Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: tesstrossa

[Play] Role play : The world ~ Celestia ~ *Revive*

[คัดลอกลิงก์]
ปลาหมึก
โพสต์ 12-9-2013 14:00:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 19-9-2013 00:50







AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )

   
. . . ใกล้ๆระแวก Lost Ruin

    หลังจากที่ถูกส่งข้ามมิติมาแล้วเอกิสก็ได้ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นกลางทะเลทรายแห่งหนึ่งที่ไม่คุ้นตา ด้านหลังของเขาเป็นซากปรักพักพังของโบราณสถานที่แปลกตารวมทั้งรอบๆตัวของเขายังไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย

    . . .ว่างเปล่า. . . เหมือนกับเป้าหมายของชายหนุ่มในตอนนี้. . .

    ทันใดนั้นเองยังไม่ทันที่เขาจะได้ตั้งตัวก็ได้มีหุ่นประหลาดออกมาจากซากสิ่งปรักหักพังด้านหลังของเอกิสก่อนที่มันจะได้ยิงกระสุนจำนวนมากมายังเอกิสโดยที่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา



      เอกิสพุ่งไปข้างหน้าพร้อมหลบกระสุนและมองหาจุดอ่อนของหุ่นประหลาดนั่นแต่ก็ไม่สามารถหลบกระสุนได้ทั้งหมดจึงทำให้มีรอยเฉียวจากกระสุนเมื่อเอกิสไปถึงหน้าหุ่นประหลาดได้ชักดาบราชาอสูรคลั่งแทงไปที่กลางอกของหุ่นประหลาดที่เป้นจุดอ่อน
       เอกิสได้แทงไปยังจุดอ่อนที่กลางอกทำความเสียหายอย่างรุนแรง เอกิสเกิดอาการอ่อนล้าจากการข้ามมิติ
       เอกิสเห้นท่าไม่ดีได้รีบวิ่งหลบเข้าไปในปราสาทโบราณสถานเอกิสวิ่งไปพื้นห้องโถงของตัวปราสาท เมื่อเท้าได้สัมผัสพื้นห้องได้เกิดรอยร้าวขึ้น พื้นของห้องโถงได้พังทลายทำให้เอกิสตกลงไปยังถํ้าที่มืดมิดไม่มีแม้แต่แสงไฟที่ส่องลงมายังพื้นข้างล่าง.....



ภายด้านล่างที่มืดมิดได้ทำให้เอกิสไม่สามารถปะติปะต่อเรื่องตั้งแต่แรกได้เท่าไรนัก ว่าเขามาทำอะไรที่นี่กันแน่ แต่ยังไงตอนนี้เขาก็คงต้องหาทางออกไปจากจุดนี้ให้ได้ก่อน


    เอกิส "ที่นี้มันที่ไหนกัน อาา มองไม่เห้นทางข้างหน้าเลยทำยังไงดี'' เอกิสนั่งรอสักพักให้ตาปรับตัวในความมืด ตอนนี้เอกิสสามารถพอมองเห้นในความมืดได้บางถึงแม้จะไม่ชัดก้ตามที เอกิสได้เดินไปข้างหน้าตามทางไปเรื่อยๆและพยายามหาสิ่งที่ช่วยให้เขาสามารถมองเห็นในความมืด
   เอกิสเดินไปสักพักได้เห้นแสงสว่างจากทางข้างหน้า ''นั่นแสงสว่างนี่'' เอกิสได้รีบวิ่งไปที่แสงสว่างนั่น

เอกิสที่ได้วิ่งตามแสงสว่างมานั้นก็ได้พบกับบรรไดที่ทรุดพังที่เชื่อมต่อขึ้นไปยังด้านบนอยู่ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่เหมือนกับเส้นทางที่เขาได้ตกลงมาเท่าไรนัก เขาคงจะไม่ขึ้นไปโผล่ที่เดิมอย่างแน่นอนถ้าขึ้นไปทางนั้น

1) ขึ้นไปทางนั้นแหละ
2) ลองมองหาทางอื่น
3) อื่นๆโปรดระบุ


[2]
เอกิส เดินสำรวจรอบๆเพื่อที่จะหาทางอื่นหากเขาไม่พบ เขาอาจจะกลับมาที่บันไดนี้อีกครั้ง

ระหว่างที่เขาได้มองย้อนกลับไปนั้นเอกิสก็พบว่ามีสิ่งมีสิ่งแปลกปลอมกำลังค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ทางเขาเข้าเรื่อยๆจากความมืดด้านในของซากโบราณสถาน



ร่างของหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายๆไดโนเสาร์ได้ค่อยๆเคลื่อนที่เข้ามาทางชายหนุ่มอย่างช้าๆ น้ำหนักของมันได้ทำให้สถานที่นี้สั่นสะเทือนไปด้วยจนเม็ดทรายจากด้านบนเพดานร่วงลงมาเล็กๆเต็มไปหมด

1) รีบขึ้นทางบรรไดก่อน
2) ทำการต่อสู้
3) อื่นๆโปรดระบุ


[2]
เมื่อเอกิสเห็นหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ ''หุ่นยนต์รูปแบบไดโนเสาร์!!?? จะมีพละกำลังขนาดไดโนเสาร์หรือป่าวนะอยากจะรู้จริงๆ''
   เอกิสได้พุ่งเข้าหาหุ่นยนต์ตอนนั่นพร้อมกับชักดาบราชาอสูรคลั่งและใช้ Defiance  ขั้นที่ 1 ''ถ้าอยากจะรู้คงต้องลองสู้สินะ''



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l---ooX )

Wrath Lv1

Str : A (+ Defiance) ( = S )

เคร้ง !! เสียงคมเหล็กของดาบเอกิสได้ฟาดลงที่เกราะหนักด้านนอกของของเป้าหมายจนร่วงหลุดออกมาตามแรงเหวี่ยงของดาบของเขา !!

ทันใดนั้นเอง !! หุ่นยนต์ด้านหน้านั้นก็ได้พยายามใช้ปากขนาดใหญ่ของมันงาบตัวของเอกิสไว้ แต่ด้วยความเร็วของเอกิสเองนั้นทำให้การโจมตีและเคลื่อนไหวที่เชื่องช้าของศัตรูด้านหน้าสามารถหลบได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้าโดนเข้าไปเขาอาจจะขาดครึ่งตัวก็เป็นได้


เอกิส ''ดูเหมือนว่าจะมีแต่พละกำลังอย่างเดียวสินะ เรื่องความเร็วไม่มีทางตามเราทันแต่ก็ไม่ควรจะเสี่ยงเกิดพลาดขึ้นมา มีหวังตัวเราได้ขาดเป็น2ท่อน''
เอกิสหลบฉากออกมาดูท่าทีของหุ่นยนต์ยักษ์ที่อยู่ตรงหน้า เขาพยายามองดูตรงส่วนของเกราะที่หลุดออกมา
''บางทีตรงนั่นอาจจะเป็นจุดอ่อนของหุ่นตัวนี้ก็เป้นได้'' เอกิสไม่รอช้าพุ่งตัวออกไปสู้อีกครั้งโดยครั้งนี้เขาพยายามเน้นโจตตีไปที่จุดที่เกราะหลุดออกมา



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l---ooX )

เปรี๊ยะ !! สายไฟฟ้าได้ขาดกระจายออกมาจากร่างหุ่นด้านหน้านั่นกระจายไปทั่ว แต่ดูเหมือนว่าเครื่องจักรนั้นจะยังไม่หยุดลงง่ายๆรวมทั้งได้ค่อยๆคลานเคลื่อนลำตัวของมันเข้ามาหาเอกิสพร้อมๆกับทำลายตัวสถานที่นี้ไปด้วยพร้อมๆกัน !!


เอกิส ''ชิ ยังไม่ตายอีกหรือนี่ '' เอกิสไม่สนใจอย่างอื่นตอนนี้เขากำลังคิคทางรอดสำหรับตอนนี้ ''ใช่บันไดที่เจอตอนนั่นไง หวังว่ามันคงยังไม่พังหรอกนะ'' เอกิสวิ่งไปยังบันไดที่เขาเคยเจอ

ซากโบราณสถานนั้นได้ค่อยๆถล่มลงไปพร้อมกับร่างของไดโนเสาร์เครื่องจักรนั่นที่พยายามตะเกียดตะกายจนซากที่ถล่มจมลงไปกองกับมัน ในขณะที่เอกิสนั้นสามารถใช้ความเร็วของเขาหนีขึ้นมาได้ก่อนที่จะถูกอัดจมลงไปพร้อมกับซากโบราณสถานนั่น

-:- ช่วงเวลากลางวัน

ชายหนุ่มได้พบว่าตัวเองกลับขึ้นมาบนพื้นผิวด้านบนอีกครั้งแต่ว่ามันดูแตกต่างไปจากครั้งก่อนอย่างสิ้นเชิง


เอกิสมองดูรอบตัวๆ ''ที่นี้มันที่ไหนกัน'' เขาลองเดินสำรวจรอบๆ

เอกิสได้มาปรากฏที่ด้านข้างทะเลสาปแห่งหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะมีโบราณสถานที่ด้านล่างจมอยู่ รอบๆบริเวณที่คล้ายๆกับพื้นที่ราบลุ่มทำให้ต่างจากบรรยากาศทะเลทรายมาเล็กน้อย

แต่ไม่ว่าเอกิสจะไปทางไหนนั้นเขาก็ไม่พบกับผู้คนเลยแม้แต่คนเดียวหรือแม้กระทั่งสัมผัสของสิ่งมีชีวิตก็ไม่สามารถรับรู้ได้เช่นกัน หรือว่าเขาจะเป็นเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตอยู่บนโลกแห่งนี้กันนะ ?

1) ลงสำรวจโบราณสถาน
2) เดินทาง (ระบุทิศทาง)
3) อื่นๆโปรดระบุ


[1]
เอกิสมองไปที่ทะเลสาบเขาเห็นโบราณสถานจมอยู่ข้างใต้ ''อาจจะมีสมบัติอยู่ในโบราณสถานก้ได้ต้องลองลงไปดู''

-:- ช่วงเวลากลางคืน

-:- ภายด้านใน Hidden


หลังจากที่เอกิสได้ดำน้ำลงมาด้านในเขาก็พบว่าที่ด้านล่างไม่มีน้ำซึมผ่านเข้ามายังตัวภายในอาคารเลยแม้แต่น้อย นี่อาจจะเป็นปรากฏการธรรมชาติหรืออะไรก็แล้วแต่. . . ถึงชายหนุ่มจะสงสัยไปตอนนี้ก็คงไม่ทำให้เขาคิดออก

ภายในโบราณสถานนั้นมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับห้องแลปทดลองใต้ดินของกลุ่มนุษย์เป็นอย่างมาก โดยชั้นที่เอกิสอยู่ตอนนี้เป็นชั้นบนสุดที่ใช้หลบภัยออกมาจากชั้นใต้ดินด้านล่างนั่นเองรวมทั้งด้านในเหมือนว่าจะยังมีบรรไดลงไปลึกกว่าเดิมอยู่อีกด้วย

เอกิสสำรวจชั้นที่เขาอยู่ไปรอบๆ ''เหมือนว่าชึ้นนี้จะไม่มีอะไรสินะ นั่นมันบันไดนิ'' เอกิสเดินไปที่บันไดที่เขาพบ
''ดูเหมือนว่าข้างล่างค่อนข้างจะมืดมากเลย  หือนั่นคบเพลิงนี้หวังว่ามันคงจะยังใช้ได้อยู่นะ'' เขาเดินไปหยิบคบเพลิงที่พื้น
เขามองหาหินที่จะทำเกิดประกายไฟได้เขาเจอหินสองก้อนที่เขาคิดว่าน่าจะให้เกิดประกายไฟ เขาใช้เวลาสักพักในการทำให้คบเพลิงติดไฟ
เมื่อคบเพลิงติดไฟแล้วเอกิสได้เดินลงบันไดเพื่อจะสำรวจขั้นต่อไป

ในขณะที่เอกิสได้ค่อยๆลงบรรไดมาด้านล่างพร้อมกับคบเพลิงแฮนเมคของเขา เขาก็ได้เห็นกับเงาของสิ่งมีชีวิตแปลกๆที่อยู่ระยะไกลออกไปตรงกลางห้องที่ชั้นล่างนี่ ดูเหมือนว่ามันจะยังคงยืนนิ่งๆอยู่ที่เดิมในตอนนี้


เอกิส ''นั่นมันตัวอะไร!?!?'' เขาดับคบเพลิงแล้วหลบที่มุมมืดพร้อมกับใช้Defiance ขั้นที่ 1 แล้วรอดูท่าทีของสิ่งมีชีวิตประหลาดตัวนั่น
''เตรียมตัวไว้ดีกว่าไม่รู้เจ้าสิ่งมีชีวิตประหลาดจะเข้ามาโจมตีหรือป่าวแถมที่นี้ยังมืดมากอีกด้วยทำให้เราเสียเปรียบมาก''



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-ooooX )

Str : A (+ Defiance) ( = S )

ดูเหมือนว่าหุ่นยนต์ประหลาดตัวนั้นจะไม่ได้ขยับไปไหนจากจุดเดิมเลยแม้แต่น้อย เมื่อเอกิสได้สังเกตุที่ด้านหลังนั้นเขาก็พบว่ามีบรรไดทางลงไปต่ออยู่ที่ด้านหลังมันด้วย มันคงจะคอยดูแลทางลงนั่นอยู่แน่ๆ

เอกิส''ข้างหลังนั่นเหมือนจะมีทางลงไปต่อ มันดูแลทางลงนั่นงั้นหรือถ้าเป็นจริงข้างล่างนั่นต้องมีอะไรแน่ๆ อาจจะเป็นสมบัติก็ได้''
เอกิสมองดูอยู่สักพักในที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะสู้กับหุ่นยนต์ตัวนี้เพื่อเขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าข้างล่างนั่นมีอะไรกันแน่ทำไมเจ้าหุ่นตัวนี้ถึงต้องดูแล
''ชักอยากจะรู้ละสิว่าข้างล่างนั่นมีอะไรกันแน่'' เอกิสไม่รอช้าใช้Defiance ขั้นที่ 2 พุ่งเข้าหาหุ่นยนต์ประหลาดพร้อมชักดาบราชาอสูรคลั้่ง
เขาหวังจะฟันในตอนที่มันกำลังเผลอ



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l----oloooooX )

Defiance Lv2

Str : A (+ Defiance) ( = S )
Agi : B (+ Defiance) ( = A )

ฟุ้บ !! ด้วยความเร็วของเอกิสทำให้เขาสามารถพุ่งเข้าไปประกบตัวกับหุ่นนั่นได้ทันท่วงทีก่อนที่เขาจะได้ฟันร่างของมันออก !! แต่ทันใดนั้นเอง !! เมื่อสายเชื่อมบนตัวของมันได้ขาดออกนั้นก็ได้มีควัญประหลาดฟุ้งรั่วออกมาทั่วไปหมด !! ก่อนที่มันจะได้ใช้แขนอีกข้างนึงกวัดกลับมาโจมตีจนทำให้เอกิสต้องหลบถอยออกมาเล็กน้อย

-:- สภาพบรรยกาศเป็นพิษระดับต่ำ


เอกิส ''ชิ อากาศเป้นพิษแบบนี้ไม่ดีแน่ถ้าสู้ยาวไปกว่ามีแต่จะเสียเปรียบคงต้องทำให้รีบจบแล้วสินะ'' เขาต้องการที่จะรีบจบการต่อสู้เอกิสใช้Defiance ขั้นที่ 3 พร้อมกับใช้ infinity Edge  หวังที่จะจบในชุดเดียว ''ตายไปสะ !!!''



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l--oooloooooloooooX )

Defiance Lv3

Str : A (+ Defiance) ( = S )
Agi : B (+ Defiance) ( = A )

คมดาบนับสิบได้ผ่าลงที่ร่างของหุ่นนั้นจนพังทลายลงไปพร้อมๆกับความเร็วของดาบที่ได้สบั้นหมอกควัญที่ปรากฏออกมาจากตัวมันออกไปอย่างสิ้นเชิง แต่ดูเหมือนว่าอากาศภายในนี้จะไม่มีการถ่ายเทที่ดีเท่าไรนักทำให้พิษในอากาศนั้นยังไม่หายไปเสียจนหมด

-:- สภาพบรรยกาศเป็นพิษระดับต่ำ
     - ตาหน้าถ้าไม่เคลื่อนไหวไปยังจุดอื่นเอกิสอาจจะติดพิษได้

1) ย้อนกลับขึ้นไปด้านบน
2) ลงไปสู่ด้านล่าง
3) อื่นๆโปรดระบุ


[2]
''ตายสักที เอาละได้เวลาลงไปสำรวจข้างล่างแล้ว หวังว่าจะมีสมบัติหรือของสำคัญที่ให้สมกับเจ้าหุ่นตัวนี้มันดูแลอยู่ก้คงดี''
เอกิสเดินลงบันไดเพื่อไปดูว่าที่ข้างล่างนั่นมีอะไรอยู่กันแน่

เมื่อเอกิสได้ลงมาถึงด้านล่างนั้นเขาก็พบว่าด้านล่างเหมือนกับแหละควบคุมข้อมูลอะไรซักอย่างที่มีคอมพิวเตอร์นับร้อยตัวเรียงรายอยู่และยังทำงานอยู่ด้วย แถมยังมีทางลงไปต่อที่ด้านล่างอีก !!

แต่ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้ก้าวต่อไปนั้นเขาก็ได้ถูกหยุดลงไว้เสียก่อนด้วยร่างเงาดำที่ปรากฏขึ้นมาด้านหน้าของเขา



? ? ? : นั่นคิดว่าเจ้ากำลังจะไปไหนน่ะ ? เจ้ามนุษย์


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
แมวบ้า
โพสต์ 12-9-2013 15:36:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 16-9-2013 00:40





AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )

ในระหว่างระยะเวลาที่ออสตราวาได้ออกเดินทางท่องโลกกว้างอนุรักษ์ธรรมชาติและขจัดเหล่าเทคโนโลยีที่จะทำให้โลกและธรรมชาติทั้งปวงต้องสาบสูญนั้นเขาก็ได้รับจดหมายจาก Reah Thorolund ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำนักบุญจากกิลด์ Miracles ของเขา โดยมีภารกิจใหม่ให้กับออสตราวานั่นก็คือการไปยังโลกเซเลสเทียและกำจัดเหล่าหุ่นยนต์เครื่องจักรที่กำลังทำลายธรรมชาติต่างๆของโลกนั้นและผู้คนจำนวนมากในขณะนี้

. . . .ใกล้ๆกับระแวกเมือง Center

ออสตราวาที่ได้มาถึงสถานที่ครั้งแรกนั้นก็ได้พบกับซากเมืองที่พังทลายไปด้วยน้ำมือของพวกหุ่นยนต์ทีเกิดจากเทคโนโลยีที่นำสมัยที่ถูกสร้างขึ้น ตอนนี้ไม่มีสิ่งใดที่ชายหนุ่มจะสามารถทำเพื่อช่วยเหลือเมืองแห่งนี้ได้อีกแล้ว

ในขณะเดียวกันเองนั้นชายหนุ่มก็ได้พบกับหุ่นยนต์ตัวนึงที่ได้ปรากฏตัวขึ้นมาตรงหน้าของเขาอย่างกระทันหัน !!



Machine D : พบผู้รอดชีวิต !! ลงมือกำจัดทิ้ง !!

สิ้นเสียงรายงานเครื่องจักรนั้นมันก็ได้แสดงลำกล้องปืนกลขนาดใหญ่ออกมาก่อนที่จะระดมยิงมาที่ออสตราวาทันที !!



          "หะ!!!" ออสตราว่าร้องออกมาอย่างงุงงง

ก่อนที่ออสตราว่าจะได้ทำความใจกับสิ่งตรงหน้า เครื่องจักรนั้ก็ได้ระดมยิงที่เขาเสียแล้ว

           ตูม!! ๆๆๆๆๆๆๆ

สุดเสียงระดมยิง กลุ่มควันที่เกิดขึ้นก็ค่อยจางหายไป เป็นกำแพงหินขนาดพอดีตัวที่ออสตราว่าสร้างขึ้น เพื่อกำบังกระสุนเหล่านั้น

Element Power x1

           "ปกติก็เอามาใช้แต่ โจมตี ไม่คิดเลยว่าจะใช้ป้องกันได้ด้วย" ออสตราว่าพึมพัมกับตนเอง พร้อมกับการทดลองใช้พลังแบบใหม่เป็นครั้งแรก
            "เอาถึงละ ถึงจะไม่รู้ว่าแกเป็นใคร หรืออะไร แต่ถ้าเล่นกันแบบนี่คงเตรียมใจเอาไว้แล้วสินะ" เขาพูดพร้อมกำ Talisman ไว้ที่มือขวา


(หน้าตาของ  Talisman มีขนาดพอดีมือ และสามารถแขวนที่อิ่นๆได้)
แล้วต่อยไปที่กำแพงหิน นั้นอย่างแรง

Element Power x1


ทำให้ใจกลางของแพงหินนั้นแตกออก แล้วพุ่งออกไปใส่เครื่องจักรอย่างรุนแรง

*เครื่องจักรตัวขนาดใหญ่กว่าคนเล็กน้อย ( เหมือนคนธรรมดายืนคู่กับเหยาหมิง )



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-ooooX )

เศษหินของออสตราวาได้พุ่งซัดเข้าใส่หุ่นด้านหน้าจนมันค่อยๆล้มหงายหลังไปและดับวูบลงอย่างช้าๆ

แกรก วิทยุอันนึงได้ตกลงมาจากตัวหุ่นกระป๋องด้านหน้าที่ถูกทำลายลงไปเมื่อครู่นี้ได้หล่นออกมา

1) เก็บมันขึ้นมาลองใช้สื่อสารดู
2) ทำลายทิ้ง !! พวกของอัปมงคลนี่ !!
3) อื่นๆโปรดระบุ


[3] เก็บมันขึ้นมาเพราะไม่รู้ว่าคืออะไร

ออสตราว่าได้เก็บ"วิทยุ"ขึ้นมา เขาก็ได้ยืนมองมัน

"มันคืออะไรละเนี้ย....." เขาบ่นออกมา เพราะจากที่ ที่เขามานั้นไม่มีสิ่งของแบบนี่อยู่เลย ก่อนที่จะเก็บสิ่งนั้นไป

"แล้วก็ยัง จักรกลนั้นอีก" เขาพูดก่อนที่จะเดินไปสำรวจซากหุ่นนั้น จากที่เขาได้สังเกตุดู สิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้น เป็นสิ้่งที่เขาไม่เคยมาก่อนทั้ง ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง วัสดุ หรือแม้กระทั้งหน้าตา

"นี่ข้าถูกส่งมาที่ไหนกันแน่นะ" แล้วเขาก็เริมมองไปรอบๆ ความรู้ของที่นี่ มันช่างแตกต่างกับที่เขาเคยอยู่มากนัก

"จง ระวังตัวไว้ให้ดีที่ที่เจ้าจะถูกส่งไปนั้น อาจจะแต่งต่างกับที่นี้เป็นอย่างมาก แต่จงอย่าได้ให้สิ่งนั้นมาขัดขวางเจตจำนงของเจ้า" ออสตราว่านึกถึงคำพูดสุดท้ายของ Reah Thorolund ก่อนที่จะถูกส่งตัวมาที่นี่

"แต่ยังไง ก็ตาม......ดาบของข้ามันหายไปไหนกันนะ" เขาพูดพร้อมกับมองไปรอบๆอีกครั้ง
"นี่อาจจะเป็นความผิดผลาดครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตอีกอย่างนึงของข้าก็เป็นได้....ที่ลืมหยิบมา"

//สำรวจซากหุ่น และมองไปรอบๆ เพื่อหาทางไปต่อ

-:- ได้รับปืนกลจากซากหุ่นยนต์



ระหว่างที่สำรวจนั้นออสตราวาก็ได้พบกับอุปกรณ์อันนึงที่หุ่นยนต์ใช้พร้อมกับรางกระสุนจำนวนมาก มันน่าจะเป็นอาวุธที่มันใช้ยิงเข้าใส่ออสตราวาเมื่อครู่นี้

วิทยุที่ออสตราวาได้เก็บมานั้นยังไม่ส่งผลตอบรับใดๆออกมาพร้อมๆกับรอบๆบริเวณแปลกๆที่ชายหนุ่มเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขากำลังอยู่ส่วนไหนของโลกอะไรกันแน่

1) ออกเดินทาง. . . (ระบุทิศทาง)
2) นั่งคิดอยู่กับที่ก่อน
3) อื่นๆโปรดระบุ


[ 1 ] ออกเดินทางขิ้นทิศเหนือ

"สิ่งนี่มันคืออะไรละเนี้ย........" ออสตราว่าพุดพลางมอง ปืนที่พึงจะได้มากหุ่นตัวนั้น
"หรือว่าจะเป็น สิ่งที่เรียก ปืนกลไฟ ที่เค้าลำลือกัน" เขาพูดพร้อมนึกถึงสิ่งที่อยู่ในหนังสือที่เคยอ่านผ่านๆมา
"ดูท่าทาง น่าสงสัยจริง....." เขาพูดก่อนที่จะสะพายปืนนั้นไว้ที่หลัง

"ยังไงก็แล้วแต่........" เขาได้หยิบกิ่งแถวนั้นขึ้นมาพร้อมกับปักไปที่พื้น
"ให้พระเจ้านำทางเราแล้วกัน" ว่าแล้วเขาก็ปล่อยมือ หมายจะให้กิ้งไม้นั้นชี้ทางสว่างให้กับเขา

"อืม........คิดอีกที่เดินทางขึ้นเหนือดีกว่า" อาจจะรู้สึกงี่เง่าหริออย่างไรเขาได้เปรียนใจไปเดินทางขึ้นเหนือแทน.....

