Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: tesstrossa

[Play] Role play : The world ~ Celestia ~ *Revive*

[คัดลอกลิงก์]
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 7-9-2013 07:18:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 22-10-2013 11:30





[ 1 ]

          เมเมะนั่นมั่นใจในจิตสัมผัสของตัวเองมากกว่าการมองด้วยตาเสียอีก แต่ก็ลองคิด
ที่จะจุดไฟดู

          " จะจุดได้ไหมนะ "

          เธอพูดเบาๆพลางทำท่าจะจุดคบไฟ

แสงสว่างภายในได้ค่อยๆฉายขึ้นอีกครั้งจนทำให้ภายในถ้ำนี้ดูง่ายถนัดตาขึ้นมา แต่สิ่งที่ทำให้เมเมะทึ่งไปกว่านั้นไม่ใช่แสงสว่างแต่กลับเป็นหญิงสาวผมสีดำที่กำลังตั่งท่าจะกระโจนเข้าจับตัวเมเมะอยู่แทนนั่นเอง . . . คกเพลิงที่ได้จุดขึ้นทำให้ภาพเบื้องหน้านั้นหยุดนิ่ง ไม่รู้ว่าใครจะตกใจใครกันก่อนดีกันแน่ . . .



? ? ? : ระ- รู้ตัวแล้วสินะ . . .

เสียงเนือยๆจากหญิงสาวด้านหน้าได้ถามเมเมะขึ้นด้วยท่าทางประหม่าเล็กน้อยก่อนที่เธอจะได้กระโดดถอยหลังไปแล้วตั้งท่ารับมือขึ้นมา

? ? ? : เธอเป็นมิตรหรือศัตรูน่ะ ?


            " .... "

            เมเมะเองก็ตกใจไปเหมือนกัน เพราะสัมผัสคนตรงหน้าไม่ทัน .. สาเหตุคงเป็นเพราะ
หญิงสาวตั้งท่าอยู่เฉยๆเป็นแน่

            " เอ่อ.. ชั้นไม่อยากมีศัตรูเลย เพราะงั้น คงจะ..... เป็นมิตร? "

            เมเมะเองก็เผลอตอบออกไปแบบไม่มั่นใจเพราะก็ไม่รู้เหมือนกันคราวนี้ผู้มาใหม่จะเป็น
ยังไงหรือมีลูกเล่นอะไรอีก

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : อะ- อ้อ เป็นมิตรสิน้า ~ เราชื่อ ซีกลินเดีย เจเรียเมอา นะ เรียกสั้นๆว่า ซีก . . . เอ้ยยย !!

หญิงสาวได้แนะนำตัวขึ้นก่อนที่จะสะดุ้งฮวบถอยหลังกลับไปตั้งท่าเหมือนเดิมขึ้นมา

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : เราไม่ถึงว่าเธอเป็นมนุษย์หรือเป็นหุ่นยนต์ต่างหากล่ะ !!

ซีกได้ถามขึ้นอีกครั้งด้วยท่าทีระวังตัวเล็กน้อย แต่เธอก็ยังได้ถามเมเมะขึ้นอีกครั้งเสียก่อนเพื่อความแน่ใจของทั้งสองฝ่าย


            อยุ่ๆคนตรงหน้าก็ตะโกนแล้วถอยหลัง ทำเอาเมเมะสะดุ้ง

            " ชั้นเป็นคนนะค้า~.... "

            เธอพูดเสียงอ่อย พลางค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆหญิงสาว

            " เอ่อ ...คุณซีก? ..สินะ ไม่ต้องกลัวค่ะ ชั้นไม่ได้มาร้ายจริงๆนะ "

            กลับกัน เธอเองสิ ตอนเห็นหญิงสาวเมื่อกี้ตกใจจะแย่

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : นั่นสินะจากที่ดูแล้วเธอก็ไม่เหมือนเครื่องจักรเท่าไรนี่นา

หญิงสาวได้ย่อตัวลงในระดับเดียวกับเมเมะก่อนที่จะจับแก้มของเมเมะขึ้นเล่นซะอย่างนั้น

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : แล้วเด็กแบบเธอมาทำอะไรในที่น่ากลัวๆแบบนี้กัน หือ ?

ซีกได้ถามคำถามกับเด็กสาว(?)ขึ้นพลางดึงแก้มของเมเมะเล่นเบาๆไปด้วยอย่างน่าเอ็นดู


            " อี๋~~~~~ "

            เมเมะทำหน้ายี้เพราะโดนจับแก้มเล่น เธอดิ้นไปมาพลางพูดว่า

            " ฮ..ฮันไฮฮายเฮกฮ้าาาา(ชั้นไม่ใช่เด็กนะ) "

            เธอสะบัดตัวเองพลางพยายามดันหญิงสาวออกจนมือเผลอไปแตะหน้าอกของ
เธอเข้า

            " ~~~~~!!!!! "

            หน้าของเธอแดงขึ้นแล้วส่งเสียงอยู่ในลำคอ จังหวะเดียวกันเมเมะดันตัวเองออก
ห่าง

            " ท..ทำอะไรของคุณน่ะ! ชั้น.... ชั้นอายุ 17 แล้วนะ! ม.ปลายแล้ว!! ไม่สิ ขอโทษค่า!! "

            เมเมะตะโกน(เสียงค่อย)เพราะกลัวแถวนี้จะมีตัวอะไรอีก เธอหน้าแดงพลางโกรธ(?)
นิดๆปนขอโทษ(?)ไปด้วย เลยทำให้ดูเป็นเด็กประหลาดไปเลย..

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : เอ๋ !! อายุ 17 เหรอ !!

หญิงสาวได้เงียบลงอย่างตกใจพลางหัวเราะแห้งๆออกมาเบาๆ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้สนใจที่เมเมะได้เผลอมาโดนหน้าอกของเธอซักเท่าไรและได้ค่อยๆเดินเข้ามาหาเมเมะที่ทำท่ากระวนกระวายอย่างทุรนทุรายตรงนั้น

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : งั้นเราก็ต้องเรียกโอเน๊ซังล่ะสิเนี่ย ~

เธอได้หยอกเมเมะเล่นก่อนที่จะได้ควงแขนของเด็กสาว(?)ไว้และย่อตัวของเธอลงมาให้ต่ำกว่าเมเมะ


            " ว.. ว้าย.. ... หะ โอเน๊ซัง...?? "
            ' น..หน้าอกมัน '

            เมเมะตัวแข็งไปเล็กน้อย ก่อนจะตีเสียงนิ่งๆแล้วกอดอกพูดต่อไปว่า

            " ช..ช่างเถอะ ล..แล้วทำไมเธอถึงมาอยู่ในที่อันตรายแบบนี้ละคะ? "

            เมเมะพูดด้วยท่าทีที่ดูเหมือนสงบ แต่กลับประม่าจนลืมแนะนำตัว

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : เรื่องงานน่ะ ♪ แต่ว่าเราบอกโอเน๊ซังไม่ได้หรอกนะ

เธอได้หยอกล้อเมเมะขึ้นก่อนที่จะอธิบายต่อไปอีกนิดหน่อยเกี่ยวกับการมาของเธอในครั้งนี้

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : จริงๆแล้วเราต้องเข้าไปในสิ่งก่อสร้างอีกฝั่งของเกาะนี้น่ะ แต่ติดปัญหาตรงที่คนดูแลน่ากลัวเสียเหลือเกิน

ซีกได้เอ่ยขึ้นมาพลางค่อยๆถอนแขนออกมาจากเมเมะและกลับมานั่งกอดเข่าที่มุมมืดๆในถ้ำแทนอย่างท้อแท้


            " ..หืมม "
            ' ภารกิจ..? '

            พอหญิงสาวออกห่าง เมเมะก็หายใจได้ทั่วท้องขึ้นมาหน่อย เธอเดินเข้าไปใกล้ๆกับ
หญิงสาวที่ดูท่าทางจะอ่อนกว่าเธอ พลางนั่งลงข้างๆ

            ' อุ๊.. '

            ถึงบาดแผลภายนอกจะหายไปจนหมดแต่ภายในบางส่วนยังไม่หายเต็มที่ เลยรู้สึก
เจ็บ แต่เธอก็ไม่ได้แสดงออกมาให้คนข้างๆเห็น
            พอนั่งเสร็จแล้วก็ถามคนข้างๆไปว่า

            " ใช่เด็กเปี๊ยกหุ่นกระป๋องที่มีเกราะสีแดงๆหรือเปล่าคะ? "

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : ใช่แล้วล่ะ . . .

เธอได้ถอนหายใจออกมาเบาๆอีกครั้งนึงอย่างเหนื่อยแรง

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : ไม่นึกว่าหุ่นยนต์จะพัฒนาไปขนาดนั้นแล้วในยุคนี้


            " ....เหมือนมนุษย์มากกว่าหุ่นยนต์นะคะ "
            " แล้วก็เหมือนหุ่นยนต์มากกว่ามนุษย์ด้วยสิ "
            
            เมเมะพูดลอยๆ เธอยิ้มแหย่ๆเหมือนกันเมื่อนึกถึงสิ่งที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์
ขนาดนั้น แต่การกระทำเหมือนเครื่องจักรไม่มีผิด

-:- เวลาช่วงเย็น เขตุ Dark Hour

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : ฮะ ๆ ๆ

หญิงสาวได้หัวเราะออกมาแห้งๆ ก่อนที่จะถอนหายใจอีกครั้งนึงออกมา

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : แต่วันนี้เราคงจะไม่ขอออกไปจากจุดนี้ล่ะนะ พักก่อนดีกว่า . . .

เมื่อกล่าวจบแล้วซีกก็ได้นำตะกร้าพกพาที่เต็มไปด้วยข้าวปั้นออกมา



ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : โอเน๊ซัง จะทานด้วยกันไม๊ล่ะ ?


          " ทานเถอะซีกจัง "

          ด้านเมเมะได้ยิ้มออกมา พลางโบกมือปฏิเสธเธอเองก็มีของมาทานแต่
ไม่ค่อยอยากอาหารเท่าไหร่

          ' เราคงไม่อยู่ตรงนี้ตลอดละ ถ้าไม่รีบหาคุณรินให้เจอละก็.. '

          เธอคิดพลางจะหันไปพูดกับเด็กสาวอีกครั้ง

กร้วมมมม ทันทีที่เมเมะหันมาข้าวปั้นก็ได้ถูกแปะลงที่ปากของเธอก่อนเสียแล้ว

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : ทานหน่อยน้า ~ ♪

เสียงใสๆนั่นได้อ้อนเมเมะขึ้นด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มไร้เดียงสานั่น


          " อุ๊บ.......... "

หงับ หงับ หงับ...

          อร่อยกว่าที่คิด เมเมะคิดในใจ
          ดูเหมือนต่อให้เครียดแค่ไหนหิวก็คือหิวจริงๆ เธอเลยเลือกที่จะทานเงียบๆแต่โดยดี

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : ยังไงวันนี้ก็พักกับเราก่อนดีไม๊ ? โอเน๊ซัง

ซีกได้อ้อนเมเมะที่นั่งทานเงียบๆคุยไปด้วย ดูท่าทางซีกเองคงจะไม่ได้รีบร้อนอะไรกับภารกิจเธอเท่าไรนัก

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : วันพรุ่งนี้ค่อยเริ่มต้นใหม่ก็ได้


            " เอ๊ะ..? อ้อ... "

            พอได้ยินคำเชิญชวน ก็ทำให้ต้องคิดใหม่ว่าจะเอาอย่างไรดี ถึงเด็กสาว
ตรงหน้าจะดูเก่งแต่กลับรู้สึก พึ่งพาไม่ค่อยได้เลย แต่ก็อาจจะแค่รู้สึกไปเอง...
            เมเมะทบทวนเล็กน้อยก่อนจะตอบไปว่า
            
            " คงไม่ได้หรอก.. ทางนี้เองมีภารกิจสำคัญมากอยู่ด้วย "
            " มันเป็นเรื่องใหญ่ต้องแข่งกับเวลาน่ะ "

            เมเมะได้ตอบปฏิเสธด้วยท่าทางเหมือนขอโทษ

หญิงสาวได้เงียบลงไปซักพักก่อนที่จะพยักหน้าตามที่เมเมะตอบเหมือนกับว่าเข้าใจที่เมเมะได้บอกเธอแล้ว

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : ถ้าอย่างนั้นระวังตัวด้วยล่ะ

เธอได้ตอบรับเมเมะสั้นๆก่อนที่จะได้ส่งเครื่องมือคล้ายๆเนวิเกเตอร์ให้กับเมเมะด้วยเช่นกัน

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : ตรงจุดนี้จะปลอดภัยจากพวกหุ่นยนต์อยู่นะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็กลับมาหลบแถวนี้ก่อนได้นะ


            " อืม "

            เมเมะตอบรับพลางยันตัวเองขึ้น

            " จะว่าไป ยังไม่ได้แนะนำตัวเลย.. "
            " ชั้นชื่อมุซารากิ เมเมะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ ซีกจัง "

            เธอตอบยิ้มๆแล้วก็เดินเข้าไปสำรวจด้านในต่อ เพื่อตามหาริน

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : มุราซากิ โอเน๊ซัง

ซีกได้พยักหน้าตอบรับเบาๆและปล่อยให้เมเมะเดินออกไปจากจุดหลบในถ้ำนี้อย่างเงียบๆ

ระหว่างที่เมเมะได้เดินสำรวจนั้นเธอก็พบว่าภายในถ้ำไม่มีหุ่นยนต์หลงเหลืออีกแล้ว แต่ว่าทางออกก็มีแค่สองทางเท่านั้นคือทางที่เธอเข้ามาและได้วิ่งออกไปเจอกับเด็กสาวเกราะแดงคนเมื่อกี้


            " อืมม.... "
            ' ทางเดียวคือต้องแอบเข้าไปจริงๆด้วยเหรอเนี่ย '

            เมเมะทำท่าคิดหนัก... ตอนนี้เธอยังไม่หายดีเลย แถมศัตรูคราวนี้ไม่ใช่พวกที่
จะสู้ด้วยสภาพร่างกายไม่เต็ม 100 ด้วยได้

            " อืมมมม.... "

            เมเมะส่ายหัวไปมาอยู่หน้าทางเข้าก่อนที่จะไปเจอเด็กหุ่นยนต์เมื่อกี้..

            ' เอาไงดี เข้าไปแบบโต้งๆตัดไปได้เลย แค่ไอ้เหล็กแปลกๆวนๆนั่นก็น่ากลัวสุดๆแล้ว
หรือจะค่อยๆย่องเข้าไปดีนะ.. ตอนกลางคืนพวกนั้นจะนอนกันไหมเนี่ย.. '

ตรงจุดนี้จะปลอดภัยจากพวกหุ่นยนต์อยู่นะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็กลับมาหลบแถวนี้ก่อนได้นะ

            เมเมะนึกถึงสิ่งที่ซีกพูด

            ' จุดที่ปลอดภัย.. หุ่นยนต์.. จะว่าไปตอนเราหนีมาก็ไม่ได้ตามมาด้วย หรือว่า.. '
            ' ไม่สิ อันตรายเกินไปถ้าจะลองพิสูจน์.. '

            เธอแอบเหล่เข้าไปในทางที่หนีมาตอนแรก

            " อืม... "
            " ต้องแอบเข้าไปจริงๆด้วย... "

            ..ตบแก้มสองข้างของตนเองเบาๆเพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะเปลี่ยนสายตากลับมา
มาดมั่นเหมือนเดิม

            ' มาม๊า.. คอยดูนะ ถึงหนูจะไม่ได้ความเรื่องเวทมนต์ แต่เรื่องการต่อสู้หนูไม่มีทางแพ้ใครง่ายๆแน่ '

            เธอคิดพลางเหล่มองทางออกจนเห็นเป็นเมือง(เธอเห็นเป็นเมือง)พังๆ จากนั้นก็หา
จุดที่พอจะลอบเข้าไปได้ตลอดทาง

-:- เวลาช่วงกลางคืน เขตุ Dark Hour

ระหว่างที่เมเมะกำลังสำรวจนั้นเธอก็พบว่าที่ใต้สะพานเชื่อมยังเมืองพังๆนั้นมีทางนั้นด้านล่างที่ไหลเชี่ยวอยู่ แต่มันก็เหมือนจะเชื่อมกับทางใต้ดินของสิ่งก่อสร้างนั้นอยู่ด้วย แต่ในเวลาเดียวกันนั่นเองเธอดันไม่เห็นเด็กผู้หญิงเกราะแดงคนเมื่อกี้เลยแม้แต่น้อย จะเห็นก็มีแต่เด็กสาวที่มีลักษณะคล้ายๆกันเท่านั้น . . . ที่กำลังนั่งหาวหวอดอยู่บนสะพานเพียงลำพัง . . .



            " ............. "

            เด็กสาวผมทองที่นั่งชิวอยู่แบบนั้นทำให้เมเมะรู้สึกชอบกล บางทีมันอาจจะเป็นกับดัก..

            ' ถ้าลองเข้าไปทัก.......... จะโดนเสียบอีกไหมนะ... '

            พอคิดแบบนั้นรู้สึกเกลียดตัวเองขึ้นมา เมเมะสังเกตเด็กคนนั้นอีกครั้ง ก่อนที่จะสูดหายใจ
เข้าลึกๆ

            ' เอาละ... ตายเป็นตาย '

            เพราะมั่นใจในฝีเท้าหรืออะไรก็ไม่ทราบได้ เธอตัดสินใจเข้า(ย่อง)ไปหาเด็กคนนั้นอย่าง
ช้าๆ(ถึงขั้นช้ามาก)

ขณะที่เมเมะกำลังย่องเข้าไปนั้นเด็กสาวเบื้องหน้าคนนั้นก็ได้หันมาหาเมเมะเสียก่อนก่อนที่นัยตาของเธอจะได้ปรับขยายเหมือนกับเลนส์กล้อง ก่อนที่จะค่อยๆลุกขึ้นมาด้วยท่าที่ซลึมซลืออย่างช้าๆ

? ? ? : ไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ คุณผู้รอดชีวิต

เสียงที่คุ้นเคยได้ดังขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่กลุ่มเหล็กแปลกๆสีแดงนั้นจะได้ลอยเข้ามาล้อมรอบๆตัวของเธออีกครั้งนึง


            เมเมะสะดุ้งเล็กน้อย แต่คุมสติได้ทันเลยไม่ได้แสดงออก

            ' แย่แล้ว แย่แล้ว แย่แล้ว แย่แล้ว แย่แล้ว แย่แล้ว แย่แล้ว แย่แล้ว แย่แล้ว แย่แล้ว  '

            รับรู้ได้เลยว่าเหงือกำลังออกมือ ครั้งสุดท้ายที่รู้สึกกลัวคือตอนสู้กับปิศาจขนาด 50 เมตร
ที่เกียวโต แต่ตอนนี้รู้สึกว่าเด็กสาวตรงหน้านี่น่ากลัวกว่าพิลึก

            " ฝึกมาดีน่ะ ..ว่าแต่ทางเธอต่างหากค่ะ ไหวมั้ยนั่น "

            เธอตอบกลับพร้อมกับชักปืนดาบขึ้นมา

? ? ? : หึ !! ถึงจะเห็นแบบนี้แต่เราอยู่ที่สะพานทั้งวัน ในตัวเราน่ะมีระบบสะสมพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้งานด้วย เพราะอย่างนั้นต่อให้อยู่จนเช้าอีกวันก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ !!

เด็กสาวได้เอ่ยขึ้นด้วยท่าทีไม่มั่นใจซักเท่าไรนักพลางเหงื่อแตกออกมาซิกๆที่ด้านหลังด้วยท่าที่ที่เหมือนจะพร้อมรบสุดๆ(ล่ะมั้ง)


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 7-9-2013 23:50:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 8-9-2013 02:48





AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )




'เป็นที่ราบเลยรึ' เซนก้ามองที่ราบโล่งด้วยมาดนิ่งๆไม่หวั่นไหวอะไร

'ถ้าอย่างนั้นเดินทางไปตะวันออกต่อแล้วกัน' และแล้วเซนก้าก็เดินหน้าไปทางตะวันออกต่อไป...

กึกกกก ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้ออกก้าวเดินนั้นที่ด้านหลังของเขาก็เย็นลงอย่างผิดปกติรวมทั้งพื้นที่เขายืนอยู่นั้นก็ได้ค่อยๆแข็งตัวขึ้นจนมันกลายเป็นน้ำแข็งไปหมดแล้ว . . .



? ? ? : . . .

ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมาจากด้านหลังของเซนก้าก่อนที่ของเหลวแปลกๆจะได้ถูกยิงออกมาใส่จุดที่เขายืนอยู่ทันที !!


"........." เซนก้าก็เงียบตอบพร้อมขยายดาบปัดผ่ากระสุนเหลวให้กระเด็นไปด้านข้างทั้งสองด้านแทน

"นามข้าของคือ เซนก้า เซนก้า ซอนโบลท์!!! ผู้ถือดาบพิฆาตมาร!!!!!" เซนก้าประกาศชื่อเสียงเรียงนามกึกกือพร้อมตั้งท่าทันที

Use Valor
Use Zankantou Un'yō no Tachi

"ฮ่า!!!!!" เซนก้าฟาดดาบลงพื้นเพื่อดันตัวเองให้ทะยานขึ้นสูงเสียดฟ้า

"CHESTOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO" เซนก้าตะโกนเสียงดังลั่นก่อนจะทะยานลงเตรียมฟาดใส่



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----loooooX )

ดาบของเซนก้าที่ได้ปัดของเหลวออกไปเมื่อครู่นี้กลับแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆเมื่อมันฟาดลงที่พื้น เหมือนกับน้ำแข็งที่ถูกกระแทกจนกระจายออกไป

เมื่อเซนก้าได้มองดาบของเขาแล้วก็พบว่าจุดปลายดาบที่กระทบกับของเหลวเมื่อครู่นั้นมันได้กลายสภาพเป็นน้ำแข็งไปแล้วส่วนนึง !!

เปรี๊ยะ !! ยังไม่ทันที่เซนก้าจะตั้งตัวรองเท้าของเขาก็ได้ถูกเกาะจนเป็นน้ำแข็งขึ้นมาและเริ่มกัดเท่าของเขาแล้วด้วย !!


