? ? ? : " คุณลูกะ... " - ชายหนุ่มค่อยๆเอื้อมมือมาแตะที่แก้มของลูกะอย่างอ่อนโยนและปาดน้ำตาที่แก้มทั้งสองข้างของเธอออก - " ไม่เป็นไรนะครับ... " - ชายหนุ่มที่ท่าทางสะบักสะบอมได้เอ่ยขึ้นถามคนที่จะเอาชีวิตเขาตรงหน้าอย่างเป็นห่วง


Player Reaction : เชิญจ้า

เซตโต คันนะ และมีดสั้นได้หล่นจากมือไปกองอยู่บนพื้นข้างๆตัวลูกะกับชายหนุ่มผมฟ้า เธอยังคงนั่งนิ่งก้มหน้าอยู่ด้านบนของตัวคู่ต่อสู้ของเธอ น้ำตาที่ไหลออกจากดวงตาของลูกะเองนั้นก็ดูท่าทางมันจะไม่ยอมหยุดแม้แต่อย่างใด ภาพหลอนในวันเก่าๆได้เข้ามาในหัวของหญิงสาวหมดแล้ว มือข้างหนึ่งก็ค่อยๆหยิบมีดสั้นที่ตกอยู่ขึ้นมา แต่เป้าหมายของเธอไม่ได้จะโจมตีคู่ต่อสู้แต่อย่างใด ลูกะกลับหันมีดดังกล่าวเข้าใส่ตัวเองจ่ออยู่บริเวณส่วนที่เป็นหัวใจ

" ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ................... "

ชายหนุ่มได้ใช้แรงที่มีทั้งหมดดึงมีดที่ลูกะจับไว้และเอ่ยขึ้นด้วยแรงเฮืกสุดท้ายของเขาว่า

? ? ? : " มะ... ไม่ผิดหรอกครับ... "
" ผมเชื่อว่า ทุกคนบนโลกใบนี้น่ะ... เคยทําผิดกันมาทั้งนั้น ทั้งผม ทั้งคุณ ก็ล้วนแล้วเป็น 1 ในนั้น
ทั้งแบบที่ตั้งใจ และไม่ตั้งใจ... ทั้งแบบที่ช่วยไม่ได้... ทุกคนล้วนแล้วแต่มีเหตุผลที่จะกระทํา...
อย่างที่คุณลูกะคิดจะฆ่าผมเพื่อช่วยมายูมิจัง... ผมไม่โกรธหรอกนะครับ...
ผมพร้อมที่จะให้อภัยทุกข้อผิดพลาดของคุณนะครับ เพราะฉะนั้น...
อย่าทําร้ายตัวเองเลยนะครับ... "

และแล้วตัวเขาเองก็ค่อยๆสลบลงไป


Player Reaction : เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 15-6-2010 23:07:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 23-6-2010 22:15

ความเดิมตอนที่แล้ว

MelloN : melontaro


MelloN Item
MelloN Recovery skill
MelloN Passive skill
MelloN Active skill
Mellon Special ability
Room mate :


เมล่อนได้มองลงไปยังหลุมสีดํานั่น และหันกลับมาทางอาสะจังแล้วพูดขึ้นว่า ทางนี้คงไปไม่ได้แล้วล่ะ น่าจะอันตรายเกินไป

ถึงผู้หญิงผมสีขาวคนนั้นจะไม่ใช่วิณญาญ แต่ก็น่าจะมีเอี่ยวไรซักอย่างนั่นละ ฉันว่าตอนนี้ที่นี่คงใกล้จะไม่ปลอดภัยแล้วละ ขึ้นข้างบนกันเถอะ

เมื่อขึ้นมายังด้านบนก็ได้พบว่าผู้หญิงผมสีขาวคนนั้นได้หายไปพร้อมกับร่างหญิงสาวในคริสตอลเสียแล้ว บ้านหลังนี้ก็ดูเหมือนว่าจะทรุดโทรมจนไม่สามารถใช้เป็นที่หลบภัยได้อีกแล้วเสียด้วย ในซากบ้านที่ปรักหักพังลงมาได้มีกล้อง 1 ชิ้นตกลงมาด้วย


เมล่อนพุ่งตรงไปที่กล้อง ที่กําลังล่วงลงมาแล้วใช้สว่าน เหวี่ยงแทงลงไปที่พื้นเพื่อดึงตัวกลับ

แล้วพูดกับอาสะจังขึ้นว่า นี่คงเป็นกล้องที่อิสึกิบอกสินะ . . .

หญิงสาวจับจ้องมองกล้องอย่างใกล้ชิด และอุทานออกมา

ชิงุเระ อาสะ : กล้องเก่าจังเลยงะเมล่อน มันจะช่วยเราได้จริงๆเหรอ ? - หญิงสาวพูดอย่างหมดหวัง -

ดูเหมือนว่าในสมุดโน้ตทั้งสองเล่มที่เมล่อนกระชากติดมือมาจะมีแผนที่ด้านล่ะครึ่งซึ่งเชื่อมต่อกันได้อยู่ แต่ดูเหมือนมันจะเป็นแค่ส่วนเดียวของหมู่บ้านนี้และยังขาดอีกส่วนนึง


อืมดูจากแผนที่หมู่บ้านเหมือนหมู่บ้านนี้จะใหญ่มากเลยแหะ เมล่อนเริ่มสังเกตแผนที่หมู่บ้าน และหันมาตอบกับอาสะจังว่า

กล้องนี้อาจจะเป็นความหวังเล็กๆน้อยๆ ก้ได้ยังไงก้คงพออาจจะช่วยเราได้นั่นละ

ในสัญลักษณ์แผนที่ดูเหมือนจะเก่าและฟ่าฟางมากจนทางบางแห่งไม่สามารถมองเห็นได้ชัดได้ แต่ก็ยังคงเหลือทางบางส่วนเอาไว้ให้กับเมล่อนเพื่อดูทางไปต่อ

Action : 1 ) เลือกทางเดินไปยังสะพานข้ามแม่น้ำ 2 ) ทางเดินไปยังป่าที่อยู่ใกล้เคียง 3 ) ทางเดินย้อนกลับไปยังคฤหาศแรกที่มาโผล่แต่มีแผนที่ชั้นสองเพิ่มขึ้นมา 4 ) อื่นๆโปรดระบุ


รู้สึกป่าน่าจะเหมือนหมู่บ้านที่ผ่านมา ส่วนคฤหาส์นั้นก็ทางเดิม เดินไปทางแม่นํ้ากันเถอะ เมล่อนบอกกับอาสะจัง

และเริ่มสํารวจกล้องที่ตกลงมาจากการถล่มไปด้วยขนาดเดิน
กลางสะพานข้ามแม่น้ำได้ปรากฏร่างของหญิงสาวคนหนึ่งขึ้น เธอยืนหันหลังให้พวกอาสะอยู่และดูเหมือนจะพึมพำกับตัวเองคนเดียว



? ? ? : อะไรกันน่ะ ทำไมจู่ๆถึง . . . หรือว่า . . . ! ? - ทันใดนั้นเธอก็ได้ค่อยๆหันมาเห็นพวกเมล่อนที่เพิ่งเดินข้ามสะพานมาทันที


เมล่อนได้ส่งกล้องให้อาสะจัง ซึ่งอยู่ด้านหลัง และค่อยๆเดินใกล้ๆเข้าไปถึง ผู้หญิงคนนั้น และเริ่มเอ่ยถามว่า

เธอน่ะเป็นใครกันเหรอ !!! เหมือนหน้าจะคุ้นเคย ว่า เคยพบกันที่ไหนน่ะ . . .
? ? ? : ก่อนจะถามชื่อคนอื่นก็แนะนำตัวเองเสียก่อนสิ - เธอค่อยๆหันมาทางเมล่อนแต่ว่าสายตาของเธอนั้นมองไปยังจุดอื่น - เอาไว้ทีหลังแล้วกันนะชั้นมีเรื่องจะต้องไปทำ - ว่าแล้วเธอก็รีบเดินดุ่มๆจากพวกของเมล่อนไปทันที และได้ทำเศษกระดาษทิ้งไว้ด้วย ดูเหมือนมันจะเป็นแผนที่ส่วนที่สามของหมู่บ้านนี้ -

ชิงุเระ อาสะ : อะไรกันน่ะ อยู่ในสถานการณ์เดียวกันแท้ๆน่าจะช่วยกันหน่อยสิ เนอะเมล่อน - เด็กสาวบ่นลับหลังทันทีที่หญิงสาวปริศนาคนนั้นเดินจากไป -

ดูเหมือนว่าแผนที่นั่นจะเป็นสถานที่ใต้น้ำที่ใดซักแห่งในหมู่บ้านแห่งนี้โดยทางเข้านั้นดูลึกมากทีเดียว

Action : 1 ) เดินหาบ่อน้ำของหมู่บ้าน 2 ) แม่น้ำใต้สะพานที่ยืนอยู่นี่ล่ะ !! 3 ) เดินหาอ่างอาบน้ำในห้องน้ำ 4 ) อื่นๆโปรดระบุ


สถานที่เป็นใต้นํ้า ถ้าหาตามห้องนํ้าที่นี่ก็คงไม่ได้ บ่อนํ้าของหมู่บ้านอาจจะมีทางเชื่อมจริง แต่ที่เร็วสุดก็คงเป็นที่นี่ละมั้ง

แม่นํ้าที่อยู่ใต้สะพานนี่ ถ้าจะหาบ่อนํ้าก็ต้องขึ้นข้างบน ซึ่งตอนนี้เราอยู่ใต้คฤหาส์ ใช่มั้ยละ ที่นี่ก็คือใต้ดินนั่นละ

เมล่อน ลอง มองลงไปที่ใต้สะพานซึ่งมีผืนนํ้าอยู่ ก็ได้พบกับ . . .

ได้พบว่าพื้นเหนือผิวน้ำนั้นมันตื้นมากเสียจนสามารถวิ่งได้อย่างสบายเลยทีเดียวดูเหมือนว่าจะมีช่องว่างที่มืดมัวอยู่ไกลจาดจุดที่เมล่อนมองเห็นอยู่ออกไป


ตรงนี้คงเป็นหลุมที่จะลงไปสินะ หรืออาจจะเป็นเขตแดนภายในก็ไม่น่าใช่ เมล่อนลองเอาสว่านจุ่มลงไปในรู และปั่นเกวียนสว่าน

พึ่งลองไล่นํ้าดูว่าในหลุมนั้นมีนํ้าอยู่อีกหรือเปล่า ดูจากช่องวางที่ทอดยาวลงไปคงจะดํานํ้าลงไปไม่ได้นานๆแน่

ดูเหมือนว่าช่องว่างนั้นจะลึกอยู่พอสมควรจากสายตาแล้วไม่สามารถมองเห็นก้นลึกของถ้ำได้เลย

ชิงุเระ อาสะ : เมล่อน . . . . ชั้น . . . ชั้นว่ายน้ำไม่เป็นงะ . . . - หยิงสาวยิ้มแห้งๆพร้อมกับหน้าซี้ดขึ้นมาทันที -


เมล่อนหันมาหน้ามาพบกับอาสะจังด้วยอาการตกใจ และปรับสีหน้าให้เหมือนเดิม ไม่เป็นอะไรหรอกอาสะจัง

อาสะจังแค่กลั้นหายใจไว้ก็พอ เอาเชือกรัดเราไว้ด้วยกันก็น่าจะไปกันได้นะ เมล่อนอุ้มอาสะจังและเริ่มใช้้เชือก

รัดร่างของอาสะจังเข้าด้วยกันตอนนี้อาสะจังนั้นได้ถูกติดหนีบกับเมล่อนโดยสมบูรณ์ และเมล่อนก็ตะโกนขึ้นเอาละน่ะ !!! ก่อนจะพุ่งลงไปในหลุมนั่น

อาสะจังมีสีหน้าทีดูไม่ดีตั้งแต่ก่อนที่เมล่อนจะกระโดดลงไปแล้ว ดูเหมือนว่ายิ่งดำลงไปลึกเท่าไรก็ยิ่งมืดมนต์และมองไม่เห็นทางไปมากขึ้นเท่านั้น จนกระทั่งเมล่อนได้ลงมาลึกจนสามารถแตะสัมผัสขอบสิ่งก่อสร้างด้านหน้าได้ ดูเหมือนมันจะเป็นอุโมงเสริมตัดขึ้นด้านบนของหมู่บ้าน

Action : 1 ) ไปตามทางอุโมง 2 ) ยังไม่พอใจจะดำน้ำหาทางอื่นต่อ 3 ) ยังไม่พอใจจะดำให้เจอวิญญาณซักตัวก่อน 4 ) ขอดำหาฟิล์มใต้น้ำก่อน (=_=") 5 ) อื่นๆโปรดระบุ


เมล่อนกระโดดเข้ามาในอุโมงค์ที่อยู่ใต้นํ้า และเริ่มตรวจดูสภาพอาสะจัง ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าเพราะสีหน้าไม่ค่อยดี และได้

พบกับแสงสว่างแว้บๆเหมือนไฟฉาย จากอุโมงค์

ดูเหมือนมันจะเป็นแสงเทียนแทนไฟฉายซะงั้น ในอุโมงนี้มืดสนิททิ้งไว้แต่เทียน 1 เล่มที่ยังจุดคาไว้โดยไม่ได้ดับลงไปซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลก แต่ยังไงก็ตามมันก็เป็นสิ่งเดียวที่จะนำทางพวกเธอได้ ณ ตอนนี้ และข้างๆเทียนก็มีฟิล์มกล้องวางอยู่ด้วยเช่นกัน ดูเหมือนที่สถานที่ใต้น้ำนี่จะเป็นเขาวงกลที่มืดมิดไปหมดทั้งแปดด้านเลยทีเดียว
ทางด้านอาสะ เด็กสาวได้นอนอมน้ำท้องป่องตาเป็นลูกอมไปเรียบร้อย และไม่สามารถที่จะช่วยต่อสู้ได้


เมล่อนหยิบเทียนและฟิลม์ขึ้นมา เก็บฟิลม์ใส่ในกล้องและตั้งเทียนไว้ใกล้ๆกับอาสะจัง

และเริ่มใช้ริมฝีปาก ดูดปากของอาสะจังเพื่อผายปอดขึ้นมา
เด็กสาวค่อยๆรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เธอตกใจสุดขีดเมื่อเธอพบเห็นว่าเบื้องหน้าเป็นคือเมล่อนที่กำลังใช้วิธีช่วยชีวิตคนจมน้ำแบบ Mouth 2 Mouth อยู่ หญิงสาวเตะเมล่อนโ่ด่งขึ้นไปชนกับกำแพงถ้ำทันทีด้วยความตกใจ

ชิงุเระ อาสะ : กรี๊ด !!!! ทำอะไรของเธอย๊าาาาา !! ยัยเมล่อนบ้าาาาาา !! - เสียงนกหวีดดังก้องไปทั่วถ้ำ จนเกิดแผ่นดินไหวขนาดย่อมๆขึ้นมาทันที หญิงสาวล้มนั่งลงหน้าแดงพร้มกับมองจิกไปที่คู่หูของตัวเอง -


เมล่อนเกาตัวเองและเริ่มปัดเศษหินที่ตกลงมา แล้วก็พูดขึ้นกับอาสะจัง ตามปกติ

ก็แค่ ผายปอดเองน่า ไม่ได้ทําอะไรเกินเลยซะหน่อย แต่อย่างน้อยก็รอดมาละนะ เดินทางกันต่อเถอะ

เมล่อนถือเทียนที่จุดไฟขึ้นและส่องแสงไปข้างหน้า ซึ่งเ้ป็นอุโมงค์ที่มืดและทอดยาวต่อไปเรื่อยๆ ไกลสุดจนเห็นแต่เพียงสีดําและแสงไฟ
ถึงอาสะจังจะยังงอนเมล่อนอยู่นิดๆก็ตามแต่เธอก็รั้งแขนคู่หูของเธอไว้แน่นหนาจนไม่ให้หลุดออกไปได้ง่ายๆเลยทีเดียว ดูเหมือนอาการเธอจะเริ่มย่ำแย่ลงไปเรื่อยๆทุกย่างก้าวของเมล่อน

ชิงุเระ อาสะ : เมล่อน . . . เรากลับกันดีไม๊ . . . ชั้นไม่เห็นอะไรมาตั้งนานแล้วนะ . . . ชั้นกลัวงะ . . . ฮือๆ ๆ . . - เด็กสาวโอดครวญตลอดทางขณะที่เดินติดเมล่อนเข้าไปลึกเรื่อยๆ -


เมล่อนหันกลับไปพูดกับอาสะจัง ถึงจะกลับไปทางเดิมก็คงไม่เจออะไรหรอก ถ้าจะหลับซักนิดก็ไม่เป็นไรหรอกจะอุ้มไปให้เอง

และเมล่อนก้สังเกตเห็นแสงไฟอีกจุดจากเงาสลัวๆ สีดําด้านหน้า

เด็กสาวรีบกระโดดเกาะหลังของเมล่อนทันทีเมื่อเมล่อนเอ่ยเชื้อเชิญ พร้อมคล้องคอเมล่อนไว้แน่นและหลับไปทันที ทางด้านเมล่อนที่กำลังใจจดใจจ่อกับการหาทางออกนั้นก็ได้พบแสงเลือนลานจากครกเพลิงสีดำตรงหน้าที่ตั้งอยู่หน้าช่อง่วางในอุโมงใต้น้ำนี้ ดูเหมือนว่าทางออกด้านหน้าจะตัดออกมายังป่าในระแวกของหมู่บ้าน ดูเหมือนว่าพวกเธอจะเริ่มออกมาห่างจากหมู่บ้านมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว


เมล่อนเริ่มพึมพํา กับตัวเอง เหมือนที่นี่จะเป็นป่าแหะ น่าจะเริ่มไกลจากหมู่บ้านซะแล้วด้วยแหะคงต้องหาทางไปต่อ อย่างน้อยก็

น่าจะมีตัวเลืกกขึ้นมาซะหน่อยนะเนี่ย เมล่อนเริ่มคิดหนักกับหนทางข้างหน้า

เสียงนกร้องจิ๊บและเสียงลมพัดอย่างธรรมชาติ แสงแดดที่สาดส่องที่ปากถ้ำที่ปลายทางทำให้เมล่อนได้พบกับแสงตะวันอีกครั้งหนึ่ง ดูเหมือนว่าด้านนอกน่าจะเป็นทางออกไปจากหมู่บ้านแห่งนี้ ดูเหมือนว่าภายนอกถ้ำจะมีผู้หญิงผมสีขาวที่พบก่อนหน้านี้ยืนอยู่ด้านนอกอีกด้วย



เมล่อนหันไปพบ ผู้หญิงผมสีขาวที่ได้เคยพบกันภายในถํ้า เมล่อนได้ตะโกนขึ้น เธออีกแล้วเหรอ !!!

เธอน่ะเป็นใครกันเหรอ เมล่อนเดินเข้าไปหาผู้หญิงผมสีขาว ที่อยู่ภายในป่า ที่มีแสงแดดส่อง

หญิงสาวค่อยๆหันมามองเมล่อนและส่งยิ้มให้เล็กน้อยก่อนที่เธอจะแนะนำตัวเองก่อน

อลิซ : อลิซค่ะ - หญิงสาวยิ้มให้ซึ่งมันต่างกันจากการที่พบเจอกันในบ้านหลังนั้นมากเลยทีเดียว -  ว่าแต่ที่นี่มันที่ไหนกันเหรอค่ะ ? ชั้นเองกำลังหลงทางอยู่เหมือนกันน่ะค่ะ เอ . . . ใช่หลังถ้ำนี้รึเปล่าน้า - หญิงสาวทำหน้าตาไร้เดียงสาและค่อยๆเดินไปยังถ้ำที่เมล่อนเพิ่งจะหนีอย่างเอาเป็นเอาตายออกมา -


เมล่อนยิ้มขึ้นและพูดขึ้น อืม อลิส งั้นเหรอ ชั้นชื่อเมล่อน ยินดีที่ได้รู้จัก ว่าแต่จะไปไหนเหรอ

มากับพวกเรามั้ยล่ะ ว่าแต่ เคยพบกันแล้วในถํ้าแล้วไม่ใช่เหรอ ?

หญิงสาวทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะตอบกลับมา

อลิซ : เอ๋ . . . ? ชั้นยังไม่ได้เข้าไปในถ้ำนั่นเลยน้า - เธอยิ้มให้และหมุนตัวมาตรงหน้าเมล่อน - เอาเป็นว่าชั้นจะตามพวกเธอไปแล้วกันนะ ยังไงซะชั้นก็ไม่รู้ทางไปอยู่แล้ว


เมล่อนตกลงตามนั้น และเริ่มนําทางให้แก่อลิส และเมล่อนก็ได้ถามขึ้น ว่าแต่เธอจะไปไหนเหรอ?

หญิงสาวเดินเงียบระหว่างทางไปซักพักหนึ่งแล้วหันมาตอบเมล่อน

อลิซ : ชั้นเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันน่ะ ตัวชั้นเองยังไม่มีเป้าหมายอะไรเลย - หญิงสาวยิ้มขึ้นมาและเดินตามพวกเมล่อนต่อไป -

ดูเหมือนว่าเธอเองก็จะไม่มีจุดหมายปลายทางในตอนนี้เหมือนกันและตัดสินใจติดตามเมล่อนไปซักพักหนึ่ง ดูเหมือนว่าอาสะจังจะหลับไม่ยอมตื่นเนื่องจากความเหนื่อยล้า ( ? ) ภายในหมู่บ้านที่เพิ่งผ่านออกมา ดูเหมือนว่าด้านหน้าของเมล่อนจะเป็นเมืองที่ไม่คุ้นตา ดูเหมือนว่ามันจะมืดครึ้มและมีแค่แสงไฟจางๆผ่าออกมาเท่านั้น ดูเหมือนว่าบรรยากาศโดยรอบตัวเมืองก็จะมืดสนิทเสียด้วย


เป็นเมืองที่ไม่คุ้นตาเลยแหะ เมล่อนพูดขึ้นมา และถามกับ อลิสว่า อลิสเธอรู้มั้ยว่าที่นี่คือที่ไหน

ว่าแต่ เธอมีความสามารถอะไรมั้ย ?
อลิซ : ที่นี่คงจะเป็น . . . . เมือง Deidon Hold ล่ะมั้ง - หญิงสาวตอบด้วยท่าทางที่ไม่แน่ใจซักเท่าไร - คงจะต้องหาที่พักก่อนล่ะ จริงด้วยสิความสามารถพิเศษของชั้นคือ Doll master น่ะ รู้สึกว่าจะเป็นสิ่งที่ชั้นถนัดมากที่สุดน่ะนะ ชั้นเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แหะๆ


เมือง Deidon Hold งั้นเหรอ อืม ความสามารถของเธอคือ Doll Master สินะน่าสนใจแหะ

มาร่วมปาร์ตี้กันมั้ยล่ะ ไงเธอก้ยังไม่มีจุดหมายไม่ใช่หรอ เดินทางไปกับพวกฉันเลยเป็นไง . . .

