Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
12
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
เจ้าของ: Melonpang

[ play ] Corpse Party :: A coffin for the lost lambs

[คัดลอกลิงก์]
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
 เจ้าของ| โพสต์ 9-11-2013 18:47:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 17-2-2014 17:51

- [ ZADORI SHIROYUKI STORY ] -




ซะโดริตัดสินใจที่จะวิ่งตามนัตซึไปในทันที และด้วยฝีเท้าที่มีพลังกำลังมากกว่าอย่างแปลกประหลาด จึงทำให้ไม่คลาดสายตา




-:- อาคารเรียนหลักชั้น 2

แต่พอทั้งสองวิ่งมาถึงก็พบว่าด้านบนบันไดนั้นไม่มีอะไรอยู่เลย มีแค่ทางพุๆเก่าๆกับห้องเรียนที่เรียงรายอยู่เท่านั้น

ชิโนโนเมะ นัตซึ : ..เอ๊ะ อา คุณซะโดริ

นัตซึยืนทำหน้างงอยู่เช่นกัน เมื่อกี้พวกเค้าทั้งสองคนได้ยินเสียงกรีดร้องแน่ๆ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย..


ซะโดริยืนจ้องเข้าไปนัยต์ตานัตซึหลังจากนั้นไม่ลังเลก็ดึกปกคอเสื้อด้านหลังของนัตซึและพากลับไปหลบในที่เดิม
ระหว่างทาง
    "คุณนัตซึ..มีอะไรจะแก้ตัวอีกรึเปล่าคะ?"ซะโดริพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาตามปกติ

ชิโนโนเมะ นัตซึ : อ..อ๊อกก!?

นัตซึถูกถูลู่ถูกัง แต่ว่าครั้งนี้เค้าหยุดไว้และสะบัดมือของซะโดริออกได้ทัน!

ชิโนโนเมะ นัตซึ : อ..อะไรที่ต้องแก้ตัวนี่มันอะไร..? แล้วทำไมคุณต้องตั้งแง่กับผมด้วยเนี่ย? คุณเองก็ได้ยินเสียงร้องเมื่อกี้ไม่ใช่เรอะ!?

นัตซึถอยออกไปอีกก้าว เพื่อหายใจหายคอเพราะเพิ่งวิ่งมา

ชิโนโนเมะ นัตซึ : เฮ้อ .. อย่าว่างั้นงี้เลยนะ ..จะว่าไปเมื่อกี้คุณบอกว่า[สิ่งที่เหนือธรรมชาติที่จ้องจะทำร้ายมนุษย์]ใช่มั้ย.. หรือว่าคุณรู้อะไรเกี่ยวกับที่บ้าๆแห่งนี้อย่างนั้นเหรอ?

นัตซึได้ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง.. พลางมองตอบกลับซะโดริด้วยสายตาแน่วแน่ ไม่มีความขี้ขลาดปนออกมาจากนัยต์ตานั้นอีก

   
   "อึ้ก!..."ซะโดริทรุดลงกับพื้นพร้อมกับเอามือกุมหัว
   "ปวด...ปวดหัว.."
จู่ๆอาการปวดหัวของซะโดริก็กำเริบโดยไม่ทราบสาเหตุ
   "ชะ...ช่วย..ด้วย.."ซะโดริพยายามมองไปที่นัตซึหวังจะพยายามให้ช่วยทำอะไรสักอย่าง

อยู่ๆซะโดริก็คู้ตัวลงไป ทำเอานัตซึตกใจลนลานขึ้นมา

ชิโนโนเมะ นัตซึ : ว.. เหวอ! คุณซะโดริ

- ซะดายะ vision -


ซะดายะ : ...ไม่เป็นไรจ้ะ!