"ฮึ!!! ฮ่าาาาาาา!!!" เซนก้าไม่ได้วิตกอะไร เปลี่ยนขนาดดาบไปมาจนสะบัดน้ำแข็งออกไปได้ แล้วเอาดาบฟาดน้ำแข็งที่เกาะเท้าจนแตกเป็นเสี่ยงออกมาได้

"คิดจะทำลายดาบเล่มนี้น่ะ ไม่มีทางหรอกเพราะดาบเล่มนี้คือวิญญาณของข้า" เซนก้าแอบอวดสรรพคุณเล็กน้อย

Use Valor
Use Tatsumaki Zankantou

จู่ๆม้าดำปริศนาปริศนาก็ปรากฏขึ้นมากลางอากาศได้ เมื่อเซนก้าเห็นปุ๊บก็กระโดดขึ้นไปทันที

"JINBA ITTAI!!!!!! (Man and house are one)" เซนก้าขึ้นขี่ม้าดำนั้นทันทีพร้อมเร่งพลังให้ดาบของตนขยายขนาดใหญ่ขึ้นอีกจนสามารถกวาดเป็นบริเวณกว้างได้แล้วทะยานเข้าใส่ศัตรูด้วยความเร็วสูงทันที

"ฮ่า!!!!!!!!!" เซนก้าฟันเข้าใส่ศัตรูแล้วควงดาบอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนเกิดแรงลมมหาศาล ถึงแม้จะยิงของเหลวนั้นเข้าก็จะโดนแรงลมมหาศาลจากการควงดาบนี้ปัดไปอยู่รอบนอกได้หมด จากนั้นก็เหวี่ยงศัตรูขึ้นฟ้าแล้วเข้าทะยานหมายปลิดชีพอีกรอบอย่างรวดเร็วมาก

"OHGI ZANKANTOU IKKI TOUSEN!!!!!!!!" เซนก้าประกาศท่าแล้วพร้อมฟันครั้งสุดท้ายอย่างรุนแรง

"CHESTOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO" พอศัตรูผ่านแนวฟันเสร็จม้าดำก็พุ่งลงสู่พื้นดินส่งเซนก้าอยู่ห่างจากศัตรูมาหลายร้อยเมตร

"............" เซนก้าไม่ได้กล่าวประโยคปิดท้ายเพราะยังยืนยันไม่ได้แน่ว่าศัตรูถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----loooooloooooloooooX )

เปรี๊ยะ ลมที่เซนก้าสร้างขึ้นกลับค่อยๆกลายเป็นไอเย็น ยิ่งชายหนุ่มได้สร้างแรงลมมากขึ้นเท่าใดมันก็ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบๆเริ่มจับตัวแข็งขึ้นเท่านั้น จนในขณะนี้เซนก้าเริ่มจะรู้สึกตัวได้ว่าเริ่มหายใจไม่ค่อยจะถนัดแล้ว

เคร้งงงง ดาบของเซนก้าที่ได้ปะทะเข้าในระยะใกล้กับหุ่นยนต์ด้านหน้านั้นค่อยๆจับตัวแข็งขึ้นมาอีกครั้งเมื่อดาบของหุ่นยนต์ด้านหน้าได้ปะทะกับดาบเหล็กของเซนก้าจนดาบของทั้งสองแตกลงเป็นเสี่ยงๆอีกครั้ง จนเซนก้าไม่สามารถงัดศัตรูขึ้นไปได้ตามที่ตั้งใจไว้

แว้บบบ ดาบที่ดูคล้ายผลึกน้ำแข็งนั้นได้ถูกสร้างขึ้นมาอีกครั้งในชั่วพริบตาของหุ่นยนต์ข้างหน้านั่นพร้อมๆกับร่างของเป้าหมายที่ยังล้อคเป้ามาที่เซนก้าอย่างเยือกเย็นเหมือนกับสนามรบในตอนนี้


เสร็จสิ้น
ราชินีงู
โพสต์ 8-9-2013 00:01:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 11-9-2013 09:37



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )

แอนนา : ชั้นถือเรืองเพื่อนมาอันดับหนึ่งอยู่แล้ว แล้วเธอเอาอะไรมาตัดสินว่าคนนั้นดีคนนี้ไม่ดี มัวแต่แบ่งแยกอยู่นั่นแหละว่าพวกตัวเองดี ที่เหลือไม่ดี ชั้นนี่แหละจะพิสูจน์ให้ดูว่ามนุษย์กับอมนุษย์สามารถอยู่ด้วยกันได้ และพวกที่ไม่ใช่มนุษย์ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ดีเสมอไป ส่วนพวกมนุษย์เองก็ใช่ว่าจะดีเสมอไปเช่นกัน

เมื่อพูดจบเธอได้หันไปหาเฮอร์มิท แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

แอนนา : เฮอร์มิทคุงที่นี่น่าจะดูแลเธอได้ เธอไม่จำเป็นต้องตามชั้นมาหรอกนะ ตัดสินใจเอาเองเถอะนะ ส่วนชั้นถ้าเมืองนี้ไม่ต้อนรับอลิซจัง ชั้นก็จะไปกับอลิซจังเพราะชั้นต้องตามหาคนๆนึง ซึ่งคงไม่อยู่ที่นี่แน่   ขอให้โชคดีนะ

เธอได้เดินไปหาอลิซแล้วก็ได้หันกลับมาหาหญิงสาวแปลกหน้า

แอนนา : ก็อย่างที่บอกแหละ แต่ถ้าเธอจะยุ่งกับอลิซอีกล่ะก็ .... ได้เจอกับชั้นแน่

เธอพูดด้วยสายตาที่ดูแล้วน่ากลัวสมอดีตนักฆ่า

แอนนา : ไปจากเมืองนี้กันเถอะอลิซจัง

? ? ? : ผู้ที่รอดชีวิตที่นี่เป็นคนที่เคยอยู่ที่ Center มาก่อนทั้งนั้น ชั้นไม่ใช่คนตัดสินหรอกนะ แต่เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมันเป็นตัวตัดสินต่างหาก

หญิงสาวคนนั้นได้เอ่ยทิ้งท้ายไว้ก่อนที่จะได้ปล่อยให้แอนนาเดินออกจากเมืองไป

ทางด้านเฮอร์มิทเองนั้นไม่ได้เดินตามแอนนากลับออกมาแต่อย่างใด . . .

ฟอร์ติน่า เฮอร์มิท : ทางด้านตะวันตกมีเมืองที่อยู่บนเกาะห่างออกไปนะครับ . . . ไม่แน่ว่าคุณแอนนาอาจจะได้เจอกับคนที่ตามหาอยู่ก็ได้ . . .

ชายหนุ่มได้บอกขึ้นก่อนที่เขาจะได้ตัดสินใจอยู่ที่นี่ก่อนในตอนนี้


แอนนา : เอางัยต่อดีล่ะพวกเราตอนนี้ อ่อแล้วอลิซเธอเปลี่ยนตัวกับอบิสได้หรือปล่าวอ่ะ

เธอได้เดินมาทางตะวันตกตามที่เฮอร์มิทแนะนำแล้วได้หยุดพักในบริเวณที่ห่างจากเมืองมาพอสมควร

-:- ช่วงเวลา Dark Hour

บรรยากาศรอบๆด้านที่ค่อยๆเปลี่ยนไปนั้นทำให้แอนนารู้สึกผิดปกติเล็กน้อย แต่มันก็ไม่ได้ต่างไปกับตอนที่เธอได้เข้าไปที่ Center และเจอตัวประหลาดนั่นเท่าไรนัก

อลิซ : ตอนนี้ไม่ได้หรอก อบิสกำลัง"หลับ"อยู่น่ะ

หญิงสาวได้อธิบายขึ้นก่อนที่จะได้มานั่งที่ข้างๆของแอนนาอย่างใกล้ชิด

อลิซ : เมืองทางทิศตะวันตกเป็นเมืองบนเกาะน่ะอาจจะต้องขึ้นเรือเหาะไป. . . ว่าแต่เธอว่ายน้ำเป็นรึเปล่า ?

อลิซได้ถามขึ้นขณะที่กำลังนั่งพักกับแอนนาอยู่ตรงนั้น โดยคำถามที่ถามขึ้นมานั้นเหมือนจะไม่ตรงกับวัตถุที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าเท่าไรนัก . . .


แอนนา : หรอ  ไอ่ว่ายเป็นมันก็เป็นอยู่หรอก แต่ว่ายน้ำเป็นมันเกี่ยวอะไรกับเรือเหาะล่ะ - -

เธอถามกลับแบบงงๆ

อลิซ : ก็ด้านล่างมันเป็นทะเลนี่นา

หญิงสาวได้เอ่ยขึ้นเป็นนัยๆ ก่อนที่จะได้ยื่นมือมาปัดที่กระโปรงของแอนนาแล้วนอนหลับหนุนตักแอนนาซะอย่างนั้น


แอนนา : กะไม่ให้เดินทางสบายเลยใช่มั๊ย เฮ้ออออ

เธอถอนหายใจพลางเอามือลูบหัวกล่อมให้อลิซหลับ มันทำให้เธอนึกถึงน้องสาว(หลงฟา)ขึ้นมา

แอนนา : เอาล่ะหลับซะนะพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่

~ Day 2 ~

-:- ช่วงเวลาเช้า

หลังจากที่ทั้งสองได้พักผ่อนกันชั่วข้ามคืนนั้นเวลาเช้าก็ได้มาเยือนอีกครั้งนึง หลังจากที่เฮอร์มิทได้แยกตัวออกไปนั้นแอนนาก็รู้สึกว่าในกลุ่มขาดตู้เสบียงเคลื่อนที่ไปอย่างน่าเสียดายเล็กๆ . . . (ไม่มีอาหารฟรีแล้ว)

ทางด้านอลิซเองนั้นก็เหมือนจะได้ตื่นพร้อมกับแอนนาพอดีเหมือนกันในช่วงเช้านี้

อลิซ : อรุณสวัสดิ์ ~

หญิงสาวได้เอ่ยทักทายแอนนาขึ้นในยามเช้าพลางส่งยิ้มให้กับเธอบางๆ จากจุดที่พวกเธออยู่ตรงนี้คาดว่าวันนี้พวกเธอคงจะเดินไปถึงจุดที่น่าจะเป็นสถานีในการเดินทางไปเมืองอีกฟากที่อยู่บนเกาะได้ในช่วงเย็นวันนี้


แอนนา : ^^อรุณสวัสดิ์จ้า หิวยัง อ่ะทานซะ

เธอหยิบอาหารกระป๋องที่หามาได้จากเมืองเซนเตอร์ 2กระป๋อง

แอนนา : หรือว่าเธอไม่ต้องกินข้าว?

อลิซ : ทานเหมือนกันสิคะ ♪

หญิงสาวได้รีบตอบก่อนที่จะค่อยๆหยิบกระป๋องอาหารนั่นมาจากแอนนาอย่างช้าๆและดึงเปิดมันออก เธอได้นั่งมองกระป๋องอาหารกับสิ่งด้านในนั่นอย่างสนใจ ซึ่งดูไม่เหมือนกับคนทั่วๆไปเท่าไรเลย

อลิซ : ดูน่าทานจังเลยนะคะเนี่ย

เธอได้ค่อยๆใช้มือจกอาหารขึ้นมาทานอย่างง่ายๆโดยไม่ถือเรื่องมารยาทเท่าไร แต่จากที่แอนนาดูแล้วเธอคงไม่เคยทานอาหารมนุษย์มาก่อนหน้านี้แน่ๆ . . .


แอนนา : อร่อยมั๊ย ถ้าเรามีสเบีงพอชั้นจะทำอะไรอร่อยๆกว่านี้ให้ทานนะ

เธอชวนคุยไปกินไปพอเสร็จแล้วจึงพากันไปหาลำธารใกล้ๆเพื่อล้างมือ และร่างกาย

แอนนา : พร้อนยังจ๊ะ ออกเดินทางกันเถอะ

อลิซ : ค่า ~ ♫

เธอได้ตอบรับแอนนาอย่างว่าง่ายพร้อมกับได้ค่อยๆเกาะแขนของแอนนาขึ้นมาและเดินทางไปพร้อมๆกัน

Stamina - 2

-:- ช่วงเวลาเย็น

หลังจากที่พวกเธอได้เดินทางกันมาซักพักแอนนาก็สังเกตุเห็นถึงสิ่งก่อสร้างที่ค่อนข้างไฮเทคแห่งหนึ่งพร้อมๆกับเรือบินที่ไปๆ-มาๆอยู่ระหว่างสองฝั่งนั่นในใกล้ๆกับขอบฝั่งเกาะนั้น



แอนนา : เออออออ นี่เราหลุดมาอยู่ไหนหรือป่าวเนี้ย ทำไมมันดูไฮเทคต่างต่างซากเมืองที่เคยเจอมาจัง นี่สินะเรือเหาะที่ว่าอ่ะอลิซจัง

ว่าแล้วเธอก็เดินเข้าไปใกล้ๆ

ระหว่างที่แอนนากำลังเดินเข้ามาใกล้ๆนั้นเธอก็สังเกตุเห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึงที่ค่อนข้างคุ้นหน้า



เซเลสเทีย : ยินดีต้อนรับสู่ท่าเรือ Emptiness ค่ะ *เซเลสเทียเอ่ยทักทายคุณแอนนาขึ้น ในขณะที่เธอเริ่มต้อนรับเช่นกัน*

เด็กสาวได้เอ่ยขึ้นต้อนรับแอนนาสู่ท่าเรือนี้ ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นหุ่นยนต์ที่เคยบินมาตกที่ระเบียงของแอนนาเมื่อก่อนนั่นเอง


แอนนา : อืมมมมมม  อื้มมมมมมมม นึกออกแล้ว!!! เชเลเทียจังนี่น่า จำชั้นได้มั้ย

เธอเดินเข้าไปทักเด็กสาว

แอนนา : ทำงานอยู่ที่นี่หรอ ว่าแต่ทำไมการพูดฟังดูแปลกๆจัง

เซเลสเทีย : ใช่ค่ะ เซเลสเทียได้พักจากภารกิจช่วยเหลือโลกชั่วคราวมาเป็นการช่วยเหลือในการอพยพผู้คนไปยัง Emptiness แทน *เซเลสเทียอธิบาย*

เธอได้ค่อยๆอธิบายขึ้นกับแอนนาพร้อมกับชี้ไปทางท่าเรือเหาะที่มีเรือพร้อมจะออกใกล้ๆนี้

เซเลสเทีย : เรือลำต่อไปจะออกเวลากลางคืนนะคะ แต่ว่าแถวๆนี้ก็มีสถานที่ให้พักรอได้เช่นกันค่ะ *เซเลสเทียยืนยันพิกัดแผนที่พร้อมกับแนะนำขึ้น*

เด็กสาวได้ค่อยๆชี้ไปทางร้าเล็กๆที่เปิดอยู่ไม่ไกลจากจุดท่าเรือเท่าไรนักก่อนที่จะหยุดลงและหันมาหากับแอนนาอีกครั้งนึง

เซเลสเทีย : แต่ว่า . . . ไม่ได้พบกันนานมากเลยนะคะ *เซเลสเทียได้พูดขึ้นพร้อมๆกับค่อยๆกอดลงที่ตัวของแอนนาอย่างช้าๆ*

เธอได้ทักทายขึ้นก่อนที่จะได้สวมกอดเข้าที่แอนนาเองอย่างช้าๆเหมือนกับเมื่อก่อนที่เธอเคยได้ไปเดินเล่นกันในตัวเมืองกัน 3 คน


แอนนา : ชั้นก็คิดถึงเหมือนกัน  

เธอได้กอดตอบและลูบหัวเบา ๆ

แอนนา : แล้วเซเลสเทียจังต้องอยู่ที่นี่ตลอดเลยหรออยากพอไปด้วยกันจัง   เอ่อพอดีชั้นออกตามหาโทโดน่ะ เซเลสเทียจังเห็นตานั่นมั่งมั๊ย

เซเลสเทีย : ไม่จำเป็นหรอกค่ะ *เซเลสเทียรีบตอบอย่างรวดเร็ว* เราเองอยู่ที่นี่แค่ชั่วคราวเท่านั้นรวมทั้งคุณ โทโดโรกิ ซากุราโกะ ด้วยเช่นกัน

เด็กสาวได้รีบอธิบายออกมาก่อนพร้อมกับตั้งท่าพร้อมที่จะออกเดินทางไปกับแอนนาอีกครั้งนึง

เซเลสเทีย : เหตุการณ์ที่ไม่ค่อยสงบตอนนี้ทำให้พวกเรามีทางเลือกน้อยลงจึงไม่สะดวกที่จะทำอะไรนักน่ะค่ะ *เซเลสเทียอธิบาย*

จากที่ฟังเซเลสเทียพูดดูแล้วนั้นโทโดน่าจะอยู่ที่เมืองนี้เช่นกัน


แอนนา : งั้นดีเลย  เด๋วพอเรือเหาะจะออกแล้วเราไปด้วยกันนะ  เอ่อออ  นี่ อลิซจังนะ   อลิซจังนี่ก็ เซเลสเทียจัง

เธอได้แนะนำเด็กสาวทั้ง 2 ให้รู้จักกัน  แล้วพากันไปนั่งรอเรือเหาะออก

ดูเหมือนว่าทั้งสองจะทักทายกันปกติดีและได้ค่อยๆทำความรู้จักกันอย่างสงบและเป็นมิตร ทำให้แอนนาไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องมิตรภาพในทีมเท่าไรนัก

-:- ช่วงเวลากลางคืน

ไม่นานนักพวกแอนนาก็ได้ขึ้นมาบนเรือเหาะ ครั้งนี้เพราะพวกเธอได้มากับเซเลสเทียด้วยจึงทำให้ไม่ต้องจ่ายค่าใช้บริการ

หลังจากที่พวกเธอขึ้นมาพักบนห้องได้ซักพักนึงนั้นก็ได้มีอาหารมาเสิร์ฟรองท้องในช่วงข้ามคืนนี้ก่อนที่จะไปถึงเมืองในวันพรุ่งนี้ แต่อาหารส่วนใหญ่ดูเหมือนว่าจะมาจากทะเลเพราะทำเลของตัวเมืองที่อยู่ใกล้ๆแบบนี้ ( ข้าวอบกุ้ง , หอยแมลงพู่อบชีส , เกี๊ยวกุ้ง )



อลิซ : ดูน่าทานจังเลย ♪

เด็กสาวได้มองอาหารตรงหน้าขึ้นด้วยแววตาที่เป็นประกายก่อนที่จะได้ค่อยๆหยิบตะเกียบขึ้นมาและจิ้มลงไปที่เกี๊ยวนั่นและงัดขึ้นมาทาน ดูเหมือนว่าอลิซเองคงจะใช้ตะเกียบไม่เป็นแน่ๆ

เซเลสเทีย : บนเรือยังมีห้องโถงกลาง ลานอาบแดด คาซิโน ไว้คอยบริการผู้ใช้ด้วยนะคะ *เซเลสเทียอธิบายระหว่างนั่งทานอาหาร*

1) อยู่ในห้องก่อน
2) ไปยัง . . . ( โปรดระบุ )
3) อื่นๆโปรดระบุ


อยู่ในห้องก่อน

แอนนา :  เออ.   อลิซจัง ไอนี่เค้าใช้กันแบบนี้นะ

เธอพูดพลางสาธิตให้ดู

แอนนา : โหยครบครันมากๆเลยนะที่นี่อ่ะ ใช้เวลาเดินทางนานมั๊ยอ่ะ เซเลสเทียจัง

เธอชวนทั้งสองคุยขณะที่ทานอาหารไปด้วย

อลิซได้พยายามลองทำตามที่แอนนาสาธิตให้ดูอย่างตั้งใจ ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอคงจะหมกตัวในห้องอีกซักพักใหญ่ๆกับตะเกียบคู่นี้เลยล่ะนะ

เซเลสเทีย : พรุ่งนี้เช้าก็จะถึงตัวเมืองค่ะ *เซเลสเทียอธิบาย*

เด็กสาวได้ตอบขึ้นกับคำถามของแอนนา


แอนนาเห็นอลิซตั้งใจกับการฝึกใช้ตะเกียบแล้วอดอมยิ้มไม่ได้  เธอได้ละสายตาจากอลิซมาชมวิวนอกหน้าต่าง

แอนนา : มองจากบนนี้ก็สวยเหมือนกันนะ

เธอมองวิวแล้วเคลิ้มหลับไป

-:- เวลาช่วง Dark Hour

แอนนาได้ค่อยๆตื่นขึ้นอีกครั้งท่ามกลางบรรยากาศรัตติกาลที่มืดมิด รวมทั้งการสั่นสะเทือนของพื้นที่ด้วยเช่นกัน ถึงแม้ตอนนี้เธอจะอยู่กลางอากาศและไม่ค่อยจะรู้สึกอะไรเท่าไรนัก แต่มันก็ไม่เหมือนกับตกหลุมอากาศหรือลมต้านเลยแม้แต่น้อย

เมื่อแอนนาได้มองออกไปที่หน้าต่างภายในห้องนั้นเธอก็พบกับหุ่นยนต์ตัวนึงที่กำลังเข้าโจมตีเรือบิน. . . ใช่ !! ลำที่เธอนั่งอยู่นั่นแหละ !! แต่ดูจากลักษณะแล้วมันไม่ได้โหลดอาวุธหนักมาด้วยโดยมีแค่ดาบเล่มเดียวเท่านั้นที่มันนำมาใช้ในการโจมตีครั้งนี้ แต่ด้วยระบบป้องกันของตัวเรือทำให้มันยังไม่สามารถทำความเสียหายโดยตรงกับเรือบินได้. . . แต่ก็แค่ในตอนนี้เท่านั้น



แอนนา : เซเลสเทียจังเพื่อนมาหาแหนะ ...... เฮ้ยยยย ไม่ใช่แล้ว  รอกันอยู่ในนี้นะ

เธอรีบหยิบอาวุธแล้ววิ่งออกไป  หาทางขึ้นไปชั้นดาดฟ้าที่ไว้อาบแดด

แอนนา : ต้องล่อให้มันมาทางนี้ก่อน

ใช้ Sword Wave



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l---ooX )

เซเลสเทียนั้นได้รีบวิ่งตามแอนนาออกมาติดๆแต่ทางด้านของอลิซนั้นดูเหมือนว่าจะได้หลับคาโต๊ะคาตะเกียบไม่รู้เรื่องอยู่ในห้อง

-:- บนลานอาบแดดเรือเหาะ

สถานที่ต่อสู้กลางเวหาที่มีสระน้ำใหญ่อยู่ตรงกลางและเต็มไปด้วยเก้าอี้ที่นั่งได้ปราศจากผู้คนทั้งหมดในตอนนี้ รวมทั้งดูเหมือนว่ารอบๆกำแพงตัวยานจะมีระบบป้องกันความเสียหายด้วย ถ้าพลังโจมตีไม่สูงมากเกินไปคงจะไปส่งผลกระทบต่อยานได้

ฟุ้บบบบ คมดาบของแอนนาที่ได้ล่อลวงออกไปนั้นได้ถูกหลบออกอย่างง่ายดายก่อนที่หุ่นนั่นจะได้ค่อยๆหันมาทางแอนนาและเซเลสเทียก่อนที่มันจะได้รีบพุ่งเข้ามาเพื่อตอบรับกับคำเชื้อเชิญนั่น

? ? ? : เธอน่ะ. . .

เสียงสัญญาณแบบเครื่องจักรได้พูดกับแอนนาขึ้นในท่าทีที่สงบนิ่ง ก่อนที่มันจะได้ตั้งดาบในมือของมันขึ้นมาที่ด้านหน้าในท่าเตรียมพร้อม

? ? ? : เก่งรึเปล่า ?

มันได้ตั้งท่าเตรียมเหมือนกับการขอดูเอลขึ้นต่อหน้าของแอนนาอย่างสงบนิ่ง

ทางด้านเซเลสเทียเองก็ได้ตั้งท่าเตรียมพร้อมสู้รบของเธอขึ้นมาในท่าหมัดมวยในระยะใกล้ เธอคงจะเข้าต่อสู้ในระยะใกล้ๆด้วยเป็นแน่

1) Duel เองคนเดียว
2) ให้เซเลสเทียช่วยด้วย
3) อื่นๆโปรดระบุ


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 8-9-2013 01:59:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 30-9-2013 10:40








AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----loooooX )

? ? ? : ฮว้ากกก !!

เสียงของมันได้ดังกระพือขึ้นก่อนที่ร่างของมันจะได้ถอยกระเด็นออกไปอย่างรุนแรงด้วยแรงของลมและพละกำลังของเอเซีย !!

? ? ? : อั้ก !! เจ้ามนุษย์สกปรกกกกก !!

มันได้ลุกฮือขึ้นอีกครั้งก่อนที่จะได้ต่อยเอเซียในระยะใกล้แทนด้วยท่าทางเสียสติ !! แต่กำปั้นของมันนั้นไม่ได้ทำให้เอเซียรู้สึกเท่าไรนักเลย


ขืนปล่อยไว้แบบนี้ คงคุยกันไม่รู้เรื่อง ๆ สงสัยต้องทําให้เขาสงบสติอารมณ์ลงก่อน... ด้วยวิธีไหนล่ะ...

มั น ก็ ชั ว ร์ แ ล้ ว ทํ า ใ ห้ เ ข า ไ ด้ ห ลั บ พั ก ผ่ อ น ยั ง ไ ง ล่ ะ

... คงไม่มีทางเลือกอื่นสินะ...

" ขอโทษด้วยนะ แต่ตอนนี้คงต้องขอให้คุณหลับไปก่อนแล้วล่ะ "

ผมเข้าโหมดพร้อมรบ โดยการรวบรวมกระลมเข้ามาอยู่ในมือทั้ง 2 ข้าง ทําให้กลายเป็นปลอกแขนสายลม

แล้วพุ่งเข้าโจมตีโดยไม่สนการโจมตีระยะประชิดของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย

ตึง !! มัดน้อคเอาท์ของเอเซียได้ต่อยสวนไปที่เป้าหมายด้านหน้าจนมันได้ล้มกลิ้งลงไปช้อคกับพื้นอย่างตกใจ . . .

? ? ? : ข้า . . . แพ้มนุษย์กระจอกนี่ . . .

มันได้พึมพำเบาๆขณะที่นอนแผ่อยู่อย่างไร้สติ เมื่อดูจากบาดแผลแล้วเอเซียก็เห็นว่ามันไม่ได้มากมายอะไรนัก น่าจะเกิดขึ้นทางจิตใจมากกว่า

อีกด้านนึงของเด็กสาวที่อยู่ในการต่อสู้นั้นได้แน่นิ่งไปด้วยความกลัวและไม่ตอบสนองใดๆกลับมาเลยแม้แต่น้อย



" ไม่เป็นไรใช่ไหม สาวน้อย "

ผมเดินไปหาเด็กคนนั้นพร้อมก้มตัวลงให้ตาเสมอกัน

" ไม่ต้องห่วงนะ ตราบใดที่พี่ชายคนนี้ยังอยู่ หนูจะปลอดภัย "

ผมยิ้มให้เด็กคนนั้นเพื่อให้เธอผ่อนคลาย

เด็กสาวคนนั้นไม่ได้ตอบอะไรกับเอเซียพลางแต่มองขึ้นมาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าของเธออย่างไร้สติ

ในขณะเดียวกันก็ไม่มีเวลาให้เอเซียได้คิดมากนักเนื่องจากได้มีร่างหุ่นเล็กๆที่ค่อยๆถาโถมเข้ามาภายในตัวเมืองตอนนี้



จำนวน 9 ตัว


คงจะช็อคสินะ... อยู่ ๆ ก็เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเมืองถูกพังทลายแบบนี้

" โธ่เว้ย !!! "

ผมกระทืบเท้าลงพื้นทําให้พื้นดินดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกระแสลมที่เริ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ

" พวกแกทําให้ผมโกรธสุด ๆ แล้วนะ จะจัดการให้หมดเลย !!! "



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----loooooX )

ที่เลนส์หน้าของหุ่นเล็กๆพวกนั้นเหมือนกับจะเป็นกล้องสอดแนมบางอย่าง พวกหุ่นเล็กๆนั่นได้ค่อยๆหยุดลงก่อนที่จะกระจายออกไปล้อมรอบๆตัวของชายหนุ่มเมื่อมันได้รับแรงต้านจากสายลมที่พุ่งออกมาจากตัวของเอเซีย

จำนวนคงเหลือ 9 ตัว


ผมสร้างกระแสลมขนาดใหญ่ทําเป็นแส้สายลม ฟาดใส่เครื่องจักรรอบ ๆ

" ย๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา "

รู้สึกท่านี้จะกินแรงเอาเรื่องนะเนี้ย...



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-ooooloooooX )

เปรี้ยงงงง แส้สายลมของยูเรก้าได้สะบั้นกวาดเป้าหมายที่อยู่ใกล้ๆเขาออกไปได้จนหมดอย่างง่ายดาย !! แต่ในขณะเดียวกันนั้นหุ่นตัวอื่นๆก็ได้เริ่มทำการถ่ายรูปสถานการณ์และใบหน้ารูปลักษณ์ของยูเรก้าลงไปในบันทึกของพวกมันด้วย !!

จำนวนคงเหลือ 3 ตัว

1) สู้ต่อ
2) หลบหนี
3) อื่นๆโปรดระบุ


1) สู้ต่อ

ผมกระโจนหาหุ่นยนต์ตัวที่เหลือ แล้วรวบรวมกระแสเข้ามาที่แขนจนเป็นปลอกแขนแห่งลม ต่อยพวกมันอย่างต่อเนื่อง

ในความคิดของผมตอนนั้น คงคิดประมาณแบบว่าต้องจัดการไม่ให้เหลือรอดได้ซักตัว

ดูเป็นตัวร้ายไปเลยแฮะ



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----loooooloooooX )

จำนวนคงเหลือ 0 ตัว

หุ่นตัวเล็กๆพวกนั้นได้ถูกยูเรก้าทำลายจนพังเสียหายไปหมด ตอนนี้คาดว่าคงจะไม่มีอะไรบุกเข้ามาโจมตีชายหนุ่มซักพักนึงแล้วทำให้เขาน่าจะมีเวลาชั่วคราวในการออกแอคชั่นต่อไป


ผมเดินไปหาเด็กคนนั้นอีกครั้ง พร้อมพูดคุยกับเธอถึงแม้เธอจะไม่ออกอาการใด ๆ เลยก็ตาม

" ผมจะพาเธอไปด้วย ถ้าเธออยู่กับผม... เธอจะปลอดภัย... "

ตอนนี้คงต้องหาอะไรให้เธอทานก่อน ตอนเธอทางมาถึงที่นี้ก็ไม่ได้คิดหยิบผลไม้อะไรพวกนี้ติดมาซะด้วย

ถ้าออกไปหาตอนนี้ ถ้าเจ้าปีศาจนี้ตื่นขึ้นมางานก็จะยากอีก โอยย

เด็กสาวได้พยักหน้าตอบเอเซียในสภาพที่ไม่ค่อยรับรู้เรื่องราวเท่าไรนักก่อนที่จะได้ลุกขึ้นมาอย่างช้าๆในท่าทีที่ยังหวาดกลัวอยู่ แต่เธอก็คงตัดสินใจฝากความหวังสุดท้ายไว้กับเอเซียในตอนนี้แล้ว


ผมจูงมือเธอไว้แน่น ก่อนที่จะเดินไปปลุกเจ้าปีศาจตนนั้น

" นายตื่นได้แล้ว... ชั้นมีอะไรอยากคุยกับนายเยอะแยะเลย... "

ใช่... ถ้าเขาคือคนที่ทําให้หมุ่บ้านนี้พังทลายล่ะก็... ชั้นคงปล่อยเขาไว้ไม่ได้

แววตาที่เหม่อลอยอย่างไร้สติราวกับคนบ้าที่กำลังอยู่ใต้พวังเงียบๆนั้นไม่ได้ตอบอะไรเอเซียกลับมาพลางเงียบลงไปเฉยๆซะแบบนั้น

กึก. . . ไม่นานนักชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงผ่านทางสายลม เสียงเหมือนกับการเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์จำนวนมากเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ทางเข้าของเมืองด้านตะวันตก เอเซียคงจะมีทางเลือกไม่มากแล้วในตอนนี้นอกจาก. . .

1) อยู่ต่อสู้กับหุ่นอีกรอบ
2) หนีออกจากเมืองกับเด็กสาวคนนี้ก่อน
3) อื่นๆโปรดระบุ


2) หนีออกจากเมืองกับเด็กสาวคนนี้ก่อน

คงต้องรีบไปแล้วล่ะ... ขืนยังสู้ต่อไปล่ะก็ เด็กคนนี้อาจจะโดนลูกหลงได้

ผมอุ้มเด็กคนนั้นวิ่งหนีออกจากเมืองทันพร้อมทอดสายตาไปยังปีศาจที่กําลังนอนใจลอยอยู่

แล้วคิดว่า ถ้าหากยังไม่ตายไปซะก่อน คงต้องได้เจอกัน แล้วถามความจริงให้จงได้...!



เอเซียได้นำร่างของเด็กสาวคนนั้นหนีออกมาจากอีกด้านนึงที่หุ่นยนต์จะบุกเข้ามาก่อนที่จะสายเกินไป ไม่นานนักทั้งสองก็ได้หลุดพ้นออกมาจากการต่อสู้ทีเกิดขึ้นในตัวเมืองจนได้เข้ามาอยู่ในเขตุพื้นที่ที่น่าจะเคยเป็นป่าแต่ตอนนี้กลับโดนถางไปจนเรียบซะแล้ว แต่มันก็น่าจะใช้เป็นที่หยุดพักชั่วคราวได้


" พักกันก่อนล่ะกัน "

ใครกันที่ทําลายป่าซะราบในพริบตาอย่างงี้ได้...

ผมมองดูผลไม้รอบ ๆ ที่ตกอยู่ ผมเห็นแอปเปิ้ลที่ตกอยู่ที่พื้น ก็นําขึ้นมาเช็ดเล็กน้อย

แล้วเดินนํามาให้เด็กสาว

" กินอะไรหน่อยไหม... "

เด็กสาวได้พยักหน้าลงเล็กๆก่อนที่จะรับแอปเปิ้ลนั้นมาทานด้วยท่าทางหิวโหยอย่างรวดเร็ว

จากสภาพโดยรอบที่เอเซียได้เดินทางผ่านมานั้นเขาก็ได้พบว่าโลกแห่งนี้มันแตกต่างออกไปจากตอนแรกที่เขามาที่นี่ครั้งแรกมาก ไม่มีแม้แต่บรรยากาศของสภาพที่มีชีวิตชีวาและผู้คนต่างๆเลยแม้แต่น้อย. . . โลกแห่งนี้คงจะไม่เหมือนโลกที่เขาเคยรู้จักแล้วในตอนนี้. . .


" ผมชื่อ เอเซียนะ หนูชื่ออะไรเหรอ บอกพี่หน่อยได้ไหม "

ผมยิ้มให้กับเด็กคนนั้นด้วยท่าทีที่อ่อนโยนที่สุด

" ถ้าไม่ว่าอะไรช่วยเล่าเรื่องของหนูให้พี่ฟังหน่อยสิ "

นานะ : นานะ. . .

เด็กสาวได้ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่บางเบาทั้งกับดวงตาที่ค่อยๆเริ่มมีน้ำเอ่อล้นออกมา

นานะ : ตอนนี้ทุกๆคนหายไปหมดแล้ว !! ไม่เหลืออะไรเลย !!

เธอได้ร้องไห้ปล่อยโฮออกมาก่อนที่จะได้ซบเข้าที่อกของเอเซียอย่างช่วยไม่ได้พักใหญ่ๆ

หลังจากที่เธอได้สงบลงแล้วนั้นเธอก็ได้ค่อยๆหยิบแผนที่บางอย่างออกมาจากกระเป๋าเล็กๆติดตัวเธอพร้อมกับส่งให้เอเซียดู เมื่อชายหนุ่มเห็นนั้นเขาก็พอจะเดาได้ว่ามนุษย์ที่เหลือรอดชีวิตอยู่น่าจะไปหลบภัยกันตามเมืองต่างๆที่กระจายออกมานอกจาก Center

1) เดินทางไปยังเมือง ( ระบุเมือง )
2) ลองคุยกับเด็กคนนี้อีกรอบ
3) อื่นๆโปรดระบุ


1) เดินทางไปยังเมือง ( Center )

ถ้าอย่างงั้นทุกข้อสงสัยของผมจะหายไป ถ้าผมไป Center สินะ...

มั น ไ ม่ เ สี่ ย ง เ กิ น ไ ป เ ห ร อ . . . มั น อ า จ จ ะ เ ป็ น ที่ ตั้ ง ข อ ง พ ว ก ศั ต รู เ ล ย ก็ ไ ด้ น ะ

ผมจะเข้าไปนอดแนมเท่านั้นแหละ ผมรู้ว่ามันอัตรายถึงตอนนั้นผมขอฝากหน้าที่นี้ไว้กับคุณล่ะกัน

. . .

" นานะจัง พี่กะว่าจะไปที่ Center น่ะ พี่ว่ามันอัตรายมาก ๆ เลย นานะจังพอจะรู้จักที่ปลอดภัยแถว ๆ นี้ไหม พี่จะได้พาหนูไป "

นานะ : แต่ว่าคุณเพิ่งกลับออกมาจาก Center เองนะคะ

เด็กสาวได้ถามขึ้นด้วยท่าทางตกใจที่เอเซียได้บอกว่าจะกลับไปยังเมืองที่เพิ่งจะต่อสู้ฝ่าด่านออกมานั่นอีกครั้ง โดยที่ลืมบอกเรื่องเมืองที่จะอพยพนั้นไปเสียสนิท


" อ่าวเมืองตะกี้คือ Center เหรอ คือพี่สัมผัสพลังแล้ววิ่งมาน่ะ เลยไม่รู้เรื่อง ฮะฮะฮะ "

ไ ก่ ตั ว บ ะ เ ริ่ ม เ ล ย

หนวกหูน่าา !!

" ถ้างั้นก็ขอเป็นเมืองที่ใกล้ที่สุดก่อน... ก็คงเป็น... " Dorm " สินะ "

นานะ : Dorm เคยเป็นที่พักของกลุ่มนักศึกษาน่ะค่ะ ตอนนี้คงจะไม่มีใครอยู่ที่นั่นแล้ว

เด็กสาวได้อธิบายขึ้นก่อนที่จะได้บอกกับเอเซียประกอบกับภาพในแผนที่



นานะ : เมืองที่ใกล้ที่สุดตอนนี้คงเป็น Hilocuxt ที่อยู่ในป่าน่ะค่ะ ถัดมาก็คือ Emptiness ที่มีฐานตั้งอยู่บนภูเขาสูงและที่ไกลที่สุดตอนนี้คงจะเป็น Capialaros เมืองกลางทะเลทราย

เด็กสาวได้ช่วยอธิบายกับเอเซียขึ้น ซึ่งตอนก่อนที่หน้าบาเรียจะแตกนั้นเอเซียได้ไปๆมาๆแค่โรงเรียนกับโดมที่พักนักเรียนเท่านั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะไม่รู้จักสถานที่อื่นๆนอกเขตุออกไป


" อ๊ะ งั้นเหรอ ขอบคุณมากนะ นานะจัง ถ้างั้นพวกเราไปที่ Hilocuxt กันเถอะ "

แ ล้ ว ไ ป ยั ง ไ ง ล่ ะ ???

นั้นสินะ... ตอนเรามาที่นี้เราก็ใช้จับสัมผัสเอา ถ้าเราใช้วิธีเดิมล่ะก็ ไม่รู้จะไปโผล่ที่ไหน... แย่ล่ะสิ

" นานะจัง... พอรู้ทางไหมง่ะ ??? "

-:- เวลาช่วงกลางคืน

เด็กสาวได้พยักหน้าเล็กๆก่อนที่จะได้ช่วยเอเซียดูแผนที่อีกครั้งและระบุทิศทางในการเดินทางออกมา

นานะ : ถ้าเดินทางขึ้นไปทางเหนือซักพักก็จะถึงตัวเมืองน่ะค่ะ


" ขอบใจนะ ถ้างั้นรีบไปกันเถอะ นิก็มืดแล้วเดี่ยวจะเป็นอัตรายเปล่า ๆ "

ผมอุ้มนานะขึ้น เป็นท่าอุ้มเจ้าหญิงก่อนที่จะโดดขึ้นไปทางเหนือทันที

โชดดีจริง ๆ นะที่เจอนานะ... ไม่งั้นคงหลงทางแน่... แต่ก็เหมือนแกล้งกันเลย...

ถ้าไม่เกิดเหตุการ์ณแบบนี้ขึ้น เราก็คงไม่ต้องเจอนานะในสถานการ์ณแบบนี้เป็นแน่แท้

Stamina -2



หลังจากที่ทั้งสองเดินทางกันมาได้ซักพัก พวกเขาก็ได้มาหยุดลงที่ด้านหน้าของเมืองต้นไม้ในเวลาใกล้เที่ยงคืน แต่สภาพของตัวเมืองที่พวกเขาเห็นจากระยะไกลนี้ดันเงียบสงัดและไม่มีแม้แต่เสียงไฟหรือร่องรอยของคนอยู่อาศัยเลยแม้แต่น้อย. . .


คงต้องค่อย ๆ เข้าไปสำรวจก่อนสินะ... แต่จะทิ้งนานะไว้ที่นี้ก็เสี่ยงเกินไป สถานการ์ณตอนนี้ไม่ว่าจะที่ไหนก็ไว้ใจไม่ได้เลยแฮะ

ถ้างั้น

ผมค่อย ๆ ส่งกระแสลมเบา ๆ พัดเข้าไปในเมืองเพื่อตรวจสอบสิ่งสิ่งมีชีวิตภายในเมือง หากรับสัมผัสกับอะไรก็จะรู้สึกได้

มีความรู้สึกร่วมกับลมนิมันดีจริง ๆ

สายลมที่พัดผ่านเมืองนั้นได้เผยกลิ่นไอของสภาพเมืองร้างให้กับชายหนุ่มรับรู้ แต่ดูเหมือนว่าเมืองนี้จะเพิ่งถูกโจมตีไปไม่นานนักทำให้ยังพอมีข้าวของที่น่าจะใช้ได้หลงเหลืออยู่บ้าง แต่กระนั้นก็ไม่มีสัมผัสของสิ่งมีชีวิตหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 8-9-2013 22:57:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 22-10-2013 11:28





            " เอ๊..... อ่า.. จ้ะ "
            
            เมเมะยิ้มเอือยๆ.. ต่อให้เด็กยังดูออกเลยว่าง่วงนะคะนั่น..

            ' .... '

            อยู่ๆก็คิดอะไรสนุกๆขึ้นมาได้

            " จริงอ้า~... แบบนี้ก็อันตรายสุดๆละสิ ชั้นจะไปสู้เธอได้ยังไงกันละคะเนี่ย "
            " ถ้าเล่นชาตพลังเต็มแบบนี้มนุษย์ธรรมดาหน้าไหนจะสู้ได้กันละ! สิ้นหวังแล้ว! "

            เมเมะพูดพลางเอามือปิดหน้าแล้วทำท่าทางกระวนกระวาย

? ? ? : หึ !! นั่นน่ะยังไม่ใช่พลังทั้งหมดของเราด้วยซ้ำ แม้กระทั่งตอนกลางคืนแบบนี้เราก็ยังจะสามารถดึงพลังจากดวงดาวมาเป็นพลังงานของเราได้ชั่วคราวด้วยเช่นกันค่ะ !!

เด็กสาวยังคงพูดขึ้นด้วยท่าทีมั่นใจสุดๆ โดยที่ไม่ณู้เลยว่าจุดที่ตัวเองอยู่มันเป็น Dark Hour ทั้งวันทั้งคืนไม่มีแม้แต่แสงอาทิตย์หรือแสงดาวจากธรรมชาติส่องเลยแม้แต่น้อย จะมีก็แต่แสงไฟลาวาจากในภูเขาไฟลูกใกล้ๆนี้กับไฟจากซากสิ่งก่อสร้างพังๆด้านหลังเธอเท่านั้น

แต่เมื่อคิดอีกทีแล้วนั้นเด็กสาวนาโนด้านหน้าเหมือนจะไม่เคยออกไปไหนเลยเหมือนกันนอกจากพื้นที่บนเกาะแห่งนี้เท่านั้นทำให้ข้อมูลส่วนใหญ่ทีเธอพูดออกมานั้นเหมือนจะออกมาจากหนังสือเสียมากกว่า เพราะจากที่ดูแล้วไม่ว่าจะร่างหุ่นหรือร่างปกติของเธอก็ไม่ได้มีแผงโซล่าเซลล์หรือ GN-Driv*r ติดอยู่เลย . . . แถมรอบๆสะพานก็ไม่มีปลั้กไฟอีกด้วย . . .

