Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: tesstrossa

[Role Play V. 2][Start !!] The world ~ Celestia ~

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 26-8-2010 21:22:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 7-9-2010 04:56


Information
Skill

สถานะปัจจุบัน :
สภาพ : หิว!!!
AS 40 / 40

status


Personality


Item


มิจจี้ถึงกับทำตัวไม่ถูก เพราะทุกคนในห้องต่างจ้องมาที่เธอเพียงคนเดียว
"อา... นายคนที่อยู่บนดาดฟ้านี่นา ใช่มั้ยหว่า?"
เด็กสาวคิดเอียงคอสงสัย และชี้นิ้วไปที่เด็กหนุ่มที่สวมผ้าพันคอยาวในวันที่ร้อนๆอย่างนี้
หน้าตาอย่างกับรุ่นพี่ชินอิจิโร่แน่ะ 555
แล้วมิจจี้ก้อหัวเราะออกมาคนเดียวเบาๆ ก่อนจะยิ้มแก้เก้อ -//- แล้วหันไปมองคนอื่นในห้องนั้น

นักเรียนชายคนหนึ่งที่ได้เข้ามาก่อนหน้าของมิจจี้ไม่นานนักได้เอ่ยถามหญิงสาวขึ้นเมื่อเขาได้กลับหันมาพบกับเธอเข้าพอดี

? ? ? : มาทำอะไรงั้นเหรอ?? - ชายหนุ่มที่หน้าคล้ายชินอิจิโร่ได้เอ่ยถามมิจจี้ -


เสียงเรียกนั้นทำให้มิจจี้หันหลับมามองแล้ว
"อ๊ะ มาทำไมหรอ?" เด็กสาวมองซ้ายมองขวาก่อนจะพบว่าคนตรงหน้าพูดกับตัวเอง =w=
"มะ..มา..มาหาคนน่ะสิ อะ..เอ่อ ขอเวลาสักครู่นะ"
ตาสีน้ำตาลกลมหันมองไปรอบๆอีกครั้งอย่างสำรวจตรวจตราพร้อมกับหันไปถามกรรมการนร.ที่อยู่ในห้อง
และปล่อยให้เด็กหนุ่มตรงหน้ายืนเก้อรอ...
"พอจะรู้จักคนชื่อ นาโอะ โอโตสึกิ มั้ยคะ?"
"คือว่า...เธอ เอ๊ย เขาเปนรูมเมทของชั้น ว่าจะไปในเมืองกันน่ะค่ะแต่ชั้นหลงกับนาโอะคุงซะก่อน เหนผ่านมาแถวนี้บ้างมั้ย "
"ไม่งั้นชั้นคงไม่มีใครพาสำรวจที่เมืองนี้..."

มินาโตะได้หยิบ ID card ของตัวเองและส่งข้อมูลไปให้กับมิจจี้ทันที

มินาโตะ อาริซาโตะ : อ่า . . . ความจริงแล้วจะดูข้อมูลคู่ของตัวเองจากในการ์ดก็ได้นะครับผม - ชายหนุ่มยิ้มให้มิจจี้น้อยๆ - แต่ตอนนี้ผมส่งข้อมูลให้ดูแล้วเปิดอ้างอิงจากข้อมูลนั้นหาเพื่อนของคุณก็ได้ครับผม

จากใบข้อมูลนั้นได้แสดงตำแหน่งของนาโอะซัง ( ? ) ให้มิจจี้ได้ทราบ ดูเหมือนว่าเธอจะรออยู่ที่ทางเดินในเมืองระหว่างมายังโรงเรียนนี้


"ว้าว~ ขอบใจจ้ะ"
มิจจี้ยิ้ม หลังจากสำรวจดูที่อยู่ของนาโอะคุงจาก ID CARD ของตนที่เพิ่งได้รับข้อมูลมาจากมินาโตะ
ความเงียบก่อตัวขึ้น แล้วเด็กสาวจึงเริ่มพูดเรื่องสำคัญของเธอจิงๆซะที
"ชั้นอยากได้ข้อมูลอีกอย่างนึง..."
"ความทรงจำชั้น เกี่ยวข้องอะไรกับที่นี่กันแน่?"
ดวงตาแข็งกร้าวตวัดมองไปที่คนตรงหน้า สร้างแรงกดดันให้กับทั้ง2
อ๊ะ ไม่ได้นะ!! เกือบเผลอปล่อยจิตสังหารไปแล้ว
เด็กสาวจึงเปลี่ยนท่าทีจะแข็งกร้าว เย็นชา กลับมาเปนปกติ
สายลมเย็นจากหน้าต่างพัดเข้ามาช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายเล็กน้อย
มิจจี้เงียบ และรอคอยคำตอบ...

ดูเหมือนว่าจิตสังหารของมิจจี้ที่หลุดออกมาเล็กน้อยตอนแรกนั้นจะกระแสไม่มากพอที่จะกระทบมินาโตะและมินาโกะเท่าไรนัก ทางด้านมินาโตะเองก็ได้แต่ทำหน้างงๆ เล็กน้อยและถามมิจจี้ต่อไปว่า

มินาโตะ อาริซาโตะ : เอ ? เรื่องความทรงจำหรืออดีตของคุณเองผมจะไปรู้ได้ยังไงล่ะครับ - ชายหนุ่มยิ้มแห้งๆพร้อมกับตอบคำถามของมิจจี้ -

? ? ? : เสร็จแล้วเรียกด้วยล่ะ - ชายหนุ่มที่ได้เข้ามาก่อนหน้านี้เดินออกจากห้องกรรมการนักเรียนไปยืนรับลมอยู่ตรงระเบียงของอาคาร พร้อมกับอ่านข้อมูลในID CARD ไปพลางๆรอมิจจี้อยู่ -


ใบหน้าหวานเศร้าสร้อยหลังจากได้ยินคำตอบ พลางนึกว่าคนที่คุ้นเคยแต่กลับจำไม่ได้
มันเปนเพียงความรู้สึกที่รู้ถึงความมีตัวตน แต่กลับมิอาจมีในความเปนจิง...
นั่นสินะ
ความทรงจำของชั้น คนอื่นจะรู้ดีกว่าได้ไงกัน?
แค่ให้้ความรู้สึกพาไป
สักวันจะได้เจอความทรงจำนั่นแน่นอน...

พี่ชายคะ  พี่อยู่ไหนกันคะ?
ทำไมต้องปล่อยให้นินิอยู่คนเดียว?
ทำไมกัน? ทำไมต้องหนีไปแบบนั้นด้วย...


คนนั้นๆเปนใครกัน คนที่เราเรียกว่า"พี่ชาย"มาโดยตลอด...

"โอ๊ย!" เด็กสาวร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวด
ยิ่งคิดถึงคนๆนั้นเท่าไหร่ก้อยิ่งปวดหัว มักเปนอย่างนี้เสมอ
มือทั้งสองข้างยกขึ้นมากุมขมับ
ดวงตาเริ่มพร่าเบลอ ทรงตัวไม่อยู่ จนต้องพิงตัวกับผนังห้อง
มิจจี้ได้แต่หลับตาข่มความเจ็บปวดเอาไว้
ไม่นานเด็กสาวก้อตั้งสติได้..
อีกครั้งแล้วสินะ ขอบคุณนะ สายลมและความมืดที่ทำให้ชั้นได้สติ

อีกด้านหนึ่งของห้องมีสายตาเปนห่วงจากมินาโตะและมินาโกะทำให้มิจจี้เลือกที่จะเอ่ยลา
"อา..งะ งั้นขอตัวก่อนนะคะ"
เด็กสาวผงกหัวเปนเชิงขอบคุณ แล้วเดินออกมานอกห้อง
และพบกับชายหนุ่มที่รออยู่ข้างนอก
ทำไมกันนะ รู้สึกเหมือนคนๆนี้ยังกับความมืดเลย..
เฮ้อ~ ค่อยสบายใจขึ้นหน่อย

"นายผ้าพันคอยาว!"
มิจจี้จึงเรียกขึ้นก่อนจะเดินไปพิงระเบียงใกล้ๆกันนั้น
"พอดีชั้นกำลังจะเข้าเมืองไปหารูมเมทน่ะ ^^"
พูดจบก้อหยิบ ID CARD ของตนเองขึ้นมาโชว์ตำแหน่ง นาโอะคุง ให้ชายหนุ่มข้างๆดู
"ดูท่านายจะเปนคนที่นี่ น่าจะพอนำทางให้ชั้นได้ ถึงจะมีแผนที่ก้อเถอะ แต่แบบว่าี..ชั้นหลงทางบ่อยน่ะ เหอๆ"มิจจี้ยิ้มเจื่อนๆ
"ถ้าว่างไปด้วยกันหน่อยได้มั้ย?"

? ? ? : หา?...นำทาง? เห็นฉันเป็น GPRS รึไง ? แต่ก็เอาเถอะว่าจะเข้าไปในเมืองอยู่พอดี จะนำทางให้ก็ได้

ชายหนุ่มเดินไปยังทางออกของตึก แล้วหันกลับมาพูดกับหญิงสาว

? ? ? : แต่ว่านะ มีแผนที่แล้วยังจะหลงเนี้ย ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว..

เขาหันมาพูดแหย่หญิงสาวพร้อมอมยิ้มนิด ๆ

? ? ? : จะยืนอยู่ทำไมอีกล่ะ ? ไปกันได้แล้ว

เขาเดินไปโดยไม่รอหญิงสาว และแล้ว ทั้งสองก็ได้มาถึงสถานีรถไฟหน้าโรงเรียน
ทั้งสองขึ้นไปบนรถไฟ พร้อมชูบัตรนักเรียนเพื่อขึ้นฟรี  ผ่านไปไม่นานรถไฟได้มาถึงสถานีในเมือง เขาเดินลงมาโดยไม่รอหญิงสาวเขาเดินตรงไปตามทาง เขาเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หยุดและหันมา

? ? ? : จะว่าไป.. เธอ.. เป็นใคร ??  


มิจจี้ที่พยายามกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามเขามาให้ทันหยุดชะงักก่อนจะชนคนตัวสูงตรงหน้า
"เฮ้อ... นายนี่มันไม่ได้เรื่องซะเลยนะ ก่อนจะถามชื่อคนอื่นก้อควรบอกชื่อตัวเองก่อนสิย่ะ" เด็กสาวส่ายหน้าเอือมระอา
"ชั้นชื่อมิจิโยะ นินิ เรียกว่า มิจจี้ ก้อได้"
"แล้วนายหละ?"
มิจจี้ยิ้มๆ เส้นผมยาวสวยปลิวไปตามสบายลม ท่วงทำนองเพลง Utaga ta hanabi บรรเลงขึ้นใกล้ๆกับสถานีรถไฟนั้น
ทำให้ทั้งสองหันไปมองทางนั้น...
เด็กสาวไม่ได้คำตอบจากเด็กหนุ่มตรงหน้าจึงแซวขึ้น ทั้งที่ดวงตาคู่สวยยังจ้องไปที่ท้องฟ้า
"หรือจะให้เรียกว่า นายผ้าพันคอยาว ดีหละ ฮะๆ" ^^

ชิ ? ?(คุโระ) : ... ฉัน ชิ... คุโระ ...

ชายหนุ่มตอบหญิงสาวกลับแบบห้วน ๆ โดยไม่สนใจสิ่งที่หญิงสาวแซวมา

ชิ ? ? ?(คุโระ) : ตอนที่เธอหลงกับคนที่ชื่อ นาโอะ น่ะ หลงกันตรงไหน?

เขาเดินไปเรื่อยๆตามทางต่อโดยไม่รอคำตอบจากหญิงสาว


"ดะ..เดี๋ยวสิ นายความมืด!!"
คุโระ =สีดำ อืม...ความมืด นี่แหละ
ถึงหมอนั่นจะบอกชื่อแล้วก้อยังอยากแกล้งอยู่ดี ไม่เรียกชื่อหรอก 555+
เหมือนมิจจี้จะได้ยินเสียงเรียกคุโระเบาๆ แทรกเข้ามาและก้อไม่ได้ยินไรอีก
สายตาของคุโระดูเหมือนจะเหม่อมองไปที่เด็กสาวผมทวินเทลยาวลากพื้นสีเทาอมม่วงนั้น...

"เฮ้ สนใจกันมั่งสิ"
มิจจี้ร้องเรียกคุโระ และดึงชายผ้าพันคออันแสนย๊าวยาวววของเขาไว้ จนเกือบทำให้ชายหนุ่งสะดุดล้ม

คุโระ : ฮะ เฮ้ย แค่กๆ


"ชั้นจำไม่ได้หรอกว่าหลงกันตรงไหน แต่..นี่ไง! แผนที่ที่นาโอะคุงอยู่ รีบๆพาไปเร็วเข้าสิ"
ตอนนี้ ID CARD แสดงให้เหนว่า นาโอะจังนั้นอยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก
ทั้งสองจึงเริ่มออกเดินไปตามทางเดินนั้นไปยังจุดหมาย
มิจจี้เหนนาโอะนั่งพักอยู่บนม้านั่งใต้ต้นไม้ ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอ(?)ไม่ได้ใส่ผ้ากันเปื้อนแล้ว
มือข้างหนึ่งเก็บ ID CARD เข้ากระเป๋า อีกข้างยังคงจับผ้าพันคอของคุโระอยู่

เมื่อชิโนบุโดนมิจจี้จากมาถึงที่ที่นาโอะอยู่ เขาถึงกับต้องทรุดตัวลงไปกองกับพื้น เนื่องจากหายใจไม่ออก

คุโระ : จะ.. จะฆ่าฉันรึไงห๊ะ !?  หืม นี่น่ะเหรอ นาโอะ ที่ว่า เอาล่ะ เธอก็ได้เจอแล้ว ฉันไปก่อนล่ะ - ว่าแล้วชายหนุ่มก็ได้แจ้นจากมิจจี้ไปอย่างรวดเร็วทันที -

เมื่อชายหนุ่มได้รีบเดินดุ่มๆไปจากมิจจี้แล้วนาโอะเองก็ได้ลุกขึ้นมาหาเธอและกุมมือของหญิงสาวไว้ด้วยความเป็นห่วง

นาโอะ โอโตสึกิ : หายไปไหนมาน่ะ มิจจิโยะซัง !! - หญิงสาว ( ? ) แสดงสีหน้าโมโหออกมาเล็กน้อย - อย่าทำให้เป็นห่วงสิ คราวหลังจะไปไหนเองล่ะก็เปิดตำแหน่ง GPRS บน ID card ไว้ด้วยนะ - นาโอะเอ่ยขึ้นพร้อมกับชูบัตรของเธอพร้อมวิธีติดตั้งให้กับมิจจี้ดูทันที - แต่ว่าไม่เป็นอะไรไปก็ดีแล้วล่ะ ♫ - เธอ ( ? ) ได้ยิ้มขึ้นเล็กน้อยให้กับมิจจี้ตรงหน้าเองและลดมือที่จับไว้ลงก่อนที่จะเหลียวไปมองชายหนุ่มที่เดินจากไปเมื่อครู่นี้ - เพื่อนของเธอเหรอ ?


"อา.. ขอโทดที่ทำให้เปนห่วงจ้า แหะๆ ทีหลังจะไม่หลงแล้ว ^^"
มิจจี้ยกมืออีกข้างมาลูบหัวแก้เก้อเล็กน้อย ก่อนจะเหนไปมองเด็กหนุ่มที่เดินหนีไปซะแล้ว..
คุโระไปซะแล้วสิ สงสัยจะไปหาเด็กสาวคนเมื่อกี้หละมั้ง
"จะเรียกว่าเปนเพื่อนก้อได้หละมั้ง เพิ่งรู้จักกันที่รร.เมื่อกี้น่ะ เหอๆ" เด็กสาวตอบไปอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่นัก

คร่อกกก~
เสียงท้องร้องดังขึ้น  นี่ก้อเกือบจะเย็นแล้ว ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย จะทำให้คนอย่างมิจจี้หิวก้อไม่แปลก
"อ่อย~ หิวจัง =w=" เด็กสาวบ่น
เอาไงดีน้า... นาโอะจังดูท่าจะทำอาหารเก่งซะด้วยสิ
มิจจี้มองซ้ายมองขวาและพบกับร้านสะดวกซื้อริมทางกับร้านคาเฟ่ใกล้ๆกัน
"ไปหาซื้อของกลับไปทำกินที่ห้องกันเถอะ นาโอะจัง" ว่าแล้วเด็กสาวก้อลากรูมเมทของตนเข้าไปเลือกซื้อของตามที่อยากได้

รายการสินค้า :
Raw Egg 20G
Vegetable Set 50G
Raw Meat 50G

"เอ.. เหมือนขาดไรไปน้า~ อ๊ะ ซื้อขนมกลับไปกินด้วยดีกว่า =w="
หลังจากออกมาจากร้านสะดวกซื้อ มิจจี้ก้อเข้าไปที่คาเฟ่ต่อทันที
ด้านในร้านประดับตกแต่งสวยงาม กลิ่นหอมหวานของขนมต่างๆเรียกน้ำย่อยได้อย่างดี เอิ๊กก
แต่ยังไม่ทันได้สั่งอะไร เด็กสาวก้อโดนขัดจังหวะซะก่อน..
♫  いつも 君が愛しくて この想い伝えたくて~... ♫
เสียงโทรศัพท์หวานใสของมิจจี้ดังขึ้นมา ทำให้เด็กสาวต้องรีบกดรับอย่างรวดเร็วพาลทำให้ของที่ถือมานั้นหล่นลงกองไปกับพื้น
ยังดีที่ว่าเธอไม่ได้ถือไข่ไก่ แต่ของอย่างอื่นไม่เสียหายอะไรเพียงแค่กระจัดกระจายเต็มไปหมด ณ ตรงหน้าเคาน์เตอร์นั้น
หากแต่เด็กสาวกลับไม่สนใจมันเลยสักนิด... เพราะเสียงจากโทรศัพท์เรียกความสนใจเด็กสาวได้มากกว่า
??? : ไง..? ข่าวที่ผมให้ไปถูกต้องรึป่าวเอ่ย~
มิจจี้ : นะ..นายนักขายข่าว!!
นักขายข่าว : ครับ ^^" ได้เรื่องรึไงยังครับ... ความทรงจำของคุณน่ะ คุณนักฆ่า
มิจจี้ : เหอะ ข่าวที่นายให้มาน่ะ มั่วรึป่าว ที่นี่มันรร.นะนายก้อรู้
นักขายข่าว : อ๊ะ แสดงว่าคุณยังไม่ได้ไป DARK HOUR สินะครับ
มิจจี้ : มันคืออะไร? ชั้นไมรู้จัก
นักขายข่าว : ผมก้อไม่ค่อยจะรู้เท่าไหร่หรอกครับ ตามข่าวที่ได้มาก้อ...
ปลายสายลากเสียงค้างไว้ก่อนจะเงียบไป ราวกับจงใจแกล้ง
มิจจี้ : ก้ออะไร? อย่ามาทำเงียบ
นักขายข่าว : คราวนี้เรียกค่าตอบแทนเท่าไหร่น้อ~ คริๆ
มิจจี้ : นี่!! ไม่ต้องมาแกล้งชั้นนะ คราวนี้ไม่จ่ายอะไรทั้งนั้นแหละ บอกมานะ!!
นักขายข่าว : อ่าค้าบๆ แค่แกล้งเล่นเท่านั้นเอง อย่าเพิ่งโกดสิ ยังไงเราก้อทำงานกันมานาน หึหึ ตามข่าวที่ได้มาประธานนร.ของที่นั่นมีความพิเศษบางอย่าง นั่นก็คือสามารถปลดล๊อก DARK HOUR ออกมาได้ แต่ระวังตัวด้วย..เธอคนนั้นไม่ธรรมดาเลย
มิจจี้ : งืม ประธานนร.น่ะหรอ... ขอประวัติเท่าที่มีหน่อยละกัน
นักขายข่าว : โอเคค้าบ~ DARK HOUR นั่นอาจจะจำเปนสำหรับการตามหาความทรงจำของคุณก้อได้นะครับ
มิจจี้ : นั่นสินะ ..
นักขายข่าว : โอ๊ะ ผมมีลูกค้าซะแล้วสิ เดี๋ยวส่งตามไปให้ทีหลังนะครับ ^^" บาย
มิจจี้ : อื่ม บายค่ะ

หลังวางสาย มิจจี้ก้อเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียวแต่อยู่ท่ามกลางผู้คนและของกระจัดกระจายอยู่ที่พื้นในร้านคาเฟ่...
"เอ่อ..." -///-

( Fame + 1 )

ดูเหมือนว่าลูกค้ารายอื่นๆในร้านจะแอบยิ้มเล็กๆให้กับความน่ารักของมิจจี้ ทางด้านนาโอะเองก็ได้ทำการเก็บข้าวของขึ้นมาให้กับหญิงสาวด้วยส่วนหนึ่งและหันมายิ้มให้กับเธอ

นาโอะ โอโตสึกิ : แหม ~ มิจจิโยะซังรีบร้อนอะไรน่ะ ? คนสำคัญเหรอค่ะ ? - เธอ(?)ได้หัวเราะขึ้นเบาๆและยิ้มให้กับมิจจี้น้อยๆและเดินนำหญิงสาวเข้าไปในคาเฟ่เพื่อหาอะไรรองท้องก่อนที่จะกลับไปทำอาหารทานกันที่ห้องทันที - นั่งมุมนี้แล้วกันนะค่ะ มิจจิโยะซัง ~ - หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับรีบเปิดเมนูของทานเล่นที่น่าจะได้รับไวกว่าอย่างอื่นเพื่อให้มิจจี้รอดพ้นจากมหันตภัยนี้ - ( Npc เลี้ยง ~ สั่งได้เรย แต่ถ้ากินจนอิ่มนาโอะไม่กลับไปทำอาหารให้นะ >_<" )


Player Reaction : จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
ราชินีงู
โพสต์ 27-8-2010 07:53:52 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 11-9-2010 08:26



สถานะปัจจุบัน :
สภาพ : ปกติ
AS : 40 / 40

Status


Personality


Item


"มื้อเย็นนะ มาทานด้วยกันก็ได้ (ริน หรอ นามสกุลเหมือนกะคนที่เราเจอที่โรงเรียนเลย ส่วนนาโนแมกชีนจะใช้เหมือนที่เราได้ยินมาหรือป่าว)" เธอเดินเข้ามาเตรียมจามเพิ่ม "นี่เซเลสเทียจัง  นาโนแมกชีนคือไรหรอใช่ที่ทำให้ร่างกายแปลงเป็นสิ่งต่าง ๆ ได้ใช่หรือปล่าว" แอนนาพาเธอมานั่งที่ส่วนรับรองเพื่อรอทานอาหารกับยาคุงที่เดียวเลย

เด็กสาวได้รีบนั่งลงอย่างว่าง่ายตามที่แอนนาแนะนำทันที เธอนั่งมองอาหารน้ำลายยืดเล็กน้อยพร้อมกับใช้มือของเธอแอบหยิบตรงนู้นนิดตรงนี้หน่อยชิมทันที

เซเลสเทีย : นาโนแมคชีนคือเครื่องจักรชนิดหนึ่งน่ะค่ะ แต่ว่ารูปแบบก็จะต่างกันไปด้วย พวกเราไม่สามารถเปลี่ยนร่างกายให้เป็นอาวุธหรืออุปกรณ์อื่นได้นอกจากจะต้องติดเสริมเอาน่ะค่ะ เซเลสเทียอธิบาย ~

ไม่นานนักหลังจากที่เซเลสเทียได้ปรากฏตัวขึ้น โทโดเองก็ได้ออกมาจากห้องน้ำเช่นกัน เขามองไปรอบๆห้องอย่างระแวงและถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อพบว่ายาคุงนั้นยังไม่ได้มาที่ห้อง

โทโด : เอ . . . . แอนนานี่ใครเหรอ ? - ชายหนุ่มถามเอ่ยขึ้นพลางนั่งลงที่เก้าอี้อีกด้านหนึ่งของโต๊ะ - หรือว่า !!! อาจารย์จะเห็นใจและเปลี่ยนรูมเมทให้ใหม่ !!


