Otaku Fever Fansite

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
ดู: 10606|ตอบกลับ: 37

[knowledge] สถาบันวิจัยโอตาคุ

[คัดลอกลิงก์]
แก้ไขล่าสุด KonaKona เมื่อ 1-10-2009 12:55

สถาบันวิจัยโอตาคุ


--------
โอตาคุ คืออะไร
--------
คำว่าโอตาคุ  ในภาษาญี่ปุ่น มาจากคำว่า Taku ซึ่งแปลว่าบ้าน ซึ่งเป็นคำสุภาพ หลังๆเริ่มเพี้ยนความหมายมาเป็นเช่นเดียวกับคำว่า Mania ที่แปลว่าผู้ที่คลั่งไคล้สิ่งใดสิ่งหนึ่งมากๆ แต่ส่วนใหญ่จะมักใช้กับพวกที่บ้าการ์ตูนซะมากกว่า เป็นความหมายที่ค่อนข้างไม่ดีภาพพจน์ของกลุ่มบุคคลเหล่านี้ เมื่อให้ Image จะได้ประมาณว่า เพศชาย ตัวอ้วนๆ สิวเขรอะๆ ใส่แว่น ผมเผ้ารุงรังไม่สระผม กลิ่นเหงื่อโชย เสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าแตะ แบกเป้ จริงๆแล้วโอตาคุไม่จำเป็นต้องมีลักษณะที่กล่าวไว้ก็ได้ หน้าตาดีก็มี และก็ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ชาย เพียงแต่ไอ้ส่วนของโอตาคุผู้ชายจะเยอะกว่ามากนั่นเอง

ซึ่งก็สามารถแปลได้ว่า โอตาคุ คือ กลุ่มบุคคลผู้ซึ่งลุ่มหลงในโลกแห่งการ์ตูน และ อนิเมชั่น กลุ่มคนเหล่านี้จะมีความสามารถในการเก็บเกี่ยวการ์ตูนหรืออนิเมชั่นในระดับ rare จากสถานที่ต่างๆได้อย่างไม่ยาก และด้วยความหมกมุ่นอย่างหนักในโลกของอนิเมชั่น ทำให้คนเหล่านี้ไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่าง "เด็ก" ผู้หญิงในชีวิตจริงกับในอนิเมชั่นได้ ทำให้การรับรู้ด้านความสวยงามเกี่ยวกับผู้หญิงจริงๆสูญเสียไป พวกนี้จะคิดว่า "เด็ก" ผู้หญิงที่น่ารักคือผู้ที่มี หูแมว หูหมา หูกระต่าย ชุดเมด เท่านั้น

พวกนี้คือ Otaku2p ยกระดับ ชาตินี้มันจะไม่สนผู้หญิงจริงๆ แล้ว (แต่จริงๆ คือผู้หญิงไม่สน) โดยมันจะเฝ้าบูชาสาวน้อยจาก Anime อย่างถวายหัว

2p ย่อมาจาก Too Parry หมายถึง หลีกหนีแล้วซึ่งความจริงทุกประการ โอตาคุเหล่านี้จะมีอาการนับถืออนิเมขึ้นสมอง หากมีใครมากล่าวว่าร้ายแก่อนิเมเรื่องโปรดจะเกิดอาการโกรธลุกเป็นไฟจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อ โอตาคุเหล่านี้จะคุยกับคนธรรมดาไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะเขาจะพูดเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ไม่อาจแกะข้อความออกมาได้

สมองส่วนใหญ่ของโอตาคุเหล่านี้ จะใช้จดจำแต่ข้อมูลที่ไม่เป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวันอย่างเต็มแน่นเอี๊ยด ซึ่งอาจไม่มีเรื่องที่มีสาระอยู่เลย

ในทางด้านบวกนั้น โอตาคุ อาจหมายถึงแฟนพันธุ์แท้ ซึ่งมีความรู้ความสามารถ สามารถจดจำในสิ่งที่ตนเองสนใจเป็นพิเศษ

สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้กลายมาเป็นพวก โอตาคุ ส่วนมากจะมาจาก การที่ไม่สามารถสมหวังในความรัก ( อกหัก , สาวไม่แล ) ดังนั้น จึงต้องมาปลอบประโลมตัวเองด้วยโลกสมมุติที่ตัวเองสร้างขึ้นจากความใฝ ่ฝันและหลงใหลในตัวละครของการ์ตูนและอนิเมชั่น เรียกได้ว่า พวกนี้คือพวกที่บ้าการ์ตูนนั่นเอง

OTAKU หรือ โอคาคุ มีผู้ให้คำนิยามตามตัวอักษรดังต่อไปนี้

O outcast ไม่มีใครคบ
T tacky ซกมก
A aggravate น่ารำคาญ
K kinky วิปริตทางเพศ
U ugly อุบาทว์

ดังนั้นโอตาคุแปลได้ว่า...

แนวของการ์ตูนที่โอตาคุชอบดู
หากเป็นชายต้องเป็นแนวสาวน้อยตาโต ฮาเร็ม พระเอกมีแต่สาวๆมารุมล้อม ทั้งสาวแว่น สาวอกโต สาวเรียบร้อย น้องสาว คุณหนูผู้เย่อหยิ่ง และถ้าโอตาคุชายผู้นั้นชอบเล่นซุปเปอร์โรบอทด้วยล่ะก็ จะเพิ่มพลังความเป็นโอตาคุอีก 30%

สำหรับโอตาคุหญิงนั้นก็จะเป็นแนว Boy-Love หรือแนว Y เรื่องรักๆใคร่ๆระหว่างผู้ชายด้วยกัน ใกล้ชิดสนิทสนม กอดกัน หอมแก้มกัน และอาจจะไต่ระดับไปถึงขั้นมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักกันเลยทีเดียว

คนพวกนี้สามารถพบได้ตามงานการ์ตูนทั่วไปโดยเฉพาะงานที่มีคอสเพลย์ โอตาคุคือกลุ่มเป้าหมายหลักในการหารายได้ของวงการอนิเม หรือเรียกได้ว่าคือเส้นเลือดหล่อเลี้ยงวงการอนิเมแต่อีกด้านนึงก็ค่อยๆทำลายวงการอนิเมไปทีละช้าๆเช่นกัน

วิธีสังเกตโอตาคุ

ไม่สนใจผู้หญิงอื่น นอกจากนางในฝันในอนิเมเท่านั้น
จะก้มหน้าอ่านหนังสือการ์ตูนลูกเดียว โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ถ้าเดินไปอ่านไปก็ไม่สนใจว่าจะเดินชนใคร
ถ้าชวนคุยเรื่องการเมือง ก็จะเอากันดั้มมาอ้าง ถ้าชวนคุยเรื่องแฟชั่น ก็จะพูดถึงชุดคอสเพลย์ ไม่ก็ชุดเมด บลาๆๆ
ถ้าชี้ให้ดูเด็กผู้หญิง ก็จะพล่ามแต่เรื่อง L (Lolicon) และ Y (Yaoi,Yuri)
แต่ถ้าพูดเรื่องเคนชิโร่ พวกนี้ตะโกนว่า "จ๊าก K"แล้วเดินหนีคุณไป
ถ้าเกิดเป็นคนรู้จักบังเอิญเจอพวกนี้ แล้วตะโกนเรียกเค้า เค้าจะไม่ตอบ ไม่สนใจ เพราะกำลังท่องชื่อตัวละครอยู่
ถ้าเกิดบังเอิญได้ยินชื่อญี่ปุ่นจากคนที่หน้าตาค่อนไปทางประเทศเพื่อนบ้านให้รู้ได้เลยว่านั่นแหละ ใช่
มากกว่า 50% ของพื้นที่ในคอมจะมีแต่เรื่องเกมส์และอนิเม นอกนั้นเป็น Ms office
สะพายกระเป๋าใบเบ้อเริ่ม..ไม่รู้ว่าข้างในใส่อะไรไว้นักหนา
แต่งตัวเชยๆ บ้างก็ใส่แว่น ชอบหลบหน้าผู้คน
คติประจำใจพวกนี้คือ " ตัวตายไม่ว่า ขอข้าดูอนิเมเถอะ "
ขาดการ์ตูนไม่ได้ เหมือนขาดอาหาร...
คิดถึงเรื่องการ์ตูนเกือบ 75% ของความคิดทั้งวัน
แต่งแฟนฟิค แต่งคอส เขียนโดจิน วาดแฟนอาร์ต <<<ทำอะไรซักอย่างใน 4 อย่างนี้ ทำแน่ๆสาบาน อาจทำครบทั้ง 4 ข้อเลยก็ได้
มีการ์ตูนที่ชอบที่สุดแบบยกย่องเทิดทูนคลั่งไคล้อยู่อย่างน้อยสามเรื่อง
มีตัวละครที่รักสุดๆในชีวิตเป็นหนึ่งเลย และมีประปรายอีกเยอะ=_=
สละเงินซื้อของการ์ตูนได้ไม่มีเสียดายเลย เงินกินข้าวของทั้งเดือนก็ยอม!(ไปตายเอาดาบหน้า การ์ตูนข้ามาก่อน!!)
รอบรู้เรื่องการ์ตูนไป(เกือบ)ทุกอย่าง ตามข่าวการ์ตูนไวมาก ใช้ภาษาโอตาคุ
เกลียดพวกสามมิติ(ดารา วงการบันเทิง น้ำเน่า)บางคนอาจเฉยๆหรือแค่รำคาญ แต่จะไม่สนใจพวกนี้เลย
ไม่มีแฟน(เรารักตัวการ์ตูนก็พอ!)
คลุกคลีกับการ์ตูน นั่งดู + อ่านได้ทั้งวัน ข้าวปลาลืมกินก็มี
เคยโหลดพวกสแกนคอมมิค แฟนซับ บิทอนิเม อย่างน้อยสิบครั้ง
เชิดชูอากิฮาบาร่าเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์
เกิดความรู้สึกโมเอะ(สุขใจสุดๆเหมือนไฟในตัวลุกโชน)เมื่อได้อยู่ในที่ๆมีการ์ตูน ได้ดูการ์ตูนหรืออ่านการ์ตูน
เมื่อดูการ์ตูนหรืออ่านการ์ตูนจะดูเหมือนหลุดไปอีกโลกนึง
ไปงาน Event การ์ตูนได้แทบทุกงานไม่มีขาด และหอบข้าวของที่ซื้อมาเป็นประจำ
จะพูดไม่หยุดเมื่อพูดถึงการ์ตูน
ในห้องจะเต็มไปด้วยการ์ตูน ทั้งของสะสม หนังสือการ์ตูน อนิเม ฟิกเกอร์ การาจคิท โปสเตอร์ และอีกสารพัด
อ่าน&ดูการ์ตูนแบบจริงจังอย่างน้อย เกือบทุกเรื่องที่รู้จัก(โอตาคุจะรู้จักการ์ตูนโดยเฉลี่ยคนละ 100 เรื่อง ถึงจะคิดว่าไม่มากขนาดนั้นมั้ง?แต่ถ้าจับมานั่งลิสต์ซักพัก ดีไม่ดี อาจเกิน 100 ด้วยซ้ำไป)