? ? ? : ถ้ารู้ตัวแล้วล่ะก็ถอยไปซะจะดีกว่านะคะ อย่าให้เราต้องลงไม้ลงมือเลย

เธอยังคงพูดขึ้นโดยที่ควบคุมกลุ่มฟันเนลลอยอยู่รอบๆตัวของเธอ แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะแปลงร่างเหมือนครั้งแรกที่เจอเลยแม้แต่น้อย


            เมเมะพยายามกลั้วหัวเราะสุดชีวิตกับท่าทีที่เหมือนโรคป่วย ม.2 ของสาวน้อยหุ่นยนต์
สุดโหดที่เคยแทงตัวเธอจนพรุนมาแล้ว ก่อนจะบลัฟต่อไปด้วยความสนุกว่า

            " ไม่ได้หรอก ครั้งนี้มันต้องแข่งกับเวลาน่ะ แล้วรู้อะไรไหมคะ ความจริงแล้ว[ร่างมนุษย์]
ที่ชั้นใช้สู้กับเธอเมื่อตอนเย็นนั้นเป็นร่างกระจอกๆที่มีพลังแค่ 1 ใน 4 เท่านั้น "

            เมเมะตอบยิ้มๆ พร้อมกับพูดต่อโดยที่หมุนปืนไปด้วย

            " ร่างที่แท้จริงของชั้นคือมหาภูติแห่งความมืด(ฮา)ที่จะสำแดงพลังได้สูงสุดในยามที่ท้องฟ้า
มืดมิด สังเกตร่างของชั้นดีๆสิค่ะ บาดแผลที่เธอแทงมันหายไปหมดแล้วใช่ไหมละ "
            ' แค่ภายนอกอะนะ.. '

            เมเมะยังไม่หยุดแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ยี้ยวน

            " ความจริงก็ไม่ได้อยากเปิดเผยร่างที่แท้จริงหรอกนะคะ แต่ชั้นยอมรับว่าเธอเป็นคู่ต่อสู้
ที่ไม่อาจดูถูกได้อีกต่อไปแล้ว ชั้นคงจะต้อง.. "

            เมเมะหยุดไว้แปปนึงก่อนจะบอกต่อเบาๆด้วยน้ำเสียงที่(พยายามทำให้)ดูสยองว่า

            " เอาจริงซะแล้วค่ะ.. "

ครืนนนน

            เมเมะรวมจิตบวกกับจิตสังหารของตนเองจนร่างกายเริ่มปกคลุมด้วยไอดำขุ่นขลัก ดวงตา
ทอประกายสีแดงฉานราวกับปิศาจ

            " เอาละ พร้อมแล้วก็เข้ามาได้เลยค่ะ! คุณหุ่นยนต์ที่สามารถซึมซับพลังแสงอาทิตย์และ
พลังแห่งดวงดาวสุดแกร่งตรงนั้นน่ะ!! "

? ? ? : นะ- หน่อยแน่ !! ที่มาครั้งแรกนั่นลองเชิงกันสินะคะ . . . ตะ- แต่ว่าชั้นไม่กลัวหรอกนะ !! เพราะว่าชั้นเองก็ยังมีพลังงานนิวเครียซิสเต้มอยู่ในตัวอีกเหมือนกับ Strike-Fre*dom ทำให้เราสามารถหมุนเวียนพลังงานได้ตลอดเวลาด้วย !!

เด็กสาวได้พยายามพูดข่มต่อด้วยทีท่างัวเงียง่วงนอนเหมือนกับฟันเนลรอบๆตัวเธอที่ลอยไปลอยมาไม่เป็นระเบียบรวมทั้งเลเซอร์ที่เคยหุ้มเพิ่มความคมฟันเนลนั้นก็ค่อยๆหดลงไปแล้วด้วย

? ? ? : ตะ- แต่ว่าคืนนี้เราจะปล่อยเธอไปก่อน ถ้าไม่กลัว Trans-Am Sw*rd ของเราล่ะก็ข-เข้ามาได้เลย !!


            นี่เธอเป็นโอตาคุใช่ไหมคะเนี่ย..
            เมเมะมองด้วยสายตาเอ็นดู(ในใจ)แล้วทำท่าทางตกใจแบบโอเวอร์

            " น..หนอยย ร้ายกาจ! ร้ายกาจจริงๆค่ะ!! แค่เจ้าใบมีดประหลาดนั้นก็ว่าน่ากลัวแล้ว
แต่ยังมีพลังงานขับเคลื่อนที่ร้ายกาจกว่าซ่อนอยุ่ภายในร่างกายเล็กๆน่ารักนั่นอีกเหรอคะ? "
            " บ...แบบนี้ชั้นเองก็ต้องใช้ ร่างที่สอง น่ะสิ ไม่นะ ถ้าใช้มันสติของชั้นจะหายไปจน
กลายเป็นมหาราชัณภูติแห่งความมืด ที่จะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าน่ะสิ แถมนิสัยยังร้าย
ถึงขั้นกิน หุ่นยนต์สาวน้อย เป็นอาหารด้วย ไม่นะะะะ แต่ถ้าไม่ใช้มัน ชั้นจะต้องแพ้แน่ๆ "

            เมเมะทำหน้าหวาดกลัวราวกับกำลังจะถึงจุดสิ้นสุดของโลกก็มิปาน

            " .....ชั้นคงต้องทำสินะ "

            เธอทิ้งปืนไว้ข้างกาย แล้วผายมือทั้งสองข้างขนาบลำตัวประมาณ 45 องศา

            " คุณหนู.. ขอโทษนะ.. ถึงจะเคยโดนเธอทำร้ายแต่ว่า.... ชั้นก็ต้องขอโทษจริงๆ "

คึก คึก คึก!

            เมเมะบิ้วอารมณ์เพิ่มด้วยการส่งจิตเบาบางลงไปใต้พื้นดินจนรู้สึกได้ว่ามันสั่นสะเทือน
ถึงจะเพียงเล็กน้อย แต่เด็กสาวข้างหน้าต้องตรวจจับได้แน่นอน

            " ขอโทษนะ.. ถ้าเจอกันในสถานการณ์อื่นละก็ เราอาจจะได้เป็นเพื่อนกันแท้ๆ "

            เมเมะน้ำตาซึมแล้วพูดกับเด็กสาวพลางยิ้มให้อย่างอ่อนโยน..

            " เอาละ..จะเริ่มละนะ ความมืดที่อยู่เคียงข้างกายข้าเอ๋ย... "

? ? ? : กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด !!

เสียงร้องลั่นบ้านได้ดังขึ้นก่อนที่กลุ่มฟันเนลรอบๆตัวเธอจะได้ลงมาปักปิดหน้าทางเดินบนสะพานของเมเมะไปอย่างแน่นหนาจนหาทางเดินไม่ได้เลยทีเดียว พร้อมกับเสียงร้องเล็กๆนั่นที่ค่อยๆเคลื่อนที่ออกห่างไปเรื่อยๆ . . .


วูบบ..

            เมเมะสลายพลังจิตทั้งหมดออก พลางก้มลงหยิบปืนขึ้นมา

            " แกล้งหนักไปหน่อยไหมนะ.. "

            เธอยิ้มบางๆหลังจากที่ได้แกล้งเด็กสาวนาโนแมชชีนจนวิ่งหายไปแล้วอคติที่มีต่อเธอเองก็
ลดลงไปพอสมควร

            " เฮ้อ ..ดูๆไปก็ไม่ใช่คนไม่ดีเลยนะ ทำไมถึงต้องการร่างกายเราด้วยละ.. แถมยังเป็นอคติ
กับมนุษย์อีก.. "

            ร่างกาย..

            " ...หรือว่า "

            เมเมะนิ่งคิดสักเล็กน้อย ก็จะส่ายหัวไล่ความคิดนั้นออกไปเพราะถ้าเธอเดาถูกละก็ มันจะเป็น
เรื่องที่โหดร้ายที่สุดที่เธอเคยเจอเลยทีเดียว

            " คงผ่านเข้าไปได้แล้วละมั้ง.. "

            พอได้คมดาบกลับมาแล้ว ต่อให้เป็นเพชรเธอก็สามารถตัดมันเป็นแผ่นบางๆได้ ยิ่งกับเป้า
นิ่งๆแบบนี้ เธอก็สามารถหั่นมันออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้อย่างง่ายดาย ด้วยวิชาลับประจำตระกูล
ที่สามารถตัดผ่าเฉพาะสิ่งที่ต้องการได้ หรือแม้แต่วิญญาณร้ายที่สิงสู่ในผู้คนก็ตาม

ฉวัะๆๆๆ!!

            เมเมะเหวี่ยงมือด้วยความเร็วที่มองไม่เห็นเพื่อทำลายเกราะด้านหน้าจากนั้นก็วิ่งตามหา
เด็กสาวต่อ

            " หวังว่าจะไม่มีกำลังเสริมนะ... "

-:- ด้านในสิ่งก่อนสร้างบน Lost Island



เมื่อเมเมะได้ก้าวเข้ามาถึงที่ด้านหน้านั้นก็พบว่าด้านในนั้นคล้ายกับห้องสมุดรวมๆกับที่เก็บเอกสารขนาดใหญ่ รวมทั้งยังมี่ฝุ่นและหยักใย่เต็มไปหมดราวกับว่าไม่มีคนอยู่มานานหลายปีแล้ว

ดูเหมือนว่าตอนนี้เมเมะจะคลาดสายตากับเด็กสาวนาโนแมคชีนคนเมื่อกี้นี้ไปแล้ว แต่สภาพตอนนี้กลับทำให้เมเมะรู้สึกเหมือนว่ามีเธออยู่ตัวคนเดียวในที่นี้ยังไงยังงั้น

ระหว่างที่เธอกำลังมองรอบๆสถานที่นี้นั่นเองเธอก็ได้พบกับอาวุธแปลกๆที่ถูกเก็บไว้ในตู้กระจกตั้งโชว์ภายในห้องนั้นด้วย มันจะเกี่ยวอะไรกับคนที่เธอตามหาอยู่รึเปล่านะ



            " ปืน.. "

            เก็บไปก่อนละกัน..
            เมเมะหยิบปืนออกมาจากตู้โชว์โดยไม่ได้ขอ จากนั้นก็สำรวจภายในห้องอีกครั้ง

            " เอกสารอะไรกันนะ.. "

ปืนที่เมเมะหยิบขึ้นมานั้นคล้ายคลึงกับของเด็กเล่นยังไงยังงั้น มันทำขึ้นมาจากเหล็กก็จริงแต่กลับไม่มีที่ใสกระสุนหรือไกปืนเลยแม้แต่น้อย คันลำของมันก็ชักขึ้นไม่ได้เช่นกันเมเมะจึงพอจะเดาได้ว่าปืนนี้ไม่น่าจะยิงกระสุนอะไรออกมาได้ . . .

ในระหว่างเดียวกันที่เมเมะได้เก็บเอกสารขึ้นมาดูนั้นเธอก็พบว่ามันเป็นรายงานการทดลองที่มีระยะเวลามานานกว่า 40 ปีแล้ว ซึ่งการทดลองนั้นเกี่ยวกับ การทำงานของร่างกายของมนุษย์ พลังเร้นลับของชาโดว์ และ การควบคุมเครื่องจักรกลต่างๆ

1) เลือกอ่านหนังสือ. . . (ระบุหัวข้อ)
2) วางทิ้งไว้ที่เดิม
3) อื่นๆโปรดระบุ


[ 1 ] - [ การควบคุมเครื่องจักรกลต่างๆ ]

            เมเมะมองดูข้อมูลในเอกสารแล้วก็รู้สึกสนใจขึ้นมา เธอเลยลองเปิดอ่านดู

            " ....การควบคุมเครื่องจักรกลต่างๆ? "

" เครื่องยนต์ที่จะสามารถทำงานอัตโนมัติได้นั้นล้วนมีการตั้งข้อมูลจากมนุษย์ขึ้นมาทั้งสิ้น อาจจะกล่าวได้ว่ามันคงจะไม่เป็นประโยชน์มากนักที่จะต้องมาตั้งโปรแกรมใหม่ทุกครั้ง

แต่กลับกันถ้าเครื่องจักรเหล่านั้นสามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้า และ เรียนรู้ได้ด้วยตัวเองจนพัฒนาถึงขั้น AI อัจฉริยะได้แล้วมันคงจะมีประโยชน์มากมาย เช่น เป็นคนงานที่มีความสามารถ , ทหารประสิทธิภาพสูง หรือแม้กระทั่งมนุษย์ที่เรียกได้ว่าพัฒนาเป็นขั้นที่สมบูรณ์ มนุษย์สปีชีส์ใหม่ที่จะมีความเพรียบพร้อมทั้งกายภาพและชีวภาพ

แต่การที่จะทำให้เครื่องจักรสามารถตอบสนองได้อย่างอัจฉริยะนั้นจำเป็นที่จะต้องมีตัวกลางที่สามารถสั่งการระบบได้ด้วยและสิ่งที่หาได้ง่ายดายและเหมาะกับสถานการณ์ที่สุดนี้ก็คือระบบสมองของมนุษย์และสัมผัสทั้ง5ที่ส่งผลตอบสนองอย่างฉลาดเฉลียวจนนักวิทยาศาสตร์ได้กล่าวเอาไว้ว่าร่างกายของมนุษย์นั้นเป็นเครื่องจักรที่ฉลาดที่สุด "


เมื่อเมเมะได้เปิดหนังสือหน้าต่อไปนั้นเธอก็พบกับรายงานถึงชื่อต่างๆของการวิจัย รวมทั้งมีลิสที่แดงเถือกที่กำกับไว้ว่า"ล้มเหลว"อยู่ที่หน้าแรกอย่างนับไม่ถ้วน. . .

เนื้อหาในกากรวิจัยนั้นยังไม่ได้หยุดลงเพียงเท่านี้และมีการพัฒนาต่อมาเรื่อยๆอีกในเวลาปัจจุบันนี้อย่างลับๆ . . .

" การที่จะทำให้อวัยวะของมนุษย์ยังคงทำงานได้นั้นจำเป็นที่จะต้องใช้ร่างกายที่ยังเป็นๆอยู่ในขณะที่พัฒนาร่วมกันกับเครื่องจักรด้วย แต่ถ้าทำแบบนั้นอาจจะทำให้ร่างที่นำมาทดลองนั้นทนอาการบาดเจ็บไม่ไหวจนพังสลายเสียก่อนที่การทดลองจะเสร็จสิ้นได้

ระหว่างที่เมเมะกำลังอ่านนั่นเองเธอก็ได้ตรวจพบเห็นภาพของการทดลองส่วนนึงที่มีนำร่างของเด็กชาย-หญิงมาทำการทดลองดังกล่าวข้างต้นนี้อย่างน่าสยดสยอง



ดังนั้นจึงต้องมีการใช้สิ่งมีชีวิตที่จะสามารถควบคุมและสั่งการการกระทำของมนุษย์ได้ ซึ่งตอนนี้ก็ได้ค้นพบแล้วแต่ว่าการที่จะทำให้สิ่งๆนั้นควบคุมมนุษย์ได้โดยสมบูรณ์นั้นจำเป็นที่จะต้องทำให้ร่างกายที่นำมาทดลองสูญเสียความเป็นมนุษย์และความรู้สึกต่างๆไปเสียก่อนให้เหลือแต่ความว่างเปล่าก่อนที่จะรวมสิ่งๆนั้นเข้ากันไปได้และใช้พลังของสิ่งๆนั้นควบคุมร่างเป็นของร่างมนุษย์ทดลองที่ได้พัฒนาร่วมกับเครื่องจักรต่างๆ ซึ่งก็พบว่ามันสามารถตอบสนองเครื่องจักร , รับรู้การสื่อสาร และเรียนรู้พร้อมกับเลือดตัดสินใจด้วยตัวเองได้ "


            " อึก....ก.. "

            เมเมะเบิกตาโพล่ง เป็นอย่างที่เธอคิดไว้ไม่มีผิด การทดลองโดยใช้ร่างกายมนุษย์
เธอกำเอกสารแน่นด้วยมือที่สั่นเทา แล้วอ่านมันต่อไป

" การทดลองนี้เป็นความประสบความสำเร็จขั้นแรกอย่างงดงาม ทำให้พวกเราสามารถต่อยอดไปถึงการควบคุมหุ่นยนต์อัจฉริยะเหล่านี้

มันคงจะเป็นความล้มเหลวถ้าหากหุ่นยนต์พวกนี้เกิดทำนอกเหนือจากคำสั่งและไม่มีใครควบคุมมันได้ จึงจำเป็นที่จะต้องสร้างระบบควบคุมมันขึ้นมา และ การที่จะทำแบบนั้นได้ทำให้งานวิจัยสิ่งมีชีวิตประหลาดจากอีกมิตินึงนั้น "ชาโดว์" ต้องเริ่มขึ้นอีกครั้งเพื่อเรียนรู้ที่จะทำการควบคุมพวกมันให้อยู่ใต้คำสั่ง "


ดูเหมือนว่าการทดลองส่วนใหญ่บนเกาะแห่งนี้จะเกี่ยวกับตัวหุ่นยนต์เสียมากกว่าทำให้บันทึกที่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตต่างมิตินั่นไม่ค่อยจะเด่นชัดเท่าไรนัก แต่จากข้อมูลแล้วนั่นเมเมะก็พบว่าที่นี่ไม่ได้บอกเกี่ยวกับการข้ามไปยังอีกมิตินึงนั่นเพื่อไปหาวัตถุดิบมาทดลองเลยแม้แต่น้อย


เสร็จสิ้น
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 9-9-2013 02:17:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 22-10-2013 11:28





            " ชาโดว์.... มันคืออะไรกัน "

            เมเมะไม่ได้อ่านต่อ เธอเก็บเอกสารที่จำเป็นทั้งหมดไว้อ่านทีหลังก่อนจะสำรวจ
ที่นี้อีกครั้ง

            " เมื่อกี้เราอาจจะโชคดีที่เด็กคนนั้นหมดกำลังพอดี แต่ถ้าฟื้นตัวเมื่อไหร่ เราอาจ
จะลำบากก็ได้ "

            เมเมะได้เดินเข้าไปต่อ ระหว่างนั้นในหัวของเธอก็มีแต่เรื่องของการทดลอง

            ' หุ่นยนต์ที่เราเจอตั้งแต่ทางเข้านั่นคืองานวิจัย แต่ที่นี้กลับดูรกร้างเสียเหลือเกิน
ราวกับ.... ราวกับไม่มีใครเคยอาศัยอยู่ที่นี้เลย '

            การที่จะทำให้สิ่งๆนั้นควบคุมมนุษย์ได้โดยสมบูรณ์นั้นจำเป็นที่จะต้องทำให้ร่างกายที่นำมา
ทดลองสูญเสียความเป็นมนุษย์และความรู้สึกต่างๆไปเสียก่อน


            ' เด็กคนนั้น.. อย่าบอกนะว่าคือชาโดว์ที่ใช้ร่างมนุษย์ แล้วถูกควบคุมอีกที? '

ด้านในนั้นเองเมเมะก็ได้พบกับแคปซูลทดลองจำนวนมากรวมทั้งยังมีแท่นชาจที่เหมือนกับที่เก็บหุ่นทดลองอยู่เต็มไปหมด หากแต่ว่าไม่มีซากหรือตัวหุ่นอยู่เลยแม้แต่น้อย . . .

เสียงไฟฟ้าที่กำลังโอนถ่ายได้ดังขึ้นเบาๆจากด้านใน ดูเหมือนว่าจะเป็นเด็กน้อยนาโนแมคชีนคนนั้นนั่นเอง ตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะกำลังหลับในสภาพเปลือยเปล่าอยู่ในแคปซูลอันนึงที่เต็มไปด้วยน้ำแปลกๆ

1) ดึงปลั้กไฟด้านหลังออก
2) กดเปิดแคปซูล
3) ยืนมองด้านนอก
4) อื่นๆโปรดระบุ


[ 4 ] - [ ทำลายแท่นแคปซุลทั้งหมดและนำตัวเด็กสาวออกมา ]

            " ! เจอแล้... "

            พรู่ดด(?)

            " อ..อื้อ~! "

            เมเมะเบี่ยงหน้าหลบจากนั้นก็สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อลบภาพออกจากหัว
            พอตั้งสติได้แล้วเธอก็พยายามมองไปที่หน้าของเด็กสาวตรงหน้าเท่านั้น ก่อนที่
จะเข้าใจว่าเธอหนีมาชาตแบตจริงๆด้วย

            " ...... "

            เมเมะมองดูเธอเพียงครู่เดียวเท่านั้น ก่อนที่จะหันไปดูตู้แคปซุลอื่นๆ ...แล้วหยิบ
ปืนดาบขึ้นมาเล็ง
            
ปังปังปังปัง!!

            เธอลองยิงครั้งแรก ดูท่าว่าจะมีกระสุนอยู่เหลือเฟือ และระยะแค่นี้ไม่มีทางพลาดเป้า

ปังปังปังปัง!
            
            เมเมะยังกระหน่ำเสียงปืนอย่างต่อเนื่อง สายไฟ หลอดแก้ว อุปกรณ์ทุกอย่าง ยกเว้นตู้
ที่สาวน้อยนาโนแมชชีนนอนอยู่

            " ..... "

            เมื่อเสียงปืนเงียบลงเธอก็เดินมาใกล้ๆกับหลอดที่สาวน้อยนอนหลับอยู่

            " ขอโทษนะ "

            สิ้นเสียง เธอใช้ปลายดาบฟันหลอดแก้วออกเป็นชิ้นๆโดยไม่ให้โดนสาวน้อยข้างใน

ร่างเล็กๆของเด็กสาวได้ค่อยๆหล่นลงมาจากแรงโน้มถ่วงสู่ด้านล่าง เมเมะได้ค่อยๆรับร่างนั้นไว้อย่างง่ายดายก่อนที่จะพบว่าเธอไม่ได้ฟื้นสติขึ้นมา


            เมเมะใจเต้นเล็กน้อย..ส่วนนึงเพราะตนเองกำลังอุ้มเด็กผู้หญิงที่กำลังเปลือยอยู่
อีกส่วนคือ เสียวคอหอยจะขาดครึ่งมาก...

            " คุณหนู คุณหนูคะ.. "

            หลังจากถอดเสื้อโค้ทมาคลุมให้เธอแล้ว เมเมะก็พยายามปลุกแต่ทว่าเธอกลับไม่ตื่น(เพราะ
กลัวเลยส่งเสียงเบาไป) เมเมะเลยวางเธอลงกับพื้นแล้วสำรวจชีพจร

ไม่มีสัญญาณชีพจรที่เหมือนกับคนทั่วไปตอบกลับกับการสัมผัสของเมเมะเลยแม้แต่น้อยหรือแม้แต่ลมหายใจก็ด้วยเช่นกัน แต่ว่าเบื้องหน้านี้นั้นเป็นร่างกายที่มีเครื่องจักรกลรวมอยู่ การทำงานอาจจะต่างกับร่างของคนทั่วๆไปก็ได้ เมเมะคงจะทำได้แค่หวังให้มันเป็นแบบนั้นในตอนนี้ . . .


            " ........... "

            ไม่มีชีพจร..
            เมเมะอุ้มเธอขึ้นมาอีกครั้ง แล้วพาออกไปยังห้องสมุดเพื่อหาข้อมูลให้มากกว่านี้

ร่างเล็กๆที่น้ำหนักไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไปที่คล้ายกับไร้ซึ่งวิญญาณและชีวิตได้ถูกเมเมะอุ้มไว้ในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย ต่างกับเมื่อตอนเช้าอย่างลิบลับเหมือนกับว่าเป็นคนล่ะคนเลยทีเดียว

หนังสือที่เมเมะได้ค่อยๆเปิดอ่านนั้นได้บอกถึงการฟื้นฟูพลังของหุ่นยนต์รุ่นทดลองต่างๆ แต่ล้วนแล้วจะต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการฟื้นฟูระบบทำงานภายในทั้งนั้น

ในขณะเดียวกันนั่นเองเมเมะก็สังเกตุเห็นช่องสายไฟที่ด้านหลังบนตัวเด็กคนนี้ เหมือนว่าอาจจะใช้สายไฟที่ยังหลงเหลือด้านในนั้นกับเธอได้แทนการใช้หลอดแคปซูลขนาดใหญ่นั่น


            พอพามาถึงก็วางเธอไว้บนโซฟาเก่าๆก่อนจะอ่านเอกสารต่อ
ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เมเมะก็เดินถือปลั้กมาหาเด็กสาว

            " ......... "

            เธอจำใจต้องถอดเสื้อออกแล้ว ก็เสียบปลั้กเข้าไปในตัวของ
สาวน้อยที่สลบอยู่นี้เพื่อทดสอบ

            ' เอาละ.. คงต้องรอดูอีกสักพักละนะ '

-:- เวลา Dark Hour เขตุ Dark Hour

ระหว่างที่เมเมะกำลังรอดูผลของเธออยู่นั่นเองช่วงเวลาที่มืดมัวรอบๆนี้กลับมืดลงไปกว่าเดิมอีกรวมทั้งบรรยากาศรอบๆตัวของเธอก็เริ่มแย่ลงมากๆอีกด้วยในตอนนี้

ตึก ๆ ๆ เสียงฝีเท้าของคนเดินรวมทั้งยังปนกับเสียงที่เหมือนกับหุ่นเชิดไม้ที่กำลังเคลื่อนที่ไปด้วยนั้นได้กำลังเข้ามาใกล้กับจุดที่เมเมะอยู่เรื่อยทุกทีแล้วในตอนนี้


           ' กลิ่นอายนี่มัน.. แย่แล้ว! '

           เมเมะลบจิตจนหมด ปรับลมหายใจแล้วหาที่ซ่อน

           " ! ... แย่แล้ว เอาไงกับเด็กคนนี้ดี "

           ขณะที้กำลังคิดหาทาง เสียงฝีเท้าก็เข้ามาใกล้เรื่อยๆ

           " ชิ! "

           เมเมะจำใจดึงสายออกแล้วอุ้มเด็กสาวเข้าไปหลบในตู้เก็บหนังสือ



เนื่องจากขนาดตัวที่เล็กของทั้งสองทำให้ทั้งสองสามารถเข้าไปหลบในตู้เก็บหนังสือในระแวกได้อย่างไม่ยากนัก เมื่อเมเมะได้มองออกมาผ่านรูกุญแจนั่นเองเธอก็ได้พบกับสิ่งมีชีวิตที่รูปร่างคล้ายกับหุ่นเชิดไม้ที่มีหัวของเด็กผู้หญิงที่ดูสวยงามประดับไว้ตรงกลางอก

? ? ? : ยัยเด็กคนนั้นหายไปไหนกันนะ . . .

มันได้พึมพำขึ้นเบาๆก่อนที่จะได้ค่อยๆเดินลึกเข้าไปด้านในที่เป็นห้องแลปวางแคปซูลที่เมเมะได้พังทะลายข้าวของไปก่อนหน้านี้ !!


            ' ย..แย่ที่สุด '

            เมเมะคิดในใจ สถานการณ์แบบนี้ถ้าเป็นคนเดียวเธอก็มั่นใจว่าจะหนีเองได้
อยู่หรอก แต่ว่าเด็กผู้หญิงข้างหลังเธอนี่สิ..

            " ...ทิ้งเธอไม่ได้ด้วย "
            ' ลองแอบดูอีกนิดละกัน '
            
            เมเมะมองลอดออกไป พลางเงียบเสียงที่สุด

            ' ........... '

? ? ? : อ้ากกก !! ใครทำลายแลปทดลองหมดแบบนี้ !! ยัยหุ่นนั่นหายไปไหนด้วย !! ไม่น่าจะออกไปไหนได้นี่นา

มันได้เดินหงุดหงิดออกมาจากด้านในพร้อมๆกับมองไปรอบๆห้องนี้และได้ค่อยๆหยิบเครื่องมือแปลกๆออกมายืนมอง

? ? ? : ไม่มีสัญญาณ ? ยัยหุ่นนั่นไม่น่าจะพังง่ายๆนะ. . . หรือว่ากลุ่มนั้นจะเริ่มลงมือแล้ว . . .

เสียงของมันฟังดูวิตกจากน้ำเสียงที่ค่อยลงไปเล็กน้อยก่อนที่มันจะได้เริ่มมองไปรอบๆห้องนี้และเริ่มวางสายแปลกๆไว้เต็มไปหมด

? ? ? : คงต้องเก็บหลักฐานก่อนสินะ

เมื่อเอ่ยจบแล้วมันก็ได้ค่อยๆรุดหน้าออกไปจากที่นี่ทันที โดยที่ไม่ได้นำอะไรติดตัวออกไปด้วยเลย

ระหว่างนั้นเองเมเมะก็ได้สังเกตุพบกับสายที่หุ่นไม้ตัวนั้นได้วางไว้ซึ่งมันได้เชื่อมต่อจนมีลักษณะคล้ายๆกับวงแหวนเวทย์ขนาดใหญ่ที่อาจจะสามารถทำลายสถานที่นี้ได้ในพริบตา


            " ......ไปแล้วสินะคะ "

            เมเมะเดินออกมาจากตู้หลังจากที่เจ้าหุ่นไม้ประหลาดนั้นไปแล้ว
            เธอเดินมายืนที่เดิมแล้วเก็บสายไฟที่ใช้เสียบเข้ากับสาวน้อยที่อยู่ในตู้หนังสือ

            " เก็บหลักฐาน.. แต่ไม่เอาอะไรออกไปเนี่ยนะ "

            วงเวทย์ขนาดใหญ่..

            ' หรือว่า..! '

            เวทย์เคลื่อนย้าย!?

ฉับ! ฉับฉับฉับฉับฉับฉับ!!

            เมเมะตัดสายระโยงระยางพวกนั้นจนหมด

            " ........ไหนๆเราก็เอากลับไปไม่ได้ แต่ก็.. "

            [ - คาไมทาจิ - x4 ] - [ พายุหมุนสลาตัน(ตั้งเมื่อกี้) ]

            เมเมะทำลายเอกสารและข้อมูลที่สำคัญในห้องนี้ทั้งหมดเพื่อไม่ให้ใครในโลก
สามารถอ่านพวกมันได้อีก ถึงจะพอรู้ว่ายังไงฝ่ายนั้นก็มีแบ๊คอัพไว้ก็เถอะ แล้วไม่รอดูผล
เธอวิ่งเข้าไปอุ้มเด็กสาวนาโนฯออกมาแล้ววิ่งเข้าไปในห้องแลป

            พอมาถึงห้องแลปที่มีแต่เศษแก้ว เมเมะลองสำรวจตนเอง... เธอหยิบหนังสือและ
เอกสารที่เป็นหลักฐานมาได้บางส่วนเท่านั้น เพราะไม่ได้หยิบกระเป๋าของตนเองมา

            " อึกทึกครึกโครมแบบนี้ เดี๋ยวได้ระเห็จมาแน่ๆ เผ่นละค่า.. "

            เธอจับปืนดาบในมือซ้ายแล้วก็ฟันใส่กำแพงเป็นสี่เหลี่ยม

            " ต้องวิ่งสุดแรงแล้ว... "

            จากนั้นก็พาตนเองและเด็กสาววิ่งกลับไปที่ถ้ำด้วยความเร็วสูงสุด

-:- เวลาช่วงเช้า เขตุ Dark Hour

ระหว่างกึ่งกลางทางที่เมเมะได้วิ่งออกมา จุดสะพานที่เธอเคยต่อสู้กับเด็กที่เธอพาออกมาด้วยนั้นเธอก็ได้พบกับหุ่นยนต์ร่างยักษ์ตัวนึงที่ได้ยืนปิดขวางทางด้านหน้าของเธออยู่ !!



ครืนนนน ด้วยขนาดลำตัวและน้ำหนักของมันทำให้สะพานเริ่มสั่นและพังทะลายลงเรื่อยๆอย่างช้าๆ


            ' กรี้ดดดดดดดดดดดดดด '

            เมเมะหน้าซีดและกรี้ดร้องในใจ ตอนนี้เธอเริ่มเกลียดหุ่นยนต์ขึ้นมาตงิดๆ

            " อย่ามาขวางกันนะ!!(เสียงค่อย) "

            [ อิไอ ]

            เธอรีดเร้นประสาทสัมผัสทั้งหมดแล้ววิ่งตรงไปด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นไปอีก อาศัยจังหวะที่
มันมองไม่เห็น เร่งสปีดแบบที่เลเซอร์ตรวจจับก็จับไม่ทัน(ถึงจะคิดว่าไอ้ตัวพวกนี้ไม่มีก็เถอะ)

ตึกตึกตึกตึกตึกตึกตึก

            เมเมะกระโดดเหยียบแท่นสะพานที่กำลังพังทลาย เพื่อข้ามไปอีกฝั่ง



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-ooooX )

แครกก เสียงสะพานที่ค่อยๆพังลงไปพร้อมกับร่างของหุ่นยักษ์นั่นที่ค่อยๆร่วงลงไปพร้อมๆกัน ทางด้านเมเมะที่ได้กระโดดข้ามมานั้นก็พบว่าที่ปากถ้ำได้ถูกหินถล่มจากแผ่นดินไหวที่เกิดจากการขยับตัวของหุ่นด้านหน้าเมื่อกี้นี้ปิดล้อมไว้จนไม่มีทางเข้ากลับไปได้

ตูมมมมม ระหว่างนั้นเองเจ้าหุ่นประหลาดนั้นก็ได้พยายามคว้าขอบสะพานที่ยังหลงเหลือและยื่นออกมาจากทางถ้ำก่อนที่มันจะได้ดึงพื้นดินตรงนั้นลงไปด้วยกับมันด้านล่างจนทำให้เมเมะนั้นตกลงมาสู่ด้านล่างด้วยเช่นกัน !!

สายน้ำที่ไหลเชี่ยวที่มีซากสะพานก่อสร้างเป็นที่ยืนชั่วคราวด้านล่างกลายเป็นลานต่อสู้เล็กๆที่ค่อยๆจมลงเรื่อยๆแล้วในตอนนี้ เมเมะคงจะต้องกำจัดหุ่นยนต์ด้านหน้าหรือกระโดดลงน้ำหนีไปเท่านั้นในตอนนี้


           " ........อึก "

           เมเมะอุ้มเด็กสาวให้กระชับขึ้นมาอีกนิด หุ่นยนต์ด้านหน้าดูจะมีแต่พละกำลังเท่านั้นละมั้ง

           " ....... "

           เธอหันมามองคนที่อุ้มอยู่ จากนั้นก็มองขึ้นไปบนฟ้าแล้วพึมพำออกมาเบาๆ..

           " ...เรากำลังทำอะไรอยู่นะเฮ้อ.. "

           ก่อนจะกอดคนที่อุ้มไว้ให้แน่นขึ้นไปอีก แล้วกระโดดลงไปในน้ำ!!

Immunity -5

-:- เวลาช่วงกลางวัน

หลังจากเหตุการณ์นั้นแล้วเมเมะเองก็ไม่สามารถทราบได้ว่าที่เกาะนั่นจะเป็นยังไงบ้าง แต่เมื่อเธอรู้สึกตัวอีกทีเธอก็ได้มาอยู่ที่ชายฝั่งใกล้ๆกับป่าที่เธอเคยมาถางที่ไว้แล้ว



ดูเหมือนว่าร่างของเด็กสาวที่เมเมะได้พยายามปกป้องไว้นั้นจะยังอยู่ไม่ห่างจากตัวเธอไปเลยแม้แต่น้อยแม้ว่าจะผ่านกระแสน้ำที่หลากมาระยะทางไกลขนาดนั้น แต่ดูเหมือนว่าเธอจะยังไม่ตื่นขึ้นมาอยู่ดี


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 10-9-2013 11:04:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 22-10-2013 11:28





            " อา .. โล่งอกไปที "

            เมเมะยันตัวเองขึ้นมานั่ง อาหารที่ได้จากคุณฮาเซโอะไหลหายไปไหนหมดแล้วไม่รู้
ส่วนสภาพของหนังสือและเอกสารที่เอามานั้น เละเทะเกินบรรยาย..

            " ช่างเถอะ... "
            ' รีบพาเด็กคนนี้กลับไปหาคุณรูริดีกว่า.. '

            เมเมะคิดว่าการจะรักษาหุ่นยนต์ก็น่าจะเอาไปให้หุ่นยนต์(มั้ง)รักษาดู
            เธอค่อยๆพยุงร่างกายขึ้นแล้วอุ้มเด็กสาวขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะเดินกลับไปที่เมือง
            
            ' การที่เราได้เธอคนนี้มาก็นับว่ายังไม่ศูยน์เปล่าหรอกค่ะ.......มั้งนะ '

-:- เวลาช่วงเย็น

-:- ที่เมือง Hilocuxt

ไม่นานนักเมเมะก็ได้เดินทางกลับมาที่ตัวเมืองนั้นเธอก็พบว่าตอนนี้ตัวเมืองมีสภาพที่ต่างไปจากเดิมเสียแล้วในตอนนี้ สถาพของต้นไม้ที่หักทอนและทางเดินที่ผุพังไปจากเดิมจนเหมือนกับว่าเมืองที่เธอเคยมาในครั้งแรกนั้นกลับกลายเป็นคนล่ะเมืองไปเสียแล้วในตอนนี้


            " ท..ทำไม "
            ' เพิ่งจะผ่านไปแค่วันเดียวเองนะ! '

            เมเมะช็อกกับภาพตรงหน้ามาก คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัว แต่เธอรีบสะบัด
ไล่ความคิดเหล่านั้นออกไป พร้อมกับเดินเข้าไปในเมือง

            ' ..แสดงว่า เรามาช้าไปแล้ว '
            ' ใจเย็นๆ.. ทุกคนจะต้องหนีออกไปจากเมืองก่อนแล้วแน่ๆ ... '

            เมเมะคิดพลางเดินเข้าไปที่หน้าประตูเมืองแล้วเหล่มองเข้าไปว่าภายในเมืองยัง
คงปลอดภัยดีอยู่หรือไม่

ดูเหมือนว่าภายในเมืองตอนนี้จะไม่มีผู้คนอยู่เลยแม้ รวมทั้งแม้แต่ร่างกายของผู้คนนั้นก็ไม่มีให้เห็นด้วยเช่นกัน จะมีก็แต่สิ่งก่อสร้างต่างๆรวมทั้งซากของตัวเมืองเท่านั้น

? ? ? : อือ. . .

ในขณะเดียวกันนั่นเองเด็กสาวนาโนแมคชีนที่เมเมะได้พามาด้วยนั้นก็ได้ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งในท่าทีที่เหนื่อยอ่อน เธอได้พยายามขยี้ตาเธออยู่หลายรอบก่อนที่จะทำหน้าตกใจสุดขีดพร้อมกับเหงื่อที่แตกออกมาเป็นสายน้ำที่ด้านหลังของเธอ

? ? ? : ปะ- ปล่อยเรานะ !! เจ้าเครื่องสูบฟันเฟือง !!

เสียงอ่อยๆที่ท่าทางเหนื่อยๆของเธอได้ดังขึ้นไล่เมเมะตั้งแต่แรกหน้าตื่นพบเจอก่อนที่เธอจะพยายามดันอกของเมเมะอย่างไม่มีเรียวแรง


            " ฟ..ฟื้นแล้วเหรอคะ! ดีจังเลย "

            เมเมะเผลอลืมตัวกอดเด็กสาวตรงหน้าแน่นๆ

            " เป็นห่วงแทบตายแน่ะ เล่นนอนนิ่งไปเงียบๆแบบนี้ สภาพร่างกายเป็นยังไงบ้าง
ไม่ได้รู้สึกแย่ใช่ไหม? ล..แล้วหิวหรือเปล่า?  "

            เธอได้ถามเด็กสาวเป็นชุด เมเมะมักจะห่วงคนอื่นตลอดโดยไม่ค่อยจะดูตัวเองนัก
เธอลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเด็กตรงหน้าเคยทำเธอเกือบตาย

? ? ? : ค่อก ค่อก . . .

เธอได้พยายามพูดอะไรออกมาบางอย่างแต่กลับโดนเมเมะกอดเข้าซะแน่นแบบนั้นจนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ก่อนที่จะโดนเมเมะล้อคคอสลบไปอีกรอบ


            " ว้ายยย อย่าเพิ่งหลับไปอีกรอบสิ ตื่นขึ้นมาก๊อนนน! "

            เมเมะเขย่าตัวเธออย่างลนลาน วี้ดว้ายกันอยู่สักพักก็พาเธอเข้าไปที่บ้านพัก(อดีต)ในเมือง

เด็กสาวได้ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างเหนื่อยอ่อนอีกครั้งก่อนที่เธอจะได้ซีดลงอีกรอบเมื่อเห็นเมเมะกำลังอุ้มเธออยู่ในอ้อมแขนในห้องเล็กๆแบบนี้

? ? ? : จ- จะทำอะไรเราน่ะคะ !! เจ้าแมงกินเครื่องจักรเลสเบี้ยน !!

เธอได้ร้องโวยวายออกมาอย่างหมดเรี่ยวแรงอีกครั้งแต่ก็ยังจะพยายามต่อปากต่อคำกับเมเมะ


            ' อะ ฟื้นแล้ว.. '

            เมเมะมองเด็กสาวที่อ้อมแขนด้วยสีหน้าโล่งอก แต่ก็ตีหน้านิ่งแบบเย็นชาเพื่อ(แกล้ง)คุย
กับเด็กสาวผมทองตรงหน้าอีกครั้ง

            " อยู่ในความสงบด้วยค่ะ ตอนนี้ชั้นอิ่มอยู่แต่ถ้าชั้นหิวเมื่อไหร่ละก็... "

            เมเมะมองไปยังซอกคอของเด็กสาวโดยคิดว่าจะขู่ แต่พอเห็นเด็กสาวในชุดเสื้อโค้ท(ตัวเดียว)
ของตนเอง + ขาขาวๆ(พึ่งรู้สึกตัว) ความทรงจำที่ทั้งกอดทั้งอุ้มก็กลับมาหลอกหลอนจนหน้าแดงปรี้ด
เธอเลยเผลอหันหน้าหนีแทน

            " ช..ช.ช.ช..ช ชั้นอาจจะ ... อุก.. "

            เมเมะพูดจาเสียงติดขัด โดยไม่กล้าหันไปมองตรงๆ เธอเลยเหล่มองด้วยหางตาเท่านั้น

            " ย..ยังไงก็ช่างเถอะค่ะ! สภาพร่างกายเป็นยังไงบ้างคะ? "

? ? ? : กะ- ก็. . .

เธอได้ทำท่ามั่นใจขึ้นมาพลางหลับตาลงเล็กน้อยก่อนที่แขนที่ได้ดันเมเมะออกเบาๆในตอนแรกนั้นจะค่อยๆตกลงอย่างช้าๆ

? ? ? : ม- ไม่ค่อยดี ท...เท่าไรหรอกค่ะ

เด็กสาวตอบกับเมเมะด้วยใบหน้าซีดๆอย่างหวาดผวาพร้อมสะดุ้งทุกวินาที แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนออกมาจากอ้อมแขนของเมเมะซักเท่าไรนัก

? ? ? : จะต้ม จะกินชั้นก็เชิญเลยค่ะ !! แต่ระวังท้องเสียด้วยแล้วกัน !!

เธอได้พูดประชดด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิดกลับมาที่เมเมะซะอย่างนั้น


            " ...ฮิฮิ "
            " ...ไม่กินหรอกค่ะ "

            เมเมะวางเด็กสาวลงที่ขอบเตียง จากนั้นเธอก็เลื่อนเก้าอี้
มานั่งใกล้ๆ

            " ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ขอแนะนำตัวเลยละกัน "
            " ชั้นชื่อ มุซารากิ เมเมะ ค่ะ แล้วเธอละคะ? คุณหนูผู้มีพลัง
แสงอาทิตย์บวกดวงจันทร์สุดแกร่ง "

            เมเมะยิ้มละไมให้เด็กสาวพลางตอบกลับไปด้วยท่าทางสบายๆ

? ? ? : ชื่อของเราก็ต้องเป็นชื่อ อพอลโล่ลูน่า สิคะ !! ถามมาได้

เด็กสาวได้ตอบเมเมะห้วนๆด้วยมุขตรงๆและตายตัวของเธอ แต่ดูท่าเธอจะขยับไปไหนไปได้ไม่สะดวกนักในตอนนี้จึงได้แต่นอนรอบนที่นอนในห้องนั่น


            " เหรอ.. งั้นก็ต้องเรียก ลูน่าจัง สินะคะ " ^ ^

            เมเมะยิ้มอีกครั้งกับคำตอบ(?)ของลูน่า

            " เอาละ.. "

            จู่ๆเมเมะก็ทำเสียงเงียบขรึมพลางตีหน้านิ่งขึ้นมา..

            " มาเริ่ม[สอบปากคำ]กันเถอะ ลูน่าจัง.. "

? ? ? : ฮิก !!

เด็กสาวได้สะอื้นออกมาอย่างตกใจก่อนที่จะได้รีบลุกขึ้นจากท่านอนและถอยพรวดไปติดกำแพงบนเตียงแทน

? ? ? : ตะ- แต่ว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิดนะคะ !! เราต้องการทนายฝ่ายบุคคลด้วย !!


            " คุณมีสิทธิ์ที่จะเรียกทนาย.... ผิด เผลอตบมุขจนได้ค่ะ.. "

            เมเมะปิดปากก่อนจะจ้องไปที่ลูน่า(?)แล้วก็ค่อยๆเขยิบเข้าไปใกล้ๆเธอ

            " เสียใจค่ะ ลูน่าจัง ที่นี้ไ่ม่มีทนาย มีแค่คุณกับชั้นเท่านั้น และไม่ว่าชั้นจะทำอะไร
ลูน่าจังตอนนี้ก็ตาม ไม่~มี~ใคร~ มาช่วยได้หรอกนะ "
            " เพราะงั้นก็ยอมตอบคำถามมาแต่โดยดีเถอะ ไม่งั้น... "
            
            เมเมะเขยิบขึ้นเตียงเข้าไปใกล้ลูน่า(?)เรื่อยๆพลางเอานิ้วแตะริมฝีปากด้วยใบหน้า
นิ่งเฉย..