อลิซ : ได้สิ ฟังดูน่าสนุกดีเหมือนกันน้า ~ ยิ่งคนเยอะก็ยิ่งสนุกจริงไม๊ล่ะ ? - หญิงสาวยิ้มให้ด้วยท่าทางน่าเอ็นดูและเดินหาที่พักในเมืองกับพวกเมล่อนทันที -

Alice : ร่วมเดินทาง - รอการอั้พเดท -


อะฮะเมล่อนยิ้มขึ้น ก็ต้องสนุกสิ ถ้าเดินทางคนเดียวมันก็ไม่ค่อยน่าสนุกใช่มั้ยละ เดินทางหลายๆคนสนุกกว่าเยอะ

ว่าแต่พักที่ไหนดีละเนี่ย โรงแรมก็มีหลายที่ ที่นี่ก็ไม่ใช่เมืองที่ฉันอยู่กับรูมเมทของฉันด้วยแหะ ว่าแต่ Doll Master ของเธอเป็นยังไงเหรอ ?

อลิซ : เอ ? ชั้นเองก็อธิบายไม่ถูกน้า เอาไว้ตอนที่ออกไปต่อสู้ชั้นจะแสดงให้เธอดูเองแล้วกัน - หญิงสาวเดินหมุนตัวอยู่ซักพักและชี้ไปที่โรงแรมหนึ่ง - ที่นี่แล้วกัน - เธอเดินนำเมล่อนเข้าไปที่พักนั่นทันที -


Player Raction : จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 16-6-2010 00:50:21 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด BoSs-KuNg~ เมื่อ 16-6-2010 04:55

ความเดิมตอนที่แล้ว



Stella Item
Stella Recovey skill
Stella Passive skill
Stella Active skill
Stella Special ability

(ถ้าไม่ติดเรื่องร่างหลัก ชั้นคงจะฆ่าพวกมันไปแล้ว ช่วยไม่ได้จริงๆ) ชายหนุ่มครุ่นคิดโดยยังซ่อนตัวอยู่ภายในเงามืด เขาค่อยๆลากนิ้วไปบนอากาศเบาๆ เพื่อสร้างรอยโหว่ขนาดเล็กขึ้นมา เขี้ยวบินหนึ่งตัวพุ่งออกมาจากรอยโหว่นั้นอย่างช้าๆ

"แค่พริบตาเดียวก็พอ เปิดทางให้ชั้นที แฟรงค์ " สิ้นคำสั่ง เขี้ยวบินก็พุ่งเข้าไส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ทันที มันเริ่มยิงลำแสงสีแดงไส่เจ้าหน้าที่ตรวจตรอบสอบ โดยเคลื่อนที่ไปมาอย่างรวดเร็วเพื่อให้ตกเป็นเป้าสายตา

สเตล่า(ชาย)อาศัยจังหวะชุลมุนช่วยพริบตา เร่งกระแสไฟฟ้าไว้ที่ขาทั้งสองข้าง ดีดตัวพุ่งผ่านด่านตรวจนั้นไปดื้อๆ "ถ้ามันตามมา ก็สกัดมันไว้ ห้ามใช้พลังมากเกินไปเด็ดขาด" ชายหนุ่มออกคำสั่งพลางก่ายมือไปด้านหลังเพื่อเรียกเขี้ยวบินออกมาอีกสองตัว การหลบหนีเข้าเมืองครั้งนี้จะสำเร็จมั้ยนะ ?

ดูเหมือนว่าจู่ๆเมืองก็เกิดชุลมุนขึ้นมาเพราะว่าการโจมตีของจอมมารหนุ่มทันที ดูเหมือนว่าเขี้ยวของเขาจะโจมตีแค่เบี่ยงเบนความสนใจให้กับเขาเท่านั้นจึงไม่มีใครอาการสาหัสหรือตายลงไป ผุ้รักษาความปลอดภัยได้แต่หันซ้ายขวาและวิ่งออกมาดูภายนอก บ้างก็วิ่งตามเขี้ยวบินไปทางอื่นทำให้ชายหนุ่มสามารถลักลอบเข้ามาในเมืองได้อย่างง่ายดายแต่ทว่าในเมืองก็ยังมี ร.บ.พ. และ การ์เดี้ยนอยู่ประปราย แต่ดูเหมือนอัศวินคุ้มกันเมืองที่เตะตาจอมมารเข้ามากที่สุดคือการ์เดี้ยนสาวคนนึงที่มีชุดแตกต่างไปจากคนอื่น สายตาของเธอเหล่มองมายังจุดที่จอมมารหลบดูสถานการณ์ในเมืองอยู่เสียด้วย . . .



"ผู้หญิงงั้นรึ จะโจมตีโดยไม่ทันรู้ตัวคงจะฆ่าได้ในทีเดียว อุ๊บ..." ยังไม่ทันที่สเตล่า(ชาย)จะพูดต่อเขาก็สำลักเอาเลือดออกมา ดูเหมือนการใช้พลังอย่างต่อเนื่องของเขา จะทำให้ร่างกายของเขาเริ่มต่อต้าน "มากกว่านี้คงไม่ได้จริงๆแล้ว จะเอายังไงดี...."ชายหนุ่มพึมพัมออกมาโดยใช้ความคิดอย่างต่อเนื่องเพื่อจะหนีจากสถานการณ์ในตอนนี้

บรึ้ม !!!

ระเบิดไฟฟ้าสีดำสนิท ซัดเอาพื้นที่บริเวณนั้นจนกระจุย กลุ่มควันจากการระเบิดเข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ สิ่งนี้คงจะช่วยทำให้ทัศนวิสัยของเหล่ากาเดี้ยนลดลงไปได้บ้าง.....

ร่างของชายหนุ่มเดินโซซัดโซเซไปมาในตรอกแคบๆ เลือดไหลออกมาจากดวงตาและหูของเขาตามร่างกายยังมีบาดแผลจากการระเบิด มารร้ายเลือกที่จะระเบิดพลังไส่ตัวเขาเองเพื่อที่จะหนีออกมาจาจุดนั้น ทั้งๆที่มีวิธีมากมายที่จะหนีออกจากที่นั่นโดยที่เขาไปต้องทำร้ายตัวเอง แต่เขากลับไม่เลือกวิธีเหล่านั้น แม้แต่ตอนนี้แม้แต่ตัวของมารร้ายเองก็ยังไม่อาจเข้าใจในสิ่งที่เขากระทำลงไปเพื่อร่างหลักของเขา ภาพที่ชายหนุ่มมองเห็นเริ่มพร่ามัวลงเรื่อยๆ ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงไปบนพื้นดินอันเย็นเฉียบพร้อมกับสติที่ขาดหายไป...

การ์เดี้ยนสาวค่อยๆย่างก้าวออกมาจากเงามืดของขอบตึก เธอดึงผมของจอมมารขึ้นมาอย่างช้าๆและมองลงด้วยสายตาที่เย็นชา

? ? ? : ดูเหมือนว่านายคงจะมาได้แค่นี้ล่ะนะ - เธอปล่อยหัวของจอมมารลงและปัดยันต์ที่พุ่งมายังเธอลงอย่างกระทันหัน - เอฟฟี่ ?



หญิงสาวในชุดกิโมโนมองการ์เดี้ยนสาวด้วยสายตาเยือกเย็นเช่นกัน เธอหยิบวัตถุที่คล้ายลูกบอลขึ้นมาและโยนมันออกไป แสงสว่างแสบตาจ้าไปทั่วทำให้วัลคิวรี่สาวต้องหลบไปทางอื่นเสียก่อน เมื่อเธอหันกลับมาก็ดูเหมือนร่างของชายหนุ่มและหญิงสาวในชุดมิโกะสีน้ำเงินได้หายไปแล้ว

ทางด้านของจอมมารและมิโกะปริศนา เธอได้วางตัวชายหนุ่มลงและตบหน้าของจอมมารเพื่อให้เขาตื่นขึ้นมา

? ? ? : เจ้าแห่งอัสนีบาตในอนาคตมีน้ำยาแค่นี้เองเหรอ ? ลุกขึ้นมาซะ !! - หญิงสาวพูดตะคอกใส่จอมมารเพื่อปลุกให้เขาตื่นขึ้นมา -


"จงทิ้งซากศพของชั้นเอาไว้ที่นี่และไปทำสิ่งที่นายสามารถทำได้ แต่ชั้นไม่อาจทำสำเร็จนี้ต่อไปด้วย...."
"ต่อให้นายไม่บอก ชั้นก็จะทำแบบนั้นอยู่แล้ว"
"งั้นรึ ถ้างั้นชั้นคงฝากพลังนี้ไว้กับนายได้สินะ....เ-อ- ...."

"เจ้าแห่งอัสนีบาตในอนาคตมีน้ำยาแค่นี้เองเหรอ ? ลุกขึ้นมาซะ !!" เสียงของผู้หญิงคนนึงดังขึ้นตัดบทสนทนาของผู้ชายสองคนไปซะก่อน สเตล่า(ชาย)ค่อยๆลืมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกชาๆที่แก้มของเขา

"อะไรของแกวะ อยากตายนักรึไ.... อุกกก" ชายหน่มพยายามยื่นมือเข้าบีบคอหญิงสาวในชุดกิโมโนอย่างรวดเร็วแต่เขาก็ต้องดึงมือกลับมาปิดปากที่กำลังสำลักเลือดออกมาเป็นชุดๆ "แฮ่กๆๆ ทำไมถึงช่วยชั้น ?"สเตล่า(ชาย)ค่อยๆเงยหน้าขึ้นถามหญิงสาวตรงหน้าด้วยความยากลำบาก

เอฟฟี่ : เอฟฟี่ว่าที่เจ้าแห่งพสุธา พลังแห่งพสุธาทั้ง 3 ชนิดและพลังที่หลับไหลในตัวของชั้นได้ถูกปลดปล่อยออกมาแล้วด้วย เหลือเพียงแค่ประตูนั่น หลังจากนั้นมันอาจจะมีอะไรที่ไม่คาดคิดไว้อีกก็ได้ - หญิงสาวโยนสายพลังแห่งอัสนีบาตส่วนที่สองลงที่ตัวของชายหนุ่ม - รู้วิธีใช้สินะ ส่วนที่สามอยู่บนโลกอีกด้านนั่นล่ะถ้าอยากจะได้มันมาครอบครองก็ต้องหาทางไปชิงมาเองซะ ถึงชั้นจะช่วยร่างหลักของนายในตอนนี้ไม่ได้ก็เถอะ อย่ามาทำตัวให้พวกเดียวกันต้องเอือมระอาแบบนี้อีกนะ - หญิงสาวค่อยๆสะบัดหน้าและก้าวเดินออกไปทางทิศใต้และค่อยๆหันมาถามกับจอมมารก่อนจะจากไป - นายรู้อะไรเกี่ยวกับร่างกายของนายและเหตุผลที่นายจะต้องรวบรวมพลังให้ครบรึเปล่า ? - แววตาของเธอเยือกเย็นเช่นเดิม แต่ดูเหมือนว่ามันจะสั่นคลอนไปด้วยความสับสนและไม่แน่ใจในบางอย่าง นั่นคงจะเป็นคำถามที่เธอใฝ่หาในตอนนี้ -


"นี่มัน... ทำไมเธอถึงมีสิ่งนี้ได้"
"บ๊ะ ช่างเถอะ ไม่ว่าใครหน้าำไหนก็คงไม่ชอบการตอบคำถามด้วยคำถามจริงมั้ย ?" ชายหนุ่มพูดตัดบทประโยคแรกของเขาทันที พลังแห่งอัสนีบาตที่เอฟฟี่ส่งให้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ ก่อนที่มันจะถูกสูบเข้าไปในร่างกายของจอมมารอย่างช้าๆ พริบตาเดียว บาดแผลภายนอกของสเตล่า(ชาย)ก็เริ่มสมานตัว ทำให้ชายหนุ่มสามารถยันร่างของเขาลุกขึ้นมาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก (ส่วนที่สามอยู่อีกโลกงั้นรึ อีกโลกที่ว่าหมายถึงแกรนฟอลรึไง รู้สึกเหมือนจะนึกอะไรออก แต่มันกลับหายไปซะดื้ออย่างกับถูกผนึกเอาไว้) ชายหนุ่มเริ่มใช้ความคิดอีกครั้ง

"ชั้นไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงที่ชั้นต้องรวมรวมพลังแห่งอัสนีบาตทั้งสามหรอก เพียงแค่สิ่งนี้มันคอยเรียกร้องจากก้นบึ้งของจิตใจอยู่ตลอดเวลา เพียงแค่นั้นก็พอสำหรับคำที่พวกสวะมันเรียกว่าเหตุผลแล้ว" ชายหนุ่มตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม

"ร่างกายที่แสนจะเปราะบางของชั้น มันไม่อาจรับพลังแห่งอัสนีบาตได้หมด มันจึงเริ่มที่จะตายไปทีละนิด และชั้นก็กำลังจะไปยังสถานที่ ที่จะช่วยต่ออายุให้กับร่างหลักของชั้นอยู่" มารร้ายตอบโดยหันหลังให้กับเอฟฟี่ ก่อนที่เขาจะเริ่มเดินต่อ

"พลังแห่งอัสนีบาตสามสายมันก็แค่วัตถุดิบที่ชั้นจะใช้สร้างร่างเทวะชั่วนิรันดร์เท่านั้น เพราะพลังแห่งเขี้ยวนั้น เหนือล้ำยิ่งกว่าสิ่งใด..."ชายหนุ่มหยุดเดินและพูดขึ้นอีกครั้ง

หญิงสาวเดินนำชายหนุ่มไปยังทางด้านหน้าดุเหมือนพวกเขาจะมีเป้าหมายของการเดินทางที่คล้ายคลึงกัน



Sylph

เอฟฟี่ : ชั้นได้มาจาก Sylph ทูติลมที่เป็นหนึ่งในกุญแจที่จะต้องใช้ในการไปยังโลกต่อไปน่ะ ตอนนี้ทูติลมอยู่ในกำมือของพวกเราแล้ว - เธอหยิบคริสตอลที่เธอใช้ผนึกวิญญาณทูติแห่งลมขึ้นมา ดูเหมือนตอนนี้ทูติแห่งลมจะถูกผนึกไว้โดยสิ้นเชิงด้วยพลังแห่งพสุธาของเอฟฟี่ - การที่จะไปอีกด้านนึงได้ต้องไปยังประตูแห่งแสงนายพอจะรู้บ้างแล้วสินะ แต่ว่าการเปิดประตูโดยไม่พึ่งพาพลังของผู้ที่ถูกเลือกจำเป็นจะต้องใช้พลังจากทูติทั้งสามแทน Undine Sylph Ifrit ชั้นเองไม่ชอบง้อความช่วยเหลือจากใครซักเท่าไรนัก - เธอยังเดินต่อและพูดขึ้นมาตัดบทว่า - นี่ . . . ถ้าเกิดร่างกายของพวกเราเกิดจากพวกมนุษย์ชั้นต่ำพวกนี้ล่ะ . . . คงไม่หรอกล่ะมั้งชั้นนี่ไร้สาระจริงๆ ขอโทษด้วยนะเจ้าแห่งอัสนีบาต ว่าแต่จะให้เราเรียกชื่อนายว่าอะไรดีล่ะ ? - หญิงสาวตัดบทพูดด้วยความคิดที่เลื่อนลอยของเธอและเปลี่ยนคำถาม -


"ไม่มีวันที่ราชันย์จะกำเนิดจากเศษสวะ พวกเราแค่ใช้ร่างของพวกมันเพื่อการมีตัวตนบนโลกมนุษย์เท่านั้น"ชายหนุ่มตอบกลับไปด้วยสายตาอำมหิต "ชื่อของชั้นงั้นรึ ?"ชายหนุ่มหยุดเดินพลางทวนคำถามของเอฟฟี่ "โดมินิค สติลเลอร์ อย่างน้อยๆ มันก็เป็นชื่อของร่างนี้ล่ะนะ"ชายหนุ่มหลับตาลงและยิ้มน้อยๆก่อนจะบอกชื่อของตัวเองออกไป แม้จะเพียงเล็กน้อย แต่มารร้ายกลับรู้สึกสงบใจที่ได้บอกชื่อนี้ออกไป นี่คงเป็นสิ่งที่ โดมินิค สติลเลอร์ ผู้เป็นร่างพาชนะของมารร้ายต้องการตลอดมาก็เป็นได้

เอฟฟี่ : อืม . . . โดมินิค - หญิงสาวตอบสั้นๆก่อนที่จะเดินต่อไป - ข้อมูลของ Undine . . . . ดูเหมือนพวกเราจะต้องกลับมาล้มมังกรนั้นเสียก่อนที่จะจับตัว Undine ได้ นายกำลังจะฟื้นตัวจากร่างหลักสินะ งั้นรีบไปกันเลยดีกว่าก่อนที่จะเสียเวลาปล่าว ชั้นก็มีธุระที่เมืองนั้นเหมือนกัน แล้วก็ชั้นได้ยินมาว่ากลุ่มชายชุดดำจะมารวมตัวกันที่เมือง Halure เสียด้วย ตอนนี้นายก็ได้อัสนีบาตที่สองไว้ครอบครองแล้วด้วย ถ้าชั้นกับนายไปด้วยกันพวกนั้นน่าจะไม่กล้าขึ้นเสียงด้วยซักเท่าไร . . . . ว่างั้นไม๊ล่ะ ?

Time Limit : 52 / 56 Hour > 46 Hour


"เธอนี่ช่างพูดเหมือนกันนะ"โดมินิคพูดตอบโดยไ่ม่หันไปมอง (ถึงจะได้พลังแห่งอัสนีบาจสายที่สองมาแล้ว แต่กลับไม่รู้สึกถึงพลังที่เพิ่มขึ้นเลย เป็นเพราะต้องใช้พลังกว่าครึ่งเพื่อช่วยยื้อชีวิตร่างหลักรึไงนะ) "แล้วจะจัดการกับพวกกาเดี้ยนที่เฝ้าทางเข้าเืมืองยังไง ถึงชั้นจะใช้พลังในการต่อสู้ได้แล้วก็เถอะ แต่เรื่องที่ร่างหลักของชั้นกำลังจะตายมันก็ไม่เปลี่ยนหรอกนะ" ชายหนุ่มพูดต่อ ก่อนที่เขาจะหยุดเดินเพื่อรอคำตอบของหญิงสาว

เด็กสาวยิ้มแสยะออกมาด้วยแววตาที่เยือกเย็นของเธอ และเดินต่อไปด้วยท่าทีสงบนิ่งเหมือนเดิม

เอฟฟี่ : ให้ชั้นจัดการเรื่องนั้นเองก็แล้วกันนะ ไว้นายได้พลังคืนเมื่อไรค่อยมาสังสรรด้วยก็แล้วกัน - หญิงสาวค่อยๆเปลี่ยนสีหน้าให้นิ่งลงเหมือนเดิมและเดินนำชายหนุ่มไปทางออกของดันเจี้ยนนี้เพื่อขึ้นมายังขอบฝั่งของเมือง Halure -

Party ชั่วคราว

ดูเหมือนจะมีคนที่คุ้นหน้าคุ้นตายืนรอเขาอยู่ที่ด้านหน้าทางเข้าเมืองซะด้วย

&

? ? ? ( 1 ) : หืม ? ยังรอดมาได้ถึงนี่อีกเหรอ ? - ชายหนุ่มนัยตาสีแดงสดค่อยๆยกมือขึ้นแต่เขาก็ต้องหยุดลงเมื่อเห็นชายหนุ่มอาการดีขึ้นอย่างผิดปกติพร้อมทั้งยังมากับเด็กสาวคนนึงที่มีออร่าคล้ายคลึงกันเสียด้วย -

? ? ? ( 2 ) : ใครกันเหรอครับเนี่ย ? - ชายหนุ่มหน้าตาประหลาดค่อยๆลดดาบของเขาลงมาเตรียมตัวไว้เมื่อเห็นคู่หูของเขาเตรียมพร้อม -

? ? ? ( 1 ) : กลุ่มบุคคลที่องค์การของเราต้องการตัวน่ะ ทว่าดูเหมือนมันคงจะไม่ง่ายเหมือนคราวที่แล้วสินะ . . . - ชายหนุ่มค่อยๆลดมือลงและมองตรงมายังโดมินิค -

หญิงสาวยิ้มขึ้นและหยิบลูกแก้วของเธอขึ้นมา โดยที่ไม่ขยับตัวไปไหน

เอฟฟี่ : จะเอาเหรอ ? ชั้นไม่รู้หรอกนะว่าพวกนายไปฟัดกันมาเมื่อไรแต่ว่าถ้าเป็นตอนนี้ล่ะก็มันคงจะไม่ใช่แค่เศษพลังที่หมอนี่ออมมือให้ไปเมื่อครั้งก่อนหรอกนะ จริงมั๊ย ?


Player Reaction : เชิญจ้า

"คราวนี้พาสวะมาช่วยกันอีกตัวรึไง เอาเถอะคราวนี้คงต้องขอเอาคืนเรื่องเมื่อคราวก่อนให้ครบต้น ครบดอกเลยล่ะนะ !!!" ชายหนุ่มไม่สาทยายอะไรมากไปกว่านี้ เขาพุ่งกระโดดผ่านตัวของเอฟฟี่ไปด้วยความเร็วสูง โดยก่อนที่จะผ่านข้างตัวของหญิงสาวไป "ห้ามมองตาไอ้ตาแดงนั่นเด็ดขาด..."

"เสียบพวกมันให้พรุน แฟรงค์ !!" โดมินิคกางแขนทั้งสองของเขาออก ท้องฟ้าด้านหลังของเขาเปิดออกเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ ฝูงเขี้ยวบินกว่า 30 ตัว พากันทะยานออกมาอย่างรวดเร็วก่อนที่มันจะเริ่มกระหน่ำยิงไส่ชายชุดคลุมทั้งสองไม่ยั้ง เมื่อร่างของชายหนุ่มลงถึงพื้น เขาก็ชาจประจุไฟฟ้าจำนวนมากไว้ที่ขาทั้งสองแล้ววาปไปโผล่ด้านหลังของชายชุดคลุม 1 ทันที

"ลองมาเข่นฆ่ากันโดยไม่ต้องผ่านภาพลวงตากันดีกว่ามั้ย ไอ้สวะ ?" ชายหนุ่มยื่นมือขวาไปสัมผัสบริเวณเหนือเอวของชายชุดคลุม 1 (บริเวณไต) ก่อนจะยิงพลังสายฟ้าไส่ในระยะเผาขนทันที !!

To Be Continue
โพสต์ 16-6-2010 04:52:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด BoSs-KuNg~ เมื่อ 20-6-2010 03:06

ความเดิมตอนที่แล้ว



+ VS +

จอมมารโดมินิคเริ่มเปิดฉากกระหน่ำโจมตีกลุ่มของชายชุดดำก่อนทันทีด้วยเขี้ยวบินจำนวนมหาศาลของเขา ดูเหมือนว่าชายชุดคลุมที่แบกดาบมาด้วยจะโดนเขี้ยวบินเฉี่ยวไปตามเสื้อเล็กน้อยแต่กลับกันชายหนุ่มตาแดงกลับไม่มีรอยขีดข่วนใดๆจากเขี้ยวบินนั่นเลย โดมินิคได้เคลื่อนที่เข้าไปใกล้และยื่นมือขวาไปสัมผัสบริเวณเหนือเอวของชายชุดคลุมก่อนจะยิงพลังสายฟ้าไส่ในระยะเผาขนทันที

? ? ? ( 1 ) : คิดว่าดวงตาของชั้นมันเป็นของเล่นภาพฉายรึยังไงกัน ? อย่ามาดูถูกตระกูลอุจิฮะกันนะ - เขาค่อยๆเอี้ยวตัวหลบมือของชายหนุ่มและจับข้อแขนของเขาไว้ทันที - แกบอกว่าแขนหักคราวที่แล้วสินะ

ไม่ทันที่ชายชุดดำจะขยับนิ้วมือของเขา เอฟฟี่ก็ได้ดึงตัวของชายชุดดำทั้งสองคนติดกับพื้นและดูดยึดกระดูกจากส่วนล่างเหมือนกับจะลอกกระดูกของพวกเขาออกมาัทั้งเป็นเลยทีเดียว

เอฟฟี่ : ไม่ง่ายไปหน่อยล่ะมั้ง ? ใช่ไม๊ล่ะโดมินิค . . . .

ไม่ทันที่เอฟฟี่จะยึดกระดูกของพวกชายชุดดำออกจากร่าง คู่หูของชายเนตรวงแหวนก็เริ่มทำหน้าที่ของเขาทันที

? ? ? ( 2 ) : คาถา พื้นวารี - ชายหนุ่มเปลี่ยนสนามรบให้ด้านล่างกลายเป็นพื้นน้ำเพื่อทำลายความเด่นของพลังฝ่ายตรงข้ามทันที ดูเหมือนว่าพวกชายชุดดำจะยังไม่รู้ข้อมูลของโดมินิคดีนัก - แค่นี้พลังของธาตุดินก็ไร้ผลแล้วล่ะนะ

หญิงสาวหัวเราะออกมาอย่างสะใจพร้อมกับสร้างฐานพสุธาขึ้นมาเพื่อเป็นที่ยืนหยัดไว้เหนือพื้นน้ำทันที

เอฟฟี่ : ฮ่าๆๆๆ เจ้าพวกสวะโง่ !!


โดมินิค พุ่งตัวมาจากพื้นน้ำกระโดดหมุนตัวไปด้านหลังฐานพสุธาของเอฟฟี่อย่างตรงจังหวะ "ก็อย่างที่ว่านั่นแหละ ขยี้มันซะแฟรงค์ !!" สิ้นเสียงของชายหนุ่ม ฝูงเขี้ยวบินทั้งหมดต่างพากันดึ่งลงพื้นน้ำ ก่อนที่ร่างของชายหนุ่มจะร่วงหล่นลงพื้นน้ำ เขาได้อัดกระแสไฟฟ้านับล้านๆโวลต์ลงสู่พื้นสมุทรด้านล่าง พื้นน้ำที่ถูกสร้างขึ้นจากคาถาของชายชุดคลุม 2 ถูกสายฟ้าสีดำสนิทเข้าปกคลุมจนไม่เหลือเค้าน้ำ "ดับไปซะ Untimate Death Fang !!"ทำแสงสีแดงถูกยิงขึ้นมาจากใต้น้ำนับไม่ถ้วน พลังนั้นหลอมรวมกระแสไฟฟ้าที่กำลังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งในกระแสน้ำ "เอฟฟี่ !!!" ชายหนุ่มกระโจนขึ้นมาจากผิวน้ำอีกครั้งพร้อมกับตะโกนส่งสัญญาณให้กับเอฟฟี่เพื่อการโจมตีต่อเนื่องของพวกเขา

ผืนพสุธาสั่นสะเทือนไปอย่างบ้าคลั่ง เว้นเสียแต่จุดที่โดมินิคและเอฟฟี่ได้ยืนหยัดอยู่ ไม่ทันที่ชายชุดดำทั้งสองจะได้ตั้งตัวจากการโจมตีด้วยไฟฟ้าทั่วทุกทิศทางที่ไม่สามารถหลบพ้นได้หมดแล้วก็ยังถูกซ้ำด้วยแผ่นดินที่แยกออกด้านล่างจนซึมซับน้ำต่างๆลงไปใต้ผืนโลกหมดสิ้น แรงดึงดูดจาดใต้พสุธากำลังเรียกร้องเหยื่ออันแสนโอชะในชุดคลุมลงไปใต้ผืนดิน ทันใดนั้นรูปทรงของปฐพีก็ได้แยกออกจากกันและกลายเป็นเครื่องจักสูบสังหารดีๆนี่เอง

เอฟฟี่ : ฮ่าๆๆๆๆ - หญิงสาวหัวเราะด้วยน้ำเสียงที่สะใจและจับร่างของชายทั้งสองไว้ลงไปใต้ผืนปฐพีทันที -

- เพล้ง - เสียงพสุธาร้าวและแตกออกทำให้หญิงสาวแปลกใจไม่น้อย ดวงตาสีแดงฉานพร้อมกันกับเปลวเพลิงสีดำมรณะได้ทะลายพลังแห่งพสุธาออกมาอย่างง่ายดาย แต่ดูเหมือนว่าชายชุดดำคนนั้ก็จะมีเลือดไหลออกมาเป็นทางจากดวงตาด้านนึงของเขาเสียด้วย

? ? ? ( 2 ) : พวกเขาคงจะเป็นแขกพิเศษสินะครับ - ชายหนุ่มรีบชักดาบของเขาออกมาจากฝังผ้าทันที ดาบของเขามีรูปร่างเป็นหนามแหลมที่ยืดยาวออกมาไปทั่ว ชายหนุ่มรีบคลายคาถาพื้นน้ำของเขาออกและเข้าโจมตีระยะประชิดแทน ดูเหมือนว่าความเร็วของเขาจะผิดกับขนาดตัวจริงๆ-

ด้านชายหนุ่มเนตรวงแหวน เขาได้ยกมือขึ้นมาเพื่อปลดปล่อยคาถาใหม่ของเขา

? ? ? ( 1 ) : อย่ารีบร้อนนักล่ะ - เขาค่อยๆใช้คาถาใหม่ของเขาขึ้นมาอย่างชำนาญ - คาถา ร่างระเบิด - ทันใดนั้นร่างกายของเขาก็ได้เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย เอฟฟี่ได้ทดสอบโดยเปลี่ยนแปลงผืนดินทิ่มแทงไปที่ร่างปลอมพวกนั้น - ตูม - ร่างกายดังกล่าวได้ระเบิดไปพร้อมๆกับพลังทำลายที่น่ากลัวของร่างปลอมนั่นทันที -

เอฟฟี่ : ชิ !! อย่าฝืนมากล่ะโดมินิค - หญิงสาวได้วาดยันต์ของเธอและโยนออกไป ทันใดนั้นก็ได้มีหินถล่มตกลงมาเป็นทางเพื่อขัดขวางไม่ให้ชายหนุ่มหน้าตาประหลาดพุ่งเข้ามายังเขตุแดนฝ่ายนี้ได้อย่างสะดวกนัก -


"เธอคิดว่ากำลังพูดกับใครอยู่กัน ?"ชายหนุ่มมองตาขวาง พลางชูกำปั้นขึ้นเหนือหัว "เสียบมันให้พรุน แฟรงค์"ชายหนุ่มแบมือออก ฝูงเขี้ยวบินสังหาร พุ่งทะลุพื้นดิน(ที่เอฟฟี่ถล่มไป)กระสุนเลเซอร์สีแดงค้างอยู่ที่ปลายโดยไม่ยิงออกมา พวกมันเปลี่ยนการโจมตีเป็นการพุ่งเข้าเสียบสังหารแทน และเริ่มบินโฉบเฉี่ยวทำลายจังหวะของสองชายชุดคลุมอย่างต่อเนื่อง

(ไฟสีดำเมื่อกี้มันอะไร อย่าบอกนะว่ามันโจมตีได้ด้วนการมองอีกแล้ว ? ขอชั้นทดสอบพลังนั่นอีกทีก็แล้วกัน !!) โดมินิคคุกเข่าข้างนึงโดยวางมือลงกับพื้นดิน เขาหลับตาลงเพื่อรวยรวมสมาธิ และ....

"ครอส..." กระแสไฟฟ้าสีดำพุ่งจากพื้นดินเข้าล้อมชายชุดคลุมเอาไว้คล้ายกับโลงศพขนาดใหญ่ "ทัณฑ์สวรรค์มายา !!"ชายหนุ่มลืมตาขึ้นพลางกระชากมือออกมาจากพื้นดินอย่างแรงจนแผ่นดินตรงจุดนั้นระเบิดกระจุย สายฟ้าสีดำถูกลากติดมือของโดมินิคมาเป็นสาย ท้องฟ้าเหนือศรีษะของชายชุดคลุม 1 เริ่มบิดเบี้ยวบุ๋มลึกเข้าไปเป็นวง สายฟ้าสีดำขนาดใหญ่พุ่งตรงลงมาอย่างรวดเร็ว เข้าสะบั้นโลงศพสายฟ้าที่พันธนาการร่างของชายชุดคลุม 1

Time Limit : 46 / 56 Hour > 44 Hour

- ครืน ~ เปรี๊ยะๆ - เสียงสายฟ้าฟาดสีดำทมิฬผ่าโลงศพตรงหน้าของเขาไปอย่างโหดเหี้ยม ทว่าร่างกายที่ปรากฏต่อหน้าเขาค่อยๆหายไปทิ้งไว้เพียงขนปักษาต่อหน้าชายหนุ่มเท่านั้น พร้อมกันกับการหายไปของคู่หูประหลาดของเขาและปรากฏร่างชายชุดดำอีกหนึ่งคนเพิ่มขึ้นมา



? ? ? ( 3 )

? ? ? ( 1 ) : มีอะไรถึงออกมาอย่างกระทันหันแบบนี้ล่ะ ? - ชายหนุ่มถามโดยไม่หันไปมองที่พวกเดียวกันที่พึ่งโผล่ออกมาใหม่ในขณะนั้น -

เอฟฟี่ยกมือเตรียมใช้พลังพสุธาของเธอไว้ทุกเมื่อ ถ้าเหตุการณ์เกิดผิดปกติขึ้นมา

? ? ? ( 3 ) : ก็ออกมาเรียกรวมพลก่อนน่ะสินี่มันใกล้เวลาแล้วนะเลิกทำภารกิจก่อน - เขาค่อยๆมองมายังจอมมารและคู่หูของเขา - ขออภัยด้วยนะคร้าบ ~ แหมก็พวกนี้มันไม่ยอมฟังที่ผมพูดเลยก็เลยบุ่มบ่ามมาอย่างงี้เอาเป็ฯว่ายกโทษให้พวกเขาด้วยแล้วกันนะคร้าบ ~ - ว่าแล้วเขาก็ค่อยๆจับที่ไหล่ของชายชุดดำปริศนาทั้งสองและค่อยๆหายไปทันที -

เอฟฟี่ : อะไรน่ะ ? หายตัวไปโดยที่ไม่ทิ้งสัมผัสอะไรไว้เลย - หญิงสาวค่อยๆลดมือลงและหันมาหาโดมินิค - รีบไปกันเถอะเวลาของนายมันถดถอยลงเรื่อยๆแล้วนะ -


(แฟรงค์ส่วนนึงยังอยู่ใต้ดิน ตอนนี้ยัยนี่เองก็กำลังประมาท ถ้าโจมตีในมุมอับตอนนี้ล่ะก็ ฆ่าได้แน่ !!!)ชายหนุ่มคิดพลางเหลือบไปมองเอฟฟี่ที่ส่งเสียงอยู่ด้านหลังของเขา เมื่อสบโอกาส เขาก็แอบกระดิกนิ้วมือของเขาเพื่อส่งสัญญาณ ลำแสงสีแดงดวงนึงค่อยๆส่องแสงจากใต้ดินด้านหลังเอฟฟี่

"รู้มั้ย ? ว่าชั้นไม่ชอบให้ใครมาชี้นิ้วสั่ง...."โดมินิคหันมาตอบเอฟฟี่ พลางยกมือขึ้นเหมือนกับกำลังจะดีดนิ้วส่งสัญญาณโจมตี แต่เขากลับชะงักไปเมื่อเห็นใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้า

"แต่กับคนที่เชื่อมั่นในพลังเหมือนๆกัน ชั้นจะไม่ถือว่านั่นเป็นการออกคำสั่งก็แล้วกัน"ชายหนุ่มลดมือลง ก่อนเขาจะเดินนำเอฟฟี่ไป (ยังก่อน ยัยนี่ยังใช้ประโยชน์ได้อยู่ แค่ลอบฆ่าผู้หญิงคนเดียว จะทำเมื่อไหร่ก็ได้...)ชายหนุ่มเริ่มใช้ความคิดด้วยสีหน้าที่แสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย[โดยไม่ให้สาวเจ้าข้างหลังสังเกตุเห็น~]

เอฟฟี่ : ชั้นไม่ได้ออกคำสั่งผู้ที่กำเนิดมาจากจุดเดียวกันหรอกนะ เวลาที่จำกัดทำให้มันดูเหมือนเป็นการออกคำสั่งไปหน่อย ขออภัยด้วย - หญิงสาวโค้งขออภัยเล็กน้อยก่อนที่จะเดินตามโดมินิคมา -

Time Limit : 46 / 56 Hour > 44 Hour

ทั้งคู่ได้เข้ามาสู่เมือง Halure เมืองที่สงบเงียบบนเกาะที่ห่างไกลทางใต้ของจุดเริ่มต้นที่พวกเขามาดูเหมือนที่นี่จะมีอะไรที่น่าสนใจมากมายสะดุดตาของจอมมารโดมินิค ดูเหมือนจะมีบุคคลหลายแบบรวมตัวกันอยู่ที่เมืองนี้

เอฟฟี่ : อย่าลืมเวลาที่จำกัดของตัวนายล่ะเรือจะออกอีก 2 ชั่วโมงนะ - หญิงสาวเดินตัดไปที่ท่าเรือทันที -


ชายหนุ่มพลิกฝ่ามือของเขาขึ้น พลังสายฟ้าสีดำค่อยๆไหลมาที่มือข้างนั้นและขยายตัวขึ้น "อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น ขอแค่พลังแห่งอัสนีบาตอีกสายเดียว ร่างเทวะชั่วนิรันดร์ก็จะเป็นของชั้น หึ หึ หึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า !!!"ชายหนุ่มพูดออกมาเบาๆก่อนที่จะหัวเราะออกมาอย่างสะใจ พลังไฟฟ้าเริ่มไหลมารวมที่ขาทั้งสองข้างของเขาก่อนที่เขาจะออกวิ่งไปอย่างรวดเร็ว....

พลังแห่งอัสนีบาตยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนมองไม่เห็นร่างของโดมินิค ชายหนุ่มวิ่งตั้งฉากขึ้นตึกสูงกลางเมืองได้อย่างง่ายดาย เมื่อถึงจุดที่สูงสุดของตึกดังกล่าวชายหนุ่มก็กระโดดหมุนตัวบนท้องฟ้าและกางแขนทั้งสองข้างออก เขี้ยวบิน8ตัวบินออกมาจากรูโหว่บนท้องฟ้ามาจัดเรียงกันข้างหลังของโดมินิคก่อนจะยิงลำแดงสีแดงออกไปพร้อมกัน...

บนท้องฟ้ากว้างของเมือง Halure ได้ปรากฏร่างของมารร้ายที่มีลำแสงสีแดงฉาน 8 สายยิงฉาบไปทั่วท้องฟ้า[นึกไม่ออก ก็ให้คิดภาพกันดั้มโทรเน่ไดร์ปล่อยอนุภาคGN] ราวกับเป็นการกระพือปีกของเหล่าทวยเทพ แต่ความจริง มันคือการนับถอยหลังสู่โศกนาฏกรรมครั้งใหม่ เพราะอัสนีบาตนิลกาลเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว.....

Time Limit : 44 / 56 Hour > 42 Hour
ณ ท่าเรือดูเหมือนสภาพบรรยากาศอันน่าสพึงกลัวนั้นจะทำให้กลุ่มคนแถวนั้นเริ่มพูดคุยกันบ้างแล้ว ที่ขอบหัวเรือปรากฏร่างของเอฟฟี่นั่งมองคลื่นที่พัดเข้าซัดฝั่งอย่างเลื่อนลอย ดูเหมือนเธอจะเป็นพวกประเภทคิดมากทั้งเรื่องที่มีสาระและเรื่องที่ไร้สาระ บนเรือนั้นประกอบไปด้วยผู้คนมากมายพร้อมกับชายหนุ่มท่าทางน่าสงสัยอีกคนหนึ่ง



ดูเหมือนว่าตอนนี้คงจะยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนหาแน่นอนไม่


ท่าเรือที่่บรรยากาศดูวุ่นวายและเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยของผู้คนมากมาย โดมินิค ได้เดินผ่าฝูงชนเหล่านั้นมาโดยไม่หลีกทางให้กับใคร [ขวางชนหมด] บรรยากาศบนเรือก็ไม่แพ้ด้านนอก ชายหนุ่มโยนตั๋วเรือให้กับผู้ตรวจก่อนจะเเดินเข้าไปโดยไม่ฟังเสียงใดๆทั้งสิ้น

ปึก !!

เมื่อก้าาวเข้ามาภายในเพียงก้าวแรก โดมินิค ก็ชนร่างบางๆของผู้ชายคนนึงเข้าให้ "เกะกะจริง ไอ้สวะ"ชายหนุ่มหยุดมองผู้ชายคนนั้นด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนที่เขาจะเริ่มเดินหาที่เงียบๆเพื่อนั่งพักผ่อน...

ใบเรือได้กางออก เรือสำเภาลำใหญ่ได้ถลาพื้นน้ำออกสู้ท้องทะเลอันกว้างใหญ่เป้าหมายข้างหน้าคือเมือง Zaphias จากนี้ไปจะเป็นเวลาถึง 24 ชั่วโมงที่จอมมารจะต้องเสียไปเพื่อการนั่งเรือกินลมเท่านั้นเอง ดูเหมือนบรรยากาศทุกอย่างจะปกติสุขไม่มีเรื่องวุ่นวายใดๆเกิดขึ้น

Time Limit : 44 / 56 Hour > 42 Hour


เวลากำลังผ่านไปเรื่อยๆ อาการของ โดมินิค เองก็เริ่มแย่ลง เขาสำลักเอาเลือดออกมาอยู่บ่อยครั้ง แต่ที่น่าแปลกก็คือสีหน้าที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆทั้งสิ้น ชายหนุ่มตัดสินใจลุกออกจากที่นั่งเพื่อออกไปรับลมที่หัวเรือ

เด็กสาวที่นั่งเหม่อลอยอยู่ริมหัวเรือค่อยๆหันมามองยังโดมินิค เธอโยนขวดยาห้ามเลือดที่มีรุปร่างแปลกๆให้กับจอมมาร

เอฟฟี่ : เวลาของนายมันลดลงเรื่อยๆแล้วสินะ - หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับแววตาอันเยือกเย็นของเธอ - มันคงจะกินเวลาอีกนานเลยล่ะนะกว่าจะไปถึงอีกฟากได้

หลังจากที่เอฟฟี่เอ่ยจบจอมมารก็ได้สัมผัสเหมือนกับว่ามีใครกำลังจ้องมองเขาอยู่ ดูเหมือนว่าจะเป็นชายหนุ่มแปลกหน้าร่างเพรียวคนนั้นนั่นเองแต่ดูเหมือนเขาจะทำเป็นไม่สนใจเมื่อโดมินิคหันมามองยังเขา


โดมินิคเปิดฝาขวดยานั่นแล้วกระดกรวดเดียวจนเกลี้ยง ก่อนที่เขาจะอัดพลังไฟฟ้าวาปมาดักหน้าชายหนุ่มแปลกหน้าคนนั้น "อยากจะพูดอะไรมั้ย ไอ้สวะ"ชายหนุ่มเท้าขอบเรือเหนือหัวชายคนนั้นพลางใช้มือที่ถือขวดปาดคราบยาออกจากปาก

ชายหนุ่มมองโดมินิคด้วยท่าทางระคายสายตาแต่เขาก็เปลี่ยนสีหน้ามาเป็นเด็กปัญญาอ่อนได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

? ? ? : อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกครับพี่ชายผมก็แค่สาดส่องสายตามองวิวทั่วๆไปนี่เอง - ชายหนุ่มยิ้มแห้งๆ - ขอตัวก่อนนะครับ - เขารีบตัดฉากและเดินดุ่มๆลงไปในตัวเรือทันที

เอฟฟี่ : มีอะไรเตะตานายเหรอ ? - หญิงสาวถามจอมมารขึ้นทันทีที่ชายหนุ่มคนนั้นเดินจากไป -


To Be Continue
โพสต์ 18-6-2010 20:26:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 9-7-2010 09:07



Letas Item
Letas Recovery skill
Letas Passive skill
Letas Active skill
Letas Special ability

"เฮ้อ...พวกเรารอดแล้วสินะ"
เลเตสหันไปมองด้านหลังว่ามันยังตามมาอยู่ไหมแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก
(เฮ้อ... รอดซะที ขืนสู้กับมันต่อหัวตูต้องล้านชัวร์เลยว่าแต่จะสู้ไหวรึป่าวยังไม่รู้เลย แล้วที่นี่มันที่ไหนกันฟระเนี่ย!?)
"เรย์มุ พอจะบอกได้ไหมว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหนกัน?"

หญิงสาวมองไปรอบๆและเงียบกริบดูเหมือนว่าเธอจะไม่เคยผ่านมายังระแวกนี้เสียด้วย ทันใดนั้นชายหนุ่มผมขาวก็พูดขึ้นตอบคำถามของเลเตสทันที

? ? ? : ตอนนี้เราอยู่กันที่ทางเดินไปยังลาบูชายันต์ครับ - ชายหนุ่มตอบขึ้นอย่างผู้ชำนาญการหมู่บ้านแห่งนี้ -


"รีบไปที่นั่นกันเถอะ ฉันรู้สึกว่านั่นคือสาเหตุที่หมู่บ้านกลายเป็นแบบนี้"
(และอีกอย่างตูอยากกลับแล้วเหมือนกันชักเบื่อๆที่นี่ละ ให้ตายเด้ทำไมตูต้องมาติดแหง่กอยู่ที่นี่ด้วยฟะ.. เฮ้อ..)
"นำทางให้หน่อยละกัน นายผมขาว"

ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะหยุดนิ่งไม่ยอมเดินนำทางไป

? ? ? : ที่นั่นมันไม่มีอะไรแล้วนี่นา ? ถึงมันจะเป็นจุดเริ่มต้นก็เถอะ ตอนนี้คงมีฝูงวิญญาณเต็มไปหมดแล้ว ผมว่าเราลงไปยังหมู่บ้านกันอีกรอบดีกว่าป่านนี้คนที่หลงเข้ามาอีกกลุ่มนึงคงจะอยู่ที่สะานข้ามแม่น้ำของหมู่บ้านแล้วก็ได้ - ชายหนุ่มผมสีขาวเอ่ยแนะนำอัศวินในชุดขาว -


(หืมหมายถึงเด็กพวกนั้นสินะ ก็ดีจะได้ไปสมทบด้วยเลยเผื่อฝั่งนู้นจะเจออะไรดีๆแล้วมั่ง)
"งั้นรีบไปกันเถอะ!"
เลเตสพูดพร้อมให้ชายหนุ่มผมขาวเดินนำทางไป
"จะว่าไปนายชื่ออะไรเรอะ?"
ชายหนุ่มวิ่งนำและพูดตอบระหว่างทาง

ทาจิบาน่า อิสึกิ : ชื่อ ทาจิบาน่า อิสึกิ ครับ - ชายหนุ่มวิ่งนำเลเตสและเรย์มุมายังสะพานข้ามแม่น้ำทันที แต่ดูเหมือนพวกเขาจะมาช้าไปเสียหน่อย - เอ . . . ผมจำได้ว่านัดกันไว้ที่นี่ นี่นา แยกย้ายกันค้นหาทั่วบริเวณนี้เถอะครับ - ว่าแล้วชายหนุ่มก็กระโดดลงไปที่ผิวน้ำตื้นแล้ววิ่งหาเพื่อนของเขาทันที -


(เจ้าเด็กพวกนั้นไปวิ่งซนอยู่ที่ไหนละเนี่ย..)
เลเตสคิดพลางถอนหายใจสักพักก็สังเกตุที่ผิวน้ำมีจุดที่เหมือนจะเป็นอุโมงค์อยู่
"นั่นมัน อุโมงค์เรอะ?"
เลเตสพึมพำแล้วกระโดดลงไปที่ผิวน้ำสังเกตุดูดีๆ
"ใช่จริงๆด้วยแฮะ เฮ้! อิซึกิ เรย์มุมาดูตรงนี้หน่อยรู้สึกว่าตรงนี้จะมีอุโมงค์ให้เข้าไปอยู่บางทีนะ เจ้าพวกนั้นอาจจะเข้าไปก็ได้"
"อิซึกิลองลอดไปดิ๊"
เลเตสโยนหน้าที่ให้อิซึกิทันที

ทาจิบาน่า อิสึกิ : ไหง โบ้ยงี้เลยอะ !! พระเอกต้องเข้าไปไม่ใช่เรอะ !! - ชายหนุ่มอุทานออกมาอย่างสุดโต่งทันที ก่อนที่เขาจะทำใจและกระโดดลงไป -

ดูเหมือนเขาจะลงไปงมหาทางอยู่นานพอสมควรเลยทีเดียว เลเตสจึงตัดสินใจ . . .


"หายไปนานจังวุ้ย เอาวะ..ตามลงไปสักหน่อย ไม่อยากให้เสื้อเปียกเล้ย เรย์มุรออยู่ตรงนี้นะ"
เลเตสพูดเสร็จก็กระโดดลงตามอิสึกิไปทันที
ภาพเบื้องลึกใต้บาดาลของชายหนุ่มไม่ปรากฏใดๆทั้งสิ้น พื้นที่รอบด้านมืดมิดโดยสิ้นเชิงแม้แต่หัวสีขาวๆของอิสึกิก็ไม่ปรากฏออกมาให้เห็นเลยดูเหมือนว่าเลเตสของเราจะไม่สามารถทั้งกลับไปได้เสียแล้วขะมีก็คงเป็นแต่การดำหาทางออกให้ลึกลงกว่านี้เท่านั้น


(แว้ก!! แย่แล้ว ดำมาลึกเกินไปจะขึ้นไปมีหวังอากาศตายก่อนพอดี คงได้แต่หวังว่าทางออกคงอยู่ใกล้ๆนี้!)
เลเตสคิดพร้อมดำหาทางออก

ดูเหมือนว่าลมหายใจของชายหนุ่มจะลดลงเรื่อยๆ หน้าเขาเปลี่ยนสีไปทั้งขาวเขียวแดงน้ำตาลเหลืองและสีอื่นๆอีกมากมาย จนกระทั่งเขาได้สัมผัสกับขอบหินที่ดูเหมือนจะเป็นทางตัดขึ้นไปยังอีกด้านหนึ่งของหมุ่บ้าน ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนอกจากจะต้องขึ้นไปทางนั้นเท่านั้น


(อ่อก...  ต้องรีบแหวกว่ายขึ้นไป !!~ความหวังสุดท้ายตูต้องไขว่คว้ามา!)
เลเตสคิดพร้อมกับแหวกว่ายขึ้นมา ปรากฏว่า!

ด้านหน้ามีแต่ความมืดมิดเต็มไปหมด ดูเหมือนว่าอัศวินชุดคลุมขาวจะต้องจมน้ำตายเสียแล้ว ทันใดนั้นเขาก็ได้กระโจนขึ้นมาจากบ่อน้ำที่ลึกและเย็นเฉียบทันที แต่ดูเหมือนว่าบรรยากาศโดยรอบจะมืดมัวมองไม่เห็นอะไรเลยทั้งสิ้น ดูเหมือนว่าจะมีคนหยิบครกเพลิงที่วางทิ้งไว้ตามทางไปเสียแล้ว ตอนนี้อัศวินหนุ่มเหมือนกับตาบอด ไม่ว่าทางไหนก็มืดมัวไปหมดเลยสำหรับเขา


"มันก็ดีน่ะนะที่ไม่จมน้ำตายอนาถ แต่ว่า... มืดยังงี้แล้วจะเดินไปทางไหนละเนี่ย..."
เลเตสมองไปข้างแล้วเอ่ยอย่างเงียบๆเพราะเดี๋ยวมีตัวอะไรโผล่มาคงได้ดับอนาถแน่ๆในที่มืดแบบนี้
"เอาเถอะ.. ไหนๆพระเจ้ามันยังไม่อยากให้เราตาย ก็เดินต่อไปข้างหน้าละกัน... หวังว่าถัดจากจมน้ำจะไม่ใช่โดนผีรุมขย้ำนะ..."
เลเตสเอ่ยแบบปลงๆ พลางเดินไปข้างหน้า และแล้ว...

และแล้วก็ได้มีมือที่เย็นเฉียบจับข้อขาของเลเตสไว้อย่างแน่น บรรยากาศที่มืดมิดตรงหน้าของเขาทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่กำลังคว้าขาของเขาไว้ได้เลย มือนั้นค่อยๆเขยิบขึ้นมาเรื่อยๆ ดูเหมือนว่ามือนั้นจะทั้งเปียกและเย็น เสียงๆหนึ่งดังขึ้นมาอย่างกระทันหันในขณะที่ชายหนุ่มกำลังเผจิญหน้ากับสิ่งที่กำลังเกาะขาเขาอยู่

ทาจิมาน่า อิสึกิ : หนาว . . . นั่นใครน่ะ . . . . . - เสียงของชายหนุ่มที่เขาคุ้นเคยเอ่ยขึ้นมาจากด้านล่างตัวของเขา -


"อิสึักิ! เอ็งยังไม่เดี้ยงเหรอฟะ... นี่เลเตสนะ เพิ่งดำน้ำตามแกมาเนี่ย... เฮ้อ ดีละที่ปลอดภัยคนยิ่งน้อยยิ่งแย่(อีกอย่างเอ็งอย่าจู่ๆก็มาจับขาสิเฮ้ยไม่กลัวแต่สะดุ้งนะเว้ย!)"
เลเตสดึงมือที่จับมือของอิสึกิที่จับเขาอยู่ขึ้นมาแม้จะมองไม่เห็นแต่จับแขนได้คงรู้แล้วว่าส่วนอื่นมันจะอยู่ตรงไหนบ้างก่อนจะเอามาพาดไหล่
"ก่อนอื่น รีบออกไปจากที่นี่้กันเหอะ"
พูดเสร็จก็เดินคลำทางอย่างลำบากลำบนเพราะมีตัวถ่วง(?)มาเพิ่ม

ระหว่างที่อัศวินหนุ่มกำลังเดินในความมืด เขาก็ได้สัมผัสถึงแขนของใครบางคนกำลังรัดคอเขาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ชายเสื้อยูกาตะสีขาวปรากฏขึ้นลางๆต่อหน้าชายหนุ่ม และภาพเบื้องหน้าของเขาก็คือ . . . . . . ความมืด

ทาจิบาน่า อิสึกิ : โอวว . . . ขอโทษทีน่ะพอดีชั้นกระตุกมากไปหน่อยแล้วก็ยังหนาวด้วยเลยเผลอไปรัดคอของนายแน่นเกินไป - ชายหนุ่มหัวเราะแห้งๆก่อนที่จะค่อยๆคลายแขนให้เบาลง -


"....."
เลเตสไม่ได้พูดอะไรอาจจะเพราะขี้เกียจจะพูดแล้วละมั้ง จากนั้นก็เดินต่อไปข้างหน้า ทันใดนั้น!

ทันใดนั้นก็ได้มีมืออีกข้างมาเกาะขาของชายหนุ่มไว้ !! มือนั้นทั้งซีดเซียวจนสัมผัสได้และเย็นเฉียบดูเหมือนว่าจากการสัมผัสแล้วคนๆนั้นน่าจะติดแหงกอยู่นานจนอาการน่าเป็นห่วงหรือถ้าเป็นอย่างอื่นก็มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น !! เมื่อชายหนุ่มค่อยๆหันก้มลงมามองก็ได้พบกับคุณประธานนักเรียนนั่นเอง ดูเหมือนว่าเธอจะหลงติดถ้ำมาหลายวันจนได้รับการไดเอ็ตไปในตัวซะแล้ว

คัตสึระ ฮินากิคุ : หิว ~ - จ้อกกก เสียงท้องร้องประกอบบรรยากาศ - ไม่ไหวแล้ว ที่นี่มันที่ไหนน่ะ ? ใครก็ตามแต่พาชั้นออกไปทีสิ . . . . - หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่หมดแรงของเธอ -


"คุณประธานนักเรียน! ไหงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ!?"
(แต่ช่างมันก่อน ต้องรีบช่วยฮินะ! แล้วตูมีของกินอะไรติดตัวมั่งไหมเนี่ย...)
เลเตสควานหาของกินในกระเป็าเสื้อนอกสีขาวประจำตัวของเค้าแต่ดูเหมือนจะมีเพียงเวเฟอช๊อกโกแลตชิ้นเดียว ที่เอาไว้กินยามว่างแม้ตอนนี้พลาสติดที่หุ้มมันไว้จะเปียกแต่ข้างในคงยังกินได้อยู่ละมั้ง เอาวะก็ดีกว่าคุณเธอจะไม่ได้กินอะไร  คิดแล้วก็ยื่นสเบียงอันน้อยนิดให้ฮินะงิคุ
"เอานี่ไปก่อนละกัน ถ้าออกไปจากที่นี่ได้คงจะหาอะไรใส่ท้องได้ดีกว่านี้"
พูดเสร็จก็แบกฮินะเพิ่มมาอีกคนภาระนี้ช่างใหญ่หลวงยิ่งนัก... ก่อนจะมุ่งเดินหน้าต่อไป

คัตสึระ ฮินากิคุ : ขอบคุณมากนะ แค่นี้ก็ยังดี . . . . - เธอรีบกินเวเฟอร์เข้าไปก่อนที่จะหิวตายคาถ้ำซะก่อน - นี่ว่าแต่ทางออกมันอยู่ทีไหนกันน่ะ ? - หญิงสาวที่เลเตสกำลังช่วยพยุงตัวถามคำถามที่ชายหนุ่มก็ยังไม่แน่ใจขึ้น -

ดูเหมือนว่าจะมีใครอีกคนมาจับขาเลเตสไว้อีกซะแล้ว แรงบีบที่ขานั่นเพิ่มมากขึ้นทีล่ะนิดๆ เหมือนไม่อยากให้ชายหนุ่มทิ้งเขาไว้ ทันใดนั้นเมื่อเลเตสหันกลับมามองผู้ที่กำลังเรียกร้องความช่วยเหลือ ( ล่ะมั้ง ) อยู่นั้นเขาก็ได้พบกับ . . . . .



คุซาบิที่กำลังกำขาเขาไว้แน่นและพยายามจะลามปามมายังส่วนอื่น


"บ้าเอ๊ย!!! ไอบ้านี่มันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ฟะ!!!แต่เอ๊ะเดี๋ยวก่อน ถ้ามันจับขาเราได้เราก็สัมผัสมันได้สินะ.."
เลเตสคิดได้สักพักก็เผยรอยยิ้มขึ้นมา ก่อนจะหันไปยกเท้าอีกข้างเตะใส่มือที่จับขาของตัวเองแล้วมองหน้าคุซาบิยิ้มอย่างมีเลศนัย
"ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมอยู่ก็สัมผัสแบบตัวๆกันได้ แต่ช่างมันเหอะคราวนี้ก็ได้เวลาตายของเอ็งแล้ว.. เอ แต่มันก็ตายอยู่แล้วนี่หว่าช่างเหอะ อืม.. ตอนนี้มือก็ไม่ว่างซะด้วยที่ว่างก็แค่..." เลเตสขยับเท้าเล็กน้อย
"ตายซะ!"
พูดเสร็จก็ยกเท้ากระทืบใส่หัวคุซาบิซ้ำๆหลายๆทีไปเรื่อยๆิ

ดูเหมือนจะเป็นฝ่ายตรงข้ามฝ่ายเดียวเท่านั้นที่สามารถรั้งขาของชายหนุ่มไว้ได้ ดูเหมือนว่ามันจะกระชากขากางเกงของเลเตสหลุดติดมือไปซะแล้ว

คัตสึระ ฮินากิคุ : แย่แล้ว - หญิงสาววาดอักษรยันต์ตัวหนึ่งลงไปบนขาของเลเตสข้างที่ขากางเกงขาดไปด้วยปากกาทั่วไปขึ้นมา - ตอนนี้ล่ะ !!


(อ๊ากกก!! กางเกงช้านนน!!!!!!)
"เอ็งอย่าอยู่เลย!!!!"
เลเตสเอาใช้ขาข้างที่กางเกงขาดเตะไปที่หน้าของคุซาบิอย่างสุดแรง เหมือนแค้นกันมาเมื่อชาติปางก่อนโดยไม่ได้สังเกตุว่าที่ขาข้างนั้นฮินะงิคุวาดตัวอัีกษรไว้

ใบหน้าไร้เนื้อหนังได้กระเด็นออกไปตามแรงเท้าของนักดาบหนุ่ม ดูเหมือนว่าตัวมันเองก็จะตกใจไม่น้อยกับการกระทำของเขา คงไม่เคยมีใครสามารถแตะตัวมันได้มาก่อน

คัตสึระ ฮินากิคุ : ว้าว !! คาถาของอิสึมิใช้ได้ผลแฮะ

ระหว่างที่พวกเลเตสกำลังได้ใจกันเล็กน้อยนั้นวิญญาณตนนั้นก็ได้ลุกพรวดขึ้นมาและแว้บมายังหน้าชายหนุ่มหมายจะหักคอเขาทันที


"บ๊ะ! ไอผีเวร!!"
เลเตสกระโดดหลบคุซาบิโดยก่อนกระโดดหลบ โยน ฮินะ กับ อิสึกิออกไปก่ิอน(ไม่งั้นมันจะโดดไหวได้เยี่ยงไร)
พอตั้งหลักได้ก็ชักดาบออกมา
"ฮินะ! ร่ายคาถาลงดาบของฉันหน่อย!!ด่วนเลย!"

หญิงสาวเหงื่อแตกซีดและรีบตอบกลับทันควัญว่า

คัตสึระ ฮินากิคุ : ชั้นมีแต่ปากกางะ เขียนดาบนายไม่ติดหรอก - หญิงสาวพูดขึ้นและโยนคาตานะไม้ของเธอมาให้ - ลองใช้ไอนี่ดูสิ !!


มั่บ!
เลเตสรับดาบไม้มาอย่างสวยงาม
(ดาบไม้?ต้องลองดูล่ะนะ!)
เลเตสพุ่งตัวไปหาคุซาบิ พร้อมฟันเป็นแนวเฉียงขึ้นไปที่คุซาบิ

ดาบไม้กระทบร่างไร้น้ำหนักนั่นดังเป็นเสียงคริสตัลเสียดสีกันอย่างรุนแรงจนวิญญาณตนนั้นล้มถอยลงไป แต่ดูเหมือนมันเองก็จะยังไม่ยอมแพ้และได้หายตัวออกไปและเตรียมพุ่งเข้าจู่โจมอัศวินหนุ่มทันที โดยเลเตสเองมีวิธีตั้งรับฉับพลันด้วย . . . .

Action : 1 ) โจมตีสวนข้างหลัง !! ชั้นรู้หรอกน่า !! 2 ) มาจากด้านข้างงั้นรึ !! 3 ) ก้มหลบก่อนดีกว่า . . . 4 ) อื่นโปรดระบุ


Player Reaction : จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 19-6-2010 22:43:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 9-7-2010 09:16



Angel Item
Angel Recovery skill
Angel Passive skill
Angel Active skill
Angel Special ability
Room mate :


หลังจากที่ทั้งสองได้รับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้วทั้งคู่ก็ได้ไปเก็บข้าวของและเตรียมพร้อมเดินทางออกมายังโลกใหม่ทันที บรรยากาศที่ต่างไปจากโลกที่พวกเธอเคยอยู่อาจจะทำให้ดูแปลกตาไปบ้างเล็กน้อย

เฟท เทสทารอสซ่า : เอาล่ะ ถึงโลกของชั้นแล้วล่ะนะ งั้น . . . . - หญิงสาวหยุดพูดลงชั่วขณะเมื่อได้รับการติดต่อเข้ามาอย่างกระทันหัน - ขอโทษด้วยนะจ๊ะแองเจิ้ลจังเดี๋ยวชั้นต้องไปทำอะไรสำคัญบางอย่างก่อน ให้รออยู่แถวนี้ก่อนนะเดี๋ยวชั้นจะให้คนมาพาไปเดินซื้อของที่จำเป็นต้องใช้ในเมืองเสียก่อนแล้วอาจจะเจอกันที่ที่พักอีกทีนึงเลยนะจ๊ะ - หญิงสาวลูบหัวเด็กสาวน้อยพร้อมกับรีบบินออกไปทันทีอย่างเร่งรีบ -

ระหว่างที่เทนชิกำลังรออยู่แถวๆนั้นกับรูริก็ได้มีเด็กผู้หญิงและผู้ชายคู่หนึ่งวิ่งเข้ามาหาพวกเธอ

&

เอียริโอ้ มอนเดียร์ : สวัสดีครับขออภัยที่ให้รอซะนานผม เอียริโอ้ มอนเดียร์กับ เคียโร่ รู รัชชี่ สมาชิกหน่วยไลท์เธอร์นิ่งมาพาคุณแนะนำเมืองแล้วครับผม - ชายหนุ่มแนะนำตัวด้วยท่าทางเป็นงานเป็นการสุดๆเหมือนกับเฟทไม่มีผิด แต่ดูเหมือนเขาจะกำลังฝึกฝนอยู่และร่างกายที่ยังเป็นเด็กของเขาทำให้มันดูตลกเสียมากกว่า -

เคียโร่ รู รัชชี่ : สวัสดีค่ะ อุ๊ย ~ - เธอวิ่งเข้าไปกอดเทนชิโดยไม่ขออนุญาติก่อนใดๆ - น่ารักจังเลย ~


เทนชิ ทำหน้านิ่งเฉยในขณะที่ถูกกอดอยู่
เทนชิ : . . . . โปรดพาเรากับรูริไปที่ร้านขายเสื้อผ้าหน่อยได้มั้ย เทนชิพูดระหว่างที่เด็กผู้หญิงคนนั่นกอดอยู่ แต่พอได้ยินเสียงเล็กๆของเทนชิ ก็ยิ่งกอดหนักกว่าเดิมอีก
ทำให้เทนชิ รู้สึกไม่ค่อยดีนัก

เคียโร่ได้ลากเทนชิไปด้วยเหมือนกับเธอเป็นตุ้กตาส่วนตัวไปเสียแล้วโดยที่รูริได้เดินคู่กับเอียริโอ้และพูดจากันเป็นงานเกป็นการเลยทีเดียว ( โรบอทกับเด็กหนุ่มผู้มุ่งมั่น ) พวกเขาทั้งสี่ได้เริ่มที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่หนึ่ง โดยมีร้านขายเสื้อผ้าอาหารและอุปกรณ์ต่างๆอีกมากมายเต็มไปหมด ดูเหมือนเคียโร่จะจับเทนชิมาแต่งตัวแทนตุ้กตาเสียแล้ว


เทนชิ : . . . . เด็กสาวโดนจับแต่งตัวเหมือนตุ๊กตา แต่ดูเหมือนเทนชิจะไม่ได้คิดอะไร(แต่เหมือนจะเซงอยู่นิดๆ)
ส่วนรูริก็พูดกับเอียริโอ้ดูเหมือนว่าจะเพลินไปเลย ไม่ได้เลือกเสื้อผ้า

ดูเหมือนว่าเคียโร่จะคิดว่าเทนชิยังเขินอายและไม่ชินกับโลกนี้นักเธอจึงเลือกชุดต่างๆให้เทนชิแทนเองซะเลย ( โกทิค เซเลอร์ วันพีซ ฯลฯ ) จนถึงตอนเย็นดูเหมือนว่าท้องฟ้าจะเริ่มครึ้มฝนแล้ว เอียริโอ้จึงได้รีบพาทั้งสามไปยังบ้านพักของคุณเฟทก่อนทันทีที่จะเปียกปอนกันหมด