-:- ช่วงเวลาเย็น

-:- เมือง Center



ออสตราวาได้เดินทางขึ้นเหนือมายังทางเหนือจนพบกับซากเมืองรกร้างแห่งหนึ่ง รอบๆบริเวณนั้นไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตใดๆอยู่เลยแม้แต่น้อยนอกเสียจากซากข้าวของที่กระจัดกระจายไปทั่ว

1) สำรวจ
2) เดินทางต่อ
3) อื่นๆโปรดระบุ


[1] สำรวจ

"นี่มัน.....เกิดอะไรขึ้นกันแน่....." ออสตราว่าพูดพร้อมไม่เชือสายตาตัวเอง

"มันเป็นฝีมือของใครกันแน่...." เขาพูดพร้อมกับรีบวิ่งเขาไปสำรวจในตัวเมือง

//เน้นหาของที่เป็นประโยชน์สำหรับเขา และสิ่งที่จะช่วยอธิบายเหตุการณ์นีได้

-:- ได้รับ
     - ข้าวผัดกระป๋อง * 3
     - ขวดน้ำดื่ม * 1

ระหว่างที่ออสตราวากำลังสำรวจอยู่นั้นเขาก็ได้หันไปพบกับชายหนุ่มคนนึงที่กำลังคุ้ยขยะซากเมืองอยู่เหมือนกับว่ากำลังหาอะไรอยู่ ทันทีที่เขาเห็นออสตราวาเขาก็ได้กระโดดหลบถอยหลังออกมาพร้อมกับยื่นเคียวออกมาป้องกันตัวด้านหน้าทันที !!



? ? ? : นั่นใครน่ะ !! เกราะหนาแบบนี้เป็นพวกหุ่นยนต์นั่นอีกล่ะสิ !!

เขาได้ตะโกนโหวกเหวกขึ้นในท่าทางไม่เป็นมิตรเท่าไรนักแถมยังเหมารวมอัศวินเกราะหนักเป็นหุ่นยนต์เดินได้ไปแล้วซะงั้น


"เจ้ามีตาแต่หามีแววไม่นัก" ออสตราว่าพูดอย่างเซงๆ

"บังมากนักทีมาว่าข้าเป็น จักรกลกระจอกๆแบบนั้น!!!"

"ดูให้ดีๆ ข้าก็มนุษย์เหมือนกัน แล้วเจ้าละ หูยาวๆแบบนั้นเป็นเอลฟ์หรืออย่างไร" ออสตราว่าพูดพร้อมกับยืนแสดงตัวอย่างสง่างาม

? ? ? : เห. . .

ชายหนุ่มได้ลดเคียวลงก่อนที่จะยิ้มแหยๆและเดินเข้ามาเคาะเกราะของออสตราวาเล่นเพื่อพิสูจน์ดู

? ? ? : ชั้นก็เป็นครึ่งเอล์ฟล่ะนะ แต่ไม่เคยใส่เกราะเดินไปไหนมาไหนแบบหุ่นโชว์แบบนี้

เขาได้พูดขึ้นพลางเหล่มองมาที่ออสตราวาอย่างสงสัยเพราะว่าเป็นคนแปลกหน้าของโลกฝั่งนี้

? ? ? : แล้วชุดเกราะเดินได้มาทำอะไรแถวนี้ล่ะ ?


"ข้าไม่ใช้ ชุดเกราะเดินได้ ข้ามีนามว่า ออสตราว่า เป็นอัศ........เป็นนักเดินนะ" เขาคิดว่าตอบแบบนี่ จะดีกว่า

"ข้ารู้สึกว่าที่นี่ จะแตกต่างกับที่ ที่ข้าเคยอยู่มากนัก ทั้งสภาพบรรยากาศที่แปลกๆ รวมทั้งจักรกลที่ดูจะ พัตนาเกินกว่าที่ข้าจะคิดไว้
เจ้าเอล์ฟ เอย เจ้าช่วยบอกข้าได้ว่าที่นี่ เกิดอะไรขึ้นกันแน่" เขาพูดพร้อมกับมองไปรอบๆ

? ? ? : เออ . . .

ชายหนุ่มเอล์ฟได้มองออสตราวาอย่างงุนงงชวนสงสัยก่อนที่จะได้ยินยอมเริ่มอธิบายสถานการณ์ขึ้นตั้งแต่แรก

? ? ? : ตอนนี้กลุ่มมุนษย์กำลังถูกหุ่นยนต์ไล่ล่าอยู่น่ะ. . . กลุ่มของมนุษย์เหลือน้อยเต็มทีแล้วในตอนนี้และปักหลักกันอยู่ 3 มุมเมืองคือ Capialaros ทางใต้ , Holocuxt ทางเหนือ และ Emptiness ทางตะวันตกเฉียงเหนือ

ชายหนุ่มได้อธิบายขึ้นสั้นๆเกี่ยวกับสถานการณ์ของโลกแห่งนี้ในตอนนี้กับออสตราวาขึ้น


"มุนษย์กำลังถูกหุ่นยนต์ไล่ล่า????" อสสตราว่า รุ้สึกสงสัยเป็นเป็นอย่างกับคำพูดนั้น

"แล้วไม่มีใครสามารถ ต่อกรได้อย่างไร???? พวกกิลด์ต่างๆละ??? อย่างน้อยๆ กิลด์Miracles สาขาบริเวณนี่ ก็คงต้องออกมาปกป้องประชาชนแล้วสิ...."

"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่.....???" เขาเริ่มสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

? ? ? : กิลด์ ? มันคืออะไรน่ะ ?

ชายหนุ่มได้ถามขึ้นอย่างสงสัยก่อนที่จะได้เริ่มอธิบายต่อถึงทางด้านมนุษย์เอง

? ? ? : มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่มีทักษะการป้องกันตัวเลยแม้แต่นิด ส่วนกลุ่มที่ยังต่อสู้อยู่ก็เป็นแค่กลุ่มเล็กๆ การจะทำอะไรๆเลยไม่สะดวกเท่าไรน่ะ

เขาได้อธิบายเพิ่มขึ้นถึงสถานการณ์การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายที่มนุษย์ค่อนข้างจะเสียเปรียบในตอนนี้


หลังจากที่เขาได้ยิน เขาก็ยิง่สับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเขาไปอีก แต่เขาก็คิดได้ว่านี่ไม่ใช้เวลาจะมาคิดเรื่องนี่

"อย่างนั้นเองสินะ..........แล้วเจ้าจะทำอย่างไรต่อละ" ออสตราว่าได้ถามขึ้นพลางคิดหาหนทางต่อไป

? ? ? : คุ้ยของเสร็จก็คงไปหลบในที่กบดานล่ะมั้ง

ชายหนุ่มเอล์ฟได้บอกขึ้นพร้อมกับหอบข้าวของที่เขารื้อเก็บตกได้ใส้ถุงย่ามขึ้น

? ? ? : ถ้าอย่างนั้น. . . ไปก่อนล่ะนะ !!

เมื่อกล่าวจบแล้วชายหนุ่มเอล์ฟก็ได้วิ่งหายไปด้วยความเร็วทันที ปล่อยออสตราวาไว้ตามลำพังเพียงเกราะเดียวที่กลางเมืองร้างแห่งนี้


"..................." ออสตราว่าถูกทิ้งไว้กับความเงียบ

//เดินทางขึ้นเหนือต่อไป

-:- ช่วงเวลากลางคืน

ออสตราวาได้ออกจากตัวเมืองมายังป่าด้านบนที่ติดกันจนป่านั้นดูเหมือนกำแพงที่กั้นตัวเมืองไว้ทางด้านเหนือจึงดูทึบเหมือนกับเขาวงหฏมากเลยทีเดียว

ในตอนนี้เวลาก็ได้ค่ำมืดลงมากแล้วทำให้ป่าด้านหน้านั้นมีบรรยากาศแปลกๆไม่ชวนให้น่าเข้าไปเท่าไรนัก

1) ตั้งแคมป์พักด้านหน้าป่าก่อน
2) ลุยเลย !!
3 ) อื่นๆโปรดระบุ


"สัญชาตญาณนักผจญภัย ของข้ากำลังเรียกร้อง" ออสตราว่าพูดพ้อมกับเดินลุยเข้าไปในป่า!!!

2) ลุยเลย !!

ก้าวแรกที่ชายหนุ่มเสื้อเกราะได้เหยียบเข้าไปในป่านั้นเขาก็ได้พบกับรังผึ้งรังนึงที่ดูไม่ปกติเท่าไรนัก . . . แต่ด้วยเกราะที่รุ่มร่ามของเขาทำให้เขาไปชนเข้ากับรังผึ้งนั้นจนมีตัวประหลาดที่ดูคล้ายๆผึ้งออกมาโจมตีเขาแทน !!



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )



จำนวน 5 ตัว


"อืม..........." เขายืนคิดถึงสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป ก่อนที่จะถอนหายใจอย่างแรง

"เจออะไรไม่เจอ ดันมาเจอเจ้าพวกนารำคาญพวกนี่ซะได้" แน่นอนจากที่ออสตราว่าอยู่ตอนนี่นั้น ยุงจำพวกนี่และเป็นสิ่งที่น่าสำคาญที่สุด เพราะเนื่องจากจะตัวไม่ใหญ่มากแล้ว ยังจะบินไปบินมาได้อีก

"สงสัยคงต้อง.............." ว่าแล้วเขาก็กำมือชูขึ้น

-Element Power x1

"หนี!!!" แล้วก็ตบลงที่พื้นทำให้เกิดควันฟุ้ง กระจายบดบังการการมองไปทั้ว

- Element Power x1

แล้วเขาก็ได้รวบรวมลมไปที่ขาของเขา ก่อนที่จะย่อตัวลงแล้ว ออกตัววิ่งได้ความรวดเร็วไปทางป่าตะวันออก

"จักรกลรูปร่างแปลกตาอีกแล้ว......." เขาสงสัยกับสิ่งที่เห็นอีกครั้ง

"หืมข้างหน้ามีอะไรอีกละ" เขารู้สึกได้จากพลังแห่งธรรมชาติถึงพลังชีวิตข้างหน้า

"หวังว่าจะเป็นคนนะ....."

"จะว่า......อยากได้ดาบสักเล่มจริงๆ......." เขาบ่นพึงพัมทิ้งท้าย

//หนีจากจุดที่เกิดเหตุไปยัง ทางทิศตะวันออก โดยหวังว่าจะหนีพ้น??? และหวังว่าข้างหน้าจะเป็นคน????

ดูเหมือนว่าออสตราวาจะไม่สามารถสลัดพวกแมลงประหลาดนั่นไปได้ทั้งหมด ยังมีบางส่วนที่พยายามตามตื้อเขามาอย่างใกล้ชิดด้วยความเร็วทั้งหมดที่พวกมันมีอยู่ !!

ด้วยพลังแห่งธรรมชาติที่คอยช่วยเหลือคุ้มครองของออสตราวานั้น ได้บ่งบอกถึงทิศทางเบี่ยงเบนไปจากด้านหน้าของชายหนุ่มขึ้นเสียอย่างนั้น !! ด้านหน้าคงจะไม่ใช่คนซะแล้วสิ

1) เป้าหมายมีไว้พุ่งชน !!
2) เลี้ยวตามลูกศรในจินตนาการ
3) อื่นๆโปรดระบุ


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 12-9-2013 17:37:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 17-9-2013 06:45








AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )

. . . ใกล้ๆระแวก Capialaros

ทันทีที่ดีซีเมียได้มาถึงที่โลกนี้นั้นเขาก็พบว่าตัวเองได้อยู่ใกล้ๆกับเมืองแห่งนึงที่เหมือนจะอยู่ในภูมิศาสตร์ที่ราบลุ่ม จากในระยะสายตาของเขานั้นเมืองในระแวกที่ว่านั้นก็มีจำนวนคนเหลือน้อยมากๆเช่นกัน ยังไม่ทันที่ดีซีเมียจะได้ตั้งสติเรียบเรียงสถานการณ์ก็ได้มีเด็กหนุ่มคนนึงปรากฏออกมาตรงหน้าของเขา



? ? ? : นี่พี่ชาย. . . ถ้ามีแค่คนส่วนน้อยที่เป็นมนุษย์เหลือรอดอยู่ ส่วนมากเป็นเครื่องจักรสังหารที่ตามล่ามนุษย์ พี่ชายจะเลือกช่วยฝั่งไหนล่ะ

เสียงยียวนที่ฟังดูแปลกๆได้ถามดีซีเมียขึ้น





ดีซีเมียยืนนิ่งและจ้องหน้าของชายหนุ่มที่ถามคำถามอยู่สักพัก และใช้สัมผัสรับรู้ถึงสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเอง

   ' . . . . ที่นี้ที่ไหน จะว่าไป . . . บริเวณนี้มีผู้คนอยู่น้อยจริงด้วย . . . ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องสมมุติเฉยๆแล้วสินะ . . . หรือว่าเป็นเพราะว่าที่นี้อยู่แถบชนบท . . . แต่ที่สำคัญที่สุด . . . ข้างหน้าเรานี้ใครวะ . . . '

ดีซีเมียกำลังพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า แม้ว่าจะยังสรุปเรื่องราวอะไรก็ตาม

" ถามอะไรแปลกๆ . . . " ดีซีเมียเล็งปืนไปที่หัวของชายที่อยู่ตรงหน้า " . . . ก็ต้องเลือกคนส่วนมากอยู่แล้วสิ !!! "

ดีซีเมียจ้องหน้าชายหนุ่มด้วยสายตาอาฆาต

"ล้อเล่น เครื่องจักรมันใช่คนที่ไหนละ . . . ถ้าแบบนั้นจะไปช่วยทำไม " ดีซีเมียเก็บปืนลง

"เราดีซีเมีย นายละ . . . ? "




โมนาร์ช : โมนาร์ช คือชื่อที่ผู้คนใช้เรียก

เด็กหนุ่มได้ตอบกลับมาสั้นๆก่อนที่จะทบทวนกับคำตอบของดีซีเมียขึ้นอีกครั้งพร้อมๆกับได้เริ่มชวนดีซีเมียคุยขึ้น

โมนาร์ช : แล้วท่าเครื่องจักรพวกนั้นมีชีวิตเหมือนกับคนล่ะ ?





" . . . " ดีซีเมียถึงกับอึ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถาม

"ถ้าจะตอบแบบพระเอกก็คงจะตอบว่า . . . ก็จะต้องช่วยทั้งสองฝ่ายให้ได้ จะไม่ยอมให้เข่นฆ่ากันไปมากกว่านี้แล้ว ละมั้ง . . . " ดีซีเมียเก็กหน้าเข้ม เสื่้อคลุมพริวไหวไปตามสายลม ในขณะที่ตอบ

" แต่ถ้าตอบตามความเป็นจริงก็คงช่วย ฝ่ายที่อ่อนแอกว่าละมั้ง . . . "

" แล้วถ้าเป็นนายละจะช่วยฝั่งไหน ? "




? ? ? : อืม. . . คงช่วยแค่ตัวเองก่อนล่ะมั้ง

เด็กหนุ่มได้ตอบขึ้นในท่าทีเหมือนเข้าใจดีซีเมียก่อนที่เขาจะได้ทิ้งเงินจำนวนนึงเอาไว้ตรงนั้นและค่อยๆเดินย้อนหันหลังกลับไปที่ตัวเมือง
+ 5000g

? ? ? : แต่ก่อนอื่น. . . ขอทดสอบความสามารถดูก่อนล่ะนะ

เมื่อเอ่ยจบแล้วเด็กหนุ่มก็ได้เดินหายเข้าไปทางเมืองอย่างเงียบๆโดยทิ้งดีซีเมียไว้ที่เดิมกับเงินก้อนนึงที่เขาได้ทิ้งไว





" . . . . ทดสอบความสามารถอะไร ? ? ? . . . " ดีซีเมียพูดพึมพำ

" วิ่งไล่จับ ? ? ? . . . สินะ "
เมื่อดีซีเมียเข้าใจอย่างนั้นจึงเริ่มจับกระแสจิตรอบตัว ด้วยความสามารถของ True Eye หาตำแหน่งของเด็กหนุ่ม
ดีซีเมียเริ่มพุ่งทะยานไล่ตามเด็กหนุ่มไปโดยพยายามไม่ให้เด็กหนุ่มคนนั้นรู้ตัว

ดีซีเมียไล่ตามไปด้วยความอยากรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นจะไปที่ไหน




-:- ช่วงเวลากลางวัน

-:- ภายในเมือง Capialaros

ดีซีเมียที่ได้วิ่งตามเข้ามาไม่ได้พบกับเด็กหนุ่มคนเมื่อคณู่แต่อย่างใด คาดว่าเขาน่าจะคลาดสายตาไปเสียแล้ว

ในขณะเดียวกันดีซีเมียที่พึ่งจะเข้ามาภายในเมืองนั้นก็พบกับร้านค้าร้านนึงที่ค่อนข้างมืดทึบและติดป้ายด้านหน้าไว้ว่า "ต้องการจ้างคนที่มีฝีมือทำภารกิจ" อยู่ไม่ไกลนัก

1) เข้าไปสอบถามดู
2) สำรวจเมืองก่อน
3) อื่นๆโปรดระบุ





3) เข้าไปในร้านค้านั้นเพื่อซื้อของ และสอบถามภารกิจ

" . . . " ดีซีเมียลองพยายามมองไปยังทิศที่เห็นเด็กหนุ่มครั้งสุดท้าย แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาจึงตัดใจ

ดีซีเมียเดินเขาไปในร้านค้าเพื่อซื้อของที่จำเป็นในการเดินทาง
ชายหนุ่มมองกวาดสายตาไปรอบๆหาเจ้าของร้านแล้วเดินเข้าไปหาเพื่อสอบถามภารกิจและซื้ออาหารกระป๋อง
(เพราะเรียนรู้จากโรลMagxxtxr Mxgixxx ว่าการทำอาหารเป็นเรื่องยาก)

-:- ภายด้านในร้านค้า



เมื่อดีซีเมียได้เข้ามาด้านในนั้นเขาก็พบว่าด้านในเป็ฯร้านขายของชำเล็กๆที่ดูผิดไปจากรูปลักษณ์ภายนอก ภายด้านหน้าเคาร์เตอร์นั้นได้มีชายหนุ่มคนนึงที่น่าจะเป็นเจ้าของร้านนั่งอยู่ เขาได้ค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างช้าๆเมื่อดีซีเมียเข้ามาภายในร้านพร้อมกับเอ่ยต้อนรับขึ้น



? ? ? : ยินดีต้อนรับ ~ ว่าแต่นายหน้าไม่คุ้นเลยนะไม่ใช่คนของที่นี่เหรอ ?

ชายหนุ่มได้ถามขึ้นพลางถามคำถามดีซีเมียขึ้นด้วยความสงสัย





"ใช่ . . . เราเป็นคนที่เดินทางผ่านมา(จากมิติอื่น) " ดีซีเมียตอบคำถามของชายหนุ่ม

"แต่ว่า ประกาศจ้างคนด้านหน้าร้านนั้นคืออะไรหรือ ? ? ? แล้วที่นี้คือที่ไหน ? แล้วก็พอจะมีพวกอาหารสำเร็จรูปขายหรือเปล่า . . . "
ดีซีเมียถามคำถามติดต่อกัน สาม คอมโบใส่ชายหนุ่มโดยเว้นวรรคระหว่างคำถามเพียงเล็กน้อย



- 100g ซื้อ
     - ข้าวผัดกระป๋อง * 3
     - ทูน่ากระป๋อง * 1
     - น้ำดื่มขวด * 2

? ? ? : ที่นี่ก็คือเมือง Capialaros 1 ในหัวเมืองที่มนุษย์ที่รอดชีวิตปักหลักอยู่น่ะส่วนเรื่องภารกิจ . . .

หลังจากที่ได้จัดแจงข้าวของและซื้อ-ขายของทั่วๆไปกับดีซีเมียแล้วชายหนุ่มก็ได้พาดีวีเมียมาที่หลังร้านที่เต็มไปด้วยอาวุธปืนและกระสุนมากมาย

? ? ? : ภารกิจที่จะช่วยเหลือมนุษย์ที่เหลืออยู่ให้รอดพ้นวิกฤตินี้ไปได้. . . แต่คงจะจ้างมือสมัครเล่นไม่ได้หรอกนะ

ชายหนุ่มได้ยิ้มขึ้นเล็กๆที่มุมปากก่อนที่จะแสดงให้ดีซีเมียเห็นถึงธุรกิจที่แท้จริงหลังร้านของเขา


ดีซีเมียมองไปรอบๆตัว พล่างใช้สกิลช่วยค้นหากระสุนดีๆที่เหมาะกับปืนของเขา

" . . . .  " ชายหนุ่มพูดพล่างถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ๋ยต่อด้วยน้ำเสียงกวนประสาท
" ก็แค่อยากลองเอง . . . จะช่วยบอกข้อมูลภารกิจมาหน่อยมิได้หรือ ? หรือว่าที่ติดนั้นจะเป็นแค่ป้ายประกาศที่หลอกลวงชาวบ้านเสแสร้งว่าเหมือนจะพยายามสร้างความหวัง แต่สุดท้ายก็นอนรอให้หุ่นพวกนั้นมาบุกเข้ามาฆ่าชาวบ้านที่เหลือ ? "

ดีซีเมียเดินเข้าไปหยิบกระสุนที่คิดว่าดีที่สุดในร้านมาแล้วยื่นให้เจ้าของร้านคิดเงิน

"ถ้าอย่างไรจะลองเดิมพันกับนักเดินทางคนนี้หน่อยจะเป็นอะไร ? ? ? "




? ? ? : หึ. . . มั่นใจเสียจริงๆนะ

ชายหนุ่มได้หัวเราะออกมาเบาๆก่อนที่จะได้เก็บกระสุนนั่นลงกล่องเก็บและส่งคืนให้กับดีซีเมีย

? ? ? : ถ้ารอดกลับมาได้ไม่คิดค่าอุปกรณ์ด้วยนะ

-:- ได้รับไอเท็ม
     - Malfunction Bullet * 5

เขาได้ยิ้มกริ่มขึ้นพร้อมกับได้แสดงแผนการภารกิจขึ้นมาภายในห้อง

? ? ? : Malfunction Bullet ชื่อกระสุนที่นายหยิบไปเมื่อกี้ ถ้าเกิดยิงโดนเครื่องจักรล่ะก็มันจะทำให้กระแสไฟภายในหยุดทำงานชั่วขณะ แต่หุ่นยนต์ที่ไม่ใช้ไฟฟ้าในการทำงานก็มีเหมือนกันนะ แต่ว่าคงไม่มากนักหรอก

เขาได้อธิบายขึ้นถึงคุณสมบัติกระสุนนั่นพร้อมๆกับแสดงแผนที่นึงขึ้นมาซึ่งดูเหมือนว่ามันจะเป็นสถานที่ทางเหนือจากเมืองนี้

? ? ? : ที่ Abandon มี AI Chip ที่ใช้ในการผลิตหุ่นรุ่นทั่วๆไปอยู่ในโรงงานใต้ดินของโบราณสถานนั่น ฟังดูก็คงรู้สินะว่าจะส่งไปที่แบบไหนน่ะ ?

