Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
ดู: 213|ตอบกลับ: 7

[Play] Zotudym Grimoire

[คัดลอกลิงก์]
น้องสาวเซะซี่
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 10-5-2017 05:46

:: World Map ::






Grand event



:: Vast Land ::
ดินแดนเขียวชะอุ่มที่ตั้งอยู่บนที่ราบที่ห่างไกลได้ดำเนินผ่านช่วงเวลาสงครามมาได้อย่างสงบสุขจนกระทั่งเวลาปัจจุบันได้มีข่าวลือเกี่ยวกับโรคระบาดชนิดนึงที่เกิดขึ้นในระแวกหมู่บ้านโดยรอบโดยที่ยังไร้ทางรักษา ทำให้ชาวบ้านบางกลุ่มเริ่มที่จะโยนควาผมิดทั้งหมดลงไปที่พวกจอมเวทย์ที่อาศัยอยู่โดยใกล้เคียง

ในขณะเดียวกันด้วยความที่หมู่เกาะนั้นตัดขาดจากโลกภายนอกมาเป็นเวลา ปัจจุบันนี้ชาวบ้านก็ได้ช่วยกันพยายามสร้างท่าเรือและภาหนะที่จะใช้ในการเดินทางออกไปจากเกาะแห่งนี้ก่อนที่ข่าวของการมีตัวตนของจอมเวทย์ ณ ที่แห่งนี้จะไปถึง Grey Land







:: Barr Land ::
เมืองที่ปกคลุมไปด้วยหิมะที่เคยเป็นลานประหารเหล่าจอมเวทย์ที่พ่ายแพ้แก่ส่งครามในยุคอดีต ปัจจุบันตัวเมืองดูเหมือนกับว่าจะสงบสุขในภายนอก
แต่ดูเหมือนว่ากลุ่ม Executioner ที่เคยเป็นนักล่าจอมเวทย์ในยุคก่อนนั้นจะเริ่มวางแผนการบางอย่างที่หมู่บ้านและเกาะลอยฟ้าในระแวกใกล้ๆนี้อย่างเงียบๆ







:: Grey Land ::
สงครามที่ยืดเยื้อของเมืองหลวงและปราสาทกลางบึงพิษนั้นได้ยืดยาวมาจนถึงยุคปัจจุบัน แต่ไม่นานก่อนหน้านี้นั้นได้มีคำทำนายว่าปราสาทกำลังจะถูกทำลายโดยจอมเวทย์นิรนามในเวลาอีกไม่นาน
คำทำนายได้สร้างความสับสนให้ทั้งกลุ่มมนุษย์และจอมเวทย์ทั้งสองฝ่ายทำให้สงครามปราสาทบึงพิษนั้นได้ค่อยๆซาลงไปเล็กน้อย แต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์กลับมาสงบสุขได้เท่าไรนัก







:: Grey Land ::
กลุ่มเมืองหลวงที่มีพลังและเทคโนโลยีในการต่อกรกับจอมเวทย์นั้นได้ค่อยๆผ่อนเพลากำลังการกวาดล้างเหล่าจอมเวทย์ลงเรื่อยๆอย่างน่าสงสัย
จากสงครามที่ยืดเยื้ออย่างดุเดือดนั้น จู่ๆก็ได้ค่อยๆเงียบสงบลงอย่างช้าๆ มันอาจจะเป็นสัญญาญบ่งบอกถึงวันสิ้นเวทย์มนต์แล้วก็เป็นได้
แต่ทว่าก็ยังมีข่าวลือถึงคุกทางใต้ของเมือง Grey Land ที่ผู้ใช้เวทย์มนต์ที่ถูกจับไปที่นั่นไม่เคยมีใครรอดกลับออกมาให้เห็นได้อีกเลย
รวมทั้งเร็วๆนี้จะมีการขนนำขบวนกลุ่มจอมเวทย์ที่ถูกจับเป็นเชลยศึกไปยังสถานที่แห่งนั้นอีกด้วย
น้องสาวเซะซี่
 เจ้าของ| โพสต์ 10-5-2017 05:55:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด





Route : Vast Land



-:- เวลาช่วงเช้า -:-

ตึกๆๆ เสียงฝีเท้าของหญิงสาวคนนึงได้ค่อยๆเดินลงมาจากบรรไดวนที่ด้านในของหอคอยที่มีซากปรักหักพังจากด้านในสู่ทางออกด้านล่างของสถานที่
เธอได้ค่อยๆอังมือกั้นแสงแดดที่สาดส่องน้อยๆในยามเช้าก่อนที่จะได้พาดสายตามองออกไปยังท่าเรือเล็กๆที่ชายฝั่งทางหมู่บ้านที่กำลังขึ้นเสาหลักอย่างช้าๆ

อาคากิ นามิ : อีกไม่นาน... ที่นี่ก็คงจะไม่ปลอดภัยแล้วสินะ...

เธอได้กล่าวลอยๆออกมาก่อนที่จะค่อยๆเดินเลี่ยงไปทางหมู่บ้านในทางลับตาคนเพื่อทีจะเข้าไปสำรวจสถานการณ์ในหมู่บ้าน ณ ตอนนี้

เสร็จสิ้น
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 10-5-2017 11:01:36 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 15-5-2017 19:43






Route : Vast Land



-:- เวลาช่วงเช้า -:-

     บริเวณริมทะเลยามใกล้รุ่งสาง มีเงาเล็กๆกำลังเคลื่อนไหวอยู่เหนือโขดหินสูงเงียบๆ

ชึบ

     เงานั้นกระตุกแขนของตัวเอง จากนั้นก็มีวัสดุเล็กๆคล้ายหลอดทดลองกับบีกเกอร์จำนวนนึงพุ่งขึ้นมาจากทะเลเบื้องล่าง
ตกลงสู่มือของเธออย่างนุ่มนวล
     หลังจากจ้องมองน้ำทะเลใสแจ๋วที่บรรจุอยู่เต็มอุปกรณ์ของเธอแล้ว เธอก็พยักหน้าสองสามทีก่อนจะผละสายตาออกไป
ยังท่าเรือที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

     ลาวี่ จิเอล : ......แย่จริงน้อ

     เธอส่ายหัวเล็กๆ ก่อนจะโยนข้าวของๆเธอขึ้นไปในอากาศ ทันใดนั้นของพวกนั้นก็พลั้นหายไปอย่างลึกลับ
     หลังจากที่กระชับเสื้อคลุมของเธอแล้ว เธอก็ออกเดินทางไปยังหมู่บ้านที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี้...




-:- เวลาช่วงเช้า -:-

ในขณะที่หญิงสาวกำลังค่อยๆเดินเข้าใกล้กับตัวเมืองนั้น เธอก็ได้ยินเสียงของกลุ่มคนที่วิ่งอย่างตื่นตัวกันออกมาจากหมู่บ้านกลุ่มนึงไปยังทางป่าในระแวกใกล้ๆกับซากหอคอยทางใต้ของหมู่บ้าน

เร็วเข้า!! มีคนกำลังใช้งานเวทย์มนต์อยู่ทางใต้ของหมู่บ้าน!! รีบไปจับตัวมันมาเค้นความลับออกมากันเถอะ!!

เสียงของชาวบ้านได้ดังแว่วขึ้นพร้อมๆกับเสียงฝีเท้าที่ได้วิ่งตรงลิ่วลงไปกับขบวนใหญ่ๆ สงสัยว่าคงจะไม่ค่อยมีใครเหลือที่หมู่บ้านแล้ว ณ เวลานี้

- ไปยังทางเหนือของหมู่บ้าน
- ไปยังท่าเรือ
- ตามกลุ่มชาวบ้านไป
- อื่นๆโปรดระบุ


> ตามกลุ่มชาวบ้านไป

     ลาวี่ จิเอล : .....เหอ?

     ระหว่างกำลังเดินทอดน่องอย่างเงียบๆ ในช่วงเช้ามืดที่ควรจะสงบเงียบ กลับมีเสียงอึกทึกมาจากทางหมู่บ้าน
     พอเธอได้ยินเสียงตะโกนลอยๆของคนในหมู่บ้าน หางคิ้วของเธอก็ม้วนเข้าเป็นปมทันที

     ลาวี่ จิเอล : เวทย์มนต์? จอมเวทย์รึ? ไอ้หนูอ่อนโลกตัวไหนมันกล้าใช้เวทย์มนต์อย่างโจ่งแจ้งในยุคสมัยนี้กันละเนี่ย?

     ถ้าไม่ได้บ้าหรือเป็นเหตุสุดวิสัย ก็คงเป็นจอมเวทย์ที่แข็งแกร่งมากพอสมควร
     สงสัยว่าที่นี้เองก็คงไม่ปลอดภัยเช่นอดีตอีกแล้ว..
     
     เธอลอบถอนหายใจออกมาบางๆ ก่อนที่หันไปมองทิศทางที่พวกชาวบ้านมุ่งไป

     ลาวี่ จิเอล : เช่นนั้นก็แสดงว่าตอนนี้ที่หมู่บ้านก็แทบไร้ผู้คนละสิน้อ ยาเระ ยาเระ ...

     เธอยิ้มพลางยักไหล่แล้วก็ส่ายหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็เดินตามทางที่ผู้คนในหมู่บ้านไปอย่างช้าๆ




-:- เวลาช่วงเช้า -:-



ลาวีได้ค่อยๆเดินตามกลุ่มชาวบ้านมาจนใกล้กับเขตุหอคอยเก่า เหล่าชาวบ้านได้ยืนปิดล้อมทางเข้า-ออกทางด้านหน้าไว้อย่างหนาแน่น แต่ทว่าพวกชาวบ้านก็ไม่สามารถที่จะค้นพบอะไรพิเศษจากหอคอยนั่นได้เนื่องจากรั้วเหล็กด้านหน้าที่ตั้งป้องกันคนธรรมดาที่จะเข้าไปยังส่วนด้านในของสถานที่นั่นเอง

- ไม่สนใจและเปลี่ยนเป้าหมายกลับไปยังหมู่บ้านแทน
- Clairvoyance ตัวเหล่าชาวบ้านด้านหลังที่เห็นในระยะสายตา
- เข้าไปเนียนกับชาวบ้านเพื่อถามข้อมูล
- อื่นๆโปรดระบุ


     ลาวี่เดินตามมาเรื่อยๆด้วยท่าทีไม่ผิดสังเกตอะไร แต่แม้เธอจะสามารถตีเนียนได้เหมือนคนปกติขนาดไหน
เธอก็ไม่ลืมที่จะพยายามทำตัวให้ไม่ผิดสังเกตที่สุด

     ลาวี่ จิเอล : (คนเยอะแบบนี้มองไม่เห็นด้านในเลยน้อ...)
     ลาวี่ จิเอล : (....ชักจะแปลกๆแล้วสิ)
     
     ถึงแม้พลังเวทย์ของเธอจะน้อยยังไง แต่เธอก็เป็นจอมเวทย์... และระยะทางจากจุดที่เธออยู่กับพื้นที่แถวนี้ก็
ไม่ได้ไกลกันมากอะไร
     แค่ความรู้สึกถึงพลังเหนือธรรมชาติแปลกๆ เธอก็รู้สึกตงิดๆได้เล็กน้อยมาสักพักแล้ว

     ลาวี่ จิเอล (...บางทีคงจะมีจอมเวทย์อยู่ที่นี้จริงๆ แต่ยกกันมาทั้งหมู่บ้านนี้มันก็น้า)

     จอมเวทย์เป็นตัวตนที่อันตราย
     เรื่องนี้เธอรู้ดี ในมุมมองของมนุษย์ธรรมดา
     และยิ่งกว่ารู้ดีว่า การรับมือกับพวกนั้นมันไม่ใช่อะไรที่คนธรรมดาเพียงสองสามคนจะเข้าไปต่อกรได้

     แต่ถึงแบบนั้น การที่ทั้งหมู่บ้าน(มั้ง)แห่กันมาหมดแบบนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าสงสัย
     ยิ่งเป็น ที่นี่ ก็ยิ่งแปลก

     ลาวี่ จิเอล : (คงจะเกิดอะไรขึ้นที่หมู่บ้านละสิท่า)

     มันเป็นแบบนี้เสมอมา
     ไม่ว่ามีความผิดปกติอะไรเกิดขึ้น คนธรรมดาก็จะโทษจอมเวทย์ไว้ก่อน

> Clairvoyance ตัวเหล่าชาวบ้านด้านหลังที่เห็นในระยะสายตา




-:- เวลาช่วงเช้า -:-

ทันทีที่หญิงสาวได้วิเคราะห์ร่างกายของชาวบ้านนั้น บางอย่างผิดปกติได้ปรากฏขึ้นที่ทิวทัศน์ของเธอ ละอองเรืองแสงบางอย่างที่ลอยอยู่เต็มไปหมดรอบๆโดยมีแค่เธอเท่านั้นที่มองเห็นรวมทั้งละอองเรืองแสงบางอย่างพวกนี้ยังอยู่ในตัวชาวบ้านด้วยเช่นกัน
แต่ดูเหมือนว่าละอองประหลาดพวกนี้จะไม่ส่งผลกับผู้ที่มีพลังเวทย์มนต์ในร่างกายและกระจายออกไปจากร่างกายของลาวีไกลกว่าระยะที่ละอองนั้นลอยอยู่ใกล้กับคนปกติและดูเหมือนว่ามันจะออกมาจากหอคอยนั่นอีกด้วยเช่นกัน
ดูเหมือนว่านอกจากละอองประหลาดแล้วเธอยังพบว่าบุคคลที่น่าจะเป็นชาวบ้านบางคนนั้นมีการไหลเวียนของมานาในร่างกายปานกลางด้วยเช่นกัน


     ลาวี่ จิเอล : (...หยา)

     เธอยิ้มเบี้ยวๆเล็กน้อย ก่อนจะทำทีเป็นยื่นมือเข้าไปในเสื้อคลุมของเธอ แล้วหยิบหลอดทดลองที่บรรจุน้ำ
ทะเลเมื่อครู่ออกมาสามหลอดจากมิติเก็บของๆเธอ

> Synthesis - ระเบิดแก๊สยาสลบ(ระดับปานกลาง)
> Synthesis - ระเบิดแสง(ระดับต่ำ)
> Synthesis - ระเบิดควัน(ระดับต่ำ)

     จากการสัมผัสของเธอ น้ำทะเลในหลอดทดลองค่อยๆแปรสภาพกลายเป็นของเหลวสีใส สีขาวขุ่นและสี
เทาหม่นตามลำดับ
     จากนั้นเธอก็ออกจากบริเวณนั้นมาเงียบๆ โดยมีเป้าหมายที่ท่าเรือของหมู่บ้าน
     จะเกิดเรื่องอะไรหรือแผนร้ายอะไรก็ไม่รู้ละ แต่เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วยหรอก

     เผ่นดีฟ่า...