เด็กสาวยิ้มหวานให้นัตซึจากนั้นก็โบกมือขึ้นเป็นเชิงบอกเด็กหนุ่มว่าไม่เป็นไร จากนั้นก็พูดต่อว่า

ซะดายะ : คือ ขอโทษที่ทำตัวแปลกๆนะนัตซึคุง แต่ปรากฏการณ์อะไรนั้น ชั้นเองก็ไม่เข้าใจนักหรอก ที่นี้มันก็เหมือนบ้านผีสิงด้วยสิ หรือคิดว่าไม่จริงละ

ซะดายะพูดอย่างฉะฉานราวกับท่องบท เมื่อนัตซึได้ยินดังนั้นจึงทำหน้างงๆแล้วถามต่อไปว่า

ชิโนโนเมะ นัตซึ : คุณซะโดริ.. อย่าบอกนะว่า ที่นี้ ม.. มีผีด้วยน่ะ

ซะดายะ : อืม.. ก็ไม่ค่อยแน่ใจนักหรอกนะ แต่ก็คิดว่าคงจะเป็นแบบนั้นละ เธอเองก็หนีอะไรบางอย่างมาไม่ใช่หรือ

ซะดายะพูดจากนั้นก็เดินนำหน้านัตซึไปหน่อยแล้วหันหน้ากลับมาพูดต่อว่า

ซะดายะ : นัตซึคุงกำลังหาเพื่อนๆอยู่ใช่มั้ย ชั้นก็เหมือนกัน ถ้าแบบนั้นเรามาสำรวจโรงเรียนนี้ด้วยกันดีกว่านะ

เด็กสาวผมสีเขียวอ่อน... เพราะอาคารมันมืด นัตซึเลยไม่เอะใจแล้วก็เดินตามคนที่อยู่ๆก็เปลี่ยนท่าทีตรงหน้าไปแบบงงๆ แต่เพราะพอเค้านึกถึงชายถือค้อนนั้นแล้วมันก็รู้สึกกลัวขึ้นมา เป็นสิ่งตอกย้ำว่าซะโดริพูดนั้นมีมูลความจริงมากขึ้น




ระหว่างที่ทั้งสองเดินมาสักพัก ซะดายะก็พูดพึมพำออกมาเบาๆ

ซะดายะ : ....ยัยโง่เอ๊ย

ในเวลานั้นซะโดริก็รู้สึกตัวทั้งภาพทั้งสัมผัสของร่างกายเธอยังอยู่ครบ เพียงแต่เธอไม่สามารถขยับมันได้! ในขณะที่ปากของเธอขยับพูดเสียงกระซิบเบาๆที่มีแค่เธอที่ได้ยิน!

ซะดายะ : เธอไม่จำเป็นต้องหลับอีกแล้ว ... ต่อไปนี้ก็ดูเรื่องราวนั้นทั้งหมดด้วยตนเองซะไป

1) เธอเป็นใคร?
2) ปล่อยตัวเงียบๆ
3) ขัดขืนเอาร่างคืน
4) อื่นๆ(โปรดระบุ)


เลือกข้อ 4) สนทนา
-----------------------
    "ยะ..อย่าทำร้ายนัตซึนะ!"ซะโดริพูดด้วยท่าทีลนลาน

ซะดายะ : โฮ่... ดูเหมือนจะรู้จักชั้นด้วย? ร่างต้นเองก็ใช่ย่อยนี่.. นึกว่าจะตกใจมากกว่านี้เสียหน่อยน้า~

ซะดายะยักไหล่เบาๆ ไม่เป็นที่สังเกตกับนัตซึ พลางเดินตรงไปตามเส้นทางด้านหน้าเรื่อยๆ

ซะดายะ : ชั้นไม่ทำอะไรหรอก ... ถ้าไม่จำเป็นน่ะ ไอ้สถานที่นี้มันยุ่งยากสุดๆในชีวิตชั้นเลยมั้งเนี่ย ยัยเด็กผีนั้น ..หลอกกันซะได้

ซะดายะพูดเรื่องที่ซะโดริไม่รู้ออกมา ดูเหมือนซะโดริจะถามเรื่องราวต่างๆที่เสียความทรงจำไปได้จากซะดายะตรงๆแล้วนะ?