"อย่าหวังอะไรลม ๆ แล้ง ๆ น่า แหม -.- ยาคุงไม่เลวร้ายขนาดที่นายคิดหรอกน่า เด็กคนนี้ชื่อเซเลเทีย เอ่อ ว่าไปเซเลเทียจังมีที่พักหรือยังจะมาพักกะพวกเราก่อนมั๊ย"

ช่วงค่ำ

ชายหนุ่มได้แต่นั่งหัวตกพลางหันมาส่งสายตาละห้อยให้กับแฟนของเขา ดูเหมือนว่าไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่อยากพบหน้ารูมเมทคนนั้นอยู่ดี

ทางด้านเซเลสเทียได้หยุดมือของเธอลงและหันมาตอบคำถามแอนนา

เซเลสเทีย : ตัวของเราเป็นอาวุธที่มีใช้ในการสู้รบ เพราะฉะนั้นที่อยู่จึงไม่มีความจำเป็นกับพวกเราซักเท่าไรนัก เซเลสเทียอธิบาย ~ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเป้าหมายเท่านั้น . . . . - เสียงของเธอได้ตกลงและเงียบไปซักพักหนึ่งดูเหมือนว่าเธอจะเผลอคิดอะไรซักอย่างที่สะดุดความคิดในตอนนี้ของเธอเข้า -

ไม่นานนัก ก็ได้มีเสียงเคาะประตูที่หน้าห้องของแอนนาดังขึ้น ซึ่งนั่นทำให้โทโดหน้าซีดตกลงหนักทันที


"เอาล่ะ ๆ เราเลิกคุยกันก่อนดีกว่า ท่าทางแขกคนสำคัญจะมาแระ" เธอลุกไปเปิดประตูห้อง "เชิญค่า"



ยาราไนก้าแมน : มาแล้วครับ อุโฮะ ~ ♂ - ชายหนุ่มเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสุดแมน ซึ่งทำให้โทโดรีบถอยพรวดไปจองเก้าอี้ข้างๆแอนนาทันที ไม่นานนักยาราไนก้าแมนก็ได้นังลงที่โต๊ะอาหารและรอให้ทุกคนพร้อมหน้ากันก่อนจะลงมือรับประทานมื้อค่ำ - จริงด้วยสิ อุโฮะ ~ ♂ มีอะไรจะถามผมสินะ อุโฮะ ~ ♂


"อื้อ กินไปคุยไปก็ได้"เธอได้ลงมือกินข้าวไปได้ซักพัก "ขอเข้าเรื่องเลยล่ะกัน ยาคุง หรือ เซเลเทียจัง รู้จัก Dark hour มั๊ย พอดีมีคนนัดให้ชั้นไปเจอที่ชั้น 115 อ่ะ"เธอถามพร้อมทั้งตักกับข้าวให้โทโดที่นั่งตัวแข็งทื่อยู่ "จากที่ชั้นเดินดูทั่วแล้วก็หาไม่เจอะนะ คาดว่าต้องมีทางเข้าพิเศษใช่มั๊ย"

ยาคุงตักอาหารของแอนนาขึ้นมาทานพลางทำสีหน้าเก๊กหล่อ ซึ่งเมื่อเห็นหน้านั้นแล้วทำให้โทโดถึงกับต้องย้ายมุมไปแอบกินในห้องรับแขกทันทีจนทำให้ยาคุงรู้สึกเกรงใจเล็กน้อย ( ล่ะมั้ง ) และทำหน้ากลับมาเป็นเหมือนเดิม ( แต่ก็ยังไม่ได้ช่วยให้โทโดรู้สึกดีขึ้นนัก )

ยาคุง : ใช่แล้ว อุโฮะ ~ ♂ ส่วนวิธีเข้าไปนั้นทำได้ไม่ยาก แค่นั่งลงด้านข้างๆม้านั่งของกระผม แค่นั้นก็จะสามารถเข้าไปยัง Dark hour ได้แล้ว อุโฮะ ~ ♂


"จะ...จริงดิ มันง่ายขนาดนั้นเลยหรอ" เธอดูเหมือนจะไม่ค่อยแน่ใจกะวิธีของยาคุงซักเท่าไร "งัยก็ต้องลองกันดูแล้วล่ะ เออ แล้วยาคุงชั้นอยากจะเจอกะ ริน ที่เป็นประธานนักเรียนอ่ะ พอดีเด็กคนนี้เค้าอยากเจอด้วยอ่ะ" เธอพูดพลางลากโทโดกลับมานั่งที่เดิมเพราะมันเสียมารยาท "แล้วยาคุงเคยไปใช่มั๊ย Dark hour น่ะ"

ยาคุง : แน่นอน อุโฮะ ~ ♂ - เขาเอ่ยตอบขึ้นและนั่งทานอาหารของแอนนาต่อ -

ดูเหมือนว่าโทโดจะยอมแอนนาและมาแต่โดยดี แต่เขาก็ยังนั่งสันระทึกอยู่ข้างๆแอนนาอยู่อย่างนั้นเมื่อได้ยินวิธีการเข้า Dark hour แล้ว

โทโด : ทำไมต้องนั่งม้านั่งข้างๆหมอนี่ด้วยล่ะ - ชายหนุ่มน้ำตาไหลพรากพลางมองไปทางแอนนา -

ไม่นานนักยาคุงเองก็ได้กลับไปที่ห้องตัวเองหลังจากกินอาหารกับพวกแอนนาเสร็จแล้ว จึงเหลือแค่เซเลสเทียและโทโดที่ยังอยู่ในห้องนี้กับแอนนา


หลังจากยาคุงจากไปแล้ว เธอจึงเก็บจานชามไปล้าง "เอาน่าโทโด เด๋วชั้นนั่งคั่นให้ เด๋วชั้นไปอาบน้ำก่อนนะ คุยกันไปก่อนนะ" เธอเดินเข้าห้องน้ำไปพร้อมถือชุดไปเปลี่ยนด้วย "อึก!!" หลังจากเธอผิดประตูลงเธอได้ทรุดตัวลงพร้อมเอามือกุมลูกตาไว้ "หน้ามืดหรอ คงไม่มีไรมั้ง"  ภายในจิตใจแอนนา ตัวเธออีกคนได้มีสีหน้าเครียดอย่างเห็นได้ชัด "หวังว่าคงหน้ามืดธรรมดานะ" แอนนากำลังอาบน้ำไปเรื่อย ๆ ส่วนทางด้านโทโด . . . . .

ส่วนทางด้านโทโดเองก็ได้ล้อกประตูห้องอย่างเรียบร้อยทันทีเมื่อยาคุงได้ออกไปจนพ้นรัศมีของเขาแล้ว ชายหนุ่มได้เดินไปจัดโซฟาที่ห้องรับแขกและล้มตัวลงนอนพิงทันที โดยเขาได้บอกให้เซเลสเทียนั้นไปนอนกับแอนนาบนเตียงใหญ่แทน


หลังจากที่แอนนาอาบน้ำเสร็จ ออกมาทั้งคู่ก็หลับไปแล้ว เธอจึงเข้านอนทันที

- เวลาเช้า -

เป็นเพราะนอนแปลกที่ เธอเลยยังไม่ชิน เธอได้ตื่นมาตั้งกะ ตี 5 เธอเข้าไปอาบน้ำ แต่งตัว แล้วลงมือทำข้าวต้มเป็นอาหารเช้า ดูเหมือนกลิ่นหอม ๆ ของข้าวต้มจะไปปลุกทั้งคู่โดยที่ แอนนาไม่ต้องเดินไปปลุก "อ้าวตื่นกันแล้วหรอ ไปล้างหน้า แปลงฟัน แล้วมากินข้าวต้มกัน วันนี้ท่าจะต้องเริ่มเรียนแล้วล่ะ"

โทโดได้ทำตาตื่นขึ้นและวิ่งไปหยิบตารางสอนของพวกเขาขึ้นมาดูทันที

โทโด : แอนนา ~ วันนี้วันเสาร์ไม่ใช่เหรอ ? @__@ - ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพลางชี้ไปที่ปฏิธิน -

ทางด้านเซเลสเทียเองได้เดินมาข้างๆแอนนาพร้อมกับชะเง้อมองข้าวต้มในหม้อด้วยสายตาสแกนของเธอ

เซเลสเทีย : หอมจังเลย ~ - เด็กสาวเอ่ยขึ้นในชุดนอนที่แอบยืมมาจากแอนนา ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ยอมไปทำธุระที่ห้องน้ำก่อนที่จะได้ชิมอาหารเลิศรสในหม้อนั้น


วันเสาร์ที่ 2 เดือน 1 (กันเราลืม)
"ห๋า!!ที่นี่ไม่ได้เรียนทั้ง 7 วันหรอ ( สงสัยเมื่อก่อนแอนนาจะไม่มีวันหยุด = =) เอาเถอะ ๆ ตื่นเช้า ๆ ได้กำไล 3 มง นะจ๊ะ (สุภาษิต ยุ่น) " เธอได้ตักข้าวต้มมาจัดเตรียมให้เรียบร้อย "เด๋วกินเส็ด ไปเดินเล่นในเมืองกันมั๊ย กินกันไปเลยนะ ชั้นไม่ค่อยกินข้าวเช้าน่ะ" เธอขอตัวไปอาบน้ำ  เมื่อเส็ดธุระ เธอจึงพาทั้ง 3 ออกไปเดินในตัวเมือง ทั้ง 3 ได้เดินมาถึงสวนสาธารณะ

- เวลากลางวัน -

ดูเหมือนว่าแอนนาจะเข้าใจผิดเล็กน้อยระหว่างสวนสาธารณะที่หลังโดมพักกับบ่ออธิษฐานในตัวเมือง เนื่องจากว่าในตัวเมืองนั้นไม่มีสวนสาธารณะตั้งอยู่เนื่องจากบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยป่าไม้อยู่แล้ว ทั้ง 3 ได้มาถึงสถานที่แห่งนี้และพบกับคู่รักมากมายที่มาเสริมดวงให้กับตัวเอง ณ ที่แห่งนี้

โทโด : บ่ออธิษฐานบนโลกมนุษย์สินะครับเนี่ย . . . . . - ชายหนุ่มได้หันไปมองพร้อมให้ความสนใจกับสิ่งแปลกใหม่ที่ปรากฏตรงหน้าเขาและวาดมันลงในสมุดจดเล็กๆของเขา -

ทางด้านเซเลสเทียได้แต่เดินตามแอนนาต้อยๆ ดูเหมือนว่าเธอจะติดใจอาหารของแอนนาเสียแล้วซึ่งอาจจะมีผลมาจากที่เธอเป็นหุ่นยนต์จึงไม่เคยสัมผัสกับรสชาติต่างๆนั่นเอง


"นายไม่รู้จักหรอโทโด จ่ะลองมั๊ย เซเลเทียก็มาทำด้วยกันจิ"(ดู ๆ ไปเหมือนพ่อ แม่ ลูก ยังงัยไม่รู้แหะ 555 - คนแต่ง) แอนนาได้โยนเงินลงบ่ออธิฐาน

จำนวนเงิน
4880 G - 500 G
คงเหลือ = 4380 G

เนื่องด้วยโชคลาภของแอนนาที่สูงจึงทำให้เหรียญที่โยนลงไปนั้นหล่นกระทบกับเหรียญจำนวนนึงและเกิดแรงดันน้ำเบาๆพร้อมด้วยกันกับสายลมที่พัดผ่านมาอย่างตรงจังว่ะทำให้ใบ้ไม้ในระแวกนั้นกระหวัดเงินจำนวนหนึ่งมาคืนที่มือของหญิงสาว

+ 5000 G


เธอได้หาที่นั่งพักผ่อน โดยปล่อยให้ทั้ง 2 คน เดินดูบริเวณนั้นต่อไป "ถ้าเซเลสเทียจังอยู่กับพวกเราไปตลอดก็ดีซิ" ด้วยความที่ว่าเมื่อคืนเธอนอนไม่พอ เธอเลยเผลอหลับไป
ทางด้านโทโด....

ทางด้านโทโดเองก็ได้รับตัวหญิงสาวไว้อย่างกระทันหันก่อนที่จะพาเธอไปงีบหลับซักพักหนึ่งบนม้านั่งใต้ร่มเงาแถวๆนั้นเพื่อรอหญิงสาวตื่นขึ้นมา ดูเหมือนว่าเซเลสเทียเองก็จะยังอยู่แถวๆนั้นด้วยเช่นกัน


"จะนอนกินบ้านกินเมืองไปไหนเนี๊ยะ" แอนนาอีกคนตะโกนปลุก  แอนนาได้ตื่นขึ้นมา "เออ นี่โทโด นายยังจำไอนี่ได้ม่ะ" เธอได้เอาเครื่องราง ที่เจอตกอยู่ของเด็กคนหนึ่ง ออกมา "เราว่าเราไปตามหาเจ้าของกันเถอะ เมื่อวานยาคุงสอนวิธีใช้ไอนี่ให้แระ" เธอหยิบ ID Card ชึ้นมา แล้วก็ ใช้ฟังก์ชั่น ค้นหาบุคคล เธอไล่ดูที่ล่ะชื่อ แต่ล่ะชื่อมีรูปปรากฏอยู่ "อ๊ะ นี่งัย ๆ ชั้นจำหน้าได้ เอ๋ เธอชื่อ...."


คิริว รูกะ

โทโดเองได้ทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยและเปิด ID card ของเขาเองขึ้นมาบ้างพร้อมกับเปิดตรวจดูข้อมูลสถานที่ภายในเมือง ซึ่งสถานที่ ที่รูกะน่าจะไปไอยู่ด้ในตอนนี้คงจะเป็นป่าช้าด้านหลังโรงเรียนเนื่องจากว่ามีศาลเจ้าอยู่ที่นั่นเสียด้วย


"ป่าช้า!!!!" แอนนาหน้าถอดสีเล็กน้อย "งะ....งะงั้น เรารีบไปกันเถอะก่อนที่มันจะค่ำ" เมื่อทั้ง 3 มาถึงทางเข้าป่าช้า แอนนาได้หยุดกระทันหัน "เออ... ค่อยมาใหม่พรุ่งนี้ดีกว่ามั๊ย.....ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นเลย ชั้นไม่ได้กลัวนะ!!!" ไหน ๆ ก็มาแล้วเธอจึงตัดสินใจเดินไปต่อ โดยให้โทโดนำหน้า แล้วเธอเอามือเกาะไหล่โทโดไม่ยอมปล่อย และก็มีเซเลเทียปิดท้าย เนื่องว่าเด๋วสิ่งไม่พึงประสงค์จะโผล่มาด้านหลังของเธอ
- แซกๆๆ - เสียงกวาดใบไม้หน้าศาลเจ้าดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงลมนิ่งอ่อนๆที่ทำให้ได้ยินแต่เสียงสะท้อนจากรอบนอกเท่านั้นทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้อุดมไปด้วยเสียงหลงที่หลอนน่าขนลุกอย่างมาก

โทโดเองได้จับแขนของแอนนาไว้และเดินนำหน้าไปด้านในจนกระทั่งพวกเธอได้พบกับมิโกะคนนั้นกำลังยืนกวาดใบไม้แห้งที่ลานศาลเจ้าอยู่ ซึ่งเสียงแปลกๆเมื่อครู่นี้น่าจะเกิดจากไม้กวาดของเธอนั่นเอง



"เฮ้อ ถึงซักกะที อ๊ะ นั่นงัย ๆ " เธอ ได้เดินไปทักทายเด็กคนนั้น "เอ่อ สวัสดีค่ะ ที่เราเคยชนกันเมื่อวันก่อนงัยคะ พอดีธอทำสิ่งนี้ตกไว้ ชั้นเลยเอามาคืนอ่ะค่ะ" เธอพูดพร้อมยื่น เครื่องรางให้ "ชั้นชื่อ แอนนา นี่โทโด กะ เซเลเทีย ยินดีที่ได้รู้จัก อีกครั้งนะคะ"

หญิงสาวได้ตกใจขึ้นเล็กน้อยและรีบวิ่งมาคว้าเครื่องรางค์นั้นไว้อย่างรวดเร็วทันที เธอค่อยๆหันมามองทางพวกแอนนาด้วยสายตาจับผิดแต่ก็ได้ค่อยๆคลายสีหน้าลงและกล่าวขอบคุณพวกเธอแทน

คิริว รูกะ : ขะ ขอบคุณมากค่ะ . . . . ถ้าไม่รังเกียจมีอะไรที่เราพอจะช่วยทดแทนให้ได้ก็ให้ถามมาได้เลยนะค่ะ - หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างเรียง่ายและถามพวกแอนนา -

โทโด : นี่แอนนาเรารู้เรื่อง Dark hour แล้วนี่นา ถ้าเก็บไว้ถามเรื่องอื่นที่เรายังไม่รู้ก็น่าจะดีกว่าล่ะมั้ง . . . . . หรือว่าเธอมีเรื่องอะไรจะถามเกี่ยวกับสถานที่นี้รึเปล่าล่ะ - ชายหนุ่มแซวหญิงสาวขึ้นพลางแลบลิ้นออกมาเล็กน้อยเหมือนเป็นการหยอกล้อหญิงสาวที่กลัวสถานที่แห่งนี้ -


แอนนาหน้าแดงออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะตะโกนออกไปว่า "มะ...ไม่ตลกนะ ตาบ้า!!!" พร้อมทั้งวิ่งไปล๊อคคอโทโด "ไม่ต้องขอบคุณหรอก มันเปงเรื่องปกติอยู่แล้วที่จะต้องเอาของที่ตกมาคืนเจ้าของ" เธอพูดพลางยิ้มให้ทั้ง ๆ ที่ยังล๊อคคอโทโดอยู่ "เธอมาที่นี่ประจำเลยหรอ งั้นแนะนำสาถานที่นี้ให้หน่อยล่ะกัน พอดีชั้นพึ่งย้ายมาอยู่นี่เมืองนี้ด้วยอ่ะนะ เออ จริงซิ ชุดแบบนี้ใช่มิโกะหรือป่าว น่ารักจังแหะ" เธอปล่อยคอโทโดแล้วนั่งลง พลางค้อนใส่โทโดไป 1 ที

ชายหนุ่มเองได้ตีแขนแอนนาเบาๆพลางยกมือยอมแพ้และขอโทษหญิงสาว เขาได้ไอออกมาเล็กน้อยเมื่อแอนนาได้ปล่อยล้อคออกมาจากตัวเขา

โทโด : ทำไมถึงทำกับช้านด้ายยย ~ @__@ - ชายหนุ่มแซวหญิงสาวขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเขาจะเริ่มเป็นมิตรกับแอนนามากขึ้นกว่าที่พบกันครั้งแรกเป็นอย่างมากแล้ว -

ดูเหมือนว่าทางเซเลสเทียจะไม่ได้พูดอะไรมาตั้งนานแล้วหลังจากที่ขึ้นมายังยอดเขาแห่งนี้ ดูเหมือนว่าเธอจะกำลังหมกมุ่นกับอะไรบางอย่างอยู่เสียด้วย


- เวลาเย็น -

รูกะเองได้เดินนำแอนนาเดินดูศาลเจ้าแห่งนี้ ซึ่งดูเหมือนว่านอกจากห้องพื้นฐานภายในแล้วยังจะมีลานฝึกตนและเส้นทางทดสอบความกล้าอีกด้วย รวมไปทั้งตำราต่างๆภายในหอตำราจะมีบางเล่มที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ Dark hour เสียด้วย แอนนาน่าจะได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องบางอย่างถ้าเกิดเธอมาทำการค้นหาหนังสือที่นี่บ่อยๆก็เป็นได้


Player Reaction : เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 27-8-2010 19:12:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 1-9-2010 03:22

ความเดิมตอนที่แล้ว


Information
Skill

สถานะปัจจุบัน :
สภาพ : ปกติ ( ติดเงินค่าประตูรถ , กระจกอีกหลายบาน , รถไฟ , ประตูเข้าหอพัก , BM 1 คัน เพราะเงินเดือนยังไม่ออก )
AS : 36 / 40

Status


Personality


Item


สีหน้าของดีโน่ดูตกใจเล็กน้อยกับสิ่งที่เขาเห็น เด็กหนุ่มจ้องเขม็งไปที่ประตูบานนั้นพลางเลื่อนมือไปกดปุ่มเล็กๆที่เฮดโฟนของเขา

"ขอโทษนะครับหัวหน้า... ผมฝากเรื่องทำลายหลักฐานด้วยนะครับ" เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ

"ห๊ะ ? แกว่าอะไรนะ เฮ้ ดี...." ติ๊ด !! ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะพูดจบ ดีโน่ก็ปิดอุปกรณ์สื่อสารของเขาไปเสียแล้ว

"ตั้งกับดักที่อาจทำให้นักเรียนธรรมดาถึงตายได้เอาไว้.... แถมยังมีประตูลับที่มีความทนทานสูงซ่อนอยู่อีกบาน เพื่อกันผู้มีพลังการต่อสู้เหนือมนุษย์ธรรมดามาทำลายประตูด้านนอก..... แบบนี้คงไม่ต้องสืบค้นจากที่อื่นให้เมื่อยตุ้มอีกแล้ว.... สภานักเรียนนี่แหละ !! คือกุญแจที่จะไขปริศนาทั้งหมด !!" ดีโน่พูดขึ้นพลางเลื่อนคาตานะคู่ใจของเขาเปลี่ยนตำแหน่งจากการพาดหลัง มาพาดไว้ที่เอวด้านซ้าย ก่อนที่เขาขยับมือขวามาจ่อไว้เหนือด้ามดาบในนท่าเตรียมชักดาบ [อิไอ]

ชิ้ง !!! คมดาบพุ่งผ่านอากาศไปอย่างแรงและเร็ว ทิศทางของการฟันเมื่อครู่ยังประทับเป็ยรอยติดอยู่บนอากาศอย่างชัดเจน เด็กหนุ่มค่อยๆเก็บดาบที่ยาวเกินความจำเป็นนั่นลงฝักได้อย่างไม่ยากเย็นนัก พร้อมกับแววตาที่ดูสงบเยือกเย็นภายใต้กรอบแว่นสีดำนั้น และผลที่ออกมาก็คือ...