-:- เวลาช่วงเช้า -:-

ไม่นานนักลาวีก็ได้เดินทางมาถึงยังท่าเรือที่กำลังถูกสร้างขึ้นโดยกลุ่มชาวบ้านกลุ่มเล็กๆที่ไม่ได้ออกไปล่าแม่มด
ทันทีที่เธอได้เดินเข้ามาใกล้กับท่าเรือนั่นเองก็ได้มีชายหนุ่มผมสีแดงที่มีสายสะพายดาบอยู่ที่เอวของเขาเดินเข้ามาหาในทันที



? ? ? : หนูน้อย~ แถวนี้มันอันตรายนะ มีอะไรให้พี่ช่วยรึเปล่าเอ่ย ?

เขาได้เข้าทักทายขึ้นอย่างเป็นมิตรพลางย่อตัวเล็กๆเพื่อให้อยู่ในระดับสายตาของตัวจอมเวทย์สาว


     ลาวี่ จิเอล : ..........โฮ่ๆ

     ลาวี่จ้องมองชายตรงหน้าของเธอด้วยสายตาแปลกใจครู่นึง จากนั้นเธอก็

ปับๆ

     ยื่นมือไปแตะๆหน้าอกของชายคนนั้น แล้วก็ลดระดับของมือลงไปสัมผัสกับเอวจากด้านหน้า

-:- เวลาช่วงเช้า -:-

? ? ?  : อ- เอ๋...

ชายหนุ่มได้มองลาวีด้วยท่าทีประหลาดใจก่อนที่จะปาดเหงื่อเล็กๆก่อนที่จะค่อยๆยืดยืนตัวขึ้นมา

? ? ? : ว่าแต่ว่าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย หมู่บ้านอยู่กลางทะเลแท้ๆไม่น่าจะมีใครหน้าใหม่น้า... หรือว่าเรือลำแรกจะมาถึงแล้วนะ

เขาได้หยุดทำท่าครุ่นคิดครู่นึงพร้อมกับมองกลับไปยังทางใต้ของเกาะที่คาดว่าน่าจะเป็นชายหาดที่น่าจะเป็นท่าเรืองอีกแห่งของเมืองนี้ในอนาคต


     ลาวี่ จิเอล : เราอยู่ระหว่างเดินทางกับครอบครัวน่ะ

     ลาวี่ตอบกลับไปยิ้มๆด้วยท่าทางสบายๆ

     ลาวี่ จิเอล : เธอนี่รูปร่างดีจังเลยนะ
     
     หลังจากลูบคล่ำอย่างเสียมารยาทอยู่ครู่นึง เธอก็ผละตัวออกมาพร้อมกับมองไปที่ชายตรงหน้าด้วย
สีหน้ายิ้มกริ่ม

     ลาวี่ จิเอล : ...เอาเถอะ ว่าแต่นี่ๆ เธอได้ยินเรื่องเมื่อครู่ไหม? ตอนนี้ทางไปหอคอยตรงนั้น รู้สึกจะมีพวกจอมเวทย์โผล่มาด้วยละ
     ลาวี่ จิเอล : คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่พุ่งไปทางหอคอยกันหมดเลย

     เธอพูดด้วยสีหน้าเป็นกังวล




-:- เวลาช่วงเช้า -:-

? ? ?  :  อะ- ฮะๆๆๆ

ชายหนุ่มได้หัวเราะแก้เขินเล็กน้อยกับการพูดการจาของหญิงสาวก่อนที่จะค่อยๆหันกลับไปมองทางหอคอยทางใต้

? ? ? : ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ใจร้อนกันจริงๆนะ ยังไม่รู้แน่ชัดเลยว่าเป็นจอมเวทย์จริงรึเปล่า ทั้งๆที่เกาะแห่งนี้เคยอยู่ร่วมกับจอมเวทย์มาตั้งแต่สมัยอดีตกาลแล้ว คงจะเป็นเพราะการเข้ามาของพวก Executioner นั่นล่ะนะ แต่ไม่นึกว่าพวกเราจะโดนล้างสมองเร็วขนาดนี้

เขาได้บ่นขึ้นมาในขณะที่ตอบกับลาวีด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ

- ถามเกี่ยวกับ Executioner
- ถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับหมู่บ้าน
- ถามเกียวกับสะพานท่าเรือ
- ถามเกี่ยวกับตัวชายหนุ่ม
- อื่นๆโปรดระบุ


> 1+2

     ลาวี่ จิเอล : เอ็กซิคิว...?

     เธอเอียงคอเล็กๆพลางขมวดคิ้ว
     ถึงแม้จะมีชีวิตอยู่มาอย่างยาวนานแต่ลาวี่ก็แทบจะไม่ได้ปฏิสัมพันธ์กับผู้คนเลยสักนิด แถมยังไม่ได้สนใจเรื่องราว
ทางโลกเลยอีกด้วย นี่เป็นครั้งที่ทำให้เธอรู้สึกว่าเธอพลาดอะไรไปสักอย่าง

     ลาวี่ จิเอล : เกิดอะไรขึ้นกับผู้คนในเมืองนี้อย่างนั้นหรือ?




-:- เวลาช่วงเช้า -:-

? ? ? : เอ๋ ? นึกว่าคนที่มาจากเมืองหลวงจะรู้จักพวก Executioner ดีกว่าพวกเราซะอีกนะเนี่ย

ชายหนุ่มได้หัวเราะเบาๆก่อนที่จะได้เริ่มอธิบายความรู้ของเขากับลาวี

? ? ? : Executioner เป็นกลุ่มองกรณ์ที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาจากเมือง Grey Land เพื่อที่จะกวาดล้างผู้ใช้เวทย์มนต์ที่เหลือรอดบนทวีปแห่งนี้ทั้งหมดน่ะ

เขาได้กล่าวขึ้นพร้อมๆกับแสดงภาพเขียนในใบประกาศที่เป็นภาษาของโลกใบนี้จากเมือง Grey land ที่ได้แสดงเครื่องหมายบางอย่างเอาไว้ด้วยเช่นกัน



? ? ? : นี่คือสัญลักษณ์ของพวก Executioner น่ะ , หลังจากที่สงครามจอมเวทย์ใหญ่สงบลงไม่นานพวก Executioner ก็ได้เข้าแทรกแซงหมู่บ้านต่างๆไม่เว้นแม้แต่ที่นี่และปล่อยข่าวลือด้านลบเกี่ยวกับการใช้เวทย์มนต์กับชาวบ้านน่ะสิ

ชายหนุ่มได้ยักไหล่ออกอย่างช่วยไม่ได้ก่อนที่จะเก็บใบประกาศนั่นลงพลางถอนหายใจ

? ? ? : แต่จะทำยังไงได้ล่ะนะ พวกเราเป็นแค่ชาวบ้านในหมู่บ้านเล็กๆ เมืองหลวงเขาต้องการอะไรก็คงจะขัดมากไม่ได้ รวมทั้งไม่นานมานี้ที่หมู่บ้านเองก็มีโรคประหลาดเกิดขึ้นด้วย ชาวบ้านบางคนที่มีร่างกายอ่อนแอได้เกิดโรคบางอย่างที่ยาทั่วไปไม่สามารถรักษาได้และเมื่อป่วยขั้นรุนแรงร่างกายของพวกเขาก็จะกลายเป็นของเหลวและระเหยไปทำให้ชางบ้านใกล้ๆได้รับการติดต่ออีกด้วย ตอนนี้จะมีก็แต่ยาของพวก Executioner ที่จะสามารถยื้ออาการไม่ให้ลุกลามไปได้น่ะ


     ลาวี่ จิเอล : หวาย...

     ภายนอกเธอทำหน้าตาหวั่นๆนิดๆ แต่ในสมองกำลังใช้ความคิดอย่างรวดเร็ว
     ดูท่าว่าเธอจะ "รู้มาก" ไปอีกแล้ว
     พวกล่าจอมเวทย์รึ ก็คิดไว้ว่ามันจะต้องมีเป็นกลุ่มองค์กรเข้าสักวัน แต่ไม่นึกว่าจะมีขึ้นมาแล้วจริงๆ
     ดูเหมือนว่าจะโดนโชคชะตาเล่นตลกอีกแล้วจนได้

     หลังจากนิ่งคิดนิดนึง ลาวี่ก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆกับชายหนุ่มแล้วลอบหอมแก้มเขาเบาๆ

     ลาวี่ จิเอล : ขอบคุณมากนะพี่ชาย ถ้างั้นชั้นคงต้องรีบไปเตือนครอบครัวให้รีบออกจากที่นี้ดีกว่า

     เธอโกหกพร้อมกับฉีกยิ้มให้ก่อนที่จะรีบเผ่นกลับไปทางหมู่บ้าน

     เปลี่ยนใจแล้วละ! เอาตัวเข้าไปยุ่งหน่อยละกัน!





-:- เวลาช่วงเช้า -:-

? ? ? : อ- อื้อ ลำบากหน่อยนะ

ชายหนุ่มได้พยักรับอย่างงงๆก่อนที่จะโบกมือลาลาวีที่เดินแยกตัวออกไปทางหมู่บ้าน



เมื่อลาวีได้เดินทางมาจนถึงหมู่บ้านเธอก็พบว่าบรรยากาศตอนนี้ช่างเงียบสงัดเหลือเกิน เหมือนกับว่าเกือบทุกคนในหมู่บ้านจะพร้อมใจกันรุดหน้าไปยังทางใต้ของหมู่บ้านกันหมด แต่ช่างน่าแปลกใจเหลือเกินที่ทุกคนจะมีปฏิกริยาที่เหมือนกันหมดแบบนั้นจนปล่อยให้หมู่บ้านโล่งเปลี่ยวแบบนี้

- สำรวจส่วนกลางของหมู่บ้าน
- สำรวจส่วนเหนือของหมู่บ้าน
- สำรวจหน้าทางเข้าของหมู่บ้าน
- อื่นๆโปรดระบุ


> สำรวจส่วนกลางของหมู่บ้าน

     ลาวี่เดินเข้าไปเรื่อยๆตามทาง พลางสอดส่องว่ามีอะไรที่ผิดปกติหรือเปล่า

     ลาวี่ จิเอล : (ต้นตอน่าจะมาจากทางหอคอย....มั้ง? ...แต่ในหมู่บ้านจะไม่มีอะไรแปลกๆเหลืออยู่เชียวหรือ)

     เธอคิดพลางสอดส่องต่อไปรอบๆ





-:- เวลาช่วงเช้า -:-

ในขณะที่ลาวีกำลังเดินสำรวจนั่นเอง เมื่อเธอได้เดินผ่านทางแยกตรงกลางที่สามารถมองเห็นทางแยกทุกทางของหมู่บ้านจากตรงกลางได้นั่นเองเธอก็สัมผัสได้ถึงพลังเวทย์มนต์มหาศาลไม่ไกลไปจากจุดที่เธออยู่นัก แต่อีกด้านนึงเธอก็กลับสัมผัสได้ถึงพลังเวทย์อีกแขนงนึงที่เต็มไปด้วยจิตสังหารและกลิ่นของเลือด

- ไปทางที่มีพลังเวทย์มนต์ระดับสูงปรากฏออกมา
- ไปทางที่มีพลังเวทย์มนต์กลิ่นเลือด
- ย้อนกลับออกมาจากจุดนั้น
- อื่นๆโปรดระบุ


เสร็จสิ้น
แมวบ้า
โพสต์ 10-5-2017 16:57:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 16-5-2017 23:01



Route : Vast Land



-:- เวลาช่วงเช้า -:-

        ปัก!ปัก!ปัก! เสียงลิ่มดินพุ่งเข้าใส่กำแพงดังขึ้นในหอคอยเก่า ชายหนุ่มในผ้าคลุมคนนึงกำลังฝึกฝนทักษะการใช้เวทย์ของเขา เฉกเช่นทุกวันเหมือนที่ผ่านๆมา แต่วันดูเหมือนจะจริงจังกว่าทุกวันเสียหน่อย วูบ ชายหนุ่มสะบัดมือพร้อมกับเสียงที่ดังขึ้น แล้วลิ่มที่ปักค้างอยู่กำแพงก็พุ่งกับมาร่วมกันที่มือของเขา แล้วกลายสภาพเป็นหอกดิน
        ฉึบ!ฉึบ!ฉึบ! เสียงหอกกวาดตัดผ่านอากาศดังขึ้นต่อเนื่อง ก่อนที่ชายหนุ่มผู้นั้นจะควงหอกรอบสุดท้ายแล้วปล่อยให้หอกนั้นสลายเป็นละอองหายไปในอากาศในที่สุด

        อัลเร็ด : ก็อุ่นเครื่องเท่านี่แล้วกัน

         การที่เข้าตื่นแต่เช้ามาวันไม่ใช้เพื่อแค่ฝึกซ่อมประจำวันเท่านั้น เขาเตรียมตัวที่จะออกเดินทางไปยังหมู่บ้านเพื่อสืบหาเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะทำไม่ให้แหล่งหลบซ่อนแห่งนี่ต้องถูกรุกรานอีก

        อัลเร็ด : หวังว่าจะไม่กลายเป็นเรื่องยุ่งยากนะ




-:- เวลาช่วงเช้า -:-



ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังจะก้าวขาออกไปจากหอคอยนั่นเอง เขาก็ได้สะดุดไปพบกับหญิงสาวคนนึงภายในหอคอยแห่งนี้



? ? ? : ใช้เวทย์มนต์เช้าๆแบบนี้มันอันตรายนะ...

เธอได้กล่าวขึ้นเบาๆก่อนที่จะได้เดินออกไปยังด้านนอกของหอคอย
ไม่นานนักอัลเร็ดก็ได้ยินเสียงบางอย่างมาจากภายนอกที่ไม่ไกลจากหอคอยแห่งนี้นักไปทางป่าที่ตั้งอยู่ เหมือนกับว่าจะเป็นเสียงของกลุ่มชาวบ้านที่รุดหน้ามายังทางนี้

- ไปสำรวจดู
- หาที่ซ่อนตัว
- ฝึกเวทย์มนต์ต่อ
- อื่นๆโปรดระบุ


        หลังจากที่ได้ยินเสียงที่ดูเหมือนว่าจะเป็นกลุ่มชาวบ้าน ที่กำลังมุ่งหน้ามาทางหอคอย หรือทางนี่เขาอยู่นั้นเอง

        อัลเร็ด : โอเค....... มันกลายเป็นเรื่องยุ่งยากแล้ว

- อื่นๆโปรดระบุ

        ว่าแล้วอัลเร็ตก็รีบวิ่งตามเธอออกไปจากในหอคอยไปทันที่

- ถ้าไม่เจอตัว = -หาที่ซ่อนตัว

        เนื่องจากหาตัวเธอไม่เจออัลเร็ตก็ตัดสินใจที่จะกลับเข้าหอคอยมาซ่อนตัวอีกครั้ง ด้วยความสามารถของเขาและ การที่เขาแอบซ่อนอยู่ในหอคอยนี่มาเป็นเวลานานนั้นทำให้ไม่ใช้เรื่องยากที่เขาจะหาที่ซ่อนและ ใช้เวทย์สร้างกำบังมาปิดตัวเขาอีกที่นึงได้ เพื่อแอบตัวเองจากกลุ่มคนที่มาไล่ล่าเขาได้

- ถ้าเจอตัว = ตามไป

        การเธอเดินออกไปจากหอคอยก่อน ที่จะได้ยินเสียงบ้างอย่างนั้น แสดงว่าเธออาจจะต้องเตรียมทางหนีไว้แล้วก็เป็นได้ อัลเร็ตจึงตัดสินใจรีบออกตามเธอโดยหวังจะหาตัวเธอเจอ




-:- เวลาช่วงเช้า -:-

- เจอตัว

? ? ? : ถ้าจะตามมาก็รีบๆเข้าล่ะ เราไม่อยากโดนจับเผาไฟทั้งเป็นกับนายหรอกนะ

หญิงสาวได้กล่าวเหลียวหลังให้กับอัลเร็ดก่อนที่จะได้ออกก้าวท้าวดุ่มออกไปยังทางหมู่บ้าน



ไม่นานนักทั้งสองก็ได้เดินทางจนมาถึงยังหมู่บ้านทางด้านเหนือที่ตอนนี้นั้นเงียบสงัดเพราะว่าผู้คนที่ลงไปยังทางใต้ของเมืองเมื่อครู่นี้นั่นเอง

? ? ? : ถ้าจะซื้อตั๋วออกไปจากที่นี่ตอนนี้ก็ทำได้แล้วนะ

เธอได้กล่าวหยอกขึ้นก่อนที่จะชี้นิ้วไปยังสุ้มขายตั๋วขึ้นเรือออกจากเกาะในหมู่บ้านใกล้ๆนั่น


        อัลเร็ด : แล้วเธอจะเอายังไงต่อละ

        เขาถามถึงหญิงสาวที่พาเขามาที่หมู่บ้านแห่งนี่ ว่าเธอจะทำอย่างไรต่อไป

        อัลเร็ด : อย่างน้อยเราก็ควรจะรู้ชื่อกันไว้ก่อนนะ เราชื่ออัลเร็ตนะ

        ชายหนุ่มเริ่มแนะนำตัวเองอย่างสุภาพ




-:- เวลาช่วงเช้า -:-

? ? ? : อย่างน้อยๆเราคงจะพยายามหาต้นตอของปัญหาที่นี่ดูก่อนล่ะนะ...

เธอได้กล่าวขึ้นพลางค่อยๆหันกลับมามองที่อัลเร็ดที่ตามเธอมา

อาคากิ นามิ : เรามีนามว่า อาคากิ นามิ , อัลเร็ด นายรู้รึเปล่าว่าตอนนี้ที่หมู้บ้านแห่งนี้กำลังมีโรคระบาดเกิดขึ้นอยู่

เธอแนะนำตัวพลางกล่าวถามถึงความคุ้นเคยของสถานที่และสถานการณ์ของอัลเร็ดในตอนนี้


        อัลเร็ด : เห~ เรื่องมันเป็นแบบนี่เองสินะ นั้นคงเป็นสาเหตุที่ชาวบ้านแห่กันมาหาสินะ

        เขากล่าวพร้อมกับเอามืดลูบคางอย่างครุ่นคิด ก่อนที่เดินไปซื้อตั๋วขึ้นเรือมา 3 ใบแล้วเดินย้อนกลับมา แล้วให้ 1 ใบกับ อาคากิ

        อัลเร็ด : อะ นี่ของเธอ กันไว้ก่อน แล้วเราจะเริ่มสืบกันยังไงดีละ

        แล้วเขาก็เก็บตั๋วอีก 2 ใบเข้ากระเป๋าพร้อมกับหันหน้าไปมองอาคากิ แล้วเอียงคอเล็กน้อย




-:- เวลาช่วงเช้า -:-

อาคากิ นามิ : เราไม่ได้บอกว่าจะให้นายมากับเราซักหน่อย

หญิงสาวได้ยิ้มมุมปากขึ้นก่อนที่จะได้รับตั๋วจากอัลเร็ดมาอย่างช้าๆ

อาคากิ นามิ : แล้วเราก็ยังไม่ไปจากเกาะนี่ง่ายๆหรอกนะ มันยังมีสิ่งที่น่าค้นหาอยู่อีกมากมายเลยล่ะ

เธอได้เหลือบตาหันไปทางหอคอยเวทย์มนต์เก่าที่ทางใต้ของเกาะเล็กน้อยด้วยท่าทีสนใจก่อนที่จะได้หันกลับมาหาอัลเร็ดอีกครั้ง

อาคากิ นามิ : ตอนนี้เราสันนิษฐานว่าต้นตอเหตุน่าจะเป็นจอมเวทย์เหมือนพวกเรา... แต่ว่าในขณะเดียวกันพวกกลุ่มนักล่าจอมเวทย์ก็คงเข้ามาแทรกแซงในกลุ่มชาวบ้านเพื่อจับตาดูสถานการณ์แล้วเหมือนกัน... การที่พวกเราจอมเวทย์ที่ไม่รู้เรื่องจะทำอะไรอุกอาจมันจะทำให้พวกเรากลายเป็นเป้าซะเอง

เมื่อเธอกล่าวจบก็ได้เดินนำอัลเร็ดออกไปทางบ่อน้ำของหมู่บ้านที่น่าจะตั้งอยู่ใกล้คลังเสบียง ทันทีที่อัลเร็ดเข้าใกล้ใจกลางหมู่บ้านนั่นเองเขาก็สัมผัสได้ถึงธาตุธรรมชาติที่ผิดแปลกออกไป

- เลี่ยงบ่อน้ำด้านนอกและเข้าสำรวจคลังเสบียงด้านในก่อน
- สำรวจบ่อน้ำด้านนอก
- สำรวจสิ่งที่ทำให้ธาตุธรรมชาติเกิดอาการผิดปกติ
- อื่นๆโปรดระบุ


        อัลเร็ด : เรื่องมันเป็นแบบนี่เองสินะ

        เขากล่าวออกมาหลังจากที่ได้ยิน อาคากิกล่าวขึ้นถึงเรื่องราวต่างๆ แล้วเดินตามเธอไปแต่โดยดี

- สำรวจสิ่งที่ทำให้ธาตุธรรมชาติเกิดอาการผิดปกติ

        หลังจากที่เขารู้สึกได้ถึงสิ่งผิดปกติ ในละแวกนั้นเขาก็ได้ตัดสินใจที่จะเดินไปสำรวจหาต้นตอความผิดปกตินั้น

        อัลเร็ด : เดียวชั้นไปเดินดูรอบๆก่อน พอดีรู้สึกได้ถึงอะไรบ้างอย่างแปลกๆ

        เขากล่าวกับเพื่อนร่วมทางของเขาก่อนที่จะ เดินออกไป




-:- เวลาช่วงเช้า -:-

ระหว่างที่อัลเร็ดได้แยกตัวออกมาเดินสำรวจบริเวณใกล้ๆอยู่นั่นเอง เขาก็รู้สึกได้ถึงบางอย่างที่ได้สะกดรอยตามเขาเมื่อครู่นี้
ไม่นานนักสิ่งนั้นก็ได้ประกบเข้ามาใกล้กับอัลเร็ดก่อนที่จะจับลงที่ไหล่ของชายหนุ่มลงอย่างรวดเร็ว
เมื่ออัลเร็ดได้หันกลับไปมองนั้นเขาก็พบกับชายหนุ่มคนนึงที่น่าจะเป็นสมาชิกของหมู่บ้านนั่นเอง



? ? ? : นายเป็นใครกัน ? ตั้งแต่ชั้นอยู่ที่หมู่บ้านนี้มา 10 กว่าปีไม่เคยพบเจอนายมาก่อนเลย... หรือว่า !!

- กำหนดแอ้คชั่นโต้ตอบหรือหลบหนี


        อัลเร็ตสัมผัสได้ถึงความยุ่งยากที่กำลังจะขึ้นเร็วๆนี่ ถ้าเขาไม่รีบทำอะไรสักอย่างละก็ ชายหนุ่มระดมพลังไปที่สมองอย่างรวดเร็วเพื่อรวบรวมความคิดในระดับเสี้ยววินาที่ เพื่อหาทางออกให้จงได้

        อัลเร็ด : เป็นนักเดินทางที่พึงมาถึงด้วยเรือเทียวแรกยังไงละ!!

        นั้นคือผลที่เกิดขึ้น ชายหนุ่มตอบคำถามกลับไปพร้อมกับตีหน้าจริงจัง แต่กลับเอานิ้วชี้ทั้ง 2 ชี้ไปทีี่ฝ่ายตรงข้าม

        อัลเร็ด : ทั้งๆทีี่ได้ยินว่าเป็นที่อยู่อย่างสงบแท้ๆ แต่สงบที่ว่านั้นมันหมายถึงไม่มีคนแบบนี่หรอเนี้ย

        เขายังคงตีหน้าตายพูดต่อพร้อมกับทำ่ท่ามองไปรอบ แล้วยักไหล่เล็กน้อย

        อัลเร็ด : ถ้างั้นชั้นขอตัวไปสำรวจรอบๆต่อก่อนนะ

        ว่าแล้วเขาก็ค่อยๆเดินตีเนียนหน้าตายออกไปหาต้นตอความผิดปกติต่อ       





-:- เวลาช่วงเช้า -:-

? ? ? : น่าสงสัยเกินไปแล้ว!

