Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: tesstrossa

[Play][V.1][Start !!] Role : The world

  [คัดลอกลิงก์]
ราชินีงู
โพสต์ 4-6-2010 07:57:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 13-6-2010 18:52

ความเดิมตอนที่แล้ว
Anna : tourt0ur
Action sloth [- - - - l - - - - l - - - - l - - - - l - - - - ]


Anna Item
Anna Recovery skill
Anna Passive skill
Anna Active skill
Anna Special ability
Room mate :

ที่อยู่อาศัย :


"โหหาไวจัง ชั้นยังหาไม่ด้เลยซักเล่ม " เธอรับหนังสือมาจากโทโด "ที่นี่เค้าให้ยืมหรือป่าวอ่ะ ไม่เปงไรจดเอาก็ได้" เธอได้หยิบแว่นมาใส่ เธอไม่ได้มีปัญหาทางสายตาแต่เพื่อเป็นการถนอมสายตา เธอจดรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งลักษณะ สถานที่และพลังของภูติแห่งธาตุ"หือ... rem จะปรากฏตัวก็ต่อเมื่อ undine sylph efreet รวมตัวกัน" พอจดเสร็จเธอจึงเดินไปหาข้อมูลเพิ่มเติม เธอก็ได้เจอกับเด็กหนุ่มผมเงินยืนอ่านหนังสือที่มีชื่อเรื่อง The Tales of Grand fall "ขอโทษนะคะ คุณหาหนังสือเล่มนีมาจากตรงไหนคะ"


? ? ? : เรื่องของ Celestia ต่างหาก Grandfall น่ะผมรู้ตั้งนานแล้ว

เด็กหนุ่มผมสีเงินค่อยๆหันมาที่แอนนา สายตาที่แน่นิ่งของเขามองวนไปรอบๆโบสถ์ เขาเก็บหนังสือไปด้วยเวทย์มนต์ของเขาและหันหลังให้แอนนาและเดินต่อไปทันที

? ? ? : สายลม . . . . พัดพามาที่เมืองนี้แล้วสินะ - เขาเดินเก๊กมาดเข้มออกไปโดยที่ไม่ได้ตอบคำถามของแอนนา -

ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆแอนนา มองเด็กคนนั้นและพูดขึ้นกับแอนนา

โทโด : แปลกจังเลยนะครับเด็กคนนั้นน่ะ แต่ว่าเราก็ได้ข้อมูลแล้ว จะทำอะไรต่อไปดีล่ะครับ ? คุณแอนนา


"คน ๆ นั้นรู้เรื่อง Celestia ด้วยหรอเนี๊ยะ งั้นเค้าก็คงเป็น.... อ๊ะ โทษทีเมื่องี้ว่างัยนะ ทำไรต่องั้นหรอ" เธอยืนคิดซักครู่ "นายพึ่งได้งานจะชวนเดินทางไกลก็ยังงัยอยู่ซินะ งั้นเอาเป็นว่า เราตามเด็กคนนั้นไปเถอะ เผื่อจะรู้อะไรมากขึ้น" จริง ๆ แล้วเธออยากรู้ที่มาของเด็กคนนั้นมากกว่า ทั้งคู่เลยรีบตามหนุ่มขี๊เก็กไปทันที ระหว่างทางเธอได้พูดกับโทโดขึ้นมาว่า "ต่อจากนี้ไปเราอาจจะต้องพัวพันกับการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ และอาจจะต้องพบกับการเดินทางที่ยาวนานก็ได้นะ นะ..นายจะไปกับชั้นมั๊ย"

โทโดที่เดินตามแอนนาและกำลังสกดรอยตามเด็กผู้ชายคนนั้นอยู่ได้หยุดคิดซักพักนึงกับคำถามของหญิงสาว เขาค่อยๆให้มันตอบกับเธอว่า

โทโด : ไม่เป็นไรหรอกครับเรื่องงานน่ะผมไม่ได้ร้อนเงินหรือว่าจะหางานทำที่ยั่งยืนอะไรหรอกเพราะผมไม่ได้ขาดแคลนเรื่องทรัพย์สิน แต่เป็นประสบการณ์น่ะครับ ผมว่าก็ดีเหมือนกันที่จะได้ออกเดินทางไปเพื่อฝึกฝนฝีมือและประสบการณ์ในโลกภายนอกบ้าง

ระหว่างที่พวกเขากำลังสะกดรอยตามเด็กหนุ่มคนนั้นก็ทำท่าเดินๆหยุดๆตลอดทางพร้อมกับหันมามองด้วยแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจพวกแอนนาซักเท่าไรนัก


"เจอคนแปลก ๆ อีกแล้วแหะ" เธอบ่นไปพลางเดินตามไป เธอตามจนผ่านบ้านหลังหนึ่ง เธอสังเกตุเห็นคนกลุ่ม ๆ 1 กำลังคุยกันอยู่  "เฮ้ย .... เจ็ผมชมพูนี่หว่า กำลังทำไรอยู่น่ะ" เธอเห็นแล้วก็ยิ้มแห้ง ๆ เพราะภาพในเหตุการณ์ครั้งก่อนมันผุดขึ้นมา "เอาเถอะ ไหน ๆ ก็ผ่านมาแล้ว เข้าไปทักหน่อยดีกว่า" เธอเลยเดินเข้าไปทักทาย โดยเริ้มที่สาวผมชมพูก่อน "ดีจ่ะ งัยไม่เจอกันนานยังไม่เปลี่ยนไปเลยนะ = = คิก..แต่ดูเหมือนจะอ่อนโยนลงนี่" แล้วเธอก็หันไปทักทายเด็กน้อยในรถเข็นบ้าง "สวัสดีจ่ะ น่ารักจัง เป็นน้องสาวของคน ๆ นี้หรอ" เธอพูดพลางลูบหัวอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน เสร็จแล้วเธอจึงหันไปทักทายคนแปลกหน้าอีกคน "สวัสดีค่ะขอโทษที่มาขัดจังหวะนะคะ" เธอทักทายอย่างสุภาพและอ่อนโยนเช่นกัน "ไม่ทราบว่ามีไรกันหรอ"

( ตอนนี้เอเซียอยู่คนเดียวน้าคังโดริไม่ได้ตามมาที่บ้านมายูมิด้วยจ้า ป.ล. แก้ให้แล้วนะ )

เด็กหนุ่มปริศนาได้ถือจังว่ะที่แอนนาเบี่ยงเบนความสนใจไปที่กลุ่มคนนั้นหายตัวไปทันที ทางด้านลูกะที่เข้ามาทักทายท่ามกลางสถานการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อได้ถูกจับจ้องจากบุคคลโดยรอบด้วยสายตา หลิ่ว มอง - จี่ - โทโดรีบเดินตามแอนนาเข้ามาทันที

โทโด : คุณแอนนาทำอะไรน่ะครับ ? - เขากระซิบข้างหูของหญิงสาวเบาๆ - เรากำลังสะกดรอยตามเด็กปริศนาคนเมื่อกี้อยู่ไม่ใช่เหรอครับ . . . .

(กำ โทษทีน่อพอดีอ่านไม่เคลีย - - )
"เอาน่า ชั้นรู้สึกว่าต้องได้เจอเด็กคนนั้นอีกแน่ เชื่อสิ"เธอพูดอย่างขึงขัง"อีกอย่างทางนี่ท่าทางกำลังสนุกเลยหนิ" เธอพูดพร้อมหัวเราะเบา ๆ กับภาพที่สาวผมชมพูกำลังจะโจมตีหนุ่มน้อยหน้าเจี๋ยมเจี้ยมนามเอเชีย "ดูฝีมือเด็กคนนั้นหน่อยดีกว่า" ว่าแล้วเธอก็ลากโทดดไปยืนอยู่ข้าง ๆ มายูมิ "อยู่ด้วยคนน่ะจ๊ะ มายูมิ เมื่อกี๊เธอบอกว่าคนนั้นชื่อ ลูกะหรอ ชั้น anna นะ ส่วนนี่ โทโดจ๊ะ อ๊ะ!!!" ระหว่างที่เธอพูดคุยอยู่กับสาวน้อยนั้น ก็ได้สัมผัสกับจิตสังหารอันรุนแรงของลูกะที่ปล่อยออกมา "นี่ ปล่อยมามากแบบนั้นเด๋วมายูมิก็โดนจิตสังหารโจมตีไปด้วยหรอ!!!" เธอรีบบอกให้โทโดนำมายูมิไปหลบด้านหลังเธอ เพื่อป้องกันจิตสังหารอันรุนแรงนี้ "เด็กนั่นจะไหวป่าวหว่า" เธอจับจ้องสองคนนั้นอย่างไม่วางตา ไม่ใช่เพราะคอยลุ้นเพียวอย่างเดียว แต่ จิตสังหารที่ลูกะปล่อยมานั้นรุงแรงมาก ยิ่งจิตสังหารที่รุนแรงถ้าคนที่ฝึกมาอย่างไม่เพียวพออาจจะทำพุ่งเข้าไปโจมตีอย่างบ้าครั่ง ซึ่งเธอเองก็กำลังอดทนอยู่เช่นกัน

ลูกะยังคงนิ่งเฉยอยู่ท่าเดิม ไม่พูดไม่จากับชายตรงหน้า แววตาของเธอแสดงให้เห็นว่าเธอพร้อมจะตัดชายตรงหน้าให้เป็นชิ้นๆได้ถ้าหากเขาคิดที่จะผ่านตัวเธอไป

ชายหนุ่มทำหน้าซีดและแก้ตัวพร้อมทั้งอธิบายเป็นวักเป็นเวงเพื่อไม่ให้ลูกะรีบเชือดไก่ซะก่อนเที่ยงวันนี้ซะก่อน

? ? ? : " สักครู่นะครับ เดี๋ยวผมตามเพื่อนของผมมาอธิบายก็ได้ " เขาได้สร้างภูตลมขึ้นมา 1 ตน เพื่อไปเรียกเพื่อนของเขามาอธิบายเหตุการณ์และความจำเป็นที่เขาต้องมาที่นี่ " รอก่อนนะครับ เหอะ ๆ "

โทโดที่ยืนกันมายูมิไว้ได้มองมาที่สวนหลังบ้านของบ้านหลังนี้ เขากระซิบบอกแอนนาหลังจากเห็นจิตสังหารที่รุนแรงของหญิงสาวคนนั้น

โทโด : ไม่ห้ามจะดีเหรอ ? แอนนา . . . รอดูซักพักก็ได้แต่อย่านานนักล่ะ


"ถ้านายอยากให้ห้ามล่ะก็ได้เลยจ๊ะ ^^ ว่าแต่เด็กคนนั้นเรียกของแปลก ๆ ออกมาด้วย  sylph หรือป่าว" anna จึงเดินไปหาลูกะอย่างรวดเร็วโดยที่เธอยังไม่ทันตั้งตัว "นี่เจ๊ ชื่อลูกะใช่ป่าว ไปกินรังแตนที่ไหนมาล่ะ ใจเย็น ๆ ก็ได้นี่ อีกอย่างนะ ถ้าสู้กันตรงนี้ เด็กน้อยคนนั้นอาจจะรับแรงกดดันจากจิตสังหารไม่ไหวก็ได้นะ" anna ในตอนนี้แตกต่างกับที่เคยผ่านมาอย่างชิ้นเชิงแม้แต่เอเชียที่พึ่งรู้จักกันยังรู้สึกได้ว่าแววตาเยือกเย็นมาก เมื่อเธอพูดจบ ก็ เดินไปหาเอเชีย "อย่าไปถือสาเจ๊เค้าเลยนะ เค้าก็เป็นแบบนี้แหละเมื่อก่อนชันก็เคยเจอมาครั้งหนึ่งแระ" เธอกลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้ว "อ่อ ชั้น anna นะ เธอ เอเชีย ซินะ ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ"

หญิงสาวผมสีชมพูได้เดินหันหลังกลับเข้าไปยังบ้านพักพร้อมกับคาตานะของเธอทันที โดยเด็กสาวที่อาศัยอยู่ ณ ที่เดียวกับเธอได้รีบเข็นรถเข็นตามเธอเข้าไปในบ้านทันที ดูเหมือนหญิงสาวผมสีชมพูที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นจะไม่ค่อยถูกกับโทโดซักเท่าไรนัก คงจะเป็นเพราะว่าเผ่าพันธ์ที่เป็นศัตรูกัน ทำให้เธอเชิดใส่โทโดแทนที่จะทักทายด้วย จากนั้นเธอก็รีบเดินกลับไปหาคู่หูของเธอทันที ดูเหมือนทั้งคู่จะปรึกษาอะไรกันอยู่

โทโด : อะไรกัน !! ผมยังไมไ่ด้ทำอะไรให้เลย - ชายหนุ่มเอ่ยบางเบาข้างๆแอนนาด้วยความน้อยใจเล็กน้อย -


"คิก  โอ๋ ๆ อย่าคิดมากน่า หล่อนอาจจะไม่ถูกโรคกับนายก็ได้มั้ง" ว่าแล้วเธอจึงลากโทโดไปหา เอเชีย กับ คังโดริ ทันที "ขอโทษนะคะ ขอถามอะไรหน่อยได้มั๊ย คือว่าเมื่อกี๊เธอปล่อยอะไรแปลก ๆ ไปตามสาวสวยคนนั้มานะ ใช่ sylph หรือป่าวคะ" แล้วเธอก็อธิบายต่อ "คือชั้นกับคู่หูของชั้น กำลังจะเดินทางตามหาภูติแห่งธาตุอ่ะค่ะ พอจะรู้อะไรบ้างหรือป่าว"

ดูเหมือนหญิงสาวจะไม่มองโทโดเลยแม้แต่หางตา เธอหันมาพูดโดยมองตรงมาที่แอนนาแค่คนเดียวเท่านั้น

? ? ? : ไม่ใช่ Sylph หรอกเป็นทูติลมที่เอเซียเป็นคนคิดค้นและสร้างขึ้นมาเองด้วยความสามารถของเขา - หญิงสาวตอบและเดินเข้าไปในบ้านพักพร้อมกับคู่หูของเธอทันที โดยที่หญิงสาวพยายามหลีกเลี่ยงการตอบคำถามเรื่องที่แอนนาถามเรื่องสุดท้าย -


"หรอคะ" anna ตอบเสียงเรียบ เธอไม่ได้ผ่านแค่การทำสงครามเท่านั้น เธอยังผ่านการอบรมทั้งศาสตร์ ทั้งศิลป์ เธอจึงรู้ได้ทันที่ว่า คู่สนทนาของตนเองพยายามปกปิดอะไรบางอย่าง "งั้นก็ไม่เป็นไรค่ะ" แล้วเธอก็ทิ้งท้ายก่อนเดินจากไปว่า "อย่าปิดบังกันเลยนะค่ะ ไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร เพราะยังงัย เราก็ต้องได้เจอกันอีกแน่ ทำไมนะหรอ ก็เรามีเป้าหมายเดียวกันงัยคะ ..... หยุดยั้ง grand fall งัยคะ อ่อ  นี่เบอร์ติดต่อชั้นนะคะคุณเอเชีย" เธอส่งกระดาษแล้วยิ้มให้กับทั้งคู่พร้อมกับลากโทโดออกไป ระหว่างทาง "เด๋วเราเริ่มเดินทางกันพรุ่งนี้เลยล่ะกันนะ วันนี้ไปกินไรอร่อย ๆ นอกบ้านดีกว่า นายแนะนำเลย ^^" พอกินกันเรียบร้อยแล้วเธอก็ได้กลับมาถึงบ้าน เธอไปอาบน้ำก่อน "เสร็จแล้วนะโทโด" เมื่อทั้งคู่อาบน้ำเสร็จ จึงนั่งดูทีวีกัน  "นายตัดสิ้นใจจริง ๆ แล้วใช่มั๊ย งั้นชั้นจะบอกเรื่องอีกเรื่องหนึ่ง คือนอกจากภารกิจหลักแล้ว ชั้นจะออกตามหาพ่อแม่ของชั้นด้วย " เธอพูดหน้าเศร้า ๆ "เด๋วชั้นจะเอารูปมาให้ดูนะ แต่เป็นรูปตอนท่านยังเด็ก ๆ อ่ะนะ" แล้วเธอก็กำลังเดินขึ้นไปข้างบน แต่ทว่า .....
ดูเหมือนโทโดจะพูดอะไรพึมพำเบาๆแต่เขายังไม่อยากขัดหญิงสาวโดยปล่อยให้เธอขึ้นไปหยิบรูปของเธอมาเสียก่อน

ทว่าระหว่างที่เธอกำลังเดินขึ้นไปข้างบนนั้นก็ได้พบกับหญิงสาวผมสีเหลืองคนหนึ่งยืนถือพัดอยู่และจ้องมองมาที่เธอ เหมือนกับแอนนาไปทำอะไรเธอไว้ซักอย่าง เธอยืนนิ่งเงียบด้านบนและจ้องมองลงมาที่แอนนา ดูเหมือนจะมีออร่าปีศาจเล็ดรอดออกมาจากตัวเธอเล็กน้อยครู่หนึ่งด้วย ถึงจะเป็นแค่สเก็ดพลังแต่มันก็ทำให้แอนนารู้สึกเย็นเยือกขึ้นมาเลยทีเดียว เพียงครู่เดียวสัมผัสนั้นก็ได้หายไป ดูเหมือนว่าเธอจะเก็บควบคุมพลังนั้นเอาไว้



? ? ? : เธอน่ะ !! - หญิงสาวเอ่ยขึ้นก่อนที่แอนนาจะพูดอะไรทั้งสิ้น - คิดอะไรอยู่ถึงไปโปรยสเน่ห์ใส่เอเซียแบบนั้น เอเซียน่ะเขาไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเธอหรอก ห้ามมายุ่งกับเอเซียอีกนะ - ดูเหมือนว่ามันจะผิดคาดจากที่แอนนาคิดไว้ก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิงแต่ว่าพลังของเธอคงจะไม่แตกต่างแบบการเข้าใจผิดนี้อย่างแน่นอน - ชั้นขอเตือนเธอไว้ก่อนเลยนะว่าถ้าเธอมายุ่งกับเอเซียอีกล่ะก็ . . . . - แรงกดดันของปีศาจมากขึ้นเรื่อยๆจนเหมือนจะทำให้บ้านหลังนี้ถล่มลงมาได้เลยทีเดียว แต่ดูเหมือนว่าหญิงสาวแปลกหน้าคนนั้นจะควบคุมมันเอาไว้ ดูเหมือนเธอน่าจะยังไม่สามารถควบคุมมันได้อย่างสมบูรณ์แบบนัก -


จากแรงกดดันอันมหาศาลเกือบทำให้ anna ออกอาวุธ ตอนนี้ใบหน้าเธอเต็มไปด้วยเหงื่อ แต่เธอก็ยังคุมอารมณ์ได้ "เอเชีย..... อ๋อ เด็กคนนั้นอ่ะหรอ 555555 เธอคงเข้าใจไรผิดแล้วล่ะ ฉันไม่สนใจเด็กหงิ่ม ๆ แบบนั้นหรอก ชั้นแค่จะหาแนวร่วมเอง ว่าแต่ เธออยู่ดีดีเข้ามาในบ้านฉันแบบนี้ ใครกันแน่ที่ไม่น่าไว้วางใจกว่ากัน" เมื่อพูดจบเธอได้กระโดดลงมาจากระเบียงชั้น 2 มาหาโทโด "ชั้นว่างานเราเข้าแล้วล่ะ เตรียมตัวให้พร้อมนะ เอาล่ะวิ่ง!!!!" เธอวิ่งลากโทโดออกไปข้างนอกบ้าน "ถ้าที่แคบ ๆ เราคงจะเสียเปรียบ เฮ้อ ไมชีวิตเราเจอแต่คนแปลก ๆ " เธอบ่นอุบอิบ ๆ  พลางหันไปหาโทโด "ทำงัยดีอ่ะ เด็กคนนั้นไม่ธรรมดาซะด้วย"

ชายหนุ่มได้แต่มองแอนนาแบบงุนงง เขายังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะว่าอยู่ดีๆหญิงสาวก็ลากตัวเขาออกมาทันที ทั้งที่นั่นมันเป็นบ้านของเขาเอง

โทโด : เอ่อ . . . คุณแอนนา ทำอะไรน่ะครับ ? ไม่เห็นมีใครตามมาเลยนี่นา - ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นขณะที่แอนนากำลังลากเขาวิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย -

ดูเหมือนหญิงสาวคนนั้นจะไม่ตามพวกแอนนามาด้วยเหตุผลบางอย่าง ระหว่างทางที่เธอวิ่งมาก็ได้พบกับเอเซียซึ่งยืนคุยอยู่กับคังโดริด้วย


"ห๋า .... นี่เหนื่อยฟรีหรอเนี๊ยะ" เธอทำหน้าเจื่อน ๆ พลางคิดในใจว่า ทำไมโทโดไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของเด็กคนนั้น แต่พอเธอเจอตัวเอเชียกับคู่ของเขาเธอก็รีบตรงเข้าไปหา "งัยคะเจอกันอีกแล้ว" เธอทักทายทั้งคู่ "เอ่อ.... คุณเอเชียคะ คุณมีคนรู้จักเป็นผู้หญิงสาวผมสีทองหรือป่าว เมื่อกี๊คน ๆ นั้นมาบุกรุกบ้านชั้นแล้วสั่งว่าห้ามยุ่งกับคุณอีก ชั้นยังงงอยู่ว่ามันเรื่องอะไรกันแน่"เธอพูดแบบมีความกังวลในน้ำเสียง เธอกลัวว่า เด็กคนน้นจะโผล่มาอีก เพราะเธอเข้าไปคุยกับเอเชียนั่นเอง เรื่องการต่อสู้เธอไม่ว่าไรอยู่แล้วแต่พลังของเด็กคนนั้นที่เธอสัมผัสได้อาจจะเป็นอัตรายกับผู้บริสุทธิ์ถ้าปะทะกัน เธอจึงพยายามหลีกเลี่ยงการต่อสู้โดยไม่จำเป็น และอีกเหตุผลหนึ่งเธอก็ไม่อยากจะใช้พลังเต็มที่เหมือนยกัน

เอเซียเองยืนครุ่นคิดอยู่ซักครู่แต่ชายหนุ่มเองก็ยังไม่ได้ตอบอะไรกลับมา แต่กลับกันดูเหมือนว่าคังโดริเองที่คอยเดินตามเอเซียอยู่จะมีท่าทีแปลกๆ พร้อมทั้งยังส่งสายตาแปลกๆไปยังเอเซียอีกด้วย ทำให้โทโดเริ่มการคิดคำนวนเหตุการณ์ของเขาออกมาทันที

โทโด : อืม . . . - กระซิบข้างหูแอนนา - ผมคิดว่าคุณเอเซียน่าจะรู้จักหญิงสาวคนนั้นแต่คุณคังโดริจะไม่รู้นะครับคุณแอนนา - ชายหนุ่มเริ่มการเดาอย่างมีหลักการของเขา -


Player Reaction : เต็มแล้วจ้าขึ้นใหม่เลย
โพสต์ 5-6-2010 22:30:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 12-6-2010 21:56

ความเดิมตอนที่แล้ว



Stella Item
Stella Recovey skill
Stella Passive skill
Stella Active skill
Stella Special ability
Room mate :


"......"
"ไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่ายกับการฆ่าหรอก ถ้าฆ่าไม่ได้สิ ถึงจะน่าเบื่อหน่าย"
บทสนทนาของคนสองที่แผ่วเบาจนได้ยินเพียงไม่กี่ประโยค ดูเหมือนจะเป็นความทรงจำอันยาวนานของใครบางคน....

