Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: tesstrossa

[Play][V.1][Start !!] Role : The world

  [คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 21-5-2010 16:03:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 25-5-2010 18:31

ความเดิมตอนที่แล้ว



Stella Item
Stella Recovey skill
Stella Passive skill
Stella Active skill
Stella Special ability
Room mate :


"แฮ่กๆๆ คะ.. คราวนี้อะไรอีกล่ะเนี่ย"สเตล่ามองไปที่หมู่บ้านบนยอดเขาพลางพูดออกมาอย่างเหนื่อยล้า เด้ฏสาวพยายามก่ายมือไปด้านหลังหากระเป๋าเป้ของเธอที่ไส่ขวดยา Apple  Gel เอาไว้แต่ก็ไม่พบ

"กรี๊ดดดด สัมภาระอยู่ที่อีตาสิ้นหวังหมดเลยนี่" สเตล่าจับหัวของตัวเองอย่างสิ้นหวัง "คิดจะทำอะไรน่ะ ยัยเด็กปากเสีย"เสียงของสเตล่า(ชาย)ดังขึ้น "กะ.. ก็แค่จะไปเอาของกินเท่านั้นแหละน่า ชั้นเหนื่อยนะ จะให้ไปทำอะไรต่อทั้งอย่างงี้รึไง"เด็กสาวเถียงกลับไปพลางเอามือกุมตาข้างซ้ายของเธอที่กำลังค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีฟ้า

"นั่นมันแค่ข้ออ้าง ที่จริงแล้วเธอเป็นห่วงไอ้สวะนั่นล่ะสิ"เพราะคำพูดของสเตล่า(ชาย)ทำให้เด็กสาวหน้าแดงขึ้นมา "แกอยากจะให้พวกเราตายทั้งคู่รึไงห๊ะยัยเด็กโง่ ถ้าขืนแกยังดื้อไม่เข้าเรื่องชั้นจะ.. หืม"บทพูดของสเตล่า(ชาย)หยุดไปกลางคันเมื่อเค้ารู้สึกถึงอะไรบางอย่างในหมู่บ้านร้างนั่น

"หึหึหึ อย่างงี้เองเรอะ เข้าใจล่ะ"ชายหนุ่มทึ้งคำพูดสั้นๆเอาไว้ก่อนที่จะหายไปจากจิตใต้สำนึกของสเตล่า และนั่นทำให้เด็กสาวตัดสินใจย้อนกลับไปหาคู่หูของเธอ...

เสร็จสิ้น ขอใช้พ้อยอัพค่า DEX 2 STR 1 นะจ๊ะ - รอการอั้พเดท -
บรรยากาศเหมือนกับเป็นคนล่ะสถานที่จากที่เด็กสาววิ่งไปเมื่อกี้นี้ สีของทิวทัศที่ดูจางหายและผีเสื้อสีแดงเลือดที่บินไปมารอบๆบริเวณนี้ ร่างกายของหญิงสาวคนนั้นมีกลิ่นอายของโลหิตกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ทั้งต้นไม้และดอกไม้ต่างเหี่ยวเฉาและตายลงอย่างกระทันหัน ชายหนุ่มแว่นเหล็กยืนมองทิ้งระยะไว้ หญิงสาวคนนั้นอยู่ไกลจากสเตล่าและเซ็ทสึโบเพียงไม่กี่ก้าวเดินเท่านั้น ร่างกายของเธอกำลังจะเปลี่ยนไปเป็นอะไรบางอย่างที่น่ากลัว ทำให้สเตล่าชายให้ตัวของสเตล่าสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณอันมหาศาลในตัวของหญิงสาวคนนั้น

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : สเตล่า . . . ไหนบอกว่าเขาอยากจะคุยกับชั้นไง . . . นี่จะกินตับชั้นหรือจะคุยกับชั้นกันแน่เนี่ย . . . - ชายหนุ่มค่อยๆถอยมายืนข้างๆสเตล่าและกระซิบข้างหูเด็กสาว - เธอรู้จักคนแปลกๆและอันตรายเยอะนะ ดูเหมือนจะเจอมาอีกคนซะแล้ว . . .


Player Reaction : เชิญจ้า

"หนะ.. หนวกหูน่า อย่าเข้ามาไกล้ชั้นนะ ไอ้บ้า !!" สเตล่าที่กำลังง้างขาเตรียมประเคนลูกเตะไส่เซ็ทสึโบกลับเกร็งจนไม่สามารถทำได้ ภาพตรงหน้าทำให้ร่างกายของเธอไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ด้วยพลังกดดันวิญญาณ(เทพมรณะ) "บ้าที่สุด" เด็กสาวสบถออกมาอย่างสิ้นหวัง ไม่ว่าเธอจะพยายามคิดถึงวิธีต่อสู้แบบไหนยังไง ก็ไม่อาจจะเทียบเคียงพลังมหาศาลตรงหน้าได้เลย เธอหันไปหาคู่หูของเธอช้าๆก่อนจะกล่าวออกมาด้วยเสียงอันแผ่วเบา "นี่... คราวนี้อาจจะตายก็ได้นะ..."

ภายในห้วงความมืดมิด ร่างของชายหนุ่มกำลังมองภาพเหตุการณ์จากสายตาของสเตล่าผ่านภาพนิมิตค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมา "หึ บางที นี่อาจจะเป็นโอกาสของชั้นก็ได้นะเนี่ย" สเตล่า(ชาย)พูดออกมาเบาๆ เขาค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ นัยน์ตาสีแดงดำของเขาสะท้อนภาพของหญิงสาวปริศนาตรงหน้าออกมาอย่างชัดเจน ใช่ ตอนนี้เขาครอบครองร่างกายกว่า 80 % ของสเตล่า(หญิง)ไปเรียบร้อยแล้ว (100%คือการสลับตัว)

"ชั้นจะไม่ถามชื่อของเธอหรอกนะ และจะไม่ขอให้ไว้ชีวิตด้วย..." สเตล่าพูดออกมาด้วยเสียงของผู้ชายและผู้หญิงซ้อนทับกัน ตาซ้ายของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงตำ "และถ้าอยากจะให้ฆ่าไอ้สวะข้างๆนี่เพื่อแสดงความเป็นมิตรก็ไม่ว่ากัน" สเตล่าเอ่ยหน้าตายโดยสายตาของเธอยังคงจดจ้องไปที่ใบหน้าของหญิงสาวปริศนา เหงื่อกาฬของเธอแตกพลั่ก นี่คงเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ของสเตล่า(ชาย) "ชั้นอาจจะมีข้อมูลที่เธอต้องการก็ได้ สนใจจะแลกเปลี่ยนกันมั้ย คุณผู้หญิง...."

เซ็ทสึโบเหงื่อแตกซีดอีกครั้งหลังจากสเตล่าพูดโดยไม่สนใจใยดีถึงความปลอดภัยในชีวิตของเขา เขาค่อยๆกำมือขึ้นและน้ำตาไหลพรากออกมาด้วยความสิ้นหวัง

หญิงสาวหยุดชะงักลง ภาพขาวดำและจิตอาฆาตค่อยๆลดลงทีล่ะนิดๆร่างซ้อนของเธอนั้นค่อยๆหายไปจนทิ้งไว้แต่ร่างผู้หญิงธรรมดานี้ บรรยากาศกลับมาสดใสเหมือนเดิมอีกครั้งหนึ่งเหมือนก่อนหน้านี้ เธอค่อยๆเดินเข้ามาหาสเตล่าที่ยืนอยู่ข้างๆเซ็ทสึโบเธอลดสายตาลงมองเด็กสาวด้วยสีหน้านิ่งๆ ผีเสื้อแดงของเธอบินกระจายหายออกไปตามทิศทางต่างๆเหลือเพียงแค่ตัวเดียวที่บินกระพือปีกอยู่ระหว่างหญิงสาวและเด็กสาว

? ? ? : ถ้ามันไม่คุ้มค่าพอ เราก็คงจะไม่ปล่อยพวกเธอไปล่ะนะ - หญิงสาวจ้องหน้าของสเตล่า -


"หึ หึ หึ แน่นอนว่าเธอไม่ผิดหวังแน่" สเตล่าหัวเราะในลำคอ พลังไฟฟ้าจำนวนหนึ่งจากร่างกายของเธอดีดเซ็ทสึโบกระเด็นออกไปไกล "เอาล่ะ คุณผู้หญิง คราวนี้ก็ไม่มีตัวเกะแกะแล้ว" สเตล่าเอ่ยเสียงเรียบ ประจุไฟฟ้ามหาศาลพวยพุ่งออกมาห่อหุ้มร่างของทั้งสองเอาไว้ก่อนที่ฉากทั้งฉากจะตกอยู่ในความมืดมิด ใช่แล้ว ที่นี่คือสถานที่ ที่สเตล่าทั้งสองใช้ในการสนทนากันหรือก็คือ ภายในจิตใต้สำนึกแห่งความมืดของสเตล่าทั้งสองนั่นเอง

"ชั้นไม่ชอบพูดมาก เลยขอใช้วิธีส่งข้อมูลตรงเข้าความทรงจำของเธอเลยก็แล้วกัน" ในห้วงมิตินี้ ร่างกายของสเตล่าชายได้ปรากฏขึ้น เขาพูดกับผู้หญิงตรงหน้าอย่างใจเย็น ประจุไฟฟ้าสีดำเล็กๆก่อตัวกันอยู่ที่หน้าผากของเขาก่อนที่พวกมันทั้งหมดจะพุ่งตรงเข้าไส่หน้าผากของผู้หญิงปริศนาตรงหน้าทันที

การส่งข้อมูลของสเตล่าชายเริ่มขึ้นแล้ว เขาส่งข้อมูลเกี่ยวกับแกรนด์ฟอลทั้งหมดที่เขารู้ให้กับผู้หญิงคนนั้นยกเว้นเรื่องสะพานแห่งแสงยานห้วงเวลาเวทย์มนต์ เมื่อส่งข้อมูลเสร็จสิ้นสเตล่าชายก็ค่อยๆลืมตาขึ้น "เป็นข้อมูลที่น่าสนใจดีไม่น้อยเลยใช่มั้ยล่ะ หืม"ดวงตาสีแดงตำและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าของเขาอีกครั้ง...

ชายหนุ่มตกใจและงุน งง เขาไม่ค่อยเข้าใจว่าตกลงสเตล่าจะทำอะไร ยังไง เมื่อไร ที่ไหนกันแน่ รวมทั้งเมื่อไรจะเปลี่ยนตัวกับอีกคนในร่างกายของเธอด้วย แต่เซ็ทสึโบได้แค่สันนิษฐานเท่านั้น เขาค่อยๆกลับมาหลังจากโดนดีดไปไกลด้วยความยากลำบากในการปีนเขา

หญิงสาวปริศนายิ้มออกมาที่มุมปาก เธอค่อยๆลดออร่าวิญญาณของเธอลงจนเป็นปกติแล้วมองมาที่สเตล่า เธอยังคงไม่ขยับตัวไปไหนจากที่เดิม ดูเหมือนว่าสเตล่าชายจะไม่สามารถควบคุมตัวเองให้ออกจากมิติที่ตนเองสร้างขึ้นมาได้อย่างกระทันหัน

? ? ? : เงื่อนไขล่ะ ? - เธอถามอย่างตรงไปตรงมา - และเรื่องคู่หู และร่างของนายด้วย


(มิติถูกปิดกั้น ยัยนี่มันอะไรกัน บ้าชิบ)ชายหนุ่มสบถในใจ เขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติทันที "ถามได้ดีนี่ ชั้นไม่อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเธอ เพราะงั้นฉันจะไม่ถามว่าเธอเป็นใคร มาจากไหนและต้องการอะไร.."สเตล่า(ชาย)ปั้นหน้ายิ้มอย่างเป็นมิตร เขาเริ่มออกเดินวนไปรอบตัวของหญิงปริศนาจนมาหยุดอยู่ด้านหลัง "พลังของเธอ... คืออะไร ?"

หญิงสาวไม่หันกลับมามองที่สเตล่าชาย เธอยืนหันหลังอยู่เหมือนเดิม

? ? ? : Physco Graviton สกิลพื้นฐานของชั้นที่จะเปลี่ยนฟิลด์รอบด้านให้ทุกอย่างเสมือนจริงได้ตามที่ชั้นต้องการ ชั้นตอบคำถามนายแล้วคราวนี้นายก็บอกเงื่อนไขของนายมาบ้าง - เธอยืนหันหลังให้กับสเตล่าชายและยิงคำถามเดิมโดยตรงไปที่เขา -


(ยัยนี่ไม่รู้เรื่องแกรนด์ฟอลเลยแม้แต่น้อย พลังที่สามารถเปลี่ยนสถานที่ได้ตามต้องการนี่ จะมีค่าให้ใช้งานแค่ไหนกันนะ) ชายหนุ่มเริ่มใช้ความคิดอีกครั้ง "เรื่องของไอ้สวะนั่น ชั้นเองก็ยังมีบางอย่างที่ไม่เข้าใจ คนที่ฝีมือสวะแบบนั้นกลับกุมความลับสำคัญส่วนหนึ่งของแกรนด์ฟอลเอาไว้ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ชั้นลำบากใจ แค่มดที่เลี้ยงเอาไว้ อยากจะขยี้ให้แบนตอนไหนก็ได้ทั้งนั้น"สเตล่า(ชาย)เริ่มตอบคำถามของสาวปริศนา

"แล้วก็อีกคำถามนึง" ชายหนุ่มทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่นึง ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้น "เคยได้ยินการวิจัยพัฒนาเพื่อสร้างผู้มีพลังพิเศษระดับ6รึปล่าว คุณผู้หญิง ?" สเตล่า(ชาย)ยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมกับร่างของเขาที่โผล่พรวดออกมาต่อหน้าหญิงปริศนา

หญิงสาวแน่นิ่งเช่นเดิม ไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของเธอ เธอค่อยๆหันมาทางสเตล่าชายและคลายสะกดที่ล๊อกตัวของพวกเขาสองคนที่คุยกันเป็นการส่วนตัวนั้นออกไป เธอมองมาทางสเตล่าสาวและเอ่ยขึ้น

? ? ? : ตอนนี้ชั้นคงจะตอบแค่คำถามเดียวเท่านั้น จนกว่าจะถึงเวลาที่สมควรชั้นจะเล่าเรื่องของ LV 6 ให้ฟัง อยากได้ข้อมูลมันก็ต้องเริ่มจากความเป็นประโยชน์ซึ่งกันและกันก่อนสิจริงไหม ? - พื้นที่รอบด้านสเตล่ากลับเป็นปกติ ณ เวลานี้มีเพียงร่างหญิงสาวในชุดกิโมโนสีขาวธรรมดาคนหนึ่งยืนอยู่กับเธอตามลำพัง -

ขณะเดียวกันเซ็ทสึโบก็ได้ปีนเขาขึ้นมาถึง ภาพตรงหน้าเขาคือเด็กสาวที่ยืนมองหน้ากับหญิงสาวในชุดกิโมโนคนนั้น ก่อนที่ชายหนุ่มสิ้นหวังจะเอ่ยอะไรขึ้นมาบางอย่างซะก่อน เธอคนัน้นก็ได้พูดขันขึ้นมา

? ? ? : ชั้นขอร่วมเดินทางไปด้วยซักพักสิ . . .


สเตล่ายิ้มที่มุมปากทันทีเมื่อได้ยินคำถามของหญิงสาวปริศนา "ชั้นไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว และดูเหมือนเธอคงอยากจะใช้ชั้นสินะคุณผู้หญิง"สเตล่าแสยะยิ้มอย่างรู้ทัน "ถ้าจะให้ชั้นเดา คงจะเป็นหมู่บ้านบนเขานั่นสินะ แต่ว่าร่างหลักของชั้นมันถึงขีดจำกัดซะแล้ว ถ้าอยากจะให้ทำอะไรก็ขอเป็นหลังจากพักผ่อนซักครู่ล่ะนะ"พูดจบ ดวงตาของสเตล่าก็ค่อยๆเปลี่ยนกลับมาเป็นสีน้ำเงินดังเดิมโดยที่ร่างกายยังเซไปเซมาเล็กน้อย

"อูยยยย ปวดหัวจัง ไอ้เจ้าบ้า อย่ายึดร่างคนอื่นไปโดยพลการสิยะ"สเตล่าบ่นอย่างหัวเสียกับตัวเอง "นี่เจ้าแว่น จัดอาหารทีสิ ชั้นหิวแล้วนะ"สเตล่าตะโกนขึ้นเหมือนรู้ว่าเซ็ทสึโบอยู่แถวๆนั้น ก่่อนที่เธอจะเงยหน้ามองหญิงสาวปริศนาตรงหน้า "เธอน่ะ มากินด้วยกันสิ ชั้นรู้นะว่าเธอน่ะหิวข้าวมากจนหน้าซีดเลยใช่มั้ยล่ะ !!" สเตล่าชี้หน้าหญิงสาวปริศนามืออีกข้างเท้าเอวไว้ พร้อมกับพูดออกมาอย่างกับนักสืบหัวเห็ดที่กำลังกล่าวสรุปคดียังไงอย่างงั้น

ภายในห้วงแห่งความมืดมิด สเตล่าชายที่กำลังยิ้มย่องราวกับผู้ชนะเขาพลิกฝ่ามือขึ้นมากระแสไฟฟ้าสีดำขนาดเล็กค่อยๆก่อรูปร่างเป็นลูกบอลสายฟ้าลูกเล็กๆ "การเดิมพันนี้ ดูเหมือนว่าชั้นจะชนะสินะ หึ หึ หึ หึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า !!!" ภาพความทรงจำบางส่วนของหญิงสาวปริศนาค่อยๆปรากฏขึ้นบนลูกบอลสายฟ้าที่เริ่มขยายตัวขึ้น

สเตล่า(ชาย)ไม่ได้คิดจะแลกเปลี่ยนข้อมูลตั้งแต่แรกแล้ว กระแสไฟฟ้าเล็กๆที่เขาแสร้งทำเป็นว่าส่งข้อมูลของตัวเองไปให้นั้น ได้แฝงจิตใต้สำนึกบางส่วนของเขาเข้าไปด้วย เพื่อที่จะตรวจสอบความทรงจำของหญิงสาวปริศนาโดยตรง !! เสียงหัวเราะอันเสียสติของเขาดังกังวาลอยู่ภายในความมืดมิดที่บัดนี้ เต็มไปด้วยภาพความทรงจำ....

หยดน้ำตกลงที่พื้นและกระจายเป็นวงคลื่นเล็กๆ ภายในห้วงความทรงจำอันมืดมิดค่อยๆเผยสีแดงสดเลือดออกมาทีล่ะน้อยๆ หมอกสีแดงนั้นกระจายไปทั่วจนแดงจ้าไปหมด ทันใดนั้นก็ปรากฏภาพร่างที่แท้จริงของเธอขึ้นมาต่อหน้าชายหนุ่ม รอยยิ้มอย่างเลือดเย็นของเธอโผล่ขึ้นมาไม่เหมือนกับร่างมนุษย์ของเธอเลย ผีเสื้อสีแดงค่อยๆบินออกมาจากลูกบอลสายฟ้าของเขาสองตัวและหยุดนิ่งลง ภาพจางๆของเธอค่อยๆปรากฏขึ้นมาที่ด้านหลังของเขา



? ? ? : ลืมความสามารถของชั้นไปแล้วเหรอ ? หลังจากที่นายเริ่มคุยกับชั้นน่ะพื้นที่ของนายก็ได้ถูกเปลี่ยนเป็นของชั้นไปตั้งแต่แรกแล้ว นายเองจึงไม่สามารถควบคุมมันได้อย่างใจนึกไปช่วงหนึ่งยังไงล่ะ แต่เอาเถอะถ้านายอยากรู้มากขนาดนั้นล่ะก็ . . . . . . - ร่างของหญิงสาวหายตัวไปและมาปรากฏต่อหน้าของชายหนุ่มโดยที่เขายังไม่ทันกระพริบตา เธอบีบคอของชายหนุ่มและยกขึ้นอย่างง่ายดาย ดวงตาของเธอดูเหมือนกำลังจะเปลี่ยนไปเป็นรูปแบบอื่น ทว่า . . . เธอก็ปล่อยร่างของชายหนุ่มลงก่อนที่เธอจะทำอะไรต่อไป ภาพของหญิงสาวเลือนลาง เธอยกมือขึ้นกุมตาด้านนั้นของเธอไว้และค่อยๆหายไป -



ภายด้านนอกหญิงสาวยกมือขึ้นกุมตาอีกข้างไว้ เธอคุกเข่าลงกับพื้นและมองไปทางอื่น เธอค่อยๆทรงตัวลุกขึ้นมา

? ? ? : ใกล้เข้ามาแล้วสินะ - หญิงสาวมองไปอีกฟากหนึ่งของภูเขาและหันกลับมาที่สเตล่า - ชั้นไม่หิว - ว่าแล้วเธอก็เดินไปนั่งใต้ต้นไม้คเนดียว -

ชายหนุ่มค่อยๆคลานหลบออกมาแบบทหารผ่านศึก เขาค่อยๆลุกขึ้นมายืนและตะเบ๊ะท่าโพสแบบทหาร และยื่นข้าวสารให้สเตล่า

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : นี่คือข้าวสารเสก ลองเอาไปปาใส่ยัยนั่นดีไม๊ ? - เขาค่อยๆเก็บมุขฝืดๆของเขาลงกระเป๋าและยื่นเบนโตะให้สเตล่าแทนก่อนที่เขาจะโดนถีบซะก่อน - เป็นอะไรรึเปล่าสเตล่า ? - ชายหนุ่มรีบถามต่อขณะที่ยื่นตะเกียบให้กับสาวน้อย -


Player Reaction : ล้นแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 21-5-2010 19:24:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด melontaro เมื่อ 6-6-2010 20:51

ความเดิมตอนที่แล้ว เพราะมันตันอีกละ

MelloN : melontaro


MelloN Item
MelloN Recovery skill
MelloN Passive skill
MelloN Active skill
Mellon Special ability
Room mate :


เมล่อนได้เดินเข้าไปหาชายหนุ่มผมขาว ที่นั่งแน่นิ่ง ซึ่งที่จริงก็รู้ว่ายังไม่ตาย เมล่อนได้ทักขึ้น

นายน่ะเ้ป็นใครอย่างงั้นเหรอ รับเหล้าของฉันซักแก้วมั้ย? และเมล่อนได้ถามต่อขึ้นว่า นายน่ะมากับพวกเรามั้ย?

ชายหนุ่มตกใจเล็กน้อย เขาลุกขึ้นมาและทำท่าจะวิ่งหนีแต่ก็สะดุดขาตัวเองล้มลงไปข้างหลังซะก่อน เขาค่อยๆรวบรวมสติและมองมายังเด็กสาวสองคนตรงหน้าเขา

? ? ? : กะ . . . ก็ . . . เป็นคนน่ะสิ . . . พวกเธอเข้ามาได้ยังไงน่ะมันอันตรายนะที่นี่น่ะ รีบออกไปซะ ก่อนที่ยัยนั่นจะกลับมา . . . - ชายหนุ่มหยุดพูดครู่นึงเมื่อได้ยินเมล่อนชักชวน - ไปกับพวกเธอเหรอ ? ชั้นก็พอจะรู้ทางออกหรอกนะถ้าเกิดว่าไม่เจออะไรเข้าซะก่อน เอาไงก็เอากัน !! - เขาหยิบเหล้าของเมล่อนขึ้นมาดื่มแสดงสปิริตและก็ต้องล้มลงไปสลบเหมือดทันที

ชิงุเระ อาสะ : เธอทำอารายลงปาย . . . - เด็กสาวบ่นเสียงเบาๆ แต่ลากเสียงยาว -


เมล่อนหันมาพูดกับอาสะจังว่า สงสัยจะสปิริต มากเกินไปละนั้น เลยสลบลงไป ยังไงก็แบกไปก่อนละกัน

อาสะจัง นําทางต่อทีละน่อ เมล่อนพูดด้วยสีหน้าระรื่น

ชายหนุ่มหลับเคลิ้มบนหลังของเด็กสาวที่ตัวเล็กกว่าเขา ( Str 10 แบกสบาย ~ ) อาสะจับพลังวิญญาณด้วยความสามารถพิเศษของเธอ เด็กสาวยังสงสัยเรื่องที่ชายหนุ่มผมขาวคนนี้พูด เธอคนนั้นเป็นใครนะ ? แล้วเขารอดชีวิตมาได้ยังไงกันนะ ยังไงก็ตามแต่ อาสะได้นำทางเมล่อนมาจนถึงกระท่อมหลังหนึ่ง ดูเหมือนทางเดินด้านบนของบ้านจะเชื่อมต่อกับกระท่อมอีกหลังหนึ่งด้วย


เมล่อนใช้สว่านของตนแทงเข้าไปที่ประตูเหมือนกระท่อมหลังก่อน ประตูได้ตกลงบนพื้นด้วยเสียงไม้กระทบกับพื้นดินเบาๆ

มีฝุ่นพุ้งกระจายออกมาเมล่อนเดินเข้าไปในกระท่อมที่มืดพร้อม กับอาสะจังที่อยู่ข้างหลัง และ ชายหนุ่มผมขาว ซึ่งแบกอยู่บนหลัง

ฝ่ายในกระท่อมนั้น เฉกเช่นเดียวกับ กระท่อมหลังเก่า เงียบสนิท และมีแต่เพียงความมืด สายตาของเมล่อนได้สังเกตไปพบกับหญิงสาวในห้อง

หญิงสาวนั้นใส่ชุดกิโมโน สีชมพู ซึ่งเป็นแบบแขนยาว ชุดของเธอน่าจะเป็นชุดสีชมพูตัดกับสีขาว มีผมยาวสลวย เมล่อนถามกับเธอคนนั้นว่า เธอชื่ออะไรเหรอ?

มันคือหุ่นสวมชุดทั่วไปที่ใส่ชุดกิโมโนนั่นเอง ดูท่าทางจะเก่ามากด้วยแต่ว่าผมช่างเหมือนจริงเหลือเกิน ชายหนุ่มผมสีขาวที่หลับไหลบนตัวเมล่อนค่อยๆลุกขึ้นมาและทำหน้าซีดเซียวเขาเกือบจะร้องออกมาแ่ต่ก็ปิดปากไว้เขาชี้นิ้วบอกเมล่อนให้ขึ้นไปที่ชั้นสองทันที ดูเหมือนอาสะก็เห็นด้วยเหมือนกันว่าจะให้ขึ้นไปชั้นสองโดยทิ้งตุ้กตาตัวนี้ไว้ตรงนี้ก่อน


เมล่อนจ้องไปที่ตุ๊กตาและพลัดสายตาเดินขึ้นไปที่บันไดขนาด เดินอยุ๋นั้นได้ถาม กับชายหนุ่มผมขาวว่านายน่ะชื่ออะไร?

ทาจิบาน่า อิสึกิ : ผมชื่อ ทาจิบาน่า อิสึกิ โอย . . . เหล้าเธอนี่แรงเหลือเกินนะ แต่ว่าช่างเถอะ ตอนนี้ถ้าพวกเราสามารถลักลอบเข้าไปในกระท่อมอีกด้านได้โดยไม่ให้พวกวิญญาณรู้ตัวล่ะก็มันน่าจะมีกุญแจที่เอาไว้ไขประตูเหมืองหลังหมู่บ้านออกไปได้นะ - ชายหนุ่มพูดด้วยสีหน้าจริงจังกับเมล่อนเขาลงจากหลังของเด็กสาวและเดินปกติดูเหมือนเขาจะลืมเรื่องตุ้กตาไปซะแล้ว -


เมล่อนกระพริบตาหนึ่งครั้งแล้วพูดขึ้นว่า จะเอา ลูกเสือ ก็ต้องเข้าถํ้าเสือสินะ จะเอากุญแจไงก็ต้องบุกไปในรังของวิณญาญ

ไงก็คงไม่สามารถหลักเรี่ยงได้ง่ายๆ ยังไง อิสึกิคุง กับ อาสะจัง ก้น่าจะเตรียมพร้อมต่อสู้ไว้ละน่อ ส่วนอาสะจังช่วยนําทางที่ไม่น่าเจอวิณญาญทีนะ

อาสะใช้ความสามารถพิเศษจ้องมองเข้ามาในบ้านหลังนั้นดูเหมือนที่ชั้นบนจะไม่มีวิญญาณเลยแม้แต่ตัวเดียว ทำไมกันนะ ? ระหว่างที่เมล่อนและอิสึกิกำลังเดินตามมาอยู่นั้น เมล่อนก็ได้สัมผัสถึงอะไรบางอย่างที่กำลังคลืบคลานเข้ามา . . .

Action : 1 ) โจมตีสวนไปทิศทางนั้นทันที 2 ) ดึงอาสะและอิสึกิหลบในห้องด้านข้าง 3 ) พาทั้งคู่วิ่งตรงดิ่งไปข้างหน้า 4 ) อื่นๆโปรดระบุ


พรึ่บเมล่อน สะดุ้งขึ้นแล้วหันกลับเข้าไปข้างหลัง และเลือกข้อ 1 โจมตีสวนไปทิศทางนั้นทันที สว่านของเมล่อนยืดพุ่งจนถึงสุด

เท่าที่สว่านจะยาวไปถึงได้แล้ว กวาดด้านรอบทั้งหมด หลังจากนั้นจะมีอะไรเกิดขึ้น !!!

ิการโจมตีของเมล่อนทะลุผ่านร่างของเป้าหมายออกไปไกลจนทำลายกำแพงและฉากต่างๆในบ้านชั้นนี้ลงหมดสิ้น ร่างของวิญญาณสาวคอหักปรากฏออกมาด้านหน้าของทั้งสามคน อาสะและอิสึกิรีบวิ่งไปหลบหลังเมล่อนทันที ที่วิญญาณตนนั้นแสดงตัวออกมา


+ + + VS

เมล่อน บอกให้อาสะร้องเพลง และ ให้อิสึกิปกป้อง อาสะจังไว้ เมล่อนพุ่งเข้าไปโจมวิณญาญคอหักนั่น

อิสึกิจับตัวเมล่อนไว้และก้มลงหลบการโจมตีของวิญญาณสาวนั้น

ทาจิบาน่า อิสึกิ : ไม่ได้นะ การโจมตีธรรมดาไม่ส่งผลหรอกพวกเราต้องไปหากล้องถ่ายวิญญาณในหมู่บ้านนี้ซะก่อน แต่ว่าเราไม่ได้มาเพื่อสู้เราแค่มาหากุญแจแล้วก็รีบหนีออกไปกันจะดีกว่า

ทางด้านอาสะจังได้สลบเหมือดไปอีกรอบเมื่อเมล่อนพ้นออกไปจากระยะสายตาของเธอ ภาพสยองขวัญของวิญญาณข้างหน้าก็ทำให้สองตาของเด็กสาวสลบเหมือดไปทันที

ทันใดนั้นก็ได้ปรากฏร่างของมิโกะและอัศวินหนุ่มในชุดขาวตรงหน้าพวกเมล่อน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะตั้งท่าสู้กับวิญญาณตนนั้น


เมล่อน อุ้ม อาสะจังขึ้น และ บอกให้ อิสึกิ นําทางไปสู่กุญแจ เลยตอนนี้น่าจะสามารถหนีได้ โอกาศอาจจะมีเพียงแค่ตอนนี้

ถ้ามันสู้กันสะดุดตาเกินไป พวกผี อาจจะมารวมตัวกันก็ได้ !!!

อิสึกิรีบตั้งสติและวิ่งนำทางพวกเมล่อนไปยังที่เก็บกุญแจเก่าของหมู่บ้านทันที เขาวิ่งพาเมล่อนที่แบกอาสะอยู่ลงทางบรรไดวนตรงหน้าจนมาถึงทางออกด้านล่างของหมู่บ้าน ดูเหมือนวิญญาณตนนั้นจะไม่ตามพวกขอบเมล่อนมา พวกเขาวิ่งตามทางเดินเรื่อยๆจนพบกับประตูปิดตายข้างหน้า

ทาจิบาน่า อิสึกิ : แย่ล่ะ ดูเหมือนประตูจะล้อกเอาไว้เกือบทุกบานเลยแฮะ


เมล่อนใช้สว่าน พุ่งเข้าไปทําลายที่กลอนประตู กลอนประตูได้กระเด็นพุ่งออกไปกระเด็นชนเพดานจนกลอนนั้นหายไปบนเพดาน

และถามกับอิสึกิว่า แบบนี้ใช้ไำด้มั้ย ?

ชายหนุ่มชูนิ้วโป้งให้เมล่อนและวิ่งนำทางเข้าไปด้านในต่อทันทีเขาค่อยๆวิ่งช้าลงเรื่อยๆและก้มหลบ

ทาจิบาน่า อิสึกิ : ระวังหน่อยนะครับ แถวนี้เริ่มอันตรายแล้ว - ชายหนุ่มบอกเตือนพร้อมทั้งค่อยๆเคลื่อนที่เข้าไปในบ้านจนถึงประตูบานหนึ่ง -


เมล่อนพูดกับอิสึกิขึ้นว่า มันก็น่าจะอันตรายตั้งแต่ึขึ้นบันไดมาแล้วละน่า แล้วเมล่อนก็ค่อยเคลื่อนตามอิสึกิจนมาถึงประตูอีกประตูหนึ่ง
พลังวิญญาณกดดันรุนแรงมากตั้งแต่ภายนอก ดูเหมือนว่าพวกเขาอาจจะต้องเสี่ยงชีวิตจากการไปนำกุญแจออกมาครั้งนี้ก็เป็นได้ ชายหนุ่มกลืนน้ำลายเฮือก เขาค่อยๆขยับเข้าใกล้ประตูเลื่อนเพื่อที่จะบุกเข้าไป . . . .

เมล่อน Action : 1 ) เตรียมต่อสู้พร้อมกับอิสึกิ 2 ) ดึงอิสึกิไว้และหาทางอื่น 3 ) ยืนตั้งท่ามองจากภายนอกห้อง 4 ) อื่นๆโปรดระบุ


เมล่อนได้ ( เลือกข้อ 2 ) ดึงอิสึกิไว้ และถามขึ้นกับ อิสึกิว่า นายมีแผนมั้ย หรือมีตําแหน่งทีั่แน่ชัดของกุญแจหรือเปล่า ?

ชายหนุ่มหยุดนิ่งและย่อตัวลงพูดกับเมล่อน

ทาจิบาน่า อิสึกิ : ครับ ตำแหน่งคือห้องด้านซ้ายหลังจากวิ่งผ่านห้องด้านหน้านี้ไปแล้วและขึ้นบรรได้ตรงสุดทางเดิน ห้องด้านซ้ายเป็นที่เก็บกุญแจครับ แต่ก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ส่วนไหนของห้องอีกนั่นแหละ คงต้องรื้อห้องซักหน่อยน่ะฮะ


เมล่อนถามกับ อิสึกิ ว่าถ้าใช้สว่านของชั้นทําให้บ้านหลังนี้ทรุดลงมาละ หรือไม่ก็เจาะเพดานขึุ้นสู่ชั้นนั้นทันที ( ถึงจะเสี่ยงหน่อยก็เถอะ )
ชายหนุ่มรีบปัดความคิดนั้นออกจากหัวของเมล่อนทันที

ทาจิบาน่า อิสึกิ : ไม่ได้เด็ดขาดนะครับคุณเมล่อน ถ้าเกิดบ้านหลังนี้พังลงมาคุณคิดว่าจะมองเห็นวิญญาณกี่ตัวในลานโล่งๆนี่ครับ มันเหมือนกับระบุตำแหน่งของพวกเราให้พวกนั้นรู้ด้วย ผมว่าเอาอย่างนี้ดีกว่าเดี๋ยวผมจะเข้าไปวิ่งล่ิอวิญญาณในห้องนั้นให้คุณเมล่อนรีบแบกเพื่อนของคุณขึ้นไปที่ห้องนั้นแล้วรีบฉกกุญแจกลับออกไปด้วยกันแล้วกันครับผม


เมล่อน พยักหน้า แล้วพูดขึ้นว่า ตกลงตามนี้แล้วนายก็รอดกลับมาด้วยละ หลังจากที่อิสึกิ วิ่งเข้าไปล่อพวกวิณญาญ

เมล่อน ตรงขึ้นไปที่บันได ที่จะต่อไปยังห้องด้านซ้าย ตามที่อิสึกิบอก

ภายในห้องนั้นถูกจัดเป็นระเบียบซึ่งน่าแปลกใจเมื่อเทียบกับสภาพของตัวบ้านแล้ว ภายในห้องมีลิ้นชักเพียงอันเดียวซึ่งล้อกอยู่และตู้โชว์ขนาดใหญ่ด้านหน้าที่มีตุ้กตาอยู่เต็มไปหมด ดูเหมือนว่าจะมีตุ้กตาตัวนึงซึ่งหัวขาดหายไป


เมล่อนอุ้มอาสะจังและเดินตรงเข้าไปที่ลิ้นชัก และลองเปิดลิ้นชักออกมาดู ในลิ้นชักนั้นมีสิ่งต่างๆ มากมายก็สะดุดตากับ

กุญแจ และหนังสือที่มีหน้าปกแปลกประหลาด จึงหยิบ หนังสือ และกุญแจขึ้นมา แล้ววิ่งตรงกลับไปที่อิสึกิอยู่

หลังจากที่เมล่อนกระชากลิ้นชักที่ล้อกอยู่ติดมือมาด้วยแ้ล้วเธอก็ได้วิ่งลงมาชั้นล่าง ห้องโล่งๆได้แสดงให้เมล่อนเห็นว่าอิสึกิคงจะเผ่นแน้บไปไกลพอสมควรแล้ว


หลังจากที่เมล่อนลงมา จึงหันซ้ายหันขวา เมื่อไม่มีอะไรจึงกระโดดลงจากหน้าต่างลงไปที่หน้ากระท่อมดั่งตอนที่เข้ามา

ลานด้านหน้าโล่้งมากจนผิดสังเกตุ ไม่มีวี่แววหรือสัมผัสของวิญญาณเลย หรือ แม้แต่วี่แววของอิสึกิเองก็ด้วย อาสะบนหลังของเมล่อนก็เริมซลึมซลือใกล้ตื่นแล้วถ้าเธอเกิดตื่นขึ้นมาร้องเสียงดังตอนนี้พวกวิญญาณคงจะกรูกันเข้ามาแน่ๆ เมล่อนจึง

1 ) หากระท่อมเงียบสงัดซ่อนตัว 2 ) หากระท่อมที่ห่างออกไปจากที่นี่ซักระยะหนึ่งหลบซ่อน 3 ) หามุมมืดในป่าใหญ่หลบ 4 ) เดินออกไปตามทางปกติ 5 ) อื่นๆโปรดระบุ


เมล่อนตัดสินใจ ( ข้อ3 ) กระโจนพร้อมกับที่อุ้มอาสะจังเข้าไปในพุ่มไม้ หนึ่งกลิ้งและเข้าไปหลบบนต้นไม้

เด็กสาวค่อยตื่นขึ้นมาจากหลับไหลอันแสนยาวนาน เธอมองวนไปรอบๆด้านบนต้นไม้และเกาะเขาเมล่อนไว้

ชิงุเระ อาสะ : อืม . . . เราอยู่ทีไ่หนกันแล้วเนี่ยเมล่อน . . . . แล้วอิสึกิล่ะ ?

ขณะเดียวกันบนต้นไม้นี้ได้ทำให้เมล่อนเห็นประตูบานที่อิสึกิชี้บอกไว้ว่าต้องใช่กุญแจก่อนหน้านี้ด้วย


เมล่อนหันเข้าไปกระซิบกับ อาสะว่า อิสึกิ ตอนนี้คงโดนผีไล่ตามอยุ่่ที่ไหน เราจะหนีเลยหรือว่าจะหาทางช่วยอิสึกิก่อนละ?

เด็กสาวกระโดดลงมาจากหลังของเมล่อนและใช้ความสามารถพิเศษของเธอตรวจสอบวิญญาณในระแวกทันที

ชิงุเระ อาสะ : ก็ต้องช่วยเขาก่อนสิ น่าสงสารออกต้องมาอยู่คนเดียวในหมู่บ้านแบบนี้ แต่ความจริงแล้วชั้นก็สงสารตัวเองเหมือนกัน แต่ว่าก็ต้องช่วยเขาก่อนนั่นแหละ


งั้นก็ดูจากบนที่สูงกันเลยนะ เมล่อนพูดขึ้นกับอาสะ และอุ้มอาสะปืนขืนไปบนยอดไม้ ที่สูงมาก และสังเกตเห็นบางอย่าง

มีสิ่งเคลื่อนไหวแถว กระท่อมที่ผ่านมาไม่นาน เมล่อนจึงถามกับอาสะจัง แถวนั้นมีอะไรมั้ย?

อาสะได้ทำตามที่เมล่อนบอกทันที เธอพยายามเพ่งจิตไปยังส่วนที่ผิดสังเกตุนั้น แต่ว่าเธอก็ต้องทรุดตัวลงเนื่องจากอะไรบางอย่างแถวๆนั้น

ชิงุเระ อาสะ : เมล่อน . . . มีบางอย่างอันตรายอยู่แถวๆนั้น เมล่อน . . . เราจะทำยังไงกันดี

เด็กสาวถามเมล่อนโดยนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นและไม่หันกลับมามองที่หน้าเมล่อน ก่อนที่เมล่อนจะตอบอะไร เธอก็ได้สังเกตุอิสึกิวิ่งอยู่ในบริเวณนั้นด้วย


ยังไงก็คงต้องช่วย อิสึกิ นั่นล่ะ เมล่อนพูดกับอาสะจัง และบอกว่า ต่อจากนี้คงอันตราย ถ้าแยกจากกันซักแปปเดียวคงเกิดเรื่องแย่

ยังไงก็อย่าปล่อยมือละ เมล่อนอุ้มอาสะขึ้นและโดดลงไปในป่าและพยายามหาทางเข้าใกล้อิสึกิโดยไม่ให้วิณญาญรู้ตัว
อาสะจับมือเมล่อนไว้แน่นขณะที่เมล่อนเองก็กำลังซุ่มโป่งเข้าไปในเหตุการณ์โดยไม่ให้วิญญาณแถวนั้นรู้ตัว ดูเหมือนว่าระหว่างทางจะไม่มีวิญญาณเลยซึ่งผิดแปลกกับบรรยากาศเป็นอย่างมาก เมื่อเมล่อนได้มาถึงเขตุที่เกิดเหตุการณ์ก็ได้เห็นกลุ่มคนกำลังเผชิญหน้ากับวิญญาณตนหนึ่งอยู่ แรงกดดันวิญญาณจากวิญญาณตนนั้นหนักหน่วงมาก อาสะที่ยืนอยู่ข้างๆเมล่อนค่อยๆทรุดตัวลงไปทันทีเมื่อเธอเห็นร่างของวิญญาณตนนั้น



Action : 1 ) หลบซุ่มดูสถานการณ์ก่อน 2 ) กระโดดเข้าไปรวมกลุ่มช่วยศู้ทันที 3 ) อื่นๆโปรดระบุ


Player Reaction : ขึ้นใหม่เลยจ้าเต็มแล้ว

ต่อใหม่
โพสต์ 23-5-2010 22:51:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 17-6-2010 20:28

Letas Mirrorline : matrix5246


Letas Item
Letas Recovery skill
Letas Passive skill
Letas Active skill
Letas Special ability
Room mate :


"งั้นรึครับ..."
(ถ้าผู้หญิงที่เราเจอคือคนน้องละก็... อะไรคือเหตุผลที่เธอส่งเรามาที่นี่ จะฆ่าเราก็คงไม่ใช่เพราะคงทำงั้นตั้งแต่แรกแล้ว แล้วมันเพราะอะไรกัน?)
เลเตสครุ่นคิดสักพักก็เดินมาถึงจุดหมายแล้ว

หญิงสาวสำรวจอย่างระมัดระวังเธอก้มๆเดินๆอย่างช้าๆตลอดทาง พวกเขาเดินมาถึงชั้นล่างในบ้านหลังนึง เรมุยังเดินนำทางอยู่เหมือนกับเธอรู้ว่าไม่มีอะไรอันตรายข้างหน้า


"แน่ใจรึครับว่ามาตรวจสอบครั้งแรก รึว่าเคยตรวจสอบมาหลายครั้งแล้วที่แบบนี้น่ะ?"
เลเตสหลังจากสังเกตท่าทีของคุณเธออยู่นานเลยได้ถามออกไป

หญิงสาวหยุดชะงัก เธอหัวเราะออกมาเบาๆก่อนที่จะหันมาทางชายหนุ่ม ดูเหมือนเธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง - ตูม - เสียงสว่านของใครซักคนซัดกำแพงด้านบนเป็นเสียงกังวาลมาถึงจุดที่เลเตสและเรมุยืนอยู่ หญิงสาวรีบจับมือของชายหนุ่มและพาเขาวิ่งไปทางด้านหน้าทันที โดยไม่ได้ตอบข้อสงสัยของชายหนุ่ม พวกเขาวิ่งขึ้นชั้นบนซึ่งเป็นบ้านอีกหลังหนึ่งซึ่งตอนนี้สามารถเห็นเหตุการณ์ด้านตรงข้ามได้อย่างชัดเจน


+ + + VS

"นั่นมันยัยเด็กขี้ตกใจกับยัยเด็กมีเขานี่หว่า...โดนส่งตัวมาด้วยรึเนี่ย.."
เลเตสพูดเบาๆและยังคงคำนวนหลักเหตุผลว่าดูท่าจะไม่ใช่แค่ตัวเองที่โดนพามา โดยไม่ได้สังเกตเห็นชายอีกคน

เรมุปล่อยมือของเลเตสออกและหยิบไม้เท้าพันกระดาษของเธอออกมา เธอหยิบยันต์ขึ้นมาสามใบและเตรียมจะเข้าไปช่วยเหลือเด็กพวกนั้น

ฮาคุเรย์ เรมุ : เลเตส นายคงจะโจมตีวิญญาณไม่ได้หาทางตามเราไปยังบ้านหลังนั้นล่ะ - ว่าแล้วหญิงสาวก็กระโดดเหยีบยันต์ของตัวเองข้ามไปยังอีกฟากหนึ่งทันที -


"อะ.. เดี๋ยวก่อน! ไหงคำพูดที่ใช้ถึงเปลี่ยนไปหละ!?"
(แต่ช่างมันไว้ก่อนสิ่งสำคัญคือต้องตามไปให้ได้ หึ ดีนะที่เรามีความสามารถในการเหยียบอากาศเรานี่เมพจริงๆ)
พูดเสร็จก็วิ่งพร้อมกับกระโดดไปยังอีกฟากนึงแล้วเพิ่มระยะด้วยการเหยียบอากาศแล้วพุ่งตัวไปต่อ

พวกของเด็กสาวสองเขาได้ก้มหลบการโจมตีของวิญญาณตัวนั้นได้อย่างเฉียดฉิว เรมุและเลตสมาถึงในเหตุการณ์ทันเวลา

+ VS

ฮาคุเรย์ เรมุ : เอาล่ะ - เธอหยิบยันต์ขึ้นมาเพิ่มและปาไปยังวิญญาณสาวตรงหน้า ดูเหมือนว่าการโจมตีนั้นจะส่งผลต่อวิญญาณตนนั้น - หึหึ !! - หญิงสาวยิ้มแบบผู้ชนะและเงื้อมือหยิบยันต์ขึ้นมาพักหนึ่ง - ไม่มี . . . . เอ่อ . . . ไม่มี . . . . . - ดูเหมือนเธอจะหาอะไรซักอย่างไม่เจอ ใช่แล้วยันต์นั่นเอง ดูเหมือนว่าเธอจะลืมพกมาเผื่อไว้ในยามสำคัญซะด้วย -
แผน B - เธอตะโกนขึ้นพร้อมกับดึงมือของเลเตสวิ่งลงบรรไดไปชั้นล่างทันที -


(ดูจากสถานการณ์แล้วงานนี้... ซวยโคตร!!แล้วก็...)
"ชั้นพอจะเดานิสัยจริงๆของคุณเธอออกแล้วแฮะ..."
เลเตสพูดเบาๆพลางมองไปยังเรย์มุที่เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังเท้า กำลังลากเขาหลบหนีจากผีคอหักตัวนั้น
(ท่าดีทีเหลวจริงๆ..)
เลเตสคิดพลางถอนหายใจ
หญิงสาวดึงชายหนุ่มเข้ามาหลบในตู้เก็บผ้าปูที่นอนตู่หนึ่งซึ่งมีประตูเป็นแบบเลื่อน ที่อยุ่ชั้นล่างของบ้านหลังนั้น

ฮาคุเรย์ เรมุ : เป็นอะไรรึเปล่าน่ะคุณเลเตส ? - หญิงสาวเอ่ยถามเลเตสทันทีหลังจากพาเข้ามาหลบได้ไม่นาน ระหว่างที่กำลังหลบซ่อนเธอหยิบกระดาษปล่าวขึ้นมาและทำการวาดรอยยันต์ลงไปทันที -


"ออ.. ไม่เป็นไรน่ะ ว่าแต่กำลังทำอะไรอยู่น่ะ...?"
เลเตสพูดพลางมองเรมุที่กำลังจดจ่อกับการเขียนยันต์

หญิงสาวตอบโดยไม่หันมามองที่ชายหนุ่ม เธอยังคงก้มหน้าก้มตาเขียนยันต่อ

ฮาคุเรย์ เรมุ : เขียนยันต์มาใช้สู้กับวิญญาณต่อน่ะค่ะ เดี๋ยวจะไม่ทันการ . . . . - ขณะที่เธอกำลังจดจ่อเขียนอยู่นั้นเธอได้สัมผัสถึงอะไรบางอย่างด้านข้างของเธอและชายหนุ่มในที่ซ่อนเล็กๆนี้ -

วิญญาณตนเดิมโผล่มาที่ด้านข้างของหญิงสาวในระยะประชิด เธอกระโดดกอดเลเตสโดยไม่คิดหน้าคิดหลังพร้อมทั้งกรีดร้องอย่างตกใจ


(เฮ้ย!! มิโกะเขาต้องไม่กลัวผีไม่ใช่เรอะ!? แต่ว่า... แบบนี้ก็ดีมั้ง.... เฮ้ย! คิดไรของตูฟระเนี่ย!!ตอนนี้ต้องรีบหนี!)
เลเตสถีบประตูตู้เก็บผ้าอย่างแรงพร้อมกับอุ้มเรย์มุวิ่งหนีออกมาตั้งหลักก่อนหันไปประชันหน้ากับผีคอหัก
"เอ่อไม่เป็นไรนะครับ แล้วยันต์ที่เขียนไว้ไม่ปาใส่มันละครับ"

หญิงสาวหน้าแดงเล็กน้อย เธอหลบสายตาของเลเตสและค่อยๆพูดออกมา

ฮาคุเรย์ เรมุ : ว . . . วางชั้นลงก่อนสิ - หลังจากที่ชายหนุ่มค่อยๆวางเธอลงแล้ว เธอก็เก็บพู่กันและหยิบยันต์ขึ้นมาทันที - ม . . เมื่อกี้ชั้นไม่ทันระวังตัวนิดหน่อยน่ะ - เธอหน้าแดงเล็กน้อย - ก็เลยไม่ทันปาไป ต . . แต่คราวนี้ล่ะ

วิญญาณคอหักได้ลอยโผล่มาตรงหน้าของทั้งสองทันที เรมุได้เปิดฉากปายันต์ใส่วิญญาณตนนั้นก่อนทันทีที่วิญญาณตนนั้นได้เข้ามาในระยะ


(อืม...ดูจากสถานการณ์แล้วยืนดูเฉยๆไปก่อนละกันแฮะ~ เรย์มุจังเป็นมิโกะคงจะลุยไหวอยู่แล้ว)
เลเตสคิดพลางยืนทำหน้าระรื่นดูท่าทีของเรย์มุว่าจะต่อกรยังไง

หญิงสาวใช้ยันปาอัดใส่วิญญาณอย่างไม่ยั้ง ร่างของมันสั่นไปมาตามพลังเวทยมนต์จากเรมุ ไม่นานนักวิญญาณตนนั้นก็ได้สลายไปโดยที่ยังไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหนเลยแม่แต่นิดเดียว หญิงสาวค่อยๆหยิบแผ่นกระดาษปล่าวขึ้นมาและวาดยันต์ต่อ

ฮาคุเรย์ เรมุ : ไม่เป็นไรนะค่ะ คุณเลเตส - หญิงสาวหันมายิ้มให้พร้อมกับเดินนำและเขียนยันต์ของเธอต่อ -


"ออ ไม่เป็นไรหรอกครับ^^"
(แหงเดะ ก็ไม่โดนโจมตีเลยนี่นา)
เลเตสพูดพลางเดินไปหาเรย์มุ แล้วทำหน้าเหมือนมองอะไรสักอย่างที่อยู่ข้างหลังเรย์มุ
"อ๊ะ! นั่นมันมาเพิ่มอีกแล้ว!!"

หญิงสาวทำหน้าซี๊ดพร้อมโยนยันที่เขียนไว้ปลิวว่อน เธอโผเข้ากอดเลเตสทันที ที่เขาพูดหยอกล้อเธอ

ฮาคุเรย์ เรมุ : แง๊ ~ อย่าเข้ามาน๊า !! ออกป๊าย !! - เธอกอดเลเตสแน่นและตะโกนไล่อากาศด้านหลังเธอเป็นวักเป็นเวง -


"เอ่อ.. ผมแค่พูดเล่นครับ^^ แต่ก็แปลกใจนิดๆนะครับที่คุณเรย์มุกลัวผีทั้งที่เป็นมิโกะแท้ๆ"
เลเตสเฉลยอย่างยิ้มแย้ม(จนน่าเตะ)
(แกล้งผู้หญิงมันก็ไม่เลวแฮะ...)

เรมุหน้าแดงก่ำ เธอรีบผละออกจากเลเตสทันทีพร้อมกับทุบเบาๆที่อกของชายหนุ่ม

ฮาคุเรย์ เรมุ : บ้า ๆๆๆๆ เลเตส บ้าที่สุด !! - เธอหันหลังงอนและเดินทางต่อทันที -

หลังจากที่พวกเขาเดินออกห่างจากคฤหาศมาซักพักก็ได้ยินเสียงแว่วมาจากป่าด้านหน้าที่มีเสียงดังผิดปกติจากสถานที่นี้ยิ่งนัก เลเตสจึงตัดสินใจ

1 ) พุ่งเข้าไปชักดาบเก๊กทันที 2 ) ซุ่มดักฟัง - แอบดู 3 ) เปลี่ยนทางเดินทันที 4 ) อื่นๆโปรดระบุ


"หืม...เสียงอะไรล่ะนั่น? คุณเรย์มุไปดูตรวจสอบแถวนั้นกันเถอะครับ"
เลเตสพูดพร้อมกับเดินไปดูต้นตอของเสียงแล้วมันก็คือ...

เสียงฝีเท้าค่อยๆใกล้เข้ามาเรื่อยๆแต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้วิ่งมาทางที่เลเตสยืนอยู่โดยตรง ภาพเบื้องหน้าคือชายหนุ่มผมสีขาวในชุดยูกาตะสีขาวที่วิ่งหนีเอาชีวิตรอดจากฝูงวิญญาณอาฆาตทั้งหลายด้านหลังของเขา

ฮาคุเรย์ เรมุ : เอ . . . ดูเหมือนว่าจะเป็นเขาล่ะมั้งที่โผล่มาในคำทำนายน่ะ จะไปช่วยเขาดีไม๊ล่ะเลเตส ? แต่จากที่ดูน่าจะตึงมือมากเลยนะ พวกเราเองก็ต้องเอาตัวเองให้รอดก่อนเหมือนกัน . . . - หญิงสาวถามชายหนุ่มขณะที่พวกเขากำลังแอบมองผู้ชายผมขาววิ่งหน้าซีด ค่อยๆ ผ่านไป


"อืมดูจากท่าทีแล้วจะให้นิ่งดูดายคงไม่ได้ ยังไงก็ต้องช่วยละนะำไปกันเถอะ!"
เลเตสพูดพร้อมกับพุ่งไปหา ชุดขาวทันที

ชายหนุ่มที่กำลังวิ่งอยู่นั้นกระโดดโหยงเมื่อเห็นอัศวินหนุ่มวิ่งพรวดพราดออกมาข้างๆเขา

? ? ? : เหวอ !! ดอพเพิ้ลเกนเกอร์ !! ไม่นึกว่าแม้กระทั่งวิญญาณยังมีการนำเข้ามาที่หมู่บ้านนี้ด้วย - ชายหนุ่มตะโกนออกมาเมื่อเขาเห็นเลเตสกระโดดออกมาประกบข้างกับเขา -

เรมุรีบกลับตัวกลับมาเพื่อสู้กับพวกวิญญาณทันที เธอใช้ยันต์ปาลงพื้นเพื่อสร้างพื้นที่ศักสิทธิ์ขึ้นมาขับไล่พวกวิญญาณเร่ร่อนไปทันที

ฮาคุเรย์ เรมุ : เฮ้อ ~ - เธอนั่งลงและหยิบกระดาษปล่าวขึ้นมาเชียนยันต์เพิ่มทันที - เกือบไปแล้วนะ ชั้นใช้พลังไปมากเหมือนกันคงต้องขอพักซักแปนนึงล่ะ อ้อแล้วก็ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่เงาปีศาจที่เกิดขึ้นมาจากตัวนายหรอกนะ

ไม่ทันที่หญิงสาวจะได้กล่าวรายละเอียดอื่นๆเพิ่มเติม ก็ได้ปรากฏร่างวิญญาณตนหนึ่งต่อหน้าพวกเขาทั้งสาม บรรยากาศโดยรอบนั้นต่างไปอย่างสิ้นเชิงกับที่พวกเขาเคยเผจิญหน้าวิญญาณทั่วไปทันที



ฮาคุเรย์ เรมุ : แรงกดดันวิญญาณนี่มัน . . . !! เลเตสรีบหนีกันเถอะนายพาผู้ชายคนนั้นไปด้วยนะ - หญิงสาวพยายามลุกขึ้นมาแต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สามารถทำได้อย่างคล่องตัวนัก - แย่่แล้ว !! - ดูเหมือนการใช้พลังเมื่อกี้ของเธอจะทำให้ร่างกายของเธออ่อนล้าลงไปด้วย -


เลเตสเห็นอย่างนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปอุ้มเรย์มุ
"โธ่เอ๊ย... ทำเป็นเก่งไปได้ผู้หญิงน่ะไม่ควรอยู่แนวหน้าหรอกนะ"
อุ้มเสร็จก็หันไปหาชายหนุ่มผมขาว
"เฮ้! ถ้ายังมีแรงวิ่งก็รีบหนีกันเถอะหวังไว้นะว่าแกคงยังอยากมีชีวิต"
พูดเสร็จก็รีบวิ่งหนีจากผีที่ดูจะเป็นตัวหัวหน้าทันที

ชายหนุ่มรีบวิ่งตามเลเตสมาทันทีเพื่อแสดงความรักและเป็นห่วงในชีวิตของตนเอง ระหว่างที่เลเตสวิ่งหนีภัยจากวิญญาณด้านหน้าโดยที่ไม่ได้เป็นห่วงเป็นยัยชายหนุ่มผมขาวเลย ( มัวแต่อุ้มสาว ) เขาก็ได้เห็นว่าวิญญาณตนนั้นเหมือนจะเดินช้ายิ่งกว่าเต่าเสียอีก ทว่าตัวของมันค่อยๆจางลงเรื่อยๆทุกฝีก้าวที่มันลอยตามมา


(หืม... ทำไมตัวมันถึงค่อยๆจางลงได้... หรือว่า.. จะว่าไปแล้วพวกวิญญาณก็มีความสามารถในการวาปตัวเองอยู่แล้วนี่ แต่ยังคงแน่ใจไม่ได้ถึงไอนี่จะดูเถื่อนแต่ก็ไม่น่าเก่งอะไรเท่าไหร่เมื่อเทียบกับยัยผีกิโมโน งั้นต้องลองซะหน่อย...)
คิดได้ดังนั้ง Letas หันไปหาผีตัวนั้นแล้วในขณะนั้น...
"เฮ้ย! ลืมไปเลยอุ้มเรย์มุอยู่แล้วตูจะใช้พลังได้ไงฟระ!!!"

ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังวุ่นวายอยู่กับธุระของตัวเองนั้นวิญญาณตรงหน้าก็ได้หายตัวไปอย่างเงียบสนิท บรรยากาศโดยรอบนิ่งเงียบไร้ซึ่งวี่แววใดๆทั้งสิ้น หญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนของเลเตสรีบเบี่ยงสายตาของเธอหาเป้าหมายทันที

ฮาคุเรย์ เรมุ : เลเตสข้างหลัง !! - เรมุชี้ระบุเป้าหมายไปยังด้านหลังของชายหนุ่มทันที ดูเหมือนเธอจะยังใช้พลังมิโกะของเธออยู่ด้วย -


(โอ้บร๊ะเจ้ามันอยู่ข้างหลังตูเร้อ~! มือตูก็ดันไม่ว่างอ๊ากกกก!! เรย์มุขออภัยนะต้องทำแบบนี้ซะแล้วล่ะ...)
เลเตสปล่อยเรย์มุแล้วชักดาบไปฟันอะไรสักอย่างข้างหลัง(?)
ฮาคุเรย์ เรมุ : กรี๊ด !! - หญิงสาวหล่นตุ้บลงกับพื้น - จะปล่อยทำไมไม่บอกก่อนเล่า !!

ทางด้านของเลเตสดูเหมือนดาบของเขาจะฟันผ่านตัวของวิญญาณไปเหมือนผ่านอากาศ ( ดาบคาตานะธรรมด๊า ธรรมดา ) ร่างของวิญญาณตนนั้นเข้ามาใกล้จนน่าสยดสยอง มือที่น่าขนลุกกำลังเอื้อมเข้ามาหาเลเตสอย่างช้าๆ


(แย่แล้ว..!)
เลเตสคิดพันโยกตัวหลบมือของวิญญาณที่พุ่งเข้ามา
มือที่ซีดเซียวของวิญญาณตนนั้นได้จับผ่านเส้นผมของเลเตสไปแค่หางอึ่ง ทำให้เส้นผมของเลเตสนั้นร่วงโรยลงสู่พื้นดินอย่างง่ายดายและสลายหายไป เรมุรู้สึกได้ถึงพลังที่ห่างกันเป็นอย่างมากจากวิญญาณตนนั้น

ฮาคุเรย์ เรมุ : หนีกันเถอะเลเตส อย่าสู้ให้เปลืองแรงเลย - เธอตะโกนขึ้นและพยายามลุกขึ้นมาจากจุดที่เธอนั่งอยู่นั้น -


"งั้นหนีกันเต๊อะ!"
เลเตสพูดเสร็จวิ่งหนีพลางจับมือลากเรย์มุไปด้วย

วิญญาณตนนั้นยังค่อยๆตามมาอย่างไม่ลดละแต่เชื่องช้าทำให้ในที่สุดพวกเลเตสก็สามารถหนีพ้นออกมาได้พร้อมกับชายผมชาวที่ปรากฏมาระหว่างทาง อัศวินหนุ่มจะทำอย่างไรต่อไปดีล่ะ ?


Player Reaction : จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 25-5-2010 20:22:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด BoSs-KuNg~ เมื่อ 29-5-2010 21:55

ความเดิมตอนที่แล้ว



Stella Item
Stella Recovey skill
Stella Passive skill
Stella Active skill
Stella Special ability
Room mate :


"ชิ ฤทธิมากนักนะ ไม่นึกว่าจะสามารถเปลี่ยนได้กระทั่งจิตใต้สำนึก"ชายหนุ่มพึมพัมออกมาพลางลูบบริเวณลำคอที่เป็นรอยช้ำเลือดจากการถูกบีบ ภาพความทรงจำของหญิงสาวปริศนายังคงหมุนวนไปรอบๆ แต่ดูเหมือนว่าสเตล่า(ชาย)คงจะไม่มีอารมณ์จะตรวจสอบแล้ว

ชายหนุ่มที่นั่งทรุดอยู่ค่อยๆยันตัวขึ้นมา โลหิตสีแดงสดค่อยๆไหลรินออกมาจากดวงตาสีแดงดำคู่นั้น พร้อมกับใบหน้าใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยโทสะ ชายหนุ่มขยับปากพูดออกมาเบาๆในความมืดมิดนั้น "ชั้นจะฆ่าแก...."

สเตล่ารู้สึกได้ถึงความหนักหน่วงในหัวของเธอ ร่างมารในตัวเธอกำลังคลุ้มคลั่ง เด็กสาวค่อยๆสงบใจลงพร้อมกับอาการปวดหัวอย่างแรงที่ค่อยๆทุเลาลง "ชั้นจะไปเป็นอะไรที่ไหนได้ยังไงยะ เจ้าโง่"เธอคว้าเบนโตะและตะเกียบจากมือของเซ็ทสึโบมากินอย่างรวดเร็วและมีมารยาทสุดๆ เศษอาหารจากการสวาปามของเธอกระเด็นไส่เซ็ทสึโบนับครั้งไม่ถ้วน

"อื้ออๆๆ อัยอั้นอ้าโอโอ๋อะอั๊ด (ยัยนั่นน่าโมโหชะมัด)"เด็กสาวพูดออกมาโดยที่ยังมีเศษอาหารอยู่เต็มปาก นั่นทำให้มันกระเด็นไส่หน้าของเซ็ทสึโบอีกครั้งก่อนที่เธอจะเอื้อมไปหยิบขวดน้ำจากกระเป๋ามากระดกอย่างมีมารยาทจนเกลี้ยงและปาไส่หัวคู่หูเธอทันที

"เติมพลังเรียบร้อย สเตล่าพร้อมลุยแล้วค่า"สเตล่าลุกขึ้นชูกำปั้นของเธอสุดแขนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มไสโดยมีเศษอาหารประดับประดาอยู่ทั่วปากอย่างงดงามก่อนที่เด็กสาวจะหันไปหาหญิงสาวที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ "เอาล่ะ มาเริ่มธุระของเธอกันเลยดีมะ ? "

Apple gel คงเหลือ ( กี่อันมะรู้ ) 2 อัน ( แล้วกัน ฮ่าๆๆๆ )

ชายหนุ่มเช็ดเศษอาหาร ออกจากหน้าของเขาและดึงสเตล่ามาเช็ดปากที่แสนสะอาดของเธอด้วย

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : เอ้า !! เช็ดปากให้สะอาดซะก่อน จะไปซนที่อื่นซะ - เขาเช็ดเศษอาหารออกจากปากของเด็กสาวและเก็บกล่องเบนโตะและขวดน้ำเปล่าเข้าเป้

หญิงสาวในชุดกิโมโนเดินเข้ามาหาเด็กสาวและส่งสายตาข่มขู่มองลงมาที่เธอ

? ? ? : ภารกิจยังไม่เสร็จไม่ใช่เหรอ ? Wood อีกตัวนึงน่ะ อีกอย่างชั้นไม่มีธุระกับเธอชั้นมีธุระกับอีกคนนึงของเธอ - เธอยืนนิ่งอยู่ที่เดิม และมองไปยังใบไม้ที่ถูกพัดมาตามสายลม ร่างของเธอหายไปชั่วอึดใจ เธอจับธูติลมหนึ่งตัวลงมาจากกลางอากาศ จู่ๆธูติลมก็สลายไป เศษควัญจากทูติลมยังคงคาอยู่ที่มือของเธอ - อืม . . . . . - เธอยืนนิ่งซักพักและหันมามองที่เด็กสาว - เธอน่ะ . . . ไม่สิ นายน่ะ อีกซักพักชั้นจะกลับมา - ว่าแล้วเธอก็หายตัวไปในทันที -

ชายหนุ่มมองตรงจุดที่หญิงสาวคนนั้นหายไป เขาค่อยๆหันกลับมาทางสเตล่าและพูดขึ้นว่า

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : เขาคงจะไปทำอะไรของเขานั่นล่ะ แต่ก็ดีแล้วนะที่เขาไปน่ะ ไปล่า Wood กันดีกว่านะเสตล่า - ชายหนุ่มพูดด้วยสำเนียงเรียบธรรมดาเป็นครั้งแรก เขาค่อยๆเดินนำสเตล่าไปตามทาง -


"ยัย... คน.... ไร้.... มารยาท !!!!!!(สเตล่าเด็กมีมารยาท = =)" เด็กสาวตะโกนออกมาอยากอดกลั้น เธอหันไปกระโดดเตะไส่ท้ายทอยคู่หูของเธอที่เดินนำอยู่จะกระเด็นไปอัดกับต้นไม้ใหญ่เข้าอย่างแรง "ชั้นอุส่าชวนดีๆแล้วนะย้า งี่เง่าๆ บ้าที่สุด นี่แหนะๆ บากะๆ"

สเตล่าเดินตามมากระทืบคู่หูของเธอซ้ำอย่างเพลิดเพลิน ดูเหมือนว่าภาพแบบนี้ จะกลายเป็นภาพรีเพลย์ตอนเก่าๆไปเสียแล้ว "แล้วยังมามองสาวน้อยอย่างชั้นด้วยสายตาแบบนั้นอีก ไม่มีมารยาทเอาซะเลย ผู้หญิงอะไร นายก็พูดอะไรบ้างสิยะ ไอ้ตัวไร้ประโยชน์ !!!" เด็กสาวอมลมไว้ที่แก้มทั้งสองของเธอด้วยความโมโห เธอยิงคำถามไส่คู่หูของเธอโดยที่เท้ายังคาอยู่บนใบหน้า
เซ็ทสึโบค่อยๆยันตัวขึ้นมาจากการตอบสนองของสาวน้อยคู่หูของเขา เขาหยิบแผนที่ออกมาและดูเข็มทิศ แต่ความจริงแล้วชายหนุ่มเองดูเข็มทิศไม่เป็นหรอกนะ

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : โอย . . . ทำไมมาถีบชั้นไม่ไปถีบยัยนู่นเล่า - ชายหนุ่มบ่นเล็กๆก่อนที่จะเดินนำทางต่อ -

> สเตล่า Atk 24 : Evade 30 : Def 26 : HP 30 / 30 โจมตี Wood Atk : 20 Evade : 10 Def : 10 Magic : 20 Dex : 18 HP 60 / 60 > Atk 14 - 60 = 46 / 60

> Wood Atk : 20 Evade : 10 Def : 10 Magic : 20 Dex : 18 HP 46 / 60 ใช้ Rock blast ใส่สเตล่า Atk 24 : Evade 30 : Def 26 : Magic 2 : HP 30 / 30  > Magic 20 - Magic 2 > 18 - 30 = 12 / 30

> เซ็ทสึโบ Atk 5 : Evade 1 : Def 80 : Dex 15 โจมตี Wood พลาดเป้า ( Luck - 50 )

> สเตล่า Atk 24 : Evade 30 : Def 26 : HP 30 / 30 โจมตี Wood Atk : 20 Evade : 10 Def : 10 Magic : 20 Dex : 18 HP 60 / 60 > Atk 14 - 46 = 32 / 60

> Wood Atk : 20 Evade : 10 Def : 10 Magic : 20 Dex : 18 HP 46 / 60 ใช้ Rock blast ใส่สเตล่า Atk 24 : Evade 30 : Def 26 : Magic 2 : HP 30 / 30  > Atk 20 - Def 26 > 1 - 12 = HP 11 / 30

> เซ็ทสึโบ Atk 5 : Evade 1 : Def 80 : Dex 15 โจมตี Wood พลาดเป้า ( Luck - 50 )

> สเตล่า Atk 24 : Evade 30 : Def 26 : HP 30 / 30 โจมตี Wood Atk : 20 Evade : 10 Def : 10 Magic : 20 Dex : 18 HP 60 / 60 > Atk 14 - 32 = 18 / 60

> Wood Atk : 20 Evade : 10 Def : 10 Magic : 20 Dex : 18 HP 46 / 60 ใช้ Rock blast ใส่สเตล่า Atk 24 : Evade 30 : Def 26 : Magic 2 : HP 30 / 30  > Atk 20 - Def 26 > 1 - 11 = HP 10 / 30

> เซ็ทสึโบ Atk 5 : Evade 1 : Def 80 : Dex 15 โจมตี Wood : Bad luck Critical Damage 10

> Gain : Exp 70 : Gold 5 : Branch *1


เมื่อจบการต่อสู้เด็กสาวก็ลงไปนอนแผ่หลากับพื้นหญ้าด้วยความเหนื่อยล้า "ฮ้า~ จบแล้วๆ เหนื่อยจังเลยอ้ะ"สเตล่าถอนหายใจยาวๆอย่างโล่งอก จากการทำเควสกำจัดมอนสเตอร์ธรรมดาๆ กลับด้องมาเจอกับคนอันตรายพ่วงด้วยซะงั้น....

ภายในห้วงแห่งความมืดมิดที่สเตล่า(ชาย)อยู่นั้น ภาพแห่งความทรงจำของหญิงสาวปริศนากำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง นั่นทำให้สเตล่า(ชาย)รู้สึกตกใจนิดหน่อย "ความทรงจำกำลังปั่นป่วน ไม่ใช่ นี่มันผลกระทบจากการต่อสู้" ชายหนุ่มเริ่มวิเคราะห์เหตุการณ์ แต่เมื่อเขาทำท่าเหมือนจะคิดอะไรออกเขาก็ล้มตัวลงนอนทันที

"ยัยนั่นจับการแทรกแทรงความทรงจำของชั้นได้ ถึงสุดท้ายชั้นก็ยังแทรกแทรงได้อยู่ดีก็เถอะ...... แต่มันน่าโมโหจริงๆ"ชายหนุ่มพึมพัมกับตัวเองในความมิดมืดเขายังคงปล่อยให้ภาพความทรงจำของหญิงสาว ล่องลอยไปมาอยู่อย่างนั้น จนทุกอย่างเริ่มกลับเข้าสู่ความเงียบสงัด "....... น่าโมโหจริงๆ !"

สเตล่ารู้สึกได้ถึงความโกรธของร่างมารในตัวเธอ แต่คราวนี้เธอไม่ได้รู้สึกปวดหัวแต่อย่างใด นั่นทำให้เธอแปลกใจไม่ใช่น้อย "พักพอแล้วล่ะ ไปล่า่กันต่อเถอะ"เด็กสาวยันตัวขึ้นพลางหยิบขวดเล็กๆจากกระเป๋าเป้ขึ้นมาดื่มจนหมดก่อนที่จะโยนไปให้คู่หูเธอ (ทำไมกัน ทำไมล่ะ ถึงจะไม่ปวดหัว แต่กลับปวดใจขนาดนี้ เพราะอะไรกัน) เด็กสาวคิดพลางเงยหน้าขึ้น เธอค่อยๆสลัดความกังวลทิ้งไปเพื่อเหยื่ออีก4ตัวที่เหลือ ดวงตาของสเตล่าเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอีกครั้ง !!

ดูเหมือนว่าพวกสเตล่ากับเซ็ทสึโบจะเข้ามาลึกเกินไปจากป่าทั่วไปซะแล้วบรรยากาศมืดมัวข้างหน้าไม่มีวี่แววของแมลงเลยแม้แต่น้อย บรรยากาศอันน่ากลัวข้างหน้าเหมือนพยายามจะบอกให้ทั้งคู่หันหลังกลับทางเดิม


"นี่มันอะไรเนี่ย ชักโมโหแล้วนะ"เด็กสาวบ่นอุบอิบพลางกระทืบเท้าอย่างเสียอารมณ์ "เจ้าแว่น ชั้นจำทางกลับไม่ได้แล้วล่ะ นำทางทีสิยะ"สเตล่าถอนหายใจยาว ก่อนที่จะหันไปสั่งคู่หูของเธอ....

ชายหนุ่มขยับแว่นเก๊กเล็กน้อยก่อนที่จะเดินนำสเตล่ากลับทางเดิมอย่างถูกต้อง

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : หึหึ !! ไม่ต้องกลัวหลงทางไปหรอกสเตล่่าชั้นน่ะได้ขีดเครื่องหมายตามต้นไม้ทุกต้นที่พวกเราเดินผ่านกันมาแล้ว - ว่าแล้วชายหนุ่มก็พาสเตล่าเดินหน้าทันที ทว่า . . . หลังจากผ่านไป 30 นาทีก็ดูเหมือนว่าพวกเขายังวนอยู่ที่เดิม ชายหนุ่มยกมือปาดที่หน้าเท่ๆ แสงแดดสาดส่องสะท้อนที่หน้าเขาเป็นประกาย - หลงแล้วสินะ . . .


"อื้ม~ มานี่มะตาแว่น~"เด็กสาวยิ้มหวานพลางกวักมือเรียกคู่หูของเธอก่อนที่จะ.... "ไอ้ตัวทุเรศไร้ประโยชน์ !!!!!" สเตล่ากระโดดหมุนตัวเตะไส่เซ็ทสึโบอย่างสวยงาม "ชั้นมันบ้าเอง ที่ไปหวังพึ่งคนอย่างนาย ไอ้กระจอก ไอ้ตัวไร้ค่า ไอ้หมาโง่"เด็กสาวยกกระเป๋าเป้ที่อัดแน่นไปด้วยสัมภาระฟาดไส่ร่างที่นอนดิ้นไปดิ้นมาเข้าจังหวะกับคำเอ่ยชมของเธออย่างลงตัว

"โมโหแล้วนะๆๆๆ ไม่หงไม่หามันแล้ว ชั้นจะลากมันออกมาเอง ริคคุง !! คุณเซชิเลีย !!" สิ้นเสียง หนวดโลหะคู่ก็กระโจนออกมาจากพื้นดิน พวกมันพุ่งกวาดบริเวณโดยรอบจนพังพินาจ ต้นไม้ใหญ่นับสิบๆต้นถูกเหวี่ยงขึ้นฟ้าจนลับตา

"ออกมาสิยะๆๆๆๆ เจ้าพวกด้วงไร้มารยาท บังอาจปล่อยให้เลดี้ต้องมาเดินหาจนปวดขาไปหมดแบบนี้ได้ยังไง !!" สเตล่ากระทืบพื้นอย่างอารมณ์เสียสุดๆ ทำการโจมตีของหนวดโลหะรุนแรงขึ้น จนลามไปอัดเซ็ทสึโบเข้าเต็มๆ ไม่นานนักจากป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ดูร่มเย็นงามตา กลายเป็นลานกว้างที่มีตอไม้ใหม่ๆกับโคนต้นไม้นับร้อยนอนเรียงรายกันสุดลูกหูลูกตา พฤติกรรมสุดน่ารักของสเตล่านี้ จะทำให้เธอได้ล่าด้วงมั้ยนะ.....

ดูเหมือนสถานการณ์จะหนักลงกว่าเดิม แมลงแม้แต่ตัวเดียวก็ไม่โผล่ออกมาให้เห็น คงจะเป็นเพราะพวกมันหวาดกลัวความบ้าคลั่งของเด็กสาว ชายหนุ่มผู้โชคร้ายค่อยๆจัดแว่นตัวเองให้เข้าที่เขาจัดกระเป๋าที่เด็กสาวใช้ทำร้ายร่างกายของเขาและโยนทิ้งไปอย่างไม่ใยดีซะใหม่ให้เรียบร้อย เขาค่อยๆเดินเข้ามาข้างสเตล่าและเก๊กเท่

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : มันคือความบ้าคลั่ง !! สปาร์ * * ( เซ็นเซอร์ LC ) - ชายหนุ่มปล่อยมุขฝืดออกมาทันที -

ป่าไม้ที่พังทลายด้วยน้ำมือของสเตล่าเป็นมูลค่าใหญ่หลวงยิ่งนัก ทั้งมอนสเตอร์และพื้นที่ออกล่าได้หายไปชั่วพริบตา ดูเหมือนถ้ามีใครมาเห็นพวกเขาแถวนี้คงจะไม่เป็นการดีแน่


"เป็นเพราะนายคนเดียวเลย"เด็กสาวพูดพลางหันมามองค้อนไส่เซ็ทสึโบ "ไม่เอาละ วันนี้คงไม่มีตัวอะไรโผล่มาให้ล่าแล้ว กลับไปกินข้าวดีกว่า~" สเตล่าพูดขึ้นก่อนจะออกเดินต่อไปอย่างอารมณ์ดีโดยไม่แยแสต่อโศกนาฏกรรมที่เธอพึ่งเป็นคนก่อเลยแม้แต่น้อย ดูเหมือนว่าสภาพของป่าหน้าเมืองในตอนนี้คงจะไม่มีใครหลงทางอีกเป็นแน่...

สเตล่าเดินทางกลับมาถึงคฤหาสน์ของมิโคโตะได้อย่างไม่ยากเย็นนักแต่ก็กินเวลาไปพอสมควร วันนี้เป็นวันที่สเตล่าต้องเจอกับเรื่องยุ่งๆเข้าอีกหนึ่งวัน ในหัวของเธอตอนนี้คือรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า หาอะไรมาไส่ท้องของเธอแล้วเข้านอน

"ฟังนะเจ้าแว่นสิ้นหวัง ที่ป่าเป็นแบบนั้น ยัยจอมหยิ่ง(ซาเอะ)นั่นเป็นคนทำนะยะ เข้าใจนะ !!"สเตล่าหยุดเดินที่หน้าประตูแล้วหันมาพูดกับเซ็ทสึโบก่อนจะหันกลับไปเปิดประตู "ตายแล้ว !!!"เด็กสาวเอามือป้องปากด้วยสัญชาตญาณ ภาพที่เธอเห็นเมื่อประตูเปิดออกคือภายในบ้านที่ว่างปล่าว ดูเหมือนบ้านหลังนี้จะโดนยกเค้าซะแล้ว....

หลังจากที่หญิงสาวได้ย่างขาเข้ามาในบ้านซักครู่นึง เธอก็ได้ยินเสียงกึกกักที่ห้องรับแขก ชายหนุ่มสี่ตาวิ่งนำสเตล่าไปทันที

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : ขโมยแน่ๆ !! - เขาวิ่งมาดเข้มเข้าไปที่มาขอเสียงทันที ทั้งที่ตัวเองไม่น่าจะทำอะไรได้มากนัก -

ภาพตรงหน้าของชายหนุ่มและหญิงสาวคือมิซากะ มิโคโตะนั่นเอง เธอหันกลับมามองสเตล่าและเซ็ทสึโบที่ทำหน้าตื่นวิ่งกันเข้ามา

มิซากะ มิโคโตะ : มีอะไรกันเหรอ ? ชั้นจัดข้าวของในบ้านนิดหน่อยน่ะ พอดีชั้นให้เพื่อนของชั้นช่วยขนย้ายข้าวของต่างๆให้ อาจจะดูแปลกตาไปหน่อยนะ - หญิงสาวยิ้มปกติให้กับเพื่อนร่วมบ้านของเธอ - จริงด้วยสิชั้นซื้อเตียงมาให้พวกเธอแล้วน่ะ เดี๋ยวชั้นจัดห้องเสร็จเธอก็ใช้ห้องส่วนตัวที่ชั้นจัดให้ใหม่ก็แล้วกัน นายด้วยนะ


สเตล่าหันไปมองหน้าคู่หูของเธอก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา (คิดว่าจะโดนขโมยขึ้นบ้านซะแล้ว[เพราะตัวเองลืมล็อกประตู])เด็กสาวคิด "เฮอะ รู้งานดีนี่ยะยัยอีเล็กตรอน ที่จริงเธอควรจะทำให้ชั้นตั้งแต่วันแรกด้วยซ้ำไปนะยะ โฮ๊ โฮะ โฮะ โฮะ"สเตล่าหัวเราะอย่างผู้มีสกุลสูงส่งก่อนจะหันกลับไปหาเซ็ทสึโบ

"เดี๋ยวนายไปจัดห้องของชั้นด้วยนะยะ ถ้าชั้นอาบน้ำเสร็จแล้วแต่นายยังจัดห้องไม่เรียบร้อยล่ะก็..."สเตล่าหยุดพูดกระทันหันก่อนที่เธอจะง้างขาเตะหน้าแข้งของเซ็ทสึโบจนล้มลงไปดิ้นกับพื้น "จะเจอหนักกว่านี้นะยะ โฮ๊ โฮะ โฮะ โฮะ โฮะ~"พูดจบเด็กสาวก็ออกเดินไปห้องอาบน้ำพลางหัวเราะด้วยน้ำเสียงคุณหนูอย่างอารมณ์ดี...
ชายหนุ่มแว่นตกพื้นเขาเริ่มจะสงสัยกับการใช้ชีวิตของเขาซะแล้ว ตกลงว่า . . . . ช้านเป็นใครก๊าน !! โอว เซ็ทสึโบชิต้า !! ชายหนุ่มคิดในใจพร้อมทั้งไปจัดห้องให้เด็กสาวตามระเบียบ

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : เอาล่ะ - เขานั่งลงที่เก้าอี้โต๊ะทำงานใหม่เอี่ยมในห้องใหม่ของสเตล่าและเช็คความเรียบร้อยของห้องหลังจากจัดห้องเสร็จแล้ว -

ทางด้านหญิงสาวกำลังวุ่นอยู่กับการจัดของ เธอเหงืื่อตกเล็กน้อยเพราะว่าเธอไม่แน่ใจแล้วว่านั่นคือรูมเมทหรือคนรับใช้ของเด็กสาวคนนั้นกันแน่

? ? ? : โอเน๊ซามะ นั่นมันใครกันค่ะ !! ทำไมถึงเข้ามาอยู่ได้ หรือว่า โอเน๊ซามะจะเป็นโลลิค่อน !!!!

เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นในบ้าน โดยเสียงนี้ไม่ค่อยคุ้นหูพวกของสเตล่าซักเท่าไร เธอคงจะเป็นเพื่อนของมิซากะที่มาช่วยจัดห้อง


Player Reaction : จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า  To Be Continue
โพสต์ 25-5-2010 23:31:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 29-5-2010 03:57

ต่อจาก LINK

Asia : Eureka_GL_World


Asia Item
Asia Recovery skill
Asia Passive skill
Asia Active skill
Asia Special ability
Room mate :


ชายหนุ่มเหงื่อแตก มองเด็กหนุ่มผมสีฟ้าด้วยหน้าตาแปลกใจสุดขีด . . . เขาค่อยๆขยับแว่นและหัวเราะเบาๆ

โอวาน : ฮะๆๆ มันก็ต้องกลมสิไม่งั้นเวลาเรือออกตัวไปมันก็ . . . . - ยังไม่ทันที่เขาจะพูดต่อสายตาของเขาก็เปลี่ยนไปเปี่ยมด้วยรังศีการต่อสู้ -

ผีเสื้อสีแดงบินผ่านระหว่างกลางโต๊ะของพวกเขาไป ทันใดนั้นเอเซียก็ได้ย้ายมาอยู่ในมิติแห่งหนึ่ง รอบด้านนั้นมืดมัวไปหมด มีแต่แสงสีแดงจากผีเสื้อเท่านั้น ภาพหญิงสาวในชุดกิโมโนสีเลือดค่อยๆปรากฏต่อหน้าเขา ร่างกายของเธอได้หายไปโดยที่ชายหนุ่มยังไม่ทันได้กระพริบตาลง มือที่ซีดเซียวของเธอพุ่งตรงมายังคอของชายหนุ่ม

? ? ? : ตายซะเถอะ !! ฟรีเบีย !!

- ผัวะ - เสียงกระทบของมืออีกมือหนึ่งกระทบที่แขนของหญิงสาวคนนั้นเบี่ยงเบนทิศทางออกไปจากคอของเอเซีย ชายผมสีฟ้าปรากฏตัวต่อหน้าของเขาดูเหมือนว่าแขนของเขาจะทำให้เอเซียจำอะไรบางอย่างขึ้นมาได้



โอวาน

โอวาน : เดี๋ยวก่อนสิ คุโรซาว่า ซาเอะ จะรีบใจร้อนไปไหนน่ะหืม ? ข้ายังไม่ได้เลี้ยงกาแฟเขาผู้นี้เลยนะ - ปลอกแขนด้านขวาอันใหญ่ของเขาได้หลุดออกกลายเป็นแขนปีศาจสีดำยืนขวางไว้ที่หน้าของเอเซีย - เจ้าน่ะ ที่นี่สามารถสู้ได้เต็มที่เลยนะเพราะเป็นมิติของหญิงสาวคนนั้น ไม่กระทบภายนอก แต่ว่าแม่สาวคนนั้นเป็นวิญญาณระดับสูงการโจมตีที่ไร้ธาตุ เป็นธาตุมืดและธาตุวิญญาณ ไม่สามารถทำอะไรได้ - เขาพูดขึ้นพร้อมทั้งฟันคลื่นดาบทำลายล้างสูงไปด้านหน้าดูเหมือนว่ามันจะเป็นธาตุมืดที่ไม่สามารถทำอะไรหญิงสาวได้ -

หญิงสาวในชุดกิโมโนเบี่ยงตัวหลบไปอย่างเฉียดฉิวชายเสื้อวิญญาณของเธอโดนดูดเขาไปกับปลายคลื่นดาบนั้น ตาเธอลุกวาวเหมือนตกใจอะไรบางอย่าง

คุโรซาว่า ซาเอะ : ความมืดกลืนกิน !! - เธอรีบพลิกตัวกลับมาและยิงพลังวิญญาณของเธอสวนกลับมาทันที ดูเหมือนว่าพลังนั้นจะดูร้ายแรงมาก บรรยากาศที่มืดมิดรอบด้านแฝงไปด้วยกลิ่นอาบอมหิตของหญิงสาวคนนั้น วิญญาณนับพันโจมตีมายังโอวานทันที -

ชายหนุ่มใช้แขนปีศาจของเขาดันวิญญาณกลับไปอย่างง่ายดาย เขายกปืนขึ้นมาและเล็งไปทางซาเอะทันที - ซูม - เสียงปืนกระบอกเล็กๆของเขายิงคลื่นพลังใหญ่เกินตัวออกไป ร่างของหญิงสาวนั้นได้หายไปชั่วพริบตาและมาโผล่ตรงหน้าของชายหนุ่ม เธอบีบคอของเขาและยกขึ้นอย่างง่ายดาย ชายหนุ่มเงื้อดาบพร้อมที่จะโจมตีสวนแต่ว่าเขาก็ต้องชะงักซะก่อนเมื่อเขาเห็นนิ้วมือของหญิงสาวอีกข้างนึงกำลังเคลื่อนไหวแปลกๆ

คุโรซาว่า ซาเอะ : คาถา หลุมศพวิญญาณ - สิ้นเสียงของเธอก็ได้มีพลังวิญญาณมหาศาลหุ้มตัวของโอวานไว้ เธอปล่อยมืออกมาจากคอของเขาและใช้อีกมือนึงยกขึ้นตัวของชายหนุ่มขึ้นกลางอากาศอย่างง่ายดาย เธอเกร็งมือของเธอและบีบลง -

ิวิญญาณต่างๆได้แตกสลายออกไปพร้อมทั้งมียันต์กระเด็นออกมาจากร่างของเขา ร่างของชายหนุ่มตกลงสู่พื้นอย่างง่ายดาย หญิงสาวมองดูร่างของโอวานโดยเว้นระยะห่างเล็กน้อย เธอชูนิ้วขึ้นมาอีกครั้งนึงและทำท่าจับตัวของเอเซียไว้ ชายหนุ่มปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของวิญญาณสาว เขาเงื้อแขนปีศาจของเขาซัดเข้าไปที่กลางหลังของหญิงสาวตนนั้น มือของเขาผ่านร่างกายของหล่อนออกไป โอวานเองคงจะแปลกใจเป็นอย่างมากเขาทำท่ารีบกระโดดถอยหลังออกมาทันที เขากระอักเลือดออกมาก่อนที่จะหมุนตัวและชาจพลังปืนของเขา

คุโรซาว่า ซาเอะ : มันไม่มีทางเหมือนเก่าได้หรอก โอวาน !! ชั้นชนะแล้ว !! - หญิงสาวบีบมือลงใส่เอเซียที่ถูกตรึงผนึกวิญญาณเอาไว้ทันที -

ทันใดนั้นแสงสว่างจ้าก็ได้ตัดสายวิญญาณขาดออกจากตัวของเอเซีย ขนสีขาวโปรยปรายเต็มสถานที่นั้นปรากฏร่างของวัลคิวรี่คนเดิมที่ชายหนุ่มคุ้นตา

คุโรซาว่า ซาเอะ : คังโดริ มิทสึ . . . - หญิงสาวเอ่ยชื่อหนึ่งขึ้นมาและเล็งเป้าหมายมาที่วัลคิวรี่สาวทันที -

เธอบินหลบออกไปอย่างเฉียดฉิวและใช้หอกเวทย์มนต์ปาลงมาหน้าวิญญาณตนนั้น แสงสว่างเจิดจ้าโจมตีเข้าใส่วิญญาณตนนั้นทันที แต่ดูเหมือนว่าเธอจะได้รับผลแค่ขีดข่วนเท่านั้น วิญญาณสาวค่อยเคลื่อนๆที่ตนเองเพื่อไม่ให้เสียเปรียบต่อสถานการณ์

คังโดริ มิทสึ : คุณเอเซีย เป็นอะไรรึเปล่าค่ะ - แววตาของหญิงสาวนั้นต่างกันมากเหมือนกับเป็นคนล่ะคนกัน จะมีก็เพียงแต่สีตาและสีผมเท่านั้นที่คล้ายคลึงกัน -


+ + VS

อะไรกันน่ะ งงไปหมดแล้ว นี้มันอะไรกัน ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน
แต่ก่อนอื่นใจเย็น ๆ ใจร่ม ๆ ไว้ก่อน ค่อย ๆ คิดดูฝ่ายซะก่อน
กิโมโนสีขาวคนนั้น รู้สึกจะจะจ้องเล่นงานตัวผมอยู่นิ เพราะอะไรกัน และ ฟรีเบียนิใครน่ะ ชื่อเล่นคุณโอวา่นเหรอ ?
แต่คุณโอวานสุดยอดไปเลยเก่งจริง ๆ แล้วนี้ก็คุณนางฟ้าคนนั้นอีกแล้ว มาช่วยผมไว้อีกแล้ว
ผมนิมันไร้ประโยชน์จริง ๆ แต่ ไอการต่อสู้นี้มันอะไรกัน ไม่เห็นรู้เรื่องเลยสักนิด

" ขอบคุณนะครับ ผมไม่เป็นไร "

ผมยิ้มตอบให้กับคุณนางฟ้า แล้วผมก็จ้องไปที่ผู้หญิงในชุดกิโมโน

" เอ่อ... คุณชื่อ คุโรซาว่าสินะครับ ผมชื่อ เอเซียนะครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ "

เอาเถอะ ยังไงการแนะนําตัวมันต้องมา่ก่อน โอย ไม่รู้สถานการ์ณเลยแฮะผมนิ
เอาล่ะตอนนี้คงต้องป้องกันตัวเองให้ถึงที่สุดล่ะนะ เป้าหมายของผมยังไม่ทันบรรลุเลย
จะมาตายบนเรือแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด

ดาบขนาดใหญ่ค่อย ๆ ลอยลงมาที่มือของผมจากด้านบน ผมตั้งท่าพร้อมรบ

" ผมไม่รู้หรอกว่าคุณ จะฆ่าผมทําไม แต่ตอนนี้ผมคงยอมให้คุณฆ่าผมไม่ได้หรอก "

ขอเถอะ คราวนี้คงไม่มีใครต้องบาดเจ็บหรอกนะ พลังลมของผมคงช่วยอะไรไม่ได้...
แต่ขอให้ลมของผมสื่อไปถึงด้วยเถอะ

" ถ้าเป็นไปได้ มาคุยกันดี ๆ ก่อนก็ได้นะครับ "

ผมทําหน้าจริงจังพร้อมตั้งท่าเตรียมสู้ แล้วพูดคุยกับคุณ คุโรซาว่า

ดูเหมือนการเจรจาจะไม่ได้ผลซักเท่าไรนัก หญิงสาวชุดกิโมโนกัดฟันกรอดเนื่องจากจำนวนคนที่มากขึ้นทำให้เธอตึงมือ โอวานซึ่งกำลังเล็งจุดเปิดอยู่นั้นและนางฟ้าที่มีชื่อเหมือนรูมเมทของเอเซียที่เข้าร่วมใหม่ ฟิลด์มืดมิดค่อยๆหายลงกลายมาเป็นห้งอาหารบนเรือที่เงียบสงบยามเช้าแทน วิญญาณสาวกระโดดออกทางหน้าต่างด้านข้างโต๊ะในเรือทันที

คังโดริ มิทสึ : ไม่ง่ายนักหรอก - เธอใช้ดาบของเธอปักลงยังพื้นเรือและชูมือขึ้นมาด้านหน้า - พลังศักสิทธิ์เอ๋ย จงสาดส่องแสงลงสู่ศัตรูของข้า ล้างพลังชั่วร้ายไปสู่นิรันต์ จั้ดเมนท์ - วัลคิวรี่สาวกำลัง . . จะเงื้อมือของเธอเพื่อปล่อยเวทย์มนต์ทำลายล้างสูงออกไปใส่หญิงสาวคนนั้นในทันที -


" ไม่ได้นะครับ ! "

ผมใช้ลมไปหักล้างกับพลังของคุณ คังโดริ
อะไรกันพลังช่างรุนแรงอะไรอย่างงี้ นี้ใช้คุณคังโดริที่อยู่กับผมมาตลอดงั้นเหรอ ??
แต่ถึงอย่างงั้นก็เถอะ การฆ่าฟันกันมันไม่ใช่เรื่องดีนะ !
การโจมตีใส่คนที่ไม่คิดจะสู้ก็ไม่ใช่เรื่องดีเหมื่อนกัน

หญิงสาวรีบหักมือของเธอกลับทันทีเมื่อเห็นเอเซียได้พยายามห้ามเธอไว้ ในขณะที่โอวานได้สวมปลอกแขนอันใหญ่ของเขากลับไปเหมือนเดิม

โอวาน : นึกว่าจะได้กินอาหารเช้าสบายๆซะแล้ว แต่ตอนนี้คงสงบลงชั่วคราวล่ะนะ - ชายหนุ่มนั่งลงพร้อมทั้งจิบกาแฟต่อหน้าตาเฉยทันที ดุเหมือนว่าเขาจะสามารถรักษาตัวเองได้จากภายในทีล่ะนิดๆ -

วัลคิวรี่สาวทำหน้างอลตุ้บป่อง เธอสบัดหน้าเล็กน้อยแล้วหันกลับมายังเอเซียอีกครั้งหนึ่ง

คังโดริ มิทสึ : ทำไมล่ะค่ะ คุณเอเซีย ทั้งที่เขาพยายามจะฆ่าคุณเองแท้ๆ - หญิงสาวพูดอย่างเป็นห่วงอย่างเกินหน้าเกินตา เมื่อกล่าวจบแล้วเธอก็ทำท่าจะบินจากไปทันที -


" อย่าเพิ่งไปสิครับ ! "

ผมจับมือของคุณคังโดริที่กําลังบินไปไว้ได้ทัน

" เอ่อ... คุณคังโดริสินะครับ "

ผมทําหน้างงเล็กน้อย แล้วก็ตอบคําถามของเธอกลับไป

" ก็ไม่รู้เหมื่อนกันนะครับ ผมก็แค่ไม่อยากให้ใครต้องบาดเจ็บเท่านั้นเอง "

ผมตอบกลับไปง่าย ๆ เหมือนไม่ได้คิดอะไรเลย และนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม
เพื่อนั่งดื่มชากับคุณโอวาน

" ไม่สนที่จะมาร่วมวงหน่อยเหรอครับ น้ำชาอร่อยนะครับ "

ผมยกแก้วชาให้คุณคังโดริ พร้่อมกับยิ้มให้

หญิงสาวรีบดึงมือ ออกจากชายหนุ่มทันทีเธอพูดอ้ำๆอึ้งๆ และโบกมือกลบเกลื่อนว่าไม่ใช่คังโดริที่เอเซียรู้จัก

คังโดริ มิทสึ : เอ่อ . . . ไม่ใช่นะค่ะ ชั้นชื่อ มิทสึ คังโดริ ต่างหาก . . . . - หญิงสาวพยายามแก้ตัวแต่ดูเหมือนชายหนุ่มเองจะไม่เชื่อเท่าไรรวมไปทั้งโอวานเองที่นั่งอยู่แถวนั้นด้วย -

หญิงสาวรับถ้วยชามาจากชายหนุ่มเธอนั่งลงและจิบชาอย่างช้าๆโดยที่ไม่ละสายตาไปจากเอเซียเลย

คังโดริ มิทสึ : เฮ้อ ~ คุณเอเซียเนี่ย . . . - หลังจากที่เธอจิบชาจากชายหนุ่มรอยยิ้มที่เหมือนกับการเจอกันครั้งแรกที่ร้านคาเฟ่นั้นก็ผุดขึ้นมาทันที - เป็นชาที่อร่อยมากเลยค่ะ - รีแอคชั่นเดิมของเธอแสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว เธอหน้าแดงเล็กน้อยและหันไปมองทางอื่นพร้อมทั้งจิบชาต่อ - คุณเอเซียเนี่ยเป็นคนดีจังเลยนะค่ะ . . . . คุณเอเซียคงจะเคยมีคนมาชอบเยอะแยะเลยสินะค่ะ - หญิงสาวเอ่ยขึ้น พร้อมกับหันหน้าไปทางอื่น -

แสงแดดยามเช้าและลมอ่อนๆทำให้เอเซียเองนึกถึงใครบางคนเมื่อเขายังเป็นเด็กอยู่ขึ้นมา



? ? ?


คนที่ชอบงั้นเหรอ... เราน่ะยังไม่มีสิทธิ์ที่จะรักใครด้วยซํ้า...
ไม่งั้นก็คงจะเหมือนตอนนั้น... ต้องทําให้ใครบางคนเจ็บปวด
เพราะผมยังไม่้ดีพอ... ที่จะดูแลใครสักคนให้มีความสุข

" ไม่หรอกครับ ใครมันจะมาชอบคนไม่ได้เรื่องอย่างผมล่ะ ฮะฮะ "

ผมหัวเราะ ตอบคุณคังโดริ และพอจ้องคุณคังโดริในร่้างเทพธิดาแล้วดูงดงามจริง ๆ
แต่ไม่เข้าใจเหตุผลที่เธอต้องการปิดบังเลย แต่ถ้าเธอไม่อยากให้รู้ ก็ไม่ต้องถามหรอก

" คุณคังโดริ... คุณนิสวยจังเลยนะครับ "

ผมยิ้มแล้วพูดกับคุณ คังโดริ พร้อมจิบชาไปด้วย จากนั้นก็หันมาทางคุณ โอวาน และทําหน้าจริงจัง

" คุณโอวาน คุณเป็นใครกันแน่ครับ... แล้วเมื่อกี้นิใครเหรอครับ แล้วทําไมถึงจ้องเล่นงานผม "

ผมรัวคําถามเป็นชุด ๆ

หญิงสาวนั่งหน้าแดง เธอหันหน้าหลบไปทางอื่นเพื่อไม่ให้ชายหนุ่มเห็น เธอพยายามเอาถ้วยน้ำชาปกปิดปากและแก้มด้านล่างของเธอ

คังโดริ มิทสึ : ที่ผ่านมาคุณเอเซียอาจจะยังไม่รู้ตัวเองหรือมองข้ามไปล่ะมั้งค่ะ ว่าอาจจะมีคนที่ชอบคุณเอเซียอยู่ก็ได้ . . . - หญิงสาวพยายามก้มหน้าก้มตาหลบและทำท่าทีแปลกๆหลังจากพูดจบประโยคของเธอ -

ทางด้านชายหนุ่มเขานั่งจิบกาแฟและหันมามองทางเอเซียเข้ายิ้มออกมาเล็กน้อยและตอบคำถามของชายหนุ่มอย่างตรงไปตรงมาเหมือนกับเอเซีย

โอวาน : ข้ามาจากอีกโลกนึงน่ะ อันที่จริงแล้วข้าเองก็ต้องการพลังความมืดในตำนานเหมือนกับคนอื่นๆ ทว่า . . . ข้าไม่ได้มีเป้าหมายมาจัดการฟรีเบียหรอกนะ เหตุผลของข้าถึงบอกเจ้าไปก็คงจะไม่เข้าใจหรอกนะ - เขานั่งจิบกาแฟของตัวเองและมองออกไปด้านนอกหน้าต่าง - ผู้หญิงคนเมื่อกี้คือ คุโรซาว่า ซาเอะ เป็นวิญญาณระดับสูง เหตุผลของแม่นางคนนั้นน่าจะเป็นเพราะว่านางเอกรู้เรื่องเกี่ยวกับแกรนด์ฟอล์และเนเร้ด นางคงจะตัดกำลังผู้ที่ถูกเลือกไปซะก่อนกระมัง


เอ่อ... ไม่เข้าใจสักนิด ที่รู้ ๆ คือ คุณโอวานมาจากโลกอื่น ต้องการพลังความมืดในตํานาน
แล้ว ฟรีเบียกับเนเร้ดคืออะไรกัน ไม่ใ่ช่ชื่อเล่นของคุณโอวานหรอกรึ ?

" ฟรีเบียและเนเร้ดคืออะไรเหรอครับ แล้วพลังความมืดที่ว่ามันคือ ? "

ผมถามคําถามต่ออีก 2 ข้อ

ชายหนุ่มขยับแว่นเล็กน้อยก่อนที่จะหันมามองทางเอเซีย เขามองตรงมาที่ชายหนุ่มและพุดขึ้น

โอวาน : ฟรีเบียก็คือเจ้า้ ส่วนเนเร้ดก็จะต้องเป็นข้าอย่างแน่นอน - ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆก่อนที่จะหันไปจิบกาแฟเหมือนเดิม - เอาล่ะข้าขอตัวก่อนล่ะนะ - ว่าแล้วเขาก็เช็คบินจ่ายเงินให้กับค่าน้ำชายามเช้าของเอเซียและจากไป -

ปล่อยให้ชายหนุ่มนั่งกับวัลคิวรี่สาวสองคนที่โต๊ะริมหน้าต่างบนเรือลำนี้


Player Reaction : จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 26-5-2010 17:09:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด clubtime เมื่อ 4-7-2010 21:39

Reply : Five   (Read Reply Four Click!!)


Angel : clubtime


Angel Item
Angel Recovery skill
Angel Passive skill
Angel Active skill
Angel Special ability
Room mate :

ที่อยู่อาศัย :


เทนชิ :  . . . อือ  เทนชิได้ลุกขึ้นจากที่นอน แล้วเดินไปยังห้องน้ำ หลังจากที่อาบน้ำเสร็จ เทนชิได้ออกมาแต่งตัวที่ห้อง แต่ไม่เห็นรูริอยู่ในห้องแล้ว
" . . . (รูริไปไหนกันน่ะ)"

ภายในยานที่แสนกว้างใหญ่และทันสมัย แผนที่เล็กๆที่ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องพักชั่วคราวของเธอแสดงจุดต่างๆบนยานลำนี้ ดูเหมือนว่ารูริคงจะออกไปสำรวจข้างนอกยานก่อนแล้ว

1 ) ไปยังห้องอาหาร 2 )ไปยังห้องบัญชาการ 3 ) ไปยังห้องเก็บของ 4 ) ห้องอื่น ( โปรดระบุห้องที่เป็นไปได้ ~ )


ถึงจะมีแผนที่ แต่ก็พกไปไหนด้วยไม่ได้ เพราะมีขึ้นที่แค่หน้าจอคอม ภายในห้อง เด็กสาวจึงจำทางเดินไปยังห้องอาหาร เพราะ คิดว่ารูริน่าจะไปที่นั่น
แต่ภายในยาน นั่นกว้างเหลือเกิน
เทนชิ : . . . เฮ้อ~  เด็กสาวถอนหายใจแล้วนั่งพักอยู่ตรงทางเดิน และคิดว่าตัวเองได้หลงอยู่ภายในยานซะแล้ว

เสียงเดินเล็กๆค่อยก้าวเดินเข้ามาใกล้เทนชิทีล่ะน้อย ร่างของเด็กสาวผมสีเขียวคนหนึ่งปรากฏต่อหน้าของเธอ



? ? ?

? ? ? : คุณคงจะเป็นคนที่คุณเฟทช่วยขึ้นมาสินะค่ะ หลงทางเหรอค่ะ ? - หญิงสาวถามด้วยหน้าตานิ่งเงียบ -


เทนชิ : . . . อะ อืม เราจะไปที่ห้องอาหารนะ เทนชิตอบด้วยน้ำเสียงเฉยๆ แล้วก็มองหน้าหญิงสาวที่มาทัก

เธอยื่นมือมาที่เทนชิ พร้อมเอ่ยทักทาย

เอนฮาท สตราโตส : ชั้นชื่อ เอนฮาท สตราโตส ค่ะ กรุณาตามชั้นมาทางนี้นะค่ะแล้วชั้นจะนำทางไปยังห้องอาหาร


เทนชิได้เดินตามเด็กสาวผมสีเขียว ไปยังห้องอาหารได้เจอรูรินั่งรออยู่ โดนที่ยังไม่ได้กินอะไรเลย
เทนชิ : ขอบคุณมากนะที่พาเรามา เทนชิได้ขอบคุณเด็กสาวแล้วรีบเดินไปหารูริที่นั่งรออยู่ ที่โต๊ะกินข้าว
เทนชิ : รอเรานานมั้ย . . .  เทนชิได้ถามรูริ แต่รู้สึกว่าจะนานเพราะตัวเองได้หลงอยู่นานพอสมควร

เด็กสาวค่อยๆแหงนหน้ามองที่คู่หูของเธอและก้มหน้าลงเหมือนเช่นเดิม

รูริ มัทสึริ : พวกเราเหลือเวลาอีก 3 ชั่วโมงจะถึงโลกเวทย์มนต์นะค่ะคุณเทนชิ หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จแล้วพวกเราก็จะต้องไปรวมตัวกับคนอื่นๆที่ห้องโถงใหญ่ในยานนะค่ะ รูริอธิบายแผนการยามเช้านี้อีกครั้ง ~


เทนชิ : งั้นเรารีบหาอะไรทานกันก่อนนะ จะได้รีบไปรวมกับพวกคุณเฟท แล้วเทนชิก็จับมือรูริไปยังที่ซื้ออาหาร โดยทันทีแล้วสิ่งที่เทนชิคิดไว้ว่าจะสั่งก็ "เต้าหู้หม่าโผ่" นั่นเอง

ติดตามReplyใหม่ได้งาฟ

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้อง ลงชื่อเข้าใช้ เพื่อดาวน์โหลดหรือดูไฟล์แนบนี้ คุณยังไม่มีบัญชีใช่ไหม? สมัครสมาชิก

x
ราชินีงู
โพสต์ 27-5-2010 07:36:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 4-6-2010 06:03

ความเดินตอนที่แล้ว
Anna : tourt0ur
Action sloth [- - - - l - - - - l - - - - l - - - - l - - - - ]


Anna Item
Anna Recovery skill
Anna Passive skill
Anna Active skill
Anna Special ability
Room mate :

ที่อยู่อาศัย :


"มาไวดีนี่ มาช่วยกันหน่อยนะคะ " anna หันไปยิ้มบาง ๆ ให้โทโด แล้วตั้งท่าเข้าต่อสู้
(คำนวนให้ทีนะ เพื่อครั้งต่อไปจะคำนวนเองมั่ง)
(ให้ แอนนาโจมตี แมงมุม1แบบธรรมดา โจมตีไปเรื่อย ๆ จนมันตาย แล้วเปิดใช้ zen แล้วใช้ strom blade กะตัวที่ 2 กับตัวที่ 3 ส่วนตัวที่ 4 ตีธรรมดา ส่วนโทโดให้ค่อยช่วยแอนนาโจมตี )

> แอนนา Atk : 20 Evade : 33 Def : 16  โจมตี Trixter ( 1 ) Atk : 10 Evade : 15 Def : 10 Magic : 5 Dex : 5 > Atk 20 - Def 10 = 10 - 30 = 20 / 30

โทโด Atk : 30 Evade : 30 Def : 10  โจมตี Trixter ( 1 ) Atk : 10 Evade : 15 Def : 10 Magic : 5 Dex : 5 > Atk 20 - Def 30 = 20 - 20 = 0 / 30

Trixter ( 2 ) Atk : 10 Evade : 15 Def : 10 Magic : 5 Dex : 5 โจมตี แอนนา Atk : 20 Evade : 33 Def : 16 > Atk 10 - Def 10 > Dex 5 - Evade 33 > MISS

> แอนนา Atk : 20 Evade : 33 Def : 16  โจมตี Trixter ( 2 ) Atk : 10 Evade : 15 Def : 10 Magic : 5 Dex : 5 > Atk 20 - Def 10 = (10*8)80 - 30 = 0 / 30

Trixter ( 3 ) Atk : 10 Evade : 15 Def : 10 Magic : 5 Dex : 5 โจมตี แอนนา Atk : 20 Evade : 33 Def : 16 > Atk 10 - Def 10 > Dex 5 - Evade 33 > MISS

> MPไม่พอใช้งานครั้งที่ 2 แอนนา Atk : 20 Evade : 33 Def : 16  โจมตี Trixter ( 3 ) Atk : 10 Evade : 15 Def : 10 Magic : 5 Dex : 5 > Atk 20 - Def 10 = 10 - 30 = 20 / 30

โทโด Atk : 30 Evade : 30 Def : 10  โจมตี Trixter ( 3 ) Atk : 10 Evade : 15 Def : 10 Magic : 5 Dex : 5 > Atk 20 - Def 30 = 20 - 20 = 0 / 30

Trixter ( 4 ) Atk : 10 Evade : 15 Def : 10 Magic : 5 Dex : 5 โจมตี แอนนา Atk : 20 Evade : 33 Def : 16 > Atk 10 - Def 10 > Dex 5 - Evade 33 > MISS

> แอนนา Atk : 20 Evade : 33 Def : 16  โจมตี Trixter ( 4 ) Atk : 10 Evade : 15 Def : 10 Magic : 5 Dex : 5 > Atk 20 - Def 10 = 10 ( Critical ) 20 - 30 = 10 / 30

โทโด Atk : 30 Evade : 30 Def : 10  โจมตี Trixter ( 4 ) Atk : 10 Evade : 15 Def : 10 Magic : 5 Dex : 5 > Atk 20 - Def 30 = 20 - 10 = 0 / 30

> Gain 120 Exp / Insect leg *4 / Insect body *4

AS : [          l           l - - - - l - - - - l - - - - ]

Strom blade > MP เกินเก็บ AS แทน > + ต่อสู้

เมื่อการต่อสู้จบลง เธอจึงชวนโทโดพักกินข้าว


"เก่งไม่เบานี่" anna พูดพร้อมส่งกระดาษให้โทโดซับเหงื่อ แล้วก็นั่งทานข้าวกัน "เอ้อ เมื่อวันนั้นชั้นพูดค้างไว้นี่น่าว่าชั้นมาที่นี่ทำไม... เออ แบบว่านายเห็นท้องฟ้ามั๊ย มันแปลก ๆ ไปใช่ป่ะ??? อาจารย์ส่งชั้นมาด้วยเรื่องนี้แหละ รู้สึกอาจารย์ชั้นเรียกปรากฏการณืนี้ว่า grand fall อ่ะ" เธอพูดพลางกินขนมล้างปาก "มันเปงเหตุการณืที่โลกทั้ง 2 ใบ มันจะเคลื่นเข้ามาใกล้กัน ถ้ามันมาชนกันล่ะก็มันจะรวมกันป็นโลกใบเดียว สิ่งมีชีวิตทั้ง 2 โลกจะต้องสูญสลาย ไม่แน่ว่าคนแปลกหน้าที่เราโดนโจมตีอาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็ได้ นายเคยได้ยินเรื่องแบบนี้มั่งหรือป่าว" ว่าแล้วเธอก็เก็บจาน-ชาม เห็นได้ชัดว่าเธอพูดไม่หยุด เพื่อที่จะทำให้โทโดไม่มีจังหวะถามถึงเหตุการณืเมื่อคืน =w= "อ่อ แล้วจะเอางัยต่อล่ะ จะกลับบ้านพักผ่อนหรือจะซ้อมต่อ"
>กลับบ้าน ก็ แวะร้านขายของสดด้วย
>ฝึกต่อ ก็เจอด้วง 2 ตัว
โทโดแปลกใจเล็กน้อยที่แอนนาพูดเยอะกว่าปกติ ดูเหมือนเธออาจจะปิดบังอะไรเขาอยุ่ก็ได้แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเท่าไรนัก ท้องฟ้าที่มืดครึ้มบ่งบอกว่าอากาศกำลังจะแปรสภาพ โทโดและแอนนาจึงรีบวิ่งหาด้วงอีกสองตัวเพื่อจัดการพวกมันลงให้เร็วที่สุด

โทโด : เอ แกรนด์ฟอล์นี่มันไม่ใช่แค่ตำนานเหรอครับคุณแอนนา - ชายหนุ่มวิ่งไปถามไป -

"เป็นแค่ตำนานก็ดีน่ะซิ เอ๋ เด๋วนะ...แปลว่านายก็รู้จักเหตุการณืนี้เหมือนกันหรอ ได้ยินมาจากใครหรอ ไว้ว่าง ๆ พาฉันไปหาทีนะ" ทั้งคู่วิ่งไปซักพัก ก็ได้พบกับด้วงตัวน้อย ๆ 2 ตัวยืนอยู่ "เอาล่ะ เริ่มกันเลยมั๊ย"
(ตีธรรมดาไปโลดดดด)
แอนนา Atk : 20 Evade : 33 Def : 16  โจมตี ฺBeetle ( 1 ) Atk : 15 Evade : 20 Def : 15 Dex : 5 > Atk 20 - Def 15 = 5 - 50 > 45 / 50

โทโด Atk : 30 Evade : 30 Def : 10  โจมตี ฺBeetle ( 1 ) Atk : 15 Evade : 20 Def : 15 Dex : 5 > Atk 30 - Def 15 = 15 - 45 > 30 / 50

Beetle ( 1 ) Atk : 15 Evade : 20 Def : 15 Dex : 5 โจมตี แอนนา Atk : 20 Evade : 33 Def : 16 > Dex 5 - Evade 33 > Miss

แอนนา Atk : 20 Evade : 33 Def : 16  โจมตี ฺBeetle ( 1 ) Atk : 15 Evade : 20 Def : 15 Dex : 5 > Atk 20 - Def 15 = 5 - 30 > 25 / 50

โทโด Atk : 30 Evade : 30 Def : 10  โจมตี ฺBeetle ( 1 ) Atk : 15 Evade : 20 Def : 15 Dex : 5 > Atk 30 - Def 15 = 15 - 25 > 10 / 50

Beetle ( 1 ) Atk : 15 Evade : 20 Def : 15 Dex : 5 โจมตี โทโด Atk : 30 Evade : 30 Def : 10 > Dex 5 - Evade 30 > Miss

แอนนา Atk : 20 Evade : 33 Def : 16  โจมตี ฺBeetle ( 1 ) Atk : 15 Evade : 20 Def : 15 Dex : 5 > Atk 20 - Def 15 = 5 - 10 > 5 / 50

โทโด Atk : 30 Evade : 30 Def : 10  โจมตี ฺBeetle ( 1 ) Atk : 15 Evade : 20 Def : 15 Dex : 5 > Atk 30 - Def 15 = 15 - 5 > 0 / 50

แอนนา Atk : 20 Evade : 33 Def : 16  โจมตี ฺBeetle ( 2 ) Atk : 15 Evade : 20 Def : 15 Dex : 5 > Atk 20 - Def 15 = 5 - 50 > 45 / 50

โทโด Atk : 30 Evade : 30 Def : 10  โจมตี ฺBeetle ( 2 ) Atk : 15 Evade : 20 Def : 15 Dex : 5 > Atk 30 - Def 15 = 15 - 45 > 30 / 50

Beetle ( 2 ) Atk : 15 Evade : 20 Def : 15 Dex : 5 โจมตี แอนนา Atk : 20 Evade : 33 Def : 16 > Atk 15 - Def 10 = 5 - 10 > 5 / 10

แอนนา Atk : 20 Evade : 33 Def : 16  โจมตี ฺBeetle ( 2 ) Atk : 15 Evade : 20 Def : 15 Dex : 5 > Atk 20 - Def 15 = 5 - 30 > 25 / 50

โทโด Atk : 30 Evade : 30 Def : 10  โจมตี ฺBeetle ( 2 ) Atk : 15 Evade : 20 Def : 15 Dex : 5 > Atk 30 - Def 15 = 15 - 25 > 10 / 50

Beetle ( 2 ) Atk : 15 Evade : 20 Def : 15 Dex : 5 โจมตี โทโด Atk : 30 Evade : 30 Def : 10 > Atk 15 - Def 10 = 5 - 14 > 9 / 14

แอนนา Atk : 20 Evade : 33 Def : 16  โจมตี ฺBeetle ( 2 ) Atk : 15 Evade : 20 Def : 15 Dex : 5 > Atk 20 - Def 15 = 5 - 10 > 5 / 50

โทโด Atk : 30 Evade : 30 Def : 10  โจมตี ฺBeetle ( 2 ) Atk : 15 Evade : 20 Def : 15 Dex : 5 > Atk 30 - Def 15 = 15 - 5 > 0 / 50

> Gain : Exp 100 ( อีก 80 จะอั้พ 1 เลเวล หรือ หลังส่งเควสจะให้อั้พ 1 เลเวลจ้า ) / Gold 4 / Insect horn *2 Insect body *2

โทโด : อ่า ผมรู้มาจากหนั่งสือน่ะครับที่โบสถ์ของแต่ล่ะเมืองก็มีนะฮะ


"โบสถ์หรอ.... งั้นวันนี้เรากลับบ้านกันเถอะ" ทั้ง 2 เดินกลับบ้าน ระหว่างทาง anna ได้แวะไปที่เควสเคาร์เตอร์ และได้หยิบกระดาษเควสที่รับมาส่งให้เจ้าหน้าที่ "ส่งเควสค่ะ..."
เมื่อเธอส่งเควสเสร็จจึงวานให้โทโดพาไปตลาด "เราต้องไปซื้ออาหารสดมาตุนไว้ดีกว่า เย็นนี้จะทำกระพงนึ่งมะนาว ดีม่ะ ^^ " เมื่อกลับมาถึงบ้าน anna จึงจัดเก็บของสดเข้าตู้เย็น แล้วรีบควักไส้ปลา แล้วนำไปนึ่ง ระหว่างรอปลาสุก เธอเดินมาหาโทโดที่กำลังทำความสะอาดหอกประจำตัวอยู่ แล้วยืนหนังสือพิมให้ 1 เล่ม "อ่ะ ชั้นเห็นนายสนใจการหางานพิเศษเลยซื้อหนังสือสมัครงานมาให้ อ่อ เด๋วชั้นขอตัวไปอาบน้ำหน่อยนะ" ผ่านไป 15 นาที เธออาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วจึงมาเอาปลาที่นึ่งลงจากเตาแล้วปรุงน้ำราดลงไปแล้วนึ่งต่ออีกซักครู่ "กินข้าวได้แล้วจ้า" เธอเรียกโทโด พลางจัดโต๊ะไป " อร่อยมั๊ย .... วันนี้ก็เหนื่อยกันมาทั้งวันแล้วไว้พรุ่งนี้เราไปโบสถ์กันนะ เราจะชักช้าไม่ได้แล้ว"

Gain : 200 g จากการส่งเควส

Anna LV Up : Hp 15 Mp 9 : Status point > { 3 Point }

ชายหนุ่มแปลกใจเล็กน้อยที่หญิงสาวพูดเร็วติดจรวดแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนซักเท่าไร ดูเหมือนเธออาจจะพยายามปิดอะไรเขาก็ได้ แต่โทโดเองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก

โทโด : อ่า. . . ขอบคุณมากครับ สำหรับหนังสือ - เขาแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็รับหนังสือพิมพ์นั้นมา -

หลังจากที่หญิงสาวทำอาหารเสร็จเขาก็ได้มานั่งที่โต๊ะอาหารและร่วมรับประทานด้วย

โทโด : อิตาดากิมัส ~ - เขาบรรจงตะเกียบลงคีบเนื้อปลาราดซอสกินกับข้าว วินาทีถัดมาจากการบรรจงของเขาเปลี่ยนเป็นการละเลงตะเกียบอย่างสิ้นเชิง - นี่มัน !! รศชาติแบบนี้  !! กลิ่นหอมมะนาวที่ดับกลิ่นคาวปลา พร้อมกับซอสที่เข้ากันได้ดีอย่างนี้ อะไรกันแม้แต่ก้างยังรู้สึกว่าอร่อยขึ้นมาได้อย่างน่าแปลกใจ !! - เขาโซ้ยกินอย่างรวดเร็วจนติดคอลงไปนอนชักบนโต๊ะอาหาร -


(อัพสเตตัสจ้า ลง int 1 ลง agi 2 - รอการอั้พเดท - )
"ไม่ต้องรีบก็ได้ไม่มีใครแย่งหรอกน่า" เธอมองโทโดสวาปามอย่างอ่อนโยน ก่อนที่จะตกใจสุกขีดเนื่องจากเพื่อนชายของเธอดันก้างปลาติดคอคงไปชักดิ้นชักงอ "นั่นงัยเห็นมั๊ยล่ะ" เธอหัวเราะบาง ๆ นับเป็น1ในไม่กี่ครั้งที่เธออารมณ์ดีอย่างนี้ "เอานี่กลืนนี่ลงไป" เธอหยิบข้าวมา 1 ก้อนป้อนใส่ปากโทโด "กลืนลงไปเลยอย่าเคี้ยวนะ ก้างจะได้หลุดลงไป" แล้วก็เดินไปในครัวเอาน้ำมาให้เพิ่ม "นี่เรามีเพื่อนหรือลูกชายคนโตหว่า = = " เธอนำน้ำมาให้โทโด "อ่ะ..ดื่มตามไปเยอะ ๆ มันอาจจะระคายคออยู่อ่ะนะ" แต่ทว่าเธอดันเหยียบผ้าคลุมของเธอเอง (ก็ดันใส่ซะรุงรังเลย) "ว๊ายยยย" เธอล้มลงน้ำหกไปทั่วตัวเธอ ที่เลวร้ายกว่านั้นเธอดันนอนคร่อมตัวโทโดอยู่ "..........." เธอรุ้สึกอึดอัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนหัวใจเต้นระรัว พูดไม่ออก...

ชายหนุ่มนอนมองหญิงสาวด้วยสีหน้าที่แปลกใจเขาค่อยๆพยุงเธอลุกขึ้นมาและไปยิบผ้าขนหนูมาให้

โทโด : ขอบคุณสำหรับข้าวปั้นและอาหารนะครับ - เขายื่นผ้าขนหนูให้แอนนาคลุมตัวของเธอไว้และไปเปลี่ยนชุดซะ -


"ข....ขอบใจนะ" เธอรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ "นี่เราเป็นไรไปน่ะ ไม่เข้าใจ" เธอรำพันกับตัวเองหน้ากระจก "ไม่ได้ ๆ นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเรื่องแบบนี้นะ..... ลืมเอาเสื้อผ้าเข้ามา ช่างเถอะ" เธอจึงปล่อยผมที่มัดไว้ออก แล้วนุ่งผ้าเข็ดตัว เดินออกมา "อ้าวไปไหนซะแล้วอ่ะ" เธอมองไม่เห็นชายหนุ่มจาน-ชามก็ล้างเรียบร้อยแล้วด้วย เธอจึงเดินเข้าห้องนอน "อ้าวนี่ก็ไม่มี  หรือว่าไปหางานพิเศษ" เธอจึงเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเข้านอนเพราะคาดว่าพรุ่งนี้อาจจะต้องเหนื่อยอีกมาก แต่เอเหลือบไปเห็นซองจดหมายก่อน "อ้าวของอาจารย์นี่" เธอจึงหยิบมาอ่าน "เป็นงัยบ้างสบายดีมั๊ย หวังว่าคงอยู่กับชายหนุ่มสุดหล่อที่เลือกให้ได้นะ อ่อ ที่ชั้นส่งมาก็เพื่อจะบอกข่าวที่สายหามาให้อ่ะ หนทางหนึ่งที่เธอจะหยุดแกรนฟอลล์ได้คือจะต้องรวบรวม เจ้าแห่งธาตุต่าง ๆ ของทั้ง 2 โลกเท่าที่ชั้นรู้ก็มีชื่อ undine sylph efreet gnome ชั้นรู้แค่นี่แหละส่วนที่อยู่ก็หาเอาเองนะจ๊ะ สุดท้ายนี้ระวังจะหลงรักเพื่อนร่วมห้องนะจ๊ะ" เธอได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ กับคำลงท้ายของอาจารย์ แล้วขว้างมันลงถังขยะแล้วรีบนอน โดยที่ไม่รู้ว่ามันไม่ลง - - "แล้วจะไปหาจากไหนเนี๊ยะ สงสัยต้องออกเดินทางหาข้อมูลจิง ๆ จัง ๆ แระ" แล้วเธอก้หลับไป

ช้าวันรุ่งขึ้นโทโดได้เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้แอนนาก่อนที่เขาจะออกไปทำงานพิเศษข้างนอกบ้าน พร้อมทั้งทำอาหารเช้าครอบฝาวางไว้บนโต๊ะไว้ให้ด้วย

" ถึงคุณแอนนาผมโทโดเองครับ ผมจะออกไปทำงานพิเศษที่สมัครไว้จนถึงบ่ายสามโมงแล้วผมถึงจะเลิกงาน ผมเองพยายามเรียนรู้บุคคลิกทั่วไปและการเป็นอยู่ของผู้คนธรรมดาอยู่และพยายามให้ชินกับมันน่ะครับ ถ้าุคณแอนนามีปัญหาอะไรก็ติดต่อมาีท่เบอร์นี้ได้จากโทรศัพท์บ้านหรือมาที่ทำงานของผมก็ได้ตามแผนที่นี้เลยนะครับ ส่วนอาหารเช้าผมทำทิ้งไว้ให้บนโต๊ะแล้ว เบนโตะอยู่ในชั้นเก็บอาหารเหนือที่ล้างจานนะครับผม "


"..... ตั้งบ่าย 3 ทำไรตั้งนาน เอาล่ะ ไหนดูซิหมอนั่นทำไรใกนเอ๋ย" เธอเดินไปเปิดฝาครอบ "เลือด!!! อ่ะ ไม่ใช่ สงสัยชั้นคงจะเพลียมากไป" เธอลงมือทานอาหารเช้าแล้วเตรียมตัวไปข้างนอก "โบสถ์ไปทางไหนหว่า จะไปถามที่ที่ทำงานดีมั๊ย ... ไม่ดีก่า รบกวนคนเค้าจะทำงาน หาเองก้อได้ ได้เรื่องงัยแล้วค่อยไปหา" เธอเดินหาโบสถ์อยู่ครึ่งวันเต็ม ๆ อันที่จิงเธอมัวแต่เดินดูของกิ๊ฟช๊อปอยู่ เพราะวันนี้เธอมาคนเดียวเลยไม่ได้วางมาดมากนัก ยังงัย ๆ เธอก็ยังเป็นสาวน้อยวัยขบเผาะ "อ่ะบ่าย2 จะบ่าย 3 แล้วนี่" ไปหาโทโดดีกว่า เธอเดินตามแผนที่ไปที่ทำงานโทโด "อ่ะเจอแล้ว ๆ อยู่นั่นงัย" เธอไม่อยากรบกวนคนอื่นเพราะยังไม่ถึงเวลาเลิก อีกอย่างก็กลัวโทโดโดนตำหนิ มันจะทำให้โทโดยิ่งเย็นชากับมนุษย์เข้าไปอีก เธอจึงอ้อมไปทางด้านข้างแล้วเคาะกระจกเรียกโทโด ส่งสัญญาณมือบอกว่ามารอรับ

ณ ร้านขนมปังแห่้งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากย่านกลางเมืองระยะหนึ่งแต่ไม่ถึงกลับไกลมาก แอนนาได้ทำการเคาะกระจกร้านนั้นเพื่อเรียกโทโด ชายหนุ่มเองที่กำลังนั่งตกแต่งเค้กอยู่หลังร้านก็ได้ออกมามอง เมื่อเขาเห็นแอนนาจึงได้เดินออกหาทันที

โทโด : สวัสดีครับ คุณแอนนา อุส่าห์มารับผมถึงที่ทำงานเลยเหรอครับเนี่ย ^^ สงสัยคุณแอนนาคงจะเป็นเจ้าสาวที่ดีได้เลยนะครับเนี่ย ~ อ่า ผมขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะครับผม อีกแปปเดียวหลังจากเสร็จงานแล้วผมจะรีบกลับมาหานะครับ


เธอตกใจกับคำพูดของโทโดจึงได้แต่ยืนเฉย ๆ ไม่พูดอะไรจนโทโดกลับเข้าไปทำงาน "เจ้าสาวอะไรกันอย่างชั้นนี่นะ" เธอบ่นพึมพัมอย่างอาย ๆ เธอได้เดินไปนั่งรอที่โต๊ะหินอ่อนตรงสวนด้านหน้าร้านขนมปัง "กลิ่นหอมจัง กลิ่นอะไรอ่า~~~~" เธอมองไปยังต้นตอ มันเป็นร้านรถเข็นขายขนมลูกกลม ๆ ปิ้งอยู่บนเตาหลุด เธออ่านชื่อร้าน "ทาโกะจัง น่ากินจังเลย" เนื่องจากเธอรู้จักแต่อาหารจีน ถึงจะเคยเรียนอาหารญี่ปุ่นมาบ้างแต่เธอก็ยังไม่เคยกินของต้นตำหรับเลย "พี่ค่ะเอา 2 กล่องค่ะ" เธอซื้อเสร็จ โทโดก็ออกมาพอดี เธอกำลังเคี้ยวทาโกะฯ ตุ้ย ๆ "เลิกงานแล้วหรอ อ่ะเติมพลังหน่อยมั๊ย เด๋วเราต้องไปต่อกันนานเลยล่ะ" เธอยื่นอีกกล่องให้ เมื่อกินกันเรียบร้อยแล้วเธอจึงชวนโทโดไปโบสถ์ "ชั้นไม่ค่อยรู้ทางแถมเธอต้องไปช่วยชั้นค้นหนังสือด้วย นะ?" เมื่อมาถึงโบสถ์ "ว้าววววว สวยจัง" เธอตกตะลึงกับกระจกสีที่อยู่บนผนังโบสถ์ แล้วเธอก็มาหยุดอยู่ที่รูปปั้นใจกลางโบสถ์ "นี่หรอ Serfert เทพผู้สร้าง" เธอทำความเคารพรูปปั้นนั้นแล้วเดินไปห้องสมุด "โทโดคะ ช่วยกันหาทีนะ อ่ะ" เธอยื่นกระดาษที่มีข้อความว่า  undine sylph efreet gnome "เจอไรเกี่ยวกับชื่อพวกนี้เอามาให้หมดนะ " แล้วเธอก็ขอตัวแยกไปหาเหมือนกัน

ชายหนุ่มทำหน้าแปลกใจนิดๆ เขาค่อยๆเริ่มลงมือค้นหาหนังสือจากในโบสถ์ จากมุมต่างๆของตู้หนังสือ

โทโด : เอ . . . ชื่อที่ว่ามานี่มันทูติต่างๆในนิยายนิครับ เหมือนคุณแอนนาจะชอบอ่านนิยายเลยนะครับเนี่ย เอ้ย !! ไม่ใช่ผมหมายถึงมันคงจะไม่ได้เป็นแค่นิยายสินะครับผม

ชายหนุ่มลงมือหาหนังสือต่อไป เมื่อผ่านไปพักหนึ่งเขาก็หยิบหนังสือมาให้แอนนา 5 เล่มด้วยกัน

โทโด : นี่ครับคุณแอนนารู้สึกผมจะเจอ Rem เพิ่มมาอีกคนด้วยนอกเหนือจากที่คุณแอนนากล่าวไว้ข้างต้นน่ะครับ อ้อถ้าจำไม่ได้ลองย้อนกลับไปอ่านตอนที่แล้วนะครับผม

ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังหยอกล้อกับหญิงสาวอยู่นั้น แอนนาก็ได้เหลือบไปเห็นเด็กผู้ชายผมสีเงินคนหนึ่งซึ่งอยู่ในโบสถ์ด้วย ดูเหมือนว่าเขาก็กำลังหาหนังสืออะไรบางอย่างอยู่เหมือนกัน


Player Reaction : จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 29-5-2010 11:32:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 6-6-2010 16:40

Asia : Eureka_GL_World


Asia Item
Asia Recovery skill
Asia Passive skill
Asia Active skill
Asia Special ability
Room mate :


ห๊ะ... ผมน่ะเหรอฟรีเบีย... แล้วมันพิเศษยังไงหว่า
ยังไม่รู้เลยสักนิด ว่าฟรีเบีย กับ เนเรด มันคืออะไร
ผมหันมามองคุณคังโดริในร่างเทพธิดา ที่กําลังจิบชาพร้อมมองออกไปนอกหน้าต่าง
ดูยังไงปีกสีขาวของเธอก็ช่างงดงามจริง ๆ
และถ้าคุณคังโดริเป็นคนเข้ามาในความฝันของผมจริง ๆ แสดงว่าคุณคังโดริก็รู้เรื่องทุกอย่างสินะ

" เอ่อ... คุณคังโดริครับ รู้เรื่องทั้งหมดอยู่แล้วเหรอครับ ? "

ผมยิ้มถามไป

" ช่วยอธิบายผมฟังหน่อยสิ "

หญิงสาวมองตรงมาที่สายตาของชายหนุ่มเธอวางแก้วชาลงและทำสีหน้าจริงจัง

คังโดริ มิสึ : คุณเอเซีย ความจริงแล้วน่ะคุณเป็นผู้ที่ได้รับพลังที่จะช่วยโลกใบนี้ไว้แต่ว่ามันยังไม่ตื่นขึ้นมาแค่นั้นเองค่ะ แต่ว่าความจริงแล้วก็จะไม่มีใครบังคับคุณหรอกว่าจะต้องรับภารกิจนี้ ในโลกนี้จะมีเพียงแค่สามคนเท่านั้นที่ได้รับเลือกพลังนั้นมา ซึ่งเพื่อนของคุณก็เหมือนกัน ชั้นเองก็เป็นวัลคิวรี่ที่มารับหน้าที่จับตาดูคุณเอเซีย และนี่ก็เป็นภารกิจแรกของชั้นด้วยเหมือนกัน เพราะว่าคุณเอเซียมีนิสัยที่จะทำให้เข้าไปพัวพันในเรื่องของคนอื่นและเรื่องอันตรายได้บ่อยครั้งจึงต้องคอยจับตาดูแลเป็นพิเศษ แล้วก็ . . . แล้วก็ . . . - หญิงสาวหน้าแดงเล็กน้อย เธอหันไปทางอื่นและตอบแบบไม่อยากให้ชายหนุ่มได้ยินซักเท่าไร - ชั้นเองก็อยากมาคอยดูแลคุณเอเซียเองด้วยน่ะค่ะ . . . - เธอรีบประกบมือหากันทันทีและเปลี่ยนเรื่อง - จริงด้วย !! เรื่องเนเร้ดด้วยสินะค่ะ  เนเร้ดก็คือปีศาจตนนึงที่อยู่บนแกรนด์ฟอล์ พลังของมันสามารถใช้ควบคุมมาน่าบนนั้นได้อย่างง่ายดายเลย กระนั้นตัวของเนเร้ดเองก็ไม่สามารถทำได้ เพราะมันอาจจะทำให้ตัวเองสลายไปพร้อมกับมาน่าเองด้วยก็ได้ แต่ถ้ามีคนทีมีความสามารถมากกว่าเนเร้ดควบคุมพลังได้ล่ะก็ มันก็อีกเรื่องนึงน่ะค่ะ - เธอรีบดื่มชาจนหมดและลุกขึ้นทันที - เอาล่ะ !! ชั้นเองตอบคำถามคุณเอเซียหมดแล้ว หัวค่ำนี้ก็จะถึงจุดหมายข้างหน้าแล้วนะค่ะคุณเอเซีย ~


" อ่ะ ครับ ผมก็ตั้งหน้าตั้งรอ วันที่จะถึงฝั่งไม่ไหวแล้วเหมื่อนกัน "

ผมยิ้มตอบคุณคังโดริ

" งั้นพวกเราไปเตรียมของกันเถอะครับ "

ผมวางแก้วนํ้าชาลง แล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้
ขณะที่ผมเดินไปยังห้องพัก ผมก็คิดอะไรไปต่าง ๆ นา ๆ
ผู้ที่มีพลังที่จะสามารถปกป้องโลกใบนี้ไว้ได้ " ฟรีเบีย "
แถมยังมีเพียง 3 คนเท่านั้น และ 1 ในนั้นก็คือตัวผม...
ทําไมถึงเป็นผมได้ล่ะ... ดู ๆ แล้วมันน่าจะเป็นสิ่งที่ให้คนดีสุด ๆ เป็นกันนิ
ทั้ง ๆ ที่ในตัวเรายังมี " หมอนั้น " อยู่แท้ ๆ ทําไมกันนะ...
แต่... ถึงยังไงผมก็ได้รับพลังและโอกาศที่จะสามารถปกป้องคนบนโลกใบนี้ได้แล้ว
จะปล่อยให้มันไร้ค่าไม่ได้

ผมกับคุณคังโดริช่วยกันเก็บของเพื่อเตรียมตัวลงจากเรือ ที่กําัลงให้ลถึงจุดหมายเข้าไปเรื่่อย ๆ
และในขณะที่กําลังเก็บของกันอยู่ ผมก็ได้ถามคุณคังโดริไปอีกครั้ง ด้วยสีหน้าจริงจัง

" คุณคังโดริ... มีวิธี... ทําให้พลังที่หลับใหลอยู่ในตัวผม ตื่นขึ้นมาหรือเปล่าครับ "

หญิงสาวจัดข้าวของพลางพร้อมกับตอบกลับมาที่ชายหนุ่ม ตอนนี้ร่างของเธอได้กลายเป็นเหมือนมนุษย์ธรรมดาไปแล้ว

คังโดริ มิทสึ : มีสิค่ะ แต่ว่าก่อนอื่นสถานที่นั้นได้ถูกปิดผนึกไว้อยู่และกุญแจมีเพียงดอกเดียวเท่านั้น การจะดึงพลังทั้งหมดออกมาจะต้องฝึกพลังจาก3สถานที่ต่างกันค่ะ ที่โลกนี้หนึ่งที่และที่โลกอีกด้านอีกหนึ่งที่และที่สุดท้ายจะอยู่บนแกรนด์ฟอล์ค่ะ การที่กุญแจมีดอกเดียวก็คือการทดสอบความสามัคคีของผู้ที่ถูกเลือกนั่นเอง ถ้าเกิดมีคนใดคนหนึ่งฝักใฝ่ด้านมืดล่ะก็คนที่เหลือก็อาจจะเป็นอันตรายไปด้วยน่ะค่ะ อย่างไรก็ตาม คุณเอเซียเองจะต้องเป็นคนตัดสินใจเองอยู่ดีนั่นแหละค่ะ

หลังจากที่หญิงสาวกล่าวจบเรือก็ได้เทียบท่า พวกเขาได้มาถึงเมือง Halure แล้ว เป้าหมายแรกของเอเซียที่มาที่นี่คือ . . . .

1 ) หาที่พักซะก่อน 2 ) มุ่งหน้าตามหาเบาะแสบุคคลที่จะทำให้สะพานแห่งแสงใช้งานได้ 3 ) เดินสำรวจเมืองเพื่อหาข้อมูลทั่วไป 4 ) อื่นๆโปรดระบุ


" ผมว่าไปหาที่พักกันก่อนดีกว่านะครับ แล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที "

ผมยิ้มบอกกับคุณคังโดริ
แล้ว ฟรีเบียที่เหลืออีก 2 คนมีใครมั่งนะ...
เหมือนได้ยินแว๊บ ๆ ว่ามีเพื่อนของผมด้วย
จะเป็นใครกันนะ แต่ว่า " หมอนั้น " ในตัวผมคงไม่ต้องการพลังด้านมืดอะไรนั้นหรอกมั้ง...
เฮ่อ แบบนี้ค่อยรู้สึกสบายใจขึ้นหน่อย ได้รู้เรื่องต่าง ๆ ที่ไม่รู้เนี้ย

เมื่อถึงที่พักผมวางกระเป๋าไว้ข้างเตียง แล้วเดินไปนั่งเขียนจดหมายที่โต๊ะทันที
จาก เอเซีย ถึง " เลเตส "

ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังเขียนจดหมายอยู่นั้นคังโดริก็ได้ตะโกนขึ้นมาบอกว่าเธอกำลังจะออกไปเดินสำรวจรอบๆเมืองซะหน่อยเลยมาชวนเอเซียไปด้วย แต่เสียงนั้นไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มสนใจเลยเมื่อเขาได้เห็นภาพเลือนลางนอกหน้าต่างจากในบ้านของเขา ภาพผู้หญิงผมสีเหลืองในชุดโกธิคสีดำคนหนึ่งที่เดินผ่านหน้าเขาไปเพียงแค่แว้บเดียว


อ๊ะ ผู้หญิงคนนั้น...
จดหมายก็เขียนเสร็จแล้ว ทําไมกันผู้หญิงคนนั้น...
ทําไมผมถึงรู้สึกแบบ น่าสนใจ แปลก ๆ นะ

เมื่อหันมาก็เห็นคุณคังโดริกําลังออกไปข้างนอก
พอดีเลยขอออกไปด้วยเลยล่ะกัน

" อ๊ะ คุณคังโดริ ผมไปด้วย ! "

ผมลุกออกจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว เดินตามหลังคุณคังโดริออกจากที่พัก

เมื่อชายหนุ่มออกมาก็ได้เห็นหญิงสาวที่คุ้นเคยสมัยเด็กของเขาเดินลัดตาไปแล้ว เขาได้แต่มองภาพเธอเพียงแค่หลัดตาเท่านั้น คังโดริที่ยืนอยู่ข้างทำหน้าสงสัย

คังโดริ มิทสึ : คุณเอเซียมีอะไรรึเปล่า่ค่ะ ? วิ่งออกมาซะเร็วเลย


" คือว่า เหมือนผมจะเห็นคนที่ผมคิดว่าจะไม่เจออีกแล้วน่ะครับ "

ผมทําท่าลุกลี้ลุกลนสุด ๆ ก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว
ก็ผู้หญิงคนนั้นน่ะ...

" ผมไปก่อนนะครับ !! "

ผมไม่รออะไรแล้ว จึงรีบวิ่งออกไปตามหาทันที
หญิงสาวทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยที่ชายหนุ่มเร่งรีบและมุ่งหน้าออกไปทันทีโดยไม่บอกรายละเอียดอะไรไว้เลย

คังโดริ มิทสึ : คงจะเป็นเรื่องสำคัญล่ะมั้ง . . .  ออกไปหาข้อมูลของเมืองมาไว้ก่อนดีกว่า

ทางด้านเอเซีย ภาพที่เขาเห็นหลัดตาได้จางหายไปเสียแล้วดูเหมือนว่าเขาจะช้าไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น แต่ตัวของเอเซียเองนั้นสามารถแน่ใจได้ว่าเธอคนนั้นยังอยู่ในเมืองนี้อย่างแน่นอน แต่ว่าเธอหายไปที่ไหนกันนะ

1 ) ไปที่ย่านใจกลางเมือง 2 ) ไปที่รอบๆเควสเคาร์เตอร์ 3 ) ไปที่สวนดอกไม้ของบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่งที่ดูคล้ายสถานีวิทยุ 4 ) ไปที่รอบๆท่าเรือ 5 ) ไปที่เขตุป่านอกเมือง 6 )อื่นๆโปรดระบุ


ไม่รู้เพราะอะไร ทําให้รู้สึกว่าต้องไปที่นั้นนะ สวนดอกไม้ของบ้านหลังใหญ่หลังนั้น
คงเพราะกระแสลมนําไปล่ะมั้ง ผมไม่รอช้ารีบวิ่งไปตามกระแสลมนั้นไปที่เป้าหมายทันที

" ขอเถอะ ขอให้ได้เจอเถอะ ! "

ดูเหมือนดวงของเขาจะยังไม่อับโชคมากขนาดหนักเหมือนกับครั้งแรก ภาพในอดีตนั้นได้ปรากฏต่อหน้าชายหนุ่ม มองจากด้านหลังแล้วเขาสามารถระบุได้อย่างแน่นอนว่าเป็นเธอคนนั้น ดูเหมือนเธอจะไม่ได้อยู่ในสวนดอกไม้ที่เขากระโดดเข้ามาแต่เหมือนเธอจะแค่ผ่านมาดูเท่านั้นและกำลังจะเดินต่อไปอาจจะเป็นเพียงโอกาศเดียวของเขาที่จะตามเธอคนนั้นให้ทันก็ได้ ทว่า . . . ขณะเดียวกันเอเซียก็ได้พบเด็กผู้หญิงน่ารักอีกคนหนึ่งที่นั่งรถเข็นอยู่ในบ้าน จากคำบอกเล่าของคังโดริแล้วเธอมีลักษณะคล้ายๆกับผู้เปิดประตูแห่งแสงมาก ทว่ามีหญิงสาวอีกคนหนึ่งข้างๆเธอซึ่งจ้องมองมาที่เขาเช่นกัน ดูท่าทางเธอจะไม่ต้อนรับเขาซักเท่าไร

ชายหนุ่มคงจะต้องเลือกระหว่างสองตัวเลือกนี้ซะแล้ว

-


เด็กคนนั้น... แต่ว่า... ไม่ได้ ๆ ตอนนี้โลกน่ะสําคัญกว่านะ ! แต่...
หวา ~ ไหงใส่เครื่องปกปิดกายน้อยชิ้นอย่างงั้นล่ะ
เป็นสาวเป็นนางแท้ ๆ แต่ที่แย่กว่านั้น ทําไมต้องพกอาวุธออกมาด้วยอ๊ะ ~
ต้องเจรจาดี ๆ แล้ว

" เอ่อ... คือผมเดินตามสายลมมาน่ะครับ ฮะฮะ ~ "

พูดอะไรออกไปเนี้ย เดี๋ยวก็โดนดาบฟันหัวหรอก เอาใหม่ ๆ

" คือ... ผมมีเรื่องที่จะคุยด้วยน่ะครับ... แต่ก่อนอื่น... ใส่เสื้อผ้าก่อนเถอะครับ "

เอเซียที่ยืนเจรจากับหญิงสาวผมสีชมพูนั้นได้คลาดสายตากับผู้หญิงอีกคนนึงที่เขาเดินตามไปเสียแล้ว ดูเหมือนว่าเธอจะออกไปทางด้านตะวันตกของเมืองแห่งนี้

หญิงสาวผมสีชมพูคนนั้นได้มองเอเซียด้วยสายตาที่เย็นชาและแน่นิ่ง พร้อมกับถามคำถามอย่างตรงไปตรงมา

" ตาบอดหรอไงก็ใส่เสื้่อคลุมอยู่ ... "

ดูเหมือนลูกะจะไม่สนใจว่าร่างกายของเธอในตอนนี้ถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อคลุมอยู่เพียงแค่ชิ้นเดียวเท่่านั้น

? ? ? : " จะคุยกับใคร ... เรื่องอะไร ... ก็บอกมา ... "


" แต่มันยังล่อตะเข้อยู่เลยนะคร้าบ ~ "

เหวอ ~ น่ากลัวแบบนี้คุยไม่รู้เรื่องแน่ ๆ อย่างงี้ต้องเรียกให้คนมาช่วย

" เอ่อ... คุณผู้หญิงที่อยู่ตรงนั้น มาช่วยผมพูดอะไรหน่อยสิคร้าบ ~~ "

เด็กสาวนั่งมองเอเซียจากในบ้าน เธอทำสายตาแปลกๆแล้วหันไปหาผู้หญิงผมสีชมพูตรงหน้าของเอเซีย

? ? ? : พี่ลูกะนั่นใครน่ะค่ะ ? คนแปลกหน้าเหรอ ? เขามาทำอะไรน่ะค่ะ เห็นทำลับๆล่อๆตั้งนานแล้ว เป็นขโมยรึเปล่าเนี่ยค่ะ ?

ดูเหมือนว่าการกระทำของชายหนุ่มจะไม่ได้ช่วยให้สถาณการณ์ของเขาดีขึ้นมาซักเท่าไร


อ่าว เห็นเป็นขโมยกันไปซะแล้ว แบบนี้ถ้าจะแย่แล้วจริง ๆ ต้องบอกเขาไปว่าไม่ใช่ขโมย

" ผมไม่ใช่ขโมยนะครับ ! ผมน่ะ... ผมเป็น... บุรุษไปรษณีย์ ต่างหาก !! "

... พูดอะไรออกไปเนี้ย !!!! บ้าไปแล้วหรือไง

" อ๊ะ ไม่ใช่ครับ ๆ ผมก็แค่นักเดินทางที่ มาเมืองนี้เพื่อต้องการพบ เด็กผู้หญิงคนนึงเท่านั้นเอง ! "

พยายามตอบเต็มที่แล้วนะ ถ้าอยู่ ๆ เอาดาบที่ถือว่ามาไล่ฟันกัน คงจะแย่

? ? ? : " ไม่ต้องห่วงมายูมิ ... เดี๋ยวชั้นจัดการหมอนี่เอง ... ขอเวลา 5 นาที " - เธอชักดาบคาตาน่าของเธอออกมาชี้ไปที่หน้าของชายหนุ่มแปลกหน้า และค่อยๆเดินเข้าไปหาอย่างช้าๆ - " มีอะไรจะสั่งเสียก่อนไหม ? "

ขณะที่หญิงสาวกำลังเดินเข้ามาพร้อมทั้งส่งสายตาขับไล่ เด็กสาวก็ได้พูดขัดขึ้นมาก่อน

? ? ? : เดี๋ยวก่อนค่ะพี่ลูกะ - หลังจากเธอร้องขอหญิงสาวผมสีชมพูไว้นั้น เธอก็หันมาถามเอเซียต่อว่า - เด็กผู้หญิงที่ว่านี่ใครเหรอค่ะ ?


" ไม่รู้ครับ... "

ตอบแบบนี้แล้วเสียวดาบจริง ๆ งั้นต้องรีบพูดต่อไม่ให้ขาดช่วง ไม่งั้นตัวขาดแน่

" จากคําพูดของเพื่อของผม เขาบอกว่าผู้หญิงคนนั้น มีพลังที่สามารถช่วยโลกใบนี้ได้ครับ ส่วนทั้งลักษณะและรูปร่าง ก็เหมือนคุณเลยครับ"

โอเคจังหวะกําลังดี ถามต่อเลยล่ะกัน นิล่ะคําถามที่จะไขคดีปริศนานี้

" คุณมีความเกี่ยวข้อง หรือ เล่นไพ่ทาโร่หรือเปล่าครับ อย่างเช่น ดูดวง อะไรแบบนี้ "

เด็กสาวนั่งตอบกลับออกมาจากในบ้าน

? ? ? : เรื่องเด็กผู้หญิงน่าจะเป็นหนูนะค่ะพี่ลูกะ แต่ว่าหนูไม่เคยรู้จักเขามาก่อนด้วย - หญิงสาวค่อยๆหยิบไพ่ทารอตขึ้นมาและเปิดดู เธอเหล่มาที่ชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสีหน้าแปลกๆ - คำทำนายบอกว่าจะมีผู้ชายคนหนึ่งนำดวงโชคร้ายมาให้ พร้อมกับเรื่องยุ่งยากด้วย หนูคิดว่าน่าจะเป็นเขาน่ะค่ะ - เด็กสาวอธิบายให้ผู้หญิงผมสีชมพูฟังทันทีหลังจากที่เธอดูดวงวันนี้เสร็จ -

ระหว่างที่กำลังหน้าสิ่วหน้าขวาญก็ได้มีผู้หญิงผิวสีแทนคนหนึ่งเดินเข้ามาขัดจั่งว่ะซะก่อน

? ? ? : "ดีจ่ะ งัยไม่เจอกันนานยังไม่เปลี่ยนไปเลยนะ = = คิก..แต่ดูเหมือนจะอ่อนโยนลงนี่" เธอหันไปทักทายผู้หญิงผมสีชมพูตรงหน้า แล้วเธอก็หันไปทักทายเด็กน้อยในรถเข็นบ้าง "สวัสดีจ่ะ น่ารักจัง เป็นน้องสาวของคน ๆ นี้หรอ" เธอพูดพลางลูบหัวอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน เสร็จแล้วเธอจึงหันไปทักทายคนแปลกหน้าอีกคน "สวัสดีค่ะขอโทษที่มาขัดจังหวะนะคะ" เธอทักทายอย่างสุภาพและอ่อนโยนเช่นกัน "ไม่ทราบว่ามีไรกันหรอ"


Player Reaction : ขึ้นใหม่ได้เลยจ้าจะเต็มแล้ว
โพสต์ 29-5-2010 21:53:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด BoSs-KuNg~ เมื่อ 5-6-2010 22:32

ความเดิมตอนที่แล้ว



Stella Item
Stella Recovey skill
Stella Passive skill
Stella Active skill
Stella Special ability
Room mate :


เด็กสาวที่กำลังฮัมเพลงไปพลางเช็ดผมไปพลางถึงกับอารมณ์ขึ้นเมื่อได้ยินคำว่า โลลิค่อน จากปากของผู้หญิงที่พึ่งจะเข้าบ้านมา

"หนอยว่าไงนะยะ ยัยตัวเล็กนี่(หนูสเตลเตี้ยกว่า)ชั้นเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ ปีนี้อ้ะ12แล้วด้วย เฮอะ ทำเป็นพูดดี เธอเองนั่นแหละ โลลิค่อนชัดๆ !!"สเตล่าเดินตรงเข้ามาหาเด็กสาวอีกคนนึงอย่างรวดเร็วก่อนที่จะเข้าขยำหน้าอกของอีกฝ่ายทันที



ชิราอิ คุโรโกะ

เมื่อเด็กสาวส่วนสูงต่ำกว่า 150 Cm ปะทะกับหญิงสาวที่สูงไม่ถึง 165 เธอจึงสำผัสได้ถึงกระดานที่มีลักษณะคล้ายๆกัน แต่ว่าดูท่าทางคุโรโกะน่าจะพอมีไว้ประดับมากกว่าสเตลล่าบ้างเพียงน้อยนิด

ชิราอิ คุโรโกะ : กรี๊ด !! โอเน๊ซามะ พาเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมไร้มารยาทแถมยังปากเสียเข้ามาในบ้านพักได้ยังไงเพค่ะเนี่ย !! - หญิงสาวไม่ยอมแพ้ เธอหยิกแก้มของสเตล่าแล้วดึงออกทันที - นี่แน่ ๆ !!

มิซากะเองได้แต่มองผู้หญิงสองคนนี้ทะเลาะกัน เธอรู้สึกเหมือนว่าจะพาคนที่จะสร้างปัญหาได้ทุกเมื่อมาอยู่ในบ้านถึง 3 คน ยิ่งเธอคิดยิ่งทำให้เธอหนักใจมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าไม่ถึงกับทำให้ไม่มีที่อยู่ก็คงไม่เป็นไรล่ะมั้ง มิซากะคิดในใจเพื่อปลอบใจตัวเอง


"กรี๊ดดด !!! ยัยโลลิไร้มารยาท ใบหน้าคือหัวใจของเลดี้นะยะ !!"สเตล่าจับข้อมือของคุโรโกะไว้ก่อนจะทิ้งน้ำหนักตัวไส่เด็กสาวตรงหน้า ทำให้ทั้งสองล้มกับพื้น "แล้วเธอว่าใครปากเสียนะย้า ยัยนี่ เดี๋ยวสเตล่าจะสอนคุณสมบัติผู้ดีให้เอง" เด็กสาวขึ้นคร่อมร่างเล็กๆของอีกฝ่ายแล้วบรรจงหยิกแก้มคุโรโกะไปมาอย่างสนุกสนาน ดูเหมือนว่าเด็กสองคนที่กำลังตีกันอยู่ตอนนี้คงไม่มีวันจบง่ายๆ คงต้องมีคนมาแยกซะแล้วล่ะ~

"บ้าเอ๊ย !! หยุดการทดลองเดี๋ยวนี้ ตัดระบบคำนวนทิ้งซะ เร็วเข้า !!"
"ร... รับทรา... อ๊ากกก"
"ไอ้พวกสวะ การเพิ่มระดับงี่เง่านี่ มันก็แค่ของหลอกตาไม่ใช่รึไง ของไร้ค่าไม่จำเป็นต้องเก็บไว้หรอก จริงมั้ย ?"
ภายในความมืดมิด เสียงของผู้คนมากมายดังก้องออกมา น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวดกับเสียงระเบิดที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงของกระดาษจำนวนมากถูกไฟเผาไหม้ นี่คงเป็นโศกนาฏกรรมที่เคยเกิดขึ้นที่ไหนซักแห่ง...

"อีกแล้วเรอะ น่าเบื่อหน่ายจริงๆ"ชายหนุ่มที่นอนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดที่ว่างปล่่าว ลืมตาขึ้นพร้อมกับพูดออกมาเบาๆ "พลังที่แสนจะต่ำต้อยนี่มีเพื่ออะไรกัน ต้องการมากกว่านี้ มากพอที่จะทำลายล้างได้ทุกชีวิต ชั้นจะต้องไม่อยู่ใต้ใคร ชั้นนี่แหละราชันย์" กระแสไฟฟ้าสีดำสนิทพวยพุ่งออกมาจากร่างของสเตล่า(ชาย)ก่อนที่พลังนั้นจะขยายวงกว้างไปทั่วบริเวณ มันช่างเข้ากันกับความมืดมิดนี้ราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน....
ภายในความมืดมิดมที่แสนโดดเดี่ยวนั้นเริ่มถูกรบกวนจากเสียงภายนอกเพียงเล็กน้อย หญิงสาวหน้าอกแบนทั้งสองกำลังสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่ออะไรก็ไม่รู้ จนมิโคโตะต้องแยกทั้งคู่ออกห่างกัน

ชิราอิ คุโรโกะ : อ๋อยแอ้แอบอั้กอ๊ะ !! ( หนอยแน่แสบนักนะ ) - คุโรโกะเริ่มฟัดเหวี่ยงกับสเตล่า เสียงตุบตับกะควัญฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง -

ทันใดนั้นกระแสไฟฟ้าก็ช้อตทั้งคู่ให้ชาร์กันทั่วหน้า มิโคโตะยืนกอด อกมองทั้งสองอย่างหนักใจ

มิซากะ มิโคโตะ : เฮ้อ ~ พวกเธอเนี่ยเลิกตีกันได้แล้ว คุโรโกะเธอก็ด้วยนะ โตๆกันแล้วยังจะทำตัวเหมือนเด็กอีก


"แง้~ ชั้นไม่ผิดนะ เพราะยัยเตี้ยนี่คนเดียวเลย"สเตล่าบีบน้ำตาพลางกระโดดเข้าซุกหน้าอกของมิโคโตะไปมาก่อนจะหันมาแอบส่งส่ายตาเจ้าเล่ห์ไส่คุโรโกะที่ยังนั่งมึนจากอาการไฟช็อตอยู่(ไฟฟ้าทั่วไปไม่ส่งผลกับหนูสเตล)

คุโรโกะเกิดอาการของขึ้นทันที เธอแสดงหน้าปีศาจร้ายของเธออกมาต่อสามัญ และวิ่งเข้าใส่สเตล่าอย่างว่องไว

ชิราอิ คุโรโกะ : หนอยแน่ !! หล่อน !! บังอาจะมายุ่งกับโอเน๊ซามะเรอะ !!

- ผลัก - เสียงกำปั้นของมิซากะเขกหัวมิโคโตะเข้าไปอย่างจังหนึ่งที่ทำให้เธอเซล้มไปกลางทางก่อนที่จะวิ่งมาถึงสเตล่า

มิซากะ มิโคโตะ : ทำอะไรของเธอน่ะ สเตล่าเขายังเป็นเด็กอยู่เลยเธอนี่ จริงจังไปได้ - มิซากะพูดพลางลูบหัวสเตล่าไปด้วย -

คุโรโกะค่อยๆลุกขึ้นมาพร้อมสีหน้าอิจฉาสุดขีด เธอหันหลังไปพร้อมกับคิดแผนการชั่วร้ายที่จะทำลายชีวิตคู่ ( ? ) ของสเตล่าและมิซากะลงซะ

ชิราอิ คุโรโกะ : โฮ๊ โฮ่ โฮ่ ชั้นแค่ล้อเล่นหน่อยเดียวเอง โอเน๊ซามะ ชั้นไม่คิดอะไรมากกับเด็กตัวแค่นี้หรอกพะยะค่ะ โอเน๊ซามะ


สเตล่าเห็นท่าทางมีพิรุธของคุโรโกะทำให้เธอเผยยิ้มชั่วร้ายออกมาอีกครั้ง "แง้~ มิโคโต่ ยัยนั่นจะแกล้งเค้าอ้า~"เด็กสาวกอดมิโคโตะแน่นขึ้นพลางเอาใบหน้าถูกไถหน้าอกอย่างเมามันก่อนจะแอบหันมาส่งสายตาท้าทายให้คุโรโกะอีกรอบ

"นี่ๆ มิโคโตะ ชั้นหิวแล้วอ้ะ ไปกินข้าวกันเถอะ~"สเตล่าเรียกมิโคโตะอ้อนๆพลางดึงแขนของมิโคโตะมาก่อนเอาไว้ เด็กสาวเรียกชื่อของมิโคโตะหลายครั้งโดยหันมาส่งสายตาเย้ยหยันไส่คุโรโกะทุกครั้ง ดูเหมือนสงครามของสองกระดานจะยังไม่จบ บนโต๊ะอาหารจะเกิดอะไรขึ้นกันนะ....
บนโต๊ะอาหารสุดเลิศ ทั้ง4คนนั่งล้อมรอบและกินอาหารเย็ฯอย่างสงบได้เพียง 5 นาที คุโรโกะเริ่มดำเนินภารกิจลับอันดับหนึ่งของเธอ เธอได้ใช้ตะเกียบแตะเนื้อของสเตล่าและใช้ความสามารถเทเลพอทเนื้อชิ้นนั้นเข้ามาในชามของเธอแทนและกินยั่วอย่างเอร็ดอร่อย เธอใช้ทริกนี้แกล้งสเตล่าทุกครั้งที่เธอคีบอาหารกินโดยไม่ให้คนอื่นรู้ตัว

ชิราอิ คุโรโกะ : หึหึ !! ทำไมไม่กินหน่อยละจ๊ะหนูน้อย อ้าม ~ - เธอค่อยกินอาหารเข้าปากยั่วเด็กสาวตรงข้ามโต๊ะเธอ -


เด็กสาวเลือดขึ้นหน้าสุดๆ เธอลุกขึ้นมาเตรียมวีนแตกไส่คุโรโกะ แต่ก็หยุดลงเมื่อสเตล่าหันไปมองมิโคโตะที่นั่งข้างๆ เด็กสาวเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อีกครั้งก่อนที่เธอจะนั่งลงและรวมพลังไฟฟ้าจำนวนนึงเอาไว้ที่มือซ้าย

"มิโคโตะ~ ป้อนหน่อยสิ~"สเตล่าหันไปอ้อนสาวสุดเท่ข้างๆเพื่อดึงความสนใจ(อิจฉา)พลางส่งสายตาเย้ยหยันไส่คุโรโกะพร้อมกับใช้มือซ้ายแนบกับด้านล่างของโต๊ะอาหารและปล่อยประจุไฟฟ้าเล็กๆไปเพิ่มความร้อนไส่อาหารที่อยู่ในจานของคุโรโกะอย่างแนบเนียน

หญิงสาวเหล่ด้วยสายอิจฉาใส้เมื่อเด็กสาวพยายามอ้อนให้คุโรโกะป้อนอาหารให้ด้วยหน้าตากวนส่วนล่างเธอแบบนั้น เธอค่อยๆคีบอาหารในจากของเธอขึ้นมากินด้วยท่าทางมั่นใส้สเตล่าเป็นอย่างมาก

ชิราอิ คุโรโกะ : กรี๊ด !! ร้อนอะไรขนาดนี้เนี่ย !! หนอยแน่ !! ยัยเด็กแสบ !!

หญิงสาวหวีดร้องขึ้นมาทันทีที่เธอกินอาหารที่แฝงไปด้วยเลศนัยของสเตล่าเข้าไปเต็มๆคำ มิซากะเองที่ไม่รู้เรื่องราวก็ได้ป้อนอาหารสเตล่าและหันมาว่าคุโรโกะ

มิซากะ มิโคโตะ : อย่าหาเรื่องเด็กเขาสิคุโรโกะ พวกเราก็โตๆกันแล้วนะ นั่งกินให้เรียบร้อยซะ

คุโรโกะถึงกับกัดผ้าเช็ดหน้านั่งดิ้นไปมาและจ้องมองที่สเตล่าด้วยสายตาสุดเคียดแค้น


สเตล่ายิ้มอย่างผู้ชนะ แต่ดูเหมือนว่าเพียงแค่นี้จะยังไม่สะใจสาวน้อย "นี่ๆ มิโคโตะ คืนนี้ชั้นไปนอนห้องเธอด้วยสิ เจ้าแว่นงี่เง่านั่นมันยังจัดห้องชั้นไม่เสร็จเลยอ้ะ~"สเตล่าส่งเสียงอ้อนสุดชีวิตโดยแอบส่งสายตาอำมหิตให้เซ็ทสึโบที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ประมาณว่า ถ้าไม่เล่นตามน้ำมีตายแน่

"น้า~"สเตล่ากระโดดขึ้นตักของมิโคโตะพลางกอดร่างของเด็กสาวไว้ราวกับเป็นของรักของหวง ก่อนจะแอบหันมาส่งสายตาเย้ยหยันสุดๆให้กับคุโรโกะอีกครั้ง ~

เซ็ทสึโบเหงื่อแตกซี้ด เขากำลังคิดหาทางเพื่อเอาชีวิตรอดจากสายตาแสนเย้ายวนของเด็กสาว หัวใจของเขาเหมือนจะสลายไปเลยทีเดียว ชายหนุ่มค่อยๆทำเป็นกินข้าวต่อและตอบอึ้มๆอั้งๆ

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : เอ่อ . . . อื้ม . . . ใช่ๆ . . . - ชายหนุ่มพยายามตอบโดยไม่มองหน้าสาวน้อยที่แสนน่าัรกบนโต๊ะอาหาร -

ทางด้านมิซากะเองก็ไม่ได้ปฏเสธอะไรเพราะยังไงเธอก็ให้สเตล่านอนด้วยอยู่แล้วเพราะเธอเห็นว่าสเตล่าเป็นเหมือนเด็กคนหนึ่งเท่านั้น แต่ว่าคุโรโกะนั้นกลับทำสีหน้าไม่พอใจอย่างแรง เธอค่อยๆเก็บมาดปีศาจของเธอไว้ให้สเตล่าคนเดียวและค่อยๆทำเป็นกินอาหารต่ออย่างปกติ

ชิราอิ คุโรโกะ : ช่วยไม่ได้นะ ในเมื่อห้องยังัจดไม่เสร็จเดี๋ยวดิชั้นจะคอยอยู่เป็นกรณีพิเศษเพื่อดูแลจัดห้องให้กับหนูสเตล่าเองแล้วกันนะค๊า ~ - หญิงสาวพูดด้วยเสียงที่แฝงไปด้วยความชั่วร้าย -

ท่าทางคืนนี้หลังอาหารจะไม่จบลงง่ายๆซะแล้ว


สเตล่ารู้สึกได้ถึงอันตรายจากคุโรโกะ ถึงเธอจะไม่รู้แน่ชัดแต่ความรู้สึกของเธอกำลังบอกว่าห้องของเธอไม่ปลอดภัยแน่หากคุโรโกะจะย่างกรายเข้าไป "นี่ๆ มิโคโตะ~ เดี๋ยวชั้นไปหาของในห้องแปปนึงน้า~" สเตล่ารีบชิงตัดหน้าวิ่งเข้าห้องของตัวเองทันทีเมื่อพูดจบ

เมื่อถึงห้องเด็กสาวไม่รอช้าเธอปล่อยกระแสไฟฟ้าจำนวนมากซัดข้าวของในห้องที่เซ็ทสึโบจัดเอาไว้อย่างเรียบร้อยด้วยหยาดเหงื่อแรงกายจนพังพินาจโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อยก่อนที่เธอจะปล่อยกระแสไฟฟ้าวางกับดักไส่ข้าวของแทบทุกชิ้นที่กระจัดกระจายทั่วห้อง

"มี้~โค~โต่~"สเตล่าปั้นหน้าบ้องแบ๊ววิ่งออกมาจากห้องกระโดดเข้ากอดมิโคโตะทันที "ไป..... นอน..... ด้วย..... กัน..... เถอะ~"เด็กสาวสะกดทีละคำอย่างชัดเจนเพื่อยั่วคุโรโกะพลางดึงแขนของมิโคโตะมากอดเอาไว้ ก่อนที่สเตล่าจะดึงมิโคโตะเข้าห้องไป ทิ้งหนุ่มแว่นผู้น่าสงสารกับเด็กสาวที่เต็มไปด้วยไฟแห่งความแค้นเอาไว้กับความน่ารักของเธอ~

ชายหนุ่มเหงื่อแตกซีด เขาได้แต่ยืนเอ๋อกับการกระทำของหนูสเตล่ากับห้องที่เขาอุส่าห์นั่งจัดเป็นเวลาครึ่งค่อนวัน บัดนี้มันได้เหลือเพียงเศษข้าวของกระจัดกระจายเละยิ่งกว่าตอนเริ่มต้นเสียอีก

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : หึึหึ !! สเตล่าเธอนี่ช่าง ใจร้ายทำไม่เธอทำได้ลง คงเห็นว่าชั้นเป็นแค่ตัวทดลอง ~ ♫ - ชายหนุ่มยืนฮำเพลงทั้งน้ำตา -

ขณะเดียวกันคุโรโกะก็ได้เข้ามาดูห้องของสเตล่าโดยผลักชายหนุ่มผู้สิ้นหวังที่ยืนขวางทางประตูอยู่ออกไป เมื่อเธอเข้ามาเธอก็สัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลของห้อง ดูเหมือนสเตล่าต้องทำอะไรบางอย่างไว้แกล้งเธอเป็นแน่

ชิราิอิ คุโรโกะ : ฮึ่ม !! เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมจะมาวางแผนทำอะไรท่านคุโรโกะได้ - หญิงสาวค่อยๆยื่นมือเข้าไปหยิบของเพื่อจะใช้สกิลเทเลพอทจัดห้อง แต่ไฟฟ้าของสเตล่าก็ช้อตเข้าที่คุโรโกะเข้าให้ - กรี๊ด !! ฤทธิ์มากนักนะยัยตัวแสบ - หญิงสาวโมโหเตะข้าวของในห้องจนทำให้เธอโดนไฟฟ้าช้อตอีกนับครั้งไม่ถ้วน -

ทางด้านสเตล่าที่ได้มานอนในห้องเดียวกับมิโคโตะสมใจก็สามารถผ่านคืนนี้ไปได้ด้วยดี พร้อมทั้งยังแก้เผ็ดฝ่ายตรงข้ามและแกล้งคู่หูตัวเองไปในเวลาเดียวกันอีกด้วย


แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านผืนใหญ่เข้ามา สเตล่าค่อยๆหรี่ตาขึ้นแต่เธอก็ลุกพรวดขึ้นทันทีเพราะหน้าของมิโคโตะอยู่ใกล้ากับเธอเพียงไม่กี่ ซม. "เกือบไปๆ งือๆ คิก คิก คิก คิก"เด็กสาวที่ยังงัวเงียอยู่มองร่างของมิโคโตะที่ยังคงหลับสนิทและทำท่าเหมือนจะนึกอะไรออก

สเตล่ามองไปรอบๆห้องและเธอก็พบ ของที่เธอต้องการทันที ภาพเรือนร่างของมิโคโตะปรากฏขึ้นบนกรอบเล็กๆในหน้าจอโทรศัพท์ สเตล่าถ่ายรูปของสาวสุดเท่จากหลายมุม และภาพสุดท้ายคือการซูมเข้าไปใกล้ๆใบหน้า นั่นทำให้สเตล่าหน้าแดงขึ้นมาแต่เด็กสาวก็สลัดความรู้สึกนั้นออกไปและกดชัตเตอร์อีกครั้งทันที

"นี่ ยัยโลลิหน้าโง่ อยู่หนาย~"เด็กสาวเดินออกมาจากห้องนอนของมิโคโตะ ก่อนจะส่งเสียงเรียกหาคุโรโกะ....

หญิงสาวค่อยๆเดินออกมาจากห้องสเตล่าในสภพาหัวฟูตัวคล้ำดูน่าขบขันยิ่งนัก จากผลของไฟฟ้าที่สเตล่าวางดักไว้นั้นเอง เธอเผยใบหน้าที่แท้จริงออกมาระหว่างสองต่อสอง แต่แล้วเธอก็ต้องอ้าปากค้างพร้อมปิดจมูกไว้ในทันทีเมื่อสเตล่าโชว์ภาพมิโคโตะที่กำลังนอนพริ้มอยู่บนเตียงนอน

ชิราอิ คุโรโกะ : กรี๊ด !!!! แน่มากนะยัยเด็กบ้าา !! - มิโคโตะเริ่มเปิดศึกชิงโทรศัพท์กับสเตล่าแต่เช้ามืดทันที - เอามาน๊า !! เจอนี่หน่อย !! ฝ่ามือพิษดาร !!

ขณะเดียวกันเซ็ทสึโบที่กำลังสิ้นหวังก็ได้ลุกขึ้นมาจากการพักผ่อนและเริ่มจัดห้องให้กับสเตล่าอีกครั้งหนึ่ง


Player Reaction : เชิญจ้า To Be Continue
โพสต์ 30-5-2010 08:43:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 14-6-2010 18:53

Megurine Ruka : jeloly


Ruka Item
Ruka Recovery skill
Ruka Passive skill
Ruka Active skill
Ruka Special ability
Room mate :


ลูกะยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะนั่งมองกระจกต่อไปอีกซักพัก แต่ไม่นานนักเธอเองก็ถอดผ้าขนหนูที่ห่อหุ้มร่างกายของเธอออกและหยิบเซตโต คันนะเดินขึ้นเตียงไปนอนข้างๆมายูมิ

เช้าวันใหม่มาเยือน พระอาทิตย์ฉายแสงทองรับฟ้าคราม เด็กสาวนอนหลับปุ๋ยบนเตียงนอนข้างๆลูกะและดาบคู่ใจของเธอ เวลาตอนนี้เป็นเวลเช้ามืด ตี 5 : 45 วันนี้ธรรมดาแบบนี้อาจจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ได้ เพราะว่าสายลมได้มาเยือนที่เมืองแห่งนี้แล้ว


ลูกะสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา มองซ้ายมองขวา แล้วก็นอนกอดรูมเมทของเธอต่อ

ซักพักหนึ่งเด็กสาวก็ได้ซลึมซลือตื่นขึ้นมาและเห็นลูกะนอนกอดเธออยู่ในชุดวันเกิด เด็กสาวหน้าแดงเล็กน้อยก่อนที่เธอจะสบัดความคิดแผลงๆของเธอ ออกไปและค่อยๆเขยิบออกมาจากลูกะเพื่อไม่ให้เธอตื่นขึ้นมาและไปอาบน้ำแปรงฟัน จากนั้นเธอก็ได้เริ่มลงมือทำอาหารเช้าทันที กลิ่นอาหารเช้าลอยหอมยั่วยวนลูกะที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงในขณะนั้น


ลูกะสะลึมสะลือตื่นมาจากกลิ่นของอาหารเช้าที่ลอยมาเตะจมูกเธอ เธอเดินลุกจากเตียงถือเซตโต คันนะ เดินออกไปหาที่มาของกลิ่นในชุดวันเกิดของเธอเช่นเดิม

" ........ "


เธอยืนมองมายูมิทำกับข้าวอย่างหลับๆตื่นๆ

เด็กสาวหันมามองลูกะที่ยังงัวเงียอยู่และยิ้มให้ เธอเข็นรถเข็นของเธอเข้ามาใกล้หญิงสาวและยื่นแก้วนมอุ่นให้

มายูมิ ไทม์ : โอไฮโยะ โอเนซาม๊ะ ~ - หญิงสาวยื่นนมอุ่นยามเช้าให้ลูกะดื่มรองท้องก่อนที่อาหารจะเสร็จ -

ขณะเดียวกันสายลมได้พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างซึ่งผิดแปลกจากปกติจนทำให้ลูกะสัมผัสได้ ด้านนอกที่สวนดอกไม้ในบริเวณของมายูมิได้มีชายหนุ่มผมสีฟ้ายืนอยู่ ดูเหมือนเขากำลังตามหาอะไรบางอย่างอยู่ซะด้วย



ลูกะรับแก้วนมอุ่นๆจากมายูมิและรีบหาเสื้อคลุมใส่ คว้าเซตโต คันนะ เดินออกไปหาชายหนุ่มผมสีฟ้าที่อยู่ด้านนอกทันที

" นาย ... มาทำอะไร ... "

ชายหนุ่มค่อยๆหันมาตอบกลับมาที่ลูกะที่หยิบคาตาน่าเดินออกมาว่า

? ? ? : " เอ่อ... คือผมเดินตามสายลมมาน่ะครับ ฮะฮะ ~ " - แต่ดูเหมือนมุขฝืดๆของเขาจะไม่ได้ผลซักเท่าไรนัก เขาจึงรีบเปลี่ยนบททันที - คือ... ผมมีเรื่องที่จะคุยด้วยน่ะครับ... แต่ก่อนอื่น... ใส่เสื้อผ้าก่อนเถอะครับ " - ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่องมาพูดเป็นงานเป็นการแทน -


" ตาบอดหรอไงก็ใส่เสื้่อคลุมอยู่ ... "

ดูเหมือนลูกะจะไม่สนใจว่าร่างกายของเธอในตอนนี้ถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อคลุมอยู่เพียงแค่ชิ้นเดียวเท่่านั้น

" จะคุยกับใคร ... เรื่องอะไร ... ก็บอกมา ... "
ลูกะยังคงมองชายผมฟ้าด้วยสายตาอันเย็นชาเฉกเช่นทุกครั้งที่มองคนอื่น
? ? ? : " แต่มันยังล่อตะเข้อยู่เลยนะคร้าบ ~ " - ชายหนุ่มพยายามเปลี่ยนบรรยากาศให้ดูตลกขึ้นแต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลซักเท่าไรนัก เมื่อเขาเหลือบไปเห็นมายูมิเข้าจึงได้ส่งข้อความขอความช่วยเหลือไปที่เธอ - " เอ่อ... คุณผู้หญิงที่อยู่ตรงนั้น มาช่วยผมพูดอะไรหน่อยสิคร้าบ ~~ "

มายูมินั่งมองอยู่ในบ้านโดยไม่ออกมา เธอมองเอเซียด้วยสายตาแปลกๆ แล้วหันกลับไปหาลูกะ

มายูมิ ไทม์ : พี่ลูกะนั่นใครน่ะค่ะ ? คนแปลกหน้าเหรอ ? เขามาทำอะไรน่ะค่ะ เห็นทำลับๆล่อๆตั้งนานแล้ว เป็นขโมยรึเปล่าเนี่ยค่ะ ? - ดูเหมือนมายูมิจะเริ่มสงสัยคนที่บุกรุกเข้ามาในสวนนอกบ้านของเธอซะแล้ว -



" ไม่ต้องห่วงมายูมิ ... เดี๋ยวชั้นจัดการหมอนี่เอง ... ขอเวลา 5 นาที "


ลูกะชักเซตโต คันนะ ออกมาชี้ไปที่หน้าของชายหนุ่มแปลกหน้า และค่อยๆเดินเข้าไปหาอย่างช้าๆ

" มีอะไรจะสั่งเสียก่อนไหม ? "

ชายหนุ่มรีบพูดแก้ตัวออกมาทันทีเมื่อเห็นลูกะเงื้อดาบออกมาจากฝัก

? ? ? : " ผมไม่ใช่ขโมยนะครับ ! ผมน่ะ... ผมเป็น... บุรุษไปรษณีย์ ต่างหาก !! " - ดูเหมือนว่าเขาจะตระหนักว่ามุขฝืดๆของเขาคงจะไม่สมควรปล่อยออกมาอีกแล้ว - " อ๊ะ ไม่ใช่ครับ ๆ ผมก็แค่นักเดินทางที่ มาเมืองนี้เพื่อต้องการพบ เด็กผู้หญิงคนนึงเท่านั้นเอง ! " - เขาพยายามอธิบายต่อหญิงสาวที่เงื้อดาบและทำท่าจะฆ่าเขา -

มายูมิเองนั่งมองจากรถเข็นด้านในบ้าน เธอมองมายังเอเซียและถามขึ้นว่า

มายูมิ ไทม์ : เดี๋ยวก่อนค่ะพี่ลูกะ - เธอร้องขอหญิงสาวไว้ก่อนขณะที่เธอเดินเข้าไปหาชายหนุ่มคนนั้นและหันมาถามชายหนุ่มคนนั้นต่อ - เด็กผู้หญิงที่ว่านี่ใครเหรอค่ะ ?


เธอบ่นพึมพำๆออกมาก่อนจะเก็บดาบเข้าฝัก และยืนอยู่ข้างๆมายูมิ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้เด็กผู้หญิงที่ชายหนุ่มถามหานั้น จะมีความสัมพันธ์กับมายูมิ ยังไง ...

" มายูมิ ผู้หญิงที่ว่าคือใครหรอ ? "

ก่อนที่มายูมิจะอธิบายให้ลูกะฟังชายหนุ่มก็เล่นมุขแป๊กออกมาอีกรอบ " ไม่รู้ครับ... "  แต่ว่าดูเหมือนเขาจะเริ่มเข้าใจสถานการณ์จึงรีบเปลี่ยนคำพูดทันที

? ? ? : " จากคําพูดของเพื่อนของผม เขาบอกว่าผู้หญิงคนนั้น มีพลังที่สามารถช่วยโลกใบนี้ได้ครับ ส่วนทั้งลักษณะและรูปร่าง ก็เหมือนคุณเลยครับ คุณมีความเกี่ยวข้อง หรือ เล่นไพ่ทาโร่หรือเปล่าครับ อย่างเช่น ดูดวง อะไรแบบนี้ "

เด็กสาวนั่งตอบกลับออกมาจากในบ้าน

มายูมิ ไทม์ : เรื่องเด็กผู้หญิงน่าจะเป็นหนูนะค่ะพี่ลูกะ แต่ว่าหนูไม่เคยรู้จักเขามาก่อนด้วย - หญิงสาวค่อยๆหยิบไพ่ทารอตขึ้นมาและเปิดดู เธอเหล่มาที่ชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสีหน้าแปลกๆ - คำทำนายบอกว่าจะมีผู้ชายคนหนึ่งนำดวงโชคร้ายมาให้ พร้อมกับเรื่องยุ่งยากด้วย หนูคิดว่าน่าจะเป็นเขาน่ะค่ะ - มายูมิอธิบายให้ลูกะฟังทันทีหลังจากที่เธอดูดวงวันนี้เสร็จ -

ระหว่างที่พวกเขากำลังสนทนากันอยู่นั้นก็ได้มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาขัดจังว่ะเสียก่อน

ผู้หญิงผิวแทนปริศนา : "ดีจ่ะ งัยไม่เจอกันนานยังไม่เปลี่ยนไปเลยนะ = = คิก..แต่ดูเหมือนจะอ่อนโยนลงนี่" เธอเริ่มทักทายลูกะเหมือนกับเคยเห็นเธอทีไ่หนซักแห่ง แล้วเธอก็หันไปทักทายเด็กน้อยในรถเข็นบ้าง "สวัสดีจ่ะ น่ารักจัง เป็นน้องสาวของคน ๆ นี้หรอ" เธอพูดพลางลูบหัวอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน เสร็จแล้วเธอจึงหันไปทักทายคนแปลกหน้าอีกคน "สวัสดีค่ะขอโทษที่มาขัดจังหวะนะคะ" เธอทักทายอย่างสุภาพและอ่อนโยนเช่นกัน "ไม่ทราบว่ามีไรกันหรอ"

มายูมิ ไทม์ : อ๋า ~ คือว่าหนูเองก็ยังไม่ได้ถามพี่ลูกะเหมือนกันค่ะ - หญิงสาวทำท่าเขินอายเล็กน้อย - แต่หนูเองก็อยากมีพี่สาวเหมือนกัน


" ขอโทษทีนะ พอดีวันนี้ ... ไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ ไปรอในบ้านก่อนนะเดี๋ยวจะตามไป ... " เธอตอบกลับผู้หญิงผิวแทนปริศนาที่อยู่ๆก็โผล่เข้ามากลางวงสนทนาของพวกเธอ ก่อนจะหันกลับไปหาชายหนุ่มที่อยู่ในตอนแรก

" ดวงมันบอกมาแล้ว ... นายเตรียมตัวตายได้แล้วหละ ... " ลูกะชักเซตโต คันนะ ออกมาพร้อมกับตั้งท่าป้องกันไม่ให้ชายหนุ่มคนนั้นผ่านตัวเธอไปได้

Iainuki Activate

เอเซีย : " เหวอ ~ อย่าเพิ่งสิคริบ ยังไม่ได้อธิบายอะไร ๆ ใ้ห้ละเอียดเลยครับ อย่าเพิ่งแสดงอาวุธสิคร้าบ ผมเอเซียนะครับ แนะนําตัว ๆ " ชายหนุ่มค่อย ๆ ถอยหลังทีล่ะ ก้าว พร้อมสบัดมืออย่างลุกลี้ลุกลน


ลูกะยังคงนิ่งเฉยอยู่ท่าเดิม ไม่พูดไม่จากับชายตรงหน้า แววตาของเธอแสดงให้เห็นว่าเธอพร้อมจะตัดชายตรงหน้าให้เป็นชิ้นๆได้ถ้าหากเขาคิดที่จะผ่านตัวเธอไป

ชายหนุ่มทำหน้าซีดและแก้ตัวพร้อมทั้งอธิบายเป็นวักเป็นเวงเพื่อไม่ให้ลูกะรีบเชือดไก่ซะก่อนเที่ยงวันนี้ซะก่อน

? ? ? : " สักครู่นะครับ เดี๋ยวผมตามเพื่อนของผมมาอธิบายก็ได้ " เขาได้สร้างภูตลมขึ้นมา 1 ตน เพื่อไปเรียกเพื่อนของเขามาอธิบายเหตุการณ์และความจำเป็นที่เขาต้องมาที่นี่ " รอก่อนนะครับ เหอะ ๆ "


Player Reaction : เชิญจ้า

ลูกะก็ยังคงไม่สนใจเธอยังคงยืนนิ่งด้วยสายตาที่เย็นชาและหมายจะเอาชีวิตของอีกฝ่ายเช่นเดิม

" ชิ .. น่าเบื่อชะมัด ... "


? ? ? : เดี๋ยวก่อนค่ะ - หญิงสาวยกมือขึ้นมาห้ามลูกะไว้ - พวกเรามาที่นี่เพราะมีเหตุจำเป็นสำคัญไม่ได้มาร้ายใดๆ กรุณารับฟังกันก่อนนะค่ะ - เธอขอร้องด้วยน้ำเสียงแน่นหนัก -

หญิงสาวได้พยายามพูดช่วยเหลือเกลี้ยกล่อมลูกะให้ใจเย็นลงกับสถานการณ์เสียก่อน

ผู้หญิงผิวแทนปริศนา : "นี่เจ๊ ชื่อลูกะใช่ป่าว ไปกินรังแตนที่ไหนมาล่ะ ใจเย็น ๆ ก็ได้นี่ อีกอย่างนะ ถ้าสู้กันตรงนี้ เด็กน้อยคนนั้นอาจจะรับแรงกดดันจากจิตสังหารไม่ไหวก็ได้นะ"

แต่ว่านั่นคงจะไม่ใช่ปัญหาเท่าไรเนื่องจากลูกะเองสามารถที่จะควบคุมจิตสังหารของเธอได้อย่างใจนึก


ลูกะเก็บเซตโต คันนะเข้าฝักเหมือนเดิม แต่เธอกลับไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาจากปาก เธอเดินไปหาหญิงสาวผิวแทนก่อนจะมองด้วยสายตาเย็นชาใส่ เดินผ่านเธอกลับไปยังห้องนอนของตนเอง

" มายูมิเก็บอาหารเช้าไว้ให้ทีนึงด้วย ... ขอไปงีบต่ออีกซักพัก ..."

นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายก่อนที่เธอบอกให้รูมเมทของเธอฟังก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอน

มายูมิเห็นว่าลูกะเหมือนจะเสียอารมณ์แต่เช้าตรู่เธอจึงรีบเข็นรถเข็นตามลูกะไปทันที

มายูมิ ไทม์ : พี่ลูกะ ~ เดี๋ยวสิค่ะ ถ้าไม่ชอบคนมาก ออกไปข้างนอกกับหนูสองคนก็ได้ หรือไม่ก็เดี๋ยวหนูจะบอกให้ผู้ดูแลบ้านมาไล่พวกเขาออกไปก็ได้ - เด็กสาวเอ่ยขึ้น ง้อพี่ลูกะของเธอ -


" ไม่เป็นไรๆ รับแขกก่อนก็ได้ ... รู้สึกพวกนั้นอยากจะคุยกับเธอมากกว่าชั้นแน่นอน ... "

เธอถอดเสื้อคลุมออกผาดเอาไว้เก้าอี้ภายในห้องนอนขนาดใหญ่ก่อนจะล้มตัวลงนอนเหมือนเดิม แต่มืออีกข้างก็ยังคงกำเซตโต คันนะเอาไว้แน่น

" อ่าใช่ ... มายูมิ ... ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นร้องได้ทันทีเลยนะ ... เด๋วชั้นจะไปปลิดชีวิตพวกนั้นเอง "

เด็กสาวยิ้มให้กับลูกะ เธอค่อยๆเข็นรถเข็นออกไปเพื่อให้ลูกะพักผ่อนต่อในห้องนอน ดูเหมือนภายนอกพวกเขาจะเริ่มเข้าเรื่องหลักกันแล้ว โดยที่ตัวของลูกะนั้นนอนงีบอยู่ในห้องนอน ขณะที่เธอกำลังหลับไหลอยู่นั้นในฝันของเธอก็ได้มีภาพชายแปลกหน้าผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นมา



? ? ? : สาวน้อยผู้ใช้ดาบคาตานะ เธอจะช่วยข้าทำการใหญ่ได้หรือไม่ ? - ชายหนุ่มพูดขึ้นโดยที่ไม่แนะนำตัวหรือบอกอะไรแก่ลูกะก่อนเลยทั้งสิ้น


" แกเป็นใคร !!! ... แล้วทำไมชั้นต้องช่วยแกหละ ... "

ลูกะรีบชักเซตโต คันนะ ขึ้นมาแต่ปรากฏว่าเธอกลับต้องแปลกใจเมื่อดาบคู่ใจที่ถือจะหยิบขึ้นมานั้นไม่ได้อยู่ข้างกายเธอเหมือนทุกที

ชายหนุ่มรีบยกมือห้ามไว้ก่อน และเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็วว่า

? ? ? : ช้าก่อนข้ามาที่นี่มิใช่มาเพื่อต่อสู้ อีกทั้งยังมีข้อเสนอ ถ้าเจ้ามาช่วยข้า ข้าจะช่วยเจ้ารักษารูมเมทของเจ้าและช่วยให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย แววตาแห่งความโดดเดี่ยวของเจ้าอย่าปล่อยให้มันหลุดลอยไปเพียงแค่เวลาชั่วครู่สิ - ชายหนุ่มพยายามพูดเกลี้ยกล่อมและชังจูงลูกะ -


ลูกะนิ่งเงียบไปซักพักก่อนจะเอ่ยคำพูดออกมาถามอีกฝ่าย

" ยังไงหละ ... "

สายตาเย็นชาจับต้องไปชายปริศนา ดูเหมือนจะได้ผลกับการต่อรองในครั้งนี้

? ? ? : จงลอบสังหารชายหนุ่มผมสีฟ้าผู้ใช้ลมลงซะก่อนที่เขาจะไปถึงสะพานแห่งแสงให้ได้ เมื่อเจ้าทำสำเร็จให้ใช้มีดยันต์เล่มนี้ปาไปปักไว้ที่วัตถุในระแวกที่เจ้าฆ่าชายหนุ่มคนนั้นได้และข้าจะออกมาหาเจ้า - ชายหนุ่มยื่นมีดสั้นให้กับลูกะ -


ลูกะรับมีดจากชายหนุ่มปริศนามาก่อนจะเอ่ยคำถามสำคัญ

" แล้วถ้าหาก ... ชั้นพลาดหละ ... "

คำพูดของเธอยังคงเอาจริงเอาจังเช่นเดิม

? ? ? : ถ้าเกิดว่าเธอพลาดชั้นก็จะให้เธอทำอะไรอย่างอื่นที่มันง่ายกว่าเดิมแทน แต่ว่าเวลาที่เหลือของรูมเมทเธอก็จะน้อยลงไปด้วย และเธอก็อาจจะได้พลังที่ชั้นจะมอบให้ช้าลงไปอีกด้วย พยายามอย่าให้ผิดพลาดซะล่ะ - ชายหนุ่มค่อยๆจางหายไปจากความฝันของลูกะ -

หญิงสาวได้ฟื้นตื่นขึ้นมาอีกครั้งบนเตียงนอนของเธอในบ้านหลังเดิม

มายูมิ ไทม์ : พี่ลูกะค๊า~ ตื่นอยู่รึเปล่าเอ่ย ? รู้สึกพวกเขาจะกลับมาอีกแล้วให้ไล่ออกไปไม๊ค่ะ ? - เด็กสาวถามด้วยความเกรงใจพี่สาวของเธอเพราะดูเหมือนว่าลูกะเองจะไม่ชอบให้คนนอกเข้ามาจุ้นจ้านในบ้านซักเท่าไร -


Player Reaction : ใกล้เต็มแล้วขึ้นใหม่ก็ได้จ้า
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 25-1-2020 01:33 , Processed in 0.389802 second(s), 24 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้