เมื่อชายหนุ่มพูดจบเข้าก็ตัดบทแล้ววิ่งเข้าใส่อัลเร็ดด้วยความเร็วทั้งหมดที่มีก่อนที่จะเริ่มกระชากปลดเปลื้องผ้าคลุมของอัลเร็ดอย่างไม่เกรงใจ

? ? ? : นายเป็นขโมยที่เผยแพร่เชื้อโรคประหลาดนั่นในหมู่บ้านนี้สินะ!


        อัลเร็ด : นี่นายเป็นบ้าอะไร!

        ชายหมุ่นร้องขึ้นด้วยความตกใจเล็กน้อย และพยายามหยุดฝฝ่ายตรงข้ามที่กำลังทำมิดีมิร้ายเขา

        อัลเร็ด : ใจเย็นๆก่อนนะ พ่อหนุ่ม มีอะไรเราค่อยๆคุยกัน เราไม่ได้มีรสนิยมแบบนี่

        เขายังพูดต่อไปพร้อมกับพยายามดันฝ่ายตรงข้ามออก





-:- เวลาช่วงเช้า -:-

? ? ? : อ- อะไรนะ?! ชั้นก็ไม่ได้มีรสนิยมแบบนั้นซักหน่อย! นายผิดเองนะที่ปรากฏตัวออกมาเวลาแบบนี้! ชั้นจะทำให้นายต้องยอมรับให้ได้!

ดูเหมือนว่าอัลเร็ดจะพูดกับชายหนุ่มคนนี้ไม่รู้เรื่องซะแล้ว แถมเขายังจับจอมเวทย์หนุ่มเหมารวมว่าเป็นคนก่อเรื่องแปลกๆในหมู่บ้านอีกด้วยโดยไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยอัลเร็ดไปง่ายๆเลย
ในขณะที่ทั้งสองกำลังกระชากเสื้อผ้าไปมากันอยู่นั่นเองอาคากิก็ได้เดินหวนย้อนกลับมาเพื่อดูว่าอัลเร็ดได้แยกจากเธอไปไกลแค่ไหนแล้ว แต่เธอกลับต้องผงะออกเมื่อเห็นผู้ชายสองคนมายืนปลดเปลื้องเสื้อผ้ากันไปมากลางวันแสกๆแบบนั้น

อาคากิ นามิ : อัลเร็ด... ที่นายบอกว่าอะไรแปลกๆนี่คือกิจกรรมแบบนี้เหรอ

เธอได้ถามขึ้นพลางหลิ่วหางตามองชายหนุ่มชาวบ้านคนนั้นที่กำลังพยายามทำมิดีมิร้าย(?)อัลเร็ดอย่างต่อเนื่อง


        อัลเร็ด : ไม่ใช้เฟ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!

        เขารีบตอบกลับไปพร้อมพยายามถีบคนที่ปลดเสื้อผ้าเขาออกไป

        อัลเร็ด : ถ้าจะมายืนมาด้วยสายตาแบบนั้นละก็ มาช่วยกันซี้~~~~~~~~

        ชายหนุ่มยังคงกรี้ดร้องไปเพราะกับส่งคำขอร้องความช่วยเหลือไปยังหญิงสาวคนนั้น

        อัลเร็ด : หยุดมองด้วยสายตาแบบนั้นได้แล้ววววววววววววววว




-:- เวลาช่วงเช้า -:-

อัลเร็ดได้เตะชายหนุ่มที่กำลังพยายามล่วงละเมิด(?)เขาออกด้วยความยากลำบาก(?)จนชายคนนั้นกลิ้งไถลไปตามพื้นหลายตลบ

อาคากิ นามิ : ช- ช่วยอะไรงั้นเหรอ... เรานึกว่านายเป็นพวกป่าไม้เดียวกัน ที่แท้จะให้เราขนาบเป็นตัวกลางแล้วร่วมกิจกรรม 3sum สินะ นอกจากจะลามกแล้วนายยังโรคจิตหน่อยๆด้วย เป็นพ่อมดที่แย่ที่สุด

หญิงสาวได้กล่าวขึ้นพลางเอามือทั้งสองปิดที่ใบหน้าของเธอและเบือดหนีอัลเร็ดน้อยๆอย่างเขินอาย(?)

ในขณะเดียวกันนั่นเองอัลเร็ดก็เริ่มสัมผัสได้ถึงพลังเวทย์มนต์บางอย่างที่รบกวนกระแสพลังธรรมชาติในบริเวณนี้ ด้วยพลังธาตุของอัลเร็ดทำให้เขาสามารถสัมผัสถึงเวทย์มนต์แขนงความมืดที่ไม่ไกลออกไปจากเขามากนักได้อย่างไม่ยากนัก ทว่ามันค่อนข้างริบหลี่เหลือเกินเหมือนกับกำลังพยายามซ่อนตัวอยู่

- กลับไปยังส่วนกลางของหมู่บ้านเพื่อเดินหาที่มาของเวทย์มนต์นั้น
- สำรวจแถวๆนี้ต่อ
- อื่นๆโปรดระบุ


        หลังจากที่อัลเร็ดประสบความสำเร็จในการถีบเจ้าคนโรคจิตออกไปแล้ว เขาก็จัดแจงเสื้อผ้าของเขาให้เข้าที่เข้าทางอีกครั้งก่อนที่จะหันไปมองอาคากิด้วยสายตาสุดจะเอือมระอาพร้อมกับความคิดในหัวว่า 'ยัยนี่ไม่ไหวแล้วแน่ๆ'

        อัลเร็ด : ชั้นไม่รู้ว่าเธอจะเอาความสุดแสนบัดสีนั้นมาจากไหนนะ แต่ว่าช่วยเก็บมันลงกล้องแล้วเผาทิ้งไปเลยจะดีมาก

        เขายังคงกล่าวต่อพร้อมกับสายตาที่ยังมองด้วยความเอือมระอาต่อไป ก่อนที่เขาจะจับสัมผัสของพลังเวทย์มนต์แขนงความมืดทีีอยู่ไม่ไกลออกไปได้

        อัลเร็ด : สัมผัสแบบนี่มัน!! อาคากิ! ช่วยมากับชั้นทางนี่เร็ว

- กลับไปยังส่วนกลางของหมู่บ้านเพื่อเดินหาที่มาของเวทย์มนต์นั้น

        ไม่เจ้าตัวจะเต็มใจเหรือไม่ อัลเร็ดก็ได้จับมือของเธอที่จะพาเธอวิ่งไปยังส่วนกลางของหมู่บ้านเพื่อหาที่มาของเวทย์มนต์นั้น
       



-:- เวลาช่วงกลางวัน -:-

อาคากิ นามิ : อัลเร็ดคุง เราไม่น่าเข้าไปยุ่งกับทุกเรื่องนอกเหนือเป้าหมายนะ

หญิงสาวได้กล่าวขึ้นขณะที่ค่อยๆโดนอัลเร็ดลากตัวไปยังอีกจุดของตัวเมือง

? ? ? : หยุดนะ! พวกนายจะหนีไปไหน!

ชายคนนั้นได้ตะโกนขึ้นก่อนที่จะพลิกตัวขึ้นมาด้วยความทุลักทุเลก่อนที่จะวิ่งตามอัลเร็ดและอาคากิมาติดๆ

ไม่นานหลังจากที่ทั้ง 3 ได้มาหยุดลงใกล้บริเวณแล้วนั่นเองอัลเร็ดก็ได้เหลือไปมองเห็นกับสิ่งมีชีวิตผิดปกติตัวนึงที่อยู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นมาตรงจุดที่เขาเคยเดินผ่านไป น่าจะเป็นเพราะว่าไม่มีผู้คนในหมู่บ้านตอนนี้ทำให้ไม่มีใครรู้ว่ามีตัวประหลาดแบบนี้อยู่กลางเมือง



ฟุบ!! ทันทีที่อัลเร็ดมองเห็นตัวประหลาดนั่น พลังมานาของเขาก็ดูเหมือนจะค่อยๆหลุดออกจากตัวของเขาไปอย่างช้าๆจนเขาต้องหาที่หลบจากสายตาของสิ่งนั้นทันที

? ? ? : หึ! ยอมหยุดแล้วสินะ!

ชายหนุ่มของหมู่บ้านคนนั้นยังคงตามอัลเร็ดมาอย่างไม่ลดละ แต่เขาก็ต้องผงะออกเมื่อเห็นร่างของสิ่งแปลกปลอมนั่นกำลังเดินอยู่กลางหมู่บ้านแบบนั้น
แต่ไม่ทันที่เข้าจะแสดงอาการ เลือดสีแดงสดก็ได้ไหลออกจากดวงตาและใบหูของเขาจนชายคนนั้นหมดสติลงไปในชั่วพริบตา

อาคากิ นามิ : น่าจะเป็นเพราะคนธรรมดาไม่มีพลังมานากระมัง? แต่ไม่น่าถึงกับตายล่ะมั้ง...


เสร็จสิ้น
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 13-5-2017 08:32:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 24-5-2017 09:28






> ไปทางที่มีพลังเวทย์มนต์ระดับสูงปรากฏออกมา

     ลาวี่ จิเอล : อื้ม! ทางนี้สินะ

     หลังจากได้รับรู้ได้ถึงสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ เธอก็หันหน้าไปยังจุดที่มีพลังเวทย์มหาศาลแทนทันที

     ลาวี่ จิเอล : (พิธีกรรมเวทย์? หรือว่ามีจอมเวทย์มากกว่า 1 คน? อะไรก็ช่าง....แต่ที่แน่ๆคือสังหรณ์ใจ
ไม่ดีเลยงะ)


ชึบ

     แม้จะคิดแบบนั้น แต่เท้าของเธอก็ยังก้าวเดินต่อไป ขณะเดียวกัน เธอก็หยิบเอาหลอดทดลองออกมาอีก
หนึ่งหลอด     

     ลาวี่ จิเอล : เหลืออีกแค่สองหลอดเรอะ... แหม่ ได้ใช้ทันใจดีจริงๆ

> Synthesis - ไอน้ำธรรมดา(ระดับกลาง)

     เธอสังเคราะห์เปลี่ยนจนน้ำทะเลกลายเป็นสีใสไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่ จากนั้นก็เดินต่อไปด้วยท่าทีระแวด
ระวังพลางใช้สายตามองไปรอบๆอย่างตื่นตัว




-:- เวลาช่วงกลางวัน -:-

ลาวีได้ค่อยๆเข้าใกล้จุดที่มีพลังเวทย์มนต์ระดับสูงหลุดออกมาเข้าไปเรื่อยๆ แต่ยิ่งเวลาผ่านไปกระแสพลังนั่นก็ยิ่งค่อยๆหดหายไปเรื่อยๆจนเหลือเพียงน้อยนิดเท่านั้น
ไม่นานนักเธอก็ได้เดินไปจนมุมของตรอกเล็กๆของหมู่บ้านที่มีหญิงสาวในชุดสีแดงยืนคุยกับกำแพงอยู่

? ? ? : เข้าใจแล้วล่ะ! มาสเตอร์ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกนะเพราะยังไงข้าก็ไม่ใช่จอมเวทย์ เพราะฉะนั้นไม่มีใครสงสัยอยู่แล้ว ~



เธอได้แสดงท่าทางเหมือนกับไว้ใจเธอได้เลยกับธาตุอากาศอยู่ครู่นึงก่อนที่เธอจะสดุดเข้ากับลาวีที่เพิ่งเดินเข้ามาในบริเวณเมื่อครู่นี้

? ? ? : อ๊ะ... มาสเตอร์! มีคนเจอตัวข้าเข้าแล้ว! ข้าจะทำอย่างไรดี? อะไรนะแก้ปัญหาเฉพาะหน้างั้นเหรอ?

หญิงสาวผมบลอนด์ในชุดสีแดงได้ค่อยๆลดมือข้างนึงที่อังระหว่างศรีษะของเธอลงอย่างช้าๆก่อนที่จะได้หยิบแท่งไฟประหลาดสีขาวๆออกมาและเดินตรงดิ่งเข้ามายังลาวีพร้อมๆกับค่อยๆส่วมแว่นดำของเธอขึ้นมา

? ? ? : ขอโทษนะ แต่คงไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้วเมื่อเธอมาเห็นแบบนี้

เธอได้ค่อยๆยกหลอดไฟสีขาวเปิดไฟแสงแสบตาขึ้นมาอย่างช้าๆก่อนที่จะชี้ให้ลาวีมองไปยังแท่งไฟนีออนนั่นพร้อมกับกดเปิด/ปิดสวิทย์ไฟอย่างเป็นจังหวะ...
แน่นอนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นนอกจากจะทำให้ลาวีแสบตามากกว่าปกติ...


     ลาวี่ จิเอล : .............สูเป็นไผ

     ลาวี่ค่อยๆทักขึ้นมาช้าๆพลางยกมือขึ้นมาบังแสงที่กำลังกระปริบๆอยู่ตรงหน้า
     แว่บแรก เธอเตรียมใจเผชิญหน้ากับสถานการณ์วิกฤตไว้แล้วแท้ๆ แต่ดูเหมือนจะเกิดสถานการณ์วิ(ป)ปริตแทน
     ยังไงก็ตาม ดูเหมือนจะไม่ใช่คนไม่ดีละมั้ง...

     ว่าแต่ไอ้แสงกระพริบนี้มันอะไรกันยะ? หยุดทีเถอะ แสบตาาา!!
      



-:- เวลาช่วงกลางวัน -:-

? ? ? : เท่านี้ก็เรียบร้อย เจ้าจำไม่ได้แล้วสินะว่าข้านั้นเป็นใคร

เธอได้ยิ้มขึ้นอย่างได้ใจก่อนที่จะถอดแว่นดำออกโดยลืมไปว่าจริงๆแล้วทั้งสองไม่รู้จักกันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

? ? ? : ข้าก็คือทูติสัมพันธ์ไมตรีจาก Grey Land ที่ถูกส่งมาให้เจริญพร... อะไรนะมาสเตอร์? อ้อ! เจริญไมตรีกับหมู่บ้านแห่งนี้ไงล่ะ

หญิงสาวได้แนะนำตัวขึ้นโดยเชื่อสนิทใจเลยว่าลาวีลืมเธอไปแล้วจริงๆ


     ----------ชี่

     ลาวี่มองสาวน้อยตรงหน้าเธอพร้อมกับยิ้มค้าง จากนั้นก็ปรับสีหน้าท่าทางให้เป็นมิตร

     ลาวี่ จิเอล : ส่วนเราเป็นหมอยาพเนจร ผู้มีอาชีพในการขายยารักษาตั้งแต่อิลิ*เ*อร์ไปยันยาถ่ายพยาธิ

     เธอพูดยิ้มๆพลางยกมือขึ้นทาบอก

     ลาวี่ จิเอล : และตอนนี้ก็ได้ข่าวว่ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับเมืองนี้ ในฐานะหมอจึงเดินทางมาเพื่อหาสาเหตุ แต่ดันไม่มีใครอยู่เลย




-:- เวลาช่วงกลางวัน -:-

? ? ? : แบบนี้นี่เอง ~ จริงๆแล้วข้าก็ถูกสั่งมาว่าไม่ให้ไปยุ่งกับพวกชาวบ้านเท่าไร การที่ชาวบ้านหายไปแบบนี้มันเป็นเรื่องที่ดีแล้วนะ

หญิงสาวได้ตอบกับลาวีพลางพยักหน้าอย่างเข้าใจ

? ? ? : แต่ยังไงก็ตาม ข้าคงต้องแยกตัวออกไปปฏิบัติภารกิจของข้าเสียแล้ว ถ้าหากได้เจอกับผู้ใหญ่บ้านข้าจะแนะนำเจ้าให้แล้วกันนะ

เมื่อกล่าวจบแล้วเธอก็ได้เนียนเดินแยกตัววนกลับไปทางทิศเหนือของหมู่บ้านทันที

- ตามไป
- ไปสำรวจส่วนกลางของหมู่บ้าน
- อื่นๆโปรดระบุ


> ตามไป

     ลาวี่ จิเอล : ..........

     พอสาวน้อยตรงหน้าเดินจากไปแล้ว ลาวี่ก็เดินตามเธอไปเงียบๆติดๆ     




-:- เวลาช่วงกลางวัน -:-

หญิงสาวในชุดสีแดงได้เดินตัวลิ่วไปยังส่วนด้านเหนือของหมู่บ้านก่อนที่เธอจะไปหยุดลงที่บ้านหลังนึงที่มีขนาดกลางและตั้งเป็นเป้าเด่นของเขตุทางส่วนบนของหมู่บ้านนี้ จากที่ดูภายนอกแล้วน่าจะเป็นคนสำคัญของหมู่บ้านเป็นแน่

ควับ!! ไม่รอช้าเธอได้เปิดบานหน้าต่างและผ้าม่านพร้อมกับลักลอบเข้าไปด้านในบ้านหลังนั้นอย่างรวดเร็วในทันที!

- รีบตามเข้าไป
- แอบตามไปอย่างช้าๆ
- อื่นๆโปรดระบุ


> รีบตามเข้าไป

     ลาวี่ จิเอล : (โคตรมีพิรุธเลยแฮะ...)

     หลังจากที่คิดได้แบบนั้น ลาวี่ก็ค่อยๆออกมาจากจุดที่เธอแอบ แล้วก็เดินลิ่วตรงเข้าไปทางเดียวกับสาวชุดแดงคนนั้น!




-:- เวลาช่วงกลางวัน -:-

หญิงสาวคนนั้นได้ลอบเข้าไปยังด้านในก่อนที่จะรุดหน้าขึ้นไปยังชั้นสองยังตู้หนังสือภายในห้องอันนึงก่อนที่เธอจะได้ค่อยๆขยับแกนหนังสือเล่มซ้ายบนสุดออกมาเพื่อเปิดทางลับที่ด้านหลัง

? ? ? : U~mu~ ไม่มีอะไรที่ข้าคนนี้ทำไมได้อยู่แล้ว♪ มาสเตอร์ รอฟังข่าวดีได้เลยนะ

เมื่อเธอกล่าวจบแล้วนั้นเธอก็ได้เดินเข้าไปตามเส้นทางลับที่ด้านในนั่นก่อนที่ตู้หนังสือจะค่อยๆปิดตัวลงอย่างช้าๆ
ดูเหมือนว่าเส้นทางภายด้านหน้านี้จะเป็นเขตุกักกันพลังเวทย์ การที่จะติดตามไปต่อนั้นลาวีอาจจะไม่สามารถใช้พลังเวทย์จากตัวตนของเธอได้

- ตามเข้าไปทันที
- อื่นๆโปรดระบุ


> ตามเข้าไปทันที

     ลาวี่ จิเอล : (....โฮ่)

     ดูเหมือนว่าตัวเธอจะมาเห็นอะไรบางอย่างเข้าเสียแล้ว
     
     ลาวี่ จิเอล : (ต้องตามสิเน้อ)

     แล้วเธอก็ตัดสินใจตามไป



-:- เวลาช่วงกลางวัน -:-

หลังจากที่ลาวีได้ลักลอบตามเข้ามาไม่นานนักนั้นเธอก็ได้พบกับห้องประชุมขนาดกลางที่ถูกตั้งลับๆอยู่ที่ด้านหลังของหมู่บ้านลึกลงมาใต้ดินซึ่งน่าจะเชื่อมมาจนถึงส่วนทางเหนือของป่าที่ออกมาจากเขตุหมู่บ้าน



ภายในห้องนั้นนอกจากหญิงสาวในชุดสีแดงแล้วดูเหมือนว่าจะมีคนอื่นๆอีกจำนวนนึงที่ได้เข้ามารอซักพักนึงแล้ว ก่อนที่ทั้งหมดจะได้นั่งลงที่เก้าอี้ภายในห้องพร้อมๆกับเริ่มการประชุมบางอย่างขึ้น



? ? ? : มากันพร้อมแล้วสินะ... สถานการณ์ในเมืองตอนนี้จากที่รายงานเข้ามานั้นไม่ค่อยดีนัก... เราเข้าใจว่าจอมเวทย์เคยมีสัมพันธ์ที่ดีกับตัวหมู่บ้านแต่ตอนนี้ไม่น่าจะใช่แล้วนะ

หญิงสาวใต้ชุดเกราะเหล็กได้เริ่มเอ่ยถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในหมู่บ้านที่กำลังถูกสิ่งที่น่าจะเป็น Summon ของจอมเวทย์เข้าโจมตีในตอนนี้



? ? ? : แต่ว่านั่นอาจจะเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่สิ่งที่จอมเวทย์สร้างขึ้นมาก็ได้นะ ถ้าให้เวลาหมู่บ้านอีกซักหน่อย...

หญิงสาวอีกคนนั้นได้เอ่ยขัดขึ้นมาเนื่องจากสิ่งที่ไม่น่าจะมีอยู่ในตัวมอนสเตอร์ที่กำลังโจมตีเมืองอยู่นั่นเองทำให้ยังไม่มีใครสามารถสรุปได้อย่างแท้จริงว่านั่นคือสิ่งที่จอมเวทย์สร้างขึ้นมาจริงๆหรือไม่

จากบทสนทนาแล้ว ภายในเมือง Grey Land คงจะไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านเวทย์มนต์ที่สามารถตรวจสอบเวทย์มนต์ระดับสูงได้



? ? ? : ถ้าไม่ใช่จอมเวทย์แล้วจะเป็นพวกไหนกันล่ะ ? คงมีแต่พวกที่ใช้เวทย์มนต์ได้เท่านั้นแหละที่จะสร้างความเดือดร้อนให้มันเกิดขึ้นแบบนี้ได้

ชายหนุ่มผมสีดำได้กล่าวขึ้นก่อนที่เขาจะได้ยกประเด็นใส่ความกับพวกจอมเวทย์ขึ้นมาติดๆกัน



? ? ? : . . . . .



? ? ? : แค่ที่เรามาประชุมกันในวันนี้ก็เพื่อจัดการกับจอมเวทย์ที่เหลืออยู่ที่นี่ทั้งหมดอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือชาวบ้านที่เหลือนั้นพวกเราจะทำอย่างไรดี ประชากรในโลกนี้เริ่มน้อยลงไปเรื่อยๆจนการเข่นฆ่าโดยไร้สาเหตุนั้นค่อนข้างจะไม่สมเหตุสมผลเท่าไรแล้วนะ

ชายอายุมากใต้ผ้าคลุมได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแห้งกร้านเกี่ยวกับจุดประสงค์ที่แท้จริงของการประชุมในวันนี้ขึ้นก่อนที่จะหยุดรอคำตอบจากผู้ร่วมประชุมโดยรอบ



? ? ? : ตอนนี้ข้ามีเบาะแสของตัวการที่ก่อเรื่องแล้ว แต่ว่าการจะช่วยเหลือหมู่บ้านและแก้ปัญหาไปพร้อมๆกันนั้นเป็นเรื่องยาก ข้าอยากจะขอเวลาอีกซัก 2 วันในการดำเนินแผนก่อน

หญิงสาวในชุดสีแดงได้กล่าวขึ้นกับในที่ประชุมพร้อมๆกับรอคำตอบจากเสียงส่วนรวม ดูเหมือนว่าเป้าหมายของเธอน่าจะเป็นการยื้อเวลาคำสั่งกวาดล้างหมู่บ้านจาก Grey Land นั่นเอง

- แอบฟังต่อ
- เปลี่ยนที่แอบฟัง
- เนียนเข้าไปร่วมวงด้วย
- อื่นๆโปรดระบุ


> เนียนเข้าไปร่วมวง

     ลาวี่ จิเอล : ฟุมุ ---ถ้าเช่นนั้นให้เราจัดการละเป็นอย่างไร

     โดยไม่สนหวีสนแตดใดๆ ลาวี่เธอก็ออกมาจากมุมๆนึงพร้อมกับผายมือออกมา



-:- เวลาช่วงกลางวัน -:-



? ? ? : อ- เอ๋ ?! นั่นเจ้า...

หญิงสาวในชุดสีแดงได้เอ่ยขึ้นอย่างตกใจเมื่อเห็นลาวีเข้ามาร่วมประชุมด้วย ในหลายๆเหตุผลน่าจะเป็นเพราะว่าเธอน่าจะเพราะว่าเธอเป็น Summon ของจอมเวทย์นั่นเอง การที่จู่ๆจอมเวทย์ก็เดินเข้ามาร่วมการประชุมนั้นทำให้ความอันตรายหากมีคนใดคนนึงรับรู้การมีตัวตนได้อาจจะทำให้การะประชุมเงียบๆนี้กลายเป็นโศกนาตกรรมก็เป็นได้



? ? ? : . . .

ชายในชุดเกราะสีเงินยังคนนั่งเงียบและอ่านสถานการณ์อย่างใจเย็น ใต้ความเงียบนี้อาจจะมีความอันตรายแฝงอยู่ก็เป็นได้เมื่อลาวีได้เหลือไปเห็นสัญลักษณ์ของ Executioner ที่ถูกประทับไว้บนฝักดาบของชายคนนั้น



? ? ? : เอ... แล้วคุณคือ ?