เขาได้หยุดลงชั่วขณะพร้อมกับเว้นช่วงให้ดีซีเมียได้พูดบ้าง


" แต่ถ้าไม่รอดก็ไม่ได้คิดค่าอุปกรณ์อยู่ดีแหละ . . . " ดีซีเมียพูดพล่างยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนที่จะรับกระสุนเหล่านั้นมา

สายตาของชายหนุ่มมองไปยังแผนที่ๆกางออกมาอยู่ ในขณะเดียวก็ยังคงเลือกอุปกรณ์ต่างๆเพิ่มเติมต่อ เช่น กระสุน ปืน และกล้องส่องทางไกล หรือแม้กระทั่ง มีดสั้น ยา และระเบิดด้วย โดยคำนวณงบรวมๆประมาณครึ่งนึงของเงินที่มีอยู่

" ไกลแหะ . . . แล้วจะให้ไปขโมย หรือ ทำลายชิบที่ว่านั้นดีละ ? ? ? " ดีซีเมียยังคงพูดด้วยท่าทางมั่นใจจนน่าหมั่นไส้เหมือนเดิมก่อนจะหันไปหยิบของใส่ ตะกร้าช็อปปิ้ง(?) เพิ่ม แล้วยื่นให้เจ้าของร้านคิดเงินเหมือนเดิม

? ? ? : ได้ทั้งสองอย่าง แต่ว่าถ้าขโมยมาได้ก็ดีอะนะ แต่ถ้ามันไม่ได้จริงๆทำลายทิ้งแล้วหนีออกมาก็ได้

เขาได้ตอบขึ้นก่อนที่จะได้แพ้คของตามลิมิตที่พอจะเบิกไปทำภารกิจได้ให้กับดีซีเมีย

ได้รับไอเท็ม
     - Iron Dagger *1
     - Hand grenade *3
     - Tar-21 *1
     - แผงยาฉุกเฉิน *3

? ? ? : ต้องการเดินทางปกติบนบกไปหรือจะลอบไปทางน้ำล่ะ ?


ชายหนุ่มมองไปยังแผนที่แล้วคำนวณระยะเวลาในการเดินทาง
' ถ้าไปโดยการเดิน คงใช้เวลาสักสองสามวันได้ . . . แต่ถ้าไปทางน้ำคงเร็วกว่าละมั้ง . . '

" ถ้าอย่างนั้น . . . ไปทางน้ำแล้วกันมีเรือให้สินะ ? " ดีซีเมียตอบไปด้วยความคาดหวังเล็กๆ

? ? ? : มีแน่นอน

เขาได้พาดีซีเมียไปหลังร้านก่อนที่จะพบว่ามันเป็นท่าเล็กๆที่ต่อออกไปถึงตัวทะเลด้านนอกพร้อมกับมีเรือลำน้อยใหญ่เรียรายอยู่

1) เลือกเรือลักเซอรี่อย่างหรู ขนาดมหึมา
2) เลือกเรือมอเตอร์เล็กๆ
3) เรือประเภทอื่นๆโปรดระบุ


3) เรือประเภทอื่นๆโปรดระบุ :: เลือกเรือที่เร็วที่สุดเท่าที่มีอยู่

แอ็ด
เสียงประตูดังขึ้นแสงสว่างจากภายนอกร้านค่อยๆส่องเข้ามา
ดีซีเมียยกเอามือขึ้นมากันแสง เนื่องจากสายตาเคยชินกับความมืดในร้าน

' ประตูร้านนี้ นี้มันเป็นประตูวิเศษของโดราเoมoนเปล่าหว่า . . . ตอนแรกเปิดมาก็กลายเป็นร้านอาวุธ เปิดมาอีกทีก็กลายเป็นท่าเรือเนี่ย . . . 'ชายหนุ่มแอบคิดอยู่ในใจก่อนที่จะเดินตามออกไป

เมื่อดีซีเมียเดินออกมาทางด้านหลังร้านตามเจ้าของร้านแล้วก็กวาดสายตามองเรือที่เรียงรายไว้อยู่และแล้วก็ได้สะดุดตากับเรือลำหนึ่ง
เป็นเรือที่ขนาดไม่ใหญ่มากเสียเท่าไรและดูเหมือนว่ามันจะเน้นไปทางด้านของความเร็วเสียมากกว่า

" เอาลำนี้แล้วกัน " ดีซีเมียพูดพล่างกระโดดขึ้นเรือไป
สายลมพัดผมและเสื้อคลุมของเขาในขณะที่กระโดดขึ้นไปยืนบนขอบเรือ จากนั้นชายหนุ่มจะหันหลังกลับมาหาชายเจ้าของร้าน
" ถ้าอย่างนั้นก็ . . . ไปก่อนนะ ~ "ชายหนุ่มในชุดสีดำกล่าวคำอำลากับขายที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ ในขณะนั้นแสงแดดจากดวงอาทิตย์ได้ส่องมาจากด้านหลังของชายหนุ่มจนกลายเป็นภาพย้อนแสง ซึ่งราวกับว่าเป็นภาพการเริ่มต้นการออกเดินทางทำภาารกิจครั้งแรกของชายที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก

ชายหนุ่มหันหลังอีกครั้งแล้วเดินเข้าไปในตัวเรือ แล้วก็ออกเดินทางไปยังจุดหมายทันที



-:- ช่วงเวลากลางคืน

หลังจากที่การออกเดินทางครั้งสำคัญของบุคคลที่ถูกบันทึกลงประวัติศาสตร์โลก ดีซีเมียก็ได้ออกเรือเจ็ตความเร็วสูงออกมาจนได้เข้ามาใกล้กับชายฝั่งอีกด้านแล้วในตอนนี้

ซอกผาด้านในที่ชันสูงทำให้ดีซีเมียนั้นคงจะไม่สามารถปีนขึ้นไปได้ทันที คาดว่าเขาคงจะต้องขึ้นฝั่งเดินไปตามระยะทางที่เหลือต่อทางบกแทน



ดีซีเมียจอดเรือและทิ้งสมอไว้ไม่ไกลจากฝั่งมากนักแล้วนำข้าวผัดกระป๋องที่ได้มาขึ้นมากิน พลางหย่อนเบ็ดตกปลาไปด้วยในขณะที่กินข้าว

ดูเหมือนเขาจะยังไม่อยากขึ้นบกในวันนี้เสียเท่าไร

-:- ถ้าไม่มีอะไรก็เข้าเอาเสื้อโค็ดคุมแล้วนอนบนเรือเลย

ระหว่างที่เขากำลังนั่งกินอาหารกระป๋องอย่างสบายใจยามค่ำคืนนั้น เบ็ดที่เขาหย่อนไว้ก็ได้กระตุกเบาๆเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างมาติดเข้าให้แล้ว !!



จำนวน 1 ตัว

ลำตัวขนาดยาวใหญ่ที่เห็นได้ชัดถนัดตาแม้ว่าตัวเป้าหมายจริงๆจะอยู่ลึกลงไปอีกเล็กน้อยนั้นเห็นได้ตั้งแต่บนเรือ มันได้เลื้อยผ่านใต้ท้องตัวเรือไปอย่างช้าๆก่อนที่พื้นผิวน้ำจะค่อยๆเกาะตัวกันเป็นเกร็ดน้ำแข็งบางๆ

1) ปล่อยเบ็ด. . .
2) แจ้คพ้อต !! ตกมันขึ้นมา !!
3) อื่นๆโปรดระบุ


2) แจ้คพ้อต !! ตกมันขึ้นมา !!

" ซาซิมิ ? ? ? กำลังว่ายน้ำ . . . "

ดีซีเมียไม่รอช้าใช้ทั้งสองมือจับคันเบ็ดแน่แล้วดึงมันขึ้นมาในทันที พร้อมใช้เท้าสตาร์ทเรือเพื่อเพิ่มแรงในการลากมันขึ้นมา
ก่อนที่จะค่อยๆปล่อยมือซ้ายจากคันเบ็ดไปหยิบปืนกลเบา Tar-21 ยิงรั่วใส่ปลา(???) ตัวนั้น

กึก !! แรงต้านของปลา(?)นั่นได้ดิ้นสู้อยู่ด้านล่างโดยที่ไม่ยอมขึ้นมาเหนือผิวน้ำทำให้การตกมันขึ้นมาเหนือพื้นน้ำทำได้ไม่ง่ายนัก !! ในขณะเดียวกันเองมันก็ได้พยายามดึงดีซีเมียที่ไม่ค่อยมีพละกำลังเด่นเท่าไรนักลงไปด้านล่างแทนด้วยเช่นกัน !!

กระสุนปืนที่ยิงออกไปนั้นได้ถูกลดอานุภาพลงด้วยสเก็ดน้ำแข็งบนขอบผิวน้ำรวมทั้งแรงต้านของตัวน้ำเองด้วยทำให้ปลา(?)ด้านล่างที่ดูเหมือนจะมีเกร็ดกับลำตัวที่ใหญ่แล้วนั้นไม่ได้รับความเสียหายเท่าใดนัก


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 12-9-2013 18:57:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 20-9-2013 09:25





. . .บนเรือ Sunken ship



ชิระได้ถูกย้ายมิติมาจากความปั่นป่วนของการตื่นขึ้นของความทรงจำของเขาเอง หลังจากที่มิตินั้นได้สงบลงแล้วชิระก็พบว่าเขากำลังอยู่บนซากเรือสำราญรำนึงที่ไม่ทรุดโทรมเท่าไรนักแต่เขาก็ไม่สามารถสัมผัสถึงสิ่งมีชีวิตได้เลยแม้แต่น้อย

หลังจากที่ชายหนุ่มได้เดินออกมาซักพักใกล้ๆกับทางเข้าไปภายในตัวเรือเขาก็พบว่าตอนนี้ตัวเขาเองกำลังอยู่ที่ส่วนหัวเรือที่ได้ต่อโดยตรงเข้าไปยังห้องรับรองด้านในและทางเดินยาวข้างๆตัวเรือ ในขณะเดียวกันนั่นเองเขาก็ได้สังเกตุเห็นลิสรายชื่อของลูกเรือและผู้โดยสารบนเรือนี้ซึ่งมีจำนวนกะลาสีและพนักงงานรวมแล้วทั้งสิ้น 1094 คนและผู้โดยสารถึง 3000 คนด้วยกันแต่ตอนนี้ชายหนุ่มกลับไม่พบกับใครเลยรวมทั้งบรรยากาศบนเรือก็ยังวังเวงและมืดมัวอีกด้วย



" อื้มม....ยังงี้ต้องไปหาห้องควบคุมก่อนสินะ "

ชิระได้เดินเข้าไปในตัวเรือ เพื่อหาห้องควบคุมพร้อมสำรวจตัวเรือ

"บรรยากาศน่าคลื่นไส้นี่มันคืออะไร อยากจะอ้วกชะมัด!! "



ห้องแรกที่ชิระงะพบนั้นได้ถูกล้อคเอาไว้ด้วยระบบไฟฟ้าอย่างแน่นหน้า แม้นจะพังประตูเข้าไปก็กะไรอยู่เพราะอาจจะมีตัวอะไรในนั้นไม่ก็อาจจะทำให้สัญญาณเตือนภัยของเรือดังขึ้นมาได้(เพราะกระแสไฟฟ้าบางจุดยังทำงานอยู่) ชิระจึงได้แต่เลือกเส้นทางเดินยาวข้างๆแทน แต่ยังไม่ทันที่ชิระงะจะได้เดินก้าวต่อไปทันทีที่เข้าเปิดประตูเข้ามาเขาก็พบกับตัวประหลาดแปลกๆที่ท่าทางน่าอุจาทตายืนหันหลังอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขาเปิดเข้ามานัก . . .



" มันยังคงไม่รู้ตัวสินะ ดูท่าทีไปก่อนละกัน "

ชิระเลยมองดูรอบๆ ว่ามีที่หลบหรือไม่...

เส้นทางด้านหลังของชิระมีแค่ทางเดินกลับออกไปที่ด้านหน้าเรือและห้องที่ถูกล้อคอยู่เท่านั้น ดูเหมือนว่าเส้นทางนี้คงจะเป็นทางเดียวที่เขาจะสามารถเดินต่อไปได้

แต่ยังไม่ทันที่ชิระจะขยับถอยไปนั้นเจ้าสิ่งประหลาดด้านหน้าก็ได้ค่อยๆหันมาหากับชายหนุ่มและทำท่าจะกระโดดทิ้งตัวของมันเข้าใส่เขาทันที !!



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )


ชินระ เรียกเคียวแห่งการพิภากษาออกมา ตั้งท่าพร้อมสู้

" ตายซะ !! "



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )

ฉัวะ !! เคียวของชิระได้ผ่าร่างตรงหน้าออกเป็นสองท่อนอย่างง่ายดายแต่ดูเหมือนว่ามันจะยังไม่จบลงเมื่อร่างศพด้านล่างที่ถูกตัดออกนั้นได้ค่อยๆขยับตัวอย่างช้าๆและคลานเข้ามาหาชิระต่อทั้งสองท่อน !!


" ชิ!! ตายยากตายเย็นนักนะแก "

ชินระฟันซ้ำ แต่คราวนี้ ได้ใช้ Sickle Static ด้วย



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l---ooX )

สายฟ้าที่ชิระถางซ้ำลงนั้นทำให้ร่างนั่นหยุดการทำงานไปด้วยอาการอัมพาตทีเกิดจากไฟฟ้าช้อตใส่โดยตรงจนร่างนั่นแน่นิ่งและค่อยๆละลายเป็นน้ำยางเหนียวๆลงไป

1) เดินหน้าต่อ !!
2) กลับไปกระโดดน้ำและว่ายเข้าฝั่ง ( ไม่เล่นบนเรือนี้แล้ว )
3) อื่นๆโปรดระบุ


3) กลับไปพังประตูห้องที่ล็อคอยู่

ชินระรู้ว่าในเรื่อนี้ไม่ปลอดภัยเลย ถือเคียวต่อไว้ โดยที่ใช้พลังสายฟ้าเสียดสีกันทำให้เคียวมีพลังเพิ่มมากขึ้น

"เอาไงเอากัน"



ยังไม่ทันที่ชิระจะถล่มประตูนั้น เมื่อไฟฟ้าของเขาได้รบกวนเข้ากับระบบรักษาความปลอดภัยก็ทำให้เขาสามารถเปิดประตูได้อย่างปลอดภัย

ภายด้านในนั้นเหมือนกับห้องรับรองของแขก Vip ที่ถูกจัดไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่หรูหราและสะอาดใหม่ ห้องนี้น่าจะเป็นจุดปลอดภัยสำหรับหลบหนีได้ชั่วคราวของชิระบนเรือแห่งนี้

ภายในห้องนั้นได้มีกล่องกระสุนจำนวนนึงพร้อมกับปืนพกธรรมดาๆอันนึงวางอยู่ รวมทั้งที่ด้านหลังยังมีลิฟท์ใหญ่-เล็กขนาบทั้งสองด้านด้วยเช่นกัน

1) เลือกลงลิฟท์ใหญ่ด้านใน
2) เลือกลงลิฟท์เล็กมุมห้อง
3) อื่นๆโปรดระบุ


3) เดินออกมาทางเดิม

ชินระ เก็บกระสุน กับ ปืน แล้วบรรจุ ให้เรียบร้อยแล้ว แล้วเดินออกมา เพื่อจะสำรวจชั้นที่ชินระอยู่ให้หมดก่อน

" โชคดีจิงๆเลยเรา ได้ปืนมายิงเล่นซะด้วย หึหึ "



-:- ได้รับ
     - ปืนพก Beretta Px4 * 1
          - Ammo * 120

ระหว่างเส้นทางที่ชิระเดินผ่านมานั้นเขาก็ไม่ได้พบกับสิ่งมีชีวิตประหลาดๆเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย รวมทั้งซากของเหลวแปลกๆเมื่อครู่ก็ได้หายไปแล้วด้วยเช่นกัน

ระหว่างทางที่เขาเดินอยู่นั้นได้มีบรรไดขั้นระหว่างทางอยู่ส่วนมุมสุดทางเดินนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นลิฟท์อีกตัวที่เชื่อมต่อไปยังส่วนอื่นของตัวเรือ

1) ย้อนกลับทางเดิม
2) ลงบรรได
3) ลงลิฟท์สุดทางเดิน
4) อื่นๆโปรดระบุ


2) ลงบรรได

ชินระเดินลงบรรได แบบระแวดระวัง มองทั้งซ้าย ขวา และ ข้างบน แล้วเดินลงบันไดไป โดยที่ถือปืนข้างนึง เคียวข้างนึง



ภายใต้บรรยากาศที่พร่ามัวสลัวๆชิระได้เดินลงมาตามเส้นทางบรรไดข้างๆอย่างระแวดระวังตัวลำพังบนเรือที่เงียบสงบแห่งนี้ เส้นทางที่เขาได้ลงมานั้นเหมือนกับทางไปยังห้องครัวเปิดที่ติดกับคาเฟเทเรียเล็กๆภายในเรือลำนี้

ตึงๆ ๆ ๆ เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเรื่อยๆทุกครั้งที่ชายหนุ่มได้ลงมายังห้องครัวแห่งนี้ได้ค่อยๆกังวาลขึ้นเรื่อยๆ เมื่อชิระได้เดินออกมาด้านหน้าอีกนั้นเขาก็พบว่ามีประตูบานนึงที่กำลังถูกทุบด้วยความรุนแรงอยู่แต่ไม่สามารถเปิดออกมาได้เนื่องจากโซ่ที่กั้นไว้หลายเส้นด้วยกันที่ด้านหน้าของประตูนี้

กลับกันไปอีกทางนึงนั่น ชิระก็ได้พบบานประตูที่ต่อไปถึงห้องหนังสือนั่งเล่นภายในเรือสำราญรำนี้ด้วยเช่นกัน แต่ไม่ว่าจะทางไหนก็เงียบสงัดไปหมด จนทำให้เสียงทุบประตูบานในห้องครัวนี้มันกังวาลจนชัดเจนอยู่เสียงเดียวแทน

1) เปิดประตูออก
2) ไปประตูทางห้องนั่งเล่น
3) ย้อนกลับทางเดิม
4) อื่นๆโปรดระบุ


2) ไปประตูทางห้องนั่งเล่น

" ลองไปหาข้อมูลอะไรหน่อยดีกว่า เพื่อจะมีเบาะแสอะไร... "

ชินระ เดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น ตั้งถ้าระแวดระวังเหมือนเดิม

-:- ช่วงเวลากลางคืน



ทันทีที่ชายหนุ่มได้เปิดประตูเข้ามาด้านในเขาก็พบกับร่างประหลาดเดินได้ 2 ตัวที่กำลังกัดกินซากศพขวางทางไปต่อด้านหน้าของเขาอยู่



จำนวน 2 ตัว

ดูเหมือนว่าพวกมันจะยังไม่รู้ตัวว่าชิระได้เข้ามาภายในห้องนี้ในตอนนี้ แต่ว่าด้วยขนาดตัวของพวกมันที่ค่อนข้างเกะกะทำให้ชิระจำเป็นที่จะเปิดทางเดินต่อไปเอง


ชินระยืนมองซากศพ ว่าเป็นหญิงสาวหรือไม่(แอบหื่น)

เมื่อมองอยู่พักหนึ่งชินระก็ตั้งท่าวิ่งเข้าใส่พวกซอมบี้

"หึ เกะกะจริงๆเจ้าพวกซากศพ จงตายซะ"

ชินระง้าง เคียวแห่งการพอภากษา ขึ่น แล้วกระหน่ำฟันใส่พวกตัวประหลาด

แล้วยิงซ้ำไปทีหัวพวกมัน >0<



ซากศพที่ถูกตัดออกอย่างง่ายดายได้ถูกชิระยิงสมองออกจนกระจุยและไม่สามารถเคลื่อนที่ตามชายหนุ่มมาได้เหมือนครั้งก่อนหน้านี้ การยิงที่หัวนั้นเหมือนว่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการจัดการพวกตัวประหลาดพวกนี้

เมื่อชิระได้จัดการพวกตัวประหลาดแปลกๆสองตัวนั่นลงแล้ว ชิระได้เห็นวัตถุแปลกๆที่ดูเหมือนกับคีย์การ์ดที่ซากศพด้านหน้ามันน่าจะใช้ทำอะไรได้ในอนาคต

-:- ได้รับ Item
     - Red Keycard *1

หลังจากนั้นชิระก็ได้พบกับห้องสมุดที่ต่ออยู่อีกด้านนึงภายใต้บรรยากาศที่เงียบสงัดเหมือนตอนเขาปรากฏตัวเออกมาบนเรือครั้งแรกอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขากลับสามารถจับสัมผัสบางๆได้ว่ากำลังมีคนจ้องและตามเข้ามาอยู่


ชินระรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง ชินระแอบตกใจเล็ก ก่อนจะหันไปทางสายตานั้น

แล้วคิดในใจว่า

"คนหรอ....หรือว่าพวกมัน...."

ชินระแขนขาสั่นนิดๆแล้วตั้งท่ายืนรอพร้อมสู้บรรจุกระสุนใหม่ให้พร้อม

"ขอให้เป็นอะไรๆที่น่ารักด้วยเถิดๆ จะเหงาตายอยู่แล้ว"

ชินระคิดในใจ ในหัวว่างเปล่าไปหมด ไม่รู้เพราะความกลัวสิ่งประหลาด หรือ เหงา ถึงขั้นเพ้อไปแล้ว...



เมื่อชินระได้หันกลับไปนั้นเขาก็ไม่ได้พบกับสิ่งใดๆเลย แต่เมื่อเขาได้หันกลับมาเพื่อเตรียมจะไปยังห้องถัดไปนั้นเขาก็สัมผัสเย็นสังหลังวาบนั่นได้อีกครั้ง แต่ยังไงก็ตามแต่ชิระได้ตัดสินใจเดินออกมาอีกฝั่งของห้องเข้าสู่ห้องแกลอรี่ที่มีรูปภาพเต็มไปหมดแทน

1) ย้อนกลับไปห้องเดิม
2) สำรวจห้องนี้
3) ไปห้องถัดไปเลย
4) อื่นๆโปรดระบุ


2) สำรวจห้องนี้

'สงสัยจะอยู่คนเดียวมากเกิน จนจิตเริ่มผิดปกติแล้วสิเรา'

ชินระคิดในใจ ตอนที่มองดูรอบๆห้อง ชินระเริ่มมีอาการตัวสั่นเล็กน้อย ชินระพึ่งคิดได้ว่า บางทีตัวเองก็อาจจะกลัวในสถานการแบบนี้ก็ได้

ใครบ้างละที่เจอสถานการแบบนี้แล้วจะเดินหน้าตาเฉยไม่รู้สึกรู้สา อะไร วิ่งฟันตะวปรพหลาดเล่นแบบในเกมส์ แต่ในความเป็นจริงที่ชินระ

เจอนั้น มันไม่ง่ายขนาดนั้น ชินระคิดในใจ

'ถ้าเราเป็นคารอส เราจะทำยังไรดีเน้อออ'

แล้วก็ถอนหายใจออกมา แล้วก็เริ่มสำรวจห้องนี้ ด้วยท่าทางเหนื่อยใจ...

บรรยากาศที่เงียบสงัดชวนหลอนยังคงถาโถมเข้าเขย่าขวัญชายหนุ่มอย่างต่อเนื่อง รอบๆด้านที่เงียบเชียบนี้ทำให้บางครั้งนั้นชิระเองถึงกับได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวของเรือไปมาเบาๆอีกด้วย

ระหว่างที่ชิระกำลังสำรวจนั้นเขาก็ได้พบกับโน้ตเพลงของเปียโนเข้าอันนึงโดยมีเขียนชื่อเนื้อที่หัวกระดาษไว้ว่า "Moonlight sonata" แต่ห้องที่ผ่านมานั้นเขายังไม่พบกับเครื่องดนตรีเลยซักชนิดเดียวเขาอาจจะได้ใช้มันในห้องถัดๆไปก็ได้

-:- ได้รับ item
     - โน้ตเพลง *1

1) ย้อนกลับห้องเมื่อครู่
2) เดินหน้าต่อ
3) อื่นๆโปรดระบุ


2) เดินหน้าไปห้องถัดไป

'เห้อ...ชิระคิดอยู่ในใจว่า ไอโน๊ตเพลงอันนี้มันเอาไปทำไรได้ฟร่ะ ไอเราก็เล่นดนตรีไม่ค่อยจะเป็นเสียด้วยสิ '

ชินระถอนหายใจพร้อมมุ่งหน้า ไปห้องถัดไปต่อ ชิระ ที่เคยเล่นดนตรีมานิดหน่อยก็ลอง พึมพัมเสียงเพลง จากโน๊ต

แล้วเดินอย่างลัลลา เพื่อที่จะลดความเครียดในหัวของเค้าออกไป

ตึง ตึ๋ง ตึงตึ๋ง ติ๋ง ตึง ติ๋งตึง ตึง

ชินระคิดในใจว่าทำนองมันไม่เห็นจะทำให้ครื้นเครงขึ้นมาเลย มีแต่จะทำให้บรรยากาศ รอบข้างจะหม่นหมองลงไปอีก

ก็เลยเก็บโน๊ตเพลง พร้อมเดินต่อไป



ชิระได้เดินออกมายังห้องโถงใหญ่ที่เหมือนกับห้องอาหารรับรองของกลุ่ม VIP ของตัวเรือ สภาพของห้องนั้นยังดูสะอาดใหม่อยู่รวมทั้งอาหารที่จัดเรียงรายวางบนโต๊ะนั้นก็ยังดูสะอาดตาอีกด้วย. . . แต่กลับไม่มีรอยกัดใดๆเลยแม้แต่น้อย. . .

กึก. . . เสียงเหมือนกับอะไรซักอย่างเคลื่อนที่ได้ดังขึ้นอีกครั้งภายในห้องแห่งนี้ แต่มันไม่ได้ให้ความรู้สึกที่น่าหวาดเสียวเหมือนกับห้องที่ผ่านมาเท่าไรนัก

1) สำรวจ
2) รีบไปห้องถัดไป
3) ย้อนกลับทางเดิม
4) อื่นๆโปรดระบุ


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 15-9-2013 00:37:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 22-9-2013 08:52





โทคิเห็นท่าไม่ดีที่เข้ามาพร้อมกันสองตัวก่อนจะกระโดดกลับไปยืนอยู่หน้าบาทหลวงพอดี

โทคิ : ซาอุ กอนแกน ทําให้ชิ้นส่วนของเจ้าตัวหุ่นที่มันขึ้นสนิมทั้งหมด แตกซะ !!!

โทคิพูดสั่งก่อนจะปามีดลิ่มจํานวนหนึ่งเข้าไปที่หุ่นทั้ง 2 ตัวเพื่ออย่างน้อยก็น่าจะโดนสายไฟ หรือน็อตที่ขึ้นสนิมทําให้เกิดการขัดข้อง



เคร้งง !! ลิ่มของโ?คิได้โดนปัดออกอย่างง่ายดาย ในขณะที่จังหวะนั้นได้เปิดช่องโหว่ของจังหวะดาบของมันทำให้ซาอุ กอนแกนสามารถตัดร่างตรงหน้านั้นลงไปอย่างไม่ยากนักจนมันได้ถูกบดละเอียดลงไปอีกขั้นนึง

ทว่า !! ผลกลับกลายเป็ฯเหมือนเดิมอีกครั้งเมื่อร่างที่แตกหักลงนั้นได้กลับฟื้นตัวขึ้นมาอีก แต่คราวนี้แค่โทคิใช้นิ้วสะกิลร่างของมันก็คงจะพังลงเป็นเสี่ยงๆเลยแน่ๆ. . .


โทคิ : ถึกจริงๆนะ ซาอุ กอนแกน ขยี้ร่างมันให้ยับจนไม่ต้องมาประกบกันได้อีกเลยซะ !!!

โทคิพูดสั่งการ ซาอุ กอนแกน พร้อมปาลิ่มสนับสนุน ก่อนที่จะยืนรอดูจังหวะ ถ้ามีอะไรเข้ามาใกล้

ซาอุ กอนแกน : น่าจะเป็นความสามารถคล้ายๆกับนกฟินิกษ์นะ แต่เหมือนว่าจะไม่สมบูรณ์เท่าไร

ซาอุ กอนแกนได้เข้าโจมตีเป้าหมายอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ด้วยความที่ร่างเหล็กนั้นเปราะมากทำให้การโจมตีของซาอุ กอนแกนไม่ปะติปะต่อกันเท่าไรนักเพราะแค่มันสะกิดเข้าใส่เศษเหล็กพวกนั้นก็ร่วงกราวไปกับพื้นแล้ว

ควับ !! ร่างเศษเหล็กที่หล่นสะเปะสะปะนั่นได้ค่อยถูกลมจากการหมุนตัวของซาอุ กอนแกนพัดกระจัดกระจายไปทั่วโบสถ์ก่อนที่มันจะได้รีบม้วนพรมในโบสถ์แห่งนี้และเก็บเศษเหล็กพวกนั้นไว้ใต้พรมโดยให้กระจัดกระจายกันออกไป

ซาอุ กอนแกน : ที่เหลืองก็คงเผาทิ้งล่ะนะ

มันได้เดินกลับมาพร้อมกับแบกพรมนั้นกลับมาด้วยอย่างช้าๆ ดูเหมือนว่าวิธีนี้จะทำให้หุ่นนั่นคืนชีพไม่ได้เหมือนเดิม


โทคิ : สงสัยคงจะต้องรีบกําจัดมันทิ้ง ซาอุ กอนแกน ช่วยถ่วงเวลาไว้ให้หน่อยนะ

โทคิหันซ้ายไปหันขวาเพื่อหาของที่น่าจะใช้ในการเผาได้ ให้เศษสนิมหลอมละลายไปได้

โทคิ : นาย!! นายนั่นล่ะ นายที่บาดเจ็บอยู่ มีสิ่งที่ทําให้เกิดประกายไฟได้มั้ย !!

? ? ? : อะ- เอ๋ ?!

เด็กหนุ่มได้ทำท่าสงสัยขึ้นอย่างตามสถานการณ์ไม่ทันเท่าไรนักก่อนที่จะยังคงนั่งเหม่อไม่ทันสถานการณ์อยู่แบบนั้น จนซาอุ กอนแกนเองได้เดินเข้าไปด้านในและโยนผ้านั่นลงที่เตาผิงที่ตั้งอยู่ด้านในสุดตรงกลางของโบสถ์

ซาอุ กอนแกน : เท่านี้มันก็คงจะฟื้นตัวไม่ได้แล้วล่ะนะ


โทคิ : นี่พวกเรากําจัดมันได้แล้วเหรอนี่ ไม่สิมันยังเหลือเจ้าตัวที่แยกร่างอยู่ ซาอุ กอนแกน

โทคิพูดเตือนไม่ให้ ซาอุ กอนแกน ปลดการระวังตัวและไม่ให้ประมาท

ก่อนที่โทคิจะค่อยๆคุกเข่าลง ปฐมพยาบาล ชาวหนุ่ม

โทคิ : ไหนเอาแผลมาดูหน่อย

เด็กหนุ่มค่อยๆลุกขึ้นมาปัดตัวของเขาเบาๆในขณะที่โทคิดูรอยแผลบนตัวนั้นเธอก็พบว่ารอยแผลที่ถูกแทงก่อนหน้านี้บนตัวของเด็กหนุ่มได้หายไปเสียแล้ว

? ? ? : พวกเธอเป็นใครกันน่ะ ? แล้วมาทำอะไรที่นี่กันเหรอ ?

เด็กหนุ่มได้ถามขึ้นด้วยความสงสัยเมื่อจำความได้ว่าเพิ่งพบกับโทคิและซาอุ กอนแกนเมื่อครู่นี้เท่านั้นเอง


โทคิจ้้องบาดแผลที่หายไปอย่างงงๆ ก่อนจะอธิบายให้เด็กหนุ่มฟัง

โทคิ : ตะกี้นายถูกไอ้หุ่นกระป๋องที่พวกฉันเพิ่งกำจัดไป

โทคิ : ว่าแต่นายเป็นใครน่ะ ถูกพวกมันเพ่งเล็งอย่างงั้นเหรอ?

โทคิ : ถึงขั้นเข้ามาโจมตีกลางเมือง

โทคิจิงคำถามรัวๆ ด้วยความสงสัย ...

บาทหลวง : เอ๋ ?! เอ๋ ? ผมก็เป็น. . . บาทหลวงของที่นี่. . . ครับ

เด็กหนุ่มได้พยายามอธิบายขึ้นด้วยท่าทีมึนงงสงสัยกับคำถามของโทคิเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเขาก็ไม่น่าจะรู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงถูกเข้าโจมตีแบบนั้น รวมทั้งการเปลี่ยนเหตุการณ์ของโทคิทำให้บาทหลวงหนุ่มน้อยคนนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่

ในขณะเดียกวันเองก็ได้มีหญิงสาวคนนึงในชุดมิโกะวิ่งเข้ามาด้านในด้วยท่าทางเร่งรีบ แต่ก่อนนั้นเองนั้นซาอุ กอนแกนก็ได้ลบสัมผัสตัวเองและหายตัวออกไปก่อนเพื่อไม่ให้คนธรรมดาได้เห็นร่างกายของเขา



? ? ? : แซนค์ตั้มคุง !! ทะ- เธอเป็นใครน่ะ !! ต้องการอะไรจากบาทหลวงกันแน่ !!

หญิงสาวได้ตั้งไม้กวาดขึ้นมาทำท่าสู้คนด้วยท่าทีสั่นๆอย่างกลัวๆ พร้อมกับตั้งข้อสงสัยโทคิขึ้น


โทคิหันไปมองทางมิโกะด้วยสีหน้าที่น่าจะเป็นมิตร ก่อนที่จะค่อยๆอธิบาย

โทคิ : ฉันเข้ามาช่วยบาทหลวง ที่ถูกหุ่นยนต์ลอบโจมตีน่ะ

โทคิพูดอธิบายแบบง่ายๆก่อนจะเมินสายตาจากสาวมิโกะกลับไปที่บาทหลวง

โทคิ :นายชื่อแซนค์ตั้มสินะ คงปลอดภัยแล้วละ

โทคิพูดจบก่อนจะปล่อยตัวลงที่พื้นและยืนขึ้น

มิโกะสาวยังคงมองโทคิด้วยท่าทีสงสัยแต่เธอก็ได้ลดด้ามไม้กวาดของเธอลงแล้วในตอนนี้

แซนค์ตั้ม : เอ๋ ? ใช่ครับ ผมชื่อ แซนค์ตั้ม ครับ

เด็กหนุ่มได้ตอบกลับมาอย่างเรียบๆกับโทคิที่ได้ถามขึ้น แต่ก็ยังดูเหมือนว่าเขาจะไม่รู้เรื่องเหมือนเดิมอยู่ดีนะ


โทคิิคิดในใจไหนๆก็ผ่านการต่อสู้มาแล้วพักอยู่ที่นี่อีกซักหน่อยน่าจะดีกว่าก่อนจะทัก มิโกะ และ บาทหลวง

โทคิ : พวกเธอพอจะมีที่พักที่พักได้ฟรีๆมั้ย

โทคิหันไปถามกับมิโกะที่ลดไม้กวาดลงแล้วอยู่หน้าประตู ก่อนที่จะเดินเข้าไปใกล้ๆมิโกะสาวในระยะประชิด 1 เมตร

? ? ? : อะ- เอ๋ ?!

มิโกะสาวได้ทำท่าตกใจขึ้นพลางรีบดันโทคิออกไปให้พ้นช่วงแขนของเธออย่างฉับพลันทันที

? ? ? : ทะ- เธอเป็นใคกร็ไม่รู้จะมาพักแบบฟรีๆได้ยังไงเล่า !!

หญิงสาวได้ทำการปฏิเสธก่อนที่ทำท่าเหมือนจะไล่โทคิออกไปจากโบสถ์

แซนค์ตั้ม : เอ๋ ? ไม่เป็นไรนี่นา โบสถ์ก็ใหญ่โตมีที่พอจะรับคนอยู่แล้วนะครับ

กลับกันทางด้านบาทหลวงน้อยได้ห้ามมิโกะคนนั้นไว้ก่อนที่จะได้เปิดทางให้โทคิได้ใช้สถานที่แห่งนี้พักผ่อนชั่วคราวได้ แต่ดูเหมือนว่ามิโกะคนนั้นก็จะยังสงสัยโทคิอยู่เหมือนเดิม


โทคิยิ้มให้ก่อนจะหันหลังให้มิโกะสาว

โทคิ : ขอบคุณที่ให้พักนะ แซนค์ตั้มคุง

โทคิพูดพร้อมกับยิ้มให้ แซนค์ตั้ม ก่อนจะหันกลับไปทางมิโกะ

โทคิ : ดูเหมือนเธอยังจะสงสัยฉันอยู่สินะ .... เอ่อ แนะนําชื่อหน่อยสิจะเรียกแต่ มิโกะ มิโกะ ก็คงดูไม่ดีสินะ

โทคิพูดถามชื่อของมิโกะสาวที่ยืนอยู่ต่อหน้าโทคิก่อนจะยกมือขึ้นมากอดที่หน้าอก

โทคิ : ถ้ากังวลเรื่องฉันแบบบนั้นจะมาจับตาดูฉันที่โบสถ์ก็ได้นะ

โทคิยิ้มให้มิโกะก่อนจะหัวเราะในใจ

? ? ? : หะ- ห๊า!! เธอต้องแนะนำตัวเองก่อนสิ !! จะมาให้ชั้นแนะนำตัวเองก่อนได้ยังไงเล่า !!

มิโกะสาวได้รีบปฏิเสธโทคิขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยท่าทางฉุนเฉียว แต่เธอก็กลับล้มโครมลงไปกับพื้นในท่าน้อคดาวน์ทันทีเมื่อคุณบาทหลวงเริ่มแนะนำตัวของเขาก่อนซะอย่างนั้น

แซนค์ตั้ม : เอ. . . ผมชื่อ แซนค์ตั้ม เป็นบาทหลวงของโลกอินเฟอเรียน่ะครับ ผมเองก็จำไม่ได้ว่ามาอยู่ที่โบสถ์แห่งนี้ได้ยังไง แต่โบสถ์ก็คือโบสถ์แหละเนอะ ?

บาทหลวงน้อยได้แนะนำตัวขึ้นอย่างซื่อๆก่อนที่มิโกะสาวคนนั้นจะได้ค่อยๆลุกขึ้นมาจ้องโทคิอีกรอบ


โทคิ หันไปยิ้มให้แซนค์ตั้ม ก่อนจะเริ่มค่อยๆแนะนําัตัว

โทคิ : ฉันชื่อโทคิ แสดงว่าพวกเราก็กึ่งๆคล้ายกันสินะที่ว่ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

โทคิ : เพราะฉันก็มั่นใจว่าแต่เดิมไม่น่าจะอาศัยอยู่บนโลกใบนี้

ก่อนจะค่อยๆหันกลับไปที่มิโกะที่เพิ่งลุกขึ้นมา

โทคิ : ฉันแนะนําตัวไปแล้ว แล้วเธอล่ะชื่ออะไร? ยินดีที่ได้รู้จักนะ

โทคิหันไปยิ้มให้แสดงมิตรไมตรี

อามาคุระ โนอาร์ : อามาคุระ. . . โนอาร์. . .

มิโกะสาวได้ตอบกลับมาสั้นๆก่อนที่จะได้หันหลังเดินย้อนกลับออกไปอย่างไม่พอใจเท่าไรนักและทิ้งให้โทคิและแซนค์ตั้มอยู่กันสองคนกับอีกหนึ่งตัว(?)ในโบสถ์

ทางด้านแซนค์ตั้มนั้นเหมือนจะสนใจข้อมูลของโทคิที่ว่ามาจากโลกอื่นเป็นอย่างมาก คงเป็นเพราะว่าเขาเองก็เป็นประชากรจากโลกอื่นเช่นกันแบบเดียวกับโทคิ

แซนค์ตั้ม : คุณโทคิมาจากโลกไหนเหรอครับ ?


โทคิ : อืม จากความทรงจําของฉัน โลกของดูเหมือนมันจะเป็นที่ๆไม่ค่อยจะมีอะไรเหมือนที่แห่งนี้หรอก

โทคิพูดพลางนึกถึงเรื่องอดีตของตัวเองที่เลือนลาง

โทคิ : นาย กับ โนอาจังก็ไม่ใช่คนของโลกเหรอ

โทคิเริ่มนั่งลงแถวนั้นแล้วยิงคําถามกลับไปนิดนึงใส่ แซนค์ตั้ม

-:- เวลาช่วงเย็น

แซนค์ตั้ม : คุณโนอาร์น่าจะเป็นคนที่โลกนี้นะครับ แต่ว่าผมมาจากโลกอีกฟากที่อยู่อีกด้านของท้องฟ้าน่ะครับ

บาทหลวงน้อยได้ตอบโทคิขึ้นก่อนที่เขาจะได้มอบกุญแจห้องพักในโบสถ์ให้กับโทคิด้วย

-:- Character Event
1) นั่งคุยกับบาทหลวงต่อ
2) เข้าห้องพักตัวเอง
3) ออกไปที่ด้านหน้าโบสถ์


โทคิรับกุญแจก่อนที่จะค่อยๆยืนขึ้นและเริ่มบิดเร่างกาย คลายความขี้เกียจ

โทคิ : งั้นก็ขอออกไปรับลมซักแปปนะ คุยกันยันเย็นเลย

โทคิพูดจบก่อนที่จะค่อยๆเดินไปเปิดประตู

โทคิได้ตัดสินใจเดินออกมาด้านนอกโบสถ์ที่มีสนามหญ้าและต้นไม้ใหญ่น่าพักผ่อนและร่มเย็นอยู่ที่ด้านนอก ระหว่างที่หญิงสาวกำลังเดินรับลมอยู่นั้นเธอก็ได้พบกับโนอาร์ที่ด้านนอกนี้ที่กำลังเดินถือไม้กวาดไป-มาอยู่ที่ด้านหน้าของโบสถ์นี้



อามาคุระ โนอาร์ : . . . ? เธอเองเหรอ . . .

มิโกะสาวได้หันมามองโทคิที่เดินออกมาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะได้ถอนหายใจออกมาเบาๆและกลับไปทำหน้าที่ของเธอต่อแทน


โทคิได้หาที่นั่งแถวนั้นก่อนที่จะทัก โนอาร์ ขึ้น

โทคิ : ฉันได้ฟังเรื่อวราวจาก แซนค์นตั้มคุงมานิดหน่อยแล้ว เธอเป็นคนของโลกใบนี้เหรอ

โทคิถามเกี่ยวกับที่มาของ โนอาร์

อามาคุระ โนอาร์ : เอ๋. . . ทำไมถึงถามขึ้นมาล่ะ ?

เธอได้สงสัยขึ้นเล็กน้อยในขณะที่ค่อยๆวางมือของเธอลงจากงานกวาดและค่อยๆหันมาทางโทคิแทน

อามาคุระ โนอาร์ : ใช่แล้ว. . . เราเกิดที่โลกแห่งนี้ แล้วก็กำลังจะย้ายไปเมือง Center ในเร็วๆนี้เหมือนกัน แต่ว่าเกิดเหตุการณ์ขึ้นก่อนที่ให้ไม่สามารถที่จย้ายไปได้น่ะ

มิโกะสาวได้อธิบายขึ้นพร้อมกับค่อยๆเริ่มกวาดถนนหน้าโบสถ์ไปด้วยอย่างช้าๆ


โทคิ : ก็แค่ฟังเรื่องเล่าจากแซนค์ตั้มคุงแล้วสนใจในตัวเธอนิดหน่อยน่ะ

โทคิได้ฟังเรื่อวราวการย้านไปอยู่ที่เมือง Center ของโนอาร์

โทคิ : ถ้าเธอย้ายไปก่อนหน้านี้อาจจะเจอเรื่องที่โหดร้ายก็ได้นะ ที่ๆฉันรู้สึกตัวครั้งแรกบนโลกนี้น่ะ

โทคิ : คือที่เมืองนั้นนั่นล่ะมีแต่ซากปรักหักพัง มีหุ่นยนต์คอยเก็บกวาดผู้มีชีวิตรอด

โทคินึกย้อนไปอีกจนถึงเรื่องที่เคยพบเจอในระแวกนั้น

โทคิ : เจอผู้อพยพหนีตายอยู่คนนึงด้วยนะ ...

โทคิเล่าเรื่องราวที่พบเจอในละแวกของเมือง Center ให้โนอาร์ฟัง

โนอาร์ได้เงียบนิ่งลงอย่างเศร้าใจพลางไม่ได้ตอบอะไรโทคิกลับมาถึงบทสนทนา. . . พลางก้มหน้าลงกวาดทำความสะอาดต่อเนือยๆ


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
ราชินีงู
โพสต์ 15-9-2013 00:57:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 25-9-2013 07:43








-:- ช่วงเวลาเช้า

-:- ภายในเมือง Emptiness



เซเลสเทีย : ไม่พบพิกัดของเด็กคนนั้นเลยค่ะ *เซเลสเทียรายงาน* แต่ท่าที่อยู่ของคุณโทโดเราพอจะมีตำแหน่งอยู่ค่ะ

เด็กสาวได้อธิบายขึ้นพร้อมกับแสดงตำแหน่งแผนที่ที่ตั้งบ้านของโทโดให้แอนนาเห็น


แอนนา งั้นหรือ. หวังว่าคงจะอยู่ในนี้นะอลิซจังน่ะ.    งั้นไปหาตานั่นกันเถอะ

เธอจูงมือเซเลสเทียจ้ำอ้าวไปด้วยความเร็ว

ไม่นานนักเซเลสเทียก็ได้พาแอนนามายังสถานที่แห่งนึงที่ตั้งอยู่ใจกลางของตัวเมือง

เซเลสเทีย : ที่นี่ล่ะค่ะ *เซเลสเทียชี้นิ้วขึ้นอย่างช้าๆ*



ที่ด้านในนั้นดูเหมือนว่าจะมีเคาร์เตอร์ประชาสัมพันธ์อยู่ แอนนาน่าจะสามารถสอบถามอะไรหลายๆอย่างจากตรงนี้ได้


แอนนาได้เดินเข้าไปถามประชาสัมพันธ์

แอนนา : ขอโทษนะคะ ขอถามอะไรหน่อย  คุณ โทโดโรกิ ซากุราโกะ พักอยู่ห้องไหนคะ



? ? ? : อะ- เอ๋ . . . ซักครู่นะคะ

พนักงานที่นั่งตรงหน้าประชาสัมพันธ์นั้นได้ค่อยๆเปิดหนังสือของเธอออกด้วยเวทย์มนต์ที่คล้ายๆกับเวทย์มนต์ค้นหาก่อนที่เธอจะได้หยุดอยู่ที่หน้าหนังสือนึงและหบิลแผ่นใบเอกสารออกมา

? ? ? : ขะ- ขอทราบฐานะของผู้มาติดต่อด้วยค่ะ. . .

