Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: tesstrossa

[Play] Role play : The world ~ Celestia ~ *Revive*

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 1-10-2013 13:42:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 17-10-2013 04:42






กลายเป็นวันผู้รอดชีวิตตอนนั้นหายากชะมัดเลย...

แต่ยังไงก็เถอะ คงตองเข้าไปเก็บข้อมูล หาอาหารแล้วพักผ่อนกันก่อน...

เพราะยังไงนานะก็จําเป็นต้องพักด้วย...

" นานะจัง สงสัยพวกเราต้องเข้าไปกันก่อนล่ะ "

เด็กสาวได้พยักหน้ารับพร้อมกับออกเดินทางต่อไปกับเอเซียเพื่อเข้าไปยังเมืองด้านหน้านี้

Stamina -3
Immunity -5



~ Day 2 ~

-:- ช่วงเวลาเช้า

การเดินทางมาราธอนนั้นทำให้เอเซียรู้สึกเหนื่อยขึ้นมากับการรอนแรมไร้ที่พักและอาหารรวมทั้งไม่พบกับผู้คนเลยแม้แต่คนเดียว

ภายด้านในของเมืองนั้นมีสภาพที่กระจัดกระจายเล็กน้อยรวมทั้งยังมีร่องรอยการต่อสู้ที่ดูยังใหม่อยู่เป็นจุดๆ แต่ตอนนี้เอเซียก็ไม่ได้สัมผัสถึงอันตรายใดๆจึงน่าจะทำให้พวกเขาปลอดภัยระดับนึง

1) สำรวจ
2) หาที่พัก
3) อื่นๆโปรดระบุ


1) สำรวจ

ยังไงซะ เพื่อความปลอดภัยคงต้องสํารวจโดยรอบก่อนที่จะพักผ่อนละนะ

" นานะจัง รออยู่ตรงนี้ก่อนล่ะกันนะ "

ผมสร้างภูติแห่งลมตัวเล็กขึ้นมาแล้วส่งไปให้นานะ

" ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นล่ะก็ รีบบอกคุณภูติตนนี้ได้เลยนะ... แล้วเดี๋ยวเขาจะมาแจ้งข่าวให้ผมทราบเอง "

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยผมก็ทําการสํารวจพื้นที่โดยรอบทันที

นานะ : ค- ค่ะ

เด็กสาวได้พยักหน้าตอบกับเอเซียก่อนที่เธอจะได้หาที่นั่งพักเพื่อรอชายหนุ่มอยู่แถวๆนั้น



ระหว่างที่เอเซียกำลังสำรวจนั่นเองเขาก็ได้พบกับห้องคลังพัศดุของหมู่บ้านที่มีวัตถุดิบหมักเก็บไว้อย่างมากมาย แต่เขาคงต้องไปหาวิธีประกอบอาหารเองก่อนที่จะสามารถใช้วัตถุดิบพวกนี้ได้

-:- ได้รับไอเท็ม

     - เนื้อไก่ดิบ * 5
     - เนื้อหมูดิบ * 5
     - ผักต่างๆ * 10
     - ผลไม้ต่างๆ *10
     - น้ำดื่ม * 10


เยี่ยมเลยแฮะ... ถ้าจากของพวกนี้ถ้าจะทําไก่ย่าง และแกงอะไรสักอย่างได้เลยแฮะ รู้สึกเหมือนตอนนี้ก็ไม่มีอะไร

ขอกลับไปทําอาหารเติมพลังก่อนดีกว่า

ผมรีบรวบรวมของแล้วกลับไปหานานะทันที

-:- เวลาช่วงกลางวัน

ดูเหมือนว่าตอนนี้สภาพรอบๆด้านจะยังคงปลอดภัยอยู่ทำให้ชายหนุ่มน่าจะวางใจตลอดช่วงที่พระอาทิตย์ยังไม่ตกได้ระดับนึง เมื่อเขาได้กลับมานั้นเขาก็พบว่านานะยังนั่งเล่นอยู่กับทูติแห่งลมที่เขาสร้างขึ้นอยู่แถวๆสิ่งก่อสร้างร้างแห่งนึงที่น่าจะใช้เป็นที่พักได้ในวันนี้


โอเคถ้างั้นคงต้องหาฟืน รึไม่ก็หม้อไฟอะไรพวกนี้ก่อนสินะ เอาไก่มาย่างแล้วเอาหมูไปต้มกับผักอย่างงี้ก็น่าจะโอเคนะ

แต่มีอะไรมาใช้แทนหม้อได้บ้างไหมเนี้ย...

" นานะจัง... ช่วยพี่หาฝืนหน่อยได้ไหม ?? "

นานะ : อ- ค่ะ !!

เด็กสาวได้รีบพยักหน้าตอบก่อนที่จะได้หากิ่งไม้แห้งในบริเวณนั้นมาให้กับเอเซีย เนื่องจากเมืองที่เป็นต้นไม้นั้นทำให้ฟืนหาได้ไม่ยากนัก ในขณะเดียวกันเองยูเรก้าก็ได้พบกับเปลือกมะพร้าวแห้งที่กระจัดกระจายอยู่แถวนั้น เขาน่าจะใช้มันประกอบอาหารได้


ถ้างั้นคงเอามาใช้แทนหม้อได้ล่ะนะ...

จากนั้นเมื่อทุกอย่างเริ่มลงตัวผมก็เริ่มประกอบอาหาร โดยทําไก่ย่างและนําหมูมาต้มกับผักตามที่คิดไว้

พอเสร็จผมก็เรียกให้นานะมาชิมจากนั้นก็พักผ่อนกันอย่างสงบ...

นานะ : ขอบคุณนะคะ ♪

เด็กสาวได้ยิ้มรับพร้อมกับค่อยๆนั่งลงทานอาหารที่เอเซียได้ทำขึ้นอย่างมีความสุข

ไม่นานนักทั้งสองก็ได้ค่อยๆหาที่พักลงภายในสิ่งก่อสร้างนั้นอย่างสงบชั่วคราว. . .

-:- ช่วงเวลา Dark Hour

ควับ !! หลังจากที่เอเวียได้งีบไปเพียงแปปเดียวเท่านั้นชายหนุ่มก็ต้องตื่นขึ้นเสียก่อนเพราะกระแสลมที่แปรปรวนรอบๆเขาในตอนนี้ แต่ทางด้านนานะเองนั้นกลับไม่รับรู้เรื่องราวใดๆตอนนี้เลยแม้แต่น้อย


เกิดอะไรขึ้น... ???

ม า แ ล้ ว สิ น ะ . . .

ศัตรูสินะ... ถ้างั้นตอนนี้คงต้องรอดูสถานการ์ณไปก่อน

ผมหันไปพูดกับภูติลมที่ผมสร้างขึ้นทันที

" ฝากดูแลนานะด้วยนะ หากมีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้น รีบบอกชั้นทันทีเลยนะ ! "

ผมคงต้องออกไปดูลาดเลาข้างนอกซักหน่อยแล้วล่ะ

เมื่อเอเซียได้ออกมาด้านนอกนั้นเขาก็พบกับร่างสีดำมืดที่ถือสมอเรืออันใหญ่เบอเร่ออันนึงเดินขึ้นมาจากทางเข้าด้านหน้าเมืองอย่างช้าๆ ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะยังไม่เห็นเอเซียที่ยืนอยู่ด้านบนนี้



ใครน่ะ... ดูจากรูปร่างแล้ว... ดูไม่ค่อยเป็นมิตรเลยแฮะ...

แต่คุณย่าเคยบอกผมไว้ว่า อย่าตัดสินคนอื่นจากภายนอก ไม่แน่เขาอาจจะเป็นผู้รอดชีวิตก็ได้...

จ ะ ดี เ ห ร อ . . ชั้ น ว่ า มั น ไ ม่ เ วิ ร์ ด

" สวัสดีครับ "

ผมเดินเข้าไปทักทายทันที

เ ฮ้ ย ไ ม่ ป รึ ก ษ า กั น ก่ อ น เ ล ย เ ห ร อ !

วูบบบบ !! สมอเรือขนาดใหญ่ได้ถูกเหวี่ยงเข้าใส่ร่างของยูเรก้าอย่างรุนแรง !! แต่ด้วยความอึดและพละกำลังของชายหนุ่มแล้วทำให้เขาสามารถรับมันไว้ได้อย่างหวุดหวิดก่อนที่มันจะเกี่ยวร่างของเขาไว้เสียก่อน !!


" อึก ! "

ก็ บ อ ก แ ล้ ว . . . จั ด ก า ร เ อ ง เ ล ย ล่ ะ กั น

" เฮ้ยนายน่ะ ไม่คิดจะพูดอะไรก่อนเลยเรอะ !!! "

ผมโยนสมอเรือกลับคืนไป ก่อนที่จะกระโดดถอยมาตั้งหลัก



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )

? ? ? : ข้าไม่หลงกลง่ายๆหรอก !! ตายซะเถอะเจ้ามนุษย์ !!

มันได้ตอบกลับมาตามที่เอเซียได้เอ่ยถาม แต่ไม่ได้ตอบอย่างเดียวเท่านั้นพร้อมกับเหวี่ยงสมอคืนมาด้วยจนซัดร่างของเอเซียกระเด็นถอยออกไปเล็กน้อย


" เจ้ามนุษย์ ?? "

ผมเหวี่ยงสมอกลับคืนไปซัดร่างเจ้าของ ของมันเช่นกัน

" นายน่ะ มีเหตุผลอะไรถึงต้องไล่ทําร้ายมนุษย์ด้วยล่ะ แล้วตอนนี้ที่นี้มันเกิดอะไรขึ้น !? "

ผมถามไปพร้อมกับตั้งท่ารอรับสมอครั้งต่อไป ที่อาจจะถูกเหวี่ยงกลับมา

นิผมกําลังปิงปองรึอะไรอยู่รึเปล่านะ



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )

? ? ? : ไม่เห็นจะต้องตอบเลย !! ตายไปเงียบๆซะนั่นล่ะดีแล้ว !!

มันได้เหวี่ยงสมอกลับมาอีกครั้งก่อนที่จะโดนเอเซียเหวี่ยงคืนกลับไปเหมือนเดิมจนมันเริ่มเหนื่อยหอบขึ้นมาซะแทน. . .


" หนอย ! นายน่ะ !! ไม่สิ !!! ไอพวกที่ไม่ใช่มนุษย์เนี้ย มันเป็นอย่างงี้ทุกเลยสินะ !!!! "

ผมเหวี่ยงสมอนั้นกลับไปแบบเต็มแรงง โดยไม่ทันยั้งคิด

" พวกนายนิหยิ่งเป็นบ้า เป็นมนุษย์แล้วมันหนักส่วนไหนของนายงั้นเหรอ !! "



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )

สมอได้ถูกเหวี่ยงกับจนเจ้าของผู้ถือโดนซัดกระเด็นกลับไปไม่เป็นท่าแทน !!

? ? ? : อ้ากกกกกกก !!

มันได้ร้องเสียงหลงพร้อมๆกับโดนสมอเหวี่ยงออกไปอย่างง่ายดาย แต่มันก็ได้ทิ้งสิ่งของแปลกๆไว้กับพื้นแทน. . .



" นิมัน... "

อะไรน่ะ... ปืนงั้นเหรอ ?? แล้วทําไมเจ้าพวกนี้ใช้ปืนด้วยเหรอ ??

" เฮ้ย นายน่ะ เจ้านี้คืออะไรงั้นเหรออ ?? "

ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมายังชายหนุ่ม ดูเหมือนว่ามันจะโดนสมอทับ(เกือบ)ตายอยู่ที่ไหนซักที่นึงที่ไกลออกไปจากเมืองนี้

1) ยิงปืนลงที่หัวตัวเอง
2) เก็บไว้ก่อนและกลับไปยังที่พักชั่วคราว
3) อื่นๆโปรดระบุ


2) เก็บไว้ก่อนและกลับไปยังที่พักชั่วคราว

เอาล่ะ เพื่อจะเป็นเบาะแส... คงต้องเก็บเอาไว้ก่อน

แล้วก็กลับไปหานานะดีกว่า แต่รู้สึก... เหมือนมีความรู้จักบางอย่างบอกให้เราจะใช้ปืนนี้ยิงหัวตัวเอง...

แต่... คนบ้าที่ไหนจะกล้าเอาปืนยิงหัวตัวเองฟระ !

ไร้สาระสิ้นดี...

~ Day 3 ~

-:- ช่วงเวลาเช้า

จากการเดินทางมาราธอนรวมกับเหตุการณ์ทีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ชายหนุ่มนั้นได้งีบไปแค่ชั่วคราวเท่านั้นแต่มันก็น่าจะพร้อมสำหรับการเดินทางเล็กๆครั้งต่อไปได้ชั่วขณะ. . .

เมื่อเขาได้เดินกลับมายังที่พักนั้นเขาก็พบว่าตอนนี้มันเช้าขึ้นเสียแล้ว ภายใต้แสงแดดอ่อนๆนั่นเองทำให้เขาได้เห็นร่างของชายคนนึงที่เขาคุ้นเคยอีกครั้ง



โอวาน : หืม ? อรุณสวัสดิ์เอเซียคุง

ชายหนุ่มได้เอ่ยทักทายขึ้นเมื่อเขาได้เห็นเอเซียที่กำลังเดินขึ้นมาอย่างช้าๆนั่น


" อ๊ะ !!??? "

ใครน่ะ... แต่เรารู้จัก... ผมรู้สึกได้เลย.... ว่าเรารู้จักคน ๆ นี้

" คุณ ??? "

บ้าเอ๋ย... พยายามนึกเข้าสิ... นึกสิ... !!!

โอวาน : แย่จริงๆเลยแบบนี้ก็น่าน้อยใจแย่น่ะสิ

ชายหนุ่มได้หัวเราะขึ้นเบาๆพลางเริ่มแนะนำตัวของเขาใหม่อีกครั้ง

โอวาน : เราเจอกันครั้งแรกที่บนเรือของโลกอินเฟอเรียระหว่างที่นายกำลังเดินทางมายังโลกแห่งนี้ไงล่ะ แต่ก่อนที่จะเดินทางนั้นพวกเราได้ปะมือกันเล็กน้อยด้วยแต่ก็ไม่ได้ทำให้พวกเราถึงกับเป็นศัตรูกันหรอกนะ

เขาได้อธิบายขึ้นคร่าวๆถึงเรื่องราวในอดีตครั้งที่เคยเจอกันก่อนหน้านี้


" อ๋อ... ขอโทษนะครับ พอดีผม... ความทรงจำของผมมันหายไป "

ผมจําอะไรไม่ได้เลยนั้นแหละ... เรื่องจริงเลย...

" แล้วคุณพอจะทราบไหมครับ ??? ตอนนี้เกิดอะไรขึ้นบนโลกนี้ "

โอวาน : มันน่าจะเป็นการดีกว่าที่นายเสียความทรงจำไปนะ เพราะถ้าบอกไปก็คงจะเหมือนกับโลกฝั่งที่แล้วแน่ๆ

ชายหนุ่มได้หัวเราะออกมาเบาๆก่อนที่จะเกริ่นขึ้นถึงเรื่องราวที่เอเซียได้ลืมไปเสียแล้ว

โอวาน : เอเซียคุงน่ะไม่ว่าเรื่องอะไรก็จะพยายามช่วยเหลือให้ได้ ที่มาลำบากอยู่ที่นี่ก็เพราะที่อาษาที่จะช่วยเหลือทุกคนที่ได้พบเจอนั่นล่ะ รวมทั้งที่พวกเราสองคนเคยต่อสู้กันนั้นมันก็เป็นเพราะเรื่องของคนอื่นอีกด้วย

เขาได้เอ่ยขึ้นพลางหัวเราะออกมาเบาๆอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนที่จะได้เริ่มทำหน้าจริงจังขึ้นและถามเอเซียขึ้นอีกครั้ง

โอวาน : ยังอยากจะรู้อยู่อีกไม๊ล่ะ ? ถ้าอยู่เฉยๆเงียบๆที่โลกใบนี้คงไม่มีอะไรต้องลำบากใจก็ได้ แต่ถ้าชั้นบอกขึ้นมาเส้นทางของเอเซียคุงก็จะยาวขึ้นอีกนะ


"..."

งั้นหรอกเหรอ... นั้นคือตัวเราสินะ... โชดดีจริง ๆ ... นึกว่าจะเป็นคนเลวร้ายซะอีก... เพราะดันมีหนี้ตั้งมากมายขนาดนั้น...

เข้าใจล่ะ...

" แน่นอนครับ ผมอยากรู้ หากมันคือเหตุผลที่ทําให้ผมเดินทางล่ะก็... ผมจะไม่หนีจากมันเด็ดขาด !! "

โอวาน : โลกฝั่งนี้มีชื่อเรียกว่าเซเลสเทีย ตอนนี้โลกแห่งนี้กำลังถูกคุกคามจากสิ่งมีชีวิตเผ่าอื่นๆอยู่ทำให้เผ่ามนุษย์ในโลกฝั่งนี้กำลังค่อยๆตายลงไปน่ะ

ชายหนุ่มได้ตัดสินใจอธิบายบอกกับเอเซียขึ้นถึงคำถามที่ได้ถามขึ้น

โอวาน : เอเซียคุงเองก็น่าจะเจอกับพวกหุ่นยนต์ที่เข้ามาโจมตีแล้วสินะ นอกจากนั้นแล้วที่นี่ยังมีกลุ่มปีศาจที่อยู่ในมิติคู่ขนานที่ได้เชื่อมต่อเข้ากับโลกใบนี้อีกด้วย

นอกจากเหตุการณ์ที่ย่ำแย่แล้วนั้นกลุ่มมนุษย์เองยังต้องรับมือกับกลุ่มศัตรูใหม่อีกถึงสองกลุ่มพร้อมๆกันด้วยในตอนนี้


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
ราชินีงู
โพสต์ 2-10-2013 15:31:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 14-10-2013 01:27






แอนนา : มีการรายงานข่าวด้วยหรอ

เธอทำหน้า งงๆ พลางฟังรายละเอียดข่าว  

แอนนา : มีแลปทดลอง? หุ่นยนต์? เรื่องมันซับซ้อนไปใหญ่แล้วนะนี่  ว่าแต่ไอ่ Hidden กะ Lost island คือไรหรอ

อลิซ :  Hidden กับ Lost island ก็คือซากโบราณสถานของเมืองนี้ไงล่ะ

เด็กสาวได้ตอบขึ้นสั้นๆก่อนที่เซเลสเทียนั้นจะได้กางแผนที่ออกมาและแสดงให้แอนนาดู



แอนนา: ซากโบราณสถานหรอ   แล้วมีห้องแลปนี่นะ โบราณจิงอ่ะ. พูดถึงหุ่นยนต์ อย่าบอกนะว่าเป็นแบบที่ชั้นเจอมาน่ะ  

เธอพูดพลางหยิบดาบขึ้นมาดู

แอนนา : ถ้าเจอแบบนั้นบ่อยๆ ดาบชั้นได้หักพอดี  แต่ก็ดีนะที่มีเมืองที่ปลอดภัยให้คนได้อยู่แบบนี้

เธอพูดพลางเดินไปดูวิวที่หน้าต่างอย่างสบายอารมณ์

เมื่อแอนนาได้เปิดบานหน้าต่างออกไปนั้นที่ด้านนอกเธอก็พบว่าจากจุดนี้สามารถมองข้ามไปยังจุดที่ Lost Ruin ตั้งอยู่ได้ไม่ยาก แต่ในบางช่วงที่มีพายุทะเลทรายนั้นจะทำให้แอนนาไม่สามารถมองฉากด้านหน้าได้ชัดมากนัก


เธอได้คิดว่าเมืองนี้เหมาะแล้วที่เป็นที่ลี้ภัยเพราะสูงจนมองเห็นพื้นที่ได้ไกลมาก

แอนนา : ตรงนั้น ที่กลางทะเลทรายโบราณสถานด้วยป่าวอ่ะ

เซเลสเทีย : น่าจะเป็นสถานที่เดียวกับที่เด็กผู้หญิงนักข่าวคนนั้นรายงานมานะคะ *เซเลสเทียอธิบาย*

เด็กสาวได้ตอบขึ้นพลางกับส่งกล้องส่องทางไกลให้กับแอนนาดู ซึ่งแอนนาก็ได้เห็นว่าตอนนี้มีพายุทะเลทรายเล็กน้อยและอาจจะเริ่มหนักขึ้นในตอนเย็นนี้ก็เป็นได้


แอนนา : พายุนั่นแรงน่าดูเลยนะ มันจะมาถึงที่นี่หรือป่าว

เธอส่องกล้องสำรวจดู  แล้วเปลี่ยนโฟกัสมาที่ในเมืองเผื่อจะเจอเบาะแสอะไรเพิ่มเติม

ภายในเมืองนั้นค่อนข้างสงบปลอดภัยจะมีก็แค่ผู้คนทั่วๆไปเท่านั้นที่เดินเรื่อยเปื่อยกันภายในเมืองและตามสำนักงานต่างๆ


แอนนา : เอาล่ะไปนอนดีกว่า

เธอเก็บกล้องแล้วเข้าไปนอนบนเตียงของโทโดแล้วหลับไป

~ Day 4 ~

-:- ช่วงเช้า

หลังจากที่หลับพักผ่อนไปซักครู่นึงนั้นแอนนาก็ได้ตื่นขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเช้าวันใหม่ที่แจ้มใสกว่าที่อื่นที่เธอได้เคยนอนพักมา. . . ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอเองจะยังไม่มีภารกิจอะไรที่จำเป็นต้องทำเลย. . .

Character Event :
1) เดินหาโทโด
2) เดินไปที่หน้าทีวี
3) มองไปรอบๆบนเตียงนอน


เดินไปหาโทโด

แอนนา : อรุณสวัสดิ์ค่ะ

เธอเดินมามักทายคนรักของเธอด้วยการกอดเบาๆ

แอนนา : วันนี้ต้องไปไหนป่าว

ชายหนุ่มได้ค่อยๆหันมาอย่างช้าๆก่อนที่จะได้จุ๊บลงที่หน้าผากของแอนนาเบาๆทักทายขึ้นยามเช้า

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : ไม่หรอก ก็ตอนนี้เจอแอนนาแล้วนี่นา

เขาได้ตอบขึ้นในท่าทางดีใจพร้อมๆกับยืนกาแฟยามเช้าให้กับหญิงสาวด้วย

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : ผมไม่รู้เหมือนกับว่าแอนนาดื่มกาแฟรึเปล่า แหะๆ

โทโดได้เกาหัวเบาๆในขณะที่ส่งแก้วกาแฟนั้นให้กับหญิงสาว


แอนนา : ขอบคุณค่ะ

เธอรับกาแฟมาดื่ม

แอนนา : งั้นวันนี้ไปเที่ยวกันมั๊ย พาเด็กๆไปด้วย

เธอชวนเหมือนกับทั้ง4คนเปฺนพ่อแม่ลูกธรรมดาเหมือนครอบครัวทั่วไป

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : ได้สิ ♪ นานๆจะว่างกันซักทีนี่นะ

ชายหนุ่มได้เอ่ยตกลงกับคำขอของหญิงสาว

โทโดโรกิ ซากุราโกะ :  ถ้าอย่างนั้นผมจะลงไปดำเนินเรื่องห้องก่อนนะ

เขาได้กล่าวบอกไว้อีกครั้งก่อนที่จะได้เตรียมตัวและให้แอนนาดูแลเรื่องของเด็กทั้งสองคนด้วย


แอนนาได้เดินไปปลุก อลิซกับเซเลสเทีย

แอนนา : ทั้ง 2 คนตื่นได้แล้วจ้าาาา  วันนี้จะพาไปเที่ยวกันล่ะ  ไปเตรียมตัวเร็วเข้า

เธอเขย่าทั้งคู่เบาๆ เพื่อให้ตื่น

เซเลสเทียนั้นได้ค่อยๆตื่นขึ้นมาอย่างซลึมซลือ แต่เมื่อเธอได้ยินว่าแอนนาจะพาออกไปด้านนอกนั้นก็ทำให้เด็กสาวรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาและรีบเตรียมตัวได้พร้อมเสร็จอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

ทางด้านอลิซนั้นดูเหมือนว่าเธอจะตื่นอยู่แล้วทำให้เธอพร้อมที่จะออกไปข้างนอกกับแอนนาได้เหมือนกัน. . . ภายในชุดโกธิคสีขาวเดิม


แอนนา : เราลงไปรอโทโดกันเถอะ

แอนนาเห็นทั้งคู่เตรียมตัวเสร็จแล้วจึงมาอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็จัดของ  พอเสร็จแล้วจึงลงมารอโทโดที่ล๊อบบี้

-:- ช่วงเวลากลางวัน

หลังจากนั้นไม่นานนักทั้งหมดก็ได้เตรียมพร้อมที่จะออกไปใช้ชีวิตชิวๆกันในเมืองเพื่อพักผ่อนในวันนี้ แต่ว่าเมื่อแอนนาได้ออกมาสู่ด้านนอกนั่นเองเธอก็ได้สัมผัสเหมือนกับว่ากำลังมีใครแอบมองเธออยู่.....

1) หยุดลง
2) ไปด้านนอกด้วยกันทั้งหมดตามที่วางแผนไว้
3) อื่นๆโปรดระบุ


2 ไปด้านด้วยกะนทั้งหมด

เธอได้เดินออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ก็คอยระวังอยู่ตลอด

แอนนา : ไปนั่งเล่นกันที่สวนสาธารณะดีกว่า  แล้วไปหาซื้ออะไรไปกินกันด้วยนะ

เธอเดินโดยให้เด็กทั้ง 2 เดินนำหน้าแล้วเธอเดินตามหลังด้วยกันกับโทโดแล้วกระซิบ

แอนนา : นี่ นายรู้สึกได้มั๊ย ว่ามีคนแอบมองเราอยู่นะ

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : ครับ. . . แต่ว่ากลางเมืองแบบนี้จะทำอะไรที่มันอุกอาจก็ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ

ชายหนุ่มได้กระซิบพูดกับแอนนาในท่าทางเหมือนกับปกติ

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : แถมยังไม่มีจิตสังหารมุ่งร้ายด้วยผมว่าเขาน่าจะมีจุดประสงค์อื่นนะ ?


แอนนา : งั้นคอยดูสถานะการณ์ละกัน

ทั้งสี่ได้เดินทาถึงสวนสาธารณะ  แล้วหาที่นั่ง

แอนนา : อากาศดีนะวันนี้  อยากกินไรเป็นพิเศษกันหรือปล่าว

อลิซ : อะไรก็ได้ทั้งนั้นล่ะ ~ เราน่ะอยากลองทานอาหารของพวกมนุษย์ดูหลายๆแบบอยู่แล้ว

เด็กสาวได้เอ่ยขึ้นพลางเดินแกว่งไปทั่วรอบๆบริเวณอย่างสนใจ

เซเลสเทีย : เราอยากกินของที่แอนนาทำ. . . *เซเลสเทียพึมพำกับตัวเอง*

เซเลสเทียได้เอ่ยเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ตอนนี้ขึ้นมาเบาๆก่อนที่จะได้มานั่งลงข้างๆกับแอนนา

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : อะ. . . ฮะๆๆ กลับไปแล้วแอนนาถึงจะทำให้ทานได้นะ

ชายหนุ่มได้เอ่ยตอบเบาๆพร้อมกับลูบหัวของเซเลสเทียลงเบาๆ

? ? ? : เนื้อปลา กับ เนื้อหมู ชอบอะไรมากกว่ากันล่ะ ?

หญิงสาวผมสีขาวคนนึงได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าของทั้ง4พร้อมกับถามคำถามประหลาดขึ้น



1) เนื้อปลา
2) เนื้อหมู
3) อื่นๆโปรดระบุ


2 ปลา

แอนนา : ต้องปลาซิคะ  มันดีต่อสุขภา-......... แล้วเธอเป็นใครคะเนี๊ยะ

เธองงเป็นอย่างมากที่อยู่ดีดีมีคนแปลกหน้ามายิงคำถามใส่แต่เธอก็ตอบไปแต่โดยดี

แอนนา : เป็นแม่ค้าเดลิเวอรี่หรอ

? ? ? : เป็นแค่คนขายของในบริเวณสวนนี่ล่ะจ้า ~ แต่เราเปิดร้านทำอาหารอยู่สนใจจะใช้ไม๊ล่ะ ?

หญิงสาวได้ยื่นข้อเสนอขึ้นพร้อมกับชี้ไปยังซุ้มขายอาหารเล็กๆของเธอที่น่าจะพอทำอาหารง่ายๆกับเตาเหล็กได้

? ? ? : แต่ต้องทำให้เราด้วยนะ ~


แอนนา : ก็ได้ จะได้ทำอาหารกินกัน

เธอเดินตามหญิงสาวไป

หญิงสาวได้เดินนำโทโดและแอนนามายังซุ้มขายอาหารทานเล่นของเธอที่อยู่ไม่ไกลออกไปนักก่อนที่จะได้เผยให้เห็นถึงเครื่องปรุง วัตถุดิบ และ อุปกรณ์ต่างๆที่ค่อนข้างครบครันและส่วนใหญ่ยังเป็นเนื้อปลาเสียด้วย

? ? ? : ตามสบายนะ ♪

เมื่อเธอกล่าวจบนั้นเธอก็ได้ค่อยๆเขยิบออกมายืนที่ด้านหลังของทั้งสองเพื่อปล่อยให้แอนนาเริ่มทำอาหาร


แอนนาได้กล่าวขอบคุณแล้วลงมือทำอาหาร
เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง

แอนนา : เสร็จแล้ว โทโดมาช่วยกันยกหน่อย

- เสต๊กปลาซอสมะนาว
- ปลาผัดพริกไทยดำ
- แกงส้มพริกสดหัวปลา
- ผัดผัก

แอนนา : น่ากินมั๊ย เธอก็มาทานด้วยกันสิคะ

เธอได้ชวนหญิงสาวเจ้าของร้านมาร่วมวงด้วย

โทโดได้ช่วยแอนนาจัดวางอาหารลงที่โต๊ะสาธารณะในระแวกพร้อมๆกับได้เรียกเด็กๆให้มานั่งทานด้วยกัน กลิ่นอาหารของแอนนานั้นได้ดึงดูดเด็กทั้งสองรวมทั้งคนในรอบๆบริเวณด้วยเช่นกัน

? ? ? : โอ้ ♪ ดูน่าทานจริงๆเลยนะเนี่ย

หญิงสาวผมสีขาวได้เอ่ยชมขึ้นพร้อมกับค่อยๆนั่งลงที่มุมหัวโต๊ะ พร้อมๆกับเซเลสเทียนั้นที่ได้ตามมาคลอเคลียและเดินมาข้างๆพร้อมๆกับแอนนาในขณะที่อลิซเองนั้นก็ได้รีบวิ่งกลับมาที่โต๊ะเช่นเดียวกันเมื่อเธอได้กลิ่นอาหารที่แอนนาทำ

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : แหม ~ แบบนี้ผมคงต้องคอยดูแอนนาไว้แล้วสิเนี่ย. . .

ชายหนุ่มได้แซวขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพของบรรยากาศรอบๆที่ถูกดึงดูดขึ้นอย่างมีสเน่ห์และน่าประหลาดจากปลายจวักของแปนสาวของเขา

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : ถ้าเกิดโดนจับตัวไปเป็นกุ้กผมคงจะอดทานอาหารของแอนนาแน่ๆเลย

ไม่นานนักทั้งหมดก็ได้นั่งลงรอบๆโต๊ะนั่งนั้นและค่อยๆทานอาหารกันอย่างสงบและเป็นส่วนตัว

อลิซ : อาหารที่โลกมนุษย์อร่อยแบบนี้หมดเลยรึเปล่าน้า ?

เด็กสาวได้เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางพอใจในขณะที่กำลังค่อยๆทานอาหารที่แอนนาทำขึ้นอยู่

? ? ? : อืม. . . อาหารของโลกทางนี้ไม่น่าจะอร่อยแบบนี้ทุกที่หรอกนะ

หญิงสาวได้ยิ้มขึ้นมาเล็กๆขณะที่ตอบขึ้นมาเป็นนัยๆในขณะที่นั่งรับประทานอาหารอยู่ด้วยกันตรงนั้น


เธอได้หันไปค้อนโทโดไปหนึ่งทีก่อนที่จะทานอาหาร ขณะทานเธอก็ได้ชวนหญิงสาวคุย

แอนนา : เธอคงไม่ใช่คนขายอาหารทั่วไปสินะ ใช้คำว่าโลกทางนี้ คงจะรุ้ซินะคะว่ามีโลกอีกด้านอยู่

? ? ? : ก็เรามาจากโลกอีกด้านนี่นา

หญิงสาวได้เอ่ยตอบขึ้นมาเสียดื้อๆจนโทโดนั้นหยุดชะงักลงเล็กน้อยด้วยความสงสัยแต่ก็ยังไม่ได้แสดงความเห็นใดๆออกมา

? ? ? : แต่ตอนนี้เราอยู่ที่โลกอีกฝั่งก็คงถือว่าเป็นคนของโลกนี้สินะ ?

เธอได้ตอบขึ้นอย่างใจเย็นและนั่งทานอาหารต่อ


แอนนา : งั้นเราก็มาจากโลกอีกด้านเหมือนกันน่ะสิ เพราะชั้นกะโทโดเราต่างก็มาจากโลกอีกฝั่งเหมือนกัน เธอชื่ออะไรหรอ ชั้นแอนนา อืมแล้วเธอมาที่โลกนี้ได้ยังงัยหรอ

เธอไม่คิดมาก่อนว่าจะเจอคนที่มาจากโลกอีกฝั่งเหมือนเธอในเมืองแห่งนี้

อาระ ฮัน : เราชื่อ อาระ ฮัน เราเดินทางมาด้วยพลังของ"สมบัติของไอฟรีด"น่ะ

เธอได้อธิบายขึ้นพลางแนะนำตัวเองด้วยเช่นกัน

อาระ ฮัน : มันเป็นเรือโจรสลัดน่ะ แต่สามารถใช้ข้ามไปมาระหว่างมิติได้


แอนนา : ชั้นชื่อแอนนานะ  เรือโจรสลัดใช้ข้ามมิติหรอ สะดวกดีนะเนี๊ยะ  แล้วตอนนี้มันจอดอยู่ไหนอ่ะ

เธอถามพลางตักอาหารให้เซเลศเทียกับอลิซและโทโด

อาระ ฮัน : อยู่ที่ใต้เมืองนี้น่ะ

หญิงสาวได้บอกอธิบายขึ้นมาเสียดื้อๆซะอย่างนั้นเหมือนกับว่ามันไม่ได้เป็นความลับอะไรเลย (?)

อาระ ฮัน : แต่ว่าตอนนี้เรือนั่นถูกใช้เป็นทั้งพลังงานของเมืองและพลังงานของเรือบินด้วย จึงยังใช้งานข้ามมิติไม่ได้น่ะ

เธอได้อธิบายขึ้นมาถึงแหล่งพลังงานที่แท้จริงของเมืองแห่งนี้

อาระ ฮัน : แต่เราก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้เรือด้วย ถ้าเมืองนี้ไม่ต้องการเรือลำนี้แล้วเราอาจจะให้ใครมาใช้มันก็ได้นะ ?


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 3-10-2013 01:15:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Shinobu เมื่อ 3-10-2013 01:31

โทษครับพิมผิด อิอิ
ปลาหมึก
โพสต์ 3-10-2013 18:37:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 6-10-2013 10:02





''เราหลงมาที่ไหนอีกละนี้ ดูเหมือนที่นี้จะมีตำราเยอะอยู่เหมือนกัน'' เอกิสหยิบหนังสือหลายๆเล่มออกมาละหามุมสักมุมในการอ่านหนังสือเหล่านั่น ''ลองอ่านหนังสือพวกนี้ดูหน่อยดีกว่าเผื่อเจอข้อมูลว่าที่เราอยู่ตรงนี้มันคือที่ไหนอละทำอย่างไงถึงจะออกไปได้'' เอกิสนั่งลงตรงข้างๆชึ้นหนังสือเหล่านั่นและอ่านหนังสือที่เขาหยิบออกมา

Dark pressure : Average

เนื้อหาภายในหนังสือได้แสดงถึงเรื่องราวของทูติธรรมชาติต่างๆและข้อมูลของทูติแต่ละตนอย่างคร่าวๆ แต่ว่าแม้เอกิสจะอ่านไปนั้นเขาก็ยังไม่เข้าใจเท่าไรอยู่ดีเนื่องจากชายหนุ่มไม่รู้จักทูติธรรมชาติของโลกด้านนี้เลยแม้แต่น้อย. . .

ในขณะเดียวกันนั้นแรงกดดันรอบๆตัวของเขาก็ได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยอีกครั้งจนชายหนุ่มสามารถสัมผัสได้ แต่จากจุดที่เขาสัมผัสได้นั้นมันยังไม่ใกล้เข้ามาหาเขาเท่าไรนัก


''ดูเหมือนอ่านไปเราก็คงไม่เข้าสินะ'' เอกิสหยิบหนังสือทั้งหมดที่เขาหยิบมาเก็บเขาชั้นหนังสือและเขาก็มองหาทางที่จะไปต่อ
''ตรงนั่นมีมีบันไดลงไปข้างล่างนิ ไปทางนั่นดีกว่า'' ระหว่างทางที่เขาจะไปที่บันไดนั่น 'รู้สึกว่าแรงกดดันจะเพื่มขึ้นจากเดิมสินะเราควรจะระวังตัวเอาไว้เพื่อเจอเหตุอะไรจะได้ตั้งรับทัน'

Dark pressure : Caution

เมื่อเอกิสได้เดินลงมาจนถึงปลายบรรไดอีกด้านแล้วนั้นเขาก็พบกับร่างเงาประหลาดร่างนึงที่ลอยอยู่กลางอากาศและดูเหมือนว่ามันกำลังรอเขาอยู่ด้วย



? ? ? : มุนษย์เช่นเจ้ามีธุระอันใดถึงบุกมาถึงถิ่นนี้ ?

เสียงของมันได้ถามเอกิสขึ้นอย่างสงบนิ่งและขรึมเรียบ


''เออ คือขอเป็นจากคำว่าบุกเป้นถูกดูดเข้าในนี้จะดีกว่า เจ้าช่วยบอกหน่อยได้หรือป่าวว่าที่นี้คือที่ไหน''
เอกิสไม่ไว้ใจเจ้าตัวที่อยู่ข้างเขาเตีรยมตัวรับมือกับเจ้าตัวที่อยู่ข้างหน้าหากโจตตีเข้า

Dark pressure : Caution

? ? ? : ที่นี่คือหนึ่งในส่วนของเขาวงกฏแห่งมิติแห่งความมืดมิด Dimension Den ที่อยู่ของพวกเราชาโดว์

มันได้ตอบขึ้นเรียบๆถึงคำถามของชายหนุ่ม แต่ก็ยังไม่ได้มีทีท่าว่าจะทำร้ายเขาแต่อย่างใด

? ? ? : ปกติแล้วคนธรรมดาๆจะไม่สามารถเข้ามาได้นอกเสียจากตั้งใจเข้ามาเองนะ


''ดูเหมือนจะเป้นความบังเอิญมากกว่าข้ายิงปืนที่ชื่อ Evolker เข้าที่หัวของตัวเองเลยทำให้หลุดมาที่นี้ และ ชาโดว์คืออะไรช่วยบอกข้าหน่อยได้หรือป่าว'' เอกิสลดท่าที

? ? ? : ตัวข้าและตัวเจ้านั้นกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่บทสนทนาของพวกเราไม่สามารถสื่อถึงกันได้ ถ้ากล่าวกันสั้นๆพวกเราตอนนี้ก็คือศัตรูกันนั่นเอง

มันได้ตอบกับเอกิสขึ้นพลางได้ค่อยๆดึงปืนจากตัวของชายหนุ่มขึ้นมาให้ลอยขึ้นอยู่ที่ด้านหน้าของเอกิสก่อนที่มันจะได้ปล่อยปืนนั่นวางลงที่ด้านหน้าของชายหนุ่มอย่างช้าๆ

? ? ? : ครั้งนี้อาจจะเป็นแค่การทักทาย แต่ถ้ายังดึงดังจะอยู่ที่พื้นที่ของอีกฝ่ายก็คงอาจจะต้องล่วงเกินกันแล้ว


''เรื่องที่อยู่ในพื้นนั่นคงไม่ได้หรอกนะเพราะข้าเองก้ไม่รู้วิธีออกไปจากที่นี้และดูเหมือนเจ้าจะรู้สินะว่าปืนนี้ทำอะไรได้ช่วยบอกข้าหน่อยได้หรือไม่''
เอกิสดูจากท่าทีของอีกฝ่ายแล้วเขาควรจะเตรียมต่อสู้หากอีกฝ่ายเข้ามาโจตตี
? ? ? : แค่ยิงมันลงเหมือนครั้งก่อนก็จะสามารถกลับไปยังโลกฝั่งเดิมได้. . .

มันได้เอ่ยขึ้นพลางชี้ไปยังปืนด้านหน้าของเอกิสอย่างช้าๆ


'''งั้นหรือ แต่ข้าคงยังไม่กลับตอนนี้หรอกไหนๆก้มาแล้วคงต้องของสำรวจอะไรหลายๆอย่างสักหน่อย นี่ยังมีชาโดว์ตนอื่นอีกสินะเจ้าเก่งแค่ไหนจากชาโดว์ทั้งหมดกันละ ?''

Dark pressure : Danger

? ? ? : ระดับนั้นไม่สำคัญอันคุยโวโอ้อวด มันจะดูมีสง่าราศีขึ้นมาต่อเมื่อแสดงด้วยฝีมือ

วงแหวนเวทย์นับสิบได้ปรากฏขึ้นโดยรอบสถานที่เหมือนเป็นการเตือนก่อนที่จะทำการโจมตีระลอกใหญ่ออกมา


''คุยโวหรือโอ้อวดเดี้ยวก็คงจะรู้กันละนะ'' Defiance ขึ้นที่2



Str : A + (Defiance) (=S)
Agi : B + (Defiance) (=A)
Vit : C
Int : D
Dex : E

AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l--oooloooooX )

Wrath Lv 2

Dark pressure : Danger

สวบบบ !! ยังไม่ทันที่เอกิสจะได้ขยับตัวของเขาออกหอกแห่งความมืดจำนวนมากก็ได้ทิ่มแทงเขาขึ้นมาจากด้านล่างอย่างรวดเร็วพร้อมๆกับโซ่ตรวจสีดำมืดจำนวนมากที่ค่อยๆดึงร่างของชายหนุ่มลงไปแนบกับพื้นอย่างรุนแรง !!

ในช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยกันนั้นวงแหวนเวทย์โดยรอบก็ได้ค่อยๆหายไปก่อนที่ดวงวิญญาณของสิ่งมีชีวิตนับร้อยนั้นจะได้ปรากฏขึ้นที่รอบๆตัวของชาโดว์ตัวด้านหน้าของเขานั้นก่อนที่ดวงวิญญาณเหล่านั้นจะได้เปลี่ยนเป็นคมหอกแห่งความมืดอีกครั้งและเตรียมพร้อมจะเสียบลงที่เอกิสอีกครั้ง !!


'หอกนับร้อยเลยงั้นหรือโดนแทงทีมีหวังตัวพรุนแน่'  Defiance ขึ้นที่3 เอกิสยืนขึ้นแล้ววิ่งไปที่หอกนับร้อยเหล่านั่นด้วยท่าทีที่ไม่ไหวกลัวคมหอกนับร้อยที่พร้อมจะแทงเขาได้ทุกเมื้อ เอกิสกระโดดขึ้นพร้อมกับใช้  Limit Break  เขาขึ้นไปยังตรงหน้าของชาโดว์ตนนั่นพร้อมกับฟันไปข้างหน้าด้วย Braver



Str : A + (Defiance) (=S)
Agi : B + (Defiance) (=A)
Vit : C
Int : D
Dex : E

AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l---ooloooooloooooX )

Wrath Lv 3
Limit Break Lv1

Dark pressure : Danger

ควับ !! ดาบของชายหนุ่มที่ฟันลงที่เป้าหมายนั้นได้โดนจุดที่เขาเล็งเอาไว้อย่างจัง !! แต่ว่าร่างที่เขาได้ฟันดาบลงไปนั้นกลับแยกออกเป็นสองร่างเสียแทนรวมทั้งเหมือนกับว่ามันจะไม่ได้รับความเสียหายใดๆเลยแม้แต่น้อย

กึงงงง !! โซ่ตรวนได้ดึงร่างของชายหนุ่มไว้อีกครั้งก่อนที่มันจะได้ฟาดร่างชองเอกิสลงไปกับพื้นอย่างรุนแรงจนพื้นยุบยวบลงไป !!

ในจังหวะนั้นเองเอกิสก็ได้มองเห็นว่าร่างสองร่างด้านหน้านี้ของเขานั้นไม่มีจุดอ่อนอยู่บนร่างกายเลยแม้แต่น้อยแถมทั้งสองร่างยังมีลักษณะคล้ายกันมากกว่าเพียงแค่ร่างลวงตาที่แยกออกมาอีกด้วย


'ดูเหมือนว่ามันจะแยกร่างได้สินะและจากทีเดียวร่างที่แยกออกมาไม่ใช่ภาพลวงตาแน่ถ้าจะชนะก็คงต้องทำความเสียหายก็ทั้ง2ร่างพร้อมกันสินะ'  Defiance ขึ้นที่4  Blood Rain เอกิสกพุ่งเข้าไปหาชาโดว์ตนนี้อีกครั้งพร้อมกับใช้  Braverเหมือนเดิมแต่ครั้งนี้เขาไม่ใช้มันเพื่อจะโจตตีแต่มันเป็นการหลอกล่อให้ชาโด่วที่อยู่ตรงหน้าแยกออกมาเป็น2ร่างที่แล้วจะได้สร้างความเสียทั้ง2ร่างด้วย infinity Edge



Str : A + (Defiance) (=S)
Agi : B + (Defiance) (=A)
Vit : C
Int : D
Dex : E + (Defiance) (=C)

AS : ( X-----l-----l-----l-----l-ooooloooooloooooloooooX )

Wrath Lv 4
Limit Break Lv1
Blood Rain
Unchained

ร่างของชาโดว์นั้นได้หายไปจากด้านหน้าของเอกิสเมื่อคมดาบจำนวนมากได้พุ่งออกมาก่อนที่ร่างของมันจะปรากฏที่พื้นด้านล่างอีกครั้ง !! แต่ดูเหมือนว่าเวทย์มนต์ทั้งหมดในตอนนี้จะได้หายไปชั่วคราวแต่ไม่นานนักวงแหวนเวทย์ทั้งหมดก็ได้กลับมาอีกครั้งและหอกแห่งความมืดทั้งหมดก็ได้พุ่งเข้าโจมตีเอกิสอย่างทันที !!

เคร้ง !! หอกเวทย์มนต์แห่งความมืดจำนวนมากได้ถูกปัดกระจายและหายไปทั้งหมดภายในคมดาบเดียวพร้อมกับร่างของปีศาจตนนึงในชุดผ้าคลุมขาวที่ได้ยืนอยู่ด้านหน้าของเอกิสตอนนี้



มันไม่ได้กล่าวอะไรกลับมาแม้แต่น้อยแต่ยังไงก็ตามคาดว่าตอนนี้มันน่าจะอยู่ฝั่งเดียวกับเอกิสในการต่อสู้ครั้งนี้. . .

-:- Party member
สถานะ : Izanagi no okami : Strike : Legendary , Defensive : Ex S , Support F // Health : 100%


''ผมไม่รู้หรอกนะว่านายเป้นใครแต่ก็ขอบคุณที่ช่วยนะ''   'ดูเหมือนต้องใช้อันนั่นแล้วสินะจะควบคุมได้หรือป้าวนะ?'
''เกราะแห่งจักรพรรดิสีชาดผู้ควบคุมความมืดมิดจงถูกปลดปล่อยจากพันธนาการอันเป็นนิรันดร์แล้วจักแปรเปลี่ยนเป็นความมืดกลืนกินแสงสว่าง'' Armor of the Heart of Darkness !! เกราะสีดำทมิฬถูกเรียกออกมาสวมที่ร่างเขาของเอกิสไม่รอช้าเขาพุ่งเข้าไปอีกครั้งเขาฟันดาบไปที่ชาโดว์อีกครั้งแต่คราวนี้เขารอที่จะฟันสวนกลับหากอีกฝ่ายจงตีกลับมาด้วย Braver



Str : A + (Defiance) (=S)
Agi : B + (Defiance) (=A)
Vit : C
Int : D
Dex : E + (Defiance) (=C)

AS : ( X-----l-----l-----loooooloooooloooooloooooloooooX )

Wrath Lv 4
Limit Break Lv2
Blood Rain
Unchained
Armor of the Heart of Darkness

ฟุ้บบ !! ร่างของปีศาจด้านหน้าได้หลบการโจมตีของเอกิสออกอย่างง่ายดายและแยกร่างออกเป็นสองร่างอีกครั้ง !! แต่ยังไม่ทันที่มันจะโจมตีอย่างต่อเนื่องปีศาจในผ้าคลุมขาวนั้นก็ได้ใช้เวทย์มนต์โจมตีจากระยะไกลขัดจังหวะมันเสียก่อนจนมันได้ปรากฏร่างออกมาที่ด้านล่างอีกครั้งพร้อมๆกับวงแหวนเวทย์ที่ค่อยๆเริ่มนับใหม่อีกรอบนึง. . . นั่นคงจะเป็นจังหวะเดียวที่ชิระจะโจมตีชาโดว์ด้านหน้านี้ได้

ควับบ !! ปีศาจในผ้าคลุมขาวนั้นได้ทำการโจมตีอย่างต่อเนื่องด้วยคมดาบระยะไกล !! คมดาบของมันนั้นเร็วและรุนแรงเป็นอย่างมากจนแม้แต่เอกิสเองคงจะตามการโจมตีของปีศาจนั่นไม่ทัน แต่ในขณะเดียวกันนั้นเองคมดาบเมื่อครู่ก็ได้ตัดทั้งร่างแยกและการหายตัวของชาโดว์ประหลาดนั้นออกไปภายในการโจมตีทีเดียวทำให้มันได้ปรากฏตัวออกมาที่พื้นด้านล่างอีกครั้งแทบจะทันที !!

ในขณะเดียวกันนั่นเองการโจมตีของมันก็ได้เปลี่ยนแปลงออกไป !! โซ่แห่งความมืดจำนวนมากได้พุ่งเข้าใส่ปีศาจสีขาวด้านหลังนั่นหมายจะจับตัวของปีศาจนั่นไว้ !! แต่ด้วยพลังของปีศาจตนนั้นทำให้โซ่แห่งความมืดของชาโดว์ไม่สามารถจับตัวมันได้ง่ายๆนัก !!

ดูเหมือนว่าวงแหวนเวทย์ทั้งหมดตอนนี้จะได้หยุดร่ายลงแล้วแต่กลับมีบาเรียบางอย่างที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนด้วยตาเปล่ารอบๆตัวของชาโดว์นั่นแทน !! ถึงแม้โล่นั่นจะเป็นพลังป้องกันที่ปีศาจในผ้าคลุมขาวอาจจะฝ่าทะลวงไปไม่ได้ง่ายนักแต่สำหรับเอกิสมันคงจะไม่ใช่เรื่องยากนัก !!


Defiance ขั้นที่5  'บาเรียนั่นเราน่าจะทำลายได้และจากที่ดูไม่มีวงแหวนเวทย์แล้วก็คงจะสบายขึ้นมาหน่อย' เอกิสพุ่งเข้าไปชาโดว์ตนนั่น
อีกครั้งเขาหวังที่จะทำลายบาเรียนั่นและจบการต่อสู้นี้ลง เขาใช้  Braver เพื่อทำให้บาเรียเกิดรอยร้าวขึ้นมาแล้วต่อด้วย  infinity Edge
เพื่อทำลายบาเรียให้แตกแล้วใช้ Inner Beast เพื่อหวังจะสังหารชาโดว์ตนนี้ลง



Str : A
Agi : B
Vit : C
Int : D
Dex : E

AS : ( X-----l-ooooloooooloooooloooooloooooloooooloooooX )

Armor of the Heart of Darkness
Limit Break Lv2
Blood Rain 2 Hits

เปรี้ยง !! ดาบของเอกิสได้ฝ่าบาเรียด้านหน้าออกอย่างง่ายดายจนทำให้ชาโดว์ตนนั้นรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก !! ก่อนที่มันจะตั้งลำได้นั้นคมดาบจำนวนมากก็ได้ฟาดลงที่ตัวมันจนบังคับให้มันต้องหายตัวหลบออกไปเสียแล้ว !!

ในขณะเดียวกันนั้นเอง !! คมดาบแฉกกางเขนที่เอกิสได้วางแผนไว้แต่แรกก็ได้ฟันลงที่เป้าหมายเป็นครั้งแรก !! จนทำให้ร่างของมันนั้นผงะออกไปด้วยแรงของดาบและความเจ็บปวด !!

ฟุ้บ !! วงแหวนเวทย์อันใหม่ได้กางออกขึ้นแต่คราวนี้มันเป็นเพียงแค่วงเวทย์เดียวเท่านั้นที่มีขนาดใหญ่มากแทน !! ปีศาจในชุดขาวนั่นได้รีบทำการโจมตีใส่ตัวของชาโดว์ตนนั้นแต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้วงแหวนเวทย์จะไม่หายไปแม้ว่ามันจะหลบการโจมตีไปด้วย !! ไม่นานนักหลุมแบล้คโฮลขนาดใหญ่ที่ค่อยๆดูดกลืนทุกๆสิ่งรอบๆด้านนั้นก็ได้ปรากฏขึ้นพร้อมกับค่อยๆดึงเอกิสและปีศาจสีขาวนั่นไปด้วยแรงมหาศาล !!

ควับ !! มือของเอกิสได้ถูกคว้าไว้จากด้านหลังพร้อมๆกับร่างปีศาจสีขาวที่ช่วยเหลือชายหนุ่มในตอนแรกนั้นได้ค่อยๆหายไป เมื่อเอกิสได้หันมามองนั้นเขาก็พบกับเด็กสาวคนนึงที่กำลังดึงมือของเขาไว้อยู่เพื่อชลอแรงดึงดูดของเวทย์มนต์แรงโน้มถ่วงที่เกิดขึ้นตอนนี้ !!



? ? ? : ขอรบกวนหน่อยนะ !!

เด็กสาวได้กระซิบขึ้นมาเบาๆก่อนที่เธอจะหยิบปืนที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับของเอกิสขึ้นมาและยิงลงที่หัวของตัวเองก่อนที่ทั้งสองจะโดนดูดเข้าไปเสียก่อน !!





เมื่อชายหนุ่มรู้สึกตัวอีกครั้งนั้นเขาก็พบว่าเขาได้มาปรากฏตัวกลางซากเมืองร้างแห่งนึงแล้ว รวมทั้งยังดูเหมือนว่าเขาออกมาจากมิติประหลาดๆนั่นแล้วด้วย


เต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 3-10-2013 19:04:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 22-10-2013 11:26






            " ร..เรื่องนั้น คงจะ ..ไม่ได้ "

            เมเมะหลบตาพูดด้วยเสียงสั่นครือ เพราะท่านแม่บังเกิดเกล้าทำให้เธอโตขึ้นเป็นกุลสตรี(?)แบบนี้
เลยช่วยไม่ได้ที่เธอจะไม่รู้วิธีที่จะปฏิบัติตนแบบเด็กผู้ชาย แถมเธอก็ไม่เคยคิดจะทำด้วย แต่สถานการณ์แบบ
นี้เธออาจจะต้องบอกความจริงกับเมกะก็ได้

            ' นั่นสินะ... จากนี้เราจะต้องอยู่ด้วยกันอีกนานนี่นา.. ปิดบังไว้แบบนี้คงจะไม่ดีจริงๆด้วย '

            เมเมะเป็นเด็กที่เด็ดขาด เพราะงั้นต่อให้อาจจะโดนเกลียดแต่เธอก็ต้องบอก

            " คือ.. คือว่านะ เมกะจัง "

            เธอยืนขึ้นแล้วหันไปทางเมกะ

            " ความจริงแล้วชั้น... "
            " ..........ชั้น "
            " .................... "
            " ........................ "
            " ....................................อายที่จะต้องอาบน้ำกับคนอื่นค่ะ "

            พูดจบเธอก็หันไปทำเป็นจัดของต่อ ด้วยอารมณ์เฟล..

เฮอร์เมร่า : อ๋อ ~ แบบนี้นี่เอง... "เด็กคนนี้"ก็มีนิสัยคล้ายๆกันเลยชั้นก็พอจะเข้าใจนะคะ

เด็กสาวได้พยักหน้าลงอย่างเข้าใจก่อนที่จะได้เตรียมของใช้ส่วนตัวของตัวเองโดยการหยิบของเมเมะมาใช้. . . ก่อนที่เธอจะได้เข้าไปใช้ห้องน้ำด้านในอย่างสงบ


            " เฮ้อ... "

            พอเมกะเข้าไปในห้องอาบน้ำ เมเมะก็ได้ถอนหายใจออกมาเบาๆ

            " พอเห็นหน้าของเธอแล้ว ทำไมเราพูดไม่ออกนะ.. "

            เธอคิด สักพักก็เลิกที่จะบอกความจริงกับเมกะโดยให้เหตุผลว่า ถ้า
เราไม่ได้ทำอะไรไม่ดี ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องบอกโดยรู้ทั้งรู้ว่าเป็นการคิดให้ตน
เองสบายใจ ก่อนจะหยิบแผนที่ขึ้นมาศึกษาเมืองๆนี้ว่ามีอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง
เพื่อให้เธอเดินไม่หลง

ในระหว่างที่เมเมะกำลังนั่งดูแผนที่อยู่นั่นเองเมกะก็ได้เดินออกมาใต้ผ้าขนหนูสีขาวสั้นๆที่ด้านหลังของเด็กสาว(?)ก่อนที่เธอจะสะกิดที่ไหล่ของเมเมะขึ้นเบาๆ

เฮอร์เมร่า : นี่ๆ ~ มีชุดให้เรายืมใส่ชั่วคราวก่อนบ้างไม๊คะ ?


            " เอ๊ะ..? เสร็จแล้วเหร.... "

            เมเมะละสายตาแล้วหันหน้าตามที่เมกะได้สะกิดไหล่ก่อนจะตัวค้างไป 0.8 วิแล้ว..

            " กรี้ดดดดดดดดดด!! "

            กรี้ดร้องออกมาพร้อมกับชูมือที่ถือแผนที่ขึ้นจนแผนที่และข้าวของบางส่วนกระจาย
ไปรอบๆ
            เธอจัดแจงเสื้อผ้าของเธอเป็นชุดวันพีชสีขาวแบบเดียวกับเมกะเบื้องหลัง+ชั้นใน
เตรียมให้เมกะด้วยท่าทางเรียบร้อย(?)พร้อมๆกับกรีดร้องไปด้วย(ฮา)

            " กรี้ดดดดด!! "

            แล้วก็วิ่งหนีออกจากห้องไป...

*ผ่านไป 2 - 3 นาทีก็เดินกลับมาด้วยท่าทางใจเย็น

หลังจากที่เมเมะได้กลับเข้าห้องมานั้นดูเหมือนว่าเมกะจะยังใช้ห้องน้ำไม่เสร็จทำให้เมเมะมีเวลาส่วนตัวภายนอกต่ออีกซักพักนึง โดยที่อาจจะไม่โดนรบกวนเหมือนเมื่อครู่นี้


            หลังจากที่มองลอดประตูไปแล้วก็โล่งอกก่อนจะค่อยๆเดินเข้ามาเงียบๆ

            " ส..สูญเสียความเยือกเย็นเช่นนี้ เรายังฝึกไม่พอจริงๆด้วยค่ะ "

            เธอเดินกลับไปจัดของที่กระจายอย่างรวดเร็ว และเนื่องจากจำเส้นทางไว้
ในหัวได้หมดแล้ว เธอจึงไม่จำเป็นต้องใช้แผนที่ แต่ก็พกไปเผื่อๆ

            " เอาละพร้อมแล้ว.. "

            ที่เหลือแค่รออาบน้ำต่อแล้วก็พาเมกะไปข้างนอกด้วยกันเท่านั้น

หลังจากที่เมเมะได้รออยู่ด้านนอกซักพักนึงเมกะก็ได้เดินออกมาพร้อมกับสัมภาระเครื่องใช้ส่วนตัวของเมเมะในชุดแสกที่เมเมะได้เตรียมไว้ให้ในตอนแรก กลิ่นหอมแบบธรรมชาติได้ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องติดกับตัวของเด็กสาวหลังจากอาบน้ำใหม่ๆเต็มไปหมด

เฮอร์เมร่า : ถ้างั้นเดี๋ยวเราจะนั่งรอด้านนอกนี้นะคะ ♪

เด็กสาวได้บอกกับเมเมะขึ้นก่อนที่เธอจะได้ค่อยๆเดินไปนั่งที่หน้ากระจกและจัดทรงผมของเธอ


            " ค..ค่ะ "

            เมเมะมองเมกะแล้วก็หน้าแดงหน่อยๆ ก่อนจะเดินหนีเข้าไปในห้องน้ำบ้าง

            - 6 minute later -

            " ขอโทษที่ให้รอค่ะ "

            เธอเดินออกมาในชุดกระโปรงยาวสีขาวลายดอกไม้แปลกๆสีฟ้าอ่อน พันริ้บบิ้นสีฟ้าไว้
แน่บเอว ก่อนจะเดินไปหยิบหวีในกระเป๋าพร้อมๆกับสางผมบนที่นอนบ้าง เธอไม่ได้บำรุงผมกับ
ผิวเนื่องจากผมของเธอลื่นเงาแล้วก็นุ่มมาก จึงไม่มีปัญหากับการเป่าแห้งแบบห้วนๆ

            " เมกะจัง ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวชั้นจะพาไปที่ๆนึงก่อนนะค่ะ "

            เมเมะพูดพร้อมกับยิ้มให้เมกะ

หลังจากที่ทั้งสองได้เตรียมตัวเสร็จแล้วนั้นเด็กสาวก็ได้ค่อยๆลุกขึ้นมาและเดินมาหาเมเมะพร้อมกับจับมือของเธอขึ้นเหมือนกับที่เคยจูงมือกันบ่อยๆ

เฮอร์เมร่า : ถ้าพาเราไปที่น่าเบื่อละก็เราจะไม่ยกโทษให้หรอกนะคะ


            " ถ้าเบื่อที่ๆชั้นพาไปละก็ โดนจับกินแน่ค่ะ "

            เมเมะจับมือของเมกะเหมือนเดิมแล้วก็ตอบกลับไปด้วยสีหน้ายิ้มๆ
จากนั้นก็ออกแรงเดินพาเมกะออกจากห้องไปด้วยรอยยิ้มมีเลศนัยแปลกๆ
            
            " ~~~ "

            เธอพาเมกะเดินเข้าไปในเมืองแล้วก็ฮัมเพลงไปด้วย

*มุ่งหน้าไปร้านคาเฟ่

-:- ช่วงเวลาเย็น



ไม่นานนักทั้งสองก็ได้เดินทางมาถึงร้านคาเฟ่ที่เมเมะได้ตั้งใจพาเมกะมา ในเวลาช่วงเย็นแบบนี้มันดูเหมือนกับว่าพวกเธอสองคนนั้นได้ออกมาเดททานดินเนอร์ยามเย็นด้วยกันเข้าไปอีกด้วย

เมื่อทั้งสองได้เข้ามายังด้านในนั้นก็ได้มีชายหนุ่มคนนึงในชุดบัทเลอร์เดินเข้ามาหาทั้งสองอย่างช้าๆในท่าทีนอบน้อมก่อนที่ชายหนุ่มจะได้นำทางทั้งสองเข้าไปยังโต๊ะรับรอบด้านใน



-:- Character Event
1) เดินจูงมือพาเมกะเข้าไปที่โต๊ะนั่งด้านในเลย
2) หยุดลงและค่อยๆหันกลับมามองเมกะเล็กน้อยก่อน


[ 2 ]

            " ..อืม นี้เป็นร้านที่กำลังหาคนทำงานพิเศษรึเปล่านะ "

            เมเมะพึมพำเบาๆ เธอยังไม่เคยทำงานพาร์ทไทม์ แต่ถ้าแค่เรื่อง
การเสริฟ การบริการละก็เธอทำได้อยู่แล้ว ก่อนจะรู้สึกว่าคนข้างๆจับมือ
เธอเงียบๆมาตั้งแต่ออกจากที่พักแล้ว

            " เมกะจัง? "

            เธอหันหน้ากลับไปหาเมกะ ความจริงอยากจะเห็นสีหน้าตื่นตาตื่นใจ
ของเธอสักหน่อยแท้ๆ

มือของเมเมะได้ถูกจับไว้แน่นยิ่งขึ้นอีกทั้งยังดูเหมือนว่าไม่ใช่แค่มือเธอเท่านั้นแต่เหมือนกับว่าแขนทั้งแขนของเมเมะกำลังถูกเด็กสาวเกาะไว้อย่างแน่นหนาโดยไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยออกไปเลย

ฟุโรโกะ เอริกะ : !!!!

เด็กสาวได้มองไป-มารอบๆตัวเองอย่างสั่นผวาด้วยความตื่นตระหนกกับสถานที่ภายนอกอย่าประหม่า


            " ..หวา "

            เมเมะชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเข้าใจสถานการณ์ในทันที

            " ใจเย็นไว้ค่ะ "

            เธอพูดด้วยเสียงอ่อนเพื่อให้เอริกะผ่อนคลาย แล้วก็ยกมือ
อีกข้างขึ้นมาวางแหมะบนหัวของเอริกะเบาๆ

            " ชั้นอยู่กับเธอตรงนี้ค่ะ ไม่มีอะไรต้องกลัวหรอกนะ "

เมกะได้พยักหน้ารับเบาๆแต่ก็ดูเหมือน่วาเธอจะยังไม่หายประหม่าเสียเท่าไรนัก จนทำให้การเดินเข้ามาด้านในจนถึงที่นั่งนั้นค่อนข้างลำบากเล็กน้อยเพราะเหมือนเมกะนั้นจะคอยดึงเมเมะไว้ตลอดทางเลย

หลังจากนั้นพักนึงพวกเธอก็ได้มาถึงที่โต๊ะนั่งสำหรับสำรับสองที่ พร้อมๆกันกับชายหนุ่มคนเมื่อครู่นี้ที่ได้มายืนคอยให้บริการกับทั้งสองแต่ทางด้านเมกะนั้นดันประหม่าตัวสั่นซะจนไม่กล้าสั่งอะไรเลยซะอย่างนั้น


            " .... "

            เมเมะมองท่าทีนั้นอย่างขำๆปนอ่อนใจเล็กน้อย ... เธอควรจะทำอะไรดีนะ?

            ' เอาเป็นว่าสั่งอะไรกินก่อนแล้วกัน '
            " อะ .. ขออาหารอะไรก็ได้เบาๆ 2 ที่ค่ะ "

? ? ? : รับทราบครับ

ชายหนุ่มได้ก้มรับเล็กๆก่อนที่จะได้เดินหวนหลังกลับไปเตรียมอาหารให้ทั้งสอง ไม่นานนักชายหนุ่มก็ได้ค่อยๆบรรจงจัดเสิร์ฟเซ็ทอาหารเล็กๆทานเล่นที่ประกอบไปด้วย แพนเค้ก คุ้กกี้ ไอศครีมสตอเบอรี่ และ น้ำผลไม้อีกสองที่ลงบนโต๊ะของทั้งสอง



ฟุโรโกะ เอริกะ : ตะ- แต่ว่า. . . นะ- หนูไม่มีเงินนะคะ. . .

เด็กสาวได้ตอบขึ้นด้วยท่าทางหวาดผวาและตัวสั่นอย่างตื่นกลัวจนทำให้ชายหนุ่มที่เสิร์ฟนั้นเหงื่อตกในท่าทีประหลาดใจเลยทีเดียว แต่ว่าเขาก็ไม่ได้เอ่ยว่าอะไร

? ? ? : ไม่เป็นไรหรอกครับ !! เพราะอาหารสำหรับเด็กวันนี้มีโปรโมชั่นทานของหวานฟรีอยู่ด้วย เพราะอย่างนั้นคุณหนูไม่ต้องเกรงใจนะครับ

ชายหนุ่มได้พยายามอธิบายขึ้นเพื่อไม่ให้ฟุโรโกะประหม่ามากนัก แต่เมื่อเมเมะมานึกดูแล้วที่หน้าร้านก็ไม่เห็นมีโปรโมชั่นอะไรเขียนไว้ซักนิดเดียวในก่อนที่เธอจะเข้ามา

แต่ถึงกระนั้นฟุโรโกะเองก็ยังไม่หยุดสั่นทั้งน้ำตาคลอเบ้าอยู่ดีซึ่งคาดว่าชายหนุ่มพ่อบ้านคงจะช่วยอะไรไม่ได้มากนักกับเรื่องนี้. . .


            " อ้าม~ "

            เมเมะยัดของหวานที่น่าจะเรียกว่าแพนเค้กเข้าปากเมกะแล้วก็ยิ้มให้ ก่อนจะโยกตัว
ไปกระซิบข้างหูพนักงาน     

            " ถ้ายังไงที่เหลือเดี๋ยวชั้นจัดการเองค่ะ ขอโทษที่สร้างความลำบากให้นะคะ "

            เธอก้มหัวให้พนักงานเล็กน้อยจากนั้นเธอก็ลุกขึ้นไปนั่งข้างเดียวกับเมกะแบบแนบชิดเลย

            " .... " ^ ^

            เมเมะยิ้มให้เมกะก่อนจะจัดขนมย้ายมาฝั่งเดียวกันหมด ในสายตาคนอื่นก็คงจะแปลก
พิลึก  ก่อนจะใช้มือขวาตักขนมแล้วก็ใช้มือซ้ายกุมมือเมกะไว้ใต้โต๊ะ

            " อ้าม~ "

            แล้วก็ป้อนเมกะอีกคำ

            " อร่อยนะ? "

ชายหนุ่มได้ก้มเล็กๆเหมือนเป็นการบอกว่าเข้าใจแล้วก่อนที่จะได้ปล่อยให้เด็กสาว(?)ทั้งสองอยู่ด้วยกันไปก่อนในตอนนี้

ฟุโรโกะ เอริกะ : อื้ม. . .

เด็กสาวได้ค่อยๆนิ่งลงอย่างช้าๆก่อนที่เธอจะได้ทานขนมที่เมเมะป้อนให้อย่างว่าง่าย


            พอเห็นว่าเมกะมีสีหน้าดูดีขึ้นแล้วเธอก็ถอนหายใจอย่างโล่งออก(ในใจ) ก่อนจะลอง
ทานขนมหน้าตาแปลกประหลาดนี้ดูบ้าง

            " .....อื้ม! "

            เมเมะทำหน้าประหลาดใจเล็กน้อย เพราะมันอร่อยมากๆแถมหวานด้วย ไม่ว่าจะเป็นอะไร
สักอย่างที่ทำจากแป้งมีรสน้ำผึ้งหรือของกรอบๆหวานๆตรงนั้นก็อร่อยไปหมด เธอจึงกินมันเข้าไป
แล้วก็ยิ้มอย่างมีความสุข

เมกะได้ค่อยๆเริ่มทานขนมหวานด้วยเช่นกันพร้อมๆกับเมเมะอย่างสงบลง เมื่อเห็นดังนั้นแล้วนั้นชายหนุ่มจึงได้ค่อยๆนำอาหารหลักนั้นมาเสิร์ฟลงให้กับทั้งสองบนโต๊ะหลังจากที่ทั้งสองและเก็บจานเก่าไปหลังจากทั้งสองนั้นได้ทานของทานเล่นกันเรียบร้อยแล้ว



? ? ? : เชิญตามสบายนะครับ

ชายหนุ่มได้เอ่ยขึ้นบอกกับเมเมะด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะได้โค้งให้กับเด็ก(?)เล็กๆและย้อนกลับไปทำงานของเขาต่อ


            เธอนั่งทานอาหารด้วยท่าทีปกติ พลางครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
เกี่ยวกับนิสัยกลัวคนของเพื่อนเธอ

            ' อืม.. ของแบบนี้ต้องเน้นความเคยชินละนะ '

            เมเมะหยุดความคิด แล้วทานอาหารต่อ

-:- Dark Hour

ระหว่างที่พวกเธอกำลังนั่งทานอาหารเย็นกันอยู่นั่นเองบรรยากาศรอบๆนั้นก็ได้ค่อยๆเงียบสงัดและมืดลงเรื่อยๆทีละนิด หากแต่ว่ามันไม่ใช่เพราะเวลาที่เริ่มสายแล้วแต่ทั้งสองนั้นได้ปรากฏออกมายังอีกมีตินึงอยู่ต่างหาก



ยังไม่ทันที่พวกเธอจะทันตั้งตัวนั้นก็ได้มีสิ่งแปลกปลอมประหลาดปรากฏตัวขึ้นไม่ไกลจากที่พวกเธออยู่นัก !!



ซูมม !! สิ่งมีชีวิตดังกล่าวได้พุ่งเข้าหาทั้งสองอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่มีการทักทายใดๆก่อนที่มันจะได้ซัดกำปั้นเข้ามาที่โต๊ะของทั้งสองจนกระเด็นออกไปอย่างรุนแรง !!

ซ่าาา !! เสียงเหล็กกล้าสีแดงโลหิตที่ได้พุ่งเข้าโจมตีเป้าหมายกระทบลงบนพื้นน้ำที่ทั้งสองได้ยินอยู่จนกระเซ็นเป็นสายฝนออกมาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจนกระทั่งร่างควัญนั่นกระจายตัวออกไปอย่างช้าๆ แต่ไม่นานนักมันก็ได้ค่อยๆกลับคืนสภาพเดิมอีกครั้งด้วยแววตาที่มุ่งร้าย

เฮอร์เมร่า : อะไรกันคะ !! หรือว่านี่จะเป็นเบื้องหลังของร้านคาเฟ่กันคะ !!

เด็กสาวได้อุทานออกมาอย่างตกใจด้วยการสันนิษฐานสั่วๆของเธอที่ไม่เหมาะกับที่จะเปรียบร้านที่เธอเพิ่งไปใช้บริการเมื่อครู่นัก

-:- Party member
สถานะ : Hermera (machina form) : Strike : A , Defensive : D , Support B // Health : 100%


            " ไม่ใช่ค่ะ!! นี้มันคือ! อะ? "

            เมเมะได้สังเกตว่าเฮอร์เมร่ากลับมาแล้ว แถมยังอยู่ในรูปลักษณ์สมบูรณ์อีกต่างหาก

            " ยังไงก็ช่าง! "

ควับ!

            เมเมะได้หยิบอาวุธปืนดาบที่พกไว้ติดตัวตลอดขึ้นมา

ฉึบ! ซ่าา!!

            หลังจากที่สังเกตโดยรอบแล้ว เธอก็ฟันลงไปที่พื้นน้ำเป็นเส้นตรงระหว่างพวกเธอกับ
ควันปริศนานั้นด้วยความเร็วของเธอเพื่อสร้างม่านกำแพงน้ำบางๆพอที่จะบดบังทัศนวิสัยของ
ฝ่ายตรงข้ามได้ เว้นแต่อีกฝ่ายจะไม่ได้ใช้ตาในการมองเท่านั้น

            " เมกะจัง! ดูเหมือนการโจมตีกายภาพจะไม่ได้ผลนะคะ "

            เมเมะเข้าโหมดต่อสู้ด้วยท่าทางปกติ

เต็มเน่อ
แมวบ้า
โพสต์ 3-10-2013 20:16:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 12-10-2013 22:29






"วิชาแปรธาตุ........." คำๆนี่ทำให้ออสตราว่าสะดุดความคิดมา

"ถ้าจะไม่ผิด มันคือวิชาที่เปรียนสสารอย่างหนึ่งให้กลายเป็นอย่างนึกสินะ แต่ว่า......."

"จะได้ว่ามันจะมีอะไรมากกว่านีไม่ใช้รึ" เขาเริ่มสงสัยในสิ่งที่ขัดกับที่เขาเรียกรู้มา

เอ็ดเวิร์ด เอลริค : วิชาเล่นแร่แปรธาตุที่นี่มี 3 หลักการ คือ สร้างสรรห์ ทำลาย และ หลอมรวมใหม่ ถ้าเข้าใจทั้ง 3 หลักการและสมดุลย์ของแกนพลังของโลกได้ก็จะสามารถใช้พลังในการเล่นแร่แปรธาตุได้

ชายหนุ่มได้อธิบายขึ้นอย่างรวบรัดในขณะที่ยังตั้งหน้าตั้งตาสร้างอุปกรณ์ต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ


"สร้างสรรห์ ทำลาย และ หลอมรวมใหม่ อย่างงั้นหรอ...." ออสตราว่าพูดทบทวนสิ่นที่เขาได้ยินอย่างสนอกสนใจ

แล้วก็ลุกขึ้นมาดู สิ่งที่เอ็ดกำลังสร้างอยู่

"เจ้าไปเรียนรู้สิ่งนี่มาจากไหนรึ" เขาถามขึ้น

เอ็ดเวิร์ด เอลริค : ก็ต้องฝึกขึ้นด้วยตัวเองสิ !!

ชายหนุ่มได้ตอบขึ้นด้วยท่าทีหงุดหงิดเล็กน้อยแต่เขาก็ได้หลับตาลงเบาๆก่อนพร้อมกับค่อยๆหันกลับมาให้ความสนใจกับออสตราวาเป็นครั้งแรก

เอ็ดเวิร์ด เอลริค : ขอโทษที. . . พอดีมีความหลังที่ไม่ค่อยน่าจดจำอยู่น่ะ. . .

เขาได้กล่าวขอโทษอัศวินเสื้อเกราะขึ้นอย่างตรงไปตรงมาก่อนที่จะผายมือให้กับออสตราวาที่สนใจกับการเล่นแร่แปรธาตุของเขา

เอ็ดเวิร์ด เอลริค : ถ้าสนใจล่ะก็ชั้นจะแนะนำคนรู้จักให้เมื่อไปถึงเมืองนะ


"ข้าผิดเอง เจ้าไม่ต้องขอโทษหรอก" ออสตราว่าตอบกลับไป

"ส่วนเรื่องแนะนำทีฝากเจ้าด้วยนะ"

หลังจากนั้นเขาก็หยิบดาบไม้ของเขามาพร้อมกับมองไปที่มัน

"อืม.........."

"เอ็ดเวิร์ด สินะ เจ้าช่วยข้าอย่างนึงได้มั้ย???"

"เจ้าลองเปรียนเจ้านี่(ดาบไม้)ให้เป็นดาบเหล็ดเล่มงามสักเล่มได้มั้ย???" เขาเอ่ยคำขอร้องออกไป

เอ็ดเวิร์ด เอลริค : วัตถุประเภทอื่นจะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นนอกจากตัวมันเองไม่ได้หรอกนะ เช่นดาบไม้เล่มนี้คงจะทำให้มันเป็นเก้าอี้ไม้ได้แต่คงเปลี่ยนให้เป็นดาบเหล็กไม่ได้หรอก

ชายหนุ่มได้อธิบายถึงกฏพื้นฐานของวิชาเล่นแร่แปรธาตุของเขาก่อนที่จะหลอมดาบเหล็กขึ้นมาให้กับออสตราวา

เอ็ดเวิร์ด เอลริค : แต่ถ้าดาบเหล็กล่ะก็พอจะใช้พวกอุปกรณ์งานแสดงที่ไม่ใช่แล้วที่เป็นเหล็กหลอมรวมได้อยู่นะ



-:- ได้รับไอเท็ม
     - Katana sword *1


"โอ.............นี่มันสุดอยดไปเลยไม่ใช้รึ" เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง กับคาตาน่าข้างหน้าเขา

"ข้าติดหนี้เจ้าครั้งใหญ่แล้วละ"

ว่าแล้วเขาก็หยิบลูกไม้เล็กกลมๆ ขึ้นมาจากกระเป๋าข้างเอวของเค้า

"พวกเจ้ารับไว้นะ ถือเป็นตัวแทนคำขอบคุณของข้า" เขาสิ่งนั้นแจกจ่ายให้กับ สองสาว และ หนึ่งหนุ่ม ในห้องนั้น

"พกติดตัวไว้ ถ้าหากเจ้ามีอันตราย ข้าจะรีบมาหาทันที่" เขาอธิบายต่อ.....

ทั้งสามได้ค่อยๆรับลูกไม้นั่นมาอย่างงงๆแต่พวกเขาก็ได้เอ่ยขอบคุณกับออสตราวาและเก็บมันไว้

ซาโตริ&โทรูริ : ขอบคุณค่า ~

เด็กสาวทั้งสองได้เอ่ยขอบคุณขึ้นพลางเก็บลูกไม้นั่นลงไว้กับกระเป๋าเล็กๆของพวกเธอ

เอ็ดเวิร์ด เอลริค : ไม่ต้องขอบคุณหรอก แค่ดาบธรรมดาๆเอง

ชายหนุ่มได้ยิ้มขึ้นก่อนที่จะตบบ่าบนชุดเกราะของออสตราวาเบาๆอย่างเป็นมิตร


"อืม!!!" เขาตอบรับกลับอย่างหนักแน่น

"ว่าแต่...............เจ้าเรื่อลำนี่มันจะใช้เวลาอีกนานมั้ย" เขาเริ่มสงสัย

"จริงๆ แล้วข้าไม่ค่อยชอบอยู่ในอะไรที่มันลอยๆได้ มากนักหรอก....." เขาเริ่มนึกถึงความหลังอันแสนตลกร้าย

"ข้าว่า ข้าไม่รบกวนการทำงานของพวกเจ้าดีกว่า" ว่าแล้วเขาก็เดินกลับไปนั้งที่เดิมที่เขาลุกขึ้นมาอย่างเงียบๆ

ซาโตริ : เรือคงจะถึงเมืองพรุ่งนี้น่ะค่ะ ถ้ายังไงลองเดินเล่นดูในเรือก่อนก็ได้นะคะ

เด็กสาวได้เสนอขึ้นเมื่อเห็นว่าออสตราวาแสดงท่าทีเบื่อหน่ายการรอคอของการเดินทางขึ้นมา

Charater Event :
1) นั่งคุยกับซาโตริเรื่องงานแสดง
2) นั่งดูเอ็ดเวิร์ดหลอมรวมอุปกรณ์
3) ชวนโทรูริคุย
4) เดินกลับห้องตัวเอง


1) นั่งคุยกับซาโตริเรื่องงานแสดง

"พรุ่งนี่สินะ........ "

(หวังว่าคงจะไม่ร่วงเสี้ยก่อนนะ) เขาคิดในใจอีกรอบ

"ว่าแต่เจ้าคิดอย่างไรถึงได้ออกเดินทางแสดงอย่างนี่หรอ" เขาเริ่มชวนซาโตริคุยอีกครั้ง

ซาโตริ : เอ๋ ? ก็คงเพราะโลกยังไม่หยุดหมุนล่ะมั้งคะ ?

เด็กสาวได้ตอบขึ้นกับชายหนุ่มพลางอธิบายต่อไปตามความคิดของเธอ

ซาโตริ : ถึงแม้ว่าตอนนี้อาจจะมีสถานการณ์ที่ไม่ค่อยจะดีนักเกิดขึ้น แต่ถ้าพวกเรายังมีชีวิตอยู่ก็จะมาหยุดอยู่กับที่และยอมแพ้ไม่ได้ อย่างน้อยๆแค่ดูแลตัวเองให้ได้ซักวันในอนาคตเราอาจจะช่วยเหลือคนอื่นได้ด้วยก็ได้ เราคิดแบบนั้นนะ


"หืม...........ดูเป็นความคิดที่ยิงใหญ่ดีนะ"

"จงอย่าได้ ถ้อถอยก่อนเสียละ" เขาพูดพร้อมกับเอามือลูบไปที่หัวของเธออย่างนุ่มนวล

(เหมือนกับข้าคนนี่) เขาคิดในใจไปพร้อมๆกัน

"แล้วที่เจ้าบอกว่า ยังมีกลุ่มคนอยู่ทีเมืองอีก ก็หมายความว่ากลุ่มนี่คงใหญ่พอตัวสินะ" เขาพูดต่อหมายจะเปรียนเรื่องคุย

ซาโตริ : ใช่ค่ะ !! นอกจากกลุ่มการแสดงของพวกเราที่เป็นเอนเทอร์เทนเนอร์แล้วนั้นก็ยังมีกลุ่มที่ค่อยช่วยเหลือด้านข้อมูลเช่นกลุ่ม Sky Real ที่คอยอั้พเดตข้อมูลทีเกิดขึ้นให้กับกลุ่มมนุษย์ของเรา รวมทั้งก็ยังมีกลุ่มที่คอยช่วยเหลือป้องกันตัวเมืองและออกยึดพื้นที่คืนมาให้กับพวกมนุษย์ด้วยเช่นกัน

เด็กสาวได้ตอบขึ้นด้วยท่าทางที่ยังมีความหวังเหลืออยู่ว่าพวกกลุ่มมนุษย์นั้นจะต้องกลับมาอยู่อย่างสงบสุขกันที่ผืนโลกแห่งเดิมได้ซักวันนึง จากที่ออสตราวาฟังแล้วนั้นเขาน่าจะมีอะไรให้ทำแน่ๆหลังจากที่เรือลำนี้จอดลงที่ท่าแล้ว

ซาโตริ : คุณเอ็ดเวิร์ดเองก็เป็นที่มาจากกลุ่มนักปราชญ์ด้วย ซึ่งครั้งนี้ก็เพื่อที่จะช่วยเหลือในการดูแลความปลอดภัยของการเดินทางของเรือลำนี้น่ะค่ะ

เธอได้อธิบายเสริมก่อนที่จะได้ผายมือออกไปเล็กๆทางเอ็ดเวิร์ดที่กำลังช่วยสร้างอุปกรณ์การแสดงของกลุ่มของซาโตริอยู่ในตอนนี้

ซาโตริ : เพราะคราวที่แล้วตัวเรือถูกพวกหุ่นยนต์เข้าโจมตีแต่ก็ได้มีหญิงสาวคนนึงที่ได้ช่วยเรือไว้ได้ทัน ทำให้ครั้งนี้จึงต้องมีการป้องกันที่แน่นหนามากขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบเดิมขึ้นน่ะค่ะ


"หืม........มีการรวมตัวต่อต้านเกิดขึ้นแล้วสินะ"

"งั้นหมายความก็ยังมีความหวังอยู่สินะ"

(ใช้แล้ว.......อย่างน้อยๆ ก็คงมาถอดใจตอนนี่ไม่ได้ ถึงแม้จะไม่ว่าตัวเองอยู่ที่ หรือช่วงเวลาไหน แต่นั้นไม่ใช้เรื่องสำคัญแล้ว ตอนนี่เราต้องสานต่อเป้าหมายของพวกพ้อง และ เธอ ให้จบ ไม่ว่าจะแบบไหนก็ตาม.....)

ออสตราว่าเริ่มคิดที่จะต่อสู้กับความเป็นจริงอีกครั้ง

(แต่ที่สำคัญที่สุด ตอนนี่เรายังมีข้อมูลน้อยไม่ว่าจะเป็นเรื่องโลกตอนนี่ แล้วรวมถึงความคิดของผู้คนด้วย.....)

หลังจากที่ออสตราว่าใช้ความคิดอยู่สักพัก

"ซาโตริ" เขาได้เรียกนามของสาวน้อยขึ้นอีกครั้ง

"ถ้าข้าจะบอกว่า จะเป็นไปได้มั้ยการจะอยู่ร่วมกับเหล่าหุ่นยน์ต่างๆ อย่างสงบสุขอีกครั้ง เจ้าจะว่าอย่างไร" ถ้าถามคำถามที่สุดแสนจะประหลาดไปยังสาวน้อยตรงหน้าด้วย น้ำเสียงที่จริง


ซาโตริ : เอ. . . พวกเราไม่เคยเห็นหุ่นยนต์พวกนั้นเลยนะคะ การที่เปิดฉากโจมตีก่อนอย่างไร้เหตุผลแบบนั้นคงจะเป็นการยากที่จะทำให้พวกเราสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างเป็นมิตรอีกครั้งนะคะ

เด็กสาวได้อธิบายขึ้นตามความคิดของตนถึงการปรากฏตัวและการโจมตีของหุ่นยนต์พวกนั้น

ซาโตริ : แต่ถ้ามันมีเหตุผลล่ะก็เราเองก็อยากที่จะรู้เหมือนกันค่ะ

เธอได้บอกอธิบายเพิ่มเติมอีกเล็กๆกับคำถามของออสตราวา

-:- ช่วงเวลาเย็น

เมื่อออสตราวารู้สึกตัวอีกครั้งเขาก็พบว่าเวลาได้ล่วงเลยผ่านไปซักพักแล้วในตอนนี้ เขาน่าจะกลับไปพักผ่อนที่ห้องบ้างเพื่อรอจนกว่าเรือจะถึงสถานที่เป้าหมายในวันรุ่งขึ้น

1) เดินกลับคนเดียว
2) จำทางกลับไม่ได้และเดินกลับไปกับซาโตริ
3) อื่นๆโปรดระบุ


"หืม....อย่างนั้นสินะ"

"ลืมๆคำถามที่ข้าเคยถามไปซะนะ" เขาพูดลอยๆก่อนที่จะมองออกไปข้างนอก

ออสตราว่าเล็งเห็นเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เขาจึงลุกขึ้น

"นี่คงถึงเวลาที่ข้าต้องกลับไปที่ห้องแล้วละ"

"ถึงจะเป็นเวลาสั้นๆ แต่ก็เป็นบทสนทนาที่ดีมาก"

"ไว้พรุ่งข้าจะมาหาใหม่  ขอให้พวกท่านโชคดี" เขากล่าวบอกลาทุกคนที่อยู่ตรงนั้น

ว่าแล้วเขาก็เปิดประตูออกไป

มองซ้าย

...................

มองขวา

...................

แล้วก็มองซ้าย

....................

แล้วเขาก็มองกลับในห้อง ส่งสายตาผ่านหมวกเหล็กที่ปิดชิดมากแค่ไหน ก็ยังมองออกว่าเขาต้องการความช่วยเหลือแน่ๆ  แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร..........

ซาโตริ : เอ๋. . . ให้ช่วยอะไรไม๊คะ ?

เด็กสาวได้ค่อยๆเดินเข้ามาหาออสตราว่าด้วยท่าทีสงสัยก่อนที่เธอจะได้เอ่ยถามขึ้นเบาๆ

ซาโตริ : คุณออสตราวาพักอยู่ที่ชั้นไหนของเรือเหรอคะ ?


"อืม.....ชั้นไหนสินะ" เขาเริ่มทบทวนความสรงจำที่ผ่านๆมา

................
.................
.......................
................................

(จะ.....จำไม่เห็นได้เลยว่าขึ้นลงชั้นต่างๆตอนไหน!!!!) เขาคิดในใจ แต่มันก็แสดงออกทางสีหน้าและทะลุหมวกเหล็กออกมาอยู่ดี

(ใช้แล้วเรายังมีความหวังอยู่!!! กุญแจไงละ กุญแจแห่งความหวัง ที่กุญแจต้แงเขียนไว้อย่างแน่นอนว่าอยู่ที่ห้องอะไร!!!) แล้วเขาก็รีบหยิบกุญแจที่ว่านั้นออกมาทันที่

ตุบ

เสียงชายหนุ่มในชุดเกราะทรุดลงกับพื่น ในมือของเขานั้นมีกุญแจห้องอยู่ก็จริง แต่บนกุญแจนั้นกับไม่มีอะไรเขียนเอาไว้เลย......

"ข้า.........จำไม่ได้........" ออสตราว่าพูดออกมาอย่างเจ็บใจ

ดูเหมือนว่าเขาจะยอมรับแล้วว่าเขาได้หลงทางโดนสมบูร์แบบแล้ว......

ซาโตริ : ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปที่ประชาสัมพันธ์เพื่อถามข้อมูลกันก็ได้ค่ะ

เด็กสาวได้แนะนำขึ้นก่อนที่จะเดินทางนำออสตราวาไปยังภายด้านในตัวเรือเพื่อถามข้อมูลกับประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับข้อมูลห้องพักของออสตราวา

ทว่า. . . ระหว่างทางนั้นดันไม่มีคนเลยแม้แต่คนเดียว รวมทั้งบรรยากาศรอบๆด้านก็ยังดูแปลกๆไปอีกด้วยเช่นกันจนออสตราวาสามารถรู้สึกได้ถึงพลังธรรมชาติที่แปรปรวนรอบๆตัวของเขา



? ? ? : หึ. . .

เสียงหัวเราะออกมาเบาๆพร้อมกับการโจมตีอย่างฉับพลันที่เฉียบคมนั้นได้ดังขึ้นมาอย่างกระทันหัน !! แต่ออสตราวาที่รู้ตัวอยู่แล้วนั้นจึงสามารถหลบออกมาพร้อมกับซาโตริได้อย่างไม่ยากนักพร้อมกับการปรากฏตัวของผู้ที่มายืนตรงหน้าของเขา

? ? ? : รู้ตัวได้ยังไงกัน ?! การพลางตัวของข้าไม่น่าจะถูกมนุษย์ทั่วๆไปดูออกนิ !!


"เจ้าไม่เป็นไรนะ" ออสตราว่าหันกลับไปถามความปลอดภัยของหญิงสาว ก่อนที่หันกลับมาดูสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเขา

"นี่เจ้า......เป็นตัวอะไรกันแน่เนี้ย....." เขาพึมพัมออกมา

"ถึงแม้ จะสัมผัสพลังธรรมชาติอ่อนๆ จากมันได้แต่หน้าตามัน......"

"โคตรเท่ เลย....." เขาหลุดปากออกมา

"ยังไงก็แล้ว" เขาชักดาบเล่มใหม่ออกมา

Element Power x2

"ลอบกัดแบบนี่คงเตรียมใจไว้แล้วสินะ เจ้าหุ่นยนต์!!!" ว่าแล้วเขาก็ได้ฟันคลื่นดาบลมออกไป ที่มันทันที่



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-ooooX )

? ? ? : หึ !!

หุ่นยนต์ด้านหน้านั้นได้ปัดคมดาบลมนั่นออกจนกระจายหายไปอย่างไม่ยากนักด้วยฝ่ามือของมัน ก่อนที่จะได้โจมตีสวนกลับมาด้วยก้อนกลมๆบางอย่าง. . .

ซูมมม !! ก้อนกลมๆนั้นได้แตกออกเหมือนกับเวทย์มนต์ที่ระเบิดตัวเองเมื่อกระทบกับวัตถุจนออสตราวานั้นเกือบจะล้มลงไปกับแรงระเบิดนั่น !! ตอนนี้นั้นชายหนุ่มไม่สามารถที่จะหลบได้สะดวกเท่าไรนักเมื่อต้องคอยป้องกันเด็กสาวที่อยู่ใกล้ๆตัวเขาด้วยตอนนี้

Chain Link : เนื้อเรื่องของเอกิส

ในขณะเดียวกันที่ชายหนุ่มถูกโจมตีนั่นเองเขาก็เหลือบไปเห็นกับผู้ชายผมสีเงินอีกคนนึงที่เดินเข้ามาภายในห้องนี้เมื่อครู่พอดี



จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 6-10-2013 00:52:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Blue_Moon เมื่อ 15-10-2013 22:22








AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----loooooloooooloooooX )

เสียงของการยิงตอบโต้เริ่มน้อยลงเรื่อยๆเมื่อดีซีเมียได้ลงมาอีกชั้นนึงด้านล่าง แต่คมดาบที่พุ่งโจมตีเขานั้นยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลยแม้แต่น้อย . . .

กึก !! ชายหนุ่มได้สะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างในจังหวะที่เขาเลี้ยวลงจากชานพักบรรได !! หลังจากนั้นไม่นานนักกระสุนหนามจำนวนมากก็ได้กระจายออกไปรอบทิศทางทั่วทั้งชั้นทันที ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ใกล้กับดักที่สุดนั้นไม่สามารถหลบกับดักในระยะใกล้นี้ได้ทัน !!

หุ่นยนต์จำนวนมากภายในชั้นที่ซ่อนอยู่นั้นต่างก็โดนกับดักนั้นไปด้วยเช่นกันจนพังทะลายกันเกือบหมด แต่ทว่าชั้นนี้นั้นไม่ค่อยจะมีหุ่นยนต์เฝ้าอยู่เท่าไรนักอาจจะเป็นเพราะพวกมันยังวางกับดักอื่นๆไว้ในชั้นนี้ก็เป็นได้. . .


" กับดัก !!! . . . จะรีบร้อนไม่ได้สินะ . . . "
ชายหนุ่มปาดเลือดบริเวณใบหน้าออกแล้วค่อยๆลุกขึ้น ตั้งสมาธิ มองกลไกกับดักที่วางไว้โดยรอบก่อนที่จะวิ่งไปต่อ

' กับดักแค่นี้เองทำไมจะมองเห็นไม่ได้ด้วยสายตาของเรา '
ดีซีเมียคิดอยู่ในใจ แล้วยังคงตรงไปต่อ แต่รอบคอบขึ้น



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----loooooloooooloooooX )

เมื่อชายหนุ่มได้เริ่มก้าวออกอีกครั้งอย่างระแวดระวังเขาก็พบว่ากับดักส่วนใหญ่ถูกวางไว้ในมุมบอดเช่นทางเลี้ยวและกับดักบางชนิดยังสามารถส่งผลได้จากทางไกลอีกด้วย

ตูมมม !! ระเบิดมือขนาดเล็กได้ถูกปาเข้าหาดีซีเมียก่อนที่มันจะได้ทำลายบรรไดทางขึ้นที่เขาใช้ลงมาลงจนปิดตายทางกลับด้วยซากสิ่งก่อสร้างที่ค่อยๆถล่มตามลงมา


" หึ หึ . . . กะอีกแค่ระเบิดแค่นี้เอง . . . "
ชายหนุ่มพูดก่อนจะหันหลังไปดูว่าทางค่อยๆถล่มไล่มาทางที่เขายืนอยู่ ใบหน้าของเขาค่อยๆซีกลงเรื่อยๆ ก่อนที่จะหันหน้ากลับไปทางเดิมกับตอนแรก เขาเปลี่ยนไปก้มตัวตั้งท่าเตรียมตัวออกสตาร์ท เท้าทั้งออกวิ่งอย่างสุดกำลัง เพื่อหนีจากซากโบราณสถานที่ถล่มลงมา

" ว๊ากกกกกกกกกกก . . . รู้งี้น่าจะเอามอเตอร์ไซต์มาแทนเรือ !!! จะได้ขับหนีได้ "
ดีซีเมียบ่นในขณะที่กำลังวิ่งหนีตายจากพื้นที่กำลังถล่ม และ หลบกับดักไปด้วยพร้อมๆกัน



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----loooooloooooloooooX )

ชายหนุ่มได้วิ่งหนีสุดชิวิตจงลงมาสู่ชั้นล่างอีกชั้นนึงที่ได้แบกรับแรงถล่มและซากปรักหักพังเอาไว้ด้านบนจนกลายเป็นชั้นใต้ดินที่ปิดตายไปแล้วในตอนนี้ !!

ในขณะเดียวกันนั่นเองดีซีเมียก็ได้มองเห็นหุ่นยนต์จำนวนสองตัวในความมืดมิดนี้ พวกมันได้ยืนนิ่งๆอยู่กับที่ในขณะนี้แต่ก็ได้มีเลเซอรืตรวจจับที่ส่องออกมาจากตัวของมันเป็นระยะๆ



จำนวน 2 ตัว

ดูเหมือนว่าดาบที่โจมตีดีซีเมียตั้งแต่แรกนั้นจะหยุดลงแล้วในตอนนี้ด้วยเช่นกัน. . .


ชายหนุ่มจ้องมองไปยังหุ่นทั้งสองที่ยังคงยืนอยู่นิ่งๆ

. . . . . ดูเหมือนว่ามันยังไม่รู้สึกตัวว่าเราลงมาได้สินะ แล้วชิบนั้นก็ไม่ได้อยู่ในชั้นนี้ด้วยสินะ . . . ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องสู้ . . . เพื่อว่ามันจะคิดว่าเราโดนทับตายอยู่ข้างบนด้วย . . .

ดีซีเมียค่อยเดินอย่างระมัดระวัง คอยดูเลเซอร์ตรวจจับของหุ่นยนต์นั้นและตรวจสอบว่ามีกับดักอยู่บริเวณรอบๆหรือไม่ด้วย



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----loooooloooooloooooX )

หุ่นด้านหน้ายังคงนิ่งอยู่กับที่ แต่ว่าพวกมันกลับค่อยๆหันด้านเลเซอร์มาทางทีดีซีเมียกำลังเดินหลบอยู่เหมือนกับสงสัยอะไรบางอย่าง แต่ว่าพวกมันก็ไม่ได้ออกเดินเท้ามาจากจุดเดิมแต่อย่างใด. . .

ทันใดนั้นเอง !! เครื่องจักรบินเล็กๆที่หุ้มไปด้วยเลเซอร์ทั้งชิ้นนั้นก็ได้ถูกยิงออกจากด้านหลังของพวกมันก่อนที่จะได้มีฟันเนลเล็กๆที่ลอยบินไปมาตรวจสอบรอบๆสถานที่เต็มไปหมดแทนหุ่นสองตัวนั่น

ในขณะเดียวกันนั้นเองดีซีเมียก็ได้พบกับอุปกรณ์บางอย่างที่ตกคาไว้จากซากหุ่นที่เขาไล่ต้อนและมาตายเดี้ยงอยู่ตามทางนี้ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะมีสิ่งที่เขาน่าจะสามารถใช้ได้อยู่กับตัวด้วย

-:- ได้รับไอเท็ม
     - Pistol silencer

- จำนวนเป้าหมายหลัก 2 ตัว
- จำนวนฟันเนลเล็กๆ 8 ตัว


ดีซีเมียค่อยๆก้มลงไปเก็บปืนนั้น โดยไม่ทำให้เกิดเสียง
จากนั้นค่อยก้าวต่อไปยังบันไดเพื่อไปต่อชั้นล่าง

' มันคืออะไรหว่า . . . ' ดีซีเมียพยายามวิเคราะห์สิ่งที่บินออกมาจากหลังของหุ่นนั้น ก่อนที่จะสังเกตเห็นว่ามีเลเซอร์หุ้มสิ่งนั้นเอาไว้ ' เจ้าพวกนี้ใช้เลเซอร์ในการตรวจจับเพราะฉะนั้นเลเซอร์นั้นก็อาจจะใช้ตรวจจับได้ด้วยสินะ . . . ถ้างั้นก็ต้องห้ามโดนสินะ . . . '

ชายหนุ่มตั้งสมาธิอีกครั้งจับสัมผัสการเคลื่อนไหวอีกครั้ง แล้วจินตนาการภาพทั้งหมดของชั้นนี้ออกมาเป็นแผนผังสามมิติอยู่ในหัว เพื่อเช็คทุกการเคลื่อนไหวภายในชั้นนี้ แล้วเคลื่อนไหวหลบเลเซอร์และฟันเนล



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----loooooloooooloooooX )

ฟุ้บ !! ฟันเนลนั่นได้พุ่งเข้าใส่ดีซีเมียจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว !! แต่ทางชายหนุ่มเองที่กำลังระวังตัวอยู่นั้นจึงสามารถหลบออกได้อย่างไม่ยากนักโดยไม่ทำให้เกิดเสียงรบกวนขึ้นมา !!

นอกจากการตรวจจับแล้วฟันเนลพวกนั้นคงจะได้วาดภาพสถานที่ไว้พร้อมกับตรวจหาเป้าหมายด้วยพร้อมๆกัน พวกมันคงจะเห็นเส้นทางและสถานที่ต่างๆนี้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว !!

แต่ดูเหมือนว่ามันจะยังตรวจไม่พบดีซีเมียเลยแม้แต่น้อยทำให้ฟันเนลนั่นได้ลอยตรงไปต่อทางอื่นแทน

ไม่นานนักดีซีเมียก็สามารถหลีกตัวลงมายังชั้นต่อไปได้อย่างไม่ยากนักด้วยความเงียบเชียบ ตอนนี้ดูเหมือนว่าหุ่นยนต์ทั้งหมดจะตัดขาดจากข้อมูลของชายหนุ่มแล้วทำให้ที่ชั้นล่างนี้ไม่มีการโจมตีใดๆเริ่มเปิดฉากออกมาก่อนแต่อย่างใด รวมทั้งคมมีดที่เคยพุ่งใส่เขานั้นก็ได้หยุดลงไปด้วยเช่นกัน

ภายในห้องใต้ดินชั้นนี้มีคอมพิวเตอร์เซิฟเวอร์เครื่องใหญ่อยู่เครื่องนึงที่ยังทำงานอยู่รวมกับแคปซูลจำนวนมากภายในห้องที่ล้อมรอบๆขอบกำแพงไว้คล้ายๆกับห้องสี่เหลี่ยมที่ถูกล้อมไปด้วยหลอดแก้ว สิ่งที่ดีซีเมียตามหาอยู่อาจจะอยู่ในคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นก็เป็นได้ !!

ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะขยับตัวออกนั้นเขาก็ได้มองเห็นร่างของหุ่นยนต์ประหลาดตัวนึงเข้าเสียก่อน ภายนอกของมันที่หุ้มไปด้วยเกราะหนักที่ป้องกันการโจมตีและแรงกระแทกแถมยังมีของมีคมที่มีลัษณะคล้ายกับที่ใช้โจมตีดีวีเมียก่อนหน้านี้แขวนอยู่รอบๆตัวของมันอีกด้วย !! มันคงจะเป็นหุ่นยนต์ที่ดูแลสถานที่นี้อยู่เป็นแน่. . .



ดีซีเมียยิ้มขึ้นมาเมื่อได้พบเจอกับหุ่นที่มีลักษณะคล้ายบอสของโบราณสถานนี้ เมื่อเทียบกับพวกลูกกระจ๊อกที่ผ่านมา
" ในที่สุดก็เจอตัวที่น่าจะฟังภาษาคนรู้เรื่องแล้ว . . . "
ดีซีเมียกล่าวขึ้นในขณะที่เดินเข้าไปหาหุ่นยนต์ที่มีเกราะหนาตัวนั้น

ฝีเท้าของชายหนุ่มหยุดลงตรงหน้าของหุ่นตัวนั้น ก่อนที่จะชี้นิ้วไปทางตัวของมัน
" เฮ้ย แกน๊ะ . . . พาผมไปหาคนที่่สร้างแกขึ้นมาหน่อยสิ มีเรื่องจะคุยหน่อย ! ! ! "



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----loooooloooooloooooX )

ควับ !! คมเหล็กได้พุ่งเข้าใส่ดีซีเมียอย่างรวดเร็วพร้อมๆกับลูกกระสุนจำนวนมากจากหุ่นตัวอื่นๆโดยรอบจนทำให้ชายหนุ่มต้องรีบหลบกลับเข้าไปยังที่กำบังจุดเดิมอย่างไม่เป็นท่าแทน

? ? ? : เจอเป้าหมายแล้ว !! รุมมันเลย !!


ดีซีเมียเปลี่ยนใจกระทันหัน แล้วไม่หลบเข้าที่กำบัง แต่พยายามหลบลูกกระสุนเท่าที่จะหลบได้แล้วยืนคุยต่อ

" ใจเย็นๆ . . . ผมไม่ได้มาร้าย ผมมาดี . . . " บุคคลที่ฆ่าหุ่นยนต์ไปหลายสิบตัวและเป็นเหตุให้โบราณสถานพังบางส่วนกล่าว . . .

ดีซีเมียค่อยๆหลับตาลงก่อนที่จะพูดขึ้น
" ผมมาเพื่อรับการดัดแปลงเป็นหุ่นยนต์ต่างหากละ !!!!"
ชายหนุ่มลืมตาขึ้นอย่างฉับพลันลูกกระสุนทั้งหมดพุ่งกลับทิศทันที

use skill :: Dimension Shot
ผู้ยิง ::หุ่นยนต์ลูกกระจ๊อก
เป้าหมาย :: ดีซีเมีย
ระยะห่างจากเป้าหมาย :: จากปลายปืนถึงตัวดีซีเมีย
จุดที่วาร์ป :: ปืนของหุ่นยนต์ลูกกระจ๊อก
ทิศทาง :: พุ่งหนีออกจากเป้าหมาย(ดีซีเมีย) เข้าหาตัวผู้ยิง(หุ่นยนต์)



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----loooooloooooloooooX )

เปรี้ยงงง !! กระสุนทั้งหมดได้ถูกย้อนกลับเข้าไปที่เป้าหมายอย่างจังจนทำให้พวกลูกกระจ้อกนั้นพังเสียหายลงไปอย่างไม่เป็นท่า !!

? ? ? : อะไรนะ !!

มันได้ตกใจขึ้นพลางมองมาทางดีซีเมียอย่างไม่ไว้ใจ

? ? ? : จะโม้อะไรก็ให้มันน้อยๆหน่อย !! มีฝีมือขนาดนี้แล้วยังต้องการเป็นเครื่องจักรอีกเพื่ออะไร ?


ดีซีเมีย ค่อยๆเปลี่ยนกลับมาอยู่ในท่าทางปกติ

" เพื่อก้าวให้ถึงขีดสุดของฝีมือไงละ ! ต้องมีฝีมือสูงที่สุดไม่ใช่หรอถึงจะสามารถปกป้องคนที่อยากปกป้องได้ . . . "

' ถ้ามีแค่คนส่วนน้อยที่เป็นมนุษย์เหลือรอดอยู่ ส่วนมากเป็นเครื่องจักรสังหารที่ตามล่ามนุษย์ พี่ชายจะเลือกช่วยฝั่งไหนล่ะ ' เสียงของเด็กชายที่กล่าวกับเขาหลังจากที่เขามาโลกนี้ไม่นานยังคงดังก้องในหัวของเขา

" . . . และ ก็เพื่อคนส่วนใหญ่อีกด้วย . . .  " ชายหนุ่มกล่าวตอบหุ่นยนต์ตัวนั้นต่อ หลังจากที่เว้นช่วงไป

ชายหนุ่มเว้นช่วงไปสักพักอีกครั้ง

" แล้วจะพาไปพบได้ยังละ ? ผู้ที่สร้างแกน่ะ " ดีซีเมียถามลองเชิงอีกครั้ง

? ? ? : ได้. . . แต่ก่อนอื่นคงต้องขอยึดอาวุธทั้งหมดไว้เสียก่อนเพื่อความชัวร์นะ

มันได้เอ่ยขึ้นพร้อมกับต้องการขออาวุธติดตัวทั้งหมดของดีซีเมียแลกเปลี่ยนกับข้อตกลง

1) ตกลง
2) ขอคิดดูก่อน
3) ปฏิเสธ


1) ตกลง

" ก็ได้ ไม่มีปัญหา " ชายหนุ่มตอบรับทันทีราวกับรู้ว่าจะต้องพูดแบบนี้
ดีซีเมียเริ่มปลดอาวุธทีละอย่างแล้วส่งให้มัน เหลือเอาไว้เพียงแค่กระสุนเพราะคิดว่ามันคงไม่ต้องการเพราะยังไงก็ไม่มีปืนแล้ว

" อะ . . . " ชายหนุ่มยื่นอุปกรณ์ประเภทอาวุธที่ปลดออกมาให้กับหุ่นยนต์นั้น

หุ่นนั่นได้ทำตามข้อตกลงและยึดตัวอาวุธของดีซีเมียไว้ชั่วคราวก่อนที่มันจะได้ใส่ผ้าปิดตาธรรมดาๆปิดตาของชายหนุ่มไว้และได้คล้องกุญแจมือไว้ที่ข้อมือข้างซ้ายหลวมๆและนำทางชายหนุ่มไปตามที่เขาต้องการ



หลังจากที่เดินมาได้ซักพักนั้นดีซีเมียก็ได้มาหยุดลงในสถานที่แห่งนึงที่เขาพอจะจำทางลางๆได้จากการมองเห็นด้วยความสามารถของเขาซึ่งเส้นทางนั้นค่อนข้างจะอยู่ไกลออกมาจาก Abandon อยู่ระยะนึงเลยทีเดียว



เมื่อดีซีเมียถึงสถานที่นั้นหุ่นยนต์ตัวก่อนหน้าก็ได้เอากุญแจมือที่คล้องไว้ออกจากชายหนุ่มและเปิดผ้าปิดตาของเขาออกจนเผยให้เห็นร่างของหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ตัวนึงที่กำลังจับจ้องลงมาที่ตัวของเขา

? ? ? : หืม ? เจ้าเองงั้นรึ ที่ต้องการจะทิ้งความเป็นมนุษย์ ?


ชายหนุ่มคอยๆลืมตาขึ้นหลังเปิดผ้าปิดตาออก สายตาจับจ้องไปยังร่างของหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ตัวนั้น

" ใช่ ข้านี้แหละคือผู้ที่ต้องการละทิ้งความเป็นมนุษย์ . . . ส่วนเจ้าก็คือผู้ที่สร้างหุ่นยนต์ขึ้นมาสินะ . . . " ดีซีเมียตอบกลับไป

" ส่วนเหตุผลที่ข้ามาที่นี้และละทิ้งความเป็นมนุษย์ก็เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังที่จะทำตามเจตนารมณ์ของข้า ดังนั้นข้าจะไม่ยอมทำงานรับใช้ใครโดยเด็ดขาด ! ! ! รวมทั้งเจ้าด้วย ! ! ! " ดีซีเมียพูดดักทางไว้ก่อนพล่างมองกลับไปด้วยสายตาหยิ่งยโส

? ? ? : ไม่เลว. . . ถึงคนแบบเจ้าจะเป็นผู้ชนะสงครามครั้งนี้ ข้าก็คงจะไม่เสียใจที่อาจจะต้องตายด้วยเงื้อมมือของเจ้า

มันได้กล่าวขึ้นอย่างพอใจกับการตัดสินใจของดีซีเมียพร้อมตกลงข้อเสนอของดีซีเมียด้วยเช่นกัน

? ? ? : แต่ว่าหุ่นยนต์ที่สร้างขึ้นพวกนี้ สร้างขึ้นจากชาโดว์ชั้นทั่วๆไปเท่านั้น เจ้าคงจะไม่อยากได้พลังธรรมดาๆที่หาดูได้ทั่วๆไปตามท้องถนนใช่หรือไม่ ?

มันได้เอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นข้อเสนอบางอย่างกับดีซีเมียขึ้นด้วยเช่นกัน


" เจ้าเองก็เตรียมใจได้ดี . . . ข้าเองก็คงวางใจให้เจ้าให้ดัดแปลงข้าได้ " ดีซีเมียตอบกลับอย่างพอใจและยินดีเช่นกัน ก่อนที่หุ่นของหน้าเขาจะยื่นข้อเสนอ

" คำตอบของคำถามนั้น ข้าว่าเจ้าเองก็รู้ดีอยู่แล้วนิ . . . ใช่ . . . ข้าคงไม่อาจพอใจกับพลังธรรมดาเช่นนั้นได้หรอก ข้าอยากได้พลังที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เจ้าเคยสร้างมา และเพื่อสิ่งนั้นมันจำเป็นต้องมีเงื่อนไขอะไรบ้างละ ? " ชายหนุ่มเอ๋ยถามถึงเงื่อนไขของข้อเสนอที่จะได้มาซึ่งพลังนั้น

เสร็จสิ้น
ปลาหมึก
โพสต์ 6-10-2013 11:01:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 15-10-2013 20:17






''ขอบคุณที่ช่วยนะ เธอเป็นใครและที่นี้คือที่ไหนช่วยบอกผมหน่อยได้ไหม''
เอกิสถามหญิงสาวลึกลับที่อยู่ตรงหน้าเขา

~ Day 3 ~

-:- เวลาช่วงเช้า

ริน เทสทรอสซ่า : ริน เทสทรอสซ่า ~ ส่วนที่นี่ก็คือที่ตั้งเมืองแห่งการศึกษา Center

เธอได้อธิบายขึ้นสั้นๆกับคำถามของเอกิสพร้อมกับชี้ไปยังรอบๆซากเมืองที่ปรักหักพังนี้

ริน เทสทรอสซ่า : แต่ว่านายก็ไม่เลวเลยนะ ~ สามารถสู้กับพวกนั้นได้ในถิ่นของพวกมันด้วย


''ก็ไม่ถึงขนาดนั่นหรอกครับ เอ่อคุณรินครับที่ว่าสู้ในถิ่นนิมีพวกชาโดว์ที่ข้างนอกด้วยหรอครับและคุณรู้เรื่องปืนกระบองนี้สินะครับ''
เอกิสยื่นปืน Evolker ให้รินดู ''ช่วยบอกผมหน่อยได้หรือป่าวว่ามันคืออะไรและเอาไว้ใช้ทำอะไรได้''

ริน เทสทรอสซ่า : เรื่องทั้งหมดคงจะเกิดขึ้นอย่างกระทันหันสิน้า ~ ถึงจะเป็นผู้ที่มีความสามารถแต่ถ้าหากเดินวนอยู่ในความมืดก็คงจะไม่สามารถหาทางออกให้กับตัวเองได้

เธอได้พึมพำขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะได้เริ่มอธิบายเรื่องราวเบื้องต้นให้กับเอกิสฟัง

ริน เทสทรอสซ่า : ชาโดว์ที่หลุดออกมาด้านนอกสามารถโจมตีพื้นที่ของโลกฝั่งนี้ได้อย่างอิสระก็จริง แต่พลังของพวกมันจะไม่สามารถใช้ได้อย่างเต็มที่น่ะ

เธอได้อธิบายขึ้นพร้อมกับได้หยิบปืน Evolker ของตัวเองขึ้นมาซึ่งมันมีลักษณะคล้ายๆกับของเอกิสอย่างมาก

ริน เทสทรอสซ่า : ปืน Evolker อันนี้เป็นอุปกรณ์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยกลุ่มงานชื่อ S.E.E.S. (Specialized Extracurricular Execution Squad) หรือก็คือกลุ่มต่อต้านสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมชาโดว์ที่ทำร้ายมนุษย์ ปืนกระบอกนี้จึงทำหน้าที่ในการเดินทางไป-มายังโลก Dimension Den ที่พวกชาโดว์อยู่ และ โลกฝั่งนี้ของกลุ่มมนุษย์ธรรมดาๆ

หญิงสาวได้ค่อยๆอธิบายขึ้นมาพร้อมกับทาบปากกระบอกปืนลงที่ศรีษระของตัวเองเพื่อแสดงให้เอกิสเห็นอีกครั้งเมื่อตอนที่เขาใช้งานปืนนั่นครั้งแรกและเข้าไปยังเขาวงกตประหลาด

ริน เทสทรอสซ่า : เพราะฉะนั้นเป้าหมายของผู้ที่เคยถือปืนนั่นก็คือการเข้าไปภายใน Dimension Den เพื่อที่จะยุติการคุกคามของเหล่าชาโดว์ทั้งหมดน่ะ


''ขอบคุณสำหรับคำตอบนะครับ คุณริน'' 'ดูเหมือนที่โลกนี้ยังมีอะไรหลากอย่างที่เรายังไม่รู้เราควรจะหาข้อมูลเอาไว้สำหรับการเดินทางของเราในภายหน้า'

ริน เทสทรอสซ่า : ระวังตัวด้วยล่ะ ถ้านายเข้าไปที่โลกนั้นอีกครั้งพวกชาโดว์อาจจะระวังตัวเป็นพิเศษแล้วล่ะนะ

เมื่อเธอได้กล่าวจบนั้นเด็กสาวก็ได้หยิบปืนของเธอขึ้นมาก่อนที่จะเหนี่ยวไกลงที่หัวของเธอและหายไป เธอคงจะกลับเข้าไปในโลกด้านหลังนั้นอีกครั้ง

ริน เทสทรอสซ่า : ถ้าเดินทางไปที่ emptiness นายอาจจะรู้อะไรเพิ่มก็ได้นะ. . .

รินได้กล่าวไว้สั้นๆทิ้งท้ายไว้ในขณะที่เธอได้ค่อยๆหายไปกับเอกิส. . .


''Emptiness หรอดูเหมือนจะได้เป้าหมายในการเดินทางแล้วสินะทางจำไม่ผิด Emptiness น่าจะอยู่ตะวันตกเฉียงเหนือจากที่นี้ถ้าจำไม่ผิดจากแผนที่ ที่เคยเห้นในสถาบันวิจัยนั่นเอาละออกเดินทางดีกว่า''
เอกิสออกจาก Center และมุ่งหน้าไปยัง  Emptiness

Stamina -2



-:- เวลาช่วงกลางวัน



ไม่นานนักเอกิสก็สามารถเดินทางมาถึงท่าเรือเหาะที่อยู่สุดริมเกาะได้อย่างปลอดภัยต่างจากก่อนหน้านี้ที่มีอุปสรรค์ขวางทางเขาตลอดเวลา แต่ด้วยการเดินทางมาราธอนแรมวันโดยไม่ได้พักและไม่ได้ทานอะไรเลยนั้นทำให้ร่างกายของชายหนุ่มไม่ค่อยจะคล่องแคล่วเหมือนเดิมเท่าไรนัก

? ? ? : เป็นอะไรรึเปล่าคะ ?

เสียงเหมือนกับหญิงสาวคนนึงได้ทักชายหนุ่มขึ้นก่อนที่จะได้ค่อยๆแตะลงที่ไหล่ด้านหลังของเอกิสลงเบาๆ



''ไม่เป็นอะไรหรอกครับ แค่เหนื่อยนิดหน่อยพักสักหน่อยก็คงหายแล้ว''

? ? ? : ใกล้ๆนี้มีร้านคาเฟ่อยู่ เราจะเดินไปเป็นเพื่อนนะคะ

หญิงสาวได้อาสาขึ้นและยิ้มเล็กๆให้กับเอกิสพร้อมกับชี้บอกตำแหน่งไปยังร้านใกล้ๆนี่


''ไม่เป็นไรครับ เดี้ยวผมว่าจะไปพักบนเรือเหาะครับและก็จะไม่เป็นการรบกวนคุณด้วย''

? ? ? : ถ้างั้นก็ดูแลตัวเองด้วยนะคะ

เธอได้พยักหน้าลงเบาๆรับพร้อมกับได้ปล่อยให้เอกิสเดินไปซื้อตั๋วเพื่อขึ้นเรือเหาะ แต่ดูเหมือนว่าเรือเหาะเที่ยวถัดไปนั้นจะออกเดินทางช่วงเย็นทำให้ตอนนี้เอกิสนั้นยังมีเวลาเหลืออยู่ซักพักนึงก่อนที่จะเดินทาง

1) หาอะไรทำ
2) นั่งรอเวลา


[2]
''ดูเหมือนอีกสักพักเรือถึงจะมาสินะ นั่งพักหน่อยดีกว่า''

-:- ช่วงเวลาเย็น

ไม่นานนักตัวเรือก็มาถึงที่ท่าทำให้เอกิสสามารถออกเดินทางไปได้อย่างไม่ติดปัญหาใดๆเท่าไรนัก แต่หลังจากที่เขาขึ้นมาบนเรือได้ซักพักนั้นเขาก็รู้สึกว่าบรรยากาศของตัวเรือนั้นมันค่อนข้างแปลกๆออกไปเพราะว่าเขาไม่เห็นกลุ่มผู้คนเหมือนกับที่ท่าเรือหรือตอนขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย

ในขณะเดียวกันนั้นเอกิสก็รู้สึกถึงพลังบางอย่างที่มาจากภายในตัวเรือด้วยเช่นกัน แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้มุ่งตรงมาทางชายหนุ่มเสียทีเดียว

1) เข้าห้องพักและพักผ่อน
2) ไปดู
3) อื่นๆโปรดระบุ


[2]
'รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างลองไปดูหน่อยดีกว่า'
เอกิสมุ่งตรงไปที่พลังที่เขารู้สึกได้

เมื่อเอกิสได้มาถึงห้องที่ได้สัมผัสได้นั้นเขาก็พบกับชายหนุ่มในเกราะเหล็กกล้าคนนึงที่กำลังต่อสู้กับหุ่นยนต์ที่บุกขึ้นมาบนเรือโดยที่เขานั้นกำลังป้องกันเด็กสาวคนนึงอยู่ด้วยเช่นกัน !!

Chain Link : เนื้อเรื่องของออสตราวา





(ออสตราวา) : ลอบกัดแบบนี่คงเตรียมใจไว้แล้วสินะ เจ้าหุ่นยนต์!!!

คมดาบสายลมจากชายหนุ่มในชุดเกราะนั้นได้พุ่งเข้าใส่หุ่นยนต์ตัวข้างหน้า แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผลซักเท่าไรนัก !! ในเวลาเดียวกันนั่นเอง !! หนุ่ยนต์ตัวนั้นก็ได้โจมตีกลับคืนมาด้วยก้อนกลมๆบางอย่างที่ระเบิดตัวออกเมื่อกระทบเข้ากับเกราะของชายหนุ่มคนนั้นจนเกิดแรงระเบิดสั่นไปทั่วห้อง !! ถ้าเอกิสไม่ทำอะไรวักอย่างละก็เรือลำนี้อาจจะตกก็เป็นได้


''ดูเหมือนถ้าไม่ช่วยเรือลำนี้คงตกแน่ เอิมมม ออกแรงสักหน่อยดีกว่า''  Defiance ขั้น2 เอกิสชักดาบขึ้นมาแล้วพุ่งเข้าไปช่วยเจ้าชุดเกราะเดินได้ที่กำลังสู้อยู่



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-ooooX )

    Str : A (+Defiance)(=S)
    Agi : B (+Defiance)(=A)
    Vit : C
    Int : D
    Dex : E

Defiance Lv 2
The of Eye Truth

เอกิสได้เข้าช่วยเหลือชายหนุ่มใส่ชุดเกราะคนนั้นด้วยการป้องกันขึ้น แต่ดูเหมือนว่าการโจมตีของหุ่นยนต์ด้านหน้าจะเปลี่ยนรูปแบบออกไปเพราะว่านายเสื้อเกราะได้สร้างสายลมเพื่อป้องกันการโจมตีเมื่อครู่ของปีศาจนั่น !!

คมดาบสีฟ้าเล็กๆมากมายได้ค่อยๆพุ่งเข้ามาใส่ชายหนุ่มทั้งสอง แต่มันก็ได้กระจายออกไปเป็นไฟสีฟ้าแทนเมื่อกระทบกับลมที่ชายหนุ่มเสื้อเกราะได้สร้างขึ้นทำให้รอบๆเรือได้ค่อยเริ่มลุกไหม้ขึ้นมา !!


Limit Break เอกิสประเมินรูปแบบการโจตตีของหุ่นยนต์ที่ข้างหน้าและพยายามหาจุดอ่อน
'หากสู้ระยะยาวมีหวังเรือนี้ได้ตกแน่ต้องหาวิธีอะไรสักอย่างที่จะจัดการให้เร็วที่สุด' เอกิสดูเจ้าชุดเกราะเดินได้ที่กำลังต่อสู้อยู่กะหุ่นยนต์เพื่อรอหาจังหวะที่จะเข้าเสริมการโจตตีและมองหาจุดอ่อนของหุ่นยนต์



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----loooooX )

    Str : A (+Defiance)(=S)
    Agi : B (+Defiance)(=A)
    Vit : C
    Int : D
    Dex : E

Defiance Lv 2
The of Eye Truth
Limit Break Lv 1

(ออสตราวา) : เจ้า เจ้านักดาบบ้าพลังตรงนั้นหนะ จังหวะที่ข้าเปิดฉากแล้ว เจ้าก็ตามให้ทันนะ

''เจ้าชุดเกราะเดินได้ข้ารู้อยู่แล้วว่าต้องทำอะไรไม่จำเป้นต้องมาสั่งข้า''

เมื่อกล่าวจบนั้นเอกิสก็ได้ทำการเข้าช่วยเสริมการโจมตีของชายชุดเกราะนั่น แต่ว่าเอกิสก็ต้องรีบหยุดลงเสียก่อนเมื่อพบว่าเปลวไฟที่ชายหนุ่มชุดเกราะได้โจมตีสวนคืนมายังหุ่นยนต์ด้านหน้านั้นกลายเป็นกำแพงเพลิงสีฟ้ารอบๆตัวของมันแทน !!

ในขณะเดียวกันนั้น !! เอกิสก็ได้สังเกตุเห็นที่คริสตอลสีฟ้าคล้ายกับไฟที่หุ้มอยู่รอบๆตัวของหุ่นยนต์ด้านหน้า นั่นอาจจะเป็นจุดอ่อนของมันก็เป็นได้ !!


'หวังว่าเจ้าชุดเกราะนั่นจะเห็นคริสตอลสีฟ้านั่นเอาละ' Wrath ขั้นที่ 4 เอกิสรอจังหวะที่เจ้าชุดเกราะเดินได้นั่นเปิดจังหวะการโจตตีให้แล้วเขาจะพุ่งไปฟันคริสตอลสีฟ้า
'ตอนนี้ละ' เอกิสพุ่งไปที่คริสตอลสีฟ้านั่น  Braver infinity Edge



AS : ( X-----l-----l-----l-----l----oloooooloooooloooooX )

    Str : A (+Defiance)(=S)
    Agi : B (+Defiance)(=A)
    Vit : C
    Int : D
    Dex : E (+Defiance)(=C)

Defiance Lv 4
The of Eye Truth
Unchained
Limit Break Lv 1

(ออสตราวา) : นี่อาจจะเป็นโอกาศสุดท้ายแล้วก็ได้ ตามให้ทันละ!!!

ชายหนุ่มเสื้อเกราะได้ตะโกนขึ้นก่อนที่เขาจะได้ใช้พลังของลมเบี่ยงเบนการมองเห็นของเป้าหมายด้านหน้าออกเพื่อที่จะเปิดโอกาศให้กับเอกิส !!

เคร้ง !! เมื่อเอกิสได้พุ่งเข้าไปนั้นคมดาบที่ได้เล็งไปยังจุดกลางหัวของหุ่นยนต์ก็ได้ถูกมันปัดออกด้วยกรงเล็บของมันอย่างรวดเร็วแทนจนทำให้เอกิสนั้นได้แต่โจมตีเข้าส่วนลำตัวของมันแทน !!

? ? ? : โจมตีผ่านเกราะของข้าได้ด้วย ?

เมื่อกล่าวจบนั้นกลุ่มไฟสีฟ้าก็ได้ล้อมตัวของเอกิสไว้เพื่อไม่ให้ชายหนุ่มขยับตัวออกไปได้อย่างถนัดนักก่อนที่มันจะได้หันไปโจมตีชายหนุ่มที่ใส่เกระาอยู่แทน


''คิดว่าไฟแค่นี้จะทำอะไรได้หรือไง!!!'' ''เกราะแห่งจักรพรรดิสีชาดผู้ควบคุมความมืดมิดจงถูกปลดปล่อยจากพันธนาการอันเป็นนิรันดร์แล้วจักแปรเปลี่ยนเป็นความมืดกลืนกินแสงสว่าง'' Armor of the Heart of Darkness !! ชุดเกราะสีดำถูกเรียกออกมาพร้อมกับดูดไฟสีฟ้าที่รอบตัวเอกิสอยู่แล้วนำไฟเหล่านั่นกลายเป็นพลังของชุดเกราะ เอกิสรอให้หุ่นยนต์โจตตีไปที่เจ้าชุดเกราะเดินได้แล้วเขาค่อยพุ่งไปที่ของหุ่นนั่นอีกครั้งพร้อมเล้งไปที่หัวที่มีคริสตอลสีฟ้านั่นอยู่ Braver Braver



AS : ( X-----l-----l-----l-ooooloooooloooooloooooloooooX )

    Str : A (+Defiance)(=S)
    Agi : B (+Defiance)(=A)
    Vit : C
    Int : D
    Dex : E (+Defiance)(=C)

Defiance Lv 4
The of Eye Truth
Unchained
Limit Break Lv 1
Armor of the Heart of Darkness

ดวงไฟที่หุ้มอยู่บนตัวเกราะนั้นได้ค่อยๆลุกโชนบนเกราะแห่งความมืดของเอกิสโดยที่ไม่มีทีท่าว่าจะจางหายไปแม้แต่น้อย !! แต่กลับกันมันก็ไม่สามารถทำอะไรเอกิสได้เฉกเดียวกัน !! ชายหนุ่มคงจะต้องระวังแค่ตอนที่เขาสลายเกราะของเขาออกและไม่ให้ไฟมันลุกมาโดนร่างกายของเขาอย่างเดียว

? ? ? : โฮ่ ?! เกราะของเจ้าสามารถทนความร้อนของไฟจากห้วงนรกได้งั้นรึนี่ ?

ปลายดาบที่รวดเร็วของเอกิสนั้นถูกกรงเล็บของปีศาจด้านหน้าปัดรับออกอย่างรวดเร็วโดยไม่ให้ฟันโดนที่จุดอ่อนของมันอย่างง่ายๆ

ในขณะเดียวกันนั้นเปลวเพลิงที่กำลังลุกโชนบนเรือนั้นก็ค่อยๆกัดกินเรือลงไปเรื่อยๆ ถ้าเพิ่มความเสียหายไปมากกว่านี้เรืออาจจะตกลงจริงๆแล้วก็เป็นได้ !!


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า

แสดงความคิดเห็น

ต่อโรลพาดพิง มาอ่านด้วยนะ  โพสต์ 13-10-2013 12:28
โพสต์ 8-10-2013 23:53:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 30-10-2013 15:00



ชิโรโกะ : หนูว่าแอบดูก่อนก็ได้ล่ะมั้งคะ ?

เด็กสาวได้กระซิบขึ้นเบาๆพลางเกาะที่ไหล่ของชิระไว้เพื่อไม่ให้ตกลงมาพร้อมกับแอบดูออกไปด้านนอกด้วยเช่นกัน

ภาพที่ทั้งสองเห็นนั้นเป็นภาพของกลุ่มคนในชุดเกราะหนังที่ป้องกันแก๊ซพิษและกระสุนพร้อมทั้งยังมีอาวุธครบมือกำลังค่อยๆเดินตรวจตราสถานที่ภายในเรือนี้อยู่. . .





? ? ? : จำไว้นะพวกเรามานำตัวอย่างของไวรัสกลับไปเท่านั้น ถ้าเจอสัตว์ทดลองหรือผู้รอดชีวิตให้ฆ่าทิ้งให้หมด

ชายร่างยักษ์ตัวบึกบึนที่เดินนำกลุ่มด้วยอาวุธปืนลูกซองนั้นได้เอ่ยขึ้นมาบอกกับทีมก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะได้ค่อยๆเดินไปยังห้องอีกห้องนึงที่ชิระและชิโรโกะตั้งใจจะไปในทีแรก


"เราจะทำยังไงกันดีละชิโรโกะ"

ชิระทำหน้าครุ่นคิด แล้วก็พูดกับชิโรโกะว่า

"จะออกไปไฟ่เลยดีไหม หรือ ติดตามดูพวกมันไปก่อนวันมีแผนอะไรดี..ละ"

ชิโรโกะ : พวกเขาอาจจะไม่ได้มีแค่นั้นก็เป็นได้นะคะ

เด็กสาวได้เตือนขึ้นด้วยท่าทางไม่ไว้วางใจเท่าไรนัก

ชิโรโกะ : พวกเราก็คงต้องเดินทางต่อนั่นแหละค่ะ แต่คงต้องระวังตัวเพิ่มเป็นพิเศษแล้วล่ะมั้ง ?

เธอได้แสดงความเห็นขึ้นก่อนที่จะหยิบแผนที่ที่ได้ให้ชิระไว้ขึ้นมาอีกครั้ง

ชิโรโกะ : เส้นทางนั้นที่พวกเขาไปได้เชื่อมต่อขึ้นไปยังชั้น 3 ของเรือ แต่ที่พวกเขาขึ้นมาได้อาจจะแสดงว่าแมลงประหลาดด้านล่างอาจจะไม่อยู่แถวๆชั้นที่ 1 แล้วก็เป็นได้ หนูว่าพวกเราลงด้านล่างสวนทางกับพวกเค้าก่อนดีไม๊คะ ?


"เป็นความคิดที่ดีนะ แต่ว่า ลงไปก็ไม่มีความหมายอะไรน่ะสิ เราตามไปดูดีกว่า ว่าพวกมันมาทำอะไรกัน"

พูดเสร็จ แล้วชิระก็เดินออกมาแล้วย่องตามคนพวกนั้นไป ด้วยความระมัดระวัง อย่างโคตรๆๆ

"ระวังตัวด้วยละ ชิโรโกะจัง"

ชิระพูดทิ้งท้ายแล้วเดินออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เหมือนกำลังเล่นซ่อนแอบยังไงยังงั้น



ชิโรโกะ : เอ๋ ? ค่ะ. . .

เด็กสาวได้พยักหน้าตอบเบาๆพร้อมกับเดินออกมาจากห้องน้ำนั่นตามชิระไป

หลังจากที่ทั้งสองได้เดินตามกลุ่มคนพวกนั้นมาพวกเขาก็พบว่าคนกลุ่มนั้นได้ทิ้งห่างพวกเขาไปค่อนข้างไกลแล้วในตอนนี้ แต่เหมือนว่ามันจะเป็นการดีด้วยเช่นกันเพราะว่าทางด้านหน้านั้นโล่งปลอดจากตัวประหลาดต่างๆแถมประตูยังถูกปลดล้อคทิ้งไว้ด้วยเช่นกัน


"เจ้าพวกนี้ นี่ เก่งจริงๆ สบายเราละ เนอะชิโรโกะ"

ระหว่างเดินไปตามทาง ชิระก็มองดูข้างๆ ว่ามีร่องรอบ หรือ ของอะไรหรือไม่ แล้วก็มุ่งหน้าต่อไป อย่างระมัดระวัง



ชิโรโกะ : เอ๋ . . . มันก็ดีอยู่นะคะ แต่ถ้าส่งคนที่มีฝีมือระดับนั้นมาตัวประหลาดที่จะเจอมันยิ่งไม่ยากขึ้นตามไปเหรอ ?

เด็กสาวได้เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางไม่มั่นใจเท่าไรพร้อมๆกับเดินตามชิระมาเรื่อยๆจนกระทั่งทั้งสองได้มาหยุดลงที่หน้าประตูหลังจากที่ได้เข้าห้องๆนึงมาเพราะเสียงของการยิงต่อสู่อย่างต่อเนื่องที่เกิดขึ้นด้านหน้า



1) แอบดู
2) เข้าไปช่วย
3) ย้อนกลับทางเก่า
4) อื่นๆโปรดระบุ


4 ฆ่ามันทั้งหมดให้สิ้น

"ชิโรโกะจัง หลบไปหน่อยนะ"

เมื่อพูดเช่นนั้น ชิระ ก็ลองจังหวะดีดีแล้วก็เดินไป พร้อมชูเคียวขึ้น

"จงล่ำร้อง Dominate Feel "

ชิระเปิด Dominate Feel ในระยะ ที่พอจะครอบคุมทั้งห้อง ไม่เปิดใหญ่ เกินไป เพื่อจะส่งผมกระทบต่อเรือ

แล้วก็ เรียกฟ้าผ่า พร้อมกับเปิด Sickle Static  แล้ววิ่งเข้าไปฟันพวกมันให้สิ้น

VS + + VS



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l--oooloooooX )

Str : B (+Dominate Feel)(= A)
Agi : A (+Dominate Feel)(= S)
Vit : D
Int : E
Dex : C

Dominate Feel
Sickle Static 0 Hits

ทันทีที่ชายหนุ่มปรากฏตัวนั้น !! ทั้งสามก็ได้รีบหลบออกอย่างรวดเร็วทันที !! โดยไม่รู้ว่าการโจมตีนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อมีเสียงเท่านั้นทำให้ทั้งหมดรวมทั้งสัตว์ประหลาดนั่นโดนฟ้าผ่าไปด้วยอย่างง่ายดาย !!

แต่ดูเหมือนว่าทั้งสามคนที่บุกเข้ามานั้นจะมีเสื้อหนังกันไฟฟ้าอยู่ภายในทำให้พวกเขาไม่ได้รับความเสียหายนักก่อนที่ทั้งสามนั่นจะได้ค่อยๆใช้สภาพห้องให้เป็นประโยชน์และค่อยๆหลบกันอย่างช้าๆ !!

ในขณะเดียวกัน !! สัตว์ทดลองประหลาดนั่นก็ได้เข้าโจมตีชิระอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นชายหนุ่มในระยะ แต่มันก็ดันทำให้สายฟ้านั้นผ่าลงมาอย่างไม่หยุดด้วยเสียงของมันเอง


"หึ หัวไวกันดีนิ"

ชิระวิ่งหลบ ในที่ปลอดถัย หาจังหวะในการเข้าโจมตี

'ถ้าสายฟ้าทำไรไม่ได้ ก็ต้องเอาชุดพวกมันออกมาก่อนสินะ'

ชิระเพิ่มพลังสายฟ้าในเคียว ให้รุนแรงยิ่งขึ้นจากนั้นก็วิ่งออกไป  พร้อมใช้ท่า Sickle Hunting  เหวี่ยงออกไปยังสัตว์ประหลาด เพื่อทำให้มันเกิดบาดแผลจะได้ทำให้สายฟ้าเจาะร่างมันให้ได้รับความเสียหายมากขึ้นพร้อมทั้งเหวี่ยงใส่ไปยังกลุ่มคนที่หลบอย่พวกนั้นด้วย



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l--oooloooooX )

Str : B (+Dominate Feel)(= A)
Agi : A (+Dominate Feel)(= S)
Vit : D
Int : E
Dex : C

Dominate Feel
Sickle Static 5 Hits

เคร้ง !! กระสุนที่ถูกยิงสวนมานั้นได้ถูกความเร็วและขนาดเคียวของชิระปัดออกอย่างง่ายดาย รวมทั้งยังทำให้สายฟ้าผ่าลงยังจุดที่เกิดเสียงด้วยในเวลาเดียวกัน !!

แต่ไม่ว่าจะโจมตีหนักหน่วงเท่าไรก็ตามนั้นก็ยังไม่มีทีท่าว่าสัตว์ทดลองประหลาดด้านหน้าจะตายลงเลยแม้แต่น้อย แต่จากภายนอกนั้นก็ดูเหมือนว่ามันได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่องอยู่เพราะการเคลื่อนไหวของมันนั้นช้าลงจากการช้อตของกระแสไฟฟ้านั่นเอง !!

ในขณะเดียวกันนั้นเองในขณะที่ชิระกำลังได้เปรียบนั้นการโจมตีของกลุ่มคนทั้งสามนั้นก็ได้หยุดลงไปดื้อๆชั่วขณะ แต่จากสัมผัสแล้วนั้นพวกเขาไม่น่าจะไปไหนไกลจากบริเวณนี้นัก !!


"ชิโรโกะ เอาไงดีละ จะตามพวกนั้นไปดี หรือจะล้มเจ้านี่ดีละ"

ชิระพูดกับชิโรโกะ แล้วตั้งท่า เล็ง Sickle Hunting ไปที่ลูกตาบนแขนขวาของมัน แล้วปล่อย Sickle Hunting ออกไป เป็นชุดๆ



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l--oooloooooX )

Str : B (+Dominate Feel)(= A)
Agi : A (+Dominate Feel)(= S)
Vit : D
Int : E
Dex : C

Dominate Feel
Sickle Static 15 Hits

ชิโรโกะ : ถ้าปล่อยไปพวกนั้นอาจจะระเบิดเรือทั้งลำทิ้งก็ได้นะคะ . . .

เด็กสาวได้ตอบขึ้นด้วยท่าทางกังวล ในขณะที่เคียวของชิระกำลังสะบั้นร่างของสัตว์ทดลองเบื้องหน้าอยู่พร้อมกับฟ้าผ่าจำนวนมากที่ทำให้มันชาและขยับตัวออกไปไหนไม่ได้จากจุดที่ชิระได้กำหนด

ในจังหวะเดียกวันนั่นเอง !! เสียงปืนก็ได้ดังขึ้นอีกครั้ง !! แต่ดูเหมือนว่าจะยิงมาจากระยะที่ไกลขึ้นจนทำให้เคียวของชิระที่เกี่ยวร่างสัตว์ทดลองนั้นกระเด็นออไป !!


"เจ้าพวกนั้นหรอ!!"

ชิระรีบหันไปทางที่กระสุนมา แล้วหนีออกมาจากสัตว์ปละหลาดตัวนั้นแล้ว วิ่งไปตามทางที่กระสุนมา

"ไปกันเถอะ ชิโรโกะ"

ชิระออกวิ่งด้วยใจที่อยากจะสู้เต็มเปี่ยม เหมือนคนแก่ที่ไม่ได้ต่อสู่มานาน ใจของชิระนั้น เต้น ตึกตัก เพราะตื่นเต้นหรือยังไง



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l--oooloooooX )

Str : B (+Dominate Feel)(= A)
Agi : A (+Dominate Feel)(= S)
Vit : D
Int : E
Dex : C

Dominate Feel
Sickle Static 15 Hits

ชิโรโกะ : ค- ค่ะ !!

เด็กสาวได้รีบวิ่งออกมาจากที่หลบก่อนที่จะได้ตามชิระออกมาจนถึงห้องที่กระสุนนั่นได้ยิงมา !!



เมื่อเข้ามาถึงแล้วนั้นชิระก็พบว่าบรรยากาศภายในห้องตอนนี้เงียบสงัดไม่มีเสียงใดๆเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อยทำให้สายฟ้าในรอบๆบริเวณที่ชายหนุ่มสร้างขึ้นไม่ทำงานตามปกติ. . .

เคร้ง !! เสียงกระสุนจากปืนเก็บเสียงจากจุดอับในห้องนี้ได้ดังขึ้นจากระยะไกล พวกนั้นคงจะได้เปลี่ยนรูปแบบการโจมตีเป็นระยะไกลอย่างเงียบๆแทนแล้วในตอนนี้ รวมทั้งตอนนี้นั้นชิระเองก็ไม่เห็นกับร่างของสัตว์ทดลองที่เขาได้โจมตีเมื่อก่อนหน้านี้แล้วด้วย


'น้อยแนะ พวกแก ใช้กลยุทธ ที่ขี้ขลาดงั้นหรอ!!'

ชิระคิดในใจ

"พวกนายมาทำอะไรที่นี่กันแน่ ถ้าเป็นไปได้ ก็ช่วยมาคุยกันหน่อยได้ไหม ฉันก็แค่อยากรู้เฉยๆ ว่าเกิดไรขึ้นบนเรือลำนี้กันแน่"

ชิระ พูดตะโกนออกไป พร้อมกับยืนบังชิโรโกะแล้วระวังการโจมตีของพวกนั้น

ถ้ามีการยิงมาละก็ ชิระจะใช้ Sickle Static ไปตรงนั้นทันที



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-ooooloooooX )

Str : B (+Dominate Feel)(= A)
Agi : A (+Dominate Feel)(= S)
Vit : D
Int : E
Dex : C

Dominate Feel
Sickle Static 14 Hits

ฟ้าววว !! เสียงปืนได้ยิงทะลุอากาศผ่านมาใส่กับชายหนุ่มแต่โชคดีที่ชิระได้เตรียมตัวไว้ก่อนหน้านี้แล้วและได้เหวี่ยงสายฟ้าจากเคียวของเขาสวนกลับไปได้ในทันที !!

ซูมมมม !! คมสายฟ้าของชายหนุ่มได้ตัดที่กำบังออกอย่างเฉียบขาดจนไม่มีสิ่งก่อสร้างพังลงมาจากรอยตัดนั่น แต่ดูเหมือนว่าพวกนั้นจะไหวตัวทันและหลบออกไปได้เสียก่อน

ทางด้านชิโรโกะนั้นก็ได้แอบอยู่ด้านหลังของกำแพงของประตูอีกด้านนึงของห้องเพื่อที่จะได้ไม่รบกวนการต่อสู้ของชิระมากนัก


"ชิ!!"

ชิระจิ๊ปากแบบไม่พอใจ แล้ว วิ่งไปหาชิโรโกะ

"ชักขี้เกียจตามแล้วสิ จะเอาไงดีน้าาา"

ชิระ เอามือ ประสานไว้ที่ต้นคอ แล้วพูดออกมาแบบน่าเบื่อหน่าย



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-ooooloooooX )

Str : B (+Dominate Feel)(= A)
Agi : A (+Dominate Feel)(= S)
Vit : D
Int : E
Dex : C

Dominate Feel
Sickle Static 14 Hits

ชิโรโกะ : คนพวกนี้อาจจะถูกฝึกมาเพื่อภารกิจแบบนี้โดยเฉพาะล่ะมั้งคะ. . .

เด็กสาวได้แสดงความคิดเห็นขึ้น บรรยากาศที่เงียบสงัดลงเรื่อยๆนี้ทำให้เรือค่อยๆกลับมาเข้าบรรยากาศหลอนแบบเดิมอีกครั้งเพียงแต่ว่าต่างฝ่ายนั้นต่างรู้กันว่ายังมีสิ่งมีชีวิตอยู่ใกล้ๆแถวนี้. . .

ชิโรโกะ : พวกเราหาทางแยกตัวออกไปทางอื่นดีไม๊คะ ?


"นั่นสินะ ชั้นนี้คงไม่มีอะไรแล้วสิ ไปชั้นต่อไปกันเถอะ"

ชิระเนินนำทำหน้าเซงๆ

"เห้อ อยากเจอคนที่เป็นพวกเดียวกับเราจัง จะได้ถามข้อมูลแล้วไม่ต้องต่อสู้ให้เหนื่อย"

ชิระพึมพำระหว่างเดินหน้าอย่างระมัดระวังแล้วไปชั้นต่อไป

ฟ้าววว !! เสียงกระสุนยิงเฉียดปลายจมูกของชายหนุ่มไปจนชิโรโกะนั้นต้องรีบดึงแขนของชิระไว้อย่างทันทีและรีบหลบลงที่จุดเดิม

เนื่องจากฝ่ายตรงข้ามที่ยังไม่ยอมไปไหนและดักโจมตีชายหนุ่มไม่ให้ไปยังชั้นต่อไปอยู่นั้นยังคงระแวดระวังอยู่อย่างไม่ลดละทำให้ชิระเองเดินหน้าต่อไม่ได้เช่นกันนอกเสียจากจะย้อนกลับไปทางเดิมและลงชั้นล่างแทน


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 9-10-2013 23:35:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 22-10-2013 11:26








AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )

-:- Party member
สถานะ : Hermera (machina form) : Strike : A , Defensive : D , Support B // Health : 100%

เฮอร์เมร่า : เราเองก็ทำได้แค่โจมตีทางกายภาพด้วยสิคะ !!

เด็กสาวได้เปลี่ยนโหมดโจมตีของเธอเป็นโล่สีแดงตั้งป้องกันแทน ทำให้การโจมตีของเป้าหมายด้านหน้าที่ได้โจมตีเข้ามานั้นถูกต้านกระจายออกไปด้านข้างจนหมดแทน แต่ในโหมดนี้นั้นเมกะเองก็ไม่สามารถโจมตีได้ด้วยเช่นกัน


            เมเมะสังเกตว่ามันส่งการโจมตีทะลุม่านน้ำมาได้อย่างแม่นยำ แต่เธอเองก็คาดการณ์ไว้แล้ว
ว่าน้ำกั้นบางๆกับน้ำที่กระเซ็นเพราะกระสุนจากปืนดาบนี้คงบดบังอะไรไม่ได้มากนัก

            " ปกติ..ถ้าเป็น เอนรา เอนรา แค่เป่าก็หายไปอยู่หรอกนะคะ "

            เมเมะเปลี่ยนกลับมาใช้ใบมีดแบบที่เธอถนัด จากนั้นก็หันไปทางเมกะแล้วพุ่งตัวด้วยความเร็ว
อันเป็นเอกลักษณ์ของเธอประชิดตัวกับเด็กสาว

            " เมกะจัง หลบมาทางนี้ดีกว่านะคะ "

ตูม! (As -1)

            หลังจากที่ประชิดตัวแล้วตะโกนเรียกเมกะก็ซัดดาบลงไปที่พื้นเน้นๆเพื่อให้น้ำกระเซ็นขึ้นมา
จากนั้นก็มองไปยังสิ่งมีชีวิตประหลาดตรงหน้า

            " อีกอย่าง.. "

            [ - คาไมทาจิ x1 - ] (As -1)

วูบบ!!

            เธอสะบัดมือขวาเป็นแนวขนาบพื้นฟันรังสีดาบออกไปจนเกิดเป็นเสียงลมฉีกขาด รังสีดาบที่เธอ
ฟันออกไปนั้นพุ่งทะลุม่านน้ำที่กั้นระหว่างเธอกับปิศาจตัวนั้นราวกับมันผ่านไปเฉยๆ

            " ชั้นฟันศัตรูไร้รูปร่างแบบนี้มาเยอะแล้ว "



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l---ooX )

-:- Party member
สถานะ : Hermera (machina form) : Strike : A , Defensive : D , Support B // Health : 100%

ฉัวะ !! คมดาบของเมเมะได้ฟาดผ่านไปโดนมือของมันอย่างรุนแรงจนส่วนมือของมันนั้นขาดสะบั้นออกไปเป็นควัญสีดำและค่อยๆจางหายไป แต่ไม่นานนักชิ้นส่วนนั้นก็งอกออกมาใหม่ได้อีกครั้ง !!


            เมเมะชะงักไปเล็กน้อย เธอนิ่งไปสักพัก แล้วสะบัดแขนฟันคลื่นดาบต่อไปรัวๆ 3 ครั้ง

            [ - คาไมทาจิ x3 - ]



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----loooooX )

ฉัวะๆๆๆ !! คมดาบของเมเมะได้ฟันเข้าที่เป้าหมายอย่างจัง แต่ทว่ามันก็ทำได้แค่ให้เป้าหมายหยุดชะงักไปชั่วขณะเท่านั้นก่อนที่มันจะได้กลับคืนสู่สภาพเดิมอีกครั้ง !! แต่ในทางกลับกันนั้นการโจมตีของเมกะกลับไม่สามารถทำอะไรเป้าหมายได้เลยแม้แต่น้อยถึงจะรุนแรงแค่ไหนก็ตาม


            " แบบนี้เล่นยากนะคะเนี่ย "

            เมเมะยิ้มแหยงๆ พลางถอยหลังแล้วก็ระวังการโจมตีของกลุ่มควันตรงหน้า
            แต่ชั่วขณะนึง เธอก็คิดอะไรขึ้นมาได้ เมเมะรีบหันหลังกลับไปหาเมกะแล้วก็ตะโกน
ออกไปว่า

            " เมกะจัง ประกอบเกราะสีแดงนั้นต่อกันให้เป็นทรงกลมเลยค่ะ!! "



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----loooooX )

-:- Party member
สถานะ : Hermera (machina form) : Strike : A , Defensive : D , Support B // Health : 100%

เฮอร์เมร่า : เอ๋ ?

เด็กสาวได้รีบเปลี่ยนโล่เกราะป้องกันของเธอเป็นทรงกลมอย่างรวดเร็ว

เฮอร์เมร่า : รอบๆเกราะของเรามีพลังของเวคเตอร์อยู่ ต้องปิดลงด้วยไม๊อ่า ?

เธอได้ถามขึ้นในขณะที่ศัตรูเบื้องหน้านั้นก็ได้ค่อยๆมองสถานการณ์อยู่จากจุดไกลๆอยู่อย่างระแวดระวัง


            " เวคเตอร์?? .... เอตโตะ..เอตโตะ..(えいっと..) "
            ' เวคเตอร์?? แรงเคลื่อนที่แบบมีทิศทาง? ...จริงสิ! เพราะงั้น ตอนนั้นถึงได้ปัดรังสีดาบของเรา
ได้สินะ! '

            เมเมะยิ้มออกมา และเพื่อความรวดเร็ว เธอก็กระโดดหลบฉากแล้วตะโกนบอกเมกะ

            " ไม่ต้องปิดค่ะ!! รวบรวม[ลม]แล้วก็[เพิ่มความแรง]ใส่จุดเดียว.. "

            เธอพูดเว้นช่วงพร้อมกำหมัดแน่นชี้ไปทางกลุ่มควันที่อยู่ไกลลิบๆ

            " ศัตรูเป็นควัน เป่ามันให้กระจายไปเลยค่ะ!! "



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----loooooX )

-:- Party member
สถานะ : Hermera (machina form) : Strike : A , Defensive : D , Support B // Health : 100%

เฮอร์เมร่า : โฮ่ !! แบบนี้นี่เอง

เด็กสาวได้ตบมือลงเหมือนกับเข้าใจแล้วก่อนที่จะได้หมุนเกราะเหล็กของเธอออกเป็นใบพัดและเป่าเป้าหมายด้วยแระแสลมที่รุนแรงออกมาทันที !!

ควับ !! ร่างของเป้าหมายเบื้องหน้าได้ค่อยๆกระจายออกไปเรื่อยๆ ไม่นานนักมันก็ได้ถูกพัดปลิวออกไปจนหมดจนเหลือแต่ก้อนกลุ่มควัญแปลกๆก้อนนึงทีลอยอยู่ตรงจุดที่มันเคยอยู่เป็นรูปร่างๆคล้ายๆกับดวงไฟ. . .

1) ฟันทำลาย
2) ใช้อะไรซักอย่างคลุมกักเก็บไว้
3) อื่นๆโปรดระบุ


[ 3 ] - กักเก็บไว้ในร่าง

            [ - สูบล็อกชีพ!!(Signum biolegens) - ]

            เนื่องจากสัมผัสความมุ่งร้ายได้ เธอเลยสูบมาด้วยเนตรมารของเธอ ไม่ว่าจะได้ผลหรือไม่
ถ้าเธอปล่อยให้สิ่งนี้รวมตัวกันอีกทีคงยุ่งยากน่าดู

กลุ่มควัญนั้นได้ค่อยถูกๆดูดเข้าไปในร่างของเมเมะอย่างง่ายดาย แต่เหมือนว่ามันจะถูกควบคุมได้ไม่ยากนักทำให้มันเป็นเหมือนแค่ธาตุอากาศที่ถูกดูดเข้าไปเท่านั้น. . .

แต่ว่าปัญหานอกจากนี้นั้นคือพวกเมเมะไม่สามารถกลับไปได้นั่นเอง. . . จะมีก็แต่เกจประตูสีแดงๆแปลกๆที่มีบรรไดทอดยาวขึ้นไปด้านบนด้านหน้าของพวกเธอเท่านั้น


            " เมกะจัง ไม่เป็นอะไรนะ? "

            เมเมะเธอยังไม่ได้สังเกตรอบๆต่อ หลังจากดูดพลังงานแปลกๆนั่นเข้าไป เธอก็เดินเข้าไปหา
เมกะอย่างช้าๆ..

เธอได้พยักหน้าตอบกับเมเมะเบาๆก่อนที่จะได้เริ่มสังเกตุสถานที่ที่พวกเธออยู่ในตอนนี้อีกครั้ง

เฮอร์เมร่า : สถานที่แห่งนี้มันดูแปลกๆจากที่ที่เรามากันมากนะคะ

เด็กสาวได้พูดขึ้นพลางมองไปรอบๆของบ่อน้ำที่ไร้ขอบเขตุที่พวกเธอกำลังยืนอยู่นี้


            " อืม แปลกจริงๆด้วยนะคะ "

            เมเมะพูดพลางปรายตามองไปรอบๆด้วย

            " ประตูสีแดงนั้นน่าจะผ่านเข้าไปได้นะคะ แต่ไม่อยากเข้าไปเลย.. "

            เธอพูดพร้อมชี้ไปที่เกจแปลกๆที่ตั้งขึ้นมา

            " ว่าแต่เมื่อกี้เป็นอย่างไรบ้างคะ! สุดท้ายแล้วปิศาจตนนั้นก็เหมือนพวก เอนรา เอนรา
จริงๆด้วย แค่เป่า(?)ก็สามารถกำจัดได้ง่ายๆจริงๆ เห็นมั้ยละ ถ้าชั้นเอาจริงน่ากลัวกว่านี้อีกนะคะ "

            เมเมะเท้าสะเอวแล้วก็คุยโอ่ด้วยท่าทางไม่ได้จริงจังนัก เพราะแค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ

เฮอร์เมร่า : จะ. . . จริงด้วยสินะคะ

เมกะได้แสดงท่าทางผวาขึ้นมาเมื่อนึกถึงตอนที่เมเมะร่ายเวทย์(?)เมื่อตอนที่เจอกันครั้งแรก

ระหว่างที่ทั้งสองกำลังยืนคุยอยู่นั้นที่หน้าประตูนั่นเองก็ได้มีหญิงสาวคนนึงที่ได้ค่อยๆเดินลงมาที่พื้นน้ำด้านล่างจากด้านบนสู่ที่ทั้งสองกำลังยืนอยู่ในตอนนี้



? ? ? : เอ๋ ? ไม่ใช่พวกโยว์ไคนี่นา ?

หญิงสาวผมสีเหลืองที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นมานั้นได้พึมพำขึ้นด้วยความสงสัยเล็กน้อยก่อนที่จะได้ค่อยๆเดินเข้ามาหาเมเมะและเมกะอย่างช้าๆ

? ? ? : พวกเธอเป็นใครน่ะ ?


            ' ปรากฏการณ์ที่ผิดแปลก(โยวไค)? ...อ๋อ เธอคงหมายถึงเอนรา เอนราเมื่อครู่สินะ '

            ถึงเด็กสาวตรงหน้าจะพึมพำเบาๆก็ไม่อาจรอดหูนรกของเธอได้ เมเมะจึงละการสนทนา
กับเมกะแล้วหันหน้าไปพบผู้มาเยือน

            " เป็นใครเนี่ย... ทางเราเองก็อยากถามนะคะ ว่าที่นี่มันที่ไหน.. ถ้าไม่รังเกียจละก็
ช่วยบอกชื่อของคุณมาก่อนจะเป็นพระคุณมากเลย "

            เมเมะพูดพลางผายมือซ้ายไปรอบๆด้วยรอยยิ้มที่เป็นกังวลเล็กน้อย

ซีเนีย พาซิฟิก้า : เราชื่อ ซีเนีย พาซิฟิก้า  เราเองก็ไม่ได้มาจากที่นี่หรอกแต่ว่ามีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ที่นี่น่ะ

หญิงสาวได้อธิบายขึ้นก่อนที่จะได้ผายมือออกเหมือนเป็นการเชื้อเชิญขึ้นไปด้านบน

ซีเนีย พาซิฟิก้า : เจ้าของสถานที่เขาอยู่ด้านบนน่ะ เป็นคนที่พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไรแล้วก็น่ารำคาญด้วยแต่ก็ค่อนข้างใจกว้างพอที่จะตอบคำถามพวกเธอได้ละนะ

ดูเหมือนว่าฃีเนียเองนั้นก็จะไม่ค่อยรู้เรื่องของสถานที่แห่งนี้เท่าไรนัก แต่อย่างน้อยๆเธอก็ไม่น่าจะใช่ศัตรูของเมเมะเหมือนกัน


            " อ่า.. ค่ะ.. ชั้นชื่อเมเมะค่ะ ส่วนทางนี้คือเพื่อนของชั้น เฮอร์เมร่าแล้วก็เอริจังค่ะ "

            เมเมะได้แนะนำตัวสั้นๆทั้งเธอและเมกะ ก่อนที่จะหันหน้าไปหาเมกะเป็นเชิงว่า"ลองไปกันเถอะ"
แล้วก็จับมือของเธอเดินตามเด็กสาวที่ชื่อซีเนียไป

ซีเนีย พาซิฟิก้า : เพื่อนของเธอมีชื่อที่แปลกดีนะ

หญิงสาวได้ยิ้มรับคำทักทายนั่นขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะได้เดินนำทั้งสองขึ้นมายังด้านบนซึ่งเป็นศาลเจ้าที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่แห่งนึง



ซีเนีย พาซิฟิก้า : กลับมาแล้ว. . . ด้านล่างไม่มีอะไรผิดปกติ

เมื่อขึ้นมาถึงนั้นซีเนียก็ได้เริ่มรายงานถึงสถานการณ์ด้านล่างที่เธอเพิ่งจะลงไปดูมาเมื่อกี้นี้ แต่ที่มันไม่มีอะไรนั้นน่าจะเพราะว่าพวกเมเมะได้จัดการกับปีศาจตัวเมื่อครู่ไปแล้วนั่นเอง

หลังจากที่หญิงสาวได้กล่าวจบนั้นไม่นานนักก็ได้มีประกายสีทองคำที่ปรากฏออกมาอย่างช้าๆก่อนที่ร่างของหญิงสาวคนนึงจะได้ปรากฏออกมาจากกลุ่มประกายนั้น



? ? ? : หึ !! ข้าบอกเจ้าแล้วว่าสวนของข้าไม่มีที่เหลือสำหรับผู้บุกรุก

หญิงสาวได้ยิ้มกระหยิ่มออกมาพลางค่อยๆหันมามองทางเมเมะและเมกะที่ได้ตามขึ้นมาด้วยเช่นกัน

? ? ? : เจ้าสินะ? ที่เป็นคนดูแลสวนของข้าไว้ ทำได้ดีมาก♪ ข้าจะให้รางวัลกับเจ้าก็แล้วกันนะ

เมื่อกล่าวจบนั้นก้อนทองคำแท้ก็ได้หล่นตุ้บลงมาที่ด้านหน้าของเมเมะและเมกะแทบจะทันที

เฮอร์เมร่า : พวกเราไม่ใช่ทหารรับจ้างนะคะ !! แต่ว่า. . . แบบนี้ก็โอเคล่ะมั้งคะ

หญิงสาวได้ค่อยๆก้มลงหยิบก้อนทองคำนั้นขึ้นมาอย่างตกตะลึงและสงสัยกับเหตุการณ์ที่พวกเธอเข้ามาเจอในตอนนี้


            " ม..เมกะจัง.. "

            เมเมะได้พูดออกมาอย่างลนลาน จู่ๆก็ไปรับของจากคนแปลกหน้าเฉยเลย

            ' ...? '

            เมเมะเธอรู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างจากหญิงสาวคนนี้ด้วยสัญชาติญาณ เธอจึงลงไปนั่ง
พับเพียบที่พื้นอย่างเรียบร้อยก่อนจะก้มตัวกล่าวอย่างสุภาพว่า

            " ข้อน้อยชื่อเมเมะแห่งตระกูลมุซารากิค่ะ ขออภัยที่มารบกวนสถานที่ของท่าน "

            เธอพูดเสร็จก็ฉกก้อนทองคำแท้กลับมาจากมือของเมกะ แล้วก็นำไปวางไว้ด้านหน้าของตน

            " แล้วก็ต้องขออภัยด้วยเจ้าค่ะ แต่เราจำไม่ได้ว่าทำเรื่องใดที่สำควรจะได้รับสิ่งนี้ เราทั้งสอง
คนจึงไม่อาจรับไว้ได้เจ้าค่ะ "

เฮอร์เมร่า : อะ- อ้าว ? ก้ะ- ก็เขาให้ไม่ใช่เหรอคะ ?

เด็กสาวได้ตอบอย่างลนลางพร้อมกับนั่งลงไปท่าเดียวกับเมเมะแต่ดูเหมือนเธอจะไม่ถนัดกับการนั่งพับเพียบเรียบร้อยๆแบบนี้เท่าไรนัก จนทำให้คนด้านบนนั้นหัวเราะออกมาเบาๆอย่างพอใจในขณะที่ซีเนียเองนั้นกับตกใจออกกับเมเมะและเมกะแทน

ซีเนีย พาซิฟิก้า : อะ- เอ๋ !! ทำอะไรของพวกเธอ !! ไม่เห็นต้องไปเคารพยัยนี่ซักหน่อย !! เฮอะ !!

ซีเนียได้กล่าวออกมาในท่าทีขัดใจเล็กน้อยทำให้หญิงสาวด้านบนนั้นได้ค่อยๆเดินลงมาที่ด้านล่างอย่างช้าๆ

? ? ? : เจ้าเป็นแค่จอมเวทย์ชั้นปลายแถวคงจะไม่สามารถมองเห็นความยิ่งใหญ่ของข้าได้หรอกนะ

เธอได้กล่าวออกมาเบาๆเพียงประโยคเดียวทำให้ซีเนียนั้นถึงกับอารมณ์เสียและสะบัดหน้าใส่อย่างไม่พอใจก่อนที่จะเดินขึ้นไปด้านบนแทนทันที ในขณะเดียวกันหญิงสาวคนนั้นก็ได้หยิบก้อนทองคำที่เมเมะคืนมานั้นขึ้นก่อนที่จะเริ่มพูดคุยกับเมเมะที่นั่งอยู่ในท่าทางที่เรียบร้อย

? ? ? : เจ้าเด็กน้อย~ ข้าอนุญาติให้พวกเจ้าพินิศมองรัศมีของข้าได้ ทองคำนี่ที่ข้ามอบให้พวกเจ้าเพราะว่าพวกเจ้าได้ช่วยขับไล่ผู้บุกรุกออกไปจากสวนของข้ายังไงล่ะ

หญิงสาวได้อธิบายขึ้นพร้อมกับลูบหัวของเมเมะและเมกะเล่นลงอย่างอ่อนโยน

? ? ? : หรือว่าพวกเจ้าไม่พอใจกับรางวัลที่ข้ามอบให้งั้นรึ ?


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 19-1-2019 11:39 , Processed in 0.208357 second(s), 26 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้