สมัครสมาชิก ลงชื่อเข้าใช้
Otaku Fever Fansite หน้าแรก

~ 私 あなたのこと 愛していま ... http://www.feverfansite.com/forum/?1545 [บุ๊คมาร์ก] [คัดลอก] [แชร์] [RSS]

บล็อก

watashi wa ZOMBIE .....desu ne? -:- [16] หากพบเจอซอมบี้หนึ่งตัว จงสำเหนียกไว้ว่ามีอีกสอง

เข้าชม/อ่าน 323 ครั้ง5-9-2017 00:07 |เลือกหมวดหมู่:Am I . . . A zombie ?

     ความสามารถที่ได้รับมาตั้งแต่ครั้งเมื่อมายังโลกนี้ของชั้นนั้น มีอยู่สามอย่าง

Healing Factor(ตั้งเอง)
:: ฟื้นฟูร่างกายให้อยู่ในสภาพ'ดั้งเดิม'

     ต่างจาก'ฟื้นฟูอัตโนมัติ' มันไม่ใช่'สกิล'แต่เป็นความสามารถ
     มันไม่ใช่การรักษา หรือฟื้นฟูบาดแผลอย่างที่เขียนในช่องคำอธิบายนั่น แต่เรียกได้ว่าเป็นการคืนชืพกลายๆ 
     กล่าวก็คือ นี้เป็นความสามารถที่สุดยอดสุดๆ ที่เรียกกันว่า 'อมตะ' นั่นแหละ
     และต่อมาก็

Perfect gluttony(ตั้งเอง)
:: การกินไม่มีผลต่อร่างกายภาพ

     กินอะไรก็ได้ และต่อให้กินในปริมาณมากกว่าน้ำหนักร่างกายก็ไม่มีปัญหาใดๆ เรียกได้ว่ามันคือความสามารถ
ในการยัดห่านั่นเอง
     แถมไม่ว่าจะกินอะไร ร่างกายก็ไม่เป็นอะไรเลย พิสูจน์แล้วตอนที่กินรากไม้ในป่าบ้า
     ด้วยความสามารถอันแสนวิเศษนี้ คุณจะทานอะไรก็ได้ที่อยากทานตามใจปาก นอกจากจะไม่มีทางอ้วนขึ้นแล้ว
คุณยังสามารถทำให้ร้านบุพเฟ่เจ๊งได้ในเวลาอันสั้นอีกต่างหาก

     และอย่างสุดท้าย ความสามารถลำดับที่สามที่ปล่อยปละละเลยมาจนบัดนี้เพราะไม่เข้าใจความหมายของมัน
และลืมไปซะสนิท

Ego(ตั้งมะกี้)
:: จิตวิญญาณอยู่เหนือร่างกายภาพ

     ความสามารถของมันก็คือ 'ตัวตนของชั้น' จะเป็นนิรันดร์
     ........................
     ........... 'อยู่ดีๆก็พูดอะไรออกมาน่ะ? ยัยนี้เต็มรึเปล่า? หรือว่าแม้แต่สมองก็เละไปจริงๆแล้วสินะ'---- นี่คงไม่มีใคร
คิดแบบนี้อยู่ใช่มิคะเนี่ย?
     ค่ะ! ขออภัยที่มัวแต่สาธยายความโอพีที่แสนยืดยาวของตัวเองเพื่อยืดเนื้อเรื่องนะคะ!
     มันก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่'ความรู้ความเข้าใจ'ของพวกสกิลและก็ความสามารถ มันจะเข้ามาในหัวอัตโนมัติเมื่อ
ชั้นใช้มัน และตอนนี้ก็เลยกระจ่างแล้วว่าความสามารถลำดับที่สามมันคืออะไรกันแน่น่ะค่ะ
     เกี่ยวกับความสามารถ Ego(ตั้งเอง) ถ้าจะให้อธิบาย....ก็คงจะต้องพูดถึงสมมติฐานนึงก่อน
     ว่าด้วยเรื่อง 'มนุษย์นั้นมีวิญญาณ' หรือไม่
     คุณคิดว่า 'วิญญาณ' นั้นมีอยู่จริงไหมคะ?
     ในกรณีคนไม่เชื่อ ก็คือผู้ที่ไม่เคยเห็นมันมาก่อนหรือคิดว่ามันพิสูจน์ไม่ได้ทางวิทยาศาสตร์
     และคนที่เชื่อก็ย้อนกลับว่า สิ่งที่ไม่เคยเห็นใช่ว่าไม่มีอยู่ แต่ก็ยังพิสูจน์ไม่ได้และไม่เคยเห็นเหมือนกันอยู่ดี
     และจากกลุ่มคนจำนวนมากก็แบ่งความเชื่อออกเป็นศาสนาต่างๆออกไปอีก จนมีสมมติฐานเกี่ยวกับวิญญาณ
ออกมามากมายเยอะแยะเต็มไปหมด ทั้งๆที่ความจริงแล้ว เรื่องทุกอย่างมันเรียบง่ายกว่าที่คิด

