สมัครสมาชิก ลงชื่อเข้าใช้
Otaku Fever Fansite หน้าแรก

~ •" Tess " • ~ http://www.feverfansite.com/forum/?158 [บุ๊คมาร์ก] [คัดลอก] [แชร์] [RSS] Fate guide u here ~

บล็อก

-:- Index -:- ♦ Corpse Party :: A coffin for the lost lambs ♦

เข้าชม/อ่าน 1509 ครั้ง31-10-2013 05:14 |เลือกหมวดหมู่:Roleplay


- [ YUKI ONNA STORY ] -


. . .มันเป็นเวลาครบรอบอายุ 16 ปีของยูกิพอดีในวันนั้น วันที่เธอได้ย้ายมาเข้าเรียนที่โรงเรียนประถมเทนชิน. . .

เนื่องจากอุบัติเหตุเมื่อ 8 ปีก่อนทำให้ครอบครัว"อนนะ"เล็กๆของเด็กสาวได้เหลือเพียงแค่ยูกิเพียงคนเดียวเท่านั้น อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นเป็นช่วงที่ยูกิมีอายุครบรอบได้ 8 ปีและทั้งสามคนครอบครัวเล็กๆของเธอได้นั่งรถไฟฟ้าออกไปเที่ยวกันที่จังหวัดอิบารากิแต่ระหว่างทางนั้นรถไฟฟ้าได้ไถลออกนอกเส้นทางอย่างไร้สาเหตุและพุ่งลงสู่ด้านล่างอย่างรุนแรง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่มีผู้รอดชีวิตเลยแม้แต่คนเดียวนอกจากยูกิทำให้ทั้งพ่อและแม่ของยูกิเสียจากเธอไปตั้งแต่ยังเล็ก รวมทั้งตัวเธอเองที่เกือบจะหมดลมหายใจเต็มทีแล้วเช่นกันแต่ว่าด้วยชะตาที่ยังลิขิตให้เธอยังต้องมีชีวิตอยู่เมื่อเธอได้รับบริจาคอวัยวะอย่างทันท่วงทีทำให้เธอยังสามารถลืมตาขึ้นมาได้อีกครั้ง
แต่การฟื้นฟูนั้นไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิดทำให้เธอนั้นอยู่แต่ในโรงพยาบาลเพื่อทำกายภาพบำบัดและไม่ได้พบปะกับเด็กคนอื่นๆในวัยที่ควร แต่กระนั้นในโรงพยาบาลก็ยังได้ให้การศึกษาเธอตามสมควรด้วยเช่นกัน ทั้งยังมีผู้คนบางส่วนที่เป็นญาติจากผู้เสียชีวิตในอุบัติเหตุครั้งนั้นและแพทย์กับพยาบาลของโรงพยาบาลที่ได้แบ่งปันเหตุการณ์และความรู้สึกต่างๆอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากเธอเป็นผู้รอดชีวิตคนเดียวเท่านั้นทำให้ยูกิได้รับรู้ประสบการณ์ต่างๆจากโลกภายนอกอยู่เรื่อยๆ ทั้งความรัก , ความสงสาร , ความเสียใจ , ความเกลียดโกรธ และ ความหลอกลวง ที่ได้ถาโถมเข้าใส่เธอในช่วงเวลานึงในชีวิต


ภายใต้ช่วงเวลาที่โดดเดี่ยวนั้นได้ทำให้เธอท้อแท้อยู่หลายต่อหลายครั้งแต่เธอก็ยังมีความหวังอยู่ทุกวินาทีที่ยังมีลมหายใจอยู่เพราะกำลังใจจากความทรงจำดีๆในช่วงเวลาสั้นๆที่เคยเกิดขึ้นทั้งรอยยิ้มของคุณพ่อและคุณแม่ของเด็กสาวก่อนที่จะจากเธอไปและคำพูดสุดท้ายที่พวกท่านได้กล่าวกับเธอให้มีชีวิตอยู่ต่อไปนั้นยังคอยหล่อเลี้ยงจิตใจของเธอให้มีชีวิตอยู่ได้ เธอไม่อยากจะทำลายสิ่งเหล่านั้นด้วยมือของเธอเสียเอง

