Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: tesstrossa

[Play] Role play : The world ~ Celestia ~ *Revive*

[คัดลอกลิงก์]
ราชินีงู
โพสต์ 8-9-2013 00:01:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 11-9-2013 09:37



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )

แอนนา : ชั้นถือเรืองเพื่อนมาอันดับหนึ่งอยู่แล้ว แล้วเธอเอาอะไรมาตัดสินว่าคนนั้นดีคนนี้ไม่ดี มัวแต่แบ่งแยกอยู่นั่นแหละว่าพวกตัวเองดี ที่เหลือไม่ดี ชั้นนี่แหละจะพิสูจน์ให้ดูว่ามนุษย์กับอมนุษย์สามารถอยู่ด้วยกันได้ และพวกที่ไม่ใช่มนุษย์ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ดีเสมอไป ส่วนพวกมนุษย์เองก็ใช่ว่าจะดีเสมอไปเช่นกัน

เมื่อพูดจบเธอได้หันไปหาเฮอร์มิท แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

แอนนา : เฮอร์มิทคุงที่นี่น่าจะดูแลเธอได้ เธอไม่จำเป็นต้องตามชั้นมาหรอกนะ ตัดสินใจเอาเองเถอะนะ ส่วนชั้นถ้าเมืองนี้ไม่ต้อนรับอลิซจัง ชั้นก็จะไปกับอลิซจังเพราะชั้นต้องตามหาคนๆนึง ซึ่งคงไม่อยู่ที่นี่แน่   ขอให้โชคดีนะ

เธอได้เดินไปหาอลิซแล้วก็ได้หันกลับมาหาหญิงสาวแปลกหน้า

แอนนา : ก็อย่างที่บอกแหละ แต่ถ้าเธอจะยุ่งกับอลิซอีกล่ะก็ .... ได้เจอกับชั้นแน่

เธอพูดด้วยสายตาที่ดูแล้วน่ากลัวสมอดีตนักฆ่า

แอนนา : ไปจากเมืองนี้กันเถอะอลิซจัง

? ? ? : ผู้ที่รอดชีวิตที่นี่เป็นคนที่เคยอยู่ที่ Center มาก่อนทั้งนั้น ชั้นไม่ใช่คนตัดสินหรอกนะ แต่เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมันเป็นตัวตัดสินต่างหาก

หญิงสาวคนนั้นได้เอ่ยทิ้งท้ายไว้ก่อนที่จะได้ปล่อยให้แอนนาเดินออกจากเมืองไป

ทางด้านเฮอร์มิทเองนั้นไม่ได้เดินตามแอนนากลับออกมาแต่อย่างใด . . .

ฟอร์ติน่า เฮอร์มิท : ทางด้านตะวันตกมีเมืองที่อยู่บนเกาะห่างออกไปนะครับ . . . ไม่แน่ว่าคุณแอนนาอาจจะได้เจอกับคนที่ตามหาอยู่ก็ได้ . . .

ชายหนุ่มได้บอกขึ้นก่อนที่เขาจะได้ตัดสินใจอยู่ที่นี่ก่อนในตอนนี้


แอนนา : เอางัยต่อดีล่ะพวกเราตอนนี้ อ่อแล้วอลิซเธอเปลี่ยนตัวกับอบิสได้หรือปล่าวอ่ะ

เธอได้เดินมาทางตะวันตกตามที่เฮอร์มิทแนะนำแล้วได้หยุดพักในบริเวณที่ห่างจากเมืองมาพอสมควร

-:- ช่วงเวลา Dark Hour

บรรยากาศรอบๆด้านที่ค่อยๆเปลี่ยนไปนั้นทำให้แอนนารู้สึกผิดปกติเล็กน้อย แต่มันก็ไม่ได้ต่างไปกับตอนที่เธอได้เข้าไปที่ Center และเจอตัวประหลาดนั่นเท่าไรนัก

อลิซ : ตอนนี้ไม่ได้หรอก อบิสกำลัง"หลับ"อยู่น่ะ

หญิงสาวได้อธิบายขึ้นก่อนที่จะได้มานั่งที่ข้างๆของแอนนาอย่างใกล้ชิด

อลิซ : เมืองทางทิศตะวันตกเป็นเมืองบนเกาะน่ะอาจจะต้องขึ้นเรือเหาะไป. . . ว่าแต่เธอว่ายน้ำเป็นรึเปล่า ?

อลิซได้ถามขึ้นขณะที่กำลังนั่งพักกับแอนนาอยู่ตรงนั้น โดยคำถามที่ถามขึ้นมานั้นเหมือนจะไม่ตรงกับวัตถุที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าเท่าไรนัก . . .


แอนนา : หรอ  ไอ่ว่ายเป็นมันก็เป็นอยู่หรอก แต่ว่ายน้ำเป็นมันเกี่ยวอะไรกับเรือเหาะล่ะ - -

เธอถามกลับแบบงงๆ

อลิซ : ก็ด้านล่างมันเป็นทะเลนี่นา

หญิงสาวได้เอ่ยขึ้นเป็นนัยๆ ก่อนที่จะได้ยื่นมือมาปัดที่กระโปรงของแอนนาแล้วนอนหลับหนุนตักแอนนาซะอย่างนั้น


แอนนา : กะไม่ให้เดินทางสบายเลยใช่มั๊ย เฮ้ออออ

เธอถอนหายใจพลางเอามือลูบหัวกล่อมให้อลิซหลับ มันทำให้เธอนึกถึงน้องสาว(หลงฟา)ขึ้นมา

แอนนา : เอาล่ะหลับซะนะพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่

~ Day 2 ~

-:- ช่วงเวลาเช้า

หลังจากที่ทั้งสองได้พักผ่อนกันชั่วข้ามคืนนั้นเวลาเช้าก็ได้มาเยือนอีกครั้งนึง หลังจากที่เฮอร์มิทได้แยกตัวออกไปนั้นแอนนาก็รู้สึกว่าในกลุ่มขาดตู้เสบียงเคลื่อนที่ไปอย่างน่าเสียดายเล็กๆ . . . (ไม่มีอาหารฟรีแล้ว)

ทางด้านอลิซเองนั้นก็เหมือนจะได้ตื่นพร้อมกับแอนนาพอดีเหมือนกันในช่วงเช้านี้

อลิซ : อรุณสวัสดิ์ ~

หญิงสาวได้เอ่ยทักทายแอนนาขึ้นในยามเช้าพลางส่งยิ้มให้กับเธอบางๆ จากจุดที่พวกเธออยู่ตรงนี้คาดว่าวันนี้พวกเธอคงจะเดินไปถึงจุดที่น่าจะเป็นสถานีในการเดินทางไปเมืองอีกฟากที่อยู่บนเกาะได้ในช่วงเย็นวันนี้


แอนนา : ^^อรุณสวัสดิ์จ้า หิวยัง อ่ะทานซะ

เธอหยิบอาหารกระป๋องที่หามาได้จากเมืองเซนเตอร์ 2กระป๋อง

แอนนา : หรือว่าเธอไม่ต้องกินข้าว?

อลิซ : ทานเหมือนกันสิคะ ♪

หญิงสาวได้รีบตอบก่อนที่จะค่อยๆหยิบกระป๋องอาหารนั่นมาจากแอนนาอย่างช้าๆและดึงเปิดมันออก เธอได้นั่งมองกระป๋องอาหารกับสิ่งด้านในนั่นอย่างสนใจ ซึ่งดูไม่เหมือนกับคนทั่วๆไปเท่าไรเลย

อลิซ : ดูน่าทานจังเลยนะคะเนี่ย

เธอได้ค่อยๆใช้มือจกอาหารขึ้นมาทานอย่างง่ายๆโดยไม่ถือเรื่องมารยาทเท่าไร แต่จากที่แอนนาดูแล้วเธอคงไม่เคยทานอาหารมนุษย์มาก่อนหน้านี้แน่ๆ . . .


แอนนา : อร่อยมั๊ย ถ้าเรามีสเบีงพอชั้นจะทำอะไรอร่อยๆกว่านี้ให้ทานนะ

เธอชวนคุยไปกินไปพอเสร็จแล้วจึงพากันไปหาลำธารใกล้ๆเพื่อล้างมือ และร่างกาย

แอนนา : พร้อนยังจ๊ะ ออกเดินทางกันเถอะ

อลิซ : ค่า ~ ♫

เธอได้ตอบรับแอนนาอย่างว่าง่ายพร้อมกับได้ค่อยๆเกาะแขนของแอนนาขึ้นมาและเดินทางไปพร้อมๆกัน

Stamina - 2

-:- ช่วงเวลาเย็น

หลังจากที่พวกเธอได้เดินทางกันมาซักพักแอนนาก็สังเกตุเห็นถึงสิ่งก่อสร้างที่ค่อนข้างไฮเทคแห่งหนึ่งพร้อมๆกับเรือบินที่ไปๆ-มาๆอยู่ระหว่างสองฝั่งนั่นในใกล้ๆกับขอบฝั่งเกาะนั้น



แอนนา : เออออออ นี่เราหลุดมาอยู่ไหนหรือป่าวเนี้ย ทำไมมันดูไฮเทคต่างต่างซากเมืองที่เคยเจอมาจัง นี่สินะเรือเหาะที่ว่าอ่ะอลิซจัง

ว่าแล้วเธอก็เดินเข้าไปใกล้ๆ

ระหว่างที่แอนนากำลังเดินเข้ามาใกล้ๆนั้นเธอก็สังเกตุเห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึงที่ค่อนข้างคุ้นหน้า



เซเลสเทีย : ยินดีต้อนรับสู่ท่าเรือ Emptiness ค่ะ *เซเลสเทียเอ่ยทักทายคุณแอนนาขึ้น ในขณะที่เธอเริ่มต้อนรับเช่นกัน*

เด็กสาวได้เอ่ยขึ้นต้อนรับแอนนาสู่ท่าเรือนี้ ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นหุ่นยนต์ที่เคยบินมาตกที่ระเบียงของแอนนาเมื่อก่อนนั่นเอง


แอนนา : อืมมมมมม  อื้มมมมมมมม นึกออกแล้ว!!! เชเลเทียจังนี่น่า จำชั้นได้มั้ย

เธอเดินเข้าไปทักเด็กสาว

แอนนา : ทำงานอยู่ที่นี่หรอ ว่าแต่ทำไมการพูดฟังดูแปลกๆจัง

เซเลสเทีย : ใช่ค่ะ เซเลสเทียได้พักจากภารกิจช่วยเหลือโลกชั่วคราวมาเป็นการช่วยเหลือในการอพยพผู้คนไปยัง Emptiness แทน *เซเลสเทียอธิบาย*

เธอได้ค่อยๆอธิบายขึ้นกับแอนนาพร้อมกับชี้ไปทางท่าเรือเหาะที่มีเรือพร้อมจะออกใกล้ๆนี้

เซเลสเทีย : เรือลำต่อไปจะออกเวลากลางคืนนะคะ แต่ว่าแถวๆนี้ก็มีสถานที่ให้พักรอได้เช่นกันค่ะ *เซเลสเทียยืนยันพิกัดแผนที่พร้อมกับแนะนำขึ้น*

เด็กสาวได้ค่อยๆชี้ไปทางร้าเล็กๆที่เปิดอยู่ไม่ไกลจากจุดท่าเรือเท่าไรนักก่อนที่จะหยุดลงและหันมาหากับแอนนาอีกครั้งนึง

เซเลสเทีย : แต่ว่า . . . ไม่ได้พบกันนานมากเลยนะคะ *เซเลสเทียได้พูดขึ้นพร้อมๆกับค่อยๆกอดลงที่ตัวของแอนนาอย่างช้าๆ*

เธอได้ทักทายขึ้นก่อนที่จะได้สวมกอดเข้าที่แอนนาเองอย่างช้าๆเหมือนกับเมื่อก่อนที่เธอเคยได้ไปเดินเล่นกันในตัวเมืองกัน 3 คน


แอนนา : ชั้นก็คิดถึงเหมือนกัน  

เธอได้กอดตอบและลูบหัวเบา ๆ

แอนนา : แล้วเซเลสเทียจังต้องอยู่ที่นี่ตลอดเลยหรออยากพอไปด้วยกันจัง   เอ่อพอดีชั้นออกตามหาโทโดน่ะ เซเลสเทียจังเห็นตานั่นมั่งมั๊ย

เซเลสเทีย : ไม่จำเป็นหรอกค่ะ *เซเลสเทียรีบตอบอย่างรวดเร็ว* เราเองอยู่ที่นี่แค่ชั่วคราวเท่านั้นรวมทั้งคุณ โทโดโรกิ ซากุราโกะ ด้วยเช่นกัน

เด็กสาวได้รีบอธิบายออกมาก่อนพร้อมกับตั้งท่าพร้อมที่จะออกเดินทางไปกับแอนนาอีกครั้งนึง

เซเลสเทีย : เหตุการณ์ที่ไม่ค่อยสงบตอนนี้ทำให้พวกเรามีทางเลือกน้อยลงจึงไม่สะดวกที่จะทำอะไรนักน่ะค่ะ *เซเลสเทียอธิบาย*

จากที่ฟังเซเลสเทียพูดดูแล้วนั้นโทโดน่าจะอยู่ที่เมืองนี้เช่นกัน


แอนนา : งั้นดีเลย  เด๋วพอเรือเหาะจะออกแล้วเราไปด้วยกันนะ  เอ่อออ  นี่ อลิซจังนะ   อลิซจังนี่ก็ เซเลสเทียจัง

เธอได้แนะนำเด็กสาวทั้ง 2 ให้รู้จักกัน  แล้วพากันไปนั่งรอเรือเหาะออก

ดูเหมือนว่าทั้งสองจะทักทายกันปกติดีและได้ค่อยๆทำความรู้จักกันอย่างสงบและเป็นมิตร ทำให้แอนนาไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องมิตรภาพในทีมเท่าไรนัก

-:- ช่วงเวลากลางคืน

ไม่นานนักพวกแอนนาก็ได้ขึ้นมาบนเรือเหาะ ครั้งนี้เพราะพวกเธอได้มากับเซเลสเทียด้วยจึงทำให้ไม่ต้องจ่ายค่าใช้บริการ

หลังจากที่พวกเธอขึ้นมาพักบนห้องได้ซักพักนึงนั้นก็ได้มีอาหารมาเสิร์ฟรองท้องในช่วงข้ามคืนนี้ก่อนที่จะไปถึงเมืองในวันพรุ่งนี้ แต่อาหารส่วนใหญ่ดูเหมือนว่าจะมาจากทะเลเพราะทำเลของตัวเมืองที่อยู่ใกล้ๆแบบนี้ ( ข้าวอบกุ้ง , หอยแมลงพู่อบชีส , เกี๊ยวกุ้ง )



อลิซ : ดูน่าทานจังเลย ♪

เด็กสาวได้มองอาหารตรงหน้าขึ้นด้วยแววตาที่เป็นประกายก่อนที่จะได้ค่อยๆหยิบตะเกียบขึ้นมาและจิ้มลงไปที่เกี๊ยวนั่นและงัดขึ้นมาทาน ดูเหมือนว่าอลิซเองคงจะใช้ตะเกียบไม่เป็นแน่ๆ

เซเลสเทีย : บนเรือยังมีห้องโถงกลาง ลานอาบแดด คาซิโน ไว้คอยบริการผู้ใช้ด้วยนะคะ *เซเลสเทียอธิบายระหว่างนั่งทานอาหาร*

1) อยู่ในห้องก่อน
2) ไปยัง . . . ( โปรดระบุ )
3) อื่นๆโปรดระบุ


อยู่ในห้องก่อน

แอนนา :  เออ.   อลิซจัง ไอนี่เค้าใช้กันแบบนี้นะ

เธอพูดพลางสาธิตให้ดู

แอนนา : โหยครบครันมากๆเลยนะที่นี่อ่ะ ใช้เวลาเดินทางนานมั๊ยอ่ะ เซเลสเทียจัง

เธอชวนทั้งสองคุยขณะที่ทานอาหารไปด้วย

อลิซได้พยายามลองทำตามที่แอนนาสาธิตให้ดูอย่างตั้งใจ ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอคงจะหมกตัวในห้องอีกซักพักใหญ่ๆกับตะเกียบคู่นี้เลยล่ะนะ

เซเลสเทีย : พรุ่งนี้เช้าก็จะถึงตัวเมืองค่ะ *เซเลสเทียอธิบาย*

เด็กสาวได้ตอบขึ้นกับคำถามของแอนนา


แอนนาเห็นอลิซตั้งใจกับการฝึกใช้ตะเกียบแล้วอดอมยิ้มไม่ได้  เธอได้ละสายตาจากอลิซมาชมวิวนอกหน้าต่าง

แอนนา : มองจากบนนี้ก็สวยเหมือนกันนะ

เธอมองวิวแล้วเคลิ้มหลับไป

-:- เวลาช่วง Dark Hour

แอนนาได้ค่อยๆตื่นขึ้นอีกครั้งท่ามกลางบรรยากาศรัตติกาลที่มืดมิด รวมทั้งการสั่นสะเทือนของพื้นที่ด้วยเช่นกัน ถึงแม้ตอนนี้เธอจะอยู่กลางอากาศและไม่ค่อยจะรู้สึกอะไรเท่าไรนัก แต่มันก็ไม่เหมือนกับตกหลุมอากาศหรือลมต้านเลยแม้แต่น้อย

เมื่อแอนนาได้มองออกไปที่หน้าต่างภายในห้องนั้นเธอก็พบกับหุ่นยนต์ตัวนึงที่กำลังเข้าโจมตีเรือบิน. . . ใช่ !! ลำที่เธอนั่งอยู่นั่นแหละ !! แต่ดูจากลักษณะแล้วมันไม่ได้โหลดอาวุธหนักมาด้วยโดยมีแค่ดาบเล่มเดียวเท่านั้นที่มันนำมาใช้ในการโจมตีครั้งนี้ แต่ด้วยระบบป้องกันของตัวเรือทำให้มันยังไม่สามารถทำความเสียหายโดยตรงกับเรือบินได้. . . แต่ก็แค่ในตอนนี้เท่านั้น



แอนนา : เซเลสเทียจังเพื่อนมาหาแหนะ ...... เฮ้ยยยย ไม่ใช่แล้ว  รอกันอยู่ในนี้นะ

เธอรีบหยิบอาวุธแล้ววิ่งออกไป  หาทางขึ้นไปชั้นดาดฟ้าที่ไว้อาบแดด

แอนนา : ต้องล่อให้มันมาทางนี้ก่อน

ใช้ Sword Wave



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l---ooX )

เซเลสเทียนั้นได้รีบวิ่งตามแอนนาออกมาติดๆแต่ทางด้านของอลิซนั้นดูเหมือนว่าจะได้หลับคาโต๊ะคาตะเกียบไม่รู้เรื่องอยู่ในห้อง

-:- บนลานอาบแดดเรือเหาะ

สถานที่ต่อสู้กลางเวหาที่มีสระน้ำใหญ่อยู่ตรงกลางและเต็มไปด้วยเก้าอี้ที่นั่งได้ปราศจากผู้คนทั้งหมดในตอนนี้ รวมทั้งดูเหมือนว่ารอบๆกำแพงตัวยานจะมีระบบป้องกันความเสียหายด้วย ถ้าพลังโจมตีไม่สูงมากเกินไปคงจะไปส่งผลกระทบต่อยานได้

ฟุ้บบบบ คมดาบของแอนนาที่ได้ล่อลวงออกไปนั้นได้ถูกหลบออกอย่างง่ายดายก่อนที่หุ่นนั่นจะได้ค่อยๆหันมาทางแอนนาและเซเลสเทียก่อนที่มันจะได้รีบพุ่งเข้ามาเพื่อตอบรับกับคำเชื้อเชิญนั่น

? ? ? : เธอน่ะ. . .

เสียงสัญญาณแบบเครื่องจักรได้พูดกับแอนนาขึ้นในท่าทีที่สงบนิ่ง ก่อนที่มันจะได้ตั้งดาบในมือของมันขึ้นมาที่ด้านหน้าในท่าเตรียมพร้อม

? ? ? : เก่งรึเปล่า ?

มันได้ตั้งท่าเตรียมเหมือนกับการขอดูเอลขึ้นต่อหน้าของแอนนาอย่างสงบนิ่ง

ทางด้านเซเลสเทียเองก็ได้ตั้งท่าเตรียมพร้อมสู้รบของเธอขึ้นมาในท่าหมัดมวยในระยะใกล้ เธอคงจะเข้าต่อสู้ในระยะใกล้ๆด้วยเป็นแน่

1) Duel เองคนเดียว
2) ให้เซเลสเทียช่วยด้วย
3) อื่นๆโปรดระบุ


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 8-9-2013 01:59:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 30-9-2013 10:40








AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----loooooX )

? ? ? : ฮว้ากกก !!

เสียงของมันได้ดังกระพือขึ้นก่อนที่ร่างของมันจะได้ถอยกระเด็นออกไปอย่างรุนแรงด้วยแรงของลมและพละกำลังของเอเซีย !!

? ? ? : อั้ก !! เจ้ามนุษย์สกปรกกกกก !!

มันได้ลุกฮือขึ้นอีกครั้งก่อนที่จะได้ต่อยเอเซียในระยะใกล้แทนด้วยท่าทางเสียสติ !! แต่กำปั้นของมันนั้นไม่ได้ทำให้เอเซียรู้สึกเท่าไรนักเลย


ขืนปล่อยไว้แบบนี้ คงคุยกันไม่รู้เรื่อง ๆ สงสัยต้องทําให้เขาสงบสติอารมณ์ลงก่อน... ด้วยวิธีไหนล่ะ...

มั น ก็ ชั ว ร์ แ ล้ ว ทํ า ใ ห้ เ ข า ไ ด้ ห ลั บ พั ก ผ่ อ น ยั ง ไ ง ล่ ะ

... คงไม่มีทางเลือกอื่นสินะ...

" ขอโทษด้วยนะ แต่ตอนนี้คงต้องขอให้คุณหลับไปก่อนแล้วล่ะ "

ผมเข้าโหมดพร้อมรบ โดยการรวบรวมกระลมเข้ามาอยู่ในมือทั้ง 2 ข้าง ทําให้กลายเป็นปลอกแขนสายลม

แล้วพุ่งเข้าโจมตีโดยไม่สนการโจมตีระยะประชิดของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย

ตึง !! มัดน้อคเอาท์ของเอเซียได้ต่อยสวนไปที่เป้าหมายด้านหน้าจนมันได้ล้มกลิ้งลงไปช้อคกับพื้นอย่างตกใจ . . .

? ? ? : ข้า . . . แพ้มนุษย์กระจอกนี่ . . .

มันได้พึมพำเบาๆขณะที่นอนแผ่อยู่อย่างไร้สติ เมื่อดูจากบาดแผลแล้วเอเซียก็เห็นว่ามันไม่ได้มากมายอะไรนัก น่าจะเกิดขึ้นทางจิตใจมากกว่า

อีกด้านนึงของเด็กสาวที่อยู่ในการต่อสู้นั้นได้แน่นิ่งไปด้วยความกลัวและไม่ตอบสนองใดๆกลับมาเลยแม้แต่น้อย



" ไม่เป็นไรใช่ไหม สาวน้อย "

ผมเดินไปหาเด็กคนนั้นพร้อมก้มตัวลงให้ตาเสมอกัน

" ไม่ต้องห่วงนะ ตราบใดที่พี่ชายคนนี้ยังอยู่ หนูจะปลอดภัย "

ผมยิ้มให้เด็กคนนั้นเพื่อให้เธอผ่อนคลาย

เด็กสาวคนนั้นไม่ได้ตอบอะไรกับเอเซียพลางแต่มองขึ้นมาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าของเธออย่างไร้สติ

ในขณะเดียวกันก็ไม่มีเวลาให้เอเซียได้คิดมากนักเนื่องจากได้มีร่างหุ่นเล็กๆที่ค่อยๆถาโถมเข้ามาภายในตัวเมืองตอนนี้



จำนวน 9 ตัว


คงจะช็อคสินะ... อยู่ ๆ ก็เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเมืองถูกพังทลายแบบนี้

" โธ่เว้ย !!! "

ผมกระทืบเท้าลงพื้นทําให้พื้นดินดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกระแสลมที่เริ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ

" พวกแกทําให้ผมโกรธสุด ๆ แล้วนะ จะจัดการให้หมดเลย !!! "



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----loooooX )

ที่เลนส์หน้าของหุ่นเล็กๆพวกนั้นเหมือนกับจะเป็นกล้องสอดแนมบางอย่าง พวกหุ่นเล็กๆนั่นได้ค่อยๆหยุดลงก่อนที่จะกระจายออกไปล้อมรอบๆตัวของชายหนุ่มเมื่อมันได้รับแรงต้านจากสายลมที่พุ่งออกมาจากตัวของเอเซีย

จำนวนคงเหลือ 9 ตัว


ผมสร้างกระแสลมขนาดใหญ่ทําเป็นแส้สายลม ฟาดใส่เครื่องจักรรอบ ๆ

" ย๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา "

รู้สึกท่านี้จะกินแรงเอาเรื่องนะเนี้ย...



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-ooooloooooX )

เปรี้ยงงงง แส้สายลมของยูเรก้าได้สะบั้นกวาดเป้าหมายที่อยู่ใกล้ๆเขาออกไปได้จนหมดอย่างง่ายดาย !! แต่ในขณะเดียวกันนั้นหุ่นตัวอื่นๆก็ได้เริ่มทำการถ่ายรูปสถานการณ์และใบหน้ารูปลักษณ์ของยูเรก้าลงไปในบันทึกของพวกมันด้วย !!

จำนวนคงเหลือ 3 ตัว

1) สู้ต่อ
2) หลบหนี
3) อื่นๆโปรดระบุ


1) สู้ต่อ

ผมกระโจนหาหุ่นยนต์ตัวที่เหลือ แล้วรวบรวมกระแสเข้ามาที่แขนจนเป็นปลอกแขนแห่งลม ต่อยพวกมันอย่างต่อเนื่อง

ในความคิดของผมตอนนั้น คงคิดประมาณแบบว่าต้องจัดการไม่ให้เหลือรอดได้ซักตัว

ดูเป็นตัวร้ายไปเลยแฮะ



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----loooooloooooX )

จำนวนคงเหลือ 0 ตัว

หุ่นตัวเล็กๆพวกนั้นได้ถูกยูเรก้าทำลายจนพังเสียหายไปหมด ตอนนี้คาดว่าคงจะไม่มีอะไรบุกเข้ามาโจมตีชายหนุ่มซักพักนึงแล้วทำให้เขาน่าจะมีเวลาชั่วคราวในการออกแอคชั่นต่อไป


ผมเดินไปหาเด็กคนนั้นอีกครั้ง พร้อมพูดคุยกับเธอถึงแม้เธอจะไม่ออกอาการใด ๆ เลยก็ตาม

" ผมจะพาเธอไปด้วย ถ้าเธออยู่กับผม... เธอจะปลอดภัย... "

ตอนนี้คงต้องหาอะไรให้เธอทานก่อน ตอนเธอทางมาถึงที่นี้ก็ไม่ได้คิดหยิบผลไม้อะไรพวกนี้ติดมาซะด้วย

ถ้าออกไปหาตอนนี้ ถ้าเจ้าปีศาจนี้ตื่นขึ้นมางานก็จะยากอีก โอยย

เด็กสาวได้พยักหน้าตอบเอเซียในสภาพที่ไม่ค่อยรับรู้เรื่องราวเท่าไรนักก่อนที่จะได้ลุกขึ้นมาอย่างช้าๆในท่าทีที่ยังหวาดกลัวอยู่ แต่เธอก็คงตัดสินใจฝากความหวังสุดท้ายไว้กับเอเซียในตอนนี้แล้ว


ผมจูงมือเธอไว้แน่น ก่อนที่จะเดินไปปลุกเจ้าปีศาจตนนั้น

" นายตื่นได้แล้ว... ชั้นมีอะไรอยากคุยกับนายเยอะแยะเลย... "

ใช่... ถ้าเขาคือคนที่ทําให้หมุ่บ้านนี้พังทลายล่ะก็... ชั้นคงปล่อยเขาไว้ไม่ได้

แววตาที่เหม่อลอยอย่างไร้สติราวกับคนบ้าที่กำลังอยู่ใต้พวังเงียบๆนั้นไม่ได้ตอบอะไรเอเซียกลับมาพลางเงียบลงไปเฉยๆซะแบบนั้น

กึก. . . ไม่นานนักชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงผ่านทางสายลม เสียงเหมือนกับการเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์จำนวนมากเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ทางเข้าของเมืองด้านตะวันตก เอเซียคงจะมีทางเลือกไม่มากแล้วในตอนนี้นอกจาก. . .

1) อยู่ต่อสู้กับหุ่นอีกรอบ
2) หนีออกจากเมืองกับเด็กสาวคนนี้ก่อน
3) อื่นๆโปรดระบุ


2) หนีออกจากเมืองกับเด็กสาวคนนี้ก่อน

คงต้องรีบไปแล้วล่ะ... ขืนยังสู้ต่อไปล่ะก็ เด็กคนนี้อาจจะโดนลูกหลงได้

ผมอุ้มเด็กคนนั้นวิ่งหนีออกจากเมืองทันพร้อมทอดสายตาไปยังปีศาจที่กําลังนอนใจลอยอยู่

แล้วคิดว่า ถ้าหากยังไม่ตายไปซะก่อน คงต้องได้เจอกัน แล้วถามความจริงให้จงได้...!



เอเซียได้นำร่างของเด็กสาวคนนั้นหนีออกมาจากอีกด้านนึงที่หุ่นยนต์จะบุกเข้ามาก่อนที่จะสายเกินไป ไม่นานนักทั้งสองก็ได้หลุดพ้นออกมาจากการต่อสู้ทีเกิดขึ้นในตัวเมืองจนได้เข้ามาอยู่ในเขตุพื้นที่ที่น่าจะเคยเป็นป่าแต่ตอนนี้กลับโดนถางไปจนเรียบซะแล้ว แต่มันก็น่าจะใช้เป็นที่หยุดพักชั่วคราวได้


" พักกันก่อนล่ะกัน "

ใครกันที่ทําลายป่าซะราบในพริบตาอย่างงี้ได้...

ผมมองดูผลไม้รอบ ๆ ที่ตกอยู่ ผมเห็นแอปเปิ้ลที่ตกอยู่ที่พื้น ก็นําขึ้นมาเช็ดเล็กน้อย

แล้วเดินนํามาให้เด็กสาว

" กินอะไรหน่อยไหม... "

เด็กสาวได้พยักหน้าลงเล็กๆก่อนที่จะรับแอปเปิ้ลนั้นมาทานด้วยท่าทางหิวโหยอย่างรวดเร็ว

จากสภาพโดยรอบที่เอเซียได้เดินทางผ่านมานั้นเขาก็ได้พบว่าโลกแห่งนี้มันแตกต่างออกไปจากตอนแรกที่เขามาที่นี่ครั้งแรกมาก ไม่มีแม้แต่บรรยากาศของสภาพที่มีชีวิตชีวาและผู้คนต่างๆเลยแม้แต่น้อย. . . โลกแห่งนี้คงจะไม่เหมือนโลกที่เขาเคยรู้จักแล้วในตอนนี้. . .


" ผมชื่อ เอเซียนะ หนูชื่ออะไรเหรอ บอกพี่หน่อยได้ไหม "

ผมยิ้มให้กับเด็กคนนั้นด้วยท่าทีที่อ่อนโยนที่สุด

" ถ้าไม่ว่าอะไรช่วยเล่าเรื่องของหนูให้พี่ฟังหน่อยสิ "

นานะ : นานะ. . .

เด็กสาวได้ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่บางเบาทั้งกับดวงตาที่ค่อยๆเริ่มมีน้ำเอ่อล้นออกมา

นานะ : ตอนนี้ทุกๆคนหายไปหมดแล้ว !! ไม่เหลืออะไรเลย !!

เธอได้ร้องไห้ปล่อยโฮออกมาก่อนที่จะได้ซบเข้าที่อกของเอเซียอย่างช่วยไม่ได้พักใหญ่ๆ

หลังจากที่เธอได้สงบลงแล้วนั้นเธอก็ได้ค่อยๆหยิบแผนที่บางอย่างออกมาจากกระเป๋าเล็กๆติดตัวเธอพร้อมกับส่งให้เอเซียดู เมื่อชายหนุ่มเห็นนั้นเขาก็พอจะเดาได้ว่ามนุษย์ที่เหลือรอดชีวิตอยู่น่าจะไปหลบภัยกันตามเมืองต่างๆที่กระจายออกมานอกจาก Center

1) เดินทางไปยังเมือง ( ระบุเมือง )
2) ลองคุยกับเด็กคนนี้อีกรอบ
3) อื่นๆโปรดระบุ


1) เดินทางไปยังเมือง ( Center )

ถ้าอย่างงั้นทุกข้อสงสัยของผมจะหายไป ถ้าผมไป Center สินะ...

มั น ไ ม่ เ สี่ ย ง เ กิ น ไ ป เ ห ร อ . . . มั น อ า จ จ ะ เ ป็ น ที่ ตั้ ง ข อ ง พ ว ก ศั ต รู เ ล ย ก็ ไ ด้ น ะ

ผมจะเข้าไปนอดแนมเท่านั้นแหละ ผมรู้ว่ามันอัตรายถึงตอนนั้นผมขอฝากหน้าที่นี้ไว้กับคุณล่ะกัน

. . .

" นานะจัง พี่กะว่าจะไปที่ Center น่ะ พี่ว่ามันอัตรายมาก ๆ เลย นานะจังพอจะรู้จักที่ปลอดภัยแถว ๆ นี้ไหม พี่จะได้พาหนูไป "

นานะ : แต่ว่าคุณเพิ่งกลับออกมาจาก Center เองนะคะ

เด็กสาวได้ถามขึ้นด้วยท่าทางตกใจที่เอเซียได้บอกว่าจะกลับไปยังเมืองที่เพิ่งจะต่อสู้ฝ่าด่านออกมานั่นอีกครั้ง โดยที่ลืมบอกเรื่องเมืองที่จะอพยพนั้นไปเสียสนิท


" อ่าวเมืองตะกี้คือ Center เหรอ คือพี่สัมผัสพลังแล้ววิ่งมาน่ะ เลยไม่รู้เรื่อง ฮะฮะฮะ "

ไ ก่ ตั ว บ ะ เ ริ่ ม เ ล ย

หนวกหูน่าา !!

" ถ้างั้นก็ขอเป็นเมืองที่ใกล้ที่สุดก่อน... ก็คงเป็น... " Dorm " สินะ "

นานะ : Dorm เคยเป็นที่พักของกลุ่มนักศึกษาน่ะค่ะ ตอนนี้คงจะไม่มีใครอยู่ที่นั่นแล้ว

เด็กสาวได้อธิบายขึ้นก่อนที่จะได้บอกกับเอเซียประกอบกับภาพในแผนที่



นานะ : เมืองที่ใกล้ที่สุดตอนนี้คงเป็น Hilocuxt ที่อยู่ในป่าน่ะค่ะ ถัดมาก็คือ Emptiness ที่มีฐานตั้งอยู่บนภูเขาสูงและที่ไกลที่สุดตอนนี้คงจะเป็น Capialaros เมืองกลางทะเลทราย

เด็กสาวได้ช่วยอธิบายกับเอเซียขึ้น ซึ่งตอนก่อนที่หน้าบาเรียจะแตกนั้นเอเซียได้ไปๆมาๆแค่โรงเรียนกับโดมที่พักนักเรียนเท่านั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะไม่รู้จักสถานที่อื่นๆนอกเขตุออกไป


" อ๊ะ งั้นเหรอ ขอบคุณมากนะ นานะจัง ถ้างั้นพวกเราไปที่ Hilocuxt กันเถอะ "

แ ล้ ว ไ ป ยั ง ไ ง ล่ ะ ???

นั้นสินะ... ตอนเรามาที่นี้เราก็ใช้จับสัมผัสเอา ถ้าเราใช้วิธีเดิมล่ะก็ ไม่รู้จะไปโผล่ที่ไหน... แย่ล่ะสิ

" นานะจัง... พอรู้ทางไหมง่ะ ??? "

-:- เวลาช่วงกลางคืน

เด็กสาวได้พยักหน้าเล็กๆก่อนที่จะได้ช่วยเอเซียดูแผนที่อีกครั้งและระบุทิศทางในการเดินทางออกมา

นานะ : ถ้าเดินทางขึ้นไปทางเหนือซักพักก็จะถึงตัวเมืองน่ะค่ะ


" ขอบใจนะ ถ้างั้นรีบไปกันเถอะ นิก็มืดแล้วเดี่ยวจะเป็นอัตรายเปล่า ๆ "

ผมอุ้มนานะขึ้น เป็นท่าอุ้มเจ้าหญิงก่อนที่จะโดดขึ้นไปทางเหนือทันที

โชดดีจริง ๆ นะที่เจอนานะ... ไม่งั้นคงหลงทางแน่... แต่ก็เหมือนแกล้งกันเลย...

ถ้าไม่เกิดเหตุการ์ณแบบนี้ขึ้น เราก็คงไม่ต้องเจอนานะในสถานการ์ณแบบนี้เป็นแน่แท้

Stamina -2



หลังจากที่ทั้งสองเดินทางกันมาได้ซักพัก พวกเขาก็ได้มาหยุดลงที่ด้านหน้าของเมืองต้นไม้ในเวลาใกล้เที่ยงคืน แต่สภาพของตัวเมืองที่พวกเขาเห็นจากระยะไกลนี้ดันเงียบสงัดและไม่มีแม้แต่เสียงไฟหรือร่องรอยของคนอยู่อาศัยเลยแม้แต่น้อย. . .


คงต้องค่อย ๆ เข้าไปสำรวจก่อนสินะ... แต่จะทิ้งนานะไว้ที่นี้ก็เสี่ยงเกินไป สถานการ์ณตอนนี้ไม่ว่าจะที่ไหนก็ไว้ใจไม่ได้เลยแฮะ

ถ้างั้น

ผมค่อย ๆ ส่งกระแสลมเบา ๆ พัดเข้าไปในเมืองเพื่อตรวจสอบสิ่งสิ่งมีชีวิตภายในเมือง หากรับสัมผัสกับอะไรก็จะรู้สึกได้

มีความรู้สึกร่วมกับลมนิมันดีจริง ๆ

สายลมที่พัดผ่านเมืองนั้นได้เผยกลิ่นไอของสภาพเมืองร้างให้กับชายหนุ่มรับรู้ แต่ดูเหมือนว่าเมืองนี้จะเพิ่งถูกโจมตีไปไม่นานนักทำให้ยังพอมีข้าวของที่น่าจะใช้ได้หลงเหลืออยู่บ้าง แต่กระนั้นก็ไม่มีสัมผัสของสิ่งมีชีวิตหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 8-9-2013 22:57:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 22-10-2013 11:28





            " เอ๊..... อ่า.. จ้ะ "
            
            เมเมะยิ้มเอือยๆ.. ต่อให้เด็กยังดูออกเลยว่าง่วงนะคะนั่น..

            ' .... '

            อยู่ๆก็คิดอะไรสนุกๆขึ้นมาได้

            " จริงอ้า~... แบบนี้ก็อันตรายสุดๆละสิ ชั้นจะไปสู้เธอได้ยังไงกันละคะเนี่ย "
            " ถ้าเล่นชาตพลังเต็มแบบนี้มนุษย์ธรรมดาหน้าไหนจะสู้ได้กันละ! สิ้นหวังแล้ว! "

            เมเมะพูดพลางเอามือปิดหน้าแล้วทำท่าทางกระวนกระวาย

? ? ? : หึ !! นั่นน่ะยังไม่ใช่พลังทั้งหมดของเราด้วยซ้ำ แม้กระทั่งตอนกลางคืนแบบนี้เราก็ยังจะสามารถดึงพลังจากดวงดาวมาเป็นพลังงานของเราได้ชั่วคราวด้วยเช่นกันค่ะ !!

เด็กสาวยังคงพูดขึ้นด้วยท่าทีมั่นใจสุดๆ โดยที่ไม่ณู้เลยว่าจุดที่ตัวเองอยู่มันเป็น Dark Hour ทั้งวันทั้งคืนไม่มีแม้แต่แสงอาทิตย์หรือแสงดาวจากธรรมชาติส่องเลยแม้แต่น้อย จะมีก็แต่แสงไฟลาวาจากในภูเขาไฟลูกใกล้ๆนี้กับไฟจากซากสิ่งก่อสร้างพังๆด้านหลังเธอเท่านั้น

แต่เมื่อคิดอีกทีแล้วนั้นเด็กสาวนาโนด้านหน้าเหมือนจะไม่เคยออกไปไหนเลยเหมือนกันนอกจากพื้นที่บนเกาะแห่งนี้เท่านั้นทำให้ข้อมูลส่วนใหญ่ทีเธอพูดออกมานั้นเหมือนจะออกมาจากหนังสือเสียมากกว่า เพราะจากที่ดูแล้วไม่ว่าจะร่างหุ่นหรือร่างปกติของเธอก็ไม่ได้มีแผงโซล่าเซลล์หรือ GN-Driv*r ติดอยู่เลย . . . แถมรอบๆสะพานก็ไม่มีปลั้กไฟอีกด้วย . . .

? ? ? : ถ้ารู้ตัวแล้วล่ะก็ถอยไปซะจะดีกว่านะคะ อย่าให้เราต้องลงไม้ลงมือเลย

เธอยังคงพูดขึ้นโดยที่ควบคุมกลุ่มฟันเนลลอยอยู่รอบๆตัวของเธอ แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะแปลงร่างเหมือนครั้งแรกที่เจอเลยแม้แต่น้อย


            เมเมะพยายามกลั้วหัวเราะสุดชีวิตกับท่าทีที่เหมือนโรคป่วย ม.2 ของสาวน้อยหุ่นยนต์
สุดโหดที่เคยแทงตัวเธอจนพรุนมาแล้ว ก่อนจะบลัฟต่อไปด้วยความสนุกว่า

            " ไม่ได้หรอก ครั้งนี้มันต้องแข่งกับเวลาน่ะ แล้วรู้อะไรไหมคะ ความจริงแล้ว[ร่างมนุษย์]
ที่ชั้นใช้สู้กับเธอเมื่อตอนเย็นนั้นเป็นร่างกระจอกๆที่มีพลังแค่ 1 ใน 4 เท่านั้น "

            เมเมะตอบยิ้มๆ พร้อมกับพูดต่อโดยที่หมุนปืนไปด้วย

            " ร่างที่แท้จริงของชั้นคือมหาภูติแห่งความมืด(ฮา)ที่จะสำแดงพลังได้สูงสุดในยามที่ท้องฟ้า
มืดมิด สังเกตร่างของชั้นดีๆสิค่ะ บาดแผลที่เธอแทงมันหายไปหมดแล้วใช่ไหมละ "
            ' แค่ภายนอกอะนะ.. '

            เมเมะยังไม่หยุดแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ยี้ยวน

            " ความจริงก็ไม่ได้อยากเปิดเผยร่างที่แท้จริงหรอกนะคะ แต่ชั้นยอมรับว่าเธอเป็นคู่ต่อสู้
ที่ไม่อาจดูถูกได้อีกต่อไปแล้ว ชั้นคงจะต้อง.. "

            เมเมะหยุดไว้แปปนึงก่อนจะบอกต่อเบาๆด้วยน้ำเสียงที่(พยายามทำให้)ดูสยองว่า

            " เอาจริงซะแล้วค่ะ.. "

ครืนนนน

            เมเมะรวมจิตบวกกับจิตสังหารของตนเองจนร่างกายเริ่มปกคลุมด้วยไอดำขุ่นขลัก ดวงตา
ทอประกายสีแดงฉานราวกับปิศาจ

            " เอาละ พร้อมแล้วก็เข้ามาได้เลยค่ะ! คุณหุ่นยนต์ที่สามารถซึมซับพลังแสงอาทิตย์และ
พลังแห่งดวงดาวสุดแกร่งตรงนั้นน่ะ!! "

? ? ? : นะ- หน่อยแน่ !! ที่มาครั้งแรกนั่นลองเชิงกันสินะคะ . . . ตะ- แต่ว่าชั้นไม่กลัวหรอกนะ !! เพราะว่าชั้นเองก็ยังมีพลังงานนิวเครียซิสเต้มอยู่ในตัวอีกเหมือนกับ Strike-Fre*dom ทำให้เราสามารถหมุนเวียนพลังงานได้ตลอดเวลาด้วย !!

เด็กสาวได้พยายามพูดข่มต่อด้วยทีท่างัวเงียง่วงนอนเหมือนกับฟันเนลรอบๆตัวเธอที่ลอยไปลอยมาไม่เป็นระเบียบรวมทั้งเลเซอร์ที่เคยหุ้มเพิ่มความคมฟันเนลนั้นก็ค่อยๆหดลงไปแล้วด้วย

? ? ? : ตะ- แต่ว่าคืนนี้เราจะปล่อยเธอไปก่อน ถ้าไม่กลัว Trans-Am Sw*rd ของเราล่ะก็ข-เข้ามาได้เลย !!


            นี่เธอเป็นโอตาคุใช่ไหมคะเนี่ย..
            เมเมะมองด้วยสายตาเอ็นดู(ในใจ)แล้วทำท่าทางตกใจแบบโอเวอร์

            " น..หนอยย ร้ายกาจ! ร้ายกาจจริงๆค่ะ!! แค่เจ้าใบมีดประหลาดนั้นก็ว่าน่ากลัวแล้ว
แต่ยังมีพลังงานขับเคลื่อนที่ร้ายกาจกว่าซ่อนอยุ่ภายในร่างกายเล็กๆน่ารักนั่นอีกเหรอคะ? "
            " บ...แบบนี้ชั้นเองก็ต้องใช้ ร่างที่สอง น่ะสิ ไม่นะ ถ้าใช้มันสติของชั้นจะหายไปจน
กลายเป็นมหาราชัณภูติแห่งความมืด ที่จะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าน่ะสิ แถมนิสัยยังร้าย
ถึงขั้นกิน หุ่นยนต์สาวน้อย เป็นอาหารด้วย ไม่นะะะะ แต่ถ้าไม่ใช้มัน ชั้นจะต้องแพ้แน่ๆ "

            เมเมะทำหน้าหวาดกลัวราวกับกำลังจะถึงจุดสิ้นสุดของโลกก็มิปาน

            " .....ชั้นคงต้องทำสินะ "

            เธอทิ้งปืนไว้ข้างกาย แล้วผายมือทั้งสองข้างขนาบลำตัวประมาณ 45 องศา

            " คุณหนู.. ขอโทษนะ.. ถึงจะเคยโดนเธอทำร้ายแต่ว่า.... ชั้นก็ต้องขอโทษจริงๆ "

คึก คึก คึก!

            เมเมะบิ้วอารมณ์เพิ่มด้วยการส่งจิตเบาบางลงไปใต้พื้นดินจนรู้สึกได้ว่ามันสั่นสะเทือน
ถึงจะเพียงเล็กน้อย แต่เด็กสาวข้างหน้าต้องตรวจจับได้แน่นอน

            " ขอโทษนะ.. ถ้าเจอกันในสถานการณ์อื่นละก็ เราอาจจะได้เป็นเพื่อนกันแท้ๆ "

            เมเมะน้ำตาซึมแล้วพูดกับเด็กสาวพลางยิ้มให้อย่างอ่อนโยน..

            " เอาละ..จะเริ่มละนะ ความมืดที่อยู่เคียงข้างกายข้าเอ๋ย... "

? ? ? : กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด !!

เสียงร้องลั่นบ้านได้ดังขึ้นก่อนที่กลุ่มฟันเนลรอบๆตัวเธอจะได้ลงมาปักปิดหน้าทางเดินบนสะพานของเมเมะไปอย่างแน่นหนาจนหาทางเดินไม่ได้เลยทีเดียว พร้อมกับเสียงร้องเล็กๆนั่นที่ค่อยๆเคลื่อนที่ออกห่างไปเรื่อยๆ . . .


