Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: tesstrossa

[Play] Role Play : Crystal Svet

[คัดลอกลิงก์]
ปลาหมึก
โพสต์ 2-8-2014 01:07:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 3-8-2014 02:46





[2]
''จะ จะ เจ้าทำได้ยังไงต้านทานไบกอนของข้าได้ยังไงกัน ย็ากกกกก'' Ace วิ่งเข้าใส่แมงมุมแต่ว่าสิ่งที่เขาเล็งนั่นคือคริลตอลที่อยู่ใกล้ๆมันต่างหาก เมื่อเขาหยิบคริสตอลได้แล้ว Ace ได้หยุดยืนดูท่าทีของมัน






Condition : Fine

แมงมุมตัวนั้นได้พยายามิวิ่งเข้ามาหา Ace หมายจะจับเขากิน !! แต่ก็ต้องถูกซัดเข้าด้วยเปลวเพลิงสีเขียว-ดำเข้าเสียก่อนจนเปิดจังหวะให้ Ace สามารถหลบออกมาทันได้ !!

เทียร่า เคียวบิ : ระ- เร็วจริงๆเลยนะนายเนี่ย

จิ้งจอกสาวได้อุทานอกมาเบาๆก่อนที่จะได้รีบพุ่งตัวออกไปเพื่อหลบอกมาให้พ้นจากรัศมีการกระแทกจากขาของแมงมุมตัวนั้น

1) ช่วยกันฉีดไบก้อนต่อ แต่ฉีดเป็นระยะกว้าง
2) ต่อสู้ด้วยการโจมตีของตนเอง
3) หลบหนีออกจากพื้นที่ต่อสู้
4) อื่นๆโปรดระบุ


4 ทำตามแผนที่เขาคิดไวเ
''นี่ช่วยปล่อยไฟ ไปรอบๆที่นี้ได้ไหมพอดีมีแผนอะไรนิดหน่อยช่วยหน่อยนะ''  Ace ตะโกนบอกผู้หญิงผมสีม่วง แล้วเขาก็วิ่งล่อแมงมุมไปรอบๆ




เหมือนกับว่าอลิซาเบตจะได้ยินที่ Ace บอกทำให้เธอได้กระจายเปลวเพลิงของเธอนั้นจนทั่วบริเวณเกิดลุกไหม้ขึ้นมาเหมือนกองเพลิง !!
ในขณะเดียวกันนั้นเคียวบิเองก็ได้ช่วยสุมไฟเข้าไปด้วยเช่นกัน !! แต่เปลวไฟของเคียวบินั้นเกิดจากการโจมตีด้วยฮัลเบิร์ดของเธอที่กระทบแลเสียดสีลงกับต้นไม้ที่นั่น รวมทั้งยังมีความร้อนมากอีกด้วย !!

แมงมุมยักษ์ประหลาดนั่นเมื่อเห็นท่าไม่ดีมันจึงได้ค่อยกลับตัวหันไปอย่างช้าๆเพื่อหมายที่จะหนีไปจากกลุ่มไฟที่ถูกสมขึ้นนี้ !!

''ไม่ให้หนีหรอกนะ'' Ace วิ่งไปทางเทียร่าเพื่อหยิบไบกอนอีกกระป่องมาจากเธอ ระหว่างทางที่เขาวิ่งไปหาแมงมุมนั่น Aceเอาไบก้อนในมือฉีดผ่านไฟนิดหน่อยเพื่อให้มันติดไฟ เขาวิ่งไปไปดักด้านหน้าของมันแล้วใช้ไฟจากกระป่องไบกอนตอนให้มันไปติดอยู่ในวงไฟรอบๆเมื่อได้ที่ๆเหมาะแล้วเขาหยิบอีกกระป่องขึ้นมาแล้วกระแทกไปที่หินที่พื้นให้มันเกิดรูเมื่อมันเกิดรูแล้วAce ได้จัดการขว้างกระป่องที่เจราะรูแล้วไปที่ไฟรอบๆแมงมุนเพือให้เกิดการระเบิดก่อนที่จะขว้างกระป่องที่อยู่ในมือของเขาอีกอันหนึ่งไปมันให้เพื่มพลังทำลายของระเบิด




@#$%^! เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดของแมงมุมยักษ์นั่นได้ดังขึ้นก่อนที่เปลือกขาของมันข้างนึงจากทั้งสี่ข้างจะได้แตกออกและล้มลงไปชั่วขณะ !!
เมื่อเห็นดังนั้นแล้วอลิซาเบตก็ได้รีบโจมตีอย่างต่อเนื่องทันที !! แต่เนื่องจากว่าจุดที่เธออยู่นั้นเป็นมุมอับทำให้เธอไม่สามารถมองเห็นจุดอ่อนสีแดงๆที่อยู่กลางหลังภายใต้เปลือกส่วนหัวของแมงมุมนั่นได้เหมือนกับที่ Ace และ เคียวบิเห็นในตอนนี้ !!

1) โจมตีประสานกับเคียวบิ
2) ตะโกนบอกอลิซาเบต
3) อื่นๆโปรดระบุ


[4]
''อลิซาเบตช่วยจัดการขาที่เกราะแตกแล้วให้ทีให้มันเสียหายให้ได้มากทีสุด ส่วนเธอเทียร่าโจตตีจุดสีแดงใต้เปลืองนั่นกับผม'' Ace วิ่งไปด้วยความรวดเร้วพร้อมกับDread Knight !! เขาเรียกเกราะสีเทาออกมาและดาบที่เปลี่ยนรูปร่างไป Aceใช้ Rising Strike เพื่อฟันเปลือกที่ตรงจุดแดงๆให้เห้นได้ชัดๆและเล้งได้ง่ายๆ แล้วต่อจากนั่นเขาก็ใช้ infinity Edge รุมฟันไปจุดสีแดงๆนั่นอย่างนับไม่ถ้วน






Condition : Fine
Armor Ace : 1st Turn

เมื่อได้ยินแบบนั้นอลิซาเบตจึงได้เริ่มการโจมตีที่แท้จริงของเธอ !! เปลวเพลิงของเธอนั้นได้ผุดขึ้นมาให้เห็นจางๆรอบๆตัวของโยไคสาวก่อนที่เธอจะได้ยิงเปลวไฟสีดำมืดออกมาอีกครั้งเป็นเส้นตรงพร้อมกับตัดช่วงขาที่เปลือกนั่นถูกทำลายไปแล้วนั่นออกอย่างง่ายดายพร้อมๆกับพื้นที่ด้านล่างด้วยเช่นกันจนพื้นดินขาดแยกออกจากกันและค่อยทรุดตัวลงอย่างช้าๆ !!

ในขณะเดียวกันนั้นเองเคียวบิก็ได้วิ่งเข้าโจมตีจุดสีแดงที่ Ace ได้เปิดช่องว่างให้ทันที !! พร้อมๆกับได้แปลงร่างของเธอเป็นให้ดูคล้ายกับครึ่งปีศาจจิ้งจอกมากกว่าเดิมหมายจะปลิดชีพแมงมุมด้านหน้านี้ให้ได้ภายในการโจมตีนี้ !!

@#$%^! เสียงร้องของแมงมุมตัวนั้นได้ดังก้องไปทั่วป่า ในขณะที่มันพยายามบิดตัวด้วยขาที่เหลืออยู่อีกทั้งสามข้างพร้อมกับพ่นใยออกมาจำนวนมากในเวลาเดียวกันเพื่อดักจับเป้าหมายในระยะใกล้ของมัน !!


''เด้กๆน่า'' Ace ใช้ Rising Strike ตัดใยที่ขว้างหน้าของเขาเพื่อไปให้จุดแดงนั่นในระหว่างที่กำลังวิ่งเข้าไปเขาใช้ Zero ไปที่จุดแดงๆนั่นเพื่อใหม้มันชะงักเพื่อที่จะได้ง่ายต่อการเข้าไปใช้ infinity Edge ฟันใส่จุดสีแดงนั่น






Condition : Fine
Armor Ace : 2nd Turn

Ace ได้กระหน่ำฟันลงไปยังจุดที่เขาเล็งไว้ !! แต่ว่ามันกลับไปโดนเปลือกหุ้มส่วนหัวของแมงมุมนั่นแทนจนเปลือกของมันเป็นรอยเสก็ดกระจายเต็มไปหมด แรงกระแทกของการโจมตีของ Ace ทำให้แมงมุมยักษ์นั่นทรุดลงไปอีกครั้งด้วยอาการมึนจากการโจมตีเมื่อครู่นี้ทำให้เคียวบินั้นได้โอกาศโจมตีจุดอ่อนของมันเป็นรอบสองอีกครั้งนึง !!

ควับ !! ไม่รอจังหวะให้เสียเวลา !! อลิซาเบตนั้นได้โจมตีเป้าหมายของเธอด้วยเลเซอร์เปลวเพลิงอีกครั้งจนขาหน้าของมันอีกข้างขาดออกไป !!

แมงมุมยักษ์ตัวนั้นได้พยายามดิ้นด้วยเรี่ยวแรงที่มีอยู่ทั้งหมดก่อนที่มันจะได้เรียกสายฟ้าออกมาอีกครั้งและระเบิดออกจากตัวของมัน !!


Ace กระโดดถอยหลังออกมาเพื่อหลบแรงระเบิดจากตัวของมัน ''ตายยากจริงๆนะแกในเมื่อการฟันไม่ได้ผลงั้นเจอแบบนี้เป็นไงละ'' เขาพุ่งตัวไปแล้วกระโดดไปที่หลังของมัน Ace ใช้ขาของเขาถีบไปที่หัวของมันจากด้านหลังเพื่อให้หน้าของอยู่ติดกับพื้น Ace ใช้ขายันมันให้มันอยู่แบบนี้ก่อนที่เขาใช้มือแตะไปที่ลูกกลมๆสีแดงที่อยู่กลางหลังของมันแล้วใช้ Zero ออกจากมือ






Condition : Fine
Armor Ace : 3rd Turn

ซูม !! ลำแสงสีดำได้ถูกยิงระเบิดออกไปจนทะลุจุดสีแดงบนหัวสมองของแมงมุมยักษ์นั่นจนเกิดเป็นรอยขนาดใหญ่ขึ้น !! ก่อนที่ร่างของมันจะได้แน่นิ่งลงและค่อยๆสลายไปอย่างช้าๆ. . .

เทียร่า เคียวบิ : มะ... มื้อเที่ยง...

จิ้งจอกสาวได้ทรุดเข่าลงอย่างเหนื่อยอ่อนก่อนที่ไฟรอบๆตัวและกรงเล็บพร้อมกับหางของเธอจะได้หดลดลงจนดูเหมือนปกติอีกครั้งอย่างเหนื่อยอ่อน ในขณะเดียวกันนั้นอลิซาเบตก็ได้ค่อยๆลดตัวลงมาจากฟ้าก่อนที่เธอจะได้ค่อยๆเข้าไปสำรวจยังซากของแมงมุมยักษ์ที่ค่อยๆสลายไปนั่นอย่างสงสัย

? ? ? : ขอบคุณท่านทั้งสองคนมากๆนะ

เธอได้เดินเข้ามาหา Ace และเคียวบิที่ได้ช่วยเหลือเธอในการต่อสู้เมื่อครู่นี้

Tera Kyubi :
Elizebeth Alicia :

จากสภาพของป่าในตอนนี้นั้นมันทั้งโล่งเตียนและราบเป็นหน้ากองไปหมดจน Ace คิดว่าวันนี้คงจะไม่ต้องหลงป่าแล้วแน่ๆหากเขาได้เดินเข้าสำรวจลึกๆเหมือนกับเมื่อวาน

ควั้บ !! ยังไม่ทันที่ Ace และ อลิซาเบตจะได้วางใจและกลับคืนร่างเดิมนั้น !! ก็ได้มีสัตว์ประหลาดอีกตัวปรากฏตัวขึ้นอย่างกระทันหันก่อนที่มันจะได้วิ่งเข้าพุ่งชนทั้งคู่อย่างรวดเร็วทันที !!



เปรี๊ยะ !! อลิซาเบตได้รีบคว้ามือของ Ace ไว้พร้อมกับดึงร่างของชายหนุ่มเข้ามาใกล้กับเธอก่อนที่เธอจะได้ยิงเปลวเพลิงเป็นเส้นตัดออกไปอย่างรุนแรงกระจายออกมารอบๆตัวของเธอเพื่อบังคับให้ปีศาจประหลาดนั่นถอยห่างออกไป !!

1) หลบออกจากการต่อสู้
2) สู้ต่อ
3) อื่นๆโปรดระบุ


[3]วิ่งสุดชีวิต
''แยกกันหนีนะ!'' Ace ไม่รีรอวิ่งเข้าไปหาเจ้าตัวที่คล้ายม้าที่อยู่ตรงหน้าพร้อมใช้ Rising Strike เพื่อให้มันมาสนใจที่เขาแล้ววิ่งหนีไปให้เร็วที่สุดโดยเส้นทางที่เขาเลือกคือวิ่งเข้าไปในป่าให้ลึกทีสุด




Elizebeth Alicia : ♥♥

อลิซาเบตได้รีบทำตามที่ชายหนุ่มบอกก่อนที่จะได้รีบกระพือปีกของเธออย่างแรงจนเกิดเป็นลมขึ้นเพื่อช่วย Ace หลบหนีด้วยเช่นกันก่อนที่เธอเองก็จะได้บินหนีไปด้วย !! ทางด้านของเคียวบินั้น Ace คงจะไม่ต้องเป็นห่วงเท่าไรเพราะเธอน่าจะบุกเบิกเข้าป่าเองมาบ่อยครั้งแล้ว

ในขณะเดียวกันนั้น!! หลังจากที่สัตว์ประหลาดตัวนั้นตั้งตัวได้มันก็ได้วิ่งไล่ต้อน Ace มาอีกครั้ง !! เนื่องจากสภาพป่าที่ยังไม่ฟื้นฟูดีนักทำให้ชายหนุ่มไม่มีที่ซ่อนใดๆเลยระหว่างทาง... จนกระทั่งเขาวิ่งมาจนถึงสายแม่น้ำเดิมที่เขาเคยกระโจนหนีลงไปเมื่อวานอีกครั้ง !! วันนี้มันจะใช้ได้ผลไม๊นะ...

1) โดดลงน้ำแล้วว่ายตามกระแสไป
2) วิ่งตัดลำธารและเข้าไปยังป่าที่พบเด็กสาวคนเมื่อวานวิ่งหนีออกมา
3) อื่นๆโปรดระบุ


[1]
''นั่นละไป!!'' Ace เห็นทางรอดของเขาแล้วคือกระโดดลงลำธาณไป ''ไปละนะจ้าม้าน้อยแสนน่ารัก'' Ace หันหน้ามาส่งจูบให้เจ้าม้าที่วิ่งตามเขามาอยู่ ตูมมม เสียงกระโดดลงนํ้า ตราวนี้ไม่รู้ว่าการตัดสินใจนี้นั่นถูกหรือผิดเพราะคราวนี้เขาอาจไม่ได้โชดดีเหมือนครั้งที่แล้วก็ได้......




ึ่ง
การยั่วยวนของ Ace ทำให้สัตว์ประหลาดนั่นคึกคักจนแทบจะกระโดดตามชายหนุ่มลงมากระชวกใส้เขาเลยทีเดียว !! แต่ดูเหมือนมันจะว่ายน้ำไม่เป็นจึงตามเขามาไม่ได้...

หลังจากที่แยกย้ายกันหลบหนีอย่างหวุดหวิดแล้วนั้นเมื่อ Ace รู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าเขาได้ลอยมาที่ชายฝั่งของลำธารที่ติดกับกระท่อมเล็กๆแห่งหนึ่งที่น่าจะอยู่ด้านหลังสุดป่าเขา... เมื่อเขามองดูดีๆแล้วเขาก็พบว่ามันน่าจะเป็นศาลเจ้าร้างนั่นเอง...



1) เข้าสำรวจ
2) ว่ายน้ำกลับ
3) อื่นๆโปรดระบุ


[1]
''ดูเหมือนจะรอดแล้วสินะ หือนั่นอะไรนะ'' Ace มองไปที่ศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ ''ดูเหมือนใช้เป็นที่พักสักแปปได้'' Ace เดินไปที่ศาลเจ้าแห่งนั่น เขาเอามือไปประตูศาลเจ้า
''ขอโทษนะครับมีใครอยู่ที่นี้หรือป่าวครับ''




สภาพกระท่อมที่รกร้างจก Ace ไม่แน่ใจว่าจะมีใครอยู่หรือไม่ แต่ว่าเพราะว่าที่เป็นถินของโยไคสถานที่แบบนี้จึงอาจจะมีใครสิงสถิตอยู่ก็เป็นได้...

? ? ? : มะ...มีค่ะ



เสียงเล็กๆของเด็กสาวตัวเล็กคนนึงได้ขานออกมาก่อนที่เธอจะได้ค่อยๆเดินออกมาที่ด้านหน้าทางเดินและปรากฏตัวให้ Ace พบ ซึ่งจากที่ Ace จำความได้นั้นเธอก็คือโยไคในป่าที่เขาเคยช่วยไว้นั่นเอง


''นี่ผมมารบกวนหรือป่าวครับนี่ถ้าเป็นการรบกวนผมก็ขอตัวก่อนนะครับ''




? ? ? : ม-ไม่หรอกค่ะ !! ถ...ถ้าไม่รังเกียจล่ะก็เชิญด้านในก่อนสิคะ...

เด็กสาวได้รีบตอบขึ้นก่อนที่จะได้เชิญ Ace เข้ามานั่งยังห้องรับแขกด้านในที่ไม่มีประตูเลื่อนปิดทำให้ Ace สามารถมองบรรยากาศที่เงียบสงัดของป่าที่เต็มไปด้วยหมอกได้อย่างถนัดตา

ในระหว่างที่ Ace กำลังนั่งพักนั้นโยไคน้อยก็ได้ค่อยๆเดินเข้ามาในท่าทางประหม่าเล็กน้อยก่อนที่เธอจะได้วางขนมกับน้ำชาชุดเล็กๆชุดนึงลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ

? ? ? : ท-ทานอะไรหน่อยไม๊คะ...



''ถ้างั้นก็ขอรบกวนหน่อยนะครับ'' Ace เดินไปนั่งที่โต็ะแล้วหยิบขนมเข้าปากโดยไม่ลังเล ''อร่อยดีนะครับทำเองหรือป่าวครับนี่ เอ่ยว่าแต่คุณชื่ออะไรครับผมชื่อ Aceนะครับ'' เขาทักทายด้วยนํ้าเสียงที่เป็นมิตร




Ame Hina : ♥♥

โยไคเด็กสาวได้พยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีเอียงอายเล็กน้อย ดูเหมือนว่าขนมพวกนั้นเธอจะเป็นคนทำขึ้นมาเองกับมือ

อาเมะ ฮินะ : เราชื่ออาเมะ ฮินะ เป็นตุ้กตาเรียกฝนน่ะค่ะ

เธอได้แนะนำตัวขึ้นพร้อมกับบอกถึงสายพันธ์โยไคของเธอ

อาเมะ ฮินะ : แต่เราเรียกฝนไม่ได้... เราเลยแอบมาอยู่ที่นี่คนเดียวน่ะค่ะ...

เธอได้กล่าวต่อไปอย่างสั้นๆก่อนที่จะได้มีน้ำตาไหลซึมออกมาจากดวงตาของเธอจางๆ


Ace ตกใจเล็กน้อยที่อยู่ดีๆเธอก้ร้องไห้ออกมา ''ถึงเธอจะเรียกฝนไม่ได้ก็ไม่เห้นจะเป็นอะไรเลยนี่คนเราก็ต้องมีเรื่องที่ทำได้และไม่ได้สิเพราะฉะนั่นอย่าร้องนะ'' Ace ยื่นมือไปลูบของเธอเบาๆ




Ame Hina : ♥♥♥

อาเมะ ฮินะ : ตะ... แต่ว่าหนูเป็นโยไคที่น่าจะมีความสามารถในการเรียกฝนนะคะ...

เด็กสาวได้กลั้นน้ำตาของเธอไว้ก่อนที่จะบอกตอบกับ Ace ที่กำลังให้กำลังใจเธอ

อาเมะ ฮินะ : พี่ชายว่าหนูจะทำอะไรได้บ้างเหรอ...

เธอได้ถามขึ้นพร้อมกับรอฟังคำตอบจาก Ace อย่างใจจดใจจ่อ

1) ทำขนมไงล่ะ
2) เรียกพระอาทิตย์ยังไงล่ะ
3) ไม่น่าจะทำอะไรได้ล่ะมั้ง...
4) อื่นๆโปรดระบุ


ขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 2-8-2014 01:11:21 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Blue_Moon เมื่อ 4-8-2014 02:05



Condition : Fine
Mana : Max




2) กลับไปที่แลปเลย
" กลับไปที่แลปเตรียมตัวอีกสักหน่อย แล้วเข้านอนเลยแล้วกัน ค่อยออกพรุ่งนี้ตอนเช้านะ "
เธอพูดพร้อมลุกขึ้นเตรียมตัวกลับ




คาเซฮานะ มาโฮว์กิ : ถ้างั้นกลับกันเลยแล้วกันนะ

-:- ช่วงเวลากลางคืน

เมื่อกล่าวจบแล้วมาโฮว์กิก็ได้นำทางไอเรียน่ากลับไปที่แลปทดลองเพื่อเตรียมตัวออกเดินทางในวันพรุ่งนี้


" งั้นเริ่มทำยาเมื่อเช้าเลยแล้วกัน . . . จะว่าไปยามันชื่ออะไรอะ ? ? ? ยังไม่ได้ตั้งเลย . . . "
ไอเรียน่าเริ่มจัดเตรียมข้าวของสำหรับทำยา แล้วก็เริ่มขยี้ผมเพราะคิดชื่อไม่ออก
" ฝากมาโฮว์กิ คิดชื่อให้หน่อยแล้วกันนะ . . . "




คาเซฮานะ มาโฮว์กิ : เอ... ตัวยาฟื้นฟูพลังมานาตามธรรมชาติพร้อมกับเพิ่ม Power 1 จุดชั่วขณะ... งั้นเป็นชื่อ Nature Mana Power ดีไม๊ !!

มาโฮว์กิได้กล่าวชื่อที่เธอคิดตั้งขึ้นมาด้วยเซนส์ที่มีอยู่ทั้งหมดของเธอ...


" Nature Mana Power สินะ . . . . อืม ! เอาตามนั้นแล้วกัน . . . . " ไอเรียน่าพยักหน้ารับ แล้วบดส่วนผสมทำยา Nature Mana Power ต่อไป
หลังจากที่เธอผสมยาเสร็จก็ได้ จัดเตรียมข้าวของที่จำเป็นสำหรับการเดินทางพรุ่งนี้ด้วย




คาเซฮานะ มาโฮว์กิ : วันนี้เรานอนก่อนล่ะนะ ~

ในระหว่างที่ไอเรียน่ากำลังเตรียมอุปกรณ์ส่วนตัวของเธอนั้นมาโฮว์กิก็ได้ขอตัวนอนพักก่อน

1) นอนพักด้วย
2) ออกไปเดินดูฝั่งห้องสมุด
3) อื่นๆโปรดระบุ


3) อื่นๆโปรดระบุ ::ผสมยาเล่นๆแบบระวังๆ

" บายยยยย ~ ฝันดีน้าาาา " หญิงสาวโบกมือให้ก่อนที่จะกลับมาจัดอุปกรณ์ของเธอจนเสร็จ

' ไหนๆก็จัดเสร็จแล้ว แล้วก็ยังพอมีเวลาอยู่ ลองผสมอะไรเล่นๆหน่อยแล้วกัน . . . ' เธอคิดพร้อมหยิบสมุนไพรต่างๆขึ้นมาดู
แล้วก็ลองลงมือผสมยาเลย




วัตถุดิบต่างๆในห้องนั้นมีมากกว่าสมุนไพรจนมากมายไปหมด แต่ไอเรียน่านั้นไดเริ่มจากเริ่มเลือกสมุนไพรแปลกๆในห้องเสียก่อนโดยแต่ละต้นในขวดโหลนั้นมีเชื่อแปลกๆเขียนระบุอยู่ด้วย

1) Dragon Tongue
2) Death Bell
3) Nine Root


เมื่อตอนเช้าไม่ได้เลือก สมุนไพรสีแดง สินะ . . . งั้นเอา Dragon Tongue แล้วกัน ไอเรียน่าหยิบมาวางไว้บนโต๊ะก่อน

จากนั้นเธอก็เดินไปรอบๆห้องแลปต่อเพื่อดูว่ามีอะไรที่น่าจะใช้ได้มีบ้าง
แล้วนอกจากนั้น เธอยังหา สมุนไพร สีเขียว ผสมกับ สีแดง กับสีเหลือง เพื่อผสมยาอีกชนิดนึงตามคำบอกเล่าของใครสักคนอีกด้วย




สมุนไพรหลากสีภายในห้องนั้นมีอยู่หลากหลายชนิดจนเธอเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว และแต่ละชนิดนั้นยังมีรูปล่างลักษณะที่แตกต่างกันไปหมดอีกด้วย

1) เลือกโซนสมุนไพรสี(กำหนด)ก่อน
2) ดูอย่างอื่นนอกจากสมุนไพรก่อน
3) อื่นๆโปรดระบุ


3) อื่นๆโปรดระบุ : ช่างหัวมันแล้วกัน

เมื่อดูเวลาก็ถึงเวลาที่ดึกมาพอสมควรแล้ว ซึ่งนั้นก็ถึงเวลาที่สมควรนอนแล้ว
ไอเรียน่าเอาของไปเก็บที่เดิมโดยที่ไม่ทำอะไรต่อ

เมื่อเก็บเสร็จแล้วเธอก็เดินไปอาบน้ำแล้วนอน




ขณะที่ไอเรียน่ากำลังเดินหาห้องน้ำในแลปนั้นเธอก็พบว่ามันไม่มี... เธอคงจะต้องออกไปใช้ห้องอาบน้ำของสำนักงานแทนเสียแล้ว... แต่มันติดอยู่อีกปัญหานึงคือเธอไม่ได้รายงานตัวตอนเข้ามารวมทั้งเวลาตอนนี้มันก็มืดเต็มที่แล้วด้วย...


ช่างหัวมันแล้วกัน(อีกครั้ง)

ไอเรียน่านอนไปทั้งที่่ไม่ได้อาบน้ำเลย เพราะเธอเพลียมาทั้งวันแล้ว
-:-ถ้าไม่มีเตียงหลือก็นอนกับ มาโฮวกิเลย




ดูเหมือนว่าไอเรียน่าจะสามารถหาที่นอนในแลปของมาโฮว์กิได้ทำให้เธอได้นอนพักอย่างสงบลงก่อนที่จะเกิดอะไรขึ้นมากกว่านี้อีก...

-:- เวลาเช้า

ไม่นานนักเช้ารุ่งสางก็ได้มาเยือนฟ้าอีกครั้ง เมื่อไอเรียน่าได้ตื่นขึ้นมานั้นเธอก็พบว่ายาทั้งหมดที่เธอได้ปรุงไว้ได้เสร็จพร้อมที่จะนำไปใช้ในวันนี้ได้แล้ว
ในขณะเดียวกันนั้นเมื่อเธอมองไปรอบๆห้องแลปแล้วเธอก็ไม่พบร่องรอยของมาโฮว์กิเลย...


ไอเรียน่ามองไปรอบๆ แต่กลับไม่พบมาโฮว์กิเธอจึงเก็บข้าวของของเธอ
' ออกไปก่อนแล้วหรอ ???? '
เธอรีบเก็บข้าวของแล้วตามออกไปที่ดันเจี้ยน

พร้อมกับทิ้งโน็ตเอาไว้ว่า
" ฉันไปที่

นะ รีบตามมาละ "
เพื่อที่ว่าหากมาโฮว์กิยังไม่ไปก็จะได้ตามมาได้




-:- ช่วงเย็น



ไอเรียน่าได้ออกเดินทางมาก่อนโดยกว่าจะถึงสถานที่นั้นเธอก็พบว่ามันตกเย็นเสียแล้ว... แต่เมื่อมาถึงนั้นเธอกลับไม่พบมาโฮว์กิที่ด้านหน้าของสถานที่เลยแม้แต่เงา...

1) เข้าสำรวจก่อน
2) ตั้งจุดพักรอ
3) อื่นๆโปรดระบุ


1) เข้าสำรวจก่อน

ไอเรียน่า เดินเข้าไปสำรวจตามสัมผัสที่เธอคิดว่าน่าจะมีคริสตอลมานาอยู่




-:- ช่วงเวลากลางคืน

เมจิ้กเชี่ยนตามลำพังแล้วมันเป็นการยากที่จะหาคริสตอลมานาดิบได้อย่างรวดเร็วนัก... ไอเรียน่าได้เดินสำรวจอยู่นานสองนานแต่เธอก็ยังไม่พบแม้กระทั่งเศษเสี้ยวคริสตอลเลยแม้แต่น้อย...

1) ด้วยความโมโห จึงซัดเข้าที่กำแพงข้างๆ
2) ด้วยความเหนื่อยล้า จึงพัก
3) อื่นๆโปรดระบุ


1) ด้วยความโมโห จึงซัดเข้าที่กำแพงข้างๆ

" มันน่าต้องจะอยู่แถวๆนี้สิ !!!! " ไอเรียน่าระบายอารมณ์ใส่กำแพงข้างๆตัว
ก่อนที่จะนั่งพักลงด้วยความเหนื่อยอ่อน

"ถ้ารู้ว่ามันหายากอย่างงี้น่าจะรอมาโฮวกิก็ดีสิ . . . "




แคร้ก... กำแพงที่เธอซัดไปเมื่อกี้นั้นได้ค่อยๆร้าวลงและแตกถล่มลงจนกลายเป็นเหมือนกับทางเข้าแปลกๆที่คล้ายกับหลืบเล็กๆ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ดีใจที่เจอทางลับ ภายในทางเส้นนั้นก็ปรากฏให้เห็นกับพวกสัตว์ประหลาดแปลกๆจำนวนมากที่กำลังกัดกินคริสตอลอยู่จนหมดเกลี้ยงต่อหน้าเธอ...



-:- Use skill : Alchemy
" คริสตอลนั้นของฉันนะ !!! "
ด้วยความโมโหไอเรียน่าเตะแล้วถ่ายทอดมานาลงไปในหินก้อนใหญ่ที่แตกลงมาจากกำแพง ซัดใส่ฝูงแมลงเหล่านั้นโดยใช้มานาในการควบคุมเพิ่มความเร็วและความแรงของหิน

" ทั้งๆที่อุตส่าห์เจอแล้วแท้ๆ . . . "
เธอพูดก่อนจะนั้งพัก






Condition : Fine
Mana :



เหล่าปีศาจพวกนั้นได้กรูกันออกมาตามทิศทางที่ไอเรียน่าได้โยนหินเข้าไป !! แต่พวกมันก็ไม่ได้โจมตีไอเรียน่าอย่างทันทีก่อนที่จะได้มาล้อมๆหญิงสาวไว้และทำท่าข่วนอากาศขู่


-:- Use skill :: Energy gun
ไอเรียน่ายังคงนั่งพักอยู่กับที่ ก่อนจะชี้นิ้วไปยังแมลงแปลกๆตัวนึง เกิดประกายแสงขึ้นแวบนึง

ไม่ทันที่แมลงนั้นจะรู้สึกตัว ลำแสงจากเวทย์มนต์พุ่งเข้าไปโดนตัวของมัน
หญิงสาวกระดิกนั้นเล็กน้อยก่อนที่กระสุนเวทย์นั้นหักมุม พุ่งตรงต่อไปยังตัวต่อไป และตัวต่อไปอีก






Condition : Fine
Mana :



กลุ่มแมลงพวกนั้นได้กลิ้งไถลลงไปกับพื้นพร้อมๆกันอย่างน่าขยะแขยง ร่างของมันได้หงายขึ้นมาพร้อมกับขาที่ดิ้นไปดิ้นมาอย่างน่าสะอิดซะเอียนก่อนที่พวกมันจะได้ดีดตัวขึ้นมาและกระโดดพุ่งชนไอเรียน่ากลับมาจนหญิงสาวเซไปเล็กน้อย


-:- Use skill :: Open library
ไอเรียน่าเรียกหนังสือเล่มหนาขึ้นมาบนมือทั้งสองข้าง พร้อมกับมีหนังสือลอยอยู่รอบตัวเธออีกจำนวนหนึ่งด้วย

" ครั้งแต่โบราณ มนุษย์ได้มีวิธีในการกำจัดแมลงวิธีนึง ที่ได้ผลอย่างแน่นอน นั้นก็คือ . . . "
เธอกล่าวขึ้นมาในขณะที่ค่อยๆลุกยืนขึ้นมา
" ฟาดมันให้ตาย ! ! ! ! "
เธอย่อเข่าแล้วพุ่งไปประชิดตัวก่อนที่จะเหวี่ยงแขนฟาดสันหนังสืออย่างแรงลงไปใส่แมลงตัวนึง
" กว่าจะมาถีึงที่นี้มันเหนื่อยนะรู้มั้ย ?? แถมต้องมาเจอพวกแกอีก คริสตอลก็ดันกินเข้าไปต่อหน้าต่อตา แถมยังมาพุ่งชนอีก !!!! เป็นแค่ลูกกระจ๊อกแท้ๆ!!! "
เธอบ่นเสียงดังในขณะที่กระหน่ำสันหนังสือลงไปที่แมลงพวกนั้นอย่างต่อเนื่องด้วยความรำคาญ






Condition : Fine
Mana :



@#$%^! เสียงร้องโหยหวนอย่างทรมาณได้ดังขึ้นเป็นระยะๆในขณะที่ไอเรียน่ากำลังได้บดบี้พวกสัตว์ประหลาดนี่จนพวกมันค่อยๆตายลงทีละตัวอย่างน่าเวทนา พวกของมันที่ยังมีลมหายใจอยู่อีกหนึ่งตัวนั้นได้พยายามคลานหนีเพื่อเอาชีวิตรอดจากการรุกราน(?)ของเผ่าอื่นด้วยลมหายใจที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของมัน

" เดวิด... โอ้สม่า... ชั้นจะไม่ลืมนาย !! " ปีศาจนั่นได้คิดขึ้นในใจขณะที่มันกำลังพยายามคลานหนีออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่มันจะทำได้

1) ตามไปบี้
2) ปล่อยไป
3) อื่นๆโปรดระบุ


1) ตามไปบี้ ตามฆ่าไม่ให้ได้พลุดได้เกิด ( //ผิด)

ราวกับกับไอเรียน่าได้ยินเสียงที่ปีศาจแมลงตัวนั้นคิด เธอเอามือหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตา ตาของเธอแดงกร่ำเพราะว่าเธอเสียน้ำตาให้กับละครดราม่าตรงหน้า เหมือนกับว่าเธอกำลังรู้สึกผิดต่อการกระทำของเธอ

' เอายังไงดี . . . นี้เราทำบาปไปมากมายขนาดนี้แล้ว ฆ่าพวกพ้องทั้งสองของมันไป แล้วถ้าเราจะฆ่ามันตัวอีกละ จะต้องมีคน(ตัว)ที่เสียใจอีกกี่คน(ตัว) คิดอย่างนี้แล้วเราจะต้องฆ่ามันอีกชีวิตด้วยงั้นหรอเนี้ย เราจะกล้าฆ่ามันอีกได้ยังไงเนี่ย . . . แต่ถ้าไม่ฆ่ามันก็อาจจะไปทำร้ายคนอื่นๆ และยังกัดกินคริสตอลที่ร่ำค่าอีกมากมาย ผู้คนอาจจะต้องฆ่าฝันกันเพื่อแย่งคริสตอล . . . ' ความคิดของเธอตีกันไปหมด ย้อนแย้งสลับซับซ้อนปะปน ขัดกันภายในไม่กี่วินาทีก่อนที่เธอจะตัดสินใจได้

' ใช่แล้วละ นี้คือสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ . . . ไม่ฆ่าก็ถูกฆ่า . . . เพราะอย่างงั้น . . . ' น้ำตาของไอเรียน่าค่อยๆไหลลงมาจากดวงตาไหลรินลงไปที่แก้ม ถึงปลายคาง

" จอห์น ฉันก็จะไม่ลืมแกเหมือนกัน . . . ลาก่อน " เมื่อไอเรียน่าตัดสินใจได้เธอก็พูดร่ำลาปีศาจตัวนั้นก่อนเอานิ้วชี้ไปยังจอห์นปีศาจตัวสุดท้ายที่เหลืออยู่ และดูเหมือนว่าเธอจะตั้งชื่อให้ปีศาจอีกตัวเรียบร้อยเลยอีกด้วย . . .

-:- Use skill :: Energy gun + Energy gun + Energy gun
เมื่อน้ำตาของเธอที่ปลายคางหยดลงถึงพื้น กระสุนเวทมนต์ก็ได้พุ่งออกจากปลายนิ้วมืออันเรียวบางของไอเรียน่าเกิดเป็นลำแสงขึ้นถึงสามลำแสงพร้อมกัน แสงทั้งสามพุ่งทะยานตรงเข้าหาจอห์นก่อนที่จะค่อยๆบิดเกลี่ยวหมุนวนรวมตัวกัน เป็นเส้นเดียวพุ่งแหวกผ่านสามลม ทะยานเข้าหากลางลำตัวแมลงปีศาจตัวนั้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ราวกับหวังจะให้ไม่เหลือแม้แต่ซากเลยทีเดียว

" ไปสู่สุคติเถอะนะ จอห์น . . . ฝากทักทาย เดวิดกับโอ้สม่าด้วย . . . " ไอเรียน่าพูดเบาๆไว้อาลัยให้กับแมลงปีศาจตัวนั้นในขณะที่กระสุนแสงที่รวมตัวกันนั้นทะลุร่างของแมลงปีศาจนั้น ด้วยความเมตตา(???)ของไอเรียน่า เธอจึงพยายามฆ่าด้วยวิธีที่เจ็บปวดน้อยที่สุด ไม่มีแม้แต่เสียงกรี๊ดร้องออกมาจากแมลงปีศาจตัวนั้น

ดูเหมือนว่าจอห์นจะจากไปอย่างสงบแล้ว . . .

" ลาก่อนศัตรูทั้งสาม . . . ข้าจะไปลืมพวกเจ้าเลย เดวิด จอห์น โอ้สม่า . . . " เธอไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายในขณะที่เช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาและเดินข้ามผ่านร่างของทั้งสามไปตามทางที่จอห์นพยายามจะหนี

" แม้ว่าจะรู้ว่า หนทางนี้จะเป็นกับดัก แต่ฉันก็ขอเลือกที่จะเดินเส้นทางนี้เพื่อเป็นการให้เกียรติในความสามัคคีและกล้าหาญของพวกเจ้า เหล่าศัตรูที่แข็งแกร่ง(?)ที่สุดเท่าที่ข้าเคยเจอมาทั้งสาม . . . " ไอเรียน่าเก็กหน้าเข้มในขณะที่พูดก่อนจะก้าวเดินไปตามเส้นทางนั้น

เส้นทางที่ไอเรียน่าเลือกเดินนั้นจะมีอุปสรรคใด แล้วเธอจะฟันฝ่าไปได้หรือไม่ สามารถเอาใจช่วยเธอได้ในโพสต์ถัดไป . . .

โปรดติดตามชมได้ในโพสต์ถัดไป

つづく . . .
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 2-8-2014 01:36:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 3-8-2014 03:28



Condition : Fine
Mana Source : 50




       「 ค่ะ ท่านแม่ 」

เปรี๊ยะ

        คาลามิตี้กะจังหวะที่ไม่มีใครเห็นก่อนจะเดินออกมาจากร่มเงา โดยเปลี่ยนองค์ประกอบ
ของชุดกลายเป็นชุดว่ายน้ำกีฬาสีกรมท่าในพริบตา
        เธอเดินเข้าไปหาเอสเปอร์กลุ่มนั้นด้วยรอยยิ้มซุกซน




คาลามิตี้ได้เดินเข้ามาใกล้ๆกับกลุ่มเด็กสาวที่เล่นน้ำกันในสระใกล้ๆนั่น โดยดูเหมือนว่าจะมีคนที่เธอคุ้นตาอยู่คนนึงในกลุ่มนั้นด้วยเช่นกัน




        ' ...? คนที่ร้านอาหารของพวกเอสเปอร์เมื่อกี้นี่ '
        คาลามิตี้เดินเข้าไปใกล้ๆเรื่อยๆ พลางหัวเราะ ชิชิชิ

ตี้ด---

        ตาซ้ายของเด็กสาวกะพริบเล็กน้อย บวกกับรอยยิ้มมีเลศนัยด้วยความตั้งใจ
อยากจะลองแกล้งเผ่าพันธุ์อื่นเต็มที่
        ' ในดาต้าบอกว่าเผ่าพันธุ์นี้จะใช้พลังที่แฝงอยู่ในตัว ไม่ใช่จากคริสตอลมานา
...พลังนั้นจะน่ากลัวสักเท่าไหร่กัน '
        คาลามิตี้เตรียมตัวสร้างความปั่นป่วนโดยการใช้ 1 ในความสามารถของเธอ
เพื่อแกล้งสนุกๆ แน่นอนว่าเธอเองก็มั่นใจว่าตนเองจะไม่โดนจับได้เรื่องเผ่าพันธุ์
แถมท่านแม่ก็ยังอยู่ด้วย เธอจึงไม่มีความคิดที่จะล้มเลิกการกลั่นแกล้งแบบเด็กๆที่
กำลังจะทำอยู่เลยแม้แต่น้อย

// Black H....

โครม!!

        ยังไม่ทันที่เธอจะได้ทำอะไร เธอก็สะดุดน้ำขังตามริมสระล้มหัวทิ่มเสียงดัง
พลั่ก เสียก่อน..
        เพราะเป็นความเจ็บเล็กน้อย ระบบรักษาตัวเองทำงานแทบจะไม่ถึงวิเธอก็
หายจากความเจ็บ เธอพยุงตัวขึ้นมาแล้วก็จับจมูกเงียบๆ ถึงจะไม่เจ็บแต่ก็รู้สึกมึนๆ
เล็กน้อย
       「 .... 」
        เธอทำแก้มป่องไม่พอใจพลางเอามือสะบัดแอ่งน้ำขังไปมาโดยที่มืออีกข้าง
ยังจับจมูกไว้อยุ่




เสียงล้มของคาลามิตี้ทำให้เด็กสาวทั้งสามนั้นตกใจพร้อมกับหันมามองอย่างพร้อมเพรียงเป็นสายตาเดียวกัน แต่เมื่อพวกเธอเห็นว่าคาลามิตี้นั้นไม่เป็นอะไรนั้นพวกเธอก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมาในทันที

? ? ? : เป็นอะไรรึเปล่าคะ ?



เด็กสาวคนนึงในกลุ่มได้ถามขึ้นอย่างเป็นห่วงขณะที่มองคาลามิตี้ที่ยืนอยู่ด้านบน


        เด็กสาวมองผู้มาใหม่ตรงหน้า แล้วเธอก็ส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่า
ไม่เป็นอะไร




เด็กสาวคนนั้นได้พยักหน้าเบาๆตอบรับก่อนที่จะได้หยุดมองหน้ากับเพื่อนๆของเธอชั่วครู่ก่อนที่ทั้งสามนั้นจะได้ตัดสินใจขึ้นมาจากสระพร้อมๆกันและมายืนล้อมหน้าล้อมหลังของคาลามิตี้ไว้

? ? ? : ถ้าไม่รังเกียจล่ะก็ จะไปเล่นด้วยกันไม๊ล่ะ ?



เด็กสาวคนนึงได้ถามขึ้นด้วยท่าทางเป็นมิตรพร้อมๆกับกอดเข้าที่ช่วงคอของคาลามิตี้อย่างเป็นมิตร

? ? ? : รักษามารยาทหน่อยสิคะ



เด็กสาวอีกคนนั้นได้เอ่ยเตือนขึ้นกับท่าทีที่ห้าวๆของเด็กผู้หญิงคนนั้น


        คาลามิตี้มองทั้งสามสลับไปมา แล้วก็มาจบที่มองแขนที่คล้องไว้ที่คอของเธอ
ก่อนจะมีเสียง ป้อง... ลอยออกมา

หงึกๆ

        เด็กสาวยิ้มเรียบๆแล้วพยักหน้าตอบรับคำเชิญชวนอย่างว่าง่าย




เมื่อได้ยินดังนั้นสาวน้อยทั้งสามก็ได้ค่อยๆจูงมือของคาลามิตี้ทั้งสองข้างไปพร้อมๆกันก่อนที่จะออกวิ่งและพาคาลามิตี้เดินวนไปทั่วจุดต่างๆสระน้ำตั้งแต่สไลเดอร์ กระดานกระโดด อุโมงน้ำตก และอื่นๆอีกมากมายในบริเวณ โดยที่พวกเธอนั้นได้พาคาลามิตี้เดินเล่นน้ำกับพวกเธอในฝั่งที่มีน้ำตื้นๆกันเท่านั้น


        เด็กสาวเพลิดเพลินไปกับ"ความสนุก"เลยทำให้ระบบลืมทำการบันทึกข้อมูลต่างๆ
แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่ เพราะเธอบันทึกภาพแบบออโต้ไว้แล้ว
        เธอเล่นไปได้สักพัก ก็นึกขึ้นได้ว่าเธอทิ้งท่านแม่ไว้ให้อยู่คนเดียวไปซะได้
       「 ... 」
        เธอหันไปมองท่านแม่ที่นั่งอยู่คนเดียวแล้วหันกลับมาทางเด็กสาวทั้งสาม
       「 คือว่า..ขอโทษ แต่เราต้องไปแล้ว 」
        เด็กสาวพูดพลางทำหน้าเศร้าเล็กน้อย






? ? ? : ไม่เป็นไรหรอกน้า ~ ยังไงก็จะตกเย็นแล้วไว้ครั้งหน้าเรามาเล่นด้วยกันอีกก็ได้

เด็กสาวคนนึงในกลุ่มได้รีบตอบกลับกับคาลามิตี้ก่อนที่ทั้ง 4 นั้นจะได้ขึ้นมาจากน้ำพร้อมๆกันแล้วก็ได้ล่ำลากันก่อนที่จะแยกย้ายกันออกไปโดยที่ลืมแนะนำตัวกันเสียสนิทเลย


       「 กลับมาแล้วค่ะ 」
        เด็กสาวพูดพร้อมกับเปลี่ยนชุดกลับมาเป็นเหมือนเดิม
       「 ขอโทษค่ะ เผลอเล่นจนลืมเวลาเลย 」
        เธอนั่งลงข้างๆท่านแม่ของเธอแล้วก้มหัวลงอย่างสำนึกผิด




ออกอนโชคุ เซย์คากุ : สนุกรึเปล่าเอ่ย ?

เซย์คากุนั้นไม่ได้พูดอะไรออกมาก่อนที่จะได้ดึงร่างของคาลามิตี้มานั่งลงที่ตกของเธอและได้สวมกอดร่างของลูกน้อยของเธอไว้อย่างอบอุ่น


       「 สนุกค่ะ 」
        เด็กสาวตอบเรียบๆ แต่น้ำเสียงของเธอบ่งบอกว่าเธอรุ้สึกดีมากๆที่ได้เล่น
กับคนต่างเผ่า เธอพิงไหล่ของท่นแม่ของเธอพลางถูหน้าไปมาเบาๆอย่างอ้อนๆ
       「 ...สงบสุขดีจังเลยนะคะ 」
        คาลามิตี้มองไปรอบๆก่อนจะจบที่ดวงอาทิตย์ที่เริ่มคล้อยต่ำลง
        เด็กสาวแสดงสีหน้าเรียบเฉยภายใต้ใบหน้าที่ซบไหล่ท่านแม่ของเธออยู่
       「 .... 」
        คาลามิตี้ประมวลผลความจำดัง วี้ วี้ ก่อนจะหลับตาลงช้าๆ..




ออกอนโชคุ เซย์คากุ : ถ้าเลือกได้ล่ะก็ อยากจะอยู่กับคุณแม่ที่ไหนเหรอจ๊ะ ?