ภายในห้วงแห่งความมืด สเตล่า(ชาย)มองภาพที่เกิดขึ้นอย่างไร้อารมณ์ ภาพเด็กผู้หญิงสองคนกำลังแย่งโทรศัพท์มือถือกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ค่อยๆหายไปและปรากฏภาพความทรงจำของหญิงสาวปริศนาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง "ถึงจะรู้สึกถึงบางอย่างที่ขาดหายไปอยู่บ้าง แต่สิ่งที่ร่ำร้องอยู่ตลอดเวลานี่ไม่เคยมีแม้ซักวันที่จะลดน้อยลงไป"ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ ภาพความทรงจำเริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้นๆ "ชั้นฆ่าเธอไม่ได้ก็จริง แต่ชั้นเองก็จะมาตายที่นี่ไม่ได้เหมือนกัน"ชายหนุ่มพูดพลางหันมามองด้านหลัง ซึ่งน่าจะเป็นคู่สนทนาของเขา....

หลังจากภาพความทรงจำต่างๆของจอมมารนั้น ภาพเหตุการณ์ก็ได้ตัดกลับมาที่หญิงสาวทั้งสองกำลังสู้กันเพื่อภาพถ่ายอย่างเอาเป็นเอาตายจนทำให้เจ้าของรุปตื่นขึ้นมาและเดินออกมาดู

มิซากะ มิโคโตะ : ทำอะไรกันแต่เช้าน่ะ ? - หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงงัวเงีย - เสียงดังเอะอะไปทั่วบ้านเลย

คุโรโกะทำหน้าซี๊ด ถ้าเกิดมิซากะรู้ว่าภาพถ่ายของเธอได้ตกมาอยู่ในเงื้อมือของพวกหล่อนทั้งสองละก็เช้านี้อาจจะจบไม่สวยก็ได้ เธอจึงรีบใช้มือแตะโทรศัพท์มือถือของสเตล่าและใช้ความสามารถเทเลพอทเปลี่ยนสถานที่อยู่ของมือถือทันที

ชิราอิ คุโรโกะ : โอ้ว ~ โอเน๊ซาม๊ะ ~ ไม่มีอะไรหรอกค๊า พวกเราแค่หยอกล้อกันตอนเช้าเท่านั้นเองจริงไม๊หนูสเตล่า - เธอส่งสายตาอมหิตให้กับสเตล่าทันที -


"ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ใช่ๆ ยัยโลลิหน้าโง่นี่อุส่าช่วยจัดห้องให้ชั้น ก็เลยขอบคุณกันนิดหน่อยๆ"สเตล่าเกาหัวพลางหัวเราะแห้งๆให้มิโคโตะก่อนที่เด็กสาวจะเข้ากอดคอของคุโรโกะ "มือถือชั้นล่ะยะ ยัยโลลิโรคจิต"เด็กสาวกระซิบข้างหูของคุโรโกะเนียนๆ เธอพร้อมจะปล่อยกระแสไฟฟ้าอัดไส่คุโรโกะทันทีถ้าอีกฝ่ายตอบมาไม่ได้ดั่งใจ...

คุโรโกะกระซิบเบาๆตอบเพื่อที่จะไม่ให้มิซากะได้ยินเสียงของพวกหล่อนทั้งสองคนก่อนที่จะโดนไฟฟ้าช้อตตายคาที่ทั้งคู่ซะก่อน

ชิราอิ คุโรโกะ : เชอะ !! มีของดีก็ไม่บอกขอชั้นเอาไปก๊อปปี้ก่อนสิแล้วจะคืนให้ - หญิงสาวผูดพลางหัวเราะคิกๆออกมา -

ทางด้านเซ็ทสึโบเองก็ได้ลุกตื่นขึ้นมาเขาเดินออกมาจากห้องนอนของสเตล่าและกล่าวทักทาย

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : ไงสเตล่าชั้นจัดห้องให้เสร็จแล้วนะ แหม ~ แต่ว่าทำไมเมื่อวานถึงต้อง . . . . ( กำลังจะพูดว่าทำลายห้องตัวเอง )


"กรี๊ดดดดดดด"สเตล่าปล่อยมือจากคุโรโกะ วิ่งเข้ากระโดดถีบหน้าของเซ็ทสึโบจนร่างของเขาอัดกับประตูก่อนจะปลิวเข้าไปในห้องของสเตล่าจนข้าวของด้านในพังทลายอีกครั้ง เด็กสาวไม่สนใจใยดีคู่หูของเธอแ้ววิ่งไปหาคุโรโกะอีกครั้ง "เข้าใจแล้วๆ หล่อนเองก็เงียบๆไว้ด้วย เข้าใจนะยะ"สเตล่ากระซิบข้างหูคุโรโกะเบาๆอีกครั้ง ดูเหมือนว่าสงครามของสองกระดาน คงจะจบลงได้ด้วยดีโดยที่เซ็ทสึโบคงจะต้องก้มหน้าจัดห้องของสเตล่าอีกครั้ง.....

มื้อเช้าอันแสนสงบได้เริ่มต้น เซ็ทสึโบที่ต้องไปเริ่มจัดห้องให้สเตล่าใหม่ได้มากินข้าวช้ากว่าใครเพื่อน เขานั่งกินเงียบเพราะกลัวว่าจะถูกเด็กสาวถีบอีกสามสี่ที ซึ่งปกติถีบแค่สองสามทีเท่านั้น ทางด้านมิโคโตะเองก็ได้รีบกินมื้อเช้าจนหมดและหยิบกระดาษหนังสือพิมพ์ออกไปข้างนอกก่อนใครเพื่อนทิ้งให้สาววายโลลิค่อนอยู่กับหนุ่มแว่นผู้อับโชคในบ้านกันสามคน วันนี้หนูสเตล่าจะเริ่มก่อเรื่องวุ่นวายที่ไหนกันนะ  . . .


เด็กสาวสวาปามอาหารตรงหน้าเธอจนหกเละเทะไปทั่วโต๊ะอย่างมีมารยาท ก่อนจะโยนจานปล่าวทั้งหมดให้เซ็ทสึโบไปเก็บ "คุ คุ คุ เมื่อวานชั้นยังทำงานค้างไว้อยู่เลยสินะ วันนี้แหละ ชั้นจะเอาเงินค่าขนมมาเพิ่มให้ได้ !!"สเตล่าตาลุกเป็นไฟ เธอพร้อมที่จะออกล่าอีกครั้งแล้ว

"แล้วก็หล่อนน่ะ ต้องมาช่วยชั้นด้วยนะยะ ถึงเธอจะเอามือถือของชั้นไปซ่อน แต่คิดว่าโฟลเดอร์ที่เก็บภาพของยัยอีเล็กตรอนไว้ มันไม่มีพาสเวิร์ครึไงยะ โฮ๊ โฮะ โฮะ โฮะ โฮะ ~"เด็กสาวยืนบนเก้าอี้อย่างสุภาพพลางชี้หน้าคุโรโกะก่อนจะหัวเราะด้วยสำเนียงผู้ดีแบบสุดๆ

"นายก็เหมือนกันนะยะ รีบๆเอาจานไปเก็บแล้วแบกข้าวของพวกชั้นได้แล้ว !!"สเตล่าเตะปากเซ็ทสึโบเข้าไปหนึ่งทีจนเศษอาหารในปากของเขากระจาย ทำให้มื้อเช้าอันแสนสงบสุขจบลงด้วยมารยาทผู้ดีของสเตล่า....

และม่านของภารกิจสุดป่วนของวันนี้ก็เริ่มต้นขึ้นด้วยความเต็มใจสุดๆของสมาชิกในทีมของหนูเสตล่า~ (หวังว่าซากป่าแบบนั้นคงยังจะเหลือมอนสเตอร์ให้ตีนะ~)

เสร็จสิ้น : ระหว่างเดินทาง ให้รับเควสกำจัด Trixter 4 Beetle 1 เพิ่มอีกเควส แล้วเริ่มทำการล่า Wood 1 Trixter 12 Beetle 7 นะจ๊ะ

เซ็ทสึโบเช็ดหน้าและโต๊ะอาหารอย่างเรียบร้อย น้ำตาแห่งความเสียใจของชายหนุ่มผู้สิ้นหวังร่วงลงสู่พื้นด้วยหน้าตาสิ้นหวังสุดๆ ( ให้คิดถึงหน้ามิโคโตะตอนที่ไม่ได้เกโคตะจากการซื้อเครป )

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : อ้ากก !! มันจะมากไปแล้ว !! ให้กินให้หมดก่อนเซ่ !! - ชายหนุ่มร้องโหยหวนคนเดียวหลังจากที่สเตล่าและคุโรโกะได้ออกไปนอกบ้านแล้ว ชาหยนุ่มจึงต้องรีบแพ้กข้าวของและวิ่งตามออกไปทันทีเพื่อไม่ให้โดนสาวน้อยกลับมากระโดดถีบอีกรอบ -

ระหว่างทางเดิน ณ ป่าที่ผืนดิน - เรียบ - สงัดด้วยฝีมือของสเตล่าเมื่อ Episode ที่แล้วทำให้สัตว์ป่าพากันอพยพย้ายถิ่นฐานกันไปหมด

ชิราอิ คุโรโกะ : ทำไมป่ามันโล่งแบบนี้ล่ะเนี่ย !! แต่ว่ายังไงก็เถอะ หลังจากชั้นช่วยเธอกับภารกิจนี้แล้วจะต้องให้พาสเวิร์ดมาด้วยล่ะ ไม่อย่างนั้นล่ะก็ . . . เธอเองก็จะไม่ได้มือถือคืนแบบครบ32เหมือนกัน หึหึ !! - หญิงสาวยิ้มอย่างชั่วร้ายก่อนที่จะหยุดเดินลงเมื่อเห็นฝูงแมลงด้านหน้ากำลังอพยพข้าวของหนี -

- 30 นาทีผ่านไป -

สเตล่า : Hp 7 / 35 - 1 LV Up : ~ 3 Status Point Left ~  

เซ็ทสึโบ : Hp 1 / 80 * Bad luck endure > HP 80

คุโรโกะ : Hp ? ? ? / ? ? ?

ยังไม่ให้ Item เพราะคุโรโกะแอบแต้บหมด

เซ็ทสึโบผู้โชคร้ายถูกสาวน้อยทั้งสองเห็นพร้อมกันว่าให้เข้าไปเป็นกระสอบทรายของฝูงแมลงในขณะที่พวกเธอช่วกยันสู้อยู่น่าจะเป็นการดีมากกว่าที่ให้ชายหนุ่มมาเสียแรงและพลังงานโบกลมข้างๆพวกเธอ สภาพของเซ็ทสึโบที่ยังครบ 32 แต่ขาดยาหม่องเยียวยาจึงได้เผยออกมาหลังจากกลุ่มควัญจางลง ชายหนุ่มคิดไม่ออกอีกแล้วว่าเขาจะร้องโหยหวนด้วยทำนองอะไรดีหญิงสาวพวกนี้ถึงจะเข้าใจความเป็นพระเอกของเขาบ้าง ~

ชิราอิ คุโรโกะ : เอาล่ะจัดการหมดแล้วเพราะฉะนั้นส่งพาสเวิร์ดอัลบั้มลับของโอเน๊ซามะมาซะดีๆ - หญิงสาวรีบทวงรหัสผ่านโทรศัพท์กับสเตล่าทันที -


"เข้าใจแล้วย่ะ พาสเวิร์ดก็คือ ****"เด็กสาวบอกรหัสเปิดขุมสมบัติล้ำค่าแบบเซ็งๆก่อนจะเดินไปหาร่างเกรียมๆของเซ็ทสึโบ "เหนื่อยมั้ยนายสิ้นหวัง~"สเตล่านั่งยองๆตรงหน้าของเซ็ตสึโบพลางยื่นหน้าเข้าไปไกล้ "อยากได้รางวัลมั้ยจ๊ะ~"เด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงโมเอะสุดขีดโดยที่ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่ซม.

เสร็จสิ้น : Use Dex 2 Str 1 นะจ๊ะ - รอการอั้พเดท -

หญิงสาวรีบลงนิ้วกดพาสเวิร์ดเบิ่งภาพของหิงสาวที่ตนคลั่งไคล้ทันที พร้อมกันกับเซ็ทสึโบที่ทำหน้าซีดแปลกใจกับการกระทำของเด็กสาว ดูเหมือนเขาจะคิดว่าเธอน่ากลัวมากกว่าน่ารักซะแล้ว

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : เอ่อ . . . รางวัลอะไรเหรอ ? - ชายหนุ่มถามโดยยิ้มแห้งๆให้กับเด็กสาวตรงหน้าของเขา


สเตล่ายิ้มหวานให้กับคู่หูของเธอพลางลูบไล้ไปบนหน้าอกของเซ็ทสึโบช้าๆ "ก็อย่างเช่น ร่าง.... กาย.... ของยัยโลลิโรคจิตนั่นไงยะ !!!" เด็กสาวเปลี่ยนจากการลูบไล้มาเป็นการจับทุ่มแบบยูโดทันที โดยเหวี่ยงร่างของเซ็ทสึโบเข้าไส่คุโรโกะที่กำลังแทะโลมรูปถ่ายของมิโคโตะอย่างบ้าคลั่งแบบไม่ทันรู้ตัว

โครม !!

ร่างของหนุ่มแว่นกับสาววายนอนทับกันอย่างดูดดื่ม สเตล่าไม่รอช้า เธอวิ่งไปหยิบมือถือที่กระเด็นหลุดมือของคุโรโกะมากดชัทเตอร์ด้วยความเร็ว40หลา4.2วิทันที "โฮ๊ โฮะ โฮะ โฮะ โฮะ แย่หน่อยนะยะยัยโลลิโรคจิต ถ้าหากยัยอิเล็กตรอนรู้ว่าหล่อนมีคนรักเป็นตัวเป็นตนขนาดมาทำอนาจารกันในป่าลึกไร้ผู้คนแบบนี้ จะเป็นยังไงกันน้า~"เด็กสาวหัวเราะเสียงสูงปรี๊ด จากใบหน้าของสาวน้อยอินโนเซ้นต์เมื่อครู่ กลับเปลี่ยนเป็นปีศาจร้ายไม้กระดานในบัดดล

"ถ้าไม่อยากให้รูปนี้ไปอยู่ในมือของยัยอิเล็กตรอนแล้วล่ะก็ จงมาเป็นทาสรับใช้ของชั้นซะดีๆ โฮ๊ โฮะ โฮะ โฮะ โฮะ~"สเตล่ายังคงโชว์รูปถ่ายเลิฟซีนของคุโีระโกะกับเซ็ทสึโบให้ดูพลางหัวเราะออกมาด้วยสำเนียงผู้ดีแบบสุดๆเช่นเคย~

หญิงสาวยิ้มหน้าใส พร้อมทั้งหัวเราะขึ้นมาด้วยเสียงคุณหนูผู้ดีทันที โดยปล่อยให้เซ็ทสึโบนอนราบอยู่กับพื้นคนเดียว ณ จุดที่สเตล่าทุ่มไป

ชิราอิ คุโรโกะ : หล่อนลืมไปแล้วเหรอ ว่าความสามารถพิเศษของชั้นน่ะคืออะไร ? โฮ่ๆๆๆๆ ลองตรวจภาพของเธอดูใหม่อีกซักทีสิจ๊ะ - หญิงสาวยืนหัวเราะกวนประสาทตรงหน้าของเด็กสาวที่กำลังจ้องภาพเซ็ทสึโบนอนบนพื้นคนเดียวกับหญ้านุ่มๆ -

ทางด้านชายหนุ่มเองได้แต่นอนหน้าคว่ำขาแว่นหักด้วยความสิ้นหวัง เด็กสาวจะตัดสินใจทำอะไรต่อไปดีนะ ~

- ยังไม่ได้เงินเพราะยังไม่ส่งเควส -


เด็กสาวพลิกมือถือขึ้นมาดูทันทีเมื่อเห็นท่าทีของคุโรโกะ "กรี๊ดดดด ทำไมมีแต่ภาพไอ้เจ้าโง่นี่คนเดียวล่ะย้า !!!!"สเตล่าปล่อยว๊ากออกมาทันทีเมื่อเห็นภาพในมือถือของเธอ สเตล่าย่างสามขุมเข้าหาเซ็ทสึโบเพื่อยำหน้าของเขา แต่ยังไม่ทันจะไปถึงเธอก็ล้มลงกระทันหัน !!

เซ็ทสึโบที่นอนนิ่้งอยู่บนพื้นได้แต่เหงื่อแตกซีดเพิ่มหนักกว่าเดิม เขาพอจะเดาสถานการณ์เซอร์วิสโดยมิดได้นัดหมายจากการ์ตูนทั่วไปออก โดยตอนนี้ร่างของเขาได้ถูกทับด้วยร่างเด็กสาวรูมเมทของเขาเอง เขายิ้มแห้งๆออกมาพร้อมกับพูดกับสเตล่า

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : เอ่อ . . .  สเตล่า . . . คือว่า . . . ชั้น . . . - ชายหนุ่มพูดอึกๆอักๆสายตาของเขาจับจ้องไปยังสาวน้อยอย่างแน่วแน่ - ชั้นหนักนะ ลุกขึ้นไปได้แล้วล่ะ - ชายหนุ่มพูดออกมาโดยไม่คิดถึงสถานการณ์ใดๆเลย -

แชะ ~ ♫ เสียงมือถือถ่ายรูปดังขึ้นจากมือของคุโรโกะ โทรศัพท์ของเธอได้ฉายแสงแฟชไลท์มาจับภาพของสเตล่าไว้เพื่อเป็นการเอาคืนทันที

ชิราอิ คุโรโกะ : โฮ่ๆๆๆ หนูสเตล่า ชั้นนี่ล่ะราชีนีย์ตัวจริง โฮ่ๆๆ - เธอหัวเราะเสียงคุณหนูเยาะเย้ยเด็กสาวที่ล้มทับชายหนุ่มสี่ตา -


"นายทำอะไรของนายยะ ทำแผนชั้นพังหมดแล้วเนี่ย !!!" ภายในห้วงแห่งความมืดมิด สเตล่ายืนเท้าเอวขึ้นเสียงสเตล่า(ชาย)อย่างออกรส "หุบปากซะ ยัยเด็กสวะ ลืมไปแล้วรึไง ร่างกายของเธอกำลังจะตายอีกแล้วนะ"ชายหนุ่มตอบกลับอย่างเคร่งขรึม นั่นทำให้สเตล่าเงียบเสียงลงไปบ้าง "เฮอะ ตายก็ดีสิยะ ชั้นละเบื่อหน้านายเต็มทนแล้.... อึ้ก..." ยังไม่จบประโยค สเตล่า(ชาย)ก็ตรงเข้าบีบคอของเด็กสาวไว้แน่นก่อนจะยกร่างนั้นให้ลอยขึ้น

"แกอยากตายยังไงชั้นไม่รู้หรอกนะ ถ้าร่างกายนี้ควบคุมพลังเต็มได้เมื่อไหร่ ชั้นจะลบแกออกไปแน่"ชายหนุ่มขึ้นเสียงพลางบีบคอเด็กสาวแน่นขึ้น "คืนนี้เราจะเดินทางไป Zaphias อยากจะทำอะไรก็รีบทำซะ" ชายหนุ่มปล่อยร่างของสเตล่าลงอย่างเฉยชาราวกับเป็นเรื่องธรรมดา "แค่กๆๆ จะ... จะไปที่นั่น.... อีกหรอ ?" เด็กสาวพูดขึ้นจับลูบไปมาบริเวณลำคอของเธอ "ถามอะไรโง่ๆ คิดว่าที่ที่จะช่วยยืดอายุให้ร่างของเธอมันมีมมากมายหลายที่นักรึไง ?" ชายหนุ่มตอบโดยหันหลังให้เด็กสาว

"เข้าใจแล้ว คืนสิทธิ์ครอบครองมาซักทีสิ ถึงจะไม่เกี่ยวกับนาย แต่ร่างกายชั้นมันกำลังเซอร์วิทอยู่นะยะ"
"ไร้สาระน่า ยัยเด็กปากเสีย.." ชายหนุ่มยกแขนขึ้น ความมืดทั่วทั้งฉากเริ่มหมุนวนไปมาจนขาวโพลน...

กลับมาที่โลกแห่งความเป็นจริง สเตล่าค่อยๆยันตัวขึ้นมาจากร่างของเซ็ทสึโบ "อย่า.... พูดเรื่องน้ำหนักกับเลดี้นะยะ !!!" เด็กสาวตอบแทนคู่หูของเธอด้วยปลายเท้า เธอกระโดดเตะเข้าไปที่ใบหน้าของเซ็ทสึโบเต็มๆจนร่างนั้นกระเด็นเข้าไปติดพุ่มไม้ใกล้ๆ ก่อนที่เด็กสาวจะตรงหรี่เข้าหาคุโรโกะที่กำลังหัวเราะเยาะเย้ยเธออย่างสนุกสนาน "ฮึ เธออยากให้ชั้นเลือกแผนที่แย่ที่สุดเองนะยะยัยโรคจิต"เด็กสาวพูดพลางยื่นหน้าเข้าไปไกล้คุโรโกะ ก่อนจะใช้มือข้างนึงกระชากคุโรโกะเข้ามาประกบริมฝีปาก โดยใช้มืออีกข้างกดชัทเตอร์มือถือด้วยความเร็ว....

หญิงสาวรีบกระโดดถีบสเตล่าอย่างเต็มเหนี่ยวทันทีที่เธอทำอะไรแผลงๆออกมา

ชิราอิ คุโรโกะ : กรี๊ด !!!!! ทำอะไรย๊ะ !! ยัยบ้าาา หล่อนบ้าไปแล้วเรอะ !!! First kiss ของชั้นมีไว้ให้โอเน๊ซามะเท่านั้นเอาคืนมาน๊าาา - หญิงสาวบีบคอสเตล่าทั้งน้ำตาโดยไม่สนใจเรื่องมือถือเลย -


Player Reaction : เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 6-6-2010 20:54:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 15-6-2010 22:51

ความเดิมตอนที่แล้วๆ อ่ะน่ะ

MelloN : melontaro


MelloN Item
MelloN Recovery skill
MelloN Passive skill
MelloN Active skill
Mellon Special ability
Room mate :


เมล่อนได้คิดขึ้น ตอนนี้ไม่น่าไหวที่จะทําไรได้ สภาพตอนนี้ยํ่าแย่พอสมควร อาสะจังก็เริ่มทรุดแล้ว จะดูสถานการณ์ก็อาจจะโดนลูกหลง

จะเข้าสู้ก็คงตายอย่างเดียว เมล่อนจึงอุ้มอาสะจัง ออกจาก ขอบเขตของ วิณญาญตนนั้นและหลบเข้าไปในกระท่อมหลังหนึ่ง

และเริ่มค้น ลิ้นชัก ที่มีกุญแจ ว่าในนั้นมีอะไรอยู่ เมล่อนก้นึกคําพูดที่อิสึกิบอกไว้เกี่ยวกับ เรื่องกล้องขึ้นได้

ดูเหมือนภายในบ้านจะไม่มีของสำคัญหรือของที่สามารถนำมาใช้ได้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว จะมีก็แค่สมุดไดอารี่เก่าๆเล่มนึงในบ้านหลังนั้น เด็กสาวชะโงกหน้ามองสมุดจดเล่มสีฟ้านั้นและพูดกับเมล่อน

ชิงุเระ อาสะ : นี่จะเปิดอ่านดีไม๊อ่าเผื่อมันจะบอกอะไรเกี่ยวกับหมู่บ้านแห่งนี้ แต่ว่าส่วนใหญ่เวลาเปิดอ่านในสถานที่แบบนี้มันจะเป็นฉากไคลน์แมกซ์นา บรื๋อ ~ - หญิงสาวทำหน้าสั่นเสียวสันหลังวาบ -


เมล่อนหยิบไดอารี่สีฟ้าขึ้นมา และพูดกับอาสะจัง ถ้าไม่อ่านก็คงไปต่อไม่ได้ งั้นก็ลองเปิดดู

เมล่อนได้เปิดขึ้นแล้วเริ่มอ่านหน้าแรก ก็ได้พบกับข้อความที่เขียนไว้ในไดอารี่ว่า !!!

