Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: tesstrossa

[Play][V.1][Start !!] Role : The world

  [คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 9-5-2010 20:38:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 25-5-2010 05:04

AS : [ - - - - l - - - - l - - - - l - - - - l - - - - ]
Ulquiorra Schiffer : aonmoji2


Ulquiorra Item
Ulquiorra Recovery skill
Ulquiorra Passive skill
Ulquiorra Active skill
Ulquiorra Special ability
Room mate :

ที่อยู่อาศัย :


อุลคิโอร่า- ............  [แปลว่าเงียบนะ]
จากนั้นอุลจังจึงเดินไปห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาและเดินไปหาของกินต่อในตู้เย็น
โดยไม่สนใจ คนรอบข้าง  หนำซ้ำ นี่แก ที่เข้ามาบ้านของข้าหน่ะ ไปหาอะไรอร่อยมาให้กินทีซิ ถ้าไม่อร่อย เจื๋อนทิ้งแน่

ชายหนุ่มหัวเสีย ควัญพุ่งออกจากหูเหมือนภูเขาไฟระเบิดทันที

? ? ? : ว้ากกก !! ( สรรพนาม ) ไม่ใช่คนรับใช้ของ ( สรรพนาม ) นะเว้ยยย !! - ชายหนุ่มตะโกนลั่นบ้าน เขาลากอุลคุงออกไปวางนอกบ้านทีหน้าประตูทันที -


อุลจังทำหน้าแบบว่า เซง
อุลคิโอร่า-ชิไหงเป็นงี้ไปได้ เอ้านี่ สำเนาการย้ายเข้ามาอย่างถูกต้อง  และขอบอกไว้เลยนะว่า ข้านี่ล่ะ จะเป็นราชา ฮ่าฮ่าฮ่า
หลังจากนั้นอุลจังก็ได้เข้าไปข้างใน

ต่อเลยจร้า

หน้าของรูมเมทของว่าที่ราชาเอือมระอากับเขายิ่งนัก เขาคว้ากระดาษมาดูพร้อมกับช้อกหน้าซีดเมื่อพบว่าขโมยทุบกระจกหลังบ้านเขาคือเด็กใหม่ย้ายเข้าที่จะต้องมาอยู่ที่นี่เหมือนกัน

? ? ? : แก้ !! ไอ Well มาทุบกระจกบ้านตัวเอง !! แล้วยังจะมาทำหน้าเป๋อเล๋ออีก !! ก่อนอื่นก็ต้องมาพิสูจน์ความจริงใจด้วยกานช่วยชั้นซ่อมกระจกก่อนเลย มา!! - ชายหนุ่มพูดพร้อมทั้งขยำกระดาษที่อุลคุงยื่นให้เก็บเข้ากระเป๋ากางเกง และลากอุลคุงไปช่วยเขาซ่อมกระจกทันที -


อุลจังทำหน้าเซงเซง
อุลคิดโอร่า-ชิ พวกสวะ ทำคนเดียวก็ไม่เป็น  ชั้นไม่สนไปช่วยคนอย่างแกหรอก
และ แล้วอุลจังก็ช่วยซ่อมเสร็จ
อุลคิโอร่า- เฮ้ย~ ซ่อมเสร็จซะที นี่ เจ้าหน่ะ  เฮ้ ทาส!!!  เจ้ามีนามว่าอะไร  ข้าจะได้เรียกถูก
เอ่อ และก็หาอะไรให้ข้าด้วย แต่ข้าไม่ได้หิวหรอกนะ  [โครก เสียงท้องของ อุลจัง [น่าร๊ากกกกก]
และก็รีบเข้านอนได้แล้ว [หน้า เขิลเขิลเล็กน้อย]

ยาชิโร่ สึบาสะ : ว้าก !! ช้านไม่ใช่ทาสแก๊ !! ช้านเป็นรูมเมทว้อย !! ชื่อ ยาชิโร่ สึบาสะ !! หิวแล้วล่ะสิ หึหึ !! หมดฤทธิ์แล้วสิท่า เอาล่ะเดี๋ยวจะทำอะไรให้ทาน

ว่าแล้วเขาก็หยิบห่อบะหมี่สวยหรู ที่ห่อด้วยกรอบพลาสติกสีทองคำ ( มาม่า ) เขาจับเส้นอย่างกระชับและถ่วงลงในน้ำร้อนอย่างทารุณ เขาได้โรยสารพิษ(ผงชูรส)ลงไปพร้อมกับหมูสับ ไข่ดิบ และหอมเล็กน้อย ทำให้ผู้เคราห์ร้ายขึ้นอืด ( ย้ำว่า มาม่า ) เขาวางไว้บนโต๊ะพร้อมตะเกียบให้อุลคุงเป็นอาหารมื้อต้อนรับ ~


ระหว่างนั้น อุลจัง ก็ได้กลิ่น หอม ตุตุ[ถูกชิมิ]
ได้ตื่นจากการหลับไหลโดยฉับพลัน  โอ้ว   แกไม่ต้องเป็นทาสข้าก็ได้นะ แต่ว่า แกต้องคอยอำนวยความสะดวกทุกอย่างให้ข้า

และเจ้าจะมีความสุข  
หลังจากนั้น ก็ได้โซ้ย มาม่า หมด โดยเฉียบพลัน[ท่านอุลต้องทานเยอะเพราะว่าร่างกายเผาผลาญพลังงานได้ไวมากมาก]

และแล้ว  ก็..ก็.....ก็..............ก็
อุลคิโอร่า-งั้นราตรีสวัสด์[ได้หลับไหลบนโซฟาโดย อ่อนเพลียมาก]

ชายหนุ่มเครียดกับรูมเมทแอ๊บซึนๆคนใหม่ของเขา เขาได้ยกมือปาดเหงื่อและไปเข้านอนที่ห้องของเขา เขาคงจะเครียดกับรูมเมทใหม่ของเขาและ . . . ฝีมือในการจัดการบ้านอย่างย่ำแย่ของเขา เช้าวันใหม่ต้อนรับรุ่งสางของอุลจัง วันใหม่นี้เขาจะทำอะไรเป็นอย่างแรกกันนะ . . .


   ณ  เช้าอากาศสดใส เสียงนกบรรเลงเพลงยามเช้า  สายลมอ่อ่น แบบพลิ้วไหว
อุลจังได้ออกไปเก้าพริบตาเล่นรอบเมือง- -* ออกกำลังกายยามเช้าพอกลับถึงบ้าน ก็เกิดอาการ หิว มากมาก[ร่างกายท่านอุล เผาผลาญ พลังงานแบบสุดสุด]
อุลคิโอร่า-เห้ย  ข้าหิวแล้ว หิวหิวหิว  ข้าไม่เอา มาม่า รสเดิมนะ เปลี่ยน รสบ้าง หรืออะไรก็ได้เอามาเสิร์ฟข้าเยอะเยอะ ไวไวด้วย

ชายหนุ่มมองรูมเมทของเขาด้วยสีหน้าซลึมซลือยังไม่ตื่นนอน เขาเปิดตูชั้นบนและหยิบมาม่ารสต้มยำออกมาสองห่อและใส่ลงในน้ำพร้อมทั้งตอกไข่และหั่นหมู่สับกับผักลงไปพร้อมด้วยเครื่องปรุงจากนั้นเขาก็น้ำมันอุ่นเข้าในไมโครเวฟด้วยความร้อนสูง - ปัง โพล๊ะ เพล้ง - เสียงไข่ดีดแตกกระจายทั่วไมโครเวฟ จากนั้นเขาก็นำมาม่ารศใหม่มาเซิร์ฟพร้อมกับกลับไปทำควาสะอาดไมโครเวฟ

ยาชิโร่ สึบาสะ : อะกินซะ สูตรไข่แดงพิโรธ ระวังมันเผ็ดหน่อยนะ แต่คงไม่มากล่ะมั้ง กินเสร็จแล้วจะทำอะไรต่อล่ะ . . . อย่าบอกว่านายจะนอนต่อนะ ?


ข้า ชักรู้สึกเบื่อๆ  เออ จิงสิ เจ้าไปซื้อของเตรียมตัวกับข้าที่สิ
และแล้ว ทั้งคู่ก้อเดินไปเรี่อยๆๆๆๆๆ
อุลคิโอ่ร่า-ไกลจัง                        [ที่จิงเดินวนเลี้ยว ซอยด้านหลังก้อเจอแต่นี่เล่นเดินซะอ้อมเมืองเลย]
อ่าถึงซะที ไหนมีไรน่าสนบ้างกันนะ
อ่า เจอแล้วเจอแล้ว  งั้นข้าเอานี่นี่นี่ นั้นั้และก้อนู้น
Apple  Gel  3 ชิ้น
cure poios bottle...cure paralyze bottle.....cure ston bottle เอาอย่างล่ะขวดนะ

นี่เจ้าทาส  เอ้ยไม่ใช่ เจ้าคนดูแล  เอาไปคิดเงินทีสิ

ชายหนุ่มหยิบเครื่องคิดเลขขึ้นมาจิ้มนับ แต่ความจริงแล้วที่เคาร์เตอร์เขานับเสร็จก่อนตั้งนานแล้วล่ะ

ยาชิโร่ สึบาสะ : 250 G จ่ายเองเลยอย่ามาเหลียม


อุลคิโอ่ร่า- หึหึ เจ้านี่หวังพึ่งไม่ได้เลยนะ ถ้าเกิดข้าไม่ได้เอาตังมาและเราจะทำยังไงกัน หา [โวยวายโดยใช่เหตุ]
เอานี่ไป กระเป๋าตังของข้า เอาไปจ่ายซะ เอ่อ ใช่ ข้าจำได้ ว่ามีเพื่อนอยู่เมืองนี้ไปเดินหากันเหอะ ส่วนของ เจ้าถือ ตามหน้าที่และกัน และทั้งคู่ก็เดินหา  

> 1000 - 250 = 750 G
>> Gain : Apple gel * 3 / cure poison bottle * 1 / cure paralyze bottle * 1 * cure stone bottle * 1

ชายหนุ่มถือของให้อุลคุงและเดินตามแบบเซ็งๆ - แกคิดว่าแกเป็นครายยยยย !! คิดว่าตัวเล็กแล้วน่ารักเรอะ !! ห๊ะ !! - ชายหนุ่มคิดในใจ

ยาชิโร่ สึบาสะ : หา ? เพิ่งมาเมืองนี้ครั้งแรกไม่ใช่เหรอ ? มีเพื่อนอยู่ที่นี่ด้วยได้ไงน่ะ ? ว่าแต่รู้เหรอว่าเพื่อนของนายอยู่ที่ไหน . . .


ข้าไม่รู้หรอกว่ามีเพื่อน  มันเป็น เซ้น ส่วนตัว
ส่วนที่เดิน ก็เดินหาเพื่อนไง  ชิชิ  แกอย่าบ่นมากหน่า เดินเดิน ตามตามมาเหอะ และทั้งคู่ก็เดินหาต่อไป
และอุลจังก็บ่นพึมพำคนเดียว  งุงิงุงิ ข้า น่าร๊าก ข้า น่าร๊ากกกกก

ชายหนุ่มเหงื่อตก เขาหยิบคอเสื้อด้านหลังของอุลจังขึ้นมาทันทีและเดินกลับไปทางบ้าน

ยาชิโร่ สึบาสะ : หนอยแน่ !! ที่แท้ก็มาเดินเล่นเสียเวลานี่เอง !! กลับบ้านแล้วไปทำงานหาเงินดีกว่านะ มานี่เลย !!


และ แกรู้เรอะ ว่า มีงานอะไรที่ไหน แต่ที่แกจับคอเสื้อ ข้าคงรู้สินะวาสหมายความวายังไง เจ้าคิดผิดตั้งแต่เลือกข้าเป็นเป้าหมายแล้ว [คิดจะแกล้ง เต็มเหนี่ยว]

งั้นเจ้าพาข้าไปและเลิกดึงเสื้อข้าได้แล้ว เจ้าไพร่  เอ้ยไม่ใช้  คนดูแลทุกอย่างในบ้าน  [ลงท้ายคำพูด คนรับใช้ แบบ พึมพำเงียบๆ]

ชายหนุ่มพาอุลจังมายังที่รับเควสทันที สาวน้อยผมสีขาวยืนรับ-ส่งเควสจากนักผจญภัยมากมายที่ผ่านมาในระแวกนี้

ยาชิโร่ สึบาสะ : ที่นี่ล่ะที่ทำงาน Part time ของชั้น แต่ว่านายเพิ่งมาเมืองนี้สินะ ลองรับอะไรง่ายๆมาทำดูก่อนซิ - ชายหนุ่มชี้นิ้วไปที่เควสเคาร์เตอร์ -


งั้น นายก้อ ช่วยแนะนำและกัน ข้าจะไปนั่งรอ อันไหน ง่ายสุดเอามาลองก่อนและกัน
เอ่อ ใช่ และไปหาอะไรมาให้ข้ากินด้วย ข้าไม่เอาที่มันเส้นๆและนะ ข้าอยากลองอย่างอื่นบ้าง

ชายหนุ่มรับเควสจากหญิงสาวมาและยื่นให้อุลจังดู

ยาชิโร่ สึบาสะ : อะงั้นไปเก็บแมงมุม 4 ด้วง 1 แล้วกันวันนี้มีแซนด์วิชเก็บไว้กินหลังจากออกล่าเสร็จ อย่าพึ่งกินเล่นเข้าใจ๊ !! เอาล่ะออกมาหาเงินกันนอกเมืองได้แล้ว - ว่าแล้วเขาก็เดินนำทางอุลคุงออกไปนอกเมืองทันที - จะเริ่มจากทางไหนก่อนดีนะ . . . - เขามองไปรอบๆพื้นที่ -


อุลคิโอร่า-ไปทางไหนเจ้ายังจะถามอีกเรอะ  เจ้านี่ไม่มี ความเด็ดเดี่ยวในการตัดสินใจเลยนะ
ข้าจะไปทางนี้ เจ้าเดินตามข้ามาและกัน
และทั้งคู่ก้อได้เดินไป จน อาจหลงทาง
อุลคิโอร่า- เจ้าจำทางกลับไว้ด้วยนะ จำไม่ได้ อดแซนวิช โอเคนะ

ชายหนุ่มเหล่มองอุลจัง - แซนวิชตูข้าก็เป็นคนทำ !! - เขาคิดในใจเพื่อไม่ให้อุลจังรู้ และเดินตามต่อไปโดยขีดลูกศรทางกลับไว้บนต้นไม้ตลอดทาง พวกเขาเดินมาเรื่อยๆจนถึงกลางป่าและพบกับแมงมุมกลุ่มนึง



4 ตัว


โอ๊วโอ๊ว  อุลจังไม่พูดพล้ำทำเพลง  กะโดด เข้า โจมตีในทันใด   ฉึบฉึบฉับ

อุลจัง HP 16 / 16 Atk : 26 Evade : 46 Def : 22 โจมตี Trixter ( 1 ) Hp 30 / 30 Atk : 10 Evade : 15 Def : 10 > Atk 26 - Def 10 > 16 - 30 = 14 / 30

ยาชิโร่ Hp 20 / 20 Atk : 40 Evade : 26 Def : 16 โจมตีซ้ำแมงมุม Atk 40 - 10 = 30 > Hp 14 - 30 > 0 / 30

Gain : Exp 30 / Insect leg *1 / Insect body *1

แมงมุมที่เหลือทั้งหลายเมื่อเห็นเพื่อนของตัวเองลงไปกองอย่างง่ายดายจึงเริ่มกระจัดกระจายและกำลังจะวิ่งหนี


อุลจัง พุ่งตามแมงมุมตัวหนึ่งด้วยความเร็วสูงที่กำลังจะวิ่งหนี
และเข้าโจมตีแบบประชิดตัว ด้วยดาบสาบอิไอ ของอุลจัง ที่มีความ รวดเร็วสูงและแรง

เหยื่อรายที่สองลงไปนอนกองกับพื้นทันทียังไม่ทันที่มันจะเงื้อขาหนีจากอุลจังก็ได้ลงไปนอนชักดิ้นชักงอซะแล้ว แมงมุมอีกสองตัวที่เหลือได้กระโดดหลบหนีเข้าพุ่มไม้ไปได้และซุ่มโจมตีอุลจังจากเงาต้นไม้
Trixter ( 2 ) Hp 30 / 30 Atk : 10 Evade : 15 Def : 10 โจมตี อุลจัง HP 16 / 16 Atk : 26 Evade : 46 Def : 22 > MISS


Player Reaction : เชิญจ้า
โพสต์ 10-5-2010 00:43:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 21-5-2010 13:18

รีเพลย์เก่า

MelloN : melontaro


MelloN Item
MelloN Recovery skill
MelloN Passive skill
MelloN Active skill
Mellon Special ability
Room mate :


STORY CONNECTION : Letas Mirrorline : matrix5246

VS VS


เมล่อนเริ่มงุนงงกับการต่อสู้ ( สถานการณ์มันไปกันเร็ว ) ไฟที่ลุกทั่วป่า การต่อสู้ของคนสามคน ( มาจากไหนกันฟะ )

เมล่อนที่อุ้มอาสะจังที่สลบอยู่ ( แมลงคงไหม้ไปหมดป่าแล้วละน้องเอ๋ย ) อากาศนั้นเริ่มถูกเผาผลาญขึ้นเรื่อยๆ

( ออกซิเจน ระเหยไปกับ ไฟ ) ควันสีดําพวยพุ่งจากต้นไม้ เสียงกรีดร้องของป่า เมล่อนจึงใช้สว่านเจาะลงไปในพื้นดิน

ซึ่งในจุดนั้นได้มี หลุม กักเก็บนํ้าขนาดใหญ่ เหมือนโบราณสถาน ขนาดใหญ่ นํ้าได้พุ่งขึ้นมาจากพื้น พื้นปฐพีเริ่มแยกออก

ในขนาดนั้น วงล้อมที่ถูกไฟไหม้ ทั้ง 5คน ( ฮินะ เทนโด เซารัน เมล่อน อาสะจัง ) ได้ล่วงหล่นลงไป 4ทิศทาง

เมล่อนได้พบกับหนังสือ เล่มหนึ่งที่ตกมาจากที่ไหนซักแห่ง เรื่องจะเป็นเช่นไรต่อ !!!

เมล่อนได้พลัดหลงกับอาสะจังขณะที่ร่วงลงมาหนั่งสือครึ่งเล่มปกสีดำมืดตกอยู่ตรงหน้าของเมล่อนดูเหมือนมันจะเป็นแค่ครึ่งหลังของทั้งหมดเท่านั้น ทันใดนั้นกำแพงตรงหน้าของหญิงสาวก็ได้ร้าวออก เศษหินทะลายเข้ามาด้วยเปลวเพลิงอันมหาศาล ชายหนุ่มปริศนาตอนนี้ตาด้านขวาของเขาได้กลับมาเป็นสีน้ำเงินปกติแล้ว เขาเดินเข้ามาหยิบเศษหนังสือที่ตกอยู่ตรงหน้าเมล่อนและเก็บมันเข้าเสื้อ เสียงตัดอากาศดังขึ้นอีกครั้ง ดูเหมือนชายหนุ่มในชุดสีแดงจะไม่ยอมเลิกราง่ายๆ เขาใช้มีดสั้นโจมตีไปที่ชายหนุ่มปริศนาคนนั้นทันทีทว่าเขาก็สามารถรับการโจมตีนั้นไว้ได้ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเนตรวงแหวนอีกครั้งหนึ่ง

ชายหนุ่มพลังเพลิง : อืม . . . ท่าทางคุณต้องการหนังสือเล่มนี้เหมือนกันสินะครับ . . . แต่ทว่าผมก็มีภารกิจเหมือนกัน . . . ผมคงจะให้คุณไปไม่ได้ . . . - ดาบของเขาลุกขึ้นเป็นเพลิง เปลวไฟสังหารผ่าพื้นเป็นรอยบาดลึกและคมเฉียบ -

นายแดงรัดรูป : - ชี้นิ้วขึ้นฟ้า - คุณย่าได้บอกไว้ว่า ถ้าชั้นต้องการโชคชะตามักจะเข้าข้างชั้นเสมอ อย่าดิ้นรนไปหน่อยเลย พวกของนายไม่มีทางทำมันสำเร็จหรอก - ว่าแล้วเขาก็ก็กดสวิทย์ที่เข็มขัดและพุ่งเข้าโจมตีชายหนุ่มพลังเพลิงทันที -

VS

เมล่อนที่ยืนอยู่ตรงนี้อาจจะโดนลูกหลงเป้นแน่ เธอพลัดหลงกับอาสะซะแล้วด้วย ดูเหมือนว่าเธอจะทำอะไรตรงนี้ไม่ได้มากนัก แต่หนังสือนั่นมันก็น่าสนใจอยู่ใช่น้อยทีเดียว เธอจะตัดสินใจยังไงกันน้า . . .


เมล่อนพลัดจากการต่อสู้ของชายชุดแดงที่รัดรูป และชายชุดดําผู้มีเนตรและดาบสีเพลิง

เมล่อนได้ออกไปตามหาอาสะจัง ทันใดนั้น ใต้หินได้พบว่ามีใครนอน อยู่ คนนั้นคือใคร !!!

หญิงสาวผมสีชมพูนอนสลบอยู่ใต้ก้อนหินนั้น เธอเหมือนจะพยายามคลานออกมาจากช่องหินที่คับแคบ เธอนั่งพับเพียบจับที่ข้อขาของตัวเอง ดูเหมือนขาเธอจะแพลงเพราะตกลงมาจากที่สูง เธอได้เอาดาบคาตานะไม้ของเธอปักลงที่พื้นและลุกขึ้นมา

? ? ? : โอย . . . เจ็บชมัดเลย . .  เห ? เธอ . . . เป็นใครกันน่ะ ? ที่นี่มันอันตรายนะรีบหาทางออกไปซะ

หญิงสาวผมชมพูพูดกับเด็กหญิงสองเขาที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ เธอค่อยเดินกระเผกไปข้างหน้าตามโขดหิน


เมล่อนเห็นอย่างงั้น ผู้หญิงผมสีชมพู คนนี้คงจะไม่สามารถไปไหนเองได้ถ้าจะช่วยก็น่าจะลําบาก เมล่อนจึงใช้สันมือพาดเข้าไปที่

ท้ายทอยของหญิงสาวและแบกขึ้นบ่า เมล่อนจึงเริ่มตามหาอาสะจังอีกครั้ง ( รูมเมมตรูอยู่หนาย !!! )

หญิงสาวยิ้มให้กับเด็กน้อยสองเขา เธอหัวเราะออกมาเบาๆก่อนที่จะเริ่มพูดขึ้น

? ? ? : อ๊ะ !! ขอบคุณมากนะ แต่ชั้นว่าเธอจะหนีไปก่อนก็ได้นะ เพราะว่าชั้นยังมีอะไรที่ต้องทำอีกน่ะ แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วช่วยพาชั้นไปส่งที่กลางทางหน่อยแล้วกันนะจากนั้นเธอค่อยออกไปยังที่ปลอดภัยก็ได้เพราะว่าแถวระแวกนี้คงจะไม่มีการต่อสู้เกิดขึ้นน่ะ


เมล่อนได้อุ้มพา สาวน้อยปริศนา ขึ้นไป ระหว่างทางก็ พลางหาอาสะจังไป

เมล่อนได้ถามกับหญิงสาวขึ้นว่า ชื่ออะไรเหรอ? เป็นใครทําอะไรมาเหรอ?

