Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: nutchsnon

[ Play ] School Fever : Frist SS >> R.I.P Mode <<

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 24-1-2012 21:40:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย g-zero เมื่อ 29-1-2012 21:39

"ชั้นยังไม่ได้เริ่มติดตั้งหรอก แต่ว่าน่ะถึงจะสงบสุขแบบนี้ใช่ว่าจะปลอดภัยได้หรอกน่ะ การโจมตีของผู้ก่อการร้ายมืออาชีพมันไม่ได้หวานหมูอย่างที่เธอคิดหรอก ที่อัฟกันแม้จะอยู่ในเมืองที่สงบแต่เมืองก็พินาศได้ในพริบตาเพราะขาดการป้องกันมาแล้วด้วย" โซสุเกะพูดพลางจัดเตรียมอุปกรณ์ต่อไป

"ชั้นเข้าใจว่าที่นี่ค่อนข้างสงบสุขมากจริงๆแต่ก็ไม่อยากประมาทเกินไป เธอเองก็พกของแบบนี้ก็หมายความว่าที่นี่ใช่ว่าจะปลอดภัยแน่นอนเหมือนกัน" โซสุเกะประเมินสถานการณ์จากการที่อาเรียเองก็พกอาวุธไว้เช่นกัน กลายเป็นว่าโซสุเกะพูดตอกกลับใส่อาเรียเองโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจ

"ในเมื่อเธอก็คิดแบบเดียวกับชั้นว่าโรงเรียนยังมีอันตรายอยู่ก็มาร่วมมือกันจะทำงานได้สะดวกกว่าน่ะ" โซสุเกะยื่นข้อเสนอแบบไม่ได้สนใจอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

อาเรีย : จะให้ชั้นเชื่อคนที่เอาของแบบนี้เข้ามาในโรงเรียนโดยที่ไม่มีใครจับได้เลยอย่างนายงั้นรึ อย่ามาพูดบ้าๆนะ แล้วชั้นเองก็ไม่ได้เป็นพวกไม่มีฝีมือถึงขนาดต้องให้นายมาพูดแบบนั้นหรอกนะ - เธอยิ่งไม่ไว้ใจโซซุเกะเข้าไปใหญ่

อาเรีย : ก่อนอื่นเลยนายต้องรีบจักการไอ้ของพวกนั้นให้หมด โรงเรียนนี้ไม่จำเป็นมีทหารผ่านศึกอย่างนายเข้ามาทำให้มันวุ่นวายไปหมดหรอกนะซางาระ ....


'ไม่จำเป็นต้องมีทหารผ่านศึก แล้วจะใช้ใครในการป้องกันหรือว่าที่คันซากิต้องการสื่อมาจริงๆน่าจะหมายความว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นให้ใช้สันติวิธีคงจะดีกว่าสิน่ะ'

"หมายความว่าใช้สันติวิธีคงจะดีกว่าสิน่ะ เข้าใจล่ะ" โซสุเกะท่าทางจะตีความหมายที่อาเรียต้องการผิดไปบ้างแต่ท่าทางจะคุยรู้เรื่องขึ้นมาบ้างแต่ว่า...

"งั้นเดี๋ยวชั้นขอจัดการของพวกนี้สักครู่น่ะ" โซสุเกะยกอุปกรณ์ทั้งหมดหลบจากสายตาของอาเรียไป แล้วโซสุเกะก็ปีนออกมาเขตนอกโรงเรียน จากนั้นก็...

ตูมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงระเบิดดังสนั่นขึ้น โซสุเกะได้ตั้งบังเกอร์ป้องกันรอบๆไว้โดยตรงกลางมีซากอุปกรณ์ที่ประกอบทิ้งไว้ และบริเวณรอบๆก็ไม่เสียหายแม้แต่น้อย

"ทีนี้ก็ไม่มีปัญหาแล้วล่ะน่ะ ที่ชั้นทำลายอุปกรณ์ไปเป็นการป้องกันมีคนแอบนำไปใช้ในทางที่ก่อให้เกิดอันตรายได้น่ะ ถ้าไม่ทำแบบนี้มันก็ยังนำไปใช้ได้อยู่" โซสุเกะขุดดินแล้วฝังอุปกรณ์ทั้งหมดลงไปพร้อมเดินกลับมาหาอาเรีย

"ชั้นจัดการของทุกอย่างแล้วล่ะ ต่อไปนี้ถ้าเกิดมีเรื่องร้ายแรงอะไรเกิดขึ้นชั้นจะพยายามใช้สันติวิธีก่อนน่ะ" โซสุเกะกล่าวเสร็จพร้อมกลับเดินไปที่โรงอาหารเพราะตอนนี้เวลาใกล้เที่ยงแล้ว

อาเรีย : นะนะนะนะนนะนายทำบ้าอะไรของนายห๊า!!!!!? - เธอโวยวายทันทีที่เสียงระเบิดเกิดขึ้น ซางาระเล่นทำให้เกิดแรงระเบิดขึ้นจนทำให้เธอตกใจเลยก็ว่าได้

อาเรีย : อ๊ายยยยยย!!! แล้วชั้นจะไปบอก ผู้อำนวยการยังไงล่ะเนี่ย นายทำบ้าอะไรของนายฮ๊าาาา!? อยู่ๆ ไประเบิดมันทำไม? นี่นายกวนประสาทชั้นเกินไปแล้วนะ อย่าอยู่เลย - เธอโวยวายแบบไม่มีท่าทีจะลดละเลย ดั่งคนที่ฟิวขาดไปแล้ว เธอควักปืนขึ้นมายิงผ่านใบหูของซางาระไป ดูท่าทักษะการใช้อาวุธของเธอจะพอตัวอยู่นะ

คะแนนความสัมพันธ์อาเรีย - 1


"เดี๋ยวก่อน คันซากิ ชั้นยังไม่ได้กวนประสาทอะไรเธอเลย ส่วนการระเบิดถ้าไม่ทำยังงั้นอุปกรณ์พวกนั้นก็อาจถูกนำไปใช้ได้ต่อแม้จะแยกชิ้นส่วนแล้ว ส่วนเรื่องผู้อำนวยการโรงเรียนเค้ารู้เรื่องชั้นไปก่อนหน้านี้ที่ชั้นจะเข้าโรงเรียนแล้ว ชั้นไปคุยให้ได้แน่นอน" โซสุเกะตอบคำถามที่อาเรียยิงมาทุกข้อพร้อมหลบหลังกำแพงและคอยสังเกตการเคลื่อนไหวของอาเรีย แต่เพื่อสันติวิธีแล้วเขาจึงยังไม่ชักปืนออกมา

"ตอนนี้เรามาคุยกันก่อนน่าจะดีกว่าน่ะ ทำแบบนี้มันแก้ปัญหาอะไรไม่ได้หรอก ถ้าได้คุยกันดีๆแล้วทุกอย่างมันก็ไม่มีปัญหาหรอก" โซสุเกะพยายามเกลี้ยกล่อมอาเรีย

"ถ้าเธอมัวแต่ยิงแบบนี้ มันก็แก้ปัญหาอะไรไม่ได้หรอกน่ะ แบบที่เธอบอกเมื่อกี้ไม่ใช่รึไง สันติวิธีน่ะดีที่สุดแล้วไม่ใช่รึ" แม้ในสถานการณ์แบบนี้โซสุเกะก็ยังคงใจเย็นอยู่ ไม่ได้ทุกข์ร้อนหรือลนลานแต่อย่างใด

อาเรีย : อึ่ก นะหนวกหู!! หนวกหู! หนวกหู! อย่ามาทำให้งานง่ายๆของชั้นมันเละเทะไปมากกว่านี้น้า!!! - ปังๆๆ เสียงปืนดังขึ้นและทุกนัดพุ่งไปที่หัวของซางาระอย่างแม่นยำ แต่จากประสบการณ์และความสามารถของซางาระเองก็ใช่ว่าจะถูกยิงได้ง่ายๆ

อาเรีย : พรุนไปซะ พรุนไปซะ! พรุนไปซ้า!!! - อาเรียยังคงกระหน่ำยิงสิ่งซางาระอย่างขาดสติดูท่าเธอจะโกรธซางาระเอามากๆจนทิ้งเหตุและผลไปแล้วและไม่นานนักกระสุนของเธอได้หมดลงอาเรียเก็บปืนของตัวเองอย่างรวดเร็วและซางาระก็ดันไปอยู่ใกล้ระยะก้าวของเธอพอดี เธอรีบหยิบคาตานะทั้งสองเล่มจากด้านหลัง (ยัดเข้าไปได้ไงง่ะ?) ออกมาทำท่าจะฟันซางาระ

แต่ขณะนั้นเอง วิ้ว!! วิ๊บ!!

อาเรีย : อื้อ!!? - ผ้าริบบิ้นสีแดงที่เหมือนกับว่าจะเป็นเน็คไทถูกร่อนมาพันแขนทั้งสองข้างของอาเรีย



??? : พอเถอะน่าอาเรีย ... - เสียงของชายคนหนึ่งที่อยู่ตรงประตูดาดฟ้าและคงเป็นเจ้าของเน็คไทนั้นด้วย

อาเรีย : หนวกหูน่า คินจิ นี่นายจะมาขวางชั้นหรือยังไงห๊าาา - อาเรียโวยวายใส่ชายคนนั้น เขากุมขมับตัวเองอย่างเหนื่อยหน่ายในความใจร้อนและขาดสติของเธอแต่ก็ยังเดินมาหาอาเรียแบบไม่เกรงกลัวว่าเธอจะทำร้ายเขาเลยเสียด้วยซ้ำ แต่ไม่กี่วิเขาก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าอาเรียแล้ว

??? : ไม่ได้นะอาเรีย ถ้ามือของเธอเกิดเป็นแผลขึ้นมาหัวใจของชั้นคงต้องเป็นแผลเหมือนกับมือของเธอแน่ๆเลย


'จังหวะนี้คงสงบได้บ้างแล้วล่ะน่ะ' โซสุเกะเห็นว่ามีคนมาช่วยหยุดอาเรียไว้แล้วจึงเดินเข้ามาคุย

"ขอบคุณมากที่ช่วยน่ะ ชั้นซางาระ โซสุเกะ" โซสุเกะขอบคุณพร้อมแนะนำตัวให้ชายตรงหน้า แล้วหันมาทางอาเรีย

"ถ้าที่ชั้นทำมาก่อนหน้านี้ทำให้เธอโกรธก็ขอโทษน่ะ แล้วก็บางทีเธอต้องพยายามระงับความโกรธอย่าอาละวาดน่ะ เพราะว่าในสนามรบแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่กดดันมากหรือพวกพ้องตายไปมากขนาดไหนก็ต้องระงับอารมณ์ไว้เพราะขาดสติเมื่อไหร่หมายถึงการสูญเสียที่จะมีมากขึ้น ชั้นเองก็ไม่อยากให้ใครต้องมาบาดเจ็บเหมือนกัน" โซสุเกะเล่าจากประสบการณ์จริงของตัวเองออกมา ดูเผินๆเหมือนโซสุเกะจะสั่งสอนอาเรียแต่ใจจริงแล้วเขาก็เป็นห่วงว่าจะมีคนได้รับอันตรายแต่เพราะเป็นคนพูดไม่เก่งเท่าไหร่ จึงพูดมาแบบแปลกๆ

ชินจิ : อ้า ทางนั้นก็คงจะลำบากแย่เหมือนกันนะ ฉันชื่อ โทยามะ ชินจิ เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของที่นี่น่ะ อืม พูดแบบนั้นคงจะทำให้เข้าใจผิดว่าเป็น รปภ. จริงๆไม่ใช่หรอก ก็เหมือนกับนักเรียนที่มีความสามารถในด้านวิชาทหารหรือพวกนักกฏหมายอะไรพวกนี้แหละ - ชินจิอธิบาย

อาเรีย : วะว่าไงน้าาา อย่างนายจะมาเข้าใจอะไรช้านนน อย่ามาทำเป็นสอนนะ ชั้นยังไม่เคยจับคนร้ายพลาดเลยซักครั้งนะ!!!

ชินจิ : ไม่เอาน่าอาเรีย ถ้าอาเรียโกรธอยู่แบบนี้ ผมรู้สึกเสียใจแย่เลยนะ - ชินจิยังคงหยอดคำหวานใส่อาเรียไม่พัก อาเรียเองก็ชะงักไปทุกครั้งที่ถูกคินจิหยอดคำหวานใส่ หญิงสาวเขินหน้าแดงเล็กๆ พร้อมกับพยายามระงับความโกรธของตัวเองเอาไว้

อาเรีย : ระรู้แล้วน่า ยะอย่าเข้ามาใกล้นักสิตาบ้า

ชินจิ : ดีมากจ๊ะ เด็กดี - ชินจิกล่าวชมอาเรียทั้งแบบนั้น แต่เขาก็ได้หันกลับมาหาซางาระอีกครั้ง

ชินจิ : ส่วนนายเองก็ทำเกินไปหน่อยนะ สิบโทซางาระ โซสุเกะ ผมเข้าใจนะว่าคุณเองได้รับการไหว้วานจาก ผู้อำนวยการโรงเรียนให้มาเฝ้าระวังโรงเรียนแห่งนี้ แต่ว่าไม่ต้องถึงขนาดทำให้เกิดระเบิดขึ้นก็ได้ แต่คงไม่ทันแล้วล่ะ ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวพวกเราจะจัดการเรื่องนี้ให้ ส่วนตอนนี้คุณลงไปหาอะไรทานก่อนดีกว่าไหม? ยังไม่ได้ทานอะไรเลยใช่ไหมล่ะ? - ดูเหมือนว่าคินจิจะคอยเฝ้าดูซางาระอยู่ก็ว่าได้ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ออกมาหรือพูดอะไรประมาณนี้

ชินจิ : ส่วนอาเรีย ผมเองก็มีเรื่องต้องไปทำต่อ สัญญาได้ไหมว่าจะไม่ทำร้ายซางาระคุงอีกแล้วก็ดูแลเขาในฐานะเพื่อนใหม่ด้วย?

อาเรีย : .... ระรู้แล้วน่า ...

ชินจิ : ฮึๆ ถ้างั้นผมขอตัวก่อนนะ แล้วพบกันใหม่ที่ห้องนะ ซางาระซัง -  คินจิพูดพลางโบกมือจาทั้งๆที่หันหลังให้ซางาระก่อนจะเดินเข้าประตูลงไปยังด้านล่าง เหลือก็แต่อาเรียที่ยังมีทีท่าเคืองซางาระนิดๆและจ้องเขาตาไม่กระพริบ

อาเรีย : เชอะ ...


'ท่าทางคนๆนั้นจะรู้เรื่องเกี่ยวกับเราแล้วสิน่ะ เป็นไปได้ว่าอาจเป็นศัตรูที่มาสืบข้อมูลระวังไว้บ้างดีกว่า' โซสุเกะวิเคราะห์ความอันตรายของชินจิก่อนจะหันกลับมาทางอาเรีย

"คันซากิ ชั้นคงต้องขอรบกวนเธอต่อไปอีกหน่อยล่ะน่ะ แล้วเรื่องก่อนหน้านี้ชั้นขอโทษแล้วกัน" โซสุเกะเห็นว่าตอนนี้อาเรียสงบลงบ้างแล้วเลยพยายามหาวิธีพูดให้อาเรียใจเย็น

"ชั้นเองก็อยากลองทานอาหารในโรงอาหารดูได้ยินมาว่ามันเหมือนเป็นสนามรบขนาดย่อมได้" ท่าทางโซสุเกะจะได้ยินอะไรมาแบบผิดๆเล็กน้อย

อาเรีย : รู้แล้วล่ะน่ะ แค่จูงนายไปกินข้าวที่โรงอาหารก็พอใช่มะ? ทำไมชั้นจะทำให้นายไม่ได้ล่ะ ฮึ! - อาเรียเชิดหน้าหนีก่อนจะหันหลังเดินไปยังประตูดาดฟ้าโดยไม่สนใจซางาระเลยแม้แต่น้อย เธอหยุดฝีก้าวลงครู่หนึ่งก่อนจะหันมาหาซางาระ

อาเรีย : เอ้า มัวทำอะไรอยู่ล่ะ รีบๆตามมาสิ เจ้าตูบซางาระ ! ...  ฮึ - เธอว่าแบบนั้นก่อนจะเดินลงไปไม่รอซางาระเลยแม้แต่น้อย


"อ่า.." โซสุเกะเดินไปตามทางเรื่อยๆจากการสำรวจในช่วงเช้่าทำให้เขาจำทางได้อยู่แต่รู้สึกว่าเขาจะไม่เห็นอาเรียเลย จนมาถึงโรงอาหารพอโซสุเกะมองไปรอบๆดูเหมือนว่าเขาจะเดินแซงอาเรียมาถึงโรงอาหารก่อนแบบไม่รู้ตัว

'คันซากิหายไปไหนล่ะ' โซสุเกะพยายามมองซ้ายมองขวาหาตัวอาเรีย แต่ก็ไม่เจอเลย

'เดี๋ยวก็ตามเองล่ะน่ะ ตอนนี้ทานอาหารก่อนดีกว่า' โซสุเกะมองเห็นจุดที่ทุกคนรับอาหารกันเลยเดินไปต่อคิวจนถึงคิวของตัวเอง

"ขอเศษขนมปังทั้งหมดครับ" คำตอบนี้คงทำให้คนขายมึนแน่นอน

อาเรีย : นี่นายเล่นเดินมาไม่รอกันเลยนี่กล้ามากเลยนะ ...- อาเรียที่เดินตามหลังมาเห็นซางาระทำท่าทางแปลกๆอีกแล้วจึงเดินมาหา

อาเรีย : คุณป้าคะ ขอยากิโซบะปัง สองก้อนแล้วก็เลม่อนปัง สองก้อนค่ะ - อาเรียสั่งขนมปังพร้อมกับจ่ายเงินเสร็จสรรพ

อาเรีย : มานี่เลยนายน่ะ - เธอว่าพลางลากซางาระมาที่ร้านขายเครื่องดื่ม

อาเรีย : สตอร์เบอร์รี่มิล กับ กับรสลูกท้อค่ะ - อาเรียสั่งอย่างรวดเร็วพร้อมกับจัดการเก็บของทั้งหมดเอาไว้ในถุงแล้วลากซางาระมานั่งที่โตะใกล้ๆแถวนั้น

อาเรีย : ขอร้องเถอะนะ ทำอะไรให้มันเหมือนนักเรียนปรกติๆเขาทำกันบ้างได้ไหมยะ? เอ้านี่ของนาย! - เธอยื่นขนมปังสองก้อนให้ซางาระพร้อมกับนมรสสตอร์เบอร์รี่ให้ซางาระ

อาเรีย : แล้วจะเอายังไงกับเรื่องชมรมล่ะ?  


"ชั้นคิดว่าชั้นขอไปศึกษาด้วยตัวเองก่อนดีกว่า แล้วเดี๋ยวชั้นเลือกชมรมที่เข้าเองดีกว่า" โซสุเกะพูดพลางแกะห่อขนมปังออกแล้วหยิบขนมปังเข้าปาก

"แล้วก็..." โซสุเกะที่กำลังจะพูดต่อก็หยุดชะงักกับนมสตอร์เบอร์รี่

"นี่มันสารเคมีอะไรเนี่ย" โซสุเกะหยิบอุปกรณ์ตรวจสอบสารเคมีที่มีพิษขึ้นมาแล้วเทนมสตอร์เบอร์รี่ใส้่หลอดนิดหน่อยพร้อมกับทดลองใส่สารทดสอบพิษลงไป พร้อมสังเกตุการเปลี่ยนแปลงในหลอดทดลอง

"น้ำนี่สีมันแปลกๆน่ะ ทำไมโรงเรียนถึงมีสารเคมีแบบนี้ได้ล่ะ แล้วโรงเรียนนี้ไม่มีน้ำดื่มปกติเลยรึ หรือว่าเป็นการฝึกให้ระวังตัวในการโดนลอบสังหาร คันซากิ" ท่าทางโซสุเกะจะไม่เคยดื่มนมปรุงแต่งรสต่างๆเลย พร้อมถามคำถามแปลกสุดยอดกับอาเรีย

อาเรียถอนหายใจกับทำท่าทีหน่ายๆ ดูเหมือนว่าเธอจะเริ่มชินกับการกระทำของซางาระแล้ว เธอจึงปล่อยให้ซางาระง่วนกับเรื่องของตัวเอง เพียงแต่เธอแค่ระวังอย่าให้มันเกิดอันตรายกับคนอื่นเท่านั้น

อาเรีย : นายยัดของพวกนั้นเข้าไปได้ยังไงหมดเนี่ย? - เธอถามขึ้นมาลอยๆ ส่วนตัวเองก็ยังนั่งทานขนมปังทั้งแบบนั้น


"..." โซสุเกะยังคงมีสมาธิกับการทดลอง หลังจากลองสารหลายๆอย่างก็เห็นว่าไม่มีอันตราย จึงเก็บของอุปกรณ์ทั้งหมดพร้อมเริ่มทานขนมปังและลองดื่มนมสตอร์เบอร์รี่ดู

"อืม ก็ไม่เลว" โซสุเกะรู้สึกว่ารสชาติของนมสตอร์เบอร์รี่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร และโซสุเกะก็ทานต่อแบบเงียบๆจนหมด

"ขอบคุณสำหรับอาหารน่ะ คันซากิ ครั้งหน้าชั้นจะลองซื้ออาหารให้เธอบ้างแล้วกัน" โซสุเกะลุกขึ้นพร้อมกล่าวขอบคุณอาเรีย

"งั้นเดี๋ยวชั้นขอลองเดินดูเองเรื่อยๆแล้วกันว่ามีชมรมไหนที่น่าสนใจอีก ชั้นไม่อยากรบกวนเธอให้มากกว่านี้ด้วย แล้วถ้ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นชั้นจะใช้สันติวิธีไว้ก่อนน่ะ" โซสุเกะโบกมือลาอาเรียแล้วลองเดินหาชมรมไปเรื่อยๆจนมาเจอและหยุดอยู่ที่ ห้องชมรมการแสดง

'หืม ชมรมการแสดงงั้นรึลองเข้าไปดูก่อนดีไหม' โซสุเกะยืนคิดอยู่หน้าห้องชมรมนั้น
โพสต์ 25-1-2012 15:31:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Faterin เมื่อ 5-3-2012 09:48

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย nutchsnon เมื่อ 7-2-2012 10:29


"จ..จริงเหรอเนี่ยยย!!"

ซายูมิพูดด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่ตกใจมากก่อนที่จะรู้สึกตัวได้ และเอามือปิดที่ปากของตัวเอง

(นานะจัง.. แอบหลงรักใครอยู่งั้นเหรอเนี่ย ใครกันนะ... อยากเห็นจังเลย ต้องเป็นผู้ชายที่ดูดีมีตระกูลแน่ๆ)

"นี่ๆๆ ชินคุง นานะจังแอบหลงรักใครในชมรมนี้อย่างนั้นเหรอ ต้องเป็นคนที่อยู่คนละห้องเดียวกันกับเราแน่ๆเลยใช่มั้ย เอ้ะหรือว่าบางทีแล้วจะอยู่ห้องเดียวกัน ไม่สิถ้าอยู่ห้องเดียวก็ไม่จำเป็นต้องแอบออกจากห้องเรียนก็ได้นี่เพราะปกติเรียนด้วยกันอยู่แล้ว หรือว่าเป็นเพราะอยากหาที่ที่หลีกหนีจากกลุ่มเพื่อนในห้องได้จะได้คุยกันนะ"

เด็กสาวยิงคำถามมาเยอะมาก หลังจากที่ตื่นเต้นเมื่อรู้ว่านานะจังกำลังมีความรักกับใครสักคนอยู่...

ชิน : ใจเย็นๆ ซายูมิซัง เดี๋ยวเจ้าตัวก็ได้ยินเ้ข้าหรอก เบาเสียงลงหน่อยสิ - ชินรีบเบรกความอยากรู้อยากเห็นนั้นเอาไว้ก่อน

นานะ : ... - ท่าทางนานะเองจะได้ยินเสียงแว่วๆ แต่เพราะอยู่ไกลอยู่บ้างและเธอเองก็ทำท่าเหมือนกับว่าตัวเองคงจะหูแว่วไปเองจึงไม่สนใจอะไรเท่าไหร่

ชิน : กะเกือบไปแล้ว - ชินที่รีบเอามือปิดปากซายูมิเอาไว้ถอนหายใจก่อนจะรีบคลายมือออก

ชิน : เอาล่ะก่อนอื่นจะตอบทีละคำถามก็แล้วกันนะ อย่าตื่นเต้นมากเกินไปแบบเมื่อกี้อีกล่ะ

ชิน : รู้สึกว่าหมอนั่นจะอยู่ปีสองนะ เห็นว่ามาจากสาขารวมดาวเด่น แน่นอนว่าคงจัดอยู่ในระดับลูกคุณหนูเลยก็ว่าได้ - ชินอธิบายแบบกั้กข้อมูลสำคัญๆเอาไว้และยังมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่บนใบหน้าอีกด้วย


(ชมรมดาวเด่นหรอ ดูเหมาะสมกับนานะจังเหมือนกันนะ เค้าคงดูเป็นลูกผู้ดีมีตระกูลแน่นอนเลย)

"แล้วสองคนนั้นเค้ารู้จักกันรึยังน่ะ?"

ซายูมิถามออกเพราะ นึกภาพนานะจังตอนอยู่กับผู้ชายที่หลงรักไม่ออกเลย..... เธอคงต้องเป็นประมาณว่าคนที่ไม่แสดงออกเท่าไรแน่ๆ ซายูมิถามด้วยความเป็นห่วง

ชิน : อื้ม แน่นอนว่า ... ยัง - ชินตอบสั้นๆ และมีท่าทีว่าจะรอให้ฝ่ายตรงข้ามยิงคำถามมาอีก


อย่างนี้นี่เอง... เพื่อที่จะได้รู้จักกับคนคนนั้นถึงกับต้องเข้าชมรมสินะ

"แต่ถ้าเกิดจะเข้าชมรมยังไง ก็ต้องร้องเพลงประสานเสียงนะสิ ชินคุงร้องได้มั้ย ฉันยังไม่เคยร้องมาก่อนเลย แล้วก็ไม่ค่อยมั่นใจในเรื่องเสียงของตัวเองเท่าไหร่ด้วย"

แล้วนานะจังจะร้องเพลงได้มั้ยน้า ดูเธอเหมือนเป็นคนที่ไม่ค่อยฟังเพลงด้วยสิ แต่ก็ไม่แน่นะไว้ลองถามนานะจังดูดีกว่า

"ว่าแต่ตอนนี้นานะจังใกล้จะเปิดประตูเข้ามาแล้วสิ ถ้าเห็นพวกเราต้องตกใจแน่ๆ"

"แต่นี่ชินคุง ที่จริงฉันเองก็ชอบอะไรที่เกี่ยวกับเสียงดนตรีเหมือนกันนะ ปกติฉันเคยเล่นดนตรีมาก่อนตอนเด็กๆ แต่พอร้องเมื่อไหร่เท่านั้นแหละ คนอื่นก็จะไล่ฉันไปเล่นอย่างเดิมทุกที ฉันเองก็อยากจะใช้โอกาสนี้พัฒนาเสียงร้องของตัวเองเหมือนกัน"

"เราสองคนมาเข้าชมรมนี้ด้วยดีกันมั้ย ชินคุง? แล้วก็ชวนนานะจังด้วย เธอจะได้ไม่เขิลที่เป็นสมาชิกใหม่คนเดียว"

ชิน : ง่า ไม่อาวอ่ะ ชั้นไม่ชอบพวกร้องเพลงหรือเต้นหรอกนะ มันน่าเบื่อจะตายไป ต้องพวกบาสหรือกีฬาอะไรแบบนี้สิถึงจะสนุก - ชินพูดพลางยืดอกด้วยความมั่นใจของเขา

ชิน : เธอไม่ต้องห่วงถ้ายัยนั่นเปิดมาเราก็ออกประตูนี้ได้ - ชินว่าพลางชี้ไปที่ประตูที่อยู่ใกล้ๆ อ๊ะโอ อื้ม ท่าทางฮิบิกิกับมาโคโตะจังจะมาแล้วสินะ ชายหนุ่มเอ่ยดูเหมือนเขาจะเห็นฮิบิกิและมาโคโตะที่น่าจะเป็นดาราที่เห็นติดอยู่ในโปสเตอร์โปรโมทหน้าห้องนี้ พวกเธอคงจะเป็นดาราสินะ

ชิน : แต่ว่าเธออยากอยู่ชมรมเดียวกับยัยนานะขนาดนั้นเลยหรอ? ชั้นว่าเธอไม่ค่อยเหมาะกับพวกนี้หรอกมั้ง? - ชินทำท่าคิดหนักพลางชวนคุย


ซายูมิทำหน้าเศร้าเล็กน้อยเมื่อรู้ว่า ชินคุงไม่อยากเข้าชมรมกับเธอ

"จริงๆแล้วฉันก็ว่าชั้นไม่เหมาะ เพราะฉันไม่ถนัดการร้องเพลงมากๆ แต่ก่อนนั้นฉันมักจะทำในสิ่งที่ชอบเสมอ โดยไม่แคร์สายตาของคนอื่น จนทำให้บางทีฉันก็กลายเป็นพวกนอกคอกไม่มีเพื่อน ฉันน่ะนะ บางทีก็อยากลองเปลี่ยนแปลงตัวเองดู อยากลองที่จะเริ่มหัดชอบในสิ่งที่ทำบ้าง บางทีคนเราก็ต้องอยู่ในสถาณการน์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าหากวันหนึ่งฉันโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ฉันจะมัวทำตัวแบบนี้อยู่ไม่ได้หรอกนะ อีกอย่างก็อย่างที่ฉันบอกไปน่ะแหละ ฉันเองก็ไม่ได้รังเกียจการร้องเพลง ฉันชอบเสียงดนตรี"

ซายูมิพูดความในใจออกไปกับชินคุง ด้วยสีหน้าจริงจัง

"แต่ชินคุงจะไปอยู่ชมรมกีฬาก็ได้นะ ไม่เป็นไรหรอก เพราะดูมันเข้ากับชินคุงด้วย แล้วยังไงถ้ามีแข่งแล้ว ไว้ฉันจะไปเชียนะ ^^"

"ฉันอยากอยู่ชมรมนี้กับนานะจัง ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากหัดเริ่มร้องเพลงด้วยกันกับเธอ อย่างน้อยก็ยังดีกว่าที่ฉันต้องไปหัดโดนที่ไม่มีเพื่อนเลยน่ะ"

เมื่อซายูมิพูดจบ เธอก็เริ่มเห็นเงาของคนสองคนที่ใกล้ประตูมาเรื่อยๆ

(จะเป็นยังไงน้า สองคนที่กำลังจะเข้ามา กลัวจังเลยแฮะ เราจะเข้ากับเค้าได้มั้ยน้า)

ซายูมิเพียงแค่คิดสิ่งเหล่านี้ไว้ในใจ

(เราต้องทำได้ เราจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง)



ครืดหญิงสาวสองคนได้เปิดประตูออกพร้อมกับพากันเดินเข้าไปด้านในห้องกับเด็กผู้หญิงอีกคนหนึ่งท่าทางจะเป็นสมาชิกใหม่พวกเขาไม่ได้สนใจชินกับซายูมิเลยแม้แต่น้อย อาจเพราะท่าทางทั้งสามคนกำลังคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่แน่ ส่วนนานะเองก็ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินจากตรงนั้นไป

ดูเหมือนว่าเธอคงยังไม่มีความมั่นใจมากพอที่จะไปขอสมัครล่ะมั้ง?

ชิน : อืม ... เธอเล่นพูดมาแบบนี้ชั้นลำบากใจนะ ซายูมิ - ชินตอบพลางเกาหัวตัวเองเบาๆ ด้วยความลำบากใจ

ชิน : ชั้นเข้าใจนะว่าเธออยากให้พวกเราสามคนอยู่ที่เดียวกัน แต่ว่านั่นมันไม่ได้เรียกว่าเพื่อนหรอกนะ แบบนั้นเธอเอาแต่ใจตัวเองมากเกินไปรู้มั้ย?  -  ชินพูดด้วยสีหน้าจริงจังตามนิสัยของเขาและความคิดของเขาเหมือนกัน

ชิน : พวกเราเป็นเพื่อนกันนะ ไอ้คำว่าเพื่อนของเธอมันอ่อนแอถึงขนาดถ้าพวกเราไม่ได้อยู่ด้วยกันสามคนแล้วมิตรภาพของเรามันจะแตกเป็นเสี่ยงๆไปเลยหรือไง?

ชินตะคอกใส่ด้วยความไม่พอใจแต่เขาก็ถอนหายใจบางๆก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนปรกติและแตะไหล่ซายูมิ

ชิน : เธอน่ะ เหงาสินะ แต่ไม่ต้องห่วง ทั้งชั้นแล้วก็นานะเป็นเพื่อนของเธอ ถึงแม้เธอสองคนจะอยู่ด้วยกันส่วนชั้นอยู่ชมรมอื่น มิตรภาพของเราไม่ก็ไม่จางหายไปหรอกนะ


(ช...ชั้นไม่ได้เหงาซะหน่อยย)

ซายูมิคิดในใจ ก่อนที่จะก้มหน้าลงแล้วพูดต่อว่า

"ก็แค่อยากสนิทกับพวกเธอให้มากขึ้นกว่านี้แค่นั้นเอง.."

เธอพูดด้วยเสียงที่เบาชนิดที่ว่าถ้าไม่ได้ตั้งใจฟังในสถานที่ที่เสียงดังแบบนี้แล้ว ก็จะแทบไม่ได้ยินเลยทีเดียว

"ยังงั้นก็ตกลงตามนี้ ยังไงเวลาอื่นพวกเราก็ต้องได้เจอกันอีก ไม่ว่าจะเป็นตอนเรียน ตอนทานข้าวกลางวัน หรือแม้แต่ตอนกลับบ้าน ยังไงมิตรภาพของพวกเราก็จะยังคงเหมือนเดิม งั้นฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะเข้าชมรมประสานเสียง"

เมื่อพูดกับชินจบแล้ว เธอก็เดินเข้าไปจับมือนานะจังที่กำลังจะเดินหนีไปพร้อมกับพูดว่า

"น...นานะจัง เอ่อ....เรามาเข้าชมรมประสานเสียงด้วยกันมั้ย?"

(ในใจเธอเกิดความกังวลเกี่ยวกับชินคุงขึ้นเล็กน้อย เมื่อกี้นี้เราเย็นชากับชินคุงไปมั้ยน้า ที่เดินจากมาเลยแบบนี้..)

นานะ : อะเอะ?  นะนี่เธอ ตะตั้งแต่เมื่อไหร่? - นานะพูดตะกุตะกักด้วยความตกใจที่เห็นซายูมิอยู่ตรงหน้า เธอหน้าซีดก่อนจะมองหาต้นเหตุ นั่นก็คือชินที่เดินตามหลังซายูมิมา

นานะ : มะไม่น้าาาา - เธอร้องออกมาด้วยความอาย ก่อนจะรีบกระพาทั้งชินและซายูมิ มาอยู่ตรงบรรไดทางขึ้นลงระหว่างชั้น

นานะ : แฮก นะนี่พวกเธอต้องการอะไรกันแน่ห๊าาาาาาา? - เธอเอ่ยถามก่อนจะหันหน้ามาหาชินด้วยสายตาอาฆาตแค้น

นานะ : ตั้งแต่เมื่อไหร่ชิน!?

ชิน : ฮี่ ตั้งแต่ต้นยันจบเลยล่ะนานะจิ๊

นานะ : ......!!! - นานะไม่รู้จะพูดออกมายังไงกับความทะเล้นนั้น ได้แต่อดทนอดกลั้นเอาไว้ไม่ให้ระเบิดออกมา หน้าที่แดงผ่าวถึงใบหูกับความอายก็ได้เริ่มทำให้หญิงสาวประหม่าขึ้นมาทันที


"ใจเย็นๆนะนานะจัง พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะแอบมาดักรอเธอนะ"

ซายูมิพูดด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด ที่ทำให้เรื่องกลายเป็นแบบนี้

"ชินคุงไม่ได้ทำอะไรผิดนะ คนที่ชวนชินคุงมาคือฉันเอง เพราะฉันอยากอยู่ชมรมเดียวกับนานะจังน่ะ อย่าไปโมโหเค้าเลยนะ"

แน่นอนว่าต้นเหตุของเรื่องก็มาจากความอยากรู้อยากเห็นของซายูมิเอง

"แต่ว่านะ ชินคุงไม่ได้จะเข้าชมรมนี้กับพวกเราหรอก แค่มาเป็นเพื่อนฉันเฉยๆน่ะ"

"นานะจังอยากเข้าชมรมประมานเสียงไหมละ? ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเข้าชมรมนี้หลังจากได้คุยกับชินคุง ส่วนชินคุงคงจะเข้าชมรมประเภทกีฬาน่ะ"

ซายูมิเอ่ยปากถามนานะจังอีกครั้ง แต่ในใจเธอยังกังวลอยู่ว่าเธอจะปฏิเสธรึป่าวน้า

นานะ : ชั้นไม่ได้โกรธเธอหรอกนะ ซายูมิ แต่ที่โกรธน่ะคือได้หมอนี่ที่โดนชวนแล้วไม่ยอมห้ามเธอต่างหาก - นานะขึ้นเสียงพลางชี้หน้าชิน

ชิน : เห จะห้ามทำไมล่ะ ก็มันน่าสนุกดีนี่นา - ชินตอบบ่ายเบียงทำผิวปากทะเล้นหันหน้าไปทางอื่นด้วยความสะบายใจ

นานะ : ( คื้อออออ! ) หนอยแน่ชิน จำเอาไว้เลยนะ! - นานะทำท่าว่าจะไปทุบชินแต่เจ้าตัวกลับไหวตัวทันรีบโดดมาหลบหลังซายูมิ

ชิน : ฮะๆๆๆ

นานะ : นี่ อย่ามาหลบหลังซายูมินะ เธอก็อย่ามาเกะกะสิ ซายูมิ - ทั้งสามคนโหวกเหวกกันอยู่ตรงทางเดิน แต่ก็ไม่ได้สร้างความรำคาญให้ใครนัก ชินยังคงใช้ซายูมิเป็นโล่ป้องกันความโกรธของนานะอยู่ซักพัก ศึกไล่ทุบก็จบลง นานะหอบเบาๆ ด้วยความเหนื่อย

นานะ : ฮึ อยากอยู่ชมรมเดียวกันหรอ ชั้นว่าเธอคงจะเล็งใครในชมรมนั้นเหมือนกันล่ะสิ - นานะเอ่ยประโยคไม่ค่อยจะเหมาะสมเท่าไหร่นัก ออกมา ทันทีที่ชินได้ยินเขาถอนหายใจพลางส่ายหัวเบาๆ

นานะ : อยากทำอะไรก็เชิญเถอะ ชั้นกลับห้องก่อนล่ะ แล้วเจอกัน - นานะหันหลังให้กับทั้งสองคนทันที พลางเดินจากไป ไม่นานนักเธอก็ได้เดินหายไปจากจุดๆนั้น เหลือแต่บรรยากาศตึงเครียดเหลือไว้ให้ซายูมิ

ชิน : ยังปากไม่ตรงกับใจเหมือนเดิมสิน่า แค่บอกว่า ดีใจที่ได้เข้าชมรมเดียวกัน ก็บอกออกมาตรงๆก็ได้แท้ๆ สมกับเป็นนานะจริงๆเลยสิน่า

ชินพูดขึ้นพลางจับไหล่ซายูมิจากข้างหลัง

ชิน : อย่าคิดมากน่ะ ยัยนั่นก็เป็นพวกปากดีแล้วก็ไม่ตรงกับใจสุดๆเท่านั้นเอง ตะกี้ก่อนไปยัยนั่นก็ชักสีหน้าเจ็บปวดให้เห็นใช่ม้า นานะก็เป็นแบบนี้แหละ ใจจริงไม่ได้อยากพูดอะไรแบบนั้นหรอก แต่ปากมันดันไปแบบนั้นเอง


"อะ..อื้อ...."

ซายูมิรู้สึกไม่ดีขึ้นมาเล็กน้อย ที่นานะจังว่าเธอแบบนั้น

"ทั้งๆที่ฉันคิดแค่ว่าอยากอยู่ชมรมเดียวกันแค่นี้เองแท้ๆ เพราะตอนนั่งเรียนก็นั่งใกล้ๆกันคงจะช่วยเหลือกันได้"

ซายูมิออกอาการซึมอย่างเห็นได้ชัด คงเป็นเพราะเธอเป็นคนที่อารมณ์ค่อนข้างอ่อนไหว

แต่ซักพักหนึ่งเธอก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย เมื่อเธอนึกถึงประโยคสุดท้ายที่ชินคุงบอกกับเธอ มันทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมามากเลยทีเดียว

"ขอบคุณมากนะชินคุง ที่ปลอบฉัน ยังไงเรื่องของนานะจังฉันก็ยังไม่คิดมากหรอก เพราะต่างฝ่ายต่างก็ยังไมรู้จักกันดีเท่าไหร่เลย"

ไม่รู้ทำไม แต่ว่าตอนนี้ซายูมิรู้สึกว่าสำหรับเธอแล้ว ชินคุงแล้วเธอคงจะสามารถปรึกษาเรื่องของนานะจังได้ และอีกหลายๆเรื่อง เหมือนว่าเธออยู่กับชินคุงแล้วเธอจะสบายใจขึ้น...

"นี่ชินคุงเย็นนี้ว่างมั้ย เรากลับบ้านด้วยกันดีมั้ย?"

ซายูมิเอ่ยปากชวนกลับบ้านด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร แต่ลึกๆในใจเธอรู้สึกตื่นเต้นอยากบอกไม่ถูก คงเป็นเพราะเธอกลัวที่จะถูก "ปฏิเสธ" รึป่าวนะ เธอเองก็ยังไม่แน่ใจตัวเอง...

ชิน : อืม ได้สิ แน่นอนว่าต้องกลับด้วยกันสามคนนะ - ชินยิ้มออกมาเหมือนบอกว่าให้ซายูมิไว้ใจเรื่องนานะได้เลย

ไม่นานนักเสียงระฆังก็ดังขึ้น ชินแอบบ่นอุบอิบว่าหิวเพราะมัวแต่เพลินกับการแอบดูนานะเมื่อกลางวันทำให้ทั้งสองคนไม่ได้ทานมื้อเที่ยง แต่ทั้งคู่ก็ผ่านช่วงเวลาอันแสนลำบากไปได้เพราะวิชาเรียนนั้นไม่ค่อยมีความเครียดมากนัก

( ช่วงเย็น )

เสียงระฆังดังขึ้น ทันทีที่เสียงนั้นดังเป็นสัญญาณบอกให้ชินรีบลุกขึ้นพร้อมกับมาดักนานะที่ทำท่าจะหนีออกไปจากห้องซะก่อน

ชิน : โย่นานะ วันนี้ก็กลับด้วยกันเหมือนทุกทีนะ

นานะ : อะไรของนาย ... ปรกติก็กลับด้วยกันอยู่แล้วนี่?

ชิน : ฮึๆ นานะว่างั้นแหละ ซายูมิ~ - ชินชะเง้อตัวมาเรียกซายูมิที่นั่งอยู่ข้างๆนานะ

ส่วนนานะเองได้สะดุ้งเล็กน้อยแต่เธอยังนิ่งไม่ยอมหันมาหาซายูมิเลย ชินเองก็ได้ยิ้มออกมาบางๆด้วยท่าทีไม่ซื่อตรงนั้นของนานะ
โพสต์ 27-1-2012 23:06:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Sayama เมื่อ 26-2-2012 18:41

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย nutchsnon เมื่อ 17-2-2012 01:01



"ขอบคุณค่ะ" ซายะ กล่าวขอบคุณรุ่นพี่คนนั้น ก่อนจะหยิบใบที่มีรายละเอียดมาอ่านอย่างไม่วางตา

แต่ทันทีที่ได้ยินริโกะพูด มาถ้าทำให้ตื่นเต้นก็จะเข้าชมรม เด็กสาวก็รู้สึกสนใจขึ้นมา

ถึงเธอจะอยากเข้าชมรมนี้ แต่ยังไงก็ต้องดูเรื่องความสะดวก แล้วก็สิ่งแวดล้อม รวมทั้งคนในชมรมด้วยนี่นะ

"เห~น่าสนุกจังนะคะ..." เด็กสาวเอ่ยกับตัวเองเบาๆ

ริโกะจังนี่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย จนรู้สึกว่าเวลาคุยไม่อึดอัดเลยแฮะ...ดีจังเลยน้า

ช่างผิดกับเราจริงๆเลย เด็กสาวตัดเพ้อในใจ เธอชักเอือมๆ กับความอายที่ไม่กล้าเข้าไปคุยกับคนแปลกหน้า

ทั้งๆ ที่เป็นแค่รุ่นพี่เองแท้ๆ...

"อะเอ่อ ริโกะจัง ถ้าไม่ได้อยากเข้าชมรมนี้ก็ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องฝืนนะคะ เราอยู่คนเดียวได้นะ..." ถึงเด็กสาวจะพูดออกไปด้วยความเกรงใจ

แต่คำหลังๆ ก็ทำเอาเสียงละห้อยไปอยู่เหมือนกัน ซึ่งถ้าสังเกตดีๆ สีหน้าเธอก็ดูจะเศร้าๆ เล็กน้อย

แหงละ ก็ริโกะเป็นเพื่อนคนแรกของเธอนี่นา... เธอก็ย่อมอยากจะสนิทกับริโกะมากอยู่แล้ว

แต่ความเกรงใจไม่เข้าท่ามันก็ดันมาขวาง...

"ยะยังไงก็รอดูรุ่นพี่ก่อนเถอะจะ ยังไม่ต้องตอบตอนนี้ก็ได้นะ " เด็กสาวพูดตัดหน้าริโกะ เธอยิ้มให้กลบเกลือนสายตาเศร้าๆ ของตัวเอง

ริโกะ : ?? ซายะจังไม่อยากเข้าชมรมนี้หรอ? - ดูเหมือนว่าเธอจะสังเกตุเห็นสีหน้าและท่าทางที่ผิดแปลกไปของซายามะได้ จึงถามขึ้นมาด้วยความสงสัย เพราะเมื่อครู่นี้เธอยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่เลยแท้ๆ
++


"อะเอ๋ เปล่านะ อยากเข้าสิจ๊ะ แต่หมายความว่าอยากให้ริโกะ..." คำสุดท้ายเด็กสาวก็ไม่กล้าที่จะพูดออกมา....

"อะอยากให้..." เธอก้มหน้าต่ำลง รู้สึกได้ว่าหน้าเธอเริ่มร้อนนิดๆ ...

"อยากให้...ริโกะจังอยู่ชมรมเดียวกัน..." เด็กสาวพูดพึมพำจนแทบจะกระซิบ  แต่ก็คิดว่าริโกะน่าจะได้ยิน....

ริโกะ : อืมมมมม ... - ริโกะทำท่าคิดอยู่ครู่หนึ่ง

ริโกะ : ถึงซายะจังจะขอร้องมาก็เถอะนะ ...

รุ่นพี่ : นะ ริโกะจัง เข้าชมรมของพวกเราเถอะนะ อย่างน้อยก็เข้ามาดูนู่นดูนี่ก่อนก็ได้ เอาไว้ถ้าไม่ถูกใจพวกเราจะไม่รั้งริโกะจังไว้อีก

ริโกะ : งืมมม ลำบากใจจังเลยน้า~ - ริโกะโยกตัวไปมาพร้อมกับใช้ความคิด แต่ไม่นานเธอก็ได้ยิ้มหวานออกมาอีกครั้ง

ริโกะ : ถ้างั้น เข้าชมรมนี้กับซายะจังก็ได้ แต่มีข้อแม้นะ ~? - เธอยกนิ้วชี้ขึ้นมาพลางเชิดอกขึ้น พลางขยิบตาให้ซายามะ

ริโกะ  : ซายะจังต้องพา '' คีย์'' คุงมาเข้าชมรมด้วย~


"เอ๋? ... ได้สิ" เด็กสาวตอบไป...อย่างไม่ทันคิดอะไรมาก กับชื่อของคนที่ริโกะพูดออกมา

อะ อ่าว แล้วคีย์นี่ใครกันนะ? สติของเธอเพิ่งจะกลับมา...

"ถ้าจะให้ชวนก็ได้นะริโกะจัง ตะ แต่ว่าฉันยังไม่รู้จักคีย์เลยนะ อย่างน้อยก็ช่วยแนะนำให้รู้จักสักหน่อยก็ดีนะคะ "

เด็กสาวเริ่มลนลาน เพราะเธอยังไม่ค่อยรู้จักใครเท่าไหร

ตะแต่คนรู้จักของริโกะก็คงเป็นคนดีเหมือนกันละมั้ง?? เธอได้แต่คิดสงสัยอยู่ในใจ

ริโกะยิ้มพลางหัวเราะในลำคออย่างร่าเริงพลางมองซายามะ

ริโกะ : คีย์คุงน่ะก็อยู่ห้องเดียวกับเราแหละจ๊ะ ซายะจัง ไม่ต้องกลัวหรอกนะ เขาเป็นคนที่น่ารักน่าแกล้งเอามากๆล่ะ แต่ว่ามีข้อเสียนิดๆอยู่เหมือนกัน

ริโกะยิ้มหวานทั้งๆที่เมื่อกี้เธอพึ่งพูดอะไรแบบนั้นมา แต่ท่าทางจะไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร? หรือว่าอาจจะคิดไปเองล่ะมั้ง?

ริโกะ : ติดตรงที่เขาเป็นคนเงียบๆแต่เป็นพวกปากหวานซะจนพรากหัวใจสาวๆมาได้หลายคนแล้วน่ะ คิกๆๆ



"เห...งั้นก็แสดงว่าป๊อปมากนะสิ???" แล้วคนที่เนื้อหอมแบบนั้น เราจะชวนเขายังไงดีนะ??

"จะลองชวนดูแล้วกันนะคะ ..."  สายตาของเด็กสาวดูมุ่งมัน เมื่อเธอคิดถึงว่าอยากให้ริโกะเข้าชมรมด้วยกัน

เราเองก็ต้องพยายามละนะ~!!

ริโกะยิ้มร่าก่อนจะหยิบแผ่นพับข้อมูลของชมรมนี้พร้อมกับยิ้มโปรยเสน่ห์ให้เหล่ารุ่นพี่

ริโกะ : เอาเป็นว่าริโกะขอเก็บเอาไปคิดก่อนแล้วกันนะคะ~

รุ่นพี่ : อะอื้อ รบกวนด้วยนะครับ - เลยกลายเป็นว่ารุ่นพี่พูดสุภาพกับรุ่นน้องเสียเองซะแล้ว ริโกะพยักด้วยความพอใจก่อนจะจูงมือ

บรึม! เสียงระเบิดบางอย่างดังขึ้นมาในหัวของซายามะ เมื่อครู่เหมือนกับว่ามีบางอย่างระเบิดขึ้นบนดาดฟ้า ริโกะเองก็ท่าทางจะรู้สึกถึงเสียงนั้นด้วย

ริโกะ : หวาย เสียงดังน่าดูเลยแฮะ ... - ริโกะทำท่าคิดครู่หนึ่งแต่ก็หันมายิ้มเหมือนว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ริโกะ : ช่างเถอะ เดี๋ยวคีย์คุงกับอาเรียก็ไปจัดการกันเองอยู่แล้ว งั้นพวกเราไปไหนกันต่อดีซายะจัง? แต่ว่าริโกะหิวแล้วอ่า อยากดินไอติมอ่ะ ~ - ริโกะเริ่มอ้อนซายามะอีกครั้ง ท่าทางเธอจะเหนื่อยนิดๆกับการรับหน้ากับรุ่นพี่ล่ะมั้งนะ?



"งั้นเราไปหาอะไรกันทานก่อนดีกว่านะ" ตาเด็กสาวเป็นประกาย ซายะรู้สึกอยากกินตามริโกะทันทีที่ได้ยินคำว่าไอศครีม เลยก็ว่าได้

"อ่า ว่าแต่เมื่อกี้มันอะไรกันหรอ.. รู้สึกว่ามันอันตรายยังไงไม่รู้สิค่ะเนี่ย" เด็กสาวยังคงคาใจกับเสียงระเบิดเมื่อกี้

"เดี๋ยวสิ แล้วถ้าคีย์คุงจะไปที่นั่น..." เด็กสาวครุ่นคิด......

ถ้าเกิดชวนเขาได้เร็วเท่าไหรยิ่งดี.... จะได้เข้าชมรมกับริโกะ

"ริโกะช่วยพาฉันไปหาคีย์คุงทีจะ เดี๋ยวถ้าได้คุยแล้วจะเลี้ยงไอติมนะ" เธอพูดพร้อมส่งสายตาอ้อนริโกะนิดๆ

อ่าว...แล้วใครคืออาเรียกันนะ?? คำถามผุดขึ้นมาในใจแต่เธอก็เก็บมันเอาไว้

ริโกะ : เห~~~ ริโกะอยากกินก่อนอ่ะ น้าาาา ซายะจัง - ริโกะงอลแก้มป่องใส่ซายามะ กริยาท่าทางของเธอบ่งบอกว่าอยากไปหาอะไรใส่ท้องแล้วตอนนี้ เธอเริ่มงอแงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด นี่คงเป็นอีกด้านหนึ่งในความน่ารักน่าเอ็นดูของริโกะล่ะมั้ง ซายะจัง~

[ ตัวเลือก ( 1 ) ยังคงยืนยันว่าจะให้พาไปพบคีย์คุงที่ดาดฟ้า ( 2 ) ตามใจริโกะไปทานอาหารกลางวัน ]



2) ตามใจริโกะไปทานอาหารกลางวัน

"งั้นเราไปกินกันก่อนดีกว่านะคะ พอเห็นริโกะบ่นหิวเราเองก็หิวตามเลยนะเนี่ย " เด็กสาวพูดพรางหัวเราะ

ทั้งสองคนเดินตรงไปยังโรงอาหาร ระหว่างทางเด็กสาวก็คิดเรื่องชวนคีย์เข้าชมรมไปด้วย

จะชวนยังไงดีนะ อยากให้เขามาเข้าชมรมที่เราชอบแบบนี้ ....

ริโกะ : เย้!! รักซายะจังที่สุดเลย ฮิๆๆๆ - ริโกะรีบโผกอดซายามะด้วยท่าทางร่าเริงนั้นเธอรีบเปลี่ยนเรื่องจากชมรมมาเป็นมื้อกลางวันสุดหรูที่เธอคิดเอาไว้

ริโกะ : นี่ๆ ซายะจังพวกเราไปทานสเต็กกันไหม โรงอาหารมีบู๊ทขายสเต็กอร่อยๆด้วยน้าาา - ริโกะพูดก่อนจะยื่นมือมาจำแก้มตัวเองอย่างเพ้อฝัน ถึงเนื้อนุ่มๆราดซอสผสมกับเนยก้อนเล็กๆบนเนื้อร้อนๆ นั่นละลายจนซึมซับเข้าไปยังด้านใน

ริโกะ : ฮ่าห์ อดใจไม่ไหวแล้วสิ ทานซายะจังก่อนดีกว่า - แต่จู่ๆริโกะก็เปลี่ยนน้ำเสียงของตัวเองลงพลางพูดใกล้ๆ หูของซายามะ ในน้ำเสียงนั้นมีแรงกดดัดหญิงสาวอยู่บ้าง



"วะหวาา ระริโกะจัง~" เด็กสาวลนลาน หน้าเธอแดงระเรื่อ เธอยังไม่ค่อยชินกับการอยู่ใกล้ๆใครแบบประชิดตัวสักเท่าไหร

"มะมันจักกะจี้ยังไงไม่รู้..." เด็กสาวพึมพำ พลางจับหูตัวเอง

"สเตก ก็ดีนะ เหมือนกันนะคะ " เธอพูดพร้อมอมยิ้มเล็กๆ

พอคิดถึงเรื่องอาหาร เป็นต้องหิวทุกทีสิน่า เด็กสาวคิดในใจ  

ท่าทางเธอจะลืมเรื่องของคีย์ไปชั่วขณะ ตอนนี้ในหัวของเด็กสาวมีแต่เรื่องของสเตกที่ริโกะได้พูดไว้ ว่าอร่อยมาก ~

ริโกะ : ฮิๆ งั้นไปกันเล้ย ~! - ริโกะไม่รอช้ารีบลากซายามะ มายังโรงอาหารของโรงเรียน ที่กว้างขวางและมีจุดขายอาหารประเภทต่างๆมากมายแม้กระทั่งอาหารเฉพาะอย่างราเม็งหรือสเต็กและพวกเค้กก็ไม่เว้น

ริโกะรีบพาซายามะไปยังเป้าหมายของวันนี้

ริโกะ : นี่ๆ คุณอา ริโกะขอเมนูหน่อยค่า~ - ริโกะ ชูมือขั้นฟ้าพร้อมกับโผล่งขึ้นมาอย่างร่าเริงจนพ่อค้าหันมายิ้มให้

พ่อค้า : โอ้ ว่าไงหนูน้อย วันนี้อยากทานอะไรล่ะ!? - ชายหนุ่มพูดพร้อมรอยยิ้มนั้น พลางยื่นเมนูอาหารให้ทั้งสองคน

ริโกะ : อืมมม เลือกอะไรดีน้า? ซายะจังล่ะ อยากทานอะไรคะ? สเต็ก ปลา? เนื้อ ? หมู? ไก่? - ริโกะจ้องเมนูเขม็งพลางหันมาถามซายามะ


"เห~ น่ากินจัง เอาปลาละกัน" เด็กสาวตอบอย่างรวดเร็ว ก็ตอนนี้อยากกินจนรอไม่ไหวแล้วนี่นา

"เดี๋ยวเขาเดินไปซื้อน้ำให้นะ เอาน้ำอะไรดีละ? อ้อ แล้วก็นี่เงินค่าสเตกจ๊ะ " เด็กสาว พูดพลางหยิบเงินส่วนของ 2 คนให้ริโกะไป

ริโกะ : เลม่อนพัชน์จ้า - ริโกะ ยกมือขึ้นอย่างร่าเริง ก่อนจะเข้าแถวแต่ว่าดูเหมือนว่าริโกะจะได้คิวไวเอามากๆ เพราะเธอแค่ยิ้มหวานให้หนุ่มๆก็หลีกทางให้เธอเข้าแถวต่อไปไม่นานนักก็ได้สเต็กปลาเหมือนกันมาสองจาน

ริโกะ : อื้ม หอม~ ริโกะชอบสเต็กปลาที่สุดเลย - ดูเหมือนว่าเธอจะพูดออกมาด้วยเสียงอันอ่อนหวานและร่าเริงนั้นโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่าเธอเป็นจุดสนใจของหนุ่มๆนับสิบที่ลายล้อมเธออยู่


ซายะเดินตรงไปที่ร้านน้ำ เธอกวาดตามองเมนูก่อนจะสั่ง

"เอาเลม่อนพัชน์ กับชอกโกแลตเย็นค่ะ" เธอเลือกได้อย่างรวดเร็ว คิวซื้อน้ำคนไม่เยอะมาก แค่แปปเดียวเธอก็ได้น้ำมา 2 แก้ว

เด็กสาวเดินกลับมาแถวๆ ร้านที่ขายสเตก ซึ่งไม่ไกลมากนัก เธอมองหาริโกะ แล้วก็พบว่ริโกะเองก็ซื้อเสร็จแล้ว

"อะ ริโกะจัง ทางนี้เลยจะ "เธอเรียกริโกะให้มานั่งโต๊ะด้านใน ที่ดูจะเป็นสำหรับ 2 ที่นั่งพอดี

เมื่อทั้ง 2 นั่งที่เรียบร้อย เด็กสาวก็เริ่มจัดการกับอาหารตรงหน้า

"ทานละค่า ~" ง่ำ~  "อะอร่อยย" หน้าเด็กสาวแสดงความรู้สึก อร่อย ได้เป็นอย่างดี

อาหารที่โรงอาหารนี่ก็อร่อยเหมือนกันนะเนี่ยย เด็กสาวเริ่มคิดที่จะลองชิมวันละร้านให้ครบ

ไม่นานนักทั้ง 2 ก็จัดการอาหารที่อยู่ตรงหน้าเสร็จ

"เอ่อ ริโกะจัง เดี๋ยวช่วยพาไปหาคีย์คุงได้มั้ยจ๊ะ" เด็กสาวเอ่ยถาม ยังไงตอนนี้เธอก็อยากจะชวนเขาเข้าชมรมให้ได้

อย่างน้อยก็ต้องรู้จักเขาก่อนละนะ...เด็กสาวคิดในใจ

ริโกะ : อื้ม ได้สิ - ริโกะว่า พลางหยิบโทรศัพท์มือถือของเธอออกมาพร้อมกับพิมพ์อะไรบางอย่างลงไปและกดส่งเป็นอันเสร็จ

ริโกะ : เอาล่ะริโกะบอกให้คีย์คุงไปรอแล้วล่ะ - ริโกะหันมาตอบ พลางนั่งไขว่ห้างฯ

ริโกะ : ว่าแต่ซายะจังอยากให้ริโกะเข้าชมรมเดียวกันขนาดนั้นเลยหรอ? อ๊ะหรือว่าสนใจคีย์คุงกันเอ่ย? - ริโกะเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสา


"มะไม่ใช่แบบนั้นหรอกจ๊ะ" เด็กสาวรีบตอบกลับอย่างลนลาน

"อื้ม....จะว่ายังไงดีนะ ที่อยากเข้ากับริโกะเพราะ อยากรู้จักกันมากกว่านี้นะจ๊ะ

แต่ถ้าไม่ใช่ชมรมที่อยากเข้าจริงๆ ฉันก็ไม่ได้จะบังคับอะไรหรอก แต่ถ้ามีโอกาศก็อยากจะให้ริโกะเข้าชมรมเดียวกันนะ

ฉันว่ามันต้องสนุกแน่ๆ เลยละ ถ้าได้อยู่กับริโกะทุกวัน " เด็กสาวพูดพร้อมอมยิ้ม

ก็ตอนนี้นะ....ถึงจะคิดไปเองก็เถอะ เด็กสาวก็คิดว่าริโกะเป็นเพื่อนคนสำคัญไปแล้วละ

ริโกะยิ้มๆพลางหันหน้าหลบซายามะก่อนจะพึมพำกับตัวเอง

ริโกะ : แต่ถ้าเธอรู้จักชั้นมาเกินไปเธออาจจะเป็นฝ่ายเกลียดชั้นเองนะ ...

ซังครู่หนึ่งริโกะก็ได้ลุกพรวดขึ้นมาพร้อมกับคว้าแขนของซายามะอย่างร่าเริงกว่าปรกติ

ริโกะ : ถ้างั้นไปหาคีย์คุงกันเถอะ ซายะจัง > w <



"อะอื้อ ??"  ริโกะดูร่าเริงจังเลยนะ.....ผิดกับเราเหลือเกิน

แต่ว่าแบบนี้ก็ดีแล้วละนะ

"ขอบคุณมากนะริโกะ..." เด็กสาวพูดด้วยรอยยิ้ม

ไม่นานนักริโกะได้พาซายามะขึ้นมายังดาดฟ้าด้านบน ดูจากรอบๆแล้วท่าทางจะมีอะไรบางอย่างระเบิดขึ้น เพราะพื้นที่คินจิและเด็กผู้หญิงอีกคนกำลังยืนอยู่นั้นตรงเท้ามีเขม่าดินปืนและรอยดำที่กระเบื้องถูกความร้อนเผาอีกด้วย

ริโกะ : คีย์คุงงงง มาแล้วจ้า

คีย์คุง? : เอะริโกะ ว่าแต่เธอพาใครมาด้วยน่ะ? - คนที่ชื่อคินจิชี้มาที่ซายามะพร้อมกับสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีนักเรียนธรรมดาขึ้นมาบนนี้ในเวลาแบบนี้ได้

( พบ คันซากิ อาเรีย )

??? : ริโกะ นี่เธอพาใครขึ้นมาบนที่เกิดเหตุเนี่ย? เดี๋ยวก็เกิดเรื่องหรอก - เด็กผู้หญิงร่างเล็กผมสีชมพูไว้ผมทรงทวินเทลผมปรกหน้าผากเล็กน้อย เดินมาหาริโกะพลางเอ็ดริโกะ ริโกะเองดูท่าทีจะไม่เกรงกลัวอะไรเด็กคนนี้เท่าไหร่นักมีแต่จะยิ้มกวนๆคนตรงหน้า

ริโกะ : อะไรกันอาเรีย? ริโกะก็แค่อยากพาซายะจัง ขึ้นมาหาคีย์คุงเท่านั้นเอง - เธอพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงและยิ้มระรื่นส่วนคีย์เองก็ได้แต่เกาแก้มตัวเองด้วยความงุนงง

คีย์คุง? : พบชั้นเนี่ยนะ?  ....  - เขาย้อนถามริโกะก่อนจะได้รับการพยักหน้าตอบจากริโกะเอง เขาเกาหัวตัวเองเบาๆก่อนจะเดินมาหาซายามะและริโกะใกล้ขึ้น

คินจิ : โทษทีนะที่ทำให้เสียเวลากับริโกะน่ะ ผมชื่อ โทวยามะ คินจิ ยินดีที่ได้รู้จัก

อาเรีย : ส่วนชั้นชื่อ คันซากิ อาเรีย อย่าไปอยู่ใกล้ยัยไฮเปอร์นี่มากนักล่ะเดี๋ยวก็โดนลากไปทำอะไรแปลกๆเอาหรอก? - ดูเหมือนว่าคำพูดของอาเรียจะทำร้ายกับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆให้ชะงักไปด้วยเช่นกัน


เสร็จสิ้น
โพสต์ 29-1-2012 02:06:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eureka_GL_World เมื่อ 3-2-2012 06:20
ชิรายูกิ : อ่าค่ะ พอดีชิรายูกิเป็นมิโกะของตระกูลใหญ่น่ะ ก็เลยได้รับสิทธิใส่ยูกาตะมาโรงเรียนได้ คือ ... - จู่ๆชิรายูกิที่กำลังอธิบายอยู่ก็ทำท่าเขินๆ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำมือชี้กระสานกันไปมาแก้เก้อ

ชิรายูกิ : มะเหมาะรึเปล่าคะ? หระหรือว่าควรจะใส่ชุดนักเรียนมาดีกว่า?


" เปล่าหรอก... แค่สงสัยนิดหน่อยน่ะ... แต่ก็เหมาะดีนะ... "

ผมตอบไปอย่างไม่คิดอะไรมาก โดยที่มองนาฬิกาแถว ๆ นั้น เพื่อจะดูว่าใกล้ถึงเวลาเรียนรึยัง

เขาไม่อยากเข้าห้องเรียนสายซักเท่าไหร่ เพราะวันแรกของเขาในยามเช้าก็วุ่ยวาย จนทําให้คนเขาเข้าใจผิดกันไปทั่วแล้ว

ขืนเข้าสายด้วยชุดแบบนี้ คงตกเป็นเป้าสายตาเอาง่าย ๆ แน่

" เธอเรีัยนอยุ่ชั้นไหน ห้องอะไร ? "

ผมหันไปถามชิรายูกิ ด้วยนํ้าเสียงเรียบ ๆ

ชิรายูกิ : ฮ้าา - เธอแอบดีใจเล็กๆจนเสียงหลงออกมาหน่อยๆก่อนจะเอามือปิดปากทันทีด้วยความเขิน

ชิรายูกิ : อยู่ปีสอง ห้องบีค่ะ สาขาวิชาถนัด อยู่ชมรม เชียร์ีลีดเดอร์ ค่ะ! - เธอรีบรัวข้อมูลที่ไอยะยังไม่ได้ถามมาให้เสร็จสรรพ จนเผลอกัดลิ้นตัวเองไปกึกใหญ่ๆ น้ำตาของสาวน้อยค่อยๆเล็ดออกมาด้วยความเจ็บแต่ก็ยังยิ้มออกมาพร้อมกับหัวเราะกลบเกลื่อน

ชิรายูกิ : แฮะๆ แล้วไอยะคุงละคะ?


" ปี 1 ห้อง A สาขาวิชาถนัด ชมรม ดนตรี "

ผมตอบห้วน ๆ ด้วยนํ้าเสียงเรียบ ๆ แบบเดิม ๆ

คุณชิรายูกิอายุมากกว่าผม 1 ปีรึนิ หน้าตาและนิสัยของเธอดูอ่อนกว่ามาก จนทําให้ผมนึกว่าเธออยู่ปีเดียวกันไปแล้ว

" เดินไปด้วยคุยไปด้วยเถอะ... "

ผมยังกังวลเรื่องเข้าห้องเรียนสายอยู่ เพราะฉะนั้นเลยตัดสินใจที่จะชวนเธอเดินไปด้วยคุยไปด้วย

แล้วพอเข้าตึกก็ขอลาจรเข้าห้องเรียนอย่างสวยงาม อย่างทันท่วงที

ชิรายูกิ : หืมมม~ ไอยะคุงเป็นรุ่นน้องอย่างนั้นหรอคะ? ฮิๆ - ชิริยูกิแอบหัวเราะเบาๆก่อนจะำพยักหน้าให้เมื่อไอยะบอกใ้ห้เดินไปคุยไป

ชิรายูกิ : แต่ตอนแรกก็คิดว่าเป็นรุ่นน้องจริงๆแหละนะ ก็ไอยะคุงสูงน้อยกว่าชิรายูกิอีกนี่นา~ - เธอยิ้มหวานพลางชวนไอยะคุย

ชิรายูกิ : นี่ไอยะคุงจะเข้าชมรมอะไรหรอจ๊ะ? ปีหนึ่งเห็นว่าสายทางเลือกเยอะนี่นา~


" ชมรมดนตรี... แล้วก็ส่วนสูงไม่ได้วัดอายุหรอกนะ "

ผมเดินไปคุยไป แล้วคอยมองรอบ ๆ รู้สึกว่าตอนนี้ผมตกเป็นเป้าสายตาอยู่สินะ

ก็ใช่สิผู้ชายผมยาวสีชมพู เสื้อโค้ชพละ เพราะเปียกนํ้าตะกี้แท้ ๆ เลยต้องปล่อยผม ส่วนสูง

บางครั้งผมก็ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผู้หญิง มันไม่สบอารมณ์เลยสักนิด

" รีบหน่อยดีกว่า... ชั้นอยากเข้าห้องเรียนแล้วน่ะ... "

ชิรายูกิ : อ๊ะ ขะขอโทษนะถ้าเกิดแกล้งไอยะคุงแล้วไม่ชอบก็ ... ขอโทษจ๊ะ .... - เธอชะงักทันทีกับท่าทางไม่สบอารมณ์ของไอยะ ท่าทางเธอคงจะเผลอพูดผิดไปแน่ๆ จึงรีบขอโทษขอโพยกันยกใหญ่ ไม่นานนักก็มาถึงทางแยกของห้องเรียนตึกเอและบีแล้ว

ชิรายูกิ : อ๊ะถึงแล้วหรอ เราคงต้องแยกกันแล้วล่ะไอยะคุง - เธอพูดพลางรีบวิ่งตรงมายังชั้นเรียนของสาขาวิชาถนัดก่อนจะหันมาหาไอยะแล้วส่งยิ้มให้

ชิรายูกิ : ไอยะคุง เดี๋ยวเลิกเรียนไปทานพาเฟ่ด้วยกันนะ ชิรายูกิจะรออยู่ที่หน้าประตูโรงเรียนนะคะ - เธอพูดพลางโบกมือให้แล้ววิ่งเข้าไปยังตึกเรียน


ผมโบกตอบแล้วพยักหน้าเล็กน้อย เพื่อแสดงให้เห็นว่าผมได้รับรู้และตอบรับคําพูดของรุ่นพี่ชิรายูกิ

เมื่อรุ่นพี่ชิรายูกิ เข้าไปในตึก B แล้ว ผมก็รีบเดินเข้าตึก A แล้วก็เดินไปที่ห้อง 1 แล้วเปิดประตูเดินเข้าไปในห้องทันที

ตันเข้ามาช่วงเย็น

ดูเหมือนว่าในห้องเรียนนั้นจะยังปล่อยให้นักเรียนได้ทำความรู้จักกันเสียมากกว่าส่วนมาโดกะเองก็ได้กลับมานั่งที่ของตัวเองแล้วเธอยังคงอยากจะคุยกับไอยะอยู่ แต่ท่าทางไอยะจะรำคาญเธออยู่แน่ๆ เธอคิดแบบนั้น

มาโดกะ : คือว่าไอยะคุง เย็นนี้ว่างหรือเปล่า คือว่า ... อยากจะคุยเรื่องเมื่อตอนเช้าซักหน่อยน่ะ - ท่าทางเธอจะเป็นห่วงแล้วก็อยากจะปรับความเข้าใจกับไอยะอยู่ เพราะเธอเองคงไม่อยากเริ่มต้นวันแรกของเพื่อนที่นั่งถัดไปในบรรยากาศที่อึดอัดแบบนี้แน่

[ Action Coin  7/15 ]
[ Action Coin ต้องการ 2]*
[ Action Coin ต้องการ 5 ]**

[ ตัวเลือก ( 1 )** คุยกับมาโดกะ ( 2 )** ไม่สนใจแล้วลงไปยังด้านล่างเพื่อไปพบชิรายูกิ ( 3 ) เดินทางกลับบ้านทันทีที่เลิกเรียน ]


( 2 )** ไม่สนใจแล้วลงไปยังด้านล่างเพื่อไปพบชิรายูกิ

" ขอโทษนะ เย็นนี้ชั้นมีนัดแล้ว เอาไว้คราวหลังล่ะกัน "

ผมตอบเธอด้วยนํ้าเสียงแบบเดิม ๆ ตามปกติของผม

จากนั้นผมก็เดินไปยังที่นั่งของตัวเองแล้วนั่งเท้าคาง มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเช่นเคย

ดีแฮะ ไม่มีใช่เอะใจ เรื่องชุดของเราเลย

คะแนนความสัมพันธ์ มาโดกะ -3
คะแนนความสัมพันธ์ ชิรายูกิ +3

คะแนนความสัมพันธ์ของชิรายูกิต้องการอีก 4 เพื่อพัฒนาระดับความสัมพันธ์ไปอีกหนึ่งระดับ


มาโดกะได้แต่มองตามแผ่นหลังของไอยะไปลอยๆแบบนั้น ดูท่าเขาคงจะไม่ชอบหน้าเธอจริงๆสินะ

ไม่นานนักไอยะได้เดินลงมายังด้านล่างท่ามกลางนักเรียนที่ไม่มีชมรมกำลังพากันกลับบ้านนั้น

ชิรายูกิเองก็ได้มายืนรอไอยะอย่างที่เธอได้บอกไว้ เธอยืนพิงประตูโรงเรียนอยู่อย่างใจจดใจจ่อเหมือนกับรอใครอยู่ จะมีใครที่ไหนนหอกจาก ไอยะล่ะ?

เมื่อชิรายูกิเห็นไอยะอยู่ไกลๆ เธอได้ยิ้มออกมาทันทีพร้อมกับโบกมือเรียกไอยะท่าทางร่าเริง


ผมเดินตรงไปหารุ่นพี่ชิรายูกิทันทีที่เห็นเธอ ตอนนี้ตัวผมแห้งหมดแต่จึงเอาหนังยางมารวบผมไว้อย่างเดิมเรียบร้อย

" จะไปไหนกันเหรอ... "

ผมถามเธอด้วยท่าทีสงสัยนิดหน่อย

ชิรายูกิ : อื้อ ชิรายูกินะลองอ่านนิตยสารของเพื่อนในห้องมา เห็นว่าใกล้ๆนี้มีร้านพาเฟ่ด้วยล่ะ อ๊ะ แล้วก็เขาก็ให้ตั๋วนี่มาด้วย

ชิรายูกิได้หยิบนิตยสารให้ไอยะดูพร้อมกับยื่นบัตรทานพาเฟ่ฟรีของร้านนี้มาให้ไอยะ

ชิรายูกิ : คิดว่าเป็นบ้างจ๊ะ ร้านนี้บูลเบอร์รี่พาเฟ่อร่อยมากเลยนะ - เธอถามความเห็นจากเด็กผู้หญิงสวมชุดเมดกำลังโพสแนะนำเมนูฮอทประจำร้าน แต่ดูแล้วท่าทางชิรายูกิจะเน้นกับบูลเบอร์รี่ซะมากกว่า


เห ~ น่ากินแฮะ ยังไงของหวานก็เป็นของโปรดเราอยู่แล้ว ไปก็ไม่เสียหายอะไร

" ยังไงก็ได้... "

ผมตอบรุ่นพี่ชิรายูกิด้วยนํ้าเสียงเรียบ ๆ ห้วน ๆ แบบปกติ

ก่อนที่จะเดินไปยังตําแหน่งของร้าน โดยไม่รีรอเวลาอะไรทั้ง

รีบไปเร็ว ๆ จะได้กินเยอะ ๆ กินฟรีัซะด้วย แหล่ม ๆ

" รีบไปกันเถอะ... จะได้อยู่กินกันได้นาน ๆ ... "

ผมยํ้ารุ่นพี่ชิรายูกิอีกครั้ง

ชิรายูกิ : อื้อ ไปกันเถอะน๊ะ~ - เธอยิ้มระรื่นก่อนจะเดินนำไอยะไปก่อน ท่าทางเธอจะรู้จักเส้นทางของร้านอยู่แล้วด้วย ไม่นานนักไอยะก็ได้มาหยุดอยู่ร้านไอศครีมหน้าร้านหวานเจี๊ยบภายในร้านมีแต่นักเรียนหญิงโรงเรียนเดียวกันนั่งทานกันเป็นคู่และเป็นกลุ่ม น้อยคน(ผู้ชาย)จะอยู่ในร้านนี้นอกจากจะมาเป็นคู่รักเลยก็ว่าได้

ชิรายูกิ : เข้าไปกันเถอะจ๊ะ - ชิรายูกิเร่งไอยะท่าทางเธอคงจะอยากทานมากแล้วแน่ๆ

[ เลือกที่นั่งได้ตามต้องการ [ ด้านนอก ติดหน้าต่างร้าน กลางร้าน มุมเงียบๆใกล้ห้องน้ำ หน้าร้าน ทานตรงหน้าเคาท์เตอร์ ] ]


" ชั้นด้านนอกเถอะ ข้างใน มันดูน่าอึดอัด... "

เมื่อพูดจบ ผมก็ดึงตัวรุ่นพี่ชิรายูกิไปนั่งที่ ๆ เป็นโต๊ะสําหรับ 2 ที่ ด้านนอกทันที

ข้างในคนมันเยอะ เสียงดัง เปล่า ๆ น่ารําคาญ เดี๋ยวจะไม่มีสมาธิกับการลิ้มรสของหวาน

ผมหยิบเมนูื่ยื่นให้รุ่นพี่ชิรายูกิ

" ผมจะสั่งแล้วนะ... "

ชิรายูกิ : จ- จ๊ะ เอ่อ ... ของพี่เอาเป็น แซนวิสบูลเบอร์รี่ฟาเฟ่ก็แล้วกันนะ ชิรายูกิบอกพลางชี้ไปที่เมนูฮอทประจำสัปดาห์นี้



ชิรายูกิ : แล้วไอยะคุงล่ะ สั่งอะไรดีคะ? - เธอว่าพลางลุ้นว่าไอยะนั้นอยากทานอะไร

[ อธิบายมาพร้อมรูปประกอบ ]


" ผมเอาแบบเดียวกันนั้นแหละ...ง่ายดี... "



น่ากินสุด ๆ เลยแฮะ สมแล้วที่ได้เป็นเมนูยอดฮิต

ผมยกมือเรียกพนักงานใกล้ ๆ

" เอา แซนวิสบูลเบอร์รี่ฟาเฟ่ 2 ที่ครับ "
พนักงานเสริฟ : เข้าใจแล้วค่ะ แซนวิสบูลเบอร์รี่ฟาเฟ่ 2 ที่นะคะ? ไม่ทราบว่ามีคูปองโปรโมชั่นของนิตยสารคอสโมเดลทีนรึเปล่าคะ? - พนักงานเอ่ยถามไอยะ ไม่แน่สิ่งนั้นอาจจะเป็นคูปองสองใบที่่ชิรายูกิให้มาตอนแนะนำสถานที่แห่งนี้หรือเปล่า?

[ ต้องการใช้คูปองหรือไม่ ]


" มี... "

ผมยื่นคูปอง 2 ใบนั้นให้กับพนักงานคนนั้น

แล้วผมก็นั่งรอ ตอนนี้ผมเหม่อลอยไปไกลแล้วล่ะ รอเวลาที่จะได้ทานของหวานไม่ไหว

ตอนผมเหม่อผมจะไม่รู้เลยว่าผมมองอะไรอยู่ ผมจะเห็นแต่ภาพที่ผมจิตนาการเท่านั้น

ชิรายูกิ : ฮิๆ ไอยะคุงชอบทานบูลเบอร์รี่เหมือนกันหรอคะ? - ชิรายูกิเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่ไอยะได้ยื่นคูปองทานฟรีไปได้ไม่นาน

ชิรายูกิ : หรือว่า เพราะชิรายูกิพาไอยะคุงมาที่นี่ก็เลยนึกอะไรไม่ออกว่าจะทานอะไรดี ... - ชิรายูกิสีหน้าเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัดเธอคงเข้าใจผิดว่าที่ไอยะยังคงตีหน้าเบื่อหน่ายและยังคงความเย็นชาของตัวเองได้อยู่นั้น อาจเกิดจากความเอาแต่ใจของตัวเองอยู่ก็ได้


" ผมชอบทานของหวานน่ะ... จะเป็นอะไรก็ได้... "

ผมยิ้มออกมาเล็กน้อย ประมาณ 1 วิ เหมือนให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้น

ก็ทําไงได้ หน้ามันเป็นอย่างงี้นิ

" มันดูน่าทานดี... "

ผมพูดออกไปอีกประโยดสั้น ๆ หวังว่าเธอคงจะเข้าใจผมนะ
ชิรายูกิ : ถ้าอย่างนั้น ... จะชวนมาร้านนี้อีก ... ได้หรือเปล่าจ๊ะ? - ชิรายูกิพูดขึ้นมาสั้นๆและเบามาก ตัวของเธอเริ่มสั่นเล็กๆ พร้อมกับถามออกมาทั้งอย่างนั้น


" แน่นอนสิ "

ใครจะไปปฏิเสธล่ะ มากินของหวานแบบนี้ก็โอเคนะ

อ่ะ จริงสิ

" ถ้าไม่ติดธุระ รึ กิจกรรมอะไรน่ะนะ... "

ผมพูดต่ออีกนิด เพราะ ขืนเธอชวนผมมาทุกวัน

คงไม่เป็นอันทําอะไรเลยแน่ ๆ

ชิรายูกิ : อื้อ~! ถ้าอย่างนั้น ทานแล้วนะค้า~ - เธอยิ้มร่าก่อนจะเริ่มทานไอศครีมทันที มือเรียวเล็กนั้นค่อยๆจับช้อนตัดผลบลูเบอร์รี่ออกครึ่งหนึ่งก่อนจะตักไอศครีมคู่กันพอดีคำและจัดการทานมันเสีย ใบหน้าของหญิงสาวดูมีความสุขมากเมื่อไอศครีมนั้นเข้าไปในปากของเธอ

ชิรายูกิ : อื้มมมม~~!  อร่อย~~ หวานจังเลย~~ - เธอเอ่ยออกมาอย่างลืมตัว คราวนี้เธอเล็งแคร๊กเกอร์รางน้ำผึ้งผสมเข้าไปบ้าง ท่าทางเธอจะมีความสุขกับไอศครีมของเธอจนลืมไอยะที่นั่งดูพฤติกรรมของตัวเองอยู่ตรงหน้าไปซะแล้วสิ

(สังเกตุเห็นไอศครีมติดแก้ม เจ้าจะทำอย่างไรไอยะคุง)


เมื่อผมเห็นรุ่นพี่ชิรายูกิ ทานไอศครีมอย่างน่าอร่อย ก็เริ่มอดใจไม่ไำหว จึงเริ่มจากไอศครีมที่ติดอยู่ที่หน้ารุ่นพี่ก่อน

ผมเอื้อมมือไปบาดครีมที่ติดอยู่ มาทานด้วยท่าทีเฉยเมินอย่างทุกที ( แสดงอารมณ์ไม่เก่งอ่ะ )

โอ้ว อร่อยแฮะ

เมื่อผมเอานิ้วชี้ของตัวเองออกจากปาก ก็เริ่มทําการทานไอศครีมของตัวเองอย่างช้า ๆ

ชิรายูกิชะงักไปครู่หนึ่ง เธอพยายามเก็บอาการเขินนั้นไว้ ก่อนจะค่อยๆทานไอศครีมต่อช้าๆ แต่มีหลายครั้งที่เธอแอบชำเลืองมองไอยะ ด้วยความหวังเล็กๆ จากตัวไอยะเอง ทั้งสองคนทานไอศครีมไปด้วยความเงียบเชียบ (เพราะไม่มีใครเริ่มชวนคุย )

[ ตัวเลือก ( 1 ) ชวนคุยเพื่อทำลายบรรยากาศอันชวนอึดอัด ( 2 ) นิ่งๆไว้ และกินต่อไป


( 1 ) ชวนคุยเพื่อทำลายบรรยากาศอันชวนอึดอัด

อร่อยจังเลยแฮะ คงต้องขอบคุณพี่ชิรายูกิหน่อยแล้วล่ะ ที่ทําให้เราได้รู้จักร้านดี ๆ แบบนี้

แต่เราจะทํายังไงดี... สิ่งที่เราพอจะทําตอบแทนเขาได้... จริงสิ !!!

" เดี๋ยวทานเสร็จแล้วมากับผม... มีที่ ๆ อยากให้ไปอยู่.... "

ชิรายูกิ : อ๊ะ อื้อ ... เข้าใจแล้วค่ะ ... - อยู่ๆ ชิรายูกิก็พูดเพราะขึ้นมาซะอย่างนั้น ไม่นานนักไอศครีมของทั้งคู่ก็หมดลง

ชิรายูกิมีสีหน้าที่พึงพอใจเป็นอย่างมากกับไอศครีมหวานหอมที่เพิ่งลิ้มลองไป

คะแนนความสัมพันธ์ ชิรายูกิ + 1


" ตามมา... "

หลังจากที่รับประทานไอศครีมจนหมด ผมก็เดินนํารุ่นพี่ชิรายูกิอย่างช้า ๆ

ไม่นานนักก็ถึงที่หมาย นั้นก็คือร้านเครื่องดนตรี ร้านนึง

" เข้ามาสิ... "

ผมเดินเข้าไปในร้านดรตรีนั้น แล้วหาเครื่องดนตรีแถว ๆ นั้นที่คิดว่าตั้งไว้ให้คนที่เข้ามาลองเล่น

ที่สังเกตุง่าย ๆ ของทุก ๆ ร้านก็ึคงเป็นเปียโน... งั้นเอาเป็นเปียโนล่ะกัน

ผมเดินเข้าไปนั่งที่เปียโนเครื่องนึงที่ตั้งอยู่ในร้าน แล้วหันมามองหน้ารุ่นพี่ชิรายูกิแปปนึง

ก่อนที่จะหันหน้ากลับไปเริ่มบรรเลง

" ii yumemite ne "

เมื่อบรรเลงจบก็ผมก็หันมายิ้มให้รุ่นพี่ชิรายูกิ

" วันนี้ขอบคุณนะ "

เสร็จสิ้น
โพสต์ 29-1-2012 21:52:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย g-zero เมื่อ 6-2-2012 17:46
กิ๊งก่อง ก๊อง

เสียงระฆังของโรงเรียนได้ดังขึ้น ดูเหมือนว่าช่วงพักกลางวันได้หมดลงแล้วคงต้องไปดูช่วงหลังเลิกเรียนแล้วล่ะนะ

แต่ดูท่าว่าถ้าหากจะไปดูให้ได้ คงจำเป็นต้องโดดคาบกลางวันซะแล้วสิ

แต่ถ้าโดดเรียนคงโดนอาเรียหมิ่นเอาแน่ๆเลยล่ะซางาระคุง

[ Action Coin ต้องการ 5 ]
[ ตัวเลือก : ( 1 ) โดดเรียนและไปที่ห้องชมรมการแสดง ( 2 ) กลับเข้าห้องเรียน ]


'หืม ได้เวลาเรียนแล้วรึ' ด้วยความเป็นคนมีระเบียบวินัยสูง โซสุเกะจึงเดินกลับไปที่ห้องเรียน

"ขออนุญาติครับ" โซสุเกะเปิดประตูห้องเรียนแล้วเข้ามาอย่างมีมารยาทแล้วกลับไปนั่งที่ของตัวเองพร้อมกับเตรียมอุปกรณ์การเรียนให้พร้อม

ดูเหมือนว่าตอนนี้อาเรียกับคินจิจะกลับมาที่ห้องแล้ว ถ้าหากมองดีๆท่าทางทั้งสองคนเองก็ยังดูยุ่งๆเหมือนเดิม จะมีก็แต่คู่รักที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเขาที่กระหนุงกระหนิงกันอยู่แบบนั้น (ดอกลิลลี่ขาวนั้นคือทีั่สุดในสามโลก)

ไม่นานนักคาบชั่วโมงในโรงเรียนได้หมดลง ท่าทางสาขานี้จะไม่ได้เน้นการเรียนมากจริงๆเพราะเนื้อหาการสอนนั้นมีไม่มากและไ่ม่เน้นเสียเท่าไหร่ด้วย มักจะสอนแค่พื้นฐานที่จำเป็นและสามารถนำไปใช้ได้ทั้งนั้น

ดูท่าว่าตอนนี้จะได้เวลากลับบ้านแล้ว ซางาระจะเลือกทำอะไรดีล่ะ?

{ ตัวเลือก ( 1 ) ชวนอาเรียกลับบ้านด้วย ( 2 ) เข้าไปคุยกับคินจิเรื่องเมื่อตอนกลางวัน ( 3 ) ไปชมรมการแสดง ( 4 ) เดินทางกลับบ้าน }


'วันนี้กลับไปพักผ่อนก่อนแล้วกัน' โซสุเกะเก็บของแล้วลุกขึ้นลงไปที่ตู้รองเท้า ตรวจเช็คพบว่าด้ายที่เหน็บไว้ไม่ร่วงลงมาแปลว่าไม่มีใครแอบมาเปิดแน่นอนจึงหยิบแล้วเปลี่ยนใส่รองเท้าก่อนเหน็บด้ายไว้เหมือนเดิมแล้วโซสุเกะก็เดินทางกลับบ้าน

แกร่ก

โซสุเกะเปิดประตูบ้านของตัวเองแล้วปิดพร้อมวางระบบรักษาความปลอดภัยไว้หลายชั้นเหมือนตอนก่อนเปิด ทั้งนี้ทั้งหน้าต่างหรือทางที่เข้าออกได้โซสุเกะได้วางระบบป้องกันภัยไว้อย่างดี เรียกได้ว่าบ้านหลังนี้มันคือป้อมปราการดีๆนี่เอง แล้วเขาก็วางกระเป๋าลง แล้วมาที่ชุดตุ๊กตาตัวหนึ่งที่มีขนาดใหญ่กว่าคนเล็กน้อย



"ระบบการทำงานทั้งหมด ไม่มีปัญหา ตัวเกราะกันกระสุนไม่มีปัญหา" ท่าทางชุดตุ๊กตานี้จะถูกโซสุเกะดัดแปลงกลายเป็นชุดเกราะพิเศษในคราบของชุดตุ๊กตาไปเสียแล้ว หลังจากตรวจระบบเสร็จสิ้นโซสุเกะก็นั่งอ่านหนังสือต่อไปเรื่อยๆ

[ Action Coin เหลือ 4/15 ]
[ ต้องการเข้าช่วงเย็นถึงกลางคืนหรือไม่? [ ใช่ ] [ ไม่ใช่ ] ]


ไม่

โซสุเกะอ่านหนังสือจบบทเสร็จแล้วอาบน้ำนอนอย่างรวดเร็วทั้งที่ยังไม่ถึงหนึ่งทุ่มเลยด้วยซ้ำ และโซสุเกะตั้งเวลาตื่นไว้ที่ ตีสองครึ่ง ก่อนจะล้มตัวลงนอน (แต่ก็ไม่วายเหน็บปืนไว้กับตัว)

Action Coin Recovery [ 15 / 15 ]

Day 2

ซางาระ ตื่นแต่เช้ามาโรงเรียน ดูเหมือนว่า เช้าวันใหม่จะสดใสกว่านี้หากแต่ เขาไม่ถูกใครบางคนยืนดักรออยู่หน้าโรงเรียน

อาเรีย : ไง ตื่นเช้าเหมือนกันนี่นายน่ะ? - อาเรียเอ่ยทักซางาระทันทีที่เห็นเขาเดินผ่านประตูโรงเรียนมา แต่สายตาที่จ้องมองซางาระนั้นไม่ได้แตกต่างไปจากเมื่อวานเลยแม้แต่น้อย

[ Action Coin ต้องการ 1 ]*

[ ตัวเลือก ( 1 )*ทักทายอาเรีย ( 2 ) อื่นๆ โปรดระบุ ]


"อรุณสวัสดิ์ คันซากิ" โซสุเกะทักทายสั้นๆก่อนจะเดินเข้ามาหาอาเรีย แต่จะพูดอรุณสวัสดิ์มันก็แปลกอยู่เพราะตอนนี้มันเวลาตีสี่ด้วยซ้ำ

"ทำไมยังไม่มีใครมาโรงเรียนล่ะเนี่ย เมื่อวานเวลานี้ชั้นมาก็ไม่มีคนแบบนี้แหละ" โซสุเกะถามอาเรียพร้อมมองไปรอบๆ

"นักเรียนโรงเรียนนี้ไม่ค่อยตรงต่อเวลาเลยรึไงกัน โรงเรียนนี้จะไปรอดรึเนี่ย" โซสุเกะพูดวิเคราะห์แปลกๆออกมาอีกครั้งท่าทางโซสุเกะจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเวลาเข้าเรียนจริงๆมันกี่โมง

อาเรีย : นายจะบ้าหรือไง เวลานี้นักเรียนธรรมดาเขาไม่ตื่นมากันหรอกย่ะ จะมีก็แค่พวกชมรมที่มาซ้อมกันตอนเช้ามืด หรือไม่ก็อย่าพวกชั้นที่เป็นนักเรียนพิเศษ มาคอยตรวจตราความเรียบร้อย แต่ตอนนี้ชั้นกำลังเจอวัตถุอันตรายอย่างนายเข้ามาป่วนในโรงเรียนอีกแล้ว ... -  อาเรียพูดกัดซางาระด้วยท่าทีก้าวร้าว ท่าทางเธอยังเคืองซางาระที่ระเบิดดาดฟ้าเมื่อวานนี้อยู่แหงๆ

อาเรีย :  ว่าแต่นายเล่นมาซะเช้าแบบนี้ นายมีแผนจะทำอะไรงั้นรึ?


"ชั้นเป็นวัตถุอันตรายยังไงหรือ ชั้นไม่ใช่วัตถุนี่ ส่วนเรื่องที่มาเวลานี้มันไม่ใช่ปกติของโรงเรียนยังงั้นหรือ" โซสุเกะทำท่าทางสงสัยกับเรื่องที่โดนบอกว่าเป็นวัตถุอันตราย และโดนถามที่มาเช้ามากๆ

"เธอบอกว่าเธอมาตรวจตราความเรียบร้อยสิน่ะ งั้นชั้นช่วยเธออีกแรงให้แล้วกันเพราะยังไงเราก็มีจุดประสงค์เดียวกัน" โซสุเกะเสนอตัวจะช่วยงานตรวจตราความเรียบร้อยให้กับอาเรีย

"ถ้าต้องการอุปกรณ์อะไรบอกชั้นได้น่ะ ไม่ว่าจะเป็นกล้องวงจรปิด กล้องอินฟาเรด เซนทรี่ หรืออุปกรณ์รักษาความปลอดภัยชนิดไหนบอกมาได้เลย" อุปกรณ์ที่โซสุเกะพูดออกมานั้นคงเพียงพอสำหรับเปลี่ยนโรงเรียนเป็นป้อมปราการได้เลยทีเดียว

อาเรีย : ไม่จำเป็นย่ะ!! นายน่ะสร้างปัญหามาให้ชั้นมากพอแล้ว ไหนๆก็มาแล้ว ก็เข้าไปหาอะไรทำในโรงเรียนซะเถอะ เดี๋ยวชั้นเปลี่ยนกะกับคินจิเสร็จเมื่อไหร่ จะตามหานายแล้วก็ตามไปแล้วกัน - อาเรียพูดเสียดขึ้นมาทันทีที่ซางาระเสนอขึ้น พร้อมกับชีนีิ้วให้ซางาระเข้าไปในโรงเรียนก่อนได้เลย

อาเรีย : ให้ตายสิ ไหงชั้นต้องมาดูแลนักเรียนใหม่อย่างนายด้วยนะ ... - อาเรียกอดอกพลางบ่นพึมพำทั้งแบบนั้น


"เข้าใจแล้วล่ะ เธอคงต้องการให้ชั้นเข้าไปดูแลความเรียบร้อยภายในในระหว่างที่เธอคอยตรวจตราภายนอกสิน่ะ โซสุเกะแปลสิ่งที่อาเรียพูดผิดไปเล็กน้อยแล้วเดินเข้าไปในโรงเรียน

'เมื่อได้รับมอบหมายแล้วเราก็ควรทำงานอย่างตั้งใจล่ะน่ะ' โซสุเกะเดินเข้ามาในอาคารเรียนแล้วไปที่ตู้รองเท้าพร้อมเช็คด้ายที่เหน็บไว้อยู่ว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่

ขณะที่ซางาระกำลังตรวจตราตู้รองเท้าอยู่นั้น เขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่แผ่ออกมาจากด้านในอาคาร แต่เท่าที่รู้สึกนั้นเป็นแค่จิตสังหารที่มุ่งเน้นไปที่คนอื่นไม่ใช่ตัวเขา บรรยากาศรอบๆที่ไม่มีใครอยู่นั้นเงียบสงัดและยิ่งทำให้รู้สึกกดดัน ซางาระรู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาที่ตัวเขา

??? : ฮึๆๆๆ - เสียงหัวเราะของใครบางคนดังขึ้นมาท่ามกลางกลิ่นไอความเงียบนั้นและเงาเล็กๆ ตรงตู้ชั้นวางรองเท้าภายในอาคารก็หายไป


'ใครน่ะ น่าสงสัย' ด้วยความเชี่ยวชาญแล้วโซสุเกะค่อยๆย่องตามเงาที่หายและจับสัมผัสอยู่ตลอดเวลา โดยมือหนึ่งจับไว้ที่ปืนพร้อมใช้ตลอดเวลา

'อาจเป็นผู้ก่อการร้ายก็ได้ ต้องรีบจัดการให้เรียบร้อย' โซสุเกะเลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบและระมัดระวังมาก ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นตอนนี้เขาก็สามารถตอบสนองได้ทันท่วงทีแน่นอน

ขณะที่ซางาระเดินมานั้น ดูเหมือนว่าเขาจะถูกล่อให้ตามมายังโรงยิมแห่งหนึ่ง ดูแล้วที่แห่งนี้คงจะไม่มีคนอยู่ แต่ไม่นานนักเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นอีกครั้ง

'' ฮึๆๆๆ บังอาจตามมาจริงๆด้วยสินะ '' เสียงดังไปทั่วห้องนั้นจนซางาระไม่อาจรู้ได้ว่าเสียงดังมาจากทางไหนท่าทางเสียงนี้จะออกมาจากลำโพงใหญ่สี่ตัวที่ถูกติดอยู่รอบโรงยิมนี้ (เพื่อเอาไว้เปิดประชุมหรือจัดงานในโรงเรียน)

'' เอาล่ะมีอะไรอย่างนั้นรึ สิบโทซางาระ โซสุเกะ? ''

ดูเหมือนว่าคนๆจะรู้จักกับโซสุเกะด้วย ยิ่งต้องทำให้โซสุเกะระวังตัวเข้าไปใหญ่


'รู้ตัวแต่แรกแล้วงั้นเรอะ' โซสุเกะหลบอยู่ในเงามืดแล้วมองดูรอบๆ

'อยู่ที่ห้องกระจายเสียงสิน่ะ' โซสุเกะค่อยๆย่องหลบไปตามเงานมือเรื่อยๆจนมาถึงหน้าห้องกระจายเสียง

'อาจวางกับดักไว้ได้ลองเช็คก่อน' โซสุเกะยืนหลังแนบกำแพงข้างๆประตูแล้วหยิบเครื่องตรวจจับระเบิดวางนาบประตูตรวจสอบและเอาหูนาบกำแพงฟังเสียงที่ออกมาจากในห้อง

จากสัญญาตรวจจับนั้นไม่พบกับอุปกรณ์อิเล็คทอรนิกซ์อะไรถูกติดตั้งไว้ในบริเวณที่เขาอยู่เลย

'' โอ๊ะ โอ้!! '' เสียงโผล่งดังขึ้นมาทันทีที่ซางาระเริ่มตรวจสอบพื้นที่

'' บังอาจพกของแบบนั้นมาด้วยรึเนี่ย สมแล้วที่เป็นทหารผ่านศึกมาก่อน ''


"จะบ่นนู่น บ่นนี่หัดเปิดเผยตัวเองก่อนก็ดีน่ะ" โซสุเกะหลบเข้าในเงามืดอีกครั้งพร้อมพูดด้วยเสียงเยือกเย็น

"แกมีจุดประสงค์อะไร ถ้าทำได้ตอนนี้ชั้นอยากจัดการด้วยสันติวิธีก่อนล่ะน่ะ แต่ถ้าแกไม่ยอมดีๆชั้นก็คงไม่เจรจาด้วยหรอกน่ะ" โซสุเกะพูดเป็นเชิงราวกับว่าตนกำลังได้เปรียบอยู่เต็มๆ แต่ก็ไม่ได้ประมาทมองสอดส่องรอบๆตลอดเวลา

'' อ๊ะ ฮะๆๆๆๆๆๆ!!! '' เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วห้อง ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เกรงกลัวคำขู่ของซางาระเลยแม้แต่น้อย

'' บังอาจออดดีเป็นบ้าเลยนะ กับศัตรูที่มองไม่เห็น การบังอาจพูดอะไรไม่เจียมตัวแบบนี้ มันชวนให้กำจัดทิ้งเสียจริง '' ขณะที่ซางาระกำลังจะก้าวเดินสำรวจตัวชายหนุ่มต้องชะงักทันทีเพราะแสงสะ้ท้อนเพียงเล็กน้อยให้เห็นสายเปียโนที่ผูกไว้ในระดับคอของซางาระพอดี

ดูเหมือนว่าทางห้องกระจายเสียงจะไม่อาจจะเข้าไปได้ง่ายๆแน่ๆ เพราะคงมีกับดักติดตั้งไว้อยู่แน่ๆ


"ถ้าจะเล่นแบบนี้ก็ได้ ชั้นเองก็คงต้องใช้บ้างล่ะน่ะ" โซสุเกะออกมาหลบนอกห้องกระจายเสียงพร้อมหยิบระเบิดควัน ระเบิดแสงออกมาแล้วปาเข้าไปหลายลูก พอเข้าไปในห้องปุ๊บก็ระเบิดทันทีอย่างรวดเร็ว โดยโซสุเกะหลบอยู่ข้างนอกไม่ได้รับผลกระทบอะไรและคอยมองการเคลื่อนไหวรอบๆตัวอย่างใจเย็น พอเห็นว่าระเบิดไปสักระยะโซสุเกะก็ปาระเบิดเข้าไปอีกชุดหนึง

"ถ้าแกคิดจะเล่นแรงด้วย ชั้นก็เล่นแรงตามได้ล่ะน่ะ และท่าทางแกจะรู้เรื่องของชั้นเยอะไปหน่อยเหมือนกันน่ะ แต่ท่าทางอย่างแกคงไม่มีฝีมือเท่าไหร่สิน่ะ ถึงใช้วิธีลอบกัดวางกับดักแบบนี้" โซสุเกะตั้งใจพูดยั่วยุให้ศัตรูโมโหเพื่อที่จะให้อีกฝ่ายใจร้อนมากขึ้น

'' ฮึๆๆ ฮ้าๆๆๆ!! '' เสียงหัวเราะดังขึ้นมาอีกระรอกหนึ่งด้วยความสะใจบางอย่างของเจ้าของเสียง ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สะทกสะท้านกับการกระทำใดๆของซางาระเลยแม้แต่น้อย

'' เอาซิขอรับ จงบังอาจทำลายสถานที่แห่งนี้แล้วหาข้าให้เจอสิ!! ''  พอสิ้นเสียงได้ไม่น้ำ กระดานไม้ที่อยู่ถัดไปจากซางาระได้เกิดระเบิดขึ้นแรงระเบิดทำให้ซางาระต้องทะหลาถอยออกมาห่างพอสมควร

'' ฮ้าๆๆๆ เป็นอะไรไปล่ะขอรับ บังอาจตกใจล่ะสิครับ? ทางนี้เองก็ติดระเบิดเอาไว้ทั่วเหมือนกัน! '' เสียงยังคงตอบออกมาอย่างสะใจและเหมือนบรรยากาศในตอนนี้ซางาระจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบสุดๆ เพราะไม่รู้ว่าคนร้ายนั้นอยู่ที่ไหนและคิดจะทำอะไรอยู่ จากระเบิดที่เกิดขึ้นใกล้ตัวเขามากแสดงว่าบริเวณนี้ต้องมีอุปกรณ์สื่อสารในการสอดแนมตำแหน่งของซางาระเป็นแน่

แต่หากมัวแต่ทำอะไรไม่เข้าท่าอยู่แบบนี้อาเรียคงจะตามมาที่นี่ด้วยเป็นแน่


'มันต้องการอะไรกันแน่' ที่ผ่านโซสุเกะมักจะสู้กับศัตรูที่จะชนกันตรงๆมากกว่าพวกที่ชอบลอบกัดเรื่อยๆแบบนี้ แต่การวางกับดักก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับเขาอยู่แล้ว ถ้าเหนื่อยจริงๆก็คงสู้กับศัตรูตรงๆมากกว่า ถึงแม้ว่าสภานการณ์เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆเขาก็ไม่แพ้แน่นอน

'จะเรียกอัลก็คงไม่เหมาะกับงานเท่าไหร่ แต่ถ้าให้เลือกระหว่างสู้เบฮีมอททัพนึงกับตอนนี้ ตอนนี้คงดีกว่าเป็นไหนๆละน่ะ ยังไม่มีปัญหา' ความจริงคงไม่คณามือโซสุเกะแม้แต่ถ้าไม่ติดเรื่องที่ว่าที่นี่เป็นโรงเรียน เพราะโซสุเกะมีวิธีทำลายสถานที่ทั้งพื้นที่อยู่แล้ว

"เอาเถอะ ถึงแกจะติดระเบิดไว้มากเท่าไหร่ จะวางกับดักอะไรไว้ก็ทำอะไรชั้นไม่ได้หรอก แต่ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวชั้นจะลากคอพวกขี้ขลาดตาขาวที่เอาแต่หลบซ่อนซุกหัวไม่กล้าโผล่มาตรงๆ อย่างแกเอาชนะชั้นไม่ได้หรอก" โซสุเกะพูดท้าทายยั่วโมโหใส่ศัตรูเต็มที่ เพราะเทียบกับนรกที่เขาเคยเจอมาแล้วแค่นี้นับว่าจิ๊บจ๋อยมาก ตอนนี้แววตาโซสุเกะแสดงถึงความดุดันแต่เยือกเย็นออกมาตามแบบคนที่ผ่านสนามรบและความเป็นความตายมามากมาย แววตาที่เหมือนฆาตกรหน่อยๆ...

โซสุเกะสวมหน้ากากกันแก็สเริ่มออกวิ่งอย่างรวดเร็วแต่รอบคอบหลอกล่อให้ระเบิดทำงานเพื่อลดปริมาณระเบิดที่มีอยู่และขว้างระเบิดควันแบบมีความร้อนไปทั่วอำพรางตัวจากกล้องสอดแนมและกล้องแบบตรวจจับความร้อน

'รอดูท่าทีไปเรื่อยๆแล้วทำแบบนี้ต่อไปก่อน' โซสุเกะทำแบบนี้ไปทั่วรอบบริเวณ

เสร็จสิ้น
โพสต์ 3-2-2012 06:30:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย nutchsnon เมื่อ 15-2-2012 01:30

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eureka_GL_World เมื่อ 15-2-2012 01:22

ชิรายูกิได้แต่ตามไอยะมาในร้านดนตรีเท่านั้น แต่ทันทีที่ไอยะนั่งลงบนหน้าเปียโน สีหน้าของชิรายูกิก็ได้ซีดลงทันที เธอยืนอยู่นิ่งๆและฟังไอยะบรรเลงเพลงอยู่แบบนั้น จนกระทั่งไอยะได้กล่าวขอบคุณเธอ แต่ตอนนี้เธอไม่อาจจะรับคำขอบคุณนั้นได้ ร่างกายของเธอสั่นเทาอีกทั้งยังไม่กระดุกกระดิกไปไหนอยู่พักหนึ่งก่อนจะพึมพำออกมากับตัวเอง

ชิรายูกิ : คะคือ พี่รู้สึกไม่ค่อยดี ... ขะขอตัวกลับก่อนนะ ... - ชิรายูกิพึมพำเสร็จเธอหันหลังและรีบเดินตรงมายังประตูทางออกทันที แต่ระหว่างนั้นเธอได้หยุดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดลอยๆขึ้นว่า

ขอโทษนะ ... - กึงเสียงประตูถูกปิดลงบางเบาทิ้งให้ไอยะที่นั่งอยู่ในห้องนั้นเพียงลำพัง

[ ปลดข้อมูลสิ่งที่เกลียดของชิรายูกิ = เปียโน?


" ? "

อะไรกัน ... เสียงเปียโนของผมมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ...

ไม่มีทางเป็นแบบนั้นไปได้หรอก ... แล้วทําไมกัน ....

" เฮ่อ ~ ไปห้องชมรมดีกว่า ถึงจะสายไปหน่อยก็เถอะ.. "

ไปลองค้นหาคําตอบดูก่อนดีกว่า ว่าเสียงเปียโนของผมมันห่วยจริงรึเปล่า

เสร็จสิ้น

[ โรงเรียน ]

ดูเหมือนว่าตอนนี้จะเย็นมากแล้ว ไอยะเดินผ่านแค่นักเรียนบางส่วนที่ฝึกซ้อมกันอยู่บ้าง

เมื่อเขาเดินมาถึงที่หมาย ก็ยังคงเห็น รุ่นพี่ริสะที่ยังนั่งฟังอ่านสมุตโน๊ตและมีเครื่องเล่น MP3Walkman วางอยู่ตรงหน้าเธอ

ริสะเห็นไอยะเปิดประตูออกเธอเหลือบไปมองพลางหันมายิ้มให้รุ่นน้องหนุ่มพร้อมกับกล่าวทักทายพร้อมกับรอยยิ้มขี้เล่นของเธอ

ริสะ : อ้าวไอยะคุง ยังไม่กลับบ้านหรอ?


" พอดีเลย รุ่นพี่ช่วยฟังผมหน่อย "

ผมไม่ได้ตอบคําถามของรุ่นพี่ นางิสะ ตอนนี้ในใจของผมมีแต่เรื่องฝีมือในการเล่นของตัวเองเท่านั้น

ผมเดินไปยังเปียโนภายในห้อง แล้วก็เริ่มบรรเลงทันที ด้วยบทเพลงเดิม

เมื่อบรรเลงจบผมก็หันไปมองรุ่นพี่นางิสะ และถามด้วยรุ่นพี่ด้วยนํ้าเสียงตื่นเต้นนิด ๆ

" เป็นไงบ้างครับ ? "

ริสะ รับฟังเพลงที่ไอยะรีบเริ่มเล่นขึ้นมาอย่างตั้งใจฟัง มือเรียวบางของเธอถูกยกมาแตะบนคางในท่าทางครุ่นคิดไปด้วย ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนประติ

ริสะ : อื้ม~* ถึงช่วงหลังๆฟังแล้วจะขัดกันอยู่บ้าง แต่ก็เล่นเป็นอย่างที่คุยไว้เลยนะไอยะคุง - เธอพูดประกอบกับยกนิ้วชี้ขึ้นพร้อมกับขยิบตาให้ไอยะ

ริสะ : ว่าแต่ทำไมอยู่ๆ ถึงมาเล่นให้ชั้นฟังล่ะ? - เธอถามด้วยความงุนงงที่จู่ๆก็พรวดพราดเข้ามาใช้เปียโน เธอก้มลงพลางหยิบผ้าคลุมเปียโนที่ไอยะดึงออกแล้วพับเก็บให้เรียบร้อย


" มีผู้หญิงคนนึง ฟังเพลงของผมแล้ววิ่งหนีไปด้วยท่าทีกลัว ๆ "

ผมพูดพร้อมลุกเดินเข้าไปใกล้ ๆ รุ่นพี่นางิสะ เพื่อจะเอาผ้าคลุมมาคลุมเปียโนกลับที่เดิม

" ผมเลยคิดว่า เพลงของผมมันแย่ขนาดนั้นเลยรึยังไง ผมเลยตรงมาที่นี้ "

ริสะ :  อ้าวทำไมล่ะ?  - ริสะพูดด้วยความงงไปมองไอยะไป

ริสะ : พี่ว่าเพลงของไอยะคุงก็ฟังสบายๆดีออก ไม่เห็นจะทำให้รู้สึกไม่ดีตรงไหนเลยนะ?

ริสะ : ว่าแต่ไอยะคุง คงไม่ได้พาเด็กผู้หญิงคนนั้นไปนั่งฟังเธอเล่นดนตรีทั้งวันหรอกนะ ...?


" เปล่า... พอดีผู้หญิงคนนั้นพาไปเลี้ยงของหวานเลยเล่นเปียโนให้ฟังเท่านั้นเอง... "

ผมตอบด้วยนํ้าเสียงเรียบ ๆ ธรรมดา ๆ

" นั้นเป็นสิ่งเดียวที่คิดว่าผมจะทําตอบแทนเธอได้... "

ริสะ : อืมมม .... พี่ว่าฝีมือของไอยะคุงไม่น่าจะอยู่ในระดับที่จะทำให้หนวกหูหรือว่าฟังไม่ดีนะ

ริสะ : อาจจะเพราะประเภทเปียโนมากกว่าเพลงที่ไอยะคุงเล่นมากกว่านะ - ริสะลองเสนอความเห็นไม่ให้ไอยะคิดมาก เพราะเธอเองก็คิดว่าไอยะเองก็เล่นเก่งเหมือนกัน


" ผมก็คิดแบบนั้นแหละครับ... ขอบคุณรุ่นพี่มากเลยนะครับ "

ผมกล่าวขอบคุณรุ่นพี่ริสะ ก่อนที่จะชําเลืองมองไปรอบ ๆ ห้องชมรม

ไม่มีใครแล้วแฮะ... ไหงรุ่นพี่ถึงอยู่เย็นขนาดนี้

" รุ่นนี้ตอนนี้ก็จะมืดแล้วนะครับ ยังไม่กลับอีกเหรอ ทําอะไรอยู่ที่นี้คนเดียวเหรอครับ "

ผมถามด้วยนํ้าเสียงเรียบ ๆ ตามปกติ แต่ก็แฝงไปด้วยความเป็นห่วง

ริสะ : หือ? พี่น่ะหรอ? ก็นั่งเก็บอุปกรณ์แล้วก็นั่งกรอกเอกสารส่งประธานนักเรียนน่ะ ดูเหมือนว่าปีนี้นักเรียนจะเข้าชมรมน้อยไปหน่อยก็เลยถูกเตือนมานิดหน่อย - เธอพูด พลางหยิบกระดาษปึกเล็กๆขึ้นมาให้ไอยะเห็น

ริสะ : ไอยะกลับบ้านไปก่อนเถอะ เดี๋ยวพี่จะเอาเอกสารพวกนี้ไปส่งก่อนก็จะกลับแล้วเหมือนกัน - เธอบอกพลางเดินไปเก็บกระเป๋าของตัวเองและมาถือไว้พร้อมกับเก็บอุปกรณ์ที่เหลือให้เป็นที่เป็นทาง


ผมเดินเข้าไปช่วยเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ทันทีที่รุ่นพี่ริสะเริ่มทํา

" ผมจะช่วยอีกแรง... "

ผมค่อย ๆ หยิบอุปกรณ์ที่ล่ะชิ้น ๆ และคอยถามรุ่นพี่ริสะอยู่ตลอดว่า ปกติของชิ้นนี้ มันอยู่ตรงไหนบ้าง

แล้วผมก็เดินไปเก็บ มันทําให้เรียนรู้ได้เร็วขึ้น ว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้างและเก็บไว้ตรงไหนบ้าง

จนทุกอย่างดูเรียบร้อยขึ้น

" กระดาษนั้น... ผมไปเป็นเพื่อนล่ะกัน... "

ริสะ : ขอบคุณนะ ~ - รุ่นพี่ยิ้มแป้นทันทีที่ไอยะช่วยเก็บเครื่องดนตรีและอุปกรณ์จนเสร็จ

ริสะเองก็ไม่ได้ขัดน้ำใจของไอยะเท่าไหร่จึงเดินนำไปก่อนที่ไอยะจะออกมาจากห้องและทำการล็อคห้องไว้เป็นที่เรียบร้อย เธอตรวจดูว่าประตูล็อคสนิทแล้วจึงหันมาหาไอยะและพาเดินขึ้นมายังชั้นสามของตึกอาคาร C มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบานใหญ่มีป้ายแขวนบอกชัดเจนว่าห้องนี้เป็นห้องของกรรมการนักเรียน

ริสะ : อืมมมม พอมาถึงนี่แล้วก็แอบเกร็งๆนิดๆแฮะ ฮะๆ -  เธอหัวเราะแห้งๆออกมาคนเดียว ดูท่าว่าเธอจะไม่ค่อยอยากพบประธานนักเรียนซักเท่าไหร่?

ริสะ : ช่างเถอะ ไอยะคุงรออยู่ข้างนอกก็แล้วกันนะ พี่เข้าไปส่งแป๊บเดียวเดี๋ยวก็เสร็จ - เธอหันมาบอกไอยะพลางเอื้อมมือไปกุมที่บิดประตู


" ไม่เป็นไร... ผมจะเข้าไปด้วย... "

อาจจะดีกว่าก็ได้ ถ้าเข้าไปเป็นเพื่อนรุ่นพี่ริสะ เธออาจจะสบายใจขึ้น และไม่เกร็งมากก็ได้ล่ะมั้ง

ว่าไปนั้น เอาเข้าจริงเราก็แค่อยากลองเข้าไปข้างในนั้นก็เท่านั้น

เกิดมาเป็นคนขี้สงสัยนิลําบากจังแฮะ


??? : อาร่ะ ริสะหรอกหรอ? ว่างัย มาส่งจดหมายยุบชมรมสินะจ๊ะ? - น้ำเสียงที่กดดันดังสวนเข้ามาทันทีที่ริสะเดินเข้ามายังด้านในห้อง

หญิงสาวผมบลอนสีขาว กำลังนั่งจิบน้ำชาอยู่อย่างกับรู้ว่าริสะกำลังมาหาเธอที่นี่เวลานี้

??? : ? หืม? โห? อย่าบอกนะว่าจะพาแฟนหนุ่มมาแนะนำให้รู้จักน่ะ? ว่างเหลือเกินนะ

ริสะ : ไม่ใช่ซะหน่อย ก็ ไอริบอกว่าให้ชั้นมาส่งเองไม่ใช่หรอ? - ไอริรีบค้านขึ้นมาทันที ดูจากการเรียกแล้วท่าทางสองคนนี้จะรู้จักกันดีทีเดียว?

ไอริ? : ฮึๆ~


ประธานนักเรียนโรงเรียนนี้งั้นเหรอ... สวยจัง...

แถมดูจากการวางตัวแล้ว น่าจะเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองมากเลยสินะ... น่าหลงใหลจริงๆ  

ผมยืนนิ่งนั่งจ้องประธานนักเรียน ที่นั่งอยู่ตรงหน้าเหมือนเป็นการตรวจเช็ดค่าพลังในเกมส์ออนไลท์

" .... "

ตอนนี้ผมมีสมาธิในการตัวเช็ดคนอื่นจากภายนอกจนไม่ได้ฟังที่ทั้งคู่คุยกันสักเท่าไหร่...

ไอริ : ไม่ผ่าน.. - สายตาเรียวสวยที่มองดูแผ่นกระดาษในมือไม่กี่นาทีก็เอ่ยออกมาถึงคุณภาพของรายงานที่ไม่เป็นที่พึงพอใจด้วยน้ำเสียงเรียบๆนั้น

ริสะ : เอ!? - ริสะ อุธานเสียงออกมาอย่างช่วยไม่ได้

ริสะ : ทะทำไมล่ะ ไอริ ก็ชั้นว่าโครงการมันก็เข้าท่าแล้วนี่นา?

ไอริ : โครงการน่ะชั้นก็พอยอมรับได้นะ ... แต่จำนวนคนในชมรมของเธอมันน้อยไปหรือเปล่า? - ประทานนักเรียนจ้องริสะด้วยสายตาจับผิดอย่างแรงแล้วเริ่มลุกขึ้นพลางเดินมาหาริสะ

ไอริ : ไหนจะค่าทุนจัดกิจกรรมที่สูงเอาเรื่องเธอมีปัญญาพอจะรับผิดชอบหรอ? แล้วถ้ามีงบแล้วไหนจะนักเรียนที่มีความสามารถจำนวนที่ต้องการของโครงการเธออีกล่ะจะทำได้หรอ แล้วที่สำคัญคนที่เล่นเป็นแต่ไวโอลินเท่านั้นนะ แต่เธอบอกว่าเธอจะเล่นอย่างอื่นได้ยังไง?

ริสะ : ฮือออ  - ริสะไม่อาจจะตอบเหตุและผลมาสู้กับไอริได้เลยแม้แต่ข้อเดียวเธอได้แต่สลดและเริ่มน้ำตาคลอ

ไอริ : อีกอย่างเพลง ''VIII" ที่เธอจะเล่นน่ะมันไม่ได้ง่ายๆเลยนะจะบอกให้ ถึงจะชมเชยเรื่องความคิดแต่ว่าความเป็นจริงเธอจะไปหาคนมาเล่นเพลงใหญ่ๆแบบนี้ได้ยังไง?

ริสะ : แง อุส่าคิดว่าเป็นความคิดที่ดีแล้วแท้ๆ - ริสะเริ่มงอแงและออกลูกอ้อนให้ไอริอ่อนข้อไห้บ้าง ตัีวประทานนักเรียนเองก็ได้แต่ถอนหายใจพลางเอามือลูบหัวปลอบ ก่อนที่สายตาจะจับจ้องมาหาไอยะที่ยืนค้างอยู่

ไอริ : ที่หน้าชั้นมีอะไรติดอยู่งั้นหรอ? เด็กใหม่?


ผมสะดุ้งเล็กน้อยที่ประธานนักเรียนสาวคนนั้นทักผม

" เปล่า... "

โครงการที่ว่าเป็นโครงการแบบไหนกันหว่า...

" รุ่นพี่ริสะ โครงการที่ว่านิ เป็นโครงการอะไรรึครับ...? "

ผมถามรุ่นพี่ริสะที่กําลังซึมอยู่ ทําให้ผมคิดขึ้นมาว่าดีรึเปล่านะที่ถามตอนนี้

แต่ยังไงก็ถามไปแล้ว ลองดูละกัน...

ริสะ : อืมม พี่ว่าจะให้ชมรมแสดงเพลงนี้ในวันงานโรงเรียนน่ะ

ไอริ : พอเถอะ ไม่ไหวหรอก เล่นเพลงที่เธอถนัดๆ ก็ได้นี่

ริสะ : ก็ชั้นชอบเพลงนี้นี่นา!?

ไอริ : ให้ตายสิน้า ดื้อจริงๆเลยนะริสะเนี่ย

ริสะ : หึ ไอริไม่ต้องมาพูดเลย ไม่อยากช่วยชั้นก็บอกมาเถอะ-  ริสะเริ่มงอนแก้มป่องพลางกอดอกหันหลังให้ประธานนักเรียน แต่ดูท่าว่าเธอจะไม่สะทกสะท้านกับท่าทีของเพื่อนสนิทเลยก็ว่าได้ เธอเดินกลับมานั่งที่เดิมและยังคงนั่งมองดูเอกสารฉบับอื่นต่อไป

ไอริ : บังเอิญว่าชั้นไม่ได้ใจดีขนาดจะช่วยเพื่อนสมัยเด็กด้วยความลำเอียงในหน้าที่หรอกนะ ....

ริสะ : ฮึ ไอริน่ะ ติดฮารุกะกับจิฮายะจังมากเกินไปแล้ว ไม่สนใจชั้นอีกแล้วล่ะสิ งอนแล้ว ไปกันเถอะไอยะคุง - จู่ๆ ริสะก็โพร่งขึ้นมาทั้งอย่างนั้น แถมยังทำท่าจะรีบเดินออกไปจากห้องด้วยความโกรธจนหน้าของเธอแดงระรื่อปนกับน้ำตาที่คลอออกมาจนไม่รู้แล้วว่าจะโกรธหรือจะอยากร้องไห้


ผมปล่อยให้รุ่นพี่ริสะเดินออกจากห้องไปก่อน แล้วผมก็หันมาพูดกับคุณประธานประโยดนึง

" ไม่รู้หรอกนะ... นะเกิดอะไรขึ้น... แต่โครงการนั้นน่ะ... ผมจะเป็นคนทํามันออกมาให้ดู... "

ผมพูดด้วยนํ้าเสียงเรียบ ๆ ตามปกติ ของผม และสีหน้านิ่ง ๆ ก่อนที่จะหันหลังวิ่งตามรุ่นพี่ริสะไป

และเมื่อผมเดินมาตามรุ่นพี่มาจนเห็นรุ่นพี่ริสะแล้ว ผมก็เร่งฝีเท้าของตัวเองไปเดินประชิดตัวรุ่นพี่ริสะ

แต่รู้สึกเหมือนเธอจะไม่รู้สึกถึงผมเลย อาจจะเป็นเพราะความโกรธก็เป็นได้ ผมจึงได้จับมือของเธอไว้

เพื่อให้เธอรู้สึกได้ถึงการคงอยู่ของผม

" โครงการนั้นน่ะ... มาช่วยกันทําให้ผู้หญิงคนนั้นตะลึงกันเถอะ... "

ผมพูดขึ้นทั้ง ๆ ที่ยังมองไปด้านหน้า

ไอริ : หรอ? .... - ประธานนักเรียนตอบรับออกมาสั้นๆได้ใจความ เธอเท้าคางกับโตะพลางทอดสายตามายังไอยะที่พูดด้วยความมั่นใจในตัวเองสูงมากเมื่อครู่

ไอริ : จริงๆชั้นเองก็พอจะรู้หนทางที่จะทำให้โครงการนี้รอดอยู่หรอกนะ แต่ว่าชั้นอยากฟังความคิดเห็นจากเธอเหมือนกันว่าเธอจะทำยังไงให้มันสำเร็จออกมาได้

ไอริ : หาเหตุผลของเธอไม่มีน้ำหนักพอที่ชั้นจะยอมรับได้ ชั้นก็ไม่อนุมัติให้ดำเนินโครงการนี้หรอกนะ เอาล่ะ ว่ามาสิ เหตุผลของเธอน่ะ? - เธอถามกลับด้วยสายตานิ่งสุขุมจับจ้องมายังไอยะเช่นกัน


" ไม่รู้หรอกนะว่า มันจะมีนํ้าหนักพอรึเปล่าสําหรับเธอ แต่ชั้นจะรวบรวมคนมาบรรเลงเพลงนี้ ให้ทุกคนตะลึงไปเลย "

ผมพูดไปเหมือนเป็นสิ่งง่าย ๆ ถ้าหากผมจะทํามันก็คงเป็นเรื่องง่าย ๆ อะไรเทือก ๆ นี้

" ชั้นไม่รู้หรอกนะว่า เธอจะอนุมัติรึไม่อนุมัติ แต่ชั้นก็จะทํามันจนมันสําเร็จ "

ผมชูกําปั้นไปทางประธานนักเรียนสาว

" คอยดูเถอะ "

ไอริ : ... เฮ้อ ตามใจเถอะ ชั้นไม่อยากจะขัดความคิดของพวกเธอหรอกนะ ... - ประธานนักเรียนยังคงสายตาที่จับจ้องมายังไอยะอยา่งพิจารณา

ไอริ : พักเรื่องซีเรียสได้แล้วมั้ง มีอะไรจะถามหรือเปล่า น้องใหม่? - เธอตัดบรรยากาศตึงเครียดนั้น โดยการวางเอกสารทุกอย่างลงบนโตะและหันมาเปิดโน๊ตบุ๊คแทน


" เอ๋ ... "

ถามอะไรล่ะ จะให้ผมถามอะไรล่ะ เอ่อ... เราก็เพิ่งจะเข้าโรงเรียนนี้ด้วย ไม่มีคําถามอะไรเลย

และต้องไม่ใช่เรื่องซีเรียส สินะ... อืม... อ๋อ

" คุณประธานเป็นเพื่อนสนิทกับรุ่นพี่ริสะรึ... "

นั้นเป็นคําถามแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของผม

ไอริ : หือ? คำถามธรรมดากว่าที่คิดอีกนะ อื้ม ชั้นรู้จักกับริสะมาตั้งแต่สมัยประถมแล้วล่ะ สนใจริสะอยู่สินะ? - เธอถามออกมาทั้งที่สายตาของตัวเองยังจ้องโปรไฟล์ของบอร์ดโรงเรียนอยู่


" เปล่า.. ถ้าว่ากันตามจริงคุณประธานน่าสนใจกว่า "

แย่แล้ว ดันเผลอพูดอะไรแบบนั้นออกไปซะได้ เปลี่ยนเรื่อง ๆ ๆ ๆ ๆ

" โน๊ตบุ๊คนั้น ผมขอดูด้วยได้รึเปล่า "

เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยน้า
โพสต์ 6-2-2012 17:47:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย nutchsnon เมื่อ 16-2-2012 14:22

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย g-zero เมื่อ 16-2-2012 00:35

คลิก!!! เสียงบางอย่างดังขึ้นขณะที่ซางาระอยู่ในกลุ่มควันนั้น ไม่กี่เสี้ยววินาทีก็เกิดระเบิดขนาดเล็กขึ้นข้างๆเขาอีกเช่นเคย ดูเหมือนว่าทฤษฏีของซางาระนั้นจะไม่พอที่จะดักทางของคนร้ายได้ และทำให้ซางาระมั่นใจแล้วว่าเซ็นเซอร์ที่จับเขาอยู่นั้นเป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อนก็เป็นไปได้

ดูเหมือนว่าเสียงหัวเราะของคนร้ายยังดังก้องอยู่

ครืด!!! เสียงประตูทางออกถูกเปิดออก พร้อมกับอาเรียและผู้ชายที่ชื่อคินจิ ทั้งคือซุ่มอยู่ตรงแถวทางออกนั้นด้วยความระมัดระวังมาก ทั้งสองคนใช้แสงจากไฟฉายส่องหาสายเปียโนที่คาดเอาไว้อยู่ก่อนจะตัดมันออกแล้วพยายามจะเข้ามายังด้านใน


โซสุเกะยังคงไม่ได้รับบาดเจ็บหรือเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย และยังคงความใจเย็นไว้ได้อยู่

'เงื่อนไขจำกัดเกินไป ถ้าไม่ติดตรงที่ว่าเป็นโรงเรียนคงจัดการไปได้แล้วล่ะ' ท่าทางลึกๆโซสุเกะเองอยากจะระเบิดสถานที่ทิ้งไปเลยเพื่อกำจัดศัตรูให้แน่นอน แต่ก็คงทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะโซสุเกะเป็นทหารรับจ้างจึงถนัดในด้านการทำลายมากกว่าสู้ในพื้นที่จำกัด

'ถ้าทำแบบนี้ต่อไปก็จัดการกับศัตรูไม่ได้เหมือนกัน คงต้องหาดูตามห้องเรื่อยๆดู' โซสุเกะพยายามลองเปิดดูตามห้องต่างๆโดยเปิดอย่างระมัดระวังเผื่อมีกับดักอะไรไปเรื่อยๆ

ครืด!! ไม่ว่าซางาระจะเปิดประตูบานไหนในห้องนี้ก็ไม่พบว่ามีใครอยู่เลย จะเหลือก็แต่ห้องเก็บเสียงของโรงยิมนี้เท่านั้นที่มีการป้องกันอย่างหนาแน่น

ไม่นานนักมือข้างหนึ่งก็ได้ยื่นมาแตะไหล่ของซางาระทำให้เขาหันมากลับมาอย่างรวดเร็วก็พบกับคินจิและอาเรียแล้ว

อาเรีย : นี่นายเข้ามาทำอะไรที่นี่เนี่ย?

คิจจิ : ซางาระซังเองหรอ? ช่างเถอะ หลบออกมาตรงนี้กันก่่อน - คินจิเสนอพลางดึงให้ซางาระออกมาจากตรงจุดนั้นไม่นานนักก็เกิดระเบิดขนาดเล็กขึ้นอีกครา

คินจิและอาเรียค่อยเช็คทางเดินด้วยไฟฉายขนาดเล็กเพื่อหาสายเปียโนและทำลายมันจนออกมาจากโรงยิมได้สำเร็จ

อาเรีย : บ้าจริงๆเลย เราจับมันไม่ได้จริงๆหรอเนี่ย

คินจิ : ... ช่วยไม่ได้ล่ะนะ เท่าที่ลองเช็คๆ ดูคนร้ายมันไม่ได้อยู่ในโรงยิมหรอก คินจิว่าพลางหยิบอุปกรณ์ที่เหมือนกับเป็นกล้องขนาดเล็กหลายตัวมาให้ดู

คินจิ : ตอนที่เข้าไปชั้นเจอพวกมันอยู่ในจุดต่างๆตามผนังน่ะ แล้วก็อาเรีย ที่รองเท้าเธอก็มีตัวส่งสัญญาณเหมือนกันนะ - คินจิพูดพลางก้มลงไปแกะมันออกและยื่นให้อาเรียดู

คินจิ : ซางาระซัง ลองเช็ครองเท้าของนายดูด้วยสิ - เมื่อซางาระมองดูดีๆรองเท้าของเขาเองก็ถูกสับเปลี่ยนมาเหมือนกัน หากลองเช็คดูดีๆอาจมีเครื่องส่งสัญญาณก็ได้


'พลาดไปสิน่ะ' โซสุเกะหาตัวส่งสัญญาณแล้วทำลายทิ้งอย่างรวดเร็ว พร้อมเจ็บใจเล็กน้อย

"คันซากิ โทยามะ รู้จักศัตรูด้วยรึ" โซสุเกะเริ่มเข้าประเด็ยเกี่ยวกับศัตรูที่สู้ด้วยก่อนหน้านี้

"เป็นศัตรูที่ปอดแหกดีน่ะ แต่วิธีแบบนี้ของมันทำอะไรชั้นไม่ได้หรอก ไม่มีปัญหา" ความจริงแล้ว โซสุเกะยังไม่มีอาการเหนื่อยหรือบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย

คินจิ : ไม่เชิงว่าพวกเราจะรู้จักหรอกนะ เพราะพวกเราเองก็ยังระบุตัวคนร้ายไม่ได้ด้วยว่าเป็นใคร แต่รู้แค่ว่ามันเป็นพวกระวังตัวสูงเอามากๆ จนพวกเราหาเบาะแสเกี่ยวกับมันไม่ได้เลย

อาเรีย : ถึงวิธีการของมันจะชวนให้หงุดหงิดก็จริงแต่ว่าเป็นสงครามจิตวิทยาชั้นดีเลยล่ะ มองเห็นเราจากทุกด้านและค่อยๆบีบให้เราไปเจอกับดักที่มันวางไว้โดยที่เหยื่อไม่รู้ว่ามันอยู่ไหนและอยู่ที่ใดเลย


"ถ้าที่นี่ไม่ใช่ตัวเมืองชั้นคงเรียกอัลมาช่วยในการตรวจสอบไปแล้วล่ะน่ะ หมอนั่นสามารถทำได้หลายอย่างอยู่ แต่คงใช้วิธีแบบเหนื่อยหน่อยแล้วสิน่ะ.เอาเป็นว่างานนี้ชั้นขอช่วยด้วยอีกแล้วกันถึงชั้นจะไม่ถนัดกับศัตรูที่ชอบหลบซ่อนก็เถอะ" โซสุเกะเสนอตัวเข้าร่วมวงด้วยอีกคน

'งานนี้คงต้องร่วมมือกับสองคนนี้ไปก่อนล่ะน่ะ'

คินจิ : อืม คงไม่มีทางเลือกล่ะนะ  ....  เดี๋ยวนะ ... - จู่ๆ คินจิก็เงียบไป เขาลองเดินมาใกล้ๆทางเข้าพร้อมกับมองไปยังด้านใน

คินจิ : แปลก เมื่อกี้ชั้นยังเห็นเส้นเปียโนที่ขึงไว้ตามทางเดินของห้องกระจายเสียงอยู่ ตอนนี้มันหายไปไหนหมดแล้ว?

อาเรีย : อะไรนะ? - อาเรียรีบเดินมาหาคินจิพลางใช้กล้องบางอย่างส่องเข้าไปยังด้านในและค่อยๆถอดมันออกมาด้วยสีหน้าเดียวกับคินจิ

อาเรีย : จริงด้วย สายเปียโนแล้วก็สัญญาณรบกวนก็หายไปหมดแล้ว มันอะไรกันเนี่ย

คินจิ : ดูท่ามันแค่ต้องการมาทักทายพวกเราเฉยๆสินะ - คินจิว่าพลางลุกขึ้นพร้อมกับเก็บปืนของตัวเองใส่ซองเรียบร้อย

คินจิ : ลงแบบนี้คงจะไว้ใจสถานการ์ณในตอนนี้ไม่ได้แล้ว ซางาระซังถ้าหากเป็นไปได้ก็แจ้งพวกเราทันทีที่มีเรื่องหรือสิ่งที่น่าสงสัยด้วยนะ

อาเรีย : แต่ชั้นว่าหมอนี่แหละน่าสงสัยที่สุดแล้วนะ

คินจิ : ไม่เอาน่าอาเรีย ผมบอกแล้วนี่ว่านา

อาเรีย : รู้แล้วๆ จะให้ชั้นคอยจับตาดูหมอนี่ใช่มั้ยล่ะ?

คินจิ : ใครบอกว่าจับตาดูผมหมายถึงให้จับคู่กับซางาระต่างหาก

อาเรีย : ขอปฏิเสธย่ะ จะให้ชั้นคู่กับนายบ้าทหารแบบนี้น่ะนะ ไม่มีทาง ขอเวลาชั้นไปส่งรายงานกับ ผู้อำนวยการก่อนแล้วกัน - อาเรียตอบปฏิเสธอย่างไม่มีเยื้อใยก่อนจะเดินจากชายหนุ่มทั้งสองไป


"ไม่มีปัญญาหรอกปกติชั้นเองก็ทำงานคนเดียวมาเยอะอยู่แล้ว แต่ถ้าให้ช่วยสนับสนุนเรียกชั้นได้ตลอดน่ะ" โซสุเกะบอกคินจิพร้อมกับมองดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ

"งั้นชั้นขอตัวเดินไปตรวจสอบความเรียบร้อยรอบๆโรงเรียนก่อนน่ะ" โซสุเกะเดินจากคินจิออกมาข้างนอกแล้วเดินเข้าอาคารเรียนสำรวจความเรียบร้อยตามแต่ละห้องไปเรื่อยๆแต่ก็ไม่ได้ลดความระมัดระวังแม้แต่น้อย

ดูเหมือนว่าซางาระจะไม่พบอะไรน่าสงสัยเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าเขาจะตามรอยจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกซ์แล้วก็ตาม แสดงว่าสิ่งที่อาเรียและคินจิพูดมานั้น คนร้ายจะเป็นพวกระมัดระวังตัวและรอบคอบเอามากๆเสียจนเขาแกะรอยไม่ได้เลย

ไม่นานนักตะวันเริ่มสาดแสงออกมาส่องผ่านหน้าต่างมายังร่างของซางาระ ท่าทางจะเริ่มได้เวลาที่นักเรียนคนอื่นๆจะเดินทางมายังโรงเรียนเสียแล้ว


'เอาล่ะไปเข้าห้องเรียนได้แล้วสิน่ะ' โซสุเกะเห็นว่าเริ่มมีนักเรียนมามากแล้วคิดว่าคนร้ายคงไม่ทำอะไรโจ่งแจ้งแน่นอนจึงเดินไปที่ห้องของตัวเองวางกระเป๋า แล้วหยิบหนังสือมานั่งอ่านฆ่าเวลา

'ยังไม่มีใครมาเลยสิน่ะ' โซสุเกะนั่งอ่านหนังสือท่ามกลางความเงียบกริบในห้องเรียนต่อไปจนกว่าจะมีคนเข้าห้องเรียนมา

เริ่มช่วงเช้า คาบแรก

ดูเหมือนว่าวันนี้อาจารย์จะมาเริ่มดูแลเรื่องที่นั่งของนักเรียนว่าเป็นปรกติดีหรือเปล่าและท่าทางจะไม่มีอะไรผิดปรกตินัก ครืด เสียงประตูถูกเปิดออกพร้อมกับอาเรียและคินจิที่เดินตามมาด้วยกันติดๆ ทั้งคู่แยกกันทันทีที่ถึงที่นั่งของตัวเอง ดูเหมือนว่าอาเรียและคินจิจะมีบรรยากาศที่ตึงเครียดอยู่พอสมควร

??? : ....? - ดูเหมือนว่าสายตาของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆเขาจะสังเกตุถึงบรรยากาศที่ผิดปรกติของอาเรียที่เพิ่งเดินเข้ามาได้ เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาพลางนั่งอ่านหนังสือที่กำลังจะเริ่มใช้เรียนในคาบนี้

นักเรียนชาย : ' เฮ่ยๆ แกรู้ป่าวเมื่อเช้านี้มีคนไปบอมโรงยิมที่สองด้วยฟ่ะ '
นักเรียนชาย : ' ห่ะจริงดิ? มีใครเจ็บบ้างป่าววะ? '
นักเรียนชาย :  ' ไม่มีฟ่ะ แต่ตูว์ว่านะต้องเกี่ยวข้องกับคนที่ระเบิดดาดฟ้าเมื่อวานแน่ๆ - ดูเหมือนว่าข่าวลือเรื่องที่เกิดขึ้นเริ่มแซดออกมาอีกแล้ว


'ลองถามความคืบหน้าดูดีกว่า' โซสุเกะเก็บหนังสือแล้วลุกขึ้นไปก้มข้างๆอาเรียแล้วถามเสียงเบาๆ

"พอมีความคืบหน้าอะไรบ้างไหม แล้วก็ถ้ามีปัญหาอะไรในการหาตัวคนร้ายชั้นพร้อมช่วยสนับสนุนตลอดน่ะ" โซสุเกะอยากรู้รายละเอียดว่าอาเรียไปเจออะไรมาเพิ่มขึ้นหรือเปล่า และยืนยันตัวว่าพร้อมอยู่ช่วยสนับสนุนอาเรียในเรื่องหาตัวคนร้ายตลอดเวลา

"อ้อ แล้วก็ขอบคุณน่ะที่มาช่วยสนับสนุนเมื่อเช้านี้" โซสุเกะลืมขอบคุณที่อาเรียมาช่วยสนับสนุนแม้ตอนนั้นคนร้ายจะหนีไปแล้วก็ตามทร

อาเรียเหลือสายตามามองซางาระพลางส่ายหน้ารับคำที่ซางาระถามอย่างนั้น

อาเรีย : ตอนนี้ยังสืบอะไรไม่ได้หรอก คงต้องรอให้มันปรากฏตัวมาอีกครั้งถึงจะพอทำอะไรได้บ้าง ...

อาเรีย : วันนี้เป็นวันตัดสินใจเรื่องชมรมวันสุดท้าย ... วันนี้นายไปเดินดูชมรมคนเดียวคงได้สินะ ชั้นมีธุระต้องไปทำคงจะกลับบ้านเลยไม่ได้มาโรงเรียนอีก ...


"อ่า ไม่มีปัญหา" โซสุเกะพูดแล้วกลับมาที่นั่งของตนเองพร้อมกับรอคาบว่างเพื่อที่จะได้ลองหาชมรมดู

'เดี๋ยวลองไปชมรมการแสดงดูดีกว่า' โซสุเกะตั้งเป้าไว้ตั้งแต่เมื่อวานว่าจะไปที่ชมรมนั้นดูให้ได้ จากนั้นโซสุเกะก็หยิบหนังสือมาอ่านแต่ก็ไม่ลดละความระมัดระวังแม้โดยรอบจะสงบสุขมากขนาดไหนก็ตาม

'ช่างสงบสุขดีจังน้า' โซสุเกะคิดแบบสบายใจก่อนอ่านหนังสือเงียบๆต่อไป

พักกลางวัน

คลืด ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆซางาระลุกขึ้นพร้อมกับเดินออกไปจากห้องอย่างมีจุดหมาย

แว่บ ซางาระรู้สึกได้ถึงสายตาของใครบางคนได้มองแว่บมาที่เขาครู่หนึ่งก่อนจะหายไป

แต่พอซางาระมองสวนไปสายตาคู่นั้นก็หายไปแล้ว

[ Action Coin ต้องการ 5 ]
[ ตัวเลือก [ 1 ] ตามรอยสายตาคู่นั้นไป [ 2 ] ยืนยันว่าจะไปที่ชมรมการแสดง ]


'เออ วันนี้ตัดสินใจเรื่องชมรมวันสุดท้ายนี่ รีบลองไปดูก่อนดีกว่า' โซสุเกะนึกที่อาเรียพูดไว้ว่าวันนี้ตัดสินใจเรื่องชมรมเป็นวันสุดท้ายจึงตัดสินใจไปที่ชมรมก่อนเพราะ เรื่องตามตัวคนคงไม่มีปัญหาเพราะอีกฝ่ายก็ไม่ได้หนีไปจากโรงเรียนอยู่แล้ว โซสุเกะลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องเรียนมุ่งตรงไปยังชมรมการแสดงอย่างรวดเร็ว

'ที่นั่นจะเป็นแบบไหนน่ะ' โซสุเกะเดินพลางคิดไปเรื่อยเปื่อย

ซางาระได้เดินมายังชั้นล่างและตรงไปตามทางที่เขาเคยเห็นในแผนผังโรงเรียนมาหยุดอยู่ที่ชั้นหนึ่งของตึก C ดูท่าทางจะเป็นชมรมการแสดงที่ใช้เนื้อที่ค่อนข้างเยอะเพราะมันกินพื้นที่ห้องเรียนปรกติถึงสองห้องเลยทีเดียว



เมื่อซางาระเปิดประตูเข้าไปก็ได้พบกับผู้ชายที่สวมชุดแปลกๆ ออกแฟนตาซีตะวันตก เหมือนชุดของราชาหรือพวกเจ้าชายอะไรเทือกนี้กำลังเล่นบทซึ้ง( อยู่คนเดียว )

??? : โอ้ เจ้าเอ๋ย ทำไมเจ้าถึงงดงามได้ดุจดั่งกุหลายสีขาวบริสุทธิ์เช่นนี้ - เสียงที่ดัดซะแทบจะไม่ใช่การพูดเชยชมของคนปรกติแสดงออกถึงความอินอันชวนเลี่ยนให้ได้เห็น ดูยังไงเขาคนนี้คงต้องเป็นสมาชิกในชมรมอย่างไม่ต้องสงสัย



'ใครเนี่ย...' โซสุเกะยืนดูอยู่เงียบๆโดยมือแอบจับปืนในกระเป๋าอยู่ แล้วก็ค่อยๆเดินมายืนรออยู่ริมกำแพงในห้อง

'ท่าทางเหมือนจะฝึกอยู่มั้ง รอไปก่อนแล้วกัน...' โซสุเกะยืนรอแบบเงียบๆแต่ก็ไม่วางมือจากปืน พร้อมจ้องชายคนนั้นแบบตาไม่กะพริบ

"............." โซสุเกะยืนรอแบบไร้เสียงชนิดว่าใครหันมาเห็นคงตกใจว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่

ดูเหมือนว่าชายคนนี้จะไม่สนใจอะไรรอบข้างดุญดั่งโลกนี้มีเพียงเขาและเขาอยู่เท่านั้น เขายังคงแสดงละครรักอยู่อย่างนั้น จะมีก็แต่ชายหนุ่มคนที่นั่งอยู่ข้างๆเขาในห้องเรียน ที่ดูเหมือนว่ากำลังนั่งมองกระดาษปึกหนึ่งอยู่ อาจเดาได้ว่าเป็นบทละคร?

[ พบ Kaito? ]

พวกเขากำลังซ็อมละครกันอยู่อย่างนั้นหรอ?
โพสต์ 8-2-2012 13:48:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Faterin เมื่อ 24-2-2012 22:25

"ขอข้าวหน้าปลาไหลหนึ่งที่ค่ะ! แล้วก็ชาเขียวเย็นหนึ่งแก้ว"

ซายูมิสั่งไปทั้งๆที่ยังไม่ได้ดูราคา แต่วันนี้เธอก็พกเงินมาเยอะอยู่เหมือนกัน

หลังจากที่เมดได้รับเมนูไปแล้ว

เธอพยายามนึกเรื่องคุยกับนานะจังระหว่างที่รออาหารกำลังเสิร์ฟ

"นานะจัง ชินคุงเค้าเป็นแบบนี้ตั้งแต่เด็กๆแล้วน่ะเหรอ?" เธอถามด้วยน้ำเสียงที่ดูสงสัยและอยากรู้อยากเห็น

เพราะลึกๆแล้วเธอเองก็มีความรู้สึกดีๆกับชินคุงอยู่บ้างเหมือนกัน
โพสต์ 14-2-2012 01:43:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย nutchsnon เมื่อ 17-2-2012 12:49

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eureka_GL_World เมื่อ 17-2-2012 11:20

ไอริ : .... - นิ้วเรียวบางของเธอหยุดลงพร้อมกับวางไว้บน Pad ของโน๊ตบุ๊คพลางเหลือบสายตามาหามองไอยะ

ไอริ : โห สนใจในตัวชั้นอย่างนั้นนหรอ? ไม่ได้ยินคำๆนี้มาจากเด็กผู้ชายมานานแค่ไหนแล้วนะ - เธอพูดพร้อมกับนั่งไขว่ห้างสายตาจับจ้องมาด้วยความสนใจที่ตัวไอยะ เธอยิ้มบางๆให้ไอยะกับประโยคเมื่อครู่

ไอริ : เธอสนใจชั้นตรงไหนล่ะ? ทั้งๆที่เธอเองก็พึ่งมาเรียนที่นี่วันแรกแถมยังเพิ่งเจอชั้นยังไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ ... - เธอเว้นช่วงพลางหลีตาลง พร้อมกับหัวเราะในลำคอ


ก็ตรงที่ประธานเป็นคนน่าดึดดูด และดูมีเสน่ห์มาก ดูน่าค้นหา ดูลึกลับ

จะบอกไปแบบนี้ก็แปลก ๆ แฮะ จะบอกยังไงดีล่ะ ที่จะทําให้ประธานเข้าใจง่าย ๆ

" ทุกอย่าง... "

ผมเผลอพูดแบบกําปั้นทุบดินไปเพราะไม่รู้จะอธิบายยังไง

เลยเลือกที่จะตอบแบบนี้

ไอริ : อ้อ? ถ้าหากว่าชั้นบอกเธอว่าชั้นเป็นผู้ชายล่ะ เธอจะยังสนใจอยู่รึเปล่า - เธอพูดออกมาทื่อๆทั้งแบบนั้น จะว่าไปมาลองย้อนนึกดูดีๆ เมื่อครู่ประธานบอกว่า '' ไม่ได้ยินจากปากของเด็กผู้ชายมานานแล้ว?''

ไอริ : ถ้าชั้นบอกว่าตอนนี้เธอกำลังสนใจผู้ชายที่กำลังคอสเดรสอยู่เธอจะยังสนใจทุกอย่างที่ชั้นเป็นอยู่รึเปล่าเอ่ย? - เธอลากเสียงพร้อมกับยิ้มออกมาบางๆอีกทั้งยังแอบกระดิกขาของตัวเองอีกด้วย


" อย่าพูดแบบนั้นสิ... "

ผมพูดสวนกลับไปทันทีด้วยนํ้าเสียงทื่อ ๆ แบบเดิม ๆ ของผม

ผมค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้โต๊ะของประธานมากขึ้นอย่างช้า ๆ

" มันทําให้ผมรู้สึกสนใจประธานมากขึ้นนะ... "

เกิดมาเป็นคนขี้สังสัยนิมันลําบากจริง ๆ แฮะ พอประธานมาพูดแบบนี้เขา

มันทําให้ผมอยากรู้ว่าเธอเป็นแบบที่เธอพูดจริงรึเปล่า ?

ยิ่งที่เธอพูดว่า ไม่ได้ยินจากเด็กผู้ชายมานานแล้ว อาจจะเิป็นเพราะเธอเป็นผู้ชายจริง ๆ ก็ได้

รึไม่เธอก็ไม่มีใึครมาจีบอะไรเทือกนี้

อยากรู้แฮะ อยากรู้จริง ๆ !!!!

ตัวผมที่ยืนนิ่งจ้องมองไปยังประธานอย่างเยือกเย็น แต่ภายในกับร้อนระอุไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ไอริ : ... แต่ชั้นเกลียดคนอย่างนายที่สุดเลยล่ะ! .... - เธอพูดสวนขึ้นมาหลังจากที่ไอยะพยายามเข้าใกล้เธอและออกห่างไอยะด้วยฟ่ามือที่เลื่อนไปดันอกของไอยะและผละออกมา

ไอริ : เฮ้ ให้ตายสิไม่น่ารักเอาซะเลยนะ นายน่ะ ทั้งๆที่คิดว่าจะได้แกล้งแล้วซะอีก - เธอถอนหายใจด้วยความผิดหวังก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมากดและโทรหาใครบางคนก่อนจะคุยอยู่ครู่หนึ่งแล้ววางสาย


ผมผงะออกมาด้วยท่าทีงง ๆ

" ผมทําอะไรผิดเหรอ... "

ผมถามกลับหลังจากที่คุณประธานวางสายมือถือ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

" แล้วจะแกล้งอะไรผมเหรอ... "

ผมยังไม่รีรอคําตอบที่หนึ่ง เมื่อถามคําถามแรกจบก็ถามต่อด้วยคําถามที่สองทันที

ด้วยท่าทีทื่อ ๆ ตามปกติ และก็มีอาการมึนงงเล็กน้อยแสดงออกมาให้เห็น

ไอริ : ฮึ ถึงได้บอกยังไงล่ะ ว่าชั้นไม่ถูกโรคกับคนอย่างนายที่สุด ... - เธอตอบกำกวมมาทั้งอย่างนั้นและไม่มีเหตุผลเอาซะเลย

ไอริ : เฮ้อ นี่ก็เย็นมากแล้ว นายจะปล่อยริสะกลับคนเดียวรึไง? คงสัญญากันว่าจะกลับพร้อมกันไม่ใช่หรอ? ไปได้แล้วมั้ง? - เธอบอกไอยะด้วยการคาดเดาของตัวเองก่อนจะพับโน๊ตบุ๊คลงแล้วนำมาใส่ในลิ้นชักบนโต๊ะทำงานของตัวเอง


" แล้วคุณประธานล่ะครับ ไม่กลับด้วยกันเหรอ... "

ผมถามเธอที่กําลังเก็บของอยู่ ใจจริงก็อยากเข้าไปช่วย

แต่ผมรู้สึกได้ว่าโดนเกรียดจริง ๆ ซะแล้ว ถ้าหากเข้าไปใกล้เธอมากอาจโดนเกรียดมากกว่าเดิมก็ได้

" รึว่าบ้านของคุณประธานอยู่คนล่ะทางกับ รุ่นพี่ริสะ... "

ไอริ : อะไรนะ? ทำไมชั้นต้องกลับพร้อมกับนายแล้วก็ริสะด้วยล่ะ? - ไอริพูดด้วยน้ำเสียงเรียบและท่าทางรำคาญไอยะปะปนมาด้วย

ไอริ : ชั้นจะกลับตอนไหน หรือจะกลับกับใครมันก็เรื่องของชั้นไม่ใช่หรอ?

ไอริ : ชั้นบอกแล้วนี่นาว่าชั้นเกลียดคนประเภทนายมากที่สุด เพราะงั้นชั้นไม่มีทางกลับบ้านพร้อมกับนายเด็ดขาด ... - เธอหันหน้ามาประจันหน้ากับไอยะและยังมองด้วยสายตาหน้ารำคาญรุ่นน้องตรงหน้าเธออีกด้วย


บรรยากาศในห้องตอนนี้ถูกแบ่งออกมาร้อนและเย็นได้อย่างชัดเจน เพราะถึงคุณประธานจะแผ่ความเกรียดมากเท่าไหร่

ก็เหมือนจะส่งมาไม่ถึงตัวผมเลยแม้แต่น้อย ผมก็ยังคงมองตัวคุณประธานด้วยท่าทีทื่อ ๆ แบบเดิม ๆ

และจ้องมองคุณประธานด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นอยู่ตลอดเวลา

" แบบนี้ไม่ดีนะครับ ประธาน กับเด็กปีหนึ่งอย่างผม น่าจะทําตัวให้ดูน่าเข้าหาไม่ใ่ช่รึ... "

ไม่แน่เธออาจะเกรียดหน้าผมยามปกติก็ได้ ผมเลยลองยิ้มและพูดหยอกเล่นดู

ไอริ : นะ นี่นาย! จะบอกว่าชั้นทำตัวไม่เหมาะกับการเป็นประธานนักเรียนอย่างนั้นหรอ!? ... - เธอกำมือแน่นด้วยความโกรธ กับคำพูดที่พูดออกมาเรียบๆเหมือนไม่คิดอะไรเลยกับท่าทีและบรรยากาศของเธอในตอนนี้


ความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวคุณประธานยิ่งร้อนระอุขึ้นเข้าไป

ว๊า เราทําอะไรผิดไปเนี้ย 'งั้นคงต้องบอกคุณประธานไปว่าเราก็แค่ล้อเล่น

แต่เราต้องคงรอยยิ้มเอาไว้

" ก็แค่พูดเล่น อย่าทําเป็นโกรธสิ "

ผมตอบกลับด้วยนํ้าเสียงทื่อ ๆ ผิดกับใบหน้าที่ดูยิ้มแย้มแจ่มใส

ไอริ : ใครว่าชั้นโกรธกันล่ะ!? - เธอตะคอกออกมาก่อนจะหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นแล้วโยนพวงกุญแจให้ไอยะ

ไอริ : ชั้นจะกลับล่ะ! ล็อคห้องแล้วเอากุญแจมาคืนชั้นในสิบวิด้วย! - เธอพูดพร้อมกับเดินสวนไอยะไปอย่างไม่รีรอ

ไอริ : เร็วๆ เข้าสิ!


ผมเดินตามหลังคุณประธานออกจากห้องทันทีที่เธอเริ่มเร่ง จากนั้นก็ทําการล็อคห้อง

" ไปหารุ่นพี่ริสะกันก่อนไหมครับ... จะได้กลับพร้อม ๆ กัน... "

หลังจากล็อคประตูเสร็จผมก็หันมาถามคุณประธานด้วยหน้าตายิ้มแย้มแต่เสียงทื่อเช่นเคย

ไอริ : ไม่มีทาง ...! - เธอคว้ากุญแจจากมือของไอยะ ทันทีที่ได้มันมาเธอได้หันหน้าหนีไอยะด้วยอาการไม่สบอารมณ์อย่างแรง แต่

ไอริ :  ดูแลยัยนั่นให้ดีด้วยล่ะ หรือถ้านายคิดจะทำอะไรแปลกๆกับยัยนั่นล่ะก็ ชั้นไม่ให้อภัยนายแน่... - เธอจ้องไอยะด้วยสายตาอาฆาตแต่ก็ไม่ได้คิดมุ่งร้ายอะไร

ไอริ : โทษทีแล้วกันที่ให้เห็นด้านแย่ๆแบบนี้ เอาไว้คืนนี้ชั้นจะปรับอารมณ์ของตัวเองแล้วคุยกับนายดีๆใหม่ ไปล่ะ ... - เธอพูดทิ้งท้ายพร้อมกับถอนหายใจกับการไม่เป็นตัวของตัวเองก่อนจะค่อยๆเดินจากไอยะไป


เป็นคนที่น่าสนใจจริง ๆ นั้นแหละ เดาทางไม่ถูกเอาซะเลยแฮะ

จะตื้อไปก็กะไรอยู่ ยังไงซะผมก็สัญญาว่าจะกลับพร้อมรุ่นพี่ริสะแล้วนินะ

" เดินทางระวังด้วยนะ ! "

ผมเบ่งเสียงออกมาเล็กน้อยให้เสียงผมดังขึ้น ให้คุณประธานได้ยิน

ก่อนที่หันหลังเดินไปคนละทางกับคุณประธานเพื่อไปหารุ่นพี่ริสะ เพื่อที่จะกลับบ้านกับเธอ

ไอริไม่ได้พูดอะไรตอบกลับมาเธอได้แย่ยื่นมือขึ้นมาและเบี่ยงไปมาตอบกลับไปเท่านั้น

พอไอยะลงมายังด้านล่างที่ห้องชมรมก็เห็นว่าริสะนั้นกำลังยืนแก้มป่องงอลคนรอบข้างได้ทุกเมื่อที่พบเห็นเธอในตอนนี้เลยก็ว่าได้

ริสะ : ไอยะคุง ช้ามากเลยนะ มัวทำอะไรอยู่น่ะ ปล่อยให้พี่รอตั้งครึ่งชั่วโมง!?


เมื่อผมเห็นหน้าของรุ่นพี่ริสะแล้ว ก็รู้สึกได้เลยว่าเธออารมณ์ดีขึ้นมากแล้ว

ผมจึงเดินอมยิ้มเล็ก ๆ มาใกล้เธอ ๆ เธอพร้อมจับมือของเธอไว้

" พวกเรามาทําโครงการนั้นให้สําเร็จ จนคุณประธานต้องตะลึงไปเลยกันเถอะ "

เมื่อพูดจบผมก็ปล่อยมือของเธอลงแล้วเดินต่อทันที โดยไม่ได้สนใจคําถามที่รุ่นพี่ริสะถามผมเลย

" กลับกันเถอะครับ... "

ริสะ : อะเอะ? อืม อื้ม นั่นสินะ - ริสะชะงักไปในทันทีที่ไอยะจับมือเธออย่างกระทันหัน ก่อนจะยิ้มตอบรับความปราณานั้น

ริสะ : อ๊ะ เดี๋ยวสิ รอด้วยสิ ! - ริสะ โห่ร้องทันทีที่ไอยะเดินนำเธอไปไม่รอเธอเลย

ริสะ : ว่าแต่เมื่อกี้ ไอยะคุงมาช้าจริงๆนะ คุยอะไรกับไอริอยู่หรอ?


" ก็นิดหน่อย... แต่รู้สึกว่าคุณประธานจะเกรียดผมเข้าให้แล้วล่ะ... "

ผมตอบกลับรุ่นพี่ริสะ ทั้งๆ ที่ยังมองไปด้านหน้าค่อยก้าว ไปทีล่ะก้าวช้า ๆ เพื่อให้รุ่นพี่เดินตามฝีเท้าของผมทัน

" ตอนแรกคิดว่าจะเป็นคนที่เยือกเย็นมากกว่านี้ซะอีก ผิดคาค..."

ผมบ่นพรึบพรับต่ออีกเล็กน้อย เพราะตอนแรกผมคาคเดานิสัยของคุณประธานไว้ประมาณนั้น

ริสะ : เห? ไอยะคุงเนี่ยนะทำให้ไอริเกลียดได้? แปลกจังเลยนะ ทั้งๆที่ไอริออกจะเป็นพวกชอบแกล้งคนอื่นมากกว่าแท้ๆ ... - ริสะทำท่างุนงงกับที่ไอยะได้บอกมา

ริสะ : ไอริน่ะเห็นแบบนั้นเป็นคนนิ่งๆแต่ชอบแกล้งคนอื่นมากกว่า พี่เองก็โดนแกล้งอยู่เป็นประจำเลยล่ะ ไม่ว่ายังไงก็แกล้งคืนไม่ได้เลย ไอริมักจะดักได้ตลอด - ริสะเองก็เริ่มบ่นๆเมื่อมีไอยะที่ท่าทางจะเป็นแกนนำบ้าง


" เห็นคุณประธานบอกว่า แกล้งผมไม่ได้อะไรประมาณนี้มั้ง "

ผมตอบกลับ ด้วยท่าทีงงหน่อย ๆ ว่าทําไมประธานถึงแกล้งเราไม่ได้

สงสัยเราเป็นพวกไม่ตกใจ รึแสดงความรู้สึกไม่เก่ง ประธานเลยคิดว่าเราไม่สะทกสะท้านล่ะมั้ง

" รุ่นพี่ริสะ ชอบคุณประธานมากเลยใช่ไหมครับ... "

ริสะ : อืม ถึงไอริจะชอบแกล้งก็เถอะ พอเวลาพี่ลำบากทีไรก็จะคอยเข้ามาช่วยปลอบช่วยหาทางออกให้เสมอนะ

ริสะ : ไอริเป็นคนดีมากๆเลยล่ะ แต่ว่าบางทีไอริก็แกล้งพี่มากไปเหมือนกันนะ ฮึ แถมต่อหน้าไอยะคุงที่เป็นน้องใหม่อีก อายชะมัดเลยล่ะ ...


" ไม่เห็นเป็นไรเลย... มันทําให้ผมเห็นอีกมุมของรุ่นพี่... ดีแล้ว... "

ผมยังคงเดินตรงไปอย่างช้า ๆ โดยที่ยังมองไปยังด้านหน้า ก่อนที่หันไปมองรุ่นพี่ที่ย้อมไปด้วยสีของตะวันที่กําลังตกดิน

" พูดถึงบ้านของรุ่นพี่อยู่ไหนเหรอ... เดี๋ยวผมไปส่้งที่บ้านล่ะกัน... "

ริสะ : เอะ? เอ้อ ไม่เป็นไรๆ เดินส่งถึงแยกนี้ก็ได้ พี่ไปอีกทางนึงน่ะ - ริสะบอกปัดด้วยความเกรงใจก่อนจะยิ้มให้ไอยะ

ริสะ : พี่ว่าจะแวะไปดู CD เพลงระหว่างทางกลับด้วยน่ะ ร้านแถวๆ สถานีปลายทางมีร้านโปรดของพี่อยู่ - เธออธิบายก่อนที่ทั้งคู่จะมาหยุดอยู่ตรงทางแยกไปสถานีรถไฟฟ้า

ริสะ : ส่งแค่นี้ก็พอจ๊ะ เอาไว้พรุ่งนี้เจอกันใหม่นะ



" ถ้างั้นเจอกันพรุ่งนี้... "

ผมโบกมือเล็กน้อยก่อนไปที่เดินตรงกับไปยังบ้านพักของตัวเอง

เมื่อถึงบ้านผมก็โยนกระเป๋าลงบนพื้น อาบนํ้า เปลี่ยนเสื้อผ้าเข้านอนทันที

" วันนี้เหนื่อยชะมัด... พรุ่งนี้จะเป็นยังไงนะ... "

Day 2

Action Coin Recovery ( 15/15 )

ช่วงเช้า

ปิ๊บๆ เสียงนาฬิกาปลุกให้ไอยะตื่นขึ้นมาจากการหลับไหล แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าค่อยๆส่องผ่านหน้าต่างของเขาเข้ามายังในห้องจนห้องนั้นเริ่มสว่างหน่อยๆ พอมองเห็นภายในห้องในความมืดได้ชัดขึ้นบ้าง เป็นวันที่สองของการเข้าเรียนของเขาแล้วสินะ!?


ผมตื่นขึ้นมาล้างหน้าแปลงฟังก่อนเลยเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะออกมาค้นหาของกินง่าย ๆ ที่อยู่ภายในบ้าน

เมื่อธุระทุกอย่างภายในบ้านของเสร็จเรียบร้อย ผมก็หยิบกระเป๋านักเรียนเดินออกจากบ้านเดินทางไปโรงเรียนทันที

ผมค่อย ๆ เดินตามทางเดิมที่ผมใช้เดินกลับ เป็นเส้นทางเดินไปยังโรงเรียน ผมค่อย ๆ เดินพร้อมสูดอากาศยามเช้า

ที่ผมชื่นชอบไปด้วย

เวลา 7.30 AM . . .

ดูเหมือนว่าตอนนี้ยังเช้าอยู่ ยังพอมีเวลาที่ไอยะจะอยากไปพักผ่อนหรือไปทำธุระในสถานที่ต่างๆภายในโรงเรียน

[ Action Coin ต้องการ 2 ]
[ ระบุ ]


ถ้าพูดถึงโครงการรุ่นพี่ริสะต้องการจะทําให้สําเร็จล่ะก็... คงต้องรวบรวมที่มีความสามารถซะก่อนล่ะมั้งนะ...

ชมรมดนตรีเดี๋ยวค่อยว่ากันก็ได้ ขอไปดูที่ชมรมประสานเสียงก่อนดีกว่า

ผมตัดสินใจเดินไปตรวจดูบุคลกรในชมรมประสานเสียง



ดูเหมือนว่าในห้องชมรมนี้จะมีสมาชิกในชมรมอยู่แต่เช้าแล้ว ท่าทางแต่ละคนจะอยู่ในชุดทำงานหรือชุดเครื่องแบบอยู่บ้าง จากบรรยากาศแล้วพวกเขาคงกำลังยุ่งๆกันจนไม่ทันสังเกตุว่าไอยะเปิดประตูเข้ามาแล้ว (หรือเพราะไอยะเงียบๆนะ?)


หน้าตาแต่ละคนดูไม่รับแขกเลยแฮะ... หน้าตาเราตอนซ้อมดนตรีจะเป็นแบบนี้รึเปล่านะ

เอาเถอะวันนี้ขอดูอยู่เฉย ๆ ไปก่อนล่ะกัน

ผมเดินไปยืนพิงกําแพงดูสมาชิกในชมรมนี้ทั้งหมดซ้อมกัน

หวังว่าคงจะได้ฟังบทเพลงดี ๆ นะ...



ขณะที่ไอยะกำลังมองบรรยากาศในห้องนั้นอยู่ เสียงประตูก็ดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่หยุดชะงักเพราะเห็นไอยะอยู่ในห้อง

??? : เอ่อ คือว่า  ติดต่อชมรมหรอคะ? - เสียงของเด็กผู้หญิงกล่าวทักทายพร้อมกับถามในตัวถึงไอยะ

ดูเหมือนว่าเด็กผู้หญิงคนนี้เองก็เป็นสมาชิกในชมรมด้วยสินะ?


" ก็นะ... มาดูเฉย ๆ น่ะ... "

ผมตอบผู้หญิงโบว์ชมพูที่เดินเข้ามาทักผม

" ที่นี้จะฝึกร้องเพลงกันอย่างเดียวเหรอ... "

ผมถามต่อ ทั้ง ๆ ที่ยังมองไปยังกลุ่มคนที่กําลังยุ่งกับการฝึกซ้อม

??? : ก็ประมาณนั้นแหละค่ะ ชมรมของเราส่วนใหญ่จะฝึกร้องเพลงกับเต้นท่าประกอบ อืมม ก็คล้ายกับว่าเป็นวงการไอดอลขนาดย่อมๆในโรงเรียนด้วย

??? : แล้วมาที่นี่อยากพบกับใครหรือเปล่าคะ? คงไม่ได้มาดูเฉยๆสินะคะ?
โพสต์ 16-2-2012 00:36:46 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย g-zero เมื่อ 21-2-2012 14:35

'เข้าไปคุยก่อนเลยดีกว่า' โซสุเกะคิดว่าถ้ายังเป็นแบบนี้ก็คงไม่ได้ทำความรู้จักสักทีจึงเดินไปหาชายที่กำลังซ้อมแสดงอยู่

"ขอโทษครับ" โซสุเกะจับไหล่เหมือนจะเรียกแต่มือของโซสุเกะก็หนักอยู่เลยไม่รู้ว่าจับแรงไปหรือเปล่า

"ผมอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับชมรมหน่อยครับ" โซสุเกะถามอย่างมีมารยาทเสียงดังฟังชัดแต่ขณะพูดยังไม่วายแอบจับปืนไว้อยู่

ชายหนุ่มผมม่วงหันมายังต้นเสียงพลางทำสีหน้าผิดหวังอย่างช่วยไม่ได้ เขาปัดผมที่ปรกหน้าตัวเองให้ดูดี(ดูเหมือนว่า?)

??? : ว่างัย หนุ่มหน้าจืด มีอะไรให้ช่วยมั้่ย? - เขาัทักทายเสียงเนือยๆ

??? : ซางาระ โซสุเกะ : ดูเหมือนว่าชายหนุ่มหัวสีน้ำเงินเองก็จะหันมาหาต้นเสียงด้วยพร้อมกับขานชื่อเขาออกมาลอยๆ


"ผมอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับชมรมน่ะครับ" โซสุเกะตอบเสียงนิ่งๆพร้อมหันไปมองคนที่เรียกชื่อคนตนครู่นึงก่อนจะหันกลับมาหาชายผมม่วง

"ถ้ารบกวนเกินไปก็ไม่เป็นไรครับ" โซสุเกะเห็นว่าชายตรงหน้าดูเหมือนจะมีอาการที่ไม่ค่อยพอใจเล็กน้อย

??? : หา? อย่างนายเนี่ยนะจะมาแสดงละคร หน้าตายไร้อารมณ์แบบนี้อ่ะนะ ? - ชายหนุ่มผมม่วงพูดพลางจ้องรอบทิศของซางาระ

??? : เฮ้อ ไม่ไหว เอางี้ก็แล้วกัน นายลองแสดงละครอะไรก็ได้ที่ทำให้ชั้นเชื่อหน่อยสิว่าสีหน้านายจะดึงดูดคนดูได้ ... - เขายื่นข้าเสนอให้ซางาระอย่างไม่มีหวังจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ตัวเองได้เห็น


"งั้นเอาเป็นการจับคนร้ายแล้วกันน่ะครับ" โซสุเกะเห็นว่าได้โอกาสจึงเริ่มคิดใช้วิธีแบบที่ตัวเองถนัด

"หยุด!!! ถ้าแกยังอยากมีชีวิตอยู่ก็ปลดอาวุธของตัวเองซะไม่งั้นชั้นไม่รับประกันความปลอดภัยของแกแน่" โซสุเกะจับแขนชายผมม่วงแล้วล็อคไขว้หลังไว้พร้อมหยิบปืน(ปืนจริงแต่ใส่กระสุนยาง)มาจ่อหัวไว้ พร้อมแสดงสีหน้าที่ดุดันและโหดมากออกมา แม้จะบอกว่าแสดงแต่โซสุเกะตอนนี้อารมณ์เหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริงมาก

"ถ้าแกปฏิบัติตัวอย่างว่าง่ายก็ไม่ต้องห่วง ทางเราปฏิบัติต่อเชลยดีอยู่แล้ว แต่ถ้ายังขัดขืน..." โซสุเกะทำท่าเหมือนจะเหนี่ยวไกให้เห็นขู่ไม่ให้ทำอะไรแปลกๆออกมา และตอนนี้โซสุเกะก็ยังล็อคชายผมม่วงไว้อย่างนั้น

??? : เอ๋? เห้ย!!! - ยังไม่ทันจะตั้งตัวซางาระก็เล่นเข้ามาจับกุมเขาแบบยุทการสายฟ้าแลบ

??? : เจี๊ยกก!! โอ๊ยๆๆๆๆ เจ็บๆ ปล่อยชั้นนะเฟร้ย!!  - ชายหัวม่วงโอดควรญออกมาอย่างตกใจและท่าทางเขาจะโกรธเอามากๆเสียด้วย ส่วนอีกคนที่นั่งดูอยู่นั้นไม่ได้พูดอะไรออกมานอกจากมองการแสดงนั้น


"เป็นยังไงบ้างครับพอใช้ได้ไหม" โซสุเกะถามพลางปล่อยมือแล้วก็เก็บปืนของตน ก่อนจะกลับมาตีสีหน้าปกติ

"ผมซางาระ โซสุเกะครับ การแสดงเมื่อกี้พอจะใช้ได้รึเปล่าครับ" โซสุเกะถามโดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเมื่อกี้เค้าทำสมจริงเกินเหตุไปมาก

'การแสดงทุกอย่างเป็นธรรมชาติดีไม่มีปัญหา' โซสุเกะมั่นใจกับการแสดงเมื่อกี้ของตนมาก

??? : หาา นี่นายกำลังกวนประสาทชั้นอยู่ใช่รึเปล่า อูยๆ ... - เขาต่อว่าซางาระไปพลางบีบแขนที่ปวดไปด้วยอารมณ์โกรธเคืองอย่างรุนแรง

??? : ชั้นบอกให้แสดงก็จริงแต่แสดงอะไรที่มันเหมือนคนธรรมดาหน่อยเซ่ นี่เล่นล็อคกันจริงๆเลยนี่หว่า !!

??? : พอเถอะครับรุ่นพี่ กาคูโปะ - ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินเอ่ยขึ้นพลางดึงรุ่นพี่ที่กำลังเดือดออกมา

กาคูโปะ : อะไรเล่าไคโตะ ก็หมอนี่มันทำชั้นเจ็บนะเฟ้ย หนอยยอมไม่ได้หรอก

ไคโตะ : เอะอะโวยวายเดี๋ยวรุ่นพี่ลูกะก็มาตีรุ่นพี่อีกหรอกครับ - เขาเอ่ยถึงใครบางคนและเมื่อกาคูโปะได้ยินเช่นนั้นถึงกับชะงักไปในทันที

ไคโตะ : ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งนะ ผมชื่อ อูตะอุ ไคโตะ ส่วนทางนี้เป็นรองประทานชมรม รุ่นพี่กาคูโปะ คิซารากิ

กาคูโปะ : เหอะ - รุ่นพี่แสดงท่าทีไม่พอใจอย่างแรงด้วยการถอนหายใจและสบัดหน้าหนี

ไคโตะ : ซางาระซังก็จะสมัครเข้าชมรมนี้ด้วยหรอ?  ตอนนี้ประธานยังไม่มาน่ะ สนใจจะนั่งคอยไหม?

[ Action Coin ต้องการ 2 ] [ AC : 10/15]
[ ตัวเลือก [ 1 ] นั่งคอย [ 2 ] ปฏิเสธ [ 3 ] ระบุ ... ]


"อ่า งั้นชั้นขอนั่งคอยแล้วกัน" โซสุเกะตอบรับข้อเสนอแล้วมานั่งที่เก้าอี้

"นี่ อูตะอุ ชั้นทำอะไรผิดพลาดไปรึเปล่า จากการคาดการณ์แล้วเมื่อกี้ชั้นทำได้ตามที่ต้องการเลยน่ะ ทำไมถึงโดนโกรธล่ะ" โซสุเกะถามพลางนั่งวิเคราะห์เหตุการณ์เมื่อกี้

"ก็คนๆนั้นบอกให้แสดงออกมา ชั้นก็แสดงแบบเต็มที่แล้วนี่นา มันมีข้อผิดพลาดอะไรตรงไหนกันแน่" โซสุเกะยังคาใจเรื่องที่ กาคูโปะ อารมณ์เสียจากการแสดงของตน

ไคโตะ : อ้อ เป็นการแสดงที่เหมือนจริงมากเลยล่ะ เหมือนกับว่าซางาระเป็นเจ้าหน้าที่จริงๆเลยนะ - ชายหนุ่มตอบ แต่ดูจากอาการและสีหน้าของเขาจะไม่รู้สึกตกใจกับสิ่งที่เห็นไปเมื่อครู่เท่าไหร่

ไคโตะ : แล้วซางาระอยากแสดงพวกหนักแอ็คชั่นหรือพวกบู้หรอ ถึงได้มาที่นี่น่ะ?


"ไม่รู้สิ แค่คิดว่าอยากจะลองอะไรที่มันแปลกใหม่สำหรับตัวเองบ้าง แล้วพวกการแสดงก็น่าจะต้องมีการฝึกร่างกายอยู่มากแน่ๆ" โซสุเกะพูดเหมือนกับว่าการแสดงนั้นต้องใช้พลังงานมากไปหมดแบบที่ตัวเองทำก่อนหน้านี้แหงๆ

"ว่าแต่นายเองก็ดูแล้วท่าทางฝึกฝนร่างกายมาเหมือนกันนิ" โซสุเกะทักขึ้นเพราะเขาสัมผัสได้พอสมควรว่าไคโตะเองก็น่าจะมีความสามารถพอสมควร

"อืม..... ว่าแต่นายพอจะรู้ไหมว่าทำไมคนๆนั้นถึงโกรธล่ะ" โซสุเกะท่าทางจะยังไม่รู้อีกว่าทำไมกาคูโปะถึงโกรธทั้งๆที่สาเหตุมันก็โชว์อยู่เห็นๆ...

ไคโตะ :? ฝึกร่างกาย? - ไคโตะทวนคำอีกครั้งหนึ่งอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะได้ฟังที่ซางาระพูด

ไคโตะ : อ๋อหมายถึงพวกการแสดงฉากบู้น่ะหรอ? ก็นะอาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้

ไคโตะ : ส่วนเรื่องที่รุ่นพี่โกรธก็เพราะอยู่ๆ ซางาระคุงไปทำแบบนั้นเขาก็ต้องโกรธเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว


"หืม แต่คนๆนั้นบอกให้ชั้นแสดงออกมาเองน่ะ ตามความเป็นจริงก็น่าจะเตรียมใจสำหรับการแสดงไว้แล้วนี่นา" โซสุเกะยังคงประมวลผลแบบพิลึกๆต่อไป

"เรื่องนั้นไว้ก่อน แล้วหัวหน้าชมรมที่พูดถึงอยู่ไหนหรือ" โซสุเกะเริ่มเปลี่ยนประเด็นเพราะคิดว่าเรื่องนี้ถ้าคุยคงยืดยาวได้

ไคโตะ : เห็นว่าตอนนี้กำลังไปช่วย ชมรมประสานเสียงอยู่น่ะ อีกซักพักก็คงจะมา สนใจจะอ่านบทนิยายอันไหนมั้ย? - ไคโตะเอ่ยถามตอบกับซางาระ พลางยื่นสมุดสามสี่เล่มให้เขาอ่าน มันคือบทละครของตัวละครแต่ละตัวในเรื่อง '' โรมิโอ้ X จูเลียต ''


"อ่า ขอลองดูหน่อยแล้วกัน" โซสุเกะรับสมุดมาลองอ่านบทละครดู

"........" โซสุเกะตอนนี้เริ่มมีเหงื่อผุดขึ้นมาตามใบหน้า และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

'นี่มันอะไรกันเนี่ย' ท่าทางโซสุเกะจะไม่คุ้นเคยกับบทละครแบบนี้อย่างรุนแรงเลยทีเดียว

"คือว่า.....มัน...แปลกๆน่ะ...เข้าใจยากยังไงไม่รู้ บทพูดที่ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ ใช้ศัพท์ระดับสูงกันแบบนี้" โซสุเกะคงเอาไปเปรียบเทียบกับชีวิตประจำวันปกติแหงๆ

ไคโตะ : คิดอย่างนั้นหรอ? ชั้นว่าบทละครก็ซึ้งกินใจดีออกนะ ถึงโชคชะตาของทั้งสองคนจะต้องถูกพลากจากกันแต่นั่นก็คือความหมายของโชคชะตาทั้งสอง

กาคุโปะ : อูยๆ เหอะ อย่างเจ้าบ้านี่ไม่เข้าใจบทประพันธ์ของท่านประธานหรอ - กาคุโปะพูดแทรกขึ้นทันที


"อ่า ก็ไม่เข้าใจจริงๆนั่นหล่ะ แต่ว่าถ้าได้ศึกษาหน่อยก็ไม่มีปัญหา" โซสุเกะตอบอย่างมั่นใจทั้งๆที่ดูยังไงก็ไม่มีทางรอดแบบเห็น

'อืม นี่การทำงานของสมองเรามันไม่ตรงกับคนอื่นรึไงกันเนี่ย' โซสุเกะเริ่มคิดในใจพร้อมมีเหงื่อผุดออกมาเล็กน้อย

"แล้วม่พวกบทละครอื่นที่คิดว่าชั้นน่าจะเข้าใจได้รึเปล่า ชั้นคิดว่าคงต้องฝึกจากพื้นฐานล่ะน่ะ" โซสุเกะหันไปถามไคโตะเผื่อจะได้เรื่องอะไรขึ้นมาบ้าง

ไคโตะ : นอกจากนี้หรอก ก็เป็นเนื้อเรื่องราวๆนี้แหละ ประธานชมรมของเราเขาชอบบทละคร ยาโอยหรือพวกยูริ เป็นหลักน่ะ - ไคโตะยิ้มแห้งๆ พลางอ่านบทละครที่อยู่ในมือของตัวเองต่อ

ไม่นานนักเสียงประตูก็ถูกเปิดออกปรากฏ หญิงสาวผมยาวสีชมพูด มีรูปร่างเพียวบาง ตัวสูงและที่สำคัญหน้าอกตูมชวนน่าหลงไหลของเธอ พ่วงกับสายตาที่เหมือนกับว่าเย็นชาแต่ก็เดาได้ยากว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่



กาคุโปะ : ลูกะซามะะ!!!! - รุ่นพี่กาคุโปะได้รีบทะหลาเข้าไปหาหญิงสาว ทันใดนั้น กำปั้นตรงก็ได้กระแทกเข้าไปกลางหน้าของกาคุโปะเต็มๆ

ลูกะ : พอซะทีสิ บอกแล้วไงว่าอย่าพุ่งเข้ามาหาแบบนี้น่ะ?

กาคุโปะ : ฮ่าส์ มีฟามสุข คร่อก ...

ไคโตะ : สวัสดีครับ รุ่นพี่ลูกะ - ไคโตะยิ้มแห้งๆให้กับภาพที่เห็นก่อนจะกล่าวทักทาย

ลูกะ : อื้อ สวัสดีจ๊ะ หือ? มีแขกหรอ? - ดูเหมือนว่าเธอจะสังเกตุเห็นคนนั่งข้างๆไคโตะด้วย


"ครับ ซางาระ โซสุเกะ ครับมาดูว่าชมรมการแสดงเป็นยังไงครับ ขอรบกวนด้วยครับ" โซสุเกะยืนตรงแล้วแนะนำตัวอย่างเป็นทางการแบบสุดๆ

"ก่อนหน้านี้นี้คนๆนั้นให้ผมได้ลองแสดงออกมาแต่ยังไม่ได้บอกผลสรุปว่าเหมาะจะเข้าชมรมหรือไม่ครับ" โซสุเกะมองไปทางกาคูโปะพร้อมรายงานเหตุการณ์ก่อนหน้านี้

ลูกะ : ยินดีที่ได้รู้จัก เมกุริเน่ ลูกะ อยู่ปีสามคลาส C ... - เธอยื่นมือไปจับเป็นมารายาทก่อนจะมองมาที่กาคุโปะ

ลูกะ : เห? กาคุโปะลองให้แสดงอย่างงั้นหรอ? ไหนลองแสดงใหม่อีกรอบได้รึเปล่า ชั้นก็อยากเห็นเหมือนกันน่ะ - ลูกะขอร้องพลางยิ้มหน้านิ่งๆนั้น

กาคุโปะ : เหะ?


"รับทราบ" โซสุเกะตอบรับแบบนิ่งๆพร้อมเดินตรงดิ่งไปหากาคูโปะ

"หยุด!!! ถ้าแกยังอยากมีชีวิตอยู่ก็ปลดอาวุธของตัวเองซะไม่งั้นชั้นไม่รับประกันความปลอดภัยของแกแน่" โซสุเกะจับแขนกาคูโปะล็อคไขว้หลังไว้พร้อมหยิบปืนมาจ่อหัวไว้แบบเดิมเป๊ะ พร้อมแสดงสีหน้าที่ดุดันและโหดมากกว่ารอบแรกออกมา รอบนี้โซสุเกะท่าทางจะทำหนักมือกว่ารอบที่แล้วเพราะกลัวขาดความสมจริงในการแสดง!!!

"ถ้าแกปฏิบัติตัวอย่างว่าง่ายก็ไม่ต้องห่วง ทางเราปฏิบัติต่อเชลยดีอยู่แล้ว แต่ถ้ายังขัดขืน..." โซสุเกะทำท่าเหมือนจะเหนี่ยวไกให้เห็นขู่ไม่ให้ทำอะไรแปลกๆแต่คราวนี้เหมือนอยู่ในสถานการณ์จริงหนักกว่าอีกถึงขั้นมีจิตสังหารออกมาหน่อยๆ

"เป็นยังไงบ้างคร้บ" โซสุเกะหันมาถามลูกะแต่มือยังล็อคและเอาปืนจ่อหัวกาคูโปะทั้งอย่างนั้น
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 23-5-2019 16:13 , Processed in 0.184555 second(s), 23 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้