ในสมุดไดอารี่กล่าวถึงพิธีกรรมต่างๆของหมู่บ้านที่ยังยึดหลักไศยศาตร์อยู่เหมือนโบราณการ และมีพิธีกรรมที่ผิดแปลกธรรมชาติ กระนั้นก็ยังมีชายคนหนึ่งที่ถูกเอ่ยนามถึงในไดอารี่ ซึ่งเขาเป็นผู้ที่มาศึกษาค้นคว้าสิ่งลี้ลับของหมู่บ้านแห่งนี้และได้ผลิตกล้องขึ้นมาด้วย วันหนึ่งเขาได้ซูมกล้องเข้าไปที่ศิลาแห่งหนึ่งในหมู่บ้านและได้พบกับความจริงที่ซ่อนเร้นในหมู่บ้านแห่งนี้ - ตัวหนังสือจางมากจนไม่สามารถอ่านต่อไปได้ - ดูเหมือนว่าเมล่อนจะได้หลักฐานส่วนแรกมาแล้วดูเหมือนเธอจะต้องตามหาส่วนที่ขาดหายไปถ้าอยากจะได้อาวุธที่ทำให้รอดพ้นจากหมู่บ้านนี้ไปได้ หรือทิ้งอิสึกิแล้วรีบออกไปเสียตอนที่ยังไม่สายเลย


เมล่อนหันมาพูดกับอาสะจังว่า สงสัยต้องตามหาเบาะแสเกี่ยวกับเรื่องสินะ ถ้ามีกล้องก็คงช่วยอิสึกิ ได้

้เมล่อนหยิบเอากุญแจ ที่ ดึงมาพร้อมกับลิ้นชักให้กับอาสะจัง ว่าถ้าเกิดเรื่องที่เกินความคาดหมายให้เอาใช้หนีไปเลย

เมล่อนเริ่มเอาไฟแช็กจุดใต้กระดาษ เผื่อจะมีตัวอักษรขึ้นมาบ้าง ( ทริคนี่เก่าไปมั้ย ) และมันก็เกิดบางอย่างขึ้น !!!

กระดาษได้ลุกไหม้ไปกับเปลวเพลิงที่เมล่อนจุดขึ้นทันทีที่เปลวไฟสัมผัสโดนกระดาษ ดูเหมือนว่าทริคนี้จะใช้ไม่ได้ที่นี่ซะแล้ว อาสะเก็บกุญแจลงที่กระเป๋าเล็กๆของเธอและจับมือเมล่อนไว้แน่น ดูเหมือนเธอพร้อมที่จะออกเดินทางไปยังจุดหมายต่อไปในหมู่บ้านแล้ว

ชิงุเระ อาสะ : ยังไงซะชั้นก็เข้ามาพร้อมกันกับเธอพวกเราก็ต้องออกไปดว้ยกันสิ !! พวกเราเป็นคู่หูกันอยู่แล้วนี่ !! - เด็กสาวพูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม แต่เธอเองก็ยังรู้สึกกลัวๆอยุ่เหมือนกัน -

ดูเหมือนเศษกระดาษที่เมล่อนเผาไปจะลอยปลิวตามลมไปยังทิศตะวันออกของบ้านร้างที่เธอแอบอยู่ ณ ตอนนี้


เมล่อนพาอาสะจังเดินไปตามทางทิศตะวันออก ดั่งเศษกระดาษที่บินว่อนไป และพยายามเดินไปตามทางที่ถึงกระท่อมต่อไปได้เร็วที่สุด
ดูเหมือนว่าสายลมนี้จะนำพาพวกเมล่อนมาถึงศาลเจ้าร้างแห่งหนึ่งด้านบนของหมู่บ้านแห่งนี้ ดูเหมือนว่ามันจะเงียบสงัด แต่ปลอดโปร่งจากพวกวิญญาณเป็นอย่างมาก เมล่อนจึงตัดสินใจ

1 ) สำรวจสถานที่ 2 ) ค้นหาเสบียง 3 ) หาข้อมูลของหมู่บ้านนี้ 4 ) อื่นๆโปรดระบุ


เมล่อนจับมืออาสะจัง จุงเข้าไปในศาลเจ้าแล้ว เริ่มทําการสํารวจสถานที่ในศาลเจ้า และก็ได้พบกับ ...

. . . กับตำราไม้ไผ่เวทย์มนต์และยันต์รูปแบบต่างๆ ดูเหมือนว่าข้าวของจะถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบเหมือนกับมีคนอาศัยอยู่ แต่ทว่าตอนนี้เมล่อนไม่พบเห็นคนซักคนบนนี้เลย อาสะจังรีบวิ่งเข้าไปด้านในและค้นหาตำราต่างๆที่นี่ทันทีเผื่อว่ามันจะช่วยให้ออกไปจากหมู่บ้านแห่งนี้ได้


ที่นี่เหมือนจะมีพวกของที่ใช้กัาจัดภูติผีละมั้ง เมล่อนพูดขึ้น แล้วพูดต่อขึ้นมาว่า ที่นี่คงไม่มีคนอยุ่แล้วละมั้ง

แต่เป็นศาลเจ้าก็คงมีมิโกะอยู่ เมล่อนหันไปถามอาสะจัง ไปสํารวจที่อื่นต่อมั้ย?

อาสะจังยังคงหาหนังสืออยู่ที่เดิม เธอเดินมาหาเมล่อนและพูดขึ้นว่า

ชิงุเระ อาสะ : ลองหาข้อมูลในตำราที่นี่ดูก่อนดีกว่าเผื่อจะมีอะไรที่มีประโยชน์บ้าง ไม่มากก็น้อยล่ะนะ - เธอลงมือรื้อตำราในห้องนั้นต่อหลังจากที่เอ่ยกับคู่หูของเธอแล้ว -

ภายด้านนอกดูเหมือนจะมีวิญญาณมาล้อมรอบเป็นช่วงๆ และมีวิญญาณบางตนที่พยายามจะเข้ามาในเขตุศาลเจ้าแต่ก็ถูกพลังบางอย่างทำให้หายไปโดยสิ้นเชิง


เมล่อนเริ่มลงมือ ลื้อหนังสือเพื่อหาข้อมูลเฉกเช่นเดียวกับอาสะจัง และก็ได้พบกับหนังสืออยู่เล่ม

ดูเหมือนภายในหนังสือจะเขียนด้วยภาษาที่เมล่อนอ่านไม่ออก แต่ว่ามันก็ยังมีภาพแผนที่ของหมู่บ้านติดไว้ด้วยซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องอ่าน มีสถานที่หนึ่งได้ถูกวงไว้ด้วยหมึกพู่กันพร้อมกับทางเดินลับใต้ดินของคฤหาศหลังนั้นกำกับไว้ในหนังสือเล่มนี้ด้วย


เมล่อนเริ่มปรึกษา อาสะจังว่าจะหาข้อมูลจากหนังสือพวกนี้ต่อไปมั้ย หรือ ไปตามทางหนังสือบอกไว้ ( เริ่มเปิดไปหน้าอื่นด้วยเพื่อหาข้อมูล )

อาสะหยิบแผนที่ในหนังสือจากเมล่อนขึ้นมา และจับมือเมล่อนไว้

อาสะ ชิงุเระ : เราลองไปตามแผนที่นี้ดูเถอะ ยังไงซะมันก็เป็นทางเลือกเดียวแล้ว เอาหนังสือนั้นติดมือไปด้วยล่ะ ถึงจะอ่านไม่ออกก็เถอะมันอาจจะได้ใช้ก็ได้ - หญิงสาวมือสั่นแต่เธอก็พยายามจับมือเมล่อนไว้แน่น -


เมล่อนเริ่มเดินทางมาสู่ทางลับกับอาสะจัง การจับมือที่นานมากทําให้เหงื่อเต็มฝ่ามือ ของอาสะจังและเมล่อน และเมื่อ

เดินมาถึงคฤหาส์ซึ่งมีทางลับอยู่ ก็ได้พบกับ . . .
ก็ได้พบกับความเงียบสงัดและบรรยากาศที่แปลกไปจากจุดอื่นของหมู่บ้าน ดูเหมือนว่าจะไม่มีวิญญาณแถวนี้เลยแม้แต่ตนเดียว บรรยากาศนิ่งเงียบที่ดูเป็นธรรมชาติยามท้องฟ้าค่ำคืนนี้ทำให้เหมือนสถานที่นี้เป็นคนล่ะสถานที่กับที่เคยเจอมาก่อนหน้านี้เลยทีเดียว

ชิงุเระ อาสะ : เข้าไปกันเถอะ !! - เด็กสาวกำมือเมล่อนแน่นเพื่อไม่ให้พลัดหลงจากกันและถือแผนที่ขึ้นมาด้วยมือที่สั่นคลอน -


เมล่อนเดินเข้าไปสู่ทางลับตามทางแผนที่ และลงมาสู่ทางลับใต้ดิน ที่อยุ่ใต้คฤหาส์ และถามขึ้นกับอาสะจังว่า

ไม่ต้องกลัวหรอก ไงก็ไม่มีวันพลัดจากกันหรอก พวกเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป และเมล่อนก็จูงอาสะจังเข้าไปในทางลับตามทางในแผนที่
ดูเหมือนว่าทางเดินจะตัดลงสู่ทางใต้ดินเรื่อยๆ บรรยากาศที่ทั้งหนาวเงียบและมืดมัว แต่ไร้ซึ่งแรงกดดันของวิญญาณทำให้ที่นี่ไม่ต่างจากทางเดินธรรมดาๆเลย ภายในคฤหาศได้ถูกจัดอย่างมนุษย์ทั่วไปและตามทางเดินก็ยังมีแสงเทียงปักไว้ตามทางอีกด้วย ไม่นานนักด้านในเมล่อนและอาสะก็ได้พบกับคริสตัลที่มีร่างของหญิงสาวคนหนึ่งอยู่ภายในซึ่งดูคล้ายคลึงกับวิญญาณสาวในชุดกิโมโนอย่างมาก ดูเหมือนร่างนั้นจะถูกพันธนาการด้วยโซ่และยันต์ต่างๆ


เมล่อนถามกับอาสะจังว่า จะช่วยปลดปล่อยหญิงสาวคนนี้มั้ย หน้าตาของหญิงคลับคล้ายว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

เมล่อนเริ่มเปิดดูในหนังสืออีกครั้ง และได้พบกับ . . .

ภาพหญิงสาวสองคนที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกันเนื่องจากพวกเธอเป็นฝาแฝดกันเสียด้วยจึงไม่สามารถแยกออกได้เลยว่าด้านในคริสตัลนี้เป็นวิญญาณที่ตามไล่ฆ่าเธอหรือเป็นแผดอีกคนกันแน่ อาสะเองก็ยังสองจิตสองใจอยู่เหมือนกัน เธอกลัวว่าถ้าทำลงไปแล้วอาจจะเปลี่ยนสถานการณ์ที่เงียบสงัดนี้ให้กลายเป็นมหาสงครามเลยก็ได้

ชิงุเระ อาสะ : ชั้นเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันน่ะ เมล่อน เธอคิดว่ายังไงล่ะ ? พวกเรายังไม่เจอกับอิสึกึซะด้วยป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ . . .


ถ้าแฝดคนนี้คือคนที่ถูกขัง และแฝดอีกคนคือวิณญาญร้าย ก็แสดงว่า หมู่บ้านนี้ได้ทําไรกับแฝดคนนี้ทําให้ แฝดอีกคนกลายเป็นวิณญาญร้าย

เราก็ต้องช่วยเธอออกมาสิ จะปล่อยให้แฝดอีกคนของเธอคนนี้เป็น วิณญาญร้ายต่อไปเหรอ คนในหมู่บ้านนี้ น่ะคงไม่ใช่คนปกติแล้วล่ะ

เมล่อนเริ่มชักสว่าน ออกมาและ ปั่นเกลียวของสว่านให้หมุนขึ้นมา



? ? ? : จะทำอะไรกับเหยื่อบูชายันต์ของชั้นน่ะ - เสียงหญิงสาวผู้หนึ่งดังขึ้นข้างหลังของเมล่อน - เด็กๆไม่สมควรจะมาเล่นในบ้านของคนอื่นแบบนี้นะ


เธอเป็นใครกันน่ะ เมล่อนถามขึ้น และเริ่มปั่นสว่านแรงขึ้นกว่าเดิม แล้วที่ๆนี่ก็ไม่ได้เหมือนบ้านด้วยซํ้านะ

เมล่อนเตรียมจะใช้สว่านของตน พุ่งทะลวง โซ่ทุกจุดใน ถํ้าแห่งนี้

อาสะใช้พลังของเธอจับสัมผัสที่ตัวหญิงสาวคนนั้นทันที

ชิงุเระ อาสะ : เมล่อนดูเหมือนว่าเธอคนนั้นจะไม่ใช่วิญญาณนะ แต่ว่าน่าจะไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอนล่ะ - เธอกระซิบข้างหูของเมล่อนและถามต่อว่า - จะทำอะไรน่ะเมล่อน จะสู้กับผู้หญิงคนนั้น หรือว่าช่วยคนในคริสตอลแล้วชิ่งออกไปดีล่ะ ?


เมล่อนกระซิบกลับไปที่หูของอาสะจังว่า ถึงทําลายออกมาก็น่าจะโดนโจมตีทันที แต่ถ้าสุ้ทันทีก็อาจจะเกิดอันตราย และ ทําให้ช่วยไม่ได้ด้วยซํ้า

ถ้าทําให้สถานที่ เกิดความยุ่งเหยิงอย่างทําลาย พื้นทําใหุ้ถํ้าถล่มก็ยังพอจะได้นะ เมล่อนหันกลับไปพูดกับอาสะจัง

เมื่อเด็กสาวได้ยินดังนั้นจึงเริ่มบรรเลงบทเพลงทันที

ชิงุเระ อาสะ : บทเพลงซึนเดเระบทที่ 8 บทเพลงแห่งความฮึกเหิม - หญิงสาวเริ่มร้องบทเพลงเสริมพลังแก่คู่หูของเธอออกมา - ลุยเลยเมล่อน !!

Melon : Atk Boost / Speed Boost / Luck Boost ( เท่าไรไม่รู้ ^^" )

กลับกันด้านหญิงสาวผมสีขาวตรงหน้ากลับยืนเฉยและยิ้มแย้มอย่างพอใจเป็นอย่างมาก


ความเร็ว พลังโจมตี และ โชค ทําให้เมล่อนพุ่งตรงอย่างรวดเร็ว สว่านได้ทะลวงเข้าไปยันโซ่ที่ปิดกั้น กับคริสตัลและยัน จนทะลุไปถึงกําแพงหินได้หลัง

ส่งผลทําให้เกิดการสั่นสะเทือนของถํ้าอย่างมาก จนเกือบที่จะทําให้ ถล่มลงมาได้ เมล่อนวิ่งไปบนคริสตัลเพื่อ กําจัดโซ่และยัน เีรื่อยๆ พร้อมกับการสั่นสะเทือนของถํ้า

ดูเหมือนหญิงสาวผมสีขาวปริศนาจะไม่ซะทบสะท้านกับการกระทำของเมล่อนแต่อย่างใด เธอค่อยๆัปัดพื้นและนั่งลงมองอย่างระรื่น อาสะจังรู้สึกถึงความผิดแปลกบางอย่างของหญิงสาวคนนั้น ดูเหมือนเธอจะไม่ขัดขวางหรือทำอะไรเลย อาสะจึงได้ค่อยๆลดเสียงเพลงของเธอลงและวิ่งไปหาเมล่อนทันที

ชิงุเระ อาสะ : เมล่อนหยุดก่อน !! - หญิงสาวตะโกนขึ้นพร้อมกับห้ามเมล่อนไม่ให้ทำลายคริสตอลมากไปกว่านั้นแล้ว -

? ? ? : หึหึ !! - เงาสีดำค่อยๆแยกออกมาจากร่างหญิงสาวนั้นและพุ่งเข้าโจมตีโซ่และยันต์ส่วนที่เหลือของคริสตอลทันที -

Action : 1 ) ป้องกันคริสตอล 2 ) โจมตีหญิงสาวปริศนาโดยตรง 3 ) กระโดดลงมาจากคริสตอลและพาอาสะหนีออกไปทันที 4 ) อื่นๆโปรดระบุ


เมล่อนสะดุ้งขึ้น ซึ่งพบกับความผิดปกติว่า สาวน้อยปริศนาตรงนั้น คงต้องการปลดปล่อยสาวน้อยในคริสตัลมากกว่า เมล่อน

จึงชิง พาอาสะจังหนีก่อนที่จะเกิดการถล่ม และพุ่งเข้าไปด้านหลังของหญิงสาวผมสีขาวเพื่อขึ้นไปยังทางออก

? ? ? : ฮ่าๆๆๆๆ - หญิงสาวหัวเราะออกมาด้วยความบ้าคลั่งในขณะที่สถานที่นี้กำลังค่อยๆถล่มลงอย่างช้าๆ -

อาสะและเมล่อนได้ปลีกตัวออกมาจากดันเจี้ยนนั้นได้ทันท่วงที ร่างของหญิงสาวผมสีขาวนั้นไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆเลยทั้งสิ้น เธอแบกร่างของหญิงสาวในคริสตอลนั้นไว้ด้วยเงาประหลาดจากร่างกายของเธอ

? ? ? : ขอบคุณมากนะ - ดูเหมือนเธอจะต้องการร่างของหญิงสาวคนนั้นไปด้วยเหตุผลบางประการ -


เหมือนจะเป็นกับดักน่ะนะ เมล่อนพูดขึ้นกับอาสะจัง และเริ่มปั่นสว่านเพื่อเจาะรูของดันเจี้ยนเพื่อกลับไปอีกงั้น

รู้สึกว่ายังไงก็คงต้องลงไปอีกรอบอยุ่ดีเมล่อนพูดขึ้นกับอาสะจัง และเริ่มขุดหินลงไปต่อ
ภายด้านล่างก่อนที่เมล่อนจะสัมผัสถึงพื้นอาสะจังได้ดึงขอบเสื้อของเมล่อนไว้ทันทีเพื่อไม่ให้ตกลงไปด้านล่าง พื้นและผนังรอบด้านจากห้องธรรมดากลายเป็นห้องสีดำสนิท ด้านล่างมีวิญญาณมากมายที่พร้อมจะดึงผู้ที่ตกลงไปสู่เหวนรกด้านล่างได้ทุกเมื่อ

ชิงุเระ อาสะ : นั่นมันอะไรน่ะ . . .  - เด็กสาวพยายามที่จะไม่มองลงไปด้านล่างหลังจากเผลอละสายตามองไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ เพื่อให้เธอคงจับเสื้อของเมล่อนไว้ได้ -


Player Reaction : จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 6-6-2010 22:40:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 14-6-2010 22:50

Asia : Eureka_GL_World


Asia Item
Asia Recovery skill
Asia Passive skill
Asia Active skill
Asia Special ability
Room mate :


หลังจากที่ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาทัก ผมก็ทักตอบกลับ

" สวัสดีครับ จริงด้วยผมยังไม่ได้แนะนําตัวเลย... "

ในขณะที่ผมกําลังจะแนะนําตัว ผู้หญิงผมชมพูที่คาคว่าน่าจะชื่อ คุณลูกะ ก็ัชักดาบออกมา

" เหวอ ~ อย่าเพิ่งสิคริบ ยังไม่ได้อธิบายอะไร ๆ ใ้ห้ละเอียดเลยครับ อย่าเพิ่งแสดงอาวุธสิคร้าบ ผมเอเซียนะครับ แนะนําตัว ๆ "

ผมค่อย ๆ ถอยหลังทีล่ะ ก้าว พร้อมสบัดมืออย่างลุกลี้ลุกลน

? ? ? : " ดวงมันบอกมาแล้ว ... นายเตรียมตัวตายได้แล้วหละ ... " หญิงสาวชักคาตานะ ออกมาพร้อมกับตั้งท่าป้องกันไม่ให้ชายหนุ่มคนนั้นผ่านตัวเธอไปได้

Iainuki Activate

จิตสังหารแรงกล้าปล่อยออกมาจากหญิงสาวผมชมพูคนนั้นดูเหมือนมันจะทำให้บรรยากาศการเผจิญหน้าธรรมดาของพวกเขาแค่สองคนเปลี่ยนไปเลยทีเดียว


เหวอ ~ แย่แล้วอย่างงี้ต้องแย่แน่ ๆ เอาไงดีล่ะทีนี้
คงต้องให้คุณคังโดริมาช่วยซะแล้ว

" สักครู่นะครับ เดี๋ยวผมตามเพื่อนของผมมาอธิบายก็ได้ "

ผมสร้างภูตลมขึ้นมา 1 ตน แล้วเธอก็บินไปทันที
โดยผมใช้ให้มันไปตามหาคุณคังโดริ แล้วบอกให้มาที่นี้

" รอก่อนนะครับ เหอะ ๆ "

หญิงสาวยังคงยืนนิ่งเฉยอยู่ท่าเดิม ไม่พูดไม่จากับชายตรงหน้า แววตาของเธอแสดงให้เห็นว่าเธอพร้อมจะตัดชายตรงหน้าให้เป็นชิ้นๆได้ถ้าหากเขาคิดที่จะผ่านตัวเธอไป ถ้าทูติลมมาไม่ทันการเอเซียคงจะโดนบั่นขาดท่อนแน่ๆ


จิตรุนแรงจริง ๆ ชักจะไม่ไหวซะแล้วแฮะ ร่างกายมันสั่นสะท้านไปหมด
คงเป็นเพราะ " หมอนั้น " ล่ะมั้งทําให้รู้สึกแบบนี้
ผมน่ะเกลียดการต่อสู้... แต่ทําไมร่างกายถึงต้องการมันนะ...
อย่าเชียวนะ อย่าเรียก GL มาเชียวนะ ไม่งั้นละก็... ไม่งั้นละก็...
ร่างกายของผมสั่นไปหมด ผมนํามือทั้งสองข้างมากอดตัวเองไว้
เพื่อไม่ให้ทําอะไรบ้า ๆ ไป

? ? ? : นายเนี่ยยังคงอ่อนแอ และ อ่อนโยนเหมือนเดิมเลยนะ - เสียงแว่วของผู้หญิงคนนึงที่เขารู้จักในสมัยเด็กได้แว้บเข้ามาในหัวของเอเซีย ทว่าระแวกนั้นไม่มีเงาของผู้หญิงผมสีเหลืองคนนั้นแล้ว ก่อนที่ชายหนุ่มจะคิดอะไรมากไปกว่านี้อีก คังโดริก็ได้วิ่งเข้ามาในที่เกิดเหตุ -



คังโดริ มิทสึ : เดี๋ยวก่อนค่ะ - เธอยกมือห้ามผู้หญิงผมสีชมพูไว้ - พวกเรามาที่นี่เพราะมีเหตุจำเป็นสำคัญไม่ได้มาร้ายใดๆ กรุณารับฟังกันก่อนนะค่ะ - เธอขอร้องผู้หญิงคนนั้นด้วยน้ำเสียงแน่นหนัก -


คุณคังโดริ มาทันเวลาพอดีเลย...
แต่เสียงเมื่อกี้นี้ คงไม่ได้หูฝาดหน่อยนะ
ถ้าเป็นเสียงของเธอจริง ๆ ล่ะก็ ขอบคุณมาก ที่ช่วยทําให้สติของผมกลับมา
ตอนนี้คงต้องเจรจาได้แล้วล่ะนะ

" คุณคังโดริ ช่วยพูดหน่อยนะครับ เหอๆ "

ยังไม่ทันที่คังโดริจะเอ่ยปากหญิงสาวผมสีชมพูคนนั้นก็ได้เดินเข้าไปในบ้านเสียก่อนแล้ว พร้อมกับรูมเมทตัวเล็กๆที่หมุนล้อรถเข็นตามเธอเข้าไปทันที

แอนนา : "ชั้น anna นะ เธอ เอเชีย ซินะ ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ" - หญิงสาวผมสีแทนที่ปรากฏตัวออกมาระหว่างเหตุการณ์ได้ยิ้มทักทายเอเซียด้วยท่าทางเป็นมิตร -

ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆแอนนาได้เดินเข้ามาใกล้และเอ่ยแนะนำตัว

โทโด ( โทโดโรกิ ซากุราโกะ ) : ผมชื่อ โทโดโรกิ ซากุราโกะ ยินดีทีไ่ด้รู้จักนะครับผม - จากนั้นเขาก็หันไปคุยกับแอนนาทันที -

ดูเหมือนคังโดริจะไม่ค่อยถูกกับโทโดซักเท่าไรนัก คงจะเป็นเพราะว่าเผ่าพันธ์ที่เป็นศัตรูกัน ทำให้เธอเชิดใส่โทโดแทนที่จะทักทายด้วย เธอเดินกลับมาหาเอเซียทันทีหลังจากเรื่องเบื้องต้นจบแล้ว

คังโดริ มิทสึ : ไปคุยกับพวกเขาให้รู้เรื่องเถอะค่ะ คุณเอเซีย - หญิงสาวเอ่ยขึ้นต่อหน้าของชายหนุ่ม -


" นั้นสินะครับ "

ผมพยักหน้าตอบรับคุณคังโดริำพร้อมเดินตาม มายูมิ ไป

" คุณแอนนาก็ไปด้วยกันสิครับ แล้วค่อยมาคุยกันข้างใน"

ผมหันมาชวนคุณแอนนา ก่อนที่จะเดินเข้าไปในบ้าน

ระหว่างที่กำลังจะเดินเข้ามาแอนนาก็ได้ถามเอเซียขึ้นว่า

แอนนา : ขอโทษนะคะ ขอถามอะไรหน่อยได้มั๊ย คือว่าเมื่อกี๊เธอปล่อยอะไรแปลก ๆ ไปตามสาวสวยคนนั้มานะ ใช่ sylph หรือป่าวคะ

แต่ดูเหมือนว่าคังโดริจะขัดไว้ก่อนและตอบคำถามแทนเอเซียและรีบดึงเอเซียเข้าไปด้านในทันทีโดยไม่ตอบคำถามสุดท้ายที่แอนนาถามหลังจากคำถามนั้นด้วย

ภายในบ้านดูหรูหราและกว้างขวางมาก ดูเหมือนผู้หญิงสีชมพูที่ถือดาบคาตานะในตอนแรกจะไปพักผ่อนอยู่ในห้องใดห้องหนึ่งของบ้านหลังนี้ เด็กสาวค่อยๆเข็นรถเข็นออกมาและพูดกับเอเซีย



มายูมิ ไทม์ : ไปคุยกันที่ห้องรับแขกดีกว่านะค่ะ ชั้นชื่อ มายูมิ ไทม์ ดูเหมือนว่าพี่ลูกะจะไม่ชอบให้คนมาวุ่นวายที่บ้านบ่อยๆเพราะฉะนั้นกรุณาเริ่มเข้าเรื่องกันเลยดีกว่านะค่ะ - เด็กสาวเข็นรถเข็นนำทางเอเซียไปยังห้องรับแขก -


" ก็เหมื่อนที่ผมพูดไปน่ะครับ มายูิมิจังน่ะ สามารถช่วยโลกนี้ได้นะครับ "

ผมพูดออกไปอย่างจริงจัง

" สําหรับลายละเอียดผมก็ยังไม่แน่ใจเลย ต้องคุณกับคุณคังโดริเอาแล้วล่ะครับ "

ผมพูดพร้อมมองไปทางคุณคังโดริ

เด็กสาวมองเอเซียด้วยสายตาเหมือนเหล่คนที่เพิ่งออกจากพยาบาลมาทันที

มายูมิ ไทม์ : ช่วยอะไรโลกล่ะค่ะ ? ทุกวันนี้มันก็ยังปกติดีอยู่นี่นา - หญิงสาวเอ่ยด้วยความสงสัย -

คังโดริจึงได้เริ่มพูดอธิบายขึ้นมาเพื่อให้มายูมิเข้าใจว่าโลกภายนอกตอนนี้ไม่ได้เหมือนกับภายรอบๆบริเวณนี้เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว

คังโดริ มิทสึ : เธอชื่อมายูมิสินะ ความจริงแล้วโลกด้านนอกตอนนี้น่ะวุ่นวายมากๆ เหตุการณ์ล่าสุดที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้คือแกรนด์ฟอล์ที่ควบคุมมาน่าของโลกกำลังจะตกลงมา โลกทั้งสองอาจจะดับสลายหายไปทั้งสองโลกก็ได้ โดยที่มีผู้ถูกเลือกเพียงไม่กี่คนเท่าันั้นที่สามารถจะช่วยเหลือโลกได้ด้วยพลังที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด ตัวของเธอเองมีพลังที่จะใช้เปิดประตูแห่งแสงอยุ่ได้และมีน้อยคนที่จะทำได้โดยไม่ต้องทำตามเงื่อนไข ถ้าเธอมาช่วยเป็นกำลังของเราอีกคนมันน่าจะช่วยพวกเราได้เยอะเลยล่ะ

หลังจากหญิงสาวอธิบายเสร็จ ดูเหมือนว่ามายูมิก็ยังไม่เชื่อพวกเขาเท่าไรอยู่ดีเพราะว่ามันทั้งกระทันหันและฟังดูไม่น่าจะเป็นไปได้มาก

มายูมิ ไทม์ : ถึงอย่างนั้นก็เถอะหนูเองก็มีโรคประจำตัวและร่างกายที่ไม่สามารถออกเดินทางไปไหนได้มากนัก หนูคิดว่าหนูคงจะไปไกลจากเมืองนี้ไม่ได้มากเท่าไรหรอก นอกเสียจากจะมีคนแก้คำสาบนี้ให้หนูเสียก่อน ถึงกระนั้นก็ตามหนุก็ยังคงต้องปรึกษากับพี่ลูกะก่อนอยู่ดีว่าจะทำอย่างไรต่อไปดีและเรื่องที่พวกคุณพูดน่ะมันมีมูลมากแค่ไหน


" ที่จริงมันก็ใช่นะครับ คุณคังโดริ "

ผมฟังคําตอบของมายูมิแล้วมาคิดทบทวนดู

" ร่างกายของมายูมิจัง คงเดินทางไปกับพวกเราไม่ได้แน่ ๆ แถมเธอยังเป็นแค่เด็กผู้หญิงธรรมดา ๆ "

ผมมองร่างกายของมายูมิแล้วพูดออกไป

" ถ้าเธอไม่เต็มใจก็อย่าฝืนบังคับใจเธอเลยดีกว่าครับ... "

ผมตัดสินใจเช่นนั้นไปพร้อมลุกขึ้นโค้งคํานับมายูมิเพื่อเป็นการขอบคุณ

" ขอบคุณนะครับที่ช่วยฟังที่พูด และขอโทษที่รบกวน ผมจะหาวิธีมาแก้คําสาปนี้ให้คุณเอง ไปกันเถอะครับ คุณคังโดริ"

ระหว่างที่เขาเดินออกมาจากบ้านเด็กสาวตามทางเดิน คังโดริก็นึกขึ้นได้ว่าลืมอะไรบางอย่างที่สำคัญที่สุดไป

คังโดริ มิทสึ : เดี๋ยวสิค่ะคุณเอเซีย เรารีบออกมาอย่างนี้เรายังไม่รู้เลยว่าเธอเป็นโรคอะไรกัน - หญิงสาวรีบเอ่ยขึ้นก่อนที่พวกเขาจะเดินออกไปไกลจากบ้านของเด็ฏสาวมากกว่านี้ -

ก่อนที่พวกเขาจะหันตัวกลับไปก็ได้เห็นแอนนาซึ่งลากโทโดโรกิติดมือออกมาด้วย ดูเหมือนพวกเขากำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่างอยู่แต่ก็หยุดวิ่งลงด้วยเหตุผลอะไรซักอย่าง


" ... "

จะ...จริงด้วยยังไม่รู้เลยว่าเธอโดนคําสาปอะไร แล้วจะช่วยเธอได้ยังไงกัน !
ลองชวนคุณแอนนาเข้าไปด้วยกันดีกว่า แต่ก่อนอื่นคงต้องถามก่อนว่า
ทําไมถึงวิ่งมาแบบนี้

" เอ่อ... วิ่งหนีอะไรมาเหรอครับ "

แอนนาลากโทโดวิ่งมาทางเอเซียและเอ่ยขึ้นต่อชายหนุ่มถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ ดูเหมือนโทโดโรกิเองจะไม่รู้เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นซักกะเท่าไรนัก

แอนนา : "เอ่อ.... คุณเอเชียคะ คุณมีคนรู้จักเป็นผู้หญิงสาวผมสีทองหรือป่าว เมื่อกี๊คน ๆ นั้นมาบุกรุกบ้านชั้นแล้วสั่งว่าห้ามยุ่งกับคุณอีก ชั้นยังงงอยู่ว่ามันเรื่องอะไรกันแน่"

คำพูดดังกล่าวของหญิงสาวทำให้คังโดริมีท่าทีแปลกๆออกมา เธอหันหลังไปพึมพำเบาๆกับตัวเองข้างเอเซีย

คังโดริ มิทสึ : ผู้หญิง . . . ผมทอง . . . ใครกันแถมยังห้ามให้ยุ่งกับเอเซียอีก . . . ใครกันง๊า !! - หญิงสาวค่อยๆหันมาจี่สายตาไปยังเอเซียทันที เธอจ้องถามคำถามมายังชายหนุ่มอย่างกดดัน -


ไม่ผิดแน่ ผู้หญิงผมทอง แถมยังพูดถึงเรา ต้องเป็น " อาตัน " แน่ ๆ
ดีใจจริง ๆ เธอยังไม่ลืมเรา แต่...ยังโกรธกันอยู่หรือเปล่านะ... อยากพบจริง ๆ เลย

และระหว่างที่กําลังประทับใจที่ได้เจอคนที่คาคไว้ ก็มีแรงกดดันแปลก ๆ แพร่ออกมาจากคุณคังโดริ

" เอ่อ... ใครน่ะเหรอครับ... ก็คงเป็น... แฟนครับ... แต่ตอนนี้เลิกกันแล้ว... "

ใช่... แฟนน่ะ... เลิกกันแล้ว... แต่ผมน่ะยังไม่เลิกหรอกนะ...

หญิงสาวที่เก็บมาดน่ารักมานานได้เผยธาตุแท้ออกมา เธอกระโดดงาบหูเอเซียด้วยท่าทางน่ารักทันที

คังโดริ มิทสึ : คุณเอเซีย !!! ไหนบอกว่าไม่มีคนที่ชอบไงล่ะค๊าาา !!! - หญิงสาวแทะหูของเอเซียเล่นพร้อมกับรัดคอชายหนุ่มทันที แต่เธอก็ปล่อยลงเนื่องจากว่าด้านหน้าไม่ได้มีแค่พวกเขาสองคนที่ยืนอยู่ - เลิกกันแล้วจริงๆเหรอค่ะ ? - หญิงสาวมองชายหนุ่มด้วยสายตางอลเล็กน้อย ( ล่ะมั้ง ) -


" ก็จริงน่ะสิครับ ! "

ผมจับหูที่ตัวเองโดนกัด

" เรื่องนี้ไว้ก่อนเถอะครับ เข้าไปถามอาการ มายูมิจัง ก่อนเถอะครับ "

เมื่อผมพูดจบก็เดินไปที่หน้าประตูบ้านทันที แล้วเคาะประตู

" มายูมิจัง ขอโทษที่มารบกวนอีกรอบนะครับ แต่ช่วยบอก อาการ หรือ คําสาปที่เป็นอยู่หน่อยได้ไหมคร้าบ "

ผมตะโกนเข้าไปในบ้านจากทางประตู

ดูเหมือนว่าจะไม่มีเสียงตอบรับกลับมาจากบ้านหลังนั้นเลย ขณะที่ชายหนุ่มกำลังยืนรออยู่นั้นก็ได้มีผู้ชายอีกคนหนึ่งเดินมาเคาะประตูบ้านหลังนี้เช่นกัน



? ? ? : ขออภัยฮะ ผมมาสอบถามเรื่องของความมืดกลืนกินฮะ คุณพอจะรู้บ้างไหม ? - ชายหนุ่มเสียงเข้ม ค่อนข้างแหบเดินมาหยุดข้างๆเอเซียและค่อยๆหันมา - อ่าว ? นายเป็นเจ้าของบ้านเหรอ ? ชั้นนึกว่าเป็นเด็กผู้หญิงซะอีก


" ถูกแล้วครับ เจ้าของบ้านไปเป็นผู้หญิง ผมก็มีธุระกับเจ้าของบ้านเหมือนกัน "

ความมืดกลืนกิน... ฟังดูอันตรายแฮะ ลองถามดูหน่อยดีกว่า

" เอ่อ... ความมืดกลืนกินนิ คืออะไรรึครับ "
? ? ? : มันคือพลังของคนที่กำลังพยายามเปลี่ยนแปลงโลกนี้อยู่และเป็นคนเดียวที่ชั้นกำลังตามหาตัวเพื่อฆ่าอยู่น่ะ - ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น - เพราะฉะนั้นชั้นจึงต้องการข้อมูล และชั้นสืบมาว่าเจ้าของบ้านหลังนี้โดนคำสาบจากความมืดกลืนกินทำให้ร่างกายผิดปกติไปจากคนธรรมดาน่้ะ


" คนที่ถูกความมืดกลืนกินรึครับ ฟังดูน่ากลัวนะครับ เขาเป็นคนยังไงพอรู้หรือเปล่าครับ "

ผมซักถามต่อไป ระหว่างรอเสียงตอบรับของมายูมิ

" ถ้าหากเป็นคนไม่ดีล่ะก็ ผมจะช่วยตามหานะครับ "

ผมยิ้มตอบไป

ชายหนุ่มทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อยและเอ่ยขึ้นมา

? ? ? : นายไม่จำเป็นต้องมาเสี่ยงอันตรายด้วยหรอกนี่มันเป็นเรื่องระหว่างชั้นกับชายคนนั้นน่ะ แต่ชั้นจะบอกไว้นายจะได้ระวังตัว เขามีลักษณะตัวใหญ่และผมสีฟ้าใส่แว่นตาสีส้มแถมยังใส่ปลอกแขนใหญ่ๆเดินไปไหนมาไหนตลอดเวลาด้วย ถ้านายพบเข้าก็ระวังตัวด้วยล่ะ - ชายหนุ่มอธิบาย -


" อ๋อ คุณโอวานนิเอง เอ๋ !! "

คน ๆ นี้ ตั้งใจจะตามฆ่าคุณโอวาน งั้นเหรอ เขาออกจะเป็นคนดีแท้ ๆ
ทําไมกัน ทําไมกัน

แต่รู้สึกว่าหลังจากที่ผมพูดชื่อ คุณโอวานออกไป ชายหนุ่มคนนั้นก็ทําหน้าตกใจทันที
สงสัยได้คุยยาวแน่ ๆ ...

? ? ? : นายรู้จักชายคนนั้นงั้นเหรอ !! - ชายหนุ่มทำตาลุกวาว เขากระชากคอเสื้อของเอเซียขึ้นมาทันทีด้วยแววตาที่เคียดแค้นสุดๆ - มันอยู่ที่ไหน !! อุ้บ . . . - เขาค่อยๆปล่อยชายเสื้อของชายหนุ่มลง - ขอโทษทีพอดีชั้นเลือดร้อนไปหน่อย ขอโทษด้วยแล้วกัน - เขายืนรออยู่ที่เดิมและมองไปยังประตู - เอ เขาไม่อยู่บ้านรึเปล่้าน้า ?


Player Reaction : จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
น้องสาวเซะซี่
 เจ้าของ| โพสต์ 11-6-2010 05:41:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 14-6-2010 02:37

โรงเีรียนปิดแล้วทุกท่านกลับมาต่อให้ตามปกติแล้วน้า

ว้ากกก !! HDD ลูกที่เก็บอนิเมะพังแล้วดันมาช๊อตลูกหลักอีกเมื่อคืนจึงหายไป ซ่อมเสร็จไปแค่ลูกเดียวดูเหมือนลูกที่เก็บอนิเมะจะอาการหนักสงสัยต้องส่งร้าน ม่ายยยยย !!!
โพสต์ 12-6-2010 22:53:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด BoSs-KuNg~ เมื่อ 14-6-2010 09:46

ความเดิมตอนที่แล้ว



Stella Item
Stella Recovey skill
Stella Passive skill
Stella Active skill
Stella Special ability
Room mate :


สเตล่าปล่อยกระแสไฟฟ้าไส่คุโรโกะ ดีดร่างบางๆนั่นกระเด็นออกไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก "เฮอะ น่าเสียดายจังนะยะ ที่ต้องมาเสียจูบแรกให้กับชั้นคนนี้ โฮะ โฮะ โฮะ~"เด็กสาวหัวเราะเสียงสูงพลางแอบเก็บมือถือที่บันทึกฉากเลิฟซีนไส่กระเป๋ากระโปรงแบบเนียนๆ

"นี่นายแว่นสิ้นหวัง เก็บข้าวเก็บของได้แล้ว ชั้นจะกลับไปส่งเควสล่ะ"สเตล่าหันมาสั่งเซ็ทสึโบ ก่อนจะเดินฮัมเพลงไปอย่างสบายอารมณ์~
ชิราอิ คุโรโกะ : กรี๊ด !! อย่ามาล้อเล่นนะย่ะ !! ทำยังกับหล่อนเองเคยไปจูบอย่างดูดดื่มกับใครที่ไหนมายังงั้นแหละ !! - หญิงสาวส่งเสียงนกหวีดตลอดทางเดินกลับ -

ทางด้านเซ็ทสึโบที่แบกข้าวของกลับมาระหว่างทางเดินเขาเองพลางคิดเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้น ดูเหมือนมันมีบางอย่างที่แปลกไป เขาเองที่แน่ใจแล้วแต่ไม่กล้าตัดสินจึงได้แต่เก็บเงียบไว้ ทันใดนั้นเสียงทะเลาะกันของหญิงสาวทั้งสองก็ถูกตัดเงียบลงด้วยภาพของชายเนตรสีแดงตรงหน้า



ชายหนุ่มค่อยลืมตาของเขาขึ้นมาอย่างช้าๆ สายตาที่เย็นชาจับจ้องมาที่สเตล่าเหมือนกับสัตว์ร้ายที่จ้องมาที่เหยื่อ ทัศนียภาพของเธอค่อยๆมืดมัวลงเรื่อยๆจนมิดไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น เสียงเงียบสงัดที่ปิดกั้นแม้แต่เสียงลมหายใจของตัวเอง ตัดมาทางเบื้องลึกจิตใจของเธอได้ปรากฏภาพชายหนุ่มขึ้นต่อหน้าจอมมาร

? ? ? : " เขี้ยวมาร " - ชายหนุ่มยิ้มออกมาเล็กน้อยด้วยสายตาที่จับจ้องมาที่จอมมารของเขา - แม้แต่นามอธรรมก็ไม่มีผู้ใดจำได้ ร่างกายที่ต้องแย่งชิงแม้กระทั้งของเด็กสาวตัวเล็กๆผู้นี้มันคงจะใกล้ถึงจุดสิ้นสุดเหมือนกับชายคนก่อนแล้วสินะ - ชายหนุ่มหุบยิ้มที่มุมปากลงและเปลี่ยนเป็นสายตาที่เย็นชาแทน - แกน่ะไม่มีทางเป็นราชันย์ได้หรอก ทำไมน่ะเหรอ ? - เขาค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆ สายตานั้นจับจ้องมายังจอมมารที่กำลังยืนมองมาอยู่ - เพราะว่าความแค้นของแกมันอ่อนแอ . . . - สิ้นเสียงเขาก็ได้เกิดภาพมายาขึ้นมาซึ่งแสดงถึงความในอดีตครั้งแรกที่เขาได้เหยียบลงบนโลกแห่งนี้ ครั้งแรกที่ราชันย์อัสนีบาตได้พบกับราชินีเรลกัน ความเจ็บปวดที่เสมือนจริงในมิตินี้พร้อมกับความพ่ายแพ้ของเขาได้ผุดขึ้นมาโดยไม่สามารถบิดเบือนมันได้ กระนั้นก็ได้มีบางอย่างทำให้จอมมารหยุดคิดไปชั่วครู่ - " หยุดเสียเถอะ นายจะเป็นราชันย์หรืออะไรก็ตามแต่ชั้นไม่สนใจตำแหน่งนั้นหรอก ชั้นแค่เป็นห่วงเด็กสาวคนนั้น นายเองก็คงจะคำนึงถึงเธอคนนั้นเหมือนกันไม่มากก็น้อยใช่มั๊ยล่ะ ? พลังของนายไม่ได้มีไว้เพื่อทำลายล้างอย่างเดียวหรอก " - เสียงสายฝนในวันนั้นปรากฏภาพหญิงสาวที่ยืนหยัดเหนือจอมมารอย่างเขาเป็นครั้งแรก แต่ไม่ลงมือสังหารเขาลงและปล่อยให้ร่างของเขาล้มลงตรงนั้นจนกลับกลายเป็นร่างของเด็กสาว -

ภายด้านนอกชายหนุ่มปริศนาได้หายตัวไปแล้ว คุโรโกะได้เลิกหวีดร้องไร้สาระและเขย่าตัวของสเตล่าอย่างบ้าคลั่งทันที ทางด้านเซ็ทสึโบรีบนำทั้งน้ำแข็งและผ้าเย็นมาแปะทั่วหน้าของสเตล่าเพื่อทำให้เธอตื่นขึ้นมา

ชิราอิ คุโรโกะ : ยัยเด็กบ้า !! ตื่นสิๆ - เธอตบหน้าของสเตล่าเบาๆพร้อมทั้งเขย่าตัวของเธอ เธอหยิบน้ำแข็งจากเซ็ทสึโบมาแปะทั่วทั้งหน้าของสเตล่าเพื่อจะให้เธอหนาวสะดุ้งตื่นขึ้นมา -


"หึ หึ หึ หึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า แกมองไปที่ไหนของแกกันฮึ ! ความแค้นงั้นรึ ไร้สาระ บ่อกำเนิดของพลังชั้นคือความว่างปล่าวของมนุษย์ตังหากเล่า จิตใจที่จมดึ่งลงไปยังความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้ง ใช่แล้ว ความสิ้นหวัง ความริสยา ความอาฆาต ความเคียดแค้น ความโดดเดี่ยว ไม่ว่าอย่างไหนก็ล้วนแต่เป็นตัวตนของชั้น สิ่งที่แกมองเห็นไม่ใช่ชั้น แต่เป็นเศษความแค้นของร่างทรง ร่างแรกของชั้นตังหาก !!!" ชายหนุ่มหัวเราะร่าออกมาอย่างบ้าคลั่ง

"ความทรงจำมันไม่มีค่าสำหรับชั้นหรอกนะ ขอแค่รวบรวมร่างอัสนีบาตได้ครบ เมื่อถึงตอนนั้นยัยผู้หญิงคนนั้น... ยัยผู้หญิงคนที่ทำให้ชั้นคนนี้ต้องลงไปหมอบราบบนพื้นดิน ก็จะแหลกสลายไปด้วยพลังแห่งอัสนี !!!!" ชายหนุ่มขึ้นเสียง สายฟ้าสีดำสนิทพวยพุ่งออกมาบดขยี้ภาพความทรงจำตรงหน้าของเขา

"ทบทวนความคิดของแกดีๆเถอะนะไอ้สวะ ราชันย์ไม่ได้แข็งแกร่งเพราะความเคียดแค้น แต่สิ่งที่ถูกเรียกว่าราชันย์นั้น มันมาจากพลังที่ไร้ผู้ใดต่อต้านตังหาก" ชายหนุ่มวาดแขนทั้งสองของเขาออก พลังสายฟ้าสีดำสนิทเพิ่มจำนวนมากขึ้นจากเมื่อครู่หลายสิบเท่า พวกมันพร้อมจะบดขยี้ผู้ชายในชุดคลุมลายเมฆตรงหน้าได้ทุกเมื่อ "และคนที่จะได้พลังนั้นมาครอบครอง ก็คือชั้นคนนี้ !!!"