หญิงสาวได้ถามขึ้นด้วยท่าที่เอียงอายเล็กๆพร้อมกับขอข้อมูลยืนยันสถานะการติดต่อด้วย


แอนนารับเอกสารมากรอกชื่อ-ข้อมูลพอสังเขปและยืนกลับไป

แอนนา : นี่ค่ะ ^^

หญิงสาวได้ค่อยๆรับเรื่องจากแอนนามาอย่างช้าๆและยื่นใบรายละเอียดเข้าพบและห้องให้คืนมา

? ? ? : ตอนนี้คุณโทโดโรกิไม่อยู่ที่ห้องนะคะ แต่ช่วงเย็นๆเขาก็คงจะกลับมาน่ะค่ะ

เธอได้บอกข้อมูลเสริมกับแอนนาเพิ่มเติมด้วยอีกเช่นกันหลังจากที่ได้มอบใบเข้าพบให้แล้ว

1) รอที่นี่
2) ออกไปเดินเล่นในเมือง
3) อื่นๆโปรดระบุ


ออกไปเดินเล่นในเมือง

แอนนา : งั้นหรอคะ ช่วยไม่ได้เน๊อะ ไปเดินดูของค่าเวลากันเถอะเซเลสจัง

เธอพาเซเลสเทียไปเดินเล่นที่ย่านร้านค้า

-:- ช่วงเวลากลางวัน



ที่กลางย่านการค้าของเมืองนี้นั้นดูค่อนข้างคล้ายคลึงกับเมืองแห่งการศึกษาที่เธอเคยอยู่และมีชีวิตชีวามากกว่าจุดอื่นๆของโลกนี้เป็นอย่างมากแม้ว่าตอนนี้จะอยู่ในช่วงคับขันก็ตามที

1) ดูมุมขายของเครื่องใช้
2) ดูมุมร้านอาหาร
3) ดูมุมตลาดอาหาร
4) อื่นๆโปรดระบุ


ดูมุมร้านอาหาร

แอนนาพาเซเลสเทีย ไปนั่งกินขนมที่ร้านขายขนม  

แอนนา : ไม่นึกเลยนะว่าเมืองนี้จะมีสภาพแตกต่างจากเมืองอื่น ๆ โดยสิ้นเชิง

เธอชวนเซเลสเทียคุยระหว่างรออาหารมาเซิฟ

? ? ? : ยินดีต้อนรับครับ คุณผู้หญิงทั้งสอง ต้องการจะรับอาหารแบบไหนดีครับ ?



ชายหนุ่มที่คุ้นหน้าได้มาต้อนรับแอนนาขึ้นพร้อมกับได้ค่อยๆวางเมนูให้ทั้งสองได้ดู เท่าที่แอนนาพอจำได้นั้นเขาก็คือชายหนุ่มที่ทำงานที่ร้านอาหารที่เมืองแห่งการศึกษาเมื่อก่อนนี้ในตอนก่อนที่แอนนาจะได้เจอกับอบิสนั่นเอง


แอนนา : เอาชุดอาหารกลางวัน2ที่ค่ะ...... เอ๋ เราเคยเจอกันมาก่อนหรือปล่าวคะ

เธอสั่งอาหารแล้วมองหน้าบริกรซักครู่ รู้สึกว่าเคยเจอมาก่อนจึงถามขึ้น

? ? ? : พวกเราเคยพบกันที่ร้านอาหารของเมือง Center เมื่ออาทิตย์ก่อนนะครับ

ชายหนุ่มได้ตอบคำถามแอนนาอย่างสุภาพก่อนที่จะได้จดรายการอาหารนั่นลงและรับเรื่องไปดำเนินการ

เซเลสเทีย : ที่นี่มีการป้องกันและจุดภูมิศาสตร์ที่ค่อนข้างได้เปรี่ยบน่ะค่ะ *เซเลสเทียอธิบาย*

เด็กสาวได้อธิบายถึงตัวเมืองขึ้น เพราะว่าตั้งอยู่สูงและล้อมรอบด้วยทะเลทำให้การบุกมาโจมตีด้านบนที่เป็นศูนย์รวมคนอยู่นั้นเป็นไปได้ไม่ง่ายนัก เว้นแต่เสียว่าฝั่งตรงข้ามจะสามารถบินได้ตลอดเวลา

ไม่นานนักอาหารเซ็ททานง่ายๆก็ได้มาเสิร์ฟลงบนโต๊ะของทั้งสอ



แอนนา : อ้อ ค่ะจำได้แล้ว

เธอนั่งรอซักพักอาหารก็มา

แอนนา : เซเลสจังพอจะเล่าเหตุการณ์วันที่เกิดเรื่องให้หน่อยได้มั้ย ชั้นรู้ตัวอีกทีก็นอนอยู่ท่ามกลางโลกที่เป็นแบบนี้แล้ว?

ชายหนุ่มได้พยักหน้าเบาๆลงก่อนที่จะลาแอนนาและเซเลสเทียไปทำงานของเขาต่อและเพื่อไม่เป็นการรบกวนลูกค้าด้วยเช่นกัน

ทางด้านเซเลสเทียเมื่อได้ยินแอนนาถามคำถามขึ้นนั้นเธอก็เกิดอาการสงสัยเล็กน้อยเพราะว่าเหตุการณ์ในขณะที่กำแพงรอบเมืองแห่งการศึกษาแตกลงนั้น"กลุ่มคนที่มาจากโลกต่างมิติ"น่าจะเป็นกลุ่มที่รู้เรื่องราวมากที่สุด

เซเลสเทีย : คนอื่นๆในเมืองก็ไม่ค่อยรู้เหตุการณ์เท่าไรนะคะ แต่ว่ามันเกิดขึ้นเพราะกระแสพลังเวทย์มนต์ที่ปั่นป่วนได้เกิดขึ้นรอบนอกชาญป่าของตัวเมืองทำให้กำแพงที่เคยล้อมรอบนั้นถูกมทำลายลงไปน่ะค่ะ *เซเลสเทียอธิบาย*

จากที่ได้ฟังนั้นแอนนาน่าจะสันนิษฐานได้ว่าเป้าหมายอาจจะไม่ใช่นักเรียนที่เคยอยู่ในเมืองการศึกษาก็เป็นได้ เพราะนักเรียนนั้นไม่ได้รับอนุญาติอย่างเป็นทางการให้ออกไปยังป่านอกเมือง(จึงเคยเป็นเหตุผลนึงที่มีรถไฟฟ้าเชื่อมการเดินทางระหว่างหอพักไปถึงตัวเมือง)


แอนนา : น่าแปลกอยู่นะ แปลว่าคนนอกพื้นที่เป็นคนลงมืองั้นหรอ (หรือเป็นเพราะที่เรามายังโลกนี้ทำให้ขาดสมดุลกันนะ ไม่ก็ต้องมีใครหรืออะไรแอบตามมาด้วยแน่ๆ)  พลังเวทย์ ๆ

เธอคำนั้นช้าๆแล้วเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้

แอนนา : เออ พูดถึงก่อนชั้นจะมาเจอเซเลสจังได้เจอคนใช้เวทย์มนต์ด้วยล่ะ ผมทองๆใส่ชุดสีดำ เค้าบอกว่าพวกภูติเป็นต้นเหตุนั่นมันจริงหรอ

เธอถามต่อ พลางหยิบอาหารเข้าปาก

เซเลสเทีย : เรื่องนั้นเซเลสเทียเองก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่ว่าที่สามารถยืนยันได้ก็คือกลุ่มภูติธรรมชาตินั้นไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นค่ะ *เซเลสเทียอธิบาย*

เด็กสาวได้อธิบายขึ้นถึงคำถามของแอนนาพร้อมกับนั่งทานอาหารไปด้วยเช่นกัน


แอนนา : งืม ๆ เอาเถอะ เรื่องยาก ๆ แบบนั้นเอาไว้ทีหลังเถอะ ไหนๆก็ไหนๆแล้วไปเดินดูของต่อดีกว่า

เธอเรียกเก็บเงินหลังจากกินเสร็จแล้วออกไปเดินดูของจิปาถะในตลาด

- 50g
พนักงานคนเดิมนั้นได้ออกมาเก็บเงินจากโต๊ะแอนนาก่อนที่จะโค้งให้กับหญิงสาวเล็กๆและกลับไปทำงานของเขาต่อเหมือนเดิม

ทางด้านเซเลสเทียนั้นก็ได้เดินตามแอนนาออกมาติดๆกันจนเหมือนว่าตัวิตดกันไปแล้วในตอนนี้

-:- Character Event
1) พาไปเดินซื้อกับข้าว
2) พาไปเดินซื้อเสื้อผ้า


- พาเดินซื้อเสื้อผ้า

แอนนา : ตรงนั้นมีเสื้อผ้าสวย ๆ ด้วยไปดูกันเถอะ

เธอผ้าเซเลสเทียมาดูเสื้อผ้าแล้วหยิบชุดออกมาชุดหนึ่งมาทาบกับตัวเด็กสาว

แอนนา : นี่ น่ารักจังเหมาะกับเธอดีนะ  เอามั๊ย

เด็กสาวได้พยักหน้าลงเบาๆพร้อมกับค่อยๆหยิบเสื้อที่แอนนาได้ซื้อให้มาถือไว้อย่างเงียบๆ. . . จะว่าไปแล้วตั้งแต่ที่เจอกันครั้งก่อนนั้นเซเลสเทียเองก็ไม่เคยเปลี่ยนเสื้อผ้าของเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียวแม้กระทั่งตอนนี้ก็ยังใส่ชุดเดิมอยู่แบบนั้น. . .


แอนนา : ไหนลองให้ดูทีจิ  ใส่แต่ชุดเดิม ๆ ไม่เบื่อหรอ

เธอได้พาเซเลสเทียไปที่ห้องลองเสื้อ

หลังจากที่แอนนาได้พาเด็กสาวเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมกับเก็บอุปกรณ์เครื่องจักรการต่อสู้ออกหมดนั้นก็พบว่าเซเลสเทียถึงจะเป็นฮิวแมนนอยด์แต่เธอก็ดูคล้ายคลึงกับคนมากเหลือเกิน



เด็กสาวได้ค่อยๆเดินออกมาจากห้องเปลี่ยนชุดพร้อมกับค่อยๆเอื้อมมือของเธอขึ้นมาเล็กน้อยและเกาะชายแขนเสื้อของแอนนาไว้เบาๆ


แอนนา : ....... นะ....นะ

เธอตัวสั่นหงิก ๆ ก่อนที่จะเข้าไปฟัด(?)เซเลสเทีย

แอนนา : น่ารักมากเลยยยยยย

เธอเอาแก้มถูกแก้มเซเลสเทียไปมา ก่อนที่จะเดินไปที่แคสเชียร์

แอนนา : เอาชุดนี้ค่ะ

เด็กสาวไม่ได้แสดงท่าทีรำคาญใดๆออกมาพร้อมทั้งยังถูแก้มเล่นเลียนแบบแอนนาด้วยเช่นกัน หลังจากที่ทั้งสองได้ซื้อเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นเวลาก็ได้ล่วงเลยผ่านไปถึงช่วงเย็นแล้วในตอนนี้

-:- ช่วงเวลาเย็น

1) เดินเล่นต่อ
2) กลับไปที่ห้องโทโด
3) อื่นๆโปรดระบุ


กลับไปที่ห้องโทโด

แอนนา : เย็นแล้ว อีตาโทโดคงกลับมาแล้วมั้ง  กลับไปที่ห้องพักกันเถอะ  คืนนี้จะได้มีห้องฟรีนอน

ก่อนกลับเธอแวะซื้ออาหารเย็น 3 ชุดติดมือไปด้วย  เมื่อมาถึงเธอจึงเข้าไปติดต่อกับประชาสัมพันธ์คนเดิม

-250g

-:- ได้รับไอเท็ม



     - อาหารชุด *3

-:- โรงแรมภายในเมือง Emptiness

หลังจากที่ซื้ออาหารเย็นกันเรียบร้อยแล้ว ไม่นานนักแอนนาและเซเลสเทียก็ได้ย้อนกลับมาถึงสถานที่ตอนแรกที่พวกเธอได้สอบถามเกี่ยวกับโทโดในครั้งแรก ดูเหมือนว่าพนักงานสาวคนเดิมนั้นจะยังคงนั่งทำงานอยู่ที่เดิมทำให้เธอจำหน้าของแอนนาที่มาสอบถามได้

? ? ? : อ๊ะ !! สวัสดีค่ะ ตอนนี้คุณโทโดโรกิกลับมาถึงที่พักเรียบร้อยแล้วนะคะ

เธอได้กล่าวขึ้นพลางแสดงแผนผังของสถานที่ขึ้นและบอกตำแหน่งที่อยู่ของห้องของโทโดกับแอนนา


แอนนา : ขอบคุณค่ะ

เธอขอบคุณ PR แล้วก็เดินตามแผนผังไปหน้าห้องของโทโด

ก๊อกๆๆ

ไม่นานนักประตูห้องก็ได้เปิดออก ก่อนที่ใบหน้าของชายหนุ่มที่คุ้นหน้านั้นจะได้ปรากฏโผล่ออกมาอย่างช้าๆในสภาพที่ทรุดโทรมเหมือนกับคนที่ไม่ได้พักผ่อนเท่าไรนัก



โทโดโรกิ ซากุราโกะ : เธอคือ. . . แอนนา. . . ?

ชายหนุ่มได้มองหญิงสาวอย่างตกตะลึงไปชั่วขณะ บรรยากาศที่เงียบลงทำให้การพบกันของทั้งสองดูแปลกๆไปเล็กน้อย แต่ว่าไม่นานนักน้ำตาของชายหนุ่มก็ได้ไหลรินออกมาราวกับเด็กเล็กๆก่อนที่เขาจะได้โผเข้ามากอดหญิงสาวแน่นด้วยความโหยหา

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : แอนนาาาๅๅ !!

เสียงคร่ำครวญของชายหนุ่มได้ดังขึ้นต่อหน้าของหญิงสาวด้วยความปิติดีใจอย่างเปี่ยมล้นโดยที่เขาเองนั้นไม่สามารถจะอธิบายมันได้เลยนอกจากจะได้เรียกชื่อของหญิงสาวออกมาอย่างบ้าคลั่ง


ไม่ใช่แค่ชายหนุ่ม แอนนาเองก็ดีใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เช่นกัน

แอนนา : อีตาบ้าาาาาาาา  หายไปไหนมา  รู้มั็ยว่าชั้นนะ    ชั้นนะ

เธอพูดไม่ออกเพราะความรู้สึกมันตื้นตันมากที่เจอกับคนรักของจัวเอง ต่อหน้าโทโดเธอทิ้งคราบนักฆ่าสาวกลายเป็นหญิงสาวธรรมดาทันที

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : ชั้นกลับไปตามหาเธอที่ Center อีกครั้งน่ะสิ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรเหลือเลยจนตอนนี้เพิ่งจะกลับมาถึงที่นี่ล่ะ

ชายหนุ่มได้รีบอธิบายขึ้นก่อนที่จะได้พาแอนนาและเซเลสเทียเข้ามาภายในห้องพักเสียก่อน

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : ที่โลกนี้เปลี่ยนไปต่างจากที่พวกเรามาครั้งแรกลิบลับเลย ชั้นเองเป็นห่วงเธอมากๆแต่ตอนนี้ได้เห็นทั้งคู่ปลอดภัยดีก็สบายใจแล้วล่ะครับ

เขาได้เอ่ยขึ้นด้วยท่าทีที่ดูสดชื่นขึ้นจากเดิมพร้อมๆกับได้บอกคร่าวๆถึงเหตุการณ์ของโลกฝั่งนี้ซึ่งแอนนาก็ได้ผ่านอะไรมาบ้างเล็กน้อยแล้วเหมือนกันจึงพอเข้าใจได้

ในขณะเดียวกันนั้นเองแอนนาก็ได้พบกับอลิซอีกครั้ง ซึ่งเด็กสาวผมสีขาวนั้นกำลังนั่งดูทีวีอยู่ในห้องของโทโดโดยที่แม้แต่โทโดเองยังตกใจออกมาชั่วขณะเพราะเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเด็กสาวคนนี้เข้ามาตั้งแต่เมื่อไร

อลิซ : ดีใจด้วยนะคะ ~ ที่ครอบครัวกลับมาเหมือนเดิมแล้ว

เธอได้ยิ้มขึ้นให้กับแอนนา โทโด และ เซเลสเทียก่อนที่จะได้ส่งใบเอกสารบางอย่างให้กับแอนนาเหมือนกับแสดงความยินดีกับเธอด้วย

-:- ได้รับ
     - Special Ability : Weather Controller (ได้รับจากโรลเก่าตอนเข้าโรงเรียนครั้งแรก)


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
แมวบ้า
โพสต์ 16-9-2013 00:55:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Chavavan เมื่อ 25-9-2013 22:58





AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )

ดูเหมือนว่าออสตราวาจะไม่สามารถสลัดพวกแมลงประหลาดนั่นไปได้ทั้งหมด ยังมีบางส่วนที่พยายามตามตื้อเขามาอย่างใกล้ชิดด้วยความเร็วทั้งหมดที่พวกมันมีอยู่ !!

ด้วยพลังแห่งธรรมชาติที่คอยช่วยเหลือคุ้มครองของออสตราวานั้น ได้บ่งบอกถึงทิศทางเบี่ยงเบนไปจากด้านหน้าของชายหนุ่มขึ้นเสียอย่างนั้น !! ด้านหน้าคงจะไม่ใช่คนซะแล้วสิ

1) เป้าหมายมีไว้พุ่งชน !!
2) เลี้ยวตามลูกศรในจินตนาการ
3) อื่นๆโปรดระบุ


2) เลี้ยวตามลูกศรในจินตนาการ

"เอาไงเอากัน" เขาพูดพร้อมเลี้ยวตาม เสียงกระซิบจากธรรมชาติ

ฟ้าวววว !! หอกที่ดูคล้ายกับศรธนูขนาดใหญ่ได้เฉียดออสตราวาไปไม่กี่มิลลิเมตร ถ้าเมื่อครู่เขาไม่ได้หักหลบออกนั้นมันคงจะชนเกราะบนตัวของเขาแทนไปแล้ว !!

ออสตราวาได้หลบออกตามสัญชาตญานของเขาออกมาริมทางเดินของป่าจนออกมาทางทิศเหนือด้านนอกป่าในตอนนี้ เมื่อเขามองดูจากภายนอกอีกครั้งแล้วนั้นภายนอกป่านั้นกลับดูธรรมดาๆเหมือนป่าทั่วๆไปผิดกับสภาพด้านในลิบลับ

แต่นอกจากป่าแล้วในตอนนี้นั้นออสตราวาก็ได้สังเกตุเห็นเรือเหาะทางด้านตะวันตกที่กำลังบินไป-มาระหว่างคาบเกาะอยู่ไม่ไกลจากเขานัก ส่วนอีกด้านนึงทางตะวันออกเขาก็เห็นเมืองเมืองนึงที่ตั้งอยู่ในกลุ่มไม้ใหญ่ไม่ไกลออกไปเท่าไร

1) กลับเข้าป่า !!
2) ไปทางเรือเหาะ
3) ไปทางเมืองในป่า
4) นอนพักตรงนี้ก่อน
5) อื่นๆโปรดระบุ


3) ไปทางเมืองในป่า

"จะขึ้นเรือเหาะก็ไม่รู้ จะไปไหน จะเข้าป่าอีกรอบก็คงจะไม่งามนัก"

"อืม.......จะเอาอย่างไรต่อดี" เขาพูดพร้อมกับมองไปมา

"หืม.........." เขาสังเกตุเห็นเมืองทางตะวันออก

"ถึงจะดูน่าสงสัยไปซะหน่อย.....แต่ก็คงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วละ......" เขาพูดพร้อมกับออกเดินทาง

"หวังว่าคงจะไม่ใช้ซากเมืองอีกนะ.....ที่นี่มันช่าง บ้าบอขึ้นทุกที่..." เขาบ่นพึงพัมทิ้งท้าย

Stamina - 4
Immunity - 5

~ Day 2 ~

-:- ช่วงเวลาเช้า

-:- ตัวเมือง Hilocuxt



อสสตราวาที่เดินทางติดต่อกันนานนั้นทำให้เขาเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้ารวมทั้งยังไม่ได้ทานอะไรด้วยตั้งแต่เมื่อวานแล้วเช่นกันทำให้เขาเองรู้สึกไม่ค่อยปกติเท่าไรนัก

ภายในตัวเมืองนี้เหมือนกับว่ามีร่องรอยผู้คนเคยอาศัยอยู่ แต่ตอนนี้นั้นกลับเป็นเมืองร้างที่มีซากสิ่งก่อสร้างถูกทำลายลงไปจนเกือบหมด แต่ร่องรอยต่างๆทีเกิดขึ้นนั้นยังค่อนข้างใหม่อยู่ เหตุการณ์น่าจะเกิดขึ้นได้ไม่นานนัก

1) สำรวจตัวเมือง
2) ออกจากตัวเมือง
3) อื่นๆโปรดระบุ


"....ที่นี่..........ก็ด้วยงั้นหรอ.............." ออสตราว่าแถวจะ ทรุดตัวลงตรงนั้น ด้วยความสิ้นหวัง หรืออาจะเป็นความเหงา หรืออะไรก็แล้วแต่

"แต่ยังในเมืองก็คงจะมีที่นอนดีๆบ้างและนะ........" เขาพูดก่อนที่ลากตัวเอง พร้อมกับเกราะของเขาเดินหา ที่นอน

3) สำรวจตัวเมืองหาที่นอน+กินข้าวแล้วนอน.....