หญิงสาวผมสีเขียวได้ถามขึ้นอย่างสงสัยถึงการปรากฏตัวของลาวีแต่ก็ต้องโดนขัดเสียก่อน



? ? ? : เป็นคนที่เราจ้างตัวไว้ไงล่ะ! เพราะว่า Grey Land ไม่มี Appraiser ที่มีความสามารถมากพอที่จะจับพลังเวทย์ขั้นสูงๆได้ทำให้เราไม่มีความไว้ใจว่าการกวาดล้างนี้จะสำเร็จง่ายๆน่ะสิ

ชายคนนั้นได้พูดจาเสียดสีกับหญิงสาวคนนั้นถึงความไร้ความสามารถของเมืองหลวง ดูเหมือนว่าน่าจะมีบุคคลที่จะมาเข้าร่วมประชุมนี้ในอีกไม่นานเช่นกันซึ่งน่าจะเป็นบุคคลที่สามารถค้นหาและตรวจจับกระแสเวทย์มนต์ได้



? ? ? : อืม... มันเป็นอย่างที่ว่ารึเปล่า ? แล้วที่ว่าจะจัดการเรื่องนี้ล่ะ ?


     ลาวี่นั้นยังไม่พูดอะไร เธอนั้นจับชายผ้าคลุมของเธอพลางโค้งถอนสายบัวให้กับทุกๆคนในห้องด้วยรอยยิ้ม

     ลาวี่ จิเอล : ก่อนอื่น เราขอแนะนำตัวของเราก่อน --นามของเราคือ วีล่า เป็นเพียงหมอยาที่มีความรู้ด้านสมุนไพรมากมาย
กว่าแพทย์ทั่วๆไปเท่านั้น

     เธอเงยหน้าขึ้น จากนั้นก็หันไปหาชายหนุ่มผมยาวคนนั้นแล้วก็กล่าวต่อไปว่า
  
     ลาวี่ จิเอล : ทว่าเราจะไม่พูดปด เรานั้นไม่ใช่คนที่ท่านจ้างวานมาหรอกนะ เพราะด้วยความสะเพร่าที่แสนน่ารักของคุณผู้หญิง
ชุดแดงตรงนั้น เราจึงได้เข้ามายังที่แห่งนี้และได้ยินที่ทุกท่านกล่าวโดยบังเอิญอย่างไรละ

     ลาวี่พูดพลางหมุนตัวแนะนำตัวเธอเอง จากนั้นเธอก็หยิบหลอดทดลองออกมาอันนึง

     ลาวี่ จิเอล : และเพราะว่าเราได้ยินสิ่งที่พวกท่านพูด ก็บังเอิญว่าเราเองนั้นก็ถนัดในการไล่ต้อนพวกจอมเวทย์เช่นกัน

     เธอยกมือขึ้นเพื่อเผยหลอดทดลองที่มีของเหลวสีใสอยู่ภายใน

     ลาวี่ จิเอล : นี้คือน้ำยาที่เราพยายามวิจัยมันขึ้น เมื่อเปิดฝามันจะกระจายไปในอากาศและหากว่ามันสัมผัสกับพลังเวทย์ที่
หนาแน่นกว่าธรรมชาติได้ละก็ มันจะแปรสภาพตนเองเป็นคอลลอยด์สีฟ้าขาวที่ไม่มีอันตราย แต่ว่าพวกท่านทุกคนก็คงจะรู้สินะ
ว่ามันหมายความว่าอย่างไร ...ฟุฟุฟุ...สิ่งนี้น่ะเป็นสุดยอดผลผลิตที่ตระกูลเราคิดค้นมาเพื่อค้นหาตัวพวกจอมเวทย์โดยเฉพาะ
และก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราหลบหลีกพวกจอมเวทย์มาได้โดยตลอดมาตั้งแต่เล็กเลยด้วย คุณภาพนี้เรารับประกันเลยนะ!!

     เธอโกหกหน้าตายกับน้ำทะเลสังเคราะห์ในมือ ซึ่งแม้ว่าเธอจะเคยใช้มันมาตลอดในการหลีกเลี่ยงพวกจอมเวทย์มาตลอดจริงๆ
ในอดีตก็เถอะ แต่ที่อยู่ในมือเธอตอนนี้มันก็เป็นแค่น้ำทะเลที่เก็บมาเมื่อเช้าแล้วแปรสภาพก่อนเข้ามาที่นี้เท่านั้นแหละ

     ทว่าเธอก็กวาดสายตามองทุกชีวิตภายในห้องพร้อมกับยิ้มเย็น ก่อนจะเปิดปากพูดออกมาอีกครั้งว่า

     ลาวี่ จิเอล : พอดีเลย การกระทำนั้นสำคัญกว่าคำพูด เราจะทดสอบคุณภาพให้พวกท่านดูเลยละกันว่าสมควรเชื่อใจเด็กสาว
ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าอย่างเราหรือไม่

     แล้วลาวี่ก็โยนหลอดทดลองนั้นออกไป!

เสร็จสิ้น
แมวบ้า
โพสต์ 14-5-2017 21:56:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย tesstrossa เมื่อ 25-5-2017 04:58






        อัลเร็ด : มั้ง? มั้งอย่างงั้นหรอ ถ้าหมอนั้นตายขึ้นมานีี่งานหยาบเลยนะ

        เขาหันไปมองอาคากิพร้อมในขณะที่ยังหลบอยู่

        อัลเร็ด : แล้วจะทำยังไงกับมันดีเนี้ย เธอพอจะรู้อะไรเกียวกับมันบ้างมั้ย

        แล้วที่มือขวาของเขาก็มีลูกไฟลุกขึ้นมา

        อัลเร็ด : หรือจะเป่ามันให้กระจุยไปเลยดี?



-:- เวลาช่วงเช้า -:-

อาคากิ นามิ : เอ... จากภาพรวมแล้วนั่นน่าจะเป็น Summon นะ แต่ที่น่าแปลกคือมันดูดกินพลังมานาจำนวนมากโดยแค่สบตากับมัน คนที่ควบคุมมันจะเป็นจอมเวทย์ที่ก่อปัญหาอยู่จริงๆเหรอ ?

หญิงสาวได้สันนิษฐานสถานการณ์ขึ้นก่อนที่เธอจะได้ใช้กระจกเงาเล็กๆมองย้อนแสงไปยังมอนสเตอร์ตัวนั้น

อาคากิ นามิ : เราไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตแปลกๆแบบนั้นมาก่อนเลยนะ แต่ว่าถ้าเจ้านั่นล่อความสนใจชาวบ้านได้พวกเราก็จะไม่ไดนตามขณะสำรวจหมู่บ้านนะ

- จัดการมอนสเตอร์
- ละไปสำรวจหมู่บ้าน
- อื่นๆโปรดระบุ


        อัลเร็ด : นั้นหมายว่าเราจะทิ้งเจ้านั้นไว้แบบนั้นสินะ

        เขากล่าวขึ้นมาพร้อมกับหยิบกระจงมาอาคากิแล้วมองย้อนไปดูมอนสเตอร์ตัวนั้นบ้าง

        อัลเร็ด : ถ้าเราหาต้นต่อของมันได้น่าจะง่ายกว่ากับจัดเจ้าตัวนี่และนะ งั้นเราก็สำรวจหมู่บ้านกันต่อเถอะ

        ว่าแล้วเขาก็ลุกขึ้นไปสำรวจหมู่บ้านต่อไป ที่มีสัมผัสเวทย์อื่นๆต่อไป

        - ละไปสำรวจหมู่บ้าน



-:- เวลาช่วงกลางวัน -:-

อาคากิ นามิ : ยิ่งอยู่ใกล้ก็จะทำให้ชาวบ้านเข้าใจผิดมากไปกว่านี้ อีกอย่างเราพอจะรู้จักกับจอมเวทย์อีกคนนึงที่อาศัยอยู่ป่าทึบทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน ถ้าเป็นหมอนั่นที่อาศัยใกล้กับหมู่บ้านตลอดอาจจะรู้อะไรบ้างก็ได้

เธอได้แนะนำอัลเร็ดขึ้นในขณะที่ทั้งสองกำลังพยายามหาแหล่งที่มาของเวทย์มนต์เมื่อครู่ แต่มันก็เริ่มซาลงไปมากแล้วในตอนนี้


        อัลเร็ด : โอเคงั้นเราไปหาเขาคนนั้นกันเถอะ

        ชายหนุ่มกล่าวขึ้นหลังจากที่ดูแล้วหายอยู่ในหมู่บ้านต่อไปคงจะไม่ดีเป็นแน่แท้

        อัลเร็ด : เชิญ.....นำทางเลยครับ.....

        เขากล่าวต่อพร้อมกับหันไปมอง อาคากิ



-:- เวลาช่วงกลางวัน -:-

อาคากิได้ค่อยๆเดินนำทางอัลเร็ดจนมาถึงยังทางออกจากหมู่บ้านทางฝั่งตะวันตก แต่เธอก็กลับหยุดเท้าลงเสียดื้อๆ

อาคากิ นามิ : จริงๆแล้วมันมีอีกปัญหานึง... บริเวณที่หมอนั่นอยู่มันกลายเป็นจุดก่อสร้างท่าเรือไปแล้วน่ะสิ...

เธอได้ทำท่าครุ่นคิดขึ้นโดยที่ไม่แน่ใจได้ว่าคนณู้จักของเธอจะย้ายไปอยู่ไหนแล้วในตอนนี้

- ในป่าทางตะวันตกเหมือนเดิม
- กลับไปที่หอคอย
- ซักแห่งในหมู่บ้าน
- อื่นๆโปรดระบุ


        - ในป่าทางตะวันตกเหมือนเดิม

        อัลเร็ด : ก็.........ลอง ไปสำรวจดูก่อนก็ได้ละมั้ง เพื่อจะได้เบาะแสอะไรบ้าง

        อัลเร็ตกล่าวขึ้นพร้อมกับทำครุ่นคิดบ้าง

        อัลเร็ด : เพราะยังไงเราก็ไม่รู้จะไปไหนอยู่ดี จะย้อนกลับไปหมู่บ้านก็ใช้ที่

        เขากล่าวขึ้นต่อ



-:- เวลาช่วงกลางวัน -:-



ไม่นานนักทั้งสองก็ได้เดินทางเข้ามายังเขตุป่าทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน
ในขณะเดียวกันนั่นเอง เสียงดักอึกทึกก็ได้เริ่มแสดงออกมาจากตัวหมู่บ้าน ชาวบ้านนั้นคงได้พบเจอกับสิ่งมหัศจรรย์ที่ใจกลางหมู่บ้านแล้วเป็นแน่ในตอนนี้
คงมีเวลาไม่มากนักที่ชาวบ้านจะกลายเป็นเครื่องสังเวยของเจ้าสิ่งนั้นกันทั้งหมด ไม่ก็ติดโรคตายกันทั้งหมู่บ้านในภายหลัง

หญิงสาวได้ค่อยๆนำทางอัลเร็ดออกเดินเท้าเข้าไปยังเขตุด้านในป่าแต่ดูเหมือนว่าทั้งสองจะไม่สามารถคืบหน้าไปได้ไกลเท่าไรนัก

อาคากิ นามิ : อืม... เหมือนจะเป็นเวทย์มนต์ลวงตาเลยนะ... หรือว่าจอมเวทย์คนนั้นจะถูกเจอตัวโดยคนอื่นก่อนแล้ว...

เธอได้ทำท่าครุ่นคิดขึ้นมา แต่ไม่นานนักทั้งสองก็ต้องหยุดความคิดทั้งหมดลงก่อนที่ร่างของมังกรประหลาดตัวนึงจะได้ทะลายกำแพงมิติโผล่ออกมายังด้านหน้าของพวกเข้าทั้งสองอย่างไม่ทันตั้งตัว!



อาคากิ นามิ : มังกรไม่น่าจะมาอยู่แถวนี้ได้นะ...

หญิงสาวได้กล่าวขึ้นไปพร้อมๆกับพาอัลเร็ดเคลื่อนที่ผ่านมิติออกมาเพื่อเว้นระยะจากมังกรตัวนั้น


        อัลเร็ด : อ้าวเราจะไม่จัดการกับมังกรตัวนั้นงั้นหรอ?

        ก่อนที่จะถูกพาออกมา ทางมือขวาของเขาก็ได้รวมพลังเตรียมพร้อมเข้าต่อสู้ไว้เรียบร้อยแล้ว

        อัลเร็ด : แล้วเราจะเอายังไงกันต่อละ ดูเหมือนว่าที่หมู่บ้านคงจะมีเรื่องวุ่นวายแล้วด้วย ถ้าไม่รีบหาตัวการให้เจอละก็ งานนี่คงจบไม่สวยแน่ๆ

        เขาเริ่มทำหน้าจริงจัง ในขณะที่ยังตั้งท่าต่อสู้เตรียมพร้อมไว้อยู่

        อัลเร็ด : หรือเธอมีทางเลือกที่ดีกว่านี่




-:- เวลาช่วงกลางวัน -:-

อาคากิ นามิ : มังกรเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความต้านทานเวทย์มนต์สูง ถ้าป่าเขตุนี้ถูกแปรสภาพไปจนขนาดส่งสุมมอนสเตอร์ได้แล้วที่นี่ก็พงไม่ปลอดภัยจะทำอะไรเท่าไร เราว่าเรานั่งเรือออกจากเกาะดีกว่า

เธอได้กล่าวขึ้นก่อนที่จะหยิบตั๋วขึ้นมาดูด้วยแววตาที่มีความหวัง

อาคากิ นามิ : แต่ว่าอาจจะมีวิธีแก้ไขที่ดีกว่านั้นก็ได้...