เด็กสาวได้แต่ผวาเมเมะพลางเหงื่อไหลซิกออกมาจากด้านหลังอย่างกังวลกับอนาคตของเธอเอง ก่อนที่จะได้หยักหน้าตามอย่างว่าง่าย


            " อื้ม♪ "

            เมเมะเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มรับ แล้วก็ค่อยๆถอยออกมาในระดับที่สามารถคุยกับ
ลูน่า(?)ในท่านั่งพับเพียบ

            " เอาละ.. คราวนี้ถามจริงๆนะ ทำไมถึงต้องการร่างกายของชั้น.... ของมนุษย์
งั้นเหรอ? ลูน่าจัง "

            เมเมะตัดสินใจเรียกเด็กสาวว่าลูน่าก่อนจะถามคำถามแรกออกไป

? ? ? : ก็ท่าชั้นจับตัวคนที่บุกรุกเข้ามาได้ ดร. ก็จะสร้างน้องสาวให้ชั้นได้ยังไงล่ะคะ

เด็กสาวได้ตอบออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง

? ? ? : ถึงชาโดว์นั้นจะไม่รู้ว่ามันคืออะไรก็ตาม แต่"เด็กคนนี้"มีความต้องการสิ่งนั้นมากขนาดที่ว่าไม่ได้ออกไปสู่โลกภายนอกก็จะขอรออยู่ตรงนี้จนกว่าจะมีคนหลุดมาหาเธอ

เธอได้ตอบขึ้นขยายความจนเมเมะเริ่มไม่เข้าใจว่าตอนนี้คนตรงหน้านั้นเป็นอะไรกันแน่


            " หืม..... "
            ' เด็กคนไหนกัน.. '

            เมเมะทำหน้าสงสัยนิดหน่อย เธอพอจะจับใจความได้แต่ยังไม่เข้าใจนัก

            " ก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกนะคะ แต่ตอนนี้พวกเราก็ออกมายังโลกภายนอกแล้วละค่ะ "

            เมเมะได้บอกเฉลยไว้ว่าเธอได้พาลูน่า(?)ออกมาจากโบราณสถานแล้ว

? ? ? : เดี๋ยวชั้นก็กลับไปได้เองแหละค่ะ

เธอได้ยิ้มขึ้นอย่างมั่นใจก่อนที่จะค่อยๆตัวสั่นเล็กน้อยและพิงลงไปที่กำแพงอีกรอบด้วยอาการเหนื่อยอ่อน

? ? ? : เพราะถ้าเราไม่คอยดูแลที่นั่นดร.ก็จะไม่สร้างน้องสาวให้. . .


            ' .....นี่มัน '

            วิญญาณ..
            ด้วยความสามารถของเมเมะ ทำให้เธอแสงอะไรบางอย่างจากตัวของเด็กคนนี้
ถึงจะยังไม่แน่ใจว่าใช่ แต่เมเมะก็เขยิบเข้าไปใกล้ๆกับเด็กสาวจนหน้าผากของเธอแนบกับ
เด็กสาว ก่อนจะกลับตาแล้วพูดอะไรบางอย่าง

            " การทำร้ายคนอื่นเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการน่ะ มันไม่ถูกต้องนะ.. "
            " ชั้นไม่รู้ .. ว่าพวกเธอเป็นใครหรือมาจากไหน.. แต่ว่าสิ่งที่พวกเธอกำลัง
ทำอยู่น่ะ มันผิดนะ "

            เมเมะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน.. ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นออกจากเตียง

            " เรื่องที่พวกเธอพูดน่ะ.. ชั้นจะช่วยพวกเธอเอง "
            " ถึงจะไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง แต่ก็จะช่วยให้ได้! และจะไม่ให้พวกเธอทำร้ายใครด้วย "

            เมเมะกำมือแน่นมองตาของเด็กสาวตรงหน้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นที่สุด

            " ให้ชั้นได้ช่วยเถอะนะ "

            เธอยิ้มละไมแล้วยืนมือให้กับลูน่า

? ? ? : เอ๋ ?! เธอสร้างน้องสาวได้อย่างนั้นเหรอ ?

เด็กสาวได้มองเมเมะด้วยตาทีเป็นประกายขึ้นมาแต่ดูเหมือนว่าร่างกายของเธอจะตอบสนองไม่ได้ตามที่ใจอยากเท่าไรนัก


            " เอ๊.. ?? ส..สร้างน้องสาวเนี่ย ถ ถ้าให้มนุษย์ทำมันก็ไม่ใช่น้องสาว.. แต่เป็น.. "

            เมเมะเงียบปากไปแล้วหันไปทางอื่น...
            พอโดนมองด้วยสายตาที่คาดหวังไปคนละเรื่อง ทำให้รู้สึกว่า เด็กสาวตรงหน้า
ยังคงมี ข้อบกพร่องอยู่..

            " ก็.. คงได้ละมั้งคะ.. "

            เมเมะได้ตอบเด็กสาวตรงหน้าด้วยท่าทีลังเลนิดๆ

            " แต่ลูน่าจังต้องสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายใครอีกนะ "

? ? ? : เราสัญญาค่ะ ~ ทั้งเราเองและ"เด็กคนนี้"ถ้ามีน้องสาวเป็นเพื่อนซักคนก็คงจะไม่ต้องหาใครอื่นมาให้ดร.แล้วล่ะ

เธอได้ตอบขึ้นด้วยท่าทางยิ้มแย้มกับคำถามของเมเมะ


            " ......อืม "

            เมเมะพยักหน้าให้เด็กสาวก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อในตู้เสื้อผ้า
ออกมา

            " เอาละ งั้นก็เลิกซักถามกันแค่นี้ ~ "
            " จากนี้ เราต้องรักษาสภาพร่างกายให้พร้อมซะก่อน ลูน่าจัง
มีวิธีเติมพลังงานตัวเองยังไง บอกชั้นสิคะ "

ฟุโรโกะ เอริกะ(เฮอร์เมร่า) : เราชื่อ เฮอร์เมร่า ต่างหากล่ะคะ ส่วนเด็กคนนี้มีชื่อว่า ฟุโรโกะ เอริกะ

เธอได้ตอบกลับมาด้วยท่าที่ยิ้มแย้มและร่าเริงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ฟุโรโกะ เอริกะ(เฮอร์เมร่า) : จริงๆแล้วชั้นเองสามารถรักษาพลังชีวิตของร่างกายของเด็กคนนี้ไว้ได้อยู่แล้ว แต่เครื่องจักรที่เป็นส่วนประกอบนี้ด้วยทำให้ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า หรือไม่ก็ แบตเตอรี่ในการฟื้นฟูพลังงานของเครื่องจักรน่ะค่ะ

เฮอร์เมร่าได้รีบอธิบายขึ้นพร้อมๆกับค่อยๆหันแผ่นหลังขาวๆของเธอกลับมาให้เมเมะได้เห็นกับช่องสายไฟนั่น

ฟุโรโกะ เอริกะ(เฮอร์เมร่า) : น่าจะชาจไฟผ่านสายตรงนี้ได้ล่ะมั้ง ? แต่ว่าที่แลปมีหลอดให้นอนพักอยู่แล้วเพราะอย่างนั้นช่วงกลางคืน เอริกะ จึงเข้าไปนอนพักในนั้นอยู่บ่อยๆค่ะ


            " อ อ้อ.. "

            เมเมะไม่ได้ละสายตา พอฟังที่เอริกะพูดจบ เธอก็หาปลักภายในห้อง
ทันที

            " สายนี้คงได้มั่ง.. "

            เนื่องจากไม่มีคนอยู่แล้ว เธอจึงไม่แน่ใจว่าสายพ่วงใต้โต๊ะนี้จะใช้ได้ดี
หรือเปล่า
            เมเมะเดินเข้าไปหาเด็กสาวพลางจับสายไฟเพื่อทดสอบชาตพลังงาน

            " ...รู้สึกเป็นยังไงบ้างคะ? "

หลังจากที่เมเมะได้วางสายไฟเสร็จนั้นร่างของเด็กสาวก็ได้ค่อยๆทรุดตัวนอนลงไปกับเตียงนั่นอย่างเงียบๆ เหมือนครั้งที่เมเมะเห็นเธอในแคปซูลบนเกาะนั่น


            " .........ฮิ "

            เมเมะยิ้มบางๆ ก่อนที่จะจัดเสื้อผ้าชุดเสื้อยืดกับกางเกงขายาวไว้ข้างๆเตียง
จากนั้นเธอก็ห่มผ้าให้เด็กสาวตรงหน้า

            " เอาละ ต่อไปก็เราละนะ... "

            เมเมะพูดก่อนจะออกจากบ้านพักไปเพื่อหาอะไรทานบ้าง

เสร็จสิ้น
โพสต์ 10-9-2013 12:31:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย melontaro เมื่อ 15-9-2013 00:38





โทคิคิดตามคำพูดของ ซาอุ กอนแกน ก่อนจะมองรอบๆ

โทคิ : ที่นี่คงทำตามสถานการณ์นายไม่ได้หรอก

โทคิ : งั้นก็ถอยกันเถอะ !!

โทคิพูดสั่งให้ ซาอุ กอนแกนขึ้นไปชั้นบน

The World !!

โทคิวิ่งขึ้นชั้นบนขณะหยุดเวลาด้วยความเร่งรีบ



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-ooooloooooX )

โทคิและซาอุกอนแกนได้หลบหนีขึ้นมาด้านบนของแลปทดลองอีกขั้นนึง

ฟุ้บบบ ร่างเงามืดนั้นได้ค่อยๆมาปรากฏขึ้นต่อเบื้องหน้าทั้งสองอีกครั้งอย่างรวดเร็ว แต่เป็นช่วงเวลาหลังจากที่พลังหยุดเวลาของโทคินั้นหยุดลง

? ? ? : โห ?! เคลื่อนที่ได้รวดเร็วขนาดที่จับสัมผัสตามไม่ได้ ไม่แปลกที่จะสามารถอยู่ร่วมกับกลุ่มอาคาร์น่าได้นะ

มันได้เอ่ยเชิงชมเชยโทคิขึ้นก่อนที่จะได้ค่อยๆกลบห้องแห่งนี้ให้มืดลงเล็กน้อยจนสัมผัสของมันนั้นเกือบจะหายไปจนหมดสิ้น

? ? ? : แต่ว่ายังไงเธอก็เป็นแค่พวกมนุษย์ล่ะนะ


โทคิ : อย่าดูถูกมนุษย์หน่อยเลยน่า คนที่สร้างแกขึ้นมาก็น่าจะมนุษย์ไม่ใช่เหรอ !!

โทคิพูดพร้อมกับชี้หน้าท้าทายใส่เจ้าตัวปริศนาก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆ ซาอุ กอนแกน เพื่อกระซิบ

โทคิ : ( ฉันใช้พลังบ่อยๆไม่ได้หรอก หลังจากนี้ช่วยอุ้มพาฉันขึ้นไปข้างบนทีนะ )

โทคิกระซิบก่อนที่จะส่งสัญญาณนิดๆหน่อยให้ ซาอุ กอนแกน

ซาอุ กอนแกนได้อุ้มโทคิขึ้นมาก่อนที่จะได้เมินเฉยกับการพูดจาของศัตรูตรงหน้าและหลบหนีออกมาที่ด้านบนของดันเจี้ยนเหนือผิวน้ำ

อีกด้านนึงของปีศาจเงาเมื่อครู่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ตามขึ้นมาด้วย


โทคิกระโดดลงมาจากการอุ้มของ ซาอุ กอนแกน ก่อนจะบ่นนิดๆหน่อยๆ

โทคิ : เจ้าหุ่นกระป๋องนั่นคงจะไม่ตามมา เหมือนมันจะมีพลังอะไรซํกอย่างที่ทําให้เราโจมตีไม่ได้

โทคิยืนคิดก่อน จะนึกคําพูดอะไรของเจ้าหุ่นปริศนานั่นได้ประโยคนึง

โทคิ : เหมือนก่อนหน้านี้เจ้านั่นมันจะพูดว่า  "Strength อย่างเดียวน่ะทำอะไรไม่ได้หรอก"

โทคิ : เหมือนว่าพวกเราสมควรจะตามพวก อาร์คาน่า แบบนายกลับมาอยู่ร่วมกันด้วยกันอีกครั้งนะ ซาอุ กอนแกน

โทคิพูดเสนอความคิด ก่อนจะนึกถึงเจ้าตัวที่ถูกเรียกว่า การ์เดี้ยน

โทคิ : การ์เดี้ยนก็พวกๆของนายเหมือนกันนี่ เจ้าหุ่นบ้านั่นอย่างน้อยก็คงจะเล็งกําจัดพวกนายด้วยละมั้ง

ซาอุ กอนแกน : อืม. . . ก็จริงอย่างที่พูดแต่ว่าพวกการ์เดี้ยนคงจะไม่สนใจเท่าไร ถ้าทำได้อย่างดีที่สุดก็คงตามหากลุ่มของอาคาร์น่าล่ะมั้ง. . .

มันได้ตอบขึ้นก่อนที่จะได้ทำท่าครุ่นคิดขึ้นในระหว่างที่มองย้อนกลับไปในสถานที่ที่เพิ่งออกมากันเมื่อครู่นี้

ซาอุ กอนแกน : มันดูคล้ายๆๆกับทางโลก Dimension Den แต่ว่าไม่เหมือนกันเป๊ะเลยนะเนี่ย

มันได้ออกอาการสนใจกับเจ้าปีศาจและสถานที่ใหม่นั่นแต่ก็ได้หันกลับมาเช้าเรื่องก่อนที่จะออกนอกเป้าหมายหลักไปเสียก่อน

ซาอุ กอนแกน : ว่าแต่หลังจากนี้จะทำยังไงต่อล่ะ ?


อืมโทคิยืนครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยทัก ซาอุ กอนแกน

โทคิ : งั้นตามหาพวกอาร์คาน่าคนอื่นแบบนายก่อนละกัน

โทคิหันไปยิ้มให้กับ ซาอุ กอนแกน ก่อนจะเอ่ยปากขึ้น

โทคิ : งั้นลองไล่ชื่อพวกอาร์คาน่าที่นายรู้จักกันก่อนสิ นี่คงจะเป็นการเดินทางครั้งใหม่ไล่ตามหาทีละคนเลย

โทคิชูมือขึ้นฟ้าเพื่อพร้อมที่จะเดินทางอีกครั้งเพื่อซักวันจะได้เดินทางกลับมาที่สถานที่แห่งนี้อีกครั้ง

ซาอุ กอนแกน : ที่ชั้นรู้จักก็คงมีแค่ Hades กลับ Blind อะ

มันได้ตอบกลับมาแบบห้วนๆด้วยท่าทีนิ่งๆ เหมือนว่ามันจะไม่ค่อยรู้เรื่องราวอะไรที่ปลีกย่อยลงไปมากๆซักเท่าไรนะ


โทคิ : อืมงั้นเป้าหมายใหม่ของเราก็คือตามหา Hades กับ Blind สินะ

โทคิหันกลับไปทาง Hidden อีกครั้งก่อนจะหันกลับไปหา ซาอุ กอนแกน

โทคิ : จะไม่ลากเจ้าตัวประหลาดที่เป็นการ์เดี้ยนมาด้วยงั้นเหรอ อย่างน้อยก็น่าจะใช้ประโยชน์ได้นะ ?

โทคิหันไปถาม ซาอุ กอนแกน ก่อนที่จะออกเดินทาง

1)ถ้าคิดจะลากให้ยืนคุยกันต่อ
2)ถ้าไม่ลากไปทางต่อไปทางทิศตะวันตกก่อน

ซาอุ กอนแกน : คงไปลากมาไม่ได้ล่ะมั้ง. . .

มันได้พึมพำขึ้นเบาๆก่อนที่ทั้งสองจะได้ออกเดินทางไปยังทางด้านตะวันตกของดันเจี้ยน

Stamina -2

-:- เวลาช่วงเย็น

ไม่นานนักทั้งสองก็ได้มาหยุดลงที่หน้าที่ราบสูงใกล้ๆกับตัวเมืองแห่งนึงที่อยู่ในระยะสายตาในตอนนี้ แต่ด้วยความหิวและเหนื่อยล้าทำให้ทั้งสองจึงได้นั่งหยุดพักลงใกล้ๆตัวเมืองก่อน

1) เดินทางต่อ
2) พัก
3) อื่นๆโปรดระบุ


โทคิ : วันนี้ทั้งสู้ ทั้งหนี และเดินทางมา พักก่อนซักนิดค่อยเดินทางลงไปที่เมืองที่อยู่ใกล้ๆละกัน

โทคิเสนอความเห็นก่อนจะ หาที่น่าจะใช้เป็นที่นอนได้แถวๆนั้นแล้วนอนลง

เจ้าปีศาจได้พยักหน้าตกลงก่อนที่จะค่อยๆหาที่พักผ่อนเช่นกัน

~ Day 3 ~

-:- เวลาช่วงเช้า

Stamina -2
Immunity -5

เช้ารุ่งสางได้มาเยือนอีกครั้ฃ เมื่อตื่นเช้าขึ้นมานั้นโทคิเองก็รู้สึกตัวว่าหิวและเหนื่อยอย่างมากเนื่องจากเธอไม่ได้กินหรือดื่มอะไรมาหนึ่งวันเต็มๆแล้วแถมยังไม่ได้พักเลยด้วย

ซาอุ กอนแกน : หืม. . . ไหวรึเปล่า ? เมืองอยู่ใกล้ๆนี่แล้ว

เจ้าปีศาจได้ถามขึ้นในท่าทีที่ให้ความสนใจโทคิขึ้นมาเล็กน้อย พร้อมกับชี้ออกไปที่ตัวเมืองใกล้ๆนี่


โทคิ : หืม ก็แค่หิวนิดหน่อยละน่า เมื่อวานลืมตัวจนเหมือนไม่มีอะไรตกใส่ท้องเลย

โทคิเดินเซไปเซมาด้วยความรู้สึกหิว ก่อนจะหันไปทางเมืองที่อยู่ข้างล่าง

โทคิ : รีบเดินไปหาของกินที่นั่นเถอะ

โทคิพูดพร้อมกับออกเดินทางอีกครั้ง พลางหาอะไรที่น่าจะกินได้ในตัวและ บริเวณนั้นไปด้วย

Stamina -2

-:- ภายใน Capialaros



เมืองที่ดูกันดารกลางทะเลทรายคล้ายกับหนังคาวบอยได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าของหญิงสาว สิ่งก่อสร้างที่ทำจากไม้รวมทั้งยังมีโบสถ์ที่ตัวเมืองด้วยบ่งบอกถึงความเก่าแก่(และแร้นแค้น)ของตัวเมือง

1) หาสถานที่... (โปรดระบุ)
2) อื่นๆโปรดระบุ


โทคิดูรอบๆก่อนที่จะหันไปทาง ซาอุ กอนแกน

โทคิ : ไปหาร้านอาหารหรือโรงแรมกันก่อนเถอะ

-:- โรงเตี๊ยม



ไม่นานนักโทคิก็ได้เดินผ่านย่านขายอาหารกลางเมืองจนมาพบโรงเตี๊ยมที่งตั้อยู่ด้านหลังภายใต้มุมมืดๆ ในระหว่างที่ทั้งสองเดินทางในเมืองนั้นซาอุกอนแกนได้พรางร่างกายของตนไว้ตลอดจนบางครั้งเกือบจะหลงกับโทคิเข้าให้ แต่สุดท้ายก็มาถึงโรงเตี๊ยมที่โต๊ะเดียวกันจนได้

ภายด้านในนั้นมีผู้คนไม่มากนักรวมทั้งบรรยากาศภายในยังไม่ค่อยจะรื่นรมซักเท่าไรด้วยเช่นกัน



? ? ? : ต้องการรับอาหารอะไรดีครับ !!

ชายหนุ่มท่าทางขยันขันแข็งคนนึงใต้แว่นดำได้เข้ามาถามโทคิที่เข้ามานั่งภายด้านในขึ้น


โทคิ : เอาอาหารกับนํ้าอะไรก็ได้มาเสิร์ฟเลย แล้วก็ขอทราบราคาด้วยนะ

โทคิพูดสั่งเมนูพร้อมกับนั่งฮัมเพลงอยู่ที่โต๊ะของตัวเอง

? ? ? : ถ้างั้นเมนูประหยัดแล้วกันนะ !!

ชายหนุ่มได้แว้บหายไปชั่วขณะก่อนที่จะได้เสิร์ฟติ่มซำเซ็ทนึงกับน้ำชาเติมไม่อั้นไว้บนโต๊ะของโทคิ



? ? ? : เซ็ทนี้บุฟเฟ่ เรียกสั่งได้เรื่อยๆ ราคา 25g !! โอ้ส !!


โทคินั่งกินไปเรื่อยๆ ก่อนจะลุกขึ้นมามองหา ซาอุ กอนแกน

โทคิ : เจ้านั่นอยู่ไหนเนี่ย ...

ซาอุ กอนแกน : อยู่แถวๆนี้ล่ะ แต่ไม่ได้ปรากฏตัวให้มนุษย์พบเห็นเฉยๆ

มันได้ตอบกลับพลางนั่งมองโทคิที่นั่งทานอาหารอยู่ที่โรงเตี๊ยมนี้

ซาอุ กอนแกน : คนน้อยๆแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่าทางกลุ่มมุนษย์แพ้สงครามแล้วเหรอ ?

เจ้าปีศาจได้ถามขึ้นพลางทำท่าครุ่นคิดอย่างสงสัยขึ้นมาและถามโทคิที่กำลังนั่งทานอยู่ในฐานะที่โทคิก็เป็นมนุษย์เช่นกัน


โทคิ : ถ้าถามความเห็นทางฉัน มนุษย์น่าจะเห็นว่าถูกกวาดล้างซะมากกว่า

โทคิหยุดพูดก่อนที่จะหยิบน้ำขึ้นมากินให้ลื่นคอก่อนจะพูดต่อ

โทคิ : ก็คงจะมีมนุษย์ที่ลุกขึ้นสู้จัดตั้งเป็นกลุ่มป้องกันตนเอง และ ชาวบ้านที่ทำอะไรไม่ได้แถวนี้

โทคิมองรอบๆก็ดูร้างผู้คนจริงๆ เหมือนย่านการค้าที่จะปิดตาย

โทคิ : คงจะเป็นช่วงเวลาที่มนุษย์ล้มตายไปมากละนะ

โทคิพูดด้วยน้ำเสียงปกติ ในความคิดของตน

ซาอุ กอนแกน : แบบนี้นี่เอง. . .

มันได้พูดออกมาเบาๆเหมือนกับเข้าใจ

หลังจากที่ทั้งคู่ได้พูดคุยกันซักพักเสี่ยวเอ้อแว่นดำก็ได้มาเก็บเงินของโทคิไป แต่ก็ยังอนุญาติให้โทคิอยู่กินต่อได้(ฟรีจนกว่าจะออกจากร้าน)

ซาอุ กอนแกน : ที่นี่สัมผัสไม่ได้ถึงตัวอื่นเลยสิน่า. . .

ดูเหมือนว่าที่เมืองนี้จะไม่มีร่องรอยอาคาร์น่าตัวอื่นในรูปแบบเดียวกับซาอุ กอนแกนเลยแม้แต่น้อย

1) ไปสำรวจในเมืองแบบสุ่ม
2) ออกจากเมืองเดินทางต่อ
3) อื่นๆโปรดระบุ


โทคิ ลุกขึ้นออกจากร้านก่อนจะเดิมออกไปสุ่มๆ ตามเมืองก่อนที่จะออกเดินทาง

โทคิ : เดินในเมืองพวกเราก็อาจจะเจออะไรนอกจาก อาร์คาน่าด้วยละนะ

1)เจออีเว้นต์ก็อยู่่ต่อ
2)ไม่เจอก็เดินทางออกนอกเมือง

ระหว่างทางที่โทคิกำลังเดินภายในตัวเมืองอยู่นั้นซาอุ กอนแกนก็ได้สดุดตาเข้ากับโบสถ์ที่ตั้งอยู่ภายในเมืองนี้ขึ้น

ซาอุ กอนแกน : เหมือนว่าที่นี่มีตัวอะไรอยู่เลยนะ . . .

มันได้เอ่ยขึ้นมาเบาๆพลางมองเข้าไปภายในโบสถ์นั่น


โทคิ : งั้นจะรอช้าทําไมเข้าไปดุกันเถอะจะได้หายสงสัย

โทคิจูงมือ ซาอุ กอนแกน เข้าไปเปิดประตูโบสถ์

โทคิ : ที่นี่มีใครอยู่มั้ย ?

-:- ภายในโบสถ์

ทันทีที่โทคิได้เข้ามาด้านในนั้นภาพที่ทั้งสองได้เห็นก็คือภาพของเครื่องจักรสีแดงที่กำลังแทงตัวของผู้ชายคนหนึ่งที่คาดว่าจะเป็นคนของโบสถ์แห่งนี้อยู่




มันได้ค่อยๆสลัดร่างคาคมดาบของมันทิ้งไปอย่างช้าๆก่อนที่จะได้หันมาทางโทคิและซาอุ กอนแกนที่เข้ามาพบกับเหตุการณ์เมื่อครู่อย่างกระทันหัน

? ? ? : แย่จังเลยนะ ดันมีคนมาเห็นซะได้

มันได้สลัดเลือดออกและยกคมดาบชี้มาทางโทคิและซาอุ กอนแกนขึ้นก่อนที่จะได้พุ่งเข้าปะทะทันที !!

เคร้ง !! เสียงคมดาบของมันได้ถูกหักออกไปอย่างง่ายได้ด้วยเงื้อมมืดของซาอุ กอนแกน ก่อนที่มันจะได้ค่อยๆถอยหลังกลับไปและรีโหลดใบมีดใหม่ของมันออกมาจากข้อแขนนั่น

? ? ? : ถึงจะเป็นอาคาร์น่าแต่ว่าถ้าแบบนี้ล่ะ !!

ร่างของหุ่นยนต์ด้านหน้าได้แยกออกมาเพิ่มอีก 3 ร่างรวมกันทั้งหมดตอนนี้เป็น 4 ร่างและเตรียมพร้อมที่จะเข้าโจมตีโทคิและซาอุ กอนแกนต่อ !!

เป้าหมาย 4 ตัว


King Crimson

โทคิลบเวลาไปก่อนช่วงที่ หุ่นยนต์ปริศนาจะพุ่งเข้ามา

??? : แย่จังเลยนะ ดันมีคนมาเห็นซะได้

มันได้สลัดเลือดออกและยกคมดาบชี้มาทางโทคิและซาอุ กอนแกนขึ้นก่อนที่จะได้พุ่งเข้าปะทะทันที !!

โทคิ : จับตัวมันโยนมาทางนี้ที ซาอุ กอนแกน !!!

โทคิพูดสั่ง ซาอุ กอนแกนพร้อมกับวิ่งเข้าหาหุ่นยนต์ปริศนา

Made in Heaven

โทคิ : จงไปถึงจุดสิ้นสุดของแกซะ !!!

โทคิทำการเร่งเวลาของหุ่นยนต์ปริศนา ให้ไปถึงจุดสิ้นสุดของตัวมันเอง



AS : ( X-----l-ooooloooooloooooloooooloooooloooooloooooX )

? ? ? : !!

มันได้แสดงสีหน้าตกใจออกมาแต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะความเร็วของ ซาอุ กอนแกน นั้นเร็วกว่าที่มันได้คาดไว้จนมันไม่สามารถตั้งตัวทันได้ !!

ร่างของหุ่นยนต์เบื้องหน้าได้ค่อยๆหลุดร่วงไปอย่างช้าๆพร้อมๆกับน้อตอีกหลายส่วนที่กระจัดกระจายออกมาคล้ายคลึงกับของเก่าและพังลงเรื่อยๆจนเป็นแค่เศษเหล็กขึ้นสนิมแสดงอยู่กับพื้น . . .

ทางด้านชายหนุ่มนั้น แผลของเขาก็ไม่ได้เกิดขึ้นเหมือนกับทีแรกพร้อมๆกับร่างที่ปกติสุขของเขาที่ได้ค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างช้าๆด้วยความมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แต่ยังไม่ทันที่ทั้งหมดจะได้ขยับตัว !! ซากเศษเหล็กนั่นก็ได้กลับกลายเป็นร่างเดิมของหุ่นยนต์สีแดงนั่นอีกครั้ง !! แต่คราวนี้ ซาอุ กอนแกนได้ช่วยเหลือเด็กหนุ่มคนของโบสถ์ด้านในออกมาจากจุดเดิมแล้วทำให้ไม่จำเป็ฯที่จะต้องเป็นห่วงเขาเท่าไรนัก

? ? ? : หึหึหึหึ !! ถ้าเป็นคนอื่นคงตายไปแล้วสินะ

มันได้หัวเราะขึ้นก่อนที่จะค่อยๆแยกร่างออกจากกันเหมือนกับครั้งก่อนและเตรียมเข้าสู่การต่อสู้ยกที่สอง !!

เป้าหมาย 2 ตัว


ขึ้นใหม่
ราชินีงู
โพสต์ 11-9-2013 08:46:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tourt0ur เมื่อ 15-9-2013 00:56



ให้เซเลสเทียช่วยถ้าสู้ไม่ไหว

แอนนา : ไม่เก่งหรอกแต่จะปล่อยให้ทำลายเรือเหาะนร้ไม่ได้ล่ะนะ

เธอพูดพลางตั้งท่า



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l---ooX )

? ? ? : อย่างนั้นเหรอ. . .

มันได้ตอบรับสั้นๆก่อนที่จะได้รุกเข้ามาหาแอนนาก่อนพร้อมกับลงดาบในท่าฟันตรงมาที่หญิงสาว !!

ซูมมมม ความรุนแรงของดาบนั้นทำให้ดาบที่แอนนาจับอยู่สั่นจนเกือบหลุดออกจากมือจนแอนนาต้องตัดสินใจหลบออกมาแทน

การรับหน้าแบบจังๆคงจะไม่ส่งผลดีเท่าไรนัก แต่ด้วยความเร็วของแอนนาอาจจะทำให้เธอได้เปรียบจุดนี้อยู่ก็เป็นได้


แอนนา : เหวอออออ ก็บอกว่าไม่เก่งงัยออมมือหน่อยสิ

ใช้ Shotai Fumei

เธออ้อมไปด้านหลังอย่างรวดเร็วแล้วโจมตี แล้วรีบหลบออกมาด้วยความเร็ว



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l--oooX )

Agi : S + ( Shotai Fumei ) (= Ex) (5 เทิร์น)

ควับ ด้วยความเร็วของแอนนาที่เพิ่มขึ้นทำให้คมดาบของเธอพอจะถากกลับเข้าที่เป้าหมายได้บ้าง แต่จากฝีมือของศัตรูตรงหน้าแล้วนั้นคาดว่ามันคงจะเคยเป็นนักดาบที่มีความสามารถสูงเหมือนกันทำให้มันสามารรับดาบคู่ของแอนนาไว้ได้บ้างบางส่วน

ทางด้านเซเลสเทียนั้นยังไม่ได้ขยับตัวออกจากจุดเดิมนักพลางอ่านสถานการณ์ในตอนนี้อยู่ห่างๆ


ใช้ เฮอริเคนแอคแทค

คราวนี้เธอเข้าหาแบบซึ่งๆหน้าดูบ้างพร้อมกับกระหน่ำระบำดาบใส่เป้าหมาย



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l---ooloooooX )

Agi : S + ( Shotai Fumei ) (= Ex) (4 เทิร์น)

เคร้งงง เสียดาบของแอนนาที่กระหน่ำฟันลงนั้นได้ถูกต้านออกไปบางส่วน รวมทั้งส่วนคมที่เข้าถึงเป้าหมายนั้นยังกลับถูกป้องกันไว้ด้วยเกราะที่มันใช้อยู่จนเป้าหมายนั้นแทบจะไม่ได้รับความเสียหายใดๆเลย แถมมันยังได้โต้ดาบกลับมาก่อนจังหวะที่แอนนานั้นจะหลบออกมาด้วยเช่นกัน

บึ้กกก !! เซเลเสเทียได้ทาบมือของเธอลงที่หลังของเป้าหมายก่อนที่จะได้มีพลังกดออกมาจากด้านในจนร่างของเป้าหมายผงะไปตามทิศทางเพียงเล็กน้อยเท่านั้นก่อนที่เด็กสาวจะได้รีบถอยหลบหนีออกมา

เซเลสเทีย : เหมือนว่าด้านในจะมีร่างกายคล้ายๆคน+เครื่องจักรอยู่นะคะ *เซเลสเทียรายงานสถานะเป้าหมาย*


ดูเหมือนเกราะเหล็กจะเป็นปัญหาใหญ่หลวงต่อเธอซะแล้ว

แอนนา : พอจะทำอะไรเกี่ยวเกราะเหล็กนั่นมั๊ยเซเลสจัง ไม่งั้นดาบชั้นหักแน่

แรงปะทะที่ดาบเธอฟันกับเหล็กทำให้เธอต้องหยุดพัก เธอจึงคอยใช้ความเร็วหลบการโจมตีไปก่อน



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l---ooloooooX )

Agi : S + ( Shotai Fumei ) (= Ex) (3 เทิร์น)

เซเลสเทีย : เกราะบนตัวนั่นคงจะไม่สามารถถอดออกมาได้ง่ายๆนัก แต่ถ้าโจมตีผ่านรอยต่อช่วงข้อพับแขนน่าจะได้ผลดีกว่าการโจมตีปกติค่ะ *เซเลเสเทียรายงาน*

เด็กสาวได้พูดแนะนำขึ้นพร้อมๆกับอ่านสถานการณ์รอแอนนาที่กำลังเข้าคลุกวงในอยู่ในตอนนี้

พรืดด คมดาบได้บาดลงที่แขนของแอนนาไปเฉี่ยวๆจนเป็นรอยบาดเล็กๆและมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย มันได้ใช้ความเร็วของแอนนาในการวาดวงดาบของมันเองเสียใหม่พร้อมๆกับเปลี่ยนจังหวะชักกลับโดยที่ไม่ได้เหวี่ยงสุดแขนเพื่อที่จะได้ตามความเร็วของแอนนาให้ทัน


เธอชะงักเล็กน้อยพอได้บาดแผล

แอนนา : ต้องแม่นมากๆเลยนะ

เธอได้เสี่ยงเข้าปะทะตรงๆอีกทีโดยตั้งใจรับการโจมตีเข้าเต็มเพื่อล็อกแขนข้างหนึ่งไว้ให้เห็นรอยต่อได้ชัดเจน แล้วเสียบดาบเข้าไปตรงรอยต่อนั่น



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l---ooloooooX )

Agi : S + ( Shotai Fumei ) (= Ex) (2 เทิร์น)

คมดาบที่แลกเข้ามานั้นเกือบจะฟันร่างของแอนนาจนขาดสะบั้นออกไปแล้ว แต่เพราะว่าการฟันเข้าหาตัวเองนั้นจึงต้องระวังตัวเองเป็นพิเศษด้วยเช่นกันทำให้มันไม่สามารถฟันลงไปอย่างเต็มแรงได้

ฉวกกกก คมดาบของแอนนาได้แทงทะลุข้อต่อแขนของเป้าหมายของเธอไปด้านหลังจนมีเลือดกระเซ็นออกมาด้วยเช่นกันพร้อมๆกับเกราะส่วนแขนของมันที่ถูกลากออกมาด้วย

บึ้กกกก !! เซเลสเทียได้สอกใส่กับร่างใหญ่นั่นจนมันผงะถอยออกไปเล็กน้อยก่อนที่เด็กสาวจะได้รีบดึงตัวของแอนนาออกมาจากมันเสียก่อนในระยะไกล


แอนนา : ขะ...ขอบใจนะเซเลสจัง  โดนเยอะกว่าที่คิดแหะ แต่ก็ทำความเสียหายได้ล่ะนะ

เธอยังฟืนลุกขึ้นมา

แอนนา : แต่ความเสียหายแค่นี้......ยะ...ยังไม่พอ อึก

ดูเหมือนอาการบาดเจ็บทำให้เธอยืนไม่ไหว จิตของเธอได้ตกลงสู่ภวัง  รอบด้านมืดไปหมด แอนนาได้ยืนอยู่คนเดียวในความมืดจนกระทั่งมีร่าง ๆ หนึ่งปรากฏขึ้นที่ด้านหลัง

(ยืนไม่ไหวแล้วซินะ)
แอนนา : ก็นั่นสินะ  ทำไมหรอจะยึดร่างชั้นหรองัย
(ก็อยากจะทำอยู่ล่ะนะ  แต่ชั้นสัญญากับพ่อเธอไว้นี่  พักซักหน่อยเถอะ)
แอนนา : อะไรนะ!!!!

เธอได้หันไปหาต้นเสียงเมื่อได้ยินคำพูดนั้นจบ แต่ก็พบแต่ความว่างปล่าว
.
.
.
แอนนาที่ตกอยู่ในภวังได้ลุกขึ้นยืนอย่้างช้า ๆ โดยไม่รู็สึกเจ็บอะไรเลย(ความเสียหายเท่าเดิม  แต่เพราะไม่ใช่วิญญาณของแอนนาจึงไม่รู้สึกอะไร) บรรยากาศได้เปลี่ยนไป แอนนาในตอนนี้ดูไม่เหมือนเธอตามปกติสีดวงตาได้เปลี่ยนเป็นสีม่วงและเย็นชาไร้แวว

แอนนา(?) : มาต่อกันเถอะ

ใช้สกิล X

เธอพูดอย่างไรอารมณ์ หลับตาลงซักพักแล้วลืมตาขึ้นมาดวงตาข้างหนึ่งมี + อยู่ที่กลางดวงตา

ใช้ Sword Wave * 20

เธอปล่อยคลื่นดาบออกมาอย่างต่อเนื่อง  ด้วยความเร็วสูงสุด



AS : ( X l-∞-l X )

Str : B + "Sharpness" ( = S ) + ( X = Ex )  
Agi : S + ( Shotai Fumei = Ex 1 เทิร์น) + ( X = Legendary ) หลัง Shotai Fumei หมดจะ = Ex S
Vit : C + ( X = S )  
Int : E + ( X = B )  
Dex : D + ( X = A )  

เคร้งงงงง เสียงคลื่นดาบที่พุ่งออกมานับไม่ถ้วนจากแอนนาได้พุ่งเข้ากระทบเป้าหมายอย่างต่อเนื่องจนร่างของมันเกือบเซล้มลงไป ถึงแม้ว่าเป้าหมายด้านหน้าจะมีมือข้างเดียวนั้นมันก็ยังรับคมดาบที่พุ่งออกมาอย่างกระทันหันนั่นได้ส่วนนึงด้วย !!

? ? ? : ไม่เลว !!

เสียงของหุ่นยนต์ด้านหน้าได้เอ่ยขึ้นเหมือนกับพอใจอย่างมากก่อนที่มันจะได้เป็นฝ่ายบุกเข้ามาหาแอนนาแทนด้วยท่าทีกระหายสงคราม !!


แอนนา :    ........

เธอรีบหยิบดาบวารีขึ้นมาแล้วสร้างคลื่นวารีออกมาจำนวนมากจนรวมกันเป็น ซึนามิ!!! ซัดไปยังปิศาจที่วิ่งเข้ามา

ใช้ aqua wave * 20

แล้วเธอก็พุ่งตัวตามหลังคลื่นยักษ์ของตัวเองไปติด ๆ เพื่อหาช่องว่างเพื่อจะโจมตีแขนข้างที่ยังใช้การได้อยู่



AS : ( X l-∞-l X )

Str : B + "Sharpness" ( = S ) + ( X = Ex )  
Agi : S + ( X = Ex S )
Vit : C + ( X = S )  
Int : E + ( X = B )  
Dex : D + ( X = A )

คลื่นน้ำที่เป็ฯของเหลวทำให้ดาบที่ไม่ว่าจะดีซักแค่ไหนก็ไม่สามารถฟันโต้กับวัตถุที่ไม่สามารถสัมผัสได้ได้ทำให้หุ่นเหล็กด้านหน้านั้นทรุดล้มตึงลงไปกับพื้นอย่างง่ายดาย

แอ้ดดดด เสียงของสัญญาณเตือนภัยของเรือเหาะดังขึ้นเตือนว่าเรือได้รับแรงกระแทกรุนแรงระดับนึง แอนนาคงจะต้องระวังการโจมตีของเธอให้มากขึ้นด้วยเสียแล้ว

ควับ !! ร่างเหล็กที่ดูเหมือนหนักอึ้งนั่นก็ได้กลับตัวขึ้นมาพร้อมกับตั้งท่าเตรียมรับมือดาบของแอนนาอีกครั้งนึง เธออาจจะหาช่องว่างได้ไม่ง่ายเท่าไรนักถ้าไม่เปิดทางเอาเสียเอง !!


แอนนา : ชิร์ ไม่รู้จักเหนื่อยเลยหรืองัย

เธอได้ถอยฉากออกมาหลังจากที่เห็นปิศาจตรงหน้าตั้งหลักได้ทัน เธอคงต้องเปลี่ยนมาโจมตีระยะประชิดเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อเรือเหาะมากนัก

ใช้เฮอร์ริเคนแอคแทค 10 ครั้งติดกัน



AS : ( X l-∞-l X )

Str : B + "Sharpness" ( = S ) + ( X = Ex )  
Agi : S + ( X = Ex S )
Vit : C + ( X = S )  
Int : E + ( X = B )  
Dex : D + ( X = A )

ความเร็วที่เพิ่มขึ้นของแอนนาได้ซัดเข้าเกราะและรอยแผลที่แขนที่เธอได้สร้างไว้ในตอนแรกมากกว่าครั้งก่อน แต่กระนั้นเป้าหมายเบื้องหน้าก็ยังสามารถรับได้ที่ฟันลงใกล้จุดตายของมันได้เกือบหมดเลยทีเดียว !!

? ? ? : หึ !! ไม่เลวเลย

มันยังคงหัวเราะออกมาเบาๆอย่างชื่นชอบก่อนที่หลงฟาจะรู้ตัวอีกทีนะเธอก็ได้มีรอยคมบาดบนตัวเธอเป็นรอยถากๆเล็กๆเสียแล้ว เหมือนว่ามันจะแค่เฉี่ยวเธอไปแบบเฉียดๆเท่านั้น !!

? ? ? : ครั้งนี้ข้าอาจจะพ่ายแพ้. . . แต่ว่าอย่าลืมข้าซะก่อนล่ะ !!

มันได้กระโดดถอยหลังออกมาก่อนที่จะบินออกไปจากเรือเหาะและหลบหนีลงไปทางทะเลด้านใต้เรือเหาะทันที !!

ในระหว่างนั้นเองเซเลสเทียก็ได้เข้ามาดูอาการของแอนนาก่อนที่จะได้ช่วยพยุงร่างหญิงสาวขึ้นหลังจากการต่อสู้


ตาของแอนนาใด้กลับมาเป็นเหมือนเดิม

แอนนา : ข...ขอบใจจ่ะเซเลส   โอ๊ยยยยย

แปล๊บ เสียงกล้ามเนื้อของเธอลั่น เนื่องมาจากการให้ความเร็วเกินที่ร่างกายจะรับไหวในสภาพที่ไม่เต็มร้อย แต่เธอก็ค่อยๆพยุ่งตัวเองโดยมีเซเลสเทียค่อยประคอง

แอนนา :  หมอนั่นเป็นใคร ไม่สิเป็นตัวอะไรกันแน่.     กลับห้องกันก่อนเถอะชั้นจะหมดแรงแล้ว

เซเลสเทียได้ค่อยๆพยุงตัวแอนนาไป แต่ดูเหมือนว่าเด็กสาวจะไม่ได้พาเธอไปที่ห้องพักแต่อย่างใด แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นห้อพยาบาลบนเรือเหาะนี้มากกว่า

ที่ด้านในนั้นเซเลสเทียได้พยายามพยุงแอนนาไปนอนที่เตียงพักคนไข้พร้อมกับได้เข้าไปคุยกับหญิงสาวคนนึงภายด้านในที่ดูเหมือนจะเป็นพยาบาลหมอของที่นี่



แอนนา : ระรบกวนด้วยค่ะ

เธอพูดยังไม่ทันจบก็หมดสติไป
.
.
.

ภายในจิตใจ

แอนนา : เธอนี่เล่นซะไม่ดูร่างกายชั้นเลยนะ
(ก็เธอมันเหลาะแหละเองหนิ ไม่ถึงตายหรอน่า เอาล่ะกลับไปได้แล้วชั้นต้องใช้พลังเยอะมากในการคุมร่างเธอและกันวิญญาณเธอใหเอยู่ในนี้ตอนสู้คงต้องพักนานหน่อย)
แอนนา : ยังงัยก็ขอบใจนะที่ช่วย
(หยุดพูดมากได้แล้วรีบๆไปซะ)

เธอหลับไปนานหลายชั่วโมง ก่อนที่จะค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น

~ Day 3 ~

-:- ช่วงเวลาเช้า

แอนนาได้ค่อยๆตื่นขึ้นมาอีกครั้งในห้องพยาบาลบนเรือเหาะแห่งนี้ ดูเหมือนว่าร่างกายเธอจะกลับเข้าที่ปกติแล้วในตอนนี้รวมทั้งบาดแผลก็ยังหายไปหมดด้วยเช่นกัน

? ? ? : อรุณสวัสดิ์. . .