     วิญญาณก็คือ อัตตา(ตัวเรา)
     ไม่ใช่ร่างกาย แต่เป็นตัวตนของเรา(อัตตา)
     วิญญาณของชั้นก็คือตัวชั้นที่กำลังคิด กำลังพูดอยู่ในตอนนี้
     ความตายที่แท้จริงเองก็ไม่ใช่เพราะร่างกายหยุดทำงาน แต่เป็นอีโก้(ตัวตน)ที่ไม่สามารถคงอยู่ได้หากปราศ
จากร่างกายซึ่งเป็นภาชนะรองรับ
     เมื่อสูญเสียร่างกายและไม่อาจคงไว้ซึ่งอัตตาได้อีก ในเวลานั้นนั่นแหละที่สิ่งมีชีวิตต่างๆนั้นจะนับได้ว่า'ตาย'
     จากความจริงดังกล่าวนี้ สรุปได้ว่าวิญญาณของชั้นก็คือ "ตัวชั้น" นั่นเอง

------------------------------------------------------------------------------------------

     ตรงหน้ามีซากศพของสัตว์เลื่อยคลาน
     ชั้นนั่งลง จากนั้นก็ฉีกแขนขาของมันออกมา แล้วก็เคี้ยวกร้วมๆ
     ----ไม่นึกเลยว่า การ'ดูดกลืน'สไลม์เมทัลจะทำให้ชั้นพบสัจธรรมเกียวกับชีวิตนะคะเนี่ย
     อย่างไรก็ตาม ด้วยความสามารถอย่างที่สามของชั้น ก็แทบจะไม่ต้องกังวลถึงเรื่องของ'ความตาย'อย่างแท้จริง
แล้วละนะคะ
     ...เอาจริงๆ มันค่อนข้างน่ากลัวนิดหน่อยที่รับรู้ความสามารถนี้ของตัวเอง
     รู้สึกราวกับว่าตนเองจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน...
     ....
     ไม่หรอกมั้ง --ถ้าชั้นนิสัยเปลี่ยนไป นั่นก็เท่ากับว่าชั้นได้ตายไปจริงๆเหมือนกันนี่นา
     เอาละ เลิกคิดๆ
     ผนึกความสามารถนี้เข้าไปยังส่วนลึกของสมอง! ทันที! เดี๋ยวนี้! 
     
     " ฟู่... แค่นี้ก็เรียบร้อย "
     " อะไรเรียบร้อยหรอคะ "
     " กรี้ดด!? "

     จู่ๆก็มีเสียงดังขึ้นข้างหู เลยตกใจท่าบันไซจนชิ้นส่วนแขนของกิ่งก่าที่ถืออยู่กระเด็นขึ้นไปบนฟ้า
     
     " ?.. "

หมับ

     ซอนนี่ที่โผล่มาอยู่ข้างหลังเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ สะดุ้งเล็กๆโดยไม่มีการแสดงออกทางสีหน้าสักนิดเดียว ก่อนที่เธอจะ
ตวัดมือคว้าแขนกิ่งก่าที่ร่วงลงมาไว้โดยไม่มอง แล้วก็ยื่นกลับมาให้...อะ ขอบคุณจ้ะ
     ....เดี๋ยวนะ ซอนนี่?

     " ทำไมท่านแม่ถึงมาอยู่ที่นี้ได้ละ? "

