Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: tesstrossa

[Play] Role play : The world ~ Celestia ~ *Revive*

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 3-9-2013 16:56:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 4-9-2013 03:11





โทคิ : อืม

โทคิพูดตอบรับคําพูดของ ซาอุ กอนแกน ก่อนที่จะค่อยๆลวบกระโปรงแล้วนั่งลงพิงกับก้อนหินแถวนั้น

โทคิ : งั้นมาพักผ่อนกันเถอะ

โทคิพูดกับ ซาอุ กอนแกน ก่อนที่จะหลับตาลงเพื่อพักสายตาเฉยๆ

ยังไม่ทันที่โทคิจะได้พักผ่อนลงอย่างสงบก็ได้มีกระสุนจำนวนนึงยิงเข้ามาใส่เธอจากระยะไกล แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่โดนตัวของหญิงสาวเลยเพราะความต่างของห้วงเวลานั่นเอง

Machine B : พบผู้รอดชีวิต ลงมือกำจัดทันที !!



ซาอุ กอนแกน : หืม ? หุ่นกระป๋องของ"เจ้าพวกนั้น"นี่นา

เจ้าปีศาจได้ค่อยๆลุกขึ้นก่อนที่จะค่อยๆหายไปจากสนามรบอย่างรวดเร็วเหมือนกับครั้งที่เจอโทคิในครั้งแรก !!

1) ห้ามไว้ก่อน
2) ปล่อยให้ ซาอุ กอนแกน จัดการหุ่น
3) อื่นๆโปรดระบุ


โทคิยังนั่งอยู่ในสภาพเดิม รอดูการโจมตีของซาอุ กอนแกนในสภาพที่ยังนั่งจ้องมองหุ่นยนต์Bอยู่

ร่างของหุ่นยนต์นั่นได้ค่อยๆแยกออกจากกันเหมือนกับถูกของมีคมจำนวนมากตัดออก ก่อนที่ซากของมันจะได้ค่อยๆกระจายลงเหมือนเศษเหล็กบนพื้นพร้อมๆกับร่างของ ซาอุ กอนแกน ที่ได้กลับมายืนที่เดิมกับเมื่อครู่นี้

ซาอุ กอนแกน : "พวกนั้น"คงจะตามหาบุคคลรอดชีวิตอยู่ล่ะมั้ง ? แต่หุ่นนั่นถูกส่งออกไปทุกๆบริเวณ แถวนี้คงจะมีแค่ตัวนั้นล่ะนะ

มันได้พูดขึ้นก่อนที่จะค่อยๆนั่งลงแถวๆนั้นเพื่อพักผ่อนบ้าง

จากซากหุ่นที่พังลงเมื่อครู่นั้นโทคิก็ได้สังเกตุเห็นวัตถุบางอย่างที่คล้ายคลึงกับวิทยุสื่อสารหล่นออกมาจากตัวของซากหุ่นนั่น

1) ลองเก็บมาติดต่อคนดู
2) ทำลายทิ้ง
3) อื่นๆโปรดระบุ


โทคิสังเกตเห็นบางอย่างจึงได้เก็บ วิทยุสื่อสารขึ้นมาดูและโยนให้ ซาอุ กอนแกน ตรวจสอบให้

โทคิ : เจ้าสิ่งนี้มันน่าจะมีไว้ติดต่อสื่อสารนะ

ก่อนที่โทคิจะเดินค้นหาชิ้นส่วนอื่นที่น่าจะใช้ประโยชน์ได้ของหุ่นยนต์

ซาอุ กอนแกน : หืม ? ติดต่อสื่อสารงั้นรึ ?

เจ้าปีศาจได้รับสิ่งนั้นมาพร้อมกับมองวิทยุในมือมันอย่างพิจารณา . . .

ในระหว่างที่โทคิกำลังหาชิ้นส่วนอื่นๆของหุ่นยนต์อยู่นั้น เธอก็พบว่าชิ้นส่วนอื่นๆนั้นถูกตัดจนกระจัดกระจายไม่มีชิ้นดีแล้ว คงจะนำมาใช้งานไม่ได้แน่ๆ

เมื่อเธอได้หันกลับมานั่นเองเธอก็พบว่า ซาอุ กอนแกน กำลังวางวิทยุนั้นไว้กลางแทนไม้เล็กอันนึงเหมือนกับกำลังจะถวายเครื่องเส้นไหว ก่อนที่มันจะค่อยๆจุดธูปขึ้นพร้อมกับผูกสายศีลรอบๆวิทยุอีกครั้งนึง . . .

1) เอาวิทยุคืนมาใช้เอง
2) นั่งมอง . . .
3) อื่นๆโปรดระบุ


โทคิเดินกลับมานั่งมองด้วยหน้าตาเฉยๆ ก่อนที่จะสะกิด ซาอุ กอนแกน

โทคิ : กําลังทําอะไรอยู่เหรอ ...

ซาอุ กอนแกน : กำลังใช้สมาธิส่งจิตเทเลพาที่น่ะ

มันได้อธิบายขึ้นด้วยหน้าตาจริงจังก่อนที่จะได้ลงมือส่งกระแสจิต(?)ผ่านควัญธูปต่อ . . .


โทคิมองด้วยสีหน้าเฉยก่อนที่จะล้มตัวลงนอน

โทคิ : งั้นขอพักผ่อนก่อนละนะ

ปล่อยให้ ซาอุ กอนแกน ที่กําลังส่งเทเลพาธีอย่างจริงจังต่อไป...

~ Day 1 ~

-:- เวลาช่วงเช้า

หลังจากที่ได้พักผ่อนอยู่ชั่วค่ำคืนนั้น โทคิก็ได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง หญิงสาวเริ่มรู้สึกหิวเล็กน้อยเพราะเมื่อวานเธอยังไม่ได้ทานอะไรเลย แต่เธอก็จำได้ว่าได้เก็บตกอาหารมาจำนวนนึงเหมือนกัน

ในด้านเดียวกันนั้นเอง ซาอุ กอนแกน ได้ค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ๆกับโทคิก่อนที่จะวางวิทยุสื่อสารนั่นลงอย่างช้าๆตรงหน้าหญิงสาว

ซาอุ กอนแกน : ท่าทางมันจะเสียน่ะ

เจ้าปีศาจได้อธิบายขึ้นเพราะดูเหมือนว่าวิธีใช้งานของมันจะทำให้มันเข้าใจว่าวิทยุเสียซะแล้ว . . .


โทคิขยี้ผมก่อนที่จะหยิบขวดนํ้าที่เก็บได้มาเปิดกิน และส่งทูน่ากระป๋องให้ ซาอุ กอนแกน

โทคิ : เปิดกระป๋องให้หน่อยสิ

และหยิบวิทยุมาดูแล้วพยายามลองใช้ในรูปแบบที่ตัวเองรู้วิธีใช้ ...

ซาอุ กอนแกน : อะไรนะ !! ใช้ให้ชั้นเปิดกระป๋องเนี่ยนะ ?!

เจ้าปีศาจได้โวยวายเล็กน้อยก่อนที่จะนั่งลงเปิดประป๋องทูน่าให้กับโทคิและส่งคืนให้

ทางด้านโทคิเองก็เหมือนจะทำให้วิทยุนั้นทำงานขึ้นมาอีกครั้งได้ไม่ยากนัก แต่ดูเหมือนว่ามันจะเอาไว้รับสัญญาณอย่างเดียวเสียมากกว่าในการใช้ติดต่อออกไป

1) เก็บไว้ก่อนและออกเดินทางต่อ
2) ทิ้งไว้แถวๆนี้และออกเดินทางต่อ


โทคิยื่นรับกระป๋องทูน่า ก่อนที่จะเอาวิทยุสื่อสารคาดไว้ที่เอว

โทคิ : ดูความสามารถนายน่าจะเปิดกระป๋องได้มากกว่าสิ่งที่ฉันมีน่ะนะ

โทคิพูดพลางเริ่มตักทูน่ากิน

โทคิ : เดินทางกันต่อเถอะแถวนี้มีแม่นํ้ามั้ยเนี่ย?

Stamina - 2

-:- เวลาช่วงกลางวัน

ซาอุ กอนแกน : ทางผ่านจะติดกับทะเลสาปน่ะ แต่ว่าต้องเลือกจุดด้วยเพราะทะเลสาปนั่นก็เชื่อมไปถึงทะเลของเกาะแห่งนี้ด้วยเหมือนกัน

มันได้อธิบายขึ้นก่อนที่จะได้ค่อยๆเดินทางไปด้วยกันกับโทคิโดยระหว่างทางนั่นเองทั้งสองก็ได้เดินทางผ่านทะเลสาปที่ว่าไว้

ซาอุ กอนแกน : นั่นไง



เจ้าปีศาจได้ชี้บอกกับโทคิขึ้น แต่ดูเหมือนว่าโทคิจะได้เดินนำมันได้ก่อนเสียแล้ว


โทคิ : อ๊า~ ถึงแม่นํ้าซักทีตั้งแต่เมื่อวานจนนอนถึงวันนี้ รู้สึกเนื้อตัวเหนียวจริงๆ

โทคิพูดพลางสะบัดตัวไปมาอยู่ริมทะเลสาป ก่อนจะหันกลับไปมองที่ ซาอุ กอนแกน

โทคิ : งั้นฉันก็ขอลงไปล้างตัวในทะเลสาปซักแปปก่อนนะ

โทคิหันไปพูดกับ ซาอุ กอนแกน ขนาดเดินลงไปในริมทะเลสาป พร้อมกับยกกระโปรงขึ้นเหนือเข่า

ซาอุ กอนแกน : อืม . . .

เจ้าปีศาจได้พยักหน้าตอบก่อนที่จะได้นั่งลงไม่ไกลจากแถวๆนั้นเท่าไรนัก . . . ดูเหมือนว่ามันจะไม่ค่อยรู้เรื่องมารยาทและประเพณีของมนุษย์เท่าไรด้วยนักนะ . . . แต่มองๆไปแล้วหน้าตาของมันก็ไม่เหมือนว่ากำลังมองอยู่เท่าไร . . .

1) ปล่อยนั่งไปตรงนั้นแหละ
2) ไล่ที่ ~
3) อื่นๆโปรดระบุ


โทคิ : หืม งั้นก็ขอไปแถวๆนี้ซักนิดละนะ

โทคิเดินไปในริมฝั่งที่ไม่ไกลจากจุดนี้ก่อนที่จะถอดเสื้อผ้าพับวางไว้ที่ริมแม่นํ้า

และเริ่มเดินลงไปล้างตัวในทะเลสาป ก่อนที่จะแช่ตัวลงไปในจุดที่ลึกลงไปอีกนิด

ระหว่างที่โทคิกำลังแช่น้ำอยู่นั่นเองก็ได้มีเสียงเหมือนคนเดินเข้ามาใกล้กับหญิงสาวดังขึ้นเบาๆ

ไม่นานนักร่างเปลือยเปล่าที่ห่มไว้แต่ผ้าขนหนูเล็กๆที่ส่วนสำคัญของชายหนุ่มคนนึงก็ได้ลงมาแช่น้ำกับข้างๆของโทคิเช่นกัน. . .



? ? ? : เอ๋ . . .

ยังไม่ทันที่เขาจะได้หลับตาพักอย่างสบายใจสายตาของเขาก็ดันเปลี่ยนมาทางโทคิเสียก่อนจนทำให้เขาตกใจกระโจนกลับขึ้นไปทางเดิมทันที !!

? ? ? : แว้กกกก !! ยังมีคนอยู่แถวนี้ด้วยเหรอเนี่ย !!

เสียงร้องตกใจนั่นทำให้ร่างของ ซาอุ กอนแกน นั้นโผล่มาที่ด้านหลังของชายหนุ่มคนนั้นอย่างเงียบเชียบเสียแทน !!

1) ห้ามไว้ก่อน
2) อาบน้ำต่อ
3) อื่นๆโปรดระบุ


โทคิ : The World !!

โทคิหยุดเวลาชั่วขณะก่อนที่จะพุ่งขึ้นจากนํ้าเข้าไปรัดคอของชายหนุ่มก่อนที่จะปล่อยเวลาให้กลับเป็นเหมือนเดิม

โทคิ : ซาอุ กอนแกน เจ้านี่มันแอบลอบเข้ามาข้างหลังฉัน !!!

AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-ooooloooooX )

? ? ? : หะ- เย้ย !! โผล่มาตั้งแต่เมื่อไร !! ละ-แล้วก็ นะ-หน้าอ. . . เอ้ยไม่ใช่ !! ปล่าวนะ !! ผมแค่ผ่านมาแถวนี้เหมือนกัน !! แล้ว ซาอุ กอนแกน นั่นใครน่ะ . . .

ชายหนุ่มได้พูดท่าทางเลิกลักด้วยความตกใจในขณะที่โดนล้อคจากด้านหลังจากโทคิอยู่ เมื่อเขาได้เอนสายตาไปด้านข้างเล็กน้อยก็พบกับทูติอาคาร์น่าที่เคยตามล่าพวกมนุษย์อยู่

? ? ? : วะ- ไม่จริงน่า !! นี่เราโดนเจอเข้าแล้วเหรอเนี่ย !! ยะ- อย่าฆ่าผมเลย !!

ชายหนุ่มได้รีบร้องขอชีวิตขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นร่างของ ซาอุ กอนแกน ยืนอยู่ในระยะเผาขนแบบนี้ แต่ทางด้าน ซาอุ กอนแกน ก็ได้ยืนมองชายหนุ่มแปลกหน้านิ่งๆเหมือนกับว่ารอโทคิตัดสินใจก่อนอยู่


โทคิ จ้องสีหน้าของชายปริศนาด้วยสีหน้าที่เย็นชาผิดกับสีหน้ายามปกติที่ยิ้มแย้ม

ก่อนจะขัดขาให้ล้มลงกับพื้นจากข้างหลัง

โทคิ : ซาอุ กอนแกน หมอนี่น่าจะเป็นมนุษย์ที่หลงเหลือนะช่วยจับตาดูไว้ให้หน่อยสิ

โทคิ : หมอนี่อย่างน้อยก็น่าจะมีข้อมูลข่าวคราวอะไรอยู่บ้าง

โทคิพูดพลางเดินตัวเปล่าเปลือยกลับไปจุดที่เสื้อผ้าพับวางไว้ก่อนจะหยิบแค่ชุดชั้นในมาใส่

ซาอุ กอนแกน : อืม . . .

เจ้าปีศาจมองมนุษย์ชายแปลกหน้าคนนี้พร้อมกับกดฝ่าเท้าลงไว้ที่กลางหลังเพื่อไม่ให้หนีไปไหนก่อนที่โทคิจะได้เดินกลับมา

ทางด้าน ซาอุ กอนแกน นั้นคงยังยืนเหยียบชายแปลกหน้านี่ไว้ด้วยท่าที่เข้มขรึมแต่กลับกันทางชายผู้นั้นเมื่อเห็นโทคิที่เดินกลับมากับเสื้อสองชิ้นแล้วกลับหน้าแดงผ่างรวมทั้งจะหนีหน้าไปไหนตอนนี้ก็ไม่ได้ด้วย

? ? ? : พ-พวกเธอต้องการอะไรจากชั้นน่ะ !!


โทคิ : ยกขาออกจากเจ้านี่ออกก่อนก็ได้นะ ซาอุ กอนแกน เดี้ยวเจ้านี่จะตื่นเต้นไปก่อนซะเปล่า

โทคิพูดพลางก้มลงต่อหน้าของชายปริศนาก่อนที่จะ เปลี่ยนสีหน้ากลับมาเป็นสีหน้าปกติเพื่อไม่ให้เกิดอาการตื่นกลัว

โทคิ : ฉันจะขอถามคําถามนายเพียงแค่ 4 ข้อแถวนั้น ถ้าตอบไม่ดีก็คงจะรู้จะโดนอะไร

โทคิเปลี่ยนสีหน้ากลับมาเย็นชาเพียงชั่วขณะ ก่อนจะกลับเป็นสีหน้าที่ยิ้มแย้มเหมือนเดิม

โทคิ : คําถามแรกนายคือใคร ?

ซาอุ กอนแกน : โฮ่ ~ พวกมนุษย์นี่จะชอบความตายสินะถึงได้ตื่นเต้นก่อนที่จะตายแบบนี้

คำพูดที่เหมือนกับไปกันคนละเรื่องของ ซาอุ กอนแกน ทำให้ชายตรงหน้านั่นหน้าซี้ดลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดด้วยความกลัว

เอโนชิม่า จุนโกะ : อะ . . . เอโนชิม่า . . . จุนโกะ . . .

ชายหนุ่มได้ตอบด้วยน้ำเสียงที่หวาดผวาเมื่อเห็นทั้งสองจ้องจะควักใส้เขาแบบนั้น


โทคิสะบัดผมให้ผมที่เปียกนํ้ากระเด็นไปมาด้านข้าง หยดนํ้าที่ไหลลงมาตามซอกคอจนถึงกระดูกไหปลาร้า

เล็กๆไหลไปตามตัวที่เปียกหมาดๆในสภาพใส่เพียงแค่ชุดชั้นใน ก็หัวเราะขึ้น

โทคิ : มนุษย์โดยปกติไม่ได้ชอบหรอก แค่กลัวเท่านั้นล่ะ ซาอุ กอนแกน

โทคิ : ว่าแต่ฉันทําตัวได้ดูโหดร้ายดีมั้ย ?

โทคิถาม ซาอุ กอนแกนในสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ก่อนจะหันหน้าที่ยิ้มแย้มให้แก่ จุนโกะ

โทคิ : เอ่อ จุนโกะ สินะงั้นจะขอถามคําถามที่2 เกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้...

ทางด้าน ซาอุ กอนแกน ได้เผลอปล่อยรังศีฆ่าฟันออกมาพร้อมๆกับเสียงหัวเราะเบาๆที่ฟังดูโหดร้าย แต่ว่ามันก็ได้เก็บท่าทางอาการนั่นลงก่อนพลางสอดนิ้วชี้มือไว้ที่ใต้คางของมันเองและทำท่าครุ่นคิดเงียบๆพร้อมกับค่อยๆมองมาทางจุนโกะจนเกือบจะทำให้ชายคนนี้หัวใจวายตายแล้วรวมทั้งที่ได้ยินโทคิพูดแบบนั้นในครั้งแรกด้วย

เอโนชิม่า จุนโกะ : ชะ- ชั้นไม่รู้ . . . ระ- รู้แค่ ว-ว่า บ...บาเรียมันแตกออก . . . น่ะ . . .

ชายหนุ่มได้รีบพยายามตอบกลับมาด้วยท่าทางผวาจนสั่นไปทั้งตัว


โทคิทําหน้าครุ่นคิดก่อนที่จะเดินไปหยิบเสื้อวันพืชของตัวเองและเดินกลับมา

โทคิ : หมอนี่คงจะไม่รู้รายละเอียดอะไรหรอก ปล่อยหมอนี่ให้มีชีวิตรอดไปเถอะ ซาอุ กอนแกน

โทคิพูดพลางสวมใส่เสื้อวันพืชก่อนที่จะจับมือและดึงตัว จุนโกะขึ้น

ซาอุ กอนแกน : หึ . . .

มันได้หัวเราะออกมาเบาๆก่อนที่จะหันหลังและเดินกลับไปนั่งที่ด้านหน้าที่จุดเดิม

ทางด้านจุนโกะนั้นถึงกับสั่นเหมือนเครื่องเจาะถนน เมื่อโทคิได้จับมือของชายหนุ่มขึ้นมานั้นเธอก็สัมผัสได้เลยว่าตัวของเขาเหมือนกับแผ่นดินไหว 9 ริคเตอร์ไม่มีผิด

เอโนชิม่า จุนโกะ : ผ- ผมไปได้แล้ว ส-สินะ. . .

ชายหนุ่มได้รีบถามขึ้นด้วยสภาพที่ขาทั้งสองข้างของเขากำลังจะออกตัวไปก่อนแล้วในตอนนี้ . . .


โทคิได้เดินกลับไปด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มเข้าไปหา ซาอุ กอนแกน

โทคิ : ไปต่อกันเถอะหรือจะพักผ่อนก่อน

โทคิถามความเห็นของ ซาอุ กอนแกน ด้วยสีหน้าที่ยิ้มดั่งเดิมยามปกติ

โทคิ : ว่าแต่พวกแบบนายนี่มีเพศหรือเปล่า

โทคิถามด้วยสีหน้าที่สงสัยก่อนจะไปยืนพิงที่ต้นไม้แถวนั้น

ซาอุ กอนแกน : ไปกันต่ออีกหน่อยก็ได้ ยังไม่เย็นเลยนี่นะ

เจ้าปีศาจได้ตอบขึ้นก่อนที่จะได้ทำท่าครุ่นคิดขึ้นระหว่างเดินทางกับคำถามของโทคิ

ซาอุ กอนแกน : มันก็น่าจะมีนะ ? ขนาดพวกทูติธรรมชาติเองยังมีแบ่งเพศเลยนี่เนอะ ?

มันได้ตอบมาอย่างไม่แน่ใจเท่าไรนัก ท่าทางว่า ซาอุ กอนแกน ไม่น่าจะสนใจเรื่องพวกนี้เท่าไรเลย

-:- ช่วงเวลาเย็น

ไม่นานนักพวกโทคิก็ได้หยุดพักลงซึ่งมันใกล้กับจุดเป้าหมายเข้ามาเต็มทีแล้วในตอนนี้ จนโทคิเองสามารถสั่งเกตุถึงทะเลสาปขนาดใหญ่ที่อยู่ในระยะสายตาได้

ซาอุ กอนแกน : ทางด้านนี้จะเหมือนกับทางอีกด้านไม๊นะ . . .

ซาอุ กอนแกนได้ทำท่าครุ่นคิดพลางมองกลับไปทางจุดที่มันตั้งใจจะมาในครั้งนี้อย่างไม่สบายใจเท่าไรนัก


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 4-9-2013 00:14:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 22-10-2013 11:29





            ' อ..เอาไงดีละ '

            ดันหลวมตัวหลบซ่อนตามความเคยชิน เพราะเมื่อก่อนหนีคนในบ้านบ่อยๆ..

            ' ..... '

            เมเมะครุ่นคิดอยู่สักแปป เธอก็ตัดสินใจได้

            " ...อยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ "

            เธอกระซิบให้หญิงสาวแปลกหน้าเบาๆ แล้วก็ตัดสินใจเคลื่อนร่างอย่างเงียบ
เชียบไปหลังต้นไม้ในที่เกิดเหตุ(?)แบบไร้เสียง จากนั้นก็ยกมือขึ้นทั้งสองข้างแล้วทำ
ทีเป็นเดินออกมาจากหลังต้นไม้

            " เอ่อ.. คือ ขอโทษนะคะ "

? ? ? : เอ๋ ?

หญิงสาวผมสีเหลืองได้หยุดลงก่อนที่จะค่อยๆหันหลังกลับมามองที่จุดต้นไม้ที่เมเมะนั้นยืนอยู่

? ? ? : เธอ ? เป็นเพื่อนของคิรินงั้นเหรอ ?

เธอได้ถามเมเมะขึ้นด้วยท่าทางสงสัยเล็กๆในขณะที่ได้ยืนจดๆจ้องๆมาทางเด็กสาว(?)