- วิ๊ง !! - เสียงเพลงดาบของดีโน่ปะทะเข้าที่พลังบางอย่างก่อนที่จะถึงตัวประตูทำให้ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนเกิดขึ้นที่หน้าห้องนั้นเลย เพียงแต่ว่ากำแพงของห้องด้านข้างนั้นเกิดเป็นรอยบาดลึกและทะลุออกไปด้านนอกอย่างครมกริบ ดูเหมือนว่าตัวสถานที่ของห้องด้านข้างๆนั้นจะเละและกระจายออกไปทั่วตามรอยดาบของดีโน่ ทว่ามีเพียงประตูด้านหน้าเขาเท่านั้นที่ยังคงทนแรงปะทะอยู่ได้ ดูเหมือนว่าไม่ว่าจะทำยังไงก็ตามก็ไม่สามารถเข้าไปยังด้านในเลย

- ครืดดด - เสียงเลื่อนประตูเปิดจากด้านในดังขึ้นชายหนุ่มใต้ชุดคลุ่มดำที่ดีโน่เคยพบเห็นได้ค่อยๆย่องออกมาจากห้องนั้นอย่างเงียบเชียบและเจอะหน้าของดีโน่เข้าทันที



? ? ? : เห้ย !!! แกมาทำอะไรที่นี่วะ !! - ชายหนุ่มคว้าตัวของดีโน่เข้ามาด้านในและล้อกแขนขาไว้ในท่ามวยปล้ำทันที - อย่าส่งเสียงไปนะเว้ยไม่งั้นมีเชือด !! - ชายหนุ่มขู่ออกมาด้วยน้ำเสียงกวนๆเล็กน้อยและรอฟังคำตอบจากดีโน่ -


"เอ่อ... มาเดินเล่นล่ะมั้งครับ" เด็กหนุ่มหน้าแหยๆก่อนจะตอบคำถามของปีศาจตนนั้น

"ว่าเข้านั่น ของแบบบที่ใครมันจะไปเชื่อ..." ดีโน่เอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนที่เขาจะใช้ความเร็วฉีกตัวหนีออกมาจากท่าล็อกของปีศาจนั่น

"ขอโทษทีนะพี่ชาย... แต่คราวนี้ผมจำเป็นจริงๆ ข้อมูลสำคัญมันอยู่ตรงหน้าแล้ว..." เด็กหนุ่มขยับแว่นเล็กน้อยเมื่อพูดจบ

"เพราะงั้นตอนนี้... ถ้ามีใครมาขวางผมล่ะก็ ผมก็จำเป็นที่จะต้องใช้กำลังทำให้ทางของผมมันเปิดออกล่ะนะครับ" แววตาของดีโน่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จิตสังหารที่พวยพุ่งออกมาจากตัวของเด็กหนุ่มนั้น ราวกับว่า มันถูกผนึกเอาไว้มานานแสนนาน....
ปีศาจหนุ่มตรงหน้าตวัดดาบขึ้นมาและชี้มายังดีโน่พร้อมกับรอยยิ้มที่กระหายการต่อสู้ แต่ว่าเขาเองไม่ได้มีทีท่าว่าจะเข้ามาจู่โจมก่อนแต่อย่างใด

? ? ? : จะฟัดกันชั้นก็ไม่เกี่ยงหรอกนะแต่ว่าตอนนี้ถ้าเกิดเบาะแสหายไปจะยุ่งทั้งคู่ - ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมกับค่อยๆลดดาบลง - ตอนนี้คงจะต้องพักรบก่อนล่ะนะ ถ้าเกิดอะไรเสียหายขึ้นมาคงจะแห้วทั้งคู่ - ชายหนุ่มอธิบายขึ้นพร้อมกับชิงเอกสารจำนวนหนึ่งออกหน้าต่างก่อนทันที - แต่ว่า . . . . ชั้นได้ของครบแล้ว ที่เหลือให้นายก็ได้ - เขาพูดขึ้นพร้อมกับหายตัวเข้าไปในห้วงมิติกลางอากาศทันที -


เด็กหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เพราะถ้าหากต้องสู้กันล่ะก็ ไม่ว่าใครจะต้องสิ้นชีวิตก็ไม่อาจเดาได้

"ถ้างั้น..." ดีโน่กวาดสายตามองกองเอกสารที่มากมายมหาศาลบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มแยกเอาเอกสารที่ไม่เกี่ยวข้องกับนักเรียนและคนงานในโรงเรียนออกไป จนเหลือเอกสารติดมือดีโน่มาไม่กี่แผ่น

ด้วยเวลาที่มีจำกัด ทำให้ดีโน่ไม่สามารถที่จะขโมยเอกสารสำคัญๆไปได้หมด แต่แล้วเด็กหนุ่มก็ไปสะดุดกับข้อมูลนักเรียนที่เป็นของ โมโมโนะ ชิโอริ เข้า

"แจ๊คพ็อต !!!" ดีโน่อุทานออกมา ก่อนจะรีบยื่นมือไปยังเอกสารแผ่นนั้นอย่างรวดเร็ว.... แต่ทว่ามือของเด็กหนุ่มกลับหยุดลงก่อนจะถึงกระดาษนั่น

"ความรักคือการค้นหานี่นา เอาเป็นว่า วันนี้พอแค่นี้ก่อนล่ะนะ ~" เด็กหนุ่มอมยิ้มออกมา ก่อนจะพุ่งตัวออกไปทางหน้าต่างบานเดียวกับที่ปีศาจตนนั้นกระโดดออกไปทันที

Gain : เอกสาร ? ? ? * 2

- พลั้ก !! - เนื่องจากไม่มีพลังในการย้ายมิติดั่งปีศาจตนนั้นทำให้ร่างของดีโน่ร่วงหล่นลงสู่พื้นด้านล่างอย่างรวดเร็วทันที !! ดูเหมือนว่าปีศาจที่เป็นคู่กัดของเขาจะได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยโดยสิ้นเชิง

บนเอกสารที่ชายหนุ่มได้ถือติดมือมาด้วยนั้นได้มีข้อมูลหนึ่งซึ่งบ่งบอกเกี่ยวกับสถานที่หนึ่งซึ่งเหมือนกับจะเป็นโรงงานทดลองเกี่ยวกับอะไรบางอย่างมีชื่อว่า Abandon ซึ่งดูเหมือนว่าการทดลองนี้จะเป็นความลับสุดยอดของตัวเมือง การทดลองนี้ได้มี Project สำคัญคือ Nyx ซึ่งรายชื่อองค์ประกอบของการทดลองนี้ได้ปรากฏชื่อของประธานคณะกรรมการนักเรียนไว้เสียด้วย ผลของการทดลองยังคงเป็นปริศนา แต่เนื่องจากข้อมูลที่ดีโน่ได้มานั้นจะยังไม่ครบซักเท่าไรนักจึงไม่สามารถใช้งานเอกสารอันแรกนี้ได้อีกแล้ว


"การ....ทด....ลอง...." ในหัวของผมมันมีเสียงอื้ออึงดังเต็มไปหมด - อะไรน่ะ ? ทำไมถึงได้..... ความทรงจำที่คิดว่าลืมไปซะจะดีกว่าพวกนั้น ดันผุดขึ้นมาให้คิดถึงอีกครั้ง...

"ให้ตายสิ.. อุส่าบอกให้ลบความทรงจำส่วนนั้นออกให้หน่อยแท้ๆ..." สติของผมขาดวูบไปเมื่อเท้าลงถึงพื้นเบี้องล่าง แต่มีภาพของห้องโถงสีขาวขนาดใหญ่ที่มีเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกับผมหลายสิบคน ถูกผู้ใหญ่ในชุดเครื่องแบบขององค์กรยืนควบคุมอยู่

"ต่อไป หมายเลข 6" สิ้นเสียงประกาศ ก็มีเด็กผู้ชายที่ถือดาบคาตานะไว้ในมือเดินออกมาจากกลุ่มเด็กที่ยืนออกกันอยู่

ฟุบ !! เมื่อเท้าของเด็กคนข้าวผ่านเส้นสีแดงที่กั้นอยู่ เขาก็พุ่งเข้าไส่ตัวผม.... ที่ยืนอยู่บนกองศพของเด็กคนอื่นจำนวนมากทันที

สวบ !!!! มันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา ถึงแม้จะรู้สึกแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ทุกๆครั้ง มันก็ยังยอดเยี่ยมไม่เคยเปลี่ยน... อา ~ ความรู้สึก... ที่ได้เฉือนเนื้อของมนุษย์

ร่างของเด็กคนนั้นล้มลงกับพื้นเป็นสองซีกด้วยดาบคาตานะที่ยาวกว่าสองเมตรของผม ใช่แล้ว... นี่มันเป็นการทดลองขั้นสุดท้าย เพื่อค้นหา ร่างทดลองที่แข็งแกร่งที่สุดเพียงหนึ่งเดียว พวกเราทุกคนถูกสร้างขึ้นโดยมี [01] เป็นหลัก... [01] ที่ว่ากันว่า มีความสามารถใกล้เคียงกับเขี้ยวมารมากที่สุด.... พวกเราถูกสร้างขึ้น เพื่อเหนือกว่า [01] เหนือกว่าเขียวมาร....

ตึกๆ !!

"หะ... หัวหน้าครับ !!"

"เกิดอะไรขึ้น !!!"

"ดูเหมือนว่า DK 02 เอ้ย ดีโน่น่ะ จะโดนบล็อกเวิร์ดเข้าแล้วครับ !!"

"บ้าน่า !! โดนบล็อกเข้าไปในรูปแบบไหนน่ะ เสียงงั้นหรอ !!!"

"ไม่ครับ !! รู้สึกว่า จะเป็นทางการมองเห็น !!"

"บ้าชิบ !! แบบนี้แย่แน่ๆ ในหน่วยเราตอนนี้ มีใครสังกัดสายต่อสู้ประชิดบ้างมั้ย ?"

"มีครับ แต่ส่วนใหญ่ กำลังออกไปคุ้มกันหน่วยหาข้อมูลเกี่ยวกับคณะกรรมการนักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้ตามคำสั่งของดีโน่"

"บะ.... แบบนี้แย่แน่..."

.
.
.
.

"การทดลองๆๆๆๆๆ คนที่เก่งที่สุดไม่ใช่ 01 ซักหน่อย..... แต่เป็นชั้นตังหาก !!!!" ดีโน่บีบแว่นตาของเขาจนแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย รูม่านตาของเด็กหนุ่มฉีกยาวเป็นแนวตั้งจนลามไปถึงตาขาว พร้อมกับใบหน้าที่ไม่ต่างกับสัตว์เดียรัจฉานที่ไร้สามัญสำนึก

ปิ๊ง !!! [สายฟ้าแลบผ่านคลื่นสมองแบบพวกนิวไทป์~] "อยู่ไม่ใกลจากที่นี่เองนี่นา ~ เป้าหมาย !!!!" เด็กหนุ่มฉีกยิ้มน่าขนลุกออกมา ก่อนจะพุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วเหนือมนุยษ์

"เอ้าๆๆๆๆๆ ไม่มีคนเลยรึไง !!!!! ออกมาหน่อยเด้ !!!! ออกมาให้เฉือนหน่อย !!!! จะรบการใหญ่ทั้งที มันต้องวอมอัพกันหน่อยเซ่ !!!!" ดีโน่ชักดาบของเขาออกมาอย่างง่ายดายต่างกับความยาวที่เกินจำเป็นของมัน ก่อนที่เด็กหนุ่มจะเหวี่ยงดาบนั่นไปมาไส่อากาศอย่างบ้าคลั่ง

ตูม !!!! หนึ่งดาบฟาดฟันลงบนพื้นอย่างแรงจะเกิดหลุมขนาดใหญ่ขึ้น เด็กหนุ่มเอาดาบพาดบ่าก่อนจะทำหน้าเซ็งๆออกมา

"จับสัมผัสไม่ได้ซะแล้ว... แต่ไหนๆก็ไหนๆ ขออะละวาดให้หายอยากหน่อยก็แล้วกัน !!!" สิ้นเสียง ดีโน่ก็พุ่งเข้าฟันตัวตึก และห้องต่างๆตามชั้นล่างอย่าสนุกสนาน และไม่มีทีท่าจะยอมรามือเสียด้วย ดูเหมือนคำว่า [การทดลอง] จะเป็นของแสลงสำหรับดีโน่เป็นแน่

- เคร้ง !!! - เสียงปลายดาบของดีโน่ปะทะกับกำแพงโรงเรียน ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่แค่กำแพงธรรมดาทั่วไปจึงไม่เกิดรอยขูดขีดหรือเสียหายใดๆเลย รวมไปทั้งกระจกด้วย - เปรี๊ยะ !! - เสียงสกิดดาบดังขึ้น แต่ว่าด้วยแค่การแตะเบาๆแค่นั้นก็ทำให้แขนข้างที่จับดาบอย่างมั่นคงของดีโน่กระเด็นออกไปตามทิศทางตรงข้ามอย่างรุนแรงจนดาบของเขาเกือบจะหลุดออกไปเลยทีเดียว



? ? ? : เห้ย !! ใจเย็นดิ ทำอะไรของแกกลางสนามแบบนี้ หุ่นฟางกระสอบทรายก็มี โรงเรียนยิ่งไม่จ่ายเงินเดือนอยู่ด้วยพังขึ้นมาร้านตูข้าก็ต้องถูกยึดสิฟะ - ชายหนุ่มเอ่ยด้วยท่าทีบ่นๆขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับกุหลาบในมือของเขา ดูเหมือนว่าจะเป็นแค่ก้านดอกไม้เท่านั้นที่ปัดดาบของดีโน่ออกไปเมื่อครู่นี้ -


"คนนี่นา !!!! เจอแล้วๆๆๆๆๆ ว่าแต่แก... หมายเลขอะไรเนี่ย ? ไม่คุ้นหน้าเลย บ๊ะ ช่างหัวมันเถอะ ทดสอบๆๆๆๆๆ" เด็กหนุ่มพูดขึ้นอย่างเริงร่า ก่อนจะพุ่งเข้าไส่ชายหนุ่มดอกกุหลาบทันที

ชิ้งๆๆ ควับๆๆ ดีโน่วาดดาบของเขาไปมาอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนมันจะไม่เข้าเป้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว "ชิ !!" เด็กหนุ่มกระโดดถอยห่างจากชายหนุ่มดอกกุราวสามเมตร ก่อนจะเปลี่ยนการตั้งท่าโจมตี เปลี่ยนการย่อตัวลงต่ำแทบจะติดพื้นพลางจรดปลายดาบไปที่เป้าหมาย คล้ายกับการตั้งท่าของหอก

"ของจริงอยู่นี่ตังหาก !! เอาล่ะนะ..." สิ้นเสียง ดาบคาตานะยาวเฟี้อยของเด็กหนุ่มก็มีควันสีสำแดงฟุ้งออกมา กลิ่นคาวเลือดตลบอบอวลไปทั่ว ตัวดาบเริ่มบิดเบี้ยวไปมาอย่างน่าประหลาด พร้อมๆกับรอยยิ้มที่ฉีกกว้างจนน่าขนลุกของเด็กหนุ่ม

กึก !!!! การตั้งท่าของดีโน่หยุดลง หมอกควันจากดาบก็ค่อยๆบางตา พร้อมๆกับร่างของเด็กหนุ่มที่ล้มทั้งยืนลงกับพื้นดิน.....

.
.
.
.

"ใช้รหัสฉุกเฉิน ระบบหยุดการทำงานของสมอง สำเร็จครับ"

"ถึงวิธีนี้จะเสี่ยงต่อการที่สมองอาจถูกทำลายได้ แต่เราก็ไม่มีทางเลือกอื่น... ถ้าปล่อยให้ 02 อาละวาดมากไปกว่านี้ การแฝงตัวเข้ามาสืบข้อมูลของพวกเราจะพังพินาจ..."

"แต่ผู้ชายคนนั้นน่ะ...." เจ้าหน้าที่หนุ่มที่อยู่ในรถลังเลที่จะพูดต่อ

"จับตาดูเขาไว้เป็นพิเศษเฉพาะตอนนี้ ถ้าจำเป็นจริงๆ ก็คงต้องกำจัดทิ้ง....."

- ฟิ้ววว ~ - เสียงลมพัดผ่านเหตุการณ์ตรงหน้า อาจารย์หนุ่มผู้อับโชคเรื่องเงินได้ยืนมองร่างของดีโน่ที่จู่ๆก็ล้มลงไปเสียดื้อๆแบบนั้นอย่างใจจดใจ่อ

? ? ? : . . . . . - ชายหนุ่มใต้ผ้าคลุมแดงได้ใช้ปลายกุหลาบเขี่ยที่ใบหน้าของดีโน่เล็กน้อย - เป็นอะไรไปอีกล่ะเนี่ย . . . . .


(นะ.... นี่มัน) ความรู้สึกตอนนี้มันแย่มากๆเลย ลำดับความทรงจำมันมั่วไปหมด นี่คงจะเป็นระบบหยุดการทำงานของสมอง...

"บล็อกเวิร์ดสินะ.. ให้ตายสิ... อ๊ะ !!! เอ้อ ปล่าวๆๆๆ ขอประทานโทษอย่างสูงครับ !! " ดีโน่รีบสปริงตัวขึ้นมา ขอโทษขอโพยชายหนุ่มดอกกุหลาบที่เขาพึ่งจะไล่เหวี่ยงดาบไส่อย่างคันมือไปเมื่อครู่เป็นการใหญ่

"วะ.... วัยรุ่นสมัยนี้น่ะ อารมณ์แปรปรวนและรุนแรงกันทุกคนนั่นแหละครับ ~" เด็กหนุ่มชี้นิ้วตีหน้าซื่ออธิบายน้ำเสียงระรื่น แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้ผลซักเท่าไหร่นัก

"อะ... เอาเป็นว่า ผมขอโทษละกันนะครับ อย่าถือสาเด็กวัยกำลังโตเลยน้า ~" พูดจบ เด็กหนุ่มก็พาร่างของเขาวิ่งหนีหายเข้าไปในตึกเรียนทันที

(บ้าจริงๆๆๆๆ บล็อกเวิร์ดนี่มันน่ากลัวชะมัด ผู้ชายหน้าตาดิบๆเถื่อนๆแบบนั้น เราดันไปหาเรื่องด้วยซะงั้น หัวหน้าจะโกรธมั้ยเนี่ย ไม่ดิ มันเป็นอุบัติเหตุนี่นา เราไม่ผิดซักหน่อย !!)

ครืด !!!! "ไม่ใช่ความผิดของผมซักหน่อยนะ !!!!!!" ดีโน่ตะโกนลั่นอย่างขาดสติพลางเปิดประตูห้องสมุดออกอย่างแรง ก่อนที่ทุกอย่างจะอยู่ในความเงียบสงัด โดยมีเด็กหนุ่มที่ยืนแข็งทื่ออ้าปากค้างอยู่หน้าประตู

ใช่แล้ว ในนั้นไม่มีคนอื่นใดนเวลาวันหยุดแบบนี้นอกเสียจาก โมโมโนะ ชิโอริจัง นั่นเอง เธอได้นั่งถือหนังสือเล่มเดิมอยู่ที่โต๊ะนั่งและจ้องมองมาที่ดีโน่ในขณะที่ชายหนุ่มได้วิ่งเข้ามาและปล่อยมาดเข้มของเขาออก

โมโมโนะ ชิโอริ : . . . . . . . . - หญิงสาวได้แต่จี่สายตาอยู่แบบนั้นและมองมาที่ชายหนุ่มด้วยสายตาที่ไม่กระพริบลงเลยแม้แต่น้อย -


Player Reaction : เชิญจ้า
โพสต์ 27-8-2010 19:13:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 29-8-2010 19:29

ความเดิมตอนที่แล้ว


Information
Skill

สถานะปัจจุบัน :
สภาพ : ปกติ ( เครื่องแต่งกายปกติแล้ว )
AS : 34 / 40

Status


Personality


Item


สเตล่าถึงกับหน้าซีด เพราะเหตุการณ์ที่เหมือนกับประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

เพี๊ยะ !! ฝ่ามือเล็กๆของเด็กสาว ฟาดเข้าไปที่ใบหน้าของฮาเซโอะอย่างแรง "ทั้..งๆที่.... ทั้งๆที่ตั้งใจไว้จะไม่ให้มันไหลออกมาอีกแท้ๆ...." สเตล่าพูดเสียงสั่นพลางสะอื้นน้ำตาหยดเล็กๆของเธอออกมา

"อย่ามายุ่งเกี่ยวกับชั้นเลย อย่ามองชั้น... อย่ามอบรอยยิ้มแบบนั้นให้กับคนอย่างชั้นเลย.... "เด็กสายเอ่ยพลางลุกขึ้นยืน

"ชั้น.... มีชีวิตอยู่เพื่อ {เขา} เท่านั้น... เพราะงั้น... ได้โปรด... ปล่อยชั้นไปเถอะนะ" สเตล่าหันมายิ้มให้กับฮาเซโอะ มันเป็นรอยยิ้มครั้งแรกของเธอบนโลกฝั่งนี้ แต่รอยยิ้มนั้นกลับแฝงไปด้วยความเศร้าเหนือกการพรรณนาใดๆ

เปรี๊ยะๆๆๆ กระแสไฟฟ้าขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นอีกครั้งที่มือขวาของสเตล่า มันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆและทรงพลังมากกว่าครั้งไหนๆ จนมันห่อหุ้มไปทั่วทั้งแขนของเด็กสาว

ชิ้ง....

น้ำตาหยดสุดท้ายบนใบหน้าของสเตล่าร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน โดยมีเนตรสีโลหิตที่จับจ้องไปยังศัตรูคนสุดท้ายของเธอ [Sharingan]

"โดมินิค !!!!!!!!!!" สิ้นเสียง ร่างของสเตล่าก็พุ่งเข้าไส่มารร้ายตรงหน้าเธออย่างรวดเร็ว พื้นถนนที่ร่างกายของเด็กสาวพุ่งผ่าน ได้แยกออกเป็นสองซีก พร้อมๆกับสายฟ้าแห่งความชิงชัง ที่เพิ่มทวีคูณจนแปรสภาพเป็นดาบลำแสงขนาดมหึมา [ทรานซั่มไรเซอร์มือเดียว]

ซูม !!!!!!!!!! สเตล่าพุ่งตัวขึ้นบนอากาศโดยเว้นระยะห่างจากโดมินิคพอสมควร ก่อนที่เด็กสาวจะฟาดพลังแห่งอัสนีบาตที่ทรงพลังที่สุดไส่มารร้ายผู้พรากทุกความสุขไปจากเธอ....

AS : 35 / 40



- เปรี้ยง !! - เสียงลำแสงยิงออกจากเขี้ยวบินของจอมมารลงเพื่อดักทางของเด็กสาวอย่างกระทันหัน - พรึบ !! - ร่างของสเตลล่าได้เคลื่อนตัวหลบอย่างรวดเร็วด้วยเนตรของเธอพร้อมกับพลังโจมตีเดิมที่ยังต่อเนื่องของเธอลงที่ตัวของจอมมารทันที !!

- บึ้ก !! - เสียงกระทบของวัตถุบางอย่างเข้าที่ด้านหลังของสเตลล่าอย่างรุนแรงจนทำให้การฟาดพลังของเธอนั้นเฉออกไปจากเป้าหมาย - วูบ !! - ร่างของเด็กสาวถูกพลังบางอย่างที่คล้ายกับแรงดึงดูดยึดลงไปติดกับพื้นโดยที่เธอไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้เลยหรือแม้แต่เพียงจะเงยหน้าขึ้นมาก็ตาม





? ? ? : สวะ อย่างพวกแกน่าจะตายไปพร้อมๆกันตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว - จำนวนเขี้ยวบินบนท้องฟ้านั้นเปลี่ยนสีออกไปและมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สีม่วงสลับดำได้บินโฉบเฉี่ยวไปทั่วบริเวณพร้อมกับปักลงที่ร่างของหญิงสาวเสียปริศนาแทน - ถุด - เสียงชายหนุ่มถมน้ำลายลงและเมินสเตลล่าที่กำลังถูกกดลงแนบพื้น -

สีท้องฟ้าที่มืดมิดและเสียงคำรามครึ้มถึงการได้รับอำนาจใหม่ของราชันย์ จอมมารได้ก้าวขาลงที่พื้นและเดินเข้าไปหาร่างของหญิงสาวใชชุดโกธิคสีขาวเปื้อนเลือดที่นอนแน่นิ่งอยู่เบื้อหน้าพวกเขาทั้งหมดอย่างช้าๆ ดูเหมือนว่าเขาจะรักษาพลังไว้เพื่อช่วงวินาทีนี้ตลอดการต่อสู้เลยทีเดียว

? ? ? : ช่างเป็นเงื่อนไขที่น่ารำคาญจริงๆ . . . . . . - มือขวาที่ปะจุไปด้วยพลังทมิฬได้กระชวกลงกลางลำตัวของหยิงสาวเบื้องหน้าที่ไร้ทางสู้อย่างเลือดเย็นและลากคว้านเลือดออกมา - ไม่มี . . . . . . - โดมินิคได้เคลื่อนหลบถอยออกมาอย่างรวดเร็ว -

- ฉัวะ !! - รอยคมเฉี่ยวลงที่แขนด้านขวาของจอมมารเบื้องหน้าทำให้พลังที่กักขังสเตลล่านั้นลดถอยลงไปบ้างด้วย แรงกดดันบางอย่างได้พุ่งกระจายออกมาจากร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวด้านหน้าพร้อมทั้งซัดกระจายพื้นที่รอบๆจนอาคารพังทลายลงมา ทำให้สนามรบเบื้องหน้ากลายเป็นลานเศษสิ่ง่กอสร้างกว้างๆไปเสียแล้ว ออร่าสีดำเริ่มเกาะกินบนตัวของเธอจนกระทั่ง . . .

- Shadow ร่างอวาตาล -





ชาโดว์ ( อบิส ) : อื้ม ~ - หญิงสาวบิดแขนขึ้นพลางใช้มือของเธอเล่นกับกล่องรูปร่างแปลกประหลาดที่ออกมาพร้อมกันนั้น - ไม่ได้ออกมานานเลยนะ แพนโดร่า - ไม่นานนักแววตาของเธอก็ได้ค่อยๆหันย้ายมาที่ด้านหน้าของโดมินิค - คิดจะใช้พลังของชาโด้ว์มันไม่ง่ายนักหรอกนะ

- ฟุ้บ !! - ร่างของจอมมารได้หายไปพริบตาเดียวเมื่อสิ้นประโยคของหญิงสาว ร่างของเขาได้โผล่ขึ้นมาตรงๆต่อหน้าและซัดฝ่ามือที่ประจุพลังไว้เมื่อครู่นี้ลงที่กลางตัวของหญิงสาวทันที !!