     ซอนนี่พูดออกมาพลางเอียงคอเล็กๆ เรือนผมสีดำเงางามปลิวไสวไปตามสายลมอ่อนๆ...และดวงตาสีอเมทิสนั่น
กำลังมองมาทางนี้ด้วยท่าทีสงสัย
     แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเป็นดวงตาที่จ้องมาอย่างใสซื่อ ไม่มีลับลมคมในอะไร เธอเพียงแค่สงสัยอย่างบริสุทธิใจเท่า
นั้นก็จริงอยู่ แต่ชั้นกลับรู้สึกเสียวสันหลังตั้งแต่ต้นคอไปจนถึงโคน
     สาเหตุก็คงเป็นเพราะว่า การที่ชั้นซึ่งควรจะรออยู่อย่างปลอดภัยว่าง่ายที่โรงแรมกลับมานั่งจ๋องหน้าซากศพมอน
ในป่าอันรายแบบนี้นั่นเอง
     " เอ่อ.....คือ..... "
     หลังจากสตั้นไป 1.2 วิ ชั้นก็เปิดปากเตรียมหาข้อแก้ตัว
     ออกมาเก็บเวล--- อธิบายแบบนั้นคงเอาท์แน่ๆ
     ถ้าซอนนี่รู้ ก็เท่ากับยูกินะรู้
     แต่ไหนแต่ไร แม้จะไม่มี'อำนาจเครือญาติ'ชั้นก็เป็นพวกที่จับพิรุธทางสีหน้าได้ง่ายอยู่แล้ว
     ยิ่งพอชั้นคิดจะปิดบังเรื่องอะไรเท่าไหร่ ทั้งสองคนก็รับรู้ได้เร็วขึ้นเท่านั้น
     หลังจากที่อยู่ด้วยกันมาพักใหญ่ๆ ก็ได้รับรู้ถึงความเป็นห่วงที่แสนจะเกินเหตุของทั้งคู่
     มีครั้งนึงระหว่างที่ชั้นกำลังเดินเล่นในเมืองเพื่อตระเวนทัวร์บริโภคกับทั้งสองคน ก็เห็นกลุ่มคนจำนวนมากยืนออ
กันอยู่ตรงจุดๆนึง พอเข้าไปชะเง้อมองดู ก็พบว่าเป็นพวกนักสู้ข้างถนน* กำลังประลองกันอยู่
     ทั้งสองคนเก่งสุดๆเลยละ คนนึงเป็นชายร่างใหญ่ถือลูกตุ้มติดโซ่ อีกคนเป็นชายร่างเล็กกว่า ใช้ดาบคู่
     เพราะสนใจขึ้นมา ก็เลยยืนดู แล้วตอนนั้นก็เกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิดขึ้น
     ชายถือดาบนั้นตวัดดาบฟันโดนโซ่ของลูกตุ้มในจังหวะเดียวกับที่ชายร่างใหญ่เหวี่ยงลูกตุ้มอยู่พอดี
     ลูกตุ้มทรงกลมขนาดเป่าร่างกายท่อนบนของชั้นให้กระจุยเป็นเศษเนื้อได้นั่นกำลังพุ่งมาทางชั้น ในขณะที่เหล่า
คนด้านหน้าหลบฉากกันจ้าละหวั่นมีเพียงตัวชั้นทียืนเอ๋ออยู่ 
     และก่อนที่ชั้นจะรู้สึกตัวลูกตุ้มนั้นก็กระจุยกลายเป็นเศษหินเล็กๆไป ตามด้วยซอนนี่และยูกินะที่หายไปจากครร
ลองสายตา
     พอลองมองออกไป ก็เห็นทั้งสองคนกำลังกระทืบนักสู้ทั้งสองคนนั้นอยู่ด้วยท่าทีโกรธจัด... กว่าจะห้ามได้ ชาย
นักสู้สองคนนั้นก็อยู่ในสภาพโคม่าปางตายต้องนำส่งโบสถ์ทันทีเพื่อยื่อชีวิตเลย
     หลังจากนั้นก็ช่วยออกเงินค่ารักษา แล้วเรื่องทั้งหมดก็จบลงโดยละม่อมแบบไม่โดนลงโทษอะไรเลย...ทำไมกันนะ?
     อย่างไรก็ตาม ชั้นรับรู้ว่าหลังจากนี้ ตนเองจะต้องไม่พยายามเสี่ยงอันตรายโดยเด็ดขาด 
     อย่างน้อยๆก็ต่อหน้าทั้งสองคน 
     เพื่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น

     " ? "
     ซอนนี่มีท่าทีสงสัยมากขึ้น
     หากพูดไปตามตรงก็ไม่รู้ว่าเธอจะมีปฏิกิริยาอะไรกลับมา
     ดีไม่ดี ถ้าโดนรู้ว่าฉันแอบหนีออกมาเสี่ยงอันตรายละก็ อาจจะโดนทั้งสองคนกักบริเวณก็ได้
     