เซย์คากุได้ถามขึ้นในขณะที่กำลังชมวิวพระอาทิตย์ตกดินอยู่กับลูกสาวของเธอตรงนั้น แสงแดดสีทองที่ทอท้องฟ้าและประกายสีน้ำจนเป็นสดใสและเป็นประกายสวยงามนั้นมันช่างดึงดูคาลามิตี้ไว้ที่เมืองแห่งนี้เสียเหลือเกิน... แต่ว่าความที่เธอเป็นเครื่องจักรกลรวมทั้งสภาวะสงครามตอนนี้มันจึงเป็นทางเลือกที่เป็นไปแทบจะไม่ได้เลยที่จะอยู่ที่นี่อย่างสงบสุขได้อย่างยาวนาน


       「 ถ้าได้อยู่กับท่านแม่......ได้อยู่กับหม่าม้าละก็ ไม่ว่าที่ไหน หนูก็มีความสุขค่ะ 」
        เด็กสาวพูดเบาๆพลางยิ้มอย่างอบอุ่น
       「 .... 」
        คาลามิตี้ลืมตาขึ้นมา แม้แต่เธอเองก็เข้าใจว่าโลกในตอนนี้ไม่ใช่ที่ๆพวกเราสอง
แม่ลูกจะอยู่อย่างสงบสุขตลอดไปได้ง่ายๆ
        เด็กสาวกำมือที่จับชายเสื้อของคุณแม่ของเธอแน่นขึ้นเล็กน้อย เธอผละตัวออก
มานิดนึงแล้วแหงนหน้ามองคุณแม่ของเธอ พร้อมพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
       「 หม่าม้า..หนูอยากแข็งแกร่งขึ้นมากกว่านี้ ..เรียนรู้ให้มากกว่านี้ เพื่อที่จะได้
ปกป้องหม่าม้าได้ 」
         เธอพูดด้วยสีหน้าจริงจัง




เซย์คากุได้ลูบหัวของคาลามิตี้เบาๆก่อนที่เธอจะได้ลุกขึ้นมาจูงมือของคาลามิตี้ขึ้นพร้อมกับได้ถือเค้กที่ซื้อมานั้นขึ้นด้วยและค่อยๆพาคาลามิตี้นั้นเดินทางกลับออกไปด้วยกัน

ออกอนโชคุ เซย์คากุ : ได้สิจ๊ะ พรุ่งนี้คุณแม่จะพาคาลามิตี้ออกไปบุกเอง

เธอได้ตอบรับปากกับคาลามิตี้ก่อนที่จะได้ออกจากเมืองเอสเปอร์มาและเดินทางกลับไปยังเมืองของเครื่องจักรกลเสียก่อนเพื่อให้ระบบได้พักผ่อนสำหรับวันรุ่งขึ้น

-:- ช่วงเวลากลางคืน



หลังจากที่ออกเดินทางกันได้ซักพักนั้นคาลามิตี้ก็ได้กลับมาถึงเมืองแห่งเครื่องจักรกลที่ไร้สีสรรค์นี้อีกครั้ง...

1) ต้องการจะทำอะไรบางอย่างก่อน
2) กลับที่พักเลย
3) อื่นๆโปรดระบุ


// 2 //

        เด็กสาวเดินยิ้มๆพลางมองสีสันสีเทานี้เคียงข้างคุณแม่ของเธอไม่ห่าง
เธอมองไปยังร้านรวงต่างๆพลางเดินต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะถึงที่พัก




เมื่อกลับมาถึงนั้นเซย์คากุก็ได้ค่อยๆจัดวางเรียงเค้กออกมาหนึ่งชิ้นจากในกล่องก่อนที่จะได้เตรียมนมอุ่นๆและซ่อมให้กับคาลามิตี้ด้วยเช่นกัน

ออกอนโชคุ เซย์คากุ : ถึงที่เมืองจะไม่มี แต่ก็ใช่ว่าจะซื้อมาเก็บไว้ไม่ได้นี่นะ


        เด็กสาวยิ้มร่าพลางมองของว่างที่ซื้อมา

ตี้ด--

        อยู่ๆก็รู้สึกแปลกๆกับระบบในหัว คาลามิตี้ยิ้มค้างด้วยสีหน้าแปลกๆ
ก่อนจะรู้สึกกระตุกวูบ
       「 ...? ....?? 」
        เด็กสาวรู้สึกงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอขยับนิ้วมือและเช็คระบบการทำงานซ้ำ
ก็พบว่าทุกอย่างปกติดี
       「 ..หม่าม้า 」
        คาลามิตี้ที่กำลังปล่อยให้คุณแม่ของเธอเช็คความเรียบร้อยของร่างกาย
อยู่นั้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ้อนว่า
       「 คืนนี้ช่วยอยู่เป็นเพื่อนจนกว่าหนูจะหลับสนิทได้มั้ย? 」
        เด็กสาวจับชายเสื้อคุณแม่ของตนไว้หลวมๆ




ออกอนโชคุ เซย์คากุ : ได้สิจ๊ะ

เซย์คากุได้ตอบขึ้นพลางกับได้ลูบหัวของคาลามิตี้ลงเบาๆเป็นการตอบรับ


       「 ฮิฮิ.. 」
        เด็กสาวยิ้มเหมือนเด็กตัวเล็กๆเพราะความดีใจ
        ไม่นานหลังจากที่จัดการของว่าง(แบบหมดเกลี้ยง)เธอก็ทิ้งตัวลงนอนทันที
คาลามิตี้หันหน้ามาทางคุณแม่ของเธอแล้วพูดว่า
       「 ราตรีสวัสดิ์ค่ะหม่าม้า 」
        แต่ก่อนหน้านั้น เด็กสาวนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เธอจึงดีดตัวขึ้นมาอีกรอบ
แล้วก็ยืนหน้าเข้าไปหอมแก้มคุณแม่ของเธอทีนึง
       「 แฮะแฮะ~ 」
        เด็กสาวทิ้งตัวลงนอนแล้วก็หลับตาลงอย่างไร้กังวล




-:- ช่วงเวลาเช้า

หลังจากที่ได้พักผ่อนทั้งคืนแล้วนั้นช่วงเวลาของวันรุ่งขึ้นก็ได้มาเยือนอีกครั้ง แต่บรรยากาศที่จืดชืดนี้มันอาจจะทำให้คาลามิตี้นึกถึงช่วงเช้าของเมืองเอสเปอร์มากกว่าที่นี่กระมัง...

ตอนนี้ดูเหมือนว่าเซย์คากุนั้นจะไม่ได้อยู่ในห้องเดียวกับเธอในตอนนี้เช่นกันด้วย

1) นั่งรอ
2) ออกไปเดินหา
3) อื่นๆโปรดระบุ


// 2 //

        เช้านี้เด็กสาวตื่นมาด้วยความรู้สึกผิดจากทุกที เธอบิดขี้เกียจแล้วเอาสาย
ระโยงระยางออกจากนั้นก็ลงจากเตียง
       「 .....? 」
        วันนี้ก็ไม่เห็นคุณแม่อีกแล้ว เธอคงกลับไปตอนที่เด็กสาวหลับไปแล้ว
        คาลามิตี้ยืนนึกอยู่แว่บนึงก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากห้องไป เธอคิดว่า
คุณแม่ของเธอคงยังไม่ตื่นจากการ"นอน" เธอเลยคิดว่าจะไปเป็นฝ่ายปลุกบ้าง




ระหว่างที่คาลามิตี้ได้เดินออกมาจากห้องนั้นเธอก็พบกับหุ่นแปลกๆหลายรุ่นจำนวนมากมายที่เดินกันเป็นเครื่องจักรอย่างเป็นระเบียบตามที่โปรแกรมได้ตั้งไว้เต็มไปหมดจนดูแล้วเหมือนกับมดที่เดินตามกันเป็นขบวน

แต่ว่าหลังจากที่คาลามิตี้เดินมาได้ซักพักนั้นเธอก็พบว่าในเมืองแห่งนี้ไม่มีห้องพักของ Ace ของเมืองนี้ตั้งอยู่ตรงจุดไหนเลยในแผนที่...

1) ไปยังทะเลดวงดาว
2) ไปยังเมืองของพวกเอสเปอร์
3) อื่นๆโปรดระบุ


// 1 //

        เด็กสาวเกือบจะชนเข้ากับหุ่นตัวนึงตอนผลักประตูออกมาเจอ เธอจึงโค้งตัว
พูดเสียงค่อย(มาก)ทักทายออกไปว่า
       「 อ..อรุณสวัสดิ์ค่ะ
        แต่ดูเหมือนเธอจะพูดเบาเกินไป เพราะตัวเองยังไม่ค่อยได้ยินเลย
       「 .... 」
        เด็กสาวไม่รู้สึกถึงกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตเลย ราวเป็นอยู่ในโรงงานเครื่องจักร
ที่มีบรรยากาศทมึนๆซะมากกว่า
       「 ..! 」
         ' หม่าม้าอาจจะอยู่ที่นั้นก็ได้ '
         เมื่อเด็กสาวคิดได้แล้วเธอจึงละความสนใจจากเมืองนี้ แล้วเดินไปสถานที่ๆ
เธอคิดไว้ว่าจะได้พบคุณแม่ของเธอ






คาลามิตี้สามารถขออำนาจในการผ่านเข้า-ออกยังสถานที่ต่างๆในตัวเมืองได้อย่างอิสระ ทำให้เธอสามารถเข้าไปยังสถานที่เฉพาะของตัวเมืองได้เช่นกัน
หลังจากที่คาลามิตี้ได้ลงมาที่ด้านล่างนี้นั้นเธอก็พบกับท่านแม่ของเธอที่กำลังนอนอยู่บนโขดหินจุดเดิมและหลับไหลอยู่ท่ามกลางกับทะเลดวงดาวแห่งนี้


        ' อะ♥ '
        เมื่อเจอคุณแม่ของเธอแล้ว เธอก็ยิ้มกว้าง คาลามิตี้เดินเข้าไปใกล้ๆอย่าง
เป็นธรรมชาติ แล้วก็นั่งลงข้างๆคุณแม่ของเธอจากนั้นไม่นานหลังจากที่นั่งจ้อง
หน้าคุณแม่ของเธออย่างเงียบๆ เธอก็หลับด้วย(ทั้งๆท่านั่ง)




Ogonshoku Seikaku : ♥♥♥♥♥♥♥

-:- ช่วงเวลากลางวัน

คาลามิตี้ที่ได้นั่งหลับไปเองโดยปราศจากเครื่องจักรช่วยเหลือนั้นได้ค่อยๆรู้สึกตัวอีกครั้งโดยที่เธอนั้นได้นอนอยู่บนตักของคุณแม่ของเธอเองในตอนนี้

ออกอนโชคุ เซย์คากุ : อรุณสวัสดิ์จ๊ะ คาลามิตี้


ขึ้นใหม่เลยจ้า
โพสต์ 2-8-2014 03:15:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย oShirOyukio เมื่อ 8-8-2014 18:32



Condition : Fine
Mana Source : 90




Route :: B

ณ ห้องผลิต

"The System online"

"The Energy have success"

"Everything are complete"

"ระบบการทำงานร่างกายปกติ พลังงานไหลเวียนได้อย่างราบรื่น ไม่พบข้อบกพร่อง ทำการรอรับคำสั่งต่อไป" แอทรีอกซ์ทำการตวจสอบข้อมูลพร้อมรอคำสั่งต่อไป

  หลังจากการผลิตเสร็จสิ้นได้ไม่นานก็ได้มีการประกาศเรียกตัวแอทร๊อกซ์ เพื่อเข้ารับการทดสอบความสามารถ

"Aatrox โค๊ดเนม The Queen of Explosion กรุณารายงานตัวที่ห้องทดสอบ ณ เวลา .......z!eqsad@#$!!!"

"Warning! Warning! Warning! Warning detecting the enemy!"

"....ทำการประมวลผลสถานการณ์รองรับเหตุการณ์ที่จะเกิด"

"Weapon System Check"

  เมื่อระบบเตือนภัยภายในห้องแจ้งถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้แอทร๊อกซ์ได้เริ่มระบบการทำงานของอาวุธและเตรียมตัวที่จะรับมือกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น

โดยที่ไม่รู้เลยว่าการทดสอบได้เริ่มขึ้นแล้ว!




" การทดสอบระบบและความสามารถระดับ 1 เริ่มต้นได้ !! "

ทันทีที่สิ้นเสียงประกาศนั้นก็ได้มีสิ่งมีชีวิตจากเผ่าพันธ์เรเนเกดถูกปล่อยเข้ามายังห้องที่แอทร๊อกซ์นั้นเตรียมตัวอยู่ในทันที !!



- ในการทดสอบการต่อสู้ไม่จำเป็นต้องใช้ Mana Source ในการใช้งานทักษะต่างๆ


"The Target Lock Start!"
ขณะที่ได้ทำการตรวจจับล็อคเป้าหมายที่โผล่ออกมาในเวลาไม่ถึงเสี้ยววิ แอทร๊อกซ์ได้ทำการยิงลูกศรไปที่จุดสำคัญของเป้าหมายหลังจากได้ประมวลข้อมูลของสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธ์เรเนเกต
"ทำการสแกนเป้าหมายอื่นพร้อมเตรียมเข้าโหมด Stealth of Invisible"




แว้บ !! ทันทีที่เธอได้หายตัวออกไปนั้นก็ได้สร้างความงุนงงให้กับสัตว์ประหลาดด้านหน้าของเธอก่อนที่มันจะได้วิ่งวนไปรอบๆอย่างไร้จุดหมาย


"ฉึก! แพละ!"

แอทร๊อกซ์ได้พุ่งเข้าไปจากด้านบนเอามือเสียบไปที่จุดสำคัญและกระชากแหล่งพลังงานชีวิตออกมาพร้อมกับบีบให้แหลกในพริบตาเดียวหลังจากนั้นก็ได้หาทางที่จะออกไปจากห้องนี้ พร้อมกับคิดขึ้นในหัว

"เกิดอะไรขึ้นกันแน่?"




ได้รับ Daily : Quick Reaper : การโจมตีครั้งแรกจะรุนแรง 2 เท่าเสมอ

เมื่อเธอได้ออกมาจากห้องทดสอบนั้นเธอก็ได้พบกับหุ่นตัวนึงที่ทำงานควบคุมระบบอยู่ด้านหน้า หุ่นตัวนั้นได้ค่อยๆสแกนร่างกายของแอทร๊อกซ์เพื่อตรวจสอบระบบการทำงานอีกครั้งก่อนที่จะได้เริ่มสนทนากับเธอ



FL R. 18L : ดูเหมือนว่าระบบทำงานทั้งหมดจะปกติดีนะ เธอสามารถไปรายงานตัวที่ที่พักต่อจากนี้ได้ทันที

หุ่นตัวนั้นได้รายงานสภาพคร่าวๆก่อนที่จะได้แนะนำให้แอทร๊อกซ์นั้นไปสำรวจห้องพักของตัวเองเสียก่อน


แอทร๊อกซ์ได้เดินกลับไปที่ห้องพักตัวเองและมองกับกระจกพร้อมกับคิดขึ้นในหัว

  "ฉันเป็นใครกัน?"

หลังจากนั้นก็ได้เดินกลับมาที่นอนและหลับไป




-:- เวลาช่วงเช้า



แอทร๊อกซ์ได้ตื่นขึ้นมาในห้องพักของเธอที่มีสายระยางเต็มไปหมดอีกครั้งหลังจากที่ผ่านบททดสอบจากวันแรกมาแล้ว แต่ว่าเธอกลับรู้สึกว่าระบบทำงานติดขัดไปชั่วขณะ... นั่นเป็นเพราะว่าเธอไม่มี Mana Source หลงเหลืออยู่ภายในตัวเลยนั่นเองในตอนนี้

1x Crystal Mana = 2x Mana Source , สามารถแลก Crystal Mana ได้สูงสุด 50 หน่วยต่อ 1 วันโรล ที่ห้องตัวเองหรือแลปทดลองในเมืองเครื่องจักรกล
Mana Source สามารถสะสมได้เรื่อยๆอย่างไม่จำกัด
เผ่าหุ่นยนต์ใช้ 10 Mana Source ทุกๆวันในการดำรงชีวิตอยู่แทนพลังงาน


  "...."

แอทร๊อกซ์มองไปรอบๆห้องและมองมาที่ร่างกายของตัวเองว่าทำไมถึงมีสายระยางขึ้น

  "ฉันเป็นอะไรไป ฉันเป็นตัวอะไรกันแน่"

แอทร๊อกซ์ได้ยื่นมือขึ้นไปบดบังแสงไฟภายในห้องพร้อมกับมองการเคลื่อนไหว




แอทร๊อกซ์ได้ทำการลำเลียงพลังงานของเธอใหม่โดยการแลก Crystal Mana กับอุปกรณ์ในห้องของเธอ ไม่นานนักระบบทั้งหมดของเธอก็กลับมาทำงานอีกครั้งนึง

ในตอนนี้แม้ว่าเธอจะยังจำความอะไรไม่ได้แต่ว่าเธอต้องการ Crystal Mana ในการอยู่รอดเพื่อตามหาความหมายของตัวตนของเธอ... ดังนั้นตอนนี้ทางที่ดีที่สุดของเธอคือการสะสมพลังงานที่จำเป็นไว้แต่เนิ่นๆเสียก่อน


"ต้องเก็บรวบรวมข้อมูลมากกว่านี้ ดีกว่ามานั่งอยู่แต่ในนี้สินะ"

หลังจากนั้นแอทร๊อกซ์ได้ถอดสายที่ระโยงระยางออกและได้เดินออกจากห้อง เพื่อที่จะเข้าไปเดินสำรวจในตัวเมือง

"Check the Energy"ระหว่างกำลังเดินทางออกไปในตัวเมืองแอทร๊อกซ์ได้ทำการตรวจสอบพลังงานอย่างละเอียด

"Energy is full"

"เอาล่ะคงไม่มีปัญหาอะไรแล้วสินะ"




แอทร๊อกซ์ได้เดินผ่านเครื่องจักรกลจำนวนมากออกมาจนถึงที่ด้านหน้าแลปผลิตที่ใจกลางของเมือง

1) เข้าไปสอบถามข้อมูล
2) ออกจากเมืองไปยังดันเจี้ยนที่ใกล้ที่สุด
3) อื่นๆโปรดระบุ


3) เดินไปที่ที่เงียบสงบ

"ในเมืองมีแต่หุ่นยนต์เต็มไปหมด รู้สึกอึดอัดจริงๆน่าจะมีที่ที่เราสามารถจะอยู่ได้สักแห่งในเมืองนี้โดยที่ปราศจากความวุ่นวายนี้"

แอทร๊อกซ์ได้เดินเตร่ไปตามทุกแห่งในตัวเมือง จนสุดท้ายแล้วก็ไม่รู้ว่าตนเองจะไปที่ไหน ต้องทำอะไร และที่สำคัญที่สุดคือความต้องการที่จะหาตัวตนที่แท้จริงของเธอ

"เราคือมนุษย์หรือหุ่นยนต์กันแน่?"

"ทำไมถึงไม่มีใครรู้จักเราสักคน?"

"ฉันมันตัวอะไรกันแน่?"




ไม่ว่าหุ่นยนต์สาวจะครุ่นคิดเพียงใดก็ตามเธอก็ไม่สามารถรับรู้ข้อมูลอะไรได้เลย... หุ่นยนต์ที่เดินกันจนเต็มเมืองไปหมดนั้นก็ไม่มีตัวไหนที่จะเข้ามาทักทายเธอก่อนเลยแม้แต่ตัวเดียวรวมทั้งยังเหมือนว่าพวกมันจะไม่เข้าใจกับอาการที่กำลังเกิดขึ้นกับเธอในตอนนี้อีกด้วย


"System have change"

จู่ๆระบบการทำงานของแอทร๊อกซ์ก็เปลี่ยนแปลงไปและมีการเจาะระบบเข้าสู่ข้อมูลลับ

"Transfer to mode The Queen of Explosion"

"วิ้ง..ฟิ้ว!"ได้เกิดแสงเปล่งประกายสว่างออกมาจากร่างกายของแอทร๊อกซ์ในสถานที่ที่มีหุ่นยนต์เดินเพ่นพ่านเต็มไปหมด

"Transfer to mode The Queen of Explosion have complete"

หลังจากเสร็จสิ้นการเปลี่ยนโหมดทำให้รูปแบบของชุดเกราะเปลี่ยนไปตั้งแต่หัวจรดเท้าพร้อมทั้งมีมงกุฎอยู่บนหัว และมุ่งตรงไปที่จุดยอดตึกที่สูงที่สุดของเมือง

เพื่อมองอะไรบางอย่างที่สำคัญ

"ที่ตรงนั้นคือสำนักงานสินะ.."

ไม่รีรอแอทร๊อกซ์ได้พุ่งทะยานไปที่สำนักงานพร้อมกับเดินเข้าไปทางเข้า ประตูได้เปิดออกเธอก้าวเข้ามาพร้อมภาพที่ผ้าคลุมปริ้วสไวราวกับเธอเป็นคนสำคัญของเมือง

เดินตรงไปยังเคานืเตอร์






แอทร๊อกซ์ได้เดินเข้ามายังด้านในแลปจนกระทั่งพบกับหุ่นยนต์ที่ทำงานอยู่ตรงกลางที่เธอเคยพบเป็นครั้งแรกหลังจากที่ออกมาจากห้องผลิต



FL R. 18L : ยินดีต้อนรับ มีธุระอะไรอย่างนั้นรึ ?

เครื่องจักรนั้นได้ถามขึ้นก่อนที่จะรอรับคำสั่งจากแอทร๊อกซ์อีกครั้ง


  "รายงานข้อมูลที่เกี่ยวกับฉันมาทั้งหมดตั้งแต่สาเหตุจนถึงจุดประสงค์การเกิดของฉันอย่างละเอียด"แอทร๊อกซ์พูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและหนักแน่นพร้อมจ้องมองเครื่องจักรราวกับกำลังหงุดหงิดอะไรบางอย่างทั้งๆที่ตนเองนั้นไม่ควรจะมีอารมณ์หรือความรู้สึกใดๆ




FL R. 18L : Code name : AAtrox นั่นคือข้อมูลทั้งหมด

หุ่นยนต์ตัวนั้นได้ตอบกลับมาสั้นๆก่อนที่จะแสดงข้อมูลที่มีแค่ภาพและชื่อรุ่นของแอทร๊อกซ์ขึ้นมาเท่านั้นซึ่งนั่นก็คือสิ่งที่เป็นข้อมูลทั้งหมดของเธอที่มีบันทึกไว้


"แอทร๊อกซ์แค่นั้นหรอ?"

"คงมีแค่นั้นสินะ"

"ลาก่อน Townside Fields ฉันคงต้องออกเดินทางเพื่อค้นหาตัวตนของฉันจริงๆแล้วสินะ"

แอทร๊อกซ์ออกจากสำนักงานและมุ่งหน้าไปที่ประตูเมือง เพื่อออกตามหาแหล่งพลังงานให้แก่ตนเอง

"Search Information about Races"

"ค้นหาข้อมูลเผ่าพันธุ์ที่มีความสามารถในการหาคริสตัลดิบ"

"พบเผ่า Youkai มีความสามารถสูงในการค้นหาแหล่งคริสตัลดิบ เมือง Multo"

"งั้นคงต้องเป็นที่นี้สินะ ที่เหมาะแก่การเก็บข้อมูล แต่ถ้าเราไปในร่างนี้คงไม่สามารถเข้าไปยัง Multo ได้ง่ายๆสินะ"

หลังจากที่ได้ก้าวออกมาจากเมือง แอทร๊อกซ์ได้หันกลับมามองประตูเมือง Townside Fields ที่ที่เป็นจุดกำเนิดของเธอ เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะมุ่งหน้าไปยังเมือง Multo

เผ่าพันธ์ Youkai

"Impersonate Start!"ระหว่างที่แอทร๊อกซ์ได้ออกมาจากเมืองสักระยะแล้วจึงได้เปิดโหมดการแทรกซึมเพื่อให้มีลักษณะคล้ายเผ่า Youkai

และออกเดินทางไปยังเมือง Multo




-:- ช่วงเวลากลางคืน



หลังจากที่ได้เดินทางเป็นระยะเวลานานแล้วนั้นแอทร๊อกซ์ก็ได้เข้ามาถึงเมืองของพวกโยว์ไคในเวลาหัวค่ำตกดึกพอดี แต่ในเวลาช่วงนี้เป็นเวลาที่โยไคส่วนใหญ่นั้นกำลังตื่นตัวอยู่เหมือนกับช่วงกลางวันของพวกมนุษย์นั่นเอง

สภาพของตัวเมืองในตอนนี้กำลังอลหม่านและเต็มไปด้วยผู้คนที่พรุ่งพล่านด้วยท่าทางเร่งรีบกันไปหมด มันอาจจะเกิดเหตุการณ์อะไรที่รุนแรงขึ้นก่อนหน้านี้ในระแวกใกล้เคียงก็เป็นได้


"ที่นี้หรอเมือง Multo ของเผ่าพันธุ์ Youkai ทำไมถึงดูวุ่นวายแบบนี้"

แอทร๊อกซ์เดินไปสอบถามผู้คนแถวนั้นเพื่อถามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

"ขอโทษนะ ที่นี้เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอทำไมถึงดูวุ่นวายไปหมด?"




Youkai (1) : มีกลุ่มของเรเนเกดบุกป่าข้างของเมืองโยไคน่ะสิ !!

โยไคที่ได้ถูกถามขึ้นนั้นได้ตอบแอทร๊อกซ์ด้วยท่าที่เร่งรีบก่อนที่จะได้รีบวิ่งไปต่อทันที


  [ตามไปดูสถานการณ์จากระยะห่างเพิ่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติมดีกว่าสินะ. . .]