เอียริโอ้ มอนเดียร์ : ที่นี่ล่ะครับผม ที่อยู่ของคุณเฟทและพวกคุณด้วย ห้องของพวกคุณทั้งสองคุณเฟทได้จัดเตรียมไว้ให้แล้วนะครับผม นี่กุญแจห้องนะฮะ - เด็กหนุ่มได้ยื่นกุญแจห้องให้เทนชิและรูริก่อนที่เขาจะช่วยเคียโร่หิ้วของใช้ต่างๆไปวางไว้ในห้องของพวกเทนชิ -


เทนชิ : ขอบคุณนะ ที่ช่วยเราเลือกเสื้อผ้า เทนชิยิ้มให้ เคียโร่ และ เอียริโอ้
แต่ดูเหมือนว่าเอียริโอ้ จะหน้าแดงนิดๆ ส่วนเคียโร่ก็ได้พุ่งเข้ามากอดเหมือนเดิม (น่ารักอยู่ดีนะแหละเทนชิ)

หลังจากที่จัดเตรียมของที่ห้องให้เสร็จแล้วพวกเอียริโอ้และเคียโร่เองก็ได้แยกย้ายเข้าห้องของตน ดูเหมือนว่าที่อยู่ใหม่ของพวกเธอจะค่อนข้างใหญ่มากเลยทีเดียว ภายในห้องของพวกเทนชิเองก็ได้จัดไว้อย่างหรูหราและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทีเดียว ตอนนี้ถ้าต้องการจะถามอะไรเพิ่มเติมพวกเธอคงจะต้องรอเฟทกับมาซะก่อนเสียแล้ว ทางด้านรูริเองก็ได้เริ่มสำรวจห้องและสถานที่เพื่อทำการบันทึกข้อมุลทันที


หลังจากที่พวกเคียโร่และเอียริโอ้ช่วยเสร็จ เทนชิได้เดินดูรอบๆห้องแต่รู้สึกว่าจะใหญ่ และหรูหรามาก ต่างกับที่ตัวเองเคยอยู่่กับรูริแล้วเทนชิ ก็นั่งลงบนที่นอนที่อยู่ในห้อง
เทนชิ : นี่รูริ ในเมืองจะมีสถานที่ให้รับเควส อยู่มั้ยนะ?? เทนชิคุยกับรูริพลางรอเฟทกลับมาเพื่อที่จะถามเกี่ยวกับ แกรนด์ฟอล์ แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นในเมือง

เด็กสาว AI นั่งลงและหันมาตอบกลับว่า

รูริ มัทสึริ : ข้อมูลในเมืองยังระบุไม่แน่ชัด คาดว่าพวกเราคงจะต้องออกไปเดินดูเองนะค่ะ ~ รูริ อธิบาย ~ - หญิงสาวนั่งมองรอบๆห้องและเอ่ยขึ้นต่อว่า - เอาเป็นว่าเริ่มสำรวจจากบ้านหลังนี้ก่อนแล้วกันนะค่ะ ~ รูริแนะนำเทนชิ ~


เทนชิ : . . . อืม งั้นพวกเราไปเดินดูกัน เทนชิพูดแล้วชวนรูริไปสำรวจบ้านที่ดูเหมือนคฤหาสน์
แกร๊ก เสียงเปิดประตูออกมาจากห้องพร้อมกับรูริ แต่ดูเหมือนจะมีใครเปิดประตูเข้ามาภายในบ้าน เทนชิกับรูริ ก็ได้เดินไปที่ประตูด้านหน้า เพื่อที่จะไปดู

เฟท เทสทารอสซ่า : กลับมาแล้ว ~ - หญิงสาวเอ่ยขึ้น พร้อมกับหันมามองที่เทนชิ - มาถึงแล้วเหรอจ๊ะ ? - หญิงสาวยิ้มให้กับเด็กสาว - เป็นยังไงบ้างพอจะอยู่ได้รึเปล่าเอ่ย ? ถ้ามีอะไรล่ะก็ถามได้เลยนะ


เทนชิ : ก็พออยู่ได้ค่ะ ดีไม่ดีที่นี่จะดีเกินไปด้วยค่ะ เทนชิตอบเฟทแล้วถามต่อ
เทนชิ : เราขอถามเรื่อง แกรนด์ฟอล์ และเรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองหน่อยได้มั้ย เด็กสาวมองหน้าเฟทด้วยหน้าตาที่จริงจังพลางเดินไปที่ห้องนั่งเล่น
พอไปถึงห้องนั่งเล่น ก็ได้เจอเคียโร่ กับเอียริโอ้ กำลังนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่น พอเคียโร่เห็นเทนชิ ก็ได้วิ่งเข้ามากอดเช่นเคยแต่คราวนี้
เด็กสาวตั้งตัวไม่ทันจึงได้เผลอล้มลงไปตรงนั่น ก่อนล้มได้ไปจับชายกระโปรงของเฟทหลุดลงมา
เด็กสาวได้เผลอตัวดึงบาเรียแจ้กเก้ตของเฟทจังหลุดออกทำให้ชุดของเธอกลับเข้าสู่โหมดปกติทันที

เฟท เทสทารอสซ่า : อ๊ะ เป็นอะไรกันรึเปล่า - เฟทได้คว้าคอเสื้อด้านหลังของเคียโร่ที่กำลังกอดเทนชิไว้ก่อนที่ทั้งคู่จะล้มลงไป - เรื่องแกรนด์ฟอล์ไว้ชั้นจะเล่าให้ฟังบนโต๊ะอาหารแล้วกันนะจ๊ะ เทนชิจัง - หญิงสาวยิ้มขึ้นพร้อมกับยื่นใบยืนยันเป็นบุคลากรของเมืองเวทย์มนต์ให้กับเทนชิ -


เด็กสาวลุกขึ้นมาปัดฝุ่นที่ตัวเล็กน้อย แล้วก็รับเอกสารมาจากเฟท
เทนชิ : ขอบคุณค่ะ แล้วทุกคนก็เดินไปที่ห้องรับประทานอาหาร
ระหว่างที่กำลังนั่งกินอยู่นั้เฟทก็ได้เปิดหน้าจอเวทย์มนต์ขึ้นมาแสดงข้อมูลของแกรนด์ฟอล์ที่พวกเธอรู้ในตอนนี้ให้เทนชิได้ดู

เฟท เทสทารอสซ่า : แกรนด์ฟอล์ หรือ พื้นผิวท้องฟ้าที่รวมพลังมาน่าและปลดปล่อยออกมาหล่อเลี้ยงโลกทั้งสองเอาไว้ เป็นศูนย์รวมของพลังชีวิตของทั้งสองโลกเลยก็ว่าได้น่ะ ดูเหมือนว่ามีคนที่จะต้องการพลังบนนั้นอยู่และตั้งกลุ่มขึ้น การกระทำของพวกเค้าอาจจะทำให้โลกใดโลกหนึ่งสลายไปได้ ตอนนี้ทางเดียวที่จะขึ้นไปยังแกรนด์ฟอล์ได้จะต้องผ่านที่ประตูแห่งแสง ( คนล่ะอันกำสะพานแห่งแสงนะจ๊ะ ) ที่โลกอีกด้านหนึ่ง " เซเลสเทีย " เสียก่อน การจะไปที่เซเลสเทียนั้นก็จำเป็นที่จะต้องผ่านสะพานแห่งแสงบนโลก " อินเฟอเรีย " หรือโลกที่พวกเธอมานั่นล่ะ ส่วนที่นี่ก็คือโลกแห่งเวทย์มนต์จึงไม่เกี่ยวข้องกับวงจรดังกล่าวของทั้งสองโลกด้านนั้นน่ะ


Player Reaction : เชิญขึ้นใหม่เพราะเราเกือบลืมไปแล้ว
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 19-6-2010 22:50:21 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 20-6-2010 04:26

Lan Blado



Lan Blado Item
Lan Blado Recovery skill
Lan Blado Passive skill 1
Lan Blado Passive skill 2
Lan Blado Active skill
Lan Blado Speacial ability

แซ่กๆๆ เสียงฝีเท้าของเราที่ดังถี่เมื่อร่างกายของเราต้องหนีเอาตัวรอดจากการตามล่าของ ทหารกลุ่มหนึ่งเพราะเหตุผลบางอย่างที่เราไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้เลยแม้แต่น้อยร่างกายที่ถูกทั้งมนตราและธนูฝังอยู่ในร่างกาย มือทั้งสองข้างที่ถือเรย์อิเซนและริวโคไว้ในมือเริ่มอ่อนแรงลงทุกที "ไม่อยากฆ่า แต่ถ้าไม่หนีเราก็จะถูกฆ่าแทนนะ" สิ่งที่ถูกฝังอยู่ในร่างกายนี้เริ่มคำรามออกมาหวังที่จะครอบงำจิตใจและร่างกายของเราอยู่ไม่ขาดสาย ช่างน่าสมเพชเป็นถึงกับนักดาบเวทต์แต่กลับไม่มีเวทมนต์มากพอที่จะต่อกรกับสิ่งที่อยู่ในร่างกายเลยแม้แต่น้อย ได้แต่หวังพึ่งดาบที่ได้รับมาเมื่อเราลืมตาดูโลกเท่านั้นเอง

'ทางนี้ มันหนีมาทางนี้ พลธนู พลศาตราทางนี้!' เสียงของทหารที่ตามล่าเราดังมาไม่ขาดสาย เพราะไม่มีพลังเวทพอที่จะพลางตัวเองได้จึงถูกพบตัวง่ายเป็นธรรมดาอยู่แล้ว สุดท้ายเราก็ตกอยู่วงล้อมของพวกเค้าจนได้ นักรบภาคพื้นและพลธนู พลศาสตราล้อมหน้าล้อมหลังเราไว้เสียแล้ว...
'สุดท้ายผมก็หนีพวกคุณไม่ได้สินะ แต่ขอถามอะไรหน่อยสิ ทำไมถึงตามหาผมทั้งๆที่ผมก็ไม่ได้ไปเหยียบที่นั่นอีกเลย ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ครั้งนั้นมาก็ 3 ปีแล้ว พวกขุนนางจะจองร้ายผมไปทำไมรึ?' เราใช้แรงที่เหลืออยู่น้อยนิดถามถึงเหตุผล อย่างน้อยขอแค่รู้เหตุผลที่ตามล่าเราก็ยังดี
'เรื่องนั้นไม่มีความจำเป็นต้องบอกเจ้า! พวกข้าเองก็ไม่ได้มีเรื่องโกรธเคืองอะไรเจ้าหรอก แค่มาทำตามคำสั่งเท่านั้นเอง อย่าโกรธกันเลยนะเจ้าหนุ่ม!' ทหารสวมเสื้อเกราะสีดำที่บ่งบอกถึงเป็นหัวหน้าของกองร้อยนี้พูดพลางเดินออกมาตั้งท่าจะเข้ามาประดาบกับเรา
'อย่างนั้นหรอ ผมคงจะคิดง่ายเกินไปสินะ ที่คิดว่าถ้าออกมาไกลๆจากที่นั่นซะก็คงไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ผมคงคิดง่ายเกินไป อีกอย่างขอโทษด้วยนะผมคงตายตอนนี้ไม่ได้หรอก' ผมเรียกริวโคและเรย์อิเซนกลับเข้าไปในแขนของผมและกุมหน้าอกตัวเอง และจะขอสาบานต่อดาบที่ได้รับมาจากมารดาของข้าว่าจะใช้มันแค่ครั้งเดียวเท่านั้นหลังจากใช้ครั้งนี้แล้วจะไม่แตะต้องมันอีกแม้แต่น้อย
'จงกลืนกินร่างของข้าซะ จอมมาร!!!!' เปรี้ยง!!!!

'แรน นายข้า ตื่นเถอะ' เสียงใครกันนะ แต่รู้สึกคุ้นเคยเหลือเกิน ผมลืมตาขึ้นมา ที่นี่เต็มไปด้วยความว่างเปล่า ตรงหน้าผมมีเพียงราชสีห์เงินอยู่ตรงหน้าเท่านั้น
'อ้า เจ้าเองหรอเรย์อิเซน' ผมพูดขึ้นแต่เรย์อิเซนกลับใช้ดาบประจำกายของตนพุ่งผ่านหน้าผมไป
'เราผิดหวังในตัวท่านมาก นายข้า ท่านไม่เชื่อใจเราแต่กลับใช้กาฝากนั่น...' หญิงสาวตรงหน้าพูดเสียงเข้มใบหน้าจริงจังแต่กลับมีหยาดน้ำตาใสผุดออกมาจากดวงตาคมทั้งสองข้าง
'ลดดาบลงเถอะ เรย์อิเซน' เปลวไฟผุดขึ้นมาจากด้านหลังของเรย์อิเซนและเจ้าตัวก็ถอนดาบออกมาเก็บเข้าไปในร่างตามเดิม
'ไง ริวโค เจ้าเองก็มาตำหนิข้าเหมือนเคยสินะ' เราไม่รู้จะพูดอะไรกับพวกเค้าดีเพราะความอ่อนแอของเราที่ไม่อยากให้ทั้งคู่ต้องฆ่าฟังมนุษย์จึงตัดสินใจยอมให้สิ่งนั้นกลืนกินเรา
'ข้ารู้อยู่แล้วล่ะว่าท่านต้องเลือกทางนี้ พลังของพวกเราคงจะช่วยดึงจิตของท่านออกจากความมืดนั่นบ่อยๆไม่ได้หรอกนะ' ริวโคพูดพลางเดินมาใกล้ๆผม
'แต่ข้าจะไม่ยอมยกโทษให้แน่ หากท่านยังคงเป็นห่วงพวกข้าไม่เข้าเรื่อง' สีหน้าของริวโคดุดันขึ้นทันที แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรก่อนที่จะหันหลังเดินออกไป
'ขอให้ท่านทิ้งความอ่อนโยนที่ว่า ไม่อยากให้พวกข้าช่วงชิงชีวิตมนุษย์ไปซะ หากต้องทนเห็นนายของตัวเองทรมาณที่ถูกความมืดนั่นกลืนกินล่ะก็ พวกข้าขอฆ่ามนุษย์ซักร้อยซักพันคนยังดีเสียกว่าเลย ขอให้จดจำเรื่องนี้ไว้ให้ดีแล้วพักผ่อนซะเถอะ' แล้วทั้งคู่ก็หายไป เราเองก็รู้สึกเพลียเหมือนกัน ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ ร่างกายเป็นยังไงบ้างแล้ว มีแต่เรื่องชวนปวดหัวทั้งนั้นเลยแฮะ ขอหลับหน่อยดีกว่า....

จิ๊บ~ จิ๊บ~ จิ๊บ~ แซกๆๆๆ เสียงอะไรกันนะเหมือนกับว่ามีใครอยู่แถวนี้ แต่ว่าเราไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะลืมตาแล้วล่ะ....

ออร่าแห่งความร่มเย็นห่อหุ้มตัวของแรนไว้อย่างอบอุ่น

? ? ? : ช่างน่าสงสารจริงๆ ทั้งที่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรเลยแท้ๆชะตากรรมถึงกับต้องเล่นตลกร้ายกับเธอถึงขนาดนี้ - เมื่อเสียงของหญิงสาวเอ่ยจบลง บรรยากาศรอบด้านของแรนก็กลายเป็นแสงสว่างจ้าไปทั่ว -

ชายหนุ่มได้ตื่นขึ้นมายังสถานที่ที่ดูเหมือนวังใต้บาดาล ที่น่าแปลกใจก็คือเขาสามารถหายใจได้อย่างปกติเหมือนกับบนบก



? ? ? : อย่าเพิ่งขยับตัวนะ - เสียงของหญิงสาวดังขึ้นทันทีที่ชายหนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมา - ไม่ต้องตื่นกลัวไปนะที่นี่เราจะคอยดูแลนายเอง - หยิงสาวยิ้มให้อย่างอ่อนโยนก่อนจะลูบที่หัวของชายหนุ่ม -

ภาพในอดีตได้ผุดขึ้นมาในหัวของชายหนุ่มขณะที่เขากำลังหลับฝันถึงเรื่องในอดีตของตัวเอง ก่อนที่เขาจะขยับตัวไปไหนจากเตียงก็ได้ปรากฏร่างของหญิงสาวคนนั้นขึ้น

Undine : เรากลับมาแล้ว - เสียงของหญิงสาวดังขึ้นในขณะที่เธอพาผู้หญิงแปลกหน้าเข้ามาด้วย - ไม่ต้องเป็นห่วงไปนะเธอคนนี้ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร - เธออธิบายกับแรน -



Lan: อย่างนั้นหรอครับ อันที่จริงทางนี้เองก็ไม่มีเรี่ยวแรงพอจะทำอะไรแบบนั้นได้หรอก ดูสิขนาดถือแก้วใบนี้มือยังสั่นอยู่เลย ยังก็ขอบคุณที่ช่วยรักษาให้แล้วกันนะครับ เป็นพลังเวทที่อ่อนโยนจริงๆ ไม่เคยได้รับการรักษาแบบนี้จากใครมาก่อนเลย

แรนยิ้มบางๆให้ ตึก! ในอกเริ่มมีบางอย่างคุกคามเข้ามาอีกแล้ว ไม่ได้จะแสดงอาการออกมาไม่ได้ แค่นี้ก็ทำให้คนๆนี้ลำบากมากพอแล้ว เรย์อิเซนช่วยสะกดให้ที... แรนหน้าซีดลงเล็กน้อยแต่ก็ยังเก็บอาการไว้อยู่ และเห็นผู้หญิงคนหนึ่งตามหลังมาด้วย ก็คิดว่าเป็นแขกของเค้าสินะ  Lan ยิ้มบางๆให้แขกเป็นการทักทายตามมารยาทและเดินกลับเข้าไปในบ้านเพื่อไปพักฟื้นร่างกายต่อ

Lan: ไม่อยากรบกวนเค้านานๆเลย คงต้องให้ริวโคช่วยสมานพลังให้แล้วสินะ

ว่าแล้วเราก็ทำสมาธิทันทีเพื่อเร่งการรักษา กักเก็บ และ เปิดออก....

ตุบ!!
Lan: อั่ก!! - แรงกดดันมหาศาลเริ่มคลืบคลานเข้าอีกครั้ง คราวนี้เรย์อิเซนคงจะสะกดไว้ไม่อยู่จริงๆด้วย เพราะอะไร? ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนตั้งแต่ถูกครอบงำครั้งที่สองแล้วก็ได้มาพบกับ.... ไม่จริง หรือว่าคนนั้นจะไม่ใช่... ไม่สิเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะเราเองก็ยังรู้สึกได้ว่าคนๆนั้นยังคงความเป็นมนุษย์อยู่ แต่ว่าความรู้สึกนี้มันอะไรกัน เหมือนกับว่ากาฝากมันกำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่าง และส่งผลมาให้ตัวเราให้ีรีบออกไปจากที่นี่ซะ ... ไม่หรอกเราคงคิดมากไปเอง ก่อนอื่นต้องทำให้ใจสงบลงก่อน.. ตุบ!!!!
Lan: อุ๊บ! แค่กๆ - แรนสำลักเลือดออกมาเป็นสีดำ หน้าของเราเริ่มซีดลงเล็กน้อย แบบนี้ไม่ดีแน่ แย่แล้วมันเริ่มอีกแล้ว เรย์อิเซน ริวโค ช่วยเราด้วย!
Reisen: ....รน แรนนายข้า ทำใจดีๆไว้ อย่าเพิ่งขาดสะ ว้าย!!! - อยู่ๆจิตของเรย์อิเซนก็หายไปกระแสไฟฟ้าที่แล่นผ่านหัวไหล่ซ้ายของเราทำให้รู้สึกสะดุ้งจนต้องหันมามองก็พบว่า แขนของตัวเองนั้นเริ่มกลายเป็นสีดำแล้ว เป็นสัญญาณบอกว่ามันกำลังจะมาอีกครั้ง จะมากลืนกินร่างกายของเราอีกงั้นหรอ ริวโค ริวโค เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม ริวโค!! แรนพยายามเรียกริวโคแต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับ แต่แขนขวากับยังไม่ถูกกลืนกินอีกทั้งเรายังพอรู้สึกถึงจิตของเรย์อิเซนย์อยู่แสดงว่าริวโคคงจะรักษาร่างของเรย์อิเซนไว้ไม่ให้โดนความมืดกลืนกินแน่นอน แย่แล้วถ้าไม่รีบทำให้สงบลงล่ะก็แย่แน่...
ตุบ!!!!
Lan: อ๊า----! ความเจ็บปวดเริ่มคืบคลานเข้ามามากขึ้น แต่แรนเองก็พยายามร้องไม่ให้เสียงของตัวเองดังลอดออกไปข้างนอก หัวใจเต็มแรงเข้าไปทุกที สติเริ่มพล่ามัว
ไม่ได้กาลแล้ว เป็นแบบนี้ ทั้งผู้หญิงคนนั้นทั้งแขกคงต้องเดือดร้อน...แน่ๆเลย.....
(เรียกสิ...)
Lan : หา?
(จงเรียกให้คนๆนั้นมาช่วยเจ้าซะ เจ้ายังมีคนที่ช่วยเหลือเจ้าได้อยู่ไม่เหมือนกับข้าที่ไม่มีใครเลยเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น)
Lan :  เสียง? เสียงของใครน่ะ อ๊า! เจ็บ อะไรกันภาพพวกนี้ ไม่เอาเราไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้น  ไม่เอา ไม่เอา ไม่เอา ท่านแม่ ท่านแม่ ท่านแม่.... (แรน...) ท่านแม่!!!!!!-----

ฝ่ามือบอบบางได้สัมผัสที่แก้มของแรนอย่างอ่อนโยน พลังแห่งวารีค่อยๆเจือจางความชิงชังที่แสนเยือกเย็นในตัวของเขาลงทีล่ะน้อย ความเจ็บปวดนั้นค่อยๆจางหายไปทีละนิดๆจากตัวของชายหนุ่ม อันดิเน่ได้นั่งอยู่ข้างเตียงของเขาและใช้พลังของเธอเยียวยาอาการของแรนลง

Undine : ไม่ต้องกังวลไปนะ - หญิงสาวยิ้มให้อย่างอ่อนโยนก่อนที่จะลดมือเธอลง - ตราบที่เรายังอยู่ตรงนี้เราจะคอยดูแลนายเอง

ใช่แล้ว . . . แต่มันก็จะหมายความว่าตราบเท่าที่เธอคนนี้ยังมีชีวิตอยู่นั่นเอง เมื่อครั้งก่อนที่ชายหนุ่มได้พบกับเธอครั้งแรกเธอก็ได้ทำพันธสัญญากับชายหนุ่มทันทีโดยไม่คำนึงถึงตัวของเธอเองเพื่อรักษาชีวิตของแรนไว้ ถึงแม้พลังวารีจะช่วยซึมซับอันตรายในร่างกายของชายหนุ่มนั้นได้ แต่มันก็ทำให้พลังและชีวิตของอันดิเน่ลดถอยลงไปด้วยเช่นกัน กาลเวลาที่ผ่านไป เมื่อถึงคราวพลังจอมมารในร่างกายของแรนนั้นแข็งแกร่งขึ้นเหนือพลังแห่งวารี เธอเองก็คงจะไม่สามารถช่วยแรนได้อีกต่อไปแล้ว

เมื่อการกำเริบนั้นถดถอยลงจนแรนสามารถควบคุมมันได้บ้างด้วยพลังของตนเองแล้วหญิงสาวก็ยืนไข่มุขให้กับแรนและป้อนน้ำให้กับชายหนุ่มทันที

Undine : เอ้า ทานนี่ซะสิ - หญิงสาวยิ้มให้กับแรนอย่างอ่อนโยนและป้อนยาชนิดพิเศษในโลกใต้น้ำของเธอให้กับชายหนุ่ม -


จู่ๆ กระแสเวทย์ที่ล้นทะลักออกมาภายในร่างกายก็สงบลง ดั่งกับว่ามีบางอย่างมากดสิ่งนั้นไว้ให้หยุดนิ่งไป...
สงบลงแล้ว... ใช่จริงๆด้วย กระแสเวทย์แบบนี้...ช่างคล้ายกันจริงๆ คล้ายกับท่านแม่ที่เรารักและหวงหาที่สุด และภาพเหล่านั้น...
...เราจำได้แล้วว่าทำไมเราถึงไม่มีพลังมนตราเลย เรารู้แล้วล่ะว่าทำไมท่านแม่ถึงมอบเรย์อิเซนกับริวโคให้กับเรา ทั้งหมดนี้ก็เพราะช่วยชีวิตเรา....

หลักจากนั้นไม่รู้เหมือนกันว่าช่วงเวลาล่วงเลยไปนานแค่ไหน แต่พอตื่นขึ้นมาก็พบกับหญิงสาวผมสีฟ้าอ่อนอีกครั้ง ที่ยังคงคอยดูแลเราอยู่เหมือนเดิมสินะ? รบกวนเค้าอีกแล้วสิเราขนาดอยากพูดอยากขอบคุณอีกซักครั้งยังไม่มีแรงพูดเลย ได้แต่มองใบหน้ามนนั้นอย่างเดียวเท่านั้น และคำพูดอ่อนโยนนั้นก็ช่างเหมือนกับท่านแม่เมื่อตอนที่เรายังอยู่ด้วยกัน
"ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ แม่จะปกป้องแรนเอง" ไม่เอาน่า แบบนั้นมันขี้โกงเกินไปหน่อยแล้ว จะให้คนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนดูแลอยู่ฝ่ายเดียวได้ยังไง แต่ถึงใจจะคิดแบบนั้นแต่ก็ไม่รู้จะตอบแทนเธออย่างไรดี

? ? ? : เอ้า ทานนี่ซะสิ - หญิงสาวยิ้มและนำบางอย่างออกมาจากมือของเถอะ เป็นลูกแก้วใสสีฟ้าสว่าง ภายในเห็นเป็นเหมือนกับน้ำบริสุทธิ์บรรจุอยู่ เธอป้อนยานั้นให้กับเราที่ยังขยับตัวไม่ได้อยู่นั่นเอง ตุบ!! เหมือนมีกระแสไฟฟ้าช็อคร่าง จนสะดุ้งลุกขึ้นมาจากเตียงทั้งอย่างนั้น แต่ว่าคราวนี้ไม่ใช่ความเจ็บปวด แ่ต่กลับเป็นความรู้สึกเหมือนตอนที่ร่างกายเป็นปรกติ ไม่สิรู้สึกกระปี้กระเป่ากว่าแต่ก่อนเสียอีก แม้แต่เรย์อิเซนที่จิตเบาบางอยู่ๆก็กลับมาแรงกล้าอีกครั้งหนึ่ง แปลกเกินไปแล้วนี่นางเอาอะไรมาให้เรากินน่ะ? มีมวลยาที่ฟื้นพลังได้ขนาดนี้เชียวหรอ

Lan : ทะทำไมกัน? ทำไมถึงนำของสำคัญแบบนั้นช่วยเรา... - เจ็บใจเจ็บใจเหลือเกิน ไม่ใช่เพราะเจ็บบาดแผล แต่เจ็บใจที่รู้ว่าของแบบนั้นต้องมีค่ามากแน่ๆ อาจจะเป็นยาโบราณเลยก็ว่าได้ นี่เราต้องรบกวนนางถึงกับใช้ของสิ่งนั้นเพื่อเราที่ไร้พลังแบบนี้น่ะหรอ? ผมมองใบหน้าหญิงสาวที่ยิ้มบางๆให้มาตั้งแต่เมื่อกี้นี้ ก่อนจะถามเธอว่า

Lan : ยังไงก็ขอรู้ชื่อของเธอหน่อยได้รึเปล่า ? - อย่างน้อยๆขอเพียงรู้ชื่อคนที่มีพระคุณต่อเราซะหน่อยก็ยังดี ถึงจะไม่บอกว่าเป็นอะไรก็เถอะ แค่ชื่่อของนางก็ยังดี...

อันดิเน่ ( Undine ) : ทูติแห่งวารีนามว่าอันดิเน่ เราช่วยนายมาจากพงไพรที่อยู่ในอณาเขตุของเราน่ะ - หญิงสาวเอ่ยตอบชายหนุ่มและค่อยๆประคองตัวเขาให้นอนพักลงเหมือนเดิม - อย่าเพิ่งฝืนนักล่ะถึงเราจะช่วยนายด้วยพันธสัญญาแห่งทูติแล้วก็ตาม แต่ก็คงยังไม่สามารถช่วยนายจากคำสาบนั่นได้สมบูรณ์ันัก - เธอค่อยๆลุกขึ้นและเก็บแก้วน้ำของเธอ - ถ้ามีรู้สึกไม่ดีก็บอกเราได้ทุกเมื่อเลยนะ - หญิงสาวพูดต่อไปทันทีและเดินไปหาหญิงสาวที่ตามเธอลงมาด้วย -


Player Reaction : เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 20-6-2010 03:03:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด BoSs-KuNg~ เมื่อ 21-6-2010 01:34

ความเดิมตอนที่แล้ว



Stella Item
Stella Recovey skill
Stella Passive skill
Stella Active skill
Stella Special ability

"ไม่รู้สินะแค่รู้สึกเหมือนถูกจับตามองอยู่ ถึงจะไม่รู้ว่ามันจับตาดูชั้นหรือเธอก็เถอะ"โดมินิคตอบกลับไปโดยยังมองไปยังทิศที่ชายหนุ่มคนนั้นเดินหายไป

"คงต้องขอแยกกันตรงนี้ล่ะนะ เพราะถ้ามีคนอื่นไปเห็นที่นั่นเข้าล่ะก็ ชั้นเองก็ลำบากเหมือนกัน..."ชายหนุ่มพูดพลางเดินออกไปโดยไม่หันมามอง "ทางชั้นคงใช้เวลาไม่เกิน 48 ชั่วโมง ถ้าจะให้ตอบแทนอะไรก็รอจนถึงตอนนั้นก็แล้วกัน"เมื่อพูดจบโดมินิคก็กระโดดลงจากเรือทันที และมุ่งหน้าไปยังสถานที่ๆจะช่วยยืดชีวิตให้กับร่างหลักของเขาโดยไม่แวะที่ใดทั้งสิ้น

เส้นทางที่ชายหนุ่มเดินทางเริ่มเปลี่ยวคนมากขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยซากปรักหักพังจากการต่อสู้ เศษหุ่นเหล็กสีน้ำเงินกับรถถังกองเละเทะไปทั่ว คราบเลือดเก่าที่เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทเปรอะเปื้อนไปทั่วทางเดิน

ชายหนุ่มมาหยุดเดินตรงหน้าตึกร้างแห่งนึง บริเวณด้านหน้าตึกมีผู้ชายกลุ่มนึงคาดสายรัดผมสีแดงดำนั่งสุมหัวพูดคุยกันอยู่ โดมินิคเดินฝ่ากลางคนกลุ่มนั้นเข้าไปโดยไม่มองแม้แต่หางตา

"ช่วยเปิดทางไปสู่โลกแห่ง C ให้ชั้นอีกซักครั้งเถอะ......" ชายหนุ่มเริ่มพูดกับใครบางคนที่ถูกเงามืดบดบังอยู่

"ซีโร่...."



หญิงสาวผมสีเขียวเดินออกมาจากเงาดำอันมืดมิดนั่นและเอ่ยตอบจอมมารขึ้น

? ? ? : ตอนนี้ซีโร่ไม่อยู่หรอกนะ . . . หมอนั่นกำลังไปทำภารกิจบางอย่างอยู่ ดูเหมือนว่าหมอนั่นจะไม่ได้แนะนำนายแม้กระทั่งชั้นนะ ? - เธอมองด้วยสายตาที่ไม่เชื้อเชิญซักเท่าไรนัก - ถ้าคำพูดนายมันมีน้ำหนักล่ะก็ชั้นก็จะนำทางนายไปแทนเซโร่ให้ได้


(ผู้หญิง ? คราวก่อนไม่ยักจะเจอนี่นะ) "เธอเป็นคนติดตามของหมอนั่นรึไง ?"ชายหนุ่มถามต่อ "ถุด.. เอ้อ ช่างเหอะ ชั้นมีความจำเป็นที่จะต้องไปที่นั่นมากกว่าที่เธอคิดล่ะ"ชายหนุ่มถมคำถามของเขาไปพร้อมกับน้ำลายลงพื้น ก่อนที่เปลือกตาทั้งสองข้างของเขาเริ่มแตกออกจนมีเลือดซึมออกมา

"อย่างที่เธอเห็นนั่นแหละ ชั้นกำลังจะตาย... ไม่สิ มีเด็กผู้หญิงคนนึงกำลังจะตาย ถ้าไม่สามารถเชื่อมระบบแรคน่าร็อกขนาดเล็กเอาไว้ระหว่างจิตใจทั้งสองดวงล่ะก็ จะต้องมีร่างนึงถูกกัดกินจนสูญสลาย แต่ชั้นมีเหตุผลบางอย่างที่ไม่สามารถครอบครองร่างกายให้เป็นร่างหลักได้..."ชายหนุ่มเริ่มอธิบายเหตุผลของเขาเท่าที่จำเป็นในขณะที่ร่างกายของเขาเริ่มเต็มไปด้วยรอยร้าว และเลือดจำนวนมากที่ไหลออกมาจากรอยร้าวนั้น

"แค่ช่วยชีวิตคนๆนึง[สเตล่า]มันคงไม่ยากเกินไปที่จะตัดสินใจหรอกนะ คุณผู้หญิง...."

หญิงสาวเดินนำทางจอมมารไปโดยไม่พูดกลับแต่อย่างใด จนมาถึงประตูบานที่คุ้นเคย เธอได้ใช้ฝ่ามือทาบลงบนบานหินนั่นและเปิดประตูกีอัสออก

? ? ? : เอาล่ะ รีบทำธุระของนายให้เสร็จซะ - หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งเปิดประตูเพื่อไปยังโลก C ให้กับจอมมารทันที - แปลกจังนะที่เซโร่ไม่เคยเอ่ยถึงบุคคลที่มีความรู้มากขนาดนี้กับคนในองค์กรเราเลย - หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างเป็นนัย -


"มันเป็นแค่ข้อตกลงเล็กๆน้อยๆ ทั้งชั้นและเจ้านั่นต่างไม่อยากจะพูดถึงกัน อย่างสิ้นเปลือง ชั้นแค่ใช้ประโยชน์จากเจ้าหมอนั่น เช่นเดียวกับที่เจ้านั่นใช้ประโยชน์จากชั้น...." โดมินิคตอบคำถามของหญิงสาวตรงหน้าพลางออกเดินไปยังประตูนั่นอย่างช้าๆ เลือดจำนวนมากไหลมาเป็นทาง มือขวาของชายหนุ่มเริ่มเน่าเปื่อยก่อนจะแหลกเละจนไม่เหลือเค้าเดิม ใบหน้าของเขาเริ่มฉีกทีละนิดๆ สภาพร่างกายที่สาหัสขนาดนี้ แต่กลับไม่มีเสียงร้องใดๆหรือความสั่นคลอนในคำพูดของเขาเลย

"ช่วยได้มากเชียวล่ะคุณผู้หญิง..."โดมินิคหยุดพูดอีกครั้งก่อนที่เขาจะก้าวเข้าประตูไป....

ภายในโลกแห่ง C ร่างของโดมินิคปรากฏขึ้นบนแท่นยืนทรงปีรามิดกลับหัว ภายในเต็มไปด้วยก้อนเมฆและท้องฟ้าสีครามครึ้ม ชายหนุ่มเริ่มก้าวเดินออกไปตามบันไดที่ทอดยาวไปยังวิหารเสาหินขนาดใหญ่ตรงหน้า

"ในที่สุดก็จะได้เริ่มกันซักที เริ่มทำงานระบบเชื่อมจิต แร๊คน่าร็อก...."ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเบาๆพลางหลับตาของเขาลง ร่างวิญญาณของสเตล่าค่อยๆหลุดออกมาจากร่างของโดมินิค แสงสว่างเจิดจ้าส่องผ่านร่างวิญญาณของทั้งสอง ชายหนุ่มดึงมือขวาของสเตล่ามาประสานกันก่อนจะมีเสาสีดำเล็กๆผุดขึ้นมาระหว่างทั้งคู่

"เริ่มเชื่อมต่อ.... ร่างอัสนี"ทั้งสองวางมือลงไปที่แท่นวางพร้อมกัน แสงสว่างพุ่งเข้าฉาบร่างของทั้งคู่เอาไว้สายฟ้าทีน้ำเงินกับสีดำพวยพุ่งออกมาจากทั้งคู่ พวกมันกระจัดกระจายไปทั่วท้องฟ้าสีครามอยู่ซักพัก ก่อนจะไหลมารวมกันตามการชักนำของแสงสว่างที่สาดส่องออกมา....

"เพียงเท่านี้.... ร่างหลักก็จะไม่สูญสลายไปซักพักใหญ่ๆล่ะนะ การเชื่อมต่อแรคน่าร็อก สมบูรณ์แบบ !!! ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า"ร่างวิญญาณของสเตล่าค่อยๆกลับเข้ามาในร่างของโดมินิค พร้อมกับเสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งของมารร้ายที่ค่อยๆถูกกลืนโดยแสงสว่างจากโลกแห่ง C ....

หลังจากที่จอมมารได้เชื่อมร่างกลับคืนอย่างสมบูรณ์แล้วร่างกายก็ได้เปลี่ยนเป็นสเตล่าโดยอัตโนมัติทันที เมื่อเขาออกมาจากโลกแห่ง C นั้นก็ได้พบว่าตัวเองมาโผล่ยังอีกด้านหนึ่งของประตูหินนั่น ดูเหมือนว่าหญิงสาวคนนั้นคงจะไม่อยากให้พวกลิ้วล่อท้าวความมาก หลังจากนี้ไม่ว่าจะจอมมารเองหรือสเตล่าก็คงมีเป้าหมายที่ตนนึกคิดไว้แล้วนั่นเอง ซึ่งสถานที่นี้ก็ไม่ได้ตั้งไกลมากนักจากเมือง Halure และถ้ำแห่งน้ำนั่น อาจจะต้องใช้เวลาแต่คงไม่เกินครึ่งวันด้วยความเร็วสูงสุดของจอมมารก็สามารถจะกลับไปได้อย่างง่ายดาย เพียงแต่ว่าเป้าหมายของเธอหรือเขาในที่ต่อไปคือ . . . . .


"อือ..... หิวอ่ะ..."ร่างเล็กๆคลานเข้ามาจับขาของหญิงสาวผมสีเขียวคนนั้นเอาไว้พร้อมกับเสียงท้องร้องที่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว.....

ภายในห้วงแห่งความมืดมิด ดูเหมือนว่าภายในจะดูบิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยภาพความทรงจำที่กระจัดกระจายอย่างเละเทะ "พลังสูงมากกว่าที่คิดเอาไว้ซะอีก เดิมที่ร่างมนุษย์นี่ก็ไม่สามารถรองรับพลังของชั้นได้อยู่แล้ว แต่กลับมีเพิ่มมากขึ้นแบบนี้....."ชายหนุ่มหลับตาลงและพยายามเร่งสมาธิเพื่อจัดเก็บภาพความทรงจำและมิติที่บิดเบี้ยวนี้ให้เข้าที่

"หลังจากนี้ยังมีเรื่องที่ต้องเค้นถามจากยัยนั่น(เอฟฟี่)อีกเยอะ ถ้าใช้มันให้เป็นประโยชน์ได้ล่ะก็..... ต่อไปก็จะเป็นตาของแก ซีโร่....."ชายหนุ่มแสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายอีกครั้ง ความทะเยอทะยานของมารร้ายกำลังจะก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหม่ขึ้นในไม่ช้า ความบ้าคลั่งที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสรรพสิ่งนี้ จะมีมนุษย์คนใดสามารถหยุดยั้งมันได้รึปล่าว เพราะตอนนี้ สายฟ้ามรณะเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว....

หญิงสาวผมสีเขียวที่พาสเตล่ามาโผล่อีกด้านเพื่อไม่ให้คนอื่นในกลุ่มอัศวินดำเห็นนั้นได้แต่ยิ้มแห้งๆออกมา พร้อมกับขยี้ตาของเธอเพื่อมองเด้กสาวตรงหน้าให้ชัดเจนขึ้น ชายหนุ่มท่าทางซาดิษกลับกลายมาเป็นเด็กสาวท่าทางน่าเอ็นดูหิวโซคนหนึ่ง หญิงสาวค่อยๆยืนพิซซ่าและน้ำอัดลมให้กับเธอสองถาดแต่เธอคิดว่ามันอาจจะไม่พอเป็นแน่

? ? ? : อะกินอะไรซะก่อนสิแล้วค่อยคุยกัน นะ . . . . - เธอยิ้มแห้งๆพร้อมกับยื่นของประทังชีวิตให้กับเด็กสาวตรงหน้าทันทีก่อนที่เธอจะต้องอดตาย -


"ฮ้า~ ขอบใจๆๆๆๆ"เด็กสาวปาดน้ำตาของเธอทิ้งก่อนจะคว้าเอาถาดพิซซ่ามาสวาปามอย่างรวดเร็ว "อะอ่อย อ้ะ เอออี้เอ็นอนอีอิงๆเอยอ๊า~(อร่อย อ้ะ เธอนี่เป็นคนดีจริงๆเลยน้า ~)"เด็กสาวพูดไปพลางคว้าพิซซ่าชิ้นสุดท้ายโยนเข้าปากอย่างมีมารยาท (อ๊ะ จริงสิเค้าอุส่าให้อาหารนี่นา ต้องขาบคุณเค้าดีๆซะหน่อย~)สเตล่าคิดพลางอมยิ้วแก้มแดงระเรื่อ

"ขอบคุณนะคะ ยัยพิซซ่า~"เด็กสาวพูดด้วยใบหน้าอินโนเซนต์สุดๆ สำหรับสเตล่าแล้วนี่คงเป็นคำขอบคุณที่จริงใจที่สุดของเธอก็เป็นได้....

ภายในห้วงแห่งความมืด ชายหนุ่มที่เริ่มจัดการกับพลังของเขาได้อย่างราบรื่นกลับรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง "หืม... จิตมืดงั้นเรอะ ดูเหมือนชั้นจะได้คู่วอมอัพพลังใหม่นี่แล้วสินะ"โดมินิคลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงดำก่อนที่ความมืดจะเริ่มฉีกตัวออกและแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ

"อึ้กกก น.... นี่.... นา...ย..."สเตล่าทรุดลงไปอีกครั้งขวดน้ำอัดลมในมือของเธอร่วงหล่นลงพื้นจนหกกระจายไปถั่ว ดวงตาข้างซ้ายของเธอเริ่มกระพริบเป็นสีฟ้า "เอาล่ะ.... ได้เวลาเริ่มกันซักทีสินะ"เด็กสาวค่อยๆยันตัวลุกขึ้นก่อนจะเดินผ่านตัวของหญิงสาวผมเขียวไป

"เอ้อ... ฝากบอกซีโร่ด้วยล่ะ ว่าอัสนีบาตสีดำแวะมาเยี่ยม"พูดจบเด็กสาวก็วิ่งออกจากตึกร้างนั่นไปทันที (คงยังจำพลังของชั้นได้สินะ เอฟฟี่) โดมินิคที่สิงร่างของสเตล่าครุ่นคิดก่อนที่เด็กสาวจะยกแขนขึ้นจนสุดและปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาเพื่อส่งสัญญาณเรียกหาสาวมิโกะสีน้ำเงิน "ช่วยทำให้ชั้นสนุกทีสิ จืตมืดอีกตน เอ๋ย..."

หญิงสาวทำหน้างุน งง กับปฏิกริยาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงของเด็กสาว

? ? ? : อืม . . . . ไว้ชั้นจะบอกเซโร่ให้

จอมมารได้ควบคุมร่างของสเตล่าอีกครั้งและมุ่งหน้ากลับไปยัง Halure ทันทีพร้อมกับส่งสัญญาณบางอย่างเพื่อบ่งบอกตำแหน่งของเขาแก่เอฟฟี่ หญิงสาวได้ปรากฏกายต่อหน้าเขาที่หน้าเมือง Halure ทันทีที่โดมินิคมาถึง

เอฟฟี่ : . . . . . ? - หญิงสาวมองโดมินิคโดยเหมือนจะตั้งคำถามในการเรียกกลับมาที่เมืองแห่งนี้ -


"เธอดูไม่แปลกใจกับสภาพของชั้นเลยนะ ?"สเตล่าถาม
"ช่างเถอะ.... ชั้นรู้สึกถึงผู้ที่มีจิตมืดในเมืองนี้ และกำลังจะไปลากมันออกมาเล่นด้วยซักหน่อย" เด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาพลางหันไปมองยังจุดที่พายุทรายขนาดใหญ่พึ่งจะสลายหายไป "ชั้นต้องการเธอ เอฟฟี่...."เด็กสาวพูดโดยจ้องมองไปในดวงตาของเอฟฟี่



ฉากที่แสนเข้มและงดงามของจอมมารได้ทลายลงทันทีเมื่อแววตาที่แสนเยือกเย็นของเอฟฟี่ได้เผยแววตาที่อินโนเซ้นและดูเป็นธรรมชาติออกมาพร้อมกับแก้มที่เริ่มแดงขึ้นของเธอ ดูเหมือนว่าเธอจะตกใจมากกับคำพูดของโดมินิคแต่แล้วเธอก็รีบสะบัดหน้าและกลับมาเป็นคนเดิมทันที

เอฟฟี่ : แปลกใจ . . . จนพูดไม่ออกเลยล่ะ ชั้นไม่นึกว่าร่างทรงของนายจะเป็นเด็กสาวตัวเล็กแค่นี้ - หญิงสาวกลับมาพูดด้วยใบหน้านิ่งพร้อมกับแววตาที่เยือกเย็นของเธอเหมือนเคย และมองเข้าไปยังเมือง - แต่ว่านอกจากนั้นแล้วชั้นก็สัมผัสได้ถึงพลังของวัลคิวรี่และความมืดอื่นอีกหลายจุดด้วยนะ จะดีเหรอถ้าเราจะลงมือตอนนี้น่ะ ? ทั้งยังมีพวกชุดดำกระจายอยู่เสียด้วย - หญิงสาวตั้งคำถามต่อจอมมารขึ้นมา -


"ถ้ามีเธออยู่ด้วย ก็ไม่มีสิ่งใดที่พวกเราทำไม่ได้หรอก...."เด็กสาวหลับตาลงก่อนจะเดินเข้าไปไกล้เอฟฟี่มากขึ้น "มาสิ มากับชั้น พวกเราจะขยี้สวะทุกตัวที่มาขวางหน้าด้วยกัน"สเตล่าเอ่ยด้วยรอยยิ้มพลางยื่นมือเชื้อเชิญหญิงสาวตรงหน้า......

(ด้วยพลังของยัยนี่ อย่าว่าแต่ไอ้พวกสวะนั่นเลย[ชุดดำ]ต่อให้เป็นซีโร่ ก็ไม่อาจต้านทานพลังแห่งธรรมชาติอันแสนยิ่งใหญ่นี้ได้ และเมื่อยัยนี้หมดประโยชน์ ชั้นก็จะเขี่ยมันทึ้งอย่างพวกเศษสวะ !!) ความคิดของโดมินิคมันช่างตรงข้ามกับการกระทำของเขาโดยสิ้นเชิง สิ่งใดกันแน่นะที่ทำให้เขาบิดเบี้ยวไปได้ถึงเพียงนี้.....

ดูเหมือนว่าเอฟฟี่จะใจอ่อนลงอย่างผิดปกติ มันคงจะไม่ใช่เพราะว่าเธอหลงรักจอมมารหรือว่าเป็นโลลิค่อนแต่น่าจะมีเหตุผลบางประการที่ทำให้เธอคล้อยตามจิตใจของเธอไป แต่กระนั้นเธอก็ยังไม่แสดงท่าทีของเธอออกมาเพื่อให้สะดุดตาของจอมมารเข้าเสียก่อน

เอฟฟี่ : อืม . . . ตอนนี้ชั้นจะร่วมวงกับนายก่อนก็ได้ - หญิงสาวเดินตรงเข้าไปยังเมือง Halure ทันที - จะเริ่มจากจุดไหนก่อนดีล่ะ ? - เธอถามจอมมารโดยไม่หันหน้ากลับมา -


Player Reaction : เชิญจ้า To Be Continue
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 20-6-2010 10:18:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 21-6-2010 10:27



Lan Blado Item
Lan Blado Recovery skill
Lan Blado Passive skill 1
Lan Blado Passive skill 2
Lan Blado Active skill
Lan Blado Speacial ability

อันดิเน่ ( Undine ) : ทูติแห่งวารีนามว่าอันดิเน่ เราช่วยนายมาจากพงไพรที่อยู่ในอณาเขตุของเราน่ะ - หญิงสาวเอ่ยตอบชายหนุ่มและค่อยๆประคองตัวเขาให้นอนพักลงเหมือนเดิม - อย่าเพิ่งฝืนนักล่ะถึงเราจะช่วยนายด้วยพันธสัญญาแห่งทูติแล้วก็ตาม แต่ก็คงยังไม่สามารถช่วยนายจากคำสาบนั่นได้สมบูรณ์ันัก - เธอค่อยๆลุกขึ้นและเก็บแก้วน้ำของเธอ - ถ้ามีรู้สึกไม่ดีก็บอกเราได้ทุกเมื่อเลยนะ - หญิงสาวพูดต่อไปทันทีและเดินไปหาหญิงสาวที่ตามเธอลงมาด้วย -


หลังจากที่ อันดิเน่ ออกไปจากห้อง แรนก็พยุงตัวขึ้นมานั่งพิงทันที ทูตวารีช่วยเราไว้หรอ? แต่ทำไมเราุถึงรู้สึกว่าอันดิเน่เหมือนกับมนุษย์มากๆเลยนะ อ๊ะไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนี้ซะหน่อย ก่อนอื่นต้องเรียก เรย์อิเซน กับ ริวโคก่อน Lan ; เรย์อิเซน ริวโค ถ้าได้ยินช่วยตอบข้าหน่อย..
ริวโค ; มีอะไรหรอ แรน เวลาแบบนี้ท่านต้องนอนพักไม่ใช่รึ? - ริวโคปรากฏตัวออกมาข้างเตียงของเรา
Lan  : ก็เป็นห่วงน่ะ เห็นเงียบไปเลยก็เลยคิดว่าโดนกลืนไปกับความมืดนั่นแล้วซะอีก - เรายิ้มออกมาด้วยความโล่งใจ ลงริวโคไม่เป็นอะไรแบบนี้เรย์อิเซนคงจะปลอดภัยเหมือนกัน
ริวโค : แรน ข้าขอออกความเห็นหน่อยจะได้หรือไม่ - ริวโคทำหน้าตาซีเรียสกว่าทุกทีก็ต้องปล่อยให้เค้าพูดล่ะนะ
ริวโค : แรน ข้าว่าท่านตีตัวออกจากนางผู้นั้นเถอะ ....
Lan  : อือเรื่องนั้นก็คิดอยู่เหมือนกัน ถ้ามัวแต่อยู่นี่ต่อไปก็รังแต่จะรบกวน อันดิเน่เปล่าๆ - อยู่ริวโคก็เอามือสองข้าจับหัวไหล่ของเราและบีบแน่น
ริวโค : เปล่าไม่ใช่แบบนั้น เรื่องมันไม่ได้สาหัสเพียงแค่นั้น นางเป็นคนบอกท่านเองใช่ไหมว่า ' พันธสัญญาแห่งทูติ' ? - ผมพยักหน้า ริวโคกลับกัดฟันแน่นเข้าไปอีก
ริวโค : ท่านน่ะจิตใจดีเกินไปอีกทั้งยังไม่รู้จักคำว่า ' พันธสัญญาแห่งทูติ' เลยแ้ม้แต่น้อย ข้ากลัวว่าท่านจะคิดมากแน่ๆถ้าข้าบอกความหมายของคำๆนี้ ถึงทูติแต่ละตนจะมีเงื่อนไขแตกต่างกันไปก็เุุถอะ แต่เพื่อไม่ให้นายของข้าต้องเสียใจและรู้สึกผิดทั้งๆที่ไม่รู้อะไรเลยข้าก็คงยอมไม่ได้ เพราะฉะนั้นตั้งใจรับฟังสิ่งที่ข้าพูดให้ดี - ริวโคทำหน้าจริงจังมากเราก็ทำได้แต่พยักหน้ารับและตั้งใจรับฟังสิ่งที่ริวโคกับลังจะพูด
เรย์อิเซน : ให้ฉันเป็นคนอธิบายเถอะนะริวโค.. - อยู่ๆเรย์อิเซนก็ปรากฏตัวออกมาเช่นกัน เธอกุมมือของเราไว้ก่อนสูดหายใจเข้าลึกและพูดออกมา
เรย์อิเซน : สำหรับทูติอย่างพวกข้านั้น การทำพันธสัญญาแห่งทูติ น่ะ คือการที่ทูติระดับสูงอย่างพวกข้าได้ให้คำมั่นว่าจะอยู่เคียงข้างและปกป้องคู่สัญญาไว้ด้วยชีวิตและทูติแต่ละตนแต่ละสายธาตุนั้นก็มีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป ถึงข้าจะเป็นทูติสายวารีเหมือนกับนางแต่ข้าสามารถนับสนุนได้แค่การประจุพลังเวทมหาศาลเท่านั้นแต่นางไม่ใช่ พลังของนางคือการสร้างชีวิตและรักษาไว้ เป็นทูิติที่มีความสามารถในการรักษาสูงมากและหาทูติที่มีความสามารถมากขนาดนี้ไม่ได้อีกแล้วด้วย แต่ว่าการรักษาด้วยมนต์ก็คือการนำอายุขัยหรือกระแสเวทย์ของตนรักษาบาดแผลของผู้อื่น ยิ่งใช้มากครั้งเท่าไหร่อายุขัยของทูติก็จะยิ่งลดลงเท่านั้น แต่ว่าทูติเองหากอยู่ในพื้นที่ๆมอบดวงวิญญาณที่ตนต้องการนั้นจะสามารถฟื้นฟูอายุขัยที่สูญเสียไปได้ แต่ว่านางไม่สามารถฟื้นฟูอายุขัยได้เพราะอะไรรู้ไหม... - ผมส่ายหน้าและเริ่มหนักใจมากยิ่งขึ้นถึงไม่อยากจะฟังต่อแต่ก็ไม่รับฟังเลยก็ไม่ได้
เรย์อิเซน : เพราะก่อนที่ข้าจะออกมา ข้าลองเข้าไปดูกาฝากในร่างของท่านมาแล้ว ก็เห็นว่ามีการผนึกด้วยมนต์วารีที่แรงกล้าและต่อเนื่องอยู่ ซึ่งนั่นก็คือฝีมือของนางเอง และการใช้มนต์ระดับสูงแบบนั้นต่อเนื่องกันเป็นเวลานานๆ จะเป็นการลดอายุขัยของนางจนไม่อาจจะฟื้นฟูมันได้อีก หากรังแต่ปล่อยไว้แบบนี้ เมื่อไดที่กาฝากนั่นมีพลังแก่กล้าขึ้น ไม่เพียงแต่จะทำให้นางเป็นอันตรายเท่านั้น อาจถูกกาฝากนั่นดูดกลืนร่างและจิตวิญญาณเลยก็ได้ ที่ข้ากับริวโคสามารถสะกดได้โดยที่ไม่ดูดกลืนนั้นก็เพราะ ข้าและริวโค เป็นทูติประจำราศีและธาตุ จึงได้รับการฟื้นฟูพลังของตัวเองได้เร็วกว่าทูติที่เป็นทูติธรรมชาติ เพราะไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนตราบที่คู่สัญญาัยังมีชีวิตอยู่หรือยังไม่ปลดปล่อยพวกเรา พวกเราก็จะไม่หายไป... นายข้า ข้าขอร้องเรื่องหนึ่งเพื่อตัวท่านแล้ว รีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเถอะ ข้าไม่อยากให้ท่านต้องเสียใจและโทษตัวเองที่เป็นต้นเหตุให้ใครหายไปหรอก - เรย์อิเซนพยายามพูดออกมาไม่เป็นศัพท์เพราะเธอเริ่มสะเอื้อนอีกครั้ง ริวโคเอามือกุมไหล่ของเธอไว้แ้ล้วพูดต่อ
ริวโค : จริงอยู่ว่ามนต์ที่สะกตกาฝากไว้แรงกล้ามากและยังมีพันธสัญญาแห่งทูตอีก พลังย่อมแก่กล้าแน่ๆ แต่ว่าแน่นอนว่ากระแสเวทของนางตอนนี้คงไหลเวียนอยู่ในร่างกายของท่านเกือบทั้งหมดแน่นอนและวิธีที่จะยกเลิกพันธสัญญาแห่งทูติได้ ก็มีอยู่ไม่กี่วิธีเท่านั้น และวิธี่เหมาะสมและสร้างความเสียหายแก่นางน้อยที่สุดก็คือ .. 'การทำลายกระแสเวทของนางซะ'
Lan : หมายถึงจะให้สู้กับอันดิเ่น่งั้นหรอ? ทำไมล่ะ?

ริวโค : ถึงมันจะเป็นการต่อสู้ที่ไม่สมน้ำสมเนื้อเพราะกระแสเวทของอีกฝ่ายอ่อนแรงลงมากๆก็เถอะ แต่การตัดกระแสเวทที่อยู่ในร่างกายของนางตอนนี้จะทำให้กระแสเวทที่อยู่ภายในร่างของท่านถูกดึกกลับไปด้วยเงื่อนไขยกเลิก ' คู่สัญญาทรยศ ' ยังไงล่ะ เมื่อใดที่ท่านทำร้ายนางกระแสเวทย์ที่อยู่ในร่างกายของท่านจะกลับไปหานางและจังหวะนั้นให้ท่านรีบหนีออกไปให้ไกลจากบ้านหลังนี้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เป็นไปได้อย่าได้พบกับนางอีกเลยจะยิ่งดี เพราะทูติที่ทำพันธสัญญาด้วยแล้วถูกทรยศนั้นจิตใจจะเรียกร้องหาแ่ต่คู่สัญญาและแน่นอนว่าท่านก็จะเป็นแบบนั้นเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้นางต้้องรับภาระในการรักษาท่าน สู้อย่าได้พบกับนางอีกเลยจะดีกว่าหรือจะมีอีกวิธีหนึ่งแต่เป็นวิธีที่ท่านไม่ต้องการแน่นอน ก็คือ เปลี่ยนนางให้เป็นดาบของท่านซะ

Lan  : ริวโคเจ้า! เจ้าก็รู้นี่ว่าเราเองก็เคยทำแบบนั้นมาก่อนโดยที่ไม่รู้เลยว่าการเปลี่ยนทูติให้เป็นดาบน่ะมันอันตรายขนาดไหน แต่เจ้ากลับพูดเรื่องนี้อีกอย่างนั้นหรอ!? -ผมกัดฟันแน่นด้วยความเจ็บใจเมื่อครั้งในอดีตที่เคยทำพลาดไปเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ริวโค : ข้ารู้ว่าการผนึกทูติและแปลสภาพให้กลายเป็นอาวุธของนักรบเวทย์นั้นเป็นเรื่องยากและต้องใช้กระแสเวทย์ขั้นสูงตามระดับของทูิติที่ท่านจะเปลี่ยนให้เป็นอาวุธของท่านด้วยเช่นกัน แต่ถึงจะทำสำเร็จท่านก็คงจะไม่ยอมเรียกให้นางออกมาฟาดฟันและคร่าชีวิตของใครๆแน่นอนอีกทั้งถ้านางกลายเป็นดาบของท่านนางก็คงรั้นที่จะสะกตกาฝากนั่นด้วยตัวเองเป็นแน่ เพราะฉะนั้นท่านก็ไม่มีทางเลือกนอกจากทำร้ายนางซะแล้วหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ - ถึงจะโมโหที่ริวโคพูดออกมาตรงๆแบบนั้น แต่เราก็เถียงไม่ได้เพราะมันคือความจริงและเป็นตราบาปที่เราเคยทำพลาดไว้ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ยูน่า เราขอโทษ....  - ร่างกายของเราร้อนและมีแต่ความเคียดแค้นกับความอ่อนแอของตัวเองจึงลุกขึ้นมาจากเตียงก่อนที่จะเก็บห้องของนางให้เรียบร้อย

Lan  : ไม่แน่อาจจะได้ประดาบกับแขกของนางด้วย แต่ถึงยังไงเราก็ไม่ยอมให้นางหายไปเด็ดขาด เรย์อิเซน ช่วยเป็นดาบให้เราด้วยเพราะธาตุของเจ้ามีธาตุที่สอดคล้ัองกันกับนางคงจะไม่ทำให้นางบาดเจ็บแน่นอนเพราะเป้าหมายของเรามีเพียงแค่ทำร้ายนาง 1 ครั้งเท่านั้น ส่วนแขกท่าทางจะเป็นคนที่มีฝีมืออยู่เหมือนกันแต่ก็ไม่อยากทำร้ายเค้าเพราะเรื่องแค่นี้ - แล้วเราก็เรียกเรย์อิเซนออกมา แต่น่าแปลกที่พอเรียกออกมาแล้วกลับไม่รู้สึกว่าร่างกายอ่อนเพลียเลยแม้แต่น้อย อะไรกันเกิดอะไรขึ้นทุกครั้งที่เรียกออกมาจะรู้สึกวูบไปแป๊บนึงนี่นา

ริวโค : อย่างนี้นี่เอง ถ้าอย่างนั้นเม็ดยาที่นางให้ท่านทานคงจะผสมเลือดของนางลงไปด้วยสินะ ข้าก็ไม่รู้เลยว่านางเป็นทูติตั้งแต่ได้ยินจากปากของนางเอง เพราะออร่าของนางนั้นเหมือนกับมนุษย์มากซะจนข้าจับสัมผัสของทูติไม่ได้เลย แต่ไม่มีเวลาแล้วยิ่งมัวแต่ชักช้ารังแต่จะทำให้นางอ่อนแรงลง รีบเข้าเถอะนายข้า

ว่าแล้วเราก็เปิดประตูออกและเดินถือเรย์อิเซนออกไปทั้งแบบนั้น ถึงมันจะรู้สึกผิดและเป็นการไม่ให้เกียติผู้มีพระคุณเลยแม้แต่น้อย แต่จะใ้ห้ใครมาตายเพราะร่างกายแบบนี้น่ะไม่เอาด้วยหรอก!

ดูเหมือนว่าหญิงสาวที่ตามอันดิเน่ลงมาจะเดินเข้ามาใกล้แรนเพื่อตรวจสอบอะไรบางอย่าง เมื่ออันดิเน่สังเกตุเห็นว่าชายหนุ่มเดินออกมาจากห้องเธอก็รีบหันกลับมาห้ามไว้ทันที

Undine : แรนอาการของนายยังไม่หายดีนะ เข้าไปนอนพักเสียก่อนสิ - อันดิเน่เดินเข้าหาชายหนุ่มทันทีโดยไม่ได้คำนึงถึงอะไรเลยนอกจากอาการของแรนตอนนี้ -

ดูเหมือนว่าหญิงสาวผิวสีแทนที่ตามมาด้วยนั้นจะเดาการเคลื่อนไหวของแรนอยู่เสียด้วย ตอนนี้เธอเองก็คงจะรู้แล้วว่าแรนกำลังจะทำอะไรอยู่

อันดิเน่เองไม่ได้กังวลถึงดาบวารีที่แรนถือติดมืออกมาด้วยเลย เธอยื่นมือมาแต่ที่หน้าผากของชายหนุ่มและตรวจดูร่างกายของชายหนุ่มอย่างปกติ

Undine : นายคงจะต้องพักอีกซักวันล่ะนะ อาการก็จะดีขึ้นเอง - หญิงสาวยังคงรอยยิ้มที่อ่อนโยนบนใบหน้าไว้ - หญิงสาวคนนั้นมีเรื่องสำคัญจะคุยกับนายด้วยล่ะ - ดูเหมือนว่าอันดิเน่จะไม่ได้คิดพะวงหรือติดใจในตัวของแรนใดๆเลย -


แต่ก่อนจะก้าวไปถึงประตูห้องก็ถูกเปิดออก นั่นคืออัลดิเน่นั่นเองอีกทั้งยังพาแขกที่มาพบเธออีกด้วย อัลดิเน่ทำท่าลุกลี้ลุกลนแล้วเดินมาหาเรา  

Undine : แรนอาการของนายยังไม่หายดีนะ เข้าไปนอนพักเสียก่อนสิ - อันดิเน่เดินเข้าหาชายหนุ่มทันทีโดยไม่ได้คำนึงถึงอะไรเลยนอกจากอาการของแรนตอนนี้ -

ดูเหมือนว่าหญิงสาวผิวสีแทนที่ตามมาด้วยนั้นจะเดาการเคลื่อนไหวของแรนอยู่เสียด้วย ตอนนี้เธอเองก็คงจะรู้แล้วว่าแรนกำลังจะทำอะไรอยู่

อันดิเน่เองไม่ได้กังวลถึงดาบวารีที่แรนถือติดมืออกมาด้วยเลย เธอยื่นมือมาแต่ที่หน้าผากของชายหนุ่มและตรวจดูร่างกายของชายหนุ่มอย่างปกติ


Lan : ขอโทษนะ แค่นี้ก็มากพอแล้วล่ะ.... - เราพูดออกไปโดยที่ไม่รู้ว่าเสียงที่แผ่วเบาแบบนั้นจะทำให้หญิงสาวตรงหน้าได้ยินรึเปล่า แต่ตอนนี้ต้องไปใกล้ๆทางออกอีกซักหน่อยก่อน จะได้หนีได้ง่ายขึ้น

แต่ถึงจะก้าวไปอีกก้าวก็ถูกอัลดิเน่รั้งไว้เหมือนเดิม

Undine : นายคงจะต้องพักอีกซักวันล่ะนะ อาการก็จะดีขึ้นเอง - หญิงสาวยังคงรอยยิ้มที่อ่อนโยนบนใบหน้าไว้ - หญิงสาวคนนั้นมีเรื่องสำคัญจะคุยกับนายด้วยล่ะ - ดูเหมือนว่าอันดิเน่จะไม่ได้คิดพะวงหรือติดใจในตัวของแรนใดๆเลย


เอาอีกแล้วจะใจดีกับเราไปถึงไหนนะ ทั้งๆที่เราจะทำให้เธอหายไปแท้ๆ ทำไมถึงไม่คิดถึงตัวเองบ้างเลยนะ แรนกัดฟันแน่นด้วยความโมโห ตอนนี้ระยะก้าวของเราห่างจากทางออกไม่มาก เอาล่ะ ที่เหลือก็แค่ทำตามที่วางแผนไว้ เรย์อิเซนห้ามฟันโดนนางเด็ดขาดเชียวนะ แค่ทำให้พันธสัญญาหายไปก็พอ  ส่วนแขกที่มีเรื่องจะคุยกับเรา ถ้าหากเป็นไปได้ก็ช่วยหยุดดาบของเราและความทะเยอทะยานนี่ให้ได้ก็แล้วกัน...
จากนั้นแรนก็ดีดตัวถอยออกมาจากอัลดิเน่ 1 ก้าว แล้ววาด(สัน)ดาบเป็นแนวนอนไปที่ท้องของอัลดิเน่ทันที!!!

Rule Active (Reisen) NPC: Undine

หญิงสาวรีบพุ่งเข้ามาจับข้อแขนของแรนไว้ทันทีก่อนที่เขาจะลงมือควงดาบเรย์อิเซนของเขา

? ? ? : "ใจเย็น ๆ ดินาย....มีอะไรพูดกันดีดีก็ได้" เมื่อพูดจบเธอตัดสิ้นใจปล่อยจิตสังหารของมาอยากเต็มที่จนถ้ำสะเทือนเพราะแรงกดดันของเธอ"ถ้าไม่หยุดล่ะก็ ชั้นไม่เกรงใจล่ะ" แววตาเธอดูจริงจังมาก

อันดิเน่รีบพูดเอ่ยห้ามหญิงสาวปริศนาคนนั้นทันทีก่อนที่จะเกิดการปะทะกันขึ้น โดยที่เธอเองก็ยังไม่ได้ติดใจอะไรแรนอยู่ดี ดูเหมือนเธอจะไม่ฉุกคิดเลยแม้แต่น้อยว่าแรนนั้นกำลังจะเงื้อดาบเข้าหาตัวของเธอเอง

Undine : เดี๋ยวก่อนสิ แรนเขาคงแค่ตกใจคนแปลกหน้าเท่านั้นเอง - หญิงสาวเอ่ยขึ้นและใช้วาจาอย่างสันติเพื่อไม่ให้เกิดการวิวาทกันขึ้นเสียก่อน - ยกโทษให้เขาเถอะนะมีอะไรค่อยๆพูดกันก็ได้


Player Reaction : เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 20-6-2010 20:59:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 23-6-2010 00:41

Asia : Eureka_GL_World


Asia Item
Asia Recovery skill
Asia Passive skill
Asia Active skill
Asia Special ability

เสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งของหญิงสาวตรงหน้าส่งจิตอาฆาตรุนแรงมายังชายหนุ่ม เธอเดินเข้ามาหาชายหนุ่มพร้อมกับออร่าแห่งความมืดมิดของเธอด้วยสีหน้ายิ้มระรื่น ดูเหมือนมืออีกข้างนึงของเธอจะกำมีดที่ไม่ปรากฏออกมาเมื่อครั้งก่อนไว้ด้วย ในตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้แค่ทำเพื่อข่มขู่หรือล้อเล่นเท่านั้น แต่เธอต้องการเอาชีวิตของเอเซียอย่างแน่นอน


ให้ตายเถอะ... อะไรกัน... คุณลูกะที่ผมเห็นอยู่นิ เป็นคนละคนกับตอนนั้นจริง ๆ ด้วย
จะสู้ไหวหรือเปล่านะ... ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากให้ " หมอนั้น " ออกมา เพราะฉะนั้นเราต้องรีบชนะให้เร็วที่สุด...

ผมเดินเข้าไปหาลูกะ โดยไร้ซึ่งความกลัว

" คุณลูกะ... ทําไมถึงต้องการชีวิตผมรึครับ "

Asia : Hp 18 / 18 : Mp 2 / 2 : Atk 44 Evade 18 Def 24 Magic 2 Dex 2 Critical 2 Lucky Dodge 1 : รับการโจมตีจากลูกะ

Ruka : Hp 10 / 10 : Mp 2 / 2 : Atk 15 Evade 50 Def 16 Magic 2 Dex 4 Critical 10 Lucky Dodge 5 : ใช้สกิล : Iainuki โจมตี

Ruka Atk 15 Dex 4 > Asia Def 24 Evade 18 > Miss > Ruka Critical 10 > Ruka Atk*2 > 30 - 24 = 6 - 18 > 12 / 18

หญิงสาวไม่เริ่มตอบคำถามเอเซียก่อน แต่เป็นคมจิตสังหารที่พุ่งเขาใส่ชายหนุ่มอย่างไร้ปราณี


อะไรกันแค่จิตสังหารเท่านั้นเอง...
แย่ล่ะ... อ๊าก แผลเก่าก็ยังไม่หาย ขืนโดนอีกทีล่ะก็คงขยับไม่ไหวแน่ ๆ
ถ้างั้น สายลมเอ๋ย ช่วยเป็นพลังให้แก่ผมด้วยเถอะ !

หลังจากที่โดนจิตสังหารเข้าเฉือดกายเนื้อ ผมรีบใช้ดาบปักพื้นดินแล้วงัดขึ้น
ทําให้เกิดเศษดินและทรายลอยขึ้นมาบนฟ้า พร้อมใช้พลังลมกระจายทรายไปทั่ว
ทําให้คุณลูกะมองอะไรไม่เห็นไปชั่วขณะ

" ตอนนี้ล่ะ "

ผมทิ้งร่างปลอมของผมที่สร้างขึ้นด้วยลมไว้ตรงหน้าคุณลูกะ และหนีไปหลบหลังต้นไม้

ลูกะ : " ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ " - หญิงสาวหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง - " เพื่อให้มายูมิ เดินได้ ....... แม้ต่อให้ฆ่านายซัก 10 รอบ ........ ชั้นก็จะทำ "

Asia : Hp 12 / 18 : Mp 2 / 2 : Atk 44 Evade 18 Def 24 Magic 2 Dex 2 Critical 2 Lucky Dodge 1 : ใช้ 1 As ( ใช้ลมสบัดหมอกทราย 1 , สร้างร่างปลอมจากลม 1 ) AS : [   - - - l - - - - l - - - - l - - - - l - - - - ] ( ร่างปลอมที่สร้างขึ้นมาถือว่าเป็นสิ่งไม่มีชีวิต )

Ruka : Hp 10 / 10 : Mp 2 / 2 : Atk 15 Evade 50 Def 16 Magic 2 Dex 4 Critical 10 Lucky Dodge 5 : ใช้สกิล : Iainuki โจมตี

Ruka Atk 15 Dex 4 > Asia Def 24 Evade 18 > Ruka agi 25 > Asia agi 9 > Iainuki โจมตีโดนเป้าหมายก่อนที่จะหลบซ่อนตัวสำเร็จ > Critical 10 > 6 - 12 > 6 / 18

ลมหมอกทราย > Ruka Dex = 0

ดูเหมือนคมจิตสังหารของลูกะจะมีความไวเหนือสายลมของเอเซียอยู่มากทำให้จิตสังหารนั้นบาดโดนที่ตัวของเอเซียก่อนที่เขาจะซุ่มหลบในต้นไม้ในบริเวณนั้น


นั้นสินะ... เพื่อคนสําคัญแล้วต่อให้ต้องกลายเป็นปีศาจ...

" Xsia ได้ยินผมหรือเปล่า... ถ้าได้ยินล่ะก็... นายคิดว่าสิ่งที่ผมกําลังจะทํามันถูกหรือยัง... "

ผมจ้องมองไปที่ดาบขนาดใหญ่แล้วบ่นอยู่คนเดียว สักพักก็ยิ้มออกมา

" ขอบใจนะ... "

ผมเดินออกมาจากหลังต้นไ้ม้ เตรียมตัวรบเต็มตัว และผมก็ตะโกนตอบคุณลูกะกลางหมอกทราย
ถึงสายตาของผมจะมองไม่เห็นเหมือนกันแต่... สายลมน่ะ... บอกตําแหน่งของคุณลูกะแก่ผมอย่างชัดเจน

" คุณลูกะ ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณนะครับ ถ้าเป็นผมแต่ก่อน อาจจะยอมมอบชีวิตของผมให้เลยก็ได้... "

ผมพูดพร้อมรักษาระยะออกจากตัวคุณลูกะให้อยู่ในตําแหน่งที่พอเหมาะ

" แต่ตอนนี้ผมก็มีสิ่งที่อยากปกป้องเหมือนกัน ร่วมทั้งมายูมิจังด้วย !! "

สายลมเอ๋ย ขอยืมพลังด้วยเถอะ ! ผมสร้างร่างปลอมของตัวเองออกเป็นจํานวนมาก พร้อมระดมพุ่งเข้ามาคุณลูกะพร้อม ๆ กัน
ตัวไหนเข้าใกล้ให้จุดที่พอเหมาะจะแตกตัวออกเป็นสายลมเพื่อรัดกุมตัวของคุณลูกะไม่ให้ขยับไปไหนได้
ตัวไหนถูกกําจัดก็จะกลายเป็นลมระเบิดทําให้การเครื่องไหวของคุณลูกะติดขัด
ถ้าหากถูกจับกุมหรือเข้าใกล้ได้ละก็ ต้องใช้ด้ามของดาบทุบไปที่ท้องให้เธอสงบ !

Asia : Hp 12 / 18 : Mp 2 / 2 : Atk 44 Evade 18 Def 24 Magic 2 Dex 2 Critical 2 Lucky Dodge 1 : ใช้ 1 As ( แยกร่างปลอมลมจำนวนมาก 4 , ฝังระเบิดพลังลมในแต่ล่ะร่างแยก 4 , ร่างลมพันธนาการ 2 ) AS : [        l         l         l - - - - l - - - - ] ( ร่างปลอมที่สร้างขึ้นมาถือว่าเป็นสิ่งไม่มีชีวิต )

Ruka : Hp 10 / 10 : Mp 2 / 2 : Atk 15 Evade 50 Def 16 Magic 2 Dex 4 Critical 10 Lucky Dodge 5 : ใช้สกิล : Iainuki โจมตี

Ruka Activated : Iainuki ใส่ Asia > เนื่องจากฉากที่ไม่สามารถมองเห็นทำให้จิตสังหารของลูกะคลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่ว่าเธอก็สามารถโจมตีร่างปลอมที่เห็นในระยะสายตาใต้หมอกลมนี้ได้ > Asia Damage 0 เนื่องจากร่างปลอมถูกใช้รับการโจมตีแทนไปด้วย > ร่างแยกลมได้ระเบิดเฉี่ยวลูกะไปบางส่วนเนื่องจากไม่ขยับที่ ( Agi 25 ) Ruka 4 - 10 > 6 / 10

ลมหมอกทราย > Ruka Dex = 0

Asia > ร่างแยกจำนวนเริ่มถดถอยลงอย่างมาก


เอาล่ะ ได้การล่ะ ตอนนี้เราคงกําลังได้เปรียบอยู่ละมั้ง ถ้ายังอยู่ในพื้นที่หมอกทรายนี้
คราวนี้แค่ทําให้คุณลูกะออกไปไม่ได้เป็นพอล่ะนะ

สายลมเอ๋ยจงสร้างอาณาเขตแห่งสายลม ! พายุขนาดเ็กก่อตัวขึ้นล้อมบริเวณที่ยังมีทรายอยู่เพื่อไม่ให้สิ่งใดเข้าหรือออกได้
และเพราะพายุที่สร้างขึ้น ทําให้ทรายในบริเวณนั้นพุ่งไปมาด้วยความเร็วสูง ทําให้คนที่โดนเม็ดทรายนั้นบาดเจ็บได้ ทําให้การเครื่องไหวติดขัด
แต่ผมสามารถทําให้ทรายไม่พุ่งมาโดนตัวได้โดยใช้ลมที่ตัวเองควบคุมอยู่

ที่เหลือก็รีบพุ่งเข้าโจมตี ผมรีบพุ่งเข้าไปพร้อมกับร่างปลอมเพื่อโจมตีคุณลูกะให้สลบ

- หญิงสาวเคลื่อนที่่่เี็ร็วขึ้นเพื่อจะออกมาโจมตีชายหนุ่มแต่ดูเหมือนเธอจะยังคงติดพันอยู่กับพายุทรายที่เอเซียสร้างขึ้น -

ลูกะ : " แล้วทำไมนายต้องทำให้มายูมิพิการด้วยหละ ห๊ะ !!! "" นายเคยคิดบ้างไหม ว่ามายูมิจะต้องทนใช้ชีวิตแบบนี้มานานแค่ไหน !!! นายมันก็แค่ผู้ชายทั่วไป ที่ไม่เห็นหัวผู้หญิงเหมือนกับพ่อชั้นนั่นแหละ !!! "

ดูเหมือนว่าลูกะจะยังไม่สามารถฝ่าพายุทรายออกมาได้อย่างง่ายดายนัก

Asia : Hp 12 / 18 : Mp 2 / 2 : Atk 44 Evade 18 Def 24 Magic 2 Dex 2 Critical 2 Lucky Dodge 1 : ใช้ 1 As ( อาณาเขตลมขนาดใหญ่ 2 ) AS : [        l         l         l     - - l - - - - ] ( ร่างปลอมที่สร้างขึ้นมาถือว่าเป็นสิ่งไม่มีชีวิต )

Ruka : Hp 6 / 10 : Mp 2 / 2 : Atk 15 Evade 50 Def 16 Magic 2 Dex 4 Critical 10 Lucky Dodge 5 : ใช้สกิล : ตั้งรับการโจมตี

Asia Atk 44 Evade 18 Dex 2 > Ruka Def 16 Evade 50 Luck 5 > การโจมตีทั้งหมดพลาดเป้าหมาย(รวมร่างแยกด้วย) MISS > ลูกะได้รับผลจากทรายเสียดสี Hp 1 - 6 > 5 / 10


ห๊ะ...

หลังจากที่ผมได้ฟังคําพูดประโยคนั้นของคุณลูกะ ทั้งพายุ กระแสลม และร่างแยกต่างค่อย ๆ สลายหายไปทันที
ผมลดดาบลงแล้วพูด

" มายูมิจัง เดินไม่ได้เพราะผมอย่างงั้นเหรอ... ไม่จริงน้า... ไม่จริงใช่ไหมครับ "

ผมเริ่มสับสนมากขึ้น

" ทั้ง ๆ ที่ ผมเพิ่งได้รู้จักกับมายูมิจังเมื่อเช้านี้เอง จะไปทําแบบนั้นได้ยังไงกัน ! "

ผมตะโกนถามคุณลูกะด้วยความสับสน

ลูกะรีบฉวยโอกาศพุ่งเข้าไปหาชายหนุ่มพร้อมกับผลักให้ล้ม และขึ้นคร่อมร่างของคู่ต่อสู้ของเธอทันที ปลายแหลมคมของเซตโต คันนะ จ่อตรงหน้าของเขา แต่เธอก็กลับนิ่งไปเสียดื้อๆ ปลายดาบของเธอเริ่มสั่นไหวไม่มั่นคงเหมือนการต่อสู้ที่ผ่านมาน้ำตาของเธอค่อยๆปริออกจนไหลออกมาจากเบ้าตาของเธอ ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องบางอย่างรบกวนจิตใจของเธออยู่


" คุณลูกะ... "

ในตอนนั้นผมไม่กลัวปลายดาบของคุณลูกะเลยแม้แต่นิดเดียว
ผมเห็นแต่ใบหน้าที่แสนเศร้าของคุณลูกะ
ผมใช้มือขวาไปเช็ดนํ้าตาทั้ง 2 ข้างของคุณลูกะ

" ไม่เป็นไรนะครับ... "

นัยต์ตาของผมเริ่มมืดลง สงสัยระบบพักผ่อนของร่างกายจะทํางานซะแล้ว

นัยต์ตาของชายหนุ่มกลับต้องลุกวาวขึ้นมาอีกครั้งด้วยภาพหญิงสาวเบื่้องหน้าีท่ไม่ได้สติคืนมา เธอนั้นแววตาเลื่อนลอยไปจากตัวเองและไม่สามารถควบคุมได้ มีดที่ฝ่ามือของเธอค่อยๆหันคมเขาหาตัวเองในช่วงอกยังส่วนของร่างกาย

ลูกะ : " ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ชั้นไม่ผิดใช่ไหม ................... " - หยิงสาวค่อยๆหันมีดและเคลื่อนไหวมันอย่างช้าๆ -


ตาเริ่มมัวแล้วสิ... แต่คุณลูกะ...

ผมลดมือลงมาจับปลายมีดของคุณลูกะที่กําลังเล็งเข้าไปที่ตัวของเธอเอง
ผมใช้แรงทั้งหมดที่มีอยู่ตอนนั้นกุมปลายดาบไว้แน่นไม่สนว่ามันจะคมแค่ไหน
เลือดของผมเริ่มไหลออกมาจากมือลงสู่ใบหน้าของผมทีล่ะหยด...

" มะ... ไม่ผิดหรอกครับ... "

ผมยิ้มตอบ

" ผมเชื่อว่า ทุกคนบนโลกใบนี้น่ะ... เคยทําผิดกันมาทั้งนั้น ทั้งผม ทั้งคุณ ก็ล้วนแล้วเป็น 1 ในนั้น
ทั้งแบบที่ตั้งใจ และไม่ตั้งใจ... ทั้งแบบที่ช่วยไม่ได้... ทุกคนล้วนแล้วแต่มีเหตุผลที่จะกระทํา...
อย่างที่คุณลูกะคิดจะฆ่าผมเพื่อช่วยมายูมิจัง... ผมไม่โกรธหรอกนะครับ...
ผมพร้อมที่จะให้อภัยทุกข้อผิดพลาดของคุณนะครับ เพราะฉะนั้น...
อย่าทําร้ายตัวเองเลยนะครับ... "

สายลมอ่อน ๆ พัดโชยไปทั่วบริเวณนั้น ผมยิ้มทั่วทั้งใบหน้าอีกครั้งนึง ก่อนที่มือที่กุมมีดสั้นไว้อย่างแน่นหนาจะคลายตัวลงสู่พื้นดิน
พร้อมกับตัวผมที่หลับไป...

ขณะที่เขาสลบอยุ่ดูเหมือนภาพเลือนลางที่ลูกะได้ทำการจุมพิศเขาจะเลือนลางอยู่จากนั้นไม่นานตัวเขาก็ได้ลอยขึ้นไปบนฟ้าเหมือนกับตัวเขาเองกำลังค่อยๆขึ้นไปยังสถานที่บนฟากฟ้าทีเดียวแต่จู่ๆเขาเองก็ตกลงมาดังผลักกับพื้นโดยที่ตัวเองยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย

คังโดริ มิทสึ : ค . . . คุณเอเซีย - หญิงสาวค่อยๆเอานิ้วจิ้มที่ซากมนุษย์ที่ไม่แน่ใจว่าตายไปรึยัง และใช่มนต์รักษาเบื้องต้นช่วยให้เอเซียลุกขึ้นมาได้ - ไปทำอะไรมาน่ะค่ะร่างกายทรุดโทรมไปหมดเลย - หญิงสาวเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง -


" คุณคังโดริ ! ไม่เป็นไรนะครับ ! โล่งอกไปที แล้วคุณลูกะ ล่ะครับ ! "

ทันทีที่ผมตื่นขึ้นเห็นคุณคังโดริ ผมรีบใช้มือทั้ง 2 จับไปที่ไหล่พร้อมถามออกไปอย่างเป็นห่วง ถึงจะดูรีบร้อนจนดูน่าตกใจไปหน่อยก็เถอะ
แต่เอ๋... ไหงเรามาที่นี้ได้นิ ผมมองไปมองมา ทั้ง ๆ ที่ผมน่าจะอยู่ที่บ้านของอาตันแท้ ๆ เกิดอะไรขึ้นเนี้ย

" ที่นี้มัน... ที่ไหนง่า... "

ผมจ้องหน้าคุณคังโดริแล้วถามออกไป

หญิงสาวทำหน้างุนงงเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆตอบออกไปกับชายหนุ่มที่ทำหน้าตื่นอยู่ตรงหน้า

คังโดริ มิทสึ : เอ๋ ? ชั้นเองมาพบคุณเอเซียนอนสลบอยู่ตรงนี้น่ะค่ะ ส่วนคุณลูกะเองชั้นก็ไม่เห็นเธอเลยเหมือนกัน - หญิงสาวตอบเรียบๆและตรงประเด็น - จะตามหาคุณลูกะทำไมเหรอค่ะ ? เมื่อครู่ตอนอยู่ที่หน้าบ้านคุณเอเซียบอกว่ามีธุระสำคัญต้องไปทำไม่ใช่เหรอค่ะ ? - หญิงสาวถามกลับ -


" เอ่อ... ครับคือ มีเรื่องเล็กน้อยน่ะครับ "

ผมค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน หลังทําใจให้สงบได้แล้ว

" คุณคังโดริไปบ้านคุณอาตันกันเถอะครับ คุณลูกะอาจจะยังอยู่ที่นั้นก็ได้ "

หลังจากชวนคุณลูกะเสร็จ ผมก็ออกตัวเดินกลับไปที่คฤหาส

" อุ้ย... ยังเจ็บอยู่เลยแฮะ "
ระหว่างทางคังโดริก็ได้ทำหน้าแปลกๆและเหล่มาที่เอเซีย

คังโดริ มิทสึ : คุณเอเซีย . . . . อาตันนี่ใครเหรอค่ะ ? - หญิงสาวเหล่พร้อมทั้งจ้องชายหนุ่มอย่างไม่ละสายตาจนกระทั่งเขามาถึงคฤหาส -


" เอ... ก็ผู้หญิงผมสีเหลืองที่คุณแอนนาบอกล่ะครับ "

ผมถามกลับคุณคังโดริแบบเรียบ ๆ และก็มาถึงหน้าประตูคฤหาสพอดี

" อาตัน ~ อาตัน ~ เขาเข้าไปหน่อยได้ไหมคร้าบ "

ผมตระโกนเรียก อาตัน จากข้างนอก

คำพูดของชายหนุ่มยิ่งทำให้ดังโดริมองชายหนุ่มอย่างไม่คลาดสายตาเลยทีเดียว บานประตูค่อยๆเปิดออกตรงหน้าเขาก่อนที่หญิงสาวผมสีเหลืองจะออกมาและมองไปที่ชายหนุ่ม

อาตัน : เอเซีย !! - หญิงสาวรีบปิดประตูลงและตะโกนบอกทันที - ตอนนี้นายเข้ามาไม่ได้นะ !! - ดูเหมือนว่าเธอจะปกปิดอะไรไว้ในบ้านตอนนี้เสียด้วย

แต่ว่าดูเหมือนจะไม่ทันเสียแล้วคังโดริรีบวิ่งเข้าไปดันประตูทันที

คังโดริ มิทสึ : เปิดเดี๋ยวนี้น้า !! เธอเป็นอะไรกับเอเซียกันน่ะ บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ - ดูเหมือนคำพูดนั้นจะทำให้อาตันนิ่งไปชั่วครู่ทำให้คังโดริดันประตูเข้าไปสำเร็จ - กรี๊ด !! หญิงสาวล้มลงหน้าฟาดพื้นทันทีเนื่องจากตัวเองดันประตูด้วยแรงที่มีทั้งหมด - จะปล่อยทำำไมไม่บอกก่อนเล่า . . . เอ๋ ?

อาตันสบตามองไปยังชายหนุ่ม เธอยืนนิ่งค้าง ไม่มีเสียงใดๆเอ่ยออกมาจากปากของเธอ ดูเหมือนว่านั่นจะเป็นคำตอบที่เธอได้รอคอยจากชายหนุ่มมานานนับสิบปีเลยทีเดียวแต่จู่ๆเธอก็หน้าแดงขึ้นมาและตะโกนขึ้น

อาตัน : ห้ามเข้ามาตอนนี้นะ !! พวกนายจะเข้ามาตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด !!


Player Reaction : จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 18-4-2021 13:42 , Processed in 0.100454 second(s), 24 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้