1) ถามเรื่องตั้งแต่ต้น
2) เอาร่างชั้นคืนมานะ!
3) ปล่อยตัว
4) อื่นๆ(โปรดระบุ)


เลือกข้อ 1) ถามเรื่องตั้งแต่ต้น
-----------------------
    "เธออยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้ทั้งหมดเลยใช่มั้ย!?"ซะโดริถามด้วยท่าทีที่รู้ว่าซะดายะคือต้นเหตุที่ทำให้ความทรงจำบางส่วนหายไป

ซะดายะได้ยินดังนั้นก็พ่นลมออกมาเบาๆด้วยจากนั้นก็พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่น่ารังเกียจไม่เข้ากับใบหน้าน่ารักๆนั้น

ซะดายะ : แหม.. จะบ้าหรือคะ? ฉายาหนูซื่อบื้อนี่เธอเอาไปเลยมั้ย ... อะ เธอก็ชั้นนี่หวา แย่ชะมัดเลยร่างต้นแบบนี้ ฮิฮิ ฮ่าฮ่าฮา~

เธอพูดอะไรไม่รู้เรื่องแต่รู้สึกจะมีแค่ซะโดริคนเดียวที่รับรู้ผ่านทางสมองและร่างกายเดียวกัน ซะดายะหยุดหัวเราแล้วพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงไม่แยแสว่า

ซะดายะ : ก็ใช่ .. ความทรงจำเธอหายเป็นเพราะชั้น แต่ไอ้ตัวการบัดซบที่ทำให้เรามาอยู่ที่นี้ไม่ใช่ชั้นหรอกนะ ซะโดริ

เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความโกรธและความแค้น แต่ดูเหมือนไม่มีเวลาให้ซะโดริถามอะไรต่อ เสียงของนัตซึก็ลอยเข้ามาขัดก่อนว่า

ชิโนโนเมะ นัตซึ : ดูเหมือน.. ทางจะขาดนะ

ที่ๆทั้งสองคนอยู่ตอนนี้เป็นทางเดินยาวของชั้น 2 หากแต่ทางข้างหน้านั้นขาดหายไปจนไม่สามารถเดินหรือกระโดดผ่านไปได้แน่ๆ

ซะดายะ : นัตซึคุง ตรงนั้นมีห้องด้วย มันอาจจะเชือมกับห้องอีกฝากทางด้านนั้นก็ได้นะ?

ซะดายะชี้ไปที่ห้องด้านหลัง จากนั้นก็บอกนัตซึด้วยสีหน้าเป็นกังวลว่าพร้อมกับทำท่าทางน่ารักว่า

ซะดายะ : ต..แต่ว่า ในห้องนั้นอาจจะมีอันตรายก็ได้ นัตซึคุงรออยู่ที่นี้นะ ช..ชั้นจะไปดูเอง

พอได้ยินดังนั้น นัตซึก็ขัดขึ้นมาทันทีด้วยสายตาเตรียมโชว์แมนเต็มที่ว่า

ชิโนโนเมะ นัตซึ : พ..พูดอะไรน่ะ! ซะโดริซัง! ให้เลดี้ไปดูต้นทางแบบนี้ มันไม่ใช่ผม! เดี๋ยวผมไปดูให้เอง!!

พูดจบก็วิ่งแจ้นไป  ซะดายะมองท่าทางนั้นแล้วเค้นเสียงออกมาว่า

ซะดายะ : หัวอ่อนชะมัด ว่างั้นมั้ย? ซะโดริ?


    "คิดจะทำอะไรกันแน่ยัยปีศาจ"ซะโดริพูดกับซะดายะ
    "สาบานได้ ถ้าแกทำอะไรนัตซึละก็..เห็นดีแน่"

ซะดายะ : ต๊าย.. พูดแบบนี้ ใจร้ายจัง

ซะดายะจิ้มนิ้วชี้ขึ้นที่คางของตนเอง แล้วก็พูดยิ้มๆออกไปด้วยน้ำเสียงน่ารังเกียจว่า

ซะดายะ : สารรูปแบบนั้นจะทำอะไรได้.. ฮึฮึฮึ

ซะดายะ : แต่ก็นะ.. บอกแล้วไงว่าไม่ทำหรอก ชั้นก็คือเธอ .. ความต้องการของเธอก็คือความต้องของชั้น ฮิ.. ฮี่ฮี่ฮี่

พูดจบเธอก็หัวเราะขึ้นมาอย่างดัดจริต จากนั้นก็เดินไปทางที่นัตซึวิ่งไปอย่างช้าๆ

ซะดายะ : เพราะแบบนั้นแหละ ถ้าชั้นทำอะไรนาต~ซึคุงไป .....

เธอเว้นช่วงแล้วก็จิ้มนิ้วไปที่หัวสมองของตนเองแล้วบอกต่อว่า

ซาดายะ : คนที่ทำก็คือเธอนั้นแหละ... ฮึ ฮึ ฮ้า ฮ้า ฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!!~~

วูบบบบบบ!!

เมื่อสัมผัสต่างๆชัดเจนมากขึ้น ซะโดริก็ได้รู้สึกตัวว่าตอนนี้เธอได้การควบคุมร่างกายของตนเองกลับมาแล้ว

1) รีบเดินไปหานัตซึ
2) เรียกซะดายะ
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


เลือกข้อ 1) รีบเดินไปหานัตซึ
-----------------------
    "นัตซึเรารีบกลับไปแถวทางเชื่อมและออกไปจากที่นี้ดีกว่า"ซะโดริพูดพร้อมกับคว้ามือนัตซึ
ซะโดริรีบจับมือแล้วดึงนัตซึและหาทางกลับไปแถวทางเชื่อมอีกครั้ง

แผละ..

ซะโดริที่เร่งรีบเดินเข้ามาหานัตซึในห้องเรียนนั้น ได้จับมือของนัตซึ(?)ดึงออกมาแต่เธอก็ต้องแปลกใจเพราะมันไม่มีแรงต้านเลยแม้แต่น้อย..แถมมือที่เธอจับอยู่นั้นยังเละๆแข็งๆลื่นๆน่าขยะแขยงอีกด้วย

ชิโนโนเมะ นัตซึ : ค....ค ค ค ค ค ค ค ค ค.... คุณซะโดริ้.....

มีเสียงเรียกออกมาจากด้านข้าง จากนั้นซะโดริก็พบว่านัตซึกำลังนั่งหน้าซีดจนแถมจะเป็นสีขาวอยู่ที่พื้น พร้อมกับชี้นิ้วมาทางสิ่งที่ซะโดริจับอยู่..

1) หันกลับไปดู
2) อื่นๆ(โปรดระบุ)


เลือกข้อ 1) หันกลับไปดู
-----------------------
หลังจากซะโดริรู้สึกแปลกใจก็รีบหันกลับไปดูว่าสิ่งที่กำลังคว้าไว้อยู่นั้นมันคือ....

เมื่อเธอหันมาก็พบกับใบหน้า... จะเรียกแบบนั้นก็คงไม่ถูกนัก หากแต่มันคือใบหน้าของมนุษย์ที่เน่าเปือยติดคาขอบโต๊ะต่างหาก..


  ซะโดริมองด้วยสายตาเย็นชาเหมือนไม่รู้สึกตกใจและกระชากแขนซากศพออกมาพร้อมกับคว้ากลับไปทางซากศพอย่างสุดแรงพร้อมกับรีบหันไปคว้ามือนัตซึและวิ่งกลับไปยังโถงทางออก

ชิโนโนเมะ นัตซึ : เหวอ!!

ขณะที่ซะโดริกำลังจะเอื้อมมือมาจับนัตซึ เค้าก็รีบชักมือกลับไปด้วยท่าทีร้อนลนจนทำให้บรรยากาศมาคุขึ้นเล็กน้อย

ชิโนโนเมะ นัตซึ : ...อ ..ผม

นัตซึเหล่ตามองที่ศพสลับกับซะโดริเล็กน้อยแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
 เจ้าของ| โพสต์ 11-11-2013 20:35:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 12-11-2013 08:24

- MIRAI STORY -




                                                 "มนุษย์นั้นเป็นสิ่งที่มีความละโมภ  มนุษย์นั้นเป็นสิ่งที่ทำความต้องการของตัวเอง"

                         แฮ่ก...แฮ่ก...แฮ่ก เสียงฝีเท้าของชายวัย 35 ที่วิ่งอย่างเหนื่อยล้าวิ่งผ่านตรอกซอกซอยที่มืดมิดมีเพียงแต่เสาไฟฟ้าที่ติดๆดับๆแห่งหนึ่งในเมือง[   ]  ท่ามกลางฝนที่ตกหนักในเวลากลางคืนจนทำให้มองเห็นทัศนียภาพรอบตัวไม่ค่อยชัด เมื่อชายคนนั้นหยุดวิ่งพร้อมกับพิงกำแพงข้างๆตัวด้วยความเหนื่อยล้าเมื่อมองจากแสงไฟที่กระพริบแล้วพอจะรู้ว่าทั้งตัวของชายคนนั้นตั้งแต่บริเวณเสื้อจนถึงต้นขากางเกงเปรอะไปด้วยเลือด สีหน้าของเขาซีดเผือกเหมือนกับกลัวอะไรบางอย่าง
                  "บะ...บ้าเอ้ย...นังนั้นมันอะไรกัน?...แฮ่ก...แฮ่ก...โอ้ พระเจ้าช่วยลูกด้วย" ชายผู้นั้นโอดครวญถึงพระผู้เป็นเจ้าที่เขาหวังผึ่งได้เป็นสิ่งเดียวในเวลานี้ ทั้งๆที่เวลาปกติเขานั้นฆ่าคนโดยไม่คำนึงถึงคนที่ถูกเขาฆ่าเพื่อให้ได้ซึ่งเงินมาใช้อย่างมีความสุขตลอดแต่เมื่อถึงคราวที่ตัวเองถูกล่ากลับอ้อนวอนต่อพระเจ้าให้ช่วยชีวิตของเขา

                                                                                       "แต่...ไม่ใช่กับเธอคนนี้..."

                 "โลกใบนี้ไม่มีพระเจ้าอยู่หรอก  คิคิคิคิคิคิคิคิ" เสียงที่ฟังดูเหมือนกับกำลังสนุกสนานอยู่ออกมาจากมุมมืดของมุมตึกที่มืดสนิท เมื่อชายคนนั้นได้ได้ยินเสียงเกิดอาการสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากภวังค์  แล้วค่อยๆหันสีหน้าที่หวาดกลัวตัวสั่นมาทางต้นเสียงที่กระทบโสตประสาทอย่างชัดเจนทั้งๆที่ฝนตกหนักจนกลบเสียงต่างๆแต่กลับได้ยินเสียงนี้อยู่ในหัวเหมือนกับเสียงนั้นไม่ได้พูดออกมาจากปาก และทั้งๆที่บริเวณนั้นมืดมิดจนแทบจะไม่เห็นสิ่งใดแต่ที่ชายคนนั้นเห็นกลับเป็นเงาของหญิงสาวที่มองเขาด้วยควงตาสีแดงที่กำลังดูสนุกสนานกับท่าทีของชายคนนี้
                "มะ...ไม่นะ...อย่าเข้ามา!!...อย่าเข้ามานะ!!" ชายคนนั้นตะโกนร้องด้วยความหวาดกลัว เงาที่มุมตึกนั้นเริ่มเดินเข้ามาหาเขาทีละก้าวๆเหมือนดั่งยมทูตที่ค่อยๆก้าวเข้ามา
               "คิคิคิคิคิคิ จงหวาดกลัวเข้าไปสิ!! จงรำ้ร้องเข้าไปสิ!!  จงรู้สึกเหมือนเหยื่อที่ถูกล่าเข้าไปสิ!! จงตัวสั่นเข้าไปสิ!! คิคิคิคิคิคิ ฮะๆๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!         เสียงนั้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่งดังไปทั่วทั้งซอกซอยแห่งนั้นพร้อมกลับเสียงกรีดร้องของชายผู้นั้น...

