Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: tesstrossa

[Play] Role play : The world ~ Celestia ~ *Revive*

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 22-9-2013 13:17:52 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 30-9-2013 10:42





โทคิที่เห็นสีหน้าและท่าทางของ โนอาร์ จึงรู้สึกได้ว่าเหมือนจะพูดเรื่องที่โหดร้ายเกินไป

โทคิ : หรือว่าเธอจะมีคนรู้จักอาศัยอยู่ที่ละแวกนั้น

โทคิถามโนอาร์ด้วยความเป็นห่วง

มิโกะสาวได้แต่ยิ้มรับโทคิบางๆโดยไม่ได้ตอบอะไรกลับมาก่อนที่เธอจะได้ไปเก็บไม้กวาดของเธอที่ห้องเก็บพัศดุข้างๆของโบสถ์และเดินกลับเข้าไปอย่างเงียบๆ

-:- ช่วงเวลากลางคืน

ไม่นานนักท้องฟ้าของวันก็ได้ค่อยๆมืดลงเรื่อยๆบ่งบอกว่าเป็นเวลาที่สายมากแล้วในวันนี้


โทคิไม่ได้พูดอะไรขณะที่โนอาร์เดินจากไปอย่างเงียบๆ ก่อนที่จะหันขึ้นไปดูท้องฟ้าและเดินกลับเข้าไปในโบสถ์

-:- เวลาช่วงกลางคืน

หลังจากที่โทคิได้กลับเข้ามาในโบสถ์นั้นเวลาก็ผ่านไปจนดึกมากแล้ว ดูเหมือนว่าโนอาร์และแซนค์ตั้มนั้นจะได้แยกย้ายไปยังห้องตัวเองกันหมดแล้ว จนตอนนี้เหลือแค่ซาอุ กอนแกนใกล้ๆนี้เท่านั้นที่โทคิสัมผัสได้


โทคิสังเกตเห็น ซาอุ กอนแกน ก่อนจะเดินเข้าไปลูบหัว แล้วเดินหนีออกมาเพื่อพักผ่อน

ซาอุ กอนแกน : เห้ยยยย !!! ทำอะไรของเธอว์ !!

เจ้าปีศาจได้โวยวายขึ้นเล็กน้อยก่อนที่มันจะได้ตามโทคิเข้ามาภายในห้องอย่างงุนงงเล็กน้อยและนั่งหลบลงที่มุมห้องและหลับลงไป

~ Day 4 ~

-:- ช่วงเวลาเช้า

โทคิได้ค่อยๆตื่นขึ้นอีกครั้งภายในโบสถ์ที่เธอได้มาพักชั่วคราว ดูเหมือนว่าตอนนี้เหตุการณ์ภายในตัวเมืองน่าจะสงบอยู่เธอคงจะสามารถหาข้อมูล , เตรียมตัวในช่วงขณะนี้ได้โดยไม่มีอะไรมารบกวน


โทคิ : ซาอุ กอนแกน ก่อนจะเดินทางกันต่อพวกเราเข้าไปหาสเบียงในเมืองกันเถอะ

โทคิเสนอให้ ซาอุ กอนแกน ไปเดินจ่ายตลาดด้วยกันก่อนที่จะลงไปข้างล่างที่โบสถ์

ซาอุ กอนแกน : หือ ?

เจ้าปีศาจได้ค่อยๆลุกขึ้นมาก่อนที่จะเดินตามโทคิออกมาด้านนอกอย่างงงๆเล็กน้อย เพราะมันคงไม่ร้ว่าออกจ่ายตลาดนี่เขาทำอะไรกันบ้าง

-:- บริเวณตัวเมือง



ไม่นานนักโทคิและซาอุ กอนแกนก็ได้ย้ายมายังลานกลางเมืองที่เคยผ่านมาในครั้งแรก


โทคิ : อืมก็คงซื้อพวกสเบียงและขนมปังเท่าที่หาซื้อได้ละนะ

โทคิคุยกับ ซาอุ กอนแกน พลางเลือกซื้อของกินไว้ยามเผื่อ

โทคิ : เมืองนี้อย่างน้อยก็น่าจะมีร้านอาหารวุธนะ ...

โทคิเดินหาร้านอาวุธในตัวตอนซื้อของกิน

ซาอุ กอนแกนได้เดินตามโทคิมาเป็นระยะๆผ่านย่านการค้า แต่แล้วโทคิก็พบว่ากระเป๋าเงินของเธอมันช่างกลวงโบ๋เสียเหลืองเกินทำให้เธอไม่น่าจะซื้อเสบียงได้มากมายหรืออาวุธได้ซักชิ้นในตอนนี้


โทคิ : อืม ปัญหามันก็ไม่ใช่อยู่ที่เงิน

โทคิใช้เงินจํานวนทั้งหมดซื้อสเบียง

-:- ได้รับไอเท็ม


ไม่นานนักโทคิก็ได้ใช้เงินก้อนสุดท้ายทั้งหมดซื้อเสบียงสำเร็จรูปมาจากร้านอาหารจีนร้านเดิม


โทคิเก็บเสบียงและเริ่มเดินตามหาร้านอาวุธอีกครั้ง

ไม่นานนักโทคิก็ได้มาหยุดลงที่หน้าร้านขายอาวุธร้านนึงที่มีป้ายรับจ้างด้านหน้าด้วย แต่บรรยากาศด้านในนั้นดูแปลกๆชอบกลจนไม่น่าเข้าไปซักเท่าไรนัก


โทคิเอามือเปิดประตูร้านก่อนจะค่อยๆเดิมเข้าไป

-:- ภายด้านในร้านแห่งนึงในเมือง Capialaros



เมื่อโทคิได้เข้ามาด้านในนั้นเธอก็พบกับชายหนุ่มเจ้าของร้านคนนึงที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่เคาร์เตอร์ ส่วนด้านข้าวของภายในร้านนั้นดูคล้ายคลึงกับร้านขายของชำเสียมากกว่าร้านขายอาวุธ



โทคิ : หืมที่นี่มันร้านขายของชําเสีย อย่างงั้นเหรอนึกว่าจะร้านอาวุธซักอีก

โทคิพูดบ่นกับตัวเองไปงั้นๆ พลางเดินดูของที่วางไว้ในร้าน

? ? ? : ไม่เสียซะหน่อยแน่ะ

ชายหนุ่มเจ้าของร้านได้เอ่ยขึ้นในท่าทีตกใจเล็กน้อยที่โดนหาว่าของเสียซะงั้น

? ? ? : แล้วจะซื้ออาวุธอะไรล่ะ ?


เสร็จสิ้น
โพสต์ 22-9-2013 23:03:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด

Dysemia

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 5-10-2013 07:09
ที่ภายด้านนอกนั้นเงียบสงัดราวกับว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตหรือตัวประหลาดใดๆอยู่ใกล้ๆในระแวกเลยแม้แต่น้อย รวมทั้งสถานที่ยังมีแต่ฝุ่นเกาะเต็มไปหมดบ่งบอกว่าไม่น่าจะมีคนเข้ามาที่นี่ค่อนข้างนานมากๆแล้ว

1) ตั้งแคมป์ด้านหน้าโบราณสถาน
2) บุกเข้าไปเลย
3) อื่นๆโปรดระบุ


2) บุกเข้าไปเลย

ดีซีเมียหยิบน้ำเปล่าออกมาดื่มในขณะที่กำลังเดินต่อเข้าไปภายในโบราณสถาน

' จากที่เจ้าของร้านนั้นบอกมา ชิบที่ว่านั้นอยู่ใต้ดินของที่นี้สินะ  แต่ว่าที่นี้ก็ไม่ได้เล็กๆเลยนะเนี่ยแล้วจะเริ่มหายังไงดี ถ้าอย่างนั้น . . . '

ชายหนุ่มค่อยๆก้มตัวลงแล้วเอามือสัมผัสไปบนพื้น

แล้วค่อยๆตั้งสมาธิ แล้วเพ่งมองไปยังใต้พื้นที่ตนอยู่
True Eye
ดีซีเมียค่อยวิเคราะห์ถึงชั้นหินและดูว่ามีชั้นใต้ดินมีศัตรูอยู่หรือเปล่า

-:- ถ้ามี
use skill :: Dimension Shot + Multiple Shot + Multiple Shot + Multiple Shot ยิงใส่

-:- ถ้าไม่มี
หาจุดที่พื้นอ่อนที่สุดแล้วใช้ปืนกลรั่วกระสุนจนกว่าจะพังลงไป



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----loooooX )

ใต้ดินนั้นชายหนุ่มสามารถสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่าง(?) เขาเห็นอนาคตของหุ่นยนต์จำนวนนึงที่กำลังเดินตรวจตาทางเดินชั้นใต้ดินนั่นแล้ว !!(?) ก่อนที่ลูกกระสุนของเขาจะได้วาร์ปเข้าโจมตีเป้าหมาย 3 ตัวอย่างแม่นยำ !!

แต่ในขณะเดียวกันนั่นเองดีซีเมียก็พบว่าด้านล่างนั้นมีการป้องกันที่แน่นหนามากกว่าที่เขาคาดไว้ การโจมตีเมื่อครู่ทำให้หุ่นยนต์ตัวอื่นๆนั้นไหวตัวและเริ่มออกตรวจรอบๆบริเวณในทันที !!


" . . . . เป็นฐานทัพจริงๆด้วยสินะ . . . "
ลิ้นเลียที่ริมฝีปากซึ่งยิ้มอยู่เล็กน้อย
มือของชายหนุ่มเก็บมีดอย่างคล่องแคร่วแล้วเปลี่ยนมาใช้เป็นปืนกลแทน

ดีซีเมียกราดกระสุนลงบนพิ้นพร้อมกับทำเสียงดังด้วย เพื่อศัตรูที่อยู่ด้านล่างรู้ตัว
และหวังว่าจะยิงโต้ตอบกลับขึ้นมาด้วย เพื่อจะได้ทำให้พื้นทลายลงมา



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----loooooX )

กระสุนที่ชายหนุ่มกราดลงพื้นไปนั้นไม่ได้ทำให้หุ่นด้านล่างโจมตีสวนขึ้นมาเลยแม้แต่น้อยรวมทั้งพื้นโบราณสถานนั้นยังมีแค่รอยกระสุนขึ้นมาและไม่มีทีท่าว่าจะพังลงไปเลย แต่เสียงอึกทึกที่เกิดขึ้นตอนแรกของการเคลื่อนที่ด้านล่างนั้นได้ค่อยๆเงียบลงไปแทนเสียแล้ว. . .


ดีซีเมียเลิกล้มความคิดแล้วค่อยๆหาบันไดลงไป



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----loooooX )

ดีซีเมียสามารถหาบรรไดทางลงมาได้อย่างไม่ยากนัก แต่ที่ยากก็คือเมื่อเขาเดินลงมานั้นบรรยากาศที่เงียบสงบก็ได้กระเจิงออกเหมือนรังนกแตกเมื่อหุ่นด้านล่างที่ได้หลบซ่อนกันในมุมมืดนั้นได้ระดมยิงใส่เขาทันทีที่เห็นตั้งแต่ระยะไกล !!


" โอ้ !!!!!! มีงานตอนรับผู้มาเยือนด้วยแหะ . . . "

ดีซีเมียกระโจนหลบกระสุนที่พุ่งเข้ามาไปหลบหลังที่กำบังที่พอจะหาได้แถวๆนั้น
ในขณะที่ลอยอยู่ในอากาศชายหนุ่มก็ยิงปืนสวนกลับไปด้วย

ดีซีเมียหลบหลังที่กำบังแล้วยิงปืนสวนกลับไปด้วย



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----loooooX )

กระสุนของดีซีเมียได้ยิงสวนกลับไปยังหุ่นยนต์อย่างแม่นยำจนพวกมันถูกทำลายไปด้วยกันสองตัวทันที !! หุ่นยนต์ตัวอื่นๆนั้นเริ่มเคลื่อนที่แปลกๆก่อนที่จะได้เปลี่ยนรูปแบบการโจมตีของพวกมันเป็นการเกาะกลุ่มและเคลื่อนย้ายพร้อมๆกันหมายจะโจมตีดีซีเมียอย่างหนักหน่วงในครั้งเดียว !!

จำนวนศัตรู 8 ตัว


ดีซีเมียก้าวออกมาจากที่กำบังยืนประจันหน้ากับพวกหุ่นเหล่านั้น
สายตาดุจดังเหยี่ยวของชายหนุ่มจ้องไปยังหุ่นยนต์พวกนั้น ' อ่านการเคลื่อนไหวทั้งหมด '

' คาดการณ์ล่วงหน้า และลดการเคลื่อนไหวที่สูญเปล่าทิ้งไป '

ร่างกายของดีซีเมียเริ่มเคลื่อนไหวหลบการโจมตีด้วยอย่างพริ้วไหวดังสายลม พลางยิงสวนกลับไปเรื่อยๆ
กระสุนถูกยิงออกจากปืนทั้งสองข้าง

จำนวนศัตรู 0 ตัว

ชายหนุ่มได้ยิงแลกประจันหน้ากับกลุ่มหุ่นยนต์พวกนั้นจนกองทัพของพวกมันถอยไม่เป็นท่า แต่ด้วยความอืดอาดของเครื่องจักรทำให้พวกมันโดนยิงสังหารลงอย่างง่ายดายจนกลายเป็นเศษเหล็กกองใหญ่ๆกองอยู่เกลื่อนไปหมดพร้อมกับบรรยากาศที่ค่อยๆเงียบลงเหมือนเดิม


-:- หาของ -:-

" แค่ยิงเป็นรูคงมีอะไรที่ไม่เสียหายบ้าง "
ดีซีเมียคุ้ยซากของพวกหุ่นยนต์เหล่านั้น

ดูเหมือนว่าจะไม่มีสิ่งของที่มนุษย์ใช้งานได้จากซากเครื่องจักรเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย นอกจากกลุ่มสายทองแดงที่น่าจะเอาไปชั่งขายได้


ดีซีเมียเอาสายทองแดงของหุ่นยนต์เหล่านั้นออกมา
พร้อมกับกระชากแบตเตอรี่ของหุ่นทุกตัวออกมาแล้วเก็บมารวมๆกัน

เมื่อเก็บข้าวของเสร็จแล้วก็เดินหาชิบต่อไป

จากที่ดีซีเมียได้เดินสำรวจที่ชั้นนี้นั้นเขาก็พบว่าที่ชั้นนี้เป็นเพียงลานทางเดินกว้างๆเท่านั้นทำให้เขายังไม่พบอะไรที่น่าจะสำรวจได้มากไปกว่านี้นอกจากจะลงไปยังชั้นที่ลึกลงไปอีกเท่านั้น


ลงไปชั้นถัดไป

" มันมีกี่ชั้นเนี่ย . . . "
ดีซีเมียค่อยๆเดินต่อลงไปชั้นถัดไปเรื่อยๆ

ขณะที่กำลังจะก้าวลงไปถึงชั้นถัดไปดีซีเมียหยิบปืนขึ้นมายิงนำไปก่อนเลย
"จากการคำนวณแล้วมันจะต้องมีตัวมาตอนรับแน่นอน เพราะงั้นยิงไปก่อนเลย " ดีซีเมียพูดขณะที่ยิงไปเรื่อยๆ

หุ่นที่ซุ่มอยู่ตรงบรรไดนั้นได้ถูกดีซีเมียยิงทิ้งเสียก่อนที่พวกมันจะได้ปรากฏตัวออกมา !! จนพวกที่เหลือนั้นได้ถอยกลับจากแผนเดิมเป็นเปลี่ยนกันเข้าไปหลบด้านในแทน !!

วูมมม !! บรรยากาศด้านล่างเริ่มเย็นลงเรื่อยๆทีละน้อย จนดีซีเมียเองนั้นสามารถรู้สึกถึงเกล็ดน้ำแข็งที่เกาะตามพื้นนั้นกัดพื้นรองเท้าหนังของเขาบ้างแล้วในตอนนี้


ดีซีเมียหยิบแบตเตอรี่ กับ สายทองแดงขึ้นมา เอาสายทองแดงพันเป็นขดเลียนแบบกาต้มน้ำร้อนไม่ก็ฮีตเตอร์ และนำไปต่อกับแบตเตอรี่เพื่อให้เกิดความต้านทานในวงจรแล้วเปลี่ยนเป็นความร้อนเพื่อป้องกันความเย็น

" เริ่มการยิงสวน !!! "
ดีซีเมียหยิบปืนมายิงสวนและหลบไปเรื่อยๆ

ดูเหมือนว่าความร้อนที่ดีซีเมียสร้างขึ้นจะสามารถช่วยเขาละลายเสก็ดน้ำแข็งตามทางได้ระดับนึง แต่ว่าเขาก็คงต้องพกพาฮีทเตอร์ประดิษฐ์ติดตัวไปด้วยเพื่อใช้งาน

หุ่นที่ชั้นล่างนี้ได้พยายามหลบหนีกันลงไปอีกครั้งนึง โดยที่ไม่ได้ยิงสวนมามากมายเหมือนกับชั้นแรกนัก แต่ดูเหมือนว่าพวกมันกำลังล่อให้ดีวีเมียลงไปชั้นล่างเสียมากกว่า


ดีซีเมียเอาลวดทองแดงมาเชื่อมแบตเตอรี่ที่เหลือทั้งหมดเพื่อให้เป็นวงจรอนุกรมเพิ่มความต่างศักย์ แล้วเอาทองแดงมาพันรอบปืนกลเพื่อให้เวลาจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าไปแล้วเกิดการเหนี่ยวนำกระสุนแบบ Rail gun

ดวงตาของของดีซีเมียค่อยๆปิดลงเพ่งสมาธิไปยังชั้นล่าง
" True Eye !!! "
ค่อยๆหาตัวของหัวหน้าศัตรู

use skill :: Dimension Shot + Multiple Shot + Multiple Shot + Multiple Shot + Multiple Shot + Multiple Shot + Multiple Shot + Multiple Shot + Multiple Shot

" Railgun 9นัด !!!"
ดีซีเมียลั่นไกยิงไป กระสุนถูกเหนี่ยวนำด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าภายในปากกระบอกเพิ่มความรุนแรง



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----loooooloooooloooooX )

ลูกกระสุนที่หุ้มด้วยไฟฟ้าของดีซีเมียได้ถูกยิงออกไปในระยะไกลแต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าพวกหุ่นยนต์บางส่วนจะไม่ถูกการโจมตีจากชายหนุ่มเพราะระยะทางและการวางกลุ่มรูปแบบใหม่ของพวกมัน !! รวมทั้งยังดูเหมือนว่าเขาจะไม่เจอตัวของหุ่นยนต์ที่แตกต่างไปจากเดิมแถวๆนี้เลยแม้แต่น้อย

ฟุ้บ !! ใบมีดขนาดใหญ่ได้ถูกปาเข้ามายังจุดที่ชายหนุ่มยืนอยู่จากระยะไกลแต่กลับแม่นยำเป็นอย่างมากราวกับว่าพวกมันได้ล้อคตำแหน่งที่ดีซีเมียอยู่ในตอนนี้ไว้แล้ว !! แต่ด้วยความเร็วของชายหนุ่มนั้นทำให้เขาสามารถหลบการโจมตีนี้ออกไปได้อย่างเฉียดฉิว


" . . . . . "

ดีซีเมียดึงสายไฟออกก่อนเพราะกลัวปืนพัง

ชายหนุ่มเตรียมตัวลงไปด้านล่างพร้อมกับฮีตเตอร์(?)
"จะล่อ หรือ กับดักก็ช่างมันแล้ว !!! "
ดีซีเมียกราดกระสุนใส่พื้นรอบตัวเพื่อให้ตัวเองลงไปกลางวงศัตรู

-:- ถ้าพัง เก๊กหน้าเข้ม แล้วกระโดดลงไปยิงใส่หุ่นยนต์รอบตัวเลย
-:- ถ้าไม่พัง เดินลงบันไดก็ได้ . . .

ดีซีเมียได้แต่ก้มหน้าก้มตาเดินลงบรรไดไปแต่โดยดี แต่แทนที่เขาจะได้เดินลงไปดีๆนั้นกลับมีดาบพุ่งเข้ามาเสียบตามทางที่เขาเดินจนเขาต้องหลบไปด้วยวิ่งลงไปด้วยแทน. . .


ชายหนุ่มวิ่งไปหลบไป
พร้อมกับเปลี่ยนไปใช้ปืนกลกับมีดสั้น ในมือซ้ายและขวาตามลำดับ
คมดาบที่ยากต่อการหลบพุ่งเข้ามาถูกเบี่ยงทิศไปโดยมีดในมือขวา
และยิงลุกกระจ๊อกทั้งหลายที่เข้ามาด้วยปืนกล พร้อมกับจับทิศทางเพื่อระบุตัวตนที่แน่นอนของสิ่งที่ปาดาบมา



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----loooooloooooloooooX )

ใบมีดนั่นยังคงพุ่งเข้ามาหาดีซีเมียจากระยะไกลในขณะที่ชายหนุ่มกำลังต่อสู้ในตอนนี้ แต่เมื่อดีวีเมียพบทิศทางแล้วนั้นเขากลับพบว่าใบมีดนั่นได้ถูกยิงขึ้นมาจากชั้นที่ลึกลงไปกว่านี้เสียอีก !! แต่น่าแปลกที่การโจมตีนั่นไม่ได้ทำความเสียหายที่หนักหน่วงให้กับสถานที่เลยนอกจากทิ้งรอยขูดขีดไว้เท่านั้น


ดีซีเมียยังคงวิ่งเข้าหาเป้าหมายต่อไป พร้อมกับยิงหุ่นยนต์ศัตรูและนำสายทองแดงกับแบตเตอรี่มาเก็บไว้ด้วย

เนื่องจากชายหนุ่มวิ่งไปเรื่อยๆ แล้วพิจารณาทิศและมุมที่ใบมีดพุ่งมา และคำนวณตำแหน่งที่คาดว่าเป็นจุดที่ปามา



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----loooooloooooloooooX )

เมื่อดีซีเมียได้วิ่งมาซักพักนั้นเขาก็ได้มาหยุดลงที่จุดที่ใกล้ๆกับจุดที่ดาบได้พุ่งขึ้นมาเป็นแนวขนานจนเกือบตั้งตรงอยู่ นั่นอาจจะเป็นจุดที่เป้าหมายที่โจมตีเขาโจมตีขึ้นมาก็เป็นได้ !!


ชายหนุ่มหยุดวิ่งเมื่อพบว่าดาบเริ่มพุ่งตรงมาในแนวขนาน แล้วเปลี่ยนมาเป็นเดินแทน

" ในที่สุดก็ได้เจอซะที !! จะทำหลบๆซ่อนๆทำไม เป็นลูกผู้ชายก็ต้องสู้กันตรงๆสิ ! ! ! " ดีซีเมียยกปืนในมือซ้ายขึ้นชี้ไปทางที่ดาบพุ่งมาแล้วตะโกนทั้งๆที่ยังไม่รู้เพศของฝ่ายตรงข้าม ถ้าพูดในถูกคือแม้แต่หน้าก็ยังไม่เห็น

ดีซีเมียเริ่มเชื่อมต่อปืนให้เป็นเรลกันพร้อมกับเชื่อมแบตเตอรี่ที่เพิ่งได้เพิ่มมาเข้าไปด้วย



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----loooooloooooloooooX )

ไม่มีเสียงตอบรับจากด้านล่างแต่ก็ได้มีดาบพุ่งขึ้นมาใส่ดีซีเมียแทนจนทำให้แบตเตอรี่ที่เขาใช้เชื่อมต่อแถวนี้พังออกไปบางส่วนแทน


" . . . เหอ . . . นี้เราบุกเพื่อมาทำภารกิจหรือว่าเล่นซ่อนแอบ กับตัวอะไรไม่รู้กันแน่ . . . "
ดีซีเมียเหนือ่ยใจเล็กน้อยกับการที่ชั้นของโบราณสถานนี้ลึกเหลือเกิน

ชายหนุ่มวิ่งลงบันไดไปข้างล่างเรื่อยๆจนกว่าจะถึงชั้นเดี่ยวกับศัตรูที่ปาดาบมา พร้อมกับหลบดาบทีปามาอย่างต่อเนื่อง



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----loooooloooooloooooX )

เสียงของการยิงตอบโต้เริ่มน้อยลงเรื่อยๆเมื่อดีซีเมียได้ลงมาอีกชั้นนึงด้านล่าง แต่คมดาบที่พุ่งโจมตีเขานั้นยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลยแม้แต่น้อย . . .

กึก !! ชายหนุ่มได้สะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างในจังหวะที่เขาเลี้ยวลงจากชานพักบรรได !! หลังจากนั้นไม่นานนักกระสุนหนามจำนวนมากก็ได้กระจายออกไปรอบทิศทางทั่วทั้งชั้นทันที ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ใกล้กับดักที่สุดนั้นไม่สามารถหลบกับดักในระยะใกล้นี้ได้ทัน !!

หุ่นยนต์จำนวนมากภายในชั้นที่ซ่อนอยู่นั้นต่างก็โดนกับดักนั้นไปด้วยเช่นกันจนพังทะลายกันเกือบหมด แต่ทว่าชั้นนี้นั้นไม่ค่อยจะมีหุ่นยนต์เฝ้าอยู่เท่าไรนักอาจจะเป็นเพราะพวกมันยังวางกับดักอื่นๆไว้ในชั้นนี้ก็เป็นได้. . .


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
แมวบ้า
โพสต์ 25-9-2013 14:47:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 3-10-2013 19:36





-:- ช่วงเวลากลางวัน



ไม่นานหลังจากที่ได้ลองฝึกฝนฝีมือกับดาบคู่ใจ(?)เล่มใหม่จนชำนาญ(?)แล้ว ออสตราวาก็ได้ออกเดินทางมาจนถึงท่าเรือเหาะจนได้

ที่ท่าเรือเหาะนั่นเองดูเหมือนว่าตอนนี้จะเป็นเวลาพักของท่าเรือและพนักงานทำให้มีผู้คนมากมายที่ได้เกาะกลุ่มกันทานอาหารกลางวันแถวๆนั้น รวมไปทั้งร้านคาเฟ่แห่งนึงที่อยู่ริมท่าเรือก็ค่อนข้างจะแออัดเสียด้วย สภาพของสภานที่นั้นค่อนข้างต่างจากสถานที่อื่นๆที่ออสตราวาเดินทางผ่านมาอย่างลิบลับเขาอาจจะสามารถหาดาบใหม่ได้ในเวลาอันใกล้นี้ก็เป็นได้ !! (ล่ะมั้ง)


ชายหนุ่มในชุดเกราะตะวันตก พร้อมดาบไม้ตะวันออกที่ดูขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง
เล็งเห็นจำนวนผู้มากมาย แถวนั้นเขาจึงได้เดินออกมาหาที่สงบๆใต้ร่มไม้สักต้น เพื่อที่จะนั้งพัก

"ที่นี่ผู้คนมากมายเสียจริงๆ ผิดกับที่ก่อนหน้านี่นัก" เขาพูดพร้อมมองออกไป

"จะว่าไปตั้งแต่เช้าก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย..........ไว้รอคนน้อยกว่านี่ก็แล้วกัน"

"ร้านอาหารหน้าตาแปลกตานั้น(คาเฟ่) ก็ดูน่าสนใจไม่เบา"

ว่าแล้วเขาก็นั้งพักอย่างสบายอารมณ์

//รอให้เลยช่วงพักเทียงไป แล้วค่อยไปหาอะไรกินในคาเฟ่นั้น

หลังจากที่เวลาผ่านไปซักพักจนเป็นยามบ่ายอ่อนๆแล้วผู้คนเหล่านั้นจึงได้แยกย้ายกันออกไปทำให้คนซาลงกว่าเดิมเรื่อยๆทีละนิด


หลังจากที่เขานั้งพักอย่างสบายอารมณ์ จนเกือบงีบไป หรืองีบไปแล้วก็แล้วแต่

"เอาละไปหาอะไรกินดีกว่าเรา" ว่าแล้วเขาก็เดินเขาคาเฟ่นั้นไป



? ? ? : ยินดีต้อนรับค่ะ ♥

สาวสวย(?)ร่างสูงคนนึงได้ต้อนรับชายหนุ่มในเสื้อเกราะที่เดินดุ่มๆเข้ามาอย่างแปลกประหลาดอย่างเป็นมิตรก่อนที่เธอจะได้จัดหาที่นั่งและยื่นเมนูให้กับชายหนุ่ม

? ? ? : ต้องการสั่งอาหารและเครื่องดื่มชนิดใดคะ ?


"............"

(ปกติร้านพวกนี่มันต้องสั้งอะไรกันละ) ออสตราว่าคิดในใจ

"อืม....... เอาเป็นอาหารแนะนำวันนี่แล้วกันครับ" เขาสั้งออกไปตามที่เขาจะนึกออกนะตอนนั้น

(ประมาณนี่น่าจะรอดและน่า!!!)

? ? ? : รับทราบค่ะ ♥

หญิงสาว(?)ได้ก้มลงเล็กๆก่อนที่จะลาออสตราวาไปเตรียมเมนูมาให้ ไม่นานนักถ้วยอาหารและข้าวสวยก็ได้เสิร์ฟลงที่โต๊ะของชายหนุ่มพร้อมกับน้ำผลไม้อีก 1 แก้ว

- 10g



"อืมๆ........." ออสตราว่าได้มองดูอาหารบนโต็ะก่อนจะกินมันจดหมด

"เอาละ คงจะถึงเวลาออกเดินแล้วสินะ" แล้วเขาก็ลุกขึ้นจากโต็ะ โดยที่จะไม่ลืมทิ้งค่าอาหารไว้ด้วย

"แม่สาวน้อย อาหารอร่อยมากนะ ไว้ถ้ามีโอกาศข้าจะกลับมาอีก " เขาบอกหญิงสาว(?) ผู้ที่มารับรายการอาหารกับเขา ก่อนจะมุ่งตรงไปยังทางขึ้นท่าเรือบินนั้น

//เดินไปท่าเรือบิน (ถ้ามีเหตุการณ์อะไรนาสนใจให้หยุดดูก่อน)

? ? ? : ขอบคุณที่มาใช้บริการค่ะ ♥

หญิงสาวได้ตอบรับเล็กๆก่อนที่จะโค้งส่งแขกอีกครั้งนึงตามมารยาท

-:- เวลาช่วงเย็น

ในขณะที่ออสตราวากำลังเดินออกมาอย่างสบายท้องนั่นเองเรือลำสุดท้ายของวันนั้นกำลังจะออกแล้ว !! แต่จากราคาตั๋วนั้นเขามีเงินพอที่จะนั่งไปได้อยู่ในตอนนี้


เขารู้สึกได้ว่าเรือลำสุดท้ายกำลังจะออกแล้ว!!

"แย่ละสิ คงต้องรีบแล้วละ" ว่าแล้วเขาก็เร่งฝีเท้าไปที่ท่าเรื่อบิน ด้วยความรวดเร็วโดยหวังว่าจะไปทัน

- 10g

ชายหนุ่มได้รีบซื้อตั๋วและขึ้นมายังด้านบนของเรือเหาะได้อย่างทันเวลาก่อนที่เรือจะออกในเที่ยวสุดท้ายของวันนี้

หลังจากที่เขาได้ขึ้นมาอลัเข้าห้องพักเรียบร้อยไม่นานนั้นก็ได้มีอาหารมาเสิร์ฟให้กับเขาที่ห้อง ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีอาหารชนิดนึงคล้ายๆกับอาหารที่เขาเพิ่งทานมาเมื่อครู่นี้ มันคงจะเป็นอาหารพื้นเมืองของระแวกนี้ก็เป็นได้



1) สำรวจเรือ
2) พักผ่อนในห้อง
3) อื่นๆโปรดระบุ


1) สำรวจเรือ

"ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ ว่าเจ้าของแบบนี่มันจะบินได้ " เขาแอบตะลึงกับสิ่งนี่ลอยอยู่ตอนนี่

"สงสัยต้องไปดูด้วยตัวเองหน่อยแล้ว" ว่าแล้วเขาก็เดินออกจากห้องพักไปสำรวจเรือบินด้วยความอยากรู้อยากเห็น

เมื่อออสตราวาได้ออกมาที่ด้านนอกนั้นเขาก็พบว่าเรือรำนี้มีขนาดที่ค่อนข้างกว้างขวางและใหญ่โตเป็นอย่างมาก ถ้าเขาไม่จดจำทางไว้ดีๆอาจจะหลงทางขากลับก็เป็นได้

สิ่งแรกที่ชายหนุ่มได้เห็นเมื่อเดินออกมาจากห้องก็คือแผนผังบนเรือที่ระบุสถานที่ต่างๆที่มีไว้รับรองแขกนั่นเองและสถานที่ที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขาพักอยู่นั้นก็คือ. . .

1) ลานอาบแดดบนดาดฟ้าเรือ
2) คาซิโนในห้องใจกลางเรือ
3) ห้องอาหารรวมใต้ท้องเรือ
4) ห้องนั่งเล่นด้านตะวันออกของเรือ
5) ห้องพยาบาลด้านตะวันตกของเรือ


1) ลานอาบแดดบนดาดฟ้าเรือ

"เจ้านี่มันใหญ่กว่าที่ข้าคิดไว้อีกนะเนี้ย" เขาบ่นออกมาหลังจากดูแผนที่

"อย่างน้อยก็ไปดูตัวตาตัวเองดีกว่า เจ้านี่มันลอยอยู่จริง" ว่าแล้วออสตราว่าก็เดินก็ไป ยังดาดฟ้าเรือ

ไม่นานนักอัศวินหนุ่มก็ได้ขึ้นมายังดาดฟ้าของเรือที่เป็นลานอาบแดดและที่ตั้งของสระว่ายน้ำ เมื่อเขาได้มองออกไปที่ด้านข้างนั้นก็พบว่าตอนนี้เรืออยู่ในระดับความสูงกว่าพื้นเกาะที่เขาขึ้นที่ท่าเรือระดับนึงโดยที่ด้านล่างนั้นเป็นทะเลอันกว้างใหญ่ที่ไร้ขอบเขตุ


"อืม.........." ออสตราว่ายืนรับลม อย่างเสียวๆ ว่าจะตกไปรึเปล่า

"มัน.....ลอย.......อยู่จริงๆสินะ" ว่าแล้วเขาก็นั้งลง

ก่อนที่จะนั้งรับลมอย่างสบายใจอยู่อย่่างนั้น

ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังนั่งพักอยู่นั่นเองเขาก็ได้ยินเสียงดังฮือฮามาจากริมขอบสระของีอกฟากนึงที่เขานั่งอยู่บนดาดฟ้านี้ เมื่อเขาได้หันไปมองนั้นเขาก็พบกับเด็กสาวคนนึงที่กำลังแสดงการละเล่นมายากลอยู่แถวๆนั้นจนดึงดูดความสนใจของผู้คนบนดาดฟ้านี้ไปเกือบหมด



"หืม ตรงนั้นมีอะไรน่าสนใจละนั้น" ว่าแล้วเขาเดินตามฝูงชนไปดู

ข้างของเขาคือสาวน้อยที่กำลังแสดงการละเล่นมายากลอยู่

"อืม.....ร้ายกาจยิ่งนัก" เขาพึมพัมขึ้นเบาๆก่อนจะดูการแสดงต่อไป

หลังจากที่การแสดงจบลงนั้นเหล่าผู้คนก็ได้ปรบมือแสดงความชื่นชมก่อนที่จะได้ค่อยๆแยกย้ายกันออกไปจนผู้คนเริ่มซาลงไปบ้าง จนทำให้เด็กสาวเจ้าของงานแสดงนั้นหันมาเห็นเข้ากับออสตราวาที่ใส่เสื้อเกราะขนาดใหญ่เข้าพอดี

? ? ? : อ๊ะ !! สวัสดีค่ะ ~

เด็กสาวได้เอ่ยทักทายขึ้นอย่างนอบน้อมพลางโค้งก้มให้กับอัศวินหนุ่มเล็กน้อย


"สวัสดีเช่นกัน แม่สาวน้อย" เขาพูดทักทายพร้อมกับโค้งทักทายกลับไป

"เป็นการแสดงที่ยอดเยียมไปเลยนะ " ออสตาว่าพูดถึงการแสดงของเธอก่อนหน้านี่

"เจ้าคงฝึกฝนมาพอสมควรเลยสินะ" เขาพูดต่อไป

? ? ? : ขอบคุณค่ะ ♥

เด็กสาวได้รีบกล่าวขอบคุณคำชื่นชมของออสตราวาด้วยท่าทางดีใจเป็นอย่างมากเช่นกัน

? ? ? : จริงๆแล้วคงเพราะเป็นช่วงนี้ด้วยทำให้ไม่ต้องไปที่โรงเรียนเลยมีเวลาทำอะไรๆมากขึ้นน่ะค่ะ

เธอได้อธิบายขึ้นพลางชวนชายหนุ่มพูดคุย


"ข้ามีนามว่า ออสตราว่า แล้วเจ้าแม่สาวน้อย" เขาเริ่มแนะนำตัวเอง

"ว่าแต่นี่เจ้าเดินทางมากับใครงั้นหรอ" เขาเริ่มชวนคุยเรื่องต่างๆ

ซาโตริ : เราชื่อซาโตริค่ะ

เด็กสาวได้แนะนำตัวเองก่อนที่จะอธิบายถึงตัวเองบ้าง

ซาโตริ : เราเดินทางคนเดียวน่ะค่ะ จริงๆแล้วเราอาศัยอยู่ที่เมือง emptiness ตอนนี้เราก็เลยออกมาหาลำไพ่พิเศษน่ะค่ะ

เธอได้แนะนำขึ้นก่อนที่จะได้จุดพรุออกมาจากหมวกมายากลของเธอเหมือนเป็นการยิงมุขขึ้นกับออสตราวา

1) สอบถามเกี่ยวกับงานแสดง
2) อื่นๆโปรดระบุ


1) สอบถามเกี่ยวกับงานแสดง

"หืม.....เป็นแบบนี่เองสินะ"

"ช่างเป็นสาวน้อยที่เข้มแข็งจริงๆ   ว่าแต่เจ้าแสดงอะไรบ้างงั้นหรอ" เขาเริ่มถามเกียวกับการแสดงต่างๆ

ซาโตริ : เราแสดงแค่งานแสดงมายากลน่ะค่ะ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ยากเกินความสามารถของเราในตอนนี้ แต่ถ้าคุณออสตราวาสนใจล่ะก็งานแสดงคหกรรมแบบอื่นๆก็มีเหมือนกันนะคะ

เธอได้เอ่ยบอกกับออสตราวาพลางแนะนำถึงงานแสดงขึ้น

1) สนใจและขอเข้าร่วมด้วย
2) ขอไปดูก่อน
3) ไม่สนใจ
4) อื่นๆโปรดระบุ


2) ขอไปดูก่อน

(หืม.......ถึงสถานะการณ์โลกนี่จะดูค่อนข้างเลวร้าย แต่ก็ยังมีกลุ่มคนเล็กๆที่ ไม่ละท้ิงเส้นทางของตัวเองสินะ) ออสตราว่าคิดในใจ

"อืม.......ฟังดูน่าสนใจดีนะ ถึงจะไม่เส้นทางของข้ามากนัก แต่ยังลองไปดูหน่อยก็ไม่เสียหาย" ออสตราว่าตอบตกลงกรายๆ เพราะเหมือนบนเรื่องนี่ ตอนนี่ยังไงก็ไม่มีอะไให้เขาทำอยู่ดี

ซาโตริ : ที่บนเรือเหาะนี้อาจจะยังไม่ใช่กลุ่มที่ใหญ่มาก แต่ที่ด้านล่างนั้นมีที่ตั้งของคณะคหกรรมของพวกเราอยู่ ถ้าคุณออสตราวาสนใจขึ้นมาล่ะก็อาจจะไปดูกับเราหลังจากเรือถึงฝั่งแล้วก็ได้นะคะ

เด็กสาวได้อธิบายขึ้นพลางเดินนำทางออสตราวาไปยังห้องพักภายในเรือเหาะของเธอ

ที่ด้านในนั้นออสตราวาได้พบกับเด็กสาวและชายหนุ่มตัวเล็กๆอีกคนนึงภายในห้องซึ่งดูเหมือนว่าพวกเขาจะกำลังสร้างอุปกรณ์ในการแสดงขึ้นด้วยวิชาแปลกๆอยู่

ซาโตริ : สองคนนี้เป็นเพื่อนของเราเองน่ะค่ะ เอ็ดเวิร์ด เอลริค และ โทรูริ ค่ะ ซึ่งทั้งสองกลก็เล่นมายากลเพื่อการแสดงเหมือนกับเราเช่นกันค่ะ





"ข้ามีนามว่า อออสตราว่านะ ยินที่ได้รู้จักนะ" เขาเริ่มแนะนำตัวเองอีกรอบ

"ข้าขอมาดูงานพวกเจ้าสักพักนะ" ว่าเขาก็หามุมสักมุมในห้องแล้วนั้งลง

"ที่กำลังสร้างกันอยู่มัน คืออะไรรึ???"

? ? ? (Edward Elrick) : อุปกรณ์ในการช่วยงานแสดงน่ะ

ชายหนุ่มได้ตอบขึ้นพลางใช้วิชาแปลกๆในการสร้างสิ่งของขึ้นโดยไม่ได้ใช้เครื่องมือใดๆในการช่วยเหลือการสร้างแม้แต่น้อย

? ? ? (Toruri) : อ๊ะ !! ไม่ได้สิเอ็ดเวิร์ดคุงต้องแนะนำตัวก่อนสิ !!

เด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างๆกับชายหนุ่มนั้นได้ทักเขาขึ้นก่อนที่จะได้ค่อยๆวางสิ่งของลงก่อนและค่อยๆหันกลับมาให้ความสนใจกับออสตราวา

โทรูริ : สวัสดีค่ะ เราชื่อ โทรูริ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ

เธอได้ทักทายออสตราวาขึ้นอย่างเป็นมิตรในขณะที่เด็กหนุ่มอีกคนดูเหมือนว่าจะกำลังตั้งใจสร้างสิ่งของด้านหน้าอยู่จนไม่ได้ยินคนรอบด้านไปเสียแล้ว

ซาโตริ : ผู้ชายผมเหลืองตรงนั้นชื่อ เอ็ดเวิร์ด เอลริค น่ะค่ะ เขาสร้างอุปกรณ์ของงานแสดงให้กลุ่มเราด้วยวิชาเล่นแร่แปรธาตุอะไรซักอย่าง แต่หนูเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจเท่าไรเหมือนกัน

เด็กสาวได้อธิบายเสริมขึ้นพลางแนะนำตัวแทนชายหนุ่มด้านในแทนขึ้น


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
ราชินีงู
โพสต์ 25-9-2013 16:50:37 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 2-10-2013 07:57






แอนนา : อ้าวอลิซจัง มาอยู่กะโทโดตั้งกะเมื่อไหร่

เธอทักขึ้นเมื่อเข้ามาเจอกับอลิซ

แอนนา : แล้วนายล่ะโทโดทำไมถึงมาอยู่ที่เมืองนี้ได้ล่ะ

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : หลังจากที่บาเรียถูกทำลายลงผมเองก็ได้ย้ายมาอยู่ที่เมืองที่ใกล้ที่สุดนี่ล่ะครับ

ชายหนุ่มได้อธิบายขึ้นกับคำถามของหญิงสาว

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : ตอนนี้โลกฝั่งนี้วุ่นวายมากกับเรื่องของหุ่นยนต์และปีศาจแปลกๆที่หลุดออกมาอีกด้วย

เขาได้พูดเสริมต่อบอกกับแอนนาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้


แอนนา : ชั้นว่าไกลอยู่นะเมืองนี้น่ะ อืมเรื่องปิศาจแปลกๆอ่ะชั้นเจอมาตั้ง2ครั้งแทบเอาตัวไม่รอดเลย

เธอพูดพลางหยิบอาหารที่ซื้อออกมา

แอนนา : ตายจริงซื้อมาไม่พอ คงต้องทำเพิ่มแล้วล่ะ อลิซจัง เซเลสจัง ไปนั่งเล่นกันก่อนนะขอตัวไปทำอาหารแปป

เธอลุกขึ้นไปในครัวพร้อมลากโทโดไปเป็นลูกมือ   พอถึงห้องครัวเธอได้คว้าคอของโทโดลงมาด้วยสองมือของเธอแล้วจูบลงที่ปากของชายหนุ่ม

แอนนา : คิดถึงที่สุดเลย

เธอถอนริมปีปากออกช้าๆ หน้าแดงกล่ำ

ชายหนุ่มได้แก้มแดงระเรื่อขึ้นอย่างเห็นได้ชัดพลางเกาะหัวของตัวเองบางๆในท่าทียิ้มเออออ

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : อื้อ. . . ผมเองก็คิดถึงแอนนามากๆเหมือนกันเลย

เขาได้ตอบกับแอนนาพลางก่อนหญิงสาวลงเบาๆ ก่อนที่เขาจะได้หันมาช่วยเตรียมเรื่องจานชามกับอาหารแทนพร้อมกับใส่ผ้ากันเปื้อนลงเพื่อพร้อมจะทำอาหารแต่ก็ต้องหยุดลงเสียก่อนเมื่อเห็นอาหารที่แอนนาซื้อมานั้นล้นออกมาแล้ว


แอนนา : แค่นี้ไม่พอหรอกน่าาา ชั้นกินจุนะ

เธอสั่งให้โทโดจัดอาหารที่ซื้อมาใส่จานแล้วตัวเองก็ไปทำอาหารเพิ่มมาอีก 2 อย่าง  แล้วทั้งคู่ก็ยกมาวางที่โต๊ะกินข้าว

แอนนา : นี่ทั้ง 2 คน อาหารเสร็จแล้วจ้า

เธอเรียกเด็กสาวทั้ง 2 มาทานอาหาร

แอนนา : อื้ม แล้วพวกเราจะเอางัยกันต่อดีล่ะ

เธอได้ถามทุกคนขึ้นระหว่างทานอาหาร

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : ถ้าผมกับแอนนาสองคนแล้วพวกเราคงกำลังหาวิธีกลับไปโลกเก่าอยู่ แต่จะทิ้งโลกด้านนี้ไปตอนนี้มันก็รู้สึกไม่ค่อยดีนะครับ

ชายหนุ่มได้เอ่ยขึ้นถึงเป้าหมายของทั้งสองในครั้งแรกขึ้นรวมทั้งยังเป็นเพราะว่าโทโดที่กำลังหลบหนีมาจากโลกของตัวเองด้วยในตอนนี้จึงมีแค่การขึ้นไปหยุดยั้งแกรนด์ฟอล์เท่านั้นที่เป็นเป้าหมายหลักๆของทั้งสอง

อลิซ : จะกลับไปที่โลกอีกฟากถ้าเจอ"เร็ม"ก็น่าจะทำได้อยู่นะ ♪

เด็กสาวได้เอ่ยขึ้นในขณะที่ค่อยๆทานอาหารที่แอนนาทำไว้ด้วยวิชาตะเกียบที่เธอเรียนมาจากแอนนาอย่างช้าๆพร้อมกับเสนอทางเลือกเพิ่มให้ แต่เธอเองก็ไม่ได้บอกเป้าหมายของตัวเองแต่อย่างใด

เซเลสเทีย : เราเองมีหน้าที่มาช่วยเหลือโลกฝั่งนี้ตามคำสั่งของกลุ่มคนบนมิติแห่งเวทย์มนต์ เพราะอย่างนั้นตอนนี้เราจึงช่วยแค่อพยพคนที่เหลือมารวมตัวกันที่เมืองแห่งนี้ให้ได้มากที่สุด *เซเลเสทียอธิบาย


แอนนา : ชั้นมีเรื่องคาใจเยอะอยู่อ่ะ  ตามที่เซเลสจังเคยอธิบายไว้ว่ากลุ่มคนต่างมิติได้เป็นคนทำลายบาเรียนั้นอาจจะเกี่ยวข้องกับคนที่เรารู้จักในโลกที่เราจากมาก็ได้ แต่คนในเมืองๆหนึ่งที่ชั้นผ่านมาบอกว่าพวกภูติเป็นคนลงมือ  ชั้นอยากจะหาความจริงข้อนี้น่ะ คำตอบมันอาจจะพาเราทั้งหมดไปถึงจุดมุ่งหลายก็ได้นะ  

เธออธิบายข้อมูลที่ได้รับมาให้ทุกคนฟัง หลังจากทามอาหารเสร็จเธอจึงมานั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยโดยใช้ให้โทโดล้างจาน(?)

แอนนา : เซเลสจัง  กลุ่มคนบนมิติเวทย์มนต์ที่ว่านี่เป็นใครหรอ

เซเลสเทีย : เป็นกลุ่มคนผู้ใช้เวทย์มนต์ที่คอยดูแลรักษาสมดุลย์การเชื่อมต่อของมิติระหว่างโลกต่างให้คงที่น่ะค่ะ *เซเลสเทียอธิบาย*

เด็กสาวได้อธิบายสั้นๆขึ้นซึ่งมิติการเชื่อมต่อของโลกนี้นั้นผิดแปลกไปและเป็นเหตุผลที่ทำให้เซเลสเทียปรากฏตัวขึ้นที่นี่

อลิซ : ภายในโลกต่างๆจะมีมิติคู่ขนานอยู่แล้วรวมทั้งเส้นทางการเดินทางบน"ถนนแห่งห้วงมิติด้วย"ซึ่งแต่ละมิติจะรักษาสมดุลย์ซึ่งกันและกันของแต่ละด้านอยู่แล้ว แต่ถ้าหากมีอะไรผิดปกติไปกลุ่มจอมเวทย์ก็จะทำการค้นหาเบาะแสและทำการแก้ไขน่ะ

อลิซได้ช่วยอธิบายเสริมขึ้นถึงหน้าที่ของกลุ่มจอมเวทย์เหล่านั้น ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกเขาก็จะมีเป้าหมายคล้ายๆกับแอนนาด้วยเช่นกัน เพราะการที่บาเรียตัวเมืองได้แตกออกนั้นต้องส่งผลกระทบต่อมิติต่างๆที่เชื่อมต่อระหว่างโลกแห่งนี้และโลกอีกด้านอย่างแน่นอน


แอนนา : ถึงได้มีตัวประหลาดๆออกมาสินะ แล้วชั้นกะโทโดคงจะเดินทางมาด้วย "ถนนแห่งห้วงมิติ" สินะ

เธอพยายามทำความเข้าใจ

แอนนา : เออ  อลิซจัง ตอนที่พวกเราไปเจอกะยัยผมทองนั่นอ่ะ ทำไมเธอถึงเดินเข้าเมืองไม่ได้ล่ะ

อลิซ : ใช่แล้วค่ะ ♪ สะพานแห่งแสงของ"เร็ม"ทำการเชื่อมต่อระหว่างโลกต่างๆได้ แต่เธอเองก็ต้องใช้พลังมากเหมือนกัน อันที่จริงแล้วปกติจะเป็นการใช้พลังจากทูติ น้ำ ลม ไฟ รวมกันแต่สงสัยว่าคราวนี้คงจะคับขันตอนขามากระมังคะ ?

เด็กสาวได้อธิบายเสริมถึงวิธีการเดินทางข้ามมิติของโลกต่างๆอย่างคร่าวๆขึ้นก่อนที่จะได้เริ่มอธิบายต่อไปถึงอีกคำถามนึง

อลิซ : เรื่องบาเรียนั้นเพราะว่าเราเป็น"Chain จากโลกเบื้องล่าง" ส่วน"อบิส"เองก็เป็น"มหาทูติแห่งความมืด Shadow" ธาตุหลักตามธรรมชาติของเราทั้งสองคือความมืด ทำให้บาเรียที่ตั้งไว้ป้องกันชาโดว์ที่มีธรรมชาติเป็นกลุ่มพลังความมืดจากมิติ"Dimension Den"ส่งผลกระทบกับเราทั้งสองคนด้วยน่ะค่ะ

เธอได้อธิบายขึ้นต่อพร้อมกันนั่งทานอาหารไปด้วยอย่างช้าๆและพยายามเก็บลูกชิ้นอร่อยๆไว้สุดท้ายค้ลายๆกับนิสัยของเด็กเล็กๆในจาน ในขณะที่โทโดและแอนนาเองตอนนี้นั้นก็มีธาตุความมืดจากพลังของแวมไพร์อยู่ครึ่งนึงด้วยเช่นกันในร่างกายตอนนี้แต่เหมือนว่ามันคงยังไม่ส่งผลถ้าหากยังไม่เป็นธาตุมืดอย่างเต็มตัว

อลิซได้ยิ้มขึ้นเล็กๆก่อนที่จะหยุดช่วงพูดชั่วขณะและเริ่มอธิบายต่อถึงข้อมูลอีกอย่างนึง

อลิซ : ส่วน Chain คือกลุ่มปีศาจที่ถูกจองจำอยู่ใต้โลกด้านล่าง "Abyss" เชนจะถูกแบ่งเป็นขั้นๆตามชั้นของการจองจำ ยิ่งลึกเท่าไร Chain เหล่านั้นก็จะยิ่งร้ายกาจมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งชั้นที่ลึกที่สุดของ Abyss ที่จะมีเชนจำนวน 8 ตนที่ถูกจองจำไว้ตลอดกาลใต้มิติแห่งนั้นและส่วนใหญ่นั้นจะไม่สามารถหลุดออกมายังโลกภายนอกได้ ยกเว้นแต่เสียว่ามีสิ่งมีชีวิตอื่นๆนั้นสร้างพันธสัญญากับ Chain นั้นๆ ก็จะทำให้เชนเหล่านั้นสามารถสิงสถิตอยู่ในร่างกายของคนๆนั้นและออกมาได้รวมทั้งคนที่ทำสัญญาก็จะได้พลังของ Chain ตนนั้นๆมาครอบครองด้วย แลกกลับการที่ตัวเองอาจจะต้องถูกขังอยู่ใต้พื้นโลกอย่างถาวรและกลายเป็นอาหารให้กับ Chain ตนนั้นๆแทน

เธอได้อธิบายขึ้นต่อถึงพลังของโลกอีกมิตินึงที่เธอได้จากมา

อลิซ : ตอนนี้มีแค่ 2 คนเท่านั้นที่สามารถนำพลังของเชนใน "Dept Of Abyss" ออกมาใช้ได้โดยไม่ถูกกลืนกินก็คือ "อัศวินผู้ท่องอเวจี อาโทเรียส (artorias)" และ "มหาทูติแห่งความมืด ชาโดว์ (shadow)" โดยทั้งสองต่างกันตรงที่อาโทเรียสเป็นแค่อัศวินมนุษย์ธรรมดาๆแต่ว่าเขามีความสามารถมากพอที่ได้ลงไปท้าทายที่โลกด้านล่าง จึงได้รับแหวนที่สามารถทำให้เขาเดินทางไป-มาระหว่างโลกของเขาและAbyssได้อย่างอิสระ ส่วนชาโดว์นั้นสามารถเคลื่อนที่ผ่านมิติแห่งความมืดต่างๆได้อยู่แล้วจึงไม่มีปัญหาเรื่องการถูกจองจำ

เด็กสาวได้หยุดลงเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆเริ่มทานอาหารในจานของเธอต่ออย่างร่าเริง แต่ด้วยคำพูดของเธอนั้นทำให้โทโดเริ่มรู้สึกว่าภายนอกกับภายในของเด็กคนนี้ช่างต่างกันคนละขั้วเลยจริงๆ


แอนนา : อย่างนี้นี่เองเธอกะอบิสถึงอยู่ในร่างเดียวกัน  เป็นเพราะทั้งคู่มีพันธะสัญญากันสินะ  แล้วถ้าเดาไม่ผิด คนที่ชั้นเจอตอนอบิสถูกโจมตี หมอนั่นคงเป็น อาโทเรียส

เธอมองอลิซทานลูกชิ้นที่เหลือในจานพลางคิดว่าอลิซต้องมีพลังที่มากมายแน่นินเพราะตามที่ได้ฟัง  อลิซน่าจะเป็น 1ใน8 Chain ที่ถูกขังอยู่ในระดับลึกสุด

แอนนา : เอาล่ะ  อิ่มกันยาาางงงงง  ใครสนใจจะไปอาบน้ำบ้าง

เธอเอ่ยปากชวนพลางเตรียมอุปกรณ์อาบน้ำ

ไม่มีเสียงตอบรับจากบุคคลรอบๆด้านของแอนนา เพราะว่าคนนึงนั้นก็ดูท่าจะไม่เคยเปลี่ยนชุดโกธิคที่ใส่อยู่เลย ส่วนอีกคนก็เป็นครึ่งหุ่นยนต์เสียด้วย

อลิซ : . . . ถ้าอย่างนั้นเราไม่กวนจะดีกว่า

ร่างของเด็กสาวได้ค่อยๆหายไปกับเงาของตัวเธอโดยทิ้งให้เซเลสเทีย(กับโทโด)เป็นเหยื่อ(?)ของแอนนาแทน


แอนนา : อ้าว อลิซจังไปหนายยยย  เซเลสจังโดนน้ำได้มั๊ยอ่าา เราไปกานเถอะให้ตาโทโดเก็บวาดล่ะกัน

เธอแลบลิ้นให้โทโดก่อนจะลากเซเลสจังวิ่งเข้าห้องไป

ชายหนุ่มได้เกาหัวเบาๆพลางยิ้มออกมาเล็กๆอย่างช่วยไม่ได้ก่อนที่เขาจะได้ลุกขึ้นอย่างช้าๆและเก็บทำความสะอาดพื้นที่ให้กับทุกคนแทน

ทางด้านเซเลสเทียนั้นก็โดนแอนนาลากมาด้วยแต่โดยดีโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ขัดขืนอะไรจนทั้งสองได้เข้ามาในห้องอาบน้ำภายในบ้านของโทโด


แอนนาได้เปิดน้ำอุ่นลงอ่างอาบน้ำแล้วลงไปแช่กับเซเลซเทีย

แอนนา : เห็นเธอแล้วอยากมีน้องสาวจัง

เธอแช่อยู่ซักพักจึงขึ้นมาสระผมโดยที่ไม่ลืมที่จะสระให้เซเลสเทียด้วย

แอนนา : ระวังเข้าตานะ

ผ่านไปครึ่งชั่วโมงเธอก็ได้ออกมาจากห้องน้ำพร้อมเซเลสเทีย

หลังจากที่อาบน้ำกันเรียบร้อยทั้งสองคนแล้วนั้นโทโดเองก็ได้ขออนุญาติแอนนาเพื่อเข้าใช้ห้องน้ำบ้าง ส่วนอลิซนั้นดูเหมือนว่าเธอจะกลับมานั่งที่โซฟาหน้าทีวีในห้องแล้ว


แอนนา : สบายจัง  ไม่ได้อาบน้ำเต็มคราบมาหลายวันแล้วววว

เธอมานั่งข้่างๆ อลิซ ที่กำลังดูทีวีอยู่

แอนนา : ดูอะไรอยู่หรอ

อลิซ : ข่าวไงล่ะ ♪

เด็กสาวได้ตอบขึ้นพลางหันกลับไปสนใจที่หน้าจอทีวีต่อ โดยมันอาจจะทำให้แอนนาแปลกใจก็เป็นได้ที่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่และอันตรายขนาดนี้ก็ยังพอมีคนที่อยู่ด้านนอกสนามรบที่กันดารนั่นและทำข่าวอยู่ในตอนนี้ รวมทั้งยังดูเหมือนว่านักข่าวนอกสถานที่จะยังเป็นเด็กสาวเสียด้วย. . .



" สถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างสับสนและตรึงเครียดอย่างมากเลยนะคะ !! แต่มันก็ใช่ว่าจะเป็นผลเสียต่อฝ่ายเราซะทั้งหมดเมื่อพวกเราทีมข่าว Sky Real ได้ค้นพบว่ามีบุคคลได้ทำลายแลปทดลองบนเกาะ Lost Island ของพวกหุ่นไปแล้วรวมทั้งกลุ่มหุ่นยนต์ที่เคยไปบุกเมือง Center นั้นยังถูกทำลายไปบางส่วนด้วยเช่นกัน ทำให้กลุ่มมนุษย์น่าจะได้เปรียบขึ้นบ้าง

ตอนนี้หนูรายงานจาก Lost Ruin โดยกำลังสำรวจเหตุการณ์ทีเกิดขึ้นอยู่ค่ะ พวกเราได้พบว่ามีร่องรอยการต่อสู้ด้านล่างของโบราณสถานนี้และพบว่ามีทางเชื่อมต่อด้านล่างระหว่าง Lost Ruin ไปยัง Hidden ได้ด้วย แต่ว่าตอนนี้พวกเราคงจะไม่สามารถไปไหนไกลจากบริเวณนี้ได้เนื่องจากพวกเราพบร่องรอยของ " Ice Queen " เครื่องจักรหญิงสาวที่มีพลังในการเปลี่ยนทะเลทรายให้กลายเป็นขั้วโลกนั้นอยู่ใกล้ๆระแวกป่าทางเหนือที่อยู่ระหว่างที่นี่กับ Abandon พวกเราจึงอาจจะไม่สามารถรายงานสถานการณ์ในจุดอื่นๆภายในวันนี้ได้ทันค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ !! เพราะพวกเราไม่เป็นอะไรง่ายๆอยู่แล้ว

ถ้ามีสิ่งผิดปกติใดๆเกิดขึ้นอีกทีมงาน Sly Real จะมารายงานให้กลุ่มมนุษย์ได้ทราบและเตรียมรับมือนะคะ ~ ♪ "

เด็กสาวได้ก้มลาเล็กๆก่อนที่ชาแนลรายงานข่าวนั้นจะได้เปลี่ยนไปเป็นการคุยสรุปข่าวที่สถานีธรรมดาๆแทน


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
ปลาหมึก
โพสต์ 25-9-2013 21:39:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 3-10-2013 18:20







สถานะ : Bleeding

AS : ( X-----l-----l-----l-----loooooloooooloooooloooooX )

Defiance Lv4
Limit Break Lv3

Str : A (+ Defiance) ( = S* ) ( + Blood for blood ) ( = Ex )
Agi : B (+ Defiance) ( = A* ) ( + Blood for blood ) ( = Ss )
Vit : C ( + Blood for blood ) ( = S )
Int : D ( + Blood for blood ) ( = A )
Dex : E (+ Defiance) ( = C* ) ( + Blood for blood ) ( = S )

Bloodbath

ดาบที่แทงแลกกันกลางอากาศในขณะที่ทั้งคู่กำลังตกลงไปนั้นทำให้ศัตรูด้านหน้ายิ้มอย่างมีเลศนัยออกมา แต่ยังไม่ทันที่มันจะได้พูดอะไรนั้นความสามารถของมันก็ได้ค่อยๆหายไปอย่างช้าๆพร้อมกับร่างกายของเอกิสที่ค่อยๆฟื้นฟูตัวเองขึ้นมา !!

ตึง !! ร่างของทั้งสองได้ตกลงมาสู่ชั้นล่างนับหลายชั้นก่อนที่หมอกพิษจากด้านบนจะได้หลุดร่วงโรยลงมาด้วยทีละนิดๆ แต่ด้วยรังศีฆ่าฟันของเอกิสในตอนนี้ทำให้สภาพอากาศรอบๆตัวของเขาตัดขาดจากชั้นบรรยากาศภายนอกและกลุ่มควัญพิษนั่นออกไปได้ !!

? ? ? : อึก !!

มันได้ค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างช้าๆหลังจากพบว่าความสามารถของมันได้หายไปหมด คงเหลือไว้แค่ความสามารถบนดาบที่มันถืออยู่เท่านั้น !!


''เอาละเหมือนจะได้เวลาที่จะต้องจบการต่อสู้นี้สักทีสินะ เออนี่ดาบของแกกับวิญญาของแกฉันขอนะ!!'' เอกิสพุ่งหาชิระโดยความเร็วของเขาตอนนี้เขาหวังว่าเป้าหมายจะตามไม่ทัน ''เอาละตายสะ !!!'' Braver เอกิสเล็งไปที่หัวของศัตรูด้านหน้าเพื่อหวังจะสังหารมันลงในดาบเดียว



สถานะ : Bleeding

AS : ( X-----l-----l-----l---ooloooooloooooloooooloooooX )

Defiance Lv4
Limit Break Lv3

Str : A (+ Defiance) ( = S* ) ( + Blood for blood ) ( = Ex )
Agi : B (+ Defiance) ( = A* ) ( + Blood for blood ) ( = Ss )
Vit : C ( + Blood for blood ) ( = S )
Int : D ( + Blood for blood ) ( = A )
Dex : E (+ Defiance) ( = C* ) ( + Blood for blood ) ( = S )

เคร้งงงง !! เป้าหมายด้านหน้าได้บิดตัวออกหลบและปัดคมดาบของเอกิสออกไปเพื่อไม่ให้โดนจุดตายของมัน ก่อนที่มันจะได้ใช้จังหวะนี้นั้นเหยียบไหล่ของเอกิสและหลบหนีขึ้นไปยังด้านบนแทน !!


เอกิสกระโดดตามขึ้นไป ''ไม่ให้หนีหรอกนะ'' เขาวิ่งตามไปที่ด้านหลังของเป้าหมายพร้อมใช้  Inner Beast



AS : ( X-----l-----l-----l---ooloooooloooooloooooloooooX )

-:- ใช้ Inner beast ไม่ได้เพราะ Defiance ยังไม่ LV5

เมื่อเอกิสพุ่งทะยานขึ้นมานั้นเขาก็พบว่าชายปริศนาได้หนีหายไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว แต่ดูเหมือนว่ามันจะทำอะไรบางอย่างตกไว้อยู่ซึ่งไม่ใช่ดาบของมัน



-:- ได้รับ Special Ability
     - Blood Rain


''หนีไปได้งั้นหรอ หือนั่นมันอะไรนะ !??!'' เอกิสเดินไปหาสิ่งที่ตกอยุ่ ''ปืนนิแต่ดูเหมือนจะไม่มีลูกแล้วมันจะยิงได้ยังไงกันแต่ชั่งมันเหอะ''
เอกิสเก็บปืนที่เขาเก็บได้เข้ากระเป่า เขากระโดดลงไปที่เขาตกลงมา ''เอาละมาดูกันดีกว่ามันดูแลอะไรอยู่กันแน่'' แล้วเขาก็เดินหน้าสำรวจต่อไป

จังหวะขาลงกลับมาของเอกิสนั้นเขาก็พบว่าหมอกควัญจากมอนสเตอร์ที่เขาทำลายไปนั้นกระจายเต็มไปทั่วบริเวณจนไม่สามารถลงไปลึกได้ในวันนี้เสียแล้ว

1) ฝ่าหมอกควัญพิษลงไป
2) ขึ้นไปพักด้านบนหน้าดันเจี้ยน
3) อื่นๆโปรดระบุ


[1]
''หมอกพิษงั้นหรือ มันก็ไม่ใช่ปัญหาที่จะลงไปต่อไม่ได้'' Shogeki kakusan เอกิสทดลองสร้างOโชนขึ้นมาครอบตัวเองไว้แล้วลองเข้าไปที่หมอกพิษ ''ดูเหมือนหมอกพิษจะไม่เข้าในOโชนที่ครอบตัวเราไว้สินะเอาละได้เวลาลงไปสำรวจต่อแล้ว''  
เอกิสเดินลงบันไดไปเพื่อจะได้ดูว่าข้างล่างนี้มีอะไรอยู่กันแน่ ''มันจะเป็นสมบัติหรืออะไรกันแน่นะ ชักอยากจะเห็นแล้วสิ''

-:- โอโซนเป็นอันตรายต่อมนุษย์และนอกจากธาตุอากาศอื่นๆแล้ว(เช่น หมอกพิษ)ออกซิเจนก็จะไม่สามารถผ่านโอโซนได้ด้วย
ถ้าลดความหนาแน่นของอตอมโอโซนจะเปลี่ยนเป็นออกซิเจนได้แต่หมอกพิษอาจจะเข้ามาได้ด้วย

เหมือนกับมีนาฬิการะเบิดเวลาที่ไหนก็ไม่ทราบปรากฏขึ้นทันทีที่ชายหนุ่มได้ย่างขาลงมาที่ด้านล่างนี้ !! ชายหนุ่มจะต้องแข่งกับเวลาเพื่อความอยู่รอดของชีวิตตัวเองอีกครั้งกับสภาพอากาศของสถานที่ในตอนนี้ !! รวมทั้งยังเผ่นกลับขึ้นข้างบนไม่ทันแล้วด้วยในตอนนี้ !!


''ดูเหมือนต้องรอให้อากาศดีขึ้นกว่านี้ถึงจะไปลงไปได้ พักผ่อนสักหน่อยดีกว่า'' เอกิสหาที่เงียบๆแล้วเขาก็ได้หลับลงไปเพื่อรอให้อากาศในห้องที่มีหมอกพิษจางลง

เอกิสได้ตัดสินใจนอนลงกลางห้องหมอกพิษนี้เพื่อรอให้หมอกพิษจางลงไปเสียก่อน. . . แต่ภายด้านล่างพื้นดินที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวกแบบนี้นั้นมันอาจจะเป็นทางเลือกที่ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไรก็เป็นได้เพราะดูท่าทางหมอกพิษนั้นจะกระจายตัวออกไปช้าเหลือเกินเพราะไม่มีลม


''เหมือนถ้าจะรอก้คงจะไม่ได้หมอกพิษไม่ลดเลย เอิ่ม ลองใช้โอโซนขจัดหมอกพิษดีกว่าถ้าจำไม่ผิดโอโซนจะสามารถขจัดพิษในอากาศได้''
Shogeki kakusan เอกิสสร้างโอโซนแล้วอัดมันเข้าในห้องที่มีหมอกพิษเพื่อลองว่ามันจะสามารถขัดหมอกพิษได้หรือป่าว

ดูเหมือนว่ามันจะได้ผลอีกแบบนึงแม้ว่าจะไม่ได้ขัดหมอกพิษออกไปก็ตามแตะว่าธาตุอากาศที่เอกิสสร้างขึ้นก็สามารถหุ้มกลุ่มควัญพิษเพื่อเปิดทางออกให้กับอากาศปกติและชายหนุ่มสามารถเดินผ่านลงไปได้ !!


''ถึงจะผลจะไม่ออกมาแบบที่คิดแต่ก็โอเคมันให้เดินไปต่อได้ เอาละลงไปข้างล่างดีกว่า''
เอกิสก็ตรงไปยังทางลงเพื่อสู่ชึ้นล่าง \ถ้าเจอข้างล่างเป็นหมอกพิษอีกให้เอกิสใช้วิธีหุ้มหมอกพิษเหมือนเดิม

~ Day 2 ~

-:- ช่วงเวลาเช้า

เอกิสได้ค่อยๆเดินลงมาเรื่อยๆเพื่อค้นหาเป้าหมายด้านหน้าที่เขาได้สู้ทนมาจนขึ้นวันใหม่ ตอนนี้เขาได้ทำตามปราถนาตัวเองและลงมายังชั้นล่างแล้ว !!

ห้องด้านล่างนั้นเต็มไปด้วยหลอดแคปซูลประหลาดเต็มไปหมด ซึ่งดูเหมือนกับว่าที่นี่เป็นสถาบันวิจัยอะไรบางอย่าง นอกจากนี้แล้วด้านล่างนี้ยังมีแค่คอมพิวเตอร์เซิฟเวอร์เครื่องนึงที่ทำหน้าที่สั่งการและควบคุมสถานที่แห่งนี้เท่านั้น. . .

ในระหว่างนั้นเองเอกิสก็สังเกตุเห็นถึงทางลงไปยังด้านล่างอีกชั้นนึงที่เป็นเหมือนทางลงที่มีบรรไดหนีไฟเล็กๆตั้งอยู่เท่านั้น

ตึงง !! เสียงจากชั้นด้านล่างของทางบรรไดนั้นไดดังขั้นเล็กน้อยจนทำให้ชั้นล่างนี้สั่นสะเทือนขึ้นมา เมื่อเอกิสได้มองลงไปจากด้านบนชั้นนี้นั้นเขาก็พบกับหุ่นยนต์สีแดงขนาดใหญ่ตัวนึงที่เดินไป-มาอยู่ที่ลานด้านกว้างขนาดใหญ่ชั้นล่าง



''ตัวอะไรวะนั่น เดี้ยวก่อนนะนั่นเป็นหุ่นยนต์สินะชักจะมีความดีๆสะแล้วสิ''
เขานึกขึ้นได้ว่าเห็นคอมพิวเตอร์เครื่องนึงตั้งอยู่ในห้องนี้จากที่เขาดูแล้วมันน่าจะเป้นที่สั้งการและควบคุมเขาวิ่งไปที่คอมพิวเตอร์
''เอาละมาดูกันดีกว่าว่ามีวิธีไหนที่จะควบคุมเจ้าหุ่นยนต์และมีงานวิจัยอะไรหรืออาวุทอะไรที่พอจะเป้นประโยชน์แก่เราบางเออจริงสิเรามี
ปืนทีได้จากเจ้าเงานั่นอยู่นี่ลองค้นหาดูในคอมพิวเตอร์นี้ดีกว่าเพื่อมีวิธีที่จะใช้มันได้ หวังว่าจะพบวิธีที่จะควบคุมเจ้าหุ่นนั่นหรือวิธีใช้ปืนนั่นและงานวิจัยที่จะเป้นประโยชน์แก่เราในอนาคต'' เอกิสรัวแป้นพิมบนคอมพิวเตอร์เครื่องนั่นเพื่อที่เขาหวังที่จะพบในสิ่งที่เขาต้องการ

ดูเหมือนว่าจะไม่มีวิธีการควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์เซิฟเวอร์นี้ด้วยมือเปล่าแต่กลับกันดันมีสายต่อปลั้กไปที่เชื่อมกับเครือข่ายโดยตรงในการควบคุมอยู่น่าจะถูกสร้างไว้เฉพาะสำหรับกลุ่มเครื่องจักรในการใช้งานเท่านั้น

ในขณะเดียวกันนั่นเองเอกิสก็ได้พบกับเอกสารที่วางอยู่ใกล้ๆกับคอมพิวเตอร์นั่นซึ่งมีแผนผังการสร้างของปืนกระบอกที่เขาเก็บมาได้อยู่แต่นอกจากไกปืนแล้วไม่ว่าจะคันกล้องหรือที่บรจจุกระสุนก็ไม่มีเลยแม้แต่น้อย

1) ยิงที่หัวตัวเอง
2) ลองยิงออกไปข้างหน้า
3) อื่นๆโปรดระบุ


[1]
''ดูเหมือนจะควบคุมได้เฉพาะพวกเครื่องจักรสินะส่วนปืนนี้ก็มีแต่แบบแปลงที่สร้างปืนกระบอกนี้อย่างเดียวไม่มีบอกวิธีการใช้เลย''
เอกิสคิคอยู่สักพักว่าจะทำอะไรต่อไปดีเขาก้เกิดความคิคเล่นๆเขาหยิบปืนขิ้นมาแล้วเล้งไปที่หัวตัวเอง ปัง!!!

-:- ช่วงเวลา Dark Hour



ภาพรอบๆด้านของชายหนุ่มได้พร่ามัวลงอย่างช้าๆในขณะที่ตัวเขาเองเริ่มรู้สึกเหมือนกับสติจะหลุดลอยออกไปจากร่างอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อเข้าตั้งหลักได้อีกครั้งนั้นเขาก็พบว่าตัวเองได้หลุดเข้ามาในเขาวงกตแปลกๆที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนแถมยังมีแรงกดดันแปลกๆแฝงอยู่ด้วย

Dark pressure : Low


เอกิสลืมตาขึ้น ''ที่นี้มันไหนกันละนี้สังสยนะจะเพราะปืนกระบอกนี้แน่เลยที่ส่งเรามาที่นี้''
เขามองไปรอบๆมันเป็นเขาวงกตแถมเขายังรู้สึกได้ถึงแรงกดดันแปลกๆด้วย ''รู้สึกได้ถึงแรงกดดันอะไรสักอย่าง ลองตามแรงกดดันไปดีกว่า''
เอกิสมุ่งหน้าตามแรงกดดันที่เขารู้ได้เพื่อไปดูว่าอะไรที่ส่งแรงกดดันแปลกๆออกมา

Dark pressure : Low

แรงกดดันแปลกๆนั้นได้ส่งออกมาจากทั่วทุกสารทิศของสถานที่แห่งนี้ มันน่าจะเป็นเพราะว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ของมนุษย์จึงทำให้เกิดแรงกดดันแปลกๆแบบนี้ขึ้นมา

ชายหนุ่มได้ค่อยๆเดินผ่านห้องสมุดขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกันวนไป-มาในเขาวงกตแห่งนี้ แต่ในระหว่างที่เอกิสกำลังสำรวจอยู่นั้นเองก็ได้มีกลุ่มปีศาจแปลกๆที่เขาไม่คุ้นหน้าและไม่น่าจะใช่หุ่นยนต์ออกมาโจมตีจนเขาได้เอี้ยวตัวหลบหลุดออกมาจากทางเดินใกล้ๆกับชั้นหนังสือในทางวงกตนั่น !!



จำนวน 4 ตัว


Defiance ขั้น2 เอกิสไม่รอช้าเขาพุ่งเข้าไปหาปิศาจแปลกๆทั้ง4ตัวชักดาบฟันไปที่ปีศาจเหล่านั่น



Str : A + (Defiance) (=S)
Agi : B + (Defiance) (=A)
Vit : C
Int : D
Dex : E

AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-ooooX )

Wrath Lv 2

Dark pressure : Low

จำนวนเป้าหมาย 2 ตัว

เอกิสได้ฟันเป้าหมายด้านหน้าของเขาอย่างง่ายดายจนร่างของมันได้ถูกดาบของชายหนุ่มฟันจนขาดครึ่งและค่อยๆสลายไปเป็นควัญสีดำและจางหายไป แต่ดูเหมือนว่าควัญพวกนั้นจะติดอยู่ที่พื้นในส่วนที่มันร่วงหล่นลงมาโดยไม่สามารถลบออกไปได้ มันคงจะไม่เป็นการดีถ้าควัญพวกนั้นกระเซ็นมาโดนเอกิส

ปีศาจอีกสองตัวที่เหลือนั้นได้พยายามลอยตัวให้สูงขึ้นเพื่อไม่ให้เอกิสโจมตีพวกมันโดนพลางพุ่งเข้ามาโจมตีในระยะใกล้ !! แต่ด้วยความเร็วของชายหนุ่มนั้นทำให้เขาสามารถหลบออกได้ไม่ยากนัก


หลังจากที่เขาหลบการโจมตีนั่นเอกิสพุ่งสวนเข้าไปแทงปีศาจ2ตัวนั่นเพื่อหวังที่จะจบการต่อสู้

Dark pressure : Low

จำนวนเป้าหมาย 0 ตัว

สวบบบ !! ร่างทั้งสองของเป้าหมายนั้นได้ถูกทำลายลงอย่างง่ายดายกว่าศัตรูที่เอกิสได้เจอมาก่อนหน้านี้มาก แต่หลังจากการต่อสู้นั่นเองทำให้ตำแหน่งของชายหนุ่มได้เปลี่ยนไปอีกครั้งจนเขาเองก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าตอนนี้ได้ยืนอยู่ส่วนไหนของเขาวงกฏแห่งตำรากันแน่


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 27-9-2013 06:49:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 22-10-2013 11:27






            แต่แม้จะเป็นเสียงที่เบาบางแต่เมเมะเธอก็ได้ยิน
            เมเมะยิ้มเล็กๆก่อนจะตอบออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า

            " ...เข้าใจแล้วค่ะ สัญญาเลย "

-:- ช่วงเวลากลางคืน

เด็กสาวได้พยักหน้าตอบลงเล็กๆแต่ดูท่าเธอก็ยังไม่ยอมปล่อยแขนของเมเมะไปไหนอยู่ดีพลางเดินเกาะแขนตามเมเมะอยู่ตลอดเวลาในห้องเลยทีเดียว รวมทั้งดูเหมือนว่าเฮอเมร่านั้นก็จะยังไม่สลับร่างกลับมาเร็วๆนี้ซะด้วย


            ' ......อา '
            " คือว่า... ปล่อยแขนก่อนได้ไหมคะ? "

            เมเมะยืนหยุดอยู่ที่เตียง เธอกะว่าจะนอนเสียหน่อยแต่ถ้ายังโดนคล้องแขนแบบนี้
มันคงทำอะไรไม่สะดวก
            
            " ....ชั้นไม่หนีไปไหนหรอกค่ะ นะ? "

            เธอหันไปยิ้มให้เด็กสาวข้างๆด้วยท่าทีลำบากใจเล็กน้อย จะว่าไปวันนี้เราต้องนอน
ห้องเดียวกันนี้นา...

            ' เราไปนอนที่โซฟาดีกว่าแฮะ '

ฟุโรโกะ เอริกะ : ให้เรานอนด้วยสิ. . .

เด็กสาวได้ถามขึ้นอย่างไร้เดียงสาด้วยใบหน้าที่สุดแสนจะอ้อนวอนพลางบีบน้ำตาเล็กๆออกมาอย่างช่วยไม่ได้พร้อมกับไม่ยอมปล่อยแขนเมเมะไปไหนอีกด้วย


            " .............. "
            ' ............... '
            
            ราวกับฟ้าผ่าลงมากลางกระหม่อมอย่างรุนแรง สมองของเมเมะคิดหาทางออกจาก
สถานการณ์นี้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่พบทางที่ว่าเลย ทำได้แค่ยืนตัวแข็งไปชั่วครู่

            " อ..โอเค้   ค่ะ! "

            เสียงสูง..

            " ..ต..แต่ว่า ที่นอนคือเมกะจังนะ ชั้นจะนั่งข้างๆจนกว่าเธอจะหลับเท่านั้นนะคะ "

            เมเมะยังไม่ละความพยายาม เธอเกลี้ยกล่อมเด็กสาวอีกครั้ง ให้นอนกับเด็กผู้หญิงเธอ
คงนอนไม่หลับเพราะตื่นเต้นแน่ๆ ก่อนจะจับไหล่เมกะเบาๆกดลงให้นั่งลงบนเตียง
            เมเมะวางมือบนหัวของเมกะแล้วก็พูดต่อไปว่า

            " โธ่.. ผู้ชายกับผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงานกันควรรักนวลสงวนตัวมากกว่านี่นะคะ "

ฟุโรโกะ เอริกะ : อะ... เอ๋ ?

เด็กสาวได้ค่อยๆนอนลงอย่างว่าง่ายแต่ก็ไม่ได้คัดค้านอะไร เธอนอนจับมือของเมเมะอยู่พักใหญ่ๆก่อนที่จะค่อยๆผลอยหลับไปอย่างช้าๆ


            " ...อืม "

            เมเมะปล่อยมือออกแล้วห่มผ้าให้เด็กสาว ก่อนจะพิงเก้าอี้แล้วก็หลับไปทั้งอย่างนั้น

~ Day 4 ~

-:- ช่วงเวลาเช้า

หลังจากที่ทั้งสองได้นอนหลับพักผ่อนกันไปจนพระจันทร์ได้ลัดฟ้าไปแล้ว แสงแดดอ่อนๆของดวงอาทิตย์ก็ได้ฉายจ้าขึ้นยามเช้าจนทำให้สภาพบนเรือที่อยู่กลางอากาศแบบนี้สว่างขึ้นมาทันตาเห็นเลยทีเดียว ดูเหมือนว่าเรือลำนี้จะเดินทางถึงจุดหมายแล้วในตอนนี้

เฮอร์เมร่า : อือ. . .

เมกะได้ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งบนที่นอนด้วยท่าทีซลึมซลือเล็กน้อย เธอได้ค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงและเดินไปสำรวจที่หน้าประตูขึ้นก่อนที่จะเดินกลับมาพร้อมกับถาดอาหารที่ถูกวางแยกไว้บนชั้นวางอาหารที่ทางเดินหน้าห้อง พวกเมเมะคงจะมีเวลากันอีกซักพักก่อนที่จะลงจากเรือก่อนช่วงเที่ยงวันนี้



            เมเมะที่นอนในท่านั่งนิ่งๆได้ลืมตาขึ้นมาเงียบๆ พอเห็นเมกะที่กลับมาเป็นเบื้องหน้าแล้วก็
หลับตาลงอีกครั้ง
            ดูเหมือนจะถึงที่หมายแล้ว แต่เช้านี้เธอขอนอนต่ออีกหน่อยสำหรับระยะเวลาเทียบท่า โดย
ปล่อยให้เมกะทานอาหารให้เรียบร้อยไปซะก่อน

            " ... "

            ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเธอหลับไปอีกรอบในท่านั่งแล้ว

หลังจากที่เมเมะได้พักงีบไปซักหน่อยนั้นเมกะก็ได้ค่อยๆปลุกเมเมะขึ้นเสียก่อนที่เรือจะออกรอบบินอีกครั้งในเวลาอันใกล้ข้างหน้า

เฮอร์เมร่า : จิ๊จ๊ะ !! ตื่นได้แล้วจะนอนอีกนานแค่ไหนเนี่ย  !!

เด็กสาวได้นั่งคร่อมบนตัวของเมเมะพลางโยกหัวของเด็กสาวไปมาเบาๆ


            " ง่าา...ตื่นแล้วๆ "

            เธอพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียเล็กน้อยพลางบิดแขนขึ้นเพราะการนอน
ในท่านั่งมันก็เมื่อยตัวพอดู ก่อนจะสังเกตว่าตนเองโดนเด็กสาวคร่อมตัวอยู่..

            " ...... "

             เมเมะขยับร่างด้วยเทคนิกของ [8 ปรมัด] เคลื่อนร่างตนเองสลับให้
เมกะนั่งลงที่เก้าอี้แทนอย่างนิ่มๆพร้อมเผ่นเข้าห้องน้ำไป.. ไม่กี่นาทีหลังจาก
จัดการธุระส่วนตัวเสร็จ เมเมะก็จัดข้าวของพร้อมเดินทางต่อด้วยสีหน้าสดชื่น

            " เอาละ พร้อมแล้วค่ะ "

            จากนั้นเธอก็พาเมกะออกจากห้องเพื่อเข้าไปยังตัวเมือง

-:- ช่วงเวลากลางวัน



ไม่นานนักทั้งสองก็ได้ย่างก้าวเข้ามาบนเมืองลัดฟ้า Emptiness แห่งนี้ บรรยากาศที่พรุ่งพล่านไปด้วยผู้คนและชีวิตชีวาได้กลับมาอีกครั้งนึงต่างกับเขตุเมืองอื่นๆอย่างสิ้นเชิง


            " ว้าว... "

            เมเมะได้ตื่นตะลึงไปกับบรรยากาศคนมากมาย เป็นครั้งแรกที่เห็น[มนุษย์]เยอะที่สุด
ตั้งแต่หลุดเข้ามาในโลกใบนี้เลยทีเดียว

            ' ทุกคนในหมู่บ้านคงลี้ภัยมาที่นี้ได้แน่ๆ.. '

            ถึงจะคิดแบบนั้นแต่ก็ไม่ค่อยมั่นใจนัก..
            เมเมะจะเดินฝ่าฝูงชนไปแต่ก็กลัวจะพลัดหลงกับเมกะ เธอจึงยืนมือไปจับมือของเมกะไว้

            " กันหลงนะคะ "

            จากนั้นก็ออกแรงพาเมกะเดินไปข้างหน้าด้วยกัน

ทั้งสองได้ออกเดินออกจากท่าเรือที่มีผู้คนพลุ่งพล่านจนเข้ามาถึงย่านกลางเมืองที่กว้างกว่าท่าเรือเมื่อครู่จนทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดกับจำนวนคนรอบๆเท่าไรนัก แต่ระหว่างทางที่เดินทางมานั้นเมเมะกลับไม่เห็นกลุ่มของผู้คนจากเมืองแห่งต้นไม้เลยแม้แต่น้อย


            " .......อืม "

            เมเมะเธอเดินไปเรื่อยๆ และเนื่องจากเป็นเวลากลางวันแล้ว เธอจึงคิดจะหาสถาน
ที่พักชั่วคราวก่อนแล้วค่อยเริ่มสำรวจเมือง หากแต่ติดปัญหาว่า เงินติดตัวของเธอตอนนี้จะ
พอสำหรับสถานที่พักหรือเปล่า

            " ถามคนแถวๆนี้ดีกว่า "

            เธอคิดจากนั้นก็มองไปรอบๆแล้วก็โบกมือเรียกหาคนที่อยู่แถวๆนั้นเพื่อถามทาง
โดยกุมมือเมกะให้กระชับขึ้นแต่ไม่แน่นเกินเพื่อไม่ให้หลุดด้วย

            " ขอโทษด้วยนะคะ "

ดูเหมือนว่าจะมีมิโกะสาวคนนึงที่กำลังเดินจ่ายตลาดอยู่นั้นเห็นเมเมะเข้าพอดีเธอจึงได้ค่อยๆเดินเข้ามาหาเด็กสาวเพื่อหวังที่จะช่วยเหลือ



? ? ? : ต้องการความช่วยเหลืออะไรรึเปล่าคะ ? ดูเหมือนคุณจะไม่ใช่คนที่นี่ด้วยสิ

หญิงสาวได้หยุดลงตรงหน้าของทั้งสองก่อนที่จะถามขึ้นด้วยท่าทางเป็นมิตร


            " ค่ะ.. คือพวกเรากำลังหาที่พักอยู่ พอจะมีสถานที่ๆให้ที่พักแลกกับการ
ทำงานในเมืองนี้บ้างหรือเปล่าคะ? "

            เมเมะพูดด้วยน้ำเสียงนอบน้อม โดยที่ยังกุมมือของเมกะไว้เช่นเดิม

? ? ? : เอ. . . ที่นี่มีแต่ที่พักทั่วๆไปล่ะน้า แต่ว่าถ้าจะหางานทำล่ะก็ที่ร้านคาเฟ่ในย่านกลางเมืองนี้ยังรับสมัครคนเพิ่มอยู่นะ

หญิงสาวได้อธิบายขึ้นก่อนที่จะได้ให้แผนที่ตัวเมืองกับเมเมะและขีดกาสัญลักษณ์สถานที่พักและคาเฟ่ดังกล่าวให้กับเมเมะ


            " อย่างนั้นเองเหรอคะ ขอบพระคุณมากค่ะ "

            เมเมะก้มหัวขอบคุณเด็กสาวตรงหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ

            " อะ ชั้นชื่อ เมเมะ ค่ะ มุซารากิ เมเมะ ส่วนเด็กคนนี้ชื่อ เฮอร์เมร่า หรือ เมกะจังค่ะ "

            หลังจากขอบคุณเสร็จเธอก็ได้แนะนำตัวเธอเองแล้วก็ผายมือไปทางเมกะเพื่อแนะนำตัว
ด้วยกันด้วย

คิริว โมอ์กะ : เราชื่อ คิริว โมอ์กะ เราอาศัยอยู่ที่เมืองนี้ได้ซักพักนึงแล้วน่ะค่ะ

เธอได้แนะนำตัวขึ้นก่อนที่จะได้ทำความรู้จักกับเมเมะและเมกะก่อนที่จะได้แยกตัวออกไป


             หลังจากแยกตัวกัน เมเมะก็พาเมกะไปหาที่พักตามแผนที่ๆได้มาจากคนใจดีทันที            

             " เอ..ที่นี้สินะคะ "



ไม่นานนักเมเมะและเมกะก็ได้เดินทางมาถึงที่พักใจกลางเมือง emptiness แห่งนี้ เมื่อเด็กสาวได้เข้ามาด้านในนั้นก็พบว่าสิ่งก่อสร้างตึกนี้มีลักษณะคล้ายๆกับคอนโดทั่วๆไปที่มีการจัดแบ่งห้องอย่างเป็นระเบียบและกว้างขวาง เมื่อเทียบกับความปลอดภัยในเมืองแล้วที่นี่น่าจะเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในตอนนี้

ที่ประชาสัมพันธ์นั้นได้มีหญิงสาวคนนึงที่นั่งประจำการอยู่ เมเมะน่าจะสามารถซื้อ/เช่าห้องพักที่นี่อยู่ได้จากเธอคนนี้



             " เอ่อ.. "

             เด็กสาวทั้งสอง(?)เดินเข้ามาในเคาเตอร์จากนั้นเด็กสาวคนนึงก็อ้ำๆอึ้งๆเล็กน้อย
ก่อนจะบอกพี่่สาวที่เคาเตอร์ด้วยท่าทีประหม่านิดๆออกไปว่า

             " คือว่า.. ที่นี้เป็นที่พักสำหรับนักเดินทาง... ใช่มั้ยค่ะ "
             " สอง...............................................ไม่สิ..... พัก 1 ห้องราคาเท่าไหร่คะ? "

? ? ? : อ๊ะ !! นะ- หนึ่งห้องสินะคะ

หญิงสาวได้ตอบขึ้นในท่าทีประหม่าไม่แพ้กันก่อนที่เธอจะได้ค่อยๆเปิดหนังสือเวทย์มนต์ออกที่หน้าเคาร์เตอร์นั้นและดูห้องพักให้กับทั้งสอง

? ? ? : ห้องพักทั่วๆไปจะอยู่ที่ราคา 10g ต่อ 1 วันค่ะ

เธอได้บอกรายละเอียดขึ้นพร้อมกับได้แสดงห้องและกุญแจที่พักให้กับเมเมะตัดสินใจ



            ' 10g ? ..... มันมีค่ามากกว่า 10 เยนหรือเปล่านะ? ว่าแต่ว่าถูกจัง ทั้งๆที่ห้อง
ดูแล้วน่าจะแพงอยู่แท้ๆ ..... หรือ 10g มันมีค่ามากกว่าที่คิดละเนี่ย '

            เมเมะขบคิด จากนั้นก็ตัดสินใจเลือกห้องที่พนักงานโชว์ให้ดู

            " เอาห้องนี้ค่ะ ส่วนเวลาก็.... น่าจะสัก 4 คืน "

            สาเหตุที่เลือกเพราะห้องมันกว้างดีนี่แหละ....

-10g

? ? ? : ร- รับทราบค่ะ

หญิงสาวได้ตอบยืนยันก่อนที่จะได้ทำการจองห้องไว้ให้กับเมเมะตามระยะเวลาที่กำหนด

? ? ? : เรื่องระยะเวลาและอัตราการเช่านั้นเราจะเก็บเรียงเป็นรายวันและจะสอบถามอีกครั้งว่าจะต่อสัญญาหรือไม่เมื่อถึงเวลาที่กำหนดนะคะ

เธอได้ค่อยๆอธิบายขึ้นด้วยท่าทางประหม่าเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆก้มหัวขอบคุณลูกค้าที่ได้มาใช้บริการเล็กน้อย


            " ขอบพระคุณมากค่ะ "

            เมเมะโค้งตัวให้พนักงานอย่างสุภาพเช่นกัน ก่อนจะพาเมกะไปที่ห้องตามที่ได้ดูใน
ใบสถานที่เมื่อครู่
            ไม่นานนัก ทั้งสองก็มาถึงห้อง เนื่องจากไม่มีสัมภาระเมเมะเลยไม่ได้ขอให้คุณพนักงาน
นำทางมาให้
            เธอลองไขห้องเข้าไปดูก็พบว่าเป็นห้องที่โออ่ามาก เกิดมาเธอเพิ่งจะเคยเห็นห้องที่
เหมือนในโรงแรมหรูแบบนี้

            " .....เอาละ เมกะจัง หิวหรือยังคะ? "

เฮอร์เมร่า : ถ้าอาหารมนุษย์ล่ะก็จะไปหาอะไรทานกันก็ได้น้า ~ แต่ถ้าพลังงานคืนนี้ตอนนอนเราค่อยเริ่มชาจสะสมไว้ก็ได้

เธอได้ตอบขึ้นพลางเสนอความเห็นกับเมเมะ


            " เหรอคะ........ งั้นก็........ "

            พูดได้แค่นั้น เมเมะก็หน้าแดงแล้วก็หลบตาชั่วครู่นึง.....

            ...................................
            ....................................
            .....................................

            " เอ่อ... "
            " งั้น... "

            เมเมะผายมือไปทางห้องๆนึงที่หรูหราเช่นเดียวกับข้างนอก เป็นห้องเล็กๆที่มี
อุปกรณ์ทำความสะอาดตัววางเรียงรายอยู่

            " เข้าไปอาบน้ำก่อนนะ เพราะเดี๋ยวชั้นจะพาเมกะจังออกไปทำธุระด้วยกันค่ะ "

            ดูเหมือนเธอจะควบคุมอารมณ์ได้แล้วเลยสามารถบอกออกไปได้สบายๆ ถึงจะ
เคยแบกร่างของเด็กสาวตอนเปลือยมาแล้ว แต่เอาจริงๆเธอยังไม่ได้เห็นเลยสักนิดเพราะ
ตอนนั้นอยู่ในสถานการณ์หลายอย่าง เลยทำให้เธอไม่ได้เพ่งสนใจ
            เนื่องจากสภาพเงินมีจำกัดเลยต้องอาศัยอยูห้องเดียวกัน แต่ถึงจะมีเงินมากกว่านี้
ตัวเธอที่สัญญาไว้ว่าจะไม่ทิ้งเด็กสาวเด็ดขาดก็คงจะอยู่กันคนละห้องไม่ได้

            " ถ..ถ้างั้นชั้นรอตรงนี้นะคะ "

            เมเมะพูดพลางทำท่าทีว่าจะจัดข้าวของ

เฮอร์เมร่า : ไม่มาอาบด้วยกันเหรอ ?

หญิงสาวได้ถามขึ้นขณะที่ค่อยๆหันกลับมามองเมเมะที่ออกมายืนรอด้านนอกด้วยท่าทางสงสัย

เฮอร์เมร่า : ถ้าอาบพร้อมกันมันจะประหยัดเวลาได้มากเลยน้า


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 29-9-2013 23:39:21 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 8-10-2013 06:51





ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะวิ่งกลับถึงห้องเดิมแมลงประหลาดนั่นก็ได้ตามติดหลังเขามาถึงห้องข้างๆนี่ที่เขาวิ่งออกมาตอนแรกแล้ว !!

ชิโรโกะ : หนูไม่เคยเห็นตัวนี้มาก่อนเลยงะ !!

เด็กสาวได้ตอบขึ้นในขณะที่โดนแบกอยู่บนบ่าของชิระ พร้อมกันนั้นเธอได้ชักลำปืนพกที่ชายหนุ่มได้มอบไว้ให้ขึ้นก่อนที่จะยกเล็งมันขึ้นมา

ชิโรโกะ : ถ้าออกไปที่ห้องด้านหลังแล้วเลี้ยวที่แยกแรกจะมีลิฟขึ้นไปที่ชั้น 2 ของเรือนะคะ แต่เราไม่รู้ว่าจะต้องเจออะไรด้านหน้าบ้างนะ

เธอได้เสนอขึ้นพร้อมกับยิงสกัดแมลงตัวด้านหน้านี้ !! แต่ทว่าเมื่อกระสุนกระทบที่ลำตัวมันนั้นก็ทำให้เกิดควัญประหลาดฟุ้งออกมาจากตัวมันทันทีทำให้ชิโรโกะยั้งมือไว้ก่อนและไม่ยิงต่อไป


ชิระใช้หยิบเคียวแห่งการพิภากษาขึ้นมา แล้ว

"จงเสียดสี Sickle Static "

ชิระ ใช้เคียว แล้วชิระก็ ใช้เคียวกวัดแกว่ง กับสิ่งของข้างๆเพื่อให้ล้มลงพาขางทางเจ้าแมลง ขณะที่จะวิ่งไปยังลิพ เพื่อจะขึ้นไปชั้นต่อไป

ชิระ ฟันสิ่งกวีดขวางทุกอย่างเท่าที่จะทำได้

"เส้นตาย คงอยู่ตรงทางเดินขึ้นลิฟสินะ"

ชิระได้บ่นพึมพำออกมา แล้วมุ่งหน้าไปทางโค้งเพื่อจะขึ้นลิฟชิระพยายามทิ้่งระยะห่างกับเจ้าแมลงให้มากที่สุด



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-ooooX )

ข้าวของและตู้หนังสือระหว่างทางได้ถูกตัดออกอย่างง่ายดายจนลงมาขวางทางของแมลงด้านหน้านั่นเต็มไปหมด ชิระได้รีบตรงไปยังลิฟท์ทางขึ้นชั้น 2F ในช่วงเวลาที่เร่งรัดนี้ก่อนที่เขาจะได้หลบหนีแมลงตัวนั้นขึ้นมายังชั้นบนได้

ชิโรโกะ : หนีขึ้นมาแล้ว. . .

เด็กสาวได้เอ่ยออกมาเบาๆด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนกกับแมลงประหลาดเมื่อครู่ ก่อนที่เธอจะได้ค่อยๆลงมาจากบ่าของชิระอย่างช้าๆและมองดูรอบๆชั้น 2 ของเรือนี้

ชิโรโกะ : หนูเองยังไม่เคยมาเลยน้า ~ ถ้ามีทางออกไปก็ดีสินะคะ

เธอได้เอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้นและมีความหวังท่าทางชิระจะไม่ได้กินอะไรวันนี้ซะแล้วกระมัง ?


"หื่ม...สำรวจชั้นนี้กันเถอะเพื่อจะมีอะไรที่น่ากิน..เฮ้ย มีอะไรที่น่าจะเป็นข้อมูล"

ชิระ ทำท่าหมดแรง เหมือนไม่หวังอะไรกับโลกใบนี้อีกแล้ว ชิระก็หันไปมองหน้าชิโรโกะ

"ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะปกป้องเธอเองไม่ว่าจะเจออะไรฉันจะไม่ทิ้งเธอไปแน่นอน"

ชิระเอามือลูบหัว ชิโรโกะ แล้วยิ้มให้ด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน ><

ชิโรโกะ : ขอบคุณค่ะ ♥ พี่ชาย ~

เด็กสาวได้ยิ้มรับคำของชายหนุ่มอย่างร่าเริงพร้อมๆกับออกเดินหน้าไปพร้อมๆกันบนเรือชั้น 2F นี้



ดูเหมือนว่าใกล้ๆนี้จะมีประตูอยู่สองบานซึ่งบานนึงนั้นปิดอยู่ แต่ว่าชิระน่าจะใช้การ์ดที่เขาเก็บมาเมื่อตอนแรกที่ขึ้นมาบนเรือได้ แต่ยังไงก็ตามพวกเขาก็ได้เดินไปสำรวจอีกห้องที่อยู่ใกล้ๆกันก่อนเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา

ด้านในห้องนั้นเป็นห้องมืดๆที่เต็มไปด้วยกล่องเหล็กที่เก็บสัมภาระของผู้เดินทางอย่างมากมาย ชิระน่าจะสามารถหาของใช้ประโยชน์จากห้องๆนี้ได้แต่ไม่น่าจะมีอาหารหลงเหลืออยู่ที่นี่


"ว้าวโชคดีจังเลยยพวกเรา "

ชิระรีบวิ่งเข้าไปค้นหาของแล้วนำของทุกชิ้นมากองรวมกันกลางห้อง แล้วก็เลือกว่าชิ้นไหนพอจะทำไรได้่บ้าง

"ชิโรโกะจังหิวไรหรือเปล่า ไม่รู้ว่าที่นี่จะมีของกินไหม?? "

ชิระค้นของต่อไปด้วยความสนุกเหมือนเด็กกำลังต่อเลโก้

-:- ได้รับไอเท็ม
     - กระสุนปืนพก *20
     - กุญแจผี *4
     - สมุนไพรสีเขียว *3

ข้าวของส่วนใหญ่นั้นเป็นของใช้ส่วนตัวและเสื้อผ้าเสียมากกว่าทำให้ชิระไม่มีความจำเ็นที่จะเก็บข้าวของบางอย่างมา

ชิโรโกะ : หนูยังไม่ค่อยหิวเท่าไรอะค่ะ

เด็กสาวได้ตอบกับชิระพลางมองไปรอบๆห้องและทางเดินโล่งๆบนชั้น 2 นี้


"งั้นหรอ... งั้นเราไปตรวจดูอีกห้องนึงกันดีกกว่า ระวังด้วยละ"

ชิระเก็บของที่จำเป้นใส่กระเป๋าเสร็จก็เดินออกไปยังประตูถัดไปพร้อมกับตั้งท่า ระวังอันตรายจากหลังประตูนั้น



ชิระได้ใช้บัตรคียการ์ดของเขาเปิดเข้ามาที่ด้านในและสำรวจไปรอบๆทางเดินนี้จนพบว่ามีทางไปต่อได้จากทางเดินยาวๆนี้อีกสองทางด้วยกัน

1) เข้าสำรวจประตูด้านหน้า
2) ไปยังประตูด้านข้างที่ยาวออกไปสุดทางเดิน
3) เดินย้อนกลับทางเดิม
4) อื่นๆโปรดระบุ


1

"เราเข้าไปดูประตูด้านหน้าก่อนละกันนะ"

ชิระเดินไปพร้อมกับระแวดระวังอยู่เหมือนเดิม



ที่ด้านในนั้นชิระได้พบว่าห้องนี้เหมือนกับห้องพักของกับตันเรือของเรือลำนี้ ที่ด้านในนั้นมีเอกสารไดอารี่ที่วางอยู่ข้างๆกับคีย์การ์ดบางอย่างอยู่ แต่ภายในห้องนั้นดันไม่มีร่างหรือร่องรอยของกับตันของเรือให้เห็นอยู่เลย

1) เก็บคีย์การ์ดและอ่านไดอารี่
2) เก็บคีย์การ์ดอย่างเดียว
3) เดินย้อนกลับออกมา
4) อื่นๆโปรดระบุ


1

"ห้องนี่ดูน่านอนจัง555+ "

ชิระหัวเราะออกมาแล้วหันหน้าไปหาชิโรโกะ

"จะว่าไปเธออยู้มาได้2ปีแล้ว นอนที่ไหนหรอเนี่ย..."

ชิระถามไป แล้วในใจก็คิดว่า

'อยากเห็นตอนนอนชิโรโกะนอนจัง'

ชิระยิ้มขึ้นที่มุมปากแล้วก็ หันกลับไปอ่านไดอารี่

-:- ได้รับไอเท็ม
     - Blue Keycard *1

ชิโรโกะ : หนูนอนในช่องระบายอากาศน่ะค่ะ ♪

เด็กสาวได้ตอบขึ้นพลางได้วิ่งเข้ามาใกล้ๆกับชิระและดูไดอารี่ที่จดบันทึกไว้นั่นด้วย. . .

" ~ Day 10 ~ "
เรือลำนี้ได้จอดอับปางลงที่กลางทะเล..... ไม่มีสัญญาณติดต่อจากโลกภายนอกเลยแม้แต่น้อย

" ~ Day 11 ~ "
เสบียงบนเรือนั้นเริ่มลดถอยลง รวมทั้งผู้โดยสารก็เริ่มที่จะทำอะไรบ้าๆขึ้นจนบางครั้งผมก็รู้สึกดีเหมือนกันที่ได้ติดเรือกับคนพวกนี้ มันทำให้ชีวิตผมมองเห็นโลกอีกด้านนึง

" ~ Day 12 ~ "
เริ่มมีผู้โดยสารและลูกเรือป่วยด้วยอาการประหลาด..... แต่ว่าทางห้องพยาบาลเองก็ได้เข้าทำการตรวจสอบและรักษาเบื้องต้นแล้ว พวกเราหวังว่าจะติดต่อภายนอกได้เร็วๆนี้. . .


ดูเหมือนว่าบันทึกจะขาดหายไปก่อนที่ไม่นานนักเสียงบางอย่างก็ได้ดังขึ้นภายในห้องก่อนที่ร่างประหลาดของสิ่งมีชีวิตแปลกๆบนเรือจะได้ปรากฏตัวขึ้นมาจากด้านประตูทางเข้าห้องนี้ !!



จำนวน 2 ตัว


ชิระอุ้มชิโรโกะหนีไปห่างจากพวกมัน แล้วตะวัดคิวใส่หัวพวกมัน

"สวัสดีจร้า ไม่ทราบว่าพวกนายพูดได้หรือป่าว ??"

ชิระพูดทักทายพวกมันขณะที่ง้างเคียวแล้วเหวี่ยงไปที่หัวพวกมัน



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-ooooX )

จำนวนเป้าหมาย 1 ตัวครึ่งบน 2 ตัวครึ่งล่าง

ไม่มีเสียงตอบกลับมาแต่อย่างใดพร้อมๆกับร่างประหลาดที่ได้พุ่งเข้ามาหาเคียวของชิระอย่างเฉื่อยชาและไม่รับรู้ถึงความกลัวใดๆ แต่แล้วร่างของพวกมันก็ได้ถูกฟันออกจนขาดครึ่งและค่อยๆคลานเข้ามาหาชายหนุ่มอย่างช้าๆ

ปัง !! เสียงปืนจากชิโรโกะได้ยิงเข้าที่หัวของเป้าหมายจนร่างท่อนบนของมันตนนึงได้แน่นิ่งไปกับพื้นโดยที่อีก 3 ส่วนที่เหลือนั้นยังพยายามคืบคลานเข้ามาหาทั้งสอง


"คงต้องสับให้เป้นชิ้นๆเลยสินะเจ้าพวกนี้ ชิโรโกะช่วยยิงสนีบสนุนทีนะ ไม่ต้องยิงมากละ เปลืองกระสุน"

ชิระตะโกนบอก ชิโรโกะ พร้อมกับวิ่งออกไปมุ่งหน้าไปแล้วเหวี่ยงเคียว สับพวกมันให้เป้นชิ้นๆ

"จงแหลกไปซะ เจ้าพวกขยะ"

ชิระเหวี่ยงเคียวไว้พร้อมกับระวังไม่ให้ พวกมันโดดเข้ามาถึงตัว



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-ooooX )

เคียวของชิระได้แยกร่างเนื้อประดลานั้นออกเป็นส่วนๆอย่างง่ายดายจนกระทั่งมันหยุดการเคลื่อนไหวไปในที่สุด แต่จนกระทั้งบัดนี้ชายหนุ่มก็ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าพวกมันออกมาจากไหนกันแน่


"เก่งจิงก็ออกมาเยอะๆสิฟะ ออกมาแค่นี้จะไปหนุกได้ไง"

ชิระตะโกนใส่ แล้วก็หันกลับมาถามชิโรโกะว่าปลอดภัยไหม แล้วก็เดินไปยังห้องถัดไป

"ห้องต่อไปมันต้องมีอะไรที่น่าตื่นเต้นแน่ๆเลย"

ชิระพูดออกไปอย่างน่าเบื่อหน่าย ที่ต้องมาเจออะไรกับพวกตัวประหลาดนี้

~ Day 2 ~

Stamina -4
Immunity -5



ชิระเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าจากการเดินทางเพราะว่าตั้งแต่มาถึงนั้นเขายังไม่ได้พักหรือทานอะไรเลยแม้แต่น้อยหรือแม้กระทั่งนาฬิกาและแสงตะวันที่จะบอกเวลาเขาก็ยังไม่มีให้เห็นเลยด้วย. . .

ชายหนุ่มได้เดินออกมาพร้อมกับชิโรโกะจนถึงทางเดินระเบียงที่เชื่อมต่อกับห้องสุขาและห้องอื่นอีกประตูนึง

ชิโรโกะ : พี่ชายไหวรึเปล่าคะ ?

เด็กสาวได้ถามขึ้นด้วยท่าทางเป็นห่วงเพราะว่าชิระนั้นไม่ได้พักมาเป็นเวลาซักพักแล้ว

1) สำรวจห้องน้ำ
2) เดินไปยังอีกห้องนึง
3) ย้อนกลับทางเดิม
4) อื่นๆโปรดระบุ


1)

"แค่นี้เอง ยังไม่ทันออกแรงด้วยซ้ำ"

ชิระยกแขนขึ้นมาเหวี่ยง แสดงให้เห็นถึงว่ายังฟิตปั๋ง ชิระเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วหันมาถามชิโรโกะว่า

"ปวดฉิ่งฉ่อง หรือป่าว... ชิโรโกะจัง"

แล้วจากนั้นก็ถือเคียวพร้อมกับเดินเข้าไปข้างในห้องน้ำอย่างระแวดระวัง พร้อมกับสำรวจ

ชิโรโกะ : จ- จะบ้าเหรอคะ !!

เด็กสาวได้ตีลงที่หลังของชิระแก้เขินพร้อมกับเดินตามเข้ามาสำรวจด้านในด้วยเช่นกัน

-:- ได้รับไอเท็ม
     - Green herb *1
     - Blue herb *1 (ไว้แก้อาการผิดปกติได้ยกเว้นอาการติดไวรัส)


"ฮ่าฮ๋าฮ๋า ~"

ชิระหัวเราะชอบใจ แล้วก็เดินออกมาเพื่อจะไปยังฉันต่อไป

"ว่าไปเรามาหาไรคุยแก้เบื่อกันดีไหมน้าาา"

ชิระหาเรื่องชวนคุยจะได้ทำให้บรรยากาศ ดูผ่อนคลายลงไปบ้าง



ชิโรโกะ : เอ๋ ? คุยในห้องน้ำเนี่ยเหรอคะ ?

เด็กสาวได้ถามขึ้นอย่างแปลกใจเล็กๆก่อนที่จะได้ปัดขอบอ่างน้ำในห้องน้ำเบาๆและนั่งลงบนนั้นอย่างช้าๆ


"อ่า...จะว่าไป เธอมาจากที่ไหนหรอ มาบนเรือลำนี้คนเดียวหรอ หรือมากับครอบครัวละ"

ชิระนั่งลงที่พื้นข้างหน้า ชิโรโกะ แล้วก็พูดต่อ

"ฉันน่ะนะ ไม่มีทั้งพ่อ ทั้งแม่ ถึงจะมีก็เถอะ แต่ก็เหมือนไม่มี ตอนแรกฉันก็ไม่ได้คิดไรมากแล้ว แต่พอได้ความทรงจำกลับคืนมา

มันก็ทำให้ฉัน รู้สึกเสียใจ ที่ฉันรู้ว่าพ่อแม่จริงๆแล้วเป็นใคร ฉันไม่รู้ว่าฉันต้องทำไรกันแน่ถ้าเลือกเกิด

ได้ก็อยากจะเป็นแค่มนุษย์ ธรรมดาคนนึงที่วันก็ไปเรียนหนังสือกลับบ้านมาก็นั่งดูทีวี ไม่ก็ไปเที่ยวกับแฟนสาว เห่อออ"

ชิระทำหน้าเหนื่อยหน่ายขณะพูดเรื่องของตัวเองให้ชิโรโกะฟัง แล้วก็มองหน้ามองเพดานเหมือนอยากจะบินขึ้นไปบนฟ้า

แล้วระเบิดความสับสนในหัวให้ระเบิดออกมาให้หมดให้หมด

ชิโรโกะ : สต้อป !! ทำไมพี่ชายถึงพูดเหมือนตัวเอกที่กำลังจะหมดบทเล่นล่ะคะ !!

เด็กสาวได้รีบร้องห้ามไว้ก่อนที่ชายหนุ่มจะเล่าต่อไป

ชิโรโกะ : หนูมาที่นี่กับพี่สาวน่ะค่ะ แต่พี่สาวหนูน่ะเก่งมากๆเลยไม่เป็นห่วงเท่าไรหรอก

เธอได้เอ่ยขึ้นถึงด้านของเธอบ้างพลางชวนชิระคุยในเรื่องที่ให้ความหวังขึ้นมาบ้างเช่นกัน

ในขณะเดียวกันนั้นชิระก็ได้ยินเสียงคล้ายกับผีเท้าของกลุ่มอะไรซักอย่างกลุ่มนึงกำลังเดินผ่านมายังระเบียงด้านนอกห้องน้ำนี้. . .

1) เปิดออกไปดู
2) แอบในห้องน้ำ
3) อื่นๆโปรดระบุ


2

ชิระอุ้มชิโรโกะแล้วรีบเข้าไปแอบในห้องน้ำ แล้วแอบดูข้างนอกว่ามีใครกำลังวิ่งมา

"เสียงไรกันน่ะ ดูจะเสียงวิ่งแล้วน่าจะเป็นมนุษย์ หรือว่าเป็นพวกใหม่ จะทำไงดีละ ชิโรโกะจัง"

ชิระพูดพร้อมชโงกดูข้างนอกต่อไป

ชิโรโกะ : หนูว่าแอบดูก่อนก็ได้ล่ะมั้งคะ ?

เด็กสาวได้กระซิบขึ้นเบาๆพลางเกาะที่ไหล่ของชิระไว้เพื่อไม่ให้ตกลงมาพร้อมกับแอบดูออกไปด้านนอกด้วยเช่นกัน

ภาพที่ทั้งสองเห็นนั้นเป็นภาพของกลุ่มคนในชุดเกราะหนังที่ป้องกันแก๊ซพิษและกระสุนพร้อมทั้งยังมีอาวุธครบมือกำลังค่อยๆเดินตรวจตราสถานที่ภายในเรือนี้อยู่. . .



? ? ? : จำไว้นะพวกเรามานำตัวอย่างของไวรัสกลับไปเท่านั้น ถ้าเจอสัตว์ทดลองหรือผู้รอดชีวิตให้ฆ่าทิ้งให้หมด

ชายร่างยักษ์ตัวบึกบึนที่เดินนำกลุ่มด้วยอาวุธปืนลูกซองนั้นได้เอ่ยขึ้นมาบอกกับทีมก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะได้ค่อยๆเดินไปยังห้องอีกห้องนึงที่ชิระและชิโรโกะตั้งใจจะไปในทีแรก


เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 30-9-2013 21:48:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Shinobu เมื่อ 27-11-2013 22:09









AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----loooooX )

จำนวนเป้าหมาย 0 ตัว

หุ่นยนต์ตัวเล็กๆนั้นได้ถูกทำลายออกไปอย่างไม่เหลือซากทิ้งไว้เลยแม้แต่น้อยจนทำให้เด็กสาวไม่สามารถระบุได้ว่ามันมาทำอะไรในปราสาทของเธอกันแน่

1) กลับไปนอนต่อ
2) ออกไปดูด้านนอก
3) อื่นๆโปรดระบุ


เมื่อองค์หญิงยูกิได้เดินออกจากห้องตัวเองมานั้นเธอก็พบว่าปราสาทที่ถูกทำลายลงนั้นยังพอมีร่องรอยเหลืออยู่บ้างทำให้เธอสามารถตามร่องรอยนั้นเพื่อไปตรวจสอบห้องที่น้องสาวเธอน่าจะอยู่ได้ก่อนที่ปราสาทจะพังลงไปจนหมดสิ้นเสียก่อน



ไม่นานนักยูกิฮิเมะก็ได้เดินทางมาถึงห้องที่เธอได้เก็บร่างของน้องสาวของเธอที่ถูกแช่แข็งเอาไว้ ซึ่งเธอก็พบว่าตอนนี้มันยังปกติดีอยู่แต่เธอสมควรที่จะย้ายร่างในน้ำแข็งนี้ออกไปด้านนอกก่อนที่ปราสาทจะถล่มลงมาเสียก่อน !!




              ยูกิฮิเมะยืนคิดทบทวนหาวิธีที่จะช่วยพาน้องสาวของตนเองออกไปจากปราสาทก่อนที่มันจะถล่ม
หลังจากที่ยืนคิดอยู่ซักครู่นึงยูกิฮิเมะจึงนึกออก"ข้ารู้แล้ว เรียก Dark night กับ Blood night ออกมาช่วยยกก็สิ้นเรื่อง" ยูกิฮิเมะพูดด้วยหน้าเย็นชา แล้วยูกิฮเมะก็ใช้ skill:The Last Remember of the queen เพื่อที่จะสามารถเรียก Dark night และ Blood night ออกมาได้ เมื่อเรียกทั้งสองออกมายูกิฮิเมะจึงได้สั่งให้ทั้งคู่ช่วยกันยกผลึกนำ้แข็งที่มีร่าง Felli อยู่ข้างใน ซึ่งผลึกน้ำแข็งนี้มีความหนักถึง 2 ตัน แต่ทั้งสองสามารถยกมันได้อย่างสบายๆเพราะว่าทั้งสองนั้นมีพละกำลังที่มากขนาดยกปราสาททั้งหลังได้เลย และด้วยความที่มีพลังมากทำให้สามารถใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆนอกจากการต่อสู้อีกด้วย

               หลังจากที่อัศวินผู้เป็นดั่งโล่ที่ปกป้องทั้งสองได้ยกผลึกน้ำแข็งขึ้นยูกิฮิเมะดันลืมนึกไปว่าไม่สามารถนำ Felli ออกเดินทางไปด้วยได้อย่างแน่นอนจึงพยายามนึกถึงสถานที่สามารถเก็บรักษาผลึกที่ขัง Felli นี้อย่างปลอดภัย เนื่องจากตลอดมาหลังจากที่ Felli โดนคำสาปที่ทำให้ติดอยู่ในผลึกน้ำแข็งมานานนับ 10 ปี เธอได้นำ Felli  มาไว้ในปราสาทมาตลอดเพราะคิดว่าปราสาทแห่งนี้ปลอดภัยที่สุดจนกระทั่งวันนี้มีไอ้บ้าตัวหนึ่งที่มาทำให้ปราสาทของเธอเจ้าหญิงแวมไพร์ผู้สูงศักดิ์ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ต่อไป
               ซึ่งทำให้ในใจของยูกิฮิเมะรู้สึกโกรธมาก"มันบังอาจมากที่มาทำลายปราสาทของข้า!! เป้าหมายนอกจากจะออกตามหาของที่จะมาช่วย Felli แล้วข้าจะต้องเอามันมาสูบเลือดให้หมดทั้งตัวเลย ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าโทษของการมาทำลายปราสาทของข้ามันเป็นอย่างไร!!"

               หลังจากที่ยูกิฮิเมะได้ระบายคำพูดออกมาแล้วจึงเริ่มคิดถึงสถานที่ที่จะเก็บ Felli ต่อไป ชนเผ่าแวมไพร์นั้นเป็นเผ่าที่สูงศักดิ์มีทั้งเผ่าที่เป็นมิตรและเป็นศัตรูแต่ในเผ่าที่เป็นมิตรนั้นมีอยู่เผ่าหนึ่งที่คอยรับใช้เผ่าแวมไพร์ด้วยความจงรักภักดีมาตลอดนั่นก็คือเผ่ามนุษย์หมาป่า ซึ่งทำให้ยูกิฮิเมะไม่จำเป็นต้องคิดมากเลยที่จะนำ Felli ไปฝากไว้กับเผ่านี้ ทางด้านของเผ่ามนุษย์หมาป่าคงมีความยินดีที่จะต้อนรับตัวเธอและFelliอย่างสมเกียรติถ้าไม่งั้นแล้วยูกิฮิเมะจะทำให้เผ่ามนุษย์หมาป่ากลายเป็นประวัติศาสตร์ภายในคืนเดียวทันที เพราะถือว่าเป็นการทรยศต่อเผ่าแวมไพร์ เมื่อยูกิฮิเมะคิดเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นจึงเดินทางออกจากปราสาทพร้อมกับ Dark night และ Blood night ที่ช่วยกันยกผลึกน้ำแข็งเดินตามผู้เป็นเจ้านายไปในทันที



AS : ( X-----l-----l-----l-----loooooloooooloooooloooooX )



                                                                          


                  
ยูกิฮิเมะได้มาปรากฏตัวในสถานที่ที่เธอสร้างประตูเปิดออกขึ้นดูเหมือนว่ามิตินี้จะยังปกติดีอยู่และเหมือนกับที่เธอเคยรู้จักเมื่อก่อนหน้าไม่มีผิดเพี้ยน เธอน่าจะตามหาสหายเก่าของเธอและฝากตัวน้องสาวของเธอไว้ที่นี่ได้ซักระยะนึง


          เมื่อยูกิฮิเมะได้มาถึงได้มองบริเวณรอบๆตัวสถานที่ๆคุ้นเคยที่เมื่อตอนเด็กๆเธอได้มาเที่ยวเล่น บรรยากาศที่รู้สึกอึดอัดแต่รู้สึกอบอุ่นไปในตัวของมันเองถนนด้านหน้าที่เป็นถนนสายตรงสายเดียวมุ่งไปสู่ปราสาทตรงหน้าสุดทางถนนกับป่าแห่งความมืดด้านซ้ายและด้านขวาของถนนมีต้นไม้ที่มีดวงตาสีแดงคอยสอดส่องผู้บุกรุกตลอดเวลา พวกยูกิฮิเมะนั้นได้เดินทางมาจนถึงด้านหน้าปราสาทหลังใหญ่ที่แลดูจะไม่มีใครอาศัยอยู่ปราสาทที่บางส่วนที่เสียหายแต่กลับไม่ได้ซ่อมแซมอะไรเลยแต่ยูกิฮิเมะไม่แสดงอาการใดๆเพราะชินกับสถานที่แห่งนี้แล้ว

                        "ท่านแม่มดแห่งความมืดอลิเซียข้าบุตรตรีแห่งราชีนีแวมไพร์เดินทางมาเพื่อต้องการความช่วยเหลือจากท่าน" เมื่อยูกิฮิเมะพูดจบบานประตูหน้าปราสาทได้เปิดออกเพื่อเป็นการเชิญให้ยูกิฮิเมะเข้าไปข้างใน
                พวกยูกิฮิเมะเมื่อได้รับเชื้อเชิญจากแม่มดแห่งความมืดอลิเซียแล้ว จึงเดินเข้าไปในปราสาทอย่างชำนาญเส้นทางเป็นอย่างดีตั้งแต่ห้องโถงชั้นล่างที่มืดมนเหมือนไม่ได้ทำความสะอาดมาหลายสิบปีจนเดินขึ้นบันใดมาที่ชั้นสองที่มีสภาพที่ดีหน่อยมีแสงคบเทียนส่องแสงตามทางเดินถึงสุดทางเดินที่เป็นประตูขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเหมือนท้องพระโรง

                                        เมื่อพวกยูกิฮิเมะเดินมาจนถึงหน้าประตูขนาดใหญ่ยูกิฮิเมะพูดว่า "โปรดเปิดประตูให้ข้าด้วยข้าต้องการพบท่าน  ท่านอลิเซีย"เมื่อยูกิฮิเมะเอ่ยจบประตูจึงเปิดออกเพื่อต้อนรับการมาของพวกยูกิฮิเมะ

Rm : *ไม่ได้กำหนดงั้นเราเล่นให้เลยนะ. . .
เมื่อยูกิได้เข้ามายังด้านในพร้อมกับทาศรับใช้และร่างของน้องสาวของเธอแล้วนั้นเธอก็ได้พบกับแม่มดอลิเซียที่ยืนหันหลังอย่างสงบให้กับเธออยู่ราวกับว่าเธอได้คาดการณ์เหตุการณ์นี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว



อลิเซีย : เจริญพระวัยขึ้นมากเลยนะ องค์หญิง

เธอได้ค่อยๆหันกลับมาอย่างช้าๆก่อนที่จะได้โค้งหัวลงเป็นการทักทายกับองค์หญิงแห่งอาณาจักรแวมไพร์ที่คุ้นเคยกันดีและเอ่ยทักทายขึ้น

อลิเซีย : เรื่องที่องค์หญิงต้องการความช่วยเหลือในตอนนี้ไม่ใช่เลือกที่ลำบากนัก เพียงแต่ว่า. . .

แม่มดสาวได้กล่าวขึ้นราวกับรู้ว่ายูกินั้นต้องการจะพูดอะไรกับเธอพร้อมกับได้แสดงขวดยาที่มีสีม่วงสะท้อนแสงออกมาให้ยูกิฮิเมะได้เห็น

อลิเซีย : ตัวเราเองได้ลองหาทางที่จะช่วยเหลือองค์หญิงด้วยแล้วเช่นกัน. . . ถ้าองค์หญิงใช้ยาในขวดโหลนี่จะสามารถทำให้น้องสาวขององค์หญิงหลุดจากการจองจำได้หากแต่ว่าเธอจะเป็นแค่เด็กสาวธรรมดาและไม่สามารถใช้เวทย์มนต์ได้เหมือนแต่ก่อน แต่ก็จะสามารถอยู่ข้างกายองค์หญิงได้อีกครั้งอย่างปกติ

เธอได้ยื่นข้อเสนอบางอย่างให้กับยูกิแต่เธอเองก็ไม่ได้เอ่ยปฏิเสธอะไรเช่นกันถ้ายูกิจะขอความช่วยเหลือและฝากน้องสาวไว้ในสถานที่แห่งนี้แทน

1) ใช้ยานั่น
2) ฝากเฟลลิไว้ที่นี่
3) อื่นๆโปรดระบุ


3) ปฏิเสธการใช้ยาและออกจากมิติ
            
                    ณ ห้องโถงภายในโบราณสถานแห่งหนึ่ง
                  
                     เปรี้ยๆๆ!!
            
           ได้เกิดสายฟ้าที่ค่อยๆเพิ่มขนาดมากขึ้น จากก้อนกลมๆเริ่มขยายออกมาในลักษณะวงกลมกว้างขึ้นเรื่อยๆจนสุดท้ายมีขนาดพอที่คนจะสามารถรอดผ่านไปได้ ถ้ามองดูดีๆจะเหมือนกับว่าเป็นช่องมิติอะไรสักอย่าง
           ทันใดนั้นได้มีสิ่งๆหนึ่งพุ่งออกมาจากช่องว่างนั้นด้วยความเร็วสูงจนไม่สามารถมองออกว่าสิ่งนั้นคืออะไรกันแน่

                    ฟิ้วววววววววว!!  ตูมมมมมมมมมม!!

          สิ่งๆนั้นได้พุ่งชนเข้ากับกำแพงเข้าอย่างจัง ทำให้กำแพงแถบนั้นถล่มลงมาจนฝุ่นคลุ้ง หลังจากนั้นมีเสียงหินขยับเขยื้อน

                    แกร็กๆๆ  ...ตุบ

          พร้อมกับที่มีเสียงเหมือนอะไรหล่นลงมาจากกองหินพวกนั้น เมื่อฝุ่นควันหายไปปรากฏว่าสิ่งที่ตกลงมานั้นคือเด็กสาวผมสีเงินเข้าใบหน้าคุณหนูอันงดงามพร้อมกับชุดที่บ่งบอกว่าเป็นเจ้าหญิงจากที่ไหนสักแห่งซึ่งนั่นก็คือ ยูกิฮิเมะนั่นเอง
          ยูกิฮิเมะไม่ได้รับบาดเจ็บจากการพุ่งชนกำแพงเลยเพราะว่าก่อนที่ตัวเธอจะพุ่งชนกำแพงนั้น Blood night ได้ออกมากางโล่ขึ้นมากันแรงกระแทกให้ยูกิฮิเมะเธอจึงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเพียงแค่มึนนิดหน่อยเท่านั้น  เมื่อยูกิได้สติหลังจากมึนนิดหน่อยหลังจากที่ตัวเองได้ชนกับกำแพงจึงลุกขึ้นเพื่อที่จะได้มองสถานที่รอบตัวว่าเป็นที่ไหน สถานที่รอบๆเป็นห้องที่มืดมากจนแทบมองไม่เห็นแต่ว่าไม่เป็นผลกับยูกิฮิเมะที่เป็นเผาพันธุ์แวมไพร์เมื่อเงยหน้าไปมองข้างหน้ากับเห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งกำลังใช้ดาบต่อสู้กับนักดาบหนุ่มอีกคนหนึ่ง
           
         

ก่อนหน้านี้...

                    หลังจากที่แม่มดอลิเซียได้ยื่นข้อเสนอในการปลดปล่อยเฟลลิออกจากผลึกที่ได้กักขังตัวเธอเอาไว้แสนยาวนานแต่ต้องแลกกับการที่พลังเวทมนย์ของเฟลลิต้องหายไปตลอดการ กลายเป็นคนธรรมดาสามัญชน
                    ทว่ายูกิฮิเมะกลับตอบกับแม่มดอลิเซียทันทีว่า "ข้าต้องขอขอบคุณในความหวังดีของท่านแม่มดอลิเซียที่หาวิธีการที่สามารถช่วยเฟลลิน้องสาวของเรา ข้ารู้สึกขอบคุณท่านจากใจจริง แต่ถึงแม้ว่าข้าต้องการที่จะช่วยเฟลลิให้เร็วที่สุดข้าก็จะไม่ขอใช้ยานี้ในการช่วยเหลือเฟลลิเด็ดขาด  เพราะว่าจริงอยู่ที่ยาตัวนี้สามารถปลดพัฒนาการที่กักขังเฟลลิเอาไว้ได้แต่เธอกลับต้องสูญเสียเวทมนย์ไปตลอดชีวิตจนกลายเป็นเพียงแค่บุคคลธรรมดาสามัญชนจนต้องใช้ชีวิตอย่างลำบากภายในโลกที่โหดร้ายนี้และเป็นการเสียงชื่อเสียงของราชวงศ์แวมไพร์เป็นอย่างมาก ซึ่งข้าไม่สามารถยอมรับเรื่องนี้ได้" ยูกิฮิเมะตอบกลับไปด้วยสีหน้าอันจริงจังพร้อมกับความเป็นห่วงในการใช้ชีวิตของเฟลลิในอนาคต
                    "แล้วท่านต้องการจะทำอย่างไรหรือเพคะองค์หญิง?"แม่มดอลิเซียถามด้วยความสนใจ เพราะว่าเธอคิดว่านอกจากวิธีการใช้ยาที่เธอคิดข้นขึ้นมาแล้วก็จะมีอีกทางเดียวที่จะสามารถช่วยเฟลลิได้ก็คือ การตามหาของวิเศษในที่ต่างๆที่มีความสามารถแตกต่างกันไปและด้วยความยากในการตามหาที่แทบจะไม่มีข้อมูลอะไรเลยก็เปรียบกับเหมือนการงมเข็มในมหาสมุทรนั่นเอง
                    ยูกิฮิเมะได้ฟังคำถามนั้นจึงได้ครุ่นคิดไตร่ตรองชั่วระยะเวลาหนึ่ง ตัวยูกิเองนั้นก็ไม่รุ้เหมือนกันว่าจะเริ่มต้นจากจุดไหนดีจึงได้เอ่ยกับแม่มดอลิเซียไปว่า
"ตัวข้าเองนั้นก็ยังไม่รู้หนทางที่จะเป็นการจุดเริ่มต้นเลย แต่ไม่ว่ายังไงข้าก็จะวิธีทางที่จะช่วยเฟลลิอย่างแท้จริงมาให้ได้" ยูกิพูดด้วยสีหน้าจิงจังจนทำให้แม่มดอลิเซียยิ้มออกเพราะมองเห็นความหวังภายในตาขององหญิงแห่งอาณาจักรแวมไพร์ที่ไม่เคยย่อท้อต่อความลำบากมาตั้งแต่ยังเยาว์วัยเลยมาจนถึงทุกวันนี้
                   แม่มดอลิเซียพยักหน้าด้วยใบหน้ายิ้มนิดๆที่นานๆครั้งจะยิ้มออกมา "งั้นในเมื่อองค์หญิงทรงตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้ว ตัวข้านั้นก็จะช่วยเหลือองค์หญิงโดยการส่งองค์หญิงไปหาคนๆหนึ่งที่มาจากต่างโลกและต่อสู้ด้วยความถูกต้องมาตลอดจนข้ารู้สึกชื่นชมในตัวของคนๆนี้และหวังว่าคนๆนี้คงจะสามารถช่วยเหลือท่านในการช่วยเหลือองค์หญิงเฟลลิได้อย่างแน่นอน ดังนั้นตัวข้าจะใช้พลังในการเปิดประตูมิติส่งตัวท่านไปหายังคนๆนั้นละกันเพคะ" แม่มดอลิเซียพูดพร้อมกับยกคทาประจำตัวของเธอขึ้นมา ตัวคทานั้นเป็นสีดำทั้งอันตรงหัวคทาเป็นลักษณะสี่แฉกแยกออกมาสี่ด้านตรงกลางเป็นลูกแก้วสีม่วงกำลังเปล่งแสงซึ่งบ่งบอกว่าเจ้าของของมันกำลังใส่เวทย์มนตร์ลงไปภายในตัวมัน

                   เปรี้ยๆๆๆ!!

                 เบื้องหน้ายูกินั้นปรากฏสายฟ้าขนาดเท่าลูกแก้วแล้วจึงค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นพอที่จะให้ยูกิผ่านไปได้
เมื่อยูกิเห็นดังนั้นจึงรู้ได้ทันทีว่าไม่เหมือนกับเวทย์มิติที่เธอใช้เดินทางมายังที่แห่งนี้ เพื่อความไม่ประมาทเธอจึงเรียกอัศวินทั้งสองกลับไปก่อนเพื่อที่จะให้เธอเดินทางได้อย่างสะดวก
                 แม่มดอลิเซียเมื่อเห็นว่าองค์หญิงยูกิเตรียมพร้อมแล้วจึงเอ่ยเตือนนิดนึงว่า "การเดินทางในมติที่ตัวข้าสร้างขึ้นนั้นจะเป็นการเดินทางที่รวดเร็วภายในพริบตา ดังนั้นเมื่อออกจากมิติไปไม่รู้ว่าจะมีอันตรายสิ่งใดที่รอองค์หญิงอยู่หรือเปล่าเพราะฉะนั้นโปรดทรงระวังตัวด้วยนะเพคะ" แม่มดอลิเซียพูดพร้อมกับโค้งตัวเพื่อบอกลาองค์หญิง ยูกิพยักหน้ารับรู้ "ฝากเฟลลิด้วยนะท่านอลิเซีย" ก่อนที่ยูกิจะก้าวเข้าไปยังประตูได้หันกลับมามองเฟลลิที่อยู่ในผลึกแล้วพูดว่า "แล้วข้าจะรีบกลับมาหาเจ้า เฟลลิ  พร้อมกับวิธีที่จะช่วยตัวเจ้าได้ ข้าไปก่อนนะน้องรักของข้า" หลังจากพูดจบยูกิจึงเดินเข้าสู่ประตูมิติที่ไม่รู้เลยว่าอะไรจะรออยู่

เสร็จสิ้น
โพสต์ 1-10-2013 13:42:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 17-10-2013 04:42






กลายเป็นวันผู้รอดชีวิตตอนนั้นหายากชะมัดเลย...

แต่ยังไงก็เถอะ คงตองเข้าไปเก็บข้อมูล หาอาหารแล้วพักผ่อนกันก่อน...

เพราะยังไงนานะก็จําเป็นต้องพักด้วย...

" นานะจัง สงสัยพวกเราต้องเข้าไปกันก่อนล่ะ "

เด็กสาวได้พยักหน้ารับพร้อมกับออกเดินทางต่อไปกับเอเซียเพื่อเข้าไปยังเมืองด้านหน้านี้

Stamina -3
Immunity -5



~ Day 2 ~

-:- ช่วงเวลาเช้า

การเดินทางมาราธอนนั้นทำให้เอเซียรู้สึกเหนื่อยขึ้นมากับการรอนแรมไร้ที่พักและอาหารรวมทั้งไม่พบกับผู้คนเลยแม้แต่คนเดียว

ภายด้านในของเมืองนั้นมีสภาพที่กระจัดกระจายเล็กน้อยรวมทั้งยังมีร่องรอยการต่อสู้ที่ดูยังใหม่อยู่เป็นจุดๆ แต่ตอนนี้เอเซียก็ไม่ได้สัมผัสถึงอันตรายใดๆจึงน่าจะทำให้พวกเขาปลอดภัยระดับนึง

1) สำรวจ
2) หาที่พัก
3) อื่นๆโปรดระบุ


1) สำรวจ

ยังไงซะ เพื่อความปลอดภัยคงต้องสํารวจโดยรอบก่อนที่จะพักผ่อนละนะ

" นานะจัง รออยู่ตรงนี้ก่อนล่ะกันนะ "

ผมสร้างภูติแห่งลมตัวเล็กขึ้นมาแล้วส่งไปให้นานะ

" ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นล่ะก็ รีบบอกคุณภูติตนนี้ได้เลยนะ... แล้วเดี๋ยวเขาจะมาแจ้งข่าวให้ผมทราบเอง "

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยผมก็ทําการสํารวจพื้นที่โดยรอบทันที

นานะ : ค- ค่ะ

เด็กสาวได้พยักหน้าตอบกับเอเซียก่อนที่เธอจะได้หาที่นั่งพักเพื่อรอชายหนุ่มอยู่แถวๆนั้น



ระหว่างที่เอเซียกำลังสำรวจนั่นเองเขาก็ได้พบกับห้องคลังพัศดุของหมู่บ้านที่มีวัตถุดิบหมักเก็บไว้อย่างมากมาย แต่เขาคงต้องไปหาวิธีประกอบอาหารเองก่อนที่จะสามารถใช้วัตถุดิบพวกนี้ได้

-:- ได้รับไอเท็ม

     - เนื้อไก่ดิบ * 5
     - เนื้อหมูดิบ * 5
     - ผักต่างๆ * 10
     - ผลไม้ต่างๆ *10
     - น้ำดื่ม * 10


เยี่ยมเลยแฮะ... ถ้าจากของพวกนี้ถ้าจะทําไก่ย่าง และแกงอะไรสักอย่างได้เลยแฮะ รู้สึกเหมือนตอนนี้ก็ไม่มีอะไร

ขอกลับไปทําอาหารเติมพลังก่อนดีกว่า

ผมรีบรวบรวมของแล้วกลับไปหานานะทันที

-:- เวลาช่วงกลางวัน

ดูเหมือนว่าตอนนี้สภาพรอบๆด้านจะยังคงปลอดภัยอยู่ทำให้ชายหนุ่มน่าจะวางใจตลอดช่วงที่พระอาทิตย์ยังไม่ตกได้ระดับนึง เมื่อเขาได้กลับมานั้นเขาก็พบว่านานะยังนั่งเล่นอยู่กับทูติแห่งลมที่เขาสร้างขึ้นอยู่แถวๆสิ่งก่อสร้างร้างแห่งนึงที่น่าจะใช้เป็นที่พักได้ในวันนี้


โอเคถ้างั้นคงต้องหาฟืน รึไม่ก็หม้อไฟอะไรพวกนี้ก่อนสินะ เอาไก่มาย่างแล้วเอาหมูไปต้มกับผักอย่างงี้ก็น่าจะโอเคนะ

แต่มีอะไรมาใช้แทนหม้อได้บ้างไหมเนี้ย...

" นานะจัง... ช่วยพี่หาฝืนหน่อยได้ไหม ?? "

นานะ : อ- ค่ะ !!

เด็กสาวได้รีบพยักหน้าตอบก่อนที่จะได้หากิ่งไม้แห้งในบริเวณนั้นมาให้กับเอเซีย เนื่องจากเมืองที่เป็นต้นไม้นั้นทำให้ฟืนหาได้ไม่ยากนัก ในขณะเดียวกันเองยูเรก้าก็ได้พบกับเปลือกมะพร้าวแห้งที่กระจัดกระจายอยู่แถวนั้น เขาน่าจะใช้มันประกอบอาหารได้


ถ้างั้นคงเอามาใช้แทนหม้อได้ล่ะนะ...

จากนั้นเมื่อทุกอย่างเริ่มลงตัวผมก็เริ่มประกอบอาหาร โดยทําไก่ย่างและนําหมูมาต้มกับผักตามที่คิดไว้

พอเสร็จผมก็เรียกให้นานะมาชิมจากนั้นก็พักผ่อนกันอย่างสงบ...

นานะ : ขอบคุณนะคะ ♪

เด็กสาวได้ยิ้มรับพร้อมกับค่อยๆนั่งลงทานอาหารที่เอเซียได้ทำขึ้นอย่างมีความสุข

ไม่นานนักทั้งสองก็ได้ค่อยๆหาที่พักลงภายในสิ่งก่อสร้างนั้นอย่างสงบชั่วคราว. . .

-:- ช่วงเวลา Dark Hour

ควับ !! หลังจากที่เอเวียได้งีบไปเพียงแปปเดียวเท่านั้นชายหนุ่มก็ต้องตื่นขึ้นเสียก่อนเพราะกระแสลมที่แปรปรวนรอบๆเขาในตอนนี้ แต่ทางด้านนานะเองนั้นกลับไม่รับรู้เรื่องราวใดๆตอนนี้เลยแม้แต่น้อย


เกิดอะไรขึ้น... ???

ม า แ ล้ ว สิ น ะ . . .

ศัตรูสินะ... ถ้างั้นตอนนี้คงต้องรอดูสถานการ์ณไปก่อน

ผมหันไปพูดกับภูติลมที่ผมสร้างขึ้นทันที

" ฝากดูแลนานะด้วยนะ หากมีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้น รีบบอกชั้นทันทีเลยนะ ! "

ผมคงต้องออกไปดูลาดเลาข้างนอกซักหน่อยแล้วล่ะ

เมื่อเอเซียได้ออกมาด้านนอกนั้นเขาก็พบกับร่างสีดำมืดที่ถือสมอเรืออันใหญ่เบอเร่ออันนึงเดินขึ้นมาจากทางเข้าด้านหน้าเมืองอย่างช้าๆ ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะยังไม่เห็นเอเซียที่ยืนอยู่ด้านบนนี้



ใครน่ะ... ดูจากรูปร่างแล้ว... ดูไม่ค่อยเป็นมิตรเลยแฮะ...

แต่คุณย่าเคยบอกผมไว้ว่า อย่าตัดสินคนอื่นจากภายนอก ไม่แน่เขาอาจจะเป็นผู้รอดชีวิตก็ได้...

จ ะ ดี เ ห ร อ . . ชั้ น ว่ า มั น ไ ม่ เ วิ ร์ ด

" สวัสดีครับ "

ผมเดินเข้าไปทักทายทันที

เ ฮ้ ย ไ ม่ ป รึ ก ษ า กั น ก่ อ น เ ล ย เ ห ร อ !

วูบบบบ !! สมอเรือขนาดใหญ่ได้ถูกเหวี่ยงเข้าใส่ร่างของยูเรก้าอย่างรุนแรง !! แต่ด้วยความอึดและพละกำลังของชายหนุ่มแล้วทำให้เขาสามารถรับมันไว้ได้อย่างหวุดหวิดก่อนที่มันจะเกี่ยวร่างของเขาไว้เสียก่อน !!


" อึก ! "

ก็ บ อ ก แ ล้ ว . . . จั ด ก า ร เ อ ง เ ล ย ล่ ะ กั น

" เฮ้ยนายน่ะ ไม่คิดจะพูดอะไรก่อนเลยเรอะ !!! "

ผมโยนสมอเรือกลับคืนไป ก่อนที่จะกระโดดถอยมาตั้งหลัก



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )

? ? ? : ข้าไม่หลงกลง่ายๆหรอก !! ตายซะเถอะเจ้ามนุษย์ !!

มันได้ตอบกลับมาตามที่เอเซียได้เอ่ยถาม แต่ไม่ได้ตอบอย่างเดียวเท่านั้นพร้อมกับเหวี่ยงสมอคืนมาด้วยจนซัดร่างของเอเซียกระเด็นถอยออกไปเล็กน้อย


" เจ้ามนุษย์ ?? "

ผมเหวี่ยงสมอกลับคืนไปซัดร่างเจ้าของ ของมันเช่นกัน

" นายน่ะ มีเหตุผลอะไรถึงต้องไล่ทําร้ายมนุษย์ด้วยล่ะ แล้วตอนนี้ที่นี้มันเกิดอะไรขึ้น !? "

ผมถามไปพร้อมกับตั้งท่ารอรับสมอครั้งต่อไป ที่อาจจะถูกเหวี่ยงกลับมา

นิผมกําลังปิงปองรึอะไรอยู่รึเปล่านะ



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )

? ? ? : ไม่เห็นจะต้องตอบเลย !! ตายไปเงียบๆซะนั่นล่ะดีแล้ว !!

มันได้เหวี่ยงสมอกลับมาอีกครั้งก่อนที่จะโดนเอเซียเหวี่ยงคืนกลับไปเหมือนเดิมจนมันเริ่มเหนื่อยหอบขึ้นมาซะแทน. . .


" หนอย ! นายน่ะ !! ไม่สิ !!! ไอพวกที่ไม่ใช่มนุษย์เนี้ย มันเป็นอย่างงี้ทุกเลยสินะ !!!! "

ผมเหวี่ยงสมอนั้นกลับไปแบบเต็มแรงง โดยไม่ทันยั้งคิด

" พวกนายนิหยิ่งเป็นบ้า เป็นมนุษย์แล้วมันหนักส่วนไหนของนายงั้นเหรอ !! "



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )

สมอได้ถูกเหวี่ยงกับจนเจ้าของผู้ถือโดนซัดกระเด็นกลับไปไม่เป็นท่าแทน !!

? ? ? : อ้ากกกกกกก !!

มันได้ร้องเสียงหลงพร้อมๆกับโดนสมอเหวี่ยงออกไปอย่างง่ายดาย แต่มันก็ได้ทิ้งสิ่งของแปลกๆไว้กับพื้นแทน. . .



" นิมัน... "

อะไรน่ะ... ปืนงั้นเหรอ ?? แล้วทําไมเจ้าพวกนี้ใช้ปืนด้วยเหรอ ??

" เฮ้ย นายน่ะ เจ้านี้คืออะไรงั้นเหรออ ?? "

ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมายังชายหนุ่ม ดูเหมือนว่ามันจะโดนสมอทับ(เกือบ)ตายอยู่ที่ไหนซักที่นึงที่ไกลออกไปจากเมืองนี้

1) ยิงปืนลงที่หัวตัวเอง
2) เก็บไว้ก่อนและกลับไปยังที่พักชั่วคราว
3) อื่นๆโปรดระบุ


2) เก็บไว้ก่อนและกลับไปยังที่พักชั่วคราว

เอาล่ะ เพื่อจะเป็นเบาะแส... คงต้องเก็บเอาไว้ก่อน

แล้วก็กลับไปหานานะดีกว่า แต่รู้สึก... เหมือนมีความรู้จักบางอย่างบอกให้เราจะใช้ปืนนี้ยิงหัวตัวเอง...

แต่... คนบ้าที่ไหนจะกล้าเอาปืนยิงหัวตัวเองฟระ !

ไร้สาระสิ้นดี...

~ Day 3 ~

-:- ช่วงเวลาเช้า

จากการเดินทางมาราธอนรวมกับเหตุการณ์ทีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ชายหนุ่มนั้นได้งีบไปแค่ชั่วคราวเท่านั้นแต่มันก็น่าจะพร้อมสำหรับการเดินทางเล็กๆครั้งต่อไปได้ชั่วขณะ. . .

เมื่อเขาได้เดินกลับมายังที่พักนั้นเขาก็พบว่าตอนนี้มันเช้าขึ้นเสียแล้ว ภายใต้แสงแดดอ่อนๆนั่นเองทำให้เขาได้เห็นร่างของชายคนนึงที่เขาคุ้นเคยอีกครั้ง



โอวาน : หืม ? อรุณสวัสดิ์เอเซียคุง

ชายหนุ่มได้เอ่ยทักทายขึ้นเมื่อเขาได้เห็นเอเซียที่กำลังเดินขึ้นมาอย่างช้าๆนั่น


" อ๊ะ !!??? "

ใครน่ะ... แต่เรารู้จัก... ผมรู้สึกได้เลย.... ว่าเรารู้จักคน ๆ นี้

" คุณ ??? "

บ้าเอ๋ย... พยายามนึกเข้าสิ... นึกสิ... !!!

โอวาน : แย่จริงๆเลยแบบนี้ก็น่าน้อยใจแย่น่ะสิ

ชายหนุ่มได้หัวเราะขึ้นเบาๆพลางเริ่มแนะนำตัวของเขาใหม่อีกครั้ง

โอวาน : เราเจอกันครั้งแรกที่บนเรือของโลกอินเฟอเรียระหว่างที่นายกำลังเดินทางมายังโลกแห่งนี้ไงล่ะ แต่ก่อนที่จะเดินทางนั้นพวกเราได้ปะมือกันเล็กน้อยด้วยแต่ก็ไม่ได้ทำให้พวกเราถึงกับเป็นศัตรูกันหรอกนะ

เขาได้อธิบายขึ้นคร่าวๆถึงเรื่องราวในอดีตครั้งที่เคยเจอกันก่อนหน้านี้


" อ๋อ... ขอโทษนะครับ พอดีผม... ความทรงจำของผมมันหายไป "

ผมจําอะไรไม่ได้เลยนั้นแหละ... เรื่องจริงเลย...

" แล้วคุณพอจะทราบไหมครับ ??? ตอนนี้เกิดอะไรขึ้นบนโลกนี้ "

โอวาน : มันน่าจะเป็นการดีกว่าที่นายเสียความทรงจำไปนะ เพราะถ้าบอกไปก็คงจะเหมือนกับโลกฝั่งที่แล้วแน่ๆ

ชายหนุ่มได้หัวเราะออกมาเบาๆก่อนที่จะเกริ่นขึ้นถึงเรื่องราวที่เอเซียได้ลืมไปเสียแล้ว

โอวาน : เอเซียคุงน่ะไม่ว่าเรื่องอะไรก็จะพยายามช่วยเหลือให้ได้ ที่มาลำบากอยู่ที่นี่ก็เพราะที่อาษาที่จะช่วยเหลือทุกคนที่ได้พบเจอนั่นล่ะ รวมทั้งที่พวกเราสองคนเคยต่อสู้กันนั้นมันก็เป็นเพราะเรื่องของคนอื่นอีกด้วย

เขาได้เอ่ยขึ้นพลางหัวเราะออกมาเบาๆอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนที่จะได้เริ่มทำหน้าจริงจังขึ้นและถามเอเซียขึ้นอีกครั้ง

โอวาน : ยังอยากจะรู้อยู่อีกไม๊ล่ะ ? ถ้าอยู่เฉยๆเงียบๆที่โลกใบนี้คงไม่มีอะไรต้องลำบากใจก็ได้ แต่ถ้าชั้นบอกขึ้นมาเส้นทางของเอเซียคุงก็จะยาวขึ้นอีกนะ


"..."

งั้นหรอกเหรอ... นั้นคือตัวเราสินะ... โชดดีจริง ๆ ... นึกว่าจะเป็นคนเลวร้ายซะอีก... เพราะดันมีหนี้ตั้งมากมายขนาดนั้น...

เข้าใจล่ะ...

" แน่นอนครับ ผมอยากรู้ หากมันคือเหตุผลที่ทําให้ผมเดินทางล่ะก็... ผมจะไม่หนีจากมันเด็ดขาด !! "

โอวาน : โลกฝั่งนี้มีชื่อเรียกว่าเซเลสเทีย ตอนนี้โลกแห่งนี้กำลังถูกคุกคามจากสิ่งมีชีวิตเผ่าอื่นๆอยู่ทำให้เผ่ามนุษย์ในโลกฝั่งนี้กำลังค่อยๆตายลงไปน่ะ

ชายหนุ่มได้ตัดสินใจอธิบายบอกกับเอเซียขึ้นถึงคำถามที่ได้ถามขึ้น

โอวาน : เอเซียคุงเองก็น่าจะเจอกับพวกหุ่นยนต์ที่เข้ามาโจมตีแล้วสินะ นอกจากนั้นแล้วที่นี่ยังมีกลุ่มปีศาจที่อยู่ในมิติคู่ขนานที่ได้เชื่อมต่อเข้ากับโลกใบนี้อีกด้วย

นอกจากเหตุการณ์ที่ย่ำแย่แล้วนั้นกลุ่มมนุษย์เองยังต้องรับมือกับกลุ่มศัตรูใหม่อีกถึงสองกลุ่มพร้อมๆกันด้วยในตอนนี้


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
ราชินีงู
โพสต์ 2-10-2013 15:31:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 14-10-2013 01:27






แอนนา : มีการรายงานข่าวด้วยหรอ

เธอทำหน้า งงๆ พลางฟังรายละเอียดข่าว  

แอนนา : มีแลปทดลอง? หุ่นยนต์? เรื่องมันซับซ้อนไปใหญ่แล้วนะนี่  ว่าแต่ไอ่ Hidden กะ Lost island คือไรหรอ

อลิซ :  Hidden กับ Lost island ก็คือซากโบราณสถานของเมืองนี้ไงล่ะ

เด็กสาวได้ตอบขึ้นสั้นๆก่อนที่เซเลสเทียนั้นจะได้กางแผนที่ออกมาและแสดงให้แอนนาดู



แอนนา: ซากโบราณสถานหรอ   แล้วมีห้องแลปนี่นะ โบราณจิงอ่ะ. พูดถึงหุ่นยนต์ อย่าบอกนะว่าเป็นแบบที่ชั้นเจอมาน่ะ  

เธอพูดพลางหยิบดาบขึ้นมาดู

แอนนา : ถ้าเจอแบบนั้นบ่อยๆ ดาบชั้นได้หักพอดี  แต่ก็ดีนะที่มีเมืองที่ปลอดภัยให้คนได้อยู่แบบนี้

เธอพูดพลางเดินไปดูวิวที่หน้าต่างอย่างสบายอารมณ์

เมื่อแอนนาได้เปิดบานหน้าต่างออกไปนั้นที่ด้านนอกเธอก็พบว่าจากจุดนี้สามารถมองข้ามไปยังจุดที่ Lost Ruin ตั้งอยู่ได้ไม่ยาก แต่ในบางช่วงที่มีพายุทะเลทรายนั้นจะทำให้แอนนาไม่สามารถมองฉากด้านหน้าได้ชัดมากนัก


เธอได้คิดว่าเมืองนี้เหมาะแล้วที่เป็นที่ลี้ภัยเพราะสูงจนมองเห็นพื้นที่ได้ไกลมาก

แอนนา : ตรงนั้น ที่กลางทะเลทรายโบราณสถานด้วยป่าวอ่ะ

เซเลสเทีย : น่าจะเป็นสถานที่เดียวกับที่เด็กผู้หญิงนักข่าวคนนั้นรายงานมานะคะ *เซเลสเทียอธิบาย*

เด็กสาวได้ตอบขึ้นพลางกับส่งกล้องส่องทางไกลให้กับแอนนาดู ซึ่งแอนนาก็ได้เห็นว่าตอนนี้มีพายุทะเลทรายเล็กน้อยและอาจจะเริ่มหนักขึ้นในตอนเย็นนี้ก็เป็นได้


แอนนา : พายุนั่นแรงน่าดูเลยนะ มันจะมาถึงที่นี่หรือป่าว

เธอส่องกล้องสำรวจดู  แล้วเปลี่ยนโฟกัสมาที่ในเมืองเผื่อจะเจอเบาะแสอะไรเพิ่มเติม

ภายในเมืองนั้นค่อนข้างสงบปลอดภัยจะมีก็แค่ผู้คนทั่วๆไปเท่านั้นที่เดินเรื่อยเปื่อยกันภายในเมืองและตามสำนักงานต่างๆ


แอนนา : เอาล่ะไปนอนดีกว่า

เธอเก็บกล้องแล้วเข้าไปนอนบนเตียงของโทโดแล้วหลับไป

~ Day 4 ~

-:- ช่วงเช้า

หลังจากที่หลับพักผ่อนไปซักครู่นึงนั้นแอนนาก็ได้ตื่นขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเช้าวันใหม่ที่แจ้มใสกว่าที่อื่นที่เธอได้เคยนอนพักมา. . . ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอเองจะยังไม่มีภารกิจอะไรที่จำเป็นต้องทำเลย. . .

Character Event :
1) เดินหาโทโด
2) เดินไปที่หน้าทีวี
3) มองไปรอบๆบนเตียงนอน


เดินไปหาโทโด

แอนนา : อรุณสวัสดิ์ค่ะ

เธอเดินมามักทายคนรักของเธอด้วยการกอดเบาๆ

แอนนา : วันนี้ต้องไปไหนป่าว

ชายหนุ่มได้ค่อยๆหันมาอย่างช้าๆก่อนที่จะได้จุ๊บลงที่หน้าผากของแอนนาเบาๆทักทายขึ้นยามเช้า

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : ไม่หรอก ก็ตอนนี้เจอแอนนาแล้วนี่นา

เขาได้ตอบขึ้นในท่าทางดีใจพร้อมๆกับยืนกาแฟยามเช้าให้กับหญิงสาวด้วย

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : ผมไม่รู้เหมือนกับว่าแอนนาดื่มกาแฟรึเปล่า แหะๆ

โทโดได้เกาหัวเบาๆในขณะที่ส่งแก้วกาแฟนั้นให้กับหญิงสาว


แอนนา : ขอบคุณค่ะ

เธอรับกาแฟมาดื่ม

แอนนา : งั้นวันนี้ไปเที่ยวกันมั๊ย พาเด็กๆไปด้วย

เธอชวนเหมือนกับทั้ง4คนเปฺนพ่อแม่ลูกธรรมดาเหมือนครอบครัวทั่วไป

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : ได้สิ ♪ นานๆจะว่างกันซักทีนี่นะ

ชายหนุ่มได้เอ่ยตกลงกับคำขอของหญิงสาว

โทโดโรกิ ซากุราโกะ :  ถ้าอย่างนั้นผมจะลงไปดำเนินเรื่องห้องก่อนนะ

เขาได้กล่าวบอกไว้อีกครั้งก่อนที่จะได้เตรียมตัวและให้แอนนาดูแลเรื่องของเด็กทั้งสองคนด้วย


แอนนาได้เดินไปปลุก อลิซกับเซเลสเทีย

แอนนา : ทั้ง 2 คนตื่นได้แล้วจ้าาาา  วันนี้จะพาไปเที่ยวกันล่ะ  ไปเตรียมตัวเร็วเข้า

เธอเขย่าทั้งคู่เบาๆ เพื่อให้ตื่น

เซเลสเทียนั้นได้ค่อยๆตื่นขึ้นมาอย่างซลึมซลือ แต่เมื่อเธอได้ยินว่าแอนนาจะพาออกไปด้านนอกนั้นก็ทำให้เด็กสาวรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาและรีบเตรียมตัวได้พร้อมเสร็จอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

ทางด้านอลิซนั้นดูเหมือนว่าเธอจะตื่นอยู่แล้วทำให้เธอพร้อมที่จะออกไปข้างนอกกับแอนนาได้เหมือนกัน. . . ภายในชุดโกธิคสีขาวเดิม


แอนนา : เราลงไปรอโทโดกันเถอะ

แอนนาเห็นทั้งคู่เตรียมตัวเสร็จแล้วจึงมาอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็จัดของ  พอเสร็จแล้วจึงลงมารอโทโดที่ล๊อบบี้

-:- ช่วงเวลากลางวัน

หลังจากนั้นไม่นานนักทั้งหมดก็ได้เตรียมพร้อมที่จะออกไปใช้ชีวิตชิวๆกันในเมืองเพื่อพักผ่อนในวันนี้ แต่ว่าเมื่อแอนนาได้ออกมาสู่ด้านนอกนั่นเองเธอก็ได้สัมผัสเหมือนกับว่ากำลังมีใครแอบมองเธออยู่.....

1) หยุดลง
2) ไปด้านนอกด้วยกันทั้งหมดตามที่วางแผนไว้
3) อื่นๆโปรดระบุ


2 ไปด้านด้วยกะนทั้งหมด

เธอได้เดินออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ก็คอยระวังอยู่ตลอด

แอนนา : ไปนั่งเล่นกันที่สวนสาธารณะดีกว่า  แล้วไปหาซื้ออะไรไปกินกันด้วยนะ

เธอเดินโดยให้เด็กทั้ง 2 เดินนำหน้าแล้วเธอเดินตามหลังด้วยกันกับโทโดแล้วกระซิบ

แอนนา : นี่ นายรู้สึกได้มั๊ย ว่ามีคนแอบมองเราอยู่นะ

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : ครับ. . . แต่ว่ากลางเมืองแบบนี้จะทำอะไรที่มันอุกอาจก็ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ

ชายหนุ่มได้กระซิบพูดกับแอนนาในท่าทางเหมือนกับปกติ

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : แถมยังไม่มีจิตสังหารมุ่งร้ายด้วยผมว่าเขาน่าจะมีจุดประสงค์อื่นนะ ?


แอนนา : งั้นคอยดูสถานะการณ์ละกัน

ทั้งสี่ได้เดินทาถึงสวนสาธารณะ  แล้วหาที่นั่ง

แอนนา : อากาศดีนะวันนี้  อยากกินไรเป็นพิเศษกันหรือปล่าว

อลิซ : อะไรก็ได้ทั้งนั้นล่ะ ~ เราน่ะอยากลองทานอาหารของพวกมนุษย์ดูหลายๆแบบอยู่แล้ว

เด็กสาวได้เอ่ยขึ้นพลางเดินแกว่งไปทั่วรอบๆบริเวณอย่างสนใจ

เซเลสเทีย : เราอยากกินของที่แอนนาทำ. . . *เซเลสเทียพึมพำกับตัวเอง*

เซเลสเทียได้เอ่ยเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ตอนนี้ขึ้นมาเบาๆก่อนที่จะได้มานั่งลงข้างๆกับแอนนา

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : อะ. . . ฮะๆๆ กลับไปแล้วแอนนาถึงจะทำให้ทานได้นะ

ชายหนุ่มได้เอ่ยตอบเบาๆพร้อมกับลูบหัวของเซเลสเทียลงเบาๆ

? ? ? : เนื้อปลา กับ เนื้อหมู ชอบอะไรมากกว่ากันล่ะ ?

หญิงสาวผมสีขาวคนนึงได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าของทั้ง4พร้อมกับถามคำถามประหลาดขึ้น



1) เนื้อปลา
2) เนื้อหมู
3) อื่นๆโปรดระบุ


2 ปลา

แอนนา : ต้องปลาซิคะ  มันดีต่อสุขภา-......... แล้วเธอเป็นใครคะเนี๊ยะ

เธองงเป็นอย่างมากที่อยู่ดีดีมีคนแปลกหน้ามายิงคำถามใส่แต่เธอก็ตอบไปแต่โดยดี

แอนนา : เป็นแม่ค้าเดลิเวอรี่หรอ

? ? ? : เป็นแค่คนขายของในบริเวณสวนนี่ล่ะจ้า ~ แต่เราเปิดร้านทำอาหารอยู่สนใจจะใช้ไม๊ล่ะ ?

หญิงสาวได้ยื่นข้อเสนอขึ้นพร้อมกับชี้ไปยังซุ้มขายอาหารเล็กๆของเธอที่น่าจะพอทำอาหารง่ายๆกับเตาเหล็กได้

? ? ? : แต่ต้องทำให้เราด้วยนะ ~


แอนนา : ก็ได้ จะได้ทำอาหารกินกัน

เธอเดินตามหญิงสาวไป

หญิงสาวได้เดินนำโทโดและแอนนามายังซุ้มขายอาหารทานเล่นของเธอที่อยู่ไม่ไกลออกไปนักก่อนที่จะได้เผยให้เห็นถึงเครื่องปรุง วัตถุดิบ และ อุปกรณ์ต่างๆที่ค่อนข้างครบครันและส่วนใหญ่ยังเป็นเนื้อปลาเสียด้วย

? ? ? : ตามสบายนะ ♪

เมื่อเธอกล่าวจบนั้นเธอก็ได้ค่อยๆเขยิบออกมายืนที่ด้านหลังของทั้งสองเพื่อปล่อยให้แอนนาเริ่มทำอาหาร


แอนนาได้กล่าวขอบคุณแล้วลงมือทำอาหาร
เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง

แอนนา : เสร็จแล้ว โทโดมาช่วยกันยกหน่อย

- เสต๊กปลาซอสมะนาว
- ปลาผัดพริกไทยดำ
- แกงส้มพริกสดหัวปลา
- ผัดผัก

แอนนา : น่ากินมั๊ย เธอก็มาทานด้วยกันสิคะ

เธอได้ชวนหญิงสาวเจ้าของร้านมาร่วมวงด้วย

โทโดได้ช่วยแอนนาจัดวางอาหารลงที่โต๊ะสาธารณะในระแวกพร้อมๆกับได้เรียกเด็กๆให้มานั่งทานด้วยกัน กลิ่นอาหารของแอนนานั้นได้ดึงดูดเด็กทั้งสองรวมทั้งคนในรอบๆบริเวณด้วยเช่นกัน

? ? ? : โอ้ ♪ ดูน่าทานจริงๆเลยนะเนี่ย

หญิงสาวผมสีขาวได้เอ่ยชมขึ้นพร้อมกับค่อยๆนั่งลงที่มุมหัวโต๊ะ พร้อมๆกับเซเลสเทียนั้นที่ได้ตามมาคลอเคลียและเดินมาข้างๆพร้อมๆกับแอนนาในขณะที่อลิซเองนั้นก็ได้รีบวิ่งกลับมาที่โต๊ะเช่นเดียวกันเมื่อเธอได้กลิ่นอาหารที่แอนนาทำ

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : แหม ~ แบบนี้ผมคงต้องคอยดูแอนนาไว้แล้วสิเนี่ย. . .

ชายหนุ่มได้แซวขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพของบรรยากาศรอบๆที่ถูกดึงดูดขึ้นอย่างมีสเน่ห์และน่าประหลาดจากปลายจวักของแปนสาวของเขา

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : ถ้าเกิดโดนจับตัวไปเป็นกุ้กผมคงจะอดทานอาหารของแอนนาแน่ๆเลย

ไม่นานนักทั้งหมดก็ได้นั่งลงรอบๆโต๊ะนั่งนั้นและค่อยๆทานอาหารกันอย่างสงบและเป็นส่วนตัว

อลิซ : อาหารที่โลกมนุษย์อร่อยแบบนี้หมดเลยรึเปล่าน้า ?

เด็กสาวได้เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางพอใจในขณะที่กำลังค่อยๆทานอาหารที่แอนนาทำขึ้นอยู่

? ? ? : อืม. . . อาหารของโลกทางนี้ไม่น่าจะอร่อยแบบนี้ทุกที่หรอกนะ

หญิงสาวได้ยิ้มขึ้นมาเล็กๆขณะที่ตอบขึ้นมาเป็นนัยๆในขณะที่นั่งรับประทานอาหารอยู่ด้วยกันตรงนั้น


เธอได้หันไปค้อนโทโดไปหนึ่งทีก่อนที่จะทานอาหาร ขณะทานเธอก็ได้ชวนหญิงสาวคุย

แอนนา : เธอคงไม่ใช่คนขายอาหารทั่วไปสินะ ใช้คำว่าโลกทางนี้ คงจะรุ้ซินะคะว่ามีโลกอีกด้านอยู่

? ? ? : ก็เรามาจากโลกอีกด้านนี่นา

หญิงสาวได้เอ่ยตอบขึ้นมาเสียดื้อๆจนโทโดนั้นหยุดชะงักลงเล็กน้อยด้วยความสงสัยแต่ก็ยังไม่ได้แสดงความเห็นใดๆออกมา

? ? ? : แต่ตอนนี้เราอยู่ที่โลกอีกฝั่งก็คงถือว่าเป็นคนของโลกนี้สินะ ?

เธอได้ตอบขึ้นอย่างใจเย็นและนั่งทานอาหารต่อ


แอนนา : งั้นเราก็มาจากโลกอีกด้านเหมือนกันน่ะสิ เพราะชั้นกะโทโดเราต่างก็มาจากโลกอีกฝั่งเหมือนกัน เธอชื่ออะไรหรอ ชั้นแอนนา อืมแล้วเธอมาที่โลกนี้ได้ยังงัยหรอ

เธอไม่คิดมาก่อนว่าจะเจอคนที่มาจากโลกอีกฝั่งเหมือนเธอในเมืองแห่งนี้

อาระ ฮัน : เราชื่อ อาระ ฮัน เราเดินทางมาด้วยพลังของ"สมบัติของไอฟรีด"น่ะ

เธอได้อธิบายขึ้นพลางแนะนำตัวเองด้วยเช่นกัน

อาระ ฮัน : มันเป็นเรือโจรสลัดน่ะ แต่สามารถใช้ข้ามไปมาระหว่างมิติได้


แอนนา : ชั้นชื่อแอนนานะ  เรือโจรสลัดใช้ข้ามมิติหรอ สะดวกดีนะเนี๊ยะ  แล้วตอนนี้มันจอดอยู่ไหนอ่ะ

เธอถามพลางตักอาหารให้เซเลศเทียกับอลิซและโทโด

อาระ ฮัน : อยู่ที่ใต้เมืองนี้น่ะ

หญิงสาวได้บอกอธิบายขึ้นมาเสียดื้อๆซะอย่างนั้นเหมือนกับว่ามันไม่ได้เป็นความลับอะไรเลย (?)

อาระ ฮัน : แต่ว่าตอนนี้เรือนั่นถูกใช้เป็นทั้งพลังงานของเมืองและพลังงานของเรือบินด้วย จึงยังใช้งานข้ามมิติไม่ได้น่ะ

เธอได้อธิบายขึ้นมาถึงแหล่งพลังงานที่แท้จริงของเมืองแห่งนี้

อาระ ฮัน : แต่เราก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้เรือด้วย ถ้าเมืองนี้ไม่ต้องการเรือลำนี้แล้วเราอาจจะให้ใครมาใช้มันก็ได้นะ ?


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 22-7-2019 13:01 , Processed in 0.657474 second(s), 22 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้