เสียงเรียบๆของพยาบาลสาวได้เอ่ยทักทายแอนนายามเช้าขึ้นภายในห้องรักษาตัวที่ไม่มีหน้าต่างแห่งนี้

? ? ? : ตอนนี้ถึงที่เมืองแล้วล่ะนะ เมื่อวานนี้ถ้าไม่ได้คุณช่วยไว้เรือคงจะไม่ถึงฝั่งแน่ๆ

เธอได้กล่าวขอบคุณแอนนาอ้อมๆพร้อมทั้งบอกตำแหน่งในตอนนี้ว่าได้ลงจอดที่ตัวเมืองอย่างปลอดภัยแล้ว


แอนนา :  อ่ะค่ะ อรุณสวัสดิ์ แล้วคนที่พาชั้นมาล่ะคะ ชั้นก็ต้องขอบขุณที่ช่วยรัดษาเหมือนกันค่ะ

เธอค่อยๆลุกขึ้นอย่างช้าๆเพราะแปลกใจที่แผลและร่างกายตัวเองฟื้นฟูได้เร็วขนาดนี้แต่ก็ไม่ได้ทักอะไร

? ? ? : เด็กคนนั้นรอเธออยู่ที่ห้องพักน่ะ

พยาบาลสาวได้ตอบกลับมาสั้นๆ


แอนนา : ขอบคุณค่ะ

เธอกล่าวขอบขุณพร้อมโค้งศรีษะ แล้วกนกลับห้องพัก

แอนนา : โทดที รอนานมั๊ยทั้งสองคน ไปในเมืองกันเถอะ

เมื่อแอนนาได้เข้ามาถึงเธอก็พบว่าตอนนี้มีแค่เซเลสเทียเท่านั้นที่ยังนั่งรอเธออยู่ภายในห้อง

เซเลสเทีย : อรุณสวัสดิ์ค่ะ ~ แอนนาซัง *เซเลสเทียเอ่ยัทกทายยามเช้า*

เด็กสาวได้ตอบขึ้นพลางค่อยๆลุกขึ้นมาหาแอนนาและเดินเข้าไปในตัวเมืองพร้อมๆกัน

-:- ภายในเมือง Emptiness



ไม่นานนักทั้งสองก็ได้ย่างเท้าเข้ามาภายในเมืองท่าเรือเหาะที่ตั้งอยู่รอบๆเกาะที่สูงห่างจากพื้นดินหลายเมตร น่าจะปลอดภัยจากหุ่นทั่วๆไปที่ไม่สามารถบินได้อยู่ระดับนึง

บรรยากาศภายในเมืองค่อนข้างดูทันสมัยและผู้คนก็พุ่งพล่านกว่าเมืองอื่นๆด้วยเช่นกัน

1) ลองเดินสำรวจแบบสุ่ม
2) ถามเซเลสเทียถึงที่อยู่ของโทโด
3) อื่นๆโปรดระบุ


ถามหาอสิซก่อนค่อยตามหาโทโด
แอนนา : อ้าว อลิสจังล่ะ

เธอเดินพลางมองซ้ายมองขวาไปเรื่อยๆ

แอนนา : แล้วเซเลสจังจับพิกัดโทโดในเมืองนี้ได้มั๊ย

เธอถามขึ้นพลางหาที่นั่งเพื่อไม่ให้เกะกะคนอื่น

เสร็จสิ้น
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 12-9-2013 01:39:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 22-10-2013 11:28





-:- เวลาช่วงกลางคืน

-:- ที่เมือง Hilocuxt ณ โรงเก็บเสบียง



ระหว่างทางที่เมเมะได้เดินออกมาจากที่พักจนถึงโรงเก็บเสบียงนั้นเธอก็ไม่พบกับใครหรือร่างใดๆเลยแม้แต่น้อย จะมีก็แต่ข้าวของที่กระจัดกระจายเต็มข้างทางกับที่อยู่ต่างๆที่พังทลายไปแล้ว

ในโรงเก็บเสบียงนั้นดูเหมือนว่าจะมีอาหารดิบและผลไม้ต่างๆที่ยังไม่เสียหายอยู่จำนวนมาก เมเมะคงจะใช้งานพวกมันได้จนเดือนหน้าเลยด้วยซ้ำ


            " ไม่ได้เคลื่อนย้ายไปด้วยเหรอเนี่ย.. "
            ' ถ้าไม่รีบมากจนเกินไปก็แสดงว่าไม่อยู่ในสถานการณ์ที่จะเอาอะไรกันไปได้สินะ.. '

            เมเมะคิดพลางรวบรวมผลไม้บางส่วนก่อนจะหันไปเจออาหารแห้งอีกจำนวน

            " อืม.. แบบนี้ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องของกินและก็ระยะเวลาการเก็บ.. "

            เธอหยิบมันมาแบ่งเตรียมนำกลับห้อง และก็ทานผลไม้ไปเล็กน้อยเพราะยังไม่ได้ทาน
อะไรตั้งแต่เช้าเลย

            ' เอาละ รีบกลับไปที่ห้องดีกว่า '
            ' ที่นี้คงไม่ปลอดภัยนัก... '

            เมเมะเดินออกมาจากโกดัง ถึงภายในเมืองจะจับกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตไม่ได้ แต่เธอ
ก็ไม่คิดจะประมาทหุ่นยนต์พวกนั้นอีก เธอเคลื่อนกายอย่างรวดเร็วจนมาถึงห้องพัก นับจากที่
ออกไปเมื่อกี้แล้วเวลาเองก็ยังผ่านไปไม่ถึง 10 นาทีเลย

            เมเมะเปิดประตูก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก...แต่ว่า

เมื่อเมเมะได้เข้ามาภายในห้องนั้นเธอก็ได้พบกับเด็กสาวคนนึงที่ได้ใส่ชุดที่เธอเตรียมไว้ให้กำลังนั่งมองไปรอบๆห้องอย่างสนใจปนสับสน



? ? ? : . . . !!

ทันทีที่เธอได้เห็นเมเมะนั้นเธอก็ได้ทำสีหน้าตกใจออกมาอย่างเงียบๆก่อนที่สีผมของเธอจะกลายเข้มขึ้นพร้อมกับได้เปลียนท่าทางลักษณะรวมทั้งเสื้อผ้าไปอย่างกระทันหันแทน !!



เฮอร์เมร่า : . . .

เด็กสาวได้ค่อยมองมาทางเมเมะอีกครั้งในท่าทีที่นิ่งเฉยๆก่อนที่แววตาของเธอจะได้เริ่มกระพริบเนือยๆพร้อมกับค่อยๆกระโดดลุกขึ้นมาจากเตียงนอนนั่นอย่างกระฉับกระเฉง

เฮอร์เมร่า : ขอโทษที่ให้รอนะคะ


            ' อะไรแว่บๆ.. '
            " ไม่หรอก.. ว่าแต่ สภาพร่ายกายเป็นอย่างไรบ้างคะ เมกะจัง  "

            เมเมะพูดพลางเดินเข้ามาจัดวัดถุดิบจำนวนมากให้พร้อมเดินทาง

เฮอร์เมร่า : เมกะอะไรเราไม่ใช่เครื่องจักรทั้งหมดซักหน่อยนะคะ !!

เด็กสาวได้ตอบขึ้นก่อนที่จะเข้ามาช่วยเมเมะจัตวัตถุดิบต่างๆด้วยเช่นกันแต่ดูเหมือนว่าเธอจะจัดมันจนกลายเป็นตะกร้าปิ้กนิกเสียมากกว่าการจัดอาหารดิบเก็บไว้เดินทางซะอย่างนั้น. . . แถมมีการผูกโบว์ด้วยริบบิ้นอีกต่างหาก. . .

-:- ได้รับ

     - เนื้อไก่ดิบ * 5
     - เนื้อหมูดิบ * 5
     - ผักต่างๆ * 10
     - ผลไม้ต่างๆ *10
     - น้ำดื่ม * 15


            " ชื่อเล่นของพวกเธอต่างหากละค่ะ น่ารักจะตาย~ "

            (เม)ร่า x เอริ(กะ) เบื้องหน้า เบื้องหลัง
            เมเมะตั้งชื่อเล่นแบบง่ายๆเพราะเธอคิดว่ามันน่ารักจริงๆ และจะได้ไม่สับสนด้วยถึงจะ
ยังไม่เข้าใจในร่างกายของเมกะดีนักก็เถอะ

            " ชื่อเล่นก็เป็นส่วนนึงที่เพื่อนเค้าคิดให้กันนะ.. เอ่อ เมกะจัง อันนั้นมันไม่ได้... อะ ..
ช่างเถอะ น่ารัก(?)ดี.. "

            เมเมะทำหน้าไม่ทุกข์ร้อนพลางแยกวัตถุดิบ(ที่ห่ออย่างสวยงาม(?))ใส่กระเป๋าเดินทาง
ตั้งแต่แรกของเธอ

เฮอร์เมร่า : เมกะ. . .

เด็กสาวได้ยิ้มขึ้นมาเล็กๆก่อนที่จะได้นั่งมองเมเมะที่จัดของอยู่อย่างเงียบๆ

เฮอร์เมร่า : เด็กคนนี้บอกว่าชอบชื่อนั้นล่ะ แล้วก็ขอบคุณด้วยนะ

เธอได้เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มเล็กๆก่อนที่จะได้รอเมเมะเตรียมตัวอยู่ที่เดิมอย่างเป็นมิตรมากกว่าครั้งก่อนมาก


            " ถูกใจสิน้า~♪ "
            
            เมเมะหันไปยิ้มกว้างให้เด็กสาวข้างกายแว่บนึงแล้วก็จัดของในกระเป๋าให้เสร็จเรียบร้อย

            " เอาละ.. "

            พอจัดของเสร็จแล้วก็ลุกขึ้นยืนแล้วหันหน้าไปทางเมกะ

            " ไปกันเถอะค่ะ "

            เมเมะตัดสินใจจะเดินทางตามหาคนในหมู่บ้านก่อน เพราะยังไงทุกคนก็เป็นผู้มีพระคุณ
ของเธอ ส่วนเรื่องน้องสาว คุณรูริน่าจะทำอะไร(?)ได้ละมั้ง

เด็กสาวได้พยักหน้าตอบรับก่อนที่จะได้เดินทางออกจากเมืองมากับเมเมะด้วยเช่นกัน

Stamina -2

-:- ช่วงเวลา Dark Hour

เด็กสาวได้ออกเดินทางมาทีหน้าตัวเมืองก่อนที่จะพบว่ารอบๆตัวนั้นช่วงเวลาได้เปลี่ยนเป็นช่วงมิติแห่งความมืดแล้วในตอนนี้ รวมทั้งเมเมะเองก็ยังรู้สึกง่วงนิดๆด้วยเช่นกันเพราะเธอไม่ได้นอนมาตั้งแต่หลังจากที่ถูกน้ำซัดมาแล้ว แต่คงจะนอนแถวๆนี้ไม่ได้ซะกระมัง ?

1) เดินทางลงใต้
2) ออกไปทางทิศตะวันตก
3) อื่นๆโปรดระบุ


[ 1 ]

            " ...งือ "

            เมเมะตัดสินใจจะเดินลงไปทางใต้ หรือก็คือตัดป่าที่เธอไม่ได้เข้าไปเมื่อคราวที่แล้ว
ก่อนจะรู้สึกเพลียนิดๆแต่ยังไม่ใช่ปัญหาเท่าไหร่

            ' แต่ว่าป่าตอนกลางคืน... ไม่เป็นไรหรอกมั้ง '

            ถ้าเข้าไปในป่าตอนกลางคืน เมเมะจะแผ่จิตสังหารอ่อนๆออกมาเพื่อกันไม่ให้สัตว์ป่า
เข้าใกล้ ....แต่ก็เฉพาะกับ"สัตว์ป่า"เท่านั้น
            เมเมะเดินไปตามทางเรื่อยๆข้างๆเมกะโดยคงความเร็วให้เท่ากับเมกะเพื่อจะได้ไม่เดิน
นำเธอไปไกล
            
หลังจากที่พวกเธอเดินทางมาได้ซักพักเมเมะและเมกะก็ได้เข้ามาสู่ชาญป่าที่ห่างออกมาจากเมือง Hilocuxt ท้องฟ้าที่ค่อยๆมืดลงเรื่อยๆในตอนนี้ทำให้ภายในป่าลึกดูมืดทึบกว่าเช่นเคยมากจนดูไม่น่าเข้าไปเท่าไรนัก


            " ....... "

            แต่นั่นก็ยังไม่ทำให้เป้าหมายของพวกเธอสั่นคลอน เมเมะยังคงเดินต่อไปพร้อมๆกับเมกะ
ตรงเข้าไปในป่าที่มิดมิดโดยไม่ได้ลังเล

ระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินทางเข้ามานั้นพวกเธอก็พบว่าได้มีตัวอะไรซักอย่างได้ค่อยๆตามพวกเธอมาอย่างช้าๆจากด้านหลัง แต่เสียงบินของพวกมันดันดังชัดจนทำให้ทั้งสองรำคาญเสียมากกว่า



เมื่อทั้งสองได้ค่อยๆหันมาพวกเขาก็ได้พบกับยุงป่า(?)ขนาดใหญ่จำนวน3ตัวที่กำลังค่อยๆบินเข้ามาใกล้ๆพวกเธอ !!

จำนวน 3 ตัว


             " ป่าเนี่ย มันก็ต้องมียุงด้วยสินะ "

             [ - คาไมทาจิ - ] [ x2 กากบาทสังหาร (เมเมะตั้งมะกี้) ]

ฉวัะ ฉวัะ!!

             ฟาดฟันรังสีดาบออกไปจนได้ยินเสียงเฉือดเฉือนของลม
             เมเมะเดินเอาตัวมาบังเมกะไว้เพราะไม่รู้ว่าตอนนี้เธอสู้ได้หรือเปล่า แต่ท่าทาง
คงจะสู้ไม่ไหวเพราะไม่มีอุปกรณ์ซะละมั้ง



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l---ooX )

ยุง(?)เหล็กได้ถูกฟันร่วงกราวลงไปกับพื้นอย่างง่ายดาย จนทำให้อีกสองตัวที่เหลือได้พยายามหลบออกอย่างรวดเร็วในขณะที่ยิงสวนโจมตีคืนมาด้วยเช่นกัน !! วัตถุที่เล็กทำให้เมเมะจับจังหวะหลบยากลงเล็กน้อย แต่ด้วยความเร็วของเธอก็ทำให้สามารถหลบการโจมตีด้วยการสังเกตุการเล็งของกระบอกปืนได้ไม่ยากนัก

เฮอร์เมร่า : วัตถุที่ใช้โจมตีของรุ่นนี้เป็นเข็มนะ ถึงอาจจะไม่อันตรายมาก แต่ก็อาจจะทำให้ปวดไปหลายวันเลยล่ะ

เด็กสาวได้อธิบายขึ้นพลางยืนหลบตามอยู่ที่ด้านหลังของเมเมะ

จำนวนเป้าหมายเหลือ 2 ตัว


            " ยุงที่ไหนเค้าพ่นเข็มอย่างนี้กันคะ~!? "

            เมเมะหลบยุงแมชชีน พลางเอาตัวบังเมกะไว้ ตากนั้นเธอก็เก็บใบดาบของปืน
ดาบของเธอ

            " ใช้ปลายดาบแบบนี้เล็งไม่ถนัดจริงๆละค่ะ "

            เลยหันมายิงพวกมันด้วยปืนที่เหมือนจะมีกระสุนไม่จำกัดนี่แทน

            " เป็นยุงที่บินช้าจริงนะคะ ถ้าเป็นแมลงวันชั้นคงเผ่นไปแล้ว "

ปังปัง!!

กึกกก ร่างของหุ่นยนต์แมลงพวกนั้นค่อยๆร่วงลงมาอย่างช้าๆโดยไม่ระเบิด ดูเหมือนว่ากระสุนของเมเมะจะทำให้พวกมันหยุดการทำงานไปชั่วขณะ

เมกะได้ค่อยๆเดินเข้าไปหากลุ่มแมลงนั่นก่อนที่เธอจะค่อยๆดึงสายไฟของพวกมันออกเพื่อให้พวกมันหยุดการทำงานถาวร

เฮอร์เมร่า : เหมือนว่าจะมีแค่นี้ล่ะมั้งแถวๆนี้น่ะ

เมื่อเมเมะได้สังเกตุรอบๆตัวอีกครั้งก็พบว่าพวกเธอตอนนี้อยู่ราวๆเกือบกึ่งกลางของป่านี้แล้ว

1) เดินทางต่อ ( ระบุทิศทาง เหนือ ใต้ ออก ตก )
2) พักแรม
3) อื่นๆโปรดระบุ


[ 2 ]

            " ......? "

            สังหรณ์ใจแปลกๆ..
            เมเมะกางสกิลระวังภัยเป็นวงกว้างซึ่งเป็นความสามารถพื้นฐานของนักดาบทุกคนพลางทรุด
ตัวลงนั่งกับพื้น

            " ...ไม่ไหวแล้ว "

            เธอพูดเบาๆด้วยน้ำเสียงที่ดูอิดโรย ร่างกายเธอยังไหวก็จริงแต่จิตใจนี้เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว
ไหนจะหุ่นยนต์หุ่นยนต์หุ่นยนต์หุ่นยนต์ จนเสียแทบอยากตะโกนว่า"หนูอยากกลับบ้าน!!"เลยทีเดียว

            ' คิดผิดจริงๆ เราน่าจะพักที่เมืองก่อนสักงีบ.. '

            เมเมะขยิบเข้าไปใกล้ๆต้นไม้แถวๆนั้นแล้วก็ดึงมือของเมกะเข้ามานั่งข้างๆ

            " เมกะจัง ขอชั้นพักแปปนึงได้มั้ยคะ? "

เด็กสาวได้พยักหน้าตอบลงเบาๆก่อนที่จะนั่งซบลงที่ไหล่ของเมเมะใต้ต้นไม้ในป่าที่มืดมิดนี่กันสองคนอย่างเงียบๆ


            ' เฮือก '

            เมเมะตกใจเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆหลับตาลงเพื่อพักสายตา

~ Day 3 ~

-:- ช่วงเวลาเช้า ( เขตุ Dark Hour )

เมเมะได้ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะแสงสว่างที่แทบจะไม่ลอดเข้ามาเลยในพื้นที่แห่งนี้ได้หลงมายังจุดที่เธอหลับอยู่จนมันสว่างขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย

ที่ด้านข้างเมเมะนั้นเมกะเองก็ยังคงนอนหลับอยู่ที่ไหล่ของเมเมะอยู่รวมทั้งยังกอดแขนของเมเมะไว้แน่นด้วย แต่ว่าเด็กคนที่เกาะเธออยู่นั้นเหมือนว่าจะไม่ใช่เฮอร์เมร่าแต่เป็นฟุโรโกะ เอริกะจังนะ ?


            " ....... "

            เมเมะลืมตาขึ้นมาช้าๆ.. ถึงจะเบาบางแต่อากาศก็อบอุ่นพอจะทำให้รู้ว่ามันเช้าแล้ว

            " ....อื๋อ? "

            เธอหันมามองสาวน้อยข้างๆ เมกะยังคงหลับสนิทอยู่ เมเมะคิดว่าตัวเธอ(เอง)คงจะ
ปรับตัวได้แล้วเลยไม่ค่อยจะประหม่าสักเท่าไหร่แล้ว แถมที่เกาะแขนเธออยูข้างๆยังเหมือน
เด็ก.... หืม..?

            ' เอ.. นี้มัน.. '
            ' เมกะจังเบื้องหลัง... ฟุโรโกะ เอริกะจัง..? '

            เมเมะสังเกตเด็กสาวที่เสื้อผ้าเปลี่ยนไปแล้วก็ยังเกาะแขนเธอไว้อยู่

            ' ...... '
            ' ยังไงก็ตาม.. แกะแขนออกก่อนดีกว่า...................... อุ แน่นอะ '

            เมเมะพยายามแกะแขนโดยไม่ให้เด็กสาวตื่นอยู่สักพักก่อนจะเลิกความพยายามแล้ว
เปลี่ยนเป็นนอนพิงต้นไม้รับลมอ่อนๆยามเช้าในป่าทึบนี่แทน

เมื่อเวลาผ่านไปซักพักนึงเด็กสาวก็ได้ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาในท่าทางซะลึมซลือเล็กน้อยก่อนที่เธอจะได้ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองเมเมะที่นั่งอยู่ข้างๆ

ฟุโรโกะ เอริกะ : ?!

เด็กสาวได้ทำหน้าตกใจขึ้นก่อนที่จะรีบปล่อยแขนของเมเมะออกและไม่ใช้าหลังจากนั้นร่างกายของเธอก็กลายเป็นอีกคนไปแทนเสียแล้ว

เฮอร์เมร่า : อือ. . . ? อ๊ะ !! อรุณสวัสดิ์ค่ะ

เด็กสาวได้โรลแบ้คภาพเหตุการณ์กลับไปเล็กน้อยและตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงียอีกครั้งก่อนที่จะเอ่ยทักทายเมเมะขึ้น


            " อรุณสวัสดิ์ค่ะ เมกะจัง ~ "
            ' ว้า~ '

            เมเมะบอกกับเมกะด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพลางลุกขึ้นยืน

            " ....แล้วก็ อรุณสวัสดิ์จ้ะ เมกะจัง "

            เมเมะพูดซ้ำอีกรอบแล้วหยิบสัมภาระเดินทางต่อ ในใจแอบคิดลึกๆว่า
เธอจะสนิทกับเราด้วยไหม อยากคุยด้วยจังเลย

            " เอาละ สภาะร่างกายพร้อมแล้วเนอะ ไปกันต่อเถอะค่ะ "

เมกะได้พยักหน้าลงเบาๆพร้อมกับลุกขึ้นมาพร้อมออกเดินทางต่อไปพร้อมๆกับเมเมะ

ภายใต้ร่มเงาที่หนาทึบของสภาพป่านี้ทำให้เมเมะมองไม่เห็นทางด้านหน้าชัดเจนเท่าไรนักแต่ก็พอที่จะเห็นทางเดินใกล้ๆได้บ้าง

1) ระบุทิศทางที่จะเดินทางต่อ
2) พยายามเดินเข้าตรงกลางของป่า
3) อื่นๆโปรดระบุ


เสร็จสิ้น
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 21-11-2019 16:36 , Processed in 0.158406 second(s), 22 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้