Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: tesstrossa

[Play] Role play : Magister Magicka

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 18-1-2013 23:50:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 19-1-2013 02:29



- เข้าไปดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ควอเร่ไม่พูดอะไรแต่รีบพุ่งออกจากเต็นท์มาดูสถานการณ์ข้างนอกทัน

"เกิดอะไรขึ้น" ควอเร่ถามสถานการณ์จากคนบริเวณนั้นดู

ชิโระ เฮบิ : อะ- เอ๋ ?! ควอเร่ซัง !!

เด็กสาวได้คว้าไม้คธาของตนขึ้นก่อนที่จะได้วิ่งตามควอเร่มาติดๆ

-:- ที่ด้านหน้าทางลงดันเจี้ยนเมือง Lostlan

ภาพที่ควอเร่ได้เห็นคือร่างของจอมเวทย์หลายคนที่เขาเคยเห็นผ่านๆตาตอนขึ้นมากำลังค่อยๆหายไปกับแสงประหลาดบางอย่าง ร่างกายของพวกเขาได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยโดยทิ้งไว้แค่เสื้อผ้าและเครื่องสวมใส่เท่านั้น !!

ฉึบ . . . เสียงเสื้อผ้าที่ถูกเหยียบสไลด์ออกไปข้างทางได้ดังขึ้นเบาๆใกล้ๆกับจุดที่ควอเร่ยืนอยู่ เมื่อชายหนุ่มได้เหลียวกลับไปมองนั้นเขาก็พบกับเด็กหนุ่มคนนึงที่กำลังยืนกุมหัวในท่าคล้ายๆกับเขาที่ด้านหน้าทางลงดันเจี้ยนนั่น !!



? ? ? : เฮ้อๆ เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะเนี่ย ? ทำไมมีแต่พวกจอมเวทย์ที่ดูท่าทางอ่อนแอแบบนี้เต็มไปหมด . . .

เขาได้ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาอย่างช้าๆก่อนที่จะได้มาพบกับควอเร่และเฮบิที่ยืนอยู่เพียงสองคนเท่านั้นในรอบบริเวณนี้ !!

เด็กหนุ่มได้แสยะยิ้มออกมาเล็กๆก่อนที่ดวงตาของเขาจะได้เปลี่ยนจากสีแดงสดเป็นดวงตาที่เต็มไปด้วยวงแหวนเวทย์แทน !!

- หนีออกจากการต่อสู้
- เข้าต่อสู้ ( คนเดียว , ร่วมกับเฮบิ )


- เข้าต่อสู้ (ให้เฮบิถอยออกไป)

"หลบไปก่อนน่ะครับ ถ้าเกิดอะไรขึ้นหนีไปก่อนเลย" ควอเร่บอกเฮบิไว้แล้วตั้งท่าเตรียมไว้

'อึ้ก.... เรียกเคียวออกมาไม่ได้อีกแล้ว ต้องเตรียมตัวไว้ก่อนอยู่ดีล่ะน่ะ' ท่าทางควอเร่กำลังเจอปัญหาอีกครั้ง แต่ก็ตั้งสมาธิไว้

Cast Mental Up

"คุณต้องการอะไรครับ แล้วทำไมถึงต้องทำร้ายคนที่อยู่ที่นี่ด้วย" ควอเร่ลองถามดูก่อนเผื่ออีกฝ่ายจะยอมคุยด้วย ถ่วงเวลาเผื่อเรียกเคียวออกมาได้

" Mental Up , ค่า Destructing = ∆∆∆∆∆ + ∆∆ "

เด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ได้ตอบอะไรกลับมาพลางได้หยีตาลงอย่างช้าๆก่อนที่ห้วงมิติประหลาดจะปรากฏขึ้นมาที่ตัวของควอเร่และทำท่าจะกลืนกินชายหนุ่มเข้าไป !!

เปรี๊ยะ !! มิตินั่นได้ค้างอยู่กับที่พร้อมๆกับร่างของเด็กหนุ่มตรงหน้าที่แข็งเป็นผลึกน้ำแข็งไปเสียแล้ว !!

? ? ? : ยืนทำอะไรอยู่น่ะ . . .

เสียงนิ่งๆของผู้หญิงคนนึงได้ดังขึ้นข้างๆกับควอเร่ เมื่อชายหนุ่มได้หันมานั้น !! ก็พบว่าเขามองไม่เห็นใครเลยแม้แต่น้อย . . . จนเขาได้ก้มลงมองที่ข้างๆตัวเขาก็ได้พบกับเด็กสาวคนนึงที่สูงเลยสะเอวเขามานิดเดียว . . .



? ? ? : นั่นคืออินคิวเบเตอร์ . . . เป็นสิ่งมีชีวิตที่เป็นศัตรูกับจอมเวทย์ฝั่งนี้ . . .

เมื่อเด็กสาวเอ่ยจบเธอก็ได้ดีดนิ้วออกทำให้น้ำแข็งที่แช่แข็งตัวของเด็กหนุ่มด้านหน้าและร่างกายของเขาแตกกระจายออกไปตามเศษน้ำแข็งที่ค่อยๆร้าวออกมา

ฟุ้บ !! เสียงการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วได้ผ่านหูของทั้งสองไปอย่างรวดเร็วก่อนที่ร่างของเด็กหนุ่มที่เพิ่งจะแตกสลายออกไปเมื่อครู่นั้นจะหยุดลงที่ด้านหลังของทั้งสองในระยะแนบเนื้อ !!

เด็กหนุ่ม : ใจร้ายจังเลยนะครับ . . . ทั้งๆที่ผมเป็นจอมเวทย์เหมือนกันแท้ๆ !!

มิติประหลาดได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง !! ก่อนที่มันจะพยายามดูดทั้งสองเข้าไปด้วยพลังอันมหาศาล !!

เปรี๊ยะ !! ในจังหวะเดียวกันนั้นเคียวของควอเร่ก็ได้ปรากฏออกมาดื้อๆพร้อมกับปิดมิตินั้นลงไปชั่วขณะ !! ทำให้ทั้งสองมีโอกาศที่จะหลบออกมาได้เสียก่อนที่เด็กหนุ่มคนนั้นจะโจมตีมาอีกรอบ !!

เด็กหนุ่ม : . . . คุณเป็นใครกันแน่

เขาได้มองมาทางควอเร่อย่างประหลาดใจที่เวทย์มิติของเขานั้นใช้ไม่ได้ผลเสียดื้อๆแบบนั้น


"ควอเร่ กอร์ดอน" ถามมาควอเร่ก็ตอบให้ตามขอ พร้อมตั้งท่าพร้อมสู้

Cast Darkball

ควอเร่ยังไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไรแต่เขาก็ปล่อยลูกบอลพลังสีดำเข้าใส่ทันที พร้อมผละตัวเข้าพุ่งโจมตีด้วยเคียวจากอีกทาง แนวเคียวที่ควอเร่กวาดไปตอนนี้ เกิดรอยแยกมิติเป็นเส้นเล็กๆตลอดโดยไม่รู้ตัว

ซูมมม !! เวทย์มนต์ของควอเร่ได้ซัดลงที่กลางตัวของเด็กหนุ่มตรงหน้าจนร่างกายของเขาทะลุออกไปจนเห็นช่องว่างใหญ่กลางตัวอย่างชัดเจน !! ร่างของเด็กหนุ่มได้ค่อยๆทรุดลงกับพื้นก่อนที่จะหมดลมหายใจไป . . .

ควับ !! ยังไม่ทันทีสายตาของควอเร่จะละมาจากร่างที่แน่นิ่งนั่นร่างของเด็กหนุ่มก็ได้ปรากฏตัวขึ้นอีกจุดหนึ่งด้วยสภาพปกติของเขา

แต่ . . . ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรนั้นร่างของเขาก็ถูกจับแช่แข็งไว้อีกครั้ง . . .

? ? ? : เหลืออีก 2 ตัว . . .

เด็กสาวได้พูดออกมาเบาๆพร้อมกับระเบิดน้ำแข็งที่แช่แข็งตัวของเด็กหนุ่มคนนั้นจนร่างของเด็กหนุ่มคนนั้นกระจายออกไปอีกครั้ง

ฟุ้บ !! เวทย์มนต์บางอย่างได้พุ่งเข้าโจมตีควอเร่และเด็กสาวปริศนาจากด้านหลังเข้าอย่างจัง !!

" Dmg , Hp ลดลงเล็กน้อย . . . "

สำหรับควอเร่แล้วการโจมตีเมื่อครู่นั้นไม่ได้ทำอันตรายอะไรเขานัก แต่ทางด้านเด็กสาวข้างๆเขานั้นกลับนอนแน่นิ่งกับพื้นไปเสียแล้ว . . .

ชิโระ เฮบิ : คุณควอเร่ !!

ฟุ้บ !! เวทย์มนต์บางอย่างได้ถูกร่ายลงเสริมที่ตัวของควอเร่ !! ตอนนี้บรรยากาศรอบๆตัวของเขานั้นมันกำลังเคลื่อนที่ช้าลงไปกว่าเดิมเล็กน้อย !!

Battle stat :
" Mental Up , ค่า Destructing = ∆∆∆∆∆ + ∆∆ "
" Stagnation , ทำให้เวลารอบๆตัวเคลื่อนที่ช้าลง "

ร่างของเด็กหนุ่มปริศนาทั้งสองคนได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกันจากด้านข้างของควอเร่ก่อนที่เวทย์มนต์ในฝ่ามือของทั้งสองจะได้เคลื่อนเข้าหาชายหนุ่มอย่างเชื่องช้า . . .


'ระ รอบตัวเราช้าลง ถ้าอย่างนั้นก็...!!' ควอเร่ตั้งสติได้แล้วเริ่มสวนกลับทันที

Cast Dark Ball

ควอเร่ยิงบอลพลังสีดำไปที่เด็กหนุ่มคนนึง ส่วนอีกคนควอเร่วิ่งอ้อมหลบแนวยิงของเวทย์ แล้วเหมือนควอเร่จะจำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเคียวได้ เขาได้ตั้งท่าขึ้นแล้วตวัดเคียวจนเกิดเป็นคมคลื่นพลังมิติขนาดเล็กพุ่งเข้าใส่เด็กหนุ่มอีกคน

เวทย์มนต์ของควอเร่ที่ยิงออกไปนั้นได้ถูกผลของห้วงเวลาที่ช้าลงทำให้ความรุนแรงของมันลดลงไปด้วย แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ปัญหาสำหรับควอเร่อยู่ดี . . .

ภาพทั้งหมดได้กลับมาเป็นปกติอีกครั้งพร้อมกับร่างของเด็กหนุ่มสองคนที่กองลงไปแน่นิ่งกับพื้น แต่ร่างของผู้คนที่หายไปนั้นก็ไม่ได้หวนกลับคืนมาแต่อย่างใด

ชิโระ เฮบิ : คะ- ควอเร่ซัง . . . พวกนี้มันตัวอะไรกันน่ะคะ ? ทำไมไม่มีเลือดเนื้อเลย

เด็กสาวได้เอาไม้เท้าของเธอเขี่ยร่างที่ตายซากของเด็กหนุ่มเบาๆ เมื่อควอเร่ได้สำรวจนั้นก็พบว่ามันเป็นแค่สิ่งนุ่มๆบางๆที่เหมือนนุ่นเท่านั้น . . .

ในขณะเดียวกันร่างของเด็กสาวปริศนาอีกคนก็ยังนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น . . .


"ไม่เป็นไรน่ะครับ" ควอเร่รีบเข้าไปเช็คอาการของเด็กสาวที่นอนนิ่งไปแล้ว

"คุณเฮบิช่วยมาตรงนี้หน่อยครับ" ควอเร่เรียกให้เฮบิมาช่วยดูอาการเด็กสาวคนนี้

ชิโระ เฮบิ : อะ- คะ ค่า !!

เฮบิได้รีบวิ่งมาทางควอเร่ก่อนที่จะได้ดูอาการเบื้องต้นของเด็กสาวอีกคน

ชิโระ เฮบิ : คงไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ นอนพักซักคืนน่าจะฟื้นขึ้นมาแล้ว เราคิดว่าเธอคงเป็นพวกจอมเวทย์ที่มีพลังป้องกันต่ำจึงทำให้ได้รับผลจากการโจมตีแบบเต็มๆจึงทำให้สลบไปในการต่อสู้เมื่อกี้นี้น่ะค่ะ

เธอได้อธิบายขึ้นก่อนที่จะให้ควอเร่เป็นคนอุ้มเด็กสาวคนนั้นกลับกันมาที่เตนท์

ชิโระ เฮบิ : ยาชิโระซัง เราว่าที่นี่อยู่ไม่ได้แล้วล่ะค่ะ พักนี้ข่าวแปลกๆของสถานที่แห่งนี้ยิ่งมีบ่อยๆอยู่ด้วย

เด็กสาวได้รีบบอกยาชิโระที่กำลังเตรียมอาหารอยู่ที่เตนท์ให้เก็บข้าวของเผ่นกันแต่เนิ่นๆเสียตอนนี้

นากาอิ ยาชิโระ : อะ- เอ๋ ? ค- ครับ !!

ชายหนุ่มได้ทำท่าทางสงสัยเล็กน้อยแต่เขาก็ได้รีบเก็บเตนท์และอุปกรณ์พลางกับแบ่งเก็บอาหารใส่ภาชนะทันที

นากาอิ ยาชิโระ : ว่าแต่เราจะไปที่ไหนกันเหรอครับ ?

เขาได้ถามขึ้นก่อนที่จะได้ถือกระเป๋าขึ้นหนึ่งใบ ซึ่งกระเป๋า(โดราเอม่อน)ใบนั้นได้เก็บอุปกรณ์ต่างๆเข้าไปทั้งหมดเลย !!

ชิโระ เฮบิ : ที่ Ymrdil ค่ะ ยังไงที่นั่นก็เป็นจุดหมายต่อไปของควอเร่ซังด้วย อีกอย่างมิโกะที่นั่นก็มีพลังอยู่ระดับนึง เราคิดว่าน่าจะปลอดภัยที่สุดในตอนนี้นะ

เด็กสาวได้ตอบขึ้นก่อนที่ทั้งหมดจะได้ออกเดินทางไปพร้อมๆกันทันที

-:- ตัดมายังช่วงเย็น

หลังจากที่ออกเดินทางกันมาได้ซักพักเวลาก็ได้เลยผ่านไปช่วงเย็นแล้ว ยังดีที่ตอนนี้พวกควอเร่ได้เดินทางผ่านจุดลำธารมาได้ระดับนึงแล้วพวกเขาจึงน่าจะวางใจช่วงกลางคืนได้ระดับนึง

นากาอิ ยาชิโระ : วันนี้คงต้องพักกันแถวนี้ก่อนแล้วกันนะครับ

ชายหนุ่มได้เอ่ยขึ้นก่อนที่จะเปิดกระเป๋า(โดราเอม่อน)ของเขาออกและกางเตนท์ขึ้นอีกครั้งนึงบริเวณนี้

ตอนนี้ควอเร่เองน่าจะมีเวลาว่างซักพักก่อนที่จะถึงช่วงกลางคืน


"ถ้าอย่างนั้นมีอะไรให้ช่วยไหมครับ" ควอเร่ลองถามยาชิโระดูเผื่อเขาจะช่วยอะไรได้

"คุณเฮบิครับ อาการคนๆนั้นเป็นยังไงบ้างครับ" ก่อนฟังคำตอบจากยาชิโระ ควอเร่หันไปถามเฮบิที่เขาฝากให้ช่วยดูอาการของเด็กสาวคนนั้น

ชิโระ เฮบิ : คิดว่าเขาไม่น่าจะเป็นอะไรแล้วนะคะ แค่ยังไม่ฟื้นตัวขึ้นมาแค่นั้นเอง ซักพรุ่งนี้เช้าเขาน่าจะตื่นขึ้นมาแล้วล่ะค่ะ

เด็กสาวได้บอกกับควอเร่ก่อนที่จะได้ค่อยๆพยุงตัวของเด็กสาวปริศนาไปไว้ในเตนท์เสียก่อน

นากาอิ ยาชิโระ : เอ . . . ผมเองคงไม่มีอะไรให้ช่วยหรอกครับ แต่ถ้าช่วยตรวจสอบสถานที่รอบๆที่พักเพื่อความปลอดภัยได้จะดีมากเลยล่ะครับ

ชายหนุ่มได้บอกควอเร่ขึ้นเมื่อได้ยินควอเร่ถามเขาเช่นนั้น


"เข้าใจแล้วครับ" ควอเร่ตอบรับพร้อมออกสำรวจบริเวณรอบๆทันที

'หวังว่าคงไม่มีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นอีกน่ะ' ควอเร่เดินสำรวจไปรอบๆพร้อมคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ดูท่าทางตอนนี้อาการปวดหัวของเขาจะหายไปแล้ว

'ว่าแต่พวกตัวเมื่อตอนกลางวันนี่มันอะไรกันแน่น่ะ'

ระหว่างที่ควอเร่กำลังเดินสำรวจอยู่นั่นเองเขาก็ได้พบกับกวางป่าจำนวน 1 ตัว ดูเหมือนว่ามันจะออกอาการตื่นเมื่อเจอเขาและพุ่งใส่ชายหนุ่มทันที !!



Dmg , Hp ลดลงเล็กน้อย


'อึ้ก.....' ควอเร่ผละตัวทิ้งระยะออกมา

'ท่าทางมันกำลังกลัวเฉยๆละมั้ง' ควอเร่พยายามแสดงทีท่าไม่เป็นศัตรู ค่อยๆขยับเข้าหากวางป่าตัวนั้น

"ไม่เป็นไรน่ะ ไม่เป็นไร" ควอเร่พยายามพูดด้วยเสียงนุ่มนวลกับกวางป่าตัวนั้น

กวางป่าตนนั้นได้ตกใจหนักกว่าเดิมเมื่อควอเร่ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นจนมันเปลี่ยนทิศทางวิ่งหนีกลับไปทางด้านหลังแทน . . .

จากทีเดินดูรอบๆแล้วควอเร่ไม่พบสิ่งผิดปกติอะไรในป่านี้ เขาคงจะสามารถกลับไปยังที่เตนท์อย่างวางใจได้แล้ว


'หนีไปซะแล้ว..... ไม่เป็นไร' ควอเร่เห็นว่าไม่มีอะไรแล้วก็เดินกลับเต็นท์

"บริเวณโดยรอบก็ปลอดภัยดีครับ" ควอเร่รายงานให้ยาชิโระฟังก่อนจะหาจุดนั่งพัก

"พอจะมีอะไรให้ทำ หรือให้อ่านไหมครับ" เพราะว่ายังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่เลยควอเร่เลยคิดว่าหาข้อมูลไว้บ้างน่าจะดี

นากาอิ ยาชิโระ : ขอบคุณมากนะครับ

ชายหนุ่มได้กล่าวขอบคุณควอเร่ก่อนที่จะได้รับฟังควอเร่ที่นั่งลงใกล้ๆกับเขา

นากาอิ ยาชิโระ : อืม ? คุณควอเร่ชอบหนังสือแบบไหนล่ะครับ ? ผมพอจะมีหนังสือเก็บของเฮบิจังอยู่บ้าง

ยาชิโระได้ถามขึ้นถึงประเภทหนังสือที่ควอเร่ต้องการในตอนนี้


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 19-1-2013 02:16:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Blue_Moon เมื่อ 2-2-2013 12:47



แอลบิเทร่าไปหลบใต้ต้นไม้ใหญ่แถวๆนั้น

-:- Use Skill :: Dark Ball > Double Accel > Dark Ball + Dark Ball > Double Accel > Dark Ball

หญิงสาวยิงลูกบอลสีดำใส่พวกมอนสเตอร์ที่อยู่บนท้องฟ้าจากด้านล่าง

" Mp ลดลงเหลือปานกลาง " Caution " "

ซูม !! ลูกบอลเวทย์มนต์ของแอลบิเทร่าได้โจมตีใส่ปีศาจพวกนั้นจนมีบางตัวได้ร่วงลงไปตามการโจมตีของหญิงสาว แต่พวกที่เหลืออยู่ก็ยังไม่ลดละ !! ทั้งยังเข้ามารุมต่อยแอลบิเทร่าด้วยเหล็กในของพวกมันในระยะใกล้ทันที !!

Monster : 2 ตัว

" Dmg , Hp ลดลงเล็กน้อย "

" แอลบิเทร่า : ติดสถานะตัวบวมชั่วขณะ "

เมื่อแอลบิเทร่าได้สังเกตุจุดที่พวกมันต่อยลงบนตัวของเธอแล้ว หญิงสาวก็พบว่ามันบวมขึ้นมาดูน่าเกลียดขึ้นมาก . . . แถมยังบวดแสบปวดร้อนฟกช้ำดำเขียว เหมือนอาการคนต้องการแซมบั้กด้วย . . . ถ้าโดนต่อยเข้าที่ใบหน้าเธอคงไม่สามารถเข้าเมืองได้แน่ๆ . . .


" ข้าว . . . ใครจะพรากข้าวไปจากเรามันต้อง ตาย !!!! "

แอลบิเทร่า กำหมัดซัดใส่หัวมอนส์เตอร์ตัวหนึ่ง แล้วนำเหล็กในที่ก้นไปแทงอีกตัวทันที จากนั้นก็จับหัวของมอนส์เตอร์ตัวแรกที่โดนกำปั้นของเธอแล้วร่ายเวทย์ยิงต่อเนื่องใส่มอนส์เตอร์ในระยะประชิด

-:- Use Skill :: Dark Ball > Double Accel > Dark Ball

แอลบิเทร่า หลังจากปล่อยลูกบอลสีดำใส่หัวของมอนส์เตอร์ แล้วซัดก็ด้วยหมัดต่อใส่อีกตัวในทันที
หญิงสาวป่าเถื่อนใช้กำลังกดมอนส์เตอร์ลงไปติดดิน แล้วขึ้นค่อมไปด้านบนแล้วซัดกำปั้นลงไปอย่างต่อเนื่อง

-:- Use Skill :: Dark Ball > Double Accel > Dark Ball

ปีศาจที่ได้บุกเข้าโจมตี(?)หญิงสาวในตอนแรกต่างล้มตายข้างทางกันหมดราวกับว่าพวกมันเป็นแค่แมลงตัวเล็กๆเท่านั้น จนทำให้หญิงสาวเองจับสัมผัสสิ่งมีชีวิตอื่นแถวๆนี้ไม่ได้อีกเลยหลังจากการต่อสู้จบลง . . .

ดูเหมือนว่าพวกมอนสเตอร์เมื่อครู่นี้ท่าทางจะมีส่วนที่เป็นเนื้อหนังอยู่บ้างเช่นกัน . . . จะใช้เป็นวัตถุดิบได้รึเปล่านะ ?

- ลองเอามาประกอบอาหาร โดยการ ( ระบุ )
- เข้าเมืองเพื่อหาอะไรกินน่าจะปลอดภัยกว่า
- อื่นๆโปรดระบุ


- เข้าเมืองเพื่อหาอะไรกินน่าจะปลอดภัยกว่า

แอลบิเทร่าแล่เนื้อส่วนที่น่าจะกินได้ออกมา แล้วเก็บเอาไว้ก่อนที่จะเดินทางเข้าไปยังในเมืองเพื่อหาอะไรใส่ในท้อง

" Stamina - 2 "

-:- ย้ายมายัง Wetrand

-:- ตัดมายังช่วงเย็น

หลังจากที่ตะวันตกดินไปได้ไม่นานนักแอลบิเทร่าก็ได้หอบร่างอันหิวโซพร้อมกับเนื้อดิบอีกจำนวนนึงของมอนสเตอร์ที่เธอล่า(?)มาได้เข้ามายังในตัวเมืองอย่างไม่มีปัญหาอะไร(?)

- หาที่พักก่อน
- หาร้านอาหารก่อน
- หาสถานีตำรวจก่อน
- อื่นๆโปรดระบุ


- หาร้านอาหารก่อน

แอลบิเทร่าค่อยๆลากสังขารไปตามท้องถนนเพื่อหาร้านอาหารในเมือง
หรือไม่ก็ร้านค้าที่น่าจะนำเนื้อนี้ไปขายได้

" Stamina - 2 "

-:- ย้ายมายังร้านอาหาร Wetrand



ไม่นานนักแอลบิเทร่าก็พบกับร้านที่น่าจะเป็นร้านอาหารแห่งนึงใกล้ๆกับท่าเรือของเมืองเข้า !! คืนนี้เธอคงจะไม่ต้องหิ้วท้องโล่งๆกับอากาศอีกต่อไปแล้ว !!

ไม่นานนักก็ได้มีพนักงานภายในร้านนำออเดอร์มาให้กับหญิงสาว เมื่อเธอได้มองผ่านๆแล้วก็พบว่ามีแต่เมนูซีฟู้ดทั้งนั้นรวมทั้งยังเหมือนว่ากุ้งที่เธอกินเข้าไปเมื่อวานจะเป็นเมนูหลักของร้านซะด้วย . . .


' . . . . กุ้ง . . . อีกแล้วหรอ . . . '
แอลบิเทร่าแอบคิดในใจเล็กๆ
' อย่างน้อยก็ยังดีกว่าอดข้าวอีกละนะ . . . '

" เอาเป็น . . . กุ้งอบชีส 1 ที่ก็แล้วกันค่ะ . . ." แอลบิเทร่าสั่งอาหารกับพนักงาน

หลังจากที่ได้สั่งออเดอร์ไปซักพัก กุ้งอบชีสของเธอก็ได้มาเสิร์ฟลงที่โต๊ะแถมกุ้งที่มาเสิร์ฟยังดูเหมือนตัวที่เธอจับกินไปก่อนหน้านี้ยังกับจับมาจากคลองเดียวกันเลยทีเดียว



- ทานอาหารอย่างสงบ
- ถามพนักงานเกี่ยวกับกุ้ง


- ทานอาหารอย่างสงบ

แอลบิเทร่าค่อยๆทานโดยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
' กุ้งที่ไหนๆก็หน้าตาเหมือนกันหละมั้ง . . . ' แอลบิเทร่าคิดอยู่ในใจ ' ยังไงมันก็กินได้หละนะ . . . '

แอลบิเทร่าค่อยๆทานต่อไปเรื่อยๆอย่างไม่เร่งรีบนัก

" Stamina + 2 , immunity + 2 "

หลังจากที่แอลบิเทร่าได้ทานอาหารอย่างสงบสุข(จริงๆ)ซักมื้อแล้วเธอก็ได้ออกมาจากร้านและเข้ามายังบริเวณของตัวเมือง

-:- ย้ายมายังย่านกลางเมือง Wetrand



รอบๆกลางตัวเมืองนั้นมีผู้คนพลุ่งพล่านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเหล่าจอมเวทย์วัยรุ่นมือใหม่ทั้งหลายที่ได้จับกลุ่มกันเต็มไปหมด


แอลบิเทร่ามองไปรอบๆตัว

' มีแต่คนอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเต็มไปหมด . . . แล้วเราอะ '
แอลบิเทร่ารีบเดินหนีไปจากภาพอันน่าเจ็บใจนั้น

หญิงสาวเดินไปตามท้องถนนเพื่อหาที่พัก หรือไม่ก็ สถานที่ๆจะเรียนเวทย์มนต์ ภายในเมือง

-:- เข้าสู่ช่วงกลางคืน

" Stamina - 2 "

หลังจากที่สาวน้อยผู้โดดเดี่ยวได้เดินออกมาจากกลุ่มคนซักพักเธอก็ได้พบกับสิ่งก่อสร้างแห่งนึงที่ดูเหมือนจะเป็นโรงเรียน(?)ของเมืองนี้



" ใหญ่ชะมัด . . . "

หญิงสาวมาหยุดอยู่ที่หน้าประตู ของสิ่งก่อสร้างบางอย่าง

' เวลาแบบนี้จะมีคนอยู่หรอ . . . เอาไว้ค่อยมาอีกทีพรุ่งนี้ดีมั้ยนะ . . . แล้วถ้ากลับตอนนี้จะไปนอนที่ไหนหว่า . . . '

แอลบิเทร่าลองเปิดประตูเข้าไปข้างใน เพราะคาดว่าจะนอนด้านในได้

เมื่อหญิงสาวได้หอบร่างสุดโทรมโสดๆเข้ามาในสถานที่นี้ตามลำพังก็พบว่าด้านในมีพรมปูยาวให้เธอได้สามารถนอนได้ . . .

แต่ก่อนที่เธอจะได้ล้มตัวลงไปนอนที่พรมด้านหน้านั่นก็ได้มีหยิงสาวคนนึงเข้ามาทักเธอขึ้นเสียก่อน



? ? ? : สวัสดีค่ะ ? มีอะไรให้ช่วยรึเปล่าคะ ?


แอลบิเทร่ามองหญิงสาวกลับไปด้วยสายตาเบลอๆตามแบบคนง่วงนอน

" . . . . ที่นี้คือที่ไหนค่ะ . . . แล้วมีที่ให้นอนมั้ย ? ? ? " หญิงสาวถามกลับไปด้วยน้ำเสียงแสดงความง่วงนอน

ห้ามต่อ !!! โปรดดองไว้เป็นเวลา 1ปี
โพสต์ 19-1-2013 02:31:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 12-2-2013 19:30



"ก็อะไรก็ได้มั้งครับ งั้นเอาเป็นพวกที่เกี่ยวกับเวทย์มนตร์พื้นฐานให้หน่อยได้ไหมครับ พอดีผมยังไม่รู้เลยว่าเวทย์มนตร์มันคืออะไรยังไงกันแน่" และแล้วควอเร่ก็จะได้ศึกษาเกี่ยวกับเวทย์มนตร์สักที.....รึเปล่า?

"รบกวนด้วยน่ะครับ"

นากาอิ ยาชิโระ : เอ๋ ? ได้ครับ . . .

ชายหนุ่มได้ทำท่าสงสัยเล็กน้อยเพราะข่าวลือของควอเร่ที่น่าจะมีฝีมืออยู่ระดับนึง(?)ได้มาขอหนังสือเบสิคแบบนี้ ก่อนที่เขาจะได้ค่อยๆส่งหนังสือเล่มนึงให้กับควอเร่

หลังจากที่ควอเร่ได้อ่านหนังสือนั้นผ่านๆก็จับใจความได้ว่าเวทย์มนต์ของโลกใบนี้นั้นเป็นเหมือนกับศาสตร์พลังแขนงหนึ่งซึ่งเกิดจากพลังของผู้ใช้เองรวมกับธรรมชาติรอบๆตัวของผู้ใช้ นอกจากนี้แล้วควอเร่ยังพบว่ายังมีการใช้เวทย์มนต์แบบอื่นๆนอกจากการร่ายคาถาและโจมตีออกไปธรรมดาๆด้วยเช่นกัน ชายหนุ่มน่าจะหาคำตอบได้มากกว่านี้ถ้าหากเข้าไปที่เมือง Clina ด้วยตนเอง

-:- ตัดสู่ช่วงกลางคืน

ทางด้านเฮบิเองนั้นเหมือนว่าจะยังนั่งอยู่ในเตนท์กับเด็กสาวปริศนาที่ปรากฏออกมาเมื่อเช้านี้จนถึงช่วงค่ำ ไม่นานนักเธอก็ได้ออกมาที่ด้านนอกและนั่งตุ้บลงข้างๆกับชายหนุ่มทั้งสองที่ด้านนอกเตนท์พักของพวกเขา

ชิโระ เฮบิ : เด็กคนนั้นท่าทางจะไม่เป็นอะไรแล้วนะคะ พลังเวทย์ก็ปกติดีแล้วด้วยล่ะ

เฮบิได้อธิบายอาการของเด็กสาวปริศนาขึ้นคร่าวๆ

นากาอิ ยาชิโระ : ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ทานอะไรกันก่อนแล้วกันนะครับ พรุ่งนี้เช้ายังต้องเดินทางกันอีกไกลเลย

ยาชิโระได้ตักบะหมี่ใส่ชามก่อนที่จะได้ยื่นให้กับควอเร่และเฮบิได้ทานกัน

จากที่ฟังบทสนทนาแล้วพวกเฮบิน่าจะเริ่มออกเดินทางกันแต่เช้าตรู่ของวันรุ่งเลย


"ขอบคุณครับ" ควอเร่รับชามบะหมี่มาและเริ่มทานพร้อมฟังบทสนทนาไปด้วย

"ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวคืนนี้ผมช่วยเฝ้าเวรให้แล้วกันน่ะครับ เผื่อว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น" ควอเร่เสนอตัวช่วยเฝ้าเวรให้ในตอนที่ทุกคนนอนขึ้นมา

นากาอิ ยาชิโระ : ถ้าอย่างนั้นก็ต้องรบกวนด้วยนะครับ

ยาชิโระได้กล่าวขอบคุณควอเร่พลางเก็บของรอบๆตัวเข้ากระเป๋า

ชิโระ เฮบิ : จะให้เราผลัดเวรด้วยก็ได้นะคะ ควอเร่ซัง พอดีว่ายาชิโระเองเขาไม่ใช่จอมเวทย์เราเลยคิดว่าให้คนที่พอจะทำการต่อสู้ได้ดูลาดราวไว้ดีกว่า

เด็กสาวได้อธิบายขึ้นก่อนที่จะได้มานั่งจุ้มปุ้กข้างๆควอเร่อีกรอบ ในขณะที่ยาชิโระที่ได้เก็บของเสร็จแล้วก็ได้เข้าไปยังด้านในเตนท์พัก

ชิโระ เฮบิ : นี่ๆคุณควอเร่มาทำอะไรที่โลกนี้เหรอคะ ?

เด็กสาวได้ถามขึ้นด้วยสีหน้ากวนๆอย่างอยากรู้อยากเห็น


"ไม่รู้สิครับ..... ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมาจากที่ไหนกันแน่เลย" ควอเร่ตอบพร้อมมองท้องฟ้ายามค่ำแบบเหม่อๆ

"แต่ถ้าได้ลองเดินทางไปเรื่อยๆก็อาจจะจำอะไรขึ้นมาได้บ้างมั้งครับ"

ชิโระ เฮบิ : เอ๋ ? ควอเร่ซังไม่ได้อยู่ในดันเจี้ยนนั้นหรอกเหรอคะ ?

เด็กสาวถามคำถามที่มันไม่น่าจะเป็นไปได้ออกมาก่อนที่จะนั่งเหม่อข้างๆไปด้วยเช่นกัน

ชิโระ เฮบิ : ที่เมือง Clina มีเทคโนโลยีใหม่ๆอยู่เสมอๆเลยล่ะค่ะ ถ้ายังไงมันอาจจะช่วยฟื้นความทรงจำให้ควอเร่ซังได้นะ

เฮบิได้แนะนำขึ้นอย่างไม่แน่ใจเท่าไรนักก่อนที่เธอจะได้นั่งหลับอยู่ข้างๆกับควอเร่แบบนั้น

-:- วันที่ 2

-:- ตัดมายังช่วงเช้า

ไม่นานนักพระอาทิตย์ก็ได้ขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง เช้านี้ได้มีหมอกลงเล็กๆทำให้สภาพทางเดินค่อนข้างทึบเล็กน้อย

หลังจากเวลาผ่านไปซักพักนึงทั้งหมดก็ได้เก็บของเตรียมที่จะออกเดินทางกันแล้วในตอนนี้ รวมทั้งเด็กสาวคนเมื่อวานนั้นก็ได้ตื่นขึ้นมาแล้วด้วยเช่นกัน

? ? ? : อรุณสวัสดิ์ . . .

เธอได้กล่าวทักทายควอเร่ด้วยน้ำเสียงนิ่งๆของเธอ


"ฟื้นแล้วสิน่ะครับ เรื่องเมื่อวานขอบคุณมากน่ะครับที่เข้ามาช่วย" ควอเร่กล่าวขอบคุณสำหรับเรื่องเมื่อวานก่อนเลย

"ยังไม่ได้แนะนำตัวกันเลยสิน่ะครับ ผมควอเร่ กอร์ดอนครับ" ควอเร่ชิงแนะนำตัวก่อนทันที

"แล้วอาการตอนนี้เป็นยังไงบ้างครับ" ควอเร่ลองถามอาการปัจจุบันของเด็กสาวดู

? ? ? : อือ . . . ไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ . . .

เด็กสาวได้ตอบควอเร่กลับมาก่อนที่จะได้มายืนข้างๆชายหนุ่มและเงยหน้าขึ้นมามองเขาในระยะใกล้ๆ

บาระซูโช : บาระซูโช . . . ชื่อของเรา . . .

เมื่อแนะนำตัวกันเสร็จแล้วบรรยากาศก็กลับมาเงียบอีกครั้ง จนทั้งหมดได้ออกเดินเท้ากันต่อจนมาถึงที่ Ymrdil

" Stamina - 2 "

-:- ย้ายมายัง Ymrdil Village



ไม่นานนักพวกของควอเร่ก็ได้เดินทางมาถึงเมือง Ymrdil ที่มีลักษณะคล้ายกับศาลเจ้าที่ตั้งอยู่กลางป่า

ชิโระ เฮบิ : ถ้าอย่างนั้นพวกเราคงต้องแยกกันแล้วล่ะนะคะ ไว้เจอกันคราวหน้าน้าๅ ~

เฮบิกได้กล่าวลากับควอเร่ก่อนที่เธอจะได้แยกตัวออกไปกับยาชิโระ

บาระซูโช : . . .

เด็กสาวได้ยืนมองสองคนนั้นจากไปก่อนที่จะเงยหน้ามองควอเร่ขึ้นมาอย่างเงียบๆ . . .


"ขอบคุณมากน่ะครับ ไว้เจอกันใหม่ครับ" ควอเร่กล่าวลาในขณะที่ทั้งสองคนได้จากไป

"คุณบาระซูโชพอแนะนำอะไรเกี่ยวกับที่นี่ได้ไหมครับ พอดีว่าผมไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับที่นี่น่ะครับ" ควอเร่ก้มลงถามเด็กสาวเผื่อว่าจะได้อะไรบ้าง

'ที่นี่รู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างอยู่แหะ' ควอเร่หันมองไปรอบๆเพราะรู้สึกได้ถึงอะไรแปลกๆเกี่ยวกับเมืองนี้

บาระซูโช : ที่นี่เป็นศาลเจ้าน่ะ . . .

เด็กสาวได้อธิบายออกมาสั้นๆอย่างได้ใจความด้วยน้ำเสียงเนือยๆของเธอก่อนที่จะชี้ไปที่ด้านหลังของศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ตรงกลางสถานที่แห่งนี้

บาระซูโช : ข้างหลังก็เป็นสุสาน . . . ส่วนวิญญาณที่นี่ก็จะอยู่ในการดูแลของมิโกะน่ะ . . .

เธอได้อธิบายเสริมคร่าวๆถึงสถานที่แห่งนี้พลางยืนมองควอเร่อยู่ข้างๆแบบนั้น . . .


"อะ......เอ่อ.......ขอบคุณครับ" ควอเร่อึ้งกับคำอธิบายที่แทบไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่นัก

'วิญญาณ....งั้นหรือ ลองเข้าไปดูในศาลเจ้าสีกว่า'

"ถ้าอย่างนั้นผมขอลองเข้าไปดูในศาลเจ้าน่ะครับ จะรอที่นี่หรือว่าจะมาด้วยกันครับ" ควอเร่หันมาถามเด็กสาวดู

" Stamina - 2 "

เด็กสาวได้เดินตามมาเงียบๆจนกระทั่งทั้งสองมาหยุดลงที่ศาลเจ้ากลางป่าแห่งนึงเข้า



? ? ? : ยินดีต้อนรับจ้า ~

เสียงใสๆได้ดังขึ้นเมื่อควอเร่และบาระซูโชได้ขึ้นมายังด้านบนหน้าศาลเจ้า เมื่อชายหนุ่มได้หันไปมองนั้นเขาก็ได้พบกับผู้หญิงคนนึงที่มีหูและหาอยู่บนร่างกายที่กำลังถือไม้กวาดยืนอยู่ในระแวกนั้นพอดี



? ? ? : มีธุระอะไรกับศาลเจ้าฮาคุเรย์รึเปล่าเอ่ย ?


'หะ หูกับหาง..... แปลกแหะ' ควอเร่มึนเล็กน้อยเมื่อได้เห็นผู้หญิงที่มีหูกับหางเหมือนสัตว์อยู่ตรงหน้า

"ไม่มีอะไรหรอกครับ พอดีว่าอยากลองเดินเข้ามาดูเฉยๆน่ะครับ" ควอเร่หันไปมองรอบๆตามปกติเวลาไปที่ใหม่ๆ

"ถ้าไม่รบกวนอะไร พอจะอธิบายเกี่ยวกับที่นี่แบบละเอียดได้ไหมครับ" เนื่องจากถามบาระซูโชไปแล้วแทบไม่ได้อะไรเลย ควอเร่เลยตัดสินใจถามเจ้าถิ่นซึ่งน่าจะมีความรู้เกี่ยวกับที่นี่มากที่สุด

? ? ? : เอ . . . แบบละเอียดเหรอ ?

หญิงสาวได้กอดอกคิดอยู่ครู่นึงก็ได้ให้คำตอบกลับมายังควอเร่

? ? ? : ที่นี่คือศาลเจ้า"ฮาคุเรย์"ที่ทำหน้าที่คอยดูแลเหล่าวิญญาณในโลกทางนี้น่ะ นอกจากจะเป็นสถานที่อยู่อาศัยของวิญญาณเร่ร่อนแล้วก็ยังเป็นสถานที่ที่เปิดให้คนภายนอกเข้ามาพักผ่อนอย่างสงบอยู่กับธรรมชาติด้วย

เธอได้พยายามอธิบายเท่าทีเธอคิดออกกับควอเร่เกี่ยวกับศาลเจ้านี้

? ? ? : อ๊ะ !! จริงด้วยสิ นอกจากนี้แล้วมิโกะของที่นี่ยังจ้างคนมาทำงานบางส่วนของศาลเจ้าด้วยนะ


"งานงั้นหรือครับ....."

'ไหนๆก็ว่างอยู่แล้วนี่น่ะ ลองช่วยงานดูเผื่อได้อะไรขึ้นมาบ้างแล้วกัน'

"ถ้าอย่างนั้นขอลองรับงานที่มีหน่อยได้ไหมครับ"

? ? ? : มันก็ได้อยู่หรอกนะ . . . แต่มิโกะไปอู้อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้อะสิตอนนี้

เธอได้ตอบควอเร่พลางเกาหัวแกรกๆอย่างช่วยไม่ได้

? ? ? : ถ้ายังไงวันนี้พักซะที่ศาลเจ้าก่อนก็ได้นะคะ ช่วงเย็นๆมิโกะน่าจะกลับมาน่ะค่ะ

เธอได้แนะนำชายหนุ่มพร้อมกับรอฟังคำตอบ


"ถ้าอย่างนั้น ขอรบกวนด้วยน่ะครับ" ควอเร่กล่าวอย่างสุภาพก่อนจะหาที่นั่งพักก่อน

"คุณบาระซูโช มานั่งพักก่อนไหมครับ" ควอเร่หันมาถามเด็กสาวก่อนจะทิ้งตัวนั่งลง ถอนหายใจออกมา

เด็กสาวได้เข้ามานั่งข้างๆกับควอเร่อย่างเงียบๆ

. . . . .

ฟิ้ววว ~ ความเงียบได้เข้าครอบคลุมบริเวณ มันเงียบเสียยิ่งกว่าสุสานที่ด้านหลังศาลเจ้าเสียอีก . . .

-:- ตัดมายังช่วงเที่ยง

หลังจากที่ควอเร่ได้หายใจทิ้งมาซักพักนึงเวลาก็ตัดเข้าสู่ช่วงเที่ยงแล้วทำให้เริ่มมีคนจำนวนนึงเข้าไปยังด้านในศาลเจ้ากันเพื่อรับประทานอาหารช่วงกลางวัน

บาระซูโช : . . .

เด็กสาวได้เงยขึ้นมองควอเร่อย่างเงียบๆก่อนที่จะหันไปที่ทางเข้าไปยังทางเข้าศาลเจ้าบ้าง . . .


"ลองเดินสำรวจรอบๆกันดูดีไหมครับ" ควอเร่เห็นว่าไม่มีอะไรทำเลยลองชวนบาระซูโชดู

"ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมขอลองหาคนของศาลเจ้าแล้วถามเกี่ยวกับสถานที่ดู" ควอเร่ลุกขึ้นแล้วเริ่มมองหาผู้หญิงคนที่คุยด้วยก่อนหน้านี้

เมื่อควอเร่ได้ลุกขึ้นยืนเขาก็สามารถมองเห็นหญิงสาวคนก่อนหน้านี้ได้อย่างไม่ยากเท่าไรนักในระแวก



"ขอโทษครับ คือว่าผมจะลองเดินดูในเมืองนี้ดูน่ะครับไม่ทราบว่าพอจะแนะนำที่ไหนได้บ้างครับ" ควอเร่เดินเข้าไปหาหญิงสาวแล้วถามอย่างสุภาพ

? ? ? : เอ . . .

หญิงสาวได้หยุดกวาดลานพลางมองไปรอบๆบริเวณด้านหลังของตนที่โล่งโจ้งและเต็มไปด้วยป่าไม้

? ? ? : ที่นี่คงจะไม่มีอะไรน่าสนใจนอกจากตัวศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ใจกลางหรอกค่ะ แต่ถ้าอยากจะเดินสำรวจรอบๆบริเวณก็จะมีสุสานที่ด้านหลังศาลเจ้ากับตลาดเล็กๆที่หน้าทางเข้าเมืองน่ะค่ะ

เธอได้อธิบายขึ้นมาตามสภาพสถานที่


"ขอบคุณครับ" ควอเร่กล่าวอย่างสุภาพก่อนจะเดินออกมาจากศาลเจ้าและเดินเข้ามาในบริเวณสุสาน

"ที่นี่สงบดีเหมือนกันน่ะ" ควอเร่มองไปรอบๆกินบรรยากาศ

'สุสาน...... วิญญาณ....... ดิส....... ดิส เรว์ฟ........' เสียงปริศนาดังก้องขึ้นในหัวควอเร่ จนทำให้เขาปวดหัวขึ้นมาอีกครั้ง

'อินฟินิตี้....... ไซลินเดอร์......... ' เสียงนั้นดังก้องขึ้นมาเรื่อยๆจนควอเร่ปวดหัวจนสลบไป แต่แล้วสีผมของควอเร่ก็กลายเป็นสีน้ำเงินแล้วยืนขึ้นมา

"วิญญาณพวกนี้คงเป็นแหล่งพลังงานชั้นเยี่ยมไปเลย" น้ำเสียงของควอเร่ในตอนนี้เปลี่ยนเป็นเสียงเยือกเย็นขึ้นมากระทันหัน และยิ้มออกมาอย่างน่ากลัว

"จงเข้ามาซะ" ควอเร่เปิดมิติขนาดเล็กแล้วเริ่มมิตินี้เริ่มดูดวิญญาณที่อยู่บริเวณนั้นเข้ามา ภายในมิตินั้นมีเสียงวิญญาณที่ร้องโหยหวนด้วยความทรมานออกมาด้วย

เปรี๊ยะ !! วิญญาณทั้งหลายที่ชายหนุ่มได้ดูดเข้ามาใกล้ตัวนั้นได้สะท้อนกับมิติบางอย่างก่อนที่ร่างของวิญญาณต่างๆนั้นจะได้กระเด็นย้อนสอนกลับไปยังจุดที่ชายหนุ่มได้เรียกมา

? ? ? : จะทำอะไรน่ะ ? แค่งานที่มีอยู่ก็ยุ่งจะแย่อยู่แล้วนะ

เสียงของหญิงสาวคนนึงได้ดังขึ้นมาที่ด้านหน้าของเขาพร้อมกับร่างเล็กๆของเธอที่ได้ปรากฏตัวออกมาต่อหน้าของควอเร่



จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 20-1-2013 01:33:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 12-2-2013 22:24



" ตรวจดู ?? ทําไมเหรอ ?? "

แปลก แสดงว่าไม่ใช่คนในระแวงนี้แน่นอน ถึงจะเป็นนักท่องเที่ยวก็ตาม ทําไมถึงต้องทําการสํารวจพื้นที่ด้วยล่ะ

" บอกชั้นหน่อยได้รึเปล่า ?? "

? ? ? : เป็นเรื่องงานน่ะ เราคงบอกมากกว่านี้ไม่ได้หรอก

เด็กสาวได้ส่ายหน้าไปมาเบาๆด้วยท่าทีแบบเด็กๆของเธอก่อนที่จะได้วิ่งย้อนกลับออกไปจากตรอกนี้

-:- ข้ามสู่ช่วงเย็น


งานงั้นเหรอ... เกี่ยวกับซอกนั้นน่ะนะ... ผู้หญิงคนนั้น...อาจจะเกี่ยวข้องกับการประชุมก็เป็นได้

    ริสะที่สํารวจพื้นที่นั้นต่อหลังจากที่เด็กคนนั้นวิ่งจากไป ได้ฉุกคิดขึ้นมา

" เอาเถอะ.. จะยังไง พรุ่งนี้คงได้เจอกันแน่ "

    ริสะตัดสินใจเดินกลับห้องพักเพื่อพักผ่อนทันที

-:- ตัดเข้าสู่วันที่ 3

-:- ช่วงเช้า

หลังจากที่ริสะได้หลับพักผ่อนไปในคืนที่แสนสงบของเขาแล้วเช้าวันใหม่กับเสียงนาฬิกาออโตแมติกก็ได้ปลุกเขาให้ตื่นขึ้นมาทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอีกครั้ง

วันนี้คงจะเป็นวันที่ถูกกำหนดไว้ในภารกิจของเขาแน่ๆ แต่ว่าช่วงเช้านี้เขาจะทำอะไรเสียก่อนดีนะ ?


เดินเข้าตัวเมืองไปหาอะไรดื่มรับเช้าวันใหม่ก่อนดีกว่า

    ริสะเดินออกจากห้องพักของตน แล้วเดินเข้าตัวเมืองไปหาร้านกาแฟเล็ก ๆ นั่งคิดทบทวนรูปแบบเส้นทางของตัวเมือง
    แล้วท่อนํ้านั้น

ระหว่างที่ริสะกำลังนั่งทบทวนเส้นทางฆ่าเวลาอยู่นั่นเองเขาก็ได้เห็นชายหนุ่มคนที่เคยพบเมื่อวานในร้านเดียวกันนี้อีกครั้งนึง



- ทักขึ้น
- ดื่มกาแฟให้เสร็จแล้วออกจากที่นี่


- ทักขึ้น

" ว่าไง พ่อหนุ่มเมื่อตอนนั้น "

   ริสะเดินเข้าไปทักทายเล็กน้อย

" แล้วนิไม่ต้องไปเฝ้าประตูนั้นแล้วเหรอ "

? ? ? : อ๊ะ !! สวัสดีครับ

ชายหนุ่มได้ทักทายริสะขึ้นก่อนที่จะได้ตอบคำถามนั้น

? ? ? : วันนี้ผมเปลี่ยนเวรกับคนอื่นน่ะ แต่เดี๋ยวการประชุมก็จะเริ่มแล้วผมคงต้องไปประจำจุดของตัวเองก่อน

เขาได้อธิบายขึ้นพลางนั่งจิบกาแฟไปด้วย

? ? ? : ว่าแต่เธอล่ะ ? ตื่นแต่เช้าเลยนะ

เขาได้ชวนริสะคุยบ้างพร้อมกับถามถึงการที่ริสะได้ตื่นขึ้นมาตั้งแต่ในช่วงเช้าแบบนี้


" ชั้นมีงานต้องทําน่ะ เป็นงานที่สําคัญมากเลยด้วย "

   ริสะซดกาแฟของตนเองจนหมดแล้วก็จ้องไปที่หนุ่มคนข้างหน้า

" นิ.. ชั้นขอไปกับนายด้วยได้ไหม "
   
  ริสะจ้องหนุ่มคนนั้นด้วยสายตาเจ้าเล่ห์สุด ๆ เขาคงรู้สึกสนุกที่ได้แกล้งคน ๆ นี้เอามาก

? ? ? : เอ๋ ? ไม่ได้หรอก มันอันตรายน่ะ

ชายหนุ่มได้กล่าวปฏิเสธพลางเกาหัวเล็กน้อย

? ? ? : เธอเองก็มีงานที่ต้องทำนี่นา ? ถ้าอย่างนั้นไว้เจอกันคราวหน้าแล้วกันนะ

ชายหนุ่มได้ยิ้มบางๆออกมาก่อนที่จะได้ลุกขึ้นและออกไปจากร้านแห่งนี้


  ริสะลุกตามชายหนุ่มคนนั้นไปติด ๆ

" ชั้นมีธุระแถว ๆ นั้นน่ะ ขอเดินไปด้วยได้ไหม "

  ริสะยิ้มหวานให้ชายหนุ่มคนนั้นอีกครั้ง รู้สึกเขาจะติดใจเข้าให้จริง ๆ แล้วล่ะ

? ? ? : เอ๋ ? แน่ใจเหรอ ? ทั้งๆที่ไม่รู้แท้ๆว่าผมจะไปไหน

ชายหนุ่มได้ถามริสะขึ้นอย่างสงสัย แต่เขาก็ได้ตัดสินใจพาริสะไปด้วยอยู่ดี

ไม่นานนักริสะกับชายหนุ่มผมขาวก็ได้เดินทางมาถึงดาดฟ้าของสิ่งก่อสร้างในบริเวณใกล้ๆกับทางระบายน้ำที่ริสะพบเข้าเมื่อวานนี้ จากวิวตรงนี้นั้นทำให้สามารถมองเห็นเส้นทางด้านล่างได้อย่างถนัดตาเลยทีเดียว


เสร็จสิ้น
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 21-1-2013 22:06:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 9-3-2013 23:38






" . .? "

คุรุมิลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงโหวกเหวกด้านล่าง เนื่องจากประสาททั้ง 5
ของเธอก็ดีมากพอๆกับร่างกายที่ได้รับมา ทำให้เธอได้ยินเสียงได้แม้เธอจะอยู่
เกือบชั้น 5 ของตึกร้างก็ตาม

เนื่องจากเสียงที่ตีกันจนมั่วไปหมดด้านล่างทำให้คุรุมินั้นจับใจความไม่ได้เท่าไรนัก . . .

ตึก !! เสียงของใครบางคนได้กระโจนลงมาที่ข้างๆตัวของหญิงสาว เมื่อเธอได้หันไปมองก็พบว่าเป็นคาคาชินั่นเอง

คันซากิ คาคาชิ : โย่ !! มาอยู่ตรงนี้นี่เอง

ชายหนุ่มได้ยิ้มกว้างรับตอนเช้ากับหญิงสาวก่อนที่จะได้แอบชะเง้อมองลงไปที่ด้านล่าง

คันซากิ คาคาชิ : เดี๋ยวทหารพวกนั้นคงจะกลับกันไปในอีกไม่นานล่ะนะ คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเท่าไร

เขาได้หัวเราะออกมาเบาๆก่อนที่จะนั่งลงข้างๆกับคุรุมิบนด่านฟ้านั่นกันสองคน

คันซากิ คาคาชิ : จะว่าไปคุรุมิออกมาทำอะไรเหรอ ?

คาคาชิได้ถามขึ้นอย่างเป็นห่วงก่อนที่จะได้เอาผ้าคลุมของเขามาคลุมทับร่างของหญิงสาวอีกชั้นนึง


" . . .อะ "

อยู่ๆก็รู้สึกถึงความอบอุ่น พร้อมกับเสียงทักทายยามเช้าจากชายหนุ่มหน้าคุ้นตา..

" ม. . . ไม่เกี่ยวกับคุณสักหน่อย "

เธอพูดตะกุกตะกักและเบื้อนหน้าหนีอย่างช่วยไม่ได้ เพราะหน้าเจ้ากรรมมันแดง
ขึ้นมาอีกแล้วทันทีที่ชายหนุ่มทรุดลงข้างๆ

" . . .ทำไมถึงรู้ว่าชั้นอยู่ที่นี้ละคะ? "

เด็กสาวถามกลับเสียงค่อยพล่างเหล่มองออกมาจากผ้าคลุมเล็กน้อย

คันซากิ คาคาชิ : เอ . . . ไม่รู้เหมือนกันนะ แค่คิดว่าเธอน่าจะอยู่ที่นี่ล่ะมั้ง ?

ชายหนุ่มได้ตอบขึ้นด้วยคำตอบที่ฟังดูไม่มั่นใจเท่าไรด้วยท่าทียิ้มแย้มของเขา

ไม่นานนักกลุ่มทหารที่ตรวจตรากลางตัวเมืองนั้นก็ได้ค่อยๆทยอยกลับกันไปอย่างช้าๆจนใจกลางตัวเมืองนั้นกลับมาปกติอีกครั้งนึง

คันซากิ คาคาชิ : หุหุ ~ ไปกันหมดแล้วสินะ

คาคาชิได้หัวเราะออกมาเบาๆอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนที่จะได้ถือวิสาสะอุ้มคุรุมิขึ้นมาในท่าเจ้าหญิงและได้พาตัวเด็กสาวลงมาที่ใจกลางเมืองด้วยกัน

คันซากิ คาคาชิ : ไหนๆก็ไหนๆแล้วไปหาอะไรทานด้วยกันเช้านี้เลยไม๊ล่ะ ?


" อ๊าย?! "

เมื่อโดนอุ้มไม่ทันตั้งตัว(อีกแล้ว)แถมยังกระโดดลงจากตึกสูงนั่น เกือบที่จะ
ทำให้เด็กสาวกรีดร้อง แต่ยั้งปากไว้ทัน

" ป..ปล่อยนะ คนบ้า! บ้า บ้า บ้า! "

ถึงจะดูเหมือนตะโกนแต่เสียงที่คุรุมิพูดนั่นเบามาก เพราะตอนนี้พวกเธออยู่
กลางฝูงชนแล้วนั่นเอง

" อึก. . . "

ไม่รู้ทำไมร่างกายถึงดิ้นไม่หลุด ซึ่งคุรุมิคิดว่าหมอนี้ต้องแรงเยอะมากๆแน่ๆ
ใช่แล้ว .. ไม่งั้นคนระดับเธอจะยอมอยู่ในอ้อมแขน... ของคนแบบนี้... ได้ไง

เด็กสาวหยุดดิ้นแล้วเปลี่ยนมาเป็นจับไหล่หลวมๆแล้วก็ก้มหน้าจากนั้นก็พูด
เสียงค่อยออกไปว่า

" . . . . เลี้ยงนะ? "

คันซากิ คาคาชิ : ได้สิ ~ อยากจะทานอะไรเป็นพิเศษรึเปล่าล่ะ ?

ชายหนุ่มได้ยิ้มรับก่อนที่จะค่อยๆวางร่างของเด็กสาวลงเบาๆ


" ..แนะนำให้หน่อยละกันค่ะ "

เด็กสาวพูดออกไปเนื่อยๆ พร้อมกับจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่

คันซากิ คาคาชิ : ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องที่นั่นล่ะนะ ♪

ชายหนุ่มได้กล่าวขึ้นอย่างอารมณ์ดีก่อนที่จะได้ค่อยๆเดินจูงมือคุรุมิไปยังสุดขอบของเมืองที่เงียบสงบที่นึง

" Stamina -1 "

-:- ย้ายมายัง ร้านอาหารในเมือง Finew


ไม่นานนักทั้งสองก็ได้มาหยุดลงที่ร้านอาหารแห่งนึงซึ่งดูเหมือนว่าร้านแห่งนี้จะเน้นขายอาหารจำพวก"เส้น"เป็นพิเศษ

คันซากิ คาคาชิ : อาจจะไม่หรูหราเท่าไร แต่อาหารอร่อยนะ

ชายหนุ่มได้ยิ้มบอกกับคุรุมิก่อนที่จะได้พาเธอเข้ามานั่งยังด้านในร้าน


" อ...อื้อ "

เด็กสาวเดินตามแรงมือของชายหนุ่มอย่างว่าง่าย พลางสังเกตร้านไปด้วย

เมื่อคุรุมิได้มองผ่านๆไปยังๆรอบๆด้านของร้านที่ดูธรรมดาๆและค่อนข้างเงียบสงบแถมยังเปลี่ยวคนแล้ว ก็พบว่าไม่มีทหารของตัวเมืองอยู่ใกล้ในระแวกเลยด้วยเช่นกัน

คันซากิ คาคาชิ : มาสเตอร์ ~ ขอแบบเดิมสองที่ครับ

เมื่อทั้งสองได้เข้ามานั่งภายในร้านแล้วคาคาชิก็ได้สั่งอาหารกับเจ้าของร้านที่อยู่ด้านในทันที ท่าทางว่าเขาน่าจะมาที่นี่บ่อยอยู่เหมือนกันนะ



ชายหนุ่มที่ด้านหน้าเคาร์เตอร์ได้หัวเราะออกมาเบาๆก่อนที่จะได้เตรียมเครื่องพร้อมกับน้ำซุปใส่ในถ้วยอย่างชำนาน

? ? ? : ไม่เบื่อมั่งเหรอ ? ที่ร้านไม่ได้มีเมนูเดียวนะ

เขาได้ลวกเส้นโดยที่ไม่อืดเกินไปนักก่อนที่จะได้ตวงลงที่ชามและเสิร์ฟให้กับทั้งสอง



" โฮ่--... "

คุรุมิมองราเมง(?)ตรงหน้า เพราะขนาดเธอโล้ดแล่นมาครึ่งปีเต็มยังไม่เคยเจอ
อาหารที่คล้ายกับอาหารของที่ญี่ปุ่นมาก่อนเลย

' แต่ที่สำคัญกว่านั้น... '


------ดูเผินๆเหมือนเนื้อวัวอยู่หรอก.... แต่เนื้อนี้ทำจากตัวอะไรกันแน่นะ??
----แล้วนี่มัน... แป้งสินะ? โลกนี้ก็มีขนมปังมันก็ต้องแป้งสินะ แต่จากแป้งขนมปังเหรอ? เอ๋..


คิดเรื่องไม่เป็นเรื่อง...

คันซากิ คาคาชิ : คุรุมิจังไม่ชอบอาหารเส้นเหรอ ?

ชายหนุ่มได้ถามขึ้นด้วยท่าทางสงสัย เพราะเห็นหญิงสาวนั่งจ้องถ้วยมาตั้งนานแล้ว


" เอ๊ะ..? อ่า เปล่าค่ะ "

คุรุมิสะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกถาม แต่ก็กล้ำกลืนวางมาดต่อ

' อาหารคนนี่... ช่างมันเถอะ '

" ทานละนะคะ "

เธอพูดจากนั้นก็ลงมือทาน แล้วก็พบว่ารสชาติสุดยอดเลยทีเดียว

Stamina + 2

-:- ตัดมายังช่วงกลางวัน

หลังจากที่ทั้งสองได้ทานอาหารเช้ากันแล้วช่วงเวลาก็ได้ผ่านไปยังช่วงเที่ยงพอดี ทำให้จำนวนคนในร้านอาหารเริ่มเยอะขึ้นเล็กน้อย

คันซากิ คาคาชิ : มีที่ไหนอยากจะไปในเมืองรึเปล่า ? ถ้าไม่มีล่ะก็ชั้นจะพาเธอไปส่งที่บ้าน(?)ก่อนก็ได้นะ

ชายหนุ่มได้เสนอขึ้นหลังจากจ่ายเงินค่าอาหารกลางวัน


" ....ไม่มีค่ะ "

คุรุมิตอบพล่างมองเข้าไปในตัวเมือง แล้วพูดต่อโดยไม่หันกลับมา

" ที่คุณบอกว่าไปส่ง.... หมายความว่าคุณจะไปไหนงั้นเหรอ? "

คันซากิ คาคาชิ : ชั้นกะว่าจะเข้าไปด้านในของปราสาทหน่อยน่ะ ได้ยินมาว่า Sorcerer Master จะออกมาอยู่ในส่วนของสวนของปราสาทด้วย ระบบป้องกันภัยคงหนาแน่นน่าดูล่ะนะ แต่ว่ามันก็อดไม่ได้ที่จะไปลองดูซักครั้งแหละ

ชายหนุ่มได้อธิบายขึ้นในระหว่างที่ได้พาคุรุมิออกเดินมายังย่านกลางเมือง


" งั้นไปด้วยได้มั้ยคะ? "

" ชั้นก็อยากเจอ  Sorcerer Master เหมือนกัน "

ความจริงเพราะไม่รู้จะทำอะไรดีด้วย ... คุรุมิคิด

คันซากิ คาคาชิ : ว่าแล้วเชียวว่าคุรุมิจังต้องไปด้วยแน่ๆ

ชายหนุ่มยิ้มกริ่มขึ้นก่อนที่จะอุ้มคุรุมิขึ้นอีกรอบและกระโดดขึ้นไปตามสิ่งก่อสร้างและหยุดลงที่บนยอดดาดฟ้าของตึกแห่งหนึ่ง

คันซากิ คาคาชิ : เดี๋ยวซักพักรอบนอกๆจะมีทหารของเมืองออกมาเพียบเลยละนะ

คาคาชิได้กล่าวออกมาเบาๆก่อนที่จะได้ค่อยๆว่างคุรุมิลงและชี้นิ้วไปทางประตูด้านหลังปราสาทที่อยู่ในมุมมืดของเมือง

คันซากิ คาคาชิ : แต่ถ้าพวกเราเข้าไปทางนั้นล่ะก็น่าจะลอบเข้าไปในตัวปราสาทได้ไม่ยากล่ะนะ


" ร...รู้ดีจังเลยนะคะ ว่าแต่เลิกแบกชั้นไปมาสักทีสิคะ "

แต่เธอก็รู้ดีว่าคนข้างหน้าไม่ฟังอยู่ดี

' อย่างกับลอบเข้ามาบ่อยๆ.. '

เธอคิดพลางเหลือบมองตามนิ้วของชายหนุ่ม

คันซากิ คาคาชิ : เพราะว่าเหตุการณ์แบบนี้ไม่เกิดขึ้นบ่อยๆน่ะสิ

ชายหนุ่มได้ยิ้มให้กับคุรุมิพลางยื่นหน้ากากแปลกๆให้กับเด็กสาว

คันซากิ คาคาชิ : แต่คนวางแผนไม่ใช่ชั้นหรอกนะ ♪

เขาได้ยิ้มออกมาเล็กๆก่อนที่จะได้อุ้มคุรุมิขึ้นแล้วกระโดดลงมาที่ด้านล่างอีกครั้ง ก่อนที่จะค่อยๆวางเด็กสาวลงอีกครั้งนึงที่ด้านล่าง

คันซากิ คาคาชิ : จะเข้าไปพร้อมกับผมหรือจะแยกไปคนเดียวล่ะ ?


" คนเดียวได้ค่ะ "

ว่าแล้วเธอก็รับหน้ากากแปลกๆนั่นมา

" ไม่ต้องห่วงค่ะ.. ชั้นดูแลตัวเองได้ เพราะงั้นคุณจะทำอะไรก็... "

เธอเงยหน้าขึ้นพร้อมกับบอกชายหนุ่ม.... แต่ก็หยุดคิดก่อนที่จะพูดต่อว่า

" คุณบอกว่าปราการแน่นหนาสินะ "

คุรุมิเว้นวรรคเล็กน้อยจากนั้นก็พูดต่อไปเล่นๆว่า

" งั้นมาแข่งกันไหมคะ? ว่าใครจะไปถึงตัว Sorcerer Master ก่อนกัน "

พร้อมกับชี้นิ้วไปทางปราสาท

+

คันซากิ คาคาชิ : เอ๋ ?! น่าสนุกดีเหมือนกันนะ !! แต่ถ้าผมชนะขึ้นมาล่ะ ?

ชายหนุ่มได้ปัดปลายจมูกเขาด้วยนิ้วชี้เบาๆก่อนที่จะหยอกคุรุมิขึ้น


พอโดนย้อนกลับมา คุรุมิก็คลี่ยิ้มบางๆ

" ตามสเตปทั่วไป ผู้แพ้ต้องทำตามผู้ที่ชนะเป็นไงคะ? "

คันซากิ คาคาชิ : น่าสนใจดีเหมือนกันนะ ♪

ชายหนุ่มได้หัวเราะออกมาเบาๆก่อนที่จะยื่นแผนที่ให้กับคุรุมิ

คันซากิ คาคาชิ : จริงๆแล้วก็ยังมีห้องอื่นอยู่ล่ะนะ แต่พวกเราเองยังทำออกมาได้แค่นี้เอง

เขาได้เกาหัวเบาๆอย่างละอายนิดๆที่ได้ให้แผนที่ที่ไม่ค่อยจะสมบูรณ์เท่าไรกับคุรุมิ



คันซากิ คาคาชิ : พวกเราจะลอบเข้าไปที่ด้านหลังครัวหลวงซึ่งพอเข้าไปแล้วจะเป็นช่วงที่แม่บ้านในปราสาทพักงานอยู่พอดีน่ะ จากนั้นจะสามารถออกมาทางห้องโถงใหญ่เลยหรือลอบไปทางห้องเสบียงก่อนก็ได้ จุดหมายก็คือที่สวนด้านหลัง

ชายหนุ่มได้อธิบายขึ้นพอสังเขปถึงจุดต่างๆในแผนที่ที่ให้ไป


" ต้องผ่านห้องโถงใหญ่สินะคะ.. "

คุรุมิพึมพำ เพราะกับ(พยายาม)ทำความเข้าใจแผนที่โดยสังเขป แล้วก็พูดต่อ
โดยที่สายตายังจับจ้องอยู่กับแผนที่

" คุณเคยเข้ามาหลายครั้งแล้วคงได้เปรียบ ..เพราะงั้น "

" ปิดตาแล้วนับ 1 - 100 ด้วยค่ะ♥ "

เด็กสาวผมสีดำยิ้มหวาน ที่ดูก็รู้ว่าปั้นยิ้ม บอกชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงยียวน

" คิดซะว่าต่อให้ชั้นเป็นไงคะ? "
โพสต์ 28-1-2013 09:01:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Runzama เมื่อ 9-3-2013 23:42






-:- เริ่มต้นที่ WhiteRun Village

หลังจากที่เด็กสาวได้เดินหลงอยู่นานจนมาโผล่ที่ไหนซักแห่งของเมืองๆนึงเธอก็ได้พบกับประกาศๆใบนึงที่ติดเอาไว้ขอความช่วยเหลือจากผู้ใช้เวทย์มนต์จากที่ต่างๆโดยมีใจความคร่าวๆเกี่ยวกับปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นรอบๆนอกเมือง Vogon ในตอนนี้ ถ้าเธอไปตามประกาศนั่นและรับภารกิจมาอาจจะได้เดินทางไปยัง Vogon เร็วขึ้นก็เป็นได้ ?


เต๊าะ.. แต๊ะ.. เต๊าะ.. แต๊ะ..

เสียงเดินที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับมีคนสวมชุดตุ๊กตาเดินอยู่..
เด็กสาว(มาก)กำลังเดิน(น่าจะเรียกว่ากระโดด)ท่อดน่องอยู่ที่ถนนอย่างเพลิดเพลิน พลางแกว่งมือ ขึ้น - ลง
ตามจังหวะกระโดดสั้นๆของเธอ

" ~♪ "

เธอเดิน(คาดว่ากระโดด)พร้อมกับฮัมเพลงด้วยภาษาอะไรไม่รู้ แต่ทำนองเพราะจับจิต เรียกได้ว่าคนที่กำลังสิ้นหวังมีแรงฮึด
คนที่กำลังท้อแท้มีความหวัง คนที่โดดกดดันคงจะลุกขึ้นมาเต้นเลยทีเดียว

" ~♪ --- ? "

เด็กสาว(มากๆ)หยุดเดิน(กระโดด) เพราะสายตาของเธอไปสะดุดกับแผ่นป้ายที่ติดเอาไว้ตัวใหญ่บะเริ่มเทิ่ม(?) ว่าขอความช่วยเหลือ

" ......... "
(คาดว่าเธอกำลังคิดว่าจะดึงมันออกมาอ่านหรือจะยืนอ่านดี?)

แคว๊ก!

" .....อะ "
(สาวน้อยอุทานเบาๆ เพราะอยู่ๆประกาศใบนั้นก็หายไปจากสายตาของเธอ)

" ...? ....? .....? "
(เธอหันซ้ายหันขวาก็ยังไม่พบประกาศใบที่ว่า แต่ก็ยังหาต่อไป)

ชึบ

" ? "

อยู่ๆประกาศใบที่ว่าก็ขึ้นมาอยู่ในระดับสายตาของเธออีกครั้ง เด็กสาวหันไปมองมือซ้ายของเธอก็พบว่าเธอฉีกมันออกมาแล้วนั่นเอง
จากนั้นเธอเดินไปตามถนนโดยเดินไปอ่านไปด้วย...

เมื่อเด็กสาว*∞ได้อ่านใบประกาศเธอก็ทราบว่าที่เมือง Vogon นั้นกำลังจะมีกลุ่มจอมเวทย์หลายกลุ่มมาร่วมชุมนุมกันเพื่อเข้าไปที่ด้านหลังของประตู Vogon แต่ทว่าเหตุการณ์แปลกๆก็ได้เกิดขึ้นที่รอบๆตัวเมือง โดยได้มีจอมเวทย์บางกลุ่มหายตัวไปอย่างลึกลับ รวมทั้งยังมีข่าวลือบางอย่างถึงสัตว์ประหลาดแปลกๆที่ปรากฏตัวขึ้นมาบริเวณรอบๆนอกตัวเมือง Vogon ด้วยเช่นกัน

ทำให้ตอนนี้กลุ่มจอมเวทย์ที่วางแผนจะเปิดประตู Vogon ออกนั้นได้เปลี่ยนมาช่วยกันคลี่คลายปัญหาดังกล่าวเสียก่อน แต่แม้จะผ่านไปได้ อาทิตย์เศษๆแล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลยจนทำให้จอมเวทย์บางกลุ่มถอนตัวและขอที่จะไม่เสี่ยงอันตรายปลีกตัวออกมา ทำให้เมือง Vogon ต้องการความช่วยเหลือเพิ่ม


กร้วม

ประกาศทั้งใบถูกอิซาโยอิกลืนลงไปเมื่อเธออ่านจบ..

" ....---มุ "
(คาดว่าเธอกำลังไม่พอใจ)

ผวั๊ะๆๆๆ!!

[อร๊อก...]

เมอากระแทกตุ๊กตากระต่ายในมือเธอกับพนังกำแพงรัวๆโดยไม่ได้แสดงสีหน้า

ระหว่างที่เมอาได้เอาตุ้กตากระแทกเข้าไปที่กำแพงนั่นเองก็ได้มีวัตถุ(?)ประหลาดตกลงมาจากด้านบน

? ? ? : แว้กกก !!



หญิงสาวในชุดดำคนนึงได้ตกลงมาตรงหน้าของเมอา . . .

? ? ? : ทะ- ทำอะไรของเธอกันน่ะ ?!

หญิงสาวได้ถามเมอาขึ้นด้วยท่าทางสงสัยที่ได้มีคนมาสร้างแผ่นดินไหวแถวๆนี้


" ..อา "
(ดูเหมือนจะตกใจเล็กน้อยที่มีคนตกลงมาหน้าเธอ)

เด็กสาวหูกระต่ายจ้องหญิงสาว(ที่เหมือนเด็กสาว)ที่(น่าจะ)กำลังจะวีนแตกนิ่งๆ

............เธอจ้อง----------นิ่งๆ

................................

................................

........  " ......ไม่ตายเหรอ? "
(เธอพูดออกเสียงเรียบแต่สายตาจ้องมองหญิง(เด็ก)สาวปริศนาเป็นประกายปิ้งๆ)

ภายใต้น้ำเสียงตื่นเต้นที่ปกปิดไว้อย่างมิดชิด(?) แถมยังไม่แสดงออกทางสีหน้า..
แต่ความจริงเธอกำลังตื่นเต้นมาก .... เกิดมาเพิ่งจะเคยเห็นมนุษย์ตกตึกแล้วไม่ตายเนี่ยละ!!

? ? ? : กรี๊ดดด !! นี่มาแช่งให้ชั้นตายเหรอย๊า !!

หญิงสาวได้โวยวายใส่เมอาเมื่อได้ยินเด็กสาวถามขึ้นด้วยหน้าตาที่แน่นิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแบบนั้น

? ? ? : แค่ตกจากที่สูงแค่นี้ชั้นไม่ตายง่ายๆหรอก !! แล้วเธอล่ะ ?! มาทุบกำแพงอะไรแถวนี้

เธอได้รีบถามเมอาขึ้นด้วยท่าทางฉุนเฉียวทันที


" ? "

หลังจากที่โดนถามกลับ ..... เธอยกมือขวาที่โดนแขนเสื้อที่ยาวกว่าทับขึ้นป้องปากแล้วก็มองพื้น

" ....... "
(กำลังนึกอยู่...)

" ........... "
(คาดว่ากำลังนึกอยู่)

" ....... "
(คาดว่าเธอลืมไปแล้วว่าทุบทำไม)

หลังจากใช้เวลาสักพัก เธอก็เอียงคอให้สาวตรงหน้า..แถมยังมี ? ขึ้นเหนือหัวเธออีกด้วย

? ? ? : อะไรนะ !! เธอบอกว่า(?)เธอลืมงั้นเรอะ !!

หญิงสาวได้ถามเมอาขึ้นโดยกล่าวออกมาตามที่เธอเดาสุ่มไปเองตามที่เห็นอาการท่าทางของเด็กสาว

? ? ? : เฮ้อ . . . ต้องมาตกตุ้บเพราะเด็กที่เผลอเดินผ่านมางั้นรึเนี่ย . . .

เธอได้กุมขมับขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะได้กางปีกสีดำทมิฬของเธอออกมาและบินกลับขึ้นไปใหม่ โดยทิ้งเมอาไว้ที่เดิม


" อ๊า.. "

ในขณะที่เด็กสาวกำลังจะบินขึ้นไป เมอาก็กระโดดถีบตัวเองขึ้นไปเกาะตัวของหญิงสาว

? ? ? : ห๊- กรี๊ดดดดด !!

หญิงสาวได้ร้องตกใจขึ้นก่อนที่จะร่วงลงมาอีกรอบพร้อมๆกับเมอา

? ? ? : เจ้าหนู จะหาเรื่องกันใช่ไม๊ !!

หญิงสาวได้ทำหน้าดุพลางหักนิ้วดังกร้อบๆและมองเมอาด้วยท่าทางโมโหสุดๆ


" อื้อ อื้อ~ "

เด็กสาวที่อยู่ในท่ากอดหญิงสาวตรงหน้า ได้ส่ายหัวไปมาอย่างแรงก่อนที่จะ..

จ๊อกกก~~~

...ดูเหมือนเธอจะหิว

? ? ? : ทำท่าแบบนั้นจะให้ชั้นเลี้ยงเหรอ ?! เฮอะ !! ไม่มีทางซะล่ะ

หญิงสาวได้กอดอกพลางสบัดหน้าหนีเมอา


" ...... "

สิ้นคำพูดของหญิงสาวตรงหน้า เมอาก็น้ำตาไหลอาบแก้...ไม่สิ ไหลยาวเป็นสายน้ำ..

" ฮึก... "

เมอาไม่ได้แสดงสีหน้าแต่เสียงสะอื้นนิดๆบ่งบอกว่าเธออาจจะปล่อยโฮตรงนี้ก็ได้

(เธอจับชายเสื้อของหญิงสาวตรงหน้าแน่นขึ้น)

? ? ? : อ- อ๊ะ !! ระ- รู้แล้วน่า !! อย่าร้องนะ

หญิงสาวได้ลูบหัวของเมอาเบาๆก่อนที่จะได้หยิบฮอทด้อกในกระเป๋าของเธอออกมายื่นให้กับเด็กสาว

? ? ? : ค- แค่นี้ก็พอใช่ไม๊ล่ะ ? เฮ้อ ~ เด็กสมัยนี้เนี่ย . . .

เธอได้บ่นออกมาเบาๆในขณะที่ลูบหัวของเมอาอยู่ด้วยเช่นกัน


" . . . . . "

เมอาจ้องมองฮอทด้อกสลับกับหญิงสาวตรงหน้า

" . . . . . "
(คาดว่าเธอกำลังยิ้มแฉ่งในใจโดยออกมาทางตาจนเป็นประกาย)

หมับ

เด็กสาวรับ(คว้า)ฮอทด้อกมาไว้ในมืออย่างดีใจแล้วฮอทด้อกก็กลายเป็นก้อนน้ำแข็ง(?) ก่อนจะแตกหายไป

ฟุบ..

" ...ชอบ "

สาวน้อยกระโดดกอดหญิงสาวแล้วก็มุดหน้าไปมาระหว่างซอกคอราวกับลูกแมวทันที

? ? ? : แว้ก !! ทะ-ทำอะร๊าย !!

หญิงสาวได้ร้องตกใจเสียงหลงที่จู่ๆเมอาก็พุ่งเข้ามาใส่เธอแบบนั้น

? ? ? : เฮ้อ ~ อย่าเถลไถลอีกล่ะ เข้าใจนะ ?

เธอได้ค่อยๆลุกขึ้นและจิ้มลงที่หน้าผากของเมอาเบาๆก่อนที่จะได้บินกลับขึ้นไปอีกรอบ . . .


" เดี๋ยว.. "

เด็กสาวร่างเล็กจับข้อเท้าของหญิงสาวด้วยแรงมหาศาลทำให้ยังบินไม่ขึ้น และก็รีบถามออกไปอย่างรวดเร็วว่า

" เมือง Vogon .... ไปทางไหน .... อะ? "

? ? ? : แว้ก !!

หญิงสาวร่วงลงสู่พื้นอีกครั้งเมื่อเมอาได้ดึงเธอไว้อีกแล้ว . . .

? ? ? : ไปทางเหนือจากที่นี่สิจ๊ะ หนูน้อย

เธอได้บีบแก้มของเมอาลงเบาๆด้วยท่าทางหมั่นเขี้ยวก่อนที่จะค่อยๆลุกขึ้นอย่างช้าๆ

? ? ? : ห้ามดึงชั้นอีกนะเข้าใจไม๊ ?

หญิงสาวได้แตะลงที่จมูกของเมอาเบาๆก่อนที่จะได้รีบบินขึ้นไปอีกรอบ . . .


" อู้..อู้ "

หลังจากหลุดไปได้คราวนี้เมอาไม่ได้คว้าหมับอีก เธอมองหญิงสาวใจดี(ในความคิดของเธอ)ลอยขึ้นไปจนแล้วสายตาแล้ว

ตึง!

คุณน้องเหยียบพื้นเต็มแรงพุ่งตัวตามขึ้นไปด้วยแรงเหลือเชื่อด้วยซะงั้น...

? ? ? : อ๊าาๅๅๅๅ !! ทำอาร้ายยยย !!!

ร่างของเมอาได้อัดกระแทกเข้ากับหญิงสาวที่เพิ่งบินขึ้นไปเมื่อครู่พร้อมกับได้ส่งทั้งสองไปยังสุดขอบฟ้า ~

-:- ตกลงมายังบริเวณป่าแห่งนึง



ฟุ้บ !! ร่างของทั้งสองได้หล่นตุ้บลงมาจากหมู่บ้านไม้ใหญ่ลงสู่พื้นหิมะหนาทึบ เมื่อทั้งสองได้มองไปรอบๆแล้วก็พบว่าพวกเธอไม่เห็นวี่แววของสถานที่ที่ออกเดินทางมาเลย

? ? ? : กรี๊ดดด !! เจ้าเด็กคนนี้ เธอทำอะไรลงป๊ายยย !!

หญิงสาวได้ตกใจสติแตกก่อนที่จะได้เขย่าตัวของเมอาไปมาอย่างตื่นตูม


" อื้อ~ ... อื้อ~ ... "

เมอาสั่นไปตามแรงเขย่าของคนตรงหน้าก่อนจะพูดออกมาอย่างแผ่วเบาว่า

" ......กระโดด? "

พร้อมกับเอียงคออย่างน่ารัก
โพสต์ 29-1-2013 23:21:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 9-3-2013 01:39



" อ๊ะ อยู่ตรงนี้เอง " รีบเดินเข้าไปในห้องน้ำทันที

คานะมองไปรอบๆเป็นห้องน้ำที่ใหญ่ สะอาด แล้วดูน่ารัก

" อืม ได้อาบน้ำซักที ตอนสู้ช่วงเช้าเหงื่อออกเยอะจริงๆ " คานะถอดเสื้อวางไว้ที่ชั้นแล้วรีบไปล้างตัวแล้วลงไปแช่ในอ่างทันที

" สบายตัวจริงๆ ~* " คานะบิดขี้เกียจในอ่าง

" ชักจะเพลียๆแล้วสิ " คานะฮาว แล้วก็ลุกขึ้นจากอ่าง

หลังจากอาบน้ำเสร็จตอนแรกคิดว่าจะเข้าเมืองกลับกลายเป็นว่าคานะเข้านอนซะงั้น

-:- ตัดมายังวันที่ 2

-:- ช่วงเช้า

หลังจากที่คานะได้เผลอหลับไป เมื่อเธอตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าเวลาตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นเช้าตรู่อีกครั้งแล้ว


แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้อง

" อือ. . . เช้าแล้วหรอนี่ " คานะงัวเงียอยู่บนที่นอน

" ห๊ะ !!! เช้าแล้ว " คานะรีบลุกขึ้นจากที่นอนด้วยผมที่ยุ่งเหยิง

" นี่เราเผลอนอนไปได้ยังไงกันนี่ ทั้งที่จะเข้าไปตอนมืดแท้ๆ TwT " คานะทำหน้าสลดแล้วลุกขึ้นมาเพื่อที่จะไปห้องน้ำเพื่อที่จะล้างหน้าด้วยสภาพเสื้อนอน กกน.ตัวเดียว โดยที่ไม่ทันเอะใจอะไร

ระหว่างที่เด็กสาวกำลังใช้ห้องน้ำอยู่นั่นเองก็ได้มีเสียงเปิดประตูห้องจากด้านนอกเข้ามาด้านในห้องของเธอ

- เปิดออกไปดู
- อื่นๆโปรดระบุ


ถ้าเป็นชายหนุ่มคนนั้นคานะคิดว่าคงไม่มีทางที่จะเปิดเข้ามาในห้องที่มีเด็กผู้หญิงอยู่แน่นอน

คานะเรียก Twin dagger ออกมาพร้อมป้องกันตัวเอง

" คะ . . . ใครนะ !!! " คานะพูดเสียงดังพร้อมเปิดประตูออกไปทันที



? ? ? : หึ !! เข้ามาที่เมืองนี้สินะ !! ชั้นจะไม่ปล่อยให้เธอหนีรอดไปได้นานหรอก !!

เด็กหนุ่มได้พุ่งพรวดพราดเข้ามาที่ท่าระเบียงและทำท่าจะกระโจนลงไปที่ตัวเมือง !! แต่เขาก็ได้หยุดลงก่อนที่จะค่อยๆหันหลังกลับมามองคานะที่พุ่งออกมาอย่างตกใจไม่แพ้กัน

? ? ? : เจอตัวแล้ว !!


" กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด " คานะร้องเสียงดังออกมาพร้อมปล่อยเวทย์ออกไปเพราะตกใจ

มีลูกไฟออกมาจากมือเด็กสาวพุ่งไปหาเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าทันที

? ? ? : อ้อก !!

เด็กหนุ่มได้พุ่งตีลังกาสิบตลบกระเด็นออกไปตามลูกบอลไฟที่คานะยิงออกมา

ตึกๆ ๆ เสียงฝีเท้าได้วิ่งเข้ามาใกล้ตามมาติดๆ ไม่นานนักหนุ่มแว่นก็ได้หยุดฝีเท้าลงที่หน้าห้องของคานะก่อนที่จะได้มองสถานการณ์อย่างตกใจ



? ? ? : เกิดอะไรขึ้นน่ะ !!


ควันจากเวทย์ไฟของคานะคลุ้งเต็มห้อง

" แค่กๆ " คานะสำลักควันไฟเล็กน้อย

คานะได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งเข้ามา

" !!!! " คานะได้รีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำทันทีเพราะคิดว่าคงเป็นชายหนุ่มใส่แว่นแน่นอน

แล้วก็คานะรีบใส่เสื้อผ้าก่อนที่จะออกไปจัดการกับเด็กหนุ่มเจ้าปัญหาที่โดนเวทย์ของเธอเข้าไปจังๆ

ชายหนุ่มได้ยืนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นพลางมองคานะที่วิ่งพรวดออกมาหาเป้าหมายประหลาดหน้าห้องของเธอ

? ? ? : อ๋าๅ ~ ชั้นเห็นดาวเต็มไปหมดเลย ~

เด็กหนุ่มได้ละเมอออกมาเบาๆในขณะที่ยังไม่ได้สติสตางค์ซักเท่าไรนัก


คานะตรงดิ่งไปหาเด็กหนุ่มโดยไม่ได้สนใจชายหนุ่มใส่แว่นเลยหรือว่าลืมก็ไม่รู้

" นี่นายแอบตามชั้นมาหรอย่ะ " คานะดึงคอเสื้อของเด็กหนุ่มขึ้นมาเขย่าๆ

" แล้วเมื่อกี้นายคงไม่เห็นอะไรสินะ " คานะถามพร้อมยิ้มแล้วมีเครื่องหมายโกรธขึ้นมาบนหัว

? ? ? : มะ- ไม่เห็น !! ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น !! ชั้นไม่เห็นอะไรเลย !!

เด็กหนุ่มได้รีบตอบอย่างไม่เป็นภาษาในขณะที่ตัวของเขาได้พริ้วไหวโบกสบัดไปตามแรงของเด็กสาว

? ? ? : คนรู้จักเหรอ ?

ชายหนุ่มที่ยืนมองสถานการณ์อยู่ได้ถามขึ้นมาขัดจังหวะของทั้งสอง


" . . . . !!! " คานะปล่อยมือจากเด็กหนุ่มแล้วหันไปหาชายหนุ่มใส่แว่นทันที

" ขะ . . . ขอโทษด้วยนะที่ทำห้องของนายเละไปหมด " คานะก้มหัวขอโทษทันที

" ส่วนนายนี่ชั้นแค่เคยประลองด้วยในโคลอสเซียมนะ "

" ว่าแต่เรียกนายๆแบบนี้ไม่ถนัดเลย ชั้นชื่อ คานะ นะ นายชื่ออะไรหรอ " คานะยิ้มคุยกับชายหนุ่มใส่แว่น

ซูซูจิ เคน : ผมชื่อ ซูซูจิ เคน น่ะ

ชายหนุ่มได้แนะนำตัวขึ้น แต่ไม่ทันที่เขาจะพูดจบเด็กหนุ่มก็ได้โผล่พรวดขึ้นมาแทรกระหว่างคานะและเคนทันที

โอเรียน : ส่วนชั้น โอเรียน !!

เด็กหนุ่มได้เก๊กขึ้นพร้อมกับแนะนำตัวกับคานะ

ซูซูจิ เคน : ถ้าอย่างนั้น จะเข้าไปวันนี้แล้วสินะ ?

เคนได้ถามคานะขึ้นโดยที่ไม่ได้สนใจทางด้านโอเรียนเลยแม้แต่น้อย


" อือ ใช่แล้วชั้นจะเข้าไปวันนี้ " คานะพยักหน้าตอบชายหนุ่มโดยไม่สนใจเด็กหนุ่มเช่นกัน

" ว่าแต่ชั้นควรจะต้องเก็บกวาดห้องให้นายก่อนไปจะดีกว่านะ " คานะหันไปมองสภาพห้องที่เละแล้วเหงื่อตก

" หวังว่านายคงจะมาช่วยด้วยนะ . . . " คานะหันไปยิ้มให้โอเรียนด้วยสายตาที่เย็นชา

โอเรียน : อะ- อื้อ . . .

เด็กหนุ่มได้ตอบกลับมาเบาๆพลางรีบปัดกวาดทำความสะอาดห้องอย่างขยันขันแข็งจนคนอื่นๆไม่ต้องลงมือเลยทีเดียว

หลังจากที่โอเรียนได้ทำความสะอาดจัดเก็บเรียบร้อยแล้วเขาก็ได้รีบวิ่งพรวดมาที่ข้างๆของคานะอย่างรวดเร็ว คาดว่าเขาคงจะยังเหลือแรงก่อเรื่องให้คานะได้ปวดหัวอีกตลอดวันเป็นแน่

ซูซูจิ เคน : ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้โชคดีแล้วกันนะ . . . ถ้ามีโอกาศได้เจอเด็กคนนี้ล่ะก็ฝากความคิดถึงไปถึงเขาด้วยล่ะ



ชายหนุ่มได้ขยับแว่นเบาๆก่อนที่จะแสดงภาพเล็กๆรูปนึงให้คานะได้เห็นก่อนที่เด็กสาวจะเข้าไปยังตัวเมือง


" แล้วนายจะมาเบียดข้างๆชั้นทำไมละนี่ " คานะเอามือดันตัวโอเรียนออก

คานะได้มองที่รูปภาพที่เคนถือ

" เป็นคนที่น่ารักเหมือนกันนะนี่ " คานะยิ้ม

" ทำไมนายไม่เข้าไปพร้อมกับชั้นเลยละ เคนซัง "

พรืดดด ~ โอเรียนได้ถูกคานะผลักคว่ำกลิ้งไถลไปกับพื้นอย่างง่ายดาย

ซูซูจิ เคน : ไม่ได้หรอก ผมยังมีหน้าที่ที่ต้องทำที่นี่อยู่

ชายหนุ่มได้ขยับแว่นขึ้นเบาๆก่อนที่จะโบกมือขึ้นในท่าหันหลังให้กับคานะ

ซูซูจิ เคน : ตอนนี้มันก็เวลาพักของผมด้วย . . . ถ้าคนที่ลอบเข้ามาหายไปในเวลาพักผมก็ถือว่าผมไม่รู้เรื่องแล้วกัน


เสร็จสิ้น
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 12-2-2013 19:10:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 8-3-2013 01:19



'' เยี่ยม! '' ชั้นโผล่งขึ้นมาอย่างดีใจกับการโจมตีเมื่อครู่จะได้ผล

ครื่นๆๆ!!! แรงสั่นของเรือที่ถูกหนวดขนาดใหญ่ถูกผละออกมาจนเป็นอิสระ

ชั้นรีบวิ่งไปดูตรงหัวเรือก่อนจะมองดูรอยแผลที่ใหญ่เอาเรื่อง

'' แบบนี้พากลับขึ้นฝั่งไม่ได้แน่ . . . '' ชั้นมองซ้ายขวา ก่อนจะยังเห็นไอ้เจ้าหมอนั่นที่มัวแต่ยืนคิดอะไรนักหนานี่

'' ว๊าย!? '' แรงสั่นสะเทือนกระทันหันเหมือนมีอะไรบางอย่างระเบิดเล็กๆ ด้านใน  นี่มันคิดจะโจมตีจากข้างล่างหรอ?

'' โม่ !! นายน่ะ มาทางนี้ซิ!! '' ชั้นรีบวิ่งพลางกระชากแขนเสื้อเจ้าหมอนี่วิ่งไปยังท้ายเรือระหว่างทางก็ได้หยิบเสื้อชูชีพ ติดมาด้วย

'' ใส่มันซะ ! '' ชั้นตะโกนบอกก่อนที่จะโยนเรือช่วยเหลือฉุกเฉินออกไป ก่อนที่จะกางมันออกมาอย่างกระทันหันก่อนที่จะโยนเสื้อชูชีพของชั้นโยนลงไปในทะเลให้คนที่กำลังจะจมน้ำ

'' กระโดด!! '' ตึกๆๆๆๆ ซู่ม!! . . . ร่างของชั้นลอยออกไปจากตัวเรือ ก่อนที่จะหยิบกริชออกมาและฟาดเคลื่อนความมืดลงบนใต้ท้องเรือก่อนที่จะกลับตัวและดิ่งตัวเองลงสู่น้ำทะเลไป

'' ฮ่า!! '' ชั้นรีบมุดขึ้นมาจากผืนน้ำก่อนจะเริ่มว่ายกลับมายังเรือที่กำลังจะจม

- กระโดดลงน้ำไปหามอนสเตอร์

อย่างที่เจ้าหมอนั่นบอก เรายังวางใจไม่ได้ มีคนอีกมากที่อยู่บนทะเล ต้องต้านมันเอาไว้ . . .

ว่าแต่ เจ้าบ้านั่นอยู่ไหนน่ะ? ชั้นมองซ้ายขวาหาเรือชูชีพอยู่ครู่หนึ่ง

เมื่ออันดีนได้มองไปรอบๆก็พบกับชายหนุ่มจอมเฉื่อยที่กำลังลอยตามชะตากรรมสายน้ำไปกับเสื้อชูชีพที่เธออุส่าห์ให้ ร่างของเขาได้ค่อยๆลอยห่างออกไปเรื่อยๆอย่างเงียบๆ แต่น่าเป็นห่วง . . .

ทางด้านมอนสเตอร์เองเหมือนว่าจะหายไปราวกับว่าไม่ได้ปรากฏตัวออกมาตั้งแต่แรกแล้ว ? ซึ่งมันน่าประหลาดมากที่ร่างมหึมาเมื่อครู่นี้จะหายไปเฉยๆได้

- ออกจากตัวซากเรือไปยังชายฝั่ง
- มองหาวี่แววที่จุดเดิม


- ออกจากตัวซากเรือไปยังชายฝั่ง

เอ๋? มันหายไปแล้ว? ได้ยังไง? ชั้นมองซ้ายมองขวา บริเวณท้องเรือ แต่ก็ไม่พบอะไรเลยแม้แต่น้อย

. . . ชั้นว่ายน้ำกลับมาอย่างระแวดระวังไปดึงเจ้าหนุ่มเฉื่อยที่ลอยออไปนอกลู่นอกทางอยู่คนเดียว

'' นายเนี่ยน้า อย่างน้อยๆก็หัดทำอะไรให้ตัวเองรอดหน่อยได้รึเปล่า? '' ชั้นบ่นทันทีที่ดึงเสื้อชูชีพของเขาได้ เป็นผู้ชายที่พึ่งพาแม้แต่ตัวเองไม่ได้เลยจริงๆ

ก่อนที่ชั้นจะลากเขากลับมาขึ้นฝั่งใกล้ๆ

? ? ? : อ๋าๅ ฮะๆๆ ขอโทษคร้าบ ~

ชายหนุ่มได้เอ่ยออกมาพลางเกาหัวแก้เก้อเบาๆ

? ? ? : พอดีผมกำลังคิดว่ามันแปลกเกินไปที่มอนสเตอร์จู่ๆก็หายไปน่ะ ก็เลยคิดว่าจะว่ายน้ำเข้าฝั่งดีหรือลอยไปหาเรือช่วยชีวิตดี

ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังอธิบายนั่นเองก็ได้มีเงาแปลกๆจากด้านบนเคลื่อนย้ายมายังจุดที่ทั้งสองยืนอยู่

? ? ? : ไม่นึกว่าจะมีคนมาขวางไว้ . . . ทำแผนของชั้นเสียหมดแบบนี้รู้ไม๊ว่ามีโทษสถานใด ?



เด็กสาวประหลาดคนนึงที่ดูคลับคล้ายคลับคลาได้ปรากฏตัวทักทายขึ้นด้วยใบน้ำเสียงเรียบ


'' ตั้งแต่เมื่อไหร่!? '' ชั้นหันมาหาต้นเสียงอย่างตกใจ

มาอยู่ด้านหลังชั้นได้โดยที่ชั้นไม่รู้ตัวเลย!? . .  .

'' เธอคือ ไอ้สัตว์ประหลาดที่โจมตีเรืออย่างนั้นสินะ . . . '' ชั้นเอ่ยถามขึ้นลอย แต่ไม่คิดจะขยับอะไรมาก

'' ทำไมจู่ๆถึงโจมตีพวกเราล่ะ เธอต้องการอะไรกันแน่? ''

? ? ? : หึ !! . . .

ยังไม่ทันที่เด็กสาวคนนั้นจะได้เอ่ยอะไรออกมานายเฉื่อยข้างๆอันดีนก็ได้พูดแทรกขึ้นมาก่อนพลางมีประกายออกมาจากตัวของเขาราวกับว่ารู้อยู่แล้วซะงั้น . . .

? ? ? : เธอจะไม่บอกสินะ !! แล้วจากนั้นเธอก็จะเปิดฉากโจมตีพวกเราโดยฉับพลัน ผมรู้หมดแล้ว !! แต่ว่าผมน่ะ . . .

ดูเหมือนว่าชายหนุ่มยังจะพล่ามต่อไปว่าตัวเองกำลังจะทำอะไรให้ทั้งหมดได้ยิน . . .

- ปิดปาก !!
- ปล่อยให้พูดต่อ . . .


- ปิดปาก !!

. . . . ( ปึด ) ชั้นยกมือขึ้นสูงก่อนที่จะเขกให้อีตานี่หัวมุดทรายลงไปอย่างแรง

'' คนเขากำลังซีเรียสอย่าเพิ่งพูดเสียบออกมาสิย๊าาาา แฮกๆๆ . . . '' ชั้นตะคอกใส่อย่างเซ็งๆ ก่อนจะสูดหายใจลึกๆ กลับมาเข้าอารมณ์ซีเรียสต่อ

'' . . . ว่ายังไงล่ะ เธอมีเหตุผลอะไรถึงโจมตีพวกเราก่อนอย่างนั้นหรอ? ''

? ? ? : ชั้นไม่ได้จะโจมตีพวกเธอตั้งแต่ที่แรกแล้ว ~ ถ้าพวกเธอทำเป็นไม่เห็นซะ พรุ่งนี้ก็จะได้เห็นตะวันยามเช้าแล้วแท้ๆ

เด็กสาวได้ยิ้มออกมาเล็กๆก่อนที่ท้องฟ้าจะได้เปลี่ยนไปเป็นสีแดงฉานอีกครั้งเหมือนกับตอนที่ปีศาจบุกทำลายเรือเมื่อครู่นี้


อึ่ก เด็กคนนี้เอาจริง?

ชั้นถอยออกมาห่างๆ  พลางเรียกกริชออกมา

'' Open combat! ''

กริ๊ก ฟู่ ปลอกกระสุนถูกอัดเข้าไปในตัวลำกล้องที่จับของกริชพร้อมจะใช้ตอบโต้แล้ว

'' ชั้นไม่รู้หรอกนะว่าเธอวางแผนอะไรไว้อยู่ แต่ชั้นไม่ยอมตายที่นี่หรอก!! '' ฟุบ ชั้นสบัดกริชลงก่อนที่มันจะส่องแสงเล็กๆออกมา

[ ดีไวท์เริ่มทำงาน บราดิโอ้ แสดงผล ]

ฟุ้บ !! หอกสีดำทมิฬได้ปรากฏขึ้นมาเป็นจำนวนมาก !! คาดว่าเธอคงจะได้ร่ายเวทย์มนต์ไว้ตั้งแต่ตอนเจอหน้ากันแล้ว !!

? ? ? : ลาก่อนนะ ♪ คุณจอมเวทย์

เมื่อสิ้นเสียงลงหอกสีดำจำนวนมหาศาลก็ได้ถล่มตัวลงมาที่จุดที่อันดีนและนายเฉื่อยอยู่ทันที !!

แว้บ ~ หอกทั้งหมดที่ทิ่มแทงลงมานั้นกลับกลายสภาพเป็นธาตุอากาศและไม่ปะติปะต่อกับสิ่งรอบด้านทั้งหมด !! รวมทั้งพื้นที่รอบๆด้านนั้นก็กลายเป็นสีขาวทั้งหมดไปด้วย !! เมื่อมาลองมองดูอีกทีแล้วอันดีนก็พบว่าตัวเองไม่สามารถใช้เวทย์มนต์ที่มีธาตุในพื้นที่ขาวๆนี้ได้เลย !!

? ? ? : ใครบอกว่าผมเป็นจอมเวทย์กัน !! ผมน่ะเป็น . . .

- ปิดปาก . . .
- ปล่อยให้พูดไปก่อน
- เข้าโจมตีเด็กสาวทันที


- เข้าโจมตีเด็กสาวในทันที

'' !!? '' หลังจากที่ชั้นพะวงกับหอกนับร้อยที่อยู่บนฟ้า ก็ได้ถูกสลัดออกจากความหวาดกลัวนั่นหลังจากที่มันหายไป

'' คิดว่าจะทำอะไรไม่เป็นซะอีกนะ นายเฉื่อย!! '' ยังไม่ทันที่อีตานั่นจะได้พูดจบชั้นรีบย่อตัวลงก่อนจะใช้แรงขาดีดตัวเองขึ้นไปหาเด็กสาวด้วยความเร็ว

'' ฮ่าส์!!!! '' ชั้นง้างกริชฉวยโอกาสจังหวะนั้นเข้าโจมตีเธอ

ฉัวะ !! คมกริชของอันดีนได้ถากเข้าที่ตัวของเด็กสาวจนเลือดสีดำของเธอไหลออกมาตามใบมีดของอันดีน

? ? ? : อาา . . .

เด็กสาวได้ก้มลงมองแผลตัวเองอย่างช้าๆในขณะที่รอยแผลนั่นกำลังค่อยๆสมานตัวกลับเป็นเหมือนเดิม

? ? ? : Magician Slayer . . .

เธอได้บ่นพึมพำก่อนที่จะได้กางกรงเล็บของเธอขึ้นมาแทน

กริ๊ก !! เสียงคมเหล็กกระทบอากาศจนดังเป็นเสียงขึ้นมาอย่างรุนแรง !! ไม่นานนักรอยขีดข่วนจากของมีคมก็ได้ปรากฏขึ้นเป็นสีแดงจ้ำๆบนตัวของอันดีนและนายเฉื่อยเต็มไปหมด !!

? ? ? : ไม่ใช้เวทย์มนต์ก็ได้ ♪


'' อะไรกัน!? '' ชั้นประหลาดใจที่แผลนั่นหายไปเหมือนกับไม่มีอะไรก่อนที่จะรีบดิ่งตัวเองลงมาสู่พื้นพลางลองดูอีกครั้ง จังหวะนั้นเด็กคนนั้นจะใช้กรงเล็บสบัดชั้นกระเด็นออกมา

'' โอ๊ยย!!? '' ชั้นร้องออกมา ก่อนที่จะมองเห็นรอแดงเต็มแขนและขาของชั้น นะนี่มันอะไร? ไวรัส? ไม่สิ

อึ่ก แข็งแกร่ง คิดว่าจะทำได้แค่ร่ายเวยท์ใหญ่ๆ เหมือนอย่างตอนโจมตีเรือกับมนต์เมื่อครู่ซะอีก

'' เอ!? แล้วไหงนายถึงโดนไปด้วยล่ะนายเฉื่อย !?'' ชั้นหันมาหาอีตาบ้านั่นทั้งๆที่อยู่เฉยๆแท้ๆ ไหงโดนลูกหลงไปด้วยได้

'' ได้ยังไง คนที่ได้รับบาดเจ็บน่าจะเป็นแค่ชั้นที่สัมผัสมันไม่ใช่หรอ!? '' ชั้นหันมามองเด็กคนนั้นด้วยสีหน้าดุดัน พลางระบายความสงสัยออกมาพร้อมกับยืนขึ้นมาอีกครั้ง

ถ้าชั้นเร็วเท่าท่านพ่อล่ะก็ คงจะหลบกรงเล็บนั่นได้ไม่ยาก ทำยังไงดี . . .  * ปึด * ชั้นกำกริชแน่น

นายเฉื่อย(?) : กรงเล็บโลหิตนี่มันเป็นพลังของพวกจอมเวทย์ตระกูลสกาเล็ตเท่านั้นนี่ !!

ชายหนุ่มได้อุทานออกมาเบาๆก่อนที่จะได้ล้วงๆเข้าไปในเสื้อของเขาและหยิบขวดใสๆออกมา

นายเฉื่อย(?) : เจอนี่หน่อย !! นี่น่ะ . . .

ดูเหมือนว่านายนี่จะปากโป้งอีกแล้ว !!

- ปิดปาก !! แล้วหยิบมาใช้ ( ระบุวิธีใช้ )
- ปล่อยให้พล่ามแล้มให้นายเฉื่อยใช้ . . .
- หลบออกมา ( ระบุว่าลากนายเฉื่อยออกมาด้วยหรือไม่ ) และถามรายละเอียดกับนายเฉื่อยเรื่องของจอมเวทย์ตระกูลสกาเล็ตเสียก่อน


- หลบออกมา ...

อีตานี่ยิ่งอยู่ด้วยแล้วชักเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทุกทีแล้วนะ

ชั้นเริ่มรู้สึกหงุดหงิดกับการโผล่งออกมาแบบไม่รู้เวลาของอีตาบ้าที่อยู่ข้างๆนี่แต่หมอนี่ก็ดันพูดเหมือนรู้จักกับรูปแบบการโจมตีของเด็กคนนั้น ชั้นเลยรีบรวบตัวอีตานี่ถอยออกมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน ( ตัวเลกกว่าเลยทำได้แค่ดันให้ถอยมา )

'' นายน่ะ จะไปทำตัวรู้มากให้เขาเพ่งเล็งทำไมน่ะ ให้ตายสิสร้างแต่ปัญหาจริงๆเลย '' ชั้นบ่นพึมพำก่อนจะเงิยหน้ามองอีตาบ้านี่ด้วยสายตาจริงจัง

'' แต่ท่าทางนายจะรู้เยอะนะ ช่วยเล่ารายละเอียดมาให้ฟังหน่อยสิ ''

นายเฉื่อย(?) : อืม . . . จะเริ่มจากเรื่องอะไรก่อนดีล่ะ . . .

ชายหนุ่มได้ทำท่าครุ่นคิดขึ้นอีกครั้งแต่เขาก็รีบยกมือห้ามอันดีนไว้เสียก่อนที่จะโดนตบคว่ำ

นายเฉื่อย(?) : ผมรู้แค่ว่าตระกูลสกาเล็ตเป็นจอมเวทย์ที่มีสายเลือดพิเศษและเป็นพวกแวมไพร์น่ะครับ เพราะอย่างนั้นผมเลยจะใช้White stardustจากขวดนี้เปลี่ยนสภาพอาวุธเป็นธาตุศักสิทธิ์น่ะ

เขาได้อธิบายขึ้นพลางแสดงขวดใสๆที่หยิบขึ้นมาเมื่อครู่ให้อันดีนเห็น


นายนี่มันเป็นเอ็กโซซิสหรือเปล่านะ ไม่สิตอนนี้ไม่มีเวลามากแล้ว ชั้นยืนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะจ้องอีตานี่อีก

'' ถ้าอย่างนั้น ไอ้เจ้านี่คงจะใช้ปราบเด็กคนนั้นได้สินะ? ขอชั้นซักขวดสิ? ''

ชั้นแบมือขอขวดนั่นทั้งอย่างนั้น

นายเฉื่อย(?) : แค่โจมตีให้โดนด้วยอาวุธที่อาบผงสตาร์ดัสซักทีก็พอจะทำให้เขาถอยไปได้แล้วล่ะ

ชายหนุ่มได้ยื่นขวดเล็กๆนั่นให้กับอันดีนก่อนที่จะหยิบขวดใสๆอีกขวดขึ้นมาและโรยลงที่ปลอกดาบ(?!)คาตานะของตนเอง


ชั้นรับขวดนั้นมาก่อนจะมองมัน

'' ได้ยินแบบนั้นพอจะมีแรงใจสู้อยู่ล่ะนะแต่ปัญหาคือจะทำให้ เด็กคนนั้นลงมาจากท้องฟ้ายังไงนี่สิ . . . ชั้นจ้องมองเด็กผู้หญิงคนนั้น

จากแรงขาของเราพอจะส่งตัวเองขึ้นไปได้ก็จริงแต่ว่าคงไปเป็นเป้านิ่งตรงๆให้เด็กคนนั้นโจมตีใส่เปล่าๆ

ชั้นรู้ดีว่าชั้นไม่มีพลัง Ki เหมือนกับคุณพ่อทำให้กระบวนท่าหลายๆจุดของชั้นมีข้อบกพร่องแต่ว่าเรื่องแค่นั้นไม่ทำให้ชั้นต้องมายอมตายที่นี่หรอก

ชั้นเปิดฝาออกก่อนจะโรยผงลงบรรจุกระสุนของดีไวซ์และใส่มันเข้าไปก่อนที่จะให้ดีไวซ์เคลือบมันอีกทีหนึ่ง

'' ไปกันเถอะ เรามีเรื่องต้องไปทำอีก '' ชั้นสบัดกริชเบาๆก่อนที่จะเริ่มบรรจุเวทย์มนต์ไว้รอใช้งาน

สเก็ดขาวๆใสๆของสตาร์ดัสได้โปรยออกไปตามใบมีดเล็กน้อยเมื่ออันดีนได้สบัดอาวุธออกมา อาวุธของเธอคงจะพร้อมกับการต่อสู้ครั้งนี้แล้ว

นายเฉื่อย(?) : ถ้าอย่างนั้นผมจะ"บังคับ"ให้เธอลงมาแล้วกันนะครับ !!

ชายหนุ่มพูดออกมาราวกับว่าเป็นเอสเปอร์อ่านใจออก !! ก่อนที่จะได้พุ่งตัวออกมาจากที่หลบและตั้งท่าในท่าจับดาบคาตานะของเขา !!

ควับ !!เด็กสาวที่อยู่บนฟ้านั้นได้รีบพุ่งลงสู่ด้านล่างอย่างรวดเร็วทันทีเมื่อเธอเห็นท่ายืนนั้น !! ในวินาทีที่ไล่เลี่ยกันนั้นขอบท้องฟ้าสีแดงฉานด้านบนก็ได้เหมือนกับถูกอะไรบางอย่างตัดผ่านจนบิดเบี้ยวออกไป !!

? ? ? : หึ !! ตายซะ !!

เด็กสาวได้รีบกลับลำของเธอหลังจากที่หลบการโจมตีเมื่อครู่ไปแล้วและกวัดกรงเล็บของเธอเข้าโจมตีจากระยะไกลทันที !!

เกร้ง !! เสียงกรงเล็บได้กระทบกับอะไรบางอย่างในธาตุอากาศจนดังก้องเหมือนกับเสียงเหล็กเสียดสีกัน !! นั่นคงจะเป็นคมดาบของนายเฉื่อยก็เป็นได้ !!


เสร็จสิ้น
โพสต์ 12-2-2013 19:34:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย g-zero เมื่อ 9-3-2013 23:10



"ชิ ดันมีตัวเกะกะออกมาจนได้" ควอเร่ที่เสียงเยือกเย็นพูดออกมาแบบไม่สบอารมณ์พร้อมเรียกเคียวออกมาได้ดั่งใจ

"หายไปซะ ไรม์ ช็อตกัน!!!!" เขาจับเคียวกลับด้านแล้วยิงกระสุนพลังงานจำนวนมากออกมาหลายนัด

"อุตส่าห์มีแหล่งพลังงานเพิ่มชั้นดีขนาดนี้ใครจะปล่อยให้หลุดมือกันล่ะ" หลังจากยิงไปหลายชุดเขาก็ปาเคียวเข้าใส่ แต่ให้เคียวพลุบหายเข้าไปในมิติรอจงหวะ ท่าทางตอนนี้เขาจะใช้เคียวได้คล่องมาก

เปรี้ยง !! พลังงานที่ยิงออกมาได้ซะท้อนออกไปข้างๆตัวของหญิงสาวอย่างรวดเร็วโดยที่กลุ่มพลังงานนั้นไม่สามารถที่จะโค้งกลับมาหาตัวเธอได้เลย

? ? ? : นี่มันที่ของชั้น !! นายต่างหากล่ะที่เกะกะน่ะ !!

เมื่อหญิงสาวกล่าวจบก็ได้มีวงเวทย์แสงปรากฏขึ้นมาล้อมรอบๆบริเวณเอาไว้จำนวนมาก


"หึ....." ควอเร่แสยะยิ้มออกมาพร้อมเรียกเคียวขึ้นมาภายในวงเวทย์แสงเตรียมเข้าโจมตีหญิงสาวพร้อมกับกระสุนที่ปล่อยกระจายไปทั่วจากเคียว

Cast Darkball

"พลังของโลกนี้มันน่าสนใจดีแหะ" ควอเร่ยิงบอลพลังสีดำเข้าใส่หญิงสาวต่อเนื่องทันที

แว้บ !! เมื่อลูกบอลสีดำได้ยิงออกมานั้น มันก็ได้กระทบเข้ากับควอเร่เสียแทนอย่างจัง !? เมื่อควอเร่ได้ตั้งสติกลับมาอีกครั้งก็พบว่าจุดที่เขายืนอยู่ได้ถูกเปลี่ยนไปจากเดิมเสียแล้ว

? ? ? : ถ้ายอมสำนึกผิดแล้วเป็นทาศของชั้นจะยอมปล่อยไปก็ได้นะ

หญิงสาวได้เอ่ยเสนอออกมาอย่างมีเลศนัยในขณะที่ค่อยๆร่ายเวทย์ใสๆบางอย่างออกมาไว้รอบๆตัวเอง


"เป็นแค่มนุษย์ของโลกนี้แท้ๆแต่ท่าทางจะปัญหาเยอะน่ะ" ควอเร่เริ่มอารมณ์ไม่ดีพร้อมเสียงที่เย็นชากว่าเดิม

"ถ้าอย่างนั้นก็ให้ที่นี่มันหายไปทั้งหมดเลยแล้วกัน!!!!!" ควอเร่เปิดประตูมิติขนาดยักษ์จากนั้นก็มีหุ่นปริศนาปรากฏตัวขึ้นในเงามืดของมิติและเริ่มชาร์จพลัง

"ดิส เรว์ฟ ฟูลไดร์ฟ จงหายไปซะ!!!!! อัคชิออน บัสเตอร์ เดธ เอนด์..........อุ๊ก" จู่ๆควอเร่ก็ปวดหัวขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับผมที่เริ่มกลับมาเป็นสีเงินเหมือนเดิม และมิติก็ค่อยๆหดลงจนหายไป

"ทำไม.......แกต้อง.......ตอนนี้........" ผมของควอเร่กลับเป็นสีเงินดังเดิมพร้อมกับสลบไปยาวทั้งอย่างนั้น

-:- ตัดมายังตอนเย็น

ไม่นานนักควอเร่ก็รู้สึกตัวขึ้นอีกครั้ง ซึ่งดูเหมือนว่าตอนนี้เข้าจะอยู่ภายในตัวของศาลเจ้า

? ? ? : ตื่นแล้วเหรอ ? พ่อหนุ่มน้อย

เสียงใสๆได้ดังขึ้นข้างๆกับที่เขานอนอยู่ เมื่อชายหนุ่มได้หันมาตามเสียงนั้นก็ได้พบกับหญิงสาวคนนึงที่ตัวน่าจะเล็กกว่าเขาเสียอีกนั่งจิบสาเกอยู่



"กะ เกิดอะไรขึ้นครับ จู่ๆเหมือนผมสลบไป" ควอเร่ยังคงมีอาการมึนงงอยู่

"ว่าแต่คุณคือมิโกะของศาลเจ้าที่นี่ใช่ไหมครับ" ตอนนี้ควอเร่กลับเข้าอาการปกติเรียบร้อยแล้ว

? ? ? : ไม่ใช่หรอก เมื่อตอนกลางวันเรานั่งจิบสาเกด้วยกันที่ห้องอาหารแต่นายกลับสลบไปเสียก่อนต่างหากล่ะ

หญิงสาวได้กล่าวปฎิเสธขึ้นมาพลางบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น(?)กับควอเร่

? ? ? : ตามข้อตกลงแล้วคนที่ดื่มแพ้ต้องเลี้ยงอาหารอีกคนนะ


"ตอนกลางวัน..... ผมจำได้ว่าผมไม่ได้เข้าไปในห้องอาหารเลยน่ะครับ จำได้ว่าผมนั่งรอคุณมิโกะอยู่กับคุณบาระซูโช จากนั้นผมก็ออกไปเดินเล่นแถวๆสุสานจากนั้นก็สลบไป ผมคิดว่าผมไม่น่าจะทานอะไรได้ตอนสลบน่ะครับ แถมผมเห็นหน้าคุณเป็นครั้งแรกด้วย" ควอเร่พยายามนึกย้อนเหตุการณ์ทั้งหมดของตัวเองดูเป็นลำดับแล้ววิเคราะห์ออกมา

"แล้วก็ ไม่ทราบว่าสาเกมันคืออะไรหรือครับ" หลังจากวิเคราะห์ออกมาดูอย่างฉลาด ควอเร่ก็ปล่อยคำถามสุดโง่ออกมาทันที

? ? ? : จำอะไรไม่ได้จริงๆเหรอเนี่ย . . .

หญิงสาวได้วางจอกสาเกของเธอลงและเริ่มพูดกับควอเร่แบบปกติซักที

? ? ? : เมื่อตอนกลางวันเราได้ปะมือกับคนที่คาดว่าน่าจะเป็นนายน่ะ แต่ว่าตอนนี้คงไม่เป็นอะไรแล้วล่ะมั้ง ?

เธอได้อธิบายขึ้นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆเมื่อตอนกลางวันนี้และแนะนำตัวเองขึ้น

ฮาคุเรย์ เรย์มุ : เราคือมิโกะที่ดูแลบริเวณศาลเจ้าแห่งนี้ ฮาคุเรย์ เรย์มุ


"คาดว่าจะเป็นผม?? แปลว่ามีคนที่คล้ายกับผมอยู่งั้นหรือ....." ควอเร่แสดงอาการประหลาดใจออกมา

"คุณคือมิโกะของที่นี่สิน่ะครับ ได้ยินมาจาก....เอ่อ.....คุณผู้หญิงที่มีหูกับหางบอกมาว่าคุณกำลังต้องการคนช่วยงานอยู่หรือครับ" ควอเร่เข้าประเด็นที่ตัวเองวางแผนไว้ทันทีหลังจากรู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าคือมิโกะของที่นี่

ฮาคุเรย์ เรย์มุ : ถ้าเรื่องงานชั้นเองคงจะไม่ค่อยไว้ใจนายเท่าไร คงรู้ๆกันอยู่ล่ะนะ แต่ว่าก็คงจะไม่ปฏิเสธนายไปเสียดื้อๆหรอกเพราะมีลูกจ้างมาช่วยอีกแรงมันก็ดีใช่น้อย

หญิงสาวได้เอ่ยขึ้นก่อนที่จะหยิบชุดมิโกะชายสีน้ำเงินและยื่นให้กับควอเร่

ฮาคุเรย์ เรย์มุ : พรุ่งนี้เริ่มงานที่สุสานด้านหลังได้เลยนะ แล้วก็ใส่ชุดเครื่องแบบด้วยล่ะ


"เอ่อ ครับ......" ควอเร่รับชุดมาด้วยอาการงงๆอยู่หน่อย และเริ่มลองใส่ชุดซ้อนชุดตัวเองดู

"ขอโทษครับ ไม่ทราบว่า....ชุดมันใส่ยังไงหรือครับ" ควอเร่หันไปถามหญิงสาวด้วยสภาพที่ใส่ชุดได้เละเทะมาก

ฮาคุเรย์ เรย์มุ : นั่นสินะ . . .

หญิงสาวได้ค่อยๆทาบมือลงเบาๆที่หน้าอกของควอเร่พลางวาดเรียวนิ้วยาวของเธอเฉียงไปอย่างช้าๆ

ฮาคุเรย์ เรย์มุ : เริ่มจากจัดตัวเสื้อช่วงบ่าด้านบนก่อน . . .

เธอได้ค่อยๆสวม Gi ( ส่วนเสื้อ ) ด้านบนโดยจัดให้พอดีกับไหล่ของควอเร่และดึงจัดส่วนล่างก่อนที่จะได้สวม Hakama (ส่วนกางเกง) ช่วงล่างให้กับควอเร่ขึ้นมาและผูก Obi ( สายรัด ) เข้ากับกางเกงของชายหนุ่มที่ได้หุ้มชายล่างเสื้อไว้

ฮาคุเรย์ เรย์มุ : ก็คงแค่นี้ล่ะมั้ง

เรย์มุได้ส่งยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ให้กับควอเร่ก่อนที่จะหยิบจอกสาเกของเธอขึ้นมา

ฮาคุเรย์ เรย์มุ : พรุ่งนี้จะมีคนที่จะมาทำงานเดียวกับนายอยู่ใรบริเวณเดียวกัน ถ้ามอีะไรสงสัยก็ถามเขาได้เลยนะ


"ขอบคุณมากครับ" ควอเร่เช็คความเรียบร้อยของชุดพร้อมกล่าวขอบคุณ

"ว่าแต่ว่าเห็น คุณบาระซูโชไหมครับ เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กหน่อยน่ะครับ พอดีตอนเที่ยงผมปล่อยให้เธออยู่ในศาลเจ้าน่ะครับ" ควอเร่นึกขึ้นได้เลยถามคำถามหญิงสาวอีกรอบ

ฮาคุเรย์ เรย์มุ : เด็กคนนั้นอยู่ที่ห้องพักในศาลเจ้านี่ล่ะ

หญิงสาวได้เปิดประตูห้องที่ควอเร่นอนอยู่ก่อนที่จะชี้นิ้วออกไปที่ห้องที่บาราซูโชพักอยู่

ฮาคุเรย์ เรย์มุ : จะใช้ห้องนี้หรือจะไปพักที่ห้องนั้นก็ได้นะ


"อ่อ งั้นหรือครับ" ควอเร่ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ

"ถ้าอย่างนั้นผมขอพักที่ห้องนี้น่ะครับ" ถึงความจำเสื่อมก็ยังพอรู้จักมารยาทน่ะเออ!!!

โคร่กกกก........ ก่อนจะได้ทำอะไรต่อ เสียงท้องของควอเร่ก็ดังขึ้นมาอย่างชัดเจน

"ตอนนี้ขอรบกวนอีกอย่างได้ไหมครับ" ควอเร่หันมาหาหญิงสาวอีกครั้ง เหมือนเป็นสัญญาณอะไรบางอย่าง

ฮาคุเรย์ เรย์มุ : ถึงจะเป็นศาลเจ้า แต่อาหารก็ไม่ฟรีหรอกนะ

หญิงสาวได้ยิ้มกริ่มขึ้นก่อนที่จะหยิบใบจดออเดอร์ขึ้นมาอย่างเป็นงานเป็นการทันที


"ไม่ฟรี หมายความว่า...... อะไรหรือครับ" ควอเร่ทำหน้างงทันที คนความจำเสื่อมก็เงี้ย.....

"ถ้างั้นขออะไรที่ทานได้ง่ายๆแล้วกันครับ" ควอเร่กล่าวอย่างสุภาพโดยหารู้ไม่ว่าเข้าสู่อันตรายแล้ว

ฮาคุเรย์ เรย์มุ : รับทราบค่ะ นายท่าน ♪

มิโกะสาวได้โค้งให้กับชายหนุ่มเล็กน้อยก่อนที่จะได้ค่อยๆเดินออกไปจากห้องราวกลับว่าเปลี่ยนอาชีพเป็นเมดไปแล้วซะงั้น . . .

-:- ตัดมายังช่วงกลางคืน

ในขณะที่ควอเร่กำลังรออาหารยามดึกของเขามาเสิร์ฟนั่นเองชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงแปลกๆจากรอบๆป่าด้านนอก เมื่อชายหนุ่มได้มองลอดหน้าต่างออกไปนั้นเขาก็พบว่าได้มีปีศาจชนิดนึงกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ตัวศาลเจ้าแห่งนี้ !!



"ห๊ะ!!!" ควอเร่รีบลุกแล้วเตรียมตัวออกไปทันที

"ชุดเทอะทะชะมัด" ควอเร่ถอดชุดที่มิโกะให้ไว้ออกเหลือแค่ชุดปกติของตัวเอง แล้วพุ่งออกมาตั้งรับทันที

'เรียกเคียวออกมาไม่ได้' ควอเร่ใช้อาวุธไม่ได้เลยตัดสินใจใช้เวทย์ยิงใส่แทน

Cast Darkball

เปรี้ยง !! ทันทีที่ชายหนุ่มได้ร่ายเวทย์ซัดออกไปโดยไม่ให้พวกมันได้ตั้งตัวนั้น หมาป่าตัวหน้าสุดก็ได้ถูกลูกบอลดำจากมือควอเร่ซัดตกเนินกลิ้งกลับลงไปอย่างรุนแรงทันที !!

พวกพ้องของมันได้เปิดประชุมมติไม่ไว้วางใจควอเร่พร้อมกับเปลี่ยนทิศทางจากตัวศาลเจ้ามายังคอวเร่หมายจะนำชายหนุ่มออกจากสภาเสียแทน !!


Cast Mental Up

"เฮ้ยๆเดี๋ยวๆ" ควอเร่ยังมีปัญหาเรียกอาวุธยังไม่ได้ กำลังอยากได้เวลาอภิปรายแก้ต่างก่อนลงมติกันเป็นอย่างมาก

'ทำยังไงดีล่ะเนี่ย' ควอเร่กำลังหาวิธีรับมือเร่งด่วนมาก พยายามหันไปมาดูสภาพพื้นที่

'ต้องตั้งหลักก่อน' ควอเร่กระโดขึ้นไปบนหลังคาเรือนพักที่ตนออกมาและตั้งท่ารับมือเอาไว้ก่อน พร้อมเตะส่งแขกที่จะขึ้นมาทักทาย

เสร็จสิ้น
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 8-3-2013 01:48:36 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย nutchsnon เมื่อ 10-3-2013 00:10



สุดยอด นั่นเป็นคำแรกที่ชั้นพูดออกมาแผ่วเบาทันทีที่ทั้งคู่ปะทะกัน

อีตานี่ก็มีฝีมือเอาเรื่องเหมือนกัน แต่นั่นไม่ใช่เวลามาชื่นชมนักหรอก

'' อย่าให้บินกลับขึ้นไปได้อีกนะ!! ''

ชั้นรีบออกวิ่งตรงมายังทั้งสองก่อนที่จะอัดกระสุนที่โรงผงเข้าไปในดีไวซ์ก่อนที่กระสุนน้ำจะเปลี่ยนสีไปเป็นสีเดียวกับผงที่อัดเข้าไปเมื่อครู่

ลูกบอลน้ำพุ่งตรงไปยังร่างของเด็กคนนั้นพร้อมกับชั้นที่สไลลู่ลงไปขนานกับพื้นและสบัดกริชขึ้นไปยังแขนของหล่อนอย่างแรงจังหวะนั้นชั้นมองเห็นปีกสีดำสนิทบนแผ่นหลังนั้นชั้นพยายามจะเอื้อมมือไปคว้ามันและหวังที่จะตัดมันซะ

วูบบบ !! คมดาบของนายเฉื่อยได้ตัดกับอากาศจนเกิดเป็นรอยขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด !! เขาได้ทำการโจมตีอย่างต่อเนื่องเพื่อปิดทางบินหนีกลับไปของเด็กสาวด้านหน้าโดยที่ตัวเขาเองยังไม่ได้ขยับไปไหนจากจุดเดิมเลยแม้แต่น้อย

ควับ !! ทันทีที่ผงสตาร์ดัสได้กระจายออกมาเด็กสาวก็ได้เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเพื่อหลบออกไปในทันที !! ทำให้ทั้งอันดีนและนายเฉื่อยเองไม่สามารถที่จะเข้าใกล้ตัวของเธอได้ง่ายๆนัก

? ? ? : เจ้าพวกสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ !! เอาของสกปรกแบบนั้นออกไปให้พ้นซะ !!

เด็กสาวได้ตะโกนขึ้นอย่างโกรธกร้าวและวาดกรงเล็บของเธอออกมาอีกครั้ง !! แต่ทว่ามันกลับสเปะสะปะไปตามทิศทางต่างๆตามอารมณ์กราดเกรี้ยวของเธอในตอนนี้จนป่าที่ต่อสู้กันตอนนี้ได้พังทลายไปจนกลายเป็นที่ราบ


ฟุบ พรืดด ชั้นสไลด์ตัวเองออกมาหลังจากที่เด็กคนนั้นหนีออกจากการล้อมของเราได้

แต่อย่างน้อยชั้นก็แน่ใจข้อสันนิฐานของตัวเองแล้ว สองอย่าง ชั้นคิดแผนรับมือแต่ระหว่างนั้นจู่ๆ เด็กคนนั้นกลับปล่อยรังสีฆ่าฟันซะเต็มเหนี่ยวและเริ่มฟาดกงเล็บลงมาใส่แบบสุ่มโดน?

ชั้นหลบกงเล็บที่พุ่งมาทางนี้ก่อนจะวิ่งหลบไปตามทางเพื่อเข้าใกล้เด็กคนนั้นด้วยความเร็ว ก่อนที่ชั้นจะร่ายเวทย์เคลื่อนย้ายลงบนพื้นก่อนจะใช้มันเป็นแท่นส่งตัวเองขึ้นมาอยู่หาเป้าหมาย

'' ตอนนี้แหละ !!  Aqua edge !! '' ชั้นแทงกริ๊ชเข้าไปตรงๆ ผ่านกรงเล็บนั่นก่อนที่วงแหวนน้ำที่เต็มไปด้วยผงสตาร์ดัสอันกระแทกเข้ามาพร้อมกันทั้งสองทาง ก่อนที่จะดีดตัวเองกลับลงมาสู่พื้นและล่าถอยออกมา

? ? ? : อ๊าาาาาาา !!

เด็กสาวได้สบัดเวทย์วงน้ำที่ชะโลมด้วยผงสตาร์ดัสที่ตัวของเธอจนเธอต้องกระชากเสื้อผ้าที่เปียกแฉะนั่นออกไปจนเผยให้เห็นผิวขาวที่เป็นรอยแดงไหม้เต็มไปทั่วร่างกาย

นายเฉื่อย(?) : หึ !! คิดจะใช้ร่างกายหลอกล่อเหรอ ?! มุขนี้น่ะมันไม่เป็นผลหร...

ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรต่อไปรองเท้าส้นสูง 8 นิ้วของเด็กสาวก็ได้พุ่งเข้าซัดเต็มๆกลางใบหน้าของชายหนุ่มจนเขาผงะออกไป

? ? ? : มันไม่จบง่ายๆแค่นี้หรอก !!

เด็กสาวได้ตะโกนออกมาอย่างเกรี้ยวกราดก่อนที่ร่างของเธอะจได้สลายกลายเป็นค้างคาวเล็กๆจำนวนมากที่กระจายตัวหายออกไป

Stamina -2 หลังการต่อสู้

อึ้ก!!! ชั้นถูกผละออกมาอย่างแรงพลางกลับตัวก่อนจะลงถึงพื้น อีตาเฉื่อย? ชั้นมองหมอนั่นที่กำลังจะเข้าไปโจมตีแต่ . . .

ไม่ทันที่ชั้นจะได้ชื่นชมอะไรหมอนั่นก็ร่วงลงมาสู่พื้นและนอนแน่นิ่งไปแล้ว

กระสุนหมดแล้ว . . . ชั้นมองดูขวดที่ได้จากอีตาเฉื่อยที่ไม่เหลือผงสตาร์ดัสอีกแล้ว พลางหันมามองดูร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยแดงที่ถูกเผาของเด็กสาว สีหน้าที่โกรธเกรี้ยวนั้น ปล่อยรังสีฆ่าฟันออกรุนแรงมาก จนชั้นไม่กลัวว่าจะหยุดความหวาดกลัวลึกๆที่อยู่ในใจไม่ได้เลย  

. . . เฮ้อ จบไปอีกเรื่องซะที . . . ชั้นผ่อนลมหายใจเบาๆหลังจากที่เด็กคนนั้นยอมลามือไป ก่อนจะเก็บกริชและระบบค่อยๆกลับสู่สภาวะปรกติเหมือนเดิม ปิ๊บๆ

'' นี่นายน่ะ ตายหรือยัง '' ชั้นเดินมาหาอีตาเฉื่อยที่นอนแน่นิ่งหลังจากที่โดนส้นสูงเจาะเข้าไปเต็มๆหน้าผากเลือดไหลอาบลงมาเหมือนจะไม่รอดแน่ๆแต่ก็ต้องถามไปตามมารยาท

เสร็จ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 16-9-2019 17:48 , Processed in 0.314025 second(s), 22 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้