วูบบ..

            เมเมะสลายพลังจิตทั้งหมดออก พลางก้มลงหยิบปืนขึ้นมา

            " แกล้งหนักไปหน่อยไหมนะ.. "

            เธอยิ้มบางๆหลังจากที่ได้แกล้งเด็กสาวนาโนแมชชีนจนวิ่งหายไปแล้วอคติที่มีต่อเธอเองก็
ลดลงไปพอสมควร

            " เฮ้อ ..ดูๆไปก็ไม่ใช่คนไม่ดีเลยนะ ทำไมถึงต้องการร่างกายเราด้วยละ.. แถมยังเป็นอคติ
กับมนุษย์อีก.. "

            ร่างกาย..

            " ...หรือว่า "

            เมเมะนิ่งคิดสักเล็กน้อย ก็จะส่ายหัวไล่ความคิดนั้นออกไปเพราะถ้าเธอเดาถูกละก็ มันจะเป็น
เรื่องที่โหดร้ายที่สุดที่เธอเคยเจอเลยทีเดียว

            " คงผ่านเข้าไปได้แล้วละมั้ง.. "

            พอได้คมดาบกลับมาแล้ว ต่อให้เป็นเพชรเธอก็สามารถตัดมันเป็นแผ่นบางๆได้ ยิ่งกับเป้า
นิ่งๆแบบนี้ เธอก็สามารถหั่นมันออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้อย่างง่ายดาย ด้วยวิชาลับประจำตระกูล
ที่สามารถตัดผ่าเฉพาะสิ่งที่ต้องการได้ หรือแม้แต่วิญญาณร้ายที่สิงสู่ในผู้คนก็ตาม

ฉวัะๆๆๆ!!

            เมเมะเหวี่ยงมือด้วยความเร็วที่มองไม่เห็นเพื่อทำลายเกราะด้านหน้าจากนั้นก็วิ่งตามหา
เด็กสาวต่อ

            " หวังว่าจะไม่มีกำลังเสริมนะ... "

-:- ด้านในสิ่งก่อนสร้างบน Lost Island



เมื่อเมเมะได้ก้าวเข้ามาถึงที่ด้านหน้านั้นก็พบว่าด้านในนั้นคล้ายกับห้องสมุดรวมๆกับที่เก็บเอกสารขนาดใหญ่ รวมทั้งยังมี่ฝุ่นและหยักใย่เต็มไปหมดราวกับว่าไม่มีคนอยู่มานานหลายปีแล้ว

ดูเหมือนว่าตอนนี้เมเมะจะคลาดสายตากับเด็กสาวนาโนแมคชีนคนเมื่อกี้นี้ไปแล้ว แต่สภาพตอนนี้กลับทำให้เมเมะรู้สึกเหมือนว่ามีเธออยู่ตัวคนเดียวในที่นี้ยังไงยังงั้น

ระหว่างที่เธอกำลังมองรอบๆสถานที่นี้นั่นเองเธอก็ได้พบกับอาวุธแปลกๆที่ถูกเก็บไว้ในตู้กระจกตั้งโชว์ภายในห้องนั้นด้วย มันจะเกี่ยวอะไรกับคนที่เธอตามหาอยู่รึเปล่านะ



            " ปืน.. "

            เก็บไปก่อนละกัน..
            เมเมะหยิบปืนออกมาจากตู้โชว์โดยไม่ได้ขอ จากนั้นก็สำรวจภายในห้องอีกครั้ง

            " เอกสารอะไรกันนะ.. "

ปืนที่เมเมะหยิบขึ้นมานั้นคล้ายคลึงกับของเด็กเล่นยังไงยังงั้น มันทำขึ้นมาจากเหล็กก็จริงแต่กลับไม่มีที่ใสกระสุนหรือไกปืนเลยแม้แต่น้อย คันลำของมันก็ชักขึ้นไม่ได้เช่นกันเมเมะจึงพอจะเดาได้ว่าปืนนี้ไม่น่าจะยิงกระสุนอะไรออกมาได้ . . .

ในระหว่างเดียวกันที่เมเมะได้เก็บเอกสารขึ้นมาดูนั้นเธอก็พบว่ามันเป็นรายงานการทดลองที่มีระยะเวลามานานกว่า 40 ปีแล้ว ซึ่งการทดลองนั้นเกี่ยวกับ การทำงานของร่างกายของมนุษย์ พลังเร้นลับของชาโดว์ และ การควบคุมเครื่องจักรกลต่างๆ

1) เลือกอ่านหนังสือ. . . (ระบุหัวข้อ)
2) วางทิ้งไว้ที่เดิม
3) อื่นๆโปรดระบุ


[ 1 ] - [ การควบคุมเครื่องจักรกลต่างๆ ]

            เมเมะมองดูข้อมูลในเอกสารแล้วก็รู้สึกสนใจขึ้นมา เธอเลยลองเปิดอ่านดู

            " ....การควบคุมเครื่องจักรกลต่างๆ? "

" เครื่องยนต์ที่จะสามารถทำงานอัตโนมัติได้นั้นล้วนมีการตั้งข้อมูลจากมนุษย์ขึ้นมาทั้งสิ้น อาจจะกล่าวได้ว่ามันคงจะไม่เป็นประโยชน์มากนักที่จะต้องมาตั้งโปรแกรมใหม่ทุกครั้ง

แต่กลับกันถ้าเครื่องจักรเหล่านั้นสามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้า และ เรียนรู้ได้ด้วยตัวเองจนพัฒนาถึงขั้น AI อัจฉริยะได้แล้วมันคงจะมีประโยชน์มากมาย เช่น เป็นคนงานที่มีความสามารถ , ทหารประสิทธิภาพสูง หรือแม้กระทั่งมนุษย์ที่เรียกได้ว่าพัฒนาเป็นขั้นที่สมบูรณ์ มนุษย์สปีชีส์ใหม่ที่จะมีความเพรียบพร้อมทั้งกายภาพและชีวภาพ

แต่การที่จะทำให้เครื่องจักรสามารถตอบสนองได้อย่างอัจฉริยะนั้นจำเป็นที่จะต้องมีตัวกลางที่สามารถสั่งการระบบได้ด้วยและสิ่งที่หาได้ง่ายดายและเหมาะกับสถานการณ์ที่สุดนี้ก็คือระบบสมองของมนุษย์และสัมผัสทั้ง5ที่ส่งผลตอบสนองอย่างฉลาดเฉลียวจนนักวิทยาศาสตร์ได้กล่าวเอาไว้ว่าร่างกายของมนุษย์นั้นเป็นเครื่องจักรที่ฉลาดที่สุด "


เมื่อเมเมะได้เปิดหนังสือหน้าต่อไปนั้นเธอก็พบกับรายงานถึงชื่อต่างๆของการวิจัย รวมทั้งมีลิสที่แดงเถือกที่กำกับไว้ว่า"ล้มเหลว"อยู่ที่หน้าแรกอย่างนับไม่ถ้วน. . .

เนื้อหาในกากรวิจัยนั้นยังไม่ได้หยุดลงเพียงเท่านี้และมีการพัฒนาต่อมาเรื่อยๆอีกในเวลาปัจจุบันนี้อย่างลับๆ . . .

" การที่จะทำให้อวัยวะของมนุษย์ยังคงทำงานได้นั้นจำเป็นที่จะต้องใช้ร่างกายที่ยังเป็นๆอยู่ในขณะที่พัฒนาร่วมกันกับเครื่องจักรด้วย แต่ถ้าทำแบบนั้นอาจจะทำให้ร่างที่นำมาทดลองนั้นทนอาการบาดเจ็บไม่ไหวจนพังสลายเสียก่อนที่การทดลองจะเสร็จสิ้นได้

ระหว่างที่เมเมะกำลังอ่านนั่นเองเธอก็ได้ตรวจพบเห็นภาพของการทดลองส่วนนึงที่มีนำร่างของเด็กชาย-หญิงมาทำการทดลองดังกล่าวข้างต้นนี้อย่างน่าสยดสยอง



ดังนั้นจึงต้องมีการใช้สิ่งมีชีวิตที่จะสามารถควบคุมและสั่งการการกระทำของมนุษย์ได้ ซึ่งตอนนี้ก็ได้ค้นพบแล้วแต่ว่าการที่จะทำให้สิ่งๆนั้นควบคุมมนุษย์ได้โดยสมบูรณ์นั้นจำเป็นที่จะต้องทำให้ร่างกายที่นำมาทดลองสูญเสียความเป็นมนุษย์และความรู้สึกต่างๆไปเสียก่อนให้เหลือแต่ความว่างเปล่าก่อนที่จะรวมสิ่งๆนั้นเข้ากันไปได้และใช้พลังของสิ่งๆนั้นควบคุมร่างเป็นของร่างมนุษย์ทดลองที่ได้พัฒนาร่วมกับเครื่องจักรต่างๆ ซึ่งก็พบว่ามันสามารถตอบสนองเครื่องจักร , รับรู้การสื่อสาร และเรียนรู้พร้อมกับเลือดตัดสินใจด้วยตัวเองได้ "


            " อึก....ก.. "

            เมเมะเบิกตาโพล่ง เป็นอย่างที่เธอคิดไว้ไม่มีผิด การทดลองโดยใช้ร่างกายมนุษย์
เธอกำเอกสารแน่นด้วยมือที่สั่นเทา แล้วอ่านมันต่อไป

" การทดลองนี้เป็นความประสบความสำเร็จขั้นแรกอย่างงดงาม ทำให้พวกเราสามารถต่อยอดไปถึงการควบคุมหุ่นยนต์อัจฉริยะเหล่านี้

มันคงจะเป็นความล้มเหลวถ้าหากหุ่นยนต์พวกนี้เกิดทำนอกเหนือจากคำสั่งและไม่มีใครควบคุมมันได้ จึงจำเป็นที่จะต้องสร้างระบบควบคุมมันขึ้นมา และ การที่จะทำแบบนั้นได้ทำให้งานวิจัยสิ่งมีชีวิตประหลาดจากอีกมิตินึงนั้น "ชาโดว์" ต้องเริ่มขึ้นอีกครั้งเพื่อเรียนรู้ที่จะทำการควบคุมพวกมันให้อยู่ใต้คำสั่ง "


ดูเหมือนว่าการทดลองส่วนใหญ่บนเกาะแห่งนี้จะเกี่ยวกับตัวหุ่นยนต์เสียมากกว่าทำให้บันทึกที่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตต่างมิตินั่นไม่ค่อยจะเด่นชัดเท่าไรนัก แต่จากข้อมูลแล้วนั่นเมเมะก็พบว่าที่นี่ไม่ได้บอกเกี่ยวกับการข้ามไปยังอีกมิตินึงนั่นเพื่อไปหาวัตถุดิบมาทดลองเลยแม้แต่น้อย


เสร็จสิ้น
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 9-9-2013 02:17:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 22-10-2013 11:28





            " ชาโดว์.... มันคืออะไรกัน "

            เมเมะไม่ได้อ่านต่อ เธอเก็บเอกสารที่จำเป็นทั้งหมดไว้อ่านทีหลังก่อนจะสำรวจ
ที่นี้อีกครั้ง

            " เมื่อกี้เราอาจจะโชคดีที่เด็กคนนั้นหมดกำลังพอดี แต่ถ้าฟื้นตัวเมื่อไหร่ เราอาจ
จะลำบากก็ได้ "

            เมเมะได้เดินเข้าไปต่อ ระหว่างนั้นในหัวของเธอก็มีแต่เรื่องของการทดลอง

            ' หุ่นยนต์ที่เราเจอตั้งแต่ทางเข้านั่นคืองานวิจัย แต่ที่นี้กลับดูรกร้างเสียเหลือเกิน
ราวกับ.... ราวกับไม่มีใครเคยอาศัยอยู่ที่นี้เลย '

            การที่จะทำให้สิ่งๆนั้นควบคุมมนุษย์ได้โดยสมบูรณ์นั้นจำเป็นที่จะต้องทำให้ร่างกายที่นำมา
ทดลองสูญเสียความเป็นมนุษย์และความรู้สึกต่างๆไปเสียก่อน


            ' เด็กคนนั้น.. อย่าบอกนะว่าคือชาโดว์ที่ใช้ร่างมนุษย์ แล้วถูกควบคุมอีกที? '

ด้านในนั้นเองเมเมะก็ได้พบกับแคปซูลทดลองจำนวนมากรวมทั้งยังมีแท่นชาจที่เหมือนกับที่เก็บหุ่นทดลองอยู่เต็มไปหมด หากแต่ว่าไม่มีซากหรือตัวหุ่นอยู่เลยแม้แต่น้อย . . .

เสียงไฟฟ้าที่กำลังโอนถ่ายได้ดังขึ้นเบาๆจากด้านใน ดูเหมือนว่าจะเป็นเด็กน้อยนาโนแมคชีนคนนั้นนั่นเอง ตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะกำลังหลับในสภาพเปลือยเปล่าอยู่ในแคปซูลอันนึงที่เต็มไปด้วยน้ำแปลกๆ

1) ดึงปลั้กไฟด้านหลังออก
2) กดเปิดแคปซูล
3) ยืนมองด้านนอก
4) อื่นๆโปรดระบุ


[ 4 ] - [ ทำลายแท่นแคปซุลทั้งหมดและนำตัวเด็กสาวออกมา ]

            " ! เจอแล้... "

            พรู่ดด(?)

            " อ..อื้อ~! "

            เมเมะเบี่ยงหน้าหลบจากนั้นก็สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อลบภาพออกจากหัว
            พอตั้งสติได้แล้วเธอก็พยายามมองไปที่หน้าของเด็กสาวตรงหน้าเท่านั้น ก่อนที่
จะเข้าใจว่าเธอหนีมาชาตแบตจริงๆด้วย

            " ...... "

            เมเมะมองดูเธอเพียงครู่เดียวเท่านั้น ก่อนที่จะหันไปดูตู้แคปซุลอื่นๆ ...แล้วหยิบ
ปืนดาบขึ้นมาเล็ง
            
ปังปังปังปัง!!

            เธอลองยิงครั้งแรก ดูท่าว่าจะมีกระสุนอยู่เหลือเฟือ และระยะแค่นี้ไม่มีทางพลาดเป้า

ปังปังปังปัง!
            
            เมเมะยังกระหน่ำเสียงปืนอย่างต่อเนื่อง สายไฟ หลอดแก้ว อุปกรณ์ทุกอย่าง ยกเว้นตู้
ที่สาวน้อยนาโนแมชชีนนอนอยู่

            " ..... "

            เมื่อเสียงปืนเงียบลงเธอก็เดินมาใกล้ๆกับหลอดที่สาวน้อยนอนหลับอยู่

            " ขอโทษนะ "

            สิ้นเสียง เธอใช้ปลายดาบฟันหลอดแก้วออกเป็นชิ้นๆโดยไม่ให้โดนสาวน้อยข้างใน

ร่างเล็กๆของเด็กสาวได้ค่อยๆหล่นลงมาจากแรงโน้มถ่วงสู่ด้านล่าง เมเมะได้ค่อยๆรับร่างนั้นไว้อย่างง่ายดายก่อนที่จะพบว่าเธอไม่ได้ฟื้นสติขึ้นมา


            เมเมะใจเต้นเล็กน้อย..ส่วนนึงเพราะตนเองกำลังอุ้มเด็กผู้หญิงที่กำลังเปลือยอยู่
อีกส่วนคือ เสียวคอหอยจะขาดครึ่งมาก...

            " คุณหนู คุณหนูคะ.. "

            หลังจากถอดเสื้อโค้ทมาคลุมให้เธอแล้ว เมเมะก็พยายามปลุกแต่ทว่าเธอกลับไม่ตื่น(เพราะ
กลัวเลยส่งเสียงเบาไป) เมเมะเลยวางเธอลงกับพื้นแล้วสำรวจชีพจร

ไม่มีสัญญาณชีพจรที่เหมือนกับคนทั่วไปตอบกลับกับการสัมผัสของเมเมะเลยแม้แต่น้อยหรือแม้แต่ลมหายใจก็ด้วยเช่นกัน แต่ว่าเบื้องหน้านี้นั้นเป็นร่างกายที่มีเครื่องจักรกลรวมอยู่ การทำงานอาจจะต่างกับร่างของคนทั่วๆไปก็ได้ เมเมะคงจะทำได้แค่หวังให้มันเป็นแบบนั้นในตอนนี้ . . .


            " ........... "

            ไม่มีชีพจร..
            เมเมะอุ้มเธอขึ้นมาอีกครั้ง แล้วพาออกไปยังห้องสมุดเพื่อหาข้อมูลให้มากกว่านี้

ร่างเล็กๆที่น้ำหนักไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไปที่คล้ายกับไร้ซึ่งวิญญาณและชีวิตได้ถูกเมเมะอุ้มไว้ในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย ต่างกับเมื่อตอนเช้าอย่างลิบลับเหมือนกับว่าเป็นคนล่ะคนเลยทีเดียว

หนังสือที่เมเมะได้ค่อยๆเปิดอ่านนั้นได้บอกถึงการฟื้นฟูพลังของหุ่นยนต์รุ่นทดลองต่างๆ แต่ล้วนแล้วจะต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการฟื้นฟูระบบทำงานภายในทั้งนั้น

ในขณะเดียวกันนั่นเองเมเมะก็สังเกตุเห็นช่องสายไฟที่ด้านหลังบนตัวเด็กคนนี้ เหมือนว่าอาจจะใช้สายไฟที่ยังหลงเหลือด้านในนั้นกับเธอได้แทนการใช้หลอดแคปซูลขนาดใหญ่นั่น


            พอพามาถึงก็วางเธอไว้บนโซฟาเก่าๆก่อนจะอ่านเอกสารต่อ
ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เมเมะก็เดินถือปลั้กมาหาเด็กสาว

            " ......... "

            เธอจำใจต้องถอดเสื้อออกแล้ว ก็เสียบปลั้กเข้าไปในตัวของ
สาวน้อยที่สลบอยู่นี้เพื่อทดสอบ

            ' เอาละ.. คงต้องรอดูอีกสักพักละนะ '

-:- เวลา Dark Hour เขตุ Dark Hour

ระหว่างที่เมเมะกำลังรอดูผลของเธออยู่นั่นเองช่วงเวลาที่มืดมัวรอบๆนี้กลับมืดลงไปกว่าเดิมอีกรวมทั้งบรรยากาศรอบๆตัวของเธอก็เริ่มแย่ลงมากๆอีกด้วยในตอนนี้

ตึก ๆ ๆ เสียงฝีเท้าของคนเดินรวมทั้งยังปนกับเสียงที่เหมือนกับหุ่นเชิดไม้ที่กำลังเคลื่อนที่ไปด้วยนั้นได้กำลังเข้ามาใกล้กับจุดที่เมเมะอยู่เรื่อยทุกทีแล้วในตอนนี้


           ' กลิ่นอายนี่มัน.. แย่แล้ว! '

           เมเมะลบจิตจนหมด ปรับลมหายใจแล้วหาที่ซ่อน

           " ! ... แย่แล้ว เอาไงกับเด็กคนนี้ดี "

           ขณะที้กำลังคิดหาทาง เสียงฝีเท้าก็เข้ามาใกล้เรื่อยๆ

           " ชิ! "

           เมเมะจำใจดึงสายออกแล้วอุ้มเด็กสาวเข้าไปหลบในตู้เก็บหนังสือ



เนื่องจากขนาดตัวที่เล็กของทั้งสองทำให้ทั้งสองสามารถเข้าไปหลบในตู้เก็บหนังสือในระแวกได้อย่างไม่ยากนัก เมื่อเมเมะได้มองออกมาผ่านรูกุญแจนั่นเองเธอก็ได้พบกับสิ่งมีชีวิตที่รูปร่างคล้ายกับหุ่นเชิดไม้ที่มีหัวของเด็กผู้หญิงที่ดูสวยงามประดับไว้ตรงกลางอก

? ? ? : ยัยเด็กคนนั้นหายไปไหนกันนะ . . .

มันได้พึมพำขึ้นเบาๆก่อนที่จะได้ค่อยๆเดินลึกเข้าไปด้านในที่เป็นห้องแลปวางแคปซูลที่เมเมะได้พังทะลายข้าวของไปก่อนหน้านี้ !!


            ' ย..แย่ที่สุด '

            เมเมะคิดในใจ สถานการณ์แบบนี้ถ้าเป็นคนเดียวเธอก็มั่นใจว่าจะหนีเองได้
อยู่หรอก แต่ว่าเด็กผู้หญิงข้างหลังเธอนี่สิ..

            " ...ทิ้งเธอไม่ได้ด้วย "
            ' ลองแอบดูอีกนิดละกัน '
            
            เมเมะมองลอดออกไป พลางเงียบเสียงที่สุด

            ' ........... '

? ? ? : อ้ากกก !! ใครทำลายแลปทดลองหมดแบบนี้ !! ยัยหุ่นนั่นหายไปไหนด้วย !! ไม่น่าจะออกไปไหนได้นี่นา

มันได้เดินหงุดหงิดออกมาจากด้านในพร้อมๆกับมองไปรอบๆห้องนี้และได้ค่อยๆหยิบเครื่องมือแปลกๆออกมายืนมอง

? ? ? : ไม่มีสัญญาณ ? ยัยหุ่นนั่นไม่น่าจะพังง่ายๆนะ. . . หรือว่ากลุ่มนั้นจะเริ่มลงมือแล้ว . . .

เสียงของมันฟังดูวิตกจากน้ำเสียงที่ค่อยลงไปเล็กน้อยก่อนที่มันจะได้เริ่มมองไปรอบๆห้องนี้และเริ่มวางสายแปลกๆไว้เต็มไปหมด

? ? ? : คงต้องเก็บหลักฐานก่อนสินะ

เมื่อเอ่ยจบแล้วมันก็ได้ค่อยๆรุดหน้าออกไปจากที่นี่ทันที โดยที่ไม่ได้นำอะไรติดตัวออกไปด้วยเลย

ระหว่างนั้นเองเมเมะก็ได้สังเกตุพบกับสายที่หุ่นไม้ตัวนั้นได้วางไว้ซึ่งมันได้เชื่อมต่อจนมีลักษณะคล้ายๆกับวงแหวนเวทย์ขนาดใหญ่ที่อาจจะสามารถทำลายสถานที่นี้ได้ในพริบตา


            " ......ไปแล้วสินะคะ "

            เมเมะเดินออกมาจากตู้หลังจากที่เจ้าหุ่นไม้ประหลาดนั้นไปแล้ว
            เธอเดินมายืนที่เดิมแล้วเก็บสายไฟที่ใช้เสียบเข้ากับสาวน้อยที่อยู่ในตู้หนังสือ

            " เก็บหลักฐาน.. แต่ไม่เอาอะไรออกไปเนี่ยนะ "

            วงเวทย์ขนาดใหญ่..

            ' หรือว่า..! '

            เวทย์เคลื่อนย้าย!?

ฉับ! ฉับฉับฉับฉับฉับฉับ!!

            เมเมะตัดสายระโยงระยางพวกนั้นจนหมด

            " ........ไหนๆเราก็เอากลับไปไม่ได้ แต่ก็.. "

            [ - คาไมทาจิ - x4 ] - [ พายุหมุนสลาตัน(ตั้งเมื่อกี้) ]

            เมเมะทำลายเอกสารและข้อมูลที่สำคัญในห้องนี้ทั้งหมดเพื่อไม่ให้ใครในโลก
สามารถอ่านพวกมันได้อีก ถึงจะพอรู้ว่ายังไงฝ่ายนั้นก็มีแบ๊คอัพไว้ก็เถอะ แล้วไม่รอดูผล
เธอวิ่งเข้าไปอุ้มเด็กสาวนาโนฯออกมาแล้ววิ่งเข้าไปในห้องแลป

            พอมาถึงห้องแลปที่มีแต่เศษแก้ว เมเมะลองสำรวจตนเอง... เธอหยิบหนังสือและ
เอกสารที่เป็นหลักฐานมาได้บางส่วนเท่านั้น เพราะไม่ได้หยิบกระเป๋าของตนเองมา

            " อึกทึกครึกโครมแบบนี้ เดี๋ยวได้ระเห็จมาแน่ๆ เผ่นละค่า.. "

            เธอจับปืนดาบในมือซ้ายแล้วก็ฟันใส่กำแพงเป็นสี่เหลี่ยม

            " ต้องวิ่งสุดแรงแล้ว... "

            จากนั้นก็พาตนเองและเด็กสาววิ่งกลับไปที่ถ้ำด้วยความเร็วสูงสุด

-:- เวลาช่วงเช้า เขตุ Dark Hour

ระหว่างกึ่งกลางทางที่เมเมะได้วิ่งออกมา จุดสะพานที่เธอเคยต่อสู้กับเด็กที่เธอพาออกมาด้วยนั้นเธอก็ได้พบกับหุ่นยนต์ร่างยักษ์ตัวนึงที่ได้ยืนปิดขวางทางด้านหน้าของเธออยู่ !!



ครืนนนน ด้วยขนาดลำตัวและน้ำหนักของมันทำให้สะพานเริ่มสั่นและพังทะลายลงเรื่อยๆอย่างช้าๆ


            ' กรี้ดดดดดดดดดดดดดด '

            เมเมะหน้าซีดและกรี้ดร้องในใจ ตอนนี้เธอเริ่มเกลียดหุ่นยนต์ขึ้นมาตงิดๆ

            " อย่ามาขวางกันนะ!!(เสียงค่อย) "

            [ อิไอ ]

            เธอรีดเร้นประสาทสัมผัสทั้งหมดแล้ววิ่งตรงไปด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นไปอีก อาศัยจังหวะที่
มันมองไม่เห็น เร่งสปีดแบบที่เลเซอร์ตรวจจับก็จับไม่ทัน(ถึงจะคิดว่าไอ้ตัวพวกนี้ไม่มีก็เถอะ)

ตึกตึกตึกตึกตึกตึกตึก

            เมเมะกระโดดเหยียบแท่นสะพานที่กำลังพังทลาย เพื่อข้ามไปอีกฝั่ง



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-ooooX )

แครกก เสียงสะพานที่ค่อยๆพังลงไปพร้อมกับร่างของหุ่นยักษ์นั่นที่ค่อยๆร่วงลงไปพร้อมๆกัน ทางด้านเมเมะที่ได้กระโดดข้ามมานั้นก็พบว่าที่ปากถ้ำได้ถูกหินถล่มจากแผ่นดินไหวที่เกิดจากการขยับตัวของหุ่นด้านหน้าเมื่อกี้นี้ปิดล้อมไว้จนไม่มีทางเข้ากลับไปได้

ตูมมมมม ระหว่างนั้นเองเจ้าหุ่นประหลาดนั้นก็ได้พยายามคว้าขอบสะพานที่ยังหลงเหลือและยื่นออกมาจากทางถ้ำก่อนที่มันจะได้ดึงพื้นดินตรงนั้นลงไปด้วยกับมันด้านล่างจนทำให้เมเมะนั้นตกลงมาสู่ด้านล่างด้วยเช่นกัน !!

สายน้ำที่ไหลเชี่ยวที่มีซากสะพานก่อสร้างเป็นที่ยืนชั่วคราวด้านล่างกลายเป็นลานต่อสู้เล็กๆที่ค่อยๆจมลงเรื่อยๆแล้วในตอนนี้ เมเมะคงจะต้องกำจัดหุ่นยนต์ด้านหน้าหรือกระโดดลงน้ำหนีไปเท่านั้นในตอนนี้


           " ........อึก "

           เมเมะอุ้มเด็กสาวให้กระชับขึ้นมาอีกนิด หุ่นยนต์ด้านหน้าดูจะมีแต่พละกำลังเท่านั้นละมั้ง

           " ....... "

           เธอหันมามองคนที่อุ้มอยู่ จากนั้นก็มองขึ้นไปบนฟ้าแล้วพึมพำออกมาเบาๆ..

           " ...เรากำลังทำอะไรอยู่นะเฮ้อ.. "

           ก่อนจะกอดคนที่อุ้มไว้ให้แน่นขึ้นไปอีก แล้วกระโดดลงไปในน้ำ!!

Immunity -5

-:- เวลาช่วงกลางวัน

หลังจากเหตุการณ์นั้นแล้วเมเมะเองก็ไม่สามารถทราบได้ว่าที่เกาะนั่นจะเป็นยังไงบ้าง แต่เมื่อเธอรู้สึกตัวอีกทีเธอก็ได้มาอยู่ที่ชายฝั่งใกล้ๆกับป่าที่เธอเคยมาถางที่ไว้แล้ว



ดูเหมือนว่าร่างของเด็กสาวที่เมเมะได้พยายามปกป้องไว้นั้นจะยังอยู่ไม่ห่างจากตัวเธอไปเลยแม้แต่น้อยแม้ว่าจะผ่านกระแสน้ำที่หลากมาระยะทางไกลขนาดนั้น แต่ดูเหมือนว่าเธอจะยังไม่ตื่นขึ้นมาอยู่ดี


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 10-9-2013 11:04:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 22-10-2013 11:28





            " อา .. โล่งอกไปที "

            เมเมะยันตัวเองขึ้นมานั่ง อาหารที่ได้จากคุณฮาเซโอะไหลหายไปไหนหมดแล้วไม่รู้
ส่วนสภาพของหนังสือและเอกสารที่เอามานั้น เละเทะเกินบรรยาย..

            " ช่างเถอะ... "
            ' รีบพาเด็กคนนี้กลับไปหาคุณรูริดีกว่า.. '

            เมเมะคิดว่าการจะรักษาหุ่นยนต์ก็น่าจะเอาไปให้หุ่นยนต์(มั้ง)รักษาดู
            เธอค่อยๆพยุงร่างกายขึ้นแล้วอุ้มเด็กสาวขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะเดินกลับไปที่เมือง
            
            ' การที่เราได้เธอคนนี้มาก็นับว่ายังไม่ศูยน์เปล่าหรอกค่ะ.......มั้งนะ '

-:- เวลาช่วงเย็น

-:- ที่เมือง Hilocuxt

ไม่นานนักเมเมะก็ได้เดินทางกลับมาที่ตัวเมืองนั้นเธอก็พบว่าตอนนี้ตัวเมืองมีสภาพที่ต่างไปจากเดิมเสียแล้วในตอนนี้ สถาพของต้นไม้ที่หักทอนและทางเดินที่ผุพังไปจากเดิมจนเหมือนกับว่าเมืองที่เธอเคยมาในครั้งแรกนั้นกลับกลายเป็นคนล่ะเมืองไปเสียแล้วในตอนนี้


            " ท..ทำไม "
            ' เพิ่งจะผ่านไปแค่วันเดียวเองนะ! '

            เมเมะช็อกกับภาพตรงหน้ามาก คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัว แต่เธอรีบสะบัด
ไล่ความคิดเหล่านั้นออกไป พร้อมกับเดินเข้าไปในเมือง

            ' ..แสดงว่า เรามาช้าไปแล้ว '
            ' ใจเย็นๆ.. ทุกคนจะต้องหนีออกไปจากเมืองก่อนแล้วแน่ๆ ... '

            เมเมะคิดพลางเดินเข้าไปที่หน้าประตูเมืองแล้วเหล่มองเข้าไปว่าภายในเมืองยัง
คงปลอดภัยดีอยู่หรือไม่

ดูเหมือนว่าภายในเมืองตอนนี้จะไม่มีผู้คนอยู่เลยแม้ รวมทั้งแม้แต่ร่างกายของผู้คนนั้นก็ไม่มีให้เห็นด้วยเช่นกัน จะมีก็แต่สิ่งก่อสร้างต่างๆรวมทั้งซากของตัวเมืองเท่านั้น

? ? ? : อือ. . .

ในขณะเดียวกันนั่นเองเด็กสาวนาโนแมคชีนที่เมเมะได้พามาด้วยนั้นก็ได้ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งในท่าทีที่เหนื่อยอ่อน เธอได้พยายามขยี้ตาเธออยู่หลายรอบก่อนที่จะทำหน้าตกใจสุดขีดพร้อมกับเหงื่อที่แตกออกมาเป็นสายน้ำที่ด้านหลังของเธอ

? ? ? : ปะ- ปล่อยเรานะ !! เจ้าเครื่องสูบฟันเฟือง !!

เสียงอ่อยๆที่ท่าทางเหนื่อยๆของเธอได้ดังขึ้นไล่เมเมะตั้งแต่แรกหน้าตื่นพบเจอก่อนที่เธอจะพยายามดันอกของเมเมะอย่างไม่มีเรียวแรง


            " ฟ..ฟื้นแล้วเหรอคะ! ดีจังเลย "

            เมเมะเผลอลืมตัวกอดเด็กสาวตรงหน้าแน่นๆ

            " เป็นห่วงแทบตายแน่ะ เล่นนอนนิ่งไปเงียบๆแบบนี้ สภาพร่างกายเป็นยังไงบ้าง
ไม่ได้รู้สึกแย่ใช่ไหม? ล..แล้วหิวหรือเปล่า?  "

            เธอได้ถามเด็กสาวเป็นชุด เมเมะมักจะห่วงคนอื่นตลอดโดยไม่ค่อยจะดูตัวเองนัก
เธอลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเด็กตรงหน้าเคยทำเธอเกือบตาย

? ? ? : ค่อก ค่อก . . .

เธอได้พยายามพูดอะไรออกมาบางอย่างแต่กลับโดนเมเมะกอดเข้าซะแน่นแบบนั้นจนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ก่อนที่จะโดนเมเมะล้อคคอสลบไปอีกรอบ


            " ว้ายยย อย่าเพิ่งหลับไปอีกรอบสิ ตื่นขึ้นมาก๊อนนน! "

            เมเมะเขย่าตัวเธออย่างลนลาน วี้ดว้ายกันอยู่สักพักก็พาเธอเข้าไปที่บ้านพัก(อดีต)ในเมือง

เด็กสาวได้ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างเหนื่อยอ่อนอีกครั้งก่อนที่เธอจะได้ซีดลงอีกรอบเมื่อเห็นเมเมะกำลังอุ้มเธออยู่ในอ้อมแขนในห้องเล็กๆแบบนี้

? ? ? : จ- จะทำอะไรเราน่ะคะ !! เจ้าแมงกินเครื่องจักรเลสเบี้ยน !!

เธอได้ร้องโวยวายออกมาอย่างหมดเรี่ยวแรงอีกครั้งแต่ก็ยังจะพยายามต่อปากต่อคำกับเมเมะ


            ' อะ ฟื้นแล้ว.. '

            เมเมะมองเด็กสาวที่อ้อมแขนด้วยสีหน้าโล่งอก แต่ก็ตีหน้านิ่งแบบเย็นชาเพื่อ(แกล้ง)คุย
กับเด็กสาวผมทองตรงหน้าอีกครั้ง

            " อยู่ในความสงบด้วยค่ะ ตอนนี้ชั้นอิ่มอยู่แต่ถ้าชั้นหิวเมื่อไหร่ละก็... "

            เมเมะมองไปยังซอกคอของเด็กสาวโดยคิดว่าจะขู่ แต่พอเห็นเด็กสาวในชุดเสื้อโค้ท(ตัวเดียว)
ของตนเอง + ขาขาวๆ(พึ่งรู้สึกตัว) ความทรงจำที่ทั้งกอดทั้งอุ้มก็กลับมาหลอกหลอนจนหน้าแดงปรี้ด
เธอเลยเผลอหันหน้าหนีแทน

            " ช..ช.ช.ช..ช ชั้นอาจจะ ... อุก.. "

            เมเมะพูดจาเสียงติดขัด โดยไม่กล้าหันไปมองตรงๆ เธอเลยเหล่มองด้วยหางตาเท่านั้น

            " ย..ยังไงก็ช่างเถอะค่ะ! สภาพร่างกายเป็นยังไงบ้างคะ? "

? ? ? : กะ- ก็. . .

เธอได้ทำท่ามั่นใจขึ้นมาพลางหลับตาลงเล็กน้อยก่อนที่แขนที่ได้ดันเมเมะออกเบาๆในตอนแรกนั้นจะค่อยๆตกลงอย่างช้าๆ

? ? ? : ม- ไม่ค่อยดี ท...เท่าไรหรอกค่ะ

เด็กสาวตอบกับเมเมะด้วยใบหน้าซีดๆอย่างหวาดผวาพร้อมสะดุ้งทุกวินาที แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนออกมาจากอ้อมแขนของเมเมะซักเท่าไรนัก

? ? ? : จะต้ม จะกินชั้นก็เชิญเลยค่ะ !! แต่ระวังท้องเสียด้วยแล้วกัน !!

เธอได้พูดประชดด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิดกลับมาที่เมเมะซะอย่างนั้น


            " ...ฮิฮิ "
            " ...ไม่กินหรอกค่ะ "

            เมเมะวางเด็กสาวลงที่ขอบเตียง จากนั้นเธอก็เลื่อนเก้าอี้
มานั่งใกล้ๆ

            " ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ขอแนะนำตัวเลยละกัน "
            " ชั้นชื่อ มุซารากิ เมเมะ ค่ะ แล้วเธอละคะ? คุณหนูผู้มีพลัง
แสงอาทิตย์บวกดวงจันทร์สุดแกร่ง "

            เมเมะยิ้มละไมให้เด็กสาวพลางตอบกลับไปด้วยท่าทางสบายๆ

? ? ? : ชื่อของเราก็ต้องเป็นชื่อ อพอลโล่ลูน่า สิคะ !! ถามมาได้

เด็กสาวได้ตอบเมเมะห้วนๆด้วยมุขตรงๆและตายตัวของเธอ แต่ดูท่าเธอจะขยับไปไหนไปได้ไม่สะดวกนักในตอนนี้จึงได้แต่นอนรอบนที่นอนในห้องนั่น


            " เหรอ.. งั้นก็ต้องเรียก ลูน่าจัง สินะคะ " ^ ^

            เมเมะยิ้มอีกครั้งกับคำตอบ(?)ของลูน่า

            " เอาละ.. "

            จู่ๆเมเมะก็ทำเสียงเงียบขรึมพลางตีหน้านิ่งขึ้นมา..

            " มาเริ่ม[สอบปากคำ]กันเถอะ ลูน่าจัง.. "

? ? ? : ฮิก !!

เด็กสาวได้สะอื้นออกมาอย่างตกใจก่อนที่จะได้รีบลุกขึ้นจากท่านอนและถอยพรวดไปติดกำแพงบนเตียงแทน

? ? ? : ตะ- แต่ว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิดนะคะ !! เราต้องการทนายฝ่ายบุคคลด้วย !!


            " คุณมีสิทธิ์ที่จะเรียกทนาย.... ผิด เผลอตบมุขจนได้ค่ะ.. "

            เมเมะปิดปากก่อนจะจ้องไปที่ลูน่า(?)แล้วก็ค่อยๆเขยิบเข้าไปใกล้ๆเธอ

            " เสียใจค่ะ ลูน่าจัง ที่นี้ไ่ม่มีทนาย มีแค่คุณกับชั้นเท่านั้น และไม่ว่าชั้นจะทำอะไร
ลูน่าจังตอนนี้ก็ตาม ไม่~มี~ใคร~ มาช่วยได้หรอกนะ "
            " เพราะงั้นก็ยอมตอบคำถามมาแต่โดยดีเถอะ ไม่งั้น... "
            
            เมเมะเขยิบขึ้นเตียงเข้าไปใกล้ลูน่า(?)เรื่อยๆพลางเอานิ้วแตะริมฝีปากด้วยใบหน้า
นิ่งเฉย..

เด็กสาวได้แต่ผวาเมเมะพลางเหงื่อไหลซิกออกมาจากด้านหลังอย่างกังวลกับอนาคตของเธอเอง ก่อนที่จะได้หยักหน้าตามอย่างว่าง่าย


            " อื้ม♪ "

            เมเมะเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มรับ แล้วก็ค่อยๆถอยออกมาในระดับที่สามารถคุยกับ
ลูน่า(?)ในท่านั่งพับเพียบ

            " เอาละ.. คราวนี้ถามจริงๆนะ ทำไมถึงต้องการร่างกายของชั้น.... ของมนุษย์
งั้นเหรอ? ลูน่าจัง "

            เมเมะตัดสินใจเรียกเด็กสาวว่าลูน่าก่อนจะถามคำถามแรกออกไป

? ? ? : ก็ท่าชั้นจับตัวคนที่บุกรุกเข้ามาได้ ดร. ก็จะสร้างน้องสาวให้ชั้นได้ยังไงล่ะคะ

เด็กสาวได้ตอบออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง

? ? ? : ถึงชาโดว์นั้นจะไม่รู้ว่ามันคืออะไรก็ตาม แต่"เด็กคนนี้"มีความต้องการสิ่งนั้นมากขนาดที่ว่าไม่ได้ออกไปสู่โลกภายนอกก็จะขอรออยู่ตรงนี้จนกว่าจะมีคนหลุดมาหาเธอ

เธอได้ตอบขึ้นขยายความจนเมเมะเริ่มไม่เข้าใจว่าตอนนี้คนตรงหน้านั้นเป็นอะไรกันแน่


            " หืม..... "
            ' เด็กคนไหนกัน.. '

            เมเมะทำหน้าสงสัยนิดหน่อย เธอพอจะจับใจความได้แต่ยังไม่เข้าใจนัก

            " ก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกนะคะ แต่ตอนนี้พวกเราก็ออกมายังโลกภายนอกแล้วละค่ะ "

            เมเมะได้บอกเฉลยไว้ว่าเธอได้พาลูน่า(?)ออกมาจากโบราณสถานแล้ว

? ? ? : เดี๋ยวชั้นก็กลับไปได้เองแหละค่ะ

เธอได้ยิ้มขึ้นอย่างมั่นใจก่อนที่จะค่อยๆตัวสั่นเล็กน้อยและพิงลงไปที่กำแพงอีกรอบด้วยอาการเหนื่อยอ่อน

? ? ? : เพราะถ้าเราไม่คอยดูแลที่นั่นดร.ก็จะไม่สร้างน้องสาวให้. . .


            ' .....นี่มัน '

            วิญญาณ..
            ด้วยความสามารถของเมเมะ ทำให้เธอแสงอะไรบางอย่างจากตัวของเด็กคนนี้
ถึงจะยังไม่แน่ใจว่าใช่ แต่เมเมะก็เขยิบเข้าไปใกล้ๆกับเด็กสาวจนหน้าผากของเธอแนบกับ
เด็กสาว ก่อนจะกลับตาแล้วพูดอะไรบางอย่าง

            " การทำร้ายคนอื่นเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการน่ะ มันไม่ถูกต้องนะ.. "
            " ชั้นไม่รู้ .. ว่าพวกเธอเป็นใครหรือมาจากไหน.. แต่ว่าสิ่งที่พวกเธอกำลัง
ทำอยู่น่ะ มันผิดนะ "

            เมเมะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน.. ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นออกจากเตียง

            " เรื่องที่พวกเธอพูดน่ะ.. ชั้นจะช่วยพวกเธอเอง "
            " ถึงจะไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง แต่ก็จะช่วยให้ได้! และจะไม่ให้พวกเธอทำร้ายใครด้วย "

            เมเมะกำมือแน่นมองตาของเด็กสาวตรงหน้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นที่สุด

            " ให้ชั้นได้ช่วยเถอะนะ "

            เธอยิ้มละไมแล้วยืนมือให้กับลูน่า

? ? ? : เอ๋ ?! เธอสร้างน้องสาวได้อย่างนั้นเหรอ ?

เด็กสาวได้มองเมเมะด้วยตาทีเป็นประกายขึ้นมาแต่ดูเหมือนว่าร่างกายของเธอจะตอบสนองไม่ได้ตามที่ใจอยากเท่าไรนัก


            " เอ๊.. ?? ส..สร้างน้องสาวเนี่ย ถ ถ้าให้มนุษย์ทำมันก็ไม่ใช่น้องสาว.. แต่เป็น.. "

            เมเมะเงียบปากไปแล้วหันไปทางอื่น...
            พอโดนมองด้วยสายตาที่คาดหวังไปคนละเรื่อง ทำให้รู้สึกว่า เด็กสาวตรงหน้า
ยังคงมี ข้อบกพร่องอยู่..

            " ก็.. คงได้ละมั้งคะ.. "

            เมเมะได้ตอบเด็กสาวตรงหน้าด้วยท่าทีลังเลนิดๆ

            " แต่ลูน่าจังต้องสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายใครอีกนะ "

? ? ? : เราสัญญาค่ะ ~ ทั้งเราเองและ"เด็กคนนี้"ถ้ามีน้องสาวเป็นเพื่อนซักคนก็คงจะไม่ต้องหาใครอื่นมาให้ดร.แล้วล่ะ

เธอได้ตอบขึ้นด้วยท่าทางยิ้มแย้มกับคำถามของเมเมะ


            " ......อืม "

            เมเมะพยักหน้าให้เด็กสาวก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อในตู้เสื้อผ้า
ออกมา

            " เอาละ งั้นก็เลิกซักถามกันแค่นี้ ~ "
            " จากนี้ เราต้องรักษาสภาพร่างกายให้พร้อมซะก่อน ลูน่าจัง
มีวิธีเติมพลังงานตัวเองยังไง บอกชั้นสิคะ "

ฟุโรโกะ เอริกะ(เฮอร์เมร่า) : เราชื่อ เฮอร์เมร่า ต่างหากล่ะคะ ส่วนเด็กคนนี้มีชื่อว่า ฟุโรโกะ เอริกะ

เธอได้ตอบกลับมาด้วยท่าที่ยิ้มแย้มและร่าเริงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ฟุโรโกะ เอริกะ(เฮอร์เมร่า) : จริงๆแล้วชั้นเองสามารถรักษาพลังชีวิตของร่างกายของเด็กคนนี้ไว้ได้อยู่แล้ว แต่เครื่องจักรที่เป็นส่วนประกอบนี้ด้วยทำให้ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า หรือไม่ก็ แบตเตอรี่ในการฟื้นฟูพลังงานของเครื่องจักรน่ะค่ะ

เฮอร์เมร่าได้รีบอธิบายขึ้นพร้อมๆกับค่อยๆหันแผ่นหลังขาวๆของเธอกลับมาให้เมเมะได้เห็นกับช่องสายไฟนั่น

ฟุโรโกะ เอริกะ(เฮอร์เมร่า) : น่าจะชาจไฟผ่านสายตรงนี้ได้ล่ะมั้ง ? แต่ว่าที่แลปมีหลอดให้นอนพักอยู่แล้วเพราะอย่างนั้นช่วงกลางคืน เอริกะ จึงเข้าไปนอนพักในนั้นอยู่บ่อยๆค่ะ


            " อ อ้อ.. "

            เมเมะไม่ได้ละสายตา พอฟังที่เอริกะพูดจบ เธอก็หาปลักภายในห้อง
ทันที

            " สายนี้คงได้มั่ง.. "

            เนื่องจากไม่มีคนอยู่แล้ว เธอจึงไม่แน่ใจว่าสายพ่วงใต้โต๊ะนี้จะใช้ได้ดี
หรือเปล่า
            เมเมะเดินเข้าไปหาเด็กสาวพลางจับสายไฟเพื่อทดสอบชาตพลังงาน

            " ...รู้สึกเป็นยังไงบ้างคะ? "

หลังจากที่เมเมะได้วางสายไฟเสร็จนั้นร่างของเด็กสาวก็ได้ค่อยๆทรุดตัวนอนลงไปกับเตียงนั่นอย่างเงียบๆ เหมือนครั้งที่เมเมะเห็นเธอในแคปซูลบนเกาะนั่น


            " .........ฮิ "

            เมเมะยิ้มบางๆ ก่อนที่จะจัดเสื้อผ้าชุดเสื้อยืดกับกางเกงขายาวไว้ข้างๆเตียง
จากนั้นเธอก็ห่มผ้าให้เด็กสาวตรงหน้า

            " เอาละ ต่อไปก็เราละนะ... "

            เมเมะพูดก่อนจะออกจากบ้านพักไปเพื่อหาอะไรทานบ้าง

เสร็จสิ้น
โพสต์ 10-9-2013 12:31:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย melontaro เมื่อ 15-9-2013 00:38





โทคิคิดตามคำพูดของ ซาอุ กอนแกน ก่อนจะมองรอบๆ

โทคิ : ที่นี่คงทำตามสถานการณ์นายไม่ได้หรอก

โทคิ : งั้นก็ถอยกันเถอะ !!