            " เอ๊ะ..? เอ่อ เปล่า ไม่ใช่หรอกค่ะ "

            เมเมะตอบกลับไปอย่างนุ่มนวล แล้วก็พูดต่อไปว่า

            " คือ ชั้นอยากจะขอโทษเรื่องภาพขีดเขียนน่ะค่ะ "

            เมเมะลดมือลงพลางก้มหัวให้กับหญิงสาวตรงหน้า

หญิงสาวผมสีเหลืองตรงหน้าของเมเมะนั้นได้แต่อ้าปากค้างพลางมองวิฉัยเหตุการณ์เบื้องหน้าอย่างมึนงงชวนสงสัย

? ? ? : เธอเป็นคนเขียนงั้นเหรอ ?

เธอได้ถ้ามขึ้นอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจในท่าทางที่ไม่อยากจะเชื่อสถานการณ์ตรงหน้านี้เท่าไรนัก


            " ค่ะ คือ แบบว่าตอนเช้าๆถ้าชั้นไม่ได้เขียนอะไรสักอย่างลงบนอะไรสักอย่างละก็
มันจะรู้สึกหงุดหงิดงุนเงียวจนทนไม่ได้เลยละค่ะ แบบว่า ประมาณผู้ป่วยที่ได้รับสารนิโคติน
มากๆในแต่ละวันต้องอดสารนิดโคตินแบบหักดิบนั่นแหละค่ะ แล้วสาเหตุที่ต้องมาเขียนตรงนี้
เพราะว่าชั้นไม่มีกระดาษน่ะค่ะ "

            เมเมะพูดขึ้นมารัวๆด้วยใบหน้าตายสุดขีด แถมเหตุผลยังพิลึกพิลั่นขนาดเด็กอมมือ
ยังรู้ว่าโกหก อันเนื่องจากเธอไม่ค่อยได้โกหกนั่นเอง

            " คือว่า ถ้ายังไงชั้นจะลบให้ ขอโทษด้วยนะคะ "

            หลังจากเธอมั่นใจว่าโกหกได้อย่างแนบเนียน(?)แล้ว เธอก็ก้มหัวให้หญิงสาวตรงหน้า
อีกครั้ง

หญิงสาวตรงหน้าของเธอได้แต่ยิ้มออกแหยๆออกมาพลางหัวเราะอย่างแห้งๆก่อนที่เธอจะได้กอดอกขึ้นและหลับตาลงอย่างช้าๆ

? ? ? : . . . ถ้าอย่างนั้นชั้นจะทำเป็นไม่เห็นก็แล้วกันนะ แต่ถ้าเจอเด็กผู้หญิงที่มีผมสีเงินที่ใส่ชุดขนสัตว์แปลกๆล่ะก็ช่วยเตือนเธอคนนั้นด้วยล่ะว่าอย่าลืมธุระตอนเช้านี้

เธอได้ถอนหายใจออกมาเบาๆและพูดบอกกับเมเมะก่อนที่จะได้หันหลังเดินจากไป


            หลังจากหญิงสาวผมทองเดินจากไปแล้ว เมเมะก็เงยหน้าขึ้นมา จากนั้นก็กำมัดไว้
ข้างนึกแล้วตีหน้าว่า"สำเร็จแล้ว เนียนสุดๆ"ด้วยสีหน้ามั่นใจ...

            " เอ่อ.. คือว่า ออกมาได้แล้วละค่ะ~ "

            จากนั้นก็หันเข้าไปพูดกับพุ่มไม้ใกล้ๆด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าปลอดภัยแล้ว

เมื่อเห็นเมเมะให้สัญญาณหญิงสาวคนนั้นก็ได้ค่อยๆคลาน4ขาออกมาจากหลังพุ่มไม้ในท่าเดียวกับพวกสายพันธ์สุนัข

? ? ? : คิรินขอบคุณมากๆนะ ที่อุส่าห์รับปากว่าจะลบให้แบบนี้

เธอได้เอ่ยขอบคุณออกมาแต่ดูเหมือนว่าจะโบ้ยงานให้เมเมะคนเดียวเลยนี่นา . . . แถมยังทำท่าว่าจะหนีไปเขียนที่อื่นต่ออีกด้วย . . .


           " เอ่อ.. พูดอย่างนั้นก็จริงหรอก อะ เดี๋ยว "

           เมเมะก้มลงไปจับล็อกตัวหญิงสาวไว้ไม่ให้หนีไปไหน จากนั้นก็จับให้หญิงสาว
หันหน้ามาทางตนเอง แล้วก็..

ปึก..

           " ดื้อ เดี๋ยวก็โดนตีหรอก "

           เธอเคาะหัวหญิงสาวเบาๆจนดูเหมือนแค่แตะหน้าผากเท่านั้น แต่ชั่วพริบตาเดียว
ก็รู้สึกตัวว่ากำลังทำเรื่องเสียมารยาทกับเจ้าตัวอยู่แถมยังเป็นผู้หญิงนุ่มน้อยห่มน้อยแต่ดู
ท่าจะหนาและแข็งแรง(?) และตัวสูงกว่าเธออีก
           
           ' ข.. ขอโทษค่ะ! พอดีคุณเหมือนแมวที่เลี้ยงไว้ที่บ้านเลยเผลอ.. '

           ถึงจะคิดคำขอโทษไว้แล้วแต่มันกลับติดอยู่ที่ปลายลิ้นซะงั้น

? ? ? : คะ- คิรินขอโทษ . . .

หญิงสาวกลับเปลี่ยนท่าทีพลางกล่าวขอโทษเมเมะออกมาด้วยใบหน้าสุดจะอ้อนก่อนที่จะได้กอดเมเมะเข้าไว้และถูไถแก้มของเธอกับเมเมะเข้าให้

? ? ? : อย่าตีคิรินนะ


            " ม..!!? "

            จู่ๆก็โดนการกระทำไม่คาดคิด ทำเอาเมเมะหน้าแดงไปถึงหู
            แต่เธอยังไม่สติแตก และยังกัดฟันทนได้อยู่พลางตอบหญิงสาวตรงหน้ากลับไปว่า
            
            " ม... ม ม ม ม ไม่ตีก็ได้ค่ะ แค่รับฟังก็พอแล้ว... คราวหน้าคราวหลังก็... อ๊าา อย่า
ถูหน้ากับชั้นน้า~~ "

            เมเมะตอบกลับเสียงสั่น ดวงตาหมุนติ้วเป็นรูปก้นขวดนมพลางดันตัวหญิงสาวให้ออก
ห่างจากตัวเอง

? ? ? : อือ . . .

หญิงสาวได้ค่อยๆถอยออกมาจากเมเมะ พร้อมกับนั่งหยุดลงมองเมเมะในท่านั่งสัตว์สี่เท้า


            ' ...แมว ไม่สิ เหมือนกับน้องหมาเลย '
            ' แต่ขอเถอะ ชุดแบบนั้น อย่านั่งท่าน้านน... '

            เมเมะหันหน้าหลบไปทางอื่น หายใจลึกๆแล้วก็หันกลับมาพูดว่า

            " ช..ช่างเรื่องอื่นๆมันก่อน ชั้นชื่อมุซารากิ เมเมะค่ะ แล้วคุณละ ชื่ออะไรเหรอ? "

คิริน เทสทรอสซ่า : คิริน เทสทรอสซ่า . . .

เธอได้ตอบกลับมาสั้นๆพลางเอียงคอเล็กน้อยระหว่างตอบด้วยเช่นกัน . . . เมื่อเมเมะจะดูๆไปแล้วมันก็ช่างเหมือนจริงๆเลยนะ . . .


            " คิริน.. เทสทรอสซ่าสินะคะ .. คิริน เทสทรอสซ่า .. คิริน .. "

            เมเมะทวนชื่อของเธอซ้ำๆด้วยน้ำเสียงที่เบาลง เบาลง ... จากนั้นก็เดินเข้าไป
ใกล้ๆกับคิริน แล้วก็ยืนมือไปลูบหัวเธอ

            ' ..น น่ารักอ๊ะ '

            เมเมะลูบหัวคิรินเบาๆพลางทำสีหน้าผ่อนคลาย..

คิรินได้เอนหัวของเธอตามฝ่ามือของเมเมะเหมือนกับการคลอเคลียในระหว่างที่เมเมะกำลังลูบหัวของเธออยู่

ไม่นานนักเมเมะก็นึกได้ว่าช่วงเช้านั้นมีการประชุมของหมู่บ้านรออยู่ และตอนนี้มันก็ใกล้เวลาเต็มที่แล้วด้วยสิ

1) ไปร่วมที่ประชุมด้วย
2) อื่นๆโปรดระบุ


[ 1 ]

            " ตายละ.. ไม่ใช่เวลามาทำอะไรแบบนี้นิ "

            ในที่สุดเธอก็นึกขึ้นได้ว่าเช้านี้มีประชุมของหมู่บ้านที่ฮาเซโฮะได้บอกเอาไว้ และพอ
นึกถึงเรื่องประชุม เธอก็นึกขึ้นได้ว่าคุณผู้หญิงผมทองคนนั้นฝากฝังให้เราบอกเรื่องอะไรบาง
อย่างกับคิริน
            พอนึกขึ้นได้ว่ากำลังทำเรื่องเสียมารยาทกับหญิงสาวตรงหน้าอยู่ แถมมือมันหยุดลูบ
ไม่ได้อีกด้วย
            
            " หวาา ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ! "

            เมเมะขอโทษด้วยสำเนียงที่เพี้ยนไป จากนั้นก็รีบชักมือออก แล้วเว้นระยะห่างเล็กน้อย
กับคิริน โดยยังรักษาท่าทีไว้ได้อยู่

            " เผอิญนึกขึ้นได้ว่ามีธุระ ขอตัวก่อนนะคะ "
            " ล.. แล้วก็ยินดีที่ได้รู้จักนะ..... คะ "

            ขณะที่กำลังจะหันหลังก็หันมาพูดกับคิรินอีกครั้งว่า

            " คุณคิริน อย่าลืมธุระตอนเช้านี้นะคะ "

            พอหมดธุระ เมเมะก็เดินออกจากบริเวณนั้นช้าๆ(แต่มั่นคง)ด้วยท่าทางที่ทำเหมือน
กับเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ตามแผนที่ที่ฮาเซโอะเคยให้ไว้นั้นทำให้เมเมะไม่หลงทางภายในเมืองต้นไม้ที่ซับซ้อนนี้

-:- ห้องประชุมใหญ่



ที่หน้าลานประชุมนั่นเองเมเมะก็ได้พบกับฮาเซโอะอีกครั้งนึง

ฮาเซโอะ : อ๊ะ !! อรุณสวัสดิ์ มุราซากิซัง

ชายหนุ่มได้เอ่ยทักทายขึ้นในขณะที่ยังมีคนมากมายที่ยืนรวมๆกันอยู่ในจุดนี้ แต่มีเพียงแค่ฮาเซโอะและรี้ดเท่านั้นที่เมเมะเคยทำความรู้จักด้วยอย่างเป็นทางการก่อนหน้านี้








ฮาเซโอะ : การประชุมใกล้จะเริ่มแล้วล่ะนะ จะเข้าไปด้วยกันเลยไม๊ล่ะ ?

ชายหนุ่มได้ถามขึ้นพลางมองไปรอบๆ โดยดูเหมือนว่าสายตาจากคนอื่นๆก็จะได้มองมาที่เมเมะเหมือนกันเพราะเมเมะนั้นเป็นประชากรใหม่ของหมู่บ้านนี้ที่ทุกคนยังไม่คุ้นหน้ากันเท่าใดนัก

1) เข้าประชุมเลย
2) แนะนำตัว
3) อื่นๆโปรดระบุ


[ 1 ]

            พอรู้สึกถึงสายตาจ้องมอง เมเมะก็ยิ้มบางๆแล้วก้มหัวให้ทุกคนเพียงเท่านั้น
โดยไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เพราะความจริงเธอแค่มาฟังการประชุมเพื่อหาข่าวคราว
ของโลกใบนี้เท่านั้น

-:- ในห้องประชุม

บรรยากาศที่เงียบสงัดนี้ค่อนข้างชวนให้ห้องประชุมตึงเครียดเล็กน้อยจากสถานการณ์เบื้องต้นแล้วไม่น่าจะดีเท่าไรนัก แต่แล้วก็ได้มีเสียงเล็กๆดังขึ้นทำลายบรรยากาศนั่นลงและเริ่มต้นบทสนทนาขึ้น

? ? ? (Momono) : ตัวเมืองในตอนนี้ . . . กำแพงเวทย์มนต์ที่อาเธน่าซังและเราได้ตั้งเขตุไว้น่าจะช่วยหลบภัยไว้ได้ชั่วคราว . . . "พวกนั้น"คงจะไม่น่าเจอสถานที่นี้เร็วๆนี้หรอก . . .

ด้วยข้อความสั้นๆนั้นทำให้ช่วยผ่อนคลายบรรยากาศที่ตึงเครียดลงไปได้เล็กน้อย แต่จากการรายงานแล้วนั้นคาดว่าเมืองนี้ก็คงจะอยู่สงบแบบนี้ได้อีกระยะนึงเท่านั้น . . .

? ? ? (Minato) : ถ้าอย่างนั้นก็ค่อยโล่งใจขึ้นหน่อยนะครับ . . . แต่ว่าทางด้านผมและเทนชิซังเองยังไม่สำเร็จเป้าหมายที่ได้วางแผนกันไว้เลย . . . นี่ก็ 3 วันแล้ว แม้แต่วี่แววหรือการติดต่อจาก ริน เองก็ไม่สามารถทำได้เลย

ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินได้เอ่ยขึ้นพลางกุมมือของเขาขึ้นมาไว้เล็กน้อยด้วยท่าทางกังวล เหมือนว่าเขาและสมาชิกอีกคนนึงกำลังตามหาคนอยู่ในตอนนี้ แต่ว่ามันติดปัญหาอะไรกันนะ ?

ฮาเซโอะ : รินซังคงหาตัวยากอยู่นะครับ เพราะเธอเดินทางไป-มาระหว่างสองมิตินี้ได้อย่างอิสระ ในตอนนี้ก็มีแต่มินาโตะซังเท่านั้นที่สามารถทำแบบนั้นได้ เทนชิซังเองถึงจะมีความเร็วและการเคลื่อนที่ที่สะดวกอยู่แต่คงจะไม่สามารถหาเธอเจอได้อย่างง่ายๆนัก

ฮาเซโอะได้พูดเสริมขึ้นเพื่อไม่ให้มินาโตะคิดมากกว่าเดิมนัก

? ? ? (Ruri) : ถ้าอย่างนั้นเราจะเริ่มยืนยันสถานการณ์ด้านเสบียงของหมู่บ้านนะคะ *รูริ ยืนยันหัวข้อของเธอก่อนที่จะเข้าร่วมการประชุม* ด้วยความช่วยเหลือของคุณ รี้ด , ฮาเซโอะ , โยอิจิ , เมเมะ , ฟาร่า และ คิริน แล้วทำให้เสบียงของหมู่บ้านเรามีเหลือจำนวนมากอย่างไม่ต้องเป็นห่วงแม้ว่าจะไม่มีแหล่งเสบียงหรือน้ำเหลือเลยในระยะเวลา 3 อาทิตย์ *รูริยืนยัน ข้อมูลที่ได้ตรวจสอบพร้อมกับเตรียมพร้อมที่จะรายงานหัวข้อต่อไป*

หญิงสาวได้หยุดวรรคเพื่อเว้นช่องไฟของบทสนทนาก่อนที่จะได้หยิบกระดาษรายงานต่อไปขึ้นมา ซึ่งไม่รู้ว่าเธอเขียนออกมาจากส่วนไหนเหมือนกัน . . . แต่ว่าเรื่องของสภาพหมู่บ้านและเสบียงตอนนี้นั้นไม่น่าเป็นห่วงซักเท่าไรนัก

? ? ? (Ruri) : ข้อมูลของคุณรินตอนนี้ เทนชิซังได้ให้ข้อมูลไว้เมื่อคืนวานว่าพบเห็นเธอที่ Lost Island ซึ่งไม่ไกลจากตัวหมู่บ้านนี้มากนัก *รูริอธิบายข้อมูลเบื้องต้นขึ้นจากข้อมูลของเทนชิซัง*

? ? ? (Momono) : Lost Island . . .

ชื่อสถานที่นั่นทำให้การประชุมเกิดบรรยากาศกดดันแปลกๆขึ้นมาอีกครั้ง. . .

? ? ? (Athena) : ให้ชั้นเป็นคนไปเอง !! ถ้าเป็นชั้นล่ะก็คงไม่มีปัญหาสินะ !!

หญิงสาวผมเหลืองได้รีบพูดขึ้นมากลางห้องประชุมเพื่อตัดบรรยากาศนี้ออก แต่ก็โดนขัดเสียก่อนกับบทพูดของเด็กสาวผมสีขาว

? ? ? (Momono) : ไม่ได้หรอก . . . ถ้าตัวเมืองไม่มีกำแพงเวทย์มนต์ของเราและอาเธน่าซังปกปิดอยู่"พวกนั้น"อาจจะจ้องมาที่นี่ได้นะ

เธอได้เอ่ยอ้างเหตุผลขึ้นจนทำให้หญิงสาวผมสีขาวได้แต่นั่งลงไปโดยที่ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้

? ? ? (Tenshi) : . . .จะให้มินาโตะไปก็ไม่ได้ . . .เพราะว่าถ้ามีชาโดว์ระดับสูงโจมตีหมู่บ้านในช่วงเวลานั้น . . .จะไม่มีคนรับมือได้สินะ

หญิงสาวผมสีเงินที่นั่งเงียบอยู่ตั้งแต่ต้นประชุมได้เอ่ยออกมาเบาๆก่อนที่จะได้ทำท่าครุ่นคิดขึ้นเล็กน้อย

? ? ? (Momono) : เมื่อคืนนี้คุณฮาเซโอะก็ได้รายงานว่าพบปีศาจใกล้ๆระแวกตัวเมืองด้วย. . .

เมื่อเด็กสาวได้เอ่ยขึ้นนั้นทำให้เมเมะนึกขึ้นได้ถึงเหตุการณ์ช่วงเมื่อคืนดึกวานนี้ที่เธอได้เจอกับกลุ่มปีศาจที่คล้ายๆกับสุนัขโครงกระดูก พวกนั้นคงจะเป็นหนึ่งในกลุ่มปีศาจที่กำลังโจมตีมนุษย์ในขณะนี้เป็นแน่

? ? ? (Tenshi) : . . .ถ้าให้คิรินตามหารินที่โลกฝั่งนี้ . . .เธอน่าจะทำได้ดีกว่าเรานะ

เด็กสาวผมสีเงินได้เอ่ยเสนอขึ้นแต่หลังจากที่ได้ยินคำนั้นทำให้คนในห้องประชุมถอนหายใจกันออกมาเฮือกใหญ่เลยทีเดียว . . .

ฮาเซโอะ : แต่ว่าไม่มีใครควบคุมเธอได้นี่สิครับ แถมบางครั้งเธอยังไม่ค่อยจะเข้าใจภาษาของพวกเราด้วย

ชายหนุ่มได้เอ่ยขึ้น จะว่าไปแล้วเมื่อมองไปรอบๆห้องประชุมก็ไม่เห็นเงาของคิรินเลย หรือว่าธุระนั้นคงจะเป็นการประชุมตอนนี้กันนะ . . .

? ? ? (Minato) : การติดต่อกับหมู่บ้านกลุ่มอื่นก็ทำได้ยากด้วยเพราะว่าอยู่ไกลกันและต่างฝ่ายก็เคลื่อนไหวกันไม่สะดวกนัก ถ้ารินช่วยควบคุมมิติของ Dark Hour ไว้ให้ชั่วคราวได้ล่ะก็ . . .

ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินได้เอ่ยขึ้นมาอย่างหมดหวังอีกครั้งด้วยท่าครุ่นคิดที่จริงจังของเขาทำให้บรรยากาศเริ่มแย่ลงกว่าเดิมอีก . . .

? ? ? (Momono) : ถ้าสามารถทำให้คิรินซังช่วยเหลือโลกด้านนี้ได้ อาเธน่าซังก็จะสามารถไปสำรวจที่เกาะนั่นได้ โดยให้มินาโตะซังช่วยเหลือด้านป้องกันเมืองแทนที่ชั่วคราวได้นะ . . .


เต็มๆ ขอไปต่ออันใหม่ก่อน
โพสต์ 4-9-2013 03:14:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 7-9-2013 03:31








โทคิที่สังเกตเห็นท่าทางครุ่นคิดของ ซาอุ กอนแกน จึงเดินเข้ามาดูใกล้ๆก่อนจะจบเข้าที่หน้าส่วนที่น่าจะเป็นหน้ากาก

โทคิ : มีอะไรที่เป็นกังวลใจหรือเปล่า

โทคิพูดด้วยท่าทางที่สงสัย ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มดังเช่นดังเดิม

ซาอุ กอนแกน : อืม . . . กังวลว่ามันจะไม่เหมือนที่คิดไว้น่ะสิ เพราะว่าสถานที่นั้นมันไม่เหมือนกับทางโลกที่ชั้นอยู่น่ะ ถึงมันจะอยู่ในตำแหน่งเดียวกันก็เถอะ . . .

มันได้ตอบกลับมาในท่าทีกังวลเล็กน้อยแล้วก็ได้ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองไปทางแลปที่อยู่ใต้น้ำนั่น

ซาอุ กอนแกน : แต่จะกังวลกับเรื่องที่ยังไม่เกิดมันก็ใช่เรื่องอยู่ล่ะนะ

เจ้าปีศาจได้ตอบโทคิขึ้นเพื่อให้บทสนทนาไม่เคร่งเครียดเกินไปนัก


โทคิมองไปทางแลปเช่นเดียวกันก่อนจะพูดด้วยสีหน้าที่จริงจัง

โทคิ : ต่อให้ที่นั่นมีอันตรายจนถึงแก่ความตายเพียงได้พวกเราทั้งคู่ก็จะรอดกลับมาได้อย่างแน่นอน

หลังจากพูดจบโทคิก็ยิ้มกลับให้ก่อนจะถามความเห็นว่า

โทคิ : ไปที่แลปนั่นกันเลยมั้ย ?

ซาอุ กอนแกน : วันนี้พักก่อนก็ได้ เพราะถ้าเกิดว่าเปลี่ยนเป็นตอนที่มิติของชั้นปรากฏขึ้นมากระทันหันจะไม่ได้พักกันน่ะสิ

มันได้อธิบายขึ้นก่อนที่จะนั่งจำศีลอยู่แถวๆนั้น

ซาอุ กอนแกน : ไม่ต้องรีบก็ได้นะ . . .


โทคิ : อืม

โทคิพูดตอบรับก่อนจะไปนั่งในที่ใกล้เคียงและหลับตามไปในช่วงเวลาต่อมา

~ Day 2 ~

-:- ช่วงเวลาเช้า

หนึ่งวันได้ผ่านไปค่อนข้างไวนัก ไม่นานเช้าวันใหม่ก็ได้มาเยือนทั้งสองอีกครั้ง เป้าหมายสถานที่ของทั้งสองนั้นใกล้เข้ามาทุกทีแล้วในตอนนี้ จะมีอะไรรอพวกเขาอยู่กันนะ ?

Bzzz เสียงวิทยุที่โทคิได้เก็บไว้นั้นดังขึ้นด้วยเสียงสัญญาณแปลกๆก่อนที่จะมีเสียงคนพูดดังออกมาผ่านทางวิทยุนั่น

? ? ? : โฮยยย ~ เจ้าหุ่นกระป๋องยังไม่ถึงเวลาซ่อมแซมไม่ใช่เหรอ ทำไมกลับมาทางนี้เล่า

เสียงดังซ่าๆแปลกๆได้พูดถามออกมา ดูเหมือนว่าคนที่ติดต่อมานั้นจะยังไม่รู้ว่าหุ่นตัวนี้ได้พังลงไปแล้ว

1) ตอบเอง
2) ให้ ซาอุ กอนแกน ตอบ
3) เงียบ
4) อื่นๆโปรดระบุ


โทคินิ่งเงียบก่อนที่จะเรียก ซาอุ กอนแกน มาดูอาการของเจ้าวิทยุสื่อสารนี่

โทคิ : เหมือนใกล้ๆนี่จะมีคนที่บงการเจ้าหุ่นยนต์พวกนั้นอยู่นะ

โทคิยื่นวิทยุสื่อสารให้กับ ซาอุ กอนแกน

ซาอุ กอนแกน : หืม ?

เจ้าปีศาจได้รับวิทยุนั่นมาอย่างช้าๆก่อนที่จะจ้องมันซักพักและเริ่มผูกสายศีลและร่ายคาถาของเขาอีกครั้งนึง !!

? ? ? : เห้ยๆ !! นี่ทำบ้าอะไรเนี่ย !! สงสัยมันจะเสียจริงๆแฮะ . . . กลับเข้ามาซ่อมแซมก่อนก็ได้

เมื่อเอ่ยจบแล้วสัญญาณจากวิทยุนั่นก็ได้หายไป ปล่อยให้ ซาอุ กอนแกน ร่ายคาถาต่อไปอย่างน่าสงสาร(?)


โทคิ หยิบวิทยุคืนมาก่อนที่จะ หันไปมองที่ทะเลสาป

โทคิ : ไปกันต่อหรือยัง?

โทคิ ถามความเห็นของ ซาอุ กอนแกน ด้วยสีหน้าที่ออกอาการง่วงๆหน่อยๆ

Stamina - 2

ซาอุ กอนแกน : หืม ? มันใช้ได้แล้วเหรอ ?

เจ้าปีศาจถามขึ้นอย่างสงสัย แต่มันก็ไม่ได้สนใจอะไรมากพร้อมกับได้ลุกขึ้นและเดินนำโทคิไปยังทะเลสาปที่ตั้งของดันเจี้ยนทันที

-:- ช่วงเวลาเย็น

หลังจากที่เดินทางกันพักใหญ่ๆจนมาถึงที่ตั้งของดันเจี้ยน ท้องฟ้าก็ได้เปลี่ยนสีเป็นเวลาสายมากๆแล้ว



ระหว่างที่กำลังเดินเข้าใกล้ดันเจี้ยนนั้นโทคิก็ดันรู้สึกหิวขึ้นมาเสียก่อนเพราะวันนี้ยังไม่ได้ทานอะไรเลยแม้แต่น้อย . . .

1) หยุดพักหน้าดันเจี้ยน
2) เข้าไปนั่งทานในดันเจี้ยน
3) อื่นๆโปรดระบุ


โทคิเปิดกระป๋องอาหารพร้อมกับเดินเข้าไปในดันเจี้ยนซึ่งเดินไม่ห่างจาก

ซาอุ กอนแกน เพียงไม่กี่ก้าว

-:- ภายใน Hidden

หลังจากที่ทั้งสองได้ลงใต้น้ำมาจนเข้ามาด้านในดันเจี้ยนแล้วก็พบว่าภายในนั้นสามารถหายใจได้ปกติ รวมทั้งน้ำภายนอกก็ยังไม่รั่วผ่านเข้ามาด้านในนี้อีกด้วย

ซาอุ กอนแกน : ถ้าดูจากสิ่งก่อสร้างนี้แล้วมันก็คล้ายๆอยู่นะ . . .

เจ้าปีศาจได้เอ่ยพึมพำขึ้นถึงสถานที่พร้อมกับมองไปรอบๆซากแห่งนี้

ซาอุ กอนแกน : แต่ที่เหลือคงจะเป็นด้านในล่ะนะ

มันได้หยุดลงพร้อมกับค่อยๆมองลึกเข้าไปด้านในของดันเจี้ยนพักใหญ่ ก่อนที่จะได้หยุดลงและพยายามหันมาหาโทคิ

ซาอุ กอนแกน : จะลงไปด้านในเลยหรือพักก่อนดีล่ะ ?


โทคิ : แล้วแต่นายนั่นล่ะ จะลงไปกันเลยหรือเปล่าล่ะ

โทคิพูดพลางดูบรรยายสถานที่ที่ไม่น่าจะเป้นไม่ได้ที่อยู่ใต้นํ้านี้ไปมาขนาดพูดคุยกับ ซาอุ กอนแกน

ซาอุ กอนแกน : ถ้าอย่างนั้นพักก่อนแล้วกัน ถ้าพวกเราทั้งสองอยู่ในสภาพพร้อมไม่ว่าที่ไหนก็น่าจะสามารถลุยได้ดีกว่าเดิม

มันได้ตอบรับก่อนที่จะหามุมนั่งพัก แต่ยังไม่ทันที่โทคิเองจะได้พักบ้างก็ได้มีเสียงเหล็กบางอย่างลากพื้นยาวๆเข้ามาใกล้กับพวกเขา



เสียงสมอเหล็กของเรือขนาดใหญ่ได้ลากถูพื้นจนเป็นรอยเข้ามาหาพวกเธออย่างช้าๆ ก่อนที่มันจะได้เหวี่ยงสะมอนั่นเข้ามาใส่โทคิและซาอุ กอนแกนทันที !!



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )


โทคิ ตะโกนไปทาง ซาอุ กอนแกน ก่อนที่จะสไลด์ไปทางด้านข้างห่างออกจากตัว ซาอุ กอนแกนไป

โทคิ : อันตราย มีศัตรูกําลังเข้ามา !!!

โทคิที่พยายามจะสไลด์ออกฝั่งตรงข้ามของ ซาอุ ที่อย่างน้อยจะได้ไม่กระจุกรวมตัวกัน

สมอเรือขนาดใหญ่จะพุ่งเข้าไปทิศทางใด !?



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )

วูบบบ !! แนวเหวี่ยงด้านหน้าตรงๆเป็นแนวนอนนั้นเฉียดใบหน้าของทั้งสองไปอย่างหวุดหวิด ก่อนที่มนุษย์ประหลาดด้านหน้าจะได้ชักลำสมอเรือที่ขนาดหนักหลายตันกลับมาอย่างง่ายดายราวกับว่ามันไม่ได้มีน้ำหนักใดๆเลย

ฟุ้บ !! ร่างของ ซาอุ กอนแกน ได้หายไปอีกครั้งก่อนที่ร่างของมันจะได้ปรากฏออกมาด้านหน้าของมนุษย์แปลกๆด้านหน้านั่นและกระชากรอยเลือดออกเป็นทางจนร่างนั่นเกือบจะขาดออกเป็นสี่ท่อนเลยทีเดียว

1) ห้ามไว้ก่อน
2) ซ้ำ !!
3) อื่นๆโปรดระบุ


โทคิขึ้นมาก่อนจะปัดฝุ่นที่สไลด์ไปกับพื้นและเดินเข้าไปหา ซาอุ กอนแกน

โทคิ : เจ้าหมอนี่มันอะไรกันเนี่ยอยู่ดีๆก็โจมตีเข้ามา

โทคิไม่ได้สนใจร่างของมนุษย์แปลกๆ แต่กระชากอาวุธออกจากร่างที่ใกล้ตายของมนุษย์ปริศนา

สมอเรือขนาดหนักไม่สามารถเคลื่อนที่ออกไปได้ตามแรงของโทคิที่เธอพยายามดึง แต่ร่างของมนุษย์ด้านหน้านั่นก็ได้หงายคาที่ไปแล้วและไม่ขยับอีกเลย . . .

ซาอุ กอนแกน : ตัวคนนี่แปลกนะ ? นอกจากจะมีเลือดเนื้อแล้ว ยังมีสายไฟด้วย

เจ้าปีศาจได้ทักโทคิขึ้นขณะทีมันกำลังก้มลงมองมนุษย์ที่เข้ามาโจมตีเมื่อกี้ เมื่อโทคิได้สังเกตุเธอก็พบว่ามีสายไฟและอะไหล่เหล็กจำนวนมากที่ไม่น่าจะมีอยู่ในตัวมนุษย์อยู่ในตัวของสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้านี้ แต่ก็ยังมีเส้นเลือด เส้นกล้ามเนื้อ และ กระดูกให้เธอได้เห็นอยู่เหมือนกับมนุษย์ทั่วๆไปอยู่เหมือนกัน


โทคิจ้องมองก่อนจะค่อยๆเอานิ้วเปิดเขี่ยเปิดดูตามรอยแผล และ ใต้ร่มฟ้าก่อนจะหันไปหา ซาอุ กอนแกน

โทคิ : นายมีความสามารถสามารถฝานสมอเรือของเจ้านี่ให้เป็นดาบหรือมีดได้มั้ย

โทคิ : ฉันอยากจะลองชําแหละร่างเจ้า กึ่งมนุษย์กึ่ง(น่าจะ)หุ่นยนต์

โทคิหันไปถาม ซาอุ กอนแกน ด้วยหน้าตาที่สงสัยนิดๆ

ซาอุ กอนแกน : หืม ?

มันได้ค่อยๆหันกลับไปมองสมอเรือเหล็กขนาดใหญ่ที่หล่นอยู่นั่นก่อนที่จะค่อยๆตัดมันออกมาเป็นรูปร่างคล้ายมีดลิ่ม(Shiv)และได้ค่อยๆส่งให้กับโทคิ


โทคิ : อืมใช้ได้ ขอเยอะๆเลยก็ได้นะ

โทคิหันไปพูดกับ ซาอุ กอนแกน ก่อนจะใช้ มีดลิ่มอันแรกค่อยผ่าช่วงท้องของหุ่นปริศนา

และค่อยๆแหวกจากรอยแผลออก ก่อนจะแยกชิ้นส่วนเพื่อหาของที่น่าจะมีความจําเป็นทั้งหมดออกมา

ซาอุ กอนแกนได้รับคำจากโทคิก่อนที่จะได้ค่อยๆหั่นสมอนั้นออกมาเป็นลิ่มเล็กๆหลายๆอันให้กับโทคิ

จากภายในแล้วโทคิเองที่นั่งผ่าซากครึ่งเป็นอยู่นั้นก็พบว่ามีทั้งลำใส้ใหญ่และกระเพราะอาหารติดระยวงกันเหมือนกับคนปกติทั่วไป แต่ว่าปิดทั้งสองด้านและไตนั้นกับเป็นเหมือนเครื่องจักรแทน

จากที่เธอได้ผ่าดูแล้วเธอคงจะไม่สามารถเอาอะไรมาใช้จากร่างกายของสิ่งมีชีวิตนี้ได้


โทคิทิ้งมีดลิ่มที่ใช้แล้วอันนึงไว้กับศพของสิ่งมีชีวิตปริศนาเลยก่อนที่จะใ้ช้เสื้อของมันเช็ดทําความสะอาดมือของตัวเอง

โทคิ : ดูเหมือนเจ้านี่จะเคยเป็นสิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์มาก่อนจะโดนถูกดัดแปลงนะ

โทคิหันไปชวน ซาอุ กอนแกน คุย

โทคิ : เจ้านี่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่นายกังวลก่อนหน้านี้หรือเปล่า หรือ เจ้านี่มันจะเกี่ยวข้องกับเจ้าหุ่นที่พวกเราเจอตอนนั้น

โทคิ ยืนคิดเรื่องที่ผ่านมาเล็กพร้อมกับรอคําตอบของ ซาอุ กอนแกน

-:- ช่วงเวลากลางคืน

ซาอุ กอนแกน : ชั้นไม่สนใจเรื่องของมนุษย์เท่าไรหรอก แต่ที่กังวลก็คือสถานที่นี่มันอาจจะอันตรายแม้กระทั่งกับตัวชั้นเพียงคนเดียวน่ะ แต่ว่าถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็น่าจะเป็นแค่สถานที่รกร้างของฝั่งมนุษย์นี้ล่ะมั้ง ?

มันได้เอ่ยขึ้นก่อนที่จะได้นั่งลงพักจริงๆซักที เพื่อที่จะได้ออกเดินทางต่อในวันรุ่งพรุ่งนี้


โทคิ : ถ้าเกิดมันมีอะไรเกิดขึ้นมาตอนนั้นเดี้ยวฉันจะแก้ไขให้เอง

โทคิยิ้มขึ้นก่อนที่จะพักผ่อนลง เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางต่อในวันพรุ่งนี้

-:- ช่วงเวลา Dark Hour

โทคิได้ถูกรบกวนขึ้นด้วยกระแสพลังบางอย่างทีผิดปกติไปจากทุกๆวัน เหมือนกับว่าก่อนหน้านี้มันจะเกิดขึ้นไม่ปะติปะต่อนักแต่ตอนนี้มันได้เกิดขึ้นที่นี่แล้ว

1) พักผ่อนรอจนถึงเช้าค่อยออกเดินทาง
2) เดินทางเลย
3) อื่นๆโปรดระบุ


โทคิได้ตื่นขึ้นมาดูลาดราวโดยรอบและเช็ควิทยุสื่อสาร ก่อนที่จะเลือกตัดสินใจ

1) มีอะไรต่อสนองก็ดูสถานการณ์
2) ไม่มีอะไรพักผ่อนจนถึงเช้า

ไม่มีเสียงติดต่อมาจากวิทยุเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆที่สัญญาณนั้นยังเต็มขีดอยู่แท้ๆแต่คงเพราะนึกว่าคู่กรณีเป็นหุ่นยนต์ด้วยกระมัง ? จึงไม่ได้รับการสนใจทางด้านการติดต่อสื่อสารเท่าไรนัก

~ Day 3 ~

-:- เวลา Dark Hour ( ช่วงเวลาเช้า )

โทคิได้ค่อยๆตื่นขึ้นมาอีกครั้งจากพวงแห่งการหลับไหลและก็พบว่าบรรยากาศโดยรอบได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทางด้านซาอุ กอนแกนนั้นเหมือนจะตื่นก่อนซักพักแล้วในวันนี้พร้อมกับได้มองไปรอบอยู่ตลอดเวลาอย่างระวังตัว

ซาอุ กอนแกน : ยินดีต้อนรับสู่โลกฝั่งของชั้น

เจ้าปีศาจได้เอ่ยขึ้นพลางหันมองย้อนกลับเข้าไปลึกด้านใน มันคงจะเป็นอันตรายๆมากๆเหมือนกับที่ ซาอุ กอนแกน ได้กังวลไว้ในครั้งแรกแล้วในตอนนี้


เสร็จสิ้น
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 4-9-2013 04:16:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 22-10-2013 11:29





? ? ? (Tenshi) : . . .ถ้ามินาโตะ หรือ อาเธน่า อยู่ที่เมืองซักคนนึง . . .ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอาคาร์น่าที่จะรอบโจมตีสินะ . . .แต่ว่าถ้าไม่พบรินเร็วๆนี้"พวกนั้น"ก็จะมีพลังเหนือกลุ่มมนุษย์ . . .ต่อให้เจอรินตอนนั้นก็คงไม่มีความหมายแล้ว

เด็กสาวผมสีเงินได้เอ่ยรวมสถานการณ์ตอนนี้ซึ่งถ้ารวมความได้ในตอนนี้คงจะมีอะไรเกี่ยวกับคนที่ชื่อรินแน่ๆ

จากสถานการณ์แล้วหมู่บ้านในตอนนี้นั้นจะขาด อาเธน่า , โมโมโนะ ที่ช่วยสร้างขอเวทย์มนต์ป้องกันหมู่บ้านไปไม่ได้และดูเหมือนว่าจะมีแค่ อาเธน่า และ มินาโตะเท่านั้นที่มีความสามารถบางอย่างในมิติประหลาดที่พวกปีศาจนั่นจะโจมตีมายังหมู่บ้านได้ แต่เมื่อมาลองคิดๆดูแล้วนั้นเมเมะเองก็เหมือนจะมีความสามารถแบบเดียวกันนั้นอยู่ด้วยเช่นกันนะ

ในอีกด้านนึงการค้นหาบุคคลที่ชื่อรินนั้นจำเป็นที่จะต้องค้นหาทั้งสองมิติคือโลกแห่งนี้และโลกอีกมิตินึงซึ่งมีแค่บุคคลสองคนทีมีพลังในการค้นหาในโลกฝั่งนี้ได้อย่างปลอดภัยก็คือ เทนชิ , คิริน ส่วนการค้นหาอีกมิตินึงนั้นมีแค่มินาโตะเพียงคนเดียวเท่านั้น

ถ้าขาดปัจจัยใดไปอย่างนึงอาจจะทำให้การป้องกันของหมู่บ้านหรือภารกิจค้นหานั้นลดถอยลงจนปรากฏเห็นจุดอ่อนที่เด่นชัดขึ้นมาได้

1) ช่วยเหลือการค้นหาทางด้านโลกปกติ
2) ช่วยเหลือการค้นหาทางมิติอีกด้าน ( Lost Island )
3) เสนอวิธีอื่น
4) นั่งฟังเฉยๆก่อน
5) อื่นๆโปรดระบุ


[ 2 ]

            จังหวะที่ทุกคนเงียบกันหมด เมเมะก็ยกมือขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มๆ พลางพูดออก
ไปสั้นๆว่า

            " มีวิธีที่จะส่งคนไปหาคุณรินคนนั้น โดยที่ไม่ต้องส่งทั้งสามคนไปอยู่นะคะ? "

เสียงเล็กๆที่ได้เสนอขึ้นนั้นทำให้ห้องประชุมเงียบลงไปอย่างตกตะลึง !! ไม่นานนักสายตาทั้งหมดก็ได้จับจ้องมาที่เมเมะอย่างตั้งใจที่จะฟังข้อเสนอของเด็กสาว(?)

? ? ? (Momono) : ถ้าอย่างนั้นรบกวนด้วยค่ะ

เด็กสาวผมสีขาวได้เอ่ยเปิดให้กับที่ประชุมสั้นๆก่อนที่ทั้งหมดจะได้ตั้งใจฟังข้อเสนอของเมเมะ


            " ค่ะ เรื่องมันก็ง่ายๆ.. หากคุณมินาโตะ คุณอาเธน่า คุณโมโมโนะ ไม่สามารถออก
ไปไหน... ในเวลานี้ได้เราก็แค่ส่งคนอื่นไปแทนก็พอสินะคะ? "

            เมเมะพูดพลางมองคนในที่ประชุมทั้งหมดจนสายตามาหยุดที่ผู้หญิงผมขาว แล้ว
บอกกับเธอต่อไปว่า

            " งั้นชั้นจะไปเองค่ะ " ^ ^

ฮาเซโอะ : ตะ- แต่ว่ามุราซากิซัง !! มันอันตรายมากนะ

ชายหนุ่มได้แย้งขึ้นมาเบาๆแต่เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรขึ้นมามากเพราะตัวเองก็ยังไม่รู้จักกับเมเมะมากนักจึงไม่สามารถตัดสินเธอจากรูปลักษณ์ภายนอกได้

? ? ? (Minato) : เธอเองก็มีพลังนั้นสินะ

ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินได้ทักเมเมะขึ้นก่อนที่จะพยักหน้าเล็กๆเป็นการบอกว่าไว้ใจและอนุมัติภารกิจนี้ให้กับเด็กสาว(?)ไปทำ

? ? ? (Momono) : แต่ว่ายังไงก็ตามคงจะส่งเธอไปคนเดียวมันค่อนข้างจะอันตรายมากอยู่นะ . . .

เส้นทาง Dark Dimension : Lost Island
1) ไปกับอาเธน่า (ที่เมืองอาเธน่าจะสลับที่กับมินาโตะแทนชั่วคราว)
2) เลือกบุคคลที่จะไปด้วย ( Npc ที่ไม่มีพลังในการเข้า Dark Dimension จะไม่สามารถช่วยเหลือเมเมะในการต่อสู้ในมิตินั้นได้ )
3) ยืนยันไปคนเดียว
4) อื่นๆโปรดระบุ


[ 4 ] - [ ใครก็ได้ ]

            ได้ยินดังนั้นเมเมะก็ยิ้มบางๆออกมา เธอทุบอกตัวเองเบาๆแล้ว
ก็พูดต่อว่า

            " ไม่ต้องห่วงไปหรอกค่ะ เห็นแบบนี้แต่ชั้นน่ะ เก่ง~ สุดๆเลยนะคะ "

            เธอพูดด้วยน้ำเสียงน่ารักแถมมีออร่าสาวน้อยที่ดูน่าค้นหาออกมา
อีกด้วย

? ? ? (Minato) : เชื่อในตัวของเด็กสาวคนนี้เถอะ !!

ชายหน่มผมสีน้ำเงินได้เอ่ยขึ้นมาในกลางที่ประชุม แต่ดูเหมือนเขาจะเอ่ยอะไรผิดไปหน่อยทำให้เด็กสาวผมสีเขียวที่เมเมะเคยเจอก่อนหน้านี้เกือบจะพูดขัดอะไรแปลกๆขึ้นมาแต่ก็ไม่ทันที่จะได้พูด

ฮาเซโอะ : . . .อือ

ชายหนุ่มได้พยักหน้าตอบเบาๆอย่างเป็นกังวลแต่เขาก็ได้ยอมตกลงกับวิธีนี้ ส่วนทางด้านคนอื่นๆนั้นก็ได้ยอมรับตกลงด้วยก่อนที่จะได้ปิดการประชุมนี้ลง

-:- ช่วงเวลากลางวัน

หลังจากหมดช่วงการประชุมแล้วทั้งหมดก็ได้แยกย้ายกันออกมาภายด้านนอก รวมทั้งมีบางคนนั้นได้แยกตัวออกไปทันทีด้วยเช่นกันทำให้เมเมะไม่มีโอกาศจะได้รู้จักคนเหล่านั้นมากเท่าไรนัก

? ? ? (Minato) : ถึงจะพูดแบบนั้นในที่ประชุมก็เถอะ แต่ถ้ามันอันตรายมากล่ะก็ให้รีบย้อนกลับมาที่หมู่บ้านก่อนนะ

ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินได้พูดขึ้นมาเมื่อเขาได้เดินผ่านมายังเมเมะ

มินาโตะ อาริซาโตะ : ผมชื่อ มินาโตะ อาริซาโตะ นะ เธอชื่อ มุราซากิ เมเมะ สินะ ? ผมได้ดูข้อมูลจากบัตรประชาชนของที่นี่แล้วล่ะ

ชายหนุ่มได้เอ่ยแนะนำตัวขึ้น ดูเหมือนว่าเขาจะรู้ชื่อของเมเมะมาจากบัตรที่เมเมะได้ลงทะเบียนเป็นประชนของที่นี่ไว้

มินาโตะ อาริซาโตะ : ก่อนหน้านี้ก็ได้มีกลุ่มคนที่มาจากโลกอื่นเหมือนกันนะ ทั้งผู้หญิงผมสีเหลือง(Athena)เมื่อครู่นี้กับเด็กผู้หญิงผมสีเขียว(Ruri)และเด็กผู้หญิงผมสีขาว(Tenshi)ก็มาจากโลกอีกด้านเหมือนกันน่ะ

เขาได้อธิบายขึ้นถึงสมาชิกที่ห้องประชุมเมื่อครู่ที่อาจจะคล้ายๆกับเมเมะในเรื่องของประวัติที่ค่อนข้างครุมเครือทั้งเป้าหมายและการมาเยือนโลกแห่งนี้ของพวกเขาเหล่านั้นและเมเมะเองด้วย

มินาโตะ อาริซาโตะ : แต่ว่าพวกเขานั้นก็มีพลังที่ไม่ธรรมดาเลย รวมทั้งผมเองก็เคยได้รับการช่วยเหลือจากพวกเขาเหล่านั้นด้วย ถึงครั้งนี้จะอันตรายแต่ผมก็ขอที่จะเชื่อในตัวของเมเมะคุงแล้วกันนะ

เขาได้เอ่ยปิดทิ้งท้ายก่อนที่ฮาเซโอะนั้นจะได้เดินออกมาจากห้องประชุมและเจอกับเมเมะเข้าพอดี

1) ไปเดินสำรวจเมืองกับฮาเซโอะอีกรอบ
2) คุยกับมินาโตะก่อน
3) ไปเตรียมตัวออกเดินทางเลย
4) อื่นๆโปรดระบุ


[ 4 ] - [ คุยกับมินาโตะเล็กน้อยแล้วออกเดินทาง ]

            " ค่ะ ขออภัยที่ไม่ได้แนะนำตัวก่อนหน้านี่นะคะ "

            เมเมะพูดกับมินาโตะก่อนที่จะหันไปเห็นฮาเซโฮะพอดี เธอยิ้มออกมาบางๆ
แล้วพูดต่อไปว่า

            " ชั้นเองก็ได้รับความช่วยเหลือมาเหมือนกัน และดูเหมือนเรื่องนี้เป็นเรื่อง
ใหญ่มากๆด้วยนี่คะ "

            ตลอดการประชุม เธอก็ได้จับใจความสำคัญได้เกือบหมดแล้ว ซึ่งตอนนี้จะ
บอกว่ามันไม่เกี่ยวกับเธอ ก็พูดไม่ได้อย่างเต็มปากแล้ว

            " ตัวชั้นไม่ใช่คนของทั้งโลกนี้หรือโลกอีกมิตินึงนั้นหรอกนะคะ ...แต่ในฐานะ
ผู้มีพลัง เราก็ควรจะนำพลังนั้นเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นเท่านั้นเอง "

Stamina -2

มินาโตะได้พยักหน้ารับคำของเมเมะ พร้อมกับได้ขอแยกตัวออกไปก่อนเพื่อทำภารกิจของตัวเองที่หมู่บ้านต่อ

ทางด้านฮาเซโอะเองก็ได้แต่ยืนมองแผ่นหลังเล็กๆของเมเมะที่กำลังเดินออกไปจากหมู่บ้าน

ฮาเซโอะ : มุราซากิซัง !!

ชายหนุ่มได้เรียกเมเมะไว้อีกครั้งก่อนที่เธอจะเดินทางออกไปจากหมู่บ้านพร้อมกับได้ส่งกล่องภาชนะบางอย่างให้กับเธอ



- ได้รับ
   - แซนวิชย์กล่อง *3
   - ช้อคโกแล้ตกล่อง *1
   - ผลไม้รวมกล่อง *1
   - น้ำดื่มผลไม้ *1

ฮาเซโอะ : ระวังตัวด้วยล่ะ

เขาได้พูดทิ้งท้ายไว้ครั้งสุดท้ายก่อนที่จะยอมปล่อยให้เมเมะได้ออกเดินทางไปจากเมือง

-:- ช่วงเวลาเย็น

หลังจากที่ได้เดินเท้ามาซักระยะนึงแล้วเมเมะก็ได้เดินทางมาถึงจุดป่าที่ตัวเองได้ถางไปเมื่อคืนนี้ จากประสบการณ์เมื่อคืนแล้วอาจจะมีปีศาจเข้ามาโจมตีเธออีกในช่วงกลางคืนก็เป็นได้

1) หยุดพักแถวนี้
2) เดินทางต่ออีกซักนิด
3) อื่นๆโปรดระบุ


[ 2 ]

            รอบนี้เดินทางแบบไม่รีบมากนัก จึงยังไม่รู้เหนื่อยเท่าไหร่

            " เตียนโล่งแบบนี้ดูมันกว้างๆเหวงๆยังไงชอบกลค่ะ.. "

            เธอเริ่มอยากโทษตัวเองที่ไปทำลายธรรมชาติเสียแล้ว คิดได้ดังนั้นพลางเดิน
ทางไปต่อ เพื่อเข้าใกล้เป้าหมายให้ได้มากกว่านี้

            " อย่างน้อยถ้ามีดาบละก็.. "

-:- ช่วงเวลากลางคืน

Stamina -2



เมเมะได้เดินทางต่อมาอีกซักพักจนถึงบริเวณทางเชื่อมระหว่างเกาะแล้ว ไม่ไกลออกไปเท่าไรเธอก็สามารถมองเห็นปากทางถ้ำที่อยู่ไกลออกไปได้ในระยะสายตาแล้ว

ระหว่างทางต่อโขดหินนี้นั้นมีทางเข้าเพียงทางเดียวและตั้งอยู่บนเนินสูงที่รอบๆด้านอื่นล้อมไปด้วยน้ำ ถ้าไม่มีตัวประหลาดขึ้นมาจากทะเลเธอจะสามารถเห็นสิ่งแปลกปลอมที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ถนัดตาเลยทีเดียว

1) พักแถวๆนี้ก่อน
2) เดินเท้าต่อ
3) อื่นๆโปรดระบุ


[ 1 ]

            ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจจะพักแถวๆนี้ก่อน เมเมะหยิบน้ำผลไม้ขึ้นมา
ดื่มเล็กน้อยแล้วก็มองไปรอบๆบริเวณนี้ว่าจุดไหนผิดปกติหรือไม่

ภายด้านล่างระยะที่ไกลออกไปนั้นเมเมะยังพอที่จะมองเห็นแสงไฟสีม่วงอ่อนๆจากพวกปีศาจที่มีรูปร่างคล้ายกับสูนัขที่เธอเคยต่อสู้ด้วยได้ แต่ดูเหมือนว่ามันจะวนอยู่แค่ที่ราบสูงหน้าเมืองแล้วก็ได้วนกลับเข้าป่าด้านล่างไป

ที่รอบๆบริเวณที่เธอกำลังพักอยู่นี้นั้นเธอไม่สามารถสัมผัสถึงสิ่งมีชีวิตใดๆได้เลย แต่ว่าเธอก็สามารถจับสัมผัสที่เจือจางภายใต้ผืนน้ำใกล้ๆได้ แต่มันก็ช่างลึกลงไปจนห่างจากจุดทีเธออยู่ในตอนนี้เสียเหลือเกิน


            " ..... "

            เมื่อพักจนพอใจไปได้สักพักเธอก็ตัดสินใจเดินทางต่อ

~ Day 2 ~

Stamina -2
Immunity -1

-:- เวลาช่วงเช้า

ช่วงค่ำคืนได้ผ่านอย่างรวดเร็วในขณะที่เมเมะได้เดินทางหยุดลงที่หน้าเกาะร้างเป้าหมายแล้ว แสงไฟที่ฉายออกมาจากปากถ้ำบ่งบอกว่าภูเขาลูกนี้ยังสามารถที่จะระเบิดออกได้ทุกเมื่ออยู่ แต่ที่น่าแปลกใจที่สุดคือที่ด้านหลังอีกฟากของภูเขานั้นยังมีสถานที่ตั้งอยู่ด้วย



            " ช่างเป็นลักษณะภูมิประเทศที่แปลกประหลาดจริงๆ คุณรินคนนั้น
ผ่านมาทางนี้จริงๆเหรอเนี่ย "

            เมเมะได้พูดขึ้นมาลอยๆแต่ก็ไม่ได้หยุดฝีเท้าแต่อย่างใด เธอเดินตรง
เข้าไปเรื่อยๆ โดยไม่คลายการตรวจจับสิ่งมีชีวิต

            " จะว่าไป จะมีหุ่นยนต์แบบเมื่อวานโผล่ออกมาหรือเปล่านะ "

-:- เวลาช่วงเช้า เขตุ Dark Hour

-:- ด้านในของเกาะ Lost Island

หลังจากที่เมเมะได้ก้าวเข้ามายังภายด้านในนั้นเธอก็พบว่าบรรยากาศรอบๆเหมือนกับค่ำคืนที่เธอได้กลับถึงตัวเมืองHilocuxtไม่มีผิด รวมทั้งเธอเองก็เริ่มจับสัมผัสถึงสิ่งมีชีวิตได้แล้วเช่นกัน ซึ่งมันต่างกับโลกด้านปกติเป็นอย่างมาก

1) เดินเลี่ยงสัมผัส
2) เดินตามสัมผัส
3) เดินตามทางมุมมืดของถ้ำ
4) อื่นๆโปรดระบุ


[ 3 ]

            ' ....? '

            เมื่อจับสัมผัสอะไรบางอย่างได้ เธอก็เร้นกายผ่านมุมมืดของถ้ำอย่างเงียบเชียบ เธอลบจิต
และเสียงฝีเท้าของตนเองจนหมดสิ้นแล้วเดินผ่านไปตามจุดที่สัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิต

ระหว่างที่เด็กสาว(?)ได้เดินเรียบกำแพงอยู่นั้นแสงไฟสีแดงประหลาดๆก็ได้ปรากฏขึ้นให้เธอเห็น ภาพเบื้องหน้าในมุมมืดที่เห็นได้ไม่ค่อยถนัดตาของเธอเท่าไรนั้นแสดงให้เห็นหุ่นยนต์ขนาดตัวที่ใหญ่กว่าคนทั่วๆไปสูงราวๆ2เมตรอยู่ตรงหน้าเธอ รวมทั้งมันยังมีอาวุธครบมืออีกด้วย แต่ที่น่าแปลกใจก็คือแม้ว่าจะคล้ายคลึงเครื่องจักรซะเกือบ 100% แต่เธอก็สามารถจับสัมผัสสิ่งมีชีวิตมาจากสิ่งนั้นได้เหมือนกัน



            ' หุ่นยนต์..? ไม่สิ.. '
            ' ตัวอะไรกัน.. '

            ขณะที่เมเมะกำลังวิเคราะห์สิ่งแปลกประหลาดตรงหน้า สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นอาวุธ
ต่างๆที่หุ่นยนต์ตนนั้นพกเอาไว้

            ' มาดี 20% ประสงค์ร้าย.. '

            เมเมะหยิบก้อนหินแถวนั้นขึ้นมาแล้วผลึกจิตลงไป

            ' 80%.. '

ฟุบ!

            ปามันออกไปสุดแรงแต่ไร้เสียง เป้าหมายคือกลุ่มอาวุธที่กระจุกอยู่กับตัวของมัน

วูบ..

            พร้อมๆกับจังหวะที่ปาออกไป เธอได้เคลื่อนร่างย้ายที่อย่างเงียบเชียบ...



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-ooooX )

เคร้งงง !! ทันทีที่ก้อนหินได้กระทบนั้นอาวุธที่ติดกันเป็นแผงกับตัวมันก็ได้กระตายลอยออกมาเป็นเหมือนกับฟันเนลและพุ่งกลับมาที่จุดที่เมเมะได้อยู่เมื่อครู้นี้ทันที !! นอกจากการโจมตีแล้วคาดว่ามันยังเป็นสิ่งที่ช่วยค้นหาอีกด้วย !!

แสงไฟในถ้ำได้สว่างขึ้นเป็นสีแดงฉานจากแสงที่ฉากออกมาจากด้านหน้าที่น่าจะเป็นส่วนหัวของหุ่นนั่น การต่อสู้ในที่มืดที่เงียบเชียบนี้ได้เริ่มขึ้นแล้ว


            ' ร้าย 100%.... '

            เมเมะดวงตาทอประกายอำมหิตแว่บนึง เพราะเธอรู้แล้วว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นคือศัตรู
และแน่นอนถ้าเธอระบุว่ามันเป็นศัตรูแล้วละก็ เธอไม่จำเป็นต้องออมมือ!!

ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ!
            
            คราวนี้เธอแค่ปาหินธรรมดาๆ แต่ไม่ได้หยุดอยู่ที่จุดๆเดิม เธอเคลื่อนร่างไปพร้อมกับ
เหวี่ยงหินใส่หุ่นตัวนั้นรัวถี่ยิบ โดยที่ไม่ได้ส่งเสียงออกมาแม้แต่น้อย!

จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
ราชินีงู
โพสต์ 5-9-2013 00:41:27 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 7-9-2013 23:36








แอนนา : ไม่มีแหะ  อ๊ะ ไฟฟ้าสถิต... อืมมมมม ถ้าจำไม่ผิดมันเหมือนแม่เหล็กสินะ

เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอจึงวิ่งไปหยิบเศษเหล็กมาปาใส่ปิศาจที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกเพื่อให้มันขยับตัวยากมากขึนก่อนจะงมหาวิธีจัดการต่อไป



As : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l----oloooooX )

แปร๊ปปปป เสียงไฟฟ้าดูดดังขึ้นอย่างสนั่นพร้อมกับร่างยักษ์ที่สะดุ้งราวกับโดนสายฟ้าหลายพันโวลต์ช้อตเข้าให้จากเศษเหล็กเล็กๆที่แอนนาได้ปาใส่มันจนมันได้กระเด็นถอยหลังไปอีกรอบ

? ? ? : เห้ย !! แบบนี้มันโกงกันชัดๆ !! มาสู้กันใกล้ๆเซ่ !!


แอนนา : จ้างให้ก็ไม่ค่ะ  เฮอร์มิทคุง อีกรอบนะ

เธอใช้ อควาเวฟ อีกรอบเพื่อให้เด็กหนุ่มปาไพ่อีกรอบ



As : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----loooooloooooX )

เสียงกระแสไฟฟ้าช้อตดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทำให้ร่างนั่นกระเด็นออกไปไกลนับหมื่นลี้อย่างไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ถ้าเพิ่มเศษเหล็กไปที่ตัวมันอาจจะทำให้มันกระเด็นไปไกลกว่าเดิมก็เป็นได้ !!

แกรกกก เสียงฝีเท้าของปีศาจเบื้องหน้าได้เบรคลงที่ริมขอบเหวของตัวเมืองที่พังทะลายลงนี้ ก้นเหวที่มืดลึกจนกระทั่งไม่มีเสียงสะท้อนขึ้นมานั้นปรากฏอยู่ที่ด้านหลังมันเพียงไม่กี่เซนเท่านั้นในตอนนี้

? ? ? : ด- เดี๋ยว !! เปลี่ยนสถานที่ต่อสู้ก่อน !!

มันได้ร้องโหวกเหวกขึ้นมาพลางพยายามขยับตัวที่ชาและกระตุกไปด้วยไฟฟ้านั่นเพื่อหลบออกจากจุดนั้นอย่างยากลำบาก

1) No Mercy
2) อื่นๆโปรดระบุ


แอนนา : ทำไมหรอ.  อ่ะก็ได้ค่ะ

เธอหยุดที่จะลงมือต่อแต่ด้วยอาการล้าที่แขนจากการเอาดาบฝาดลำตัวปิศาจที่เป็นเหล็กทำให้เธอทำดาบหลุดมือ ลงไปดีดก้อนหินกระเด็นไปโดนตัวเจ้าปิศาจ

แอนนา : หือ?

เปรี้ยงงงงง เศษหินที่ถูกทำลายมาจากซากสิ่งก่อสร้างที่มีส่วนผสมของเหล็กอยู่น้อยนิดได้ถูกดูดและพุ่งเข้าใส่ร่างปีศาจตรงหน้านั่นอย่างรุนแรงจนทำให้ร่างของมันกระเด็นออกไปที่ด้านหลังเหวนั่นอย่างช่วยไม่ได้

? ? ? : อ้ากกกกกกกกกกกก !! ข้าจะกลับมาล้างแค้นนนนนนนน !!

เสียงลากยาวของปีศาจเบื้องหน้าได้ค่อยๆหายไปพร้อมๆกับเงาและเสียงของมัน . . .


แอนนา: น่าสงสารจัง.......อย่ารอดกลับมาเลยนะ

เธอพูดอย่างจริงจังก่อนจะเดินกลับไปหาเด็กหนุ่มตรงที่พัก

แอนนา : เฮ้อออออ เหนื่อยชะมัด เฮอร์มิทคุงเด็กคนนั้นเป็นงัยบ้างล่ะ

ไม่ทันจะรอคำตอบแอนนาได้หลับลงไปเสียแล้ว

-:- ช่วงเวลาเช้า

ตะวันรุ่งสางได้มาเยือนอีกครั้งนึง สภาพบรรยากาศรอบๆตัวของแอนนาในตอนนี้เธอไม่สามารถสัมผัสถึงสิ่งมีชิวิตรอบๆด้านได้เลยแม้แต่น้อย พวกเธอน่าจะปลอดภัยชั่วขณะล่ะมั้ง ?

แต่สิ่งที่น่าแปลกไปกว่านั้นคือ เมื่อเธอได้ตื่นขึ้นมาแล้วแทนที่มันจะเป็นช่วงเวลาแปลกประหลาดนั่นมันกลับเช้าขึ้นมาอย่างผิดสังเกตุเสียแทน

อลิซ : อรุณสวัสดิ์ค่ะ ~ คุณนักดาบผิวแทน

เด็กสาวได้ทักทายแอนนาขึ้นในยามเช้าหลังจากที่เธอได้ตื่นขึ้นมา ดูเหมือนว่าพวกเธอจะเคยเจอกันมาก่อนหน้านี้ ?

อลิซ : จริงด้วยสินะ เธอคงจะไม่ชินกับร่างนี้ของเรา แต่ว่าเรากับผู้หญิงผมสีดำเป็นคนเดียวกันน่ะ

เธอได้ยิ้มให้กับแอนนาก่อนที่จะได้ส่งข้าวปั้นให้กับหญิงสาว เธอคงจะแอบเอามาจากเฮอร์มิตที่กำลังนอนหลับอยู่ในตอนนี้แน่ๆ



แอนนา : เช้าแล้วหรอ อ๊ะ เธอฟื้นแล้วหรอ จริงหรอ เธอกับผู้หญิงคนที่ชั้นเคยเจอเป็นคนๆเดียวกัน

เธอข้าวปั้นมากินพลางเดินไปปลุกเด็กหนุ่ม

แอนนา : แล้วเมื่อคืนเธอนอนอยู่ที่นี่ เพราะอะไรเกิดไรขึ้นหรอคะ

อลิซ : เราใช้พลังมากไปน่ะ ดูเหมือนว่าอีกร่างนึงของเราจะเจอกับชายหนุ่มใส่หน้ากากดำคนนั้นอีกแล้ว

เธอได้อธิบายขึ้นถึงชายหนุ่มครั้งที่แอนนาได้เสียทักษะการมองเห็นไปในการต่อสู้ครั้งนั้น

ทางด้านฟอร์ติน่าเองก็ได้ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆพลางมองไปรอบๆอย่างซลึมซลือ

ฟอร์ติน่า เฮอร์มิท : เช้าแล้วเหรอครับเนี่ย ? อ๊ะ !! เธอคนเมื่อวานตื่นแล้วนี่นา

ชายหนุ่มได้ทักทายทั้งสองขึ้น ในขณะที่อลิซเองก็ได้แต่ยิ้มรับบางๆก่อนที่จะได้หันกลับมาหาแอนนา

อลิซ : ชั้นชื่ออลิซนะ ส่วนอีกคนนั่นชื่ออบิส ว่าแต่กิ๊กเธอหายไปไหนแล้วล่ะ

หญิงสาวได้แซวแอนนาขึ้นขณะนั่งรับประทานอาหารเช้ากันอยู่


แอนนา : หรอ.   ตานั่นน่ะหรอ กำลังตามหาอยู่น่ะ

เธอดูเขินเล็กน้อย

แอนนา : เด๋วนะเธออีกคนเจอชายคนนั้นอีกแล้วหรอ เจ้านั่นอยู่เมืองนี้หรอ เมื่อคืนชั้นก็โดนปิศาจที่ร่างเป็นเหล็กโจมตีดีนะที่รอดมาได้   อ่อจริงสิ ชั้นแอนนา ยินดีที่ได้รู้จักเธอทั้งคู่

แอนนายิ้มให้

แอนนา : แล้ว อลิสจัง จะไปไหนหรือทำอะไรต่อไปหรอ

อลิซ : นั่นสินะ . . . คงจะหาที่ปลอดภัยหลบล่ะมั้ง แต่ว่าเจ้าคนที่ใส่หมวกนั่นน่ะ จะอยู่ใน Dark Dimension น่ะ อย่างที่รู้ๆตอนนี้มันไม่เสถียรเท่าไร จะกันอีกเมื่อไรก็ไม่รู้

เธอได้ตอบกับแอนนาก่อนที่จะค่อยๆลุกขึ้นมาปัดเสื้อและกระโปรงของเธอเบาๆ

อลิซ : ดูเหมือนว่าเธอคงจะกำลังเดินทางอีกแล้วสินะ ขนาดตอนโรงเรียนยังอยู่ยังไม่ไปเลย

หญิงสาวได้แซวแอนนาขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะได้เดินลงไปดูด้านล่าง

อลิซ : พร้อมแล้วบอกล่ะ ชั้นจะเดินทางไปด้วย

1) เก็บตก สำรวจเมืองก่อน
2) ออกเดินทางเลย
3) อื่นๆโปรดระบุ


เก็บตกสำรวจเมืองก่อน

แอนนา : ดีเลยคนเยอะอุ่นใจกว่าเยอะในสถาณะการณ์แบบนี้ สำรวจส่วนที่เหลือของเมืองก่อนดีกว่า เผื่อจะเจออะไรที่พอเป็นประโยชน์

รู้สึกเธอจะร่าเริงขึ้นมาเพราะยังงัยเธอก็เป็นผู้หญิง การเดินทางที่มีหญิงสาวด้วยกันมันจะผ่อนคลายมากกว่า

-:- ได้รับ
     - ข้าวผัดกระป๋อง *1
     - ยำหอยลายกระป๋อง *1
     - น้ำเปล่า *1

ดูเหมือนว่านอกจากอาหารกระป๋องเล็กๆน้อยๆที่หลงเหลือแล้ว มันก็ไม่ได้มีร่องรอยหรือข้อมูลอะไรที่น่าจะใช้การได้เลย แอนนาเองคงจะไม่มีธุระอื่นที่เมืองแห่งนี้แล้ว


แอนนา : ยังดีกว่าไม่เจออะไรเลยอ่ะนะ  เอาล่ะออกเดินทางไปเมือง Hilocuxt กันเถอะ  เธอคงรู้จักชั้นแล้วซินะ ชั้นแอนนา  ส่วนหนุ่มคนนี้ ฟอร์ติน่า เฮอร์มิท

ระหว่างเดินทางเธอได้ชวนทั้งสองคุย

แอนนา : เออ เฮอร์มิทคุง  นายใช้เวทย์มนต์หรอ  ไพ่ที่ปามาเป็นสายฟ้าอ่ะ  แล้วอลิสจัง ก่อนที่จะมาเจอพวกเราได้เจอคนอื่นอีกมั่งปล่าว

-:- ช่วงเวลากลางวัน

ฟอร์ติน่า เฮอร์มิท : ผมไม่ได้ใช้เวทย์มนต์หรอกครับแหะๆๆ

ชายหนุ่มได้เกาหัวเบาๆก่อนที่จะได้แสดงไพ่ยันต์ที่เขาใช้ขึ้นมาให้แอนนาและอลิซได้เห็น

ฟอร์ติน่า เฮอร์มิท : ที่บนนี้จะมีลวดทองแดงและผงแบทเตอรี่ซึมอยู่น่ะครับ โดยใช้น้ำช่วยในการสะสมผงแบทเตอรี่บนเนื้อไพ่ใบนี้ ส่วนวงแหวนแปรธาตุเพื่อนของผมทำไว้ให้น่ะ

ดูเหมือนว่ามันจะเป็นวิชาเล่นแร่แปรธาตุมากกว่าเวทย์มนต์ เฮอร์มิทเองคงจะทำอะไรไม่ได้ถ้าไพ่ที่ใช้นั้นหมดลง

อลิส : คนอืนๆได้พยายามหลบหนีกระจัดกระจายออกไปหมดแล้วน่ะ เราเลยไม่ได้เจอคนที่รู้จักผ่านมาเลย

อลิสได้อธิบายขึ้นในขณะที่เดินทางกัน แต่คนที่อลิสรู้จักที่ว่านั้นคงจะไม่ใช่คนฝั่งโลกธรรมดาแน่ๆ

ขณะที่เดินทางนั้นแอนนาก็ได้มาหยุดลงที่ระหว่างทางชาญป่าที่ใกล้กับตัวเมืองเข้ามาแล้วในตอนนี้

1) เดินทางต่อก่อนอีกซักพัก
2) หยุดพักแถวๆนี้ก่อน
3) อื่นๆโปรดระบุ


เดินทางต่ออีกซักพัก
แอนนา : ฟังดูยากๆยังงัยไม่รู้

เธอดูท่าจะไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่เฮอร์มิทพูดซักเท่าไหร่

แอนนา : ใกล้จะถึงเมืองแล้วนี่เห็นอยู่ลิบๆ เดินกันอีกหน่อยเถอะไว้ไปพักในเมืองกัน

-:- เวลาช่วงกลางคืน

Stamina -4

-:- ภายใน Hilocuxt

หลังจากที่พวกแอนนาได้เดินทางกันมาอีกซักพักนึงพวกเธอก็ได้มาหยุดลงที่หน้าตัวเมืองแล้วในตอนนี้ แต่ด้วยพลังบางอย่างรอบๆตัวเมืองนั้นทำให้อลิซไม่สามารถเดินเข้าไปได้อย่างปกติเหมือนกับแอนนาและเฮอร์มิท

อลิซ : ดูท่าทางตัวเมืองจะไม่ต้อนรับเราล่ะมั้งเนี่ย

หญิงสาวได้หัวเราะออกมาเบาๆพร้อมกับยืนมองแอนนาและเฮอร์มิทอยู่ด้านนอกของตัวเมือง

อลิซ : สงสัยว่าเราคงจะไปกับพวกเธอต่ไม่ได้แล้วล่ะนะ

เธอได้กล่าวทิ้งท้ายไว้แทนการจากลา แต่ในขณะเดียวกันนั่นเองก่อนที่อลิซจะทำการแยกตัวออกไปนั้นก็ได้หญิงสาวคนนึงที่ได้รีบวิ่งออกมาดูที่หน้าตัวเมืองเสียก่อน



ดูท่าทางของเธอจะตกใจมากเมื่อได้เห็นอลิซยืนอยู่ที่ด้านหน้าตัวเมืองแบบนี้ รวมทั้งแอนนาและเฮอร์มิทด้วยเช่นกัน

? ? ? : เธอสองคน. . . เป็นนักเรียนนี่นา ?

หญิงสาวได้เอ่ยออกมาเบาๆก่อนที่จะได้รีบรุดมาขวางด้านหน้าไว้และมองมายังอลิซที่อยู่ด้านนอกของกำแพงเวทย์มนต์นี้อย่างไม่ไว้ใจเท่าไรนัก

? ? ? : แต่ว่า. . . ทูตแบบเธอมาทำอะไรแถวนี้กันแน่ ?

เธอได้มองอลิซด้วยแววตาที่ไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าไรนักก่อนที่วงแหวนเวทย์จะได้ปรากฏขึ้นมารอบๆตัวของเธอเอง

อลิซ : อย่าเข้าใจผิดสิ ~ เราแค่มาส่งสองคนด้านในนั่นเอง แล้วเราก็จะแยกตัวไปแล้วล่ะไม่ต้องห่วงหรอก

อลิซได้ตอบขึ้นด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มพร้อมกับห้ามหญิงสาวแปลกหน้าด้านหน้าไว้ก่อนที่จะเกิดการต่อสู้ขึ้น


แอนนา :  ดะเด๋วซิ เธอเป็นใครรู้จักพวกชั้นด้วยหรอ แล้วจะทำอะไรกับเพื่อนของชั้นน่ะ อลิซจัง อุตส่าห์ได้เจอกันแล้วแท้ๆ ทำไมต้องจากกันด้วยล่ะ

ดูเหมือนเธอจะไม่พอใจสาวแปลกหน้าซักเท่าไหร่เหมือนกันที่จะคิดโจมตีอลิซ

? ? ? : เอ๋ ? เธอพูดอะไรของเธอน่ะ !! เด็กสาวคนด้านนอกนั้นไม่ใช่คนนะ

หญิงสาวได้พยายามอธิบายขึ้นซึ่งแอนนาก็น่าจะรู้อยู่แล้วเรื่องนี้ แต่ดูเหมือนว่ามันคงจะมีอะไรมากกว่านั้นอีก

? ? ? : เธอไม่รู้เรื่องอะไรเลยเหรอ ?


แอนนา : แล้วงัยล่ะคะ ชั้นไม่สนหรอกนะ ว่าใครจะเป็นอะไร ทำอะไร ชั้นรู้แค่ว่าอลิซเป็นเพื่อน เป็นพวกพ้องของชั้น ชั้นไม่แบ่งแยกแค่ว่า คนนี้เป็นอย่างนี้คนนั้นเป็นอย่างนั้นแล้วจะคบหาด้วยไม่ได้ ต่อให้ต้องเป็นศัตรูกับคนทั้งโลกก็เถอะ ชั้นก็จะอยู่เคียงข้าง เพื่อน พวกพ้องของชั้น

ยิ่งพูดเธอยิ่งโกรธขึ้น อาจจะเพราะตัวเธอมีพ่อที่ไม่ใช่คน และคนที่เธอรัดก็ไม่ใช่คนอีก

? ? ? : กลุ่มเผ่าพันธ์ของคนด้านนอกนั่นได้คร่าชีวิตมนุษย์ของโลกฝั่งนี้ไปมากมายแล้วนะ ระหว่างทางที่มาเธอไม่พบเห็นสิ่งผิดปกติระหว่างทางบ้างเลยเหรอ ?

หญิงสาวได้เอ่ยบอกขึ้นอีกครั้งถึงสภาพของโลกแห่งนี้ในตอนนี้ ซึ่งแอนนาก็ได้ผ่านซากเมืองหลวงแห่งการศึกษาที่ตอนนี้ได้กลับกลายเป็นแค่ซากเมืองที่พังทะลายไปแล้วในตอนนี้ รวมทั้งผู้รอดชีวิตที่แอนนาพบระหว่างทางก็มีแค่เฮอร์มิทคุงเท่านั้นด้วย

? ? ? : เธอยังจะพูดแบบเดิมอยู่อีกอย่างนั้นเหรอ ?

ดูเหมือนว่าหญิงสาวปริศนาด้านหน้าก็ยังจะคงยืนยันคำเดิมกับรากฐานของอลิซ แต่ทางด้านแอนนาเองนั้นถึงแม้จะไม่เคยพบกับอลิซมากเท่าไรนักแต่เธอก็ไม่เคยเห็นอลิซลงมือฆ่าใครเลยเหมือนกัน


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 6-9-2013 00:52:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 22-10-2013 11:29







AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-ooooX )

เก้ง ๆ ๆ ดูเหมือนว่าหินที่เธอได้ระดมปาใส่หุ่นตรงหน้านั้นจะไม่ได้ผลเสียเท่าไรนัก เนื่องจากลำตัวของมันที่เป็นเหล็กกล้า

ฉึกกกก ฟันเนลที่ได้ลอยไปมานั้นกลับผ่าร่างของเมเมะไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ ในขณะที่หุ่นนั่นยังไม่พบตัวของเด็กสาว(?)หรือขยับเข้ามากใกล้เธอมากขึ้นเลยแม้แต่น้อย ทั้งการโจมตีเมื่อคู่ที่เฉียบคมเมื่อคู่นี้ด้วยเช่นกัน !!

เมื่อเมเมะได้สังเกตุดูอีกครั้งแล้วนั้นเธอพบว่าฟันเนลที่ลอยอยู่ในถ้ำนั้นไม่ได้ชนกับกำแพงหรือสิ่งกีดขวางต่างๆในถ้ำเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่ามันรู้ตำแหน่งต่างๆในถ้ำนี้อย่างชัดเจน


            " ...อ๊อก "

            เธอกลืนเลือดไหลกลับลงคอไป เมเมะยังไม่ได้มีอาการตื่นตะหนกแม้แต่น้อย
แม้จะมีเลือดออกแต่ก็ยังไม่ลึกมากพอจะเป็นอันตรายกับชีวิตกลับกันเธอยังได้รู้อีกว่า
ประมาทไปแล้วจริงๆ
            
            ' เร็ว..กว่าเราอีกเหรอ '
            ' ทั้งๆที่โจมตีเราแล้วแต่ยังไม่รู้ตัวอีกแสดงว่าไม่ได้หาเราพบ กลับกันมันคงเป็น
เพราะอุปกรณ์ประหลาดๆนั่นสินะ '

            เมเมะวิเคราะห์ตามที่เธอเข้าใจ เพราะในโลกของเธอไม่มีหุ่นยนต์สักหน่อย
            ตอนแรกเธอคาดการณ์ว่าอุปกรณ์ชิ้นนั้นคงจะโจมตีเป้าหมายอัตโนมัติ แต่ดูเหมือน
จะไม่ใช่อย่างนั้น เจ้านี้สามารถตอบโต้สิ่งที่เคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่าการตอบสนองของ
มนุษย์เสียอีก

            ' แต่ก็ยังหาเราไม่เจอเนี่ย... ไฮเทคไม่สุดนี่นา '

            เธอเดินวนหยิบก้อนหินขึ้นตามจำนวนอุปกรณ์ประหลาดนั้น จากนั้นก็สูดหายใจเข้า
ออกเบาๆเพื่อรวบรวมสมาธิ

            ' ถึงจะเสียแผน แต่ยังไม่เสียขบวนหรอก '

            [ - อิไอ - ]

            เธอมองเห็นการเคลื่อนไหวชัดเจนราวกับมันหยุดอยู่กับที่ แน่นอนว่าขณะที่ใช้ความ
สามารถออกมาเธอก็ปาหินที่ผนึกจิตทั้งหมดไปในเวลาเดียวกัน พร้อมกันนั้นเธอก็พุ่งตัวออก
ไปด้วยความเร็วสูงสุดเพื่อวัดดวงกับหุ่นยนต์ตัวใหญ่นี่

            [ - คาไมทาจิ x5 ซ้ำจุดเดิม - ]

            " ขาดครึ่งไปซะทั้งๆที่ยังไม่ทันตั้งตัวนั้นแหละ "



AS : ( X-----l-----l-oooooloooooloooooloooooloooooloooooX )

เปรี๊ยะ ดูเหมือนว่าก้อนหินที่เมเมะใช้รวมกับคลื่นดาบของเธอนั้นจะไปตัดโดนสายไฟในช่วงตัวของหุ่นด้านหน้าที่ตั้งอยู่คล้ายๆกับกระดูกสันหลังของมนุษย์แต่อยู่ด้านหน้าแทนจนขาดออก ทำให้ฟันเนล์ที่ได้ล้อมรอบๆตัวเธอไว้ในขณะที่เธอพุ่งออกมานั้นร่วงหล่นกับพื้นรอบๆตัวของเด็กสาว(?)ก่อนที่มันจะพุ่งมาถึงตัวเธอ

เมื่อเมเมะได้สังเกตุอีกครั้งนึงนั้น ที่รอบๆของฟันเนลนั้นมีเลเซอร์บางๆติดตั้งอยู่ด้วยเช่นกัน !! มันน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้สามารถตัดร่างกายทั่วๆไปให้ขาดได้ไม่ยากนัก

ไฟสีแดงฉานจากหัวของมันได้ค่อยๆดับลงอย่างช้าๆก่อนที่ร่างหุ่นนั่นจะค่อยๆทรุดลงมาอย่างช้าๆและดับไป . . .


            " แข็งชะมัดเลยค่ะ ..ไม่สบอารมณ์เลย "

            เธอบ่นออกมาเล็กๆ ปกติแล้วไม่มีอะไรที่เธอฟันไม่ขาดด้วยซ้ำ ก่อนจะนึกขึ้นได้
เธอไม่มีดาบนี่นา..

            ' สุดท้ายเราก็ยังต้องฝึกอีกมากสินะ.. '

            เมเมะถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอมองร่างหุ่นยนต์ตัวนั้นพลางเดินไปหยิบอุปกรณ์
ประหลาดที่มีแสงส่องออกมาโดยที่ไม่รู้ว่ามันจะดับไปเมื่อไหร่

วูบ! ฉวัะ!!

            แล้วก็ปาใส่ร่างของเจ้าหุ่นยนต์นั่นเพื่อแยกมันเป็นสองส่วน

-:- ได้รับ



ดูเหมือนว่ามันจะเป็นปืนดาบที่ใช้กระสุนทั่วๆไป ซึ่งเมื่อเมเมะได้สำรวจดูแล้วที่ตัวหุ่นนั้นก็มีสายกระสุนเชื่อมต่อกับตัวมันมาถึงแขนเป็นพรวนเลยทีเดียว หากแต่ว่ามันยังไม่ได้ใช้อาวุธอื่นนี้นอกจากฟันเนลที่ติดหลังมันอยู่เลย . . . (ทำให้เมเมะรับเละ)


            หลังจากแยกชิ้นส่วนดูก็พบอาวุธจนได้ นี้ถ้ามันตรวจพบเธอเข้าก็คงโดนสิ่งนี้
บวกเข้าไปกับอุปกรณ์เมื่อกี้นี้เป็นแน่

            " ช่างเถอะ.. "

            เธอหยิบไปแบบไม่ขอ เนื่องจากเธอยังพอเดินไหวเมื่อเธอเตรียมตัวเสร็จก็ทำการ
เดินสำรวจต่อไป

สัมผัสของเมเมะนั้นยังไม่ได้หายไปอย่างสิ้นเชิง กลับกันเธอกลับสัมผัสถึงจำนวนสิ่งมีชีวิตเล็กๆได้เป็นจำนวนมากแทน !!

ระหว่างที่เธอกำลังสำรวจในถ้ำอยู่นั้นเธอก็พบว่ามีหุ่นยนต์เล็กๆที่ได้ออกมาสอดแนมเป็นจำนวนมาก มันคงจะออกมากันเพราะเจ้าตัวใหญ่เมื่อครู่นี้ตายไปแน่ๆ



จำนวน 9 ตัว


            " ปลาซิวปลาสร้อยออกมาอีกละ น่ารำคาญ.. "

            [ - คาไมทาจิ x1 - ] >> ชาร์ตรวมไว้เป็นจุดๆเดียว

            เมื่อได้ดาบแล้วก็ทำให้ความมั่นใจของเธอกลับมาบ้าง เมเมะง้างปลายดาบค้างไว้
แล้วรวมคลื่นดาบประมาณ 1 วิ แล้วฟันออกไปในแนวทะแยง



AS : ( X-----l----olooooooloooooloooooloooooloooooloooooX )

เศษเหล็กเล็กๆได้ขาดออกอย่างง่ายดาย แต่ถึงแบบนั้นเมเมะเองก็ยังรู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไรนักเนื่องจากอาวุธที่ถืออยู่นั้นไม่ใช่ดาบจริงๆทำให้พลังทั้งหมดของเธอยังไม่สามารถใช้ได้ในตอนนี้

แว้บบ แสงไฟสปอตไลท์จากซากหุ่นที่ค่อยๆพังลงบางตัวนั้นได้แว้บขึ้นมาเหมือนแฟลชของกล้องก่อนที่จะได้ค่อยๆดับลงไป . . . มันคงจะได้จับรูปของเมเมะไว้แล้วแน่ๆ !! แต่ว่าที่น่าเป็นห่วงที่สุดน่าจะเพราะหุ่นพวกนั้นมีกล้องติดอยู่ที่เลนส์ดวงตาด้วย !!

1) หลบหนีไปทางที่มืดๆของถ้ำ
2) วิ่งตามทางสว่างของไฟลาวาออกไปจากถ้ำ
3) อื่นๆโปรดระบุ


[ 2 ]

            " ..อึก "

            ถึงจะเอามือขึ้นมาบังหน้าตาไว้ทัน แต่รูปลักษณ์คงจะโดนถ่ายไว้แล้ว ถ้ายังอยู่ที่นี้
ต่อไปละก็ไม่ปลอดภัยแน่

            ' ไปให้พ้นจากบริเวณนี้ดีกว่า.. '

            จะทางไหนก็คงไม่ปลอดภัยแล้ว ที่สำคัญวันนี้เธอพลาดง่ายๆ 2 ครั้งติด สภาพตอนนี้
ถ้าเกิดเจอฝูงหุ่นยนต์ละก็ดับอนาถไม่มีเหลือ
            เมเมะจึงตัดสินใจวิ่งต่อไปตามทางเพื่อหาทางออกจากที่นี้



AS : ( X-----l----olooooooloooooloooooloooooloooooloooooX )

แสงสว่างที่ส่องย้อนสายตาของเด็กสาวออกมาแสดงให้เธอเห็นว่าเธอได้ออกมาสู่ด้านนอกแล้วในตอนนี้ แต่เส้นทางที่เธอได้ออกมานั้นกลับกลายเป็นเส้นทางที่อยู่ใกล้กับตัวสิ่งก่อสร้างแปลกๆที่อยู่ด้านหลังของตัวถ้ำเสียแทน

รวมทั้งตอนนี้ยังมีเด็กสาวแปลกหน้าในเกราะยนต์สีแดงพร้อมกับมือเหล็กขนาดใหญ่และจานยนต์เหล็กที่บินอยู่ข้างๆเธอมารอต้อนรับเมเมะอยู่อย่างอบอุ่นอีกด้วย . . .



? ? ? : จะไปไหนกันคะ คุณผู้รอดชีวิต


            ' .............................................. '
            ' ทำไมชั้นถึงคิดว่าการออกมายังที่โล่งจะปลอดภัยกันนะ.. '

            เมเมะหยุดวิ่งพลางมองร่างผู้มาใหม่ด้วยสายตาเอือมระอา..

            " ..ขอยอมแพ้เจ้าค่ะ "
            
            เมเมะยกมือทั้งสองข้างขึ้นพลางถอนหายใจ ไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวเฉกเช่น
มนุษย์คนอื่นๆเลยแม้แต่น้อย



AS : ( X-----l----olooooooloooooloooooloooooloooooloooooX )

? ? ? : เอ๋ ?

เด็กสาวตรงหน้าได้ค่อยๆลอยเข้ามาหาเมเมะอย่างช้าๆก่อนที่ร่างของเธอจะได้ปรากฏขึ้นที่หน้าของเมเมะจนมองได้ว่าเธอก็ไม่ได้มีส่วนสูงต่างไปจากเมเมะซักเท่าไรนัก . . .

? ? ? : พวกเราไม่ต้องการตัวประกันหรอกค่ะ

รอยยิ้มเล็กๆที่แสนเป็นมิตรนั่นได้ปรากฏขึ้นพร้อมกับจิตสังหารที่รุนแรงก่อนที่คมเหล็กจำนวนมากจะได้ทิ่มแทงลงที่ตัวของเมเมะอย่างรวดเร็ว

? ? ? : แค่ร่างกายของคุณผู้รอดชีวิตก็พอแล้วล่ะค่ะ

เสียงเล็กๆนั่นได้เอ่ยขึ้มาเบาๆกับร่างของเมเมะที่โชกไปด้วยเลือดและบาดแผลตอนนี้ก่อนที่คมต่างๆนั้นจะได้เล็งมาที่รอบๆร่างของเมเมะอีกครั้งนึง. . .


            " .............. "

            เมเมะมองเข้าไปในดวงตาของเด็กสาวร่างเล็กตรงหน้า สีหน้าของเธอก็ยังคงไม่เปลี่ยน
แม้ร่างกายจะเกือบพรุนเป็นรังผึ้งแล้วก็ตาม
            เมเมะยกมือขวาขึ้น
            จนอยู่ในระดับเดียวกับเด็กสาว
            แล้วยิ้มออกมา แต่ก็ไม่ใช่รอยยิ้มแบบที่เคยยิ้มให้กับคนในหมู่บ้าน..

            " เป็นจิตสังหารที่ดีน้า.. "

            [ - สูบล็อกชีพ(Signum biolegens) - ]

            จู่ๆก็เกิดควันสีดำขึ้นมาทางตัวของสาวน้อยตรงหน้าเป็นจำนวนมากมายมหาศาลแล้ว
ควันทั้งหมดนั้นก็ถูกดูดกลืนเข้าไปในร่างเมเมะอย่างรวดเร็ว เวลาเดียวกับอาวุธที่เสียบตามร่าง
กายเธอที่กระเด็นออกไป



AS : ( X-----l-----l-----l-----l--oooloooooloooooloooooX )

-:- ระหว่างการต่อสู้
Str : C + (Signum biolegens) (= Ss)
Agi : A + (Signum biolegens) (= Extend S)  ( หมายเหตุ A > S > Ss > Sss > Extended > Extend S > ? ? ? )
Vit : D + (Signum biolegens) (= D)
Int : E + (Signum biolegens) (= A)
Dex : B + (Signum biolegens) (= S)

เป้าหมายมีกระแสพลังชีวิตอยู่ > สูบล็อกชีพ ส่งผล = ฟื้นฟูพลังชีวิต , As
สูบล็อกชีพ > กระแสสังหารทีรุนแรง = เพิ่มสเตตัสส่วนนึงของเป้าหมายตรงด้านหน้า
เป้าหมายไม่เกิดอาการ Panic เนื่องจากมีระบบประสาทที่เป็นเครื่องจักร

วูบบบบบ คลื่นพลังที่กดดันด้านหน้าได้ค่อยๆหายไปและรวมตัวกันที่บนตัวของเมเมะเสียแทน รอยแผลฉกรรห์ได้ค่อยสมานตัวกลับคืนมา ถึงจะยังไม่หายขาดแต่มันก็ทำให้เด็กสาว(?)รู้สึกคล่องตัวขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก

พลังบางส่วนจากเด็กสาวด้านหน้านั้นได้ถูกส่งมายังเมเมะด้วยเช่นกันจากรังศีฆ่าฟันเมื่อครู่นี้ !!

? ? ? : ยังไม่ยอมตายง่ายๆเหรอคะ ?

เมื่อสิ้นเสียงคมเหล็กขนาดใหญ่จำนวนมากก็ได้พุ่งถาโถมเข้ามาใส่เมเมะอย่างรวดเร็ว !! แต่กลับกันเมเมะนั้นกลับสามารถมองเห็นการโจมตีเหล่านั้นได้ดีขึ้นกว่าเดิมมากๆ !! แต่มันก็ยังเกือบที่จะโจมตีโดนเมเมะแล้วเหมือนกัน ถ้าเมเมะพลาดแม้แต่นิดเดียวครั้งนี้เธออาจจะได้ตายจริงๆก็เป็นได้ !!


          เมเมะได้ใช้ความเร็วสูงสุดของตัวเธอ เพราะเด็กสาวตรงหน้าดูก็รู้ว่าถ้าประมาทก็เท่ากับ
ความตายของเธอ

          " เรื่องอะไรจะยอมตายกันละอีกอย่าง ตัวเธอตอนนี้มันก็ไม่ได้น่ากลัวนักหรอก "

          เมเมะพูดบลัฟด้วยสีหน้านิ่งเฉยและรอยยิ้มเย็นๆทั้งๆกำลังพยายามหลบแทบตายอยู่แล้ว

          ' ต้องลดจำนวนไอ้แท่งพวกนั้นก่อน '

          [ - อิไอ - ]

          ' วัดดวงกันไปเลย '

          [ - คาไมทาจิ x8 - ]

:: ถ้าทำลายได้จนหมด >> ใช้คลื่นดาบ(คาไมทาจิ) x1 As x4 ใส่เด็กสาวแล้วเผ่น

:: ทำลายได้บางส่วนมากพอจะทำให้หนีได้ >> เผ่นกลับทางเก่า



AS : ( X-----l-----l----oloooooloooooloooooloooooloooooX )

เคร้งงงง คลื่นดาบที่ได้พุ่งเขากระทบกับแท่งเหล็กเบื้องหน้านั้นได้ถูกปัดกระจัดกระจายออกไปรอบข้างทาง แต่มันก็ทำให้เครื่องยนต์เหล่านั้นทำงานติดๆขัดๆบ้างเช่นกัน จนเด็กสาวนั้นได้เริ่มขยับวัตถุขนาดใหญ่ที่คล้ายกับแขนเหล็กกลข้างๆตัวของเธอแทนฟันเนลจำนวนมากในครั้งแรก แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้โจมตีนั้นเมเมะก็ได้อาศัยจังหวะที่เธอได้ป้องกันการโจมตีหายไปจากการต่อสู้เสียแล้ว

-:- ช่วงเวลาเย็น

เด็กสาว(?)ได้หลบหนีจากการต่อสู้จนเข้ามาในถ้ำอีกครั้งนึงที่เต็มไปด้วยซากเครื่องจักรที่เธอได้ทำลายทิ้งไว้ก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าพวกมันจะหยุดการทำงานและแน่นิ่งไปแล้วในตอนนี้ รวมทั้งเด็กสาวคนก่อนหน้าก็ไม่ได้ตามเมเมะเข้ามาภายในนี้ด้วยเช่นกัน . . .


            " เฮ้อ.. "

            เมเมะหนีกลับมาที่เดิมพลางถอนหายใจอย่างโล่งอก

            " นึกว่าจะซี้ซะแล้วค่ะ.. อะไรน่ะ น่ากลัวที่สุด "

            เมเมะคิดพลางทำท่าแหยงๆ แต่ก็ไม่ได้กลัวอย่างที่ว่าเท่าใดนัก

            " เอาละ.. "

            เมเมะมองไปยังฝังสีดำที่ตนเองไม่ได้เข้ามาทางแรก

            ' คุณรินอยู่ที่ไหนกันนะ.. '

            ดูเหมือนเธอจะไม่เข็ดแล้วเดินต่อไป

ทางด้านมุมมืดของถ้ำนั้นเงียบสงัดรวมทั้งยังไม่มีวี่แววของหุ่นยนต์อีกด้วย แต่ด้วยความมืดมิดนี้ทำให้เมเมะเองต้องพึ่งจิตสัมผัสของตัวเองมากกว่าสายตามากกว่าปกติ

ไม่นานนักเมเมะก็พบว่าเธอได้เดินเข้ามาถึงส่วนที่มืดมนที่สุดของถ้ำ มันมืดซะจนน่าอึดอัดแถมยังไม่มีแสงเลยแม้แต่น้อย
แต่ในขณะเดียวกันนั่นเองเมเมะก็ได้สำรวจพบกับวัตถุแปลกๆที่คล้ายๆกับคกเพลิง

1) ลองหาไม้ขีดแล้วจุดดู
2) ปล่อยทิ้งไว้ พยายามเดิมไปอีกฝั่ง
3) อื่นๆโปรดระบุ


เสร็จสิ้น
โพสต์ 7-9-2013 01:16:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 8-9-2013 01:20





AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )




-:- เวลาช่วงกลางคืน

. . .บริเวณแถวๆ Lost Ruin

แซบบบ ๆ ๆ เสียงห้วงมิติได้ค่อยๆปิดตัวลงพร้อมๆกับร่างของชายหนุ่มหน้าแก่คนนึงที่ได้ปรากฏออกมาบนโลกแห่งนี้อย่างกระทันหัน

ภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่เขาได้ไปทำมานั้นเพิ่งจะจบลงไป แต่ก็ไม่ได้มีเวลาเหลือให้เขาพักเลยเมื่อเขาพบว่าเขาได้โผล่ออกมาที่โลกอะไรก็ไม่รู้ที่ไม่น่าจะใช่โลกบ้านเกิดของเขา . . .

พื้นทะเลทรายๆรอบๆใต้ท้องฟ้าที่มืดมิดในบรรยากาศที่หนาวเหน็บ แถวตัวเซนก้าที่ไม่มีแม้แต่ลูกอมติดตัวมาได้ถูกส่งออกมาที่กลางพื้นที่กันดารที่ไม่มีแม้แต่น้ำให้ดื่ม มิหนำซ้ำซากหินจากสิ่งก่อสร้างที่พังทุกลักทุเลนี่ก็ทำท่าจะถล่มลงมาทุกทีจนไม่น่าอยู่ใกล้อีกด้วย . . .

ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้ดีใจและรู้สึกขอบคุณอย่างเปี่ยมล้นกับสถานที่ที่ตัวเองได้ออกมานั้นก็ได้มีหุ่นยนต์ตัวหนึ่งปรากฏขึ้นมาตรงหน้าเขาเสียก่อนแล้ว . . .



Machine C : พบผู้รอดชีวิต ทำการกำจัดเป้าหมาย !!

เมื่อเสียงเครื่องจักรกลได้จบลงปืนกลขนาดใหญ่ก็ได้จ่อขึ้นมาที่หน้าของเซนก้าและกระหน่ำยิงเป้าเขาทันที !!


"............" เซนก้าไม่พูดอะไรพร้อมขยายดาบคู่กายให้เป็นดาบใหญ๋มาแทนโล่บังกระสุนชุดแรกไป

"แกเป็นใคร..." ชายหน้าแก่พูดด้วยเสียงเยือกเย็นใส่เครื่องจักรนั้น

'เพอร์เซอนอลทรูปเปอร์รึ จากรูปร่างไม่น่าใช่' เซนก้ามองวิเคราะห์ศัตรูพร้อมรอการสนองจากศัตรู



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )

ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาแต่อย่างใด รวมทั้งหุ่นนั่นก็ยังคงยืนกระหน่ำยิงเขาจนหมดแม้กก่อนที่มันจะค่อยๆเปลี่ยนกระสุนออกและเตรียมบรรจุยิงต่ออย่างเฉยชา


"............." เมื่อเห็นดังนั้นเซนก้าก็เงียบและเตรียมตั้งท่า

"นามของข้าคือ เซนก้า เซนก้า ซอนโบลท์!! ผู้ถือดาบพิฆาตมาร!!!!!" เซนก้ากล่าวตะโกนประโยคประจำตัวพร้อมตั้งดาบเป็นโล่กันกระสุนแล้วพุ่งเข้าใส่เป้าหมายเตรียมฟาดฟันทันทีเมื่อถึงระยะดาบของตน(ซึ่งยาวพอตัว)



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )

แค่การฟันโจมตีธรรมดาๆของเซนก้านั้นก็สามารถทำให้ร่างเหล็กนั่นขาดครึ่งเป็นสองท่อนได้ไม่ยาก จนร่างเศษเหล็กนั้นได้ขาดสะบั้นออกจากกันและตกลงบนผืนทรายโดยที่ไม่ระเบิดออกมา

ดูเหมือนว่าเซนก้าจะโผล่ออกมาในที่พิลึกๆอีกครั้งแล้ว แต่ที่นาเป็นห่วงมากที่สุดคือไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตรอบๆด้านเขาเลย รวมทั้งตัวเขาเองก็ไม่รู้ด้วยว่าเขาอยู่ที่ไหนกันแน่ในตอนนี้


"ไม่มีสิ่งใดที่ซังกันโตของข้าตัดไม่ขาด" ผ่าศัตรูเสร็จเซนก้าก็กล่าวประโยคประจำตัวซะเรียบร้อย ก่อนจะลดขนาดดาบแล้วเก็บ

'บริเวณนี้ไม่มีอะไรเลยยังงั้นรึ' เซนก้ามองไปรอบๆท้องทะเลทรายอันว่างเปล่า ซึ่งก็พบกับ.....ความว่างเปล่า

'สำรวจที่หุ่นนั่นก่อนดีกว่า' เซนก้าเดินเข้าไปที่หุ่นแล้วสำรวจวงจร ระบบ สิ่งที่มีทั้งหมดในหุ่นที่ตัวเองพึ่งสับทิ้งไป

เมื่อเซนก้าได้สำรวจดูนั้นเขาก็พบวิทยุสื่อสารแปลกๆภายในตัวของหุ่นยนต์ มันอาจจะใช้ติดต่อกับโลกภายนอก(?)ได้ก็ได้ ?

ซ่าาา เสียงไร้คลื่นสัญญาณกลางทะเลทรายยามค่ำคืนทำให้เขาไม่สามารถติดต่อใครได้ในตอนนี้แม้จะมีวิทยุอยู่ในมือก็ตาม . . .


'เก็บไว้ก่อนคงไม่เสียหายล่ะน่ะ' เซนก้าหยิบวิทยุสื่อสารแปลกๆอันนั้นมาไว้กับตัวก่อนจะลุกขึ้นมา

'อยู่ตรงนี้ไปก็คงทำอะไรไม่ได้' เซนก้าตัดสินใจเริ่มเดินสำรวจไปเรื่อย พร้อมกับลองปรับสัญญาณของวิทยุไปเรื่อยๆพร้อมกันเผื่อจะต่ออะไรติดได้

~ Day1 ~

-:- ช่วงเวลาเช้า

ไม่นานนักเซนก้าก็สามารถหลบพ้นทะเลทรายมาได้แต่มันก็กินเวลานานจนตะวันสางเลยทีเดียว รวมทั้งเขตุนี้ก็ยังไม่พ้นทะเลทรายเลยซะทีเดียวนัก แต่บรรยากาศแถวๆนี้ก็ยังดีกว่ายืนอยู่กลางทะเลทรายแบบเมื่อกี้ล่ะนะ

1) หาของป่ากินก่อน
2) หาที่นอนก่อน
3) หาทางเชื่อมต่อกับโลกภายนอกก่อน
4) อื่นๆโปรดระบุ


[3]

'คงต้องหาเมืองหรือหมู่บ้านก่อนล่ะน่ะ' เซนก้าเดินสำรวจบริเวณรอบๆก่อนว่าจะพอมีเมืองหรือหมู่บ้านในบริเวณนี้ไหม พร้อมทั้งยังไม่ละความพยายามที่จะปรับสัญญาณวิทยุต่อไป

จากวิวที่ด้านหน้าของเซนก้านั้น ทำให้เขารู้ได้ว่าตัวเองกำลังอยู่บนเกาะแห่งนึงี่ถูกล้อมไปด้วยทะเลที่กว้างขวาง ส่วนอีกด้านนึงที่ไกลสุดลูกหูลูกตานั้นเขาก็มองเห็นเรือเหาะที่กำลังบินขึ้น-ลงที่เกาะอีกด้านนึงของฟากอยู่ จากตรงนี้มันคงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะว่ายน้ำไป

อีกด้านนึงเซนก้าก็ได้พบกับตัวเกาะที่เชื่อมเข้ามาติดกับฝั่งที่เขาอยู่ เขาน่าจะเดินผ่านเส้นทางนั้นไปได้แบบปกติๆนะ(?)


'พอเห็นทางแล้วล่ะน่ะ ถ้าอย่างนั้นคงต้องหาอะไรกินก่อนแล้ว' เมื่อเซนก้้าเห็นว่ามีทางที่ติดต่อภายนอกได้แล้วก็จัดการปัญหาปากท้องของตนก่อนทันที

'แถวนี้น่าจะหาอะไรกินได้บ้างล่ะ' เซนก้ามองไปรอบๆต่อว่ามีอะไรที่พอเป็นอาหารได้บ้าง

-:- เวลาช่วงกลางวัน

อากาศของโอเอซิสในรูปแบบธรรมชาติที่สดชื่นได้ต้อนรับเซนก้าเข้าไปในชาญป่าในระแวกจนเกือบทำให้เขาลืมไปเลยว่าเพิ่งเดินผ่านทะเลทรายทีกันดารมา

ระหว่างที่เขากำลังหาของป่านั้นเขาก็พบว่าในบริเวณนี้พอจะมีผลไม้ป่าขึ้นอยู่บ้าง วึ่งน่าจะมากพอในการประทังชีวิตไม่เกินสองวัน รวมทั้งยังมีทะเลสาปที่ติดออกทางทะเลใกล้ๆที่เขาน่าจะใช้งานได้ด้วยเช่นกัน

พบ


"........" เซนก้าหยิบแล้วกินผลไม้ไปอย่างเงียบๆให้อยู่ท้องก่อน และตัดสินใจนั่งพักผ่อนริมทะเลสาป เพราะตั้งแต่หลุดมาโลกนี้ ยังไม่ได้พักผ่อนเลยแม้แต่น้อย

'..........' เซนก้านั่งเงียบตั้งสมาธิอย่างสงบอยู่ริมทะเลสาปไปก่อน

-:- เวลาช่วงเย็น

ระหว่างที่เซนก้าได้พักผ่อนนั้นเวลาก็ได้ผ่านไปพักใหญ่ๆแล้วเช่นกัน ทางด้านวิทยุติดต่อของเขาและสัมผัสถึงสิ่งมีชีวิตนั้นเขาเองก็ไม่สามารถสัมผัสได้เลย แต่มันก็เป็นสัญญาณดีอย่างนึงว่าไม่มีสัตว์มีพิษซุ่มโจมตีเขาอยู่แน่ๆ

1) พักต่อจนถึงวันรุ่ง
2) อื่นๆโปรดระบุ


[2] ออกเดินทางต่อ

หลังจากท้องอิ่มและพักผ่อนเต็มที่แล้ว เซนก้าก็ลุกขึ้นเตรียมออกเดินทางต่อ

'ลองไปสำรวจที่ชายฝั่งที่เห็นเรือเหาะดูก่อนแล้วกัน' เซนก้าตัดสินใจเดินไปทางชายฝั่งที่เห็นเรือเหาะเมื่อตอนกลางวัน

-:- เวลาช่วงกลางคืน

Stamina -2

ไม่นานนักเซนก้าก็ได้ย้ายมายังริมขอบเกาะจนสามารถเห็นจุดที่เรือเหาะนั้นลงไปได้ว่าเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเกาะอีกด้านคงจะมีวิธีเดียวที่จะได้ที่นั่นได้คือต้องหาท่าเรือเหาะอีกฝั่งให้เจอ

แว้บบบบ สัมผัสที่นิ่งสนิทของเซนก้าได้แตกกระจายออกเมื่อเขารู้สึกถึงสิ่งผิดปกติที่เริ่มเกิดขึ้นกับบรรยากาศรอบๆตัวของเขาซึ่งต่างไปจากบรรยากาศที่สงบเมื่อตอนเช้านี้อย่างผิดปกติ !!

1) ซุ่มในป่าตรงนี้ก่อน
2) กลับไปจุดเดิมที่เก็บผลไม้เมื่อครู่
3) อื่นๆโปรดระบุ


[3] ยืนตั้งดาบพร้อมลุย

"..............." เซนก้ามองไปรอบๆอย่างใจเย็น

'เป็นไปได้ว่ามีศัตรูอยู่' เซนก้าสงบจิตตัวเองเพื่อรอจับสัมผัสต่างๆรอบตัวอย่างสงบ

ทะเลทรายที่ร้อนระอุรวมทั้งป่าอีกด้านนึงที่เซนก้าได้ไปเก็บเสบียงเมื่อครู่ได้เย็นลงจนแข็งกลายเป็นน้ำแข็งราวกับว่าเขาได้มาอยู่ขั้วโลกเหนือแล้วเลยทีเดียว

กลุ่มผลไม้ตามต้นไม้นั้นได้ค่อยๆแข็งตัวลงจนน้ำแข็งเกาะขึ้นมาก่อนที่จะร่วงลงไปบนพื้นเพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น คงจะเป็นเพราะแบบนี้ทำให้ผลไม้ในป่านั้นยังคงสภาพสุกใหม่อยู่ได้นาน แต่นั่นคงไม่ได้ทำให้เซนก้าตกใจไปมากกว่าหุ่นยนต์ตัวนึงที่กำลังเดินวนเวียนไปมาอยู่ในป่าอีกด้านนึงนั้นในตอนนี้ทีมีอาวุธอยู่ครบมือ . . .



เสียงของสารเคมีที่หยดลงจนพื้นทรายจนกลายเปลี่ยนเป็นน้ำแข็งไปตามสายสารเคมีนั่น ถ้าโดนตัวคนเข้ามันคงจะกลายเป็นปฏิมากรรมน้ำแข็งได้อย่างไม่ยากนักแน่ๆ . . .

ดูเหมือนว่าหุ่นยนต์ตัวนี้จะไม่ได้ตรวจพบเซนก้าที่หลบอยู่ด้านนี้ในตอนนี้ . . .

1) เข้าโจมตี !!
2) หลบอยู่เฉยๆที่ฝั่งนี้ก่อน
3) อื่นๆโปรดระบุ


[3] หลบ+ทิ้งระยะห่างออกมา

'อย่าสู้โดยไม่จำเป็นคงดีกว่า' เซนก้ายังไม่รู้เกี่ยวกับฝ่ายนั้นแน่ชัดและอีกฝ่ายดูท่าทางไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ และเซนก้าก็ไม่นิยมสร้างศัตรูโดยไม่จำเป็น

'นั่นก็เป็นเครื่องจักรอย่างนั้นรึ' จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้เซนก้ามองแล้วพอคาดการณ์ได้ว่าเป็นหุ่นยนต์แน่นอนแม้ว่าเปลือกนอกจะเป็นเด็กสาวก็ตาม

หุ่นยนต์เบื้องหน้าของเซนก้านั้นได้หยุดการตรวจสอบลงก่อนที่มันจะได้ค่อยๆหันหน้ามาทางจุดป่าที่เซนก้าอยู่ แต่ว่ามันก็ไม่ได้เคลื่อนที่ออกมาจากจุดเดิมแต่อย่างใด ก่อนที่จะค่อยๆหันหลังให้กับจุดที่เซนก้าอยู่และค่อยๆหายจากไป . . .

ตอนนี้คาดว่าเซนก้าคงจะไม่สามารถกลับไปใช้งานบริเวณจุดป่าเดิมได้ซักพักนึงแล้ว . . .


'คงต้องรอเคลื่อนไหวตอนกลางวันแล้วสิน่ะ' เซนก้ารู้แน่ว่าถ้าจะลุยผ่านจุดนั้นตอนนี้คงไม่เวิร์คแน่ เซนก้าจึงตัดสินใจหาที่หลบซุ่มก่อน

'............' เซนก้านั่งลงแล้วพักผ่อนเก็บแรงไปโดยที่กำดาบไว้ในมือพร้อมตอบโต้สิ่งที่จะเข้ามาจู่โจมได้ตลอด

~ Day 2 ~

-:- เวลาช่วงเช้า

เซนก้าได้ค่อยๆตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะไอร้อนจากทะเลทรายใกล้ๆที่ทำให้ป่าที่เขาได้หลบภัยอยู่นั้นร้อนขึ้นมาเล็กน้อย

ภายอีกด้านนึงนั้นได้ละลายลงจากความร้อนและกลับสภาพเป็นเหมือนเดิมที่เซนก้าได้พบเมื่อวานอีกครั้งนึง คาดว่าเขาคงจะเดินทางต่อได้อย่างปลอดภัย(?)แล้วในตอนนี้


'เมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้นสิน่ะ' เซนก้าลุกขึ้นพร้อมจัดแจงกินเสบียงที่มีอยู่เข้าไปรับยามเช้า

'จะว่าไปทางตะวันออกของทะเลสาปยังไม่ได้ไปสำรวจเลย' เซนก้าวิเคราะห์เหตุการณ์ที่ผ่านมาก่อนหน้า ซึ่งตอนนี้ตนอยู่ทางตะวันตก และทางใต้เป็นทะเลทราย ทางเลือกสุดท้ายคือต้องไปทางตะวันออกเท่านั้น

'แวะเก็บเสบียงด้วยเพิ่มไว้ด้วยแล้วกัน' เซนก้าพุ่งไปทางทะเลสาปทันทีพร้อมหมายมั่นจะเก็บสเบียงเพิ่มเติมเล็กน้อยด้วยพร้อมจะมุ่งต่อไปด้านตะวันออก

Stamina - 2

-:- ได้รับ
     - ผลไม้ต่างๆ *7
     - น้ำดื่ม *5

ระหว่างทางที่เซนก้าได้เดินทางมานั้นเขาก็พบว่าระหว่างทางยังมีรอยน้ำแข็งกัดและไอเย็นระเหยอยู่ตามทาง สิ่งที่เซนก้าพบเมื่อคืนวานอาจจะอยู่ไม่ไกลจากระแวกนี้ก็เป็นได้

1) เดินทางต่ออีกนิด
2) พักบริเวณทางเชื่อมระหว่างเกาะตรงนี้ก่อน
3) อื่นๆโปรดระบุ


[3] เดินทางต่อแต่หลบเลี่ยงจุดที่มีรอยน้ำแข็งกับไอเย็นอยู่

'เป็นไปได้ว่าเจ้านั่นยังอยู่ใกล้ๆ' เพื่อความไม่ประมาทเซนก้าจึงเดินทางต่อโดยหลบเลี่ยงเส้นทางที่ยังมีรอยน้ำแข็งอยู่มากไปด้วย

'ทางฝั่งตะวันออกจะมีอะไรบ้างน่ะ' เซนก้าพยายามสังเกตุไปทางตะวันออกไกลๆเผื่อว่าจะเจอจุดสังเกตุอะไรบ้าง

Stamina -2

-:- บริเวณ Abandon



หลังจากที่เดินหลีกเลี่ยงน้ำแข็งนั่นได้ซักพัก เซนก้าก็ได้มาหยุดลงที่ซากสิ่งก่อสร้างแห่งหนึ่งที่มีอุณหภูมิหนาวเย็นจนเหมือนกับติดลบหลายองศาเลยทีเดียว แต่กลับกันรอบๆด้านนั้นกลับดูปกติ จากการคาดเดาของเซนก้าแล้วหุ่นยนต์เมื่อวานนั้นจะต้องเข้าไปด้านในนั้นแน่ๆ


'ดูจากสถานที่แล้ว ที่นี่ไม่น่าใช่ที่สำหรับคนอยู่อาศัยแน่นอน' เซนก้ามองพิจารณาสถานที่โดยรอบซึ่งเป็นซากขนาดนี้คงไม่มีคนอยู่อาศัยแน่นอน

'อย่าเข้าไปโดยไม่เตรียมตัวจะดีกว่า ลองสังเกตุการณ์ดูก่อน' เซนก้าตัดสินใจไม่เข้าไป และมองหาพื้นที่สำหรับหลบและสังเกตุการณ์สถานที่รอบๆได้อย่างปลอดภัยไปก่อน

พื้นที่รอบๆที่เป็นที่ราบโล่งนั้นทำให้เซนก้าไม่สามารถจะหาที่หลบที่มิดชิดได้เท่าไรนัก แต่ว่าตอนนี้ก็ยังไม่มีร่องรอยสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากหุ่นยนต์ที่เขาพบเมื่อวานนี้เลยแม้แต่น้อย

ทางที่ดีแล้วเซนก้านั้นไม่สมควรจะรออยู่แถวๆนี้จนหุ่นนั่นออกมาอีกครั้ง . . .