หญิงสาวได้กล่าวขึ้นก่อนที่จะได้เปิดรอยแยกของมิติที่ป่าออกเพื่อให้ทั้งสองมองเห็นด้านในของป่าในตอนนี้
ภายด้านในมิติของป่าที่ถูกยึดครองไปด้วยสิ่งมีชีวิตเวทย์มนต์ประหลาดทั้งหลายเต็มไปหมดต่างกับภายนอกอย่างสิ้นเชิง

อาคากิ นามิ : เป้าหมายใหม่คือการลักลอบเข้าไปหาบ้านของจอมเวทย์ในป่าแห่งนี้ล่ะนะ แต่สถานการณ์แบบนี้คนๆนั้นคงย้ายจุดไม่ก็ใช้เวทย์มนต์แอบอยู่แน่ๆ ถ้านายยังจะหาวิธีแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นนี่ล่ะก็ไว้เจอกันที่บ้านของหมอนั่นแล้วกันนะ

เมื่อกล่าวจบแล้วอาคากิก็ได้เดินผ่านรอยแยกมิตินั่นเข้าไปในทันที


        อัลเร็ด : ดะ-เดียว!

        แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไรต่ออาคากิก็เดินเข้าประติมิของเธอแล้วหายวับไปกับตา

        อัลเร็ด : ไอ้คำพูดแบบนี่อะไรกัน

        เขายืนหงุดหงิดกับพูดและท่าทางนั้นเล็กน้อย ก่อนที่เดินตามเข้าประตูมิตินั้นไป ยังไงซะการต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตเวทย์มนต์ประหลาดทั้งหลายนั้น ก็เป็นสิ่งที่เขาชอบอยู่แล้ว เพราะเขาจะได้สังเวยเจ้านั้นมาเพื่อเพิ่มพลังให้ตัวเองต่อไป ใช้แล้วสำหรับเขานั้นก็ไม่ต่างกับการล่าเลยนั้นเอง....



-:- เวลาช่วงกลางวัน -:-

ภายในป่าที่คล้ายกับเขาวงกตได้ชวนให้อัลเร็ดหัวเสียไปกับเส้นทางที่ดูน่าสับสนไปหมดแถมยังมีตัวประหลาดเดินให้พล่านไปหมด สิ่งเดียวที่เขาสามารถสัมผัสได้ตอนนี้ก็คือกระแสพลังเวทย์ที่แตกต่างไปจากสิ่งมีชีวิตประหลาดพวกนี้ที่อยู่ห่างออกไป

- ลองหาสิ่งแปลกปลอมแถวนี้ทดสอบพลังดู
- หาเส้นทางปลอดภัยในการเดินทาง
- อื่นๆโปรดระบุ


        -หาเส้นทางปลอดภัยในการเดินทาง
       
        อัลเร็ด : มีตัวประหลาดเดินหยุบหยับเต็มไปหมดเลย....

        เห็นอย่างนั้นแล้วเขาก็พยายามหาทางเดินเลี่ยงเจ้าพวกตัวประหลาดนั้น เพื่อเข้าหาเป้าหมายของเขาต่อไป...

        อัลเร็ด : ว่าแต่อาคากิหายไปไหนเนี้ย! เธอรู้ทางเดินในนี่ได้ยังไงกัน!



-:- เวลาช่วงกลางวัน -:-

ดูเหมือนว่าภายในมิติจะมีทางเชื่อเวทย์มนต์ที่เป็นสัญลักษณ์ถูกทำขึ้นหลายจุดเป็นอย่างมาก ซึ่งไม่น่าแปลใจว่าทำไมมอนสเตอร์พวกนี้ถึงสามารถออกไปสร้างความวุ่นวายในหมู่บ้านได้อย่างรวดเร็วแบบนั้น

ระหว่างที่อัลเร็ดสำรวจนั่นเอง เขาก็ไม่สามารถจับสัมผัสของสิ่งมีชีวิตปกติภายในนี้ได้เลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งเขามาหยุดลงที่ต้นไม้ใหญ่ต้นนึงที่ถูกตั้งไกลออกมาจากกลุ่มมอนสเตอร์และทางเดินทั่วไป

ควับ!! ไม่นานนักเส้นทางลับก็ได้ถูกเปิดออกตรงหน้าของอัลเร็ด แสดงให้เห็นกับหญิงสาวคนนึงที่มีแต่พลังความมืดแผ่ออกมาจากออร่าของเธอ อัลเร็ดไม่สามารถสัมผัสอะไรได้เลยนอกจากกลิ่นเลือดและเวทย์มนต์ศาสตร์มืดที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ



? ? ? : จอมเวทย์งั้นเหรอ ? หรือว่า Executioner กันล่ะ ?

เธอได้เอ่ยถามขึ้นพร้อมๆกับตั้งท่าเตรียมที่จะผสานวงเวทย์ขึ้น


        อัลเร็ด : ใจเย็นแม่สาว เราพวกเดียวกัน

        เขารีบกล่าวขึ้นพร้อมจุดไฟที่นิ้วชี้ของเขา เป็นการยืนยันตัวตน

        อัลเร็ด : เราชื่อ อัลเร็ด เธอเป็นใคร? ที่นี่มันที่ไหนกัน? แล้วเธอเปิดทางแบบนั้นได้ยังไง?

        หลังจากที่เขาแนะนำตัวเขายิงคำถามต่างๆใส่เธออย่างรวดเร็วโดยมองข้ามเรื่องเวทย์มนต์ศาสตร์มืดที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ ไปอย่างไม่แยแส



-:- เวลาช่วงกลางวัน -:-

? ? ? : เป็นจอมเวทย์ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นพวกเดียวกันเสมอไปซักหน่อย... แต่ว่าดูไม่เหมือนว่าจะมาขัดขวางอะไรกันอยู่แล้วนี่นะ

หญิงสาวคนนั้นได้ลดมือลงอย่างช้าๆก่อนที่จะได้เริ่มแนะนำตัวแบบปกติกับอัลเร็ดขึ้น

อาเคมิ โฮมุระ : เรามีชื่อว่า อาเคมิ โฮมุระ เราเป็นจอมเวทย์ที่ไม่ใช่จอมเวทย์ในเวลาเดียวกัน ตอนนี้เรากำลังตามหาจอมเวทย์ คีล เซย์เบล ที่เคยอาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้เพื่อขอยืมพลังเวทย์ในการช่วยค้นหาจากเขา

เธอได้กล่าวขึ้นพร้อมกับอธิบายเหตุผลกับอัลเร็ดไปด้วยพร้อมๆกันอย่างรวบรัดที่สุด

อาเคมิ โฮมุระ : นายคงจะไม่ได้ออกมาจากหอคอยนั่นเป็นเวลานานล่ะสินะ ยังไงซะนายก็เป็นผู้ใช้เวทย์มนต์เหมือนกันน่าจะเข้าใจถึงความชำนาญของพลังเวทย์และแขนงสินะ ?

หญิงสาวได้เอ่ยขึ้นพร้อมกับแสดงขวดโหลทีปะจุละอองเรืองแสงแปลกๆบางอย่างขึ้นมาให้อัลเร็ดได้เห็น

อาเคมิ โฮมุระ : นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุของอาการป่วยที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน หากนายไม่มีความชำนาญด้าน Sage ที่มากพอจะทำให้มองไม่เห็นละอองพวกนี้ ซึ่งมันเต็มหมู่บ้านไปหมด คีล เซย์เบล เป็นจอมเวทย์ที่มีสายเลือดครึ่งมนุษย์ยุคปัจจุบันทำให้การกระทำครั้งนี้เดือดร้อนไปถึงเขาด้วย แต่ในทางเดียวกันเขาก็เป็นจอมเวทย์ที่มีความชำนาญในการ Appraiser และ Tracking มากที่สุดบนเกาะแห่งนี้ การจะหาตัวการได้ง่ายๆนั้นจึงจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือกับเขาก่อนที่เขาจะโดนละอองประหลาดนี่เล่นงานได้ด้วยไงล่ะ

เมื่อเธออธิบายจบแล้วเธอก็ได้เก็บขวดโหลนั่นลงอย่างช้าๆ

อาเคมิ โฮมุระ : แล้วก็อย่าคิดจะตรวจสอบละอองพวกนั้นเองล่ะ นอกจากนายจะมองมันไม่เห็นแล้วถ้าความชำนาญของนายไม่มากพอมันจะทำให้ตราเวทย์มิติเคลื่อนย้ายสร้างตัวขึ้นมาเองจากละอองพวกนั้นและทำให้คนที่พยายามจะวิจัยละอองพวกนี้กลายเป็นมอนสเตอร์ที่อยู่ในป่าแห่งนี้เต็มไปหมดและรอเวลาที่จะออกไปรุกรานโลกภายนอกไงล่ะ
ไม่ว่าใครก็ตามแต่ที่เป็นคนคิดแผนนี้ขึ้นมา นอกจากจะเป็นศัตรูกับจอมเวทย์ด้วยกันเองแล้วยังเป็นภัยต่อโลกใบนี้อีกด้วย ถ้าสถานการณ์ไม่สงบลงจนละอองนั่นพัฒนาตัวจนสามารถสร้างความเสียหายต่อกระแสมานาและกระจายตัวออกไปจากเกาะนี้ได้ จุดยืนของผู้ใช้เวทย์มนต์บนโลกใบนี้ก็จะถึงจุดจบไปด้วยเช่นกัน

เธอได้กล่าวเตือนอัลเร็ดขึ้นจนทำให้อัลเร็ดสามารถนึกได้ถึงสถานการณ์ตอนที่เขาเจอกับมอนสเตอร์ประหลาดที่มีรูปร่างคล้ายหัวสมองและดวงตาอันใหญ่ที่สามารถทำลายมานาส่วนนึงของเขาได้เมื่อสบตากับมันเข้า นั่นอาจจะเป็นการวิวัฒนาการของละอองเวทย์มนต์นี่ก็เป็นได้


        อัลเร็ด : อะ.....อ้อ......อืม.....เอ.....อ้อ....อืมๆ....

        อัลเร็ดที่ได้รับข้อมูลมากมายภายในช่วงเวลาแปปเดียว ก๋็ทำให้เขาถึงกับสตัน ใช้เวลาประมวลผลเรื่องราวต่างๆในหัวขอเขาอยู่สักครู่นึง ก่อนที่จะทำท่าเอากำปั้นทุบฝ่ามือแสดงถึงว่าเขาเข้าใจแล้วนั้นเอง

        อัลเร็ด : สรุปก็คือ เราต้องหาใครสักคนที่เราฟังชื่อไม่ทันตะกี้ เพื่อหาใครสักคนที่ทำให้มีตัวประหลาดเดินไปเดินมานี่สินะ... อืมๆ แบบนี่เอง อืมๆ

        เขากล่าวขึ้นมาอย่างสรุปรวดรัดและยืนกอดอกทำท่ามั่นใจสุด พร้อมกับพยันหน้าไปมา

        อัลเร็ด : แต่ว่า!

        แล้วเขาก็พูดขึ้นพร้อมกับลืมตาขึ้นมาอย่างดุดัน

        อัลเร็ด : ตอนนี่ เรากำลังหลงป่าอยู่อย่างสุดๆ เลยเพราะฉะนั้นฝากด้วยนะ โฮมุระ!

        เขาพูดต่อออกมาอย่างมั่นใจและทำหน้าจริงจังสุดๆ



-:- เวลาช่วงกลางวัน -:-

อาเคมิ โฮมุระ : นายแน่ใจเหรอ? นายยังไม่รู้เป้าหมายที่แท้จริงของเราเลยนะ

หญิงสาวได้ถามอัลเร็ดขึ้นถึงเจตุจำนงของเขาอีกครั้งนึงเพื่อให้แน่ใจเสียก่อน

อาเคมิ โฮมุระ : หรือว่าหลังจากรู้แล้วจะค่อยเป็นศัตรูกันตอนนั้นก็ได้นะ

เธอได้แสยะยิ้มออกมากับอัลเร็ดพร้อมๆกับพูดถามชายหนุ่ม


จะเต็มแล้วขึ้นใหม่เลยจ้า
เจ้าหญิงลีน่า V.3
เจ้าชาย~!
โพสต์ 23-5-2017 13:33:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 27-5-2017 00:33






-:- เวลาช่วงกลางวัน -:-



? ? ? : ข้าบอกแล้วยังไงล่ะ... แต่ว่าถ้าหากมันมีความสามารถขนาดนั้นก็น่าสนใจใช่น้อย

ชายวัยกลางคนได้เอ่ยกล่าวขึ้นกับหญิงสาวในชุดแดงอย่างเหนื่อยใจกับการที่เธอถูกสะกดรอยตามเข้ามายังห้องประชุมลับนี้ได้แบบนี้ แต่เขาก็ได้ให้ความสนใจกับในที่ประชุมขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อลาวีได้อธิบายสรรพคุณความสามารถของน้ำยาของเธอขึ้นมา



์? ? ? : U~mu~



? ? ? : แต่ว่าที่นี่ไม่มีผู้ใช้เวทย์มนต์เข้าร่วมประชุมนี่นา... Executioner หรือ Scholar ของเมืองหลวงก็ไม่มีพลังมานาภายในตัวแต่กำเนิดด้วย...

อัศวินสาวได้เอ่ยขึ้นอย่างสงสัยพร้อมๆกับมองไปที่ขวดบรรจุของเหลวในมือของลาวี



? ? ? : ฮึ่ม! ที่นี่ไม่มีจอมเวทย์ของแบบนั้นจะแสดงอะไรได้กันล่ะ

ชายหนุ่มได้เอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัยในคำชี้แจงของลาวี ก่อนที่เขาจะตกใจจนตกลงไปจากเก้าอี้เมื่อเห็นลาวีนั้นปาขวดนั่นออกมาที่กลางวงประชุม

ควับ!! กำแพงเวทย์มนต์เล็กๆได้ถูกสร้างขึ้นมาป้องกันสมาชิกผู้ร่วมประชุมทั้งหมดอย่างรวดเร็ว แต่ไม่มีท่าทีว่าจะมีใครเข้าทำร้ายลาวีเลยแม้แต่น้อยแม้จะทำเรื่องที่ดูน่าอันตรายแบบนั้นออกมา



? ? ? : อืม... ศาสตร์การใช้เวทย์มนต์ด้วยการปรุงยางั้นเหรอ? น่าจะเหมือนพวก Alchemist จากเมือง Grey Land แต่มีคุณภาพมากกว่าล่ะมั้ง? โฮ่ๆๆๆ

ชายในผ้าคลุมได้หัวเราะขึ้นอย่างพอใจกับที่ประชุมกับการกระทำของลาวี แต่ดูเหมือนว่าหญิงสาวผมสีเขียวที่นั่งอยู่ใกล้ๆนั้นจะแสดงสีหน้าตกใจขึ้นมานิดหน่อยก่อนที่จะกลับมาเป็นปกติอีกครั้งนึง



? ? ? : ต- แต่เรื่องมารยาทคงต้องพิจารณากันละนะ! เราคงไม่ว่าจ้างแม่นางคนนี้มาทำงานร่วมกันแบบนี้หรอก!

ชายหนุ่มได้กล่าวขึ้นอย่างหัวเสียก่อนที่เขาจะค่อยๆขึ้นมานั่งบนเก้าอี้อีกครั้ง



? ? ? : แต่ว่าครั้งนี้น่ะมันต่างออกไปนะ ไม่ใช่แค่การหาตัวเป้าหมายแต่การวิเคราะห์เหตุของที่มาก็เช่นกัน นอกจากข้อมูลที่ข้าทราบว่าโรคพวกนี้จะส่งผลกับกลุ่มมนุษย์ที่ไม่มีพลังมานาตั้งแต่กำเนิดแล้ว ก็ไม่มีใครรู้อะไรมากไปกว่านี้เลย

หญิงสาวในชุดสีแดงได้เอ่ยขึ้นมาถึงปัญหาต่อไปในที่ประชุม ดูเหมือนว่าในที่ประชุมนี้จะไม่มีใครเห็นละอองเรืองแสงประหลาดที่ลาวีมองเห็นที่หอคอยเวทย์มนต์เลยแม้แต่คนเดียว


     ลาวี่ จิเอล : แค่กๆๆ-- เป็นเกียร์ติยิ่งที่นำเอาฝีมือเล็กๆน้อยๆของเราไปเทียบกับมือโปรทางด้านนั้น แต่แน่นอนว่ารับประ
กันผลเลยนะว่าจะไม่มีจอมเวทย์คนไหนหนีไปจาก--........โอ้ย หนาวๆๆ

     ลาวี่ปัดมือไปมาจากไอน้ำที่ดันระเบิดกลับมากระแทกหน้าเธอไปซะชิบ ในขณะที่โค้งตัวให้กับชายในผ้าคลุมและคุณลุง
อัศวินที่นั่งหน้าเข้มอยู่

     ลาวี่ จิเอล : แค่กๆ ----แหงะ ไหงทำกันงี้ละ แบบนี้เราก็ดูกลายเป็นคนไม่น่าเชื่อถือไปน่ะสิ

     เธอพูดขึ้นพลางทำแก้มป่องเล็กๆ ทั้งๆที่ความจริงคนนอกที่อยู่ดีๆก็เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวอย่างเธอก็ไม่ได้เป็นอะไรไป
มากกว่าคำว่า'น่าสงสัย'แปะติดเต็มตัวอยู่แล้ว

     อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมา เธอก็ลอบส่งสายตามองไปยังชายในผ้าคลุม หญิงสาวผมสีเขียวและสตรีในชุดแดง
ตามลำดับก่อนจะยิ้ม 'ฮิ' ออกมาบางๆ แล้วละความสนใจทั้งหมดหันไปทางชายผมยาวแทน

     หลังจากที่ฟังสิ่งที่ชายผู้นั้นพูด เธอส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มแหยะๆใส่อีกฝ่าย พลางผายมือออกเป็นเชิงตั้งใจล้อเลียนอย่าง
เห็นได้ชัดก่อนจะกล่าวต่อไปว่า

     ลาวี่ จิเอล : เหอเหอเหอ กับอีแค่ตรวจจับพวกจอมเวทย์ซ่อนตัว หรือพิธีกรรมเวทย์แปลกๆที่คนทั่วไปมองไม่เห็นน่ะ สำหรับ
อัจฉริยะอย่าง เลวี่ จิเอรุ ผู้นี้ มันไม่ต่างอะไรกับการเดินไปตลาดแล้วก็ซื้อแอปเปิ้ลนั่นแหละน้า--- ไอ้คนที่ท่านจ้างมาน่ะ เกรงว่า
จะสู้เราในเรื่องนี้ไม่ได้หรอกน้า----

     โดยเมินสิ่งที่ชายผมยาวท่าทางน่าแกล้งนั้นพูด เธอฟังสิ่งที่สตรีชุดแดงกล่าวก่อนจะพยักหน้าช้าๆ

     ลาวี่ จิเอล : ฟุมุฟุมุ.... นั่นสินะ เอาละเรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

     เธอยกมือขึ้นปรบแปะๆ ก่อนจะเอ่ยปากพูดออกมาอีกรอบว่า

     ลาวี่ จิเอล : ที่เราจะบอกก็คือ ด้วยความสามารถขั้นเทพของเรา เราสามารถรู้ตำแหน่งสิ่งที่ทุกท่านตามหาอยู่ได้นะ? ไม่สิ
ตั้งแต่เข้ามาในเขตเมืองเราก็ทราบตำแหน่งที่ชัดเจนแล้วละนะ ว่าไง?

     เธอกล่าวยิ้มๆ จากนั้นเธอก็จีบนิ้วชี้กับนิ้วโป้งขวาของตนเองเข้าด้วยกัน

     ลาวี่ จิเอล : แน่นอนว่าเรามีข้อแลกเปลี่ยนเล็กจิ้ดเดียวเท่านั้น ว่าไงๆ? ทุกท่านไม่สนใจทางออกที่จะจับตัวการในเรื่องนี้
มาเชือดทิ้งนิ่มๆอย่างง่ายๆรวดเร็วทันใจแล้วกลับบ้านไปนอนตีพุงชิวๆหน่อยหรอ เราเชื่อใจได้นะ ว่าไง ว่าไง?

     เธอพูดด้วยท่าทางน่าสงสัยเต็มขั้น




-:- เวลาช่วงกลางวัน -:-



? ? ? : ม- ไม่จริงน่า! เธอไปเอาความมั่นใจนี้มาจากไหนกัน?!

ชายหนุ่มได้กล่าวขึ้นอย่างไม่ไว้วางใจลาวีเท่าไรนัก แต่เขาก็ไม่สามารถจะหาข้อแก้ต่างอะไรมาขัดได้ คนส่วนใหญ่ภายในทวีปนี้น่าจะยังไม่รู้เรื่องของเวทย์มนต์มากนัก



? ? ? : ผลงานเท่านั้นที่ตอบได้ ถ้าเจ้าทำงานได้ดีและสำเร็จ ข้าเองก็ไม่มีปัญหาที่จะฟังข้อแลกเปลี่ยนจากเจ้า

ชาย Executioner ได้กล่าวขึ้นพร้อมกับผายมือออกเชิงรับฟังถึงข้อเสนอของลาวี



? ? ? : ยังไงก็น่าสงสัยจนเกินไปล่ะนะ ถ้าเกิดผู้หญิงคนนี้เป็นพวกเดียวกับผู้ใช้จอมเวทย์ขึ้นมาล่ะ ?

ดูเหมือนว่าอัศวินสาวจะยังไม่เชื่อใจลาวีโดยสนิทใจเท่าไรนัก แต่เธอก็ไม่เชิงขัดลาวีโดยตรงเท่าไรเช่นกัน



? ? ? : ถ้าอย่างนั้นมาฟังข้อเสนอของหญิงสาวคนนี้กันก่อนเถอะ

หญิงสาวผมเขียวได้ตัดบทขึ้นพร้อมๆกับตั้งคำถามไปยังตัวลาวี


     ลาวี่ จิเอล : มุฮิ

     ลาวี่เผยยิ้มเล็กๆ ก่อนจะผายมืออก

     ลาวี่ จิเอล : แน่นอนว่าย่อมไม่มีอะไรมาก! อย่างที่เห็น เราเป็นเพียงนักปรุงยาอ่อนแอปกป้องตัวเองไม่ได้ และอุปกรณ์ของเราก็
จำเป็นต้องเข้าระยะใกล้อยู่ช่วงตัวนึง จึงไคร่ไคร้อยากได้ใครก็ได้มาปกป้องเราระหว่างเดินไปยังสาเหตุด้วยค่ะ ...แล้วก็

     เธอพูดออกมาเรียบๆโดยไม่มีท่าทีขี้เล่นแบบตามปกติ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจังแล้วมองไปยังชายผมยาว หญิงสาวอัศวิน
แล้วก็คุณลุงมาดเข้มตามลำดับ แล้วกล่าวต่อว่า

     ลาวี่ จิเอล : ----สถานการณ์ในเมืองตอนนี้น่ะร้ายแรงกว่าที่พวกคุณคาดไว้นัก .....ถ้าพวกคุณไม่มั่นใจว่าจะรับมือสถานการณ์ได้ถึง
8 ส่วนขึ้นไปจริงๆละก็ ---แนะนำให้ออกไปจากเมืองนี้เลยจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุดนะ

     ลาวี่พูดขึ้น น้ำเสียงบ่งบอกถึงความเคร่งเครียดจริงๆของสถานการณ์และความเป็นห่วงต่อเหล่าบุคคลด้านหน้าราว 4 ส่วน
     
     มันเป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับมนุษย์ธรรมดาที่มองไม่เห็น'ไอ้นั่น'ได้แบบเธอ ยิ่งกับจอมเวทย์ที่ไม่มีความสามารถพอเองก็ยังไม่
อาจจะรับรู้ถึงมันได้เลยด้วยซ้ำ

     ลาวี่ จิเอล : แล้วก็-- เมื่อเราระบุและยืนยันตัว'สาเหตุ'ได้อย่างชัดเจนแล้ว เราขอสิทธิ์ที่จะถอนตัวทันที ไม่ขอยุ่งเกี่ยวอะไรต่อด้วย

     เธอพูดพลางมองไปยังชายในชุดคลุมและกวาดสายตาไปยังหญิงสาวผมเขียวและสุภาพสตรีชุดแดงตามลำดับ ก่อนจะยิ้มออกมา
บางๆ

     ลาวี่ จิเอล : นั่นเป็นข้อเสนอง่ายๆของเราละ

เสร็จสิ้น
แมวบ้า
โพสต์ 25-5-2017 11:46:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Chavavan เมื่อ 26-5-2017 00:32

        อัลเร็ด : ฮะ ฮะ ไม่แน่รู้แล้วเราอาจจะเป็นเพื่อนกันมากขึ้นก็ได้นะ

        ชายหนุ่มกล่าวตอบไปอย่างเงียบๆ แล้วยักไหล่เล็กน้อย

        อัลเร็ด : เรื่องแบบนั้นหนะ เดียวถึงเวลานั้นก็รู้เองและ

เสร็จสิ้น

       
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 20-9-2017 23:13 , Processed in 0.251606 second(s), 23 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้