โทคิพูดสั่งให้ ซาอุ กอนแกนขึ้นไปชั้นบน

The World !!

โทคิวิ่งขึ้นชั้นบนขณะหยุดเวลาด้วยความเร่งรีบ



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-ooooloooooX )

โทคิและซาอุกอนแกนได้หลบหนีขึ้นมาด้านบนของแลปทดลองอีกขั้นนึง

ฟุ้บบบ ร่างเงามืดนั้นได้ค่อยๆมาปรากฏขึ้นต่อเบื้องหน้าทั้งสองอีกครั้งอย่างรวดเร็ว แต่เป็นช่วงเวลาหลังจากที่พลังหยุดเวลาของโทคินั้นหยุดลง

? ? ? : โห ?! เคลื่อนที่ได้รวดเร็วขนาดที่จับสัมผัสตามไม่ได้ ไม่แปลกที่จะสามารถอยู่ร่วมกับกลุ่มอาคาร์น่าได้นะ

มันได้เอ่ยเชิงชมเชยโทคิขึ้นก่อนที่จะได้ค่อยๆกลบห้องแห่งนี้ให้มืดลงเล็กน้อยจนสัมผัสของมันนั้นเกือบจะหายไปจนหมดสิ้น

? ? ? : แต่ว่ายังไงเธอก็เป็นแค่พวกมนุษย์ล่ะนะ


โทคิ : อย่าดูถูกมนุษย์หน่อยเลยน่า คนที่สร้างแกขึ้นมาก็น่าจะมนุษย์ไม่ใช่เหรอ !!

โทคิพูดพร้อมกับชี้หน้าท้าทายใส่เจ้าตัวปริศนาก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆ ซาอุ กอนแกน เพื่อกระซิบ

โทคิ : ( ฉันใช้พลังบ่อยๆไม่ได้หรอก หลังจากนี้ช่วยอุ้มพาฉันขึ้นไปข้างบนทีนะ )

โทคิกระซิบก่อนที่จะส่งสัญญาณนิดๆหน่อยให้ ซาอุ กอนแกน

ซาอุ กอนแกนได้อุ้มโทคิขึ้นมาก่อนที่จะได้เมินเฉยกับการพูดจาของศัตรูตรงหน้าและหลบหนีออกมาที่ด้านบนของดันเจี้ยนเหนือผิวน้ำ

อีกด้านนึงของปีศาจเงาเมื่อครู่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ตามขึ้นมาด้วย


โทคิกระโดดลงมาจากการอุ้มของ ซาอุ กอนแกน ก่อนจะบ่นนิดๆหน่อยๆ

โทคิ : เจ้าหุ่นกระป๋องนั่นคงจะไม่ตามมา เหมือนมันจะมีพลังอะไรซํกอย่างที่ทําให้เราโจมตีไม่ได้

โทคิยืนคิดก่อน จะนึกคําพูดอะไรของเจ้าหุ่นปริศนานั่นได้ประโยคนึง

โทคิ : เหมือนก่อนหน้านี้เจ้านั่นมันจะพูดว่า  "Strength อย่างเดียวน่ะทำอะไรไม่ได้หรอก"

โทคิ : เหมือนว่าพวกเราสมควรจะตามพวก อาร์คาน่า แบบนายกลับมาอยู่ร่วมกันด้วยกันอีกครั้งนะ ซาอุ กอนแกน

โทคิพูดเสนอความคิด ก่อนจะนึกถึงเจ้าตัวที่ถูกเรียกว่า การ์เดี้ยน

โทคิ : การ์เดี้ยนก็พวกๆของนายเหมือนกันนี่ เจ้าหุ่นบ้านั่นอย่างน้อยก็คงจะเล็งกําจัดพวกนายด้วยละมั้ง

ซาอุ กอนแกน : อืม. . . ก็จริงอย่างที่พูดแต่ว่าพวกการ์เดี้ยนคงจะไม่สนใจเท่าไร ถ้าทำได้อย่างดีที่สุดก็คงตามหากลุ่มของอาคาร์น่าล่ะมั้ง. . .

มันได้ตอบขึ้นก่อนที่จะได้ทำท่าครุ่นคิดขึ้นในระหว่างที่มองย้อนกลับไปในสถานที่ที่เพิ่งออกมากันเมื่อครู่นี้

ซาอุ กอนแกน : มันดูคล้ายๆๆกับทางโลก Dimension Den แต่ว่าไม่เหมือนกันเป๊ะเลยนะเนี่ย

มันได้ออกอาการสนใจกับเจ้าปีศาจและสถานที่ใหม่นั่นแต่ก็ได้หันกลับมาเช้าเรื่องก่อนที่จะออกนอกเป้าหมายหลักไปเสียก่อน

ซาอุ กอนแกน : ว่าแต่หลังจากนี้จะทำยังไงต่อล่ะ ?


อืมโทคิยืนครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยทัก ซาอุ กอนแกน

โทคิ : งั้นตามหาพวกอาร์คาน่าคนอื่นแบบนายก่อนละกัน

โทคิหันไปยิ้มให้กับ ซาอุ กอนแกน ก่อนจะเอ่ยปากขึ้น

โทคิ : งั้นลองไล่ชื่อพวกอาร์คาน่าที่นายรู้จักกันก่อนสิ นี่คงจะเป็นการเดินทางครั้งใหม่ไล่ตามหาทีละคนเลย

โทคิชูมือขึ้นฟ้าเพื่อพร้อมที่จะเดินทางอีกครั้งเพื่อซักวันจะได้เดินทางกลับมาที่สถานที่แห่งนี้อีกครั้ง

ซาอุ กอนแกน : ที่ชั้นรู้จักก็คงมีแค่ Hades กลับ Blind อะ

มันได้ตอบกลับมาแบบห้วนๆด้วยท่าทีนิ่งๆ เหมือนว่ามันจะไม่ค่อยรู้เรื่องราวอะไรที่ปลีกย่อยลงไปมากๆซักเท่าไรนะ


โทคิ : อืมงั้นเป้าหมายใหม่ของเราก็คือตามหา Hades กับ Blind สินะ

โทคิหันกลับไปทาง Hidden อีกครั้งก่อนจะหันกลับไปหา ซาอุ กอนแกน

โทคิ : จะไม่ลากเจ้าตัวประหลาดที่เป็นการ์เดี้ยนมาด้วยงั้นเหรอ อย่างน้อยก็น่าจะใช้ประโยชน์ได้นะ ?

โทคิหันไปถาม ซาอุ กอนแกน ก่อนที่จะออกเดินทาง

1)ถ้าคิดจะลากให้ยืนคุยกันต่อ
2)ถ้าไม่ลากไปทางต่อไปทางทิศตะวันตกก่อน

ซาอุ กอนแกน : คงไปลากมาไม่ได้ล่ะมั้ง. . .

มันได้พึมพำขึ้นเบาๆก่อนที่ทั้งสองจะได้ออกเดินทางไปยังทางด้านตะวันตกของดันเจี้ยน

Stamina -2

-:- เวลาช่วงเย็น

ไม่นานนักทั้งสองก็ได้มาหยุดลงที่หน้าที่ราบสูงใกล้ๆกับตัวเมืองแห่งนึงที่อยู่ในระยะสายตาในตอนนี้ แต่ด้วยความหิวและเหนื่อยล้าทำให้ทั้งสองจึงได้นั่งหยุดพักลงใกล้ๆตัวเมืองก่อน

1) เดินทางต่อ
2) พัก
3) อื่นๆโปรดระบุ


โทคิ : วันนี้ทั้งสู้ ทั้งหนี และเดินทางมา พักก่อนซักนิดค่อยเดินทางลงไปที่เมืองที่อยู่ใกล้ๆละกัน

โทคิเสนอความเห็นก่อนจะ หาที่น่าจะใช้เป็นที่นอนได้แถวๆนั้นแล้วนอนลง

เจ้าปีศาจได้พยักหน้าตกลงก่อนที่จะค่อยๆหาที่พักผ่อนเช่นกัน

~ Day 3 ~

-:- เวลาช่วงเช้า

Stamina -2
Immunity -5

เช้ารุ่งสางได้มาเยือนอีกครั้ฃ เมื่อตื่นเช้าขึ้นมานั้นโทคิเองก็รู้สึกตัวว่าหิวและเหนื่อยอย่างมากเนื่องจากเธอไม่ได้กินหรือดื่มอะไรมาหนึ่งวันเต็มๆแล้วแถมยังไม่ได้พักเลยด้วย

ซาอุ กอนแกน : หืม. . . ไหวรึเปล่า ? เมืองอยู่ใกล้ๆนี่แล้ว

เจ้าปีศาจได้ถามขึ้นในท่าทีที่ให้ความสนใจโทคิขึ้นมาเล็กน้อย พร้อมกับชี้ออกไปที่ตัวเมืองใกล้ๆนี่


โทคิ : หืม ก็แค่หิวนิดหน่อยละน่า เมื่อวานลืมตัวจนเหมือนไม่มีอะไรตกใส่ท้องเลย

โทคิเดินเซไปเซมาด้วยความรู้สึกหิว ก่อนจะหันไปทางเมืองที่อยู่ข้างล่าง

โทคิ : รีบเดินไปหาของกินที่นั่นเถอะ

โทคิพูดพร้อมกับออกเดินทางอีกครั้ง พลางหาอะไรที่น่าจะกินได้ในตัวและ บริเวณนั้นไปด้วย

Stamina -2

-:- ภายใน Capialaros



เมืองที่ดูกันดารกลางทะเลทรายคล้ายกับหนังคาวบอยได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าของหญิงสาว สิ่งก่อสร้างที่ทำจากไม้รวมทั้งยังมีโบสถ์ที่ตัวเมืองด้วยบ่งบอกถึงความเก่าแก่(และแร้นแค้น)ของตัวเมือง

1) หาสถานที่... (โปรดระบุ)
2) อื่นๆโปรดระบุ


โทคิดูรอบๆก่อนที่จะหันไปทาง ซาอุ กอนแกน

โทคิ : ไปหาร้านอาหารหรือโรงแรมกันก่อนเถอะ

-:- โรงเตี๊ยม



ไม่นานนักโทคิก็ได้เดินผ่านย่านขายอาหารกลางเมืองจนมาพบโรงเตี๊ยมที่งตั้อยู่ด้านหลังภายใต้มุมมืดๆ ในระหว่างที่ทั้งสองเดินทางในเมืองนั้นซาอุกอนแกนได้พรางร่างกายของตนไว้ตลอดจนบางครั้งเกือบจะหลงกับโทคิเข้าให้ แต่สุดท้ายก็มาถึงโรงเตี๊ยมที่โต๊ะเดียวกันจนได้

ภายด้านในนั้นมีผู้คนไม่มากนักรวมทั้งบรรยากาศภายในยังไม่ค่อยจะรื่นรมซักเท่าไรด้วยเช่นกัน



? ? ? : ต้องการรับอาหารอะไรดีครับ !!

ชายหนุ่มท่าทางขยันขันแข็งคนนึงใต้แว่นดำได้เข้ามาถามโทคิที่เข้ามานั่งภายด้านในขึ้น


โทคิ : เอาอาหารกับนํ้าอะไรก็ได้มาเสิร์ฟเลย แล้วก็ขอทราบราคาด้วยนะ

โทคิพูดสั่งเมนูพร้อมกับนั่งฮัมเพลงอยู่ที่โต๊ะของตัวเอง

? ? ? : ถ้างั้นเมนูประหยัดแล้วกันนะ !!

ชายหนุ่มได้แว้บหายไปชั่วขณะก่อนที่จะได้เสิร์ฟติ่มซำเซ็ทนึงกับน้ำชาเติมไม่อั้นไว้บนโต๊ะของโทคิ



? ? ? : เซ็ทนี้บุฟเฟ่ เรียกสั่งได้เรื่อยๆ ราคา 25g !! โอ้ส !!


โทคินั่งกินไปเรื่อยๆ ก่อนจะลุกขึ้นมามองหา ซาอุ กอนแกน

โทคิ : เจ้านั่นอยู่ไหนเนี่ย ...

ซาอุ กอนแกน : อยู่แถวๆนี้ล่ะ แต่ไม่ได้ปรากฏตัวให้มนุษย์พบเห็นเฉยๆ

มันได้ตอบกลับพลางนั่งมองโทคิที่นั่งทานอาหารอยู่ที่โรงเตี๊ยมนี้

ซาอุ กอนแกน : คนน้อยๆแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่าทางกลุ่มมุนษย์แพ้สงครามแล้วเหรอ ?

เจ้าปีศาจได้ถามขึ้นพลางทำท่าครุ่นคิดอย่างสงสัยขึ้นมาและถามโทคิที่กำลังนั่งทานอยู่ในฐานะที่โทคิก็เป็นมนุษย์เช่นกัน


โทคิ : ถ้าถามความเห็นทางฉัน มนุษย์น่าจะเห็นว่าถูกกวาดล้างซะมากกว่า

โทคิหยุดพูดก่อนที่จะหยิบน้ำขึ้นมากินให้ลื่นคอก่อนจะพูดต่อ

โทคิ : ก็คงจะมีมนุษย์ที่ลุกขึ้นสู้จัดตั้งเป็นกลุ่มป้องกันตนเอง และ ชาวบ้านที่ทำอะไรไม่ได้แถวนี้

โทคิมองรอบๆก็ดูร้างผู้คนจริงๆ เหมือนย่านการค้าที่จะปิดตาย

โทคิ : คงจะเป็นช่วงเวลาที่มนุษย์ล้มตายไปมากละนะ

โทคิพูดด้วยน้ำเสียงปกติ ในความคิดของตน

ซาอุ กอนแกน : แบบนี้นี่เอง. . .

มันได้พูดออกมาเบาๆเหมือนกับเข้าใจ

หลังจากที่ทั้งคู่ได้พูดคุยกันซักพักเสี่ยวเอ้อแว่นดำก็ได้มาเก็บเงินของโทคิไป แต่ก็ยังอนุญาติให้โทคิอยู่กินต่อได้(ฟรีจนกว่าจะออกจากร้าน)

ซาอุ กอนแกน : ที่นี่สัมผัสไม่ได้ถึงตัวอื่นเลยสิน่า. . .

ดูเหมือนว่าที่เมืองนี้จะไม่มีร่องรอยอาคาร์น่าตัวอื่นในรูปแบบเดียวกับซาอุ กอนแกนเลยแม้แต่น้อย

1) ไปสำรวจในเมืองแบบสุ่ม
2) ออกจากเมืองเดินทางต่อ
3) อื่นๆโปรดระบุ


โทคิ ลุกขึ้นออกจากร้านก่อนจะเดิมออกไปสุ่มๆ ตามเมืองก่อนที่จะออกเดินทาง

โทคิ : เดินในเมืองพวกเราก็อาจจะเจออะไรนอกจาก อาร์คาน่าด้วยละนะ

1)เจออีเว้นต์ก็อยู่่ต่อ
2)ไม่เจอก็เดินทางออกนอกเมือง

ระหว่างทางที่โทคิกำลังเดินภายในตัวเมืองอยู่นั้นซาอุ กอนแกนก็ได้สดุดตาเข้ากับโบสถ์ที่ตั้งอยู่ภายในเมืองนี้ขึ้น

ซาอุ กอนแกน : เหมือนว่าที่นี่มีตัวอะไรอยู่เลยนะ . . .

มันได้เอ่ยขึ้นมาเบาๆพลางมองเข้าไปภายในโบสถ์นั่น


โทคิ : งั้นจะรอช้าทําไมเข้าไปดุกันเถอะจะได้หายสงสัย

โทคิจูงมือ ซาอุ กอนแกน เข้าไปเปิดประตูโบสถ์

โทคิ : ที่นี่มีใครอยู่มั้ย ?

-:- ภายในโบสถ์

ทันทีที่โทคิได้เข้ามาด้านในนั้นภาพที่ทั้งสองได้เห็นก็คือภาพของเครื่องจักรสีแดงที่กำลังแทงตัวของผู้ชายคนหนึ่งที่คาดว่าจะเป็นคนของโบสถ์แห่งนี้อยู่




มันได้ค่อยๆสลัดร่างคาคมดาบของมันทิ้งไปอย่างช้าๆก่อนที่จะได้หันมาทางโทคิและซาอุ กอนแกนที่เข้ามาพบกับเหตุการณ์เมื่อครู่อย่างกระทันหัน

? ? ? : แย่จังเลยนะ ดันมีคนมาเห็นซะได้

มันได้สลัดเลือดออกและยกคมดาบชี้มาทางโทคิและซาอุ กอนแกนขึ้นก่อนที่จะได้พุ่งเข้าปะทะทันที !!

เคร้ง !! เสียงคมดาบของมันได้ถูกหักออกไปอย่างง่ายได้ด้วยเงื้อมมืดของซาอุ กอนแกน ก่อนที่มันจะได้ค่อยๆถอยหลังกลับไปและรีโหลดใบมีดใหม่ของมันออกมาจากข้อแขนนั่น

? ? ? : ถึงจะเป็นอาคาร์น่าแต่ว่าถ้าแบบนี้ล่ะ !!

ร่างของหุ่นยนต์ด้านหน้าได้แยกออกมาเพิ่มอีก 3 ร่างรวมกันทั้งหมดตอนนี้เป็น 4 ร่างและเตรียมพร้อมที่จะเข้าโจมตีโทคิและซาอุ กอนแกนต่อ !!

เป้าหมาย 4 ตัว


King Crimson

โทคิลบเวลาไปก่อนช่วงที่ หุ่นยนต์ปริศนาจะพุ่งเข้ามา

??? : แย่จังเลยนะ ดันมีคนมาเห็นซะได้

มันได้สลัดเลือดออกและยกคมดาบชี้มาทางโทคิและซาอุ กอนแกนขึ้นก่อนที่จะได้พุ่งเข้าปะทะทันที !!

โทคิ : จับตัวมันโยนมาทางนี้ที ซาอุ กอนแกน !!!

โทคิพูดสั่ง ซาอุ กอนแกนพร้อมกับวิ่งเข้าหาหุ่นยนต์ปริศนา

Made in Heaven

โทคิ : จงไปถึงจุดสิ้นสุดของแกซะ !!!

โทคิทำการเร่งเวลาของหุ่นยนต์ปริศนา ให้ไปถึงจุดสิ้นสุดของตัวมันเอง



AS : ( X-----l-ooooloooooloooooloooooloooooloooooloooooX )

? ? ? : !!

มันได้แสดงสีหน้าตกใจออกมาแต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะความเร็วของ ซาอุ กอนแกน นั้นเร็วกว่าที่มันได้คาดไว้จนมันไม่สามารถตั้งตัวทันได้ !!

ร่างของหุ่นยนต์เบื้องหน้าได้ค่อยๆหลุดร่วงไปอย่างช้าๆพร้อมๆกับน้อตอีกหลายส่วนที่กระจัดกระจายออกมาคล้ายคลึงกับของเก่าและพังลงเรื่อยๆจนเป็นแค่เศษเหล็กขึ้นสนิมแสดงอยู่กับพื้น . . .

ทางด้านชายหนุ่มนั้น แผลของเขาก็ไม่ได้เกิดขึ้นเหมือนกับทีแรกพร้อมๆกับร่างที่ปกติสุขของเขาที่ได้ค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างช้าๆด้วยความมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แต่ยังไม่ทันที่ทั้งหมดจะได้ขยับตัว !! ซากเศษเหล็กนั่นก็ได้กลับกลายเป็นร่างเดิมของหุ่นยนต์สีแดงนั่นอีกครั้ง !! แต่คราวนี้ ซาอุ กอนแกนได้ช่วยเหลือเด็กหนุ่มคนของโบสถ์ด้านในออกมาจากจุดเดิมแล้วทำให้ไม่จำเป็ฯที่จะต้องเป็นห่วงเขาเท่าไรนัก

? ? ? : หึหึหึหึ !! ถ้าเป็นคนอื่นคงตายไปแล้วสินะ

มันได้หัวเราะขึ้นก่อนที่จะค่อยๆแยกร่างออกจากกันเหมือนกับครั้งก่อนและเตรียมเข้าสู่การต่อสู้ยกที่สอง !!

เป้าหมาย 2 ตัว


ขึ้นใหม่
ราชินีงู
โพสต์ 11-9-2013 08:46:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tourt0ur เมื่อ 15-9-2013 00:56



ให้เซเลสเทียช่วยถ้าสู้ไม่ไหว

แอนนา : ไม่เก่งหรอกแต่จะปล่อยให้ทำลายเรือเหาะนร้ไม่ได้ล่ะนะ

เธอพูดพลางตั้งท่า



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l---ooX )

? ? ? : อย่างนั้นเหรอ. . .

มันได้ตอบรับสั้นๆก่อนที่จะได้รุกเข้ามาหาแอนนาก่อนพร้อมกับลงดาบในท่าฟันตรงมาที่หญิงสาว !!

ซูมมมม ความรุนแรงของดาบนั้นทำให้ดาบที่แอนนาจับอยู่สั่นจนเกือบหลุดออกจากมือจนแอนนาต้องตัดสินใจหลบออกมาแทน

การรับหน้าแบบจังๆคงจะไม่ส่งผลดีเท่าไรนัก แต่ด้วยความเร็วของแอนนาอาจจะทำให้เธอได้เปรียบจุดนี้อยู่ก็เป็นได้


แอนนา : เหวอออออ ก็บอกว่าไม่เก่งงัยออมมือหน่อยสิ

ใช้ Shotai Fumei

เธออ้อมไปด้านหลังอย่างรวดเร็วแล้วโจมตี แล้วรีบหลบออกมาด้วยความเร็ว



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l--oooX )

Agi : S + ( Shotai Fumei ) (= Ex) (5 เทิร์น)

ควับ ด้วยความเร็วของแอนนาที่เพิ่มขึ้นทำให้คมดาบของเธอพอจะถากกลับเข้าที่เป้าหมายได้บ้าง แต่จากฝีมือของศัตรูตรงหน้าแล้วนั้นคาดว่ามันคงจะเคยเป็นนักดาบที่มีความสามารถสูงเหมือนกันทำให้มันสามารรับดาบคู่ของแอนนาไว้ได้บ้างบางส่วน

ทางด้านเซเลสเทียนั้นยังไม่ได้ขยับตัวออกจากจุดเดิมนักพลางอ่านสถานการณ์ในตอนนี้อยู่ห่างๆ


ใช้ เฮอริเคนแอคแทค

คราวนี้เธอเข้าหาแบบซึ่งๆหน้าดูบ้างพร้อมกับกระหน่ำระบำดาบใส่เป้าหมาย



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l---ooloooooX )

Agi : S + ( Shotai Fumei ) (= Ex) (4 เทิร์น)

เคร้งงง เสียดาบของแอนนาที่กระหน่ำฟันลงนั้นได้ถูกต้านออกไปบางส่วน รวมทั้งส่วนคมที่เข้าถึงเป้าหมายนั้นยังกลับถูกป้องกันไว้ด้วยเกราะที่มันใช้อยู่จนเป้าหมายนั้นแทบจะไม่ได้รับความเสียหายใดๆเลย แถมมันยังได้โต้ดาบกลับมาก่อนจังหวะที่แอนนานั้นจะหลบออกมาด้วยเช่นกัน

บึ้กกก !! เซเลเสเทียได้ทาบมือของเธอลงที่หลังของเป้าหมายก่อนที่จะได้มีพลังกดออกมาจากด้านในจนร่างของเป้าหมายผงะไปตามทิศทางเพียงเล็กน้อยเท่านั้นก่อนที่เด็กสาวจะได้รีบถอยหลบหนีออกมา

เซเลสเทีย : เหมือนว่าด้านในจะมีร่างกายคล้ายๆคน+เครื่องจักรอยู่นะคะ *เซเลสเทียรายงานสถานะเป้าหมาย*


ดูเหมือนเกราะเหล็กจะเป็นปัญหาใหญ่หลวงต่อเธอซะแล้ว

แอนนา : พอจะทำอะไรเกี่ยวเกราะเหล็กนั่นมั๊ยเซเลสจัง ไม่งั้นดาบชั้นหักแน่

แรงปะทะที่ดาบเธอฟันกับเหล็กทำให้เธอต้องหยุดพัก เธอจึงคอยใช้ความเร็วหลบการโจมตีไปก่อน



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l---ooloooooX )

Agi : S + ( Shotai Fumei ) (= Ex) (3 เทิร์น)

เซเลสเทีย : เกราะบนตัวนั่นคงจะไม่สามารถถอดออกมาได้ง่ายๆนัก แต่ถ้าโจมตีผ่านรอยต่อช่วงข้อพับแขนน่าจะได้ผลดีกว่าการโจมตีปกติค่ะ *เซเลเสเทียรายงาน*

เด็กสาวได้พูดแนะนำขึ้นพร้อมๆกับอ่านสถานการณ์รอแอนนาที่กำลังเข้าคลุกวงในอยู่ในตอนนี้

พรืดด คมดาบได้บาดลงที่แขนของแอนนาไปเฉี่ยวๆจนเป็นรอยบาดเล็กๆและมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย มันได้ใช้ความเร็วของแอนนาในการวาดวงดาบของมันเองเสียใหม่พร้อมๆกับเปลี่ยนจังหวะชักกลับโดยที่ไม่ได้เหวี่ยงสุดแขนเพื่อที่จะได้ตามความเร็วของแอนนาให้ทัน


เธอชะงักเล็กน้อยพอได้บาดแผล

แอนนา : ต้องแม่นมากๆเลยนะ

เธอได้เสี่ยงเข้าปะทะตรงๆอีกทีโดยตั้งใจรับการโจมตีเข้าเต็มเพื่อล็อกแขนข้างหนึ่งไว้ให้เห็นรอยต่อได้ชัดเจน แล้วเสียบดาบเข้าไปตรงรอยต่อนั่น



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l---ooloooooX )

Agi : S + ( Shotai Fumei ) (= Ex) (2 เทิร์น)

คมดาบที่แลกเข้ามานั้นเกือบจะฟันร่างของแอนนาจนขาดสะบั้นออกไปแล้ว แต่เพราะว่าการฟันเข้าหาตัวเองนั้นจึงต้องระวังตัวเองเป็นพิเศษด้วยเช่นกันทำให้มันไม่สามารถฟันลงไปอย่างเต็มแรงได้

ฉวกกกก คมดาบของแอนนาได้แทงทะลุข้อต่อแขนของเป้าหมายของเธอไปด้านหลังจนมีเลือดกระเซ็นออกมาด้วยเช่นกันพร้อมๆกับเกราะส่วนแขนของมันที่ถูกลากออกมาด้วย

บึ้กกกก !! เซเลสเทียได้สอกใส่กับร่างใหญ่นั่นจนมันผงะถอยออกไปเล็กน้อยก่อนที่เด็กสาวจะได้รีบดึงตัวของแอนนาออกมาจากมันเสียก่อนในระยะไกล


แอนนา : ขะ...ขอบใจนะเซเลสจัง  โดนเยอะกว่าที่คิดแหะ แต่ก็ทำความเสียหายได้ล่ะนะ

เธอยังฟืนลุกขึ้นมา

แอนนา : แต่ความเสียหายแค่นี้......ยะ...ยังไม่พอ อึก

ดูเหมือนอาการบาดเจ็บทำให้เธอยืนไม่ไหว จิตของเธอได้ตกลงสู่ภวัง  รอบด้านมืดไปหมด แอนนาได้ยืนอยู่คนเดียวในความมืดจนกระทั่งมีร่าง ๆ หนึ่งปรากฏขึ้นที่ด้านหลัง

(ยืนไม่ไหวแล้วซินะ)
แอนนา : ก็นั่นสินะ  ทำไมหรอจะยึดร่างชั้นหรองัย
(ก็อยากจะทำอยู่ล่ะนะ  แต่ชั้นสัญญากับพ่อเธอไว้นี่  พักซักหน่อยเถอะ)
แอนนา : อะไรนะ!!!!

เธอได้หันไปหาต้นเสียงเมื่อได้ยินคำพูดนั้นจบ แต่ก็พบแต่ความว่างปล่าว
.
.
.
แอนนาที่ตกอยู่ในภวังได้ลุกขึ้นยืนอย่้างช้า ๆ โดยไม่รู็สึกเจ็บอะไรเลย(ความเสียหายเท่าเดิม  แต่เพราะไม่ใช่วิญญาณของแอนนาจึงไม่รู้สึกอะไร) บรรยากาศได้เปลี่ยนไป แอนนาในตอนนี้ดูไม่เหมือนเธอตามปกติสีดวงตาได้เปลี่ยนเป็นสีม่วงและเย็นชาไร้แวว

แอนนา(?) : มาต่อกันเถอะ

ใช้สกิล X

เธอพูดอย่างไรอารมณ์ หลับตาลงซักพักแล้วลืมตาขึ้นมาดวงตาข้างหนึ่งมี + อยู่ที่กลางดวงตา

ใช้ Sword Wave * 20

เธอปล่อยคลื่นดาบออกมาอย่างต่อเนื่อง  ด้วยความเร็วสูงสุด



AS : ( X l-∞-l X )

Str : B + "Sharpness" ( = S ) + ( X = Ex )  
Agi : S + ( Shotai Fumei = Ex 1 เทิร์น) + ( X = Legendary ) หลัง Shotai Fumei หมดจะ = Ex S
Vit : C + ( X = S )  
Int : E + ( X = B )  
Dex : D + ( X = A )  

เคร้งงงงง เสียงคลื่นดาบที่พุ่งออกมานับไม่ถ้วนจากแอนนาได้พุ่งเข้ากระทบเป้าหมายอย่างต่อเนื่องจนร่างของมันเกือบเซล้มลงไป ถึงแม้ว่าเป้าหมายด้านหน้าจะมีมือข้างเดียวนั้นมันก็ยังรับคมดาบที่พุ่งออกมาอย่างกระทันหันนั่นได้ส่วนนึงด้วย !!

? ? ? : ไม่เลว !!

เสียงของหุ่นยนต์ด้านหน้าได้เอ่ยขึ้นเหมือนกับพอใจอย่างมากก่อนที่มันจะได้เป็นฝ่ายบุกเข้ามาหาแอนนาแทนด้วยท่าทีกระหายสงคราม !!


แอนนา :    ........

เธอรีบหยิบดาบวารีขึ้นมาแล้วสร้างคลื่นวารีออกมาจำนวนมากจนรวมกันเป็น ซึนามิ!!! ซัดไปยังปิศาจที่วิ่งเข้ามา

ใช้ aqua wave * 20

แล้วเธอก็พุ่งตัวตามหลังคลื่นยักษ์ของตัวเองไปติด ๆ เพื่อหาช่องว่างเพื่อจะโจมตีแขนข้างที่ยังใช้การได้อยู่



AS : ( X l-∞-l X )

Str : B + "Sharpness" ( = S ) + ( X = Ex )  
Agi : S + ( X = Ex S )
Vit : C + ( X = S )  
Int : E + ( X = B )  
Dex : D + ( X = A )

คลื่นน้ำที่เป็ฯของเหลวทำให้ดาบที่ไม่ว่าจะดีซักแค่ไหนก็ไม่สามารถฟันโต้กับวัตถุที่ไม่สามารถสัมผัสได้ได้ทำให้หุ่นเหล็กด้านหน้านั้นทรุดล้มตึงลงไปกับพื้นอย่างง่ายดาย

แอ้ดดดด เสียงของสัญญาณเตือนภัยของเรือเหาะดังขึ้นเตือนว่าเรือได้รับแรงกระแทกรุนแรงระดับนึง แอนนาคงจะต้องระวังการโจมตีของเธอให้มากขึ้นด้วยเสียแล้ว

ควับ !! ร่างเหล็กที่ดูเหมือนหนักอึ้งนั่นก็ได้กลับตัวขึ้นมาพร้อมกับตั้งท่าเตรียมรับมือดาบของแอนนาอีกครั้งนึง เธออาจจะหาช่องว่างได้ไม่ง่ายเท่าไรนักถ้าไม่เปิดทางเอาเสียเอง !!


แอนนา : ชิร์ ไม่รู้จักเหนื่อยเลยหรืองัย

เธอได้ถอยฉากออกมาหลังจากที่เห็นปิศาจตรงหน้าตั้งหลักได้ทัน เธอคงต้องเปลี่ยนมาโจมตีระยะประชิดเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อเรือเหาะมากนัก

ใช้เฮอร์ริเคนแอคแทค 10 ครั้งติดกัน



AS : ( X l-∞-l X )

Str : B + "Sharpness" ( = S ) + ( X = Ex )  
Agi : S + ( X = Ex S )
Vit : C + ( X = S )  
Int : E + ( X = B )  
Dex : D + ( X = A )

ความเร็วที่เพิ่มขึ้นของแอนนาได้ซัดเข้าเกราะและรอยแผลที่แขนที่เธอได้สร้างไว้ในตอนแรกมากกว่าครั้งก่อน แต่กระนั้นเป้าหมายเบื้องหน้าก็ยังสามารถรับได้ที่ฟันลงใกล้จุดตายของมันได้เกือบหมดเลยทีเดียว !!

? ? ? : หึ !! ไม่เลวเลย

มันยังคงหัวเราะออกมาเบาๆอย่างชื่นชอบก่อนที่หลงฟาจะรู้ตัวอีกทีนะเธอก็ได้มีรอยคมบาดบนตัวเธอเป็นรอยถากๆเล็กๆเสียแล้ว เหมือนว่ามันจะแค่เฉี่ยวเธอไปแบบเฉียดๆเท่านั้น !!

? ? ? : ครั้งนี้ข้าอาจจะพ่ายแพ้. . . แต่ว่าอย่าลืมข้าซะก่อนล่ะ !!

มันได้กระโดดถอยหลังออกมาก่อนที่จะบินออกไปจากเรือเหาะและหลบหนีลงไปทางทะเลด้านใต้เรือเหาะทันที !!

ในระหว่างนั้นเองเซเลสเทียก็ได้เข้ามาดูอาการของแอนนาก่อนที่จะได้ช่วยพยุงร่างหญิงสาวขึ้นหลังจากการต่อสู้


ตาของแอนนาใด้กลับมาเป็นเหมือนเดิม

แอนนา : ข...ขอบใจจ่ะเซเลส   โอ๊ยยยยย

แปล๊บ เสียงกล้ามเนื้อของเธอลั่น เนื่องมาจากการให้ความเร็วเกินที่ร่างกายจะรับไหวในสภาพที่ไม่เต็มร้อย แต่เธอก็ค่อยๆพยุ่งตัวเองโดยมีเซเลสเทียค่อยประคอง

แอนนา :  หมอนั่นเป็นใคร ไม่สิเป็นตัวอะไรกันแน่.     กลับห้องกันก่อนเถอะชั้นจะหมดแรงแล้ว

เซเลสเทียได้ค่อยๆพยุงตัวแอนนาไป แต่ดูเหมือนว่าเด็กสาวจะไม่ได้พาเธอไปที่ห้องพักแต่อย่างใด แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นห้อพยาบาลบนเรือเหาะนี้มากกว่า

ที่ด้านในนั้นเซเลสเทียได้พยายามพยุงแอนนาไปนอนที่เตียงพักคนไข้พร้อมกับได้เข้าไปคุยกับหญิงสาวคนนึงภายด้านในที่ดูเหมือนจะเป็นพยาบาลหมอของที่นี่



แอนนา : ระรบกวนด้วยค่ะ

เธอพูดยังไม่ทันจบก็หมดสติไป
.
.
.

ภายในจิตใจ

แอนนา : เธอนี่เล่นซะไม่ดูร่างกายชั้นเลยนะ
(ก็เธอมันเหลาะแหละเองหนิ ไม่ถึงตายหรอน่า เอาล่ะกลับไปได้แล้วชั้นต้องใช้พลังเยอะมากในการคุมร่างเธอและกันวิญญาณเธอใหเอยู่ในนี้ตอนสู้คงต้องพักนานหน่อย)
แอนนา : ยังงัยก็ขอบใจนะที่ช่วย
(หยุดพูดมากได้แล้วรีบๆไปซะ)

เธอหลับไปนานหลายชั่วโมง ก่อนที่จะค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น

~ Day 3 ~

-:- ช่วงเวลาเช้า

แอนนาได้ค่อยๆตื่นขึ้นมาอีกครั้งในห้องพยาบาลบนเรือเหาะแห่งนี้ ดูเหมือนว่าร่างกายเธอจะกลับเข้าที่ปกติแล้วในตอนนี้รวมทั้งบาดแผลก็ยังหายไปหมดด้วยเช่นกัน

? ? ? : อรุณสวัสดิ์. . .

เสียงเรียบๆของพยาบาลสาวได้เอ่ยทักทายแอนนายามเช้าขึ้นภายในห้องรักษาตัวที่ไม่มีหน้าต่างแห่งนี้

? ? ? : ตอนนี้ถึงที่เมืองแล้วล่ะนะ เมื่อวานนี้ถ้าไม่ได้คุณช่วยไว้เรือคงจะไม่ถึงฝั่งแน่ๆ

เธอได้กล่าวขอบคุณแอนนาอ้อมๆพร้อมทั้งบอกตำแหน่งในตอนนี้ว่าได้ลงจอดที่ตัวเมืองอย่างปลอดภัยแล้ว


แอนนา :  อ่ะค่ะ อรุณสวัสดิ์ แล้วคนที่พาชั้นมาล่ะคะ ชั้นก็ต้องขอบขุณที่ช่วยรัดษาเหมือนกันค่ะ

เธอค่อยๆลุกขึ้นอย่างช้าๆเพราะแปลกใจที่แผลและร่างกายตัวเองฟื้นฟูได้เร็วขนาดนี้แต่ก็ไม่ได้ทักอะไร

? ? ? : เด็กคนนั้นรอเธออยู่ที่ห้องพักน่ะ

พยาบาลสาวได้ตอบกลับมาสั้นๆ


แอนนา : ขอบคุณค่ะ

เธอกล่าวขอบขุณพร้อมโค้งศรีษะ แล้วกนกลับห้องพัก

แอนนา : โทดที รอนานมั๊ยทั้งสองคน ไปในเมืองกันเถอะ

เมื่อแอนนาได้เข้ามาถึงเธอก็พบว่าตอนนี้มีแค่เซเลสเทียเท่านั้นที่ยังนั่งรอเธออยู่ภายในห้อง

เซเลสเทีย : อรุณสวัสดิ์ค่ะ ~ แอนนาซัง *เซเลสเทียเอ่ยัทกทายยามเช้า*

เด็กสาวได้ตอบขึ้นพลางค่อยๆลุกขึ้นมาหาแอนนาและเดินเข้าไปในตัวเมืองพร้อมๆกัน

-:- ภายในเมือง Emptiness



ไม่นานนักทั้งสองก็ได้ย่างเท้าเข้ามาภายในเมืองท่าเรือเหาะที่ตั้งอยู่รอบๆเกาะที่สูงห่างจากพื้นดินหลายเมตร น่าจะปลอดภัยจากหุ่นทั่วๆไปที่ไม่สามารถบินได้อยู่ระดับนึง

บรรยากาศภายในเมืองค่อนข้างดูทันสมัยและผู้คนก็พุ่งพล่านกว่าเมืองอื่นๆด้วยเช่นกัน

1) ลองเดินสำรวจแบบสุ่ม
2) ถามเซเลสเทียถึงที่อยู่ของโทโด
3) อื่นๆโปรดระบุ


ถามหาอสิซก่อนค่อยตามหาโทโด
แอนนา : อ้าว อลิสจังล่ะ

เธอเดินพลางมองซ้ายมองขวาไปเรื่อยๆ

แอนนา : แล้วเซเลสจังจับพิกัดโทโดในเมืองนี้ได้มั๊ย

เธอถามขึ้นพลางหาที่นั่งเพื่อไม่ให้เกะกะคนอื่น

เสร็จสิ้น
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 12-9-2013 01:39:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 22-10-2013 11:28





-:- เวลาช่วงกลางคืน

-:- ที่เมือง Hilocuxt ณ โรงเก็บเสบียง



ระหว่างทางที่เมเมะได้เดินออกมาจากที่พักจนถึงโรงเก็บเสบียงนั้นเธอก็ไม่พบกับใครหรือร่างใดๆเลยแม้แต่น้อย จะมีก็แต่ข้าวของที่กระจัดกระจายเต็มข้างทางกับที่อยู่ต่างๆที่พังทลายไปแล้ว

ในโรงเก็บเสบียงนั้นดูเหมือนว่าจะมีอาหารดิบและผลไม้ต่างๆที่ยังไม่เสียหายอยู่จำนวนมาก เมเมะคงจะใช้งานพวกมันได้จนเดือนหน้าเลยด้วยซ้ำ


            " ไม่ได้เคลื่อนย้ายไปด้วยเหรอเนี่ย.. "
            ' ถ้าไม่รีบมากจนเกินไปก็แสดงว่าไม่อยู่ในสถานการณ์ที่จะเอาอะไรกันไปได้สินะ.. '

            เมเมะคิดพลางรวบรวมผลไม้บางส่วนก่อนจะหันไปเจออาหารแห้งอีกจำนวน

            " อืม.. แบบนี้ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องของกินและก็ระยะเวลาการเก็บ.. "

            เธอหยิบมันมาแบ่งเตรียมนำกลับห้อง และก็ทานผลไม้ไปเล็กน้อยเพราะยังไม่ได้ทาน
อะไรตั้งแต่เช้าเลย

            ' เอาละ รีบกลับไปที่ห้องดีกว่า '
            ' ที่นี้คงไม่ปลอดภัยนัก... '

            เมเมะเดินออกมาจากโกดัง ถึงภายในเมืองจะจับกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตไม่ได้ แต่เธอ
ก็ไม่คิดจะประมาทหุ่นยนต์พวกนั้นอีก เธอเคลื่อนกายอย่างรวดเร็วจนมาถึงห้องพัก นับจากที่
ออกไปเมื่อกี้แล้วเวลาเองก็ยังผ่านไปไม่ถึง 10 นาทีเลย

            เมเมะเปิดประตูก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก...แต่ว่า

เมื่อเมเมะได้เข้ามาภายในห้องนั้นเธอก็ได้พบกับเด็กสาวคนนึงที่ได้ใส่ชุดที่เธอเตรียมไว้ให้กำลังนั่งมองไปรอบๆห้องอย่างสนใจปนสับสน



? ? ? : . . . !!

ทันทีที่เธอได้เห็นเมเมะนั้นเธอก็ได้ทำสีหน้าตกใจออกมาอย่างเงียบๆก่อนที่สีผมของเธอจะกลายเข้มขึ้นพร้อมกับได้เปลียนท่าทางลักษณะรวมทั้งเสื้อผ้าไปอย่างกระทันหันแทน !!



เฮอร์เมร่า : . . .

เด็กสาวได้ค่อยมองมาทางเมเมะอีกครั้งในท่าทีที่นิ่งเฉยๆก่อนที่แววตาของเธอจะได้เริ่มกระพริบเนือยๆพร้อมกับค่อยๆกระโดดลุกขึ้นมาจากเตียงนอนนั่นอย่างกระฉับกระเฉง

เฮอร์เมร่า : ขอโทษที่ให้รอนะคะ


            ' อะไรแว่บๆ.. '
            " ไม่หรอก.. ว่าแต่ สภาพร่ายกายเป็นอย่างไรบ้างคะ เมกะจัง  "

            เมเมะพูดพลางเดินเข้ามาจัดวัดถุดิบจำนวนมากให้พร้อมเดินทาง

เฮอร์เมร่า : เมกะอะไรเราไม่ใช่เครื่องจักรทั้งหมดซักหน่อยนะคะ !!

เด็กสาวได้ตอบขึ้นก่อนที่จะเข้ามาช่วยเมเมะจัตวัตถุดิบต่างๆด้วยเช่นกันแต่ดูเหมือนว่าเธอจะจัดมันจนกลายเป็นตะกร้าปิ้กนิกเสียมากกว่าการจัดอาหารดิบเก็บไว้เดินทางซะอย่างนั้น. . . แถมมีการผูกโบว์ด้วยริบบิ้นอีกต่างหาก. . .

-:- ได้รับ

     - เนื้อไก่ดิบ * 5
     - เนื้อหมูดิบ * 5
     - ผักต่างๆ * 10
     - ผลไม้ต่างๆ *10
     - น้ำดื่ม * 15


            " ชื่อเล่นของพวกเธอต่างหากละค่ะ น่ารักจะตาย~ "

            (เม)ร่า x เอริ(กะ) เบื้องหน้า เบื้องหลัง
            เมเมะตั้งชื่อเล่นแบบง่ายๆเพราะเธอคิดว่ามันน่ารักจริงๆ และจะได้ไม่สับสนด้วยถึงจะ
ยังไม่เข้าใจในร่างกายของเมกะดีนักก็เถอะ

            " ชื่อเล่นก็เป็นส่วนนึงที่เพื่อนเค้าคิดให้กันนะ.. เอ่อ เมกะจัง อันนั้นมันไม่ได้... อะ ..
ช่างเถอะ น่ารัก(?)ดี.. "

            เมเมะทำหน้าไม่ทุกข์ร้อนพลางแยกวัตถุดิบ(ที่ห่ออย่างสวยงาม(?))ใส่กระเป๋าเดินทาง
ตั้งแต่แรกของเธอ

เฮอร์เมร่า : เมกะ. . .

เด็กสาวได้ยิ้มขึ้นมาเล็กๆก่อนที่จะได้นั่งมองเมเมะที่จัดของอยู่อย่างเงียบๆ

เฮอร์เมร่า : เด็กคนนี้บอกว่าชอบชื่อนั้นล่ะ แล้วก็ขอบคุณด้วยนะ

เธอได้เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มเล็กๆก่อนที่จะได้รอเมเมะเตรียมตัวอยู่ที่เดิมอย่างเป็นมิตรมากกว่าครั้งก่อนมาก


            " ถูกใจสิน้า~♪ "
            
            เมเมะหันไปยิ้มกว้างให้เด็กสาวข้างกายแว่บนึงแล้วก็จัดของในกระเป๋าให้เสร็จเรียบร้อย

            " เอาละ.. "

            พอจัดของเสร็จแล้วก็ลุกขึ้นยืนแล้วหันหน้าไปทางเมกะ

            " ไปกันเถอะค่ะ "

            เมเมะตัดสินใจจะเดินทางตามหาคนในหมู่บ้านก่อน เพราะยังไงทุกคนก็เป็นผู้มีพระคุณ
ของเธอ ส่วนเรื่องน้องสาว คุณรูริน่าจะทำอะไร(?)ได้ละมั้ง

เด็กสาวได้พยักหน้าตอบรับก่อนที่จะได้เดินทางออกจากเมืองมากับเมเมะด้วยเช่นกัน

Stamina -2

-:- ช่วงเวลา Dark Hour

เด็กสาวได้ออกเดินทางมาทีหน้าตัวเมืองก่อนที่จะพบว่ารอบๆตัวนั้นช่วงเวลาได้เปลี่ยนเป็นช่วงมิติแห่งความมืดแล้วในตอนนี้ รวมทั้งเมเมะเองก็ยังรู้สึกง่วงนิดๆด้วยเช่นกันเพราะเธอไม่ได้นอนมาตั้งแต่หลังจากที่ถูกน้ำซัดมาแล้ว แต่คงจะนอนแถวๆนี้ไม่ได้ซะกระมัง ?

1) เดินทางลงใต้
2) ออกไปทางทิศตะวันตก
3) อื่นๆโปรดระบุ


[ 1 ]

            " ...งือ "

            เมเมะตัดสินใจจะเดินลงไปทางใต้ หรือก็คือตัดป่าที่เธอไม่ได้เข้าไปเมื่อคราวที่แล้ว
ก่อนจะรู้สึกเพลียนิดๆแต่ยังไม่ใช่ปัญหาเท่าไหร่

            ' แต่ว่าป่าตอนกลางคืน... ไม่เป็นไรหรอกมั้ง '

            ถ้าเข้าไปในป่าตอนกลางคืน เมเมะจะแผ่จิตสังหารอ่อนๆออกมาเพื่อกันไม่ให้สัตว์ป่า
เข้าใกล้ ....แต่ก็เฉพาะกับ"สัตว์ป่า"เท่านั้น
            เมเมะเดินไปตามทางเรื่อยๆข้างๆเมกะโดยคงความเร็วให้เท่ากับเมกะเพื่อจะได้ไม่เดิน
นำเธอไปไกล
            
หลังจากที่พวกเธอเดินทางมาได้ซักพักเมเมะและเมกะก็ได้เข้ามาสู่ชาญป่าที่ห่างออกมาจากเมือง Hilocuxt ท้องฟ้าที่ค่อยๆมืดลงเรื่อยๆในตอนนี้ทำให้ภายในป่าลึกดูมืดทึบกว่าเช่นเคยมากจนดูไม่น่าเข้าไปเท่าไรนัก


            " ....... "

            แต่นั่นก็ยังไม่ทำให้เป้าหมายของพวกเธอสั่นคลอน เมเมะยังคงเดินต่อไปพร้อมๆกับเมกะ
ตรงเข้าไปในป่าที่มิดมิดโดยไม่ได้ลังเล

ระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินทางเข้ามานั้นพวกเธอก็พบว่าได้มีตัวอะไรซักอย่างได้ค่อยๆตามพวกเธอมาอย่างช้าๆจากด้านหลัง แต่เสียงบินของพวกมันดันดังชัดจนทำให้ทั้งสองรำคาญเสียมากกว่า



เมื่อทั้งสองได้ค่อยๆหันมาพวกเขาก็ได้พบกับยุงป่า(?)ขนาดใหญ่จำนวน3ตัวที่กำลังค่อยๆบินเข้ามาใกล้ๆพวกเธอ !!

จำนวน 3 ตัว


             " ป่าเนี่ย มันก็ต้องมียุงด้วยสินะ "

             [ - คาไมทาจิ - ] [ x2 กากบาทสังหาร (เมเมะตั้งมะกี้) ]

ฉวัะ ฉวัะ!!

             ฟาดฟันรังสีดาบออกไปจนได้ยินเสียงเฉือดเฉือนของลม
             เมเมะเดินเอาตัวมาบังเมกะไว้เพราะไม่รู้ว่าตอนนี้เธอสู้ได้หรือเปล่า แต่ท่าทาง
คงจะสู้ไม่ไหวเพราะไม่มีอุปกรณ์ซะละมั้ง



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l---ooX )

ยุง(?)เหล็กได้ถูกฟันร่วงกราวลงไปกับพื้นอย่างง่ายดาย จนทำให้อีกสองตัวที่เหลือได้พยายามหลบออกอย่างรวดเร็วในขณะที่ยิงสวนโจมตีคืนมาด้วยเช่นกัน !! วัตถุที่เล็กทำให้เมเมะจับจังหวะหลบยากลงเล็กน้อย แต่ด้วยความเร็วของเธอก็ทำให้สามารถหลบการโจมตีด้วยการสังเกตุการเล็งของกระบอกปืนได้ไม่ยากนัก

เฮอร์เมร่า : วัตถุที่ใช้โจมตีของรุ่นนี้เป็นเข็มนะ ถึงอาจจะไม่อันตรายมาก แต่ก็อาจจะทำให้ปวดไปหลายวันเลยล่ะ

เด็กสาวได้อธิบายขึ้นพลางยืนหลบตามอยู่ที่ด้านหลังของเมเมะ

จำนวนเป้าหมายเหลือ 2 ตัว


            " ยุงที่ไหนเค้าพ่นเข็มอย่างนี้กันคะ~!? "

            เมเมะหลบยุงแมชชีน พลางเอาตัวบังเมกะไว้ ตากนั้นเธอก็เก็บใบดาบของปืน
ดาบของเธอ

            " ใช้ปลายดาบแบบนี้เล็งไม่ถนัดจริงๆละค่ะ "

            เลยหันมายิงพวกมันด้วยปืนที่เหมือนจะมีกระสุนไม่จำกัดนี่แทน

            " เป็นยุงที่บินช้าจริงนะคะ ถ้าเป็นแมลงวันชั้นคงเผ่นไปแล้ว "

ปังปัง!!

กึกกก ร่างของหุ่นยนต์แมลงพวกนั้นค่อยๆร่วงลงมาอย่างช้าๆโดยไม่ระเบิด ดูเหมือนว่ากระสุนของเมเมะจะทำให้พวกมันหยุดการทำงานไปชั่วขณะ

เมกะได้ค่อยๆเดินเข้าไปหากลุ่มแมลงนั่นก่อนที่เธอจะค่อยๆดึงสายไฟของพวกมันออกเพื่อให้พวกมันหยุดการทำงานถาวร

เฮอร์เมร่า : เหมือนว่าจะมีแค่นี้ล่ะมั้งแถวๆนี้น่ะ

เมื่อเมเมะได้สังเกตุรอบๆตัวอีกครั้งก็พบว่าพวกเธอตอนนี้อยู่ราวๆเกือบกึ่งกลางของป่านี้แล้ว

1) เดินทางต่อ ( ระบุทิศทาง เหนือ ใต้ ออก ตก )
2) พักแรม
3) อื่นๆโปรดระบุ


[ 2 ]

            " ......? "

            สังหรณ์ใจแปลกๆ..
            เมเมะกางสกิลระวังภัยเป็นวงกว้างซึ่งเป็นความสามารถพื้นฐานของนักดาบทุกคนพลางทรุด
ตัวลงนั่งกับพื้น

            " ...ไม่ไหวแล้ว "

            เธอพูดเบาๆด้วยน้ำเสียงที่ดูอิดโรย ร่างกายเธอยังไหวก็จริงแต่จิตใจนี้เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว
ไหนจะหุ่นยนต์หุ่นยนต์หุ่นยนต์หุ่นยนต์ จนเสียแทบอยากตะโกนว่า"หนูอยากกลับบ้าน!!"เลยทีเดียว

            ' คิดผิดจริงๆ เราน่าจะพักที่เมืองก่อนสักงีบ.. '

            เมเมะขยิบเข้าไปใกล้ๆต้นไม้แถวๆนั้นแล้วก็ดึงมือของเมกะเข้ามานั่งข้างๆ

            " เมกะจัง ขอชั้นพักแปปนึงได้มั้ยคะ? "

เด็กสาวได้พยักหน้าตอบลงเบาๆก่อนที่จะนั่งซบลงที่ไหล่ของเมเมะใต้ต้นไม้ในป่าที่มืดมิดนี่กันสองคนอย่างเงียบๆ


            ' เฮือก '

            เมเมะตกใจเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆหลับตาลงเพื่อพักสายตา

~ Day 3 ~

-:- ช่วงเวลาเช้า ( เขตุ Dark Hour )

เมเมะได้ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะแสงสว่างที่แทบจะไม่ลอดเข้ามาเลยในพื้นที่แห่งนี้ได้หลงมายังจุดที่เธอหลับอยู่จนมันสว่างขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย

ที่ด้านข้างเมเมะนั้นเมกะเองก็ยังคงนอนหลับอยู่ที่ไหล่ของเมเมะอยู่รวมทั้งยังกอดแขนของเมเมะไว้แน่นด้วย แต่ว่าเด็กคนที่เกาะเธออยู่นั้นเหมือนว่าจะไม่ใช่เฮอร์เมร่าแต่เป็นฟุโรโกะ เอริกะจังนะ ?


            " ....... "

            เมเมะลืมตาขึ้นมาช้าๆ.. ถึงจะเบาบางแต่อากาศก็อบอุ่นพอจะทำให้รู้ว่ามันเช้าแล้ว

            " ....อื๋อ? "

            เธอหันมามองสาวน้อยข้างๆ เมกะยังคงหลับสนิทอยู่ เมเมะคิดว่าตัวเธอ(เอง)คงจะ
ปรับตัวได้แล้วเลยไม่ค่อยจะประหม่าสักเท่าไหร่แล้ว แถมที่เกาะแขนเธออยูข้างๆยังเหมือน
เด็ก.... หืม..?

            ' เอ.. นี้มัน.. '
            ' เมกะจังเบื้องหลัง... ฟุโรโกะ เอริกะจัง..? '

            เมเมะสังเกตเด็กสาวที่เสื้อผ้าเปลี่ยนไปแล้วก็ยังเกาะแขนเธอไว้อยู่

            ' ...... '
            ' ยังไงก็ตาม.. แกะแขนออกก่อนดีกว่า...................... อุ แน่นอะ '

            เมเมะพยายามแกะแขนโดยไม่ให้เด็กสาวตื่นอยู่สักพักก่อนจะเลิกความพยายามแล้ว
เปลี่ยนเป็นนอนพิงต้นไม้รับลมอ่อนๆยามเช้าในป่าทึบนี่แทน

เมื่อเวลาผ่านไปซักพักนึงเด็กสาวก็ได้ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาในท่าทางซะลึมซลือเล็กน้อยก่อนที่เธอจะได้ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองเมเมะที่นั่งอยู่ข้างๆ

ฟุโรโกะ เอริกะ : ?!

เด็กสาวได้ทำหน้าตกใจขึ้นก่อนที่จะรีบปล่อยแขนของเมเมะออกและไม่ใช้าหลังจากนั้นร่างกายของเธอก็กลายเป็นอีกคนไปแทนเสียแล้ว

เฮอร์เมร่า : อือ. . . ? อ๊ะ !! อรุณสวัสดิ์ค่ะ

เด็กสาวได้โรลแบ้คภาพเหตุการณ์กลับไปเล็กน้อยและตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงียอีกครั้งก่อนที่จะเอ่ยทักทายเมเมะขึ้น


            " อรุณสวัสดิ์ค่ะ เมกะจัง ~ "
            ' ว้า~ '

            เมเมะบอกกับเมกะด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพลางลุกขึ้นยืน

            " ....แล้วก็ อรุณสวัสดิ์จ้ะ เมกะจัง "

            เมเมะพูดซ้ำอีกรอบแล้วหยิบสัมภาระเดินทางต่อ ในใจแอบคิดลึกๆว่า
เธอจะสนิทกับเราด้วยไหม อยากคุยด้วยจังเลย

            " เอาละ สภาะร่างกายพร้อมแล้วเนอะ ไปกันต่อเถอะค่ะ "

เมกะได้พยักหน้าลงเบาๆพร้อมกับลุกขึ้นมาพร้อมออกเดินทางต่อไปพร้อมๆกับเมเมะ

ภายใต้ร่มเงาที่หนาทึบของสภาพป่านี้ทำให้เมเมะมองไม่เห็นทางด้านหน้าชัดเจนเท่าไรนักแต่ก็พอที่จะเห็นทางเดินใกล้ๆได้บ้าง

1) ระบุทิศทางที่จะเดินทางต่อ
2) พยายามเดินเข้าตรงกลางของป่า
3) อื่นๆโปรดระบุ


เสร็จสิ้น
ปลาหมึก
โพสต์ 12-9-2013 14:00:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 19-9-2013 00:50







AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )

   
. . . ใกล้ๆระแวก Lost Ruin

    หลังจากที่ถูกส่งข้ามมิติมาแล้วเอกิสก็ได้ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นกลางทะเลทรายแห่งหนึ่งที่ไม่คุ้นตา ด้านหลังของเขาเป็นซากปรักพักพังของโบราณสถานที่แปลกตารวมทั้งรอบๆตัวของเขายังไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย

    . . .ว่างเปล่า. . . เหมือนกับเป้าหมายของชายหนุ่มในตอนนี้. . .

    ทันใดนั้นเองยังไม่ทันที่เขาจะได้ตั้งตัวก็ได้มีหุ่นประหลาดออกมาจากซากสิ่งปรักหักพังด้านหลังของเอกิสก่อนที่มันจะได้ยิงกระสุนจำนวนมากมายังเอกิสโดยที่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา



      เอกิสพุ่งไปข้างหน้าพร้อมหลบกระสุนและมองหาจุดอ่อนของหุ่นประหลาดนั่นแต่ก็ไม่สามารถหลบกระสุนได้ทั้งหมดจึงทำให้มีรอยเฉียวจากกระสุนเมื่อเอกิสไปถึงหน้าหุ่นประหลาดได้ชักดาบราชาอสูรคลั่งแทงไปที่กลางอกของหุ่นประหลาดที่เป้นจุดอ่อน
       เอกิสได้แทงไปยังจุดอ่อนที่กลางอกทำความเสียหายอย่างรุนแรง เอกิสเกิดอาการอ่อนล้าจากการข้ามมิติ
       เอกิสเห้นท่าไม่ดีได้รีบวิ่งหลบเข้าไปในปราสาทโบราณสถานเอกิสวิ่งไปพื้นห้องโถงของตัวปราสาท เมื่อเท้าได้สัมผัสพื้นห้องได้เกิดรอยร้าวขึ้น พื้นของห้องโถงได้พังทลายทำให้เอกิสตกลงไปยังถํ้าที่มืดมิดไม่มีแม้แต่แสงไฟที่ส่องลงมายังพื้นข้างล่าง.....



ภายด้านล่างที่มืดมิดได้ทำให้เอกิสไม่สามารถปะติปะต่อเรื่องตั้งแต่แรกได้เท่าไรนัก ว่าเขามาทำอะไรที่นี่กันแน่ แต่ยังไงตอนนี้เขาก็คงต้องหาทางออกไปจากจุดนี้ให้ได้ก่อน


    เอกิส "ที่นี้มันที่ไหนกัน อาา มองไม่เห้นทางข้างหน้าเลยทำยังไงดี'' เอกิสนั่งรอสักพักให้ตาปรับตัวในความมืด ตอนนี้เอกิสสามารถพอมองเห้นในความมืดได้บางถึงแม้จะไม่ชัดก้ตามที เอกิสได้เดินไปข้างหน้าตามทางไปเรื่อยๆและพยายามหาสิ่งที่ช่วยให้เขาสามารถมองเห็นในความมืด
   เอกิสเดินไปสักพักได้เห้นแสงสว่างจากทางข้างหน้า ''นั่นแสงสว่างนี่'' เอกิสได้รีบวิ่งไปที่แสงสว่างนั่น

เอกิสที่ได้วิ่งตามแสงสว่างมานั้นก็ได้พบกับบรรไดที่ทรุดพังที่เชื่อมต่อขึ้นไปยังด้านบนอยู่ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่เหมือนกับเส้นทางที่เขาได้ตกลงมาเท่าไรนัก เขาคงจะไม่ขึ้นไปโผล่ที่เดิมอย่างแน่นอนถ้าขึ้นไปทางนั้น

1) ขึ้นไปทางนั้นแหละ
2) ลองมองหาทางอื่น
3) อื่นๆโปรดระบุ


[2]
เอกิส เดินสำรวจรอบๆเพื่อที่จะหาทางอื่นหากเขาไม่พบ เขาอาจจะกลับมาที่บันไดนี้อีกครั้ง

ระหว่างที่เขาได้มองย้อนกลับไปนั้นเอกิสก็พบว่ามีสิ่งมีสิ่งแปลกปลอมกำลังค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ทางเขาเข้าเรื่อยๆจากความมืดด้านในของซากโบราณสถาน



ร่างของหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายๆไดโนเสาร์ได้ค่อยๆเคลื่อนที่เข้ามาทางชายหนุ่มอย่างช้าๆ น้ำหนักของมันได้ทำให้สถานที่นี้สั่นสะเทือนไปด้วยจนเม็ดทรายจากด้านบนเพดานร่วงลงมาเล็กๆเต็มไปหมด

1) รีบขึ้นทางบรรไดก่อน
2) ทำการต่อสู้
3) อื่นๆโปรดระบุ


[2]
เมื่อเอกิสเห็นหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ ''หุ่นยนต์รูปแบบไดโนเสาร์!!?? จะมีพละกำลังขนาดไดโนเสาร์หรือป่าวนะอยากจะรู้จริงๆ''
   เอกิสได้พุ่งเข้าหาหุ่นยนต์ตอนนั่นพร้อมกับชักดาบราชาอสูรคลั่งและใช้ Defiance  ขั้นที่ 1 ''ถ้าอยากจะรู้คงต้องลองสู้สินะ''



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l---ooX )

Wrath Lv1

Str : A (+ Defiance) ( = S )

เคร้ง !! เสียงคมเหล็กของดาบเอกิสได้ฟาดลงที่เกราะหนักด้านนอกของของเป้าหมายจนร่วงหลุดออกมาตามแรงเหวี่ยงของดาบของเขา !!

ทันใดนั้นเอง !! หุ่นยนต์ด้านหน้านั้นก็ได้พยายามใช้ปากขนาดใหญ่ของมันงาบตัวของเอกิสไว้ แต่ด้วยความเร็วของเอกิสเองนั้นทำให้การโจมตีและเคลื่อนไหวที่เชื่องช้าของศัตรูด้านหน้าสามารถหลบได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้าโดนเข้าไปเขาอาจจะขาดครึ่งตัวก็เป็นได้


เอกิส ''ดูเหมือนว่าจะมีแต่พละกำลังอย่างเดียวสินะ เรื่องความเร็วไม่มีทางตามเราทันแต่ก็ไม่ควรจะเสี่ยงเกิดพลาดขึ้นมา มีหวังตัวเราได้ขาดเป็น2ท่อน''
เอกิสหลบฉากออกมาดูท่าทีของหุ่นยนต์ยักษ์ที่อยู่ตรงหน้า เขาพยายามองดูตรงส่วนของเกราะที่หลุดออกมา
''บางทีตรงนั่นอาจจะเป็นจุดอ่อนของหุ่นตัวนี้ก็เป้นได้'' เอกิสไม่รอช้าพุ่งตัวออกไปสู้อีกครั้งโดยครั้งนี้เขาพยายามเน้นโจตตีไปที่จุดที่เกราะหลุดออกมา



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l---ooX )

เปรี๊ยะ !! สายไฟฟ้าได้ขาดกระจายออกมาจากร่างหุ่นด้านหน้านั่นกระจายไปทั่ว แต่ดูเหมือนว่าเครื่องจักรนั้นจะยังไม่หยุดลงง่ายๆรวมทั้งได้ค่อยๆคลานเคลื่อนลำตัวของมันเข้ามาหาเอกิสพร้อมๆกับทำลายตัวสถานที่นี้ไปด้วยพร้อมๆกัน !!


เอกิส ''ชิ ยังไม่ตายอีกหรือนี่ '' เอกิสไม่สนใจอย่างอื่นตอนนี้เขากำลังคิคทางรอดสำหรับตอนนี้ ''ใช่บันไดที่เจอตอนนั่นไง หวังว่ามันคงยังไม่พังหรอกนะ'' เอกิสวิ่งไปยังบันไดที่เขาเคยเจอ

ซากโบราณสถานนั้นได้ค่อยๆถล่มลงไปพร้อมกับร่างของไดโนเสาร์เครื่องจักรนั่นที่พยายามตะเกียดตะกายจนซากที่ถล่มจมลงไปกองกับมัน ในขณะที่เอกิสนั้นสามารถใช้ความเร็วของเขาหนีขึ้นมาได้ก่อนที่จะถูกอัดจมลงไปพร้อมกับซากโบราณสถานนั่น

-:- ช่วงเวลากลางวัน

ชายหนุ่มได้พบว่าตัวเองกลับขึ้นมาบนพื้นผิวด้านบนอีกครั้งแต่ว่ามันดูแตกต่างไปจากครั้งก่อนอย่างสิ้นเชิง


เอกิสมองดูรอบตัวๆ ''ที่นี้มันที่ไหนกัน'' เขาลองเดินสำรวจรอบๆ

เอกิสได้มาปรากฏที่ด้านข้างทะเลสาปแห่งหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะมีโบราณสถานที่ด้านล่างจมอยู่ รอบๆบริเวณที่คล้ายๆกับพื้นที่ราบลุ่มทำให้ต่างจากบรรยากาศทะเลทรายมาเล็กน้อย

แต่ไม่ว่าเอกิสจะไปทางไหนนั้นเขาก็ไม่พบกับผู้คนเลยแม้แต่คนเดียวหรือแม้กระทั่งสัมผัสของสิ่งมีชีวิตก็ไม่สามารถรับรู้ได้เช่นกัน หรือว่าเขาจะเป็นเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตอยู่บนโลกแห่งนี้กันนะ ?

1) ลงสำรวจโบราณสถาน
2) เดินทาง (ระบุทิศทาง)
3) อื่นๆโปรดระบุ


[1]
เอกิสมองไปที่ทะเลสาบเขาเห็นโบราณสถานจมอยู่ข้างใต้ ''อาจจะมีสมบัติอยู่ในโบราณสถานก้ได้ต้องลองลงไปดู''

-:- ช่วงเวลากลางคืน

-:- ภายด้านใน Hidden


หลังจากที่เอกิสได้ดำน้ำลงมาด้านในเขาก็พบว่าที่ด้านล่างไม่มีน้ำซึมผ่านเข้ามายังตัวภายในอาคารเลยแม้แต่น้อย นี่อาจจะเป็นปรากฏการธรรมชาติหรืออะไรก็แล้วแต่. . . ถึงชายหนุ่มจะสงสัยไปตอนนี้ก็คงไม่ทำให้เขาคิดออก

ภายในโบราณสถานนั้นมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับห้องแลปทดลองใต้ดินของกลุ่มนุษย์เป็นอย่างมาก โดยชั้นที่เอกิสอยู่ตอนนี้เป็นชั้นบนสุดที่ใช้หลบภัยออกมาจากชั้นใต้ดินด้านล่างนั่นเองรวมทั้งด้านในเหมือนว่าจะยังมีบรรไดลงไปลึกกว่าเดิมอยู่อีกด้วย

เอกิสสำรวจชั้นที่เขาอยู่ไปรอบๆ ''เหมือนว่าชึ้นนี้จะไม่มีอะไรสินะ นั่นมันบันไดนิ'' เอกิสเดินไปที่บันไดที่เขาพบ
''ดูเหมือนว่าข้างล่างค่อนข้างจะมืดมากเลย  หือนั่นคบเพลิงนี้หวังว่ามันคงจะยังใช้ได้อยู่นะ'' เขาเดินไปหยิบคบเพลิงที่พื้น
เขามองหาหินที่จะทำเกิดประกายไฟได้เขาเจอหินสองก้อนที่เขาคิดว่าน่าจะให้เกิดประกายไฟ เขาใช้เวลาสักพักในการทำให้คบเพลิงติดไฟ
เมื่อคบเพลิงติดไฟแล้วเอกิสได้เดินลงบันไดเพื่อจะสำรวจขั้นต่อไป

ในขณะที่เอกิสได้ค่อยๆลงบรรไดมาด้านล่างพร้อมกับคบเพลิงแฮนเมคของเขา เขาก็ได้เห็นกับเงาของสิ่งมีชีวิตแปลกๆที่อยู่ระยะไกลออกไปตรงกลางห้องที่ชั้นล่างนี่ ดูเหมือนว่ามันจะยังคงยืนนิ่งๆอยู่ที่เดิมในตอนนี้


เอกิส ''นั่นมันตัวอะไร!?!?'' เขาดับคบเพลิงแล้วหลบที่มุมมืดพร้อมกับใช้Defiance ขั้นที่ 1 แล้วรอดูท่าทีของสิ่งมีชีวิตประหลาดตัวนั่น
''เตรียมตัวไว้ดีกว่าไม่รู้เจ้าสิ่งมีชีวิตประหลาดจะเข้ามาโจมตีหรือป่าวแถมที่นี้ยังมืดมากอีกด้วยทำให้เราเสียเปรียบมาก''



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-ooooX )

Str : A (+ Defiance) ( = S )

ดูเหมือนว่าหุ่นยนต์ประหลาดตัวนั้นจะไม่ได้ขยับไปไหนจากจุดเดิมเลยแม้แต่น้อย เมื่อเอกิสได้สังเกตุที่ด้านหลังนั้นเขาก็พบว่ามีบรรไดทางลงไปต่ออยู่ที่ด้านหลังมันด้วย มันคงจะคอยดูแลทางลงนั่นอยู่แน่ๆ

เอกิส''ข้างหลังนั่นเหมือนจะมีทางลงไปต่อ มันดูแลทางลงนั่นงั้นหรือถ้าเป็นจริงข้างล่างนั่นต้องมีอะไรแน่ๆ อาจจะเป็นสมบัติก็ได้''
เอกิสมองดูอยู่สักพักในที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะสู้กับหุ่นยนต์ตัวนี้เพื่อเขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าข้างล่างนั่นมีอะไรกันแน่ทำไมเจ้าหุ่นตัวนี้ถึงต้องดูแล
''ชักอยากจะรู้ละสิว่าข้างล่างนั่นมีอะไรกันแน่'' เอกิสไม่รอช้าใช้Defiance ขั้นที่ 2 พุ่งเข้าหาหุ่นยนต์ประหลาดพร้อมชักดาบราชาอสูรคลั้่ง
เขาหวังจะฟันในตอนที่มันกำลังเผลอ



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l----oloooooX )

Defiance Lv2

Str : A (+ Defiance) ( = S )
Agi : B (+ Defiance) ( = A )

ฟุ้บ !! ด้วยความเร็วของเอกิสทำให้เขาสามารถพุ่งเข้าไปประกบตัวกับหุ่นนั่นได้ทันท่วงทีก่อนที่เขาจะได้ฟันร่างของมันออก !! แต่ทันใดนั้นเอง !! เมื่อสายเชื่อมบนตัวของมันได้ขาดออกนั้นก็ได้มีควัญประหลาดฟุ้งรั่วออกมาทั่วไปหมด !! ก่อนที่มันจะได้ใช้แขนอีกข้างนึงกวัดกลับมาโจมตีจนทำให้เอกิสต้องหลบถอยออกมาเล็กน้อย

-:- สภาพบรรยกาศเป็นพิษระดับต่ำ


เอกิส ''ชิ อากาศเป้นพิษแบบนี้ไม่ดีแน่ถ้าสู้ยาวไปกว่ามีแต่จะเสียเปรียบคงต้องทำให้รีบจบแล้วสินะ'' เขาต้องการที่จะรีบจบการต่อสู้เอกิสใช้Defiance ขั้นที่ 3 พร้อมกับใช้ infinity Edge  หวังที่จะจบในชุดเดียว ''ตายไปสะ !!!''



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l--oooloooooloooooX )

Defiance Lv3

Str : A (+ Defiance) ( = S )
Agi : B (+ Defiance) ( = A )

คมดาบนับสิบได้ผ่าลงที่ร่างของหุ่นนั้นจนพังทลายลงไปพร้อมๆกับความเร็วของดาบที่ได้สบั้นหมอกควัญที่ปรากฏออกมาจากตัวมันออกไปอย่างสิ้นเชิง แต่ดูเหมือนว่าอากาศภายในนี้จะไม่มีการถ่ายเทที่ดีเท่าไรนักทำให้พิษในอากาศนั้นยังไม่หายไปเสียจนหมด

-:- สภาพบรรยกาศเป็นพิษระดับต่ำ
     - ตาหน้าถ้าไม่เคลื่อนไหวไปยังจุดอื่นเอกิสอาจจะติดพิษได้

1) ย้อนกลับขึ้นไปด้านบน
2) ลงไปสู่ด้านล่าง
3) อื่นๆโปรดระบุ


[2]
''ตายสักที เอาละได้เวลาลงไปสำรวจข้างล่างแล้ว หวังว่าจะมีสมบัติหรือของสำคัญที่ให้สมกับเจ้าหุ่นตัวนี้มันดูแลอยู่ก้คงดี''
เอกิสเดินลงบันไดเพื่อไปดูว่าที่ข้างล่างนั่นมีอะไรอยู่กันแน่

เมื่อเอกิสได้ลงมาถึงด้านล่างนั้นเขาก็พบว่าด้านล่างเหมือนกับแหละควบคุมข้อมูลอะไรซักอย่างที่มีคอมพิวเตอร์นับร้อยตัวเรียงรายอยู่และยังทำงานอยู่ด้วย แถมยังมีทางลงไปต่อที่ด้านล่างอีก !!

แต่ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้ก้าวต่อไปนั้นเขาก็ได้ถูกหยุดลงไว้เสียก่อนด้วยร่างเงาดำที่ปรากฏขึ้นมาด้านหน้าของเขา



? ? ? : นั่นคิดว่าเจ้ากำลังจะไปไหนน่ะ ? เจ้ามนุษย์


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
แมวบ้า
โพสต์ 12-9-2013 15:36:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 16-9-2013 00:40





AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )

ในระหว่างระยะเวลาที่ออสตราวาได้ออกเดินทางท่องโลกกว้างอนุรักษ์ธรรมชาติและขจัดเหล่าเทคโนโลยีที่จะทำให้โลกและธรรมชาติทั้งปวงต้องสาบสูญนั้นเขาก็ได้รับจดหมายจาก Reah Thorolund ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำนักบุญจากกิลด์ Miracles ของเขา โดยมีภารกิจใหม่ให้กับออสตราวานั่นก็คือการไปยังโลกเซเลสเทียและกำจัดเหล่าหุ่นยนต์เครื่องจักรที่กำลังทำลายธรรมชาติต่างๆของโลกนั้นและผู้คนจำนวนมากในขณะนี้

. . . .ใกล้ๆกับระแวกเมือง Center

ออสตราวาที่ได้มาถึงสถานที่ครั้งแรกนั้นก็ได้พบกับซากเมืองที่พังทลายไปด้วยน้ำมือของพวกหุ่นยนต์ทีเกิดจากเทคโนโลยีที่นำสมัยที่ถูกสร้างขึ้น ตอนนี้ไม่มีสิ่งใดที่ชายหนุ่มจะสามารถทำเพื่อช่วยเหลือเมืองแห่งนี้ได้อีกแล้ว

ในขณะเดียวกันเองนั้นชายหนุ่มก็ได้พบกับหุ่นยนต์ตัวนึงที่ได้ปรากฏตัวขึ้นมาตรงหน้าของเขาอย่างกระทันหัน !!



Machine D : พบผู้รอดชีวิต !! ลงมือกำจัดทิ้ง !!

สิ้นเสียงรายงานเครื่องจักรนั้นมันก็ได้แสดงลำกล้องปืนกลขนาดใหญ่ออกมาก่อนที่จะระดมยิงมาที่ออสตราวาทันที !!



          "หะ!!!" ออสตราว่าร้องออกมาอย่างงุงงง

ก่อนที่ออสตราว่าจะได้ทำความใจกับสิ่งตรงหน้า เครื่องจักรนั้ก็ได้ระดมยิงที่เขาเสียแล้ว

           ตูม!! ๆๆๆๆๆๆๆ

สุดเสียงระดมยิง กลุ่มควันที่เกิดขึ้นก็ค่อยจางหายไป เป็นกำแพงหินขนาดพอดีตัวที่ออสตราว่าสร้างขึ้น เพื่อกำบังกระสุนเหล่านั้น

Element Power x1

           "ปกติก็เอามาใช้แต่ โจมตี ไม่คิดเลยว่าจะใช้ป้องกันได้ด้วย" ออสตราว่าพึมพัมกับตนเอง พร้อมกับการทดลองใช้พลังแบบใหม่เป็นครั้งแรก
            "เอาถึงละ ถึงจะไม่รู้ว่าแกเป็นใคร หรืออะไร แต่ถ้าเล่นกันแบบนี่คงเตรียมใจเอาไว้แล้วสินะ" เขาพูดพร้อมกำ Talisman ไว้ที่มือขวา


(หน้าตาของ  Talisman มีขนาดพอดีมือ และสามารถแขวนที่อิ่นๆได้)
แล้วต่อยไปที่กำแพงหิน นั้นอย่างแรง

Element Power x1


ทำให้ใจกลางของแพงหินนั้นแตกออก แล้วพุ่งออกไปใส่เครื่องจักรอย่างรุนแรง

*เครื่องจักรตัวขนาดใหญ่กว่าคนเล็กน้อย ( เหมือนคนธรรมดายืนคู่กับเหยาหมิง )



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-ooooX )

เศษหินของออสตราวาได้พุ่งซัดเข้าใส่หุ่นด้านหน้าจนมันค่อยๆล้มหงายหลังไปและดับวูบลงอย่างช้าๆ

แกรก วิทยุอันนึงได้ตกลงมาจากตัวหุ่นกระป๋องด้านหน้าที่ถูกทำลายลงไปเมื่อครู่นี้ได้หล่นออกมา

1) เก็บมันขึ้นมาลองใช้สื่อสารดู
2) ทำลายทิ้ง !! พวกของอัปมงคลนี่ !!
3) อื่นๆโปรดระบุ


[3] เก็บมันขึ้นมาเพราะไม่รู้ว่าคืออะไร

ออสตราว่าได้เก็บ"วิทยุ"ขึ้นมา เขาก็ได้ยืนมองมัน

"มันคืออะไรละเนี้ย....." เขาบ่นออกมา เพราะจากที่ ที่เขามานั้นไม่มีสิ่งของแบบนี่อยู่เลย ก่อนที่จะเก็บสิ่งนั้นไป

"แล้วก็ยัง จักรกลนั้นอีก" เขาพูดก่อนที่จะเดินไปสำรวจซากหุ่นนั้น จากที่เขาได้สังเกตุดู สิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้น เป็นสิ้่งที่เขาไม่เคยมาก่อนทั้ง ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง วัสดุ หรือแม้กระทั้งหน้าตา

"นี่ข้าถูกส่งมาที่ไหนกันแน่นะ" แล้วเขาก็เริมมองไปรอบๆ ความรู้ของที่นี่ มันช่างแตกต่างกับที่เขาเคยอยู่มากนัก

"จง ระวังตัวไว้ให้ดีที่ที่เจ้าจะถูกส่งไปนั้น อาจจะแต่งต่างกับที่นี้เป็นอย่างมาก แต่จงอย่าได้ให้สิ่งนั้นมาขัดขวางเจตจำนงของเจ้า" ออสตราว่านึกถึงคำพูดสุดท้ายของ Reah Thorolund ก่อนที่จะถูกส่งตัวมาที่นี่

"แต่ยังไง ก็ตาม......ดาบของข้ามันหายไปไหนกันนะ" เขาพูดพร้อมกับมองไปรอบๆอีกครั้ง
"นี่อาจจะเป็นความผิดผลาดครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตอีกอย่างนึงของข้าก็เป็นได้....ที่ลืมหยิบมา"

//สำรวจซากหุ่น และมองไปรอบๆ เพื่อหาทางไปต่อ

-:- ได้รับปืนกลจากซากหุ่นยนต์



ระหว่างที่สำรวจนั้นออสตราวาก็ได้พบกับอุปกรณ์อันนึงที่หุ่นยนต์ใช้พร้อมกับรางกระสุนจำนวนมาก มันน่าจะเป็นอาวุธที่มันใช้ยิงเข้าใส่ออสตราวาเมื่อครู่นี้

วิทยุที่ออสตราวาได้เก็บมานั้นยังไม่ส่งผลตอบรับใดๆออกมาพร้อมๆกับรอบๆบริเวณแปลกๆที่ชายหนุ่มเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขากำลังอยู่ส่วนไหนของโลกอะไรกันแน่

1) ออกเดินทาง. . . (ระบุทิศทาง)
2) นั่งคิดอยู่กับที่ก่อน
3) อื่นๆโปรดระบุ


[ 1 ] ออกเดินทางขิ้นทิศเหนือ

"สิ่งนี่มันคืออะไรละเนี้ย........" ออสตราว่าพุดพลางมอง ปืนที่พึงจะได้มากหุ่นตัวนั้น
"หรือว่าจะเป็น สิ่งที่เรียก ปืนกลไฟ ที่เค้าลำลือกัน" เขาพูดพร้อมนึกถึงสิ่งที่อยู่ในหนังสือที่เคยอ่านผ่านๆมา
"ดูท่าทาง น่าสงสัยจริง....." เขาพูดก่อนที่จะสะพายปืนนั้นไว้ที่หลัง

"ยังไงก็แล้วแต่........" เขาได้หยิบกิ่งแถวนั้นขึ้นมาพร้อมกับปักไปที่พื้น
"ให้พระเจ้านำทางเราแล้วกัน" ว่าแล้วเขาก็ปล่อยมือ หมายจะให้กิ้งไม้นั้นชี้ทางสว่างให้กับเขา

"อืม........คิดอีกที่เดินทางขึ้นเหนือดีกว่า" อาจจะรู้สึกงี่เง่าหริออย่างไรเขาได้เปรียนใจไปเดินทางขึ้นเหนือแทน.....

-:- ช่วงเวลาเย็น

-:- เมือง Center



ออสตราวาได้เดินทางขึ้นเหนือมายังทางเหนือจนพบกับซากเมืองรกร้างแห่งหนึ่ง รอบๆบริเวณนั้นไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตใดๆอยู่เลยแม้แต่น้อยนอกเสียจากซากข้าวของที่กระจัดกระจายไปทั่ว

1) สำรวจ
2) เดินทางต่อ
3) อื่นๆโปรดระบุ


[1] สำรวจ

"นี่มัน.....เกิดอะไรขึ้นกันแน่....." ออสตราว่าพูดพร้อมไม่เชือสายตาตัวเอง

"มันเป็นฝีมือของใครกันแน่...." เขาพูดพร้อมกับรีบวิ่งเขาไปสำรวจในตัวเมือง

//เน้นหาของที่เป็นประโยชน์สำหรับเขา และสิ่งที่จะช่วยอธิบายเหตุการณ์นีได้

-:- ได้รับ
     - ข้าวผัดกระป๋อง * 3
     - ขวดน้ำดื่ม * 1

ระหว่างที่ออสตราวากำลังสำรวจอยู่นั้นเขาก็ได้หันไปพบกับชายหนุ่มคนนึงที่กำลังคุ้ยขยะซากเมืองอยู่เหมือนกับว่ากำลังหาอะไรอยู่ ทันทีที่เขาเห็นออสตราวาเขาก็ได้กระโดดหลบถอยหลังออกมาพร้อมกับยื่นเคียวออกมาป้องกันตัวด้านหน้าทันที !!



? ? ? : นั่นใครน่ะ !! เกราะหนาแบบนี้เป็นพวกหุ่นยนต์นั่นอีกล่ะสิ !!

เขาได้ตะโกนโหวกเหวกขึ้นในท่าทางไม่เป็นมิตรเท่าไรนักแถมยังเหมารวมอัศวินเกราะหนักเป็นหุ่นยนต์เดินได้ไปแล้วซะงั้น


"เจ้ามีตาแต่หามีแววไม่นัก" ออสตราว่าพูดอย่างเซงๆ

"บังมากนักทีมาว่าข้าเป็น จักรกลกระจอกๆแบบนั้น!!!"

"ดูให้ดีๆ ข้าก็มนุษย์เหมือนกัน แล้วเจ้าละ หูยาวๆแบบนั้นเป็นเอลฟ์หรืออย่างไร" ออสตราว่าพูดพร้อมกับยืนแสดงตัวอย่างสง่างาม

? ? ? : เห. . .

ชายหนุ่มได้ลดเคียวลงก่อนที่จะยิ้มแหยๆและเดินเข้ามาเคาะเกราะของออสตราวาเล่นเพื่อพิสูจน์ดู

? ? ? : ชั้นก็เป็นครึ่งเอล์ฟล่ะนะ แต่ไม่เคยใส่เกราะเดินไปไหนมาไหนแบบหุ่นโชว์แบบนี้

เขาได้พูดขึ้นพลางเหล่มองมาที่ออสตราวาอย่างสงสัยเพราะว่าเป็นคนแปลกหน้าของโลกฝั่งนี้

? ? ? : แล้วชุดเกราะเดินได้มาทำอะไรแถวนี้ล่ะ ?


"ข้าไม่ใช้ ชุดเกราะเดินได้ ข้ามีนามว่า ออสตราว่า เป็นอัศ........เป็นนักเดินนะ" เขาคิดว่าตอบแบบนี่ จะดีกว่า

"ข้ารู้สึกว่าที่นี่ จะแตกต่างกับที่ ที่ข้าเคยอยู่มากนัก ทั้งสภาพบรรยากาศที่แปลกๆ รวมทั้งจักรกลที่ดูจะ พัตนาเกินกว่าที่ข้าจะคิดไว้
เจ้าเอล์ฟ เอย เจ้าช่วยบอกข้าได้ว่าที่นี่ เกิดอะไรขึ้นกันแน่" เขาพูดพร้อมกับมองไปรอบๆ

? ? ? : เออ . . .

ชายหนุ่มเอล์ฟได้มองออสตราวาอย่างงุนงงชวนสงสัยก่อนที่จะได้ยินยอมเริ่มอธิบายสถานการณ์ขึ้นตั้งแต่แรก

? ? ? : ตอนนี้กลุ่มมุนษย์กำลังถูกหุ่นยนต์ไล่ล่าอยู่น่ะ. . . กลุ่มของมนุษย์เหลือน้อยเต็มทีแล้วในตอนนี้และปักหลักกันอยู่ 3 มุมเมืองคือ Capialaros ทางใต้ , Holocuxt ทางเหนือ และ Emptiness ทางตะวันตกเฉียงเหนือ

ชายหนุ่มได้อธิบายขึ้นสั้นๆเกี่ยวกับสถานการณ์ของโลกแห่งนี้ในตอนนี้กับออสตราวาขึ้น


"มุนษย์กำลังถูกหุ่นยนต์ไล่ล่า????" อสสตราว่า รุ้สึกสงสัยเป็นเป็นอย่างกับคำพูดนั้น

"แล้วไม่มีใครสามารถ ต่อกรได้อย่างไร???? พวกกิลด์ต่างๆละ??? อย่างน้อยๆ กิลด์Miracles สาขาบริเวณนี่ ก็คงต้องออกมาปกป้องประชาชนแล้วสิ...."

"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่.....???" เขาเริ่มสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

? ? ? : กิลด์ ? มันคืออะไรน่ะ ?

ชายหนุ่มได้ถามขึ้นอย่างสงสัยก่อนที่จะได้เริ่มอธิบายต่อถึงทางด้านมนุษย์เอง

? ? ? : มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่มีทักษะการป้องกันตัวเลยแม้แต่นิด ส่วนกลุ่มที่ยังต่อสู้อยู่ก็เป็นแค่กลุ่มเล็กๆ การจะทำอะไรๆเลยไม่สะดวกเท่าไรน่ะ

เขาได้อธิบายเพิ่มขึ้นถึงสถานการณ์การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายที่มนุษย์ค่อนข้างจะเสียเปรียบในตอนนี้


หลังจากที่เขาได้ยิน เขาก็ยิง่สับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเขาไปอีก แต่เขาก็คิดได้ว่านี่ไม่ใช้เวลาจะมาคิดเรื่องนี่

"อย่างนั้นเองสินะ..........แล้วเจ้าจะทำอย่างไรต่อละ" ออสตราว่าได้ถามขึ้นพลางคิดหาหนทางต่อไป

? ? ? : คุ้ยของเสร็จก็คงไปหลบในที่กบดานล่ะมั้ง

ชายหนุ่มเอล์ฟได้บอกขึ้นพร้อมกับหอบข้าวของที่เขารื้อเก็บตกได้ใส้ถุงย่ามขึ้น

? ? ? : ถ้าอย่างนั้น. . . ไปก่อนล่ะนะ !!

เมื่อกล่าวจบแล้วชายหนุ่มเอล์ฟก็ได้วิ่งหายไปด้วยความเร็วทันที ปล่อยออสตราวาไว้ตามลำพังเพียงเกราะเดียวที่กลางเมืองร้างแห่งนี้


"..................." ออสตราว่าถูกทิ้งไว้กับความเงียบ

//เดินทางขึ้นเหนือต่อไป

-:- ช่วงเวลากลางคืน

ออสตราวาได้ออกจากตัวเมืองมายังป่าด้านบนที่ติดกันจนป่านั้นดูเหมือนกำแพงที่กั้นตัวเมืองไว้ทางด้านเหนือจึงดูทึบเหมือนกับเขาวงหฏมากเลยทีเดียว

ในตอนนี้เวลาก็ได้ค่ำมืดลงมากแล้วทำให้ป่าด้านหน้านั้นมีบรรยากาศแปลกๆไม่ชวนให้น่าเข้าไปเท่าไรนัก

1) ตั้งแคมป์พักด้านหน้าป่าก่อน
2) ลุยเลย !!
3 ) อื่นๆโปรดระบุ


"สัญชาตญาณนักผจญภัย ของข้ากำลังเรียกร้อง" ออสตราว่าพูดพ้อมกับเดินลุยเข้าไปในป่า!!!

2) ลุยเลย !!

ก้าวแรกที่ชายหนุ่มเสื้อเกราะได้เหยียบเข้าไปในป่านั้นเขาก็ได้พบกับรังผึ้งรังนึงที่ดูไม่ปกติเท่าไรนัก . . . แต่ด้วยเกราะที่รุ่มร่ามของเขาทำให้เขาไปชนเข้ากับรังผึ้งนั้นจนมีตัวประหลาดที่ดูคล้ายๆผึ้งออกมาโจมตีเขาแทน !!



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )



จำนวน 5 ตัว


"อืม..........." เขายืนคิดถึงสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป ก่อนที่จะถอนหายใจอย่างแรง

"เจออะไรไม่เจอ ดันมาเจอเจ้าพวกนารำคาญพวกนี่ซะได้" แน่นอนจากที่ออสตราว่าอยู่ตอนนี่นั้น ยุงจำพวกนี่และเป็นสิ่งที่น่าสำคาญที่สุด เพราะเนื่องจากจะตัวไม่ใหญ่มากแล้ว ยังจะบินไปบินมาได้อีก

"สงสัยคงต้อง.............." ว่าแล้วเขาก็กำมือชูขึ้น

-Element Power x1

"หนี!!!" แล้วก็ตบลงที่พื้นทำให้เกิดควันฟุ้ง กระจายบดบังการการมองไปทั้ว

- Element Power x1

แล้วเขาก็ได้รวบรวมลมไปที่ขาของเขา ก่อนที่จะย่อตัวลงแล้ว ออกตัววิ่งได้ความรวดเร็วไปทางป่าตะวันออก

"จักรกลรูปร่างแปลกตาอีกแล้ว......." เขาสงสัยกับสิ่งที่เห็นอีกครั้ง

"หืมข้างหน้ามีอะไรอีกละ" เขารู้สึกได้จากพลังแห่งธรรมชาติถึงพลังชีวิตข้างหน้า

"หวังว่าจะเป็นคนนะ....."

"จะว่า......อยากได้ดาบสักเล่มจริงๆ......." เขาบ่นพึงพัมทิ้งท้าย

//หนีจากจุดที่เกิดเหตุไปยัง ทางทิศตะวันออก โดยหวังว่าจะหนีพ้น??? และหวังว่าข้างหน้าจะเป็นคน????

ดูเหมือนว่าออสตราวาจะไม่สามารถสลัดพวกแมลงประหลาดนั่นไปได้ทั้งหมด ยังมีบางส่วนที่พยายามตามตื้อเขามาอย่างใกล้ชิดด้วยความเร็วทั้งหมดที่พวกมันมีอยู่ !!

ด้วยพลังแห่งธรรมชาติที่คอยช่วยเหลือคุ้มครองของออสตราวานั้น ได้บ่งบอกถึงทิศทางเบี่ยงเบนไปจากด้านหน้าของชายหนุ่มขึ้นเสียอย่างนั้น !! ด้านหน้าคงจะไม่ใช่คนซะแล้วสิ

1) เป้าหมายมีไว้พุ่งชน !!
2) เลี้ยวตามลูกศรในจินตนาการ
3) อื่นๆโปรดระบุ


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 19-1-2019 11:52 , Processed in 0.124590 second(s), 22 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้