- สวบ !!! - ฝ่ามือที่ซัดลงนั้นได้หลุดหายเข้าไปทั้งยวงพร้อมกับโผล่มาที่ด้านหลังของชายหนุ่มเสียเอง เลือดสีดำได้หยดไหลออกจากร่างของชายหนุ่มพร้อมกับรอยยิ้มอย่างซาดิษของเขา

? ? ? : กระจอก น่า !! - ทันใดนั้นเขี้ยวบินจำนวนหนึ่งก็ได้พุ่งเข้าจากทั่วทุกสารทิศและเข้าแทงหญิงสาวปริศนาด้วยพลังทมิฬอย่างไม่หยุดยั้งทันที !! -

- พรึบ !! - แสงเลเซอร์ของจอมมารได้ถูกดูดกลืนลงใต้ความมืดและกระจายออกไปตามทิศทางต่างๆตามจุดที่มีพลังสีดำนี้อยู่ทันที -

- เปรี้ยง !!! - เสียงเลเซอร์ได้กระทบลงเฉี่ยวด้านข้างร่างของสเตลล่าที่กำลังโดนแรงจากพลังบางอย่างรั้งไว้อยู่จึงทำให้เธอไม่สามารถเคลื่อนทีได้คล่องนัก - สวบ !! - เสียงลำแสงหนึ่งยิงทะลุช่วงแขนของใครบางคนด้านหน้าของเธอ ฮาเซโอะนั่นเอง ชายหนุ่มได้รวมรวมลมรอบบริเวณและพุ่งตัวหลบเลเซอร์นั้นอย่างยากลำบาก โดยมีสเตลล่าอยู่ติดกับเขาด้วยเช่นกัน

ฮาเซโอะ : ชั้นไม่ได้รู้สึกกับเธอแบบนั้นหรอกนะ . . . . . - ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังอยู่ในดงลำแสงนั่น - แต่ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ ? ชั้นไม่อยากให้ใครต้องหายไปต่อหน้าในขณะที่ชั้นยังทำอะไรได้อีกแล้ว - ฟุบ !! - เสียงฝีเท้าของชายหนุ่มสะดุดลงที่รอยร้าวบนพื้นนั้น ดูเหมือนว่าสภาพร่างกายเขาจะยังคงไม่ทุเลาลงไปจากการต่อสู้เท่าไรนัก - เฟี้ยว !! - ลำแสงจากเขี้ยวบินนั่นได้กระจายออกมากว้างยิ่งกว่าเดิมและกำลังจะเข้าซัดมายังด้านนี้ในจังว่ะเดียวกันนั้น !!


"นายนี่มัน.... บ้าจริงๆด้วย" สเตล่าใช้เรี่ยวแรงที่ยังพอจะใช้ได้จากการถูกพันธนาการ ผลักร่างของฮาเซโอะออกไปจากลำแสงมรณะนั่น

ชิ้ง !! ดวงตาสีโลหิตยังคงจับจ้องไปยังโดมินิคไม่เปลี่ยนแปลง เด็กสาวยิงพลังไฟฟ้าลงพื้นจำนวนนึง เพื่อดีดตัวเองขึ้นมาจากพื้น...

ซวบ !! ถึงอย่างนั้น สเตล่าก็ยังไม่อาจจะหลบการโจมตีนั้นได้หมด ลำแสงมรณะจากเขี้ยวบินพุ่งเฉี่ยวแขนซ้ายของเด็กสาวไป แต่เพียงแค่นั้น ก็ทำให้เกิดบาดแผลที่น่าสยดสยองได้แล้ว...

"ใช่แล้ว !! พวกชั้นน่าจะตายไปด้วยกัน แต่ว่า.... ชั้นจะขอพาแกไปด้วย !!!!" สิ้นเสียง หนวดโลหะจำนวนมหาศาล ก็พุ่งขึ้นมาจากหลายตำแหน่ง โดยมีประจุไฟฟ้าขนาดใหญ่เตรียมยิงอยู่ที่ปลายของพวกมัน

"ชั้นจะฆ่าแก !!!" เด็กสาวตะโกนออกมา ทันใดนั้น ลูกบอลสายฟ้านับสิบๆลูก ก็ถูกยิงออกมาจากปลายของหนวดโลหะจากทิศทางทันที

บรึ้มๆๆๆๆ !!! ระเบิดอิเล็กตรอน ทำลายล้างไปทั่วบริเวณ รวมทั้งจุดที่โดมินิคยืนอยู่ด้วย

ร่างของสเตล่าวิ่งฝ่าห่าลำแสงที่ยิงออกมาอย่างคล่องแคล่ว โดยมีประจุไฟฟ้ามหาศาลห่อหุ้มอยู่ที่มือขวาของเธอ [พันปักษา] & [Sharingan]

AS : 34 / 40

- ฟุบ !! - ร่างของสเตลล่าปรากฏออกจากหมอกควัญนั่นและพุ่งเข้าหาเป้าหมายของเธออย่างรวดเร็ว - วู้บ !!! - ฝ่ามือที่ยื่นไปด้านหน้าของหญิงสาวได้ฝ่าสายลมและตัดหมอกด้านหน้าออกจนเห็นแค่ความว่างเปล่า

ทันใดนั้น !! เขี้ยวบินจำนวนหนึ่งได้พุ่งผ่านร่างกายของสเตลล่าไปอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยผลจากเนตรของเธอในตอนนี้ทำให้สามารถหลบหลีกพวกมันได้ไม่ยากนัก รวมทั้งเป้าหมายของเขี้ยวบินพวกนั้นดูเหมือนว่าจะไม่ได้สนใจตัวเธอเลยแม้แต่น้อย

- ฟ้าวว !! - เสียงของเขี้ยวบินทั้งหลายที่ได้ผ่านตัวของเธอไปเมื่อจังว่ะไม่กี่วินาทีที่แล้วได้บินวนสวนกลับมายังแนวทางเดิมกลับไปหาเจ้าของของพวกมันทันที

? ? ? : . . . . . . - เสียงของจอมมารเงียบกริบในความมืดมิดนั่น - วูบ !! - เสียงของเขี้ยวบินทั้งหลายที่พุ่งกลับมายังนายของมันได้ค่อยๆหายไปในหมกควัญพร้อมกับปรากฏแสงสว่างสะท้อนออกมาจากกลุ่มควัญที่ยังซาไปทั่ว -

- ตึก !! - เสียงปลายเท้าของจอมมารกระทบลงที่ด้านข้างตัวของหญิงสาวปริศนาตรงหน้าและซัดฝ่ามือเข้าโจมตีด้วยพลังไฟฟ้าระดับหนึ่งของเขาทันที !! แต่ดูเหมือนว่าช่องแห่งห้วงมิติจะปรากฏขึ้นมาและสวนฝ่ามือของชายหนุ่มออกมาเหมือนเช่นเคย

? ? ? : แล้วถ้า ? - ตูม !!! - เสียงเขี้ยวบินจำนวนมากได้พุ่งขึ้นมาจากใต้ตัวของหญิงสาวตรงหน้าทันที !! พร้อมกับลำแสงทำลายล้างขนาดมหาศาลที่ได้ปลดไกยิงออกมาพร้อมกันกับการปรากฏตัวอย่างรวดเร็วในระยะเพียงไม่กี่มิลลิเมตร -

- แว้บ !! - ร่างของหญิงสาวปริศนาคนนั้นได้หายตัวไปพร้อมกับปรากฏตัวขึ้นบนปลายเงาของจอมมารอย่างรวดเร็วพร้อมกับโซ่วิญญาณที่ดูต่างจากโซ่เหล็กที่เธอเคยใช้ก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง ปลายโซ่พวกนั้นได้ล่ามตัวของจอมมารไว้อย่างรวดเร็วและตรึงร่างของเขาไว้บนพื้นทันที

ชาโดว์ ( อบิส ) : เป็นอะไรไปล่ะ ? ถ้ . . . - ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะเอ่ยจบร่างของเธอก็ได้ถูกตรึงลงกับพื้นเช่นเดียวกับจอมมารทันทีด้วยพลังที่เหนือกว่าโซ่ของเธออย่างมากจนทำให้เกิดแรงต้านสะท้อนให้สเตลล่ากระเด็นออกไปจากบริเวณการต่อสู้เล็กน้อย -

? ? ? : ถุด !! ราชันย์ไม่ก้มหัวให้กับพวกไพร่หรอกนะ !!! - เมื่อกล่าวจบลำแสงจากเขี้ยวบินบนอากาศได้ยิงลำแสงทมิฬลงมาจากความสูงของชั้น Mesosphere โดยนับจากพื้นโลกทันที !! เป้าหมายของมันคือการเป่าให้ลานต่อสู้ขนาดใหญ่นี้ทั้งหมดเป็นจุลไป !! -

รอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาวปริศนาได้ผุดขึ้นพร้อมกับหลุมดำขนาดกลางจำนวนหลายจุดที่ได้ส่งแรงดึงดูดมหาศาลขึ้นมาและกำลังจะส่งพวกของสเตลล่าไปยังที่ที่มิอาจจะรู้ได้เลย

ฮาเซโอะ : สเตลล่า !!!! - ชายหนุ่มคว้าแขนของหญิงสาวไว้อย่างรวดเร็วพร้อมกับสายลมที่ได้พยายามพาพวกเขาออกจากรัศมีการทำลายล้างที่ไร้จีดจำกัดที่กำลังจะเกิดขึ้นด้านหน้าแต่ดูเหมือนว่าพลังของเขาจะไม่สามารถทำให้ทั้งคู่ออกไปได้อย่างทันเวลาและไกลจากเหตุการณ์นั้นซักเท่าไรเลย เขาได้รวบโอบช่วงหัวของสเตลล่าไว้ ( สูงกว่า ) และหันหลังให้กับพลังที่กำลังกระจายออกอย่างเป็นวงกว่างด้านหน้านั่น - ขอโทษด้วยนะ . . . . ทั้งๆที่เพิ่งจะพบได้สองวันเท่านั้นเอง . . . . . . . ถึงจะแค่สองวันเราก็เป็นเพื่อนกันได้ใช่ไม๊ ? - ฮาเซโอะได้ใช้พลังลมที่เหลือของเขาต้านกับพลังของแบล็คโฮล์และทรานซั่มไรเซอร์เบื้องหน้าเพื่อลดแรงปะทะให้ได้มากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ ถึงจะไม่มากมายนักแต่มันคงจะพอทำให้สเตลล่ารอดชีวิตออกไปได้ . . . . -

- เฟี้ยว !! - เสียงพลังทั้งหมดนั่นได้แหวกออกจากร่างของทั้งคู่โดยเหมือนกับรถยนต์ที่กำลังดริฟแหกโค้งออกด้านข้างอย่างรวดเร็วพร้อมกับการกัดเซาะของพลังและระเบิดอย่างต่อเนื่องที่บริเวณด้านข้างตัวของพวกเธออย่างต่อเนื่อง

- วิ๊ง !! - เสียงวงแหวนเวทย์ที่เคยคุ้นหูสเตลล่าเมื่อเธอได้ลงมาเหยียบบนโลกนี้เป็นครั้งแรกได้ปรากฏขึ้นพร้อมกับร่างของหญิงสาวคนหนึ่ง แสงประกายจากดาบได้สะท้อนออกคล้ายกับดวงดาราบ่งบอกถึงบุคคลเดียวกันที่เธอได้เคยพบที่ไหนซักแห่งบนโลกใบนี้มาก่อนอย่างแน่นอน



? ? ? : . . . . . - ปลายนิ้วของเธอได้เปลี่ยนทิศทางของห้วงพลังออกจากรัศมีเดิม ดูเหมือนว่าลานด้านหน้าในตอนนี้จะกลายเป็นศูนย์รวบรวมพลังทำลายล้างที่กำลังสะบั้นออกด้วยความเกรี้ยวกราด - ชาโดว์ . . . . - หญิงสาวพึมพำขึ้นพร้อมกลับหันหลังมาที่พวกสเตลล่าในวินาทีหน้าสิ่วหน้าขวัญแบบนั้นอย่างนิ่งเฉย - ครั้งที่สองแล้วสินะ . . . - เธอเอ่ยขึ้นเบาๆพร้อมกับมองมายังสเตลล่า - กระแสพลังของเธอยังไม่พร้อมนักที่จะมาในที่แห่งนี้ กลับไปเสียก่อนเถอะ . . . . - วงแหวนเวทย์แบบเดียวกันได้โผล่ขึ้นมาที่ใตต้วของสเตลล่าและฮาเซโอะทันทีพร้อมกับเคลื่อนย้ายพวกเธอออกจากลานต่อสู้แห่งรัตติกาลนี้ทันที - แล้วพบกันใหม่ . . . . - ริมฝีปากของเธอบอกใบ้อะไรซักอย่างก่อนที่ร่างของทั้งสองจะไปปรากฏออกที่ลานกลางเมือง โดยดูเหมือนว่าสภาพสถานที่ต่างๆจะเป็นปกติดีอยู่ เว้นเสียแต่รอยแผลที่เกิดขึ้นจริงบนร่างของทั้งสอง -


- เวลาเย็น -

ชายหนุ่มได้ปล่อยแขนออกจากสเตลล่า เขาคุกเข่าลงพร้อมกับใช้มือยันพื้นไว้และหอบออกมาเบาๆ

ฮาเซโอะ : เฮ้อ ~ เกือบไปแล้ว . . . . . . - เขาบ่นออกมาในจังว่ะเดียวกับที่หายใจอยู่จนเสียงปนกัน - เป้าหมายของเธอเนี่ยอันตรายจังเลยนะ - เขาฝืนยิ้มให้กับหญิงสาวก่อนที่จะยกมือขึ้นมากุมขมับตัวเอง -


Player Reaction : เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 28-8-2010 01:03:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 1-9-2010 03:13


สภาพร่างกาย :
สถานะ : ปรกติ
AS : 16/40

Infomation
Skill


Status:


Posonality



Item



-ช่วงค่ำ เนื้อเรื่องของเรย์อิเซน -

ดูเหมือนว่าจะไม่มีเสียงตอบรับกลับมาจากห้องเลย ท่าทางเธอจะเสียเที่ยวซะแล้วรอบนี้ - พรึบ !! - เสียงประตูอ้าเปิดออกอย่างรวดเร็วพร้อมกับกรงเล็บเพลิงที่พุ่งมาคาไว้ระหว่างลำตัวของทูติสาว แต่ดูเหมือนว่าจะได้หยุดคาไว้อย่างนั้นเสียก่อน



อาซากุระ ฮาโอ : อ๊ะ ? - เขาค่อยๆลดมือยักษ์นั่นลงก่อนที่จะยิ้มระรื่นให้กับเรย์อิเซน - ผมรอพบรีเน่เป็นการส่วนตัวอยู่ แต่ถ้าคุณมีธุระผมจะไม่กวนก่อนก็แล้วกันนะ - ชายหนุ่มพูดขึ้นพลางนั่งลงบนเก้าอี้ในห้องนั้น -


เรย์อิเซนถึงกับสะดุ้งและตกใจอย่างมาก เพราะเธอจับสัมผัสของฮาโอไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เธอเรียกดาบประจำตัวเองออกมาโดยอัตโนมัติมือสั่นริกๆเพราะแรงกดดันที่แผ่ออกมานั้นแรงมากเลยทีเดียว
เรย์อิเซน : จะเจ้ามีธุระอะไรกับ เจ้าหญิงรีเน่ . . . - ทูติสาวพยายามควบคุมเสียงตัวเองไม่ให้สั่น แต่มือที่ถือดาบของเธอนั้นยังคงสั่นเล็กน้อย สัญชาติญาณของเธอบอกว่าอย่าไปยุ่งกับชายคนนี้เลยจะดีกว่า ให้รีบหนีไป แต่เธอเองก็มีเรื่องที่ต้องพบกับรีเน่เช่นกัน

อาซากุระ ฮาโอ : เจ้าหญิงรีเน่ ? - ชายหนุ่มหันมายิ้มให้เรย์อิเซนพลางขบปากหัวเราะเบาๆ - ผู้ที่ไร้ซึ่งอณาจักรไม่สามารถสถาปนาตนเป็นเจ้าหญิงได้หรอกนะครับ - ใบหน้าของเขายังคงยิ้มแย้มอยู่เช่นเคยและตอบคำถามของเรย์อิเซน - ผมแค่ไม่อยากให้เจ้าหญิงรีเน่ของคุณต้องหายไปพร้อมกับเวลายามรัตติกาลนั่นก็เลยต้องมาบอกเธอไว้ก่อน ยังไงซะผมก็ยังมีอะไรที่ต้องการใช้งานจากตัวเธออยู่ด้วย


กึด! เรย์อิเซนกำดาบในมือแน่น
เรย์อิเซน : รัตติกาล ? เจ้าหมายถึง Dark hour สินะ? นี่ท่านรีเน่ก็ต้องเข้าไปในห้วงเวลาพันธ์นั้นด้วยหรอ? - หญิงสาวพูดน้ำเสียงนิ่งๆและอึ้งเมื่อนึกถึงห้วงเวลาที่แรนถูกรินส่งเข้าไป
ชายหนุ่มได้ยิ้มบางๆให้กับเรย์อิเซนและไม่ตอบอะไรกลับมาทั้งสิ้น

อาซากุระ ฮาโอ : คุณคิดว่าผู้ที่มีพลังเวทย์มหาศาลในสายเลือดตั้งแต่กำหนดจะสามารถหลีกหนีช่วงเวลานั้นไปได้เหรอครับ ? แค่การมาเหยียบบนพื้นดินที่นี่ครั้งแรกก็ได้พบกับช่วงเวลาแบบนั้นไปแล้ว - รอยยิ้มของเขายังคงโผล่ออกมาพลางอธิบายให้กับหญิงสาวได้รับรู้

(ข้อความจาก Nutchsnon : หลังจากนี้ให้เดินเรื่องผ่าน Replay ของรีเน่เลยนะ)

-ช่วงค่ำ เนื้อเรื่องของแรน -



หญิงสาวได้หยิบกล่องอาหารจากแรนมาเงียบๆอย่างเรียบร้อย

โมริมิยะ โอโนะ : ขอบคุณนะ ไม่สายไปหรอก ชั้นเองก็ยังไม่ได้กินอะไรเลยเหมือนกัน - เธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ดูเหมือนว่าเธอจะรู้สึกดีใจเล็กน้อยด้วยกับอาหารที่แรนอุส่าห์ทำมาให้ - มีอะไรอีกรึเปล่า ? - ดูเหมือนว่าสำเนียงของเธอจะไม่ค่อยเป็นมิตรเสียเท่าไร แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอไม่ได้เป็นมิตรกับแรนแต่อย่างใด คงจะเป็นเพราะว่าเวลาในตอนนี้นั้นดึกแล้วด้วยส่วนหนึ่ง -


แรน : อือๆ ~ ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอก ตอนนี้ก็ค่ำแล้วด้วย เราไม่อยากรบกวนเวลาส่วนตัวของเธอนานน่ะ ยังไงก็ทานให้อร่อยนะ ถึงจะไม่รู้ว่าจะถูกปากรึเปล่าก็เถอะ - ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ พลางทำท่าเหมือนจะบอกลากัน - ยังไงก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ โมริมิยะ คงจะมีเรื่องที่ต้องให้เธอช่วยอีกเยอะเลย - ชายหนุ่มโค้งให้ตามมารายาทก่อนจะเดินจากไปเงียบๆ

ตึกๆ เสียงเท้าของเขาค่อยๆย่างก้าวไปที่บันไดขึ้นไปเพื่อกลับไปที่ห้องของตัวเอง แต่จู่ๆ ฝีเท้าของเขาก็ต้องหยุดนิ่งลง เพราะดูเหมือนว่าเค้าจะจับสัมผัสวิญญาณจากสายลมได้
แรน : .  .  . คิดไปเองรึเปล่านะ - ชายหนุ่มสงสัยพลางเดินตามความรู้สึกที่จับได้ขึ้นไปด้านบนสุด ชายหนุ่มมองไปรอบๆ ไม่มีอะไรอยู่ แต่สัมผัสนั้นยังไม่จางหายไป

สัมผัสนั่นได้รุ่นแรงขึ้นทุกขณะที่ชายหนุ่มย่างใกล้เข้าไป แต่ทันใดนั้นมันก็ได้หายไปอย่างฉับพลันระหว่างทางเดินชั้นบนแรนเองก็ได้เหลือบไปเห็นประตูห้องห้องหนึ่งได้เปิดแง้มไว้เล็กน้อยสัมผัสที่เขาเคยจับได้ ได้หายไปจนหมดสิ้น เมื่อแรนได้รุดหน้าเขามาสำรวจอย่างเงียบๆภายในห้องก็พบว่าไฟตามทางนั้นถูกปิดอยู่ตลอดทางในห้องทำให้สภาพห้องดูวังเวงเป็นอย่างมาก ไม่นานนักเขาก็ได้ยินเสียงที่คุ้นหูแต่ดูเหมือนว่ามันจะเหมือนกับว่ากำลังร้องไห้อยู่ในห้องๆหนึ่งวึ่งคาดว่าน่าจะเป็นห้องนอน เสียงนั่นสะอื้นเบาๆเป็นระยะๆใต้ความมืดมิดที่เงียบสงัดนี้


แรนเดินเข้ามาอย่างระมัดระวังไปตามเสียงสะอื้นนั้น
แรน : ' . . . เสียงใครกันนะ ตอนเข้ามาเราก็ไม่ได้ดูชื่อห้องด้วยสิ . .  ' ชายหนุ่มเริ่มสงสัยก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆเสียงนั่น ก่อนจะพยายามควานหาสวิตท์ไฟ แต่เสียงสะอื้นนั่นก็ยังไม่หายไป
แรน : ' ไม่เจอ . . . เฮ้อ . . . ' ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆก่อนจะร่ายลูกไฟสีน้ำเงินบนมือของตัวเองและตัดสินใจเดินมาใกล้ๆ ร่างหญิงสาวตัวเล็กๆที่นั่งฟุบหน้าลงบนที่นอนอยู่ตรงนั้น พอยิ่งเดินเข้าไปใกล้ๆ แผ่นหลังของหญิงสาวก็เริ่มชัดขึ้นทำให้แรนเริ่มมั่นใจแล้วว่าเสียงของคนๆนั้นก็คือ ริน เทรสทารอสซ่านั่นเอง
แรน : เทรสทารอสซ่า นี่ . . . เป็นอะไรไปน่ะ? เฮ้ . . . - แรนนั่งลงใกล้ๆร่างเล็กๆนั่น แต่ท่าทางเธอจะไม่ได้ยินเพราะความเฉื่อยของเธอและยังก้มหน้าก้มตาร้องไห้ต่อไปแบบนั้น
ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะ ทำให้ลูกไฟลอยอยู่เหนือศรีษะของตัวเองเล็กน้อยก่อนจะใช้มือ จับไหล่เล็กๆของเทรสทารอสซ่าให้หันมาหาเขา
แรน : ! . . - เมื่อชายหนุ่มพยายามใช้แรงของตัวเองหันร่างของหญิงสาวมาทางเขาก็ดูเหมือนว่าเธอกำลังร้องไห้อยู่และมากเสียด้วย ทำให้สีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนไปทันที
แรน : นี่ เทรสทารอสซ่าเป็นอะไรไปน่ะ .. ตอบเราสิ นี่! - ชายหนุ่มพยายามเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาแต่น้ำตาเม็ดใสนั่นดูท่าจะไม่ยอมหมดง่ายๆ อาจเป็นไปได้ด้วยว่าเธอยังไม่รู้ตัวว่าแรนอยู่ข้างหน้าเธอและทำสีหน้าเป็นห่วงตัวเธอในตอนนี้เป็นอย่างมาก
แรน : เทรสทารอสซ่า . . . เทรสทารอสซ่า . . . เทรส . . . ริน ! - ชายหนุ่มพยายามเรียกชื่อของหญิงสาวให้ได้สติกลับมาพลางพยายามปาดน้ำตาที่ไหลออกมาจนชชุ่มถุงมือที่เขาสวมอยู่
หญิงสาวได้ทำสีหน้าตกใจและนิ่งเฉยไปชั่วขณะเมื่อปลายนิ้วของแรนได้แตะลงบนใบหน้าที่เปียกปอนของเธอ รินได้โผเข้ากอดแรนไว้โดยที่ไม่ได้เอ่ยอะไรขึ้นมาก่อนทั้งสิ้น เธอเกาะคอคล้องไว้ที่แรนพร้อมกับร้องโฮออกมาอีกครั้งหนึ่งโดยซุกหน้าที่หัวไหล่ของชายหนุ่ม