     " อยู่เฉยๆมันเบื่อ...เลยออกมาน่ะ "
     วิชาลับ พูดความจริงแบบตอบไม่ตรงคำถาม!
     เพราะว่าไม่ได้โกหก จึงไม่รู้สึกผิดและไม่ต้องลนลาน
     เพราะชั้นอ่านสีหน้าของเด็กคนนี้ไม่ออกสักนิด แต่จาก'อำนาจเครือญาติ' รู้สึกว่าเธอจะไม่ได้สงสัยอะไร
     โดยไม่ได้แสดงท่าทีอะไรเป็นพิเศษ ซอนนี่ก็เดินเข้ามาใกล้แล้วก็นั่งลงข้างๆเงียบๆ
     " ........ "
     " ........ "
     .....อึดอัดชะมัด
     ค่าความหิวของชั้นก็เต็มหลอดไปแล้ว ไม่ต้องกินอะไรไปสักระยะก็ปลอดภัย
     เป้าหมายที่จะแข็งแกร่งขึ้นก็สำเร็จไปบางส่วน(?)โดยบังเอิญ
     ที่อยากได้ตอนนี้ก็คือคู่มือที่แข็งแกร่งอื่นๆ.....
     อืม....
     " ...... "
     " .....? ....อือ♥ "
     พอหันไปจ้องซอนนี่ เธอก็จ้องตาแป๋วกลับมา ก็เลยเอื้อมมือไปลูบหัวซะ
     อื้อ พรุ่งนี้ค่อยทำก็ได้นี่นา
     กลับบ้านไปหาอะไรอร่อยๆกินดีกว่า--- วางแผนไว้แบบนั้น พลางลุกขึ้นยืน...
     ทันใดนั้น ชั้นและซอนนี่ก็สะดุ้งเฮือกก่อนจะลุกขึ้นมาพร้อมกันในสภาพตื่นตัว
     " --ท่านแม่ "
     ซอนนี่จับชายแขนเสื้อของชั้นด้วยสีหน้าและท่าทางกังวลแบบที่ไม่ค่อยได้เห็นนัก
     ชั้นไม่ได้ตอบอะไรเธอกลับไป ก่อนที่จะทอดสายตาไปยังเมืองที่อยู่ลิบๆนั้น
     " --ยูกินะ "
     นั้นเป็นชื่อของลูกสาวอีกคนของชั้น
     เด็กสาวเผ่าพันธุ์แวมไพร์ผู้มีผมสีบลอนด์ประกายเงางาม ที่สุดแสนจะน่ารักและพึ่งพาได้ที่สุดในครอบครัว
ของเรา
     ความรู้สึกที่ถ่ายถอดเข้ามายังชั้นและซอนนี่อย่างกระทันหันเมื่อครู่ ....ไม่ผิดแน่
     
     ' ความกลัว '

     รู้ตัวอีกที ทั้งชั้นและซอนนีก็วิ่งสุดฝีเท้ากลับไปยังเมืองพร้อมกัน
     ไม่ใช่เวลามาสนใจหรือวิเคราะห์สภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปของชั้นในตอนนี้แล้ว
     ยูกินะกำลังรู้สึก'หวาดกลัวอย่างมาก'ในตอนนี้ ...นั่นทำให้ชั้นและซอนนี่รู้สึกแย่
     ดูเหมือนว่าเด็กคนนั้นจะกำลังกลัวอะไรบางอย่าง? และไม่ใช่เรื่องเล็กๆด้วย
     แม้ว่าจะมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าชั้น หรือจะพึ่งพาได้แค่ไหน แต่สำหรับชั้น เด็กคนนั้นก็เป็นแค่โลลิผมสี
บรอนด์ตัวเล็กๆที่ขี้เหงายิ่งกว่าชั้นและซอนนี่เท่านั้น
     " ไม่รู้หรอกนะว่าเจอกับอะไรอยู่...แต่ไม่ต้องกังวลนะ "
     ชั้นพึมพำเบาๆ ..ไม่รู้ทำไม แต่คิดว่าน่าจะส่งความรู้สึกนี้ผ่านไปได้นะ
     " พวกเราจะไปหาเดี๋ยวนี้ "

     -----ไม่มีอะไรในโลกนี้ได้รับอนุญาตให้แตะต้องลูกสาวของชั้นทั้งนั้น

อืม..ดีๆ ใช้ได้

อะไรก็ไม่รู้

เห็นด้วยๆ

ซึ้งจังเลย

ขำฮาตรึม

ทั้งหมดผู้เขียนบล็อกล่าสุดอื่นๆ

ความคิดเห็น (0 ความคิดเห็น)

facelist

คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 27-1-2022 06:45 , Processed in 0.151439 second(s), 15 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน