Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
ดู: 6846|ตอบกลับ: 12

[ play ] Corpse Party :: A coffin for the lost lambs

[คัดลอกลิงก์]
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 10-11-2013 16:21
*เริ่มต้นผู้เล่นทุกท่านสามารถต่อได้อิสระ จนกว่าตัวละครจะได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับ"พิธีกรรมแห่งความสุข"*
ป.ล. ให้ส่งข้อมูลการต่อมาทาง PM หรือที่บล๊อคของตัวเองนะจ๊า... ห้ามโพสในนี้นะ




--------------------------------------------------------------------------------

[ สถานะปัจจุบันของตัวละคร ]

-:- YUKI



มลพิษทางจิต :: 1%
ความเหนื่อยล้า :: ปกติ

- Courage : ปานกลาง
- Endurance : แย่
- Sense : ดี
- Knowledge : ปานกลาง
- Luck : ดีมาก

สิ่งของ : ( X-----l---ooX )
   - ตุ๊กตาแขวน

--------------------------------------------------------------------------------

-:- MINORU



มลพิษทางจิต :: 2%
ความเหนื่อยล้า :: ปกติ

- Courage : ดีมาก
- Endurance : ปานกลาง
- Sense : ปานกลาง
- Knowledge : ดี
- Luck : แย่

สิ่งของ : ( X-----l----oX )
   - ลูกอมรสนม

--------------------------------------------------------------------------------

-:- HARUNA



มลพิษทางจิต :: 2%
ความเหนื่อยล้า :: ปกติ

- Courage : ดี
- Endurance : แย่
- Sense : ปานกลาง
- Knowledge : ดีมาก
- Luck : ปานกลาง

สิ่งของ : ( X-----l---ooX )
   - เศษชิ้นส่วนของตุ๊กตากระดาษ
   - เศษหินประหลาด

--------------------------------------------------------------------------------

-:- ZADORI



มลพิษทางจิต :: 11%
ความเหนื่อยล้า :: ปกติ

- Courage : ดีมาก
- Endurance : ปานกลาง
- Sense : ปานกลาง
- Knowledge : ดี
- Luck : แย่

สิ่งของ : ( X-----l-----X )
   - ไม่มี

--------------------------------------------------------------------------------

-:- AESTHE



มลพิษทางจิต :: 0%
ความเหนื่อยล้า :: ปกติ

- Courage : ปานกลาง
- Endurance : แย่
- Sense : ดีมาก
- Knowledge : ดี
- Luck : ปานกลาง

สิ่งของ : ( X-----l-----X )
   - ไม่มี

--------------------------------------------------------------------------------

-:- MIRAI



มลพิษทางจิต :: 0%
ความเหนื่อยล้า :: ปกติ

Courage :  ดี
Endurance :  ปานกลาง
Sense :  ดีมาก
Knowledge :  แย่
Luck : ปานกลาง

สิ่งของ : ( X-----l-----X )
   - ไม่มี


--------------------------------------------------------------------------------

-:- KATSUTO



มลพิษทางจิต :: 0%
ความเหนื่อยล้า :: ปกติ

Courage : แย่
Endurance : ดี
Sense : ปานกลาง
Knowledge : ปานกลาง
Luck : ดีมาก

สิ่งของ : ( X-----l-----X )
   - ไม่มี


เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
 เจ้าของ| โพสต์ 31-10-2013 18:16:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 5-11-2013 23:51

- [ YUKI ONNA STORY ] -




. . .มันเป็นเวลาครบรอบอายุ 16 ปีของยูกิพอดีในวันนั้น วันที่เธอได้ย้ายมาเข้าเรียนที่โรงเรียนประถมเทนชิน. . .

เนื่องจากอุบัติเหตุเมื่อ 8 ปีก่อนทำให้ครอบครัว"อนนะ"เล็กๆของเด็กสาวได้เหลือเพียงแค่ยูกิเพียงคนเดียวเท่านั้น อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นเป็นช่วงที่ยูกิมีอายุครบรอบได้ 8 ปีและทั้งสามคนครอบครัวเล็กๆของเธอได้นั่งรถไฟฟ้าออกไปเที่ยวกันที่จังหวัดอิบารากิแต่ระหว่างทางนั้นรถไฟฟ้าได้ไถลออกนอกเส้นทางอย่างไร้สาเหตุและพุ่งลงสู่ด้านล่างอย่างรุนแรง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่มีผู้รอดชีวิตเลยแม้แต่คนเดียวนอกจากยูกิทำให้ทั้งพ่อและแม่ของยูกิเสียจากเธอไปตั้งแต่ยังเล็ก รวมทั้งตัวเธอเองที่เกือบจะหมดลมหายใจเต็มทีแล้วเช่นกันแต่ว่าด้วยชะตาที่ยังลิขิตให้เธอยังต้องมีชีวิตอยู่เมื่อเธอได้รับบริจาคอวัยวะอย่างทันท่วงทีทำให้เธอยังสามารถลืมตาขึ้นมาได้อีกครั้ง
แต่การฟื้นฟูนั้นไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิดทำให้เธอนั้นอยู่แต่ในโรงพยาบาลเพื่อทำกายภาพบำบัดและไม่ได้พบปะกับเด็กคนอื่นๆในวัยที่ควร แต่กระนั้นในโรงพยาบาลก็ยังได้ให้การศึกษาเธอตามสมควรด้วยเช่นกัน ทั้งยังมีผู้คนบางส่วนที่เป็นญาติจากผู้เสียชีวิตในอุบัติเหตุครั้งนั้นและแพทย์กับพยาบาลของโรงพยาบาลที่ได้แบ่งปันเหตุการณ์และความรู้สึกต่างๆอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากเธอเป็นผู้รอดชีวิตคนเดียวเท่านั้นทำให้ยูกิได้รับรู้ประสบการณ์ต่างๆจากโลกภายนอกอยู่เรื่อยๆ ทั้งความรัก , ความสงสาร , ความเสียใจ , ความเกลียดโกรธ และ ความหลอกลวง ที่ได้ถาโถมเข้าใส่เธอในช่วงเวลานึงในชีวิต



ภายใต้ช่วงเวลาที่โดดเดี่ยวนั้นได้ทำให้เธอท้อแท้อยู่หลายต่อหลายครั้งแต่เธอก็ยังมีความหวังอยู่ทุกวินาทีที่ยังมีลมหายใจอยู่เพราะกำลังใจจากความทรงจำดีๆในช่วงเวลาสั้นๆที่เคยเกิดขึ้นทั้งรอยยิ้มของคุณพ่อและคุณแม่ของเด็กสาวก่อนที่จะจากเธอไปและคำพูดสุดท้ายที่พวกท่านได้กล่าวกับเธอให้มีชีวิตอยู่ต่อไปนั้นยังคอยหล่อเลี้ยงจิตใจของเธอให้มีชีวิตอยู่ได้ เธอไม่อยากจะทำลายสิ่งเหล่านั้นด้วยมือของเธอเสียเอง

ในช่วงเวลา 1 เดือนก่อนจะครบรอบ 16 ปีนั้นร่างกายของเธอกลับมาเข้าที่เหมือนกับคนปกติถึงแม้จะไม่แข็งแรงสมบูรณ์นักแต่ก็ไม่ได้พิการแต่อย่างใด แต่ร่างกายใหม่ของเธอนั้นมักจะคอยรบกวนสมาธิของเธออยู่เป็นระยะๆเสมอๆเพราะว่ายูกิมักจะมองเห็นภาพบางอย่างที่ไม่น่าจะอยู่ที่เดียวใกล้ๆกับตัวเธอซักเท่าไรนักแต่บางครั้งเธอก็ยังได้มองเห็นตัวเองขึ้นมาเฉยๆในขณะที่ยืนเหม่อลอยอีกด้วย เด็กสาวเองนั้นคิดว่ามันอาจจะเป็นอาการของร่างกายของเธอที่อาจจะยังฟื้นฟูไม่ 100% รวมทั้งตัวเธอเองนั้นก็ไม่มีโอกาศได้พบผู้มีพระคุณที่มอบอวัยวะช่วยเหลือชีวิตเธอไว้เช่นกันและยังไม่มีใครที่เป็นญาติหรือรู้จักกับเจ้าของอวัยวะด้วยจึงไม่สามารถรับรู้ได้ว่าสิ่งที่เธอได้มานั้นจะส่งผลอย่างไรกับตัวเธอบ้าง. . .

หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลแล้วนั้นยูกิได้ตัดสินใจกลับไปที่บ้านที่ตนเคยอยู่ในบริเวณมินาคามิ
เรื่องทรัพย์สมบัติต่างๆนั้นทนายของพ่อของเธอได้เป็นคนจัดการให้เป็นชื่อของเธออย่างเรียบร้อยแล้วทั้งหมด มรดกที่ได้ถูกรักษาไว้ให้เธอนั้นก็มีมากพอที่จะสามารถให้เธอได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างปกติได้จนแก่เลยทีเดียว
หลังจากที่ยูกินั้นได้จัดการเรื่องเอกสารทั้งหมดแล้วนั้นเธอก็ได้ตั้งใจที่จะเริ่มชีวิตใหม่ของเธอขึ้นอีกครั้ง. . .
ในช่วง 10 วันก่อนจะครบอายุ 16 ปีของเธอนั้นเธอได้พบกับใบสมัครเข้าเรียนยังโรงเรียนแห่งนึงที่อยู่ในตู้จดหมายของบ้านเธอ เด็กสาวจึงได้ตัดสินใจที่จะลองไปสำรวจโรงเรียนดังกล่าวดูเสียก่อนที่จะสมัครเข้าเรียนจริง. . .

- [ โรงเรียนคิซารากิ ] -

-:- หน้าประตูโรงเรียน



หลังจากที่ลงมาจากรถโดยสารก็เป็นเวลาเย็นแล้ว ดูเหมือนที่ตั้งของโรงเรียนแห่งนี้จะไกลกว่าที่เธอคิดไว้..

1) เข้าไปในโรงเรียน
2) มืดแล้วไม่ไหวหรอกพรุ่งนี้ค่อยมาแต่เช้า
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


2)

ดึกๆแบบนี้โรงเรียนคงไม่ทำการแล้วกระมัง ?

เราได้ยืนลังเลอยู่ที่ด้านหน้ารั้วทางเข้าพลางมองลงไปที่แผ่นกระดาษบนมืออย่างตัดใจก่อนที่จะได้เดินย้อนกลับไปเพื่อหาที่พักชั่วคราวพักผ่อนในวันนี้เสียก่อนเพราะร่างกายที่ยังไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไรนัก

-:- ทางเดินในหุบเขา



รอบด้านตอนนี้มีแต่ป่ากับป่า เนื่องจากไม่มีรถโดยสารในละแวกนี้แล้ว ทางเดียวที่จะกลับไปได้คือต้องเดินเท้าเปล่าไม่ก็กลับไปขอที่พักที่โรงเรียนเมื่อสักครู่นั่นแล้วละมั้ง?

??? : พี่สาวคะ~

- พบ ??? -


เด็กสาวผมสีทองในชุดโกธิคสีแดงที่ไม่รู้ว่ามาเมื่อไหร่ เข้ามากุมชายกระโปรงของยูกิไว้เบาๆ

??? : หนูหลงทาง.. พี่สาวรู้จักทางไปโรงเรียนมั้ยคะ?

1) นำทางไปโรงเรียนเมื่อครู่
2) ปฏิเสธ
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


1)

โรงเรียนที่ว่านี่คือโรงเรียนคิราซางิสินะ ?


เนื่องจากแถวนี้ไม่มีโรงเรียนแห่งอื่นอีกแล้วทำให้เราได้ตัดสินใจคิดว่าน่าจะเป็นโรงเรียนแห่งนั้นเท่านั้น แต่ว่าเด็กสาวตัวเล็กๆไม่น่าจะมาเดินหลงทางยามดึกดื่นแบบนี้ได้ เราจึงได้คิดเอาเองว่าเธออาจจะมีธุระอะไรที่โรงเรียนนั้นก็เป็นได้

เมื่อสรุปได้เช่นนั้นเราจึงได้พยักหน้าลงอย่างเงียบๆก่อนที่จะได้เดินนำเด็กสาวปริศนาคนนี้กลับมาที่หน้าทางเข้าโรงเรียนอีกครั้ง

??? : ฮิฮิฮิ ... พี่สาวใจดีจังเลย

เด็กน้อยยิ้มร่า แล้วก็เข้ามากุมมือยูกิไว้แน่น จากนั้นก็เดินไปด้วยกันอย่างว่าง่าย..

-:- โรงเรียนคิซารางิ

หลังจากที่ยูกิกับสาวน้อยผมทองเดินมาถึงหน้าโรงเรียนแล้วยูกิก็พบว่าไฟต่างๆในหน้าต่างของโรงเรียนที่เคยเปิดอยู่ได้ปิดไปหมดสิ้นแล้ว ดูเหมือนจะว่าวันนี้คงไม่เหมาะจะเข้าไปติดต่อเรื่องเอกสารอะไรได้จริงๆ

??? : .....อา~

กึก..

สาวน้อยผมทองยังคงยิ้มละไม พร้อมกับพยายามดึงมือของยูกิเดินเข้าไปในโรงเรียนทั้งๆอย่างนั้น..

1) ดึงต้าน
2) ปล่อยเลยตามเลย
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


1)

เราได้รั้งเด็กสาวไว้เบาๆเพื่อไม่ให้เธอรีบเดินเข้าไปเสียก่อนเพราะสภาพของสถานที่ที่เหมือนว่าจะปิดทำการลงแล้วสำหรับวันนี้จริงๆ


" วันนี้โรงเรียนน่าจะปิดแล้วนะ "


เราได้เอ่ยบอกเด็กสาวขึ้นเพราะว่าโดยธรรมชาติแล้วแม้จะเข้าไปตอนนี้ก็คงจะไม่มีใครอยู่ด้านในแล้วเช่นกัน

สาวน้อยผมทองชะงักไปจากที่ได้ถูกยูกิดึงแขน และหลังจากที่ได้ยินยูกิพูดเด็กสาวก็หยุดดึงมือ.... หากแต่เปลี่ยนเป็นกำแน่นขึ้นแทน

??? : ยังไม่ปิดหรอก

มือของเธอกำแน่นขึ้น แน่นขึ้น จนยูกิรู้สึกเจ็บจนน้ำตาเล็ดถึงขั้นเกือบจะคู้ตัวลงเพราะความเจ็บ แต่ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรแรงบีบมือที่กำไว้ก็หายไปจนหมด ดูเหมือนว่าสาวน้อยผมทองจะปล่อยมือไปแล้ว...

เมื่อยูกิเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าเด็กสาวกำลังยืนหันหลังให้เธออยู่เงียบๆ

??? : อื้อ ไม่มีวันปิดหรอก... ไม่มีวัน... ฮิ.. ฮิฮิ


เราได้ค่อยๆนวดมือข้างที่โดนบีบลงนั่นเบาๆและได้มองเข้าไปยังโรงเรียนที่น่าพิศวงข้างหน้านี้ที่มีเด็กสาวผมสีทองที่จ้องมองมันอย่างน่าลึกลับ


" ไม่มีวันปิดงั้นเหรอ. . . "


เราได้เอ่ยออกมาอย่างสงสัยกับสถานการณ์ด้านหน้านี้อย่างระแวง

ขณะที่ยูกิได้จ้องมองเข้าไปในโรงเรียนข้างหน้า สาวน้อยผมทองก็เข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้ง

??? : นี่ๆ.. เข้าไปส่งข้างในหน่อยสิคะ

เธอพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มตามเดิมพร้อมกับกระตุกชายกระโปรงของยูกิเบาๆ

1) พาไป
2) ปฏิเสธ
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


1)

เราเองก็ไม่เคยมาที่นี่ซะด้วยสิ  

ด้วยความที่ยังไม่คุ้นเคยกับสถานที่นั้นทำให้เราลังเลอยู่เล็กน้อยแต่ก็ได้ตัดสินใจก้าวพาเด็กคนนี้เข้ามายังด้านในของโรงเรียนพลางมองไปรอบๆสถานที่ที่มืดมิดและเงียบสงัดแห่งนี้อย่างกังวล

แน่นอนว่าถึงเราจะไม่ชอบใจกับความรู้สึกบางอย่างกับยามวิการของสถานที่ในตอนนี้. . . แต่ถ้าเกิดไม่เจอกับใครที่ด้านในนั้นก็คงมีแต่ต้องกลับออกไปอย่างเดียวเท่านั้น

" ต้องการจะไปที่ไหนอย่างนั้นเหรอ ? "

เราได้เอ่ยถามเด็กสาวคนนี้ขึ้นในขณะที่ค่อยๆเดินข้ามผ่านเส้นรั้วของโรงเรียนเข้ามา. . .

??? : ....

สาวน้อยไม่พูดอะไร เธอยิ้มกว้างขึ้นเมื่อคิดว่ายูกิอาสาจะไปส่งข้างในแล้ว เธอปล่อยชายเสื้อแล้วก็กุมมือของยูกิอีกครั้งแล้วพาเดินเข้าไปในโรงเรียน...




- [ โรงเรียนคิซารากิ ] -

-:- โถงทางเดิน



หลังจากที่เดินกันเข้ามาจนถึงระเบียงทางเดินยาวแล้วก็พบว่าที่นี้ไม่มีใครอยู่เลยสักคนจริงๆ แต่ก่อนที่ยูกิจะได้แย้งอะไร สาวน้อยผมทองก็ปล่อยมือที่จับไว้กระทันหันแล้วก็เดินตรงไปข้างหน้าอย่างช้าๆ

1) เกลี้ยกล่อมให้กลับกันก่อน
2) ปล่อยเลยตามเลย
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


3) เดินตามเด็กสาวไปอย่างเงียบๆ

เราเริ่มรู้สึกถึงลางสังหรบางอย่าง. . . แต่สิ่งที่เรามั่นใจได้ก็คือเด็กสาวนั้นไม่ได้หลงทาง. . .

แต่การที่จะปล่อยเธอไปนั้นมันเหมือนกับการกระทำครึ่งๆกลางๆและถ้าเราทำแบบนั้นเราก็คงจะปฏิเสธเธอไปตั้งแต่ในป่าแล้ว

แม้ว่าแน่นอนที่มันไม่ใช่ธุระของยูกิแม้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเด็กคนนี้ก็ตาม. . . แต่ยูกิก็ได้ตัดสินใจเดินตามไปยังจุดหมายที่เด็กสาวตั้งมั่น. . .

??? : พี่สาวมีครอบครัวมั้ย.. ?

แต่จู่ๆสาวน้อยก็ได้พูดขึ้นมาอย่างกระทันหันแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย โดยที่ยังเดินตรงไปด้านหน้าอย่างช้าๆ.. สาวน้อยยังไม่รอฟังคำตอบ เธอพูดต่อไปอีกว่า

??? : ครอบครัวของหนูน่ะ ประสบอุบัติเหตุตายหมดเลยละ ..มั้งนะ? ฮะฮะฮะฮะ

เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงระรื่นหู ยูกิไม่อาจมองเห็นหน้าของสาวน้อยจากตรงนี้ได้.. แล้วอยู่ๆเธอก็พูดถามออกมารัวๆทั้งๆที่ยังเดินอยู่ช้าๆโดยไม่หันหน้ามาว่า

??? : นี่.. คุณพ่อคุณแม่ของพี่สาวใจดีมั้ย? มีพี่น้องบ้างหรือเปล่า? เคยไปเที่ยวกันทั้งครอบครัวมั้ย? นี่นี่ มีเพื่อนเยอะหรือเปล่า? พี่สาวมีแฟนหรือยัง? เคยได้เป่าเทียนในวันเกิดของตัวเองมั้ย ? เคยได้ของขวัญจากครอบครัวมั้ย ? เคยได้จัดฉลองปีใหม่กับครอบครัวมั้ย ? เคยได้ของขวัญคริสมาศจากครอบครัวมั้ย ?

สาวน้อยถามคำถามประหลาดด้วยน้ำเสียงระรื่น เธอเว้นวรรคจังหวะพูดไว้นิดนึงก่อนจะหันคอกลับมาหายูกิอย่างช้าๆ.......ด้วยรอยยิ้มที่น่าสยดสยองเกินกว่าที่มนุษย์จะทำได้ พร้อมกับพูดคำถามสุดท้าย

??? : เคย... ไปโรงเรียนมั้ย..?


ในเวลาเดียวกันนั้นเราก็ได้รู้สึกแปลกๆขึ้น. . . เรามองเห็นภาพของตัวเองที่มีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยขึ้นแต่ชั่วเสี้ยววินาทีเราก็ได้รู้สึกตัวขึ้นอีกครั้ง. . .

อย่างไรก็ดียูกิเองก็ไม่สามารถมองเด็กสาวในแง่อื่นได้แม้ว่าคำถามที่เธอถามขึ้นมันอาจจะสะท้อนถึงความทรงจำบางอย่างขึ้นมาภายในจิตใจของยูกิเอง บนโลกใบนี้มีผู้คนอีกนับล้านคนและยูกิไม่เคยคิดว่าเธอเป็นคนที่โชคร้ายที่สุดบนโลกด้วยเหตุการณ์ครั้งนั้นแม้แต่น้อย

รวมทั้งเรื่องที่เธอได้พูดออกมาอาจจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวของเด็กสาวเองก็เป็นได้ แต่ว่ายูกินั้นก็ไม่สามารถตอบคำถามทั้งหมดได้เพราะตัวเธอก็ไม่เคยประสบกับทุกๆเรื่องที่เด็กสาวได้ถามขึ้นเช่นกัน

" เราเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาไม่นานน่ะ. . . "

เราได้ตอบคำถามนั่นขึ้นสั้นๆซึ่งน่าจะเป็นคำตอบที่บอกถึงคำถามเกือบทั้งหมดที่เด็กสาวถามขึ้นมา

??? : อึกกก...??

จู่ๆสาวน้อยผมทองก็ได้ครางขึ้นมาในตอนที่ยูกิพูดจบ ..รอยยิ้มน่ากลัวหายไปจากใบหน้าแล้วก็หันขึ้นมามองยูกิด้วยสายตาที่แปลกไป

....ก่อนจะยิ้มออกมาอีก

??? : ขอโทษนะคะ ที่พูดเรื่องอะไรก็ไม่รู้

เมื่อยูกิมองไปที่สาวน้อยก็พบว่าเธอกลับมายิ้มละไมเหมือนเดิมเมื่อไหร่ก็ไม่รู้แล้ว จากนั้นเธอก็นำยูกิไปตามทางอีกครั้ง

1) เกลี้ยกล่อมให้กลับกันก่อน
2) เดินตามเด็กสาวไปอย่างเงียบๆอีกครั้ง
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


2)

เราได้พยักหน้าตอบเด็กสาวเล็กน้อยก่อนที่จะได้เริ่มเดินตามเด็กสาวไปอย่างเงียบๆ

สาวน้อยผมทองเดินนำต่อไปสักพักจนถึงมุมเธอก็เดินเลี้ยวนำเข้าไป แต่เมื่อยูกิเดินเลี้ยวตามมา ...ก็พบว่าสาวน้อยผมทองนั้นได้หายไปแล้ว โดยมีตุ๊กตาประหลาดตกอยู่ที่พื้น ซึ่งเนื่องจากทางข้างหน้านั้นเป็นทางเข้าในอาคารไม่มีกระจกให้แสงจันทร์ลอดผ่าน ยูกิจึงยังมองมันไม่ค่อยชัดนอกจากหยิบขึ้นมาดู..

1) เรียกหาสาวน้อยผมทอง
2) ดูสิ่งที่ตกอยู่ที่พื้น
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
 เจ้าของ| โพสต์ 31-10-2013 20:38:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 2-11-2013 16:50

- [ MINORI SHIRAISHI STORY ] -




วันนี่ก็เป็นวันธรรมดา ของมิโนรุ อีกเช่นเคยแต่สิ่งที่จะทำให้วันไม่ธรรมดานั้นคือ วันนี่เป็นวันที่ราบเรียบมาก ราบเรียบจนเกินไป จนทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ ว่าทำไม แต่เขาก็ไมได้ใส้ใจอะไรมากนัก
หลังเลิกเรียน มิโนรุก็ได้เดินเทียวเล่นกับเพื่อน ตามภาษาเด็ก ม.ปลายทั้วไป จนกระทั้งเวลาได้ล่วงเลยมาจนถึงเย็น มิโนรุจึงได้ขอตัวเดินทางกลับบ้าน ในขณะที่เขากำลังเดินทางกลับบ้านนั้นเอง ก็ได้มีเสียงๆนึงทักเขาขึ้น

"นี่เจ้าหนุ่มตรงนั้นนะ อยากจะมีชีวิตที่ดีกว่านี่มัยละ"

มิโนรุจึงได้รีบหนัไปหาต้นเสียง ที่ดังขึ้นก็พบว่าเป็นหญิงสาวคนนึง ในชุดดูเหมือนนักดูดวง หรือหมอผี ทำให้เขารู้สึกว่ามันน่าสงสัยสุดๆ "ทำเป็นไม่สนใจดีกว่า" เขาคิดในใจเพื่อตัดปัญหาที่จะตาม ก่อนที่จะค่อยๆเดินต่อไป "เจ้าแน่ใจนะ ที่จะทิ้งโอกาศอันแสนงดงามนี่ไปนะ???" เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้งทำให้เขารู้ตัวแล้ว การเดินหนีไปเฉยๆไม่ใช้ทางออกที่ดีอีกแล้ว "เออ.......ผมไม่รู้ว่าพี่สาวมีอะไรนะครับ......แต่ปล่อยผมไปเถอะ" มิโนรุตอบกลับไปด้วยนำเสียงเรียบๆ   "แหม่ เจ้านี่เลือดร้อนจริงๆเลยนะ ข้าก็แค่อยากจะมาช่วยให้เจ้า พบกับหนทางที่ดีกว่าแต่นั้นเอง" เธอตอบกลับมาพร้อมกับ ยิ้มที่มุมปากอย่างน่าสงสัย "เอาละรับนี่ไป" แล้วเธอส่งกระดาษรูปคนมาให้ มิโนรุ

มิโนรุ ก็ได้มองที่กระดาษนั้น แล้วก็คิดว่า "แค่กระดาษธรรมดาๆ แผ่นนึงมันจะเปรียนชีวิตได้ยังไง ไรสาระสิ้นดี....." แต่แล้วเธอตรงหน้าก็พูดต่อทันที่ "เจ้าคงกำลังคิดว่า ไรสาระ อยู่สินะ" หญิงสาวคนนั้นพูดออกมาราวกับว่าสามารถอ่านเขาได้ "เจ้าจะคิดอย่างนั้นข้าก็ไม่แปลกใจหรอกนะ ยังไงตามตอนนี่เจ้าเสียเวลามามากแล้ว รีบกลับไปซะ" ว่าหญิงก็ได้เดินมาจับไหล่ มิโนรุ พร้อมกับหันหน้าเขาไปในด้านตรงข้าม แล้วกระซิบที่หูเบาๆว่า "ถ้าอยากจะลองพิสูจน์ดู ก็ลองฉีกกระดาษนั้นซะละ" มิโนรุจึงรีบหันตัวกลับไปพร้อมกับพูดว่า "ไรสา...." เสียงของเขาได้หยุดลงเพราะว่าหญิงสาวคนนั้นได้ หาย ไปอย่างไร้ร่องลอยเสียแล้ว..........

ผู้หญิงประหลาดหายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีแม้กระทั่งเสียงฝีเท้าตอนที่เดินจากไปด้วยซ้ำ สิ่งที่บ่งบอกมิโนรุว่าได้พบกับหญิงสาวคนนั้นมาก่อนก็คือสิ่งที่อยู่ในมือเท่านั้น



*ได้รับ เศษกระดาษรูปคน

1) ฉีกแม่ม
2) ทิ้ง
3) เก็บไว้
4) อื่นๆ(โปรดระบุ)


4) เก็บไว้+กลับบ้านอย่างเสียวๆ

".............................." ความเงียบเขาปรกครุมพื่นที่แห่งนั้น

"ฮาๆ สงสัยพีสาวคงเป็นจอมเวทย์สิน่า วาปได้ด้วย......" เขาพูดออกมาอย่างงงๆ ก่อนที่จะค่อยหนัลงกลับมาที่ แล้วค่อยๆเดินออกจากที่นั้น มุ่งตรงไปที่บ้านด้วยความเร็วที่ ค่อยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั้งกลายเป็นวิ่งกลับไปในที่สุด

"แล้วทำไมตูต้องวิ่งด้วยเนี้ย........" เขาคิดแต่ก็ไม่ทำให้ความเร็วลดลงเลย.....

??? : คิก.... คิก คิก คิก

เสียงประหลาดดังไล่หลังชายหนุ่มไป แต่เขาคงไม่ได้ยินแล้วกระมัง...

-:- ชิราอิ Room



หลังจากเผ่นหนีมาจากผู้หญิงลึกลับด้วยความเร็วระดับเกียร์เสือภูเขา(ฮา)แล้ว มิโนรุก็ได้กลับมาถึงห้องตัวเองได้โดยสวัสดิภาพ

1) ดูเศษกระดาษรูปคน
2) อาบน้ำ
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


1)ดูเศษกระดาษรูปคน

"สุดท้ายก็ติดมือกลับมาจนได้ เฮ้อ. . . ." มิโนรุพูดถึงกระดาษที่อยู่ในมือของเขา

"สรุปแล้วเจ้านี่มันคืออัลไล ละเนี้ย. . . ." แล้วเขาพลิกกระดาษนั้นไปมา เพื่อตรวจสอบว่ามีอะไรน่าสงสัยมั้ย

"แล้วยัง ป้าแปลกๆ ในชุดแปลกๆนั้นอีก เฮ้อ . . . . ว่าแล้ว วันสบายๆนี่ต้องมีอะไรอย่างนี่นอน" เขาเริ่มบ่นถึงความซวยของตัวอีกครั้ง

ในขณะที่กำลังบ่นอยู่นั้นเอง ด้านนอกก็ได้เกิดฝนตกขึ้น

ซ่าซ่า..

บางทีอาจจะเป็นฝนไล่ช้างก้ได้ แต่เวลานี้การออกไปข้างนอกคงเป็นสิ่งที่ไม่สมควรแน่นอน

......................

มิโนรุจ้องมองดูกระดาษเจ้าปัญหาอย่างเงียบๆ ดูเหมือนมันก็เป็นแค่กระดาษธรรมดาๆเท่านั้นเองนะ

1) ฉีก
2) เผา
3) เขียนเล่น
4) อื่นๆ(โปรดระบุ)


4)เปิดคอม ถามอากู้ เรื่อง กระดาษรูปคน+ฉีก

"คิดไปก็เปล่าประโยชน์" มิโนรุเลิกคิดในที่สิ่งที่เขาไม่รู้ แล้วเริ่มหันไปใช้ตัวช่วย
"เอาละ ดูสิว่าเจ้านี่จะรู้มั้ย" ว่าแล้วเขากดเปิดPCคู่ใจของเขาขึ้นมา โดยที่หวังว่าเจ้าสิ่งนี่จะช่วยเขาได้
มิโนรุเริ่มเข้า www.g*o*l*.com และเริ่มค้นหาเกียวกับสิ่งที่เขาจะได้รับมา และการฉีกมันด้วย. . . . .

หลังจากเปิด PC เพื่อหาข้อมูลดูสักพัก มิโนรุก็เจอเรื่องที่เค้าต้องการ

[พิธีกรรมแห่งความสุข]
[พิธีกรรมแห่งโชคลาภ]
[เชือมสัมพันธ์คนเป็น]
[ความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันแยกจาก]

และอื่นๆอีกมากที่พูดถึงเกี่ยวกับความสุขราวกับจะเป็นการเชิญชวน และแต่ละพิธีกรรมแม้บางเนื้อหาจะต่างกันแต่ทุกพิธีจะต้องตัดกระดาษออกเป็นรูปคน อธิฐานเรื่องที่อยากขอพรไว้ในใจแล้วฉีกกระดาษออกดังผลคีย์เวิร์ดที่มิโนรุค้นหา

1) ฉีก
2) ไม่สนใจแล้วเข้านอน
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


"[พิธีกรรมแห่งโชคลาภ]. . . . อย่างงั้นหรอ" มิโนรุเริม่คิดต่อจากสิ่งที่เขาอ่านมา

"อยู่กับแกนี่มันโชคร้ายจริงๆ"  "ออกไปเลยนะ ไอ้ตัวซวย" "นี่แกไม่รู้ตัวเลยหรอว่า แกนะมันตัวซวย" "ไปไกลๆเลย เดียวเชื้อซวยจะมาติดเอา"

คำูพูำดในอดีตมากมายลอยกลับเข้ามาในหัว มิโนรุอีกครั้ง ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดอีกครั้ง

"โธ่เว้ยยยยย!!!" มิโนรุตะโกนขึ้นพร้อมกับเอามือยีหัวตัวเองไปมา อย่างฉุนเฉียว

"เพราะไอ้กระดาษ เวรนี่แท้ๆ " แล้วเขาก็เริ่มหยิบกระดาษนั้นขึ้นมาอีกคครั้ง

"ถ้าได้ฉีกแก ชีวิตก็คงจะดีขึ้นสินะ" เขาเริ่มนึกถึงสิ่งได้รับรู้มาอีกครั้ง

"ได้!!!!!!" แล้วเขาก็ฉีดกระดาษนั้นออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยนับ10 เพื่อบันดาลโทสะ

"เฮ้อ. . . . ไร้สาระจริงๆ แค่กระดาษแผ่นมันจะไปทำอะได้" พูดอีกครั้งอย่างหน่ายๆก่อนที่จะ ล้มตัวลงนอนเพื่อจะลืมในคืนนี้ไป. . . . . .

หลังจากมิโนรุฉีกกระดาษก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเป็นพิเศษนอกจากเศษกระดาษจะปลิวไปเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยตามพื้นเท่านั้น...

-:- ชิราอิ Room



ครื่นนนน!!!

หากแต่หลังจากที่มิโนรุล้มตัวลงนอนไปได้ไม่กี่นาที ก็เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงขนาดที่บ้านทั้งหลังจะพังไปทั้งๆอย่างนั้นก็ไม่น่าแปลกใจเลย

ไม่กี่วิหลังจากที่เกิดเหตุพื้นห้องก็เริ่มแยกออกเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ จากสายตาของมิโนรุที่มองผ่านช่องไปนั่นไม่ใช่ชั้นล่างของบ้านแน่ๆ

??? : ฮิฮิฮิฮิฮิฮิฮิ...

มีเสียงนึงลอยมา น่าประหลาดทั้งๆที่ตอนนี้ห้องทั้งห้องกำลังถล่มอย่างรุนแรงแต่เสียงเล็กๆนั้นกลับลอยเข้าหูของมิโนรุได้..


"ว้อด!! ว้อด!! ว้อด!! ว้อด!! ว้อด!! " มิโนรุตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจอย่างมาก

"เดียวๆๆ นีเกิดบ้าอะไรกัน เนี้ย!!??" เขารู้สึกตกใจเป็นอย่าง ยิ่งมองไปด้านล้างหลุมนั้นยิ่งทำให้เขามั้นใจว่านี่ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ

"นี่บังคับตู  โดดลงไปสินะ" เขาสังเกตุได้รอบตัวเขาค่อยๆถล่มไปเรื่อง ไม่ช้าก็เร็วเขาคงต้องล่วงลงไปในนั้นอย่างแน่นอน

"เอาไงเอากันฟระ" ว่ามิโนรุก็กัดฟันกระโดดลงหลุมนั้นไป

??? : .......

หลังจากที่มิโนรุได้ตัดสินใจกระโดดลงไปในหลุมลึกที่ราวกับว่ามันไร้ปลายทางอย่างกล้าหาญ เสียงหัวเราะคิกคักก็หยุดไปเสียดื้อๆ..



ระหว่างที่ร่างกายของมิโนรุกำลังลอยเคว้งอยู่ในความมืดที่มองไม่เห็นรอบๆเลย เข้าก็ได้พบกับลูกไฟสีแดงๆที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

??? : ...น่าเบื่อ .....น่าเบื่อ ...... น่าเบื่อ.... น่าเบื่อ..... น่าเบื่อ......น่าเบื่อ ........น่าเบื่อ .........น่าเบื่อ ...... น่าเบื่อ...... น่าเบื่อ....... น่าเบื่อ

เสียงเล็กๆเหมือนเด็กแต่ฟังดูราวกับผู้ที่เปล่งเสียงนี้ออกมานั้นเป็นผู้สูงอายุ ได้บ่นพึมพำไปรอบๆบริเวณไม่หยุด ซ้ำยังราวกับมีเสียงออกมาจากทุกทิศทาง

มิโนรุได้ฟังเสียงนั้นอยู่สักพักมันก็เงียบไป ก่อนที่จะมีเสียงโผล่ออกมาอีกครั้งที่ข้างหูด้านซ้ายของมิโนรุว่า

??? : ไม่หวาดกลัว.... ไม่สนุก.... น่าเบื่อ.....
??? : แต่ไม่ว่ายังไง.... เดี๋ยวก็.. จะสนุกแล้ว....

ไม่ทันที่มิโนรุจะตอบอะไร เขาก็เกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรงราวกับจะหมดสติไปได้ทุกเมื่อ

1) ฝืนตื่น
2) เอื้อมมือไปตบดวงไฟ
3) ปล่อยเลยตามเลย
4) อื่นๆ(โปรดระบุ)


"หุบปาก!!!" มิโนรุได้ตะโกนตอบกลับลูกไฟนั้นไป

"แกคิดว่าการจับคนโยนลงมาในหลุมนี่มันสนุกมากสินะ การที่ได้เห็นผู้คนหวาดกลัวมันเรื่องที่สนุกสินะ "

หลังจากที่เขาได้โต้ตอบกลับไปสักพัก เขาเริ่มรู้สึกว่าปวดหัวอย่างมาก
เขาจึงได้รวบรวมแรงสุดท้าย ยกนิ้วชี้ไปที่ดวงไฟนั้น

"จำคำฉันเอาไว้ ถ้าเจอกันครั้งหน้า แกโดนตันหน้าแน่" เขาตอบเป็นคำสุดท้ายก่อนที่จะค่อยๆหมดสติไป

ชั่วขณะก่อนที่มิโนรุจะสิ้นสติไปนั้น เสียงรอบด้านก็พร้อมใจกันเงียบไป ก่อนจะมีเสียงเบาๆดังขึ้นว่า

??? : ...เ....รา.. ไม่.... ไ..ด้ .....ทำ..




- [ โรงเรียนประถมเท็นชิน ] -

-:- ห้องเรียน 1-A



มิโนรุฟื้นขึ้นมา ก็พบว่าตัวนั้นได้อยู่ในที่อันน่าสยดสยองเสียแล้ว เขามองไปรอบก็พบแต่ เลือด เลือดเต็มไปหมด
"อ่า. . . . อยากให้นี่เป็นความฝัน จริงๆ" เขาพูดออกมาพร้อมกับหัวเราะอย่างแหย่ๆ
แต่น่าเสียดายที่อาการปวดหัวที่ยังตกข้างอยู่นั้น ได้บอกว่านี่คือความเป็นจริง

"แล้วจะยังไงดีละเนี้ย ทำหยังกะหนังผีทุนต่ำ ที่จับคนโยนลงมาแล้วค่อยไล่ฆ่าไปที่ละคนอย่างนั้น"
เขาบ่นๆ ขณะที่สำรวจสิ่งของรอบๆห้องที่ค่อนข้างจะมืดมิด

"แล้วก็ตามสไตร์ เรื่องก็ต้อง. . . ." แล้วเขาก็หยิบมือถือขึ้นมาดูสัญญาณ
"มันจะไปมีได้ยัง" ถึงเขาจะรู้คำตอบนั้นอยู่แล้ว แต่เขาก็ยังหยิบมืดถืดขึ้น ใช้แสงจากมันช่วงส่องให้การสำรวจง่ายขึ้น

เมื่อมิโนรุลองสำรวจไปรอบๆห้อง เขาพบว่าด้านนอกหน้าต่างนั้นไม่มีแสงจันทร์เข้ามาเลยนอกจากนั้นพอมองออกไปไกลๆก็เห็นแต่ป่าที่กว้างสุดลูกหูลูกตาเท่านั้น บนท้องฟ้าเองก็มีแต่เมฆสีดำทะมึนราวกับฝนกำลังจะตกในเวลาอันใกล้นี้..

มิโนรุได้ลองสำรวจห้องไปเรื่อยๆจนสะดุดตากับภาพที่แปะอยู่ข้างๆกระดานดำ...

1) สำรวจ
2) ออกไปดูที่ระเบียงทางเดิน
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


1) สำรวจ

มิโนรุพยายาม เอาไฟจากมือถือส่องดูว่าสิ่งที่เขามองดูมันคืออะไร รวมถึงพยายามดึงมันออกมาด้วย
"เจ้านีมันคืออะไรกันแน่ละเนี้ย......"

มิโนรุได้ลองเอาแสงไฟไปส่องดู จนได้เห็นภาพๆนั้นอย่างชัดเจน



ดูเหมือนจะเป็นภาพวาดสีเทียน...

1) ฉีกมันออกมา
2) ปล่อยไว้อย่างนั้น
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


3) เก็บมา(ถ้าได้)แล้วเดินออไปเดินดูที่ละเบียงทางเดิน

"ภาพวาดสินะ"เขาพูดจากที่เห็น ถึงอย่างเขาก็นั้นก็พยายามเก็บมันมา
"บรรยากาศที่มันไม่ไหวเลยนะ ให้ตายสิ. . . "เขาเริ่มพึมพัมอย่างจ่อยๆ ระหว่างที่เดินไปสำรวจระเบียงนอกห้อง
"จะไม่ใครอยู่มั้ยเนี้ย ไม่สิ. . . . จะมีใครมาไล่ล่ามั้ยเนี้ย. . . ." เขาเริ่มคิดถึงความเป็นไปได้ที่จะมี

ยังเมื่อมิโนรุฉีกกระดาษ(เอาออกมาก็ต้องฉีก)ภาพออกมา เขาก็รับรู้ได้ว่าบรรยากาศห้องทั้งนั้นดูเย็นเยียบขึ้นมากระทันหัน..

วิ้ง..

- พบ ??? -


เด็กสาวตัวสูงประมาณเกือบอกของมิโนรุยืนมองเขาอยู่ข้างหลังอย่างเงียบๆ แต่สิ่งที่บ่งบอกได้ว่ามิโนรุกำลังเจอกับสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดในชีวิตเขาแล้วก็คือ

เด็กสาวตรงหน้าไม่มีตาซ้าย...

1) ทัก(อย่างสุภาพ)
2) ยืนเฉยๆ..
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


1) ทัก(อย่างสุภาพ)

"................................" มิโนรุไม่ได้กรีดร้อง แสดงความตกใจหรือ หวากกลัวแต่อย่างใด

"เอาเถอะ เริ่มจากแม่มดหายตัวได้ แล้วก็ต่อมาโดนบ้านบ้านตัวเองดูดลงมา ไหนยังจะลูกไฟแสนปากดี ถึงตอนนี่จะมีสาวน้อยตัวใสๆ ตาซ้ายหายไปมายืนจ้องอยู่ก็ไม่ค่อยน่าแปลกใจเท่าไรแล้วละ" มิโนรุเริ่มทบทวนสิ่งที่ผ่านในหัวของเค้า

"ประเด็นคือเราจะทำอย่างไรต่อนี่นะสิ. . . . ."
"เอาเป็นคนซะ เป็นเรื่องปกติไปก่อนแล้วกัน"


เขาคิดรอบสุดท้ายก่อนที่จะค่อยๆรอบรวมความกล้าแล้วพูดออกไป
"สะ. . . สวัสดีครับ สาวน้อย" ถึงแม่เขาจะทำตัวให้ใจเย็นลงแล้วแต่สุดท้ายก็ยังกระตุกกระตักอยู่ดี
"อะ. . .เออภาพนี่เป็นของหนูหรอ???"

??? : อ..ง..... เอื่ ..น...

ดูเหมือนมิโนรุจะยังมีโชคอยู่บ้างที่เด็กสาวตรงหน้ายังตอบกลับคพูดของเขามาได้.. หากแต่คำพูดของเธอดูไม่ชัดราวกับพูดอู้อี้อยู่ในลำคอ

??? : อี้... ฮีก..อัน .........ฮำ...ไฮ..
??? : ...........ออ.....อออ..อ...อ....อ...อ.ออออออ

เด็กสาวเริ่มครวญคราง.. ดูเหมือนมิโนรุจะทำเรื่องใหญ่พอสมควรแล้ว..

1) รีบขอโทษ
2) วิ่งหนี
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


1) รีบขอโทษ

"เอ้~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~!!!!" มิโนรุลากเสียงยาวภายในใจของเขา
"ร้องไห้!! ร้องไห้แล้ว พระเจ้า นี่ตูเก่งกล้าขนาดยืนอยู่เฉยๆ ก็หลอดผีกลับได้แล้วหรอ!!" ดูเหมือนเขาจะเข้าใจอะไรบ้างอย่างผิดไป

"เดียวๆ มันต้องไม่ใช้อย่างนั้นแน่นอน" มิโนรุเริ่มใช้ความอีกครั้ง พร้อมดูรูปที่เอาพึงฉีกออกมา
"อะ. . . . หรือว่า. . . . ." เขาตระหนักในสิ่งที่ตัวได้ทำลงไป
"อิบอาย. . . . ." เขาคิดพร้อมยิ้มแห่ยๆ พร้อมกับตัดสินใจทำสิ่งต่อไปนี่อย่างรวดเร็ว

"พี่ผิดไปแล้ว ยกโทษให้พี่ด้วย!!!" เขารีบพูดอย่างตรงไปตรงมา ก้มหน้าขึ้นลงรั้วๆ แล้วยื่นรูปภาพนั้นคืนให้เธอไป




เต็มแล้ว อ่านต่อในโพส ที่ 2
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
 เจ้าของ| โพสต์ 1-11-2013 19:52:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 6-11-2013 00:04

- [ HARUNA MASHIDA STORY ]




- ณ โรงเรียนสตรีเทนโจว -

[15.20 น.]
....ติ๊งหน่องง....ประกาศถึงอาจารย์และนักเรียนทุกคน เนื่องจากตอนนี้มีข่าวการสูญหายของนักเรียนเป็นจำนวนมาก ดังนั้นทางโรงเรียนของเราจะเปิดทำการเรียนการสอนถึงเพียง 15.30 นาฬิกา ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของอาจารย์และนักเรียนทุกๆ คนค่ะ...

"น่ากลัวเนอะ" เด็กสาวคนหนึ่งเอ่ยกับเพื่อนของตนด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก
"ใช่ๆ เมื่อวานก็หายไปอีก 3 คน... หวังว่ารายต่อๆ ไปคงไม่ใช่พวกเรานะ" เด็กสาวอีกคนบอกกับเพื่อนตัวเองด้วยสีหน้าตื่นตระหนกด้วยความหวาดกลัว

และเพียงไม่ถึงครึ่งวันข่าวลือเรื่องการสูญหายของเด็กนักเรียนก็เป็นข่าวที่ดังที่สุดในโรงเรียน เหล่านักเรียนต่างหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บ้างลาหยุดไม่ยอมมาเรียน บ้างก็ขอเรียนครึ่งวันแล้วรีบกลับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นติดต่อกันมาเป็นเวลา 3 วันแล้ว แต่ตำรวจก็ยังไม่สามารถหาเบาะแสเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ได้และนักเรียนที่หายตัวไปก็ยังไม่มีใครพบเจอ

- อีกมุมหนึ่งในห้องสภานักเรียน -
เด็กสาวร่างสูงบาง ผมยาวเหยียดตรงถึงเอว หรือที่ทุกๆ คนในโรงเรียนรู้จักเป็นอย่างดี มาชิเอดะ ฮารุนะ  ประธานนักเรียนรุ่นที่ 50 ของโรงเรียนสตรีเทนโจวกำลังงุ่นง่านอยู่กับการนั่งอ่านคำร้องเรียนของนักเรียนทุกคนเกี่ยวกับข่าวลือในโรงเรียนพลางพูดกับรองประธานที่นั่งอยู่ข้างๆ

"เรื่องนี้มันต้องมีเบาะแสสิ ทำไมตำรวจถึงทำอะไรไม่ได้เลย?" ฮารุนะพูดอย่างเคร่งเครียด
"อีกไม่นานตำรวจก็จัดการได้แหละ เรารอดูอยู่เฉยๆ ก่อนดีกว่า อย่าเพิ่งวู่วามไป" รองประธานตอบฮารุนะเรียบๆ
ฮารุนะขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหันไปเก็บกระเป๋านักเรียนของตนและเตรียมตัวจะกลับบ้าน "อืม! งั้นฉันกลับก่อนละกัน คนขับรถน่าจะมารออยู่หน้าโรงเรียนแล้ว เจอกันพรุ่งนี้นะ บาย ^^" และฮารุนะก็เดินออกไป
"ขออย่าให้มันมีอะไรร้ายแรงเลยละกัน" รองประธานพูดกับตัวเองแล้วถอนหายใจเบาๆ พร้อมกับเตรียมตัวกลับบ้านเช่นกัน

- บ้านฮารุนะ -
"คุณพ่อ คุณแม่คะ! หนูกลับมาแล้ว" ฮารุนะวิ่งเข้าไปกอดพ่อกับแม่ของตนแล้ววิ่งขึ้นห้องไปทันที
หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเก็บกระเป๋าเรียบร้อย เธอเปิดคอมพิวเตอร์เพื่่อหาข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วเธอก็ได้พบกับเว็บไซด์ที่โพสต์ไว้ว่า พิธีกรรมแห่งความสุข  และเธอก็คลิกเข้าไปในเว็บนั้นอย่างตื่นเต้น

-:- ฮารุนะ Room



หลังจากที่ฮารุนะกดคลิ๊กเข้าไปในเว็บไซด์ก็ปรากฏว่าเป็นบราวเซอร์เรียบๆที่ไม่มีอะไรมาก ไม่มีสมัครสมาชิก ไม่มีบล๊อคหรือกระทู้อะไร มีเพียงแค่วิธีในการทำพิธีกรรมเท่านั้น



พิธีกรรมแห่งความสุข.. ท่านที่ปราถนาที่จะประสบกับความสุขชั่วนิรันดร์ ของเพียงแค่ทำตามพิธีกรรมที่เราเป็นคนค้นพบขึ้น ก็จะสามารถรับความปราถนาที่ต้องการไว้ได้



สำหรับท่านใดที่ต้องการด้านความรัก เพียงแค่นึกถึงใบหน้าของคนที่ท่านต้องการเชือมสัมพันธ์ด้วยแล้วฉีกกระดาษออก จากนั้นก็เก็บเศษกระดาษไว้เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี

ท่านใดที่ต้องการในความสัมพันธ์ ขอเพียงแค่อธิฐานถึงเพื่อนที่ถ้าต้องการแล้วฉีกกระดาษออก จากนั้นก็.....

สำหรับท่านใดที่ต้องการโชคลาภ.....

เนื้อหาภายในเว็บไซด์มีแต่เรื่องเหนือจินตนาการและดูราวกับเป็นเรื่องเพ้อฝันเท่านั้น มันอาจจะเป็นเพียงแค่เว็บไซด์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเล่นๆก็เป็นได้

1) ลองทำตามอย่างใดอย่างนึง
2) ลองสอบถามจากคนรู้จัก
3) ไม่สนใจ
4) อื่นๆ(โปรดระบุ)

[เลือกข้อ 2.]

"อะไรกันเนี่ย? ก็แค่นิทานหลอกเด็กนี่นา" ฮารุนะส่ายหัวเล็กน้อยพลางลุกออกจากเก้าอี้ แล้วหยิบมือถือส่งข้อความถึง มาโกะ เพื่อนสมัยเด็กของเธอที่อยู่ต่างโรงเรียน

To: มาโกะ
มาโกะจัง! พรุ่งนี้เธอว่างไม๊? ฉันมีเรื่องจะคุยเยอะแยะเลย ><**
ถ้าสะดวกก็มาเจอกันที่ร้านไอติมตรงชิบุย่าร้านเดิมหลังเลิกรียน
ฉันจะรอเธอแค่ 15 นาทีนะยัยบ๊อง ห้ามสายนะ!
From: ฮารุนะ

หลังจากส่งข้อความเสร็จฮารุนะเผลอหลับไป

-:- ฮารุนะ Room

ตืออ.. ~♪

หลังจากที่ฮารุนะหลับไปจนดวงตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว เธอก็ได้ถูกปลุกด้วยเสียงข้อความของโทรศัพท์ที่อยู่ข้างๆตัวเธอ



ดูเหมือนจะเป็นเมล์ตอบกลับนะ? มาโกะจังอาจจะตอบข้อความกลับมาแล้วก็ได้..

1) อ่าน
2) ไปอาบน้ำก่อนค่อยอ่าน
3) นอนต่อ
4) อื่นๆ(โปรดระบุ)


[เลือกข้อ 2.]

"ฮ้าวววว! มาโกะตอบมาแล้วแน่เลย ^^ .." ฮารุนะพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียก่อนจะหันไปมองนาฬิกาที่ผนังห้องแล้วพบว่าตอนนี้เป็นวลา 2 ทุ่มแล้ว
"โห.. นอนไปหลายชั่วโมงเลยไปอาบน้ำก่อนดีกว่า" ฮารุนะเดินเข้าห้องน้ำไป

...ซ่า ซ่า....

- หลังจากอาบน้ำเสร็จ -

"อ๊าาาา...สดชื่นนนนน ไหนดูซิมาโกะจังส่งมาว่าไง" ฮารุนะเพ่งมองไปที่มือถือของตน เพียงแค่เวลาไม่ถึง 1 วินาทีมือถือของฮารุนะก็ลอยเข้ามาอยู่ในมือของเธออย่างรวดเร็ว พลังพิเศษ(เคลือนสิ่งของโดยไม่ต้องหยิบจับนั้น)เป็นความสามารถของฮารุนะตั้งแต่ยังเล็กๆ เธอไม่เคยบอกใครเนื่องจากไม่อยากให้คนอื่นมองเธอด้วยสายตาที่แปลกไป แล้วอีกอย่างมันสามารถเคลื่อนสิ่งของที่เล็กๆอย่างกล่องดินสอ ปากกา หรือโทรศัพท์เท่านั้น

หลังจากเปิดเมล์ดูตาของฮารุนะก็เบิกกว้างเล็กน้อย

จากเบอร์และชื่อที่ส่งมานั้น เป็นมาโกะจังไม่ผิดแน่นอน โดยมีเนื้อหาข้อความสั้นๆที่ดูเหมือนจะกดส่งโดยไม่เช็คตัวอักษรว่า..

[ ช่..ยชั้..นด้วย... ฮ..ารุน....จั...ง  ]


ข้อความที่มาโกะจังส่งมานั้นทำให้ฮารุนะอึ้งเล็กน้อย หลังจากได้สติฮารุนะก็โทรหามาโกะทันที

...หมายเลขนี้ไม่สามารถใช้บริการได้ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้งค่ะ... ไม่ว่าจะครั้งแล้วครั้งเล่าที่ฮารุนะพยายามติดต่อมาโกะแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้

"ฉันไม่ตลกกับเธอนะยัยบ้ามาโกะ เลิกแกล้งเหอะน่ะ" ฮารุนะเชื่อว่ามาโกะเพียงแค่หยอกเธอเล่น แต่มาโกะก็ไม่ยอมรับสายซักที ฮารุนะหยิบกระเป๋าแล้ววิ่งลงไปชั้นล่างทันที
"คุณพ่อคุณแม่คะ หนูไปหามาโกะนะคะ" ฮารุนะไม่รอฟังคำตอบพ่อแม่ วิ่งออกเรียกคนขับรถแล้วมุ่งหน้าไปยังบ้านมาโกะทันที

-:- บ้านของมาโกะ

เมื่อฮารุนะมาถึงบ้านของมาโกะ เธอกดออดอยู่ 2-3 ครั้งแต่ก็ยังไม่มีใครออกมา นั่นยิ่งทำให้เธอกังวลเข้าไปอีก

1) บุกเข้าไปเลย
2) รัวกดออด
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


[เลือกข้อ 1.]

"นี่ไม่ใช่เรื่องดีแน่ ต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ" ฮารุนะลนลานอยู่หน้าประตูเพียงชั่วครู่และเธอก็ตัดสินใจปีนรั้วเข้าไปในบ้านของมาโกะ เมื่อเข้ามาในบริเวณบ้านฮารุนะไฟตรงห้องโถงและไฟห้องมาโกะเปิดอยู่ มันทำให้เธออุ่นใจขึ้นมาเล็กน้อยและคิดว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น อาจจะเป็นเพียงแค่การหยอกล้อกันตามประสาเพื่อนสนิทก็เป็นได้ ฮารุนะเดินตรงเข้าไปในบ้านและพบว่าแม่ของมาโกะนอนสลบอยู่บนพื้น ส่วนพ่อของมาโกะนั้นยังไม่กลับบ้านเพราะด้านนอกไม่มีรถจอดอยู่

เมื่อฮารุนะเห็นแม่ของมาโกะในสภาพที่ไม่ดีนัก เธอก็รีบวิ่งขึ้นไปที่ห้องมาโกะทันที

...ปัง ปัง ปัง...มาโกะนี่ฉันเองนะ

ฮารุนะทุบประตูรัวๆ พร้อมตะโกนเรียกเพื่อนของตอนแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ ฮารนะหมุนลูกบิดประตูและพบว่าห้องไม่ได้ล็อค เธอเปิดประตูอย่างรวดเร็ว
"มาโกะ!!!!...." ฮารุนะมองไปรอบห้องๆ ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของมาโกะเห็นเพียงแต่มือถือของมาโกะกับตุ๊กตากระดาษที่ถูกฉีกวางอยู่บนเตียง เธอมั่นใจว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นกับมาโกะแต่เธอก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ ฮารุนะตัดสินใจช่วยแม่ของมาโกะก่อน เธอวิ่งไปเปิดประตูรั้วให้คนขับรถเข้าบ้านมาและแม่ของมาโกะไปโรงพยาบาล

เมื่อส่งแม่มาโกะไปโรงพยาบาลแล้ว ฮารุนะโทรหาพ่อของมาโกะแล้วก็มุ่งหน้าไปยังสถานีตำรวจแล้วแจ้งรายละเอียดเหตุการณ์ที่่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้วเธอก็กลับบ้านด้วยความกังวลใจ

- ห้องของฮารุนะ -

"เกิดอะไรขึ้นกับเธอนะมาโกะ เธอจะไม่เป็นไรใช่ไม๊?....หรือว่าตุ๊กตากระดาษนั่น!!!!!" ฮารุนะเปิดคอมอีกครั้งเพื่ออ่านกระทู้เกี่ยวกับพิธีกรรมแห่งความสุข มันไม่ใช่เพียงเรื่องราวธรรมดาเป็นแน่ ฮารุนะเริ่มสงสัยมากขึ้นเรื่อยๆ และถ้าเพื่อนเธอตกอยู่ในอันตรายจริงๆ เธอจะต้องช่วยเพื่อนให้ได้!!!

เมื่อตัดสินใจได้อย่างแน่วแน่แล้ว ฮารุนะก็คิดจะลองลงมือทำตามพิธีกรรมนั่นทันทีถึงแม้มันจะดูไร้สาระมากก็ตาม เพราะตอนนี้เพื่อนของเธออาจจะกำลังอยู่ในอันตรายก็เป็นได้!



*ได้รับเศษกระดาษรูปคน

1) ฉีก
2) อื่นๆ(โปรดระบุ)


[เลือกข้อ 1.]

"ถึงมันจะดูไร้สาระก็เถอะ แต่ถ้ามันเป็นวิธีเดียวที่ทำให้ฉันเจอมาโกะได้ฉันก็ต้องทำ" ทันทีที่พูดจบฮารุนะก็ฉีกตุ๊กตากระดาษแผ่นนั้นแล้วสติของเธอก็หมดไป

- [ โรงเรียนประถมเทนชิน ] -

-:- ห้องน้ำหญิง



กลิ่นตลบอบอวนที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลายหลายลอยมากระทบจมูกของฮารุนะ ทำให้เธอค่อยๆ ปรือตามองไปรอบกาย สิ่งที่เธอเห็นคือสิ่งที่แตกต่างจากตอนแรก ห้องนอนของเด็กผู้หญิงที่ถูกตกแต่งไว้อย่างเป็นระเบียบและให้ความรู้สึกที่สดใสบัดนี้ได้กลายเป็นห้องมืดๆ ที่แทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย

ฮารุนะค่อยๆ ยืนขึ้นและพยายามมองหาแสงสว่างพอที่จะทำให้เธอมองเห็นทั้งห้องนี้ได้ แต่ทันใดนั้น...

...กึก กึก กึก...

เสียงแปลกดังขึ้น และดังขึ้นเรื่อยๆออกมาจากประตูห้องน้ำที่อยู่ด้านในสุด

1) ส่งเสียงเรียก
2) เดินไปเปิด
3) ออกจากห้องน้ำไป
4) รอปรับสายตาก่อน
5) เก็บเศษกระดาษรูปคนก่อน
6) อื่นๆ(โปรดระบุ)


[เลือกข้อ 1.]

"นั่นใครน่ะ?" เสียงจากในห้องน้ำนั้นทำให้ฮารุนะหวั่นใจเล็กน้อย เธอไม่เคยเชื่อในเรื่องของเรื่องเหลือเชื่อต่างๆ นาๆ หรือแม้กระทั่งความสามารถพิเศษของตัวเธอเอง เธอคิดเพียงแค่ว่าความสามารถที่เธอมีนั้นเป็นแค่เพียงความบังเอิญ ดังนั้นเธอจึงได้เพียงแต่ภาวนาให้เสียงนั้นมาจากมาโกะเพื่อนของเธอ
"นั่นเธอรึป่าวมาโกะ?" ฮารุนะยังคงถามต่อไป

...เสียงเงียบไป และยังไม่มีเสียงตอบกลับมาอีกด้วย ดูเหมือนว่าอะไรก็ตามที่ทำเสียงในห้องน้ำนั้นได้หยุดเคลื่อนไหวไปแล้ว..

1) เดินเข้าไปเปิดดู
2) ออกจากห้องน้ำไป
3) เก็บเศษกระดาษรูปคนก่อน
4) อื่นๆ(โปรดระบุ)


[เลือกข้อ 1.]
เมื่อไม่มีเสียงใดๆ ตอบกลับมา ก็ยิ่งสร้างความสงสัยให้แก่ฮารุนะมากขึ้น  

...ตึก ตึก ตึก...  

ฮารุนะเดินไปยังห้องน้ำด้านในสุดอย่างช้าๆ บวกกับความรู้สึกต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาจนทำให้ฮารุนะไม่สามารถเก็บความสงสัยนั่นเอาไว้ได้ เธอเชื่อว่าต้องมีอะไรบางอย่างอยู่ในห้องน้ำห้องนี้อย่างแน่นอน และด้วยพลังพิเศษของเธอนั้น มันทำให้ประตูห้องน้ำถูกเปิดออกอย่างง่ายดาย

ตูม!!

เพราะว่าฮารุนะได้ใช้พลังจิตเปิดประตูจึงทำให้กลอนที่มันเสือมอยู่แล้วพังลงมาจนเสียงดังก้องไปถึงข้างนอกห้องน้ำเลยทีเดียว



ถึงฮารุนะจะตกใจมากเพราะเธอดันทำเสียงดังรุนแรงในที่เงียบแบบนี้ขนาดไหนแต่ก็ต้องชะงักกับภาพด้านหน้าของเธอตอนนี้ .... เชือกผูกคอที่ถูกห้อยลงมาหากแต่ไม่มีร่างของสิ่งมีชีวิตอยู่นั้นสร้างความแปลกประหลาดจนฮารุนะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับสิ่งที่เธอเห็นเลยทีเดียว

...ว่าแต่เสียงเมื่อครู่นั้นเกิดจากอะไรกัน

1) ลองทักดูอีกที
2) น่ากลัว ..รีบออกจากที่นี้แล้วไปหามาโกะต่อ
3) เก็บเศษกระดาษรูปคนที่พื้น


[เลือกข้อ 3.]

"!!!!!....นี่ นี่ นี่มันอะไรกัน แล้วเสียงเมื่อกี๊คืออะไร?" ฮารุนะพูดด้วยความผิดหวัง "หรือว่าเราจะหูฝาดไปกันนะ?" ฮารุนะมองสำรวจห้องน้ำและพบว่าบนพื้นมีเศษกระดาษรูปคนตกอยู่

"เอ๊ะ! ในเว็บบอกให้เก็บไว้นี่นา..." ฮารุนะเก็บเศษกระดาษใส่กระเป๋าเสื้อของตนแล้วก็เดินออกจากห้องน้ำ

??? : อย่าเก็บมันขึ้นมานะ...

เสียงหดหู่แถมแหบแห้งได้ลอยออกมาจากด้านหลังของฮารุนะ แต่เมื่อเธอหันไปมองก็ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเช่นเคย.. หากแต่เสียงนั้นยังคงดังก้องออกมาอย่างต่อเนื่อง...จากภายในห้องน้ำหญิงที่ฮารุนะได้เปิดมันออกมาเมื่อสักครู่นี่...

??? : ..ค่อก.. ค่อก.. เธอคนนั้น.. น่ะ อย่าเก็บมันไว้กับตัว แค่ก ... เชียวนะ

เสียงที่พยายามเปร่งออกมาด้วยความหวังดีนั้นดูราวกับช่วงคอของผู้พูดกำลังถูกมัดอย่างแน่นหนาอยู่ก็ไม่มีผิด..


เมื่อได้ยินเสียงจากห้องน้ำห้องเดิมที่ตนเดินจากมาก เท้าของฮารุนะหยุดชะงัก เธอหันกลับไปมองที่ห้องน้ำห้องนั้นอีกครั้ง

"นั่นใครน่ะ?....ฉันไม่ตลกด้วยนะ" ฮารุนะถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย เพราะเมื่อกี๊ไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำเลยแต่กลับมีเสียงตอบออกมา

"ผีงั้นเหรอ?" ฮารุนะพูดพึมพำกับตัวเอง พร้อมกับค่อยๆ เดินไปยังห้องน้ำที่อยู่ด้านในสุดอีกครั้ง ฮารุนะกำตุ๊กตากระดาษไว้ในมือแน่น เธอยังไม่เชื่อคำพูดของเสียงนั่นเพราะเธอไม่รู้ว่ามีใครกำลังเล่นตลกกับเธออยู่รึป่าว
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
 เจ้าของ| โพสต์ 1-11-2013 22:01:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 3-11-2013 23:55

- [ ZADORI SHIROYUKI STORY ] -




- ภายหลังจากการสอบสวน -
ณ เวลา 16.37 น.
     "เธอคงจะเกิดอาการช็อคจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่ะครับ ตอนนี้คงไม่เป็นไรแล้ว จะให้เราทำยังไงกับเธอต่อดีครับ?" เจ้าหน้าที่ฝ่ายสอบสวนยามะโมโตะยืนสนทนากับหัวหน้าฝ่ายควบคุมตัวมุซึดะภายนอกห้องสอบสวน
     "ไม่ต้องแล้วล่ะ เดี๋ยวคุณก็นำตัวเธอไปส่งที่บ้านหน่อยละกันนะ เสร็จจากนี่คุณก็กลับบ้านไปพักก่อนเถอะ" หัวหน้ามุซึดะได้บอกกล่าวและเดินกลับไปทำงานต่อ
หลังจากนั้นยามะโมโตะก็เดินไปพาตัวซะโดริมาส่งที่หน้าสถานีตำรวจ
     "ส่งแค่ตรงนี้ก็พอค่ะ จากนี่เดินไปไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่" ซะโดริมองมุซึดะด้วยใบหน้าที่ดูไร้อารมณ์
     "ไม่เป็นไรแน่หรอ จริงๆจะให้ผมไปส่งถึงหน้าบ้านก็ได้นะ พ่อกับแม่ของเธอจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ต้องเกรงใจหรอก" มุซึดะพูดพร้อมกับมองซะโดริด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
     "ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณที่มาส่งนะคะ" ซะโดริพูดตัดบทพร้อมกับเดินกลับบ้าน
- ระหว่างทางกลับ -
ณ เวลา 17.21 น.
    "..พ่อ...แม่...หรอ?.." ซะโดริได้หยุดเดินและหันไปมองต้นซะกุระยามเย็น
   
   
- ณ คอนโดหรูแห่งหนึ่งในห้องของซะโดริ -
ณ เวลา 19.25 น.



   เมื่อซะโดริถึงห้องก็ถอดเสื้อผ้าและเข้าห้องน้ำลงมาแช่ในอ่างน้ำร้อน พร้อมกับนึกถึงคำพูดที่ยามะโมโตะได้พูดเอาไว้
    "พ่อกับแม่ของเธอจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงงั้นหรอ?...นานแค่ไหนแล้วนะ ที่เราไม่รู้..ว่าพ่อ..แม่..อยู่ที่ไหนกัน?" ซะโดรินอนแช่ในอ่างอาบน้ำพร้อมมองท้องฟ้าในยามค่ำคืนหลังจากที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วซะโดริก็ปิดไฟและฟุบตัวสลบลงบนที่นอน

ในเวลาไม่นาน ซะโดริก็หลับไป... เมื่อเธอรู้สึกตัว ก็พบว่าเธอยืนอยู่ในห้องมืดๆแห่งนึง.. แม้จะยังมองอะไรไม่เห็นแต่กลิ่นที่คละคลุ้งไปทั่วห้องนั่นชัดเจนมากพอที่จะทำให้ความคิดของซาโดริรับรู้ได้ว่ามันคืออะไร ... กลิ่นที่เธอเคยสัมผัสได้เมื่อไม่นานมานี้ ... กลิ่นที่ยังติดอยู่ในความทรงจำ ...

กลิ่นซากศพ..

1) พยายามคล่ำทาง
2) ยืนอยู่เฉยๆเพื่อปรับสายตา
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


เลือกข้อ 2
-----------------------
หลังจากปรับสายตาได้แล้วซะโดริก็พยายามมองไปรอบๆ
   "ที่นี่.."ซะโดริพยายามมมองดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นและห้องนี้ใช่ห้องของเธอรึเปล่า
   "กลิ่น...กลิ่นของ...เลือดงั้นหรอ?"ซะโดริพูดพร้อมกับพยายามหาที่มาของกลิ่น
   "ทำไมรู้สึกแปลกๆ...เหมือน..เหมือน..เคยได้กลิ่นแบบนี้มาก่อน!? แต่กลับนึกไม่ออก..."
หลังจากที่ได้พยายามหาที่มาของกลิ่นมาสักพัก ซะโดริกลับไม่พบที่มาของกลิ่นเลยและฉุนคิดได้ว่าตนเองกำลังหลับอยู่หรือว่านี่เป็นเพียงแค่ความฝัน?

หลังจากที่ซะโดริได้ยืนปรับสายตาอยู่นั้น ภาพตรงหน้าก็ได้ค่อยๆชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

-:- ????



   "ไม่สิ นิมันไม่ใช่ความฝันสักหน่อย!?" ซะโดริพูดออกไปด้วยความตกใจ
หลังจากนั้นซะโดริก็รีบพยายามหาทางออกไปจากห้องนั้นโดยเร็วที่สุด และไปพบกับประตูบานหนึ่งพร้อมกับข้อความที่เขียนด้วยเลือดบนผนังว่า "อยากออกไปจาก..ห้องนี้หรอ!?...ออกไปทำไมกันหรอ!?..ก็เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรอ!?...ชอบแบบนี้ไม่ใช่หรอ!?" หลังจากที่ได้เห็นข้อความซะโดริถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงบนพื้นที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและซากศพ
   "อะ..อะไรกัน..นิมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี้ย!?"ซะโดริพูดพร้อมกับช็อคตกใจ
   "อึ้ก!...ปวด..หัว.."ซะโดริกุมหัวพร้อมกับพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ตื่นตกใจมากไปกว่านี้
   "ไม่ได้นะ!..อย่า!..ไม่ใช่ตอนนี้!!..."ซะโดริรีบลุกยืนแล้วพยายามเปิดประตู
   "ล็อค?...จะเปิดมันออกได้ยังไง?"
    "ประตูมันดูค่อนข้างเก่าเราน่าจะกระแทกออกไปได้หลังจากนั้นจะได้หาทางกลับบ้าน!"ซะโดริพยายามหาทางเปิดประตูโดยการพังประตูออกไป

ซะโดริเดินถอยออกจากประตู 5 ก้าว หลังจากนั้นก็วิ่งและพยายามเอาไหล่กระแทกประตูอยู่ 2 ครั้ง ในที่สุดประตูก็เปิดออก หลังจากที่ออกมาได้ซะโดริก็แปลกใจกับภาพที่กำลังเห็นอยู่ตรงหน้ามันคือ....



เงาตะคุมๆท่าทางน่าขยะแขยง และดูเหมือนมันกำลังมองซะโตริและพยายามเดินเข้ามาใกล้ๆอีกด้วย!!

1) หนี
2) ตะโกนบอกให้หยุด
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


เลือกข้อ 3 เดินเข้าไปและยื่นมือออกไปสัมผัสใกล้ๆ
-----------------------
ซะโดริมองและเดินเข้าไปดูใกล้ๆพยายามยื่นมือลองสัมผัสไปที่เงาตะคุมๆท่าทางน่าขยะแขยง
    "ขะ..ของจริงหรือภาพหลอนกันนะ..?"ซะโดริคิดในใจ

วูบบบ

พอซะโดริได้เดินเข้าไปใกล้ๆ จังหวะเดียวกับที่มันเดินใกล้เข้ามา ซะโดริก็โดนมันพุ่งเข้ามารวบตัวและโดนบีบรัดคอโดยไม่ทันตั้งตัว

กึดดด..

ซะโดริไม่สามารถหายใจและสลัดมันได้ราวกับมันเป็นแค่กลุ่มควันเท่านั้น แต่ถ้าเธอไม่ทำอะไรสักอย่างตอนนี้เธอได้ตายแน่ๆ!!

1) พยายามสะบัดให้หลุด
2) สวดมนต์
3) กัดริมฝีปากตัวเอง
4) อื่นๆ(โปรดระบุ)


เลือกข้อ 4 แกล้งตาย
-----------------------
   "แคก..แคก..ถ้าเกิดเราแกล้งตายมันอาจจะหายไป...ก็ได้.."ซะโดริคิดในใจ
ซะโดริพยายามหาวิธีให้หลุดจากการโดนบีบรัดคอด้วยการทำแกล้งตายและทำตัวแน่นิ่งไปให้เหมือนกับคนตาย
    "นี่มันเป็นความคิด...ที่พอจะคิดได้ในตอนนี้..ถึงมันจะดูโง่่เง่าและน่าอายก็เถอะ!"ซะโดริคิดในใจ
    "ฉันต้องออกไปจากที่นี้...จะต้องออก...ไป..จาก..ที่นี้..ให้ได้.."ซะโดริคิดในใจ
หลังจากนั้นซะโดริก็หมดสติไป

*ซะดายะไม่ออกมา เพราะอยู่ในอีเว้นท์ความฝัน

วี้ดดดดดด

เสียงของมันหวีดร้องไม่หยุด ดูเหมือนว่ามันต้องการร่างกายของซะโดรินะ..

กึด...

ก่อนที่ซะโดริจะหมดสติไป เธอก็เห็นสาวน้อยตัวเล็กๆคนนึง ยืนยิ้มอยู่ตรงประตูที่เธอพังไปเมื่อครู่

- พบ ??? -


??? : ฮี่...ฮี่ฮี่ฮี่..
??? : รอด... ไปได้เหรอ... ดูเหมือน... ....... เข้มแข็ง... หรือแค่ วิกลจิต.... ......

เสียงของเธอเริ่มเลือนลาง ในที่สุดซะโดริก็สลบไป




-:- ซะโดริ Room



ซะโดริสะดุ้งตื่นขึ้นมา ดูเหมือนเรื่องราวเมื่อครู่จะเป็นเพียงแค่ความฝันจริงๆ..

เธอลุกขึ้นมาด้วยท่าทีเหนื่อยอ่อนเล็กน้อย เมื่อหันไปมองนาฬิกาก็พบว่ามันบอกเวลาเป็น 16.44 น.ช่วงเวลาเย็น ซึ่งเป็นไปไม่ได้สำหรับซะโดริที่เข้านอนตอนทุ่มครึ่ง...

1) สำรวจร่างกายตนเอง
2) อื่นๆ(โปรดระบุ)


เลือกข้อ 2 ลุกขึ้นจากที่นอนเดินไปหยิบน้ำในตู้เย็นมาดื่ม
-----------------------
ซะโดริลุกขึ้นมานั่งหลังจากตื่นขึ้นมาราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเธอ
    "รู้สึกคอแห้งจังเลย"ซะโดริพูดพร้อมกับลุกขึ้นจากที่นอน
    "ทำไมวันนี้เจอแต่เรื่องแปลกๆทั้งวันเลยนะ"ซะโดริพูดกับตนเอง
หลังจากที่ซะโดริดื่มน้ำเสร็จก็เดินกลับไปดูนาฬิกาอีกครั้ง
    "16.44..?.."ซะโดริพยายามนึกว่าทำไมเวลาถึงย้อนกลับทั้งๆที่เธอเข้านอนในเวลา 19.30 น.
    "อึ้ก!...ปวดหัวอีกแล้ว.."ซะโดริเอามือกุมหัว
    "พอพยายามจะนึกทีไรจะต้องปวดหัวทุกทีเลย.."
    "เรื่องเมื่อก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นกันนะ...เราจำได้ว่ากำลังรอกลับพร้อม มิสะกิ และก็ คะเอะเดะ นิ.."
ซะโดริพยายามนึกถึงช่วงเวลาก่อนหน้านั้น แต่ดูเหมือนเธอจะจำเรื่องราวก่อนหน้านี้ไม่ได้เลยไม่ว่าจะเป็นการถูกสอบสวน หรือแม้กระทั่งเรื่องที่เธอเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว รวมไปถึงความฝัน?
    "ลองส่งข้อความไปหา มิสะกิ กับ คะเอะเดะ ดีกว่า"ซะโดริพูดออกไปพร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา
    [ส่งข้อความถึง : มิสะกิ,คะเอะเดะ]
    [เนื้อหา : ถึงบ้านกันรึยังหรอ?]
หลังจากซะโดริส่งข้อความไปหาเพื่อน เธอก็เดินไปดูของในตู้เย็น
    "ของที่จะไว้ทำอาหารเย็นก็หมดแล้วสงสัยต้องออกไปซื้อมาเพิ่มหน่อยแล้วล่ะ"ซะโดริพูดกับตนเอง
ซะโดริเดินเข้าไปอาบน้ำและแต่งตัวเตรียมตัวออกไปซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารเย็น

ณ เวลา 17.32 น.

-:- ระหว่างทางเดินไป SuperMarket



ซะโดริเดินไปตามเส้นทางที่เธอคุ้นเคย ..พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงแล้วเธอคิดว่าควรจะรีบซื้อของให้เสร็จก่อนที่ฟ้าจะมืด

??? : ...!

- พบ ??? -


??? : คุณมัน..

เด็กสาวผมสีครีมที่ถือถุงในร้านสะดวกซื้อกำลังยืนมองซะโดริด้วยสีหน้าแปลกใจ.. ก่อนที่จะเมินหน้าหนีแล้วก็เดินไปในทางตรงกันข้ามกับซะโดริอย่างเงียบๆ

1) รั้งตัวไว้
2) ปล่อยไป
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


ลือกข้อ 3 มองด้วยหางตาเล็กน้อย
-----------------------
ซะโดริแอบมองเด็กสาวที่เดินพาด้วยหางตาก่อนจะเดินทางไป SuperMarket ต่อ แต่แอบสงสัยไม่ได้เลยว่าทำไมเด็กสาวคนนั้นถึงมองเธอด้วยสีหน้าที่แปลกใจ
   "ทำไมถึงทำหน้าแปลกใจกันนะ.."ซะโดริคิดในใจ
   "หรือว่าจะมีอะไรติดอยู่ที่ใบหน้าเรางั้นหรอ?"
ซะโดริรีบหยิบโทรศัพท์มือถือมาดูเพื่อส่องดูใบหน้าของเธอ
   "ก็ไม่มีอะไรติดอยู่นิน่า.."
   "หรือว่าเธอจะเป็นสโตกเกอร์หรอ?"ซะโดริพูดพร้อมกับมองไปรอบๆ
   "ก็ไม่เห็นมีใครเลยนิน่า"
และซะโดริก็ได้เดินทางไปเรื่อยๆจนถึง SuperMarket

- หน้า Super Market -
ณ เวลา 18.02 น. หลังจากซื้อวัตถุดิบเสร็จ
   "ทำไมปานนี้แล้ว มิสะกิ กับ คะเอะเดะ ถึงยังไม่ส่งข้อความกลับมาสักทีนะ..?"
ซะโดริหยิบโทรศัพท์มือถือของเธอขึ้นมาเช็คดูข้อความ
   [ไม่มีข้อความใหม่]
    ซะโดริไม่เอะใจอะไรและเดินทางกลับไปยังคอนโด

ณ เวลา 18.15 น.

-:- ระหว่างทางกลับจาก SuperMarket



ซะโดริเดินกลับโดยไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นเป็นพิเศษ..

-:- ซะโดริ Room



ระหว่างที่เธอไขกุญแจเข้าห้องมาและได้ลงกลอนเรียบร้อยแล้วนั่น จู่ๆเธอก็รู้สึกเจ็บแปล๊บที่คอของตนเอง

1) เข้าห้องน้ำไปสำรวจดู
2) เก็บข้าวของแล้วลองติดต่อ มิสะกิ กับ คะเอะเดะ



เลือกข้อ 1 เข้าห้องน้ำไปสำรวจดู
-----------------------
    "ทำไมถึงรู้สึกเจ็บที่คอแปลกๆนะ"ซะโดริพูดพร้อมกับค่อยๆเอามือคลำที่คอ

เมื่อเธอเข้าไปในห้องน้ำเพื่อส่องกระจก.. ซะโดริก็พบว่าที่คอของเธอมีรอยช้ำสีม่วงราวกับโดนเชือกรัดมา

ปึด



แต่ยังไม่ทันที่จะได้คิดเรื่องรอยที่คอ ซะโดริก็ปวดหัวอย่างรุนแรงจนเธอต้องเอามือทั้งสองข้างมากุมศีรษะไว้.. พร้อมกับมีภาพๆนึงผุดขึ้นมาในหัวของเธอ


  "อะ..อะไร...ภาพ...ภาพในหัวนี่มัน...อะไรกัน!?"ซะโดริทรุดลงกับพื้นพร้อมกับเอามือทั้ง 2 ข้างกุมหัวแน่น
   "...ไม่ไหวแล้ว...รู้สึก...ไม่..ดี.."ซะโดริล้มฟุบลงไปนอนกองกับพื้น
   "..ใคร..ใครก็ได้...ช่...ช่วย..ด้วย.."
ซะโดริได้นอนหมดสติลงด้วยอาการปวดหัวอย่างรุนแรง...

ณ. เวลา 21.30 น

-:- เขตป่า



??? : เฮ้อ....

กร๊อก ... กร๊อก ....

เด็กสาวผมสีม่วงกำลังเดินฝ่าพุ่มไม้เตี้ยขึ้นไปบนเนินคนเดียวอย่างเงียบๆ.. ในมือถือตุ๊กตากระดาษที่มีรูปร่างเหมือนคน ส่วนอีกมือนึงถือมีดสั้นเงาวับและกำลังสะท้อนแสงจันทร์ในยามดึก รอบข้างเงียบสงัดจนได้ยินแค่เสียงย่ำเท้าของสาวน้อยคนนี้กับเสียงใบไม้เสียดสีกันเท่านั้น

??? : เอ้า.. ชั้นมาแล้วไง ...ยัยความสุขจอมปลอม

อยู่ๆเธอก็หยุดเดินพร้อมพูดออกมาเบาๆ

??? : ฮิฮิฮิ ... มาจริงๆด้วยรึเนี่ย พี่สาว.. แต่ทำแบบนี้ใจร้ายจัง..

- พบ ??? -


อยู่ๆด้านหน้าของเธอก็มีสาวน้อยผมสีทองในชุดโกธิคสีแดงมายืนอยู่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ดูเหมือนเธอไม่ได้ว่าอะไรที่เด็กสาวเรียกเธอแบบนั้น

??? : .....

เด็กสาวผมม่วงมองสาวน้อยผมทองเงียบๆด้วยสายตาที่ว่างเปล่า จนทำให้สาวน้อยผมทองยิ้มร่าขึ้นมาพร้อมบอกต่อไปว่า

ความสุขจอมปลอม(?) : ... ฉีกกระดาษสิ

??? : .....

เด็กสาวผมม่วงไม่ฉีกกระดาษหากแต่ใช้มีดในมือขูดทึ้งกระดาษจนเละเทะ

ความสุขจอมปลอม(?) : .........

สาวน้อยผมทองมองตาค้างทั้งๆรอยยิ้ม แต่เด็กสาวผมม่วงกลับไม่ยี่หระพร้อมพูดกลับมาว่า

??? : แล้วไงต่อ

ครืนนนนน!!!

??? : ...!!?

แล้วจู่ๆก็เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวอย่างรุนแรงราวกับภูเขาทั้งลูกกำลังจะถล่มลงมาเลยทีเดียว แรงขนาดที่เด็กสาวผมม่วงยังยืนไม่อยู่จนต้องคู้ตัวลงไปนั่งกับพื้น..

ความสุขจอมปลอม(?) : ...ไม่ยังไงทั้งนั้นแหละ




- [ โรงเรียนประถมเท็นชิน ] -

-:- ทางเชือมอาคารเรียนหลัก

ซ่า... ซ่า...



ซะโดริถูกปลุกด้วยเสียงฝนรอบด้าน เมื่อเธอมองไปรอบๆ ดูเหมือนว่าที่ๆเธอนอนอยู่นั้นจะไม่ใช่ในห้องของเธอ แต่เป็นทางเดินสั้นๆที่มีประตูบานใหญ่อยู่ข้างหน้าบานนึงเท่านั้น

1) ลุกขึ้นแล้วเข้าประตูไป
2) นั่งทำความเข้าใจในสถานการณ์ก่อน
3) สำรวจรอบๆ
4) อื่นๆ(โปรดระบุ)


เลือกข้อ 4 หาที่หลบฝน
-----------------------
พอซะโดริได้สติขึ้นก็พยายามหาที่หลบฝนก่อน และพยายามหาวิธีจุดกองไฟเพื่อทำให้ตนเองอบอุ่นในสภาพอากาศฝนตก

ปัง!!

ยังไม่ทันที่ซะโดริจะได้จุดไฟ อยู่ๆประตูก็เปิดออกพร้อมร่างของชายหนุ่มคนนึงวิ่งสวนออกมาราวกับกำลังหนีบางสิ่งอยู่..

- พบ ??? -


??? : ฮี้--!!!

เขาได้ตกใจที่เห็นซะโดริยืนขวางอยู่ด้านหน้า เลยเอี้ยวตัวหลบไปทางป่าด้านข้างแล้วสะดุดล้มกับพื้นจนหน้าทิ่มลงไปในดิน

??? : อุก...

เมื่อซะโดริมองกลับไปที่ประตูก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่ทำให้ชายหนุ่มคนนี้กลัวได้ขนาดนั้นเลย ...

1) รีบลุกไปช่วยชายหนุ่ม
2) ปล่อยทิ้งไว้แบบนั้นแล้วเดินไปดูที่ประตู
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


เลือกข้อ 1) รีบลุกไปช่วยชายหนุ่ม
-----------------------
   "คุณ...ไม่เป็นไรใช่มั้ย?"ซะโดริยืนมือพร้อมกับมองด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ของเธอในสภาพชุดที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำ

ขึ้นใหม่จ้า
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
 เจ้าของ| โพสต์ 2-11-2013 12:06:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 4-11-2013 00:00

- [ AESTHE STORY ] -




ราวสิบหกปีก่อน มีเด็กทารกผู้หนึ่งซึ่งเกิดมาพร้อมกับนัยน์ตาสีแดงกล่ำราวกับสีของเลือดสดอีกด้วยส่วนที่เป็นตาขาวก็กลับมีสีดำสนิทยิ่งทำให้รู้สึกราวกับไม่ได้เป็นตาของมนุษย์เลยแม้แต่นิดเดียว และด้วยดวงตาข้างซ้ายที่แปลกประหลาดและเป็นที่น่ารังเกียจนี้ทำให้ผู้คนรอบกายเธอรังเกียจการมีอยู่ของเธอรวมไปถึงพ่อแม่ของเธอด้วย หลังจากที่พ่อแม่ของเด็กสาวได้ทิ้งเธอไป มีเพียงน้าสาวของเธอที่นำเธอมาเลี้ยงโดยไม่ได้รังเกียจตาซ้ายของเธอ ชีวิตอันสงบสุขและปกติได้ล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อราวๆเวลาเดียวกับที่เด็กสาวได้เข้าเรียนชั้นประถมศึกษา ความสามารถของดวงตาข้างซ้ายของเธอก็แสดงออกมา เลือดค่อยๆหลั่งไหลออกมาเป็นสาย ภาพที่เห็นค่อยๆมีบางสิ่งบางอย่างที่ผิดแปลกไปจากปกติ เธอเริ่มมองเห็นวิญญาณ ท่ามกลางความสับสน ความหวาดกลัวในห้วงความคิดของเธอ มีเพียงบุคคลเดี่ยวที่เธอคิดจะว่าพึ่งพาและปรึกษาได้นั้นก็คือ น้าสาวของเธอ เด็กสาววิ่งวิ่งไปด้วยความตื่นตระหนกเลือดยังคงไหนออกมาจากดวงตาที่ผิดแปลกจากคนทั่วไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อหญิงสาวกำลังข้ามถนนเพื่อกลับไปยังบ้านของเธอ ในจณะที่อยู่ที่เกาะกลางเธอก็ได้สังเกตเห็นเงาที่คุ้นตาสวนไป เมื่อหันกลับไปมองก็เจอน้าสาวของเธอกำลังก้าวออกไปจากเกาะกลางถนน มือพุ่งไปหวังจะจับชายกระโปรงของน้าเธอ ปากที่กำลังจะร้องเรียกทุกอย่างยังไม่ทันได้เกิดขึ้น ร่างของข้าสาวถูกชนโดยรถบรรทุกกระเด็นต่อหน้าเด็กสาวชั้นประถม เลือดของบุคคลอันเป็นที่รัก ที่เคารพ ที่นับถือ ที่พักพิงสาดกระเซ็นไปบนท้องถนนรวมทั้งใบหน้าของเด็กสาว เสียงกรีดร้องของเด็กน้อยที่พึงสูญเสียทุกอย่างของเธอไป ดังขึ้นอย่างบ้าคลั่งราวกับเสียสติไป ทั้งความสับสน ความโศกเศร้า ความหวาดกลัว ความโกรธแค้นทั้งหมดรุมเร้าเด็กสาววัยประถม ร่างกายราวกับไม่มีแรงเข่าทรุดลงไป เด็กสาวสิ้่นสติไป ณ ตรงที่เกิดเหตุนั้น

ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งภายในห้องของโรงพยาบาล ไร้ซึ่งที่พึ่งพา รวมทั้งผลข้างเคียงทางด้านร่างกายจากการกระทบกระเทือนทางจิตใจจนทำให้มีความแข็งแรงของร่างกายน้อยกว่าปกติ แต่ยังคงใช้ชีวิตต่อไปด้วยความโศกเศร้า สับสน สิ้นหวัง ท่อแท้ และ อยากตาย วันเวลาที่ทุกข์ทรมาณของเด็กสาวค่อยๆผ่านไปอย่างเชื่องช้าจนกลายเป็นหญิงสาวอายุ 16 ปีในปัจจุบัน น้าสาวไม่ได้ทิ้งมรดกไว้ให้เธอสุขสบายแต่พอเพียงที่จะเรียนจนจบ แต่ที่ๆเธอเรียนอยู่เดิม
นั้นมีระดับชั้นสูงสุดคือ ม.ต้นปีสาม ดังนั้นเธอจึงจำเป็นจะต้องมาเรียนต่อที่โรงเรียนแห่งนี้...

- [ โรงเรียนคิซารากิ ] -

-:- ห้องพยาบาล



เมื่อไอเซย์ตื่นขึ้นมาก็พบกับผนังสีครีมอ่อน ดูเหมือนว่าเธอจะอยู่ในห้องพยาบาล.. แต่ยังไม่ทันที่เธอพูดอะไรก็มีเสียงเรียบๆเสียงนึงดังขัดขึ้นมาข้างๆตัวเธอเสียก่อน

??? : ยังปวดหัวอยู่ไหม..

- พบ ??? -


1) เธอเป็นใคร
2) ที่นี้ที่ไหน
3) ชั้นเป็นใคร(ฮา)
4) อื่นๆ(โปรดระบุ)


4) อื่นๆ(โปรดระบุ) :: นอนต่อ

" . . . ขออีก 5 นาที . . . . "   เอเซย์กล่าวด้วยน้ำเสียงง่วงนอนจนแทบจะฟังไม่รู้เรื่องก่อน จะมีเสียงกรนออกมาในเวลาถัดมา

??? : เหรอ..

เด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างๆเธอไม่ได้กล่าวอะไรออกมาเพิ่มเป็นพิเศษ เธอหันไปหยิบหนังสือเล่มเล็กๆที่อยู่บนโต๊ะข้างๆแล้วปล่อยให้ไอเซย์นอนต่อไปเงียบๆโดยไม่ได้หันกลับมาอีก..




ซ่า .... ซ่า ....



ไอเซย์รู้สึกตัวอีกครั้ง ดูเหมือนข้างนอกจะฝนตกทำให้ภายในห้องพยาบาลดูมืดลง .... ส่วนเด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างๆเธอนั้นก็ยังคงนั่งอยู่ในท่าเดิม ดูเหมือนเธอจะไม่ได้ขยับไปไหนเลย


4) อื่นๆ(โปรดระบุ) :: ถามครบทุกข้อพร้อมกัน

หญิงสาวงัวเงียตื่นขึ้นมา มองซ้าย มองขวา แล้วจึงพบว่าตัวเองไม่ได้นอนอยู่ในห้องของตน
" เอ่อ . . . ที่นี้ที่ไหนหรือค่ะ ? . . . ว่าแต่ แล้วคุณเป็นใครหรอค่ะ . . . " เอเซย์กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ยังคงงังเงียอยู่
แล้วก็มองรอบๆห้องต่ออีกซักพักหนึ่ง
" จะว่าไปแล้วแล้ว . . . ฉันเป็นใครหรอค่ะ . . . " เด็กสาวกล่าวต่อพร้อมกับเอียงคอเล็กน้อย

ดูเหมือนเด็กสาวจะสังเกตเห็นตั้งแต่ไอเซย์เริ่มลืมตาแล้ว เธอปิดหนังสือแล้วก็หันมาตอบไอเซย์เสียงเรียบว่า

คุโจว คิริฮะ : เธอชื่อไอเซย์ เป็นนักเรียน ม.ปลายปี 1 อยู่ๆก็บ่นว่าปวดหัวแล้วสลบหน้าทิ่มข้าวผัดที่ตัวเองสั่งมาระหว่างทานข้าวกับชั้น ชั้นชื่อ คิริฮะ เป็น 1 ในเพื่อนที่แสนจะน้อยนิดที่เธอพอจะหาได้ ส่วนที่นี้คือห้องพยาบาลเวลา 6 โมงเย็น

เธอพูดออกมาโดยไม่เปลี่ยนสีหน้าสักนิดเดียว ก่อนจะถามไอเซย์กลับไปด้วยโทนเสียงเดิมว่า

คุโจว คิริฮะ : ทีนี้ ..บอกนามสกุลชั้นมาซะ ไม่งั้นเราตัดเพื่อนกันแค่นี้

1) คุโจว
2) คามากิริ
3) คิริกายะ


4) Takakuzu
" อ่าว . . . งั้นหรอ . . . ดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างนั้นสินะ " เอเซย์เหมือนจะจำได้เนื่องจากหายง่วงนอน
" ทาคาคุซึ ไง !!! " เอเซย์ตอบไปพร้อมกับแสดงความมั่นใจในคำพูดมาก
.
.
.
" ล้อเล่นนะ คุโจว ไง . . . ของแค่นี้จำได้อยู่แล้ว (มั้ง) " เอเซย์กล่าวขึ้น
"งั้นคราวนี้ ลองบอกนามสกุลชั้นมาสิ !!!"

คุโจว คิริฮะ : ยัยบ้า(ฮา)

เธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบและสีหน้าเรียบเฉย.. จากนั้นเธอก็หยิบผ้าขนหนูที่มีอุณหภูมิสูงแค่เล็กน้อย มาบิดแล้วก็วางไว้กับถังน้ำขนาดเล็กที่อยู่ข้างๆหัวเตียง

คุโจว คิริฮะ : ล้างหน้าล้างตาด้วยไอ้นั่นแล้วกัน

พูดแค่นั้นแล้วก็หันกลับไปอ่านหนังสือต่อโดยไม่ได้พูดอะไรอีก แต่ถึงยังงั้นก็ดูเหมือนเธอจะนั่งรอให้ไอเซย์จัดการธุระส่วนตัวเสร็จนะ


" ฮึก . . . " เอเซย์ถึงกับสะอึกเล็กน้อยเมื่อเจอคำตอบแบบนี้
แต่ก็ล้างหน้าล้างตาตามที่คิริฮะบอกแต่โดยดี เมื่อล้างเสร็จแล้วจึงหันมาหาหญิงสาวที่นั่งอ่านนั่งสืออยู๋
เอเซย์ลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาอยู่ข้างๆคล้ายกับรอให้หญิงสาวเดินนำเพราะตัวเธอเองไม่ได้วางแผนอะไรไว้

คิริฮะปิดหนังสือแล้วหยิบกระเป๋าขึ้นมา จากนั้นก็เดินเข้ามากอดเอวไอเซย์หลวมๆแล้วประกบหน้าผากของตนเองกับหน้าผากของไอเซย์

คุโจว คิริฮะ : .....

อยู่พักนึงแล้วก็ผละออกไป.. พร้อมพูดออกด้วยน้ำเสียงเรียบๆเหมือนเดิมว่า

คุโจว คิริฮะ : ตัวไม่ร้อน ไม่ต้องทานยาหรอกมั้ง

จากนั้นเธอก็เดินไปหยิบกระเป๋าสะพายของตนเองแล้วก็เดินนำไปทางประตูเงียบๆ


" เอ๊ะ . . . "หญิงสาวร้องขึ้นมาเมื่อจู่ๆคิริฮะพุ่งเข้ามากอดเอว พร้อมกับทำหน้าตกใจเล็กน้อยแล้วก็นิ่งไปซักพัก
เมื่อรู้สึกตัวเอเซย์ก็หยิบกระเป๋าของตนแล้วเดินตามไป
" รอด้วยสิ . . . " เอเซย์กล่าวขึ้นด้วยเสียงค่อนข้างเบา แล้วออกวิ่งเหยาะๆตามไป

-:- ศาลเจ้าตระกูลคุโจว



หลังจากที่ลงจากรถประจำทางแล้ว คิริฮะก็พาไอเซย์เดินขึ้นเนินไปอีกหน่อยเพื่อกลับไปยังที่พักอาศัย ณ.ปัจจุบัน ซึ่ง ไอเซย์นั้นหลังจากที่ย้ายมาศึกษาต่อที่คิซารากิแต่เรื่องของระยะทางมันทำให้เธอจำเป็นต้องหาที่พักที่ใกล้ๆแทนที่จะอาศัยอยู่ที่บ้านน้าของเธอตามเดิม ซึ่งตอนนี้นั้น ผู้ที่อุปการะคุณเธอไว้คือคือตระกูลคุโจวหรือก็คือ ผ.อ. ของโรงเรียนคิซารากินั่นเอง




-:- คิริฮะ Home



คิริฮะพาไอเซย์เดินอ้อมมาหลังศาลเจ้าเพื่อเข้าไปยังห้องของเธอ เนื่องจากฝนเพิ่งหยุดตกได้ไม่นานพื้นดินเลยเป็นโคลนตมชื้นแฉะ แต่ดูเหมือนคิริฮะจะย้ำไปโดยไม่ได้สนเรื่องพรรค์นั้น เธอแค่หันมามองไอเซย์เป็นระยะๆเท่านั้น

คุโจว คิริฮะ : ไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนแล้วค่อยมาทานข้าวนะ
คุโจว คิริฮะ : อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม?

คิริฮะได้ถามขึ้นขณะที่กำลังจะเปิดประตูบานเลือน เพราะที่นี้มีแค่คิริฮะกับไอเซย์อยู่แค่ 2 คนเท่านั้น พวกเธอจึงมีเวรทำอาหาร ทำความสะอาดแบ่งๆกันไป โดยวันนี้เวรทำอาหารเป็นของคิริฮะ


" ไม่ละ . . . ตามใจคิริฮะเลยแล้วกัน . . . " เอเซย์พูดขึ้น ก่อนที่จะถอดรองเท้าแล้วเข้าไปภายในบ้าน
' คิดไปคิดมา . . . ทำไมฉันถึงมาอยู่แถวๆศาลเจ้าได้เนี่ย . . . แถวนี้มันไม่ค่อยดีต่อสุขภาพตามิใช่หรือ . . . ' เอเซย์คิดขึ้นด้วยความแปลกใจราวกับพึ่งคิดขึ้นได้
เมื่อเข้ามาในตัวบ้านก็พยักหน้าให้คิริฮะเพื่อบอกเป็นนัยๆว่าจะไปอาบน้ำแล้วนะฝากด้วย แต่ด้วยความขี้เกียจเปิดปากและคิดว่าคงเข้าใจอย่างถูกต้องจึงไม่ได้พูดออกไป

คุโจว คิริฮะ : พยักหน้าทำไม? ง่วงหรือ...?

ดันได้รับคำพูดแบบไม่แยแสแถมไปกันคนละเรื่องกลับมาแทน แต่ถึงอย่างนั้นคิริฮะก็เข้าใจที่ไอเซย์จะสื่อแหละน่า(มั้ง)




-:- ไอเซย์ Room



หลังจากที่แยกกับคิริฮะ เธอก็เดินขึ้นมาเก็บข้าวของไว้ในห้องและเตรียมตัวไปอาบน้ำ..

1) เปลี่ยนชุดอย่างเดียว
2) ลงไปอาบน้ำเลย
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


2) ลงไปอาบน้ำเลย

เอเซย์เก็บข้าวของแล้วลงไปตามน้ำตามที่ได้บอก(?)กับคิริฮะ

-:- ห้องน้ำ



ไอเซย์มาถึงห้องอาบน้ำโดยสวัสดิภาพ ภายในห้องอาบน้ำมีทั้งสบู่ก้อน สบู่เหลว ยาสระผม ครีมนวดผม แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ฟองน้ำขัดตัว กระทั่งน้ำร้อนยังมีคนปรับให้เรียบร้อยแล้วด้วย ดูเหมือนคิริฮะจะมาจัดการเรื่องอุ่นน้ำร้อนให้ไอเซย์แล้วเมื่อสักครู่ ตอนนี้เธอน่าจะล้างตัวด้วยฝักบัวก่อนพอรอให้น้ำร้อนแล้วแช่นะ

1) เรียกคิริฮะมาอาบด้วยกัน
2) อาบน้ำคนเดียวตามปกติ
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


เสร็จสิ้น
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
 เจ้าของ| โพสต์ 2-11-2013 16:52:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 14-11-2013 15:56

- [ MINORI SHIRAISHI STORY ] -




ขณะที่มิโนรุกำลังคาดการณ์มั่วๆอยู่ เด็กสาวก็เงียบไป ก่อนที่มิโนรุจะได้ยินเสียงเธอดังก้องขึ้นมาในสมอง

??? : เก็บไว้.. มันอันตรายนะ

แล้วร่างของเธอก็เลือนหายไปเงียบๆทั้งอย่างนั้น



"เดียวๆ ยังคุยกันไม่จบเลย. . . ." มิโนรุพยายามเรียกเธอกลับมา แต่ดูเหมือนจะเปล่าประโยชน์

"เก็บไว้ มันอันตรายอย่างนั้นหรอ . . . . . สรุปมันคือให้เก็บหือไม่ให้เก็บกันแน่เนี้ย"
ว่าแล้วเขาก็ตัดสินใจเอารูปนั้นเสียบไว้ที่เดิม เพราะคิดว่าจะดีกว่าถ้าปล่อยไว้อย่่างนั้น

"อยากออกไปจากที่นี่เร็วๆ จัง. . . " เขาเริ่มบ่นอุบอิบก่อนที่จะเดินออกไปสำรวจนอกห้องว่าเป็นอย่างไร

-:- โถงทางเดินอาคารเรียนหลักชั้น 2

เมื่อมิโนรุเดินออกมาก็ไม่พบอะไรเป็นพิเศษ นอกจากทางเดินที่พุพังเท่านั้น... ราวกับเขาหลงเข้ามาอยู่ในโรงเรียนร้างก็ไม่มีผิด

"ดูเหมือนว่าเราจะอยู่ที่ชั้น 2 สินะ" มิโนรุพูดพร้อมกับมองออกไปที่นอกหน้าต่าง
"มันมีสถานที่แบบนี่อยู่บนโลกด้วย หรอไงเนี้ย" เขาพูดพร้อมๆกับ เสียวสันหนัง
"อยูที่แบบนี่ต่อไปนาน คงได้เป็นบ้าแน่" แล้วเขาก็ตัดสินในเดินลงไปชั้นล่าง โดยอาศัยแสงไฟจามมือถืิช่วยนำทาง

-:- บันไดทางลงชั้น 2 ~ 1

ขณะที่มิโนรุคล่ำทางมาเรื่อยๆก็พบกับบันไดทางเดินลงโดยสวัสดิ์ภาพ.. ขณะนั้นเอง

ตื้อ ~♪

เสียงโทรศัพท์ของเค้าก็ได้ดังขึ้นมา ทั้งๆที่ ที่นี้ไม่สัญญาณโทรศัพท์เลยสักนิดแท้ๆ.. เขาคิดก่อนที่จะได้หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงนักเรียน หน้าจอนั้นขึ้นไฟล์ข้อความเสียงที่ไม่ระบุชื่อผู้ส่ง ...

1) เปิดดู
2) ไว้ทีหลัง
3) ลบทิ้ง
4) อื่นๆ(โปรดระบุ)


1) เปิดดู

"ว้อด นี่ส่งโทรจิตเข้ามือถือตูมารึไงเนี้ย. . . . ." มิโนรุจ้องมองไปที่มือถือของเขา
เขามองซ้ายมองขวา ก่อนที่จะรวบรวมความกล้า

[ ชิอาวาเสะกำลังจะไปหาจ้า~★ แล้วเจอกันนะ ~~ ✟ ✟ {{{(>_<)}}} ]

ข้อความที่เหมือนถูกเขียนโดยสาวน้อย ม.ปลาย ถูกปิดทันทีที่มิโนรุอ่านจบ .. ไม่ใช่เพราะว่ามิโนรุคิดว่าไร้สาระ แต่ด้านหลังเขาตอนนี้กำลังมีกลุ่มควันสีดำทะมึนกำลังค่อยๆเคลื่อนตัวมาหาเขาอย่างช้าๆ

1) ********
2) ***************


"เฮ้ยๆๆๆ นี่มันไม่ใช้แล้วมั้งเนี้ย" มิโนรุตกใจต่อสิ่งต่อหน้าเขาอย่างมาก
เขาจึงได้
2) หนีลงไปชั้นล่าง

ตึก ตึก ตึก ตึก

มิโนรุได้ตัดสินใจที่จะวิ่งหนีลงไปทางบันไดโดยไม่เหลียวหลังกับไปมองแม้แต่น้อย ไม่ว่าใครต่อให้เป็นคนฉลาดน้อยแค่ไหนก็รู้ว่าสิ่งที่เคลื่อนเข้ามาใกล้นั่นไม่ใช่อะไรดีๆแน่ๆ .....ระหว่างที่ลงบันไดมามิโนรุก็เหลี่ยวกลับไปมองนิดนึง เพราะขึ้นชื่อว่ามนุษย์แล้วก็ต้องมาความอยากรู้อยากเห็นกันทุกคน

ฟู่...

มันยังคงตามลงมาราวกับมิโนรุเป็นแม่เหล็กคนละขั้วของมัน ลักษณะของมันไม่ต่างจากควันที่เกิดจากน้ำแข็งแห้งสักนิดเพียงแต่มันเป็นสีดำเท่านั้น

มิโนรุลงมาถึงชั้นล่างแล้วเขาก็พบว่าชั้นล่างเองก็มีแค่ผนังและพื้นที่พุพังเต็มไปหมด ..หากแต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาใส่ใจเรื่องพรรค์นั้น

1) หนีต่อไปโดยไร้จุดหมาย
2) ซ่อนในห้องสักห้อง
3) วิ่งกลับไปไฟว์


"บ้าจริง นี่มันคิดจะตามเราไปถึงไหนกันนะ" มิโนรุกล่างออกมาอย่างร้อนล้น
"จะให้วิ่งไปตลอดชาติ นี่มันก็ไม่ใช้หรอกนะ" ว่าแล้วเขาก็เริ่มมองซ้ายมองขวาหาที่หลบซ่อน

2) ซ่อนในห้องสักห้อง
"เอาก็เอา ห้องนั้นแล้วกัน" ว่าแล้วเขาก็สุ่มเข้าห้องสักห้องแถวๆนั้น วิ่งในระหว่างที่มันยังตามมาไม่ใกล้มากนั้น
"หวังว่ามันจะหาไม่เจอนะ" เขาคิดในในขณะที่ซ่อนตัวอยู่

-:- โถงทางเข้า

มิโนรุได้วิ่งสุดชีวิตและหาจังหวะหลบเข้าไปในโถงทางเข้าที่มีล็อกเกอร์เก็บรองเท้าเต็มไปหมดได้สำเร็จ หากแต่ถ้าไม่รีบหาที่ซ่อนในห้องยังไงกลุ่มควันนั้นก็จะต้องเข้ามาแน่ๆ ...

1) แอบโซนด้านซ้ายสุด
2) แอบโซนที่สองจากซ้าย
3) แอบโซนที่สองจากขวา
4) แอบโซนด้านขวาสุด
5) หาอะไรสักอย่างมาคั่นประตู
6) อื่นๆ(โปรดระบุ)


5) หาอะไรสักอย่างมาคั่นประตู
"เยียมไปเลย แถวนี่มันซ่อนง่ายสุดๆเลยเนอะ" มิโนรุพูดออกมาพร้อมเอามือกุมหน้า
แล้วเขาก็ตระหนักได้นี่ไม่ใช้เวลา มาพูดนั้นพูดนี่ เขาจึงได้วิ่งไปหาอะไรแถวนั้น มาคั่นประตูไว้

ตูม!!

จังหวะเดียวกับที่มิโนรุเอาอะไรไปขวางประตูแต่ยังไม่ทันจะไปซ่อน ประตูก็ราวกับถูกอะไรบางอย่างกระแทกอย่างรุนแรง ...แต่โชคดีที่ดูเหมือน"อะไรบางอย่าง"ที่กระแทกประตูนั้นไม่สามารถพังประตูเข้ามาได้..

ทันใดนั้นก็มีเสียงเบาๆลอยมาตามลมว่า..

??? : ถ้าเผลอ...... แกตาย......

แล้วเสียงก็เงียบไป.... รวมทั้งควันทมึนๆที่ปรากฏอยู่นอกประตูนั้นด้วย..

1) เปิดออกไปด่ากลับ
2) นั่งรอในห้องนี้เฉยๆอีกสักพัก
3) สำรวจห้อง
4) อื่นๆ(โปรดระบุ)


2) นั่งรอในห้องนี้เฉยๆอีกสักพัก

"หว่า~ จะเอาตายเลยที่เดียว" มิโนรุพูดตอบกลับไป ก่อนที่นั้งพักอยู่แถวๆนั้น

"ฟู่. . . . .เหนือยใช้เล่นนะเนี้ย" ว่าแล้วเขาก็เริ่มหญิบมือถือของเขาขึ้นมาอ่าน ข้อความนั้นอีกรอบ ระหว่างนั้งพัก

หลังจากที่มิโนรุหยิบมือถือขึ้นมาดูก็พบว่าข้อความนั้นได้หายไปแล้ว..

- ไม่มีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้นเป็นพิเศษ -

1) สำรวจห้อง
2) เปิดประตูเข้าไปในอาคารเรียนอีกครั้ง
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


1) สำรวจห้อง

"นี่มือถือ ตูมันลบข้อความเองได้ด้วยหรอเนี้ย" มิโนรุพูดพร้อมกับขนลุกเล็กน้อยก่อนที่ลุกขึ้นสำรวจบริเวณนั้นโดยรอบ

"จะเจออะไร แปลกๆอีกมั้ยเนี้ย. . . ." แล้วก็เริ่มระแวงข้างหลังตัวเองอีกครั้ง

มิโนรุได้เริ่มสำรวจห้อง แต่เท่าที่ดูแล้วมันก็ไม่น่าจะเป็นอะไรไปได้นอกจากห้องที่มีล็อกเกอร์เก็บรองเท้า และประตูที่ใช้ในการออกไปนอกโรงเรียนที่ไม่สามารถเปิดได้เท่านั้น

1) พังประตูแม่ม
2) เดินกลับเข้าไปในอาคารเรียน
3) สำรวจล็อกเกอร์อีกครั้ง
4) อื่นๆ(โปรดระบุ)


3) สำรวจล็อกเกอร์อีกครั้ง

"อืม. . . . .อุษาดูดตูลงมาขนาดนี่ มันไม่ยอมปล่อยให้เราเดินออกไปได้อย่างหน้าเฉยแน่นอน" มิโนรุคิดก่อนจะล้มเลิกความคิดที่จะออกไป

"เอาละเรามาดูดีกันกว่า ล็อกเกอร์ พวกนี่มีอะไรน่่าสนใจบ้างมั้ย" ว่าแล้วเขาก็เริ่มไล่เปิดล็อกเกอร์พวกนั้นที่ละอัน ที่ละอัน

มิโนรุได้ลองสำรวจทีละช่อง ทีละช่อง แต่สิ่งที่อยู่ข้างในมีแค่ความว่างเปล่าและฝุ่นหนาๆเท่านั้น ไม่มีแม้แต่รองเท้าสักคู่ทั้งๆที่เป็นล๊อกเกอร์เก็บรองเท้า

1) สำรวจประตูทางออก
2) สำรวจล๊อกเกอร์ให้แน่ใจอีกที
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


". . . . . . . . ." มิโนรุแอบผิดหวังเล็กน้อยที่เขาไม่เจออะไร

"อีก สักรอบหน่อยจะเป็นอะไรไป"  ว่าแล้วเขาก็เริ่มไล่เปิดล็อกเกอร์พวกนั้นที่ละอัน ที่ละอัน อีกครั้ง

*แก๊ก*

ทันทีที่มิโนรุเปิดตู้สุดท้ายก็ได้มีเสียงของบางอย่างตกลงมาที่พื้น

1) เก็บดู
2) แมลงสาบ! เหยียบแม่ม!! (?)
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


1) เก็บดู

!!!!!

มิโนรุแอบตกใจเล็กน้อย กับสิ่งตกลงมานั้น

"อะไรละเนี้ย. . . . . ."

เขาค่อยหยิบมันขึ้นมาดู



*ได้รับลูกอมรสนม

เมื่อมิโนรุได้เก็บมันขึ้นมา ปรากฏว่ามันเป็นลูกอมห่อซองเล็กๆ... ทำไมมันถึงมาอยู่ในล็อกเกอร์เก็บรองเท้าแบบนี้ได้นะ


". . . . . . . ."

มิโนรุได้แต่จ้องลูกอมนั้นพร้อมกับ ทำหน้าเซงๆ ที่เสียเวลาไปตั้งนาน

"เอาเถอะ มันอาจจะมีประโยชน์ก็ได้. . . . .มั้ง"

เขาบ่นอย่างเซงๆ ก่อนที่จะเดินไปที่ประตู แล้วค่อยๆดึงไม้ขัดอยู่ออกมา (เก็บมาด้วยถ้าได้)

"หวังว่า มันจะไปแล้วนะ. . . . ."

แล้วเขาก็ค่อยๆแง่มประตูออกไปอย่างช้าๆ เพื่อสังเกตุรอบๆอย่างเสียวๆ

ไม่มีอะไรอยู่... มิโนรุได้สังเกตเห็นว่ารอบๆนอกไม่มีกลุ่มควันน่าขยะแขยงหรืออะไรอยู่อีกแล้ว ตอนนี้เขาน่าจะรีบเผ่นหนีออกไปได้แล้วนะ?


"เอาละ เราควรจะทำอะไรต่อดีละเนี้ย"

มิโนรุยืนคนว่าเขาควรจะทำอะไรต่อไปดี

"เอาเป็นรีบหนีเจ้านั้นไปไกลๆ ก่อนดีกว่า"

ว่าแล้วเขาก็เดินไปยังทางเชื่อมของอาคาร หวังจะไปสำรวจตึกเรียนอีกตึกนั้นแทน

-:- ทางเชือมอาคารเรียนหลัก

มิโนรุเดินมาจนสุดท้ายและพอเขาเปิดประตูออกไปก็พบว่าเขาสามารถออกมานอกอาคารได้สำเร็จแล้ว! หากแต่สองข้างทางลึกเข้าไปเป็นป่ามืดถึบมาก แถมท้องฟ้ายังทำท่าเหมือนฝนจะตกอีกด้วย สุดท้ายข้างหน้ามีประตูที่แง้มอยู่ 1 บาน ดุเหมือนมิโนรุจะสามารถเข้าอาคารนั้นได้จากประตูนั้นนะ

1) เดินตรงเข้าไปเลย
2) สำรวจรอบๆก่อน
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


2) สำรวจรอบๆก่อน

มิโนรุได้มองไปรอบๆ เพือดูว่าอะไรน่าสงสัยรึเปล่า

"อ่า. . . . นี่ตูหลุดเข้ามาในที่แบบไหนกันแน่เนี้ย" เขาพูดพร้อมกับมองไปที่ป่าที่แสนน่ากลัวนั้น

รอบด้านเป็นป่าทึบหนาแน่น ดูเหมือนว่าถ้าไม่มองจากที่สูงๆละก็คงจะไม่เห็นขนาดทั้งหมดของป่าแห่งนี้แน่ๆ

*กึก*

ขณะที่มิโนรุเดินดูรอบๆทางแคบๆก็พบว่าที่พื้นหินนั้นมีรอยไหม้ไฟจางๆอยู่ด้วย.. แต่มันคงไม่มีอะไรเป็นพิเศษ..

1) เดินเข้าประตูข้างหน้า
2) เดินย้อนกลับเข้าไปในอาคาร
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


2) เดินย้อนกลับเข้าไปในอาคาร

"อืม. . . . .แถวนี่ไม่ค่อยมีอะไรเลยนะ" เขาพูดแล้วมองไปรอบๆ

"หวังว่าข้างหน้าก็ไม่มีเหมือนกันกันนะ"

แล้วเขาก็ค่อยๆแง่มประตู ข้างของเค้าอย่างช้าๆ

-:- อาคารเรียนหลักชั้น 1

??? : ว้าย!

เสียงเล็กแหลมดังออกมาแทบจะทันทีที่มิโนรุเปิดประตูกลับเข้าไปในอาคาร

- พบ ??? -


??? : ......!

หญิงสาวผมสีม่วงสวมถุงมือสีดำ ..นั่นเป็นสิ่งที่เข้าสายตาของมิโนรุเป็นอย่างแรก และอย่างที่สองก็คือเธอกำลังเงื้อมมือขึ้นสูงราวกับกำลังจะฟาดอะไรลงมา!!

1) หลบ!!
2) ใช้ท่ารับประกบดาบ(?)
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


2) ใช้ท่ารับประกบดาบ(?)

"ว้อด!!!!!!!"

มิโนรุตกใจกับสิ่งที่เขาพบเจอเป็นอย่างมาก รวมถึงการกระทำนั้นด้วย

"บ้าจริงแบบนี่คงหลบไม่ทันแล้ว!!!"

เขาจริงตัดสินใจใช้ท่าในตำนาน'รับประกบดาบจากสาวสวย'

??? : รับได้งั้นหรือ!? งั้นก็คนสินะ!

เธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราวกับโล่งอก จากนั้นก็ลดท่อนไม้ที่อยู่ที่มือลง.. ดูเหมือนสิ่งที่ฟาดมิโนรุสักครู่จะเป็นท่อนไม้บางๆ

??? : ......

เธอทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วก็มองมิโนรุที่กำลังตกใจอยู่อย่างพิจารณา

??? : ไม่สิ.. อาจจะโดนผีสิงก็ได้..

แล้วเงือมมือขึ้นอีกรอบ


"เดียวๆๆ"

มิโนรุกล่าวห้ามเธอขึ้นเพื่อไม่ลงมือซ้ำสอง

"ไอ้คนที่เทียว บอกชาวบ้านว่าเป็นผีแล้วเอาไม้ไล่ฟาด นี่มันเหมือนผี่กว่าอีกไม่ใช้หรอ!!!"

เขาตอบกลับตามความคิดแรกที่มีขึ้นมา

"หรือว่า. . . อาจจะโดนผีสิงก็ได้. . . "

แล้วเขาก็พูดต่อเชิงล้อเลียนนิดๆ

เด็กสาวได้อึ้งไปกับคำตอบของมิโนรุก่อนที่จะทำหน้าตายถามมิโนรุโดยที่ยังคงค้างท่อนไม้อยู่ว่า

??? : ผีบ้านเธอเค้าเอาท่อนไม้ฟาดหัวเหรอ..

โดนย้อนกลับมาซะงั้น แต่เธอก็ลดไม้ลงดีๆแล้วบอกต่อว่า

??? : แต่ก็ไม่มีผีที่ไหนเอามือรับท่อนไม้ด้วยเหมือนกันนี่นะ..
??? : ขอโทษด้วย

เด็กสาวโค้งหัวเล็กๆแต่สีหน้าของเธอก็ยังตายอยู่เหมือนเดิม


"จริงๆแล้วถา้เปรียนจากไม้นั้นเป๋ฃ็นอะไรที่ดูน่ากลัวกว่านี่ก็ดู เป็นผีจริงๆและนะ"

ดูเหมือนมิโนรุจะพยายามตอบคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบนั้น

"เอาเถอะ เวลาแบบนี่เจออะไรก็คงฟาดก่อนก็ไม่แปลกนักหรอกนะ"

"เรา ชิราอิ ชิราอิ มิโนรุนะ จากนีไปก็คงจะต้องหาทางออกจากที่นี่. . . . .ถ้ามันมีละนะ"

เด็กสาวมองการกระทำของมิโนรุด้วยสายตาแปลกใจเล็กน้อย จากนั้นเธอก็พูดออกมาด้วยสำเนียงเรียบๆต่อว่า

เคียวโกะ : ชั้นชื่อเคียวโกะ

แล้วเธอก็เดินผ่านมิโนรุไปแล้วพูดโดยไม่หันกลับมามองว่า

เคียวโกะ : ที่นี้ไม่มีทางออกหรอกนะ
เคียวโกะ : ทั้งประตู หน้าต่าง ไม่มีบานไหนในโรงเรียนนี้ที่เปิดออกได้

เธอเดินผ่านไปด้วยฝีเท้าไม่ช้าไม่เร็ว ดูเหมือนเธอจะรู้เรื่องโรงเรียนนี้พอสมควรนะ?


"หืม. . . .ดูเหมือนเธอจะรู้อะไรเกียวกับที่นี่เยอะดีนะ" เขาพูดกลับไป พร้อมๆกับเดินตามไป

"แล้วตอนนี่เธอคิดจะทำยังไงต่อดีละ" มิโนรุเริ่มสอบถามความเห็นของเธอ

"มันดูไร้จุดจบจริงๆ. . . .นอกจากเราจะตายอะนะ"

เคียวโกะ : ......

เคียวโกะไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ..เธอเดินนำมิโนรุเข้าไปในอาคารอีกด้าน

-:- โถงทางเข้า (อาคารเรียนย่อย ชั้น1)

เมื่อทั้งสองเดินเข้ามาด้านในก็พบว่า มันเป็นที่ที่พุพังเช่นเดียวกับอาคารเมื่อสักครู่ หากแต่โถงนี้นั้นมีแค่บันไดทางขึ้นกับเส้นทางขาดที่มีตู้(?)ล้มเป็นทางให้เหยียบผ่านไปได้เท่านั้น

เคียวโกะ : มิโนรุคุง... เธอคิดว่าขึ้นที่สูง กับลงที่ต่ำ อย่างไหนดีกว่ากัน

เด็กสาวผมม่วงอ่อนเท้าคางแล้วพูดขึ้นมาลอยๆ..

1) ขึ้นที่สูง
2) ลงที่ต่ำ
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


1) ขึ้นที่สูง

"สูงๆ น่าจะดีกว่าตำๆและนะ" เขาตอบคำถามไปตามตรง

"ว่าแต่จะถามไปทำละเนี้ย" มิโนรุจับประเด็นไม่ค่อยจะได้มานัก

"ไม่ว่าจะตึกไหนก็พังๆ เหมือนๆกันหมด นี่เราอยู่บนโลกจริงๆหรอเนี้ย. . . ."

เคียวโกะ : นั่นสินะ...

เคียวโกะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงโทนเดิม จากนั้นเธอก็เดินนำไปตามทางขาดที่มีตู้ล้มเป็นสะพานให้อยู่ แล้วก็หันมามองมิโนรุช้าๆ..

เคียวโกะ : ...เชิญเลย

ดูเหมือนเธออยากให้มิโนรุทดสอบดูว่ามันจะไม่พังลงไปด้านล่าง..


ขึ้นใหม่ครับ
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
 เจ้าของ| โพสต์ 3-11-2013 23:57:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 9-11-2013 18:47

- [ ZADORI SHIROYUKI STORY ] -




??? : ........

ดูเหมือนชายตรงหน้าจะหมดสติไปทั้งๆอย่างนั้น..

1) พาเข้ามาหลบฝนที่ทางเชือม
2) ลากเข้าไปในประตูที่ชายคนนี้วิ่งมาเมื่อกี้
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


เลือกข้อ 1) พาเข้ามาหลบฝนที่ทางเชื่อม
-----------------------
หลังจากซะโดริได้พาชายหนุ่มปริศนาเข้ามาหลบฝนแล้วก็พยายามจุดไฟต่อจนกองไฟติด
    "ท่าทางคงจะไม่เป็นไรสินะ.."ซะโดริคิดในใจพร้อมกับนั่งจ้องมองชายหนุ่มโดยไม่ละสายตา

??? : อย่าเข้าม๊าาา!!

ไม่นานนัก ชายหนุ่มก็สะดุ้งตัวตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าสุดหวี้ด ซะโดริเห็นว่าเหงือกาฬได้ไหลทั่วใบหน้าของคนๆนี้อย่างชัดเจนราวกับเขาเพิ่งเห็นฝันร้ายมา..

??? : ...หือ

ดูเหมือนเข้าจะรุ้สึกตัวว่าไม่ใช่เขาคนเดียวที่อยู่ที่นี้ ชายหนุ่มได้ค่อยๆหันมาจนเห็นซะโดริ แล้ววินาทีนั้นเข้าก็รีบถอยจนแทบจะตกไปข้างทางอีกรอบด้วยสีหน้าหวาดผวา

??? : เธอ...เธอเป็นใคร!!?

เขาพูดเสียงดังจนดูคล้ายตะโกน สายตาที่เขามองซะโดรินั้นราวกับมองเห็นสิ่งน่ากลัวก็มิปาน

1) เป็นคนน่ะสิ
2) แล้วนายละเป็นใคร?
3) ที่นี้ที่ไหน
4) อื่นๆ(โปรดระบุ)


เลือกข้อ 4) แนะนำตัว
-----------------------
    "ซะโดริ...ชิโระยูกิ ซะโดริ"ซะโดริแนะนำตัวพร้อมกับมองชายหนุ่มด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
ซะโดริค่อยๆคลานเข้าไปดูชายหนุ่มใกล้ๆพร้อมกับยื่นมือไปโอบสัมผัสที่ใบหน้าชายหนุ่มราวกับว่าไม่ได้เจอมนุษย์จริงๆมานาน

??? : ว..เหวอ!!

ชายหนุ่มได้เผลอปัดมือของซะโดริทิ้ง ก่อนที่จะสะดุ้งตัวขึ้นมาว่าเผลอทำเรื่องเสียมารยาทเข้าแล้ว

??? : ข..ขอโทษ

จากนั้นไม่นานชายหนุ่มก็ได้สะดุ้งตัวขึ้นมาอีกแล้วหันไปทางประตูที่ตนเองวิ่งออกมาเมื่อกี้อย่างหวาดๆจากนั้นก็หันหน้ากลับไปถามซะโดริด้วยน้ำเสียงที่ดังจนคล้ายกับตะโกน

??? : ผ...ผู้ชายถือค้อนคนเมื่อกี้ละ!?


    "ไม่ได้ตามมา"ซะโดริตอบไปด้วยคำพูดตรงๆ
หลังจากนั้นซะโดริก็มานั่งพิงก่อนไฟเพื่อให้ราวกายอบอุ่น
    "มานั่งด้วยกันมั้ย?"ซะโดริบอกกล่าวให้ชายหนุ่มเข้ามานั่งพิงข้างๆกองไฟด้วยกัน
    "ชายถือค้อนงั้นหรอ?...จะบอกว่าแปลกก็ไม่เชิง เพราะเรื่องแบบนี้มันค่อนข้างจะกลายเป็นเรื่องปกติหลังจากที่เจออะไรแปลกๆมาทั้งวัน.."ซะโดริคิดในใจ
ซะโดรินั่งชันเข่าพร้อมกับกอดเข่าเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น

??? : .......

ชายหนุ่มมองซะโดริด้วยสายตาไม่ค่อยเชื่อถือเท่าไหร่ เพราะคนปกติถ้าเห็นไอ้ตัวแบบนั้นมันไม่มีใครทนนิ่งอยู่แบบนี้ได้หรอก.. ชายหนุ่มลุกขึ้นเพื่อปัดเศษต่างๆบนตัวออกเล็กน้อยก่อนจะเข้ามานั่งตรงข้ามกับซะโดริแล้วพูดว่า

??? : ..ไม่เป็นไร ผมขอนั่งแถวนี้ดีกว่า..
ชิโนโนเมะ นัตซึ : อ่า เรียกผมว่านัตซึก็ได้..

ชายหนุ่มได้นั่งท่าขัดสมาธิพลางทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยม คงเพราะเจอเรื่องสุดหวี้ดมาเขาเลยยังไม่มีอารมณ์จะปริปากพูดอะไรเลย..

1) ถามถึงเรื่องชายถือค้อน
2) ถามถึงเรื่องสถานที่แถวนี้
3) อื่นๆโปรดระบุ


เลือกข้อ 3) เผลอหลับ
-----------------------
    "รู้สึกง่วงยังไงไม่รู้"ซะโดริคิดใจใจพร้อมกับกำลังจะพลอยหลับ
    "พักสายตาสักหน่อย..คงจะไม่เป็นไรหรอก"ซะโดริคิดในใจพร้อมกับค่อยๆหลับตาจนสนิท
    "โอยะซึมิ..นะไซ"
ซะโดริได้เผลอหลับไปจากความเหนื่อยล้าที่ได้เจอมาทั้งวัน

ซะโดริค่อยๆโงนเงนตัวลงจนพล่อยหลับไปในที่สุด..



ซ่า... ซ่า...

เสียงฝนยังคงไม่หยุดลงง่ายๆ... หากแต่มีสิ่งนึงที่แปลกไป นั้คือเสียงฝนนั้นไม่ได้อยู่ข้างๆหูของเธอเหมือนเดิมแล้ว หากแต่ราวกับมันอยู่ห่างไกลออกไป.... ถ้าจะให้พูดเป็นนามธรรมก็คือ... ราวกับเธอกำลังนอนอยู่ในตัวอาคารหรือสิ่งก่อสร้างก็ไม่มีผิด แถมในที่ๆเธออยู่ยังส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาอีกด้วย..

-:- ห้อง???



ครืด... ครืด...

ซะโดริต้องเบิงตาโพล่งขึ้นมา เพราะสิ่งที่อยู่ชัดเจนในสายตาของเธอตอนนี้คือซากศพ! ราวกับเธอกำลังอยู่ในห้องทรมาณก็ไม่มีผิด แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือร่างกายของเธอทั้งสองมือสองเท้าและที่คอของเธอกำลังถูกขึงติดอยู่กับเตียงไม้ด้วยกุญแจมือขนาดเล็กอีกด้วย!!

ครืด... ครืด...

นอกจากเสียงฝนเบาๆแล้วเธอยังได้ยินเสียงเหมือนใครกำลังลากของใหญ่ๆหนักๆเข้ามาใกล้เรื่อยๆในความเงียบด้านล่างของเธอโดยที่เธอไม่สามารถลุกขึ้นไปมองได้..

1) พยายามขยับตัวให้หลุดจากพันธนาการ
2) ส่งเสียงร้องเรียกของความช่วยเหลือ
3) หลับตานอนนิ่งๆ
4) อื่นๆ(โปรดระบุ)


เลือกข้อ 4) ช็อคกับเหตุการณ์
-----------------------
    "นิ!..นิมันอะไรกันน่ะ!"ซะโดริพยายามดิ้นและตกใจกับเหตุการณ์
    "ปล่อยนะ! ปล่อยเดี๋ยวนี้!"ซะโดริตะโกนออกไปด้วยความตกใจ
    "ฮึก...ปะ..ปวดหัว!"ซะโดริหยุดนิ่งด้วยอาการปวดหัวฉับพลัน
    "แย่แน่!...แย่แน่ๆ!"
    "ฮึก...อร๊างงงงง!"
ซะโดริส่งเสียงร้องดังลั่นพร้อมกับน้ำตาไหล เพราะความเจ็บปวดจากอาการปวดหัวอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับพยายามจะเอามือกุมหัวแต่มือทั้ง 2 ข้างกับติดพันธนาการอยู่ หลังจากนั้นไม่นานซะโดริก็สลบไป

ผวัะ!

กร๊อกกก!!?


??? : กรี้ดดดดดดดดดด!!!

เสียงอะไรบางอย่างแตกหัก ทำให้ซะโดริลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง หากแต่เธอเคลือนไหวคอได้ไม่สะดวกนักจึงทำให้เห็นแค่นิดหน่อยและภาพที่เธอเห็นก็คือ..



??? : เจ็บจังเลย..  ฮึก...ฮืออ...

ตูม!

??? : กรี้ดดดดดดดดดดดดดด!! อ๊าาาาาาา!! อาาา.... ฮึก... ม..มาม๊า.....!!...

ภาพที่ซะโดริเห็นคือชายคนนึงกำลังค่อยๆกระหน่ำค้อนปอนด์ใส่ร่างกายของเด็กสาวที่นอนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเธอเท่าใดนัก... และเด็กสาวคนนั้นก็ถูกตรึงเช่นเดียวกับซะโดริพลางร้องไห้และยังไอค่อกแค่กจนน่าเวทนา รวททั้งขาทั้งสองข้างที่เละเทะจนไม่เหลือรูปเค้าเดิมแล้ว..

ตึก..

ชายคนนั้นค่อยๆได้ขึ้นมาคร่อมตัวเด็กสาวพร้อมๆกับถือคีมในมือไว้

??? : ไม่...ไม่เอานะ... ไม่นะ ไม่นะ!! ขอร้องละค่ะ!! อย่า.... ไม่ ม่ายยยยยยยยยยยยย!!!



*คริก...*

??? : อุ... อู.... อ๊อก...

*คริก..คริก....*

??? : คั่ก.... ค่อก..... อ......

1) ตะโกนห้าม!!
2) มองดูต่อไป
3 รีบขยับตัวออกจากเตียงนี้อีกครั้ง


เลือกข้อ 3) รีบขยับตัวออกจากเตียงนี้อีกครั้ง
-----------------------
    "อย่าให้หลุดไปได้นะ..จะแก้แค้น..ให้เด็กสาวคนนั้นให้ได้"ซะโดริคิดในใจด้วยความโกรธแค้นพลางขยับตัวให้หลุดจากพันธนาการ
    "หลุดสักทีสิ!"ซะโดริคิดในใจพร้อมกับพยายามขยับตัวดิ้นให้หลุด
    "ไม่ไหว..ทำยังไงก็ดิ้นไม่หลุดหรอก"ซะโดริพยายามอยู่นิ่งๆและคิดหาวิธีอื่นๆ
    "ถ้าแกล้งตายอีกก็คงไม่ได้ผลกับเจ้านี่แน่ ดูจากสภาพตายไม่ตายก็โดนชำแหละอยู่ดี.."
    "ทำยังไงดี..ทำยังไงดี.."ซะโดริพูดในใจพร้อมกับพยายามหาวิธีหลุดจากพันธนาการ

ซะโดริพยายามขยับแขนขาจนมีเสียงดัง กึง กึง ออกมา แต่นั้นไม่ทำให้พันธนาการขยับแม้แต่น้อยซ้ำร้ายแขนและขาของเธอยังมีเลือดซิบๆไหลออกมาอีกต่างหาก

*แควก*

เสียงแปลกประหลาดดังออกมาเบาๆ เพราะกับเม็ดเลือดหยดเล็กๆมากระทบแก้มของซะโดริ

??? : ....ค .......... .............

ดูเหมือนเด็กสาวจะแน่นิ่งไปแล้ว ชายหนุ่มนั้นเดินลงจากตัวเด็กสาวด้วยท่าทางตาลอยและอ้าปากค้างราวกับคนไม่มีสติ เดินเข้ามาทางซะโดริพร้อมถือแฉลงบนมือ จากนั้นก็จับปากของซะโดริอ้าขึ้นราวกับจะเอาคีมในมือนั้นมาตัดลิ้นของเธอ!! หากแต่ว่า..

??? : คุณซะโดริ!!




-:- อาคารเรียนหลักชั้น 1

ซะโดริลืมตาโพล่งขึ้นมา ..สิ่งที่อยู่ในสายตาของเธอคือชายหนุ่มที่ชื่อว่านัตซึกำลังตะโกนหน้าซีดอยู่ข้างๆเธอ ..

ชิโนโนเมะ นัตซึ : ป..เป็นอะไรไป อยู่ๆก็ครางซะลั่น

เมื่อซะโดริลุกขึ้นมาก็พบว่าเธอไม่ได้อยู่ที่ทางเชือมอาคารหลักแล้วหากแต่อยู่ในทางเดินพุพังที่มืดๆราวกับเธอเข้ามาในตัวอาคารแล้ว

ชิโนโนเมะ นัตซึ : ผ..ผมเปล่าทำอะไรไม่ดีสักนิดนะ!! แค่พาคุณเข้ามาข้างในเฉยๆ!!

เมื่อซะโดริมองไปรอบๆจนมาจบที่สายตาของนัตซึเค้าก็ได้พูดออกมาอย่างร้อนตัว เพราะเค้าเป็นคนลากซะโดริที่อยู่ๆก็ล้มตัวลงนอนที่อาคารเชือมโดยไม่ฟังเรื่องราวจากเขาเลย ส่วนตัวเค้าเองจะทิ้งสาวน้อยให้นั่งไว้ในที่ๆอาจจะมีชายถือค้อนมาพบไว้อย่างนั้นมโนธรรมมันก็เจ็บจี้ดเช่นกัน.. ทั้งๆที่เค้าเองก็กลัวจนตัวสั่นแท้ๆ


ซะโดริจ้องเข้าไปที่นัยต์ตาของนัตซึด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ และได้ถามออกไปว่า
    "มีไฟฉ่ายรึเปล่า?"ซะโดริยืนมองรอคำตอบจากนัตซึในลักษณะเหมือนไม่ได้คิดอะไรกับการโดนพาเข้ามาในอาคาร

ชิโนโนเมะ นัตซึ : ห..ห๊า.. ไฟฉายหรือ? ไม่มีหรอก..

นัตซึมองอาการของซะโดริด้วยสายตามึนงงเข้าไปอีก เพราะเค้าไม่รู้ว่าซะโดริคิดอะไรอยู่ในสายตาที่ว่างเปล่านั้น..

ชิโนโนเมะ นัตซึ : แล้ว.. ทีนี้จะเอาไงต่อ

นัตซึถามขึ้นพลางลุกขึ้นถอยห่างออกจากซะโดริเล็กน้อยแล้วเกาหัวตนเอง

1) ไม่รู้สิ
2) ถามเกี่ยวกับที่นี้
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


เลือกข้อ 3) หาที่ปลอดภัย
-----------------------
    "ก่อนอื่นเราควรหาที่มันปลอดภัยกว่านี้ดีกว่า"ซะโดริพูดกับนัตซึ
    "หลังจากนั้นค่อยคิดกันอีกที"
หลังจากซะโดริพูดจบก็คว้ามือนัตซึแล้วพาเดินไปหาที่หลบจากสิ่งเลวร้ายที่เธอคิดว่าอาจจะต้องเจอและไม่ปลอดภัยแน่นอน

ชิโนโนเมะ นัตซึ : ห..เหยยย

นัตซึได้เผลอทำสีหน้าเป๋อๆออกมา พลางโดนซะโดริดึงไปตามแรงอย่างง่ายๆ

-:- บันไดทางขึ้นชั้น 1~2

ซะโดริได้พา(ลาก)นัตซึมาจนสุดทางซึ่งทั้งสองก็ได้พบบันไดทางขึ้นแต่ตอนนั้นเอง

??? : กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!

ชิโนโนเมะ นัตซึ : ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกก!!!!

บนชั้นบันไดได้มีเสียงเด็กผู้หญิงกรี้ดร้องและในจังหวะเดียวกันนัตซึเองก็ได้เผลอตะโกนออกมาเพราะตกใจเสียงอีกด้วย

1) รีบขึ้นบันไดไปดู!!(คนเดียว)
2) รีบขึ้นบันไดไปดู!!(ลากนัตซึไปด้วย)
3) ไม่สนใจแล้วหนีออกจากบริเวณนั้น
4) อื่นๆ(โปรดระบุ)


เลือกข้อ 4) เอามืออุดปากนัตซึแล้ววิ่งหาทางเข้าไปหลบในห้อง
-----------------------
   "ชู่ว..เงียบไว้นะแล้วตามมา"ซะโดริกระซิบข้างหูนัตซึเบาๆ

ชิโนโนเมะ นัตซึ : อุ้! อ้อ้อ้อ้

นัตซึถูกจับหุบปาก แต่น่าแปลกผิดปกติที่เขาสู้แรงของหญิงสาวไม่ได้! เลยถูกลากเข้าประตูแถวๆนั้นตามระเบียบ

-:- โถงทางเข้า

เมื่อเข้ามาหลบในโถงทางเข้านี่แล้ว นัตซึก็ดิ้นหลุดออกมาจนได้ จากนั้นเขาก็ตะโกน(เสียงค่อย)ออกมาว่า

??? : ทำบ้าอะไรของเธอน่ะ!!(เสียงค่อย)
??? : เมื่อ...เมื่อกี้ จะต้องมีคนเดือดร้อนอยู่ไม่ใช่เรอะไง!!(เสียงค่อย+เสียงสั่น)

1) ไม่สนใจนัตซึ
2) อื่นๆ(โปรดระบุ)


   "ที่แบบนี้น่ะจะมีสักกี่คนที่เข้ามาแล้วได้ออกไป ลำพังตัวเราเองจะไม่รอดกัน"ซะโดริพูดพร้อมกับจ้องมองเข้าไปนัยต์ตาของนัตซึ
   "ลองคิดกลับกันสิ ถ้ามันเป็นกับดักล่ะ?"
   "ขนาดได้ยินเสียงแบบนั้นยังร้องเสียงหลงเหมือนผู้หญิงเลย จะไปช่วยเค้าได้ยังไงกัน?"ซะโดริพูดพร้อมกับมองดูสถานการณ์ว่าปลอดภัยรึยัง
ซะโดริหันมาพร้อมกับมองนัตซึด้วยความจริงจัง
   "และก็นะ...สิ่งที่เหนือธรรมชาติที่จ้องจะทำร้ายมนุษย์น่ะ ชอบเอากับดักพรรณนี้ล่ะมาล่อเรา"
   "และยิ่งถ้าเป็นยัยนั้น...ก็คงกลายเป็นเรื่องสนุกกับเรื่องพรรณนั้น.."ซะโดริพูดออกมาเบาๆเหมือนมองพระจันทร์เต็มดวงพร้อมกับนึกเกี่ยวกับซะดายะ
   "ถ้านัตซึเป็นอะไรไป...เราก็ไม่เหลือใครอีกแล้ว.."
พอซะโดริพูดเสร็จก็นั่งลงกอดเข่าอยู่กับพื้น

ชิโนโนเมะ นัตซึ : .........

นัตซึยังคงไม่เข้าใจคำพูดของซะโดริ เขาจึงเงียบไป.. ส่วนนึงก็ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจเพราะตัวเค้าเองก็พลัดหลงกับเพื่อนด้วยเหตุการณ์บางอย่าง.. แต่ถึงยังงั้นการได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือแล้วทำเป็นเมินนั้นก็ทำให้เค้ารู้สึกผิดอยู่ดี... ขาที่จะวิ่งออกไปก็พลันก้าวไม่ออก

หลังจากที่เงียบกันอยู่สักพัก นัตซึก็กัดฟันพูดออกมาว่า

ชิโนโนเมะ นัตซึ : ขอโทษนะ..
ชิโนโนเมะ นัตซึ : ถึงจะไม่รู้ว่านี่เป็นรายการล้อกันเล่นหรืออะไรก็ตาม แต่ใครจะไปเมินเสียงของคนที่กำลังเดือดร้อนได้เล่า!!

ท้ายๆประโยคเสียงของเค้าเร่งขึ้นราวกับจะตะโกน

ชิโนโนเมะ นัตซึ : คุณซะโดริรออยู่ตรงนี้แหละ ผมจะไปดูเองคนเดียว!!

จากนั้นนัตซึก็เปิดประตูวิ่งออกไป


ซะโดริรีบคว้ามือของนัตซึพร้อมกับพูดว่า
   "ยะ..อย่าทิ้งไว้คนเดียว"ซะโดริเปลี่ยนมาดึงชายเสื้อของนัตสึพร้อมกับก้มหน้าลง
   "นัตซึจะไปก็ได้..แต่อย่าทิ้งไว้คนเดียวนะ.."ซะโดริพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเหมือนลูกแมว

พอโดนเรียกชื่อจริงเข้านัตซึจึงลังเลนิดหน่อย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า

ชิโนโนเมะ นัตซึ : ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมกลับมา! ผมมั่นใจในฝีเท้าอยู่!!

เขาหัวเราะแห้งๆ แล้ววิ่งออกไป..ถ้าจะให้ถูกต้องวิ่งเข้าไปในอาคารต่างหาก เพราะจุดที่ซะโดริอยู่ตอนนี้คือ โถงทางเข้าที่มีล๊อกเกอร์รองเท้าเต็มไปหมด

1) ตามไป!
2) รอเฉยๆ
3) สำรวจห้อง
4) อื่นๆ(โปรดระบุ)


เลือกข้อ 1) ตามไป!
-----------------------
    "ขืนปล่อยไปคนเดียวได้ตายแน่ๆเลย"ซะโดริคิดในใจพร้อมกับรีบวิ่่งตามนัตซึไปติดๆ
    "ถ้าเป็นยัยนั้นก็คงช่วยได้แน่อยู่หรอก...แต่คนรอบๆจะโดนทำร้ายไปด้วยรึเปล่าเนี้ยสิ"
ซะโดริรีบวิ่งตามนัตซึไปติดๆโดยไม่ลังเล

ขึ้นใหม่จ้า
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
 เจ้าของ| โพสต์ 6-11-2013 00:04:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 13-11-2013 23:35

- [ HARUNA MASHIDA STORY ] -




- พบ ??? -


ดวงไฟสีซีดกำลังลอยอยู่ตรงหน้าของฮารุนะ ... พร้อมมีเสียงลอยตามลมมาอีกครั้งว่า

??? : ทิ้ง... อ๊อก.. มันไปซะ... อย่างน้อย.. แค่ก! ....ก็อาจจะไม่ทรมาณเท่า...
??? : ช่าง.... น่าสงสาร จะมีอีกสักกี่ชีวิต ... แค่ก ที่ต้องมาพบเรื่องแบบนี้กัน...

มันได้กล่าวออกมาอย่างเศร้าๆแบบที่ฮารุนะเองก็จับใจความว่าอะไรเป็นอะไรไม่ถูก จากนั้นมันก็เงียบไป...


ฮารุนะตกใจกับสิ่งที่เห็นเล็กน้อยและพยายามข่มอารมณ์นั้นไว้ เธอเชื่อว่าเสียงนั่นต้องมาจากสิ่งนี้เป็นแน่ แต่เธอไม่รู้ว่าหวังดีหรือหวังร้าย

"เธอเป็นใคร แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเธอ?" ฮารุนะรวบรวมความกล้าแล้วถามดวงไฟสีฟ้าดวงนั้น

??? : ............ชั้น.....

เสียงนั้นได้เงียบลงพร้อมกับร่างของไฟสีฟ้าที่จางลงจนหายไป .. ไม่มีแม้แต่เสียงไอหรือเสียงหายใจ.. ในขณะที่เวลาผ่านไปครู่นึงจนฮารุนะคิดว่าอาจจะหูฟาดไปแล้วนั่น ก็มีเสียงลอยออกมาพร้อมกับไฟสีฟ้าดวงนี้ผุดออกมาอยู่ที่เดิมในตำแหน่งเชือกผูกคออีกครั้ง

??? : เรื่องของ.. ค.. ชั้นช่างมันเถอะ
??? : เธอกำลังตามหาเพื่อนอยู่สินะ...

มันได้พูดออกมาเบาๆ แต่น้ำเสียงนั้นฟังดูเศร้าสร้อยจนฮารุนะสัมผัสได้

??? : ถึงจะอยากบอกว่า... ขอให้เจอเพื่อนคนนั้นเร็วๆแต่ว่า..
??? : อาจจะไม่มีหวัง ....ก็ได้


"หมายความว่ายังไงที่ว่าไม่มีหวัง เกิดอะไรขึ้นกับมาโกะ แล้วเธอเป็นใครกันแน่ แล้วที่นี่มันที่ไหน?" ฮารุนะรัวคำถามใส่ดวงไฟสีฟ้าในคราวเดียว

"เธอรู้ใช่ไม๊ว่ามาโกะอยู่ที่ไหน?" ฮารุนะถามอีกครั้งอย่างมีหวัง ขอแค่มาโกะปลอดภัยเธอก็จะไปหามาโกะทันที แต่ตอนนี้เธอไม่รู้อะไรเลย เธอหวังเพียงว่าสิ่งที่เธอกำลังสนทนาด้วยตอนนี้จะพอช่วยอะไรเธอได้บ้าง

??? : เพื่อนของเธอชื่อมาโกะ....หรอกหรือ
??? : ขอโทษนะ... แต่ชั้น ...ไม่รู้จักคนชื่อนั้นหรอก..

เสียงที่ออกมาจากไฟสีฟ้าได้ตอบฮารุนะอย่างเศร้าๆ.. ก่อนจะพูดต่อว่า

??? : ที่นี้... คือคุก ที่เรียกว่า ..โรงเรียนเท็นชิน สถานที่ๆเป็นมิติปิดตายจากโลกภายนอก... เพื่อนของเธอ..อาจจะอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้....ทว่า...อาจจะอยู่คนละมิติ
??? : ชั้นเอง...ก็ตายโดยที่.... ไม่ได้เจอ..เพื่อนของชั้นอีกเลย

จากนั้นดูเหมือนเสียงของไฟสีฟ้าด้านหน้านั้นเหมือนกับกำลังจะร้องไห้ ฮารุนะมั่นใจได้เป็นที่แน่นอนแล้วว่าสิ่งที่อยู่หน้าเธอตอนนี้คือดวงวิญญาณของจริงไม่ใช่รายการล้อกันเล่น

1) ปลอบใจ(ระบุเอง)
2) ถามเกี่ยวกับมิติอะไรนั่น
3) ถามถึงเรื่องของวิญญาณสีฟ้าตนนี้
4) อื่นๆ(โปรดระบุ)


[เลือกข้อ 1]

เมื่อฮารุนะได้ฟังดวงวิญญาณดวงนั้นตอบกลับพาลทำให้เธอรู้สึกสงสารดวงวิญญาณดวงนั้นจับใจ

"เธอติดอยู่ในนี้มานานแล้วหรอ?....มันอาจจะมีทางที่ทำให้เธอหลุดพ้นจากที่นี่ ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอีก ไม่ว่าจะเป็นเธอและเพื่อนของเธอ มาโกะ หรือแม้แต่ตัวฉันเอง ฉันเชื่อว่ามันต้องมีทางออกแน่นอน ถ้าเราออกไปจากที่นี่ได้ เธอและฉันก็จะได้พบเพื่อน" ฮารุนะที่ไม่เคยปลอบใจใครมาก่อนพยายามพูดปลอบดวงวิญญาณที่อยู่ตรงหน้า เธอไม่รู้ว่ามันจะได้ผลมากน้อยเพียงใดแต่หากว่ามันให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้างก็ยังดี

??? : ........เธอ

พอฮารุนะพูดจบแทนที่ดวงวิญญาณสีฟ้าจะหยุดร้องไห้เธอกลับสะอึกสะอื้นหนักกว่าเดิม

??? : ขอบคุณ....ข...อบคุณนะ...

ดูเหมือนว่าสิ่งที่ฮารุนะพูดนั้นจะทำให้ดวงวิญญาณตนนี้นั้นสบายใจขึ้นมากกับการที่ต้องติดอยู่ในห้องน้ำพรรค์นี้มาตลอด ทั้งหายใจไม่ออก ทั้งไม่มีใคร....

??? : .....ชั้นไม่อย.. ากให้เธอเจอเรื่องร้ายๆเลย.........เธอเหมือนเพื่อนสนิทของชั้นเลย........ ดีใจจังที่ได้เจอเธอ
??? : แค่นี้ชั้น....น่าจะยังไม่เป็นไร..

*แก๊ก*

เสียงสิ่งของบางอย่างตกลงที่พื้น แต่เสียงวิญญาณก็แทรกขึ้นมาก่อนที่ฮารุนะจะหันลงไปมอง

??? : ชั้นอยากให้เธอรีบไปจากที่นี้.....
??? : กรุณาเก็บสิ่งนั้นไว้...
??? : ขอให้เธอได้เจอเพื่อน .......และห้ามอยู่ห่างจากเพื่อนของเธอเด็ดขาด........
??? : รีบไปเถอะ...
??? : ชั้นยังไม่อยากรั้งตัวเธอไว้...

วิญญาณได้พูดแค่นั้นก็เงียบหายไป รวมทั้งร่างของเธอเองก็หายไปด้วย ตอนนี้มีเพียงฮารุนะที่อยู่ในห้องน้ำมืดๆทึบๆแห่งนี้คนเดียวแล้ว..

1) เก็บสิ่งของนั้นขึ้นมา
2) บอกลาวิญญาณแล้วออกจากที่นี้(ไม่เก็บ)
3) พูดคุยกับวิญญาณอีกเล็กน้อย
4) อื่นๆ(โปรดระบุ)


[เลือกข้อ 1]

ฮารุนะเก็บของสิ่งนั้นขึ้นมา "นี่มันคืออะไร?" ฮารุนะเอ่ยกับตัวเองเบา เพราะตอนนี้เหลือเพียงแค่เธอคนเดียวที่ยืนอยู่ตรงนี้ ดวงวิญญาณดวงนั้นหายไปแล้ว เธอมองของในมืออย่างอดสงสัยไม่ได้ นี่คืออะไร เอาไว้ทำอะไร วิญญาณตนนั้นให้เธอทำไม นั่นคือสิ่งที่เธออยากรู้ แล้วใครกันล่ะที่จะบอกเธอได้

ฮารุนะไม่รู้จะไปไหนต่อ เพราะสถานที่แห่งนี้ช่างน่ากลัวเหลือเกิน เธอเดินออกจากห้องน้ำห้องนั้น เพื่อตามหามาโกะต่อไปและจะต้องออกจากสถานที่แห่งนี้ให้ได้

*ได้รับเศษหินประหลาด

??? : ฮึก..ฮือ...

หลังจากที่วิญญาณดวงนั้นได้หายไปแล้วก็ ก็มีเสียงนึงดังก้องขึ้นมาทันที แน่นอนว่าไม่ใช่เสียงของวิญญาณเมื่อครู่แน่ๆเพราะมันดังก้องในหัวของฮารุนะ!

??? : ปาป๊า.. มาม๊า... ฮารุนะจัง.. ใครก็ได้ ช่วยชั้นด้วย..

เสียงนั้นดูเหมือนจะเป็นเสียงของมาโกะ และน่าจะยังอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี้นะ!

1) ออกจากห้องน้ำ(ลงไปชั้นล่างทันที - 2F)
2) ออกจากห้องน้ำ(ลงไปชั้นล่างสุด)
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


"มาโกะจัง?" ฮารุนะใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย เพราะเธอมั่นใจว่าต้องเป็นเสียงของมาโกะแน่นอน ฮารุนะไม่รอช้า เธอวิ่งออกจากห้องน้ำแล้ววิ่งลงบันไดไปยังชั้นล่างทันที

"มาโกะจัง มาโกะจัง.....เธออยู่ที่ไหนน่ะ?"

-:- อาคารเรียนหลักชั้น 2 (หน้าห้องพยาบาล)

ฮารุนะที่วิ่งลงมาอย่างกระหืดกระหอบนั้นพบว่า ที่ๆเธออยู่ ณ. ตอนนี้นั้นเป็นอาคารที่มีห้องมากมายตามรายทาง ดูเหมือนว่าเธอจะเข้ามาติดในโรงเรียนที่ไหนสักแห่ง แต่นั้นไม่ใช่กงการอะไรของฮารุนะ เพราะตอนนี้สิ่งที่เธอเป็นห่วงที่สุดคือเพื่อนสนิทของเธอต่างหาก

??? : ฮึก..ฮือ..

- พบ ไซเกียวจิ มาโกะ -


ดูเหมือนโชคจะเข้าข้างฮารุนะอย่างมาก บุคคลที่นอนอยู่กลางทางเดินหน้าห้องพยาบาลนั้นคือคนที่เธอรู้จักดี ชุดไปรเวทสีชมพูอ่อนกับผมยาวสีน้ำตาลแดงนั้นเป็นเพื่อนสนิทของเธออย่างแน่นอน

หากแต่สิ่งที่แปลกๆคือผ้าพันแผลที่อยู่รอบๆแขนของเธอนั้นมากกว่า. . . และดูเหมือนเธอจะยังไม่รับรู้การมาของฮารุนะเลย

1) วิ่งเข้าไปหา
2) ยืนดูแล้วส่งเสียงเรียก
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


[เลือกข้อ 1.]

ฮารุนะดีใจเป็นอย่างมากที่ได้พบกับมาโกะ แต่ลักษณะของมาโกะดูไม่ค่อยดีนักเพราะที่แขนของมาโกะน่าจะได้รับบาดเจ็บ แล้วทำไมมาโกะถึงมานอนอยู่ที่ตรงนี้

"มาโกะจัง" ฮารุนะสลัดความสงสัยทิ้งไปแล้วส่งเสียงเรียกมาโกะด้วยความดีใจเป็นอย่างยิ่ง แล้ววิ่งเข้าไปหามาโกะทันที

ไซเกียวจิ มาโกะ : ...!? ฮ..ฮารุนะจัง..!

ดูเหมือนมาโกะจะสังเกตเห็นฮารุนะแล้ว เธอยิ้มออกมาแต่ก็เปลี่ยนเป็นคิ้วขมวดทันทีก่อนจะตะโกนว่า

ไซเกียจจิ มาโกะ : ช่วย.....!

ปัง!! ประตูห้องพยาบาลถูกเปิดอย่างรุนแรงพร้อมกับมีระยางค์ประหลาดสีดำพุ่งเข้ามารัดตัวมาโกะชั่วพริบตาก่อนที่ฮารุนะจะคว้าตัวเธอทัน!

ไซเกียวจิ มาโกะ : กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!

มาโกะกรี้ดร้องออกมาก่อนที่จะโดนลากเข้าไปในห้องพยาบาลต่อหน้าต่อตาของฮารุนะ!!

1) ช่วยเธอเร็ว!!
2) ยืนดูเฉยๆ
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


[เลือกข้อ 1.]

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าฮารุนะนั้น ทำให้เธอตกใจไม่น้อย ฮารุนะชั่งใจอยู่สักพักนึง(2 วิ)ก่อนจะวิ่งเข้าไปช่วยมาโกะ

กึง! ฮารุนะได้กระโจนเข้ามาในห้องพยาบาลทันทีอย่างไม่ลังเล และสิ่งที่ปรากฏกับสายตาของเธอนั้น....



โออ....อออ....อ......

กลุ่มควันสีดำๆที่ส่งกลิ่นน่าขยะแขยงและความรู้สึกน่ารังเกียจออกมากำลังยืนเอนไปเอนมาเหมือนคนเมา และกำลังจ้องเธออยู่!!

ที่เท้าของตัวประหลาดนั้นมีร่างของมาโกะกำลังนอนแน่นิ่งอยู่...

1) วิ่งเข้าไปช่วยมาโกะ
2) มองดูสถานการณ์รอบๆก่อน
3) รีบหนีไปจากที่นี่
4) อื่นๆ(โปรดระบุ)


เสร็จสิ้น
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
 เจ้าของ| โพสต์ 7-11-2013 22:02:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 28-7-2014 12:36

- [ YUKI ONNA STORY ] -




1) > 2)

ยังไม่รู้ชื่อของเธอเลยนี่นา. . .

เราได้ฉุกคิดขึ้นมาในขณะที่กำลังจะเรียกเด็กสาวขึ้นแต่ลืมไปว่ายังไม่ได้ถามชื่อของเธอเลย. . . จะมีก็แต่รอยนิ้วเล็กๆของเธอที่ได้บีบมือเราทิ้งไว้. . .

ในเวลาเดียวกันกับที่เราได้พยายามมองหาร่างของเด็กสาวในความมืดนั้นเราก็ได้พบกับตุ๊กตาประหลาดที่อยู่บนพื้นที่เด็กสาวคนเมื่อครู่น่าจะเป็นคนที่ทำมันตกทิ้งไว้ ?

เราได้ตัดสินใจหยิบตุ๊กตาแปลกๆนั่นขึ้นมาดู. . .


ยูกิหยิบมันขึ้นมาในขณะที่แสงจันทร์เองก็ได้แย้งผ่านหลังของเธอมาเหมือนกันจนทำให้เห็นหน้าของตุ๊กตานั้นอย่างชัดเจน



*ได้รับตุ๊กตาแขวน

ตุ๊กตาตัวเล็กๆ.... ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น

1) มองหาสาวน้อยผมทองต่อ
2) โยนตุ๊กตาทิ้งไป
3) หาทางออกจากโรงเรียน
4) อื่นๆ(โปรดระบุ)


1) > 3)

เราได้เก็บตุ๊กตาตัวนั้นเอาไว้ก่อนที่จะค่อยๆเดินออกมาจากตัวโรงเรียนเพราะว่าดันคลาดสายตากับเด็กสาวไปเสียแล้ว. . .

หลังจากนั้นเราก็ได้เริ่มเดินหาเด็กสาวดูอีกครั้งนึงเพราะเป็นห่วงกลัวว่าเธอจะหลงทางอีก โดยเราได้เริ่มเดินมองจากรอบนอกโรงเรียนผ่านทางกระจกเพราะสีผมสีทองที่เป็นกระกายของเธอนั้นมันสดุดตาได้ค่อนข้างง่ายนั่นเอง

ยูกิเก็บตุ๊กตาเสร็จแล้วนั้น เธอจึงเริ่มมองหาเด็กสาวผมทอง แต่ว่ามองลึกเข้าไปด้านในมันก็ยิ่งมืดมากขึ้นทำให้เธอไม่เห็นอะไรเลย ถ้าอยากจะหาตัวเด็กสาวคนนั้นดูเหมือนจะต้องเดินเข้าไปด้านในอย่างเดียวซะแล้วละมั้ง แต่ร่างกายที่อ่อนล้าของเธอเองก็ไม่มากพอจะเดินต่อในที่สถานที่แบบนี้แล้วด้วย ยูกิจึงเดินย้อนกลับไปเพื่อหาทางออกแต่ทว่า

พรึบ!

อยู่ๆทางเดินมืดๆด้านหลังของเธอก็มีห้องๆนึงไฟติดขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ หรือว่าสาวน้อยคนนั้นจะอยู่ในห้องนั้นกันนะ?

1) เดินเข้าไป
2) หาทางออกจากโรงเรียนต่อ
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


2)

มันเป็นไปไม่ได้ที่เด็กสาวที่พาเราเดินมืดทั้งโรงเรียนมาตลอดทางนั้นจะมาเปิดไฟเล่นกลางทางแบบนี้. . . รวมทั้งมันเป็นทิศทางตรงกันข้ามกับทีเธอได้หายตัวไปด้วย. . .

ยังมีคนอยู่อีกเหรอเนี่ย. . .

เราได้คิดในใจก่อนที่จะได้รีบหาทางเดินออกจากโรงเรียนเสียก่อนที่จะมีคนมาเห็นเข้า. . .

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ยูกิก็เดินกลับทางเดิมเพื่อหาทางออกไปนอกอาคารก่อน ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์อะไรเธอก็คงจะออกจากโรงเรียนแล้วหาตู้โทรศัพท์เพื่อเรียกรถมารับได้.. หากแต่ว่า..

ยูกิเดินมาถึงโถงทางเข้าที่เธอผ่านมาเมื่อสักครู่แต่ว่าก็เกิดความผิดปกติขึ้นมา

กึก..

นั่นก็คือประตูมันเปิดไม่ได้... หากเป็นประตูที่เปิดไม่ได้จากการล็อกก็ยังคงมีเสียงเล็ดลอดออกมาอยู่ แต่ไม่ว่าเธอจะผลักบานประตูสักเท่าไหร่มันก็ไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย

1) หาทางพังประตู
2) เดินย้อนกลับไปเพื่อหาหน้าต่าง
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


3) เดินย้อนกลับไปห้องที่มีไฟเปิดอยู่เมื่อกี้นี้

หรือว่ามันจะเป็นประตูแบบเลื่อน. . .

ด้วยความคิดไร้สาระชั่วขณะทำให้เราได้ลองเลื่อนประตูดูแทนการผลัก. . . แต่แน่นอนว่ามันคงเปิดไม่ได้หรอก(แหม่ !!)

เด็กคนนั้นจะออกไปแล้วรึยังนะ. . .

ยูกิเชื่อว่าเด็กสาวคนนั้นอาจจะหลงทางอีกรอบก็เป็นได้จึงอดเป็นห่วงขึ้นมาไม่ได้ ยูกิจึงได้แต่ภาวนาให้เด็กสาวคนนั้นไม่ได้ติดอยู่เหมือนกับเธอตอนนี้

หลังจากที่ยืนคิดได้อยู่ครู่นึงในเวลาสั้นๆนั้นยูกิก็ได้ตัดสินใจเดินกลับไปยังห้องที่มีไฟเปิดทิ้งไว้อยู่เมื่อครู่นี้เผื่อว่าจะยังมีคนหลงอยู่ภายในสถานที่เธอจะได้ถามถึงทางออกอื่นแทน


ยูกิเดินย้อนกลับมาโดยที่ไม่พบอะไรผิดปกติเป็นพิเศษ และแน่นอนว่าห้องที่มีแสงไฟเปิดอยู่ก็ยังคงเปิดอยู่เหมือนเดิม

จากแสงไฟที่สว่างขึ้นนั้นทำให้ยูกิเห็นป้ายเหนือประตูห้องซึ่งมันอ่านว่าห้องพยาบาล

ดูเหมือนจะมีคนอยู่ข้างใน...
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 12-11-2019 18:49 , Processed in 0.156507 second(s), 25 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้