"Weapon Check and Spawn!"

ในขณะที่ธนูได้ปรากฏขึ้นในมือภายในพริบตาเดียวแอทร๊อกซ์ได้รีบพุ่งไปสถานที่เกิดเหตุทันที





-:- ขึ้นวันใหม่ Mana source -10

-:- ช่วงเวลาเช้า



ไม่นานนักแอทร๊อกซ์ก็ได้เดินทางมาถึงเขตุป่าที่ตั้งอยู่ข้างๆกับเมืองของพวกโยไค ที่ด้านหน้านั้นมีร่องรอยการต่อสู้จนไปถึงทางเดินตรงกลางด้านในที่มีร่องรอยการถูกกลุ่มเรเนเกดเข้าบุกรุกเป็นจำนวนมาก สถานที่แห่งนี้อาจจะอันตรายเกินไปสำหรับเธอในตอนนี้ก็เป็นได้

1) เข้าสำรวจ โดยใช้เส้นทางสายกลาง
2) เข้าสำรวจ โดยใช้เส้นทางข้างทาง
3) ออกจากป่า
4) อื่นๆโปรดระบุ


2)เข้าสำรวจ โดยใช้เส้นทางข้างทาง

[ลองสังเกตการณ์จากรอบนอกก่อนจะดีกว่าสินะ]

[Stealth of invisible Start!]

แอทร๊อกซ์เข้าไปสำรวจแบบทิ้งช่วงระยะให้ห่างจากเป้าหมายโดยให้อยู่ในระยะที่สามารถโจมตีได้ทั้งๆที่ยังสามารถปกปิดตำแหน่งของตนเอง

[วิเคราะห์จำนวนของเรเนเกต ไม่แน่อาจจะพบแหล่งพลังงานคริสตันก็เป็นได้]

[ต้องหาโอกาสที่จะไม่ให้เผ่าพันธุ์ Youkai พบเจออีกด้วยสินะ..]

[พลังงานในตอนนี้เป็นไปได้ยากที่จะจัดการกับเรเนเกตได้ในพริบตาเดียว..]

[อย่างน้อยหากจำกัดจำนวนเพื่อจัดการแต่เป้าหมายสำคัญ นอกนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ Youkai และแทรกซึมเข้าไปภายหลังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้]

[ทุกอย่างนี้อาจจะเชื่อมโยงไปถึงตัวตนของเราก็เป็นได้..ความสามารถของฉัน..]

ถึงแม้แอทร๊อกซ์จะคิดเช่นนั้นแต่ก็ยังมีความสงสัยทั้งๆที่ตนเองเป็นหุ่นยนต์ แต่กับมีความรู้สึกแบบนี้ออกมา แม้ว่าจะไม่ได้แสดงออกมาอย่างชัดเจนก็ตาม

[...]

[นิฉันเป็นอะไรกันแน่..]

[ฉันจะต้องหาเรื่องราวทั้งหมดของฉันให้ได้!!]

"The Target Lock  ON!"

"Stasis Fencer Ready!"

"Ready to Attack!"

ระหว่างที่แอทร๊อกซ์เคลื่อนที่ก็ได้ตรวจสอบสภาพแวดล้อมไปในตัว เพื่อหาจุดที่สามารถสังเกตการณ์และโจมตีจากระยะไกล


ขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงคะงุยะ
โพสต์ 2-8-2014 14:39:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 9-8-2014 03:30






Route :: C

EVE [ เนวิเกเตอร์ประจำตัวของไคร์น] :  เคลื่อนย้ายเสร็จสิ้นค่ะ

ไคร์น : อืม . . .  ( เงยหน้ามองขึ้นท้องฟ้า )

อีฟ : แต่แบบนี้จะไม่ถูกพวกนั้นจับได้เอาหรอ? เธอออกจะเด่นซะขนาดนี้โดยเฉพาะหมวกของเธอน่ะ

ไคร์น : ไม่หรอก แทนที่เราจะพยายามหาทางหนี สู้ไปอยู่ใกล้ๆพวกรัฐฯ ยังดีซะกว่า อย่างน้อยพวกนั้นก็น่าจะหาชั้นเจอลำบากอยู่

อีฟ : เฮ้อ . . . อย่าลืมล่ะเธอเพิ่งลืมตาตื่นมาได้แค่ 2 วันเองนะ ความรู้ส่วนใหญ่ก็มาจากศูนย์วิจัยฯ ยัดเยียดเข้ามาให้ทั้งนั้น

ไคร์น : รู้แล้วล่ะน่า ก่อนอื่นชั้นต้องหาคริสตอลมาไว้ให้ได้มากๆก่อน ไม่งั้นแย่แน่ ( ขยับฮูดผ้า ก่อนจะเดินตรงไปหาเจ้าหน้าที่ข้างใน )

ไคร์น : ได้ยินมาว่าทีนี่ต้องการคนหาวัตถุดิบอยู่ใช่รึเปล่า พอจะมีงานอะไรให้ทำบ้างไหม?




-:- ช่วงเวลาเช้า

หลังจากที่ไคร์นได้ตัดสินใจแล้วนั้นเธอก็ได้เดินทางมายังหน่วยงานหลักของสามพันธ์จอมเวทย์เพื่อที่จะสอบถามเกี่ยวกับรายละเอียดของภารกิจที่เธอได้ยินมา



? ? ? : มีอะไรให้ช่วยเหลือรึเปล่าคะ ?



ทันทีที่ไคร์นได้เดินเข้ามานั้นเธอก็ได้พบกับจอมเวทย์สาวคนนึงที่ได้เดินถือเอกสารผ่านมาเจอเธอเข้าพอดี


ไคร์น : อืม พอดีได้ยินมาว่าที่นี่กำลังหานักเดินทางช่วยการค้นหาวัตถุดิบ อยู่ ชั้นก็เลยลองมาที่นี่ดู ( หันมาตอบน้ำเสียงห้วนๆ )

ไคร์น : ก็นะ อย่างที่เห็นแหละ ชั้นเป็นนักเดินทางที่เพิ่งมาที่นี่ได้ไม่กี่วันเอง พอจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับงานในประกาศนั่นมั้ย?

อีฟ : ดะเดี๋ยวก่อนสิไคร์น

ไคร์น : [ เอาน่า ]




? ? ? : ถ้าอย่างนั้นก็พอดีเลย

เธอได้กล่าวตอบขึ้นก่อนที่จะได้ค่อยๆผายมือเชิญและเดินนำไคร์นไปยังด้านในพร้อมๆกับได้ทำการเรียบเรียงเอกสารให้กับไคร์นด้วยชุดนึง

? ? ? : เป็นภารกิจบุกเบิกหาก้อนคริสตอลพลังงานขนาดกลางน่ะ คงจะไม่ยากเกินไปใช่รึเปล่า ?

หญิงสาวได้ถามขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ได้ยื่นรายละเอียดของเอกสารให้ จากข้อมูลแล้วดูเหมือนว่าไคร์นนั้นจะต้องลงไปทางทิศใต้ของเมืองเพื่อไปสำรวจสถานที่แห่งหนึ่งและนำคริสตอลมานาดิบนาดกลางกลับมาที่เมืองจึงจะสำเร็จภารกิจนี้


ไคร์น : โอ้ คริสตัล สินะ อื้อ วางใจได้เลย

อีฟ : เฮ่อ ทำอะไรก็ทำเถอะ . . .

ไคร์น : [ ได้งานง่ายๆแบบนี้ก็โอเคแล้วนี่? ดีล่ะตามหาคริสตัลสินะ ]

ไคร์น : ตัวชั้นชื่อ ไคร์น  . . . ไม่มีนามสกุลหรอกนะ ( แนะนำตัวเองพลางกระชับเสื้อคลุม )




ฮันไซ ฮิซุย : ค่ะ คุณไคร์น ดิชั้นชื่อ ฮันไซ ฮิซุย เป็นพนักงานที่ดูเรื่องเอกสารค่ะ

หลังจากที่เธอได้แนะนำตัวเสร็จแล้วนั้นเธอก็ได้ให้อุปกรณ์ยังชีพชั่วคราวกับไคร์นเพื่อออกไปทำภารกิจ


ไคร์น : หืม? เครื่องชุดปฐมพยาบาลของคนหรอ?

อีฟ : สำหรับเธอก็ใช้พวกมันรักษาแผลเล็กๆได้ค่ะ

ไคร์น : [ อืม เอาล่ะได้รายละเอียดมาแล้ว ก่อนอื่นก็ต้อง เอ . . . ]

ไคร์น : ขะ ขะ อืมมม อ๊ะ ขอบใจมากนะ

อีฟ : แล้วเธอจะตื่นเต้นเวลาจะพูดคำว่าขอบคุณทำไมล่ะนั่น?

ไคร์น : [ หนวกหูน่ะ ]

ไคร์น : แล้ว ชั้นต้องทำยังไงบ้างหรอ? ( เก็บอุปกรณ์ไว้ในฮูดก่อนจะหันมาถาม )




ฮันไซ ฮิซุย : อืม... เธอจะต้องออกไปหาคริสตอลดิบขนาดกลางที่ซากเมืองรกร้างททางใต้น่ะ

เมื่อกล่าวจบแล้วนั้นเธอก็ได้แสดงแผนที่ให้ไคร์นดูอีกครั้งเพื่อบอกเส้นทางการเดินทางไปในตัวด้วย เพราะเธอนึกว่าไคร์นจะรู้อยู่แล้วเพราะว่าสถานที่นั่นเป็นสถานที่บุกเบิกยอดนิยมของเผ่าพันธ์จอมเวทย์นั่นเองจึงไม่ได้บอกรายละเอียดใดๆเบื้องต้นในตอนแรก





ไคร์น : ฮื่มๆ เข้าใจล่ะ ( แอบยื่นมือไปแตะที่หูพลางเก็บภาพแผนที่เอาไว้ )

ไคร์น : ดีล่ะ ถ้าอย่างงั้นไปก่อนนะฮันไซ ( โบกมือลาพลางเดินออกมาจากสำนักงาน )

........

อีฟ : เดี๋ยวก่อนสิ ไคร์น

ไคร์น : [ หือ ? มีอะไรหรอ ]

อีฟ : ระบบไม่ได้ติดตั้งการรับรู้รสเอาไว้นะ เธอจะกินของพวกนี้ได้หรอ?

ไคร์น : [ ไม่แน่ใจ แต่ชั้นรู้สึกว่า ตัวชั้นยังคงรับรู้ว่า '' การกิน '' มันเป็นยังไงได้นะ? ]

อีฟ : เอ๋? แต่ในระบบมันไม่ได้มีเขียนไว้?

ไคร์น : [ ไม่รู้สิ ชั้นไม่เข้าใจความหมายของมันเหมือนกัน เอาเป็นว่า ชั้น '' กิน '' มันได้แล้วกัน ]

อีฟ : เฮ้อ ถ้างั้นชั้นจะเขียนโปรแกรมวัดเกจค่าสถานะร่างกายเธอแบบมนุษย์ทั่วๆไปแล้วกันนะ

( เดินมายัง หน้าประตูทางออกของเมือง )




หลังจากที่ไคร์นมองเส้นทางแล้วนั้นกว่าจะถึงสถานที่นั้นได้ก็คงตกราวๆกลางคืนเลยทีเดียว ซึ่งมันเป็นเรื่องอันตรายที่จะเดินทางรวดเดียวจนไปถึงสถานที่นั้นเพียงลำพัง...

จุดที่ไม่ไกลออกไปจากประตูเมืองนั้นมียานโดยสารเวทย์มนต์จอดอยู่ซึ่งมีค่าการใช้บริการ 10 Crystal Mana ถ้าเธอใช้สิ่งนี้เดินทางไปล่ะก็มันคงจะไปถึงได้ในเวลาไม่เกินเทียงวัน


ไคร์น : อืม ไกลน่าดูเลยแฮะถ้าจะเดินเท้าไป

อีฟ : แหงสิ ถ้าเธอใช้ฟังชั่นบูสเตอร์ที่เท้าของเธอคนอื่นก็จับได้พอดีว่าเธอเป็นอะไร

ไคร์น : ระรู้อยู่แล้วน่า ชั้นไม่ใช้มันหรอก ว่าแต่ไอ้นี่?

อีฟ : เหมือนจะเป็นยานพาหนะนะ? ไหนดูสิ? ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงที่นั่นด้วย คริสตอล 10 ชิ้น?

ไคร์น : 10 ชิ้นเลยหรอ? งานที่ได้มาได้คืนมาเท่าไหร่ไม่รู้ด้วยสิ เอ เอายังไงดี?

อีฟ : ชั้นว่ามันก็สะดวกดีนะ แต่ว่าเธอจะไปคนเดียวหรอ?

ไคร์น : [ เธอบอกชั้นเองนี่ว่าอย่ารีบไว้วางใจใครน่ะ อีกอย่างชั้นก็ไม่รู้จักใครเลยด้วย เพิ่งจะลืมตามมามองดูโลกแค่ 2 วัน ชั้นจะเอาอะไรมาการันตรีมนุษย์พวกนี้ล่ะว่าจะไว้ใจได้ ]

( เดินมาเช่ายาน ก่อนจะขึ้นไปลองขับมันออกไปจากเมืองสู่ดันเจี้ยน )




-:- ช่วงเวลากลางวัน



ไม่นานนักไคร์นก็ได้เดินทางมาถึงสถานที่รกร้างแห่งนี้ ยานภาหนะที่เธอนำมาด้วยนั้นได้เข้าสู่โหมดพรางตัวก่อนที่จะจอดลงที่ด้านหน้านั้นลงหลังจากที่ได้เข้ามาสู่เขจุของสถานที่ แสงแดดที่ร้อนแรงในช่วงกลางวันไม่ได้ส่งผลกับสถานที่แห่งนี้มากนักทำให้บรรยากาศรอบๆนั้นรู้สึกเย็นสบายๆและสว่างจ้า แต่ว่าตอนกลางคืนนั้นที่นี่คงจะเย็นลงมากๆเลยเช่นกัน

1) หาจุดพัก
2) เข้าสำรวจ
3) อื่นๆโปรดระบุ


( ลงจากรถก่อนจะบันทึกจุดที่จอดรถไว้ )

ไคร์น : ที่นี่หรอ มีหินคริสตัลบริสุทธิ์อยู่?

( มองดูพื้นที่รอบๆ )

ไคร์น : ไหงแหล่งพลังงานสำคัญแบบนั้นถึงมาอยู่ในเมืองร้างได้ล่ะเนี่ย?

อีฟ : อืมมม อาจจะเป็นโรงถลุงหรืออะไรทำนองนี้รึเปล่า?

ไคร์น : อาจจะเป็นไปได้ ว่าแต่ อากาศชื้นจังเลยแฮะ

อีฟ : รอซักครู่นะ

ระบบ : เปิดระบบกันน้ำ

ไคร์น : ขอบใจนะ เอาล่ะ ลองเข้าไปเลยดีแล้วกัน

( 2 ) เข้าไปสำรวจด้านใน




ภายด้านในนั้นเป็นซากสิ่งก่อสร้างทีปรักหักพัง พื้นด้านล่างที่เต็มไปด้วยหญ้าที่แซมตามพื้นปูนและไม้ที่แตกระแหกด้านล่างบ่งบอกถึงความเก่าและจำนวนของผู้บุกเบิกที่ค่อนข้างน้อยด้วยเช่นกัน ที่แห่งนี้อาจจะไม่มีคริสตอลที่ไคร์นถูกสั่งมาให้ตามหาก็เป็นได้...

1) เดินเข้าไปลึกอีก
2) หยุดสำรวจและกลับเมือง
3) อื่นๆโปรดระบุ


( เดินเข้ามาสำรวจอยู่พักนึง )

ไคร์น : ไม่ยักกะเจอเลยแฮะ แม้แต่วีแววถึงพลังเวทย์ก็ไม่มี . . . นี่ชั้นโดนหลอกรึเปล่าเนี่ย?

อีฟ : อืมม แปลกจังเลยนะ รัฐบาลไม่น่าจะให้ข้อมูลผิดๆกับเรามานี่นา? หรือว่ามันจะอยู่ลึกลงไปอีก?

ไคร์น : เฮ้อ ถ้าไม่เจอน่ะ กลับไปจะไปโวยยัยโนตมนั่นให้เยอะๆเลยคอยดูสิ (เริ่มหงุดหงิด)

อีฟ : อายุเธอยังโตได้อีกไกลน่า

ไคร์น : หนวกหูย่ะ! (ค้อนใส่)

1) เดินสำรวจลึกเข้าไปอีก




ไคร์นได้ตัดสินใจที่จะเดินเข้าไปสำรวจลึกเข้าไปอีกภายในสถานที่โดยเธอได้เดินมาหยุดลงที่ใต้สิ่งก่อสร้างที่แห่งนึงที่เงียบสงัดและรกร้าง แต่ไคร์นกลับรู้สึกกระวนกระวายใจอยากบอกไม่ถูกกับสถานที่จุดนี้

1) ทำลายกำแพงข้างๆ
2) ขุดพื้น
3) เดินออกมา
4) อื่นๆโปรดระบุ


ไคร์น : . . . ? ( รู้สึกระคับระแคงใจ )

อีฟ : มีอะไรหรอไคร์น?

ไคร์น : ไม่รู้สิ รู้สึกแปลกๆ . . . ข้างหน้านี้? ( เอามือแตะที่กำแพง )

อีฟ : มอนเตอร์หรอ? ชั้นไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับแถวนี้เลย ชั้นว่าเธอถอยออกไปก่อนไหม?

ไคร์น : ฮื่มมมม แต่ถ้าถอยกลับไป ชั้นก็ไม่เจอคริสตอลดิบน่ะสิ แต่ว่า ไอ้ความรู้สึกวิตกเล็กๆนี่มันอะไรกันนะ หรือมีอะไรบางอย่างอยู่แถวๆนี้จริงๆ? (เดินถอยออกมาจากสิ่งปลูกสร้าง > ชักดาบออกมา )

อีฟ : ดะ เดี๋ยวสิ ไคร์น

ไคร์น : ( ฟันไปที่กำแพงอย่างแรง )

4) ถอยออกมาก่อนแล้วทำลายกำแพงข้างๆ






Condition : Fine
Mana : Max

ทันทีที่ไคร์นทำลายกำแพงลงนั้น ก็ได้มีแสงเลเซอร์ประหลาดพุ่งเข้าโจมตีเธออย่างฉิวเฉียดจนแขนเสื้อของเธอเกิดเป็นรอยไหม้จากการโจมตีเมื่อกี้นี้เล็กน้อย เมื่อเธอได้มองเข้าไปนั้นเธอก็พบว่ามีสัตว์ประหลาดแปลกปลอมตัวนึงยืนอยู่ภายในและทำท่าเหมือนกับว่าจะโจมตีเธออีกระรอกด้วยเช่นกัน



ไคร์น : !!? ( ถอยออกห่าง )

อีฟ : เสื้อเกราะเสียหายเล็กน้อย

ไคร์น : ตัวอะไรล่ะนั่น ( กุมดาบแน่น )

อีฟ :  ไม่มีข้อมูลของสิ่งมีชีวิตนี้ ไม่น่าจะใช่เลพิลอยนะ

ไคร์น : แค่มองด้วยตาเปล่าก็รู้แล้วล่ะย่ะ แต่ว่า เลเซอร์ตะกี้อันตรายชะมัดยาด ขนาดเผาชายเสื้อของชั้นได้เลยหรอเนี่ย (แต่จำได้ว่าเจ๊ VIT 1 นิ? )

อีฟ : แต่เลเซอร์ที่ยิงมาเมื่อครู่มีเวลาหน่วงก่อนยิงอยู่ ใช้โอกาสนั้นหลบเอาดูนะคะ

ไคร์น : อื้ม! ( ร่ายเวทย์ รอบๆข้อมือพร้อมสู้ )

MAGIN KEN!! ( อัดไปตรงๆ )






Condition : Fine
Mana :

เคร้ง !! การโจมตีจากด้านหน้าของไคร์นนั้นได้สลายออกไปโดยที่ไม่ได้ทำความเสียหายใดๆให้กับเป้าหมายด้านหน้าของเธอเลย !! แต่จังหวะที่เธอโจมตีนั้นก็ทำให้มันหยุดชะงักไปได้พักนึงเช่นกัน !! ในขณะเดียกวันนั่นเองมันก็ได้เริ่มชาจพลังขึ้นใหม่และพร้อมที่จะเริ่มโจมตีในระลอกที่สองแล้ว !!

1) โจมตีต่อไป
2) หาจุดอื่น
3) อื่นๆโปรดระบุ


ไคร์น : เอะ? ( อึ้งไปครู่หนึ่ง ) , ไม่ระคายเลย?

อีฟ : ท่าทางผิวหนังตรงด้านหน้าจะแข๊งแกร่งเอามากเลยนะ

ไคร์น : แบบนี้จะโจมตีมันเข้าไปยังไงล่ะเนี่ย?

อีฟ : ลองพยายามหาทางโจมตีจากด้านอื่นดู . . . ตรงลำตัวมันยาวแปลกๆนะ? ลองตรวจสอบดูซิ

ไคร์น ( เก็บดาบก่อนจะลองลอยตัววนไปรอบๆขณะที่มันชะงัก)

2) หาจุดอื่น






Condition : Fine
Mana :

เมื่อไคร์นได้มองเห็นที่ด้านหลังของมันนั้นเธอก็พบว่าที่ด้านหลังของสัตว์ประหลาดนี้มีก้อนกลมๆสีแดงๆถูกยึดติดไว้อยู่ มันน่าจะเป็นจุดอ่อนบนร่างกายของเจ้าสัตว์นี่เป็นแน่

ควั้บ !! ในขณะเดียกวันนั้นแสงเลเซอร์ที่มันได้ชาจไว้จนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้โจมตีมาอีกระรอกนึงก่อนที่จะได้ตัดเฉี่ยวชายกระโปรงของไคร์นเข้าจนขาดออกเล็กน้อย


ไคร์น : นั่นอะไรน่ะ? หวา!!? ( หลบเลเซอร์ แบบฉิวเฉียด )

อีฟ : จุดนั้นน่าจะเป็นจุดอ่อนนะ

ไคร์น ( หยิบดาบออกมา ) : มาจินเค็น!! ( ฟันอัดไปตรงๆอีกครั้ง ) ( ก่อนจะพุ่งอ้อมไปข้างๆเป็นแนว 40 องศา )

ไคร์น : ย่า!! ( MAGIN KEN!! พยายามเล็งไปที่ก้อนสีแดง )






Condition : Fine
Mana :

ฉัวะ !! การโจมตีของไคร์นได้กระทบเข้าที่จุดอ่อนสีแดงที่แผ่นหลังของสัตว์ประหลาดนั่นจนมันได้ผงะตัวด้วยความเจ็บปวดก่อนที่จะทำให้เลเซอร์ของมันสาดกระจายไปทั่วบริเวณอย่างสะเปะสะปะจนสิ่งก่อสร้างนั้นพังลงมาและทับร่างของมันรวมทั้งยังทำให้พื้นด้านล่างหลังห้องกำแพงนั้นทะลุลงไปจนทำให้ไคร์นสามารถมองเห็นทางมุดคลานเล็กๆด้านล่างที่เหมือนจะเชื่อมต่อลงไปยังส่วนใต้ดินของสถานที่อีกด้วย

1) ลงไปสำรวจ
2) พักผ่อน
3) กลับทางเดิม
4) อื่นๆโปรดระบุ


ขึ้นใหม่เลยจ้า
แมวบ้า
โพสต์ 2-8-2014 19:37:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Chavavan เมื่อ 3-8-2014 14:47



Condition : Fine
AS : Max





"ช่างเป็น อะไรที่ยุ่งยากเสียจริง" ซีกร์บ่นขึ้นอีกครั้ง
"ตะกี้ เธอบอกว่ามันช้าสินะ" ว่าแล้วเขาก็ยกปืนคู่ใจขึ้นเล็ง แล้วยิงไปที่หัวของตัวสีดำที่แขนครบ 1 นัด
"ขอให้มันจริงนะ. . . . "






Condition : Fine
Mana : Max
Ammo : 1 / 18

ในจังหวะที่ยังไม่ได้ทันตั้งตัว !!!!! ซีกร์ก็ได้ใช้ปืนของเขายิงหัวของสัตว์ประหลาดนั่นจนกระเด็นกลิ้งออกไปอย่างง่ายดาย !! จนทำให้อีกสองตัวที่เหลือนั้นได้รีบเข้าโจมตีชายหนุ่มทันที !!



ควับ !! คมดาบของเด็กสาวนั้นได้ช่วยฟันสกัดสัตว์ร้ายพวกนั้นไว้ก่อนที่จะเข้ามาถึงตัวของซีกร์ได้พร้อมๆกับเด็ดแขนของตัวสีแดงออกไปด้วยข้างนึง !!