ในช่วงเวลา 1 เดือนก่อนจะครบรอบ 16 ปีนั้นร่างกายของเธอกลับมาเข้าที่เหมือนกับคนปกติถึงแม้จะไม่แข็งแรงสมบูรณ์นักแต่ก็ไม่ได้พิการแต่อย่างใด แต่ร่างกายใหม่ของเธอนั้นมักจะคอยรบกวนสมาธิของเธออยู่เป็นระยะๆเสมอๆเพราะว่ายูกิมักจะมองเห็นภาพบางอย่างที่ไม่น่าจะอยู่ที่เดียวใกล้ๆกับตัวเธอซักเท่าไรนักแต่บางครั้งเธอก็ยังได้มองเห็นตัวเองขึ้นมาเฉยๆในขณะที่ยืนเหม่อลอยอีกด้วย เด็กสาวเองนั้นคิดว่ามันอาจจะเป็นอาการของร่างกายของเธอที่อาจจะยังฟื้นฟูไม่ 100% รวมทั้งตัวเธอเองนั้นก็ไม่มีโอกาศได้พบผู้มีพระคุณที่มอบอวัยวะช่วยเหลือชีวิตเธอไว้เช่นกันและยังไม่มีใครที่เป็นญาติหรือรู้จักกับเจ้าของอวัยวะด้วยจึงไม่สามารถรับรู้ได้ว่าสิ่งที่เธอได้มานั้นจะส่งผลอย่างไรกับตัวเธอบ้าง. . .

หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลแล้วนั้นยูกิได้ตัดสินใจกลับไปที่บ้านที่ตนเคยอยู่ในบริเวณมินาคามิ
เรื่องทรัพย์สมบัติต่างๆนั้นทนายของพ่อของเธอได้เป็นคนจัดการให้เป็นชื่อของเธออย่างเรียบร้อยแล้วทั้งหมด มรดกที่ได้ถูกรักษาไว้ให้เธอนั้นก็มีมากพอที่จะสามารถให้เธอได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างปกติได้จนแก่เลยทีเดียว
หลังจากที่ยูกินั้นได้จัดการเรื่องเอกสารทั้งหมดแล้วนั้นเธอก็ได้ตั้งใจที่จะเริ่มชีวิตใหม่ของเธอขึ้นอีกครั้ง. . .
ในช่วง 10 วันก่อนจะครบอายุ 16 ปีของเธอนั้นเธอได้พบกับใบสมัครเข้าเรียนยังโรงเรียนแห่งนึงที่อยู่ในตู้จดหมายของบ้านเธอ เด็กสาวจึงได้ตัดสินใจที่จะลองไปสำรวจโรงเรียนดังกล่าวดูเสียก่อนที่จะสมัครเข้าเรียนจริง. . .

-:- โรงเรียนคิซารางิ


หลังจากที่ลงมาจากรถโดยสารก็เป็นเวลาเย็นแล้ว ดูเหมือนที่ตั้งของโรงเรียนแห่งนี้จะไกลกว่าที่เธอคิดไว้..

1) เข้าไปในโรงเรียน
2) มืดแล้วไม่ไหวหรอกพรุ่งนี้ค่อยมาแต่เช้า
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)

2)

 ดึกๆแบบนี้โรงเรียนคงไม่ทำการแล้วกระมัง ?

เราได้ยืนลังเลอยู่ที่ด้านหน้ารั้วทางเข้าพลางมองลงไปที่แผ่นกระดาษบนมืออย่างตัดใจก่อนที่จะได้เดินย้อนกลับไปเพื่อหาที่พักชั่วคราวพักผ่อนในวันนี้เสียก่อนเพราะร่างกายที่ยังไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไรนัก


-:- ทางเดินในหุบเขา



รอบด้านตอนนี้มีแต่ป่ากับป่า เนื่องจากไม่มีรถโดยสารในละแวกนี้แล้ว ทางเดียวที่จะกลับไปได้คือต้องเดินเท้าเปล่าไม่ก็กลับไปขอที่พักที่โรงเรียนเมื่อสักครู่นั่นแล้วละมั้ง?

