Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: tesstrossa

[Play] Role play : The world ~ Celestia ~ *Revive*

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 14-10-2013 20:39:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Blue_Moon เมื่อ 20-10-2013 20:24






? ? ? : มันไม่ง่ายที่จะควบคุมพลังตัวกลางได้. . . เจ้าเป็นแค่มนุษย์ในตอนนี้ เมื่อต้องการละทิ้งและควบคุมพลังที่มนุษย์ทั่วๆไปไม่สามารถทำได้เจ้าก็ต้องมีตัวกลางที่จะใช้ในการควบคุมพลังใหม่ของเจ้า

มันได้อธิบายขึ้นมาถึงขั้นตอนต่างๆและที่มาของพลังใหม่ที่จะดัดแปลงให้กับดีซีเมีย

? ? ? : การที่จะควบคุมพลังตัวกลางได้ นอกจากความสามารถและจิตใจที่มั่นคงแล้ว เป้าหมายอาจจะต้องเหมือนกันอีกด้วย ถ้าเจ้าไม่สามารถหาตัวกลางของพลังที่จะใช้ในการควบคุมพลังเครื่องจักรได้นั้นเจ้าก็จะไม่สามารถใช้พลังที่มหาศาลนั่นได้

มันได้อธิบายขึ้นถึงแก่นพลังที่ดีซีเมียจะต้องใช้เมื่อเขาถูกดัดแปลงร่างกายแล้ว แต่พลังที่จะมีชีวิตและไหลเวียนคู่กับเขานั้นจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาเพื่อที่จะใช้พลังใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพแต่การที่จะหาชาโดว์ที่มีความสามารถสูงและควบคุมมันได้ในเวลาเดียวกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย


" ชาโดว์ระดับสูงสินะ . . . เป็นเงื่อนไขที่สมน้ำสมเนื้อดีนิ . . . ถ้าอย่างนั้นจะหาพวกชาโดว์เหล่านั้นได้จากที่ไหนละ ? เจ้าสามารถสร้างหุ่นมาได้เป็นกองทัพแบบนี้ คงพอจะมีแหล่งที่อยู่อย่างคร่าวๆอยู่สินะ ? " ดีซีเมียลองถามดู

ชายหนุ่มยืนคิดอะไรแปลกๆอยู่สักพักก่อนจะเอ่ยถามต่อว่า " จะว่าไปแล้ว . . . จำเป็นที่จะต้องเป็นชาโดว์ด้วยหรือ เคยลองอย่างอื่นบ้างหรือเปล่า ? เช่นพวกทูติ หรืออะไรอย่างอื่น . . . " ดีซีเมียลองถามอะไรแปลกๆเพื่อว่าจะเป็นการทำอะไรใหม่ๆที่ให้ผลดีขึ้นกว่าเดิม

? ? ? : ชาโดว์จะส่งผลกับความนึกคิด , ความต้องการ , สภาพจิตใจ และ บุคคลิก ของ มนุษย์ได้ดีกว่าเผ่าพันธ์อื่นๆ มันจึงทำให้มนุษย์ที่สามารถควบคุมชาโดว์ได้นั้นมีความสามารถที่สูงกว่าพวกอื่นๆ

มันได้อธิบายขึ้นถึงคำถามของดีซีเมียขึ้น ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะสามารถใช้เผ่าพันธ์อื่นๆในการเป็นแก่นพลังตัวกลางได้เหมือนกัน

? ? ? : แต่ถ้ามนุษย์คนนั้นๆไม่สามารถควบคุมชาโดว์ได้ก็จะกลายเป็นตัวกลางของพลังแทนชาโดว์ ซึ่งต่างจากเผ่าพันธ์อื่นๆที่จะไม่มีความเสี่ยงตรงจุดนี้

มันได้บอกถึงความจำเป็นในการใช้ชาโดว์มากกว่าเผ่าพันธ์อื่นๆกับดีซีเมียอย่างถี่ถ้วนเพื่อให้ชายหนุ่มได้รับรู้และตัดสินใจเองอีกครั้ง

? ? ? : ส่วนพวกชาโดว์นั้นจะอยู่ใน Dimension Den แม้ว่าพวกเราจะผลิตกลุ่มหุ่นยนต์ออกมาเป็นจำนวนมากก็ตาม แต่ใช่ว่าทุกตัวจะมีแก่นพลังงานนี้ ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นแค่ชาโดว์ทั่วๆไปที่หลุดออกมาจากที่นั่น หรือไม่ก็เป็นแค่หุ่นยนต์ธรรมดาๆเท่านั้น


" งั้นถ้าใช้แกนพลังงาน สอง แกนละ ? ใช้พลังงานแกนหนึ่งเป็นของเผ่าพันธุ์อื่นๆ เพื่อเพื่อพลังเสริมพลังเข้ามาที่ตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อที่จะได้ใช้ชาโดว์ที่แข็งแกร่งกว่าตนเป็นแหล่งพลังงานได้ละ แบบนี้เป็นไปได้หรือไม่ ?  " ดีซีเมียพยายามหาแนวทางที่จะสร้างความแข็งแกร่งมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ชายหนุ่มรอฟังคำตอบ แล้วหันไปหาหุ่นเกราะที่พาเขามาที่นี้

" ยังไงก็ต้องเริ่มจากการหาแกนพลังงานสินะ . . . ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องขออาวุธคืน แล้วก็ถ้าเป็นไปได้ขอยานพาหนะกับอาวุธใหม่ๆด้วยจะได้หาตัวพวกนั้นได้ง่ายขึ้น "
ดีซีเมียพูดก่อนที่จะยื่นมือไปรอรับอาวุธคืน

? ? ? (N.A.I) : ห๊ะ !! ถ้าเกิดเอาไปแล้วยิงพวกเราขึ้นมาตอนนี้ก็แย่เสะ !!

? ? ? (Talos) : คืนอาวุธให้มนุษย์ผู้นี้ไปซะ. . .

มันได้ปฏิเสธการคืนอาวุธกับดีซีเมียขึ้น แต่ดูเหมือนว่าหุ่นยนต์อีกตัวนั้นจะได้สั่งให้มันคืนอาวุธทั้งหมดคืนให้กับดีซีเมียจนหุ่นยนต์เสื้อเกราะนั้นต้องจำยอมคืนอาวุธทั้งหมดให้กับชายหนุ่มแต่โดยดี

? ? ? (Talos) : การใช้พลังงานมากกว่าสองแกนนั้นเป็นไปได้ แต่ว่าที่อยู่ของมนุษย์ในร่างกายนั้นก็จะน้อยลงด้วยเช่นกันเท่ากับว่าความเสี่ยงในการที่จะล้มเหลวจะยิ่งสูงขึ้นไปอีก

มันได้กล่าวขึ้นพร้อมกับได้แสดงยานภาหนะอันนึงให้กับดีซีเมียเห็นขึ้นในห้อง



? ? ? (Talos) : นั้นเป็นของที่มนุษย์เคยทิ้งเอาไว้ที่ใกล้ๆบริเวณนี้ ถ้าเจ้าออกไปตามเส้นทางใต้ทะเลนี้ก็จะไปโผล่ที่เมืองแห่งนึงด้านบนได้ไม่ยาก



" เรื่องความเสี่ยงนะ ข้าไม่กลัวหรอก เจ้าไว้ใจข้าก็ต้องไว้ใจเจ้าด้วยสิ . . . " ดีซีเมียกล่าวพล่างหยิบอาวุธคืนแล้ว

ก่อนจะเดินมาขึ้นขี่มอเตอร์ไซค์
"แล้วฝากบอกพวกหุ่นทั้งหลายในบัญชาเจ้าด้วยว่าไม่ต้องยุ่งกับข้า ถ้าอย่างนั้น . . . แล้วเจอกันใหม่นะ " ดีซีเมียสตาร์ทเครื่องแล้วขับออกไปตามทางที่หุ่นยักษ์ตัวนั้นบอก

? ? ? (Talos) : ข้าเข้าใจแล้ว. . . แต่ยังไงชาโดว์ก็ยังเป็นศัตรูของเจ้าอยู่เฉกเดิมนะ. . .

มันได้ตอบรับเหลียวหลังของดีซีเมียขึ้นก่อนที่ชายหนุ่มจะได้ขับมอไซค์ผ่านทางน้ำด้านล่างนี้ขึ้นไปยังพื้นผิวด้านบนอีกครั้งนึง



~ Day 3 ~

-:- ช่วงเวลาเช้า

เมื่อดีซีเมียขึ้นสู่พื้นผิวเหนือใต้ดินอีกครั้งนึงเป็นครั้งแรกจากวันที่ผ่านๆมานาน ดูเหมือนว่าเวลาจะผ่านไปพักใหญ่เลยทีเดียวเพราะหลังจากที่เขากลับขึ้นมาเวลามันก็กลับกลายเป็นเช้าอีกครั้งเสียแล้วเหมือนกับเวลาของชายหนุ่มนั้นไม่ได้เปลี่ยนไปเลย


ดีซีเมียจดจำบริเวณโดยรอบเพื่อว่าเวลามาอีกจะได้หาเส้นทางเจอ
เขาเปิดแผนที่ขึ้นมา แล้วดูตำแหน่งพิกัดที่ตัวเองอยู่ แล้วจึงรู้ว่าตัวเองโผล่มาอยู่ใกล้ๆกับเมืองๆนึง เขาจึงเดินทางต่อไปที่เมืองๆนั้นเพื่อว่าเมืองนั้นจะมีที่ให้นอนพัก เพราะว่าเขานั้นไม่ได้นอนมาทั้งคืน

ดีซีเมียจึงมุ่งหน้าไปที่นั้นเพื่อหาที่นอน

-:- ช่วงเวลากลางวัน





ไม่นานนักดีซีเมียก็ได้เดินทางมาถึงโดมพักแห่งนึงที่เขาคิดว่าเป็นเมืองในตอนแรก สภาพของโดมพักนั้นดูผิดปกติต่างจากที่อื่นๆตรงที่มันไม่พังทลายลงและยังไม่มีร่องรอยการต่อสู้ใดๆเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน

ภายด้านนอกนั้นมีบรรยากาศที่ค่อนข้างมืดครึ้มและเงียบสงัดรวมทั้งดีซีเมียยังไม่สามารถมองเห็นสิ่งมีชีวิตใดๆเคลื่อนที่อยู่ในบริเวณอีกด้วย


ดีซีเมียลงจากรถมอเตอร์ไซค์แล้วเก็บมันลงในกระเป๋าเหมือนที่เก็บเรือเข้าไปในกระเป๋าก่อนหน้านี้
ชายหนุ่มเดินเข้าไปในที่ๆคล้ายกับหอพัก เพื่อหาที่นอน

' บรรยากาศเงียบสงบมาก . . . สถานที่ก่อนหน้านี้ก็เป็นแบบนี้ด้วยนิน่า . . . ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่มีใครเหลืออยู่ข้างในนี้แล้วสินะ '

ดีซีเมียคิดในขณะที่บิดกลอนประตู เพื่อเปิดประตูห้องเข้าไปด้านใน
" ขออนุญาติ . . . " ชายหนุ่มกล่าวแม้จะคิดว่าไม่มีใครอยู่ข้างใน ก่อนที่จะเดินไปนอนบนเตียง

-:- ช่วงเวลากลางคืน

ชายหนุ่มได้หลับไปพักใหญ่ๆพักนึง จนในที่สุดเขาก็ได้ตื่นขึ้นอีกครั้งในเวลากลางคืนของวันนี้

บรรยากาศที่เงียบสงัดในโดมพักนั้นก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อยรวมทั้งยังไม่มีสัมผัสของสิ่งมีชีวิตด้วยเช่นกัน. . .

1) ออกไปเดินเล่นหน้าโดมพัก
2) ลองเดินดูภายในอาคาร
3) ลงไปที่ชั้นล่างหน้าทางเข้าเพื่อดูแผนที่
4) อื่นๆโปรดระบุ


1) ออกไปเดินเล่นหน้าโดมพัก

ชายหนุ่มลืมตาขึ้นแล้วบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนจะเดินออกมาจากห้อง

ดีซีเมียออกมาเดินรับลมที่หน้าโดมพัก เพื่อสำรวจเส้นทางบริเวณรอบๆ และเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศไปในตัวด้วย

ครืน . . . เสียงของสิ่งก่อสร้างบางอย่างในบริเวณใกล้ๆได้ถล่มลงจากระยะไกล แต่กลับกันในขณะที่ดีซีเมียอยู่ด้านในของโดมแห่งนี้นั้นเขากลับไม่รู้สึกตัวถึงสถานการณ์ภายนอกเลยแม้แต่น้อย ดูเหมือนว่าที่เกิดเหตุนั่นคงจะเริ่มได้ซักพักแล้วเช่นกันในตอนนี้

1) ไปดู
2) ไม่สนใจ
3) อื่นๆโปรดระบุ


1) ไปดู

!!! ชายหนุ่มหันไปทางที่ๆเกิดเสียงก่อนที่จะตรงไปยังสถานที่ที่ๆคาดว่าน่าจะมีอะไรถล่มอยู่

' บริเวณนี้ไม่น่าจะมีมนุษย์ หรือ สิ่งมีชีวิตอยู่นิ ส่วนหุ่นยนต์เองก็ไม่น่าจะเคลื่อนไหวหรือทำลายอะไรถ้าไม่มีศัตรู . . . . ชาโดว์งั้นหรอ !!? . . . ไม่นึกว่าจะได้เจอเร็วแบบนี้ ' ดีซีเมียเพิ่มความเร็วขึ้น พร้อมกับในใจที่แอบหวังว่าจะเดาถูกอยู่เล็กๆด้วย

เมื่อชายหนุ่มได้มาถึงที่เกิดเหตุนั้นเขาก็พบกับหุ่นยนต์ร่างยักษ์ตัวนึง ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้โจมตีดีซีเมียแต่อย่างใดหากแต่ว่ากำลังต่อสู้อยู่กับอะไรบางอย่างในกลุ่มควัญด้านล่างอยู่ซึ่งเงานั้นน่าจะเป็นของพวกมนุษย์ !!



แม้ว่าเงาใต้กลุ่มควันนั้นจะดูคล้ายกับของมนุษย์แต่ชายหนุ่มก็ไม่รีบตัดสินใจในทันที เพราะดูเหมือนว่าจะมีสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์อื่นๆที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์อยู่ด้วยเหมือนกัน

เพ่ง . . . .
สายตาของชายหนุ่มจับจ้องไปยังเงานั้น ส่วนร่างของเขาค่อยๆเคลื่อนที่เข้าไปใกล้จนถึงระยะที่สายตาสามารถมองเห็นและแบ่งได้ว่าสิ่งที่อยู่ภายใต้หมอกนั้นเป็น ใคร หรือตัวอะไรกันแน่

-:- ถ้าเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ชาโดว์ และ คาดว่าน่าจะคุยรู้เรื่อง
        ดีซีเมียพุ่งตัวเข้าไปอยู่ระหว่างทั้งสองเพื่อขัดขวางการโจมตีของหุ่นยนต์ เพราะคาดว่ามันน่าจะถูกสั่งไม่ให้อะไรเขา
" ไม่เป็นไรใช่มั้ย . . . " ดีซีเมียกล่าวขึ้นโดนไม่ได้มองหน้าคู่สนทนา



สิ่งที่ชายหนุ่มเห็นเบื้องหน้านั่นเป็นหญิงสาวคนนึงที่กำลังหลบการโจมตีของหุ่นยนต์ยักษ์นั่นอยู่ด้านล่าง เมื่อดีซีเมียได้เข้ามาขวางระหว่างกลางไว้นั้นหุ่นยนต์ตัวด้านหน้าก็ได้หยุดการโจมตีลงหลังจากที่เบรคไม่ทันและทุบดีซีเมียกระเด็นข้ามทุ่งข้าวสาลี(?)ไปไกลแล้ว. . .

? ? ? : . . .

หญิงสาวคนนั้นได้หยุดลงก่อนที่จะมองดีซีเมียและหุ่นนั่นอย่างสงสัยอย่างเงียบๆ


เพล้ง ! เสียงหน้าของชายหนุ่มที่พยายามจะเก็กเท่แตกลงอย่างสิ้นเชิง พร้อมกับได้รับสกิลบินโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์
ร่างของชายหนุ่มหมุนลอยอยู่กลางอากาศ ก่อนที่จะตกลงบนกองข้าวสาลี

ชายหนุ่มลุกขึ้นมาจากกองข้าวสาลี(?) และเก็บเศษหน้าที่แตกกระจาย หลังจากที่เขาพึ่งได้รับประสบการณ์การบินโดนไม่ใช้ยานพาหนะเป็นครั้งแรก
ดีซีเมียปัดเศษข้าวที่ติดอยู่ตรงผมและเสื้อผ้าเล็กน้อย เหมือนกับกำลังจะบอกว่า ไม่เป็นไร โดนแค่ไม่สะกิดผิวซักนิด
' เจ็บชิบ . . . . ทำไมไม่รู้จักติดตั้งระบบหยุดฉุกเฉินฟระ ! ! ! ' ดีซีเมียคิดในใจโดยทำหน้าตาตรงข้ามกับความคิด หน้าตาของเขายังนิ่งและเฉียบคมเหมือนกับน้ำแข็ง สายตาของเขาจ้องไปของหน้า และเริ่มก้าวเดินออกไป

ซวบ ซาบ
เขาเดินเข้ามาใกล้กับสถานที่เกิดเหตุ เดินแหวกผ่านทุ่งข้าวสาลีที่เขาพึ่งจะบินผ่านไป แสงจันทราสาดส่องลงบนใบหน้าของชายหนุ่มที่พยายามจะเก็กเท่ปิดบังความเจ็บปวด แม้ว่าเขาจะเพิ่งหน้าแตกยับเยินจากเหตุการณ์เมื่อตะกี้

" เอาใหม่ . . . ชีวิตยังมีโอกาสเสมอ " ดีซีเมียกล่าวขึ้นเบาๆ พร้อมด้วยสายตาอันมุ่งมั่น

        ดีซีเมียพุ่งตัวเข้าไปอยู่ระหว่างทั้งสองเพื่อขัดขวางการโจมตีของหุ่นยนต์ เพราะคาดว่ามันน่าจะถูกสั่งไม่ให้อะไรเขา
" ไม่เป็นไรใช่มั้ย . . . " ดีซีเมียกล่าวขึ้นโดนไม่ได้มองหน้าคู่สนทนา ชายหน่มเก็กหน้าเข้มด้วยแสงจากดวงจันทร์ ปิดบังความเจ็บปวดเอาไว้ภายใน
ชายหนุ่มค่อยๆหันมาแล้วมองลงไปยังหญิงสาวที่อยู่ด้านล่างอย่างอ่อนโยน

-:- ถ้าโดนซัดอีก :: ยิงทิ้งเลย!!!!

เสร็จสิ้น
ราชินีงู
โพสต์ 14-10-2013 21:47:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 22-10-2013 09:14



แอนนา : ก้ออยากจะใช้อยู่หรอกนะ. แต่ชั้นมีเรื่องที่ต้องทำ ไหนชาวเมืองใช้มันเป็นพลังงานล่อเล้ยงเมืองอีก

เธอได้คุยกันจนอาหารหมดโต๊ะจึงเก็บล้างแล้วกล่าวขอบคุณอีกรอบ

แอนนา : จริงสิ ขอโทษที่ถามนะ ทำไมเธอจึงย้ายมาอยู่ที่โลกฝั่งนี้ล่ะ

อาระ ฮัน : เรากำลังฝึกฝนวิชาอยู่น่ะ

เธอได้ตอบขึ้นพลางหยิบอาวุธประจำตัวของเธอออกมาแสดงให้แอนนาเห็นซึ่งมันมีลักษณะคล้ายๆกับไม้เท้าของพวกเหล่าศาสดาในศาสนาของจีน

อาระ ฮัน : ที่โลกอินเฟอเรียมีโลกประหลาดที่รักษาให้หายขาดไม่ได้อยู่ น้องสาวของเรานั้นเป็นโรคที่ว่าอยู่ซึ่งเกิดจากเวทย์มนต์ธาตุความมืดกลืนกิน ทั้งโลกอินเฟอเรียนั้นมีคนๆเดียวที่ใช้มันได้

หญิงสาวได้อธิบายเหตุผลของเธอขึ้นพร้อมกับเก็บอาวุธของเธอลง

อาระ ฮัน : แต่ว่าถ้าเราทิ้งคนอื่นๆไปเพื่อน้องสาวคนเดียวแบบนั้น เธอคงจะต้องเสียใจแน่ๆเราก็เลยตัดสินใจอยู่ที่นี่ต่ออีกพักนึงน่ะ


แอนนา : อย่างนี้นี่เอง  เพื่อรักษาน้องสาวสินะ  ขอให้น้องสาวเธอหายไวไวล่ะกันนะ  หวังว่าเราคงได้เจอกันอีก ขอบคุณอีกครั้งนะสำหรับวัตถุดิบ

เธอกล่าวอำลาหญิงสาว แล้วขอตัวออกมา

แอนนา : เอาล่ะอยากไปไหนกันต่อดี

อาระ ฮัน : เดี๋ยวสิ ~

หญิงสาวได้เรียกแอนนาขึ้นไว้เสียก่อนที่หญิงสาวจะเดินจากไป

อาระ ฮัน : พวกเธอกำลังหาทางกลับโลกอีกด้านอยู่ใช่รึเปล่า ? ถ้าพวกเธอช่วยงานของเราที่เมืองนี้ให้สำเร็จได้ทั้งหมดเราจะให้ใช้งานเรือของเราเพื่อกลับไปยังโลกอีกด้านนะ

หญิงสาวได้ยื่นข้อเสนอขึ้นกับแอนนา แต่ว่าจริงๆแล้วในกลุ่มของเธอนั้นคงไม่ได้มีธุระอะไรกับโลกอีกด้านที่ค้างคาไว้นัก


แอนนา : ก็ไม่เชิงหรอกนะ ชั้นอยากจะไขปริศนาเหตุการณ์ของโลกด้านนี้ให้กระจ่างก่อนน่ะ   แต่ตอนนี้ยังไม่รุ้จะเริ่มตรงไหนดี เอาเป็นว่าชั้นจะช่วยเธอแล้วกัน

แอนนาได้รับข้อเสนอ เพราะตอนนี้เธอเองก็ไม่รุ้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหนในการสืบหาเบาะแสการเกิดเหตุการณ์อยู่เหมือนกัน

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : เอ. . . จะดีเหรอ ? แอนนา เรายังไม่รู้เลยว่าผู้หญิงคนนั้นเป็ฯใครกันแน่นะ

ชายหนุ่มได้ทักไว้เบาๆแต่ก็ไม่ได้ขัดอะไรแอนนานักพร้อมกับยอมตกลงรับข้อเสนอ

อลิซ : เราจะช่วยแอนนาด้วยแล้วกันนะ เพราะว่าบ้านของเราก็อยู่ที่โลกอีกด้านด้วย ถ้าได้กลับไปไวๆคงจะดีเหมือนกัน

เด็กสาวได้ทักขึ้นพร้อมกับเสนอที่จะช่วยเหลือแอนนาด้วยเช่นกัน แต่ด้วยพฤติกรรมที่ค่อนข้างทำแต่อาารมณ์และตามใจตัวเองของอลิซนั้นเธอคงจะหมายถึงช่วยแค่แอนนาคนเดียวเท่านั้นโดยไม่สนใจกับเป้าหมายหรือเหตุผลอื่นๆ

ทางด้านเซเลสเทียที่มีธุระกับเหตุการณ์บนโลกด้านนี้อยู่แล้วก็ได้พยักหน้าลงเบาๆเพราะยังไงก็ตามเธอคงจะตามแอนนาไปด้วยเรื่อยๆตามสถานที่ต่างๆบนโลกนี้อยู่ดี

อาระ ฮัน : เราเองก็ไม่รู้ว่าจะช่วยเธอหาเป้าหมายได้อย่างเหมาะสมไม๊ล่ะนะ แต่ว่าภารกิจต่างๆที่อยากจะขอความช่วยเหลือจากเธอนั้นคงจะเป็นภารกิจที่เกี่ยวกับการคลี่คลายปัญหาของโลกฝั่งนี้ไปพร้อมๆกับการช่วยเหลือกลุ่มมนุษย์ที่ยังมีชีวิตหลงเหลืออยู่ด้วยในเวลาเดียวกันน่ะ

หญิงสาวได้อธิบายถึงเรื่องที่เธออยากจะขอความช่วยเหลือกับแอนนาขึ้นพลางลุกขึ้นพร้อมๆกัน

อาระ ฮัน : สะดวกเมื่อไรมาหาเราที่ห้องของเราในโรงแรมที่เธอพักอยู่ก็ได้นะ ตอนนี้เราคงจะไม่รบกวนแล้วล่ะ

เมื่อกล่าวจบนั้นฮันก็ได้เดินจากไปและปล่อยให้พวกแอนนาใช้เวลาพักยามเที่ยงนี้ของพวกเธอพักผ่อนกันเสียก่อน


หลังจากแยกกันแล้วแอนนาได้พาโทโดและเด็กทั้งสองไปนั่งกินไอศกรีมที่ร้านอาหาร

แอนนา : เรื่องนั้นนะไม่เป็นไรหรอกโทโด ยังดีกว่าเราคลำหาทางกันเองจิงม่ะล้าา ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลค่อยว่ากันเน๊อะ

เธอพูดเหมือนมันเป็นเรื่องเล็กๆ

แอนนา : นี่ก้อเริ่มเย็นลงแล้วกลับกันเลยมั้ย

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : นั่นสินะ . . .

ชายหนุ่มได้พยักหน้าอย่างเข้าใจและเชื่อมั่นในการตัดสินใจของแอนนา

-:- ช่วงเวลาเย็น

หลังจากที่ทั้งหมดได้ใช้เวลาพักกันจนถึงเวลาเย็นแล้วนั้นทั้งสามก็ได้กลับกันมารวมกลุ่มที่ห้องพักอีกครั้งนึง

เซเลสเทีย : ขอบคุณที่พาออกไปข้างนอกนะ *เซเลสเทียกล่าวขอบคุณพลางกอดลงที่แอนนา*

เด็กสาวได้เดินเข้ามากอดลงที่สะเอวของแอนนาจากด้านหลัง(เนื่องจากตัวเล็กกว่า)พร้อมกับเอ่ยขอบคุณที่แอนนาได้พาเธอออกไปเดินเล่นข้างนอกด้วยกันในวันนี้

1) พักที่ห้องวันนี้
2) ออกไปหาอาระ ฮันเลย (เลือก Npc ในกลุ่ม 1 คนที่จะไปด้วย)
3) อื่นๆโปรดระบุ


2ออกไปหาอาระ ฮันเลย ไปกับ โทโด

แอนนาได้หันไปลูบหัวเด็กน้อยเบาๆ

แอนนา : ถ้าชอบก็หาเวลาไปกันอีกนะ.   เอาล่ะไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ ชั้นกะโทโดจะไปทำธุระแปปนึง ถ้าง่วงก็นอนกันก่อนเลยนะ

เธอบอกเด็กสาวทั้งสองแล้วออกไปข้างนอกกับโทโด

แอนนา : เจ้าหล่อนอยู่ห้องไหนนะ

เธอได้เดินไปถามกับประชาสัมพันธ์

แอนนา : คุณ อาระ ฮัน อยู่ห้องไหนคะ พอดีเค้าให้พวกเราไปพบ

? ? ? : อะ- ซักครู่นะคะ. . .

หญิงสาวประชาสัมพันธ์ได้แสดงอาการประหม่าลุกลี้ลุกลนเหมือนเคย ก่อนที่เธอจะได้ค่อยหยิบเอกสารบางอย่างออกมาและยื่นให้กับแอนนาโดยที่ไม่ได้สอบถาม้อมูลต่างๆแยกเหมือนครั้งแรก

? ? ? : ที่ห้องประชุมของโรงแรม ลงลิฟท์ไป 12 ชั้นก็จะถึงนะคะ


แอนนา : ค่ะขอบคุณค่ะ

เธอรับเอกสารแล้วเดินทางไปห้องประชุมทันที

แอนนา : ขออนุญาติค่ะ

เธอพูดพลางเปิดประตูเข้าไปในห้องประชุม

เมื่อโทโดและแอนนาได้เข้ามายังด้านในนั้นพวกเธอก็พบว่ามีแค่ฮันเท่านั้นที่นั่งอยู่ด้านในห้องประชุมที่กว้างขวางด้านล่างนี้

รอบๆของห้องนั้นมีลักษณะคล้ายกับอควอเรี่ยมใต้น้ำที่อยู่ลึกลงมาเหมือนกับชั้นใต้ดินลับ และ ยังมีทางเชื่อมต่อที่ด้านหลังห้องประชุมแยกต่างหากอีกด้วย

อาระ ฮัน : ยินดีต้อนรับทั้งสองจ้า ~

หญิงสาวได้กล่าวต้อนรับทั้งสองก่อนที่จะได้ผายมือออกให้ทั้งสองนั่งลงก่อนที่จะได้เริ่มคุยเรื่องงานกัน

อาระ ฮัน : มีเรื่องอะไรที่สงสัยก่อนที่จะเริ่มงานก่อนรึเปล่า ?

เธอได้ถามแอนนาและโทโดขึ้นเพราะเห็นว่าทั้งสองยังไม่คุ้นเคยหรือรับรู้กับสถานการณ์ทีเกิดขึ้นในตอนนี้มากนัก

1) สอบถามเรื่องการมาของหุ่นยนต์
2) สอบถามสาเหตุที่ทำให้สถานการ์เกิดขึ้น
3) สอบถามเรื่องอื่นๆ
4) ข้ามขั้นตอนอธิบายและเริ่มงาน
5) อื่นๆโปรดระบุ


2

แอนนา : ขอถามถึงที่มาที่ทำให้เกิดสถาณะการณ์นี้หน่อยน่ะว่าเหมือนกับที่ชั้นรุ้มาหรือปล่าว

เธอนั่งลงแล้วถามข้อสงสัย

อาระ ฮัน : ตอนที่มาแรกๆกำแพงที่คอยป้องกันตัวเมืองยังไม่แตกออกไป น่าจะแตกต่างกับตอนนี้อยู่นะ

หญิงสาวได้อธิบายขึ้นก่อนที่จะได้เริ่มกล่าวต่อถงสถานการณ์ปัจจุบันนี้

อาระ ฮัน : ตอนนี้ทั้งหุ่นยนต์และชาโดว์ล้วนแต่รุมโจมตีกลุ่มมนุษย์น่ะ เหตุผลนั้นพวกเราก็ยังไม่ทราบแต่ทางด้านหุ่นยนต์นั้นเหมือนจะมีเหตุผลเดียวคือยึดครองโลกใบนี้และขับไล่มนุษย์ทั้งหมดไป

เธอได้กล่าวขึ้นสั้นๆถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้อย่างรวบรัดพร้อมกับขยายความต่ออีกทีด้วยเช่นกัน

อาระ ฮัน : ทางชาโดว์น่าจะเป็นเพราะมิติที่ถูกเปลี่ยนแปลงให้มาอยู่ในขนาบเดียวกับโลกของมนุษย์ล่ะนะ แต่ทางหุ่นยนต์พวกเราเองก็ไม่รู้ว่ามาจากที่ไหนเหมือนกัน


แอนนา : อืมเรื่องของหุ่นยนต์น่ะเจอมากับตัวเลยล่ะ แล้วจะให้พวกชั้นช่วยอะไรหรอ  

ที่จริงเธออยากจะซักต่อแต่เปลี่ยนใจ

อาระ ฮัน : จริงๆแล้วเราไม่อยากจะรบกวนอะไรที่มันยากนักกับคนที่เพิ่งจะรู้จักด้วยหรอก แต่ว่าถ้าเป็นไปได้เราก็ต้องการคนที่มีความสามารถในการทำภารกิจนี้น่ะ

หญิงสาวได้เอ่ยขึ้นก่อนที่จะได้แสดงภาพของเป้าหมายขึ้นมาบนหน้าจอ



อาระ ฮัน : หุ่นยนต์ที่ได้รับขนานามจากพวกเรากลุ่มมนุษย์ว่าเป็นราชินีย์แห่งความเย็น การต่อสู้กับหุ่นยนต์ตัวนี้จะทำได้ค่อนข้างยากเนื่องจากวัตถุที่เข้าใกล้ในระยะนั้นจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำแข็งจนหมดเลย แต่ถ้าหากต่อสู้นานไปอากาศที่จะหายใจก็จะเป็นพิษขึ้นจากไนโตรเจนเหลวทำให้เกล็ดน้ำแข็งจะกัดกินจากอวัยวะภายในด้วย

ฮันได้อธิบายถึงความสามารถของหุ่นยนต์เป้าหมายด้านหน้าขึ้นก่อนที่เธอจะได้แสดงรูปสิ่งของอีกอย่างออกมาข้างกันบนหน้าจอฉาย



อาระ ฮัน : จริงๆแล้วพวกเราต้องการชิบเซ็ทตัวนี้น่ะ แต่ว่าหุ่นยนต์ตัวนั้นคอยป้องกันพื้นที่ที่เก็บชิบเซ็ทนี้ไว้อยู่ ซึ่งก็คือที่ซากโบราณสถานใกล้ๆทะเลทราย Abandon นั่นเอง

เธอได้บอกถึงจุดหมายกับแอนนาขึ้น พร้อมกับวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของภารกิจนี้

อาระ ฮัน : ชิบเซ็ทนี้เหมือนจะใช้ควบคุมหุ่นยนต์พวกนึงอยู่ ถ้าได้มันมาล่ะก็พวกเราอาจจะปิดการทำงานของหุ่นยนต์ส่วนนึงลงได้น่ะ


แอนนา : เข้าใจล่ะ จะเอาชิบตัวนี้มาควบคุมหุ่นยนต์สินะ โอเค งั้นชั้นจะเดินทางพรุ่งนี้ล่ะกันนะมีอะไรที่พวกชั้นต้องรู้ต่ออีกมั้ย

เธอตบปากรับคำแต่ดูเหมือนมีอะไรในใจอยู่  โดยที่โทโดอาจจะสังเกตุได้จากการที่เธอทำสีหน้าไม่เหมือนแอนนาตอนปกติ

โทโดนั้นยังไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาภายใต้การประชุมเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตุพลางยังรอฟังข้อมูลจากฮันต่อไปอย่างปกติที่สุดอยู่เช่นเดิม

อาระ ฮัน : ถ้าภารกิจยากเกินไปล่ะก็รักษาชีวิตไว้แล้วถอยกลับมาที่เมืองก่อนเป็นอันดับแรกนะ

หญิงสาวได้กล่าวทิ้งท้ายไว้กับพวกแอนนาก่อนที่จะได้ปิดการประชุมลง

อาระ ฮัน : พรุ่งนี้เราจะให้คนในกลุ่มไปช่วยด้วยอีกแรงนึง เมื่อพร้อมแล้วเจอกันพรุ่งนี้ที่หน้าทางออกโรงแรมนะ


ระหว่างเดินกลับห้อง แอนนาได้พูดกับโทโดถึงการปรุมเมื่อกี้

แอนนา : นี่โทโด ถ้าเป็นนาย นายจะเอาชิบที่สั่งการหุ่นยนต์ได้ไปทำอะไร ถ้านายคือคนที่ถูกหุ่นต์พวกนั้นเอาชีวิต คงจะไม่แค่ปิดการทำงานแต่คงจะควบคุมแทน แล้วสงครามก็จะทวีความรุนแรงมากขึ้น  มันไม่มีทางที่จะจบเรื่องโดยไม่เกิดสงครามเลยหรือไงนะ นอกจากทำลายล้างกันไปข้าง

เธอได้เอาหน้าซุกไปที่แผ่นหลังของชายหนุ่ม  สำหรับเธอที่ผ่านการทำการรบในสงครามมาทำให้เธอรู้ถึงผลกระทบ และคาดเดาเป้าหมายของแต่ล่ะฝ่ายได้พอสังเขป

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : ถ้าทุกๆคนเข้าใจกันได้ก็คงจะไม่มีการต่อสู้เกิดขึ้นล่ะนะ. . .

ชายหนุ่มได้กอดแอนนาลงเบาๆพร้อมกับหวังในสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้เท่าไรนักในตอนนี้

โทโดโรกิ ซากุราโกะ : แต่ว่าตอนนี้พวกเราแค่ทำสิ่งที่พวกเราทำได้ก็พอ เมื่อได้ชิบนั่นกลับมาแล้วพวกเราจะตัดสินใจยังไงก็เป็นอีกเรื่องนึงนี่นะ

เขาได้พยายามให้กำลังใจกับแอนนาในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินกลับไปที่ห้องด้วยกัน


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
ปลาหมึก
โพสต์ 15-10-2013 20:47:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 8-11-2013 03:57






'ทำยังไงดีไฟพวกนี้ลุกไปทั่วแล้วถ้าปล่อยไว้แบบนี้มีหวังเรือได้ตกแน่!! ต้องหาวิธีหยุดไฟพวกนี้'
''นี้เจ้าชุดเกราะเดินได้ช่วยดึงความสนใจเจ้าหุ่นนั่นให้ทีเดี้ยวข้าจะหาวิธีหยุดไฟพวกนี้เอง''
'ถึงมันจะเป้นวิธีที่เสี่ยงแต่ก็ดีกว่าที่จะไปให้เรือตกไป เอาละ' เอกิสวิ่งไปที่ไฟที่ลุกโชนอยู่เขายื่นมือออกไปที่ไฟเหล่านั่นเขา
ดูดไฟเหล่านั่นมาไว้ที่เกราะของเขาทำให้ตอนนี้ชุดเกราะของเขามีแต่ไฟลุกโชนอยู่บนเกราะเต็มไปหมดและเขายังทำวิธีนี้กับไฟที่ยังลุก



AS : ( X-----l-----l---ooloooooloooooloooooloooooloooooX )

    Str : A (+Defiance)(=S)
    Agi : B (+Defiance)(=A)
    Vit : C
    Int : D
    Dex : E (+Defiance)(=C)

Defiance Lv 4
The of Eye Truth
Unchained
Limit Break Lv 1
Armor of the Heart of Darkness
( As ลดลงเล็กน้อยจากกลุ่มไฟ )

เกราะของเอกิสได้หุ้มด้วยไฟสีฟ้าของหุ่นยนต์ด้านหน้าจนมันแทบจะกลายเป็นส่วนนึงของเกราะไปแล้วในตอนนี้ ความร้อนที่สะสมกันมากมายนั้นทำให้เอกิสเองเริ่มจะรู้สึกอุ่นๆขึ้นมาบ้างเช่นกัน

เปลวเพลิงรอบๆเรือได้ถูกนำมารวมไว้บนเกราะของเอกิสแต่ตอนนี้ก็ทำให้เอกิสนั้นไม่สามารถเคลื่อนที่ไปกระทบยังเรือได้หรือจะล้มก็ไม่ได้ด้วยเช่นกัน !! เพราะมันอาจจะทำให้เรือนี้ไหม้ขึ้นอีกครั้งก็เป็นได้


'เอาละทีนี้ลองดูดไฟที่ติดอยู่บนเกราะมาเป็นพลังของเกราะดู' เอกิสตั้งสมาธิแล้วลองนำไฟที่ติดอยู่บนเกราะลองดูดมาเป็นพลังของเกราะดู



AS : ( X-----l-----l---ooloooooloooooloooooloooooloooooX )

    Str : A (+Defiance)(=S)
    Agi : B (+Defiance)(=A)
    Vit : C
    Int : D
    Dex : E (+Defiance)(=C)

Defiance Lv 4
The of Eye Truth
Unchained
Limit Break Lv 1
Armor of the Heart of Darkness

ดูเหมือนว่าค่าพลังจิต(Int)ของเอกิสนั้นจะไม่สูงมากพอที่จะควบคุมไฟจำนวนมากบนเกราะของเขาได้ หากแต่เขาสามารถทำให้ไฟที่อยู่บนเกราะของเขาหายไปพร้อมๆกับเกราะของเขาได้เท่านั้น. . .

ในขณะเดียวกันนั้นเอง !! ชายหนุ่มที่ใช้เสื้อเกราะนั้นก็กำลังไล่รุกเป้าหมายกลับคืนอยู่อย่างสูสีขึ้นมาและผิดกับตอนแรก !! ตอนนี้น่าจะเป็นโอกาศดีให้เอกิสได้ช่วยชีวิตเรือลำนี้จากการตกสู่ทะเลด้านล่างแล้ว !!


Defiance ขั้นที่ 5 'ดูเหมือนจะทำไม่ได้สินะชั้งมันเหอะดูเหมือนว่าเจ้าชุดเกราะกำลังได้เปรียบอยุ่สินะ เราก้เบื่อที่จะสู้กับเจ้าหุ่นนี้ละทำให้มันจบๆไปดีกว่า'
เอกิสพุ่งเข้าไปช่วยเสริมการโจตตีของชุดเกราะเดินได้โดยคราวเขาเล้งไปที่จุดอ่อนโดยไม่ให้พลาด Braver เพื่อเปิดจังหวะ Inner Beast ''หายไปสะ!!''



AS : ( X-----l-----l-ooooloooooloooooloooooloooooloooooX )

    Str : A (+Defiance)(=S)
    Agi : B (+Defiance)(=A)
    Vit : C
    Int : D
    Dex : E (+Defiance)(=C)

Limit Break Lv 2
Armor of the Heart of Darkness

ฟุ้บ !! คลื่นดาบของเอกิสได้ซัดเข้าที่ร่างของหุ่นยนต์นั่นอย่างจังในขณะที่มันกำลังรับมือกับชายที่สวมเสื้อเกราะอยู่จนร่างของมันกระเด็นออกไปจากตัวเรืออย่างรุนแรงและตกลงไปสู่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว !!

หลังจากการต่อสู้นั้นทั้งสามก็พบว่าบรรยากาศรอบๆด้านได้ค่อยๆกลับมาเป็นปกติ. . . รวมทั้งผู้คนที่กำลังจับสายตามองมายังชายหนุ่มทั้งสองที่กำลังตั้งท่าพร้อมรบอยู่อย่างไม่กระพริบด้วยเช่นกัน. . . แล้วจะอธิบายเรื่องกำแพงเป็นรูของเรือและรอยไหม้ยังไงดีล่ะเนี่ย ?


''นี่เจ้าชุดเกราะเดินได้เอาไว้เจอกันใหม่ หวังว่าจะหาข้อแก้ตัวเรื่องรูได้ละกันนะ'' เอกิสพุ่งตามหุ่นที่ตกลงนํ้าไป 'ลองไปดูซากหุ่นตัวนั่นดีกว่าอาจจะเจออะไรที่ใช้ได้'
Shogeki kakusan เขารวมเอา O2 มาครอบไว้บนหัวของชุดเกราะแล้วโดดลงนํ้าไป ตูมมม

-:- ช่วงเวลากลางคืน



เอกิสได้กระโดดลงมาจากเรือเหาะเสียก่อนที่เรือจะถึงฝั่งเพื่อลงสู่ด้านล่างและตามหาร่างของหุ่นยนต์ตัวเมื่อครู่นี้ แต่สิ่งที่เขาพบนั้นกลับมีแค่กลุ่มไฟสีฟ้าของหุ่นยนต์นั่นที่ติดอยู่เต็มไปหมดรอบๆบริเวณแทน

ในขณะเดียวกันนั่นเองเอกิสก็พบว่าเขาได้ตกลงมาอยู่ที่ชาญของทะเลที่ติดกับชายเกาะของตัวเมืองที่ตั้งอยู่สูงด้านบนของเกาะใกล้ๆนี้ซึ่งน่าจะเป็นเมือง Emptiness นั่นเอง


''ดูเเหมือนจะถึง Emptiness ลองสำรวจดูรอบๆหน่อยดีกว่า''

รอบๆนอกตัวเมืองด้านล่างที่เป็นเขตุชาญเกาะใกล้ๆกับทะเลนั้นไม่มีร่องรอยของมนุษย์อาศัยหรือมาสำรวจเลยแม้แต่น้อย รวมทั้งรอบๆยังเป็นแค่พื้นทรายที่ติดลงไปกับชายทะเลอีกด้วย

1) ลงดำน้ำ !!
2) ปีนเขาขึ้นเมือง
3) อื่นๆโปรดระบุ


[1]
''ดูเหมือนถ้าจะขึ้นไปที่เมืองจากตรงนี้คงต้องปืนเขาขึ้นไปสินะ ข้างหลังก็มีแต่ทะเล เอิมม ลองดำนํ้าดูหน่อยดีกว่าเพื่งจะเจออะไรก็ได้''
เขาใช้ Shogeki kakusan เพื่อรวม o2 แล้วนำมันมาสร้างเป็นฟองนํ้าขนาดพอดีหัวของเขา เอกิสนำมันมาใส่ไว้ที่หัวแล้วเขาก็กระโดดลงทะเลไป

ภายใต้น้ำที่มืดมิดชายหนุ่มไม่สามารถมองเห็นเบื้องล่างใต้ก้นลึกได้เลยแม้แต่น้อย นอกจากรอบๆด้านที่ว่างปล่าวอย่างไร้ขอบเขตุของทะเลลึกนี้

ในขณะเดียวกันนั้นชายหนุ่มกลับจับสัมผัสของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่อันตรายอยู่ในบริเวณด้านล่างนี้ แต่เหมือนว่ามันจะอยู่ลึกลงไปอีก ลำพังเอกิสในตอนนี้ยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งด้านล่างนั่นเท่าไรนัก


''หือ รู้ถึงอะไรบางอย่างจากข้างล่างนี้ ลองลงไปดูในหน่อยดีกว่า''



AS : ( X-----l-----l-ooooloooooloooooloooooloooooloooooX )

ยังไม่ทันที่ชายหน่มจะได้ลงไปลึกมากนักเขาก็ชนเข้ากับลำตัวขนาดยาวใหญ่เข้าเสียก่อนจนทำให้เขาถูกขวางทางด้านหน้าไว้และไม่สามารถไปต่อด้านหน้าได้



''เห้ยย นี้มันตัวอะไรวะนี้ ปลาไหลยักษ์หรอ !!?? แต่ดูเหมือนมันยังไม่รู้สึกถึงเราแต่เราก็ไม่ควรที่จะประมาณ'' Defiance ขึ้นที่2
''ตอนนี้เราควรจะหาที่หลบก่อน นั่นไง'' เอกิสว่ายไปที่หินขนาดใหญ่แล้วเขาหลบหลังหินนั่นเผื่อดูท่าทีเจ้าปลาไหลยักษ์ที่อยู่ข้างหน้านี้



AS : ( X-----l--oooloooooloooooloooooloooooloooooloooooX )

Str : A(+Defiance)(=S)
Agi : B(+Defiance)(=A)
Vit : C
Int : D
Dex : E

ปลา(?)ประหลาดนั่นได้วนเวียนอยู่รอบๆบริเวณซักพักนึง เมื่อมันสำรวจไม่พบกับอะไรแล้วนั้นมันก็ได้ค่อยๆดำลึกลงไปยังด้านล่างก่อนที่จะค่อยๆหายไปใต้น้ำลึกนั่น ที่ด้านใต้น้ำลึกลงไปอีกอาจจะมีสัตว์แปลกๆอีกมากกว่าตัวนี้ก็เป็นได้ . . .


''ดูเหมือนมันจะไปแล้วสินะ เราขึ้นไปพักสักหน่อยค่อยลงมาอีกรอบดีกว่า''



AS : ( X-----l--oooloooooloooooloooooloooooloooooloooooX )

Str : A(+Defiance)(=S)
Agi : B(+Defiance)(=A)
Vit : C
Int : D
Dex : E

ระหว่างที่เอกิสได้ว่ายน้ำออกมาจากหินหลบเพื่อจะขึ้นด้านบนนั้นรอบๆตัวเขาก็ได้มืดทึบลงอย่างประหลาด. . . เมื่อชายหนุ่มได้มองไปรอบๆนั้นเขาก็พบว่ามีปลาปีรันย่าจำนวนฝูงใหญ่ๆได้ค่อยๆล้อมตัวเขาไว้ในตอนนี้แล้ว. . .



จำนวน 24 ตัว


''เห้ยยยย ปลาปีรันย่ามาจากไหนนี่ เอิมมมแล้วทำไมหน้าตามันแต่ละตัวมันหิวขนาดนี้วะนี่เหมือนมันไม่ได้กินอะไรมาหลายวันเลยอย่าบอกนะว่ามันเห้นเราเป็นอาหาร!!''
''มันจะมีทางไหนที่หลุดจากการเป็นอาหารไอปลาพวกนี้ไหม คงต้องสู้เพื่อไม่ให้เป็นอาหารของมันสินะ'' เอดิสชักดาบออกมาเพื่อสู้กับปลาเหล่านี้เพื่อให้ตัวเองหลุดขากการเป็นอาหารปลา......  infinity Edge  Defiance ขึ้นที่3



AS : ( X-----loooooloooooloooooloooooloooooloooooloooooX )

Str : A(+Defiance)(=S)
Agi : B(+Defiance)(=A)
Vit : C
Int : D
Dex : E

Unchained

เอกิสได้ฟาดฟันกลุ่มปลาที่เข้ามารุมกัดเขาอย่างรวดเร็ว !! แต่ด้วยจำนวนและภายใต้น้ำแล้วนั้นทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกและทันท่วงทีนัก !! กลุ่มปลานั่นได้รุมกัดที่ตัวชายหนุ่มลงอย่างหิวโหยเหมือนกับอดอยากมาตั้งแต่ชาติปางก่อนโดยที่ไม่ยอมปล่อยออกจนกว่าเนื้อของเอกิสจะขาดติดปากมันมาด้วย !!

จำนวน 18 ตัว


''เคลื่อนไหวไม่ค่อยได้เลยถ้าจะหนีก้คงจะไม่ได้มีแต่ต้องสู้กันมันในนํ้านี้สินะ''  Limit Break  Blood Rain



AS : ( X----oloooooloooooloooooloooooloooooloooooloooooX )

Str : A(+Defiance)(=S)
Agi : B(+Defiance)(=A)
Vit : C
Int : D
Dex : E

Limit Break Lv1
Bloodbath
Blood Rain
In process : Blood Slash

ชายหนุ่มได้ดึงดูดพลังชีวิตของพวกปลากระหายหินพวกนี้มาคืนให้กับตัวเองทำให้บรรเทาแผลฟกช้ำเนื้อหลุดบนตัวของเขาได้ !!

ในขณะเดียวกันนั้นชายหนุ่มก็สังเกตุได้ถึงเงาประหลาดจากระยะไกลๆของเขาอีกครั้ง แต่มันยังมาไม่ถึงจุดที่เขาอยู่ในตอนนี้ เขาคงจะต้องรีบฟาดฟันกลุ่มปลากินไม่ได้พวกนี้ให้หมดสิ้นก่อนที่จะมีฝูงตัวประหลาดอะไรมารุมกินเขาอีก !! เพราะถึงเขาจะรักษาบาดแผลได้แต่เนื้อหนังกับเสื้อผ้าของเขาไม่สามารถฟื้นคืนมาได้ !!

จำนวน 14 ตัว


''นั่นเงาอะไรต้องรีบแล้วสู้นานกว่านี้แย่แน่ถ้าเงาดำนั่นมาถึงตัวเรา'' เอกิสรอให้พวกปลาเข้ามาโจมตีเขาทีละเยอะๆเพื่อที่เขาจะได้ใช้ Braver X2 จัดการพวกมัน


AS : ( XoooooloooooloooooloooooloooooloooooloooooloooooX )

Str : A(+Defiance)(=S)
Agi : B(+Defiance)(=A)
Vit : C
Int : D
Dex : E

Limit Break Lv1
Bloodbath
Blood Rain
In process : Blood Slash

ชายหนุ่มได้รีบฟันปลาด้านล่างนี้จนกระจายออกไปและเปิดทางหนีให้เขาอย่างรวดเร็ว !! ในขณะที่เขากำลังว่ายหนีขึ้นมานั้นเขาก็เห็นเข้ากับครีบขนาดใหญ่ที่น่าจะเป็นของเจ้าของเงาเมื่อครู่นี้ แต่มันขึ้นมาที่ผิวน้ำแค่ชั่วครู่เท่านั้นก่อนที่จะค่อยๆหายไป. . .

~ Day 4 ~

-:- เวลาช่วงเช้า

เมื่อชายหนุ่มขึ้นมายังด้านบนนั้นเขาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเช้าแล้ว แต่เขาเองยังไม่สามารถหาทางเข้าเมืองจากด้านล่างนี้ได้เลยแม้จะเห็นว่าตัวเมืองอยู่ใกล้แค่เอื้อมด้านบนของเขาก็ตาม


''เกือบเป็นอาหารปลาละไงเรา ลองหาทางเข้าเมืองดีกว่า'' เอกิสเดินจากหาดที่เขาขึ้นมาไปเรื่อยๆจนเรื่มเห็นทางที่เขาคิดว่าน่าจะเป้นทางเข้าตัวเมือง
''นั่นทางเข้าเมืองหรือป่าวลองเดินไปดีกว่า''

จากพื้นที่ด้านล่างที่เอกิสกระโดดลงมานั้นมันอยู่ต่ำกว่าตัวเมืองที่ตั้งอยู่ด้านบนของภูเขามากทำให้เอกิสไม่สามารถเดินทางปกติเข้าไปได้. . .

ภายในระยะใกล้ๆนั้นเอกิสก็พบกับลิฟท์ตัวนึงเช่นกันที่หุบลึกเข้าไปภายในตัวของภูเขาที่ตั้งของตัวเมืองนี้ แต่จากที่ดูแล้วมันคงไม่ใช่ลิฟท์ของกลุ่มองค์กรณ์ทั่วๆไปอย่างแน่นอน. . .

1) ขึ้นลิฟท์
2) ปีนเขา
3) อื่นๆโปรดระบุ


''นั่นลิฟท์นิลองขึ้นไปดูดีกว่า''

ชายหนุ่มได้ตัดสินใจบุกลิฟท์และใช้งานโดยไม่ถงไม่ถามซักคำ !! ก่อนที่เขาจะได้โผล่ออกมาในห้องประชุมกว้างๆแห่งนึงที่เหมือนว่าจะตั้งอยู่ในห้องรูปแบบอควอเรี่ยมใต้น้ำ

? ? ? : อาเระ ?



หญิงสาวผมสีขาวคนนึงที่กำลังนั่งอยู่ในห้องได้หันเก้าอี้ของเธอมาทางเอกิสอย่างช้าๆพร้อมกับมองชายหนุ่มด้วยท่าทางประหลาดใจ

? ? ? : เอ. . . คุณเป็นใครกันเอ่ย ? มีอะไรให้ช่วยรึเปล่าคะ ?


''เป็นคนหลงทางครับ คุณช่วยบอกทางไปเมืองให้ผมหน่อยได้หรือป่าวครับ ??''

? ? ? : ตรงไปตรงมาดีนะคะ. . .

หญิงสาวได้ตอบขึ้นด้วยท่าทีงงๆเล็กน้อยก่อนที่จะได้ชี้ไปที่ประตูอีกด้านนึงที่เป็นทางออกไปสู่ด้านในของสถานที่แห่งนี้


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 15-10-2013 23:27:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 22-10-2013 11:25






            " เอ๊ะ..? ม ไม่เป็นเช่นนั้นหรอกเจ้...... ค่ะ "

            เมเมะออกท่าทางลนลานขึ้นมา เพราะจู่ๆก็สัมผัสรัศมีของศาลเจ้าก็เลยทำให้เผลอตัวไปกับ
วิธีการพูดจาของคนตรงหน้า

            ' ...ร..หรือว่าเราจะเข้าใจอะไรพลาดไปกันนะคะ '

            " ถ..ถ้าเช่นนั้น "

            เมเมะรีบแก้สถานการณ์โดยการรับทองคำมาแต่โดยดี โดยส่งกลับไปให้เมกะจากนั้นก็ถาม
ต่อไปว่า

            " ช..เช่นนั้นแล้ว สถานที่นี้คือที่ไหนกันหรือคะ? "

? ? ? : ที่นี่คือหนึ่งในสวนของข้า"โลกเกนโซเคียว" เป็นที่อยู่ของพวกภูติและวิญญาณต่างๆ แต่เพราะว่ามิติที่บิดเบือนทำให้โลกนี้อยู่อยู่ใกล้เข้ามากับโลกมนุษย์และเชื่อมต่อทางไปยังไดเมนชั่น เดน "โลกแห่งความมืดนิรันต์"

หญิงสาวได้อธิบายสถานที่แห่งนี้ขึ้นก่อนที่เธอจะได้ค่อยๆลุกขึ้นมาและเดินเหลียวหลังกลับขึ้นไปด้านบน

? ? ? : ทำตัวตามสบายนะ ข้าจะถือว่าพวกเจ้าเป็นแขกที่มาเยือนก็แล้วกัน เพราะว่าตอนนี้ข้าเองก็รู้สึกเบื่อหน่ายอยู่ ถ้าพวกเจ้าสามารถทำให้ข้าเริงรมย์ได้มันคงจะดีใช่น้อย. . .

เมื่อกล่าวจบแล้วนั้นร่างของหญิงสาวคนนั้นก็ได้ค่อยๆหายไปกับประกายสีทองเล็กๆที่ได้ค่อยๆจางหายไปอีกครั้งนึง


           " ........ "

           เมเมะลุกขึ้นยืนช้าๆพร้อมกับฉุดเมกะขึ้นมา แล้วก็ปัดเศษหญ้าตาม
ตัวของเธอและก็เมกะด้วย

           " เกนโซเคียว... อย่างนี้นี่เอง.. เป็นสัมผัสที่คุ้นเคยจริงๆนะคะ "

เฮอร์เมร่า : เอ๋ ?

เด็กสาวได้ทำหน้างงๆสงสัยกับเมเมะก่อนที่จะได้มองขึ้นไปที่ศาลเจ้าด้านบนนั่น

เฮอร์เมร่า : ที่นี่คือสวนเกนโซเคียวเหรอคะ ?

เธอได้ถามขึ้นด้วยท่าทางไร้เดียงสาก่อนที่จะมองไปรอบๆสถานที่นี้อีกครั้งนึง

เฮอร์เมร่า : ว่าแต่พวกเรามาทำอะไรที่สวนของผู้หญิงคนเมื่อกี้ละคะ ?


            " นั่นสิคะ.... "
   
            เมเมะหลุดออกจากผวังค์แล้วหันไปยิ้มแหย่ๆให้เมกะ

            " เค้าบอกให้เราทำอะไรก็ได้...งั้นเราไปเดินเล่นกันมั้ยคะ? "

เฮอร์เมร่า : ชั้นกลัวจะเจอตัวประหลาดแบบเมื่อกี้เข้าอีกน่ะสิคะ

เด็กสาวได้ตอบขึ้นพลางมองกลับลงไปอย่างไม่ไว้ใจเท่าไรนัก

เฮอร์เมร่า : ลองถามทางออกจากคนๆนั้นดีไม๊คะ ?

เธอได้เสนอขึ้นมาแต่ว่าผู้หญิงคนเมื่อกี้นั้นก็ดันหายไปเสียดื้อๆเสียแล้วแต่ว่าเธออาจะอยู่ไม่ไกลจากสถานที่นี้ก็เป็นได้ล่ะมั้ง ?


            " อืม.. เค้าบอกว่านี้เป็นสวนของเค้า ก็คงจะไม่มีอะไรหลุดออกมาง่ายๆนักหรอกค่ะ "

            เมเมะวิเคราะห์พลางมองไปรอบๆสถานที่ ด้านล่างอาจจะเป็นสวนก็จริง แต่บนนี้น่า
จะปลอดภัยดีนะ

            " ว่าแต่.. ฮะฮะ เมกะจังกลัวปิศาจตัวเมื่อกี้ด้วยเหรอคะ? โอ๋ๆ "

            เมเมะได้เอามือไปลูบหัวเมกะเป็นเชิงล้อเลียนแล้วก็หัวเราะเบาๆ

เฮอร์เมร่า : ม- ไม่ใช่ซักหน่อยนะคะ !! เราน่ะยังไม่ได้ใช้ท่าไม้ตายลับสำนักดาบชินเมริ*ที่สามารถฟันสิ่งต่างๆให้ขาดได้ซักหน่อย !!

เด็กสาวได้รีบกอดอกและเชิดขึ้นพลางกลบเกลื่อนลงทันที

ระหว่างที่ทั้งสองกำลังยืนคุยเล่นกันที่ด้านหน้าศาลเจ้านั้นซีเนียเองก็ได้ค่อยๆเดินกลับมาอีกครั้งก่อนที่จะมาพบกับทั้งสองเข้าอีกครั้ง

ซีเนีย พาซิฟิก้า : อ้าว ? พวกเธอยังไม่กลับกันอีกเหรอ ?

หญิงสาวได้ถามขึ้นด้วยท่าทางสงสัย แต่ดูเหมือว่าคำถามนั่นจะฮิตแจ้คพอตลงพอดี !!


            " ห...ช..ชินเม.. "

            ยังไม่ทันที่เมเมะจะพูดอะไรต่อ ก็มีเสียงเล็กๆดังขึ้น ดูเหมือนจะเป็นเสียงของเด็กสาวที่
เดินสวนขึ้นไปเมื่อสักครู่ เธอจึงละสายตาจากเมกะก่อนจะหันไปมอง

            " เอ่อ... พวกเรามาที่นี้ได้ยังไงเรายังไม่ทราบเลยนะคะ? "

            เมเมะได้พูดนำร่องไปก่อน พลางยกมือขึ้นเสมออก

ซีเนีย พาซิฟิก้า : เอ๋ ? หลงเข้ามาอย่างนั้นเหรอ ?

หญิงสาวได้ทำท่าทางครุ่นคิดขึ้นอย่างสงสัยกับการปรากฏตัวของทั้งสองก่อนที่จะได้หันกลับมาให้ความสนใจทั้งสองอีกครั้ง

ซีเนีย พาซิฟิก้า : ถ้าอย่างนั้นออกไปพร้อมๆกับเราก่อนก็ได้ เราจะนำทางไปเอง

เธอได้เสนอขึ้นพร้อมกับได้เดินนำทั้งสองลงมาเล็กน้อยที่ด้านล่าง

ซีเนีย พาซิฟิก้า : พอผ่าน Dimension Den ออกไปก็จะไปโผล่ที่ป่าด้านเหนือของเมือง Center ของโลกเซเลสเทียล่ะนะ เราคิดว่าไม่น่าจะมีอันตรายอะไรนะ


            ' ...ไดเมนชั่น เดน '

            เมเมะสะกิดใจกับชื่อสถานที่ขึ้นมากระทันหัน เธอยืนครุ่นคิดพลางเหลือบมองเมกะอย่างช้าๆ
ก่อนจะตัดสินใจบอกต่อไปว่า

            " เข้าใจแล้วค่ะ รบกวนด้วยนะคะ "

            เธอพูดพร้อมกับก้มหัวให้ซีเนีย

เมื่อได้ตกลงกันแล้วนั้นทั้งสามก็ได้ออกเดินทางลงไปยังด้านล่างก่อนที่ซีเนียจะได้พาทั้งสองเดินลงไปยังทางน้ำที่พวกเธอยืนสู้กันบนพื้นผิวในตอนแรกและเข้าสู่ Dimension Den



ซีเนีย พาซิฟิก้า : ที่นี่เป็นเขาวงกฏน่ะ ถ้าไม่หลงล่ะก็คงจะไม่เข้าไปลึกกว่านี้หรอก

เธอได้อธิบายขึ้นพร้อมกับเดินนำทางเมเมะและเมกะไปที่ทางออกสู่โลกอีกด้าน แต่ระหว่างที่กำลังเดินทางกันอยู่นั้นก็ได้มีชาโดว์ตัวเล็กๆปรากฏออกมาขวางทางของทั้งสามไว้เสียก่อน



จำนวน 6 ตัว


            " .... "

            เมเมะได้ยืนจูงมือเมกะอยู่ด้านหลังซีเนีย พลางมองชาโดว์กลุ่มนั้นนิ่งๆ

            " เอาไงดีคะ? "



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )

-:- Party member
สถานะ : Hermera (machina form) : Strike : A , Defensive : D , Support B // Health : 100%

ซีเนีย พาซิฟิก้า : นี่เป็นแค่พวกชาโดว์ทั่วๆไปน่ะ แต่ยังไงมันก็ยังโจมตีสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่พบเจอแหละนะ !!

เมื่อซีเนียกล่าวจบนั้นสายลมก็ได้บีบอัดตัวลงตรงกลางวงของชาโดว์กลุ่มนั้นก่อนที่จะได้ระเบิดกระจายออกและดูดร่างของชาโดว์บางตัวหายไปในทันที

จำนวน 3 ตัว


             " เรามั้งสิ.. เมกะจัง! จัดการมันเลยค่ะ!! "

             เมเมะพูดพร้อมกับกางแขนขวาเหยียดตรงไปข้างหน้าด้วยสายตาเป็นประกาย



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )

-:- Party member
สถานะ : Hermera (machina form) : Strike : A , Defensive : D , Support B // Health : 100%

เฮอร์เมร่า : เบบี้... เฟร* !! ไม่ใช่แล้ว !!

เด็กสาวได้รีบหันกลับมาตบมือเฉกออกมาตัดมุขของเมเมะเสียก่อน จนทำเอาซีเนียเกิดอาการสตั้นกับมุขของทั้งสองและจัดการมอนสเตอร์ที่เหลืออยู่แทนทั้งหมด

จำนวน 0 ตัว

ซีเนีย พาซิฟิก้า : เล่นอะไรกันน่ะ. . .

หญิงสาวได้กุมขมับขึ้นมาในท่าบุญไม่บอกก่อนที่จะได้เดินนำทางทั้งสองไปยังทางออกของเขาวงกตแห่งนี้

เมื่อทั้งสามได้เดินมาตามทางเรื่อยๆนั้นพวกเธอก็ได้หยุดลงที่หน้าทางตันทางนึงภายในเขาวงกต ที่คาดว่าเมื่อก่อนน่าจะเคยเป็นทางออกไปสู่ป่าใกล้ๆเมือง Center

ซีเนีย พาซิฟิก้า : เอ ? มันน่าจะอยู่แถวๆนี้นี่นา. . .

หญิงสาวได้ค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆกำแพงนั่นก่อนที่จะได้ตรวจสอบดูซักพักนึง

ซีเนีย พาซิฟิก้า : สงสัยว่าเขาวงกฏอาจจะย้ายตำแหน่งเสียกระมัง ? สงสัยต้องไปทางอื่นแล้วล่ะนะ

เธอได้สันนิษฐานขึ้นก่อนที่จะหันกลับมาบอกกับเมเมะและเมกะกับสถานการณ์ในตอนนี้ แต่ในขณะเดียวกันนั่นเอง !! ยังไม่ทันที่ทั้งสามจะได้เดินออกไปจากจุดเดิมนั้นดวงไฟสีน้ำเงินก็ได้ปรากฏขึ้นที่จุดของกำแพงที่น่าจะเป็นทางออกที่ซีเนียได้กล่าวไว้ในตอนแรกพร้อมกับร่างของปีศาจตนนึงที่มีผ้าคลุมดำยาวและนัยตาสีฟ้าที่ลุกเป็นไฟ

-:- Dark pressure : Caution



ซีเนีย พาซิฟิก้า : การ์เดี้ยน ?!

หญิงสาวได้อุทานออกมาก่อนที่จะได้รีบใช้เวทย์กระแสลมพาเมเมะและเมกะถอยออกมาจากจุดนั้นด้วยพร้อมๆกัน


            ไวเท่าความคิด เมเมะก็ได้ดึงเมกะเข้ามาใกล้แล้วก็พากระโดดหลบฉากในจังหวะเดียวกันกับ
ที่สายลมหอบใหญ่พัดเข้ามา

            " รู้จักกันเหรอคะ?.............. คงไม่ใช่สินะ "

            เมเมะได้หันไปถามทางซีเนียที่พูดชื่อของเจ้าสิ่งนั้นออกมาเมื่อกี้ ก่อนจะตอบออกมาเอง เพราะ
จากการได้ต่อสู้กับศัตรูหลายรูปแบบ ทำให้จับสัมผัสของศัตรูแต่ละชนิดได้แล้วฉะนั้นข้างหน้าของเธอ
ตอนนี้ต้องเป็นชาโดว์แน่นอน

            ......และไม่น่าจะใช่ชาโดว์ปลายแถวซะด้วย.....

            เมเมะเอาตัวบังเมกะไว้อัตโนมัติ พร้อมกับตั้งท่ารอสถานการณ์ทันที



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )

-:- Party member
สถานะ : Hermera (machina form) : Strike : A , Defensive : D , Support B // Health : 100%

? ? ? : เฮอร์เมร่า . . . ?

เสียงที่คล้ายคลึงกับหญิงสาวได้เอ่ยออกมาจากปากของปีศาจใต้เสื้อคลุมด้านหน้านั่นเหมือนว่ากำลังเรียกตัวของเมกะอยู่

? ? ? : นิกซ์อยู่ที่ไหน ?

มันได้ถามขึ้นมา ซึ่งทำให้บรรยากาศนั้นเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ว่าดูเหมือนเมกะเองนั้นจะไม่เข้าใจกับสิ่งที่เป้าหมายด้านหน้าพูดเหมือนกับคนอื่นๆเหมือนกัน

? ? ? : ถ้าไม่ยอมตอบล่ะก็. . .

เคียวขนาดใหญ่และปืนใหญ่ติดมือนั้นได้แสดงขึ้นมาก่อนที่มันจะได้เล็งมาที่ด้านหน้ากับทั้งสาม

เฮอร์เมร่า : เดี๋ยวสิ !! น้งนิกซ์อะไรเราไม่รู้จักหรอกนะ ถ้านกฟีนิ*ซ์อะรู้จัก. . .

เธอได้กล่าวตอบไปก่อนที่จะรีบตั้งโล่ขึ้นกันด้านหน้าไว้ก่อน !! แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดกันนั้นการโจมตีของปีศาจด้านหน้าก็ได้พุ่งเข้าใส่ทั้งหมดเสียก่อนอย่างไม่ลังเล !! แต่ด้วยโล่ของเมกะนั้นทำให้การโจมตีกายภาพนั้นกระจายออกไปด้านข้างๆแทนจนหมด


            " ...! "
            ' ...คนรู้จักของเมกะจัง? .......อย่างงี้นี่เอง! '

            เมเมะรอการโจมตีสิ้นสุดแล้วก็ตะโกนออกไปต่อว่า

            " ก กรุณาหยุดก่อนค่ะ! เม... เฮอร์เมร่าจังตอนนี้น่ะ เสียความทรงจำใน[ตอนนั้น]
ทั้งหมดอยู่นะคะ!! "

            ตามเอกสารที่อ่านไว้ตอนอยู่ Lost Island อัจฉริยะอย่างเมเมะสามารถจดจำเนื้อหา
ไว้ได้ทั้งหมดแล้วถึงแม้จะอ่านทำความเข้าใจไปได้ครั้งเดียวก็ตาม บวกกับที่ผู้ที่อยู่ตรงหน้า
นี่คือตัวตนที่เป็น[ชาโดว์]ระดับสูงละก็ การที่เมกะมีพลังมากมายแบบนี้ก็คงเพราะแบบนั้น

            " เพราะงั้นช่วยมาคุยกันดีๆก่อนเถอะค่ะ! "

            เมเมะพยายามเกลี้ยกล่อมโดยที่ยังคงตั้งการ์ดและเอาตัวบังเมกะตลอด ถ้าฝ่ายตรง
ข้ามไม่ยอมเจรจาแต่โดยดี ก็คงต้องใช้กำลัง



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )

-:- Party member
สถานะ : Hermera (machina form) : Strike : A , Defensive : D , Support B // Health : 100%

? ? ? : เป้าหมายของการ์เดี้ยนในตอนนี้น่ะ. . .

เสียงของปีศาจได้กล่าวขึ้นอีกครั้งก่อนที่จะได้ฟาดเคียวลงที่โล่ของเมกะอย่างจังราวกับว่ารู้ทักษะการป้องกันนี้อยู่แล้ว !! แต่ในจังหวะโจมตีนั้นก็มีเสียงเหมือนกับใบมีดตัดอากาศถูกกระจายออกไปด้านข้างเช่นกันจนเกิดเป็นเสียงก้องกังวาลขึ้นในจังหวะที่ปีศาจตนนั้นได้ทำการโจมตี !!

เฮอร์เมร่า : ขยายคมอากาศเพื่อหลอกจังหวะเวคเตอร์และโจมตีลงด้วยอาวุธของตัวเองโดยตรง ?!

เมกะได้แสดงอาการตกใจขึ้นมาก่อนที่จะได้แยกโล่นั้นออกเป็นฟันเนลอันใหญ่สองอันขึ้นและรุกกลับอย่างรุนแรงเพื่อให้เป้าหมายด้านหน้าถอยออกไปอย่างทันที !!

? ? ? : คือการตามล่าตัว Nyx . . . และ Nyx ก็มีฝาแฝดอยู่ตนนึงด้วยเช่นกัน. . .

ปีศาจตนนั้นได้หลบการโจมตีของเฮอร์เมร่าออกอย่างเป็นจังหวะ แต่ดูเหมือนว่ามันจะยังไม่คล่องตัวกับจังหวะการโจมตีด้วยเครื่องจักรของเฮอร์เมร่าเท่าไรนัก. . .

? ? ? : พวกเธอทั้งสองคนจะต้องตายก่อนที่จะถึง"วันลิขิต"เพื่อพวกชาโดว์ทั้งหมด. . .

มันได้พูดขึ้นถึงวันของเหตุการณ์บางอย่างก่อนที่จะได้ยิงปืนใหญ่ในมืออีกข้างเข้ามาโจมตีทั้งสามอย่างรุนแรง !! แต่ด้วยควาเมร็วของโล่เมกะและพลังงานของเธอในตอนนี้ทำให้สามารถดึงชิ้นส่วนโลหะกลับมาเปลี่ยนเป็นโล่ป้องกันได้อย่างทันท่วงที

เฮอร์เมร่า : เราไม่มีฝาแฝดซักหน่อย !!

เมกะได้กล่าวขึ้นก่อนที่เธอจะได้ปฏิเสธถึงประโยคทั้งหมดที่ฝ่ายตรงข้ามว่ามา


            หางคิ้วเมเมะกระตุกเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งที่ชาโดว์ตรงหน้าพูดขึ้น

            [ - อิไอ - ]

            " โอ๊ย.. เรื่องนู้น เรื่องนี้ ... ประเดประดังกันเข้าไป ชั้นเกลียดฉากดราม่าค่ะ เกลียดสุดๆ ไม่อยากเอา
ตัวไปยุ่งด้วยเลยจริงๆ "
            
            " แต่ว่านะ... "

            เมเมะพึมพำเบาๆขึ้นมาลอยๆระหว่างที่ลำแสงยังคงปะทะกับเกราะของเมกะอยู่
            น้ำเสียงที่อ่อนโยนเสมอของเมเมะเปลี่ยนไป ปกติเวลาที่ต่อสู้เธอจะเยือกเย็นเสมอ และชอบแสดง
ท่าทางเหนือกว่าคู้ต่อสู้ตลอดเพราะเธอยังไม่เคยแพ้
            แต่ว่า ตั้งแต่มาที่โลกนี้เธอก็เจอคู่ต่อสู้ที่เก่งกว่ามากมาย มันทำให้เธอโกรธเป็นบางครั้งเมื่อผลที่ได้
ออกมาไม่พึงพอใจ แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน...

            " ไม่รู้หรอกนะว่าความตายของนิกซ์อะไรนั่นจะเป็นการช่วยชาโดว์ได้ยังไง!! แล้วก็ยิ่งไม่รู้ว่าทำไมคุณ
ต้องมาโจมตีพวกเราด้วย!! "

            [ - สูบล็อกชีพ - ] >> ทุกคนในบริเวณ

            "แต่ที่ชั้นรู้ตอนนี้คือคุณกำลังทำร้ายเมกะ เพื่อนของชั้นค่ะ!! "

            เมเมะเรียกชื่อเมกะห้วนๆออกมาอย่างลืมตัว ดวงตาของเธอทอประกายอย่างเร้นลับก่อนจะตะโกนอย่าง
หงุดหงิดออกต่อไปว่า

            " อย่าได้มาตัดสินชีวิตกันง่ายๆ!! อย่ามายุ่งกับเพื่อนคนแรกของชั้นนะ!!! "

            [ - เขตแดนดารา (15 ค่ำ เดือน 7) - ] (Kekkan denki)
            [ - วิถีจุดจบ (จันทร์) - ] คาไมทาจิ x28

เสร็จสิ้น
โพสต์ 17-10-2013 18:24:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 25-10-2013 07:50






" แย่ ๆ จริง ๆ แล้วมีอะไรที่ผมพอจะทําได้ไหม... หรือตอนนี้มีกลุ่มคนที่ออกมาต่อสู้บ้างรึเปล่าครับ !? "

ผมถามเขาด้วยความตั้งใจถึงขีดสุด

" แล้วก็... คุณอยู่ฝั่งไหนเหรอครับ ? "

โอวาน : ชั้นไม่ได้อยู่ฝั่งไหนหรอก

ชายหนุ่มได้ตอบขึ้นพลางหัวเราะออกมาเบาๆกับคำถามของเอเซีย

โอวาน : ตอนนี้กลุ่มมนุษย์ที่กำลังพยายามช่วยเหลือโลกตัวเองคืนมาอยู่ที่ Emptiness กันส่วนใหญ่น่ะ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันจากที่นี่น่ะ

เขาได้แนะนำขึ้นอีกครั้งถึงคำถามที่เอเซียสนใจ แต่ก็ไม่ได้ตอบว่าเอเซียนั้นจะสามารถช่วยโลกนี้ได้หรือไม่


" ขอบคุณมากครับ... ผมคงต้องเดินไปทางไปที่นั้นสินะ... เผื่อจะมีอะไรที่ผมพอจะทําได้บ้าง.. "

ผมเดินไปจับมือกับนานะ

" แล้วคุณล่ะครับ... ต่อจากนี้ จะทํายังไงต่อ คุณโอวาน "

โอวาน : ชั้นจะเดินทางไปที่นี่น่ะ

ชายหนุ่มได้กางแผนที่ของตัวเองออกและแสดงจุดมาร์คที่มีรูปกากบาทให้เอเซียดู



โอวาน : ชั้นได้ข้อมูลมาว่าที่ใต้น้ำนี้มี่หัวหน้าของสาขาหนึ่งของกลุ่มพวกหุ่นยนต์อยู่ ชั้นเลยจะลองไปตรวจดูซะหน่อย


" ผมขอไปด้วยได้ไหมครับ !! "

ผมรีบลั่นออกไปทันที เพราะผมก็อยากรู้ข้อมูลเหมือนกัน ไม่แน่อาจจะได้ทําลายฐานของพวกมันได้ด้วย

" ผมจะไม่เป็นตัวถ่วงแน่นอน ! "

โอวาน : ยังไงพวกเราก็เป็นมนุษย์นี่นะ. . . จะไปพร้อมๆกันเลยก็ได้

ชายหนุ่มได้ตอบตกลงกับเอเซียพลางให้เวลาชายหนุ่มเตรียมตัวของเขาก่อนจะออกเดินทาง เพราะระยะทางนั้นค่อนข้างไกลเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน


" ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวผมจะไปเตรียมอาหาร เครื่องดื่มก่อน น้ำที่่เจอเมื่อสักครู่ก็น่าจะยังพอดื่นได้ไปสักระยะ "

ผมค้นหาของใกล้ตัวเผื่อมีกระเป๋าเป้ที่ใช้สามารถพกพาอาหารเครื่องดื่มได้

" นานะจัง ไปอยู่ใกล้ ๆ คุณโอวานก่อนนะ "

เด็กสาวได้ค่อยๆเดินงัวเงียออกมาพร้อมกับมองไปที่โอวานอย่างแปลกใจเพราะเป็นคนแปลกหน้าที่ปรากฏขึ้นมาใหม่ แต่เธอก็ได้ค่อยๆทำตามที่เอเซียบอกขึ้นโดยอาศัยการเดาเอา. . .

ภายด้านในนั้นเอเซียสามารถหากระเป๋าเป้หนังใบขนาดกลางที่ยังสามารถใช้งานอยู่ได้ได้ 1 ใบ เขาน่าจะใช้มันเก็บสัมภาระต่างๆในการเดินทางได้


เสร็จสิ้น
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 18-10-2013 20:41:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด

;;

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 23-10-2013 12:21



เกิดอะไรขึ้น?

XI  มองดูรอบๆกห้องที่ไม่ค้นเคย

เมื่อกี้ชั้นยัง....อยู่ในป่าอยู่เลยนี่

XI  ลุกขึ้นนั่งพลางหยิบไพ่ออกมาก่อนจะเก็บเข้าไปในแขนเสื้อ

ยังดีที่ตอนนี้ยังเป็นเวลากลางคืน....

XI ลุกออกมาจากเตียงเดินออกมายังหน้าต่างในห้องพลางมองดูไปรอบๆ

...ที่นี่ที่ไหน?

แม้ถามตัวเองไปก็เท่านั้นเพราะเธอเองยังไม่รู้เลยว่ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

ที่นี่คงไม่ใช่หมู่บ้านของมนุษย์หรอกมั้ง?

XI ทอดสายตาออกไปด้วยอารมขุ่นมัว

#สำรวจภายในโดรม

ภายในสถานที่พักนั้นเหมือนจะมีห้องว่างๆที่ถูกจัดเรียงไว้เหมือนกับมีกลุ่มคนวัยรุ่นนักศึกษาเคยอยู่กัน แต่ตอนนี้บรรยากาศกลับวังเวงและไม่มีร่องรอยของผู้อาศัยอยู่เลยแม้แต่น้อยรวมทั้งภายในโดมนั้นยังไม่มีร่องรอยของความเสียหายใดๆอีกด้วย

ในขณะเดียวกันนั้น XI ก็ได้สั่งเกตุเห็นถึงเงาบางอย่างในกระจกที่สะท้อนถึงสถานที่ที่มืดมัวออกมา อาจจะเป็นเพราะดวงตาหรืออะไรบางอย่างของเธอได้ดึงดูดมันทำให้เธอและสถานที่นั้นกลับเชื่อมต่อกันได้

1) ไปที่อื่นก่อน
2) เข้าไปยังกระจก
3) อื่นๆโปรดระบุ


เงียบดีจริงๆ .  . .

XI เดินสำรวจจุดต่างๆอยู่พักหนึ่ง ด้วยความระมัดระวังเพราะดูจากโครงสร้างมันเหมือนกับที่อยู่อาศัยของมนุษย์มาก แต่ท่าทางเธอจะไม่ได้เจอมนุษย์คนไหนอยู่เลยตลอดที่เดินสำรวจมา

สถานที่ถูกปล่อยร้าง? . . .

XI เดินมาหยุดอยู่ตรงกระจกบานหนึ่ง

??? กระจก?

XI ยื่นมือไปแตะกระจกบานนี้ เธอมองดูมันก่อนที่จะขบฟันเบาๆ กับสายตาของตัวเอง

แปลก . . . เหมือนกับว่ามันมีไออะไรบางอย่างออกมาจากกระจก?

XI เธอสัมผัสอะไรบางอย่างได้ เธอจึงหันกลับมามองดูรอบๆนี้อีกครั้ง

หรือว่าเราอยู่ในกระจกบานนี้? . . . หรือเราอยู่ในโลกภายนอกกันแน่นะ? . . .

XI ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะดันมือของตัวเองเข้าไปในกระจกว่าเป็นมิติที่เชื่อมต่อกันอยู่หรือเปล่า?

#เข้าไปในกระจก

เมื่อ XI ได้ทำการสำรวจและผ่านเข้ามายังกระจกที่ตั้งอยู่ในโดมแล้วนั้นเธอก็พบว่าตัวเองได้ปรากฏออกมาจากกรอบรูปอีกด้านนึงที่โลกที่คล้ายคลึงกับภาพวาด. . .



บรรยากาศที่เงียบสงบทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเธอกำลังอยู่ในโลกส่วนตัวของตัวเองโดยปราศจากคนรบกวน แม้ว่าด้านนอกจะดูเหมือนกับตัวเมืองแต่กลับไร้วี่แววของกระแสพลังชีวิตอย่างสิ้นเชิงหรือแม้กระทั่งสายลมที่ไม่พัดผ่านภายในโลกแห่งนี้เลยแม้แต่น้อย. . .

1) เดินหน้าเข้าไปยังด้านในของโลกรูปภาพนี้
2) กลับไปยังโดมผ่านกรอบรูป
3) อื่นๆโปรดระบุ


XI หันมองซ้ายขวาสังเกตุโดยรอบ

มิติในกระจก?... มีของแบบนี้ในที่แบบนี้ด้วยหรอ

XI หันกลับมามองโลกแห่งความเป็นจริงด้านหลัง

เอาเถอะยังดีกว่าเจอพวกมนุษย์ล่ะนะ

XI ถอนหายใจเบาๆก่อนที่จะก้าวเท้าเข้าไปด้านใน

#1

ขณะที่ XI ได้ก้าวเข้าไปยังพื้นที่นั้นเธอก็พบกับกองไฟกลุ่มนึงที่ตั้งอยู่บนดาบเล่มนึงที่ขึ้นสนิมและปักลงอยู่ตรงพื้นที่ก่อนทางเข้าไปยังด้านหน้านี่อาจจะเป็นสิ่งที่คอยรักษาพลังชีวิตของ XI ในการเข้าสำรวจโลกเบื้องหน้านี้ก็เป็นได้



หมายเหตุ : ทุกๆช่วงกลางคืนก่อนเริ่มวันใหม่ XI จะต้องหา Bonfire เพิ่มสามารถให้อยู่ในโลกแห่งนี้ได้โดยไม่มีผลข้างเคียง



~ Day 1 ~

-:- ช่วงเวลาเช้า

ดวงไฟที่หน้าคกเพลิงใกล้ๆกับ XI นั้นได้ลุกโชนเปร่งประกายบอกว่าตอนนี้ร่างกายของเธอยังคงสภาพปกติดีอยู่ ในขณะเดียวกันนั้นเองบรรยากาศที่น่าวังเวงนี้ก็ยิ่งทำให้ XI ที่มีเลือดเนื้อและกระแสชีวิตนั้นรู้สึกแปลกไปจากโลกปกติของเธอนัก ราวกับว่ามีวิญญาณร่อนเร่ในพื้นที่นี้ที่เธอมองไม่เห็นนั้นวนเวียนอยู่เต็มไปหมด. . .


ชั้นเกลียดความอบอุ่น.... แต่มันก็ทำให้ชั้นรู้สึกปลอดภัยในมิตินี้..

XI เดินตรงไปเรื่อยๆเพื่อสำรวจมิตินี้คร่าวๆ

ถึงจะมองไม่เห็นแต่ถ้าพวกมันไม่มาทำอะไรเราก็ไม่เป็นไร

XI  มองดูไอที่ลอยไปมาอย่างระมัดระวัง

#เดินไปทางทิศตะวันออก

Stamina - 2



XI ได้ตัดสินใจเดินออกมาทางทิศตะวันออกของห้องที่ตัวเองอยู่ มันเป็นห้องที่ซุดโทรมเล็กน้อยและไม่มีบานประตูปิดที่ทางใต้นั้นตัวห้องได้เชื่อมต่อออกไปยังลานกว้างๆแห่งนึงที่มีร่างศพแปลกๆยืนอยู่อย่างไร้สติ 2 ตัวด้วยกัน. . .



เป็นมิติที่ทรึดโทรมไม่เหมือนกับทางเข้าเลยนะ....

XI  เดินผ่านเข้ามาด้านในห้องก่อนจะสังเกตเห็น

มนุษย์!!?

XI  ตาลุกวาวพลางปล่อยไพ่ออกมาจากแขนเสื้อแต่เธอต้องลดมันลงในเวลาต่อมา

?  ไม่มีการตอบสนองอะไรเลย?  ศพหรอกรึ?

XI  เดินไปดูใกล้ๆเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นศพจริงๆ

ร่างเสียแกนและอวัยวะไปเยอะน่าจะตายแล้ว...

XIมองดูอย่างละเอียด

มีศพมนุษย์อยู่ในที่แบบนี้แสดงว่าคงเป็นพวกที่หลงเข้ามาในนี้สินะ?

ระหว่างที่ XI ได้มองดูร่างศพนั่นอยู่นั่นเอง ร่างศพนั่นก็ได้ขยับออกอย่างช้าๆก่อนที่จะได้เบี่ยงดวงตาที่กลวงมืดของมันมองมายัง XI ด้วยกริยาลอยๆราวกับไม่มีจิตวิญญาณเป็นตัวเป็นตน. . .

ในขณะเดียวกันนั่นเองร่างศพอีกตัวนั้นก็ได้ค่อยๆขยับร่างกายของมันก่อนที่มันจะได้หวดแขนของมันมาอย่าง XI อย่างไร้สติ !! ด้วยความเร็วและการระวังตัวของ XI นั้นทำให้เธอสามารถหลบออกได้อย่างไม่ยากนัก !! หลังจากที่มันได้เหวี่ยงทุบพลาดไปนั้นแรงเหวี่ยงนั่นก็ได้ไปกระแทกโดนกับร่างศพอีกร่างนึงใกล้ๆนั่นจนมันได้ค่อยๆลุกขึ้นมาและหวดใส่ร่างศพอีกร่างกลับคืนไปอีกครั้งราวกับคนบ้าตีกัน. . . ดูเหมือนว่าพวกมันจะไม่แบ่งแยกแยะมิตรหรือศัตรูในการต่อสู้. . .


!!!!!?

XI ถอยออกมาห่างจากศพทั้งสองพลางชักไพ่ออกมาแต่เธแต้องหยุดมือเมื่อเห็นพวกมันตีกันเอง

...ทพวกอันเดรท?....

XI  ปาไพ่ด้วยเวทย์มนอัดไปที่ช่องคอของศพเดินได้ทั้งสองอย่างแม่นยำ

ที่นี่ชักจะไม่ปลอดภัยอย่างที่คิดไว้แล้วสิ....

XI  คิดว่าเธอไม่ควรอยู่กับที่เป็นเวลานานเพราะเธอเองก็เคยเจออะไรนี้มาเหมือนกัน

คงต้องระวังให้มากกว่านี้แล้วสิ...

#เดินสำรวจห้องที่เชื่อมทางทิศใต้ถัดจากห้องนี้

Stamina -2

ร่างศพนั่นได้ถูกสังหารลงอย่างง่ายดายก่อนที่พวกมันจะได้ทรุดลงกับพื้นตรงที่เดิมและค่อยๆสลายไป ดูเหมือนว่าจากการฆ่าศัตรูที่นี่ XI จะได้พลังวิญญาณมาใช้หล่อเลี้ยงตัวเองได้พักนึงด้วยเช่นกันโดยที่ไม่ต้องเข้าไปพักที่คกเพลิง



เมื่อ XI ได้เดินลงมายังห้องถัดไปนั้นเธอก็พบกับห้องกว้างๆที่โล่งโจ้งซึ่งมีกำแพงเล็กๆเชื่อมต่อออกไปยังภายด้านนอกของอีกฝั่งอยู่ อีกด้านนึงในห้องนั้นก็ได้เชื่อมต่อกับบรรไดที่วนทางไปยังด้านบนอีกชั้นนึงเช่นกัน


... รู้สึกโล่งไปพักหนึ่ง? หายใจสะดวกขึ้นด้วย?

XI  มองดูร่างของตัวเองเมื่อมีไอบางๆลอยมาคลุมตัวของเธอ

เป็นมิติของพวกอันเดรทหรอกหรอ..

XI  มองดูรอบที่เริ่มเห็นเด่นชัดขึ้นที่คลับคล้ายคับคาคฤหาสน์

ลองเข้าไปดีไหมนะ...

#เดินขึ้นบรรไดไป

Stamina -2



XI ได้ค่อยๆเดินย้อนขึ้นมาอีกครั้งจนถึงทางเดินเล็กๆด้านบนที่เป็นระเบียงสูงทำให้เธอสามารถมองเห็นลงไปยังลานกว้างใกล้ๆได้อย่างชัดเจน

ที่ลานกว้างนั้นมีกลุ่มร่างศพที่ยืนนิ่งอย่างไร้สติเต็มไปหมดราวกับว่าเป็นห้องโถงส่วนตัวของพวกมันยังไงยังงั้น. . .

ในระหว่างที่ XI กำลังเดินผ่านเส้นทางด้านบนเพื่อที่จะไปยังห้องถัดไปนั้น ก็ได้มีกลุ่มปีศาจที่มีรูปร่างครึ่งบนคล้ายกับอีกาลงมาขวางเส้นทางของเธอไว้ !!



จำนวนเป้าหมาย 4 ตัว


มีแต่พวกมันเต็มไปหมด....

XI  มองดูศพเดินได้ที่ยืนออกันแน่เอียดจากข้างบน

ดูท่าคงจะไม่ใช่ความคิดที่ดีที่จะจัดการกับพวกมันตอนนี้..

XI  ตัดสินใจเดินต่อไป ก่อนที่จะถูกขวางอีกครั้ง

พวกใหม่หรอ!?

#engage!  XI  PHASE  # จั่วสองใบ...ไม่ใช่ละ katadinazo x 2



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l---ooX )

2/13 cards

Acedia Seal , Envy Seal

เมื่อ XI ได้จั่วการ์ดขึ้นนั้นพวกมันก็ได้ใช้ขนนกที่ครมกริบของมันโจมตีตอดหญิงสาวจนเกิดเป็นรอยขาดเล็กๆบนเสื้อของหญิงสาว


!?

XI  ถอยออกมาสองก้าวก่อนที่จะขว้าง AcEdia ใส่ศพที่อยู่ใกล้กันก่อนที่จะใช้ไพ่ที่ร่ายไว้รออยู่ขว้างตามกันไปติดๆ

โป๊ะ!!  ฉึบๆๆ Acedia พุ่งอัดกลางลำตัวของมันทำให้มันเซไปชนกัยศพอีกร่างหนึ่งทำให้ไพ่ที่ขว้างตามกันไปติดๆผ่าร่างของพวกมันทั้งสองไปพร้อมๆกัน

...

XI  หันมาขว้างไพ่ปัดขนนกที่อีกสองตัวโจมตีเข้ามาก่อนจะขว้างEnvy  ใส่ให้มันชะงักไปครู่หนึ่งและหันมาปาใส่อีกตัว



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l---ooX )

1/13 cards

Envy Seal

Fate : Envy ยังสามารถใช้ต่อได้อีกหนึ่งครั้ง

เป้าหมายที่เคลื่อนที่ช้าลงทำให้ร่างของมันซัดเข้ากับพวกมันเองที่อยู่ด้านหลังจนตัวที่โดนไพ่ acedia ของ XI เข้าไปนั้นตกลงไปยังกลุ่มศพด้านล่างระเบียงและโดนกลุ่มศพนั่นรุมทำร้ายจนตายลงในที่สุด

อีกด้านที่เหลือสองตัวนั้นได้เริ่มเข้าโจมตี XI อย่างไม่รอช้า !! แต่ว่าด้วยความสามารถ envy ทำให้เป้าหมายอีกตัวนั้นหยุดชะงักลงไปเสียดื้อๆก่อนจนทำให้ไพ่ของ XI โจมตีลงเป้าหมายตัวด้านหน้าได้อย่างแม่นยำ !!

แม้ว่าพวกมันจะได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถบินได้อีกครั้งแต่พวกมันก็ได้ใช้ขาของร่างกายส่วนล่างที่คล้ายคลึงกับมนุษย์ในการเคลื่อนที่แทนการบินในตอนแรกและเข้าโจมตี XI ต่อทันทีหลังจากที่ตั้งตัวได้ !!

จำนวนเป้าหมาย 2 ตัว


LUCKY DEAL...

XI  รับไพ่ต้องสาปที่ร่วงมาก่อนที่จะขว้างมันออกไปใส่เป้าหมายเดิม

อยู่บนดินเหมือนกันพวกแกทำอะไรเราไม่ได้แล้วล่ะ...

XI  ไม่รอช้าเธอปาไพ่ใส่เท้าของศพอีกตัวก่อนที่จะปาให้มันเสียการทรงตัวจนเซไปหาตัวที่ยืนนิ่งอยู่

กริ๊ก ฉัวะ!

ไพ่สองใบตัดร่างของพวกมันจนขาดเลือดสีดำสนิทพุ่งทะลักออกมาเต็มไปหมด

XI  เดินไปใกล้ศพของพวกมันพลางถือไพ่ต้องสาปเก็บดวงไฟของพวกมัน

...

XI  ยังคงก้าวเท้าเดินสำรวจต่อไปตอนนี้เธอคงถอยไม่ได้แล้ว

-:- ช่วงเวลากลางวัน

Stamina - 2



XI ได้เดินตรงดิ่งเข้ามายังด้านในจนเธอได้พบกับจุดคกเพลิงอีกครั้งนึงที่ด้านบนขั้นบรรไดที่เหมือนว่าจะเป็นจุดปลอดภัย(?)ชั่วคราว เพราะนอกจากจะอยู่ในที่สูงและเป็นทางเข้า-ออกทางเดียวแล้วนั้นในระแวกนี้ยังไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตผ่านไป-มาด้วย

1) พักที่จุดนี้
2) เดินทางต่อ
3) มองไปยังจุดอื่น
4) อื่นๆโปรดระบุ


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า

แสดงความคิดเห็น

เพล้ง !!! เสียงกระจก(และหน้า)แตก ดังขึ้นในขณะที่มีคนเอาตัวพุ่งเข้าใส่กระจก . . .  โพสต์ 19-10-2013 19:37
แมวบ้า
โพสต์ 18-10-2013 23:04:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 2-11-2013 07:23






"อะ...อ้อ อย่างนั้นเองสินะ" เขาหายข้องใจ

"งั้น ข้าขอรบกวนด้วยก็แล้วกันนะ" ว่าแล้วเขาก็ลุกขึ้นยืน

"เจ้านำทางเลย ซาโตริ" แล้วถอนหายใจ แสดงถึงความโล้งใจที่ในที่สุดเขาก็มีที่นอนสักที่

เด็กสาวได้ยิ้มขึ้นเล็กๆก่อนที่จะได้พยักหน้าตอบและกลับหลังหันเพื่อพาออสตราวากลับมายังห้องพักของเธอ

ไม่นานนักชายหนุ่มก็ได้กลับมาที่ห้องพักเดิมอีกครั้งนึงโดยสวัสดิภาพ. . .

ซาโตริ : ตามสบายนะคะ

เด็กสาวได้บอกขึ้นก่อนที่เธอจะได้ไปเตรียมน้ำดื่มและแบ่งอาหารของเธอมาให้กลับออสตราวาด้วย



1) พักผ่อนเลย
2) เริ่มบทสนทนากับคนอื่นๆในห้อง ( เลือกได้ 1 คนจาก ซาโตริ , โทรูริ และ เอ็ดเวิร์ด )
3) อื่นๆโปรดระบุ


3) ทบทวนเรื่องราวต่างๆ และกำหมดเป้าหมายต่อไป

"อืม ขอบใจเจ้ามากนะ"  ออสตราว่ากล่าวขอบคุณ ก่อนที่จะนั้งลง แถวๆที่นอนของเขา พร้อมกับเริ่มเริ่มกินอาหารนั้น

(เจ้าหุ่นนั้นมันแปลกมาก ปกติหุ่นพวกนี่ไม่น่าจะมีพลังพิเศษแบบนี่ได้นี่น่า หรือว่าแถมพลังนั้นก็ดูเหมือนจะไม่ใช้สิ่งที่จะออกมาจากจักลกลล้วนๆได้ด้วย....)

"เฮ้อ..." เขาถอนหายใจอีกรอบ

(ข้าคงจะต้องลงไหาขอมูลให้มากกว่านี่เสียแล้ว หวังว่าที่เมืองคงจะช่วยอะไรข้าได้บ้าง....)

แล้วก็เขาเริ่มเอนตัวลงนอน.......

~ Day 5 ~

-:- ช่วงเวลาเช้า

หลังกจาที่นอนหลับพักไปซักพักนั้นไม่นานนักชายหนุ่มก็ได้ตื่นขึ้นอีกครั้งและพบว่าเรือได้ลงจอดสนิทแล้ว ภายในห้องนั้นเหมือนกับว่าเอ็ดเวิร์ดนั้นจะไม่ได้อยู่ด้วยกันกับทุกคนในห้องแล้วตอนนี้จึงเหลือแค่โทรูริและซาโตริในห้องที่ได้เก็บสัมภาระเตรียมลงจากเครื่องแล้วในตอนนี้

ซาโตริ : อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณออสตราวา

เด็กสาวได้กล่าวทักทายชายหนุ่มยามเช้าขึ้นพลางรอให้ชายหนุ่มเตรียมตัวของเขาให้เรียบร้อยเสียก่อนเช่นกัน


ออสตราว่าลุกขึ้นมาและเตรียมตัว ออกเดินทางอย่างรวดเร็ว เพระาเขาก็ไม่มีสัมภาระมากมายอยู่แล้ว

"แล้วเอ็ดละ "ออสตราว่าได้ถามถึง บุคคลที่หายไป

"เอาละ ข้าพร้อมออกเดินทางแล้วละ" เขาแสดงความพร้อม

ซาโตริ : คุณเอ็ดเวิร์ดกลับไปเข้ากลุ่มของเขาในเมืองน่ะค่ะ เพราะเขาต้องไปรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นบนเรือด้วย

เธอได้อธิบายขึ้นก่อนที่จะได้เดินนำทางออสตราวาลงมาเพื่อที่ชายหนุ่มจะได้ไม่หลงและบินกลับไปอีกรอบเสียก่อน



ไม่นานนักทั้งหมดก็ได้ลงมาเหยียบพื้นของเมือง Emptiness โดยสวัสดิภาพ(จริงๆ)แล้วก่อนที่เด็กสาวทั้งสองนั้นจะได้แยกตัวกลับโรงละครของพวกเธอไปเช่นกัน. . .

ดูเหมือนว่าเอ็ดเวิร์ดจะลืมเรื่องที่จะแนะนำทางกับออสตราวาไปเสียสนิทเลย. . .


ตอนนี่ดูเหมือนเขาจะปลอดภัย(จริงๆ)แล้ว

"เอาละ......ข้าจะไปไหนต่อดีละ" ออสตราว่าเริ่มคิด

.............
..............
.................
......................
........................

"ถ้าเล่นในเมือง...." เขาก็เริ่มคิดได้ว่าคงจะไม่หลงอีกเป็นแน่แท้

"ใช้แล้ว เรายังมีวิธีนี่อยู่นี่น่า" แล้วเขาก็เริ่มรวบรวมสมาธิ เพื่อตามหาเอ็ดเวิร์ด จากการตามรอยลูกไม้ที่เขาเคยให้ไว้

"หวังว่าคงจะไม่ทิ้งมันไปเสียก่อนนะ"

สัญญาณออสตราวาเทเลพาที่ได้ส่งผล !! เอ็ดเวิร์ดน่าจะ(?)ยังไม่ได้ทิ้งสิ่งที่เขาให้ไว้ก่อนหน้านี้ไปทำให้ออสตราวาสามารถจับตำแหน่งของวัตถุโบราณของเขาได้ภายในเมืองนี้อย่างไม่ยากนัก แต่ดูเหมือนว่าสถานที่นั้นจะค่อนข้างไกลออกไปเล็กน้อยเช่นกัน

1) สำรวจเมืองเองดูก่อน
2) ไปหาเอ็ดเวิร์ดเลย
3) อื่นๆโปรดระบุ


1) สำรวจเมืองเองดูก่อน

"เอาละเมื่อรู้เป้าหมายอยู่ไหนแล้ว เราก็ไม่ต้องกลัวหลงอีกต่อไป" เขากล่าวอย่างมั่นใจ

"มาดูหน่อยดีกว่า บ้านเมืองสมัยนี่เป็นแบบไหนกันแล้ว"

ว่าแล้วเขาก็เริ่มเดินสำรวจเมือง โดยถามที่ที่น่าสนใจจากคนแถวๆนั้น โดยค่อยๆไล่ที่ให้เขาใกล้ที่ๆเอ็ดเวิร์ดขึ้นเรือยๆ
โดยที่มันน่าจะทำให้เขาเข้าใกล้เอ็ดเวิร์ดเรื่อยๆพร้อมกับสำรวจเมืองไปในตัว

-:- ช่วงเวลากลางวัน



ออสตราว่าได้เดินผ่านย่านกลางเมืองจากข้อมูลที่เขาได้ไล่ถามตามทางไปเรื่อยๆจนผ่านร้านค้ามากมายรวมทั้งบริษัทและสิ่งก่อสร้างอื่นๆอีกด้วย จากข้อมูลที่เขาได้มานั้นได้ใจความว่าโรงแรมที่พักกลางเมืองนั้นน่าจะพอมีที่พักให้กับเขาและก็ยังเป็นสถานที่ที่เป็นที่ตั้งของกลุ่มป้องกันตัวเมืองอีกด้วย

1) แวะสุ่มร้านกลางย่านกลางเมือง
2) มุ่งหน้าไปที่โรงแรมเลย
3) อื่นๆโปรดระบุ


1) แวะสุ่มร้านกลางย่านกลางเมือง (จำพวกบาร์ ไม่ก็ร้านขายอาวุธ)

"เอาละในเมื่อเป้าหมายอยู่ไม่ไกลมากนัก" ว่าแล้วเขาก็เริ่มมองซ้ายมองขวา

"ของออกนอกลู่นอกทางซักประเดียวดีกว่า" แล้วเขาก็เริ่มมองหาสิ่งน่าสนใจ

"ก่อนที่จะ ออกเดินทางอีกครั้ง....." เขาบ่นพึมพัมต่อมา....



ออสตราวาได้ค่อยๆเดินผ่านทางภายในตัวเมืองอีกด้านนึงซึ่งประกอบไปด้วยร้านขายอาวุธและอุปกรณ์ต่างๆอย่างมากมาย รวมทั้งร้านของฝากแปลกๆนั้นก็ยังถูกตั้งอยู่ในระแวกนี้อีกด้วยเช่นกัน

1) เลือกร้านอาวุธจำพวกดาบและเสื้อเกราะ
2) เลือกร้านอาวุธจำพวกปืนและระเบิด
3) เลือกร้านอาวุธจำพวกเวทย์มนต์และยา
4) เลือกร้านของที่ละรึก
5) อื่นๆโปรดระบุ


4) เลือกร้านของที่ละรึก

เนื่องจากจำนวนเงินของเขาตอนนี่ คงไม่พอที่จะซื้อของชิ้นโตๆได้อย่างแน่นอน เขาจึงได้เดินเข้าร้านขายของฝากแปลกๆไปอย่างเงียบๆ

เสียงของกระดิ่งเล็กๆที่ประตูได้ดังขึ้นเบาๆในขณะที่ออสตราวาได้เปิดประตูเข้าไปยังด้านใน ในขณะเดียวกันที่เด็กผู้ชายวัยรุ่นคนนึงที่ได้ค่อยๆเดินออกมาจากด้านในร้านและตรงเข้ามาหาออสตราวา

? ? ? : ยินดีต้อนรับครับ



"อืม........." ออสตราว่าตอบรับไปสั้น

เพราะตัวเขายังคิดไม่ออกว่าจะเข้ามาทำอะไรจึงได้แต่เดินไปเดินมาหาของที่น่าสนใจ

เด็กหนุ่มได้ปล่อยให้ออสตราวาได้เดินดูก่อนเพื่อไม่เป็นการรบกวนลูกค้า

แต่ดูเหมือนว่าออสตราวาจะไม่สามารถหาของที่เขาต้องการได้ซักเท่าไรนักเนื่องจากชายหนุ่มนั้นไม่มีคนรู้จักที่จะซื้อของไปฝากเลยแม้แต่คนเดียว. . .


ออสตราว่าเริ่มคิิดได้ว่าการกระทำของเขามันไร้จุดหมายสิ้นดี

"เป็นร้านที่ดีนะ เจ้าหมุ่น" เขากล่าวสั้นๆ ก่อนที่จะเดินไปที่ประตูแล้วก้าวออกไปอย่างช้าๆ

//มุ่งหน้าไปที่โรงแรม

เด็กหนุ่มได้มองออสตราว่าขึ้นอย่างสงสัยแต่เขาก็ไม่ได้กล่าวอะไรใดๆออกมาก่อนที่จะได้ส่งออสตราวาออกจากร้านตามมารยาทไป

-:- เวลาช่วงเย็น



หลังจากที่เดินทางมาทั้งวันนั้นชายหนุ่มก็ได้มาหยุดลงที่โรงแรมภายในเมืองช่วงเวลาตกเย็นของวันพอดี

1) เข้าจองห้องพัก
2) ตามหาเอ็ดเวิร์ด
3) อื่นๆโปรดระบุ


3) เข้าไปในโรงแรม แล้วสอบถามลายละเอียดเกียวกับกลุ่มป้องกันตัวเมือง+เกียวกับการหาประวัติที่นี่

"เอาละในที่สุดเราก็มาถึงกันเสียที่" ออสตราว่ากล่าวขึ้นขณะ ที่ยืนอยู่หน้าโรงแรม

แล้วเขาก็เดินเขาไปข้างใน

"อืม......... ข้าควรจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดีละ" ว่าแล้วเขาเดินดุมๆถามผู้คนไปมา เกียวกับกลุ่มป้องกันตัวเมือง และเกียวกับการหาประวัติต่างๆ

หลังจากที่สอบถามได้ซักพักนั้นชายหนุ่มก็ทราบว่าสถานที่แห่งนี้นั้นยังคงต้องการความช่วยเหลือจากผู้มีความสามารถในการช่วยเหลือกลุ่มมนุษย์ที่ยังหลงเหลืออยู่ที่เมืองแห่งนี้

ออสตราว่าได้เริ่มสอบถามรอบๆสถานที่จนกระทั่งเขาได้มาหยุดที่ประชาสัมพันธ์ของโรงแรมนี้



? ? ? : กลุ่มป้องกันตัวเมืองเหรอคะ ?

หญิงสาวได้ถามขึ้นด้วยท่าทางประหม่ากับออสตราวาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะได้ค่อยๆหาข้อมูลออกมาจากชุดเอกสารของเธอ

? ? ? : มีความประสงค์จะติดต่อในเรื่องธุระอะไรเหรอคะ ?

เธอได้ถามขึ้นอีกครั้งเพื่อยืนยันถึงเป้าหมายที่ออสตราวาได้ขอเข้าพบกับกลุ่มป้องกันตัวเมือง Emptiness


ออสตราว่าสังเกตุได้ถึงท่าทีที่ประหม่า ของหญิงสาวตรงหน้า เขาจึงได้เปรียนไปใช้คำพูดที่ราบเรียบ

"อ่า......ตอนนี่ข้ากำลังรวบรวมข้อมูลจำนวนนึงอยู่ เพื่อการนั้นข้าต้องการจะใช้พลังที่ก้องกำลังป้อกันตนเองที่มีอยู่"

"แน่นอน ข้าไม่ได้มาขอข้อมูลนั้นอย่างเดียว เพื่อเป็นการแลกเปรียน ข้าก็จะเป็นพลังให้กับกองกำลังนี่ด้วยกัน"

เขาได้อธิบายถึงจุดประสงค์ ที่เขามาที่

ไม่นานนักหญิงสาวก็ได้ค่อยๆยื่นบัตรผ่านทางเข้าพร้อมกับตำแหน่งของสถานที่ให้กับออสตราวาซึ่งดูเหมือนว่าเธอจะยังคงประหม่าอยู่เหมือนเดิมเล็กๆอยู่ดี น่าจะเป็นเพราะว่าลักษณะนิสัยที่ขี้กลัวของเธอเองก็เป็นได้

ดูเหมือนว่าสถานที่จะถูกตั้งอยู่ชั้นล่างภายในโรงแรมแห่งนี้ถ้าออสตราว่าใช้ลิฟท์ลงไปน่าจะสามารถพบกับกลุ่มคนเหล่านั้นได้ในเร็วๆนี้แล้ว


"ขอบใจมากนะ" ออสตาวากล่าวขอบคุณก่อนที่จะ เดินเข้าไปยังลิฟท์นั้น

"หวังว่าน่าจะตกลงกันง่ายๆ นะ" เขาเริ่มกังวลเล็กน้อยเกียวกับอนาคตข้างหน้า

ไม่นานนักออสตราวาก็ได้ใช้บัตรผ่านนั่นลงลิฟท์ขนส่งลงมายังด้านล่างสู่ห้องประชมที่คล้ายกับอควอเรี่ยมใต้น้ำ แต่ฉากที่เขาได้พบนั้นไม่ได้ตระการตาเท่ากับที่ชายหนุ่มคิดไว้ว่าอาจจะเป็นกองทัพ แต่กลับมีเพียงหญิงสาวผมสีขาวคนนึงที่นั่งอยู่ภายในห้องเท่านั้น



? ? ? : สวัสดีจ้ะ คุณอัศวินเสื้อเกราะ

หญิงสาวได้เอ่ยทักทายขึ้นทันทีที่ออสตราวาได้เดินทางลงมาถึงด้านล่างนี้ เธอน่าจะทราบว่าชายหนุ่มเดินทางลงมาเมื่อครู่นี้จากประชาสัมพันธ์เป็นแน่


"สวัสดีครับ" ออสตราว่ากล่าวทักทายกลับไปตามมารยาท

เขาเริ่มมองซ้ายมองขวา สำรวจๆรอบห้อง

"ผิดคาดจากที่คิด ไว้นิดหน่อยนะนี่" เขากล่าวขึ้นหลังจากมองไปที่รอบๆแล้ว

"ข้ามีนามว่า ออสตราว่า เป็น. . . . อืม. . . . นักเดินทางหนะ" เขาเริ่มแนะนำตัว

"แล้วเจ้าละคุณผู้หญิง"

อาระ ฮัน : เราชื่อ อาระ ฮัน เป็นผู้ก่อตั้งเมืองแห่งนี้ขึ้นมาเอง

เธอได้กล่าวแนะนำตัวขึ้นอย่างเป็นมิตรเช่นกัน

อาระ ฮัน : ออสตราว่าสินะ ? มีธุระอะไรกับเมือง Emptiness อย่างนั้นเหรอ ?

เธอได้ถามคำถามต่อไปทันทีถึงการมาเยือนของชายหนุ่มในครั้งนี้


(ผู้ก่อตั้งเมือง????) ออสตราว่าแอบงงกับสิ่งที่เขาได้ยินเล็กน้อย

"จริงๆ แล้วข้าก็ไม่ได้มีธุระที่เมืองนี่โดยตรงเสียที่เดียว แต่สิ่งที่ข้าต้องการก็คือการการค้นหาข้อมูลต่างในเมืองนี่ต่างหากละ" ออสตราว่าได้ตอบคำถามเ๙ิงอธิบายออกไป

อาระ ฮัน : ข้อมูลของเมืองก็คือเรื่องของเมือง อยากจะรู้อะไรเกี่ยวกับเมืองล่ะ ?

เธอได้เอ่ยถามขึ้นกับออสตราวาต่อไปอย่างตรงไปตรงมากับคำถาม


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 19-10-2013 22:46:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 22-10-2013 11:25






AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----loooooX )

Str : C (+Signum biolegens) (= Sss )
Agi : A (+Signum biolegens) (= Legendary )
Vit : D (+Signum biolegens) (= S )
Int : E (+Signum biolegens) (= A )
Dex : B (+Signum biolegens) (= Legendary )

ดูดพลังวิญญาณจากเป้าหมาย > สูบล็อกชีพ ส่งผล = ฟื้นฟู As
สูบล็อกชีพ > เพิ่มสถานะจากรังศีฆ่าฟันและอารมณ์ต่อต้านจากทุกๆคนและทุกๆฝ่าย
เป้าหมายไม่เกิดอาการ Panic
Kekkan denki ยกเลิก Abilities ทั้งหมดของเป้าหมาย

ทันทีที่เมเมะได้ดูดกระแสพลังเข้ามานั้นร่างใต้ผ้าคลุมนั่นก็ได้เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรงจนทำให้ทั้งเมกะและซีเนียตกใจกับการเคลื่อนไหวแปลกๆนั่น แต่เมเมะที่เคยต่อสู้กับปีศาจและวิญญาณทั้งหลายนั้นไม่น่าจะแปลกใจเท่าไรนักที่พลังของเธอจะดึงชาโดว์ที่มีพลังเป็นธาตุวิญญาณออกมาจากร่างหลักของหญิงสาวคนนั้นได้ !!



ร่างใต้ผ้าคลุมสีดำนั้นค่อยๆล้มลงไปอย่างช้าๆทำให้เมเมะสามารถเล็งคมดาบของเธอกับเป้าหมายที่ต้องการได้แน่นอนขึ้น !!

เปรี้ยงงง !! คมดาบของเมเมะนั้นได้ซัดเข้าโดนเป้าหมายทั้งหมดอย่างรุนแรง !! เนื่องจากศัตรูที่เป็นวิญญาณทำให้ความสามารถของเมเมะได้เปรียบอยู่ระดับนึง. . . ร่างของมันได้ทรุดลงไปกับพื้นในแทบจะทันที แต่แล้ววงแหวนเวทย์สีโลหิตแดงก็ได้กระจายออกมาจากตัวของมันเสียก่อนก่อนที่กลุ่มวิญญาณสีแดงโลหิตนั้นจะได้กระจายออกมาอย่างรุนแรงจากรอบๆบริเวณตัวของปีศาจนั่น !!

? ? ? : ชาโดว์ที่ไม่ได้อยู่ใน Dimension Den จะค่อยๆตายลงอย่างช้าๆ. . . แลกกันกับ Nyx เพียงชีวิตเดียวชาโดว์ทุกตัวก็คงจะยินดี. . .

มันได้พูดขึ้นมาด้วยเสียงที่อิดโรยก่อนที่กลุ่มวิญญาณนั้นจะได้พุ่งเข้าโจมตีพวกเมเมะอย่างรุนแรงจนโล่ของเมกะนั้นหักสะบั้นลงทันทีเมื่อกระทบกับกลุ่มวิญญาณสีเลือดนั่น !!

ซีเนีย : นี่น่าจะเป็นเวทย์มนต์ประเภทบูชายันต์นะ !! การโจมตีเมื่อกี้คงทำให้มันเสียพลังชีวิตไปมากจนมันใช้ชีวิตที่เสียไปเป็นเงื่อนไขในการใช้เวทย์นี้ ถ้าอาวุธหรือร่างกายของพวกเธอไม่กระทบกับวิญญาณพวกนี้เข้าก็คงไม่เป็นอะไร

หญิงสาวได้รีบเอ่ยอธิบายขึ้นในฐานะที่เธอเป็นผู้ใช้จอมเวทย์เหมือนกันก่อนที่จะได้รีบบอกให้ทั้งสองปรับรูปแบบการต่อสู้

? ? ? : ถ้า Hermera มีอันตราย Nyx จะต้องออกมาแน่ๆ. . . ถ้ามนุษย์ที่เป็นศัตรูกับพวกเราอยู่แล้วมาขัดขวางก็มีแต่ต้องสู้กันเท่านั้น !!

เมื่อเอ่ยจบนั้นมันก็ได้ค่อยๆลุกขึ้นมาด้วยท่าทางที่อิดโรยก่อนที่จะได้ใช้กลุ่มวิญญาณนั่นโจมตีเข้าใส่พวกเมเมะอย่างหนักหน่วง ในขณะเดียวกันนั้นเมกะก็ได้เปลี่ยนแขนเหล็กที่ใช้โจมตีของเธอเป็นฟันเนลเล็กๆแทนแต่ด้วยกลุ่มวิญญาณที่ล้อมตัวของชาโดว์ด้านหน้าอยู่นั้นทำให้เครื่องจักรของเมกะไม่สามารถโจมตีไปถึงตัวเป้าหมายได้ง่ายๆนัก


            " นี้ คุ!.... "

            ' อุบ..! '

            เมเมะรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรง ไม่ใช่เพราะพลังของฝ่ายตรงข้ามแต่เป็นจิตสังหารข้นขลักที่วนอยู่ใน
ร่างกายของเธอตอนนี้ต่างหาก เธอตั้งจิตมั่นแล้วควบคุมมันในเสี้ยววินาทีก่อนจะมองไปที่ชาโดว์ด้านหน้า

            ' ร่างวิญญาณแบบนี้ เมกะจังทำอะไรมันไม่ได้แน่ๆ ซีเนียซังก็ไม่รู้จะไหวมั้ยด้วยสิ '
            ' งั้นก็มีแต่เราละ.. '
           
            [ - ผ่าหินผา - ] คาไมทาจิ x(จำนวนที่พุ่งเข้าใส่เมกะและซีเนีย)

ฉวัะๆๆๆๆๆๆ!!

            เมเมะหันหลังแล้วฟาดคลืนดาบใส่วิญญาณที่ติดพันกับเมกะทั้งหมด

            ' ไม่เร็วเท่าไหร่...... ยังไงซะ วิชาพรรค์นี้มันต้องมีขีดจำกัด ลองดูท่าทีไปก่อนจนเธอหมดแรงแล้วค่อย
รวบตัวก็ไม่สาย... '

            เมเมะวิเคราะห์พร้อมเร่งความสามารถระวังภัยไปด้วย



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-ooooloooooX )

Str : C (+Signum biolegens) (= Sss )
Agi : A (+Signum biolegens) (= Legendary )
Vit : D (+Signum biolegens) (= S )
Int : E (+Signum biolegens) (= A )
Dex : B (+Signum biolegens) (= Legendary )

เมเมะได้ฟาดฟันกลุ่มวิญญาณที่พุ่งเข้าโจมตีคนอื่นๆจนหมดสิ้นรวมทั้งการโจมตีของเมเมะเองดูเหมือนว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่ออาวุธของเธอเองเหมือนคนอื่นๆ

ในขณะที่กลุ่มวิญญาณสีเลือดได้ค่อยๆถูกเมเมะฟันกระจายไปนั้นพลังวิญญาณบางส่วนนั้นที่กระจายออกไปจากการถูกทำลายนั้นก็ได้เข้ามารวมคืนที่เจ้าของของพวกมันและค่อยๆฟื้นฟูพลังของมันด้วยเช่นกัน !! ในขณะที่เมเมะยังมีสติอยู่นั้นทำให้เธอไม่ถูกดึงพลังที่เธอได้กักเก็บมากลับไปได้ง่ายนัก. . .

เฮอร์เมร่า : ขอบคุณนะคะ เมเมะ.....

เด็กสาวได้เรียกชื่อของเมเมะขึ้นเป็นครั้งแรกก่อนที่เธอจะได้ทำการโจมตีอัดลงบนพื้นรอบๆตัวของปีศาจด้านหน้านั่นเพื่อทำลายพื้นที่และรบกวนการโจมตีของมันแทนการโจมตีตรงๆ ในขณะเดียวกันนั้นซีเนียเองก็ได้ร่ายเวทย์มนต์บางอย่างออกมาและกางวงเวทย์ของเธอออกมาเพื่อให้ชนกับปีศาจนั่นและลดความสามารถของเวทย์มนต์ฝ่ายตรงข้ามลงจนจำนวนวิญญาณโดยรอบนั้นค่อยๆเคลื่อนไหวช้าลงและมีบางจุดที่สลายไปจนปีศาจตนนั้นต้องเรียกกลุ่มวิญญาณสีแดงเลือดกลับมาล้อมรอบๆตัวมันไว้แทนเพื่อไม่ให้หายไปจนหมด


            " เอ๊ะ..? "

            เมเมะแทบจะคิดว่าตนเองหูฟาด แต่เธอก็ยังยืนยันว่าได้ยินไม่ผิด

            ' เป็นครั้งแรกเลย.. '
            ' ที่มีเพื่อนเรียกชื่อต้นของเรา.. '

            เมเมะในตอนนี้มีความรู้สึกที่ไม่เคยพบมาก่อนกำลังเติมเต็มอยู่ในใจ เพราะคำพูดสั้นๆของ
เพื่อนร่วมทางที่เพิ่งจะรู้จักกันไม่นาน
            และนั่นทำให้เธอไม่ลังเลที่จะตัดสินใจขั้นเด็ดขาด

            ' เราต้องปกป้องเฮอร์เมร่าจังกับเอริจังให้ได้ '

            แม้จะใช้คลื่นดาบตัดพวกมันไปได้แต่ก็อาจจะไม่ทันการ เธอไม่คิดจะประมาทศัตรูอีกแล้ว

            " Signum.. "

            เมเมะเพ่งไปที่กลุ่มวิญญาณที่กำลังเข้าไปกระจุกอยู่ที่ชาโดว์ตนนั้น

            " biolegens!! "

            [ - มหาเนตรราชันย์ <กลืนฟ้า> - ] สูบล็อกฯ (-As 2+2+2)



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )

Str : C (+Signum biolegens) (= Sss )
Agi : A (+Signum biolegens) (= Legendary )
Vit : D (+Signum biolegens) (= S )
Int : E (+Signum biolegens) (= A )
Dex : B (+Signum biolegens) (= Legendary )

ควับ !! เมเมะได้ดูดพลังวิญญาณของปีศาจนั่นมาไว้เหมือนเคยและฟื้นฟูพลังของตัวเองขึ้นมาระดับนึงได้เหมือนเคยอย่างง่ายดายจนผิดปกติ. . .

ฟุ้บ !! ในจังหวะที่พลังวิญญาณทั้งหมดรอบๆตัวของปีศาจนั่นถูกดูดออกไปหมดจนไม่เหลือร่องรอยแล้วนั้นวงแหวนเวทย์ที่พื้นก็ได้สลายออกไปพร้อมๆกับเวทย์มนต์ของซีเนียด้วยเช่นกัน !! มันได้ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆอีกครั้งก่อนที่จะได้วาดฝ่ามือที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความตายสีแดงฉานขึ้นมาและเป้าหมายที่มันส่งผลด้วยมากที่สุดนั้นก็คือเมเมะที่ประกอบไปด้วยจำนวนวิญญาณสีเลือดในร่างกายเต็มไปหมดนั่นเอง !!

โซ่สีแดงฉานที่คล้ายกับสายวิญญาณได้เชื่อมต่อมายังร่างกายของเมเมะอย่างรวดเร็วในขณะที่เคียวในมือของปีศาจด้านหน้านั้นได้หายไปอย่างช้าไปพร้อมๆกับปลายโซ่ที่ได้ค่อยๆเชื่อมต่อกับร่างของเมเมะและมือของมัน !! ในขณะที่การโจมตีของเมกะนั้นไม่สามารถแตะต้องโซ่นั่นได้เลยแม้แต่น้อยรวมทั้งเวทย์มนต์ของซีเนียเองที่ได้หายไปชั่วขณะนี้อีกด้วย

? ? ? : ตายอย่างเงียบๆซะเถอะ. . .

เมื่อสิ้นเสียงนั้นมันก็ได้กระชากโซ่นั่นออกมาอย่างรุนแรงโดยที่เมเมะไม่สามารถทำลายสายเชื่อมนั่นออกได้ด้วยอาวุธของเธอตอนนี้ !!

กึดดดด !! กลับกันแม้ว่าการโจมตีของเมกะจะไม่สามารถสัมผัสโซ่นั่นได้แต่ร่างกายของเธอกลับสามารถแตะต้องโซ่สายนั้นได้อย่างปกติ เด็กสาวได้คว้าปลายโซ่นั่นไว้ด้วยแรงทั้งหมดที่มีอยู่ทำให้โซ่นั่นได้กลับกลายไปเชื่อมต่อกับตัวของเธอแทน !!

? ? ? : . . .

เคร้ง !! โซ่นั่นได้ถูกดึงต่อไปอย่างไร้ปราณีจนเมเมะและซีเนียได้สังเกตุเห็นร่างของหญิงสาวผมสีน้ำตาลเข้มคนนึงที่เหมือนกับว่าจะถูกดึงออกไปจากร่างของเมกะแต่โซ่นั่นก็ได้ขาดออกก่อนเสียก่อนพร้อมกับร่างของเอริกะที่ได้กระเด็นออกมาอย่างช้าๆแทนกับเฮอร์เมร่า !!

ฟุโรโกะ เอริกะ : !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ร่างของเด็กสาวที่แสดงท่าทางเหวอหวาและตกใจอย่างมากได้ปรากฏออกมาในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสมเท่าไรนัก แต่แม้จะอยู่ในอันตรายเธอก็ไม่มีเสียงกรีดร้องตกใจใดๆออกมาเลยแม้แต่น้อยแต่จากที่ดูแล้วเธอคงจะตกใจอยู่อย่างสุดขีดแน่ๆ

เมเมะที่รอดจากการโจมตีเมื่อครู่นั้นได้รับร่างของเอริกะไว้อย่างไม่ยากเย็นนัก รอยกระอักเลือดขนาดใหญ่ได้เปรอะเปื้อนบนชายเสื้อของเด็กสาวเล็กน้อยรวมทั้งยังมีเลือดที่ไหลเปรอะอยู่ตามปากของเธออยู่ไม่น้อยเช่นกัน แต่มันคงไม่น่าจะใช่เลือดของเอริกะ. . .

? ? ? : !!

ปีศาจด้านหน้านั้นได้แสดงสีหน้าตกใจออกมาเมื่อพบว่าแผนการของมันนั้นไม่ได้ผล รวมทั้งยังไม่มีร่องรอยของวิญญาณคนใดในทีมของเมเมะถูกดึงออกมาด้วยเช่นกัน !! ในจังหวะนี้นั้นซีเนียก็ได้วาดอะไรบางอย่างด้วยชอร์คสีขาวลงบนพื้นที่การต่อสู้ที่เวทย์มนต์ไม่สามารถใช้ได้นี้ก่อนที่สภาพพื้นที่นั้นจะกลายเป็นปราศจากเวทย์มนต์ไปทั้งหมดจนปีศาจะนั่นไม่สามารถสร้างวงแหวนเวทย์ใหม่ขึ้นมาได้เนื่องจากอักขระที่ซีเนียได้ทำขึ้น


            ในจังหวะเดียวกัน เมเมะเข้าใจในสิ่งที่ซีเนียทำทันที เธอกอดเอริกะไว้แน่บอก
แล้วก็ซัดคลื่นดาบที่แรงที่สุดออกไปโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง

            [ - เสี้ยวจันทร์ - ] คาไมทาจิ x1 (รูปแบบขนาดใหญ่ -As 4 )



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-ooooX )

Str : C (+Signum biolegens) (= Sss )
Agi : A (+Signum biolegens) (= Legendary )
Vit : D (+Signum biolegens) (= S )
Int : E (+Signum biolegens) (= A )
Dex : B (+Signum biolegens) (= Legendary )

? ? ? : อุ้ก. . .

เสียงเบาๆของปีศาจด้านหน้าได้ดังออกมาเล็กน้อยพร้อมๆกับร่างของมันที่ค่อยๆสลายลงไปเหมือนกับกลุ่มควัญก่อนหน้านี้ แต่ว่าไม่มีซากใดๆหลงเหลือไว้จากตัวมันเหมือนกับปีศาจก่อนหน้า. . .

เคร้ง. . . เคียวเล่มที่มันใช้นั้นได้ค่อยๆหล่นลงบนพื้นก่อนที่จะสลายไปอย่างช้าๆจนเผยให้เห็นดาบเหล็กเล่มนึงที่เคยเป็นปลายคมของเคียวของมันมาก่อนปักลงบนพื้นอย่างช้าๆ



กระแสพลังวิญญาณพยาบาทที่รุนแรงนั้นได้แผ่กระจายออกมาจากตัวดาบอย่างรุนแรงทำให้พวกเมเมะไม่สามารถเข้าใกล้ตัวดาบหรือซากของร่างใต้ผ้าคลุมสีดำเจ้าของร่างที่ถูกสิงก่อนหน้านี้ที่นอนแผ่อยู่ที่เดิมได้เลย

ซีเนีย พาซิฟิก้า : วิญญาณของมันคงยังอยู่ในดาบนั่นสินะ. . .

หญิงสาวได้เอ่ยขึ้นมาพลางจับจ้องดาบนั้นมาพร้อมๆกับเมเมะและเอริกะ. . .

1) หยิบดาบขึ้น
2) ทิ้งไว้ที่เดิม
3) อื่นๆโปรดระบุ


[ 3(+1) ] ดูดกลืนวิญญาณดาบ

            " เทพ 8 ล้าน... "

            เมเมะพึมพำเบาๆโดยใช้ จิต ต้านกระแสของวิญญาณไม่ให้โดนเมกะเบื้องหลัง ก่อนจะขยับตัว
เข้าไปหาซีเนีย แล้วก็แตะไหล่ลงเพื่อผนึกจิตให้พวกเธอทั้งสองคน

            " คือว่า ฝากดูแลเพื่อนของชั้นแปปนึงนะคะ "

            เมเมะฝากเอริกะที่อยู่ในอ้อมแขนให้กับซีเนีย ก่อนจะตั้งสติให้มั่นแล้วเดินเข้าไปใกล้ๆตัวดาบ
อย่างช้าๆ..

            " อุก..!! "

            เธอรู้สึกคลื่นไส้อีกแล้ว.. อาจจะเป็นเพราะแรงอาฆาตในตัวของเธอตอบรับกับวิญญาณตรงหน้า
ก็เป็นได้
            เมเมะยังคงเดินเข้าไปหาอย่างช้าๆ... ช้าๆ... จนกระทั่งต้านกระแสอาฆาตเหล่านั้นแล้วประชิดตัว
ดาบได้สำเร็จ  เธอหายใจลึกๆแล้วนึกถึงเรื่องสนุกๆทุกอย่างที่ทำมาตั้งแต่ในอดีต มนุษย์ที่มีจิตใจอ่อนแอ
มักจะถูกสิงด้วยวิญญาณอาฆาตอยู่แล้ว เธอเองก็ต้องพยายามไม่ให้เป็นแบบนั้น..

            " ....... "

            สิ่งสำคัญตอนนี้คือเธอต้องรีบทำให้มันจบ เพราะว่าเอริกะก็ดีเฮอร์เมร่าก็ดี เธอเป็นห่วงสภาพร่างกาย
ของสองคนนั้นมากกว่า ในตอนนี้...

            " ...ให้เองค่ะ "

            เมเมะได้เค้นเสียงเฮือกสุดท้ายค่อยๆเรียบเรียงคำพูดที่เธออยากจะพูดออกไป

            " ถึง.... ชั้นจะยอม ..ให้คุณทำร้ายเพื่อนของชั้นไม่ได้ แต่ชั้นก็รับรู้น้ำหนัก.. ของสิ่งที่คุณกำลังแบกรับ
อยู่แล้วละค่ะ.. "

            ไม่ใช่คำเปรียบเปรย.. เนตรราชันย์นั้นนอกจากจะเพิ่มพลังมหาศาลที่สูบมาจากผู้อื่นแล้ว ยังรับรู้ได้ถึง
ความต้องการของเป้าหมายและความเคียดแค้นของเป้าหมายด้วย

            " ชั้น... ยังคงยืนยันคำเดิม.. ว่าการเสียสละส่วนน้อยเพื่อส่วนรวมมันผิด.. "
            " เพราะงั้น นี้อาจจะเป็นการเอาแต่ใจของชั้น ..เองค่ะ "

            เมเมะเค้นเสียงพูดพร้อมย่อตัวลงไปใกล้ๆจนแรงอาฆาตข้นขลั่กนั้นปะทะร่างกายเธอแทบจะตรงๆแล้ว
            
            " ชั้นจะช่วยพวกคุณ "

            เธอพูดด้วยเสียงฉะฉาน โดยปราศจากความลังเล

            " นี่ไม่ใช่คำพูดที่พูดขึ้นโดยไร้สิ้นหลักฐาน.. แต่ชั้นรู้ ..ตัวการที่ทำให้ .. มิติของชาโดว์อย่างพวกคุณต้อง
อยู่สภาพที่ไม่เสถียร.. แบบนี้ "

            เมเมะกดสภาพจิตใจไว้สุดชีวิต แล้วพูดต่อไป

            " คำพูดอาจจะ ไม่หนักแน่นพอ แต่ชั้นจะทำให้คุณรู้เอง.. ว่า ชั้นพูดจริง.. "

            [ - เนตรราชันย์ (กลืนวิญญาณ) - ] สูบล็อกฯ (-As 10)

            กระแสลมกรรโชกอย่างรุนแรง เมเมะพยายามดูดกลืนรังสีอาฆาตร่วมเข้ากับวิญญาณของเธอ

            " ถ...ถ้ามันสำเร็จ! คุณจะเข้าใจสิ่งที่ชั้นอยากจะบอกและความตั้งใจของชั้นเองค่ะ!.. "

            เมเมะเค้นเสียงจนเกือบจะคล้ายตะโกน

            " แล้วชั้นจะช่วยทำลายผู้ที่ขัดขวางชาโดว์อย่างพวกคุณให้เอง..!! "

            " ด้วยวิธีที่ถูกต้องอย่างแท้จริง!! "

            เมเมะพูดจบก็เอื้อมมือไปคว้าดาบเล่มนั้นขึ้นมา!

เสร็จสิ้น
โพสต์ 20-10-2013 20:25:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 1-11-2013 00:58






? ? ? : อือ. . .

หญิงสาวได้ตอบขึ้นเบาๆด้วยใบหน้าเจือๆที่มองมายังดีซีเมียที่พยายามเก๊กอย่างสุดความสามารถในตอนนี้ก่อนที่จะได้ค่อยๆมองไปยังหุ่นด้านหน้าอย่างช้าๆที่มีสภาพเหมือนหุ่นโชว์สตาฟแช่แข็งในตอนนี้. . .


ดีซีเมียยืนนิ่งจ้องหน้ากับหญิงสาว ก่อนที่จะมองตามสายตาไปยังหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ที่ยืนนิ่งหรอ . . .

" อ่อ . . . สงสัยว่าทำไมเจ้านี้ถึงหยุดนิ่งหรอ ? ? ? " เขาลองถามหญิงสาวดู
" เหตุผลเรื่องนั้นก็คือ . . . . . . . เอาเป็นว่าช่างมันเถอะ!! มันหยุดแล้วก็แล้วกัน . . . " ดีซีเมียพูดขึ้นพล่างหมุนหัวของหุ่นยนต์แล้วทำมือเหมือนไล่ให้มันไปไกลๆ

" เอาเป็นว่า . . . ทำไมที่นี้ถึงไม่มีคนเลยละ ? ผู้คนไปไหนกันหมดหรือ ? ? ? " ดีซีเมียถามหญิงสาวขึ้นเพราะบรรยากาศโดยรอบก็ค่อนข้างเงียบอยู่แล้วจึงไม่อยากให้สถานการณ์นี้เงียบไปด้วย

หุ่นยนต์ยักษ์ได้ค่อยๆขยับตัวอีกครั้งก่อนที่จะได้เดินไปยังทางที่ดีซีเมียได้โบกมือไล่มันไปอย่างช้าๆ

? ? ? : ไม่ได้มาจากที่นี่สินะ ?

หญิงสาวได้เอ่ยขึ้นกับดีซีเมียเมื่อได้ยินคำถามนั้นก่อนที่จะได้ตอบคำถามของชายหนุ่มกลับไป

? ? ? : ส่วนนึงอพยพไปยังเมืองอื่นหมดแล้ว. . . เพราะว่าที่นี่เป็นจุดแรกๆที่หุ่นยนต์ได้บุกโจมตี. . .

เธอได้อธิบายขึ้นมาพร้อมกับชี้ไปยังซากปรักหักพังของเมือง Center ที่สามารถมองเห็นได้จากตรงนี้ ซึ่งที่นั่นน่าจะเป็นสถานที่ที่พวกหุ่นยนต์เริ่มโจมตีเป็นจุดแรก


ดีซีเมียโบกมือลาหุ่นยนต์ยักษ์ ก่อนที่จะกลับมาทำหน้าเข้มแล้วฟังเรื่องที่หญิงสาวตอบ

" อืม . . . ผมมาจากที่อื่นนะ ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่มิตินี้ด้วยซ้ำ . . . แต่เรื่องนั้นก็ช่างมันไปอีกเรื่องแล้วกัน . . . " ชายหนุ่มกล่าวพล่างโบกมือปัดไปมาด้วยความรู้สึกว่าขี้เกียจเล่า

" จะว่าไปการที่พูดว่าไม่ได้มาจากที่นี้แสดงว่ามีคนที่มาจากต่างมิติคนอื่นอีกหรอ . . . แล้วก็จากที่เธอเล่ามา ถ้าแบบนั้นที่นี้ก็อันตรายนะสิ แล้วทำไมเธอถึงไม่อพยพไปกับพวกเขาละ ? ? ? " ชายหนุ่มกล่าวด้วยความสงสัยเล็กน้อยเพราะมันก็ดูไม่ค่อยเป็นเรื่องปกติสักเท่าไรที่ผู้หญิงที่เป็นเผ่ามนุษย์โดยแท้จริงแล้วจะมาอยู่ในที่แบบนี้คนเดียว

? ? ? : เรากำลังอพยพอยู่น่ะ. . . แต่ไปเจอกับหุ่นนั่นเข้าก่อน

หญิงสาวได้อธิบายเหตุการณ์การเดินทางของเธอขึ้นสั้นๆกับดีซีเมีย

? ? ? : เรื่องมิติ. . . มีบุคคลกลุ่มนึงที่มาจากโลกอื่นอยู่ในโลกนี้ด้วยเช่นกันน่ะ

เธอได้ตอบขึ้นเหมือนกับว่าเป็นเรื่องปกติเพราะเหตุการณ์ของโลกทางนี้ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน


" อืม . . . งั้นหรอ ? แล้วต้องการจะอพยพไปไหนละ ? ? ? "
ชายหนุ่มฟังคำของหญิงสาวแล้วจึงพูดขึ้นขณะที่หยิบมอเตอร์ไซค์ขึ้นมาจากกระเป๋า

" ให้ผมไปส่งมั้ย ? "
ดีซีเมียกล่าวขึ้นเพราะว่าตอนนี้เขาเองก็ว่างอยู่พอดี แล้วก็ถ้าเกิดปล่อยให้อพยพไปคนเดียวก็คงเกิดเหตุแบบนี้อีก
" จริงด้วย . . . ยังไม่รู้จักชื่อเลยสินะ ผมดีซีเมีย ครับ " ชายหนุ่มกล่าวขณะขึ้นรถ

อลิซ มาร์การอยด์ : อลิซ มาร์การอยด์. . .

เธอได้แนะนำตัวขึ้นกับดีซีเมียก่อนที่จะได้เดินห่างออกไปนิดหน่อยเพื่อเก็บย่ามเดินทางของเธอขึ้นหลังจากการต่อสู้เมื่อครู่และเดินกลับมาหาดีซีเมียอีกครั้ง

อลิซ มาร์การอยด์ : คนส่วนใหญ่ไปกันที่ Emptiness ล่ะนะ. . . แต่ว่าเรากำลังเดินทางไป Capialaros อยู่. . .

หญิงสาวได้ตอบดีซีเมียเกี่ยวกับคำถามของเขาขึ้นและทำท่าจะออกเดินทางไปถ้าชายหนุ่มไม่ถามอะไรเธอแล้ว


' Capialaros !? อ้อ เมืองที่มาตอนมาโลกนี้ครั้งแรกสินะ . . . ถ้าไปทางเรือน่าจะเร็วกว่าก็จริง . . . แต่ดูเหมือนว่าเรือจะขึ้นได้แค่คนเดียวนี้สิ ช่วยไม่ได้แหะ '
ดีซีเมียเปิดแผนที่เพื่อดูเส้นทางก่อนที่จะพาหญิงสาวไปซ้อนมอเตอร์ไซค์ของเขา

" ไม่มีหมวกกันน็อคให้หรอกนะ . . . จับให้แน่นๆละ  " ชายหนุ่มกล่าวก่อนที่จะเร่งเครื่องเพื่อขับพาหญิงสาวไปส่ง ณ จุดหมายของเธอ

อลิซ มาร์การอยด์ : . . .

หญิงสาวได้ซ้อนลงที่ด้านหลังและเกาะซะเอวของดีซีเมียไว้อย่างเงียบๆ

~ Day 4 ~
-:- เวลาช่วงเย็น



หลังจากที่ออกเดินทางกันมาได้ซักพักดีวีเมียก็พบว่าเวลาตอนนี้นั้นเย็นลงมาแล้ว ในสถานที่ทางทิศตะวันออกจากจุดนี้นั้นดูเหมือนว่าจะมีทะเลสาปเล็กๆอยู่และน่าจะเป็นที่พักชั่วคราวได้

1) เดินทางต่อ
2) แวะพักข้างทาง
3) อื่นๆโปรดระบุ


2) แวะพักข้างทาง

หลังจากที่เดินทางกันแทบจะข้ามวันเขาก็หยุดรถลง ณ ริมทะเลสาปแห่งนึงที่เป็นทางผ่าน พร้อมกับเปิดแผนที่ดูเล็กน้อย
" พักกันก่อนเถอะ . . . " ดีซีเมียกล่าวในขณะที่จอดรถ แล้วลงมาบนพื้น ก่อนที่จะเดินไปล้างหน้าล้างตาที่ทะเลสาบ

เมื่อดีซีเมียล้างหน้าเสร็จจึงหันไปหาหญิงสาว " รอก่อนนะ . . . " ชายหนุ่มกล่าวขณะที่เดินเข้าไปในป่าเพื่อหาอะไรมาเป็นอาหาร

หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไรพลางลงจากมอเตอร์ไซค์นั้นมารออยู่แถวๆที่พักชั่วคราวนี้

ในขณะเดียวกันทางด้านดีซีเมียที่เดินออกหาอาหารป่านั้นก็พบว่าพื้นที่ราบลุ่มแถวนี้ไม่น่าจะหาสัตว์ได้ง่ายนัก แต่ว่าใกล้ๆกันนั้นก็มีทะเลสาปอยู่อีกแห่งเหมือนกันดีซีเมียน่าจะหาปลา(?)ไว้เป็นอาหารได้



1) ไปตกปลา(อีกรอบ)
2) หาธัญพืชป่าแทน
3) อื่นๆโปรดระบุ


1) ไปตกปลา(อีกรอบ)
+
3) อื่นๆโปรดระบุ
=
4) ไปตกปลา ด้วยวิธีอื่นๆ โปรดระบุ :: ใช้ไฟฟ้าช็อต

ดีซีเมียเดินไปแถวๆทะเลสาบ เอาเรือออกมาจากกระเป๋าแล้วเอาลงน้ำ ค่อยๆแล่นไปโดยไม่ให้ฝูงปลาแตกตื่นมองหาแหล่งที่มีปลาชุกชุม  แล้วนำแบตเตอรี่มาต่อๆกันด้วยสายทองแดง พล่างมองดูเหล่าปลาที่ว่ายน้ำอยู่ เขาเลือกวิธีนี้เพราะว่าไม่อยากให้ อลิซ รอนาน แล้วนำปลายทั้งสองของสายทองแดงจุ่มลงไปในน้ำ

ทันใดนั้นก็เหมือนมีแถบด้านล่างขึ้นเหมือนอยู่ในรายการทีวี
" คำเตือน :: วิธีนี้เป็นความสามารถส่วนบุคคลไม่ควรทำตามหรือลอกเลียนแบบ และเป็นการทำลายธรรมชาติด้วย "

ดีซีเมียได้ช้อตปลาตายฝูงใหญ่จนลอยขึ้นมาอย่างนับไม่ถ้วน ไม่แค่ปลาเท่านั้นแม้กระทั่งสัตว์น้ำอื่นๆก็ยังลอยตายขึ้นมาเป็นแพอีกด้วยเช่นกัน. . .

-:- ได้รับไอเท็ม
     - เนื้อปลาดิบ *20

ที่ทะเลสาปนั้นดูเหมือนว่าข้างใต้จะมีซากสถานที่บางอย่างอยู่ด้วยเช่นกัน แต่ตอนนี้ดีซีเมียคงยังไม่น่าจะลงไปใต้ซากปลาตายเหล่านี้เท่าไรนัก. . .


" ดูเหมือนว่าจะได้มาเยอะเกินไปสินะ . . . " ชายหนุ่มกล่าวขึ้นลอยๆ
. . . . ดีซีเมียสำนึกผิดเล็กน้อย ต่อหน้าปลาที่ลอยขึ้นมา . . .

ดีซีเมียเอาสายไฟขึ้นจากน้ำ ก่อนที่จะนำปลาขึ้นมาจากในน้ำ ในขณะนั้นเองชายหนุ่มก็ได้สังเกตถึงอะไรบางอย่างใต้น้ำ เขาไม่ได้สนใจอะไรกับสิ่งนั้นมากมายแค่คิดไว้ว่าถ้าเกิดมีโอกาสอาจจะแวะมาสำรวจอีกที แล้วขึ้นบกพร้อมนำเรือเก็บใส่กระเป๋าด้วย

เมื่อชายหนุ่มขึ้นมาบนบก เขาก็กลับไปยังที่ๆเขาจอดมอเตอร์ไซค์เอาไว้ เพื่อไปหาอลิซ ที่น่าจะนั่งรออยู่พล่างเก็บใบไม้แห้งและกิ่งไม้ไปด้วยระหว่างทาง พล่างคิดหาวิธีจุดไฟไปด้วย เพราะดูเหมือนเขาจะรับรู้จากโลกคู่ขนานหรือโลกต่างมิติ ว่าเคยมีหญิงสาวที่ไปจับปลาแต่แล้วกลับได้กุ้ง แถมกว่าจะจุดไฟติดก็ต้องใช้เวลาทั้งวัน ดีซีเมียไม่อยากให้เขาพบประสบการณ์อะไรแบบนั้นจึงต้องเริ่มคิดหาวิธีต่างๆที่จะจุดไฟได้อย่างรวดเร็ว และยังคงเก็บใบไม้กับกิ่งไม้เพราะคิดว่ามันคงจะมีประโยชน์

เมื่อเขาเดินกลับมาหาที่ๆเขาจอดมอเตอร์ไซค์ไว้ก็นำใบไม้และกิ่งไม้ออกมาวางลงกับพื้น

" อลิซ . . . เธอมีวิธีจุดไฟบ้างมั้ย ? " เขาเอ่ยถามหญิงสาว
เขาเอ่ยถามเพราะคิดว่าวิธีของเขาอาจจะไม่ได้ผลจึงถามเพื่อไว้ก่อนที่จะลองวิธีการแปลกๆ ชายหนุ่มโยนกิ่งไม้แห้งขึ้นไปบนอากาศแล้วยิงใส่กิ่งไม้นั้น

use skill :: Dimension Shot + Multiple Shot
จำวนที่วาร์ป :: 1กระสุน
เป้าหมาย :: กิ่งไม้
ระยะห่างจากเป้าหมาย :: จากปลายปืนถึงกิ่งไม้
จุดที่วาร์ป :: ฝั่งตรงข้ามของกิ่งไม้ให้ ดิ่งไม้อยู่กึ่งกลางระหว่างจุดที่วาร์ปไปกับปลายกระบอกปืน
ทิศทาง :: พุ่งเข้าหาดีซีเมีย

กระสุนทั้งสองพุ่งตรงแล้วชนกันที่กิ่งไม้ กระสุนทั้งที่หมุนด้วยเกลียวภายในกระบอกปืนหมุนสวนทางกันในขณะที่ชนเกิดแรงเสียดทานที่แปรเปลี่ยนกลายเป็นความร้อน เมื่อคิดถึงความเร็วของกระสุนแล้วเขาคาดการณ์ไว้ว่ามันน่าจะทำให้เกิดความร้อนเพียงพอที่จะให้กิ่งไม้นั้นติดไฟ

AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l--oooX )

ลูกกระสุนได้กระทบกิ่งไม้กลางอากาศจนเกิดเป็นประกายไฟขึ้นก่อนที่จะดับวูบลงในขณะที่ต้านกระแสลมและค่อยๆตกลงแห้งๆสู่พื้นด้านล่างอย่างช้าๆ. . .

ในขณะเดียวกันนั่นเองหญิงสาวที่ยืนดูอยู่ข้างหลังนั้นก็ได้ค่อยๆเดินเข้ามาหาดีซีเมียอย่างช้าๆก่อนที่เธอจะได้หยิบไม้ขีดไฟขึ้นมากล่องนึงและยื่นให้กับดีซีเมียอย่างเงียบๆ. . .


" . . . . ขอบคุณ . . . " ดีซีเมียกล่าวในขณะที่รับไม้ขีดไฟมาจากหญิงสาว
ดีซีเมียจุดไฟและปิ้งปลาที่เขาพึ่งจับมาได้และแบ่งให้กับหญิงสาวด้วย

-:- ช่วงเวลากลางคืน

เธอได้ค่อยๆรับปลาย่างนั่นมาอย่างเงียบๆและนั่งทานลงข้างๆกับดีซีเมีย

หลังจากที่เธอทานเสร็จแล้วนั้นเธอก็ได้หามุมต้นไม้แถวๆนั้นก่อนที่จะนั่งหลับลงอย่างเงียบๆ. . .


ดีซีเมียหยิบปลาขึ้นมากินบ้าง พร้อมกับนำน้ำเปล่าจากกระเป๋าออกมาด้วย เมื่อเขากินเสร็จก็หันไปหาหญิงสาวแต่ก็เห็นว่าหลับไปแล้วจึงไม่ได้ทำอะไร
ชายหนุ่มเองก็หาที่นอนบ้างเขา เมื่อชายหนุ่มทิ้งร่างลงไปข้างต้นไม้ พล่างคิดเรื่องต่างๆที่น่าสงสัยของหญิงสาว
ในขณะที่คิดนั้นชายหนุ่มก็เผลอหลับไป

~ Day 5 ~

-:- เวลาช่วงเช้า

ดีซีเมียได้ค่อยๆตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่งีบพักไปได้ซักพัก บรรยากาศยามเช้าที่ค่อนข้างครึ้มในตอนนี้ไม่เหมาะกับการเดินทางเท่าไรนัก ถ้าชายหนุ่มสามารถเดินทางไปถึงเมืองได้ก่อนที่จะมีอะไรเกิดขึ้นน่าจะเป็นการดี

ในขณะเดียวกันอลิซเองก็ได้ตื่นขึ้นมาพร้อมๆกับดีซีเมียเช่นกัน เนื่องจากสัมภาระที่ไม่มากของทั้งสองนั้นทำให้พวกเขาสามารถออกเดินทางไปยังเมืองทางใต้ได้เลยในทันที

1) ออกเดินทางเลย
2) เปลี่ยนจุดหมาย
3) อื่นๆโปรดระบุ


1) ออกเดินทางเลย

ดีซีเมียรีบเร่งพาอลิซออกเดินทาง เพราะเห็นว่าบรรยากาศไม่ค่อยดีเสียเท่าไร จึงรีบเดินทางหวังว่าจะไปถึงก่อนจะเกิดอะไรขึ้น

เมื่อออกเดินทางมาได้สักพัก ชายหนุ่มก็กล่าวขึ้นมาว่า " จะว่าไปแล้ว . . . ทำไมเธอถึงเลือกเดินทางมาที่ Capialaros แทนที่จะเป็นEmptiness เหมือนคนส่วนใหญ่ละ ? ? ? ที่นั้นมีคนเยอะกว่าน่าจะปลอดภัยมากกว่าด้วยนิ "

อลิซ มาร์การอยด์ : โบสถ์น่ะ. . .

เธอได้ตอบดีซีเมียกลับมาสั้นๆถึงจุดหมายของเธอ ถ้าจำไม่ผิดแล้วนั้นดีซีเมียเองก็เคยเห็นโบสถ์แห่งนึงที่เมือง Capialaros เช่นกัน

-:- เวลาช่วงกลางวัน



ไม่นานนักทั้งสองก็ได้เดินทางมาถึงตัวเมืองได้ทันก่อนที่ปรากฏการธรรมชาติแปลกๆนั้นจะเกิดขึ้น

1) แยกกับอลิซเลย
2) อื่นๆโปรดระบุ


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 21-10-2013 09:36:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 25-10-2013 06:51








AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----X )

Str : C
Agi : A
Vit : D
Int : E
Dex : B

เมื่อเมเมะนั้นได้คว้าดาบเล่มนั้นไว้ตัวของเธอก็ถูกห้อมล้อมไว้ด้วยวิญญาณโลหิตที่พุ่งสีแดงฉานออกมาจากตัวดาบ เมื่อรู้สึกตัวอีกทีนั้นเธอก็พบว่าเธอได้ถูกย้ายมาอยู่ในมิติอื่นแทนซึ่งน่าจะเป็นภายในตัวของดาบ !!



? ? ? : ความมุ่งมั่นของเธอ. . . คงต้องขอพิสูจน์ล่ะ. . .

เมื่อสิ้นเสียงลงปีศาจที่หายไปเมื่อครู่นั้นก็ได้ปรากฏร่างขึ้นอีกครั้งในมิติแห่งนี้ต่อหน้าของเมเมะอีกครั้ง

? ? ? : ยังมีชาโดว์อีกมากมายที่มีเป้าหมายแบบเดียวกัน. . . ถ้าแค่นี้เธอยังก้าวผ่านไปไม่ได้ ข้าก็จะเข้าใช้ร่างของเธอตามเจตจำนงของข้าเอง. . .

มันได้ยกเคียวคันเดิมขึ้นมาอีกครั้งอย่างช้าๆก่อนที่บรรยากาศที่เงียบขรึมและนิ่งสนิทราวกับภูเขาไฟที่ใกล้จะระเบิดออกได้ทุกเมื่อได้กลืนกินบรรยกาศนี้อีกครั้ง


            " ....... "

            เมเมะได้ยืนขึ้นช้าๆและจ้องเข้าไปในดวงตาของชาโดว์ด้านหน้าเธอ

            " .....จะพิสูจน์ให้ตะลึงเลยค่ะ "

            บรรยากาศที่สงบเงียบลงกระทันหันจนน่าขนลุก ทั้งเธอและชาโดว์ตนหน้าก็ไม่ได้ขยับตัวแม้
สักนิดเดียว เวลานี้ต่อให้เสียงกิ่งไม้กระทบพื้นก็คงเป็นสัญญาณเริ่มการต่อสู้ได้เป็นแน่..
            เมเมะที่ถือปืนดาบในสภาพคล้ายโจดัง*(จับดาบสองมือแล้วชูดาบขึ้นเหนือหัว) ก่อนที่เธอจะ
ขยับตัวเล็กน้อยแล้วเปลี่ยนเป็นท่าร่างในรูปแบบเหมือนจะชักดาบออกจากฝักแทน

            " ........... "

            ไม่มีเสียงใดๆในมิตินี้แม้แต่น้อย....

ปีศาจด้านหน้าได้พุ่งเข้ามาตรงๆและเกี่ยวเคียวของมันแลกลงมายังเมเมะด้วยเช่นกัน !!

ฉุดดด !! เลือดของเมเมะได้ไหลลงที่แขนข้างที่จับดาบของเธอจนชาไปหมดจนเธอต้องปล่อยปืนดาบออกจากมือของเธอไปอย่างช้าๆ. . .

กึงงงง !! เสียงเคียวที่ได้หลุดลงสู่พื้นเช่นกันได้ค่อยๆดังขึ้นมาก่อนที่ปีศาจตัวนั้นจะค่อยๆหันมาพร้อมกับรอยฟันแยกออกที่กลางหัวของมันจนควัญสีดำที่คล้ายกับตอนที่มันได้สลายไปนั้นได้รั่วไหลออกมาอย่างช้าๆ

? ? ? : ข้าคงจะไม่สามารถอยู่ดูอนาคตที่จะเกิดขึ้นด้วยสองมือเล็กๆของเธอได้. . . ดาบเล่มนี้คงจะถึงเวลาที่จะต้องตกทอดถึงเจ้าของใหม่แล้วสินะ. . .

-:- ได้รับ Katana : Kasaneru Tsumi (ขั้นแรก)

เมื่อกล่าวจบนั้นร่างของมันก็ได้ค่อยๆสลายไปอีกครั้งก่อนที่ดาบเล่มนั้นจะถูกดึงขึ้นมาด้วยมือของเมเมะเองในมิติเดิมที่ซีเนียและเมกะได้รอคอยเธออยู่. . . แต่ว่าดันมีบุคคลประหลาดที่ยืนรอเธออยู่ที่ภายนอกด้วยเช่นกัน แต่ว่าคนอื่นๆไม่น่าจะมองเห็นคนๆนี้เหมือนกับที่เมเมะกำลังเห็นอยู่ในตอนนี้. . .



? ? ? : สวัสดีเด็กน้อย ~ เจ้าเป็นคนเดียวที่มองเห็นตัวตนของข้าในตอนนี้ แต่ไม่ต้องกังวลไปหรอกข้าไม่ได้มาทำร้ายเจ้า ข้าแค่ต้องการแลกเปลี่ยนอะไรบางอย่างกับเจ้าเท่านั้น

ชายในชุดคลุมร่างสูงได้เอ่ยบอกเมเมะขึ้นพร้อมกับยื่นข้อเสนอของเขาออกมา

? ? ? : ข้ามีพลังบางอย่างที่จะมอบให้กับเจ้าเพื่อเป็นหลักฐานถึงการกำจัดเป้าหมายที่มีระดับสูงได้ แต่ถ้าเจ้ามอบ Gunblade ของเจ้าให้กับข้าด้วยข้าจะมีโบนัสเล็กๆแถมให้กับเจ้าด้วยเช่นกัน

1) รับพลังอย่างเดียว ( เพิ่ม Active + Passive skill อย่างละ 1 ได้ ไม่สามารถลบของเก่าออกได้ )
2) แลก Gunblade  ด้วย
3) ไม่สนใจ


[ 2 ]

            เมเมะสะดุ้งขึ้นเมื่อรู้สึกตัวอีกทีวิวทิวทัศน์ก็กลับเป็นเหมือนเดิม หากแต่บุคคลข้างหน้าตอนนี้...

            " ...... "

            เธอตัดสินใจยืนปืนดาบไปให้ เพราะจากสภาพการณ์ใช้งานเมื่อครู่แม้จะเป็นในจิตใจแต่ก็ดูเหมือน
จะเกินกำลังมากเกินไปจนดาบเริ่มปริแตกแล้ว...

            ' คุณเป็นใครกันคะ..? '

            เธอพูดเบาๆเพื่อไม่ให้สองคนด้านหลังเอะใจอะไร..

*สามารถเรียนรู้สกิล Active เพิ่ม 1 ท่า และ Passive Skill เพิ่ม 1 ท่า*

? ? ? : เป็นแค่พ่อค้าน่ะ ไม่ต้องสนใจหรอก

ชายคนนั้นได้ค่อยๆรับปืนดาบจากเมเมะมาอย่างช้าๆก่อนที่จะได้ให้ปืนดาบกับเด็กสาวอีกเล่มนึงคืนกับเธอ



? ? ? : ขอบคุณสำหรับกันเบลดมากนะ ถ้าอย่างนั้น. . .

เมื่อกล่าวจบแล้วร่างของพ่อค้าคนนั้นก็ได้หายไปทำให้เมเมะกลับมายังสภาพของโลกเดิมจริงๆซักที


            " ด..เดี๋ยว! "

            ยังไม่ทันที่เมเมะจะร้องห้าม ผู้ที่เรียกตนเองว่าพ่อค้านั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

            " .....อะไรกันนะ...? "
            ' ช่างเถอะ.. ในที่สุดก็พักเรื่องไว้แล้ว ต้องรีบไปดูอาการของเมกะจัง '

            เมเมะเก็บอาวุธใหม่ทั้งหมดพลางหันหลังไปหาทั้งสองคนจากนั้นก็รีบก้าวเท้าเดินไปหา
เพื่อนของเธอ ก่อนจะโบกมือทักซีเนียก่อนว่า

            " ดูเหมือนจะเรียบร้อ......คุ!? "
            

~~~~~~~~~~

            

[ กี้ดดดดดดดดดดดดดด!! ]

            แต่ยังไม่ทันที่จะพูดอะไรต่อ ก็ปรากฏร่างวิญญาณประหลาดขึ้นมารอบกายเธอจำนวน
มหาศาล โดยขนาดของพวกมันแต่ละตัวเกือบจะเท่าๆตัวของเมเมะเลยทีเดียว
            พวกมันออกมาจากร่างของเมเมะแล้วก็วนอยู่รอบๆตัวเธอสักพักจนเกิดลมกรรโชกรุนแรง
เหมือนพายุไม่นานนักก็สลายไปจนหมด..

ตุบ..

             เมเมะล้มทั้งยืนโดยที่ไม่สามารถขยับร่างกายได้ เธอทำหน้างงเล็กน้อยก่อนจะชันเข่าแล้ว
ยันตัวเองขึ้นมาช้าๆ...

             " .....? ........?? "

ซีเนีย พาซิฟิก้า : ชะ- ชาโดว์ ?! ไม่สิ... ไม่ใช่...

หญิงสาวได้รีบกันเมกะไว้ที่ด้านหน้าแต่ดูเหมือนว่าวิญญาณพวกนั้นจะได้หายไปกันเสียก่อนที่จะเกิดอะไรขึ้นมาเสียก่อน. . .

ดูเหมือนว่าสถานการณ์ในตอนนี้จะกลับมาปกติ(?)อีกครั้งนึงแล้ว ทำให้ทางออกที่ด้านหน้าของทั้งสามเปิดขึ้นอีกครั้งนึงตามปกติ

1) ออกไปกันเลย
2) พาร่างใต้ผ้าคลุมของร่างสิงของชาโดว์ออกไปด้วย
3) อื่นๆโปรดระบุ


[ 3 ] - (ก่อน)ปรึกษาเรื่องร่างที่นอนอยู่

            " ....อื้อ "

            ถึงจะแค่แว่บเดี๋ยว แต่เหมือนเห็นกลุ่มก้อนพลังงานแปลกๆเมื่อสักครู่...
            เมเมะยืนขึ้นมาได้แล้วก็สำรวจตนเอง ..นอกจากแผลที่่สมานเรียบร้อยแล้วก็ไม่มีอะไร
ผิดปกติ ถ้าจะให้บอกตรงๆ ร่างกายรู้สึกดีมากกว่าตอนที่หลุดเข้าไปที่"สวน"เสียอีก

            " ..หือ? "
            ' คุณซีเนียกับเมกะจัง...? '

            รู้สึกเหมือนโดนมองด้วยสายตาหวาดระแวง..

            " เอ๊ะ..? เอ๋?? อะ อะไรเหรอคะ? ค คือว่า ... คือว่า.. "

            เมเมะหันซ้ายหันขวาด้วยท่าทีที่ลนลาน ก่อนจะค่อยๆน้ำตาซึมเล็กๆ

            ' แง.. ทำไมมองชั้นอย่างนั้นละค้า... '

ซีเนียได้ตกใจขึ้นเมื่อเห็นเมเมะน้ำตาซึมออกมาอย่างนั้นก่อนที่จะได้รีบวิ่งเข้าไปกอดร่างเล็กๆนั่นไว้พลางลูบหัวลงเบาๆ

ซีเนีย พาซิฟิก้า : มะ- ไม่มีอะไรหรอกจ้า !! แค่ลมพัดผ่านไปน่ะ. . .

เธอได้ตอบบ่ายเบี่ยงขึ้นในขณะที่เมกะเองก็ได้ค่อยๆเดินตามมาหาเมเมะด้วยเช่นกัน

ฟุโรโกะ เอริกะ : !!!!

เด็กสาวได้สบัดหน้าไป-มาเหมือนกับกำลังจะบอกเมเมะว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นและค่อยๆยกมือของเธอจับมือของเมเมะไว้ด้านนึงด้วยเช่นกันเหมือนกับที่เมเมะคอยจูงมือของเธออยู่บ่อยๆ

ซีเนีย พาซิฟิก้า : ร่างใต้ผ้าคลุมนั้นคงจะเป็นของคนที่ถูกสิงสินะ. . . แต่ก่อนที่ร่างชาโดว์จริงๆจะปรากฏออกมาก็ร้ายใช้เล่นอยู่เหมือนกัน

หญิงสาวได้เปลี่ยนเรื่องมาในขณะที่ยังยืนอยู่ข้างๆเมเมะแบบนั้นก่อนที่จะค่อยๆทอดสายตาออกไปที่ร่างนั่น. . . แต่ทั้งสามก็ต้องกลับมาตั้งหลักพร้อมกันเสียก่อนเมื่อพบว่าร่างนั่นได้ลุกขึ้นมายืนอย่างปกติพร้อมกับดวงตาข้างนึงที่ยังคงไฟสีฟ้าอยู่ !!



            เมเมะยังคงเอาตัวบังเมกะตามสัญชาตญาณ ทั้งๆที่น้ำตายังคล้อเบ้าอยู่เล็กน้อย
เมื่อกี้เธอรู้สึกดีมากๆเหมือนกับตอนที่เจอฮาเซโอะครั้งแรกเลย ถึงจะเล็กน้อยแต่ความจริง
แล้วภายในเมเมะเป็นเด็กที่ขี้เหงาแล้วก็ขี้แยกว่าที่เห็นพอสมควร เธอชอบทำเป็นเก่งแล้ว
ก็ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ส่วนนึงก็เพื่อจะไม่ให้ร้องไห้ง่ายๆนี่แหละ

            " ..... "

            เมเมะไม่พูดอะไรพลางให้ซีเนียรับหน้าที่เจรจาไป

ซีเนียได้นิ่งเงียบดูสถานการณ์จากเบื้องหน้าอย่างระแวดระวัง บรรยากาศที่เงียบขรึมรอบๆนี้ทำให้ทุกคนนั้นเริ่มรู้สึกกดดันขึ้นมาเล็กน้อยกับอีกฝ่าย. . .

แกร๊ง. . . เสียงของด้ามปืนขนาดใหญ่ของหญิงสาวใต้ผ้าคลุมตรงหน้าได้ค่อยๆหลุดไหลลงไปจากมือเธอจนกระทบกับพื้นดังขึ้นมาจนทำให้ซีเนียนั้นเกือบจะออกตัวโจมตีหญิงสาวด้านหน้าคนนั้นเสียแล้ว. . . แต่ทว่าหญิงสาวดวงตาสีฟ้าด้านหน้านั้นกลับค่อยๆก้มลงอย่างช้าๆและเก็บปืนของเธอขึ้นมาแบกพร้อมกับสะพายดาบคาตานะสีดำกริบของเธอขึ้นและค่อยๆทำท่าหันหลังไปที่ทางออกอย่างเงียบๆแทน. . .

1) เรียกไว้
2) ปล่อยให้ไป
3) อื่นๆโปรดระบุ


[ 2 ]

            " .... "

            เมเมะหันไปสบตากับซีเนียสลับกับเพื่อนของเธอด้วยสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย เพราะ
ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับสถานการณ์นี้ดี

ซีเนีย พาซิฟิก้า : ถ้าเคยถูกชาโดว์สิงโดยตรงแบบนั้นน่าจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเครื่องจักรละนะ และจากที่ดูเขาก็ไม่ได้เข้ามาทำร้ายเราก่อนเหมือนก่อนหน้านี้ด้วย

หญิงสาวได้เอ่ยคุยขึ้นกับเมเมะและเมกะและได้ตัดสินใจปล่อยหญิงสาวคนนั้นเดินออกไป

ซีเนีย พาซิฟิก้า : ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ออกไปบ้างเถอะ

เธอได้เอ่ยขึ้นอย่างโล่งใจเมื่อพบว่าไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นแล้วก่อนที่จะได้นำเมเมะและเมกะออกสู่ด้านนอก



~ Day 5 ~

-:- ช่วงเวลาเช้า เขตุ Dark Hour

Dark pressure : Low

หลังจากที่ทั้งสามได้เดินทางออกมากันแล้วพวกเธอก็พบว่าพวกเธอได้มาปรากฏที่ป่าด้านเหนือของเมือง Center ที่เมเมะและเมกะเคยเดินทางผ่านไปยัง Emptiness มาก่อนหน้านี้

ภายด้านนอกนั้นไม่มีร่องรอยของหญิงสาวคนก่อนหน้านี้รวมทั้งพวกชาโดว์แมลงด้วยเช่นกัน ตอนนี้คงจะเป็นเวลาปลอดภัยในการเดินทางของโลกแห่งนี้

ซีเนีย พาซิฟิก้า : หลังจากออกจากป่านี้ไปก็จะกลับเข้าสู่โลกปกติแล้วล่ะนะ

หญิงสาวได้กล่าวขึ้นพร้อมกับชี้ออกไปยังทิศทางด้านเหนือของป่า

ซีเนีย พาซิฟิก้า : พวกเธอจะทำอะไรต่อไปล่ะ ?


            " ทำอะไรต่อเนี่ย... "

            เมเมะที่กลับมาอารมณ์เดิมตามปกติแล้วก็มองไปรอบๆเพื่อตรวจสถานที่

            " แถวนี้รู้สึกคุ้นมากเลยนะคะ... "
            ' กลับมาที่เดิมอีกแล้ว... นึกว่าคืนนี้จะได้นอนเตียงซะอีก ........ ไม่สิ มันเช้าแล้วนี่นา '
            
            เมเมะมองไปรอบชายป่าด้วยสายตาเหม่อลอย ก่อนจะตบแก้มตนเองเบาๆแล้วก็หันไปบอกซีเนีย

            " ชั้นคง.. ต้องทำสัญญาที่ให้ไว้กับเพื่อนชั้นก่อนค่ะ "

            เมเมะพูดพร้อมกับจับมือของเมกะเบาๆ ก่อนจะประกาศด้วยรอยยิ้มสดใสว่า

            " พวกเราจะลองลงไปทางใต้ดูค่ะ "
            " แล้วซีเนียซังละคะ? "
            
ซีเนีย พาซิฟิก้า : เรามีธรุะใน Dimension Den น่ะ ถ้าอย่างนั้นคงต้องแยกกันตรงนี้แล้วล่ะนะ

หญิงสาวได้เอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มลาให้กับเมเมะและเมกะเล็กๆก่อนที่เธอจะได้เดินย้อนกลับเข้าไป

ซีเนีย พาซิฟิก้า : ไว้เจอกันครั้งหน้า เอาเป็นที่สวนสนุกหรือห้างก็แล้วกันนะ

เธอได้เอ่ยลาทิ้งท้ายไว้และเดินจากเด็กสาวทั้งสองไป


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 24-8-2019 10:03 , Processed in 0.400201 second(s), 26 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้