"เยียมไปเลย. . . " ซีกร์กล่าวออกมาอย่างยินดี พร้อมกับยิ้มออกมา
"แล้วก็ ขอบใจมาก" แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะพูดกับเพื่อนร่วมทางของเค้า

ก่อนที่จะยิงไปที่หัวตัวของตัวสีดำอีกตัว ปัง!

แล้วรีบรีโหลด ยิงหัวตัวแดงอย่างรวดเร็ว ปัง! ปัง!






Condition : Fine
Mana : Max
Ammo : 1 / 16

ฟ้าว !! เสียงกระสุนนั้นถูกยิงผ่านอากาศและเข้ากระทบกับกำแพง !! เหมือนกับว่าตัวสีแดงนั้นจะสามารถเรียนรู้และมีความสามารถต่างกับตัวอื่นๆออกไป !! มันได้หายตัวออกไปก่อนที่จะได้ใช้ความมืดภายใน ในการซ่อนตัวเพื่อหลบหนีจากพวกซีกร์ !!

1) ตามเข้าไป
2) ปล่อยไป
3) อื่นๆโปรดระบุ


2) ปล่อยไป แล้วไปสำรวจต่อ

"อืมมมม. . . . หวังว่ามันคงจะไม่กลับมาอีกนะ" ซีกร์พูดพร้อมกับลดปืนลง
แล้วก็เริ่มเดินทางลงไป ต่ออีกครั้ง

"มีฝีมือพอตัวเลยนิ" เขาเริ่มพูดกับเธออีกครัง
"ไม่น่าจะมาอยู่ในสภาพนี่ได้เลยนะ. . . ."




? ? ? : เรา...เคลื่อนไหวตอนโจมตีไม่ได้น่ะ

เธอได้บ่นอุบอิบออกมาเบาๆในขณะที่ก้มหน้าหลบสายตาของซีกร์

? ? ? : ชะ- ข่างมันเถอะน่า !! แค่หาทางออกให้เจอก็พอแล้ว

เด็กสาวได้เปลี่ยนรีบเรื่องแก้เขินทันทีโดยไม่ยอมให้ซีกร์ได้ถามต่อ

ไม่นานนักทั้งสองก็ได้เดินเข้ามาจนลึกถึงด้านในที่มีแสงสว่างรำไรที่ส่องลงมาจากดวงดาวบนฟ้าของเมืองที่มีแต่ตอนกลางคืนแห่งนี้ทำให้พวกเขาได้พบกับลานกว้างๆที่มีคริสตอลขนาดใหญ่จำนวนมากมายระยิบระยับเต็มไปหมดตั้งอยู่ !!

? ? ? : โห !!

ด้วยความตื่นตระหนกนั้นทำให้เด็กสาวคนนั้นทำท่าเหมือนว่ากำลังจะวิ่งเข้าไปสำรวจจุดด้านหน้านั่นในทันทีโดยที่ยังไม่ได้ตรวจสอบสภาพรอบๆด้านเสียก่อน

1) ดึงไว้ก่อน
2) เข้าไปสำรวจด้วย
3) อื่นๆโปรดระบุ





1) ดึงไว้ก่อน+สำรวจรอบๆ

"เดียว!!" ซีกร์รีบพูดพร้อมกับยื่นมือไปจับแขนเธอเอาไว้
"เข้าดื้อๆ แบบนี่เดียวก็กลายเป็นอาหารให้พวกนั้นหรอก"
"ทำไมที่นี่ ถึงได้มีคริสตอลเยอะได้ขนาดนี่ละ ในเมือมีเจ้าพวกนั้นอยู่ก่อนแล้วแท้ๆ"

ว่าแล้วเขาก็เริ่มสำรวจไปรอบๆ

"ACE  อยู่แถวนี่เถอะนะ"




? ? ? : ถ้าพวกเราไม่รีบขนไปเดี๋ยวเผ่าอื่นก็มาแย่งหมดหรอก !!

เด็กสาวยืนบ่นอยู่ข้างๆกับซีกร์พลางแกว่งมือข้างที่ถือดาบคาตานะไปมาและชี้ด้ามดาบเข้าไปที่กองคริสตอลที่เป็นแหล่งหลังงานมหาศาลนั่น

แน่นอนว่าสถานที่แห่งนี้มันมีพิรุธเป็นอย่างมาก... เพราะว่าซีกร์เองก็ไม่สามารถมองหาศัตรูที่เขาปล่อยมาเมื่อครู่นี้ได้เลยแม้ว่ามันจะมีแต่ทางตรงเข้ามาที่นี่เพียงทางเดียวเท่านั้น...

ในขณะนั้นเอง !! ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้ก้าวออกไปไกลนั้นก็ได้มีตัวประหลาดโผล่ออกมาขวางเขาไว้เสียก่อน !!



? ? ? : น- นั่น !! ด้วงตัวนั้น !!

เด็กสาวได้รีบชี้ออกไปยังปีศาจตัวใหญ่ที่ผุดออกมาจากพื้นข้างใต้โดยที่ไม่ทำให้สิ่งก่อสร้างนั้นเคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย !! นั่นคงจะเป็นตัวประหลาดที่เด็กสาวได้บอกไว้ในตอนแรกแน่ๆ !!

? ? ? : แต่ตั้กแดนสีแดงข้างๆนั่นดูคุ้นๆจังเลยนะ...

เธอได้ยิ้มแหยๆออกมาพลางกับถอยหลังอย่างช้าๆ

1) เผ่น !!
2) บุกเข้าไปเลย !!
3) อื่นๆโปรดระบุ


3) วิ่งฝ่าเข้าไปหาทางไปต่อ

"Taste the fear"

ซีกร์ได้ใช้ Mind fray เพื่อก่อกวนเจ้าสองตัวนั้น

"โทดนะ" แล้วซีกร์พูดก็ขึ้นก่อนที่จะ เตะตัดขาสาวน้อยคนนี่ แล้วช้อนรับในท้าอุ้มเจ้าสาว
"จะฝ่าเข้าไปละนะ ช่วยป้องกันให้ด้วย" มาถึงจุดนี่แล้วซีกร์คไม่อยากกลับไปมือเปล่าแล้ว

ฟุ่บ!!

แล้วเขาก็เริ่ม Shunpo ไปที่ด้านหน้าของเขา โดยหวังว่าจะฝ่าเจ้าสองตัวไปให้ได้

(ในกรณีที่จะโดนโจมตีให้ใช้ Force Field ป้องกันไว้)






Condition : Fine
As :

Amaterasu Erika : ♥♥

? ? ? : กรี๊ดดด !! ท...ทำบ้าอะไรของนาย !!

เด็กสาวได้ร้องเสียงหลงพลางกับทุบตีลงทีอกของซีกร์อย่างถี่ยิบด้วยความตกใจพลางกับพยายามปิดหน้าที่แดงแจ๋ของเธอในตอนนี้เพื่อไม่ให้ชายหนุ่มเห็น
ถึงแม้ว่าบรรยากาศอาจจะเป็นใจแต่ซีกร์ก็คงไม่มีเวลาได้คำนึงถึงเรื่องอื่นๆนอกจากการเอาตัวรอดของพวกเขาได้ในตอนนี้ !!

ด้วยพลังจิตของซีกร์นั้นทำให้ช่องว่างได้ถูกเปิดออกจนทำให้เขาสามารถวิ่งมายังส่วนหลังของลานคริสตอลนี้ที่มีคริสตอลขนาดใหญ่ตั้งขวางทางอยู่มากมายจนยากต่อการเคลื่อนที่แบบธรรมดาๆนัก แต่ด้วยความสามารถในการเคลื่อนย้ายของเขานั้นทำให้ชายหนุ่มสามารถพุ่งตัวมายังสุดขอบห้องที่มีคริสตอลขนาดใหญ่ตั้งขวางอยู่เป็นจำนวนมากได้อย่างหวุดหวิด !!

ในขณะที่เจ้าศัตรูกรามใหญ่นั้นไม่น่าจะเข้ามาตามเขาถึงในนี้ได้อย่างรวดเร็วนักแต่ศัตรูที่มีรูปร่างคล้ายกับตั้กแตนนั้นก็ได้พยายามวิ่งตามเขามาอย่างใกล้ชิดอย่างไม่ย่อท้อ !!

ฉัวะ !! เสียงอาวุธจำนวนนึงได้พุ่งเข้าโจมตีร่างของสัตว์ประหลาดที่ตามเข้ามานั้นอย่างรุนแรงจนร่างของมันกระแทกกับคริสตอลจนแตกหักและกลิ้งไถลไปด้านหลังหลายตลบก่อนที่มันจะถูกหอกยาวๆประหลาดอีกอันนั้นปักคาไว้ที่พื้นอย่างแม่นยำ !!

? ? ? : เจ้าพวกแมลงโสโครก... บังอาจมารบกวนเวลาอันมีค่าของข้างั้นเหรอ



เสียงแสนเข้มนั้นเหมือนกับจะทำให้ซีกร์มีความหวังขึ้นมาบ้างในทันใด !! แต่กำลังใจเขาก็ต้องตกวูบเมื่อภาพที่เขาหันกลับมาเห็นนั้นเป็นร่างของหญิงสาวที่เขาตามหาตัวอยู่แต่ว่าเธอดันติดอยู่ในคริสตอลซะอย่างนั้น. . .

1) แนะนำตัว + ทักทาย
2) ถามว่าทำไมถึงเข้าไปอยู่ในนั้นได้
3) อื่นๆโปรดระบุ


3) ยืนเสียใจ

". . ." ซีกร์มีความรู้สึกมากมายกับภาพตรงหน้า พร้อมกับคิดว่าจะเอาอย่างไรต่อไปดี
". . . . "
". . . . . "
". . . . . . ."

"อ้อใช้. . . ." ถึงจะเกือบลืม แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะว่างสาวที่ช้อนมาลงอย่างนุ่มนวล พร้อมกับถามว่า
"สนุกมั้ย?" ซีกร์ถามพร้อมกับรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย

แล้วเขาก็หันไปคุยกับ คริสตอลก้อนยักนั้น

". . . . . . ."

ดูเหมือนเขาก็ไม่รู้จะพูดอะไรอยู่ดี จึงได้หยิบใบปลิวภารกิจขึ้นมา แล้วเดินแปะที่หน้าคริสตอลให้เจ้าตัวอ่านเอง. . . .

"หวังว่าคงแค่กดสวิจแล้วก็ออกมาได้ใช้มั้ย. . . ?" เขาถามอย่างมีความหวังลมๆแล้งๆ




เด็กสาวได้มองซีกร์อย่างไม่พอใจก่อนที่จะได้เตะเข้าที่ขาของซีกร์ก่อนทีนึงก่อนที่จะได้เดินมาดู Ace ของเอสเปอร์ที่ติดอยู่ในคริสตอลตอนนี้...



? ? ? : อากิระ...

เธอได้แต่อ้าปากค้างพลางลองเอาดาบของเธอครูดกับคริสตอลนั่นดูก่อนที่จะพบว่ามันแข็งซะจนไม่สามารถสร้างรอยขูดขีดได้เลย



? ? ? : ดาบเล็กๆของเธอไม่มีทางที่จะทำอะไรคริสตอลนี้ได้หรอก !! ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ

หญิงสาวได้หัวเราะออกมาเหมือนกับว่าภูมิใจอะไรบางอย่าง... ทั้งๆที่มันไม่น่าจะใช่เรื่องน่าดีใจซักเท่าไรนัก...

? ? ? : เงียบปากไปเลย !! เธอเองก็ออกมาไม่ได้ใช่ไม๊ล่ะ !!

เด็กสาวได้ตวาดขึ้นก่อนที่จะชี้ไปยัง Ace ที่ติดแหงกอยู่ในคริสตอลแบบนั้นอย่างอดโมโหไม่ได้

? ? ? : หึ !! ภาชนะแค่นี้มันไม่สามารถกักขังข้าไว้ได้หรอก เพียงแต่ว่า...

หญิงสาวได้กอดอกพูดในท่าทางมาดเข้มก่อนที่จะได้แผ่มือของเธอออกมากว้างๆเพื่อให้ทั้งสองได้หันกลับไปมองคลังสมบัติที่มีคริสตอลเต็มไปหมดบนลานกว้างแห่งนี้จนแสงจากดวงดาวนั้นได้สอดส่องประกายของคริสตอลต่างๆจนเกิดเป็นประกายระยิบระยับขึ้นมา ไม่มีใครสามารถรู้ได้เลยว่ามูลค่าของ Crystal Mana ทั้งหมดที่นี้นั้นจะตีค่าได้เป็นกี่ล้านกันแน่

? ? ? : มองดูสมบัติพวกนี้ของข้าสิ !! ข้ายอมติดแหงกอยู่แบบนี้ดีกว่าการที่จะทิ้งมันไป !!

แน่นอนว่าแม้เธอจะเป็น Ace ของกลุ่มเอสเปอร์แต่เธอก็เป็นแค่ผู้หญิงคนนึง... ที่ไม่สามารถนำคริสตอลทั้งหมดนี่ออกไปได้พร้อมๆกับเธอ...

? ? ? : แต่นั่นก็ยังไม่ได้อธิบายว่าทำไมเธอถึงไปติดข้างในนั้นนะ อากิระ

เด็กสาวได้ยิ้มขึ้นมาอย่างผู้ชนะก่อนที่จะถามคำถามที่น่าจะสำคัญ(?)กับสถานการณ์ในตอนนี้มากๆขึ้นมา

? ? ? : เจ้าพวกมดปลวกจะมาเข้าใจอะไรความคิดของข้าได้ ~ ข้าได้พยายามตัดคริสตอลที่ใหญ่ที่สุดในสถานที่แห่งนี้ลงเพื่อที่จะนำไปด้วยต่างหากล่ะ !! แต่ในเมื่อข้าไม่สามารถนำไปได้ข้าก็จึงคว้านใส้ของคริสตอลออกเพื่อที่จะให้รูปงามของคริสตอลนี้คงอยู่เพื่อที่จะได้ขนไปด้วยได้ยังไงล่ะ !!

เธอได้อธิบายขึ้นด้วยท่าทางภูมิใจสุดๆจนไม่ต้องให้ซีกร์เดาเลยว่าเกิดอะไรขึ้นต่อไปจนเธอได้มาติดแหงกอยู่ด้านในแบบนั้น...


"อ้อ~~~~~~~~" อย่างนี่เองสินะ ซีกร์พูดออกมาด้วยทำเสียงที่แปลกไป(ด้วยความแค้น)
"นอกจากจะ เมินชั้นคนนี่แล้ว ยังมาพร้อมเหตุผลที่สุดแสนจะ. . . . . ช่างมันเถอะ" แล้วซีกร์ก็เดนไปหาสาวน้อยผมทองอีกครั้ง
"อ่า. . . . ช่วยอยู่นี่นิ่งๆสักครู่นึงนะ" เขาพูดหลังจากที่ลากเธอออกห่างคริสตอลมาระยะนึง

แล้วเขาก็เดินมาอยู่ตรงหน้าคริสตอลอีกครั้ง แล้วเอามือทั้งสองข้างแนบคริสตอลนั้นไว้

"รุนแรงไปหน่อย อย่าว่ากันเลยนะ" สิ้นสุดเสียงของเขา กระแสลมรอบตัวเขาก็เปลียนไป

Wrath of the Gods!!!





? ? ? : ส-ส-ส-ส-ส-ส-ส-ส-ส-สมบัติของข้า !!!!!

หลังจากที่ซีกร์ได้ระเบิดคริสตอลที่แสนงดงามนั่นจนกระจายออกไปนั้น Ace ผู้ที่เก่งกาจที่สุดทั้งหมดทั้งปวงของชาวเอสเปอร์ก็ได้รีบวิ่งกรูออกมาพร้อมกับสายน้ำตาที่ยาวเป็นกิโลก่อนที่จะได้เทตัวเทกายเทใจของเธอลงกับพื้นแข็งๆนั้นและกวาดรวบรวมเศษคริสตอลที่แตกกระจายออกไปอย่างโหยหา

เด็กสาวได้แต่ยืนมองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเอือมระอาพลางมองไปรอบๆสถานที่ที่เต็มไปด้วยคริสตอลนี้

? ? ? : เราว่าน่าจะพอเก็บบางส่วนไปได้ละนะ เยอะขนาดนี้แล้วจะไม่เอาไปเลยมันก็น่าเสียดายอยู่

เมื่อเธอกล่าวจบนั้นเธอก็ได้บรรจงเก็บคริสตอลดิบที่กระจายออกเมื่อคู่นี้แต่ยังมีสภาพที่ดีอยู่และไม่หนักจนเกินไปขึ้นมาเก็บไว้
แต่ในขณะเดียวกันนั้น Ace ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพีก็ได้ค่อยๆคลานเข้ามาอย่างสิ้นหวังก่อนที่จะได้ดึงขากางเกงของซีกร์ไว้พร้อมกับร้องขอความเห็นใจ(?)ด้วยน้ำตาที่บ่งบอกถึงความโศกเศร้าเสียใจสุดๆของเธอ

? ? ? : จ-จ-จ-จ-เจ้าทำอะไรเนี่ย !! เจ้ารู้ไม๊ว่าสมบัติพวกนี้มันมีมูลค่ามหาศาลเชียวนะ !! เจ้าทำไมถึงทำลายมันได้ลงคอ !!


"เฮอ~" ซีกร์ถอนหายใจด้วยความหมายประมานว่า ' ไม่อยากจะเชื่อเลยยัยนี่หรอ คือ ACE '

ก่อนที่เขาจะคุกเข่าลง แล้วยื่นมือไปจับปลายคางของ Ace เพื่อจับหน้าให้เชิดขึ้นก่อนที่จะพูดตามมา
"ต่อให้สมบัติพวกนี้มันมีมูลค่ามหาศาลแค่ไหน เมือเทียบกับตัวเธอแล้วนั้น มันก็แลดูไร้ค่าเลย. . . . . . . . . . . . . .ละยัย จูนิเบียว"

หลังจากที่เขากล่าวจบ ซีกร์ก็เดินอย่างเหนือยๆ ไปเก็บคลิสตอลในส่วนของเขาด้วย(มากที่สุดเท่าทีจะเป็นไปได้) โดยทิ้ง Ace ไว้อย่างนั้น
"โอย~ เหลือส่วนของชั้นไว้ให้ด้วย" เขาพูดกับสาวผมทองที่กำลังเก็บคริสตอลอย่างเต็มที่

"จะว่าไปมาถึงขนาดนี่กันแล้ว เราจะไม่รู้จักชื่อกันเลยนะ" ซีกร์พูดขึ้นพร้อมกับเก็บคริสตอลไปในตัว
"ชั้นชื่อว่า ซีกร์ นะ" เขาเริ่มกล่าวทักทายก่อน




Bujinte Akira :

? ? ? : ถ-ถ-ถ-ถ-ถ-ถ-ถึงเจ้าจะยอข้าก็ตามเถอะ !! ต-แต่ข้าก็ไม่หลงกลเจ้าหรอกนะ !!

หญิงสาวได้รีบหลบสายตาออกจากซีกร์พร้อมกับบ่นออกมาแก้เขินก่อนที่เธอจะได้ค่อยๆลุกขึ้นมาพร้อมๆกับชายหนุ่มและเดินเข้ามารวมกลุ่มด้วยกัน แต่ไม่วายสายตาของเธอนั้นก็ยังกวาดส่ายมองหาคริสตอลชั้นเลิศ(ที่ตัวเองไม่สามารถนำออกไปได้)อยู่ไปด้วยตลอดเวลาเช่นกัน

อามาเทรัทสึ เอริกะ : จริงด้วยสิ ยังไม่ได้แนะนำตัวเลยนี่นา ชั้นชื่อ อามาเทรัทสึ เอริกะ เรียกเอริกะก็ได้นะ

เด็กสาวกล่าวแนะนำตัวเองก่อนที่จะได้ส่งคริสตอลมานาดิบขนาดกลางที่มีน้ำหนักเบาให้กับซีกร์ 5 ก้อนด้วยกัน ถึงแม้มันจะมีน้ำหนักเบาแต่ด้วยขนาดนั้นทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถยัดเยียดคริสตอลไปได้มากนัก

บุจินเท อากิระ : ส่วนข้ามีชื่อเรียกว่า บุจินเท อากิระ , จริงสิ ? จะกล่าวไปแล้วพวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่อย่างนั้นเหรอ ?

อากิระได้แนะนำตัวเองขึ้นพร้อมกับถามกับการมาในครั้งนี้ของเอริกะและซีกร์ โดยที่เธอยังไม่รู้ตัวว่าทางเมืองนั้นกำลังต้องการตัวเธอกลับไปทำหน้าที่ต่อ...


ขึ้นใหม่และ มันเกิน
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 3-8-2014 02:48:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 10-8-2014 10:23



Condition : Fine
Mana Source : 70




       「 อรุณสวัสดิ์ค่า 」
        คาลามิตี้พูดเบาๆ เธอปรับระบบในร่างกายภายในเวลาเสี้ยววินาทีเธอก็
หายจากอาการ"ง่วง"ได้อย่างง่ายดาย
       「 หม่าม้า วันนี้จะทำอะไรดีคะ? 」
        คาลามิตี้ถามด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา




ออกอนโชคุ เซย์คากุ : การหาพลังงานคริสตอลดิบไงล่ะ

เธอได้ค่อยๆลุกขึ้นพร้อมๆกับค่อยๆกระชับมือของลูกสาวของเธอขึ้นมาอย่างช้าๆด้วยเช่นกัน


        คาลามิตี้พยักหน้าพร้อมกับยืนขึ้นตามแรงของคุณแม่ของเธอ ดูเหมือนวันนี้
เธอจะได้เรียนรู้การหาพลังงานอันเป็นสิ่งจำเป็นสูงสุดของเผ่าพันธุ์แล้ว
       「 หนูจะพยายามค่ะ 」
        เด็กสาวทำท่าทีขึงขัง




ออกอนโชคุ เซย์คากุ : แม่ว่าจะพา คาลามิตี้ไปที่ซากเมืองร้างทางทิซตะวันตกเฉียงใต้น่ะ เพราะสถานที่นั้นไม่ค่อยมีคนเท่าไรนักทำให้สะดวกต่อการสำรวจแต่ว่าคริสตอลเองก็จะหายากด้วยเช่นกัน โดยปกติแล้วล่ะ ~



หลังจากที่แสดงข้อมูลสถานที่และกล่าวอธิบายคร่าวๆแล้วนั้นเซย์คากุก็ได้พาคาลามิตี้ออกมาจากทะเลดวงดาวนั่นและออกมากันที่ทางออกของเมืองในทันที

ออกอนโชคุ เซย์คากุ : คาลามิตี้จะทำอะไรก่อนรึเปล่าเอ่ย ?

เธอได้ถามคาลามิตี้ขึ้นอีกครั้งก่อนที่จะทำการออกจากเมืองไปด้วยกัน


        เด็กสาวทำหน้าครุ่นคิดอยู่แว่บนึง เธอก็พูดขึ้นมาว่า
       「 หนูอยากได้อาวุธค่ะหม่าม้า 」
        คาลามิตี้พูดขึ้น เด็กสาวคิดว่ามันคงจะจำเป็นถ้าจะใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย
หลังจากนี้ เพราะเธอเองก็ไม่ได้ต้องใช้พลังตลอดเวลา




ออกอนโชคุ เซย์คากุ : นั่นสิน้า... คาลามิตี้ต้องการอาวุธแบบไหนล่ะ ?

เซย์คากุได้ทำหน้าครุ่นคิดขึ้นพร้อมกับได้ถามลูกสาวของเธอถึงความเห็น คงเป็นเพราะว่าเธอไม่เคยคิดจะให้ลูกสาวของเธอออกไปสู้รบที่ไหนทำให้เธอไม่ได้คิดเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้า


       「 อืม...คงเป็นอาวุธระยะไกลที่ขยับไปมาได้เองละมั้งคะ? 」
        เด็กสาวตอบทันทีแบบไม่ต้องคิด
       「 Ability Skill ของหนูส่วนใหญ่มีผลเป็นวงกว้างและเน้นควบคุม งั้นก็.. 」
        คาลามิตี้ทำหน้าครุ่นคิด เธอหลับตาเอานิ้วแตะริมฝีปากพลางนิ่งคิด ไม่นานเธอก็
ลืมตาขึ้นมาพร้อมบอกว่า
       「 ฟันเ*ล..? 」
        เด็กสาวพูดหน้าตายเป็น  (   "  = ") บางทีนี้อาจจะเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมาที่
เธอดูเหมือนหุ่นยนต์ที่สุด
       「 สไต** ฟรีด้*ม...?? 」
        เด็กสาวยังคงพูดต่อด้วยสีหน้าจริงจัง แม้จะไม่รู้ว่าไอ้ที่ตัวเองพูดมันออกมาจาก
ตรงไหนในดาต้าความจำก็ตาม




ออกอนโชคุ เซย์คากุ : จีเอน ไดร์เว*ร์กมีนะ

เซย์คากุได้กล่าวขึ้นตามคาลามิตี้ออกทะเลไป แต่ไม่นานนักคุณแม่ก็ได้รีบพาคุณลูกสาวของเธอกลับมาสู่โลกความเป็นจริงเสียก่อน

ออกอนโชคุ เซย์คากุ : ฟันเนลจริงๆแล้วก็มีนะ แต่ที่ไม่เป็นที่นิยมก็เพราะว่าความเปราะบางและการใช้พลังงานที่มากของมันน่ะ

เธอได้อธิบายเสริมขึ้นเกี่ยวกับตัวอุปกรณ์เมื่อนำไปใช้ในสถานการณ์จริง


       「 อย่างนั้นเองหรอกหรือคะ 」
        คาลามิตี้พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ
       「 งั้นหนูจะค่อยๆคิดระหว่างฝึกกับหม่าม้าละกันค่ะ 」
        เด็กสาวพูดพร้อมยิ้มให้คุณแม่ของเธอ
  



ออกอนโชคุ เซย์คากุ : เรื่องนั้น...

เซย์คากุได้ยิ้มแห้งๆออกมาพลางกับทำหน้าเหมือนไม่รู้ว่าจะบอกกับลูกสาวของเธออย่างไรดี ก่อนที่เธอจะได้ตัดสินใจรวบรวมความกล้าทั้งหมดและบอกกับคาลามิตี้ออกมา

ออกอนโชคุ เซย์คากุ : อาวุธของแม่นั้นขโมยมาจาก Ace ของกลุ่มเอสเปอร์ในการต่อสู้เมื่ออาทิตย์ที่แล้วน่ะ...

เธอได้ยิ้มออกมาเล็กๆด้วยท่าทางเอียงอายก่อนที่จะรีบอธิบายบอกลูกของเธอต่อ

ออกอนโชคุ เซย์คากุ : แต่ว่าคุณแม่จริงๆแล้วไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธหรอกนะ ~


       「 อะ.... 」
        คาลามิตี้แสดงสีหน้าช็อกออกมา.. เธอค่อยๆตัวสั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกบางอย่าง
กับสิ่งที่คุณแม่บอกเธอ เด็กสาวเอามือทั้งสองขึ้นมาป้องปากแล้วมองคุณแม่ของเธอ
ด้วยสายตาหวาดหวั่น(?) จากนั้นเธอก็พูดออกมาว่า
        「 หม่าม้าสุดยอด!! 」
         เด็กสาวยิ้มกว้างมองคุณแม่ของเธอตาเป็นประกาย แล้วพูดชมด้วยน้ำเสียงเกือบ
จะกึ่งคล้ายตะโกน
        「 แย่งชิงอาวุธจากพวกเอสเปอร์ได้แบบนี้ หม่าม้าของหนูเก่งที่สุดในโลกเลย~! 」
         คาลามิตี้ร้องเย้~เย้~พลางพุ่งเข้าไปกอดคุณแม่ของเธอ
        「 ถ้าหนูโตขึ้นมากว่านี้แล้วรวมพลังกับหม่าม้าละก็ พวกเราต้องยึดครองโลกได้
แน่นอนเลยค่ะ 」
         แม้สิ่งที่พูดจะไม่ค่อยโสภานักแต่เด็กสาวก็พูดออกมาอย่างไร้เดียงสาพลางจับมือ
ทั้งสองข้างของคุณแม่ของเธอโยกขึ้นโยกลงไปมาพร้อมรอยยิ้มแบบเด็กๆ




Ogonshoku Seikaku : ♥♥♥♥♥♥♥♥

ออกอนโชคุ เซย์คากุ : ถ้าพวกเราได้มีโลกส่วนตัวแบบนั้นก็คงจะวิเศษไปเลยนะ

เธอได้ตอบคาลามิตี้ด้วยท่าทางที่ร่าเริงก่อนที่จะได้ตัดสินใจพาลูกสาวของเธอออกไปฝึกฝนเพื่อตัดสินใจแนวทางการใช้อาวุธอีกครั้งในภายหลัง

-:- ช่วงเวลากลางวัน



ไม่นานนักเซย์คากุก็ได้พาคาลามิตี้เดินทางมาถึงซากเมืองร้างแห่งนึงที่ว่างเปล่าและไร้ร่องรอยของเผ่าอื่นๆอย่างสิ้นเชิง จนเหมือนกับว่าภายนอกของสถานที่แห่งนี้นั้นไม่มีอะไรเลยที่คาลามิตี้จะพบเจอและทดสอบพลังของตัวเองได้

เซย์คากุยังคงพาคาลามิตี้เดินเข้าไปเรื่อยๆจนถึงซากสิ่งปรักหักพังแห่งนึงที่มีประตูป้องกันที่หนาแน่นปิดอยู่ เซย์คากุได้ค่อยๆเดินเข้าไปที่กำแพงข้างๆของประตูนั่นก่อนที่จะพาคาลามิตี้เดินผ่านกำแพงล่องหนที่ถูกสร้างขึ้นไว้เพื่อหลอกผู้บุกรุกไม่ให้เข้าไปที่ด้านหลังของสิ่งก่อสร้างได้นั่นเอง



ออกอนโชคุ เซย์คากุ : สถานที่แห่งนี้เป็นป้อมกราการสุดท้ายของพวกมนุษย์ที่ใช้หลบหนีจากพวกเรเนเกดที่สุดท้ายน่ะ ที่ด้านนอกนั้นเป็นแค่ปราการภายนอกที่มีไว้อำพรางเท่านั้นล่ะ

เธอได้อธิบายถึงความสำคัญและสถานที่แห่งนี้กับคาลามิตี้พร้อมๆกับได้ค่อยๆพาเธอเข้ามายังด้านในของสถานที่

ออกอนโชคุ เซย์คากุ : แต่ว่าตอนนี้เรเนเกดนั้นได้เข้าบุกเบิกสถานที่เกือบทั้งหมดของดวงดาวนี้แล้ว แต่สถานที่นั้นยังเป็นที่ลับตาจากเผ่าพันธ์อื่นๆอยู่ทำให้พวกเราน่าจะพบเจอแต่พวกเรเนเกดนะ

เธอได้อธิบายเสริมให้กับลูกสาวของเธอฟัง เพื่อที่การต่อสู้ในสถานที่แห่งนี้ที่จะเกิดขึ้นนั้นจะได้ไม่ต้องมีการเกรงใจว่าจะไปโดนลูกหลงเผ่าอื่นๆเข้า


        คาลามิตี้ที่กำลังเดินกุมมือคุณแม่ของเธออยู่ ฟังที่คุณแม่ของเธอบอกแล้ว เธอก็
พูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบๆว่า
       「 หมายความว่าต่อให้อาละวาดวินาศสันตะโรยังไงก็ไม่มีใครมาว่าใช่มั้ยคะ? 」
        คาลามิตี้พูดยิ้มๆ เธอยกมือข้างนึงขึ้นมา ทันใดนั้นมวลอากาศก็รวมกันเป็นลูกบอล
สีดำทมึนลอยอยู่รอบฝ่ามือของเธอ
        เด็กสาวมองไปรอบๆ อย่างอารมณ์ดี




ออกอนโชคุ เซย์คากุ : ระวังเรื่องการใช้พลังงานด้วยล่ะ

เซย์คากุได้ตอบรับเชิงอนุญาติก่อนที่จะได้ลูบหัวของลูกสาวของเธอเบาๆและปล่อยมือของคาลามิตี้ออกมา

ออกอนโชคุ เซย์คากุ : ถ้าเป็นเจ้านั่นแม่คงจะไม่ต้องเป็นห่วงล่ะมั้ง

เธอได้กล่าวขึ้นพลางชี้นิ้วออกไปในระยะที่ไม่ไกลนักเพื่อให้คาลามิตี้มองเห็นกับเหยื่อแรกของเธอที่จะใช้ในการฝึกฝนของวันนี้



       「 ค่าา 」
        เด็กสาวชูมือตอบรับแม่ของเธอ
        คาลามิตี้หันหน้าไปทางเหยื่อที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากนั้นดวงตาของเธอก็ขยับเป็นเลนส์ซูม
พร้อมกับยืนมือไปทางข้างหน้าทั้งๆที่ยังยืนอยู่ข้างคุณแม่ของเธอ

แกร๊ก - แกร๊ก - แกร๊ก

        เสียงฟันเฟืองดังออกมาจากหน้าอกของเด็กสาวก่อนที่จะมีออร่าสีดำหมุนวนรอบๆแขนของ
เธอ และในตอนนั้นเองก็ได้เกิดกลุ่มก้อนอากาศขนาดใหญ่ขึ้นในทิศที่มือของเด็กสาวชี้ไปกำลัง
ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆอีกด้วย
        
// BLACK HOLE //






Condition : Fine
Mana Source : 80



ซูมมมม !! แบล้คโฮลขนาดใหญ่ได้ก่อตัวขึ้นในจุดที่คาลามิตี้ได้กำหนดก่อนที่จะได้ดูดร่างเล็กๆของพวกสัตว์หน้าตาประหลาดนั่นรวมไปยังกลุ่มเดียวกันและค่อยๆกัดเซาะร่างกายของพวกมันลงอย่างช้าๆรวมกับผืนผิวในบริเวณนั้นด้วยเช่นกัน !! ถึงแม้พวกมันจะพยายามตอบโต้นั้นแต่ก็กลับโดนแรงดึงดูดจากหลุมอากาศนั่นดึงกลับเข้าไปก่อนอย่างช่วยไม่ได้


แกร๊ก - แกร๊ก - แกร๊ก - แกร๊ก

        เสียงฟันเฟืองหมุนขัดกันสองสามครั้ง ก่อนที่เด็กสาวจะส่งเสียงแปร่งๆออกมาว่า
       「 Intelligent device * CODE NAME CALAMITY 」
       「 บันทึกข้อมูลความสัมพันธ์ Complete 」
       「 ระบบความจำทำงานปกติ Error Code 00 」
       「 Intergumentary System Complete 」
       「 Muscular System Complete 」
       「 Skeletal System Complete 」
       「 Circulatory System Complete 」
       「 Respiratory System Complete 」
       「 Nervous System Complete 」
       「 glands System Complete 」
       「 Digestive System Complete 」
       「 Crystal Mana LOADING 100% -> 90% -> 80% 」
       「 Condition :: Fine ระบบทั้งหมดทำงานสมบูรณ์แบบ 」
        ดวงตาของคาลามิตี้กลายเป็นสีหม่น เสียงเธอดังก้องราวกับคลื่นความถี่
ไปทั่วรอบบริเวณ
       「 พบเป้าหมายที่ยังไม่ถูกกำจัด จากการเทียบข้อมูลในดาต้าความจำ สิ่งมีชีวิต
ต่างเผ่าพันธุ์ [เรเนเกด] ยืนยันความตรงกันของข้อมูล 86% ไม่สามารถตอบโต้กลับ
มาได้ ทำการทำลาย 」

กริ๊ก

       「 ในฐานะลูกสาวของหม่าม้า ต่อให้เป็นเรเนเกดชั้นสวะหรือมีคลาส หนูก็จะจัดการ
แบบเรียบร้อยสวยเก๋ให้ดู 」
        คาลามิตี้หันมายิ้มให้คุณแม่ของเธอ เด็กสาวมองเรเนเกดที่อยู่ในแบล๊กโฮล
ของตนเองด้วยนัยน์ตาสีอำพันที่แฝงแววตื่นเต้นกับประสบการณ์ครั้งแรก

ตึง!

        เด็กสาวกระทืบพื้นเบาๆจนเกิดเศษหินและเศษดินมากมายบริเวณปลายเท้าของเธอ
คาลามิตี้ยิ้มเหี้ยม แล้วดีดนิ้วดังเป๊าะ

// Augmented //
// Gravitation +19.47% //

        มวลสารของเศษดินเศษหินพวกนั้นถูกแปรส่วนประกอบจนแข็งก่อนจะลอยขึ้นช้าๆ
แล้วพุ่งตรงเข้าไปด้วยความเร็วสองเท่าของผิวโลก!!






Condition : Fine
Mana Source : 75



เซย์คากุได้ยิ้มรับคาลามิตี้เป็นนัยๆพร้อมกับยืนมองการฝึกซ้อมของลูกสาวของเธออยู่ใกล้ๆระแวกนั้นอย่างตั้งใจ

สวบบบ !! ก้อนหินที่แข็งและคมได้พุ่งเข้าใส่พวกเรเนเกดนั่นทั้งสองตัวจนเรเนเกดตัวนึงนั้นได้ตายลงในทันทีที่การโจมตีนั้นหยุดลง !! แต่ในขณะเดียวกันนั้นเรเนเกดอีกตัวก็ยังคงสามารถเคลื่อนไหวได้อยู่รวมทั้งมันยังได้รีบวิ่งออกมาจาก Black Hole ของคาลามิตี้ด้วยเช่นกันด้วยแรงกระทบจากการโจมตีเมื่อครู่นี้ แต่ว่าลมหายใจของมันนั้นก็อิดโรยเต็มทีแล้ว

1) ปลิดชีพ
2) ปล่อยไป
3) อื่นๆโปรดระบุ


// 1 //

       「 โอ้? 」
        คาลามิตี้ทำหน้าแปลกใจก่อนจะหัวเราะออกมาบางๆ เธอยืนมือไปด้านหน้า
อีกครั้ง แล้วพูดเสียงหวานว่า
       「 ยอมตายไปตั้งแต่เมื่อกี้ก็ไม่ต้องทรมานแล้วแท้ๆ 」

// Gravitation +20% //

        เด็กสาวดันมือลงเล็กน้อย เศษหินกับเศษดินที่ไม่สูญสลายเนื่องจากการจับ
ตัวกันแน่นของอะตอม ก็พุ่งออกมาจากแบล๊กโฮลกระแทกจุดที่เรเนเกดตัวนั้นนอน
อิดโรยอยู่เป็นห่าฝน
       「 เอ้า เอานี่ไปด้วย ♪ 」

// Augmented //

        เด็กสาวเตะเศษดินที่แปรมวลสารใส่ไปอีกรอบด้วยพละกำลังที่มากกว่าปกติ
ของเผ่าพันธุ์ Machine แล้วปล่อยให้แรงดึงดูดจัดการดูดเข้าไป





Condition : Fine
Mana Source : 70

เป้าหมายทั้งหมดได้ถูกทำลายลงอย่างง่ายดายด้วยฝีมือของคาลามิตี้โดยที่แม่ของเธอนั้นได้แต่ยืนมองอยู่ห่างๆพลางเก็บข้อมูลการต่อสู้ของลูกสาวของตัวเองไว้ด้วยเช่นกัน

ออกอนโชคุ เซย์คากุ : เก่งมากเลยจ๊ะ

เซย์กาคุได้กล่าวขึ้นพร้อมกับปรบมือให้กับคาลามิตี้เบาๆหลังจากที่คาลามิตี้สามารถกำจัดศัตรูทั้งสองตัวนั่นลงได้แล้ว


ขึ้นใหม่เลยจ้า
ปลาหมึก
โพสต์ 3-8-2014 02:48:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 11-8-2014 09:31



Condition : Caution




[4]ให้เธอลองนึกในสิง่ที่ทำได้
''ผมว่าคำถามนี้เธอน่าจะรู้คำตอบดีไม่ใช่หรอกว่าเธอทำอะไรได้บ้างตัวอย่างเช่น เธอทำขนมได้อร่อยนั่นก็คือสิ่งที่เธอทำได้แล้วเธอลองนึกให้ดีๆสิในสิ่งที่เธอทำได้'' Ace ตอบเธอไป




Ame Hina : ♥♥♥♥

อาเมะ ฮินะ : ตอนนี้หนูยังคิดไม่ออกเลย... แต่ก็ขอบคุณมากนะคะ ♪

เด็กสาวได้ส่ายหัวเบาๆก่อนที่จะได้ยิ้มกว้างออกมาอย่างร่าเริงอีกครั้งกับการให้กำลังใจของ Ace

อาเมะ ฮินะ : ถ้าหนูจะขอติดตามพี่ Ace ไปซักพักจะได้รึเปล่าคะ ?

เธอได้ถามขึ้นด้วยท่าทางประหม่าขึ้นกับชายหนุ่มที่ผ่านการต่อสู้(?)มาอย่างโชกโชนและไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเท่าไรนัก...


''อันนั่นเห้นทีคงไม่ได้นะครับผมเป้นพวกเสี่ยงอันตรายหากมากับผมอาจได้รับอันตรายนะครับเพราะฉะเธออยู่ที่นี้จะดีกว่า และเอาไว้ถ้าผมผ่านมาทางนี้ผมจะมาเยื่อมแล้วกันนะครับ''




อาเมะ ฮินะ : ย... อย่างนั้นเองเหรอคะ

เด็กสาวได้พยักหน้ารับอย่างเสียดายเล็กน้อย แต่เธอก็เข้าใจดีว่าเธอก็คงจะออกไปสู้รบกับใครเขาไม่ได้เหมือนกัน

1) วันนี้พักที่นี่ก่อน
2) กลับไปที่เมืองเพื่อไปปรึกษากับ Ace เรื่องสัตว์แปลกปลอมตัวใหม่
3) อื่นๆโปรดระบุ


2
''ถ้างั้นผมขอตัวก่อนนะครับขอบคุณสำหรับที่พักและขนมนะครับ'' Ace กล่าวลาเธอก่อนจะออกเดินทางกลับไปที่เมืองเพื่อไปรายงานเรื่องเจ้าม้านั่นและระหว่างเดินเทางเขาก็ไม่ลืมที่จะหาคริสตอลติดไม้ติดมือในระหว่างที่กลับเมือง




เด็กสาวได้โบกมือลาเนือยๆตามหลังของ Ace โดยไม่ได้ตามออกมาด้วยและได้มองชายหนุ่มที่ค่อยๆเดินทางออกไป

ที่ระหว่างทางกลับนั้น Ace ได้เดินไปสดุดเข้ากับคริสตอลดิบขนาดกลาง 1 ก้อนที่กระจายออกมาจากการต่อสู้เมื่อเช้านี้ของพวกเขากับแมงมุมนั่นเอง

-:- ช่วงเวลาเย็น



หลังจากที่ชายหนุ่มได้เดินออกจากป่าจนมาถึงเมืองเขาก็พบว่ามันเป็นเวลาเย็นแล้วในตอนนี้ บรรยากาศภายในเมืองนั้นค่อนข้างชุกชุมกว่าปกติเป็นอย่างมากน่าจะเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในป่าเมื่อเช้านั่นเอง

แต่ไม่มีเวลาที่ Ace จะได้หยุดพัก เขาได้มุ่งหน้าต่อไปที่คฤหาศร้างที่เป็นที่พักผ่อนของ Ace เพื่อที่จะปรึกษาเรื่องของศัตรูตัวใหม่ในตอนนี้ที่แข็งแกร่งกว่าเดิมจากตัวที่แล้วมาก



เมื่อมาถึงสถานที่แล้วเขาก็พบว่าที่ด้านหน้าของคฤหาศนั้นมีกลุ่มโยไคจำนวนมากได้เริ่มรวมตัวกันเป็นกลุ่มๆจนหนาแน่นไปหมดจนปิดทางเข้าคฤหาศจนหมด

1) แหวกกลาง
2) หาทางเข้าอื่น
3) อื่นๆโปรดระบุ

[3] เข้าไปถามใครสักคนว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อ Ace เดินมาถึงหน้าคฤหาศเข้าได้พบกับกลุ่มโยไคมุง ''มีเรื่องอะไรกันนี่'' เขาเดินเข้าไปถามใครสักคนในกลุ่มโยไคมุงนั่น ''ขอโทษนะครับมีอะไรกันหรอครับ''




Youkai (1) : ก็ตอนนี้น่ะมีพวกเรเนเกดกำลังบุกรุกป่าข้างๆเมืองอยู่น่ะสิ !! แต่ว่า อลิซาเบต กลับมีคำสั่งไม่ให้โยไคทุกตนออกจากเมืองพร้อมทั้งยังห้ามทำอะไรนอกเหนือจนกว่าจะมีคำสั่งใหม่อีกด้วย

โยไคตนนึงได้อธิบายขึ้นกับ Ace ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นใหม่อีกระลอกนึง โดยที่ Ace ที่กลับมาทางน้ำอาจจะไม่ได้พบกับกลุ่มเรเนเกดใหม่ที่บุกรุกป่าในตอนนี้

1) ถามเกี่ยวกับความกังวล
2) ถามเกี่ยวกับเรื่องป่าในตอนนี้
3) เข้าไปหาอลิซาเบต
4) กลับไปหาฮินะ
5) อื่นๆโปรดระบุ


[4]
''งั้นหรอขอบใจมากนะ'' Ace รีบเดินทางในทันที ''ต้องรีบไปแล้ว'' หวังว่าพวกนั่นยังไม่เจอนะ Ace ใช้เส้นทางเดิมกับที่เขาเข้าเมืองเพื่อหลบพวกเรเนเกด




ยังไม่ทันที่จะได้พักเหนื่อย Ace ก็ได้รีบออกจากเมืองไปอย่างรวดเร็วอีกครั้ง โชคดีที่ตอนนี้ระบบตัวเมืองยังอยู่ในระหว่างจัดการอยู่ทำให้เขาสามารถแอบหลบออกมาได้โดยไม่โดนจับเข้าเสียก่อน



-:- ช่วงเวลากลางคืน

เมื่อชายหนุ่มได้มาถึงสถานที่ เขาก็พบว่าอุโมงค์ต้นไม้ด้านหน้านั้นได้ล้มถล่มเรียงกันออกไปจนหมอกแถวๆนั้นกระจัดกระจายจนสามารถมองทางด้านหน้าได้อย่างง่ายขึ้นมากกว่าสภาพป่าโดยทั่วๆไปเป็นอย่างมาก

ในขณะที่เขายังปลอดภัยอยู่นั้น Ace ก็ได้มุ่งหน้าไปยังสายลำธารที่เขาใช้ในการหลบหนีแล้วถึงสองครั้งแต่ว่าที่ปลายสายน้ำนี้นั้นมีกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวมากทำให้เขาไม่สามารถที่จะว่ายน้ำทวนกระแสกลับขึ้นไปได้ คงมีแค่ทางเดียวคือต้องบุกป่าฝ่าเหล่าเรเนเกดไปจนถึงปลายธารน้ำเท่านั้น


''ชิต้องผ่านป่าไปสินะตัองระวังตัวให้มากขึ้น'' Ace ปืนขึ้นไปบนตันไม้แทนที่จะวิ่งเขาใช้การกระโดดแทนที่จะวิ่งบนพื้นเพื่อหลีกการเจอตัวของเรเนเกดถึงวิธีที่เขาดูเหมือนจะปลอยภัยแต่เขาก็ยังไม่มั้นใจ Ace เพื่อความระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิม




เมื่อชายหนุ่มได้เข้ามายังด้านในป่านั้น เขาก็พบว่าภายในนั้นมีพวกเรเนเกิดจำนวนมากทั้งกลุ่มที่เขาคุ้นเคยและกลุ่มที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเช่นกัน

แต่ในขณะที่ Ace กำลังใช้ความสูงของต้นไม้และความทึบของป่าในการอำพรางการเคลื่อนที่ของเขานั้น ก็ทำให้เขาได้พบกับเรเนเกดชนิดใหม่ที่บินอยู่บนที่สูงและพบเขาเข้าพอดี !!



1) หลบหนี
2) ต่อสู้
3) อื่นๆโปรดระบุ

[2]

Ace ใช้ช่วงที่มันยังไม่ทันตั้งตัวกระโดดพุ่งตัวเข้าไปหามัน ใช้ Rising Strike x2 ฟันไปจุดสีแดงที่ตรงช่วงล่างของมัน






Condition : Caution

ฉั้บ !! Ace ได้ฟันเข้าเป้าหมายไปหนึ่งครั้งอย่างรวดเร็วจนทำให้ปีศาจตัวนั้นเสียการทรงตัว แต่ว่าก็ไม่ได้ทำความเสียหายให้มันได้มากนักเนื่องจากร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ของเขาในตอนนี้
ปีศาจตนนั้นได้รีบกลับตัวขึ้นมาก่อนที่จะซัดแขนของมันเข้าไปที่ Ace ในระยะใกล้จนร่างของชายหนุ่มกระเด็นกลับไปชนกิ่งไม้ที่อยู่ถัดลงไป


Ace ใช้มือคว้ากิ่งไม้ไว้แล้วใช้มันส่งตัวกระโดดขึ้นไปอีกครั้งเขาใช้  Rising Strike  ฟันไปจุดสีแดงให้มันเสียการทรงตัวอีกครั่งเมื่อมันเสียการทรงตัวแล้วเขาคว้ามือของมันแล้วใช้ไต่ไปที่ข้างหลังแล้วเกราะที่ส่วนคอของมันเอาไว้แล้ว Ace รอจังหวะที่มันกำลังจะทรงตัวได้เขาถีบไปที่ตัวของสุดแรงเพื่อใช้เป็นตัวส่งให้เขากระโดดออกไปจากตัวของมันลงไปที่ป่าด้านล่าง เมื่อ Ace เท้าถึงพื้นเขาแล้ววิ่งต่อทันทีเพื่อไปในจุดหมายที่เขาต้องการ




Ace ได้หลบพ้นจากสัตว์ประหลาดที่ด้านบนนั้นอย่างฉิวเฉียด เขาได้รีบวิ่งลงมายังทางด้านล่างที่เต็มไปด้วยร่องรอยการเคลื่อนไหวของพวกเรเนเกด แต่น่าแปลกใจที่เขาไม่พบกับศัตรูระหว่างทางบนทางบกเลย

หลังจากที่ชายหนุ่มออกวิ่งมาได้ไม่นานนั้นเขาก็พบกับสายธารที่เคยช่วยชีวิตของเขาไว้หลายครั้งหลายหน แต่ครั้งนี้มันดันมีตัวประหลาดที่เคยวิ่งไล่เขามาดักรอเขาอย่ที่ด้านหน้าของสายน้ำนั้นอยู่ด้วยแทน



ทันทีที่มันเห็น Ace ในระยะสายตานั้นมันก็ได้พยศกีบเท้าหน้าของมันขึ้นก่อนที่จะได้ชักดาบทั้งสองเล่มของมันออกมาจากปีกทั้งสองด้านเหมือนกับต้องการจะเชือดเอาเลือดของ Ace มาดื่มกินเลยทีเดียว


''เจอกันอีกแล้วนะเจ้าม้าน้อยดูเหมือนจะไม่ผ่านแกไปคงจะไปต่อไม่ได้สินะ''Ace ชักดาบพร้อมรอดูท่าทีของเจ้าม้านี่ เขาขี้เกียจที่จะหนีเพราะถึงหนีตอนที่จะออกจากป่าก็มีโอกาศที่จะได้เจอกับมันอีกเพราะฉะนั่นจัดการให้มันจบตรงนี้ไปเลยดีกว่า ''เอาละเข้ามาสิม้าน้อยดูท่านายอยากจะเข้ามาลุยเต็มที่แล้วนิ''





Condition : Caution

ซ่าาๅ สายฝนที่ได้สาดเทและค่อยๆตกลงมาทีละน้อยท่ามกลางสัญญาณการประจันหน้าของทั้งสองฝ่าย... บรรยากาศที่เงียบสงัดรอบด้านทำให้มีความกดดันที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นจากทั้งสองฝ่ายเรื่อยๆในทุกๆวินาที

ฉึบบบ !! เจ้าสัตว์ประหลาดนั่นได้พุ่งเข้าใส่ Ace ก่อนและโจมตีเข้าที่ร่างของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว !! Ace ที่พลังไม่เต็มที่ตอนนี้นั้นได้หลบออกอย่างยากลำบากด้วยความเร็วที่มีอยู่ทั้งหมดของเขาตอนนี้อย่างฉิวเฉียด แต่ว่าถ้ายืดเยื้อนานเขาเองอาจจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบก็เป็นได้


''ฟิ้วว เกือบตัวขาดสองท่อนแล้วไงละเรา'' Ace เรียก Dread Knight  ออกมาพร้อมวิ่งเข้าไปเจ้าม้านั่นในระหว่าที่วิ่งเขายิง Zero ออกจากมือทั้ง2ข้างไปที่วงแหวนรอบคอของมัน2วงเพื่อหวังทำความเสียหายแก่มันจะได้ง่ายต่อการทำลาย Ace กลิ้งตัวลอดใต้ตัวของมันเขาใช้มือจับไปที่หางของมันแล้วกระชากมันสุดแรงเพื่อหวังให้มันเสียหลักในระหว่างที่เขาคิคว่ามันน่าจะเสียหลัก Ace กระโดดขึ้นไปข้างหลักของมันแล้วใช้ Rising Strike ฟันจากข้างล่างขึ้นบนเพื่อหวังทำลายวงแหวนทั้ง2วงนั่น





Condition : Caution

Dread Knight : 4 Turns

Zero : 1 Turn cool down

ควั้บ !! ปีศาจม้าตัวนั้นได้หลบการโจมตีใต้ตัวของ Ace ออกมาได้ก่อนที่มันจะได้โต้ดาบกับชายหนุ่มในพละกำลังที่สูสีกันก่อนที่มันจะได้กระโดดถอยไปด้านหลังเพื่อตั้งหลักอีกครั้งเมือ่พบว่า Ace มีความเปลี่ยนแปลงออกไป

ฉูดดดดด !! ถึงแม้ว่าวงแหวนของมันจะไม่แตกหักลง แต่คมดาบของ Ace ก็ได้ฟาดร่างของปีศาจนั่นจนเลือดของมันไหลทะลักออกมาเหมือนกับสเปรย์สีแดงจนมันได้เสียหลักลง !!


Ace ไม่่รีรอให้มันตั้งตัวได้เขาพุ่งไปหามันแต่ก่อนที่จะถึงตัวเขาใช้ดาบปักไปที่พื้นแล้วหกสูงโดยใช้ดาบเป้นศูนย์แล้วทิ้งตัวไปทางม้านั่นเมื่อขาเขาถึงพื้น Ace ดึงดาบออกจากพื้นแล้วรีบฟันเป็นเส้นตรงไปที่แผลที่เปิดของมัน





Condition : Caution

Dread Knight : 3 Turns

ฉัวะ !! Ace ได้ฟันเข้าเป้าอย่างแม่นยำ ในขณะที่ปีศาจตัวนั้นก็ได้ร้องเสียงกังวาลออกมาด้วยความเจ็บปวดก่อนที่จะได้กระหวัดดาบของมันออกไปรอบตัวเพื่อไล่ Ace กลับออกมาก่อนที่มันจะได้ตั้งท่าชาจพลังขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อหมายที่จะปลิดชีพ Ace ภายในการโจมตีเพียงครั้งเดียว !!


''ไม่ยอมให้ทำหรอกนะ'' Ace พุ่งเข้าไปประชิดตัวแล้วกระโดดไปเกราะที่วงแหวนของมันแล้วอัด Zero ใส่วงแหวนของมันทั้ง2โดยตรง





Condition : Caution

Dread Knight : 2 Turns

Zero : 1 Turn cool down

ตูม !!! ถึงความรุนแรงจะยังไม่สามารถทำลายวงแหวนบนตัวมันได้ แต่ด้วยพลังของ Ace ก็ทำให้สามารถกระแทกร่างของปีศาจนั่นจนกระเด็นออกไปไกลได้เหมือนกัน !! ในช่วงเวลาทีชุลมุนนี้มันได้รีบปล่อยวงแหวนบนตัวของมันทั้งสองข้างออกมาก่อนที่จะได้โจมตีเป็นคลื่นยักษ์เป็นวงกว้างใส่ Ace จากระยกไกลอย่างรวดเร็วทันที !!

เคร้งงงง !! Ace ได้รีบใช้พลังของเขาฟันผ่ากลางกระแสพลังนั่นอย่างฉับพลันก่อนที่มันจะมาถึงตัวของเขาจนเกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นจนดาบของเขาแทบหลุดมือเลยทีเดียว !! แต่ในจังหวะนี้นันเจ้าสัตวืประหลาดนั่นก็ไม่สามารถเคลื่อนที่ไปต่อได้หลังจากการโจมตีเมื่อครู่นี้และทรุดลงไปอีกครั้งอย่างเหนื่อยอ่อน


Ace เข้าไปหามันอีกครั้งโดยครั้งนี้เชาหวังจะปลิดชีพมันให้ได้ Ace ใช้ Rising Strike เปิดการโจมตีไปที่จุดสีแดงที่หน้าอกของมันชึ่นมันน่าจะคือจุดอ่อนแล้วใช้ infinity Edge ฟันที่จุดสีแดงนั่นยังไม่หยุดยั้งเพื่อทำความเสียหายให้ได้มากที่สุด





Condition : Caution

Dread Knight : 1 Turns

สวบบๆๆๆ คมดาบของ Ace ได้ฟันเข้าที่เป้าหมายอย่างรุนแรงจนร่างของสัตว์ประหลาดนั่นได้กระเด็นอย่างอ่อนแรงไปตามทิศทางในการฟันของเขา จนไม่นานนักร่างของมันก็ได้ค่อยๆสลายไปพร้อมๆกับเกราะของ Ace อย่างช้าๆ

กริ๊ง !! ในจุดที่เจ้าสัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายม้าผสมนกนั่นได้หายไปนั้นก็ได้มีสิ่งของบางอย่างตกอยู่ด้วยเช่นกัน Ace อาจจะสามารถใช้มันได้ก็เป็นได้



-:- เลือก 1 อย่าง
1) Weapon : Darl Zentou : เมื่อต่อสู้กับเรเนเกด power + 1
     - Base Used Skill (สกิลใช้งาน ใช้ได้เมื่อถืออาวุธเท่านั้น) : Hatou rindou : ฟาดคลื่นพลังออกไปยังด้านหน้าด้วยความเร็วสูงในระยะกลาง ทำความเสียหายต่อเนื่อง , Cool Down 2 Turns

2) Daily skill : Darl Zentou : เมื่อต่อสู้กับเรเนเกด power , agility , accuracy + 3


ขึ้นใหม่เลยจ้า
แมวบ้า
โพสต์ 3-8-2014 14:47:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Chavavan เมื่อ 7-8-2014 18:17






"ก็มาตามหา องค์หญิงจูนิเบียวที่ขังไว้ในคริสตอล เมือกี้นี่ไงละ" ซีกร์กล่าวขึ้นอย่างเหนือยๆ พร้อมปาใบปลิวให้ ใส่อากิระด้วยความหมั่นใส้
"แล้ว ระหว่างทางก็เก็บแมวน้อยที่อยู่ในสภาพน่าเศร้าได้อีกคน" แล้วก็หันไปมองเอริกะ เล็กน้อย

"เอาละ ดูเหมือนตอนนี่ทุกอย่างจะเรียบร้อย เราก็กลับกันเถอะ" ว่าแล้วเขาก็ค้นในกระเป๋าอุปกรณ์ของเค้า
"จำได้ว่ามันอยู่ในนี่และน่า. . . . นี่ไง!"

"ไฟฉายย่-. . . ไม่ใช้ๆ อันนี่ๆ แฟลร์ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ!! " เขาพูดพร้อมชูเจ้าสิ่งนั้นขึ้น ด้วยท่าทางและ นำ้เสียงราวกับเป็น หุ่นแมวสีน้ำเงิน

ปุ้ง!!

ซีกร์ได้ยิงสิ่นนั้นขึ้นไปอากาศก่อนที่นั้งลงกับพื่อ เพื่อพักเหนื่อย
"ฟู~ ไอ้ท่านี่มันกินแรงจริงๆนะเนี้ย. . . ." เขาบ่นออกมา
"หวังว่า จะมากันเร็วๆนะ"




Amaterasu Erika : ♥♥♥
Bujinte Akira : ♥♥

เอริกะ & อาการิ : ไม่จริงซักนิด !!!!

ทั้งสองคนได้ตอบพร้อมกันด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อเพราะว่าไม่อยากจะยอมรับในสิ่งที่ซีกร์นั้นพูดออกมานั่นเอง...

หลังจากที่ซีกร์ได้ส่งสัญญาณจากแฟลร์ขึ้นไปไม่นานนั้นก็ได้มีเงาของคนๆนึงที่มีขนาดตัวไม่ใหญ่ค่อยๆลงมาใกล้ๆกับเขาจากด้านบน !!



? ? ? : เอาล่ะ !! ซูโนกิ คิราโนะ ซันโจ !!

เด็กสาวได้โพสท่าแปลกๆออกมาก่อนที่จะได้มองไปรอบๆด้วยความสงสัยเหมือนกับว่าลงผิดที่...

1) เธอน่ะเหรอคือคนที่จะมาช่วยพวกเรา
2) มองเงียบๆนิ่งๆ
3) อื่นๆโปรดระบุ





2) มองเงียบๆนิ่งๆ

". . . . . . . ." ซีกร์มองสาวน้อย แล้วทำตาปริบๆ

"นี่ ใช้เพื่อนพวกเธอรึเปล่านิ?" เขาหันไปกระซิบกับเอริกะ และอาการิ
"แล้ว. . .แล้วจะไม่มีปัญหาแล้วใช้มั้ย?" เขากระซิบถามต่อด้วยความกัลวล(อย่างมาก)

อย่างน้อยเขาก็มั่นใจได้ว่า เธอคนนี่ไม่ใช้ศัตรู(?) ด้วยสีตาทั้งดวงนั้น. . .






อามาเทรัทสึ เอริกะ : ก็พอรู้จักอยู่นะ... เธอเป็น Irregular ที่ก่อเรื่องไว้มากที่สุดนี่นา...

เอริกะได้ตอบกับซีกร์พร้อมกับมอบความทุกข์ให้กับชายหนุ่มอย่างไม่ได้ตั้งใจ

? ? ? : มะ-ไม่ใช่ซักหน่อย !!

เธอได้รีบปฏิเสธสวนมาทันควันก่อนที่จะยืนผิวปากอย่างไม่รู้ไม่ชี้

บุจินเท อากิระ : เด็กคนนี้ไม่ได้อยู่ในหน่วยงาน คงจะไม่ใช่คนที่มาช่วยเหลือเจ้าหรอกมั้ง ?

อากิระได้อธิบายขึ้นเพื่อคลายความหนักใจ(?)ของซีกร์ลง แต่ว่ามันก็น่าแปลกที่แม้ว่าจะยิงสัญญาณขอความช่วยเหลือไปพักนึงแล้วนั้นก็ยังไม่มีวี่แววของคนที่จะมาช่วยเลยแม้แต่น้อย... เจ้าสัตว์ประหลาดด้านหน้านั่นอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องก็เป็นได้...

1) กลับไปสำรวจ
2) ตั้งประชุมลับ
3) อื่นๆโปรดระบุ


2) ตั้งประชุมลับ

"อ่า. . . . ขอเวลาแปปนึงนะครับ!!" ซีกร์พูดพร้อมกับหันหลังกลับมา แล้วเขาก็เริ่มพูดด้วยเสียงเบาลง

"อย่างนี่และ ที่เค้าเรียกว่่าปัญหา" เขาพูดพร้อมกับทำfacepalm
"ถ้า เธอไม่ใช้เจ้าหน้าที่ละก็ หมายความเจ้าหน้าที่ตัวจริงหายไปไหนละ โดนพี่โยงหน้าประตูฟาดไปแล้วงั้นหรอ?"

"แล้วยังไม่นับไอ้ด้วง ยักที่ยังดุบดิบอยู่แถวๆนี่ด้วยนะ" เขาพูดต่อ
"แล้วยังมี. . . . . ใครสักนี่และ ที่ดูท่าทางจะก่อเรื่องได้ตลอดเวลา งอกมาอีกคน"
"โอเค ตอนชั้นหวัง องค์หญิงจูนิเบียว กับ แมวน้อยของเรา จะมีความคิดดีนะ อะไรก็ที่จะพาเราออกไปจากที่นี่ได้"




บูจินเท อากิระ : ตัดคริสตอลพวกนี้กลิ้งทับพวกมัน แล้วช่วยกันแบกคริสตอลกลับไป !!

อากิระได้รีบเสนอขึ้นพร้อมกับทำท่าจะตัดคริสตอลขนาดใหญ่ปานกลางแถวๆนั้นลงและกลิ้งไปจริงๆ แต่ก็ได้โดนเอริกะค้านใส่เสียก่อนที่เธอจะได้ทำจนสำเร็จ...

อามาเทรัทสึ เอริกะ : ยังจะมางกอีก !! ต่อให้ช่วยกัน 4 คนก็แบกขึ้นบรรไดไปไม่ไหวหรอก เราว่า...

ยังไม่ทันที่เอริกะจะได้พูดจบนั้น เด็กสาวที่พึ่งจะปรากฏตัวขึ้นมาเมื่อกี้นี้ก็ได้เดินออกไปสำรวจบริเวณที่เต็มไปด้วยคริสตอลนี้จนทำให้ปีศาจด้านนอกรู้ตัวพร้อมกับพุ่งเข้ามายังจุดที่ะวกซีกร์อยู่ทันที !!



แต่ยังไม่ทันที่มันจะได้เข้ามาใกล้นั้นมันก็ได้ชนเข้ากับกองเพนินคริสตอลที่ตั้งเอาไว้เป็นจำนวนมากเข้าเสียก่อนจนทำให้เด็กสาวนั้นได้รีบวิ่งกลับมาหาซีกร์พร้อมกับได้หลบลงที่ด้านหลังของเขาทันทีก่อนที่จะชี้นิ้วออกไปที่ตัวประหลาดนั่น

? ? ? : นะ- นายเลี้ยงสัตว์ประหลาดไว้ด้วยเหรอ ?!

ปีศาจตัวนั้นได้พยายามดันตัวเข้ามาโดยการค่อยๆกินคริสตอลที่ขวางทางของมันอยู่เพื่อเปิดทางให้กับตัวมันเอง !!

ตูม !! คมอาวธจำนวนมากได้ซัดเข้าที่ตัวประหลาดนั่นอย่างรุนแรงจนคริสตอลที่อยู่ด้านนอกสุดนั้นได้กระจัดกระจายเป็นผลึกออกไปพร้อมกับร่างของสัตว์ร้ายนั่นที่ได้ค่อยๆมุดตัวเพื่อที่จะหลบการโจมตีจากอาการิ

บูจินเท อากิระ : หยุดทำลายสมบัติของข้าเดี๋ยวนี้นะ !!!

อากิระได้กล่าวออกมาอย่างเกรี้ยวกราดกอดที่เธอจะได้ !! วิ่งเข้าไปกอดคริสตอลที่แตกหักที่เธอพึ่งจะทำลายไปเองเมื่อกี้นี้อย่างทะนุถนอม... แต่เธอก็กลับโดนเอริกะรีบพาตัวกลับถอยออกมาเพื่อไม่ให้เป็นเป้านิ่งของศัตรูนั่น

ถึงแม้เรื่องต่างๆจะเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน แต่ซีกร์คงไม่มีทางเลือกที่จะต้องต่อสู้กับสัตว์หน้าขน(?)นั่นจนกว่าจนกลุ่มช่วยเหลือจะมาถึง !!





"จะเอาให้ได้ใช้มั้ย!!!!" ซีกร์พูดขณะที่ อากิระวิ่งกอดคริสตอล ที่ตัวเองพึงจะทลายมันไป

"อ่า. . . . . ." เขากล่าวขึ้นพร้อมกับทำfacepalm อีกครั้ง
"ให้มันได้อย่างนี่สิ" เขาพูดออกมาอย่างหนักใจ เพราะดูเหมือนเรื่องทุกอย่างจะยุ่งยากขึ้นอีกแล้ว

"แล้วก็. . .ถ้าชั้นเลียงไอ้ตัวดุบดิบนั้นไว้จริง ก็คงจะไม่มาอยู่ในสภาพแบบนี่หรอกนะ" เขากล่าวออกมาอย่างเหนือยใจ
"ดูเหมือนว่าเราคงจะต้อง เล่นกับมันสักหน่อยแล้วละ" เขาพูดต่ออย่างไม่มีทางเลือก
"เอาตอนนี่เราทั้ง 4 คน. . . . . ใช้เรา 4 คน ชั้นหมายเธอด้วยนะ" ว่าแล้วเขาก็แกะสาวน้อยออกจากการเกาะหลังเขา แล้วหิ้วมาวางไว้ข้างราวกับหิ้วแมวตัวนึง

"ดูเหมือนว่าเจ้าตัวนั้นมันดำทรายอย่างอิสระเลยนะ ช่างยุ่งยากเสียจริง"
"เอาละ ชั้นมีแผนละ" เขาพูดพร้อมกับเหมือนนึกอะไรออก
"องค์หญิงจูนิเบียว เธอต้องโจมสุ่มกดันมันไปเรื่อยๆเลยนะ จนกว่า มันจะทนไม่ไหว แล้วออกมานะ" เขาเริ่มชี้แจง
"แล้วพอ มันออกมาแล้ว ก็ให้ เธอแมวน้อย กับ เธออีกคน โจมตีมันด้วยสุดแรงที่มีเลยนะ เอาแบบว่าปิดเกมตอนนั้นได้เลยยิ่งดี"

"แต่ถ้าไม่ละก็. . . .องค์หญิง เธอเสกอาวุธอะไรก็ได้ใช้มั้ย ขอที่มันคมๆ แรงๆ ราวกับจะทะลวงโลกนี่ได้เลยสักอันนึงสิ"
"เราจะได้ ปิดเกมกันเสียที่" ซีกร์พูดพร้อมตั้งท่ารวบรวมพลัง

"เอาละ ก่อนจะเริ่มมีใครจะพูดอะไรกันก่อนมั้ย รีบๆหน่อยนะ ก่อนทีไอ้ด้วงนั้นมันจะดุบดิบมาแถวนี่อีก"




บูจินเท อากิระ : ตะ-แต่ว่า... คริสตอล...

อากิระได้ทำหน้าเสียดายชึ้นเมื่อได้ยินซีกร์พูดขึ้นแบบนั้น แต่เธอก็ได้แต่ยอมทำตามที่ซีกร์บอกแต่โดยดีเพราะกลัวจะโดนดุอีก พร้อมกับได้เตรียมอาวุธที่ซีกร์ได้ขอให้ด้วยชิ้นนึงเช่นกัน



อามาเทรัทสึ เอริกะ : จริงๆก็ทำแบบนั้นได้อยู่หรอก แต่ว่าหลังใช้งานแล้วเราจะขยับตัวไม่ได้อีกนานระดับนึงเลย ถ้าพลาดล่ะก็ต้องให้คนอื่นช่วยล่ะนะ

เอริกะได้อธิบายขึ้นพร้อมกับบอกว่าเธอนั้นน่าจะสามารถที่สามารถปิดเกมส์ได้อยู่โดยมีเงื่อนไขที่ยากนิดหน่อยเท่านั้น

? ? ? : ระ-เราด้วยเหรอ ?

หญิงสาวที่โดนอุ้มออกมาวางนั้นได้แต่มอกซีกร์ด้วยใบหน้าเป๋อเหลอเหมือนกับเธอคิดว่าซีกร์นั้นพูดเล่นๆงั้นแหละ..



AS :








"ระ-เราด้วยหรอ" ซีกร์เลียนเสียงและท่าทางแบบเดียวกันกลับไป
"ใช้! เธอด้วย ในเมือเธอเป็นคนลากมา ก็ต้องมาร่วมรับกรรมไปด้ว-. . . " แต่เสียงของเขาก็ได้สะดุดไปเมือเขาเห็น อาวุธที่อากิระหยิบมา

"ว้าว!!" เขาร้องขึ้นพร้อมกับตาเป็นประกาย
"ดูโครงสร้างของมันสิ มันถูกออกมาแบบมาอย่างประนีด และยิ่งกว่านั้นมันยังถูกตกแต่งออกมาอย่างสวยงามอีกด้วย ที่ยังไม่ได้พูดถึงวัสดุที่ใช้ทำอีกด้วย. . . "
เขาพูดพร้อมกับพร้อมกับลูบๆคลำๆ เจ้าอาวุธนั้นอย่าง สนใจสุดๆ

"อะ. . . . "เขาร้องขึ้นอีกครั้ง ดูเหมือนเขาจะรู้สึกตัวได้
"อะ แฮ่ม ใช้ๆ เธอก็ต้องมาร่วมกับกรรมไปด้วย" เขากลับเข้าประเด็นอีกครั้ง พร้อมกับทดสอบแหว่งอาวุธแก้เขิลไปมา

"เอาละในเมือไม่มีใครค้านอะไรแล่วละก็. . . . เริ่มปฏิบัติการ 'จัดการหนอกดุบดิบ แล้วพาองค์หญิงกลับบ้าน' ได้"
แล้วก็เขาเริ่มต้นแผนการที่วางไว้




บูจินเท อากิระ : ดาบเล่มนั้นมีน้ำหนักที่มาก แต่พลังการทำลายสูงมากเลยล่ะ เรียกว่าฟาดทีเดียวพื้นอาจจะแยกเลยก็ได้ แต่ข้าไม่ใช่มันนักเพราะเรื่องของน้ำหนักนี่ล่ะนะ

อากิระได้ชวนซีกร์พูดคุยเกี่ยวกับสมบัติของตัวเองในขณะที่ซีกร์นั้นได้ลองเหวี่ยงอาวุธดูเขาก็พบว่าเขาสามารถใช้งานมันได้อย่างคล่องแคล่วแม้ว่าจะเป็นการจับต้องครั้งแรกก็ตาม !! เขาอาจจะสามารถใช้พลังจากอาวุธชนิดนี้ได้ดีกว่าเจ้าของก็เป็นได้

     - Base Used Skill (สกิลใช้งานชั่วคราว) : ในขณะที่ถือดาบประหลาดที่ได้จากอาการินี้อยู่นั้นสามารถใช้ทักษะ Earth cracker slashes ได้
          - Earth cracker slashes : เมื่อโจมตีโดนเป้าหมายด้วยอาวุธที่ถืออยู่นั้นจะสามารถทำให้เป้าหมายหยุดชะงักลงได้ 4 Turns รวมทั้งยังสร้างความเสียหายต่อเนื่องเป็นอย่างมาก 4 Turns ด้วยเช่นกัน
              - หากโจมตีไม่โดนเป้าหมายนั้นจะทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถหลบหลีกการโจมตีสวนกลับได้ในเทิร์นนั้นๆ

? ? ? : อย่ามาล้อเลียนกันนะยะ !!

เด็กสาวได้ตวาดซีกร์ในขณะที่เขายืนดูอาวุธอยู่อย่างสนใจก่อนที่จะได้เตะเข้าไปที่หน้าแข็งของชายหนุ่มด้วยปลายส้นสูงของเธออย่างเต็มแรง

หลังจากที่ซีกร์ได้ซึมซับความเจ็บปวดนั่นมาจนสภาพดีขึ้นแล้วนั้นพวกเขาทั้งหมดก็ได้เตรียมพร้อมที่จะเปิดฉากการต่อสู้ครั้งนี้แล้ว !!

อามาเทรัทสึ เอริกะ : อากิระ !!

เด็กสาวได้ตั้งท่าของเธอขึ้นก่อนที่จะได้ให้สัญญาณของกับอากิระเพื่อที่จะล่อปีศาจตัวนั้นขึ้นมายังพื้นผิวด้านบน !!



Condition : Fine
As :

ทันทีที่ซีกร์และเอริกะได้ให้สัญญานนั้น เกทแห่งคลังแสงของอากิระก็ได้ถูกเปิดออกและประกอบไปด้วยอาวุธประหลาดๆมากมายก่อนที่เธอจะได้ใช้อาวุธพวกนั้นพุ่งตรงลงไปยังพื้นดินขอบนอกของเขตุคริสตอลและทำลายหน้าดินออกจนยับเยินจนเกิดนฝุ่นควัญฟุ้งเต็มไปหมด แต่เธอก็ได้เก็บฉากคริสตอลที่พวกซีกร์ได้ยืนอยู่ในตอนนี้เพื่อให้เป็นดาดรบกวนไม่ให้ปีศาจนั่นเข้ามาโจมตีพวกเขาได้ง่ายๆนัก

ควั้บ !! ในจังหวะนั้นนั่นเอง !! ปีศาจตนนั้นก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างแตกตื่นกับการโจมตีนั่น มันได้หันหมุนรอบๆตัวเพื่อหาที่มาของการโจมตีและจุดหมายของมันอย่างตื่นตระหนก ในขณะเดียวกันที่เอริกะนั้นได้เตรียมการอะไรบางอย่างรอไว้แล้วเช่นกัน !!

อามาเทรัทสึ เอริกะ : คมเขี้ยวแห่งอสูรศักสิทธิ์... จงมอบพลังและฉีกเฉือนศัตรูของข้าจนเป็นจุลย์... เท็นเรียวเม็ทสึกะฮิเอ็น เทนโชว์โคโยกุเคน !!!!

คมดาบล่องหนนั้นได้ตัดผ่านฉากด้านหน้ารวมทั้งคริสตอลดิบทั้งหมดที่ด้านหน้าของเอริกะจนหมดและเกิดเป็นคลื่นคมดาบจากระยะไกลเข้าสู่ตัวเป้าหมายอย่างรุนแรงขนกรามของมันนั้นถึงกับขาดแหว่งไปข้างนึงในทันที !! รวมทั้งลำตัวของมันนั้นยังขาดสะบั้นออกเป็นชิ้นๆจนสัตว์ประหลาดนั่นไม่สามารถที่จะขยับร่างที่มีบาดแผลฉกรรจ์จำนวนมากนั้นลงไปใต้พื้นดินได้ !!





( BMG เพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่าน)
หลังจากเปิดฉากการโจมตีขึ้น ซีกร์ก็ได้ย่อตัวลง เพื่อสังเกตุการณ์
"ดุดันน่าดูเลยนะเนี้ย ทั้งที่ภายนอกดูเหมือนลูกแมวแท้ๆ" เขากล่าวขึ้นอย่างประหลาดใจ เมือ่ได้เห็นการโจมตีของ เอริกะ
"แต่ก็ยังไม่พอ" เมือพบว่าการจู่โจมนั้นไม่สามารถปิดฉากก้มลงได้ เขาจึงหลับตาลง พร้อมกับเริ่มพูด อะไรบางอย่าง

"I am The Power.
         Unknown to Death.
                 Unknown to Fear.
                           Soul Sacrifice."


"องค์หญิง เตรียมการโจมตีละรอกต่อไปได้ ถ้าขั้นยังเอามันไม่ลงอีกก็จัดการต่อเลยนะ" เขาได้บอกให้อากิระ เตรียมตัว

Shunpo แล้วเขาก็ลืมตาขึ้น พร้อมกับพุ่งเข้าประชิดเป้าหมาย
ShowTime ขณะที่ช่วงเวลาราวกับหยุดนิ่ง เขาก็ได้เพ่งสมาธิเพื่อที่จะค้นจุดโจมที่จะสร้างความเสียหายไปมากที่สุด
Force เพื่อการโจมตีแม่นยำขึ้น เขาได้พลังกดมันไว้ เพื่อมันขยับตัวได้ยากขึ้น
"จำไว้นะ เจ้าตัวดุบดิบ ว่านี่คือ. . ." เขาตะโกนขึ้น พร้อมกำดาบด้วยสองมือแล้วยกขึ้น

"การปกป้องสาวน้อยทั้งหลาย!!"
"Earth cracker slashes!!"


แล้วเขาก็กระหน่ำโจมตีลงไปนับครั้งไม่ถ้วน

เสร็จสิ้น
โพสต์ 4-8-2014 01:26:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 15-8-2014 20:27



Condition : Fine
Mana : High




หลังจากที่ไอเรียน่าได้คร่าชีวิตของ จอห์น โอสม่า และ เดวิด ลงอย่างสงสาร(?)แล้วเธอก็ได้พบกับสถานที่ภายในสิ่งก่อสร้างที่เธอได้ตามมาฆ่าจอห์น
ภายในนั้นมีหลุมบ่อที่ใต้สิ่งก่อสร้างอยู่ ซึ่งมีความลึกระดับนึงรวมทั้งยังมืดสนิทอีกด้วยเช่นกัน หากว่าเธอลงไปแล้วอาจจะไม่สามารถกลับขึ้นมาทางเดิมได้ก็เป็นได้


ไอเรียน่าเดินมาข้างๆหลุม
ไม่พูดไม่จาแล้วกระโดดลงเลย ราวกับตัดสินใจมานานแล้ว




ไอเรียน่าได้กระโดดลงมาด้านล่างที่มืดทึบและเป็นทางลงเหมือนกับโพรงใต้ดินเล็กๆที่คับแคบ จากขนาดตัวของไอเรียน่าแล้วนั่นเธอน่าจะคลานเข้าไปยังชั้นภายในได้ไม่ยากนัก

ภายในโพรงนั้นหญิงสาวได้สังเกตุเห็นวัตถุประหลาดที่เรื่องแสงเป็นประกายออกมาจากภายในสถานที่หลังโพรงนั่นด้วยเช่นกัน เหมือนกับว่ามันจะเป็นห้องเก็บคริสตอลหรืออะไรซักอย่าง แต่ไอเรียน่าก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามันจะมีทางออกหรือไม่


' ในเมื่อถอยไม่ได้แล้วก็ต้องเดินหน้าสินะ !!! เหมือนอย่างศัตรูผู้กล้าทั้งสามคน(???) '
หญิงสาวค่อยๆคลานต่อไปอย่างเงียบๆ




ไม่นานนักไอเรียน่าก็ได้เข้ามายังโพรงลับแห่งนึงที่ได้ถูกขุดเส้นทางเข้า-ออกไว้เล็กๆ รวมทั้งภายในนี้นั้นยังมีคริสตอลดิบขนาดเล็กและกลางจำนวนนึงที่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติแฝงตัวอยู่ โดยที่ไม่มีร่องรอยถูกกัดกินหรือบุกรุกเลยแม้แต่น้อย ไอเรียน่าน่าจะสามารถเก็บคริสตอลพวกนี้กลับไปที่ตัวเมืองเพื่อเป็นวัตถุดิบในการวิจัยได้

ครืนนน สายลมกรรโชกและแผ่นดินที่เริ่มไหวตัวอย่างเบาบางนั้นได้กระทบมายังสถานที่นี้โดยตรง อาจจะเป็นเพราะไอเรียน่าอยู่ใกล้กับใจกลางของใต้ดินของสถานที่แห่งนี้แล้วก็เป็นได้ทำให้เธอสามารถสัมผัสสิ่งแปลกปลอมข้างใต้แห่งนี้ได้ถนัดกว่าตอนที่อยู่ด้านบน

1) เก็บคริสตอลแล้วกลับขึ้นไปทางโพรงเดิม
2) หาที่มาของจุดกำเนิดภัยธรรมชาติแปลกๆนั่นแล้วไปสำรวจ
3) อื่นๆโปรดระบุ


3) อื่นๆโปรดระบุ

เก็บคริสตอลขึ้นมาเท่าที่จะเก็บได้ ---> ถ้าเหลือดึงมานามาฟื้นฟู ---> ถ้ายังเหลืออีก ใช้เวทย์ควบคุมมันให้ลอยตามมา
แล้ว หาที่มาของจุดกำเนิดภัยธรรมชาติแปลกๆนั่นแล้วไปสำรวจ




Mana : Full

ไอเรียน่าได้เก็บคริสตอลดิบขนาดกลางและเล็กมาเก็บไว้กับตัวจำนวนนึง แต่ด้วยความที่ร่างกายของเธอไม่สามารถแบกน้ำหนักที่มากนั่นได้นั้นทำให้เธอไม่สามารถเก็บคริสตอลทั้งหมดมากับตัวได้
แต่ในขณะเดียวกันนั้นเธอก็สามารถที่จะใช้เวทย์มนต์ของเธอในการดึงคริสตอลขนาดเล็กให้ลอยตามเธอไปด้วยทั้งหมด 10 ชิ้นด้วยกันได้

หลังจากนั้นไอเรียน่าก็ได้เริ่มออกเดินสำรวจโดยการกระโดดลงตามโพรงหรือช่องว่างที่เกิดขึ้นด้านล่างลงไปเรื่อยๆจนเธอลงมาจนสุดห้องแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยคริสตอลดิบที่สูญสิ้นพลังงานไปทั้งหมดแล้วจนสีของพวกมันกลายเป็นสีขาวเหมือนกับก้อนกรวดหินธรรมดาๆไปทั้งหมด
ภายในห้องที่มืดมัวนี้เธอได้สังเกตุเห็นตัวประหลาดตัวนึงที่กำลังลอยอยู่ภายในห้องนั้นอย่างเอื่อยๆพร้อมกับใช้เวทย์มนต์บางอย่างออกมาจากไม้คธาของมันด้วยเช่นกันจนทำให้คริสตอลรอบๆตัวของไอเรียน่านั้นโดนดึงพลังออกไปทีละน้อยๆเมื่ออยู่ในบริเวณเดียวกับสัตว์ประหลาดตัวนั้น



เมื่อไอเรียน่าสังเกตได้ว่าคริสตอลมานาของเธอกำลังถูกดูดไปโดยสัตว์ประหลาดตัวนั้นก็รีบถอยออกมาจากระยะการดูดพลังของมัน แล้วหลบอยู่หลังที่ซ่อน

-:- Use skill :: Open library
ไอเรียน่าเรียกหนังสือขึ้นมาในมือข้างหนึ่งพร้อม และรวบรวมพลังเวทไว้ในมืออีกข้างด้วย
หญิงสาวเปิดดูจุดอ่อนของมันก่อนที่จะร่ายเวทย์ต่อ

-:- Use skill :: Energy gun + Energy gun + Energy gun
พลังเวทในมือของเธอก่อตัวเป็นกระสุนพลังงานพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วเข้าหาจุดอ่อน ที่เป็นทรงกลมสีแดง ของสัตว์ประหลาดตัวนั้น






Condition : Fine
Mana :

Alchemy : 5 Turns

จากข้อมูลแล้วไอเรียน่าทราบว่ามันเป็นเรเนเกดประเภทสร้างป้อมปราการปืนใหญ่พลังสูง มันไม่สามารถโจมตีอะไรรุนแรงได้ตามลำพังของตัวมันเองแต่ว่ามันก็ต้องการพลังงานในระดับที่สูงมากๆเช่นกันในการใช้พลังนั่น

ไม่รีรอช้าหลังจากที่ได้ข้อมูลแล้วไอเรียน่าก็ได้โจมตีและปลิดชีพของสัตว์ประหลาดนั่นลงอย่างรวดเร็วและแม่นยำแต่ดูเหมือนว่านั่นจะไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหวเล็กๆในตอนนี้

หลังจากที่จัดการศัตรูได้แล้วนั้นเมื่อไอเรียน่าได้มองไปรอบๆของโพรงใต้ดินที่เธออยู่ในตอนนี้เธอก็พบว่าภายในโพรงนี้มีเสื้อผ้าและเครื่องใช้ที่ดูเหมือนของพวกเมจิ้กเชี่ยนกระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมดอยู่ด้วยเช่นกัน


' เอ๊ะ ฆ่าตัวเดียวนี้ดรอปไอเทมเยอะขนาดนี้เลยหรอ ? ? ? ? หรือว่านั้นเป็นบอสของดันเจี้ยนนี้เนี่ย แต่เราก็ยิงทีเดียวตาย แสดงว่าเราเก่งมากเลยสินะเนี่ย หึหึหึหึหึหึ  '
ไอเรียน่า คิดขณะที่เดินไปเรื่อยๆ มองหาอุปกรณ์ที่น่าจะมีประโยชน์กับเธอ




ชิ้นส่วนสิ่งของต่างๆที่อยู่บนพื้นั้นเหมือนว่าจะไม่ใช่สิ่งของสำคัญอะไรที่ไอเรียน่าต้องการนัก แต่จากสภาพเครื่องนุ่งห่มที่กองอยู่แล้วนั้นมันมีสภาพที่ยังคงเหมือนใหม่อยู่เหมือนกับว่าไม่ได้ถูกขโมยหรือยื้อแย่งมา(?)

จากสิ่งของต่างๆภายในโพรงนี้เธอทราบได้เพียงแค่ว่าข้าวของทั้งหมดนั้นเคยเป็นของพวกเมจิ้กเชี่ยนมาก่อนเท่านั้น


ไอเรียน่ายังคงเดินต่อไปเพื่อหาสาเหตของปรากฏการณ์ พร้อมกับหาของที่น่าจะใช้ได้ต่อไป




ระหว่างที่ไอเรียน่ากำลังสำรวจนั่นเอง เธอก็พบเข้ากับอีกโพรงนึงที่มีความลึกและแคบเป็นอย่างมาก มันน่าจะเชื่อมต่อลงไปถึงชั้นใต้ดินของตัวสถานที่เลยทีเดียว

1) ลงไปลเย
2) กลับทางเดิม
3) อื่นๆโปรดระบุ


1) ลงไปเลย

เมื่อมองดูแล้วว่าน่าจะรอดผ่านไปได้โดยไม่ติดอยู่ตรงกลางโพรง ไอเรียน่าค่อยๆลงไปเรื่อยๆตามโพรงนั้น




เมื่อไอเรียน่าได้ลงมาถึงด้านล่างนั้นเธอก็ได้พบกับโพรงขนาดใหญ่ที่มีคริสตอลมานาดิบขนาดใหญ่และกลางสถิตอยู่เต็มไปหมด !! แต่ตัวสถานที่นั้นกลับไม่มีทางออกนอกจากโพรงด้านบนที่เธอใช้ลงมาเท่านั้น

ในขณะเดียวกันนั้นไอเรียน่าก็ได้สังเกตุเห็นเรเนเกดขนาดใหญ่ตัวนึงที่กำลังนอนจำศีลในกระดองของมันอยู่กลางสถานที่แห่งนี้อยู่ เสียงกรนของมันได้ทำให้โพรงใต้ดินด้านล่างนี้เกิดแรงสั่นสะเทือนเบาๆด้วยเช่นกันซึ่งนั่นน่าจะเป็นต้นเหตุของสภาพสภาวะที่ผิดธรรมชาติทีเกิดขึ้นก่อนหน้านี้



" คริสตอล !!!!! " ไอเรียน่าตาเป็นประกายแวววาวตื่นเต้นเมื่อได้เห็นคริสตอลจำนวนมาก

' แต่ว่าการจะเอาขึ้นไปต้องไล่ตัวนั้นออกไปก่อนสินะ . . . ' ไอเรียน่ามองไปยังเต่า(???)ยักษ์ตัวนั้น
' . . . จะไหวมั้ยเนี่ย . . . '

แม้ว่าหญิงสาวจะคิดว่าไม่ไหวแต่ยังไงเรื่องถอยเธอก็เก่งอยู่แล้ว ดังนั้นเธอจึงคิดว่าสู้ไปก่อนถ้าไม่ได้เดี่ยวค่อยถอยไปก็ได้

-:- Use skill :: Open library
ไอเรียน่าเรียกหนังสือขึ้นมาในมือข้างหนึ่งพร้อม และรวบรวมพลังเวทไว้ในมืออีกข้างด้วย

-:- Use skill :: Blink
หญิงสาววิ่งเข้าไปใกล้ๆกระโดดขึ้นก่อนจะใช้สกิลBlink  ขึ้นไปเหนือร่างของเรเนเกดตัวนั้น เธอมองเห็นปุ่มแปลกอยู่สี่ปุ่มที่น่าจะสามารถยิงอะไรออกมาได้จึงคิดจะทำลายมันก่อน

-:- Use skill :: 4*(Energy gun+Energy gun+Energy gun)
ไอเรียน่าหมุนตัวกลางอากาศเพื่อโชว์ความเท่(?)ก่อนจะยิงแสงออกไปที่ทั้ง4จุดนั้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเตรียมพลังเวทสำรองไว้สำหรับการ Blink หลบการโจมตีสวนเพราะเธออยู่กลางอากาศอาจเป็นเป้านิ่งได้






Condition : Caution
Mana :

ปึ้กๆๆๆ เสียงพลังเวทย์ของไอเรียน่าได้กระทบเข้าที่เรเนเกดตัวนั้นจนสะกิดให้มันตื่นขึ้นมาก่อนที่มันจะได้พุ่งตัวเข้าใส่ไอเรียน่าด้วยความเร็วสูง !! จนทำให้ในสถานที่แคบๆนี้นั้นไม่สามารถที่จะหลบการโจมตีจากร่างที่ใหญ่จนทำให้สถานที่ดูคับแคบไปได้เลย !!

ในขณะเดียวกันนั้นมันก็ไม่สามารถที่จะลุกขึ้นยืนได้เช่นกันจึงทำให้มันไม่สามารถมุดหัวออกมาเพื่อมองสถานการณ์ด้านนอกและได้แค่พุ่งตัวไป-มาเพื่อโจมตีไอเรียน่าโดยสุ่มเท่านั้น


-:- Use Item ::  N M P

-:- Unique Active :: Magician's character !!!! -:-
จากสายเลือดบรรพบุรุษสู่ปัจจุบัน ความรู้ความสามารถของเผ่าถูกถ่ายทอด และส่งผ่านมาเรื่อยๆ บัดนี้ถึงเวลาแสดงขีดจำกัดของเผ่าพันธุ์แล้ว
ออร่าพลังเวทย์กระจายตัวออกมาจากหญิงสาวอย่างมหาศาลก่อนจะรวมกลับเข้าไปในร่างของเธอ แล้วค่อยๆแพร่ออกมาเรื่อยๆ ราวกับว่าไม่มีวันหมด

-:- Use skill :: Blink + Alchemy
ไอเรียน่าใช้สกิลไปอยู่ด้านบนของกระดองปีศาจตัวนั้นเพราะว่าการโจมตีของเรเนเกดตัวนั้นเป็นแนวราบจึงทำให้ด้านบนน่าจะรอด ก่อนจะใช้สกิลเพื่อควบคุมร่างกายให้ลอยค้างอยู่ด้วยบนนั้น

-:- Use skill :: 4*(Energy gun+Energy gun+Energy gun+ . . . ) (ใช้เรื่อยๆ) +Alchemy
ไอเรียน่ากระหน่ำยิงเวทย์อย่างต่อเนื่องโดยควบคุมกระสุนเวทย์ให้โค้งโจมตีองศาที่ต่างกันในแต่ละครั้งของทั้งสี่จุดเพื่ออำพรางตำแหน่งของเธออย่าง
กระสุนเวทย์กระหน่ำลงไปบนราวกับห่าฝนแต่มีเป้าหมายเพียงสี่จุดเท่านั้น และในบางครั้งกระสุนเวทย์ก็ไม่ได้ถ่ายทอดเพียงพลังทำลายล้างแต่ยังมีสกิล Alchemy แฝงเข้าไปด้วยเพื่อคุมไม่ให้ร่างของเรเนเกตตัวนั้นขยับได้

[ถ้าโดนสวน -:- Unique Active :: Double Return !!!! -:- ]






Condition : Caution
Mana :

Magician's character : 5 Turns

วูบบบบ !! ด้วยความเร็วของเรเนเกดนั่นทำให้ไอเรียน่าที่ได้ขยับไปอยู่บนกระดองของมันนั้นเสียการทรงตัวก่อนที่จะร่วงหล่นสู่พื้นลงมา
แต่ในขณะเดียวกันนั้นเธอก็ได้สังเกตุเห็นถึงสภาพผิดปกติของเรเนเกดตัวนั้น แม้ว่าการโจมตีของเธอจะไม่สามารถทำอะไรมันได้มากนักแต่จากการถ่ายทอดพลังมานานั้นเธอก็พบว่าที่ช่วงขาจนไปถึงลำตัวของเรเนเกดนั่นได้ค่อยๆกลับสภาพกลายเป็นคริสตอลใสๆอย่างช้าๆตามขนาดของพลังเวทย์ที่เธอได้ถ่ายเทลงไปบนตัวของมัน จนมันเริ่มเคลื่อนที่ช้าลงเรื่อยๆและสะเปะสะปะไปทั่วจนทำให้เกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาจากการกระทบตัวของมันไปที่กำแพงภายในโพรงใต้ดินขนาดใหญ่นี้อีกครั้งขึ้นมา


-:- Use skill :: Blink + Alchemy
ไอเรียน่าขึ้นไปอยู่บนหลังอีกครั้ง ก่อนจะนอนราบลงไปแล้วใช้สกิลควบคุมร่างให้ติดกับร่างของปีศาจตัวนั้นก่อนจะถ่ายเทพลังเวทย์ลงไปอย่างต่อเนื่อง(ถ่ายเทไปเรื่อยๆจะกว่าจะหลุดออก ถ้าไม่พอใช้คริสตอลดิบที่อยู่ด้านหลังเพื่อเติมมานา )

[ถ้าโดนสวน -:- Unique Active :: Double Return !!!! -:- ]






Condition : Caution
Mana :

Magician's character : 4 Turns

ดูเหมือนว่าเวทย์มนต์ของไอเรียน่าจะไม่สามารถควบคุมเจ้าเรเนเกดตัวนี้ได้แม้แต่น้อย !! กลับกัน ด้วยพลังมานาที่เธอได้ปล่อยลงไปอย่างต่อเนื่องนั้นกลับทำให้ร่างของเรเนเกดค่อยๆกลายเป็นคริสตอลไปอย่างช้าๆ จนในที่สุดมันก็หยุดนิ่งลงและกลายเป็นคริสตอลมานาดิบขนาดใหญ่เท่าขนาดตัวของมันเสียดื้อๆไปแทน


ขึ้นใหม่เลยจ้า
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 22-7-2019 12:53 , Processed in 0.176614 second(s), 22 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้