??? : พี่สาวคะ~

- พบ ??? -


เด็กสาวผมสีทองในชุดโกธิคสีแดงที่ไม่รู้ว่ามาเมื่อไหร่ เข้ามากุมชายกระโปรงของยูกิไว้เบาๆ

??? : หนูหลงทาง.. พี่สาวรู้จักทางไปโรงเรียนมั้ยคะ?

1) นำทางไปโรงเรียนเมื่อครู่
2) ปฏิเสธ
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


1)

โรงเรียนที่ว่านี่คือโรงเรียนคิราซางิสินะ ? 


เนื่องจากแถวนี้ไม่มีโรงเรียนแห่งอื่นอีกแล้วทำให้เราได้ตัดสินใจคิดว่าน่าจะเป็นโรงเรียนแห่งนั้นเท่านั้น แต่ว่าเด็กสาวตัวเล็กๆไม่น่าจะมาเดินหลงทางยามดึกดื่นแบบนี้ได้ เราจึงได้คิดเอาเองว่าเธออาจจะมีธุระอะไรที่โรงเรียนนั้นก็เป็นได้

เมื่อสรุปได้เช่นนั้นเราจึงได้พยักหน้าลงอย่างเงียบๆก่อนที่จะได้เดินนำเด็กสาวปริศนาคนนี้กลับมาที่หน้าทางเข้าโรงเรียนอีกครั้ง


??? : ฮิฮิฮิ ... พี่สาวใจดีจังเลย

เด็กน้อยยิ้มร่า แล้วก็เข้ามากุมมือยูกิไว้แน่น จากนั้นก็เดินไปด้วยกันอย่างว่าง่าย..

-:- โรงเรียนคิซารางิ

หลังจากที่ยูกิกับสาวน้อยผมทองเดินมาถึงหน้าโรงเรียนแล้วยูกิก็พบว่าไฟต่างๆในหน้าต่างของโรงเรียนที่เคยเปิดอยู่ได้ปิดไปหมดสิ้นแล้ว ดูเหมือนจะว่าวันนี้คงไม่เหมาะจะเข้าไปติดต่อเรื่องเอกสารอะไรได้จริงๆ

??? : .....อา~

กึก..

สาวน้อยผมทองยังคงยิ้มละไม พร้อมกับดึงมือของยูกิเดินเข้าไปในโรงเรียนทั้งๆอย่างนั้น..

1) ดึงต้าน
2) ปล่อยเลยตามเลย
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


1)

เราได้รั้งเด็กสาวไว้เบาๆเพื่อไม่ให้เธอรีบเดินเข้าไปเสียก่อนเพราะสภาพของสถานที่ที่เหมือนว่าจะปิดทำการลงแล้วสำหรับวันนี้จริงๆ


 " วันนี้โรงเรียนน่าจะปิดแล้วนะ "


เราได้เอ่ยบอกเด็กสาวขึ้นเพราะว่าโดยธรรมชาติแล้วแม้จะเข้าไปตอนนี้ก็คงจะไม่มีใครอยู่ด้านในแล้วเช่นกัน


สาวน้อยผมทองชะงักไปจากที่ได้ถูกยูกิดึงแขน และหลังจากที่ได้ยินยูกิพูดเด็กสาวก็หยุดดึงมือ.... หากแต่เปลี่ยนเป็นกำแน่นขึ้นแทน

??? : ยังไม่ปิดหรอก

มือของเธอกำแน่นขึ้น แน่นขึ้น จนยูกิรู้สึกเจ็บจนน้ำตาเล็ดถึงขั้นเกือบจะคู้ตัวลงเพราะความเจ็บ แต่ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรแรงบีบมือที่กำไว้ก็หายไปจนหมด ดูเหมือนว่าสาวน้อยผมทองจะปล่อยมือไปแล้ว...