เสร็จสิ้น
โพสต์ 7-9-2013 06:47:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 10-9-2013 10:50





โทคิ : ที่น่ะเหรอโลกของนาย

โทคิถามด้วยสีหน้าที่สงสัยนิดหน่อยก่อนจะทําใจยอมรับได้

โทคิ : เป็นที่ๆอยู่แล้วรู้สึกเหมือนถูกอะไร รบกวนอยู่ตลอดเวลาเลย ...

ซาอุ กอนแกน : ก็มันไม่ใช่โลกของมนุษย์นี่นะ

เจ้าปีศาจได้เอ่ยตอบก่อนที่จะได้เดินนำเข้าไปปยังด้านในก่อนในรอบนี้



? ? ? : มาเดทแถวนี้รึไง ?

ร่างของปีศาจตนนึงได้ปรากฏขึ้นมาในระหว่างที่โทคิและซาอุ กอนแกนได้เข้ามายังด้านในที่ชั้นแรก มันได้ถามขึ้นด้วยท่าทางกวนส่วนล่างเล็กๆพร้อมกับผิวปากไปด้วย

ซาอุ กอนแกน : มาเรื่องงานแต่ยังไงก็ตามมันไม่เกี่ยวกับพวกนาย

ซาอุ กอนแกนได้ตอบขึ้นเรียบๆก่อนที่ทั้งคู่นั้นจะยืนจ้องกันด้วยแรงกดดันที่มีความเงียบสงัดที่พร้อมจะระเบิดออกทุกเมื่อ แต่ว่าปีศษจอีกตัวนั้นก็ได้ยักไหล่ขึ้นมาเบาๆก่อนที่จะได้ค่อยๆเดินหายจากไปแทนซะอย่างนั้น

? ? ? : ถ้ามาตีกันสงสัยจะตายเปล่า ชั้นไปทำเรื่องของชั้นดีกว่า

เมื่อกล่าวจบมันก็ได้ลาจากพวกโทคิไปอย่างรวดเร็วและเปิดทางลงไปด้านล่างให้กับทั้งสองว่างไว้


โทคิยืนมองดูบทสนทนาที่เพิ่งจบลงเงียบๆก่อนจะเดินมาอยู่ข้างๆ ซาอุ กอนแกน

โทคิ : นั่นคนรู้จักเหรอนั่น

โทคิ : แสดงว่าแถวนี้ก็อาจจะมีพวกๆแบบนายเยอะ ?

โทคิยิงคําถามด้วยความสงสัยรัวๆอย่างไม่ทันรู้สึกตัวใส่ ซาอุ กอนแกน ด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้นนิดหน่อย

ซาอุ กอนแกน : ไม่ใช่พวกแบบเดียวกันซักหน่อย !! แต่ก็คล้ายๆกันแหละนะ

เจ้าปีศาจได้อธิบายขึ้นด้วยท่าทีหงุดหงิดเล็กน้อยเมื่อโดนเหมารวมว่าเป็นพวกเดียวกับตัวประหลาดเมื่อกี้ซะแล้ว

ซาอุ กอนแกน : ชาโดว์ระดับสูงจะถูกแบ่งเป็น Arcana class และ Guardian Class พวก Guardian Class จริงๆแล้วมีหน้าที่ในการควบคุมสมดุลย์การเชื่อมต่อมิติของ Dimension Den ไม่ให้ปั่นป่วน ส่วน Arcana class มีหน้าที่รักษาสมดุลย์การเชื่อมต่อมิติของ Dimension Den

มันได้อธิบายขึ้นพร้อมทั้งแบ่งฝักแบ่งฝ่ายพวกเดียวกันเอง ทั้งๆที่มันน่าจะอยู่ในกลุ่มเดียวกันนะ(?)

ซาอุ กอนแกน : แต่ตอนนี้พวก Guardian กลับทำตัวเรื่อยเปื่อยและไปรบกวนฝั่งโลกมนุษย์ด้วย มันก็เป็ฯส่วนนึงทำให้การเชื่อมต่อที่ผิดปกติเกิดไปยังโลกได้ง่ายขึ้นน่ะ


โทคิ คิดในใจซักพักก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา

โทคิ : งั้นก็ประมาณว่า ระดับต่างกันสินะ พวกอาร์คาน่าแบบนายนี่ออกจากโลกของตัวเองไปฝั่งมนุษย์กันหมดเลยเหรอ

โทคิพูดพลางเดินไปด้อมๆมองๆ ตรงจุดที่ พวกการ์เดี้ยนคลาส เดินหายไปก่อนจะหันหน้ามาหา ซาอุ กอนแกน

โทคิ : ไม่ลากพวกนั้นมาด้วยละกันละ

โทคิ ถามด้วยความสงสัยก่อนจะเดินสํารวจห้องที่อยู่กันอยู่นี้ ...

ซาอุ กอนแกน : ถึงจะลากมาด้วยก็คงคุยกันไม่รู้เรื่องเหมือนเดิมล่ะนะ

เจ้าปีศาจได้อธิบายขึ้นก่อนที่จะได้อธิบายเพิ่มเติมต่ออีกนิดหน่อย

ซาอุ กอนแกน : ทุกๆฝั่งหลุดออกมาหมดน่ะ แต่แค่แยกย้ายกันแค่นั้น จริงๆถ้าทุกๆฝั่งของชาโดว์มารวมกันแล้วกลับมาพร้อมๆกันก็น่าจะช่วยให้เรื่องมิตินี้แก้ไขง่ายขึ้นล่ะนะ แต่ว่าทุกๆตัวมีเป้าหมายของตัวเองทั้งนั้นเลยทำตามใจกันหมดเสียแทนน่ะ

มันได้อธิบายขึ้นก่อนที่จะได้พาโทคิลงไปยังด้านล่างเพื่อสำรวจสถานที่แห่งนี้ต่อไปด้านใน

ทันทีที่พวกโทคิลงมาด้านหลังนั้นพวกเขาก็พบกันวัตถุแปลกๆที่ยืนอยู่ตรงกลางห้องสารเคมีแห่งนี้ ด้วยเรืองแสงสีอ่อนๆที่ออกมาจากร่างกายของมันทำให้พวกเขามองเห็นเป้าหมายเบื้องหน้าได้อย่างไม่ยากนัก



โทคิ เดินไปพร้อมกับฟังคําอธิบายด้วยความตั้งใจก่อนจะถึงห้องสารเคมีแห่งนี้

โทคิ : ไอ้เจ้าตัวนั้นมันก็ประเภทเดียวกับตะกี้หรือเปล่า ดูผิวเนื้อมันอย่างกะพวกเหล็ก

โทคิหันไปถาม ซาอุ กอนแกน ให้แน่ใจว่าไม่ใช่พวกเดียวกันสินะ ?

ซาอุ กอนแกน : ไม่ใช่หรอก . . .

ซาอุ กอนแกนได้รีบอธิบายขึ้นก่อนที่จะได้พยายามคว้าแขนของโทคิที่ช่วงเวลาต่างกันไว้พร้อมกับให้อยู่นิ่งๆโดยไม่ส่งเสียงใดๆออกมา

ซาอุ กอนแกน : เจ้านั่นน่ะ . . .

ในขณะที่ซาอุ กอนแกนกำลังอธิบายนั้นแสงเลเซอร์ล้อคเป้าหมายก็ได้ค่อยๆเคลื่อนมาโผล่ที่ตัวของทั้งสองก่อนที่ซาอุ กอนแกนจะได้รีบผลักให้โทคิหลบลงที่หลังโต๊ะในห้องแลปนี้ก่อนจะอธิบายคำสุดท้ายที่สำคัญที่สุดขึ้นมา !!

ซาอุ กอนแกน : ชั้นก็ไม่เคยเห็นมาก่อนเหมือนกัน !!


โทคิ : ห๊า !!

โทคิแสดงสีหน้าตกใจขึ้นมาทันทีก่อนจะตั้งสติได้และกุมมือปิดปาก และคลานไปกระซิบกับ ซาอุ กอนแกน

โทคิ : งี้น่าจะเรียกไอ่ตัวประหลาดข้างบนนั่นมาด้วยนะ เผื่อจะเป็นไกด์ได้

โทคิคิดก่อนที่จะมองไปที่เจ้าตัวประหลาดอีกตัวที่เดินอยุ่นั่น

โทคิ : ฉันว่ามันคงไม่ใช่ประเภทเดียวกันนายหรอกมั้ง กําจัดมันทิ้งไม่ดีกว่าหรอ ยังไงก็ไม่เคยเจอมันเลยนี่

โทคิ : มันอาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตจากโลกทางฝั่งนู้นที่มารุกรานก็ได้

โทคิเสนอแนวคิดให้กับ ซาอุ กอนแกน ที่กําลังหลบอยู่ด้วยกัน

ซาอุ กอนแกน : นั่นสินะ เจ้าพวกตัวแปลกๆที่จู่ๆก็ยิงกันแบบนี้ไม่น่าจะเก็บไว้ดูเล่นเท่าไรล่ะมั้ง

เจ้าปีศาจได้รับคำสั่งของโทคิก่อนที่ร่างกายของมันจะได้หายไปและไปปรากฏที่ด้านหลังของหุ่นตรงกลางห้องแลปนั่น เพียงวินาทีเท่านั้นเจ้าหุ่นนั่นก็ได้ถูกตัดฉีกออกเป็นชิ้นๆจนใช้การต่อไม่ได้เสียแล้ว

ซาอุ กอนแกน : อืม . . .

ซาอุ กอนแกนได้รีบรับหลอดสารเคมีสีเหลืองๆจากบนตัวของหุ่นนี่ไว้ไม่ให้ตกถึงพื้นก่อนที่มันจะได้หาคิวบิกในห้องทดลองและใส่สารเคมีไว้ก่อนเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายที่จะส่งผลกับภายนอกหลอดสารเคมีนั่น

จากซากหุ่นที่กระจัดกระจายนั้นได้มีวิทยุหน้าตาคล้ายกับของเดิมหล่นกลิ้งอยู่ใกล้ๆบริเวณนั้นอีกแล้ว แต่ซาอุ กอนแกนเองคงจะไม่รู้ว่ามันคืออไรเลยไม่ได้หยิบขึ้นมาตรวจสอบดู . . .

1) หยิบขึ้นมาฟัง
2) ปล่อยทิ้งไว้
3) อื่นๆโปรดระบุ


โทคิ เดินขึ้นไปหยิบวิทยุขึ้นมาฟัง แล้ว เปรียบเทียบกับของเก่าที่ได้มาจากหุ่นที่กําจัดไป

โทคิ : เหมือนเจ้านี่จะมีคนสร้างเดียวกับเจ้าตัวที่ไล่ฆ่ามนุษย์บนโลกนู้นนะ

โทคิพูดพร้อมกับวางวิทยุลงไว้ด้านหลัง และสํารวจอุปกรณ์ภายในของเจ้าหุ่นปริศนาที่ไม่รู้ชื่อก็ตายไปซะแล้ว

ซ่าา เสียงวิทยุได้ดังขึ้นอีกครั้งรวมทั้งดูเหมือนว่ามันจะเป็นอันใหม่ที่โทคิเพิ่งพบเมื่อกี้นี้ด้วย

? ? ? : พังอีกตัวแล้วเหรอเนี่ย ? พักนี้พวกหุ่นมันเป็นอะไรไปหว่าพังบ่อยจริงๆ ฮาโหลๆ ขอรหัสหน่อย

เสียงแปลกๆที่คุ้นเคยได้ดังขึ้นอีกครั้งที่วิทยุอันใหม่ที่โทคิเพิ่งเก็บขึ้นมาได้เมื่อกี้นี้ . . .

1) ส่งให้ซาอุ กอนแกน
2) คุยเอง
3) ไม่สนใจ
4) อื่นๆโปรดระบุ


โทคิได้ยินเรื่องรหัสขึ้นจึงวิ่งเข้าไปที่ตัวหุ่นก่อนจะหาตามร่างกายเศษซากของหุ่น

โทคิ : มันจะมีรหัสเขียนอยู่บ้างมั้ยนะ

1)ถ้ามี รหัสบอกรหัสไป
2)ถ้าไม่มี นายเป็นเบื้องหลังจากพวกหุ่นยนต์นี่สินะ

ดูเหมือนว่าจะมีรหัสตัวหุ่นที่แปะเหมือนบาร์โค้ดอยู่ที่ด้านหลังลำตัวของมันอยู่ หลังจากที่โทคิได้บอกรหัสไปแล้วเสียงจากวิทยุนั่นก็ได้เงียบไปพักนึงก่อนที่จะได้มีการติดต่อกลับมาอีกครั้งนึง

? ? ? : ไม่ไกลมากนี่นา ลงมาเองอีกซัก 4 ชั้นไหวรึเปล่า ? Yes No ?


โทคิ : yes

หลังจากพูดบอกเสร็จ โทคิจึงหันไปหา ซาอุ กอนแกน ก่อนจะใช้ภาษามือเพื่อบอกเรื่องราว

โทคิ : (เงียบหน่อยๆ เหมือนเจ้าพวกกลุ่มคนที่สร้างหุ่นจะอยู่ข้างล่างนี้ไป4ชั้น)

โทคิ : (หาบันไดลงไปหน่อย เข้าใจมั้ย?)

โทคิส่งสัญญาณ มือโดยที่พยายามลุ้นให้คนซื่อๆอย่าง ซาอุ กอนแกน ให้เข้าใจ...

ซาอุ กอนแกนได้ยืนงงอยู่พักนึงก่อนทีจะพยักหน้าเหมือนกับว่าเข้าใจแล้ว(?)และนำทางลงไปด้านล่าง แต่เมื่อมาถึงด้านล่างแล้วนั้นโทคิกลับพบว่ามีแต่จอคอมพิวเตอร์เต็มไปเสียหมดแทน

? ? ? : มาถึงแล้วสินะ ? ใช้เครื่องแคปซูลทางด้านซ้ายในการซ่อมแซมตัวเองแล้วกันนะ

เสียงจากวิทยุได้ดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อโทคิได้เดินตามเสียงนั่นไปก็พบว่าที่นี่เหมือนกับโรงซ่อมบำรุงเครื่องตักรด้วยตนเองเสียมากกว่า


โทคิปิดวิทยุก่อนจะเดินสํารวจ รอบๆพวกเครื่องแคปซูล

โทคิ : ซาอุ ที่นี่ยังมีชั้นใต้ดินลงไปอีกมั้ย ?

ซาอุ กอนแกน : เหมือนจะยังลงไปได้อีกนะ

มันได้ตอบขึ้นพร้อมกับแสดงถึงบรรไดลับที่อยู่ด้านหลังของแคปซูลอันนึงให้โทคิได้เห็น ดูเหมือนว่าซาอุ กอนแกนก็เพิ่งจะพบเมื่อกี้นี้เช่นกัน


โทคิยืนมาหน้าบันไดก่อนจะคิดอะไรบางอย่างแล้วทําหน้าครุ่นคิดนิดหน่อย ก่อนจะหันไปทาง ซาอุ กอนแกน

โทคิ : นี่ ซาอุ กอนแกน นี่แค่ทฤษฎีที่ฉันคิดขึ้นแต่ฉันมีอะไรจะถามนายหน่อย

โทคิหันมาพูดกับ ซาอุ กอนแกน ในท่าทางที่กําลังยังคิดอะไรอยู่

โทคิ : แต่เดิมเนี่ยพวกนาย อาร์คาน่า กับ การ์เดี้ยน น่ะปกติแล้วทั้งหมดจะอยู่บนโลกนี้และรักษาสมดุลมิตินี่กันสินะ

โทคิเริ่มถามในสิ่งที่น่าจะเป็นไปงั้นออก ก่อนจะเริ่มพูดคําต่อไปอีก

โทคิ : ในสมัยก่อนแต่เดิมก็คงยังไม่มีมนุษย์หลุดเข้ามาในมิติมาก จนกระทั่งเดี้ยวก่อนที่จะรวมโลกเข้าด้วยกันสินะ

โทคิ : มันอาจจะเกิดว่ามีพวกนายบางส่วนที่ไม่ได้รักษาสมดุล ออกไปทําตามใจตัวเองก็เลยอาจจะบิดเบือนไปหน่อย

โทคิ : แล้วหลังจากนั้นก็อาจจะเป็นฝืมือของเจ้าพวกหุ่นนี่ มาทําให้สมดุลนั้นผิดพลาดและรุกรานเข้ามาก็ได้

โทคิ เสนอแนวคิดกับ ซาอุ กอนแกน ด้วยแนวคิดของตัวเอง

โทคิ : ถ้าพวกนายทั้งหมดรวมตัวละก็อาจจะอย่างน้อยก็คงจะแก้ไขสถานการณ์ได้ระดับนึงละมั้ง

โทคิพูดเสนอแนวคิดจนถึงจุดนี้ก่อนจะกลับไปยืนคิด เหมือนเดิม

ซาอุ กอนแกน : มันก็เป็นไปได้นะ แต่ตอนนี้แค่นั้นมันคงจะไม่พอล่ะมั้ง

มันได้ตอบขึ้นกับทฤษฏีของโทคิขึ้นอย่างเข้าใจ แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้นั้นคงต้องการปัจจัยหลายๆอย่างมากขึ้นกว่าเดิมอีก

ในขณะเดียวกันนั่นเองระหว่างที่ทั้งสองกำลังยืนสนทนากันที่บรรไดทางลงนั่นก็ได้มีตัวประหลาดแปลกๆโผล่ออกมาจากบรรไดและเคลื่อนที่ไปยังอีกฝั่งที่ทั้งคู่ยืนอยู่อย่างรวดเร็ว !!



? ? ? : นึกว่าจะเป็นหุ่นยนต์มาซ่อมแซม ที่แท้ก็พวกหนอนนี่เอง


โทคิตั้งท่าป้องกันก่อนจะหันไปถาม ซาอุ กอนแกน

โทคิ : ดูไม่น่าใช่พวกนายน ถ้าจะเป็นหุ่นยนต์ แสดงความไม่เป็นมิตรออกมาด้วย

โทคิ : กําจัดมันก่อนที่จะทําอะไรแปลกๆเลยดีกว่า !!!

โทคิเสนอแนะแนวทางที่น่าจะหลีกเลี่ยงสิ่งที่น่าจะอันตรายให้เร็วที่สุดก่อน

ร่างของซาอุ กอนแกนได้ค่อยๆหายไปก่อนที่จะเข้าโจมตีเหมือนๆกับทุกครั้ง แต่ทว่าครั้งนี้มันกลับโจมตีไม่โดนเป้าหมายด้านหน้าแต่อย่างใดเสียอย่างนั้น !!

ร่างของซาอุ กอนแกนได้หายไปอีกรอบ แต่ดูเหมือนว่ามันจะยังคงอยู่ในรอบๆบริเวณการต่อสู้นี้แน่ๆ

? ? ? : หึ !! Strength อย่างเดียวน่ะทำอะไรไม่ได้หรอก !!

มันได้ยิ้มกระหยิ่มขึ้นก่อนที่จะค่อยๆหันมามองทางโทคิอย่างช้าๆ

? ? ? : น่าแปลกนะที่มีมนุษย์มาอยู่กับทูติอาคาร์น่าได้แบบนี้


โทคิยืนจ้องหน้าเจ้าตัวปริศนา ก่อนจะพูดคําพูดโต้กลับไป

โทคิ : ยุ่งไม่เข้าเรื่องน่า !! ซาอุ กอนแกน กลับมาซะเหมือนโจมตีมันต่อไปก็ไม่มีประโยชน์

โทคิเรียก ซาอุ กอนแกน กลับมาเพื่อคิดแผน ต่อไป

ร่างของซาอุ กอนแกนได้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้งในท่าเตรียมพร้อมและไม่ได้สะทกสะท้านใดๆมากนัก

ซาอุ กอนแกน : ร่างของเจ้านั่นเหมือนหุ้มไปด้วยเงา ถ้าไม่มีแสงเหลือแม้แต่นิดเดียวที่นี่แล้วก็คงจะโจมตีมันได้ไม่ยาก

ซาอุ กอนแกนได้อธิบายขึ้น แต่กลับกันฝ่ายตรงข้ามกลับยังไม่รู้สึกเสียเปรียบมากเท่าไรนัก


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 7-9-2013 07:18:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 22-10-2013 11:30





[ 1 ]

          เมเมะนั่นมั่นใจในจิตสัมผัสของตัวเองมากกว่าการมองด้วยตาเสียอีก แต่ก็ลองคิด
ที่จะจุดไฟดู

          " จะจุดได้ไหมนะ "

          เธอพูดเบาๆพลางทำท่าจะจุดคบไฟ

แสงสว่างภายในได้ค่อยๆฉายขึ้นอีกครั้งจนทำให้ภายในถ้ำนี้ดูง่ายถนัดตาขึ้นมา แต่สิ่งที่ทำให้เมเมะทึ่งไปกว่านั้นไม่ใช่แสงสว่างแต่กลับเป็นหญิงสาวผมสีดำที่กำลังตั่งท่าจะกระโจนเข้าจับตัวเมเมะอยู่แทนนั่นเอง . . . คกเพลิงที่ได้จุดขึ้นทำให้ภาพเบื้องหน้านั้นหยุดนิ่ง ไม่รู้ว่าใครจะตกใจใครกันก่อนดีกันแน่ . . .



? ? ? : ระ- รู้ตัวแล้วสินะ . . .

เสียงเนือยๆจากหญิงสาวด้านหน้าได้ถามเมเมะขึ้นด้วยท่าทางประหม่าเล็กน้อยก่อนที่เธอจะได้กระโดดถอยหลังไปแล้วตั้งท่ารับมือขึ้นมา

? ? ? : เธอเป็นมิตรหรือศัตรูน่ะ ?


            " .... "

            เมเมะเองก็ตกใจไปเหมือนกัน เพราะสัมผัสคนตรงหน้าไม่ทัน .. สาเหตุคงเป็นเพราะ
หญิงสาวตั้งท่าอยู่เฉยๆเป็นแน่

            " เอ่อ.. ชั้นไม่อยากมีศัตรูเลย เพราะงั้น คงจะ..... เป็นมิตร? "

            เมเมะเองก็เผลอตอบออกไปแบบไม่มั่นใจเพราะก็ไม่รู้เหมือนกันคราวนี้ผู้มาใหม่จะเป็น
ยังไงหรือมีลูกเล่นอะไรอีก

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : อะ- อ้อ เป็นมิตรสิน้า ~ เราชื่อ ซีกลินเดีย เจเรียเมอา นะ เรียกสั้นๆว่า ซีก . . . เอ้ยยย !!

หญิงสาวได้แนะนำตัวขึ้นก่อนที่จะสะดุ้งฮวบถอยหลังกลับไปตั้งท่าเหมือนเดิมขึ้นมา

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : เราไม่ถึงว่าเธอเป็นมนุษย์หรือเป็นหุ่นยนต์ต่างหากล่ะ !!

ซีกได้ถามขึ้นอีกครั้งด้วยท่าทีระวังตัวเล็กน้อย แต่เธอก็ยังได้ถามเมเมะขึ้นอีกครั้งเสียก่อนเพื่อความแน่ใจของทั้งสองฝ่าย


            อยุ่ๆคนตรงหน้าก็ตะโกนแล้วถอยหลัง ทำเอาเมเมะสะดุ้ง

            " ชั้นเป็นคนนะค้า~.... "

            เธอพูดเสียงอ่อย พลางค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆหญิงสาว

            " เอ่อ ...คุณซีก? ..สินะ ไม่ต้องกลัวค่ะ ชั้นไม่ได้มาร้ายจริงๆนะ "

            กลับกัน เธอเองสิ ตอนเห็นหญิงสาวเมื่อกี้ตกใจจะแย่

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : นั่นสินะจากที่ดูแล้วเธอก็ไม่เหมือนเครื่องจักรเท่าไรนี่นา

หญิงสาวได้ย่อตัวลงในระดับเดียวกับเมเมะก่อนที่จะจับแก้มของเมเมะขึ้นเล่นซะอย่างนั้น

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : แล้วเด็กแบบเธอมาทำอะไรในที่น่ากลัวๆแบบนี้กัน หือ ?

ซีกได้ถามคำถามกับเด็กสาว(?)ขึ้นพลางดึงแก้มของเมเมะเล่นเบาๆไปด้วยอย่างน่าเอ็นดู


            " อี๋~~~~~ "

            เมเมะทำหน้ายี้เพราะโดนจับแก้มเล่น เธอดิ้นไปมาพลางพูดว่า

            " ฮ..ฮันไฮฮายเฮกฮ้าาาา(ชั้นไม่ใช่เด็กนะ) "

            เธอสะบัดตัวเองพลางพยายามดันหญิงสาวออกจนมือเผลอไปแตะหน้าอกของ
เธอเข้า

            " ~~~~~!!!!! "

            หน้าของเธอแดงขึ้นแล้วส่งเสียงอยู่ในลำคอ จังหวะเดียวกันเมเมะดันตัวเองออก
ห่าง

            " ท..ทำอะไรของคุณน่ะ! ชั้น.... ชั้นอายุ 17 แล้วนะ! ม.ปลายแล้ว!! ไม่สิ ขอโทษค่า!! "

            เมเมะตะโกน(เสียงค่อย)เพราะกลัวแถวนี้จะมีตัวอะไรอีก เธอหน้าแดงพลางโกรธ(?)
นิดๆปนขอโทษ(?)ไปด้วย เลยทำให้ดูเป็นเด็กประหลาดไปเลย..

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : เอ๋ !! อายุ 17 เหรอ !!

หญิงสาวได้เงียบลงอย่างตกใจพลางหัวเราะแห้งๆออกมาเบาๆ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้สนใจที่เมเมะได้เผลอมาโดนหน้าอกของเธอซักเท่าไรและได้ค่อยๆเดินเข้ามาหาเมเมะที่ทำท่ากระวนกระวายอย่างทุรนทุรายตรงนั้น

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : งั้นเราก็ต้องเรียกโอเน๊ซังล่ะสิเนี่ย ~

เธอได้หยอกเมเมะเล่นก่อนที่จะได้ควงแขนของเด็กสาว(?)ไว้และย่อตัวของเธอลงมาให้ต่ำกว่าเมเมะ


            " ว.. ว้าย.. ... หะ โอเน๊ซัง...?? "
            ' น..หน้าอกมัน '

            เมเมะตัวแข็งไปเล็กน้อย ก่อนจะตีเสียงนิ่งๆแล้วกอดอกพูดต่อไปว่า

            " ช..ช่างเถอะ ล..แล้วทำไมเธอถึงมาอยู่ในที่อันตรายแบบนี้ละคะ? "

            เมเมะพูดด้วยท่าทีที่ดูเหมือนสงบ แต่กลับประม่าจนลืมแนะนำตัว

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : เรื่องงานน่ะ ♪ แต่ว่าเราบอกโอเน๊ซังไม่ได้หรอกนะ

เธอได้หยอกล้อเมเมะขึ้นก่อนที่จะอธิบายต่อไปอีกนิดหน่อยเกี่ยวกับการมาของเธอในครั้งนี้

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : จริงๆแล้วเราต้องเข้าไปในสิ่งก่อสร้างอีกฝั่งของเกาะนี้น่ะ แต่ติดปัญหาตรงที่คนดูแลน่ากลัวเสียเหลือเกิน

ซีกได้เอ่ยขึ้นมาพลางค่อยๆถอนแขนออกมาจากเมเมะและกลับมานั่งกอดเข่าที่มุมมืดๆในถ้ำแทนอย่างท้อแท้


            " ..หืมม "
            ' ภารกิจ..? '

            พอหญิงสาวออกห่าง เมเมะก็หายใจได้ทั่วท้องขึ้นมาหน่อย เธอเดินเข้าไปใกล้ๆกับ
หญิงสาวที่ดูท่าทางจะอ่อนกว่าเธอ พลางนั่งลงข้างๆ

            ' อุ๊.. '

            ถึงบาดแผลภายนอกจะหายไปจนหมดแต่ภายในบางส่วนยังไม่หายเต็มที่ เลยรู้สึก
เจ็บ แต่เธอก็ไม่ได้แสดงออกมาให้คนข้างๆเห็น
            พอนั่งเสร็จแล้วก็ถามคนข้างๆไปว่า

            " ใช่เด็กเปี๊ยกหุ่นกระป๋องที่มีเกราะสีแดงๆหรือเปล่าคะ? "

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : ใช่แล้วล่ะ . . .

เธอได้ถอนหายใจออกมาเบาๆอีกครั้งนึงอย่างเหนื่อยแรง

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : ไม่นึกว่าหุ่นยนต์จะพัฒนาไปขนาดนั้นแล้วในยุคนี้


            " ....เหมือนมนุษย์มากกว่าหุ่นยนต์นะคะ "
            " แล้วก็เหมือนหุ่นยนต์มากกว่ามนุษย์ด้วยสิ "
            
            เมเมะพูดลอยๆ เธอยิ้มแหย่ๆเหมือนกันเมื่อนึกถึงสิ่งที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์
ขนาดนั้น แต่การกระทำเหมือนเครื่องจักรไม่มีผิด

-:- เวลาช่วงเย็น เขตุ Dark Hour

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : ฮะ ๆ ๆ

หญิงสาวได้หัวเราะออกมาแห้งๆ ก่อนที่จะถอนหายใจอีกครั้งนึงออกมา

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : แต่วันนี้เราคงจะไม่ขอออกไปจากจุดนี้ล่ะนะ พักก่อนดีกว่า . . .

เมื่อกล่าวจบแล้วซีกก็ได้นำตะกร้าพกพาที่เต็มไปด้วยข้าวปั้นออกมา



ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : โอเน๊ซัง จะทานด้วยกันไม๊ล่ะ ?


          " ทานเถอะซีกจัง "

          ด้านเมเมะได้ยิ้มออกมา พลางโบกมือปฏิเสธเธอเองก็มีของมาทานแต่
ไม่ค่อยอยากอาหารเท่าไหร่

          ' เราคงไม่อยู่ตรงนี้ตลอดละ ถ้าไม่รีบหาคุณรินให้เจอละก็.. '

          เธอคิดพลางจะหันไปพูดกับเด็กสาวอีกครั้ง

กร้วมมมม ทันทีที่เมเมะหันมาข้าวปั้นก็ได้ถูกแปะลงที่ปากของเธอก่อนเสียแล้ว

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : ทานหน่อยน้า ~ ♪

เสียงใสๆนั่นได้อ้อนเมเมะขึ้นด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มไร้เดียงสานั่น


          " อุ๊บ.......... "

หงับ หงับ หงับ...

          อร่อยกว่าที่คิด เมเมะคิดในใจ
          ดูเหมือนต่อให้เครียดแค่ไหนหิวก็คือหิวจริงๆ เธอเลยเลือกที่จะทานเงียบๆแต่โดยดี

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : ยังไงวันนี้ก็พักกับเราก่อนดีไม๊ ? โอเน๊ซัง

ซีกได้อ้อนเมเมะที่นั่งทานเงียบๆคุยไปด้วย ดูท่าทางซีกเองคงจะไม่ได้รีบร้อนอะไรกับภารกิจเธอเท่าไรนัก

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : วันพรุ่งนี้ค่อยเริ่มต้นใหม่ก็ได้


            " เอ๊ะ..? อ้อ... "

            พอได้ยินคำเชิญชวน ก็ทำให้ต้องคิดใหม่ว่าจะเอาอย่างไรดี ถึงเด็กสาว
ตรงหน้าจะดูเก่งแต่กลับรู้สึก พึ่งพาไม่ค่อยได้เลย แต่ก็อาจจะแค่รู้สึกไปเอง...
            เมเมะทบทวนเล็กน้อยก่อนจะตอบไปว่า
            
            " คงไม่ได้หรอก.. ทางนี้เองมีภารกิจสำคัญมากอยู่ด้วย "
            " มันเป็นเรื่องใหญ่ต้องแข่งกับเวลาน่ะ "

            เมเมะได้ตอบปฏิเสธด้วยท่าทางเหมือนขอโทษ

หญิงสาวได้เงียบลงไปซักพักก่อนที่จะพยักหน้าตามที่เมเมะตอบเหมือนกับว่าเข้าใจที่เมเมะได้บอกเธอแล้ว

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : ถ้าอย่างนั้นระวังตัวด้วยล่ะ

เธอได้ตอบรับเมเมะสั้นๆก่อนที่จะได้ส่งเครื่องมือคล้ายๆเนวิเกเตอร์ให้กับเมเมะด้วยเช่นกัน

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : ตรงจุดนี้จะปลอดภัยจากพวกหุ่นยนต์อยู่นะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็กลับมาหลบแถวนี้ก่อนได้นะ


            " อืม "

            เมเมะตอบรับพลางยันตัวเองขึ้น

            " จะว่าไป ยังไม่ได้แนะนำตัวเลย.. "
            " ชั้นชื่อมุซารากิ เมเมะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ ซีกจัง "

            เธอตอบยิ้มๆแล้วก็เดินเข้าไปสำรวจด้านในต่อ เพื่อตามหาริน

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : มุราซากิ โอเน๊ซัง

ซีกได้พยักหน้าตอบรับเบาๆและปล่อยให้เมเมะเดินออกไปจากจุดหลบในถ้ำนี้อย่างเงียบๆ

ระหว่างที่เมเมะได้เดินสำรวจนั้นเธอก็พบว่าภายในถ้ำไม่มีหุ่นยนต์หลงเหลืออีกแล้ว แต่ว่าทางออกก็มีแค่สองทางเท่านั้นคือทางที่เธอเข้ามาและได้วิ่งออกไปเจอกับเด็กสาวเกราะแดงคนเมื่อกี้


            " อืมม.... "
            ' ทางเดียวคือต้องแอบเข้าไปจริงๆด้วยเหรอเนี่ย '

            เมเมะทำท่าคิดหนัก... ตอนนี้เธอยังไม่หายดีเลย แถมศัตรูคราวนี้ไม่ใช่พวกที่
จะสู้ด้วยสภาพร่างกายไม่เต็ม 100 ด้วยได้

            " อืมมมม.... "

            เมเมะส่ายหัวไปมาอยู่หน้าทางเข้าก่อนที่จะไปเจอเด็กหุ่นยนต์เมื่อกี้..

            ' เอาไงดี เข้าไปแบบโต้งๆตัดไปได้เลย แค่ไอ้เหล็กแปลกๆวนๆนั่นก็น่ากลัวสุดๆแล้ว
หรือจะค่อยๆย่องเข้าไปดีนะ.. ตอนกลางคืนพวกนั้นจะนอนกันไหมเนี่ย.. '

ตรงจุดนี้จะปลอดภัยจากพวกหุ่นยนต์อยู่นะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็กลับมาหลบแถวนี้ก่อนได้นะ

            เมเมะนึกถึงสิ่งที่ซีกพูด

            ' จุดที่ปลอดภัย.. หุ่นยนต์.. จะว่าไปตอนเราหนีมาก็ไม่ได้ตามมาด้วย หรือว่า.. '
            ' ไม่สิ อันตรายเกินไปถ้าจะลองพิสูจน์.. '

            เธอแอบเหล่เข้าไปในทางที่หนีมาตอนแรก

            " อืม... "
            " ต้องแอบเข้าไปจริงๆด้วย... "

            ..ตบแก้มสองข้างของตนเองเบาๆเพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะเปลี่ยนสายตากลับมา
มาดมั่นเหมือนเดิม

            ' มาม๊า.. คอยดูนะ ถึงหนูจะไม่ได้ความเรื่องเวทมนต์ แต่เรื่องการต่อสู้หนูไม่มีทางแพ้ใครง่ายๆแน่ '

            เธอคิดพลางเหล่มองทางออกจนเห็นเป็นเมือง(เธอเห็นเป็นเมือง)พังๆ จากนั้นก็หา
จุดที่พอจะลอบเข้าไปได้ตลอดทาง

-:- เวลาช่วงกลางคืน เขตุ Dark Hour

ระหว่างที่เมเมะกำลังสำรวจนั้นเธอก็พบว่าที่ใต้สะพานเชื่อมยังเมืองพังๆนั้นมีทางนั้นด้านล่างที่ไหลเชี่ยวอยู่ แต่มันก็เหมือนจะเชื่อมกับทางใต้ดินของสิ่งก่อสร้างนั้นอยู่ด้วย แต่ในเวลาเดียวกันนั่นเองเธอดันไม่เห็นเด็กผู้หญิงเกราะแดงคนเมื่อกี้เลยแม้แต่น้อย จะเห็นก็มีแต่เด็กสาวที่มีลักษณะคล้ายๆกันเท่านั้น . . . ที่กำลังนั่งหาวหวอดอยู่บนสะพานเพียงลำพัง . . .



            " ............. "

            เด็กสาวผมทองที่นั่งชิวอยู่แบบนั้นทำให้เมเมะรู้สึกชอบกล บางทีมันอาจจะเป็นกับดัก..

            ' ถ้าลองเข้าไปทัก.......... จะโดนเสียบอีกไหมนะ... '

            พอคิดแบบนั้นรู้สึกเกลียดตัวเองขึ้นมา เมเมะสังเกตเด็กคนนั้นอีกครั้ง ก่อนที่จะสูดหายใจ
เข้าลึกๆ

            ' เอาละ... ตายเป็นตาย '

            เพราะมั่นใจในฝีเท้าหรืออะไรก็ไม่ทราบได้ เธอตัดสินใจเข้า(ย่อง)ไปหาเด็กคนนั้นอย่าง
ช้าๆ(ถึงขั้นช้ามาก)

ขณะที่เมเมะกำลังย่องเข้าไปนั้นเด็กสาวเบื้องหน้าคนนั้นก็ได้หันมาหาเมเมะเสียก่อนก่อนที่นัยตาของเธอจะได้ปรับขยายเหมือนกับเลนส์กล้อง ก่อนที่จะค่อยๆลุกขึ้นมาด้วยท่าที่ซลึมซลืออย่างช้าๆ

? ? ? : ไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ คุณผู้รอดชีวิต

เสียงที่คุ้นเคยได้ดังขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่กลุ่มเหล็กแปลกๆสีแดงนั้นจะได้ลอยเข้ามาล้อมรอบๆตัวของเธออีกครั้งนึง


            เมเมะสะดุ้งเล็กน้อย แต่คุมสติได้ทันเลยไม่ได้แสดงออก

            ' แย่แล้ว แย่แล้ว แย่แล้ว แย่แล้ว แย่แล้ว แย่แล้ว แย่แล้ว แย่แล้ว แย่แล้ว แย่แล้ว  '

            รับรู้ได้เลยว่าเหงือกำลังออกมือ ครั้งสุดท้ายที่รู้สึกกลัวคือตอนสู้กับปิศาจขนาด 50 เมตร
ที่เกียวโต แต่ตอนนี้รู้สึกว่าเด็กสาวตรงหน้านี่น่ากลัวกว่าพิลึก

            " ฝึกมาดีน่ะ ..ว่าแต่ทางเธอต่างหากค่ะ ไหวมั้ยนั่น "

            เธอตอบกลับพร้อมกับชักปืนดาบขึ้นมา

? ? ? : หึ !! ถึงจะเห็นแบบนี้แต่เราอยู่ที่สะพานทั้งวัน ในตัวเราน่ะมีระบบสะสมพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้งานด้วย เพราะอย่างนั้นต่อให้อยู่จนเช้าอีกวันก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ !!

เด็กสาวได้เอ่ยขึ้นด้วยท่าทีไม่มั่นใจซักเท่าไรนักพลางเหงื่อแตกออกมาซิกๆที่ด้านหลังด้วยท่าที่ที่เหมือนจะพร้อมรบสุดๆ(ล่ะมั้ง)


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 7-9-2013 23:50:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 8-9-2013 02:48





AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )




'เป็นที่ราบเลยรึ' เซนก้ามองที่ราบโล่งด้วยมาดนิ่งๆไม่หวั่นไหวอะไร

'ถ้าอย่างนั้นเดินทางไปตะวันออกต่อแล้วกัน' และแล้วเซนก้าก็เดินหน้าไปทางตะวันออกต่อไป...

กึกกกก ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้ออกก้าวเดินนั้นที่ด้านหลังของเขาก็เย็นลงอย่างผิดปกติรวมทั้งพื้นที่เขายืนอยู่นั้นก็ได้ค่อยๆแข็งตัวขึ้นจนมันกลายเป็นน้ำแข็งไปหมดแล้ว . . .



? ? ? : . . .

ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมาจากด้านหลังของเซนก้าก่อนที่ของเหลวแปลกๆจะได้ถูกยิงออกมาใส่จุดที่เขายืนอยู่ทันที !!


"........." เซนก้าก็เงียบตอบพร้อมขยายดาบปัดผ่ากระสุนเหลวให้กระเด็นไปด้านข้างทั้งสองด้านแทน

"นามข้าของคือ เซนก้า เซนก้า ซอนโบลท์!!! ผู้ถือดาบพิฆาตมาร!!!!!" เซนก้าประกาศชื่อเสียงเรียงนามกึกกือพร้อมตั้งท่าทันที

Use Valor
Use Zankantou Un'yō no Tachi

"ฮ่า!!!!!" เซนก้าฟาดดาบลงพื้นเพื่อดันตัวเองให้ทะยานขึ้นสูงเสียดฟ้า

"CHESTOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO" เซนก้าตะโกนเสียงดังลั่นก่อนจะทะยานลงเตรียมฟาดใส่



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----loooooX )

ดาบของเซนก้าที่ได้ปัดของเหลวออกไปเมื่อครู่นี้กลับแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆเมื่อมันฟาดลงที่พื้น เหมือนกับน้ำแข็งที่ถูกกระแทกจนกระจายออกไป

เมื่อเซนก้าได้มองดาบของเขาแล้วก็พบว่าจุดปลายดาบที่กระทบกับของเหลวเมื่อครู่นั้นมันได้กลายสภาพเป็นน้ำแข็งไปแล้วส่วนนึง !!

เปรี๊ยะ !! ยังไม่ทันที่เซนก้าจะตั้งตัวรองเท้าของเขาก็ได้ถูกเกาะจนเป็นน้ำแข็งขึ้นมาและเริ่มกัดเท่าของเขาแล้วด้วย !!


"ฮึ!!! ฮ่าาาาาาา!!!" เซนก้าไม่ได้วิตกอะไร เปลี่ยนขนาดดาบไปมาจนสะบัดน้ำแข็งออกไปได้ แล้วเอาดาบฟาดน้ำแข็งที่เกาะเท้าจนแตกเป็นเสี่ยงออกมาได้

"คิดจะทำลายดาบเล่มนี้น่ะ ไม่มีทางหรอกเพราะดาบเล่มนี้คือวิญญาณของข้า" เซนก้าแอบอวดสรรพคุณเล็กน้อย

Use Valor
Use Tatsumaki Zankantou

จู่ๆม้าดำปริศนาปริศนาก็ปรากฏขึ้นมากลางอากาศได้ เมื่อเซนก้าเห็นปุ๊บก็กระโดดขึ้นไปทันที

"JINBA ITTAI!!!!!! (Man and house are one)" เซนก้าขึ้นขี่ม้าดำนั้นทันทีพร้อมเร่งพลังให้ดาบของตนขยายขนาดใหญ่ขึ้นอีกจนสามารถกวาดเป็นบริเวณกว้างได้แล้วทะยานเข้าใส่ศัตรูด้วยความเร็วสูงทันที

"ฮ่า!!!!!!!!!" เซนก้าฟันเข้าใส่ศัตรูแล้วควงดาบอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนเกิดแรงลมมหาศาล ถึงแม้จะยิงของเหลวนั้นเข้าก็จะโดนแรงลมมหาศาลจากการควงดาบนี้ปัดไปอยู่รอบนอกได้หมด จากนั้นก็เหวี่ยงศัตรูขึ้นฟ้าแล้วเข้าทะยานหมายปลิดชีพอีกรอบอย่างรวดเร็วมาก

"OHGI ZANKANTOU IKKI TOUSEN!!!!!!!!" เซนก้าประกาศท่าแล้วพร้อมฟันครั้งสุดท้ายอย่างรุนแรง

"CHESTOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO" พอศัตรูผ่านแนวฟันเสร็จม้าดำก็พุ่งลงสู่พื้นดินส่งเซนก้าอยู่ห่างจากศัตรูมาหลายร้อยเมตร

"............" เซนก้าไม่ได้กล่าวประโยคปิดท้ายเพราะยังยืนยันไม่ได้แน่ว่าศัตรูถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----loooooloooooloooooX )

เปรี๊ยะ ลมที่เซนก้าสร้างขึ้นกลับค่อยๆกลายเป็นไอเย็น ยิ่งชายหนุ่มได้สร้างแรงลมมากขึ้นเท่าใดมันก็ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบๆเริ่มจับตัวแข็งขึ้นเท่านั้น จนในขณะนี้เซนก้าเริ่มจะรู้สึกตัวได้ว่าเริ่มหายใจไม่ค่อยจะถนัดแล้ว

เคร้งงงง ดาบของเซนก้าที่ได้ปะทะเข้าในระยะใกล้กับหุ่นยนต์ด้านหน้านั้นค่อยๆจับตัวแข็งขึ้นมาอีกครั้งเมื่อดาบของหุ่นยนต์ด้านหน้าได้ปะทะกับดาบเหล็กของเซนก้าจนดาบของทั้งสองแตกลงเป็นเสี่ยงๆอีกครั้ง จนเซนก้าไม่สามารถงัดศัตรูขึ้นไปได้ตามที่ตั้งใจไว้

แว้บบบ ดาบที่ดูคล้ายผลึกน้ำแข็งนั้นได้ถูกสร้างขึ้นมาอีกครั้งในชั่วพริบตาของหุ่นยนต์ข้างหน้านั่นพร้อมๆกับร่างของเป้าหมายที่ยังล้อคเป้ามาที่เซนก้าอย่างเยือกเย็นเหมือนกับสนามรบในตอนนี้


เสร็จสิ้น
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 19-1-2019 12:01 , Processed in 0.116299 second(s), 22 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้