                                                                                 "เพราะว่าเธอนั้น...แค่ทำตามสัญชาตญาณ!!"

??? : อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก!!

ชายคนนั้นได้กรีดร้องจนสุดเสียง ก่อนจะค่อยๆทรุดตัวลงแนบกับพื้นดินแล้วก็แน่นิ่งไป..


                        "คิคิคิคิคิคิคิ  วันนี้เหยื่อสนุกจริงๆเลยนะ  แต่ว่าคงเล่นเยอะไปหน่อยเลือดติดไปทั้งตัวเลยคงต้องเอาไปซักเยอะๆสักหน่อยแล้ว" รอบๆข้างของมิไรเต็มไปด้วยเลือดที่สาดกระเส็นตามกำแพงถ้ามีคนมาเห็นเข้าคงจะเสียสติไปแล้วแน่ๆ  หลังจากนั้นมิไรก็เดินทางกลับไปที่อยู่อาศัยของตนเอง
                         ที่อยู่ของมิไรนั้นเป็นปราสาทร้างกลางป่าที่ได้มาจากการตามล่าฆ่าหัวเศรษฐีคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในปราสาทนี้ เนื่องจากเศรษฐีคนนี้ไม่มีครอบครัวรำ่รวยมาได้ด้วยตัวเพียงคนเดียวแต่ก็ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรเพราะเจ้าตัวไม่ใช่คนชอบอวดรวย อาชีพของคนๆนี้คือการติดต่อขายยาเสพติดจนกลายเป็นพ่อค้ารายใหญ่ที่ถูกหมายตาเอาไว้ตลอดเวลาแต่ไม่มีใครสามารถลอบฆ่าได้เพราะได้ใช้เงินส่วนหนึ่งจ้างบอดี้การ์ดฝีมือดีจำนวนมากคุ้มกันรอบปราสาท มีการตรวจตราที่ละเอียดรอบคอบ
                         แต่มิไรกลับใช้การฆ่าที่คาดไม่ถึงคือใช้ความสามารถพิเศษเหนือมนุษย์ที่เธอมีมาตั้งแต่เกิดสามารถใช้พลังจิตยกสิ่งของต่างๆได้ถ้าใหญ่มากก็ต้องใช้พลังจิตที่มากขึ้นตามไปด้วยใช้ค้อนอันหนึ่งลอยรอบเข้าไปในปราสาทตรงไปยังห้องจ่ายไฟแล้วใช้จิตควบคุมระยะใกลเพิ่มพลังทำลายให้กับค้อนนั้นแล้วทุบแหล่งพลังงานไฟฟ้าให้ไฟดับ ซึ่งจะทำให้เกิดความโกลาหลช่วงขณะหนึ่งและยกท่อนซุงท่อนหนึ่งแล้วขึ้นไปนั่งบนท่อนซุงนั้นใช้พลังจิตอัดกระแทกที่รุนแรงแต่ไม่มีเสียงดีดพุ่งจากพื้นข้างป่าในขณะที่เหล่าบอดี้การ์ดกำลังสับสนวุ่นวายพุ่งขึ้นไปเหลือปราสาทแล้วดิ่งลงมาที่ห้องนอนของเศรษฐีตามเวลาที่ระบุไว้ว่าเวลานั้นเศรษฐีจะเข้านอน  ด้วยวิธีการดังกล่าวนั้นทำให้สามารถสังหารเศรษฐีคนนี้ได้พร้อมกับฆ่าเหล่าบอดี้การ์ดที่เหลือแล้วยึดปราสาทนี้มาได้
                          ปราสาทหลังนี้เป็นปราสาทที่อยู่กลางป่าคนธรรมดาจึงไม่รู้ว่ามีปราสาทอยู่ที่นี่มิไรจึงตัดสินใจยึดเป็นที่อยู่ของตัวเองอย่างสบายๆ  ไม่มีใครมารบกวนให้มิไรรำคาญ เพราะไม่มีถนนที่จะออกไปยังเมืองใกล้ต้องใช้เฮลิค็อปเตอร์เท่านั้นแต่สำหรับการเดินทางออก-เข้าของมิไรคือการวิ่งและกระโดดตามต้นไม้ด้วยความเร็วออกจากป่าไป
                          ครั้งนี้เธอก็กลับมาด้วยวิธีนี้เช่นเดิม เมื่อเธอกลับมาถึงก็รีบเข้าห้องนำ้เพื่อไปอาบนำ้ทันทีพร้อมกับโยนชุดโกธิกของเธอลงในเครื่องซักผ้าหน้าห้องนำ้ "เห้อออ สบายจังเลย หลังจากเจอเหยื่อดีๆแล้วมาแช่นำ้อุ่นอย่างนี้สบายใจจัง คิคิคิคิคิคิคิ" ห้องนำ้ในปราสาทนี้มีความกว้างเท่ากับ 4 ห้องนอนใหญ่เลยทีเดียวตรงกลางห้องเป็นบ่อนำ้ร้อนของปราสาท
                         "จริงสิมีออร์เดอร์มานี่นาเดี๋ยวต้องไปเช็คดูว่าคราวนี้มีงานแบบไหนอีก ให้มันได้อย่างนี้สิ " มิไรพูดบ่นไปอย่างเบื่อหน่าย เพราะเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงานหลายๆรูปแบบเธอจึงต้องรู้ลักษณะรูปแบบงานเพื่อที่จะได้เตรียมการสังหารได้ถูกต้อง
หลังจากที่เธออาบนำ้ใส่เสื้อผ้าเสร็จเธอจึงเดินไปเช็ครายชื่องานที่เข้ามา...

ลมกลางคืนในปราสาทห่างไกลตัวเมืองนั้น แน่นอนว่าย่อมเต็มไปด้วยอากาศบริสุทธิ์ มิไรที่เดินออกมาจากห้องน้ำแล้วเดินไปในตัวอาคารไร้ผู้คนนั้นไม่ได้รู้สึกอะไรกับปราสาทกว้างไร้ผู้คนที่เต็มไปด้วยความวังเวงเช่นนี้เลย กลับกัน ความมืดยังนับว่าเป็นมิตรของเธอด้วยซ้ำไป

แน่นอนว่าคงไปถึงห้องเก็บเอกสารได้โดยง่าย... หากแต่ถ้าด้านหน้าของเธอตอนนี้ไม่มีเชิงเทียนเรียงรายเต็มพื้นไปหมดน่ะนะ! ดูเหมือนจะมีผู้บุกรุกยามวิการขนาดที่เธอเองก็ยังไม่รู้ตัวเสียแล้ว!!

1) ตะโกนเรียกอย่างไม่เกรงกลัว
2) อื่นๆ(โปรดระบุ)


เสร็จสิ้น
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
 เจ้าของ| โพสต์ 14-11-2013 15:56:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 14-11-2013 15:58

- [ MINORI SHIRAISHI STORY ] -




"อืม. . .อย่างนั้นละ" เขาตอบรับ

"เอาสิเชิญเลย. . . "

มิโนรุพูดพร้อมกับกวาดมือไปทางตู้นั้น

หลังจากที่มิโนรุได้ตอบกลับมา หนุ่มสาวทั้งสองก็ได้จ้องตากันนิ่งๆอยู่แบบนั้น..... ด้านเคียวโกะเองดูเหมือนจะไม่ยอมแพ้ เธอจ้องมิโนรุกลับนิ่งๆอยู่แบบนั้นโดยไม่เคลื่อนไหวเลยสักนิด...

1) จ้องต่อไป
2) เดินข้ามไปทดสอบให้
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


เสร็จสิ้น
12
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 17-2-2019 03:06 , Processed in 0.209105 second(s), 15 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้