ห้องของโอตาคุ สถานที่ที่จะพบเห็นชาวโอตาคุ
สะพานเหล็ก แถวภิรมย์พลาซ่า โดยเฉพาะแถวร้าน High Media จะพบเห็นได้เป็นฝูง
มาบุญครอง ชั้น 6 บริเวณทางขึ้นไปโรงหนัง SFX ด้านฝั่งที่มี เกมส์ PS2 และเกมส์ตู้ ชั้น 7 บริเวณโดยรอบโรงหนัง SFX
เซ็นทรัลลาดพร้าว จะพบเห็นได้ตามชั้นใต้ดินบริเวณที่ขาย หนังสือญี่ปุ่นมือสอง
สยามเซ็นเตอร์ ร้าน Fantasia ซึ่งเป็นร้านที่ขายของแพง แต่ก็ จะพบเห็นเหล่าโอตาคุได้ไม่ยาก
Worldtrade Center ร้าน Kinokuniya แหล่งหนังสือนำเข้า ชั้นดี
อัมรินทร์โซโก้ ร้านโตเกียวโด ร้านแบบเดียวกับ Kinokuniya เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในการสั่งหนังสือของเหล่าโอตาคุ
เซ็นทรัลสีลม ช่วงประมาณชั้น 3 ชั้น 4 ไม่แน่ใจว่าชื่อร้านอะไร
เดอะมอลล์รามคำแหง3 ชั้นบนสุดเท่าที่คนทั่วไปขึ้นไปได้ ในบริเวณ Food Center ช่วงด้านหลังห้างฝั่งขวามือ ( ในกรณีมองจากด้านหน้าไปข้างหลัง ) ร้าน J. Shop ฯลฯ
ร้าน Akiba ที่เซ็นเตอร์พ้อย เป็นแหล่งรวมโอตาคุและและแฟนพันธุ์แท้เอนิเมะอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย
ตาม งานคอสเพลย์

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 3คะแนนความดี +8 ย่อ เหตุผล
jimmykevin + 1 แหล่มเลย
jeloly + 6
savior313 + 1

ดูบันทึกคะแนน

 เจ้าของ| โพสต์ 11-7-2009 00:58:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด KonaKona เมื่อ 1-10-2009 12:57



คำศัพท์เฉพาะทั่วไปในวงการ

โดจินของเหล่าโอตาคุAnime (อนิเมะ) - ย่อมาจากอนิเมชั่น หมายถึงภาพเคลื่อนไหว ถ้าเป็นประเทศอเมริกาจะใช้คำว่า Cartoon
OVA (โอวีเอ) - Original Video Animation เป็นพวก Anime ที่ไม่ฉายทาง TV แต่ทำ VCD / DVD ขายเลย
Manga (มังหงะ) - หมายถึงหนังสือการ์ตูน ถ้าเป็นประเทศอเมริกาจะใช้คำว่า Comic
Doujin, Doujinshi (โดจินชิ) - ของทำมือ เช่นการ์ตูนทำมือ ซอร์ฟเกมส์สร้างเอง พวงกุญแจ ฯลฯ แต่มักใช้หมายถึงการ์ตูนทำมือ โดจินพวกนี้มักจะมีราคาแพงเพราะทำออกมาจำกัด มีหน้าปกและกระดาษอย่างดีถ้าพวกที่ซีร็อกซ์เอาจะถูกหน่อย แต่จำนวนหน้าและลายเส้นไม่ได้ดีกว่าพวกการ์ตูนเล่มละ 40 เลย หลังๆถ้าพูดถึงโดจินมักจะถูกเหมารวมว่าเป็นการ์ตูนโป๊(H-Doujin) ซะมากกว่า
Figure (ฟิกเกอร์) - โมเดลลงสีสำเร็จราคาแพงขนาดใหญ่ ส่วนมากราคาตกประมาณ 1500 บาทขึ้นไป
Kachapong (กาจาปอง ) - มาจากคำว่า "กาจ๊าง เสียงตอนโมเดลบรรจุไข่ตกลงมา " เป็นฟิกเกอร์ลงสีสำเร็จบรรจุไข่ ราคาถูกกว่าฟิกเกอร์ประเภทข้างบนมาก ตกลูกละ 80 บาท มีเป็นชุดชุดละประมาณ 5-6 ตัวบางชุดจะมีตัวลับซ่อนอยู่ด้วย
Cosplay (คอสเพลย์) - ย่อมาจากคำว่า Costume Playing หมายถึงการแต่งตัวเลียนแบบตัวละครหรือตัวการ์ตูนต่างๆที่ชื่นชอบการคอสเพลย์โดยการห้อยผ้าขนหนูสีเหลืองบริเวณลำคอ หรือถือดาบที่ทำเองอย่างเดียวเดินร่อนรอบงาน ถือว่าเป็นปมด้อยของผู้คอสนั้นๆ (ความเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้า ) - ทุนน้อย,ไม่กล้า - อ่อน
Coslover (คอสเลิฟเวอร์) -มีความหมายเหมือนเลเยอร์ทุกอย่าง แต่จะใช้กับพวกหน้าตาไม่ดี บางทีหน้าตาบางคนอาจจะเหมือนแรงงานอพยพแต่อยากแต่งคอสเป็นพระเอกนางเอกของเรื่องที่ตัวเองชื่นชอบ
Layer (เลเยอร์) - ย่อมากจาก Cosplayer แปลว่านักคอสเพลย์ จะคอยไปคอสเพลย์ตามงานการ์ตูนเพื่อให้คนอื่นจำได้ (ครั้งสองครั้งจึงไม่นับว่าเป็น Layer) ส่วนใหญ่เป็นพวกฐานะดีบ้านมีอันจะกิน เพราะชุดคอสราคาแต่ละชุดส่วนมาก 1000 บาทขึ้นไปและไม่ค่อยซ้ำในแต่ละงาน
Idol (ไอดอล) - คำแสดงยศชั้นสูงของเลเยอร์ เมื่อคอสเพลย์หลายๆครั้งเข้าจนคนจำได้และ + กับมีหน้าตาดีกว่าปกติ จะได้เลื่อนยศมาเป็น Idol ได้
Gardian (การ์เดี้ยน) - องครักษ์พิทักษ์ไอดอล มีทั้งแบบร้องขอและแบบไม่ร้องขอ โดยอย่างหลังส่วนมากเป็นพวกโอตาคุชายโรคจิต ที่ชื่นชอบเป็นแฟนคลับของไอดอลคนนั้นๆ
Pramool Webboard (ประมูลเว็บบอร์ด) - แหล่งพูดคุย(สื่อสาร)อีกแหล่งของโอตาคุ เป็นลักษณะค่อนข้างสาธารณะ โดยแบ่งเป็นห้องๆให้คนมาตั้งหัวข้อเรื่องต่างๆ เพื่อมาพูดคุย แสดงความคิดเห็น รวมทั้งทะเลาะระหว่างสมาชิกบอร์ดด้วยกัน
ตุรกี - แหล่งรวมอนิเมะโหลดตรง กรุณาอย่าเผยลิงค์ในที่สาธาระ!
Fansub (แฟนซับ) - การ์ตูนแปล, สิ่งผิดกฏหมายที่ทำให้ถูกต้องโดยการเอามาเผยแพร่ในประเทศที่ไม่มีลิขสิทธิ์
License (ไลเซ่น) - ลิขสิทธิ์, คำศัพท์ใช้แสดงความเป็นเจ้าของ โดยเจ้าของจะสามารถทำกับมันอย่างไรก็ได้ ซึ่งที่ทำให้คนทั่วไปอดดู และหันไปสั่งตรงจากต่างประเทศ
Pirate (ไพเรท) - ของไม่มีลิขสิทธิ์ ของขโมยมา ถ้าเป็นหนังสือการ์ตูนหน้าปกมักจะยั่วยุกามรมณ์แต่ข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง
Spoiler (สปอยล์เลอร์ หรือ สปอยล์) - การเล่าเรื่อง การเล่าฉากสำคัญๆ ก่อนที่จะรู้
ปาหมอน - ฉากจบในตำนานของการ์ตูนเรื่อง ชาร์แมนคิงที่อุตส่าห์แต่งมาตั้งนาน สนุก และมีรวมเล่มเป็นสามสิบสี่สิบเล่ม แต่ตอนจบดันจบแบบไม่เคลียร์ ด้วยการ ปาหมอน ในตอนสุดท้าย
ไนซ์โบ๊ท (Nice Boat) - มาจากอนิเมะเรื่องสคูลเดย์ในเวลาก่อนที่จะฉายตอนสุดท้ายนั้นมีเหตุฆาตกรรมลูกสาวฆ่าพ่อด้วยการจามขวานที่คอ จึงทำให้ผู้ฉายคิดว่า อาจจะโดนข้อหาเป็นเหตุยุยงให้เกิดอาชญากรรมขึ้นมา เลยจัดการแก้ปัญหาโดยการเอาภาพรือมาให้ดูแทน
VCD - สื่อรูปแบบหนึ่งที่นำออกมาขายเพื่อทดลองว่าจะทำออกมาเป็น DVD ดีหรือเปล่า, สื่อราคาถูกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการการ์ตูนโดยไม่ใส่ใจการพากย์และคุณภาพมากนัก
DVD -สื่อรูปแบบหนึ่งที่โอตาคุยอมเสียเงินมากกว่า 3 เท่าของ VCD เพื่อเอาเสียงพากย์ต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น แน่นอนว่าคุณภาพของภาพและเสียงย่อมดีกว่า VCD เช่นกัน
Censored (เซ็นเซอร์) - การปิดบังซ่อนเร้น เหยื่อที่โดนมักเป็นหนังสือและVCDการ์ตูน
Shonen (โชเน็น) -การ์ตูนผู้ชายทั่วๆไป
Shojo (โชโจ) - การ์ตูนผู้หญิงทั่วๆไป
 เจ้าของ| โพสต์ 11-7-2009 00:59:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด KonaKona เมื่อ 1-10-2009 13:05

คำศํพท์เกี่ยวกับค่าพลังการ์ตูนต่างๆ

จุนจัง สาวน้อยแต่เพียงผู้เดียวที่สามารถแผ่รังสีเหนือม่วงได้Holy (โฮลี่) - ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ใช้ย่อแนวของการ์ตูนประเภทต่างๆ หลักๆคือ 4 ตัวนี้ ( 4 ธาตุหลักสายพลัง)

E Ecchi(เอ็ตจิ) - ลามกเล็กๆ ทะลึ่งหน่อยๆ

H Hentai (เฮ็นไท) -โรคจิต, ลามก ใช้เติมสรรพนามเพื่อเพิ่มความหมายคำว่าโป๊ เช่น H-Doujin (โดจินโป๊), H-
Anime (การ์ตูนโป๊), H-Game (เกมส์โป๊) ฯลฯ

Tentacle (เทนตาเคิล) -ผู้ที่ชอบพวกประเภทหนวดๆ สิ่งที่เป็นเส้นๆ ทั้งหลายแหล่ มักจะปรากฏอยู่ในเกมส์โป๊ เพื่อข้อมูลปกปิด

Ren-Ai(เรนไอ) - เกมส์จีบสาว, H-เกมส์ แม้จะผิดกฏหมายแต่โอตาคุชายก็เต็มใจที่จะหามาในครอบครอง และหาเหตุผลอันชอบธรรมในการเสพ

Rape (เรพ) - พวกที่ชอบการข่มขืนกระทำชำเราประเภทฉีกเสื้อผ้า

Wet (เว็ท) - สายนี้จะชอบแนวความเปียกชื้นเปื้อนเปรอะเลอะไปทั้งหน้าและตา ( อะไรเปียกๆ -*- น้ำอะไรหว่า... )

(O Obacon (โอบาคอน) - ผู้ที่ชอบคนที่มีอายุมากกว่า, นมโต --- Ojicon (โอจิคอน) ผู้ที่ชอบชายแก่ ตรงข้ามกะ Shotacon

(L Lolicon (โลลิคอน) - ชอบเด็กหญิง ถ้าอายุจัดอยู่ในเกณฑ์โดนข้อหาพรากผู้เยาว์ให้จัดอยู่ในหมวดนี้ (แต่ก็มีคนจัดเกณฑ์ว่า จะอยู่ที่อายุ10 - 14 ปี หรือ หญิงสาวที่มีความสูงไม่เกิน 150 - 155 ซ.ม. รูปร่างขนาดไม่เกี่ยวขอให้น่ารัก )

Lolita (โลลิต้า) - พวกนิยมชุดสาวน้อยสีหวาน แนวๆ คุณหนูไฮโซ ประมาณยุคอังกฤษสมัยศตวรรษที่ 18-19 เช่นกัน มีโบว์และพู่ฟ่องๆ เยอะๆ
บางพวกนิยมนำมาผสมกับข้างบน ออกมาเป็นคุณหนู... (ปัจจุบันมีคนสับสนระหว่าง Gothic กับ Lolita กันเยอะ คนละอย่างนะจ๊ะ)

Gothic (โกธิค) - พวกเป็นปลื้มกับสีทึบๆ เป็นพิเศษ ส่วนใหญ่จะเน้นอยู่ที่ ขาว ดำ แดง

Shotacon (โชตะคอน) - ชอบเด็กชาย ถ้าอายุจัดอยู่ในเกณฑ์โดนข้อหาพรากผู้เยาว์ให้จัดอยู่ในหมวดนี้เช่นกัน

Y - รักร่วมเพศ แบ่งออกมาอีก 2 ประเภทคือ

Y Yaoi (ยาโอย) - กลุ่มสงวนพันธุ์ป่าไม้(เดียวกัน) ง่ายๆ ชอบพวกชอบเพศเดียวกันชาย แบ่งสายได้ 2 สายคือ
Seme YAOI (เซเมะ y สายรุก) เรียกสั้นๆ ว่าเมะ ชอบเข้าทางข้างหลัง
Uke YAOI (อุเคะ y สายรับ) เรียกสั้นๆ ว่าเคะ ชอบถูกกระทำทางด้านหลัง

Shonen-ai (โชเน็นไอ) ความรักบริสุทธิ์ระหว่างชายกะชาย [ไม่ติดเรท] - จัดอยู่ในสายขาวนะ

Y Yuri (ยูริ) - สมาคมอนุรักษ์ดนตรีไทย ง่ายๆ ชอบพวกชอบเพศเดียวกันหญิง แบ่งได้ 2 สายเช่นกัน
Seme YURI (เซเมะ y สายรุก) เรียกสั้นๆ ว่าเมะ ชอบแสดงตัวเป็นชาย
Uke YURI (อุเคะ y สายรับ) เรียกสั้นๆ ว่าเคะ ชอบถูกกระทำโดยเพศเดียวกัน

Shojo-ai (โชโจไอ) ความรักบริสุทธิ์ระหว่างหญิงกะหญิง [ไม่ติดเรท] - จัดอยู่ในสายขาวเช่นกันแม้จะผิดกฏหมายแต่โอตาคุหญิงก็เต็มใจที่จะหามาในครอบครอง และหาเหตุผลอันชอบธรรมในการเสพ

JIN (จิ้น) -มาจากคำว่า Imagine(อิเมจิ้น) แปลว่าจินตนาการ ใช้กับวงการ Y โดยผู้ใช้สามารถจิ้นให้ตัวละครนึงไปมีอะไรกับตัวละครเพศเดียวกันทั้งๆ ที่เนื้อเรื่องหลักจะไม่ได้มีอะไรกันเลยได้

Harem - (ฮาเร็ม)สายนี้จะเป็นพวกชอบอยู่ห้อมล้อมด้วยสาวๆ สวยน่ารักมากมายแถมด้วยทุกคนมารุมรักอีก - เช่น เนกิมะ

SM Sadism&masokism - กลุ่มคนที่นิยมใช้ โซ่ เทียน แส้ กุญแจมือ ม้าไม้ โดย Sadism คือผ่ายชอบทำร้ายผู้อื่น และ Masokism คือฝ่ายที่ชอบถูกทำร้าย

GuRo (กูโระ) - พวกที่ชอบการชำแหละ เลือด ฆ่า เครื่องใน ไส้

Psycho (ไซโค) - ความหมายตรงตัวหมายถึงพวกที่โรคจิตๆเล็กน้อยถึงปานกลาง คาแรคเตอร์พวกนี้อาจไม่พบเห็นได้มากนัก ยกตัวอย่างที่ดังๆก็เช่น L แห่งเดธโน๊ต เขาคนนี้ก็ติดเชื้อ P เหมือนกัน

Maho (มาโฮะ) - กลุ่มคนที่ชอบสาวน้อยเวทมนต์ - อันนี้แน่นอนโดเรมี และ นาโนะฮะ (ซึ่งมิได้หมายถึงโดเรมี่จากเรื่องโดเรม่อนแต่อย่างใด)

Robot (โรบอท -)กลุ่มคนที่บ้าความเป็นเครื่องจักรกลอย่างเข้าไส้ ซึ่งสามารถที่จะบอกรุ่นความสามารถสรรถนะของหุ่นทุกตัวในโลกออกมาได้ ซึ่งสายนี้ค่อนข้างแยกได้ชัดโดยมี กันดั้ม เป็นผู้นำลัทธิ รองลงมาคือ เอวังเกย์เหลี่ยม - เรียกอีกอย่างว่า Mecha (หุ่นยนต์)

Real Robot (เรียลโรบอท) - หุ่นยนต์ที่อิงถึงหลักความเป็นจริงในทางวิทยาศาสตร์

Super Robot (ซูปเปอร์โรบอท) - หุ่นยนต์ที่ไม่อิงหลักความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์ เช่นมีพลังอภินิหาร แปลงร่างได้ ประกอบร่างได้ เป็นต้น

Computer - พวกชอบแนวคอมพิวเตอร์ที่คล้ายๆ กับมนุษย์ (ตูก็ชอบ) อาจเป็นหนุ่มสาวหน้าตาดีด้วย มีทั้งเป็นโปรแกรม และเป็นตัวเป็นตนในโลกความจริง - เช่น Chobits และ AI love (ดูเหมือนคอมชายจะไม่ค่อยมี)

Silent (ไซเลนท์) - สายนี้จะเป็นพวกที่ชอบตัวละครพูดน้อย ไม่พูดเลยยิ่งชอบ (แต่ไม่ได้เป็นใบ้นะ - -)และส่วนมากสายนี้ก็จะทำหน้าตาเหมือนคนอมทุกข์ ไม่ค่อยแสดงสีหน้าออกมาให้เห็น (หรือเรียกว่าหน้าตายก็ได้)

Maid (เมด) -กลุ่มคนที่ชอบชุดสาวใช้ สาวเสิร์ฟ ชุดเมด อะไรก็ได้ที่มีผ้ากันเปื้อน หรืออาจจะมีแต่ผ้ากันเปื้อนก็ได้ ชุดส่วนใหญ่เอามาจากยุคอังกฤษสมัยศตวรรษที่ 18-19

Miko (มิโกะ) -กลุ่มอนุรักษ์นิยมที่ชอบสตรีในชุดขาวแดง (มิโกะ เป็น ผู้รับใช้พระเจ้าเป็นผู้หญิงที่ทำหน้าที่ดูแลศาลเจ้า)
บางครั้งมีการเพี้ยนออกไปในรูปแบบของชุดนักบวชในศาสนาอื่นก้อมีอยู่บ้างประปราย เช่น ชีเปลือย

Chounyou(โชเนียว) - พวกนิยมผู้หญิงโนตมๆ โนตมจริงๆ นะ ไม่เห็นกับตาไม่รู้หรอก - -" มักอยู่ควบคู่กับ H บางทีอาจจะเห็นว่ามีการวาด fanart แนว C ตามเว็บ H (ซึ่งมันแน่นอนอยู่แล้ว) เตือนไว้ก่อนเลยว่าโนมันไม่ตมธรรมดา

Megane (เมก้าเนะ) - สมาคมที่มีอยู่เพิ่มไม่ให้ แว่นตา หายไปจากโลกนี้ (พวกชอบหนุ่มสาวที่ใส่แว่น) และรังเกียจคอนแทคท์เลนส์ยิ่งนัก มีสโลแกนประจำกลุ่มเป็นที่เลื่องลือว่า "สาวแว่น สุดยอดดดดดดดดดด!!!"

Megami (เมก้ามิ หรือ เมงามิ ) - พวกชอบเทพธิดา นางฟ้า ชาวสวรรค์ อะไรเทือกนี้

Kemono (เคโมโนะ หรือ เคโมะ) - คนที่ชอบ พวกครึ่งคนครึ่งสัตว์ หรือ สัตว์ที่มีลักษณะคล้ายคนมากกว่าสัตว์ ยืนได้ พูดได้ เป็นต้น

Mimi (มิมิ) - พวกคลั่งหู จะรวมๆใน พวกหูแมว หมา กา ไก่ (เฮ้ยๆ)
Nekomimi (เนโกะมิมิ) กลุ่มคนที่คลั่งไคล้ หูแมว และหางแมว
Inumimi (อินุมิมิ) คล้ายๆกับ Nekomimi แต่จะเป็น หูหมาหางหมาแทน - ใครชอบอินุยาฉะรู้ตัวซะว่า....
Usagimimi (อุซาหงิมิมิ) ก็เหมือนกับข้างบนอีกแหละ แต่เป็นกระต่าย

Animal (แอนนิมอล) -ตรงตัวเลย สายสัตว์เห็นๆ มีมากจนแทบล้นในเรื่อง วันพีซ

Change (เชนจ์) - พวกที่ชอบในด้านการแปลงเพศ สลับเพศ (แต่อาจจะหมายถึงพวกชอบแปลงร่างก็ได้) - เช่น เคียวน์โกะ

โมเอะสไตล์นักการเมือง
จตุคามของโอตาคุ

K Kinniku (คินนิคุ) - พวกที่ชอบจนถึงคลั่งไคล้ในมนุยษ์จำพวกที่มีกล้ามใหญ่ๆ - เช่น เคนชิโร่ บากิ คินนิคุแมน
ดราก้อนบอล - (โดยส่วนใหญ่ โอตาคุจะเกลียดแนวนี้มาก แต่ไม่มีผลอะไรกับเกรียน)

Incest (อินเซสต์) - รักต้องห้าม รักระหว่างสายเลือด (พ่อลูก แม่ลูก พี่น้อง)

Siscon (ซิสคอน) - พวกบ้าพี่ชายน้องสาว [ในสายเลือดรึตามกฎหมาย]

Twincest (ทวินเซสต์) - ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าทวิน ใช่แล้ว ความรักของฝาแฝดนั่นเอง อันนี้ค่อนข้างจะสับสนกับ I ซักหน่อย คาดว่าคงแตกย่อยออกมา

Fetishism (เฟติชม์) - คือ พวกชอบสิ่งของหรือเครื่องแต่งกายเพศตรงข้าม รวมไปถึงพวกชอบแต่งกายในชุดยูนิฟอร์มต่างๆ (ชุดตำรวจ ชุดนางพยาบาล etc.)

Futanari (ฟูตานาริ) -คือ พวกที่นิยมชมชอบพวกมนุษย์สองเพศ กล่าวคือพวกผู้หญิงที่มีตุ้มน้อยนั่นเอง อาจเรียกอีกชื่อว่า Dick Girl

Sport - สายนี้ค่อนข้างจะบ้าพลังเอามันทุกอย่าง กูจะเล่นกีฬาทุกประเภท ซ้ำยังมีท่าไม้ตายเวลาจะเล่นอีก เอาก๊ะมันดิ เคยมีเพื่อนคนนึงมันทดลองจะเตะลูกจากครึ่งสนามไปที่โกลตามแบบซึบาสะ มันบ้า - คำเตือนเวลาเล่นกีฬากะไอ้พวกนี้กรุณาเอาที่อุดหูมาด้วย เพราะเสียงดังน่ารำคาญยิ่งนัก

Rider|(ไรเดอร์) หรือ Masked Rider (มาสก์ ไรเดอร์) หรือ Kamen Rider(คาเมน ไรเดอร์) - สายนี้ค่อนข้างแยกตัวออกเป็นเอกเทศจากสายอื่นเนื่องจากภูมิใจในประวัติอันยาวนานของตนเองเเละพัฒนาการที่ก้าวหน้าจากฮีโร่ไร้สาระกลายเป็นฮีโร่เพื่อชีวิต-สร้างสรรค์สังคม-เน้นความรัก และเลิกกระโดดถีบโดยหันมาใช้ดาบและปืน มือถือ ติดการ์ดในการต่อสู้เเทน โดยที่ยังคงอยู่คือท่าแปลงร่างที่คนในสายนี้จะจำได้หมดไม่ว่ามันจะออกมากี่ตัวต่อกี่ตัวก้อเถอะ - ช่วงหลังๆออกมาเยอะถึงขนาดตั้งทีมฟุตบอลได้ทีเดียวเชียว

Ranger (เรนเจอร์) - สายเพื่อนสนิท - นี้ถ้าไม่รักกันจริงคงอยู่ด้วยกันไม่ได้ คนที่อยู่สายนี้จะไม่พยายามที่จะอยู่ตัวคนเดียวเป็นอันขาดและจะทำการจับกลุ่ม 3-5 คนเข้าไว้โดยมีการกำหนดสีกันอย่างชัดเจน โดยอ้างว่าเวลาอยู่คนเดียวไม่สามารถเรียกหุ่นยนต์ออกมาได้ ซึ่งหากรวมๆ กับไรเดอร์แล้ว ก็จะถูกเรียกว่า Live Action Hero

Moe (โมเอะ = โมมมมม-เอ่อ่อ่อ่อ่) - ถ้าใครอ่าน comic party จะเคยเห็นคำนี้ตอนที่โอตาคุผู้ชายตะโกนเมื่อนเห็นมิซึกิแต่งคอสเพลย์ ใช่แล้วล่ะพี่น้อง! โมเอะเป็นคำที่ใช้เรียกผู้หญิงน่ารักๆ ออกจะสับสนกับ L พอสมควร แต่โมเอะไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กกว่าเรา ดังนั้น โอตาคุผู้ชายหลายคนจะบ้าโมเอะกัน วิธีการวัดความโมเอะทำได้โดยให้เราจ้องดูสิ่งที่เราคิดว่าโมเอะแล้วคิดข้าวเปล่าตามแทนกับ หากกินได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งแปลว่าโมเอะมาก บางคนให้คำนิยามของคำว่าโมเอะว่า ความรักใคร่อันวิปริตของโอตาคุ

Politics(โพลิทติคส์) - แนวล้อเลียนการเมือง ส่วนใหญ่มักจะเป็นโดจิน

Jatucharm (จตุคามฯ) -แนวใหม่ของโอตาคุเมืองไทย อีกไม่นานคงจะมีจตุคามรูปสาวน้อย ห้อยคออยู่ตามย่านสะพานเหล็ก

ประวัติศาสตร์ของโอตาคุ
ว่ากันว่าเอามาจากชื่อของชาวยุ่นปี่คนหนึ่ง ซึ่งคลั่งไคล้การ์ตูนสาวน้อยเข้าขั้นวิปริต ถึงกับขังเพื่อนนักเรียนหญิงในบ้านแล้วกระทำเลียนแบบอนิเมแนวฮาเร็ม จนเป็นคดีฉาวโฉ่ และชื่อโอตาคุจึงได้แพร่หลายไปทั่วโลก (ซึ่งคล้ายๆกับกรณีของคำว่าตุ๋ย ซึ่งเกิดจากนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่มีชื่อเล่นว่าตุ๋ยเหมือนกัน)

ฮิคิโคโมริ
สิ่งมีชีวิตที่ว่ากันว่าอันตรายยิ่งกว่าโอตาคุ แต่ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัด ได้ยินมาว่าคือโอตาคุที่ได้รับแรงกดดันทางสังคมมากๆ จนมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว รุนแรง เก็บตัว ไม่ชอบออกไปไหน ไม่สุงสิงกะใคร ไม่ยอมฟังและรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นเลย พอทำอะไรผิดพลาดก็ยอมรับไม่ได้ว่าตัวเองผิด สังเกตง่ายๆคือติดบ้านซะยิ่งกว่าโอตาคุ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องมาจากโอตาคุเหมือนกัน ปัจจุบันยังหายากอยู่
 เจ้าของ| โพสต์ 11-7-2009 01:00:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด KonaKona เมื่อ 1-10-2009 13:08

-------------
สถาบันวิจัย Otaku(2!)
--------------
ทำไม การ์ตูนแนวสาวน้อยจึงเป็นที่นิยมของเหล่า โอตาคุ ?

การ์ตูน สาว น้อย น่ารัก ตาใหญ่ สวย ประดุจนางฟ้า จุติมาเกิดก็ไม่ปาน
หรือไม่ก็หุ่นยนต์ พลัง L เช่น Kos-Mos จาก Xenosaga หรือไม่ก็สารพัด เรื่องราวที่จะนำเสนอสาวน้อย คนนั้นได้

ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจว่าประมาณ 95 % ของเหล่าโอตาคุนั้นไม่มีแฟน และไม่ค่อยมีใครต้องการจะเอาไปเป็นแฟนซะด้วย ฉะนั้นทางออกเดียวของคนเหล่านี้จะหนีไปไหนเสีย ก็ต้องการ์ตูนสาวน้อยเนี่ยและครับ
แล้วทำใมล่ะ ?
1.ตัวการ์ตูนสาวน้อย ในความหมายของพวกโอตาคุคือ เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความสวยงามกว่า
มนุษธรรมดา หลายขุม ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา ทรวดทรง องเอวนั้น สวยกว่ามนุษย์ธรรมดาหลายเท่านัก
2.นอกจากหน้าตาจะสวยดุจ นางฟ้าจุติลงมาแล้ว ยังมีนิสัยที่แสนดี เทคแคร์ เอาใจ จริงใจ เรียบร้อยน่ารัก
ตามที่ปรากฏออกมาในการ์ตูนเรื่องนั้นๆ เช่น ดูแลพระเอกไงล่ะ

3. ความจริงใจ ถ้าคนการ์ตูนธรรมดามองการ์ตูนสาวน้อยก็คงบอกว่าน่ารักดีแล้ว
ความคิดก็หยุดลงเพียงแค่นั้น แต่โอตาคุไม่ได้หยุดลงแค่นั้นครับ
อย่าลืมว่าคนพวกนี้ ใช้เวลาส่วนใหญ่ ตลอดวันคลุกอยู่กับของพวกนี้ความคิดจึงไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้แน่ครับ
ในขณะที่สังคม เมืองในปัจจุบัน หาความจริงใจ ยาก คนหักหลังกัน ไม่จริงใจต่อกันหาได้ทั่วไป
แต่ทว่า อย่างที่ใด้กล่าวไว้แล้วว่า นิสัยของตัวการ์ตูนตัวนั้นๆ ดีกว่ามนุษย์ธรรมดาซะอีก
ในมุมมองของโอตาคุ
1. เธอ ? (ตัวการ์ตูน) ยิ้มให้เรา อย่างจริงใจ โดยไม่รังเกียจ รูปพรรณ สัณฐาน ของตัวเราแม้แต่น้อย
2. เธอ อยู่กับเราได้ โดยไม่หักหลัง หลอก แดรก หรือไปมีแฟนไหม่ หักอกเรา
3. เธอ ไม่มีวันแก่ เจ็บ หรือ ตาย

และอีกสารพัดเหตุผล ที่คนพวกนี้จะมี ( ขณะกำลังพิมนี่มือสั่นเลยน่ะเนี่ย)

ในกรณีที่หนักไปมากกว่านั้น โอตาคุ คนนั้นๆ จะเกิดอาการที่ว่า ไม่สนสาว และ จะไม่เห็น มนุษย์เพศหญิงคนไหน สวยอีกเลย เหมือนตายด้าน
สรุป โดยรวม แล้ว โอตาคุ มอง สาวน้อยเหล่านี้ ดี กว่ามนุษย์ธรรมดา ซะอีก


7. อาการหลากหลายสาเหตุ หลากหลายรูป แบบ ที่เขา หรือ เธอ อาจเข้าสู่โลกของโอตาคุได้

1. บ้าการ์ตูนเป็นทุนเดิม พวกนี้มีพอประมาณครับ พัฒนาจากคนการ์ตูนธรรมดาจนขึ้นไปถึงขั้นโอตาคุได้
คือไม่สามารถหยุดอาการบ้าการ์ตูนของตัวเองได้
2. ไม่มีสาวไหน สน ตัวข้าน้อยเลย พวกนี้ มักจะ อ้วน หรือไม่หน้าตาไม่ค่อยดีนั้นเอง
3. อกหัก !! อาการแบบพิเศษ ของเจ้าของกระทู้ (คือผมน่ะและ) ไม่รู้ว่าจะมีคนอื่นเป็นรึเปล่า
4. เริ่มจะมีความรู้สึก ชอบ เธอในการ์ตูนเรื่องนั้นๆมากขึ้น ไปเรื่อยๆ
5. ชอบวาดรูปผู้หญิง เป็นพิเศษ -------? อาการของผมเอง - -‘’ สืบเนื่องจาก ข้อ 3

สิ่งที่โอตาคุมักเสพ
1. การ์ตูนแนว พระยา เทครัว แนว REN-AI พระเอก 1 คน สาวๆ เป็น 10 รายล้อมทุกทิศทุกทาง
พลัดกันวนเวียนเข้ามาหาตัวเอก หรือไม่ก็วิ่งไส่พร้อมกันในทีเดียว และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็จะหลงรักตัวเอกมันทุกคน แล้ว พระเอก ในการ์ตูนแนวนี้ มักจะ หน้าตา เห่ยๆ ไส่แว่น เรียนไม่เก่ง ไม่มีอะไรดีซักอย่าง
ซึ่งมันก็ไปตรงกับลักษณะของโอตาคุ ซะด้วยสิ (ของจริงเป็นอย่างงี้ก็ดีสิ)
ตัวอย่าง พลัง L Sister Princess ทามปายได้ พระเอก 1 คน น้องสาว 12 + 1 คน แล้วมีน้องสาวประมาณ
3 หรือ 4 คนที่อยากแต่งงานกับพระเอกในตอนท้ายๆ และน้องสาวบางคนที่คิดลึกไปกว่าความเป็นพี่เป็นน้อง
ตัวอย่าง พลัง H เกมโป๊ การ์ตูนโป๊ โดจิน H ทั้งหลายแหล่ที่หาได้ ตามแหล่ง ขาย
หรือไม่ก็ในแนวๆที่ว่า พระเอก ไปอยู่รวมภายใต้หลังคาเดียวกัน กับสาวๆ เป็น 10 หรือไม่ก็ พระเอกไปเก็บนางเอก ได้ จาก ข้างถนน เช่น หุ่นยนต์ หรือ มนุษย์ต่างดาว (ฮา) แล้วพามาอยู่ที่บ้านเรื่องวุ่นๆ จึงเกิดขึ้น
อืม หรือไม่ ก็ สาวอื่น หลุดออกมาจากโลก ต่างมิติ ซึ่งสารพัดที่ คนวาดจะคิดมุขไห้ สาวๆ หรือพระเอกไปอาศัยร่วมกันไห้ได้ ไม่ว่าเรื่องมันจะพิลึกยังไงก็ตาม แต่ตอนท้ายๆ ก็จะเหมือนกันเสมอ พระเอกได้อึ๊บ นางเอก
ถ้าเป็นเกม H ถ้าไม่ H กองทัพนางเอก จะชอบ พระเอกรวดเดียวหมด ในตอนท้ายๆ และจะเกิดศึกชิง
หนุ่มขึ้น แต่สุดท้ายแล้วนางเอกจะได้หัวใจพระเอกไปครอง (ตามฟอร์ม)
หรือประเภทเกมจีบสาวทั้งหลายแหล่พวก TOKIMEKI หรือสารพัดเกมจีบสาวในตลาดตอนนี้



อืมๆ แล้ว โอตาคุ เป็นผลร้ายต่อสังคม หรือมีอันตรายแก่คนอื่นหรือไม่ ?

แม้ว่าโอตาคุนั้น จะหลงรักการ์ตูน สาวน้อยเพียงใด แม้ว่าโมเดล อนิเม สาวน้อยจะเต็มบ้าน
หรือจะเสพ เกม H เข้าไปเกินระดับที่กฏหมายกำหนดไว้ (มีด้วยเหรอฟะ)
แต่ตามหน้าหนังสือพิม ไม่เคยมี ข่าว ในทำนองที่ว่า

ตะลึง !!! ชายหนุ่ม ข่มขืน เด็ก สาว 8 ขวบ ด้วย พลัง L แบบ เต็มสตรีม เผยแรงจูงใจมาจาก SISTER PRINCEESS
ตะลึง !!! ไอโรคจิตสารภาพ ผมได้รับอิทธิพลมาจาก เกม H
ตะลึง !!! ชายหนุ่มรับเลี้ยงเด็กหญิง พ่อแม่ตะลึง มี ถึง 13 คน
ชาติหน้ามันคงมีอยู่หรอก
หรือเป็นเพราะ โอตาคุในไทยยังไม่ค่อยเยอะ หรือจะเป็นเพราะลัษณะนิสัยของโอตาคุที่มองว่าผู้ญิงเป็นแค่สิ่งมี
ชีวิตประเภทหนึ่ง และมองผ่านไป แบบไม่สนใจ

แต่การใช้ชีวิตของโอตาคุบางคน ไม่ค่อยดูแล ชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเองดีซักเท่าไรนัก
บางคนก็อาจหนัก อยู่ในโลกแห่งจิตนาการซะมาก จนแยกโลกแห่งความเป็นจริงกับจิตนาการไม่ออก
ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับ สติ ของคนๆนั้น ถ้าทำได้ก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ในโลกแห่งความจริงได้อย่างสบายๆ
ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีว่าส่วนใหญ่ก็เป็นอย่างงั้นครับ (ที่ไทยน่ะ)
 เจ้าของ| โพสต์ 11-7-2009 01:00:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด KonaKona เมื่อ 1-10-2009 13:09

------------------
คำศัพท์โอตาคุระดับสามัญ -
-------------------
" โอตาคุว่ากันตามภาษาง่ายๆก็คือ ไอ้บ้าการ์ตูนนั่นเอง "

คุณเคยบ้างหรือไม่ที่เดินๆอยู่ หรือเข้าไปในเว็บบอร์ดแล้วมีคนที่ดูแล้วน่าจะชื่นชอบการ์ตูนคุยกันอย่างออกรสชาติด้วยศัพท์แปลกๆ คราวนี้จะมาอธิบายความหมายแบบย่อๆให้ดูกัน

ศัพท์ที่พบบ่อยตามเว็บบอร์ด
----------------------

โลลิ , โลลิค่อน , L

- ใช้พูดถึงเด็กผู้หญิงน่ารักๆอายุประมาณไม่เกินวัยพรากผู้เยาว์

ถ้าใช้แทนตัวบุคคลเช่น " นายนี่มัน L จริงๆ " หรือ " คนนั้นมันเป็นพวกโลลิค่อน " หมายความว่า คนนั้นเป็นพวกชอบเด็ก

ปล. ถ้าใช้คำว่า " โชตะ " จะหมายถึงเด็กผู้ชายแทน

-------------------------
K , พลังเค

- ย่อมาจากคำว่า คินนิกุ ที่ภาษาญี่ปุ่นแปลว่ากล้ามเนื้อ คนมักเข้าใจผิดว่าย่อมาจากคำว่าเคนชิโร่

คำนี้มักใช้แทนภาพที่มีกล้ามเยอะๆ เช่น กระทู้พลัง K , นี่มันภาพ K นี่นา นั่นหมายความว่าเมื่อคุณคลิ๊กเข้าไป คุณจะได้พบภาพกล้ามๆแน่นอน

--------------------------
ยาโอย , ยูริ , Y

- ความรักของเพศเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายต้องหน้าตาดี มิฉะนั้นจะเรียกว่าโฮโม

ยาโอย คือ ชายรักชาย , ยูริ คือ หญิงรักหญิง
ถ้าใช้แทนกริยา เช่น " เดี๋ยวจับ Y เลย " หมายความว่า คุณกำลังโดนผู้พูดที่เป็นเพศเดียวกันจับกด
----------------------------
คอสเพลย์ , คอสเพลเยอร์ , เลเยอร์

- การแต่งตัวเลียนแบบตัวการ์ตูนหรือหนัง ถ้าใช้เรียกคนแต่งก็จะเติม -เยอร์เข้าไป

พบได้ตามงานการ์ตูนต่างๆ และที่ขาดไม่ได้ก็คือนักถ่ายภาพคอสเพลย์ ที่มักจะเป็นชายหนุ่มซึ่งเมื่อพวกเค้าเจอเลเยอร์ (คนแต่งคอส) จะทำการเข้าไปรุมสาดแสงแฟลชใส่ทันที

------------------------------
เซย์ยู

- โอตาคุใช้เรียกนักพากย์การ์ตูนของญี่ปุ่น เช่นเดียวกับที่ใช้เรียกนักวาดการ์ตูนญี่ปุ่นว่า เซ็นเซย์ (อาจารย์)

ปล. คำว่า " พากย์ " นี่ใช้ ย. การันต์นะไม่ใช่ ษ.

---------------------------
สปอยล์(Spoil)

- อย่าเข้าไปหรือเผลอไปอ่านเชียว เพราะมันคือการเล่าเรื่องราวล่วงหน้า หรืออาจจะมีข้อความที่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องสำคัญๆ ใครที่ยังไม่ได้ดูถึงที่เค้าๆเล่ากัน หากเผลอไปอ่านนี่...อย่างเซ็ง

มักใช้คำนี้กับ ภาพยนตร์และการ์ตูน

---------------------------
ปาหมอน

- ใช้หมายถึงตอนจบของการ์ตูนหรือหนังที่จบแบบห่วยสุดๆ

มาจากการ์ตูนเรื่อง ชาแมนคิง ที่สู้กันมาตั้งนาน 30 กว่าเล่ม สุดท้ายตัวละครหลักๆก็มาปาหมอนเล่นกันแล้วก็จบลงไปดื้อๆ

-----------------------------
ผ้าเหลือง

- ศาสดาแห่งความหื่น , การ์ตูนอนิเมชั่นแบบโป๊ที่โด่งดังที่สุด

ตามเนื้อเรื่องเค้าคือภารโรงที่มีเอกลักษณ์ที่จะพาดผ้าขนหนูสีเหลือง ยามว่างมันจะแอบถ่ายภาพสาวๆในโรงเรียนไปแบล็คเมล์เพื่อปล่อยแยมสีขาวใส่

หากตามงานการ์ตูน ถ้าพบใครพาดผ้าสีเหลืองล่ะก็ เค้าไม่ได้พาดโก้ๆหรอกนะท่าน เค้ากำลังคอสเลยล่ะ
-------------------------------
ตัวอักษรศีลธรรม

- พรึ่บ , คว้าง , ผ่าง ใช้เซ็นเซอร์หนังสือการ์ตูน ในฉากวับๆแวมๆ

-----------------------------
จิ้น

- ย่อมาจากอิเมจิ้น เป็นการใช้จินตนาการให้คนสองคนมีอะไรกันในจินตนาการของเรา เช่น " จิ้นหนุ่มหล่อ 2 คนนั้นให้มา Y กัน " เป็นศัพท์ที่ปกติฝ่ายหญิงจะใช้กันซะมากกว่า
--------------------------------
สโตร์ค , สโตร์คเกอร์ (Stalk , Stalker จริงๆอ่านสทอร์ค)

- แอบติดตามพฤติกรรมของใครคนนึง ถ้าเติม -เกอร์ แปลว่าพวกแอบตาม

ถ้าใช้ในวงการคอสเพลย์ หากเป็นผู้ชายจะหมายความว่า พวกโรคจิตแอบตามแอบถ่ายรูปเลเยอร์ผู้หญิง หากใช้กับผู้หญิงคือการแอบติดตามถ่ายเลเยอร์ที่ปลื้ม

---------------------------
บิททอเร้นท์ (Torrent)

- อารยธรรมการดาวน์โหลดไฟล์ทางอินเตอร์เน็ทอีกรูปแบบนึงที่เป็นที่นิยมมาก ไฟล์แทบทุกอย่างสามารถหาโหลดได้ในนี้

-----------------------------
ตุรกี

- นิคเนมของเว็บแห่งนึงที่มีการ์ตูนให้โหลดฟรีแบบ http เคยโดนรุมโหลดจนต้องปิดตัวไปครั้งหนึ่ง

สถานะตอนนี้เปิดทำการใหม่แล้ว

-----------------------
โมเอะ

- อารมณ์ประมาณว่า น่ารัก มีแต่โอตาคุเท่านั้นที่ใช้คำนี้

-------------------------

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1คะแนนความดี +7 ย่อ เหตุผล
Maxna_vc85 + 7

ดูบันทึกคะแนน

 เจ้าของ| โพสต์ 11-7-2009 01:01:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด KonaKona เมื่อ 13-11-2009 21:52

นี่แหล่ะโอตาคุ ตัวจริง

เจอบทความน่าสนใจในเวปของอาซาฮีก็เลยเอาแปลมาให้อ่านกันครับ เรื่องของกะทาชายนามว่าโทรุ ฮอนดะ (ไม่ใช่โทรุจากฟรุ้ตบาสเก็ตน่ะ) รายละเอียดต่างๆ มีดังนี้ครับ
โทรุ ฮอนดะคือชายหัวเดียวกระเทียบลีบที่ปวรณาตัวเองเป็นโอตาคุพันธุ์แท้ เขาอาศัยอยู่ตัวคนเดียวที่บ้านพักแถวนากาโน่ในเมืองโตเกียว เรื่องแต่งตัวน่ะเรอะไม่มีทางซะหรอก แค่เสื้อผ้าราคาถูกจากร้านลดราคา และก็รองเท้าราคา 1000 เยนก็เพียงพอแล้ว ทุกๆ วันฮอนดะจะแบ่งเวลาไปมาระหว่านากาโน่บรอดเวย์ช๊อปปิ้งมอล (ที่นี่แหละคือที่ตั้งร้านมันดาราเกะสาขาใหญ่และร้านค้าของเล่นราคาถูกอีกมากมาย) และย่านอากิฮาบาระ เพื่อซื้อเกมและก็ฟิกเกอร์ของสาวๆ และก็ปิดท้ายด้วยสินค้าพรีเมี่ยมที่เหล่าโอตาคุทั้งหลายชื่นชอบ

ชายอายุ 35 ปีที่มีอาชีพนักเขียนอิสระนี้หมดเงินส่วนมากไปกับสินค้าของพวกโอตาคุ ที่บ้านเขานั้นมีเครื่องอัดหนังลง DVD แปดตัวทำให้เขาสามารถอัดหนังอนิเมกว่า 30 ชั่วโมงได้ในหนึ่งวัน นอกจากนี้เขายังซื้อทีวี LCD ขนาด 45 นิ้วราคากว่า 900,000 เยนเพื่อที่จะได้ดูการ์ตูนให้ชัดที่สุดเท่าที่จะทำได้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าฮอนดะนั้นไม่มีแฟน เขายังบอกเองว่าเขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าครั้งสุดท้ายที่พูดกับผู้หญิงนั้นเมื่อไหร่ จะมียกเว้นไว้ก็เพียงคนเดียวนั้นก็คือป้าแก่ 80 ปีเจ้าของอพาร์ทเมนท์ที่เขาต้องเจออยู่ทุกวันนั่นเอง

เขารู้สึกพอใจกับชีวิตที่แสนสงบสุขนี้ แต่ว่าคนทั่วไปกลับมองโอตาคุในแง่ที่ไม่ดีนัก เขาบอกว่าโอตาคุถูกตัดสินจากคนในสังคมแล้วว่าเป็น "พวกที่ไม่สามารถแตะต้องได้" และมองว่าความรักนั้นคือสิ่งประเสริฐที่สุดของอารมณ์มนุษย์ สำหรับเขารักมันลงโลงไปนานแล้ว สิ่งที่มาทดแทนนั้นก็คือความ MOE ของสาวๆ ในตัวละครที่เขาชื่นชอบ สำหรับโอตาคุแล้ว Moe คือที่พักพิงใจ ไม่เคยเจ้าชู้ ไม่เคยเรียกร้องหาความรักที่วัดค่าไม่ได้ เหนืออื่นใด Moe มีแต่การเสียสละ และไม่เคยเรียกร้องอะไรกลับคืน
เพื่อที่จะปกป้องและเผยแพร่สิ่งที่ใกล้เคียงกับความเชื่อทางศาสนาแบบนี้ ฮอนดะถึงกับเปิดเวปไซต์ http://ya.sakura.ne.jp/otsukimi/ ขึ้นมาในฤดูใบไม้ผลิปี 2004 เพื่อปกป้องชีวิตไลฟ์สไตล์ของเหล่าโอตาคุทั้งหลาย

หนังสือเล่มล่าสุดของเขา "Denpa Otoko" (บุรุษคลื่นวิทยุ) ที่ตีพิมพ์ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาทำให้เขากลายเป็นฮีโร่ของชาวโอตาคุทั้งหลาย หนังสือความหนากว่า 405 หน้าบรรยายถึงชีวิตของเหล่าโอตาคุ และเปรียบเปรยว่าเป็นสิ่งมีชีวิตอันสุดยอด และยังบอกอีกด้วยว่า Moe นั้นจำเป็นกับความสงบสุขของโลก และจากการพิมพ์รอบที่ 4 หนังสือเล่มนี้ทำยอดขายไปได้แล้วกว่า 33,000 เล่มในเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา

เหล่าสาวกที่ได้อ่านหนังสือของเขาได้พากันร่อนอีเมลล์มากมายมาหาและบอกว่าหนังสือของเขาทำให้พวกเขารู้สึกล้าหาญและรู้สึกว่าหนทางการดำเนินชีวิตของเขานั้นเป็นเรื่องถูกต้อง

ทางทีมงานได้สัมภาษณ์ฮอนดะหลังจากที่มีข่าวว่าหนุ่มหื่นวัย 24 ปีจากซัปโปโรถูกจับกุมในข้อหากักขังแหละหน่วงเดียวเด็กสาว โดยที่อพาร์ทเมนท์ของหนุ่มอื่นรายนี้เต็มไปด้วยเกมและอนิเมมากมาย โดยข้อหาที่เขาถูกจับก็คือการบังคับให้เหยื่อของเขาเรียกเขาว่า "มาสเตอร์" ซึ่งคำนี้เป็นคำที่ใช้เรียกปกติของบริกรสาวในชุดดำซึ่งคาดผ้ากันเปื้อนสีขาวในร้านเมคคาเฟ่ นั่นเอง ฮอนดะที่ให้สัมภาษณ์ที่ร้าน Cafe au lait ซึ่งเป็นหนึ่งในร้านเมคคาเฟ่ที่เปิดให้บริการมานานที่สุดในย่านอากิฮาบาระได้พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ว่า "โอตาคุที่แท้จริงน่ะจะแยกความแตกต่างระหว่างโลก 2 มิติและโลกจริงๆ อีก จริงๆน่ะโอตาคุน่ะเชื่องยังกับแกะเลยล่ะ"
ชื่อหนังสือ Denpa Otoko ของเขานั้นคล้ายกับหรืงสืออีกเล่มหนึ่งที่ชื่อ "Densha Otoko" ซึ่งอย่างหลังนั้นเริ่มฮิตมาตั้งแต่สมัยที่ลงอยู่บนบอร์ดชื่อดังอย่าง 2 Channel จากนั้นจึงกลายมาเป็นหนังสือ และก็ติดอันดับขายดีจนกลายเป็นภาพยนตร์แล้ว โดยเรื่องราวในหนังสือเล่มหลังนั้นกล่าวถึง หนุ่มโอตาคุที่อยากรู้จักผู้หญิงที่เขาบังเอิญเจอบนรถไฟ เขาจึงไปขอคำปรึกษาบนเว็บบอร์ด (BBS)เพื่อช่วยติวเรื่องความรัก แน่นอนว่าเรื่องนี้จบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้งเพราะว่าสาวเจ้าที่คอยให้คำแนะนำกับหนุ่มโอตาคุนี้ก็คือคนเดียวกับที่เขาปิ้งนั่นเอง
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้วฮอนดะบอกว่าไอ้เรื่องที่เดาตอนจบได้ง่ายแบบนี้มันมีดีอะไร เขาบอกว่าไอ้การจบแบบรักสมหวังนี้มันไม่ใช่ชัยชนะของชาวโอตาคุ ความล้มเหลวต่างหากคือของจริง
ในหนังสือ Densha Otoko นั้นคือเรื่องราวของหนุ่มโอตาคุผู้ยอมแพ้ให้พวก "ลัทธิบูชาความรัก" ตัวละครหลักนั้นประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนให้สาวที่หมายตากลายเป็นโอตาคุ และนำเธอสู่สรวงสวรรค์แห่งใหม่ที่ชื่ออากิฮาบาระ
บรรณาธิการที่พิมพ์หนังสือของฮอนดะที่ชื่อชุน ไซโต้ เห็นด้วยกับฮอนดะ เขาบอกว่าสิ่งที่หนังสือเล่มนี้ต้องการบอกนั้นก็คือการถามว่า "เป็นโอตาคุแล้วมันแย่ตรงไหน?" "ทำไมเราไม่ภูมิใจในความเป็นโอตาคุ?"
ฮอนดะเขียนไว้ในหนังสือว่า "ตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมาความรักกลายเป็นวัตถุที่แสนสิ้นเปลือง ผู้ชายจำนวนมากจ่ายเงินให้ผู้หญิง ผู้หญิงก็เอาเงินที่ได้จากผู้ชายไปจับจ่ายซื้อข้าวของ เพราะฉะนั้นไอ้คนแบบผมที่หน้าตาไม่หล่อพ่อไม่รวยเลยถูกตัดสินว่าเป็นไอ้ขี้แพ้"
แต่ว่าในขณะที่รักกลายเป็น "วัตถุสิ้นเปลือง" แต่ว่าฮอนดะกลับบอกว่าเกมอย่าง "Tokimeki Memorial" หรือว่า "To Heart" ที่ออกมาแล้วนั้นกลับทำให้ผู้เล่นนั้นตกหลุมรักในตัวละครได้อย่างง่ายดาย เกมพวกนี้นั้นเหมือนพระมาโปรดให้ชาวโอตาคุทั้งหลายที่ไม่มีเพื่อนหญิง เพราะเกมพวกนี้ทำให้ชาวโอตาคุได้สัมผัสเข้าไปสู่โลกแห่ง Moe ที่ซึ่งพวกเขามีแต่คาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนและเกมอยู่เต็มหัวใจ
ฮอนดะแบ่งหัวข้อของคำว่ารักให้เป็นสองหัวข้อใหญ่ๆ นั่นก็คือ "3 มิติ" และ "2 มิติ" โดยอย่างแรกนั้นคือของจริง และอย่างหลังนั้นก็คือพวกเกมโอตาคุทั้งหลาย
ฮอนดะบอกว่าเขาต้องการหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์กับผู้หญิง

แต่ว่ามันก็เป็นเรื่องยากสำหรับเขา เขาพูดเหยียดๆ ตัวเองด้วยซ้ำว่าความน่าเกลียดและความเป็นโอตาคุของเขาเป็นอุปสรรคสำคัญในการที่จะมีความรักในโลกแห่งความเป็นจริง เขาเองก็บอกได้ยากว่าโลกที่แท้จริงของเขาจบลงและโลกที่เขาจินตนาการขึ้นเองนั้นเริ่มเมื่อไหร่ แต่ในหนังสือเขาบอกว่าเขาเริ่มโหยหาความรักที่บริสุทธิ์มาตั้งแต่สมัยเด็กที่ได้รับความชอกช้ำในโกเบ

เขาเขียนถึงแม่ของเขา ซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวของตระกูล ต้องถูกบังคับให้แต่งงาน แล้วพ่อของเขาก็ทุบตีแม่ และก็หนีไปอยู่กับผู้หญิงอื่น ฮอนดะได้รู้ว่าพ่อของเขานั้นก็เคยถูกปู่ทิ้งไปเหมือนกัน พ่อก็เลยเลียนแบบพฤติกรรมแบบนี้ในตอนที่เป็นผู้ใหญ่ เรื่องราวชีวิตของครอบครัวของฮอนดะมีอะไรน่าเศร้ายิ่งกว่านั้น แม่ของเขาต้องไปทำงานในคาบาเร่ต์เพื่อเลี้ยงดูพ่อแม่ที่สูงวัยและลูกทั้ง 2 คน ก่อนที่เธอจะมารู้ว่าเธอเป็นมะเร็งตอนอายุ 40 แม่ที่เจ็บออดๆ แอดๆ และป่วยเรื้อรังบอกกับฮอนดะว่าเธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก นั่นคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิตของเธอ ฮอนดะได้ฟังเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่ารู้สึกเหมือนสูญเสียการมีอยู่ของตัวตน เขาเขียนไว้ในหนังสือว่า ความเกลียดผู้ชายของแม่ทำให้แม่เลี้ยงเขามาแบบเด็กผู้หญิง และทำให้เขาถูกคัดค้านเสมอตอนที่เขาเป็นเพื่อนกับเด็กผู้หญิง ตอนเขาอายุ 16 เขาได้ค้นพบแล้วว่าครอบครัวของเขานั้นช่างไม่สมประกอบ เขาเลิกไปโรงเรียนและพยายามจะฆ่าตัวตาย แต่แม่ของเขาก็มาขวางเอาไว้ ท้ายที่สุดฮอนดะก็ขังตัวเองอยู่ในห้องเล็กๆ นั่งดูการ์ตูนอนิเมแบบไม่รู้จบ ดูสาวน้อยหน้าตาแฉล่มมากมายในโทรทัศน์ แม้จะรู้ว่าเป็นเรื่องเดิมๆ ที่ตัวเอกสาวน้อยทั้งหลายจะต้องเจอสถานการณ์ที่ลำบากแต่ว่าทุกครั้งจะจบลงด้วยดี

"ผมเลยเริ่มสร้างโลกในจินตนาการขึ้นมา โลก 2 มิติที่มีเพียงแต่ผมและตัวการ์ตูนอยู่ท่านั้น" เขากล่าว
ฮอนดะลาออกจากโรงเรียนมัธยม และขังตัวเองอยู่ในห้องพร้อมกับปล่อยให้จินตนาการล่องลอย หลังจากแม่ของเขาตาย เขาใช้เงินประกันเพื่อเข้าโรงเรียนกวดวิชา ในที่สุดเขาก็ได้ใบประกาศนียบัตรทำให้เขาเข้ามหาวิทยาลัยวาเซดะในปี 1988 ได้ เขาคิดว่าเขาจะเริ่มชีวิตใหม่ที่นี่ แต่ว่าเขาก็เข้าใจอย่างท่องแท้แล้วว่าผู้หญิงจะไปกับผู้ชายที่หล่อแมน มีเงินหรือมีรถเท่านั้น

หลังจากเรียนจบฮอนดะเข้าทำงานในสำนักพิมพ์ได้ 9 เดือนหลังจากนั้นก็ลาออก เขากลับไปที่โกเบ ซึ่งเป็นช่วงเวลาประจวบเหมาะพอดีที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในโกเบเมื่อปี 1995 แน่นอนว่าบ้านของเขากระจุยไม่เหลือ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ฮอนดะคิดว่าการตายคงเป็นทางออกที่ดีที่สุดของเขา แต่ว่าการ์ตูนและเกมก็ช่วยให้เขารอดพ้นช่วงเวลาที่ลำบากนั้นมาได้อีกครั้ง "พวกคาแรคเตอร์ที่น่ารักเหล่านี้ช่วยชีวิตผมอีกครั้ง ไม่ว่าผมจะต้องการหรือไม่ก็ตาม" เขาบอกอย่างนั้น

มีช่วงหนึ่งหนังสืมพิมพ์และหนังสือหลายฉบับลงตีพิมพ์บทความเรื่องที่ผู้หญิงชาวญี่ปุ่นนั้นหาแฟนยาก เพราะว่าผู้ชายหลายคนเอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้องแล้วก็เอาแต่นั่งดูการ์ตูน เมื่อได้ยินทฤษฎีบ้าๆ แบบนี้ฮอนดะถึงกับโกรธมาก เขาเขียนไว้ในหนังสือว่า เขาไม่มีทางเลือก แต่ว่าเขาก็ไม่เคยตบตีผู้หญิง แม้ว่าใน Blog ของเขาจะเขียนถึงไว้อย่างสาดเสียเทเสีย แต่ถ้าต้องการจะมีชีวิตอยู่อย่างสงบโดยไม่ทำร้ายคนอื่น เขาก็ต้องอยู่กับบ้านและใช้ชีวิตอยู่ในโลกของจินตนาการ แต่พวกผู้หญิงกลับบอกว่าการใช้ชีวิตแบบนี้กลับใช้ไม่ได้

ความเคืองแค้นในความเข้าใจผิดในตัวของโอตาคุเป็นสิ่งจุดประกายให้เขาเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา เขารู้สึกว่าพวกโอตาคุต้องการใครซักคนที่จะบอกเล่าเรื่องราวอีกด้านหนึ่งของกลุ่มคนที่โหยหาความรักอันเป็นปักเจกที่ไร้พิษภัยในโลกแห่งจินตนาการ ซึ่งถูกตราหน้าว่าไม่เหมาะสมในสังคม
จากความผิดหวังในโลก 3 มิติ ฮอนดะสร้างครอบครัวในจินตนาการของเขาขึ้นมา โดยในครอบครัวนั้นมีน้องสาวที่เป็นคิเมร่าที่สร้างขึ้นด้วยมือเขาเอง แล้วก็ยังมีทั้งภรรยา น้องสาวอีก 2 คนและก็คนรับใช้ ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดถูกหยิบยืมมาจากในเกมทั้งนั้น แม้ว่าจะดูเป็นชีวิตที่โดษเดี่ยว แต่ฮอนดะบอกว่าแม้เขาจะไม่ถูกยอมรับเป็นสัตว์สังคม แต่ว่าเขาก็ไม่ได้เหงาอะไร

เขาไม่แนะนำให้โอตาคุดำเนินรอยตามชีวิตของเขา เพราะเขาบอกว่า "คุณจะสูญเสียสิ่งสำคัญบางอย่าง" อย่างเช่นความอบอุ่นที่ได้รับจากมนุษย์คนอื่น และอีกอย่างหนึ่งก็คือคุณอาจจะ "กินแกลบ" ในการจับจ่ายใช้สอยซื้อของเพื่อสร้างครอบครัวในอุดมคติขึ้นมา...
โพสต์ 11-7-2009 11:55:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ความรู้ทั้งนั้นเลยเหอๆ
โพสต์ 11-7-2009 12:01:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
กระทู้ความรู้ ปักหมุดโล้ด !~
โพสต์ 11-7-2009 12:18:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สรุปพวกโอตาคุนี่คือ  ซกมก อุบาทว์ ไม่มีเพื่อนคบซินะ =_=
โพสต์ 11-7-2009 12:54:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจว่าประมาณ 95 % ของเหล่าโอตาคุนั้นไม่มีแฟน และไม่ค่อยมีใครต้องการจะเอาไปเป็นแฟนซะด้วย ฉะนั้นทางออกเดียวของคนเหล่านี้จะหนีไปไหนเสีย ก็ต้องการ์ตูนสาวน้อยเนี่ยและครับ

อูย...เจ็บ  {:3_60:}
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 26-4-2019 13:24 , Processed in 0.148505 second(s), 27 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้