เมื่อยูกิเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าเด็กสาวกำลังยืนหันหลังให้เธออยู่เงียบๆ

??? : อื้อ ไม่มีวันปิดหรอก... ไม่มีวัน ฮิฮิฮิ



เราได้ค่อยๆนวดมือข้างที่โดนบีบลงนั่นเบาๆและได้มองเข้าไปยังโรงเรียนที่น่าพิศวงข้างหน้านี้ที่มีเด็กสาวผมสีทองที่จ้องมองมันอย่างน่าลึกลับ


 " ไม่มีวันปิดงั้นเหรอ. . . "


เราได้เอ่ยออกมาอย่างสงสัยกับสถานการณ์ด้านหน้านี้อย่างระแวง


ขณะที่ยูกิได้จ้องมองเข้าไปในโรงเรียนข้างหน้า สาวน้อยผมทองก็เข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้ง

??? : นี่ๆ.. เข้าไปส่งข้างในหน่อยสิคะ

เธอพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มตามเดิมพร้อมกับกระตุกชายกระโปรงของยูกิเบาๆ

1) พาไป
2) ปฏิเสธ
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)

1)

เราเองก็ไม่เคยมาที่นี่ซะด้วยสิ  

ด้วยความที่ยังไม่คุ้นเคยกับสถานที่นั้นทำให้เราลังเลอยู่เล็กน้อยแต่ก็ได้ตัดสินใจก้าวพาเด็กคนนี้เข้ามายังด้านในของโรงเรียนพลางมองไปรอบๆสถานที่ที่มืดมิดและเงียบสงัดแห่งนี้อย่างกังวล

แน่นอนว่าถึงเราจะไม่ชอบใจกับความรู้สึกบางอย่างกับยามวิการของสถานที่ในตอนนี้. . . แต่ถ้าเกิดไม่เจอกับใครที่ด้านในนั้นก็คงมีแต่ต้องกลับออกไปอย่างเดียวเท่านั้น

" ต้องการจะไปที่ไหนอย่างนั้นเหรอ ? " 

เราได้เอ่ยถามเด็กสาวคนนี้ขึ้นในขณะที่ค่อยๆเดินข้ามผ่านเส้นรั้วของโรงเรียนเข้ามา. . .


??? : ....

สาวน้อยไม่พูดอะไร เธอยิ้มกว้างขึ้นเมื่อคิดว่ายูกิอาสาจะไปส่งข้างในแล้ว เธอปล่อยชายเสื้อแล้วก็กุมมือของยูกิอีกครั้งแล้วพาเดินเข้าไปในโรงเรียน...



- [ โรงเรียนคิซารากิ ] -

-:- โถงทางเดิน



หลังจากที่เดินกันเข้ามาจนถึงระเบียงทางเดินยาวแล้วก็พบว่าที่นี้ไม่มีใครอยู่เลยสักคนจริงๆ แต่ก่อนที่ยูกิจะได้แย้งอะไร สาวน้อยผมทองก็ปล่อยมือที่จับไว้กระทันหันแล้วก็เดินตรงไปข้างหน้าอย่างช้าๆ

1) เกลี้ยกล่อมให้กลับกันก่อน
2) ปล่อยเลยตามเลย
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


3) เดินตามเด็กสาวไปอย่างเงียบๆ

เราเริ่มรู้สึกถึงลางสังหรบางอย่าง. . . แต่สิ่งที่เรามั่นใจได้ก็คือเด็กสาวนั้นไม่ได้หลงทาง. . .

แต่การที่จะปล่อยเธอไปนั้นมันเหมือนกับการกระทำครึ่งๆกลางๆและถ้าเราทำแบบนั้นเราก็คงจะปฏิเสธเธอไปตั้งแต่ในป่าแล้ว

แม้ว่าแน่นอนที่มันไม่ใช่ธุระของยูกิแม้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเด็กคนนี้ก็ตาม. . . แต่ยูกิก็ได้ตัดสินใจเดินตามไปยังจุดหมายที่เด็กสาวตั้งมั่น. . .