ระหว่างที่ออสตราวากำลังสำรวจเมืองนั้นเขาก็พบว่าเมืองนี้มีโรงเก็บเสบียงที่ยังคงมีอาหารดิบหมักเก็บไว้เป็นอย่างดีอยู่จำนวนนึงซึ่งมันน่าจะเพราะว่าการอพยพกระทันหันทำให้ไม่ได้ขนย้ายสิ่งของไปด้วย



-:- ได้รับไอเทม
     - เนื้อไก่ดิบ * 5
     - เนื้อหมูดิบ * 5
     - ผักต่างๆ * 10
     - ผลไม้ต่างๆ *10
     - น้ำดื่ม * 15

หลังจากที่ได้เก็บตกเสบียงมาตุนไว้แล้วนั้นออสตราวาก็ได้พบกับห้องๆนึงที่ตั้งติดกับตัวต้นไม้เข้าไปด้านในที่เปิดคาไว้อยู่และมีสภาพปกติที่น่าจะสามารถใช้พักได้ชั่วคราวอยู่ไม่ไกลออกไปนัก



-:- ช่วงเวลากลางคืน

หลังจากที่ออสตราวาได้พักผ่อนและตื่นขึ้นมาอีกรอบแล้วนั้นเขาก็พบว่ามันกลายเป็นช่วงกลางคืนไปแล้วในตอนนี้ แต่บรรยากาศที่กดดันในบริเวณนี้นั้นดันเพิ่มขึ้นมากจนสัมผัสได้ต่างจากตอนที่เขาเข้าตัวเมืองมาเมื่อเช้าไปเลยทีเดียว

1) ออกไปดู
2) แอบดูในที่พัก
3) อื่นๆโปรดระบุ


{ Ostrava: A Lonely Story } Part I

BGM ประกอบ

3) ตรวจสอบกระแสพลังชีวิต หรือจิตสังหารในเมือง

หลังจากที่เขาตื่นขึ้นมาในห้องที่ดูเหมือนจะหลุดมากจาก Arriet**  ก็พบว่าบรรยากาศได้เปรียนอย่างสิ้นเชง

"ความรู้สึกนี่มันอะไรกัน ราวกับเมืองทั้งเมืองได้ถูกความมืดครอบงำไปเสียแล้ว" ว่าแล้วเขาก็ลุกขึ้นมาไปรอบๆ

ถึงแม้จะมีแสงจันทร์สองลงมาบ้าง แต่ก็ไม่ช่วงให้มองเห็นรอบๆ มากนัก เขาจึงตัดสินใจ

"อืม........ไงก็แล้วแต่กินก่อนดีกว่า" พูดแล้วก็หยิบข้าวกระป๋อง พร้อมกับน้ำขวดขึ้นมากิน

งับๆๆๆๆ

"ไม่นึกว่าของแบบนี่จะกินได้นะเนี้ย" นั้นเป็นความรู้สึกแรกหลังจากที่ได้ลองกินอาหารกระป๋อง

"เอาละ กินก็กินแล้ว นอนก็นอนแล้ว"

ออสตราว่าก็เริ่มควบคุมลมหายใจ หลับตาลง ทำสมาธิ รวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ เพื่อขยายจิตให้ครอบคุมทั้วทั้งเมือง เพื่อตามหาผู้รอดชีวิต จิตสังหารต่างๆ หรืออะไรก็ตามที่ยังคงเดินเล่นในเมือง รวมถึงแผนผังเมืองคร่าวๆด้วย

(As ????)

- หากพบพลังชีวิต ถึงแม้จะเล็กน้อยแค่ไหน ก็จะไปที่จุดๆนั้น(แอบๆย่องไปนะ)

- ถ้าพบจิตสังหารมากกว่า ก็รอดูท่าทางว่าจะเข้ามามั้ย

- หากไม่พบอะไร ก็พักต่อจนถึงเช้า



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l---ooX )

ด้วยพลัง Element Power ทำให้ออสตราว่าสามารถสัมผัสถึงร่างกายเป็นและร่างกายตายในระยะที่ไม่ไกลออกไปมากได้ แต่ทว่าเขากลับไม่พบผู้เสียชีวิตหรือรอดชีวิตเลยแม้แต่น้อย แต่ในขณะเดียวกันนั้นเขาก็ดันจับสัมผัสอย่างอื่นได้แทนซึ่งมันต่างออกไปจากพวกเครื่องจักรที่เขาเคยเจอในเมืองก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง



? ? ? : เฮ้อ . . . อุส่าห์มาถึงนี้ดันจบเรื่องจบราวไปตั้งนานแล้วเรอะเนี่ย. . .

เสียงของสิ่งมีชีวิตประหลาดด้านหน้าได้บ่นขึ้นในขณะที่มันได้เดินลากดาบขนาดใหญ่ไปมาเพื่อตรวจดูสภาพเมืองอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก


"เจ้านั้นมันคือตัวอะไรกันแน่เนี้ย.....ถึงจะดูคล้ายๆคน แต่สัมผัสนั้นไม่ใช้คนเลยแม้แต่น้อย"

"อืม.........ลองสันติวิธีก่อนดีกว่า" ว่าแล้วออสตราว่า ก็ลุกขึ้นค่อยเดินไปหาเจ้านั้นอย่างโดดเด่น

"เฮ้!!! นาย??? ตรงนั้นหนะ " เขาร้องทักขึ้น

ถึงกระนั้นเขาก็เตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ทุกเมือ........



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l---ooX )

ฟุ้บ !! ทันทีที่ได้ยินเสียงของออสตราวาดังขึ้น ร่างนั่นก็ได้ทะยานพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่มชุดเกราะและเงื้อดาบฟันเข้ามาทันทีโดยที่ไม่ได้ให้เขาตั้งตัวเลยแม้แต่น้อย !!


                 !!!!!

ออสตราว่าพุ่งตัวหลบดาบอย่างฉิวเฉียด คมของดาบได้ฟันผ่านเกราะของไปจนเกิดประกายไฟออกมา

"เฮ้ๆ......ไม่คิดจะพูดอะไรเลยรึไง เจ้านะ" ออสตาว่าพูดอย่างหัวเสีย

"ถ้าไมคิดจะพูดละก็..........." ว่าแล้วเขาก็กระทืบพื้นตรงหน้าเขา 1 ครั้ง

Element Power x1

กึกๆๆๆๆๆ

เกิดรอยร้าวเป็นเส้นตรงไปยังที่ๆ "มัน"ได้ยืนอยู่

ตูม!!!

เสียงของเสาหิน ที่พุ่งขึ้นมาจากพื่น ทำมุมเฉียง 45 องศา พุ่งเขาใส่ร่างสีดำนั้นทันที่

และสิ่งที่เกิดพร้อมกันนั้นเองคือ ร่างของชุดเกราะที่วิ่งตามมาด้วยความเร็ว กระโดดจากหินที่เขาสร้างขึ้นเมือครู่นี่

พร้อมกับจับลำกล้องของ "Gatling gun" นั้นไว้ด้วยสองมือ แล้ว"ฟาด"ลงมาที่เป้าหมาย!!!

"ถ้าไมคิดจะพูดละก็ ข้าจะทำให้ปากนั้น ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเอง" เขาพูดขณะที่ลอยอยู่กลางอากาศ



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-ooooX )

ควับ !! กระบอกดาบปืนยาวนั้นได้ถูกฝ่ามือที่หุ้มถุงมือเหล็กและมีกรงเล็บยาวคมงอกอยู่ของสิ่งมีชีวิตด้านหน้าปัดออกไปอย่างง่ายดาย ก่อนที่จะได้ฟาดดาบซ้ำลงไปที่ตัวออสตราวาในระยะใกล้จนกระเด็นถอยกลับไปจนเกือบจะตกรากไม้ลงไปยังชั้นล่าง !!

? ? ? : ฮ่า ๆ ๆ ๆ จะพูดก็ได้ !! แต่จริงๆแล้วนักล่าน่ะเขาไม่พูดคุยกับเหยื่อหรอกนะ

มันได้หัวเราะออกมาเสียงดังกังวาลพร้อมกับพูดจาเยาะเย้ยออสตราวาออกมาหน้าตาเฉย


"รากไม้????......งั้นทั้งหมดนี่ก็คือ......" เขาพึมพัมออกมาหลังจากสังเกตุเห็น

จากนั้นก็เขาลุกขึ้นมา พร้อมกับทดลองหวดอากาศด้วยปืนนั้น

" เหยืองั้นหรอ.......โอ้........ ฝีปากใช้ได้นี่น่า แล้วฝีมือละ???" ออสตราว่าพูดตอบกลับอย่างยียวน

Element Power x4

สิ้นสุดบทสนทนา เขาก็ย่อตัวลงไปที่พร้อมกับเอาซ้าย สะบัดทรายและดินที่พื้นขึ้นมา จนเกิดเป็นกลุ่มควันเล็กๆ บดบังการมองชั่วคราว (Element Power x1)

หลังจากที่ ควันได้กระจากไปทั้วแล้ว เขาก็เอามือข้างเดิมตบไปที่พื้นอีกครั้ง(Element Power x1)

พร้อมกับเพิ่มความรวดเร็วให้เองพุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วประดุจศรที่ออกจากคันธนู (Element Power x1)

พุ่งตรงไปหยุดอยู่ตรงด้านข้างที่มีดาบ ของ มัน โดยที่ไม่ให้ทันตั้งตัว แล้วเสริมพลังความรุนแรงและรวดเร็วให้ Gatling gun

"ดาบสวยนี่ ขอยืมได้มั้ย?? "เขาพูดพร้อมฟาดลงไปที่แขนข้างที่ถือเล่มโตนั้นอยู่ หวังจะปลดอาวุธ ด้วยความรุนแรง ประดุจการฟาดหางของมังกร!!  (Element Power x1)

และมันก็(น่าจะ) ไม่สามารถหลบได้แน่นอน เพราะว่าก่อนหน้าที่เขาจะพุ่งเข้ามา เขาได้แอบปล่อยรากไม้และเถาวัลย์ แฟงเขามากลับกลุ่มควัน เพื่อที่จะหยุดการเคลื่อนไหวของ มัน ไปแล้ว



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l---ooloooooloooooX )

>>> Gatling gun *พัง

ควับ !! ท่อนปืนกลยาวรวมทั้งรากไม้ทั้งหมดนั้นได้ถูกฟันออกไปอย่างง่ายดายจนเศษซากที่พังลงนั้นได้ร่วงหล่นสู่พื้นเรียงกันเต็มไปหมด รวมทั้งปีศาจด้านหน้านั้นยังใช้ดาบของมันเหวี่ยงกลับมาปักไว้ที่พื้นรากไม้ก่อนที่มันจะได้หมุนตัวจากแรงเหวี่ยงของดาบนั่นเตะร่างของออสตราวากระเด็นกลับออกไป !!

? ? ? (Dark Ruler) : มนุษย์ทั่วๆไปน่ะใช้ไม่ได้หรอกนะ !!

ไม่ได้หัวเราะออกมาเบาๆก่อนที่จะค่อยๆดึงดาบขึ้นมาและควงเก๊กอยู่พักนึงพร้อมกับชี้ลงมาที่ด้านหน้าของออสตราวา

? ? ? (Dark Ruler) : เกราะนั่นแข็งไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะ แต่การป้องกันอย่างเดียวมันไม่ทำให้ชนะหรอกนะ !!

มันได้ยิ้มกระหยิ่มออกมาก่อนที่จะได้เคลื่อนที่ออกไปด้วยความเร็วสูงจนสายตาของออสตราวามองตามไม่ทันก่อนที่มันจะได้โผล่ออกมาที่ด้านหน้าของชายหนุ่มและแทงดาบยักษ์นั่นลงมาที่เกราะกลางกระหม่อมของออสตราวา !!

เคร้งงงง !! ดาบที่ถูกแทงลงมานั้นได้ถูกต้านไว้ด้วยกำแพงเวทย์มนต์บางอย่าง ก่อนที่จะได้มีแขนเรียวยาวที่พุ่งเข้าต่อยสวนไปยังปีศาจนั่นในระยะใกล้ในระยะเวลาที่ไล่เลี่ยกันอย่างรวดเร็ว !! จนปีศาจนั่นต้องหักตัวหลบออกเล็กน้อยและกระโดดถอยหลังกลับไป !!



? ? ? (Sieglinde Jeremiah) : เป็นอะไรรึเปล่าคะ ?

หญิงสาวผมสีดำในชุดคลุมยาวสีดำทมิฬคนนึงได้ปรากฏตัวขึ้นและช่วยเหลือออสตราวาไว้ก่อนที่เธอจะได้ถามออสตราวาขึ้นโดยที่สายตาด้านหน้าของเธอยังคงจับจ้องเป้าหมายด้านหน้าอย่างไม่คลาดสายตา

-:- ปาร์ตี้ชั่วคราว
สถานะ : Sieglinde Jeremiah : Strike : A , Defensive : A , Support C // Health : 100%


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 16-9-2013 17:27:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 23-9-2013 08:33






กึก !! แรงต้านของปลา(?)นั่นได้ดิ้นสู้อยู่ด้านล่างโดยที่ไม่ยอมขึ้นมาเหนือผิวน้ำทำให้การตกมันขึ้นมาเหนือพื้นน้ำทำได้ไม่ง่ายนัก !! ในขณะเดียวกันเองมันก็ได้พยายามดึงดีซีเมียที่ไม่ค่อยมีพละกำลังเด่นเท่าไรนักลงไปด้านล่างแทนด้วยเช่นกัน !!

กระสุนปืนที่ยิงออกไปนั้นได้ถูกลดอานุภาพลงด้วยสเก็ดน้ำแข็งบนขอบผิวน้ำรวมทั้งแรงต้านของตัวน้ำเองด้วยทำให้ปลา(?)ด้านล่างที่ดูเหมือนจะมีเกร็ดกับลำตัวที่ใหญ่แล้วนั้นไม่ได้รับความเสียหายเท่าใดนัก


-:- use skill :: Multiple Shot Multiple Shot Multiple Shot Multiple Shot Multiple Shot Multiple Shot Multiple Shot Multiple Shot Multiple Shot Multiple Shot Multiple Shot Multiple Shot Multiple Shot Multiple Shot Multiple Shot Multiple Shot Multiple Shot Multiple Shot Multiple Shot

ปัง !

กระสุน20นัดถูกพร้อมกันใส่ปลา(?)ตัวนั้น โดยเล็งเจาะที่จุดๆเดียวคือหัวของปลา(?)ตัวนั้น



AS : ( X-----l-----l-----l-----loooooloooooloooooloooooX )

กระสุนทั้ง 20 นัดได้ถูกยิงออกมาพร้อมกันอย่างรวดเร็วทำให้ผิวน้ำได้ถูกกระจายออกไปเป็นคลื่นกระเซ็นไปทั่วจนเกิดหมอกปกคลุมพื้นที่โดยรอบไปทั่ว แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของดีซีเมียเท่าไรนัก

แว้บบ !! ดูเหมือนว่าเป้าหมายที่ถูกกระสุนเข้าไปเมื่อคณู่นั้นจะยังคงมีชีวิตอยู่รวมทั้งตอนนี้เหมือนกับว่ามันกำลังจะโจมตีเข้ามาที่ใต้ท้องเรือของชายหนุ่มด้วย !!


" ถึก ไปมั้ย ? ? ? ? ? ? "

ดีซีเมียใช้เท้าบังคับเรือฝ่าเกล็ดน้ำแข็งเพื่อหลบไม่ให้ปลา(?) เข้ามาโจมตีใต้ท้องเรือและเป็นการเปิดพื้นที่ในการยิงใส่ พร้อมกับเปลี่ยนปืนจาก ปืนTar-21 เป็น Pistol แล้วยิงอย่างต่อเนื่องเรื่อยๆ เพราะกระสุนไม่ต้องreload

กระสุนพุ่งลงน้ำอย่างต่อเนื่องพุ่งตรงไปยังร่างของปลา(?)อย่างแม่นยำ



AS : ( X-----l-----l-----l-----loooooloooooloooooloooooX )

แรงดันน้ำที่หนาแน่นบวกกับการจับตัวของเกร็ดน้ำแข็งที่รวดเร็วทำให้ความหนาแน่นนั้นหนาจนการยิงธรรมดาๆไม่สามารถจะส่งผลความเสียหายให้กับปลา(?)ที่ไม่อยมโผล่ขึ้นมาจากใต้น้ำตนนั้นได้เท่าไรนัก รวมทั้งเมื่อเดซีเมียเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นการยิงทีละนัดแล้วนั้นทำให้กระสุนนั้นยิ่งส่งไปไม่ถึงเป้าหมายเท่าไรนัก

สายเบ็ดทีเกี่ยวไว้นั้นได้เริ่มดึงเรือของดีซีเมียลงจากด้านข้าง ถ้าปล่อยไว้นานนักมันอาจจะคว่ำเรือเจ็ตของชายหนุ่มลงก็ได้


ดีซีเมียจอดเรือเอาไว้ แล้วกระโดดไปในน้ำแข็ง เพื่อล่อให้ปลา(?)โพล่หัวออกมา

เมื่อน้ำแข็งมีรอยแตกเขาก็เคลื่อนที่กระโดดการแตกของแผ่นน้ำแข็งไปเรื่อยๆ สลับกับการยิงโต้ตอบไปด้วย



AS : ( X-----l-----l-----l-----loooooloooooloooooloooooX )

ทันทีที่ปลายเท้าของดีวีเมียแตะลงที่พื้นน้ำนั้นหัวของปลา(?)ตัวนั้นที่มีรอยกระสุนยิงพรุนจนเหมือนกับปลาทองในตอนนี้ก็ได้โผล่ขึ้นมาและเข้าโจมตีชายหนุ่มทันที !! แต่ด้วยความเร็วของดีวีเมียเองนั้นทำให้เขาสามารถที่จะหลบหลีกได้แม้พื้นที่จะไม่เอื้ออำนวยเท่าไรนัก !!

นอกจากนั้นยังดูเหมือนว่ามันจะขึ้นมาโจมตีเฉพาะตอนที่ปลายเท้าของดีซีเมียแตะลงที่ผืนน้ำอีกด้วย


เมื่อปลา(?)ตัวนั้นโผล่หัวขึ้นมาจากผิวน้ำ ดีซีเมียก็เอาสันปืนฟาด ใส่ด้านข้างของปลา(?)ตัวนั้นแล้วก็ลั่นไกปืน เล็งเป้าที่ตัวของชายหนุ่มเอง

-:- use skill :: Dimension Shot
เป้าหมาย :: ตัวเอง
ระยะห่างจากเป้าหมาย :: 1ช่วงแขน (จากปลายปืนถึงตัวดีซีเมีย)
จุดที่วาร์ป :: ภายในตัวปลา(?)ที่ห่างจากตัวดีซีเมียเมีย 1ช่วงแขน
ทิศทาง :: พุ่งหนีออกจากเป้าหมาย(ออกห่างจากตัวของดีซีเมีย)

-:- use skill :: Multiple Shot Multiple Shot Multiple Shot
กระสุนที่วาร์ปถูกเพิ่มจำนวนขึ้นอีกสามรวมกับกระสุนแรกเริ่มอีกเป็นสี่นัด กระสุนทั้งสี่เจาะทะลวงปลา(?)จากภายใน



AS : ( X-----l-----l-----loooooloooooloooooloooooloooooX )

เสียงกระสุนที่กระทบภายในร่างของปลา(?)ตัวนั้นได้ดังขึ้นกึกก้องภายในอย่างรุนแรงจนเกิดมีรอยดันบวมขึ้นมาจากภายใน แต่กระสุนเหล่านั้นก็ไม่สามารถทะลุออกมาได้เนื่องจากความหนาของช่วงเนื้อส่วนลำตัวของมันรวมกับเกล็ดนั่นเอง

ปลา(?)ประหลาดด้านหน้าได้สบัดตัวออกอย่างรุนแรงด้วยความเจ็บปวดพลางฝากลูกหลงมาถึงดีซีเมียด้วยเช่นกันทำให้น้ำแข็งโดยรอบนั้นหายไปหมดจนร่างของดีซีเมียตกลงมาอยู่บนผิวน้ำครึ่งตัวแทน !!

ในจังหวะเดียวกันนั่นเอง !! ปลา(?)ตัวนั้นก็ได้พ่นไอเย็นของมันออกมาอย่างต่อเนื่องโดยไม่หวังให้ดีซีเมียได้ตั้งหลักพร้อมกับจะแช่แข็งตัวของชายหนุ่มไว้กับผิวน้ำนั่น !!


"หนังเหนียวไปมั้ยเนี่ย . . ."

-:- use skill :: munoryoku-sha

ดีซีเมียยกมือขวาที่ถือคันเบ็ดขึ้นมาสลายไอเย็นเหล่านั้นก่อนจะยิงรัวใส่ต่อ พลางว่ายขึ้นบก



AS : ( X-----l-----l-----loooooloooooloooooloooooloooooX )

พลังไอเย็นที่พ่นออกมานั้นได้ถูกสลายไปจนหมดจนทำให้ปลา(?)หนังเหนียวดูท่าทางจะเคี้ยวไม่ออกตัวนั้นโจมตีลงมาคลาดเคลื่อนออกไปจนเกิดเป็นคลื่นบนทะเลขึ้นมาเล็กๆและได้ช่วยเป็นแรงส่งดีซีเมียขึ้นไปบนฝั่ง !!

ไม่นานนักปลา(?)ประหลาดนั่นก็ได้ตามชายหนุ่มมาติดๆจนถึงริมขอบฝั่งน้ำลึกก่อนที่มันจะวนเวียนอยู่อย่างนั้นโดยไม่ยอมขึ้นมาบนบกเลย


ดีซีเมียดึงปลาขึ้นด้วยคันเบ็ดในมือขวา เพื่อว่าอาการบาดเจ็บของปลา(?)จะทำให้แรงของมันลดลง

ชายหนุ่มออกแรงดึงคันเบ็ดด้วยมือขวาและใช้แรงจากขายันพื้นเอาไว้ เขาไม่ได้หวังให้ปลาขึ้นบกเพียงแค่ต้องการลดความเร็วในการเคลื่อนไหวของปลานั้น
สมาธิของเขาจับจ้องอยู่ที่การเคลื่อนไหวใต้ผิวน้ำ สายตาของชายหนุ่มมองทะลุผ่านผิวน้ำ สมาธิจับจ้องไปยังเหยื่อ เพื่ออ่านจากเคลื่อนไหวและใช้สัญชาตญาณหาจุดที่สามารถสร้างความเสียหายได้มากที่สุด ปืนค่อยๆถูกยกขึ้นและเล็งไปที่จุดนั้น

-:- use skill :: Multiple Shot + Multiple Shot + Multiple Shot + Multiple Shot + Multiple Shot

ไกปืนค่อยๆถูกเหนี่ยวลงอย่างเบามือเพื่อลดการคลาดเคลื่อนของวิถีกระสุน
ปัง !!!
เสียงยิงดังขึ้น กระสุนถูกยิงออกไปจากปากกระบอกปืนก่อนที่จะเพิ่มจำนวนขึ้นอีกห้านัดจนรวมได้หกนัด
กระสุนทั้งหกถูกเล็งไปที่เดียวกัน นั้นก็คือจุดที่ดีซีเมียคาดการณ์ว่าเป็นจุดทำความเสียหายได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้



AS : ( X-----l-----loooooloooooloooooloooooloooooloooooX )

คันเบ็ดมหัศจรรย์ที่ไม่มีทีท่าว่าเส้นเอ็นจะขาดเลยแม้แต่น้อยได้ค่อยๆชะลอตัวของปลา(?)ประหลาดใต้น้ำนั่นลงก่อนที่กระสุนของดีซีเมียจะได้พุ่งยิงซ้ำลงไปตรงจุดที่เขาได้ทำแผลไว้บนลำตัวและที่หัวของปลานั่นอย่างแม่นยำจนเลือดสีเขียวขุ่นของมันกระเซ็นออกมาเป็นครั้งแรก !!

ในขณะเดียวกันนั่นเองยังไม่ทันที่ดีซีเมียจะได้โจมตีต่อนั้นปลาตัวนั้นก็ได้หักตะขอเหล็กที่ติดกับเบ็ดนั้นออกไปและดำน้ำลึกหนีลงไปโดยที่เบ็ดและเส้นเอ็นนั้นยังอยู่ดีและไม่เสียหายเลยแม้แต่น้อย !!

หลังจากการต่อสู้ดีซีเมียก็พบว่าปลา(?)ตัวนั้นได้ทิ้งอะไรไว้ด้วยซักอย่างซึ่งไม่น่าจะใช้ชิ้นส่วนของปลา(?)ทั่วๆไป

-:- ได้รับไอเทม
     - หวีไม้ *1

-:- เข้าสู่ช่วงเวลากลางคืน


" . . . . เสบียง . . . เสบียงหนีไปแล้ว . . . " ชายหนุ่มแอบบ่นเล็กน้อยเพราะแอบหวังไว้ว่าจะได้กินเนื้อเหนียวๆของปลา(?)ตัวนั้น

"เหนื่อยฟรีสินะ . . . " ชายหนุ่มยังบ่นพึมพำเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจ แล้วก้มตัวลงไปหยิบอะไรบ้างอย่างที่ปลา(?)ตัวนั้นทิ้งเอาไว้ขึ้นมาพิจารณา

ดีซีเมียเก็บหวีไม้เอาไว้ถึงแม้ว่าจะงงๆว่ามันมาได้ไง แล้วจากนั้นก็ว่ายน้ำกลับไปขึ้นเรือเหมือนเดิม
แม้ว่าจะไร้ซึ่งแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ก็ไม่ได้สร้างความลำบากในการมองเห็นกับเขา เขายังคงว่ายต่อไปเพื่อขึ้นเรือ

เมื่อถึงเรือเขาก็บิดเสื้อโค็ดที่ชุ่มน้ำของเขาและตากมันเอาไว้ ก่อนที่จะกินข้าวผัดกระป๋องที่กินค้างไว้ต่อ พลางหย่อนเบ็ดตกปลาไปด้วยในขณะที่กินข้าว(ยังไม่เข็ด)

ดูเหมือนเขาจะยังคงไม่อยากขึ้นบกในวันนี้เสียเท่าไร

-:- ถ้าไม่มีอะไรก็เอาเสื้อโค็ดที่แห้ง(?)คุมตัวแทนผ้าห่มแล้วนอนบนเรือเลย

ด้วยความสามารถสุดพิเศษทำให้ดีซีเมียสามารถหาเสื้อโค้ตที่แห้งหลังจากการต่อสู้กลางทะเลได้พร้อมกับสามารถใช้ขนาดใหญ่ของมันแทนที่นอนชั่วคราวได้อีกด้วย !!

~ Day 2 ~

-:- ช่วงเวลาเช้า

ไม่นานนักช่วงเวลาก็ได้ผ่านเลยไปจนเช้าแล้ว เมื่อชายหนุ่มได้ตื่นขึ้นมานั้นก็พบว่ารอบๆตัวของเขานั้นมีฝูงปลาเล็กๆแหวกว่ายเต็มไปหมดในกระแสน้ำที่นิ่งๆแบบนี้ในตอนเช้า เขาน่าจะจับพวกมันมาทำเป็ฯอาหารมื้อเช้าได้ก่อนออกเดินทางของวันนี้


ดีซีเมีย มองปลาที่แหวกว่ายอยู่ ในขณะที่เปลี่ยนตะขอเหล็กที่หักไปในขณะที่สู้กับปลา(?)เมื่อวาน ก่อนที่จะหย่อนเบ็ดตกปลาลงไปในน้ำอย่างใจเย็น แล้วนั่งรอ

ชายหนุ่มนั่งตกปลาอยู่บนเรือท่ามกลางแสงแดดและสายลมยามเช้า

-:-ถ้ารอแล้วปลาไม่กินเบ็ดก็มองหาตัวที่ใหญ่ที่สุด หยิบปืนขึ้นมายิงใส่หัวปลาเลย . . . แล้วค่อยเก็บเนื้อทีหลัง

ปลาบางตัวนั้นได้ติดเบ็ดของดีซีเมียขึ้นมาอย่างง่ายดาย รวมทั้งวันนี้ยังไม่มีวี่แววของปลา(?)ประหลาดเมื่อคืนอีกด้วยทำให้ชายหนุ่มสามารถสบายใจเรื่องการอยู่ใกล้ๆผิวน้ำได้เปราะนึง

-:- ได้รับไอเท็ม
     - เนื้อปลา * 5


ดีซีเมียแล่นเรือไปจอดไว้ที่ริมหาดก่อนที่จะเก็บอุปกรณ์ต่างๆ รวมไปถึงเรือเข้ากระเป๋า (?????????)

ชายหนุ่มเปลี่ยนไปใช้ปืนพกกับมีดสั้นเพื่อเตรียมตัวต่อสู้ทั้งในระยะประชิดและระยะกลาง แล้วเดินไปตามทางเพื่อไปที่จุดมุ่งหมาย
สายตาดีซีเมียกวาดตาไปรอบๆพร้อมกับใช้True Eyeตรวจจับการเคลื่อนไหวรอบๆ เพื่อป้องกันไม่ให้โดนจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว



-:- ช่วงเวลากลางวัน

Stamina -2

หลังจากที่เก็บข้าวของใส่กระเป๋า(?)เรียบร้อยแล้วชายหนุ่มก็ได้ออกเดินทางมายังสถานที่ที่เขาได้ตั้งไว้ในตอนแรก

-:- บริเวณ Abandon



ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังเดินทางเข้ามาใกล้นั้นด้วยสายตาของเขาทำให้สามารถสังเกตุพบได้ว่าอุณหภูมิบางจุดแถวๆนี้นั่นต่างออกไปอย่างผิดธรรมชาติ โดยอุณหภูมิบริเวณใกล้ๆซากโบราณสถานด้านหน้านั้นมันเย็นมาก จนมากเกินไปซึ่งผิดปกติกับสถานที่ที่อยู่ในพื้นที่ทะเลทรายแบบนี้ รวมทั้งบนพื้นหญ้าในระแวกนั้นยังมีบางส่วนที่มีผลึกน้ำแข็งเกาะค้างอยู่ด้วย


สายลมที่เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิพัดไปมาทั่วทุกบริเวณ บรรยากาศที่หนาวเหน็บจากตัวโบราณสถานและความแห้งแล้งของทะเลทรายพัดผ่านไปมาจนทำให้เหงื่อของชายหนุ่มแห้งแม้ว่าจะยังเดินอยู่

" โบราณสถานนี้ ไฮโซเนาะเปิดแอร์ด้วย . . . " ชายหนุ่มพูดขณะที่ลมเย็นพัดผ่านร่างกาย

เท้าทั้งสองยังคงก้าวเดินเข้าไปส่วนในของโบราณสถาน เหยียบย่ำไปบนหญ้าที่มีผลึกน้ำแข็งเกาะอยู่
ชายหนุ่มค่อยๆหลับตาลง ดวงตาทั้งสองดวงค่อยๆหลี่จนปิดสนิท เพื่อเพิ่มสมาธิในการใช้ประสาทสัมผัสในการรับรู้สิ่งต่างๆรอบๆตัว ดีซีเมียเพิ่มความระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้นเมื่อเข้ามาใกล้กับใจกลางโบราณสถาน

' จะว่าไปจะระวังตัวไปเพื่ออะไรเนี่ย . . . ยังไงซะก็ไม่เห็นวี่แววว่าจะมีคนมาต้อนรับซะหน่อย เหอะ . . . ' ดีซีเมียคิดในใจด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยและกวนหาบาทา
ชายหนุ่มเก็บอารมณ์ให้หน้านิ่งไม่ไหว จนทำให้รอยยิ้มกวนประสาทค่อยๆปรากฏขึ้นบนใบหน้า

ที่ภายด้านนอกนั้นเงียบสงัดราวกับว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตหรือตัวประหลาดใดๆอยู่ใกล้ๆในระแวกเลยแม้แต่น้อย รวมทั้งสถานที่ยังมีแต่ฝุ่นเกาะเต็มไปหมดบ่งบอกว่าไม่น่าจะมีคนเข้ามาที่นี่ค่อนข้างนานมากๆแล้ว

1) ตั้งแคมป์ด้านหน้าโบราณสถาน
2) บุกเข้าไปเลย
3) อื่นๆโปรดระบุ


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 17-9-2013 00:39:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 22-10-2013 11:27





[ 1 ]

          " ..... "

          รอบนี้เมเมะเดินนำตลอดทาง โดยไม่ได้ชวนเมกะคุยเป็นพิเศษ
เธอเดินตรงไปตามป่าเรื่อยๆ

          ' .... จะมีหมู่บ้านหรือเมืองข้างหน้ามั้ยนะ '
          ' หวังว่าทุกคนในหมู่บ้านคงปลอดภัยนะ.. '

          เมเมะคิดโดยที่เผลอทำหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อยพลางเดินต่อไป

-:- ช่วงเวลากลางวัน

ไม่นานนักทั้งสองก็ได้หลุดออกมาจากป่าประหลาดนั้น สภาพอากาศด้านนอกนั้นดูเป็นธรรมชาติสง่าตาผิดแปลกไปจากด้านในป่าทึบด้านหลังที่แสงยังเข้าไม่ถึงนั่นเลยทีเดียว

เมื่อเธอได้เดินทางออกมาแล้วนั้นเมเมะก็พบว่าที่ด้านหน้าของตนเริ่มเข้ามาใกล้กับท่าเรือเหาะแห่งนึงที่เชื่อมต่อกับขอบเกาะของแผ่นดินนี้ ซึ่งเธอน่าจะเดินทางไปถึงภายในวันนี้ได้ทันอยู่


            " อู้หู... นี่ละสุดยอดแฟนตาซีเลยค่ะ... "

            หลังจากหลุดออกจากเขตป่าแล้วก็มองเส้นทางอยู่ลิบๆ เธอจึงเผลอหลุดปากออกมาแบบนั้น
ก่อนจะหันไปพูดกับเมกะด้วยสีหน้าสดใสว่า
            
            " แสงอาทิตย์อุ่นดีนะคะ เมกะจัง "

            เมเมะบอกสาวน้อยนาโนฯ(x2)เพื่อนร่วมทาง เพราะอีกส่วนที่เธออยากพาเด็กคนนี้ไปด้วยก็เพื่อ
ให้เธอได้เห็นแสงตะวันจริงๆบ้าง แต่ตั้งแต่เริ่มเดินทางบรรยากาศกลับมืดสนิทดวงจันทร์ก็ยังไม่เห็นซะงั้น

            " ดูดพลังเข้าไว้เยอะๆละ ฮิฮิ "

            เมเมะอมยิ้มแล้วแอบล้อนิดหน่อยเพื่อดูปฏิกิริยาของเมกะตอนที่ปะทะกันครั้งที่สองนั้น

เด็กสาวได้แสดงท่าทีตกใจออกมาเล็กน้อยพร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำของเธออย่างเห็นได้ชัด

เฮอร์เมร่า : นะ- แน่นอนสิคะ !! ถ้ามีแสงอาทิตย์แรงแบบนี้ล่ะก็ เราน่ะจะอยู่ทำงานได้ทั้งวันเลยล่ะค่ะ !!

เธอยังคงพยายามพูดด้วยท่าทีมั่นใจในขณะที่กำลังเดินตามเมเมะมาด้วย

-:- ช่วงเวลาเย็น



ไม่นานนักเมเมะและเมกะก็ได้เดินทางมาถึงขอบฝั่งของเกาะที่เป็นจุดโดยสารของเรือเหาะที่พวกเธอได้สังเกตุเห็นเมื่อช่วงกลางวันนี้

? ? ? : ยินดีต้อนรับค่ะ ตอนนี้เรืออพยพลำสุดท้ายของวันกำลังจะออกแล้ว ถ้าต้องการโดยสารด้วยล่ะก็ให้รีบซื้อตั๋วราคา 10g และขึ้นเรือได้เลยนะคะ

หญิงสาวเอล์ฟคนนึงที่ดูเหมือนจะเป็นพนักงานที่ทำงานอยู่แถวๆนั้นได้ประกาศขึ้น พวกเมเมะเองน่าจะมาทันเวลาเรือลำสุดท้ายของวันพอดีเลยนะ



            " ว้าว อลังการงานสร้างจัง "

            เมเมะยืนมองความสุดยอดของท่าเรือด้าน แถมแถวๆนี้ยังมีคนอยู่บ้างถึงจะ
ยังเบาบางก็เถอะ แต่อย่างน้อยก็ยังโล่งอกที่ได้เจอคนบ้างแล้ว

            " .. เอ๊ อ..อ้อ เงินๆ "

            จำได้ว่าคุณฮาเซโอะให้ค่าขนมมานิดหน่อย(?) เมเมะจึงหยิบสิ่งที่น่าจะเป็น
เงินตราของโลกนี้ออกมา

            " สองใบค่ะ "
            ' รอบสุดท้ายพอดีเลยโชคดีจัง '

หลังจากนั้นไม่นานนักทั้งสองก็ได้ขึ้นมาบนเรือเหาะและได้เริ่มออกเดินทางไปยังเมืองฝั่งตรงข้ามในทันที

ระหว่างที่ทั้งสองได้นั่งรอในห้องเงียบๆกันนั้นก็ได้มีอาหารหลักมือค่ำมาคอยให้บริการด้วยเช่นกันเพราะกว่าจะถึงตัวเมืองก็คงเป็นพรุ่งนี้เช้าเลย



1) อยู่ภายในห้อง
2) เดินสำรวจตัวเรือ
3) อื่นๆโปรดระบุ


[ 2 ]

            เมเมะทานอาหารส่วนของตนเอง แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเมกะนั่นกินอะไรเป็นอาหาร
ยังไงก็ยังมีร่างมนุษย์ อาจจะไม่ได้กินไฟ(?)อย่างเดียวก็ได้

            " เมกะจังทานอะไรหน่อยมั้ยคะ? ชั้นว่าจะออกไปเดินเล่นสักหน่อย หรือจะไป
ด้วยกันมั้ย? "

            เมเมะถามเด็กสาวด้วยความเป็นห่วง เพราะที่คนเยอะแบบนี้เธออาจจะประหม่า
ก็ได้ เพราะขนาดเธอเองยังประหม่าเลย(ว่าจะมีหุ่นยนต์แฝงตัวมาไหม XD)

เฮอร์เมร่า : จะไปด้วยก็ได้ค่ะ ~ ถ้าเกิดว่าเธอแอบหายไปไหนก่อนเราจะไปทวงน้องสาวจากใครล่ะคะ

เด็กสาวได้หยิบอาหารบางส่วนขึ้นมาคาบไว้ก่อนที่จะได้ลุกตามเมเมะมาด้วยเช่นกัน


            " หึหึ เคี่ยวจังนะคะ เห็นอย่างนี้ชั้นไม่บิ้ดพลิ้วสัญญาหรอกค่ะ "
            ' ทานอาหารปกติก็ได้สินะ.. อืมๆ '

            เมเมะยิ้มบางๆ ก่อนจะหยิบน้ำทานจนหมดแล้วลุกขึ้นเดินนำออกไป
แต่แทนที่จะเปิดประตูออกไปทันที เธอกลับยืนค้างเอาไว้แล้วค่อยๆหันหลัง
กลับไปช้าๆ...

            " อีกอย่าง เธอต่างหาก เมกะจัง .... อย่าหนีไปซะก่อนละ ... ฮึฮึฮึ "

            เมเมะแกล้งทำหน้าสยอดสยองแล้วก็เดินออกไปเงียบๆ..

เมกะได้ซะดุ้งโหยงด้วยความสยองเล็กน้อยก่อนที่จะรีบเดินตามเมเมะออกมาก่อนที่จะโดนทิ้งไว้ที่ห้อง

ไม่นานนักพวกเธอก็ได้เดินออกมาที่ด้านนอกลานอาบแดดด้านบนสุดของตัวยานที่เปิดกว้างรับลมทะเลด้านบนนี้ ภายในระแวกนั้นก็มีนักเดินทางคนอื่นๆอยู่ด้วยจำนวนนึงเช่นกันทำให้พวกเธอไม่รู้สึกว่าถูกนำมาทิ้งกลางทะเลสองคน

-:- Character Event
1) หยุดตรงจุดนี้
2) เดินไปจุดอื่นบนเรือต่อ


[ 1 ]

            " ..... "

            เมเมะไม่ได้สนใจผู้โดยสารคนอื่นเป็นพิเศษ เธอเดินไปยังขอบเรือแล้วเหม่อมอง
ออกไปยังเบื้องหน้าของผิวน้ำ พลางรับลมเย็นๆเงียบ

            ' อากาศสดชื่นดี.. '
            ' จะว่าไป..เรามาทะเลครั้งสุดท้ายมันเมื่อไหร่กันน้อ.. '

            ระหว่างที่รับลมเธอก็คิดเรื่องของบ้านเกิดไปด้วย แม้จะจากมาแค่ไม่กี่วันแต่รู้สึก
ราวกับจากมาเป็นปี

            " ...อืม "
            ' ลมเย็นดีจังน้า '

. . . ขณะที่กำลังยืนรับลมอยู่นั่นเองเมเมะก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศรอบๆตัวเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย นั่นก็คือไม่มีเมกะมายืนจดๆจ้องๆเธออยู่ข้างๆเสียแล้วในตอนนี้

เมื่อเมเมะได้ค่อยๆหันกลับมามองรอบๆตัวของเธอพักนึงเธอก็ได้เหลือบไปเห็นกับผมยาวบลอนด์สีอ่อนๆที่ยาวเหลือบออกมาแอบอยู่หลังประตูห้องน้ำบนดาดฟ้านี้


            " ......... "

            เมเมะยิ้มออกมาบางๆ ก่อนที่เธอจะเดินไปหาตัวผู้ร่วมทาง[อีกคน]ของเธอ โดยทิ้ง
เรื่องความรู้สึกโฮมซิกไว้เบื้องหลัง
            เมเมะเธอค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ๆประตูอย่างเงียบๆ เพราะไม่รู้ว่าเด็กสาวกำลังแอบ
ซ่อนตัวจากเธอหรือกำลังเข้าห้องน้ำ. . .? แต่ถ้าแบบนั้นก็น่าจะบอกกันก่อน
            
            " นี่~ "

            เธอหยุดอยู่ใกล้ๆประตูก่อนส่งเสียงเรียกดู



ฟุโรโกะ เอริกะ : !!!

เด็กสาวได้สะดุ้งเล็กน้อยก่อนที่จะพยายามหลบตัวเองเข้าไปอีกอย่างไม่ค่อยจะเนียนซักเท่าไรนักเมื่อได้ยินเสียงของเมเมะเรียกขึ้นมา


            ' อีแบบนี้เมกะจังเบื้องหลังจริงๆด้วยสิ '
            ' หลบหน้าเราตลอดเลย เอาไงดีนะ อยากสนิทด้วยจัง '

            เมเมะใช้เวลาคิด 0.5 วิ ก่อนจะใช้อีก 0.5 วิ คิดต่อไปว่า

            ' อืม... สำหรับเด็กกลัวคนแบบนี้ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายนึงเข้าไปหาสินะ..แต่จะให้เราเข้าหา
เด็กผู้หญิงตรงๆก็... เธอก็ดูอายุไล่เลี่ยกับเราด้วยสิ..มั้งนะ? '
            
            ..............อืม
            เมเมะคิดและตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เธอยิ้มหน้าตายแล้วกระชากประตูออกแ*มเลย(ฮา)
            
            " เมกะเบื้องหลังจัง~ เอริจัง~ เจอตัวแล้วจ้า~ "

ใบหน้าที่ตกตะลึงของเด็กสาวได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าของเมเมะ สีหน้าที่ตื่นตูมของเธอได้จดจ้องมาที่เมเมะอย่างตกใจก่อนที่เธอจะหันหลังเข้ากำแพงเหมือนกับพวกกระต่ายซ่อนตัวเพราะคิดว่าเมเมะก็คงจะไม่เห็นเธอด้วย. . . แต่ไม่นานนักเธอก็ได้ค่อยๆหันกลับมาอย่างช้าๆมาทางเมเมะและยืนสั่นอยู่ที่เดิมโดยที่ไม่พูดอะไรออกมาเลยแม้แต่คำเดียว


            ' กลัวอะไรขนาดนั้น..(เหงือตก) สั่นเป็นลูกแมวเชียว....เห้ยๆ สั่นแรงไปมั้ยคะสั่นหรือชักกระตุกนั่น '

            ลูบๆ
            เมเมะลูบหัวเธอเบาๆเหมือนลูบหัวแมว(ที่บ้าน)จากนั้นก็จับมือเมกะเบาๆแล้วออกแรงดึง

            " ไปดูทะเลด้วยกันเถอะ ^  ^ "

ตัวของเด็กสาวถูกเมเมะดึงตามไปด้วยอย่างง่ายดายพร้อมๆกับหน้าหมวกของเธอที่ได้ต้านแรงลมและเปิดขึ้นเหมือนกับตัวของเด็กสาวเองที่กำลังจะออกไปเปิดโลกกว้างของเธอด้วยเช่นกัน

ฟุโรโกะ เอริกะ : . . . . .

ที่ริมขอบระเบียงเปิดด้านบนเรือนี้ได้เผยให้เห็นวิวด้านล่างที่เป็นทะเลที่สวยงาม รวมทั้งในวันที่ท้องฟ้าปลอดเมฆแบบนี้ทำให้แสงอาทิตย์ยามเย็นแสดสะท้อนกับพื้นน้ำจนเป็นระยับขึ้นมาเป็นวิวที่สวยงามอย่างมาก

เด็กสาวที่ขนาดตัวพอๆกับเมเมะได้ยืนนิ่งลงจากเดิมข้างๆกันพร้อมกับได้มองลงไปที่วิวด้านล่างอย่างประทับใจ แววตาที่เบิกโพลนกว้างและริมฝีปากที่อ้าออกอย่างตกตะลึงเหมือนกับคนที่เพิ่งเคยจะพบกับสิ่งภายนอกที่สวยงามแบบนี้ครั้งแรกได้ทำให้บรรยากาศรอบๆนั้นกลืนไปกับความไร้เดียงสาของสาวน้อยผมบลอนด์คนนั้นเลยทีเดียว

ดูเหมือนว่าเธอจะไม่มีปัญหาเรื่องกลัวความสูงหรือเมาเรือแต่อย่างใด แต่กระนั้นจนถึงตอนนี้เธอก็ไม่ได้พูดอะไรเลยออกมาแม้แต่คำเดียว. . .


            ' ...อึ้งไปเลยสินะ ฮึฮึ '

            เมเมะเหลือบมองอาการของคนข้างๆพลางยิ้มอย่างสำเร็จในใจ จากนั้นเธอก็หันไป
มองผิวน้ำแล้วรับลมทะเลต่อบ้าง

            " อากาศดีจริงๆนั่นแหละน้า.. "

ฟุโรโกะ เอริกะ : อื้อ . . .

เด็กสาวได้ตอบกลับมาอย่างบางเบาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนของเธออย่างลืมตัว ก่อนที่เธอจะได้แสดงท่าทีตกใจขึ้นและปิดปากตัวเองลงก่อนที่จะลงไปนั่งมุดกอดเข่าโดยหันหลังให้กับเมเมะซะแทน


            " ฮะฮะ~ "

            เมเมะมองท่าทางนั้นแล้วหัวเราะ ช่างเถอะไม่ว่าใครก็ต้องใช้เวลาละนะ

            " อีกสักพักเลยละนะกว่าจะถึง แต่อย่างน้อยๆก็น่าจะปลอดภัยแล้วละค่ะ "

            เธอพูดลอยๆไม่รู้ว่าคนที่นั่งขดตัวอยู่นี่จะได้ยินหรือเปล่า ก่อนจะหันหลัง
กลับแล้วก็เดินไปทางห้องพัก เพราะออกมารับลมเสร็จแล้ว แล้วก็ขี้เกียจสำรวจเรือ
แล้วด้วย

            " ทั้งสองคนจะรับลมอีกสักพักก็ได้นะคะเมกะจัง ชั้นจะรออยู่ที่ห้องนะ "

            อย่างน้อยก็ไม่ได้เกลียดเราละนะ โล่งอก..

หมับ !! ฝ่ามือเล็กๆได้พยายามตะกายเกาะขาของเมเมะไว้อย่างรวดเร็วในท่านั่งพับเพียบอย่างเรียบร้อยและสวยงาม พร้อมกับใบหน้าของเด็กสาวที่น้ำตาคลอเบ้าและสะอึกสะอื้นเล็กๆเหมือนกับว่าไม่อยากโดนทิ้งไว้คนเดียวตรงนี้


ฉึบ

            " ...อุ้ย "

            อยู่ๆก็ขยับขาขวาไม่ได้ พอหันกลับไปก็เจอสาวน้อยในท่านั่งสุดเรียบร้อยเกาะขา
อยู่ แถมยังน้ำตาคลอเบ้าอีกต่างหาก

            " ...แหม แหม "

            เมเมะหลุดขำอยางอ่อนใจ เธอเดินกลับมายืนข้างๆเด็กสาวเงียบๆในจุดเดิม แล้วก็
หลับตารับลมทะเลต่อไปโดยไม่ได้พูดอะไรด้วยสีหน้ายิ้มๆ

เด็กสาวได้เกาะแขนของเมเมะไว้หลวมๆเหมือนกับไม่ยอมให้เมเมะไปไหนโดยทิ้งเธอไว้ตัวคนเดียว แต่ระหว่างที่ยืนอยู่นั้นเธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยแม้แต่คำเดียว

หลังจากที่ยืนดูวิวกันได้พักใหญ่ๆแล้วนั้นอากาศรอบๆก็เย็นลงและมืดลงเรื่อยๆทีละนิด พวกเธอคงจะอยู่กันที่ด้านนอกแถวๆนี้นานมากแล้ว


ตึกตัก..

            " ...... "

            พอ.... พอลองมาคิดๆดูแล้ว การที่มีเด็กผู้หญิงอายุไล่เลี่ยกันมาเกาะแขนขานี่มัน..
            เมเมะคิดพลางรู้สึกว่าหน้าเริ่มจะแดงขึ้นมาหน่อยๆ.. ก่อนจะสังเกตว่าคงเป็นเพราะบรร-
ยากาศรอบด้านเริ่มที่จะเย็นขึ้นมาหน่อยๆแล้ว แสดงว่าใกล้ถึงเวลากลางคืนแล้วเป็นแน่

            " เริ่มมืดแล้วนะคะ.. "

            พอลองพ่นลมหายใจก็เป็นไอจางๆถึงจางมากหน่อยๆ แต่ก็พอรู้ว่าอากาศตอนกลางคืน
ของโลกนี้็ก็เย็นทีเดียว คล้ายๆญี่ปุ่นอยู่หน่อยๆ..

            " กลับห้องกันดีกว่า..เนอะ? "

            เมเมะหันไปพูดกับเมกะ แล้วก็ยิ้มให้อย่างเป็นมิตรก่อนจะหันไปมองมือที่จับอยู่แว่บนึง
แล้วยิ้มแหย่ๆบอกต่อไปว่า

            " คือว่านะคะ.. เมกะจัง ผ่อนคลายกว่านี้สักหน่อยก็ได้นะ "
            " ที่นี้ไม่มีใครทำอะไรเธอหรอกค่ะ หรือต่อให้มี.. "

            เมเมะยกมือข้างนึงขึ้นมาทุบอกตนเองเบาๆแล้วบอกกับเด็กสาวว่า

            " ในฐานะเพื่อน ชั้นจะปกป้องพวกเธอเอง "

            พูดจบเธอก็ยิ้มอย่างภูมิใจ

เด็กสาวยังคงเกาะแขนของเมเมะไว้หลวมๆโดยไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเลย แต่ก็ยอมเดินกลับไปที่ห้องด้วยกันอย่างว่าง่าย

ไม่นานนักทั้งสองก็ได้กลับมาถึงห้องพักแต่เมกะก็ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยแขนของเมเมะไปเลยแม้แต่น้อย

ฟุโรโกะ เอริกะ : อย่าทิ้งเรานะ. . .

เด็กสาวได้พึมพำออกมาจนแทบจะไม่ได้ยินเสียงของเธอเลย. . .


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
ปลาหมึก
โพสต์ 19-9-2013 00:54:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 25-9-2013 07:33






เมื่อเอกิสได้ลงมาถึงด้านล่างนั้นเขาก็พบว่าด้านล่างเหมือนกับแหละควบคุมข้อมูลอะไรซักอย่างที่มีคอมพิวเตอร์นับร้อยตัวเรียงรายอยู่และยังทำงานอยู่ด้วย แถมยังมีทางลงไปต่อที่ด้านล่างอีก !!

แต่ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้ก้าวต่อไปนั้นเขาก็ได้ถูกหยุดลงไว้เสียก่อนด้วยร่างเงาดำที่ปรากฏขึ้นมาด้านหน้าของเขา



? ? ? : นั่นคิดว่าเจ้ากำลังจะไปไหนน่ะ ? เจ้ามนุษย์


เอกิสหันหลังกลับไปมองที่ต้นเสียง ''ไปข้างล่างไงละดูท่าทางจะมีอะไรสำคัญบางอย่างอยู่ละสิถึงได้มีคนดูแลขนาดนี้และเจ้าเป็นใครกันละผู้ดูแลที่นี้งั้นหรือ??'' เอกิสไม่คิดที่จะประมาณเจ้าตัวที่อยู่ตรงหน้าเขาเอามือจับไว้ที่ดาบพร้อมกับใช้ Defiance ขั้นที่ 1 ถ้ามันโจมตีเข้ามาเขาจะได้ตั้งรับทัน



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----loooooloooooloooooX )

Defiance Lv1

Str : A (+ Defiance) ( = S )

? ? ? : เสียมารยาทจริงๆนะ. . . ข้าเป็นคนริเริ่มแผนการนี้ต่างหาก

มันได้ตอบกลับมาด้วยเสียงเรียบๆพลางจับจ้องมองมาทางชายหนุ่มอย่างไม่ละสายตา

? ? ? : ถ้าข้าบอกว่าข้าจะไม่ให้เจ้าเข้าไปลึกกว่านี้ล่ะ ?


เอกิสยิ้มที่มุมปาก ''มันก็เป็นไปไม่ได้อะนะข้ามาถึงขนาดนี้แล้วก็คงต้องไปต่อ'' ดูท่าทางแล้วเขาก็คงมีทางเดียวหากอยากจะลงไปต่อก็มีแต่จะต้องสู้กับเจ้าตัวที่อยู่ข้างหน้าเท่านั่น เอกิสไม่รอช้าชักดาบราชาอสูรคลั้งพร้อมกับใช้ Defiance ขั้นที่2 แล้วฟันไปที่เจ้าตัวที่อยู่ข้างหน้า



สถานะ : Bleeding ( เลือดจะไหลออกเรื่อยๆหากไม่ได้รับการรักษา )

AS : ( X-----l-----l-----l-----l---ooloooooloooooloooooX )

Defiance Lv2

Str : A (+ Defiance) ( = S )
Agi : B (+ Defiance) ( = A )

ควับ !! ร่างเงานั้นได้ถูกฟันกระจายออกไปราวกับว่าเป็นธาตุอากาศก่อนที่มันจะได้กระชวกแขนของมันสวนเข้าใส่เอกิสจากร่างกายที่ค่อยๆรวมตัวกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง ด้วยความเร็วของเอกิสแล้วทำให้เขาสามารถหลบจุดสำคัญออกทันจนเกิดเป็นแค่รอยถากลึกๆแทน

? ? ? : เจ้าพวกมนุษย์เอย. . . จงถูกฝังอยู่ใต้ดินไปชั่วนิรันต์เถอะ !!

เมื่อมันกล่าวจบแล้วนั้นมันก็ได้กระชากมือนั้นกลับมาก่อนที่จะได้รวมตัวกันกลับเป็นกลุ่มก้อนเงาเหมือนเดิม


อ้ากก เอกิสถอยหลังไปชิดกำแพง เขามองไปที่แผลที่โดนฟัน 'ดูท่าเลือดจะไม่หยุดไหลคงต้องรีบทำอะไรสักอย่างแล้วถ้าปล่อยไปแบบนี้เราตายแน่'
แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก ''ฉันว่าคนที่จะถูกฝังอยู่ใต้ดินนี้คงจะไม่ใช่ฉันแล้วมันต้องเป็นแก !!!'' เอกิสใช้ Defiance ขั้นที่3
'ถ้าจะหนีตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้วมีแต่ต้องเสี่ยงแล้ว' เอกิตะโกนขึ้น Limit Break!!! มีคลื่นออร่าสีดำออกมาจากตัวของเอกิส
เขาไม่รอช้ารีบพุ่งไปข้างหน้าเงานั่นเพราะเขารู้ดีว่า Limit Break อยู่ได้ไม่นานหากไม่สามารถล้มเจ้าเงาดำนั่นได้ฝ่ายที่ตายก็คงต้องเป้นเขาอย่างแน่นอน 'สภาพเราตอนนี้อยู่ได้ไม่นานแน่ต้องเสี่ยงฟันจุดอ่อนของมันให้ได้และหวังฟันมันเพื่อมาฟื้นฟูตัวเอง'
เมื่อเอกิสพุ่งมาอยู่ข้างหน้าเงานั้น เขาใช้Limit Break Lv1 : Braver เพื่อที่จะเปิดช่องว่างของเงานั่น แล้วตามด้วย infinity Edge เพื่อเขาจะต้องฟันจุดอ่อนของมัน



สถานะ : Bleeding

AS : ( X-----l-----l---ooloooooloooooloooooloooooloooooX )

Defiance Lv3
Limit Break Lv1

Str : A (+ Defiance) ( = S )
Agi : B (+ Defiance) ( = A )

The of Eye Truth (Limit Break Lv1)

ร่างเงานั่นได้ถูกฟันจนกระจายออกไปราวกับว่ามันเป็นเพียงแค่กลุ่มควัญเท่านั้น ทำให้การโจมตีของเอกิสนั้นไม่เป็นผลเลยแม้แต่น้อย

ในขณะที่ร่างนั้นกระจายออกไปนั่นเอง !! เอกิสก็ได้มองเห็นข่ายเวทย์มนต์บางอย่างบนพื้นที่เขาไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ในครั้งแรก ไม่นานนักร่างเงาของปีศาจด้านหน้าก็ได้ปรากฏขึ้นเหนือวงแหวนเวทย์นั้นก่อนที่ร่างของมันจะรวมตัวกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้งนึงพร้อมกับวงแหวนเวทย์ที่ได้ค่อยๆหายไปอย่างช้าๆ

? ? ? : เปล่าประโยชน์ !! มนุษย์หน้าไหนก็ฆ่าข้าไม่ได้ !!

เมื่อมันกล่าวจบแล้วนั้นมันก็ได้กระชากแขนที่คมกริบของมันออกมาอีกครั้งหมายจะแทงตรงเข้ามายังร่างของเอกิส !!


เอกิสหลบแขนเจ้าเงาดำได้แบบฉิดเฉียว 'ถ้าเป็นความเร็วของเราปกติน่าจะหลบได้สบายกว่านี้' เขาสังเกตเห้นว่าข่ายเวทย์มนต์บนพื้นปรากฏร่างเงาของปีศาจก่อนมันจะกลางเป็นเหมือนเดิม 'ดูเหมือนว่านั่นคงจะเป็นร่างจริงของมันแน่ ถ้าจะฆ่ามันให้ตายก็มีแต่ตอนนั่นถ้าฆ่ามันไม่ตายในดาบเดียวคงไม่มีโอกาศได้ทำแบบนี้อีกเป็นครั้งที่สองแน่'เอกิสยืนสงบอยู่กลางห้องเขารวบรวมพลังไว้ที่ดาบราชาอสูรจนเห็นได้ชัดเพราะตอนนี้ออร่าสีดำจากตัวของเอกิสได้ไปรวมที่คมดาบจนคมดำในตอนนี้มีสีดำสนิท
ตอนนี้เขาได้แต่รอและรอข่ายเวทย์มนต์ปรากฏในที่สุดข่ายเวทย์มนต์ก็ปรากฏขึ้น ''ตรงนั่น Braver!!''



สถานะ : Bleeding

AS : ( X-----l-----l-ooooloooooloooooloooooloooooloooooX )

Defiance Lv3
Limit Break Lv1

Str : A (+ Defiance) ( = S )
Agi : B (+ Defiance) ( = A )

ควับ !! วงแหวนเวทย์นั่นได้ถูกตัดขาดออกไปอย่างง่ายดายพร้อมกับร่างเงานั่นที่ได้ค่อยๆสลายออกไปอย่างกระจัดกระจาย !! เงานั่นได้ค่อยๆกระจายออกไปทั่วห้องจนห้องนั้นค่อยๆมืดลงเรื่อยๆก่อนที่มันจะได้หายไปอย่างสิ้นเชิงและปรากฏร่างของชายหนุ่มผู้นึงที่ออกมาจากเงาที่กระจายออกไปนั่น



? ? ? : หึ !! ไม่เลวที่ทำลายเกราะเงาของข้าออกไปได้. . . แต่เมื่อเจ้าได้เห็นร่างนี้แล้วมันคงจะมีเหลือแค่ทางเดียวเท่านั้น

รอยแผลบนร่างของเอกิสได้ทรุดหนักลงเรื่อยๆเมื่อร่างของชายหนุ่มปริศนาคนนี้ได้ปรากฏตัวขึ้น เหมือนกับว่าดาบสีแดงฉานในมือของเขานั้นมันกำลังเรียกร้องเลือดที่ไหลรินของเอกิสอยู่


'อะไรกัน!?!?ทำไมเลือดมันไหลมากกว่าเดิมหรือเป็นเพราะดาบของมันงั้นหรอดูท่าต้องรีบแล้ว' เอกิสไม่สามารถจะสู้ได้นานกว่านี้แล้ว
''หือ ทางเดียวที่ว่าคงจะเป็นแกที่ตายสินะ !!'' Defiance ขั้นที่ 4 Limit Break Lv3 : Blood For Blood เลือดที่ไหลออกมาจากตัวของเอกิส
ได้กลับเข้าที่บาดแผลที่เปิดอยู่จากนั่นมันเรื่มปิดด้วยตัวเอง หากดูภายนอกมันอาจจะรักษาตัวเองแต่ภายในไม่ใช่แบบนั่นเลือดนั่นพร้อมจะทะลักมามากกว่าเดิมหากเอกิสไม่สามารถโค่นศัตรูที่อยู่ตรงหน้า 'ตอนนี้มีแค่ตายหรือว่าชนะสินะ' ตาของเอกิสตอนนี้กลายเป็นสีแดงดั่งโลหิตของเขาที่เคยไหลออกมา เขาไม่รอช้าพุ่งเข้าไปข้างหน้าของศัตรูที่อยู่ตรงหน้า infinity Edge !!



สถานะ : Bleeding

AS : ( X---ooloooooloooooloooooloooooloooooloooooloooooX )

Defiance Lv4
Limit Break Lv3

Str : A (+ Defiance) ( = S* ) ( + Blood for blood ) ( = Ex )
Agi : B (+ Defiance) ( = A* ) ( + Blood for blood ) ( = Ss )
Vit : C ( + Blood for blood ) ( = S )
Int : D ( + Blood for blood ) ( = A )
Dex : E (+ Defiance) ( = C* ) ( + Blood for blood ) ( = S )

The of Eye Truth

ดาบของเอกิสได้กระหน่ำฟันลงที่เป้าหมายด้านหน้าอย่างรุนแรงและรวดเร็วอย่างนับไม่ถ้วน !! แต่ฝ่ายตรงข้ามนั้นก็ไม่น้อยหน้าและปัดคมดาบของเอกิสออกไปราวกับมองเห็นมันทั้งหมดอยู่แล้วจนเอกิสนั้นไม่สามารถฟันลงที่เป้าหมายได้เลยแม้แต่ดาบเดียว !!

เสื้อเกราะเบาที่ไร้รอยต่อบนร่างกายของเป้าหมายด้านหน้าไม่น่าจะใช่ปัญหาสำหรับเอกิสเท่าไรนัก เขาน่าจะฟันมันขาดลงได้ง่ายๆถ้าเขาสามารถลงดาบเข้าที่เป้าหมายได้ แต่ว่าจุดอ่อนเพียงจุดเดียวก็คือหัวของเป้าหมายนั้นก็เป็นจุดเล็กๆที่โจมตีเข้าไปยากเช่นกัน ทำให้เอกิสไม่สามารถที่จะทำความเสียหายได้ดังที่คาดไว้นัก

ควับ !! ศัตรูด้านหน้าไม่ได้รอช้าแม้แต่น้อย ทันทีที่เอกิสหยุดเพลงดาบสุดท้ายของเขาลงมันก็ได้ฟันสวนกลับมาอย่างรวดเร็วทันที !! แต่ด้วยความเร็วและพละกำลังของเอกิสในตอนนี้ทำให้เขาสามารถรับดาบไว้ได้ไม่ยากนัก แต่กระนั้น !! มันก็ยังสร้างรอยแผลบาดเล็กๆไว้ที่ข้อแขนของชายหนุ่มเองด้วยเช่นกันแม้ว่าเขาจะรับดาบนั้นได้แล้วก็ตาม !!


'ปัดได้หมดเลยงั้นหรอ !! เวลาตอนนี้ก็เหลือไม่มากแล้วถ้ายังแบบนี้อีกเราตายแน่' เอกิสมองศัตรูที่อยู่ตรงหน้าเพื่อที่จะหาจุดอ่อน
'ดูเหมือนว่าที่หัวเป็นจุดอ่อนที่เดียว เข้าไปฟันตรงๆก็คงจะไม่ได้ดูถ้าจะต้องอาศัยช่องว่างเพียงนิดเดียวและที่เดียวสินะ'
เอกิสพุ่งเข้าหาศัตรูที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเร็วแล้วฟันที่ลำตัวของเป้าหมาย พร้อมกับรอจังหวะที่จะใช้ Braver เพื่อฟันหัวของเป้าหมาย



สถานะ : Bleeding

AS : ( X-ooooloooooloooooloooooloooooloooooloooooloooooX )

ควับ !! คมดาบที่รวดเร็วของเอกิสนั้นได้เฉียดเข้าที่ใบหน้าของเป้าหมายด้านหน้าจนเป็นรอยดาบขึ้นมาเล็กน้อย ในขณะเดียวกันดาบที่มันได้ใช้รับดาบของเอกิสที่ลำตัวนั้นก็ได้ฟันแลกผ่านเข้ากับตัวของเอกิสด้วยเช่นกัน แต่ด้วยพลังของดาบของเอกิสนั้นทำให้ดาบนั่นถูกชักออกไปก่อนจึงทำให้เกิดเป็นรอยแผลเล็กๆเท่านั้น

เลือดของมันได้พุ่งกระจายออกมาจากรอยแผลเล็กๆนั่นจนมันได้ผงะออกไปเล็กน้อย รวมทั้งเลือดของเอกิสเองก็เช่นกัน แต่มันไม่ใช่ผลจากพลังของชายหนุ่มแต่เหมือนว่าจะเป็นผลจากดาบของเป้าหมายด้านหน้าที่มาแตะตัวเขาเข้าเมื่อครู่มากกว่าจนทำให้เลือดของเขาไหลทะลักออกมาจากรอยแผลเล็กๆนั่นเช่นกัน

1) ถอยกลับ
2) เข้าซ้ำ
3) อื่นๆโปรดระบุ


[3]เข้าซํ้าและแย่งดาบจากศัตรู
'ดูเหมือนดาบนั่นจะทำให้เลือดเราไหลไม่หยุด คงต้องแย่งมันเพื่อตัดปัญหาเวลาเราโดนฟันเลือดจะไหลไม่หยุด ต้องรีบแล้วเวลาไม่มีแล้ว'
เอกิสฟันใส่ดาบของเป้าหมายด้านหน้าแบบรุนแรงเพื่อหวังที่ดาบของมันจะกระเด้นออกจากมือแล้วทำการแย่งมันและสังหารมันลงทันที



สถานะ : Bleeding

AS : ( X-ooooloooooloooooloooooloooooloooooloooooloooooX )

Defiance Lv4
Limit Break Lv3

Str : A (+ Defiance) ( = S* ) ( + Blood for blood ) ( = Ex )
Agi : B (+ Defiance) ( = A* ) ( + Blood for blood ) ( = Ss )
Vit : C ( + Blood for blood ) ( = S )
Int : D ( + Blood for blood ) ( = A )
Dex : E (+ Defiance) ( = C* ) ( + Blood for blood ) ( = S )

The of Eye Truth

จากสภาพด้านหน้าหากเป็นคนธรรมดานั้นเอกิสคงจะสามารถปลิดชีพเป้าหมายด้านหน้าได้ในดาบเมื่อครู่แล้ว !! แต่ดูเหมือนว่ามันยังคงพอมีเรี่ยวแรงเหลือและปัดดาบของเอกิสกลับมาอยู่บ้างในตอนนี้ !!

? ? ? : หึ. . . คมดาบของเจ้าช่างร้ายกาจนัก !! ข้าคงจะปล่อยเจ้าเอาไว้นานไม่ได้แล้ว !!

มันได้ยิ้มกริ่มขึ้นก่อนที่จะได้พุ่งเข้ามาในทางด้านหน้าและแทงดาบลงมาที่เอกิสทันที !!

เปรี๊ยะ !! พื้นที่การต่อสู้ได้แตกลงเล็กน้อยก่อนที่มันจะค่อยๆพังทะลายลงไปอย่างช้าๆจากการต่อสู้ของทั้งสองเมื่อครู่นี้

1) ขึ้นด้านบน
2) ลงตามรอยแตกด้านล่าง
3) อื่นๆโปรดระบุ


[3]แทงดาบกลับและลงไปตามรอยแตกด้านล่าง
เอกิสรับดาบของศัตรูแล้วแทงสวนกลับหวังจะปลิดชีพฝ่ายตรงข้ามก่อนที่เขาจะลงไปตามรอยต่อด้านล่างเพื่อหนีที่ก่อนที่พื้นจะพังลงมา



สถานะ : Bleeding

AS : ( X-----l-----l-----l-----loooooloooooloooooloooooX )

Defiance Lv4
Limit Break Lv3

Str : A (+ Defiance) ( = S* ) ( + Blood for blood ) ( = Ex )
Agi : B (+ Defiance) ( = A* ) ( + Blood for blood ) ( = Ss )
Vit : C ( + Blood for blood ) ( = S )
Int : D ( + Blood for blood ) ( = A )
Dex : E (+ Defiance) ( = C* ) ( + Blood for blood ) ( = S )

Bloodbath

ดาบที่แทงแลกกันกลางอากาศในขณะที่ทั้งคู่กำลังตกลงไปนั้นทำให้ศัตรูด้านหน้ายิ้มอย่างมีเลศนัยออกมา แต่ยังไม่ทันที่มันจะได้พูดอะไรนั้นความสามารถของมันก็ได้ค่อยๆหายไปอย่างช้าๆพร้อมกับร่างกายของเอกิสที่ค่อยๆฟื้นฟูตัวเองขึ้นมา !!

ตึง !! ร่างของทั้งสองได้ตกลงมาสู่ชั้นล่างนับหลายชั้นก่อนที่หมอกพิษจากด้านบนจะได้หลุดร่วงโรยลงมาด้วยทีละนิดๆ แต่ด้วยรังศีฆ่าฟันของเอกิสในตอนนี้ทำให้สภาพอากาศรอบๆตัวของเขาตัดขาดจากชั้นบรรยากาศภายนอกและกลุ่มควัญพิษนั่นออกไปได้ !!

? ? ? : อึก !!

มันได้ค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างช้าๆหลังจากพบว่าความสามารถของมันได้หายไปหมด คงเหลือไว้แค่ความสามารถบนดาบที่มันถืออยู่เท่านั้น !!


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 16-9-2019 17:49 , Processed in 0.164547 second(s), 22 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้