ทางด้านสเตล่า อาการกลับทรุดลงเรื่อยๆสายฟ้าสีดำจำนวนเล็กน้อยเริ่มไหลออกมาจากกายของเด็กสาว สายฟ้าเหล่านั้นเริ่มเชือดเฉือนร่างของสเตล่าทีละนิด หรือว่านี่คือผลจากการเร่งพลังของเขี้ยวมารกันนะ ???

ชายหนุ่มเดินฝ่าสายฟ้านั้นออกมาได้อย่างง่ายดายเขาได้เคลื่อนตัวออกมาด้านหลังของจอมมารตรงหน้าเพียงแค่ชั่วพริบตา

? ? ? : ไม่ว่าจะมองตรงไหนไฟฟ้าของแกก็เหมือนจะไร้จุดหมายเสียจริงๆ ความแค้นที่ไร้จุดหมาย พลังที่ได้มาแต่ไม่มีเป้าหมาย แกมันก็แค่ . . . - แววตาของชายหนุ่มมองอย่างดูถูกดูแคลนที่ร่างกายของจอมมาร - ความว่างปล่าวที่อาศัยร่างของเด็กสาวคนนี้อยู่นั่นเอง - เขาหักข้อแขนของจอมมารลงโดยที่ตัวของจอมมารยังไม่หันกลับมามองทั้งสิ้น - เด็กสาวคนนั้น . . . แข็งแกร่งกว่าแกเสียอีกนะ ตัวแกน่ะยังอ่อนแอ - เขายืนมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยเนตรสีแดงสดที่เหมือนเลือด - ลุกขึ้นมาสิ จัดการสวะที่แกพูดถึงลงซะ หรือว่าจะต้องให้ชั้นสร้างเหตุผลให้กับแกก่อน ?

ภายนอกดูเหมือนสเตล่าจะอาการแย่ลงมากขึ้น สายฟ้าที่เริ่มกระจัดกระจายออกมาจากตัวขอหญิงสาวบ่งบอกถึงอาการขั้นแรกของเธอ

ชิราอิ คุโรโกะ & เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : สเตล่า !!!! - เสียงตะโกนของหญิงสาวและชายหนุ่มดังก้องเพื่อเรียกสติของหญิงสาวกลับคืนมา -

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : ร่างกายของเธอ !! อย่าปล่อยให้ใครมาช่วงชิงมันไปได้เซ่ !!


"แก... ว่ายังไงนะ ชั้นเนี่ยนะอ่อนแอกว่ายัยเด็กนี่ อย่าพูดให้ชวนแหวะนักสิวะ"สเตล่า(ชาย)ค่อยๆลุกขึ้นมา เขายังคงพูดด้วยท่าทีธรรมดาแบบสุดๆทั้งๆที่ข้อแขนข้างนึงห้อยต่องแต่งหมุนผิดรูปไปแล้ว (อ่านการเคลื่อนไหวของมันไม่ออก ทำไมกัน ? ต่อให้มันเคลื่อนไหวรวดเร็วแค่ไหน แต่ถ้ายังอยู่ในจิตใต้สำนึกของชั้น ก็ไม่มีทางที่ชั้นจะจับการเคลื่อนไหวของมันไม่ได้) นายหนุ่มครุ่นคิดโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า เขายังคงเร่งพลังออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้คู่ต่อสู้ของเขาได้ใจกับการโจมตีเมื่อครู่

"ที่ร่างของยัยเด็กนี่ยังอยู่รอดมาได้จนถึงป่านนี้ ก็เพราะมีพลังของชั้นเป็นแกน ดังนั้น..." (ต้องมีอะไรซักอย่างที่ชั้นพลาดไป ตั้งแต่แรกเกิดอะไรขึ้น ไอ้เจ้านี่มันทำอะไร ?)

"มันไม่มีทางที่จะแข็งแกร่งกว่าชั้นคนนี้ไปได้หรอกเว้ย !!!" สเตล่าชายใช้มือีกข้างที่ยังใช้งานได้อยู่ยิงลูกบอลสายฟ้าจำนวนมากเข้าโจมตีไส่ชายชุดคลุมเป็นชุดๆ โดยเคลื่อนที่ไปด้วยเพื่อไม่ให่เป็นเป้า

(ถ้าสู้กันแบบนี้ ชั้นจะใช้ "แฟรงค์"ในการต่อสู้ไม่ได้ คิดเข้าสิ มันใช้ลูกเล่นอะไรถึงเข้ามาในนี้ได้ ไม่สิเดี๋ยวก่อน นี่มันไม่เหมือนคราวยัยผู้หญิงนั่น(ซาเอะ)หรือว่ามิติแห่งความมืดนี้...) "ตายๆไปซะสิวะ !!!" ชายหนุ่มเรียกลูกบอลสายฟ้าลูกยักษ์ขึ้นเหนือหัว ก่อนจะเหวี่ยงมันโจมตีซ้ำอีกครั้ง.....

ด้านสเตล่า ดูเหมือนเสียงของเซ็ทสึโบจะส่งไปถึงเธอ เด็กสาวหายใจถี่น้อยลง เธอค่อยๆลืมตาของเธออย่างช้าๆ "นา....ย สิ้...น...ห...วั....ง"สเตล่าส่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก

เธอค่อยๆยื่นมืออันซีดเซียวของเธอไปจับมือของเซ็ทสึโบก่อนที่ดวงตาสีน้ำเงินของเธอมีเลือดจางๆไหลออกมา "ยั....ย....โล..ลิ... ชั้...น...ข...อ...โท...ษ"เด็กสาวส่งเสียงอันแผ่วเบาออกมาอีกครั้ง ก่อนที่ดวงตาของเธอจะปิดลงไป.....


มิซากะ มิโคโตะ : ยัยบ้า !! - กระแสไฟฟ้าจำนวนมหาศาลที่จอมมารเคยสัมผัสมาก่อนนั้นได้แปรเปลีัี่ยนเป็นพลังที่ใช้กระตุ้นให้หญิงสาวไม่สามารถหลับลงไปได้ - ชั้นไม่ได้ช่วยเธอจากครั้งนั้นเพื่อให้เธอมานอนตายตรงนี้นะ ฮึ่ย !! เจ้าราชันย์บ้าีนี่ . . . - มิโคโตะแบกเด็กสาวขึ้นมาและให้คุโรโกะใช้ความสามารถของเธอพาเธอไปยังศูนย์วิจัยในเมืองทันที -

กระแสไฟฟ้าสีดำนั้นไม่ได้บั่นทองลงแต่ใดเลย หญิงสาววิ่งต่อไปเพื่อนำร่างของเด็กสาวไปหาคนผู้หนึ่งที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ

     

มิซากะ มิโคโตะ : คุณคิยามะ !! ช่วยเด็กคนนี้ด้วย !! - หญิงสาวหอบแฮกวิ่งหน้าตั้งมายังด้อกเตอร์ในศูนย์วิจัยแห่งนั้น -

คิยามะ ฮารูมิ & ดร. เกโคตะ : นี่มัน . . . !!

ภายในด้านห้วงแห่งความมืดมิดดูเหมือนว่าสายฟ้าของราชันย์จะไม่สามารถทำอะไรชายหนุ่มด้านหน้าได้เลย เขายิ้มขึ้นด้วยเนตรสีแดงสดของเขาและเอ่ยขึ้น

? ? ? : ถ้าร่างกายที่แกยืมอาศัยอยู่นั้นใกล้จะตาย และตัวแกเองใช้พลังจากภายในโดยตรงมากจนเกินไปจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างหลักงั้นเหรอ ? - ชายหนุ่มถามขึ้นต่อหน้าจอมมารทันที - แล้วถ้าร่างหลักเกิดตายขึ้นมาร่างรองอย่างแกน่ะจะเป็นยังไงกันนะ - ชายหนุ่มพูดขึ้นต่อและยกมือทั้งสองขึ้นมา - คาถา ลูกเพลิงมังกร - สิ้นเสียงชายปริศนาก็ได้พ่นลูกบอลไฟออกมาด้านหน้าเป็นทางตรงทันที -


"บัดซบ !! หลบไม่ทันแล้ว !!" ชายหนุ่มสบถออกมา ลูกไฟยักษ์ตรงหน้าพุ่งมาด้วยความเร็วสูง เขาทำได้แค่ยกแขนขึ้นการ์ดป้องกันเท่านั้น

ตูม !!!

เสียงการปะทะดังสนั่น สเตล่า(ชาย)พาร่างเกรียมของเขาเดินเซออกมาจากกองเพลิง ก่อนจะล้มทรุดลงไปกับพื้น "แฮ่กๆๆ ถุด... ถามดีนี่หว่า อย่างที่แกคิดนั่นแหละ ชั้นจงใจใช้วิญญาณของตัวเองเป็นแกนพลังของร่างหลัก ถ้าร่างหลักตาย ชั้นก็จะหายไป..."ชายหนุ่มถมน้ำลายลงพื้นหนึ่งทีก่อนจะเงยหน้าขึ้นตอบคำถามของชายชุดคลุม

"แต่ชั้นคือวิญญาณแห่งเขี้ยว !!! ถึงจะหายไปซักกี่ครั้ง ชั้นก็สามารถกลับมาได้อีกอยู่ดี ถ้ามีร่างกายของมนุษย์ที่จิตใจว่างปล่าว ต่อให้ยัยเด็กนี่จะเป็นหรือตายมันก็ไม่เกี่ย... อุกก อ้อกก"สเตล่า(ชาย)ขึ้นเสียงโดยยังคงยิ้มเยาะแต่เขาก็สำลักเลือดออกมาไม่น้อยเหมือนกัน (ทำไมชั้นถึงได้ลืมไปซะได้นะ ครั้งแรกที่เจอกับเจ้านี่ มันไม่ได้ขยับออกไปจากจุดที่มันยืนอยู่เลย ใช่แล้ว การโจมตีที่มันพอจะทำได้ในตอนนั้นก็คือ....)ชายหนุ่มเริ่มใช้ความคิด รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาอีกครั้ง

"ใช่แล้ว.... ตอนที่เห็นแก แกไม่ได้ขยับเลยแม้แต่ก้าวเดียว ถ้าหากการที่แกเข้ามาแทรกแทรงมิติจิตนี้ได้ด้วยการโจมตีแล้วล่ะก็ การโจมตีที่แกทำได้ในตอนนั้นมีเพียงแค่ การมองเท่านั้น !!!" ชายหนุ่มลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วก่อนจะรวมพลังไฟฟ้าจำนวนนึงไว้ที่มือข้างที่เหลือ จากนั้นเขาก็ใช้มือนั้นกระซวกดวงตาของตัวเองด้วยรอยยิ้ม

"คราวนี้ ชั้นก็สามารถจับการเคลื่อนไหวของแกได้แล้ว[ด้วยห้วงความมืดมิด] จะได้ลุยกันจริงๆซักทีนะ..." ชายหนุ่มแสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย พลังของสายฟ้าสีดำก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นอีกจนปกคลุมไปทั่วทั้งความมืดมิดนี้......

ทางสเตล่าอาการยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ เธอหายใจถี่ขึ้น และยังกระอักเลือดออกมาเป็นระยะๆ ถ้าหากการต่อสู้อันไร้ความหมายนี่ยังดำเนินต่อไป ชีวิตของเธอคงจะถึงคราวดับสลายเป็นแน่ !!

ภายด้านในมิติมายาของสเตล่าภาพลวงตาได้ค่อยๆเลือนหายจางออกไปดวงตาของจอมมารยังอยู่ครบปกติ ทิ้งไว้เพียงแต่ความเจ็บปวดที่เสมือนจริงค้างคาไว้เท่านั้น ภาพลวงตาที่พวกเขาได้ทำการต่อสู้กันขึ้นให้ความรู้สึกเสมือนจริง เหมือนกับเขาโดนหักข้อแขนไปจริงๆ เพียงแต่ตอนนี้ทุกอย่างบนร่างกายของเขาปกติดีทุกประการ ถ้าเกิดเป็นคนธรรมดาทั่วไปคงจะช๊อกตายหรือทนความเจ็บปวดไม่ไหวจนตายไปแล้ว ดูเหมือนครั้งนี้ฝ่ายตรงข้ามจะรามือถอยออกไปจากมิตินี้แล้ว

ทางด้านภายนอก ดร.เกโคตะ และ คิยามะ ฮารูมิ ได้พยายามช่วยชีวิตเด็กสาวไว้ทุกวิธีทางโดยมีหญิงสาวสองคนและชายหนุ่มอีกคนหนึ่งคอยรออาการของเธออย่างใกล้ชิดภายนอก

ณ เขตุนอกเมืองไม่ไกลนักชายปริศนาได้ยืนอยู่ภายนอกและคลายคาถาลวงตาของตนออก

? ? ? : ไม่นานนักหรอก ชั้นจะกลับมานำตัวแกออกไปอีกครั้งหนึ่ง . . .  - ว่าแล้วเขาก็ค่อยๆหายไปพร้อมกับคู่หูที่ถือดาบใหญ่ของเขา -


To Be Continue
โพสต์ 13-6-2010 23:25:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 23-6-2010 22:41

AS : [ - - - - l - - - - l - - - - l - - - - l - - - - ]
Ryougi .S. Shiki : KonaKona


Shiki Item
Shiki Recovery skill
Shiki Passive skill
Shiki Active skill
Shiki Special ability
Room mate :


สีดำ : บรรยาย
สีแดงเข้ม : การพูด
สีส้มเข้ม : ความคิด
สีเขียวเข้ม : ใช้สกิล

ชิ.. ไปแล้วงั้นรึ ... ที่มันพูดหมายถึงอะไรกันนะ .. ชิกิค่อยเลือนหายไปกับ ความมืดและกลับมาหาแอลซึ้งกำลังยืนรออยู่
ขอโทษทีนะ พอดีห้องน้ำมันเต็มน่ะ หญิงสาวในชุดกิโมโน ยืนทำหน้าเอ๋อๆ เล็กน้อย แล้วค่อยจับมือที่แฟนสาวของตน ค่อยๆเดินออกไปข้างนอกโดยที่ปล่อยให้ แอลงุนงงดกับสิ่งที่เธอกำลังทำ

ชิกิค่อยสาวเท้าไปเรื่อยๆ เพื่อ ตามตัวชายหนุ่มคนนั้น โดยที่กำลัง พา(ลาก)แอลไปด้วย
ชิ.. หมอนั่นหายไปไหนแล้ว .. หญิงสาวหยุดเดินชั่วขณะ และค่อยๆก้าวต่อไป เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน ก็ได้หยุดพัก แล้วแหงนหน้ามองฟ้าอย่างช้าๆ ก็ได้พบกับ ...


หญิงสาวแปลกใจเล็กน้อยเพราะว่าเมื่อกี้ชิกิเพิ่งจะชวนเธอดูหนังโรงเอง แต่ว่าดันเปลี่ยนใจออกมาเดินหาอะไรซักอย่างแทนเสียแล้ว

เวียเซกิ แอล : ชิกิจ๊ะ ~ มีอะไรรึเปล่าเอ่ย ? - หญิงสาวยิ้มให้แฟนของเธอและถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง -

บนฟากฟ้าที่แสนปลอดโปร่งนั้นไม่มีวี่แววของภัยอันตรายดๆเลย ทว่าเพียงครู่นึงเธอก็ได้มองเห็นทูติแห่งลมตนหนึ่งซึ่งบินผ่านไปและหันมาส่งยิ้มให้เธอ ดูเหมือนว่าทูติตนนั้นจะบินไปทางเมือง Halure ที่อยู่ทางใต้ของเมืองที่ชิกิอยู่ตอนนี้


"อ้อ .. ไม่ได้เป็นอะไรหรอก พอดีนึกว่าเหมือนเจอคนรู้จักก็เลยตามไปดูแต่ดันเข้าใจผิดน่ะ ขอโทษทีนะที่ลากไปตั้งหลายที่" หญิงสาวยกมือข้อโทษข้างหนึงพร้อมกับโค้งตัวลงมานิดหน่อย เสียงของผู้คนที่สัญจรไปมา ก็ค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับประชากรที่มากขึ้นในบริเวณ ดูเหมือนจะมีอะไรกันซักอย่าง

อือ ... เสียงคนเดินไปมากับร้านอาหาร .. รู้สึก .. หิวแฮะ .. อือ.. ไม่ได้ ไม่ได้! ต้องตั้งใจให้มากกว่านี้สิ! ชิกิตบหน้าตัวเองเบาๆแสดงเป็นนัยๆเพื่อให้รู้สึกสติอีกครั้ง พร้อมกับค่อยๆเหล่ไปมอง ร้านอาหารที่เรียงราย ไปอย่างรู้สึกเสียดาย ..


หญิงสาวลากแขนของชิกิตรงไปยังร้านอาหารที่เธอมองน้ำลายหกเมื่อครู่นี้ทันที

เวียเซกิ แอล : ถ้าไม่กินอะไรจะใช้ความคิดได้สะดวกได้ยังไงเล่า ~ ไปหาอะไรกินกันเถอะชิกิ ~ - เธอลากแขนชิกิเข้าไปยังร้านอาหารนั้นทันที -




ขณะที่โดนลากเข้าไปในร้าน ก็ได้นั่งลง ยิ้มเจือนๆอย่างอายๆที่ตัวเองเห็นแก่กินมากไปหน่อย
"ชะ..ชั้นไม่ได้อยากทานมากขนาดนั้นซะหน่อย! อือ.." หญิงสาวพยายามไม่หันหน้าไปหาแฟนสาวของตน ใบหน้าเริ่มแดงขึ้นน้อยๆ
หลังจากนั้นไม่นาน พนักงานเสิร์ฟหนุ่มก็เดินมารับออเดอร์ตามธรรมเนียม ทั้งสองคนก็ได้สั่งตามที่ตัวเองอยากทานกัน

ในขณะที่ทานอยู่ ชิกิก็นึกขึ้นได้ .. ทูตตัวนั้น ... มุ่งหน้าไปทางใต้อย่างนั้นเหรอ ... บางที .. อาจจะรู้อะไรบางอย่างก็เป็นได้ ..
เมื่อทานเสร็จทั้งสองก็ได้ ออกไปข้างนอกร้าน ค่อยๆมุ่งหน้าสู่บ้านของตัวเอง ก็ได้ตัดผ่านกับสวนสารธณะที่เคยมาก่อนหน้านี้ ..
ชิกิได้หยุดเดินลง และค่อยๆหันไปหาแอลช้าๆ เสยผมของเธอเบาๆ และก็ได้พูดว่า
"ชั้นจะออกจากเมืองนี้ไปทางตอนใต้ ... เธอจะมากับชั้นไหม ..?"


หญิงสาวยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะตอบกลับไปอย่างไม่ลังเลใจกับแฟนสาวของเธอ

เวียเซกิ แอล : ชิกิไปที่ไหนชั้นก็จะตามไปที่นั้นล่ะ - เธอยิ้มให้กับหญิงสาวและหลับตาลง -


ขอบคุณนะ ..  ชิกิยิ้มให้กับแฟนสาวเล็กน้อย ท้องฟ้ากำลังแปรเปลื่ยนจาก สีฟ้าครามเป็นสีส้มอย่างเห็นได้ชัดว่า กำลังจะเข้าช่วงมืดแล้ว ..
หญิงสาวเชยคางคนตรงข้ามขึ้นมา ก็ค่อยๆประทับรอยจูบลงไปช้าๆ ให้เป็นคำสาบานว่าเธอจะรักและปกป้องเธอตลอดไป ..


พวกเธอได้กลับมายังบ้านพักแต่เนื่องจากทั้งคู่ได้รับประทานอาหารกันมาแล้วแอลจึงได้เข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำก่อนเพื่อจะได้เข้านอนทันทีเพื่อประหยัดพลังกายไว้ในการเดินทางพรุ่งนี้เช้า


ในยามที่เมฆค่อยๆเลือนหาย แสงจันทร์ ก็ได้เปร่งสว่างไปทั่ว ชิกิกำลังนอนคิดอะไรบางอย่าง สามารถเดาได้จากทางสีหน้าเล็กน้อย เธอค่อยกลิ้งไปกลิ้งมาเหมือนลูกแมว ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นมาจัดเตียงให้เรียบร้อย เดินวนเวียนไปมาสองสามรอบแล้วเปิดประตูออกไป โดยที่สิ่งที่เจออย่างแรกก็คือประตูอีกห้อง ห้องของแอล หญิงสาวค่อยๆเดินผ่านไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา และนั่งลง บนหน้าจอคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งในบ้าน

แกร๊ก แกร๊ก.. เสียง เคาแป้นคีย์บอร์ดดังไม่ขาดสาย แต่เสียงก็ไม่ได้ไกลเกินกว่า เจ้าตัวเท่าใดนัก ภายในหน้าจอ อักษรค่อยๆร่วงหล่นลงมาอย่างมหาศาล เธอกำลังทำอะไรอยู่กันนะ? ถึงจะถามไปเธอก็คงไม่ตอบเสียแน่ หลังจากไม่นาน ตัวอักษรที่ร่วงโรยลงมาก็ได้หยุดลงกับเสียงกระแทกของปุ่มบนคีย์บอร์ด พร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆของเจ้าตัว..  


นานายะมันดองเว็บอีกแล้วสินะ เอ้ยไม่ได้ๆมุขนี้ต้องให้ชิกิเป็นคนเล่นคนเดียวเท่านั้น แสงอาทิตย์สาดส่องผ่าเมฆา รุ่งอรุณสางฟ้าครามเป็นวันใหม่แสงแดดสาดส่องบ่งบอกถึงความเหมาะสมในการออกเดินทางก่อนที่ฟ้าใสจะลาจากทันที แอลค่อยๆลุกขึ้นมาจากที่นอนและเดินออกมาด้านนอกห้องพร้อมกับหมอนของเธอและมองหาชิกิภายในบ้าน

เวียเซกิ แอล : ชิกิจ๋า ~ เอ . . . หายไปไหนน้า ?


แสงแดดยามเช้า สาดส่องลงมาผ่านทางหน้าตาที่ปิดผ้าม่านไม่มิด หญิงสาวกำลังนอนขดตัวอยู่บนโซฟาอย่างสุขใจ ใบหน้ารูปงามกับรอยยิ้มน้อยๆของเธอที่ชวนดูหลงใหล ดูเหมือนสาวเจ้าจะยังคงไม่ตื่นไปอีกซักพักเลยทีเดียว ..

หญิงสาวก้มหน้าลงมองแฟนสาวของเธออย่างมีความสุข เธอค่อยๆก้มหน้าลงและฝากจุมพิษไว้บนหน้าผากของหญิงสาว และยิ้มออกมาอย่างมีความสุข จากนั้นแอลก็ได้เดินไปยังห้องครัวและลงมือทำอาหารเช้าทันที เธอค่อยๆแพ้กอาหารเซ็ทแรกลงเบนโตะเพื่อเตรียมพร้อมการเดินทางและขนมอีกหลายอย่าง ดูเหมือนเธอจะเตรียมของกินเยอะมากกว่าของใช้ทั่วไปเสียอีก กลิ่นหอมโชยของอาหารลอยฟุ้งไปทั่วบ้าน หญิงสาวแง้มประตูเลื่อนข้างสวนของบ้านนิดหน่อยเพื่อให้อากาศปรอดโปร่งยามเช้าเล็ดลอดเข้ามาในบ้าน . . .


หญิงสาวชุดกิโมโนซึ่งนอนอยู่บนโซฟาค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่งอย่างช้าๆ ค่อยขยี้ตาเพื่อสลัดความง่วงพร้อมกับครางออกมาเบาๆ แล้วเดินออกจากโซฟาไปยังห้องน้ำ หมุนก๊อกน้ำอย่างช้าๆ น้ำปะปาก็ค่อยๆแรงขึ้นตามจังหวะที่หมุน แล้วก็ออกมาอย่างไม่ขาดสาย เธอยืนมือที่ประกบกันทั้งสองข้างไปรองน้ำแล้วก็ค่อยๆก้มหน้าลงไปใกล้ๆ ในขณะที่ยกมอขึ้นมา น้ำก็ไหลออกมาจากมือทีละนิด และก็ได้หายหมดไป พร้อมกับความง่วง หลังจากที่ทำธุระของเธอเสร็จ ก็ได้เปิดประตูห้องน้ำแล้วหาวออกมา เดินเกาหัวไปยังห้องนอนของตัวเองแล้วแบกสัมภาระที่ต้องใช้ในกระเป๋าหลังจากนั้นก็เดินไปยังที่มาของกลิ่นที่โชยมาถึงห้อง แล้วก็ได้วางประเป๋าลงข้างๆ ก่อนที่จะ ไปโอบหญิงสาวซึ่งกำลังทำอาหารอยู่อย่างช้าๆ
" นี่ มีอะไรให้ชั้นช่วยบ้างมั้ย? "

หญิงสาวยิ้มให้กับแฟนของเธอและทำอาหารต่อ

เวียเซกิ แอล : ไม่ต้องหรอกจ๊ะ ~ เดี๋ยวก็เสร็จแล้วล่ะ อืม . . . ชิกิจัดโต๊ะก็แล้วกันนะ - หญิงสาวพูดพร้อมกับควงตะหลิวของเธอในเวลาเดียวกัน อาหารแสนอร่อยพร้อมเสิร์ฟได้วางลงบนจานที่แฟนสาวของเธอจัดโต๊ะไว้ให้อย่างเรียบร้อย - อะเสร็จแล้วน้า กินเสร็จแล้วจะออกเดินทางกันเลยไม๊ล่ะ ? ชิกิ


"อือ ทานเสร็จแล้วไปกันเลยนะ" ทั้งสองคนก็ค่อยๆ ละเลียดอาหารในจาน อย่างช้าๆ ไม่ได้รีบร้อนเท่าไหร่ หลังจากที่ทานกันเรียบร้อย ก็ได้เริ่มเก็บกวาดบ้านล้างจานให้เสร็จก่อนออกไป ชิกิ ก็ได้แบกสัมภาระส่วนของแฟนสาวขึ้นบ่าอย่างสบายๆ ดูเหมือนเธอจะชินกับการใช้แรง แต่มือไม่ยักกะด้าน.. เมื่อล็อคประตูเรียบร้อยแล้ว ก็ได้ตรวจเช็คอีกรอบ จับมือกันและยิ้มให้กัน ก่อนจะออกเดินทาง.. ไปยังอีกเมืองซึ่งห่างไกล ..   
ระหว่างทางพวกเธอได้ผ่านไปยังถ้ำแห่งหนึ่ง เนื่องจากมันเป็นเส้นทางประหยัดที่ไม่ต้องเสียเงินเพื่อไปยังเมือง Halure และสามารถรับชมทัศนียภาพของธรรมชาติตามทางได้อีกด้วยเหมาะกับคู่รักเดินออกเดทมากที่สุด ทว่าระหว่างทางนั้นชิกิได้เหลือไปเห็นเงาของมังกรน้ำตัวหนึ่งซึ่งกำลังอาลวาศอยู่ที่ทะเลสาบดา้นล่างในหุบเขานั่นเสียด้วย แต่ดูเหมือนแฟนสาวของชิกิจะเดินดูธรรมชาติเพลินจนไม่สังเกตุเห็นร่างมหึมานั้น


หืม...นั่นมัน... หญิงสาวเดินไปคิดไปอย่างงุนงง มังกรเรอะ? ของแบบนั้นมันจะมีได้ด้วยเหรอ? แต่อะไรก็เป็นไปได้นี่นะ.. บางที่ควรจะไปสำรวจซะหน่อยนะ..นี่แอล ตะกี้ชั้นเห็นมังกรด้วยล่ะ บางทีควรจะไปดูลาดราวซะหน่อยนะ เธอว่าอย่างนั้นรึเปล่า?

แอลรีบหันหน้าไปมองทิศทางที่ชิกิชี้ไปทันที เธอโผเขาหาชิกิอย่างโมเอะและมองดูมังกรด้านล่างนั่น

เวียเซกิ แอล : เอ . . . ? มันจะอันตรายไปหน่อยไม๊น้า - หญิงสาวมองลงไปด้านล่างที่มังกรตนนั้น - แต่ถ้ามีชิกิอยู่คงจะไม่เป็นไรล่ะมั้ง ลองไปสอดแนมดูกันหน่อยก็ได้จ๊ะ ~ ♥ - หญิงสาวยิ้มให้กับแฟนของเธอและเกาะแขนของชิกิต่อ -


"งั้นชั้นจะกระโดดไปล่ะนะจับให้แน่นๆล่ะ" หญิงสาวยิ้มน้อยๆให้กับหญิงสาวตรงข้าม ก่อนจะอุ้มแล้ว กระโดด ขึ้นตนไม้ไปเป็นจังหวะ ในไม่กี่วินาทีก็ถึงที่หมายอย่างรวดเร็ว
ชิกิวางร่างบางๆของแอลสู่พื้น เดินไปอย่างช้าๆเพื่อไม่ให้มังกรรู้ตัว หืม? อาละวาดใหญ่เลยแฮะ สงสัยคงไม่ควรต่อกรซะแล้วล่ะมั้ง เมื่อมังกรอาละวาดหนักขึ้น ทำให้น้ำซัดเข้ามาถึงฝั่งอย่างรุนแรง เศษหินก็ได้กระแทกโดนท้องของชิกิอย่างรุนแรง
" โอ้ย!! " หญิงสาวกุมท้องขมับ แต่ก็เพิ่งรู้ตัวว่า เมื่อครู่นี้ ได้เผลอร้องออกมา ซะ.. ซวยล่ะสิมันจะรู้ตัวไหมเนี่ย .. หญิงสาวแอบข้างต้นไม้ในบริเวณพร้อมกับกุบท้องและสีหน้าเหงื่อตก ..  


มังกรตนนั้นได้หันมาร้องคำราญก้องด้านของชิกิทันที มันค่อยๆอ้าปากกว้างและพุ่งเข้ามาหาหญิงสาวทั้งสองอย่างรวดเร็ว

เวียเซกิ แอล : Hand Offense !! - หญิงสาวได้ใช้มือของเธอทาบลงบนน้ำในรัศมีรอบตัวของมังกรตนนั้นจากบนฝั่งทันที พื้นน้ำโดยรอบได้แข็งตัวขึ้นด้วยไนโตรเจ้นของแอล เธอรีบประกบมือและสร้างทางเดินไปยังตัวของมังกรนั่นขึ้นมาจากดินและหินรอบป่าที่พวกเธอยืนอยุ่ทันทีด้วยวิชาเล่นแร่แปรธาตุ -

ดูเหมือนว่าสะพานนั่นจะเชื่อมไปถึงลำตัวของมังกรนั่นจนชิกิสามารถวิ่งไปด้วยสปีดของเธอได้อย่างไม่ยากเย็น และขระเดียวกันมังกรตนนั้นก็กำลังยุ่งอยู่กับการคลายไนโตรเจ้นแข็งของแอลที่กำลังจับตามเกร็ดของมันอยู่ด้วย


Player Reaction : จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
ราชินีงู
โพสต์ 14-6-2010 07:54:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 21-6-2010 10:51

Anna : tourt0ur
Action sloth [- - - - l - - - - l - - - - l - - - - l - - - - ]


Anna Item
Anna Recovery skill
Anna Passive skill
Anna Active skill
Anna Special ability
Room mate :

ที่อยู่อาศัย :


ก่อนที่เธอจะถามอะไรต่อ ทั้งคู่ก็เดินกลับไปทางบ้านของลูกะและมายูมิเสียแล้ว "ดูท่าคู่นี้มันทะแม่ง ๆ น่า หึหึหึ" แล้วเธอก็หันมาหาโทโด "เอาล่ะ ทางเราก็ไปกันบ้างเถอะ วันนี้เหนื่อยมามากแล้ว" ก่อนเธอจะเข้าบ้านดูเหมือนเธอจะระแวงเล็กน้อย เมื่อเธอเข้ามาเธอรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบนเผื่อตรวจสอบปรากฏว่าไม่มีร่อยรองของสิ่งใดเลย แล้วเด็กผู้หญิงที่เธอเห็นเมื่อกี๊คืออะไรกันแน่ ว่าเธอรีบเดินไปหยิบรูปที่อาจารย์ให้มาพร้อมบอกว่าเป็น พ่อ-แม่ ที่แท้จริงของตน ใส่กระเป๋า "โทโด เตรียมของเลยนะพรุ่งนี้เราจะเริ่มเดินทางกัน" เธอตะโกนลงมา แล้วเธอก็หลับไป

เช้าวันรุ่งขึ้นดูเหมือนสภาพอากาศจะเอื้ออำนวยต่อทั้งสองต่อการเดินทางมาก ( ดูสภาพอากาศได้ที่หน้าแรก ) แต่พยากรว่าฝนอาจจะตกตามลงมาในเร็ววันนี้

โทโด : จะไปที่ไหนกันดีล่ะครับคุณแอนนา ? เก็บข้าวของแบบนี้หรือว่าจะล่องเรือไปยังที่ห่างไกลเหรอครับ ? - ชายหนุ่มถามขึ้นด้วยสี่หน้ายิ้มแย้ม ดูเหมือนเขาจะเริ่มสนิทกับแอนนาขึ้นแล้ว -


"ฮ้าวววววว...."เธอหาวพลางบิดขี๊เกียจอย่างสบายอารมณ์ อาจเป็ยเพราะเธอรู้สึกได้ว่าโทโดเริ่มจะเปิดใจกับเธอบ้างแล้วติดอยู่ตรงที่ว่ายังเรียกคุณอยู่ "ล่องเรือหรอ ก็ไม่แน่นะ มัยวันนี้ฟ้ามันสดใสจังแหะ" เธอพาโทโดเดินไปเรื่อย ๆ พลางคิดว่าจะทำอะไรดี "เอาล่ะ ชั้นตัดสิ้นใจได้แล้วจ่ะ เราจะไปหา undine กัน ลองไปหาในถ้ำที่มีน้ำกันดีกว่า"เธอตัดสิ้นใจได้ดังนั้นจึงวิ่งเข้าไปอย่างร่าเริง

เสียงกระแสไฟฟ้าแสบแก้วหูพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนกระทบขอบผาออกมาถึงด้านนอกเมือง ถึงมันจะอยู่ไกลจากเมืองแต่ว่ารังศีทำลายล้านก็ได้แผ่เป็นวงกว้างมาใกล้เคียงถึงเขตุชาญเมืองที่แอนนายืนอยู่ด้วย


"อ๊ะ อะไรอีกน่ะ" เธอทรุดลงด้วยกระแสไฟฟ้า "พลังแบบนี้มันระดับเดียวกับราชาแล้ว!!!  โทโดเป็นงัยไหวมั๊ย" เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นแต่ก็ยังชาขาอยู่  "ดูเหมือนมันจะหยุดซะแล้ว เกิดไรขึ้นกันแน่นะ" (เทสคุงเหตุการณ์ของใครอ่ะ ใช่ของบอสคังป่าว จะได้ไปอ่านถูก พอดีมันเยอะเกินมึน = = >>>>>> คนเขียน) ดูเหมือนว่ากระแสไฟฟ้านั้นจะทำให้มอนสเตอร์พากันแตกตื่น เธอจึงเจอเป้าหมายในเควสที่รับมา "คงต้องขอบใจกระแสไฟฟ้าเมื่อกี๊แล้วล่ะ เจอแระ พร้อมนะโทโด ^^"
พบ wood 1 mill 2
(ใช้สกิล strom blade กับ wood ส่วน mill ทั้ง 2 ตี ธรรมดา โดยที่เปิดสกิลพิเศษทุกครั้งที่โดนโจมตี)
เมื่อชนะแล้ว ก็ได้เดินไปพบกับ เกาะกลางน้ำ ที่น่าจะเป็นที่อยู่ของ undine
+ VS + 2 ตัว

แอนนา Hp 15 / 15 Atk : 20 Evade : 37 Def : 16 Magic : 6 โจมตี Wood ( 1 ) Hp 60 / 60 : Atk : 20 Evade : 10 Def : 10 Magic : 20 Dex : 18 > Active Strom blade Mp 8 - 9 > 1 / 9 > Atk 20 - Def 10 > 10 * 8 > 80 Dmg >  80 - 60 > Hp 0 / 60

Mii ( 1 ) Hp 70 / 70 : Atk : 20 Evade : 10 Def : 20 Dex : 15 โจมตี แอนนา Hp 15 / 15 : Atk : 20 Evade : 37 Def : 16 Magic : 6 > Ability : Metamorphosis Dmg - 1 ( Atk 20 / Vit 10 *2 = 1 ) > Atk 20 - Def 16 > 4 - 1 > 3 - 15 > Hp 12 / 15

โทโด Hp 14 / 14 : Atk : 30 Evade : 30 Def : 10 Dex : 1 โจมตี Mii ( 1 ) Hp 70 / 70 Atk : 20 Evade : 10 Def : 20 Dex : 15 > Ability : Piece , Ability : Double scar > Atk 30 ( Piece ทะลุ Def ) * 2 ( Double scar ) 60 - 70 > Hp 10 / 70

แอนนา Hp 12 / 15 Atk : 20 Evade : 37 Def : 16 Magic : 6 โจมตี Mii ( 1 ) Hp 10 / 70 : Atk : 20 Evade : 10 Def : 20 Dex : 15 > Atk 20 - Def 10 > 10 - 10 > Hp 0 / 70

Mii ( 2 ) Hp 70 / 70 : Atk : 20 Evade : 10 Def : 20 Dex : 15 โจมตี แอนนา Hp 15 / 15 : Atk : 20 Evade : 37 Def : 16 Magic : 6 > Ability : Metamorphosis Dmg - 1 ( Atk 20 / Vit 10 *2 = 1 ) > Atk 20 - Def 16 > 4 - 1 > 3 - 12 > Hp 9 / 15

โทโด Hp 14 / 14 : Atk : 30 Evade : 30 Def : 10 Dex : 1 โจมตี Mii ( 2 ) Hp 70 / 70 Atk : 20 Evade : 10 Def : 20 Dex : 15 > Ability : Double scar > Atk 30 - Def 10 > 20 * 2( Double scar ) 40 - 70 > Hp 30 / 70

แอนนา Hp 9 / 15 Atk : 20 Evade : 37 Def : 16 Magic : 6 โจมตี Mii ( 2 ) Hp 30 / 70 : Atk : 20 Evade : 10 Def : 20 Dex : 15 > Atk 20 * 2 ( ดาบสองมือ ) - Def 10 > 30 - 30 > Hp 0 / 70

แอนนา HP 9 / 15 : Mp 1 / 9

โทโด Hp 14 / 14

Gain : Exp 210 ( Next Level > 150 ) / 10 G / Cotton * 2 / Branch * 1

เมื่อการต่อสู้จบลงทั้งสองก็ได้ออกเดินทางมายังทะเลสาบในดันเจี้ยนแห่งนึงดูเหมือนว่าไม่ไกลนักเมื่อทั้งคู่ได้ย่างขาเขามาก็ได้พบนักเดินทางคนนึงนอนกองอยู่กับพื้น ดูเหมือนว่าร่างกายของเขาจะเย็นเฉียบและแข็งเหมือนกับน้ำแข็ง ดูเหมือนว่าจะเกิดจากการโจมตีของพลังแห่งความเยือกเย็นของมังกรระดับสูง ทว่าดูเหมือนว่าเขายังไม่สิ้นลมหายใจ !! เวลาไม่ปล่อยให้แอนนาฉุกคิดสงสัยเงาของมังกรประหลาดเห็นได้อย่างเลือนลางมาแต่ไกล ดูเหมือนว่ามันกำลังอาละวาสอยู่ที่ทะเลสาบที่ไกลจากที่ที่แอนนาเข้ามาไม่ไกลซักเท่าไรนัก



"ตัวอะไรล่ะนั่น...หรือว่า เจ้าแห่งท้องน้ำ Jormungand " เธอรู้ดีว่าระดับของตนตอนนี้ไม่สามารถจะเทียบชั้นกับอสูรในตำนานได้ เธอจึงให้โทโดลากร่างของนักเดินทางนั้นไปหลบแล้วดูอาการ "คงต้องให้ความอบอุ่น แต่จะหาจากที่ไหนดีล่ะ" เธอจึงหาทางช่วยเบื้องต้นโดยเอาดินถมตัวคน ๆ นั้นไว้ให้พื้นดินดูดซับความเย็นออกไป "ชั้นว่าตอนนี้ สัตว์ร้ายนั้นคงยังไม่มาทางนี้หรอก เราไปกันเอะไปหา undine " เธอรีบพุ่งข้ามแม่น้ำไปหวังที่จะเข้าไปในถ้ำ ที่อยู่กลางทะเลสาบทันที

โทโดได้ดึงตัวแอนนาไว้อย่างกระทันหันพร้อมกับชี้ไปทางเนินป่าด้านหลังทะเลสาบที่ปลกคุมไปด้วยป่าและยังไม่มีผู้ใดสามารถย่างกรายผ่าน Jormungand ไปได้หญิงสาวผมสีเขียวปนฟ้ากำลังนั่งแต่งเล็บของเธอเล่นอย่างมีความสุขโดยที่ไม่เกรงกลัวถึงมังกรตรงหน้าเลยดูเหมือนว่าพลังของมังกรตัวนั้นจะส่งไปไม่ถึงตัวของเธอเสียด้วย หรือว่าเธอจะเป็น Undine กันแน่นะ . . . .



UNDINE

โทโด : ทูติแห่งน้ำดูไม่เหมือนเลยนะครับคุณแอนนา . . . . ดูเหมือนเด็กทั่วไปมากกว่า แต่ว่าถ้าเราบุ่มบ่ามกระโจนข้ามไปตอนนี้อาจจะโดนจับแช่แข็งเหมือนชายที่เราเพิ่งช่วยไปเมื่อครู่ก็ได้นะครับ


"จริงด้วย ใจนะจ๊ะ แต่ มีบางอย่างในร่างกายชั้นบอกว่าไม่เป็นอะไร ชั้นก็ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร ลางสังหรมั้ง" เธอเดินกลับมานั่งเพื่อคิดหาวิธีที่ดีกว่านั้น "หรือเราจะรอให้เจ้ามังกรนั่นกลับไปก่อนดีน้า" เธอพูดพลางจ้องมองหญิงสาวที่น่าจะเป็น undine อย่างไม่วางตา เหมือนกับมีอะไรดึงดูดเธอกับหญิงสาวนั่น "ชั้นจะไปหาเด็กคนนั้น ชั้นไม่เป็นไรหรอกเชื่อชั้นซิ" เธอหันมายิ้มหวานให้โทโดแล้วกระโดดลงน้ำไป

ชายหนุ่มได้หลบตั้งหลักอยู่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำเพื่อรอสัญญาณจากคู่หูของเขา ทางด้านแอนนาที่ได้ลงมาด้านล่าง ภายใต้ผืนน้ำนั่นนิ่งสงบผิดกับพื้นผิวด้านบนอย่างถนัดตา ทุกสรรพสิ่งใต้น้ำนั้นยังคงแหวกว่ายไปมาเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผิดกับด้านพื้นผิวน้ำที่ระส่ำระส่ายไปด้วยความเกรี้ยวกราดของมังกรตนนั้น นี่คงจะเป็นหนึ่งในความสามารถของอันดิเน่เป็นแน่ แอนนาสามารถหลบพ้นจากสายตาของมังกรตนนั้นมาโผล่อีกด้านหนึ่งได้ ทันทีที่เธอปีนขึ้นฝั่งมาก็สัมผัสได้ถึงออร่าที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ภายในใต้ำน้ำลึกเลยทีเดียว

Undine : ดูเหมือนเธอจะไม่ได้มีเป้าหมายเหมือนนักล่าคนอื่นสินะ ? มีธุระอะไรกับชั้นงั้นเหรอ ? - หญิงสาวเอ่ยขึ้นทันทีที่แอนนาขึ้นมาเหยียบบนฝั่ง -


เธอรีบเดินเข้าไปทำความเคารพ "ข้าแต่เจ้าแห่งวารีผู้ยิ่งใหญ่ ตอนนี้อนาคตของโลกทั้ง 2 ใกล้ดับสูญแล้ว ตัวข้าเป็นเพียงแค่มนุษย์ที่ต่ำต้อยไร้ซึ่งพลังจะหยุดยั้งเหตูการณ์ดังกล่าวได้ จึงจะใคร่ขอยืมพลังจากตัวท่านเพื่อช่วยสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก ได้โปรดเชื่อมต่อกันกับร่างของข้าน้อยด้วย ท่านไม่ต้องห่วงร่างกายนี้สามารถเชื่อมต่อกับมานาได้ทุกชนิด" เธอเองก็แปลกใจกับคำพูดประโยคสุดท้ายว่าพูดออกมาได้อย่างไร

ทูติแห่งน้ำสีหน้านิ่งและตอบกลับมายังแอนนาทันที

Undine : ตอนนี้เราเองคงจะทำพันธสัญญากับใครอื่นไม่ได้อีกแล้วล่ะเพราะเราได้ทำพันธสัญญากับชายผู้หนึ่งที่เราช่วยชีวิตไว้เมื่ออาทิตย์ก่อนไปแล้วน่ะ เราคงทำได้แค่ออกเดินทางไปด้วยและช่วยเหลือเมื่อถึงจุดๆนั้นน่ะ  - หญิงสาวยิ้มแบบขอโทษแอนนาเล็กน้อยเพราะว่าเธอได้ใช้สิ่งที่สำคัญในการช่วยเหลือชีวิตคนผู้หนึ่งไปเสียแล้ว - คงจะต้องขอความเห็นจากเขาคนนั้นด้วยล่ะนะ แต่เราว่าเขาคงไม่มีปัญหาอะไรหรอก ตามชั้นมาสิ - เธอลุกขึ้นและแหวกพื้นน้ำเป็นช่องโหว่ลงไปยังใต้บาดาลลึก -
ดูเหมือนข้างใต้จะมีชายหนุ่มที่เป็นนักดาบเวทย์มนต์ซึ่งมีความสามารถพิเศษเฉพาะตัวพักฟื้นตัวอยู่ น่าจะเป็นเขาที่เป็นคู่พันธสัญญากับอันดิเน่ ดูเหมือนอาการเขาจะไม่ค่อยดีซักเท่าไรนักเนื่องจากอะไรบางอย่างในตัวของเขาเอง ดูเหมือนว่าอันดิเน่จะรีบปลีกตัวจากแอนนาไปดูแลชายหนุ่มคนนั้นเสียแล้ว แต่ยังไงซะแอนนาก็อยู่ในวังใต้บาดาลแล้ว


เธอสังเกตุบริเวณโดยรอบแล้วมองไปที่ห้องที่ประตูเปิดอยู่เธอได้เห็นนักดาบหนุ่มนอนอยู่ "เอ่อ คน ๆ นั้น เป็นอะไรหรอคะ ทำไมดูร่างกายเค้ามันแปลก ๆ " undine ได้เดินออกมาพอดี เธอจึงรีบเข้าประเด็นเพราะตัวเธอนั้นก็เป็นห่วงโทโดที่อยู่ข้างบน  "ขอดูอาการเค้าหน่อยได้มั๊ยคะ"
Undine : เอ๋ . . . ? ก็ได้นะ ระวังหน่อยล่ะเขาไม่ค่อยคุ้นเคยกับคนแปลกหน้าเท่าไร เราจะไปรอที่ห้องด้านข้างนี่นะ . . . - ขณะที่เธอกำลังจะเดินไปนั้นชายหนุ่มคนนั้นก็ได้ถือดาบเวทย์มนต์ธาตุน้ำออกมา - แรนอาการของนายยังไม่หายดีนะ เข้าไปนอนพักเสียก่อนสิ - อันดิเน่เดินเข้าหาชายหนุ่มทันทีโดยไม่ได้คำนึงถึงอะไรเลย -

ดูเหมือนว่าสีหน้าของชายหนุ่มจะกระวนกระวายใจและยังตัดสินใจอย่างไม่แน่นอนนัก ชายหนุ่มค่อยๆเดินตรงมายังอันดิเน่พร้อมกับดาบธาตุน้ำของเขาทันที โดยไม่สนใจแอนนาที่กำลังมองอาการของเขาด้วยสายตาของเธอซักเท่าไรนัก จากการคาดเดาของแอนนาแล้วเธอคงน่าจะรู้ว่าชายหนุ่มนั้นกำลังพยายามจะทำอะไร !!


ไม่มีทางที่ anna จะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะเธอผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ มามากมาย เธอจึงจับจิตต่อสู้ของนักดาบนั่นได้ว่าหมายจะโจมตี undine "ชักท่าไม่ดีแล้วแหะ ถึงอีกฝ่ายจะเป็นถึง เจ้าแห่งธาตุหลักของโลกก็เถอะ แต่มันทนดูไม่ได้แหะ โจมตี สาวน้อยเนี๊ยะ คิดไรของเค้านะหมอนั่น" เธอพูดเบา ๆ พร้อมเกาหัว เมื่อชายคนนั้นเริ่มจะลงมือ เธอรีบพุ่งไปด้วยความเร็วสูงจนแม้แต่ undine ก้อไม่รู้ตัว แล้วเอามือจับแขนข้างที่ถือดาบของชายคนนั้นไว้ "ใจเย็น ๆ ดินาย....มีอะไรพูดกันดีดีก็ได้" เมื่อพูดจบเธอตัดสิ้นใจปล่อยจิตสังหารของมาอยากเต็มที่จนถ้ำสะเทือนเพราะแรงกดดันของเธอ"ถ้าไม่หยุดล่ะก็ ชั้นไม่เกรงใจล่ะ" แววตาเธอดูจริงจังมาก

ดูเหมือนแอนนาจะสัมผัสได้ถึงพลังเวทย์จากดาบในตัวของชายหนุ่มคนนี้ ดูเหมือนว่าดาบแค่เล่มที่ชักออกมานี่จะยังไม่ใช่ความสามารถที่แท้จริงของเขา ทางด้านอันดิเน่รีบพูดเอ่ยห้ามแอนนาทันทีก่อนที่จะเกิดการปะทะกัน ขึ้น โดยที่เธอเองก็ยังไม่ได้ติดใจอะไรในตัวชายหนุ่มอยู่ดี ดูเหมือนเธอจะไม่ฉุกคิดเลยแม้แต่น้อยว่าชายคนนั้นกำลังจะเงื้อดาบเข้าหาตัวของ เธอเอง

Undine : เดี๋ยวก่อนสิ แรนเขาคงแค่ตกใจคนแปลกหน้าเท่านั้นเอง - หญิงสาวเอ่ยขึ้นและใช้วาจาอย่างสันติเพื่อไม่ให้เกิดการวิวาทกันขึ้นเสีย ก่อน - ยกโทษให้เขาเถอะนะมีอะไรค่อยๆพูดกันก็ได้


"อ๋อ ชั้นแค่ขู่เค้าเท่านั้นเองแหละค่ะ ไม่ต้องห่วง" เธอหันมากระซิบกับ undine แล้วค่อยคลายจิตลง "เอาล่ะ ที่นี้นายคงรู้แล้วว่าฝีมือชั้นประมาณไหน เพราะฉะนั้น อย่าทำไรบุ่มบามล่ะ ทีนี้ เรามาคุยกันดีกว่า ว่านายตั้งใจจะโจมตี undine ทำไมคะ"

ชายหนุ่มปริศนา : กะแล้วเชียวว่าต้องมารับดาบของเรา ขอโทษนะที่เล็งไว้ก็คือเธอนั่นแหละ แรนปล่อยกระแสเวทย์ของเรย์อิเซนฟาดไปที่ร่างของนักดาบหญิงเข้าอย่างจัง

ดูเหมือนผลจากพลังเวทย์จากการประจุพลังดาบเวทย์มนต์จะเพิ่มขึ้นมากไว้กว่าที่แอนนาคิดไว้ ( Anna magic 6 : Lan magic 24 << ผลจากสกิล Rule )


Player Reaction : เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 14-6-2010 09:43:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด BoSs-KuNg~ เมื่อ 16-6-2010 00:53

ความเดิมตอนที่แล้ว



Stella Item
Stella Recovey skill
Stella Passive skill
Stella Active skill
Stella Special ability
Room mate :


"สามารถแทรกแทรงมิติมืดในจิตใจของชั้นได้เพียงแค่การมอง ไม่สินั่นคือภาพลวงตางั้นรึ ชั้นเกือบพลาดท่าเพราะแค่ภาพลวงตาอย่างงั้นรึนี่..."ชายหนุ่มลดพลังของเขาลงแล้วยอมรับความจริงนั้นอยู่เงียบๆในความมืดมิด

โลกแห่งความเป็นจริง สายฟ้าสีดำที่พรั่งพรูออกมาจากสเตล่าเริ่มขยายตัวมากขึ้นจนเข้าห่อหุ้มร่างกายของเด็กสาวเอาไว้ทั้งตัว สายฟ้าเหล่านั้นขยายตัวเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนพุ่งทะลุห้องผ่าตัด(หรือห้องพยายาบาลอะไรก็แล้วแต่)จนกระจกทุกบานแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ

เมื่อพลังนั่นเริ่มสงบลงก็ปรากฏร่างของสเตล่า(ชาย)ยืนอยู่บนซากเตียงที่ถูกทำลายด้วยพลังสายฟ้า "พวกสวะมาสุมหัวกันเยอะจริงนะ.... เฮ้ยไอ้สวะบอกวิธีไป Zaphias ที่เร็วที่สุดมาซิ"เขาหันไปพูดหมอกบคนนั้น โดยยังมีประจุไฟฟ้าสีดำไหลวนไปมาบริเวณจุดที่เขายืนอยู่....
กระแสไฟฟ้าสีดำทำให้หญิงสาวรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่เคยผ่านมาได้ทันที เหตุการณ์ตรงหน้าเธอได้บ่งบอกถึงอันตรายตรงหน้าที่กำลังจะเกิดขึ้นได้



มิซากะ มิโคโตะ : นายมัน . . . . . - หญิงสาวมองตรงมายังชายหนุ่มทันทีที่เขาปรากฏร่างขึ้น - คุโรโกะพาคนอื่นหนีออกไปก่อน - หญิงสาวตะโกนบอกขึ้นด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ ทำให้คุโรโกะรีบเทเลพอทผู้คนภายในห้องออกไปยังตำแหน่งอื่นทันที - คราวนี้ก็อยู่กันแค่สองคนแล้วล่ะนะ Zaphias จะนั่งเรือไปเร็วที่สุดก็ 2 วันจากเมือง Halure เดินเท้าไปจากนี่ก็ใช้เวลาเป็นอาทิตย์ถึงสองอาทิตย์ นายจะไปทำเรื่องไม่ดีอะไรที่นั่นอีกล่ะ ?


"หืม แกอีกแล้วหรอเนี่ย เสียใจด้วยนะ เพราะครั้งนี้ชั้นไปเพื่อช่วยต่อชีวิต ไม่ใช่เพื่อคร่าชีวิต"ชายหนุ่มหลับตาลงพลางยิ้มที่มุมปาก พลังไฟฟ้าค่อยๆไหลกลับมาที่ร่างของเค้า "หึ ช่างทำอะไรเสียปล่าวได้สมกับเป็นพวกสวะจริงๆ คิดว่าแค่พลังของการแพทย์จะช่วยยัยเด็กนี่ได้รึไง ? ร่างของยัยนี่ยังอยู่ได้อีก 56 ชม.ชั้นคงไม่มีทางเลือกวิธีเดินทางที่กินเวลาเป็นอาทิตย์หรอกนะ"ชายหนุ่มพูดต่อก่อนจะเดินผ่านร่างของมิโคโตะไป...

หญิงสาวยิ้มขึ้นเล็กน้อยและหันกลับมาทางจอมมาร

มิซากะ มิโคโตะ : พลังของวิทยาศาตร์จากเมืองของชั้นต่างหากล่ะไม่ใช่การแพทย์ทั่วไปอย่างแน่นอน - หญิงสาวยิ้มขึ้นอย่างอ่อนโยนและพูดกับจอมมารตรงหน้า - นายคิดจะช่วยคนขึ้นมาแล้วเหรอ ? ถึงนายจะเปลี่ยนแปลงไปที่ล่ะน้อยแต่ชั้นก็ชอบมันนะ - หญิงสาวหยิบตั๋วเรือขึ้นมาให้และโยนไปที่จอมมาร - เรือจะออกคืนนี้รอบสุดท้ายแล้วล่ะ ไป Halure ก็ใช้เวลา 1 วัน นายจะไม่มีเวลาได้นอนพักหรอกนะเพราะจาก Halure ไป Zaphias ก็จะกินเวลาอีก 1 วันนายจะเหลือเวลาแค่ 8 ชั่วโมงจากการเดินทางไม่หยุดหย่อนหลังจากถึง Zaphias แล้ว ชั้นไม่ได้ช่วยนายหรอกนะชั้นอยากจะช่วยเด็กผู้หญิงที่เป็นร่างหลักให้กับนายแค่นั้นเอง


ชายหนุ่มรับตั๋วเรือโดยไม่หันไปมอง "อย่าเข้าใจผิดสิ ชั้นก็แค่รักษาตัวตนของชั้นให้คงอยู่ต่อไปได้เท่านั้น..."ชายหนุ่มตอบโดยไม่หันไปมองก่อนจะออกเดินไป "ชั้นไม่จำเป็นต้องพักผ่อนหรอก และก็ไม่ได้คิดจะขอความช่วยเหลือจากเธออีกด้วย"พูดจบสเตล่า(ชาย)ก็สาวเท้าลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว เขารู้ดีว่าเวลา 56 ชม.ที่เขาเอ่ยออกมานั้น ไม่ใช่เวลาที่แน่นอน มันอาจจะเหลือเวลาไม่ถึงก็เป็นได้....

ระยะทางจาก Deidon Hold ไปยัง Halure นั้นไกลใช่เล่นทีเดียว ไม่มีแม้กระทั่งเรือหรือภาหนะอื่นๆอำนวยความสะดวกใดๆให้กับชายหนุ่มเลยดูเหมือนเขาจะต้องวิ่งฝ่าป่ายามค่ำคืนไปยังเมือง Halure ให้ทันเวลาซะแล้ว


"หึ ทั้งๆที่ไม่ค่อยมีเวลาแท้ๆเชียวนะ" ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆก่อนจะย่อตัวลงตั้งท่าออกสตาร์ท กระแสไฟฟ้าสีดำสนิทค่อยๆไหลมารวมกันที่ข้อขาของเขา ก่อนที่เขาจะถีบพื้นพุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วสูง (ฝืนใช้พลังแบบนี้ ร่างหลักจะทนได้อีกแค่ไหนกัน ยังไงก็ดีกว่าไปแบบเอ้อละเหยล่ะนะ) เส้นทางที่ร่างนั้นพุ่งผ่านถูกเผาไหม้จนวอดด้วยสายฟ้าพิโรธ....

ดูเหมือนว่าการจะไปยัง Halure จะต้องข้ามขอบมหาสมุทรไปเสียด้วยซึ่งในขณะนี้ไม่มีเรือลำไหนอยู่ชิดขอบฝั่งเลย ทางเดียวที่จะสามารถเสี่ยงได้คือการลงไปยัง Dungeon ใกล้เคียงนี่ที่มีชื่อว่า Aer Krene ดูเหมือนว่ามันจะเป็นดันเจี้ยนของนักเดินทางระดับกลางเสียด้วย ผู้ที่อ่อนประสบการณ์คงอาจจะไม่สามารถเล็ดรอดออกไปได้แต่ตอนนี้จอมมารมีเพียงทางเลือกเดียวตรงหน้าเท่านั้น


"ถุด อะไรๆก็ไม่เป็นใจเอาซะเลย ทั้งๆที่ไอ้ขยะนั่นไม่ได้อยู่ด้วยแท้ๆ(เซ็ทสึโบ)"ชายหนุ่มถมน้ำลายลงพื้นก่อนที่เขาจะรวบรวมพลังไฟฟ้ามารวมไว้ที่ขามากขึ้น "ถ้ามีสวะตัวไหนมาขวางก็เสียบมันซะให้หมด แฟรงค์ !!!" สิ้นเสียง สเตล่า(ชาย)ก็ถีบพื้นกระโจนเข้าไส่ผาน้ำตกสูงชันนั้นเอาดื้อๆ พร้อมกับท้องฟ้าที่เริ่มปรากฏรูโหว่เล็กๆขึ้น เขี้ยวบิน5-6ตัวพุ่งออกมาจากรอยโหว่นั่น ก่อนจะเข้ามาบินรอบๆตัวของสเตล่า(ชาย) พวกมันพร้อมจะยิงสังหารศัตรูใดๆก็ตามที่คิดจะมาขวางเส้นทางของผู้เป็นนาย.....



ภายในดันเจี้ยนแม้น้ำสายต่างๆยังคงแยกออกเป็นหลายสายโดยชายหนุ่มได้กระโดดลงมาจากยอดของน้ำตกลงสู่ถนนสาย Nen Last ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของจุดหมายถ้าเขาตามทางแม่น้ำจากทะเลสาบเน็นไปอาจจะสามารถไปยังเมือง Halure ทางน้ำได้ก็ได้ ทว่าแม่น้ำสายนั้นติดกับที่ราบสูง Gray Downs เสียด้วย ที่นั่นจะมีอะไรทำให้การเดินทางของเขาสะดุดรึไม่นะ ?


"ภูมิประเทศย่ำแย่เกินกว่าจะใช้ทิศทางในการเดินทาง..."สเตล่า(ชาย)พูดพลางหันไปมองแม่น้ำ "มีเพียงแค่ต้องวิ่งไปตามกระแสน้ำสินะ" แฟรงค์หนึ่งตัวยิงลำแสงสีแดงเปิดเส้นทาง "ไม่ได้ยินเสียงระเบิด บ้าชิบ อีกไกลแค่ไหนกัน"ชายหนุ่มกระทืบพื้นเพื่อเร่งพลังของเขาก่อนจะกระโดดลงไปกลางแม่น้ำ

กระแสน้ำถูกพลังไฟฟ้าดีดกระเด็นออกเป็นสองทางจนเกิดเป็นลู่วิ่งให้กับสเตล่า(ชาย) ชายหนุ่มวิ่งผ่ากลางกระแสน้ำออกไปด้วยความเร็วสูงพร้อมกับฝูงแฟรงค์ที่บินตามตัวเขามาด้วยความเร็วคู่คี่กัน....

ดูเหมือนกระแสไฟฟ้าของจอมมารจะไปกระทบเข้ากับสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ใต้ท้องทะเลเข้าจนทำให้มันเกิดตื่นและอาละวาสขึ้นมา



อสูร Jormungand ได้ลุกโฮขึ้นมาจากการหลับไหล จากน้ำนิ่งในทะเลสาบบัดนี้ได้แข็งไปทั่วเว้นเสียแต่รอบๆตัวของมังกรนั้นที่ยังเป็นนหองน้ำอยู่ดูเหมือนว่ามันจะรับรู้ถึงการมาของจอมมารที่มิดได้นัดหมาย


"ให้มันได้อย่างนี้สิ ฆ่ามัน แฟรงค์ !!!" ชายหนุ่มออกคำสั่งเหล่าอาวุธของเขาทันที เหล่าเขี้ยวบินเริ่มกระหน่ำยิงลำแสงสีแดงไส่อสูรแห่งหนองน้ำตรงหน้าไม่ยั้ง สเตล่า(ชาย)อาศัยจังหวะนี้ อัดกระแสไฟฟ้ากระโดดข้ามหัวของเจ้าอสูรนั้นทันที (จะใช้พลังไปกับการต่อสู้มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ไม่งั้นจิตของร่างหลักที่อยู่ข้างในเรา ต้องแหลกสลายแน่ ต้องรั้งไอ้สวะนี่ไว้ !!!)  

"แฟรงค์ !!!"สเตล่า(ชาย)ครุ่นคิดในสถานการณ์ที่ย่ำแย่สุดๆพลางออกคำสั่งให้เหล่าเขี้ยวโจมตีหนักขึ้นอีก ตอนนี้ เขาคิดแค่เพียงเรื่องจะหนีไปจากที่นี่มากกว่าการฆ่าอสูรที่อยู่เบื้องหน้าของเขา !!!

ดูเหมือนเขี้ยวบินของจอมมารจะไม่ค่อยกระทบผมของมังกรน้ำซักเท่าไรนักแต่ดูเหมือนว่ามันก็ยังช่วยถ่วงเวลาลงได้บ้าง รังสีเยื่อแข็งผ่าผ่านตัวชายหนุ่มไปด้านข้างอย่างฉิวเฉียด เทือกเขาที่โดนคลื่นพลังกระทบใส่ถึงกับแตกเป็นเสี่ยงๆและพื้นผิวที่กระจายออกล้วนถูกห่อหุ้มด้วยน้ำแข็งที่สามารถแตกได้ทุกเมื่อ เมื่อตกลงสู่พื้นดิน ดูเหมือนขณะที่เขากำลังวิ่งหนีอยู่นั้นเขี้ยวบินของเขาได้ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มความสามารถจนทำให้จอร์มันการ์ดเคลื่อนที่ช้าลงไปไ้ด้กระนั้นตัวมันก็ยังไม่ลดละพ่นคลื่นพลังใส่ชายหนุ่มเป็นระยะๆ โดยไม่ให้เขาหนีไปได้


ชายหนุ่มยังคงพุ่งตัวไปด้านหน้าด้วยความเร็วสูง แต่เส้นทางของเขาก็ยิ่งเหลือน้อยลงทุกทีเพราะพลังเยือกแข็ง (มีแต่ต้องทำให้มันชะงักไปเท่านั้น !!!) ชายหนุ่มรุ่นคิดและตัดสินใจเผชิญหน้ากับอสูรเยือกแข็ง (รอบๆตัวของมันมีน้ำอยู่ ถ้างั้น...) "แฟรงค์ !!"สิ้นเสียง เขี้ยวบิน 5 ตัวพุ่งมาบินเป็นวงกลมมุมไปมาตรงหน้าของสเตล่า(ชาย)

"ขอให้สนุกกับการแช่น้ำที่เต็มไปด้วยอัสนีบาตแห่งนรกนะ ไอ้สวะ !!" เขี้ยวบินอีกหนึ่งตัวปรากฏขึ้นทางมุมอับของอสูรกาย ผิวของมันถูกห่อหุ้มด้วยสายฟ้าสีดำ มันพุ่งเข้าไส่หนองน้ำที่อยู่รอบๆตัวของมังกรวารีตัวนั้น

เปรี๊ยะๆๆๆๆ

หนองน้ำที่ประดับบารมีของอสูรกาย ถูกแต่งแต้มไปด้วยสายฟ้าจำนวนมหาศาลที่เพิ่มพลังขึ้นด้วยแอ่งน้ำรอบๆตัวของมัน สายฟ้าที่เพิ่มพลังขึ้นเริ่มเข้าจู่โจมอสูรร้ายอย่างบ้าคลั่ง "ชั้นไม่คิดว่าแค่นี้จะหยุดแกได้หรอกนะ เสียบมันด้วยพลังทั้งหมดของแกซะ แฟรงค์ !!!" ชายหนุ่มออกคำสั่งดังลั่น สายฟ้าสีดำเริ่มไหลจากร่างกายของเขาถ่ายเทให้กับฝูงเขี้ยวบินที่บินวนอยู่ด้านหน้าก่อนที่พวกมันจะลอยจัดเรียงกันในรูปแบบวงกลมอย่างเป็นระเบียบ "ไปตายซะ...."

ซูม

สิ้นเสียง ลำแสงสีแดงถูกยิงออกมาพร้อมกันห้าสายในทางเดียว และยังมีสายฟ้าสีดำห้อหุ้มชโลมไปทั่วลำแสง มันพุ่งตรงไปที่หัวของอสูรกายตัวนั้นด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว และผลจากการโจมตีครั้งนี้คือ . . .

- เคร๊ง !! - เสียงปะทะระหว่างเขี้ยวเหล็กกับกะโหลกของมังกรตนนั้นดังก้องกังวาล มันร้องครวญพร้อมกับสะบัดหัวไปมาด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับพ่นลำแสงแช่แข็งออกมามั่วไปหมดทุกทิศทุกทาง ทางด้านหน้าของจอมมารได้ถูกขวางกั้นไปด้วยน้ำแข็งที่คมกริบที่กำลังทะยอยถล่มลงมาอย่างไม่หยุดยั้งจากการคลุ้มคลั่งของมังกรวารีตัวนั้น ลำตัวของมันยิ่งเคลื่อนไหวช้าลงและผิดแปลกไปกว่าปกติมาก ดูเหมือนว่าผลจากสายฟ้านั่นจะทำให้มังกรตัวนั้นติดสภาพชาไปกับกระแสไฟฟ้าที่มีพลังเพิ่มขึ้นจากน้ำโดยรอบ ดูเหมือนว่าจอมมารจะไม่สามารถเคลื่อนที่โดยพุ่งไปต่ข้างหน้าได้เสียแล้วในขณะนี้

Time Limit : 56 Hour > 52 Hour ( โปรดจินตนาการถึงเสียงนาฬิกาในหนังเรื่อง 24 H)


รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่ม ถึงแม้เส้นทางเบื้องหน้าจะถูกปิดแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา "กะอีแค่โดนปิดเส้นทางนิดหน่อย ชั้นจะขยี้มันให้พ้นๆไปซะ แฟรงค์ !!" ชายหนุ่มออกคำสั่งเหล่าเขี้ยวบินอีกครั้ง....