ริน เทสทารอสซ่า : เราไม่รู้จริงๆ . . . . - หญิงสาวกอดแรนไว้แน่นพลางซะอื้นออกมาเป็นระยะๆ - ช่วยเราด้วยเถอะเรายังไม่อยากตาย . . . . - ตัวของเธอสั่นระริกไปทั้งร่างกายพลางร้องไห้ออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน -


แรนโอบร่างเล็กนั่นไว้เบาๆพลางค่อยๆลูบศรีษะของหญิงสาวอย่างอ่อนโยนพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ

แรน : อืม. . . ไม่เป็นไรๆ ไม่ต้องกลัวนะ . . . - แรนค่อยๆ จูบที่เปลือกตาที่มีแต่คราบน้ำตาของรินช้าๆและไล่ขงมาที่แก้มของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน ก่อนจะค่อยๆบรรจงประกบริมฝีปากของตัวเองเข้ากับริมฝีปากของร่างเล็กช้าๆ ตามธรรมเนียมของชายหนุ่มเมื่อทำสัญญากับสตรีเพศ
แรน : เราจะปกป้องเธอเอง เพราะงั้น อย่าร้องเลยนะ - ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกมาพลางยิ้มให้หญิงสาวอย่างอ่อนโยน -

หญิงสาวได้หยุดร้องไห้ลงในทันทีเมื่อวินาทีที่ชายหนุ่มได้จุมพิศลง แววตาของเธอแฝงไปด้วยความสับสนอย่างมาก เธอได้กุมมือทั้งสองข้างไว้ที่หน้าอกตัวเองและหลบสายตาของแรนออกไป

ริน : . . . . . . - ตัวของหญิงสาวได้สั่นเล็กน้อยเธอเองได้แต่ก้มหน้าลงโดยไม่กล้าที่จะมองหน้าของแรนเลย -


แรน : ? . . .ดูสิ ร้องมากซะจนตาบวมหมดแล้ว - ชายหนุ่มคอยๆช้อนคางของรินให้หันมามองตัวเองพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนบางขึ้นมาค่อยๆเช็ดคราบน้ำตาออก - ความจริงต้องเป็นทางชั้นที่อยากได้ความช่วยเหลือจากริน แต่ไหงถึงสลับกันได้นะ ฮะๆ . . . - ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆพลางขยี้จมูกน้อยๆนั่นด้วยความหมั่นไส้เมื่อตอนกลางวัน - แต่เอาเถอะ เรารับปากรินแล้วว่าจะปกป้องริน เพราะงั้นถ้ามีเรื่องอะไรล่ะก็มาหาเราได้ทุกเมื่อเลยนะ แล้วก็... -ชายหนุ่มร่ายมนต์สร้างสารบางอย่างขึ้นมา พลางสวมสิ่งนั้นให้กับริน


Lan's  Bangle
คุณสมบัติ
             *ผู้สวมใส่ได้รับผลของสกิล Lion Protetion
             *สามารถเรียกผู้เล่น Lan Baldo ออกมาหาได้ในทันที แต่ต้องแลกกับ AS ของแรน 10 หน่วย
             *แรนสามารถรู้พิกัดของฝ่ายตรงข้ามผ่านกำไลวงนี้ได้แต่ผู้สวมใส่ไม่สามารถถอดออกได้ต้องให้แรนถอดออกเท่านั้น
             *เมื่อถอดออกสัญญาคุ้มครองรินถูกยกเลิก


แรน : สวมเจ้านี่ไว้นะ . . . เราจะได้ตามหารินได้ง่ายขึ้น กำไลวงนี้จะช่วยคุ้มครองรินได้ในระดับหนึ่ง ถ้ามีอันตรายเกิดขึ้นกับริน ก็ขอให้เรียกชื่อที่แท้จริงของเราผ่านกำไลวงนี้นะ - ชายหนุ่มกระซิบบอกชื่อที่แท้จริงของตัวเองให้หญิงสาว(ภาษาของมาจิ๊กดรีมแต่ชื่อที่ใช้เรียกก็เรียก ทั้งชื่อและนามสกุลปรกติ)
แรน : จำเอาไว้ให้ดีล่ะ ริน... - ชายหนุ่มยิ้มปล่อยให้ร่างเล็กๆตรงหน้าเค้าหลบหน้าที่แดงระเรื่อนั่นบนอกของชายหนุ่ม ก่อนจะลูบผมของหญิงสาว
แรน : ' ผมของเด็กคนนี้. . .  คล้ายๆกับอันดิเน่ . . . ' - ชายหนุ่มคิดพลางเล่นเส้นผมของรินก่อนจะเอายกขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากของเขาช้าๆ ก่อนจะมองร่างเล็กตรงอกของเขาพลางแอบถอนหายใจเบาๆ - ' เอาเถอะ เราให้คำมั่นกับเด็กคนนี้ไปแล้ว . . . ก็ต้องปกป้องเธอให้ถึงที่สุดล่ะนะ' แรนเอะใจที่ตัวของรินนั้นยังคงสั่นอยู่ จึงค่อยๆจับไหล่ของเธอดันออกให้มามองหน้าของแรน
แรน : นี่ กลัวมากเลยหรอ ? - ชายหนุ่มพยายามถามด้วยความเป็นห่วง - บอกเราหน่อยได้รึเปล่า ว่าใครทำให้รินกลัวได้ขนาดนี้ ?

หญิงสาวได้เงียบลงแต่ก็ยังสะอื้นอยู่เล็กน้อย ดูเหมือนว่ารินเองจะเริ่มได้สติและควบคุมอารมณ์ตัวเองได้บ้างแล้ว มือของเธอได้กุมแขนข้างที่มีกำไรของชายหนุ่มเอาไว้ซักพักหนึ่งก่อนที่จะเริ่มเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้แรนฟัง

ริน เทสทารอสซ่า : มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาถามเราเรื่องการใช้พลังอะไรซักอย่าง แต่ว่าหลังจากที่เราบอกไปว่าไม่รู้สีผมของเขาก็ได้เปลี่ยนเป็นสีดำจากสีฟ้าและใช้มีดสั้นของเขาขู่ให้เราบอก แต่ว่าเราไม่รู้จริงๆ . . . - หญิงสาวเริ่มสะอื้นออกมาอีกครั้งหนึ่ง -

- เพร้ง !!! - เสียงฉากรอบด้านได้เปลี่ยนเป็นสีเขียวพร้อมกับดวงจันทร์อีกครั้งหนึ่งพร้อมกับเศษสเก็ดกระจกที่แตกออกและกระเด็นผ่านหน้าชายหนุ่มออกไปอย่างช้าๆ



- ตึง !!! - เสียงข้อสอกของปีศาจตนนั้นได้กระแทกลงบนโล่ของจั้ดที่ออกมารับไว้อย่างทันท่วงที แรงดันอากาศได้กระจายฟุ้งไปทั่ว และแรนเองก็สามารถมองเห็นวิญญาณเบื้องหน้าได้โดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากทูติของตนอีกด้วยในเวลา Dark hour นี้

? ? ? : ชิ !! - มันสบถออกมาและพลิกตัวกลับไปตั้งหลัก - Nyx จะฟื้นขึ้นมาไม่ได้ !! ทานาทอส !! ถ้าเจ้ายังคงเข้าใจละก็ . . . . . .

ทานาทอส : รินไม่ใช่ Nyx ซักหน่อย !! - ร่างของจั้ดได้พลันหายไปพร้อมปรากฏคมดาบขึ้นฟาดไปยังปีศาจเบื้องหน้าทันที - อย่าไปเหมารวมแบบนั้นนะ !!! รินเองไม่เคย . . . ไม่เคยอยากได้พลังแบบนี้ซักนิดเดียว !!

? ? ? : อนาคตของโลกสำคัญกว่าหญิงสาวเพียงคนเดียว ถึงเวลาจะยังมีอีกมากนัก แต่ก็ต้องตัดไฟแต่เสียต้นล้มก่อน !!! ผู้นำทางแห่งความตาย เจ้ารู้รึไม่ว่าองค์รักษ์ของ Nyx ได้ตื่นขึ้นมาส่วนหนึ่งแล้วน่ะ !!! เพราะความใจดีของพวกเจ้านั่นล่ะ !!!

ทานาทอส : . . . . . - ทานาทอสเองได้นิ่งเงียบลงและค่อยๆลดดาบของเขา - แต่ว่ายังไงรินเองก็ไม่ใช่คนผิดนี่นา !!!

- ฟุ้บ !! - เสียงพุ่งตัวผ่านทานาทอสไปอย่างรวดเร็วเมื่อเขาได้เผลอลงพร้อมกับกรงเล็บที่พุ่งเข้าไปยังหญิงสาวที่ยังไม่รู้เรื่องราวของตนหรือเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ณ ตอนนี้เลยทั้งสิ้น

- เคี๊ยดดด !! - เสียงคธาเหล็กได้ปะทะกับกรงเล็บนั่นตรงหน้าของหญิงสาว อานูบิสได้รับฝ่ามือนั่นไว้อย่างง่ายดายและสะบัดฝ่ายตรงข้ามออกไป

อานูบิส : รินหยิบ Evoker ขึ้นมาสิ !! - อานูบิสหันมาพูดอย่างเร่งรีบพร้อมกับหันกลับไปที่ฉากต่อสู้ทันที -

ริน : . . . . . . - หญิงสาวนิ่งเงียบลงและมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันรอบๆตัวของเธออย่างสงบนิ่ง หรือว่านี่จะเป็น . . . . . !! -  อ๊ะ !! Evoker อยู่ไหนอ่า . . . . แล้วทำไมต้องหยิบขึ้นมาตอนนี้ด้วยล่ะ . . . . - ไม่นานนักหญิงสาวก็ได้หันหน้ามองไปด้านหน้าของตัวเอง - ตัวอะไรน่ะ !!!


Player Reaction : เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 29-8-2010 21:13:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 11-9-2010 08:18

ความเดิมตอนที่แล้ว


Information
Skill

สถานะปัจจุบัน :
สภาพ : ปกติ ( เครื่องแต่งกายปกติแล้ว )
AS : 40 / 40

Status


Personality


Item


- เวลาเย็น -

เนตรสีโลหิตของเด็กสาวค่อยจางลงทีละน้อย จนกลับมาเหมือนเดิม สเตล่าถอยห่างจากฮาเซโอะทันทีเมื่อรวบรวมสติได้

"ชั้นเกลียดนายจริงๆ" เด็กสาวพูดขึ้น ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องของเธอ

"อา... อึก..... อือๆๆ" สเตล่าครวญครางออกมาพลางเลื่อนมือไปจับบาดแผลของเธอ ดูเหมือนว่าอาการบาดเจ็บของเด็กสาวนั้น จะไม่ใช่น้อยๆเลย ท่าทางและน้ำเสียงของเธอก่อนหน้านี้ เป็นเพียงแค่การฝืนร่างกายเท่านั้น

"เจ็บใจจริงๆ.... บ้าที่สุดเลย...." เธอพูดพลางขดตัวงออยู่กับพื้นห้องของตัวเอง เลือดสีแดงสดยังคงซึมออกมาจากฝ่ามือที่เธอใช้กดปากแผลเอาไว้ และจากริมฝีปากเล็กๆของเด็กสาว เนื่องจากที่เธอกัดมันอย่างแรงเพราะความเจ็บใจ....

ไม่มีเสียงตอบรับใดๆกลับมาครู่หนึ่ง ก่อนที่ชายหนุ่มจะเคาะประตูห้องสเตลล่าเบาๆ

ฮาเซโอะ : ขอโทษนะ . . . . . แหะๆ - ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเบาๆ - ถึงเธอจะไม่อยากเห็นหน้าชั้นอีกแล้วก็ตาม . . . . แต่ว่าออกมาทำแผลก่อนเถอะนะ . . . คิดซะว่าทำเพื่อตัวเองก็ได้ . . .


บานประตูถูกเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับร่างเล็กๆที่กำลังก้มหน้าอยู่

"รีบๆทำให้เสร็จล่ะ ชั้นง่วงแล้ว..." สเตล่าพูดพลางยื่นแขนทั้งสองข้างที่เต็มไปด้วยรอยแผลและเลือดที่ยังไหลไม่หยุด

ฮาเซโอะเองไม่ได้มัวแต่เอ้อระเหยแต่อย่างใด เขาได้ใช้พลังลมพาสเตลล่าและตัวเขาเองกลับไปในห้องของตัวเองเสียก่อน และรีบหยิบชุดปฐมพยาบาลชุดใหญ่ออกมาทันที

ฮาเซโอะ : ถ้าเจ็บก็บอกกันได้นะ - ชายหนุ่มพูดเสร็จก็ลงมือทำความสะอาดแผลและค่อยๆทำเป็นจุดๆจากรอบนอกตัวของสเตลล่าเสียก่อน จนกระทั่งถึงบนส่วนเรือนร่างของหญิงสาว - อ่า ขอโทษด้วยนะ . . . . รบกวนช่วยทำที่เหลือต่อเองได้ไม๊ แหะๆๆๆ - ชายหนุ่มพูดขึ้นพลางยิ้มออกมาเล็กน้อย - ชะ ชั้นไปเข้าห้องน้ำก่อนแล้วกันนะ - ว่าแล้วชายหนุ่มก็ได้รีบปลีกตัวออกจากสเตลล่าทันที -


เด็กสาวเอียงคอแสดงความสงสัยเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มหยิบผ้าผันแผลจำนวนมาก [ถึงมากที่สุด] มาพันรอบๆตัว.....

ก๊อกๆๆ สเตล่าเดินมาเคาะประตูห้องน้ำที่ฮาเซโอะพึ่งจะเข้าไป ในสภาพที่ไม่ต่างกับมัมมี่....

"เพราะนายคนเดียวเลย.... เจ้าบ้า"
ชายหนุ่มเองได้ค่อยๆแง้มประตูออก เขาคงจะไม่กล้ามองร่างของสเตลล่าเท่าไรนักเนื่องจากมันเป็นการเสียมารยาทและล่วงเกินเพศตรงข้ามอีกด้วย แต่เมื่อเขาได้แง้มมาเห็นกับร่างของสเตลล่าที่พันทั่วไปด้วยผ้าสก้อตก็ทำให้เขาอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้

ฮาเซโอะ : ฮ่าๆๆๆ อุ้บ !! - ชายหนุ่มปิดปากตัวเองไว้พลางยิ้มให้กับสเตลล่าเล็กน้อย - ชั้นจะทำให้ก็ได้ . . . . จะพยายามไม่แตะโดนตัวเธอแล้วกันนะ - ดูเหมือนว่าอันที่จริงแล้วเขาจะเข้าไปหลบตัวเพื่อรอให้สเตลล่าทำแผลเองเสร็จก่อนเสียเองแล้วค่อยออกมาแต่ดูเหมือนว่าหญิงสาวเองจะไม่สามารถบรรลุภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้ได้ด้วยตัวเอง ฮาเซโอะจึงได้เริ่มแกผ้าสก้อตที่หญิงสาวพันมั่วไปเมื่อครู่นี้อย่างช้าๆ -


"มีอะไรน่าขำรึไง ?" เด็กสาวถามพลางมองจิกอีกฝ่าย ก่อนจะเริ่มแก้ผ้าพันแผลจำนวนมากบนตัวของเธออีกแรง

"อ๊ะ !!" สเตล่าอุทานเสียงหลงออกมาพลางหรี่ตาลง ดูเหมือนมือของเธอจะไปโดนแผลสดเข้าให้

ทั้งสองทำแผลเบื้องต้นกันอยู่นาน เพราะวิธีทำแผลเก้ๆกังๆของฮาเซโอะ และตัวของสเตล่าที่ขยับไปมาอยู่ไม่สุข ทำให้มันกินเวลาเป็นชั่วโมง

"พอแล้ว... ชั้น...." เด็กสาวลุกพรวดพราดขึ้นมา แต่ยังไม่ทันจะพูดจบ ร่างของเธอก็เซไปพิงเข้ากับผนังบ้าน ก่อนจะล้มทรุดลงไปกับพื้น ดูเหมือนว่าสเตล่าจะอาละวาดมากเกินไป และด้วยอาการบาดเจ็บรวมถึงบาดแผลที่เปิดเป็นเวลานาน ทำให้สาวน้อยไข้ขึ้นซะแล้ว....

"เธอนี่มันอ่อนแอจริงๆเลยน้า" เสียงแหลมสูงที่ดูไม่เป็นมิตรดังขึ้นในหัวของสเตล่า

"เธอขับเคลื่อนพลังด้วยความแค้นสิ ความรู้สึกอย่างอื่นจะมีไปทำไมกัน ? เป็นแค่เครื่องจักรที่มีแค่ความแค้นเป็นพลังงานก็พอ..."

"หนะ... หนวกหูๆๆๆๆ ชั้นรู้อยู่แล้วล่ะ.. ชั้นรู้อยู่แล้...ว..." เด็กสาวตอบกลับเสียงนั้นในห้วงความคิด ในขณะที่ตัวเธอนั้นกลับหอบแฮ่กๆด้วยความร้อนมหาศาล จนทำให้เห็นไอน้ำเลยทีเดียว
เวลาได้ผ่านไปช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อสเตลล่าลืมตาขึ้นอีกครั้งก็พบว่าเธอนอนอยู่บนเตียงของชายหนุ่มเสียแล้ว ดูเหมือนว่าเธอจะยังไม่ได้ออกไปจากห้องของเขาเลย ผ้าเช็ดตัวผืนหนึ่งได้แปะอยู่ที่บนหน้าผากของหญิงสาว ดูเหมือนว่าอาการเป็นไข้ของเธอจะยังไม่ได้หายไปโดยฉับพลันทันทีนักแต่มันก็ได้ทุเลาลงบ้าง ฮาเซโอะได้นั่งหลับอยู่ด้านข้างเตียงที่สเตลล่าได้นอนอยู่ ดูเหมือนว่าเขาจะได้ถือวิสาสะทำความสะอาดร่างกายของหญิงสาวเบื้องต้นขณะที่เธอสลบไปเสียด้วย


"เขาเรียกว่า เดจาวู รึปล่าวนะ..." สเตล่าพึมพัมออกมาอย่างแผ่วเบา เด็กสาวยังคงได้แต่นอนอยู่นิ่งๆ เพราะเรี่ยวแรงของเธอมันหายไปหมดเพราะพิษไข้

"ผู้หญิงคนนั้น...." เธอพูดขึ้นพลางนึกถึงการต่อสู้กลางเมืองในวันนี้ ถึงแม้หญิงสาวปริศนาที่มาช่วยจะไม่พูด สเตล่าก็เข้าใจอยู่เต็มอก... พลังของเธอในตอนนี้ไม่มีวันล้มชายผู้กลืนกินความบ้าคลั่งและความทะเยอทะยานเป็นอาหารได้เป็นแน่...

"ชั้นควรจะทำยังไงดี เซ็ตสึโบ...."
แน่นอนว่าไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมาที่หญิงสาวดั่งเช่นที่เคยเป็นอยู่ ใต้ความมืดมิดมีแต่เสียงลมพัดอ่อนๆด้านนอกและความมืดมิดและหนาวเย็นเท่านั้น มันช่างเหมือนกับว่าเธอได้กลับไปอยู่ตัวคนเดียวอีกครั้งนึงอย่างโดดเดี่ยว ลมหายใจแผ่วเบาอุ่นๆของชายหนุ่มที่นั่งดูแลเธออยู่นั้นได้มากระทบเข้าที่ผ้าห่มของหญิงสาวเบาๆจนเธออาจจะไม่รู้สึกก็เป็นได้

ฮาเซโอะ : ฮะๆๆ - เสียงของชายหนุ่มหัวเราะเบาๆขึ้นในขณะที่เขากำลังนั่งหลับและเซไปมาอยู่นั้น - ผีผ้าก้อต. . . . - เขาพึมพำขึ้นพลางนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวดูเหมือนว่าเขาคงจะยังไม่ตื่นขึ้นมาง่ายๆซักเท่าไรเนื่องจากการพักฟื้นร่างกายด้วย -


เด็กสาวฉุนขึ้นจมูกเล็กน้อยเมื่อได้ยินฮาเซโอะละเมอออกมาแบบนั้น และนั่นก็ทำให้เธอมีแรงพอจะกำหมัดของเธอขึ้นเพื่อจัดการกับเจ้าของคำละเมอนั่น

"........" กำปั้นของเด็กสาวหยุดลงก่อนจะถึงหัวของฮาเซโอะ และเปลี่ยนมาเป็นการกุมหน้าผากของตัวเองแทน

"ถ้า.. ถ้าชั้นบอกนายเร็วกว่านี้ นายจะเข้มแข็งขึ้นเพื่อนชั้นมั้ย.... นายจะสามารถปกป้องชั้น โดยที่ไม่ต้องแลกด้วยชีวิตของนายได้มั้ย.... ถึงตอนนี้ชั้นจะบอกว่ารักนายแค่ไหน แต่มันไม่ทำนายกลับมา...." เสียงของสเตล่าสั่นคลอนขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะเป็นการร้องไห้ แต่เด็กสาวใช้มือทั้งสองปิดหน้าของเธอเอาไว้ซะก่อน

บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบอยู่พักนึง ก่อนที่สเตล่าจะค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงและเดินโซเซกลับห้องของเธอ

เปรี๊ยะๆๆๆๆ ลูกบอลสายฟ้าเล็กๆไหลวนไปมาอยู่ในฝ่ามือของสเตล่า ภายในห้องที่มืดมิดยังมีแสงสว่างแล็กๆจากประจุไฟฟ้าของเด็กสาว มันเหมือนกับเป็นพลังที่เธอใช้มันเพื่อปิดบังเสียงสะอื้นของตัวเอง...

- เวลาเช้า -

หญิงสาวเองได้เผลอตัวหลับไปด้วยความโศกเศร้าของเธอ แสงแดดอ่อนๆยามเช้าได้สาดส่องผ่านบานหน้าต่างบ่งบอกถึงรุ่งวันใหม่ที่มาเยือนเช้านี้แล้ว ดูเหมือนว่าวันรุ่งขึ้นเธอก็คงจะต้องเตรียมตัวเพื่อไปที่โรงเรียนบ้างแล้วเหมือนกัน


"เผลอหลับไปหรอ..." เด็กสาวพึมพัมออกมา ก่อนจะเดินงัวเงียไปยังห้องอาบน้ำ

หลังจากที่เธอได้ทำธุระส่วนตัวเสร็จและเดินออกมาด้านนอก วันรุ่งขึ้นนี้ดูเหมือนว่าชายหนุ่มเองจะไม่ได้มาหาหญิงสาวในตอนเช้าเหมือนเช่นทุกวันแต่ก็ได้มีเซ็ทอาหารเล็กๆในกล่องเบนโตะส่งเข้ามาทางช่องรับส่งข่าวสารไว้ให้กับเธอแทน ดูเหมือนว่าฮาเซโอะเองจะยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องของเขาเอง


หลังจากที่สเตล่ารับประทาน[สปาวาม]ชุดอาหารเช้าจนหมดแล้ว เธอก็ได้เดินทางเข้าเมืองไป ซึ่งเป้าหมายของเด็กสาวก็คือ การตรวจสอบสถานที่ ที่เกิดการต่อสู้เมื่อวาน

รถไฟสายเข้าเมืองออกวิ่งไปอย่างเอื่อยเฉี่อย เช่นเดียวกับสเตล่าที่เอาแต่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย

ครืด ประรถเปิดออก พร้อมกับผู้คนจำนวนไม่น้อยที่เดินออกมาจากรถ แต่สำหรับเด็กรูปร่างเล็กอย่างสเตล่า จำนวนผู้คนที่แออัดนั้น ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไร... เมื่อออกมาได้อย่างปลอดภัย เด็กสาวก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินไปยังที่เกิดเหตุทันที

- เวลากลางวัน -

เมื่อสเตลล่าได้เดินมาถึงที่ร้านคาเฟ่ จิตสัมผัสของเธอเองไม่สามารถรับรู้ถึงความผิดปกติใดๆจากบริเวณโดยรอบได้เลย ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะเกิดขึ้นเพียงแว้บเดียวอย่างสุ่มของเวลาเมื่อวานเท่านั้น สงสัยว่าเธอเองจะไม่พบกับเบาะแสเลยซักนิดเดียวเสียแล้ว

ทันใดนั้นเองสเตลล่าก็ได้เหลือบไปเห็นกับผู้หญิงในชุดกิโมโนคนหนึ่งเข้า ดูเหมือนว่าเธอเองจะเสร็จธุระจากคาเฟ่และกำลังเดินออกมาพอดี



สเตล่ากวาดสายตามองเรือนร่างของผู้หญิงคนนั้นไปมา ก่อนจะเดาะลิ้นไม่พอใจกับขนาดคัพที่ต่างกันของพวกเธอ

"หิวแล้วอ่ะ..." เด็กสาวเอ่ยออกมาเบาๆ ก่อนจะเดินสวนกับผู้หญิงคนนั้นไปทางร้านคาเฟ่



เมด : ยินดีต้อนรับสู่ร้านคาเฟ่เล็กๆค่ะ คุณหนู ~ - เมดสองคนได้ออกมาต้อนรับเธอและเชิญหญิงสาวเข้าไปนั่งด้านในและยื่นเมนูให้กับเธอเพื่อที่จะได้เลือกสั่งรายการอาหารได้ -


เด็กสาวรับเมนูมาจากเมดสาวสองคนนั้น พลางจิ้มๆไปตามรายการอาหาร

เวลาผ่านไปไม่นานนัก ชุดอาหารเด็ก น้ำผลไม้ ไอสครีม และของหวานอื่นๆอีกมากมายถูกนำมาเสริฟจนเต็มโต๊ะไปหมด

สเตล่าอมยิ้มออกมานิดๆ ก่อนที่เธอจะเริ่มลงมือ[สปาวาม]กับของกินตรงหน้า อย่างบ้าคลั่ง

แกร๊งๆๆ เสียงช้อนอลูมิเนียมกระทบลงกับแก้วน้ำแข็งไสแก้วสุดท้ายที่ว่างปล่าว เด็กสาวเรอออกมาอย่างเปี่ยมสุขพลางตีพุ่งเล่น

"เอาละ..." ซูม !!!! สิ้นเสียง เด็กสาวก็พุ่งตัวลอดผ่านโต๊ะอาหารและพนักงานเสริฟหลายคนออกไปจากร้าน
- ติ้๊ด !! - เสียงเหมือนการเช็คเงินจากบาร์โค้ดของห้างสรรพสินค้าดังขึ้นในขณะที่ตัวของหญิงสาวพุ่งผ่านหน้าประตูร้าน ดูเหมือนว่าระบบเช็คเงินของที่นี่จะเป็นแบบอัตโนมัติซึ่งดึงเงินออกจากบัตร ID card ของประชาชนที่อาศัยอยู่บนโลกแห่งนี้ จึงทำให้หญิงสาวไม่สามารถเบี้ยวค่าอาหารได้
G - 1000


เด็กสาววิ่งหน้าตายออกมาจากร้านซะดื้อๆ ด้วยพลังไฟฟ้าที่ห่อหุ้มไปทั่วทั้งโคนขา จึงไม่มีใครสามารถตามความเร็วนี้ได้ทัน

โครม !!!! จะยังไงก็ตาม สเตล่าเองก็ยังไม่ชินกับการใช้พลังไฟฟ้าในรูปแบบนี้ เส้นทางการวิ่งของเด็กสาวเริ่มออกนอกลู่จนไปชนเข้ากับผู้หญิงในชุดกิโมโนที่พึ่งจะเดินสวนกันไปเข้าอย่างแรง...

สเตลล่าได้ชนหญิงสาวในชุดกิโมโนคนนั้นอย่างแรงจนทั้งคู่ได้ล้มกลิ้งลงไปกับฟุตบาท เธอได้ใช้มือยันลงที่พื้นไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองเซ ทรุดลงไปทั้งตัวพร้อมกับค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างช้าๆและปัดกระโปรงที่เลอะฝุ่นบนพื้นออกเล็กน้อย

? ? ? : อูย . . . . . - หญิงสาวครวญออกมาเบาๆและจับข้อแขนของเธอไว้ - จะรีบไปไหนกันน่ะค่ะ . . . .


"ฮึ..." สเตล่าลุกขึ้นยืน ก่อนจะมองตาขวางไส่ผู้หญิงคนนั้น

แปะ !! สเตล่าแตะไหล่[เขย่งสุดๆ]ผู้หญิงคนนั้น ก่อนจะรีบวิ่งหนีจากการตามล่า ? อีกครั้ง

หญิงสาวในชุดมิโกะคนนั้นได้ยืนงงกับการกระทำของเด็กสาวพลางหันไปมองตามหลังเล็กๆนั่นที่ค่อยๆลับตาออกไป

ดูเหมือนว่าจะมีเครื่องจักรกลเล็กๆจำนวนหนึ่งไล่ตามสเตลล่ามาอย่างไม่ลดละเพื่อที่จะจับตัวหญิงสาวที่เบี้ยวค่าอาหาร ( แม้จะโดนเก็บไปแล้วก็ตาม ) จนถึงหน้าสถานีรถไฟ ดูเหมือนว่ารถไฟขบวนสุดท้ายของเที่ยงวันนี้ได้เริ่มออกตัวไปเล็กน้อยแล้ว และยังเห็นราวด้านหลังอยู่หลัดๆในระยะไม่ไกลนัก !!


สเตล่ามองไปยังรถไฟขบวนนั้นอย่างไร้อารมณ์พลางเล็งฝ่ามือไปทางถังขญะอลูมิเนียมข้างๆ

เปรี๊ยะๆๆ กรแสไฟฟ้าเล็กๆดูดเอาฝาครอบถังมาเป็นแท่นยืนให้กับเด็กสาว ก่อนที่มันจะพุ่งตรงไปยังรถไฟขบวนนั้นด้วยความเร็วสูง

ตูม !!!! แรงปะทะของเรลกันรูปแบบมนุษย์ ซัดโบกี้สุดท้ายจนเป็นรูโบ๋ พร้อมกับร่างของเด็กสาวที่ลุกขึ้นปัดฝุ่นหน้าตาเฉย
แววตายของผู้คนบนรถไฟได้หันมามองที่เด็กสาวกันอย่างพร้อมเพรียง ไม่แปลกนักที่พวกเขาจะตกใจกับการกระทำของเธอแม้ว่าโลกนี้จะไม่ธรรมดาเท่าไรก็ตาม แต่ก็ยังมีพวกผู้คนที่ไร้ซึ่งพลังปะปนอยู่ด้วย

ไม่นานนักคนขับรถไฟก็ได้วิ่งแจ้นออกมาพร้อมกับอ้าปาค้างในเหตุการณที่เกิดขึ้นกับรถไฟของเขา


( ถ้าอยากรู้ว่าเกี่ยวกับรถไฟยังไงให้ Search คำว่า Hikarian )

? ? ? : แว้กกกก !!! ทำอะไรของคุณครับเนี่ย !!! คุณผู้โดยสาร !! - ชายหนุ่มได้ร้องโหยหวยออกมาพลางมองมาที่สเตลล่า -


Player Reaction : เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 29-8-2010 21:23:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 30-8-2010 02:37

อ๊ะ V.2 แล้วเล่นต่อตอนนี้จะทันไหมเนี่ย

ข้อความจาก tesstrossa

ขออภัยด้วยห้องเต็มหมดแล้วอ่าแหะๆๆ   ( นึกว่าไม่เล่นแล้ว )
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 1-9-2010 03:29:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 2-9-2010 05:04


สภาพร่างกาย :
สถานะ : ปรกติ
AS : 40/40

Infomation
Skill


Status:


Posonality



Item



ชายหนุ่มสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พลางมองหาสิ่งที่อานูบิสได้พูดถึง Evoker . . . ใช่ของที่รูปร่างคล้ายปืนกระบอกนั้นรึเปล่า ชายหนุ่มรีบกวาดสายตาไปรอบๆตัวริน เดี๋ยวสิ จำได้ว่าเด็กคนนั้นแอบหยิบออกมาจากตัวเอง และน่าจะเก็บไว้กับตัวนี่นา? หรือว่า . . .

แรน : ริน! แปบนึงนะ! - ชายหนุ่มรีบขว้าร่างของหญิงสาวไว้ พลางสวมกอดก่อนจะใช้มือของเขาควานหา Evoker ในเสื้อของเธอ - ถ้าจำไม่ผิด ตำแหน่งที่เธอหยิบออกมา . . . เจอแล้ว! - เขาคว้า Evoker ได้แต่ทันทีที่หยิบออกมา วิญญาณตนนั้นก็พุ่งเข้ามาหาทั้งสองคนทั้นที แรนรีบดีดตัวเองออกไปรับกรงเล็บนั่นไว้ก่อนจะมาถึงตัวริน

เปรี้ยง! เสียงดาบและกรงเล็บได้กระทบกันอย่างแรงแต่เพราะตอนนี้ร่างกายของแรนยังเพิ่งฟื้นตัว พอได้รับแรงกระแทกมากๆ ปากแผลที่ได้รับก็เริ่มเปิดออก เลือดสีแดงของชายหนุ่มค่อยๆซึมออกมาจากซื้อเขา

แรน : ริน! ใช้เจ้านี่ตามที่อานูบิสบอกซะ! เราจะถ่วงเวลาให้! - แรนโยน Evoker ลงบนตักของรินพลางผลัก วิญญาณตนนั้นออกไปห่างจากรินเล็กน้อย ซึ่งชายหนุ่มไม่รู้ว่าสภาพของเขาที่เสียเปรียบทั้งมีดาบแค่ B.katana และ อาการบาดเจ็บที่ตกค้างอยู่นี้ จะถ่วงเวลาได้นานเท่าไหร่
- หมับ !! - หญิงสาวได้คว้ามปืนนั้นไว้และชูขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนที่จะเล็งลงที่หัวของตัวเอง

ริน เทสทารอสซ่า : ทานาทอส !! - ปัง !!! - เสียงปืนได้อื้อดังขึ้นทั่วห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆพร้อมกับโลงศพขนาดกลางที่ได้รวบตัวของปีศาจตรงหน้าไว้อย่างรวดเร็วและง่ายดายเสียจนไม่น่าเชื่อ - Death Trample Activated !! As 35 / 40 - แต่ไม่นานนักโลงศพนั่นก็ได้แตกออก แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่การสลายตัวออกของศัตรู - เพร้ง !! - เสียงคล้ายเศษกระจกแตกได้ระเบิดโลงศพตรงหน้านั้นออกพร้อมกับร่างของปีศาจเบื้องหน้าที่ได้ถูกฉีกชิ้นส่วนกระเด็นออกไปตามทิศทางต่างๆอย่างบิดเบี้ยวทันที !! - Chain !! Requiem Activated !! - As 34 / 40 -

? ? ? : อ้ากกก !!! - เสียงของมันได้ร้องโหยหวนขึ้นพลางพยุงตัวของตัวเองกลับขึ้นมายืนหยัดไว้ - มันไม่ง่ายแค่นั้นหรอก !!!! - กรงเล็บนั่นได้ข่วนดาบเหล็กของแรนออกจนร่างของชายหนุ่มกระเด็นออกไปเล็กน้อยพร้อมกับพุ่งเข้าไปหาเป้าหมายหลักของมันเองด้วยความเร็วสูง -

- วืด !! - เสียงข่วนโบกลมของปีศาจข้างหน้าผ่านไปอย่างน่าตกใจ พร้อมกันร่างกายของรินเองที่ได้มีสีผมที่เข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเพียงเสี้ยววินาทีหนึ่งเท่านั้น

ริน เทสทารอสซ่า : - ตัวของเธอเซล้มไปด้านหลังเนื่องจากการเคลื่อนที่ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างฉับพลัน - ปัง !!! - เสียงปืนของหญิงสาวดังขึ้นอีกระรอกหนึ่งขณะที่กำลังเซลงอยู่นั่นเองด้วย - . . . . . . - ไม่มีคำพูดเรียกชื่อวิญญาณของเธอออกมาเหมือนเคยแต่อย่างใด พร้อมกับทานาทอสเองที่ได้ปรากฏออกมาอย่างไร้การควบคุมและกระหน่ำฟันลงที่ปัศาจเบื้องหน้าอย่างเลือดเย็น - Death Gaze Activated !! - As 24 / 40 -

- ตุบ !! - เสียงล้มลงด้วยท่านั่งที่เรียบร้อยของรินล้มลงพร้อมๆกับร่างของปีศาจนั่นพร้อมเพรียงกัน พร้อมกับทานาทอสที่ได้ยั้งมือลงและลอยอยู่กับที่อย่างนั้น

ริน เทสทารอสซ่า : พวกเรารอดแล้วสินะทานาทอส . . . . - หญิงสาวนั่งลงพร้อมกับมองรอบๆห้อง สายตาของเธอได้หยุดลงเมื่อเห็นซากของปีศาจตนนั้นที่นอนอยู่คาพื้นเธอได้ตกใจออกมาเล็กน้อยและเงยหน้ามองทานาทอส -

ทานาทอส : ไม่ต้องห่วงหรอก ชั้นจัดการมันให้แล้วล่ะ - เขาได้พูดเลี่ยงๆออกมาก่อนที่จะค่อยๆหายตัวไป -


แรน : . . . - ชายหนุ่มค่อยๆพยุงตัวเองขึ้นพลางค่อยๆเดินมาหารินทั้งสภาพที่เลือดไหลออกมาจากแขนทั้งสองข้างและ B.katana ที่เสียหายหนักของเขา ชายหนุ่มคุกเข่าลงในระดับสายตาของริน - เป็นอะไรไหม? ขอโทษนะที่ทำอะไรไม่ได้เลย . . . ถ้าริวโคกับเรย์อิเซนอยู่ล่ะก็ . . . เราคงไม่ปล่อยให้เจ้านั่นทำร้ายรินได้แน่ . . . - ชายหนุ่มก้มหน้าลงพลางขบฟันตัวเองด้วยความเจ็บใจ- เพล้ง!! - เสียง B.katana แตกออกเป็นเสี่ยงๆ เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับการปะทะกันเมื่อซักครู่ - อุ๊บ! - ชายหนุ่มโอบไหล่ตัวเองไว้แน่น เส้นเลือดของเขาผุดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดจากหัวไหล่ลงไปถึงมือด้านซ้าย เลือดสีแดงค่อยๆไหลออกมาจากปากแผลมากขึ้นจนหยดลงสู่พื้น เป็นเพราะดาบที่แรนกเรียกออกมานั้นก็เปรียบเสมือนกับตราเวทของเขา เมื่อถูกทำลายจะทำให้ร่างกายของชายหนุ่มได้รับภาระอันใหญ่หลวงตามมาทันที แต่เพราะสถานการณ์ตอนนั้นไม่มีทางเลือกให้ต้องลังเลแล้วและเพื่อปกป้องรินตามที่ทำสัญญาไปแล้วอีกด้วย

แรน : อ่อก!... - แรนก้มตัวลงสำลักเลือดออกมาอย่างมาก ร่างกายของเขาเริ่มสั่นไหวขึ้น ก่อนจะหยุดนิ่งลง - . . . - ชายหนุ่มนิ่งไปซักครู่ก่อนจะดึงสติของตัวเองกลับมาได้ พลางยิ้มให้กับหญิงสาวที่ทำหน้าตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับแรนเมื่อครู่นี้
แรน : มะไม่เป็นไร . . แผลแค่นี้เดี๋ยวก็หาย ว่าแต่ริน . . . เธอบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า? . . .- ชายหนุ่มถามพลางยืนมือขวาจับมือข้างที่กำไลของรินสวมอยู่ด้วยความเป็นห่วง

หญิงสาวได้ใช้มือแตะที่หน้าชายหนุ่มเล็กน้อย หญิงสาวได้แต่ส่ายหน้าพลางทำท่าจะร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

ริน เทสทารอสซ่า : อย่าตายนะ . . . . . - เธอมองที่ใบหน้าของชายหนุ่มที่เปื้อนสีแดง - อานูบิส !!

อานูบิส : เราช่วยคนอื่นนอกจากผู้ที่ถือครองพันธสัญญาไม่ได้หรอกนะ . . . . - อานูบิสได้เอ่ยขึ้นอย่างเบาบางก่อนที่จะเปลี่ยนตัวกับ Judge -

Judge : ต้องการความช่วยเหลือ หรือ ไม่ ? - เขาได้เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ - ถ้าต้องการให้ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดชั่วขณะพักฟื้นเราก็จะทำให้ ต้องการ หรือ ไม่ ?


แรน : แค่ก! ไม่เป็นไร ไม่ถึงกับทำให้ตายได้หรอก. . . ฟู่ - ชายหนุ่มพยายามกลั้นเสียงให้สม่ำเสมอ พลางฝืนยิ้มให้ริน - ไม่เอาน่ะ. . . อย่าร้องไห้สิ บอกแล้ว . . นี่นาว่า เราจะปกป้องรินเอง.  . . -  จังหวะการหายใจของเขาเริ่มถี่ขึ้น ท่าทางชายหนุ่มจะเริ่มปิดอาการบาดเจ็บไว้ไม่อยู่จนทูติของรินได้ถามถึงการรักษาแก่เขา
แรน : ไม่เป็นไร . . . แผลพวกนี้น่ะ ไม่ได้เกิดขึ้นจากภายนอกหรอก. .  . มันเกิดขึ้นจากตราเวทที่อยู่ในร่างกายเราขาดสบั้นลง. . . มีแต่ต้องปล่อยให้ร่างกายของเรารักษาตัวเอง. .  ขอบคุณในน้ำใจนะ อึก!- แรนไอออกมาเป็นเลือดอีกครั้ง - แฮกๆ. . . - สายตาที่เริ่มพล่ามัวของเขาจับจ้องไปที่เลือดสีแดงบนอุ้งมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้รินช้าๆ-
แต่ . . . ถ้าจะอยากช่วยเรา . . . รบกวนพาอันดิเน่ . . . มาหา. . . เรา. . ที - เสียงของแรนค่อยๆขาดหายไปพร้อมกับสติของเขา ร่างของเขาค่อยๆทิ้งตัวลงพิงร่างของรินช้าๆ
สติของชายหนุ่มเริ่มเลือนลางลงไปทุกที ท่าทางชายหนุ่มจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากเวทย์มนต์ของอันดิเน่โดยด่วนเสียแล้ว

วันใหม่ *

- เวลาเช้า -

เวลาได้ผ่านล่วงเลยมาพักใหญ่ๆ ร่างของชายหนุ่มได้ทิ้งตัวยาวอยู่บนเตียงในห้องของเขาเอง ใบหน้าแรกที่เขาได้พบเมื่อตื่นขึ้นมาก็คือใบหน้าของทูติวารีที่ยังคงคอยอยู่เคียงข้างเขาอย่างไม่เปลี่ยนแปลง

อันดิเน่ : ขอโทษด้วยนะที่เรามาช้าไปหน่อยน่ะ - ทูติสาวยิ้มขึ้นพลางแตะที่ใบหน้าของแรนเบาๆ - นอนพักเสียก่อนเถอะไม่ต้องเป็นห่วงอะไรไปนะ - หญิงสาวเอ่ยขึ้นพลางพูดดักทางไว้เพื่อให้แรนยอมนอนพักต่อเสียก่อนพร้อมกับยื่นเม็ดยาไข่มุขแบบเดิมที่เคยให้แรนกิน ณ เมืองบาดาลครั้งแรก - ว่าแต่นั่นใครเหรอ ? - อันดิเน่เอ่ยถามขึ้นพลางชี้ไปที่ริน ดูเหมือนว่ารินเองจะนอนหลับปุ๋ยไปเสียแล้ว - เราเห็นเธอคนนั้นพยายามช่วยแรนอยู่น่ะ แต่ดูเหมือนว่าเธอจะมีพลังในการทำลายเสียมากกว่าฟื้นฟู และเราเองก็จับสัมผัสที่ผิดปกติของกระแสเวทย์ของแรนได้จึงได้รุดหน้ามาหาก่อนน่ะ


แรนยิ้มพลางยืนมือไปหยุดยาที่เธอยื่นมาให้เขา

แรน : เราบอกอันดิเน่แล้วนี่ ว่าไม่อยากสร้างภาระให้กับร่างกายของอันดิเน่ เพราะงั้นยานั่นน่ะเก็บไว้เถอะนะ แค่พลังรักษาของอันดิเน่ก็เพียงพอแล้วล่ะ - ชายหนุ่มยิ้มพลางอ้อนอันดิเน่นิดหน่อย - แค่ได้เห็นใบหน้าสวยๆของคนที่เรารักก็ช่วยได้เยอะแล้วล่ะ~ - ชายหนุ่มยอดคำหวานแกล้งทูติสาวตรงหน้า ก่อนที่เธอจะหลบหน้าที่เริ่มแดงพลางเปลี่ยนเรื่องไปที่รินที่นอนอยู่ตรงโซฟาไม่ไกลไปจากเขาเท่าไหร่ ชายหนุ่มพยายามยันตัวเองขึ้นมาก่อนจะมองไปยังสาวน้อยที่หลับไหลอยู่ตรงนั้น
แรน : เด็กคนนั้นชื่อ ริน เทรสทารอสซ่า เป็นประธานนักเรียนของโรงเรียนที่พวกเราอยู่ - แรนแนะนำรินให้กับอันดิเน่ เธอเองก็ถามถึงพลังของรินต่อ - อือ อย่างที่อันดิเน่เห็นนั่นแหละ เราเองก็รู้สึกเหมือนกันว่าพลังของรินน่ะมีพลังทำลายสูงเลยทีเดียว แต่เราคิดว่าตัวของรินเองก็คงจะไม่รู้ถึงพลังที่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น อีกทั้งเด็กคนนั้นน่ะ บริสุทธิ์เกินไปเกินกว่าที่จะแบกรับพลังที่หนักหนาสาหัสขนาดนั้น . . . เหมือนกับเราในอดีต. . . - ชายหนุ่มพูดพลางกำมือแน่น ก่อนจะเรียกสติของตัวเองกลับมาไม่ให้คนที่นั่งฟังอยู่เป็นห่วง - แต่ว่าอันดิเน่ไม่ต้องห่วงเด็กคนนั้นหรอกนะ เด็กคนนั้นไม่มีอันตรายกับพวกเราหรือกับใครหรอก เป็นเพียงแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งเท่านั้น ส่วนเราเองก็ถูกขอร้องให้ช่วยปกป้องเด็กคนนั้น ก็เลยทำสัญญาอัศวินกับรินไปแล้ว เพราะงั้นวางใจเรื่องรินเถอะนะ เราจะดูแลเด็กคนนั้นเอง ส่วน. . . - ชายหนุ่มยื่นมือขวาไปลูบแก้มใสของอันดิเน่ พลางจูบเธอเบาๆ ก่อนจะถอนริมฝีปากออกมาครู่หนึ่ง - รีเน่. . . เราขอฝากน้องสาวของเราไว้กับเธอด้วยนะ. . . คนรักของชั้น - ชายหนุ่มรวบเอวของอันดิเน่ไว้พลางจูบอย่างโหยหาอีกครั้ง ชายหนุ่มรู้ว่าการทำสัญญาอัศวินนั้นไม่ต่างอะไรกับการที่ตัวเองอุทิศกายและเวลาของตัวเองให้กับคู่สัญญา ซึ่งมันก็เหมือนกับว่าเขาต้องอยู่ใกล้ๆรินมากกว่าอันดิเน่และชายหนุ่มเองก็ไม่อยากทำให้คนรักของเขารู้สึกไม่ดี - ขอโทษนะ . . .เพราะเราใจดีเกินไปแท้ๆ - ชายหนุ่มพูดน้ำเสียงสำนึกผิดพลางจูบอันดิเน่อีกครั้ง ก่อนจะถอนริมฝีปากของเขาออกมาแล้วกอดทูติสาวไว้- แต่ เราก็ไม่อยากให้รินต้องเป็นเหมือนกับเราในอดีต เพราะงั้นยกโทษให้เราด้วยที่เรามีแต่สร้างความลำบากให้กับอันดิเน่มาตลอด . . . แต่ไม่ว่ายังไงก็มีสิ่งเดียวที่เรากล้าให้คำมั่นกับอันดิเน่นะ ว่าใจของเราจะอยู่กับอันดิเน่เพียงคนเดียวเท่านั้น. . . - ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงสะบายใจและยังคงกอดร่างของทูติสาวไว้อยู่แบบนั้น อย่างน้อยเวลานี้เขาก็ขอเอาแต่ใจตัวเองได้อยู่กับคนที่เขารักซักหน่อยก็ยังดี. . .

แรน : . . . หวา! ขะขอโทษ! ระเราเผลอปล่อยตัวเองมะมากไปหน่อย @ /// @''' -ชายหนุ่มรีบผละตัวออกมาจากอันดิเน่ทันทีหลังจากที่นึกขึ้นได้ว่าตัวเองพูดเรื่องหน้าอายยามกลางวันแสกๆไปซะแล้ว แรนรีบขยับตัวเองลุกขึ้นออกไปจากเตียงพลางรีบเดินหลบหน้าแดงๆนั่นหนีอันดิเน่ไปหารินที่นอนอยู่ ซึ่ง อันดิเน่เองก็หน้าแดงจนช็อคค้างไปแล้วเหมือนกัน แรนค่อยๆเดินเซเล็กน้อยมาหารินที่นอนอยู่ใกล้ๆ พลางพูดขึ้น

แรน : ทานาทอส . . . อาจจะเป็นการล่วงเกินกันก็ได้ แต่ช่วยเล่าเรื่องของรินให้เราฟังหน่อยจะได้รึเปล่า แค่นิดหน่อยก็ยังดี . . . - ชายหนุ่มพูดพลางปาดน้ำตาของรินออกเบาๆ ท่าทาเธอคงจะฝันร้ายอยู่สินะ . . . - อย่างน้อย เราก็อยากจะปกป้องรินให้ดีที่สุด. . . เพราะงั้นขอร้องล่ะทานาทอส ไม่ต้องพูดถึงเรื่องพลังของรินก็ได้ แค่ความเป็นมาของรินนิดๆหน่อยๆก็พอ. . . - ชายหนุ่มค่อยๆ ปล่อยผมของรินที่ถูกรัดไว้ออก เวลานอนอยู่แบบนี้คงจะไม่ดีแน่ถ้ายังคงมัดไว้ชายหนุ่มจัดทรงผมของรินก่อนจะเอาผ้าผืนบางๆมาห่มให้กับหญิงสาว พลางคิดในใจเวลาเด็กคนนี้ปล่อยผมก็น่ารักเหมือนกันนะ~

ดูเหมือนว่าทูติวารีจะตาเป็นลูกอมพร้อมกับหมดสติลงไปตั้งแต่ที่ชายหนุ่มได้ลอบจุมพิศเธอตั้งแต่ครั้งที่สองเสียแล้ว แต่ว่าเธอเองก็ยังได้คงรอยยิ้มไว้บนหน้าใสๆของเธอนั้นพลางปล่อยหน้าเป๋อเหลอของเธอออกมา แก้มของเธอทั้งสองด้านรวมทั้งช่วงบนสูงจนไปถึงหน้าผากได้แดงก่ำจนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว สงสัยว่าเธอจะไม่สามารถตอบคำถามและคำขอร้องของชายหนุ่มที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นได้ แต่เธอเองก็คงจะรับรู้และทำหน้าที่นั้นอย่างแน่นอน

ทางด้านทานาทอสเองได้แต่นิ่งเงียบไปชั่วครู่และค่อยๆหันลงมามองที่แรนที่กำลังโอบกอดอันดิเน่ไว้ในอ้อมแขนของเขาอยู่

ทานาทอส : " Project Nyx " หมายเลข 77 ริน เทสทารอสซ่า . . . . . - ชายหนุ่มลดเสียงค่อยลงและเล่าให้แรนฟังต่อไป - เรื่องหลายๆเรื่องรินเองก็ยังไม่รู้ด้วยตัวเอง . . . . . คงจะพอเข้าใจสินะ . . . . . . - เขาได้อธิบายขึ้น - ผู้ที่ทำการทดลองนั้นได้ตายลงและหายไปเพียงแค่ชั่ววินาที่ที่นิกซ์ ราชินีย์แห่งรัตติกาลได้ปรากฏกาย จึงทำให้ไม่มีใครสามารถใช้หลักการเดิมในการแยกนิกซ์ออกไปได้อีกแล้ว . . . . ตัวข้าเองที่เป็น 1 ใน 24 ทูติแห่งไพ่ดวงชะตา " อาคาร์น่า " ได้พยายามรั้งร่างของรินไว้จนสำเร็จกระนั้นพลังของผู้ให้กำเนิดก็ยังมีมากกว่าพวกเราอยู่ดี มันจึงไม่เพียงพอที่ผู้ถือครองชะตาแห่งความตายอย่างเราจะสามารถควบคุมไว้ได้เพียงลำพัง จึงต้องพึ่งพาพลังของอานูบิสและจั้ดด้วย - ทานาทอสเองได้นิ่งเงียบลงครู่หนึ่ง สายตาของเขามองมาที่แรนซักพักหนึ่งอีกครั้งก่อนที่จะเล่าต่อไป - เป้าหมายนั้นยังไม่แน่ชัดนักแต่ดูเหมือนว่า Nyx เองก็ไม่ได้อยากจะลงมาที่โลกมนุษย์ด้วยตัวเองเหมือนกับพวกเรา แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ Dark hour ปรากฏออกมา ซึ่งเป็นเวลาที่รินได้ถือกำเนิดขึ้นมาเช่นกัน ถ้านิกซ์แยกตัวออกจากร่างกายของรินทันที รินเองก็อาจจะตายลงได้เนื่องจากว่าพวกเธอได้มีร่างกายร่วมกันจากการอัญเชิญของมนุษย์ . . . . รินเป็นแค่เด็กสาวธรรมดาที่ไม่มีพลังอะไรเหนือธรรมชาติหรือเหนือมนุษย์ธรรมดาเลยแม้แต่น้อย พลังของเธอได้มาจากพลังของพวกเราที่ได้ทำพันธฯด้วย ทักษะการต่อสู้ต่างๆของรินนั้นส่งโดยตรงมาจากนิกซ์เองที่อยู่ในร่างกายของเธอ การที่นิกซ์ยังคงอยู่และช่วยเหลือรินอยู่นั้นก็เพื่อที่จะไม่ให้ตัวเองต้องตายลง ความจริงแล้วถ้าพวกข้าไม่ได้เชื่อมสัญญากับตัวของรินไว้เสียก่อนนิกซ์เองอาจจะแยกตัวออกไปจากรินและกลับไปยังช่วงเวลาแห่งรัตติกาลทันทีเลยก็เป็นได้ . . . . . แต่ว่าข้าไม่อยากให้คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยจะต้องมาเสียสละตัวเองเพื่อกลุ่มคนที่ไม่รับผิดชอบการกระทำของตัวเอง . . .


Player Reaction : เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 1-9-2010 04:49:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tesstrossa เมื่อ 7-9-2010 04:22


สภาพร่างกาย : (สูญเสียพลังเล็กน้อย)
สถานะ : ปรกติ
AS : 40/40

Information
Skill

Stauts:


Posonality



Item



ชายหนุ่มมองดูแผนที่อีกครั้งพลางรีบเดินฝ่าฝูงชนจำนวนมากไป เพราะยิ่งอยู่ใกล้ๆมนุษย์ที่มีแต่เสียงเจี้ยวจ้าวแบบนี้รังแต่จะทำให้ ฟิลในหัวของชายหนุ่มขาดออกซะเปล่าๆ ไซเซอร์รีบจ้ำเท้าของตัวเองไปหยุดอยู่ที่ร้านค้าอาวุธแห่งหนึ่งตามแผนที่ที่ได้รับมา

ไซเซอร์ : . . .  มันจะตรงดิ่งเกินไปรึเปล่า? . . . ช่างเหอะ รีบๆทำให้เสร็จๆดีกว่า - ชายหนุ่มพูดพลางเปิดประตูเข้าไปด้านใน ก่อนจะมองไปริบๆร้านอาวุธที่มีอาวุธตั้งเรียงรายอยู่เต็มไปหมด - . . . มีแต่ของที่ไม่เคยเห็นมาก่อนทั้งนั้น . . . เหอะช่างเถอะ ดินปืนกับกัมถันมันทำอะไรเวทย์มนต์ไม่ได้อยู่แล้ว. . . - ชายหนุ่มยิ้มมุมปากพลางเดินไปยังคนที่ท่าทางจะเป็นเจ้าของร้านนี้

เมื่อไซเซอร์ได้เข้ามายังเคาร์เตอร์ขายของก็ได้พบชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งกำลังตรวจเช็คปืนของตนเองอยู่ ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นเหมือนทั้งเจ้าของร้านและคนที่มาซื้อเลยก็ว่าได้ มือของเขาได้ค่อยๆลดปืนลงและหันมาทางชายหนุ่มที่เพิ่งเดินเข้ามาได้ไม่นานนัก



? ? ? : มีธุระอะไรงั้นรึ ? ถ้าจะซื้อปืนหรือซื้ออาวุธก็พอจะมีขายบ้างล่ะนะ - ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้น -

ดูเหมือนว่าตอนนี้ไซเซอร์คงจะต้องใช้อะไรบางอย่างจากข้อมูลใน ID card ที่มาริยะให้มันช่วยในการเจรจาซักหน่อยเสียแล้ว


ไซเซอร์ วางอัญมณีที่ได้รับมาจากมาริยะพลางเข้าเรื่องทันที : ชั้นได้รับไหว้วานให้มาหาข้อมูลเกี่ยวกับ Dark Maze ... นายพอจะมีข้อมูลพวกนี้บ้างรึเปล่า แลกกับอัญมณีราคาสูงพวกนี้

ชายหนุ่มหยุดมองและหยิบลายแทงอันหนึ่งขึ้นมาอย่างช้าๆพร้อมกับค่อยๆกวาดเพชรนั่นลงถุงเก็บ

ลีออน สก้อต เคนเนดี้ : จากคุณหนูมิทสึ . . . เอ้ย !! คุณมาริยะสินะ - ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเบาๆพร้อมกับยื่นปากกาให้กับไซเซอร์ - จะเริ่มจากไหนกันก่อนดีล่ะ ?

Action : 1 ) ลองเควสเสาะหาเบาะแส ลองเชิงดูก่อน 2 ) เปรี้ยว !! บุกตะลุยล่าหัวมอนสเตอร์ระดับสูงพร้อมข้อมูลมาเลยดีกว่า !! 3 ) ขอติดต่อถามเอเย่นอีกทีก่อน 4 ) อื่นๆโปรดระบุ


4) ค้นหาเส้นทางที่รวดเร็วและมีความแม่นยำสูงจากลีออน

ไซเซอร์ : ชั้นต้องการทำงานนี้ให้เสร็จภายในรัตกาลนี้ บอกตามตรงชั้นไม่ชอบทำอะไรที่มันยืดเยื้อ ถึงจะเป็นหนทางที่เสี่ยงแค่ไหน ก็บอกมาซะถ้าเป็นช่วงเวลาพรบค่ำแบบนี้ ชั้นพร้อมลุยทุกที่อยู่แล้ว  - ชายหนุ่มพูดพลางมองจับผิดมาที่ลีออน - ว่าไง นายพอจะให้ข้อมูลพวกนั้นกับชั้นได้ไหม? เวลาของชั้นก็มีไม่ค่อยจะมากด้วย ขืนเลยไปถึงตะวันขึ้น มันคงจะไม่ดีกับตัวชั้นแน่ เพราะงั้นถึงมันจะเสี่ยงก็บอกมาซะ ชั้นจะไปทำให้มันสำเร็จเอง -ชายหนุ่มพูดด้วยสายตาจริงจัง อันที่จริงเค้าอยากจะทำให้มันจบๆไป เพื่อไปลุยปัญาหาอื่นที่เขายังไม่มีเพื่อทำให้โซฟีหันมาสนใจเขาบ้าง

ลีออน สก้อต เคนเนดี้ : จะทำให้หมดภายในคืนเดียวมันเป็นไปไม่ได้หรอก ข้อมูลของคุณหนูน่ะต้องการตั้งเยอะแยะ คนที่จ้างมาตั้งหลายคนได้เอาชีวิตไปทิ้งเล่นกันหมดแล้วนะ ชั้นจะให้นายมาหายไปตั้งแต่ยังไม่ได้อะไรเลยไม่ได้หรอก แต่ว่าถ้าพูดถึงขนาดนั้นชั้นจะลองเชื่อในฝีมือนายก็ได้ - ชายหนุ่มพูดขึ้นพลางยื่นเอกสารให้กับไซเซอร์ - ขี้เกียจอ่านสินะ . . . . ง่ายๆ สั้นๆ เปิดแผนที่ บุกเข้าไปที่หอสมุดแรก และชิงหนังสือหมายเลข 1804 ออกมาส่งชั้น เสร็จสิ้น - ลีออนอธิบายพลางชี้นิ้วไปที่ด้านหลังร้านซึ่งมีเครื่องจักรในการย้ายสถานที่ตั้งอยู่ -


ไซเซอร์ : แค่ไปเอาหนังสือนั่นก็มาให้ก็พอสินะ ตกลง ชั้นจะลองดู - ชายหนุ่มรับคำพลางเดินไปที่เครื่องย้ายสถานที่

- Dark hour -

- ฟุ้บ !! - ร่างของชายหนุ่มได้มาโผล่ที่ลานวงกตแห่งหนึ่งทันที ซึ่งดูเหมือนว่าพลังแห่งความมืดนั้นจะทำให้เขารู้สึกกระปี้กระเป่าขึ้นมาอย่างสัมผัสได้เลยทีเดียว

Dark Maze - ? ? ? F -



บรรยากาศเขาวงกฏชวนปวดหัวที่เต็มไปด้วยหนังสือที่วางกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณทำให้ไซเซอร์นั้นปวดหัวได้เลยทีเดียว รวมทั้งบรรยากาศที่โล่งเสียจนไม่สามารถสัมผัสสิ่งมีชีวิตอื่นได้เลยนั้นยิ่งทำให้สถานที่นี้น่าขนลุกขึ้นไปอีก


ไซเซอร์ : จะว่าบรรยากาศมันดีชวนให้ออกแรงก็เถอะ แต่จะให้ชั้นหาเจ้าหนังสือ รหัส 1804นั่นจากกองภูเขาหนังสือพวกนี้เนี่ยนะ = _ =''' เห้อ เอาก็เอารีบๆหาให้เจอแล้วรีบๆกลับดีกว่า-  ชายหนุ่มพูดเบื่อๆพลางรีบค้นหาหนังสือที่ตัวเองต้องหา - 704 . ..  62 ... 1991 .. 3001 ... 14.. ว้อยยยยย ทำไมมันเยอะอย่างงี้ฟะ!!! -  ชายหนุ่มคำรามออกมาพลางรีบๆเดินหาจุดต่อไป - 6301... 1714... 2641... 34.. 169.. 180! .. - ชายหนุ่มตาลุกวาวก่อนจะรีบโยนทิ้งไปทันที - บ้าเอ้ย 03! ว้อยยยย ทำไมมันหายากอย่างงี้ฟะ!! แล้วเจ้านั่นก็ไม่บอกอีกว่ามันหน้าตาเป็นยังไง บอกมาแต่ตัวเลขแบบนี้ จะหากี่วันถึงจะเจอเนี่ย!!!!! - ชายหนุ่มคำรามอีกครั้งพลางรีบ เดินหาจุดต่อไป

ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะทั้งหลงทางและเริ่มเมาตัวอักษรเสียแล้วไม่ว่าจะทางไหนก็มีแต่หนังสือ หนังสือ และหนังสือเต็มไปหมด คาดว่าความอดทนของเขาคงจะไม่ยั่งยืนอยู่นานนัก จนกระทั่งหนังสือเล่มที่ 777 ที่ชายหนุ่มกำลังจะโยนออกไปได้มีรูปภาพเก่าๆที่ถ้าเขาเกิดสัมผัสแรงขึ้นมาจะทำให้ขาดกระจุยออกไปได้เลยทีเดียว และแผ่นกระดาษนั้นก็ได้แห้งแกรก แล้วอีกด้วย ที่ใบภาพได้มีข้อมูลเขียนติดไว้ว่าทูติแห่งแสงสว่างเร็ม



ตามข้อมูลนั้นได้กล่าวไว้ลางๆว่า เร็มเป็นทูติแห่งแสงสว่างที่รักษาสัจจะและมีกริยาที่เงียบขรึม เธอมักจะวางท่าเล็กน้อยในการปรากฏตัวขึ้นและช่วยเหลือผู้อื่น แต่ . . . . .

ข้อความที่ชายหนุ่มไม่อยากจะพบ หรือ ยังกับเขากำลังนั่งเล่นเกมส์ทายปริศนาได้โผล่ขึ้นมาในหัวของเขาโดยมิได้นัดหมายทันที - The text is to fade to read more หรือสั้นๆง่ายๆ ก็คือ ตัวหนังสือนั้นได้จางออกไปจนไม่สามารถทำการอ่านต่อได้นั่นเอง - โชค ( ? ) ยังเข้าข้างเขาอยู่บ้างที่ข้อมูลของเร็มได้จัดว่าเป็นความลับอย่างนึงจึงได้แยกออกตามหนังสือต่างๆไว้ด้วย ทำให้เขาพบแค่ภาพจางๆและข้อมูลเล็กน้อยจากเล่มนี้เท่านั้น ซึ่งมันก็อาจจะไม่แน่นักว่าเล่มที่เขาเพิ่งโยนทิ้งไปเมื่อครู่นั้นอาจจะมีอยู่บ้างก็ได้


ไซเซอร์ : นะนี่มัน? . .  .- ชายหนุ่มตาลุกวาวทันทีเมื่ออ่านข้อความดังกล่าว ชายหนุ่มเริ่มมีความหวังที่จะได้รู้เรื่องราวของหญิงสาวที่ตัวเองหลงรัก จึงค่อยๆปิดสมุดเล่มนั้น พลางกลับไปหาหนังสือเล่มที่เขาเพิ่งจะรีบๆค้นๆแล้วโยนทิ้งไปอย่างระมัดระวัง เผื่อจะมีข้อมูลของเร็มหลงเหลืออยู่บ้างพร้อมกับหาหนังสือรหัส 1804 ไปด้วย

Gain : ภาพของเร็มแบบจางๆ * 1



ดูเหมือนว่าไม่ว่าชายหนุ่มจะพยายามค้นหาจนตาแทบจะหลุดออกจากเบ้าซักเท่าไรก็ตามก็ไม่พบข้อมูลของหญิงสาวอีกเลยแม้แต่นิดเดียว แต่เขากลับเจอหนังสือหมายเลข 1804 แทนเสียอย่างนั้นในเวลาที่เขาไม่อยากได้มัน แต่ภายในเล่มก็ยังพอมีข้อมูลที่ให้หวังกับชายหนุ่มขึ้นมาบ้างโดยจากข้อมูลได้กล่าวไว้ว่า . . . . . ดอก _ _ _ _ รี _ เป็นที่มาของชื่อร่างจำแลงของเธอ โดยดอกไม้นั้นเป็นที่โปรดปรานของเร็มเองด้วยเช่นกัน แต่เนื่องจากมันเป็นดอกไม้ที่หายากในอณาจักรแห่งนี้จึงทำให้ยากแก่การเชยชม . . . . . . - The text is to fade to continue . . . . . . -


ไซเซอร์ : เร็มชอบดอกไม้อย่างนั้นหรอ? ดอกอะไรกันนะ . . . เอะเดี๋ยว - ชายหนุ่มเริ่มเอะใจแปลกๆว่าทำไมที่แห่งนี้ถึงมีข้อมูลของเร็มอยู่ด้วย - หรือว่า มาริยะกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับโซฟี? . . . - ชายหนุ่มค่อยๆปิดหนังสือเล่มนั้นพลางลุกขึ้นเตรียมกลับไปหาลีออนทันที ท่าทางเขาจะเริ่มไม่ไว้ใจมาริยะเพราะสถานที่แห่งนี้เข้าให้ซะแล้ว

ดูเหมือนว่าชายหนุ่มผู้ให้มอบหมายงานไซเซอร์มานั้นจะบอกเขาเพียงแค่วิธีมายังสถานที่แห่งนี้เท่านั้นทำให้เขาไม่สามารถออกจากสถานที่นี้ไปโดยทันทีได้

- ฟุ้บ !! - เสียงปรากฏตัวขึ้นอย่างรวดเร็วของปีศาจตนหนึ่งด้านหน้าของชายหนุ่มทันที แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีการโจมตีใดๆเกิดขึ้นทันทีวินาทีนั้น รวมทั้งดูเหมือนว่าฝ่ายตรงข้ามจะปกปิดพลังของตนที่ปกติแล้วจะกดดันออกมาโดยธรรมชาติไว้จนหมดเสียด้วย



Dark Fortune : ดวงชะตา . . . . . . ได้กำหนดให้เรามาพบหน้ากันที่นี่ - เขาเอ่ยขึ้นและแนะนำตัวเองต่อทันที - เราคือสิริแห่งรัตติกาล Dark Fortune ครั้งนี้จะเป็นการแนะนำตัว และเขตุห้องหนังสือแห่งนี้ก็คือเขตุเบื้องต้นเท่านั้น ถ้าเกิดว่าเราเจอกันในส่วนที่ลึกกว่านี้ก็คงจะต้องปะมือกัน แต่คงอีกไม่นานเกินรอ . . . . - เขาได้เอ่ยทิ้งท้ายไว้ก่อนที่จะยืนมองไซเซอร์ที่ถือหนังสือเล่มหนึ่งไว้บนมือและค่อยๆหายตัวไปพร้อมกับทิ้งเส้นทางกลับไว้ให้กับไซเซอร์ -


ไซเซอร์ : . . . - ชายหนุ่มมองตาขวางตามแผ่นหลังนั่นจนหายไปก่อนจะ รีบวิ่งไปตามทางที่คิดว่าน่าจะเป็นทางออก เพื่อกลับไปส่งหนังสือให้กับลีออน

หลังจากวิ่งออกมาจากสถานที่นั้นก็ตรงกลับไปที่ร้านค้าอาวุธลับอีกครั้ง  ไซเซอร์วางสมุดรหัส 1804 ตรงหน้าลีออนด้วยความไม่สบอารมณ์

ไซเซอร์ : นี่ได้มาแล้ว . . แล้วก็ข้าขอถามอะไรหน่อย . . . - ชายหนุ่มมองลีออนด้วยสายตาจับผิด - มาริยะต้องการอะไรกันแน่? ทำไมถึงค้นคว้าเรื่องของเร็ม?

ชายหนุ่มได้รับหนังสือมาจากไซเซอร์และตอบคำถามกลับชายหนุ่มอย่างตรงไปตรงมาตามที่ไซเซอร์ได้ถาม

ลีออน : เรื่องสืบหาข้อมูลขอบอกตามตรงว่าชั้นเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ ชั้นเป็นแค่ผู้ถูกว่าจ้างให้ทำงานนี้ในราคางามและข้อมูลที่น่าสนใจที่หลากหลายแค่นั้นเองน่ะ - ชายหนุ่มเอ่ยตอบ - ทำไมไม่ลองถามเขาดูเองล่ะ ?

Gain : 500 g


ชายหนุ่มยังคงไม่ไว้ใจลีออนอยู่ แต่ก็ท่าทางเขาจะไม่ได้โกหกเหมือนกัน ชายหนุ่มรับค่าตอบแทนไว้ก่อนจะถามบางอย่างขึ้น - ถ้าอย่างนั้นข้าขอถามอีกข้อ นายพอจะรู้เรื่องดอกไม้ที่เร็มชอบบ้างหรือไม่? - ชายหนุ่มถามลีออนด้วยสีหน้าจริงจัง
ชายหนุ่มยิ้มขึ้นเล็กน้อยและแสยะยิ้มออกมาเหมือนพ่อค้าหน้าเลือดทันที

ลีออน : โอ๊ะ ~ สนใจทูติแห่งแสงขึ้นมาเหรอ ~♫ - ชายหนุ่มค่อยๆหยิบเล็คเชอร์ขนาดเท่า A4 ขึ้นมาและหันมามองที่ไซเซอร์ - ดอกไม้ที่เร็มน่าจะโปรดปรานมากที่สุดในหมู่ดอกไม้ทั้งหมด . . . . . ดูท่าทางจะยากเกินกว่าที่จะหาดูได้ง่ายๆแฮะ แต่ถ้าอยากรู้ล่ะก็ คงต้องจ่ายค่าข้อมูลซัก 5000 g ล่ะนะ - ชายหนุ่มหัวเราะขึ้นเบาๆและเอ่ยต่อไป - ไม่ก็ดอกโซฟีเรียก็ได้ แต่ดูเหมือนว่าจะอยู่ท้ายๆอันดับ 10 หน่อยล่ะนะ แต่มันก็ยังพอมีหวังมากกว่าดอกไม้นั้น ว่าไงล่ะพ่อหนุ่ม ♫


ไซเซอร์ : = _ = โทษทีนะชั้นคงไม่เอาเงินขนาดนั้นไปซื้อข่าวจากนายหรอก ชั้นขอเชื่อตามสมุดเล่มนั้นบอกดีกว่า ดอกโซฟีเรียสินะ . . เอะ? - เหมือนมีอะไรวิ่งเข้ามาในสมองของไซเซอร์ หัวของเขาเริ่มปวดเล็กน้อย - อุ๊บเดี๋ยวก่อน? ตะกี้นายบอกว่าดอกโซฟีเรีย? . . . หืม~ อ้อมันเป็นแบบนี้นี่เองสินะ . .  มิน่าทำไมยัยผู้หญิงคนนั้นถึงมาทำร้ายกัน~ - ชายหนุ่มยิ้มออกมาจากมุมปากพลางเดินจากลีออนไป - ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะ ดีใจจริงๆที่วันนี้ได้มาเจอกับนาย ชั้นได้เรื่องน่าสนุกมาเพียบเลย~ - ไซเซอร์ว่าพลางเดินออกมาจากร้านก่อนจะมองไปที่พระจันทร์ - เอาล่ะสิแรน ตอนนี้มีคนที่ในความทรงจำที่แกถูกลบไปมาอยู่ข้างๆอีกหนึ่งคนแล้ว~ สู้ๆเข้านะพ่อหนุ่ม~ ฮะๆๆ! - ชายหนุ่มหัวเราะออกมาพลางเดินกลับไปขึ้นรถไฟกลับมาที่หอก่อนจะสว่างอีกครั้งและกลับไปที่ห้องด้วยใบหน้าอารมณ์ดี~  - ฮึๆ  แบบนี้ก็เยี่ยม~ ถ้ายัยโซฟีเรีย ทำให้ความทรงจำของแรนสับสนได้ มันก็ง่ายต่อการครอบงำจิตใจที่แข็งแกร่งของหมอนั่น~ เอาล่ะชั้นเองก็อยากจะเห็นบทละครเรื่องนี้เริ่มขึ้นไวๆจังเลยนะ~ ฮึๆๆ - ก่อนจะเปิดประตูห้องของตัวเอง

* ช่วงพิเศษ * - เวลารุ่งเช้าประมาณตี 2 -
เมื่อไซเซอร์ได้กลับมาที่ห้องของตัวเองก็ได้พบกับมาริยะที่ได้ขโมยเตียงเขาและนอนหลับพักผ่อนไปเสียแล้ว ดูเหมือนว่าเธอ( ? )เองจะไม่ได้เปลี่ยนเป็นชุดนอนใหม่และนอนลงด้วยชุดเดิมที่เจอกับชายหนุ่มเมื่อเย็น กลิ่นอาหารโชยเบาบางภายในห้องดูเหมือนว่าเธอจะทำอาหารอีกมื้อขณะที่ชายหนุ่มไม่อยู่ในห้องของตัวเองและเก็บเอาไว้ในตู้เย็นขอชายหนุ่ม


Player Reaction : เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 1-9-2010 13:29:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด nutchsnon เมื่อ 6-9-2010 12:29



สภาพร่างกาย :
สถานะ : ปรกติ
AS : 40/40

Information
Skill

Stauts:


Posonality



Item



รีเน่ : คือว่า . . . อ๊ะ - ยังไม่ทันที่รีเน่จะได้เอ่ยอะไร เรย์อิเซนก็มายืนขวางหน้าของหญิงสาวไว้เสียก่อน

เรย์อิเซน : พวกเราหลงมาที่นี่ ก็แค่อยากจะออกไปจากห้วงเวลาบ้าๆนี่เท่านั้น ว่าแต่เจ้าเถอะเจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่ เปลวไฟของเจ้าคล้ายกับทูติที่ข้ารู้จักก็จริง แต่ไฟของเจ้าเหมือนกับเปลวไฟของนกฟินิกซ์ที่ข้าเคยต่อกรด้วย - หญิงสาวพูดพลางมองมาอย่างไม่เป็นมิตรกับสาวน้อยเกษาสีแดงตรงหน้า


รีเน่ : เดี๋ยวสิ เรย์อิเซน ... เค้าคงไม่ - รีเน่พยายามพูด แต่ก็ต้องหยุดเมื่อเรย์อิเซนหันมามองเธอด้วยสายตาเย็นชา

เรย์อิเซน : นอกจากคนที่ข้าไว้ใจแล้ว คนอื่นที่อยู่ในห้วงเวลาที่แปรปรวนแบบนี้ข้าไม่ไว้ใจใครง่ายๆหรอก ถ้าต้องสู้กัน แต่ข้าจะไม่ยอมให้ท่านรีเน่เป็นอะไรไปแน่ - หญิงสาวพูดกับรีเน่ก่อนจะหันไปหา เกษาสีแดง - ข้า เรย์อิเซน เอมบิโอส ทูติแห่งดวงดาว ประจำสายธาตุไฟสีน้ำเงินและวารี จงเอ่ยนามที่แท้จริงของเจ้ามา เกษาสีแดงเอ๋ย - หญิงสาวพูดด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากสายตาธรรมดาเป็นดวงตาราชสีห์น้ำเงินเข้ม ถามชื่อของคนตรงหน้าเพื่อลองเชิงอีกฝ่าย

เฟรม ฮาเซ่ : เฟรม ฮาเซ่ ไม่มีชื่อเรียก ฉายา เกศาเพลิงเนตรอัคคี  และดาบ นินโตโนะ โน ชานะ - เด็กสาวค่อยๆลดมือลงและหยิบสร้อยคอของเธออกมาด้านหน้า - อลาสเตอร์ เพลิงกัลป์ถล่มฟ้าทลายปฐพี - ดูเหมือนวิธีแนะนำตัวของเธอจะออกเหม่งๆไปซักหน่อย และด้วยกริยาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรของเธอด้วยนั่นเอง - ฟูเซ็ทสึ !! - หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับวงแหวนเวทย์ที่รวบกลับเข้ามายังจุดที่พวกของรี่เน่ยืนอยู่ -

ทุกอย่างนั้นได้กลับเป็นปกติเหมือนเช่นเคยพร้อมกับร่างของหญิงสาวทั้งสองที่ได้กลับมาในเวลาปัจจุบันบนทางเดินของชั้นห้องพักหน้าห้องของพวกเธอ วึ่งเป็นจุดเดียวกันกับใน Dark hour

เฟรม ฮาเซ่ : ไปได้แล้ว . . . . .


หญิงสาวรีบวิ่งมาจับมือของ ฮาเซ่ ไว้พลางมองตาของเธอ
รีเน่ : ขอบคุณนะที่พาพวกเรากลับมา เอ่อ . . . ชานะจัง? - รีเน่ไม่รู้ว่าจะเรียกเธอว่าอะไรดี จึงใช้ชื่อดาบของหล่อนเรียกเป็นชื่ออกมา
รีเน่ : อ่าแฮะๆ ไม่มีชื่อไม่ดีหรอกนะ งั้นเราขอเรียกเธอว่า ชานะจัง ก็แล้วกันนะ~ - หญิงสาวยิ้มหวานให้กับชานะที่เธอกุมมือน้อยๆทั้งสองข้างไว้อยู่

เรย์อิเซน : เห้อ เอาเถอะงั้นชั้นขอเข้าไปจัดของข้างในก่อนนะ ตามมาก็แล้วกัน - ทูติสาวเกาหัวนิดๆพลางเดินเข้าไปในห้องของรีเน่ก่อน เพื่อไปจัดเตรียมของที่แรนได้ฝากมาให้


รีเน่ : เข้าไปข้างในกันก่อนเถอะชานะจัง นะ~ - รีเน่อ้อน พลางเดินจูงมือของชานะเข้าไปในห้องของเธอ
ทันทีที่มือของรีเน่ได้สัมผัสลงบนมือเล็กๆของชานะ ก็ได้พบว่าแผ่นมือของเธอนั้นแข็งด้านเล็กน้อยเนื่องจากการต่อสู้และยังเย็นเฉียบจนสามารถแสดงถึงความว้าเหว่และโดดเดี่ยวของเธอออกมาได้อย่างมากเลยทีเดียว

ชานะ : !! - เธอได้รีบกระตุกมือกลับจากรีเน่อย่างรวดเร็วก่อนที่จะหันหลังให้สาวน้อยอย่างรวดเร็วเพื่อหลบแก้มแดงเล็กๆของเธอ - จะเรียกอะไรก็ช่าง . . . . มะ มะ ไม่ต้องมาจับมือชั้นด้วย . . . . . - ดูเหมือนว่าเธอจะรู้สึกแปลกๆเมื่อรีเน่ได้สัมผัสที่ร่างกายของเธอ จึงทำให้หญิงสาวแสดงอาการไม่ค่อยจะถูกนัก -


รีเน่ : ขะขอโทษ เราคงทำให้ ชานะจังไม่ชอบสินะ. . . ขอโทษนะ เราจับมือคนอื่นจนติดเป็นนิสัยไปแล้วน่ะ . . . ถ้าชานะจังไม่ชอบก็ไม่เป็นไรนะ . . . - รีเน่จ๋อยลงทันที เมื่อเธอเผลอแสดงกิริยาที่ทำให้คนที่เพิ่งได้พบกันไม่ชอบเสียแล้ว
ชานะเองได้หันตัวกลับมาพร้อมกับใบหน้าที่แดงเล็กน้อยของเธอ หญิงสาวได้ยื่นมือมาด้านหน้าและเรียกแผ่นยันต์ใบหนึ่งขึ้นมาถือเอาไว้

ชานะ : ระ . . . รู้ก็ดีแล้ว ชั้นไม่ชอบให้มาจับร่างกายของชั้นเท่าไรนัก ตะ . . . . ตะ แต่ถ้าเธอเกิดเคยชินจนเป็นนิสัยแล้วมันก็ช่วยไม่ได้ . . . . จับยันต์อีกด้านนึงแทนแล้วกันชั้นจะจับอีกด้านหนึ่งไว้แทน - ชานะพูดติดๆขัดๆและยื่นยันต์ให้กับรีเน่ด้วยมือที่สั่นหงึกๆของเธอ -


เมื่อชานะเอ่ยขึ้นแบบนั้นทำให้ใบหน้าของรีเน่มีรอยยิ้มขึ้นมาทันที เธอจับยันอีกด้านหนึ่งตามที่ชานะบอกเอาไว้
รีเน่ : ขอบคุณนะ~ ที่ไม่ได้เกลียดเราน่ะ~ - ขณะที่ทั้งสองคนกำลังจะเดินเข้าไปที่ห้องริวโคและโซฟีก็เดินมาหาพอดี

ริวโค : ฟินิกซ์? . . .  - ริวโคมองมาที่ชานะสายตาไม่เป็นมิตรเหมือนกับเรย์อิเซน แต่ราชสีหนุ่มก็ไม่ได้ทำอะไรโฉ่งฉ่างเหมือนกับเรย์อิเซนเท่าไหร่ ก็ได้แต่มองเงียบๆพลางกล่าวทักทายรีน่

ริวโค : รีเน่ ยังไม่เข้าไปข้างในอีกหรอ? แล้วยัยเรย์อิเซนล่ะ? - ชายหนุ่มถามมือก็ยังคงจับอยู่กับโซฟีอยู่


รีเน่ : อ้อ เรย์อิเซนเข้าไปก่อนแล้วล่ะ อ๊ะ นี่ชานะจังนะ เราไปพบกับเธอเข้าตอนช่วงเวลาแห่งรัตติกาลอะไรนี่แหละ - หญิงสาวแนะนำชานะให้ริวโคได้รู้จัก

ริวโค : . . . ริวโค กราเวียส ทูติแห่งดวงดาว ธาตุอัคคีบริสุทธิ์ ขอโทษด้วยที่เมื่อครู่ข้าทำเสียมารยาทเพราะพลังของท่านชานะช่างคล้ายกับนกฟินิกซ์ที่ข้ากับสหายช่วยกันปราบเมื่อนานมาแล้ว ราชสีห์หนุ่มกล่าวขอโทษ - เข้าไปข้างในก่อนเถอะ นายของเรานำอาหารมาให้เยอะอยู่พอสมควร น่าจะพอสำหรับสามคน - ชายหนุ่มพูดพลางจูงมือโซฟีเดินเข้าไปในห้องก่อน


รีเน่ : งั้น ชานะจัง เราเข้าไปกันเถอะ ของๆท่านพี่แรนน่ะ อร่อยนะ~มาทานด้วยกันเถอะ~ - เธอพูดด้วยใบหน้าดีใจ พลางจูงชานะจังเดินเข้าไปด้านใน - พอทั้งสองคนเข้าไปด้านในก็เห็นริวโคกับเรย์อิเซนกำลังช่วยกันจัดอาหารในห้องของเธอ

เรย์อิเซน : นั่งรอกันได้เลยนะ อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว~ - เรย์อิเซนเรียกให้รีเน่กับชานะให้มานั่งที่โตะอาหาร พลางจัดชุดเนื้อทอดกับสลัดบนโตะอาหาร

ริวโค : แล้ว ท่านอันดิเน่ไปไหนกันนะ?
เรย์อิเซน : อืม . . . นั่นสิ อ๊ะหรือว่าแอบไปหาแรนกันนะ~  งั้นริวโคเจ้านอนที่นี่ละกัน~ - เรย์อิเซนยิ้มพลางปิดปากของตัวเองด้วยความคิดชั่วร้าย
ริวโค : อย่ามาล้อเล่น ข้าว่าเป็นห่วงท่านอันดิเน่จะสลบไปหรือตกใจเสียก่อนที่แรนจะได้ทำอะไรมากกว่ามั้ง - ชายหนุ่มเอามือสับหัวของเรย์อิเซนพลางพูด
เรย์อิเซน : อูย~ ก็นะ~  ว่าแต่เจ้าจะไม่นอนที่นี่ใช่มะ? งั้นดีเลย~ ถ้าอย่างนั้น รีเน่จัง โซฟีจัง แล้วก็ชานะจัง ทานอาหารกันเสร็จแล้ว ไปอาบน้ำด้วยกันน้า~


รีเน่ : อ๊ะ อาบกันหลายๆคนน่าสนุกจัง~ อือได้สิ อาบด้วยกันนะ ชานะจัง โซฟีจัง - รีเน่พูดด้วยน้ำเสียงดีใจถามสาวร่างเล็กอีกสองคนที่นั่งข้างๆเธอ
ทางด้านโซฟีเองที่ถูกเรย์อิเซนลากไปอาบน้ำบ่อยๆแล้วจึงไม่ได้คิดอะไรมากนัก เธอได้เดินนำชานะไปทางรีเน่อย่างเงียบๆเหมือนปกติของเธอ แต่ดูเหมือนว่าชานะจังเองจะไม่ยอมตามมาด้วย

ชานะ : ไม่เอาด้วยหรอก !!! เราโตแล้ว ไม่เข้าไปเล่นน้ำหมู่แบบพวกเด็กๆหรอก !! - หญิงสาวสบัดหน้าหนีก่อนที่จะเดินไปที่โต๊ะอาหารที่ริวโคนั่งอยู่ทันที - มะ มองอะไรเล่า !! - หญิงสาวได้พาลริวโคที่นั่งอยู่เฉยๆแถวนั้นและหันไปทางอื่น -

ดูเหมือนว่าโซฟีเองก็ท่าทางจะสองจิตสองใจตามๆไปเช่นกันเมื่อได้ยินหญิงสาวเอ่ยขึ้นว่า " เด็ก " เธอได้ยืนนิ่งอยู่ข้างๆรีเน่ที่หน้าประตูห้องน้ำและไม่ก้าวต่อไปข้างหน้า


รีเน่ : ชานะจังคงจะยังไม่อยากอาบล่ะมั้ง . . . งั้นเราไปอาบด้วยกันเถอะนะโซฟีจัง~ - รีเน่ยิ้มพลางผลักหลังโซฟีให้เดินเข้าไปในห้องน้ำตามเรย์อิเซนไปติดๆ

เรย์อิเซนที่กำลังนั่งอยู่ในอ่างน้ำรีบลุกขึ้นมาเดินมาหาโซฟีทันที เรย์อิเซน : โซฟีให้ชั้นสระผมให้นะ~ - ทูติสาวรีบหยิบแชมป์พูพลางจับให้โซฟีนั่งลงก่อนจะค่อยๆ ปล่อยผมของโซฟีออกและบรรจงสระผมของสาวน้อยด้วยแชมพูอ่อนๆ


รีเน่ : ว้าว ผมของเรย์อิเซนสวยจังเลย - รีเน่พูดพลางจับเส้นผมของเรย์อิเซนจากด้านหลังก่อนจะจับผมของตัวเองบ้าง

เรย์อิเซน : ฮิๆ ก็นะเราดูแลเป็นอย่างดีเลยล่ะ รีเน่อาบน้ำก่อนก็ได้นะเดี๋ยวเราสระผมให้


รีเน่พยักหน้าก่อนจะทำธุระส่วนตัวของตัวเองบ้าง

ทางด้านชานะกับริวโคที่บรรยากาศตอนนี้เงียบสนิทจนทำให้รู้สึกอึดอัดและคนที่ทำลายความอึดอัดนั่นก็คือริวโค

ริวโค :  . . . ไม่รู้หรอกนะว่า เธอหงุดหงิดอะไร แต่ว่าบางครั้งก็ซื่อตรงกับตัวเองซะหน่อยดีกว่านะ รีเน่น่ะเห็นแบบนั้นแต่ก็เอาใจใส่คนอื่นอยู่เสมอ - ชายหนุ่มพูดแทงใจดำชานะพลางคีบเนื้อที่เหลืออยู่  ริวโคยื่นเนื้อที่เหลือไปทางชานะ : อย่าดื้อ ข้ารู้ว่าเธอกินน้อย เพราะงั้นกินเข้าไปซะ . . . - ชายหนุ่มพูดด้วยสีหน้าจริงจังเหมือนกับขู่ให้ยอมทำตามแต่โดยดี
หญิงสาวได้ทำท่าหยิ่งเล็กน้อยก่อนที่จะหันหน้าไปทางอื่นโดยเมินเนื้อที่ริวโคยื่นให้

ชานะ : ชั้นไม่หิวซักหน่อย เฟรมฮาเซ่ไม่ต้องกินอะไรก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้อยู่แล้วล่ะ - จ้อก ~ - เสียงท้องร้องของเด็กสาวเบาๆทำให้เธอหน้าแดงขึ้นมาพร้อมกับหันไปมองริวโคด้วยท่าทางหงุดหงิด - ชั้นไม่หิวซักหน่อย !!! ร่างกายของมนุษย์แค่ออกอาการตามธรรมชาติเท่านั้น !! รู้ไว้ซะด้วย !! - หญิงสาวได้ลุกขึ้นและตรงดิ่งไปที่ประตูห้อง พลางเหลียวหลังมามองริวโค และสบัดหน้าใส่ก่อนที่จะปิดประตูห้องลงอย่างดังและเดินจากไป -

ทางด้านริวโคเองที่ไม่ได้ส่งอาหารนั้นให้กับชานะจังและนั่งอยู่บนโต๊ะนั้นก็ได้รู้สึกว่าที่ปลายตะเกียบของเขานั้นว่างเปล่าไปเสียแล้ว โซฟีนั่นเอง ดูเหมือนว่าพวกเธอจะแยกตัวออกมาจากห้องอาบน้ำก่อนในชุดนอนของรีเน่และคาบกินเนื้อจากปลายตะเกียบของริวโคเช่นเคยอย่างไม่ได้บอกกล่าว

โซฟี : . . . . . . . - แววตาที่แน่นิ่งของหญิงสาวจับจ้องมาที่ริวโค เธอได้ค่อยๆนั่งลงที่เก้าอี้ด้านตรงข้ามเพื่อรอเรย์อิเซนและรีเน่ที่ยังทำธุระอยู่ในห้องน้ำ -


รีเน่ : อือ~ สะบายตัวจังเลย~ - รีเน่เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับเช็ดกายของเธอและสวมชุดนอนก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำ ตรงมาที่ห้องครัว แต่กลับเห็นเพียงโซฟีและริวโคที่เดินออกมาก่อน

ริวโค : = _ = . . . - ริวโคมองโซฟีทั้งแปลกใจและเคยชินกับการกระทำของเธอ - ไฮๆ ยังไม่อิ่มสินะ เอ้า - ริวโคคีบเนื้อให้โซฟีอีกชิ้น โซฟีเองก็รับเนื้อไปเช่นเคย ทำให้ใบหน้าของริวโอบผุดรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย พลางมองไปที่ประตูห้องที่ชานะเข้าไป - เฮ้อ เธอทานเองไปก่อนนะโซฟี เดี๋ยวชั้นจะไปป้อนยัยชานะซักหน่อย หิวแบบนั้นนอนไม่ได้หรอกเชื่อสิ - ริวโคยืนจากเนื้อให้กับโซฟีพลางจัดเนื้อกับสลัดใส่ถ้วยเล็กๆเดินตรงไปที่ห้องที่ชานะอยู่

ริวโค : เฮ้ ท้องร้องใหญ่เชียว มานี่สิ . . . - ชายหนุ่มเรียกชานะที่นั่งขดตัวพยายามปิดเสียงร้องของท้องตัวเองในความมืดอยู่อย่างนั้น


รีเน่มองตามริวโคที่เดินเข้าไปแบบนั้นพลางแอบหัวเราะเบาๆ

รีเน่ : ฮิๆ ริวโคยังเอาใจใส่คนอื่นไม่เปลี่ยนเลยนะ . . . ทั้งๆที่วางมาดดุออกซะขนาดนั้น~- รีเน่เดินมานั่งใกล้ๆโซฟีที่นั่งทานเนื้ออยู่ - โซฟีใส่ชุดนอนของเค้าได้พอดีเลย~ น่ารักจัง~ - เธอชมสาวน้อยที่นั่งใกล้ๆตามนิสัยของตัวเอง

ด้านโซฟีเองดูเหมือนเธอจะไม่ได้แสดงอารมณ์หรือเปลี่ยนแปลงสีหน้าของเธอไปแม้แต่น้อย หญิงสาวได้เริ่มคีบผักในจานสลัดมากินมากกว่าเนื้อย่าง

โซฟี : ขอบคุณ . . . . - หญิงสาวเอ่ยตอบรีเน่เบาๆและนั่งกินสลัดผักเหมือนเช่นเคย -

ทางด้านชานะเองก็ดื้อดึงและไม่ยอมหันมาทางริวโคที่เดินตามออกมาแต่อย่างใด เธอได้ทิ้งถุงพลาสติกห่อขนาดกลางลงถังขยะด้านข้างทางเดินและคาบขนมปังก้อนนึงติดไว้ที่ปากก่อนที่จะค่อยๆหันเอียงข้างมาหาชายหนุ่ม

ชานะ : . . . ? ไม่ต้องเอามาให้หรอก ชั้นมีเมล่อนปังอยู่แล้ว - หญิงสาวเอ่ยขึ้นและกลับหลังเดินต่อไปทันที -


เต็มแล้ว
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 17-10-2019 10:22 , Processed in 0.236315 second(s), 24 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้