??? : พี่สาวมีครอบครัวมั้ย.. ?

แต่จู่ๆสาวน้อยก็ได้พูดขึ้นมาอย่างกระทันหันแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย โดยที่ยังเดินตรงไปด้านหน้าอย่างช้าๆ.. สาวน้อยยังไม่รอฟังคำตอบ เธอพูดต่อไปอีกว่า

??? : ครอบครัวของหนูน่ะ ประสบอุบัติเหตุตายหมดเลยละ ..มั้งนะ? ฮะฮะฮะฮะ

เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงระรื่นหู ยูกิไม่อาจมองเห็นหน้าของสาวน้อยจากตรงนี้ได้.. แล้วอยู่ๆเธอก็พูดถามออกมารัวๆทั้งๆที่ยังเดินอยู่ช้าๆโดยไม่หันหน้ามาว่า

??? : นี่.. คุณพ่อคุณแม่ของพี่สาวใจดีมั้ย? มีพี่น้องบ้างหรือเปล่า? เคยไปเที่ยวกันทั้งครอบครัวมั้ย? นี่นี่ มีเพื่อนเยอะหรือเปล่า? พี่สาวมีแฟนหรือยัง? เคยได้เป่าเทียนในวันเกิดของตัวเองมั้ย ? เคยได้ของขวัญจากครอบครัวมั้ย ? เคยได้จัดฉลองปีใหม่กับครอบครัวมั้ย ? เคยได้ของขวัญคริสมาศจากครอบครัวมั้ย ?

สาวน้อยถามคำถามประหลาดด้วยน้ำเสียงระรื่น เธอเว้นวรรคจังหวะพูดไว้นิดนึงก่อนจะหันคอกลับมาหายูกิอย่างช้าๆ.......ด้วยรอยยิ้มที่น่าสยดสยองเกินกว่าที่มนุษย์จะทำได้ พร้อมกับพูดคำถามสุดท้าย

??? : เคย... ไปโรงเรียนมั้ย..?


ในเวลาเดียวกันนั้นเราก็ได้รู้สึกแปลกๆขึ้น. . . เรามองเห็นภาพของตัวเองที่มีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยขึ้นแต่ชั่วเสี้ยววินาทีเราก็ได้รู้สึกตัวขึ้นอีกครั้ง. . .

อย่างไรก็ดียูกิเองก็ไม่สามารถมองเด็กสาวในแง่อื่นได้แม้ว่าคำถามที่เธอถามขึ้นมันอาจจะสะท้อนถึงความทรงจำบางอย่างขึ้นมาภายในจิตใจของยูกิเอง บนโลกใบนี้มีผู้คนอีกนับล้านคนและยูกิไม่เคยคิดว่าเธอเป็นคนที่โชคร้ายที่สุดบนโลกด้วยเหตุการณ์ครั้งนั้นแม้แต่น้อย

รวมทั้งเรื่องที่เธอได้พูดออกมาอาจจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวของเด็กสาวเองก็เป็นได้ แต่ว่ายูกินั้นก็ไม่สามารถตอบคำถามทั้งหมดได้เพราะตัวเธอก็ไม่เคยประสบกับทุกๆเรื่องที่เด็กสาวได้ถามขึ้นเช่นกัน

" เราเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาไม่นานน่ะ. . . " 

เราได้ตอบคำถามนั่นขึ้นสั้นๆซึ่งน่าจะเป็นคำตอบที่บอกถึงคำถามเกือบทั้งหมดที่เด็กสาวถามขึ้นมา


??? : อึกกก...??

จู่ๆสาวน้อยผมทองก็ได้ครางขึ้นมาในตอนที่ยูกิพูดจบ ..รอยยิ้มน่ากลัวหายไปจากใบหน้าแล้วก็หันขึ้นมามองยูกิด้วยสายตาที่แปลกไป

....ก่อนจะยิ้มออกมาอีก

??? : ขอโทษนะคะ ที่พูดเรื่องอะไรก็ไม่รู้

เมื่อยูกิมองไปที่สาวน้อยก็พบว่าเธอกลับมายิ้มละไมเหมือนเดิมเมื่อไหร่ก็ไม่รู้แล้ว จากนั้นเธอก็นำยูกิไปตามทางอีกครั้ง

1) เกลี้ยกล่อมให้กลับกันก่อน
2) เดินตามเด็กสาวไปอย่างเงียบๆอีกครั้ง
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


2)

เราได้พยักหน้าตอบเด็กสาวเล็กน้อยก่อนที่จะได้เริ่มเดินตามเด็กสาวไปอย่างเงียบๆ


สาวน้อยผมทองเดินนำต่อไปสักพักจนถึงมุมเธอก็เดินเลี้ยวนำเข้าไป แต่เมื่อยูกิเดินเลี้ยวตามมา ...ก็พบว่าสาวน้อยผมทองนั้นได้หายไปแล้ว โดยมีตุ๊กตาประหลาดตกอยู่ที่พื้น ซึ่งเนื่องจากทางข้างหน้านั้นเป็นทางเข้าในอาคารไม่มีกระจกให้แสงจันทร์ลอดผ่าน ยูกิจึงยังมองมันไม่ค่อยชัดนอกจากหยิบขึ้นมาดู..

1) เรียกหาสาวน้อยผมทอง
2) ดูสิ่งที่ตกอยู่ที่พื้น
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


1) > 2) 

 ยังไม่รู้ชื่อของเธอเลยนี่นา. . . 

เราได้ฉุกคิดขึ้นมาในขณะที่กำลังจะเรียกเด็กสาวขึ้นแต่ลืมไปว่ายังไม่ได้ถามชื่อของเธอเลย. . . จะมีก็แต่รอยนิ้วเล็กๆของเธอที่ได้บีบมือเราทิ้งไว้. . .

ในเวลาเดียวกันกับที่เราได้พยายามมองหาร่างของเด็กสาวในความมืดนั้นเราก็ได้พบกับตุ๊กตาประหลาดที่อยู่บนพื้นที่เด็กสาวคนเมื่อครู่น่าจะเป็นคนที่ทำมันตกทิ้งไว้ ?

เราได้ตัดสินใจหยิบตุ๊กตาแปลกๆนั่นขึ้นมาดู. . .


ยูกิหยิบมันขึ้นมาในขณะที่แสงจันทร์เองก็ได้แย้งผ่านหลังของเธอมาเหมือนกันจนทำให้เห็นหน้าของตุ๊กตานั้นอย่างชัดเจน



*ได้รับตุ๊กตาแขวน

ตุ๊กตาตัวเล็กๆ.... ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น

1) มองหาสาวน้อยผมทองต่อ
2) โยนตุ๊กตาทิ้งไป
3) หาทางออกจากโรงเรียน
4) อื่นๆ(โปรดระบุ)


1) > 3)

เราได้เก็บตุ๊กตาตัวนั้นเอาไว้ก่อนที่จะค่อยๆเดินออกมาจากตัวโรงเรียนเพราะว่าดันคลาดสายตากับเด็กสาวไปเสียแล้ว. . .

หลังจากนั้นเราก็ได้เริ่มเดินหาเด็กสาวดูอีกครั้งนึงเพราะเป็นห่วงกลัวว่าเธอจะหลงทางอีก โดยเราได้เริ่มเดินมองจากรอบนอกโรงเรียนผ่านทางกระจกเพราะสีผมสีทองที่เป็นกระกายของเธอนั้นมันสดุดตาได้ค่อนข้างง่ายนั่นเอง


ยูกิเก็บตุ๊กตาเสร็จแล้วนั้น เธอจึงเริ่มมองหาเด็กสาวผมทอง แต่ว่ามองลึกเข้าไปด้านในมันก็ยิ่งมืดมากขึ้นทำให้เธอไม่เห็นอะไรเลย ถ้าอยากจะหาตัวเด็กสาวคนนั้นดูเหมือนจะต้องเดินเข้าไปด้านในอย่างเดียวซะแล้วละมั้ง แต่ร่างกายที่อ่อนล้าของเธอเองก็ไม่มากพอจะเดินต่อในที่สถานที่แบบนี้แล้วด้วย ยูกิจึงเดินย้อนกลับไปเพื่อหาทางออกแต่ทว่า

พรึบ!

อยู่ๆทางเดินมืดๆด้านหลังของเธอก็มีห้องๆนึงไฟติดขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ หรือว่าสาวน้อยคนนั้นจะอยู่ในห้องนั้นกันนะ?

1) เดินเข้าไป
2) หาทางออกจากโรงเรียนต่อ
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


2)

มันเป็นไปไม่ได้ที่เด็กสาวที่พาเราเดินมืดทั้งโรงเรียนมาตลอดทางนั้นจะมาเปิดไฟเล่นกลางทางแบบนี้. . . รวมทั้งมันเป็นทิศทางตรงกันข้ามกับทีเธอได้หายตัวไปด้วย. . .

ยังมีคนอยู่อีกเหรอเนี่ย. . . 

เราได้คิดในใจก่อนที่จะได้รีบหาทางเดินออกจากโรงเรียนเสียก่อนที่จะมีคนมาเห็นเข้า. . .


เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ยูกิก็เดินกลับทางเดิมเพื่อหาทางออกไปนอกอาคารก่อน ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์อะไรเธอก็คงจะออกจากโรงเรียนแล้วหาตู้โทรศัพท์เพื่อเรียกรถมารับได้.. หากแต่ว่า..

ยูกิเดินมาถึงโถงทางเข้าที่เธอผ่านมาเมื่อสักครู่แต่ว่าก็เกิดความผิดปกติขึ้นมา

กึก..

นั่นก็คือประตูมันเปิดไม่ได้... หากเป็นประตูที่เปิดไม่ได้จากการล็อกก็ยังคงมีเสียงเล็ดลอดออกมาอยู่ แต่ไม่ว่าเธอจะผลักบานประตูสักเท่าไหร่มันก็ไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย!

1) หาทางพังประตู
2) เดินย้อนกลับไปเพื่อหาหน้าต่าง
3) อื่นๆ(โปรดระบุ)


3) เดินย้อนกลับไปห้องที่มีไฟเปิดอยู่เมื่อกี้นี้

 หรือว่ามันจะเป็นประตูแบบเลื่อน. . .

ด้วยความคิดไร้สาระชั่วขณะทำให้เราได้ลองเลื่อนประตูดูแทนการผลัก. . . แต่แน่นอนว่ามันคงเปิดไม่ได้หรอก(แหม่ !!)

เด็กคนนั้นจะออกไปแล้วรึยังนะ. . . 

ยูกิเชื่อว่าเด็กสาวคนนั้นอาจจะหลงทางอีกรอบก็เป็นได้จึงอดเป็นห่วงขึ้นมาไม่ได้ ยูกิจึงได้แต่ภาวนาให้เด็กสาวคนนั้นไม่ได้ติดอยู่เหมือนกับเธอตอนนี้

หลังจากที่ยืนคิดได้อยู่ครู่นึงในเวลาสั้นๆนั้นยูกิก็ได้ตัดสินใจเดินกลับไปยังห้องที่มีไฟเปิดทิ้งไว้อยู่เมื่อครู่นี้เผื่อว่าจะยังมีคนหลงอยู่ภายในสถานที่เธอจะได้ถามถึงทางออกอื่นแทน


เสร็จสิ้น


อืม..ดีๆ ใช้ได้

อะไรก็ไม่รู้

เห็นด้วยๆ

ซึ้งจังเลย

ขำฮาตรึม

ความคิดเห็น (0 ความคิดเห็น)

facelist

คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายชื่อผู้กระทำผิด|โทรศัพท์มือถือ|รูปแบบข้อความล้วน|Otaku Fever Fansite

GMT+7, 17-10-2019 00:29 , Processed in 0.347204 second(s), 15 queries .

Powered by Discuz! X3.2 R20150609, Rev.38

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน