Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: tesstrossa

[Play] Role play : The world ~ Celestia ~ *Revive*

[คัดลอกลิงก์]
ปลาหมึก
โพสต์ 4-11-2013 23:34:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 11-11-2013 00:19






''นี้ชนตัวอะไรนี่ ชนตัวอะไรตอนนี้ไม่ต้องสนใจต้องพาเธอคนนี้ออกจากที่นี้ให้เร็วที่สุดและก็ยังพวกข้างหลังตามมาอีกขืนมัวช้ามีหวังถูกเจอตัวแน่'' เอดิสไม่สนใจตัวที่เขาถูกชนไปเขายังคงมุ่งหน้าวิ่งต่อไปที่ทางออก

บึ้ก !! ชายหนุ่มได้ถูกกระแทกเข้าอีกครั้งเมื่อเขาพยายามจะเดินไปด้านหน้าเพื่อหลบหนี ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเขาอาจจะไม่สามารถออกจากท่อระบายน้ำนี้ได้ทันแน่ๆ !!


''น่ารำคาญจริงเลยไอเงาดำนี่คนยิ่งรีบๆอยู่'' Defiance ขึ้นที่3 Limit Break  เอกิสมองหาเงาสีดำนั่นแล้วรอโอกาศที่เงาดำนั่นตรงหน้าเขา ''หายไปสะ!!!''  BraverX2



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----loooooloooooX )

Str : A (+ Defiance)(=S)
Agi : B (+ Defiance)(=A)
Vit : C
Int : D
Dex : E

Defiance Lv 3
Limit Break  Lv 1
Unchained

เอกิสได้ฟันดาบขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยมือข้างเดียวของเขาจนเงานั่นได้หยุดลงและปรากฏตัวออกมาอย่างช้าๆ จนทำให้เอกิสได้มองเห็นกับตะขาบที่มีร่างกายเป็นกระดูกขาวโพลนที่มีลำตัวยาวได้ชัดเจนขึ้น !!



''ไอตะขาบน่ารำคาญเอย'' เอกิสมองหาที่หลบดีเพื่อที่เขาจะได้วางหญิงสาวที่เขาอู้มมาแล้วเขาจะได้สู้กับตะขาบตัวนี้แบบถนัดๆ
''ถ้าสู้นานไม่ดีแน่พวกที่อยู่ข้างบนนั่นก้ไม่รุ้จะมาเมื่อไรยังไงๆก็ต้องรีบจัดการให้เร็วที่สุด''  Blood Rain   infinity Edge Braver



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-ooooloooooloooooloooooX )

Str : A (+ Defiance)(=S)
Agi : B (+ Defiance)(=A)
Vit : C
Int : D
Dex : E

>>>Berserk<<<
Defiance Lv 3
Limit Break  Lv 1
Unchained
Blood Rain

ตัวตะขาบนั่นได้ถูกเอกิสฟันกระจุยกระจายแตกเป็นเสี่ยงๆออกไปอย่างง่ายดาย !! แต่ว่าส่วนที่ได้แตกออกไปนั้นกลับก่อตัวกลายเป็นมอนสเตอร์ขนาดเล็กที่รีบวิ่งพุ่งกลับมาหาชายหนุ่มด้วยเขี้ยวกระดูกที่แตกเละและคมกริบของพวกมัน !!

แต่ว่าด้วยขนาดตัวของมันตอนนี้ก็คงจะรบกวนเอกิสไม่ได้ด้านการเคลื่อนไหวเหมือนเมื่อครู่อีกแล้ว. . .

ตะขาบกระดูกขาว(เล็ก) * 40

1) อุ้มหญิงสาวขึ้นและหนี
2) ฟันสู้ให้ราบเป็นหน้ากอง
3) อื่นๆโปรดระบุ


[1]
''ดีละมันแตกตัวเป็นตัวเล้กแล้วที่นี้คงจะหนีสะดวกขึ้น'' เอกิสไปที่ที่เขาวางหญิงสาวเอาไว้แล้วอุ้มเธออีกแล้ววิ่งออกจากที่นี้เขาตั้งใจที่จะไปตั้งหลักที่บ้านที่เขาเจอกุญแจ

เอกิสได้วิ่งเหยียบกลุ่มตะขาบเล็กๆนั้นลงจนแหลกเป็นทาง แต่ดูเหมือนว่าพวกมันก็จะยังไม่ย่อท้อที่จะตามเข้ามาอีก !!

ไม่นานนักเอกิสก็ได้วิ่งมาพบกับประตูทางเชื่อมต่อที่ต่อออกมายังเขื่อนด้านหลังเมืองที่เงียบสงัด แสงด้านนอกนั้นได้ส่งผลให้พวกตะขาบนั่นไม่ตามชายหนุ่มออกมาด้านนอกด้วย คาดว่าตอนนี้เขาน่าจะออกมาจากตัวเมืองด้านบนไกลทีเดียว

? ? ? : หึ !! ว่าแล้วว่าต้องเป็นนายแน่ๆ. . .

เสียงที่คุ้นหูของผู้ชายคนนึงได้ทักทายเอกิสขึ้นที่อีกฝั่งของกำแพงเขื่อนด้านล่างแห่งนี้ขึ้น เขาน่าจะมาดักรอเอกิสที่นี่อยู่แล้วแน่ๆ



? ? ? : สิ่งที่นายแบกอยู่นั่นเป็นศัตรูที่ร้ายกาจของมนุษยชาติ !! คนนอกที่ไม่รู้เรื่องน่ะไม่สมควรจะมายุ่งกับเรื่องภายในนะ !!

เขาได้กล่าวขึ้นก่อนที่จะได้ชักมีดคู่ของเขาขึ้นมาตั้งขึ้นต่อหน้าของเอกิส เขาคงจะไม่ยอมให้เอกิสนั้นได้ผ่านออกไปได้ง่ายๆ. . .


''งั้นหรือแล้วยังไง? ขอโทษที่นะแต่ตอนนี้ไม่มีอารมณ์ที่จะสู้ด้วย'' ''จับฉันไว้ให้แน่นนะ''เขาบอกกันหญิงสาวที่เขาอุ้มอยู่แล้วเขาพุ่งกระโดดลงไปที่เขื่อน
Shogeki kakusan

หญิงสาวได้ใช้เรี่ยวแรงที่เหลือทั้งหมดของเธอและพยายามกอดเอกิสไว้แน่นจากด้านหลังทันทีที่ชายหนุ่มได้ให้สัญญาณบอกเธอ

? ? ? : !!

ชายหนุ่มได้ตกใจขึ้นพลางรีบวิ่งตามเข้ามา !! แต่ว่าไม่ทันเสียแล้ว...

? ? ? : ชิ !!

-:- ช่วงเวลาเย็น

หลังจากที่กระโดดลงมาอย่างไร้จุดหมายนั้นเมื่อชายหนุ่มรู้สึกตัวอีกทีเขาก็ได้มาอยู่ที่ชายฝั่งด้านล่างของเมือง emptiness แล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้คลาดไปกับหญิงสาวที่เขาได้ช่วยเอาไว้รวมทั้งตอนนี้ยังไม่มีวี่แววของคนที่ตามมาอีกด้วยเช่นกัน


''เธอไม่เป็นอะไรนะ ? เดี้ยวฉันจะพาเธอไปที่พักแล้วหลังจากนั่นช่วยเล่าเรื่องที่พวกนั่นหาว่าเธอศัตรูที่ร้ายกาจของมนุษยชาติแต่ถ้าไม่อยากที่จะเล่าก็ไม่เป้นไร''เอกิสพาเธอมุ่งหน้าไปบ้านที่เขาเจอกุญแจ

หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไรพลางกับยังคงกอดคอของเอกิสไว้แน่นอย่างเหนื่อยอ่อนก่อนที่เธอจะได้ผลอยหลับไป. . .

เอกิสได้ลักลอบเข้าเมือง(?)อีกครั้งโดยผ่านทางที่ไม่ค่อยจะมีคนเท่าไรนักและเป็นโชคดีของเขาที่กระท่อมที่ถูกทิ้งนั่นก็อยู่ลับตาคนออกไปเช่นกันทำให้ไม่มีคนพบเห็นพวกเขาได้ง่ายๆ


''เอาละที่นี้น่าจะปลอดภัยแล้วเดี้ยวฉันจะไปชื้ออะไรมาให้เธอกินและก็อย่าออกไปไหนจนกว่าฉันจะกลับมา'' เอกิสเข้าเมืองไปที่ร้านสะดวกชื้อ

หลังจากที่เอกิสได้ตัดสินใจเข้ามาในตัวเมืองนั้น เขาก็พบว่าใบหน้าของเขาได้ถูกติดป้ายประกาศจับอยู่ทั่วตัวเมืองพร้อมค่าหัวไปหมดแล้วในตอนนี้ แต่อาจจะเป็นเพราะว่าหน้าตาที่ไม่คุ้นเคยของเขาทำให้ชาวเมืองยังไม่สามารถชี้บอกตัวของเอกิสได้อย่างทันทีในตอนนี้



1) ตรงไปร้านสะดวกซื้อเหมือนเดิม
2) หาร้านเสื้อผ้าก่อน
3) ย้อนกลับ


[2]
''เห้ยย นี่เรากลายเป็นโจรไปแล้วสินะแบบนี้อยู่ในเมืองนานไม่ดีแน่ต้องหาวิธีปลอมตัว หือนั่นร้านขายหน้ากากนิ'' เขาเดินไปที่ร้าน ''ลุงครับขอหน้ากากอัน1ครับ''
'หลังจากเราชื้อหน้ากากแล้วเราควรที่จะรีบกลับหากอยู่นานไม่ได้แน่หากใครมาเจอตัว

-5g



-:- ได้รับไอเท็ม
     - หน้ากากโอเปไนก้า *1

เอกิสได้รีบหยิบซื้อหน้ากากโดยไม่ทันได้เลือกขึ้นมาใส่พร้อมจ่ายเงินเดินออกมาทันที. . .

เขาอาจจะอยู่ในเมืองนี้อย่างปลอดภัยได้ไม่เกินพรุ่งนี้เช้าแน่ๆ เขาน่าจะรีบจัดการเรื่องต่างๆที่ยังไม่เสร็จให้เรียบร้อยซะภายในคืนนี้. . .


เมื่อเขาได้หน้ากากมาเขาก็สวมมันทันทีแล้วรีบมุ่งหน้าไปร้านสะดวกชื้อเพื่อที่จะชื้อของกินให้หญิงสาวที่รอเขาอยู่

ชายหนุ่มได้ใส่หน้ากากสุดเท่เดินเข้ามาภายในร้านสะวดกซื้อด้วยความมั่นใจก่อนที่เขาจะเตรียมตัวซื้อของด้วยเงินที่เหลืออยู่เพียง 80g. . .

1) เหมาอาหาร
2) เหมายา
3) เหมาของเล่น. . .
4) อื่นๆโปรดระบุ


[4]ชื้อของเล่นวิเศษของโดรามอน XD และชื้ออาหาร
เมื่อเอกิสชื้อของแล้วเขารีบมุ่งหน้ากลับไปที่บ้านหลังนั่นเพื่อที่ว่าเขาจะวางแผนว่าควรจะทำอะไรต่อไปดี

- 80g

-:- ได้รับไอเท็ม
     - วุ้นแปลภาษา *1
     - อาหารสำเร็จรูป *6
     - น้ำดื่ม *2

เอกิสได้รีบเนียนซื้อของอย่างรวดเร็วและกลับไปที่กบดานของเขา หลังจากที่เขากลับมานั้นก็พบว่าหญิงสาวคนนั้นยังคงนอนหลับอยู่ทีเดิมอย่างเงียบๆ. . .


''ตอนนี้คงได้แต่รอให้เธอตื่นขึ้นมาแล้วเล่าเรื่องที่ว่าเธอเป็นศัตรูของมนุษย์แล้วค่อยคิดว่าเราควรจะทำอะไรต่อไปดี'' เขานั่งลงอย่างเงียบๆเพื่อรอให้หญิงสาวต่อหน้าของเขาตื่นขึ้น

จากสภาพการณ์แล้วเธอคงจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกซักพักใหญ่ๆเลยแน่ๆ เอกิสอาจจะต้องรอจนถึงวันพรุ่งนี้เช้ากว่าเธอจะตื่นขึ้นมา


''ดูท่าจะไม่ตื่นง่ายๆสินะเราเองก็ควรพักเหมือนกัน'' แล้วเขาก็หลับตาลง

~ Day 5 ~

-:- ช่วงเวลาเช้า

หลังจากที่เอกิสได้หลับไปซักพักนั้นเมื่อเขาตื่นขึ้นมาอีกรอบเขาก็พบว่ามันเช้าแล้ว รวมทั้งหญิงสาวที่เขาได้ช่วยมานั้นก็ตื่นแล้วเช่นกัน แต่ดูจากอาการแล้วเหมือนกับเธอยังไม่ฟื้นฟูเต็มที่ซักเท่าไรนัก


''เธอตื่นแล้วสินะเอาละเล่าให้ฉันฟังหน่อยสิว่าทำไมพวกนั่นถึงจับเธอขังเอาไว้ ?''

? ? ? : ข- ขอโทษค่ะ !! ยกโทษให้เราด้วย !!

แทนที่จะเป็นคำอธิบายหญิงสาวกลับรีบกล่าวขอโทษเอกิสออกมาด้วยน้ำเสียงที่ตื่นกลัวและอิดโรย


''มาขอโทษฉันทำไมนี่ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเธอเลย แต่ก็เอาเถอะถ้าไม่อยากเล่าก็ไม่เป้นไรแต่ว่าเธอนะจากนี้จะเอายังต่อไปละจะอยู่ในเมืองต่อไปก็คงไม่ได้''

? ? ? : อ- อะ. . . ค่ะ. . .

หญิงสาวได้ค่อยๆตอบเอกิสขึ้นก่อนที่เธอจะได้ค่อยๆเปลี่ยนท่าทีของเธอกลับมาให้ดูปกติ

? ? ? : ข- ขอโทษด้วยค่ะ. . . เรานึกว่าคุณเป็นคนของสถาบันวิจัยนั่น. . .

เธอยังไม่คลายกล่าวขอโทษเอกิสอีกครั้ง. . . แต่เธอก็ได้รีบพยายามเรียบเรียงคำถามของชายหนุ่มขึ้นอีกครั้งก่อนที่จะได้เริ่มบทสนทนาใหม่อีกครั้ง

? ? ? : จริงๆแล้ว. . . เราเป็นหุ่นยนต์น่ะค่ะ. . . ทางตัวเมืองจึงได้จับตัวเราไว้. . .

เธอได้อธิบายขึ้นซึ่งเหตุผลนั้นมันฟังดูแปลกมากที่ตัวเมืองจะจับหุ่นยนต์ทุกตัวไปอย่างนั้นถึงแม้ว่าจะมีสงครามกันอยู่ก็ตามในตอนนี้


''แล้วพวกนั่นจับเธอไปทำไมพอจะรู้เหตุผลหรือป่าว ??''

? ? ? : พวกเขาคุยกันว่า. . . ถ้าสามารถหาข้อมูลจากร่างกายของเราได้. . . ก็น่าจะทำอะไรได้ซักอย่างน่ะค่ะ. . .

หญิงสาวได้พยายามบอกเรื่องที่เธอจำได้ขึ้นมาแต่ว่าเธอเองก็น่าจะไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเธอถึงได้โดนจับมาแบบนี้

? ? ? : คือว่า. . . เราเคยอาศัยอยู่ในเมืองนี้น่ะค่ะ. . .


''แล้วเธอจะเอายังไงต่อละจะหนีออกจากเมืองนี้หรือยังอยุ่ในเมืองนี้ต่อ ?''

? ? ? : อะ- เอ๊ะ ?!

เธอได้ทำหน้าตกใจขึ้นมาพลางค่อยๆก้มหน้าลงไปอย่างเงียบๆด้วยท่าทางลำบากใจ

? ? ? : ระ- เราเองก็ไม่รู้. . . ค่ะ

หญิงสาวได้ตอบขึ้นด้วยท่าทางที่ไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้อย่างมั่นใจนัก. . .


''เอาไงเธอมีที่ไหนที่อยากจะไปหรือป่าวละ ??''

หญิงสาวได้สะบัดหน้าพร้อมกับไม่ได้ตอบอะไรออกมาทันทีทั้งยังนั่งก้มหน้าลงอยู่แบบนั้น

? ? ? : เราอยากจะกลับบ้าน. . . แต่เราเป็นหุ่นยนต์แบบนี้เราคงกลับไปไม่ได้. . .


''แสดงว่าแต่ก่อนเธอเคยเป็นคนปกติไม่ใช้หุ่นยนต์แบบนี้หรือ''

? ? ? : ช-ใช่ค่ะ !!

หญิงสาวได้รีบตอบขึ้นทันทีด้วยแววตาเศร้าๆของเธอเพราะตอนนี้เธอก็ไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าเธอยังปกติเหมือนมนุษย์ทั่วๆไปอยู่หรือไม่


''แล้วมันมีวิธีที่ทำให้กลับเป้นคนปกติเหมือนเดิมหรือป่าว''

? ? ? : เราเองก็ไม่รู้เหมือนกัน. . .

หญิงสาวได้ตอบขึ้นมาในท่าทีที่ไม่มั่นใจซักเท่าไรนัก

? ? ? : ร่างกายของเราประกอบไปด้วยเครื่องจักรกลและสิ่งมีชีวิตแปลกๆที่เรียกว่าชาโดว์. . . เราไม่รู้ว่าเราจะกลับไปเป็นปกติได้ไม๊ค่ะ. . .


''ชาโดว์ !! งั้นเธอรู้จักปืนกระบอกนี้หรือป่าว'' เอกิสยื่นปืน Evolker ให้หญิงสาวดู

? ? ? : เราเองไม่รู้จักหรอกค่ะ. . .

เธอได้ส่ายหน้าไป-มาเบาๆตอบกับเอกิสเกี่ยวกับปืนนั่น

? ? ? : แต่เด็กคนนี้น่าจะรู้จักนะคะ. . .

เมื่อเอ่ยจบนั้นแววตาสีแดงประกายของเธอก็ได้เปลี่ยนเป็นสีเหลืองประกายแทน. . . แต่ดูเหมือนว่าสภาพร่างกายและทุกอย่างภายนอกนั้นยังคงสภาพเดิมเหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีผิดแปลกไป. . .

? ? ? : ปืนนี้เป็นตัวกลางที่ใช้เชื่อมต่อระหว่าง Dimension Den โลกของชาโดว์กับโลกฝั่งนี้ของมนุษย์น่ะค่ะ

เสียงเล็กๆที่เด็กลงไปได้ตอบขึ้นต่างกับน้ำเสียงที่เหน็ดเหนื่อยเมื่อครู่ออกไป แต่ว่าหญิงสาวไม่น่าจะฟื้นฟูได้เร็วขนาดนั้นโดยที่ไม่มีตัวกลางได้. . .

? ? ? : ถ้าเหนี่ยวไกลงที่หัวล่ะก็จะถูกส่งตัวไปที่ Dimension Den ทันที


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 7-11-2013 19:57:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 9-11-2013 11:38






            " พ..พูดอะไรโหดร้ายแบบนั้นน่ะคะ!! "

            เมเมะพูดพลางหลบเกล็ดน้ำแข็งที่ซ้อนกันอยู่อย่างไม่ยากเย็น ถ้าเทียบกับการปะทะกันครั้งแรกๆ
ตอนนี้คงเป็นการปะทะที่เบาลงขึ้นมากแล้ว

            " การได้ทำอะไรตามใจคิดมันเป็นอิสระของชีวิตนะ!! เพราะงั้นอย่าพูดอะไรที่มันโหดร้ายแบบนั้นสิ!! "

            เมเมะกลับมาตั้งท่าร่างของเธอเช่นเดิม คราวนี้เธอเตรียมซ้อนเงาไว้หลายชั้นเพราะป้องกันทริกหักเห
แสงเมื่อครู่ของฝ่ายนั้น

            " แล้วก็... "

            แต่จู่ๆเมเมะก็ลดน้ำเสียงโทนต่ำลง จากนั้นก็มีจิตสังหารที่เทียบไม่ได้กับที่ผ่านๆมาพุ่งพวยออกมา
จากร่างกายของเธอมหาศาล!!! วิญญาณอาฆาตกระจายออกมาเป็นร้อย(?)!! มหาศาลระดับที่เอริกะที่ยืนอยู่
ไกลๆยังสัมผัสได้!!

            " เมื่อกี้เธอเรียกใครยัยเปี๊ยกยะ!!!!!!!!!!!!! "

            สิ้นเสียงตะโกนสะเทือนฟ้าของเมเมะราวกับเป็นสัญญาณปืนให้วิญญาณอาฆาตที่ออกมาไม่ขาดสาย
พุ่งเข้าไปหาลิเนียอย่างเกรียวกราด!! และยังมีบางตัวพุ่งออกไปรอบๆอย่างไร้ทิศทางจนดูเหมือนพวกมันกำลัง
คิดจะทำร้ายสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบๆทั้งหมดไปเลย นี้อาจจะเป็นการอารมณ์ขึ้นครั้งแรกของเมเมะตั้งแต่มาอยู่ที่โลก
ใบนี้เลยแหละมั้ง



AS : ( X-----l-----l-----l-----loooooloooooloooooloooooX )

Str : C
Agi : A ( Katana Sheathed +1 ) ( = S )
Vit : D
Int : E
Dex : B

ลิเนีย สตาร์ล้อค แมกนิฟิเซีย : ก็ต้องเป็นเธออยู่แล้วน่ะสิ !! นอกจากฮู๊ดดวิ้งแล้วก็ไม่มีใค. . .

ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดจบร่างของเธอก็ได้ถูกสลับกลับไปเสียก่อน. . .

ลิเนีย ดิวซ์ ฟอยส์ : . . .

ดิวซ์ ฟอยส์ได้เข้าควบคุมร่างกายอีกครั้ง ในเวลาที่ไล่เลี่ยกันนั้นเธอก็ได้ใช้การโจมตีรูปแบบเดิมอีกครั้ง !! โดยที่รู้ว่าเมเมะนั้นจะสามารถป้องกันได้ แต่ครั้งนี้เธอแค่เพิ่มจำนวนของการโจมตีให้มากขึ้นกว่าเดิมเพียงเท่านั้น. . .


            " ยะ..ย้อนเหรอคะ!! อย่างกับคุณสูงนักแหละะะ!! "

            ในขณะที่เมเมะได้ป้องกันโดยเพิ่มจำนวนชั้นของเกราะแต่ลดขนาดความกว้างพอที่
จะป้องกันตัวเธอได้ เธอก็ได้อัดวิญญาณจำนวนมากเข้าใส่ลิเนียโดยที่ตาของเธอกลายเป็น
สีแดงเข้มลักษณะคล้ายตาแมวไปแล้ว
            
โออออ โออออออ

            เสียงร้องระงมเต็มบริเวณ ความจริงเมเมะก็ไม่ได้กะว่าจะใช้วิญญาณเข้าโจมตีเยอะแบบ
นี้แต่มันดันอุตริออกมากันให้พรึบ แถมยังมีบางส่วนหลุดการควบคุมแล้วพุ่งตัวออกไปรอบบริเวณ
เพราะจำนวนเยอะเกินไปอีกต่างหาก

            " อือ.... "

ตูมๆๆๆๆๆๆ!!

            วิญญาณอาฆาตพุ่งเข้าใส่ลิเนียแบบไม่ยั้ง เพราะพวกมันมีตาเลยหลบเกล๊ดน้ำแข็งได้ด้วย
ส่วนตัวที่หลบไม่ได้ก็กระเด็นออกข้างทางในสภาพน้ำแข็งเกาะแต่จำนวนที่ออกมาตอนนี้ก็ยังมีเยอะ
มากอยู่ดี...
            เมเมะที่ไม่มีทางเลือกจึงควบคุมวิญญาณเข้ากระหน่ำโจมตีเท่านั้น



AS : ( X-----l-----l-----l-----loooooloooooloooooloooooX )

Str : C
Agi : A ( Katana Sheathed +1 ) ( = S )
Vit : D
Int : E
Dex : B

ดูเหมือนว่าดิวซ์ ฟอยซ์จะเข้าใจถึงหลักการของวิญญาณที่เมเมะใช้โจมตี ทำให้ร่างของเธอไม่มีการสลับเปลี่ยนในระหว่างนี้เพื่อเปิดช่องว่างของอีกคนขึ้นมาเลย

เกร๊ง !! Ln2 ยังคงโจมตีเมเมะด้วยเศษน้ำแข็งเล็กๆเหมือนเมื่อครู่โดยที่ค่อยๆหลบกลุ่มวิญญาณที่เข้าโจมตีอย่างไม่ได้กังวลอะไรนัก. . .


            [ - อิไอ - ]

            ในจังหวะที่ลิเนียกำลังหลบวิญญาณพวกนั้นอยู่นั้นเอง อยู่ๆเมเมะก็โผล่มาประชิดตัวกระทันหันโดยที่ร่าง
ที่กางเงาอยู่ลิบๆที่กำลังโดนระดมยิงน้ำแข็งนั้นยังคงกางเงาอยู่อย่างนั้นอย่างน่าประหลาด!!

            " ย๊ากก!! "

            Shuntotsu!!

ผวัะ!!

            เมเมะใช้ด้ามดาบฟันตามข้อกระดูก

            Setsuga!!

วูบบ..ผวัะ!!

            เธออ้อมไปด้านข้างแล้วฟาดด้วยปลอกดาบ!!



AS : ( X-----l-----l--oooloooooloooooloooooloooooloooooX )

Str : C
Agi : A ( Katana Sheathed +1 ) ( = S )
Vit : D
Int : E
Dex : B

ในจังหวะนั้นเอง !! Ln2 ก็ได้รีบสร้างดาบของเธอขึ้นมาป้องกันดาบของเมเมะไว้ !! แต่เธอได้คาดการเอาไว้แล้วว่าดาบของเธอจะต้องแตกออกไปแน่ๆเมื่อกระทบกันในระยะประชิดแบบนี้ ทำให้เธอได้สร้างคริสตอลแหลมขึ้นครอบตัวของตัวเองไว้แทนเพื่อไม่ให้เมเมะเข้าใกล้ตัวของเธอได้มากกว่านี้ !!

เมเมะเองได้หลบการโจมตีเมื่อครู่นี้ออกอย่างหวุดหวิดและมาปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของ Ln2 อีกครั้ง !!


            " รับได้อีกเรอะคะเนี่ย! "

            เมเมะกล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ เพราะนี่ขนาดเธอลบจิตหมดจดพร้อมแฝงตัวเข้ามา
กับวิญญาณอาฆาตแล้วแท้ๆเชียวนะ

            " แต่ก็ประมาทอยู่ดีนะคะ "

            [ - ฟุโจอินริว - (ผ่าวิญญาณ!!) ] + (คาไมทาจิ)Drawned Style!!! >> บริเวณหัวไหล่

            เมเมะได้ใช้ศาสตร์ลับที่สามารถตัดผ่าสิ่งที่เธอต้องการผ่าได้เท่านั้นกับลิเนีย ซึ่งแน่นอน
ว่าการโจมตีของเธอก็ผ่านคริสตอลแหลมเหล่านั้นราวกับเป็นอากาศธาตุ พุ่งเข้าไปหาตัวของลิเนีย
โดยตรง!!



AS : ( X-----l-----l-ooooloooooloooooloooooloooooloooooX )

Str : C
Agi : A
Vit : D
Int : E
Dex : B ( Kasaneru Drawned Style +1 ) ( = A )

ฉัวะ !! ดาบของเมเมะได้ฟันถากออกไปบริเวณหัวไหล่ของ Ln2 เป็นครั้งแรก !! แต่ในขณะเดียวกันนั่นเอง !! คริสตอลที่เคยหุ้มตัวของเธอก็ได้แตะออกและล้อคตัวของเมเมะไว้ภายในคริสตอลเสียแทน !! แต่ครั้งนี้นั้นมันเป็นคริสตอลอย่างเดียวที่ไม่มีน้ำแข็งประกอบอยู่เลยแม้แต่น้อย การโจมตีเล็กๆเมื่อครั้งคงจะเป็นการสร้างวัตถุในการใช้งานของเธอเท่านั้น

Ln2 ได้กุมที่แผลของเธอเบาๆก่อนที่จะได้ใช้ความเย็นในการชะลอการไหลของเลือดและสร้างดาบขึ้นมาในมือของเธออีกครั้งก่อนที่จะได้ชี้ปลายคมมาทางเมเมะอีกรอบนึงภายใต้สายตาที่เยือกเย็นนั่นเหมือนกับครั้งก่อนอีกครั้ง. . .


            " ..... "

            เมเมะก็จ้องตอบด้วยสายตาแน่วแน่ แม้จะถูกขังอยู่ในคริสตอลสว่างใสนี่ก็ตาม

            " แข็งแกร่งจริงๆนะคะ พวกคุณทั้งสองคนเลย "

            เมเมะยิ้มออกมา ..ยิ้มออกมาจากใจจริง

            " แต่ถึงอย่างนั้นชั้นก็จะยืนยันคำเดิมด้วยค่ะ.... ชั้นจะต้องทำให้พวกคุณทั้งสอง
คนมาเป็นพรรคพวกของชั้นกับเมกะจังให้ได้ "
            " ความปราถนาของเหล่าชาโดว์และมนุษย์ทุกคนที่ต้องการความช่วยเหลือ ชั้น
จะทำมันให้เป็นจริงให้ดูค่ะ!! "
            
            เมเมะพูดเรื่องใหญ่ออกมาอย่างง่ายๆโดยประโยคหลังเธอจงใจพูดให้เมกะได้ยิน
ด้วยพร้อมๆกับแทงคาซาเนรุใส่เข้าคริสตอล!!

ตูม!!

            แล้วสลัดความเหน็ดเหนื่อยทิ้งไปเหลือไว้แต่ความมุ่งมั่น ที่จะล้มเด็กสาวตรงหน้า
เท่านั้น!!



AS : ( X-----l--oooloooooloooooloooooloooooloooooloooooX )

Str : C
Agi : A
Vit : D
Int : E
Dex : B ( Kasaneru Drawned Style +1 ) ( = A )

กึดดดด !! ข้อแขนของเมเมะได้ถูกคว้าเอาไว้กลางอากาศก่อนที่ร่างของเธอจะถูกเหวี่ยงลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว !!

ลิเนีย สตาร์ล้อค แมกนิฟิเซีย : คนที่อ่อนแออย่างเธอ !! จะมาช่วยอะไรพวกเราได้กันเล่า !!

ครั้งนี้นั้นไม่ใช่ดิวส์ ฟอยส์หากแต่เป็นลิเนียที่ปรากฏออกมาพร้อมกับได้เงื้อดาบน้ำแข็งลงมาพร้อมๆกัน !! มันเป็นครั้งแรกที่เมเมะสัมผัสได้ถึงจิตอาฆาตจากร่างของ Ln2 ที่หลุดออกมาเล็กน้อยรวมทั้งยังปนไปด้วยความโศกเศร้าที่รุนแรงอีกด้วย !!

ลิเนีย สตาร์ล้อค แมกนิฟิเซีย : !!!!

เคร้งงง !! ดาบน้ำแข็งนั่นได้ฟาดลงที่พื้นก่อนที่มันจะได้ค่อยๆแตกกระจายออกไปอย่างไม่เป็นร่างพร้อมๆกับมือที่ได้บีบลงที่ข้อมือในตอนแรกนั้นที่ค่อยๆคลายออกไปอย่างช้าๆด้วยเช่นกัน

ลิเนีย ดิวซ์ ฟอยส์ : . . .ต้องได้สิ

เสียงที่แน่นิ่งของหญิงสาวได้พูดออกมาอย่างเรียบๆเป็นครั้งแรก โทนเสียงที่ค่อนข้างต่ำและงดงามนั้นต่างกับเสียงโวยวายของลิเนียโดยสิ้นเชิงพร้อมกับแววตาของเธอที่จับจ้องมายังร่างของเมเมะนั้นที่ดูเปลี่ยนไปจากก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง เหมือนกับว่าเธอมีอะไรบางอย่างที่ต้องการจะเอ่ยขึ้นกับเมเมะ แต่ว่าร่างของเธอก็ถูกเปลี่ยนสลับไปเสียก่อน. . .

ลิเนีย สตาร์ล้อค แมกนิฟิเซีย : ทำอะไรของเธอน่ะ !! อย่างยัยเปี๊ยกนี่จะมาช่วยอะไรพวกเราได้ !! เธอก็เห็นแล้วว่าเฮอร์เมร่าที่อยู่กับยัยเด็กนี่ยังบาดเจ็บเลย !! เรา "ลิเนีย สตาร์ล้อค แมกนิฟิเซีย" ไม่ยอมเชื่อใจพวกมือสมัครเล่นหรอกนะ !!

หญิงสาวได้บ่นขึ้นมาเสียงกระหวาดหน้ากระจกของตัวเองอย่างฉุนเฉียวพร้อมกับว่ากล่าวเมเมะอย่างไม่ตกคำ. . .

ลิเนีย ดิวซ์ ฟอยส์ : . . .แต่

เป็นครั้งแรกที่ดิวซ์ ฟอยส์ได้ถือวิสาสะสลับร่างของ Ln2 อย่างไม่มีเหตุผลและเริ่มเถียงลิเนียขึ้นเล็กน้อยด้วย !! ประโยคสุดท้ายของเมเมะต้องได้เชื่อมสะพานบางอย่างให้กับเธอแล้วแน่ๆเพียงแต่ว่าเธอจะสามารถเชื่อมสะพานของเธอมายังเมเมะได้หรือไม่. . .

ในขณะเดียวกันนั้นเองเมกะก็ได้ค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ๆกับจุดที่ทั้งสองยืนอยู่อย่างช้าๆหลังจากที่หลบอยู่ห่างๆมานาน


            " อ..อูย.. "

            เมเมะได้ค่อยๆยันตัวขึ้นมา เมื่อสักครู่เธอนึกว่าตัวเองจะขาดครึ่งไปแล้วซะอีก แต่ถึง
ร่างกายจะเสียหายจนเธอกลายเป็นวิญญาณก็ไม่สนอยู่แล้ว เธอไม่ยอมไปสู่สุขติจนกว่าจะทำ
ความปราถนาให้เมกะและชาโดว์ตนนั้นให้เสร็จสิ้นเหมือนกัน

            " ...... "

            แต่เมื่อได้ยินคำพูดของแมกนิฟิเซีย เมเมะก็ใจเสียเล็กน้อย เพราะตอนนั้นคนที่มาปกป้อง
เธออย่างเฮอร์เมร่านั้นต้องบาดเจ็บแทนก็เป็นเรื่องจริง ตอกยำได้ถึงความอ่อนแอของเธอเข้าไป
อีกจนเมเมะก้มหน้าต่ำลงไปครู่เดียว ...ครู่เดียวจริงๆเพราะมันแค่สองวิ

ตึง!

            เมเมะเงยหน้าขึ้นสูงแล้วก็เอาหัวของตนเองกระแทกพื้นอย่างแรงจนเลือดไหลซิบออกมา

            " ถ..ถูกต้องค่ะ.. มนุษย์นั้นอ่อนแอเสมอ "

            เมเมะยันตัวขึ้นมายืนเคียงข้างลิเลียแล้วจ้องเข้าไปด้วยสายตาแน่วแน่ ดวงตาของเธอ
กลับมาเป็นสีอำพันเหมือนเดิม เมเมะยกมือซ้ายที่กำลังหนาวสั่นเพราะความเย็นจากการแช่แข็ง
นั้นยังไม่จางหายขึ้นมาทาบอกแล้วพูดต่อไปว่า

            " แต่เพราะยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้บ้าง จึงไม่คิดจะถอดใจไงละคะ "

            เธอพูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่น่ารักไม่สมกับเป็นเด็กผู้ชาย เพราะรอยยิ้มนี่นั้นมันน่ารักกว่า
เด็กผู้หญิงแรกแย้มเสียอีก

เมกะนั้นได้รีบพันแผลของเมเมะที่หัวขึ้นเพื่อช่วยห้ามเลือดไว้ทันที ถึงแม้เธอจะไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่ตัวเด็กสาวนั้นก็ได้พยายามช่วยเมเมะเท่าที่เธอจะทำได้ !! แต่ผ้าที่ได้พันที่หัวของเมเมะนั้นมันช่างดูละม้ายคล้ายตาเหมือนกับเสื้อชั้นในที่เมเมะได้ให้กับเมกะตอนอยู่ที่โรงแรมเลย...

มือของ Ln2 ได้กุมมือของเมเมะขึ้นพลางค่อยๆกับระเหยน้ำแข็งบนตัวของเด็กสาวออกอย่างช้าๆ ถึงมันจะไม่ทำให้เมเมะรู้สึกอุ่นขึ้นมาทันทีแต่ก็ไม่มีน้ำแข็งที่คอยกัดร่างเล็กๆของเธออยู่อีกต่อไปแล้ว

ลิเนีย ดิวซ์ ฟอยส์ : . . .เพราะอ่อนแอ . . .มนุษย์จึงไม่สามารถอยู่ตัวคนเดียวได้

เธอได้ค่อยๆจับมือเมเมะไว้อย่างอ่อนโยน โทนเสียงที่เล็กและบางได้ค่อยๆกล่าวพูดต่อจากเมเมะอย่างเข้าใจ ไม่แน่ว่าลิเนียและดิวซ์ ฟอยส์นั้นน่าจะมีเรื่องบางอย่างที่พวกเธอไม่สามารถทำด้วยตัวเองได้และต้องการความช่วยเหลือโดยมีเหตุผลเชื่อมโยงไปยังโบราณสถานนั่นแน่ๆ

ลิเนีย สตาร์ล้อค แมกนิฟิเซีย : ทะ- ทำไมเธอถึงไปเข้าข้างยัยนี่กันเล่า !! อีกอย่างเธอไม่ใช่มนุษย์ไม่ใช่เหรอ ?! ทำไมพูดซะเหมือนเข้าใจแบบนั้น !!

ลิเนียได้ขัดจังหวะขึ้นก่อนที่จะได้สบัดมือออกจากเมเมะและยืนชี้หน้าว่าตัวเองในกระจกพกพา. . .

ลิเนีย ดิวซ์ ฟอยส์ : . . .แต่ว่า . . .เราก็เคยใช้ชีวิตอย่างมนุษย์นะ

ดิวซ์ ฟอยส์ได้พยายามอธิบายขึ้นด้วยใบหน้าตายของเธอ. . . โดยโทนเสียงที่เรียบร้อยที่เธอพูดกับลิเนียนั้นเหมือนกับสาวใช้ที่กำลังคุยกับคุณหนูอย่างไม่มีผิดเพี้ยน. . .

ลิเนีย สตาร์ล้อค แมกนิฟิเซีย : อย่าเพิ่งได้ใจไปนะยัยเปี๊ยก !! ถึงคู่หูของเราจะเริ่มชอบพอกับเธอก็ตาม !! แต่เรา"ลิเนีย สตาร์ล้อค แมกนิฟิเซีย"ไม่ยอมรับเธอง่ายๆหรอก !! การต่อสู้ของพวกเรายังไม่จบลงซักหน่อย !!

เธอได้เริ่มสร้างคริสตอลขึ้นมาจากพื้นซึ่งมันมีรูปร่างเหมือนเป็นโต๊ะใสๆกลมๆเล็กๆอันนึง. . .

ลิเนีย สตาร์ล้อค แมกนิฟิเซีย : ในเมื่อคู่หูของเราไม่ยอมสู้กับเธอต่อแล้ว !! เราก็จะตัดสินเธอด้วยพละกำลังนี่ล่ะ !!

งัดข้อ !! จากท่าทางแล้วมันต้องใช่แน่ๆ !! หญิงสาวได้ถกแขนเสื้อของเธอขึ้นอย่างมั่นใจพร้อมกับท้าเมเมะสู้กับเธอต่อ !!

ดูเหมือนว่าร่าง Ln2 จะไม่สามารถใช้น้ำแข็งและสร้างความเย็นได้จากบุคคลเพียงฝั่งเดียว นี่คงจะเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายแล้ว !!


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
แมวบ้า
โพสต์ 7-11-2013 23:16:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 11-11-2013 02:40






ออสตราว่ามองสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้า ด้วยสายตาที่สงสัยเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่คิดจะถามอะไร

"ไม่มีปัญหาหรอก" เขาตอบรับ คำตอบนั้น

"ว่าแต่เจ้าขับเรื้อเป็นใช่มั้ย"

เขาพูดทิ้งท้ายกอนที่จะเริ่มออกเดินทาง

เธอได้พยักหน้าตอบออสตราวาพร้อมกับได้เดินตามชายหนุ่มลงไปที่ท่าเรือด้านล่าง ระหว่างทางนั้นออสตราวาไม่ได้พบเจอกับใครที่ห้องประชุมเลยแม้แต่คนเดียวทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องที่จะพาใครไปกับเขาด้วยในตอนนี้

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : ถ้าถามว่าจะไปที่ไหนคงแปลกๆสิเนอะ ~

เธอได้กล่าวขึ้นพลางนั่งลงที่ด้านคนขับพร้อมกับแบมือขอกุญแจจากออสตราวา


"อ้อ. . .กุญแจสินะ กุญแจๆ"

แล้วเขาก็หยิบ กุญแจนั้นส่งให้

"ข้าว่่า เจ้ามาถึงขนาดนี่เจ้าก็รู้อยู่แล้วละ ว่าข้าจะไปทำอะไรและที่ไหน"

"เอาเป็นว่าข้าจะไม่ถามแล้วกันนะ ว่าทำไม. . . . .เราออกเดินทางกันเถอะ"

แล้วเขาก็ตักบทสนทนาอันน่าสงสัยนั้นออกไป

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : เราต้องการไปยืนยันเรื่องนี้กับอีกฝ่ายน่ะค่ะ

เธอได้อธิบายขึ้นพร้อมกับรับกุญแจจากออสตราวามา จากระยะทางที่ชายหนุ่มได้ฟังจากฮันแล้วพวกเขาน่าจะมีเวลาได้พูดคุยกันบนเรืออีกนานเป็นแน่ๆ

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : เราอยากจะรู้ว่าทำไมหุ่นยนต์ถึงเริ่มทำการโจมตีพวกมนุษย์ รวมทั้งที่มาที่ไปของพวกเขาด้วย


"เขาที่ ที่ว่าคือ เขา ไหนกันละ???"

สุดท้ายเขาก็อดถามคำถามออกไปไม่ได้

"ข้ารู้สึกว่า ข้ารู้จักโลกที่น้อยเสียเหลือเกิน"

เขารู้สึกว่าในที่สุด เขาก็ต้องเริ่มบทสนทนา เพื่อที่จะหาอะไรทำฆ่าเวลานั้นได้

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : พวกหุ่นยนต์ไงล่ะคะ

หญิงสาวได้กล่าวขึ้นก่อนที่เธอจะได้แสดงภาพของหุ่นยนต์ตัวนึงขึ้นในระหว่างที่ทั้งสองกำลังขับเรือไปตามทาง



ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : นี่คือเป้าหมายหุ่นยนต์ตัวที่พวกเราจะไปเผชิญหน้า แต่ทางตัวเมืองนั้นไม่ได้บอกกับคุณออสตราวาถึงรูปร่างของเป้าหมาย. . .

เธอได้อธิบายขึ้นถึงความคิดของเธอเองและความเป็นไปได้ที่น่าจะเกิดขึ้น

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : ทางตัวเมืองคงคาดว่าเมื่อคุณออสตราวาพบหุ่นแล้วนั้นเขาจะต้องโจมตีคุณออสตราวาก่อนแน่นอนและคงจะลงเอยด้วยร่างของหุ่นที่ถูกออสตราวา-โอนี๊จังทำลายลง หลังจากนั้นก็คงจะไม่มีคำอธิบายนอกจากว่าพวกหุ่นยนต์กับมนุษย์เป็นศัตรูกันตามที่ออสตราวา-โอนี๊จังถูกเข้าโจมตีแน่ๆ


"ฟังดูมีเหตุผลนะ" เขาตอบรับเชิงเห็นด้วย

"ข้าก็สงสัยเหมือนกัน ว่าทำไมมนุษย์ จะต้องเป็นศัตรู กับหุ่นยนต์ด้วย"

"ทั้งๆที่ หุ่นยนต์ ก็ใช้ว่าจะไม่ดีไปซะทุกคน บ้างที่มนุษย์บางคนอาจจะแย่กว่าก็ได้เสียอีก"

ออสตราว่ากล่าวในมุมมองส่วนของเขาออกไป


ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : เราถึงต้องการจะไปยืนยันด้วยยังไงละคะ ♪

หญิงสาวได้ตอบกับออสตราวาขึ้นเช่นกัน เพราะถ้าทั้งสองได้ฟังความเห็นของแต่ละฝ่ายแล้วนั้นพวกเขาอาจจะเข้าใจอะไรมากขึ้นก็เป็นได้

-:- ช่วงเวลาเย็น



ไม่นานนักทั้งสองก็ได้ขับเรือมาจนถึงประมาณครึ่งทางแล้วซึ่งค่อนข้างไว้กว่าที่คาดว่าเล็กน้อย แต่ว่าระหว่างทางนั้นเป็นทางบกทำให้ทั้งสองไม่สามารถใช้เรือต่อได้พวกออสตราวาคงจะต้องค่อยๆขนย้ายเรือไปยังอีกฟากและพักผ่อนลงในช่วงค่ำของวัน


"ดูเหมือนเราจะมี เป้าหมายที่คล้ายๆกันนะ"

ออสตราว่าพูดพร้อมลงมาจากนั้น

"ไว้เราค่อยคุยต่อหลังจากนี่แล้วกัน"

"ข้าของฝากเจ้า เรืองที่พักด้วยแล้วกันนะ ในระหว่างนั้นข้าจะย้ายเรื่อไปอีกฟาก"

ว่าแล้วเขาก็เริ่มจัดแจงหน้าที่ ก่อนที่จะเริ่มขนย้ายเรื่อไปอีกฝาก ด้วยความสามารถที่ออสตราว่ามีอยู่นั้นน่าจะจัดการได้ไม่ยากเย็นนัก เขาน่าจะย้ายก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน

-ถ้าย้ายได้ราบรื่นก็ไป ที่ๆพักต่อเลย

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : ไฮ๊ ~ ฮาย ~ ♪

หญิงสาวได้ตอบขึ้นพลางมองหาจุดที่น่าจะปลอดภัยเพื่อจะทำการพักผ่อนในคืนนี้ แต่ว่าเธอกลับได้วิ่งกลับมาหาออสตราวาเสียก่อนพร้อมกับเคาะเรียกชายหนุ่มเบาๆ

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : มีคนอยู่แถวนี้ด้วยล่ะค่ะ ออสตราวา-โอนี๊จัง ดูเหมือนว่าพวกเขาน่าจะกำลังสู้(?)กันอยู่ด้วย... ล่ะมั้งคะ ?

เธอได้บอกขึ้นกับชายหนุ่มด้วยท่าทางที่ไม่แน่ใจเท่าไรนัก แต่จากจุดนี้ออสตราวาก็สามารถมองเห็นออโรร่าบนท้องฟ้าได้จากจุดที่อยู่ไม่ไกลออกไปนั้น ซึ่งปรากฏการร์ธรรมชาติแบบนี้มันน่าจะเกิดบนขั้วโลกเหนือหรือขั้วโลกใต้เท่านั้น...

1) ไปดู
2) ไม่สนใจ
3) อื่นๆโปรดระบุ


3) ซ่อนเรื่อก่อนแล้วค่อยไปแอบดู

"น่าจะกำลังสู้กัน. . . . .???"

เขาทบทวนคำพดที่ได้ยินมาอย่างงงๆ

"เอาเป็นว่า ข้าขอซ่อนเรื่อนี่ก่อนแล้วกัน แล้วเราค่อยไปแอบดูกัน"

ออสตราว่าคิดว่าการที่จะทิ้งพาหนะเดินทาง เพื่ยงอันไว้ก็คงจะไม่ดีเขาจึงได้ใช้พลังที่ ทำให้พื่นยุบลงไปเล็กน้อย ก่อนที่หาอะไรแถวๆนั้นมาบังพอมิดชิด เขาทำทั้งหมดนั้นดวยความรวดเร็ว

"เอาละ แค่นี่ก็น่าจะพอได้แล้วละมั้ง เราไปแอบสังเกตการณ์กันดีกว่า. . . . .อย่างน้อยๆ ก็เพื่อยืนยันว่าจะไม่เป็นปัญหากับพวกเราละนะ"

ออสตราว่าตัดสินใจไปดู เพราะหากปล่อยทิ้งไว้อาจจะมีปัญหาภายหลังได้. . . .

เมื่อซีกและออสตราวาได้เข้าใกล้กับสถานที่เกิดเหตุนั้นพวกเขาก็ได้พบกับกลุ่มเด็กสาว(?)3คนที่กำลังแข่งขันงัดข้อ(?)กันอยู่กลางป่าที่มีไฟลุกโชนเป็นแบ้คกราว(?) สร้างความงุนงงชวนสงสัยให้กับทั้งสองเป็นอย่างมาก. . .

1) เข้าไปทักทาย...
2) ไม่สนใจ
3) อื่นๆโปรดระบุ


1) เข้าไปทักทาย...(ด้วยความสงสัยสุดชีวิต)

ออสตราว่าตัดสินใจที่จะ แอบดูอยู่สักพักนึงเพื่อรอให้สงบกว่านี

"ดูเหมือนว่ากำลังจริงจังกันอยู่นะ" ออสตราว่าเห็น 2สาว กับชี้หน้าโวยวายกันอยู่

"อืม. . .ดูเหมือนจะเริ่มการแล้ว. . . ." แล้วสาว ก็เริ่มตั้งท่าที่โต็ะนั้น

"มันเป็นการละเล่นของคนในพื่นที่รึไงหนะ. . . .แต่ช่างเป็นการละเล่นที่จริงจังเสียจริงๆ" ออสตราว่ารู้สึกความมุ่งมันถึงแม้ เขาจะอยู่ห่างออกมาก็ตาม

โครมมมมม !!  เสียงการต่อสู้ดังขึ้น ดูเหมือนทุกอย่างจบลงภายเสียววินาที่เดียว

". . . . . . . ." ออสตราว่างุงงงกับที่เขาเห็นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะตรงที่ สาวน้อยอีกคนนึงลงไปนั้งปล่อยโฮ

"หวังว่าเจ้าไม่เคยอะไรแบบนี่มาหรอกนะ. . . . ." เขาถามขึ้นอย่างประหลาดใจ การที่สาวน้อย3คนมาล้อมวง งัดข้อกันทามกลางทะเลเพลิง มันช่างเป็นภาพไม่น่าเกิดบนโลกของเขาได้. . . .ไม่สิ ไม่ว่าโลกไหนมันก็ไม่น่าจะมีั้นั้นและ แล้วทำไมต้องงัดข้อ เป็นอย่างอื่นไม่ได้หรอ ความคิดมากมายเกิดในหัวออสตราว่า จนสุดท้ายเขาก็คิดได้ว่า หยุดคิดแล้วลงไปถามโดยตรงเลยน่าจะดีที่สุด. . .

"เฮ้อ. . . ไม่ว่าข้าจะ คิดจากมุมไหนก็แล้วแต่ ภาพที่อยู่ตรงน่ามัน. . . . มัน. . . .อะ. . .เอาเป็นว่าลองไปถามดูหน่อยแล้วกันว่าทำไมต้องลงทุนมางัดข้อกันท่ามกลางทะเลเพลิงกันแน่"

เขาพูดอย่างอำอึงเขาก็ค่อยๆลุกขึ้นเดินไปอย่างช้าๆ พร้อมกับส่ายหัวไปมา

"ข้าคิดว่าเจ้าก็คงอยากรู้ไม่แพ้ข้าหรอก. . ." เขาพูดพร้อมกับหันไปมองซีก

"เออ. . .ไม่ทราบว่าพวกคุณหนูทั้งหลายกำลังทำอะไรกันอยู่. . . . ."

เขากล่าวขึ้นเมือเดินไปถึงแล้ว. . .





ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : คมบังวะ ~ มุราซากิ-โอเน๊ซัง ออกมาทำอะไรแถวนี้กับเหรอคะ ?

ซีกได้เอ่ยทักทายเด็กสาว(?)คนนึงในกลุ่มขึ้นซึ่งดูเหมือนว่าเธอจะรู้จักกันมาก่อนหน้านี้แล้ว

ทันทีที่ออสตราวาได้ปรากฏตัวขึ้นนั้นเด็กสาวผมสีบลอนด์ตัวเล็กๆในกลุ่มนั้นก็ได้รีบพุ่งเข้าไปหลบหลังเด็กสาว(?)ผมสีดำที่ตัวสูงกว่าเธอเล็กน้อยอย่างรวดเร็ว ?! เธอคงจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับคนแปลกหน้าเท่าไรนัก. . .

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : พวกเราเคยเจอกันที่ถ้ำทางทิศตะวันออกน่ะ ~ ออสตราวา-โอนี๊จัง

หญิงสาวได้อธิบายขึ้นกับออสตราวาคร่าวๆถึงต้นที่มา-ที่ไปของเธอกับเด็กผู้หญิง(?)ผมสีดำตัวเล็กๆตรงนั้น แต่ว่าคนอื่นๆอาจจะเป็นเพื่อนของเด็กสาว(?)คนนั้นก็ได้


"โอ้. . . .คนรู้จักสินะ แบบนี่ค่อยวางใจหน่อย"

ออสตราว่ารู้สึกสบายใจขึ้นนึกนึง แต่ดูเหมือนสาวน้อยผมดำตรงจะดูไม่ค่อยไว้ใจ เสียเท่าไรนัก

"ใจเย็นๆ ข้าไม่ได้มาร้าย อย่างที่เห็นข้าก็เป็นแค่นักเดินที่ผ่านทางมา พอดีกำลังทำอะไรน่าสนใจเลยเดินลงมาดูเท่านนั้นเอง"

ออสตราว่าพูดพร้อมยกขึ้นพร้อมกับ เริ่มสำรวจฟังนู้นบ้าง

ถึงแม้คนตรงกลางจะเป็นมนุษย์ก็ตาม แต่อีก 2 คนข้างๆนั้นไม่ใช้. . . .

(อืม. . . มันยังไงกันแน่นะ) เขาคิดในใจอย่างสงสัย

? ? ? (เซอบีเรีย อีซีโดเรีย) : . . .พวกเราอยู่ในระหว่างการเดินทางน่ะ

ก๊องงง . . . การโกหกหน้าตายที่ไม่เนียนแม้แต่นิดเดียวของอีซีโดเรียนั้นทำให้ผู้คนรอบๆด้านพากันนิ่งเงียบไปอย่างไร้สาเหตุ. . . เธอยังคงทำหน้านิ่งสุดๆและน่าจะมั่นใจสุดๆนั่นและรอฟังคำตอบของอีกฝั่ง. . .

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : ด- เดินทางนี่ถึงขนาดต้องเผาป่าเลยเหรอคะ. . .

ซีกได้ค่อยๆพูดขึ้นอย่างประหม่าพลางยกนิ้วของเธอขึ้นมาชี้ไปอย่างสั่นคลอนที่ฉากหลังที่ตอนนี้ดำเป็นตอตะโกไปหมดแล้วนั่น. . .

? ? ? (ลิเนีย สตาร์ล้อค แมกนิฟิเซีย) : ใช่แล้ว !! เพราะป่านั่นมันเกะกะทางเดินของเรา เราก็เลยตัดสินใจเผาให้ราบซะเลย !!

หญิงสาวได้ตอบขึ้นห้วนๆอย่างทำร้ายจิตใจนักอนุรักษ์ธรรมชาติ(?)อย่างออสตราวาเป็นอย่างมาก. . .


"อ้อ. . . .เป็นอย่างนี่เอง มันเกะกะสิน่า. . . ใช้. . . เกะกะสินะ. . ."

ออสตราว่าพูดซ้ำไปซำมาด้วยเสียงร้อนกว่าป่าที่ถูกเผาอยู่ตอนนี่เสียอีก

"มี คำตอบอะไรที่ช่วยทำให้ สบายมากกว่านี่ได้มั้ย. . . ."

เขาพูดพลางเอามือขึ้นมากอดอกไว้

"ก่อนที่ข้า จะเผาพวกเจ้าไปพร้อมกับป่านั้นด้วยเลย"

ว่าแล้วเขาก็มองไปข้างหน้าด้วยสายที่แสนจะดุดัน

เด็กสาวผมสีน้ำเงินได้รีบถอยทัพและไปแอบหลังเพื่อนของเธอแทนเมื่อเห็นออสตราวาทำท่าจะจับพวกเธอกินขึ้นแบบนั้น. . .

? ? ? (เมเมะ) : " เอ๊ะ....เอ~ อ้า~... ฮะฮะฮะ~ "

เด็กสาว(?)ได้หัวเราะเบาๆกลบเกลื่อนออกมาพลางมองไปทางเพื่อนของเธอเหมือนกับว่ากำลังขอความช่วยเหลือ

? ? ? (เมเมะ) : " น่ะน่ะน่ะน่ะน่ะ...นั่นสินะคะ อากาศมันค่อนข้างหนาว ..อืม อากาศหนาว หนาวแบบจะแข็งตายได้เลยละค่ะ ก็เลย ... อ่า.. เผาป่าเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ? "

เด็กสาว(?)ผมสีดำอมม่วงนั้นได้พยายามอธิบายขึ้น. . . ถึงมันจะไม่น่าจะฟังมีเหตุผลเท่าไรก็เถอะนะ. . .

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : จะ- ใจเย็นๆก่อนนะคะ. . . คือว่าแถวๆนี้มีข่าวลือเรื่องหุ่นยนต์ที่สามารถเปลี่ยนทะเลทรายให้กลายเป็นขั้วโลกได้ในพริบตาด้วย มันอาจจะมีการต่อสู้ขึ้นแถวๆนี้ก็เป็นได้ค่ะ

ซีกได้พยายามเกลี้ยกล่อมและอธิบายขึ้นถึงเหตุผลและความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการต่อสู้เกิดขึ้นก็เป็นได้

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : "Ice Queen" โค้ดเนมที่พวกมนุษย์เรียกหุ่นยนต์ตัวนั้นน่ะ ข่าวลือว่ากันว่าหุ่นยนต์ตัวนั้นอยู่บริเวณแถวๆซากโบราณสถานแห่งนี้ด้วย

หญิงสาวได้อธิบายขึ้นในขณะที่เด็กสาวทั้งสองคนนั้นกำลังหลบสายตาของออสตราวากันที่หลังพี่สาวคนโต(?)ของพวกเธอที่มีขนาดตัวเล็กพอๆกันอย่างหวาดผวา

            ^ ^ ...
            เด็กสาวยิ้มตอบรับซีกอย่างอบอุ่นกับคำเตือนนั้น แล้วก็พูดออกมาบ้าง

? ? ? (เมเมะ) : " อืม ขอบคุณที่เตือนนะซีก...จัง "

            เด็กสาว(?)ได้ตอบกลับด้วยสีหน้ายิ้มๆ เหงือไหลเล็กน้อย เพราชายหนุ่มคนข้างๆ
ทำหน้าตาจ้องจะกินเลือดกินเนื้อมาก..

? ? ? (เมเมะ) : " ซีกจัง ก็อยากจะถามเรื่องราวให้มากกว่านี้อยู่หรอกนะคะ แต่ตอนนี้พวกเรา
ทั้งสามคนมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำน่ะค่ะ "

            เธอได้พูดพลางยิ้มบางๆอย่างลำบากใจ

? ? ? (เมเมะ) : " ถ้ายังไงคงต้องขอตัวก่อนละนะคะ "

            [ - Master of Shadow - ] (shadow master)

            เงาที่พื้นได้ไล่หลังของเด็กสาว(?)มาชั่วพริบตาเดียว หลังของเมเมะก็มีปีกสีดำใหญ่งอก
ออกมาถึง 3 คู่ จนดูเหมือนเทพตกสวรรค์

? ? ? (เมเมะ) : " อึบ "

            เด็กสาว(?)ผนึกจิตไว้ที่กำลังแขนแล้วช้อนเด็กสาวทั้งสองขึ้นมา ก่อนที่จะวิ่งหนี..เอ๊ย
วิ่งไปทางสถานโบราณ


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 7-11-2013 23:17:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 2-12-2013 00:54






!!!!

XI กลิ้งตัวออกมาพร้อมกับดีดไพ่ออกไปทำลายช่องนั้นเพิรม

บ้าจริงทำไมถึงแข็งขนาดนี้

XI หยิบไพ่คำสาปออกมาเพิ่มอีกสามใบลอยรอบๆแขนซ้ายก่อนจะโยกตัวให้มันพุ่งห่างจากประตูและเสามาชนกำแพงเปล่าๆเพื่อลดความเสี่ยง

ยาส์

XI วาบตัวเองก่อนที่จะเริ่มโจมตีอีกครั้ง

#Katadinazo *3

AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l---ooloooooX )

3/13 cards

Envy Seal
Acedia Seal
Lust Seal

Str : E ( A ) 1 เทิร์น
Agi : C ( A ) 1 เทิร์น
Vit :  D ( - F ) 1 เทิร์น
Int : B
Dex : A

Anti-Aliment 1 เทิร์น
Anti-Element 1 เทิร์น
1/2 dmg 1 เทิร์น

XI ได้หลบทิ้งระยะและหยิบการ์ดของเธอออกมาอีกครั้งรวมทั้งฝ่ายตรงข้ามที่เริ่มเตรียมพร้อมที่จะทำลายบริเวณด้วยเช่นกัน !!


เจ้านี่มันคิดจะทำลายที่จริงั้นรึ!?

XI เงยหน้ามองหัวกระโหลกที่กำลังทิ้งตัวลงมาทับเธอเหลือบมองไพ่ที่ลอยอยู่ข้างก่อนจะกลับมามองศัตรู

....

XI ย่อตัวลงก่อนจะกระโดดด้วยความเร็ว

ใครจะไปยอมกัน!?

XI ประกับไพ่ทั้งสามใบรวมเป็นไพ่สีทองหม่นก่อนจะขว้างออกไปด้วยความแรง

AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l---ooloooooX )

2/13 cards

Fate : Acedia Seal
Lust Seal

Str : E
Agi : C
Vit :  D
Int : B
Dex : A

ไพ่ของ XI ได้ทำลายกลุ่มโครงกระดูกออกจนเกิดเป็นช่องเล็กขึ้นมาและทำให้กุญแจในตัวของมันกระเด็นออกมาด้วยแรงกระแทกของตัวมันที่กลิ้งลงไปกับพื้นนั่น. . . XI ได้รีบหยิบกุฯแจนั่นขึ้นมาก่อนทีเธอจะได้รีบตัดสินใจลงไปที่ประตูด้านล่างเพราะว่าไม่มีเหตุผลที่จะอยู่รอดูพวก Hollow ที่ยืนเอ๋อกันด้านนอกนั้นเข้ามาสร้างสงครามกลางเมืองขึ้นเพราะแรงสั่นสะเทือนเมื่อครู่นี้. . .



-:- ช่วงเวลาเย็น เขตุ Dark Hour
-:- Dark Pressure : Low

เมื่อ XI ได้เข้ามายังด้านในนั้นเธอก็พบกับห้องกว้างๆห้องนึงที่เก่าและมีหยักใย่บ่งบอกว่าไม่มีคนผ่านไป-มาเส้นทางนี้ได้นานพอสมควรแล้ว รอบๆนั้นจะมีก็แค่แสงจากคกเพลิงที่สว่างอยู่จุดเดียวในตอนนี้และทางมืดๆที่เชื่อมต่อกับบรรไดด้านหน้าของเธอลงไปยังด้านล่างเท่านั้น. . .


?

XI ยังคงมองดูพื้นที่รอบๆอย่างระมัดระวังก่อนจะใช้ผ้าเช็ดรอยเปื้อนฝุ่นและเหงื่อของตัวเอง

ยิ่งเข้ามายิ่งลึกยิ่งเห็นแต่ความเก่าแก่...

ที่นี่เป็นโบราณสถานรึเปล่านะ

XI ยังคงเดินตรงไปพลางมองหาจุดปลอดภัยให้ตัวเองซักหน่อย

นอกจากจุดคกเพลิงนี้นั้น ทางด้านในอื่นๆที่ทอดยาวลงไปด้านล่างเหมือนจะไม่มีร่องรอยของคกเพลิงแล้วนั่นน่าจะหมายความได้ว่า XI จะมีจุดปลอดภัยในการหยุดพักแค่จุดตรงนี้เท่านั้น และถ้าเธอเข้าไปสำรวจด้านในที่ลึกเข้าไปเรื่อยๆนานเกินไปเธออาจะไม่มีโอกาศได้กลับออกมาตั้งลำใหม่ก็เป็นได้


...

XI นั่งมองทางเดินที่ทอดยาวออกไปพลางหยิบไพ่ต้องสาบทร่ลอยอยู่ข้างๆมาดู

... เอาล่ะไปกันเลย

XI ลุกขึ้นมองก่อนก้าวเท้าเดินตรงเข้าไปด้านใน

Stamina -2



XI ได้เดินลงมายังด้านล่างที่มืดมิดและหนาวเย็น. . . เธอมองไม่เห็นสภาพด้านในได้ถนัดตาเท่าไรนักรวมกับบรรยากาศที่วังเวงนี้ทำให้มันรู้สึกน่าขนลุกขึ้นมามากกว่าเดิมอีกหลายเท่า

จากจุดนี้นั้น XI ได้กลิ่นของกรงเหล็กขึ้นสนิมที่ผ่านลมมาจากทางทิศเหนือ ทางด้านบนอาจจะเป็นห้องคุกของสถานที่นี้ก็เป็นได้ ส่วนทางตะวันออกของเธอที่ปรากฏอยู่ชัดเจนตรงหน้าของเธอนี้นั้นมีประตูหมอกควัญสีขาวแปลกๆหุ้มอยู่หนาแน่นจนมันสดุดตาและมองเห็นได้ง่ายมากๆ แต่ XI กลับรู้สึกว่าถ้าเข้าไปแล้วอาจจะไม่ได้กลับออกมาอีกซักพักใหญ่ๆแน่ๆ

1) ไปทางเหนือ
2) เข้าหมอกทางทิศตะวันออก
3) อื่นๆโปรดระบุ


2)

ในที่แบบนี้มีคุกใต้ดินอยู่ด้วยอย่างนั้นหรอ?

XI เดินไปมองดูประตูเหล็กขึ้นสนิมนั้นก่อนจะมองเข้าไปด้านใน

แต่เราไม่มีธุระอะไรจะลงไปในคุกนี่ . . .

XI เลื่อนตัวออกมาก่อนจะหันกลับมาทางเดิม

หมอกหนาขนาดนี้ . . . รู้สึกถึงความผิดปรกติ . . . อืม . . .

XI เดินไปมองดูหมอกที่ลอยอยู่ก่อนจะฝ่ามันเข้าไปด้านใน



ที่คุกด้านบนนั้นแม้จะเป็นแค่การเดินผ่านๆแต่ XI ก็ยังรู้สึกได้ว่าเหมือนกับมีอะไรถูกขังอยู่ที่ด้านในนั่น แต่เนื่องจากไม่มีปฏิกริยาใดๆตอบโต้รวมทั้งยังเป็นการสำรวจสั้นๆทำให้เธอไม่พบอะไรมากไปกว่านั้น. . .

หลังจากนั้น XI ก็ได้ตัดสินใจเดินฝ่าหมอกเข้ามายังด้านในห้องใกล้ๆ เมื่อเธอได้เข้ามายังด้านในนั้น XI ก็พบว่าหมอกด้านหลังได้เปลี่ยนเป็นกำแพงหนาที่ปิดทางออกไปเสียแล้ว ภายด้านในลึกนั้นมีสัตว์ร้ายสีขาวที่กำลังเดินวนเลียดสำรวจสถานที่อยู่ มันน่าจะรับรู้ถึงการมาของ XI ในตอนนี้แล้วเพียงแต่ว่ายังไม่พบตัวของหญิงสาวนั่นเอง

ในขณะเดียวกันที่ตรงกลางของห้องนั้นก็มีบรรไดวนเล็กๆที่ต่อขึ้นไปยังด้านบนซึ่งดูเหมือนว่าจะมีกลไกที่เชื่อมต่อกับประตูกลด้านบนอยู่ด้วย !!



!? มีสัตวคุมประตูนรกอยู่ในที่แบบนี้ด้วย!? เดี๋ยวสิ ทีนี่มันยังไงกันแน่ . . .

XI แอบมองสัตวขนาดใหญ่กำลังยืนเฝ้าประตูอยู่ไกลๆ

หมายความว่ายังไง . . . ที่นี่ ? . . .

XI เลิกสงสัยก่อนจะเดินหลบมาตรงบรรไดวน

ก่อนอื่นคงต้องหาทางเลี่ยงไม่ปะทะกับเจ้านี่ก่อนดีกว่า? . . .

XI จับแขนของตัวเอง ก่อนที่จะเดินมองหาทางประตูกลที่อยู่ด้านบน

ไหนดูซิ กลไกลของมันคืออะไรกันนะ . . . ?

ลำพังเสียงเดินอย่างระมัดระวังของ XI นั้นก็ทำให้สัตว์ร้ายด้านหน้ารู้สึกตัวได้เล็กน้อยแล้ว. . . มันได้รีบวิ่งไปยังจุดที่ XI เดินเข้ามาในครั้งแรกก่อนที่จะเริ่มทำการค้นหาด้วยกลิ่นอย่างระมัดระวัง. . .

ในขณะเดียวกันนั้น XI ที่ได้สำรวจบรรไดวนตรงกลางที่มีโซ่กลไกประกอบอยู่ก็พบว่ามันเป็นกลไกประตูง่ายๆที่ต้องหมุนพังงาเพื่อดึงโซ่เปิดประตูด้านบนนั่นเอง แต่การที่จะทำแบบนั้นมันจะต้องเกิดเสียงขึ้นเป็นแน่. . .


เสร็จสิ้น
โพสต์ 8-11-2013 23:48:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 12-11-2013 09:42








"ชั้นจะลักพาตัวเด็กไปเพื่ออะไรกันห๊ะ!!!!" มาซากิลุกขึ้นโวยสวนกลับทันที

"ก็แค่เผลอพลาดปล่อย อาคาจิค บัสเตอร์ แรงไปจนเมืองเสียหายเท่านั้นแหละ" หลังบ่นเสร็จมาซากิก็นั่งลงพร้อมถอนหายใจ

"ดูเหมือนว่าพลังของไซบัสเตอร์จะเข้ามาอยู่ในตัวชั้นซะงั้นแหะ" มาซากิบอกพร้อมเรียกดาบดิสคัตเตอร์ขึ้นมาในมือให้สเฟียร์เห็น แต่ดูเหมือนลืมไปว่าตัวเองยังอยู่ในคุก!!!

คัฟเฟียซ สเฟียร์ : คิกๆๆ นั่นสิน้าๅ ~ บ้านช่องยังไม่มีเลยนี่นา จะเอาเด็กไปแอบที่ไหนได้เนอะ ♪

เด็กสาวได้หัวเราะคิกคักขึ้นพลางพูดหยอกล้อกับมาซากิอย่างสนุกสนาน แต่ตำรวจข้างหลังนั่นเริ่มมีทีท่าไม่ดีขึ้นมายิ่งกว่าเดิมอีกเมื่อได้ยินว่ามาซากิไม่มีบ้านแถมยังเข้ามาทำลายภายในเมืองแบบนี้อีก แถมยังมีคำพูดที่มาซากิพูดออกมาอย่างไซบัสเตอร์เอยเรียกดาบเอยไม่แน่ว่าชายหนุ่มอาจจะถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลหลังจากนี้ก็เป็นได้. . . . .

คัฟเฟียซ สเฟียร์ : ล้อเล่นค่ะ... หนูมารับตัวพี่มาซากิกลับบ้านต่างหาก ถึงจะเตือนไปว่าอย่าให้มารับที่สถานที่ตำรวจก็เถอะนะ

เธอยังคงไม่เลิกล้อเลียนก่อนที่จะแอบเยาะเย้ยออกมาเบาๆอีกรอบ ไม่นานนักตำรวจภายในสถานีก็ได้มาปลดล้อคสวิทย์ไฟฟ้าจากห้องขังออกและอนุญาติให้มาซากิออกมาได้

คัฟเฟียซ สเฟียร์ : จะกลับกันรึยังล่ะคะ ~ คุณพี่มาซากิ ~

เธอได้ลากเสียงยาวลงท้ายชื่อของชายหนุ่มพลางแอบยิ้มอย่างผู้ชนะออกมา แต่จริงๆแล้วก็ไม่รู้หรอกว่าทั้งสองกำลังแข่งอะไรกันอยู่แน่...


"เฮ้อ ก็ได้ๆ หากองกำลังป้องกันเมืองก็ไม่เจอ แถมดันปล่อยอาคาจิค บัสเตอร์จนตำรวจจับอีก" มาซากิเดินคอตกหน่อยๆตามสเฟียร์มา

"แต่ก็ขอบคุณมากน่ะ สเฟียร์ อุตส่าห์มาช่วยพาชั้นออกจากคุกเนี่ย" ถึงจะโดนแกล้งไปบ้าง แต่มาซากิก็กล่าวขอบคุณพร้อมยิ้มออกมาตอบรับโดยไม่ได้เข้าใจความหมายที่สเฟียร์ยิ้มเลย...

คัฟเฟียซ สเฟียร์ : ยะ- อย่าเข้าใจผิดนะ !! หนูก็แค่ไม่อยากมีปัญหาค้างคาแค่นั้นเอง

เด็กสาวได้ตอบขึ้นโดยที่ไม่ได้หันกลับมามองมาซากิแม้แต่น้อยพลางได้รีบเดินนำหน้าไปอย่างรวดเร็วแทน

ไม่นานนักมาซากิก็ได้เดินทางกลับมายังห้องพักของสเฟียร์ วันนี้เขาคงจะไม่พบเจอเรื่องอะไรร้ายๆก่อนเข้านอนแล้วล่ะมั้ง ?

1) เข้านอนพักทันที
2) อื่นๆโปรดระบุ


2) ทะยานขึ้นเตียงแล้วหันมาคุยกับสเฟียร์

"ฮึบ ฮ่า ที่นอนนี่มันสบายดีจริงๆแฮะ" มาซากินั่งลงบนเตียงอย่างสบายใจโดยไม่ได้นึกเลยว่านี่มันที่นอนเด็กผู้หญิง!!!

"วันนี้จะลองหากองกำลังป้องกันเมืองดู แต่ชั้นเดินหาไม่เจอเลยแหะ" มาซากิเริ่มสนทนากับสเฟียร์ทันที โดยหารู้ไม่ว่าเขากำลังลากเรื่องร้ายๆเข้าตัวเองแบบไม่รู้ตัว(เพราะดันไปขึ้นเตียงของสเฟียร์)

แชะ !! เสียงกล้องโทรศัพท์มือถือเล็กๆได้ดังขึ้นก่อนที่เด็กสาวจะได้หัวเราะออกมาเบาๆอย่างไม่น่าไว้วางใจเมื่อในมือของเธอมีภาพของชายหนุ่มวัย 20 ปีกำลังนั่งในท่าสุดเรื่อยเปื่อยของเขาบนเตียงสีชมพูหวานแหววที่มีมู่ลี่บางๆคลุมประดับตามชาญและหัวเตียงอีกด้วย. . .

คัฟเฟียซ สเฟียร์ : ภาพนี้ลงเฟซบุ้*แน่ !!


เสร็จสิ้น
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 9-11-2013 13:21:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 11-11-2013 00:46






            พอโดนจับมือแล้วอยู่ดีๆก็ถูกสะบัดมือ เป็นความรู้สึกที่ค่อนข้างแปลกไปเสียหน่อย
แต่เมเมะก็ดูการกระทำของลิเนียด้วยสายตามุ่งมั่นตามเดิม

            " ได้ค่ะ คุณแมกนิ.....ฟิเซีย ชั้นรับคำท้านั่น! "

            ดูเหมือนจะโดนท้างัดข้อ ...ทำไมต้องเป็นงัดข้อ ถึงจะรู้สึกตะหงิดๆเพราะเพิ่งผ่านการ
ต่อสู้ระดับนั้นมามันทำให้ปรับอารมณ์ไม่ทัน แต่เมเมะก็ตอบกลับไปด้วยใบหน้าที่จริงจังเหมือน
กับตอนที่กำลังจะออกไปประมือกับฟอยส์เมื่อหลายนาทีก่อน! ........แต่ทำไมต้องงัดข้อละเนี่ย
คนๆนี้ใช้อะไรเป็นเกณฑ์การตัดสินวัดระดับพลังกันนะ?

             " อ..ขอเวลานอกแปปนึงนะคะ "

             เมเมะยกมือสองข้างขึ้นมาทำเป็นรูปกากบาก แล้วหันไปหาเมกะที่ยืนอยู่ข้างๆ

             " ม..เมกะจัง ..เป็นยังไงบ้าง "

             เมเมะพูดขึ้นด้วยสีหน้าเป็นห่วง เมกะของเมเมะนั้นหมายถึงทั้งเอริกะและเฮอร์เมร่ารวม
กัน ซึ่งเฮอร์มาร่าก็เงียบมาตั้งนานแล้วเมเมะเลยรู้สึกเป็นห่วง........โดยยังไม่รู้ด้วยว่าบนหัวมีสิ่ง
ที่ไม่น่าจะเรียกผ้าพันแผลได้พันอยู่ด้วย

ฟุโรโกะ เอริกะ : !! ~ ♪

เด็กสาวได้สบัดหน้าบอกกับเมเมะว่าเธอไม่เป็นอะไรพลางทำท่าทางประกอบขึ้นเพื่อไม่ให้เพื่อนของเธอเป็นห่วง

ในด้านเดียวกันนั้นลิเนียก็ได้ตั้งท่าขึ้นเตรียมพร้อมและรอให้เมเมะเข้าประลอง(?)กับเธอ

ลิเนีย สตาร์ล้อค แมกนิฟิเซีย : ถึงเธอจะเป็นเด็กเราก็ไม่ออมมือให้หรอกนะ !!

หญิงสาวได้กล่าวขึ้นในท่าทางมั่นใจ


            เมเมะหันกลับไปหาลิเนียแล้วก็พูดย้อนกลับไปว่า

            " ชั้นเองก็ไม่เคยออมมือในการต่อสู้หรอกค่ะ! "

            เธอยิ้มอย่างท้าทายพลางเดินไปนั่งที่โต๊ะ..

            ' ถึงขั้นลงทุนท้ามาเองแบบนี้หรือว่าคุณลิเนียเบื้องหลังจะแรงเยอะมาก... '

            เมเมะเริ่มกังวลแต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นทำให้ใจสู้มอดลงไป กลับกันเธอคิดว่ามัน
ต้องเป็นการประลอง(?)ที่สุดยอดไม่แพ้การต่อสู้กับคุณฟอยส์เมื่อครู่นี้แน่ๆ!!

            เมเมะได้จับมือของลิเนียเพื่อเตรียมพร้อม ....

            ' ไงๆชั้นก็ไม่คิดจะแพ้ให้เด็กผู้หญิงหรอกค่ะ .....โดยเฉพาะคนที่เรียกชั้นว่า
ยัยเปี๊ยกนอกจากท่านพี่... '

ครื่นนนน

            วิญญาณอาฆาตหลุดออกมา....แต่ก็หายไปแทบจะทันที

            ' มือซ้ายยังชาอยู่เลย แต่เค้าก็งัดข้อกันมือขวานี่นะ.. '

            เตรียมพร้อมเสร็จสิ้น ...รอสัญญาณ

โครมมมมม !! ทันทีที่เมกะที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ช่วยแสดงสัญญาณผ่านมือของเธอนั้นเมเมะก็ได้งัดมือเล็กๆของลิเนียนั่นลงไปอย่างง่ายดาย ?! เหมือนกับว่าเธอไม่รู้สึกถึงแรงต้านใดๆเลยแม้แต่น้อย ?!

ลิเนีย สตาร์ล้อค แมกนิฟิเซีย : ฮึก. . .

น้ำตาใสๆได้เริ่มคลอเบ้าของหญิงสาวก่อนที่เธอจะได้สบัดมือของเมเมะออกและไปนั่งกอดเข่าร้องไห้ด้วยความพ่ายแพ้. . . อย่างง่ายดายนั่น. . .

ลิเนีย สตาร์ล้อค แมกนิฟิเซีย : เราจะไปสู้ยอดมนุษย์อย่างพวกเธอได้ยังไงกันเล่า !!

เธอได้กอดเข่าคร่ำครวญออกมา จากสิ่งที่เกิดขึ้นกับเมเมะนั้นเมเมะเองก็ไม่เคยเห็นเอริกะต่อสู้เลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่คงเพราะนิสัยของเมกะทั้งสองนั้นทำให้พวกเธอไม่มีปัญหาใดๆแม้จะใช้ร่างกายเดียวกันเหมือนกับลิเนีย


            " อ...เอ่อ............ "

            ขณะที่ลิเนียลงไปนั่งจุ่มปุ๊กปล่อยโฮตรงนั้นเมเมะก็ทำหน้าตาว่างเปล่า...

            ' อ....อ่อนมากค่ะ!! อ่อนจนน่าเศร้าเลย!! คุณหนูคนนี้!! '

            แต่พอรู้สึกถึงเสียงร้องไห้เมเมะก็เหมือนกับมีอะไรมารัดที่หัวใจทันที เธอจึงค่อยๆ
ยืนขึ้นแล้วเดินไปใกล้ๆลิเนียอย่างช้าๆ

            " ....เอ่อ.....คือว่า ยะ.. อย่าร้องไห้เลยนะคะ? .. จริงสิ ล.. เลื่อนการตัดสินของเรา
ออกไปจนกว่าจะเจอการประลองที่เท่าเทียมกันดีมั้ยคะ? "

            เมเมะพูดพลางลูบหัวของลิเนีย เธอพยายามปลอบเท่าที่จะทำได้ แต่จากนั้นก็ยิ้ม
ออกมาด้วยรอยยิ้มเหมือนพวกสาย S ... แล้วพูดว่า

            " แต่ครั้งนี้แพ้ก็คือแพ้นะคะ "
            ' คนที่กำหนดการประลองก็คือฝ่ายนั้นด้วยสิ '

ลิเนีย สตาร์ล้อค แมกนิฟิเซีย : หึ !! ไม่ต้องมาทำเป็นสงสารเราหรอก !! เรา"ลิเนีย สตาร์ล้อค แมกนิฟิเซีย"ไม่ยอมรับความเห็นใจจากศัตรูหรอกนะ !!