และก็เดินขึ้นหลุม ต่อไปเรื่อยๆ พลางมีบางอย่างแฉะอยุ่บนหลังของเมล่อนที่อุ้มหญิงสาวอยู่

พลางเลือดไหลก็มีเสียง ตะโกนร้องขึ้นมา เมล่อนจึง ตรวจดูอาการของหญิงสาวด้านบนก่อน

หญิงสาวแปลกใจเล็กน้อยที่เมล่อนดูเหมือนจะไม่มีท่าทีตกใจอะไรเลย เธอหันซ้ายขวาเหมือนมองหาใครซักคนและก็หันมาตอบคำถามเมล่อน

คัตสึระ ฮินากิคุ : ชั้นชื่อ คัตสึระ ฮินากิคุ เป็นประธานนักเรียนน่ะ ชั้นกำลังไล่ตามผู้ชายที่ใช้เป็นผู้ไฟอยู่ อุ๊ย . . . ชั้นไปได้แผลมาตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกแค่นี้เอง

เธอลุกยืนขึ้นอีกครั้งโดยเอาดาบไม้ค้ำพื้นไว้และเดินนำทางเมล่อนไปข้างหน้า


้เมล่อนมองที่ ฮินากิคุ อืม เมล่อนหลับตาลงพยักหน้า

เมล่อนเข้าไปอุ้มฮินางิคุตรงไหล่ บอกเป็นคนเจ็บก็ขอความช่วยเหลือคนอื่นซักครั้งก็ดีนะ

แล้วเริ่มไปตามเส้นทางที่ฮินางิคุนํา ทันใดนั้นได้พบกับ ?

หญิงสาวยิ้มเล็กๆให้กับสาวน้อยแล้วก็วางแขนเธอมายังท้ายทอยของเมล่อน

คัตสึระ ฮินากิคุ : อื้ม !! ถ้าเธอพูดถึงขนาดนั้นล่ะก็ ชั้นขอความช่วยเหลือจากเธอซักหน่อยก็แล้วกันนะ - เธอยิ้มให้กับเด็กสาวพร้อมทั้งแววตาที่มุ่งมั่นของเธอ -

พวกเธอค่อยๆเดินตรงเข้าไปในถ้ำจากนั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่กำลังวิ่งมาด้วยความเร็วสูงอยู่ข้างหน้าพร้อมทั้งเสียงที่คุ้นหูของเมล่อน ชาหนุ่มในชุดผ้าคลุมสีขาวได้อุ้มอาสะและมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเมล่อน ดูเหมือนเขาจะมองหาคนรู้จักของเขาและทางออกอยู่เช่นเดียวกัน


เมล่อนที่เห็นอาสะจัง ก็ได้ยิ้มขึ้นแล้วเอามือลูบบนศรีษะของอาสะจังแล้วถามขึ้นว่า กลัวมั้ยเอ่ย?

แล้วหันไปถามกับ ฮินางิคุว่า ชายในชุดสีขาวนี่เพื่อนของเธออย่างงั้นเหรอ?

ฮินะกำลังจะตอบกลับมายังเด็กสาวแต่ว่าเธอก็ต้องหันไปอีกทางซะก่อน ภาพตรงหน้าของเธอเป็นผู้หญิงในชุดกิโมโนเปื้อนเลือดที่กำลังส่งเสียงหลอนกังวาลไปทั่วถ้ำ ขณะเดียวกันอาสะได้สลบเหมือดไปอีกรอบ เธอไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตาของเธอ เธอสลบเหมือดไปอีกรอบและดูเหมือนจะไม่สามารถช่วยต่อสู้ใดๆได้ ถึงแม้ความสามารถของเธอจะจำเป็นมากก็ตามในการต่อสู้ครั้งนี้ : อาสะ : หมดสภาพการต่อสู้ชั่วขณะ เนื่องจากกลัวจนช้อก


+ + + VS

เมล่อนส่ง ฮินางิคุให้เลเตส และวิ่งเข้าไปหาอาสะจังและพยายามปลุกขึ้น

แต่อาสะจังนั้นไม่ตื่นขึ้นมา จึงใช้เหล้า รินใส่ปากของอาสะจังให้ตื่นขึ้นและตั้งสว่านขึ้นเตรียมป้องกัน ผู้หญิงในชุดกิโมโนเปื้อนเลือด

ทันทีที่เหล้ารินหล่นลงปากของอาสะเด็กสาวสำลักเหล้าฟูมปากทันที พร้อมทั้งติดอาการมึนเมากระทันหันจากสุรารสแรงของเมล่นอทำให้เธอหมดสติไปโดยไม่สามารถปลุกขึ้นมาได้อีกนานโขเลย ระหว่างที่เมล่อนกำลังแลดูอาสะจังอย่างเวทนาอยู่วิญญาณตนนั้นก็ได้หายตัวไปและมาโผล่ตรงหน้าของอัศวินหนุ่มตรงหน้าของเด็กสาว ผีเสื้อสีเลือดบินกระพือปีกกระจายออกไป มือของเธอบีบคออัศวินหนุ่มและยกขึ้นอย่างง่ายดาย ผมทีปกปิดแววตาที่แท้จริงของหญิงสาวนั้นทั้งมืดมัวและแฝงไปด้วยบรรยากาศแห่งความกลัวและสิ้นหวัง . . .


เนื่องจากอาสะจังติดมึน ( เพระาของมึนเมา = = ) เมล่อนจึงลองพยายามจับตามร่างกาย หยิกหน้า ดึงหู ขยํ้าหน้าอก เลียหู

และลองทําหลายๆอย่างดู เพื่อให้อาสะจังตื่นขึ้นมาได้ แล้วลองตบหลังให้สําลัก ( มือล้วงปากให้อ้วกออกมา )

เมล่อนได้พูดกับอาสะจังว่า เธอจะเอาตู้คาราโอเกะไม่ใช่เหรอ จะร้องเพลงไม่ใช่เหรอ อย่าพึ่งตายเซ่ ทันใดนั้นก็มีบางอย่างเกิดขึ้นกับอาสะจัง

หญิงสาวลุกขึ้นมาตะโกนแว้ดด้วยเสียงแหบๆของเธอใส่คู่หูทันทีพร้อมกับเขย่าเขาเล็กน้อย

ชิงุเระ อาสะ : จะฆ๋าชั้นรึไงย๊า !! ไม่ใช่สิ่งของน่ะทั้งล้วงทั้งตบทั้งตี - เธอผละมืออกจากคู่หูของเธอและลุกขึ้นมายืนทันที - ตู้คาราโอเกะ !! ใช่แล้ว !! ชั้นจะต้องเอามาให้ได้ ชั้นจะมาตายที่นี่ไม่ได้ !! - แววตาของเธอเปลี่ยนไปกระทันหัน -

ขณะเดียวกันวิญญาณดวงนั้นก็ได้หายตัวไปทิ้งไว้แต่ผีเสื้อสีเลือดตรงหน้ากลุ่มคนนี้ทั้งหมด . . . เธอไปแล้วหรือว่าจะยังอยู่แถวนี้กันแน่นะ . . .


เมล่อน เมื่อเห็น อาสะจังตื่นขึ้นมาก็ ถอนหายใจ ( เห้อไม่ตาย -*- ) และลองจับตามร่างกายดูว่าครบ 32 ส่วนหรือเปล่า

และพูดขึ้น อย่างน้อยก็ตื่นขึ้นมาได้ละน่า ถ้าหลับนานกว่านี้อาจจะโดนผีสิงก็ได้ =w= ผีเสื้อสีแดงที่เลเตสเข้าไปสัมผัสก็ยังบินต่อ

บรรยากาศที่เย็นหวิวเพราะไม่รู้ว่าอยู่ในโบราณสถาน หรืออะไร จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้นหว่า ผีเสื้อสีแดงยังล่องลอยต่อไป . . .

หลังจากที่อัศวินชุดขาวตรงหน้าเมล่อนได้หายไปพร้อมกับผีเสื้อแดงเพราะไปสัมผัสมันเข้า อาสะและตัวเมล่อนเองก็ได้มายืนอยู่ตรงหน้าคฤหาศร้างหลังหนึ่ง บรรยากาศภายนอกก็ดูเหมือนที่พักทั่วไป ทันใดนั้น วิญญาณสาวดวงเดิมได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าเมล่อนและกล่าวทักทายอย่างเยือกเย็น

? ? ? : ยินดีต้อนรับ . . .  - จากนั้นเธอก็ค่อยๆหายไปจากจุดที่ปรากฏออกมา -


เมล่อนเดินจุงมือของอาสะ จังเดินทางเข้าไปที่ คฤหาส์ที่ถูกตั้งขึ้นอยู่ตรงหน้าของตน ซึ่งตะกี้มีวิณญาณดวงเดิมปรากฎ

พร้อมพูดขึ้นกับอาสะจังว่า มีคนออกมายินดีต้อนรับ ก็แสดงว่า เค้าต้อนรับให้เราเข้าไปนั่นละ เมล่อนก็เดินจุงอาสะจังต่อเข้าไปถึงภายในคฤหาส์

อาสะจังไม่ยอมแพ้ดึงเมล่อนกลับออกมาทันที เธอมองหน้าของรูมเมทของเธอและแว๊ดใส่ทันที

ชิงุเระ อาสะ : ยัยบ้า !!!! มันชวนเข้าไปตายแท้ๆ ยังจะวิ่งหน้าตั้งเข้าไปอีก !!!! - เด็กสาวค่อยๆผ่อนเสียง350เดซิเบลของเธอลงมา - ไปทางอื่นเถอะ ชั้นว่าทางนี้ยังไงก็ไม่รอดแน่ๆ


เมล่อน ทําตามที่อาสะจังพูดเดินตาม อาสะจังไปซึ่งมือนั้นจูงกันอยู่ ( ถ้าแขนขาดจะเป็นไงเนี่ย )

ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงหนึ่งปรากฎตัวขึ้นต่อหน้า อาสะจัง และ เมล่อน !!! สิ่งนั้นก็คือ . . .

เสียงลำธารใสสะอาดไหลนั่นเอง ดูเหมือนจะเป็นธารสายยาวที่ไหลไปทางใต้ของหมู่บ้านนี้ . . . .


เมล่อนมองไปที่ลําธารซึ่งไม่พบสิ่งปกติดัน ได้ลองเอามือจุ่มลงไปในนํ้าดู แล้วถามกับอาสะจังว่าจะเก็บนํ้าไปมั้ย ?

เด็กสาวมองลงไปในน้ำ เธอหาเปลือกกะลาขนาดใหญ่แถวนั้นมาและตั้งน้ำขึ้นมา น่าแปลกที่ฉากสยองขวัญน้ำกลายเป็นเลือดนั้นไม่ปรากฏขึ้นมา

ชิงุเระ อาสะ : ก็ดีนะ คนเราขาดน้ำไม่นานก็ตาย ขาดอาหารน่าจะพอ . . . จะหาอะไรกินดีล่ะเนี่ยในที่แบบนี้ . . หรือว่าพวกเราจะต้องหิวตาย !! ม่ายอาวช้านจะกลับบ้านแล้วง่า เมล่อน ชั้นอยากได้ตู้คาราโอเกะด้วย

เด้กสาวร้องงอแงกับรูมเมทของเธอเธอกอดเมล่อนและเอาแก้มถูๆทีแ่ก้มของเมล่อนและคร่ำควญเป็นจังหวะ


เมล่อนได้กอดรูมเมทของตนกลับ และอุ้มขึ้นไปแล้วถามกับอาสะจังจะไปทางไหนต่อหรอ ทางที่คิดว่าจะได้น่ะ แล้วแบกกะลาที่ใส่นํ้าและสัมภาระ

ที่มีอยู่ พร้อมกับ ตัวของอาสะจังเดินไปตามทางทิศที่อาสะจังบอก หลังจากนั้นก็ . . .

เด็กสาวมองไปรอบๆเธอเริ่มใช้ความสามารถพิเศษของเธอมองไปรอบๆและนำทางเมล่อนให้ออกห่างจากพวกวิญญาณพยาบาททั้งหลาย เด็กสาวทั้งสองตรงออกมาจนถึงทางออกของหมู่บ้านแต่ดูเหมือนจะมีพลังอะไรซักอย่างขวางเอาไว้ทำให้ไม่สามารถออกไปได้ ทั้งสองได้แต่จ้องทางออกข้างนอกและย้อนกลับมาในหมู่บ้าน อาสะเริ่มบอกทางเมล่อนใหม่อีกครั้ง ดูเหมือนว่าทั้งสองจะมาหยุดอยู่ ณ กระท่อมเก็บของหลังหนึ่ง ดูเหมือนประตูมันจะล้อกเอาไว้ด้วยกลอนขึ้นสนิมเก่าๆ

ชิงุเระ อาสะ : อย่าพังเข้าไปนะเมล่อนพยายามค่อยๆแงะประตูเบาๆออกมาจะดีกว่าเดี๋ยวพวกวิญญาณจะแห่กันมาทางนี้หมด - ว่าแล้วเด็กสาวก็กระโดดลงมาจากเมล่อนเธอหมอบลงและคอยตรวจจับวิญญาณในขณะที่เมล่อน . . . .


เมล่อนฟังตามที่อาสะจังพูดให้ไปแงะประตูเบา เมล่อนเอาสว่าน แทงเข้าไปในจุดที่ประตูเชื่อมกับผนัง ประตูหล่นลงมา

ภายในกระท่อมนั้นเงียบสนิท เมล่อนถามอาสะจังขึ้นว่า ที่นี่มีอะไรอย่างงั้นเหรอ . . .

ภายในบ้านรกร้างและรุงรังได้มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งหลบกอดเข่าอยู่ในความมืด ตัวเขาแน่นิ่งเหมือนคนตาย แต่ว่าเขายังหายใจอยู่ . . . .



? ? ?

ชิงุเระ อาสะ : ชั้นว่าเขาน่าจะพอรู้อะไรบ้างนะเมล่อนลองถามเรื่องราวและทางออกจากเขาดีกว่า


Player Reaction : เชิญจ้า
โพสต์ 12-5-2010 02:36:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 23-5-2010 04:56

Letas Mirrorline : matrix5246


Letas Item
Letas Recovery skill
Letas Passive skill
Letas Active skill
Letas Special ability
Room mate :


"เมล่อนที่ไหน ชั้นชื่อเลเตสต่างหาก คงหมายถึงเจ้าเด็กมีเขานั่นหละสิ แต่ตอนนี้ช่วยเงียบๆก่อนได้ไหม..(รำคาณว้อย!) เอ้อไม่ต้องห่วงนะชั้นไม่ใช่คนไม่ดี(แต่ก็ไม่ใช่คนดีมาก) เดี๋ยวจะเล่าเรื่องต่างๆให้ฟังระหว่างเดินไปละกัน"แล้วเลเตสก็เล่าไปเดินไปเรื่อยๆ

เธอค่อยๆลดเสียงหวีดแสบหูของเธอลงและขยี้ตามองให้ชัดๆ เธอถอนหายใจออกมาและอยู่นิ่งๆในอ้อมแขนของชายหนุ่ม ดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องที่เลเตสพยายามจะบอกซักเท่าไรนัก

ชิงุเระ อาสะ : ชั้นแค่ออกมาหาเงินไปซื้อตู้คาราโอเกะกับเพื่อนของชั้นเองง่า เรื่องต่อสู้ของชายหนุ่มชุดรัดติ้วกับไฟอะไรชั้นไม่รู้เรื่องหรอก แต่ว่าตอนนี้ช่วยชั้นหาเมล่อนหน่อยสิ ~ เด็กผู้หญิงที่มีสองเขาน่ะ

หญิงสาวทำหน้าอินโนเซ้น เธอขอให้เลเตสช่วยหาคนในถ้ำที่อันตรายนี้ที่อาจจะถล่มลงมาจากการต่อสู้ได้ทุกเมื่อ


เลเตสมองหน้าเด็กสายที่ทำหน้าอินโนเซ้นด้วยอาการปลง...ถึงขีดสุด..
(บ๊ะ... ตูละเซงจริงๆคุยไปก็ไม่รู้เรื่องแน่ๆต้องรีบตามหาเจ้าเด็กมีเขานั่นให้เร็วที่สุดแล้วคืนตัวกลับไป ถ้ำก็จะถล่มมาตอนไหนก็ไม่รู้ต้องรีบแล้ว!!)
สักพักอยู่ดีๆเพดานถ้ำก็เริ่มถล่มมาเรื่อยๆจากข้างหลังเลเตส
"บ๊ะ! นึกยังไม่ทันขาดคำอีแบบนี้ต้อง... จะวิ่งละนะ! จับไว้ให้ดีๆหละ!"
เลเตสวิ่งไปข้างหน้าสุดฤทธิ์เพื่อหนีการถล่มของถ้ำ

เลเตสวิ่งหลบหินถล่มขนาดย่อมของถ้ำดูเหมือนมันจะมากขึ้นเรื่อยๆแรงสั่นสะเทือนทำให้เขาวิ่งเอนตัวได้ไม่สะดวกนัก เด็กสาวกรีดร้องด้วยความตกใจ แต่ดูเหมือนมันจะทำให้หินถล่มลงมามากกว่าเดิมซะอีก ระหว่างทางที่เขาวิ่งมาเหมือนรูปแบบหินที่หล่นลงมาจะแปลกๆไปหญิงสาวผมสีขาวได้หยุดร้องกรี๊ดและบ่งบอกทิศทางหินเพื่อให้เลเตสหลบได้อย่างทันท่วงที ดูเหมือนเธอจะเห็นอะไรบางอย่างที่ชายหนุ่มไม่สามารถมองเห็นได้ หลังจากพวกเขาวิ่งมาได้ซักพักก็ได้พบกับประธานนักเรียนและหญิงสาวสองเขานั้น เด็กสาวกระโดดลงจากเลเตสและวิ่งไปหาเพื่อนของเธอทันที เลเตสได้มองเห็นช่องว่างที่เขาอาจจะสามารถใช้หลบหนีไปได้แล้วแต่ว่าลางสังหรของเขาบอกว่ามีบางสิ่งตามเขามาจากทางเดินที่เขาวิ่งมาเมื่อกี้ สัมผัสของความกระหายเลือดรุนแรงมากแต่เขาเองไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย


"มีอะไรกำลังมา.. ไม่ได้การละ.. รีบออกไปกันเร็ว!!"
เลเตสไม่รอช้า วิ่งเข้าไปอุ้่มฮินะ
(อุ่หนักชิบ..)
เลเตสทำหน้าเซงแว้บนึงแล้ววิ่งออกไปทางช่องว่างทีั่เขาเห็น

บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นภาพขาวดำทันที เสียงหัวเราะแสนโหยหวนดังก้องตรงหน้าของชายหนุ่ม  อะไรบางอย่างที่เขาสัมผัสได้กำลังเคลื่อนที่มาตรงหน้าเขา ผีเสื้อสีแดงบินผ่านไปข้างๆตัวเขาปรากฏร่างของหญิงสาวคนนึงในชุดกิโมโนสีขาวที่เปื้อนไปด้วยเลือด เสียงโหยหวนของหญิงสาวตรงหน้าเขาทำให้ฮินะกิคุรีบบอกให้เลเตสวางเธอลงทันที เธอยกดาบคาตานะไม้ของเธอขึ้นมาและจ้องมองไปที่ภาพด้านหน้าของเธอ

คัตสึระ ฮินากิคุ : แย่จริงๆเลย ถ้าอิสึมิอยู่ด้วยในเวลาแบบนี้ล่ะก็ . . . .


+ + + VS

เลเตสหันไปมองฮินะงิคุ
(น่ารักแฮะ.. ใจจริงก็อยากคิดแบบนี้อยู่หรอกแต่ดันมีผีโผล่มาซะได้ ทำเอาตูบิ๊วอารมณ์ไม่ได้เล้ย...)
(แล้วทำไมใต้ดินแบบนี้ถึงมีผีได้ละฟะ... รึว่ามีคนเอาศพคนมาฝังไว้แถวนี้ละเนี่ย ยิ่งไม่้ค่อยถูกฉโลกกับไอพวกนี้ซะเท่าไหร่)
เลเตสครุ่นคริดอยู่ในใจ
(แต่ช่างมันก่อน ในเมื่อศัตรูตรงหน้าเป็นผี จะโจมตีมันให้โดนต้องใช้วัตถุศักสิทธิ์เป็นสื่อ งั้นก็ต้อง...)
เลเตสชักดาบตัวเองออกมาเอาสายศิลป์พันรอบๆดาบ
(แค่นี้ก็เรียบร้อย เอาสายศิลป์ศักสิทธิ์มาพันดาบเพื่อให้ฟันวิญญาณได้ เรานี่เมพจริงๆ ต่อให้เป็นผีตูก็ไม่กลัวหรอกเฟ้ย!!)
"เอาหละชั้นพร้อมแล้วเข้ามาเล้ย! ไอผีสาวกิโมโน!!"
เลเตสพูดอย่างอยู่เหนือกว่าผีตรงหน้า
(อะเด๊ะ? แล้วทำไมต้องกิโมโน)
วิญญาณสาวในชุดกิโมโนได้หายไปโดยฉับพลัน ผีเสื้อสีแดงสดบินผ่านหน้าของอัศวินหนุ่มจากนั้นมือของวิญญาณตนนั้นก็ได้จับคอเขาไว้ วิญญาณได้ค่อยๆยกเลเตสขึ้นพร้อมทั้งบีบคอค้างไว้ ดูเหมือนเธอจะสามารถยกคอเลเตสขึ้นได้ด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย ฮินากิคุได้ลงดาบฟันคาตาน่าไม้เธอมายังวิญญาณสาวตนนั้นแต่ดูเหมือนจะไม่สามารถทำอะไรได้เลย เธอดึงชายเสื้อด้านหลังของเลเตสสุดแรงของเธอจนชายหนุ่มหลุดออกมาได้ รอยช้ำบนคอของเลเตสกลายเป็นรอยคล้ายๆผีเสื้อกางปีกออก

คัตสึระ ฮินากิคุ : จะทำยังไงดีนะ . . . - เธอใช้ดาบค้ำลุกยืนขึ้นมาและมองหาสิ่งรอบๆด้านที่อาจจะพอช่วยพวกเธอให้พ้นวิกฤตินี้ไปได้ -


"อูย.. แค่ล้อเล่นนิดเดียวเองเล่นบีบซะเกือบตาย- -*"
เลเตสพูดพลางลูบคอตัวเอง
(อย่างนี้ต้องลองคุยด้วย)
"เธอชื่ออะไรรึ? แล้วทำไมถึงตามชั้นมาล่ะ?"
เลเตสลองถามอีีกฝ่าย

? ? ? ( ชิงุเระ อาสะ ): ไม่มีสัญญาณตอบกลับจากหมายเลขที่ท่านกำลังเรียกกรุณาอย่าลองอีกครั้ง - เด็กสาวลุกขึ้นมาท่าทางเหมือนกำลังจะตายยังไงยังงั้น และยิงมุขออกมาทันทีที่ตัวเองตื่นขึ้นมา -

ไม่มีำคำตอบใดๆจากวิญญาณตนนั้น ดวงวิญญาณได้หายไปอีกครั้งนึงแต่คราวนี้ทิ้งผีเสื้อสีแดงไว้แทน . . . .


"ผีเสื้อ?"
เลเตสเดินเข้าไปหาผีเสื้อสีแดงแล้วเอามือไปสัมผัส

ทันทีที่เขาจับผีเสื้อก็ได้มีภาพหลอนปรากฏออกมาบนจิตใจของเขาคนเดียวเท่านั้น เลเตสได้มาอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านแห่งนึงกลางป่าที่มืดมิดเพียงลำพังทันที ดูเหมือนว่าเขาจะยืนอยู่ที่ลานทำพิธีอะไรซักอย่าง แต่จากบรรยากาศที่เป็นอยู่ในตอนนี้บอกเขาว่าสมควรที่จะออกไปจากหมู่บ้านนี้ให้เร็วที่สุด . . .


(เวรแล้ว... ตูมาโผล่ที่ำไหนฟระเนีี่ย!!แถม.. บรรยากาศแบบนี้ตูล่ะโคตรเกลียด แต่บ่นไปก็เท่านั้นต้องรีบหาทางออก!)
เลเตสรีบวิ่งหาทางออกไปจากหมู่บ้านแห่งนี้

อัศวินหนุ่มวิ่งไปตามทางข้างหน้าที่มืดมิดเขาพบกับบ้านหลังนึงและทางแยกเดินไปต่อ ทั้งบ้านและทางเดินไม่ต่างกับทางที่เขาผ่านมาเลย จะมีแค่สิ่งธรรมชาติอย่างลำธารและป่าไม้เท่านั้นที่สวยงาม เขาจึงตัดสินใจ . . .


"ถึงยังไงตูก็จะออกเฟร้ย!!"
เลเตสตะโกนขึ้นพร้อมเดินไปทางแยก...
ระหว่างทางเดินเขาก็พบกับลำธารสายหนึ่งซึ่งดูเหมือนมันจะไหลไปทางใต้ของหมู่บ้านนี้ ด้านตรงข้ามเป็นลานโล่งๆที่ไม่มีอะไรอยู่ ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ทำให้ด้านล่างดูมืดมิดยิ่งนัก แต่ดูเหมือนจะมีศาลเจ้าอยู่ด้านบนด้วย ทว่าต้องเดินผ่านทางมืดทึบข้างหน้านี่ไปซะก่อน . . .


"ศาลเจ้างั้นรึ..หวังว่ามันคงจะมีมิโกะยาจกๆที่ใส่ชุดแดงขาว ผูกโบว์สีแดง อยู่บนนั้น... เฮ้ย! นี่ตูคิดบ้าอะไรของตูฟะ ในที่แบบนี้มันจะมีได้บุคคลแบบนั้นได้ไง!!"
เลเตสบ่นกับตัวเองก่อนจะยืนนิ่ง
"แต่ก็... ลองไปดูสักหน่อยละกัน"
แล้วก็มุ่งหน้าสู่ศาลเจ้าอย่างมีความหวังอันเล็กน้อย
ระหว่างทาง สีชุดอันเปร่งประกายที่กระทบแสงดาวสง่าสดใสของชายหนุ่มสะท้อนแสงแสบตาทำให้วิญญาณวิ่งกรูกันเข้ามาเหมือนเข้ามาขอลายเซ็นจากชายหนุ่ม เขาจึงตัดสินใจ
1 ) วิ่งหน้าตั้งขึ้นไปที่ศาลเจ้า 2 ) แกล้งตาย . . . 3 ) ชักดาบฟันวิญญาณ =_= " 4 ) อื่นๆโปรดระบุ


"ถ้าตูวิ่งขึ้นไปไม่ถึงอย่าเรียกตูว่าLetasเล้ย!!"
เลเตสตะโกนขึ้นพร้อมวิ่งแบบทะยานไปสู่ศาลเจ้า

1 ) วิ่งหน้าตั้งขึ้นไปที่ศาลเจ้า

ชายหนุ่มก้าวขาวิ่งเร็วที่สุดในชีวิตของเขาเท่าที่เขาจะทำได้ ด้านหลังเขาคือฝูงวิญญาณที่ตามมาขอส่วนบุญอย่างล้นเหลือ ถ้าเขาสะดุดล้มแม้แต่ครั้งเดียวเขาอาจจะกลายเป็นเจ้าที่เฝ้าศาลเลยก็ได้ ชายหนุ่มวิ่งหนีขึ้นมาจนถึงลานบนศาลเจ้าพวกวิญญาณที่ตามมาด้านหลังเขาได้หยุดตามลงก่อนจะถึงเขตุลานกว้างรอบๆศาลเจ้าและค่อยๆหายไป ภายในบริเวณดูเหมือนศาลเจ้าเก่าๆทั่วไปแต่ก็ไม่ถึงกับร้าง แต่มันคงมีเหตุผลที่พวกวิญญาณนั้นไม่ตามเขาเข้ามา ระหว่างที่ชายหนุ่มเดินสำรวจรอบบริเวณศาลเจ้าก็ได้พบมิโกะคนหนึ่ง ดูท่าทางเธอจะยังไม่เห็นว่าเลเตสได้หนีเข้ามาในบริเวณนี้



? ? ?


(อะ... มะ..มีจริงๆด้วย! โมเอ้!! แต่ดูเหมือนคุณเธอยังไม่เห็นแฮะ)
เลเตสยังคงยืนนิ่งมองมิโกะคนนั้นไปหลายนาที

หญิงสาวลดขลุ่ยลงและค่อยๆหันหลังมามองที่ชายหนุ่ม เธอตกใจเล็กน้อยก่อนที่จะกระโดดลงมาจากต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีแต่ก้าน เธอยิ้มให้เล็กน้อยและเอามือโบกตรงหน้าของเลเตส

? ? ? : มองอะไรอยู่เหรอค่ะ ? - หญิงสาวยื่นหน้ามาสบตาของชายหนุ่ม โดยที่ระยะห่างของใบหน้านั้นเหลือแค่ไม่กี่เซนติเมตร -


เลเตสสติกลับมาแล้วสะดุ้งนิดๆพร้อมหน้าแดงเล็กน้อยเมื่อเธอยื่นหน้ามา
(ใกล้ไปแล้วๆๆ!! แต่..พอมองดูใกล้ๆแล้วน่ารักจริงๆ แฮะ)
"เอ่อ.. ป่าวครับ ผมมีเรื่องอยากถามคุณมิโกะ ว่าที่นีั่ที่ไหนรึครับ?"
เลเตสเอ่ยถามมิโกะคนนั้น

หญิงสาวถอยหน้าออกจากชาหยนุ่มและตอบกลับ

? ? ? : ศาลเจ้าฮาคุเรย์ค่ะ แต่ว่าดูเหมือนจะมีพลังปีศาจออกมาจากใจกลางหมู่บ้านนั้นทำให้ศาลเจ้านี้โดนผลกระทบไปด้วย ชั้นเองก็ยังไม่ทราบเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น คิดว่าจะลองไปสำรวจดูน่ะค่ะ แต่ก็ยังไม่กล้าที่จะเข้าไปซักเท่าไรเพราะว่าเมื่อวานชั้นทำนายดวงมาว่าจะมีผู้ชายในชุดสีขาวตายที่นี่คนนึงด้วยน่ะค่ะ ชั้นกำลังกังวลอยู่ว่าเขาจะเข้ามาที่นี่รึเปล่า ถ้าเกิดเขาหลงเข้ามาจะได้ช่วยเขาได้ทัน จะว่าไปแล้ว . . . . - เธอมองดูบนตัวของชายหนุ่ม -


(ชายชุดสีขาวมันก็ตูน่ะแหละ อ๊ากกก!!! นี่ตูจะมาดับอนาถที่นี่เรอะ!! ไม่หรอกน่า..เขาว่าคำทำนายมันไม่ค่อยแม่นนินะ อืม ต้องใช่แน่ๆ)
"เอ่อ ไหนๆคุณมิโกะ ก็จะไปสำรวจผมไปเป็นเพื่อนละกัน แล้ว...คำทำนายของคุณมิโกะนี่แม่นยำเท่าไหร่หรือครับ เอ่อ..ยังไม่ได้ถามชื่อเลยผมชื่อเลเตสครับ แล้วคุณ?"

หญิงสาวยิ้มให้และแนะนำตัวเอง

ฮาคุเรย์ เรมุ : ชั้นชื่อ ฮาคุเรย์ เรมุ ค่ะคุณเลเตส - เธอยื่นมือมาจับมือทักทายชายหนุ่ม คำทำนายมันก็เป็นแค่กลนั่นแหละค่ะไม่ต้องวิตกมากหรอก แต่ว่าเท่าที่ผ่านมาทุกคนที่เข้าไปที่หมู่บ้านนั้นเพราะไม่เชื่อคำทำนายของชั้นก็ไม่ได้กลับออกมาอีกเลย ยังพอมีเวลาที่จะเปลี่ยนใจนะค่ะ คุณเลเตส


"ผมไม่ตายง่ายๆหรอก(ละมั้ง)และผมรู้สึกว่า.. ถ้าผมไม่ทำอะไรสักอย่างที่นี่ผมก็จะไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้ เพราะงั้นผมไม่เปลี่ยนใจแน่นอน"
เลเตสตอบกลับไปอย่างจริงจัง

หญิงสาวทำหน้าสงสัย เธอทำท่าคิดอะไรซักอย่าง แล้วก็หันกลับมาหาชายหนุ่ม

ฮาคุเรย์ เรมุ : ถ้าต้องการจะออกจากหมู่บ้านก็ทำได้นะค่ะแค่เดินออกไปอีกด้านหนึ่งของศาลเจ้านี้ก็สามารถออกไปได้แล้วล่ะค่ะ

1 ) ยืนยันว่าจะเข้าไปสำรวจ 2 ) เดินออกไปจากที่อันตรายนี้ทันที 3 ) ฉายเดียวกระโดดลงจากภูเขาลงสู้ลานกว้างของหมู่บ้าน 4 ) อื่นๆ โปรดระบุ


"ผมไม่มีทางให้ผู้หญิงไปที่แบบนั้นคนเดียวหรอก ยังไงผมก็จะไปด้วย"
เลเตสยังคงยืนยันคำเดิม(เอาจริงๆแล้วแกอยากอยู่กับสาวสินะ...)
หญิงสาวยิ้มเล็กน้อย เธอเดินนำทางเลเตสลงไปด้านหลังภูเขาทันทีหลังจากชายหนุ่มตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว

ฮาคุเรย์ เรมุ : งั้นก็ระวังตัวเองด้วยนะค่ะคุณเลเตส - เธอเดินนำชายหนุ่มลงไปอีกด้านหนึ่งของศาลเจ้าเพื่อลงไปยังหมู่บ้านทันที -


ในขณะที่กำลังเดินสำรวจบริเวณโดยรอบหมู่บ้าน
"คุณเรย์มุ ที่หมู่บ้านนี่มีอะไรเกิดขึ้นรึครับถึงมีสภาพแบบนี้"
เลเตสถามเรย์มุถึงที่มาของหมู่บ้านผีสิง

หญิงสาวอธิบายเบาๆระหว่างเดินเท้ากันเข้าไปในเขตุหมู่บ้านพร้อมทั้งมองรอบๆบริเวณตลอดทาง

ฮาคุเรย์ เรมุ : ตำนานกล่าวว่าชาวบ้านที่นี่ชื่อในเรื่องเหนือธรรมชาติและจะมีพิธีกรรมบูชายันต์เพื่อให้หมู่บ้านพ้นภัยพิบัติต่างๆ โดยพิธีกรรมนี้จะบูชายันต์พี่น้องฝาแฝดหนึ่งคู่น่ะ ดูเหมือนว่าคำเล่าลือจะเป็นจริง แต่ว่าก่อนวันที่จะเกิดเรื่องทั้งคู่ได้หนีออกจากหมู่บ้านซะก่อน ยังไงชั้นก็ไม่รู้เหมือนกันนะ แต่ว่าคนน้องได้พลัดตกจากหน้าผาทำให้ถูกจับตัวกลับมาทำพิธี ความแค้นของเธอจึงทำให้หมู่้บ้านเป็นแบบนี้น่ะ และเธอเองก็ยังคงรอพี่ของเธอกลับมาช่วยอยู่ตลอดไป . . .


เต็มขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 12-5-2010 04:21:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด Eureka_GL_World เมื่อ 19-5-2010 01:24

ต่อจาก LINK

Asia : Eureka_GL_World


Asia Item
Asia Recovery skill
Asia Passive skill
Asia Active skill
Asia Special ability
Room mate :


" ขอบคุณครับ "

ผมอ้าปากรับอาหารที่คุณคังโดริยื่นมาให้อย่างรวดเร็ว ก็มันหิวนิ ช่วยไม่ได้...
พอมาคิดดูอีกที ภูตลมที่ส่งไปทั้งสามตนเป็นยังไงมั้งนะ ได้เวลาเรียกกลับมาแล้วล่ะมั้ง

" เอ่อ... คุณคังโดริเดี๋ยวผมทานเองก็ได้ครับ "

ช่วงนี้โชดร้ายจริง ๆ ... ไม่สิ ไอตัวเรามันก็โชดร้ายมานานแล้วนิ...
งานแรกยังไม่ได้เริ่มงานเลยแท้ ๆ งานที่สองก็ดันไม่ได้ผลตอบแทนซะแล้ว แถมได้ประสบการ์ณชีวิตเกือบตายมาอีก...
เฮ่อ เข้าไปหางานทําดีกว่า แต่คงต้องหลังจากพักผ่านก่อน จะมืดแล้วนินะ

" ไว้ทานข้าวเสร็จ กลับห้องกันเลยนะครับ "

ผมพูดกับคุณคังโดริด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

หลังจากทั้งสองกินอาหารมื้อหลังภารกิจเสร็จแล้วก็ได้รีบเดินทางกลับมายังเมืองทันที พวกเขาเดินกลับมาที่ห้องพัก คังโดริเปิดทีวีขึ้นมาช่องที่รายงานข่าวสาร ไม่มีรายงานใดๆเกี่ยวกับร้านคาเฟ่ที่เอเซียได้ไปสมัครงานไว้เลยแม้แต่น้อย คังโดริรีบไปดึงเอเซียมาเพื่อรับชมข่าวสารนั่น ซักพักหนึ่งระหว่างที่ข่าวสารกำลังรายงานอยู่ก็ได้มีสัญญาณฉุกเฉินตัดเข้ามาที่ทีวีพร้อมกับชายแปลกหน้าและมีป้ายชื่อของเขาวางอยู่ที่โต๊ะออกแถลงการของเขา

? ? ? : คิระ นายน่ะคงจะเป็นเหมือนกับอาชญกรที่ฆ่าคนเหมือนผักปลาสินะ ชั้นคือนักสืบแอลขอประกาศว่าจะจับตัวนายมาลงโทษตามกฏหมายให้ได้ . . . อ้ากกก - ชายหนุ่มลงไปนอนชักกับพื้น ดูเหมือนเขาจะเป็นโรคอะไรซักอย่างและนอนแน่นิ่งไป ทีวีได้ตัดไปอีกครั้งพร้อมกับสัญลักษณ์ใหม่ที่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอที่ขาวโพลน " L " -

L : ช่างน่าตกใจจริงๆที่นายสามารถฆ่าคนได้โดยไม่กระดิกนิ้วเลยนะ คิระ คนๆนั้นเป็นักโทษประหารของวันนี้ที่ชั้นส่งออกมาเพื่อทดสอบ การออกอากาศนี้ก็ได้ทำเฉพาะที่เมือง Aspio เท่านั้นไม่ได้ทำการเผยแพร่ทั่วโลกแต่อย่างใด ตอนนี้เรารู้แล้วว่านายอาศัยอยู่ในเมืองนี้ ชั้นจะลากคอนายออกมาให้ได้คิระ เพราะชั้นคือความถูกต้อง

หลังจากกล่าวจบไปทีวีก็ได้ตัดกลับมาศู่การรายงานปกติที่อัดไว้แพร่ข่าวสารแบบทั่วไปทันที


ไอนี้มันอะไรกันนิ ไอบทสนทนาที่แสนคุ้นเคยนี้ หวังว่าคนชื่อแอลจะไม่ใช่คนที่ชอบทานนํ้าตาลมาก ๆ แล้วนั่งท่าแปลก ๆ หรอกนะ... คิดมากไปมั้ง...
แต่มันมีตัวอัตรายขนาดฆ่าคนได้โดยไม่กระดิกนิ้วอยู่เหรอนิ ให้ตายสิ... อย่าทําเหมื่อนชีวิตคนเป็นของเล่นสิ...

" คุณคังโดริ เดี๋ยวพรุ่งนี้พวกเราออกไปสืบข่าวเกี่ยวกับ แกรนด์ฟอล และ คิระ กันเถอะครับ "

ผมจ้องมองไปที่ TV แล้วเอ๋ยขึ้น

" แกรนด์ฟอลก็สําคัญ และ คิระ คนอยากนายน่ะ... ฉันต้องจับมาให้ได้ "

แต่รู้สึกเหมื่อนหาเรื่องเข้าตัวเอง...

หญิงสาวเหงื่อตกทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย กระทั้งรู้ว่ามันอันตรายขนาดนั้นแต่คุณพ่อบ้านของเราก็ยังจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว

คังโดริ มิทสึ : คุณเอเซียชั้นเข้าใจนะค่ะว่าคุณชอบช่วยเหลือคนอื่น แต่เรื่องนี้มันออกจะอันตรายไปหน่อยไม๊ค่ะ ? ชั้นว่าค่อยๆวางแผนทำทีล่ะเรื่องทีล่ะน้อยแบบปลอดภัยดีกว่าไม๊ค่ะ ?

หญิงสาวเอ่ยเตือนรูมเมทของเธอด้วยความเป็นห่วง เธอไม่อยากให้เอเซียไปพบกับความหายนะจนถึงชีวิต ซึ่งตัวเขาเองก็รู้ดีจากการต่อสู้ครั้งนั้นอาจจะไม่มีโชคดีรอบที่สองแล้วก็ได้


" ถ้าว่า ถ้าปล่อยไว้แบบนี้จํานวนผู้เสียชีวิตจะเยอะขึ้นนะครับ ! ผมไม่อยากการเสียชีวิตอย่างไม่มีความหมายแบบนี้ "

ผมเผลอตะโกนใส่คุณคังโดริไปอย่างไม่ตั้งใจ

" อ๊ะ... ขอโทษครับ แต่ผมว่าพวกเราออกไปที่เมืองเพื่อหาข้อมูลกันดีกว่าครับ เผื่อจะได้ข่าวอะไรเกีั่ยวกับทั้ง 2 อย่างนี้ "

ผมพูดโดยไม่สบตา และก็เดินเข้าไปในห้องนอนพร้อมปิดประตูเบา ๆ จากนั้นก็เดินขึ้นไปนอนบนเตียง

" ทําเรื่องแย่ ๆ ไปอีกซะแล้ว... "

ค่ำคืนที่แสนวุ่นวายของเอเซียผ่านไปเพียงชั่วพริบตาเหมือนกับเขาฝันไปเมื่อครู่นี้เอง ความฝันของเขาเมื่อครู่นี้ เมื่อคืนนี้ . . . เทพธิดาในชุดวัลคิรี่ได้ปรากฏตัวต่อหน้าเขาในสถานที่แห่งเดิมบนท้องนภา ชายหนุ่มไม่สามารถที่จะเอื้อมมือออกไปได้ ได้แต่เพียงมองและพูดคุยเท่านั้น


? ? ? : ก่อนจะถึงครั้งสุดท้ายชั้นเองจะไม่ปรากฏตัวออกมาอีกแล้วล่ะนะ - หญิงสาวเอ่ยก่อนเป็นอย่างแรกก่อนที่จะพูดอะไรต่อ - ถ้าคุณอยากจะช่วยเหลือโลกนี้จริงๆล่ะก็ คุณจะต้องตามหาสะพานแห่งแสงทว่ามันเป็นแค่ชื่อเรียกเท่านั้นเรื่องรูปร่างจะเป็นยังไงชั้นก็คงไม่สามารถบอกคุณได้ ตำแหน่งของสถานที่นั้นจะอยู่ที่ใจกลางของโลกนี้นะค่ะ ทว่าการจะใช้สะพานแห่งแสงได้คุณจำเป็นที่จะต้องมีคนที่มีสามารถด้านเวทย์มนต์ในการควบคุมมัน คุณเป็นผู้ใช้ลมคงจะไม่สามารถควบคุมได้แน่ๆแม้ว่าจะไปถึงสะพานก็ตาม ตอนนี้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีพลังในการควบคุมสะพานแห่งแสงได้ หนึ่งในนั้นอาศัยอยู่ที่เมือง Halure เป็นเด็กสาวที่มีความสามารถในการดูดวงด้วยไพ่ Tarrot ได้ พลังของเธอยังไม่ตื่นขึ้นมาและเธอเองก็เป็นแค่เด็กสาวธรรมดาด้วย มันอาจจะเป็นอันตราที่จะให้เด็กตัวเล็กๆมาช่วยคุณนะค่ะ . . . ชั้นคงบอกได้เท่านี้ คุณมีอะไรที่อยากจะถามชั้นรึเปล่าค่ะ ? ชั้นจะตอบให้ถ้าชั้นสามารถตอบได้ เพียงแค่สองคำถามเท่านั้น


2 ข้องั้นเหรอ... งั้นเริ่มข้อที่ 1 เลยก็แล้วกัน

" งั้นผมขอถามคําถามที่ 1 เลยล่ะกันครับ "แกรนด์ฟอล" คืออะไรครับ ! "

ผมถามไปโดยที่ไม่ลังเล เพราะเป็นสิ่งที่ผมอยากรู้มากที่สุด

" และข้อที่ 2 ถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากรู้ว่าคุณเป็นใคร... แต่ถ้าไม่ได้ผมก็ขอถามถึงตัวจริงของคิระก็ได้ครับ "

นิล่ะคือสิ่งที่ผมต้องการรู้ที่สุดในตอนนี้ เอาล่ะรอคําตอบเลยล่้ะกัน...

หญิงสาวมองตาของเอเซียและตอบคำถามทันทีโดยไม่ว้อกแว้ก ออกไปเรื่องอื่น

? ? ? : แกรนด์ฟอล์คือที่รวมตัวของมานาทั้งสองโลกและควบคุมดูแลการใช้งานของมานาของทั้งสองโลกให้เท่ากันเพื่อไม่ให้เสียสมดุลย์ มันก็เหมือนอีกสถานที่หนึ่งซึ่งอยู่บนฟากฟ้านั่นล่ะและเป็นเขตุแดนแบ่งทั้งสองโลกไว้ด้วยในเวลาเดียวกัน ถ้าเกิดพลังของมานาด้านใดด้านหนึ่งลดถอยน้ำหนักของด้านนั้นก็จะหล่นลงมาทับอีกด้านหนึ่งทีล่ะนิดๆ ส่วนคำถามข้อที่สองชั้นคงจะตอบคุณไม่ได้ทั้งสองกรณีล่ะนะ . . . เอาล่ะหมดเวลาแล้วลาก่อนผู้ที่ถูกเลือก - วาจาน่าสงสัยของเธอได้ทิ้งอะไรเอาไว้ก่อนที่จะหายจากไป -


" อ๊ะ เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไป ขอแค่ชื่อก็ได้ ! และผู้ถูกเลือก หมายความว่าอะไร ! "

อะไรกันแบบนี้ ก็ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อของผู้มีพระคุณน่ะสิ และแบบนี้ก็เหมื่อนกับว่า ผมได้คําตอบแค่ขอเดียวเอง !
อย่าเพิ่งไปสิ กลับมาก่อน !

" อ๊ะ !! "

เกลียดจริง ๆ ไอการตื่นที่ยังคาใจแบบนี้ เหมื่อนฝันกําลังไปจุดสําคัญแต่กับต้องหยุดลงเพราะการตื่นแบบนี้
ผมลุกออกมาจากเตียงและตรงออกนอกจากห้องนอนจากนั้นก็มุ่งตรงที่ห้องนํ้า และระหว่างทางผมก็คิดไปเรื่อยเปื่อย
จะว่าไปนางฟ้าคนก็หน้าคุ้น ๆ แฮะ เหมื่อนเคยเจอที่ไหนมาก่อน ผมสีชมพู ตาสีฟ้า อืม... คิดไม่ออกแฮะ แล้วไอผู้ถูกเลือกนิมันคืออะไร
ผู้ที่ถูกเลือกนิอาจจะหมายถึง เลือกที่จะมาเข้าฝันก็ได้ แต่มันออกจะไร้สาระไปหน่อย หรือถูกเลือกให้มาถามคําถาม แบบรายการควิกโชว์ นึกไม่ออกเลยสักนิด
ผมเลิกใช้ความคิดและเปิดประตูห้องนํ้าออก แต่สิ่งที่ผมเห็นหลังเปิดประตูนั้น คือสิ่งที่เกินกว่าที่ผมจะคาคเอาไว้ !
ห้องน้ำที่โล่งโจ้งแต่สามารถทำให้ชายหนุ่มตกใจถึงขีดสุดได้เมื่อพบกับสไตล์ที่ไม่แพ้กับห้องนอนเลย สีชมพูสดใสบ่งบอกถึงความเป็นผู้หญิงของเจ้าของบ้านและที่นี่สมควรจะเป็นห้องน้ำที่ผู้หญิงใช้เท่านั้น ทั้งแปรงสีฟันรูปเหมียวคิตตี้และยาสีฟันหลอดรูปสตอเบอรี่ที่รูมเมทของเขาได้วางเตรียมให้ก่อนที่เขาจะมาให้เขาได้หยิบใช้ได้ตามสะดวก   ผ้าขนหนูลายดอกไม้และอ่างอาบน้ำที่ดูยังไงก็ไม่ใช่ของผู้ชาย พ่อบ้านหนุ่มของเราคงจะต้องใช้ห้องน้ำนี้แล้วล่ะมั้ง . . .


พระเจ้าครับ ผมไม่อยากนึกถึงตอนที่เพื่อน ๆ ผมจะมาบ้านหลังนี้เลยนะเนี้ย ห้องนอนห้องรับแขกก็หวานได้ขนาดนั้นแล้ว...
ห้องนํ้ายังโดนอีกเหรอ !? นี้มันปัญหาใหญ่ระดับชาติแล้ว !! แบบนั้นก็เวอร์ไป คงเป็นรสนิยมของ คุณคังโดริ เขานั้นแหละใช้ ๆ ไปเถอะน่า
หลัังจากที่ผมทําธุระส่วนตัวเสร็จ ผมก็คิดไปเรื่อยเปื่อย อีกครั้ง
เมือง Halure เหรอไกลเหมื่อนกันนะ แต่ถ้าหากมันสามารถช่วยคนทั้งโลกได้ มันรู้สึกเหมื่อนใกล้ขึ้นถนัดตาเลย คงต้องรีบออกเดินทางซะแล้ว
แต่ ปล่อยคิระไว้แบบนี้ จะดีแล้วเหรอ... ยังมีสิ่งที่ผมพอจะทําได้อยู่หรือเปล่านะ...
และนางฟ้าคนนั้นเป็นใครกันนะ โอย ปวดหัว ๆ ๆ แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้ ผมต้องจับตัวคิระ หรือไม่ก็ออกเดินทางไป Halure ให้เร็วที่สุด
พอลองสังเกตุไปรอบ ๆ ดูอีกที คุณคังโดริ ไปไหนหว่า ถ้าลองปรึกษาเธอดูคงดีกว่าคิดอะไรเองคนเดียว ยังนอนอยู่หรือเปล่านะ ดีล่ะเข้าไปดูีดีกว่า
ผมเดินไปที่ห้องนอนของคุณคังโดริทันทีที่คิด ผมเคราะประตูเบา ๆ พร้อมตะโกนเรียก

" คุณคังโดริครับ คุณคังโดริ เอ่อ... ขอเข้าไปล่ะนะครับ "

ห้องนอนของหญิงสาวไม่ได้ถูกล้อกเอาไว้ภายในห้องนั้นก็เหมือนกับห้องสีชมพูสดใสของผู้หญิงทั่วๆไป ดูเหมือนเธอจะไม่อยู่ในห้องซะด้วยสิ


ไม่อยู่เหรอ... ออกไปข้างนอกงั้นเหรอ ทําไมถึงไม่ยอมบอกกันก่อนนะ !
ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้คิระก็อยู่ในเมืองนี้แท้ ๆ
ผมรีบออกจากห้องทันที เพื่อตามหาคุณคังโดริ ที่ออกไปข้างนอกโดยไม่บอกกันก่อน
แต่ว่าจะไปไหนก่อนดีล่ะ ที่ ๆ คุณคังโดริจะไปก็ไม่รู้ คงต้องวิ่งหาทั่วทั้งเมืองเท่านั้นแล้วสินะ
ถ้างั้น

" จงออกมา ภูตแห่งสายลม ! "

ภูตลมถูกเรียกออกมาอยู่หน้าผมเป็นจํานวน 3 ตน มีรูปร่างเป็น หมู เป็ด ไก่

" ช่วยตามหาคุณคังโดริหน่อยนะ ใครเจอแล้วให้กลับมารายงานทันทีเลย "

หลังจากมอบหมายงานให้แก่ภูตทั้ง 3 ผมก็วิ่งจากจุดที่ผมยืนอยู่ทันที
อยู่ำไหนนะ... คุณคังโดริ

ภูติทั้งสามตัวค่อยๆบินขึ้นฟ้าแต่จู่ๆพวกมันก็หายไปเหมือนกับโดนเวทย์มนต์ยกเลิกทั่วๆไป ก่อนที่เอเซียจะหันไปมองคังโดริก็เดินมาตามทางริมถนนและพบกับชายหนุ่มที่หน้าบ้านพักของตัวเอง

คังโดริ มิทสึ : อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณเอเซีย ตื่นแล้วเหรอค่ะ ? - หญิงสาวยิ้มแย้มทักทายชายหนุ่มยามเช้า -


ฉะอ่าว อุส่าจะทําการใหญ่กลายเป็นว่ายังไม่ทันไปไหน ก็เจอเป้าหมายซะแล้ว
แล้วภูตลมที่เรียกไว้นิ ไร้ค่า สินะ เรียกกลับดีกว่า...
เอ๋... ติดต่อพวกเขาไม่ได้ เกิดอะไรขึ้นน่ะ แปลก ๆ ซะแล้ว...

" คุณคังโดริ เข้าห้องก่อนเถอะครับ ผมมีเรื่องจําเป็นต้องคุยกับคุณครับ "

หลังพูดจบผมกับคุณคังโดริก็เดินกลับเข้าห้องพัก

หญิงสาวเดินเข้าไปและนั่งลงที่โต๊ะในห้องรับแขก

คังโดริ มิทสึ : มีเรื่องอะไรจะคุยกับชั้นเหรอค่ะคุนเอเซีย ?


ผมเริ่มเล่าความฝันทั้งหมดของคืนนั้นให้คุณคังโดริฟัง เรื่องที่นางฟ้าที่ช่วยชีวิตผมไว้บินลงมาบอก
แต่เอ๋ พอมาคิดดูดี ๆ คุณคังโดริ เหมื่อนใครสักคนที่ผมเคยเจอหรือเปล่านะ ? ช่างเถอะ
เมื่อผมเล่าจบผมก็เริ่มถึงเรื่องที่อยากปรึกษาทันที

" สําหรับผม ทั้งคิระ และ โลก ก็สําคัญไปหมด ผมจะปล่อยให้คิระฆ่าคนแล้วเดินหนีไปจากเมืองนี้ไม่ได้ "

ผมจ้องมองไปที่ตาของคุณคังโดริ แล้วก็คิดไปเรื่อยเปื่อยว่าคุณคังโดริหน้าตาเหมื่อนใคร

" ถ้าผมยังเป็นแบบนี้อยู่ ผมคงได้แต่ไปตายสถานเดียวเพราะงั้น ผมจึงอยากขอคําแนะนําจากคุณ คังโดริ ครับ "

ใช่แล้ว คุณคังโดริเหมื่อนนางฟ้าคนนั้นเลย

" เอ่อ... คุณคังโดริ ขอนอกเรื่องสักข้อ คุณมีพี่น้องหรือเปล่าครับ ? "

หญิงสาวตั้งใจฟังชายหนุ่มอย่างสนใจเธอทำหน้าครุ่นคิดซักครู่แล้วก็หันตอบกลับมา

คังโดริ มิทสึ : เอ . . . . ชั้นคิดว่าโลกน่าจะสำคัญกว่าคิระนะค่ะโลกทั้งใบน่าจะสำคัญกว่าฆาตกรคนเดียวอยู่แล้ว แต่ว่าคุณเอเซียมั่นใจแค่ไหนล่ะค่ะว่านางฟ้าคนนั้นพูดเรื่องจริงน่ะ ? แถมยังไม่แนะนำตัวกับคุณเอเซียด้วย คุณเอเซียเนี่ยฝันแปลกจังเลยนะค่ะ อาจจะเพราะว่าเหนื่อยล้าจากเรื่องราวต่างๆก็ได้ . . .

หญิงสาวกำลังจะพูดต่อแต่ทันทีที่เอเซียตั้งคำถามใหม่ขึ้นมากระทันหันเธอก็หยุดชงักและรีบหันมาตอบทันที

คังโดริ มิทสึ : ไม่มีหรอกค่ะ !! ^^ ชั้นเป็นลูกคนเดียวน่ะค่ะ - หญิงสาวตอบกลับอย่างกระทันหันอย่างได้ใจความ -


เ ต็ ม ค รั บ เ ชิ ญ อ่ า น ต่ อ ไ ด้ ที่
LINK
โพสต์ 12-5-2010 19:13:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด Maxna_vc85 เมื่อ 13-5-2010 01:21




+ VS + +

แมงมุม : 5 ตัว / ด้วง : 6 ตัว / ก้อนดอกหญ้า : 4 ตัว

ด้วงผู้เคราะห์ร้ายรับหมัดจากกล้ามที่ดูไม่เหมือนแขนของคนทั่วไปเขาไปเต็มๆ หน้าแหยของมันบูดเบี้ยวจนดูซะไม่เป็นแมลงอีกต่อไปแล้ว แต่กระนั้นมันก็ยังพลิกตัวกลับมาต่อสู้ต่อได้

Def 15 - Atk คิริยามะ 24 ( Esplosione  Punzone ) = 9 * 2 ( Critical ) > 18 Damage

ฺBettle ( 1 ) HP 50 - 18 = 32 / 50

Wood*4 Atk : 20 / Trixter*5 Atk 15 / Beetle*6 Atk 20 > Def คิริยามะ 38 Evade 14 = Miss 9 / Damage 6

คิริยามะ โควยะ

Hp 10 - 6 = 4 / 10 : Mp 0 / 6

ฝูงแมลงผู้พิทักษ์ป่าและทำเลของตัวเองต่างลุกฮือขึ้นสู้และรุมต่อยตีหนุ่มกล้ามบึ้กอย่างไม่หยุดยั้ง พวกมันยอมตายเสียดีกว่าเสียบ้านเกิดตัวเองไป ด้วยพลังแห่งลิ้วล่อรุมชายหนุ่มจนโซเซไปอีกทาง หญิงสาวคู่หูของ K คุงได้เอากระทะกับตะหลิวฟาดไปที่หลังของด้วงตัวเดิมอย่างจัง

Def 15 - Atk คิเคียว 20 * 2 ( อาวุธ 2 มือ ) = 9 * 2 > 18 Damage

ฺBettle ( 1 ) HP 32 - 18 = 14 / 50


Player Reaction : เชิญจ้า

คิริยามะถึงกับเซเมื่อโดนเหล่ามอนเตอร์รุมกระทืบแต่ก็ยังพยายามจะตั้งหลักยืนเพื่อจะสู้ต่อ แล้ว(คิดไม่ออกเดี๋ยวมาต่อครับ = =)

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้อง ลงชื่อเข้าใช้ เพื่อดาวน์โหลดหรือดูไฟล์แนบนี้ คุณยังไม่มีบัญชีใช่ไหม? สมัครสมาชิก

x
โพสต์ 13-5-2010 22:28:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 28-5-2010 22:51

Megurine Ruka : jeloly


Ruka Item
Ruka Recovery skill
Ruka Passive skill
Ruka Active skill
Ruka Special ability
Room mate :


หญิงสาวผมสีเหลืองได้ใช้ข่ายเวทย์รับตัวลูกะไว้และค่อยๆเวทย์มนต์นั้นได้ค่อยๆรักษาเธอทีล่ะนิดๆ ดูเหมือนหญิงสาวปริศนาจะเดินออกไปที่ทางอื่นซะแล้ว จากนั้นก็มีเสียงตะโกนออกมาระยะหนึ่ง แต่สติของลูกะนั้นฟ่าฟางมากในตอนนี้เธอไม่สามารถปติปะต่อเรื่องได้ ทันทีที่เธอตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายก็พบว่าตัวเองอยู่ที่บ้านพักของมายุมิ กลิ่นข้าวต้มหมูอ่อนๆฟุ้งในห้อง เด็กสาวตัวน้อยกำลังเช็ดหน้าผากเธอด้วยผ้าขนหนูอยู่อย่างระมัดระวังไม่ให้เธอตื่นขึ้นมา สีหน้าของเธอเหมือนจะเป็นห่วงกังวลลูกะอย่างมาก


ลูกะสะดุ้งตื่นขึ้นมาพบกับมายูมิที่อยู่ข้างๆของเธอ เธอกอดมายูมิเอาไว้แน่ซึ่งเธอเองก็ไม่เข้าใจว่า อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้อยากเธอกอดรูมเมทเอาไว้แน่ๆ

" ขอโทษนะ ... ชั้นเกือบจะผิดสัญญาไปแล้ว ... "

เธอกอดมายูมิพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินออกมาจากตาของลูกะและนี่เป็นครั้งแรกที่เธอเสียน้ำตาภายในชีวิตของเธอ

เด็กสาวซับน้ำตาของรูมเมทของเธอ เธอยิ้มให้แล้วก็ประคองให้ลูกะนอนพักลงไป เด็กหญิงหยิบถ้วยข้าวต้มขึ้นมาคนเบาๆและป้อนให้ลูกะ

มายูมิ ไทม์ : อย่าเพิ่งเคลื่อนไหวมากสิค่ะพี่ลูกะ กินอาหารซะก่อนนะค่ะอาการจะได้ดีขึ้น - เด็กสาวยิ้มให้อย่างอ่อนโยนและป้อนข้าวต้มให้กับลูกะ -

ผู้คนกลับมาเป็นปกติแล้ว ดูเหมือนจะไม่มีใครรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย และตัวเมืองก็ยังคงสภาพปกติเหมือนเดิมเสียด้วย


ลูกะไม่ได้เอ่ยคำใดๆออกมา ได้แต่ค่อยกินข้าวต้มที่รูมเมทเธอป้อนให้ ทบทวนเรื่องที่ผ่านมา เธอก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า หญิงสาวปริศนาคนนั้นเป็นใคร

เธอกุมมือของมายูมิเอาไว้แน่น พร้อมกับกล่าวชักชวน

" มายูมิ ... อยากออกไปไหนบ้างไหม ? พอดีชั้นยังไม่ค่อยรู้จักเมืองนี้ซักเท่าไหร่หนะ "

เด็กสาวทำหน้าครุ่นคิด แต่เนื่องจากเธอก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหนมาไหนข้างนอกเหมือนกันจึงไม่รู้สถานที่ในเมืองนี้ซักเท่าไร

มายูมิ ไทม์ : มายูมิเองก็ไม่ค่อยรู้จักสถานที่ต่างๆในเมืองด้วยล่ะสิค่ะพี่ลูกะ เราลองออกไปเดินสำรวจรอบๆดูก็ได้นะค่ะ - หญิงสาวยิ้มให้ลูกะ -


ลูกะแต่งตัวให้เรียบร้อยเหมือนเดิม เธอเข็นรถของมายูมิออกไปจากบ้านพักพร้อมกับมองดูตัวเมืองรอบๆไปพร้อมกับรูมเมทกับเธอ โดยไม่สนใจสายตาคนอื่น

" เอาหละ มายูมิ อยากไปไหนก่อนหละ "


เธอยิ้มให้รูมเมทตัวน้อยๆของเธอ

เด็กสาวชำเลืองมองไปทั่วทุกร้านค้าที่เธอผ่าน ดูเหมือนเธอจะตื่นเต้นกับการออกมายังโลกภายนอกมาก

มายูมิ ไทม์ : พี่ลูกะหนูอยากจะไปกินไอศครีมน่ะค่ะ ช่วยพาหนูไปหน่ิอยซี่ ~ น้า ~ ♫ - หญิงสาวอ้อนลูกะด้วยเสียงเล็กของเธอ -


" อื้ม ได้สิ "

ลูกะวิ่งไปซื้อไอศครีมมาให้รูมเมทของเธอ เพียงแต่เธอไม่ได้ซื้อของตนเองมาทานด้วย เธอมองมายูมิด้วยสายตาอ่อนโยนอีกครั้ง พลางนึกในใจ

( ทำไมกันนะ พระเจ้าถึงได้กลั่นแกล้งมายูมิได้ขนาดนี้ ... )

ลูกะชักเซตโต คันนะขึ้นมาดูอีกครั้ง นึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา การต่อสู้ครั้งนั้นเธอไม่สามารถทำอะไรหญิงสาวปริศนาได้เลย มือของลูกะกำเซตโต คันนะ เอาไว้แน่น จนเห็นได้ชัดว่า มือของเธอกำลังสั่นอย่างรุนแรง

มือเล็กๆได้เอื้อมมืมาจับที่มือของลูกะไว้เด็กสาวมองหญิงสาวและยิ้มให้อย่างอ่อนโยน เธอยื่นไอศครีมให้ลูกะ

มายูมิ ไทม์ : พี่ลูกะ อ้าม ~ - เด็กสาวยิ้มแย้มและยื่นไอศครีมให้หญิงสาวที่กำลังคิดมากในเรื่องที่ผ่านมาอยู่ -


เธออ้าปากรับไอศครีมที่มายูมิยื่นให้ แต่สีหน้าของเธอก็ยังคงคิดแต่เรื่องที่ผ่านมาเหมือนเดิม

" เราจะไปไหนกันต่อดีหละมายูมิ แต่ถ้าร่างกายไม่ไหวรีบบอกเลยนะ จะได้กลับบ้านกัน "

รอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้าของเธออีกครั้งต่อหน้ารูมเมทของเธอ

เด็กสาวนั่งคิดอีกรอบเธอมีอะไรหลายๆอย่างที่อยากทำมาก แต่ด้วยร่างกายที่อ่อนแอของเธอคงไม่สามารถทำมันทั้งหมดได้ เธอส่งยิ้มให้ลูกะและพูดออกมาว่า

มายูมิ ไทม์ : ไปทำเควสกันดีไม๊ค่ะ ? พี่ลูกะ หนูอยากลองทำเควสด้านนอกเมืองมาตั้งนานแล้ว ~ หนูยังไม่เคยออกไปนอกเมืองเลยค่ะพี่ลูกะ ><" - หญิงสาวยิ้มอ้อนๆให้กับลูกะ -


" อืม เอางั้นก็ได้ ร่างกายชั้นก็พอโอเคขึ้นมาบ้างหละ "

เธอเข็นรถรูมเมทของเธอไปยัง Quest Counter และมองดูภารกิจที่มายูมิสามารถพอจะทำได้

" Trixter 4 ตัว Beetle 1 ตัว ละกันนะมายูมิ "

ลูกะยิ้มให้รูมเมทของเธอด้วยใบหน้าอ่อนโยนเช่นเคย รู้สึกนิสัยลูกะจะเปลี่ยนไปเพราะรูมเมทเธองั้นหรอ !?

ลูกะพารูมเมทของเธอออกมาด้านนอกเมืองหลังจากรับเควสเสร็จ ดูเหมือนบรรยากาศจะครึ้มๆนิดหน่อย ฝูงแมลงคงจะหนีจากน้ำกลับรังกันหมดแล้ว แต่ทว่ามีด้วงตัวหนึ่งหลงฝูงมายังเขตุสายตาของลูกะ



ลูกะเดินไปใกล้ๆดวงตัวนั้นก่อนจะใช้สายตาอันเลือดเย็นจ้องไปที่ด้วงตนนั้นให้อยู่นิ่งๆ พร้อมกับหันไปมองรูมเมทของเธอด้วยใบหน้าอ่อนโยนเช่นเดิม

" ไหนๆ มายูมิ เริ่มจากตัวนี้ก่อนเลยเป็นไง ? "

ด้วงผู้โชคร้ายขาวซีด สายตาที่จ้องจะกินเลือดกินเนื้อของหญิงสาวทำให้แมลงต่ำต้อยที่มีแต่เปลือกแข็งทื่อไม่สามารถก้าวขาหนีไม่ออกจากหญิงสาวได้ เด็กสาวนั่งมองลูกะอยู่บนรถเข็นอยู่ห่างจากลูกะไม่มากนัก

มายูมิ ไทม์ : พี่ลูกะระวังตัวด้วยนะค่ะ - หญิงสาวยิ้มให้ลูกะและนั่งดูเธอแสดงฝีมือ -


ลูกะได้เอาแต่ส่ายหน้า สงสัยรูมเมทของเธอคนนี้อาจจะเป็นได้แค่เด็กสาวธรรมดาที่เกิดมาเพื่อใช้ชีวิตอย่างมีความสุขบนโลกใบนี้ ไม่นานนักนั่นเองเธอก็หยิบเซตโต คันนะ ดาบคู่ใจของเธอลงมาเสียบเข้าไปทีกลางลำตัวของด้วงผู้โชคร้าย ก่อนจะดึงดาบกลับมาเก็บเข้าที่เหมือนเดิม

" ไปหาตัวต่อไปกันเถอะ มายูมิ "


แล้วเธอก็เข็นรถมายูมิไปตะลุยป่าอันกว้างใหญ่ต่อ พลางมองดูเวลาว่าไม่ให้มืดจนเกินไป

Gain : Exp 50 / G 2 / Insect horn * 1 / Insect body *1 ( เพราะว่าสู้มาดุเดือดด้วงตัวแรกให้ตายไปก่อนเลยแล้วกัน )

ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มอย่างกระทันหัน ดูเหมือนฝนจะตกในอีกไม่ช้านัก สงสัยพวกเธอคงจะได้ล่าแค่ด้วงตัวเดียวซะแล้ว เด็กสาวนั่งเงยหน้ามองท้องฟ้าบนเก้าอี้ เธอเหม่อลอยมองขึ้นไปซักพักหนึ่ง

มายูมิ ไทม์ : ฝนจะตกแล้วเหรอเนี่ย . . . บรรยากาศหนาวเย็นและมืดครึ้มภายนอกนี้ต่างจากมองจากในบ้านเลยนะค่ะ พี่ลูกะ - เด็กสาวพูดกับลูกะในขณะที่เธอมองดูท้องฟ้าที่กำลังจะปรอยน้ำลงมา -


" งั้นพวกเรารีบกลับบ้านกันดีกว่านะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา "

ว่าแล้วเธอก็รีบพามายูมิกลับบ้านพักทันที ก่อนทีฝนจะเทลงมา

พวกเธอได้กลับมาพักผ่อนที่บ้านก่อน เนื่องจากร่างกายที่อ่อนแอของมายูมิทำให้ไม่สะดวกนักที่จะบุกเบิกผจญภัยเหมือนกับลูกะ หลังจากกลับมาถึงแล้วมายูมิได้เข็นรถตัวเองเข้าไปในห้องครัวเพื่อทำอาหารเย็นทานกัน

มายูมิ ไทม์ : พี่ลูกะเดี๋ยววันนี้มายูมิจะทำอาหารเองนะค่ะ รับรองว่าอร่อยแน่ ~ - เด็กสาวยิ้มพร้อมกับเข็นรถเข็นไปทั่วห้องครัวเพื่อตระเตรียมของต่างๆ -


" จ้า ~ "

ลูกะขานตอบรับก่อนจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธอออกเพื่อที่จะได้ชำระร่างกาย หลังจากออกไปผจญภัยข้างนอกมา เธอถอดเสื้อผ้าทั้งหมดกองไว้ตรงห้องนอนขนาดใหญ่พกไปเพียงแค่ผ้าขนหนูสีขาว และดาบคู่ใจของเธอเท่านั้นเดินเข้าห้องน้ำไป

หลังจากที่หญิงสาวอาบน้ำได้ซักพักมายูมิก็ขานเรียกเธอว่าอาหารเสร็จแล้ว เด็กสาวค่อยๆจัดเตรียมโต๊ะอาหารระหว่างที่ลูกะกำลังอยู่ในห้องน้ำ


ลูกะยังคงนอนแช่น้ำอยู่ในห้องน้ำอยู่เช่นเดิม เธอมัวแต่คิดถึงเรื่องหญิงสาวปริศนาที่เธอต่อสู้ด้วย แต่ไม่นานนักเธอก็ลุกออกจากอ่าง ห่มผ้าเช็ดตัวและหยิบดาบเดินไปหามายูมิที่พยายามจัดโต๊ะอาหารให้เธออยู่ น้ำที่ไหลรินลงจากผมและร่างกายของเธอนั้นทำให้รู้ว่า ลูกะไม่ได้เช็ดตัวแต่อย่างใด เธออาบน้ำเสร็จคงจะห่มผ้าแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำเลย

เด็กสาวรีบเข็นรถเข็นของตัวเองมาและหยิบผ้าขนหนูจากชั้นวางผ้าด้านข้างห้องน้ำมาให้ลูกะพันหัวที่เปียกของเธอไว้

มายูมิ ไทม์ : เช็ดผมให้แห้งก่อนสิค่ะพี่ลูกะเดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก ^^~ หญิงสาวยิ้มให้พร้อมกับปิดไฟเตาไฟฟ้าที่เธอใช้ทำอาหารลง

อาหารมื้อเย็นที่เงียบสงบของลูกะและมายูมิได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากทานมื้อค่ำแล้วมายูมิก็ได้เข้าไปใช้ห้องน้ำบ้าง ขณะที่ลูกะกำลังรอมายูมิไปนอนอยู่ด้านในบ้านนั้นเธอก็ได้เหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งด้านนอกหน้าต่างในชุดคลุมสีดำดูมีพิรุธ



? ? ?


ลูกะไม่ทันไร ก็คว้าดาบนุ่งผ้าเช็ดตัว โดยไม่ใส่ใจว่าตนเองจะใส่หรือไม่ใส่อะไรทั้งนั้น รีบออกไปบริเวณจุดที่พบเห็นผู้ชายคนนั้นทันที
ชายหนุ่มค่อยๆหันมามองหญิงสาวที่วิ่งออกมากลางสายฝน เขาค่อยๆหันมามองที่หญิงสาว เขาจ้องมองอยู่นานมากก่อนที่จะเอ่ยขึ้นถาม

? ? ? : มีอะไรงั้นรึ ? - แววตาสีแดงของเขามองมายังลูกะที่ยืนจ้องเขาอยู่ -


" นายเป็นใคร ... "

ลูกะจ้องด้วยสายตาเย็นชาดูแล้วไม่เป็นมิตรพร้อมกับเตรียมรับการโจมตีของอีกฝ่าย

ชายหนุ่มยกมือขึ้นมาห้ามไว้ และยืนนิ่งอยู่กับที่

อุจิฮะ อิทาจิ : ช้าก่อน เราไม่ได้มาเพื่อทำการต่อสู้ เราคือหนึ่งในนินจาจากกลุ่มแสงอุสา เป็นนินจาสายเลือดเนตรแห่งอุจิฮะ อุจิฮะ อิทาจิ การมาครั้งนี้คือการตรวจสอบข้อมูลบางอย่างเท่านั้นแล้วเราก็จะไป - ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีปกติ -


" มาสังเกตุอะไร ... แล้วใครส่งนายมาหละ ... หรือว่านายจะเป็นคนทำให้มายูมิเป็นแบบนี้ ... "

ลูกะยังจ้องตาอุจิฮะ อิทาิจิโดยไม่ได้ละสายตาไปทางอื่นแต่อย่างใด

ชายหนุ่มยังคงตีหน้าตายเช่นเคยเขาพูดด้วยเสียงเรียบๆโดยไม่ร้อนตัวใดๆทั้งสิ้น

อุจิฮะ อิทาจิ : ไม่ใช่เราหรอก เราคือผู้ใ้ช้เนตรวงแหวน ชารินกัน ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาพลัีงอื่นนอกเหนือไปจากนี้ และเราเองก็ไม่รังแกผู้ที่อ่อนแอกว่าด้วย ทว่าเราเองก็ไม่สามารถตอบเหตุผลที่มาสังเกตุการณ์ได้ - ว่าแล้วเขาก็มองไปรอบๆพื้นที่ด้วยดวงตาของเขา -


" อะไรของมัน ... เนตรวงแหวน ... มันเป็นพลังประเภทไหนกัน ... "

ลูกะบ่นพึมพำอยู่ในใจก่อนจะชักเซตโต คันนะคู่ใจวิ่งเข้าใส่ชายปริศนาทันทีเพื่อพิสูจน์พลัง

ชายหนุ่มมองลูกะด้วยสายตาที่แน่นิ่งเขาจับข้อมือของหญิงสาวไว้ก่อนที่ดาบจะเงื้อฟันถูกตัวของเขา ร่างของเขาค่อยๆหายไปกลายเป็นขนนกสีดำแทน ชายหนุ่มได้ไปโผล่ที่ขอบของสวนนอกบ้าน

อุจิฮะ อิทาจิ : อย่าพึ่งใจร้อนไปสิ เราคงต้องรีบหายไปซะก่อนที่เรื่องจะบานปลายไปมากกว่านี้ - ว่าแล้วเขาก็ได้ใช้คาถาท่อนไม้หายตัวไปทันที -


ลูกะอึ้งเล็กน้อยกับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าเธอ ก่อนจะตั้งสติเดินกลับเข้าไปภายในบ้านเพื่อดูว่า มายูมิ รูมเมทของเธออาบน้ำเสร็จหรือยัง

" มาูยูมิ ... อาบน้ำเสร็จหรือยัง ดึกแล้วน้า ... "

เด็กสาวเข็นรถเข็นออกมาพร้อมกับชุดนอน เธอเอาผ้าขนหนูวางไว้บนหัวตัวเองเพื่อซับให้น้ำไม่ให้ไหลลงมา

มายูมิ ไทม์ : เสร็จแล้วค่าพี่ลูกะ ~ ^^ พี่ลูกะไม่ไปแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนล่ะค่ะเดี่ยวก็ไม่สบายหรอก ~ - เด็กสาวเข็นรถเข็นไปที่ตู้เสื้อผ้าและหยิบชุดนอนมาชุดหนึ่งพร้อมทั้งยื่นให้ลูกะที่ยืนนุ่งผ้าเช็ดตัวอยู่ -


" ไม่เป็นไร ... ชั้นชอบแบบนี้มากกว่า "

เธอหยิบเสื้อผ้าที่รูมเมทเธอยื่นให้เก็บเข้าตู้เสื้อผ้าเช่นเดิม และนั่งเช็ดตัวอยู่หน้ากระจกมองดูตัวเองภายในกระจกใบนั้น

" นอนก่อนเลยก็ได้นะ ... ชั้นยังไม่ค่อยง่วงเท่าไหร่ ... "

เด็กสาวเข็นรถเข็นเข้ามาหาลูกะก่อนนอน เธอประทับรอยจุมพิศลงที่แก้มของหญิงสาว

มายูมิ ไทม์ : โอยาสึมินาไซ ~ ลูกะโอเนซาม๊ะ ~ ♪

จากนั้นเด็กสาวก็ค่อยๆล้มตัวลงไปนอนบนเตียงปล่อยให้ลูกะนั่งส่องกระจกอยู่ตรงนั้นเหมือนเดิมเพื่อรอขึ้นวันใหม่


Player Reaction : จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 13-5-2010 22:31:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 17-5-2010 03:28

ความเดิมตอนที่แล้ว



Stella Item
Stella Recovey skill
Stella Passive skill
Stella Active skill
Stella Special ability
Room mate :


"ฮึกๆๆ"สเตล่าสะอื้นนิดหน่อยก่อนจะหันไปหาเสียงเรียกของเซ็ทสึโบ เด็กสาวยังคงมองค้อนไส่คู่หูของเธอและเมินเฉย โคร่กก เสียงท้องร้องของสเตล่าดังขึ้นเด็กสาวหน้าแดงก่ำ"ฮึ่ย ไม่ต้องมองแบบนั้นเลยนะ ก็... ก็ไม่ไดด้กินอะไรเลยนี่นา จะ... จะหิวมันก็ระ... เรื่องธรรมดา"เด็กสาวพูดพลางหลบตาของเซ็ทสึโบ เธอผละจากมิโคโตะเพื่อตรงไปหาอาหารของเธอ และนั่นทำให้เด็กสาวเหลือบไปเห็นหนังสือแปลกๆที่มิโคโตะนั่งอ่านเมื่อครู่เข้า มันทำให้เด็กสาวชะงักทันที "

ยัยอีเล็กตรอน หนังสือนั่น"หนังสือนั่นทำให้เด็กสาวนึกถึงตอนที่เซ็ทสึโบหยิบหนังสือแปลกๆขึ้นมาอ่านระหว่างการต่อสู้ครั้งก่อน "แล้วก็ของนายสิ้นหวัง" สเตล่าพูดพลางหันไปมองคู่หูของเธออีกทาง "พวกเธอ หนังสือนั่นมันคืออะไรน่ะ?"

ชายหนุ่มผู้สิ้นหวังยิ้มเก๊กหล่ออีกครั้งเขาค่อยๆหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาและเปิดด้วยท่าทีสง่าราวกับเป็นผู้เชี่ยวชานอย่างไงอย่างนั้น เขาปกหนังสือออกและเริ่มกล่าวบทแรกที่เขาเห็นขึ้นมา

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : ชั้นอ่านไม่ออกอะ มันเขียนว่าอะไรเหรอ ? - เขาพูดอย่างตรงไปตรงมาขณะที่สเตล่ากำลังคีบอาหารใส่ปาก -

มิโคโตะมองเซ็ทสึโบด้วยสีหน้ากังวล เธอเป็นห่วงอาการของชายหนุ่มและเด็กสาวที่ต้องทนอยุ่กับคนแบบนี้มาตลอดเมื่อวาน เธอหยิบหนังสือของชายหนุ่มสิ้นหวังมาดูก็พบว่าเธอเองก็อ่านไม่ออกเหมือนกัน ตัวหนังสือนี้เป็นภาษาโบราณ เมื่อสเตล่ามองไปยังหนังสือก็พบว่าเธอสามารถอ่านเข้าใจได้ รึว่านี่จะเป็นความสามารถของอีกคนที่อยู่ในร่างเธอกันนะ . . .

มิซากะ มิโคโตะ : เอาเป็นว่าชั้นจะอธิบายของชั้นให้พวกเธอเข้าใจกันง่ายๆนะ - เธอรีบเปลียนบททันที - เรื่องราวนี้มันก็เหมือนนิยายนั่นล่ะ หนังสือบอกไว้ว่าโลกของเรานี้มีโลกคู่ขนานอยู่อีกฝั่งของฟากฟ้า โลกคู่ขนานกันจะมีบรรยากาศต่างๆที่แตกต่างกันเหมือนเหรียญคนล่ะด้าน เช่นถ้าโลกนี้มีความเจริญทันสมัยมากอีกด้านหนึ่งก็จะล้าหลังและเก่าแก่ สิ่งที่ทำให้โลกทั้งสองอยู่คู่กันได้โดยไม่มีปัญหาอะไรตลอดมานี่คือพลังมานาจากใจกลางของแกรนด์ฟอล์ พลังมานานั้นจะลดถอยลงทุกวินาทีที่ผู้คนใช้ความสามารถพิเศษของตัวเองกระทบลงกับพื้นโลก เมื่อพลังมานาอ่อนตัวลงแกรนด์ฟอล์ที่รับภาระแบ่งโลกทั้งสองก็จะอ่อนตัวลงด้วย ทำให้โลกด้านที่ใช้มาน่าน้อยกว่าหล่นลงมาทับโลกที่ใช้พลังมาน่ามากกว่า ทำให้โลกทั้งสองดับสลายไป . . . ชั้นก็ไม่เชื่อนักหรอกนะว่ามันจะมีโลกคู่ขนานด้วยเพราะไม่วามองขึ้นไปยังไงก็มีแต่สีฟ้าครามอยู่ตลอดเลย แต่เคยมีคนบอกไว้ว่ามีสะพานแห่งแสงอยู่ ณ ที่หนึ่งของโลกใบนี้ที่จะสามารถใช้ไปยังโลกอีกฝั่งได้ . . .


สเตล่ารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงที่หัวของเธอเมื่อเธอเห็นตัวหนังสือบนหนังสือเล่มนั้น ตัวอักษรโบราณนั่นกำลังขยายตัวและบิดเบี้ยวในการรับรู้ของเด็กสาว ราวกับจะถูกดูดเข้าไปในหนังสือเล่มนี้ สเตล่าไอออกมาเป็นระยะๆ เด็กสาวหยิบหนังสือเล่มนั้นมาไว้กับตัวแล้วเดินเว้นระยะห่างออกจากเพื่อนๆของเธอ

"แฮ่กๆๆ หึหึหึ คิกๆๆ อย่างนี้นี่เองเรอะ หึหึหึหึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า"เด็กสาวหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งตาซ้ายของเธอเปลี่ยนเป็นสีฟ้าสลับแดงดำไปมา "เจ้าแห่งอิเล็กตรอน !!!" เสียงเรียกของสเตล่ามีเสียงของร่างมารซ้อนทับตามมา "สุดท้ายคนที่จะเป็นราชันย์ก็คือชั้นอยู่ดี คอยดูเถอะเจ้าแห่งอิเล็กตรอน การที่เธอไม่ยอมไขว่คว้าหาพลัง ทั้งๆที่ตอนนี้เธอยืนอยู่สูงกว่าชั้น มันจะทำให้เธอต้องเสียใจภายหลัง ด้วยความลับที่ซ่อนอยู่ในหนังสือเล่มนี้ จะทำให้ชั้นคนนี้เข้าใกล้ตำแหน่ง ราชันย์ !!!!" สเตล่าประกาศกร้าวพร้อมกับร่างวิญญาณที่สะท้อนออกมา

เสียงฟ้าผ่าดังขึ้นเป็นจังหวะราวกับเสียงดนตรีสรรเสริญต้อนรับราชา สายฝนซัดสาดลงมาอีกครั้ง สเตล่า(?)แสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายเธอชูหนังสือเล่มนั้นขึ้นสายฟ้าสีดำค่อยๆเพิ่มขึ้นบริเวณฝ่ามือของเธอก่อนที่มันจะกลืนหนังสือเล่มนั้นจนหายไป เสียงฟ้าฝ่าดังสนั่นขึ้นอีกครั้งพร้อมกับร่างของเด็กสาวที่ล้มทรุดลงไป....

ความลับของโลกกำลังถูกเปิดเผยทีละนิดพร้อมกับหายนะที่กำลังใกล้เข้ามา พลังของแกรนด์ฟอล์ที่กำลังลดน้อยลงทุกๆวันจะเกี่ยวข้องอย่างไรกับความลับของตัวอักษรโบราณในหนังสือของเซ็ตสึโบ ณ ตอนนี้มีเพียงสเตล่าเท่านั้นที่รู้....

ภายในห้วงแห่งความมืดมิดได้ปรากฏร่างของชายหนุ่มที่กำลังนั่งอ่านหนังสือเล่มนั้นพลางส่งยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย "หึหึหึหึ โลกแห่งความถดถอย พลังของมานากำลังถูกส่งไปยังโลกนั้นอย่างช้าๆและเพื่อจะให้ได้พลังแห่งราชันย์มา มีแต่ต้องไปที่นั่นและกุญแจที่จะสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของแกรนด์ฟอล์ก็คือสะพานแห่งแสง..."ชายหนุ่มพูดทบทวนข้อมูลที่เขามีอยู่ในตอนนี้ออกมาด้วยรอยยิ้ม

"ยานห้วงเวลาเวทย์มนต์.... คงเป็นสถานที่ ที่เก็บความลับของสะพานแห่งแสงเป็นแน่... พลังของร่างหลักในตอนนี้ไม่ต่างจากเศษสวะ ก่อนที่ชั้นจะเคลื่อนไหวอะไรได้มีแต่ต้องทำให้ร่างหลักแข็งแกร่งขึ้นซะก่อน ไม่อย่างนั้นชั้นคงถูกฆ่าแน่..."ชายหนุ่มปิดหนังสือเล่มนั้นก่อนที่ดวงตาของเขาจะเปลี่ยนเป็นสีแดงดำทั้งสองข้าง

เมื่อเด็กสาวได้ตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในบ้านพักของมิโคโตะแล้ว ดูเหมือนเธอจะหมดสติไประหว่างทางด้วยเหตุผลบางประการ ภาพที่เธอเห็นเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาคือชายหนุ่มสี่ตาที่กำลังนั่งอ่านหนังสือที่เธอหยิบไปจากเขาในตอนต้นขึ้นมาอ่านอยู่ เขาละสายตาจากหนังสือหันมามองที่เด็กสาวรูมเมทของเขาทันทีที่เธอตื่นขึ้นมา

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : ตื่นแล้วเหรอ ? ชั้นนึกไม่ถึงเลยนะเนี่ยว่าเธอจะเป็นลมแดดกลางทางน่ะ ( ในเมืองมันมืด . . . ) - เขาค่อยๆขยับแว่นตาเก๊กขึ้นโดยไม่ดูสภาพอากาศแต่อย่างใด -

ทางด้านมิโคโตะเองก็นั่งอ่านหนังสือเล่มที่เธอหยิบติดมือมาและจดเล็คเชอร์เล็กๆขณะอ่านไปด้วย ดูเหมือนเธอจะยังไม่เห็นว่าสเตล่าตื่นขึ้นมาแล้ว


สเตล่าหมดอารมณ์ที่จะซัดหน้าคู่หูของเธอแล้วเพราะเสียงหัวเราะอย่างเปี่ยมสุขของร่างมารในตัวเธอ มันทำให้เธอปวดหัวเป็นอย่างมาก เด็กสาวค่อยๆลุกขึ้นนั่งพลางหยิบอาหารตรงหน้าเข้าปากอย่างรวดเร็ว "ไอ้โอ้ เอืองอี๊อันไอ้อีแอดอ่ะ(ไอ้โง่ เมื่องนี้มันไม่มีแดดย่ะ)"เด็กสาวพูดโดยที่ยังมีอาหารเต็มปาก "อี้ๆ อัยอีเอ็กออน อาอินอ้วยอันอ๊ะ (นี่ยัยอีเล็กตรอน มากินด้วยกันมะ)"สเตล่าหันไปโบกมือเรียกมิโคโตะพลางหยิบอาหารเข้าปากเพิ่ม แต่ว่านั่นเป็นเพียงการแสดงของสเตล่าเพื่อปกปิดความเจ็บปวดของเธอในตอนนี้...

"ทำอะไรของนาย ชั้นปวดหัวนะ เงียบหน่อยไม่ได้รึไง?"สเตล่าเอ่ยปากถามชายหนุ่มที่หัวเราะชอบใจอยู่ในความมืด "หึหึหึ ชั้นแค่รู้สึกดีเท่านั้นเอง จริงสิสเตล่า ชั้นจำเป็นต้องพึ่งพลังของเธอ เธอต้องแข็งแกร่งขึ้น"ชายหนุ่มเดินเข้ามาหาสเตล่าพลางสัมผัสที่แก้มของเด็กสาวเบาๆ "จงเก่งขึ้นซะ เก่งขึ้นเพื่อชั้น เพื่อราชันย์อย่างชั้น สเตล่า!!"

ค่ำคืนนั้นย่างเข้ามาเร็วนักร่างที่หลับไหลของเด็กสาวแต่สติที่ยังตื่นอยู่ตลอดเวลาของเธอในห้วงความมืดมิด สเตล่าชายที่กำลังอ่านตำราปริศนานั่นอยู่ได้ใจความเบื้องต้นของหนังสือว่าแกรนด์ฟอล์นั้นสามาถถูกควบคุมได้เพียงแต่ว่าต้องมีพลังแห่งเจ้าแห่งความมืด"เนเรด" การที่จะได้พลังมามีแค่วิธีเดียวคือทดสอบตัวเองกับเนเรดโดยตรงและถ้าสามารถเอาชนะได้เจ้าแห่งความมืดก็จะมอบพลังแห่งห้วงลึกของความมืดให้กับคนผู้นั้น ทั้งแกรนด์ฟอล์และมาน่าทั้งหมดจะไหลเวียนอยู่ในกำมือโดยง่ายดาย แต่ทว่าก็มีอัศวินที่จะมาปกป้องไม่ให้ผู้ที่ขึ้นมาควบคุมพลังมาน่าสามารถใช้มันไปในทางที่ผิดได้นามว่า"ฟรีเบีย" ซึ่งในแต่ละปีแสงโลกนั้นนักรบแห่งแสงได้ถูกสุ่มตัวจากบุคคลทั้งหมดบนโลกแค่ 3 คนเท่านั้น 3 คนเท่านั้นที่จะสามารถขัดขวางเจ้าแห่งความมืดคนใหม่หลังจากเนเรดได้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าทั้งสามคนจะรู้หน้าที่และเหตุผลสำคัญของตัวเอง พลังจะหลับไหลในตัวไปเรื่อยๆ จนสามารถรับรู้ได้ด้วยตัวเองหรือมีผู้สืบทอดมาบอกต่อเท่านั้น เนื้อหาต่อไปของหนังสือนั้นน่าติดตามอย่างมาก แต่ทว่าก็ได้มีภาพประหลาดปรากฏขึ้นมาต่อหน้าสเตล่าชายและหญิงในห้วงแห่งความคิดของพวกเขา รึว่านี่จะเป็นฝันบอกเหตุกันนะ . . . ภาพนั้นทำให้เสตล่าหญิงรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันใดเมื่อเธอได้เห็นวัลคิรี่ผมสีชมพูกำลังอุ้มเธออยู่และผู้ใช้ลมระดับสูงที่ถือชัยชนะเหนือจอมมารที่นอนกองเลือดอยู่นอกร่างกายของเธอ ในภาพมีมิโคโตะยืนอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ทว่า . . . . ชายหนุ่มสุดสิ้นหวังไม่ปรากฏซักแห่งหนในฝันนั้น


"อบอุ่นจัง"เด็กสาวเอ่ยออกมาพลางหลับตาลงช้าๆ สเตล่าที่ไม่เคยมีความสุขเลยยามนิทรา ความทรงจำอันโหดร้ายเป็นเหมือนกับเครื่องเล่นDVDที่คอยกรอกลับไปกลับมาในสมองของเธอไม่หยุด ตอนนี้ เป็นครั้งแรกที่น้ำตาของสเตล่าไหลออกมาเพราะความสุข พรึบตานั้นภาพใบหน้าของเซ็ทสึโบก็ผุดขึ้นในหัวของสเตล่า นั่นทำให้เด็กสาวเบิกตากว้าง เธอมองไปรอบๆตัว แต่ก็ไม่เห็นวี่แววของคู่หูเธอ สีหน้าของสเตล่าเริ่มเต็มไปด้วยความกังวล ความคิดในแง่ร้ายผุดขึ้นมาเต็มสมองของเด็กสาวจนทำลายความสุขเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น

"นี่... ไอ้แว่นนั่นล่ะ ไอ้เจ้าบ้านั่นอยู่ไหน !!" สเตล่าพูดกับสาววัลคิรี่ผมสีชมพูที่กำลังอุ้มเธออยู่ แต่ก็ไม่มีคำตอบใดๆกลับมา น้ำตาของเธอไหลออกมาอีกครั้ง ร่างมารของเธอที่นอนจมกองเลือดค่อยๆขยับตัวทีละนิดแล้วหันมาจ้องมองสเตล่าด้วยดวงตาสีแดงโชกเลือด

"ทุกอย่างมันเป็นเพราะเธอนั่นแหละ !! ไอ้สวะนั่นมันถูกชั้นฆ่าเพราะความอ่อนแอของเธอไงเล่า สเตล่า !! ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า"ชายหนุ่มพูดออกมาอย่างยากลำบากด้วยร่างกายที่กำลังตายอย่างช้าๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกลืนหายไปด้วยความมืดและเสียงหัวเราะของมารร้าย..

สเตล่าได้สติกลับมา อาการปวดหัวของเธอหายไปหมดสิ้น เปลี่ยนมาเป็นความรู้สึกร้อนๆที่จมูกของเธอ เด็กสาวกลืนอาหารที่อยู่ในปากของเธอจนหมดก่อนที่เธอจะเดินกลับไปหาคู่หูของเธอ "ฮึก อย่าหายไปไหนนะ อย่าทิ้งชั้นไว้คนเดียว อยู่กับชั้นนะนายสิ้นหวัง"สเตล่าเข้ากอดเซ็ทสึโบเบาๆแล้วพูดออกมาพลางร้องไห้ที่ข้างไหล่ของคู่หูเธอเบาๆ

"ฮึก ถ้านายอ่อนแอ ชั้นจะปกป้องนายเอง ชั้นจะเก่งขึ้นเผื่อในส่วนของนายเอง เพราะงั้นอย่าตายนะ อย่าตายนะ"เด็กสาวกอดร่างของคู่หูเธอแน่นขึ้น เธอค่อยๆลืมตาขึ้นมา น้ำตาหยดสุดท้ายไหลผ่านแก้มของเธอไป ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะไขว่คว้าหาพลังเพื่อปกป้องคู่หูของเธอและกำจัดร่างมารในตัวเธอ ซึ่งต่างกับแววตาที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและมุ่งร้ายของสเตล่า(ชาย)มากมายนัก...

ชายหนุ่มตกใจลุกขึ้นมาจากการนอนอู้ไปวันๆของเขา เขาหันมามองเด็กสาวอย่างแปลกใจ เขาไม่เคยเห็นเธอหดหู่ขนาดนี้มาก่อนเลย เพราะอะไรกันนะ . . . ชายหนุ่มคิดในใจและมองไปที่เด็กสาวเขาค่อยๆเอามือลูบหัวของสเตล่าอย่างอ่อนโยน

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : เป็นอะไรไปน่ะ ฝันร้ายงั้นเหรอ ? ไม่เป็นไรนะมันก็แค่ฝันนั่นล่ะพอลืมตาตื่นขึ้นมาฝันร้ายก็หายไปแล้ว ดูสิ - ว่าแล้วเขาก็ยื่น อมยิ้มให้สเตล่า -

ฝันบอกเหตุของสเตล่าทำให้เธอและปีศาจร้ายในร่างของเธอจำหน้าของบุคคลต่างๆในความฝันนั้นได้บุคคลแปลกหน้าแปลกตาต่างๆได้ผุดขึ้นมาที่หัวของเธอและสถานที่หนึ่งที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนหรือว่านั่นจะเป็นแกรนด์ฟอล์ . . .

- -

เด็กสาวไม่รู้จักบุคคลดังกล่าวเลยแม้แต่คนเดียวเธอจะหาข้อมูลมาจากไหนถึงจะสามารถไขปริศนาที่คาใจนี้ของเธอได้หรือว่าโชคชะตาจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้กันนะ . . . ขณะเดียวกันมิโคโตะได้นอนหลับคาโต๊ะเล็กๆในห้องรับแขกซะแล้ว ในมือเธอกำเศษกระดาษไว้อยู่ด้วย . . .

- Player Reaction : ขึ้นใหม่เลยจ้าเต็มแล้ว -
โพสต์ 14-5-2010 09:06:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 25-5-2010 05:19

Reply : Five   (Read Reply Four Click!!)


Angel : clubtime


Angel Item
Angel Recovery skill
Angel Passive skill
Angel Active skill
Angel Special ability
Room mate :

ที่อยู่อาศัย :


หญิงสาวทำท่าเหมือนกำลังจะตอบคำถามของเทนชิแต่เธอก็ต้องหายตัวไปซะก่อนและไปโผล่ตรงหน้าของหญิงสาวปริศนาคนนั้น เธอได้ใช้คธารับเปลวดาบที่เต็มไปด้วยความอมหิตไว้แทนผู้หญิงผมสีชมพูที่ดูเหมือนจะพึมพำอะไรบางอย่างแล้วล้มลงไป

เฟท เทสทารอสซ่า : เจ้าหน้าที่พิเศษบนยานห้วงเวลาเวทย์มนต์ หัวหน้าหน่วยไลท์เธอร์นิ่ง เฟท เทสทารอสซ่า

ดูเหมือนเรื่องนี้อาจจะไม่จบลงง่ายๆเฟทและหญิงสาวปริศนายืนจ้องหน้ากันด้วยบรรยากาศที่นิ่งเงียบดูเหมือนทั้งคู่จะทำการต่อสู้ที่หนักหน่วงกว่าเดิมที่ใจกลางเมืองนี้ ทว่า . . . แอนนาได้เดินตรงดิ่งเข้ามาโดยที่ไม่นึกถึงชีวิตตัวเองและพูดขึ้นไปที่หญิงสาวปริศนาคนนั้น

แอนนา : "หยุดเถอะนะ.... ชั้นรู้หรอกว่าเธอไม่ต้องการทำแบบนี้หรอกไม่งั้นจิตสังหารเธอไม่แผงไปด้วย ความเศร้า อ้างว้าง โดเดี่ยว แบบนี้หรอก แล้วก็ไม่รู้ว่าอดีตเธอเจออะไรมาบ้าง แต่ เธออย่ายอมแพ้กับโชคชะตาสิ เมื่อก่อนชั้นก็เคยเป็นแบบนี้มาก่อนชั้นเข้าใจดี......สักวันเธอย่อมเจอคน ที่จะเติมเต็มและเข้าใจเธอได้แน่นอน อย่างน้อยก็ชั้นคนหนึ่งแหละ เพราะฉะนั้นหยุดเถอะ "

เธอพยายามใช้กำลังที่เหลืออยู่ของเธอหันมาที่เฟทที่ปรากฏตัวได้ไม่นานและขอให้เธอรามือออกไป

แอนนา : "เธอคงมีฝีมือไม่น้อยแต่ว่าอย่ามาสู้กันที่นี้อีกเลย ให้มันจบตรงนี้เถอะนะ สงสารผู้ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ . . . " - หลังจากกล่าวจบเธอก็ล้มตัวลงไปตรงข้างๆการต่อสู้นั้น -

เฟทค่อยๆลดคธาลงและชูมือออกมาบ่งบอกว่าให้หยุดการต่อสู้นี้เสีย ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจที่หญิงสาวผิวสีแทนพูด และการต่อสู้นี้ก็ไม่ได้ทำให้อะไรเกิดขึ้นมามีแต่จะสูญเสียไปก็เท่านั้น หญิงสาวปริศนาค่อยลดมือลงรัศมีอาฆาตของเธอได้ค่อยๆหายไป . . . . เธอเดินตรงดิ่งไปที่หญิงสาวผิวสีแทนและเตะไปที่หญิงสาวคนนั้นอย่างเลือดเย็น โทโดได้เข้ามากันไว้ทันทำให้ร่างของเขากระเด็นออกไปแต่ไม่มากนักเหมือนกับโดนเตะธรรมดาๆ

? ? ? : แกจะมาเข้าใจอะไร !! อย่ามาพูดเหมือนเห็นใจคนอื่นนักนะ !! - เธอตะโกนออกมาด้วยความเกรี้ยวกราดไม่เหมือนกับคนเดิมที่แสนจะเหี้ยมโหดในตอนแรก หญิงสาวปริศนาได้ซัดพลังลงที่พื้นจนกระจายเป็นหลุมโหว่เบอเร่อ ควัญสีดำจากพลังแห่งความมืดของเธอกระจายฟุ้งไปทั่ว เธอได้กางปีกขึ้นและบินหายไปในทันที -


หลังจากหญิงสาวปริศนาได้บินไป เทนชิได้ก็ได้เดินไปหาหญิงสาวผมเหลืองแล้วได้ถามคำถามที่ถามไปในตอนแรกแล้วก็จะขอบคุณที่ช่วยรูริเอาไว้
เทนชิ : ขอบคุณนะค่ะที่ช่วนเพื่อนเราเอาไว้ แล้วคุณชื่ออะไรหรอค่ะ เด็กสาวได้ถามหญิงสาวผมสีเหลือง

หญิงสาวหันมาตอบด้วยสีหน้านิ่ง ดูเหมือนเธอจะเป็นงานเป็นการมากแม้กระทั้งการแนะนำตัวธรรมดาๆต่อเด็กสาว

เฟท เทสทารอสซ่า : เจ้าหน้าที่พิเศษบนยานห้วงเวลาเวทย์มนต์ หัวหน้าหน่วยไลท์เธอร์นิ่ง เฟท เทสทารอสซ่า - หญิงสาวเดินเข้ามาที่เทนชิเธอยืนมือทักทาย - เธอล่ะเด็กน้อย - เธอยิ้มออกมาเล็กน้อยและพูดต่อไปทันที - พวกเธอคงอาจจะเกี่ยวข้องกับอันตรายของเหตุการณ์บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ของแกรนด์ฟอล์อยู่โดยที่ไม่รู้ตัวสินะ ถ้าไม่รังเกียจจะไปหลบตัวอยู่ที่ยานอาชูร่าก่อนซักพักดีรึเปล่า ? - เธอรีบตัดบทเข้าสู่เรื่องหลักทันที -


เทนชิ : ยาน . . . อาชูร่า แกรนด์ฟอล์ ? เด็กสาวทำหน้างงกับคำพูดของเฟท
แล้วเทนชิก็นึกได้ "งั้นไปกับเราก่อนนะ จะได้คุยกับรูริด้วย" เทนชิได้จับมือเฟทแล้วเดินไปที่ ที่รูริพักอยู่

เฟทเดินตามเทนชิมาที่จุดที่เธอวางรูริไว้ ดูเหมือนเธอจะหลับไหลอยู่ที่เดิมในตอนแรก ตัวเมืองเริ่มกลับสู่สภาพเดิมและไม่มีการเสียหายแต่อย่างใด


เทนชิเดินไปหารูริ แต่รู้สึกว่ารูริยังไม่ตื่น แต่บาดแผลเริ่มที่จะหายดีแล้ว เทนชิได้อุ้มรูริขึ้นมา แล้วมองไปทางเฟท
เทนชิ : . . . ที่ๆคุณว่า ปลอดภัยจริงๆนะ งั้นพาเรากับรูริไปที

เฟทใช้คธาชี้ลงที่พื้นทันใดนั้นก็มีวงแหวนเวทย์มนต์ปรากฏขึ้นมา รูริและเทนชิได้ไปโผล่บนยานรบลำหนึ่ง

เฟท เทสทารอสซ่า : ที่นี่คือยานอาชูร่านะ เดี๋ยวชั้นจะพาพวกเธอไปที่ห้องรับรองก่อน คอมพิวเตอร์ในห้องจะบอกสถานที่ต่างๆบนยานสามารถตรวจดูก่อนได้เลยนะ เดี๋ยวชั้นจะกลับมา - ว่าแล้วหญิงสาวก็เดินเข้าห้องควบคุมของยานไป -


เทนชิอุ่มรูริไปนอนที่โซฟาที่ห้องรับรอง เทนชิได้ให้รูรินอนตัก " . . . ถ้าเราเชื่อรูริแต่แรกรูริก็ไม่ต้องมาเจอแบบนี้สินะ " เทนชิก้มหน้าลงเหมือนจะร้องไห้แต่เด็กสาวก็ไม่ได้ร้องอะไรออกมา เทนชิก็ได้นั้งรอหญิงสาวผมเหลือง พลางรอให้รูริฟื้นขึ้นมา

หุ่นยนต์สาวค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาเธอหันมามองรูริและเอามือจับที่ข้อแขนของเธอ

รูริ มัทสึริ : สภาพร่างกายไม่มีอาการน่าเป็นห่วง รูริยืนยันสภาพร่างกายของเทนชิ ~ นี่พวกเราอยู่ทีไ่หนกันเหรอเทนชิ ? รูริสอบถาม ~


เทนชิ : เราอยู่บนยานอาชูร่า ของเฟท . . . แล้วรูริิไม่เป็นอะไรแล้วใ่ช่มั้ย เทนชิถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง แต่เหมือนรูริจะไม่รู้จักเฟท แล้วสักพัก หญิงสาวผมเหลืองก็ได้เดินเข้ามายังห้องรับรอง

หญิงสาวยิ้มให้เด็กน้อยทั้งสอง เธอปิดเครื่องติดต่อเวทย์มนต์ที่ถือมาด้วยลงแล้วหันมาพูดอธิบายใจควาต่างๆให้กับแองเจิ้ลและรูริ

เฟท เทสทารอสซ่า : ตอนนี้สถานการณ์ข้างล่างวุ่นวายอยู่หลายจุดน่ะ แต่ไม่ต้องห่วงหรอกชั้นคิดว่าที่นี่น่าจะปลอดภัยระดับหนึ่งล่ะ แต่ว่าพวกเธอคงจะไม่สามารถลงไปยังโลกด้านล่างได้อีกซักพักล่ะนะ อืม . . . . แต่ไม่ต้องห่วงหรอกที่นี่ไม่ได้มีแต่ห้องพักอย่างเดียว อีกซักพักยานลำนี้ก็จะไปจอดซ่อมแซมยานที่โลกเวทย์มนต์แล้วล่ะ เมื่อถึงแล้วชั้นจะทำหน้าที่ดูแลพวกเธอเอง

รูริก้มหัวพงกๆให้เฟทและกล่าวขอบคุณที่ช่วยชีวิตของเธอและเพื่อนไว้ ถ้าตอนนั้นไม่มีเธออยู่ล่ะก็รูริและเทนชิคงจะตายไปแล้ว

รูริ มัทสึริ : ขอบพระคุณมากค่ะ คุณ . . . . - เด็กสาวหยุดชะงักเพราะว่าเธอไม่รู้ชื่อของบุคคลตรงหน้าเธอนั่นเอง -

เฟท เทสทารอสซ่า : เฟทค่ะ รูริ มัทสึริจัง - หญิงสาวรีบตอบกลับทันใด -

รูริ มัทสึริ : ขอบพระคุณมากค่ะ คุณ เฟท เทสทารอสซ่า ที่ช่วยชีวิตของพวกเราไว้ และยังกรุณาให้ที่พักกับพวกเราอีกด้วย รูริก้มหัวขอบคุณ ~


เทนชินั่งมองทั้ง2พูดคุยกันแล้วก็ถามเฟทว่า " . . . แล้วไม่มีคนอื่นอยู่ในยานนอกจากเฟทเลยหรอค่ะ แล้วแกรนด์ฟอล์ ที่ว่านี่คืออะไรหรอค่ะ ? " เทนชิมองหน้าเฟทด้วยหน้านิ่งๆรอคำถามจากเฟทอย่างใจจดใจจ่อ

หญิงสาวนั่งลงที่โซฟาด้านตรงข้ามและตอบกลับมาที่สาวน้อยผมสีขาว

เฟท เทสทารอสซ่า : แกรนด์ฟอลก้คือที่รวบรวมมาน่าของโลกน่ะ แต่ว่าทางเราก็ยังไม่ค่อยมีข้อมูลมากเท่าไร เพียงแต่ว่าถ้ามาน่าเกิดหมดพลังลงที่ด้านใดด้านหนึ่งของโลกแล้วอีกด้านหนึ่งอาจจะสลายไปก็ได้ แต่ว่าทางเราก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีโลกอีกด้านอยู่จริงรึเปล่าน่ะ

หญิงสาวพูดต่อไปในทันทีเรื่องที่เทนชิถามเรื่องยานนี้กับเธอ

เฟท เทสทารอสซ่า : ก็ยังมีคนอื่นอีกน่ะ แต่พวกเขาทำงานกันอยู่ ตอนนี้คงจะไม่สะดวกมาแนะนำตัวนะจ๊ะ - เธอยิ้มให้เด็กสาวทั้งสอง -


เทนชิ : . . . อ๊ะ แล้วชุดของพวกเราละ จะเอาจากไหนมาเปลี่ยน เด็กสาวถามหญิงสาวด้วยหน้าตาจริงจัง เพราะว่าชุดของรูริและเทนชิอยู่ที่บ้านพักหมดเลย
และก็ชุดที่ใส่อยู่ในตอนนี้ได้ขาดอยู่ แต่เด็กสาวไม่ทันได้สังเกตุ

เทนชิ : แล้วให้เรากับรูริมาอยู่ที่นี่โดยไม่ต้องทำอะไรเลยหรอ ทั้งๆที่ทุกคนทำงานกัน ??? เด็กสาวพูดเหมือนตัวเองไม่อยากเป็นภาระให้กับใครๆ
ซึ่งทำให้ เฟท แปลกใจไม่น้อย กับคำพูดของเด็กสาวตัวแค่นี้

หญิงสาวมองเด็กน้อยด้วยท่าทีจริงจังเธอยิ้มออกมาและลูบที่หัวของเทนชิ

เฟท เทสทารอสซ่า : ตอนนี้คงยังไม่มีอะไรให้พวกเธอช่วยหรอก ไว้ถึงเวลานั้นเมื่อไรชั้นคงจะต้องพึ่งพาพลังจากพวกเธอนะ - เธอยื่นกุญแจห้องพักบนยานชั่วคราวให้กับเทนชิ - เรื่องเสื้อผ้าเดี๋ยวไปซื้อเอาใหม่ก็ได้น่ะ ขณะที่อยู่บนยานก็ใช้ห้องนี้ไปก่อนตามสะดวกนะ


แล้วเฟทก็ได้นำทางเด็กสาวทั้ง2เดินไปยังห้องพัก
"แกร๊ก" เสียงเปิดประตูดังขึ้น เด็กสาวทั้ง2ได้เดินเข้ามาในห้อง แล้วเฟทก็ดูเหมือนๆจะยุ่งๆอยู่จึงรีบไป
เทนชิได้เดินไปยังทีนอน "วันนี้เหนื่อยจริงๆนะ ทั้งที่วันที่แล้วก็เจอเด็กผมเงิน วันนี้ยังมาเจอผู้หญิงโหดคนนั่นอีก" เฮ้อ~ เด็กสาวถอนหายใจ
เทนชิ : แล้วเผลของรูริตอนนี้เป็นยังไงบ้าง เทนชิพูดแล้วมองไปยังแผลที่อยู่ที่ท้องของรูริ ซึ่งเป็นแผลเป็นขนาดใหญ่

บาดแผลได้หายไปแล้ว ดูเหมือนจะมีผลมาจากเวทย์มนต์รักษาของเฟทและเทนชิจึงทำให้รูริในตอนนี้ดูเป็นปกติ

รูริ มัทสึริ : ตอนนี้สภาพโดยรวมของรูริปกติ สภาพร่างกายทั้งภายในและนอกโดยรวมแล้ว 89 % รูริยืนยันสภาพร่างกาย ~

เด็กสาวนั่งลงที่คอมพิวเตอร์และนั่งใช้งานเช็คข้อมูลต่างๆทันที ดูเหมือนว่าวันนี้พวกเธอคงจะผ่านพ้นไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะ เหลือเวลาอีก 1 วันจะถึงโลกเวทย์มนต์


เทนชิ : งั้นเราขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ เทนชิพูดกับรูริแล้วเดินไปที่ห้องอาบน้ำ
เด็กสาวได้ถอดเสื้อแล้ว นำฝักบัวมาล้างทำความสะอาดตัว แล้วได้ลงไปแช่ในอ่างอาบน้ำ แล้วก็เผลอหลับไป เพราะ วันนี้ได้ใช้พลังในการรักษารูริไปมาก
- ก๊อกๆ - เสียงเคาะประตูห้องน้ำดังขึ้นปลุกเทนชิที่เผลอหลับไปในอ่างแช่น้ำในห้องพัก

รูริ มัทสึริ : เป็นอะไรรึเปล่าค่ะคุณเทนชิ รูริสอบถาม ~ ตอนนี้สามทุ่มแล้วนะค่ะคุณเทนชิระวังจะตัวเปื่อยนะค่ะ รูริแนะนำ ~


". . . อ๊ะ นี่เราเผลอหลับไปหรอ" หลังจากได้ยินเสียงของรูริเทนชิ ตื่นขึ้นมา
เทนชิได้รีบขึ้นมาจากอ่าง แล้วเดินไปเปิดประตู " รูริเราขอโทษนะ เราเผลอหลับไป " เทนชิขอโทษรูริด้วยหน้าตาที่ง่วงนอน
เทนชิได้เดินออกไปแต่งตัว แล้วนั่งรอรูริบนที่นอน ส่วนรูริก็ได้เข้าไปอาบน้ำต่อ
เทนชิ : (นี่เราหลับไปนานแค่ไหนนะ) เทนชินั่งคิดในใจระหว่างรอรูริอาบน้ำเสร็จ

เด็กสาวมองคู่หูของเธอและเดินเข้าห้องอาบน้ำ

รูริ มัทสึริ : ถ้าเทนชิเหนื่อยล้าก็นอนไปก่อนเลยก็ได้นะค่ะ รูริบอก ~ - ว่าแล้วเธอก็ปิดประตูห้องน้ำลง -


เทนชิ : โอยาสึมินาไซ~ เทนชิได้บอกรูริก่อนที่จะเข้าไปในห้องน้ำแล้วก็ลงไปนอนที่เตียง แล้วก็ดูเหมือนว่าจะหลับไปเลย

เช้าวันรุ่งขึ้นดูเหมือนว่าพวกเธอจะยังอยู่บนยานอาชูร่าอยู่ ด้านนอกเป็นมิติมืดๆคล้ายคลึงกับอวกาศ ดูเหมือนว่ายานจะยังเคลื่อนที่ไม่หยุดมา1วันเต็มๆแล้ว อีกซักพักคงจะถึงโลกเวทย์มนต์แล้วสินะ

รูริปลุกเทนชิขึ้นมาแต่เช้ามืดเพื่อจะพาไปยังห้องอาหารซะก่อนที่จะต้องลงไปทำอะไรอีกหลายอย่างที่โลกเวทย์มนต์ข้างหน้านั้น ดูเหมือนว่าพวกเธอจะต้องเริ่มต้นใหม่ที่โลกแห่งนี้ซะแล้ว

รูริ มัทสึริ : คุณเทนชิตอนนี้เป็นเวลา 6 โมงเช้านะค่ะ กรุณาตื่นเพื่อชำระล้างร่างกายและไปรับประทานอาหารเช้าได้แล้วค่ะ รูริปลุกและยืนยันแผนการของวันนี้ ~


Player Reaction : ใกล้เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้อง ลงชื่อเข้าใช้ เพื่อดาวน์โหลดหรือดูไฟล์แนบนี้ คุณยังไม่มีบัญชีใช่ไหม? สมัครสมาชิก

x
โพสต์ 17-5-2010 22:44:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด BoSs-KuNg~ เมื่อ 21-5-2010 19:43

ความเดิมตอนที่แล้ว



Stella Item
Stella Recovey skill
Stella Passive skill
Stella Active skill
Stella Special ability
Room mate :



สเตล่ายิ้มน้อยๆออกมาเมื่อได้ยินคู่หูของเธอกล่าวเช่นนั้น แต่ก็ไม่มีคำตอบจากคำถามของเด็กสาวออกมาจากปากของเซ็ทสึโบเช่นกัน จึงไม่ได้ทำให้สเตล่าคลายกังวลแต่อย่างใด เธอมั่นใจว่านั่นเป็นความฝัน แต่บางอย่างในตัวเธอบอกย้ำอยู่ตลอดเวลาว่า นั่นคือเรื่องจริง และความจริงในความฝันนั้นไม่มีเซ็ทสึโบอยู่

สเตล่าค่อยๆลุกออกจากคู่หูของเธอ ทำให้เด็กสาวสังเกตุเห็นว่า มิโคโตะหลับไปแล้ว "ยัยอิเล็กตรอนหลับไปแล้วแฮะ หือ กำอะไรเอาไว้ด้วย?"สเตล่าเหลือบไปเห็นเศษกระดาษในมือของมิโคโตะเข้า ด้วยความที่สเตล่าเป็นเด็กที่มีมารยาท เธอไม่รอช้าที่จะดึงเศษกระดาษนั่นออกมาจากมือของมิโคโตะ "นี่มัน !!" เด็กสาวอุทานขึ้นเมื่อพบว่าสิ่งที่ถูกบันทึกอยู่ในเศษกระดาษนั่นคือ....

ในกระดาษจดบันทึกข้อมูลต่างๆเป็นรูปแบบของข้อมูลในเมืองของมิโคโตะซึ่งคนนอกที่ไม่ใช่นักศึกษาไม่สามารถรู้ได้ แต่ว่าก็มีรูปแผนที่อยู่และมีวงกลมล้อมรอบไว้สามที่โดยวงไว้ว่า Aspio 1 , Deidon hold 2 และ Zopheir 3 คำบอกใบ้นี้จะหมายความว่ายังไงกันนะ . . . เซ็ทสึโบเดินมาโผล่ข้างหลังของสเตล่า เขาขยับแว่นอย่างเข้มขรึมและเอ่ยออกมา

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : หึหึ !! ชั้นไม่รู้อะ ถามมิซากะดีกว่า . . . - เขาขยับแว่นมองตาปริปๆมาที่สาวน้อย -

ทันใดนั้นมิโคโตะก็ได้ตื่นขึ้นมาและคว้าเศษกระดาษคืนมาจากสเตล่าทันที

มิซากะ มิโคโตะ : เสียมารยาท !! นี่มันของส่วนตัวนะ !! - เธอทำท่าโมโหพองามแล้วเก็บกระดาษลงลิ้นชั้กล้อกเกอร์ทันที -

จากนั้นหญิงสาวพลังอิเล็กทริคก็ได้เข้าห้องตัวเองและเตรียมชุดเพื่อชำระร่างกายและรอคอยวันต่อไป


สเตลล่าทำตาโตจ้องมองข้อความบนกระดาษนั้นอย่างตั้งใจ แต่ก่อนที่จะเธอจะได้ทำอะไรต่อ เจ้าของกระดาษแผ่นนั้นก็แย่งมันกลับไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวก่อนจะเดินหายเข้าห้องไป "เพราะนายคนเดียวเลย เจ้าบ้า" สเตล่าประเคนเท้าแจกให้เซ็ทสึโบไปชิมซะหนึ่งที "ฟังนะ นี่เป็นความผิดของนาย เพราะงั้นนายไปขอโทษยัยอิเล็กตรอนซะ"เด็กสาวพูดกับร่างที่นอนดิ้นไปมาด้วยท่าพระเจ้า H ก่อนที่เธอจะเดินไม่รู้ไม่ชี้ไปห้องอาบน้ำ~

ภายในห้วงแห่งความมืดมิด สเตล่า(ชาย)ที่กำลังนั่งครุ่นคิดกับความฝันเมื่อครู่ สีหน้าของเขาดูจริงจังมากเพราะถึงแม้เขาจะเป็นร่างวิญญาณในตัวของสเตล่าแต่เขาก็ไม่สามารถจะรับรู้ความคิดหรือความฝันของสเตล่าได้ การที่เขาสามารถมองเห็นภาพนั้นได้ เป็นเหตุที่ทำให้เขาดูเคร่งเครียจ แต่เมื่อภาพที่สเตล่าได้เห็นเม่อครู่ถูกส่งมายังสมองของชายหนุ่ม รอยยิ้มที่แฝงความเจ้าเล่ห์ก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเขาทันที

"หึหึหึหึ Aspio 1 , Deidon hold 2 , Zopheir 3 งั้นเรอะ ถึงจะยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่นิสัยเสียของแกก็ช่วยชั้นได้เยอะเลยนะ สเตล่า" สเตล่า(ชาย)พูดออกมาด้วยรอยยิ้มชั่วๆของเขา ดูเหมือนว่าข้อมูลที่เขามีอยู่ในตอนนี้ จะมากพอสำหรับการดำเนินแผนการของเขาซะแล้ว...

เช้าวันใหม่ชายหนุ่มที่นอนเท่งทึงที่โซฟาพร้อมกับรอยแดงบนใบหน้ารูปสง่าของเท้าของเด็กสาว มิโคโตะตื่นแต่เช้าและรีบร้อนออกไปข้างนอกทิ้งให้สเตล่านอนบนเตียงเฝ้าบ้านกับชายหนุ่มอับโชค ดูเหมือนวันนี้สภาพอากาศจะไม่ค่อยดีเท่าไร แต่ก็เป็นแบบนี้อยู่บ่อยครั้งที่เมืองแห่งนี้ชาวเมืองจึงไม่แปลกใจอะไรนัก


สเตล่าที่พึ่งตื่นค่อยๆเหยียดแขนขึ้นสุดก่อนที่เด็กสาวจะเดินออกมาจากห้อง เธอมองไปยังใบหน้าของเซ็ทสึโบที่มีรอยจารึกของเธอประทับอยู่อย่างงดงาม "คิกๆๆ"เด็กสาวขำออกมานิดๆก่อนที่เธอจะเดินเข้าห้องอาบน้ำไป

สเตล่าเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดแบบเด็กประถม(ของมิโคโตะ)แต่เธอยังคงเห็นว่าเซ็ทสึโบยังหลับอยู่ทั้งๆที่เวลาอาบน้ำของเธอนั้นร่วมชั่วโมงเลยทีเดียว "ไอ้แว่นโง่ ตื่นเดี๋ยวนี้นะยะ !!"สเตล่าปลุกคู่หูของเธอโดยการโยนชุดนอนของเธอไส่หน้า "ชั้นจะไปออกล่าซักหน่อย นายไปอุ่นอาหารแล้วไส่กระเป๋ามาด้วยนะ"เด็กสาวชี้นิ้วสั่งคู่หูของเธอเยี่ยงทาสก่อนที่เธอจะเขียนข้อความไส่กระดาษโน้ตทิ้งเอาไว้....

ชายหนุ่มซลึมซลืองัวเงียไม่ยอมตื่นเขาพึมพำออกมาเล็กน้อยและนอนพลิกด้านกอดชุดนอนของสเตล่าแทนหมอน . . .

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : ไม่ต้องห่วงหรอก ฮ่าๆๆ พรุ่งนี้มันวันเสาร์น่ะ ( ความจริงแล้ววันพุธ )  - ชายหนุ่มตอบอย่างมองโลกในแง่ดีและซุกหน้าที่ชุดนอนของสเตล่าแล้วก็ลดตัวลงนอนต่อไป -


-*- ความโกรธของสเตล่าพุ่งสูงสุดเรือนผมที่เป็นสีทองอยู่แล้วบวกกับออร่าแห่งโทสะ สเตล่าเปลี่ยนไปเป็นซูเปอร์ไซย่าโดยสมบูรณ์ ?? เด็กสาวเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงมาปรากฏตรงด้านหน้าของเซ็ทสึโบ เธอแย่งเอาชุดนอนของเธอออกมาจากมือของเซ็ทสึโบก่อนที่เด็กสาวจะรัวเท้าไส่เซ็ทสึโบด้วยความเร็วสูง

"หนอยแก ไอ้หมาแว่นสิ้นหวัง(เรียกอย่างสนิทชิดเชื้อ)นอกจากจะโง่ไม่มีสมองแล้ว ยังโรคจิตไม่เลือกที่อีกนะยะ ไอ้วิปริตแอบจิตโลลิค่อนเอ๊ย"สเตล่าเอาเท้าขยี้หน้าของคู่หูเธอไปพลางบ่นไปพลาง "ชั้นอุส่าลดตัวไปพูดกับนายดีๆแท้(หรอ)แต่นายกลับนอนอู้ต่องั้นหรอ มานี่เลยๆ"พูดจบสเตล่าก็จับคอเสื้อด้านหลังของเซ็ทสึโบลากออกไปจากบ้านของมิโคโตะทันทีโดยที่ยังไม่ได้ล็อกประตู

เด็กสาวลากคู่หูของเธอมาจนถึงหน้าเควสเซ็นเตอร์ เนื่องจากว่าอากาศวันนี้ไม่ค่อยจะดีนัก ทำให้ผู้คนบางตาลงไปมากทีเดียว "นี่เธอ ชั้นจะขอทำงานล่าเจ้าตัวขนฟูๆมีปีกนั่น(Mii)กับเจ้าตัวเหลืองกลม(Wood)หน่อยอ่ะ ออกใบบันทึกเควสให้ทีสิยะ"สเตล่าพูดกับสาวน้อยหน้าเควสเซ็นเตอร์อย่างมีมารยาทพลางชี้ไปยังจุดวงกลมบนแผนที่กับรูปมอนสเตอร์ที่วางโชว์อยู่พร้อมกับท่าที ที่กร่างสุดขั้วของเธอ...

กำจัด เจ้าแกะMii 9 ตัว กับตัวเหลืองWood 1 ตัว

ชายหนุ่มมึนดาวเต็มฟ้าเขาสงสัยอาการในตอนนี้ของเขาอย่างมากเขาค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาและมองมาที่เด็กสาว เขาค่อยๆเช็ดแว่นแล้วพูดออกมาว่า

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : อ่าว สเตล่า นี่โรงพยาบาลไหนเนี่ย ? - ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงที่แสนธรรมดา -

หญิงสาวที่กำลังจะยื่นเควสให้กับเด็กสาวสุภาพเรียบร้อยในชุดเด็กประถมถึงกับสลดใจที่มีเด็กไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวมาอยู่กับคนบ้า ~ เธอรีบยื่นเควสให้กับสเตล่าและยิ้มให้อย่างเห็นใจทันที


"อย่างนายนะน่ะ ไม่ต้องไปโรงยพาบาลหรอกย่ะ -*-"สเตล่าหันกลับมาเตะเสยคู่หูของเธออีกครั้งก่อนที่เธอจะหันกลับไปหาสาวน้อยที่กำลังยิ้มแห้งๆส่งกระดาษบันทึกเควสให้กับเธอ "ทำไมชั้นต้องมาหงุดหงิดแบบนี้แต่เช้าด้วยนะ เพราะเจ้าแว่นวิตฐานนั่นคนเดียว เค้าอารมณ์เสียอ้ะ"สเตล่าคว้าใบบันทึกเควสจากมือของเด็กสาวอย่างมีมารยาท ก่อนที่เธอจะเดินไปบ่นไปพร้อมลากคู่หูของเธอติดมือไปด้วย

กำหนดการต่อสู้ - ใช้ AS 2 หลอด ทำการต่อสู้สองครั้ง ครั้งแรก Mii 9 ตัว ใช้ความสามารถจากอบิลิตี้ในการต่อสู้ 5 ครั้ง ใช้สกิล Go To Hell ในการต่อสู้ 1 ครั้ง - ครั้งที่สอง Wood 1 ตัว กับด้วง Beetle 5 ตัว ใช้อบิลิตี้ในการต่อสู้ 1 ครั้ง

เสร็จสิ้น : ลองระบบต่อสู้ดูครับ เดี๋ยวจะลืมกันซะก่อนว่ากำหนดได้ ผิดพลาดตรงไหนช่วยบอกด้วยนะครับ

ย้ายแผนที่ , ต่อสู้ 2 ครั้ง , อบิลิตี้ 6 ครั้ง

AS : [          l         l         l   - - - l - - - - ]

Apple gel *4 / Orange gel * 3 / Life bottle * 1

> สเตล่าโจมตี Atk 22 : Evade 30 : Def 26 : HP 23 / 25 : Mii ( 1 ) Atk 20 : Def 20 : Dex 15 Hp 70 - 2 = 68 / 70

> Mii 9 ตัว Atk 20 : Def 20 : Dex 15 Hp 70 / 70 โจมตีสเตล่า Atk 22 : Evade 30 : Def 26 : HP 25 / 25

> Miss 7 Damage 2 Hp 25 - 2 = 23 / 25

> เซ็ทสึโบโจมตี 5 : พลาดเป้า ( Luck - 50 )

> สเตล่าโจมตี Atk 22 : Evade 30 : Def 26 : HP 23 / 25 : Mii ( 1 ) Atk 20 : Def 20 : Dex 15 Hp 68 / 70

> > > สเตล่าโจมตี Atk 22 + Go to hell ( 20 % : 68 = 13.6 ปัดขึ้น 14 ) + Erekutorogurafu *1 ( 22 ) 22 + 22 + 14 > 58 > Mii ( 1 ) Atk 20 : Def 20 : Dex 15 Hp 68 - 38 = 30 / 70

> เซ็ทสึโบโจมตี 5 : พลาดเป้า ( Luck - 50 )

> Mii 9 ตัว Atk 20 : Def 20 : Dex 15 Hp 70 / 70 โจมตีสเตล่า Atk 22 : Evade 30 : Def 26 : HP 25 / 25

> Miss 7 Damage 2 Hp 23 - 2 = 21 / 25

> สเตล่าโจมตี Atk 22 + Erekutorogurafu *2 ( 22 ) = 44 : Evade 30 : Def 26 : HP 23 / 25 : Mii ( 1 ) Atk 20 : Def 20 : Dex 15 Hp 30 - 22 = 8 / 70

> เซ็ทสึโบโจมตี 5 : Bad luck Critical 10

> Gain : Exp : 70 / G : 5 / Cotton * 1

Player Reaction : เชิญต่อและวางแผนอะไรต่างๆต่อตัวที่ 2 ก่อนต่อรอบต่อไปได้ตามสะดวก ( ไม่เก็บ AS เพิ่มจ้า )


เตะโ่ด่งเซ็ทสึโบไปเป็นเหยื่อล่อฝูงแกะ แล้วโจมตีต่อเนื่องจนกว่าจะครบจำนวนที่กำหนดในการต่อสู้รอบแรก

ชายหนุ่มเหงื่อแตกซี้ด เขานึกไม่ถึงว่าเด็กสาวเปี่ยมไปด้วยมารยาทของเขานั้นจะอัญเชิญเขาไปท่ามกลางฝูงแกะรับบาป - ผลัวะ ผลักๆๆๆ เพร้ง - เสียงเอฟเฟคประกอบมิวสิค ดวงตกแว่นแตก กลางดงมอนสเตอร์ โดยมีเสียงหัวเราะชอบใจของเด็กสาวด้านนอกพร้อมกับโจมตีมอนสเตอร์ต่อไป

แกะทั้งหลายร่วงลงนอนดิ้นกับพื้นด้วยพลังไฟฟ้าและหนวดเหล็กมหากาลของหญิงสาว พร้อมกับร่างชายหนุ่มขาแว่นหักนอนกองท่ามกลางฝูงขนแกะที่ไหม้เกรียม

> Gain : Exp : 70 * 8 = 560 < 1 LV UP > / G : 5 * 8 = 40 / Cotton * 8
HP + 5 / MP + 5 / Status Point : 3 - รอการอั้พเดท -

สเตล่า HP 5 / 25

เซ็ทสึโบ HP 1 / 80 > Passive Skill : Bad Luck Endure ^ Hp 80 / 80


"ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ นายนี่มันอึดจริงๆนะ แถมยังทุเรศด้วย~"สเตล่านั่งลงบนก้อนหินก้อนใหญ่ด้านหลังของเธอพลางหัวเราะชอบใจกับสภาพสุดเท่ของเซ็ทสึโบ "ชั้นหิวแล้วอ้ะนายสิ้นหวัง หาอะไรให้กินหน่อยสิ"เด็กสาวนั่งไขว่ห้างชี้นิ้วสั่งผู้อวุโสกว่าอย่างมีมารยาท

หลังจบอีเว้นท์จาก NPC ขอเริ่มการต่อสู้รอบที่สอง~

เซ็ทสึโบ ซาโยนาระ : ใจร้าย ~ ใจร้ายที่สุด !! ไม่ใช่คนแล้ว !! - ชายหนุ่มพยายามทำท่าสุดโมเอะและจ้องมองมาที่หญิงสาว แต่ดูท่ามันจะไม่เจริญตาซักเท่าไรเขาจึงกลับมาขยับเก๊กแว่นเหมือนเดิมแทน - เอาล่ะหลังจากสู้แล้วก็มาพักกันก่อนก็ได้ เบนโตะมี 6 กล่อง อย่างกินแบบไหนก่อนล่ะสเตล่า มีทั้ง . . .

ระหว่างที่ชายหนุ่มและเด็กสาวกำลังพูดคุยอยู่นั้นได้มีผีเสื้อแดงบินผ่านหน้าพวกเขาไปภาพรอบด้านกลายเป็นสีขาวดำและปรากฏตัวหญิงสาวคนหนึ่งตรงหน้าพวกเขา



? ? ?


"อะไรยะยัยนี่ คิดจะเล่นตลกอะไรรึไง ยัยโรคจิ.... อุ๊บ" สเตล่าลุกขึ้นมาจากก้อนหินพลางพูดกับผู้หญิงแปลกหน้าคนนั้นด้วยสำเนียงสกุลสูงของเธอ แต่ยังไม่ทันจะจบประโยคร่างวิญญาณของสเตล่า(ชาย)ก็ออกมาปิดปากของสเตล่าไว้ "อย่าปากเสียไม่เข้าเรื่อง ยัยนั่นน่ะ ต่อให้ชั้นสู้ชั้นก็ถูกฆ่าอยู่ดี"ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ เขาค่อยๆคลายมือออกจากปากของสเตล่าและกลับเข้าร่างของเด็กสาวไป และนั่นทำให้สเตล่าเหงื่อแตกพลั่ก ร่างมารในตัวเธอไม่เคยเอ่ยเตือนใดๆเลยในการต่อสู้ หมายความว่าผู้หญิงตรงหน้าของเธอนั้นเป็นคนที่ไม่ควรเป็นศัตรูด้วยอย่างถึงที่สุด...

"ฮะ.. ฮะ ฮะ ฮะ บะ..บางทีเปลี่ยนบรรยากาศเป็นอนิเมะยุคเก่าภาพขาวดำก็ดีนะ ฮะ ฮะ ฮะ"สเตล่าหัวเราะแห้งๆพลางเดินถอยหลังไปหาเซ็ตสึโบอย่างช้าๆโดยหลบตาของผู้หญิงปริศนาตรงหน้าเธอไปด้วย "นี่... นายสิ้นหวัง"สเตล่าหันครึ่งตัวไปพูดกับคู่หูของเธอ "ชะ... ชั้นว่าผู้หญิงคนนั้น ขะ... เขาอยากจะคุยกับนายนะ"เสียงของสเตล่ายังคงเต็มไปด้วยความกลัว เพราะเมื่อเธอลองใช้พลังไฟฟ้าอ่อนๆจับสัมผัสถึงฝ่ายตรงข้ามอย่างตั้งใจก็ทำให้เธอรู้ว่าคนๆนี้สามารถจะสังหารทั้งเธอและร่างมารในตัวเธอได้อย่างง่ายดาย ถ้าหากคิดจะต่อสู้กับหล่อน

"ดะ.. เดี๋ยวชั้นจะไปรอนายแถวๆภูเขาลูกนู้นนะ... นะ"สเตล่าพูดเสียงสั่นพลางชี้ไปยังภูเขาลูกหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนักก่อนที่เธอจะออกวิ่งไปด้วยความเร็ว40หลา4.2วิ ปล่อยให้หนุ่มแว่นกับสาวสวย???สวิทกันต่อสองต่อสอง~

เมื่อหญิงสาววิ่งมายังภูเขาอีกลูกหนึ่งก็พบกับหมู่บ้านร้างบนยอดเขา บรรยากาศในหมู่บ้านดูเหมือนจะไม่ค่อยต้อนรับเธอซะเลย ทางเก่าถึงแม้ภาพจะเป็นขาวดำแต่ก็ยังสวยกว่าภาพ 3 มิติตรงนี้ น่าแปลกใจที่ไม่มีเสียงใดๆจากอีกด้านนึงเลย เซ็ทสึโบจะยังหายใจอยู่รึเปล่านะ . . .


Player Reaction : เชิญจ้า ( ใกล้เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยก้ได้ ) To Be Continue
โพสต์ 19-5-2010 01:21:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด Eureka_GL_World เมื่อ 26-5-2010 00:10

ต่อจาก LINK

Asia : Eureka_GL_World


Asia Item
Asia Recovery skill
Asia Passive skill
Asia Active skill
Asia Special ability
Room mate :


" งั้นเหรอครับ... "

คิดไปเองจริง ๆ นั้นแหละ แต่มันก็เหมื่อนจริง ๆ นินะ เข้าเรื่องก่อนดีกว่า

" ผมว่าเธอไม่โกหกหรอกนะครับ หลักฐานก็น่าจะเป็นตอนที่เธอมาช่วยผมตอนผมตายน่ะครับ ถ้าไม่มีเธอผมอาจไม่ได้มานั่งคุยแบบนี้ "

ผมจ้องมองไปที่มือทั้ง 2 ข้างของผม พวกสายตาที่เวทนาตัวเอง

" มีอะไรที่อยากพูดอีกหรือเปล่าครับ คุณคังโดริ "

ผมถามไปด้วยนํ้าเสียงเรียบง่ายตามเคย

หญิงสาวตกใจเล็กน้อยที่เอเซียพูดว่าตายแต่เธอก็ทำหน้างงอีกครั้งหนึ่ง

คังโดริ มิทสึ : ? ? ? คุณเอเซียจะตายได้ยังไงล่ะค่ะ ? ก็ยังนั่งครบ 32 อยู่นี่นา - หญิงสาวยิ้มให้เล็กน้อย - อ้อ แล้วก็การที่จะไปเมืองข้างๆนี้ต้องนั่งเรือไปอย่างเดียวนะค่ะคุณเอเซีย อาจจะใช้เวลานานซะด้วย คุณเอเซียต้องตัดสินใจแล้วล่ะค่ะว่าจะไปทำอะไรก่อน


อ๊ะ นั้นสินะ คุณคังโดริไม่รู้นิ ว่าเราตายไปแล้วครั้งนึง ตั้งแต่ตอนที่แมงมุมตัวนั้นระเบิดตัวเอง งั้นก็ดีแล้ว...
แต่ตอนนี้ผมชักตัดสินใจได้แล้ว ว่าผมต้องทําอะไรก่อน

" ผมตัดสินใจได้แล้วครับ คุณคังโดริ ผมจะไป Halure ครับ "

ผมกํามือแน่น พร้อมกับการตัดสินใจที่เด็ดขาดของผม

" อีกสักพักผมจะออกเดินทางเลยครับ จะช้าไม่ได้เด็ดขาด ขอบคุณนะครับที่ให้ผมพักตั้งคืนนึง "

ใช่แล้ว แบบนี้แหละถูกแล้ว

" หวังว่าพวกเราจะได้เจอกันใหม่ที่ไหนสักแห่งนะครับ "

จะให้คุณคังโดริมายุ่งกับไอเรื่องอันตรายแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว...

หญิงสาวมองมายังชายหนุ่มเหมือนกับอ้อนอะไรซักอย่าง พ่อบ้านหนุ่มของเราน่าจะพอเดาออกว่าเธอจะต้องขอไปด้วยอย่างแน่นอน เธอจิกสายตามายังเอเซียค้างไว้


อะไรกันนิ ไอสายตาแบบนี้ อย่าจ้องผมแบบนั้นสิ
จะต้องไม่พาเธอไปเจออันตรายอะไรอีก เท่าที่ผ่านมาน่ะ...
ผมนึกภาพตั้งแต่ผมเจอคุณคังโดริครั้งแรก จนถึงตอนนี้ ทั้ง ชายสวมหน้ากาก แมงมุมยัก...
เธอไม่เป็นอะไรเลยนิ !!  แถมยังเป็นคนที่ช่วยผมไว้อีกต่างหาก !!
ไม่ได้ ๆ อย่าเอาความคิดแบบนั้น พาเธอไปด้วยเด็ดขาด ไหน ๆ เธอก็ต้องการจะสื่อสารกับเราด้วยสายตา ถ้างั้นต้องตอบโต้ !
ผมจ้องตาเธอกลับ ด้วยสายตาประมาณว่า ไม่ได้ ยังไงผมก็พาคุณไปไม่ได้ !
---- 5 นาทีผ่านไป ----

" ยอมแพ้แล้วครับ "

นํ้าตาของผมไหลจากดวงตาอย่างโศกเศร้า

หญิงสาวยิ้มอย่างผู้ชนะและเธอก็รีบหยิบกระเป๋าที่เธอแอบจัดไว้ออกมาทันที

คังโดริ มิทสึ : ในเมื่อตกลงแล้วก็ไปกันเลยดีกว่านะค่ะ เรือวันนี้จะออกภายใน 1 ชั่วโมงข้างหน้าเราคงต้องรีบกันหน่อยล่ะค่ะคุณเอเซีย - หญิงสาวลากมือชายหนุ่มออกจากบ้านไปที่ท่าเรือทันที -


อะไรกันทั้งกระเป๋า ทั้งกําหนดการเรือออก เธออ่านอนาคตได้หรือไง !
ยังไงก็เถอะ เป็นแบบนี้แล้วคงต้องพาเธอไปเท่านั้นแหละ

" ไปกันเถอะครับ คุณคังโดริ "

ผมยิ้มให้คุณคังโดริ และเดินออกจากบ้านพัก ออกจากเมืองไปทันที และดูเหมื่อนสภาพอากาศจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก
เอ๋ สภาพอาการแบบนี้มัน แย่หน่อยแฮะ สําหรับการเดินทางแต่ก็เอาเถอะ รีบไปที่เรือก่อนดีกว่า
บนเรือขนาดใหญ่แบบทั่วไปชายหนุ่มและหญิงสาวได้จองห้องพัก ดูเหมือนห้องอาจจะเล็กกว่าที่บ้านของพวกเขาแต่ก็ดีกว่าห้องบนรถไฟอยู่โขเลยทีเดียว พวกเขาคงจะต้องนั่งรอกันบนผืนน้ำนี้อีกสองวันเลยทีเดียว ขณะที่เอเซียกำลังจัดของอยู่ก็ได้เหลือบไปเห็นชายหนุ่มคนนึงซึ่งยืนอยู่ที่หัวเรือ เขามองออกไปบนท้องทะเลที่กว้างใหญ่ท่ามกลางท้องฟ้าอันมืดครึ้มนี้ ดูเหมือนเขาจะคิดอะไรอยู่คนเดียวตรงนั้น . . .



? ? ?


อ๊ะ... อะไรกันนิความรู้สึกแบบนี้ ร่างกายมัน... แย่แล้วถ้าหากความรู้สึกในตัวเราบอกไม่ผิดล่ะก็
ต้องทําอะไรสักอย่างแล้ว ถ้าเป็นตอนนี้เปิดฉากรุกไปก่อนคงได้เปรียบไม่น้อย !
ผมรีบพุ่งตัวเข้าไปหาชายร่างใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงนั้นทันที !
จากนั้นไม่รอช้า ผมใช้มือของผมตบไปที่ไหล่เขาอย่างรวดเร็ว ด้วยแรงที่น้อยนิด !
พร้อมพูดไปว่า

" เอ่อ... คุณเมาเรือเหรอครับ ? "

ผมยิ้มให้กับชายคนนั้น พร้อมเดินไปยืนข้าง ๆ

ชายหนุ่มหันมามองเอเซียช้าๆ เขาค่อยๆยิ้มขึ้นมาและหน้ามืด จากนั้นเขาก็หันกลับไปทางเดิมอย่างรวดเร็ว - แหมะ - เสียงวัตถุอันตรายหล่นลงทะเลไปแล้ว ท่าทางอาการเขาจะไม่ค่อยดีซะด้วย . . .


ว๊า ถ้าจะแย่ซะแล้วสงสัยต้องช่วยหน่อยล่ะ

" อ๊ะ นี้ครับ อมนี้ไว้สิครับ "

ผมยื่นเมี่ยงให้ชายคนนั้น ที่ให้อมเมี่ยงก็เพราะจะอาศัยความเปรี้ยวและฝาดของใบเมี่ยงมากดอาการคลื่นไส้
อาศัยคาเฟอีนน้อย ๆ ในใบเมี่ยงมากระตุ้นเลือดลมให้เดินดีขึ้น อาการคลื่นเหียน เวียนศีรษะระหว่างเดินทางก็จะหายไป

" แล้วนี้ด้วยครับ เอาใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อนะครับ จะช่วยได้เยอะ "

สิ่งที่ให้ยื่นให้อีกอย่าง คือพริกขี้หนู 6 - 7 เม็ด มันช่วยให้ไม่มีอาการเมา
ผมเองก็ไม่รู้เหมื่อนกันว่าทําไม แต่มีหมอคนนึงมาบอกผมเมื่อครั้งอดีต

เขาค่อยๆมองหน้าของเอเซียและทรงตัวตรงอีกครั้งหนึ่งหลังจากยืนเซเมาเรือ

? ? ? : ขอบคุณมากนะพ่อหนุ่ม เจ้าเี่นี่ยเป็นคนดีจริงๆ แต่ไอพริกขี้หนูเนี่ยเหมือนจะไม่ช่วยอะไรเลยนะ - ว่าแล้วเขาก็หยิบพริกในกระเป๋าเสื้อขึ้นมากินเม็ดนึงเพื่อช่วยให้หายเมา -


" ฮะฮะฮะ มันเป็นคําสาบไปแล้วล่ะครับ เรื่องช่วยคนนิ "

ผมหัวเราะคุยกับชายคนนั้นอย่างสนุกสนาน ดูเหมื่อนจะเป็นคนนิสัยดีนะ
คงจะได้เพื่อนร่วมเดินทางเพิ่มแล้วมั้ง ถ้างั้นแนะนําตัวเลยล่ะกัน

" ผม เอเซีย ครับยินดีที่ได้รู้จัก คุณ... ? "

ผมยืนมือเข้าเพื่อนที่จะจับมือ และเอียงคอเล็กน้อย พร้อมเอ๋ยถามชื่อแบบไม่เป็นทางการ

ชายหนุ่มจับมือทักทายตามมารยาท

โอวาน : ข้าชื่อ โอวาน การช่วยเหลือของเจ้ามันก็ดีหรอกนะ แต่ก็ต้องเลือกช่วยเหลือให้ถูกกับสถานการณ์ด้วย - เขาเก๊กเล็กน้อยก่อนที่จะลดตัวลงนั่งบนพื้นหัวเรือก่อนที่อาการจะกำเริบอีกรอบ - ว่าแต่จะนั่งเรือไปที่ไหนล่ะ ?


" Halure น่ะครับ "

ยังไม่หายอีกเหรอนั้น... คงต้องเขาไปนอนซะแล้วล่ะมั้ง

" ผมว่าคุณ โอวาน ไปนอนพักผ่อนดีกว่านะครับ มันจะช่วยได้เยอะเลยนะครับ "

ผมพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

ชายหนุ่มค่อยๆลุกขึ้นมา เขาชูนิ้วโป้งให้กับเอเซียและก้าวขาเดินไปทันที

โอวาน : ก็ดีเหมือนกันนะ พักซักหน่อยแล้วกัน ฮะๆๆ - เขาเดินหอบร่างเมามาย ( เรือ ) ของเขากลับไปยังห้องของเขาทันที

ขณะเดียวกันท้องฟ้าก็มืดครึ้มกว่าเดิมและมีหยดฝนเล็กๆเริ่มตกลงมาบนเรือบ้างแล้ว


คงไม่เป็นไรหรอกนะ...
อ๊ะ ฝน คงต้องเข้าไปที่ห้องซะแล้ว
ผมรีบวิ่งเข้าไปในตัวเรือเพื่อไม่ให้ตัวเปียกแล้วรีบตรงกลับเข้าห้องพักทันที
เมื่อมาถึงห้องก็เห็นคุณคังโดรินั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง
เฮ่อ... สุดท้ายก็พาเธอมาถึงนี้จนได้ ให้ตายสิ ถ้าผมเป็นคนเด็ดขาดกว่านี้ล่ะก็นะ

" คุณคังโดริ ไปทานอาหารกันเถอะครับ "

ผมชวนคุณคังโดริที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ แล้วเดินออกไปยังห้องอาหารของเรือ

หญิงสาวเดินตามชายหนุ่มมาที่ห้องอาหารภายในเรือ สายฝนข้างนอกดูเหมือนจะหนักขึ้นทุกทีๆ ท้องฟ้าที่มืดครึ้มและลางสังหรบางอย่างของชายหนุ่ม ขณะเดียกวันทูติลมตัวแรกของเขาก็ได้กลับมาที่ตัวเขา ภาพที่เขาเห็นเป็นภาพหมู่บ้านร้างแห่งหนึ่งพร้อมกับอัศวินหนุ่มในชุดสีขาวที่เขาคุ้นเคย และเด็กสาวกับชายหนุ่มใส่แว่นคนหนึ่งกำลังประจันหน้ากับหญิงสาวในชุดกิโมโน ดูเหมือนว่าเมือง Deidon hold จะเป็นเมืองที่มีเรื่องเกิดขึ้นเยอะที่สุดในระแวกนี้เลย เพราะอะไรกัน . . . . ระหว่างที่พวกเขากำลังนั่งกินอาหารอยู่นั้นโอวานก็ได้ลงมานั่งกินด้วยเช่นกัน เขานั่งติดหน้าต่างทั้งที่เมาเรือแล้วก็มองเหม่อลอยออกไปด้านนอกเช่นเคย เหลือเวลาอีก 1 วันกับ 1 คืน จะถึง Halure


หลังจากทานอาหารเสร็จ ก็ดิ่งตรงกลับห้องพักเพื่อพักผ่อน
ผู้ชายชุดขาวคนนั้น... ไม่ผิดแน่... เป็นเขาสินะ ให้ตายเถอะ ในที่สุดก็ได้เจอแล้ว
แต่ดูเหมื่อนกําลังลําบากอยู่นะ ไม่ต่างอะไรกับเด็กผู้หญิงคนนั้น เรื่องมันเป็นมายังไงกันแน่
ไม่เข้าใจเลยสักนิด จริงสิ พรุ่งนี้ลองไปคุยกับคุณโอวานหน่อยดีกว่า คืนนี้ก็มืดแล้วฝนก็ตกหนัก
นอนก่อนดีกว่า

" ผมปิดไฟแล้วนะครับ คุณคังโดริ ราตรีสวัสดิ์นะครับ "

ผมปิดไฟห้อง แล้วขึ้นเตียงนอนทันที

หญิงสาวยิ้มให้เอเซียและก้มตัวลงนอนอีกเตียงข้างๆเตียงของชายหนุ่ม

คังโดริ มิทสึ : ราตรีสวัสดิ์ค่ะ คุณเอเซีย - เธอหลับลงไปอย่างง่ายดาย . . . โดยไม่มีปัญหาอะไรเลย -

เช้าวันใหม่ท้องฟ้าก็ยังครึ้มๆอยู่เหมือนวันวาน วันนี้โอวานไม่ได้ออกมายืนริมขอบเรือเหมือนที่เขาเคยทำเมื่อวาน


อ่าว ไม่อยู่หรอกเหรอ... งั้นคงต้องเดินหาในเรือให้ทั่วซะแล้วสิ
แต่ เริ่มจากตรงไหนก่อนดีนะ ห้องอาหารล่ะกัน
ผมเดินไปที่ห้องอาหารเรื่อย ๆ แล้วคิดเรื่องที่ภูตลมส่งมาให้ผมรับรู้
ยังเหลือภูตลมที่ 2 ตัวที่ยังไม่กลับมา ตัวนี้ทําให้ผมรู้เหตุการ์ณบางอย่าง
ถึงไม่มากก็เถอะ แต่ทําให้ผมรู้ถึงตําแหน่งของเพื่อนสนิดเก่าแก่ได้ ก็ดีโขแล้ว
พอลงจากเรือ ค่อยส่งจดหมายไปหาดีกว่า ถึงห้องครัวแล้ว คุณโอวานจะอยู่ไหมนะ

ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินกำลังนั่งจิบกาแฟยามเช้าอยู่เขากำลังส่งข้อความถึงใครบางคนผ่านปาล์มของเขาอยู่ด้วย ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เมาเรือเหมือนเมื่อวานแล้ว


อ๊ะ เจอแล้ว เจอแล้ว
รู้สึกเหมือนเขาจะไม่เมาเรือแล้วสินะ โชดดีจริง ๆ
ผมไม่รอช้า เดินเข้าใกล้ ๆ เขาพร้อมกับทักทาย

" อรุณสวัสดิ์ครับ คุณโอวาน "

ผมเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตรามข้ามคุณโอวาน

" ผมมีเรื่องจะคุยด้วยหน่อยน่ะครับ "

ผมเปิดเรื่องที่อยากปรึกษา แล้วก็ไปเห็นคุณโอวานเขียนอะไรนิดหน่อย
ด้วยความสงสัยผมเลยถามไป

" เอ่อ... คุณโอวานครับ ทําอะไรอยู่เหรอครับ ? "

ชายหนุ่มเก็บเครื่องส่งข้อมูลของเขาลงและหันมาทางเอเซีย เขายิ้มทักทายแบบทั่วไปๆให้กับชายหนุ่ม

โอวาน : โย่ ตื่นแล้วเหรอ ? ข้าส่งข้อความไปให้สหายน่ะ พอดีเรามีภารกิจเล็กน้อยที่ต้องไปสะสาง - เขายื่นเมนูให้สั่งอาหารยามเช้าให้ชายหนุ่ม - เอาล่ะ สั่งอะไรซะหน่อยสิถือว่าข้าเลี้ยงเพราะได้พบกันโดยวาสนาก็แล้วกันนะ แล้วเจ้ามีเรื่องอะไรจะปรึกษากับข้างั้นเหรอ ?


พอมาถึงเวลาที่ต้องพูด ดันมานึกอะไรแปลก ๆ ได้ว่า ทําไมผมถึงต้องมาขอคําปรึกษาจากคุณ โอวาน ด้วยนะ
ทั้ง ๆ ที่ เพิ่งรู้จักกันแท้ ๆ ทําไมถึงคิดว่าเขาจะให้คําแนะนําที่ดีกับเราได้นะ
อีกอย่างถ้าพูดเรื่องความฝันไป เขาคงมองว่าผมเป็นคนบ้าแน่ ๆ พลาดไปแล้ว... เพราะงั้นต้องเบี่ยงประเด็น !

" คือ... คุณโอวานครับ คุณคิดว่า... โลกของพวกเราน่ะ... "

ใช่แล้ว... แบบนี้ล่ะ

" กลมหรือแบนครับ ? ! "

ผมถามออกไปด้วยสีหน้าจริงจัง ! แบบนี้ล่ะ เนียนสุด ๆ

เต็มแล้วขึ้นใหมไ่ด้เลยจ้า


ต่อได้ที่ LINK
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 23-1-2020 07:33 , Processed in 0.320532 second(s), 24 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้