เหล่าเขี้ยวบินเริ่มจัดแถวเตรียมยิงทำลายผลึกน้ำแข็งที่ขวางหน้า (พลังของนายไม่ได้มีไว้ทำลายล้างอย่างเดียวหรอก)เสียงของมิโคโตะดังก้องขึ้นมาในหัวของมารร้าย นั่นทำให้เขาหยุดการโจมตี "ชิ.... โธ่เว้ย !!!" สเตล่า(ชาย)สบถออกมา ก่อนที่เขาจะพุ่งตัวออกข้างทะเลสาปเพื่อใช้ป่าเป็นที่พรางตัว

"ทำไม ทำไมชั้นถึงไม่ยิงออกไป เพราะกลัวว่าถ้าใช้พลังมากไปกว่านี้แล้วยัยเด็กนี่จะตายงั้นรึ ไม่ !! มันไม่มีทางเป็นอย่างนั้นแน่ !!!"ชายหนุ่มพูดขึ้นพลางวิ่งผ่านป่าออกไปโดยยังใช้เส้นของทะเลสาปเป็นทิศทางหลัก
ดูเหมือนว่ามังกรตนนั้นจะละสายตาจากเขาไปแล้ว ดูเหมือนว่ารอยยิ้มจากหญิงสาวที่เคยล้มเขาลงจะยังค้างคาในจิตใจของเขา หรือว่า . . . แต่ว่าตอนนี้เรื่องของสเตล่านั้นสำคัญกว่านัก ภายใตร่มเงาต้นไม้นั้นไร้ซึ่งมอนสเตอร์ใดๆ ดูเหมือนพวกมันจะหนีเอาตัวรอดจากการตื่นขึ้นของมังกรตัวนั้น เสียงอึกทึกโครมครามของเหล่านักล่าวิ่งกรูสวนจอมมารไปบนทุ่งหญ้าบนที่ราบสูงข้างๆป่าที่จอมมารกำลังลี้ภัยมาอยู่นั้นเป็นจำนวนนักเดินทางขนาดใหญ่ที่กำลังวิ่งเข้าไปยังบึงมรณะที่จอมมารนั้นพึ่งจะถอยห่างออกมา ดูเหมือนว่าจอมมารจะสามารถผ่านป่าด้านข้างที่ราบสูงโบราณได้อย่างสงบ สถานที่เบื้องหน้าเขาหลังจากที่ผ่านเงาป่าพงไพรมานั้นคือด่านตรวจคนเข้าเขตุการค้าขาย ดูเหมือนมันจะเหมือนกับเมืองเล็กๆที่ให้นักเดินทางได้พักผ่อนและเตรียมตัวในดันเจี้ยนแห่งนี้ ถ้าเกิดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจอมมารเข้าล่ะก็เขาคงจะไม่ได้ไปยัง Halure ได้ทันค่ำนี้แน่ๆ


Player Reaction : จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า To Be Continue
โพสต์ 14-6-2010 23:16:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 20-6-2010 21:04

Asia : Eureka_GL_World


Asia Item
Asia Recovery skill
Asia Passive skill
Asia Active skill
Asia Special ability
Room mate :


" แต่ผมเพิ่งออกมาเมื่อสักครู่นิเองนะ ก็น่าจะอยู่ล่ะครับ "

ผมลองเคาะประตูดูอีกครั้งนึง

" มายูมิจัง ~ อยู่ไหม ~ "

หรือว่าเธอไม่อยากมาต้อนรับพวกเรากันนะ
แต่แค่มาถามถึงคําสาปเท่านั้นเอง ทั้ง ๆ ที่อยากช่วย

? ? ? : เฮ้อ ~ สงสัยคงจะต้องรอจนกว่าคุณเธอจะออกมาแล้วล่ะ ไว้เจอกันใหม่นะนายผมสีฟ้า - เขาค่อยๆเดินจากไปทางอื่นทันที -

ดูเหมือนในบ้านจะไม่มีเสียงตอบกลับใดๆออกมาเลย สงสัยชายหนุ่มคงจะต้องรอวันถัดไปเสียแล้วกระัมัง

คังโดริ มิทสึ : ดูเหมือนว่าเจ้าของบ้านจะไม่ค่อยต้อนรับเราเท่าไรนะค่ะคุณเอเซีย - หญิงสาวเอ่ยขึ้นขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินทางออกมาจากบ้านหลังนั้นอยู่ -


" ก็คงอย่างงั้นล่ะครับ ยังไงซะเหตุผลที่เรามาที่นี้ก็เพราะ ต้องการมาหาตัว มายูมิ จัง และขอความร่วมมือ ถ้าเขาไม่เอาด้วย ก็คงไม่ได้ล่ะมั้งครับ "

ผมเดินตรงไปเรื่อย ๆ จนมาถึงที่รับเควส

" ผมว่าเรามาหาอะไรทําก่อน ดีไหมครับ ให้เกียรติ์ คุณคังโดริ เลือกเควสเลยครับ "
หญิงสาวมองใบเควสและเลือกเควสที่ง่ายที่สุดก่อนทันที ล่าแมงมุมและด้วงนั่นเอง หญิงสาวค่อยๆยื่นใบเควสให้กับเอเซีย

คังโดริ มิทสึ : เอาเป็นเควสนี้แล้วกันนะ น่าจะไม่ยากเกินความสามารถของพวกเราหรอก - หญิงสาวยิ้มให้กับชายหนุ่ม -

ขณะที่คังโดริยิ้มให้เอเซียนั้น ตัวของชายหนุ่มเองก็ได้สัมผัสถึงรังสีอาฆาตแบบแปลกๆเหมือนกับคนที่เขาคุ้นเคยกับลังจ้องมองเขาอยู่ - กร้อบ - เสียงกำแพงหักดังขึ้นที่ข้างหลังของเขาดูเหมือนมันจะร้าวเป็นรอยนิ้วมือเรียวของหญิงสาวคนหนึ่ง


รอยมือของผู้หญิง... ทําไมตั้งแต่มาเมืองนี้
เรารู้สึกไปเองไหมนะ ว่ามีแต่ผู้หญิงชอบใช้ความรุนแรง
แต่ไอความรู้สึกคุ้นเคยนิมันอะไรกัน... ไปล่าแมงมุมดีกว่า ~

" ไปกันเถอะครับ คุณคังโดริ รีบทําเควสให้เสร็จแล้วไปพักผ่อนดีกว่าครับ "

ผมกับคุณคังโดริ เดินออกมานอกเมืองเพื่อตามหาแมงมุม และก็เจอมันเกาะกลุ่มกันอยู่พอดี โดยที่ยังไม่ทราบจํานวนที่แน่นอน

" เอาล่ะนะครับ คุณคังโดริ "

+ VS 4 ตัว

เอเซีย Hp 18 / 18 Atk : 44 Evade : 18 Def : 24 Dex : 2 โจมตี Trixter ( 1 ) Hp 30 / 30 Atk : 10 Evade : 15 Def : 10 Dex : 5 > Dex 2 - Evade 15 > 0 Miss

Trixter ( 1 ) Hp 30 / 30 Atk : 10 Evade : 15 Def : 10 Dex : 5 โจมตี เอเซีย 18 / 18 Atk : 44 Evade : 18 Def : 24 Dex : 2 > Atk 10 - Def 18 > Hp 1 - 18 > 17 / 18

คังโดริ Hp 30 / 30 Mp 28 / 28 Atk : 25 Evade : 2 Def : 46 Dex : 5 Magic : 28 โจมตี Trixter ( 1 ) Hp 30 / 30 Atk : 10 Evade : 15 Def : 10 Dex : 5 > Skill > Magic Trasher Mp 5 - 28 > 23 / 28 : Atk 25 - Def 10 > 15 Dmg : Magic 28 - Magic 5 > 23 Dmg : 1st Physical Hit 15 - 30 > 15 / 30 2nd Magic Hit 23 - 15 > 0 / 30

เอเซีย Hp 17 / 18 Atk : 44 Evade : 18 Def : 24 Dex : 2 โจมตี Trixter ( 2 ) Hp 30 / 30 Atk : 10 Evade : 15 Def : 10 Dex : 5 > Atk 44 - Def 10 > 34 - 30 > 0 / 30

Trixter ( 3 ) Hp 30 / 30 Atk : 10 Evade : 15 Def : 10 Dex : 5 โจมตี เอเซีย 18 / 18 Atk : 44 Evade : 18 Def : 24 Dex : 2 > Atk 10 - Def 18 > Hp 1 - 17 > 16 / 18

คังโดริ Hp 30 / 30 Mp 23 / 28 Atk : 25 Evade : 2 Def : 46 Dex : 5 Magic : 28 โจมตี Trixter ( 3 ) Hp 30 / 30 Atk : 10 Evade : 15 Def : 10 Dex : 5 > Magic 28 - Magic 5 > 23 - 30 > 7 / 30

เอเซีย Hp 16 / 18 Atk : 44 Evade : 18 Def : 24 Dex : 2 โจมตี Trixter ( 3 ) Hp 7 / 30 Atk : 10 Evade : 15 Def : 10 Dex : 5 > Dex 2 - Evade 15 > 0 Miss

Trixter ( 3 ) Hp 7 / 30 Atk : 10 Evade : 15 Def : 10 Dex : 5 โจมตี คังโดริ Hp 30 / 30 Mp 23 / 28 Atk : 25 Evade : 2 Def : 46 Dex : 5 Magic : 28 > Atk 10 - Def 46 > 1 - 30 > 29 / 30

คังโดริ Hp 30 / 30 Mp 23 / 28 Atk : 25 Evade : 2 Def : 46 Dex : 5 Magic : 28 โจมตี Trixter ( 3 ) Hp 7 / 30 Atk : 10 Evade : 15 Def : 10 Dex : 5 > Atk 25 - Def 10 > 15 - 7 > 0 / 30

แมงมุมตัวที่ 4 ถอยไปตั้งหลักไกลเกินไปจึงตกน้ำตาย

Gain : Exp 90 ( ตัวที่ 4 อด ) / Insect leg * 3 / Insect body * 1 ( อด Insect body 2 ชิ้นเนื่องจากแมงมุมโดนฟันขาดช่วงลำตัว )

คังโดริ มิทสึ : แค่แมงมุมไม่กี่ตัวไม่เท่าไรหรอก - หญิงสาวพูดขึ้นด้วยท่าทางแก่นแก้วของเธอและชี้นิ้วขึ้น - ไปทางนู้นกันดีกว่าค่ะคุณเอเซีย - เธอยิ้มขึ้นด้วยใบหน้าที่แจ่มใสและเดินนำชายหนุ่มไปทันที -

ระหว่างที่เอเซียกำลังหาแมงมุมและด้วงที่เหลือนั้น เขาก็รู้สึกถึงจิตสังหารอันรุนแรงมากกว่าเดิม มันรุนแรงยิ่งกว่าก่อนที่เขาจะออกจากเมืองซะอีก - แคว้ก !! - เสียงข่วนที่ต้นไม้ด้านหลังเขาดังขึ้น บนลำต้นของต้นไม้นั้นถูกข่วนลึกเป็นรอยทางไปตามแนว ดูเหมือนว่าจะมีคนสะกดรอยตามเขามาจริงๆและกำลังโมโหเขาจนขนาดเอาชีวิตได้เลย แต่ที่น่าแปลกที่สุดคือรังสีอาฆาตนี้จะแสดงขึ้นเมื่อเขากำลังมีความสุขกับคังโดริในขณะเดินทางไม่ว่าจะแบบไหนก็ตาม . . .


จากกําแพงเป็นต้นไม้... บังเอิญน่า คงมีสัตว์ป่าแสนดุร้าย ที่อยากระบายอารมณ์กับต้นไม้ล่ะมั้ง
ตอนนี้มันคงอารมณ์ดีแล้วแน่ ๆ ฮะฮะ ดีใจด้วยน้า ~
เอาล่ะ ตามหาแมงมุม กับด้วง ~

" ไปหาตัวที่เหลือกันเถอะครับ คุณคังโดริ "

ผมเดินเข้าไปในป่าเรื่อย ๆ แล้วในที่สุดก็เจอเป้าหมาย แมงมุม และ ด้วง ไม่ทราบจํานวนเกาะกลุ่มกันอยู่

" เอาล่ะนะครับ คุณคังโดริ "

คราวผมไม่รีบพุ่งเข้าไปโจมตี และใช้ความสามารถควบคุมลม ทําให้เกิดพายุขนาดเล็ก การดงมอนสเตอร์
ให้พวกมันลอยชนกันเองบนท้องฟ้า และ ค่อยออกไปโจมตีธรรมดาไปเรื่อย ๆ

ดูเหมือนว่าเขาจะไม่พบกับแมงมุมหรือด้วงตัวเป็นๆในระแวกนี้เลย จะพบก็มีแค่ซากของแมลงซึ่งถูกฆ่าอยากโหดร้ายและทารุณ ( ดูเหมือนว่าคนฆ่าจงใจจะทิ้งซากไว้เยาะเย้ยเอเซีย )

Action : 1 ) กลับเมืองก่อนดีกว่าวันนี้ 2 ) ตะโกน " ชื่อคน " ออกมาพร้อมกับพูดขึ้นว่า " อะไรก็ว่าไป " 3 ) ดำเนินการค้นหาแมลงต่อไป 4 ) อื่นโปรดระบุ


งั้นวันนี้คงกลับเมืองก่อนดีกว่า
ด้วงอรกตัวค่อยว่ากันล่ะกัน แต่พวกนี้เป็นฝีมือใครกันนะ...
เอาเถอะ...

" คุณคังโดริ พวกเรากลับกันก่อนดีกว่าครับ "

ดูเหมือนระหว่างทางกลับก็ยังมีสายตาจ้องจะกินเนื้อกินตับของเอเซียเป็นระยะๆ ตลอดทางจนกระทั่งเอเซียมาพบกับชายหนุ่มผมสีขาวคนที่เจอหน้าบ้านของมายูมิเข้า

? ? ? : อ้าว !! ไงสวัสดี ชั้นว่าตอนนี้พวกเราคงจะไปพบกับเจ้าของบ้านหลังนั้นได้แล้วล่ะ . . . ว่าแต่ว่า ผู้หญิงผมสีเหลืองคนนั้นแอบตามนายมานานเท่าไรแล้วน่ะ - ทันทีที่ชายหนุ่มชี้นิ้วไป สายตาของคังโดริก็ได้หันตามไปทันทีแต่พวกเขาก็ต้องพบกับความว่างเปล่า - เร็วชะมัดเลยแฮะ

Action : 1 ) เรื่องงานสำคัญกว่าไปพบมายูมิที่บ้านอีกครั้ง 2 ) ไม่สนใจแล้วตามหญิงสาวปริศนาคนั้นไปทันที 3 ) ยืนคิด . . . ( -_- " ) 4 ) อื่นๆโปรดระบุ


ผู้หญิงผมสีเหลือง... ความรู้สึกที่คุ้นเคย... ไม่จริงน่า !
เธอตามเรามาตลอดเลยงั้นเหรอ !?

" คุณคังโดริไปก่อนเลยก็ได้ครับ ผมมีเรื่องต้องทําก่อนสักครู่น่ะครับ "

หลังจากพูดจบ ผมก็รีบวิ่งตามผู้หญิงผมสีเหลืองคนนั้นไปทันที
คังโดริ มิทสึ : เอ๋ . . . ? เดี๋ยวสิค่ะคุณเอเซีย . . . - หญิงสาวเรียกชายหนุ่มไว้แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ทันเสียแล้ว - ไปซะแล้ว . . . เขาจะไปทำอะไรกันนะ ?

สายลมพัดพาบางเบา แสงแดดยามเย็นเผยบรรยากาศที่ขาดหายไป หญิงสาวผมสีสะท้อนกับแสงอาทิตย์เป็นสีทองอร่ามในชุดโกทิคยาวสีดำ หญิงสาวหยุดวิ่งลงโดยที่ไม่ยอมหันมามองชายหนุ่มแม้แต่หางตาเลย

? ? ? : . . . . - ไม่มีเสียงใดๆออกมาจากหญิงสาวเบื้องหน้าของเอเซีย -


ผ่านมาหลายปีแล้วสินะ ตั้งแต่วันนั้น
ไม่จําเป็นที่จะต้องถามชื่อหรือสิ่งอื่นใด
กับผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเลยสาบานจะอยู่ด้วยกันตลอดไป
เพียงแค่เห็นครั้งแรก ผมก็รู้ คนที่ผมมองอยู่คือเธอคนนั้น
ผมรู้ตัวดีว่าต้องทําอะไรสักอย่าง...

" เอ่อ... "

อะไรบางอย่าง... อะไรบางอย่างที่ผมต้องบอกกับเธอ
บางสิ่ง... บางอย่าง...
อะไรบางอย่าง... แล้วจะพูดอะไรดีล่ะ...
เอาไงดีล่ะ...
ผมจะพูดยังไงดี... ถ้าผมพูดกับเธอล่ะก็...

หญิงสาวค่อยๆหันหน้ามาทางเอเซีย



? ? ? : มีธุระอะไรกับชั้นงั้นเหรอ ? - หญิงสาวถามเสียงเรียบพร้อมกับส่งสายตาที่คุ้นเคยมาที่ชายหนุ่ม -


" อ่ะ... อา... "

เธอ... จําผมไม่ได้เหรอ...

" ผมไง... ผมเอง... เอเซียยังไงล่ะ !! "

ผมตะโกนออกไปสุดเสียง...

? ? ? : ชั้นจำนายไม่ได้หรอกเอเซีย - หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปากทันทีหลังจากที่เธอเผลอหลุดปากพูดชื่อของชายหนุ่มออกไป เธอค่อยๆหันกลับมาทางเอเซีย - เจ้าคนบ้า !! คนหลายใจ !! เมื่ออาทิตย์ก่อนควงผู้หญิงผมสีชมพู !! สองวันต่อมาเดินไปกับเทพธิดา !! แถมเมื่อเช้ายังบุกบ้านเด็กตัวเล็กนิดเดียวอีก !! ชั้นไม่สนใจนายแล้วจะไปไหนก็ไปเลยนะ !! - หญิงสาวตะโกนออกมาต่อหน้าชายหนุ่มทันทีและทำท่าจะวิ่งหนีไป -


" เข้าใจผิดแล้วนะครับ !! "

ผมรีบกระโจมไปจับมือเธอเอาไว้ เพื่อไม่ให้เธอวิ่งหนีไป

" ผู้หญิงผมสีผมพูคนนั้นน่ะ คุณคังโดริน่ะ... เป็นรูมเมทของผมเท่านั้นเองนะครับ ! ส่วนเทพธิดาที่ว่าก็คุณคังโดรินั้นแหละ ! ส่วนที่ผมเข้าไปในบ้านคุณมายูมิ ก็เพราะเธอมีพลังที่สามารถช่วยคนทั้งโลกนี้ไว้ได้นะครับ !"

ผมพูดรัวไม่หยุด เพื่อตอบสิ่งที่ผู้หญิงผมเหลืองตรงหน้าเข้าใจผิดอยู่

" ผมน่ะ... ผมอยากช่วยโลกใบนี้นะ... ช่วยเข้าใจผมด้วยเถอะ... อาตัน... "

( อาเธน่า เทนอส ) อาตัน ( เฉพาะเอเซีย ) : เฮอะ !! - หญิงสาวสะบัดมืออกและงอลตุ้บป่องทันที - ช่วยโลก ช่วยโลกอยุ่ได้ ชอบหาเรื่องให้ตัวเองเหมือนเดิมไม่มีผิดเลยนะ - หญิงสาวบ่นเล็กน้อยถึงปานกลางและบ่นต่อไป - ชั้นยังไม่เชื่อนายหรอกนะ จนกว่าชั้นจะรู้ด้วยตัวเองน่ะ - หญิงสาวเอ่ยขึ้น แต่ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าก็ย่างกรายเข้ามาด้านหลังของชายหนุ่ม คมดาบคาตานะยาวได้เงื้อเข้าฟันที่ตัวของเอเซียทันที !! -


ในขณะนั้น ตัวผมรู้สึกดีใจที่ได้พบกับ อาตัน อีกครั้งจนไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
ทําให้ผมไม่รู้สึกถึงคมดาบที่กําลังใกล้เข้ามาที่ตัวผมเรื่อย ๆ ผมที่ไม่รู้สึกถึงจิตสังหารใด ๆ เพราะอารมณ์ตอนนี้กําลังปลื้มใจสุด ๆ
ก็ได้สังเกตุสีหน้าของ อาตัน ที่ดูแปลก ๆ ไป

" เอ๋ มีีอะไรรึครับ มีอะไรอยู่ข้างหลังผมงั้นเหรอ "

ผมหันไปมองด้านหลังของตนเอง ก็พบว่า คุณลูกะ ที่เจอกันที่บ้านของมายูมิจัง
ฟาดคมดาบของเธอเข้ามาที่ร่างของผมซะแล้ว...
เลือดของผมสาดกระเด็นขึ้นสู่ท้องฟ้า

" อ๊าก !! "

ร่างของผมค่อย ๆ ทิ้งตัวลงสู่พื้นดิน

ระหว่างที่สติเลือนลางอยู่นั้นเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องที่ติดขัดของอาตัน แต่ดูเหมือนจะมีพลังอะไรบางอย่างห่อหุ้มตัวเขาไว้ขณะนั้น ซึ่งดูเหมือนมันจะกระตุ้นสิ่งนั้นในร่างกายของเขาเสียด้วย ไม่ทันทีพลังนั้นจะกลืนกินร่างกายของเขาไปมากกว่านี้ สิ่งที่กระตุ้นนั้นก็ได้จางหายไป ภายในคฤหาศหลังหนึ่งดูเหมือนว่าขณะนั้นมันจะเป็นเวลาตีสี่ ร่างของหญิงสาวนั่งอยู่บนพื้นพร้อมกับเกยหน้าหลับอยุ่บนเตียง ดูเหมือนว่าเธอจะปฐมพยาบาลและรักษาเขาด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งด้วยพลังของเธอเอง คราบน้ำตาจางๆยังคงคาอยู่บนใบหน้าที่สลบสไลของเธอ


ผมค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียง

" อุ้ย... "

อาการบาดเจ็บยังคงหลงเหลืออยู่ แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจกับแผลของตัวเองมากเท่าผู้หญิงที่นอนอยู่ข้าง ๆ
ผมลุกขึ้นจากเตียงและนําผ้าห่มมาห่มตัวของเธอไว้

" ขอบคุณนะ...อาตัน... "

ผมยิ้มและกล่าวขอบคุณโดยไม่สนใจว่าเธอจะได้ยินหรือเปล่า

" ทําไมกันนะ อยู่ ๆ คุณลูกะถึงได้เข้ามาโจมตีแบบนี้ "

ผมค่อย ๆ เดินไปนั่งที่เก้าอี้อีกตัวแล้วคิดเรื่องของคุณลูกะ
บนโต๊ะชั้นวาง ได้มีภาพของชายหนุ่มและหญิงสาวในช่วงเวลาที่เขายังคงเยาวัยกันอยู่เต็มไปหมด รวมไปถึงภาพช่วงเวลาก่อนที่พวกเขาจะจากกันได้ไม่นานด้วย พร้อมทั้งยังมีแหวนวงเดิมที่มีเพียงทั้งคู่เท่านั้นที่เข้าใจในความหมายของมันวางโชว์ไว้ข้างๆกับรูปภาพแห่งความทรงจำมากมายนั้น ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะไม่เคยลืมเอเซียไปเลยแม้แต่วินาทีเดียว แม้กระทั่งนาฬิกาล้อกเกอร์ของเธอที่กำอยู่ในมือยังมีรูปของชายหนุ่มติดคาไว้อยู่ ดูเหมือนว่าเธอคงจะยังไม่ตื่นขึ้นมาง่ายๆจนเช้าเสียแล้ว ทว่าเรื่องที่น่าจะกังวลไม่แพ้กันในตอนนี้ก็คือเหตุผลที่ลูกะเข้ามาโจมตีเขาก่อนโดยกระทันหันนั่นเอง


" อาตัน... ขอบคุณนะ... ที่ยังไม่ลืมผม... "

ผมยังคิดเหตุผลที่ลูกะพุ่งเข้ามาทําร้ายผมไม่ได้เลย
ถึงตอนที่อยู่ในบ้านมายูมิจัง เธอจะชักดาบขึ้นมาเหมือนกันก็จริง
แต่ความรู้สึกตอนนั้น เธอทําเพื่อปกป้องคุณมายูมิ เพราะคิดว่าพวกเราจะนําเรื่องเดือดร้อนมาให้เธอ
คุณลูกะที่โผล่มาแบบนี้... แ่ย่แล้ว ! แล้วคุณคังโดริ กับ ผู้ชายคนนั้นจะเป็นยังไงบ้างเนี้ย !
ชักเป็นห่วงแล้วแฮะ แต่อาตันตอนนี้...

ผมมองอาตันที่กําลังหลับอยู่ และเผลอยิ้มออกมาเล็กน้อย

นั้นสินะ ตอนนี้เ้ป้าหมายของคุณลูกะคือผม... ถ้าหากเธอโผล่มาล่ะก็...
คงจะคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วล่ะ... แต่คงมีแต่วิธีนี้แล้วล่ะนะ... ไม่อยากทําเลยแฮะ

ผมเดินเข้ามาใกล้ ๆ ร่างของอาตันที่กําลังหลับอยู่พร้อมลูบหัวของเธอเบา ๆ

" หลับให้สบายนะครับ อาตัน... "

สิ้นเสียงผมก็เดินออกไปยืนอยู่หน้าบ้าน รอการมาเยือนของผู้ที่ปล่อยจิตสังหารรุนแรงที่กําลังใกล้เข้ามา

" GL Swords "

ดาบขนาดใหญ่ลอยลงมาจากท้องฟ้าลงสู่มือของผม

ตอนต่อไป ~
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 11-8-2020 17:36 , Processed in 0.190018 second(s), 24 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้