เธอยังคงสบัดหน้าหนีเมเมะพลางงอลแก้มป่องขึ้นซะอย่างนั้น. . . ทั้งๆที่มันน่าจะเป็นเมเมะมากกว่า. . .

ลิเนีย ดิวซ์ ฟอยส์ : . . .ผู้แพ้ต้องทำตามข้อตกลงของอีกฝ่าย . . .สินะ ?

ร่างของเธอได้สลับกลับมาอีกครั้งอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ลิเนียนั้นเปลี่ยนใจกระทันหันเสียก่อน

ลิเนีย ดิวซ์ ฟอยส์ : . . .ถ้าได้เริ่มคุยกัน . . .คงจะทำความเข้าใจกันได้ง่ายขึ้น

ดิวซ์ ฟอยส์ได้เสนอขึ้นจากสถานการณ์เพราะว่าเฮอร์เมร่าที่เธอน่าจะสัมผัสได้ในตอนแรกว่าบาดเจ็บอยู่รวมทั้งพวกเธอทั้งหมดในตอนนี้ก็ใช้พลังกันไปมากด้วยเช่นกัน. . . ถ้าได้พักผ่อนกันก่อนและค่อยๆทำความเข้าใจกันอาจจะทำให้ทั้งสามสามารถหาเป้าหมายต่อไปได้ก็เป็นได้


            " เอ๊ะ? ..อา ..ค่ะ! "

            เมเมะตกใจกับการเปลี่ยนท่าทีกระทันหันนั้นอีก แต่ก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจังแล้ว
ก็ตอบรับฟอยส์ไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

            " แต่ว่า.. คุณฟอยส์ จะบอกว่าผู้แพ้ต้องทำตามข้อตกลงของอีกฝ่ายสินะคะ "

            เมเมะที่เดินไปจับมือกับเมกะแล้วหันกลับมาพูดขึ้น จากนั้นเธอก็โค้งตัวลง

            " เป็นการต่อสู้ที่สุดยอดมากๆเลยละค่ะ ชั้นแพ้ราบคาบเลย ขอบพระคุณที่ออมมือ
ให้นะคะ! "

            เมเมะเงยหน้าขึ้นมายิ้มกว้างและพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชมและตรงไปตรงมา

            " เพราะฉะนั้น เรามาเล่าเรื่องทั้งหมดเพื่อแก้ปัญหาของกันและกันนะคะ "
            
            เมเมะเอียงคอแล้วก็ยิ้มให้"ลิเนีย"

-:- ช่วงเวลาเย็น



เซอบีเรีย อีซีโดเรีย : . . .ชื่อจริงๆเราคือ เซอบีเรีย อีซีโดเรีย . . .ต้นกำเนิดที่แท้จริงของเราคือฟีนิกซ์สีน้ำเงิน . . .ในฐานะมนุษย์เราเคยเป็นอาร์คบิชอบของโบสถ์เซอบีเรียในยุคโรมัน

เธอได้เริ่มแนะนำตัวเองขึ้นก่อนซึ่งชื่อของเธอนั้นไม่น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับชื่อที่ถูกเรียกก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย รวมทั้งที่มาที่ไปที่เธอได้กลายเป็นชาโดว์ไปและอยู่ในร่างเดียวกับลิเนียแบบนี้

ฟุโรโกะ เอริกะ : ดิวซ์ ฟอยส์เป็นภาษาฝรั่งเศษแปลว่า"คู่,ทั้งสอง"ค่ะ ถ้าแปลตรงๆตัวล่ะก็ "ลิเนีย ดิวซ์ ฟอยส์ = คู่หูของลิเนีย"

เมกะได้พยายามอธิบายขึ้นมาแต่คงเป็นเพราะว่ามีแค่เมเมะและลิเนียอยู่แถวๆนี้เท่านั้นทำให้เธอสามารถพูดคุยได้อย่างปกติ รวมทั้งคงจะเป็นเฮอร์เมร่าที่อึดอัดด้านในด้วยเช่นกันเพราะว่าเธอน่าจะไม่สามารถเปลี่ยนร่างมาพูดแทนได้ในตอนนี้ จากคำอธิบายนั่นทำให้อีซีโดเรียนั้นได้หลุดอมยิ้มเล็กๆออกมาจนแอบสังเกตุเห็นได้เลยทีเดียว

เซอบีเรีย อีซีโดเรีย : . . .เจ้าของร่างหลักชื่อ ลิเนีย สตาร์ล้อค แมกนิฟิเซีย . . .เธอเป็นแค่เด็กผู้หญิงธรรมดาๆคนนึง

หญิงสาวได้เริ่มอธิบายแนะนำอีกร่างของเธอขึ้นอีกครั้งเพราะดูเหมือนว่าเธอจะไม่ยอมออกมาแนะนำตัวกับเมเมะเองแน่ๆ

ในขณะที่ยืนแนะนำตัวกันนั่นเองก็ได้มีชายหนุ่มใส่เสื้อเกราะที่ดูเหมือนว่าจะเป็นหุ่นยนต์(?)เดินออกมาพร้อมกับซีกอย่างช้าๆ




? ? ? (ออสตราวา) : "เออ. . .ไม่ทราบว่าพวกคุณหนูทั้งหลายกำลังทำอะไรกันอยู่. . . . ."

ทันทีทีมีคนแปลกหน้าเดินออกมานั้นเมกะก็ได้รีบกระโดดเข้าไปหลบที่ด้านหลังของเมเมะอย่างรวดเร็วทันที !! ทางด้านซีกเองนั้นก็ดูเหมือนว่าจะคุ้นๆหน้าของเมกะอยู่เหมือนกันแต่ดูท่าเธอจะคิดไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : คมบังวะ ~ มุราซากิ-โอเน๊ซัง ออกมาทำอะไรแถวนี้กับเหรอคะ ?

หญิงสาวได้เริ่มกล่าวทักทายขึ้นอย่างเป็นมิตรเหมือนกับที่เมเมะเคยเจอเธอครั้งแรกในถ้ำนั่น


            " ซีกจัง? "

            ขณะที่กำลังจะเล่าเรื่องของตนเองให้ฟังบ้าง เมเมะก็ต้องหันไปด้านข้างเสียก่อน แต่
เมื่อเห็นหน้าผู้มาใหม่ เธอก็อุทานขึ้นมาเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าเธอคือ 1 ในคนที่เจอที่ Lost Island
นั้นเอง ...ดูเหมือนโลกใบนี้จะกลมกว่าที่คิดไว้

            " คมบังวะค่ะ ไม่ได้เจอกันตั้งแต่ตอนนั้นเลยสินะคะ "

            เมเมะทักทายพอเป็นพิธี จากนั้นเธอก็หันไปทางชายชุดเกราะข้างๆ ... น่าจะไม่ใช่
หุ่นยนต์ เพราะยังสัมผัสได้ถึงเสียงการทำงานของอวัยวะภายใน..

            " พวกเรา... "

            เมเมะเอาตัวมาบังเมกะ เพราะไม่รู้ว่าผู้มาใหม่ทั้งสองคนมีเป้าหมายอะไรถึงผ่านมาแถวนี้
ซีกนั้นยังพอคุยด้วยได้ แต่กับชายชุดเกราะข้างๆนั้นต่างหากที่เป็นตัวปัญหา

            เมเมะหันไปทางลิเนีย โดยการส่งสายตาไปบอกว่า จะทำอย่างไรกันดีคะ?..

? ? ? (ออสตราวา) : "โอ้. . . .คนรู้จักสินะ แบบนี่ค่อยวางใจหน่อย"

ชายหนุ่มรู้สึกสบายใจขึ้นนึกนึง แต่ดูเหมือนสาวน้อยผมดำตรงจะดูไม่ค่อยไว้ใจ เสียเท่าไรนัก

? ? ? (ออสตราวา) : "ใจเย็นๆ ข้าไม่ได้มาร้าย อย่างที่เห็นข้าก็เป็นแค่นักเดินที่ผ่านทางมา พอดีกำลังทำอะไรน่าสนใจเลยเดินลงมาดูเท่านนั้นเอง"

ชายหนุ่มเสื้อเกราะได้ค่อยๆอธิบายขึ้นถึงเป้าหมายของเขาอย่างเป็นมิตรเพื่อคลายบรรยากาศลงไปบ้าง

เซอบีเรีย อีซีโดเรีย : . . .พวกเราอยู่ในระหว่างการเดินทางน่ะ

ก๊องงง . . . การโกหกหน้าตายที่ไม่เนียนแม้แต่นิดเดียวของอีซีโดเรียนั้นทำให้ผู้คนรอบๆด้านพากันนิ่งเงียบไปอย่างไร้สาเหตุ. . . เธอยังคงทำหน้านิ่งสุดๆและน่าจะมั่นใจสุดๆนั่นและรอฟังคำตอบของอีกฝั่ง. . .

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : ด- เดินทางนี่ถึงขนาดต้องเผาป่าเลยเหรอคะ. . .

ซีกได้ค่อยๆพูดขึ้นอย่างประหม่าพลางยกนิ้วของเธอขึ้นมาชี้ไปอย่างสั่นคลอนที่ฉากหลังที่ตอนนี้ดำเป็นตอตะโกไปหมดแล้วนั่น. . .

ลิเนีย สตาร์ล้อค แมกนิฟิเซีย : ใช่แล้ว !! เพราะป่านั่นมันเกะกะทางเดินของเรา เราก็เลยตัดสินใจเผาให้ราบซะเลย !!

ร่างของ Ln2 ได้ถูกสลับอีกครั้งก่อนที่คำตอบที่สุดแสนจะเอาแต่ใจจะได้แก้ต่างแทนขึ้นราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติที่คนทั่วๆไปจะทำกัน !! จนทำให้ทั้งเมเมะและเมกะที่ยืนอยู่นั้นพากันเหงื่อตกไปตามๆกัน. . .


            " เอ๊ะ....เอ~ อ้า~... ฮะฮะฮะ~ "
            " น่ะน่ะน่ะน่ะน่ะ...นั่นสินะคะ อากาศมันค่อนข้างหนาว ..อืม อากาศหนาว หนาวแบบจะ
แข็งตายได้เลยละค่ะ ก็เลย ... อ่า.. เผาป่าเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ? "

            หันหน้าไปหาเมกะที่ยืนอยู่ด้านหลังซะงั้น...

            เมเมะเองก็พึ่งจะสังเกตว่ารอบๆตัวเธอนั้นมันมีไฟป่าลุกลามเต็มไปหมด ซึ่งตัวการจะเป็น
ใครไปไม่ได้นอกจากเธอนั้นแหละ! ก็คิดอยู่ตั้งแต่งัดข้อแล้วละว่าทำไมมันสว่างจัง!!

? ? ? (ออสตราวา) : "อ้อ. . . .เป็นอย่างนี่เอง มันเกะกะสิน่า. . . ใช่. . . เกะกะสินะ. . ."

ชายหนุ่มว่าพูดซ้ำไปซ้ำมาด้วยเสียงร้อนกว่าป่าที่ถูกเผาอยู่ตอนนี่เสียอีก

? ? ? (ออสตราวา) : "มี คำตอบอะไรที่ช่วยทำให้ สบายมากกว่านี่ได้มั้ย. . . ."

เขาพูดพลางเอามือขึ้นมากอดอกไว้

? ? ? (ออสตราวา) : "ก่อนที่ข้า จะเผาพวกเจ้าไปพร้อมกับป่านั้นด้วยเลย"

ว่าแล้วเขาก็มองไปข้างหน้าด้วยสายที่แสนจะดุดัน ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะเป็นคนจากกลุ่มมูลนิธิอนุรักษ์ป่าไม้(?)แน่ๆทำให้ออร่าแห่งธรรมชาติของเขาช่างเจิดจรัสถึงขนาดจะจับเด็กๆทั้งสามต้มสังเวยป่าที่ถูกเผาไปเลยทีเดียว. . .

ทางด้านลิเนียนั้นก็ได้แต่รีบแว้บไปแอบหลังเมเมะอีกคนพลางตัวสั่นหงึกๆไปด้วยเช่นกันเมื่อเห็นชายชุดเกราะคนนั้นไม่พอใจกับคำตอบของเธอขึ้นมา(แหงล่ะ!!)

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : จะ- ใจเย็นๆก่อนนะคะ. . . คือว่าแถวๆนี้มีข่าวลือเรื่องหุ่นยนต์ที่สามารถเปลี่ยนทะเลทรายให้กลายเป็นขั้วโลกได้ในพริบตาด้วย มันอาจจะมีการต่อสู้ขึ้นแถวๆนี้ก็เป็นได้ค่ะ

ซีกได้พยายามเกลี้ยกล่อมและอธิบายขึ้นถึงเหตุผลและความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการต่อสู้เกิดขึ้นก็เป็นได้


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 11-11-2013 00:20:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 19-11-2013 12:56






กึก

            ร่างกายของเมเมะสั่นกึกไปเลยทันที เมื่อได้ยินสิ่งที่ซีกพูดขึ้นมา เมเมะยืดตัวขึ้น
บังทั้งสองไว้ด้านหลังแล้วยิ้มปกติให้กับทั้งสองที่อยู่ด้านหน้าของตน จากนั้นก็พูดว่า

            " ข่าวลือ? .... ข่าวลืออะไรหรือคะ? "

            เมเมะเหลือบสายตากลับไปเล็กน้อยเป็นเชิงว่า จากนี้เดี๋ยวชั้นออกหน้าให้เองค่ะ

หุ่นยนต์น้อยทั้งสองได้แอบหลังเมเมะอย่างมีความหวัง. . . เหมือนกับว่าตอนนี้เมเมะนั้นได้เป็นพี่สาวคนโตไปอย่างเต็มตัวแล้ว. . .

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : "Ice Queen" โค้ดเนมที่พวกมนุษย์เรียกหุ่นยนต์ตัวนั้นน่ะ ข่าวลือว่ากันว่าหุ่นยนต์ตัวนั้นอยู่บริเวณแถวๆซากโบราณสถานแห่งนี้ด้วย

เธอได้อธิบายขึ้นตามข้อมูลที่เธอได้รู้มา แต่มันก็บอกกับเมเมะได้ว่าซีกเองไม่น่าจะเคยเห็นหน้าตาของหุ่นยนต์"ตัวนั้น"แน่ๆ

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : มุราซากิ-โอเน๊ซัง ก็ระวังตัวไว้ด้วยล่ะ ~ ยิ่งถ้าเป็นอาวุธทีเป็นเหล็กล่ะก็อาจจะหักได้ง่ายๆเลยนะคะ

หญิงสาวได้เอ่ยเตือนขึ้นเมื่อเธอเห็นเมเมะถือดาบอยู่ในมือเล่มนึงข้างๆตัว


            ^ ^ ...
            เมเมะยิ้มตอบรับซีกอย่างอบอุ่นกับคำเตือนนั้น แล้วก็พูดออกมาบ้าง

            " อืม ขอบคุณที่เตือนนะซีก...จัง "

            เมเมะตอบกลับด้วยสีหน้ายิ้มๆ เหงือไหลเล็กน้อย เพราชายหนุ่มคนข้างๆ
ทำหน้าตาจ้องจะกินเลือดกินเนื้อมาก..

            เด็กสาวกลับมาทำหน้าตาจริงจัง เพราะดูเหมือนการเคลือนไหวของลิเนีย
จะถูกมนุษย์บางคนล่วงรู้

            ' ถ้าเป็นแบบนี้แสดงว่าหุ่นยนต์คนอื่นๆก็คงคล้ายกันละนะ... '

            เมเมะได้พิสูจน์แล้วว่า ฝ่ายหุ่นยนต์นั้นไม่ได้เลวร้ายไปซะทั้งหมด ถึงแม้ตอน
แรกเธอจะโดนโจมตีก่อน หากแต่ถ้าเป็นฝ่ายมนุษย์ที่พบกัน เค้าก็น่าจะทำอย่างเดียว
กันเป็นแน่..

            ' ปัญหาของเรื่องราวทั้งหมดนี้เริ่มขึ้นจากพวกผู้บงการ..รึเปล่านะ '
            ' ยังไงก็ตาม เราต้องเรียงลำดับเรื่องที่ต้องทำก่อนตอนนี้.. '

            " ซีกจัง ก็อยากจะถามเรื่องราวให้มากกว่านี้อยู่หรอกนะคะ แต่ตอนนี้พวกเรา
ทั้งสามคนมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำน่ะค่ะ "

            เมเมะพูดพลางยิ้มบางๆอย่างลำบากใจ

            " ถ้ายังไงคงต้องขอตัวก่อนละนะคะ "

            [ - Master of Shadow - ] (shadow master)

            เงาที่พื้นได้ไล่หลังเมเมะมาชั่วพริบตาเดียว หลังของเมเมะก็มีปีกสีดำใหญ่งอก
ออกมาถึง 3 คู่ จนดูเหมือนเทพตกสวรรค์

            " อึบ "

            เมเมะผนึกจิตไว้ที่กำลังแขนแล้วช้อนเด็กสาวทั้งสองขึ้นมา แต่ก่อนที่จะวิ่งหนี..เอ๊ย
วิ่งไปทางสถานโบราณ เมเมะก็หันมาพูดกับซีกทิ้งท้ายว่า

            " อะ แล้วก็นะ ซีกจัง "
            " Ice Queen ไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้วละค่ะ "

            " ตรงนี้น่ะ มีแต่เด็กสาวที่มีเป้าหมายที่ต้องทำให้สำเร็จเท่านั้น.. "

            ท่อนสุดท้ายเมเมะพึมพำเบาๆเท่านั้น

            " เช่นนั้นแล้วพบกันใหม่นะคะ "

            จากนั้นก็กระพือปีกเงาบินหนี.. เอ๊ย บินไปทางโบราณสถาน

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : เอ๋ ?

เธอได้มองเมเมะด้วยใบหน้าที่สงสัยขึ้นก่อนที่เมเมะจะได้แยกตัวออกไปทางโบราณสถาน. . . ทิ้งให้ชายหนุ่มเสื้อเกราะยืนมองป่าที่ถูกเผาไปแล้วอยู่ด้านล่างตามลำพัง. . .

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : ถ้าอย่างนั้น. . . เมื่อมีโอกาศไว้เจอกันใหม่นะคะ. . .

ซีกได้เอ่ยทิ้งท้ายเบาๆไว้ในขณะที่เธอและเพื่อนชุดเกราะของเธอได้ค่อยๆมองกลุ่มของเมเมะแยกตัวออกไป


            ถึงจะบอกว่าหนีแต่ก็ทิ้งระยะห่างออกมาเพียง 900 เมตร(?)เท่านั้นเอง..
            เมเมะบินลงต่ำแล้วพาทั้งสองเข้าไปหลบในเงาป่าด้านล่าง ...จากสายตา โบราณสถาน
ก็อยู่ข้างหน้านี้นี่เองหากแต่ว่าคงต้องพักเหนื่อยกันก่อน

            " เฮ้อ....~ "

            พอวางเมกะกับลิเนียลง ปีกเงาด้านหลังก็หายไป แล้วทันใดนั้นร่างกายของเมเมะก็เหมือน
กับตุ๊กตาแขวนเชือกขาด.. ล้มหน้าทิ่มพื้นจนมีเสียงดัง ปึก จนอาภรณ์(?)ที่พันอยู่บนหัวหลุดออกมา
....(เดิมที่รูปร่างของมันก็ไม่ใช่ผ้าพันแผลอยู่แล้ว) จากนั้นก็แน่นิ่งไป....

~ Day 6 ~

-:- ช่วงเวลาเช้า



เมเมะได้นอนหลับไปพักใหญ่ๆไม่นานนักเธอก็ได้ค่อยๆตื่นขึ้นมาอีกครั้งในบริเวณที่ใกล้ๆกับโบราณสถาน. . . มันน่าจะเป็นส่วนที่ยื่นออกมาจากซากโบราณสถานที่ตั้งอยู่ในมุมตรงข้ามกับทางเข้าด้านหน้า. . .



เมื่อเมเมะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาแล้วนั้นเธอก็พบว่าตอนนี้เธอกำลังนอนหนุนอยู่บนช่วงขาเล็กๆของเมกะอยู่อย่างสงบเงียบ. . .

เซอบีเรีย อีซีโดเรีย : . . .

ดูเหมือนว่าลิเนียนั้นจะตื่นขึ้นมาได้ซักพักแล้ว คงเป็นเพราะพลังของสายชาโดว์ของเธอทำให้พลังการฟื้นฟูสูงกว่าคนอื่นๆและส่งผลให้เธอกลับมาฟื้นฟูจนปกติเหมือนเดิมได้ในแค่ชั่วข้ามคืนเท่านั้นโดยที่ไม่ต้องพึ่งแหล่งพลังงานอื่นๆ


            " ...................... "
            " ............................ "

            เมเมะดีดตัวเองขึ้นมาในท่านั่งพับเพียบ... เธอสลึมสลือเล็กน้อยจนเผลอล้มเอาหัวไปเบียดไหล่
ของเมกะก่อนจะขยี้ตาช้าๆ

            " ขออภัยด้วยค่ะ .. เผลอหลับไป .. "

            เธอสังเกตเห็นลิเนียที่นั่งอยู่จึงพูดออกมา เพราะว่ายังไม่ทันได้เล่าเรื่องทางด้านของเธอให้ลิเนียฟัง
บ้างเลย แถมจะว่าไปเธอยังไม่ได้แนะนำตัวด้วยซ้ำ

            " คือว่า... ชั้นชื่อ มุซารากิ เมเมะค่ะ ...... แนะนำตัวเอาปานนี้เนี่ย ชั้นนี่ไม่ไหวเลยนะคะ แฮะๆ.. "

            เมเมะยังคงสลึมสลืออยู่เล็กน้อย เธอจึงเอาหัวผึงไหล่เมกะอยู่อย่างนั้น ..มันรู้สึกสบายใจดี

เซอบีเรีย อีซีโดเรีย : . . .อือ

เธอได้พยักหน้ารับเมเมะเบาๆก่อนที่จะได้เริ่มบทสนทนาคุยกันขึ้น

เซอบีเรีย อีซีโดเรีย : . . .จะว่าไปแล้ว . . .พวกเธอมาทำอะไรแถวนี้กัน

อีซีโดเรียได้ถามคำถามขึ้นกับเมเมะและเมกะเพราะว่าการพบกับของพวกเธอในตอนแรกที่ด้านนอกนั้นมันเป็นเหมือนแค่เรื่องบังเอิญจริงๆ


            " เรื่องนั้น ความจริงแล้ว . . . "

            จากนั้นเมเมะก็เล่าเรื่องต่างๆ ตั้งแต่ที่เธอตกลงมายังโลกใบนี้ ได้พบกับเมกะและได้รับฟังความต้องการ
ของเธอ การปะทะกันระหว่างพวกเธอกับชาโดว์ปริศนา และเป้าหมายของพวกเราในตอนนี้พอสังเขป

            " ในฐานะผู้มีพลัง ก็อยากจะเป็นกำลังให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือน่ะค่ะ... "
            " ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ หุ่นยนต์.. "
            " หรือเหล่าชาโดว์ก็ตาม.. "

อีซีโดเรียได้ฟังความจากเมเมะอย่างเงียบๆและพิจารณาพร้อมกับได้เล่าถึงเรื่องราวของฝั่งตนเองบ้างเช่นกันเพื่อที่ทั้งสองอาจจะหาหนทางที่อาจจะมองข้ามไปได้ก็เป็นได้

เซอบีเรีย อีซีโดเรีย : . . .จากที่จำความได้ . . .เรานั้นก็ได้อาศัยอยู่ที่ที่พักของลิเนีย

เธอได้เริ่มกล่าวขึ้นสั้นๆซึ่งใจความของเธอน่าจะกำลังบอกว่าเธอไม่มีความทรงจำก่อนหน้าที่จะเจอลิเนียเลยแม้แต่น้อย. . . ซึ่งต่างจากด้านของเมกะที่เฮอร์เมร่าเสียความทรงจำไปในช่วงที่ก่อนจะถูกรวมเป็นชาโดว์เท่านั้น. . .

เซอบีเรีย อีซีโดเรีย : . . .เราเคยเป็นเมดของครอบครัว"แมกนิฟิเซีย"น่ะ

อีซีโดเรียได้อธิบายความต่อมาแต่ว่ามันไม่น่าจะสมเหตุสมผลซักเท่าไรนักที่ชาโดว์อย่างเธอจะไปเป็นเมด(?)ในครอบครัวของมนุษย์ทั่วๆไป รวมทั้งต้นกำเนิดและที่มาที่ไปของเธอก่อนหน้านี้ที่เคยแนะนำตัวนั้นยังฟังดูไม่น่าจะตรงกับข้อมูลปัจจุบันที่เธออธิบายเท่าไรนัก. . . แต่ว่าอีซีโดเรียนั้นคงจะไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องโกหกเมเมะกับเรื่องพวกนี้

ในขณะที่กำลังคุยกันนั้นลิเนียที่ชอบปรากฏออกมาต่อปากต่อคำนั้นก็กลับเงียบไปจนน่าแปลกใจ ราวกับว่ามีเรื่องบางอย่างที่เธอไม่อยากจะคุยกับทุกๆคนบริเวณนี้และมันอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับความทรงจำของอีซีโดเรียก็เป็นได้

เซอบีเรีย อีซีโดเรีย : . . .และเรื่องของสถานที่แห่งนี้

เมื่อแนะนำตัวคร่าวๆแล้วนั้นเธอก็ได้เริ่มบอกกับเมเมะถึงเหตุผลที่เธอวนเวียนอยู่รอบๆบริเวณนี้และโจมตีพวกมนุษย์ที่ผ่านไป-มา
จากที่จับใจความได้เมเมะก็ได้ทราบว่าที่ด้านล่างสุดภายในโบราณสถานแห่งนี้มีชิบที่ใช้ควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์กลุ่มใหญ่ๆอยู่ชิ้นนึง ซึ่งLn2นั้นไม่ต้องการให้มนุษย์ช่วงชิงไปได้ก่อน ไม่อย่างนั้นลิเนียและชาโดว์ที่ถูกจับรวมในตัวของมนุษย์นั้นจะไม่สามารถแยกออกจากกันได้เพราะชิบนั่นจะทำให้เครื่องจักรที่เป็นแกนกลางของร่างกายหยุดการทำงานลง อีซีโดเรียและลิเนียนั้นกำลังวางแผนที่จะขโมยชิบนั้นออกมาแต่ว่าหลังจากนั้นไปแล้วพวกเธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะจะเข้าเมืองเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับชิบก็ไม่ได้และจะกลับไปยังกลุ่มหุ่นยนต์เหมือนเดิมก็ไม่ได้เช่นกัน พวกเธอจึงทำได้แค่ป้องกันไม่ให้คนเข้าไปยุ่งกับชิบนั่นเท่านั้น


            " ........ "

            เมเมะยังไม่ได้ซักถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องของทั้งสองคนเป็นพิเศษ แต่อ้าปากค้างแทน... ชิบที่สามารถหยุด
การทำงานของเครื่องจักรได้ มันเป็นเรื่องระดับคอขาดบาดตายสำหรับทั้งเมกะแล้วก็เพื่อนใหม่ของเธอเลยจริงๆ

            " อ..อืมม....... "

            เมเมะกอดอกแล้วก็ครุ่นคิดหน้ามุ่ย... จากนี้ไปเธอต้องเรียงลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำอีกครั้ง...
คนรู้จักที่พอจะช่วยเหลือพวกเราตอนนี้ได้ไม่มี รวมทั้งมนุษย์กับฝ่ายหุ่นยนต์เองก็ยังคงไม่ลงรอยกัน..

            ความจริงก็อยากจะพาทั้งสองเข้าไปในเมืองเพื่อหาข้อมูลเหมือนกัน ด้วยความสามารถ[ชาโดว์ มาสเตอร์]
นี่นั้นคงจะต้องพรางลักษณะของลิเนียที่พวกบางคนในเมืองรู้จักหน้าได้แน่นอน แต่..... เมื่อรู้ว่าชิปนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ
ที่เกี่ยวพันถึงชีวิตก็ทำให้เมเมะอยากจะรีบไปชิงมาให้เร็วที่สุด เพราะอย่างน้อยก็ป้องกันมันจากมนุษย์คนอื่นๆได้...
จากที่สังเกต ทั้งซีกจังและชายหนุ่มสวมเกราะเมื่อสักครู่ที่เข้ามาบริเวณนี้ทั้งๆที่รู้ว่าแถวนี้มี Ice Queen อยู่นั้น ก็ทำให้
ไม่อาจรู้ว่าตอนนี้ มนุษย์ รู้อะไรบ้าง...

            อีกทั้งตอนนี้ยังไม่ทราบว่าฝ่ายไหนกันแน่ที่เป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด มันอาจจะเป็นมนุษย์..หุ่นยนต์
หรือแม้กระทังชาโดว์ก็ได้.. เมเมะหลับตาคาดเดาไปเรื่อย พลางส่งเสียง อืมมม อืมมม

            สักพักเธอก็หยุดแล้วก็หันขึ้นมาสบตากับทุกคนอีกครั้งแล้วพูดว่า

            " งั้นตอนนี้สิ่งที่เราต้องทำอย่างแรก... "

            เมเมะยิ้มแป้นแล้วยืนขึ้นกำมือชี้ไปที่โบราณสถานอย่างร่าเริงพร้อมประกาศว่า

            " พวกเราไปชิง[ชิป]นั้นกันเดี๋ยวนี้เลยดีกว่าค่ะ!! "

อีซีโดเรียได้พยักหน้ารับคำของเมเมะ พวกเธอเองคงจะได้คิดเรื่องนี้มาช่วงนึงแล้วเช่นกัน

เซอบีเรีย อีซีโดเรีย : . . .ถ้าอย่างนั้น . . .คงเป็นมุราซากิซังกับเราสินะ

เธอได้ถามขึ้นอีกครั้งถึงเรื่องการจัดทีมที่จะเข้าไปชิงชิปด้านในโบราณสถาน เพราะว่าตอนนี้เฮอร์เมร่าก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะแสดงตัวออกมาเลยแม้แต่น้อยแต่ว่าร่างกายของเอริกะนั้นดูเหมือนว่าจะยังปกติดีอยู่ในตอนนี้


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
ปลาหมึก
โพสต์ 11-11-2013 00:34:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Loki_Zero เมื่อ 25-12-2013 22:50






''เธอคือชาโดว์สินะพอจะรู้วิธีที่จะช่วยให้กลับเป้นคนปกติหรือป่าว''

? ? ? : อืม. . . ร่างกายส่วนนึงนี้เป็นหุ่นยนต์ไปแล้วถ้าดัดแปลงเจ้าของร่างอาจจะตายก็ได้ แต่ถ้าแยก"ชาโดว์"และ"มนุษย์"ออกจากกันน่าจะเป็นไปได้นะ

เธอได้กล่าวขึ้นพลางค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ. . . แต่ก็ต้องเซเล็กน้อยเพราะร่างกายที่ยังไม่หายดีนั่น. . .

? ? ? : เจ้ามนุษย์. . . นำของ"ทานได้"ที่พวกเจ้าใช้เพิ่มพลังงานกันมาให้เราหน่อยสิ

หญิงสาวได้ชี้สั่งเอกิสขึ้นด้วยท่าทีที่แตกต่างออกไปจากตอนแรกที่ชายหนุ่มได้พบกับร่างนี้ เธอคงจะเป็นชาโดว์ที่อาศัยอยู่ในร่างนี้อย่างที่เอกิสคิดไว้แน่ๆ. . .


เอกิสนำอาหารที่เขาชื้อมาจากร้านสะดวกชื้อให้หญิงสาวต่อหน้า ''แล้ววิธีแยกชาโดวกับมนุษย์ นั่นต้องทำยังไงบ้างละ''

อาหารสำเร็จรูป -1

เธอได้รับอาหารไว้และรีบทานมันลงไปจนหมดอย่างรวดเร็ว

? ? ? : อืม. . . เพราะว่าชาโดว์จริงๆแล้วไม่มีกายหยาบเหมือนพวกมนุษย์เมื่อแยกออกมาแล้วจะเป็นร่างของกลุ่มพลังงานที่รวมตัวกัน ถ้าสามารถกลับไปที่ที่เริ่มการทดลองได้ก็น่าจะให้คนที่ใช้งานอุปกรณ์นั่นเป็นจัดการเรื่องแยกร่างให้ได้

เธอได้อธิบายขึ้นต่อหลังจากสวาปามอาหารของเอกิสจนหมดภายในเสี้ยววินาทีแล้ว

? ? ? : แต่ว่ามันยังมีขั้นตอนที่จะให้เครื่องจักรภายในตัวทำงานตามปกติเพื่อไม่ให้มนุษย์เจ้าของร่างหยุดทำงานไปด้วย เพราะตอนนี้เครื่องจักรกลทำงานด้วยพลังงานของชาโดว์น่ะ

หญิงสาวได้ค่อยๆอธิบายขึ้นถึงขั้นตอนที่น่าจะเป็นไปได้กับเอกิสขึ้นซึ่งจากที่ฟังแล้วมันต้องผ่านหลายขั้นตอนมากๆ รวมทั้งยังต้องมีคนที่ใช้งานเครื่องจักรทดลองเหล่านั้นเป็นทำให้ด้วย


''แล้วสถานที่ทดลองมันอยู่ที่ไหนเพื่อฉันจะลองเข้าไปหาข้อมูลดู''

? ? ? : เรื่องนั้นเราก็ไม่รู้เหมือนกัน

เธอได้ตอบขึ้นมาอย่างตรงไปตรงมาหลังจากที่เอกิสได้ถามขึ้น

? ? ? : จริงอยู่ว่ามีแลปทดลองเล็กๆที่อยู่บนชั้นผิวโลกแห่งนี้ที่เตะตาพวกมนุษย์ แต่จริงๆแล้วสถานที่เหล่านั้นเป็นแค่ฉากหน้าเท่านั้น

ความจริงที่ปรากฏทำให้เอกิสสะกิดใจขึ้นมาเล็กน้อย. . . เพราะว่าแม้แต่โบราณสถานที่เขาเคยไปเผชิญมานั้นยังไม่ใช่สถานที่ที่เป็นแหล่งกบดานหลักของพวกหุ่นยนต์ที่กำลังคุกคามโลกฝั่งนี้เลยแม้แต่น้อย

? ? ? : ภายใน Dimension Den นั้นไม่สามารถทำได้แน่ๆเพราะสภาวะที่ต่างกันกับโลกนี้ ถ้ามนุษย์เข้าไปอยู่นานๆล่ะก็อาจจะเสียสติหรือไม่ก็คงทนแรงกดดันไม่ไหวจนตายในที่สุด

หญิงสาวได้อธิบายสภาวะของมิตินั้นขึ้นมาซึ่งต่างกับโลกมนุษย์แห่งนี้ที่น่าจะส่งผลกระทบกับพวกชาโดว์เหมือนกันเมื่อพวกมันหลุดออกมายังโลกฝั่งนี้

? ? ? : ยังมีอีกมิตินึงที่ยังไม่มีคนพบ. . .

เธอได้พูดอธิบายต่อไปพลางชี้นิ้วลงไปที่ด้านล่างใต้พื้นกระเบื้องของบ้านหลังนี้. . .

1) ขุดพื้นบ้าน !!
2) ใต้น้ำงั้นเหรอ ?!
3) อื่นๆโปรดระบุ


[3]ขุดพื้นบ้านและลงสำรวจใต้ทะเล

''อะไรนะ!! มีอะไรใต้บ้านหลังนี้งั้นหรอ'' เอกิสจำได้ว่าที่ข้างนอกบ้านนั่นมีที่ขุดดินเก่าๆอยู่เขาไม่รอช้ารีบไปนำมันมาขุดลงไปที่หญิงสาวชี้ลงไป

''นิที่ว่าเข้าไปใน Dimension Den แล้วจะเสียสติหรือไม่สามารถทนแรงกดดันได้ตอนที่ฉันเข้าไปมันก็ไม่รู้สึกเหมือนที่เธอบอกเลยนอกจากแรงกดดันจากชาโดว์ที่ฉันเคยสู้ด้วย''

เอกิสคิดว่าหลังจากที่ขุดดินเสร็จแล้วเขาจะลองลงไปสำรวจใต้ทะเลดูเพราะเขารู้สึกถึงพลังงานบางที่ข้างล่างนั่น

? ? ? : ใน Dimension Den มีสถานที่อยู่หลายแห่งด้วยกัน สถานที่นายเคยไปเป็นแบบไหนล่ะ ?

เธอได้อธิบายขึ้นซึ่งจุดที่ชายหนุ่มไปนั้นอาจจะเป็นแค่ส่วนนึงของสถานที่ภายในเท่านั้น

? ? ? : แล้วก็. . . ไม่ใช่บ้าน !! เราหมายถึงใต้พื้นดินลงไปใต้มหาสมุทรต่างหากเล่า !!

หญิงสาวได้บอกขึ้นกับเอกิสพลางค่อยๆลุกออกมาจากที่นอนอีกครั้งด้วยท่าทีที่ดูดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ร่างกายของเธอน่าจะพอเดินทางได้ในระยะใกล้ๆเท่านั้น

1) พาไปด้วย
2) ไปลงใต้น้ำคนเดียว
3) อื่นๆโปรดระบุ


[3]ถามความสมัครใจ

''รุ้สึกมันจะเป้นหอสมุดใหญ่ๆ เธอจะไปกับฉันไหมที่ใต้ทะเลนั่นเพราะก่อนหน้านี้ฉันรู้สึกถึงอะไรบางอย่างจากข้างใต้นั่นตอนที่ลงไปครั้งแรก เออนิว่าแต่เธอชื่ออะไรฉันยังไม่รู้จักชื่อเธอเลย''

อีฟ : เรียกเราว่า"อีฟ"เจ้ามนุษย์

หญิงสาวได้ตอบขึ้นก่อนที่จะค่อยๆนั่งลงบนที่นอนในบ้านหลังนั้นอย่างช้าๆอีกครั้งนึง. . .

อีฟ : ร่างกายของเด็กสาวคนนี้คงไปได้ไม่ไกลนัก. . . แต่ถ้าอยู่ที่นี่เธออาจจะถูกจับไปอีกก็เป็นได้. . .

เธอได้กล่าวบอกกับเอกิส แต่เหมือนกับว่ามันจะไม่ใช่คำตอบที่ตรงไปตรงมาซักเท่าไรนัก. . .

อีฟ : ถ้าเจ้าช่วยแบกร่างนี้ไปซัก 1 วัน เราก็จะสามารถช่วยควบคุมร่างกายนี้แทนและให้เด็กสาวพักผ่อนได้

เธอได้กล่าวหนทางที่เธอคิดออกในตอนนี้ขึ้นมากับเอกิส


''งั้นเอาละอีฟเราไปกันเลย'' เอกิสเดินเข้าไปอุ้มอีฟแล้วรีบมุ่งหน้าไปที่ทะเลโดยเขาใช้เส้นทางที่ไม่มีค่อยมีผู้คนเพื่อปัองกันให้ใครมาพบเห็นเขา
เมื่อมาถึงที่หมายเอกิสวางอีฟลงที่พื้นทราย ''ถ้าเธอพร้อมเมื่อไรก็ตามฉันมาได้เลยนะ'' หลังจากเขาพูดจบเขาก้กระโดดลงทะเลไป

Stamina - 6



~ Day 5 ~

-:- ช่วงเวลาเย็น

ทางด้านอีฟนั้นอาจจะไม่ได้ตามเอกิสมาในทันทีหรือเร็วๆนี้เป็นแน่เพราะเธออาจจะต้องพักอยู่นิ่งๆอีกซักพักนึง. . .

ในขณะเดียวกันนั้นเมื่อเอกิสได้ลงมาสำรวจด้านล่างในช่วงเย็นวันนี้เขาก็พบกับท้องมหาสมุทรที่เงียบสงัดและมืดมัวกระแสน้ำด้านล่างนั้นยังรู้สึกสงบนิ่งด้วยเช่นกัน

1) ลงไปเลย
2) ขึ้นมาด้านบนและพักรอตอนเช้าก่อน
3) อื่นๆโปรดระบุ


[1]

''ทำไมครั้งนี้ถึงดูเงียบๆ ไม่เหมือนครั้งที่แล้วที่มาเลยครั้งนี้ไม่ได้รู้สึกถึงพลังจากข้างล่างนี้แต่ถึงอย่างนั่นยังไงก็ต้องลงไปสำรวจอยู่ดี''
เอกิสมุ่งหน้าดำนํ้าลงไปเรื่อยๆเขาไม่คิดที่จะรอถึงตอนเช้าเพราะยังไงแสงของตอนเช้าไม่มีทางส่องลงมายังใต้นํ้าที่มืดมิดแห่งนี้แน่นอน

แม้จะบางเบาแต่เอกิสก็ยังสัมผัสถึงสัมผัสแปลกๆจากเมื่อครั้งก่อนได้ มันน่าจะมาจากจุดอื่นของทะเลมากกว่าแถวๆที่เขาดำลงสำรวจนี้แต่การที่จะกลับไปนั้นเขาอาจจะเจอผู้คนจากในเมืองและท่าเรือเหาะอีกก็เป็นได้. . .

ระหว่างที่ดำสำรวจอยู่นั้นชายหนุ่มก็รู้สึกเริ่มอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อยจากการขาดอากาศใต้น้ำ


เขารู้สึกอึดอัดจากการขาดอากาศใต้นํ้าเขาใช้ Shogeki kakusan เพื่อรวม O2 มาเป็นฟองอากาศขนาดพอดีหัวแล้นนำมันมาสวมไว้ที่หัว
''จับพลังแปลกๆที่รู้สึกจากครั้งก่อนได้แล้ว'' เอกิสไม่รอช้าเขารีบดำลงไปในที่ๆเขาจับพลังแปลกๆได้

( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l----oX )

Shogeki kakusa (-1)

แน่นอนว่าเอกิสไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องดำลงต่อไปเพื่อไม่ให้โดนคนไล่จับไปเก็บค่าไถ่เรียกค่าหัว แต่มันคงเป็นวิธีเดียวถ้าเขาไม่ต้องการรอจนเช้า. . .

ในระหว่างที่ชายหนุ่มได้ดำลงมาจนลึกลงเรื่อยๆนั้นเขาก็ได้พบกับเงาขนาดใหญ่ที่ขยับอย่างช้าๆข้างใต้นี้อยู่อีกครั้ง !!



ดูเหมือนว่ามันจะยังไม่รู้สึกตัวในตอนนี้. . .


''นั่นไอเจ้าตัวที่เจอตอนนั่นนิ ตอนนี้ดูเหมือนมันจะยังไม่รู้ว่าเรายังอยู่ที่นี้เราควรจะเลี่ยงการต่อสู้ที่ไม่จำเป็นไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่ข้างล่างจะมีอะไรรอเราอยู่''
เอกิสค่อยๆดำลงต่อไปเรื่อยๆโดยเขาระวังไม่ให้เจ้าตัวที่อยู่ข้างหน้ารู้สึกตัว



( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----l----oX )

แน่นอนว่ามันก็ยังไม่รู้สึกถึงเอกิสอยู่ดี. . . อาจจะเป็นเพราะอะไรบางอย่างในตัวเอกิสทำให้มันสัมผัสชายหนุ่มไม่ได้. . . แต่ตรงกันข้ามกับเพื่อนเก่าของชายหนุ่มที่กำลังรีบถาโถมเข้าใส่ชายหนุ่มมาจากด้านหลังของเขา !!



จำนวน 40 ตัว


''ไอพวกนี้อีกแล้วหรอ ไปทำเวงทำกำอะไรถึงต้องมาเจอเจ้าพวกนี้อีก'' ชายนึกบ่นบอกความชวยของตัวเองที่ต้องมาเจอเจ้าพวกปลาเพื่อนเก่าที่เขาไม่อยากจะเจอ
''ถ้าไม่ฆ่าเจ้าปลาพวกนี้ก็คงจะดำลงไปต่อไม่ได้'' เมื่อเขาพูดจบเขาชักดาบออกมาแล้วว่ายพุ่งตรงเข้าไปหาฝูงเพื่อนเก่าอย่างช่วยไม่ได้ Defiance ขึ้นที่2



( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----loooooX )

    Str : A (+Defiance) (=S)
    Agi : B (+ Defiance) (=A)
    Vit : C
    Int : D
    Dex : E

Defiance : Lv 2

เนื่องจากสภาพใต้น้ำแม้ว่าเอกิสจะมีความเร็วสูงแต่ก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกเท่ากับบนบกเท่าไรนัก. . . แต่ว่าในจังหวะที่พุ่งเข้าหานั้นเขาก็สามารถจัดการปลาบางส่วนที่พุ่งเข้ามาหาเขาอย่างไม่ทันระวังตัวไปได้ด้วยการสะบัดดาบธรรมดาๆเท่านั้น

จำนวน 37 ตัว


เอกิสรอให้พวกปลาโจมตีทีละ5-6ตัวเพื่อที่เขาจะจัดการให้ได้เยอะทีสุดดีกว่าที่จะไปไล่จัดการทีละตัวชึ่งนั่นจะทำให้เขาเสียเวลาเป็นอย่างมาก



( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l-----loooooX )

    Str : A (+Defiance) (=S)
    Agi : B (+ Defiance) (=A)
    Vit : C
    Int : D
    Dex : E

Defiance : Lv 2

เอกิสได้ไล่กำจัดกลุ่มเป้าหมายที่เข้าโจมตีเขาเป็นกลุ่มก้อนอย่างแม่นยำ !! แต่มันก็ทำให้เขาพลาดจังหวะการโจมตีของปลากลุ่มน้อยที่แยกตัวออกไปจากฝูงหลักและลอบกัดเขาเช่นกัน !!

รอยแผลเล็กๆได้ทำให้เลือดของเอกิสเจือจางปนไปในน้ำ ถึงแม้จะเป็นแค่แผลเล็กๆก็ตามแต่เหมือนว่ามันจะกำลังดึงดูดอะไรอยู่บางอย่าง. . .

จำนวน 30 ตัว

เอกิสพยายามโจตตีฝูงปลาที่รุมเข้าโจตตีเขาอย่างต่อเนื่องเมื่อมีโอกาศเขาจะใช้ Blood Slash เพื่อกำจัดกับปลาที่เข้ามาเป็นกลุ่มตอนนี้เขาคงจะต้องรีบจัดการปลากลุ่มนี้ให้หมดโดยเร็วที่สุดเพราะเขามีแผลเล็กๆ สิ่งที่เขากลัวสำหรับตอนนี้ไม่ใช้เรื่องแผลเล็กๆและปลากลุ่มนี้แต่เป็นสิ่งที่เขาคิดว่ามันจะตามกลิ่นเลือดมา
''ขออย่างที่ให้ไอตัวที่เรากลัวมันได้กลิ่นเลือดเลย ไม่งั้นงานหนักแน่ๆหากมันมาตอนที่เรายังกำจัดเจ้าพวกปลาตะกระพวกนี้ยังไม่หมด''
เสร็จสิ้น
แมวบ้า
โพสต์ 11-11-2013 12:23:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Chavavan เมื่อ 2-12-2013 12:24






ก่อนเขาจะได้พูดอะไร คุณที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าก็ได้พาอีก 2 คนที่เหลือที่ไปซะแล้ว

". . . . . . . . "

"นี่ข้าน่ากลัว ขนาดนั้นเลยรึ. . . "

ออสตร่าว่าได้พูดราวกับว่าเขาไม่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป

"ยังไงก็แล้วแต่ ข้าพวกคุณหนูพวกนั้นดูน่าสงสัยนะ"

ออสตราว่ากลับมาพูดด้วยนำเสียงเหมือนเดิมอีกครั้ง

"ข้าไม่ได้หมายถึงคุณหนูที่เป็นเพื่อนกับเจ้าหรอกนะ"

"แต่. . . . .คุณหนูที่อยู่ข้างหลัง 2 คน นั้นต่างออกไป เธอ2คนนั้น มีสัมผัส2อย่างปะปนกันอยู่ในร่างเดียวกัน อย่างแรกก็คือสัมผัสของ มนุษย์ กับ สิ่งที่พวกเจ้าเรียกว่า ชาโดว์. . . ."

เขาพูดพร้อมทอดสายตามองออกไป

"ดูเหมือนจะยังไปได้ไม่ไกลมากนัก ข้ายังสัมผัสได้. . . .เจ้าจะว่าอะไรถ้าหากข้าจะออกนอกเส้นทาง ซักเล็กน้อย"

"ถ้าเป็นไปได้ ข้าก็อยากจะพูดคุยให้มากกว่านี่ละนะ"

ออสตตาว่าถามความเห็นเพื่อนร่วมทางของเขา ว่าจะเอาอย่างไร



ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : ถ้าอย่างนั้นปล่อยเรื่องหุ่นยนต์ให้เป็นหน้าที่ของเราแล้วกันค่ะ ~ ออสตราวา-โอนี๊จัง

ซีกได้กล่าวขึ้นพลางตบมือลงเบาๆที่เหนืออกของตัวเองเล็กน้อยเหมือนกับบอกว่าวางใจเธอได้เลย

ซีกลินเดีย เจเรียเมอา : ครั้งหน้าเมื่อมีโอกาศ ไว้พบกันใหม่นะคะ ~

เมื่อกล่าวจบแล้วนั้นซีกเองก็ได้มุ่งหน้าลงทางใต้ไปยังจุดหมายของเธอต่อไป. . .


"อืม. . . รบกวนเจ้าด้วยละ" เขากล่าวก่อนที่ซีก จะลับตาไป

Element Power : Wind Runner 2 As

"ส่วนเราก็ต้องรีบ ตามให้ทันละหนะ"

ว่าแล้วเขาก็เริ่มก้าวกระโดดไล่ตามพวกเด็กสาวไป

~ Day 7 ~

-:- ช่วงเวลาเช้า



ออสตราวาได้รีบเร่งความเร็วตามกลุ่มของเด็กสาวเมื่อครู่มา แต่เมื่อเขามาถึงที่หน้าทางเข้าแล้วนั้นร่องรอยของพวกเธอก็ได้หายไป. . .

1) เข้าสำรวจโบราณสถาน
2) กลับไปทางซีก
3) นั่งรอด้านหน้า
4) อื่นๆโปรดระบุ


1) เข้าสำรวจโบราณสถาน

"อืม. . . ." ออสตราว่าได้มาหยุดอยู่ข้างหน้าทางเข้า

"ชวนให้นึกถึง สมัยก่อนจริงๆ" แล้วเขาก็เริ่มนึกถึงอดีต ที่ได้ออกสำรวจสถานที่ต่างๆ

"หึหึหึ ช่างน่าสนุกเสียจริงๆ" ว่าแล้วเขาก็เริ่มเดินเข้าไปข้างในด้วยความตื่นเต้น

ดูเหมือนว่าออสตาว่าจะได้ลืมไปเสียแล้วว่าเปล่าหมายดังเดิมของเขาคืออะไร. . . .

ที่ด้านในของโบราณสถานที่หน้าทางลงบรรไดแรกที่ออสตราวาพบนั้นมีปลอกกระสุนเล็กๆหล่นอยู่ รวมทั้งยังมีร่องรอยการต่อสู้หลงเหลืออยู่ด้วย แต่ว่ามันค่อนข้างผ่านไปซักพักใหญ่ๆแล้วเมื่อชายหนุ่มได้สังเกตุจากรอยไหม้ที่เริ่มเกาะตัวกับสถานที่แล้ว

จนกระทั่งมาถึงจุดนี้ชายหนุ่มก็ยังไม่พบกับพวกเด็กสาวก่อนหน้านี้เลย หรือว่าพวกเขาจะพลัดหลงกันจริงๆแล้ว ?

1) เดินทางต่อ
2) ย้อนกลับไปหน้าทางเข้า
3) อื่นๆโปรดระบุ


3) เดินทางต่อ (โดยลืมไปแล้ว ว่าเข้ามาทำอะไร)

"หืม. . . . .ดูเหมือนจะล่องลอยการต่อสู่เกิดขึ้นมาก่อนสินะ"

"อะไรละ กับใครละ ทำไมละ" คำถามจำนวนนึงเกิดในหัวของเขาอย่างรวดเร็ว

"หึ. . .อะไรก็ช่าง เดียวข้างใต้นี่ก็จะบอกเอง"

เขากล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น ก่อนที่จะเดินลงไปอย่างระมัดระวัง

ดูเหมือนสัญชาตญาณนักผจญภัยอันแรงกล้าของเขา จะทำให้เขาจะลืมไปหมดเสียแล้วว่าดั้งเดิมเขามาทำอะไรกันแน่ หรือก่อนหน้านี่เขามีอะไรต้องทำ. . . . . .

ชายหนุ่มได้เดินเท้าลงไปด้านล่างจนกระทั่งพบกับซากหุ่นที่ถูกทำลายลงจำนวนนึง จากสภาพแล้วพวกมันน่าจะถูกโจมตีด้วยกระสุนปืนจากอีกฝ่ายจนพังเสียหายรวมทั้งเครื่องจักรภายในทั้งมอเตอร์และสายไฟและสายทองแดงก็ถูกถอดไปหมดด้วยเช่นกัน

ในขณะที่กำลังสำรวจนั้นออสตราวาก็สัมผัสได้ถึงสัมผัสผิดปกติจากด้านล่างของสถานที่นี้ รวมทั้งเขายังมองเห็นสิ่งประหลาดแปลกปลอมรูปร่างค้ลายกับใบมีดดาบขนาดใหญ่ที่พุ่งโจมตีขึ้นมาจากด้านล่างด้วยเช่นกัน แต่ว่าการโจมตีนั้นได้หยุดลงที่ชั้นล่างใต้จากชั้นที่ออสตราวาอยู่ในตอนนี้ลงไปอีกชั้นนึงทำให้ชายหนุ่มนั้นไม่ได้รับผลจากการโจมตีนั้น ด้านล่างอาจจะมีการต่อสู้เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ก็เป็นได้

1) รีบลงไปดู
2) สำรวจชั้นนี้ก่อน
3) อื่นๆโปรดระบุ


3) รีบลงไป(แอบ)ดู

"ข้างใต้นี่กำลังเกิดอะไรขึ้นกันแน่"

"สงสัยคงต้อยเกียวข้องกับซากของเจ้าพวกนี่แน่ๆ"

ว่าออสตราว่าก็รีบลงไป(แอบ)ดูเหตุการณ์ข้างใต้โดยทันที่

เมื่อออสตราวาได้ลงมาหลบดูสถานการณ์อย่างเงียบๆนั้นเขาก็เห็นกับชายหนุ่มคนนึงในชุดเกราะซามูไรที่กำลังวิ่งหลบการโจมตีบางอย่างจากด้านล่างอยู่ !! เหมือนกับว่าเขากำลังพยายามล่อเป้าหมายการโจมตีให้มายังตัวเขาเองเพื่อถ่วงเวลาสำหรับอะไรบางอย่าง



"นั้นมันอะไรกัน. . . ." ออสตราว่าค่อนข้างไม่เข้าใจเกียวกับสิ่งที่เห็นมากนัก

"หรือว่าข้างล่างนั้นจะ มีอะไรที่สำคัญอย่างนั้นรึ"

ว่าแล้วเขาก็ค่อยๆย่องไปหาทางลงทางอื่นๆ

ออสตราวาได้วิ่งหาทางลงทางอื่น ทั้งๆที่เขาพบแล้วแต่อนิจจาด้วยขนาดตัวของเขาทำให้ทางตามรอยแตกของสถานที่และประตูเล็กๆนั้นๆไม่สามารถเป็นทางผ่านของชายหนุ่มได้. . .

ไม่นานนักออสตราวาก็ได้มาพบกับช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่คล้ายๆกับช่องเตาผิง ด้านในนั้นมืดทึบและเขาเองก็ไม่สามารถมองเห็นได้ว่าด้านล่างมันลึกเท่าไรกันแน่. . . แต่มันเป็นทางเดียวของเขาเท่านั้นในตอนนี้ !! (ล่ะมั้ง?)

1) ลงปล่อง
2) หาทางอื่น
3) อื่นๆโปรดระบุ


"หืม. . . . ดูเหมือนทางนี่จะ้ลงไปได้สินะ" ออสตราว่ามองไปยังความมืดมิดภายในช่องนั้น

"อย่างน้อยๆ ก็ขอสว่างกว่านี่หน่อยแล้วกัน"

ว่าแล้วหยิบ อาวุธคู่กายของเขาขึ้นมา กำไว้ แล้วพึมพัมบางอย่าง ทำให้มันส่องแสงสว่างออกมา ก่อนที่จะนำไปแขวนไว้ที่เอวของเขา

"เอาละ. . . ."

ออสตราว่าถอยออกมาตั้งหลักก่อน เริ่มวิ่งแล้ว!!!!

3) กระโดดลงไปอย่างลูกผู้ชาย!!!!

ใช้แล้ว. . .ออสตราว่าได้โดดลงไปนั้นอย่างไร้ความลังเลแม้แต่น้อย



ตึง !! ทันทีที่ชายหนุ่มลงมาจนถึงพื้นล่างสุดด้วยเกราะสุดหนักของเขานั่นเอง เขาก็พบกับห้องขนาดใหญ่ที่ส่อสว่างไปด้วยดวงไฟสีฟ้าเต็มไปหมด เมื่อเขาได้ค่อยๆแหงนหน้าขึ้นมานั้นเขาก็พบกับร่างของหุ่นยนต์ที่คุ้นเคยอีกครั้ง !!

? ? ? : ตื้อไม่เลิกจริงๆนะ. . .

มันได้เอ่ยทักทายออสตราวาขึ้นก่อนที่จะได้ตั้งท่าเตรียมพร้อมการต่อสู้ขึ้น


". . . . . . . . . . ." ออสตรานิ่งเงียบไป พร้อมสายไปมา แสดงความ "ผิดหวัง" เป็นอย่่างมาก

"จริงๆแล้ว ทางนี่ก็ไม่คิดว่าจะเจอหรอกนะ" เขาพูดตอบกลับไปอย่างเซงๆ

"ว่าแต่. . . .เป็นไงบ้างละ ว่ายน้ำสนุกมั้ย?" ออสตราว่าถามกลับไปด้วยความเป็นห่วง(?)

-ระหว่างพูดคุยให้สังเกตุพื่นที่รอบๆ + สังเกตุหุ่นนั้นดีๆอีกครั้ง

ออสตราว่ารับรู้ได้ว่าสถานที่แห่งนี้นั้นมีการต่อสู้เกิดขึ้นหลายจุดมาก รวมทั้งจุดที่ใกล้ๆกับเขานั้นที่ไม่ไกลออกไปจากห้องนี้ยังมีรังสีการฆ่าฟันที่รุนแรงแผ่ออกมาด้วยเช่นกัน

? ? ? : หึ. . . หึหึหึ. . . ตลกมากสินะ. . .

มันได้หัวเราะขึ้นมาเบาๆอย่างน่าขนลุกก่อนที่จะได้สร้างกลุ่มก้อนไฟสีฟ้าขึ้นมาอย่างช้าๆ

? ? ? : แต่ว่าในเมื่อมาอยู่ถึงนี่คงจะให้ไปส่วนอื่นไม่ได้ล่ะนะ. . . อย่าหาว่าใจร้ายก็แล้วกัน

เมื่อมันกล่าวจบนั้นมันก็ได้โจมตีออสตราวาด้วยการขว้างลูกไฟที่สร้างขึ้นมาเมื่อครู่ใส่ชายหนุ่มเสื้อเกราะทันที !!


"แหม่ ตลกอะไรกัน ข้านี่จริงใจเสมอนะ" ว่าแล้วเขาก็เริ่มก้มตัวลงแล้วพุ่งสวนลูกไฟเขาใส่ประชิดตัว

Element Power :Wind Shield 2 As

เขาได้สร้างกระแสลมขึ้นมารอบๆตัว เพื่อหลบลูกไฟนั้น

Element Power : Power Slash 4 As

แล้วรวบรวมพลังไปที่ดาบ เพื่อโจมตีประชิดตัวอย่างรุนแรง

"ก็ไม่ได้คิดจะหนีอยู่แล้ว"



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l-----l----oloooooX )

Wind Shield : 3 Turns

กระแสลมที่ออสตราวาสร้างขึ้นได้พัดกลุ่มไฟนั่นจนกระจายออกไปแต่จังหวะที่มันกระจายออกนั้นเป็นจังหวะที่ค่อนข้างอันตรายเพราะเปลวไฟเหล่านี้ไม่ได้หายไปไหนแต่กระจายออกและแตกสเก็ดเล็กๆลงตามพื้นเท่านั้น

ฟุ้บ !! ออสตราวาได้เข้าประชิดร่างของปีศาจนั่นอย่างคล่องแคล่ว เนื่องจากเขาไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะทำลายสถานที่โดยรอบด้วยพลังของเขาเหมือนรอบที่แล้วอีกแล้ว !!

เคร้งงง !! ดาบของออสตราวาได้ซัดร่างเหล็กนั่นในระยะใกล้อย่างรุนแรงจนมันกระเด็นออกไปและไถลไปตามทางกับพื้นอย่างรวดเร็ว !!

? ? ? : อุ้ก. . . พวกมนุษย์มันอั้พเกรดความสามารถได้ด้วยหรือนี่

มันได้ค่อยๆลุกขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่จะได้ตั้งกำแพงไฟสีฟ้านั่นป้องกันตัวเองเอาไว้ก่อนในขณะที่ตกใจกับความสามารถของออสตราวาที่มันเคยได้เปรียบเมื่อครั้งการต่อสู้ที่แล้ว


ในจังหวะ"มัน"กำลังลุกขึ้นและตกใจ เขาก็ไม่ปล่อยให้จังหวะนั้นผลาดไป

เขาหยิบ ดาบเหล็กสุดแข็งของเขาขึ้นมา ทำถ้าท่าทางเหมือนจับหอกเขาไว้ ยกขาซ้ายข้างหน้าขึ้น พร้อมกับโน้มตัวไปข้างหลัง

Element Power :Wind Spear 6 As (Ver.ดาบ)

เขากระทืบเ้ท้าซ้ายนั้นลงพร้อม พร้อมกับเหวียงตัวแล้ว พุ่งดาบออกไป

ฟุบ!!

เสียงดาบพุ่งแหวก อากาศออกไปด้วยความเร็วรวดเร็วเกินบรรยาย พุ่งตรงไปยังเป้าหมายข้างหน้าของเขา

ออสตราว่าไม่ได้หยุดแต่เพียงเท่านั้น เขาได้รีบพุ่งดาบไปเพื่อเขาประชิดตัว และอาศัยดาบที่พุ่งออกไปแหวกกำแพงไฟนั้นด้วย

"ไม่ต้องชมกันถึงขนาดนั้นหรอ"  เขาในขณะที่เขาประชิดตัว แล้วหยิบชักดาบไม้อีกเล่มของเขาขึ้นมา ลงดาบอย่างไม่ยั้ง

-พยายามรักษาระยะให้เขาประชิดตัวเสมอๆ
-สังเกตุด้วยว่าดาบที่พุ่งไปอยู่ตรงไหน

เสร็จสิ้น
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 20-11-2013 01:59:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 24-11-2013 12:07






            เมเมะพยักหน้ารับ จากนั้นก็เดินนำไปทางโบราณสถาน

            " พวกเราต้องชิงสิทธิ์การครอบครองนั้นก่อนที่มนุษย์คนอื่นจะได้ไปค่ะ "
            " ชั้นจะปกป้องทั้งสี่คนเองค่ะ! "

            เมเมะบอกกับเฮอร์เมร่า เอริกะ แล้วก็ลิเนียทั้งสองคนด้วยหน้าตาจริงจัง

เมกะได้เข้ามาเกาะที่แขนของเมเมะไว้อย่างเป็นห่วงเพราะเมเมะเองเพิ่งจะผ่านการต่อสู้มาได้ไม่นานนักรวมทั้งยังเดินทางติดต่อกันมาระยะนึงด้วยเช่นกัน

ทางด้านลิเนียเมื่อได้ยินดังนั้นแล้วเธอก็ได้เริ่มเดินนำทางเมเมะและเมกะไปยังเส้นทางที่ตัดออกไปจากทางปกติเพื่อที่จะได้ลัดลงไปยังด้านล่างไวขึ้น
ไม่นานนักเธอก็ได้พาเมเมะและเมกะลงมาลึกด้านล่างที่หน้าประตูบานใหญ่บานนึง. . .

เซอบีเรีย อีซีโดเรีย : . . .หลังจากที่ชิงชิปมาแล้ว . . .จะถอยไม่ได้แล้วนะ

เธอได้เอ่ยขึ้นเตือนเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อให้ทั้งสองเตรียมตัวก่อนที่จะเปิดประตูนี้เข้าไปด้านใน เพราะว่าถ้าเมเมะได้ครอบครองวัตถุดังกล่าวเมื่อไรนอกจากกลุ่มเครื่องจักรแล้วนั้นพวกมนุษย์เองก็อาจจะหันมาเป็นศัตรูกับเธอด้วยก็เป็นได้


            " ....อืม...จะถอยไม่ได้สินะคะ "

            เมเมะหลับตาแล้วมองไปที่บานประตูด้วยท่าทีเหมือนกับครุ่นคิดอะไรบางอย่าง จากนั้น
เธอก็ผุดยิ้มแล้วลืมตาขึ้นมาพร้อมบอกว่า

            " โอเค เตรียมใจเรียบร้อยแล้วค่ะ~ "

            เมเมะหันไปหาเมกะที่อยู่ข้างๆแล้วก็ยิ้มให้เธอ

            " ถ้าเทียบกับเดิมพันชีวิตของเพื่อนคนสำคัญของชั้นแล้ว มันไม่หนักหนาอะไรเลยค่ะ "

เมกะได้คล้องแขนของเมเมะไว้อย่างรู้สึกอบอุ่น ถึงแม้จะเป็นศัตรูกับทั้งโลกใบนี้แต่พวกเธอนั้นคงจะหันเข้าพึ่งพากันและมุ่งไปยังจุดหมายด้วยกันได้อย่างแน่นอน !!

เมื่อเตรียมพร้อมแล้วนั้นทั้งสามก็ได้เดินเข้ามายังภายในของสถานที่ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นห้องควบคุมสภาพคล้ายกับแลปทดลองบนเกาะที่เมเมะเคยพบ นอกจกาหลอดทดลองแล้วที่นี่ยังมีคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่ใช้ควบคุมการทำงานของสถานที่อยู่ด้วยเช่นกัน !! และภายในแกนกลางนั่นก็คือชิปที่พวกเธอกำลังตามหาอยู่นั่นเอง



ภายในห้องนั้นมีกลุ่มหุ่นยนต์จำนวนนึงเฝ้าระวังอยู่รวมทั้งยังมีหุ่นตัวขนาดใหญ่กว่าคนเล็กน้อยในเสื้อเกราะที่กำลังโจมตีด้วยเวทย์มนต์ประหลาดที่มีรูปร่างคล้ายคมดาบขึ้นไปด้านบนอยู่ แต่มันก็ได้หยุดลงก่อนที่หุ่นยนต์ทั้งหมดในห้องจะเล็งเป้าหมายการโจมตีมายังเมเมะแทน !!



? ? ? : Ln2 อธิบายสถานการณ์มาซิ ?

มันได้ถามขึ้นอย่างสงสัยเมื่อพบกับเมเมะที่เป็นมนุษย์ยืนอยู่ด้านหลังกับเมกะอย่างสดุดตาแบบนั้น

เซอบีเรีย อีซีโดเรีย : . . . Hood-wink ได้จับตัวเด็กคนนั้นไว้เพื่องานทดลองของ ดร.

อีซีโดเรียได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งๆแต่มันก็ทำให้บรรยากาศในห้องสงบลงได้กับคำอธิบายนั่น รวมทั้งเมกะที่เกาะเมเมะกลมขนาดนั้นจึงทำให้เกิดการเข้าใจผิดว่าเธอจับตัวเมเมะเข้ามาจริงๆจากรูปภายนอก

? ? ? : ตอนนี้ DR. Puppet ไม่อยู่ที่นี่ ถ้าเป็นเรื่องของ ดร. ล่ะก็ไปหาเขาที่"ด้านใน"สิ

หุ่นยนต์นั่นได้บอกขึ้นพร้อมกับชี้ขึ้นที่ทางอุโมงค์ที่มืดทึบบางอย่างด้านหลังที่เชื่อมต่อลงไปยังใต้ทะเล ซึ่งการที่จะเข้าไปได้นั้นเหมือนกับว่าจะต้องใช้รหัสจากหุ่นยนต์ในการเข้าไปด้วย

เซอบีเรีย อีซีโดเรีย : . . . Hood-wink เดินทางมาไกลจากเกาะอีกฟาก . . . พวกเราต้องการฟื้นพลังเสียก่อน

เธอได้ตอบขึ้นพร้อมกับเริ่มเดินนำเมเมะและเมกะเข้าไปด้านในอย่างเงียบๆจนถึงห้องด้านในที่มีลักษณะคล้ายกับจุดที่เมกะเคยหนีเมเมะเข้าไปพัฟ้ืนในแคปซูลบนเกาะ มันน่าจะเป็นห้องพักฟื้นของ Ln2 เอง นี้ภายในห้องยังเต็มไปด้วยกระบอกไนโตรเจนที่อาจจะแช่แข็งซากโบราณสถานกลางทะเลทรายนี้ให้กลายเป็นอิ้กลูได้ง่ายๆเลยทีเดียว

เมื่อทั้งสามได้หลบสายตาจากพวกหุ่นมาแล้วนั้น Ln2 ก็ได้เริ่มเตรียมพร้อมอีกครั้งก่อนที่จะกลับเข้าสู่ Armed Mode ของเธอรวมทั้งเมกะเองยังได้รีบไปชาจพลังรอไว้เพื่อที่จะได้ออกมาสมทบกับพวกเมเมะระหว่างการต่อสู้ด้วยเช่นกัน
ชิปและห้องนี้อยู่ใกล้กันแค่เปิดประตูออกไปเท่านั้น !! ทำให้ไม่มีมุมอับหรือที่กำบังในการเผชิญหน้าด้านนอกเลยแม้แต่น้อย


            ' ......อือ '

            เมเมะครางออกมาเล็กน้อยเมื่อโดนเมกะกอดแขนซะแน่นขึ้นระหว่างทางเดินเข้ามาในห้อง.. เธอมอง
ไปรอบๆ โดยยังไม่ลงมือทันที เพื่อรอให้ลิเนียฟื้นร่างกายเสร็จและเตรียมพร้อมก่อน ..ความจริงเมเมะอยากหา
วิธีฟื้นสภาพให้เมกะด้วย หากแต่ตอนนี้คงไม่สะดวกนัก..

            ' ต้องเริ่มให้จบรวดเดียว... กำลังของฝ่ายนั้นนอกจากหุ่นตัวโตๆนั้นแล้วก็คงไม่เท่าไหร่.. เราเองพอ
รับมือได้ทั้งหมดอยู่แล้ว '

            เมเมะจ้องไปที่ชิปนั้นผ่านบานประตูไปอย่างเงียบๆ..

            ' ที่ๆมีแสงสลัวๆแบบนี้.. คงเหมาะสำหรับพลังนี้มาก '

            หลังจากคาดคะเนคราวๆเธอก็ทำหลับตาช้าๆแล้วหายใจสงบ... ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมาขัดเสีย
ก่อนก็คงจะดี..

ดูเหมือนว่าในระยะใกล้ๆนี้จะมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น. . . อาจจะมีมนุษย์คนอื่นที่กำลังต่อสู้อยู่ในเขตุใกล้ๆก็เป็นได้ !!

แต่ว่าพวกเมเมะเองนั้นก็มีเป้าหมายของเธอเช่นกันก่อนที่จะได้ไปสนใจเหตุการณ์ด้านอื่นๆ !! Ln2 ไม่รอช้าในจังหวะที่เกิดเสียงการต่อสู้ก้องขึ้นเธอก็ได้เปลี่ยนสภาพห้องนี้เป็นน้ำแข็งพร้อมๆกับหุ่นยนต์ที่เฝ้าไว้ทั้งหมดไปด้วยกันทันทีที่เธอและเมเมะได้เปิดประตูห้องออกมา !!



? ? ? ( N.A.I ) : ?!

หุ่นยนต์ตัวขนาดใหญ่กว่าคนเล็กน้อยที่หุ้มไปด้วยชุดเกราะได้แสดงสีหน้าตกใจขึ้นก่อนที่จะได้รีบตัดรอยแยกของพื้นขึ้นมาด้วยดาบเวทย์มนต์ที่มันใช้โจมตีและงัดกระเบื้องขึ้นมาเพื่อชะลอจุดที่มันจะถูกแช่แข็งออกไปและรีบหลบออกมา !!

? ? ? ( N.A.I ) : ทำอะไรขอ-

ยังไม่ทันที่มันจะได้ตั้งตัวนั้นเมื่อปลายเท้าของมันแตะลงสู่พื้นร่างของมันก็ได้ถูกจับแช่แข็งไว้อย่างรวดเร็วเหมือนกับหุ่นตัวอื่นๆก่อนที่มันจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆจนเหลือแต่ซากเศษเหล็กในวังน้ำแข็งแห่งนี้. . .

เซอบีเรีย อีซีโดเรีย : . . .หลังจากดึงชิปออกพวกหุ่นยนต์จะหยุดทำงานไปครู่นึง . . .ยกเว้นเฮอร์เมร่าหนึ่งร่าง

เธอได้อธิบายขึ้นหลังจากที่ได้จัดการกับกลุ่มหุ่นยนต์ด้านล่างนี้จนหมดแล้วพร้อมกับวิ่งเข้าไปที่คอมพิวเตอร์ควบคุมขนาดใหญ่เพื่อที่จะหยุดการทำงานของมันลง แต่ว่า. . .!!



? ? ? ( Arch Mechanic ) : ไม่น่ารักเอาซะเลยนะ. . . Ln2 !!

เสียงซ้อนได้สะท้อนดังขึ้นเบาๆก่อนที่จะได้มีร่างเงาแปลกๆปรากฏขึ้นขวางด้านหน้าของลิเนียและเมเมะไว้ !!


            " ....!? "

            ขณะที่เริ่มแผนโดยการแช่แข็งหุ่นยนต์ทั้งหมดและทำลายไปเป็นส่วนใหญ่แล้วเมเมะก็ต้องพบ
กับความจริงอันน่าทึ่งอีกครั้งว่าลิเนียนั้นเก่งสุดๆไปเลย เธอสู้กับเด็กคนนี้แล้วรอดมาได้ยังไง.. แต่เรื่อง
นั้นเก็บเอาไว้คิดในภายภาคหน้าก็แล้วกัน
            เมเมะหยุดพร้อมกับลิเนียเพื่อมองผู้มาใหม่ เธอชักคาซาเนรุออกมาตั้งท่าต่อสู้

            " ...... ? "

            ทันใดนั้นเธอก็เริ่มรู้สึกตัวว่าภายในห้องนี้นั้นมันดูมืดมิดผิดปกติและยังจับสัมผัสได้ยากขึ้นอีกด้วย

            " คุณลิเนีย ไปชิงชิปมาเลยค่ะ "

            เมเมะกล่าวสั้นๆ จากนั้นก็เริ่มใช้ความสามารถอย่างเงียบๆ..

            [ - ราชัญแห่งความมืด - ] (Shadow Master)

            ร่างกายของเมเมะเปร่งออร่าสีดำออกมาเหมือนกับร่างเงาประหลาดตรงหน้า ดูเหมือนว่าเมเมะจะ
เรียนรู้วิธีใช้เงาที่มากขึ้นจากการต่อสู้จริงๆกับลิเนียเมื่อเย็นวานได้มากกว่าที่คิด
            เมเมะได้แผ่ขยายความมืดไปควบคุมทั่วห้องและยึดความมืดทั้งหมดมาไว้ในอาณัติของตน จาก
นั้นก็ฟาดคลื่นดาบเข้าใส่!!



AS : ( X-----l-----l-----l-----l-----l----oloooooloooooX )

Shadow Master

เมื่อลิเนียได้ยินดังนั้นเธอก็ได้รีบวิ่งแยกตัวออกไปทันที !! เพราะยังไงซะการควบคุมเครื่องควบคุมนี้นั้นมันก็ต้องเป็นหน้าที่ของหุ่นยนต์อยู่แล้ว

เงาประหลาดชุดใหญ่บนหน้านั่นได้ค่อยๆถูกเมเมะดึงออกไปก่อนที่ร่างจริงของศัตรูด้านหน้านั้นจะได้ปรากฏออกมา !!



เคร้งงงง !! คลื่นดาบจากเมเมะนั้นได้ปะทะเข้ากับคลื่นดาบของชาย(?)ด้านหน้าเข้าจนกระจายหายไปทั้งคู่ก่อนที่เขาจะได้สบัดดาบสีแดงโลหิตตัดอากาศไป-มาอย่างช้าๆ

? ? ? ( Arch Mechanic ) : เงามันจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีแสงเท่านั้นนะ !!

ในสภาพความมืดที่เมเมะสร้างขึ้นล้อมไว้นั้นมันทำให้สภาพห้องได้มืดสนิทลงด้วยเงาของเธอและปิดแสงสว่างรำไรที่เคยมีอยู่ภายในห้องออกไปหมด หลังจากมันกล่าวจบนั้นมันก็ได้ฟาดคลื่นดาบสีแดงฉานเข้าใส่กับเมเมะทันที !!


            ' คลื่นดาบนั้น.... อึก!? '

            วินาทีที่คลื่นดาบสีแดงพุ่งเข้ามาในระยะห่างคั่นกลางระหว่างชายหนุ่มกับเมเมะ พื้นดิน
ข้างหน้าเมเมะก็ผุดเงาอาวุธดาบขนาดใหญ่จำนวนมากซึ่งเมเมะแปรสภาพมันให้แข็งพอๆกับเหล็ก
เข้าไปต้านรังสีดาบเพื่อต้านกำลังให้มันสลายไป เพราะเมเมะสังหรณ์ว่าถ้าโดนรังสีดาบนั้นเข้าไป
จะต้องเกิดเรื่องยุ่งยากขึ้นแน่ๆ..

            ' ลิเนียซัง เร็วๆน้า... '

            เมเมะจับสัมผัสได้ว่าทางลิเนียไม่มีอะไรมาขัดขวางเธอ คงเพราะพวกระดับสูงถยอยกันไป
รับมือผู้บุกรุกที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลๆอยู่ก็เป็นได้.. คิดดังนั้นเมเมะเลยหันกลับมามีสมาธิกับการต่อสู้ต่อ

            " ถ้าเปรียบวัตถุเป็นแสงสว่าง เงาก็คือความมืดค่ะ "

            เมเมะยืนมือซ้ายที่ยังชาเล็กน้อยออกไปข้างหน้าแล้วใช้ทักษะผสานที่ไม่เคยใช้!!

            " หากปราศจากแสง ...ก็จะเหลือเพียงความมืดมิด "

            [ - Signum biolegens - ] (สูบล็อกชีพ) + [ - อิไอ - ]

            เมเมะสัมผัสความคิดและจิตต่อสู้ที่เกรี้ยวกราดจากบุคคลด้านหน้าเธอได้ เธอรวมสมาธิแล้ว
สูบมันออกมาเพื่อเพิ่มความสามารถของเธอ!!

            " และความมืดมิดในห้องนี้ เป็นของชั้นค่ะ "

            [ - ผ่าเหล็กกล้า - ] (คาไมทาจิ) x1 (As -3) - (ตำแหน่งเดิมของชายด้านหน้า)

            เมเมะมองไม่เห็นในห้องที่มีแต่ความมืดมิดแห่งนี้แต่นั้นไม่สำคัญความมืดโดยรอบจะบอกตำแหน่ง
ของศัตรูรวมถึงการเคลื่อนไหวให้เธออยู่แล้ว ดวงตาของเธอทอแสงสีแดงบางๆพร้อมๆกับตวัดแขนขวาฟัน
รังสีดาบสีดำขนาดใหญ่พอๆกับชายตรงหน้ากลับไปยังจุดที่เธอสัมผัสได้ พร้อมกันนั้นยังมีเงาดาบรูปร่าง
เหมือนคาซาเนรุหมุนควงพุ่งไปตามอากาศพร้อมๆกันด้วย
            วินาทีนั้นเมเมะก็ได้สัมผัสถึงบางอย่าง

            " คุณ... ไม่ใช่มนุษย์สินะคะ "

            เมเมะแลกดาบกับคนตรงหน้าพลางถามขึ้น เนื่องจากเงาที่ครอบคลุมอยู่ทำให้เธอรู้ว่าฝ่ายตรงข้าม
กำลังคิดจะทำอะไรบางอย่าง แต่เธอไม่รู้ว่าคืออะไร

            [ - เขตแดนดารา (15 ค่ำ เดือน 7) - ] (Kekkan denki !!!)

            ตาของเธอทอแสงวูบวาบจากนั้นเขตแดนเงาทั้งหมดก็เกิดออร่าสีดำขึ้นมาจางๆรอบบริเวณ

            ' หน้าที่ของเราคือถ่วงเวลาเท่านั้น... ต้องรั้งคนๆนี้ไว้ให้นานที่สุด '

            " ชื่อของเราคือ มุซารากิ เมเมะค่ะ!! รับคมดาบของเราให้ดูหน่อย ท่านนักรบ!! "

            [ - ผ่าเวหา - ] (คาไมทาจิ) x1 (As -2) - (ตำแหน่งของชายด้านหน้าที่สัมผัสได้)

            จากนั้นเธอก็หมุนตัวแล้วบิดแขนฟาดรังสีดาบสีดำออกไปอีกครั้ง!!

เสร็จสิ้น
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 29-2-2020 01:07 , Processed in 0.183437 second(s), 22 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้